The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by , 2021-09-18 04:27:37

แผนการจัดการเรียนรู้ ชั้น ม.3

แผนการจัดการเรยีนรู้

วชิาดนตรี

กลมุ่สาระการเรยีนรูศ้ลิปะ
ชั้นมธัยมศึกษาปีท่ี๓ปกีารศกึษา๒๕๖๔

นายทวีวตัรรงุ่เรอืง

ตำแหน่งครูผชู้ว่ย

ม.๓

สโรำนงกัเรงยีานนเสขตมพาคน้ืทมก่ีปาา่รไศมกึแ้ษหาง่ปรปะรถะมเศทึกศษไทากยาอญุทจิศนบรุจีังเขหตวดั๓กาญจนบุรี

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขน้ัพน้ืฐาน

บนั ทึกขอ้ ความ

สว่ นราชการ โรงเรยี นสมาคมป่าไมแ้ ห่งประเทศไทยอทุ ศิ

ที่ .............../2564 วนั ท่ี 1 เดือน กรกฎาคม พ.ศ. 2564

เรอ่ื ง ขออนุญาตใชแ้ ผนการจดั การเรยี นรูก้ ล่มุ สาระศลิ ปะ รายวชิ าดนตรี ในระดบั ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ 3
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

เรยี น ผอู้ านวยการโรงเรยี นสมาคมป่าไมแ้ ห่งประเทศไทยอุทศิ

ข้าพเจ้า นายทววี ตั ร รุ่งเรอื ง ตาแหน่งครูผู้ช่วย โรงเรียนสมาคมป่าไมแ้ ห่งประเทศไทยอทุ ศิ
ไดร้ บั มอบหมายหน้าทจี่ ดั กจิ กรรมการเรียนการสอนรายวชิ าดนตรี ระดบั ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 3 ไดจ้ ดั ทา
แผนการจดั การเรยี นรูค้ รอบคลุมตามมาตรฐานของหลกั สูตรสถานศกึ ษา เพอ่ื เป็นการวางแผนการจดั การ
เรยี นรูอ้ ยา่ งมกี ระบวนการและเป็นระบบจงึ ขออนุญาตใชแ้ ผนการจดั การเรยี นรูร้ ายวชิ าดนตรี จานวน 7
หน่วยการเรยี นรู้ ไดแ้ ก่

หน่วยการเรยี นรูท้ ่ี 1 องคป์ ระกอบดนตรี
หน่วยการเรยี นรูท้ ี่ 2 การขบั รอ้ งและบรรเลงดนตรี
หน่วยการเรยี นรูท้ ี่ 3 หลกั การประพนั ธเ์ พลง
หน่วยการเรยี นรู้ที่ 4 การเปรยี บเทยี บงานดนตรี

หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 5 อิทธิพลทางดนตรี

หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 6 การแสดงดนตรี

หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 7 วิวฒั นาการของดนตรี

ดงั นัน้ ขา้ พเจา้ จงึ ขออนุญาตใชแ้ ผนการสอนน้จี ดั กจิ กรรมการเรยี นการสอนให้นกั เรยี นระดบั ชนั้
มธั ยมศกึ ษาปีที่ 3 เพ่อื ใหเ้ กดิ ความเขา้ ใจเน้อื หาในรายวชิ ามากยงิ่ ขน้ึ

จงึ เรยี นมาเพ่อื โปรดพจิ ารณา

(ลงช่อื )...............................................ครผู สู้ อน
( นางสุภาศนิ ีย์ ภทู ดั ดวง )

ความคิดเหน็ ผ้บู ริหาร
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................

(ลงชอ่ื )...............................................

(นายโสภณ เรอื งบุญ)
ผูอ้ านวยการโรงเรยี นสมาคมป่าไมแ้ หง่ ประเทศไทยอทุ ศิ

โครงสร้างรายวชิ า
วชิ าดนตรี – นาฏศิลป์ 3 รหสั วชิ า ศ23102 ระดบั ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 3

หน่วยท่ี/ชื่อหนว่ ย เวลา
หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 1 องค์ประกอบดนตรี 3 ชั่วโมง
หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 2 การขับรอ้ งและบรรเลงดนตรี 4 ชว่ั โมง
หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 3 หลกั การประพันธเ์ พลง 2 ชั่วโมง
หน่วยการเรยี นรู้ที่ 4 การเปรียบเทยี บงานดนตรี 2 ช่ัวโมง
หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 5 อทิ ธิพลทางดนตรี 2 ชว่ั โมง
หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 6 การแสดงดนตรี 5 ชั่วโมง
หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 7 ววิ ฒั นาการของดนตรี 2 ชั่วโมง
20 ช่วั โมง
รวม

ศ๒๒๑๐๒ ดนตรี-นาฏศิลป์ ๓ คาอธิบายรายวิชาพืน้ ฐาน
ชนั้ มธั ยมศึกษาปี ท่ี ๒ กลมุ่ สาระการเรยี นรศู้ ิลปะ

เวลา 20 ชวั่ โมง (0.5 หน่วยกิต)

ศึกษา วิเคราะห์ อภิปรายเกี่ยวกบั ปัจจัยสำคัญทีม่ ีอิทธิพลต่อการสร้างสรรค์งานดนตรี บทบาทและ
อทิ ธพิ ลของดนตรใี นวัฒนธรรมของประเทศตา่ ง ๆ การบรู ณาการศลิ ปะแขนงอื่น ๆ การใช้องค์ประกอบดนตรี
ทมี่ าจากวฒั นธรรมต่างกนั บรรยายอารมณข์ องเพลงและความรู้สกึ ทม่ี ีต่อบทเพลงท่ฟี งั ระบงุ านอาชีพตา่ ง ๆที่
เก่ยี วข้องกบั ดนตรแี ละบทบาทของดนตรีในธุรกจิ บนั เทิง สามารถ อา่ น เขียนร้องโน้ตไทยและโน้ตสากลที่มี
เครื่องหมายแปลงเสียง ร้องเพลง และเล่นดนตรีเดี่ยวและรวมวง ประเมินพัฒนาการทักษะทางดนตรีของ
ตนเองหลงั จากการฝึกปฏิบัติ

โดยใช้ทกั ษะกระบวนการคิด ทกั ษะกระบวนการแกป้ ัญหา ทกั ษะกระบวนการใช้ชีวิต ทกั ษะ
กระบวนการสอ่ื สาร และทกั ษะกระบวนการใชเ้ ทคโนโลยี เพ่อื ใหม้ คี วามรคู้ วามเขา้ ใจ กล้าคิด กล้าแสดงออก
ทางศิลปะอยา่ งสรา้ งสรรค์ เหน็ คณุ ค่า ซอ่ื สัตยส์ ุจริต มวี ินัย ใฝ่เรยี นรู้ อยอู่ ย่างพอเพียง มุ่งม่ันในการทำงาน รัก
ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ รกั ความเปน็ ไทย มจี ิตสาธารณะ และสามารถประยกุ ตใ์ ชใ้ นชวี ติ ประจำวนั

รหัสตวั ช้ีวัด
ศ๒.๑ม.๒/๑ ศ๒.๑ม.๒/๒ ศ๒.๑ม.๒/๓ ศ๒.๑ม.๒/๔ ศ๒.๑ม.๒/๕ ศ๒.๑ม.๒/๖
ศ๒.๑ม.๒/๗
ศ๒.๒ม.๒/๑ ศ๒.๒ม.๒/๒

รวมท้งั หมด ๙ ตัวช้วี ดั

สาระที่ ๒ ดนตรี
มาตรฐาน ศ ๒.๑ เขา้ ใจและแสดงออกทางดนตรีอยา่ งสร้างสรรค์ วเิ คราะห์ วพิ ากษว์ ิจารณค์ ณุ ค่าดนตรี

ถา่ ยทอดความรูส้ ึก ความคิดตอ่ ดนตรีอย่างอิสระ ชื่นชม และประยุกตใ์ ช้
ในชีวติ ประจาวนั

ช้ัน ตวั ชีว้ ัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง
ม.๓ ๑. เปรียบเทยี บองคป์ ระกอบทใ่ี ชใ้ นงาน
• การเปรียบเทียบองคป์ ระกอบในงานศิลปะ
ดนตรีและงานศิลปะอนื่ - การใชอ้ งคป์ ระกอบในการสร้างสรรคง์ าน
ดนตรีและศลิ ปะแขนงอื่น
๒. รอ้ งเพลง เล่นดนตรีเด่ียว และรวมวง - เทคนิคทใี่ ชใ้ นการสร้างสรรคง์ านดนตรีและ
โดยเนน้ เทคนิคการรอ้ ง การเล่น การ ศิลปะแขนงอ่ืน
แสดงออก และคณุ ภาพสียง
๓. แตง่ เพลงส้ัน ๆ จงั หวะงา่ ย ๆ • เทคนิคและการแสดงออกในการขบั ร้องและ
บรรเลงดนตรีเด่ยี วและรวมวง
๔. อธิบายเหตุผลในการเลือกใช้
องคป์ ระกอบดนตรีในการสร้างสรรค์ • อตั ราจงั หวะ ๒ และ ๔
งานดนตรีของตนเอง ๔ ๔
• การประพนั ธเ์ พลงในอตั ราจงั หวะ ๒ และ ๔
๕. เปรียบเทยี บความแตกต่างระหว่าง ๔๔
งานดนตรีของตนเองและผอู้ นื่
• การเลอื กใชอ้ งคป์ ระกอบในการสรา้ งสรรคบ์ ท
๖. อธิบายเกย่ี วกบั อิทธิพลของดนตรี
เพลง

- การเลือกจังหวะเพื่อสร้างสรรค์ บท

เพลง

- การเรียบเรียงทานองเพลง

• การเปรียบเทยี บความแตกตา่ งของบทเพลง
- สาเนียง

- อตั ราจงั หวะ

- รูปแบบบทเพลง

- การประสานเสียง

- เครื่องดนตรีทีบ่ รรเลง

• อิทธิพลของดนตรี

ทีม่ ตี อ่ บุคคลและสังคม - อิทธิพลของดนตรีต่อบคุ คล
- อทิ ธิพลของดนตรีตอ่ สังคม
ช้ัน ตวั ชีว้ ดั -
ม.๓ ๗. นาเสนอหรือจดั การแสดงดนตรี
สาระการเรียนรู้แกนกลาง
ทเ่ี หมาะสมโดยการบูรณาการกบั สาระ • การจดั การแสดงดนตรีในวาระต่าง ๆ
การเรียนรูอ้ ่นื ในกลุ่มศิลปะ
- การเลอื กวงดนตรี
- การเลอื กบทเพลง
- การเลือกและจดั เตรียมสถานที่
- การเตรียมบคุ ลากร
- การเตรียมอุปกรณเ์ ครื่องมือ
- การจดั รายการแสดง

สาระท่ี ๒ ดนตรี
มาตรฐาน ศ ๒.๒ เขา้ ใจความสัมพนั ธ์ระหวา่ งดนตรี ประวตั ศิ าสตร์ และวฒั นธรรม เห็นคณุ คา่

ของดนตรีท่ีเป็นมรดกทางวฒั นธรรม ภมู ปิ ัญญาทอ้ งถิน่ ภมู ปิ ัญญาไทยและสากล

ช้ัน ตัวชี้วดั สาระการเรียนรู้แกนกลาง

ม.๓

๑. บรรยายวิวฒั นาการของดนตรีแต่ละ • ประวตั ิดนตรีไทยยุคสมยั ต่าง ๆ
ยุคสมยั • ประวตั ิดนตรีตะวนั ตกยุคสมยั ต่าง ๆ

๒. อภปิ รายลกั ษณะเด่นทีท่ าใหง้ านดนตรี • ปัจจยั ทที่ าใหง้ านดนตรีไดร้ ับการยอมรับ
น้นั ไดร้ บั การยอมรับ



โรงเรยี นสมาคมปา่ ไม้แห่งประเทศไทยอุทศิ จำนวน 1 คาบ
กลุ่มสาระการเรียนร้ศู ลิ ปะ ช้นั มัธยมศึกษาปีที่ 3

แผนการจดั การเรยี นรูท้ ี่ 1 องคป์ ระกอบดนตรี (1) รหัสวิชา ศ23102
หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 1 องคป์ ระกอบดนตรี ครูผสู้ อน นายทววี ัตร ร่งุ เรอื ง
วิชา ดนตรี-นาฏศลิ ป์
ภาคเรยี นที่ 1 ปกี ารศึกษา 2564

มาตรฐานการเรียนรู้
ศ 2.1 เขา้ ใจและแสดงออกทางดนตรีอยา่ งสร้างสรรค์ วเิ คราะห์ วิพากษ์วจิ ารณ์ คณุ ค่า

ดนตรี ถ่ายทอดความรสู้ ึก ความคดิ ต่อดนตรีอยา่ งอสิ ระ ชืน่ ชม และประยุกตใ์ ชใ้ นชีวติ ประจำวัน
ตัวช้ีวัด

ศ 2.1 ม.3/1 เปรยี บเทยี บองค์ประกอบทีใ่ ชใ้ นงานดนตรีและงานศิลปะอน่ื
จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้

1. อธิบายองคป์ ระกอบของดนตรี (K)
2. เขยี นรายงานเร่อื ง องคป์ ระกอบของดนตรี (P)
3. เหน็ คุณค่าและชน่ื ชมในความไพเราะของดนตรี (A)
สาระสำคัญ

องค์ประกอบดนตรีมีความสำคญั ตอ่ บทเพลง เพราะเปน็ สิง่ ท่ที ำให้บทเพลงมีความสมบรู ณ์
ไพเราะ น่าฟงั อีกทั้งเปน็ สิ่งทที่ ำให้ผู้ฟังเข้าใจบทเพลงมากข้ึน
สาระการเรียนรู้
1. องคป์ ระกอบงานดนตรี
2. การเปรยี บเทยี บองค์ประกอบในงานดนตรีและศิลปะ
3. ศิลปะ
คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์

ใฝ่เรยี นรู้
ตัวช้ีวดั ท่ี 4.1 ตงั้ ใจ เพียรพยายามในการเรยี นและเขา้ รว่ มกิจกรรมการเรียนรู้

สมรรถนะสำคญั
ความสามารถในการคดิ

กระบวนการจดั การเรยี นรู้
1. ให้นักเรียนรว่ มกนั แสดงความคิดเห็น โดยครูใชค้ ำถามท้าทาย ดังน้ี
นกั เรียนคดิ วา่ ดนตรจี ะเกิดความไพเราะไดน้ ั้น ตอ้ งมีองคป์ ระกอบใดบา้ ง

2. ใหต้ วั แทนนักเรียน 1 คน ออกมาร้องเพลงทตี่ นเองช่นื ชอบ 1 บทเพลง จากนนั้ รว่ มกันอภปิ รายแสดง
ความคดิ เหน็ โดยครูใช้คำถาม ดังนี้

เพลงทเ่ี พ่อื นขบั ร้องมคี วามไพเราะหรือไม่ อยา่ งไร
ถา้ เพลงที่เพื่อนร้องไพเราะ นกั เรยี นคดิ วา่ เพลงดังกล่าว มีความไพเราะเพราะอะไร
3. ครูให้นกั เรยี นหลับตา แล้วเปดิ ดนตรีบรรเลงจากแถบบันทึกเสยี งให้นักเรยี นฟงั จากนน้ั ร่วมกนั แสดง
ความคิดเหน็ ว่า ดนตรที ีไ่ ด้ฟังมีความไพเราะมากนอ้ ยเพียงใด ให้นักเรยี นแยกองค์ประกอบต่าง ๆ ที่ทำให้ดนตรี
เกิดความไพเราะ
4. ครอู ธิบายให้นกั เรียนฟงั ว่า ดนตรีจะไพเราะไดน้ น้ั ตอ้ งมจี ังหวะ (Rhythm) เสยี ง (Tone) ทำนอง
(Melody) การประสานเสียง (Harmony) พน้ื ผิว (Texture) รูปแบบหรือสไตล์ (Form Style) เปน็
องคป์ ระกอบ
5. ใหน้ กั เรียนศกึ ษาองคป์ ระกอบของดนตรี จากหนงั สือเรยี นหรือแหล่งการเรยี นรอู้ ่ืน นำความรทู้ ไ่ี ดม้ า
จดั ทำเป็นรปู เล่มรายงานส่งครูผ้สู อน
6. ครูและนักเรียนรว่ มกันอภปิ รายแสดงความคดิ เห็น เพ่อื สรปุ ความร้เู ก่ยี วกบั องค์ประกอบของดนตรี
โดยครูใช้คำถาม ดังน้ี
องค์ประกอบของดนตรี มอี ะไรบ้าง
จงั หวะ (Rhythm) คอื อะไร และมคี วามสำคัญอย่างไร
เสียง (Tone) คอื อะไร และมีลกั ษณะอยา่ งไร
ทำนอง (Melody) คอื อะไร
การประสานเสียง (Harmony) มีความสำคญั อย่างไร
รปู แบบหรือสไตล์ (Form Style) ของดนตรี เป็นอยา่ งไร
7. นกั เรียนและครูร่วมกนั สรุปความรู้ ดังนี้

องค์ประกอบดนตรมี ีความสำคญั ตอ่ บทเพลง เพราะเป็นส่งิ ท่ที ำให้บทเพลงมคี วามสมบรู ณ์
ไพเราะ น่าฟัง อีกท้ังเป็นสงิ่ ทท่ี ำใหผ้ ู้ฟังเข้าใจบทเพลงมากขึน้
ส่ือการเรยี นรู้

แถบบนั ทกึ เสียงดนตรีบรรเลง
การวดั และประเมนิ ผลการเรยี นรู้
1. วิธีการวัดและประเมินผล

1.1 สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรียนในการเข้าร่วมกิจกรรม
1.2 การสรุปผลการอภปิ ราย
2. เคร่ืองมอื
แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการเข้าร่วมกิจกรรม
3. เกณฑ์การประเมิน
การประเมินพฤตกิ รรมการเข้าร่วมกิจกรรม

ผ่านตงั้ แต่ 2 รายการ ถือวา่ ผ่าน

ผา่ น 1 รายการ ถือวา่ ไม่ผ่าน

โรงเรียนสมาคมป่าไม้แหง่ ประเทศไทยอทุ ศิ จำนวน 1 คาบ
กล่มุ สาระการเรียนรศู้ ลิ ปะ ชัน้ มัธยมศึกษาปที ่ี 3

แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ 2 องคป์ ระกอบดนตรี (2) รหสั วิชา ศ23102
หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 องคป์ ระกอบดนตรี ครผู ู้สอน นายทววี ัตร ร่งุ เรอื ง
วชิ า ดนตรี-นาฏศิลป์
ภาคเรียนท่ี 1 ปีการศกึ ษา 2564

มาตรฐานการเรียนรู้
ศ 2.1 เขา้ ใจและแสดงออกทางดนตรอี ย่างสร้างสรรค์ วิเคราะห์ วิพากษ์วจิ ารณ์ คณุ ค่า

ดนตรี ถา่ ยทอดความรู้สกึ ความคดิ ตอ่ ดนตรีอยา่ งอสิ ระ ชนื่ ชม และประยกุ ต์ใช้ในชีวติ ประจำวนั
ตวั ชี้วัด

ศ 2.1 ม.3/1 เปรยี บเทยี บองค์ประกอบที่ใชใ้ นงานดนตรแี ละงานศิลปะอ่ืน
จุดประสงค์การเรียนรู้

1. อธิบายองค์ประกอบของดนตรี (K)
2. เขยี นรายงานเรอ่ื ง องค์ประกอบของดนตรี (P)
3. เห็นคุณคา่ และช่ืนชมในความไพเราะของดนตรี (A)
สาระสำคญั

องค์ประกอบดนตรมี คี วามสำคญั ต่อบทเพลง เพราะเป็นสิ่งทที่ ำใหบ้ ทเพลงมคี วามสมบรู ณ์
ไพเราะ น่าฟงั อีกทง้ั เปน็ ส่ิงทท่ี ำใหผ้ ฟู้ ังเขา้ ใจบทเพลงมากขึน้
สาระการเรียนรู้
1. องคป์ ระกอบงานดนตรี
2. การเปรียบเทยี บองคป์ ระกอบในงานดนตรีและศลิ ปะ
คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
ใฝ่เรยี นรู้

ตวั ช้วี ดั ท่ี 4.1 ตั้งใจ เพยี รพยายามในการเรียนและเข้ารว่ มกจิ กรรมการเรยี นรู้
สมรรถนะสำคัญ

ความสามารถในการคดิ
กระบวนการจดั การเรยี นรู้

1. ให้นกั เรียนร่วมกันแสดงความคิดเหน็ โดยครูใช้คาถามท้าทาย ดงั นี ้
ถ้านกั เรียนเป็นนกั แต่งเพลง จะแต่งเพลงแนวใด เพราะอะไร

2. ให้นกั เรียนทบทวนความรู้เก่ยี วกับองค์ประกอบของดนตรี โดยครูใช้คาถาม ดงั นี ้

จงั หวะมคี วามสาคญั อยา่ งไร
เสยี งใดบ้างที่ไมส่ ามารถนามาเรียบเรียงเป็นทานองได้
การประสานเสยี งทดี่ ีควรมลี กั ษณะอยา่ งไร
พนื ้ ผวิ แบบฮาร์โมนกิ มีลกั ษณะอย่างไร
บทเพลงใดบ้างมีรูปแบบ ABA
3. ให้นกั เรียนเลอื กฟังเพลงไทยที่ชอบ 1 บทเพลง แล้ววเิ คราะหอ์ งค์ประกอบทางดนตรีของ บทเพลง
นนั้ จากนนั้ อธบิ ายเหตผุ ลท่ชี ่ืนชอบบทเพลงเพลงนนั้
4. ให้นกั เรียนเลอื กฟังเพลงสากลท่ชี อบ 1 บทเพลง แล้ววเิ คราะหอ์ งคป์ ระกอบทางดนตรีของบทเพลง
นนั้ จากนนั้ อธิบายเหตผุ ลท่ชี ื่นชอบบทเพลงเพลงนนั้
5. ร่วมกันอภิปรายแสดงความคิดเหน็ วา่ เพลงไทยและเพลงสากล มีองคป์ ระกอบของดนตรีทีเ่ หมอื นหรือ
แตกต่างกนั อย่างไร
6. ให้นกั เรียนแบง่ กลมุ่ กล่มุ ละ 4 – 5 คน ให้แต่ละกล่มุ เลอื กบทเพลงไทย 1 บทเพลง และเพลงสากล 1
บทเพลง จากนนั้ เปรียบเทียบความเหมอื นและความแตกตา่ งขององค์ประกอบดนตรี
โดยเขยี นลงในแผนภาพ ดงั ตวั อยา่ งต่อไปนี ้

เพลงไทย เพลงสากล

จงั หวะ................................................ สงิ่ ท่เี หมือนกัน จงั หวะ

ทานอง..............................................................................................................................

เสยี ง............................................................................................ ทานอง

การประสานเสียง...............................................................................................................

พนื ้ ผิว........................................................................................... เสยี ง

รูปแบบ.................................................................................................................................

7. นกั เรียนและครูร่วมกนั สรุปความรู้ ดงั นี ้ ...................................... การประสานเสยี ง

..........................
องคป์ ระกอบดนตรีมคี วามสาคญั ตอ่ บทเพลง เพราะเป็นส่งิ ที่ทาพในื ้หผ้บวิ ทเพลงมคี วามสมบูรณ์

ไพเราะ นา่ ฟัง อีกทงั้ เป็นสิ่งท่ีทาให้ผ้ฟู ังเข้าใจบทเพลงมากขนึ ้ ..........................................

รูปแบบ

สอื่ การเรยี นรู้ .........................................

แถบบนั ทกึ เสยี งดนตรบี รรเลง

การวัดและประเมินผลการเรียนรู้

1. วธิ ีการวัดและประเมินผล

1.1 สังเกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในเขา้ รว่ มกิจกรรม

1.2 สังเกตพฤติกรรมของนกั เรียนในการเข้าร่วมกจิ กรรมกลุม่

1.3 การสรุปผลการอภปิ ราย

2. เครื่องมอื

2.1 แบบสังเกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกิจกรรม

2.2 แบบสงั เกตพฤติกรรมการเข้าร่วมกจิ กรรมกลมุ่

3. เกณฑ์การประเมนิ

3.1 การประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรม

ผา่ นตง้ั แต่ 2 รายการ ถอื ว่า ผา่ น

ผา่ น 1 รายการ ถือวา่ ไมผ่ า่ น

3.2 การประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกิจกรรมกล่มุ

คะแนน 9-10 ระดับ ดีมาก

คะแนน 7-8 ระดบั ดี

คะแนน 5-6 ระดับ พอใช้

คะแนน 0-4 ระดับ ควรปรบั ปรงุ

โรงเรียนสมาคมป่าไมแ้ หง่ ประเทศไทยอทุ ศิ

กลมุ่ สาระการเรียนรศู้ ลิ ปะ

แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี 3 การเปรยี บเทียบองคป์ ระกอบในงานดนตรีและศิลปะ จำนวน 1 คาบ

หน่วยการเรยี นรูท้ ่ี 1 องค์ประกอบดนตรี ช้ันมัธยมศึกษาปที ่ี 3

วิชา ดนตรี-นาฏศิลป์ รหสั วิชา ศ23102

ภาคเรยี นที่ 1 ปีการศกึ ษา 2564 ครผู สู้ อน นายทววี ตั ร รุ่งเรอื ง

มาตรฐานการเรยี นรู้
ศ 2.1 เข้าใจและแสดงออกทางดนตรอี ยา่ งสรา้ งสรรค์ วิเคราะห์ วพิ ากษ์วจิ ารณ์ คณุ ค่า

ดนตรี ถา่ ยทอดความรู้สึก ความคดิ ตอ่ ดนตรีอยา่ งอิสระ ช่ืนชม และประยกุ ต์ใชใ้ นชีวิตประจำวัน
ตัวชี้วัด

ศ 2.1 ม.3/1 เปรียบเทยี บองค์ประกอบที่ใช้ในงานดนตรีและงานศิลปะอ่นื
จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้

1. อธบิ ายองคป์ ระกอบของดนตรแี ละงานศิลปะอ่ืน (K)
2. เปรยี บเทยี บองค์ประกอบท่ีใช้ในงานดนตรแี ละงานศิลปะอ่ืน (P)
3. เหน็ คณุ คา่ ของดนตรี (A)
สาระสำคญั
องคป์ ระกอบทางศลิ ปะเป็นสงิ่ ที่ใช้ในการสร้างสรรค์งานศิลปะ เมือ่ มีการนำดนตรีมาเกีย่ วขอ้ ง จะทำ
ให้เกดิ การสร้างสรรคผ์ ลงานด้านศิลปะทีน่ า่ สนใจ
สาระการเรียนรู้
1. องค์ประกอบงานดนตรี
2. การเปรยี บเทยี บองค์ประกอบในงานดนตรีและศิลปะ
คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
ใฝ่เรียนรู้

ตัวชวี้ ัดท่ี 4.1 ต้งั ใจ เพียรพยายามในการเรยี นและเข้ารว่ มกิจกรรมการเรียนรู้
สมรรถนะสำคญั

ความสามารถในการคดิ
กระบวนการจดั การเรยี นรู้

1. ให้นักเรยี นร่วมกันแสดงความคิดเหน็ โดยครูใชค้ ำถามทา้ ทาย ดังนี้
ถา้ นกั เรยี นตอ้ งการวาดภาพวิวทิวทัศน์ จะเลือกบทเพลงใดมาช่วยในการสร้างจนิ ตนาการ

ในการวาด

2. ให้นกั เรียนชมการแสดงการเต้นรำ (Dance) ของนักร้องไทยหรือนกั รอ้ งชาวตา่ งชาติ จากนัน้ รว่ มกัน
วเิ คราะห์ว่าการเต้นรำท่มี ีความสนุกสนานน้นั มาจากองค์ประกอบใดบา้ ง

3. ครอู ธบิ ายให้นักเรียนฟังว่า ดนตรีเป็นศลิ ปะแขนงหน่ึงท่ีสรา้ งสรรค์ขน้ึ มาเพอื่ ใหม้ นุษยเ์ กดิ ความผอ่ น
คลาย เป็นศลิ ปะทลี่ ะเอยี ดอ่อนสามารถเขา้ ถงึ จิตใจมนุษย์ได้ ซงึ่ องค์ประกอบของดนตรีและองคป์ ระกอบของ
ศิลปะมีความแตกต่างกนั

4.ใหน้ กั เรียนเลอื กภาพจติ รกรรม 1 ภาพ ท่ชี นื่ ชอบ แลว้ วเิ คราะห์วา่ ภาพน้นั ใช้องคป์ ระกอบศิลปะใดบา้ ง
แล้วออกมานำเสนอท่ีหน้าชั้นเรียน

5. ใหน้ ักเรียนเลอื กฟงั บทเพลงท่ีช่ืนชอบแลว้ วาดภาพทีเ่ กดิ จากการจินตนาการในบทเพลงน้ัน จากนนั้
ออกมานำเสนอท่ีหนา้ ช้ันเรียน

6. ให้นักเรยี นเปรียบเทียบองค์ประกอบดนตรแี ละศิลปะว่ามีความเหมอื นและความแตกต่างกันอยา่ งไร
ลงในชน้ิ งานที่ 1

7. ให้นกั เรยี นรว่ มกนั อภิปรายแสดงความคดิ เห็นเพ่อื สรุปความร้เู กยี่ วกับการเปรยี บเทียบองค์ประกอบ
ในงานดนตรแี ละศลิ ปะ โดยครใู ชค้ ำถาม ดงั นี้

องค์ประกอบศิลปะมีความสำคญั อยา่ งไร
ดนตรแี ละศิลปะมคี วามเกย่ี วข้องกนั อยา่ งไร
ดนตรีและศิลปะมคี วามสำคญั ต่อคนในสังคมอยา่ งไร
ถ้าศลิ ปะมอี งค์ประกอบไมส่ มบรู ณจ์ ะเป็นอย่างไร
องค์ประกอบศิลปะใดทีเ่ ปน็ พ้นื ฐานของงานศิลปะ
8. นกั เรยี นและครูร่วมกนั สรปุ ความรู้ ดงั นี้
องค์ประกอบทางศิลปะเปน็ ส่งิ ท่ใี ชใ้ นการสรา้ งสรรค์งานศิลปะ เมือ่ มีการนำดนตรมี า
เกี่ยวขอ้ ง จะทำใหเ้ กดิ การสร้างสรรค์ผลงานด้านศิลปะทน่ี า่ สนใจ

สื่อการเรยี นรู้
แถบบนั ทึกเสยี งดนตรีบรรเลง

การวัดและประเมนิ ผลการเรยี นรู้
1. วิธกี ารวัดและประเมินผล

1.1 สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรียนในเข้ารว่ มกิจกรรม
1.2 สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่
1.3 การสรุปผลการอภปิ ราย
2. เคร่อื งมอื
2.1 แบบสงั เกตพฤติกรรมการเข้ารว่ มกิจกรรม
2.2 แบบสงั เกตพฤติกรรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่
3. เกณฑก์ ารประเมนิ
3.1 การประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกิจกรรม

ผ่านต้งั แต่ 2 รายการ ถือวา่ ผา่ น

ผา่ น 1 รายการ ถือว่า ไม่ผ่าน

3.2 การประเมินพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกิจกรรมกลมุ่

คะแนน 9-10 ระดบั ดีมาก

คะแนน 7-8 ระดบั ดี

คะแนน 5-6 ระดบั พอใช้

คะแนน 0-4 ระดบั ควรปรบั ปรงุ

โรงเรยี นสมาคมป่าไม้แหง่ ประเทศไทยอทุ ิศ จำนวน 1 คาบ
กลุม่ สาระการเรียนร้ศู ลิ ปะ ชั้นมัธยมศกึ ษาปีท่ี 3

แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ 4 เทคนคิ และการแสดงออกในการขับรอ้ งเด่ียว รหัสวชิ า ศ23102
หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 2 การขับร้องและบรรเลงดนตรี ครผู สู้ อน นายทววี ตั ร รุ่งเรอื ง
วิชา ดนตรี-นาฏศลิ ป์
ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564

มาตรฐานการเรยี นรู้
ศ 2.1 เข้าใจและแสดงออกทางดนตรอี ยา่ งสรา้ งสรรค์ วเิ คราะห์ วพิ ากษ์วจิ ารณ์ คณุ ค่า

ดนตรี ถา่ ยทอดความรู้สกึ ความคดิ ตอ่ ดนตรีอยา่ งอสิ ระ ชื่นชม และประยกุ ต์ใชใ้ นชีวติ ประจำวัน
ตัวช้วี ัด

ศ 2.1 ม.3/2 รอ้ งเพลง เล่นดนตรเี ดี่ยวและรวมวง โดยเน้นเทคนคิ การร้อง
การเลน่ การแสดงออก และคุณภาพเสียง

จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
1. อธิบายเทคนิคและการแสดงออกในการขับร้องเดย่ี ว (K)
2. ฝึกการขับร้อง โดยใช้เทคนิคและการแสดงออกในการขับรอ้ งเดี่ยว (P)
3. ชื่นชมการขับรอ้ งเดี่ยวของตนเองและผอู้ ่ืน (A)

สาระสำคัญ
การขบั รอ้ งเด่ยี วผู้ขับร้องควรมเี ทคนิคในการขบั ร้อง มนี ำ้ เสยี งไพเราะ จะทำใหข้ บั ร้อง

บทเพลงได้ไพเราะ
สาระการเรียนรู้

เทคนคิ และการแสดงออกในการขบั ร้องเดย่ี วและหมู่
คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

ใฝเ่ รยี นรู้
ตวั ชว้ี ัดที่ 4.1 ตั้งใจ เพยี รพยายามในการเรียนและเข้าร่วมกิจกรรมการเรยี นรู้

สมรรถนะสำคัญ
ความสามารถในการคิด

กระบวนการจัดการเรียนรู้
1. ให้นักเรยี นร่วมกันแสดงความคิดเห็น โดยครูใชค้ ำถามท้าทาย ดังน้ี
นกั เรียนคิดวา่ นักร้องเดี่ยวควรมีความสามารถในเร่อื งใดบ้าง

2. ใหน้ กั เรียนยกตวั อย่างศิลปนิ เด่ียวทม่ี รี ปู แบบและเทคนิคในการขบั ร้องเพลงทโ่ี ดดเดน่ หรือแตกตา่ งจาก

ศิลปินคนอนื่ ๆ อธบิ ายรูปแบบหรือเทคนคิ ทโ่ี ดดเดน่ เหล่าน้นั จากนน้ั อภิปรายแสดงความคิดเหน็ ว่าเทคนคิ ใน

การร้องเพลง มีความสำคัญกบั ความสำเร็จของศลิ ปินอย่างไร

3. ครอู ธบิ ายความหมายและรูปแบบของการขับรอ้ งเด่ยี ว ให้นักเรียนฟัง

4. ให้นักเรยี นศึกษาเทคนคิ และการแสดงออกในการขับร้องเดย่ี ว จากหนงั สือเรียนหรือแหลง่ การเรยี นรู้

อืน่ จากนัน้ ร่วมกันอภปิ รายสรุปความรู้

5. ครูสาธติ การขับรอ้ งเดี่ยว ในบทเพลง ลาวสมเด็จ (2 ชนั้ ) และเพลงอิ่มอนุ่ โดยใช้เทคนคิ และการ

แสดงออกในการขบั รอ้ งเดี่ยว ให้นักเรียนฟัง

6. ใหน้ กั เรยี นฝึกขับรอ้ งเดีย่ วในบทเพลง ลาวสมเด็จ (2 ชนั้ ) และเพลงอ่มิ อุน่ โดยใชเ้ ทคนคิ และการ

แสดงออกในการขบั ร้องเด่ยี ว

7. ให้นกั เรยี นเลอื กบทเพลงไทย และบทเพลงไทยสากลท่ชี น่ื ชอบประเภทละ 1 บทเพลง แลว้ ฝกึ ขบั รอ้ ง

จากนั้นออกมารอ้ งหนา้ ชั้นเรยี น ครูประเมนิ ผลการขับรอ้ งลงในแบบประเมิน ดังตวั อยา่ ง

แบบประเมินผลการขับรอ้ งเดีย่ ว

รายการประเมนิ ขัน้ ดีเย่ียม ขน้ั ดี ขั้นพอใช้ ข้นั ปรบั ปรงุ
(2 คะแนน) (1.5 คะแนน) (1 คะแนน) (0.5 คะแนน)

1. จังหวะ (Rhythm)

2. เสยี ง (Tone)

3. ทำนอง (Melody)

4. รปู แบบหรอื สไตล์ (Form Style)

5. การออกเสียงและอกั ขระ

คะแนนเตม็ 10 คะแนน รวมคะแนน......................คะแนน

ลงชอ่ื ผูป้ ระเมนิ ...............................................

เกณฑ์การใหค้ ะแนน

ระดบั คะแนน ระดับคณุ ภาพ

9 – 10 ดเี ยย่ี ม

7 – 8 ดี

5 – 6 พอใช้

1 – 4 ควรปรับปรงุ

8. ให้นกั เรยี นบนั ทกึ ผลการขบั รอ้ งเดี่ยวของตนเองลงในแบบบันทกึ ดังตวั อยา่ ง

แบบบันทกึ การขบั ร้องเด่ยี ว
1. เพลงที่ขบั ร้อง คือ.......................................................................................................................
2. เป็นเพลงประเภทใด...................................................................................................................
3. มีจงั หวะอย่างไร.........................................................................................................................
4. บทเพลงมเี น้ือหาเกี่ยวกบั อะไร..................................................................................................
5. นกั เรียนมีเทคนิคในการขบั ร้องอยา่ งไร.....................................................................................
...................................................................................................................................

9. นักเรียนและครรู ว่ มกันสรุปความรู้ ดงั น้ี
การขับร้องเดี่ยวผูข้ บั รอ้ งควรมเี ทคนคิ ในการขับรอ้ ง มนี ำ้ เสยี งไพเราะ จะทำให้

ขบั ร้องบทเพลงได้ไพเราะ

ส่ือการเรียนรู้
แถบบันทึกเสยี งดนตรบี รรเลง

การวัดและประเมนิ ผลการเรยี นรู้
1. วธิ กี ารวัดและประเมนิ ผล

1.1 สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรียนในการเข้ารว่ มกจิ กรรม
1.2 การสรปุ ผลการอภปิ ราย
2. เคร่ืองมือ
แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรม
3. เกณฑ์การประเมิน
การประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรม
ผ่านต้งั แต่ 2 รายการ ถือว่า ผ่าน
ผ่าน 1 รายการ ถอื ว่า ไมผ่ ่าน

โรงเรยี นสมาคมป่าไมแ้ หง่ ประเทศไทยอทุ ศิ จำนวน 1 คาบ
กลุ่มสาระการเรยี นรศู้ ลิ ปะ ชัน้ มธั ยมศึกษาปีที่ 3

แผนการจดั การเรยี นรูท้ ี่ 5 เทคนิคและการแสดงออกในการขับรอ้ งหมู่ รหัสวชิ า ศ23102
หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 2 การขับร้องและบรรเลงดนตรี ครผู สู้ อน นายทววี ตั ร รงุ่ เรอื ง
วชิ า ดนตรี-นาฏศิลป์
ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศกึ ษา 2564

มาตรฐานการเรยี นรู้
ศ 2.1 เข้าใจและแสดงออกทางดนตรีอยา่ งสร้างสรรค์ วิเคราะห์ วิพากษว์ ิจารณ์ คุณค่า

ดนตรี ถา่ ยทอดความรสู้ ึก ความคดิ ตอ่ ดนตรีอย่างอิสระ ชนื่ ชม และประยุกตใ์ ชใ้ นชีวิตประจำวนั
ตวั ชวี้ ดั

ศ 2.1 ม.3/2 ร้องเพลง เลน่ ดนตรเี ดยี่ วและรวมวง โดยเนน้ เทคนิคการรอ้ ง
การเล่น การแสดงออก และคุณภาพเสียง

จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
1. อธบิ ายเทคนิคและการแสดงออกในการขบั รอ้ งหมู่ (K)
2. ฝกึ การขบั รอ้ ง โดยใช้เทคนิคและการแสดงออกในการขบั รอ้ งเด่ยี ว (P)
3. ช่นื ชมการขับร้องเดยี่ วของตนเองและผูอ้ นื่ (A)

สาระสำคัญ
การขบั รอ้ งหมู่ ผ้ขู ับร้องจะต้องรอ้ งดว้ ยความพร้อมเพรยี งกนั และใช้เทคนิคในการขับรอ้ งเพอ่ื ใหข้ ับ

รอ้ งไดไ้ พเราะ นา่ ฟงั
สาระการเรียนรู้

เทคนิคและการแสดงออกในการขบั ร้องเด่ยี วและหมู่
คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์

ใฝเ่ รยี นรู้
ตัวช้ีวัดที่ 4.1 ตงั้ ใจ เพียรพยายามในการเรียนและเขา้ รว่ มกจิ กรรมการเรียนรู้

สมรรถนะสำคัญ
ความสามารถในการคิด

กระบวนการจัดการเรียนรู้
1. ใหน้ กั เรยี นรว่ มกันแสดงความคิดเหน็ โดยครใู ชค้ ำถามท้าทาย ดังนี้
เพลงใดบ้างทส่ี ามารถนำมาขบั รอ้ งหม่ไู ด้
2. ให้นักเรียนยกตวั อย่างกลมุ่ ศิลปินทม่ี รี ูปแบบและเทคนิคในการขบั ร้องเพลงที่โดดเด่น

หรอื แตกตา่ ง อธิบายรูปแบบหรอื เทคนคิ ที่โดดเด่นเหล่านัน้

3. ครูอธิบายความหมายและรปู แบบของการขบั รอ้ งหมู่ใหน้ ักเรียนฟงั

4. ให้นกั เรียนศกึ ษาเทคนิคและการแสดงออกในการขับรอ้ งหมู่ จากหนงั สอื เรยี นหรือแหลง่

การเรยี นรอู้ ืน่ จากนนั้ ร่วมกนั อภิปรายสรุปความรู้

5. ครสู าธติ การขบั ร้อง ขบั รอ้ งหมู่ ในบทเพลง MARCHING SONG โดยใช้เทคนิคและการแสดงออกใน

การขบั รอ้ งหมู่ ใหน้ ักเรียนฟงั

6. ให้นกั เรียนฝึกขับร้องหมู่ โดยใช้เพลงที่ครูสาธติ ในบทเพลง MARCHING SONG โดยใชเ้ ทคนคิ และการ

แสดงออกในการขับรอ้ งหมู่

7. ใหน้ กั เรียนแบ่งกลุ่ม 2 กลมุ่ ใหแ้ ตล่ ะกลุ่มเลอื กบทเพลงท่ีสนใจ 1 บทเพลง แล้วฝึกการ

ขับรอ้ งหมู่ จากน้ันออกมารอ้ งทห่ี น้าชนั้ เรียนทีละกลุ่ม ครูประเมนิ ผลการขบั รอ้ งลงในแบบประเมนิ ดังตัวอยา่ ง

แบบประเมินผลงานการขับรอ้ งหมู่

รายการประเมนิ ข้ันดีเยีย่ ม ขัน้ ดี ขน้ั พอใช้ ขนั้ ปรบั ปรงุ
(2 คะแนน) (1.5 คะแนน) (1 คะแนน) (0.5 คะแนน)

1. จงั หวะ (Rhythm)

2. เสยี ง (Tone)

3. ทำนอง (Melody)

4. รูปแบบหรือสไตล์ (Form Style)

5. การประสานเสียง (Harmony)

คะแนนเตม็ 10 คะแนน รวมคะแนน......................คะแนน
ลงช่ือผู้ประเมนิ ...............................................

เกณฑ์การใหค้ ะแนน

ระดบั คะแนน ระดับคุณภาพ

9 – 10 ดเี ยย่ี ม

7 – 8 ดี

5 – 6 พอใช้

1 – 4 ควรปรบั ปรงุ

8. เมอ่ื นกั เรียนขบั รอ้ งหมจู่ บทกุ กลมุ่ ใหแ้ ตล่ ะคนบนั ทึกผลการขบั ร้อง ลงในแบบบันทกึ
ดงั ตัวอยา่ ง

แบบบนั ทกึ การขับร้องหมู่
1. เพลงท่ีขบั ร้อง คือ.............................................................................................................................
2. เป็นเพลงประเภทใด.........................................................................................................................
3. มีจงั หวะอยา่ งไร...............................................................................................................................
4. บทเพลงมเี น้ือหาเกีย่ วกบั อะไร.........................................................................................................
5. นกั เรียนมีเทคนิคในการขบั รอ้ งอยา่ งไร............................................................................................
.......................................................................................................................................

9. ใหน้ ักเรยี นสรุปความสำคัญของเทคนิคในการขับร้องเพลง ลงในแผนภาพ ดงั ตัวอยา่ ง

............................... ..............................
............................... ..............................
............ ........

ความสาคัญของเทคนคิ ในการขับ
ร้ อง

............................... ............................

............................... ............................

10. ให้นกั เ.ร..ยี ..น..ร..ว่..ม...กนั อภิปรายแสดงความคิดเหน็ เพอ่ื สรปุ ความร้เู ก่ียวกับ..เ.ท...ค..น. ิคและการแสดงออกใน

การขับร้องเด่ยี วและหมโู่ ดยครูใชค้ ำถาม ดงั น้ี

การขับรอ้ งเพลงไทยมีเทคนิคแตกตา่ งจากการขบั รอ้ งเพลงไทยสากลอยา่ งไร

การมเี ทคนิคการขับรอ้ ง ทำให้การขับร้องเพลงเปน็ อยา่ งไร

การขบั รอ้ งเพลงท่ไี พเราะ ผขู้ บั ร้องควรมลี ักษณะอยา่ งไร

การขบั รอ้ งหมู่มเี ทคนิคการขบั ร้องอย่างไร

11. นกั เรียนและครรู ว่ มกันสรปุ ความรู้ ดังนี้

การขบั รอ้ งหมู่ ผู้ขบั รอ้ งจะตอ้ งรอ้ งดว้ ยความพร้อมเพรยี งกัน และใช้เทคนิคในการ

ขบั รอ้ งเพื่อใหข้ ับร้องได้ไพเราะ น่าฟัง

สอ่ื การเรยี นรู้

แถบบนั ทกึ เสียงดนตรีบรรเลง

การวดั และประเมนิ ผลการเรียนรู้

1. วธิ ีการวดั และประเมินผล

1.1 สังเกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในการเข้าร่วมกจิ กรรม

1.2 การสรปุ ผลการอภปิ ราย

2. เครอื่ งมอื

แบบสังเกตพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรม

3. เกณฑก์ ารประเมนิ

การประเมนิ พฤติกรรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรม

ผา่ นต้ังแต่ 2 รายการ ถอื วา่ ผา่ น

ผา่ น 1 รายการ ถอื วา่ ไม่ผ่าน

โรงเรียนสมาคมป่าไมแ้ ห่งประเทศไทยอุทศิ

กล่มุ สาระการเรียนร้ศู ลิ ปะ

แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี 6 เทคนคิ และการแสดงออกในการขับรอ้ งหมู่ จำนวน 1 คาบ

หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 เทคนิคและการแสดงออกในการบรรเลงดนตรเี ดยี่ วและรวมวง ชนั้ มธั ยมศึกษาปีท่ี 3

วิชา ดนตรี-นาฏศิลป์ รหสั วิชา ศ23102

ภาคเรยี นที่ 1 ปกี ารศึกษา 2564 ครผู ู้สอน นายทวีวัตร รงุ่ เรอื ง

มาตรฐานการเรยี นรู้
ศ 2.1 เข้าใจและแสดงออกทางดนตรอี ย่างสร้างสรรค์ วิเคราะห์ วิพากษ์วจิ ารณ์ คณุ ค่า

ดนตรี ถา่ ยทอดความรสู้ กึ ความคดิ ต่อดนตรีอยา่ งอิสระ ชื่นชม และประยุกตใ์ ช้ในชีวิตประจำวนั
ตัวชว้ี ัด

ศ 2.1 ม.3/2 ร้องเพลง เลน่ ดนตรเี ด่ียวและรวมวง โดยเน้นเทคนคิ การร้อง
การเลน่ การแสดงออก และคณุ ภาพเสียง

จุดประสงค์การเรียนรู้
1. อธิบายเทคนิคและการแสดงออกในการบรรเลงดนตรีเด่ยี ว (K)
2. ฝกึ บรรเลงดนตรี โดยใช้เทคนิคและการบรรเลงดนตรเี ดีย่ ว (P)
3. ช่ืนชมการบรรเลงดนตรีเดยี่ วของตนเองและผูอ้ นื่ (A)

สาระสำคัญ
การบรรเลงดนตรีเด่ียวเป็นการแสดงความสามารถทั้งจังหวะ ทำนอง ฝมี อื ผบู้ รรเลง ซ่งึ ต้องมคี วาม

แมน่ ยำในตวั โนต้ มีเทคนคิ ในการบรรเลง จะทำให้บรรเลงบทเพลงได้ถกู ต้อง ไพเราะ
สาระการเรยี นรู้

เทคนิคและการแสดงออกในการบรรเลงดนตรีเด่ียวและรวมวง
คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์

ใฝเ่ รยี นรู้
ตวั ชีว้ ดั ท่ี 4.1 ตง้ั ใจ เพยี รพยายามในการเรยี นและเข้ารว่ มกิจกรรมการเรียนรู้

สมรรถนะสำคัญ
ความสามารถในการคิด

กระบวนการจัดการเรยี นรู้
1. ให้นกั เรียนร่วมกนั แสดงความคดิ เห็น โดยครูใชค้ ำถามท้าทาย ดงั นี้
ถา้ ในโลกนี้กำหนดใหม้ ดี นตรไี ด้ 1 ชน้ิ นักเรียนจะเลือกเคร่อื งดนตรชี นดิ ใดไวบ้ นโลก

เพราะอะไร

2. ใหน้ กั เรยี นชมการบรรเลงเด่ยี วดนตรขี องนกั ดนตรี แล้ววิเคราะห์รปู แบบและเทคนิคการบรรเลงของ

ผู้บรรเลง จากนั้นออกมานำเสนอท่หี นา้ ชน้ั เรยี น

3. ให้นกั เรยี นยกตวั อยา่ งนกั ดนตรเี ดี่ยวทม่ี รี ูปแบบและเทคนิคในการบรรเลงดนตรที ่ีโดดเด่นและมี

เอกลกั ษณ์ แตกต่างจากนักดนตรีคนอืน่ ๆ อธบิ ายรูปแบบหรือเทคนคิ ทน่ี ักดนตรคี นนนั้ ใช้ จากนนั้ อภิปราย

แสดงความคิดเห็นว่าเทคนิคในการบรรเลงดนตรี มีความสำคัญกับความสำเรจ็ ของนกั ดนตรอี ยา่ งไร

4. ให้นกั เรียนศกึ ษาเทคนิคและการแสดงออกในการบรรเลงดนตรีเด่ียว จากหนงั สือเรยี นหรือแหล่งการ

เรียนรอู้ ่นื จากนน้ั รว่ มกนั อภปิ รายสรุปความรู้

5. ใหน้ กั เรียนเลือกเคร่อื งดนตรที ี่ตนเองช่ืนชอบหรือถนดั 1 ชนิด ฝกึ บรรเลงดนตรเี ดีย่ ว 1

บทเพลง โดยใชเ้ ทคนคิ และการแสดงออกในการบรรเลงดนตรเี ดี่ยว แลว้ ออกมาแสดงหนา้ ช้ันเรยี นทีละคน ครู

ประเมินผลการบรรเลงลงในแบบประเมิน

แบบประเมนิ ผลงานการบรรเลงดนตรีเด่ียว

รายการประเมนิ ขน้ั ดีเยีย่ ม ขนั้ ดี ขั้นพอใช้ ขัน้ ปรับปรุง
(2 คะแนน) (1.5 คะแนน) (1 คะแนน) (0.5 คะแนน)

1. เหตุผลในการเลอื กเครือ่ งดนตรี

2. เทคนิคในการเล่น

3. จังหวะและทำนอง

4. ลลี าในการบรรเลง

5. ความมน่ั ใจในการเล่น

คะแนนเต็ม 10 คะแนน รวมคะแนน......................คะแนน

ลงชอ่ื ผู้ประเมิน...............................................

เกณฑ์การให้คะแนน

ระดับคะแนน ระดับคุณภาพ

9 – 10 ดเี ยย่ี ม

7 – 8 ดี

5 – 6 พอใช้

1 – 4 ควรปรบั ปรุง

6. ใหน้ กั เรียนบันทกึ ผลการบรรเลงเด่ยี วดนตรลี งในแบบบันทึก ดงั ตัวอย่าง

แบบบันทกึ ผลการบรรเลงดนตรี
1. เพลงที่บรรเลง คือ ..........................................................................................
2. นกั เรียนบรรเลงเคร่ืองดนตรีอะไร..................................................................
3. นกั เรียนบรรเลงเป็นอยา่ งไร...........................................................................
..........................................................................................................

....................

4. นกั เรียนจะปรบั ปรุงแกไ้ ขการบรรเลงดนตรีของตนเองอย่างไร
..........................................................................................................

....................

..........................................................................................................

7. นกั เรียนและครูรว่ มกนั สรุปความรู้ ดังน้ี
การบรรเลงดนตรเี ด่ยี วเปน็ การแสดงความสามารถทง้ั จงั หวะ ทำนอง ฝีมือ ผู้บรรเลง ซง่ึ ตอ้ ง

มีความแม่นยำในตัวโน้ต มเี ทคนิคในการบรรเลง จะทำใหบ้ รรเลงบทเพลงได้ถูกต้อง ไพเราะ
สือ่ การเรยี นรู้

แถบบนั ทึกเสียงดนตรบี รรเลง
การวัดและประเมนิ ผลการเรียนรู้
1. วิธีการวัดและประเมนิ ผล

1.1 สังเกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในการเข้าร่วมกจิ กรรม
1.2 การสรปุ ผลการอภิปราย
2. เครื่องมือ
แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกิจกรรม
3. เกณฑก์ ารประเมิน
การประเมนิ พฤติกรรมการเขา้ รว่ มกิจกรรม
ผ่านตง้ั แต่ 2 รายการ ถอื ว่า ผ่าน
ผา่ น 1 รายการ ถือว่า ไมผ่ า่ น

โรงเรยี นสมาคมปา่ ไม้แห่งประเทศไทยอทุ ศิ

กล่มุ สาระการเรียนรศู้ ลิ ปะ

แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 7 เทคนคิ และการแสดงออกในการบรรเลงดนตรีรวมวง จำนวน 1 คาบ

หนว่ ยการเรียนร้ทู ่ี 2 การขับร้องและบรรเลงดนตรี ชั้นมธั ยมศึกษาปีท่ี 3

วิชา ดนตรี-นาฏศลิ ป์ รหัสวิชา ศ23102

ภาคเรยี นที่ 1 ปีการศึกษา 2564 ครผู ้สู อน นายทวีวัตร รงุ่ เรอื ง

มาตรฐานการเรยี นรู้
ศ 2.1 เข้าใจและแสดงออกทางดนตรีอย่างสรา้ งสรรค์ วเิ คราะห์ วพิ ากษ์วจิ ารณ์ คุณค่า

ดนตรี ถ่ายทอดความรู้สึก ความคิดตอ่ ดนตรอี ยา่ งอิสระ ชนื่ ชม และประยุกต์ใชใ้ นชีวติ ประจำวนั
ตัวชี้วัด

ศ 2.1 ม.3/2 รอ้ งเพลง เล่นดนตรีเด่ียวและรวมวง โดยเนน้ เทคนิคการร้อง
การเลน่ การแสดงออก และคณุ ภาพเสยี ง

จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1. อธบิ ายเทคนคิ และการแสดงออกในการบรรเลงดนตรีรวมวง (K)
2. ฝกึ บรรเลงดนตรี โดยใช้เทคนคิ และการบรรเลงดนตรีเดย่ี ว (P)
3. ช่นื ชมการบรรเลงดนตรเี ดี่ยวของตนเองและผ้อู ื่น (A)

สาระสำคญั
การบรรเลงดนตรรี วมวง ผบู้ รรเลงต้องมีความเขา้ ใจตัวโนต้ จังหวะ บทเพลงบรรเลงได้พร้อมเพรียงกัน

จะทำใหบ้ ทเพลงมีความไพเราะ

สาระการเรียนรู้
เทคนคิ และการแสดงออกในการบรรเลงดนตรีเด่ยี วและรวมวง

คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์
ใฝเ่ รียนรู้
ตัวชวี้ ัดที่ 4.1 ตั้งใจ เพียรพยายามในการเรียนและเขา้ รว่ มกจิ กรรมการเรียนรู้

สมรรถนะสำคญั
ความสามารถในการคิด

กระบวนการจัดการเรยี นรู้
1. ใหน้ กั เรยี นร่วมกนั แสดงความคดิ เห็น โดยครใู ชค้ ำถามท้าทาย ดงั นี้

ถา้ นักเรียนมีโอกาสไดเ้ ปน็ นักดนตรีในวงดนตรที ม่ี ีช่ือเสยี ง จะเลอื กเป็นนักดนตรีในวงดนตรวี งใด
เพราะอะไร

2. ใหน้ กั เรียนชมการบรรเลงเพลงของวงดนตรีไทยหรอื สากล 1 วง (หรอื 1 การแสดง) แล้ววิเคราะห์วา่
วงดนตรีเหลา่ นั้นมีเทคนิคในการบรรเลงอยา่ งไร จากนั้นออกมานำเสนอทห่ี น้าช้นั เรยี น

3. ใหน้ กั เรียนยกตัวอย่างวงดนตรีทม่ี รี ูปแบบและเทคนิคในการบรรเลงดนตรีทโ่ี ดดเดน่ และมีเอกลักษณ์
แตกต่างจากวงดนตรวี งอน่ื ๆ อธบิ ายรูปแบบหรอื เทคนิคที่โดดเดน่ เหล่าน้ัน

4. ให้นักเรยี นศกึ ษาเทคนิคและการแสดงออกในการบรรเลงดนตรีรวมวง จากหนงั สอื เรยี นหรอื แหล่ง
การเรยี นรอู้ ื่น จากน้ันร่วมกนั อภปิ รายสรุปความรู้

5. ให้นกั เรียนแบง่ กลมุ่ 3 กล่มุ ใหแ้ ตล่ ะกล่มุ บรรเลงดนตรี โดยแต่ละคนเลอื กเครือ่ งดนตรีตาม
ความชอบหรือถนดั ฝกึ บรรเลงกลมุ่ ละ 1 เพลง แล้วแสดงหนา้ ชน้ั เรยี นทลี ะกลมุ่ ครูประเมินผลการแสดงลงใน
แบบประเมนิ

แบบประเมินผลงานการบรรเลงดนตรรี วมวง

รายการประเมิน ขนั้ ดีเยี่ยม ขั้นดี ขนั้ พอใช้ ขน้ั ปรบั ปรงุ
(2 คะแนน) (1.5 คะแนน) (1 คะแนน) (0.5
คะแนน)

1. เหตุผลในการเลือกเครื่องดนตรี

2. เทคนคิ ในการเล่น

3. จังหวะและทำนอง

4. ลลี าในการบรรเลง

5. ความมน่ั ใจในการเล่น

(ความพร้อมเพรยี งและกลมกลืน)

คะแนนเตม็ 10 คะแนน รวมคะแนน......................คะแนน
ลงชือ่ ผปู้ ระเมิน...............................................

เกณฑก์ ารให้คะแนน

ระดบั คะแนน ระดับคณุ ภาพ

9 – 10 ดเี ยย่ี ม

7 – 8 ดี

5 – 6 พอใช้

1 – 4 ควรปรบั ปรุง

6. ใหน้ ักเรียนบันทกึ ผลการบรรเลงดนตรรี วมวงของกลุม่ ตนเอง ลงในแบบบันทึก ดงั ตัวอยา่ ง

แบบบนั ทกึ ผลการบรรเลงดนตรี
1. เพลงทบ่ี รรเลง คอื ..........................................................................................
2. นกั เรียนบรรเลงเคร่ืองดนตรีอะไร..................................................................
3. กลุม่ ของนกั เรียนบรรเลงเป็นอย่างไร.............................................................
..........................................................................................................

....................
4. นกั เรียนจะปรบั ปรุงแกไ้ ขการบรรเลงดนตรีของกลุ่มตนเองอย่างไร
..........................................................................................................

....................
..........................................................................................................
7. ใหน้ ักเรียนรว่..ม..ก...ัน..อ..ภ...ิป..ร..า..ยแสดงความคดิ เหน็ เพ่ือสรปุ ความร้เู กย่ี วกบั เทคนิคและการแสดงออกใน
การบรรเลงดนตรเี ด5.ยี่...กกว..แาา.ก...รร.ล.ล..บบ..ุ่มะ...รร.รข..รร..วอ..เเ.ม.งลล..น..ว.งง...กงัเเ...ดด.เ.ร.โ..่ี่ยียีดย...ววน.ย..มคผผ..ีเรบบูู้้.ท.ูใ.ครรช..นรร.้ค.เเิค.ำลล.ใ.ถงง.น.าจค.ก.มะว.า.ตร.รด.มอ้บ..งั เี.งรน.ทมร..้ีคเ.ีคล.น.งว..ดคิา..นมอ..ตส.ะ.รา.ไ.ีอรม..บย.า.่า้าร.ง.งถ.ไ..รอ...ย.....า่....ง....ไ...ร...........................................
การบรรเลงรวมวง ผู้บรรเลงจะตอ้ งคำนึงถงึ สงิ่ ใดบ้าง
การบรรเลงรวมวงท่ไี พเราะ ผ้บู รรเลงควรมที กั ษะอะไรบา้ ง
การมเี ทคนิคในการบรรเลงสง่ ผลตอ่ การบรรเลงดนตรีอยา่ งไร
8. นกั เรียนและครรู ่วมกนั สรุปความรู้ ดังน้ี

การบรรเลงดนตรรี วมวง ผู้บรรเลงต้องมีความเข้าใจตัวโนต้ จงั หวะ บทเพลงบรรเลงได้
พร้อมเพรยี งกัน จะทำใหบ้ ทเพลงมีความไพเราะ

ส่ือการเรยี นรู้
แถบบันทึกเสยี งดนตรีบรรเลง

การวัดและประเมนิ ผลการเรียนรู้
1. วิธีการวดั และประเมนิ ผล

1.1 สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี นในการเขา้ รว่ มกจิ กรรม
1.2 การสรุปผลการอภิปราย
2. เครอ่ื งมือ
แบบสังเกตพฤติกรรมการเขา้ รว่ มกิจกรรม
3. เกณฑ์การประเมนิ
การประเมินพฤตกิ รรมการเข้ารว่ มกิจกรรม
ผ่านต้งั แต่ 2 รายการ ถือว่า ผา่ น

ผา่ น 1 รายการ ถือวา่ ไม่ผา่ น

โรงเรยี นสมาคมปา่ ไมแ้ ห่งประเทศไทยอุทศิ จำนวน 1 คาบ
กลุ่มสาระการเรยี นรศู้ ลิ ปะ ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีที่ 3

แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี 8 หลกั การประพนั ธเ์ พลง รหัสวิชา ศ23102
หนว่ ยการเรยี นร้ทู ี่ 2 หลักการประพนั ธเ์ พลง ครผู สู้ อน นายทววี ตั ร รุ่งเรอื ง
วชิ า ดนตรี-นาฏศิลป์
ภาคเรียนท่ี 1 ปีการศกึ ษา 2564

มาตรฐานการเรียนรู้
ศ 2.1 เขา้ ใจและแสดงออกทางดนตรอี ย่างสร้างสรรค์ วเิ คราะห์ วิพากษว์ จิ ารณ์ คุณค่า

ดนตรี ถ่ายทอดความรสู้ ึก ความคดิ ต่อดนตรอี ย่างอสิ ระ ชนื่ ชม และประยกุ ตใ์ ชใ้ นชีวติ ประจำวนั
ตวั ชีว้ ดั

ศ 2.1 ม.3/3 แตง่ เพลงสั้น ๆ จงั หวะง่าย ๆ
ศ 2.1 ม.3/4 อธบิ ายเหตผุ ลในการเลอื กใช้องค์ประกอบดนตรใี นการสร้างสรรคง์ านดนตรขี องตนเอง

จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
1. อธิบายอัตราจงั หวะ และการประพนั ธเ์ พลงในอัตราจงั หวะ และ (K)
2. จดั ทำอัตชวี ประวัตขิ องนักแต่งเพลงทีต่ นเองชืน่ ชอบ (P)
3. ชน่ื ชมความสามารถในการประพันธ์เพลงของนกั แต่งเพลง (A)

สาระสำคัญ
การประพันธเ์ พลง ผ้ปู ระพันธ์ต้องรู้จักเลือกใชอ้ งค์ประกอบดนตรีใหเ้ หมาะสมกบั อารมณ์ของบทเพลง

เพือ่ ถ่ายทอดออกมาใหผ้ ้ฟู ังไดร้ ับร้แู ละเขา้ ใจ

สาระการเรียนรู้
1. อตั ราจงั หวะ
2. การประพันธเ์ พลง

คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์
ใฝ่เรียนรู้
ตัวช้วี ดั ที่ 4.1 ตั้งใจ เพยี รพยายามในการเรียนและเข้ารว่ มกจิ กรรมการเรยี นรู้

สมรรถนะสำคญั
ความสามารถในการคิด

กระบวนการจัดการเรียนรู้
1. ให้นกั เรียนรว่ มกนั แสดงความคิดเห็น โดยครูใชค้ ำถามท้าทาย ดังนี้
นกั เรียนคดิ วา่ นกั ประพันธ์เพลง ตอ้ งมีคณุ ลักษณะอย่างไร

2. ใหน้ กั เรยี นฟงั เพลงทกี่ ำลงั มคี วามโด่งดงั ในปจั จุบนั 1 บทเพลง จากนั้นร่วมกนั อภปิ รายแสดงความ
คิดเห็นวา่ เพราะเหตุใดบทเพลงบทเพลงนั้นจึงไดร้ บั ความนยิ มและมคี วามโดง่ ดงั

3. ให้นกั เรยี นรว่ มกันอภปิ รายแสดงความคิดเหน็ ว่า นักแต่งเพลง มีเทคนิคในการแต่งเพลงอยา่ งไร จงึ
ประสบความสำเร็จและมคี นชืน่ ชอบในผลงาน

4. ใหน้ กั เรยี นศึกษาอัตราจังหวะท่ีใชใ้ นการแตง่ เพลง (อตั ราจงั หวะ 42 และ44 ) และการประพันธ์เพลง
ในอตั ราจังหวะ และ จาก42หนังสอื 44เรยี นหรอื แหล่งเรยี นรอู้ ื่น ๆ

5. ใหน้ ักเรียนพจิ ารณาบทเพลงที่กำลงั ไดร้ บั ความนยิ มในปัจจุบัน จากนัน้ รว่ มกันจำแนกวา่
บทเพลงใดแตง่ โดยใชอ้ ตั ราจังหวะ 42และบทเพลงใดใชอ้ ตั ราจงั หวะ 44

6. ใหน้ กั เรียนเลือกบทเพลงทต่ี นเองช่นื ชอบ 1 บทเพลง ค้นหาชอื่ ผแู้ ตง่ บทเพลงนัน้ จากน้นั สบื ค้นขอ้ มูล
อัตชีวประวตั ิ รูปแบบและเทคนิคทีใ่ ชใ้ นการประพันธ์เพลง ผลงานทีม่ ชี ่อื เสยี งและเปน็ ทรี่ ู้จักของนกั แต่งเพลง
ท่านน้ัน ๆ นำมาจัดทำเปน็ สื่อเผยแพร่ด้วยรูปแบบทีเ่ หมาะสม

7. ให้นักเรยี นร่วมกันอภิปรายแสดงความคดิ เห็น เพ่ือสรุปความรเู้ กีย่ วกบั อัตราจงั หวะและการประพันธ์
เพลงโดยใชอ้ ตั ราจบังหทวเพะลงใดแบลา้ ะงที่ม42อี โดตั ยราคจรัง44ใู หช้ควะำถา42มแดลังะน44ี้

จังหวะ 24 และ44 แตกตา่ งกนั อยา่ งไร
ถา้ จะแต่งเพลงใชใ้ นงานปีใหมค่ วรแต่งเพลงอตั ราจังหวะใด เพราะอะไร
เพราะเหตุใดผู้ประพันธเ์ พลงจงึ ตอ้ งมแี นวคิดหลัก
บทเพลงใดทใ่ี หค้ วามรสู้ กึ เศรา้ หมอง
การเลอื กใช้ดนตรีมคี วามสำคัญอยา่ งไร
8. นักเรยี นและครูร่วมกันสรปุ ความรู้ ดงั นี้

การประพนั ธ์เพลง ผูป้ ระพันธ์ต้องรู้จักเลอื กใชอ้ งคป์ ระกอบดนตรีให้เหมาะสมกับ
อารมณข์ องบทเพลง เพอ่ื ถ่ายทอดออกมาให้ผู้ฟงั ได้รบั ร้แู ละเข้าใจ

ส่ือการเรยี นรู้
ศาสตรแ์ ละศิลป์การพนั ธเ์ พลง

การวัดและประเมินผลการเรยี นรู้
1. วธิ กี ารวดั และประเมนิ ผล

1.1 สังเกตพฤติกรรมของนกั เรียนในการเขา้ รว่ มกจิ กรรม
1.2 การสรปุ ผลการอภิปราย
2. เคร่ืองมือ
แบบสังเกตพฤติกรรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรม
3. เกณฑ์การประเมนิ
การประเมินพฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกิจกรรม

ผ่านตัง้ แต่ 2 รายการ ถือวา่ ผ่าน
ผา่ น 1 รายการ ถอื วา่ ไม่ผา่ น

การประเมนิ พฤตกิ รรมการเข้าร่วมกจิ กรรม
ผา่ นตัง้ แต่ 2 รายการ ถอื วา่ ผ่าน
ผ่าน 1 รายการ ถอื วา่ ไมผ่ า่ น

โรงเรยี นสมาคมป่าไมแ้ ห่งประเทศไทยอุทิศ

กลุม่ สาระการเรยี นรู้ศลิ ปะ

แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี 9 การเลอื กใช้องค์ประกอบในการสรา้ งสรรค์บทเพลง จำนวน 1 คาบ

หนว่ ยการเรียนร้ทู ่ี 2 หลกั การประพันธ์เพลง ชั้นมธั ยมศึกษาปีที่ 3

วิชา ดนตรี-นาฏศลิ ป์ รหัสวชิ า ศ23102

ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2564 ครูผ้สู อน นายทวีวัตร รุ่งเรอื ง

มาตรฐานการเรียนรู้
ศ 2.1 เขา้ ใจและแสดงออกทางดนตรีอยา่ งสรา้ งสรรค์ วิเคราะห์ วพิ ากษ์วิจารณ์ คุณค่า

ดนตรี ถ่ายทอดความรู้สกึ ความคิดต่อดนตรอี ยา่ งอสิ ระ ชืน่ ชม และประยุกตใ์ ช้ในชีวติ ประจำวนั
ตวั ช้ีวดั

ศ 2.1 ม.3/3 แต่งเพลงสัน้ ๆ จังหวะงา่ ย ๆ
ศ 2.1 ม.3/4 อธิบายเหตุผลในการเลอื กใช้องค์ประกอบดนตรใี นการสรา้ งสรรคง์ านดนตรีของตนเอง

จุดประสงค์การเรียนรู้
1. อธิบายเหตผุ ลในการเลอื กใชอ้ งค์ประกอบดนตรีในการสร้างสรรคง์ านดนตรขี องตนเอง (K)
2. แตง่ เพลงสั้น ๆ จังหวะงา่ ย ๆ (P)
3. ชน่ื ชมผลงานการประพันธเ์ พลงของตนเองและผูอ้ ืน่ (A)

สาระสำคัญ
การเลอื กจงั หวะและทำนองในการสร้างสรรค์บทเพลงจะทำใหบ้ ทเพลงมคี วามสมบรู ณ์ ไพเราะและน่า

ฟงั ผู้ฟงั เข้าใจบทเพลงและอารมณข์ องบทเพลงมากขึน้

สาระการเรยี นรู้
การเลือกใช้องค์ประกอบในการสรา้ งสรรค์บทเพลง

คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์
ใฝเ่ รียนรู้
ตัวชีว้ ัดท่ี 4.1 ตง้ั ใจ เพยี รพยายามในการเรียนและเข้ารว่ มกจิ กรรมการเรียนรู้

สมรรถนะสำคัญ
ความสามารถในการคิด

กระบวนการจดั การเรยี นรู้
1. ใหน้ กั เรียนรว่ มกันแสดงความคิดเหน็ โดยครใู ช้คำถามท้าทาย ดงั น้ี
ถ้านกั เรยี นเป็นนกั ประพนั ธเ์ พลง นักเรียนจะเลอื กแต่งเพลงท่มี อี ตั ราจังหวะใด และจะ

แต่งใหใ้ ครร้อง เพราะอะไร

2. ใหน้ กั เรียนทบทวนอตั ราจงั หวะทีใ่ ช้ในการประพนั ธ์เพลง
3. ให้นักเรยี นศึกษาความรู้เกี่ยวกับการเลอื กใช้องค์ประกอบในการสรา้ งสรรค์บทเพลง จากหนังสอื เรยี น
หรอื แหล่งเรียนรู้อนื่ ๆ จากนนั้ ร่วมกนั อภิปรายเพ่อื สรุปความรู้
4. ใหน้ กั เรยี นเลือกบทเพลงทมี่ ีอตั ราจังหวะ42 และ44 อยา่ งละ 1 บทเพลง แลว้ วิเคราะหเ์ กี่ยวกับการ
ประพนั ธข์ องบทเพลงน้ัน จากนัน้ ออกมานำเสนอท่หี น้าชน้ั เรยี น
5. ให้นักเรียนแตง่ เพลงง่าย ๆ 1 บทเพลงเก่ียวกับเรื่องใดกไ็ ด้ จากน้นั ออกมานำเสนอดว้ ยการขับร้อง
หนา้ ช้นั เรยี น พรอ้ มท้งั บอกเหตุผลว่าเพราะอะไรจงึ สรา้ งสรรคบ์ ทเพลงนี้ โดยครปู ระเมนิ ผลการแต่งเพลงลงใน
แบบประเมิน

แบบประเมินผลงานดนตรี (การแต่งเพลง)

รายการประเมิน ขนั้ ดีเยีย่ ม ขนั้ ดี ข้นั พอใช้ ขั้นปรับปรงุ
(2 คะแนน) (1.5 คะแนน) (1 (0.5
คะแนน)
คะแนน)

1. ความตั้งใจและสนใจในการแต่งเพลง

2. ความคดิ สร้างสรรค์ของบทเพลง

3. การใช้ภาษา

4. ความไพเราะของทำนองและจังหวะ

5. การนำเสนอผลงานเพลง

คะแนนเตม็ 10 คะแนน รวมคะแนน......................คะแนน

ลงชอ่ื ผูป้ ระเมนิ ...............................................

เกณฑ์การให้คะแนน

ระดบั คะแนน ระดับคุณภาพ

9 – 10 ดเี ยย่ี ม

7 – 8 ดี

5 – 6 พอใช้

1 – 4 ควรปรบั ปรงุ

6. ใหน้ ักเรยี นแบ่งกลมุ่ 3 – 4 กลุ่ม รว่ มกนั แต่งเพลงเก่ยี วกับโรงเรยี นของตนเอง แลว้ ออกมาขับรอ้ ง
หนา้ ชัน้ เรยี นทีละกลุ่ม

7. ใหน้ ักเรียนรว่ มกนั อภปิ รายแสดงความคิดเหน็ เพือ่ สรปุ ความรเู้ กี่ยวกบั การเลอื กใช้องค์ประกอบใน
การสร้างสรรค์บทเพลงโดยครูใช้คำถาม ดังนี้

การกำหนดความเร็วของบทเพลงมีความสำคญั อยา่ งไร
ถา้ มบี ทเพลงมีเน้ือหาและจงั หวะไมเ่ หมาะสมกัน บทเพลงจะเปน็ อยา่ งไร

ทำนองเพลงทไี่ พเราะมลี ักษณะอยา่ งไร
การแตง่ เพลงควรมคี วามเขา้ ใจในเร่อื งใด
8. นกั เรียนและครรู ว่ มกันสรุปความรู้ ดังนี้
การเลือกจงั หวะและทำนองในการสร้างสรรค์บทเพลงจะทำใหบ้ ทเพลง
มคี วามสมบรู ณ์ ไพเราะและน่าฟงั ผฟู้ งั เข้าใจบทเพลงและอารมณ์ของบทเพลงมากขนึ้

ส่ือการเรียนรู้
ศาสตร์และศิลป์การพนั ธ์เพลง

การวดั และประเมินผลการเรยี นรู้
1. วิธีการวดั และประเมนิ ผล

1.1 สังเกตพฤติกรรมของนกั เรียนในการเขา้ ร่วมกิจกรรม
1.2 การสรปุ ผลการอภิปราย
2. เครอ่ื งมอื
แบบสังเกตพฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกิจกรรม
3. เกณฑ์การประเมนิ
การประเมนิ พฤตกิ รรมการเข้าร่วมกจิ กรรม
ผา่ นตั้งแต่ 2 รายการ ถือว่า ผา่ น
ผ่าน 1 รายการ ถือว่า ไม่ผา่ น

การประเมินพฤติกรรมการเข้ารว่ มกจิ กรรม
ผ่านต้ังแต่ 2 รายการ ถือวา่ ผา่ น
ผ่าน 1 รายการ ถอื วา่ ไมผ่ า่ น

โรงเรียนสมาคมปา่ ไม้แหง่ ประเทศไทยอทุ ิศ จำนวน 1 คาบ
กลุม่ สาระการเรยี นรูศ้ ลิ ปะ ชัน้ มัธยมศึกษาปีท่ี 3

แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ 10 การเปรียบเทียบงานดนตรี (1) รหัสวิชา ศ23102
หน่วยการเรียนรูท้ ่ี 2 การเปรียบเทียบงานดนตรี ครผู สู้ อน นายทวีวตั ร รงุ่ เรอื ง
วิชา ดนตรี-นาฏศลิ ป์
ภาคเรยี นท่ี 1 ปีการศกึ ษา 2564

มาตรฐานการเรยี นรู้
ศ 2.1 เขา้ ใจและแสดงออกทางดนตรอี ย่างสร้างสรรค์ วเิ คราะห์ วพิ ากษว์ จิ ารณ์ คุณค่า

ดนตรี ถ่ายทอดความรูส้ กึ ความคิดตอ่ ดนตรอี ยา่ งอสิ ระ ช่ืนชม และประยกุ ต์ใชใ้ นชีวติ ประจำวัน
ตวั ช้ีวดั

ศ 2.1 ม.3/5 เปรยี บเทียบความแตกต่างระหวา่ งงานดนตรีของตนเองและผู้อน่ื
จุดประสงคก์ ารเรียนรู้

1. อธิบายรปู แบบวธิ ีการในการเปรียบเทียบงานดนตรี (K)
2. จัดทำรายงานเกย่ี วกับการเปรียบเทียบงานดนตรี (P)
3. เห็นประโยชน์จากการเปรยี บเทียบงานดนตรี (A)
สาระสำคัญ
การเปรยี บเทียบความแตกต่างของบทเพลงทำให้เข้าใจลักษณะของบทเพลงแต่ละบทเพลง

การเปรียบเทียบความแตกตา่ งของบทเพลง ทำใหผ้ ูป้ ระพันธ์เพลงสามารถเปรียบเทียบ
ผลงานของตนเองและผูอ้ ื่นได้

การเปรยี บเทยี บความแตกต่างของบทเพลง ทำให้บทเพลงแตล่ ะบทเพลงเกิดการพัฒนาใหม้ ี
ลกั ษณะใหมน่ ่าสนใจมากขึน้
สาระการเรียนรู้
การเปรยี บเทียบงานดนตรี
คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
ใฝเ่ รยี นรู้

ตวั ชี้วดั ที่ 4.1 ตั้งใจ เพียรพยายามในการเรยี นและเข้าร่วมกจิ กรรมการเรยี นรู้
สมรรถนะสำคัญ

ความสามารถในการคดิ
กระบวนการจดั การเรยี นรู้

1. ให้นักเรยี นร่วมกนั แสดงความคิดเห็น โดยครูใชค้ ำถามท้าทาย ดังน้ี
นักเรยี นคิดวา่ เพราะเหตใุ ดผ้ปู ระพันธ์เพลงจงึ เลือกประพนั ธเ์ พลงใหม้ คี วามแตกตา่ งกัน

2. ให้นักเรียนฟงั เพลง 2 บทเพลงทม่ี ีความแตกต่างกัน จากนั้นรว่ มกนั วเิ คราะหว์ ่า บทเพลง 2 บทเพลง
นัน้ มคี วามแตกต่างกันในเรือ่ งใดบ้าง

3. ใหน้ ักเรยี นร่วมกนั อภปิ รายแสดงความคิดเห็นว่า ถ้าเราต้องการจะเปรียบเทียบงานดนตรี เราควร
เปรียบเทียบในเร่อื งใดบา้ ง

4. ครอู ธิบายใหน้ ักเรียนฟงั วา่ การเปรียบเทยี บความแตกต่างของบทเพลงนน้ั เปน็ สิง่ ทท่ี ำใหเ้ ราทราบถึง
องค์ประกอบของบทเพลงแตล่ ะบทเพลงว่ามลี ักษณะอยา่ งไร มคี วามเหมือนและแตกตา่ งกันอย่างไร เปน็ การ
วิเคราะห์องค์ประกอบและความไพเราะของบทเพลง นอกจากจะทำใหเ้ ขา้ ใจองคป์ ระกอบของบทเพลงแลว้ ยงั
ทำให้เข้าใจความหมายและอารมณข์ องบทเพลงอกี ดว้ ย

5. ให้นกั เรียนสืบค้นข้อมูลความรู้เกี่ยวกบั การเปรียบเทยี บความแตกตา่ งของบทเพลงโดยใช้
องค์ประกอบของบทเพลงจากอนิ เทอร์เน็ต จากน้นั จัดทำเปน็ รปู เล่มรายงานส่งครูผู้สอน

6. นักเรยี นและครรู ว่ มกันสรปุ ความรู้ ดังน้ี
การเปรียบเทียบความแตกต่างของบทเพลงทำใหเ้ ข้าใจลกั ษณะของบทเพลงแตล่ ะ

บทเพลง
การเปรยี บเทยี บความแตกตา่ งของบทเพลง ทำใหผ้ ปู้ ระพนั ธ์เพลงสามารถเปรียบเทียบผลงาน

ของตนเองและผอู้ ืน่ ได้
การเปรยี บเทียบความแตกต่างของบทเพลง ทำให้บทเพลงแตล่ ะบทเพลงเกดิ การพฒั นาใหม้ ี

ลักษณะใหม่นา่ สนใจมากข้ึน

สือ่ การเรียนรู้

การวดั และประเมนิ ผลการเรียนรู้
1. วธิ กี ารวดั และประเมนิ ผล

1.1 สงั เกตพฤติกรรมของนกั เรยี นในการเข้ารว่ มกจิ กรรม
1.2 การสรปุ ผลการอภิปราย
2. เคร่ืองมอื
แบบสังเกตพฤตกิ รรมการเข้ารว่ มกิจกรรม
3. เกณฑ์การประเมิน
การประเมินพฤติกรรมการเขา้ ร่วมกิจกรรม
ผา่ นต้งั แต่ 2 รายการ ถือวา่ ผ่าน
ผา่ น 1 รายการ ถอื ว่า ไมผ่ า่ น

การประเมนิ พฤติกรรมการเขา้ รว่ มกิจกรรม
ผา่ นต้งั แต่ 2 รายการ ถอื วา่ ผ่าน

ผา่ น 1 รายการ ถือวา่ ไม่ผา่ น

โรงเรียนสมาคมป่าไมแ้ หง่ ประเทศไทยอทุ ิศ จำนวน 1 คาบ
กลมุ่ สาระการเรียนรู้ศลิ ปะ ช้ันมธั ยมศึกษาปที ่ี 3

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 11 การเปรียบเทียบงานดนตรี (2) รหสั วชิ า ศ23102
หนว่ ยการเรียนรูท้ ี่ 2 การเปรียบเทยี บงานดนตรี ครผู ้สู อน นายทววี ัตร ร่งุ เรอื ง
วิชา ดนตรี-นาฏศิลป์
ภาคเรยี นที่ 1 ปีการศึกษา 2564

มาตรฐานการเรียนรู้
ศ 2.1 เข้าใจและแสดงออกทางดนตรอี ย่างสรา้ งสรรค์ วิเคราะห์ วพิ ากษว์ จิ ารณ์ คุณค่า

ดนตรี ถ่ายทอดความรสู้ กึ ความคิดตอ่ ดนตรอี ยา่ งอิสระ ช่นื ชม และประยุกตใ์ ชใ้ นชีวติ ประจำวัน
ตัวช้ีวัด

ศ 2.1 ม.3/5 เปรียบเทียบความแตกตา่ งระหว่างงานดนตรขี องตนเองและผู้อนื่
จดุ ประสงค์การเรยี นรู้

1. อธิบายองคป์ ระกอบทใ่ี ช้ในการเปรยี บเทยี บงานดนตรี (K)
2. เปรยี บเทยี บความแตกต่างระหว่างงานดนตรีของตนเองและผอู้ น่ื (P)
3. เห็นประโยชน์จากการเปรยี บเทียบงานดนตรี (A)
สาระสำคัญ
การเปรยี บเทียบความแตกตา่ งของบทเพลงทำใหเ้ ขา้ ใจลกั ษณะของบทเพลงแต่ละบทเพลง

การเปรยี บเทียบความแตกตา่ งของบทเพลง ทำให้ผู้ประพนั ธ์เพลงสามารถเปรยี บเทียบ
ผลงานของตนเองและผู้อ่ืนได้

การเปรยี บเทียบความแตกต่างของบทเพลง ทำใหบ้ ทเพลงแต่ละบทเพลงเกดิ การพัฒนาใหม้ ี
ลักษณะใหม่น่าสนใจมากขึน้
สาระการเรยี นรู้
การเปรยี บเทียบงานดนตรี
คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์
ใฝเ่ รียนรู้

ตัวช้ีวดั ท่ี 4.1 ต้ังใจ เพียรพยายามในการเรยี นและเข้ารว่ มกจิ กรรมการเรยี นรู้
สมรรถนะสำคญั

ความสามารถในการคิด
กระบวนการจดั การเรยี นรู้

1. ใหน้ กั เรยี นร่วมกนั แสดงความคดิ เห็น โดยครูใชค้ ำถามท้าทาย ดงั น้ี
ถา้ ดนตรไี ม่มีความแตกตา่ งกนั จะสง่ ผลอยา่ งไร

2. ให้นกั เรียนทบทวนรูปแบบและวิธีการเปรียบเทียบความแตกตา่ งของบทเพลง โดยใชอ้ งคป์ ระกอบ
ของบทเพลง โดยครูคอยตรวจสอบความถูกต้อง

3. ให้นักเรียนฟงั บทเพลงทชี่ ่ืนชอบ 2 บทเพลง แล้วเปรยี บเทยี บองคป์ ระกอบของบทเพลง ครูสมุ่ เลือก
ตัวแทนนักเรยี นออกมานำเสนอหนา้ ชัน้ เรยี น

4. ให้นกั เรียนแตง่ เนอื้ ร้องทเ่ี กีย่ วกบั ชุมชนในท้องถนิ่ คนละ 1 บทเพลง จากน้นั จับคกู่ ับเพ่ือนนำเพลง
ของตนเองกบั เพือ่ นมาเปรยี บเทยี บความแตกตา่ งของบทเพลง โดยใช้องค์ประกอบของ
บทเพลง ลงในช้นิ งานท่ี 2 ดังตวั อย่าง

ชนิ้ งานท่ี 2
เร่ือง เปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างงานดนตรีของตนเองและผ้อู ่นื
ช่อื ............................................................เลขท่.ี ......................ชัน้ .....................

เพลงของตนเอง เพลงของเพ่อื น

เพลง เพลง

....................................................... ....................................................

ร..กอ..ส....ูป....ตำำั ........เแรร....นป....ำบ....ยีจ....รบ....งะ....งั ....บหส........ทำ....ว....เนะ....พ........เ....สล........ยีง........ง..................................................................................................................................................................ส............่งิ............ท............่......เี ......ห..................ม............ือ..................น............ก..................ัน...............................................................................................................ร.อส....ูป....ตั ....ำ....แร....เ....บำน....จ....บีย........งั ง....บห........ท....ว....เ....ะพ............ล........ง........................................................

................................... กำรประสำนเสยี ง

........................................................... ...............................

เครื่องดนตรีทีบ่ รรเลงในบทเพลง

............................................................ ........................................................

..5... ใหน้ ักเรียนสรุปประโยชนข์ องการเปรยี บเทียบความแตกต่างขอเคงงรื่าอนงดนตรรีทลี ่บี งใรนรเแลผงนในภบาทพเพดลังงตัวอย่าง

.....................................................................................................................................................................................ป......ร....ะ....โ..ย......ชแ.. นต์กขอต่างกงขาอรเงปงราียนบดเนท........ต...ีย...ร...บ...ี......ค.........ว......า...ม...............................................................................................................................................................................................................................
...................... ....................................
................................ ....................................

................................ ...............

..............

6. ใหน้ ักเรยี นร่วมกันอภปิ รายแสดงความคิดเหน็ เพอื่ สรุปความร้เู ก่ยี วกบั การเปรียบเทยี บงานดนตรี โดย
ครูใช้คำถาม ดงั น้ี

บทเพลงเศร้าจะมีสำเนยี งอย่างไร
จงั หวะในดนตรีไทยแตกต่างจากดนตรสี ากลอยา่ งไร
จังหวะมคี วามสำคญั ต่อบทเพลงอย่างไร
รปู แบบของบทเพลงเป็นสง่ิ ที่ทำให้เราทราบถึงอะไร
บทเพลงใดทีม่ ีรูปแบบ AAA
การประสานเสียงที่ดคี วรมีลักษณะอย่างไร
เพลงที่มจี ังหวะช้า นมุ่ นวล ควรใช้เคร่อื งดนตรใี ดบรรเลงเพราะอะไร
เพลงปลกุ ใจควรใชเ้ ครือ่ งดนตรแี บบใด เพราะอะไร
การใช้เครื่องดนตรีบรรเลงในบทเพลงควรคำนงึ ถึงสง่ิ ใด
การเปรยี บเทยี บผขู้ ับรอ้ งควรวเิ คราะห์จากสิ่งใดบ้าง
7. นักเรียนและครรู ่วมกนั สรปุ ความรู้ ดงั นี้
การเปรียบเทียบความแตกตา่ งของบทเพลงทำใหเ้ ข้าใจลกั ษณะของบทเพลงแต่ละบทเพลง
การเปรยี บเทยี บความแตกต่างของบทเพลง ทำใหผ้ ้ปู ระพันธเ์ พลงสามารถเปรยี บเทยี บ
ผลงานของตนเองและผ้อู ื่นได้
การเปรียบเทียบความแตกต่างของบทเพลง ทำให้บทเพลงแตล่ ะบทเพลงเกิดการพฒั นาใหม้ ี
ลักษณะใหม่นา่ สนใจมากข้ึน
สื่อการเรยี นรู้

การวัดและประเมินผลการเรยี นรู้
1. วธิ ีการวัดและประเมินผล

1.1 สังเกตพฤติกรรมของนกั เรียนในการเข้ารว่ มกิจกรรม
1.2 การสรุปผลการอภิปราย
2. เคร่ืองมอื
แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการเข้าร่วมกจิ กรรม
3. เกณฑ์การประเมิน
การประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรม
ผ่านตง้ั แต่ 2 รายการ ถอื ว่า ผา่ น
ผา่ น 1 รายการ ถอื ว่า ไม่ผา่ น
การประเมินพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรม
ผ่านตั้งแต่ 2 รายการ ถอื ว่า ผ่าน
ผ่าน 1 รายการ ถือว่า ไม่ผา่ น

โรงเรียนสมาคมปา่ ไมแ้ หง่ ประเทศไทยอุทิศ จำนวน 1 คาบ
กลมุ่ สาระการเรยี นรศู้ ลิ ปะ ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 3

แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี 12 อิทธพิ ลทางดนตรี (1) รหัสวชิ า ศ23102
หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 5 อิทธพิ ลทางดนตรี ครผู ู้สอน นายทววี ัตร รุ่งเรอื ง
วิชา ดนตรี-นาฏศิลป์
ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564

มาตรฐานการเรียนรู้
ศ 2.1 เขา้ ใจและแสดงออกทางดนตรอี ยา่ งสร้างสรรค์ วิเคราะห์ วิพากษ์วจิ ารณ์ คุณค่า

ดนตรี ถา่ ยทอดความรู้สึก ความคิดต่อดนตรีอย่างอิสระ ชืน่ ชม และประยกุ ตใ์ ชใ้ นชีวติ ประจำวัน
ตวั ชี้วดั

ศ 2.1 ม.3/6 อธิบายเกี่ยวกับอทิ ธพิ ลของดนตรที ี่มีต่อบุคคลและสังคม
จุดประสงค์การเรียนรู้

1. อธิบายเกยี่ วกับอิทธิพลของดนตรที ่ีมีต่อบุคคลและสังคม (K)
2. นำดนตรมี าใช้ในทางสรา้ งสรรคแ์ ละเหมาะสมกับการดำเนนิ ชีวิตของตนเองและคนรอบข้าง (P)
3. เหน็ ประโยชน์และคณุ ค่าของงานดนตรี (A)
สาระสำคัญ
ดนตรีมีอทิ ธิพลต่อมนษุ ยแ์ ละสงั คม เป็นสงิ่ ทสี่ รา้ งความสนุกสนาน ผ่อนคลายใหก้ ับคนในสงั คม และ
ใช้ประกอบพิธีการต่าง ๆ อีกทง้ั ยงั ชว่ ยพฒั นาด้านอารมณ์ จิตใจ และสติปัญญาของมนษุ ยป์ ัจจัยทที่ ำให้งาน
ดนตรไี ดร้ ับการยอมรับมหี ลายประการ ซง่ึ เป็นสิง่ ท่ีทำให้ดนตรเี ป็นท่รี ้จู ัก นยิ มช่นื ชอบตอ่ คนในสังคม
สาระการเรียนรู้
อิทธิพลทางดนตรี
คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์
ใฝ่เรยี นรู้

ตวั ช้วี ัดที่ 4.1 ตั้งใจ เพยี รพยายามในการเรยี นและเข้าร่วมกิจกรรมการเรยี นรู้
สมรรถนะสำคญั

ความสามารถในการคิด
กระบวนการจดั การเรยี นรู้

1. ให้นักเรียนร่วมกันแสดงความคดิ เห็น โดยครูใช้คำถามท้าทาย ดงั นี้
ท้องถิ่นของนกั เรียนมีงานประเพณีใดท่สี ำคัญ ถา้ ให้นกั เรยี นเลือกดนตรมี าใช้ในงาน

ประเพณีน้นั จะเลอื กดนตรลี ักษณะใด เพราะอะไร
2. ให้นกั เรียนรว่ มกนั อภิปรายแสดงความคิดเห็นว่าดนตรีมีความสำคญั ตอ่ สงั คมอย่างไร

3. ครูอธิบายใหน้ กั เรียนฟงั ว่า ดนตรเี ป็นสง่ิ ท่ีสรา้ งความผ่อนคลาย สนกุ สนานใหก้ ับมนษุ ยต์ ัง้ แต่อดีต
จนถงึ ปจั จุบัน ไมว่ า่ จะปฏบิ ัติกจิ กรรมใด ๆ ก็ตาม ล้วนมีการบรรเลงดนตรีเข้ามาเกยี่ วข้องอย่างสม่ำเสมอ เชน่
การเข้าแถวหนา้ เสาธง มกี ารบรรเลงเพลงจากวงดรุ ยิ างค์ ดนตรจี งึ มสี ว่ นสำคัญอยา่ งยงิ่ ในการอยูร่ ว่ มกนั ใน
สังคม ซ่ึงนอกจากจะสง่ ผลให้เกดิ ความสนกุ สนานแลว้ ยังสรา้ งความมีระเบียบวนิ ัยอีกดว้ ย

4. ให้นกั เรียนแบ่งกลุม่ เล่นเกม ดนตรกี บั การดำรงชีวติ โดยใหแ้ ต่ละกลมุ่ เขยี นอธบิ ายการนำดนตรีมา
ใช้ในการดำเนนิ ชีวติ ของคนในสงั คม ลงในกระดาษ A4 กลุ่มใดท่เี ขียนอธิบายการนำดนตรมี าใช้ในการดำเนนิ
ชวี ติ ของคนในสงั คมไดม้ ากท่ีสดุ เปน็ กลุม่ ท่ชี นะ

5. ให้นกั เรียนสืบค้นข้อมลู ความร้เู กีย่ วกบั อิทธิพลของดนตรีทม่ี ตี อ่ บคุ คลและสังคม จากหนังสือเรียน
หรอื แหล่งเรียนรอู้ ่ืน ๆ จากน้ันจัดทำแผน่ พบั ความรู้ส่งครผู ูส้ อน

6. นกั เรยี นและครรู ว่ มกนั สรปุ ความรู้ ดังนี้
ดนตรมี อี ทิ ธพิ ลต่อมนษุ ย์และสงั คม เป็นสง่ิ ที่สรา้ งความสนุกสนาน ผ่อนคลายให้กับคนใน

สังคม และใชป้ ระกอบพิธีการตา่ ง ๆ อีกทัง้ ยังช่วยพัฒนาด้านอารมณ์ จิตใจ และสตปิ ัญญาของมนษุ ย์

สือ่ การเรียนรู้

การวดั และประเมินผลการเรียนรู้
1. วธิ ีการวดั และประเมินผล

1.1 สงั เกตพฤติกรรมของนกั เรียนในการเขา้ รว่ มกจิ กรรม
1.2 การสรุปผลการอภปิ ราย
2. เครื่องมอื
แบบสงั เกตพฤติกรรมการเข้ารว่ มกิจกรรม
3. เกณฑ์การประเมิน
การประเมินพฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรม
ผ่านตั้งแต่ 2 รายการ ถอื ว่า ผ่าน
ผ่าน 1 รายการ ถือว่า ไมผ่ า่ น
การประเมินพฤติกรรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรม
ผา่ นตง้ั แต่ 2 รายการ ถือวา่ ผ่าน
ผ่าน 1 รายการ ถอื ว่า ไมผ่ า่ น

โรงเรียนสมาคมป่าไม้แห่งประเทศไทยอทุ ิศ จำนวน 1 คาบ
กลุม่ สาระการเรยี นรศู้ ิลปะ ชั้นมธั ยมศึกษาปีที่ 3

แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ 13 อทิ ธิพลทางดนตรี (2) รหสั วิชา ศ23102
หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 5 อิทธพิ ลทางดนตรี ครผู ู้สอน นายทววี ัตร ร่งุ เรอื ง
วิชา ดนตรี-นาฏศลิ ป์
ภาคเรียนท่ี 1 ปีการศึกษา 2564

มาตรฐานการเรยี นรู้
ศ 2.1 เขา้ ใจและแสดงออกทางดนตรอี ย่างสร้างสรรค์ วเิ คราะห์ วิพากษว์ จิ ารณ์ คุณค่า

ดนตรี ถ่ายทอดความรูส้ กึ ความคดิ ต่อดนตรีอยา่ งอิสระ ชนื่ ชม และประยกุ ตใ์ ช้ในชีวติ ประจำวัน
ตัวชี้วัด

ศ 2.1 ม.3/6 อธบิ ายเกย่ี วกับอทิ ธพิ ลของดนตรที ่มี ตี อ่ บคุ คลและสังคม
จุดประสงค์การเรยี นรู้

1. อธบิ ายเกย่ี วกบั อทิ ธิพลของดนตรที ่ีมตี ่อบคุ คลและสังคม (K)
2. นำดนตรีมาใช้ในทางสรา้ งสรรคแ์ ละเหมาะสมกบั การดำเนนิ ชีวติ ของตนเองและคนรอบขา้ ง (P)
3. เหน็ ประโยชน์และคณุ คา่ ของงานดนตรี (A)
สาระสำคัญ
ดนตรีมีอทิ ธิพลต่อมนุษยแ์ ละสงั คม เปน็ สง่ิ ทีส่ ร้างความสนุกสนาน ผ่อนคลายให้กับคนในสังคม และ
ใช้ประกอบพธิ กี ารต่าง ๆ อกี ทงั้ ยงั ช่วยพฒั นาด้านอารมณ์ จติ ใจ และสติปัญญาของมนษุ ย์ปัจจัยที่ทำใหง้ าน
ดนตรไี ด้รับการยอมรับมีหลายประการ ซง่ึ เปน็ สิ่งทีท่ ำใหด้ นตรเี ปน็ ท่ีรูจ้ กั นยิ มชน่ื ชอบต่อคนในสงั คม
สาระการเรียนรู้
อทิ ธิพลทางดนตรี
คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
ใฝเ่ รียนรู้

ตัวช้วี ัดท่ี 4.1 ตง้ั ใจ เพียรพยายามในการเรียนและเข้าร่วมกจิ กรรมการเรียนรู้
สมรรถนะสำคัญ

ความสามารถในการคิด
กระบวนการจดั การเรยี นรู้

1. ใหน้ กั เรยี นรว่ มกันแสดงความคดิ เหน็ โดยครใู ช้คำถามท้าทาย ดงั น้ี
ปัจจุบันบทเพลงในลกั ษณะใดทก่ี ำลงั ไดร้ บั ความนยิ ม นกั เรยี นคดิ วา่ ในอนาคตบทเพลงใน

ลกั ษณะนีจ้ ะยงั ได้รับความนิยมอยหู่ รอื ไม่ อยา่ งไร
2. ใหน้ ักเรียนทบทวนความรเู้ ก่ียวกบั อิทธพิ ลของดนตรตี ่อบุคคลและสังคม

3. ให้นักเรยี นรว่ มกนั คน้ คว้าบทเพลงที่เกยี่ วกบั การสรา้ งสรรค์สงั คมและร่วมกันอภิปรายในชนั้ เรยี น
4. ใหน้ กั เรยี นแบง่ กลมุ่ 3 - 4 กลมุ่ ใหแ้ ตล่ ะกล่มุ เลือกบทเพลงที่คดิ วา่ มีอทิ ธพิ ลต่อคนในสงั คมปจั จุบนั
แลว้ ออกมานำเสนอหนา้ ช้ันเรยี น ตามหัวข้อต่อไปน้ี

ชอ่ื เพลง
ชื่อผู้แต่งและผขู้ บั รอ้ ง
เนอื้ หาของบทเพลง
ข้อคิดท่ไี ดจ้ ากบทเพลง
บทเพลงน้ีมอี ทิ ธพิ ลตอ่ คนในสงั คมอยา่ งไร
5. ให้นกั เรยี นแบง่ กลุม่ 2 - 3 กลุ่ม ให้แต่ละกลมุ่ รว่ มกนั อภิปรายวา่ มีปัจจยั ใดบ้างทีท่ ำใหง้ านดนตรี
ไดร้ ับการยอมรบั จากนัน้ ออกมานำเสนอที่หน้าชน้ั เรยี น
6. ให้นักเรยี นรว่ มกนั อภิปรายแสดงความคดิ เหน็ เพอื่ สรปุ ความร้เู ก่ียวกบั อิทธิพลของดนตรี โดยครูใช้
คำถาม ดงั น้ี
ดนตรีชว่ ยพัฒนาสตปิ ญั ญาอย่างไร
บทเพลงแบบใดบ้างที่ทำให้อารมณ์สดชืน่ แจ่มใส
ดนตรมี ีอทิ ธิพลต่อจิตใจมนุษยอ์ ยา่ งไร
การนำดนตรไี ปใช้ในพธิ ีการต่าง ๆ มปี ระโยชน์อย่างไร
เพลงกราวกีฬามีอทิ ธิพลตอ่ สงั คมอยา่ งไร
เพราะเหตุใดจึงนำดนตรมี าใชใ้ นการรักษาโรค
ดนตรมี ีความสำคญั ต่อสังคมอยา่ งไร
ปจั จัยใดทท่ี ำให้ดนตรไี ดร้ ับการยอมรบั มากทสี่ ดุ
ดนตรลี ักษณะใดบ้างทไ่ี ดร้ ับความนิยม
ดนตรีทไ่ี ด้รับการยอมรับส่งผลตอ่ สงั คมอยา่ งไร
7. นักเรยี นและครรู ว่ มกนั สรปุ ความรู้ ดงั น้ี
ดนตรีมอี ทิ ธพิ ลตอ่ มนษุ ยแ์ ละสังคม เปน็ สิ่งทส่ี ร้างความสนกุ สนาน ผ่อนคลายใหก้ ับคน
ในสงั คม และใช้ประกอบพิธกี ารต่าง ๆ อกี ท้งั ยงั ช่วยพัฒนาดา้ นอารมณ์ จติ ใจ และสติปัญญาของมนุษย์ ปัจจยั
ท่ีทำให้งานดนตรีไดร้ ับการยอมรบั มีหลายประการ ซึ่งเปน็ สิ่งทที่ ำใหด้ นตรเี ป็นทร่ี ้จู ัก นิยมช่นื ชอบตอ่ คนใน
สังคม

สือ่ การเรยี นรู้

การวัดและประเมินผลการเรยี นรู้
1. วธิ กี ารวัดและประเมินผล

1.1 สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรียนในการเขา้ รว่ มกิจกรรม
1.2 การสรปุ ผลการอภปิ ราย

2. เครอ่ื งมอื
แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกิจกรรม

3. เกณฑ์การประเมิน
การประเมินพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกิจกรรม
ผ่านต้ังแต่ 2 รายการ ถือว่า ผ่าน
ผ่าน 1 รายการ ถอื ว่า ไมผ่ ่าน
การประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกิจกรรม
ผา่ นตงั้ แต่ 2 รายการ ถอื วา่ ผา่ น
ผา่ น 1 รายการ ถือว่า ไม่ผา่ น

โรงเรยี นสมาคมปา่ ไมแ้ หง่ ประเทศไทยอทุ ศิ จำนวน 1 คาบ
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ศิลปะ ชัน้ มธั ยมศึกษาปีที่ 3

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 14 การจดั งานแสดงดนตรี (1) รหสั วชิ า ศ23102
หนว่ ยการเรียนรูท้ ี่ 6 การจดั งานแสดงดนตรี ครูผ้สู อน นายทววี ัตร รุ่งเรอื ง
วชิ า ดนตรี-นาฏศิลป์
ภาคเรียนที่ 1 ปกี ารศึกษา 2564

มาตรฐานการเรยี นรู้
ศ 2.1 เขา้ ใจและแสดงออกทางดนตรีอยา่ งสร้างสรรค์ วิเคราะห์ วพิ ากษว์ ิจารณ์ คณุ คา่

ดนตรี ถา่ ยทอดความรูส้ ึก ความคดิ ต่อดนตรอี ยา่ งอิสระ ชนื่ ชม และประยกุ ตใ์ ช้ในชีวิตประจำวัน
ตัวชว้ี ัด

ศ 2.1 ม.3/7 นำเสนอหรือจัดการแสดงดนตรีท่ีเหมาะสม โดยการบรู ณาการกับสาระการเรียนรูอ้ น่ื ในกล่มุ ศิลปะ

จุดประสงค์การเรียนรู้
1. รว่ มชมการจดั งานแสดงดนตรี (K)
2. นำประสบการณจ์ ากการชมการจดั งานแสดงดนตรีมาปรับใช้ (P)
3. มีความสขุ กับการชมการแสดงดนตรี (A)

สาระสำคัญ
การจดั งานแสดงดนตรีสามารถบรู ณาการกบั ศิลปะด้านต่าง ๆ เพ่ือให้การแสดงมีความน่าสนใจมาก

ยิง่ ข้นึ
สาระการเรียนรู้

การจัดแสดวงานดนตรี
คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์

ใฝเ่ รียนรู้
ตัวชว้ี ัดท่ี 4.1 ตง้ั ใจ เพียรพยายามในการเรยี นและเข้ารว่ มกจิ กรรมการเรยี นรู้

สมรรถนะสำคัญ
ความสามารถในการคดิ

กระบวนการจัดการเรียนรู้
1. ใหน้ ักเรียนรว่ มกันแสดงความคดิ เหน็ โดยครูใช้คำถามท้าทาย ดังนี้
นักเรียนต้องการไปชมการแสดงของนกั ดนตรคี นใดมากทสี่ ดุ เพราะอะไร
2. ให้นกั เรียนรว่ มกนั อภปิ รายแสดงความคดิ เห็นเกีย่ วกบั ประสบการณ์ในการชมการแสดงดนตรี โดย

ครสู มุ่ เลือกตวั แทนนกั เรยี นออกมาเล่าประสบการณ์และความประทับใจในการชมการแสดงดนตรขี องตนเอง
ให้เพอ่ื น ๆ ฟัง

3. ครูนำนกั เรยี นไปชมการแสดงดนตรีของศิลปนิ นักรอ้ ง (หากไมม่ ี ครเู ปดิ เทปบันทกึ ภาพ ใหน้ กั เรยี นดู
แทนกไ็ ด)้

4. เม่อื ชมการแสดงดนตรีของศิลปนิ นักร้องจบ ให้นกั เรียนรว่ มกนั อภิปรายว่าการแสดงน้นั มลี กั ษณะ
อย่างไร และมีการใช้ศลิ ปะดา้ นใดเขา้ ไปเก่ียวข้องบ้าง จากน้นั ให้นักเรยี นบันทกึ ความรทู้ ไี่ ด้ลงในสมุดจดบนั ทึก
ส่งครูผูส้ อน

5. นกั เรียนและครรู ว่ มกันสรปุ ความรู้ ดงั น้ี
การจดั งานแสดงดนตรีสามารถบรู ณาการกบั ศลิ ปะด้านต่าง ๆ เพอ่ื ให้การแสดงมีความ

นา่ สนใจมากย่ิงขึ้น

สื่อการเรยี นรู้

การวดั และประเมนิ ผลการเรยี นรู้
1. วธิ กี ารวดั และประเมินผล

1.1 สงั เกตพฤติกรรมของนกั เรยี นในการเขา้ รว่ มกิจกรรม
1.2 การสรปุ ผลการอภิปราย
2. เคร่อื งมือ
แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกิจกรรม
3. เกณฑก์ ารประเมิน
การประเมินพฤติกรรมการเข้ารว่ มกิจกรรม
ผ่านต้งั แต่ 2 รายการ ถือว่า ผ่าน
ผ่าน 1 รายการ ถอื วา่ ไมผ่ ่าน
การประเมินพฤติกรรมการเข้าร่วมกจิ กรรม
ผา่ นตั้งแต่ 2 รายการ ถอื วา่ ผา่ น
ผา่ น 1 รายการ ถือวา่ ไม่ผา่ น

โรงเรียนสมาคมปา่ ไม้แหง่ ประเทศไทยอทุ ิศ จำนวน 1 คาบ
กลุ่มสาระการเรยี นรศู้ ลิ ปะ ช้ันมธั ยมศกึ ษาปที ี่ 3

แผนการจัดการเรียนรูท้ ่ี 15 การจดั งานแสดงดนตรี (2) รหสั วชิ า ศ23102
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 6 การจดั งานแสดงดนตรี ครผู ูส้ อน นายทวีวัตร ร่งุ เรอื ง
วชิ า ดนตรี-นาฏศลิ ป์
ภาคเรยี นที่ 1 ปกี ารศึกษา 2564

มาตรฐานการเรียนรู้
ศ 2.1 เขา้ ใจและแสดงออกทางดนตรอี ยา่ งสร้างสรรค์ วเิ คราะห์ วิพากษ์วจิ ารณ์ คณุ ค่า

ดนตรี ถ่ายทอดความรู้สกึ ความคิดต่อดนตรอี ย่างอิสระ ชนื่ ชม และประยุกตใ์ ชใ้ นชีวิตประจำวัน
ตัวชว้ี ัด

ศ 2.1 ม.3/7 นำเสนอหรือจัดการแสดงดนตรีที่เหมาะสม โดยการบูรณาการกบั สาระการเรยี นรูอ้ น่ื ในกลุม่ ศิลปะ

จุดประสงค์การเรยี นรู้
1. ศึกษาความรู้และรปู แบบการจัดการแสดงดนตรี (K)
2. นำเสนอความรูเ้ กี่ยวกบั การจัดแสดงดนตรใี นรปู แบบของ Presentation (P)
3. เหน็ ประโยชนข์ องการแสดงดนตรี (A)

สาระสำคญั
การจัดงานแสดงดนตรสี ามารถบรู ณาการกบั ศิลปะดา้ นตา่ ง ๆ เพ่อื ใหก้ ารแสดงมีความนา่ สนใจมาก

ย่งิ ข้นึ
สาระการเรยี นรู้

การจดั แสดวงานดนตรี
คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์

ใฝ่เรียนรู้
ตัวชวี้ ดั ที่ 4.1 ตง้ั ใจ เพยี รพยายามในการเรียนและเข้าร่วมกจิ กรรมการเรยี นรู้

สมรรถนะสำคญั
ความสามารถในการคิด

กระบวนการจดั การเรยี นรู้
1. ให้นกั เรียนร่วมกนั แสดงความคดิ เห็น โดยครใู ช้คำถามท้าทาย ดงั น้ี
ถา้ นักเรยี นตอ้ งเป็นผจู้ ัดแสดงดนตรี จะมีวธิ กี ารดำเนินงานอยา่ งไร
2. ให้นกั เรียนทบทวนความรูท้ ่ไี ด้จากการชมการแสดงดนตรขี องศิลปินนกั ร้อง (หรือเทปบนั ทกึ ภาพการ

แสดง)
3. ใหน้ กั เรยี นรว่ มกันอภปิ รายแสดงความคิดเหน็ เก่ียวกับขั้นตอนในการจดั การแสดงดนตรี

4. ครอู ธบิ ายใหน้ ักเรียนฟังวา่ การจดั แสดงดนตรีในวาระต่าง ๆ คอื การจัดแสดงดนตรใี นโอกาสพเิ ศษ
หรืองานพธิ ีในวันสำคัญต่าง ๆ เช่น งานเล้ียงโรงเรียน งานมงคลสมรส งานอุปสมบท ซ่งึ ในการจดั แสดงในแต่
ละงานนนั้ จะมหี ลกั ทีใ่ ชใ้ นการจัดแสดงเพ่ือให้การแสดงมคี วามนา่ สนใจ และประสบความสำเรจ็

5. ให้นกั เรยี นแบ่งกลมุ่ กลุ่มละ 4 – 5 คน ใหแ้ ตล่ ะกลุม่ ศกึ ษาคน้ คว้าเกี่ยวกับข้ันตอนการจัดแสดงดนตรี
จากหนงั สือเรียนหรือแหล่งเรยี นรตู้ า่ ง ๆ จากน้ันนำข้อมลู ท่ีไดม้ าเรยี บเรยี งและนำเสนอในรูปแบบของ
Presentation ออกมานำเสนอทลี ะกลุม่

6. นักเรยี นและครรู ว่ มกนั สรปุ ความรู้ ดงั น้ี
การจัดงานแสดงดนตรีสามารถบรู ณาการกบั ศลิ ปะดา้ นต่าง ๆ เพ่ือให้การแสดงมีความ

น่าสนใจมากยิ่งขนึ้

ส่ือการเรยี นรู้

การวัดและประเมินผลการเรยี นรู้
1. วิธกี ารวัดและประเมนิ ผล

1.1 สงั เกตพฤติกรรมของนกั เรียนในการเข้ารว่ มกิจกรรม
1.2 การสรุปผลการอภปิ ราย
2. เคร่ืองมือ
แบบสังเกตพฤติกรรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรม
3. เกณฑ์การประเมิน
การประเมนิ พฤตกิ รรมการเข้ารว่ มกจิ กรรม
ผ่านตงั้ แต่ 2 รายการ ถอื วา่ ผา่ น
ผา่ น 1 รายการ ถอื วา่ ไม่ผ่าน
การประเมินพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกิจกรรม
ผ่านตงั้ แต่ 2 รายการ ถือว่า ผา่ น
ผา่ น 1 รายการ ถือว่า ไม่ผา่ น


Click to View FlipBook Version