คุณชาตรี ณ ถลาง ปลัดจังหวดั สตลู
คณุ ชาตชิ าย (เซย้ี ) เพราะดงี าม
คุณชูชยั อดุ มโภชน์ ทปี่ รึกษาดา้ นพฒั นาระบบสิทธิประโยชนท์ างศุลกากร
คณุ ไชยพร นิยมแกว้ นายอำ� เภอเมอื งสงขลา
คณุ ไชยยงค์ มณรี ่งุ สกลุ นายกสมาคมนักหนังสอื พิมพ์ ภูมภิ าคแห่งประเทศไทย (สนพท)
คุณณัฐพงษ์ เนยี มสม นายกเทศมนตรีต�ำบลนาตาลว่ ง ประธานสันนิบาตเทศบาลจงั หวัดตรัง
คุณณฐั วฒุ ิ เพ็ชรพรหมศร อดีตผวู้ า่ ราชการจังหวัดเพชรบรุ ี
คุณตะเขบ็ เหมมัน รองนายกเทศมนตรเี มอื งคลองแห
คุณทรงศกั ดิ์ ทองศร ี รฐั มนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย
คุณทิวา สังขบญุ ญา นายกเทศมนตรตี �ำบลเชงิ แส
คุณธนน เวชกรกะนนท์ อดีตผ้วู า่ ราชการจงั หวดั นนทบรุ ี
คุณธารา ปติ ุเตชะ ส.ส.จังหวัดระนอง
คุณธีรตุ ม์ ศุภวิบูลยผ์ ล รองผู้วา่ ราชการจงั หวัดยะลา
คุณนราพฒั น์ แก้วทอง ผู้ชว่ ยรัฐมนตรีประจำ� กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
คุณแนน จิตพลอย จติ จกั รวาลทอง ว่าทีผ่ สู้ มัคร ส.ส.เขต ๔ เชยี งใหม่ และทมี คณะท่ีปรกึ ษา
คณุ บุญชู จนั ทรส์ ุวรรณ นายกสมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทย
คณุ บญุ ธรรม วนิดา อธิบดกี รมปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั
คณุ บุญแสง ปึงพพิ ัฒน์ตระกูล โรงแรมบีพี สมิหลา บชี แอนด์ รีสอร์ท
คณุ ประพล สทิ ธชิ ยั เจ้าพนกั งานทดี่ นิ จังหวัดชยั ภมู ิ สาขาบำ� เหน็จณรงค์
คณุ ปานบุญ พลบุตร นกั วิชาการศลุ กากรชำ� นาญการ
คณุ พยงค์ สงวนกอ้ ย นายกเทศมนตรตี ำ� บลนาสาร ประธานสนั นบิ าตเทศบาลจงั หวดั นครศรธี รรมราช
คุณพรพจน์ เบญ็ มาส รองปลัดกระทรวงมหาไทย ประธานกรรมการองค์การจัดการน้ำ� เสีย
คุณพีระพล สาครนิ ทร์ อดตี อธบิ ดกี รมธรุ กจิ พลังงาน
คุณไพฑูรย์ แกว้ ทอง อดตี รฐั มนตรวี ่าการกระทรวงแรงงาน
คุณไพรเจน มากสวุ รรณ์ นายกองค์การบริหารสว่ นจังหวัดสงขลา
คุณไพโรจน์ – จนิ ตนา โปเลม็ ประธานแผนกคดเี ลือกตงั้ ในศาลอุทธรณ์ภาค ๙ และภริยา
คณุ ไพโรจน์ ศรลี ะมุล นายอำ� เภอระโนด
คณุ ยุทธนา พลู พพิ ัฒน์ ผู้อ�ำนวยการสำ� นกั งานศลุ กากร ภาค ๔
คณุ ยุวประชาธิปตั ย์ สงขลาเขต ๑
คุณรอเซ็ง ไหรเจรญิ นายกเทศมนตรตี �ำบลเกาะแตว้ ประธานสันนบิ าตเทศบาลภาคใต้
50
คุณรชั ต์เทพ ดีประหลาด รองเลขาธิการสำ� นักงานอัยการสูงสุด
คุณราเมศ รตั นอรณุ ผอู้ �ำนวยการภาค ๘ ธพว. (SMEO BANK)
คณุ ล้อม ตน้ิ หนู หวั หนา้ สาขาพรรคประชาธปิ ตั ย์ เขต ๒
คณุ ลุตฟี หะยีอแี ต นายกเทศมนตรีต�ำบลบาเจาะ ประธานสนั นบิ าตเทศบาลจังหวดั นราธิวาส
คณุ วรณฏั ฐ์ – ณัฐณชิ า หนรู อด รองผวู้ ่าราชการจงั หวดั สงขลาและภรยิ า
คณุ วิชิต – กญั ญ์ฐณัฐฐา ไตรสรณกุล นายกองค์การบรหิ ารสว่ นจงั หวัดศรสี ะเกษและภริยา
คุณวทิ ยา พาณิชพงศ์ อดีตผวู้ ่าราชการจังหวดั ปตั ตานี
คุณวนิ จิ เทพนิต นายอ�ำเภอควนเนยี ง
คุณวิไลวรรณ สวุ รรณรกั ษา พัฒนาสงั คมและความม่ันคงของมนษุ ย์ จ.สงขลา
คุณศภุ สันห์ หนสู วัสด์ิ รองเลขาธิการสมาคมสนั นบิ าตเทศบาลแหง่ ประเทศไทย
คุณสมคดิ จันทมฤก รองปลัดกระทรวงมหาดไทย
คุณสมใจ ศรสี งค์ นายกองคก์ ารบริหารสว่ นตำ� บลระวะ
คุณสมชวน รตั นมังคลานนท์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
คณุ สมชาย รงั สวิ ฒั นศกั ดิ์ นายกเทศมนตรเี มอื งสนน่ั รกั ษณ์ นายกสมาคมสนั นบิ าตเทศบาลแหง่ ประเทศไทย
คุณสมนกึ บตุ รคง นายกเทศมนตรตี �ำบลโคกมว่ งและคณะ
คุณสมพงษ์ หนสู งค์ นายก อบต.คขู ุด คณะผบู้ ริหาร สมาชิกสภาและพนกั งานสว่ นต�ำบล
คุณสมยศ – มาลัยทพิ ย์ พลายดว้ ง บจก.เขาแดงคอนสตรคั ชน่ั
คุณสญั ญา หลีกลุ บ.เซ้าท์เธิร์น โลจิสตกิ ส์ (2009) จำ� กดั
คพล.ต.ท.สาคร ทองมณุ ี นายกเทศมนตรนี ครหาดใหญ่
คุณสาคร นลิ รัตน์ โยธาธิการและผงั เมืองจงั หวดั ยะลา
คุณสาวสุนารี บุญชัย หัวหน้า สนง.ปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภัย จ.สงขลา
คุณสทุ ธิ ปัญญาสกุลวงศ์ ท่ีปรกึ ษา รมช.มหาดไทย
คณุ สทุ ธิพงษ์ วนั ดี จลุ เจรญิ ปลัดกระทรวงมหาดไทย และภรยิ า
คณุ สพุ จน์ นวลทอง นายกเทศมนตรตี ำ� บลระโนด
คณุ เสวียง แก้วทอง ผพู้ ิพากษาหัวหน้าศาลแขวงสงขลา
คณุ อนชุ ติ – ผศ.ดร.จฑุ ามณี ตระกลู มทุ ตุ า อดตี ผูว้ ่าราชการจงั หวัดยะลาและภรรยา
คณุ อนพุ งษ์ มาค�ำ บ.บลสู กาย แชนเนล จ�ำกัด
คุณอนวุ ัธ วงศว์ รรณ นายก อบจ.แพร่
นายอภินันท์ ศรีสมาพุวตั ร ประธานกติ มศกั ดส์ิ ภาอตุ สาหกรรม จ.สงขลา
คณุ อรรถพล เจริญชันษา อธิบดกี รมทรัพยากรทางทะเลและชายฝัง่
51
คณุ อรรษษิ ฐ์ - จิณณารชั ช สัมพนั ธรตั น์ อธิบดกี รมการพัฒนาชุมชนและภริยา
คณุ อลงกรณ์ พลบตุ ร ทีป่ รึกษารัฐมนตรวี ่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
คุณอวยชยั กลุ ทพิ ยม์ นตรี อดตี รองอธบิ ดกี รมศุลกากร
คุณอัศวนิ วิภสู ริ ิ รองหัวหนา้ พรรคประชาธปิ ตั ย์
คณุ อาชวงศ์ สาริพฒั น์ หัวหน้า สนง.ปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภัย จ.พัทลุง
คุณอ�ำพนั มากอำ� ไพ นายกเทศมนตรตี �ำบลทา่ ยาง ประธานสันนบิ าตเทศบาลจังหวัดชมุ พร
ม.ร.ว.ศศิพฤนท์ จันทรทัต กรรมการ การประปานครหลวง
คณะประปานครหลวง
คณุ พงษ์ วิเศษไพฑูรย์
คณุ วิทิต ภูธนทรัพย์
คณุ สมั พันธ์ ทองสมคั ร
คณุ อดิเรก ศรปี ระทักษ์
คณุ อุทาร พิชญาภรณ์ อดตี รองผ้วู า่ ราชการจงั หวัดสตูล
พ.ต.ท.ถาวร ผลกลา้ พ.ต.ท.ฐาปนนั ท์ สกรพันทราช นักเรยี นเก่ามหาวชริ าวุธ ตำ� รวจ (MV. POLICE)
พ.ต.อ.ภูวรา แก้วพารตั น์ ผกก.สภ.เมืองสงขลา
พ.ต.อ.หฤษฎ์ เอกอรุ ุ รอง ผบก.ตม.๓
พล.ต.ต.วรา เวชชาภนิ นั ท์ วาร ี ผบก.ภ.จว.สงขลา
พล.ต.ต.เสกสนั ต์ ชูรังสฤษฎิ์ ผบก.ภ.จว.ยะลา
พล.ต.ท.ธนายตุ ม์ – คณุ นภสั นันท์ วฒุ จิ รสั ธ�ำรง
พล.ต.ท.นันทเดช ย้อยนวล ผบช.ภ.๙
พล.ต.ท.รณศิลป์ ภูส่ าระ
พล.ต.อ.วรพงษ์ ชวิ ปรชี า
พล.ต.พชั ร รัตตกลุ ประธานเจ้าหนา้ ทบี่ ริหาร บริษัท หาดทิพย์ จ�ำกัด (มหาชน)
พล.ต.อ.ดร.ปิยะ – ราชริ ษั อทุ าโย
พล.ต.อ.ธรี วฒุ ิ บตุ รศรีภมู ิ อดตี รฐั มนตรีช่วยวา่ การกระทรวงมหาดไทย
พล.ร.ต.สมเกยี รติ พลประยรู เลขาธกิ ารศนู ย์อ�ำนวยการบรหิ ารจังหวดั ชายแดนภาคใต้
คณุ วริ ัช ฟาร์ม
คพอ ๓๖๙ สมาคม SME สงขลา
กลมุ่ จนั ทรส์ ายมหาวชิราวธุ
ชมรมข้าราชการบ�ำนาญมหาดไทยภาคใต้
52
ชมรมสตรีสงขลา ๒๐๐๔
วรนารเี ฉลิม ร่นุ ๕๖
กรงุ เทพธรุ กิจ
ทีมข่าวการเมืองไทยรฐั
เทศบาลเมืองคลองแห
นพ.ฆนทั ครฑุ กูล
นสพ.เดลินวิ ส์ – เดลินิวสอ์ อนไลน์
นสพ.มติชน – ข่าวสด – ประชาชาตธิ รุ กจิ
เนชัน่ ทีวี
บริษทั เคเอม็ ไอที คอนสตรคั ชัน่
บรษิ ัท ทรานส์ ไทย-มาเลเซีย (ประเทศไทย) จ�ำกัด
บรษิ ัท สงวนพาณิชย์
บริษทั สมหิ ลา โคลด์ สโตเรจ จำ� กัด
บริษทั หาดทพิ ย์ จ�ำกดั (มหาชน)
เบอร์ ๔ กรปุ๊
บริษัท เอล แอนด์ ดบั เบิ้ลยู ยไู นเต็ดกรุ๊ป จ�ำกัด S&W United Group Co.Ltd.
บริษัท ซแี วล จ�ำกัด (มหาชน)
บริษัท นำ� คนต่างดา้ วมาท�ำงานในประเทศไทย
บรษิ ทั ปตท.สำ� รวจและผลิตปิโตเลยี ม จำ� กดั (มหาชน)
บจก.มหาชัยโฟล์คลิฟท์ และบรษิ ทั ในเครอื ฯ
ฝ่ายจดั ซื้อ บรษิ ัท สยามอินเตอร์เนชน่ั แนลฟดู๊ จำ� กดั
ภาคีคนรกั เมืองสงขลาสมาคม
มหาวชิราวธุ “๑๙”
มหาวชิราวธุ ม.ศ.รนุ่ สดุ ทา้ ย
มหาวิทยาลยั สงขลานครินทร์
โรงเรียนวรนารีเฉลิม จังหวัดสงขลา
โรงเรยี นวิเชยี รชม
ลาบานนู
ลูกหลาน คณุ แมห่ ้วย นครใบ
วเิ ชยี รชม ๒๕๑๘
53
ศ.ดร.วฒุ สิ าร ต้นไชย เลขาธิการ สถานบนั พระปกเกลา้
ศูนยป์ ้องกนั และบรรเทาสาธารณภยั เขต ๑๒ สงขลา
ศนู ยร์ วมชมรมคนรักสุขภาพ เทศบาลนครสงขลา
สนง.เกษตรจงั หวดั สงขลา
สนง.โยธาธิการและผงั เมืองจังหวดั สงขลา
สนง.สปป.ภาค ๙
ส.ส.ววิ รรธน์ นลิ วัชรมณี พรรคประชาธปิ ัตย์ สุราษฎรธ์ านี
ส.ส.ศิรวิ รรณ ปราศจากศตั รู สมาชกิ สภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธปิ ตั ย์
สถาบนั ทิศทางไทย
สนง.เขตพ้นื ทก่ี ารศกึ ษามัธยมศึกษาสงขลา – สตลู
สโมสรโรตาร่ี สงขลา
สวนสัตวส์ งขลา
สนง.ท่ีดินจังหวดั สุราษฎร์ธานี สาขา พนุ พิน
หจก.กระแสสินธุ์การโยธา
หจก.หนเู หิม ซฟี ู้ดส์ โปรดกั ส์
ห้าสมาคมจนี จงั หวดั สงขลา
บจก.รักษาความปลอดภยั โปรการ์ดแมก็ ซ์
หจก.อ.การไฟฟ้าสงขลา
อ.สวาท ไชยออ่ นแก้ว ประธานสภาเทศบาลนครสงขลา
องคก์ ารจัดการน้ำ� เสีย
แฮปปี้เวริ ์คอนิ เตอร์เนชั่นแนล จ�ำกดั
Hagoromo Food Corporation
ITOCHU (Thailand) LTD.
ITOCHU Corporation (TOKEA)
ITOCHU Corporation (TOKEN)
JMB Internationnal (Thailand) Co., Ltd.
Kawasho Food (Thailand) Co., Ltd.
MORIMISU CO.LTD.
MR.AKIHIKO SUDA Director KAWASHO FOODS COPORATION
MR.AKIRA YANO Managing Director KAWASHO FOODS (GULF) FZE
54
MR.TATSUYA ITO President KAWASHO FOODS USA INC.
MR.YASUNORI HAYASHI President KAWASHO FOODS COPORATION
Nation Group
OY Transport
บมจ.คราวน์ ฟู้ด แพคเกจ็ จ้งิ (ประเทศไทย)
พนั ตำ� รวจเอก ทวี สอดสอ่ ง ส.ส.แบบบญั ชรี ายช่ือพรรคประชาชาติ อดตี อธิบดีกรมสอบสวน
คดีพิเศษและเลขาธกิ าร ศอ.บต.
เจริญ จันทอิสสระ อดตี นายกสมาคมประมง จ.ปตั ตานี
คุณชวกจิ จ์ สุวรรณคีรี นายอำ� เภอหาดใหญ่
คณุ ชัยฤทธ์ิ-จุฑารตั น ดำ� รงเกียรติ และครอบครวั โรงเรยี นเทศบาล ๑ (ถนนนครนอก)
คณุ ทวพี งษ์ วิชยั ดษิ ฐ ผูว้ ่าการการเคหะแห่งชาติ
ดร.ธราดล - วิมลภทั ร์ เปย่ี มพงศ์สานต์
สภาอุตสาหกรรมจังหวัดสงขลา
คุณจตุรงค์ พรหมวจิ ิต เกษตรจังหวดั นราธวิ าส
ร.อ.นพ.อจั ฉริยะ แพงมา เลขาธิการสถาบนั การแพทยฉ์ ุกเฉินแหง่ ชาติ
บมจ.ซีพเี อฟ (ประเทศไทย) โรงงานแปรรูปไก่สงขลา (จะนะ)
ทีมขา่ วการเมอื ง TNN๑๖
เติม-พกั ตร์-ก๊ิบ-กอลฟ์
คณุ ภาธร ดำ� รงเกยี รติ (รองประธานบรหิ าร) One Management Co., Ltd.
คณุ สนธิญาณ ชนื่ ฤทยั ในธรรม สถานขี ่าว Topnews
เพนนี ออย
ทนายเชาว์ มขี วด อดตี รองโฆษกพรรคประชาธิปตั ย์
พ.ต.อ.ศราวธุ เจี้ยงเต็ม ผกก.สภ.ควนมีด/ข้าราชการตำ� รวจ
โรงเรียนเกาะแตว้ พทิ ยาสรรค์
โรงเรีย อบจ.สงขลาพทิ ยานุสรณ์
นายอรรถพล พรอ้ มมูล นายกเทศมนตรเี มอื งปาดงั เบซาร์
ราม ทกั ษิณ
คุณวฒั นศกั ย์ เสือเอย่ี ม อธิบดีกรมการคา้ ภายใน
คุณสนธริ ัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรคสร้างอนาคตไทย
โรงพยาบาลรามคำ� แหง
55
นพ.สทุ ศั น์ อ้ือศิริมานนท์
องค์การนสิ ติ ม.ทกั ษณิ สงขลา
คุณประสิทธิ์ แกว้ มรกต นายกเทศมนตรี ต�ำบลทงุ่ ลานและคณะ
คณุ สนั ตธิ ร - ดวงกมล ยม้ิ ละมยั ผวู้ า่ ราชการจงั หวดั ลำ� พนู - ประธานแมบ่ า้ นมหาดไทยจงั หวดั ลำ� พนู
มานติ ปานเอม ผู้วา่ การ การประปานครหลวง
เพื่อน ๆ โรงเรียนถนนวเิ ชยี รชม รุน่ ส.ข.๒๒ ป.๗/๑๕
พล.ต.ต.นิตินัย - คุณสุวรรยา หลังยาหน่าย รองผู้บัญชาการตำ� รวจภูธรภาค ๙ และภรยิ า
ส.ส.ประกอบ รัตนพันธ์ พรรคประชาธปิ ัตย์
คุณสมบัติ วัชรนิ ทร์พร และครอบครัว รา้ นขนมบ้านแม่คณุ หลี สพุ รรณบรุ ี
ศนู ยร์ บั แจง้ เหตุและสั่งการ (1669) อบจ.สงขลา
กลุ่มเราอาสา สุพรรณบุรี
มูลนธิ สิ ามัคคธี รรมตระกูลองึ้ จังหวดั สงขลา
บรษิ ัท ก�ำมะเชยี รค้าส่ง จำ� กดั สุพรรณบุรี
คุณฐิติการต์ ศิริจันทร์ มหาวทิ ยาลยั หาดใหญ่ (รองผู้อ�ำนวยการส�ำนักงานอธกิ ารบดี)
นายอภิสทิ ธิ์ - พิมพเ์ พ็ญ เวชชาชีวะ อดตี นายกรัฐมนตร/ี อดตี หัวหน้าพรรคประชาธปิ ัตย์
ส�ำนกั งานวัฒนธรรมจงั หวดั สงขลา
นายวรวทิ ย์ พงษจีน นีโอกร๊ปุ ประธานกลุม่ กอลฟ์ วที เซฟต้ี
พลเอกเกรยี งไกร - ดร.คนงึ นิตย์ ศรีรกั ษ ์ ผ้ชู ว่ ยผบู้ ัญชาการทหารบกและภรยิ า
โรงแรมเดอะซกิ เนเจอร์แอร์พอรต์
คณุ จุ้ย - วรรณา ลม่ิ กตัญญู บจก.แสงเจริญคอนกรีตมิกซ์(2002)
คุณกวี อารีกลุ อดีตผวู้ า่ การ การประปานครหลวง
ดร.ฐิตเิ ชฏฐ์ นชุ นาฏ กรรมการการเลอื กต้งั
ดร.สุทธศิ กั ดิ์ ลาภประเสรฐิ ผู้ช่วยผวู้ า่ การ (สำ� นักงานบรหิ ารโครงการ) การประปานครหลวง
คณุ อนรรม อทุ ัยรตั น ์ โครงการบา้ นธีรพงศ์ สงขลา
สส.อัครเดช วงษพ์ ทิ ักษโ์ รจน์ สส.จงั หวัดราชบรุ ี เขต ๔
คุณประพิศ จนั ทรม์ า อธบิ ดีกรมชลประทาน
คณุ เกรยี งศกั ด์ิ บัวน่มุ บริษัท เวลเกรดเอ็นจเิ นียร่งิ จ�ำกัด (มหาชน)
คณุ วจิ ิตรา ปาลาเร่ บรษิ ทั เวลิ ์ดมีเดยี กราฟฟคิ จำ� กดั
วา่ ที่ร้อยตรี วรี วุฒนิ อ่อนแกว้ เจา้ พนกั งานทด่ี นิ จังหวัดสตูล
คณุ พาณชิ พงศม์ ณี บริษทั ซิสทรอนกิ ส์ จ�ำกดั
56
ด่านศุลกากรสะเดา
คณุ สมสวย คงวัดใหม่ บรษิ ัท โอฬารอมิ พอร์ต จำ� กดั
นพ.สงกรานต์ ไหมชุม นายแพทย์สาธารณสขุ จงั หวัดสงขลา
สนง.ท่ีดินจงั หวดั สงขลา สาขาจะนะ
สมบัติ จันทรลาวัลย์ อดตี รองอธบิ ดีกรมที่ดิน
บรษิ ัท ไทยยเู นีย่ น กรุ๊ป จ�ำกัด (มหาชน)
หจก.ศิลปชัยคอนกรตี (เกาะถ�ำ้ )
พล.ต.อ.ณฐกรญ์ - พญ.วนั วสิ าข์ กาญจนาภรณ์ ผบก.ภ.จว.พงั งา - รพ.สงขลา
คณุ เปลย่ี น - โสภดิ า แกว้ ฤทธิ์ รองอธบดิ ีกรมทด่ี นิ และภรยิ า
คณุ นสิ ติ จันทรส์ มวงศ์ ประธานกรรมการ การประปานครหลวง
สนง.ท่ีดินจงั หวดั สงขลา
บริษัท ไออารพ์ ีซี จำ� กัด (มหาชน)
คณุ วนดิ า อทุ ัยสมนภา รองกรรมการผจู้ ดั การใหญพ่ าณชิ ยกิจและการตลาด
คณะกรรมการบริหารสมาคมผูผ้ ลติ ปลาป่นไทย
บจ.พัฒนาการตลาดปลาปน่
ทรงชยั ชทู พิ ย์ โยธาธกิ ารและผังเมอื ง จ.ชมุ พร
ว่าทรี่ ้อยเอก ธรี พงศ์ ครธุ ดิลกานันท์ รองอธิบดีกรมโยธาธกิ ารและผงั เมือง
บจก.แสงเจริญวฒั นาการประมง
คณุ อนวชั สุวรรณเดช รองอธิบดกี รมโยธาธกิ ารและผงั เมอื ง
คุณอภิสิทธ์ิ ธนนิ ทรานนท์ บจก.บ้านกาญจนทรัพย์
คณุ สกฤษพงศ์ ปักสังคะเณย์ เกษตรอำ� เภอหาดใหญ่
นพ.วัย ศรมี นสั
นพ.ธานนิ ทร์ ศิริรมงคลรัต
สส.องอาจ - ดร.อโณทยั คล้ามไพรบลู ย์ รองหวั หนา้ พรรคประชาธปิ ัตย์และภริยา
คณุ วงศกร - พวงศรี นนุ่ ชูคนั ธ์ อดตี รองผวู้ า่ ราชการจังหวดั สงขลาและภริยา
คุณปรีชา นวลน้อย ปลดั จังหวัดนราธวิ าส
พ.จ.ท.อนนั ต์ บญุ สำ� ราญ ปลดั จงั หวัดยะลา
ธนาคารกรงุ เทพสาขาสงขลา
สมาคมฮกเกี้ยนสงขลา
ส.ส.ธีรภทั ร พริง้ ศลุ กะ พรรคประชาธปิ ัตย์ สรุ าษฎร์ธานี
57
ดร.ไตรรงค์ สุวรรณคีรี
นายเอกรฐั - นาวาตรหี ญงิ โนสมา หลเี สน็ ผวู้ า่ ราชการจงั หวดั พงั งาและนายกเหลา่ กาชาดจงั หวดั พงั งา
ชชั วาล – สุพรรณี ฉายะบุตร ผวู้ า่ ชการจังหวดั ลำ� ปางและนายกเหล่ากาชาดจงั หวดั ลำ� ปาง
สเุ ทพ เอือ้ ปกรณ ์ รองผูว้ ่าการบริการด้านตะวันออกการประปานครหลวง
บมจ.บที เี อส กรปุ๊ โฮลดิ้งส์
บริษัท เออาร์ ไอที จำ� กดั
พล.ต.อ. เสรพี ศิ ุทธ์ เตมยี เวส
บริษัท ไออารพ์ ีซี จำ� กดั มหาชน
คุณรวลิต ทพิ พาวนิช
บมจ.ธนาคารกรุงไทย สาขาสวนมะลิ
บจก.เอสพพี ี โกลบอล-บจก.นานาบ้านและทด่ี ิน สนง.กทม.เพชรบรุ ี
โรงพยาบาลธญั ญารกั ษ์สงขลา
เพ่อื น ๆ ป.โท เศรษฐศาสตร์ ม.รามค�ำแหง ร่นุ ๓
คุณจำ� เริญ - คุณวิภาดา ทิพญพงศธ์ าดา ผ้วู า่ ราชการจังหวัดสตลู และนายกเหลา่ กาชาดจงั หวัดสตลู
นพ.พูนศกั ด์ิ ภาสภญิ โญ
พล.ต.ต.ดร.ปรีชา - อวพิน กลัดสวัสดิ์ อดตี ผ้ทู รงคุณวฒุ ิ สำ� นกั งานต�ำรวจแหง่ ชาติ และภริยา
บริษัท กรุงเทพโปรดว้ิ ส์ จำ� กดั (มหาชน)
ธนาคารทหารไทยธนชาต สาขาโลตัสสงขลา
คณุ สมบรู ณ์ สุนันทพงศ์ศกั ดิ์ อดตี ผวู้ ่าการ การประปาสว่ นภูมิภาค
คณุ อเนกชัย อารยะญาณ ผพู้ ิพากษาศาลอุธรณ์ ภาค ๙
คณุ อรชา จันทรส์ ีด�ำ โยธาธกิ ารและผังเมืองจังหวัดสตลู
แม่หมาย หมงิ ไหม มอส
พญ.วริ งรอง เจริญพงษ์
คุณคีรี กาญจนพาสน์ ประธานกรรมการ บมจ.บที ีเอส กรปุ๊ โฮลดง้ิ ส์
ดร.กานต์ บุญศิริ นายกสมาคมชาวสงขลา
นายกอเดช สมนั ดาโอะ นายกองคก์ ารบริหารสว่ นตำ� บลปา่ ชิง
สส.มนตรี (ต๊ง) ปา้ นอ้ ยนนท์ พรรคประชาธิปตั ย์ ประจวบครี ขี ันธ์
ณฐั พงค์ ยะนายเดมิ นายกองคก์ ารบริหารส่วนตำ� บลเทพา
พล.ต.ต.ทินกร รงั มาตย์ รอง ผบช.สพฐ.ตร/รอง ผอ.ศปก.ตร.สน.
พร.ชยั ทตั แซต่ ั้ง กรรมการ การประปานครหลวง
58
สมาคมเอสเอ็มอี จงั หวัดสงขลา
คุณอ�ำนาจ หาญประสิทธ์คิ ำ� บ.เซท็ กรุ๊ป โซลูชนั่ จำ� กดั
นพ.สรรเสริญ พงษ์ลิขติ มงคล
บ.ช้างดาวเดอื น กติ ตธิ ชั วิภาวสุ
คุณนนทพงศ์ กิมาคม และครอบครวั ผู้พิพากษาศาลจังหวัดนาทวี
แสงทองรนุ่ ๒๓ เพอื่ นพาพล
S.C.Y.SOUND MUSIC และครอบครวั
วรี ะกานต์ มสุ ิกพงศ์ และครอบครัว
พล.ต.ศรชยั แกวนพ กรรมการเหรัญญิกสมาคมคลองไทย เพือ่ การศึกษาและพฒั นา
พล.อ.พงษเ์ ทพ เทศประทปี เลขามูลนธิ ริ ฐั บรุ ุษ พล.อ.เปรม ตณิ สูลานนทแ์ ละนายกสมาคม
คลองไทยเพือ่ การศกึ ษาและพัฒนา
พล.อ.ประดิษฐ์ บุญเกดิ เลขาสมาคมคลองไทย เพอื่ การศกึ ษาและพฒั นา
คุณสาโจน์ รัตพนั ธ ์ นายกเทศมนตรีต�ำบลบา้ นไร่
คุณชยั วุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รฐั มนตรวี ่าการกระทรวงดิจิทลั เพื่อเศรษฐกจิ และสังคม
คณุ วิจติ รรักษ์ มสุ ิกราษฎร์ นายก อบต.พงั ลา
คณุ ภรณน์ ภสั วรเดช ผูอ้ ำ� นวยการฯและคณะครู รร.อนุบาลบ้านท่าสะอ้าน
คณุ บญุ ชยั คดิ การณ์ไกล บรษิ ัท บุญชยั ธรุ กิจหาดใหญ่ จ�ำกดั
มูลนิธิโรงเจเตา๋ บ้อเก็งหาดใหญ่
ชมรมอาสาจติ เพือ่ เขารูปช้าง
Fifty One Co. Ltd.
พล.ต.ต.สาธิต - ธิชา พลพนิ จิ ผบก.สส.ภ๙ และภริยา
นายเฉลมิ พนั ธ์ ยนิ เจรญิ ผอู้ ำ� นวยการสำ� นกั งานทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดลอ้ มจงั หวดั สงขลา
นายจตุพร บรุ ุษพฒั น์ ปลดั กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและส่งิ แวดลอ้ ม
อัญเชญิ ท่ังสมบตั ิ
โรงแรมวีว่าสงขลา
พงศ์เทพ บวั ทรัพย์ รองอธบิ ดกี รมศุลกากร
มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั สงขลา
นพ.สมศกั ด์ิ - นางรัตนวดี อรรฆศิลป์ อดตี อธบิ ดีกรมการแพทยแ์ ละภริยา
นายถวลั ย์ รอดจิต ผอู้ �ำนวยการกองสืบสวนและปราบปรามกรมศุลกากร
นายชลฐั ปทมุ พรจรุ ี ผอู้ ำ� นวยการกองสืบสวนและปราบปราม ๒ กรมศุลกากร
59
นายทวศี กั ดิ์ ทวีรตั น์ นายกเทศมนตรีเมืองคอหงส์
ร.พ.กรงุ เทพหาดใหญ่
นายประเสรฐิ แกว้ เพ็ชร นายกสภาสถาบนั และผู้บริหาร สถาบันการอาชวี ศึกษาภาคใต้ ๓
แผนกการตลาด บรษิ ัท สยามอินเตอร์เนชนั่ แนลฟูด้ จ�ำกัด
สนามกฬี าชนโค บ้านปากพล
สชุ าติ พรมสวสั ด ิ์ นายกองค์การบรหิ ารส่วนตำ� บลท�ำนบ
สนามกฬี าชนโค บางกลำ่�
มณเฑียร มนตรี นายกอบต.นาปะขอ
เทศบาลเมอื งสะเดา
ส�ำนกั ชา่ ง อบจ.สงขลา
บรษิ ัท เอ.พ.ี เค.เฟอร์นิชิ่ง พาราวู้ด จำ� กัด
สมาคมกีฬายกน้ำ� หนกั สมคั รเลน่ แหง่ ประเทศไทย
นายกแพร วสุ ประดิษฐ์พร นายกเทศมนตรเี มืองทา่ ข้าม
ก�ำนันไพโรจน์ เพชรตีบ หจก.เพชรรุ่งโรจนก์ ่อสรา้ ง จ.พัทลงุ
ส.ส.นพดล มาตรศรี พรรคชาติไทยพฒั นา จ.สุพรรณบรุ ี
นายเทิดพงษ์ ไชยนันทน์
บริษทั โอเช่ียนฟดี จ�ำกัด
สชุ าติ - วิมลจติ ชมกลิน่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานและภริยา
คณุ เชื่อง ชาตอรยิ ะกุล กรรมการผแู้ ทนพิเศษของรฐั บาลในการแก้ไขปญั หา จชต.
คณุ สาโรจน์ รตั นพันธ์ นายกเทศมนตรตี ำ� บลบา้ นไร่
ชมรมกำ� นันผใู้ หญบ่ ้านตำ� บลเกาะยอ
ธ.ซีไอเอม็ บี ไทย จ�ำกดั (มหาชน) สาขาสงขลา
บริษทั ทพี ไี อ โพลนี เพาเวอร์ จำ� กัด (มหาชน)
โรงพยาบาลราษฏรย์ ินดี
ตัวแทนพรรคประชาธิปัตย์ เขต ๓ นราธิวาส
เพ่ือนอนบุ าลสงขลา
ส.ส.ออ้ ย สมชาติ ประดิษฐพร พรรคประชาธิปัตย์ เขต ๔ สุราษฏร์ธานี
ดร.รชั ดา ธนาดิเรก รองโฆษกรฐั บาล
คณุ พรอุทยั สมพงศ์ ผูอ้ ำ� นวยการภาค ธนาคารออมสนิ ภาค ๑๘
สำ� นักงานประชาสัมพนั ธ์ จังหวัดสงขลา
60
นางทศั นีย์ ผลชานโิ ก รองอธบิ ดกี รมประชาสมั พันธ์
ไลออนวาทิศ – ไลออนละออง บญุ ยปราการ อดตี ผู้วา่ การ ไลออนส์สากลภาค 310 ปี
นายเฉลิมชนม์ วรรณทอง ผอู้ ำ� นวยการหอดดู าวภูมิภาค
คุณกฤชณทั ท พลรัตน์ นายอ�ำเภอนาหมอ่ ม
คณุ มารุต - จนั ทนา เจริญศรี
บริษทั ฟู้ด แมซซินเนอรี่ จำ� กัด
บรษิ ัท วี-เซริ ์ฟ โลจิสตกิ ส์ จ�ำกัด
พล.ต.อ.อดุลย์ – อรัญญา แสงสิงแกว้
สำ� นักงานพาณิชย์จังหวดั สงขลา
การไฟฟา้ ส่วนภมู ิภาคจงั หวัดสงขลา
หนว่ ยสบื สวนปราบปรามสงขลา กรมศุลกากร
ธนาคารออมสิน สาขาจะนะ
พล.ต.ต.สุนทร ลมิ เกียรติ รอง ผบช.ตชด.
พงศ์รัตน์ - ศลษิ า ภิรมยร์ ตั น์ อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมอื งและประธานชมรมแม่บ้านกรม
โยธาธกิ ารและผังเมอื ง
เพื่อนมหาวชริ าวธุ สงขลา ม.ศ. รุ่นสดุ ท้าย ม.ศ.๕/๖
คุณวทิ ศกั ด์ิ จำ� เรญิ นสุ ติ นายอ�ำเภอนาทวี
คุณเศรษฐ์ อัลยฟุ รี นายกองคก์ ารบริหารส่วนจังหวัดปัตตานี
สมาคมนกั เรยี นเก่ามหาวชิราวธุ
บริษทั ฐานเศรษฐกิจ มัลตมิ เี ดีย จ�ำกัด
วทิ ยา ทพิ ยม์ ณี นายกเทศมนตรีเทศบาลตำ� บลทา่ ชา้ ง
มหาวชริ าวธุ ๑๘,๒๐ รุ่น ๗๗
คุณศุภวฒั น์ ไตรวนาธรรม บจก.วนาวัฒน์วัสดแุ ละบรษิ ัทในเครือ
กองสาธารณสขุ องคก์ ารบรหิ ารส่วนจังหวัดสงขลา
นายสมศกั ด์ิ ศรีวัฒนา รองประธานชุมชนวงั เขยี ว วังขาว เทศบาลนครสงขลา
ชมรมนักเรียนเก่ามหาวชิราวุธ จงั หวดั ปัตตานี
ชมรมนกั เรียนเก่ามหาวชิ ราวุธ จังหวัดนราธิวาส
ศ.ดร.เกรยี งศักดิ์ เจริญวงศ์ศักด์ ิ
มูลนิธสิ วนประวตั ศิ าสตร์พลเอกเปรม ติณสลู านนท์
สมาคมไทยจีนจงั หวดั สงขลา
61
คุณพรพรรณ พรประภา
บรษิ ทั โกลบอลกรนี โฮลดง้ิ จ�ำกดั
บรษิ ัท โลหะกจิ รุง่ เรืองทรพั ย์ จำ� กดั
บรษิ ทั วี เอ็น ที อินเตอรพ์ รนิ้ ท์ จ�ำกดั
นายฉัฐมงคล องั คสกุลเกียรติ น.ง.ส.ร่นุ ท่ี ๓ สำ� นักงบประมาณ
โรงเรียนเทศบาล ๓ (วัดศาลาหัวยาง)
คุณวรศกั ด์ิ สทุ ธโิ มกข์ บมจ.ธนาคารกรุงเทพ ส�ำนักธรุ กจิ หาดใหญ่
นายสดาวธุ เดชะอบุ ล และครอบครวั
บ.ทงั ฮ่ัวซิน กรปุ๊
บุญชยั KNT
โรงเรยี นอนบุ าลสงขลา
คุณศรีสุข วิจักษณ์กจิ บรษิ ทั ที.เอน็ .จี (ไทยนัน) จ�ำกดั
ปรดี า คงแปน้ กรรมการสิทธมิ นุษยชนแห่งชาติ
ชาญชยั อิสระเสนารกั ษ์ อดีต สส.นครนายก
ดร.ปีนปพิ ทั ธ์ สุดท�ำนอง อดีตผู้สมคั ร สส.เพชรบรู ณ์ เขต ๔ พรรคประชาธิปตั ย์
T Utilities Co., Ltd.
คณุ ไวกณู ฐ์ ไกรนรา กำ� นันป้อม กระบี่
คณุ นิพันธ์ ภมู ิภมร โกเจีย้ บ กระบี่
พล.ต.ท.พฒั นวธุ - คุณชาลินี อังคะนาวนิ
คุณอัคร ทองใจสด ทีป่ รึกษานายกองค์การบริหารส่วนจงั หวดั เพชรบูรณ์
คุณชัย ปกาภัสสรสกุล ปรชี า อาญาเสน ราม ๙ ทกั ษิณ
หลยุ เดชะอุบล และ บ.ไทรทัน โฮลดงิ้ จำ� กัด (มหาชน)
บ.อซี ซู ุ สงขลา
คุณขรรคช์ ยั บุนปาน
คุณนพพร หนเู พชร นายอำ� เภอสะบ้าย้อย
ครอบครัววริ ยิ ะกลุ
นพ.ธงชัย กรี ตหิ ัตถยากร อธิบดกี รมการแพทย์
ดร.สายสม วงศาสุลักษณ์ ประธานมลู นธิ ชิ ่วยคนปญั ญาออ่ นแหง่ ประเทศไทย ในพระบรมราชนิ ูปถมั ภ์
คณะครแู ละบุคลากรทางการศกึ ษาโรงเรยี นนาทววี ิทยาคม
คุณณฐั วฒุ ิ ไชยชูลี ประธานกรรมการสหกรณอ์ อมทรพั ยน์ ครหาดใหญ่ จ�ำกัด
62
คณุ สินติ ย์ เลศิ ไกร รัฐมนตรชี ่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์
ครอบครัวหริ ัญสาลี
ชมรมผูส้ ูงอายนุ าทับ
โรงแรม ลี การ์เดนส์ พลาซา่
KITCAT INTERNATIONAL PTE LTD
คณุ รุ่งอรณุ อ่นุ เปงิ ผู้จัดการหนว่ ยฝ่ายขาย/บรษิ ัท ซมั ซงุ ประกันชีวิต จำ� กัด
คุณชยาวุธ – เพญ็ จันทร์ จนั ทร อธบิ ดกี รมท่ีดนิ และภริยา
คณุ เอกชัย เลศิ วบิ ลู ย์ลกั ษณ ์ ผตู้ รวจราชการกรมที่ดิน เขต ๕
คุณภิรมย์ - ผศ.ดร.ทพิ ยวรรณ นิลทยา อดีตผู้ว่าราชการจงั หวัดยะลา
ส�ำนกั งานท่ีดินจังหวดั ยะลา
องคก์ ารบริหารส่วนตำ� บลเปียน
องค์การบรหิ ารสว่ นต�ำบลท่งุ พอ
พล.ต.ท.มาโนช - จติ รา ไกรวงศ์
คณุ จำ� เรญิ - นางวภิ าดา ทพิ ญพงศธ์ าดา ผวู้ า่ ราชการจงั หวดั สตลู และนายกเหลา่ กาชาดจงั หวดั สตลู
บจก.กรงุ เทพโปดิ๊วส์ (มหาชน)
GMJ แบตเตอรี่ 24
คณุ พงศ์รัตน์ - ศลษิ า ภริ มยร์ ัตน์ อธบิ ดีกรมโยธาธกิ ารและผังเมอื ง
และประธานชมรมแม่บา้ นกรมโยธาธิการและผังเมอื ง
นพ.ระวี มาศฉมาดล
คณุ วิชชั ไตรรตั น ์ รองประธานสภาวฒั นธรรม ไทย-จนี และสง่ เสริมความสมั พันธ์
MITSUI & CO,THAKLAND LTD MITSAM INTERNATIONAL,LIMITED
กัมพล กลั่นเนยี ม นายกอบต.ตาหลวง จ.ราชบุรี
คณุ พินิจ จารุสมบัติ ประธานสภาวัฒนธรรมไทย - จนี และสง่ เสริมความสัมพนั ธ์
มลู นธิ คิ รดู ีศรีสงขลา
คุณธีรพงศ์ ดนสวี รักษาการประธานสภาทนายความจังหวัดนาทวี
สมาคมประมงสงขลา
คณุ สมบรู ณ์ ปญั ญาธนกร นายกเทศมนตรีเมืองควนลงั
คณุ อนกุ ลู ปิดแกว้ ปลัดกระทรวงการพัฒนาสงั คมและความมั่นคงของมนษุ ย์
บรษิ ัท ลกู ปลาฟาร์ม จ�ำกัด
องค์การบรหิ ารส่วนตำ� บลบา้ นโหนด
63
อบต.สะกอม อำ� เภอจะนะ
คณะกรรมการนักเรยี นโรงเรียนมหาวชริ าวุธ จงั หวดั สงขลา
สภาทนายความในพระบรมราชูปถมั ภ์
ดร.วเิ ชียร ชบุ ไธสง นายกสภาทนายความ
คณุ สุนพร พยัคฆ์ เลขาธิการสภาทนายความ
คุณวาศกั ดิ์ โชติวานชิ อุปนายกฝ่ายเทคโนโลยีและสารสนเทศ
คุณผสุ สดี จา่ ยเจรญิ พาณชิ ย์จังหวัดยะลา
โรงแรมกรนี เวลิ ด์ พาเลซ สงขลา
สว.นอ้ ต และครอบครัว
สรุปรายนามพวงหรีด
ณ วนั ที่ ๒๙ ตลุ าคม ๒๕๖๕ เวลา ๑๖.๐๐ น.
ซึ่งยังไม่ครบสมบูรณ์ เจ้าภาพขออภัยมา ณ โอกาสน้ี
64
65
ค�ำขอบคุณ
คณะเจ้าภาพขอกราบขอบพระคุณท่านผู้มีเกียรติทุกท่านเป็นอย่างสูง ท่ีกรุณา
ให้เกียรติมาร่วมในการบ�ำเพ็ญกุศลศพ คุณแม่จ้ิว บุญญามณี ต้ังแต่วันแรกจนถึง
วันพระราชทานเพลิงศพ
ขอกราบขอบพระคุณ คณะแพทยแ์ ละพยาบาลโรงพยาบาลรามคำ�แหง ที่ใหก้ ารรกั ษา
ดูแล คุณแมจ่ ้ิว บญุ ญามณี ด้วยดีตลอดมากว่า ๓๐ ปี โดยเฉพาะในช่วงสุดท้าย ซ่ึงเป็ นเวลา
ที่ยากลำ�บากมากที่สุด ทางคณะแพทยแ์ ละพยาบาลทุกท่านได้ทุ่มเทแรงกาย แรงใจ ความรู้
ความสามารถเพอ่ื ดูแลคุณแม่จ้ิว บญุ ญามณี อย่างดีท่ีสุด
กราบนมสั การขอบพระคุณ พระคุณเจ้าทุกรูปนามแหง่ วัดแหลมทราย และทุก ๆ วัด
ที่เมตตาต่อเจ้าภาพร่วมสวดพระอภิธรรมตลอดการบำ� เพ็ญกุศลกิจ
ขอบคุณเจ้าหน้าท่ีจากสำ�นักงานวัฒนธรรมจังหวัดสงขลาและสำ�นักงานพระพทุ ธ
ศาสนาจังหวัดสงขลา ท่ีดำ�เนินการด้านพธิ กี ารอยา่ งครบถ้วนและถูกต้องตามกระบวนการ
ขอบคุณเจ้าหน้าท่ีและบคุ ลากรจากทุกภาคส่วน ทุกองค์กร ทุกท่าน ท่ีร่วมอำ�นวย
ความสะดวก เอ้ือเฟ้ื อเกื้อกูลในงานบำ�เพ็ญกุศลคร้ังนี้ จนสำ�เร็จด้วยดีทุกประการ
ขอบคณุ อยา่ งยง่ิ ในน้ำ� ใจและไมตรจี ากญาตมิ ติ รเพอ่ื นพอ้ งนอ้ งพี่เครอื ขา่ ยองคก์ รสังคม
ที่ไม่สามารถเอ่ยนามให้ครบถ้วนได้
ขอผลบุญที่คุณแม่จิ้ว บุญญามณี ได้ปฏิบัติบ�ำเพญ็ มาตลอดชีวิต รวมท้ังบุญกุศล
ท่ีบุตร ธิดา และญาติมิตร ได้ร่วมจิตบ�ำเพ็ญทักษิณานุปทานอุทิศให้ในการคร้ังน้ี
จงเปน็ พลวัตปจั จัยส่งให้ แมจ่ ้ิว บญุ ญามณี ได้ไปสถิตเสวยอุดมสุขในทิพยวิมานสุคติสถาน
ในสัมปรายภพ
ขออานิสงส์ผลบุญท่ีทุกท่านได้กระทำ�ร่วมกันส่งให้ทุกท่านประสบแต่ความสุข
ความเจริญตลอดกาลนานเทอญฯ
ประกาศอนุโมทนาบุญ
คณะเจ้าภาพจักนำ�เงนิ ที่ทุกท่าน ร่วมทำ�บญุ ในการบำ�เพ็ญกุศลศพ
“คุณแมจ่ ิ้ว บญุ ญามณี”
มอบให้กับ มูลนิธิโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ เพื่อสบทบโครงการก่อสร้าง
อาคาร “เกิดมาต้องตอบแทนบญุ คุณแผน่ ดิน”
เพอื่ เป็ นศูนยร์ ับบริจาคอวัยวะ ๙๙ ปี รัฐบรุ ุษ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์
และหอเกียรติยศ รัฐบุรุษ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ (Hall of Fame)
เป็ นจำ�นวนเงนิ ๑,๔๐๕,๓๙๒ บาท
(ยอดเงิน ณ วันท่ี ๒๙ ตุลาคม ๒๕๖๕ เวลา ๑๖.๐๐ น. ซ่ึงยงั ไมใ่ ช่ยอดสุทธิ)
ขอทุกท่านจงได้รับส่วนบญุ ส่วนกุศลในคร้ังน้ีท่ัวกันเทอญ
ด้วยความขอบพระคุณและเคารพอย่างสูง
ครอบครัวบุญญามณี
6666
เมืองเกา่ สงขลา
คุณค่าสู่เมืองมรดกโลก
ชมุ ชนพหวุ ฒั นธรรม
บนเสน้ ทางข้ามคาบสมทุ รอนิ โด-แปซิฟกิ
67
ประวัติศาสตร์เมืองสงขลาโดยสังเขป
เมืองเก่าสงขลาเป็นส่วนหนึ่งของจังหวัดสงขลา ซึ่งเป็นจังหวัดหน่ึงในภาคใต้ของ
ประเทศไทยทางดา้ นอา่ วไทย พน้ื ทเ่ี มอื งเกา่ ครอบคลมุ ศนู ยก์ ลางทางประวตั ศิ าสตรแ์ ละ
จดุ กำ� เนดิ ของเมอื งสงขลา ซง่ึ เคยเปน็ เมอื งทา่ ส�ำคญั อนั อดุ มดว้ ยหลกั ฐานทางโบราณคดี
ประวัตศิ าสตร์ และวฒั นธรรม ดงั นน้ั เมอื งเก่าสงขลาจึงได้รับการพิจารณาเพอ่ื น�ำเสนอ
ขน้ึ บญั ชมี รดกโลก
พัฒนาการของเมืองสงขลาสามารถสรุปได้เป็น 3 ช่วงท่ีต่อเน่ืองกัน โดยแบ่งตาม
ศนู ยก์ ลางของเมอื ง ไดแ้ ก่ เมอื งเกา่ สงขลาเขาแดง เมอื งเกา่ สงขลาแหลมสน และเมอื งเกา่
สงขลาบ่อยาง ศูนย์กลางของเมืองท้ัง 3 แห่งล้วนตั้งอยู่รอบทะเลสาบสงขลา
ซ่ึงเป็นองค์ประกอบทางธรรมชาติท่ีมีลักษณะเฉพาะ และเป็นศูนย์กลางของภูมิทัศน์
วัฒนธรรมเมืองสงขลาตลอดมา รวมถึงเป็นแหล่งทรัพยากรท่ีหล่อเลี้ยงชาวเมือง
มาตง้ั แตย่ คุ กอ่ นประวตั ศิ าสตร์ พน้ื ทท่ี งั้ หมดทกี่ ลา่ วมา จงึ เปน็ พนื้ ทที่ จี่ ะน�ำเสนอขนึ้ บญั ชี
มรดกโลก ในฐานะพ้ืนท่ีแหล่งมรดก (property area) และพ้ืนที่ควบคุมเพื่อการอนุรักษ์
(buffer zone)
แผนท:ี่ ที่ตงั้ เมอื งเกา่ สงขลาในแตล่ ะยคุ
ทม่ี า: The Project on Managing the Master Plan in Conserving and Developing Cultural
Heritage and Historic Monuments (Songkhla towards world Heritage site) Final Report
68
๏ ประวัตศิ าสตรเ์ มืองสงขลา
เมอื งเกา่ สงขลาตง้ั อยบู่ นเสน้ ทางการคา้ ทางทะเลโบราณ ระหวา่ งดนิ แดนตะวนั ออก
ได้แก่ จนี ญป่ี ุ่น และชวา กับดินแดนตะวนั ตก ได้แก่ อินเดีย อาหรับ และเปอร์เซีย ด้วย
เหตุนีส้ งขลาจึงได้พัฒนาข้ึนเป็นเมอื งท่านานาชาติท่สี ำ� คัญ ซึ่งพ่อค้าและนกั เดินทางมา
แวะพกั และแลกเปลยี่ นสนิ คา้ เกดิ ววิ ฒั นาการของสงั คมพหวุ ฒั นธรรมซงึ่ ผคู้ นจากหลาก
หลายวัฒนธรรม ได้อาศัยอยู่ร่วมกนั อย่างสนั ตมิ าตง้ั แต่โบราณกาล
แผนที่ของปโตเลมแี สดงใหเ้ ห็นคาบสมุทรมลายู (Chersonese)
ทีม่ า: SG Bicentennial
69
สงขลา: เมืองท่าโบราณ
สงขลาต้ังอยทู่ ่ี 6◦17’-7◦42’ น. and 101◦30’-106◦20’ ตอ. บนคาบสมุทรมลายู ณ
ต�ำแหน่งประมาณก่ึงกลางระหว่างแผ่นดินใหญ่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้กับหมู่เกาะใน
มหาสมุทรแปซิฟิก ดังนั้นเมืองสงขลาจึงเป็นท่ีพบปะระหว่างอู่อารยธรรมสองแห่งคือ
จีนกับอินเดียเป็นท่ีหลอมรวมของวัฒนธรรมท่ีหลากหลายโดยเฉพาะอินเดีย จีน ชวา
อาหรับ และยุโรป ซ่ึงได้ผสมผสานเข้ากับผู้คนและวัฒนธรรมพ้ืนถิ่น จนกลายเป็นอัต
ลักษณ์ทางวฒั นธรรมของสงขลา
คาบสมุทรมลายูเป็นที่รู้จักและปรากฏอยู่บนแผนท่ีต้ังแต่พุทธศตวรรษที่ 7 (คริสต์
ศตวรรษท่ี 2) ดังที่เห็นในแผนที่ของปโตเลมี ซ่ึงเน้นความส�ำคัญของเส้นทางการค้า
ทางทะเลคาบสมุทรมลายู-ศรีลังกา ท้ังนี้เนื่องจากในยุคน้ัน คาบสมุทรมลายูเป็นอ่าว
ธรรมชาตซิ งึ่ เรอื ซง่ึ เดนิ ทางจากโลกตะวนั ตก ไดแ้ ก่ อาหรบั เปอรเ์ ซยี และอนิ เดยี ไปสซู่ กี
โลกตะวนั ออกได้แก่จีน โดยลมมรสมุ ตะวันตกเฉยี งใต้ จากน้นั กแ็ ล่นใบเลียบชายฝั่งไป
ยังไทรบุรี แล้วเดนิ ทางตามเส้นทางน้�ำข้ามคาบสมุทรไปยงั สงขลา การเดนิ ทางตามเส้น
ทางดงั กลา่ วมบี นั ทกึ ไวใ้ นเอกสารทางประวตั ศิ าสตร์ อกี ดา้ นหนงึ่ เสน้ ทางทะเลจนี -มลายู
ใช้ลมมรสมุ ตะวันออกเฉยี งเหนือในการเดินเรอื จากจนี มายังคาบสมุทรมลายู ทำ� ให้เกดิ
เมอื งท่าข้นึ หลายเมอื งทางตอนใต้ของประเทศไทยรวมท้งั สงขลา
ความส�ำคัญของสงขลาในฐานะเมืองท่าส�ำคัญบนคาบสมุทรมลายู ปรากฏอย่าง
ชัดเจนข้ึนในสมัยอยุธยา ดังที่เห็นในจดหมายโต้ตอบระหว่างองค์กรการค้าต่างๆ อาทิ
บริษัท ดตั ช์อีสต์อนิ เดีย องั กฤษ และโปรตุเกส ซง่ึ กล่าวอย่างชัดเจนว่าสงขลาเป็นหนง่ึ
ในสถานีการค้าหลัก อย่างไรก็ดีหลักฐานทางกายภาพที่เกี่ยวกับความเป็นเมืองท่าของ
สงขลา เช่น ท่าเรอื คลังสินค้า ฯลฯ ยงั คงต้องมีการศึกษาเพ่ิมเติม ปัจจุบนั นีห้ ลักฐานที่
ปรากฏอยมู่ เี พยี งสสุ านดตั ชใ์ นพน้ื ทห่ี วั เขาแดง สนั นษิ ฐานวา่ สงิ่ กอ่ สรา้ งตา่ งๆ ทเี่ กย่ี วขอ้ ง
กบั ท่าเรืออาจสร้างด้วยไม้ ซ่ึงได้เส่ือมสภาพสูญไปตามกาลเวลา
นอกจากจะเป็นท่ีพักเรือและคนเดินทาง สงขลายังเป็นแหล่งสินค้าโดยเฉพาะของ
ป่า สมุนไพร และแร่ธาตุซ่ึงเป็นทตี่ ้องการอย่างมากของพ่อค้าต่างชาติ เช่น พริกไทย ขิง
ขมิน้ ยางไม้ งาช้าง ข้ผี ึ้ง รังนก ดีบกุ และตะก่ัว ในพุทธศตวรรษท่ี 24 (ครสิ ต์ศตวรรษ
ที่ 18) นายเหยียง แซ่เฮา เจ้าเมอื งสงขลาคนแรก ก็เป็นนายอากรรงั นกโดยพระบรมรา
ชานญุ าต ของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หวั รชั กาลที่ 3
70
สงขลา: ชุมชนเมอื ง
ชุมชนเมืองแห่งแรกของเมืองเก่าสงขลาคือหัวเขาแดง ก่อตั้งขึ้นในสมัยอยุธยาราว
พุทธศตวรรษที่ 22 (คริสต์ศตวรรษท่ี 17) ต่อมาท่ีต้ังของเมืองได้ย้ายจากหัวเขาแดงไป
ยังแหลมสนและบ่อยางตามล�ำดับ โดยมีทะเลสาบสงขลาเป็นหมุดหมายทางธรรมชาติ
พฒั นาการทางประวตั ศิ าสตร์ของสงขลาสามารถสรปุ ได้ดงั ต่อไปน้:ี
แผนท:่ี ทต่ี ง้ั เมอื งสงขลา (ซนุ กนู่ า) จากแผนทก่ี ารเดนิ ทางของเจง้ิ เหอ ฉบบั คดั ลอก
ที่มา: Baidu
แผนท่ขี อง Dunneville 1652 แสดงคาบสมทุ รมลายูและ “ซงิ โกรา”
(Partie de I’Inde au dela du Gange และ Presqv-isle de I’Inde au dela du Gange)
ที่มา: ชาญวิทย์ เกษตรศิริ. 2555.Collected Maps: History - Geography - Politicsand Colonialism in
Southeast Asia.กรุงเทพฯ : มูลนิธิโตโยต้าประเทศไทย.น.37
71
แผนท:่ี เมืองเกา่ สงขลา: จากเอกสารประวตั ศิ าสตรแ์ ละปจั จบุ นั
ที่มา: The Project on Managing The Master Plan in Conserving and Developing Cultural Heritage
and Historic Monuments (Songkhla towards world Heritage site) Final Report
แผนทข่ี อง M. de la Mare Map 1687: เมอื งสงขลาหวั เขาแดงและปอ้ มปราการ
ที่มา: เอนก นาวิกมูล.เกาะสมุย-สงขลา-ระโนด-กระทุ่มแบน.กรุงเทพฯ: แสงดาว, 2556.น.62
72
เมอื งเก่าสงขลาเขาแดง
หัวเขาแดงเป็นท่ีตั้งของเมืองโบราณซ่ึงได้พัฒนาข้ึนตั้งแต่ราวพุทธศตวรรษที่ 3
(ครสิ ต์ศตวรรษท่ี 8) สมยั ศรีวชิ ยั เมอื งนไี้ ด้รบั การกล่าวถงึ ในเอกสารต่างประเทศในช่อื
“ซิงโกรา” และยงั บันทึกไว้ในแผนท่ขี องเจ้งิ เหอช่วง พ.ศ. 1950 (ค.ศ. 1407) โดยเรยี กชื่อ
เมอื งว่า “ซนุ กู่นา” จุดสงั เกต คือ เกาะหนูแมว” ด้านหน้าของเมือง
ราว พ.ศ. 2140 (ค.ศ. 1597) ดะโต๊ะโมกอล ชาวอาหรบั จากเกาะชวาได้เดินทางมา
ตั้งหลักแหล่งที่หัวเขาแดง และก่อต้ังชุมชนซ่ึงได้พัฒนาข้ึนเป็นเมืองท่าที่มีความเจริญ
รุ่งเรือง เป็นเมืองประเทศราชของอยุธยา ใน พ.ศ. 2163 (ค.ศ. 1620) ดะโต๊ะโมกอล
ถงึ แก่อนิจกรรม บตุ รของท่านชอ่ื ว่าสุไลมานได้ขน้ึ ครองเมอื งแทน ช่วงเวลาน้นั มีปัญหา
ความขดั แยง้ กบั เมอื งตา่ งๆ รวมถงึ อยธุ ยา สลุ ตา่ นสไุ ลมานจงึ ไดโ้ ปรดใหก้ อ่ สรา้ งก�ำแพง
เมอื งและปอ้ มปราการขนึ้ รอบเมอื ง อยา่ งไรกด็ ี ความพยายามทจี่ ะแยกตวั เปน็ อสิ ระจาก
อยธุ ยาไม่ประสบผลส�ำเรจ็ สงขลาพ่ายแพ้ต่อกองทัพอยุธยาใน พ.ศ. 2223 (ค.ศ. 1680)
ชาวเมอื งตอ้ งอพยพออกจากเมอื ง บางสว่ นถกู กวาดตอ้ นไปอยธุ ยา และบางสว่ นยา้ ยมา
ก่อต้ังบ้านเมืองขึ้นใหม่ในพ้ืนท่แี หลมสน
ภาพวาดเมอื งเก่าสงขลาเขาแดง
ที่มา: สำ�นักพิมพ์เมืองโบราณ
73
เมืองเกา่ สงขลาแหลมสน
เมืองสงขลาแหลมสนเป็นเมืองเล็กๆ ที่อยุธยาจัดให้อยู่ในปกครองของเมือง
นครศรธี รรมราชในชว่ ง พ.ศ. 2242-2310 (ค.ศ. 1699-1767) ตอ่ มากรงุ ศรอี ยธุ ยาตกเปน็ เมอื ง
ขน้ึ ของพมา่ ในสมยั สมเดจ็ พระเจา้ ตากสนิ มหาราช พระองคไ์ ดย้ กทพั มาปราบพระยานคร
ได้ส�ำเรจ็ ทรงแต่งตง้ั นายเหยยี ง แซ่เฮา ชาวจีนจากมณฑลฟูเจย้ี น (ฮกเก้ยี น) เป็นหลวง
สวุ รรณครี สี มบัติ เจ้าเมอื งสงขลา สืบเชื้อสายปกครองสงขลาตงั้ แต่สมัยกรุงธนบุรจี นถึง
สมยั รตั นโกสินทร์ และได้สร้างความเจรญิ รุ่งเรืองให้กับสงขลาอย่างมากมาย อย่างไรก็
ดี ด้วยพ้ืนท่ีแหลมสนคับแคบ ไม่เหมาะต่อการขยายเมือง สงขลาจงึ ได้ย้ายอีกคร้ัง มา
ตง้ั อยู่ ณ บรเิ วณทเ่ี รียกว่า บ่อยาง
ภาพถา่ ยทางอากาศเมืองสงขลาบริเวณบ้านหวั เขา
ที่มา: https://osothoonline.com/
74
เมอื งเก่าสงขลาบ่อยาง
ใน พ.ศ. 2379 (ค.ศ. 1836) พระบาทสมเดจ็ พระนง่ั เกลา้ เจา้ อยหู่ วั รชั กาลที่ 3 โปรดเกลา้ ฯ
ให้ย้ายเมืองสงขลาจากฝั่งแหลมสนมายังฝั่งบ่อยาง เพ่ือขยายเมืองเป็นที่ม่ันทางใต้
ของรตั นโกสทิ นทร์ เมอื งใหมน่ มี้ กี ำ� แพงและปอ้ มปราการลอ้ มรอบ สรา้ งใน พ.ศ. 2385 (ค.ศ.
1842) จากนน้ั ไดอ้ ญั เชญิ หลกั เมอื งมาประดษิ ฐานและสรา้ งศาลหลกั เมอื งไวใ้ จกลางเมอื ง
ต้ังแต่น้ันมา เมืองสงขลาก็ได้ขยายและพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง ประชาชนหลากหลาย
เชื้อชาติศาสนาได้มาอาศัยอยู่ ได้สร้างวัดวาอาราม ศาลเจ้า และมัสยิด นอกจากน้ี
เม่ือเมืองมีความเจริญมากข้ึน ก็มีการก่อสร้างท่ีอยู่อาศัยและอาคารร้านค้าท่ีกลายเป็น
มรดกสถาปัตยกรรมเมอื งสงขลาทเ่ี หน็ อยู่ในปัจจบุ ัน
ภาพถ่ายเมืองสงขลาบอ่ ยาง
ที่มา: https://www.songkhla-ht.org/
75
ตตาารราางง: ป: รปะรวัตะวศิ ตั าศิสาตสรตเ์ มรอื์เมงือสงงสขงลขาลตาาตมาลมำ� ลด�าับดเวับลเวาลา
ปี (พ.ศ.) ศูนย์กลางเมือง เหตุการณ์สา� คัญ
6,000 ปี มาแล้ว
หลักฐานการตัง้ ถิ่นฐานของมนุษย์สมัย
พทุ ธศตวรรษที่ ก่อนประวัติศาสตร์ในพืน้ ที่จังหวัดสงขลา
12 - 19 พบหลกั ฐานบริเวณถ�า้ และเพิงหินในหลาย
พนื ้ ท่ี เชน่ อา� เภอ รัตภมู ิ อา� เภอสะเดา อา� เภอ
พทุ ธศตวรรษที่ สะบ้าย้อย และคาบสมทุ รสทิงพระ
17 - 18
พ.ศ. 1893 - 1912 ชุมชนโบราณบนคาบสมุทรสทิงพระ ท่ี
พ.ศ. 2136 ส�าคญั มี 4 ชมุ ชน ได้แก่ ชมุ ชนโบราณปะโอ
ตา� บลวดั ขนนุ อา� เภอสงิ หนคร ชมุ ชนโบราณ
สทิงพระ ต�าบลจะทิง้ พระ อ�าเภอสทิงพระ
ชุมชนโบราณบริเวณเขาคูหา- เขาพะโคะ
ต�าบลชุมพล อ�าเภอสทิงพระ และชุมชน
สีหยงั ต�าบลบอ่ พรุ อ�าเภอระโนด ซง่ึ ชมุ ชน
โบราณปะโอ สนั นิษฐานว่าเคยเป็ นท่าเรือ
ในสมยั โบราณ
ก่อนการก่อตัง้ สงขลาได้รับการกล่าวถึงในเอกสารของ
เมืองสงขลา พอ่ ค้าอาหรับและเปอร์เซีย เรียกวา่ เมือง “ซิ
งกอร์” หรือ “ซงิ โกรา”
สงขลา: หัวเขา สงขลาได้รับการกล่าวถึงในฐานะเมือง
แดง ประเทศราชของอยธุ ยา ตงั้ แตร่ ัชสมยั สมเดจ็
พระรามาธิบดีที่ 1 (พระเจ้าอทู่ อง)
เม่ือสมเด็จพระนเรศวรมหาราชเสด็จยก
กองทพั ไปตีกมั พชู า โปรดเกล้าฯ ให้พระยา
เพชรบุรีเป็ น แม่ทพั เรือคมุ กองเรือหวั เมือง
ปักษ์ใต้ ซงึ่ รวมถงึ เกณฑ์เรือรบ 200 ลา� จาก
เมืองสงขลา ในการศกึ ครัง้ นนั้ ได้รับชยั ชนะ
สามารถยดึ กรุงกมั พชู าได้
76
ปี (พ.ศ.) ศูนย์กลางเมือง เหตุการณ์สา� คัญ
พ.ศ. 2153 - 2155
พงศาวดารเมืองสงขลา กลา่ วว่า “เดิมครัง้
พ.ศ. 2135 - 2228 หนง่ึ เมืองสงขลาเป็ นเมืองแขก ตงั้ อยรู่ ิมเขา
แดง เจ้าเมืองชื่อสลุ ต่านสเุ ลมนั สลุ ต่านสุ
เลมนั ได้สร้างป้ อมคเู มืองและจดั แจงสร้าง
บ้านเมอื งเสร็จแล้วยอมขนึ ้ กบั กรุงศรีอยธุ ยา
โบราณ...เม่ือสุลต่านสุเลมันถึงอนิจกรรม
แล้วเมืองก็ร้างวา่ งเปลา่ อยชู่ ้านาน แตป่ ้ อม
ที่ฝังศพสลุ ตา่ นนนั้ ราษฎรเรียกวา่ มรหมุ ตอ่
มาจนทกุ วนั นี”้
ตงั้ แตด่ ะโต๊ะโมกอลล์กอ่ ตงั้ เมอื งสงขลาทห่ี วั
เขาแดง ตรงกบั สมยั สมเด็จพระเอกาทศรถ
พอ่ ค้านานาชาติ อาทิ ดตั ช์ องั กฤษ ฝรั่งเศส
ได้มาค้าขายที่เมืองสงขลา มีหลกั ฐานเป็ น
จดหมาย และบนั ทกึ จ�านวนมาก
นายแมร์เทน เฮาท์แมน เขียนจดหมายจาก
อยธุ ยา ถงึ นายเฮนดริก แจนเซน พอ่ ค้าชาว
ดทั ช์ ออกชื่อเจ้าเมืองสงขลาในขณะนนั้ ว่า
“โมกลุ ” (พ.ศ. 2156) แตใ่ นบนั ทกึ ของบริษัท
อินเดียตะวันออกที่กล่าวถึงเมืองสงขลา
เรียกช่ือเจ้าเมืองวา่ “ดะโต๊ะโมกอลล์” (พ.ศ.
2165)
นายคอร์เนลิส ฟาน เนียนโรด (คอร์เนลิส
ฟาน นิวรูด) เขียนเก่ียวกบั สงขลาว่าพ่อค้า
นานาชาติเลือกสงขลาเป็ นเมืองท่าส�าหรับ
การพบปะ และ ท�าธรุ กจิ การค้า (พ.ศ. 2160)
นายจอห์น จรู ์เดน ชาวองั กฤษ รายงานไป
ยงั ห้างองั กฤษท่ีเกาะชวา กล่าวถึงการค้า
พริกไทย ที่เมืองสงขลา (พ.ศ. 2164
พ่อค้าองั กฤษ รายงานไปยงั บริษัทองั กฤษ
แนะน�าให้บริษัทสร้ างโกดังสินค้าใหญ่ท่ี
สงขลา (พ.ศ. 2164)
77
ปี (พ.ศ.) ศูนย์กลางเมือง เหตุการณ์สา� คัญ
พ.ศ. 2185
สลุ ต่านดะโต๊ะโมกอลล์ ไม่ยอมรับอ�านาจ
พ.ศ. 2223 ของสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง ให้เมือง
หลงั สงขลาเป็ นรัฐอิสระ ท�าการค้ากบั ต่างชาติ
พ.ศ. 2223 โดยไมข่ นึ ้ กบั สยาม
พ.ศ. 2223 - 2379 พระเจ้ าปราสาททองส่งกองทัพมาปราบ
สงขลา แตไ่ มส่ า� เร็จ
สุลต่านโมกอลล์ยังครองอ�านาจ ฝร่ังเศส
เรียกทา่ นวา่ “กษัตริย์แหง่ สงขลา”
สงขลามีระบบเงินตราและเงินของตัวเอง
ซงึ่ ได้ใช้ ในการซือ้ ขายอย่เู ป็ นเวลาราว 40
ปี เรียกวา่ “เงินซงิ โกรา”
สมเด็จพระนารายณ์มหาราชแห่งอยุธยา
ทรงวาง กลยทุ ธ์โดยสง่ จารชนเข้ามาแฝงตวั
อยใู่ นสงขลา ตอ่ มาได้สง่ กองเรือมาปิ ดล้อม
สงขลาจนสงขลา พา่ ยแพ้ในที่สดุ
พทุ ธศตวรรษที่ 23 ประชาชนบางสว่ นของ
เมืองสงขลาหัวเขาแดงถูกกวาดต้ อนไป
อยธุ ยา แตส่ ว่ นใหญ่ได้ย้ายมาตงั้ เมืองใหม่
ในบริเวณใกล้กบั เมืองเดมิ คือแหลมสน ซง่ึ
ได้พฒั นาขนึ ้ เป็นศนู ย์กลางเมืองสงขลา
สงขลา: แหลมสน เมืองสงขลาแหลมสน ก่อตงั้ ขึน้ ราว พ.ศ.
2223 สมยั อยธุ ยาตอนปลาย และได้พฒั นา
ขนึ ้ เป็ นเมืองที่มีความเจริญรุ่งเรืองมาจนถึง
สมยั รัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ 3 เมืองมีความ
แออดั ด้วยจ�านวนประชากร ขยายเมืองยาก
เพราะตดิ ภเู ขา จงึ ย้ายเมอื งสงขลาไปทต่ี า� บล
บอ่ ยาง
78
ปี (พ.ศ.) ศูนย์กลางเมือง เหตุการณ์สา� คัญ
พ.ศ. 2379 สงขลา: บอ่ ยาง พ.ศ. 2317 นายเหยียง แซ่เฮา นายอากร
พ.ศ. 2385 รังนก ชาวจีน ได้รับแต่งตัง้ เป็ นเจ้าเมือง
พ.ศ. 2401 สงขลาตอ่ จาก นายยม เจ้าเมอื งคนกอ่ น จาก
พ.ศ. 2415 นนั้ ผ้สู ืบเชือ้ สาย ของนายเหยียงได้เป็ นเจ้า
พ.ศ. 2427 เมืองสงขลาตอ่ เนื่องกนั 8 ชวั่ อายคุ น
พ.ศ. 2379 สมยั พระยาวิเชียรคีรี (เถีย้ นเส้ง)
เป็นเจ้าเมืองสงขลา พระบาทสมเดจ็ พระนงั่
เกล้าเจ้าอย่หู วั รัชกาลท่ี 3 โปรดเกล้าฯ ให้
ย้ายเมืองสงขลาจากแหลมสนไปยงั ต�าบล
บอ่ ยาง ฝั่งตรงข้ามของทะเลสาบสงขลา
พระบาทสมเด็จพระน่ังเกล้ าเจ้ าอยู่หัว
รัชกาลท่ี 3 โปรดเกล้าฯพระราชทานเทียน
ชัยและหลักเมืองไม้ ชัยพฤกษ์ แก่พระยา
วิเชียรคีรี (เถีย้ นเส้ง) ในวโรกาสการก่อตงั้
เมืองสงขลา ณ ต�าบลบอ่ ยาง
พระยาวิเชียรคีรี (เถีย้ นเส้ง) เร่ิมก่อสร้ าง
ก�าแพง และป้ อมเมืองสงขลา ประดิษฐาน
เสาหลกั เมือง
พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้ าเจ้ าอยู่หัว
รัชกาลท่ี 4 เสด็จเมืองสงขลา ได้เสด็จ
พระราชด�าเนิน ไปทอดพระเนตรสถานที่
ต่างๆ ได้แก่ ตลาดเมืองสงขลา ป้ อมเมือง
สงขลา เขาเก้าเส้ง เกาะยอ ฯลฯ
พระบาทสมเด็จพระจลุ จอมเกล้าเจ้าอย่หู วั
รัชกาลที่ 5 เสดจ็ เมืองสงขลา
ก่อสร้างบ้านพระยาสนุ ทรานรุ ักษ์ (เนตร ณ
สงขลา) ซง่ึ ต่อมาได้รับการปรับการใช้สอย
เป็ นพิพิธภณั ฑสถานแห่งชาติ สงขลา ดงั ที่
ปรากฏอยู่ ในปัจจบุ นั
79
ปี (พ.ศ.) ศูนย์กลางเมือง เหตุการณ์สา� คัญ
พ.ศ. 2439
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้ าเจ้ าอยู่
พ.ศ. 2459 หวั รัชกาลท่ี 5 ทรงปฏิรูปการปกครองเป็ น
พ.ศ.2475 แบบมณฑลเทศาภิบาล ใน พ.ศ. 2437
พ.ศ. 2484 และ ในพ.ศ. 2439 ประกาศตัง้ มณฑล
นครศรี ธรรมราช ประกอบด้ วยเมือง
พ.ศ. 2539 นครศรีธรรมราช เมืองสงขลา เมืองพทั ลงุ
และหวั เมืองมลายู 7 หวั เมือง ให้ตงั้ ท่ีวา่ การ
มณฑลท่ีเมืองสงขลา
มี ป ร ะ ก า ศ ก ร ะ ท ร ว ง ม ห า ด ไ ท ย ล ง ใ น
ราชกิจจา-นเุ บกษา เปลี่ยนค�าวา่ เมือง เป็น
จงั หวดั เมืองสงขลา จงึ เปล่ียนเป็ น จงั หวดั
สงขลา ตงั้ แตน่ นั้ มา
หลงั เปล่ียนแปลงการปกครอง รัฐบาลได้
จดั ระเบียบการบริหารประเทศใหม่ ยกเลิก
ระบบมณฑล สงขลาจึงเป็ นหนึ่งในจงั หวดั
ของประเทศไทยมาจนปัจจบุ นั
วันที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2484 ในช่วง
สงครามโลก ครัง้ ที่ 2 กองทัพญ่ีป่ ุนยก
พลขึน้ บกท่ีหลายจังหวัดทางภาคใต้ของ
ประเทศไทย รวมทงั้ สงขลา โดยมีเป้ าหมาย
ทจี่ ะใช้ประเทศไทยเป็นทางผา่ นไปยดึ แหลม
มลายูและอินเดีย มีการปะทะกันระหว่าง
ทหารไทยและญี่ป่ นุ บริเวณบ้านน�า้ น้อย แต่
ในท่ีสุด ก็ยุติการรบ รัฐบาลไทยให้ทหาร
ญี่ป่ นุ ใช้พืน้ ที่สงขลาและหาดใหญ่เพ่ือเดิน
ทางไปยงั มลายไู ด้
พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหา
ภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร
รัชกาลท่ี 9 พระราชทานพระบรมสารีริกธาตุ
เพ่ือบรรจุ ในพระเจดีย์เขาตงั กวน เน่ืองใน
วโรกาสพระราชพิธีกาญจนาภิเษก พ.ศ.
2539
80
สงขลากบั เสน้ ทางข้ามคาบสมุทรอนิ โด-แปซิฟกิ
สงขลาตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกสุดของแผ่นดินท่ีเช่ือมระหว่างช่องแคบมะละกากับ
อ่าวไทย หรอื เรยี กว่าเส้นทางข้ามคาบสมุทรอนิ โด-แปซิฟิก ทางทิศตะวันตกนั้น สงขลา
อยู่ติดกับรัฐปะลิส และเคดาห์ของมาเลเซีย โดยที่มีเขตแดนร่วมกับเคดาห์ท่ียาวกว่า
เคดาหน์ นั้ อยทู่ างทศิ ตะวนั ตกของเสน้ ทางขา้ มคาบสมทุ ร จงึ ท�ำใหด้ นิ แดนทงั้ สองพฒั นา
ความสมั พนั ธ์กนั มาอย่างยาวนานจากอดตี ถงึ ปจั จบุ นั หนง่ึ ในความสมั พนั ธ์นน้ั คอื ดา้ น
การค้าซ่งึ อาศยั เส้นทางข้ามคาบสมทุ รดังกล่าว เส้นทางท่ีเกา่ แก่ทสี่ ดุ คอื เคดาห-์ สงขลา
และเคดาห์-ปัตตานี ในเอกสารนีจ้ ะให้ความสนใจกับเส้นทางเคดาห์-สงขลา เป็นหลกั
ก่อนพทุ ธศตวรรษท่ี 22 (คริสต์ศตวรรษที่ 17) สงขลาและเคดาห์อยู่ใต้การปกครอง
ของอาณาจกั รอยธุ ยาของสยาม ใน พ.ศ. 2189 (ค.ศ. 1646) รฐั ทงั้ สองไดเ้ ปน็ พนั ธมติ รกนั
เพือ่ ประกาศสงครามกบั อยุธยา เหตกุ ารณ์น้ีบ่งช้ีถงึ ความสัมพันธ์ทางการเมืองที่ใกล้ชดิ
ระหว่างรัฐทั้งสอง โดยเฉพาะเม่อื ต่างกต็ กอยู่ในสถานการณ์ที่เป็นเมอื งประเทศราชของ
อยธุ ยาเช่นเดยี วกัน เส้นทางสงขลา-เคดาห์ จึงมีความส�ำคัญในฐานะเส้นทางคมนาคม
ท่ีใช้ทง้ั ในด้านการค้าและการเมอื ง
ต่อมาในช่วงพทุ ธศตวรรษที่ 23 (ปลายคริสต์ศตวรรษที่ 17) อยธุ ยายังคงมีอำ� นาจ
เหนือรัฐท้ังสองซึ่งเป็นเมืองท่าสำ� คัญในภาคใต้ บทบาทของเส้นทางข้ามคาบสมุทรได้
รับการยืนยันอย่างชัดเจนในรายงานและบันทึกของพ่อค้าวาณิช ซึ่งยืนยันว่าเส้นทาง
หลายสายจากเคดาห์ ซ่ึงหน่ึงในน้ันคือเคดาห์-สงขลา เป็นเส้นทางท่ีถือว่าปลอดภัย มี
การดูแล และตรวจตราอย่างดี จงึ เป็นเส้นทางที่ใช้บ่อยโดยใช้ประกอบกับเส้นทางทะเล
อ้อมแหลมมลายู มีบันทึกอย่างชัดเจนว่ากษัตริย์สยามทรงสัญญาว่าจะพระราชทาน
ท่าเรือในอาณาจักรเคดาห์ให้บริษัทฝร่ังเศส เพ่ือให้ซิงโกรา (สงขลา) สามารถค้าขาย
กับฝร่ังเศสในเส้นทางบนแผ่นดินได้โดยไม่ต้องผ่านช่องแคบซุนดาหรือมะละกา ความ
สมั พันธ์ระหว่างสงขลากับเคดาห์ แสดงอยู่ในแผนที่ต่อไปน้ี
81
แผนท:่ี เสน้ ทางการค้าโบราณในเอเชียตะวันออกเฉยี งใต้
การใช้เส้นทางข้ามคาบสมุทรมีความเป็นมาแต่โบราณกาล และอาจจะมีมาก่อน
พ.ศ. 1526 (ค.ศ. 983) ตามที่บันทกึ เก่าแก่ทสี่ ุดได้ระบไุ ว้ เป็นไปได้ว่า เส้นทางสงขลา-
เคดาห์ เปน็ เสน้ ทางอกี เสน้ หนง่ึ ทเี่ ชอื่ มตอ่ ชายฝง่ั ตะวนั ออก และตะวนั ตกของคาบสมทุ ร
มลายู เส้นทางบนแผ่นดนิ น้นั นอกจากมีความสำ� คัญทางการค้าและการเมืองแล้ว ยงั มี
ความสำ� คญั ทางดา้ นสงั คมและวฒั นธรรม อนั กอ่ ใหเ้ กดิ ชมุ ชนพหวุ ฒั นธรรมขนึ้ ในสงขลา
จากรายงานของผใู้ ชเ้ สน้ ทาง โดยเฉพาะนายจรู ากาน โซลมิ าน พอ่ คา้ ชาวมาเลย์ ซง่ึ
ได้รายงานต่อครอว์เฟิร์ด เจ้าหน้าทอี่ งั กฤษ กล่าวว่าระยะทางระหว่างเคดาห์กบั สงขลา
เดินทางโดยช้างใช้เวลา 5 วัน เส้นทางน้ันปลอดภัยและสะดวก ดังน้ันจึงมีการขนส่ง
สินค้าจ�ำนวนมากโดยเส้นทางน้ีท้ังไปกลับ โซลิมานยังบอกอีกว่าเส้นทางไปสงขลาน้ัน
ปลอดภยั กว่าเส้นทางจากเคดาห์ไปตรัง
จากเอกสารประวตั ศิ าสตร์ สนิ คา้ กลมุ่ หนงึ่ ทใ่ี ชเ้ สน้ ทางขา้ มคาบสมทุ รสงขลา-เคดาห์
คือปศุสตั ว์ ได้แก่ ควาย แพะ แกะ เป็ด และไก่ โดยพ่อค้าจะรวบรวมสตั ว์เหล่าน้ีจาก
ตลาด ขนมาท่ีหัวเขาแดง และให้สัตว์เหล่าน้ีว่ายนำ้� ข้ามทะเลสาบไปบ่อยาง ก่อนที่จะ
ขนส่งต่อไปตามเส้นทางเคดาห์
82
เส้นทางสงขลา-เคดาห์ ยังมีหลักฐานทางโบราณคดีท่ีพบจ�ำนวนมาก โดยเฉพาะ
ภาชนะดินเผา ซึ่งแสดงเห็นการใช้สอยเส้นทางข้ามคาบสมุทรอินโด-แปซิฟิก น้ีมายา
วนานกว่าพันปี
การใชส้ อยเสน้ ทางขา้ มคาบสมทุ รเสอ่ื มถอยลงหลงั จากการรกุ รานของสยามใน พ.ศ.
2464 (ค.ศ. 1921) อย่างไรก็ดี เส้นทางเคดาห์-สงขลาก็ยังมีการใช้สอยอยู่ และถือว่ามี
ความปลอดภัยส�ำหรับการเดินทาง มีการกล่าวถึงในรายงาน เช่นรายงานของนายเฟ
รด เอ. นีล ชาวอังกฤษท่ีทำ� งานให้กับรฐั บาลสยาม และนายเอ. เอช. คนี ผู้แต่งหนงั สอื
“Esatern Geography” (ภมู ศิ าสตรต์ ะวนั ออก) วา่ เสน้ ทางนมี้ กี ารใชส้ อยอยจู่ นถงึ ชว่ งพทุ ธ
ศตวรรษที่ 25 (กลางคริสต์ศตวรรษท่ี 19)
เครอ่ื งปั้นดนิ เผา เครื่องป้นั ดนิ เผา
ลกู ปดั เครือ่ งประดบั
ที่มา: https://www.photodharma.net/Malaysia/Bujang-Valley-Museum/Bujang-Valley-Museum.htm
83
เส้นทางใหม่ทสี่ ร้างข้นึ ในช่วงพุทธศตวรรษท่ี 26 (ครึ่งหลังของครสิ ต์ศตวรรษท่ี 19)
เพอ่ื เชอ่ื มระหวา่ งสงขลากบั อลอรส์ ตารใ์ นรฐั เคดาห์ ไดเ้ ขา้ มาแทนทเี่ สน้ ทางประวตั ศิ าสตร์
อย่างไรก็ดี ความสัมพันธ์ระว่างสงขลาและเคดาห์ยังคงดำ� เนินต่อมาจนปัจจุบันโดย
เส้นทางถนนและรถไฟ นอกจากน้ียังมีเส้นทางท่ีผู้คนสามารถเดินข้ามเขตแดนไปมาระ
หวา่ งกนั ไดท้ อ่ี �ำเภอสะเดา ประเทศไทย ซงึ่ เชอื่ มตอ่ กบั รฐั ปะลสิ และเคดาหข์ องมาเลเซยี
นอกจากน้ี นกั วชิ าการบางทา่ นเชอื่ วา่ ถนนไทรบรุ ใี นสงขลาเปน็ เสน้ ทางทซ่ี อ้ นทบั กบั เสน้
ทางโบราณ อย่างไรก็ดีในด้านประวัตศิ าสตร์ ยังคงต้องมกี ารศกึ ษาเพม่ิ เติม โดยเฉพาะ
เร่ืองหลกั ฐานของถนนโบราณที่เคยเป็นเส้นทางข้ามคาบสมุทร
ทางหลวงปจั จบุ ัน เช่อื มตอ่ สงขลากับเคดาห์
ที่มา: ปรับปรุงจาก google earth
84
กลุ่มวฒั นธรรมในสงขลา
สงขลามกี ลุ่มวัฒนธรรมหลักอยู่ 3 กลุ่ม ได้แก่ ไทย จนี และมุสลมิ ประชาชนใน
กลมุ่ วฒั นธรรมเหลา่ นไ้ี ดอ้ าศยั อยรู่ ว่ มกนั อยา่ งสนั ติ ทำ� ใหส้ งขลาเปน็ เมอื งพหวุ ฒั นธรรม
ทม่ี กี ารผสานระหวา่ งวฒั นธรรมกบั วถิ ชี วี ติ อยา่ งลงตวั ชาวไทยเป็นชนพนื้ ถน่ิ ของสงขลา
อย่างไรก็ดี ปัจจุบันนี้ชาวไทยพื้นถ่ินได้มีความสัมพันธ์ผสมผสานกับกลุ่มวัฒนธรรมอ่ืน
โดยเฉพาะชาวจีน จนอาจกล่าวได้ว่าหาชาวไทยพ้ืนเมืองแท้ๆ ได้ยาก ส�ำหรับชาวจีน
และชาวมุสลิมน้นั ที่มาดง้ั เดมิ อาจจะสบื สาวไปได้ยาก แต่ยงั มีหลักฐานบางอย่างเกีย่ ว
กับความสัมพันธ์ของกลุ่มวัฒนธรรมท้ังสองกลุ่มกับต้นกำ� เนิดในต่างประเทศ ดังจะได้
กล่าวต่อไป
- ชาวมุสลิม: มีบันทึกประวัติศาสตร์ระบุไว้อย่างชัดเจนว่า ในพุทธศตวรรษท่ี 22
(ราวครสิ ตศ์ ตวรรษท่ี 17) เมอื งสงขลาปกครองโดย “เจา้ เมอื งชาวมลาย”ู (ดาโตะ๊ โมกอล)
ผู้สร้างป้อมปราการล้อมรอบเมืองสงขลา เวลานั้นเมืองสงขลาเต็มไปด้วยพ่อค้าวาณิช
อยุธยาส่งกองทหารมาปราบสงขลาแต่พ่ายแพ้กลบั ไปทุกครั้ง จากการศึกษาในปัจจุบัน
พบวา่ ดาโตะ๊ โมกอลเปน็ ชาวเปอรเ์ ซยี ทไ่ี ดอ้ พยพไปอยทู่ เ่ี กาะชวา ประเทศอนิ โดนเี ซยี ตอ่
มาเกิดปัญหาบางอย่าง ท่านจึงได้อพยพมายังสงขลา ซ่ึงต่อมาท่านได้ตั้งตนเป็นผู้น�ำ
ชาวมุสลิมและก่อตั้งเมืองข้ึนท่ีหัวเขาแดง ลูกหลานผู้สืบเช้ือสายของดาโต๊ะโมกอลได้
อาศยั อยู่ในสงขลามาจนถึงปัจจุบนั
- ชาวจีน: นักเดินทางชาวจีนได้มาถึงคาบสมุทรมลายูและเมืองสงขลาตั้งแต่
โบราณกาล อย่างไรกด็ กี ลุ่มชาวจนี ทีใ่ หญ่ที่สดุ ในสงขลาคอื ชาวฮกเก้ยี น จากการศกึ ษา
พบว่า ตระกูลเฮาซ่ึงเป็นเจ้าเมืองสงขลา มาจากเมอื งไห่เฉิง นครหลงไห่ มณฑลฟเู จ้ยี น
และเปน็ ทน่ี า่ สงั เกตวา่ การวางผงั เมอื งของไหเ่ ฉงิ กบั สงขลามคี วามคลา้ ยคลงึ กนั อยหู่ ลาย
ประการ ดังนั้น จึงเช่ือได้ว่าต้นก�ำเนิดของชาวจีนในสงขลามาจากเมืองไห่เฉิง ฟูเจี้ยน
บ้านเกิดของตระกูลเฮา
กิจกรรมทางวัฒนธรรมในสงขลา
ทม่ี า: https://www.songkhla-ht.org/content/11248/, สำ�นกั งานเทศบาลเมอื งสงขลา.สงขลาเมอื งสองเล
เสน่ห์เหนือกาลเวลา.โรงพิมพ์ดี: สงขลา.2561.
85
จุดเรม่ิ ตน้ ของแนวคดิ
“เมอื งเกา่ สงขลาสู่เมอื งมรดกโลก”
ยอ้ นไปในอดตี ของเมอื งเกา่ สงขลาบอ่ ยาง ผคู้ นจะรจู้ กั วา่ เปน็ เมอื งแหง่ ศนู ยก์ ลางของ
ราชการและเมืองการศึกษาของภาคใต้ ดังจะพบว่าคนใต้ท่ีเป็นข้าราชการระดับสงู หรอื
เจ้าสวั ผทู้ ม่ี ฐี านะมกั จะมปี ระวตั ชิ วี ติ ในวยั เยาว์ ทเ่ี กยี่ วข้องกบั การศกึ ษา หรอื รบั ราชการ
ในเมืองสงขลา ในขณะที่เมืองสงขลาเขาแดงและแหลมสน เป็นชุมชนชาวประมงท่ีส่ง
ผลผลติ ภัณฑ์สตั ว์น้�ำสู่ตลาดค้าขายทัง้ ของสด และการแปรรปู สู่ตลาดในเมืองหาดใหญ่
และประเทศเพ่ือนบ้าน เช่น มาเลเซีย
จนกาลเวลาผา่ นมาประเทศไทยไดเ้ ขา้ สยู่ คุ โชตชิ ว่ งชชั วาล (ประมาณ พ.ศ. 2530) คอื
ยคุ ทองของวงการปโิ ตรเลยี ม ทเ่ี ปลยี่ นเมอื งเกา่ สงขลาเปน็ เมอื งแหง่ ทพ่ี กั อาศยั และธรุ กจิ
ต่างๆ ท่ีเกยี่ วกบั ปิโตรเลียม เมอื งการศึกษาและการประมงควบคู่กัน เป็นยคุ ท่มี ีการนำ�
เข้าแรงงานต่างด้าวเพือ่ มาเป็นแรงงานประมง อาคารเก่าในเมืองเก่าแถบถนนนครนอก
ถกู ใช้ประโยชน์เชงิ พื้นท่ี คือ เกบ็ ของ และจอดเรือประมง บ้านบางหลงั ใช้เป็นท่ีพกั ของ
แรงงานต่างด้าว ทำ� ให้บ้านเก่าในช่วง พ.ศ. 2530-2550 มคี วามทรุดโทรม บางหลงั ก็ปิด
รา้ ง ทำ� ใหเ้ มอื งเสอ่ื มโทรม มเี หตอุ าชญากรรม และการทะเลาะววิ าทของแรงงานตา่ งดา้ ว
อยู่เนืองๆ จนกระท่ัง ใน พ.ศ. 2552 ซ่ึงตรงกับการวาระด�ำรงต�ำแหน่งนายกเทศมนตรี
ของ คุณพรี ะ ตนั ติเศรณี (คณุ สมศักด์ิ ตนั ติเศรณี เป็นรองนายกเทศมนตร)ี ได้หยิบยก
ประเดน็ เรอื่ งเมอื งเกา่ มาเปน็ การพฒั นาไดม้ กี ารหารอื สาธารณะ ทง้ั การพดู คยุ ในวงเลก็ ๆ
ไม่กี่คน และการตั้งวงระดมสมองขนาดใหญ่ (ที่ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสงขลา) น�ำมาสู่
การเชิญนักวิชาการจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย ร่วมกับเทศบาลนคร
สงขลา ICOMOS Thailand และการเคหะแหง่ ชาติ มาชว่ ยคดิ กระบวนการทจ่ี ะรกั ษา และ
พัฒนาเมอื งบนต้นทุน คณุ ค่าทเี่ มอื งเก่าสงขลามีซ่ึงในขณะนัน้ ได้มุ่งประเดน็ ไปทเ่ี มอื ง
เก่าสงขลาบ่อยางเป็นหลกั
จากการประชมุ โดยการมสี ว่ นรว่ มของภาคประชาสงั คม น�ำมาสกู่ ารตง้ั กลมุ่ Heritage
NGOs หรือกลุ่มอาสาสมัคร ที่จะท�ำงานเร่ืองเมืองเก่าสงขลาชื่อว่า “ภาคีคนรักเมือง
สงขลา” ใน พ.ศ. 2552 ในชว่ งเวลานน้ั ภาคใี นสว่ นทงั้ ภาครฐั และเอกชน ไดส้ รปุ ตรงกนั วา่
เครอื่ งมอื ทจ่ี ะทำ� ใหก้ ารพฒั นาเมอื ง สามารถขบั เคลอื่ นไปขา้ งหนา้ โดยยงั รกั ษาคณุ คา่ ของ
เมืองเก่าสงขลาไว้ได้คือ การพัฒนาสงขลาไปสู่ความเป็นเมืองมรดกโลกของ UNESCO
เพราะมที ง้ั ประเดน็ การรกั ษาคณุ คา่ ทางกายภาพ และการรกั ษาขนบธรรมเนยี มประเพณี
ตลอดจนภูมปิ ัญญาไปพร้อมๆ กัน อีกทงั้ การบรหิ ารจดั การเมืองมรดกโลก สามารถนำ�
มาใช้ปฏิบัตไิ ด้ พร้อมๆ กบั มตี วั อย่างการปฏบิ ัติ (Best Practice & Poor Practice) จาก
เมืองมรดกโลกใกล้ๆ ให้ได้ศึกษาและเรียนรู้จึงน่าจะเป็นกลไกท่ีเหมาะสมในการนำ� มา
ใช้พัฒนาเมืองเก่าสงขลา
86
ดงั นนั้ ภาคที กุ ภาคสว่ นจงึ ไดร้ ว่ มกบั กลมุ่ นกั วชิ าการจดั การประชมุ ทางวชิ าการ
คร้ังแรกในเมืองเก่าสงขลา ในชื่อว่า “สงขลาสู่มรดกโลก” ภายใต้การสนับสนุนจาก
เทศบาลนครสงขลา มกี ารจดั ประชมุ น�ำเทย่ี วเมอื งเกา่ จดั กจิ กรรมถนนคนเดนิ แตง่ เพลง
เสนห่ ส์ งขลา และจดั ทำ� สอื่ ตา่ งๆ เพอื่ นำ� เมอื งสงขลา ใหเ้ ปน็ ทรี่ จู้ กั วา่ อยสู่ ว่ นไหนบนแผนท่ี
โลก (Put Songkhla on The Map) การใช้คำ� ว่าสงขลาสู่มรดกโลก เป็นเหมือนการปักธง
มุ่งสู่ปลายทางความสำ� เร็จ เป็นมติร่วมกนั ของวงประชาคมในยุคน้ัน
จากแนวความคดิ และการรเิ รมิ่ ดงั กลา่ ว ไดเ้ กดิ ผลประจกั ษข์ องความสำ� เรจ็ คอื เมอื ง
สงขลากลบั มชี วี ติ ซวี าขน้ึ บา้ นเกา่ ไดร้ บั การฟน้ื ฟโู ดยพยายามรกั ษารปู แบบสถาปตั ยกรรม
ดงั้ เดมิ คขู่ นานกบั กระแสนยิ มเมอื งเกา่ กระจายไปทว่ั โลก มคี นหนมุ่ สาวมาอยใู่ นเมอื งเกา่
สงขลามากขนึ้ การย้ายออกน้อยลง แต่การย้ายเข้ามาสู่เมืองเก่ามากขึ้น แม้กระท่งั ฝรง่ั
ต่างชาติหลายคนก็ยังมาตกหลุมรัก มาอยู่อาศัยในเมืองเก่าสงขลา ต่อมาในช่วงตั้งแต่
พ.ศ. 2555 ถึงปัจจุบนั เกดิ ภาวะถดถอยของธุรกิจการประมงและปิโตรเลยี ม ท�ำให้เมอื ง
สงขลาไดป้ รบั เปลย่ี นกลายเปน็ เมอื งทอ่ งเทย่ี ว จงึ มกี ารอนรุ กั ษส์ ถาปตั ยกรรมดงั้ เดมิ ไวใ้ น
แนวปรบั เปลยี่ นการใช้สอยเป็นบ้านพกั อาศยั และร้านค้าท่ีทนั สมัย เช่น ร้านกาแฟ ร้าน
หนังสือ Co-working space ร้านอาหาร โรงแรมแนวบตู กิ เป็นต้น
จากการเกบ็ สถิติผู้มาเยอื นทง้ั นกั ท่องเที่ยวชาวไทย และต่างประเทศ ณ สำ� นกั งาน
ภาคีคนรักเมืองสงขลา อาคารโรงสีแดงหับ โห้ ห้ิน ใน พ.ศ. 2561 พบว่ามีผู้มาเยอื นโรง
สีแดงถึงแปดพนั คนต่อเดือน นบั ว่าเป็นสถติ ทิ นี่ ่าสนใจ หากเทยี บกับ พ.ศ. 2553 ทมี่ คี ่า
เท่ากับศูนย์ (ไม่มีการท่องเท่ียว) เป็นการพิสูจน์ว่าการตัดสินใจของประชาคมเมืองเก่า
เมอ่ื สบิ ปที ผ่ี า่ นมาในเรอ่ื งการใชส้ ตู ร “สงขลาสเู่ มอื งมรดกโลก” เปน็ ยทุ ธศาสตรท์ ปี่ ระสบ
ความสำ� เร็จ และสามารถน�ำไปปฏบิ ัตไิ ด้จริง
มรดกวฒั นธรรมดา้ นอาหารของสงขลา
ทม่ี า: https://www.songkhla-ht.org/content/11248/, สำ�นกั งานเทศบาลเมอื งสงขลา.สงขลาเมอื งสองเล
เสนห่ เ์ หนอื กาลเวลา.โรงพมิ พด์ :ี สงขลา.2561.
87
ประโยชน์ทสี่ งขลาจะไดร้ ับหากไดเ้ ป็นเมอื งมรดกโลก
1. ดา้ นการอนรุ กั ษ์ การเปน็ มรดกโลกจะเปน็ การเปดิ โอกาสใหม้ กี ารศกึ ษาคน้ ควา้
ข้อมูลต่างๆ เพ่ือบ่งบอกคุณค่าของเมือง มีการจัดทำ� แผนบริหารจัดการพื้นที่มรดกโลก
ซึ่งเป็นแนวทางในการอนุรักษ์คุณค่าทั้งทางวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นระบบ
ได้มาตรฐานในระดับสากลสามารถตรวจสอบได้ เป็นหลักประกนั ว่าแหล่งมรดกโลกจะ
ยังคงอยู่สืบต่อไป พร้อมกับการรักษาคุณค่าท่ีโดดเด่นอันเป็นสากลนั้นไว้ เพ่ือส่งต่อไป
ให้กบั อนุชนรุ่นหลงั
2. ด้านเศรษฐกิจ การเป็นมรดกโลกเป็นกลไกส�ำคัญในการสร้างแรงจูงใจใน
การมาเยี่ยมชมของนักท่องเที่ยว เป็นการสร้างรายได้ที่มีผลต่อการพัฒนาเศรษฐกิจใน
พื้นท่ีมรดกโลก และบริเวณโดยรอบ สร้างงานและกระจายรายได้สู่ชุมชนได้เป็นอย่าง
มาก นอกจากน้ี ในระหว่างทางสู่มรดกโลกนั้น สงขลาจะได้รับการพัฒนาควบคู่กันไป
หลายด้านตามแผนแม่บทการพัฒนาสู่เมืองมรดกโลก เช่น การวางผงั เมือง โครงสร้าง
พื้นฐาน การศึกษา การพัฒนาทักษะแรงงานและผู้ประกอบการ การคมนาคมขนส่ง
เทคโนโลยีดจิ ทิ ลั เมอื งสร้างสรรค์ การรักษาส่งิ แวดล้อม การรกั ษาความปลอดภยั การ
สง่ เสรมิ วฒั นธรรม การเคารพกตกิ าสงั คม และการดแู ลสขุ ภาพอนามยั เปน็ การยกระดบั
มาตรฐานของเมอื งใหส้ งู ขน้ึ หลายดา้ น ชว่ ยพฒั นาคณุ ภาพชวี ติ ของผอู้ ยอู่ าศยั ใหด้ ยี งิ่ ขน้ึ
เป็นเมืองน่าอยู่อย่างยั่งยืน นอกจากนี้ การพัฒนาเชิงอนุรักษ์ยังสอดคล้องกับโครงการ
One Belt One Road ที่ริเร่ิมโดยสาธารณรัฐประชาชนจีน ซ่ึงจะสร้างความเข้มแข็งให้
กับความสัมพันธ์ระว่างประเทศ และปูทางไปสู่ความเจริญอย่างย่ังยืนในด้านการท่อง
เที่ยวเชงิ วัฒนธรรม
3. ด้านความมั่นคง จากการท่ีสงขลาเป็นสังคมพหุวัฒนธรรม ท่ีประกอบด้วย
คนไทยที่นับถือศาสนาพุทธ อิสลาม และคนไทยเช้ือสายจีน อยู่ด้วยกันอย่างสงบสุข
สมานฉันท์ ร่วมกันสร้างบ้านสร้างเมืองมาทุกยุคทุกสมัยในประวัติศาสตร์ ย่อมเป็น
ตัวอย่างที่ดีให้กับเยาวชนทั้งในสงขลา และสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า คนไทยทุก
กลุ่มสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างมศี ักด์ศิ รีเท่าเทยี มกัน สร้างจิตสำ� นึกพลเมืองให้มคี วาม
จงรกั ภกั ดีต่อชาติ ศาสนาพระมหากษตั ริย์ เหมือนกบั คนไทยในส่วนอืน่ ของประเทศ
4. ด้านศักดิ์ศรีของประเทศ จากการที่สงขลาได้รับการจัดให้เป็นเมืองหลักของ
IMT-GT รว่ มกบั ปนี งั ของมาเลเซยี และเมดานของอนิ โดนเี ชยี จงึ มกั จะถกู เปรยี บเทยี บกบั
เมอื งปนี งั ในเวทนี านาชาติ การพฒั นาใหส้ งขลาเปน็ เมอื งมรดกโลกเชน่ เดยี วกบั ปนี งั และ
มะละกา กอ่ ใหเ้ กดิ ภาพลกั ษณท์ ด่ี ขี องประเทศไทย สรา้ งความเชอ่ื มน่ั ทางดา้ นเศรษฐกจิ
88
การลงทนุ และยงั เปน็ การสรา้ งแรงบนั ดาลใจใหเ้ ยาวชนคนรนุ่ หลงั ภาคภมู ใิ จในประเทศ
ชาตบิ ้านเกิดของตนเองว่า มศี ักยภาพในการพฒั นาทดั เทยี มกบั ชาติอน่ื ๆ
พัฒนาการของโครงการสงขลาสู่เมอื งมรดกโลก
พ.ศ. 2552 - ตงั้ กล่มุ ภาคคี นรักเมืองสงขลา น�ำเสนอขอบเขตเมอื งเกา่ สงขลา
พ.ศ. 2553 - คณะรัฐมนตรีประกาศให้เมืองเก่าสงขลาเป็นเมืองเก่าส�ำคัญ
ของชาติ ในกลุม่ ที่ 1
- การประชมุ วซิ าการประจำ� ปขี องสมาคมอโิ คโมสไทยในหวั ขอ้ “สงขลา
สู่มรดกโลก”
- รว่ มกบั เทศบาลนครสงขลาจัดงาน ถนนคนเดนิ สงขลาแต่แรก
- ร่วมเปน็ คณะอนกุ รรมการอนรุ ักษ์และพฒั นาเมืองเกา่ สงขลา
พ.ศ. 2554 - น�ำเสนอ “รปู แบบสถาปัตยกรรมท่ีเหมาะสมและกรรมวิธีการกอ่ สร้าง
ในยา่ นเมอื งเกา่ ” (กรณีธนาคารออมสิน)
พ.ศ. 2555 - เริ่มเผยแพรค่ วามรเู้ รอ่ื งเมอื งเก่าสงขลา ในสถานศึกษา
พ.ศ. 2556 - ตงั้ สำ� นกั งานเลขานกุ ารคณะอนกุ รรมการอนรุ กั ษแ์ ละพฒั นาเมอื งเกา่
สงขลาท่ีโรงสีแดง
- จดทะเบยี นภาคีคนรักเมืองสงขลาสมาคม
- นำ� เสนอการวจิ ยั ศกึ ษาชวี ประวตั แิ ละบทบาทชาวจนี ทไี่ ดร้ บั พระราชทาน
บรรดาศกั ดใ์ิ นเขตเมอื งเกา่ สงขลา
- การประชมุ วชิ าการนานาชาติ“IMT-GTLivableOldTownsTourism2015”
- จดั กิจกรรมฟ้ืนฟชู วี ติ ชีวาย่านเมืองเก่าสงขลา รว่ มกบั จงั หวัดสงขลา
- เปดิ อทุ ยานการเรยี นรนู้ ครสงขลา สนบั สนนุ โดย บมจ.ปตท.สผ
- เรมิ่ จดั งานหลาดสองเลเกา๋ เท่รมิ เลสาบทกุ วนั อาทติ ยส์ ปั ดาหท์ ่ี2ของเดอื น
พ.ศ. 2559 - พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เยี่ยมชม
การอนรุ ักษ์เมืองเกา่
- องคก์ ารบรหิ ารสว่ นจงั หวดั สงขลา จดั ทำ� แผนแมบ่ ทการบรหิ ารจดั การ
โครงการปรบั ปรงุ แหลง่ โบราณสถานและสถานทสี่ ำ� คญั ทางประวตั ศิ าสตร์
พ.ศ. 2560 - เทศบาลนครสงขลา ออกเทศบัญญัติก�ำหนดบริเวณห้ามก่อสร้าง
ดดั แปลง หรอื เปลย่ี นการใชอ้ าคารบางชนดิ บรเิ วณยา่ นเมอื งเกา่ สงขลา
พ.ศ. 2561 - ฟืน้ ฟกู �ำแพงเมืองเก่าดา้ นตะวนั ตกปลายถนนนครนอก
- เปิดใชห้ ้องมรดกโลก สนับสนนุ โดย บมจ.ปตท.สผ.
- ทา่ นผหู้ ญงิ สริ กิ ติ ยิ าเจนเซน่ ลงสำ� รวจพน้ื ทเ่ี มอื งเกา่ สงขลาทง้ั ฝง่ั สงิ หนคร
89
เกาะยอ และเมืองเก่าสงขลา เพื่อดูศักยภาพในการพัฒนาเป็นเมือง
มรดกโลก
- จดั workshop ในยา่ นเมอื งเกา่ สงขลาระหวา่ งประเทศไทยและจนี โดย
เชิญนักศึกษาจาก มหาวิทยาลัยชิงหวา มหาวิทยาลัยเจ้อเจียง และ
มหาวิทยาลัยหัวเฉียว ร่วมกับสถาบันอาศรมศิลป์ และมหาวิทยาลัย
เทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย ผลท่ีได้รับท�ำให้เกิดงานวิชาการท่ีจะใช้
ตอ่ ยอดในการขนึ้ ทะเบยี นเมอื งเกา่ สงขลาเปน็ เมอื งมรดกโลกผา่ นงาน
วิชาการ ร่วมกบั มหาวทิ ยาลัยในประเทศจนี
พ.ศ. 2562 - นำ� เสนอผลงานการ workshop ในประเทศจีน โดยได้น�ำเสนอตอ่ ทา่ น
เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงปักกิ่ง และอดีตเอกอัครราชทูตจีนประจ�ำ
ประเทศไทย 4 ทา่ น เพ่อื สานความรว่ มมือทางวชิ าการในการผลกั ดนั
เมอื งสงขลาสเู่ มอื งมรดกโลก และเปน็ เมอื งทา่ ในโครงการหนง่ึ แถบหนงึ่
เส้นทาง (One Belt One Road) จัดท�ำขอบเขตเมืองเก่าสงขลาส่วน
ขยาย (เมอื งเกา่ สงขลาเขาแดง เมอื งเกา่ สงขลา เมอื งเกา่ แหลมสน และ
พน้ื ทเี่ กาะยอ)
- สำ� นกั งานนโยบายและแผนสงิ่ แวดลอ้ ม กระทรวงทรพั ยากรธรรมชาติ
และสงิ่ แวดลอ้ มสง่ คำ� ขอใหส้ งขลาเขา้ โครงการUpstreamของICOMOS
International
- จดั ทำ� ประชาพจิ ารณร์ บั ฟงั ความคดิ เหน็ เรอื่ งการนำ� สงขลาสเู่ มอื งมรดก
โลก 4 ครงั้ ในพนื้ ทเ่ี มอื งเกา่ บอ่ ยาง เมอื งเกา่ เขาแดง เมอื งเกา่ แหลมสน
และพื้นทเ่ี กาะยอ
- จดั การประชมุ วชิ าการนานาชาติ“เมอื งทา่ และเสน้ ทางการคา้ ทางทะเล
แหง่ เอเชยี ” (Asian Port Towns and Maritime Trade Routes 2019)
เพอื่ ชบู ทบาทของสงขลาในฐานะทเี่ ปน็ เมอื งทา่ บนเสน้ ทางการคา้ ตงั้ แต่
อดตี จนถงึ ปจั จบุ นั และหาเสยี งสนบั สนนุ ในการเสนอตวั เปน็ เมอื งมรดกโลก
พ.ศ. 2563 - ICOMOS International ตอบรบั การมาประเมินเมืองเกา่ สงขลาตาม
โครงการ Upstream โดยใช้เวลาประเมินและจัดท�ำรายงาน 6 เดือน
หลังจากสามารถเดินทางไดห้ ลังจากสถานการณ์ Covid-19
- จดั ตงั้ “มลู นธิ สิ งขลาสมู่ รดกโลก” เพอ่ื ชว่ ยขบั เคลอื่ นโครงการใหม้ คี วาม
คลอ่ งตัว และมีประสทิ ธภิ าพยง่ิ ขึน้
90
๏ กแผารนปทก่เี มปอื้องงเคก้มุ า่ คสรงอขงลแาละบรหิ ารจัดการ
ชอ่ื แหล่งมรดก: เมืองเก่าสงขลา: ชุมชนพหุวัฒนธรรมบนเส้นทางข้ามคาบสมทุ ร
อินโด-แปซฟิ ิก
ที่ตั้ง: ต�ำบลบ่อยาง อำ� เภอเมืองสงขลา และบ้านหัวเขา อำ� เภอสิงหนคร จังหวัด
สงขลา ประเทศไทย
พกิ ดั ทางภมู ศิ าสตร์: 7.217273, 100.569649
แผนท่ี:
แผนท่ี: ประเทศไทย ท่ตี ั้งจงั หวัดสงขลา
ทม่ี า: The Project on Managing The Master Plan in Conserving and Developing Cultural Heritage
and Historic Monuments (Songkhla towards world Heritage site) Final Report
91
พื้นทแ่ี หล่งมรดก:
1. หวั เขาแดง 3.758 ตร.กม.
2. แหลมสน 0.802 ตร.กม.
3. บ่อยาง พื้นทท่ี ่ี 1 0.948 ตร.กม.
4. บ่อยาง พื้นทท่ี ่ี 2 0.611 ตร.กม.
รวม 6.119 ตร.กม.
พื้นท่คี ุ้มครองเพ่ือการอนรุ ักษ์ (buffer zone) 10.381 ตร.กม.
รวมพน้ื ที่ทง้ั หมด 16.50 ตร.กม.
แหลง่ มรดกและพน้ื ทคี่ มุ้ ครองเพอ่ื การอนรุ กั ษท์ ค่ี าดวา่ จะนำ� เสนอขน้ึ บญั ชมี รดกโลก
92
แผนท:ี่ เมอื งเกา่ สงขลา
(National Committee for the Conservation of Rattanakosin and Old Towns)
ที่มา: The Project on Managing The Master Plan in Conserving and Developing Cultural
Heritage and Historic Monuments (Songkhla towards world Heritage site) Final Report
93
กรอบการปกปอ้ งค้มุ ครองและบริหารจัดการ
กรอบการปกป้องคุ้มครองและบริหารจดั การเมืองเก่าสงขลา แบ่งออกเป็น 2 ระดบั
ได้แก่ ระดบั ชาติและระดับท้องถนิ่
การปกปอ้ งคมุ้ ครองและบรหิ ารจดั การระดบั ชาติ
- แหลง่ มรดกวฒั นธรรมในประเทศไทยไดร้ บั การปกปอ้ งคมุ้ ครองตามกฎหมาย โดย
พระราชบัญญัติโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่ง
ชาติ พ.ศ. 2504 แก้ไขเพิ่มเติมโดย พระราชบัญญัติโบราณสถาน โบราณวัตถุ
ศลิ ปวตั ถุ และพพิ ิธภัณฑสถานแห่งชาติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2539 กฎหมายฉบบั นี้
ปกป้องคุ้มครองแหล่งมรดกวัฒนธรรมทุกแหล่ง ในลักษณะของแหล่งมรดกท่ีได้รับการ
ขึ้นทะเบียนและไม่ได้ขึ้นทะเบียน แหล่งมรดกท่ีส�ำคัญในเมืองเก่าสงขลา (ดูหัวข้อท่ี 4)
เป็นโบราณสถานข้ึนทะเบียน หน่วยงานรับผิดชอบในการใช้บังคับกฎหมายนี้คือ กรม
ศลิ ปากร
- เมืองเก่าสงขลาเป็นเมืองเก่าตามระเบียบส�ำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการ
อนรุ ักษ์กรงุ รตั นโกสนิ ทรแ์ ละเมอื งเกา่ พ.ศ. 25461 ซ่งึ ตามระเบียบนกี้ ำ� หนดให้การ
ก่อสร้างในเขตเมืองเก่าต้องได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการอนุรักษ์และพัฒนากรุง
รัตนโกสินทร์และเมืองเก่า อีกทั้งการพัฒนาภูมิทัศน์เมืองเก่ายังได้รับความสนใจเป็น
พิเศษในแง่ทเ่ี ป็นส่วนหนงึ่ ของการอนรุ กั ษ์และพัฒนาเมอื ง
- กรมศลิ ปากรไดจ้ ดั ตง้ั สำ� นกั ศลิ ปากรที่ 11 สงขลา ขนึ้ เปน็ ศนู ยก์ ลางการอนรุ กั ษ์
และบริหารจัดการแหล่งมรดกวฒั นธรรมในภาคใต้ตอนล่าง
การปกป้องคุ้มครองและบริหารจดั การระดบั ทอ้ งถนิ่
- เมืองเก่าสงขลาในพื้นที่บ่อยาง ได้รับการปกป้องคุ้มครองโดยเทศบัญญัติ
เทศบาลนครสงขลา เรอ่ื งกำ� หนดบริเวณห้ามก่อสรา้ ง ดัดแปลง หรอื เปลีย่ นการ
ใช้อาคารบางชนิดหรือบางประเภทบริเวณย่านเมืองเก่า ในท้องที่เขตเทศบาล
นครสงขลา อำ� เภอเมอื งสงขลา จังหวัดสงขลา พ.ศ. 25602 ซง่ึ เป็นกฎหมายที่ระบุ
ชัดเจนถึงการห้ามการก่อสร้างในบางรูปแบบ ชนิดอาคาร การใช้สอย รวมถึงมีการ
กำ� หนดความสงู อาคารในพน้ื ทเ่ี มอื งเกา่ เพอื่ การอนรุ กั ษอ์ าคารมรดกและบรรยากาศของ
เมืองเก่า
1 ดภู าคผนวก 1 ระเบียบสำ�นักนายกรฐั มนตรี ว่าดว้ ยการอนุรักษ์ กรงุ รัตนโกสนิ ทรแ์ ละเมืองเก่า พ.ศ. 2546
2 ดูภาคผนวก 2 เทศบญั ญตั เิ ทศบาลนครสงขลา เรอื่ งกำ�หนดบริเวณห้ามก่อสร้าง ดดั แปลง หรอื เปลย่ี นการใชอ้ าคารบางชนดิ หรือบาง ประเภทบริเวณ
ย่านเมืองเก่า ในทอ้ งท่เี ขตเทศบาลนครสงขลา อำ�เภอเมืองสงขลา จงั หวดั สงขลา พ.ศ. 2560
94
- คณะอนุกรรมการอนุรักษ์และพัฒนาเมืองเก่าสงขลา เป็นอนุกรรมการเพ่ือ
การติดตามและประเมินผลของคณะกรรมการอนุรักษ์และพัฒนากรุงรัตนโกสินทร์และ
เมืองเก่า คณะอนุกรรมการชุดนี้ท�ำงานโดยตรงเกี่ยวกับการอนุรักษ์และพัฒนาเมือง
เก่าสงขลาในของเขตท่ีได้ระบุไว้ในระเบียบส�ำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการอนุรักษ์กรุง
รัตนโกสนิ ทร์และเมืองเก่า พ.ศ. 2546
- ภาคีคนรักเมืองสงขลาสมาคม เป็นองค์กรอิสระที่ได้ก่อต้ังขึ้นต้ังแต่ พ.ศ.
2552 เพ่ือเปน็ ศนู ยร์ วมของชาวสงขลาทีร่ กั และหว่ งใยในมรดกวฒั นธรรมของเมือง และ
ได้ด�ำเนินการอย่างต่อเน่ืองในการส่งเสริมความตระหนักรู้ในการปกป้องคุ้มครองและ
อนุรักษ์มรดกวัฒนธรรมของเมืองเก่าสงขลา รวมถึงได้ท�ำงานอย่างเข้มแข็งในโครงการ
สงขลาสู่มรดกโลก
- แผนแม่บท การบริหารจัดการโครงการปรับปรุงแหล่งโบราณสถานและ
สถานท่ีส�ำคัญทางประวัติศาสตร์ (สงขลาสู่เมืองมรดกโลก)3 ได้จัดท�ำข้ึนในพ.ศ.
2560 โดยคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย ใน
โครงการสงขลาสู่เมืองมรดกโลก ริเริ่มโดยเทศบาลนครสงขลา ภาคีคนรักเมืองสงขลา
สมาคม และองคก์ รอนื่ ๆ ทใ่ี หค้ วามรว่ มมอื ในโครงการ เอกสารนเ้ี ปน็ แนวทางการพฒั นา
เมืองเชิงอนุรักษ์เพอ่ื เตรียมความพร้อมในการน�ำเสนอเมืองสงขลาข้ึนบัญชีมรดกโลก
3 ดูภาคผนวก 3 แผนแมบ่ ทการบริหารจัดการโครงการปรับปรงุ แหล่งโบราณสถานและสถานทสี่ ำ�คญั ทางประวตั ศิ าสตร์
(สงขลาส่เู มอื งมรดกโลก)
95
๏ แผนทเี่ มืองสงขลาและขอบเขตเมืองเก่า 2556
96
๏ เมืองเกา่ สงขลา : คุณค่าที่โดดเด่น
แผลกั ษณะเด่นของเมืองเก่าสงขลาประกอบด้วยภมู ิทัศน์วฒั นธรรมและองค์ประกอบ
ทางประวัติศาสตร์ ซึ่งสะท้อนให้เห็นพัฒนาการของเมืองรอบทะเลสาบสงขลา
แหล่งมรดกท่ีเป็นตัวแทนของคุณค่าทางวัฒนธรรม แบ่งออกเป็น 3 กลุ่มตามทตี่ ัง้ ได้แก่
กลุ่มเมืองเก่าสงขลาเขาแดง เมอื งเก่าสงขลาแหลมสน และเมืองเก่าสงขลาบ่อยาง
เมืองเกา่ สงขลาเขาแดง
97
หวั เขาแดงถอื วา่ เปน็ พฒั นาการแรกของเมอื งสงขลา ปรากฏชอ่ื “SINGORA” ในเอกสาร
ต่างประเทศ องค์ประกอบท่ียังปรากฏอยู่ในพ้ืนท่ีนี้ได้แก่ป้อมปราการที่สร้างบนสันเขา
ของหัวเขาแดง สุสานสลุ ต่านสุไลมาน และหลักฐานของสถานีการค้าต่างประเทศได้แก่
หลมุ ฝังศพฮอลนั ดา แหล่งวฒั นธรรมดงั กล่าวบ่งชี้ถึงความสำ� คญั ของเมอื ง ในลกั ษณะ
ของเมืองป้อมปราการและศูนย์กลางการค้าในสมัยอยธุ ยา
98
-ป้อมปราการ
ป้อมปราการที่หัวเขาแดง เป็นองค์ประกอบที่โดดเด่นที่สุดของเมือง ประกอบด้วย
ป้อม 14 ป้อม สร้างด้วยหนิ สแี ดงบนสันเขาของหวั เขาแดง ป้อมเหล่าน้สี ร้างขึ้นเพอื่ การ
ป้องกนั เมืองในช่วงท่เี มืองสงขลาเป็นหนง่ึ ในเมอื งท่าและศูนย์กลางการค้าทีส่ ำ� คัญทีส่ ุด
ในสมยั อยธุ ยา ตามเอกสารประวตั ศิ าสตร์ สงขลามกี ารสรู้ บกบั อยธุ ยาและถกู โจมตจี าก
โจรสลัด ดังนั้นป้อมเหล่าน้ีจึงมีความจ�ำเป็นในการเป็นส่วนหนึ่งขององค์ประกอบเพ่ือ
ป้องกนั เมอื ง ป้อมเหล่าน้ีได้รบั การขึ้นทะเบยี นโบราณสถานแล้วทกุ ป้อม และได้รับการ
อนรุ กั ษ์อย่างดี ส่วนหน่ึงเป็นเพราะความทนทานของวสั ดุด้วย
ป้อมหมายเลข 2 ป้อมหมายเลข 3
ป้อมหมายเลข 4 ป้อมหมายเลข 5
ป้อมหมายเลข 6 ป้อมหมายเลข 8
99