ค่มู อื ฝกึ อบรมหลกั สตู รผปู้ ฏบิ ัตงิ าน
ถงั ขนส่งนา้ มัน ประเภทรถขนสง่ น้ามัน
บริษทั ปตท.นำ้ มันและกำรคำ้ ปลีก จ้ำกดั (มหำชน)
ผฝู้ กึ อบรม ผูป้ ฏบิ ัตงิ ำนเกีย่ วกับกำรควบคุมนำ้ มันเชือเพลิง
คำนำ
ปัจจุบันความต้องการใช้พลังงานเพ่ิมขึ้นอย่างต่อเนื่อง การใช้น้ามันเช้ือเพลิงยังคงเป็น
ปัจจัยหลัก ไม่ว่าจะเป็นการใช้กับยานพาหนะส่วนตัว ด้านขนส่งมวลชน หรือขนส่งอุตสาหกรรม ประกอบกับ
สถานการณ์ราคาน้ามันดิบที่สูงข้ึน และปัจจัยด้านส่ิงแวดล้อมท่ีเปล่ียนแปลงเกิดภาวะโลกร้อน ประเทศต่างๆ
จึงมคี วามตืน่ ตวั ในเรื่องของการพฒั นาน้ามันเชื้อเพลิง และพัฒนาพลงั งานทางเลือกต่างๆ ทีจ่ ะมาใช้แทนน้ามัน
เช้ือเพลิง โดยมุ่งเน้นไปท่ีการประหยัด ลดมลพิษ โดยเฉพาะก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ พร้อมท้ังการปรับปรุง
มาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม และพัฒนาเคร่ืองยนต์ให้มีประสิทธิภาพสูง ควบคู่ไปด้วย โดยความร่วมมือระหว่าง
หน่วยงานของภาครัฐ และภาคเอกชน เช่น ผู้ผลิตน้ามัน สารเติมแต่ง ผู้ผลิตเคร่ืองยนต์ เป็นต้นในระยะแรก
การพฒั นาน้ามนั เช้ือเพลงิ ท่ีใช้กบั เครอื่ งยนต์
สำรบัญ Page |2
ดำ้ นควำมรู้พ้ืนฐำนในกำรปฏิบตั งิ ำนน้ำมนั หนำ้
ความร้เู บอื้ งต้นเกีย่ วกับนา้ มนั 2
หลักพ้ืนฐานการจดั การความปลอดภัย 11
หลกั การปฏิบัตงิ านของพนกั งานขบั รถขนสง่ นา้ มัน 36
การปฏิบตั ิงานเมอ่ื เกดิ เหตุฉกุ เฉินของรถขนส่งนา้ มัน 46
66
ด้ำนกำรควบคุมน้ำมันและควำมปลอดภัย 68
กฎหมายท่เี ก่ยี วข้องกับการประกอบกิจการน้ามนั
Page |1
ดา้ นความรพู้ ้ืนฐานในการ
ปฏบิ ตั ิงานน้ามนั
Page |2
1.1 ความรเู้ บ้ืองตน้ เก่ยี วกบั น้ามนั
ควำมรูเ้ บ้ืองตน้ เก่ยี วกบั นำ้ มนั
ปิโตรเลียม มาจากภาษลาตินสองค้าคือ ค้าว่า Petra ซึ่งแปลว่า หิน และค้าว่า Oleum ที่แปลวา่
นา้ มนั เมอื่ สองคา้ มารวมกนั ก็จะเปน็ ค้าว่า Petroleum ซ่ึงกห็ มายความวา่ น้ามนั ที่ไดจ้ ากหิน แตน่ า้ มันดิบ
(Crude Oil) ก๊าซธรรมชาติ และสารประกอบไฮโดรโดยท่ัวไปแล้วปิโตรเลียมจะประกอบด้วยธาตุคาร์บอน
ไฮโดรเจน ก้ามะถัน และไนโตรเจน
นักวิทยาศาสตร์หลายคนเช่ือว่าโลกของเรามีก้าเนิดข้ึนมาเมื่อประมาณ 4,500 ล้านปีมาแล้ว เมื่อ
สิง่ มีชีวิตทั้งพชื และสัตว์ทเ่ี จริญเติบโตและอาศยั อยใู่ นโลกนับหลายล้านปีมาแลว้ ตายลง ซากของมันกจ็ ะปะปน
อยู่กับเม็ดหินดินทรายที่มาจากการสึกกร่อนและพัดพาของพ้ืนผิวโลก ซ่ึงทับถมกันเป็นตะกอนนอนอยู่กับ
มหาสมุทร ช้ันตะกอนบางช้ันถูกบีบอัดกลายไปเป็นหินดินดานที่มีเนื้อแน่น และบางชั้นก็กลายไปเป็นหินปนู
และหนิ ทราย สงิ่ มชี ีวิตบางชนดิ ทีต่ ายลงและถูกทับถมหรือฝังตวั อยู่ในหนิ น้นั เราจะเรยี กว่า ฟอสซิล (Fossils)
และในบริเวณที่มีการทับถมของซากส่ิงมีชีวิตมากที่สุด หรือมีการทับถมของตะกอนท่ีแม่น้าพัดพาออกมาด้วย
น้ัน จะเป็นบริเวณท่ีมีน้ามันดิบและก๊าซธรรมชาติเกิดขึ้น เพราะอินทรีย์สารจะถูกเปลี่ยนเป็นน้ามันดิบและ
ก๊าซธรรมชาติโดยการกระท้าของความรอ้ น แบคทเี รีย (จลุ ชวี ัน) การแผ่รังสี และกระบวนการอื่นๆ
แหลง่ กกั เก็บปิโตรเลียมใตพ้ ื้นผวิ โลก
Page |3
ปิโตรเลียมจะสะสมตัวอยู่ใต้พื้นผิวโลกในชั้นหินท่ีมีรูพรุน เน่ืองจากปิโตรเลียมท่ีเกิดใต้พื้นผิวโลกถูก
บีบอัดจากน้าหนักของชั้นหินตา่ ง ๆ ดังนั้นมันจะพยายามแทรกตัวขึ้นมายงั พื้นผวิ โลกตามรอยแตกแยกของชน้ั
หนิ เวน้ แต่ว่ามันจะถกู ปดิ กัน้ ด้วยชน้ั หนิ เนอื้ แน่น ซ่ึงท้าใหป้ ิโตรเลียมถกู กักเกบ็ สะสมตัวอยูใ่ ต้พื้นผวิ โลก
องคป์ ระกอบท่ีสา้ คัญท่ีจะก่อใหเ้ กิดแหล่งสะสมตวั ของปโิ ตรเลียม ประกอบด้วยหลกั 3 ประการ คือ
1. มีหินท่ีเป็นต้นก้าเนิดปิโตรเลียม (Source rock) ได้แก่ ชั้นหินท่ีเกิดจากการทับถมของซากและ
ซากสัตว์
2. มหี ินกักเก็บปโิ ตรเลียม (Reservoir rock) ได้แก่ ชั้นหินทีม่ ีรูพรุนซึ่งเปน็ ท่ีกักเกบ็ น้ามัน กา๊ ซ และ
น้า ซึง่ สามารถใหม้ ีการไหลซมึ ผา่ นได้
3. มีชน้ั หินซงึ่ เปน็ แหลง่ กักเก็บปิโตรเลียม (Trap) ไดแ้ ก่ ชน้ั หนิ ที่ปิดกนั้ ไม่ให้น้ามนั และกา๊ ซออกไป
คุณสมบตั ขิ องปิโตรเลียม
โดยท่ัวไปน้ามันดิบจะมีลักษณะสีด้า หรือสีน้าตาล มีกล่ินคล้ายน้ามันเชื้อเพลิงส้าเร็จรูป หรือบาง
ชนิดจะมกี ลิน่ ของสารอ่ืนผสมด้วย ความหนืด (Viscosity) ของน้ามันดิบก็แตกต่างกันไป ต้ังแตเ่ ป็นของเหลว
เหมือนน้าจนถึงความหนืดคล้ายกับยางมะตอย ส้าหรับค่าความ ถ่วงจ้าเพาะ (Specific gravity) จะมี
ค่าประมาณ 0.80-0.97 ทอ่ี ุณหภมู ิ 15.6 องศาเซลเซยี ส (60 องศาฟาเรนไฮด์)
ชนิดของน้ามนั ดิบฐานต่างๆ
น้ามันดิบมหี ลายชนดิ มีความถ่วงจ้าเพาะต่าง ๆ กนั ชอื่ เรียกและคุณสมบตั ิก็แตกตา่ งกัน โดยทั่ว
ๆ ไปนักปโิ ตรเลียมไดแ้ บง่ ชนิดของนา้ มันดิบไวเ้ ปน็ ฐานใหญๆ่ 3 ฐาน คอื
1. น้ามันดิบฐานแอสฟัลต์ (แนพธึน) (Asphalt base crude oil หรือ Napthene) เป็นน้ามันดิบ
ทั่ว ๆ ไปที่ขุดพบในแถบตะวันออกกลาง อ่าวเม็กซิโก เวเนซุเอลา มีลักษณะเหนียวข้นเหมือนยางมะตอย
เม่ือน้ามากกล่ันจะให้ผลผลิตเป็นน้ามันพวกกากดิบสูงกว่าปกติ เช่น น้ามันเตา แต่ข้อดีคือขนส่งง่าย
Page |4
ไม่จับตัวเป็นไข กากที่เหลือจากการกล่ันแล้วส่วนใหญ่เป็นพวกยางมะตอย สันนิษฐานว่าน้ามันดิบประเภทนี้
มกั เกิดมาจากซากส่งิ มีชีวิตทท่ี บั ถมกันในมหาสมทุ ร
2. น้ามันดิบฐานพาราฟิน (Paraffin base crude oil) หรือน้ามันดิบฐานไขเทียนนี้เป็นน้ามันดิบ
ช้นั ดี มคี า่ API สงู เมื่อน้ากากกลั่นจะใหผ้ ลผลิตน้ามนั ตระกลู เบนซินและผลิตภัณฑ์ระดับกลางสงู กว่า กาก
ที่เหลือจากการกลั่นแล้วส่วนใหญ่จะได้พวกข้ีผ้ึง (Wax) แต่ข้อเสียอย่างหนึ่งของน้ามันดิบฐานน้ีคือ ขนส่ง
ยาก เพราะมักจะจับตัวเป็นไขเมื่ออุณหภูมิต้่ากว่า 30 องศาเซลเซียส ท้าให้การสูบถ่ายเป็นไปด้วยความ
ยากล้าบาก น้ามนั ดิบเพชรทข่ี ุดพบ ณ แหล่งสิรกิ ติ ์ิ จงั หวดั กา้ แพงเพชรจดั อย่ใู นน้ามนั ประเภทน้ี
3. น้ามนั ดิบฐานผสม (Mixed base crude oil) คอื น้ามนั ดิบที่มีคุณสมบัติอยูร่ ะหวา่ งชนิด ท่ี
1 และชนิดที่ 2 (Mixed between paraffin asphalt) สันนิษฐานว่าเกิดจากการทับถมกันของส่ิงมีชีวิต
ท่ีอาศัยอยู่บนพ้ืนดินที่อดีตเคยเป็นทะเลมาก่อน และกากที่เหลือจากการกลั่นของน้ามันฐานนแ้ี ล้วจะมีท้ังยาง
มะตอย และไขหรอื ขีผ้ ึ้ง
แต่ละฐานดังกล่าวจะมีโครงสร้างทางเคมีและคุณสมบันต่างกันออกไปอีก เช่น เมื่อน้าน้ามันดิบฐาน
แอสฟัลต์มากลั่นจะได้น้ามันเช้ือเพลิงท่ีมีค่าออกเทนสูง ส่วนน้ามันดิบฐานพาราฟินเมื่อน้ามากลั่นจะได้
น้ามันหล่อล่ืนท่ีมีค่าดัชนีความข้นใสหรือความหนืดสูง (Viscosity index) แต่ในปัจจุบันนี้อุตสาหกรรม
ทางด้านน้ามันมีความก้าวหน้ามาก ไม่ว่าน้ามันดิบจะเป็นฐานใดก็สามารถจะปรับปรุงใหม้ ีคุณภาพสูงได้โดยใช้
สารตัวเติม (Additives) ทตี่ ้องการคณุ สมบัติน้นั ๆ
ชนิดของนำ้ มนั ดิบทำงกำรพำณิชย์
น้ามันดิบจะมีช่ือทางการค้าหลายชื่อ ส่วนมากจะเรียกช่ือตามแหล่งขุดเจาะ ซ่ึงอาจจะเป็นชื่อเมือง
อ้าเภอ ต้าบล ท่าเรือ หรือชอ่ื ท้องถน่ิ ข้ึนอยู่กับแตล่ ะประเทศจะกา้ หนดช่ือน้ามนั ดบิ ของตนหรอื ของสถานที่
ที่พบน้ามนั น้นั ๆ ตัวอย่าง เช่น
- น้ามนั ดิบเพชร จากจงั หวัดกา้ แพงเพชร ประเทศไทย
- น้ามนั ดบิ เบรนท์ของอังกฤษ
- น้ามันดิบโอมาน (กลนุ่ นอกโอเปค)
- น้ามันดิบทาปีสของมาเลเซยี (กลมุ่ นอกโอเปค)
- น้ามนั ดบิ ดูไบ (กลมุ่ โอเปค)
- นา้ มนั ดบิ ไมนาสของอินโดนเี ซยี (กลุ่มโอเปค)
- น้ามนั ดบิ เวสต์เท็กซสั (สหรัฐอเมรกิ า)
ชนิดของน้ามันทางการค้าน้ีแบ่งออกได้เป็น 3 ชนิดใหญ่ ๆ คือ น้ามันดิบชนิด เบา (Light
crude- oil) น้ามันดิบชนิดกลาง (Medium crude oil) และน้ามันดิบชนิดหนัก (Heavy crude oil)
ท้ังนี้โดยอาศัยค่าองศา API หรือความถ่วงจ้าเพาะแบบ API เป็นหลักในการพิจารณา หรือใช้เป็นแมบ่ ทใน
การซื้อขายทั่วโลก คา่ ความถว่ งจา้ เพาะแบบ API ของน้ามันดบิ ทางการคา้ ชนดิ ตา่ ง ๆ
Page |5
กระบวนกำรกลนั่ นำ้ มนั
ผลติ ภณั ฑ์น้ำมัน
ผลิตภัณฑ์น้ามันเชื้อเพลิงที่ได้จากกระบวนการกล่ันน้ามันปิโตรเลียมมีหลายชนิด สามารถน้ามาใช้
ประโยชน์ไดอ้ ย่างกว้างขวางท้ังทางตรงและทางอ้อมคุณภาพของน้ามันเช้ือเพลิงไดร้ ับการพัฒนาอย่างต่อเนอ่ื ง
ตลอดเวลาเพื่อให้ทันกับวิวัฒนาการของเคร่ืองยนต์ท่ีเจริญก้าวหน้าอย่างไม่หยุดย้ัง ณ ท่ีนี้ขอกล่าวถึงคุณภาพ
น้ามันเช้ือเพลิง 3 ชนิด ที่คุ้นเคยและเป็นท่ีนิยมใช้กันอย่างกว้างขวาง คือ น้ามันเบนซินน้ามันดีเซล และ
น้ามันเตา
นำ้ มนั เบนซิน ในปจั จุบนั น้ามนั เบนซนิ ที่ใชส้ ้าหรับเคร่อื งยนตท์ ่ัวไป มี 2 ชนดิ คอื
- น้ามนั เบนซินออกเทน 91
- นา้ มันเบนซนิ ออกเทน 95
น้ามันเบนซินออกเทน 91 ใช้ส้าหรับเคร่ืองยนต์ท่ีมีอัตราส่วนการอัดต่้า ส่วนเบนซินออกเทน 95 เหมาะกับ
เครื่องยนต์ทม่ี ีอตั ราส่วนการอัดสูง
ลกั ษณะและคุณภำพของนำ้ มันเบนซิน
1. ค่ำออกเทน คือ คุณสมบัติของน้ามันเชอื้ เพลิงท่ีแสดงถึงความสามารถในการต้านทานการชิงจุด
ระเบิดก่อนเวลาที่ก้าหนดในเคร่ืองยนต์ เบนซิน อีกนัยหนึ่งคือตัวเลขแสดงความต้านทานการน็อคของน้ามัน
เชื้อเพลิงในเครื่องยนต์เบนซิน เน่ืองจากการเพิ่มอุณหภูมิ ภายในบริเวณของส่วนผสมอากาศกับน้ามัน
เชอื้ เพลิงที่กา้ ลังถูกอดั โดยคล่ืนเปลวไฟ ก่อนกระบวนการเผาไหมจ้ ะสิ้นสุดภายใน กระบอกสูบของเครื่องยนต์
การน็อคท้าให้เครื่องยนต์ไม่มีก้าลัง อย่างไรก็ตามเครื่องยนต์แต่ละแบบมีค่าออกเทนไม่เท่ากันขึ้นอยู่กับการ
ออกแบบของบรษิ ทั ผู้ผลิตเครื่องยนต์
Page |6
2. ปรมิ ำณตะก่ัว แม้ปจั จบุ ันจะไมม่ ีการเติมตะกั่วในน้ามันเบนซินเพื่อเพ่ิมค่าออกเทนแลว้ ก็ตาม แต่
ตะกั่วอาจปนเปื้อนมาจากน้ามันดิบหรือจาก กระบวนการผลิตก็ได้ เน่ืองจากตะก่ัวเป็นสารมลพิษในไอเสีย
และเปน็ โทษตอ่ ร่างกาย จึงต้องมีการกา้ หนดปริมาณมาตรฐาน ควบคมุ ไว้
3. ปริมำณกำมะถัน เม่ือก้ามะถันในน้ามันถูกเผาไหม้จะสามารถกัดกร่อนเครื่องยนต์ให้สึกหรอ
นอกจากนัน้ ยงั เป็นฝุ่นท้าให้เคร่ืองยนตส์ กปรกและ เปน็ ตัวกอ่ มลพษิ ทางอากาศ
4. ปริมำณฟอสฟอรัส ฟอสฟอรัสมักจะมาจากการเติมสารเพ่ิมคุณภาพในน้ามันเบนซิน สามารถท้า
ใหเ้ ครอ่ื งกรองไอเสยี ชา้ รุดเสยี หาย
5. กำรกัดกร่อน น้ามันที่มีสิ่งปนเป้ือน เช่น ก้ามะถัน จะก่อให้เกิดการกัดกร่อนช้ินส่วนที่เป็นโลหะ
ท้าใหเ้ คร่ืองยนตส์ ึกหรอ ค่าการกดั กร่อนเปน็ ตัวบง่ ชีก้ ารสกึ หรอของเครอื่ งยนต์
6. เสถียรภำพต่อกำรเกิดปฏิกิริยำออกซิเดชั่น เป็นค่าท่ีบ่งถึงความสามารถของน้ามันที่จะ
เกิดปฏิกิริยากับออกซเิ จนแล้วไดย้ างเหนียว ซ่งึ มผี ลกระทบตอ่ ไอดี หอ้ งเผาไหม้ และการเก็บส้ารองน้ามัน
7. ปริมำณยำงเหนียว เม่ือน้ามันที่มีสารประกอบของไนโตรเจน ท้าปฏิกิริยากับออกซิเจนในอากาศ
จะเกิดเป็นยางเหนียว เป็นสิ่งสกปรกในระบบไอดี และห้องเผาไหม้ ท้าให้วาล์วติดตาย คาร์บูเรเตอร์ขัดข้อง
แหวนตดิ
8. อัตรำกำรระเหย เป็นคุณสมบัติที่บ่งบอกว่าน้ามันมีองค์ประกอบส่วนหนักเบาอย่างไร จะถูกเผา
ไหม้ได้ในลักษณะใด ต่อเน่ืองแค่ไหน เช่น ถ้ามีส่วนเบาน้อยจะจุดสตาร์ทยาก ถ้าน้ามันค่อยๆระเหยอย่าง
สม่้าเสมอเม่ือค่อยๆเพิ่มอุณหภูมิให้สูงขึ้นการเผาไหม้ก็จะต่อ เนื่องดีเคร่ืองยนต์ก็จะเดินได้ราบเรียบ อัตราการ
ระเหยของนา้ มนั จึงมผี ลตอ่ การสตาร์ทของเครื่องยนต์ การเรง่ เครอ่ื งยนต์ และการประหยดั น้ามันเช้อื เพลงิ
9. ควำมดันไอ ความดันไอต้องไม่เกินมาตรฐานเพื่อป้องกันการเกิดปัญหาไอน้ามันอุดขวางท่อ
ทางเดนิ น้ามัน เกดิ การขาดตอนของน้ามันใน คาร์บูเรเตอร์ ทา้ ใหเ้ คร่อื งยนต์สตาร์ทไม่ตดิ กระตุกหรอื ดบั
10. ปริมำณสำรเบนซิน เบนซินเป็นสารจ้าพวกอะโรเมติกส์ มีค่าออกเทนสูง แต่มีพิษต่อระบบ
ทางเดนิ หายใจและสมอง การสดู ดมสารนเ้ี ปน็ ระยะเวลา นานๆ อาจเป็นสาเหตขุ องโรคมะเรง็
11. ปริมำณสำรอะโรมำติกส์ สารอะโรเมติกส์มีค่าออกเทนสูง สารอะโรเมติกส์บางตวั เชน่ เบนซิน
โพลไี ซคลกิ อะโรเมติกส์ กอ่ ให้เกิดมะเร็งในสตั วท์ ดลอง นอกจากนี้การเผาไหมน้ า้ มันทีม่ ีสารอะโรเมติกสส์ ูงจะมี
เขม่าปรมิ าณสูงและหากการเผาไหม้ไม่สมบรู ณจ์ ะเกิดไอเสียท่ีมีสารอะโรเมติกสด์ ว้ ย
12. สี โดยปกติเนื้อน้ามันเบนซินเองไม่มีสี แต่ผู้ประกอบการใส่สีลงไปเพื่อให้สามารถแยกแยะ
ชนิดของน้ามันไดง้ ่ายและป้องกนั การปลอมปน
- น้ามันเบนซินออกเทน 91 มี สีแดง
- น้ามนั เบนซนิ ออกเทน 95 มี สีเหลอื ง
13. ปริมำณน้ำ น้ามีผลท้าให้น้ามันเสอื่ มคุณภาพเรว็ และท้าให้เกิดการอุดตันที่อุณหภูมิต่้าหรือท้าให้
เครื่องยนตเ์ ดนิ ไมเ่ รียบ
Page |7
14. สำรออกซเิ จนเนท สารออกซเิ จนเนทท่ีเติมในน้ามันเบนซินเพ่อื ชว่ ยเพิม่ ปริมาณออกซเิ จนได้แก่
MTBE (Methyl Tertiary Butyl Ether) ช่วยให้การเผาไหม้สมบูรณ์ดี ลดการเกิดมลพิษ เช่น คาร์บอนมอน
นอกไซด์ ขณะเดียวกันการท่ี MTBE มีค่าออกซิเจนสูงกว่า 100 จึงช่วยเพ่ิมค่าออกเทนในน้ามันเบนซิน
ส้าเร็จรปู ด้วย แต่เนือ่ งจาก MTBE เป็นสารที่สามารถดูดซับน้าไดด้ ี ผปู้ ระกอบการ จงึ ถูกควบคมุ ปริมาณการ
ใช้ในระดบั ท่ีเหมาะสม
15. สำรเพิ่มคุณภำพในน้ำมันเบนซิน การเติมสารเพ่ิมคุณภาพลงในน้ามันเบนซินก็เพื่อเพิ่ม
ประสิทธภิ าพในการใชง้ าน สารเหลา่ น้ี ไดแ้ ก่
- สารท้าความสะอาด ช่วยชะล้างสิ่งสกปรกที่ตกค้างในระบบน้ามันเชื้อเพลิงและช่วยรักษา
คารบ์ เู รเตอรใ์ หส้ ะอาดอยูเ่ สมอ
- สารต้านการรวมตัวกับอากาศ ช่วยป้องกันไม่ให้น้ามันเบนซินรวมตัวกับออกซิเจนใน
อากาศ เพอ่ื ปอ้ งกนั การเกดิ ยางเหนยี ว ซ่งึ เป็นอนั ตรายต่อระบบน้ามันเชอื้ เพลิง
- สารป้องกันสนิมและการกัดกร่อน ช่วยป้องกันไม่ให้สนิมอุดตันไส้กรองน้ามันเชื้อเพลิงที่
คารบ์ เู รเตอร์
น้ำมันดเี ซล
น้ามันดีเซลเป็นผลิตภัณฑ์ชนิดหน่ึงที่ได้จากการกล่ันน้ามันดิบ แต่มีช่วงจุดเดือดและความข้นใสสูง
กว่าน้ามันเบนซิน เคร่ืองยนต์ดีเซลมีพ้ืนฐานการท้างานท่ีแตกต่างจากเครื่องยนต์เบนซิน กล่าวคือการจุด
ระเบิดของเครื่องยนต์ดีเซลใช้ความร้อนท่ีเกิดจากการอัดอากาศอย่างมากมายในกระบอกสูบแล้วฉีดเช้ือเพลิง
เข้าไปเพื่อท้าการเผาไหม้ ไม่ใช่เป็นการจุดระเบิดจากหัวเทียนเหมือนในเครื่องยนต์เบนซินลักษณะและ
คณุ สมบตั ิของน้ามนั ดเี ซล
1. กำรตดิ ไฟ คุณสมบตั กิ ารตดิ ไฟบง่ บอกความสามารถในการติดเครื่องยนต์ที่อุณหภมู ิต่า้ และการ
ป้องกันการน็อคในเคร่ืองยนต์ระหว่างการ เผาไหม้เชื้อเพลิงภายในกระบอกสูบ ลักษณะการเผาไหม้เช่นเผา
ไหม้เร็ว เผาไหม้มีประสิทธภิ าพสงู เหล่าน้ีแสดงออกมาเป็นตัวเลขของดัชนีซีเทน หรือซีเทนนัมเบอร์ ค่าซีเท
Page |8
นควรให้สูงพอกับความเร็วรอบของเคร่ืองยนต์ ซ่ึงจะท้าให้ติดเคร่ืองยนต์ง่ายไม่น็อค และประหยัดการใช้
น้ามนั
2. ควำมสะอำด ความสะอาดเป็นคุณสมบัติทส่ี ้าคัญของน้ามนั ดเี ซล นา้ มนั ดเี ซลตอ้ งมีความสะอาด
ทั้งก่อนและหลังการเผาไหม้ เช่นต้องมีตะกอน น้า กากหรือเขม่าน้อยท่ีสุดท่ีจะท้าได้ เนื่องจากระบบน้ามัน
ดีเซลจะต้องใช้ปม๊ั น้ามันและหวั ฉดี น้ามนั เช้อื เพลงิ ช่วยในการเผาไหม้
3. กำรกระจำยตัวเป็นฝอย ความหนืดหรือความข้นใสเป็นตัวก้าหนดลักษณะของการกระจายตัว
ของน้ามันดเี ซล ความหนืดทพ่ี อเหมาะท้าให้นา้ มันน้ามนั กระจายเป็นฝอยดี ความหนดื ของนา้ มันดีเซลยังมี
ผลต่อระบบการป๊ัมน้ามัน เพราะในขณะท่ีปั๊มน้ามันเชือ้ เพลิงเข้าสู่ห้องเผาไหม้ ตัวน้ามันก็จะท้าหน้าท่ีหลอ่ ลื่น
ลูกสบู ปัม๊ ไปในตัวดว้ ย
4. อัตรำกำรระเหยตวั อัตราการระเหยตัวของน้ามันดีเซลมผี ลตอ่ จุดเดอื ด จดุ วาบไฟ และจุด ตดิ ไฟ
5. สี โดยปกติน้ามันดีเซลมีสีชาอ่อน แต่บางครั้งสีอาจเปลี่ยนไปบ้างเน่ืองจากในกระบวนการกล่ัน
น้ามนั อาจใชน้ ้ามนั ดิบจากแหลง่ ตา่ งกนั แตค่ ุณสมบตั ใิ นการเผาไหมย้ ังคงเหมือนเดิม ทั้งนส้ี ไี ม่ไดเ้ ป็นตวั สา้ คัญ
ท่ีก้าหนดคุณภาพน้ามัน ผู้ประกอบการได้ก้าหนดมาตรฐาน สีท่ีมีค่าไม่เกิน 3 ซึ่งเป็นสีคล้ายสีชา สีของ
น้ามนั ดเี ซลอาจเข้มขึ้นหากเก็บไว้นานๆ แตใ่ นกรณที ส่ี ีเปลี่ยนแปลงไปมากเช่นเป็นสเี ขียว หรอื สดี ้าคลา้ ควรตั้ง
ข้อสงั เกตวา่ อาจมกี ารปลอมปนของน้ามนั กา๊ ด นา้ มนั เตา หรอื นา้ มันเคร่อื งทใ่ี ชแ้ ลว้
6. ปริมำณกำมะถัน ปริมาณก้ามะถันในน้ามันชนดิ ใดๆที่สูงเกินไปเป็นสิง่ ท่ีไม่พึงปรารถนา การกัด
กร่อนของก้ามะถันในน้ามันมีด้วยกัน 2 ลักษณะ ลักษณะแรกเกิดจากการกัดกร่อนภายหลังการเผาไหม้
สารประกอบของก้ามะถันเม่ือถูกเผาไหม้เกิดก๊าซซัลเฟอร์ออกไซด์ ซึ่งเม่ือรวมกับน้าจะเป็นสารละลายที่มีฤทธ์ิ
เป็นกรด และกัดกร่อนช้ินส่วนของเคร่ืองยนต์ได้ ลักษณะที่สอง เกิดจากก้ามะถันในน้ามันเชื้อเพลิงโดยตรง
คือน้ามันจะกัดกร่อนช้ินส่วนของระบบหัวฉีดเคร่ืองยนต์ดีเซลก้ามะถันในน้ามันดีเซลจะมีมากหรือน้อยขึ้นอยู่
กับชนิดของน้ามันดิบและกระบวนการกล่ันท่ีใช้ สารประกอบก้ามะถันที่มีคุณสมบัติ กัดกร่อนจะอยู่ในรูปแบบ
ต่างๆ เชน่ เมอร์แคปแทน ไดซัลไฟดห์ รือสารประกอบเฮเตอรโ์ รไซคลิก เชน่ ไธโอเฟน (thiophen)
7. ควำมหนำแน่นและควำมข้นใส ความข้นใสมีอิทธิพลต่อรูปร่างของละอองน้ามันท่ีฉีดออกจาก
หัวฉีด ถ้าน้ามันมีความข้นใสสูง การฉีดเป็นฝอยละอองจะไม่ดี เพราะละอองน้ามันมีขนาดใหญ่และพุ่งเป็น
สายไปไกล แทนท่ีจะกระจายเป็นฝอยเล็กๆท้าให้น้ามันรวมตัวกับอากาศไม่ดีการเผาไหม้ จึงไม่สมบูรณ์และ
ประสิทธิภาพของเคร่ืองยนต์ลดลง แต่ถ้าน้ามันดีเซลมีความข้นใสต่้าเกินไปจะทา้ ให้การฉีดฝอยน้ามันละเอียด
แต่ไม่พุ่งไปไกลเท่าที่ควร การเผาไหม้ก็ไม่ดีและอาจท้าให้มีการร่ัวกลับในตัวป๊ัมหัวฉีด ด้วยเหตุนี้น้ามัน
ดีเซลหมุนเร็วโดยทั่วไปจะ ก้าหนดค่าความข้นใสอยู่ระหว่าง 1.8-4.1 เซนติสโตก ท่ีอุณหภูมิ 40
องศาเซลเซยี ส
Page |9
กำรเลอื กชนิดนำ้ มนั ดเี ซลท่ีเหมำะสม
น้ามันดีเซลหรือน้ามันโซล่าเป็นช่ือเรียกน้ามันดีเซลหมุนเร็ว ส่วนน้ามันข้ีโล้เป็นช่ือเรียกน้ามันดีเซล
หมุนช้า การเลือกน้ามันดีเซลไม่ ยุ่งยากเหมือนน้ามันเบนซิน เพราะน้ามันดีเซลหมุนเร็วเท่าน้ันที่มีจ้าหน่าย
ตามสถานีบริการน้ามัน ส่วนน้ามันข้ีโล้หรือน้ามันดีเซล หมุนช้านั้น บริษัทจ้าหน่ายน้ามันมักขายตรงแก่
โรงงานอุตสาหกรรม ทั้งนี้ส่ิงที่ควรระวังคือ เน่ืองจากในปัจจบุ ันรถยนต์นงั่ หรือรถบรรทุกมีการใช้เคร่ืองยนต์
ท้ัง 2 แบบ คือ เครื่องยนต์เบนซินและดีเซล ดังนั้นช่องเติมน้ามันของรถยนต์ควรมีป้ายบอกให้ชัดเจนว่าใช้
นา้ มนั ชนดิ ใด หากใชผ้ ดิ กจ็ ะเกดิ ปัญหากับเครื่องยนต์
อนั ตรำยจำกน้ำมนั ดเี ซล
น้ามนั ดีเซลมีอนั ตรายคลา้ ยคลงึ กบั นา้ มันเบนซนิ แมน้ า้ มันดเี ซลไมม่ สี ารประกอบของตะก่ัว แตก่ ็ยังมี
สารท่ีท้าให้เกิดมะเร็งผิวหนังได้ หากสัมผัสโดยตรงมากๆ สารดังกล่าวคือ PCA หรือโพลีไซคลิก อะโรเมติกส์
ไฮโดรคารบ์ อน ดังน้ัน จึงควรลา้ งมือใหส้ ะอาดทกุ คร้งั หลังจากสัมผัสกับน้ามันดเี ซล และถงึ แมว้ ่าน้ามนั ดีเซล
จะมีจุดวาบไฟสูงกว่าน้ามันเบนซิน แต่มันก็เป็นเชื้อเพลิงท่ีติดไฟง่ายเช่นกัน จึงจ้าเป็นต้องต้ังไว้ให้ห่างจาก
ความรอ้ น ประกายไฟ หรือสารเคมีประเภท Strong oxidant เช่น คลอรีน
น้ำมันเตำ
น้ามันเตา (Residual fuels) คือ ส่วนที่หนักท่ีสุดของการกล่ันน้ามันดิบเพ่ือแยกเป็นเชือ้ เพลิง ส่วน
น้จี ะไม่ระเหยเป็นไอและเหลืออยู่ก้นหอกลั่น น้ามนั เตาเป็นผลิตภัณฑ์อีกชนิดหนึง่ ที่ได้จากการกลั่นปิโตรเลียม
เป็นน้ามันหนักที่เหลือจากการกลั่นน้ามันเช้ือเพลิงชนิดอื่น น้ามันเตาเป็นเช้ือเพลิงส้าหรับเตาหม้อน้าและ
เตาเผา หรือเตาหลอมในโรงงานอุตสาหกรรม เคร่ืองก้าเนิดไฟฟ้าขนาดใหญ่ เครื่องยนต์เรือเดินทะเลขนาด
ใหญ่และอ่ืน ๆ ทั้งนี้เนื่องจากน้ามันเตามีราคาถูกกว่าน้ามันเชอ้ื เพลงิ อย่างอื่น และให้ความร้อนทางเชอ้ื เพลงิ
ได้ดีด้วย น้ามันเตามีชื่อเรียกหลายอย่าง เช่น Burner fuel oil, Furnace oil, Stove oil, Bunker oil เป็น
ตน้
ประเภทของน้ำมนั เตำ
น้ามนั เตาท่ใี ชใ้ นบ้านเรามีอยูห่ ลายชนิด ท้ังน้ีขึ้นอยู่กับความข้นใสของนา้ มันเตา โดยทวั่ ไปน้ามันเตา
ทมี่ ีคณุ ภาพสูงจะมคี วามขน้ ใสตา้่ กว่าการแบง่ ประเภทของน้ามนั เตาแบ่งไปเปน็ 3 ประเภท คือ
1. น้ามันเตาชนิดเบา (Light fuel oil) มีค่าความข้นใส (Viscosity) ต่้า ส่วนมากใช้เผาไหม้ใช้ความ
ร้อนกบั หมอ้ นา้ ขนาดเลก็ ท่ัวไป เพ่อื ใช้ในการผลติ ไอน้าแล้วน้าไปใช้งานต่าง ๆ
2. น้ามันชนิดกลาง (Medium fuel oil) น้ามันชนิดนี้มีค่าความข้นใสปานกลาง ส่วนมากจะใช้เผา
ให้ความรอ้ นแกห่ ม้อน้า (Boiler) เตาเผาขนาดกลาง หรอื ขนาดเล็กทม่ี อี ุปกรณ์อุ่นน้ามัน
P a g e | 10
3. น้ามันเตาชนิดหนัก (Heavy fuel oil) น้ามันชนิดน้ีจะมีความหนืดหรือความข้นใสสูง ส่วนมาก
จะน้าไปใชก้ ับเตาเผาขนาดใหญ่ในโรงงานอุตสาหกรรม เชน่ เตาเผาของโรงงานอุตสาหกรรมผลิตปนู ซเี มนต์
น้ามันอีกประเภทหน่ึง เป็นน้ามันผสมกันระหว่างน้ามันดีเซลกับน้ามันเตา เรียกว่า เชื้อเพลิงชนิดอิน
เทอร์มีเดียต (Intermediate fuels) ใช้เป็นเชื้อเพลิงในเคร่ืองยนต์ดีเซลหมุนช้าขนาดใหญ่ เช่น เรือเดินสมุทร
เป็นต้น
วงจรชวี ติ น้ำมนั
P a g e | 11
1.2 หลกั พ้ืนฐานการจดั การความปลอดภยั
มำตรฐำนรถบรรทุกผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม
บทนำ (Introduction)
มาตรฐานฉบับน้ีเป็นมาตรฐานเก่ียวกับ รถบรรทุกขนส่งผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม ซึ่งใช้อ้างอิงและเป็น
แนวทางในการปฏิบัติงานอย่างมืออาชีพสอดคล้องกับกฎหมายและมาตรฐานระดับสากล นอกจากนี้ ยัง
สามารถใช้ในการสอนงานให้กับผู้ที่เก่ียวข้องได้ และเป็นแหล่งรวบรวมองค์ความรู้ ซ่ึงจะอยู่คู่องค์กรและเป็น
ประโยชนต์ อ่ องคก์ รตอ่ ไป
ขอบเขต (Scope)
มาตรฐานฉบับนี้เป็นมาตรฐานที่ใช้ส้าหรับรถบรรทุกผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม (ไม่รวมผลิตภัณฑ์หล่อล่ืน
ส้าเร็จรูป)ท่ีมีสัญญาจ้างกับหน่วยธุรกิจน้ามัน รวมถึงผลิตภัณฑ์อื่นๆที่เกี่ยวข้อง จากแหล่งผลิตในประเทศถึง
คลัง ระหวา่ งคลงั จากคลังถึงลกู ค้า และการค้าผ่านแดน
นิยำม (Definitions)
มำตรฐำนอ้ำงองิ
1. ADR หมายถึง ข้อตกลงของสหภาพยุโรปเกี่ยวกับการขนส่งสินค้าอันตรายทางถนน (The
European Agreement concerning the International Carriage of Dangerous Goods by
Road)
2. TP II หมายถึง ข้อก้าหนดการขนส่งสินค้าอันตรายทางถนนของประเทศไทย ( Thailand
Provision II)
3. TOP Load หมายถึง วธิ ีการบรรจนุ า้ มนั ทางฝา Manhole
4. Bottom Load หมายถึง วิธีการบรรจุน้ามันผ่านวาล์วที่ใช้ส้าหรับจ่ายน้ามันออกจากรถบรรทุก
ผ่านเขา้ ไปยงั ถังบรรจุทางด้านลา่ งของถงั บรรจุซง่ึ มีทอ่ เชอ่ื มต่ออยู่ระหวา่ งวาล์วดังกลา่ ว
อุปกรณ์
1. Manhole หมายถึง ชอ่ งส้าหรับคนลงไปยังถงั ขา้ งใต้
2. Pressure Vacuum Vent Valve (PVV Valve) หมายถงึ วาล์วระบายความดันสญุ ญากาศ
3. Vapor Recovery Unit (VRU) หมายถึง หนว่ ยควบคุมไอระเหยของน้ามนั ไมใ่ ห้แพร่กระจายออก
สู่บรรยากาศ ในระหว่างการรบั -จา่ ยผลิตภัณฑข์ องรถบรรทุก
P a g e | 12
4. Overfill Protection Device หมายถึง อุปกรณ์ป้องกันการบรรจุเกินของรถบรรทุกน้ามันระบบ
รับและจ่ายน้ามันด้านใต้ถัง (Bottom Loading) ติดตั้งไว้บนฝาถัง เพ่ือป้องกันไม่ให้เกิดการหก
ล้นของน้ามัน
5. IVMS (In Vehicle Monitoring System) หมายถึง ระบบติดตามและบันทึกข้อมูลการเดินทาง
ของรถ ได้แก่ ระบบ Global Positioning System (GPS), เคร่ืองรูดบัตรแสดงตัวผู้ขับขี่ และ
ระบบกล้อง CCTV
UN Number หมายถึง เปน็ เลขอ้างอิง 4 หลัก แสดงประเภทของสารอันตรายทบี่ รรจุอย่ใู นถังน้ามัน
บนรถบรรทกุ ตามข้อกา้ หนดโดยองค์การสหประชาชาติ ดังนี้
ก๊าซหุงต้ม LPG UN Number 1075
น้ามันดีเซล Diesel UN Number 1202
น้ามนั เตา Fuel Oil UN Number
1202
น้ามันแก็สโซลีน Gasoline UN Number 1203
น้ามันแก๊สโซฮอล์ Gasohol UN Number 1203
น้ามนั อากาศยาน Jet A-1 UN Number 1223
น้ามนั ก๊าด Kerosene UN Number 1223
นา้ มนั ไบโอดเี ซล Methanol UN Number 1230
นา้ มันอากาศยาน JP-8 UN Number 1863
เอทานอลแปลงสภาพ Ethanol UN Number
1170
ยางมะตอย Asphalt/Bitumen UN Number 3257
ควำมร้พู น้ื ฐำน (Fundamental Knowledge)
มาตรฐานฉบบั นจี้ ะกลา่ วถึง รถขนสง่ ผลติ ภณั ฑป์ ิโตรเลียมของ ปตท. โดยจะมรี ถขนสง่ แบ่งออกเป็น 2
ประเภทหลัก คือ รถขนส่งน้ามัน และรถขนส่ง LPG โดยผู้ท่ีจะศึกษามาตรฐานฉบับน้ี ควรมีความรู้พ้ืนฐาน
ดงั ตอ่ ไปนี้
1. ควำมรเู้ ก่ยี วกับปโิ ตรเลียมและกำรขนสง่ เบ้ืองต้น
1.1 ปิโตรเลียม คืออะไร ปิโตรเลียมเป็นสารประกอบไฮโดรคาร์บอนอันสลับซับซ้อน ท่ี
เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติในชั้นหินใต้พื้นผิวโลก โดยมีธาตุท่ีเป็นองค์ประกอบหลัก คือ ธาตุไฮโดรเจน และ
ธาตคุ ารบ์ อน ซึ่งไดจ้ ากการสลายตวั ของอนิ ทรียส์ าร และอาจมีธาตุอื่น ๆ เชน่ ก้ามะถัน ออกซิเจน ไนโตรเจน
ปนอยู่ด้วย ปิโตรเลียมอาจมีสถานะเป็นของแข็ง ของเหลว หรือก๊าซก็ได้ ท้ังนี้ข้ึนอยู่กับองค์ประกอบของ
ปิโตรเลียมสภาวะความดัน และอณุ หภูมิทีม่ นั สะสมตวั อยู่ ปโิ ตรเลียมมคี ณุ สมบตั ิที่ไวไฟ เมื่อน้ามากล่ันจะได้
P a g e | 13
ผลิตภัณฑ์ชนิดต่าง ๆ เช่น ก๊าซหุงต้ม น้ามันเบนซิน น้ามันก๊าด น้ามันดีเซล น้ามันเตา และยางมะตอย
ผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการกล่ันบางชนิดเป็นวัตถุดิบส้าคัญในการผลิตน้ามันหล่อล่ืนและจารบี รวมท้ังเคมีภัณฑ์
ต่าง ๆ เช่น ปุ๋ยเคมี ยาปราบศัตรูพืช พลาสติก และยางสังเคราะห์ เป็นต้น ค้าว่า “ปิโตรเลียม”
(Petroleum) ท่ีมาจากภาษาละติน 2 ค้า คือ ค้าว่า “เพตรา” (Petra) ซึ่งแปลว่าหิน และค้าว่า “โอเลียม”
(Oleum) ซึง่ แปลวา่ น้ามัน
- ความรู้เรื่องการขนส่งปิโตรเลียมเบื้องต้น การขนส่งล้าเลียงน้ามันและก๊าซธรรมชาติ มี
ความยากล้าบากกว่าการขนส่งล้าเลียงสินค้าประเภทอื่นๆ อยู่มาก ด้วยเหตุผลหลายประการ อาทิ น้ามัน
และก๊าซธรรมชาติ โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ส้าเร็จรูปมีมากมายหลายชนิด ซึ่งแต่ละชนิดมีคุณสมบัติแตกต่างกัน
ท้าใหต้ อ้ งแยกภาชนะในการขนส่งล้าเลยี ง เพื่อมใิ ห้ผลิตภัณฑ์แตล่ ะชนดิ ปะปนกัน เหตุผลอีกประการหน่ึงก็
เน่ืองมาจากคุณสมบัติของน้ามันและก๊าซธรรมชาติ ซ่ึงบางชนิดระเหยเร็วและไวไฟ ดังน้ัน ภาชนะและ
พาหนะ รวมท้ังวิธีการที่ใช้ในการขนส่งล้าเลียง จ้าต้องได้รับการออกแบบและเพ่ิมมาตรการเป็นพิเศษเพ่ือ
เพ่ิมความปลอดภัยในการขนส่งล้าเลยี งด้วย การขนส่งน้ามันและก๊าซธรรมชาติในระยะเร่ิมแรกนั้นท้าได้ครัง้
ละเปน็ ปรมิ าณไม่มากนัก สว่ นใหญ่จะใชว้ ิธกี ารบรรจุลงในภาชนะขนาดเล็ก (Package) ก่อน แล้วจงึ ขนส่ง
ล้าเลียงต่อด้วยรถยนต์ เรือ และรถไฟ ซึ่งใช้บรรทุกสินค้าโดยทั่วไป ต่อมาด้วยวิวัฒนาการทางด้านการ
คมนาคม ประกอบกับความต้องการใช้น้ามันและก๊าซธรรมชาติที่เพ่ิมสูงข้ึน จึงได้มีการคิดค้นออกแบบ
กระบวนการขนส่ง ท่ีสามารถล้าเลียงน้ามันและก๊าซธรรมชาติในแต่ละครั้งได้ในปริมาณมาก ๆ (Bulk) โดย
ไมต่ อ้ งบรรจลุ งในภาชนะเล็กก่อน ซงึ่ กระบวนการขนส่งล้าเลียงดังกลา่ วสามารถแบ่งออกได้เป็น 4 ประเภท
หลกั ๆ คอื การขนสง่ ล้าเลียงทางทอ่ (Pipeline) ทางเรอื (Tanker & Barge) ทางรถไฟ (Tank Car) และ
ทางรถบรรทุก (Tank Truck)
- การขนส่งน้ามันและก๊าซธรรมชาติผ่านท่อ ปกติจะเป็นท่อเหล็ก นับว่าเป็นวิธีการขนส่งท่ี
สะดวกที่สุด โดยเฉพาะการขนส่งน้ามันดิบและก๊าซธรรมชาติจาหลมุ ผลติ ไปยังสถานีชายฝง่ั และโรงกลั่นน้ามัน
การขนส่งล้าเลียงน้ามันทางท่อในสมัยก่อน ใช้แรงดันใต้พื้นดินของน้ามันและก๊าซธรรมชาติจากหลุมผลิต
รวมทั้งใช้ความแตกต่างของระดับความสูงเป็นแรงขับเคล่อื นให้น้ามันไหลตามท่อ ท้าให้สามารถล้าเลียงน้ามนั
ผ่านท่อได้ในระยะทางไม่ไกลนัก แต่ในปัจจุบันมีการเพิ่มเคร่ืองอัดแรงดันเพ่ือเพ่ิมแรงขับเคล่ือนภายในท่อ ท้า
ให้สามารถล้าเลียงน้ามันผ่านท่อได้เร็ว และได้ระยะทางไกลข้ึน ก๊าซเป็นผลิตภัณฑ์ที่ต้องใช้วิธีการขนส่ง
ล้าเลียงเป็นพิเศษ ก๊าซไม่ว่าจะเป็นก๊าซธรรมชาติหรอื ก๊าซหุงต้ม (ผลิตภัณฑ์ท่ีได้จากการแยกก๊าซธรรมชาติ) ก็
ตามจะมีคุณสมบัติเป็นไอภายใต้อุณหภูมิและความดันบรรยากาศ ดังนั้นภาชนะหรือพาหนะที่ใชข้ นส่งล้าเลียง
ก๊าซจะต้องได้รับการออกแบบเป็นพิเศษ เพ่ือป้องกันให้การระเหยกลายเป็นไอของก๊าซเกิดข้ึนได้น้อยท่ีสุด
การขนส่งล้าเลียงก๊าซจะต้องใช้ภาชนะ หรือพาหนะในการขนส่งล้าเลียงที่มีขนาดใหญ่เป็น 270 เท่าของการ
ขนส่งล้าเลียงน้ามันดิบ หากมิได้ท้าการเปล่ียนสถานะของก๊าซเสียก่อน ดังน้ันการขนส่งล้าเลียงหรือแม้แต่การ
เก็บรักษาก๊าซ จะต้องเปลี่ยนสถานะก๊าซให้เป็นของเหลวเสียก่อน โดยการเพ่ิมความดันหรือลดอุณหภูมิของ
P a g e | 14
ก๊าซ ซึ่งการท้าเช่นน้ีจะท้าให้ค่าใช้จ่ายในการขนส่งล้าเลียงก๊าซมากกว่าการขนส่งล้าเลียงน้ามันถึงประมาณ 4
เทา่
- การขนส่งลา้ เลียงโดยเรือบรรทุก การขนส่งล้าเลียงทางเรือ เป็นวิธีท่ีสามารถขนส่งลา้ เลยี ง
น้ามันและก๊าซได้ครั้งละประมาณมาก ๆ ท้าให้ค่าใช้จ่ายเฉล่ียต่อคร้งั ถูกลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสา้ หรบั
การขนส่งล้าเลียงในระยะทางไกล ๆ ลักษณะโดยท่ัวไปของเรือบรรทุกน้ามันเป็นแบบระวางเปิด
ภายในระวางเรือจะแบ่งเป็นช่อง ๆ ท้ังแบบแนวยาวและแนวขวาง เสมือนกับมีถังบรรจุน้ามันทรง
สี่เหลี่ยมหลายถังวางรวมกันอยู่ในเรือ ทั้งนี้เพ่ือเพ่ิมการทรงตัวและความปลอดภัย เช่น ถ้าเกิด
อุบัติเหตุเรือรั่ว ณ จุดใดจุดหน่ึง ก็จะไม่ท้าให้เรือทั้งล้าต้องจมลง นอกจากนั้นช่องระวางท่ีถูกแบ่งไว้
ยังจะเป็นประโยชน์ ให้สามารถบรรทุกผลิตภัณฑ์ได้มากชนิดโดยไม่ปะปนกันด้วย ส้าหรับเรือบรรทุก
ก๊าซน้ันต้องออกแบบถังบรรจุเป็นพิเศษแตกต่างกันออกไป จึงแทบกล่าวได้ว่าเรือบรรทุกน้ามันและ
ก๊าซนั้น ไดร้ ับการออกแบบอย่างทันสมัย และกา้ วหนา้ กว่าเรือบรรทุกผลติ ภัณฑ์ชนิดอ่ืนๆ ทงั้ น้ีกเ็ พ่ือ
รักษาไว้ซ่ึงความปลอดภัยในการขนส่งล้าเลียงนั่นเอง เรือบรรทุกน้ามันและก๊าซ สามารถแบ่งออกได้
เป็นประเภทตามปริมาณการบรรทกุ นา้ มันและกา๊ ซ รวมถึงลักษณะการใชง้ าน นับตงั้ แตข่ นาดเล็กท่ีใช้
ขนส่งล้าเลียงน้ามันในแม่น้าล้าคลอง (Barge) จนถึงเรือเดินสมุทรขนาดใหญ่ (Tanker) ท่ีสามารถ
ขนส่งล้าเลยี งน้ามนั และกา๊ ซ ได้คร้งั ละมากกว่า 500 ล้านลิตรขน้ึ ไป
- การขนสง่ ลา้ เลยี งน้ามนั ทางรถไฟ (Tank Car) นอกจากการขนสง่ ทางเรอื แลว้ การใช้รถไฟ
ในการขนส่งน้ามัน ก็นับเป็นวิธีการที่สามารถขนส่งล้าเลียงน้ามันได้ครั้งละเป็นปริมาณมาก ๆ
เช่นเดียวกัน โดยการขนส่งน้ามันทางรถไฟใช้มากในการขนส่งล้าเลียงผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมส้าเร็จรูป
ระยะทางไกล ๆ ที่ไม่สามารถขนส่งล้าเลียงได้โดยทางเรือ ถังส้าหรับบรรจุน้ามันในปัจจุบันเป็นถัง
เหล็กทรงกระบอกรูปกลม หรือรูปไข่ วางนอนบนแคร่รถไฟ ลักษณะภายในถังแบ่งเป็นช่อง ๆ ตาม
แนวขวาง เพ่ือเพิ่มความแข็งแรงของถังและลดการกระแทก อันเกิดจากการกระฉอกของน้ามันใน
ระหว่างการขนส่งลา้ เลยี ง
- การขนส่งล้าเลียงโดยรถบรรทุก (Tank Truck) การขนส่งล้าเลียงน้ามันและก๊าซโดยใช้
รถบรรทุก นับเป็นวิธีการท่ีเก่าแก่ในการใช้ขนส่งล้าเลียงผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมส้าเร็จรูปไปสู่ผู้ใช้
ลักษณะโดยท่ัวไปของถังบรรจุน้ามันและก๊าซของรถบรรทุกน้ามันและก๊าซ จะคล้ายคลึงกับถังที่ใช้ใน
การขนส่งล้าเลียงน้ามันโดยทางรถไฟ กล่าวคือจะเป็นถังทรงกระบอกรูปไข่ ภายในถังจะแบ่งเป็นช่อง
ๆตามแนวขวางซึ่งนอกจากจะเป็นการเพิ่มความแข็งแรงของถัง และลดแรงกระแทกของน้ามันในถัง
แล้ว ยังจะชว่ ยให้สามารถขนส่งลา้ เลียงน้ามันได้มากชนดิ บนรถคันเดียวโดยไมป่ ะปนกันด้วย
1.2 นำ้ หนักบรรทกุ ตำมกฎหมำย
- ความเป็นมาในการก้าหนดน้าหนักบรรทุก ในเร่ืองน้าหนักบรรทุกอนุญาตได้มีการ
ปรับเปล่ียนให้เหมาะสมกับวิวัฒนาการขนส่ง และการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ ในอดีตกฎหมาย
กา้ หนดพกิ ดั นา้ หนกั บรรทุกไว้ท่ี 16 ตนั แลว้ จงึ เพมิ่ เปน็ 18 ตนั และในปี พ.ศ. 2518 จึงเพม่ิ เปน็
P a g e | 15
21 ตัน ต่อจากนั้นปัจจุบันรัฐบาลได้ออกบทเฉพาะกาลผ่อนผันให้รถบรรทุก 10 ล้อ สามารถบรรทุก
สินค้าได้เพ่ิมขึ้นเป็นน้าหนักรวมรถ 26 ตัน จนถึงวันท่ี 31 ธันวาคม พ.ศ. 2548 โดยล่าสุดเมื่อปี
พ.ศ. 2549 เปน็ ประกาศท่ีใชใ้ นปจั จุบัน
- น้าหนักบรรทุกตามก้าหนด น้าหนักบรรทุกตามกฎหมายได้ก้าหนดเป็นน้าหนักลงเพลา
ท้ายไม่เกินก้าหนด และน้าหนักรถรวมไม่เกินก้าหนด ส่วนในกรณีของรถประเภทก่ึงพ่วง (Semi-
Trailer) ก็จะคิดน้าหนักแยกระหว่างหัวลาก และหางลาก และเมื่อประกอบกันแล้วต้องมีน้าหนักลง
เพลาหรือน้าหนักรวมไมเ่ กินกวา่ ท่ีก้าหนดไว้ ดงั ตวั อย่างต่อไปน้ี
+
+
รปู ท่ี 4.1 ตวั อยำ่ งน้ำหนักบรรทุกตำมกำหนด
1.3 กำรควบคุมไอน้ำมันเช้ือเพลิง
- ปัญหาท่ีเกิดขึ้นจากไอน้ามันเช้ือเพลิง ไอน้ามันเชื้อเพลิงเบนซินเป็นสารไฮโดรคาร์บอนท่ี
ระเหยได้ง่ายในระหว่างการเก็บและการขนส่ง จัดอยู่ในกลุ่มสารอินทรีย์ระเหยง่าย (Volatile
Organic Compounds: VOCs) ซ่ึงสามารถท้าปฏิกิริยากับออกไซด์ของไนโตรเจนในอากาศ (NOx)
และโดนกระตุ้นโดยแสงอาทิตย์ทา้ ให้เกิดปฏิกิริยาโฟโตเ้ คมิคัลออกซิแดนท์ กอ่ ให้เกิดเปน็ โอโซนสะสม
อยู่ในอากาศระดับพื้นดิน ก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อผิวหนัง ตา ระบบทางเดินหายใจและเยื่อบุผิว
P a g e | 16
ต่างๆ จากการศึกษาในประเทศอังกฤษพบว่า การลดโอโซนทุกๆ 0.5 ppb จะสามารถลดอัตราการ
ตายอันเน่ืองจากระบบทางเดินหายใจได้ถึง 170 รายต่อปี และลดการเข้าโรงพยาบาลได้ถึง 145
รายต่อปี นอกจากน้ีไอน้ามันเบนซินยังมีองค์ประกอบของสารอะโรเมติก เช่น Benzene, Toluene,
Xylene ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มของสารก่อมะเร็ง โดยองค์การอนามัยโลกได้ประกาศก้าหนดให้ Benzene
เป็นมลพิษที่ไม่มีระดับความปลอดภัย (No Safe Level) และ Benzene ท่ีมีความเข้มข้น 1 ppb จะ
ท้าใหม้ อี ัตราผปู้ ว่ ยท่ีเปน็ มะเรง็ เม็ดเลือดขาวถงึ 2 คน จากประชาการ 100,000 คน อกี ทัง้ การระเหย
ของไอน้ามันเบนซินยังท้าให้เกิดการสูญเสียน้ามันเช้ือเพลิงในระหว่างการขนถ่ายน้ามันเช้ือเพลิง
ระหว่างคลังน้ามัน รถบรรทุกขนส่ง ถังเก็บน้ามันใต้พ้ืนดินในสถานีบริการและจ้าหน่ายให้กับรถยนต์
ด้วยเหตุน้ี กรมธุรกิจพลังงานโดยส้านักความปลอดภัยธุรกิจน้ามัน จึงได้ออกกฎกระทรวงควบคุมไอ
น้ามันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2550 เพ่ือควบคุมการแพร่กระจายของไอน้ามันเบนซิน ซ่ึงมีการระเหยมากกวา่
นา้ มันเช้อื เพลิงชนิดอืน่ ๆ
- ระบบควบคุมไอน้ามันเช้ือเพลิง คือระบบป้องกันการแพร่กระจายของไอน้ามันเชื้อเพลิง
ไปสูบ่ รรยากาศ โดยแบง่ ออกเป็น 2 ลกั ษณะ
รูปที่ 4.2 วงจรระบบควบคมุ ไอน้ำมันเชือ้ เพลิง
- ระบบควบคุมไอน้ามันเช้ือเพลิงลักษณะที่ 1 (Vapor Recovery System Stage I) คือ
ระบบป้องกันการแพร่กระจายของไอน้ามันไปสู่บรรยากาศ ระหว่างถังเก็บน้ามันเช้ือเพลิงกับ
รถบรรทุกน้ามันเช้ือเพลิงในขณะถ่ายเทน้ามันเชื้อเพลิง หรือระหว่างการถ่ายเทน้ามันเช้ือเพลิงจาก
รถบรรทุกน้ามันเชื้อเพลิงลงสู่ถังเก็บน้ามันเชื้อเพลิงใต้พื้นดินในสถานีบริการน้ามันเช้ือเพลิง โดย
ประกอบด้วย 3 ส่วน ดงั น้ี
P a g e | 17
- คลังน้ามันเช้ือเพลิง จะติดตั้งหน่วยควบคุมไอน้ามันเชื้อเพลิง (Vapor Recovery Unit)
พร้อมระบบท่อรับไอน้ามันเช้ือเพลิงท่ีบริเวณแท่นจ่ายน้ามันเชื้อเพลิง เพ่ือเก็บไอน้ามันเช้ือเพลิงจาก
รถบรรทุกน้ามันเช้ือเพลิงระหว่างการจ่ายน้ามันเช้ือเพลิง และเปลี่ยนสภาพของไอน้ามันเช้ือเพลิงให้
เปน็ น้ามันเชือ้ เพลิงเพื่อน้ากลบั มาใชต้ ่อไป โดยการควบคุมไอน้ามนั เช้ือเพลงิ มีคา่ มาตรฐานการระบาย
อากาศตามกฎหมายสิง่ แวดล้อม (17 mg/liter emitted vapor)
รูปที่ 4.3 หน่วยควบคุมไอน้ำมนั เช้อื เพลงิ (Vapor Recovery Unit)
- รถบรรทุกนา้ มันเช้ือเพลงิ ถงั ขนสง่ น้ามันเช้ือเพลิง ตอ้ งมรี ะบบรบั และจา่ ยน้ามันเชื้อเพลิง
ด้านใต้ถัง (Bottom Loading) และติดตั้งระบบท่อและอุปกรณ์รับไอน้ามันเช้ือเพลิงแยกจากท่อรับ
น้ามันเชื้อเพลิงปกติ เม่ือรถบรรทุกน้ามันเช้ือเพลิงจ่ายน้ามันลงสู่ถังเก็บน้ามันเช้ือเพลิงใต้พ้ืนดินของ
สถานีบริการ จะมีการเก็บไอน้ามันเชื้อเพลิงจากถังเก็บใต้ดินน้ันเข้าสูถังบรรจุน้ามันเช้ือเพลิงบนรถ
เพื่อนา้ กลับไปยังคลังน้ามนั เชือ้ เพลิงตอ่ ไป
รูปท่ี 4.4 ระบบรบั น้ำมันเช้อื เพลงิ ดำ้ นใต้ถัง (Bottom Loading)
P a g e | 18
- สถานีบริการน้ามันเช้ือเพลิง ระบบควบคุมไอน้ามันเชื้อเพลิงลักษณะท่ี 1 ต้องติดตั้ง
ระบบควบคุมไอน้ามันเช้ือเพลิงเพ่ือน้าไอน้ามันเชื้อเพลิงจากถังเก็บน้ามันเชื้อเพลิงใต้ดินเข้าสู่
รถบรรทุกน้ามนั เชอื้ เพลงิ ระหวา่ งการรับน้ามัน
รปู ที่ 4.5 ระบบควบคมุ ไอนำ้ มันเชือ้ เพลิง ลกั ษณะท่ี 1 ของสถำนบี รกิ ำรน้ำมัน
- ระบบควบคุมไอน้ามันเชื้อเพลิงลักษณะท่ี 2 (Vapor Recovery System Stage II) คือ ระบบ
ป้องกันการแพร่กระจายของไอน้ามันไปสู่บรรยากาศ ระหว่างการถ่ายเทน้ามันเชื้อเพลิงจากหัวจ่าย
น้ามันเชอ้ื เพลงิ ลงสู่ถงั เกบ็ น้ามันเชอ้ื เพลิงของรถท่ีมาเติมนา้ มนั เชื้อเพลงิ จากสถานีบริการ
รูปท่ี 4.6 ระบบควบคมุ ไอน้ำมันเชื้อเพลิง ลกั ษณะที่ 2
P a g e | 19
1.4 ควำมรู้พ้ืนฐำนเก่ียวกับรถบรรทุกผลติ ภัณฑป์ โิ ตรเลยี ม
- รถบรรทุกน้ามัน โดยรถบรรทุกน้ามันที่ขนส่งใหก้ ับปตท.มีขนาดความจุตั้งแต่ 8,000 ลิตร ไปจนถึง
45,000 ลิตร โดยแบ่งเป็นรถ 3 กล่มุ หลักๆคอื กลุม่ งานลกู ค้าCOD, กลุม่ งานโอนคลงั และกลุม่ งานอินโดจนี ซึง่
ในปัจจุบัน ได้มีกฎหมายควบคุมไอน้ามันเชื้อเพลิง ท้าให้รถบรรทุกน้ามันท่ีขนส่งให้กับปตท.แบ่งเป็น 2
ประเภท ดังนี้
- รถบรรทุกน้ามนั ระบบเติมน้ามนั ใต้ถัง (Bottom Loading) เป็นรถบรรทุกน้ามันระบบเติม
น้ามันจากท่อด้านใต้ของถังบรรจุของรถบรรทุกน้ามัน โดยจะมีระบบควบคุมไอน้ามันเช้ือเพลิง
ป้องกนั ไมใ่ หไ้ อระเหยของน้ามนั แพรก่ ระจายสู่บรรยากาศ
- รถบรรทุกน้ามันระบบเติมน้ามันเหนือถัง (Top Loading) เป็นรถบรรทุกน้ามันแบบเดิมที่
ยังไม่รองรับระบบควบคุมไอน้ามัน ใช้ระบบการเติมน้ามันทางช่อง Manhole ด้านบนของถังบรรจุ
ของรถบรรทุกน้ามัน ยังมีใช้อยู่ในคลังน้ามันนอกพ้ืนท่ีควบคุมตามกฎหมายควบคุมไอน้ามันเชื้อเพลิง
ซ่ึงส่วนประกอบหลัก จะเหมือนกับรถบรรทุกน้ามันแบบ Bottom Load เพียงแต่จะไม่มีอุปกรณ์กัน
ลน้ (Overfill Protection Device)
- รถบรรทกุ LPG โดยรถบรรทุก LPG ท่ขี นส่งใหก้ ับปตท.มขี นาดความจุตัง้ แต่ 8 ตัน ไปจนถงึ 16 ตัน
โดยแบ่งเปน็ รถ 2 กลมุ่ หลกั ๆคอื กลมุ่ งานCOD และกลุ่มงานโอนคลัง
- การวัดระดับน้ามันในการขนส่งทางรถบรรทุก การขนส่งน้ามันทางรถบรรทุกน้ัน จะมีอุปกรณ์ใน
การตรวจสอบปริมาณของน้ามันท่ีขนส่งดูจากนอกเหนือจากการ Meter จ่ายน้ามันของคลังท่ีเรียกว่า “แป้น”
ซึ่งจะติดตั้งอยู่ในทุก Compartment ของถังบรรทุกน้ามัน โดยแป้นนนั้ ติดต้ังเพื่อใช้ตรวจระดับของน้ามนั ใน
แต่ละ Compartment ว่าครบถ้วนตามจ้านวนท่ีออกจากคลังต้นทาง ก่อนการติดต้ังแป้นให้ได้ระดับตาม
ปริมาณท่ีต้องการ ต้องสอบเทียบด้วยการเติมน้าตามปริมาณท่ีต้องการลงในถังบรรทุกและวัดระดับจึงติดตั้ง
แป้นตามตา้ แหนง่ โดยให้ผวิ ของแป้นบน (หรอื เรยี กวา่ เหรยี ญเล็ก)พอดีกบั ระดบั น้าซ่ึงเปน็ ระดับตามพิกดั ความจุ
ทต่ี อ้ งการ และมรี ะยะเผ่ือคา่ คลาดเคล่ือน โดยพกิ ัดล่างอยู่ทผ่ี ิวแป้นระดบั และพิกัดบนอยูท่ ่ี 1 เท่าของความ
หนาของแป้นบนจากระดับผวิ ของแปน้ บนซงึ่ ระดับน้ามนั ที่อยู่ในระดบั ดงั กลา่ วถือว่าอยู่ในเกณฑท์ ย่ี อมระดับได้
รูปท่ี 4.7 ตัวอยำ่ งแปน้ ระดบั นำ้ มนั ในปจั จบุ นั
P a g e | 20
รูปท่ี 4.8 ตวั อยำ่ งพิกัดระดับน้ำมนั ตำมมำตรฐำนของ มว.
มำตรฐำน (Standard)
มาตรฐานรถบรรทุกขนส่งผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม จะแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนท่ีอ้างอิงตามกฎหมาย
กับ สว่ นขอ้ ก้าหนดเฉพาะของ ปตท.โดยแบง่ ตามการประเภทผลิตภัณฑ์ขนสง่ ดงั น้ี
1. รถบรรทุกนา้ มนั และยางมะตอย
- กฎหมายทเ่ี กี่ยวข้อง
- กฎกระทรวง ฉบับที่ 9 (พ.ศ.2524) ออกตามความในพระราชบัญญัติการขนส่ง
ทางบก พ.ศ.2522 ออกโดยกระทรวงคมนาคม
- กฎกระทรวง ฉบับท่ี 60 (พ.ศ.2552) ออกตามความในพระราชบัญญัติการขนส่ง
ทางบก พ.ศ.2522 ออกโดยกระทรวงคมนาคม
- ประกาศกรมการขนสง่ ทางบก เร่ือง การวัดขนาดช่วงลอ้ รถ
- ประกาศกรมการขนส่งทางบก เรื่อง การติดป้ายอักษรภาพ และเครื่องหมายของ
รถบรรทกุ วัตถุอันตราย
- ประกาศผู้อ้านวยการทางหลวงพิเศษ ผู้อ้านวยการทางหลวงสัมปทาน เรื่อง ห้าม
ใช้ยานพาหนะท่ีมีน้าหนักบรรทุก หรือน้าหนักลงเพลาเกินกว่าที่ได้ก้าหนด หรือ โดยที่
ยานพาหนะน้ันอาจท้าให้ทางหลวงเสียหาย เดินบนทางหลวงพิเศษ ทางหลวงแผ่นดิน และ
ทางหลวงสมั ปทาน (ฉบับท่ี 2) พ.ศ.2552
- กฎกระทรวงควบคมุ ไอน้ามนั เชื้อเพลงิ พ.ศ.2550 ออกโดยกระทรวงพลงั งาน
- กฎกระทรวงควบคุมไอน้ามันเชื้อเพลิง (ฉบับท่ี 2) พ.ศ.2553 ออกโดยกระทรวง
พลงั งาน
- ประกาศกระทรวงพลังงาน เรื่อง ระบบรับและจ่ายน้ามันเหนือถังส้าหรับระบบ
ควบคุมไอนา้ มนั เชอ้ื เพลิง พ.ศ.2553
P a g e | 21
- ประกาศกรมขนส่งทางบก เร่ืองก้าหนดคุณลักษณะและระบบการท้างานของ
เครื่องบันทึกขอ้ มูลการเดนิ ทางของรถส้าหรับรถทีใ่ ช้ในการขนสง่ วัตถุอันตราย
- ข้อกา้ หนดของ ปตท.
- อายุรถ ในช่วงตลอดอายุสัญญา รถขนส่งต้องมีอายุหัวลากส้าหรับรถประเภทกึ่ง
พ่วง(Semi-trailer) หรือตัวรถไม่นับรวมถังขนส่งส้าหรับรถประเภทรถบรรทุก ไม่เกิน 8 ปี
นับจากวนั ทีจ่ ดทะเบยี นคร้งั แรกกบั กรมการขนสง่ ทางบก
- เคร่ืองยนต์ ขนาดเครื่องยนต์ต้องมีก้าลังเพียงพอต่อการปฏิบัติงานตามที่
กา้ หนดในสญั ญาจ้างขนส่ง แต่ต้องไมต่ ้า่ กว่าทีก่ ฎหมายก้าหนด (5 Kw/ton หรือ
6.8 PS. /ton)
- หอ้ งคนขบั และหอ้ งโดยสาร
- ต้องมีอุปกรณ์หรือเคร่ืองมือในการท้างาน ที่ง่ายต่อการมองเห็น , มีแสง
สวา่ ง และเหมาะสมกับพนักงานขบั รถ
- ต้องมีเคร่ืองดับเพลิงชนิดใช้กับน้ามันเชื้อเพลิง ขนาดความจุไม่น้อยกว่า
5 ปอนด์ ในอัตราไม่น้อยกว่า 6A, 20-B ตามมาตรฐาน National Fire Protection
Association 10 Standard for Portable Fire Extinguishers (NFPA 10) หรือ
มาตรฐานอื่นที่เทียบเท่า จ้านวนไม่น้อยกว่า 1 ถัง ติดต้ังอยู่ภายในห้องคนขับหรือ
ห้องโดยสาร (ให้ผู้ผลิตรถเป็นผู้ก้าหนดต้าแหน่งในการติดตั้งและ ส่งให้ ทาง ปตท.
พิจารณาด้านความปลอดภัย อกี ครัง้ )
- ตอ้ งมีคู่มือประจ้ารถดงั ต่อไปน้ี
* คู่มอื แผนฉกุ เฉิน
* MSDS
* คู่มือเกีย่ วกบั กระบวนการรบั จ่ายน้ามนั ทเี่ ก่ียวขอ้ งกับงานขนส่ง
ในความรับผิดชอบ
* คู่มอื ปฏิบตั งิ านของพนักงานขับรถประจา้ รถ
- ระบบไฟฟา้
- การเดินสายไฟ ขนาดของสายไฟจะต้องมีขนาดพอเหมาะกับกระแสไฟฟ้าท่ีไหล
ผ่าน เพ่ือป้องกันความร้อนที่สูงเกินและต้องมีฉนวนหุ้มที่เพียงพอ วงจรไฟฟ้าทั้งหมดต้องมี
การปอ้ งกนั ดว้ ยฟวิ สห์ รอื อปุ กรณต์ ัดวงจรอตั โนมตั ิ ยกเว้นในกรณตี ่อไปนี้
* จากแบตเตอรี่ไปยังระบบสตาร์ทในขณะเคร่ืองเย็นและระบบดับ
เคร่ืองยนต์
* จากแบตเตอร่ีไปยังเครื่องกา้ เนิดไฟฟ้ากระแสสลบั
P a g e | 22
* จากเครื่องก้าเนิดไฟฟา้ กระแสสลับไปยงั ฟิวส์หรือกล่องอุปกรณ์ ตดั
วงจร
* จากแบตเตอรี่ไปยังมอเตอรส์ ตารท์
* จากแบตเตอร่ีไปยังกล่องควบคุมระบบห้ามล้อหน่วงความเร็ว ในกรณีท่ี
ใชร้ ะบบไฟฟ้าหรอื แมเ่ หลก็ ไฟฟา้
* จากแบตเตอร่ไี ปยังกลไกการยกเพลาโบก้ดี ้วยระบบไฟฟา้
ทั้งนวี้ งจรไฟฟา้ ทไี่ มไ่ ดม้ กี ารป้องกันดังกลา่ วข้างตน้ จะต้องเดินสายไฟใหส้ น้ั ทส่ี ดุ เท่าท่จี ะทา้ ได้
- สายไฟต้องยึดแน่นและวางในต้าแหน่งท่ีเหมาะสม เพื่อป้องกันความเค้นจากการ
เสียดสีและความรอ้ น
- การเดนิ สายไฟฟา้ ดา้ นหลงั ห้องคนขับต้องมีการป้องกนั การกระแทก การกัดกร่อน
และเสียดสีในระหวา่ งการใช้รถตามปกติ ตัวอย่างการป้องกันทเ่ี หมาะสมแสดงอยู่ในรปู ท่ี 5.1
แต่สายเคเบิลเช่ือมต่อตัวรับสัญญาณของอุปกรณ์ป้องกันระบบล้อล็อค (anti-lock braking
devices) ไม่จา้ เป็นตอ้ งมีการปอ้ งกันเพิม่ เตมิ
รูปที่ 5.1 ตัวอย่ำงกำรปอ้ งกันสำยไฟท่ีเหมำะสม
P a g e | 23
- สวติ ซแ์ บตเตอรี่หลกั
- อุปกรณช์ ว่ ยควบคุมจะต้องมจี ้านวน 2 จดุ โดยจดุ ท่ี 1 อยู่ภายในห้องคนขับและจุดที่ 2 อยู่
ใกล้กับแบตเตอร่ีมากที่สุดเท่าท่ีจะท้าได้ โดยท้าเคร่ืองหมายให้ชัดเจนเพื่อป้องกันไม่ให้อุปกรณ์นี้
ท้างานจากความพลง้ั เผลอ
- สวิตซ์ต้องตัดวงจรไฟฟ้าจากแบตเตอร่ีเฉพาะข้ัวบวก โดยสวิตซ์ต้องอยู่ในกล่องที่มีระดับ
การปอ้ งกัน IP 65 ตามมาตรฐาน IEC 529
- การต่อสายไฟกับสวิตช์ต้องมีระดับการป้องกัน IP 54 ตามมาตรฐาน IEC 529 เว้นแต่การ
ต่อดังกล่าวอยู่ภายในกล่อง เช่น กล่องแบตเตอร่ี แต่ต้องมีการหุ้มฉนวนท่ีจุดนั้นเพื่อป้องกันการ
ลัดวงจร เช่น มีฝาครอบทเี่ ปน็ ยาง
รปู ท่ี 5.2 ตวั อยำ่ งอุปกรณ์ชว่ ยควบคมุ
- แบตเตอรี่ แบตเตอร่ีต้องติดต้ังอยู่ในส่วนของยานพาหนะ ด้านตรงข้ามกับด้านที่ติดตง้ั ท่อ
จ่ายน้ามัน ข้ัวแบตเตอร่ีต้องหุ้มฉนวนไฟฟ้าหรือครอบด้วยฝาครอบกล่องแบตเตอรี่ที่เป็นฉนวน ถ้า
แบตเตอรไี่ มไ่ ดต้ ดิ ตั้งอยภู่ ายในห้องเครื่องยนต์ ต้องตดิ ตง้ั ในตา้ แหนง่ ที่มกี ารระบายอากาศได้
- ระบบไฟสอ่ งสว่าง
- ในส่วนของระบบไฟที่ต่อเพิ่มเติมจากมาตรฐานของผผู้ ลติ หรือผ้ปู ระกอบรถขนส่ง
ห้ามใช้หลอดไฟชนิดหลอดไส้ ให้ใชห้ ลอดไฟแบบ LED
- ต้องติดตั้งไฟส่องสว่าง(Flood light) 1 ชุด พร้อมอุปกรณ์ป้องกันการเสียหาย
เพอ่ื ใหค้ วามสวา่ งบริเวณวาลว์ รบั -จ่าย
- ระบบห้ามลอ้ ต้องเปน็ ระบบ ABS ( Anti Lock Braking System ) ทุกล้อทงั้ สว่ นหวั และ
หาง หรือระบบหา้ มล้ออ่นื ท่ีมาตรฐานสงู กว่า
- ระบบระบายไอเสีย
P a g e | 24
- ส่วนปลายของท่อไอเสีย ให้ระบายไอเสียออกทางด้านขวาของรถ และต้องมี
ตะแกรงครอบ (Flame Arrestor) ปลายท่อเพ่ือป้องกันลูกไฟกรณีต้องปฏิบัติงานภายในคลงั
หรอื กรณีการสูบถา่ ยนา้ มันที่ต้องตดิ เคร่อื งยนต์เพ่ือเดินเคร่ืองสูบ PTO (Power Take Off)
- กรณีออกในแนวดิ่ง ส่วนปลายของท่อไอเสียต้องอยู่สูงกว่าห้องผู้โดยสารไม่น้อย
กวา่ 15 ซม. และตอ้ งมที ิศทางของไอเสียพ่งุ ออกไปไมต่ ้่ากว่าแนวระนาบ
- ต้องติดต้ังแผ่นก้าบังส่วนของอุปกรณ์ที่มีความร้อนสูง เช่น ตัวเครื่องยนต์ด้าน
หลังหวั เกง๋ หรอื ท่อไอเสียด้านหลัง หวั เก๋ง เพอ่ื ป้องกนั นา้ มันเช้ือเพลิงกระเดน็ ไปสมั ผสั กบั
ส่วนที่ร้อนสูง ( >245 Cº ) ซ่ึงมีความเส่ียงที่ จะเกิดการ ติดไฟขึ้นเอง เช่น การติดต้ัง แผ่น
กา้ บังเครือ่ งยนต์(Engine Shield) และแผ่นก้าบงั ท่อไอเสีย
5.1.2.10 ยางรถบรรทกุ
- ใช้ยางเรเดียลชนิดไม่มียางใน (Tubeless) ในทุกต้าแหน่งของล้อรถบรรทุก โดย
ยางต้องไม่บรรทุกนา้ หนักเกินกว่าทผี่ ผู้ ลติ กา้ หนด
- ยางคู่เพลาหน้า หา้ มใช้ยางแกะดอกหรอื หลอ่ ดอก
- ยางรถบรรทกุ ในตา้ แหนง่ อ่นื นอกจากเพลาหน้า ห้ามใช้ยางแกะดอกหรือหล่อดอก
เว้นแต่ยางรถบรรทุกที่ได้รับการหล่อดอกจากบริษัทผผู้ ลิตหรอื โรงงานท่ีได้รับการรับรองจาก
บรษิ ัทผผู้ ลติ ยางเทา่ นนั้
- ความลกึ ดอกยางไม่ตา่้ กวา่ 3 มม.
- ระบบควบคุมและติดตามรถขนส่ง ระบบควบคุมและติดตามรถขนส่ง (In
Vehicle Monitoring System : IVMS) ประกอบไปด้วย
• เครื่องบันทึกข้อมูลการเดินทางของรถ (Global Positioning System : GPS) และเครื่อง
รูดบัตรแสดงตัวผู้ขับข่ี ต้องได้รับการรับรองและติดตั้งจากผู้ให้บริการที่กรมการขนส่งทางบกให้การ
รับรอง
• ระบบกลอ้ ง CCTV ตอ้ งมีคุณสมบตั เิ ป็นไปตามที่ ปตท. ก้าหนด
- สีและตราสัญลักษณบ์ นรถขนสง่
- รถขนสง่ ท้งั สว่ นหัวลากและถงั ขนสง่ ตอ้ งไมม่ ีตราสัญลักษณ์ ของ ปตท.
- แบบลวดลายและสขี องรถขนส่งท้ังสว่ นหัวลากและถังขนสง่ ต้องเป็นแบบที่ได้รับ
การอนุญาตจาก ปตท.
- ถงั ขนสง่ ปิโตรเลียม
- ถังนา้ มนั และส่วนประกอบของถงั น้ามัน
- แบบตัวถัง ลักษณะ อุปกรณ์และมาตรฐานถังขนสง่ สินค้าอันตรายให้เป็นไปตามที่ก้าหนด
ไว้ใน ADR หรอื เทียบเท่า
P a g e | 25
ก. ถังขนส่งน้ามันใสและน้ามันอากาศยาน ตอ้ งสรา้ งจากวัสดุอลูมิเนียมผสม ตามมาตรฐาน ADR หรือ
เทยี บเทา่
ข. ถงั ขนสง่ น้ามนั เตา ต้องสรา้ งจากวัสดเุ หลก็ หรอื อลูมิเนยี มผสม ตามมาตรฐาน ADR หรือเทยี บเทา่
- ผา่ นการตรวจสอบปรมิ าตรจาก ปตท. หรือ เอกชนทไี่ ด้รับอนญุ าตจาก ปตท.
- แปน้ วัดระดับน้ามนั ใหเ้ ป็นไปตามมาตรฐานท่ี ปตท.กา้ หนด
- ขนาดของถังบรรจุ เมื่อบรรจุน้ามันเต็มระดับแป้นสูงสุดของความจุแล้ว ต้องมีน้าหนักรถ
ขนส่งรวมนา้ หนกั บรรทุกไมเ่ กินทก่ี ฎหมายกา้ หนด
- ช่องสา้ หรบั คนลง (Manhole)
• ขนาดเส้นผ่าศนู ย์กลางไมต่ า้่ กว่า 16 นว้ิ
• จุดท่ีติดต้ังแป้นวัดระดับน้ามันที่ยึดติดกับขอบช่องส้าหรับคนลง(Manhole) ต้องให้แป้น
ระดับอยู่กึ่งกลางของ Compartment โดยมีค่าคลาดเคลื่อนท่ียอมรับได้จากจุดก่ึงกลางไม่เกิน 10%
ของความยาว Compartment สงู สุดไม่เกิน 15 cm ตามมาตรฐาน NIST และอยทู่ ่ีดา้ นหน้าของช่อง
ส้าหรับคนลง (Manhole)
• กรณี ช่องส้าหรับคนลง (Manhole) ของถังขนส่งน้ามันเชื้อเพลิงชนิดท่ีบรรจุน้ามันใต้ถัง
(Bottom Loading) ท่ีไมเ่ ป็นสมมาตร เย้ืองศนู ยก์ ลาง เม่ือเปิดฝาชอ่ งสา้ หรบั คนลง(Manhole) แลว้
ต้องสามารถตรวจสอบแป้นระดับได้โดยสะดวกและมองเห็นชัดเจนโดยแป้นระดับยังคงอยู่ท่ีต้าแหน่ง
ก่ึงกลางช่องโดยมีค่าคลาดเคล่ือนที่ยอมรับได้จากจุดก่ึงกลางไม่เกิน 10% ของความยาว
Compartment สงู สุดไมเ่ กิน 15 cm ตามมาตรฐาน NIST
- แผ่นกันกระฉอก/แผ่นก้ันชอ่ ง
• แผ่นกนั กระฉอกและแผ่นกั้นชอ่ ง ต้องมรี ปู ทรงและความลกึ เป็นไปตามมาตรฐาน ADRหรือ
เทียบเท่า
• ส้าหรับผนังแท็งก์ต้องได้รับการติดต้ังอุปกรณ์ใช้งานความแข็งแรงประกอบด้วย แผ่นก้ัน
ช่อง แผ่นกันกระฉอกหรือวงแหวนภายนอกหรือภายใน ซ่ึงถูกจัดวางในลักษณะอย่างใดอย่างหนึ่ง
ดังต่อไปน้ี
- ระยะหา่ งระหวา่ งอปุ กรณ์ใชง้ านความแขง็ แรง 2 ชนิ้ ตอ้ งไมเ่ กนิ 1.75 เมตร
- ปรมิ าตรทีบ่ รรจรุ ะหวา่ งแผ่นก้ันชอ่ งหรอื แผ่นกัน กระฉอก 2 ช้ิน ต้องไมเ่ กิน 7,500 ลติ ร
- โกร่งกา้ บงั (Overturn Protection)
• โกร่งป้องกันของรถขนส่งน้ามันกรณีพลิกคว้่าต้องมีความสูงมากกว่าจุดสูงสุดของฝาปิดเปิดช่อง
ส้าหรับคนลง (Manhole) ไม่นอ้ ยกวา่ 25 มม.
• ท่อระบายน้าและน้ามันท่ีล้นออก ต้องระบายท้ิงในต้าแหน่งที่ปลอดภัย เช่น อยู่ทางด้านท้ายรถซึ่ง
ไมโ่ ดนสว่ นท่ีรอ้ น ไม่ลงบริเวณข้อตอ่ สายไฟ ไมโ่ ดนระบบส่งกา้ ลังต่างๆของตวั รถ
P a g e | 26
- กลอุปกรณ์นิรภัยแบบระบายความดันไอน้ามันและสุญญากาศ (Pressure Vacuum Vent Valve
or PVV Valve) ตอ้ งมลี ักษณะดังตอ่ ไปน้ี
• ต้องมีขนาดพื้นท่ีหน้าตดั การระบายไม่นอ้ ยกวา่ 2.86 ตารางเซนติเมตร
• ตอ้ งปอ้ งกันน้ามันเช้ือเพลงิ รัว่ ไหลออกในกรณีท่รี ถขนสง่ นา้ มนั เช้ือเพลงิ พลิกคว้่า
• กลอุปกรณ์นิรภัยแบบระบายความดันและสุญญากาศชนิดที่ติดตั้งกับถังซึ่งมีท่อเติมน้ามันเชื้อเพลงิ
ด้านบนของถัง (Top Loading) ต้องออกแบบให้กลอุปกรณ์ดังกล่าวเร่ิมเปิดระบายที่ความดันไม่มากกว่า 6.9
kPa และสุญญากาศไมม่ ากกวา่ 2.55 kPa
• อุปกรณ์นิรภัยแบบระบายความดันและสุญญากาศชนิดท่ีตดิ ตั้งกับถังที่มีทอ่ เติม น้ามันเช้ือเพลิงดา้ น
ใต้ถัง (Bottom Loading) หรือระบบเติมท่ีต้องทาการปิดฝาถังขณะเติม (dome cover closed) ต้อง
ออกแบบให้กลอุปกรณ์ดังกล่าว เริ่มเปิดระบายที่ความดันไม่มากกกว่า 20.7 kPa และสุญญากาศไม่มากกว่า
6.9 kPa
- กลอุปกรณ์นิรภัยแบบระบายความดันไอน้ามันกรณีฉุกเฉิน (Emergency Vent) ต้องมีปริมาณ
ระบายความดนั และลกั ษณะดงั น้ี
• ถังขนส่งน้ามันเชื้อเพลิงต้องจัดให้มีการระบายความดันกรณีฉุกเฉิน ซึ่งต้องมีปริมาณการระบายไม่
นอ้ ยกว่าตารางที่ 5.1
• ต้องเป็นกลอุปกรณ์นิรภัยแบบระบายความดันชนิดที่ออกแบบให้เปิดระบายท่ีความดันไม่น้อยกว่า
20.7 kPa และปิดเม่ือความดันลดตา้่ ลงจนเท่ากบั หรือน้อยกวา่ 20.7 kPa
• ต้องมอี ตั ราการระบายไม่น้อยกวา่ 170 ลกู บาศกเ์ มตรของอากาศ/ช่วั โมง ขณะท่ถี งั มีความดัน 34.5
kPa
• ต้องออกแบบให้ป้องกันการรั่วไหลของน้ามันเชื้อเพลิงเนื่องจากการเกิดคล่ืนขณะถังขนส่งน้ามัน
เชื้อเพลงิ เคลอ่ื นทห่ี รือในกรณีทร่ี ถขนสง่ เชอ้ื เพลงิ พลิกควา้่
ในกรณที ก่ี ลอุปกรณ์นริ ภยั แบบระบายความดนั ไอน้ามันกรณีฉุกเฉินมีอตั ราการระบายน้อยกว่าค่าการ
ระบายตามตารางท่ี 5.1 แล้วจะตอ้ งติดต้ัง Fusible Vent เพอ่ื เพม่ิ อัตราการระบายให้เป็นไปตามค่าการระบาย
ดังกลา่ ว โดย Fusible Vent ต้องมขี นาดพ้นื ท่หี นา้ ตัดการระบายไม่น้อยกว่า 8.1 ตร.ซม. และต้องออกแบบให้
เปิดระบายความดันเม่ือ Fusible Element มอี ุณหภมู ไิ ม่มากกวา่ 120 Cº ส้าหรบั ห้องเก็บน้ามันเชื้อเพลิงท่ีมี
ปรมิ าณมากกว่า 9,500 ลติ รจะตอ้ งตดิ ต้ัง Fusible Vent ไมน่ ้อยกวา่ 2 ตวั
P a g e | 27
ตาราง แสดงปริมาณการระบายของกลอุปกรณ์นริ ภยั แบบระบายความดนั ไอนา้ มนั กรณีฉุกเฉนิ ที่ความ
ดนั 101.3 kPa และอุณหภมู ิ 15.6 Cº
พ้ืนทขี่ องผวิ ถงั ทไี่ ดร้ ับ ปรมิ ำณอำกำศ พื้นทข่ี องผวิ ถงั ทไี่ ดร้ บั ปรมิ ำณอำกำศ
ควำมร้อนจำกเพลงิ ไหม้ (ลกู บำศก์เมตรของ ควำมร้อนจำกเพลิงไหม้ (ลูกบำศก์เมตรของ
อำกำศ/ช่ัวโมง) อำกำศ/ช่วั โมง)
(ตำรำงเมตร) (ตำรำงเมตร)
2 480 30 6,650
3 720 35 7,260
4 960 40 7,830
5 1,200 45 8,370
6 1,440 50 8,880
7 1,680 55 9,370
8 1,920 60 9,840
9 2,160 65 10,300
10 2,400 70 10,700
12 2,880 75 11,200
14 3,360 80 11,600
16 3,840 85 12,000
18 4,320 90 12,400
20 4,800 95 12,800
25 6,000 100 13,200
- ตอ้ งมีอุปกรณ์ป้องกันการเตมิ น้ามันล้นถัง (Overfill Protection) สา้ หรับถงั ขนส่งน้ามัน
เชอ้ื เพลิงชนดิ ที่บรรจุนา้ มนั ใต้ถัง (Bottom Loading) และ อุปกรณ์ปอ้ งกันการเตมิ นา้ มันล้นถัง ต้อง
ท้าการเจาะรูหัวน็อตยดึ เพ่ือร้อยลวดซลี และตีซีล
- ต้องจัดใหม้ ีการปอ้ งกนั ระบบทอ่ ทางจ่ายน้ามันเพ่ือไม่ให้เกิดความเสยี หายจนน้ามนั ร่ัวไหล
ออกจากถังขนส่ง ในกรณีท่ีรถขนสง่ ประสบอุบตั เิ หตุ โดยติดตง้ั โครงป้องกนั (Guard) ยึดติดกับโครง
ของรถขนส่งที่ด้านข้างทัง้ 2 ข้างและดา้ นท้ายรถขนส่ง โครงป้องกนั ดังกล่าวต้องสามารถรับแรงไดโ้ ดย
ไมท่ า้ ให้ทอ่ ทางจา่ ยเสยี หาย
- วาลว์ รับ-จ่าย
P a g e | 28
• วาล์วรถแบบ Bottom Load ต้องเป็นแบบ API Adaptor ตามมาตรฐานสากล API
RP1004 / NFPA385 และมีขนาด 4 นิ้ว รวมถึงต้องมีหลอดแก้วดูน้ามันหรือตาแมว (Sight Glass)
ต้องยดึ ดว้ ยนอ็ ตขันขาด 2 ต้าแหน่งตรงข้ามกัน หรือ ใชว้ ัสดยุ ดึ แบบถอดไม่ได้
• ศูนย์กลางของวาล์วแต่ละตัวห่างกันไม่น้อยกว่า12 นิ้ว และระยะระหว่างศูนย์กลางตัวแรก
ถึงตัวสดุ ท้ายไม่เกนิ 6 ฟุต
• ศนู ยก์ ลางวาล์ววาลว์ สูงจากพืน้ 24 – 54 นิ้ว
• ท่อทางจ่ายจากวาล์วใต้ถังต้องมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางในท่อไม่ต่้ากวา่ 4 นวิ้ โดยออกแบบ
ใหม้ ีความเอยี งเพียงพอท่จี ะทา้ ให้น้ามันไหลออกไดห้ มด
• ระบบการท้างานวาลว์ ใต้ท้องเปน็ แบบกลไก หรือ ระบบลม
• ต้องติดตั้งวาล์วฉุกเฉิน โดยมีก้านดึง/ ปุ่ม ปิดที่สามารถท้าการปิดวาล์วใต้ท้องถังจาก
ระยะไกล
• กรณีสา้ หรับวาล์วใต้ถังท้างานด้วยระบบลม ซ่งึ มนี อ็ ตที่มวี ตั ถปุ ระสงค์ใช้ขนั ดันเพ่ือเปิดวาล์ว
ในกรณีฉุกเฉินท่ีไม่มีลมควบคุมระบบ แต่น็อตตัวดังกล่าวสามารถถูกถอดออกแล้วเกิดช่องหรอื รูท้าให้
น้ามันไหลออกได้ ต้องยึดตรึงด้วยการเจาะรูหัวน็อตเพื่อร้อยลวดซีล และทาอีพ๊อกซี(Epoxy) พอก
บริเวณฐานของตัวน็อต พร้อมท้าเคร่ืองหมายขีดคร่อมเพื่อบ่งช้ีให้ชัดเจนหากมีการท้าลาย ตัวอย่าง
ตามรูปท่ี 5.2
• ตอ้ งมียางกนั รั่วในสภาพท่ีใชง้ านได้ ทฝ่ี าครอบปิดวาลว์ และฝาครอบท่อจา่ ยน้ามันต้องเป็น
โลหะ
รปู ท่ี 5.3 ตัวอยำ่ งกำรป้องกนั กำรถอดน็อตวำลว์ ใตถ้ งั
- บันได ห่างจากตัวถังประมาณ 150 มิลลิเมตร โดยตัวราวบันไดมีความสูงไม่เกินโกร่งก้าบัง
ภัยของตัวถัง ขั้นบันไดต้องมีระยะห่างเท่ากันทุกช่อง โดยมีลักษณะเป็นพ้ืนเรียบ และติดเทปกันลื่น
หรอื พ้ืนตะแกรงกนั ล่นื ป้องกันการลนื่ ล้ม หรือราวบันไดต้องมีการกดั ลายกันล่ืน
P a g e | 29
- ตอ้ งจดั ให้มีระบบปอ้ งกนั ท่อจา่ ยนา้ มนั (การ์ดบาร)์ แบบเบรกอินเตอรล์ อ็ ค หรือระบบอื่นๆ
ท่ีมีความสามารถเทียบเท่า เพ่ือป้องการเคลื่อนที่ของรถขณะรับ-จ่ายน้ามัน โดยเม่ือปิดการ์ดบาร์ต้อง
ชิดสนทิ กบั ฝาครอบวาล์วทอ่ ทางจ่าย
- ทางเดนิ บนหลังถงั
• ให้ทา้ การติดเทปกันลน่ื หรือพ่นสโี รยทราย เพื่อป้องกันการลนื่ ลม้
• ติดตั้งราวกันตกท้ัง 2 ข้าง ขนาดความสูงไม่น้อยกว่า 1 เมตร โดยวัดจากจุดต่้าสุดของ
ทางเดินบนหลงั ถังถงึ ราวกันตก และสามารถปรบั เก็บได้ โดยเก็บตา้่ กวา่ โกร่งก้าบงั ภยั
- การเช่อื มนอ็ ต ต้องเชอื่ มอุปกรณต์ ่างๆ ดังน้ี
• น็อตหน้าแปลนวาล์วท่อทางจ่ายทุกตัว ต้องท้าการเช่ือมน็อตในด้านตรงข้ามกัน ไม่น้อย
กวา่ รอ้ ยละ 50 ของจ้านวนน็อตท้ังหมด
• เชอ่ื มสลักคนั โยกเปดิ -ปิดวาลว์ ทอ่ ทางจ่ายทกุ ตวั
• เชอ่ื มสลักลอ็ คฝาปดิ วาลว์ ท่อทางจ่ายทุกฝา
• เช่ือมสลกั ฝาช่องสา้ หรบั คนลง (Manhole) ทกุ ฝา
• เชื่อมหวั นอ็ ตเข็มขัดรดั ท่อยางระบายไอบนหลังถงั ขนสง่ ทุกเสน้
5.1.3.1.17 เครือ่ งสูบ กรณีใชเ้ ครอื่ งสูบ PTO (Power Take Off)ในการสูบถ่ายน้ามันต้องใช้
เคร่ืองสูบชนิดท่ใี ช้กับผลิตภัณฑ์ทีส่ ูบถา่ ยโดยเฉพาะและป้องกนั การระเบดิ (Explosion Proof) รวมถึง
มีระบบป้องกนั ความดันเกนิ คา่ ความดนั ท่ีออกแบบไวห้ รือระบบ Bypass
- ถังยางมะตอย และสว่ นประกอบของถังยางมะตอย
- แบบตัวถัง ลกั ษณะ อุปกรณ์และมาตรฐานถังบรรทุกสินค้าอนั ตรายให้เป็นไปตามที่ก้าหนด
ไว้ในADR โดยต้องสร้างจากวัสดุเหลก็ หรอื อลมู เิ นยี มผสม ตามมาตรฐาน ADR หรอื เทียบเท่า
- ความหนาขั้นต้่าสุดของผนังถังจะต้องเป็นไปตาม ข้อก้าหนดของ TP-2 ในหัวข้อ
6.8.2.1.17
- ความหนาของผนังแท็งก์ด้านนอก(แผ่นหุ้มฉนวน) ต้องมีความหนาไม่น้อยกว่า 0.5
มิลลิเมตร ท้าจากเหล็กกล้าละมุน และเพิ่มขึ้นเป็นความหนาเทียบเท่าในกรณีของโลหะอ่ืนหรือวัสดุ
อื่น
- ความหนาของฉนวนส้าหรับกักเก็บความร้อน ต้องมีความหนาไม่น้อยกว่า 50 มิลลิเมตร
โดยเปน็ ใยแก้ว
- ขนาดของถังบรรจุ เม่ือบรรจุยางมะตอยเต็มความจุถังแล้ว ต้องมีน้าหนักบรรทุกรวมกับ
น้าหนักของตัวรถขนสง่ ไมเ่ กินท่กี ฎหมายกา้ หนด
- แผน่ ก้นั ช่อง/แผ่นกนั กระฉอก
• แผ่นกนั กระฉอกและแผน่ กัน้ ชอ่ ง ต้องมรี ูปทรงและความลกึ เปน็ ไปตามมาตรฐาน ADRหรือ
เทยี บเท่า
P a g e | 30
• ส้าหรับผนังแท็งก์ต้องได้รับการติดต้ังอุปกรณ์ใช้งานความแข็งแรงประกอบด้วย แผ่นกั้น
ช่อง แผ่นกันกระฉอกหรือวงแหวนภายนอกหรือภายใน ซ่ึงถูกจัดวางในลักษณะอย่างใดอย่างหน่ึง
ดังต่อไปนี้
- ระยะห่างระหวา่ งอุปกรณ์ใช้งานความแขง็ แรง 2 ชิ้นตอ้ งไม่เกิน 1.75 เมตร
- ปริมาตรทบ่ี รรจุระหวา่ งแผ่นก้นั ช่องหรือแผ่นกนั กระฉอก 2 ช้นิ ต้องไมเ่ กนิ 7,500 ลิตร
- เคร่อื งเผา(Burner) และ ทอ่ เผา(Burner Tubes)
• ถังเชื้อเพลิงของรถขนส่งยางมะตอย และถังเชื้อเพลิงส้าหรับเครื่องเผา(Burner) บน
รถบรรทุกยางมะตอย จะต้องตดิ ต้ังใหห้ า่ งจากเครอ่ื งเผา (Burner)
• ท่อเผา(Burner Tubes) ต้องมีขนาดไม่น้อยกว่า 6 น้ิว ซ่ึงต้องได้รับการติดตั้งเป็นอย่างดี
พร้อมท้งั สามารถรักษาสถานะของเหลว ของยางมะตอยได้
• ส่วนล่างของ Internal Burner Tubes ต้องอยู่ในบริเวณที่ต้่าที่สุดท่ีสามารถท้างานได้
ภายในถัง
• จะต้องจัดท้าข้อแนะน้าการปฏิบัติของอุปกรณ์ Burner และอุปกรณ์ท่ีเกี่ยวข้อง คู่มือต้อง
ติดอยูก่ ับตัวรถตลอดเวลา
• ห้ามดา้ เนินการใดๆ กับอุปกรณ์ Burner น้ี ขณะท่ที ้าการรับหรือขนส่งยางมะตอยหรือเม่ือ
ทกุ สว่ นของท่อเผา(Burner Tube) ไมจ่ มลงในน้ายางมะตอย
- ชอ่ งสา้ หรับคนลง (Manhole)
• ขนาดเส้นผา่ นศนู ย์กลางไมต่ ้่ากวา่ 18 น้วิ
• ฝาช่องส้าหรับคนลง(Manhole) ต้องสามารถรับแรงดันให้สอดคล้องกับการออกแบบถัง
ขนส่งหรอื เปน็ ไปตามมาตรฐานของผู้ผลิตถัง
- ช่องเติมยางมะตอย
• ช่องเติมยางมะตอยจะต้องอยู่ด้านบน(Top Loading) โดยเป็นช่องเดียวกับช่องคนลง
(Manhole)ได้
- โกรง่ กา้ บัง (Overturn Protection)
• โกรง่ ปอ้ งกนั ของรถขนสง่ น้ามนั กรณีพลิกคว่้าต้องมีความสูงมากกวา่ จุดสูงสดุ ของฝาปิดเปิด
ช่องสา้ หรบั คนลง (Manhole) ไมน่ อ้ ยกว่า 25 มม.
• ท่อระบายนา้ ตอ้ งระบายทง้ิ ในต้าแหน่งทป่ี ลอดภัย เชน่ อยทู่ างดา้ นท้ายรถซึ่งไม่โดนส่วนที่
ร้อน ไม่ลงบริเวณขอ้ ตอ่ สายไฟ ไม่โดนระบบส่งกา้ ลังต่างๆของตวั รถ
- อุปกรณ์นิรภัยแบบระบายความดันไอน้ามันและสุญญากาศ(Pressure Vacuum Vent
Valve or PV Valve)
• ต้องมขี นาดพืน้ ทห่ี นา้ ตัดการระบายไม่นอ้ ยกวา่ 2.86 ตารางเซนติเมตร
• ตอ้ งปอ้ งกนั นา้ มนั เชอื้ เพลงิ รวั่ ไหลออกในกรณีท่ีรถขนสง่ น้ามนั เช้ือเพลงิ พลิกคว้่า
P a g e | 31
• กลอุปกรณ์นิรภัยแบบระบายความดันและสุญญากาศชนิดท่ีติดตั้งกับถังซึ่งมีท่อเติมน้ามัน
เชื้อเพลิงด้านบนของถัง (Top Loading) ต้องออกแบบให้กลอุปกรณ์ดังกล่าวเริ่มเปิดระบายท่ีความ
ดนั ไม่มากกว่า 6.9 kPa และสญุ ญากาศไม่มากกวา่ 2.55 kPa
• อุปกรณ์นิรภัยแบบระบายความดันและสุญญากาศชนิดที่ติดตั้งกับถังที่มีท่อเติม น้ามัน
เช้ือเพลงิ ดา้ นใตถ้ ัง (Bottom Loading) หรอื ระบบเติมที่ต้องทาการปิดฝาถังขณะเติม (dome cover
closed) ต้องออกแบบให้กลอุปกรณ์ดังกล่าว เร่ิมเปิดระบายท่ีความดันไม่มากกกว่า 20.7 kPa และ
สุญญากาศไมม่ ากกว่า 6.9 kPa
- วาล์วจ่าย
• ตอ้ งเปน็ แบบ Gate Valve 3 นว้ิ ซึง่ ต้องได้รบั รองมาตรฐาน เช่น มอก. เป็นต้น
• ความสงู ของอุปกรณว์ าลว์ จากพ้นื ต้องไม่ต้า่ กว่า 30 ซม.
• ท่อทางจ่ายจากวาล์วใต้ท้องต้องมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางในท่อไม่ต่้ากว่า 3 นิ้ว โดย
ออกแบบให้มีความเอยี งเพยี งพอทจี่ ะทา้ ให้ยางมะตอยไหลออกโดยไม่ตนั ภายในทอ่
• ฝาครอบทอ่ จ่ายนา้ มนั เปน็ แบบโลหะ
• ต้องมีวาล์วฉุกเฉิน (Emergency Valve) โดยต้องสามารถตัดระบบไม่ให้ยางมะตอยไหล
ออกมาในกรณีที่เกิดเหตุฉกุ เฉินหรือเกิดอบุ ตั เิ หตุ
• กรณีส้าหรับวาล์วใต้ถังท้างานด้วยระบบลม ซ่ึงมีน็อตที่มีวัตถุประสงค์ใช้ขันดันเพื่อเปิด
วาล์วในกรณฉี กุ เฉนิ ทไ่ี มม่ ีลมควบคุมระบบ แตน่ ็อตตวั ดังกลา่ วสามารถถูกถอดออกแลว้ เกดิ ช่องหรือรู
ท้าให้น้ามันไหลออกได้ ต้องยึดตรึงด้วยการเจาะรูหัวน็อตเพ่ือร้อยลวดซีล และทาอีพ๊อกซี
(Epoxy) พอกบริเวณฐานของตัวน็อต พร้อมท้าเครื่องหมายขีดคร่อมเพ่ือบ่งช้ีให้ชัดเจนหากมีการ
ท้าลาย
• ต้องตดิ ตัง้ สวิตซ์ฉกุ เฉินอย่างน้อย 2 จดุ
- บนั ไดขึ้นถงั
• ติดต้ังด้านหน้าของถัง ห่างจากตัวถังประมาณ 150 มิลลิเมตร โดยราวบันไดมีความสูงไม่
เกิน โกร่งก้าบังภัยของตัวถัง ขั้นบันไดต้องมีระยะห่างเท่ากันทุกช่องโดย มีลักษณะเป็นพ้ืนเรียบ และ
ติดเทปกันลน่ื หรือพื้นตะแกรงกนั ลื่น ป้องกนั การลน่ื ลม้
- ทางเดินบนหลงั ถัง
• ใหท้ า้ การติดเทปกันลน่ื หรอื พน่ สโี รยทราย เพ่ือปอ้ งกนั การลื่นล้ม
• ติดต้ังราวกันตกทั้ง 2 ข้าง ขนาดความสูงไม่น้อยกว่า 1 เมตร โดยวัดจากจุดต้่าสุดของ
ทางเดนิ บนหลงั ถงั ถงึ ราวกันตก และสามารถปรบั เกบ็ ได้ โดยเกบ็ ต้า่ กว่าโกรง่ ก้าบังภยั
- เครื่องสูบ(Pump) ต้องใช้เคร่ืองสูบชนิดเฟือง (Gear Pump) และเป็นชนิดท่ีใช้กับยางมะ
ตอยไดโ้ ดยเฉพาะ
- เกจวัดระดับความรอ้ น(Temperature Gauge)
P a g e | 32
• รถขนส่งจะต้องติดต้ังเกจวัดระดับความร้อน(Temperature Gauge) ในต้าแหน่งที่
สามารถมองเห็นได้ง่าย ไม่น้อยกว่า 2 จุด โดยจะต้องได้รับการสอบเทียบ(Calibration) อุปกรณ์ทุกๆ
1 ปี
อปุ กรณค์ วำมปลอดภัยและอุปกรณอ์ น่ื ๆ
- เครื่องดับเพลิง ชนิดใช้กับนา้ มันเช้ือเพลิง ขนาดความจุไม่น้อยกวา่ 20 ปอนด์ ในอัตราไม่
น้อยกว่า 6A, 20-B ตามมาตรฐาน National Fire Protection Association 10 Standard for
Portable Fire Extinguishers (NFPA 10) หรือมาตรฐานอื่นท่ีเทียบเท่า จ้านวนไม่น้อยกว่า 2 ถัง
โดยติดแยกไว้ท้งั สองฝ่ัง ในบรเิ วณใกล้กับถังขนส่งน้ามนั เช้ือเพลงิ หรือบริเวณทสี่ ามารถนา้ ไปใช้งานได้
สะดวก
- แปน้ ส้าหรับคบี สายดิน
• จะต้องมีแป้นส้าหรับคีบสายดินที่ไม่ทาสีเคลือบ อยู่ด้านบนถังขนส่งน้ามันเชื้อเพลิง และ
ดา้ นล่างของถงั ขนสง่ นา้ มันเชอ้ื เพลิง
• ต้องมีจุดเช่ือมสายดินระหว่างตัวถังขนส่งกับแชสซีรถขนส่ง ยกเว้นรถขนส่งที่ถังขนส่งทุก
ผลติ ภณั ฑน์ ั้นยดึ ติดกับแชสซี โดยไมม่ สี ง่ิ กดี ขวาง
• สายดิน 25 เมตร มีโรลม้วนแบบหมุนด้วยมือ และปากคีบเพ่ือต่อลงดิน (ส้าหรับรถขนส่ง
น้ามันอากาศยานต้องติดตั้ง 2 ชุด) ซ่ึงความต้านทานรวมที่ปากคีบและตัวถังรถต้องไม่เกิน 25 โอห์ม
และสายดินต้องมฉี นวนห้มุ ตลอดความยาวสาย
- ป้ายบอกปริมาณบรรจุในแต่ละช่องและบอกประเภทของน้ามัน ติดท่ีท่อทางจ่าย มีแผ่น
หน้าเจาะช่องใหเ้ หน็ ไดเ้ พยี งดา้ นเดยี ว
- สายลงน้ามนั
• ขนาด 3 น้ิว ความยาวไม่น้อยกว่า 5 เมตร ต้องอยู่ในสภาพที่ดี ไม่ผุหรือรั่วซึม และต้อง
ระบุแรงดันใช้งานจากผูผ้ ลติ โดยท้าจากวัสดทุ ี่ไม่ทา้ ปฏกิ ริ ิยากบั ผลติ ภณั ฑ์ทีส่ ูบถา่ ย
• ข้อต่อท้าจากทองเหลืองหรืออลูมิเนียม ยกเว้น รถท่ีใช้ในงานขนส่งน้ามันอากาศยานให้ใช้
ข้อต่ออลมู ิเนยี มหรอื Stainless เทา่ น้นั
• รถที่ใช้ในงานขนส่งน้ามันอากาศยาน สายลงน้ามันและข้อต่อต้องเป็นไปตาม มาตรฐาน
EN 1361 หรือเทียบเท่า
- ทอ่ เก็บสายลงนา้ มัน ตดิ ตง้ั ทางด้านซ้ายและขวา จะตอ้ งทา้ การเจาะรขู นาด 2 นิ้ว
- มีการติดป้ายแสดงความเป็นอันตรายและป้ายสีส้มท่ีมีหมายเลขแสดงความเป็นอันตราย
(Hazard Identification Number) และหมายเลขสหประชาชาติ (UN Number) 3 ชุด ติดต้ังที่ด้าน
ซ้าย ขวาของตัวถัง และติดที่ท้ายถัง หรือต้าแหน่งตามท่ีกฎหมายก้าหนด โดยต้องตรงกับผลติ ภณั ฑ์ที่
ทา้ การบรรทุกขนสง่ เทา่ นน้ั
- กรวยจราจรประจ้ารถอย่างนอ้ ย 4 อัน
P a g e | 33
- ต้องมีอุปกรณ์หนุนล้อติดอยู่ประจ้ารถไม่น้อยกว่า 2 ชุด (1 ชุด ต้องสามารถหนุนได้ท้ัง
ดา้ นหนา้ และหลังของล้อ) โดยมลี ักษณะเป็นรูปลมิ่ รองรับหนา้ สมั ผสั ลอ้
- กรณีมีไฟฉายส่องสวา่ งต้องเป็นชนิดปอ้ งกันการระเบดิ (Explosion Proof)
รถบรรทกุ LPG
- กฎหมายที่เก่ยี วขอ้ ง
- กฎกระทรวง ฉบับท่ี 9 (พ.ศ.2524) ออกตามความในพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก
พ.ศ.2522 ออกโดยกระทรวงคมนาคม
- กฎกระทรวง ฉบับที่ 60 (พ.ศ.2552) ออกตามความในพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก
พ.ศ.2522 ออกโดยกระทรวงคมนาคม
- ประกาศกรมการขนส่งทางบก เรอ่ื ง การวัดขนาดชว่ งลอ้ รถ
- ประกาศกรมการขนส่งทางบก เรอ่ื ง การตดิ ปา้ ยอกั ษรภาพ และเคร่อื งหมายของรถบรรทุก
วัตถอุ ันตราย
- ประกาศผู้อ้านวยการทางหลวงพิเศษ ผู้อ้านวยการทางหลวงสัมปทาน เรื่อง ห้ามใช้
ยานพาหนะที่มีน้าหนักบรรทุก หรือน้าหนักลงเพลาเกินกว่าที่ได้ก้าหนด หรือ โดยที่ยานพาหนะนั้น
อาจท้าให้ทางหลวงเสียหาย เดินบนทางหลวงพิเศษ ทางหลวงแผ่นดิน และทางหลวงสัมปทาน (ฉบับ
ท่ี 2) พ.ศ.2552
- กฎกระทรวงฉบับท่ี 4 (พ.ศ.2529) ออกตามความในประกาศของคณะปฏวิ ัติฉบับที่ 28 ลง
วันที่ 29 ธันวาคม พ.ศ.2514
- กฎกระทรวงฉบับท่ี 5 (พ.ศ. 2531) ออกตามความในประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 28
ลงวันท่ี 29 ธันวาคม พ.ศ. 2514
- กฎกระทรวงฉบับที่ 7 (พ.ศ.2 536) ออกตามความในประกาศของคณะปฏิวัติฉบับท่ี 28
ลงวนั ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2514
- ประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการและเง่ือนไขการขนส่งก๊าซปิโตรเลียม
เหลว พ.ศ. 2550
- ประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เร่ือง หลักเกณฑ์และวิธีการติดต้ังถังขนส่งก๊าซ และลักษณะ
และสว่ นประกอบภายในถงั ขนสง่ ก๊าซ พ.ศ. 2546
- ประกาศกรมขนส่งทางบก เรื่องก้าหนดคุณลักษณะและระบบการท้างานของเคร่ืองบันทึก
ข้อมูลการเดินทางของรถส้าหรับรถที่ใชใ้ นการขนสง่ วัตถอุ นั ตราย
P a g e | 34
1.3 หลกั การปฏิบตั ิงานของพนกั งาน
ขบั รถขนสง่ น้ามนั
มำตรฐำนพนกั งำนขบั รถขนสง่ และผูป้ ระสำนงำน
1. พนักงำนขบั รถขนสง่
คณุ สมบัตทิ ั่วไป
- อายไุ มต่ า้่ กวา่ 28 ปี และไมเ่ กิน 60 ปี
- มีใบขับขี่ประเภท 4 และมีใบอนุญาตอน่ื ๆ ตามทก่ี ฎหมายก้าหนด
- ต้องมีประสบการณใ์ นการขับรถขนสง่ วัตถอุ ันตรายไมต่ ้่ากวา่ 3 ปี
- จบการศึกษาภาคบงั คับตามกฎหมาย มีความรู้การใช้ภาษาไทย สามารถอ่านออกเขียนได้
- ไมม่ ปี ระวตั ิทุจริตในทะเบยี นประวัตขิ องฝ่ายขนสง่ ปโิ ตรเลยี ม สายงานปฏบิ ัตกิ ารจดั หาและ
คลัง หน่วยธุรกิจน้ามัน ปตท. และไม่มีประวัติอาชญากรรม , ผ่านการตรวจสอบส่ิงเสพติดและ
แอลกอฮอล์
- ผ่านการตรวจสุขภาพและมีใบรบั รองจากโรงพยาบาล โดยพนกั งานขบั รถขนสง่ ต้องไม่เป็น
โรคต้องหา้ มท่ีกฎหมายด้านการขนสง่ ก้าหนดและโรคทีเ่ ป็นอุปสรรคต่อการท้างาน เชน่ โรคลมชัก โรค
เรือ้ นในระยะติดตอ่ หรอื ใน
ระยะท่ีปรากฏอาการเป็นที่รังเกียจทางสังคม วัณโรคในระยะอันตราย โรคเท้าช้าง โรคติดยาเสพติด โรคพิษ
สุราเร้อื รงั และการตรวจ เพ่ิมเตมิ ตามรายการดังน้ี
- ตรวจตาบอดสี (เขียว, เหลือง และแดง)
- ตรวจสมรรถภาพการมองเหน็
- ตรวจสมรรถภาพการได้ยนิ
- ตรวจระดบั นา้ ตาลในเลือด (เบาหวาน)
- ไม่เป็นบุคคลเสมือนไร้ความสามารถ หรือบุคคลวิกลจริต หรือบุคคลไร้ความสามารถตาม
กฎหมาย
- ไมเ่ ป็นผูท้ ีต่ ิดสารเสพติด (ตรวจสารเสพตดิ ทกุ 3 เดอื น พนักงานขับรถ ตอ้ งเป่าเคร่อื งตรวจ
วัดปริมาณ แอลกอฮอล์ทุกวันก่อนเข้าปฏิบัติงาน โดยต้องมีระดับแอลกอฮอล์ในเลือดเป็น 0 mg.%
BAC)
กำรอบรม
- ข้นั ตอนการทา้ งานในคลัง การเติมและลงผลติ ภัณฑ์
P a g e | 35
- ความปลอดภยั ข้ันพ้ืนฐานในการท้างาน และอุปกรณ์ปอ้ งกนั สว่ นบุคคล
- การขบั รถในเชงิ ป้องกันอุบตั เิ หตุ
- การตรวจรถประจา้ วนั การบ้ารุงรกั ษา
- ข้อมลู ความปลอดภัยเกีย่ วกบั ผลติ ภัณฑ์
- แผนฉุกเฉินและการรายงานอุบัตเิ หตุ ปีละ 1 ครัง้
- การจัดการความเหนื่อยล้า ชั่วโมงการท้างาน และวิธีการปฏิบัติตนระหว่างเวลาพักผ่อน
และการขับรถ
- การทา้ งานบนทส่ี งู
เครอ่ื งแบบและอปุ กรณ์ประจำตัว
- สวมเคร่ืองแบบของบริษัทผู้รับจ้างขนส่งท่ีท้าจากผ้าเวสปอยส์และมีแถบสะท้อนแสง ติด
บริเวณหนา้ อก ทั้งด้านหน้าและหลัง รวมถึงอวัยวะท่ีมีการเคลอื่ นไหว
- เครอื่ งป้องกนั อนั ตรายส่วนบุคคล (Personal Protective Equipment)
- หมวกนิรภยั กรณียางมะตอย หมวกตอ้ งมีพลาสติกใสปอ้ งกันทุกสว่ นของใบหนา้ พขร.
- รองเทา้ นิรภยั ชนดิ หัวรองเทา้ เปน็ โลหะ พ้นื กันลนื่
- แว่นตานริ ภยั แบบมีกระบงั ข้าง
- ถุงมือป้องกันสารเคมี (น้ามัน) และป้องกันการล่ืนจากการหยิบจับ ให้ถูกต้องตามสภาพ
การใชง้ าน กรณยี างมะตอย ถุงมอื ตอ้ งสามารถทนความรอ้ นไม่น้อยกว่า 170 C
- ข้อกา้ หนดในการปฏบิ ัติงาน
- พนักงานขบั รถ ต้องปฏิบัติงานตดิ ต่อกันไมเ่ กิน 4 ชว่ั โมง และหยดุ พักตอ่ เน่ืองเป็นเวลาเกิน
กว่า 30 นาที
- พนักงานขับรถต้องไม่ปฏิบัติงานเกิน 8 ช่ัวโมงต่อวัน โดยต้องมีเวลาพักไม่น้อยกว่า 1
ชัว่ โมงต่อวนั
2. ผปู้ ระสำนงำน
คณุ สมบตั ทิ ั่วไป
- อายไุ มต่ ้่ากว่า 22 ปี และไมเ่ กิน 60 ปี
- การศกึ ษาไมต่ า้่ กว่าระดับมัธยมปลายหรือเทยี บเท่า
- ไม่มีประวตั ทิ ุจริตในทะเบยี นประวตั ขิ องฝา่ ยขนส่งปิโตรเลยี ม สายงานปฏิบัตกิ ารจดั หาและ
คลัง หน่วยธุรกิจน้ามัน ปตท. และไม่มีประวัติอาชญากรรม , ผ่านการตรวจสอบสิ่งเสพติดและ
แอลกอฮอล์
P a g e | 36
- ผ่านการตรวจสุขภาพและมีใบรับรองจากโรงพยาบาล โดยผู้ประสานงานต้องไม่เป็นโรคท่ี
เป็นอุปสรรคต่อการท้างาน เช่นโรคลมชัก โรคเร้ือนในระยะติดต่อหรือในระยะท่ีปรากฏอาการเป็นท่ี
รังเกยี จทางสังคม วัณโรค
ในระยะอันตราย โรคเท้าช้าง โรคติดยาเสพติด โรคพิษสุราเรื้อรัง และการตรวจ เพิ่มเติม
ตามรายการดังนี้
- ตรวจสมรรถภาพการมองเหน็
- ตรวจสมรรถภาพการไดย้ นิ
- ตรวจระดบั น้าตาลในเลือด (เบาหวาน)
- ไม่เป็นบุคคลเสมือนไร้ความสามารถ หรือบุคคลวิกลจริต หรือบุคคลไร้ความสามารถตาม
กฎหมาย
- เจ้าหนา้ ทคี่ วามปลอดภยั (จป.) ระดับหัวหนา้ งาน
- ไม่เปน็ ผทู้ ตี่ ิดสารเสพติด
กำรอบรม
- ขัน้ ตอนการทา้ งานในคลัง การเตมิ และลงผลติ ภณั ฑ์
- ความปลอดภัยข้ันพืน้ ฐานในการท้างาน และอปุ กรณป์ อ้ งกันส่วนบคุ คล
- การตรวจรถประจา้ วัน การบา้ รุงรักษา
- ข้อมลู ความปลอดภัยเกี่ยวกับผลติ ภณั ฑ์
- แผนฉุกเฉินและการรายงานอุบตั ิเหตุ ปลี ะ 1 ครั้ง
เครอ่ื งแบบ
- สวมเครื่องแบบของบริษัทผู้รับจ้างขนส่งท่ีท้าจากผ้าเวสปอยส์และมีแถบสะท้อนแสง ติด
บริเวณหนา้ อก ท้งั ดา้ นหน้าและหลัง รวมถงึ อวัยวะท่มี กี ารเคลอ่ื นไหว
- เครือ่ งปอ้ งกันอันตรายส่วนบคุ คล (Personal Protective Equipment)
- หมวกนิรภัย กรณียางมะตอย หมวกต้องมีพลาสติกใสป้องกันทุกส่วนของใบหน้า
พขร.
- รองเทา้ นิรภัย ชนดิ หัวรองเท้าเปน็ โลหะ พื้นกันลน่ื
- แว่นตานริ ภัย แบบมกี ระบังขา้ ง
- ถุงมือป้องกันสารเคมี (น้ามัน) และป้องกันการล่ืนจากการหยบิ จบั ให้ถูกต้องตาม
สภาพการใช้งาน กรณียางมะตอย ถุงมอื ต้องสามารถทนความร้อนไมน่ อ้ ยกวา่ 170 C
- ข้อก้าหนดการปฏิบตั ิงาน
- ผู้ประสานงานต้องประจ้าอยู่ท่ีคลังต้นทาง ตลอดเวลาที่มีการขนส่ง และสามารถติดต่อได้
ตลอดกระบวนการท้างาน
P a g e | 37
ประกำศกรมธุรกิจพลังงำน
เรอ่ื ง กำหนดหลักเกณฑ์ แบบคำขอ แบบใบรับรองแบบบตั รประจำตวั และหลักสูตรกำรฝึกอบรมของผู้
ฝึกอบรม วิทยำกร และผู้ปฏิบตั งิ ำน พ.ศ. ๒๕๕๙
____________________
อาศยั อา้ นาจตามความในขอ้ ๔ ข้อ ๕ ขอ้ ๗ วรรคสาม ขอ้ ๘ ขอ้ ๑๐ วรรคสาม ข้อ ๑๑ วรรคสอง ข้อ
๑๒ วรรคสอง ข้อ ๑๖ วรรคหนง่ึ ขอ้ ๑๙ ขอ้ ๒๐ วรรคสอง ขอ้ ๒๑ ขอ้ ๒๒ วรรคสอง ขอ้ ๒๔ วรรคส่ี ข้อ ๒๕
และข้อ ๒๖ วรรคสาม แห่งกฎกระทรวงคุณสมบัติและการฝึกอบรมผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการควบคุมน้ามัน
เช้ือเพลิง พ.ศ. ๒๕๕๘ ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมน้ามันเช้ือเพลิง พ.ศ. ๒๕๔๒ อธิบดีกรมธุรกิจ
พลงั งานจงึ ออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้
ขอ้ ๑ ประกาศนใ้ี หใ้ ช้บังคบั ตง้ั แตบ่ ดั น้ี เป็นต้นไป
หมวด ๑
บทท่ัวไป
______________________
ข้อ ๒ การประกอบกิจการถังขนส่งน้ามันประเภทรถขนส่งน้ามัน คลังน้ามัน สถานีบริการน้ามัน
ประเภท ก สถานีบริการน้ามันประเภท ข สถานีบริการน้ามันประเภท ค ลักษณะที่สอง สถานีบริการน้ามัน
ประเภท จ ลักษณะที่สอง สถานีบริการน้ามัน ประเภท ฉ ระบบการขนส่งน้ามันทางท่อ สถานท่ีเก็บรักษา
น้ามัน ลักษณะท่ีสาม ถังขนส่งก๊าซปิโตรเลียมเหลวที่น้ามาตรึงไว้กับตัวโครงรถ คลังก๊าซปิโตรเลียมเหลว
สถานทบ่ี รรจุกา๊ ซปโิ ตรเลยี มเหลวประเภทโรงบรรจุ สถานท่บี รรจกุ ๊าซปิโตรเลยี มเหลวประเภทหอ้ งบรรจุ สถานี
บริการก๊าซปิโตรเลียมเหลว สถานท่ีเก็บรักษาก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทสถานที่ใช้ ลักษณะท่ีสาม สถานที่
เก็บรักษาก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทร้านจ้าหน่าย ลักษณะท่ีสอง สถานท่ีเก็บรักษาก๊าซปิโตรเลียมเหลว
ประเภทโรงเก็บ ลักษณะที่สอง ระบบการขนส่งก๊าซปิโตรเลียมเหลวทางท่อ ถังขนส่งก๊าซธรรมชาติ คลังก๊าซ
ธรรมชาติ สถานท่ีใช้ก๊าซธรรมชาติ สถานีบริการก๊าซธรรมชาติ ต้องมีผู้ปฏิบัติงานจ้านวนไม่น้อยกว่าหนึ่งคน
ตลอดระยะเวลาทีเ่ ปดิ ด้าเนนิ การหรอื ทา้ การขนส่ง แลว้ แต่กรณี
การประกอบกิจการระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อ ผู้รับใบอนุญาตแต่ละราย ไม่ว่าจะได้รับ
ใบอนญุ าตก่ีฉบบั ก็ตาม ตอ้ งมีผูป้ ฏบิ ัตงิ านจ้านวนไมน่ อ้ ยกวา่ ๑ คน
P a g e | 38
หมวด ๒
ผฝู้ กึ อบรม
_________________
ข้อ ๓ ใบรบั รองผู้ฝึกอบรมมี ๓ ประเภท ดงั ตอ่ ไปนี้
(๑) ใบรับรองผฝู้ กึ อบรมน้ามัน
(๒) ใบรบั รองผฝู้ ึกอบรมกา๊ ซปิโตรเลยี มเหลว
(๓) ใบรบั รองผู้ฝกึ อบรมกา๊ ซธรรมชาติ
ข้อ ๔ แบบค้าขอใบรับรอง แบบใบรับรอง แบบค้าขอต่ออายุใบรับรอง แบบค้าขอใบแทนใบรับรอง
แบบใบแทนใบรับรองผู้ฝึกอบรม ของการประกอบกิจการตามที่ก้าหนดในข้อ ๒ ให้เป็นไปตามท้ายประกาศ
ดังตอ่ ไปน้ี
(๑) แบบคา้ ขอใบรบั รองผู้ฝกึ อบรม ใหใ้ ช้แบบ ธพ.พ.๑อ
(๒) แบบใบรับรองผฝู้ ึกอบรม ให้ใชแ้ บบ ธพ.พ.๒อ
(๓) แบบค้าขอต่ออายุใบรับรองผู้ฝึกอบรม และแบบค้าขอใบแทนใบรับรองผู้ฝึกอบรม ให้ใช้แบบ
ธพ.พ.๓อ
(๔) แบบใบแทนใบรบั รองผู้ฝกึ อบรม ให้ใชแ้ บบ ธพ.พ.๒อ และเขยี นหรือประทับตราความว่า
“ใบแทน” ด้วยอักษรสีแดงไวด้ ้านบนของใบรับรอง
ข้อ ๕ ในการยื่นค้าขอใบรับรองตามข้อ ๔ ให้ยื่นต่ออธิบดี พร้อมด้วยเอกสารและหลักฐานตามที่
กา้ หนด
ข้อ ๖ ผู้ฝึกอบรมต้องมีระบบการจัดเก็บเอกสารที่ดี โดยเฉพาะเอกสารหลักฐานประวัติผู้เข้ารับการ
ฝึกอบรม โดยเอกสารดงั กล่าวตอ้ งสามารถตรวจสอบเรอื่ งเดมิ ได้โดยง่ายและรวดเรว็
ข้อ ๗ ผู้ฝึกอบรมมีหน้าท่ีต้องตรวจสอบและรับรองคุณสมบัติของผู้เข้ารับการอบรม พร้อมท้ังจัดท้า
บัญชีรายช่ือผู้เข้ารับการอบรม เอกสารประเมินผลการฝึกอบรมของผู้ผ่านและไม่ผ่านการฝึกอบรมรายบุคคล
และบนั ทกึ ขอ้ มลู ลงในแผน่ ขอ้ มลู อิเลก็ ทรอนิกส์ ส่งให้อธบิ ดภี ายในสิบหา้ วนั นบั แต่วนั ท่ีเสรจ็ สน้ิ การฝึกอบรม
ข้อ ๘ ผู้ฝึกอบรมต้องอ้านวยความสะดวกให้แก่อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย ในการเข้าไปใน
ส้านักงานของผู้ฝึกอบรม และสถานที่ฝึกอบรมในเวลาท้าการ เพ่ือสอบถามข้อเท็จจริง ตรวจสอบหรือ
สังเกตการณใ์ ห้ผู้ฝึกอบรมดา้ เนนิ การฝึกอบรมให้เปน็ ไปตามประกาศน้ี
ข้อ ๙ ผู้ฝึกอบรมต้องใช้ความระมัดระวังและควบคุมดูแลการฝึกอบรมเพ่ือให้เกิดความปลอดภัยใน
การฝึกอบรมภาคปฏบิ ตั ิ
ข้อ ๑๐ ในกรณีท่ีมีการเปลี่ยนแปลงวิทยากร ผู้ฝึกอบรมมีหน้าท่ีต้องแจ้งให้อธิบดีทราบภายใน
สามสิบวันนับแตว่ นั ทีม่ ีการเปลีย่ นแปลง
หากการเปลีย่ นแปลงตามวรรคหน่ึง เปน็ ผลทา้ ใหผ้ ู้ฝกึ อบรมขาดคุณสมบัตติ ามที่กา้ หนด ใหผ้ ูฝ้ ึกอบรม
หยดุ ท้าการฝกึ อบรมจนกว่าอธบิ ดจี ะให้ความเห็นชอบในการเปลีย่ นแปลงวิทยากรดังกลา่ ว
P a g e | 39
ข้อ ๑๑ ใบรบั รองผ้ฝู ึกอบรมจะถูกพกั ใช้ ในกรณีอย่างหน่ึงอย่างใด ดงั ต่อไปน้ี
(๑) ละเวน้ หน้าท่ี ตามขอ้ ๖ ข้อ ๗ ขอ้ ๘ ขอ้ ๙ และขอ้ ๑๐
(๒) กระท้าการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎกระทรวงว่าด้วยก้าหนดคุณสมบัติและการฝึกอบรม
ผูป้ ฏบิ ตั ิงานเก่ยี วกับการควบคุมน้ามนั เช้ือเพลิง
(๓) แจง้ ข้อมลู หรือแสดงเอกสารอันเปน็ เท็จใหผ้ อู้ ืน่ หลงเชอ่ื
ขอ้ ๑๒ ใบรบั รองผู้ฝึกอบรมจะถูกเพิกถอน ในกรณอี ย่างหน่งึ อยา่ งใด ดังต่อไปนี้
(๑) ถูกพกั ใช้ใบรบั รองเกินสองคร้งั
(๒) ขาดคุณสมบัตติ ามค้าขอใบรับรอง
หมวด ๓
วิทยำกร
_________________
ข้อ ๑๓ วทิ ยากรมี ๓ ประเภท ดงั ต่อไปนี้
(๑) วิทยากรนา้ มนั
(๒) วิทยากรกา๊ ซปิโตรเลยี มเหลว
(๓) วิทยากรก๊าซธรรมชาติ
ขอ้ ๑๔ แบบคา้ ขอใบรับรอง แบบใบรับรอง แบบคา้ ขอต่ออายใุ บรบั รอง แบบค้าขอใบแทน
ใบรับรอง แบบใบแทนใบรับรองวิทยากร ให้เป็นไปตามทา้ ยประกาศ ดงั ตอ่ ไปน้ี
(๑) แบบคา้ ขอใบรับรองวทิ ยากร ให้ใชแ้ บบ ธพ.พ.๑ว
(๒) แบบใบรับรองวทิ ยากร ใหใ้ ชแ้ บบ ธพ.พ.๒ว
(๓) แบบค้าขอต่ออายใุ บรับรองวิทยากร และแบบคา้ ขอใบแทนใบรับรองวิทยากร ให้ใชแ้ บบ ธพ.พ.
๓ว
(๔) แบบใบแทนใบรบั รองวทิ ยากร ใหใ้ ช้แบบ ธพ.พ.๒ว และเขยี นหรือประทบั ตราความวา่
“ใบแทน” ดว้ ยอกั ษรสีแดงไว้ดา้ นบนของใบรบั รอง
ขอ้ ๑๕ ในการยื่นคา้ ขอใบรับรองตามข้อ ๑๔ ให้ยืน่ ต่ออธิบดี พร้อมดว้ ยเอกสารและหลักฐานตามที่
ก้าหนด
ขอ้ ๑๖ วทิ ยากรมหี นา้ ท่ี ดังต่อไปนี้
(๑) เตรียมแผนการสอนทมี่ ีเนอื้ หา ส่ือการสอน เคร่ืองมือและอุปกรณ์ท่ีเหมาะสมแก่เนื้อหาทีจ่ ะทา้
การฝกึ อบรมตามหลักสูตรการฝกึ อบรมผูป้ ฏบิ ัตงิ านทอ่ี ธิบดีประกาศก้าหนดและรบั รองตามประกาศนี้
(๒) ด้าเนนิ การฝึกอบรมใหเ้ ป็นไปตามหลกั สูตรท่ีก้าหนด
(๓) ทา้ การตรวจสอบเครือ่ งมือและอปุ กรณ์ต่างๆ โดยค้านึงถงึ ความปลอดภยั ของผู้เข้ารบั การ
ฝกึ อบรม
P a g e | 40
ข้อ ๑๗ ใบรับรองวทิ ยากรจะถูกพักใช้ เมอื่ กระท้าการละเวน้ หนา้ ท่ี ตามข้อ ๑๖
ขอ้ ๑๘ ใบรับรองวทิ ยากรจะถูกเพิกถอน เม่ือกระท้าความผดิ ดังต่อไปนี้
(๑) ถกู พักใชใ้ บรบั รองเกนิ สองคร้งั
(๒) ขาดคุณสมบัตติ ามคา้ ขอใบรบั รอง
หมวด ๔
ผ้ปู ฏบิ ตั ิงำน
_________________
ข้อ ๑๙ ผู้ปฏบิ ตั ิงาน มี ๑3 ประเภท ดังต่อไปน้ี
(๑) ผู้ปฏบิ ตั งิ านถงั ขนสง่ น้ามนั ประเภทรถขนสง่ น้ามนั
(๒) ผปู้ ฏิบตั ิงานคลงั นา้ มนั และระบบการขนส่งนา้ มนั ทางทอ่
(๓) ผ้ปู ฏบิ ตั งิ านสถานบี ริการน้ามัน
(๔) ผ้ปู ฏิบตั ิงานสถานทเ่ี ก็บรกั ษาน้ามนั
(๕) ผู้ปฏบิ ตั งิ านสถานบี รรจกุ ๊าซปโิ ตรเลียมเหลว
(๖) ผู้ปฏบิ ัติงานสถานทีใ่ ช้กา๊ ซปโิ ตรเลยี มเหลว
(๗) ผู้ปฏิบตั ิงานรา้ นจา้ หนา่ ยและโรงเกบ็ กา๊ ซปโิ ตรเลียมเหลว
(๘) ผ้ปู ฏิบตั ิงานถงั ขนส่งกา๊ ซธรรมชาตเิ ฉพาะพนักงานรับหรือจ่ายกา๊ ซธรรมชาติ
(๙) ผู้ปฏบิ ตั ิงานถงั ขนสง่ ก๊าซธรรมชาติเฉพาะพนกั งานประจ้ารถ
(๑๐) ผปู้ ฏิบตั ิงานคลังกา๊ ซธรรมชาติ
(๑๑) ผปู้ ฏิบัตงิ านสถานท่ีใชก้ ๊าซธรรมชาติ
(๑๒) ผู้ปฏิบตั งิ านสถานบี ริการก๊าซธรรมชาติ
(๑๓) ผูป้ ฏิบตั งิ านระบบการขนสง่ กา๊ ซธรรมชาตทิ างทอ่
ข้อ ๒๐ แบบค้าขอรับบัตรประจ้าตัว แบบบัตรประจ้าตัว แบบค้าขอต่ออายุบัตรประจ้าตัว แบบค้า
ขอใบแทนบตั รประจ้าตวั แบบใบแทนบตั รประจ้าตัวผปู้ ฏบิ ัตงิ านของการประกอบกิจการตามที่กา้ หนดในข้อ ๒
ให้เป็นไปตามท้ายประกาศ ดังต่อไปนี้
(๑) แบบคา้ ขอรบั บตั รประจา้ ตัวผปู้ ฏบิ ตั ิงาน ให้ใชแ้ บบ ธพ.พ.๑ผ
(๒) แบบบัตรประจา้ ตัวผ้ปู ฏบิ ตั งิ าน ให้ใช้แบบ ธพ.พ.๒ผ
(๓) แบบคา้ ขอตอ่ อายบุ ตั รประจ้าตวั ผู้ปฏิบัตงิ าน และแบบคา้ ขอใบแทนบัตรประจา้ ตวั ผูป้ ฏบิ ัติงานให้
ใชแ้ บบ ธพ.พ.๓ผ
(๔) แบบใบแทนบัตรประจ้าตัวผู้ปฏิบัติงาน ให้ใช้แบบ ธพ.พ.2ผ แต่ท้ังน้ีการก้าหนดอายุบัตร
ประจ้าตวั ผู้ปฏิบัติงาน ต้องไม่เกินระยะเวลาทีไ่ ดก้ ้าหนดไวใ้ นบัตรประจา้ ตวั ผ้ปู ฏบิ ตั ิงานเดิม
แบบบัตรประจา้ ตวั ผู้ปฏิบัติงานตาม (๒) ใหจ้ ดั ทา้ ดว้ ยกระดาษหรือพลาสติก
P a g e | 41
ขอ้ ๒๑ ในการย่ืนคา้ ขอรับบัตรประจ้าตวั ผ้ปู ฏิบัติงาน ตามขอ้ ๒๐ ให้ย่นื ต่ออธบิ ดี พรอ้ มด้วยเอกสาร
และหลักฐานตามท่ีก้าหนด
ข้อ ๒๒ ผู้ปฏบิ ตั งิ านตามขอ้ ๑๙ จะปฏบิ ัติงานได้เฉพาะในกจิ การควบคุม ดงั ตอ่ ไปน้ี
(๑) ผ้ปู ฏบิ ตั งิ านถงั ขนส่งน้ามนั ประเภทรถขนส่งน้ามัน ใหป้ ฏบิ ัติงานในกิจการถงั ขนสง่ นา้ มัน
(๒) ผู้ปฏิบัติงานคลังน้ามันและระบบการขนส่งน้ามันทางท่อให้ปฏิบัติงานในกิจการคลังน้ามันและ
ระบบการขนสง่ น้ามันทางท่อ
(๓) ผู้ปฏิบัติงานสถานท่ีเก็บรักษาน้ามัน ให้ปฏิบัติงานในกิจการสถานที่เก็บรักษาน้ามัน ลักษณะที่
สาม
(๔) ผู้ปฏิบัติงานสถานีบริการน้ามัน ให้ปฏิบัติงานในกิจการสถานีบริการน้ามันประเภท ก สถานี
บริการน้ามันประเภท ข สถานีบริการน้ามันประเภท ค ลักษณะท่ีสอง สถานีบริการน้ามันประเภท จ ลักษณะ
ที่สอง และสถานีบรกิ ารน้ามนั ประเภท ฉ
(๕) ผู้ปฏิบัติงานสถานีบรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลว ให้ปฏิบัติงานในกิจการถังขนส่งก๊าซปิโตรเลียม
เหลว คลังก๊าซปิโตรเลียมเหลว สถานที่บรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทโรงบรรจุ สถานท่ีบรรจุก๊าซ
ปิโตรเลยี มเหลวประเภทห้องบรรจุ สถานบี รกิ ารก๊าซปโิ ตรเลียมเหลว และระบบการขนส่งก๊าซปิโตรเลียมเหลว
ทางท่อ
(๖) ผู้ปฏิบัติงานสถานที่ใช้ก๊าซปิโตรเลียมเหลว ให้ปฏิบัติงานในกิจการสถานที่เก็บรักษาก๊าซ
ปโิ ตรเลยี มเหลวประเภทสถานท่ใี ช้ ลักษณะท่สี าม
(๗) ผู้ปฏิบัติงานร้านจ้าหน่ายและโรงเก็บก๊าซปิโตรเลียมเหลว ให้ปฏิบัติงานในกิจการสถานท่ีเก็บ
รักษาก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทร้านจ้าหน่าย ลักษณะท่ีสอง และสถานที่เก็บรักษาก๊าซปิโตรเลียมเหลว
ประเภทโรงเก็บ ลกั ษณะทสี่ อง
(๘) ผู้ปฏิบัติงานถังขนส่งก๊าซธรรมชาติเฉพาะพนักงานรับหรือจ่ายก๊าซธรรมชาติ ให้ปฏิบัติงานใน
กิจการถงั ขนส่งก๊าซธรรมชาติ
(๙) ผ้ปู ฏิบัติงานถงั ขนส่งกา๊ ซธรรมชาติเฉพาะพนักงานประจ้ารถ ให้ปฏบิ ัติงานในกิจการถังขนส่งก๊าซ
ธรรมชาติ
(๑๐) ผู้ปฏบิ ัติงานคลงั กา๊ ซธรรมชาติ ใหป้ ฏบิ ัตงิ านในกจิ การคลังกา๊ ซธรรมชาติ
(๑๑) ผปู้ ฏิบัตงิ านสถานทใี่ ชก้ ๊าซธรรมชาติ ใหป้ ฏิบตั งิ านในกิจการสถานที่ใชก้ ๊าซธรรมชาติ
(๑๒) ผปู้ ฏบิ ตั งิ านสถานีบริการกา๊ ซธรรมชาติ ใหป้ ฏิบตั งิ านในกิจการสถานบี รกิ ารกา๊ ซธรรมชาติ
(๑๓) ผู้ปฏิบัติงานระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อ ให้ปฏิบัติงานในกิจการระบบการขนส่งก๊าซ
ธรรมชาติทางทอ่
ข้อ ๒๓ บตั รประจ้าตวั ผู้ปฏิบตั ิงานจะถูกพักใช้คราวละไม่เกินสามสิบวนั ในกรณฝี ่าฝนื หรือไม่ปฏิบัติ
ตามกฎกระทรวงวา่ ดว้ ยการก้าหนดคุณสมบัติและการฝึกอบรมผปู้ ฏบิ ัตงิ านเก่ยี วกบั การควบคุมน้ามันเชื้อเพลิง
หรือกระทา้ การใดอันเน่ืองมาจากการปฏิบัติงานโดยประมาททก่ี ่อใหเ้ กดิ อบุ ัตภิ ัย
P a g e | 42
ข้อ ๒๔ บตั รประจา้ ตวั ผู้ปฏิบัตงิ านจะถูกเพกิ ถอน เม่ือผู้ปฏบิ ัติงานกระทา้ ความผดิ ดังต่อไปนี้
(๑) ขาดคุณสมบัตติ ามค้าขอรับการฝึกอบรมผู้ปฏบิ ัติงาน
(2) ผูป้ ฏิบตั ิงานที่ถูกพกั ใชบ้ ัตรประจา้ ตวั ผูป้ ฏบิ ตั ิงานสองครงั้ ภายในหน่ึงปี
(3) กระทา้ การใดอันเนือ่ งมาจากการปฏิบตั งิ านโดยจงใจหรือประมาทเลินเลอ่ อยา่ งร้ายแรง
ทกี่ อ่ ใหเ้ กดิ อุบัติภัย
หมวด ๕
หลักสตู รผปู้ ฏิบตั ิงำน
_________________
ขอ้ ๒๕ หลักสตู รการฝกึ อบรมผปู้ ฏิบัติงาน มี ๑๓ หลกั สตู ร ดังตอ่ ไปนี้
(๑) หลกั สตู รผปู้ ฏิบตั งิ านถังขนสง่ น้ามัน ประเภทรถขนสง่ น้ามัน
(๒) หลักสตู รผปู้ ฏิบตั ิงานคลังนา้ มันและระบบการขนส่งน้ามันทางทอ่
(๓) หลกั สตู รผู้ปฏบิ ัติงานสถานบี ริการน้ามัน
(๔) หลกั สูตรผูป้ ฏิบัติงานสถานที่เกบ็ รักษาน้ามนั
(๕) หลักสตู รผูป้ ฏิบัตงิ านสถานบี รรจุก๊าซปิโตรเลยี มเหลว
(๖) หลักสตู รผ้ปู ฏิบตั ิงานสถานที่ใชก้ า๊ ซปโิ ตรเลียมเหลว
(๗) หลกั สตู รผปู้ ฏบิ ัติงานรา้ นจา้ หน่ายและโรงเกบ็ กา๊ ซปิโตรเลยี มเหลว
(๘) หลกั สตู รผปู้ ฏบิ ตั งิ านถังขนสง่ ก๊าซธรรมชาตเิ ฉพาะพนักงานรบั หรือจ่ายกา๊ ซธรรมชาติ
(๙) หลักสูตรผูป้ ฏิบัตงิ านถังขนสง่ กา๊ ซธรรมชาตเิ ฉพาะพนกั งานประจ้ารถ
(๑๐) หลกั สูตรผู้ปฏบิ ตั ิงานคลังก๊าซธรรมชาติ
(๑๑) หลักสตู รผปู้ ฏิบัตงิ านสถานท่ใี ช้ก๊าซธรรมชาติ
(๑๒) หลักสูตรผปู้ ฏิบตั งิ านสถานีบรกิ ารกา๊ ซธรรมชาติ
(๑๓) หลักสูตรผู้ปฏิบตั งิ านระบบการขนสง่ ก๊าซธรรมชาตทิ างท่อ
ทง้ั นใ้ี หเ้ ปน็ ไปตามทา้ ยประกาศนี้
ขอ้ ๒๖ ผูท้ ผี่ า่ นการฝกึ อบรมเป็นผปู้ ฏบิ ตั ิงาน ตอ้ งผ่านเกณฑ์ประเมนิ ดังต่อไปนี้
(๑) เขา้ รับการฝึกอบรมตามหลกั สตู รไม่นอ้ ยกว่ารอ้ ยละ ๘๐
(๒) ผา่ นการประเมินผลการสอบภาคทฤษฎี ได้คะแนนไม่น้อยกว่าร้อยละ ๖๐
(๓) ผา่ นการประเมนิ ผลภาคปฏิบตั ิ
การประเมินผลตามวรรคหน่ึง ใหก้ ระท้าโดยอธบิ ดีหรอื ผู้ซ่งึ อธิบดมี อบหมาย
ข้อ ๒๗ ในกรณีท่ีมีการเปลี่ยนแปลงหลักสูตรการฝึกอบรมผ้ปู ฏบิ ัติงานในเรอื่ งเกี่ยวกับเทคโนโลยี ท่ี
มีการเปลี่ยนแปลงไป ผู้ปฏิบัติงานที่จะเข้ารับการฝึกอบรมในหลักสูตรท่ีเปล่ียนแปลงใหม่ ต้องเป็นผู้ท่ีเคยเข้า
รบั การฝกึ อบรมเปน็ ผู้ปฏิบตั ิงาน และผ่านเกณฑก์ ารประเมนิ ตามทก่ี ้าหนด
P a g e | 43
ข้อ ๒๘ ผู้ท่ีผ่านการฝึกอบรมผู้ปฏิบัติงานในหลักสูตรที่เปล่ียนแปลงใหม่ ต้องผ่านเกณฑ์ประเมิน
ตามที่ก้าหนดในข้อ ๒๖
ประกาศ ณ วนั ที่ มิถุนายน พ.ศ. 2559
(นายวิฑรู ย์ กุลเจริญวิรตั น์)
อธบิ ดกี รมธุรกจิ พลงั งาน
P a g e | 44
1.4 การปฏิบตั ิงานเมือ่ เกดิ เหตฉุ กุ เฉิน
ของรถขนสง่ นา้ มนั
กำรปอ้ งกนั และระงบั อัคคีภยั
ไฟ คือ ปฏิกิริยาการเติมออกซิเจน ของสารใดสารหน่ึง ซึ่งเป็นปฏิกิริยาเคมีแล้วท้าให้เกิดการ
เผาไหม้ ควนั ความรอ้ น แสง ไอน้า และอ่ืนๆ ตามมา
องค์ป ะ อ ของไฟ
องคป์ ระกอบของไฟมีดว้ ยกันอยู่ 3 อยา่ ง คือ
1. เช้ือเพลิง มีเช้ือเพลิงท่ีท้าให้เกิดการลุกไหม้มาจากสารเคมี แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ สาร อนิ
นทรยี เ์ คมีและอินทรีย์เคมี
- สารอนินทรีย์เคมี เป็นสารที่เป็นพวกแร่ธาตุที่ไม่ได้เกิดจากสิ่งมีชีวิด และมีมีส่วนประกอบของ
คารบ์ อน เช่น โปแตสเซยี มไนเตรท โซเดยี ม กรดต่างๆ เป็นตน้
- สารอินทรีย์เคมี เป็นสารที่มาจากสิ่งท่ีมีชีวิต มีส่วนประกอบของธาตุคาร์บอน เช่น น้ามัน
ถา่ นหนิ กา๊ ซธรรมชาติ เปน็ ตน้
2. ออกซิเจน ที่อยู่ในบรรยากาศมีอยู่ 21% แต่ออกซิเจนท่ีใช้ในการจุดติดของไฟต้องมีอยู่ใน
บรรยากาศไมต่ า่้ กว่า 16% จึงจะท้าใหเ้ กิดการจุดติดขน้ึ ได้
3. ควำมร้อน หมายถึง เป็นสิ่งท่ีท้าให้อุณหภูมิของเช้ือเพลิงสูงขึ้นถึงจุดติดไฟท้าให้องค์ประกอบ
ของการเกิดไฟ หรือเรียกว่าปฏิกิริยาการสันดาป เกิดขึ้นอย่างเหมาะสม ซ่ึงเช้ือเพลิงแต่ละชนิดย่อมจะมีจุด
ติดไฟไมเ่ หมือนกนั
พฒั นำกำรของไฟ
พฒั นาการของไฟมอี ยดู่ ว้ ยกัน 5 ขัน้ คอื
1. ไฟระยะเริ่มเติบโต (Growth Period) เป็นระยะแรกเร่ิมของไฟ ท่ีลุกติดวัสดุเชื้อเพลิงอยู่ในช่วง
1 - 2 นาที ความรอ้ นจะทา้ ใหว้ ัสดุใกล้เคียงเริ่มคายอนภุ าคเล็กๆ เนื่องจากผลของความร้อน โดยถา้ สงั เกต
จะเหน็ เปน็ ควันสีเทาลอยข้ึนมาจากนั้นจะเกิดเปน็ เปลวไฟ อุณหภูมปิ ระมาณ 38 °c
P a g e | 45
2. ช่วงลุกไหม้อย่ำงต่อเนื่องและเริ่มพัฒนำเป็นไฟใหญ่ หลังจากลุกไหม้ผ่านมาในชว่ ง 4 –
5 นาที ความร้อนจากการลุกไหม้ของวัสดุในห้องจะลอยข้ึนสู่เพดาน เมื่อกระทบเพดานจะไม่มีออกซิเจน
บริเวณสว่ นบริเวณตอนล่างทสี่ ัมผัสกบั อากาศ ก็จะเกิดการสนั ดาปลกุ เป็นเปลว
ไฟม้วนเคล่ือนไปตามฝ้าเพดาน ในขณะเดียวกันก็แผ่รังสีความร้อนไปยังวัสดุอื่นๆ ในห้องจนเกิดออกมา
เรอื่ ยๆ โดยมอี ุณหภูมิประมาณ 700°c
3. ช่วงลุกไหมอ้ ย่ำงฉบั พลนั ไปท่ัวของควัน/ไอเชื้อเพลงิ (FLASH OVER) เปน็ ช่วงทผี่ ่านการลกุ ไหม้
มาแล้วประมาณ 7 – 8 นาที วัสดุเชื้อเพลิงต่างๆในห้องได้คายไอออกมาเป็นปริมาณมากเหมาะสมกับ
สัดส่วนของออกซิเจน และความร้อนที่มีอยู่แล้วในห้อง ท้าให้เกิดการลุกไหม้อย่างฉับพลัน โดยมีอุณหภูมิ
ประมาณ 1000°c และแผ่รังสีความรอ้ นออกมาประมาณ 25 KW/M2 โดยวัสดุเชื้อเพลิงซ่ึงเป็นควันและไอ
ในห้องจะถูกเผาไหม้เกือบหมด
4. ช่วงลุกไหม้เต็มท่ี จะมีอุณหภูมิประมาณ 1300°c โดยข้ึนอยู่กับปัจจัยต่างๆ เช่น ปริมาณ
เช้ือเพลิง ความหนาแน่นของเช้ือเพลิง รูปร่างและต้าแหน่งที่ต้ังของเช้ือเพลิง ปริมาณอากาศ ลักษณะทาง
เลขาคณติ ของหอ้ ง และคุณสมบัติของสงิ่ ตา่ งๆ รอบบรเิ วณนน้ั
5. ช่วงไฟเรม่ิ มอด เมื่อพฒั นาถึงขั้นเต็มทีแ่ ล้ว และไม่มเี ช้ือเพลิงหรือขาดออกซิเจน ไฟจะคอ่ ยๆ ดบั
ลง
รูปแสดงพัฒนำกำรของไฟ
P a g e | 46
อัคคีภัย คือ ภัยอันตรายท่ีเกิดจากไฟจนเกินการควบคุมสร้างความเสียหายให้กับชีวิตและทรัพยส์ ิน
ท้ังของประชาชน ทางราชการ รวมทัง้ สภาพแวดลอ้ ม
องค์ประกอบของอคั คภี ัย
องคป์ ระกอบของอัคคภี ัย มีด้วยกัน 4 อย่าง คือ
1. เชื้อเพลิง หมายถึง สารใดๆ ท่ีสามารถจุดติดเป็นไฟได้มีอยู่ด้วยกัน 3 สถานะ แต่เช้ือเพลิงท่ีมี
สถานะเป็นของแข็งและของเหลวต้องได้รับความร้อนถึงจุดจุดหนึ่งซ่ึงเรียกว่า จุดวาปไฟหรือจุดคลายไอ ซ่ึง
หมายถึงเช้อื เพลงิ อยใู่ นสถานะเป็นไอหรือเป็นกา๊ ซนั้นเองและพร้อมท่จี ดุ ติดเป็นไฟ
2. ออกซิเจน หมายถึง ท่ีอยู่ในบรรยากาศมีอยู่ 21 % แต่ออกซิเจนที่ใช้ในการจุดติดของไฟต้องมี
อยู่ในบรรยากาศไมต่ า้่ กว่า 16% จึงจะท้าให้เกิดการจุดติดขนึ้ ได้
3. ควำมร้อน หมายถึง ความรอ้ นทไ่ี ปยกอณุ หภมู ิจาก จดุ วาปไฟ ใหถ้ งึ จุดตดิ ไฟ
4. ปฏกิ ิรยิ ำลูกโซ่ หมายถึง การตดิ ต่อลุกลาม ตอ่ เน่ืองไปเรื่อยๆ โดยไม่มจี ุดส้ินสดุ มลี กั ษณะเหมือน
ลกู โซ่
กำรเกดิ เพลิงไหม้ ในพนื้ ทีอ่ ับจะแบ่งส่วนของห้องออกเปน็ 3 ระดบั
1. ระดับ A คือ ระดับล่างสุดจะมีกลุ่มควันน้อยและพอมีออกซิเจนส้าหรับหายใจ มีอุณหภูมิต้ังแต่
0 - 400 °C
2. ระดับ B คือ ระดับกลางห้องจะมีกลุ่มควันหนาแน่นขึ้นและมีออกซิเจนน้อยมาก ไม่สามารถ
หายใจได้ มอี ณุ หภมู ิตัง้ แต่ 400 - 800 °C
3. ระดับ C คือ ระดับบนสุดของห้องมีกลุ่มควันหนาแน่นมาก ไม่มีออกซิเจนส้าหรับหายใจ
มีอณุ หภมู ิต้งั แต่ 800 °C ข้นึ ไป
ขณะเกิดเพลิงไหม้ จะเกิดส่งิ ตอ่ ไปน้ี
1. ความมืด ซ่ึงเกิดจากกลุ่มควันและจากเปลวไฟที่ท้าให้เกิดการปิดก้ันสายตาท้าให้มองทะลุผ่านไป
ไมไ่ ด้
2. ความร้อน ซ่ึงเกิดจากอุณหภูมิท่ีแฝง ที่อยู่ในกลุ่มควันหรือในเชื้อเพลิง ซ่ึงเกิดการคายไอ และ
พร้อมที่จะจดุ ตดิ ไฟ
3. ไอและควัน ซ่ึงเกิดจาการคายไอของเชื้อเพลิง ควันบางอย่างจัดเป็นควันพิษและเกิดภาวการณ์
ขาดออกซเิ จนในขณะนั้น
4. เวลา ซ่ึงในที่น้ีหมายถึงเวลาที่ใชใ้ นการหนีไฟ จะท้าการดับเพลิงหรือหนีไฟมีโอกาสเพียง 2
นาที
P a g e | 47
กำรดบั เพลงิ
การดบั เพลงิ แบ่งออกได้เป็น 4 อยา่ ง
1. กำจัดเช้อื เพลงิ หมายถงึ ท้าให้เชื้อเพลงิ เกิดการกระจัดกระจาย ไม่สามารถรวมตัวกันมีความ
หนาแนน่ พอท้าให้เกิดการจดุ ตดิ ไฟได้หรือก้าจดั ในสว่ นทีย่ งั ไม่ได้ ไหม้ออกไปจากปฏิกริ ิยา
2. กำจดั ออกซิเจน หมายถึง ทา้ ให้ออกซิเจนทจี่ ะไปรวมตวั กับปฏิกริ ยิ าของเพลงิ ไหม้ให้ต้่ากว่า 16
% ในบรรยากาศ
3. กำจัดควำมร้อน หมายถึง ลดอุณหภูมิของเชื้อเพลิงให้ต้่ากว่าจุดติดไฟ จะท้าให้เปลวไฟดับลง
และเมือ่ ลดอณุ หภมู ิใหต้ ่า้ กว่าจดุ คายไอก็จะท้าใหไ้ ม่มคี วนั
4. ตัดปฏิกิริยำลูกโซ่ หมายถึง ตัดการติดต่อลุกลามหรือน้าสารเคมีบางอย่าง บางชนิด เข้าไป
แทรกในปฏิกิรยิ าทา้ ให้เชอ้ื เพลิง ออกซิเจน และความรอ้ น ไมส่ ามารถรวมตัวเปน็ องคป์ ระกอบของไฟได้
ข้อควรปฏิบัตเิ ม่อื เกดิ อคั คีภยั และวิธีกำรระงับอัคคีภัย
การดับเพลิงจะท้าได้ส้าเร็จและมีประสิทธิภาพดีมากน้อยเพียงใด จะต้องมีแผนการท่ีวางไว้ล่วงหน้า
และปฏิบัติตามแผนนั้น ถ้าการปฏิบัติไม่ได้ตามแผนการท่ีวางไว้บางครั้งอาจจะท้าให้สถานการณ์กลับเลวร้าย
ย่ิงข้ึน ดังน้ัน การจะดับไฟให้มีประสิทธิภาพดีได้น้ันอีกประการหนึ่ง คือ การเข้าใจลักษณะและองค์ประกอบ
ของไฟ รวมถึงความรู้ในการใชอ้ ุปกรณด์ บั เพลงิ อย่างถูกตอ้ ง
จุด หรือแหล่งกำเนิดประกำยไฟ
1. ประกำยไฟจำกระบบไฟฟ้ำ เป็นต้นเหตสุ ้าคัญประการหนึ่งของเพลงิ ไหม้ ได้แก่ ประกายไฟ
จากสิ่ง ตอ่ ไปน้ี
1.1 มอเตอร์ เครื่องก้าเนดิ ไฟฟา้ หรือเครื่องจกั รไฟฟ้าอ่ืน ๆ ทหี่ มุนสง่ กา้ ลงั
1.2 ประกายไฟระหวา่ งขั้วไฟฟา้ ทีส่ วิตช์หรอื รีเลยต์ ่าง ๆ
1.3 การกระโดดของประจไุ ฟฟา้ สถิตยจ์ ากระบบต่าง ๆ
1.4 การปลอ่ ยกระแสออกจากข้ัวของคาปาซิเตอร์
1.5 ประกายไฟจากบริเวณรอยตอ่ และขัว้ ไฟฟ้าตา่ ง ๆ
1.6 ประกายไฟจากเปลวเช่ือมไฟฟา้
1.7 ประกายไฟจากสายไฟช้ารุด
2. ประกำยไฟจำกผิวร้อน ผวิ ร้อนเปน็ สว่ นทที่ ้าใหโ้ มเลกุลของสารเชื้อเพลิงที่มีขนาดใหญ่ได้แตกตัว
ออกเป็นโมเลกุล และมีอุณหภูมิจุดควบต้่ากว่าอุณหภูมิในขณะน้ัน จึงเป็นผลให้ เกิดการลุกไหม้ข้ึนได้
แหลง่ ผิวรอ้ น ไดแ้ ก่
2.1 เตาไฟ
2.2 ทอ่ ไอเสยี ของเครอ่ื งยนต์ เคร่ืองตน้ กา้ ลงั
2.3 เตาเผา หม้อไอนา้ ทอ่ ลมรอ้ น ปล่องไฟ