The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

วิชาการคุ้มครองผู้บริโภค ม.ต้น ทช23021

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by wuttiphonkumma, 2022-09-09 04:37:47

วิชาการคุ้มครองผู้บริโภค ม.ต้น ทช23021

วิชาการคุ้มครองผู้บริโภค ม.ต้น ทช23021

หนังสือเรียน กศน.หลักสตู รรายวชิ าเลือก
สาระทกั ษะการดาเนินชวี ิต

การค้มุ ครองผูบ้ รโิ ภค รหสั ทช23021
หลักสตู รการศึกษานอกระบบระดับการศกึ ษาข้นั พน้ื ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551

ระดับมัธยมศกึ ษาตอนต้น

ศูนยก์ ารศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษาตามอัธยาศัยอาเภอบางมูลนาก
สานกั งานการศกึ ษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศยั จงั หวัดพจิ ิตร

กระทรวงศกึ ษาธกิ าร



คานา

หนังสือเรียนรายวิชาเลือกเสรี วิชาการคุ้มคองผู้บริโภค รหัส ทช23021 ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น
สาระทักษะการดาเนินชีวิต ได้เรียบเรียงขึ้นตามขอบข่ายเน้ือหาของหลักสูตร การคุ้มคองผู้บริโภค หลักสูตร
การศึกษานอกระบบระดับการศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 โดยรวบรวมเน้ือหา แบบฝึกหัด
แบบทดสอบพร้อมเฉลยไว้ในเล่มเดียวกัน เพ่ือสะดวกต่อผู้เรียนในการเรียนรู้ ศึกษาค้นคว้าและฝึกทักษะ
เพ่มิ เตมิ ด้วยตนเองของผเู้ รยี นระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนตน้

กศน.อาเภอบางมูลนาก ขอขอบคุณคณะครู และบุคลากร กศน.อาเภอบางมูลนาก ทุกท่านท่ีมีส่วน
เกี่ยวข้อง ที่ให้ความร่วมมือทาให้หนังสือเรียนเล่มน้ีสาเร็จด้วยดี และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าหนังสือเรียน รายวิชา
การคุ้มครองผู้บริโภค รหัส ทช23021 ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น เล่มน้ีจะเป็นประโยชน์ต่อผู้เรียนและผู้สนใจ
ตอ่ ไป

กศน.อาเภอบางมูลนาก
สงิ หาคม 2565

สารบัญ ข

คานา หนา้
สารบญั ก
คาแนะนาการใช้หนงั สอื เรียน ข
โครงสร้างรายวิชาการค้มุ ครองผบู้ รโิ ภค ค
แบบทดสอบก่อนเรียน ง
บทที่ 1 ความหมายความสาคัญและพฤติกรรมของผูบ้ ริโภค จ
1
เรื่องที่ 1 ความหมาย ความสาคัญของคาวา่ “ผู้บรโิ ภค” 2
เร่ืองท่ี 2 พฤติกรรมของผู้บรโิ ภค 4
บทท่ี 2 กฎหมายการคุม้ ครองผู้บรโิ ภคและหนว่ ยงานที่ทาหน้าที่ในการคุ้มครองผูบ้ รโิ ภค 8
เรื่องที่ 1 สทิ ธขิ องผู้บรโิ ภค 9
เรื่องที่ 2 ความสาคัญของกฎหมายคุม้ ครองผู้บริโภค 11
เรอ่ื งที่ 3 หน่วยงานทีท่ าหนา้ ที่ในการคุ้มครองผู้บรโิ ภค 13
บทที่ 3 การปกป้องสิทธผิ ูบ้ ริโภค 18
เรอ่ื งที่ 1 การปกป้องสิทธผิ บู้ ริโภค ตนเอง ครอบครวั ชมุ ชน 19
เร่อื งที่ 2 การรอ้ งเรียนการดาเนนิ คดแี ทนผบู้ ริโภค 22
เรอ่ื งที่ 3 สิทธขิ องผู้บรโิ ภคในระบบขายตรง 24
บทท่ี 4 การขายตรงและการเลือกใช้เทคโนโลยีทีม่ ผี ลตอ่ การตัดสินใจของผ้บู รโิ ภค 27
เรื่องที่ 1 ความหมายและลักษณะของการขายตรงและตลาดแบบตรง 28
เรอ่ื งท่ี 2 การขายตรงที่ถกู ต้องตามกฎหมายการคุ้มครองผู้บรโิ ภค 29

ด้านการขายตรงและตลาดแบบตรง 32
เรื่องท่ี 3 การเลอื กใชเ้ ทคโนโลยที ีม่ ผี ลต่อการตดั สินใจของผู้บรโิ ภค 48
แบบทดสอบหลงั เรียน 52
เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียน - หลงั เรยี น 53
แนวเฉลยกจิ กรรมท้ายบท 60
บรรณานุกรม 61
ภาคผนวก 64
คณะผ้จู ัดทา



คาแนะนาการใชห้ นงั สอื เรยี น

หนังสือเรียนรายวชิ า การคุ้มครองผู้บริโภค รหัส ทช23021 สาระทักษะการดาเนินชีวิต เป็นหนังสือ
เรียนสาหรับผเู้ รียนรายวชิ า การคุ้มครองผ้บู รโิ ภค ระดับมัธยมศกึ ษาตอนต้น ตามหลกั สูตรการศึกษานอกระบบ
ระดับการศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ใช้เป็นคู่มือในการเรียนรู้ ผู้เรียนควรทาแบบทดสอบก่อนเรียน
ศึกษาเนื้อหาของหนังสือเรียนเล่มน้ีโดยละเอียด ทากิจกรรมท้ายบทให้ครบถ้วน และทาแบบทดสอบหลังเรียน
เมอื่ จบกระบวนการเรยี นรู้ และให้ดูเฉลยในท้ายเล่ม หนังสอื เรียนเล่มน้ีมีเน้ือหาท้งั หมด 4 บท ดังน้ี

บทที่ 1 ความหมายความสาคัญและพฤตกิ รรมของผู้บรโิ ภค
บทที่ 2 กฎหมายการค้มุ ครองผบู้ รโิ ภคและหน่วยงานที่ทาหน้าทีใ่ นการคุ้มครองผ้บู ริโภค
บทที่ 3 การปกป้องสิทธิผ้บู ริโภค
บทท่ี 4 การขายตรงและการเลือกใช้เทคโนโลยที ่มี ผี ลตอ่ การตดั สนิ ใจของผบู้ รโิ ภค



โครงสรา้ งรายวชิ า
การคุม้ ครองผบู้ รโิ ภค
รหสั วชิ า ทช23021 สาระทกั ษะการดาเนินชีวติ
ระดบั มธั ยมศึกษาตอนตน้

สาระสาคญั
1. ความหมายความสาคัญและพฤติกรรมของผ้บู รโิ ภค
2. กฎหมายคมุ้ ครองผูบ้ ริโภคและหน่วยงานที่ทาหนา้ ท่ใี นการคมุ้ ครองผูบ้ ริโภค
3. การปกป้องสทิ ธิผบู้ ริโภค การรอ้ งเรยี นการดาเนนิ คดแี ทนผู้บริโภค
4. การซอ้ื ขายสนิ ค้าดว้ ยระบบออนไลน์ และการเลอื กใชเ้ ทคโนโลยที ม่ี ีผลตอ่ การตดั สินใจของ

ผบู้ รโิ ภค

ผลการเรียนรู้ทค่ี าดหวงั
1. มคี วามรู้เรือ่ งความหมาย ความสาคัญและพฤตกิ รรมของผู้บรโิ ภค
2. มีความรู้และเขา้ ใจในการนากฎหมายทีเ่ กยี่ วข้องกับการคุ้มครองผ้บู รโิ ภคไปใช้ในชวี ิตประจาวัน
3. มคี วามรู้และเข้าใจแนวทางการปกปอ้ งสทิ ธิผู้บรโิ ภค
4. มีความรู้และเขา้ ใจวธิ ีการซ้ือขายสินค้าด้วยระบบออนไลน์ และการเลือกใชเ้ ทคโนโลยที ่มี ีผลตอ่

การตดั สนิ ใจของผบู้ ริโภค

ขอบข่ายเนอื้ หา
บทที่ 1 ความหมาย ความสาคัญและพฤติกรรมของผูบ้ รโิ ภค
บทที่ 2 กฎหมายที่เก่ียวข้องกับการคุ้มครองผูบ้ รโิ ภค
บทที่ 3 การปกปอ้ งสิทธิผู้บรโิ ภค
บทที่ 4 การซื้อขายสินคา้ ด้วยระบบออนไลน์ และการเลือกใชเ้ ทคโนโลยีท่ีมีผลต่อการตัดสนิ ใจของ

ผบู้ ริโภค



แบบทดสอบกอ่ นเรยี น
รายวิชา การคุ้มครองผู้บริโภค รหสั วิชา ทช23021 สาระการดาเนนิ ชวี ติ

ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนตน้

คาส่ัง ให้ผเู้ รียนเลือกคาตอบท่ถี ูกตอ้ งทส่ี ดุ เพียงข้อเดียว
1. ข้อใดคอื ความหมายของ “การคมุ้ ครองผู้บริโภค”
ก. การปกป้องดแู ลผบู้ ริโภค
ข. การทาให้ได้รบั ความปลอดภัย
ค. ความเป็นธรรม จากการบรโิ ภคสินค้า
ง. ถูกทุกข้อ
2. ข้อใดตอ่ ไปนค้ี ือ สายด่วนผู้บริโภค
ก. 1166
ข. 1556
ค. 1665
ง. 1756
3. ขอ้ ใดไม่ใช่ความสาคัญของการคมุ้ ครองผู้บรโิ ภค
ก. เพื่อคุ้มครองผู้บรโิ ภค ไม่ให้เสียเปรียบผ้ผู ลติ
ข. เพอ่ื ให้ผผู้ ลติ จาหนา่ ยสินค้าได้จานวนมาก
ค. เพือ่ ควบคมุ สนิ ค้าทไ่ี ม่ได้มาตรฐาน ไม่ปลอดภัย
ง. เพื่อใหเ้ กิดความเป็นธรรม ระหวา่ งผู้ซอ้ื และผขู้ าย
4. การปกป้องสิทธผิ ูบ้ รโิ ภคเปน็ หน้าท่ขี องผู้ใด
ก. นักเรยี น
ข. ขา้ ราชการ
ค. บดิ า - มารดา
ง. ผบู้ ริโภคทุกคน
5. ขอ้ ความใดทเ่ี ก่ยี วกับสทิ ธทิ จ่ี ะได้รับความปลอดภัยในการใช้สินค้า
ก. ฉลากยาทาแผลสดไดร้ ะบุไวว้ า่ ห้ามทาใกลต้ า
ข. อาหารกระป๋องทุกประเภทจะต้องกาหนดการผลิต
ค. ผู้ซื้อยาประเภทอนั ตรายจะต้องมใี บสงั่ ยาของแพทย์
ง. องค์การอาหารและยากาหนดใหย้ าทุกประเภท ตอ้ งมีคาช้ีแจงในฉลาก

6. ปัจจุบนั ไมม่ ีการโฆษณาขายสุราและบุหร่ที างสถานีโทรทศั น์ แสดงถงึ ข้อใด
ก. การโฆษณามคี า่ ใช้จา่ ยสงู
ข. การโฆษณาขัดต่อศีลธรรม
ค. การโฆษณาทางสถานโี ทรทศั น์ไมไ่ ดผ้ ล
ง. การโฆษณาจะมีผลสือ่ ตอ่ สงั คมสว่ นรวม หรอื เป็นอันตรายตอ่ ผ้บู ริโภค

7. ขอ้ ความบนฉลากสนิ คา้ ข้อความใดที่ไมจ่ าเป็นต้องระบุ
ก. คาเตอื น
ข. ชอื่ สินคา้
ค. วิธีการผลติ
ง. ชนดิ ของสนิ คา้

8. ข้อใดคือประโยชนข์ องพาณชิ ยอ์ ิเลก็ ทรอนกิ ส์
ก. สามารถเลอื กซื้อสนิ ค้าไดต้ รงความต้องการ
ข. สามารถทราบข้อมูลสินค้าและบริการได้ในเวลารวดเรว็
ค. มีสินค้าหรือบริการทห่ี ลากหลายและมีราคาถูก
ง. ถูกทุกข้อ

9. ข้อใดคือ แหล่งขอ้ มลู ใดที่นา่ เช่ือถือมากทส่ี ุดสาหรับผู้บริโภค
ก. ฉลากสนิ ค้า
ข. โฆษณา
ค. พนกั งานขาย
ง. ผูบ้ รหิ ารของบรษิ ัท

10. ปจั จบุ นั ไมม่ ีการโฆษณาขาย สรุ าและบหุ รี่ทางสถานโี ทรทศั นแ์ สดงถึงข้อใด
ก. การโฆษณามีค่าใชจ้ ่ายสงู
ข. การโฆษณาขัดต่อศลี ธรรม
ค. การโฆษณาทางสถานีโทรทัศนไ์ ม่ได้ผล
ง. การโฆษณาจะมีผลต่อสังคมส่วนรวม หรือเป็นอันตรายต่อผบู้ ริโภคได้

11. หน่วยงานใดที่ทาหนา้ ท่ใี นการคมุ้ ครองสิทธผิ ้บู รโิ ภคไดก้ วา้ งขวางมากที่สุด
ก. สานกั งานคณะกรรมการอาหารและยา
ข. สานกั งานคณะกรรมการคุม้ ครองผบู้ ริโภค
ค. สานักงานมาตรฐานผลติ ภณั ฑ์อตุ สาหกรรม
ง. คณะอนุกรรมการคมุ้ ครองผูบ้ ริโภคประจาจงั หวัด

12. ผูบ้ รโิ ภคถกู หลอกลวงโดยรเู้ ทา่ ไม่ถึงการณใ์ นการเลือกซ้ือสนิ ค้าประเภทใดมากทส่ี ุด
ก. อาหารสาเร็จรูป อาหารกระปอ๋ ง
ข. อาหารประเภทเครอ่ื งดมื่ บารุงร่างกาย
ค. อาหารเสริม เครื่องสาอางค์ ยาลดความอว้ น
ง. อาหารกงึ่ สาเร็จรูป อาหารประเภทบรรจกุ ล่อง

13. หน่วยงานใดที่มอี านาจหน้าท่ดี าเนินคดีแทนผบู้ รโิ ภคได้
ก. สานักงานคณะกรรมการคุ้มครองผบู้ รโิ ภค
ข. สานกั งานคณะกรรมการอาหารและยา
ค. สานักงานมาตรฐานผลติ ภณั ฑ์อตุ สาหกรรม
ง. กรมการคา้ ภายใน

14. ขอ้ ใดเป็นสาเหตสุ าคัญที่สุดที่ทาให้รัฐบาลเขา้ มาส่งเสรมิ สนับสนนุ สินคา้ OTOP
ก. เป็นการเปล่ียนค่านิยมของคนไทยให้ภาคภมู ิใจความเปน็ ไทยได้อย่างดีเยี่ยม
ข. ทาใหค้ นไทยเกิดสานกึ รักบา้ นเกดิ
ค. สรา้ งงาน สร้างรายไดแ้ กช่ มุ ชน
ง. เกิดการแข่งขันกนั เพอื่ การสง่ ออก

15. สานกั งานคณะกรรมการค้มุ ครองผบู้ ริโภคมคี วามสาคญั อยา่ งไร
ก. รกั ษาสิทธผิ ูบ้ ริโภค
ข. ให้การรักษาพยาบาลแก่ผบู้ รโิ ภค
ค. คุ้มครองอันตรายใหแ้ ก่ผบู้ ริโภค
ง. จบั กมุ ผกู้ ระทาผดิ ท่ีทาใหผ้ บู้ ริโภคไดร้ ับความเสียหาย

16. การขายยุคปจั จบุ ันเนน้ เร่ืองใดเปน็ สาคัญ
ก. ปรมิ าณสินค้า
ข. ประเภทของสินคา้
ค. ความพอใจของลูกค้า
ง. ความตอ้ งการของผผู้ ลติ

17. ผลผลติ แบ่งออกเปน็ 2 ประเภท หลัก ๆ ตามข้อใด
ก. บริการ (Service) และ อาหาร (Food)
ข. สนิ คา้ (Goods) และ บรกิ าร (Service)
ค. สนิ ค้า (Goods) และ อุปกรณ์ (Equipment)
ง. บรกิ าร (Service) และ อุปกรณ์ (Equipment)

18. ขอ้ ใดไม่ใช่ชอ่ งทางการจาหน่ายสนิ คา้ ออนไลน์
ก. ไลฟ์สด
ข. เฟชบุ๊คไลฟ์
ค. กูเกล้ิ มที
ง. ขอ้ ก และ ข ถูก

19. หลักการเลือกซ้ือสินค้าและบริการของผู้บริโภคท่ีมีความสาคัญอันดับแรกสุด คือข้อใด
ก. หลักความจาเป็น
ข. หลักความประหยัด
ค. หลักการมีประโยชน์
ง. หลักคุณภาพของสินค้า

20. ก่อนการเลือกซอ้ื ผลติ ภัณฑอ์ าหารใด ๆ สงิ่ แรกท่ีควรทา คือข้อใด
ก. เลอื กอาหารย่หี ้อดังๆ
ข. เลือกอาหารที่มีรสชาติอร่อย
ค. อา่ นฉลากผลติ ภัณฑอ์ าหาร
ง. เลอื กอาหารทม่ี ีราคาไมแ่ พงมาก

บทท่ี 1
ความหมาย ความสาคญั และพฤตกิ รรมของผบู้ รโิ ภค

สาระสาคัญ
ผู้บริโภค หมายถึง ผู้ซ้ือ ผู้ได้รับบริการจากผู้ประกอบธุรกิจ หรือผู้ซ่ึงได้รับการเสนอหรือชักชวน

จากผู้ประกอบธุรกิจ ซึ่งมีความสาคัญต่อการผลิตสินค้าและบริการของผู้ผลิต และปัจจัยที่ส่งผลต่อพฤติกรรม
ในการเลือกซื้อสนิ ค้าของผูบ้ รโิ ภค กระบวนการ หรือพฤตกิ รรมในการตัดสินใจซื้อ และประเมินผลการใช้สินค้า
หรือบริการของผซู้ อื้ ซง่ึ จะมคี วามสาคัญตอ่ การซอื้ สนิ คา้ และบริการ
ผลการเรียนรู้ทีค่ าดหวัง

1. บอกความหมายของผู้บริโภคได้
2. อธบิ ายความสาคัญของผบู้ ริโภคได้
3. อธิบายพฤติกรรมของผู้บรโิ ภคได้
ขอบข่ายเนือ้ หา
เร่อื งท่ี 1 ความหมายและความสาคัญของผูบ้ รโิ ภค

1.1 ความหมายของผูบ้ ริโภค
1.2 ความสาคญั ของผูบ้ รโิ ภค
เรอื่ งที่ 2 คณุ สมบัตทิ ่ีดีและพฤติกรรมของผบู้ ริโภค
2.1 คณุ สมบัติที่ดขี องผู้บรโิ ภค
2.2 พฤติกรรมของผ้บู รโิ ภค
2.3 ปัจจัยทีม่ ผี ลกระทบต่อพฤติกรรมผูบ้ รโิ ภค

~1~

เรือ่ งท่ี 1 ความหมายและความสาคญั ของผูบ้ ริโภค
1.1 ความหมายของผู้บริโภค
ผู้บริโภค หมายถึง ผู้ซื้อหรือได้รับบริการจากผู้ประกอบธุรกิจ และหมายความรวมถึงผู้ซ่ึงได้รับ

การเสนอหรอื ชักชวนจากผูป้ ระกอบธุรกิจ เพื่อใหซ้ อ้ื สินค้าหรอื รับบรกิ ารดว้ ย ผูเ้ ขา้ ทาสัญญาในฐานะผูซ้ อื้ ผเู้ ชา่
ผู้เช่าซื้อ ผู้กู้ ผู้เอาประกันภัย หรือผู้เข้าทาสัญญาอื่นใดเพื่อให้ได้มาซ่ึงทรัพย์สิน บริการหรือประโยชน์อื่นใด
โดยมีค่าตอบแทน ท้ังน้ี การทาสัญญานั้นต้องเป็นไปโดยมิใช่เพ่ือการค้าทรัพย์สิน บริการ หรือประโยชน์อื่นใด
นนั้ และหมายความรวมถึง ผูเ้ ข้าทาสญั ญาในฐานะผู้คา้ ประกนั ของบุคคลดังกลา่ ว ซ่งึ มไิ ดก้ ระทาเพ่ือการค้าด้วย

“ผู้บริโภค” ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.2522 ให้ความหมายไว้ว่า หมายถึง ผู้ซื้อ
ผู้ได้รับบริการจากผู้ประกอบธุรกิจ หรือผู้ซึ่งได้รับการเสนอหรือชักชวนจากผู้ประกอบธุรกิจ เพ่ือให้ซ้ือสินค้า
หรือบริการ และหมายความรวมถึงผู้ใช้สินค้าหรือผู้ได้รับบริการจากผู้ประกอบธุรกิจโดยชอบ แม้มิได้เสีย
ค่าตอบแทนก็ตาม

ดังน้ันสรุปได้ว่า ผู้บริโภค หมายถึง บุคคลหรือกลุ่มบุคคล ที่ซื้อสินค้าหรือบริการท่ีเพ่ือใช้
ประโยชน์จากสินค้าและบริการจากผู้ประกอบธุรกิจ เพื่อสนองความต้องการของตนเอง เพื่อใช้ส่วนตัว มิใช่
เพ่ือการผลิตหรือขายต่อ และหมายความรวมถึงผู้ซึ่งได้รับการเสนอหรือชักชวนจากผู้ประกอบธุรกิจ เพ่ือให้ซ้ือ
สินค้าหรือรับบริการ ผู้เข้าทาสัญญาในฐานะผู้ซื้อ ผู้เช่า ผู้เช่าซ้ือ ผู้กู้ ผู้เอาประกันภัย ผู้เข้าทาสัญญาอื่นใด
เพ่ือให้ได้มาซ่ึงทรัพย์สิน จากผู้ประกอบธุรกิจโดยชอบ แม้มิได้เสียค่าตอบแทนก็ตาม ท้ังน้ี การทาสัญญานั้น
ต้องเป็นไปโดยมิใช่เพ่ือการค้า และหมายความรวมถึงผู้เข้าทาสัญญาในฐานะผู้ค้าประกันของบุคคลดังกล่าว
ซึ่งมไิ ดก้ ระทาเพ่ือการคา้

ที่มา: https://sites.google.com/site/classroom52nunice/neuxha1-1

~2~

1.2 ความสาคญั ของผู้บริโภค
ผู้บริโภคมีความสาคัญ คือ เป็นผู้ชี้นาให้เกิดการผลิต มีบทบาทสาคัญในการกาหนดความ

ต้องการของสินค้าและบริการ เป็นผู้ตัดสินใจว่าจะใช้จ่ายเงินอย่างไร โดยต้องพิจารณาว่าจะใช้จ่ายเงินให้เกิด
ประโยชน์อย่างไร ในปัจจุบันมีสินค้าและบริการให้เลือกใช้หลายชนิด ผู้บริโภคต้องรู้จักเลือกสินค้าอย่าง
ชาญฉลาด คอื มหี ลักเกณฑใ์ นการเลือกซื้อสินคา้ มคี วามรอบคอบ ระมดั ระวัง เพื่อให้ตนเองปลอดภยั จากสินค้า
ท่ีไม่มีคุณภาพ รวมท้ังช่วยประหยัดเงิน และได้ประโยชน์จากการซื้อสินค้าและบริการนั้นมาใช้ โดยทั่วไปเมื่อ
ผู้บริโภคมีความต้องการสินค้าและบริการมาก ก็ย่อมมีผู้ผลิตสินค้าและบริการนั้น ๆ ออกมาเพ่ิมมากขึ้น
พฤติกรรมและความต้องการของผู้บริโภคเป็นปัจจัยสาคัญที่ทาให้ผู้ผลิตตัดสินใจเลือกสินค้ามาจาหน่าย
ให้สอดคลอ้ งหรือตอบสนองความตอ้ งการของผ้บู ริโภคและบริการนัน้ มาใชม้ ากทสี่ ุด

~3~

เรอ่ื งที่ 2 คณุ สมบัตทิ ่ดี แี ละพฤติกรรมของผ้บู ริโภค

2.1 คณุ สมบตั ทิ ่ีดีของผ้บู รโิ ภค
1) วางแผนก่อนการเลือกซ้ือสินค้าและบริการ เช่น ผู้บริโภคควรรู้ว่า จาเป็นต้องซ้ือสินค้า

ชนิดใด มีเงนิ ทใี่ ช้ซอื้ สนิ ค้าและบรกิ ารที่จาเป็นเทา่ ใด เป็นตน้
2) ซ้ือสนิ คา้ และบริการตามหลักการเลอื กซ้ือ ได้แก่
(1) หลักความจาเปน็ ตอ้ งพิจารณาถึงความจาเปน็ หรือความสาคญั ของการนาสินคา้ มาใช้
(2) หลกั การมีประโยชน์ ตอ้ งพจิ ารณาถึงประโยชน์ของสนิ ค้าและบริการท่ีเราไดร้ ับ
(3) หลักความประหยัด ตอ้ งตรวจสอบปริมาณและราคาวา่ มีความยตุ ธิ รรมหรอื ไม่
3) สารวจสินค้าและบริการจากหลาย ๆ ร้านก่อน เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการเปรียบเทียบราคา

ปริมาณ และคุณคา่ ของสนิ ค้ากอ่ นตดั สินใจซื้อ
4) ไม่ควรหลงเชื่อคาโฆษณาของสินค้าและบริการ ผู้บริโภคต้องศึกษาเง่ือนไขหรือรายละเอียด

อ่ืนๆ ของสนิ ค้าและบริการทอี่ าจไมไ่ ดร้ ะบุไว้ในการโฆษณา
5) แจ้งข้อมูลเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบคุณภาพและปริมาณของสินค้า หาก

ผูบ้ รโิ ภคมคี วามสงสยั วา่ สนิ คา้ ใดจะมคี ณุ ภาพและปริมาณตามท่รี ะบุฉลากของสินค้าหรอื ไม่

2.2 พฤติกรรมของผู้บริโภค
พฤติกรรมผู้บริโภค (Consumer Behavior) หมายถึง กระบวนการ หรือพฤติกรรมในการ

ตัดสินใจซือ้ ใช้ และประเมินผลการใชส้ ินค้าหรือบริการของผู้ซ้ือ ทงั้ ทเี่ ปน็ ปัจเจกบุคคลและกลุ่มบุคคล อนั จะมี
ความสาคัญตอ่ การซอื้ สนิ ค้าและบรกิ าร ทง้ั ในปัจจบุ นั และอนาคต

การศึกษาเกี่ยวกับพฤติกรรมผู้บริโภค เป็นการศึกษาลักษณะเฉพาะของผู้บริโภค เพ่ือพยายาม
ทาความเข้าใจความต้องการของกลุ่มผู้บริโภคเป้าหมาย และประเมินส่ิงที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจและ
กระบวนการการซ้อื สินคา้ และบริการ ปจั จยั ท่ีมผี ลต่อพฤติกรรมการซือ้ ของผู้บริโภคในปจั จุบัน ได้แก่

1) พฤตกิ รรมการบริโภคเกิดข้นึ ได้ ต้องมีสาเหตุท่ที าใหเ้ กดิ กระบวนการดังกลา่ ว
2) สงิ่ จูงใจหรือแรงกระตุ้น มีอทิ ธพิ ลตอ่ พฤติกรรมมนษุ ย์
3) พฤตกิ รรมทเี่ กิดข้นึ ย่อมมุ่งไปส่กู ารทาใหเ้ กิดเปา้ หมาย
ด้วยเหตุผลทั้ง 3 ข้อนี้ ทาให้หน่ึงในหลักการทาความเข้าใจและศึกษาพฤติกรรมของผู้บริโภค
คือ การศกึ ษาเกีย่ วกับปจั จัยทีส่ ่งผลตอ่ พฤตกิ รรมการซือ้ และบรโิ ภคสนิ ค้า หรอื บริการนั่นเอง

2.3 ปัจจัยที่มีผลกระทบตอ่ พฤตกิ รรมผ้บู ริโภค
1) ปัจจัยด้านวัฒนธรรม นับเป็นปัจจัยขั้นพื้นฐานท่ีมีผลกระทบต่อกระบวนการการซ้ือ หรือ

พฤติกรรมการบริโภคของผู้ใช้บริการ โดยปัจจัยด้านวัฒนธรรม ยังรวมถึงความเชื่อ ความรู้ การศึกษา
ความเชือ่ และความรู้ในปัจจบุ นั ที่ถือเปน็ ปจั จยั ท่ีกระทบต่อกระบวนการการบริโภค เชน่ ความเชื่อเกย่ี วกับการ
อนุรักษ์ทรัพยากรทางธรรมชาติ หรือความรู้ ความเข้าใจเก่ียวกับการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากวัสดุย่อยสลายได้
เพอื่ ลดขยะ เป็นตน้ นอกจากนย้ี งั รวมถงึ ตาแหน่งทางสงั คม อนั สามารถแบง่ ออกเปน็ 6 ชนชนั้ ได้แก่

~4~

(1) กลุ่ม Upper-Upper Class หมายถึง กลุ่มคนที่เป็นผู้มีชื่อเสียงเก่าแก่ เกิดมาใน
ครอบครวั ทมี่ คี วามรา่ รวยหรอื เกดิ มาบนกองเงินกองทองน่นั เอง

(2) กลุ่ม Lower-Upper Class หมายถึง ชนช้ันคนรวยหน้าใหม่ มักอยู่ในตาแหน่งสูงสุด
ของวงการบรหิ าร มีรายได้สูงสดุ ในจานวนชน้ั ทั้งหมด จัดอย่ใู นระดับมหาเศรษฐี

(3) กลุ่ม Upper-Middle Class หมายถึง กลุ่มชนช้ันท่ีประสบความสาเร็จในชีวิต มักจบ
การศกึ ษาในระดับสงู เรยี กกนั ว่าเป็นตาเป็นสมองของสังคม

(4) กลุ่ม Lower-Middle Class หมายถึง กลุ่มคนที่อยู่ในระดับค่าเฉล่ีย ไม่ใช่ฝ่ายบริหาร
เปน็ เจา้ ของธรุ กิจขนาดเลก็ หรอื พนักงานบรษิ ัททัว่ ไป

(5) กลุ่ม Upper-Lower Class หมายถึง กลุ่มชนชั้นทางาน นับเป็นชนช้ันท่ีใหญ่ท่ีสุด
ในสงั คม

(6) กลมุ่ Lower-Lower Class หมายถงึ กลุ่มชนชั้นแรงงาน ผทู้ ่ที างานใช้แรงงานท่ีไม่ต้อง
ใช้ความเช่ียวชาญ เป็นตน้

2) ปัจจัยทางสังคม ประกอบด้วย กลุ่มอ้างอิงอย่างครอบครัว บทบาท และสถานะของผู้ซ้ือ
ปัจจุบันโลกยุค 4.0 ทาให้เราเห็นผลกระทบจากปัจจัยด้านสังคมอย่างชัดเจนในการตัดสินใจซ้ือ หรือบริโภค
เน่ืองจากข่าวสาร รวมถึงการแสดงบทบาทและสถานะทางสังคมถูกตอกย้า และรับรู้ได้ง่ายผ่านโลก
ออนไลน์ การบรโิ ภคสินค้าและบริการกลายเป็นส่วนหนงึ่ ของการสร้างสถานะทางสังคมให้กับผบู้ รโิ ภคต่อสังคม
ภายนอกได้ เช่น การบรโิ ภคสินค้าราคาแพง สามารถสรา้ งความรับรู้ถึงสถานะทางสงั คมระดับสงู ให้แกผ่ ู้บริโภค
ได้ เปน็ ตน้

3) ปัจจัยส่วนบุคคล ปัจจัยข้อน้ี หมายถึง ผลของการตัดสินใจซ้ือสินค้าและบริการ มาจาก
เหตผุ ล หรือคุณสมบัตสิ ว่ นบคุ คล เช่น อายุ อาชพี ความชอบ สภาวการณ์ทางเศรษฐกิจ ไลฟ์สไตล์ เปน็ ตน้

4) ปจั จัยด้านจิตวทิ ยา คอื อทิ ธิพลจากปัจจยั ทางดา้ นจติ วทิ ยา ทมี่ ผี ลต่อตัวผบู้ ริโภคอนั เป็นเหตุ
ให้มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการเลือกซ้ือและใช้สินค้าและบริการ เช่น Promotion ทางการตลาด การจูงใจด้วย
คาพดู ทดี่ งึ ดูด การสร้างความรับรขู้ องผขู้ าย ความเชอ่ื บุคลิกภาพและแนวความคดิ ของผูบ้ รโิ ภค เป็นตน้

การสร้างความเข้าใจในพฤติกรรมผู้บริโภค ถือเป็นสิ่งท่ีผู้ประกอบการ โดยเฉพาะคนท่ีต้องทา
การตลาดเองด้วย ควรทาความเข้าใจและศึกษา เพื่อประสิทธิภาพในการวางแผนกลยุทธ์ต่าง ๆ ในการดาเนิน
ธุรกจิ ย่งิ ปัจจบุ นั ในโลกออนไลน์ มกี ารเก็บข้อมูลและสรา้ งสถติ ิที่น่าสนใจเกี่ยวกบั ความต้องการของผู้บรโิ ภคให้
เรียกว่าสะดวกข้ึนมากเลยทีเดียว การตีโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างถูกต้อง แม่นยา นอกจากจะ
ชว่ ยเพม่ิ ยอดขายใหก้ บั กจิ การไดแ้ ล้ว ยงั ชว่ ยลดค่าใช้จา่ ยดา้ นการตลาดไปได้อย่างมาก เพราะสามารถส่ือสารไป
ถงึ ลูกค้าไดอ้ ย่างตรงจดุ น่ันเอง

~5~

กจิ กรรมท้ายบท บทที่ 1
ความหมาย ความสาคัญและพฤตกิ รรมของผู้บรโิ ภค

คาชแ้ี จง ใหผ้ ้เู รยี นตอบคาถามตามหัวข้อต่อไปน้ี

1. จงบอกความหมายของผูบ้ ริโภค
...................................................................................................................................................................... ........
.................................................................................. ............................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................................................ ..................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................

2. ใหผ้ ูเ้ รยี นบอกความสาคัญของผบู้ รโิ ภค
............................................................................................................................. .................................................
........................................................................................................................................................................... ...
....................................................................................................... .......................................................................
............................................................................................................................. .................................................
................................................................................................................................................................. .............
............................................................................................. .................................................................................
3. ปจั จัยท่ีมผี ลตอ่ พฤติกรรมของผ้บู ริโภคมอี ะไรบ้าง
........................................................................................................................... ...................................................
............................................................................................................................................................... ...............
.................................................................................................................... ..........................................................
................................................................................................................. .............................................................
..................................................................................................................................................... .........................
.......................................................................................................... ....................................................................

~6~

ให้ผู้เรียนทาแบบทดสอบต่อไปน้ี จานวน 10 ข้อ โดยทาเคร่อื งหมาย ✓ หน้าข้อทเ่ี ห็นว่าถกู และ
ทาเครื่องหมาย x หน้าข้อทีเ่ หน็ วา่ ผดิ
.................1. ผูบ้ ริโภค หมายถึง ผ้ซู ้อื ผไู้ ดร้ ับบรกิ ารจาก ผ้ปู ระกอบ ธรุ กิจ หรือผซู้ ่งึ ไดร้ ับการเสนอหรือชักชวน

จากผู้ประกอบธุรกิจ
.................2. ผู้ใชป้ ระโยชน์จากสินค้าและบริการเพื่อสนองความตอ้ งการของตนเองคือ ผู้บรโิ ภค
.................3. ผ้เู ข้าทาสญั ญาในฐานะผูซ้ ือ้ ผู้เชา่ ผ้เู ช่าซือ้ ผู้กู้ ผ้เู อาประกันภยั หรือผเู้ ข้าทาสัญญาอื่นใดเพ่ือให้

ได้มาซ่ึงทรพั ยส์ ินไม่ใช่ผู้บริโภค
.................4. ผผู้ ลติ เป็นผ้กู าหนดความตอ้ งการของสนิ คา้
.................5. ผู้บริโภคเปน็ ผทู้ ีม่ ีบทบาทสาคัญในการกาหนดความตอ้ งการของสนิ ค้า ให้ผลติ ออกมามาก

หรอื น้อย
.................6. พฤติกรรมผู้บริโภคไม่มผี ลต่อความสาเรจ็ ของธรุ กิจ
.................7. กระบวนการ หรอื พฤติกรรมในการตดั สนิ ใจซ้ือ ใช้ และประเมนิ ผลการใชส้ ินค้าหรือบรกิ ารของ

ผซู้ ือ้ หมายถึง พฤตกิ รรมผู้บรโิ ภค
.................8. สิ่งจูงใจหรือแรงกระตุ้น เป็นปัจจยั มอี ทิ ธพิ ลตอ่ พฤตกิ รรม การซ้ือของผู้บริโภค
.................9. ปจั จัยดา้ นวฒั นธรรม เป็นปัจจยั ข้นั พื้นฐานที่มผี ลกระทบต่อกระบวนการการซ้ือ หรือ

พฤติกรรมการบริโภคของผู้ใชบ้ รกิ าร
...............10. พฤตกิ รรมการซื้อสนิ คา้ จากความชอบ สภาวการณท์ างเศรษฐกจิ ไลฟส์ ไตล์ คือ ปัจจยั

ดา้ นจติ วิทยา

~7~

บทท่ี 2
กฎหมายการคุ้มครองผู้บริโภคและหนว่ ยงานทท่ี าหนา้ ที่ในการคุ้มครองผู้บริโภค

สาระสาคัญ
กฎหมายค้มุ ครองผู้บรโิ ภค หมายถึง การปกป้องดูแลผบู้ ริโภค ใหไ้ ดร้ ับความปลอดภัยเป็นกฎหมายท่ี

เกยี่ วกบั การดารงชีวิตของคนในสังคม เกี่ยวขอ้ งกบั การบรโิ ภคสนิ คา้ และการใชบ้ ริการ เพือ่ อานวยความสะดวก
ใหก้ ับผู้บรโิ ภค หนว่ ยงานทีท่ าหนา้ ท่ีในการคุ้มครองผู้บรโิ ภค มีอยู่หลากหลายและกระจายตามประเภทของการ
บรโิ ภคสนิ ค้าและบริการ
ผลการเรียนรู้ท่คี าดหวัง

1. ผู้เรียนบอกใจความสาคัญการคุ้มครองสิทธิผู้บริโภค ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.
2522 และแก้ไขเพมิ่ เติม (ฉบับที่ 2 พ.ศ.2541) ได้

2. ผูเ้ รยี นอธิบายความสาคญั ของกฎหมายคมุ้ ครองผู้บรโิ ภคได้
3. ผู้เรียนบอกหน่วยงานท่ีทาหน้าท่ีในการคุ้มครองผู้บริโภคและควบคุมดูแลให้ผู้ประกอบธุรกิจ
ปฏิบัติตามกฎหมายได้
ขอบข่ายเน้ือหา
เรื่องที่ 1 สิทธขิ องผบู้ ริโภค

1.1 สทิ ธผิ ู้บรโิ ภค 5 ประการ
1.2 หนา้ ท่ีของผบู้ ริโภค
เรอื่ งท่ี 2 กฎหมายและความสาคญั ของคุ้มครองผูบ้ ริโภค
2.1 ความสาคญั ของการคุ้มครองผูบ้ ริโภค
2.2 หลกั สาคัญในการคมุ้ ครองผบู้ รโิ ภค
2.3 กฎหมายคมุ้ ครองผู้บริโภค
เรื่องท่ี 3 หน่วยงานที่ทาหน้าทีใ่ นการคุ้มครองผูบ้ รโิ ภค
3.1 หนว่ ยงานคมุ้ ครองผ้บู ริโภค
3.2 บทบาทของสานักงานมาตรฐานผลิตภัณฑอ์ ตุ สาหกรรม (สมอ.)

~8~

เร่ืองที่ 1 สิทธขิ องผบู้ ริโภค

รัฐธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจักรไทย พุทธศกั ราช 2540 เปน็ รฐั ธรรมนูญฉบับแรกท่ใี ห้ความสาคัญของ
การคุ้มครองผ้บู ริโภค โดยบญั ญตั ถิ งึ สิทธขิ องผู้บริโภคไว้ในมาตรา 57 วา่ “สิทธขิ องบคุ คล ซึง่ เปน็ ผูบ้ รโิ ภคยอ่ ม
ไดร้ ับความคมุ้ ครองทั้งน้ีตามทกี่ ฎหมายบญั ญัติ”

1.1 สทิ ธผิ บู้ รโิ ภค 5 ประการ
พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 ซ่ึงแก้ไขเพิ่มเติมโดย (ฉบับท่ี 2) พ.ศ.2541

ได้บัญญตั ิสทิ ธิของผูบ้ รโิ ภคที่จะไดร้ บั ความคุ้มครองตามกฎหมาย 5 ประการ ดงั น้ี
1) สิทธิท่ีจะได้รับข่าวสาร รวมท้ังคา

พรรณนาคุณภาพท่ีถูกต้องและเพียงพอเกี่ยวกับสินค้า
หรือบริการ ได้แก่ สิทธิท่ีจะได้รับการโฆษณาหรือการ
แสดงฉลากตามความเป็นจริงและปราศจากพิษภัย
แก่ผู้บริโภครวมตลอดถึงสิทธิที่จะได้รับทราบข้อมูล
เกี่ยวกับสินค้า หรือบริการอย่างถูกต้องและเพียง
พอทจี่ ะไม่หลงผดิ ในการซ้ือสนิ คา้ หรือรับบริการโดยไม่
เปน็ ธรรม

2) สิทธิท่ีจะมีอิสระในการเลือกหา
สินค้าหรือบริการ ได้แก่ สิทธิที่จะเลือกซ้ือสินค้าหรือ
รั บ บ ริ ก า ร โ ด ย ค ว า ม ส มั ค ร ใ จ ข อ ง ผู้ บ ริ โ ภ ค แ ล ะ
ปราศจากการชกั จงู ใจอันไมเ่ ปน็ ธรรม

ทม่ี า : https://www.insurancethai.net/5-consumer-rights-protected-law/

3) สิทธิที่จะได้รับความปลอดภัยจากการใช้สินค้าหรือบริการ ได้แก่ สิทธิท่ีจะได้รับสินค้าหรือ
บรกิ ารที่ปลอดภัยมสี ภาพและคุณภาพไดม้ าตรฐานเหมาะสมแก่การใช้ ไมก่ อ่ ให้เกิดอนั ตราย ต่อชวี ติ ร่างกาย
หรอื ทรพั ยส์ ิน ในกรณใี ช้ตามคาแนะนาหรอื ระมัดระวงั ตามสภาพของสินค้าหรือบริการนั้นแลว้

4) สิทธิท่ีจะได้รับความเป็นธรรมในการทาสัญญา ได้แก่ สิทธิท่ีจะได้รับข้อสัญญาโดยไม่ถูกเอา
รดั เอาเปรียบจากผู้ประกอบธุรกิจ

5) สิทธิท่ีจะได้รับการพิจารณาและชดเชยความเสยี หาย ได้แก่ สิทธิท่ีจะได้รบั การคุ้มครองและ
ชดใชค้ า่ เสยี หาย เมอื่ มกี ารละเมดิ สทิ ธขิ องผู้บรโิ ภคตามขอ้ 1, 2, 3 และ 4 ดังกลา่ ว

~9~

1.2 หน้าที่ของผูบ้ ริโภค
สิทธิของผู้บริโภคทั้ง 5 ประการ ตามที่กฎหมายได้บัญญัติไว้ จะได้รับผลเต็มท่ี ต่อเม่ือผู้บริโภค
ไดป้ ฏบิ ัตติ ามคาแนะนา ดงั ต่อไปนี้
1) หน้าทข่ี องผบู้ รโิ ภคกอ่ นซื้อสนิ คา้ หรือบริการ

(1) ผู้บริโภคควรใช้ความระมัดระวังตามสมควร ในการซ้ือสินค้าและรับบริการ เป็นต้นว่า
ตรวจสอบการแสดงฉลาก ปริมาณ และราคา ว่ายุติธรรมหรือไม่ อย่าเช่ือถือข้อความโฆษณาโดยไม่พิจารณา
ให้รอบคอบ และหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับคุณภาพ แหล่งกาเนิด และลักษณะของสินค้าว่าเปน็ ความจริงตามที่
ได้โฆษณาไวห้ รือไม่ ถ้ามีขอ้ สงสยั หรอื ไมแ่ นใ่ จควรพิจารณาให้ดีเสยี ก่อน

(2) การเข้าทาสัญญาผูกพันกันตามกฎหมายโดยการลงลายมือช่ือนั้น ผู้บริโภคต้อง
ตรวจสอบความชัดเจนของภาษาท่ีใช้ ว่ารัดกุมและให้สิทธิแก่ผู้บริโภคครบถ้วนหรือไม่ ตามท่ีได้เจรจากันไว้
และสัญญามีเง่ือนไขข้อใดบ้างที่ไม่เป็นธรรมต่อผู้บริโภค ถ้าสงสัยในข้อกฎหมายใดหรือไม่แน่ใจในความชัดเจน
ของสญั ญาก็ควรปรึกษาผทู้ ม่ี ีความรู้ให้แนช่ ัดเสียกอ่ น

(3) ข้อตกลงตา่ ง ๆ ท่ตี ้องการให้มีผลบังคับ ควรทาเป็นหนงั สอื และลงลายมือชอื่ ผู้ประกอบ
ธุรกิจดว้ ย

2) หนา้ ท่ีของผบู้ รโิ ภคหลังซื้อสนิ ค้าหรือบริการ
(1) ผู้บริโภคมีหน้าท่ีในการเก็บรักษาพยานหลักฐานต่าง ๆ ที่แสดงถึงการละเมิดสิทธิของ

ผู้บริโภคไว้ เพ่ือทาการเรียกร้องตามสิทธิของตน พยานหลักฐานดังกล่าวอาจจะเป็นสินค้าท่ีแสดงให้เห็นว่า
มีปริมาณหรือคุณภาพไม่เป็นไปตามมาตรฐานท่ีระบุไว้ในฉลาก มีความสกปรกหรือเป็นพิษอาจเกิดอันตราย
จากการใชส้ ินค้าหรือบริการนน้ั ได้ ควรจดจาสถานทที่ ่ีซือ้ สนิ ค้าหรอื รับบริการนัน้ ไว้เพ่ือประกอบการร้องเรยี นดว้ ย

(2) ในกรณีที่มีการทาสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรกับผู้ประกอบธุรกิจ ต้องเก็บเอกสาร
สัญญาตา่ ง ๆ รวมทัง้ เอกสารโฆษณาและใบเสรจ็ รบั เงินไวด้ ้วย

(3) เม่อื มกี ารละเมิดสิทธิของผู้บริโภค ผูบ้ รโิ ภคมหี น้าทใี่ นการดาเนินการร้องเรียนตามสิทธิ
ของตนตามทีก่ ล่าวมาแล้ว

~ 10 ~

เร่ืองที่ 2 ความสาคญั ของกฎหมายคุ้มครองผู้บรโิ ภค
2.1 ความสาคญั ของการคุ้มครองผบู้ รโิ ภค
ในปัจจุบัน มีการแข่งขันกันในเชิงธุรกิจมาก ทาให้ผู้ผลิตแข่งกันผลิตและบริการ เพื่อตอบสนอง

ต่อความต้องการของผู้บริโภค แต่พบว่ามีผู้ผลิตจานวนไม่น้อย ที่ไม่คานึงถึงความปลอดภัยของผู้บริโภค
ดว้ ยเหตุน้รี ัฐบาลจึงตอ้ งทาหนา้ ท่ดี ูแล และกากับแกไ้ ข โดยมีจุดมงุ่ หมายในการคมุ้ ครองผู้บริโภค ดงั น้ี

1) เพอ่ื คมุ้ ครองผบู้ รโิ ภค ไม่ใหเ้ สยี เปรียบผู้ผลิต
2) เพื่อคมุ้ ครองผูบ้ รโิ ภค ไมใ่ หต้ กเปน็ เหย่ือของการโฆษณา
3) เพ่อื ควบคุมสินคา้ ทไ่ี ม่ได้มาตรฐาน ไมป่ ลอดภยั หรอื เป็นอนั ตรายตอ่ ผ้บู รโิ ภค
4) เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม ระหวา่ งผซู้ ื้อและผ้ขู าย

ทม่ี า: https://www.ocpb.go.th/ewtadmin/ewt/ocpb_web/more_banner.php?page=28

2.2 หลกั สาคัญในการคุ้มครองผู้บริโภค
1) การคุ้มครองผู้บริโภคด้านโฆษณา กากับดูแลข้อความที่จะใช้ในการโฆษณา กล่าวคือ ห้าม

มิให้มีการใช้ข้อความท่ีไม่เป็นธรรมต่อผู้บริโภค หรือใช้ข้อความที่อาจก่อให้เกิดผลเสียต่อสังคม ส่วนรวม
ตามมาตรา 22 และจะต้องไม่ใช้วิธีการที่อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพร่างกายหรือจิตใจ หรืออันอาจก่อให้เกิด
ความราคาญแกผ่ ้บู ริโภค

2) การคุ้มครองผู้บริโภคด้านฉลาก กาหนดให้สินค้าท่ีผลิตเพื่อขายโดยโรงงาน ตามกฎหมาย
ว่าด้วยโรงงานและสินค้าท่ีส่ังหรือนาเข้ามาในราชอาณาจักร เพ่ือขายเป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก ตามมาตรา 30
โดยฉลากของสินค้าที่ควบคุม ฉลากจะต้องมีใช้ข้อความท่ีตรงต่อความจริง และไม่มีข้อความท่ีอาจก่อให้เกิด

~ 11 ~

ความเข้าใจผิดในสาระสาคัญเก่ียวกับสินค้าและต้องระบุข้อความตามที่กฎหมาย กาหนด อาทิชื่อหรือ
เคร่ืองหมายการค้าของผผู้ ลติ หรือของผนู้ าเข้าเพื่อขาย แล้วแต่กรณเี ป็นตน้

3) การคุ้มครองผู้บริโภคด้านสญั ญา กฎหมายกาหนดข้อความในสัญญาหรือแบบ หลักฐานการ
รับเงินเพ่ือเป็นการคุ้มครองผู้บริโภค โดยข้อสัญญาหรือข้อความในหลักฐานการรับเงินจะต้องมีลักษณะ ตาม
มาตรา 35 ทวิหรือมาตรา 35 เบญจ ตามลาดับ กล่าวคือ ต้องใช้ข้อสัญญา/ข้อความท่ีจาเป็นซึ่งหากมิได้ใช้ข้อ
สญั ญา/ขอ้ ความเชน่ นัน้ จะทาให้ผู้บรโิ ภคเสยี เปรยี บผู้ประกอบธรุ กิจเกินสมควร และห้ามใชข้ อ้ สญั ญา/ขอ้ ความ
ที่ไม่เป็นธรรมต่อผู้บริโภค ท้ังนี้ หากผู้ประกอบธุรกิจไม่จัดให้มีข้อความ ตามที่กฎหมายกาหนดหรือจัดให้มี
ข้อความท่ีต้องห้ามตามกฎหมาย การกาหนดในลักษณะเช่นน้ัน ถือว่าไม่มีผลบังคับใช้ด้วยกฎหมายบัญญัติ ให้
ถือข้อความเป็นไปตามที่กฎหมายกาหนดเท่านั้น ตามมาตรา 35 ตรีมาตรา 35 จัตวา และมาตรา 35 ฉ กรณีที่
ผู้ประกอบธุรกิจผู้ใดสงสัยว่าการโฆษณา ฉลาก หรือสัญญาของตนจะเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายนี้หรือไม่ ก็อาจ
ขอให้คณะกรรมการท่ีเก่ียวข้องพิจารณาให้ความเห็นในเรื่องนั้นก่อนใช้ประกอบธุรกิจได้ อันถือเป็นมาตรการ
กากบั ในภายหลงั (post censor)

4) การคุ้มครองผู้บริโภคโดยประการอ่ืน ได้แก่ การคุ้มครองกรณีสินค้าหรือบริการอันตราย
โดยคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคมีอานาจในการกากับดูแล ซึ่งมีอานาจสั่งให้ผู้ประกอบ ธุรกิจดาเนินการ
ทดสอบหรือพิสูจน์สนิ ค้าหรือบริการ หรือสงั่ ห้ามขายสินค้าหรือบริการเป็นการชว่ั คราว หรือถาวร ส่งั ใหท้ าลาย
หรอื เปลยี่ นแปลงสนิ คา้ เปน็ ตน้

2.3 กฎหมายคุม้ ครองผู้บรโิ ภค
กฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค เป็นกฎหมายท่ีเก่ียวกับการดารงชีวิตของคนในสังคม โดยทั่วไป

จะเก่ียวข้องกับการบริโภคสินค้าและการใช้บริการ เช่น มนุษย์ต้องบริโภคอาหาร เคร่ืองด่ืม ต้องใช้บริการรถ
ประจาทาง รถไฟฟ้า รวมทั้งบริการอ่ืน ๆ เพ่ืออานวยความสะดวก เช่น การใช้บัตรเครดิต โทรศัพท์มือถือ
เป็นต้น ดังน้ันการบริโภคหรือการใช้บริการต่าง ๆ จะต้องได้มาตรฐานและมีคุณภาพครบถ้วนตามที่ผู้ผลิต
ได้โฆษณาแนะนาไว้ ด้วยเหตุนี้ รฐั ในฐานะผู้ค้มุ ครองดูแลประชาชน หากพบว่า ประชาชนได้รบั ความเดือดร้อน
จากการบริโภคสินค้าและบรกิ าร จะต้องรีบเข้าไปแกไ้ ขเยยี วยาและชดเชยความเสียหายให้กบั ประชาชน

สาหรับพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 จัดเป็นกฎหมายเฉพาะที่ไม่ซับซ้อนหรือขัดกับ
อานาจหน้าท่ีของหน่วยงานที่คุ้มครองผู้บริโภคในด้านต่าง ๆ ตามตัวอย่างข้างต้น เพราะหากเกิดกรณีจาเป็น
หน่วยงานท่ีรับผิดชอบมิได้ดาเนินการแก้ไข หรือดาเนินการไม่ครบถ้วนตามขั้นตอนของกฎหมาย ผู้เดือดร้อน
สามารถร้องเรียนต่อสานักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค สังกัดสานักนายกรัฐมนตรี เพ่ือให้ส่ังการแก้ไข
แทนได้ เพราะสานักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคเป็นหน่วยงานคุ้มครองด้านการบริโภคสินค้าและ
บริการท่วั ไป นอกเหนือจากการทางานของหน่วยงานอน่ื ๆ

~ 12 ~

เรอื่ งที่ 3 หนว่ ยงานท่ที าหน้าทใ่ี นการค้มุ ครองผ้บู ริโภค

3.1 หนว่ ยงานทท่ี าหน้าที่คมุ้ ครองผบู้ ริโภค

1) สานักงานคณะกรรมการคุ้มครองสิทธิผู้บริโภค (สคบ.) มีหน้าท่ีคุ้มครองประโยชน์ของ
ประชาชน ที่มีปัญหาจากการอุปโภคและบริโภค ส่งเสริมคุ้มครองสิทธิและผลประโยชน์ของผู้บริโภคท่ีได้รับ
เก่ียวกับความเป็นธรรมเรื่องราคา การปลอมปนสินค้า การผูกขาดตลาด การโกงมาตราชั่ง ตวง วัด ตลอดจน
การโฆษณาชวนเช่ือเกินความเป็นจริง เผยแพร่ให้ความรู้แก่ผู้บริโภค ให้ทราบถึงภัยอันตรายท่ีเกิดจากสินค้า
ที่เป็นพิษ ประสานงานระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ ของรัฐ ตลอดจนติดตามการดาเนินงานของหน่วยงานต่าง ๆ
เพ่อื ให้มกี ารปฏิบตั งิ านร่วมกนั อย่างมปี ระสิทธภิ าพและรวดเร็ว

2) สานกั งานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)
1) คณะกรรมการอาหาร มีหน้าท่ี กาหนดคุณภาพหรือมาตรฐานของอาหาร ควบคุมเฉพาะ

ตามช่ือ ประเภท ชนิด หรือลักษณะของอาหารนั้น และกาหนดหลักเกณฑ์เง่ือนไขและวิธกี ารผลิตเพื่อจาหน่าย
นาเขา้ เพือ่ การจาหนา่ ยหรอื การจาหนา่ ย

2) คณะกรรมการยา มีอานาจหน้าท่ีกาหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเง่ือนไขเก่ียวกับการผลิต
ยาการขายยา การนาเข้าหรือสั่งยาเข้ามาในราชอาณาจักร การนายามาเป็นตัวอย่างเพื่อการตรวจการ
ตรวจสอบสถานทีผ่ ลิตยา สถานทขี่ ายยา และสถานท่ีเก็บยา

3) สานักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม สังกัดกระทรวงอุตสาหกรรมมีหน้าที่
ในการกาหนดมาตรฐานสินคา้ อตุ สาหกรรม เพ่ือเป็นเกณฑข์ ้นั ตา่ สาหรับผู้ผลิตในการผลติ สนิ คา้

4) องค์กรเอกชน ภาคเอกชนมีการจัดตั้งองค์กรที่เก่ียวข้องกับผู้บริโภค เช่น องค์กรพิทักษ์
ประโยชน์ของผบู้ ริโภค โครงการสภาสตรีสง่ เสรมิ ผบู้ ริโภค เปน็ ต้น

3) สานักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) มีหน้าท่ีคุ้มครองผู้บริโภค รักษา
สิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ พัฒนาอุตสาหกรรมของประเทศให้สามารถแข่งขันได้ในตลาดโลก
ตลอดจนสร้างความเป็นธรรมในการซ้ือขาย ขจัดปัญหาและอุปสรรคทางการค้าท่ีเกิดจากมาตรการด้าน
มาตรฐาน โดย สมอ. ได้ดาเนนิ การ ดังน้ี

1) การกาหนดมาตรฐาน
(1) มาตรฐานระดับประเทศ กาหนดมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) ประเภท

บังคับและไม่บังคับตามความต้องการ และการขยายตัวของอุตสาหกรรมการค้า และเศรษฐกิจของประเทศ
รวมท้ังนโยบายของรัฐบาล เพื่อคุ้มครองผู้บริโภค รักษาสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ และส่งเสริมให้
ภาคอตุ สาหกรรมไทยแขง่ ขนั ในตลาดโลก

(2) มาตรฐานระดับสากล ร่วมกาหนดมาตรฐานกับองค์กรสากลที่สาคัญคือ องค์การ
ระหว่างประเทศว่าด้วยการมาตรฐาน (International Organization for Standardization : ISO) คณะกรรมาธิการ
ระหวา่ งประเทศว่าด้วยมาตรฐานสาขาอิเลก็ ทรอนิกส์ (International Electrotechnical Commission : IEC)

~ 13 ~

2) การรบั รองคุณภาพผลิตภณั ฑ์
(1) การรับรองตามมาตรฐานของประเทศ สมอ.ให้การรับรองคุณภาพผลิตภัณฑ์ โดยการ

อนุญาตให้แสดงเครื่องหมายมาตรฐาน จานวน 2 แบบ คือ เครื่องหมายมาตรฐานทั่วไปและเคร่ืองหมาย
มาตรฐานบังคบั

เคร่อื งหมายมาตรฐานทว่ั ไป

เป็นเคร่ืองหมายท่ีแสดงกับผลิตภัณฑ์ท่ีเป็นมาตรฐานไม่บังคับ ผู้ผลิตสามารถย่ืนขอใบอนุญาต
แสดงเคร่ืองหมายมาตรฐานได้ด้วยความสมัครใจ ซ่ึงเป็นมาตรฐานท่ีกาหนดออกมามากที่สุด โดยปัจจุบัน
มกี ว่า 2,000 รายการ

เครื่องหมายมาตรฐานบงั คับ

เป็นเคร่ืองหมายที่แสดงบนผลิตภัณฑ์ที่มีกฎหมายกาหนดให้ต้องเป็นไปตามมาตรฐาน เพื่อ
คุ้มครองความปลอดภัยให้แก่ผู้บริโภค และป้องกันความเสียหายท่ีจะเกิดขึ้นแก่เศรษฐกิจของประเทศ ผู้ผลิต
ผู้นาเข้า และผู้จาหน่ายจะต้องผลิต นาเข้าและจาหน่ายเฉพาะผลิตภัณฑ์ท่ีต้องเป็นไปตามมาตรฐาน
เท่านัน้ ปัจจบุ นั สมอ.กาหนดออกมาแลว้ 69 รายการ

(2) การรับรองฉลากเขียว (Green Label) สมอ.ร่วมกับสถาบันสิ่งแวดล้อมไทยดาเนิน
โครงการฉลากเขียวเพ่ือให้การรับรอง โดยให้ใช้ฉลากเขียวสาหรับผลิตภัณฑ์ ท้ังนี้เพ่ือช่วยลดมลภาวะจาก
สิ่งแวดลอ้ ม และเพ่อื ผลกั ดันให้ผ้ผู ลิตใชเ้ ทคโนโลยี หรือวิธกี ารผลิตทีใ่ หผ้ ลกระทบต่อสงิ่ แวดล้อมน้อย

เครือ่ งหมายการรบั รองฉลากเขยี ว

~ 14 ~

(3) รับรองคุณภาพผลิตภัณฑ์ชุมชน (มผช.) เป็นการให้การรับรองคุณภาพผลิต ภัณฑ์
ชุมชนของผู้ผลิตในชุมชน ท่ีเกิดจากการรวมกลุ่มกันประกอบกิจกรรมใดกิจกรรมหน่ึง หรือชุมชนในโครงการ
หนึ่งตาบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP) ท่ีผ่านการคัดเลือกจากจังหวัดหรือหน่วยงานที่เก่ียวข้องตามมาตรฐาน
ผลิตภัณฑ์ชุมชน ท่ีสานักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์ อุตสาหกรรมได้ประกาศกาหนดไว้ และจะแสดงเครื่องหมาย
มาตรฐานผลติ ภณั ฑช์ ุมชนกับผลิตภัณฑท์ ่ไี ด้รับ

เครอื่ งหมายรับรองคุณภาพผลติ ภัณฑช์ ุมชน

นอกจากน้ี ยังมีหน่วยงานที่คุ้มครองผู้บริโภคอีกหลากหลายตามประเภทของการบริโภคสินค้าและ
บรกิ าร ดงั น้ี

1. สานักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณาสุข มีหน้าที่ ดูแลเก่ียวกับอาหาร
ยา หรอื เคร่อื งสาอาง

2. สานักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม มีหน้าที่ ดูแลกรณีที่
ประชาชนได้รบั ความเดอื ดรอ้ นเกี่ยวกับมาตรฐานผลิตภัณฑอ์ ุตสาหกรรม

3. กรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทย มีหน้าท่ี เข้ามาดูแลกรณีท่ีประชาชนได้รับความเดือดร้อน
เกี่ยวกบั เจา้ ของธรุ กิจจดั สรรทดี่ นิ อาคารชุด

4. กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ มีหน้าที่เข้ามาดูแล กรณีที่ประชาชนได้รับความ
เดอื ดร้อนเก่ยี วกบั คุณภาพหรือราคาสินคา้ อปุ โภค บรโิ ภค

5.กรมการประกันภยั กระทรวงพาณชิ ย์ มีหน้าท่ีเข้ามาดูแลกรณีท่ปี ระชาชนไดร้ ับความเดือดร้อน
เกยี่ วกบั การประกันภยั หรอื ประกันชวี ิต

~ 15 ~

กจิ กรรมท้ายบทที่ 2

กฎหมายการคุ้มครองผู้บริโภคและหนว่ ยงานที่ทาหนา้ ท่ใี นการค้มุ ครองผูบ้ ริโภค

คาชีแ้ จง ให้ผูเ้ รยี นตอบคาถามตามหวั ข้อตอ่ ไปน้ี
1.สทิ ธขิ องผบู้ ริโภค 5 ประการ มีอะไรบา้ ง
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
......................................................................................................... ........................................................... ..........
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................... ........................................................... ....................
2.ให้ผ้เู รยี นอธบิ าย หน้าท่ีของผ้บู ริโภคก่อนซ้อื สนิ ค้าหรอื บรกิ าร มาพอสังเขบ
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
........................................................................................... ......................................................................... ..........
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
3. ให้ผ้เู รยี นบอกถึง ความสาคัญของการคุ้มครองผบู้ รโิ ภค มาโดยละเอียด
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................................... ...............................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
..................................................................................................................................... .........................................
.............................................................................................................................................................................

4 .ให้ผู้เรียนบอกหนา้ ที่ของ สานกั งานคณะกรรมการคุ้มครองสิทธิผูบ้ รโิ ภค (สคบ.) มาโดยละเอียด
............................................................................................................................. .................................................
.................................................................................. ............................................................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................

~ 16 ~

5..รูปต่อไปนเ้ี รยี กว่าสญั ลกั ษณอ์ ะไรและมคี วามหมายอยา่ งไร

............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................. .................................................................
............................................................................................................................. .................................................
.
6.กระทรวงพาณชิ ย์มหี น้าท่ใี นการคมุ้ ครองผูบ้ ริโภคเรื่องใดบา้ ง
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
........................................................................................................ ......................................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
.............................................................................................. ............................................................ ...................

~ 17 ~

บทที่ 3
การปกป้องสทิ ธผิ บู้ ริโภค

สาระสาคญั
การปกป้องสิทธิผู้บริโภค เพื่อป้องกันสิทธิด้านความปลอดภัยของผู้บริโภค โดยมีกฎหมายคุ้มครอง

สิทธิผู้บริโภคโดยตรงมีบทบัญญัติเก่ียวกับการคุ้มครองผู้บริโภค ด้านการโฆษณา การคุ้มครองผู้บริโภคด้าน
ฉลาก การคุ้มครองผู้บริโภคด้านสัญญา และการคุ้มครองผู้บริโภคด้านอื่น ๆ และตั้งคณะกรรมการคุ้มครอง
ผู้บริโภค เพ่ือป้องกันไม่ให้ผู้บริโภคได้รับอันตรายจากสินค้าและบริการ ในการซื้อขายสินค้าหรือบริการ
ผปู้ ระกอบธรุ กจิ ขายตรงและผปู้ ระกอบธรุ กจิ ตลาดแบบตรง
ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง

1. ผูเ้ รยี นบอกวิธีการปกป้องสิทธิผู้บรโิ ภคของตนเอง ครอบครวั และชมุ ชนได้
2. ผ้เู รียนอธบิ ายขน้ั ตอนการร้องเรียนการดาเนินคดีแทนผบู้ รโิ ภคได้
3. ผู้เรยี นระบสุ ิทธขิ องผ้บู ริโภคในระบบขายตรงได้
ขอบข่ายเนือ้ หา
เร่ืองที่ 1 การปกป้องสทิ ธผิ ูบ้ ริโภค

1.1 สทิ ธทิ ี่ผู้บรโิ ภคจะได้รบั การคุ้มครอง
1.2 แนวทางการปกปอ้ งสิทธิผู้บรโิ ภค
1.3 การคมุ้ ครองผ้บู ริโภคโดยรฐั
เรื่องที่ 2 การร้องเรยี นการดาเนินคดแี ทนผู้บรโิ ภค
เรอ่ื งท่ี 3 สิทธขิ องผู้บรโิ ภคในระบบขายตรง

~ 18 ~

เรื่องท่ี 1 การปกป้องสิทธิผู้บริโภค

1.1 สทิ ธทิ ผี่ ้บู รโิ ภคจะไดร้ ับการคุ้มครอง
1) สิทธิที่จะได้รับความปลอดภัยจากการใช้สินค้าและบริการ เป็นสิทธิที่จะเน้นในเรื่องการ

ไดร้ ับความสะอาด ความปลอดภัย จากผลติ ภัณฑ์และสภาวะแวดล้อมต่าง ๆ ซึ่งเรอื่ งสขุ ภาพและความปลอดภัย
เป็นปัญหาสาคัญของผู้บริโภค จึงมีการออกกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคและตั้งคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค
เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้บริโภคได้รับอันตรายจากสินค้าและบริการ องค์การที่จัดตั้งเพ่ือป้องกันสิทธิด้านความ
ปลอดภัยของผบู้ รโิ ภคทีส่ าคัญ มี 2 องคก์ าร คือ

(1) องค์การคุม้ ครองผบู้ ริโภค
(2) องค์การอาหารและยา
2) สิทธิท่จี ะได้รับข่าวสาร รวมทัง้ คาพรรณนาคุณภาพที่ถูกต้อง และเพียงพอเกีย่ วกบั สินค้าหรือ
บริการน้ัน ๆ ขอ้ มูลท่ีเก่ียวกบั สินคา้ ทผ่ี ูบ้ รโิ ภคควรได้รับ มีดงั นี้
(1) ราคา หมายถึง ราคาต่อหน่วยของสินค้า ซ่ึงราคาผู้บริโภคไม่สามารถรู้ว่าผลิตภัณฑ์ชน้ิ
ไหนดีหรือไม่ดี เพราะสินค้าน้ัน ๆ จะแตกต่างที่การบรรจุหีบห่อ ปริมาณ ขนาด และมีสินค้าบางชนิดไม่ระบุ
ราคา จึงทาให้ผู้บรโิ ภคไม่สามารถทราบได้วา่ สนิ คา้ น้ันดหี รือไม่ และประหยดั ทสี่ ุดหรือไม่
(2) ป้ายโภชนา การหมายถึง การให้ข่าวสารข้อมูลของสินค้าว่าเป็นอะไร บริโภคอย่างไร
ใชอ้ ยา่ งไร เพ่ือผูบ้ รโิ ภคจะได้เขา้ ใจรายละเอยี ด โดยปิดอย่ทู บ่ี รรจุภณั ฑ์ของสนิ คา้ นั้น ๆ
(3) รายละเอยี ดอายุการใชง้ านของผลิตภัณฑ์ หมายถึง รายละเอียดเก่ียวกับอายุการใช้งาน
ของผลิตภัณฑ์ ซง่ึ ประกอบดว้ ย วนั เดอื น ปี ทผี่ ลิต อายุการใช้งาน และวันหมดอายุของผลติ ภณั ฑ์ โดยจะชแ้ี จง
บนหบี ห่อของผลติ ภัณฑ์
(4) ความจริงเก่ียวกับสินค้าที่ช่วยสนับสนุน หมายถึง สิ่งท่ีแสดงให้เห็นถึงรายละเอียดได้
ชัดเจน เพื่อเพิ่มความรู้ให้แก่ผู้บริโภค ผู้บริโภคจะต้องแยกข้อมูลที่ได้ออกมา และทาความเข้าใจเพ่ือใช้ในการ
ตดั สนิ ใจ
(5) รายละเอียดของสินค้า ผู้ผลิตมีการกาหนดจานวนของรายละเอียดของสินค้านั้น ๆ ให้
เหมาะสม โดยผู้บริโภคจะใช้รายละเอียดของสินค้าน้ัน เปรียบเทียบกับสินค้าอ่ืน ๆ เพ่ือจะสามารถเลือก
ตัวเลอื กทด่ี ที ี่สดุ ไดป้ ระโยชนม์ ากทีส่ ดุ
3) สิทธิท่ีจะมีอิสระในการเลือกหาสินค้าและบริการ ข้อมูลท่ีเป็นประโยชน์ต่อการตัดสินใจ
เลอื กซื้อ ควรมอี งค์ประกอบ ดงั นี้
(1) ให้ความรู้เก่ียวกับเกณฑ์ที่จะใช้ประเมินในตัวสินค้า และบริการที่ต้องใช้เทคโนโลยี
ยงุ่ ยากซับซ้อน และใหเ้ ลือกไดอ้ ยา่ งมีประสทิ ธิภาพ
(2) ใหม้ ที กั ษะในการบรหิ ารและการตัดสินใจ ในระดบั นีส้ ามารถเทยี บกับการศึกษาที่ให้กับ
มืออาชพี

~ 19 ~

(3) ให้ความรูเ้ ก่ียวกบั องคก์ ารธรุ กิจต่าง ๆ และการใหค้ วามรูท้ างดา้ นการตลาดเพ่ิมข้ึนโดย
การพจิ ารณาใหข้ ่าวสารข้อมลู และความรแู้ กผ่ บู้ รโิ ภคเกย่ี วกับตัวสินค้าและบริการ ผูบ้ ริโภคจะนามาใชป้ ระเมิน
ให้ตรงกับความตอ้ งการและความถกู ต้องเหมาะสมท่จี ะเลอื กซ้ือสนิ คา้ ไดต้ ่อไป

4) สิทธิที่จะได้รับการพิจารณาและชดใช้ความเสียหาย สิทธิท่ีผู้บริโภคจะได้รับการพิจารณา
และชดใชค้ วามเสยี หาย ทาได้ 3 วธิ ี คอื

(1) การป้องกัน โดยภาครัฐและเอกชนมีการออกกฎหมายพิทักษ์ผู้บริโภค ซึ่งจะเป็นกลไก
ในการบังคับใช้กฎหมายคุม้ ครองผบู้ รโิ ภคควบคไู่ ปดว้ ย

(2) การเอากลับคืนมา การแก้ไขส่ิงท่ีผิดพลาดให้ดีดังเดิม ทาได้หลายวิธี เช่น แก้ไขท่ีตัว
สินค้า เม่ือเกิดการผิดพลาดภายหลังจากท่ีสินค้าน้ันออกสู่ตลาด โดยการนาเอากลับมาแก้ไข วิธีน้ีจะใช้กันมาก
ในการแก้ไขภาพพจน์ของตัวสินค้าการกาหนดบทลงโทษ กาหนดตัวบทกฎหมาย ใช้เป็นบทลงโทษต่อผู้ผลิต
โดยจะมที งั้ การปรับ ทั้งจาคุก

ที่มา: https://sites.google.com/site/sukhsuksanareiynru/bth-thi-5-siththi-phu-briphokh

1.2 แนวทางการปกป้องสิทธิผ้บู ริโภค
การปกป้องสิทธผิ ู้บรโิ ภค เปน็ หน้าทข่ี องทุกคนทีจ่ ะตอ้ งปกปอ้ งสทิ ธขิ องตนเอง ดังนี้
1) สนใจศึกษาหาความรู้และข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าและบริการท่ีจะบริโภค เช่น การอ่านฉลาก

สินคา้ ก่อนการบรโิ ภค
2) หมน่ั ตดิ ตามความก้าวหนา้ ของผลิตภัณฑท์ ่ตี อ้ งการการบรโิ ภค
3) สอบถามข้อมูลต่าง ๆ ท่ีเกี่ยวข้องกับสินค้าและบริการท่ีต้องการจากหลาย ๆ ร้านจากผู้รู้หรอื

คนทีร่ จู้ ัก
4) กอ่ นซ้ือควรเปรียบเทียบดปู ระโยชนป์ รมิ าณและราคา

~ 20 ~

5) มีการวางแผนในการซื้อสินค้าและ

บรกิ ารซื้อสนิ คา้ และบริการ ดว้ ยความประหยดั คานึงถึง

ประโยชน์ท่ีได้รับเป็นสาคัญ ไม่ควรซ้ือสินค้าเพราะเห็น

แกข่ องแถมหรือลดราคา

6) รู้จักใช้สินค้าและบริการทดแทนเมื่อ

สนิ ค้า และบริการนนั้ มีราคาแพง

7) ตรวจสอบใบเสร็จรับเงินทุกคร้ังที่

ชาระเงินจานวนมาก ทั้งสินค้าและราคา และการเก็บ

รักษาท่ีเก่ียวข้องกับการสูญเสียท่ีได้รับความเสียหาย

หรอื ไม่ไดร้ บั ความเปน็ ธรรมจากการใชส้ ินค้าและบรกิ าร

8) ไมค่ วรซ้ือหรือใชบ้ ริการจากผู้

ประกอบกิจการท่เี อาเปรยี บผู้บริโภค

9) อย่าเพิกเฉยหรือน่ิงเงียบเม่ือถูกเอา

รัดเอาเปรียบ ควรร้องเรียนไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

และควรบอกต่อใหผ้ ้อู น่ื ไดท้ ราบ เพือ่ ท่ีเขาจะไดไ้ ม่เป็น

เหยื่อรายตอ่ ไป ทม่ี า : http://www.kampangsao.go.th/datacenter/detail.php?news_id=1006

1.3 การคุ้มครองผบู้ รโิ ภคโดยรัฐ

1) สานักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เป็นส่วนราชการระดับกรม สังกัดสานัก

นายกรัฐมนตรี จัดตั้งข้ึนตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 เม่ือวันท่ี 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2522

ปัจจุบันมีสานักงาน ต้ังอยู่ที่ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 อาคารบี ชั้น 5 ถนน

แจง้ วฒั นะ แขวงทุง่ สองห้อง เขตหลักส่ี กรงุ เทพ

2) สานักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เป็นส่วนราชการระดับกรม ของประเทศไทย

สังกัดกระทรวงสาธารณสุข มีหน้าที่ปกป้องและคุ้มครองสุขภาพประชาชนจากการบริโภคผลิตภัณฑ์สุขภาพ

โดยผลิตภัณฑ์สุขภาพเหล่าน้ันต้องมีคุณภาพมาตรฐานและปลอดภัย มีการส่งเสริมพฤติกรรมการบริโภค

ทีถ่ กู ตอ้ งด้วยขอ้ มลู วชิ าการท่มี หี ลักฐานเชือ่ ถอื ได้และมีความเหมาะสม เพ่ือให้ประชาชนหนว่ ยงานในสงั กัด

~ 21 ~

เรือ่ งที่ 2 การร้องเรียนการดาเนินคดแี ทนผูบ้ ริโภค

การดาเนินคดแี ทนผู้บรโิ ภค
พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 เป็นกฎหมายคุ้มครองสิทธิผู้บริโภคโดยตรงมี

บทบญั ญตั ิเกยี่ วกบั การคมุ้ ครองผบู้ ริโภค ด้านการโฆษณา การคุ้มครองผบู้ รโิ ภคดา้ นฉลาก การคุม้ ครองผ้บู ริโภค
ด้านสัญญา และการคุ้มครองผู้บริโภคด้านอื่น ๆ ได้แก่ คุ้มครองบริโภคด้านสินค้าอันตรายและการดาเนินคดี
แทนผบู้ ริโภคทีถ่ ูกละเมดิ สทิ ธิ

มาตรา 39 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 บัญญัติว่า “ในกรณีที่
คณะกรรมการเห็นสมควรเข้าดาเนินคดีเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิของผู้บริโภค หรือเมื่อได้รับคาร้องขอจาก
ผ้บู ริโภคที่ถูกละเมดิ สิทธิ ซ่งึ คณะกรรมการเห็นวา่ การดาเนินคดนี น้ั จะเปน็ ประโยชนแ์ ก่ผู้บริโภคหรอื ขา้ ราชการ
ในสานักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ซ่ึงมีคุณวุฒิไม่ต่ากว่าปริญญาตรีทางนิติศาสตร์ เป็นเจ้าหน้าที่
คุ้มครองผู้บริโภคเพ่ือให้มีหน้าท่ีดาเนินคดีแพ่งและคดีอาญาแก่ผู้กระทาการละเมิดสิทธิให้เจ้าหน้าที่คุ้มครอง
ผู้บริโภคมีอานาจดาเนินคดีตามท่ีคณะกรรมการมอบหมายได้ ในการดาเนินคดีในศาล ให้เจ้าหน้าที่คุ้มครอง
ผบู้ ริโภคมอี านาจฟ้องเรยี กทรัพย์สิน หรือค่าเสยี หายให้แก่ผู้บรโิ ภคท่ีร้องขอได้ดว้ ย และในการนี้ให้ไดร้ ับยกเว้น
ค่าฤชาธรรมเนียมท้งั ปวง”

จากบทบัญญัติดังกล่าวข้าวต้น สามารถกาหนดหลักเกณฑ์การพิจารณาในการเข้าดาเนินคดี
แทนผบู้ รโิ ภค ตามพระราชบญั ญตั ิคมุ้ ครองผ้บู ริโภค พ.ศ. 2522 เมือ่ มผี ้รู อ้ งขอใหด้ าเนนิ คดีแทนได้ ดงั น้ี

1) ผู้ที่ร้องขอให้ดาเนินคดีแทน ต้องเป็นผู้บริโภค ตามความหมายท่ีบัญญัติไว้ในมาตรา 3 แห่ง
พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค (ฉบับที่ 2)
พ.ศ. 2541 กล่าวคอื ผ้บู ริโภค หมายความวา่ ผ้ซู อ้ื หรือได้รบั บริการจากผูป้ ระกอบธรุ กจิ หรือผู้ซ่ึงไดร้ บั การเสนอ
หรือการชักชวนจากผู้ประกอบธรุ กิจเพ่ือให้ซื้อสินค้าหรือรับบริการและหมายความรวมถงึ ผู้ใช้สนิ ค้าหรือผู้ได้รับ
บรกิ ารจากผปู้ ระกอบธรุ กจิ โดยชอบแม้มไิ ด้เป็นผ้เู สียค่าตอบแทนก็ตาม

2) มีการกระทาอันเป็นการละเมิดสิทธิของผู้บริโภค หมายถึง กรณีผู้ประกอบธุรกิจเป็นฝ่ายผิด
สัญญาเท่ากับกระทาการละเมิดสิทธิของผู้บริโภค และรวมถึงกรณีผู้ประกอบธุรกิจกระทาการละเมิดของ
ผู้บริโภคอย่างหน่ึงอย่างใดหรือหลายอย่างก็ได้ ท้ังน้ี ตามท่ีบัญญัติไว้ในกฎหมายอื่นและกฎหมายว่าด้วยการ
คุ้มครองผู้บรโิ ภค

3) การดาเนนิ คดจี ะเป็นประโยชนต์ อ่ ผบู้ รโิ ภคเป็นส่วนรวม โดยพจิ ารณาจาก
(1) ลกั ษณะของการประกอบธรุ กจิ การประกอบธรุ กิจใดท่ีแมว้ ่าจะกอ่ ให้เกิดความเสียหาย

แก่ผู้บริโภคเพยี งรายเดียว แตม่ พี ฤตกิ รรมท่ีเห็นได้ว่า หากผ้ปู ระกอบธรุ กิจยงั คงประกอบธุรกิจลักษณะนัน้ ต่อไป
อาจทาให้ผู้บริโภครายอ่นื ๆ ได้รับความเสยี หายด้วย

(2) ผลของการดาเนินคดีแทนผู้บริโภครายใดน้ัน จะเป็นประโยชน์แก่ผู้บริโภครายอ่ืน ๆ
ที่ยงั มิได้มาร้องขอตามมาตรา 39 แหง่ พระราชบญั ญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 ซึ่งสามารถย่ืนคาร้องขอให้
ดาเนินคดใี นภายหลังได้

~ 22 ~

4) การบงั คับคดตี ามคดีตามคาพิพากษาของศาล
เมื่อคดีละเมิดสิทธิของผู้บริโภคที่ศาลมีคาพิพากษาและคดีถึงท่ีสุดแล้ว สานักงาน

คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคจะเป็นผู้ดาเนินการแจ้งผลการดาเนินคดีให้ผู้บริโภคที่ร้องเรียนทราบ และใน
กรณีที่ศาลมีคาพิพากษาให้คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคเป็นฝ่ายชนะคดี และฝ่ายจาเลย (ลูกหนี้ตามคา
พิพากษา) ไม่ปฏิบัติตามคาพิพากษา สานักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคจะดาเนินการสืบหาทรัพย์สิน
ของลูกหนตี้ ามคาพิพากษา ดังนี้

(1) ทาหนังสือถงึ สานกั งานที่ดนิ ทั่วประเทศ เพื่อขอตรวจสอบกรรมสทิ ธท์ิ ีด่ นิ และส่ิงปลูกสรา้ ง
(2) ทาหนังสือถึงกรมการขนส่งทางบกเพ่ือขอตรวจสอบกรรมสิทธ์ิในยานพาหนะต่าง ๆ
(3) ทาหนงั สอื ถึงธนาคารในประเทศเพื่อขอตรวจสอบการถอื ครองเงนิ ในบญั ชี
ผลการตรวจสอบ หากพบว่ามีกรรมสิทธ์ิในที่ดิน กรรมสิทธ์ิในรถยนต์หรือถือครองเงิน
ในธนาคาร ก็จะได้มีหนังสือถึงผู้บริโภคที่เป็นเจ้าหนี้ตามคาพิพากษา ให้มาประชุมและแต่งต้ังตัวแทนเพ่ือรับ
มอบอานาจจากคณะกรรมการคมุ้ ครองผูบ้ รโิ ภค (ตามคาส่ังคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ท่ี 7/2544 ลงวนั ที่
12 เมษายน 2545) ให้ดาเนินการยื่นเร่ืองบังคับคดีต่อกรมบังคับคดี โดยนาเจ้าพนักงานบังคับคดียึดหรืออายดั
ทรัพย์สินดังกล่าว ออกขายทอดตลาดและนาเงินที่ได้จากการขายทรัพย์สินมาแบ่งเฉล่ียให้แก่ผู้บริโภค (เจ้าหนี้
ตามคาพพิ ากษา) ต่อไป

ทมี่ า : http://1ab.in/eAeD
~ 23 ~

เรื่องท่ี 3 สทิ ธขิ องผู้บรโิ ภคในระบบขายตรง
พระราชบัญญัติขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ. 2545 ได้บัญญัติให้ความคุ้มครองผู้บริโภค

ในประเด็นตา่ ง ๆ ดังน้ี
3.1 ในการซอ้ื ขายสนิ คา้ หรือบริการ ผ้ปู ระกอบธรุ กจิ ขายตรงและผู้ประกอบธรุ กจิ ตลาดแบบตรงต้อง

ส่งมอบการซ้ือขายให้แก่ผู้บริโภค ซ่ึงเอกสารดังกล่าวต้องเป็นภาษาไทย ระบุชื่อผู้ซื้อผู้ขายวันท่ีซ้ือขาย วันที่ส่ง
มอบ และสิทธิของผู้บริโภคในการเลิกสัญญา (เฉพาะสิทธิเลิกสัญญาต้องกาหนดด้วยตัวอักษรท่ีเห็นเด่นชัดกวา่
ขอ้ ความทวั่ ไป) แตถ่ ้าคณะกรรมการขายตรงและตลาดแบบตรงเห็นว่า เพอื่ ใหผ้ ู้บรโิ ภคได้รบั ความคุ้มครองมาก
ข้ึน อันเน่ืองมาจากราคาสินค้าหรือประเภทสินค้า คณะกรรมการฯ มีอานาจเลิกสัญญา วิธีการคืนสินค้า การ
รับประกันสินค้า หรือการเปล่ียนสินค้าในกรณีมีความชารุดบกพร่องแต่ถ้าหากผู้ประกอบธุรกิจไม่ได้จัดให้มี
รายละเอยี ดในเอกสารดงั กล่าว ย่อมไมม่ ผี ลผกู พันผ้บู รโิ ภค

3.2 การซ้ือสินค้าหรือบริการในธุรกิจขายตรงหรือตลาดแบบตรง น้ัน กฎหมายกาหนดให้ผู้บริโภคมี
สิทธิเลิกสัญญาได้ โดยการส่งหนังสือแสดงเจตนาไปยังผู้ประกอบธุรกิจภายใน 7 วัน นับแต่วันได้รับสินค้าหรือ
บริการ แต่การใช้สิทธิเลิกสัญญาน้ี ไม่สามารถนาไปใช้กับสินค้าหรือบริการได้ทุกชนิด ขึ้นอยู่กับประเภท ราคา
หรอื ชนดิ ของสินคา้ หรือบริการ ซึง่ จะได้กาหนดในพระราชกฤษฎีกาตอ่ ไป

ทม่ี า:https://www.ocpb.go.th/ewtadmin/ewt/knowledge/more_banner.php?offset=588&id=5&startoffset=50

3.3เม่ือผู้บริโภคใช้สิทธิเลิกสัญญาแล้ว กฎหมายกาหนดเป็นหน้าท่ีของผู้บริโภคต้องเลือกปฏิบัติ
อยา่ งใดอย่างหน่ึง ดังนี้

1) สง่ คนื สนิ คา้ ไปยังผจู้ าหนา่ ยอสิ ระ ตวั แทนขายตรง ผู้ประกอบธุรกิจขายตรง หรือสง่ คนื สินค้า
ไปยังผู้ประกอบธุรกิจตลาดแบบ แลว้ แตก่ รณี

~ 24 ~

2) เกบ็ รกั ษาสนิ คา้ ไวภ้ ายในระยะเวลา 21 วัน นบั แต่วนั ที่ใช้สิทธเิ ลกิ สญั ญา เมือ่ พน้ กาหนดแล้ว
จะเก็บรักษาสินค้านั้นไว้หรือไม่ก็ได้ และต้องส่งคืนเมื่อผู้ประกอบธุรกิจมาขอรับคืน ณ ภูมิลาเนาของผู้บริโภค
แต่ถ้าผู้ประกอบธุรกิจขอให้ผู้บริโภคส่งคืนทางไปรษณีย์ โดยเรียกเก็บเงินปลายทางภายในระยะเวลา 21 วัน
ผู้บริโภคต้องส่งคืนตามที่ผู้ประกอบธุรกิจร้องขอ และถ้าสินค้านั้นเป็นของใช้ส้ินเปลือง ผู้บริโภคมีหน้าท่ีคืน
เฉพาะส่วนที่เหลือจากการใช้ก่อนใช้สิทธิเลิกสัญญา สาหรับหลักเกณฑ์และวิธีการในการคืนสินค้าและบริการ
เปน็ ไปตามทกี่ าหนดในกฎกระทรวง

4) ถ้าเป็นความผิดของผู้บริโภคทาให้สินค้านั้นสูญหายหรือบุบสลาย หรือไม่สามารถคืนสินค้า
แก่ผู้ประกอบธุรกิจได้ ผู้บริโภคต้องชดใช้ค่าเสียหาย เว้นแต่เป็นความเสียหายท่ีเกิดขึ้นตามปกติจากการเปิด
ประกอบหรือผสมเพอื่ ใชส้ นิ คา้ นั้น

5) เมื่อผู้บริโภคได้ใช้สิทธิเลิกสัญญาตามกฎหมายแล้ว ผู้จาหน่ายอิสระ ตัวแทนขายตรงผู้
ประกอบธุรกิจขายตรง หรือผู้ประกอบธุรกิจตลาดแบบตรง ต้องคืนเงินเต็มจานวนท่ีผู้บริโภคจ่ายไปภายใน
กาหนดเวลา 15 วัน นบั แต่วันทไี่ ดร้ บั หนงั สือแสดงเจตนาเลกิ สัญญา แต่ถ้าไมค่ นื เงินภายในกาหนดเวลาดงั กล่าว
จะต้องเสยี เบี้ยปรับตามอตั ราที่คณะกรรมการกาหนด

6) คารับประกันสินค้าต้องทาเป็นภาษาไทย และระบุถึงสิทธิของผู้บริโภคในการเรียกร้องสิทธิ
ตามคารับประกันให้ชัดเจน ส่วนรายละเอียดเกี่ยวกับคารับประกัน คณะกรรมการจะไปพิจารณาออกเป็น
ประกาศเรอ่ื งน้ี ต่อไป

ท่มี า : https://www.youtube.com/watch?v=--TWsYPrWIM

~ 25 ~

กิจกรรมบทท่ี 3
การปกป้องสทิ ธิผบู้ รโิ ภค

ให้ผ้เู รียนศกึ ษาหัวเรื่อง การปกปอ้ งสิทธผิ บู้ ริโภค แลว้ ตอบคาถามตามหัวข้อต่อไปนี้
1.สิทธทิ ่ีผบู้ รโิ ภคจะได้รับการคมุ้ ครองมีกี่ข้อ อะไรบา้ ง
..............................................................................................................................................................................
.................................................................................. ................................................................. ...........................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
2.องค์การท่จี ดั ตัง้ เพื่อปอ้ งกันสทิ ธิด้านความปลอดภัยของผู้บริโภคมีกี่องค์การอะไรบา้ ง
............................................................................................................................. .................................................
.................................................................................. ............................................................................................
.................................................................................. .................................................................................. ..........
............................................................................................................................. .................................................
3.ใหผ้ ู้เรยี นบอกแนวทางการปกปอ้ งสิทธผิ บู้ รโิ ภคอย่างน้อย 5 ขอ้
....................................................................................................................................... .......................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................ ..................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
4.ให้ผู้เรยี นบอกหน้าท่ีของ สานักงานคุ้มครองผู้บรโิ ภค (สคบ.)
................................................................................................................................................. .............................
.................................................................................. ............................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
....................................................................................................................................... .......................................
5.ถา้ พบสินคา้ ทเ่ี ป็นอันตราย เปน็ ต้นวา่ อาหารผสมสยี อ้ มผ้า อาหารไม่บริสทุ ธ์ิ หรือสินค้าทไ่ี ม่ปลอดภยั เป็นต้น
ว่า อาหารมีสารบอแรกซ์เจือปน จะต้องแจง้ หนว่ ยงานใดมาตรวจสอบและมีขนั้ ตอนการร้องเรียนในการ
ดาเนินคดอี ย่างไร
............................................................................................................................. .................................................
.................................................................................. ............................................................................................
.................................................................................................................................................................... ..........
............................................................................................................................. ................................................

~ 26 ~

บทที่ 4
การขายตรงและการเลอื กใช้เทคโนโลยที ีม่ ผี ลตอ่ การตัดสนิ ใจของผบู้ รโิ ภค

สาระสาคัญ
การขายตรง การทาตลาดสินค้าหรือบริการในลักษณะของการนาเสนอขายต่อผู้บริโภคโดยตรง

การขายแบบออนไลน์ คือ การนาสินค้าไปขายผ่านช่องทางต่าง ๆ บนอินเทอร์เน็ต โดยมีอินเทอร์เน็ตเป็น
สื่อกลางในการติดต่อสื่อสารระหว่างผู้ขายสินค้าและผู้ซ้ือสินค้า ซึ่งการเลือกใช้เทคโนโลยีในการโฆษณาสินค้า
และบริการผ่านคอมพวิ เตอรแ์ ละสอ่ื อเิ ลก็ ทรอนิกส์
ผลการเรียนรู้

1. ผู้เรียนอธบิ ายความหมายและลักษณะของการขายตรงและตลาดแบบตรงได้
2. ผู้เรยี นบอกวิธีการขายตรงท่ีถูกตอ้ งตามกฎหมายการคุ้มครองผู้บรโิ ภคดา้ นการขายตรงและตลาด
แบบตรงได้
3. ผูเ้ รียนอธิบายธรุ กิจการขายสินคา้ หรอื บริการในระบบตลาดแบบตรง และการขายตรงได้
4. ผ้เู รยี นบอกวธิ กี ารเลอื กใช้เทคโนโลยีทม่ี ผี ลต่อการตัดสินใจของผู้บริโภคได้
ขอบข่ายเนื้อหา
เรอ่ื งท่ี 1 ความหมายและลักษณะของการขายตรงและตลาดแบบตรง

1.1 ความหมายของธุรกจิ ขายตรง (Direct sale)
1.2 รูปแบบของระบบการขายตรงในประเทศไทย
เรื่องที่ 2 การขายตรงท่ถี ูกตอ้ งตามกฎหมายการคมุ้ ครองผ้บู ริโภคดา้ นการขายตรงและตลาดแบบตรง
เรอ่ื งที่ 3 การเลอื กใชเ้ ทคโนโลยที ี่มผี ลต่อการตัดสนิ ใจของผู้บริโภค

.

~ 27 ~

เรอ่ื งที่ 1 ความหมายและลักษณะของการขายตรง

1.1 ความหมายของธรุ กจิ ขายตรง (Direct sale)
ขายตรง หมายถึง การทาตลาดสินค้าหรือบริการในลักษณะของการนาเสนอขายต่อผู้บริโภค

โดยตรง ณ ที่อยู่อาศัยหรือสถานท่ีทางานของผู้บริโภคหรือของผู้อ่ืน หรือสถานท่ีอ่ืนท่ีมิใช่สถานที่ประกอบ
การคา้ เปน็ ปกติธรุ ะ โดยผา่ นตัวแทนขายตรงหรอื ผู้จาหนา่ ยอิสระชนั้ เดียวหรือหลายชั้น

ธุรกิจขายตรง คือ การขายสินค้า ผลิตภัณฑ์หรอื บริการท่ีทาการตลาด และเข้าถงึ ผ้ซู ื้อด้วยวิธีการ
เสนอขายตอ่ ผบู้ ริโภคโดยตรง หรอื พดู งา่ ยๆ ว่าเป็นการนาเสนอขายแบบบุคคลต่อบุคคลคอื ตวั แทนขายตรงกับ
ลูกค้านั่นเอง ซ่ึงระบบขายตรงที่เราจะเห็นกันบ่อย ๆ ยกตัวอย่างเช่น การเข้าไปนาเสนอขายสินค้าตามท่ีอยู่
อาศัย ที่ทางาน หรือนัดเจอตามสถานที่ต่าง ๆ อย่างมหาวิทยาลัย ห้างสรรพสินค้า ท่ีมักจะไม่ใช่สถานที่
ประกอบการคา้ ตามปกติธรุ กิจขายตรง

1.2 รูปแบบของระบบการขายตรง
1) ระบบการขายตรงแบบชั้นเดียว (Single Level Marketing : SLM)
เป็นรูปแบบของธรุ กิจขายตรงท่ีมีอย่ทู ่ัวไปในการประกอบอาชีพอิสระ ผู้ขายเสนอขายสนิ คา้

ให้ลูกค้าทีละคน ผู้ขายจะได้รายได้จากกาไรต่อหน่วยของสินค้าที่ขาย หรือคิดเปอร์เซ็นต์จากยอดขายของ
ตนเอง ผลตอบแทนจะมากหรือน้อยข้ึนอยู่กับผลงาน และหากทาเป้าถึงยอดท่ีบริษัทกาหนด ผู้แทนขาย
จะได้รับโบนัสพเิ ศษเป็นส่วนลด หรอื ของรางวลั ต่าง ๆ เชน่ ทองคา รถยนต์ หรอื ได้ไปทอ่ งเทีย่ วตา่ งแดน

ผู้ท่ีเข้าสู่ระบบขายตรงชั้นเดียว (SLM) ไม่สามารถขอยืมยอดขายของผู้จาหน่ายตรงคนอ่ืน
มาเข้าร่วมเป็นคะแนนยอดขายของตน เพ่ือเพิ่มเปอร์เซ็นต์ส่วนลดหรือโบนัสได้ ขณะเดียวกันก็ไม่ต้องเป็นฐาน
ใหใ้ ครปีนขน้ึ สู่ตาแหน่ง และรายไดท้ ี่สูงขน้ึ ผจู้ าหนา่ ยตรงจะทาหนา้ ทขี่ ายเพียงอย่างเดียวโดยมุ่งขายสินค้าให้ได้
ปริมาณมาก และรักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้า เพื่อให้มีการซ้ือซ้าในคร้ังต่อ ๆ ไป อีกทั้งจะอาศัยลูกค้าเดิม
ช่วยประชาสัมพันธ์ปากต่อปาก บอกเล่าต่อไปแนะนาลูกค้ารายใหม่ ๆ ให้ การทารายได้ดีมากน้อยขึ้นอยู่กับ
ความสามารถในการขายของผู้ขาย โดยเฉพาะความสามารถในการอธิบาย การสาธิตสินค้า การชี้ชวนให้ลูกค้า
คล้อยตามอย่างสมา่ เสมอจะชว่ ยรักษาลกู คา้ เดิม และเพ่ิมการซ้ือซ้าได้

2) การขายตรงแบบหลายชัน้ (Multi Level Marketing : MLM)
เป็นระบบที่ผลักดนั ให้ตลาดขายตรงเติบโตเร็วเกินคาด โดยมี “แผนการตลาด” เปน็ แรงส่ง

โดยการสร้างระบบการวางแผนสร้างเครือข่ายการตลาด ซ่ึงมีผู้จาหน่ายตรงเป็นแกน มีคอมมิชชั่นและ
ผลตอบแทนล่อใจอื่น ๆ เป็นแรงขับเคล่ือนระบบน้ี ตัวผู้ประกอบการลงทุนต่าเพียงแค่สร้างระบบ และจ้าง
บุคลากรมาบริหารตัวแทนจาหน่ายเท่าน้ัน และสามารถผลักภาระการฝึกอบรมไปให้กับผู้จาหน่ายตรงระดับ
ซุปเปอร์ไวเซอร์ขึ้นไป บริษัททาหน้าท่ีสร้างแผนงานเครือข่าย โดยเสนอผลตอบแทนค่อนข้างสูงเพ่ือล่อใจให้
ผู้จาหน่ายตรงขยายตัวให้มากที่สุด มีการแบ่งระดับผลประโยชน์มากกว่า 1 ชั้น ส่วนใหญ่อยู่ระหว่าง 2 ชั้น
ขึ้นไป จนถึง 11 ชั้น โดยให้คอมมิชชั่นเป็นเปอร์เซ็นต์ต่างกันออกไป ระบบ MLM ได้รับความนิยมมากท่ีสุด
เนอื่ งจากสามารถขยายธรุ กจิ ได้เร็ว และใหผ้ ลประโยชน์ตอบแทนแกผ่ แู้ ทนจาหนา่ ยไดม้ ากกวา่ ระบบขายตรงช้นั เดยี ว

~ 28 ~

เร่ืองที่ 2 การขายตรงทถ่ี ูกต้องตามกฎหมาย การคมุ้ ครองผู้บริโภคดา้ นการขายตรงและตลาดแบบตรง

การคุ้มครองผู้บริโภคตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติม
โดยพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค (ฉบับท่ี 2) พ.ศ. 2541 น้ัน กล่าวได้ว่า ยังไม่เพียงพอในการคุ้มครอง
ผู้บริโภคให้ได้รับความเป็นธรรมในการซ้ือสินค้าหรือรับบริการกับผู้ประกอบธุรกิจโดยเฉพาะการซ้ือสินค้ าหรือ
บริการในธุรกิจขายตรง ซ่ึงเป็นวิธีการจาหน่ายสินค้าหรือบริการท่ีมีลักษณะเข้าถึงตัวผู้บริโภค โดยมีผู้ขายท่ี
เรียกช่ือตามกฎหมายว่า ผู้จาหน่ายอิสระหรือตัวแทนขายตรงเป็นผู้นาสินค้าไปอธิบาย หรือสาธิตเก่ียวกับ
สรรพคุณ คุณภาพของสินค้าแก่ผู้บริโภคโดยตรง ตามสถานท่ีอยู่อาศัยของผู้บริโภค หรือสถานที่ทางาน หรือ
สถานที่อ่ืนท่ีไม่ใช่สถานท่ีค้าขายตามปกติ ซ่ึงวิธีการขายสินค้าในเชิงรุกเช่นน้ี ผู้จาหน่ายอิสระหรือตัวแทนขาย
ตรงจะมีกลยุทธ์ในการแนะนาสินค้า รวมทั้งอาจมีการกล่าวอ้างสรรพคุณหรือคุณภาพของสินค้าหรือบริการ
ในลักษณะท่ีเป็นเท็จ หรือเกินความจริง หรือใช้วิธีการกระตุ้นให้ผู้บริโภคเกิดความต้องการท่ีจะซ้ือสินค้าหรือ
บริการ ซงึ่ บางครง้ั ผบู้ รโิ ภคกอ็ าจถูกหลอกให้ซ้ือสนิ ค้าหรือบริการโดยไม่จาเปน็ หรือตอ้ งซ้อื เพราะถูกแรงกดดัน
จากผู้ขาย ซ่ึงการควบคุมปัญหาตรงจุดน้ีเป็นเรื่องที่ทาได้ยาก ทั้งนี้ เพราะการโฆษณาหรือชักชวนเหล่านี้
ส่วนใหญ่จะทาด้วยคาพดู และรับรเู้ ฉพาะผู้ซ้ือ ผขู้ ายเทา่ นน้ั

มาตรการตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 ก็ยังไม่ครอบคลุมที่จะเอาผิดแก่ผู้
ประกอบธุรกิจขายตรงหรือผู้จาหน่ายอิสระ หรือตัวแทนขายตรงได้ นอกจากน้ี การซ้ือสินค้าหรือบริการใน
ธุรกิจขายตรงในปัจจุบัน เมื่อผู้บริโภคตกลงซ้ือสินค้า หรือบริการแล้ว สัญญาซ้ือขายก็ย่อมผูกพันคู่สัญญาท้ัง
สองฝ่ายที่ต้องปฏบิ ัติให้เป็นไปตามสัญญา แม้ว่าสัญญาซ้ือขายจะเกิดข้ึนเน่ืองจากผขู้ ายใช้กลยุทธ์และสร้างแรง
กดดนั ใหแ้ กผ่ ู้บริโภคในหลายรูปแบบ แต่การเลิกสญั ญากต็ ้องอยภู่ ายใตก้ ฎเกณฑ์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและ
พาณิชย์ และผู้ประกอบธุรกิจจานวนมากก็ไม่ให้สิทธิแก่ผู้บริโภคในการคืนสินค้า ยิ่งไปกว่าน้ัน ผู้บริโภคจานวน
มากท่ีได้รับความเสียหายจากการกระทาในลักษณะแชร์ลูกโซ่หรือแบบพีระมิดท่ีแฝงเข้ามาในระบบธุรกิจขา ย
ตรง ซึ่งสินค้าท่ีผู้ประกอบธุรกิจประเภทนี้นามาใช้ในการแอบอ้างทาธุรกิจขายตรงส่วนใหญ่จะเป็นสินค้าท่ี
ผู้บริโภคไม่คุ้นเคย โดยผู้ประกอบธุรกิจจะใช้วิธีการชักชวนให้ประชาชนมาสมัครเป็นสมาชิกเข้าร่วมเป็น
เครือข่าย และสัญญาว่าจะให้ประประโยชน์ตอบแทนจากการชักจูงผู้อื่นให้เข้ามาร่วมเป็นเครือข่าย และแสดง
ให้ผู้ถูกชักจูงเห็นว่าจะได้รับเงินหรือกาไรมากกว่าประโยชน์ท่ีผู้น้ันได้จ่ายไปโดยไม่คา นึงถึงรายได้จากการขาย
สินค้า และเมื่อผู้ประกอบธุรกิจระดมทุนได้ตามที่ต้องการแลว้ ก็จะเลิกล้มไป ผลเสียจะตกแก่ผู้บริโภค ซึ่งท่ีผ่าน
มามีผู้บริโภคจานวนมากได้รบั ความเสียหายจากการกระทาดังกล่าว ทาให้มองภาพลักษณ์ของธุรกิจขายตรงไป
ในเชิงลบ และเป็นผลใหผ้ ปู้ ระกอบธรุ กิจขายตรงท่สี จุ ริตไดร้ ับผลกระทบในการประกอบธรุ กิจไปดว้ ย

ส่วนการทาธุรกิจตลาดแบบตรงน้ัน จะไม่มีพนักงานขาย เพราะเป็นการขายสินค้าหรือบริการ
ในลักษณะของการสื่อสารข้อมูลผ่านส่ือต่าง ๆ เหล่านี้ ผู้บริโภคจึงไม่สามารถจับต้องสินค้าหรือเห็นรูปร่าง
ลักษณะของสินค้าได้อย่างชัดเจน ปัญหาท่ีเกิดข้ึนแก่ผู้บริโภคในขณะน้ี ส่วนใหญ่พบว่า สินค้าท่ีผู้บริโภคสั่งซื้อ
มักจะไม่ตรงกับคากล่าวอ้างตามท่ีได้โฆษณาผ่านส่ือต่าง ๆ และเมื่อผู้บริโภคใช้สิทธิคืนสินค้าตามที่ผู้ประกอบ
ธุรกิจให้คารับประกันความพอใจก็ไม่ได้รับเงินคืน หรือได้รับเงินคืนล่าช้าเกินควร ปัญหาและความจาเป็น

~ 29 ~

ท่ีกล่าวมาน้ี ปัจจุบันยังไม่มีกฎหมายใดออกมากากับดูแลการประกอบธุรกิจขายตรงและตลาดแบบตรง แม้ว่า
ขณะน้ีจะได้นาพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 และพระราชกาหนดการกู้ยืมเงินท่ีเป็นการฉ้อโกง
ประชาชน พ.ศ. 2527 ซ่ึงแก้ไขเพ่ิมเติม พ.ศ. 2534 มาใช้บังคับ ก็ยังไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริงและปัญหา
ที่เกิดขึ้นได้ทั้งหมด และเมื่อเกิดความเสียหายก็ไม่สามารถติดตามตัวผู้ประกอบธุรกิจมาลงโทษ และช่วยเหลือ
ผบู้ รโิ ภคให้ได้รับความเป็นธรรมเทา่ ท่ีควร

ข้อดีข้อเสียและปัญหาของระบบตลาดแบบขายตรง
ปจั จบุ นั คนนิยมหนั มาทาอาชีพขายตรงกนั มากขน้ึ เนื่องจาก เป็นอาชพี ทีอ่ สิ ระสามารถสร้างรายได้

อีกชอ่ งทางหนึ่ง จากการนาเสนอขายสนิ คา้ และบริการโดยตรงตอ่ ผ้บู รโิ ภค
-รายไดเ้ ริ่มต้น : ผลกาไรจากการขายปลีก กค็ ือ ผลตา่ งระหว่างต้นทนุ สนิ คา้ ทีซ่ อื้ มาจากบริษัทกับราคา

ขายปลีกทไี่ ดข้ ายสินค้าหรอื บริการให้กับผู้บรโิ ภคน่นั เอง
-รายไดจ้ ากเครือขา่ ย : มกั อยใู่ นรูปแบบของคา่ คอมมิชช่ันหรือส่วนลด ซง่ึ จะมากหรือน้อย ก็ขึ้นอยู่กับ

ระดบั ยอดขายของสินคา้ หรือบรกิ ารทมี่ ีการส่งั ซื้อของคนในทีม
-รายได้ผู้นา : คอมมิชชั่น หรือส่วนลดผู้นา เช่น ส่วนแบ่งเป็น % จากยอดขายกลุ่ม รางวัลเงินสดจ่าย

คร้ังเดียว กองทุนต่าง ๆ เช่น กองทุนท่องเท่ียว ซ่ึงรูปแบบของผลตอบแทน ก็จะได้รับแตกต่างกันไป ซึ่งก็
แน่นอนว่า ผู้ขายอิสระท่ีอยู่หัวแถว หรือผู้นาทีม ก็มักจะได้รายได้ผลตอบแทนมากกว่าผู้ขายอิสระรายท้าย ๆ
ของเครอื ขา่ ย

2.1 ขอ้ ดีของธุรกิจขายตรง
1) การท่ีผู้ขายได้พบกับผู้บริโภคโดยตรง ทาให้สามารถเข้าใจผู้บริโภคมากกว่า สามารถให้

คาแนะนาและให้บรกิ ารแกผ่ บู้ รโิ ภคอย่างใกลช้ ิด
2) ใช้เงินลงทุนน้อย โดยส่วนมากมักเป็นการสมัครสมาชิก บริษัท MLM ท่ีมีธรรมาภิบาล จะไม่

บังคับให้คุณต้องสต็อกสินค้าเพื่อเป็นการบังคับขายสินค้าไปในตัว แต่จะเปิดโอกาสให้คุณได้ค่อยเรียนรู้ สะสม
ประสบการณ์การขายไปเรื่อย ๆ จนมผี ลตอบแทน

3) เริ่มต้นธุรกิจได้ด้วยความเท่าเทียม เพราะคุณไม่จาเป็นต้องใช้เงินทุนมหาศาลในการสต็อก
สินค้าในช่วงเริ่มต้น ทาให้สมาชิกใหม่ทุกคนเร่ิมออกจากจุดเริ่มต้นพร้อมกัน ขายสินค้าท่ีมีคุณสมบัติเดียวกัน
ความสามารถของคุณที่เป็นตวั วัดผลตอบแทนของคุณเอง

4) Passive income หมายถึง รายได้ที่ไม่ต้องใช้เวลาทางานเพื่อแลกเงิน แต่สามารถได้รับ
ผลตอบแทนจากการเป็นเจ้าของทรัพย์สินใดส่ิงหน่ึง เช่น การเป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์เพ่ือปล่อยเช่า การ
ลงทนุ ในทรพั ย์สนิ ทางการเงิน เชน่ หุ้น กองทุน พนั ธบตั ร เปน็ ต้น เป็นจุดขายท่นี ่าดึงดูดของธุรกจิ ขายตรงเลยก็
ว่าได้ และก็ต้องบอกเลยว่า สมาชิกของระบบขายตรงท่ีประสบความสาเร็จสร้างรายได้แบบ Passive
income จากเครือขา่ ยของตัวเองก็มีและสามารถทาใหเ้ ปน็ ไปได้เช่นกัน

~ 30 ~

2.2 ขอ้ เสียของธุรกิจขายตรง
1) กรณที ่เี ลือกบรษิ ัทผดิ คุณอาจกลายเปน็ เหย่ือไปทาธุรกจิ ทเี่ น้นการหาสมาชิกเป็นหลกั ไมเ่ น้น

การขายสินคา้ เลย และหักหวั ควิ เป็นทอด ๆ ไป หรือที่เรารู้จักกันในช่อื ของ แชรล์ กู โซ่นนั่ เอง
2) ค่าสมัครแพงเกินกว่าเหตุ และยงั มีคา่ ต่ออายสุ มาชิกแพงเกนิ ไป หรือมีคา่ ใชจ้ ่ายอ่ืน ๆ จุกจิก

ซึ่งต้องศึกษาดูให้ดีเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ก่อนตัดสินใจเป็นสมาชิกกับบริษัทขายตรงบริษัทใด ๆ ก็แล้วแต่
เสยี ก่อน

3) บริษัทขายตรงอาจมีสินค้าตัวจริงมาใช้หลอกให้คนสนใจ ใช้สินค้ามาดึงดูดให้สมัครสมาชิก
แต่สดุ ท้ายมวี ัตถุประสงค์เพียงการสรา้ งรายไดจ้ ากค่าสมัครสมาชิก สนิ ค้าท่ีนามาขายกลับไม่มีคุณภาพ

4) สนิ ค้าหรือผลติ ภัณฑ์ในธุรกิจขายตรงอาจเปน็ สินคา้ หรือผลิตภัณฑ์ที่ไมเ่ หน็ สนิ ค้าตัวจรงิ อาจ
ประสบปัญหาสินคา้ หรือผลิตภัณฑเ์ มื่อไดร้ บั แลว้ ไม่ตรงกับทโ่ี ฆษณาเอาไวแ้ ละภาพก็ไมต่ รงกับ Catalog

2.3 ปญั หาทีพ่ บบอ่ ยเมอ่ื ทาธรุ กิจขายตรง
ข้อควรระวังการทาธุรกิจขายตรง คือ ผู้ขายที่ลงทุนในธุรกิจขายตรงแบบท่ีไม่ได้มีการศึกษา

อาจหลงเชื่อคาชีช้ วน กลายเป็นเหยอื่ ของธุรกิจแชรล์ ูกโซ่ได้ เพราะปัจจุบันแชรล์ ูกโซ่ที่เนน้ การหลอกขายสินคา้
บวกกับการจ่ายเงนิ สมคั รคา่ สมาชิกเกิดข้นึ อย่างมากมาย โดยมกั มีสินคา้ ผลติ ภณั ฑ์มาหลอกลอ่ ให้ผสู้ นใจ เข้าใจ
ว่าเป็นการลงทุนในธุรกิจขายตรงนั่นเอง ดังนั้นก่อนเริ่มต้นลงทุน หรือสมัครสมาชิกทาธุรกิจขายตรง ผู้สมัคร
ควรศึกษาเงื่อนไขต่าง ๆ ให้ดีเสียก่อน ธุรกิจลักษณะนี้เหมาะกับคนบางกลุ่ม และอาจจะไม่เหมาะกับคนบาง
กลุ่มเช่นกัน ดังนั้นการตัดสินว่าธุรกิจขายตรงจะเป็นธุรกิจที่ดีสาหรับเราได้หรือไม่ ก็อยู่ที่การศึกษา ทาความ
เข้าใจเกีย่ วกบั บริษัทท่ีเราสนใจไปเปน็ สมาชกิ น้ัน ๆ และความสามารถและความสนใจของเราเองระบบขายตรง
ถือว่าเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่สร้างรายได้แบบ Passive Income ได้เหมือนกัน แต่การจะรอเงินทุนจากแบบ
Passive Income อย่างเดยี วเพอ่ื เอาไปทาธุรกิจในอนาคต ก็อาจจะทาให้พลาดโอกาสทด่ี ที างธรุ กิจไปได้

ท่ีมา:https://www.propertytoday.in.th/marketing/%E0%B8%98%E0%B8%B8%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%
B8%B4%E0%B8%88%E0%B8%82%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%87

~ 31 ~

เรอ่ื งท่ี 3 การเลอื กใช้เทคโนโลยที ่ีมีผลต่อการตัดสนิ ใจของผบู้ รโิ ภค

3.1 ความหมายและความจาเป็นของการนาเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในงานขายและธุรกิจ

1) ความหมายของเทคโนโลยสี ารสนเทศ
เทคโนโลยีสารสนเทศ (Information Technology : IT) มาจากการผสมคาระหว่าง

“เทคโนโลยี ทีเ่ ปน็ การนาเอาแนวความคิด หลกั การ เทคนิค ความรู้ ระเบียบ วธิ ี กระบวนการ ตลอดจนผลผลิต
ทางวิทยาศาสตร์ ท้ังในด้านสิ่งประดิษฐ์และวิธีปฏิบัติมาประยุกต์ใช้ในระบบงาน เพื่อช่วยให้เกิดการ
เปล่ียนแปลงในการทางาน และเพ่ิมประสิทธิภาพและประสิทธิผลของงานให้มีมากย่ิงขึ้น กับคาว่า
"สารสนเทศ” เพราะฉะนนั้ เทคโนโลยีสารสนเทศ จึงเป็นเทคโนโลยีท่ีใช้จดั การสารสนเทศด้วยการใชเ้ ทคโนโลยี
ที่เกี่ยวข้อง ในการจัดหา วิเคราะห์ ประมวล จัดการ จัดเก็บ การพิมพ์ การสร้างรายงาน การเรียกใช้หรือ
แลกเปลี่ยน และเผยแพร่สื่อสารข้อมูลด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ไม่ว่าจะอยู่ในรูปแบบของรูป เสียง ตัวอักษร
หรอื ภาพเคล่ือนไหว รวมไปถึงการนาสารสนเทศและข้อมูลไปปฏิบัติตามเนื้อหาของสารสนเทศนั้นเพ่ือให้บรรลุ
เปา้ หมายของผใู้ ช้

ปัจจุบันเทคโนโลยีและสารสนเทศได้เข้ามามีบทบาทสาคัญในชีวิตประจาวนั และการดาเนิน
ธุรกิจ ทาให้ธุรกิจต้องปรับตัวเพื่อให้ทันต่อความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี นอกจากนี้เทคโนโลยีสารสนเทศ
ยังสามารถนามาใช้ในการปฏิบัติงานขายในรูปแบบของธุรกิจออนไลน์ (Online) และช่วยเพ่ิมยอดขาย ให้แก่
ธรุ กิจได้

2) ความจาเป็นท่ตี อ้ งนาเทคโนโลยีสารสนเทศมาใชใ้ นงานขยายและธุรกิจ
(1) เทคโนโลยีการสื่อสาร ข้อมูล และเครือข่ายคอมพิวเตอร์ องค์กรธุรกิจต่าง ๆ และ

องค์กรที่ไม่ใช่ธุรกิจ จะเช่ือมโยงข้อมูลและข่าวสารต่าง ๆ เข้าด้วยกัน รวมท้ังกฎหมายข้อบังคับต่าง ๆ ท่ีมี
การบังคับใชร้ ว่ มกับเทคโนโลยี เพือ่ ควบคุมการใช้งานเทคโนโลยีให้มคี วามเปน็ ระเบียบและความปลอดภยั เชน่
การขออนญุ าตจดทะเบียนการค้าและการภาษีอากร เปน็ ต้น

(2) องค์กรธุรกิจมีการแข่งขันสูง ทุกองค์กรมีความต้องการเข้าถึงผู้บริโภคของตัวเอง
ด้วยความแตกต่างจากคู่แข่ง ซึ่งในปัจจุบันเทคโนโลยีสารสนเทศได้เอ้ือประโยชน์ให้แต่ละองค์กรสามารถ
ทาธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์ (E-Business) ได้ เช่น การซื้อขายสินค้า การทาธุรกรรมผ่านเว็บไซต์ หรือการพาณิชย์
อเิ ล็กทรอนิกส์ (E-Commerce) เป็นตน้

(3) องค์กรธุรกิจต้องมีการปรับตัวและออกแบบองค์กรใหม่ เน่ืองจากได้รับผลกระทบจาก
แรงกดดันในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยี สังคม การตลาด หรือลูกค้า ดังนั้นองค์กรธุรกิจจึงต้องปรับตัว
ใหท้ นั ตอ่ สถานการณ์ตา่ ง ๆ

3.2 ความหมายและความสาคญั ของพาณชิ ย์อิเล็กทรอนิกส์
1) ความหมายของพาณิชยอ์ เิ ล็กทรอนิกส์
พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ( E-Commerce) เป็นการทาธุรกรรมทางการค้าผ่านส่ือ

อิเล็กทรอนิกส์ โดยใช้คอมพิวเตอร์และสารสนเทศเพื่อให้การทาธุรกิจมีประสิทธิภาพ มีความสะดวกและ

~ 32 ~

รวดเร็ว ช่วยลดต้นทุนในด้านต่าง ๆ และสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ รวมทั้งทาให้ธุรกิจ
ขยายตัวเพ่ิมข้ึน เช่น การซื้อขายสินค้าหรือบริการ การกระจายสินค้า การโฆษณาและประชาสัมพันธ์
การให้บริการของสถาบันการเงิน การขนส่งสินค้า การแลกเปล่ียนข้อมูลและข่าวสารต่าง ๆ เป็นต้น ทาให้เกิด
การซื้อขายอยา่ งรวดเรว็ สะดวก และครอบคลมุ พ้ืนทีใ่ นการทาการคา้

2) ความสาคัญของพาณิชยอ์ เิ ลก็ ทรอนกิ ส์
(1) ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการขาย การบริหารงานและค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เช่น ค่าเช่าพื้นที่ขาย

ค่าใช้จา่ ยในการตกแตง่ รา้ น เปน็ ต้น
(2) ชว่ ยให้ประหยัดเวลาและขั้นตอนทางการตลาด
(3) ชว่ ยในการโฆษณาและประชาสัมพนั ธ์
(4) ชว่ ยเพ่มิ ชอ่ งทางการกระจายสินคา้ ในประเทศและตา่ งประเทศ
(5) สามารถทากาไรได้มากขึ้น เน่ืองจากต้นทุนการผลิตและการกระจายสินค้าท่ีทาให้

ไดร้ บั กาไรจากการขายต่อหน่วยเพ่มิ ขนึ้
(6) นาเสนอข้อมูลสนิ ค้าได้เปน็ จานวนมากและสามารถส่ือสารกับลูกคา้ ได้โดยตรง
(7) ขอ้ มูลของสินคา้ หรือบรกิ ารมกี ารปรับปรงุ (Update) และพฒั นาอยตู่ ลอดเวลา
(8) สามารถเก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับลูกค้าและสินค้าหรือบริการ เพื่อนาข้อมูลไป ทา

วิจยั และวางแผนการตลาดเพอื่ ผลติ สนิ ค้าและบรกิ ารให้ตรงกับความต้องการของตลาด
(9) ชว่ ยสร้างภาพลักษณท์ ดี่ ใี ห้กับกิจการ ทาให้สินค้าและบรกิ ารเป็นท่ียอมรบั ของคนท่ัวโลก
(10) สินคา้ สามารถเข้าสู่กลุม่ เปา้ หมายไดอ้ ยา่ งรวดเรว็

3.3 ประเภทของพาณิชย์อเิ ล็กทรอนกิ ส์
พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์เป็นการทาธุรกิจโดยใช้ส่ืออิเล็กทรอนิกส์สามารถแบ่งตามกลุ่มผู้ซ้ือและ

ผู้ขายได้ 4รปู แบบดงั น้ี
1) การทาธุรกิจระหว่างธุรกิจกับธุรกิจ (Business to Business: B-to-B) เป็นการทาธุรกิจ

ระหว่างองค์กรธุรกิจด้วยกันเอง ส่วนใหญ่เป็นการทาธุรกิจขนาดใหญ่ (Large Quantity) เช่น ผู้ผลิต วัตถุดิบ
จาหน่ายสินค้าให้กับโรงงานอุตสาหกรรม หรือโรงงานอุตสาหกรรมจาหน่ายสินค้าให้กับผู้ส่งออก
ท่ีจาหน่ายสินค้าไปต่างประเทศ โดยชาระเงินผ่านระบบธนาคารและใช้ระบบการสั่งซื้อผ่านระบบ
อเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ เปน็ ต้น

2) การทาธุรกิจระหว่างธุรกิจกับผู้บริโภค (Business to Consumer: B-to-C) เป็นการทา
ธุรกิจระหว่างผู้ประกอบธุรกิจกับผูบ้ ริโภคโดยตรง ท้ังการจาน่ายสินค้าอุปโภคบรโิ ภค เช่น การจาหน่ายอาหาร
การจาหน่ายดอกไม้ หรือการจาหน่ายอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ โดยชาระค่าสินค้าผ่านระบบบัตรเครดิต
เป็นตน้

~ 33 ~

3) การทาธุรกิจระหว่างธุรกิจกับรัฐบาล (Business to Government: B-to-G) เป็นการทา
ธุรกิจกับหน่วยงานของรัฐบาล เช่น การจัดซ้ือจัดจ้างของภาครัฐบาลผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อประหยัด
ค่าใช้จา่ ย เป็นตน้

4) การทาธุรกิจระหว่างผู้บริโภคกับผู้บริโภค (Consumer to Consumer: C-to-C เป็นการ
ทาธุรกิจระหว่างผู้บริโภคด้วยกัน หรือระหว่างผู้ใช้อินเทอร์เน็ตด้วยกัน ซ่ึงปัจจุบันมีผู้เปิดเว็บไซต์ จานวนมาก
เพ่ือขายสินคา้ เช่น อปุ กรณส์ ่อื สารอุปกรณส์ านกั งาน คอมพวิ เตอร์ สัตวเ์ ลีย้ ง เสอ้ื ผา้ เปน็ ต้น

3.4 ประโยชนข์ องพาณชิ ย์อิเล็กทรอนิกส์
1) ประโยชนข์ องพาณิชย์อิเล็กทรอนิกสส์ าหรับผซู้ ้ือหรือผู้บริโภค เครอื ขา่ ยสามารถทาได้ตลอด

24 ชั่วโมง
(1) สามารถทาธุรกิจได้ตลอด 24 ชั่วโมง การซื้อขายสินค้าทางคอมพิวเตอร์ผ่านระบบ

สนิ คา้ มากกวา่ การซอ้ื สินคา้ ผ่านรา้ นคา้ ท่วั ไป
(2) สามารถเลอื กซ้อื สินคา้ ได้ตรงความต้องการ และลูกคา้ มเี วลาพจิ ารณารายละเอยี ด
(3) สามารถทราบข้อมูลสนิ คา้ และบริการได้ในเวลารวดเร็ว เพอื่ ประกอบการตดั สินใจซือ้
(4) สามารถหาข้อมูลสินค้าได้ เช่น เปรียบเทียบราคา คุณภาพสินค้า และข้อมูลอ่ืน ๆ

ผู้ประกอบธุรกิจไปยังลูกคา้ โดยตรง
(5) มสี นิ ค้าหรือบริการที่หลากหลายและมีราคาถกู เพราะเป็นการขายตรงจาก การส่งั ซอื้ สนิ ค้า
(6) ลกู คา้ มีทางเลอื กมากข้ึน โดยเฉพาะลูกค้าปัจจบุ ันที่นิยมใชอ้ นิ เทอร์เน็ตในการส่งั ซ้ือสนิ คา้

2) ประโยชน์ของพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์สาหรับผู้ผลิตหรือผู้ชาย สามารถซ้ือขายได้ตลอด 24
ชว่ั โมง

(1) ธุรกิจขนาดเล็กสามารถแข่งขันกับธุรกิจขนาดใหญ่ได้ การค้าในระบบพาณิชย์
อิเล็กทรอนิกส์ ไม่ต้องมีหน้าร้าน จึงช่วยลดค่าใช้จ่ายในการดาเนินงาน เช่น ค่าเช่าร้าน ค่าจ้างพนักงาน
ค่าตกแต่งร้าน เป็นต้น ทาให้ธุรกิจขนาดเล็กท่ีมีสินค้าคุณภาพดีและเป็นท่ีต้องการของตลาดสามารถ จาหน่าย
สนิ ค้าแข่งขันกับธุรกิจขนาดใหญ่ได้

(2) การค้าในระบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไม่ต้องมีค่าเช่าร้าน ค่าจ้างพนักงาน ค่าตกแต่ง
รา้ น และคา่ จัดแสดงสนิ คา้ ทาให้ประหยดั ต้นทนุ ดาเนินงานด้านตา่ ง ๆ

(3) การเก็บเงินและโอนเงินเข้าบัญชีได้โดยอัตโนมัติการซื้อขายสินค้าในระบบพาณิชย์
อเิ ล็กทรอนิกส์ ผู้ซอ้ื ต้องชาระสนิ คา้ ผา่ นบัตรเครดิตหรือผา่ นระบบธนาคารทาใหส้ ะดวกในการชาระค่าสนิ ค้า

(4) การค้าในระบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์สามารถติดต่อผ่านเครือข่ายได้ท่ัวโลก ทาให้
สินคา้ เข้าส่ตู ลาดได้ทัง้ ระดบั ภมู ิภาค ระดับประเทศ และระดบั โลก

(5) ช่วยยกระดับการผลิตให้มีประสิทธิภาพการค้า ปัจจุบันมีการแข่งขันกันสูง กิจการท่ีใช้
ระบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์จะได้เปรียบกว่ากิจการท่ีทาการค้าแบบเดิม รวมท้ังช่วยให้กิจการดาเนินงาน
ไดอ้ ย่างสะดวกรวดเรว็ และช่วยยกระดับการผลิตให้มีประสิทธภิ าพ

~ 34 ~

(6) ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทางานการใช้พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์มีประโยชน์ต่อระบบ
สานักงานส่วนต่าง ๆ ขององค์กรธุรกจิ เช่น งานการเงนิ งานบญั ชี งานขนสง่ งานผลติ งานบริการ หลังการขาย
เป็นต้น รวมท้ังช่วยทาให้ระบบงานมีความถูกต้องแม่นยา สะดวก รวดเร็ว ช่วยเพ่ิมประสิทธิภาพและ
ประสทิ ธิผลใหก้ บั ระบบการทางาน

(7) ส่ืออิเล็กทรอนิกส์ท่ีเป็นเครื่องมือในการปฏิบัติและติดต่อสื่อสารในระบบพาณิชย์
อิเล็กทรอนิกส์ เช่น โทรศัพท์ โทรสารระบบการชาระเงินและโอนเงินอัตโนมัติ เครือข่ายอินเทอร์เน็ต เป็นต้น
ซึ่งจะเป็นส่งิ ทชี่ ว่ ยทาใหก้ ารจดั การผลิตมีประสทิ ธิภาพ

(8) ช่วยเพ่ิมประสิทธิภาพในการจัดการสินค้าคงคลัง ปัจจุบันธุรกิจได้นาระบบ เครือข่าย
มาใช้ในการจัดการคลังสินค้าระบบการจัดการกับคาสั่งซ้ือ และการส่งมอบสินค้า ทาให้การจัดการสินค้า
คงคลงั เกดิ ประสทิ ธิภาพมากข้ึน

(9) การซื้อขายสินค้าในระบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์จะมีข้อมูลรายละเอียดของลูกค้า
ทาให้พนักงานขายสามารถให้คาแนะนาหรือแก้ไขปัญหาของลูกค้าได้อย่างถูกต้อง รวดเร็ว และสามารถ
ติดตามผลการขายได้ตลอดเวลา

3.5 ประเภทสินคา้ ในพาณชิ ย์อิเล็กทรอนิกส์
สินคา้ ทซี่ อื้ ขายในพาณชิ ย์อเิ ล็กทรอนิกส์ สามารถแบ่งออกได้เปน็ 2 ประเภท ดังนี้
1) สินค้าที่จบั ตอ้ งได้ (Tangible Goods)
สินค้าที่จับต้องได้ เป็นสินค้าอุปโภคหรือบริโภคทั่วไปที่จาหน่ายในร้านค้า หรือ แค็ตตาล็อก

สนิ ค้า เช่น สนิ คา้ หตั ถกรรม การใช้งาน หนังสือ ดอกไม้ อาหาร เครอื่ งแต่งกาย เสื้อผ้า รถยนต์ เครือ่ งใชต้ ่าง ๆ
ภายในบ้าน เครื่องใช้สานักงาน เคร่ืองใช้ไฟฟ้า เครื่องจักร อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ หรือ สัตว์เลี้ยง เป็นต้น
โดยสินคา้ เหลา่ นเ้ี ป็น สนิ ค้าทจ่ี ับต้องไดแ้ ละสามารถจัดสง่ สนิ ค้าใหล้ กู คา้ ไดผ้ ่านทางไปรษณีย์

2) สินค้าท่จี ับต้องไมไ่ ด้ (Intangible Goods)
สินค้าท่ีจับต้องไม่ได้ ส่วนใหญ่เป็นบริการต่าง ๆ ที่สามารถส่งผ่านทางอินเทอร์เน็ตได้ เช่น

บริการขนส่ง บรกิ ารขา่ วสาร อิเลก็ ทรอนิกส์ การเผยแพร่ข้อมูล ขา่ วสารแกผ่ บู้ ริโภค เป็นต้น

3.6 ข้ันตอนการทาธุรกรรมพาณิชยอ์ เิ ลก็ ทรอนกิ ส์
การทาธุรกรรมพาณิชย์อิเล็กทรอนกิ สป์ ระกอบดว้ ยขนั้ ตอนตา่ ง ๆ ดงั นี้
1) การจัดตง้ั ร้านคา้
การทาธุรกรรมพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์จะใช้หน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นหน้าร้านโดยการ

ออกแบบ และตกแต่งเว็บไซต์ใหด้ ึงดูดใจเพ่อื ใหล้ ูกค้าเข้ามาเย่ียมชมสินคา้ ภายในร้าน
2) การซ้อื ขายสินค้า
ผู้ซื้อจะเข้าไปดูรายละเอียดของสินค้าในอินเทอร์เน็ต ซ่ึงผู้ซื้อสามารถจะสอบถาม

รายละเอียดสินค้า ราคาสินค้า การชาระเงิน ระยะเวลาการส่งสินค้า และส่วนลดการซ้ือได้เมื่อพอใจ
รายละเอยี ดต่าง ๆ จึงจะมกี ารตกลงซอ้ื ขายสนิ ค้า

~ 35 ~

3) การชาระเงิน
การซ้ือสินค้าผ่านพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์อาจชาระเงินทางธนาณัติ เช็ค ดราฟต์ การโอนเงิน

หกั บญั ชีหรือชาระเงนิ โดยการโอนเงินผา่ นระบบเครือข่ายของธนาคารพาณชิ ย์
4) การจดั ส่งสนิ ค้า
เม่ือมีการชาระค่าสินค้าหรือบริการแล้วผูข้ ายสินค้าจะจัดส่งให้ลูกค้าผ่านช่องทางต่างๆ เช่น

ทางไปรษณีย์ เป็นต้น แต่ถ้าหากเป็นสินค้าประเภทข้อมูล เช่น เพลง ภาพยนตร์ ภาพถ่าย หรือโปรแกรม
คอมพิวเตอรจ์ ะสง่ ผ่านระบบเครอื ขา่ ยคอมพวิ เตอร์เขา้ ไปยังคอมพวิ เตอรล์ กู ค้า

3.7 บาร์โค้ด
บาร์โค้ด (Bar Code) เป็นระบบสัญลักษณ์หรือเครื่องหมายประจาตัวของสินค้าแทนเลขรหัส

เพื่อใช้บ่งบอกข้อมูล เช่น ประเทศผู้ผลิต บริษัทผู้ผลิตชนิดของสินค้า เป็นต้น ซ่ึงบาร์โค้ดจะช่วยทาให้ผู้ผลิต
สินค้าหรือผู้ประกอบธุรกิจ ได้รับความสะดวกในการตรวจสอบข้ันตอนการผลิต การจัดจาหน่าย และการเก็บ
สินคา้ คงคลัง นอกจากนย้ี ังช่วยลดตน้ ทนุ และประหยัดเวลาในการทางาน

บาร์โค้ดเป็นสัญลักษณ์แถบสีดาบนพ้ืนขาว โดยสีดาจะวางเรียงขนานกัน และมีระยะห่างของ
แถบที่ต่างกัน ซึ่งจัดทาโดยโปรแกรมพิมพ์รหัสบาร์โค้ด และอ่านผลด้วยเครื่องอ่านบาร์โค้ด โดยอาศัยหลักการ
สะทอ้ นแสงในการอ่านข้อมูล ซ่งึ เชื่อมโยงกับคอมพิวเตอรท์ ี่มรี ายละเอียดของสินค้า เมอ่ื เครื่องอ่าน บารโ์ ค้ดรับ
รหัสแล้วจะส่งผ่านไปยังเคร่ืองคอมพิวเตอร์ เพ่ือประมวลผลและแสดงข้อมูลในรปู แบบต่าง ๆ เช่น ส่ังให้เคร่ือง
P.O.S. (Point Of Sale) พิมพ์ใบเสร็จรับเงินให้ลูกค้า ณ จุดขาย และในขณะเดียวกันคอมพิวเตอร์จะตัดบัญชี
รายการสินค้าออกจากคลังสินค้าโดยอัตโนมัติ ซ่ึงทาให้สะดวกต่อการตรวจนับสินค้าคงคลังและการควบคุม
สนิ ค้า

1) ระบบบารโ์ ค้ดท่ีใช้ในปจั จุบันทปี่ ระเทศตา่ ง ๆ นยิ มใช้ มี 2 ระบบ ดงั น้ี
(1) ระบบ UPC (Universal Product Code) เป็นบาร์โค๊ดระบบแรกของโลก ซ่ึงได้คิดค้น

พัฒนาและทดลองใช้ในประเทศสหรัฐอเมริกา ในปี ค.ศ. 1970 (พ.ศ. 2513) โดย Mr. Norm Woodland และ
Mr. Barnard Silvers โดยมี Universal Code Council เป็นผู้ดูแลการใช้บาร์โค้ด ในปัจจุบันมีผู้ใช้ บาร์โค้ด
ระบบนี้ 2 ประเทศ คอื ประเทศสหรัฐอเมรกิ าและประเทศแคนาดา

(2) ระบบ LAN (European Article Numbering Code) เปน็ ระบบท่ีกลุม่ ประเทศในแถบ
ยุโรปพัฒนาข้ึนมาในปี พ.ศ. 2519 ปัจจุบันมีผู้นิยมใช้ระบบนี้กว่า 60 ประเทศ โดยใช้กันอย่างแพร่หลาย
ในภาคพืน้ ยโุ รป เอเชีย และแปซิฟกิ รวมทัง้ เปน็ ระบบท่เี หมาะสาหรบั ธรุ กจิ หา้ งสรรพสินค้าและ EAN-8 (Short
Version) ผู้ผลิตสินค้า โดยระบบ EAN จะมีเลขรหัส 2 ระบบ คือ ระบบ EAN-13 (Standard Version) และ
ระบบ

ในส่วนของประเทศไทย กระทรวงอุตสาหกรรมได้ออกประกาศ ณ วันที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ.
2536 เพื่อกาหนดมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม โดยให้ใช้สัญลักษณ์บาร์โค้ดสาหรับแสดงข้อมูล Council)
เป็นนายทะเบียน สินค้าตามระบบมาตรฐานของ EAN โดยมีสถาบันสัญลักษณ์รหัสแท่งไทย (Thai Article
Numbering Council) เป็นนายทะเบยี น

~ 36 ~

2) รายละเอียดของบารโ์ ค้ด
(1) หมายเลข 3 ตัวแรก เป็นหมายเลขประจาตัวของนายทะเบียนแต่ละประเทศ เรียกว่า

รหสั ประเทศ โดยกาหนดใหร้ หัสประเทศไทยเปน็ 885
(2) หมายเลข 4 ตัวหลังถัดจากรหัสประเทศ เป็นรหัสสมาชิก ซึ่งสถาบัน EAN จะเป็น

ผ้กู าหนดใหส้ มาชิกเพื่อปอ้ งกันไม่ใหม้ ีรหัสสมาชิกซา้ กัน
(3) หมายเลข 5 ตัวหลังถัดจากรหัสสมาชิก เป็นเลขประจาตัวสินค้า ซึ่งหมายเลขนี้ลูกค้า

ทเ่ี ปน็ สมาชิกจะเป็นผู้กาหนดเอง เพื่อความสะดวกในการจัดเกบ็ ขอ้ มูลของสนิ ค้าแตล่ ะชนิด
(4) หมายเลขตัวสุดท้าย เป็นตัวตรวจสอบคอมพิวเตอร์ว่าตัวเลขที่อยู่ข้างหน้าน้ันถูกต้อง

หรือไม่
3) ประโยชน์ของการใช้บาร์โค้ด
(1) โปรแกรมระบบสินคา้ คงคลังจะตดั ยอดสนิ คา้ จากการจาหน่ายสนิ ค้าโดยอัตโนมตั ิ ทาให้

สามารถตรวจเช็คยอดขายสินคา้ ว่าสนิ คา้ ใดขายดี และเพ่ือใชเ้ ปน็ ข้อมลู ในการส่ังซ้อื สินคา้
(2) ลดข้ันตอนการทางานของพนักงาน รวมท้ังการบรกิ ารชาระเงนิ ของลูกคา้ สามารถทาได้

รวดเรว็ และชว่ ยลดความผดิ พลาดในการชาระเงิน
(3) การจัดซ้ือสินค้าเข้ากิจการสามารถกาหนดจานวนได้อย่างเหมาะสม และมีปริมาณ

สนิ คา้ คงคลังที่เหมาะสม
(4) ทาให้ทราบอัตราการหมุนเวียนสินค้า เช่น ทาให้ทราบว่าสินค้ารายการใดขายช้า

จากน้นั จึงนามาลดราคาเพ่ือระบายสินค้า สนิ คา้ รายการใดขายเร็วสามารถส่ังซื้อมาเพิ่มได้อยา่ งรวดเรว็ เพอื่ ให้
ทันกับความตอ้ งการของลูกค้า เป็นต้น

(5) ลดความผดิ พลาดในการตรวจนบั สนิ ค้า
3.8 คิวอาร์โค้ด

คิวอาร์โค้ด (Quick Response : QR Code) เป็นบาร์โค้ด 2 มิติ ซ่ึงเป็นรหัสที่สามารถเก็บ
ข้อมูล ตา่ ง ๆ ของสินค้า เช่น ราคาสินค้า เบอร์โทรศพั ท์ติดต่อ ชอื่ เวบ็ ไซต์ เป็นต้น

คิวอาร์โค้ดถูกคิดค้นและพัฒนาขึ้นโดยบริษัท เดนโซ-เวฟซ่ึงเป็นบริษัทในเครือของโตโยต้า
ประเทศญี่ปุ่น ในปี พ.ศ. 2537 (ค.ศ. 1994) และจดลิขสิทธช์ิ ือ่ “QR Code” โดยมุ่งเนน้ ใหค้ ิวอาร์โค้ดสามารถ
อ่านข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้การอ่านคิวอาร์โค้ดยังนิยมใช้กับโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟน และสามารถ
ติดตัง้ ซอฟตแ์ วรเ์ พม่ิ เตมิ ได้

1) วธิ ีการใช้ควิ อาร์โค้ด
อุปกรณ์ที่ใช้อ่านและถอดรหัสคิวอาร์โค้ด เป็นเครื่องอ่านแบบ CCD หรือการใช้งานคิวอาร์

โค้ดผ่านโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟน โดยนากล้องท่ีอยู่บนมือถือสแกนบนผลิตภัณฑ์ท่ีมีคิวอาร์โค้ด จากน้ัน
เคร่ืองจะอ่านและแสดงข้อมูลของผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ออกมาเป็นตัวหนังสือ เช่น รายละเอียดของสินค้า สถาน
ทต่ี ัง้ ของกิจการ โปรโมชน่ั เว็บไซต์ หรือเบอร์โทรศพั ท์ เป็นต้น

~ 37 ~

2) ประโยชน์ของการใชค้ วิ อารโ์ ค้ด
(1) การใช้คิวอาร์โค้ดในอุตสาหกรรม ในคิวอาร์โค้ดจะมีข้อมูลเกี่ยวกับปริมาณสินค้า

การส่งสินค้า รหัสสินค้า และข้อมูลอ่ืน ๆ ที่ใช้สาหรับการส่ังซ้ือและการตรวจสอบผลิตภัณฑ์ ซ่ึงผู้รับหรือผู้ส่ง
สินค้าสามารถบันทึกข้อมูลรายการรับสินค้าและรายการส่ังซื้อสินค้าได้โดยสะดวก ทาให้ช่วยลดระยะเวลา
ในการทางาน ลดความผิดพลาดในการตรวจสอบสินค้า และลดค่าใชจ้ า่ ยในการส่งั ซอ้ื สินค้า

(2) การใช้คิวอาร์โค้ดในการขนส่งสินค้า การขนส่งสินค้าประเภทต่างๆ คิวอาร์โค้ดจะทา
หน้าที่บันทึกข้อมูลปลายทางท่ีจะจัดส่งสินค้า รหัสสินค้า ขนาด จานวน สี และข้อมูลอื่น ๆ ที่ใช้ควบคุม
การขนสง่ ทาใหช้ ่วยลดขอ้ ผิดพลาดในขนสง่ สินคา้

(3) การใช้คิวอาร์โค้ดในอุตสาหกรรมอาหาร โดยบันทึกข้อมูลต่าง ๆ เช่น รหัสสินค้า วันที่
ผลิต วันหมดอายุ สถานท่ีผลิต และข้อมูลอ่ืน ๆ เพ่ือความสะดวกในการควบคุม วันหมดอายุและสามารถ
ตดิ ตามประวตั กิ ารผลิตได้

(4) การใช้ควิ อาร์โค้ดในการตลาด ควิ อาร์โค้ดเป็นเครื่องมือทางการตลาดที่ใชส้ ื่อสารข้อมูล
ทางการตลาด โดยคิวอาร์โค้ดจะถูกพิมพ์อยู่บรรจุภัณฑ์ต่าง ๆ เช่น ถุง นิตยสาร หนังสือ หรือป้ายโฆษณา
เพือ่ ความสะดวกในการรบั ร้ขู ้อมูลเพ่ิมเติมได้ทนั ที และเปน็ การส่ือสารที่ส่งถึงมือผรู้ บั ได้โดยตรง รับรู้ได้มากกว่า
การมองเห็นเพียงอย่างเดียว ซึ่งผู้รับส่ือจะสามารถรับรู้ถึงโปรโมช่ัน รายละเอียดสินค้า หรือข้อความ (URL)
ท่ีจะทาให้ผ้รู บั สือ่ สามารถรบั รไู้ ด้มากกวา่ การมองเห็นเพียงอย่างเดยี ว

3.9 การขายออนไลน์

ปัจจุบันเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในชีวิตของเรา ทาให้สามารถติดต่อสื่อสารกันได้เร็วขึ้น การหา
ข้อมูลต่าง ๆ ก็เป็นไปอย่างรวดเร็ว แค่ต่ืนนอนมาอยากกิน หรืออยากได้อะไรก็แค่เปิดโทรศัพท์หรือแล็ปท็อป
พิมพ์แล้วค้นหา ส่ังเสร็จก็นอนรอที่บ้านได้เลยการซ้ือขายออนไลน์จึงได้รับความนิยมเพ่ิมสูงขึ้นตลอดเวลา
เพราะสามารถเข้าถึงคนจานวนมากได้ง่ายโดยที่ลูกค้าสามารถรอรับสินค้าได้ท่ีบ้านเลย และการขายของ
ออนไลน์ยงั เพ่ิมยอดขายให้กับพ่อค้าแม่ค้าได้อกี ดว้ ย กฎหมายทเี่ กย่ี วข้องกับการค้าออนไลน์ มดี งั น้ี

1. พระราชบัญญัติทะเบียนพาณิชย์ พ.ศ. 2499
2. พระราชบัญญตั ิวา่ ด้วยการกระทาความผดิ เก่ียวกับคอมพวิ เตอร์ พ.ศ. 2550
3. พระราชบญั ญตั ิใหใ้ ช้บทบญั ญัตแิ ห่งประมวลรษั ฎากร พ.ศ. 2481
4. พระราชบัญญตั ิคมุ้ ครองผบู้ ริโภค พ.ศ.2522
5. พระราชบัญญตั ิว่าดว้ ยราคาสินคา้ และบริการ พ.ศ. 2542
6. พระราชบัญญตั ิลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
7. พระราชบญั ญัตวิ า่ ด้วยธรุ กรรมทางอเิ ลก็ ทรอนิกส์ พ.ศ. 2544
8. พระราชบญั ญตั ิยา พ.ศ. 2510
9. พระราชบญั ญตั ิอาหาร พ.ศ. 2522

~ 38 ~

ท่ีมา : https://justhat.app/blogs/online-selling-act/

~ 39 ~

1) ขายของออนไลน์ ต้องจดทะเบยี นพาณชิ ย์อิเล็กทรอนกิ ส์
เรื่องนีเ้ ปน็ สง่ิ สาคัญทพ่ี ่อค้า แม่ค้าออนไลน์ต้องรู้ ตามประกาศกระทรวงพาณิชย์ เร่อื ง ใหผ้ ู้ประกอบ

พาณิชยกจิ ต้องจดทะเบียนพาณชิ ย์ (ฉบับที่ 11) พ.ศ. 2553 ขอ้ 5 มีการกาหนดให้การซื้อขายสนิ ค้าหรอื บริการ
ท่ีใช้เครือข่ายอินเทอร์เน็ตต้องจดทะเบียน ไม่ว่าจะมีหน้าร้านหรือไม่มีก็ตาม ซ่ึงประกาศนี้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่
วันท่ี 1 มกราคม พ.ศ.2554 เป็นต้นมา ดังนั้นการต้ังร้านค้าออนไลน์จึงต้องไปจดทะเบียนให้ถูกต้องโดยไปย่ืน
จดทะเบยี นไดท้ สี่ านักเขตในกรุงเทพมหานคร เมอื งพัทยา เทศบาล หรอื องค์การบรหิ ารส่วนตาบล (อบต.) ตาม
ที่ตงั้ ของสานักงานหรอื ตามท่ีอยขู่ องคนขาย

ถ้าไมจ่ ดจะมีโทษตามมาตรา 19 พ.ร.บ.ทะเบยี นพาณชิ ย์ พ.ศ. 2499 ปรับไมเ่ กิน 2,000 บาท และปรับ
ไมเ่ กนิ วันละ 100 บาท จนกวา่ จะไปจดทะเบียนให้ถกู ตอ้ งตามกฎหมาย

หลักฐานการจดทะเบยี นพาณชิ ย์อิเลก็ ทรอนกิ ส์

1. บัตรประจาตวั ประชาชนและสาเนาทะเบียนบ้าน
2. เอกสารแบบคาขอจดทะเบยี นพาณิชย์ (แบบ ทพ.)
3. รายละเอยี ดเกยี่ วกบั เวบ็ ไซต์(เอกสารแนบแบบ ทพ.) กรอก 1 ใบต่อ 1 เว็บไซต์
4. Print หนา้ แรกของเวบ็ ไซต์
5. วาดแผนทต่ี งั้ การประกอบพาณชิ ยกิจ
6. หนงั สือรบั รองการจดทะเบยี นของหา้ งหุ้นสว่ นหรอื บริษัท (กรณีจดในนามนิติบุคคล)
7. หนังสือมอบอานาจพร้อมติดอากรแสตมป์ 10 บาท และสาเนาบตั รประชาชนของผูม้ อบอานาจ

และผู้รับมอบอานาจ
8. หนังสอื ยินยอมใหใ้ ชส้ ถานที่หรอื สัญญาเช่า (กรณีไม่เป็นเจ้าของบ้าน)
9. สาเนาบตั รประจาตัวเจ้าของสถานที่และสาเนาทะเบยี นบา้ น หรอื เอกสารสทิ ธทิ์ ่ีแสดงวา่ เป็น
เจา้ ของกรรมสิทธ์ิ (กรณไี ม่ใชเ่ จา้ ของบา้ น)

2) ขายของออนไลน์ นาเข้าข้อมูลเทจ็ หลอกลวง มคี วามผิด
การขายของออนไลน์นอกจากจะตอ้ งการผลกาไรแล้วยงั ตอ้ งมคี วามจริงใจกบั ลกู ค้าอีกด้วย เพราะสงิ่ นีเ้ องที่จะ
ทาให้ลูกค้ากลับมาอุดหนนุ รา้ นของเราไปเร่ือย ๆ การหลอกลวงให้คนอื่นหลงเชื่อโดยนาเข้าข้อมูลเทจ็
หลอกลวง หรอื ทาให้คนอ่นื ได้รับความเสยี หาย นอกจากจะเปน็ การทารา้ ยลูกคา้ ทาใหย้ อดขายตกเมื่อมีคนรู้
ความจริงแลว้ ยังมโี ทษอาญาตาม พ.ร.บ.วา่ ดว้ ยการกระทาความผดิ เก่ยี วกบั คอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา
14 มโี ทษจาคุกไมเ่ กิน 5 ปี หรอื ปรับไม่เกนิ 100,000 บาทดว้ ยนะ

~ 40 ~


Click to View FlipBook Version