The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by WMD, 2022-10-31 09:09:43

หนังสืออนุสรณ์พระราชทานเพลิงศพ นางจิ้ว บุญญามณี

หนังสืออนุสรณ์พระราชทานเพลิงศพ

ป้อมหมายเลข 9 ป้อมหมายเลข 12

ป้อมหมายเลข 14 ทม่ี า: http://gis.ifnearts.go.th/inf eart/

- กำ� แพงเมอื งเกา่ สงขลาเขาแดง
กำ� แพงเมอื งทย่ี งั ปรากฏอยู่ มเี พยี งสว่ นเดยี ว ซงึ่ เชอื่ มตอ่ จากปอ้ มหมายเลข 1 ไปทาง
ทศิ ตะวนั ออกเฉยี งเหนอื อนั เปน็ ตำ� แหนง่ ของปอ้ มหมายเลข 13 กำ� แพงสว่ นนม้ี คี วามยาว
12.3 เมตร กว้าง 7.5 เมตร ส่วนใหญ่อยู่ในสภาพปรกั หกั พัง

ที่มา: http://gis.nfi earts.go.th/nif eart/
100

- สุสานสุลตา่ นสุไลมาน
สุสานแห่งน้ีชาวบ้านเรียกว่า “สุสานมรหุ่ม” เช่ือว่าเป็นสุสานของสุลต่านสุไลมาน
แหง่ สงขลา ตวั สสุ านมลี กั ษณะเรยี บงา่ ย สรา้ งดว้ ยอฐิ ฉาบปนู อยภู่ ายในอาคารโถงแบบ
พืน้ ถิน่ พนื้ ท่โี ดยรอบสุสานเป็นทฝ่ี ังศพของชาวมุสลิม ซึง่ ยงั ใช้งานอยู่จนปัจจบุ นั


ทมี่ า: http://gis.nif earts.go.th/nfi eart/

- สสุ านฮอลนั ดา
สสุ านฮอลนั ดาตงั้ อยทู่ างทศิ ใตข้ องสสุ านสลุ ตา่ นสไุ ลมาน หา่ งออกไปประมาณ 300
เมตร เป็นพ้ืนที่ประวัติศาสตร์ท่ีส�ำคัญอันเป็นประจักษ์พยานของประวัติศาสตร์การค้า
และการตดิ ตอ่ ระหวา่ งสงขลากบั ชาวดตั ชใ์ นสมยั สงขลาเขาแดง สสุ านสว่ นใหญม่ สี ภาพ
ปรักหักพัง บางชิ้นช�ำรุดท�ำลายไปเนื่องจากกาลเวลา แต่ยังคงมีร่องรอยให้สืบค้นได้
ในทางโบราณคดี

ทมี่ า: http://gis.finearts.go.th/inf eart/
101

- เจดีย์สองพ่นี อ้ ง
เจดยี ส์ องพน่ี อ้ งประกอบดว้ ยเจดยี ท์ รงไทย 2 องค์ สรา้ งอยบู่ นฐานซงึ่ เดมิ เปน็ ปอ้ ม ณ
จดุ สงู ทส่ี ดุ ของหวั เขาแดง ดว้ ยเหตนุ เ้ี จดยี ส์ องพนี่ อ้ งจงึ เปน็ ทหี่ มดุ หมายทส่ี �ำคญั ทสี่ ดุ ของ
หวั เขาแดง ระหวา่ งเจดยี ท์ งั้ สองมซี ากของเกง๋ จนี แสดงใหเ้ หน็ อทิ ธพิ ลทางสถาปตั ยกรรม
จนี ในช่วงทีก่ ่อสร้างเจดยี ์ ซึง่ อยู่ในสมัยรตั นโกสินทร์ เจดีย์ทั้งสององค์น้ี องค์ด�ำสร้างขน้ึ
ใน พ.ศ. 2373 โดยสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาประยูรวงศ์ (ดิศ บุนนาค) ผู้เป็นพ่ี องค์
ขาวสร้างข้ึนใน พ.ศ. 2381 โดยพระยาศรีพิพัฒนรัตนราชโกษา (ทัต บุนนาค) ผู้เป็น
น้อง เป็นอนุสรณ์สถานในการท่ีท่านท้ังสองได้น�ำทัพมาปราบกบฏเมืองไทรบุรีในช่วง
พุทธศตวรรษที่ 24


ทม่ี า: https://www.songkhla-ht.org/

- เจดยี ์วดั เขาน้อย
เจดยี ว์ ดั เขานอ้ ยเปน็ วดั โบราณ มเี จดยี ท์ เ่ี ชอื่ วา่ สรา้ งในสมยั ศรวี ชิ ยั เปน็ องคป์ ระกอบ
ส�ำคัญ วัดน้ีได้รับการปฏิสังขรณ์ในสมัยอยุธยา นอกจากเจดีย์แล้ว องค์ประกอบอ่ืนๆ
ได้แก่ ใบเสมา และพระพทุ ธรปู สมัยอยธุ ยา


ที่มา: http://gis.finearts.go.th/fineart/

102

 เมอื งเก่าสงขลาแหลมสน

เมืองเก่าสงขลาแหลมสนเมืองเก่าสงขลาแหลมสน เกิดขึ้นในสมัยพระเจ้าตากสิน
แหง่ กรงุ ธนบรุ ี และพฒั นาการมาโดยลำ� ดบั จนในสมยั รตั นโกสนิ ทรต์ อนตน้ ในชว่ งเวลานน้ั
ชาวจีนได้มาต้ังถ่ินฐานอยู่ในสงขลา ท�ำการค้ารังนกนางแอ่นและของป่าจนร่�ำรวย
ผู้น�ำพ่อค้าชาวจีนท่านหนึ่งได้รับโปรดเกล้าฯ จากพระบาทสมเด็จพระน่ังเกล้าเจ้าอยู่หวั
รัชกาลที่ 3 แต่งตั้งเป็นเจ้าเมืองสงขลา ซง่ึ สายสกุลของท่านได้สบื ทอดตำ� แหน่งเจ้าเมอื ง
ต่อมาเป็นเวลากว่าศตวรรษ หลักฐานของเมืองสงขลาแหลมสน ได้แก่ สุสานตระกูล
ณ สงขลา วดั ที่สร้างขน้ึ บนไหล่เขา หันหน้าออกสู่ทะเลสาบสงขลา บ่อนำ้� โบราณ ทพี่ ัก
คนเดินทาง และมัสยิด เป็นที่น่าสังเกตว่าชาวมุสลิมซึ่งเช่ือว่าต้ังถิ่นฐานมาตั้งแต่สมัย
เมอื งสงขลาเขาแดง ยงั คงอาศยั อยู่ในพ้นื ทจ่ี นปัจจบุ ัน

103

- วดั สวุ รรณคีรี
วดั สวุ รรณครี เี ปน็ วดั ใหญท่ สี่ ดุ และส�ำคญั ทส่ี ดุ ในแหลมสน ถอื เปน็ วดั ประจ�ำตระกลู
ณ สงขลา สร้างในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1
ลักษณะสถาปัตยกรรมเป็นแบบไทยประเพณี ผสมผสานอิทธิพลจีน มีองค์ประกอบ
ส�ำคัญ ได้แก่ พระอุโบสถ เจดีย์จีน หอระฆัง และซุ้มเสมา จิตรกรรมฝาผนังในพระ
อโุ บสถมีความงดงามมาก ถือเป็นหนง่ึ ในผลงานจิตรกรรมฝาผนังช้นิ เอกของไทย

ทม่ี า: http://gis.inf earts.go.th/fni eart/

104

- วดั บอ่ ทรพั ย์
วดั บอ่ ทรพั ยต์ ง้ั อยบู่ นไหลเ่ ขา ถดั จากวดั สวุ รรณครี ี เปน็ วดั ทมี่ ลี กั ษณะเดน่ คอื มบี อ่ นำ้�
ขนาดใหญอ่ ยดู่ า้ นหนา้ เปน็ บอ่ นำ�้ จดื ทช่ี าวบา้ นไดใ้ ชอ้ ปุ โภคมาจนปจั จบุ นั องคป์ ระกอบ
ส�ำคัญของวัดได้แก่อโุ บสถ กฏุ ิ และบัวบรรจอุ ัฐิ


ทม่ี า: http://gis.nif earts.go.th/nfi eart/

- วัดศิริวรรณาวาส
วัดศิริวรรณาวาสเป็นวัดร้าง ตั้งอยู่บนไหล่เขาถัดจากวัดบ่อทรัพย์ สถาปัตยกรรม
เป็นแบบไทยอิทธิพลจีน ได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นมรดกสถาปัตยกรรมของเมืองสงขลา
แหลมสน

ท่ีมา: http://gis.nif earts.go.th/ifneart/
105

- วดั ภผู าเบิก
วัดภูผาเบกิ อยู่บนไหล่เขาถัดจากวัดศิรวิ รรณาวาส ประกอบด้วยสถาปัตยกรรมพ้ืน
ถนิ่ ทส่ี ำ� คญั ได้แก่ อุโบสถ หอระฆัง กฏุ ิ และศาลาโถง

ทีม่ า: http://gis.nif earts.go.th/ifneart/

- มสั ยดิ ยาบลั โรด้ เราะหม์ ะห์
มสั ยดิ ยาบลั โรด้ เราะหม์ ะหเ์ ปน็ มสั ยดิ โบราณ เชอ่ื วา่ สรา้ งขนึ้ ในสมยั สลุ ตา่ นสไุ ลมานชาห์
ชว่ งพทุ ธศตวรรษท่ี 22 อาคารเดมิ นนั้ เชอ่ื วา่ เปน็ อาคารสรา้ งดว้ ยไมท้ ง้ั หลงั อาคารปจั จบุ นั
เปน็ อาคารทสี่ รา้ งขนึ้ ใน พ.ศ. 2470 เมอ่ื มสั ยดิ หลงั เกา่ ช�ำรดุ ทรดุ โทรมลงอยา่ งมาก มสั ยดิ
แห่งนย้ี ังใช้ประกอบศาสนกิจมาจนปัจจุบนั

ทม่ี า: https://th.worldorgs.com/แคตตาลอ็ ก/อ�ำเภอ-สิงหนคร/
พพิ ธิ ภัณฑ์/มัสยิดยาบลั โรดเหร๊าะหม๊ะ
106

- สุสานตระกูล ณ สงขลา
สุสานตระกลู ณ สงขลา เป็นสุสานจีน ประกอบด้วยสสุ าน 13 สสุ านของบุคคลใน
ตระกูล ณ สงขลา กับอีก 4 สสุ านของเครอื ญาติ รวมท้ังสนิ้ 17 สุสาน อยู่ในท่ดี นิ 3
แปลง แตล่ ะสสุ านมจี ารกึ ภาษาจนี บอกชอื่ และขอ้ มลู เกย่ี วกบั ผวู้ ายชนม์ บางสสุ านเปน็
ของเจ้าเมืองสงขลา ได้แก่ หลวงสุวรรณคีรีสมบัติ (เหยียง) หลวงอินทคีรี (บุญหุ้ย)
พระวิเศษภกั ดี (เถยี้ นจง) และพระยาวิเชียรคีรี (เม่น)


ท่ีมา: http://gis.finearts.go.th/inf eart/

- บ่อเก๋ง
บ่อเก๋งเปน็ บอ่ น้�ำจดื มบี นั ทกึ ในเอกสารประวตั ศิ าสตร์วา่ เปน็ บ่อทเ่ี รอื จะมาแวะเพอื่
เอานำ�้ จดื เดมิ ทต่ี งั้ ของบอ่ นเ้ี ปน็ ปอ้ ม ยงั มหี ลกั ฐานแทน่ ตงั้ ปนื ใหญ่ ปอ้ มยาม บอ่ นำ้� และ
ซุ้มประตูแบบจีน ยุคพทุ ธศตวรรษที่ 24 ปรากฏอยู่ บ่อนี้ยังมกี ารใช้สอยอยู่จนปัจจบุ ัน


ทม่ี า: http://gis.finearts.go.th/inf eart/
107

- ศาลาหลบเสือ
ศาลาหลบเสอื เป็นอาคารแบบพ้นื ถนิ่ สร้างในรชั สมยั พระบาทสมเดจ็ พระน่ังเกล้า
เจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 เป็นที่พักคนเดินทาง อยู่บนเส้นทางสายหัวเขา-สทิงหม้อ ซึ่งใน
สมยั โบราณมีเสือชกุ ชุม จึงได้ชอื่ ว่า “ศาลาหลบเสือ” ศาลานี้ได้รับการอนุรกั ษ์อย่างดี


ท่ีมา: http://gis.finearts.go.th/ifneart/

- ศาลากวง
ศาลากวงเปน็ ทพี่ กั คนเดนิ ทางอกี หลงั หนงึ่ มลี กั ษณะเหมอื นศาลาหลบเสอื แตส่ ภาพ
ชำ� รดุ ทรุดโทรมมาก คงเหลอื เพียงผนงั บางส่วนและเสา ส่วนหลังคาหกั พงั ลงมาแล้ว


ทม่ี า: http://gis.fni earts.go.th/fineart/



108

 เมืองเกา่ สงขลาบอ่ ยาง

เมืองเก่าสงขลาบ่อยาง เป็นท่ีต้ังล่าสุดของเมืองสงขลาซ่ึงได้พัฒนาขึ้นเป็นเมือง
สงขลาในปจั จบุ นั องคป์ ระกอบของเมอื งมคี วามหลากหลายทางวฒั นธรรม ตง้ั แตว่ ดั มสั ยดิ
ศาลเจา้ จนี เรอื นคหบดจี นี กำ� แพงเมอื ง โรงสเี ก่า ถนนประวตั ศิ าสตร์ และอาคารรา้ นคา้
หลายยุคสมัย องค์ประกอบที่หลากหลายเหล่านี้เป็นผลมาจากการเจริญเติบโต และ
พัฒนาการของเมอื งซึ่งเป็นเมืองประวัติศาสตร์ท่มี ีพลวตั จึงได้จดั แบ่งเป็นกลุ่ม 3 กลุ่ม
ได้แก่ โครงสร้างชมุ ชนเมอื ง อาคารและสงิ่ ก่อสร้างประวัติศาสตร์ และศาสนสถาน

โครงสรา้ งชุมชนเมอื ง:

109

- ถนนนครนอก นครใน
ถนนนครนอกและนครในนนั้ เดมิ เปน็ ยา่ นการคา้ ทม่ี รี า้ นคา้ ของพอ่ คา้ ตา่ งชาตติ งั้ อยู่
มาตงั้ แตพ่ ทุ ธศตวรรษที่ 24 ตอ่ มา มกี ารรอ้ื กำ� แพงเมอื งดา้ นตะวนั ตกเพอื่ ขยายผวิ จราจร
ของถนนนครนอก ปัจจบุ นั บทบาททางการค้าของถนนท้งั 2 ได้ลดลง และอาคารร้าน
คา้ เดมิ กไ็ ดก้ ลายเปน็ ทอ่ี ยอู่ าศยั อยา่ งไรกด็ ี ลกั ษณะสถาปตั ยกรรมของอาคารเหลา่ นยี้ งั
คงเป็นเอกลกั ษณ์ท่ีโดดเด่นของเมอื งเก่าสงขลา
รูปแบบสถาปัตยกรรมของอาคารร้านค้ามีตั้งแต่แบบจีน ชิโนยุโรเปียน อาร์ตเดโค
จนถงึ โมเดริ น์ ยคุ ตน้ ทำ� ใหพ้ นื้ ทนี่ เ้ี ปน็ แหลง่ ทอ่ งเทย่ี วทน่ี า่ สนใจและมเี สนห่ ท์ ส่ี ดุ แหง่ หนง่ึ

ถนนนครนอก ท่ีมา: https://www.songkhla-ht.org/ ถนนนครใน

110

- ถนนนางงาม
ถนนนางงามหรอื ถนนเกา้ หอ้ งอยทู่ างทศิ ตะวนั ออกของเมอื งเกา่ สงขลา ถนนมคี วาม
ยาวประมาณ 3 กิโลเมตร วางตามทิศเหนือ-ใต้ บนถนนสายน้ีมีศาลเจ้าจีนท่ีมีความ
ส�ำคัญที่สุด คือศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสงขลา และศาลเจ้ากวนอู นอกจากนี้ยังเป็น
ถนนสายอาหารท่ีมชี ื่อเสยี งของเมอื งสงขลาอกี ด้วย

ทม่ี า: https://www.songkhla-ht.org/

- ถนนพัทลุง (ชุมชนบ้านบน)
ชุมชนบ้านบนตั้งอยู่ในบริเวณถนนพัทลุง ทางทิศใต้ของเมืองเก่าบ่อยาง ชุมชนน้ี
เป็นชุมชนมุสลิม มมี สั ยดิ อุสาสนอสิ ลามเป็นศนู ย์กลาง มัสยิดแห่งนีเ้ ป็นสถาปัตยกรรม
รปู แบบผสมผสานไทยและมุสลิมทีโ่ ดดเด่น นอกจากนี้ชมุ ชนยังเป็นแหล่งอาหารมุสลมิ
ทมี่ ชี อ่ื เสยี ง ซงึ่ ผมู้ าเยอื นสามารถชมิ อาหารและสมั ผสั ประสบการณข์ องวถิ ชี วี ติ ในชมุ ชน
มสุ ลิมได้ทีน่ ่ี

ที่มา: https://www.songkhla-ht.org/
111

112

อาคารและส่ิงก่อสรา้ ง : หมดุ หมายทางประวตั ศิ าสตร์

113

114

- พิพธิ ภัณฑสถานแห่งชาตสิ งขลา
(บา้ นพระยาสนุ ทรานุรกั ษ์ อดีตรองเจา้ เมอื งสงขลา)
อาคารพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสงขลา เดิมเป็นบ้านของพระยาสุนทรานุรักษ์
(เนตร ณ สงขลา) อดีตรองเจ้าเมืองสงขลา สร้างขน้ึ ใน พ.ศ. 2427 เป็นหนึ่งในตัวอย่าง
งานสถาปัตยกรรมจีนที่สมบูรณ์ท่ีสุดท่ีต้ังอยู่นอกประเทศจีน ก่อนที่จะใช้อาคารเป็น
พิพิธภัณฑ์ อาคารนี้เคยเป็นที่ว่าการมณฑลนครศรีธรรมราชในช่วงพ.ศ. 2460-2496
ลักษณะสถาปัตยกรรมของอาคารเป็นแบบจีนประเพณี ผสมผสานอิทธิพลตะวันตก ที่
เหน็ ได้ชดั คือบันไดใหญ่ด้านหน้า ภายในอาคารจัดแสดงนทิ รรศการประวัตศิ าสตร์เมอื ง
สงขลา วฒั นธรรมและวถิ ชี วี ติ รวมถงึ สถาปตั ยกรรมเมอื งสงขลา โดยทตี่ วั อาคารถอื เปน็
หน่งึ ในมรดกวฒั นธรรมทีจ่ ัดแสดงอยู่ด้วย

ทมี่ า: https://www.songkhla-ht.org/
115

- โรงสีแดง หับ โห้ หิ้น
โรงสแี ดง หบั โห้ หนิ้ เปน็ โรงสขี นาดใหญ่ ตง้ั อยรู่ มิ ทะเลสาบสงขลาบนถนนนครนอก
โรงสีแห่งนี้ก่อต้ังข้ึนเม่ือ พ.ศ. 2457 และได้ด�ำเนินธุรกิจมาจนถึงราวพุทธศตวรรษ
ที่ 26 จากนั้น อาคารโรงสีได้เปลี่ยนการใช้สอยมาจนในที่สุดได้ใช้เป็นที่ท�ำการภาคี
คนรักเมืองสงขลาสมาคม และเป็นท่าเรือประมง เป็นอาคารประวัติศาสตร์ประเภท
อุตสาหกรรม โรงสแี ห่งน้ีมคี วามโดดเด่นท่สี ีอาคารซึง่ เป็นสีแดงสด ซ่ึงได้ทาสีน้มี าตัง้ แต่
แรกสร้าง ตามความต้ังใจของเจ้าของซ่ึงต้องการให้อาคารมีความโดดเด่น และกิจการ
ม่ังคั่งร่ำ� รวย ตามความเช่ือของจีนซึง่ เชอ่ื ว่าสแี ดงเป็นสีทีม่ คี วามเป็นสริ มิ งคลสูงสุด

ทม่ี า: The Project on Managing The Master Plan in Conserving and Developing Cultural Heritage
and Historic Monuments (Songkhla towards world Heritage site) Final Report

https://themomentum.co/old-building-songkla/
116

- กำ� แพงเมอื งสงขลา
กำ� แพงเมอื งสงขลาสร้างข้ึนตง้ั แต่แรกสร้างเมอื ง คือในช่วง พ.ศ. 2379-385 ก�ำแพง
เดมิ สร้างเป็นรปู สเ่ี หลี่ยมผนื ผ้า ประกอบด้วยประตูเมือง 10 ประตู ป้อม 8 ป้อม ความ
สูงก�ำแพง 7 เมตร สร้างด้วยวัสดุที่ได้มาจากการรื้อก�ำแพงเมืองบางส่วนที่หัวเขาแดง
และอฐิ จากประเทศจนี แต่เดมิ นัน้ ประตูเมือง 4 ประตูหันออกสู่ทะเลสาบสงขลา เพื่อ
เปน็ ทางเขา้ ออกเชอื่ มตอ่ กบั ทา่ เรอื เพราะสงขลาเปน็ เมอื งทา่ นานาชาตทิ สี่ ำ� คญั อยา่ งไรก็
ดี ในปจั จบุ นั ก�ำแพงเมอื งสว่ นใหญถ่ กู รอ้ื ถอนไปแลว้ คงเหลอื เพยี งสว่ นเดยี วทยี่ งั อนรุ กั ษ์
ไว้เป็นองค์ประกอบประวัติศาสตร์ของเมอื ง


ท่ีมา: http://gis.ifnearts.go.th/inf eart/

- ป้อมปากนำ�้ แหลมทราย
ป้อมปากน�้ำแหลมทรายสร้างข้ึยในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
รัชกาลที่ 4 ราว พ.ศ. 2390-2402 เพ่ือการป้องกันเมืองสงขลา ลักษณะเป็นป้อมแปด
เหล่ียม สร้างด้วยหินและอิฐ ความสงู ประมาณ 2.5 เมตร ความยาว 20 เมตร ลักษณะ
สถาปัตยกรรมแบบรัตนโกสินทร์

ทม่ี า: http://www.me-if.com/tourismdb/tourism-5sbp/data_detail.
php?cateLv=&cateID=21&subid=1&dataID=7522
117

 ศาสนสถาน: ศาลเจ้าจีน

- ศาลหลักเมอื งสงขลา
ศาลหลักเมอื งสงขลาต้งั อยู่บนถนนนางงาม เป็นศาลทสี่ ำ� คญั ที่สดุ ของเมอื งสงขลา
ก่อตั้งข้ึนในสมัยพระยาวิเชียรคีรี (เถ้ียนเส้ง ณ สงขลา) เป็นเจ้าเมือง ภายในศาล
ประดิษฐานหลักเมืองสงขลา ซงึ่ ได้รับโปรดเกล้าฯ พระราชทานมาจากพระบาทสมเดจ็
พระน่ังเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลท่ี 3 และได้ท�ำพิธียกเสาหลักเมืองใน พ.ศ. 2385 ศาล
และหลกั เมอื งไดร้ บั การอนรุ กั ษ์ไว้เป็นอยา่ งดี เปน็ ศนู ยร์ วมความศรทั ธาและแหล่งมรดก
วฒั นธรรมที่ส�ำคญั ท่ีสดุ ของสงขลามาจนปัจจบุ นั

ท่ีมา: The Project on Managing The
Master Plan in Conserving and
Developing Cultural Heritage and
Historic Monuments (Songkhla
towards world Heritage site) Final
Report

- ศาลเจา้ พ่อกวนอู
ศาลเจ้าพ่อกวนอูตั้งอยู่บนถนนนางงาม มีพ้ืนที่ติดกับศาลหลักเมือง โดยมี
โรงเรียนมูลนิธิสงขลาและท่ีท�ำการสมาคมชาวฮกเกี้ยนค่ันอยู่ กวนอูเป็นเทพเจ้าแห่ง
ความกล้าหาญและซือ่ สตั ย์ ชาวจีนนิยมบชู าเพือ่ การสร้างขวัญกำ� ลงั ใจและการปกป้อง
คุ้มครองในการเดินเรือและการค้า ซึ่งเป็นอาชีพหลักของชาวสงขลาในสมัยก่อน ศาล
แห่งน้ีสร้างขนึ้ ใน พ.ศ. 2422 ในรัชสมยั พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หวั รชั กาล
ท่ี 4 ประมาณ 37 ปี หลังการก่อสร้างศาลหลักเมอื ง ตวั อาคารเป็นสถาปัตยกรรมแบบ
จีนสร้างด้วยไม้

ที่มา: The Project on Managing The
Master Plan in Conserving and
Developing Cultural Heritage and
Historic Monuments (Songkhla
towards world Heritage site) Final
Report
118

- ศาลปนุ เถ้ากง
เจ้าพ่อปุนเถ้ากงเป็นเทพเจ้าท่ี เป็นท่ีสักการะและขอพรในด้านโชคลาภ ความ
สุข ความส�ำเร็จ ศาลเจ้าพ่อปุนเถ้ากงท่ีเมืองเก่าสงขลาเป็นศาลขนาดเล็ก อยู่บนถนน
หนองจิก ลักษณะอาคารคล้ายบ้านพักอาศัยของชาวจีนแต่ยกพื้นสูงกว่า คือประมาณ
50 เซนติเมตรจากถนน

ทม่ี า: The Project on Managing The
Master Plan in Conserving and
Developing Cultural Heritage and
Historic Monuments (Songkhla
towards world Heritage site) Final
Report

- ศาลโป้อันเตียน
ศาลเจ้าพอ่ โปอ้ นั เตยี นอยบู่ นถนนยะลา โปอ้ นั เตยี นมปี ระวตั วิ ่าเปน็ เจ้าเมอื ง นบั ถอื
กันว่าเป็นบรรพบุรุษส�ำคัญคนหน่ึงของชาวจีน ผู้ซ่ึงอวยพระให้ผู้ท่ีมาเคารพสักการะมี
ความสุขและร�่ำรวย ศาลมีขนาดเล็ก รปู แบบจีนประเพณี

ทม่ี า: The Project on Managing The
Master Plan in Conserving and
Developing Cultural Heritage and
Historic Monuments (Songkhla
towards world Heritage site) Final
Report

- ศาลตั้งเซง่ อ๋อง
ตงั้ เซง่ ออ๋ งเปน็ เทพบรรพบรุ ษุ รปู เคารพของทา่ นเชอื่ กนั วา่ นำ� มาจากจนี โดยผสู้ บื เชอื้
สายของทา่ นซง่ึ มาตงั้ หลกั ปกั ฐานอยทู่ เ่ี มอื งสงขลา ทมี่ าและเวลาทกี่ อ่ ตง้ั ศาลนไ้ี มม่ ขี อ้ มลู
แน่ชดั อย่างไรก็ดี ศาลน้ียงั เป็นทีเ่ คารพสกั การะมาจนปัจจบุ นั

119

ทมี่ า: The Project on Managing The
Master Plan in Conserving and
Developing Cultural Heritage and
Historic Monuments (Songkhla
towards world Heritage site) Final
Report

 พทุ ธศาสนสถาน

- วดั มชั ฌิมาวาส
วัดมัชฌิมาวาส เป็นพระอารามหลวง และเป็นวัดส�ำคัญที่สุดของจังหวัดสงขลา
ต้ังอยู่บนถนนไทรบุรี มีอายุเก่าแก่กว่า 400 ปี ลักษณะสถาปัตยกรรมเป็นแบบไทย
ประเพณี ผสมผสานอิทธิพลจนี อาคารทสี่ ำ� คญั ท่สี ดุ คอื พระอโุ บสถ ซ่ึงเป็นหนึง่ ในพทุ ธ
สถาปัตยกรรมที่งดงามท่ีสุด จิตรกรรมฝาผนังภายในพระอุโบสถยังได้รับยกย่องว่าเป็น
ผลงานช้ันครูของงานจติ รกรรมฝาผนังในประเทศไทย

ท่มี า: The Project on Managing The
Master Plan in Conserving and
Developing Cultural Heritage and
Historic Monuments (Songkhla
towards world Heritage site) Final
Report

- วัดโพธปิ ฐมาวาส
วัดโพธิปฐมาวาส เป็นพระอารามหลวง ตั้งอยู่บนถนนไทรบุรี ช่วงเวลาที่ก่อต้ังวัด
ไม่ทราบแน่ชัด แต่มีบันทึกว่าพระอโุ บสถและศาลาการเปรยี ญสร้างขึน้ ในพ.ศ. 2360 รัช
สมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลศิ หล้านภาลยั รชั กาลที่ 2 โดยพระยาศรสี มบตั ิจางวาง
(บญุ ชน้ิ ณ สงขลา) ผู้ตรวจการพิเศษเมอื งสงขลา วัดนีม้ กี ารบูรณะครงั้ ใหญ่ในรัชสมยั
พระบาทสมเด็จพระมงกฎุ เกล้าเจ้าอยู่หวั รัชกาลท่ี 6 ใน พ.ศ. 2461 ซ่ึงมปี นู ปั้นบันทึก
ไว้ท่ีหน้าบนั ของพระอุโบสถ

120

ทมี่ า: The Project on Managing The
Master Plan in Conserving and
Developing Cultural Heritage and
Historic Monuments (Songkhla
towards world Heritage site) Final
Report

- วัดยางทอง
วดั ยางทองเป็นวัดเก่าแก่ของสงขลา ตัง้ อยู่บนถนนนางงาม ปีทีก่อสร้างไม่มบี ันทึก
ไว้ชัดเจน แต่ในพงศาวดารเมืองสงขลาระบวุ ่า พระอุโบสถสร้างข้ึนโดยเจ้าเมอื งสงขลา
หลงั จากศกึ พมา่ ในรชั สมยั พระบาทสมเดจ็ พระพทุ ธยอดฟา้ จฬุ าโลกมหาราช รชั กาลท่ี 1
ศกึ ครง้ั นนั้ สงขลาไดส้ ง่ กองทพั ไปรว่ มรบ ดงั นน้ั เชอ่ื วา่ วดั นมี้ มี ากอ่ นรชั กาลท่ี 1 หรอื ตง้ั แต่
สมยั อยธุ ยา ตอ่ มาเจา้ เมอื งสงขลาไดป้ ฏสิ งั ขรณพ์ ระอโุ บสถขน้ึ ใหมห่ ลงั ศกึ พมา่ ดงั กลา่ ว

ทม่ี า: https://th.wikipedia.org/wiki/
วัดยางทอง_(อ�ำเภอเมืองสงขลา)
#/media/ไฟล์:004_Sima_from_
North-East_(30612249391).jpg

- วัดเลยี บ
วัดเลียบเป็นวัดโบราณ สร้างใน พ.ศ. 2320 ส่ิงส�ำคัญของวัด คือพระอุโบสถอัน
เป็นท่ีประดิษฐานพระพุทธสิหิงค์ อันเป็นท่ีเคารพสักการะอย่างสูงของชาวสงขลา และ
มีพระเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ในวัดมีโรงเรียนพระปริยัติธรรม ซ่ึงเป็นตัวอย่าง
งานสถาปัตยกรรมพ้นื ถนิ่ ภาคใต้ที่หาได้ยาก

121

ท่มี า: The Project on Managing The Master Plan in Conserving
and Developing Cultural Heritage and Historic Monu-
ments (Songkhla towards world Heritage site) Final
Report

- วดั ดอนแย้
อโุ บสถวดั ดอนแย้เป็นมรดกสถาปัตยกรรมโบราณ สร้างข้ึนใน พ.ศ. 2296 วดั นเ้ี ป็น
วดั เดยี วที่มีอุโบสถ และกฏุ ิเจ้าอาวาสแบบจีนประเพณี มีอายุเก่าแก่กว่า 2 ศตวรรษ

ท่มี า: The Project on Managing The Master
Plan in Conserving and Developing Cultural
Heritage and Historic Monuments
(Songkhla towards world Heritage site)
Final Report

- วัดดอนรัก
วัดดอนรักสร้างข้ึนในพ.ศ. 2391 ตามด�ำริของพระยาสุนทรานุรักษ์ เจ้าเมือง
สงขลาในเวลานน้ั องคป์ ระกอบของวดั เปน็ พทุ ธสถาปตั ยกรรมแบบไทย มคี วามสวยงาม
และได้รบั การอนรุ ักษ์ไว้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะอโุ บสถ

ทมี่ า: The Project on Managing The Master Plan in Conserving and
Developing Cultural Heritage and Historic Monuments
(Songkhla towards world Heritage site) Final Report

122

 มสั ยดิ

- มสั ยดิ อสุ าสนอสิ ลาม (บ้านบน)
มัสยิดอุสาสนอิสลาม หรือมัสยิดบ้านบน เป็นมัสยิดท่ีส�ำคัญท่ีสุดในเขตเทศบาล
เมืองสงขลา สร้างในพ.ศ. 2390 รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
รัชกาลท่ี 5 โดยช่างชาวมุสลิมท่ีเคยร่วมท�ำงานก่อสร้างพระอุโบสถวัดมัชฌิมาวาส น�ำ
โดยนายชา่ งสองทา่ นคอื โตะ๊ หมดั และโตะ๊ มะห์ คา่ ใชจ้ า่ ยในการกอ่ สรา้ งไดร้ บั โปรดเกลา้ ฯ
พระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลท่ี 5 และชาวบ้าน
สมทบทนุ รว่ มกนั องคป์ ระกอบในมสั ยดิ เชน่ โคมระยา้ ซอ้ื มาโดยเงนิ พระราชทาน สถาน
ทแี่ หง่ นถี้ อื วา่ เปน็ ศาสนสถานทสี่ �ำคญั ทส่ี ดุ แหง่ หนง่ึ ของจงั หวดั สงขลา ซง่ึ พระบาทสมเดจ็
พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลท่ี 5 และพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว
รชั กาลท่ี 6 เคยเสดจ็ พระราชดำ� เนนิ มาเยอื น และ ท่านผู้หญิงสริ กิ ติ ยิ า เจนเซน พระราช
นดั ดาในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธเิ บศร มหาภูมิพลอดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถ
บพิตร รัชกาลที่ 9 และพระภาคไิ นยในพระบาทสมเด็จพระวชริ เกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่
10 ได้มาเยย่ี มชมมัสยดิ แห่งน้ี ใน พ.ศ. 2562

ที่มา: The Project on Managing The Master Plan in Conserving and Developing Cultural Heritage
and Historic Monuments (Songkhla towards world Heritage site) Final Report

 ทห่ี มายตาประวัตศิ าสตร์:

- เขาตงั กวน
เขาตงั กวนเปน็ ภเู ขาซง่ึ เปน็ ทหี่ มายตาของสงขลา ตงั้ อยใู่ กลเ้ มอื งสงขลาและใกลห้ าด
สมหิ ลา สถานทนี่ เี้ ปน็ แหลง่ ทอ่ งเทย่ี วทม่ี ชี อ่ื เสยี งของสงขลา ดว้ ยความเปน็ จดุ ชมทวิ ทศั น์
และเป็นที่ตั้งของอาคารประวัติศาสตร์สมัยรัตนโกสินทร์ องค์ประกอบส�ำคัญท่ีสุดคือ
“พระเจดยี ห์ ลวง” เปน็ เจดยี โ์ บราณ ปที ก่ี อ่ สรา้ งไมท่ ราบแนช่ ดั แตใ่ น พ.ศ. 2409 พระบาท
สมเดจ็ พระจอมเกลา้ เจา้ อยหู่ วั รชั กาลที่ 4 ไดเ้ สดจ็ มาทเ่ี จดยี แ์ หง่ น้ี และพบวา่ เจดยี ม์ ภี าพ
ชำ� รดุ ทรดุ โทรม จงึ ทรงพระราชทานทนุ ทรพั ยเ์ พอื่ การบรู ณปฏสิ งั ขรณพ์ ระเจดยี ์ และทรง

123

มอบหมายให้เจ้าพระยาวเิ ชียรครี ี (เม่น) เจ้าเมอื งสงขลาในขณะนน้ั เป็นผู้ด�ำเนินการ
อาคารส�ำคัญอีกหลังหน่ึงคือศาลาพระวิหารแดง เป็นศาลาโถงแบบตะวันตก

เร่ิมก่อสร้างในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลท่ี 4 แล้วเสร็จ
ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 พ.ศ. 2432 ลักษณะ
สถาปัตยกรรมประกอบด้วยโค้งแหลม สะท้อนให้เห็นอิทธิพลตะวันตกที่แพร่หลายอยู่
ในขณะนนั้

นอกจากนี้ ยังมีอาคารประดิษฐานรูปเคารพอยู่โดยรอบพระเจดีย์หลวง ได้แก่
พระสยามเทวาธริ าช พระพรหม หลวงปทู่ วดวดั ชา้ งให้ สมเดจ็ พระพฒุ าจารยโ์ ต พระบาท
สมเดจ็ พระจลุ จอมเกล้าเจ้าอยู่หวั รชั กาลท่ี 5

บนเขาตงั กวนยงั มปี ระภาคารหลงั หนง่ึ สรา้ งในรชั สมยั พระบาทสมเดจ็ พระจลุ จอมเกลา้
เจ้าอยู่หวั รัชกาลที่ 5 พ.ศ. 2439 ในช่วงทพี่ ระยาวิเชียรครี ี (ชม) เป็นเจ้าเมือง

ที่มา: https://www.songkhla-ht.org/
124

๏ การวิเคราะห์เปรยี บเทียบ

เมืองเก่าสงขลา: ชมุ ชนพหุวฒั นธรรมบนเสน้ ทางข้ามคาบสมทุ ร อินโด-แปซฟิ กิ
เกณฑ์มรดกโลก (2) (3) (5) (6)
เมอื งเกา่ สงขลา: ชมุ ชนพหวุ ฒั นธรรมบนเสน้ ทางขา้ มคาบสมทุ ร อนิ โด-แปซฟิ กิ เปน็

ตัวอย่างท่ีโดดเด่นของเมืองเก่าที่มีชีวิตซึ่งได้พัฒนามาตลอดช่วงระยะเวลากว่า 600 ปี
ตง้ั แต่ช่วงพุทธศตวรรษที่ 19 ถงึ แม้ว่ายังมีเมอื งอกี หลายเมืองท่ีมลี ักษณะคล้ายกนั และ
บางเมอื งกไ็ ดร้ บั การขนึ้ บญั ชมี รดกโลกแลว้ แตส่ งขลากม็ เี อกลกั ษณแ์ ละความโดดเดน่ ท่ี
ไม่เหมือนเมืองอ่ืน ซ่ึงจะได้กล่าวถึงในแง่มุมการเปรียบเทยี บต่างๆ ดังต่อไปน้ี

แหล่งมรดกทคี่ ดั เลอื กมาเพอื่ การศกึ ษาเปรยี บเทยี บกบั เมอื งเก่าสงขลา เปน็ แหล่งท่ี
ไดข้ นึ้ บญั ชมี รดกโลกแลว้ ไดแ้ ก่ เมอื งเกา่ กอลลแ์ ละปอ้ มปราการ (Old Town of Galle and
its Fortifications) เมืองโบราณฮอยอัน (Hoi An Ancient Town) และ มะละกาและจอร์จ
ทาวน์ เมืองประวัติศาสตร์แห่งช่องแคบมะละกา (Melaka and George Town, Historic
Cities of the Straits of Malacca) การคดั เลอื กแหล่งทน่ี �ำมาศกึ ษาเปรยี บเทยี บ พิจารณา
ใน 4 ประเด็น ได้แก่

1. ประเภทของแหลง่ มรดก: แหลง่ ทเี่ ลอื กมาทกุ แหลง่ เปน็ เมอื งเกา่ ทย่ี งั มกี ารใชส้ อยอยู่
2. ภูมิหลังทางวัฒนธรรม: แหล่งที่เลือกมาทุกแหล่งมีภูมิหลังทางวัฒนธรรมแบบ
ผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมพน้ื ถน่ิ แบอทิ ธิพลจากต่างประเทศ
3. อายสุ มยั : แหล่งทเี่ ลอื กมาทกุ แหล่งเป็นแหล่งร่วมสมยั กัน มีประวัตศิ าสตร์อยู่ใน
ช่วงระยะเวลาเดยี วกันโดยประมาณ
4. ลกั ษณะทางกายภาพ: แหลง่ ทเ่ี ลอื กมาทกุ แหลง่ มลี กั ษณะทางกายภาพของเมอื ง
เก่าทไี่ ด้รบั การอนรุ ักษ์ไว้อย่างดี ที่สามารถน�ำมาเปรียบเทยี บกนั ได้
ประเด็นการเปรยี บเทยี บ
เมอื งทงั้ 4 เมอื งรวมเมอื งเกา่ สงขลา ไดน้ ำ� มาศกึ ษาเปรยี บเทยี บกนั ในประเดน็ ตอ่ ไปนี้
1. ที่ตัง้
2. คณุ ค่าทางประวัตศิ าสตร์
3. หลกั ฐานทางกายภาพ

125

เมืองเกา่ สงขลา: ชมุ ชนพหวุ ฒั นธรรมบนเสน้ ทางขา้ มคาบสมทุ ร อนิ โด-แปซฟิ กิ

CCoommpapraatrivaetTivabelเอeTกส1aา:รbปGรleะeกnอeบ1rกa:ารlปGIรnะeเfมonนิ rศemักยraภatาพiloเบnIื้อnงตf้นoเพrอ่ื mเสนaอขt้นึ iบoัญnชมี รดกโลก (Upstream Process) พ.ศ. 2565

No. Name of Geographic Date Property Buffer Country Type of Criteria
Property Coordinates of Area Zone Property
(ha) (ha)
Inscription

1. Songkhla Old (ii)(iii)(v)
Town: (vi)
Multicultural
Settlements
on Indo-
Pacific Land-
bridge

2. Old Town of N6 1 1988 Sri Single (iv)
Galle and its 40.984 Lanka
Fortifications E80 12
58.846

3. Hoi An N15 52 60 1999 30 280 Viet Single (ii)(v)
Ancient E108 19 Nam
Town 60

4. Melaka and N5 25 17 2008, 154.6 392. Malaysi Serial (2 (ii)(iii)(iv)

George E100 20 2011 8 8 a location

Town, 45 s)

Historic

Cities of

the Straits

of Malacca

16526

๏ ประเด็นเปรยี บเทยี บ ประเดน็ ท่ี 1: ทีต่ ้ัง

เมืองเก่าสงขลา

ที่มา: https://whc.unesco.org/en/

เมืองเก่าสงขลาเป็นเมืองประวัตศิ าสตร์ทีไ่ ด้พฒั นาขึน้ รอบทะเลสาบสงขลา ซึ่งเป็น
ทะเลสาบนำ้� เคม็ ชายฝง่ั ทะเล (lagoon) มชี อ่ งเปดิ ออกสอู่ า่ งไทยกวา้ ง 380 เมตร นอกจาก
ช่องเปิดน้ี ทะเลสาบสงขลาไม่มีช่องทางออกทะเลอ่ืนอีก ทำ� ให้พื้นที่ประมาณ 1,040
ตารางกโิ ลเมตร ของทะเลสาบได้เกดิ วิวัฒนาการของระบบนิเวศทีม่ ีลักษณะเฉพาะ

ชว่ งเวลาในหนา้ ประวตั ศิ าสตรข์ องสงขลาเรม่ิ ขน้ึ ในพน้ื ทหี่ วั เขาแดง ซงึ่ เปน็ เทอื กเขา
ทอดตัวอยู่ทางทิศตะวันตกของทะเลสาบสงขลา เป็นท่ีซ่ึงเจ้าเมืองชาวมุสลิมเลือกเป็น
ที่ต้ังเมืองป้อมปราการ ซึ่งยังปรากฏหลักฐานอยู่ตลอดแนวสันเขา ป้อมเหล่านี้เป็นจุด
สงั เกตการณท์ ด่ี ที สี่ ดุ มาจนปจั จบุ นั เนอ่ื งจากหวั เขาแดงเปน็ ภเู ขาทสี่ งู ทส่ี ดุ ในบรเิ วณน้ี ดงั
นน้ั ภมู ปิ ญั ญาในการเลอื กทตี่ งั้ จดุ แรกของเมอื งสงขลาจงึ เป็นสงิ่ ทพ่ี สิ จู น์ได้อยา่ งชดั เจน

ทต่ี ง้ั เมืองสงขลาแห่งที่ 2 ในช่วงพทุ ธศตวรรษท่ี 23 หลงั จากอาณาจักรของสุลต่าน
เมืองสงขลาได้เส่ือมลง คือบริเวณแหลมสน ซ่ึงอยู่ไม่ไกลจากเมืองป้อมปราการเดิม
เมืองใหม่นี้ตั้งอยู่ใกล้ทะเลสาบ ท�ำให้มีความสะดวกในการคมนาคมและขนส่งมากยิ่ง
ขึ้น รวมทั้งแสดงให้เห็นถึงช่วงเวลาท่ีสงบสุข ซ่ึงเมืองไม่ต้องมีการป้องกันอย่างเข้มแข็ง
เชน่ สมยั กอ่ นหนา้ น้ี อยา่ งไรกด็ ี เมอื งสงขลาแหลมสนเกดิ ความแออดั ในเวลาไมน่ าน การ

127

ขยายเมอื งทำ� ได้ยากเพราะภมู ปิ ระเทศเป็นภเู ขา ดงั นนั้ เจ้าเมืองจึงตัดสนิ ใจย้ายข้ามฝั่ง
ทะเลสาบมาทบ่ี ่อยาง อันเป็นท่ีต้งั เมอื งแห่งท่ี 3 ในช่วงพทุ ธศตวรรษที่ 25 ซึง่ เมอื งใหม่น้ี
ได้เตบิ โตและเจรญิ รุ่งเรอื งจนกลายเป็นศนู ย์กลางของจังหวดั สงขลาในปัจจุบัน

ที่ต้ังอันมีเอกลักษณ์ของเมืองสงขลาเป็นการแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่าง
มนษุ ยก์ บั สภาพแวดลอ้ มทางธรรมชาติ ถอื เปน็ ภมู ทิ ศั นว์ ฒั นธรรมประวตั ศิ าสตรท์ มี่ ชี วี ติ
จวบจนปัจจุบันเมืองเก่าสงขลาและทะเลสาบสงขลา ยังคงด�ำรงอยู่ในความสัมพันธ์ที่
แยกไม่ขาด ทั้งในด้านนิเวศวิทยา วัฒนธรรม และเศรษฐกิจ คุณลักษณะของภูมิทัศน์
วัฒนธรรมเป็นคุณค่าที่โดดเด่นของเมอื งสงขลา ซ่ึงมคี วามพิเศษและแตกต่างจากเมือง
ท่าอนื่ ๆ ในโลก ดงั นน้ั จงึ ได้เลอื กเกณฑข์ ้อท่ี (5) ในการนำ� เสนอเมอื งเกา่ สงขลาขนึ้ บญั ชี
มรดกโลก

เมืองเกา่ กอลล์ และป้อมปราการ



ท่มี า: https://whc.unesco.org/en/list/451/multiple=1&unique_number=523

เมืองเก่ากอลล์ตั้งอยู่ท่ีปลายสุดด้านตะวันตกเฉียงใต้ของศรีลังกา บนชายฝั่ง
มหาสมุทรอินเดยี เมืองนเ้ี ป็นเมอื งท่าโบราณท่ีได้พฒั นาข้ึนมาต้ังแต่ช่วงราว 1900 ปีก่อ
นคริสตศักราช ทต่ี ง้ั ของเมอื งมคี วามได้เปรยี บในแง่ความเป็นอ่าวธรรมชาติ อย่างไรกด็ ี
ทตี่ งั้ และลกั ษณะทางภมู ทิ ศั นว์ ฒั นธรรมไมใ่ ชจ่ ดุ แขง็ ของเมอื งมรดกโลกแหง่ น้ี เนอ่ื งจาก
เมืองท่าทต่ี ้ังอยู่บนชายฝั่งทะเลสามารถพบได้ทั่วไปในโลก 

128

เมืองโบราณฮอยอัน

ท่มี า: https://whc.unesco.org/en/list/948/multiple=1&unique_number=1109

เมืองโบราณฮอยอันต้ังอยู่ในเขตจังหวัดกว่างนัม เวียดนามกลาง บนฝั่งเหนือใกล้
ปากแมน่ ำ�้ ทบู อน เมอื งนเี้ ปน็ เมอื งทา่ นานาชาติ อยา่ งไรกด็ ี ทต่ี ง้ั และลกั ษณะทางภมู ทิ ศั น์
วัฒนธรรมไม่ใช่จุดแข็งของเมืองมรดกโลกแห่งนี้ เมืองฮอยอันได้รับการขึ้นบัญชีมรดก
โลกด้วยเกณฑ์ข้อท่ี (5) โดยเป็นตัวอย่างท่โี ดดเด่นของเมอื งท่าการค้าเอเชยี แบบด้งั เดิม
ทีไ่ ด้รบั การสงวนรกั ษาไว้เป็นอย่างดี อย่างไรก็ตาม ความสมั พนั ธ์ระหว่างวฒั นธรรมกบั
ธรรมชาตขิ องเมืองกบั สภาพแวดล้อมยงั ไม่โดดเด่นเท่าเมืองเก่าสงขลา

มะละกาและจอรจ์ ทาวน์ เมอื งประวตั ศิ าสตรแ์ หง่ ชอ่ งแคบมะละกา

ที่มา: https://whc.unesco.org/en/list/1223
129

มะละกาและจอร์จทาวน์ตั้งอยู่บนช่องแคบมะละกา ด้านชายฝั่งตะวันตกของ
ประเทศมาเลเซยี ซ่งึ คล้ายคลงึ กบั เมืองท่าอื่นๆ ในบรเิ วณน้ี เช่น สิงคโปร์และภเู ก็ต ดงั
นนั้ ทตี่ ั้งและลักษณะทางภมู ทิ ัศน์วฒั นธรรมจึงไม่ใช่จดุ แขง็ ของแหล่งมรดกโลกแหล่งนี้

๏ ประเดน็ เปรยี บเทยี บ ประเดน็ ท่ี 2: คณุ คา่ ทางประวตั ศิ าสตร์

เมอื งเก่าสงขลา

สงขลาได้รับการกล่าวถึงในเอกสารประวัติศาสตร์ตั้งแต่พุทธศตวรรษท่ี 19 โดย
ปรากฏอยู่ในเอกสารต่างประเทศ ส่วนใหญ่เป็นเอกสารของพ่อค้าตั้งแต่พุทธศตวรรษท่ี
20 เป็นต้นมา ซ่งึ ได้กล่าวถึง “ซงิ กอร์” หรอื “ซิงโกรา” ว่าเป็นเมอื งท่าส�ำคญั ในเอเชยี
ตะวนั ออกเฉยี งใต้ เมอื งสงขลายงั ไดร้ บั การบนั ทกึ ไวใ้ นแผนทขี่ องเจง้ิ เหอชว่ งพทุ ธศตวรรษ
ที่ 20 โดยเรียกช่ือเมืองว่า “ซุนกู่นา” มีจุดสงั เกตคอื เกาะเล็กด้านหน้าเมืองท่ีระบไุ ว้ว่า
เป็น “เกาะหนแู มว” วรรณกรรมประวัติศาสตร์ทีเ่ กย่ี วข้องกบั สงขลาเหล่านี้ เป็นเหตผุ ล
ที่เลือกเกณฑ์ข้อท่ี (6) ในการนำ� เสนอ

ชว่ งเวลาทสี่ งขลามบี ทบาทมากทสี่ ดุ ในแงค่ วามเปน็ เมอื งทา่ คอื ในชว่ งพทุ ธศตวรรษ
ท่ี 23 ชว่ งทสี่ งขลาเปน็ สถานกี ารคา้ ของบรษิ ทั อสี ตอ์ นิ เดยี เวลานนั้ สงขลาเปน็ อาณาจกั ร
สุลต่านโมกอล เป็นรัฐอิสระที่เป็นปฏิปักษ์กับอยุธยาซึ่งเป็นอาณาจักรที่มีอ�ำนาจสูงสุด
มีการสร้างป้อมปราการตลอดแนวสันเขาเพ่ือการป้องกัน ป้อมเหล่านี้ยังคงปรากฏอยู่
จนปัจจบุ ัน

บทบาทของสงขลาเปล่ียนไปเมื่ออยุธยาสามารถตีสงขลาแตกในช่วงกลางพุทธ
ศตวรรษที่ 23 เมอื งป้อมปราการถูกท้งิ ร้าง มีการสร้างเมืองใหม่บนชายฝั่ง เพอื่ อ�ำนวย
ความสะดวกดา้ นการคา้ และการคมนาคม ผอู้ พยพชาวจนี กลายเปน็ ประชากรสว่ นใหญ่
ก่อเกิดสังคมพหุวัฒนธรรมของไทย จีน และมาเลย์ เมืองได้ขยายตัวจนต้องย้ายไปยัง
อีกฝั่งหนึ่งของทะเลสาบสงขลาในช่วงพุทธศตวรรษท่ี 24 จากนั้นเป็นต้นมา สงขลาได้
พฒั นาขนึ้ เปน็ เมอื งประวตั ศิ าสตรท์ ม่ี พี ลวตั เมอื งเกา่ สงขลาไดร้ บั การอนรุ กั ษไ์ วเ้ ปน็ ยา่ น
ประวัตศิ าสตร์ทม่ี ชี วี ติ ดงั ทเ่ี หน็ อยู่ในปัจจบุ นั

ดงั นน้ั จะเหน็ ไดว้ า่ สงขลาเปน็ เมอื งทม่ี ปี ระวตั ศิ าสตรอ์ นั ยาวนานครอบคลมุ ชว่ งเวลา
ราว 7 ศตวรรษ เมืองเก่าท่ีปรากฏอยู่เป็นตัวแทนของยุคสมัยที่ได้กล่าวมาแล้วทั้งหมด
อนั มหี ลกั ฐานทงั้ ในรปู ของสงิ่ ทจ่ี บั ตอ้ งไดแ้ ละหลกั ฐานทางนามธรรม สงขลาเปน็ เมอื งทา่
โบราณทไี่ ด้พฒั นาและมีการใช้สอยมาอย่างต่อเนื่อง เป็นส่วนส�ำคญั ของประวตั ศิ าสตร์
โลก ด้วยเหตุนี้ จึงได้เลอื กเกณฑ์ข้อท่ี (3) ในการนำ� เสนอข้ึนบญั ชมี รดกโลก

130

ที่มา: https://www.songkhla-ht.org/content/11248/, ส�ำนักงานเทศบาลเมืองสงขลา.สงขลาเมือง
สองเล เสน่ห์เหนอื กาลเวลา.โรงพมิ พ์ด:ี สงขลา.2561.

เมืองเกา่ กอลล์ และปอ้ มปราการ

กอลลเ์ ปน็ ทร่ี จู้ กั กนั ในชอื่ “กมิ หาธธิ า” ในชว่ งกอ่ นพทุ ธศตวรรษที่ 21 เมอื่ เมอื งนเี้ ปน็
เมอื งทา่ หลกั ของเกาะ ประวตั ศิ าสตรข์ องเมอื งยอ้ นไปถงึ พทุ ธศตวรรษที่ 19 โดยมบี นั ทกึ
ของนักเดินทางเบอร์มุสลมิ ชาวมอรอคโค กล่าวถงึ เมืองน้ใี นชื่อ “คาลี”

กอลล์ได้พัฒนาจนถึงจุดสูงสุดในพุทธศตวรรษท่ี 23 ช่วงท่ีเป็นเมืองอาณานิคมขอ
งดัทช์ เมืองน้ีได้รับการกล่าวขานว่าเป็นตัวอย่างเมืองป้อมปราการที่ดีท่ีสุดในเอเชียใต้
และตะวันออกเฉียงใต้ ดังนัน้ กอลล์จึงได้ขึ้นบัญชมี รดกโลกด้วยเกณฑ์ข้อที่ (4)

131

กอลล์ได้รับการขึน้ บญั ชมี รดกโลกด้วยลกั ษณะอนั โดดเด่นของความเป็นเมอื ง
ปอ้ มปราการ ดงั นน้ั คณุ คา่ ทส่ี ำ� คญั ทส่ี ดุ ของเมอื งคอื ปอ้ มปราการเหลา่ นนั้ ในการเปรยี บ
เทียบกับสงขลา ซ่ึงก็เป็นเมืองป้อมปราการในช่วงเวลาหนึ่งของประวัติศาสตร์เช่นกัน
ลักษณะของป้อมปราการของทงั้ สองเมืองนี้จงึ ได้นำ� มาพจิ ารณาดงั ต่อไปน้ี

ความแตกตา่ งทช่ี ดั เจนทส่ี ดุ ระหวา่ งปอ้ มปราการของกอลลก์ บั ปอ้ มปราการของเมอื ง
เกา่ สงขลา คอื การรเิ รม่ิ การกอ่ สรา้ งปอ้ มดงั กลา่ ว ปอ้ มปราการของกอลลส์ รา้ งขน้ึ โดยชาว
ต่างชาติผู้เป็นเจ้าอาณานิคม คอื ชาวดตั ช์ ขณะทปี่ ้อมปราการของสงขลาโปรดให้สร้าง
โดยสุลต่าน ซ่ึงเป็นเจ้าเมืองในเวลานั้น ด้วยเหตุนี้ ถึงแม้ว่าสงขลาในปัจจุบันจะไม่ได้
เปน็ เมอื งปอ้ มปราการแลว้ ประวตั ศิ าสตรท์ โี่ ดดเดน่ ของการกอ่ ตง้ั เมอื งและกอ่ สรา้ งปอ้ ม
ปราการยงั คงมคี วามส�ำคญั ย่งิ ไปกว่านั้น ป้อมปราการเมืองสงขลาซง่ึ ตง้ั อยู่ตลอดแนว
สันเขาลงมาจนถึงทะเล และยังคงอยู่ในสภาพท่ีได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างดีจนปัจจุบัน
แสดงให้เห็นถึงภมู ปิ ัญญาและความสามารถของผู้สร้างป้อมปราการเหล่านัน้ ในอดตี






ท่ีมา: Giovanni Boccardi, whc.unesco.org/en/documents/120535



132

เมอื งโบราณฮอยอัน

เมืองโบราณฮอยอันเป็นเมืองท่ายุคพุทธศตวรรษที่ 20-24 หลักฐานที่ยังปรากฏอยู่
คอื สถาปตั ยกรรมและภมู ทิ ศั นเ์ มอื งยคุ พทุ ธศตวรรษท่ี 22-23 ซงึ่ สะทอ้ นใหเ้ หน็ ถงึ อทิ ธพิ ล
พนื้ ถน่ิ และตา่ งประเทศ เปน็ ประจกั ษพ์ ยานของการแลกเปลยี่ นทางวฒั นธรรม ดงั นน้ั ฮอ
ยอนั จึงได้รบั การขนึ้ บัญชมี รดกโลกด้วยเกณฑ์ข้อท่ี (2)

การเปรยี บเทยี บฮอยอนั กบั สงขลาในแงข่ องการด�ำรงอยใู่ นประวตั ศิ าสตร์ เหน็ ไดช้ ดั
ว่าสงขลาครอบคลมุ ช่วงเวลาท่ียาวนานกว่าและพฒั นาการทซี่ บั ซ้อนกว่าฮอยอนั



ท่มี า: Bruno Doucin, whc.unesco.org/en/documents/113698
มะละกาและจอร์จทาวน์ เมืองประวตั ศิ าสตร์แห่งช่องแคบมะละกา

ไมดะ้รลบั ะกกาารแขล้ึนะบจญัอรช์จีมทราดวกนโม์ ลพี กัฒนาการ 500 ปีในประวตั ิศาสตร์

ด้วยเกณฑ์ข้อท่ี (2) (3) และ (4) ด้วยความเป็นเมืองการค้าพหวุ ัฒนธรรมทโี่ ดดเด่น
มหี ลกั ฐานมากมายซง่ึ แสดงถงึ การแลกเปลย่ี นทางวฒั นธรรม (2) เปน็ ประจกั ษพ์ ยานทม่ี ี
ชวี ติ ของมรดกพหวุ ฒั นธรรมของเอเชยี ทัง้ ในด้านรูปธรรมและนามธรรม (3) และสะท้อน
ใหเ้ หน็ การผสมผสานอทิ ธพิ ลตา่ งๆ ซง่ึ ท�ำใหเ้ กดิ การสรา้ งสรรคส์ ถาปตั ยกรรม วฒั นธรรม
และภูมิทัศน์เมืองทม่ี ีเอกลักษณ์ (4)

ในการเปรยี บเทยี บกบั สงขลา มะละกาและจอรจ์ ทาวนม์ ชี ว่ งเวลาในประวตั ศิ าสตรท์ ี่

133

สน้ั กวา่ ถงึ แมว้ า่ ประวตั ศิ าสตรจ์ ะไดร้ บั การบนั ทกึ ไวอ้ ยา่ งชดั เจนและมหี ลกั ฐานสนบั สนนุ
ทเ่ี ขม้ แขง็ แตส่ งขลามภี มู หิ ลงั ทางประวตั ศิ าสตรท์ ห่ี ลากหลายกวา่ อนั พงึ ถอื ไดว้ า่ มคี วาม
โดดเด่นทางประวตั ศิ าสตร์สูงกว่า

ที่มา: Amos Chapple, whc.unesco.org/en/documents/1223




134

๏ ประเดน็ เปรยี บเทยี บประเดน็ ท่ี3:หลกั ฐานทางกายภาพ

เมืองเก่าสงขลา
พัฒนาการของสงขลาครอบคลมุ 3 ช่วงเวลาในประวตั ิศาสตร์ ดังนั้น หลักฐานทาง
กายภาพจึงมีมากมายและหลากหลาย อาทิ หวั เขาแดงมีป้อมปราการยุคสลุ ต่าน ทฝ่ี ัง
ศพสลุ ต่านและสุสานดัตช์ แหลมสนมวี ัดทส่ี วยงาม พุทธศตวรรษที่ 23 สุสานตระกูล ณ
สงขลา รวมถึงสุสานเจ้าเมอื ง มัสยิด กำ� แพงเมอื ง บ่อนำ�้ โบราณ และท่ีพักคนเดินทาง
เมืองสงขลาบ่อยางมกี ำ� แพงเมือง ร้านค้าจีน คฤหาสน์จีน ศาลเจ้า วัดแบบไทยทง่ี ดงาม
และมัสยิด ลักษณะของความเป็นพหุวัฒนธรรมของเมืองเป็นประจักษ์พยานของการ
แลกเปลยี่ นทางวฒั นธรรมในช่วงเวลาอันยาวนาน ดงั นั้น เกณฑ์ข้อท่ี (2) จึงได้รบั เลอื ก
ให้เป็นหน่ึงในเกณฑ์น�ำเสนอ
ความหลากหลายของหลักฐานทางกายภาพท่ีกล่าวมาน้ันเป็นประจักษ์พยานของ
พัฒนาการที่ต่อเน่ืองของเมืองจากอดีตสู่ปัจจุบัน สังเกตได้ว่าเมืองสงขลาบ่อยาง มี
สถาปัตยกรรมร้านค้าที่มีรูปแบบต้ังแต่แบบจีนประเพณีของยุคพุทธศตวรรษที่ 23 มา
จนถึงรูปแบบโมเดิร์น ความหลากหลายดังกล่าวคือเอกลักษณ์ของสงขลา ท�ำให้เมือง
มีเสน่ห์และมพี ลวตั จนกลายเป็นหนงึ่ ในสถานที่ท่องเท่ียวทีม่ ชี ่อื เสียงทสี่ ุดของภาคใต้

เมืองเกา่ กอลล์ และป้อมปราการ

หลักฐานทางกายภาพท่ีโดดเด่นที่สุดของกอลล์ คือป้อมปราการยุคพุทธศตวรรษ
ที่ 22 ซ่ึงเป็นที่หมายตาและคุณค่าที่เป็นรูปธรรมของเมือง แหล่งมรดกวัฒนธรรมอ่ืนๆ
ได้แก่ สถาปัตยกรรมรปู แบบโคโลเนยี ลและยูโรเปียน โดยเฉพาะบ้านเรือนและโบสถ์

หลักฐานทางกายภาพของกอลล์มีอยู่เป็นจ�ำนวนมากและได้รับการอนุรักษ์อย่างดี
อย่างไรก็ตาม ความหลากหลายของรูปแบบและประเภทของสิ่งก่อสร้างยังไม่โดดเด่น
เท่าสงขลา

เมืองโบราณฮอยอัน

ฮอยอันมกี ลุ่มของหลกั ฐานทางกายภาพที่ชัดเจน โดยเฉพาะส่ิงก่อสร้างระบบ tim-
ber-frame ได้แก่อนุสรณ์สถาน สิ่งก่อสร้างพ้ืนถิ่นท้ังประเภทการค้าและบ้านพักอาศัย
ตลาด ท่าเรอื ข้ามฟาก ศาสนสถาน สะพานญ่ีปุ่น และองค์ประกอบทางโครงสร้างของ
เมืองยุคพทุ ธศตวรรษท่ี 22

เม่ือเปรียบเทียบกับสงขลา จุดแข็งของฮอยอันคือ การเกาะกลุ่มของหลักฐานทาง
กายภาพ ในแง่ของรูปแบบและอายสุ มยั อย่างไรก็ดี หลกั ฐานทางกายภาพของสงขลา
ครอบคลุมช่วงเวลาทีย่ าวนานกว่า และมคี วามหลากหลายกว่าฮอยอนั มาก

135

มะละกาและจอรจ์ ทาวน์ เมอื งประวตั ศิ าสตรแ์ หง่ ชอ่ งแคบมะละกา

มะละกาและจอร์จทาวน์เป็นเมืองอาณานิคมซ่ึงมีหลักฐานทางกายภาพที่โดดเด่น
ในรูปของสถาปัตยกรรมและองค์ประกอบเมอื ง เช่น ร้านค้า บ้านคหบดี โบสถ์ ศาลเจ้า
จนี มสั ยิด ป้อมปราการ ฯลฯ อายุสมัยช่วงพทุ ธศตวรรษที่ 20-23

มะละกาและจอร์จทาวน์มีความคล้ายคลึงกับสงขลาในหลายแง่มุม โดยเฉพาะใน
ด้านต�ำแหน่งท่ีต้ังทางภูมิศาสตร์ ท�ำให้หลักฐานทางกายภาพมีความคล้ายกันในระดับ
หนึ่ง อย่างไรก็ดี ประวัติศาสตร์ของสงขลาครอบคลุมช่วงเวลาท่ียาวนานกว่า ท�ำให้มี
หลักฐานของยคุ สมัยท่ีเก่ากว่ามะละกา และจอร์จทาวน์ นอกจากน้ี ความหลายหลาย
ของสถาปัตยกรรมและองค์ประกอบของเมอื งสงขลามคี วามเปน็ เอกลกั ษณแ์ ละมพี ลวตั
ซง่ึ เป็นจุดแข็งของเมืองเก่าสงขลาทแ่ี ตกต่างอย่างชัดเจนกับมะละกา และจอร์จทาวน์



๏ รา่ งคุณคา่ อันโดดเดน่ เปน็ สากล

เมอื งเกา่ สงขลา: ชมุ ชนพหวุ ฒั นธรรมบนเสน้ ทางขา้ มคาบสมทุ ร อนิ โด-แปซฟิ กิ เปน็
เมืองประวัติศาสตร์ที่โดดเด่นอันแสดงให้เห็นถึงช่วงเวลาท่ีสำ� คัญในประวัติศาสตร์ของ
การคา้ ทางทะเล และการตงั้ ถน่ิ ฐานในภมู ภิ าคอนิ โด-แปซฟิ กิ พน้ื ทแ่ี หลง่ มรดกทน่ี �ำเสนอ
ครอบคลุมองค์ประกอบต่างๆ ทสี่ ะท้อนให้เห็นขน้ั ตอนพฒั นาการของเมืองสงขลาตั้งแต่
พทุ ธศตวรรษท่ี 20 จนปจั จบุ นั หลกั ฐานตา่ งๆ เชน่ ปอ้ มปราการของชาวมสุ ลมิ วดั โบราณ
ในพุทธศาสนา บ่อนำ�้ สุสานจนี และดตั ช์ ในพ้นื ที่หวั เขาแดงและแหลมสนเป็นประจักษ์
พยานของการพัฒนาเมืองและวัฒนธรรม ขณะท่ีย่านประวัติศาสตร์ของสงขลาบ่อยาง
เปน็ พน้ื ทท่ี มี่ พี ลวตั สงู สดุ ของแหลง่ มรดก ซงึ่ ชาวเมอื งยงั อยอู่ าศยั ในอาคารประวตั ศิ าสตร์
และองค์ประกอบทางพหุวัฒนธรรมยังคงปรากฏให้เห็นและใช้งานอยู่ในชีวิตประจ�ำวัน
เช่น วัด ศาลเจ้าจีน และมสั ยดิ

ท่ีส�ำคัญท่ีสุดคือ เมืองเก่าสงขลาอันประกอบด้วยหลักฐานทางประวัติศาสตร์ท่ี
กล่าวมาแล้วนั้น เป็นเมืองมรดกที่ยังมีชีวิตที่โดดเด่น ที่ซึ่งองค์ประกอบทางรูปธรรม
และนามธรรมผสานเข้าด้วยกันอย่างกลมกลืน และแสดงออกมาในรูปของสิ่งแวดล้อม
ประวตั ศิ าสตรท์ ช่ี าวเมอื งไดใ้ ชส้ อยและอยอู่ าศยั รวมถงึ เปน็ แหลง่ ทอ่ งเทยี่ วทน่ี า่ ชม ความ
สำ� คญั ของสงขลา จงึ มใิ ชม่ อี ยแู่ ตใ่ นดา้ นประวตั ศิ าสตรเ์ ทา่ นน้ั หากแตย่ งั มคี วามส�ำคญั ใน
ดา้ นสงั คมวฒั นธรรมทยี่ งั มชี วี ติ และเจรญิ เตบิ โต ดว้ ยเหตนุ ี้ การน�ำเสนอสงขลาขนึ้ บญั ชี
มรดกโลกจงึ เปน็ สว่ นหนง่ึ ของความพยายามของชาวเมอื งในการอนรุ กั ษแ์ ละธ�ำรงรกั ษา
เมอื งมรดกน้ีไว้เพอื่ ผู้คนในรุ่นปัจจุบันและอนาคต

136

๏ เกณฑม์ รดกโลก

ตามเกณฑ์การคัดเลือกของศูนย์มรดกโลกแห่งยูเนสโก (UNESCO World Heritage
Centre 2004) คุณค่าอนั โดดเด่นเป็นสากลของเมอื งเก่าสงขลา: ชุมชนพหุวัฒนธรรมบน
เส้นทางข้ามคาบสมทุ ร อินโด-แปซิฟิก สามารถพิสูจน์ได้ตามเกณฑ์ข้อที่ (2) (3) (5) และ
(6) ดงั ต่อไปน:ี้

เกณฑท์ ่ี (2)
เมอื งเกา่ สงขลาแสดงใหเ้ หน็ ถงึ การแลกเปลย่ี นวฒั นธรรมทส่ี ำ� คญั มาตลอดชว่ งเวลา
ในประวตั ศิ าสตรข์ องเมอื งอนั เรม่ิ มาตงั้ แตพ่ ทุ ธศตวรรษท่ี 19 จนปจั จบุ นั จากปอ้ มปราการ
แหง่ รฐั สลุ ตา่ นของดาโตะ๊ โมกอลทห่ี วั เขาแดง สถาปตั ยกรรมอทิ ธพิ ลจนี ในพทุ ธศตวรรษที่
24 มสั ยดิ จนถงึ เมอื งประวตั ศิ าสตรท์ มี่ ชี วี ติ ซง่ึ พฒั นาการของอาคารรา้ นคา้ เปน็ ประจกั ษ์
พยานของการเจริญเติบโตของชุมชนเมืองท่ีบ่อยาง การแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมระหว่าง
ชาวไทย จีน และมสุ ลมิ เป็นส่งิ ที่เหน็ ได้อย่างชดั เจน ด้วยเหตุน้ี ความโดดเด่นของเมือง
สงขลาจงึ ไดว้ วิ ฒั นข์ นึ้ จากการผสมผสานวฒั นธรรมเหล่าน้ี จนกลายเป็นเอกลกั ษณข์ อง
เมืองพหุวฒั ธรรมแห่งประวตั ศิ าสตร์และพลวตั
เกณฑท์ ี่ (3)
เมอื งเก่าสงขลาเป็นประจักษ์พยานทีม่ ชี วี ติ ของเมืองท่าที่ได้พฒั นามาเป็นเวลากว่า
700 ปี ตั้งแต่รัฐสุลต่านของดาโต๊ะโมกอล ซ่ึงปรากฏหลักฐานป้อมปราการบนเขาใน
พนื้ ทห่ี วั เขาแดง จนถงึ การตง้ั ถนิ่ ฐานของชาวจนี และมสุ ลมิ ในพน้ื ทแ่ี หลมสนและบอ่ ยาง
สงขลาได้ทิ้งรอยประทับในประวัติศาสตร์โลก ประเพณีวัฒนธรรมท่ีได้รับการถ่ายทอด
ตลอดช่วงเวลาอนั ยาวนาน บนพนื้ ฐานศาสนาพุทธและอสิ ลาม ได้รบั การทำ� นบุ �ำรงุ โดย
ชน 3 เชื้อชาติ ได้แก่ ไทย จนี และมลายู ทั้งนีแ้ ม้ว่าสงขลาเป็นเมืองพหวุ ฒั นธรรม แต่
ก็มีความแข็งแกร่งในความเป็นชาตไิ ทยโดยมไิ ด้แบ่งแยก ก่อให้เกิดเมืองที่มีบรรยากาศ
แห่งความกลมกลนื และสงบสุข ท่ชี าวเมอื งทกุ เช้ือชาตสิ ามารถอยู่ร่วมกนั และพฒั นาไป
ด้วยกัน ดังน้ัน สงขลาจึงมีความโดดเด่นในความเป็นเมืองประวัติศาสตร์ที่มีชีวิตด้วย
หลักฐานทั้งรปู ธรรมและนามธรรม
เกณฑท์ ่ี (4)
ศูนย์กลางของเมืองเก่าสงขลา 3 แห่ง ล้วนแต่ต้ังอยู่ในพ้ืนท่ีรอบทะเลสาบสงขลา
ซึ่งเป็นท่ีหมายตา ทางธรรมชาติอันมีเอกลักษณ์ทั้งในแง่สภาพกายภาพทางภูมิศาสตร์
และระบบนิเวศ ความอุดมสมบูรณ์ของสงขลานั้น เกิดจากสถานที่ตั้งอันได้เปรียบ ซ่ึง
มที างตดิ ต่อกบั ทะเลหลวงด้านอ่าวไทย และทะเลสาบทีเ่ ป็นแหล่งอาหารและทรพั ยากร
อันอุดม ปฏสิ ัมพันธ์ของเมืองและทะเลสาบได้ด�ำเนินมากว่า 700 ปีอย่างต่อเน่ือง ทำ� ให้

137

เมอื งสงขลามคี วามโดดเดน่ ในความเปน็ ตวั อยา่ งของภมู ทิ ศั นว์ ฒั นธรรมทด่ี ที ส่ี ดุ เมอื งหนง่ึ
ท่ียงั คงเตบิ โตอย่างต่อเนอื่ งมาจนปัจจบุ นั

เกณฑ์ท่ี (5)
สงขลาได้รับการกล่าวถงึ ในเอกสารประวตั ิศาสตร์ต้ังแต่ครสิ ต์ศตวรรษที่ 14 โดยใน
บนั ทกึ ของพอ่ ค้าชาวเปอรเ์ ซยี เรยี กชอ่ื เมอื งสงขลาวา่ “ซงิ กอร”์ หรอื “ซงิ โกรา” ในครสิ ต์
ศตวรรษท่ี 15 เมอื งสงขลาปรากฏอยู่ในแผนทข่ี องเจิง้ เหอในชือ่ “ซนุ กู่นา” หลังจากนัน้
ช่ือของสงขลาปรากฏอยู่อย่างมากทส่ี ดุ ในจดหมายการค้าและบันทึกของชาวยโุ รป เม่ือ
สงขลาเปน็ สถานกี ารคา้ ของบรษิ ทั อสี ตอ์ นิ เดยี ในชว่ งครสิ ตศ์ ตวรรษที่ 17 หลกั ฐานเอกสาร
ดงั กล่าวเปน็ การยนื ยนั ถงึ ความสำ� คญั ของสงขลาในแงก่ ารค้าในอดตี อนั เป็นส่วนทชี่ ่วย
เติมเตม็ ให้กบั ทศั นยี ภาพทางประวตั ิศาสตร์ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และของโลก

๏ ประกาศความแท้:

ด้วยที่ตั้งของเมืองเก่าสงขลามีศูนย์กลางอยู่ 3 พื้นที่ ดังนั้น ประกาศความแท้จึง
เป็นไปตามทตี่ ง้ั ดงั กล่าว ได้แก่

เมืองเก่าสงขลา: หัวเขาแดง
องค์ประกอบส�ำคัญของเมืองเก่าสงขลาหัวเขาแดง ได้แก่ป้อมปราการสมัยพุทธ
ศตวรรษที่ 20 ป้อมปราการท้ังหมดเป็นของแท้ด้ังเดิม ซ่ึงได้รับการบูรณะเล็กน้อยตาม
รปู ลกั ษณะเดิมโดยไม่มกี ารเปล่ียนแปลง จึงถอื ว่ามีความแท้ในระดับสูงมาก
เมอื งเก่าสงขลา: แหลมสน
องคป์ ระกอบสำ� คญั ของเมอื งเกา่ สงขลาแหลมสน ประกอบดว้ ยวดั ทย่ี งั มกี ารใชง้ าน
อยู่ วัดร้าง สุสานจีน มัสยิด สุสานสุลต่าน สุสานดัตช์ บ่อน้�ำ ที่พักคนเดินทาง องค์
ประกอบเกอื บทงั้ หมดไดร้ บั การอนรุ กั ษไ์ วต้ ามรปู แบบเดมิ บางแหง่ ยงั ไมไ่ ดร้ บั การอนรุ กั ษ์
แต่ยงั คงอยู่ในทตี่ ง้ั เดมิ มีรูปแบเดิม และไม่ได้ถกู รบกวน จึงถอื ว่ามีความแท้ในระดบั สงู
มาก
เมอื งเกา่ สงขลา: บอ่ ยาง
เมอื งเกา่ สงขลาบอ่ ยาง เปน็ เมอื งประวตั ศิ าสตรท์ ม่ี ชี วี ติ องคป์ ระกอบส�ำคญั มคี วาม
หลากหลาย ได้แก่ อาคาร้านค้า วัด ศาลเจ้าจีน มัสยิด บ้านคหบดีจีน ส่วนหน่ึงของ
กำ� แพงเมือง ฯลฯ แหล่งมรดกเหล่าน้หี ลายแหล่งได้รบั การบูรณะและปรบั ปรุงเพื่อตอบ
สนองการใชส้ อย จงึ มกี ารเปลยี่ นแปลงไปบา้ ง อยา่ งไรกด็ ี ลกั ษณะดง้ั เดมิ ของพน้ื ทย่ี งั ได้

138

รบั การอนรุ กั ษไ์ ว้ ส�ำหรบั ศาสนสถาน ไดแ้ ก่ วดั ศาลเจา้ จนี และมสั ยดิ ไดร้ บั การอนรุ กั ษ์
ตามรูปแบบเดมิ จึงถอื ว่ามีความแท้ในระดับสูง

๏ ประกาศความครบถว้ น:

เมอื งเก่าสงขลา: หัวเขาแดง
องคป์ ระกอบสำ� คญั ของเมอื งเกา่ สงขลาหวั เขาแดง ไดแ้ กป่ อ้ มปราการ ปอ้ มปราการ
เหล่านี้ต้ังอยู่บนภเู ขา บางแห่งอยู่บนพืน้ ดิน ทงั้ หมดได้รบั การข้ึนทะเบียนโบราณสถาน
แล้ว จึงมีการปกป้องคุ้มครองตามกฎหมายอย่างสมบูรณ์ จึงถือว่ามีความครบถ้วนใน
ระดับสูงมาก
เมืองเกา่ สงขลา: แหลมสน
องค์ประกอบส�ำคัญของเมืองเก่าสงขลาแหลมสน อยู่ในพื้นท่ีหมู่บ้านท่ียังมีการอยู่
อาศัย องค์ประกอบทั้งหมดได้รับการขึ้นทะเบียนโบราณสถาน อย่างไรก็ดี ด้วยท่ีตั้งดงั
กล่าว แหล่งมรดกเหล่านีจ้ งึ อาจถูกรบกวนบ้าง เช่น สุสานจีนถูกสตั ว์เลี้ยงของชาวบ้าน
เช่น แพะแกะ เข้าไปบุกรุกเพอื่ กินหญ้า หรือแหล่งมรดกบางแหล่งเช่นสุสานดัทช์ อยู่ใน
พื้นที่เอกชนที่มีการใช้สอยอยู่ อย่างไรก็ดี แหล่งมรดกเหล่าน้ียังไม่ถูกท�ำลายจากการ
รบกวนดังกล่าวจึงถือว่ามคี วามครบถ้วนในระดับสงู
เมืองเกา่ สงขลา: บ่อยาง
เมืองเก่าสงขลาบ่อยางเป็นเมืองประวัติศาสตร์ท่ีมีพลวัต ดังนั้น การเปล่ียนแปลง
จึงเกดิ ขึ้นตลอดช่วงเวลาท่ีผ่านมา เมอื งในปัจจุบันมีองค์ประกอบทผ่ี สมผสานตั้งแต่ราว
พทุ ธศตวรรษที่ 22 มาจนปจั จบุ นั อยา่ งไรกด็ ยี า่ นประวตั ศิ าสตรไ์ ดแ้ กถ่ นนนครนอก นคร
ใน และนางงาม ยงั คงรกั ษาบรรยากาศประวตั ศิ าสตรไ์ วไ้ ด้ และมกี ารควบคมุ การพฒั นา
พ้ืนที่ดังกล่าวโดยถือเป็นย่านอนุรักษ์ ความครบถ้วนจึงอยู่ในระดับสูง ส่วนพื้นท่ีอื่นๆ
ประกอบด้วยอาคารที่มีรูปแบบหลากหลาย ถึงแม้ว่าแหล่งมรดกจะได้รับการอนุรักษ์ไว้
อย่างดี จงึ ถือว่าความครบถ้วนอยู่ในระดับปานกลาง
โดยสรปุ ความครบถ้วนของเมอื งเก่าสงขลาบ่อยาง อยู่ในระดับ สงู / ปานกลาง

139

๏ สรปุ ๏

เมืองเก่าสงขลา: ชมุ ชนพหวุ ัฒนธรรมบนเส้นทางข้ามคาบสมุทร อินโด-แปซิฟิก
เป็นตัวอย่างของเมืองพหุวัฒนธรรมท่ีวิวัฒน์ขึ้นรอบพื้นที่ธรรมชาติอันได้แก่ทะเลสาบ
สงขลา เมอื งนไ้ี ดพ้ ฒั นาขนึ้ เปน็ ศนู ยก์ ลางการคา้ เมอื งประวตั ศิ าสตร์ และแหลง่ ทอ่ งเทยี่ ว
ทม่ี พี ลวตั ของภาคใตข้ องประเทศไทย ดว้ ยความสำ� คญั ทางประวตั ศิ าสตรแ์ ละวฒั นธรรม
ของเมืองเก่าสงขลา ชาวเมืองสงขลาและชาวไทยจึงต้ังความหวังว่าจะน�ำเสนอสงขลา
เพื่อข้ึนบัญชีมรดกโลก และในช่วงเวลานี้ กระบวนการอัพสตรีมเป็นส่วนหน่ึงของการ
ดำ� เนนิ การเพอื่ ไปสเู่ ปา้ หมายดงั กลา่ วซง่ึ ชาวเมอื งสงขลารสู้ กึ ขอบคณุ และมคี วามเตม็ ใจท่ี
จะรว่ มมอื ยา่ งแขง็ ขนั และตอ่ เนอื่ งในทกุ ๆ ดา้ นเพอื่ ใหก้ ารนำ� เสนอเมอื งเกา่ สงขลาประสบ
ความสำ� เรจ็  

140

๏ เอกสารอา้ งองิ ๏

ที่มา:เอกสารประกอบการประเมินศักยภาพเบ้ืองต้น เพ่ือเสนอขึ้นบัญชีมรดกโลก
(Upstream Process) ,คณะกรรมการโครงการ Upstream Process. เมืองเก่าสงขลา
สู่มรดกโลก,2565.

141

142

143

หมายเหตุ

ท่ีมา : รายงานสรุปโครงการ UPSTREAM PROCESS MISSION 2022 : เมืองเก่า
สงขลา : ชมุ ชนพหวุ ฒั นธรรม บนเสน้ ทางขา้ มคาบสมทุ รอนิ โด-แปซฟิ กิ , เอกสารประกอบ
การประเมินศักยภาพเบ้ืองต้น เพ่ือเสนอขึ้นบัญชีมรดกโลก, คณะกรรมการโครงการ
UPSTREAM PROCESS เมอื งเก่าสงขลาสู่มรดกโลก, 2565.

ออกแบบและพิมพ์ : World Media Graphic 081-9576716


Click to View FlipBook Version