1
2
คาํ นํา
รายงานการจัดทําโครงงานวิทยาศาสตรนอยในระดับช้ันอนุบาล 3 ไดจัดทําโครงงานเรื่อง
น้าํ แข็งมหัศจรรย จัดทาํ ขนึ้ เพอ่ื ศึกษาเรื่องราวและส่ิงตา งๆทอี่ ยรู อบตัวเด็ก เปนกจิ กรรมท่ีนักเรียนสนใจ
และไดทดลองการปฏิบตั ิกจิ กรรมโดยใชกิจกรรมการทดลองทางวิทยาศาสตร ทีสงเสริมพัฒนาการให
นักเรียนสามารถเรียนรูไดจากการสังเกตดวยประสาทสัมผัสทั้งหา นักเรียนรูจักการคิดแกปญหาจาก
สิง่ ที่เรียนรไู ดต ามวัยของนักเรยี นโดยใชก ระบวนการทางวิทยาศาสตรแ ละสามารถนําประสบการณท่ีได
จากการเรยี นรูไ ปประยกุ ตใชใ นเหตุการณใหมๆ ในชีวติ ประจาํ วันได
การจัดทาํ รายงานโครงงาน นา้ํ แขง็ มหัศจรรย ของระดับชน้ั อนุบาล 3 ในคร้ังนี้ ผูจัดทําหวังเปน
อยางยิ่งวาการจัดทําเอกสารฉบับนี้มีขอมูลที่เปนประโยชนตอผูที่สนใจในการจัดประสบการณการ
ทดลองวทิ ยาศาสตรไดเ ปนอยางดี
คณะผจู ัดทาํ
ครูระดบั ปฐมวัย โรงเรยี นบา นธารทอง
2563
3
สารบัญ
เร่อื ง หนา
คาํ นาํ 1
สารบญั 1
โครงงานนาํ้ แขง็ มหศั จรรย 1
1
1. ช่อื โครงงาน 1
2. ชื่อผจู ัดทําโครงงาน 1
3. ครูท่ปี รึกษาโครงงาน 3
4. ระยะเวลาในการจัดทําโครงงาน 3
5. ที่มาของโครงงาน 3
6. ขน้ั ตอนและวิธกี ารดําเนินการจัดทําโครงงานวฎั จกั รสืบเสาะ 3 วงรอบ 3
5
6.1 คาํ ถามท่ี 1 นา้ํ แขง็ กอนเล็กกบั น้ําแข็งกอนใหญอะไรละลายเร็วกวา กนั 10
ขน้ั ท่ี 1 ตงั้ คําถามเกย่ี วกบั ปรากฏการณท างธรรมชาติ 11
ขนั้ ที่ 2 รวบรวมความคดิ และขอสันนษิ ฐาน 13
ขน้ั ที่ 3 ทดสอบและปฏบิ ัติการสบื เสาะ 16
ข้นั ที่ 4 สงั เกตและบรรยาย 18
ขน้ั ที่ 5 บันทึกผล
ขั้นที่ 6 อภปิ รายผล 18
ผลการพัฒนาความสามารถของเด็กปฐมวยั 18
20
6.2 คําถามท่ี 2 นา้ํ แข็งในน้ําเปลาและนาํ้ แข็งในนํา้ หวานละลายตา งกัน 25
อยางไร 28
29
ขนั้ ที่ 1 ตง้ั คําถามเก่ียวกบั ปรากฏการณท างธรรมชาติ 32
ข้นั ที่ 2 รวบรวมความคิดและขอ สันนษิ ฐาน
ข้ันท่ี 3 ทดสอบและปฏบิ ัติการสบื เสาะ
ข้นั ที่ 4 สังเกตและบรรยาย
ข้ันที่ 5 บันทึกผล
ขน้ั ท่ี 6 อภปิ รายผล
ผลการพฒั นาความสามารถของเด็กปฐมวยั
สารบญั (ตอ) 4
เรอ่ื ง หนา
6.3 คําถามท่ี 3 นํ้าหวานเขมขน นาํ้ หวานนอ ย และนาํ้ เปลา เปลย่ี น 34
สถานะเปน รูปรางอ่นื ไดหรอื ไม
34
ขนั้ ท่ี 1 ต้ังคาํ ถามเกย่ี วกบั ปรากฏการณทางธรรมชาติ 35
ข้ันท่ี 2 รวบรวมความคดิ และขอ สนั นิษฐาน 36
ข้นั ที่ 3 ทดสอบและปฏบิ ตั ิการสบื เสาะ 39
ขัน้ ที่ 4 สังเกตและบรรยาย 45
ขั้นที่ 5 บนั ทกึ ผล 46
ขั้นที่ 6 อภปิ รายผล 50
ผลการพฒั นาความสามารถของเด็กปฐมวัย
1
ชอื่ โครงการ นํ้าแขง็ มหศั จรรย
ผจู ดั ทาํ โครงงาน นักเรยี นช้ันอนบุ าล 3 โรงเรยี นบา นธารทอง
สาํ นกั งานเขตพื้นทก่ี ารศึกษาประถมศกึ ษาเชียงราย เขต 3
ครทู ี่ปรึกษา นางสาว กาญจนา ขดั พูล
นาย อิทธิพล แสงจนั ทร
ระยะเวลาในการจดั ทาํ วนั ที่ 20 มกราคม – 28 มกราคม พ.ศ. 2563
ทีม่ าของโครงงาน (วนั ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2563 )
ชวงพกั เท่ียงหลังจากที่เด็กอนุบาลรับประทานอาหารกลางวันเสร็จเรียบรอยแลว เด็กอนุบาล
จะพากันไปซื้อน้ําแข็งใส เมื่อกินนํ้าหวานจนหมด ครูประจําช้ันจะชอบขอเด็กกินน้ําแข็งเวลานํ้าหวาน
หมด เพราะวาครปู ระจาํ ชัน้ ชอบกินนํ้าแขง็ เด็กจะชอบกินแตน้ําหวานเหลือแตน้ําแข็งมาวางไวบนโตะ
ครู เพ่ือจะใหครูกิน วันน้ีกอนนอนเด็กกินนํ้าหวานยังไมหมดมาฝากครูไว มีทั้งน้ําองุน นํ้ามะนาว
นํ้าเปลา น้ําแข็งเปลา เด็กต่ืนข้ึนมาเพื่อจะเอาน้ําหวานไปกินตอ นองกัญญารัตน พูดขึ้นวา “ครูขา
นา้ํ แขง็ หนูละลายหมดแลว คะ หนนู อนแปบ เดียวเอง” เอกชยั “ของผมละลายยงั ไมหมดครับเหลือกอน
เล็กๆครบั ” จากการละลายของนํา้ แขง็ ทาํ ใหเด็กเกดิ ความสงสัยในการละลายของนาํ้ แขง็
ครู : นาํ้ แข็งที่เดก็ ๆเอามาวางที่โตะครมู นี ํา้ อะไรบา งคะ
ธนพล : ของผมน้ําองุนครับ
กรวิกา : ของหนนู ํ้าแข็งเฉยๆคะ หนดู ูดกินนํ้าหวานหมดแลว
เอกชัย : ของผมน้ํามะนาว
รชั ชานนท : ของผมนาํ้ แขง็ เฉยๆครับ แตข องผมน้ําแขง็ กอ นใหญเลยละลายไมหมดครบั
อารญา : คณุ ครคู ะน้ําแข็งในนาํ้ เปลาทาํ ไมละลายหมดคะ ในนํา้ มะนาวของตอ
ละลายไมห มดเหลือกอ นเล็กๆ
เพชร : คณุ ครคู รับนํ้าแข็งกอนเลก็ กบั กอนใหญอ ะไรละลายเรว็ กวากันครับ
ชวลติ : กอ นเล็กครบั อมยงั ละลายในปากหมดเลยครับ
ลดั ดา : คณุ ครูขา หนตู อ งเกบ็ นํ้าแข็งไวท ี่ไหนคะถึงจะไมละลาย
อริสรา : เก็บไวในตเู ย็นชอ งฟตสีนก
สมหวงั : เก็บไวใ นกระติกนา้ํ แขง็ ครบั
ไกรสทิ ธิ์ 2
แกว มณี : คณุ ครูครับถาผมจะเอานํา้ แขง็ ท่ลี ะลายในน้ําหวานแลวไปทาํ เปน นา้ํ แขง็
ธญั จิรา เหมือนเดมิ ผมตอ งทาํ อยา งไรครับ
ดาว
: เอานํ้าหวานใสถ งุ เอาเขา ชองฟต หนเู หน็ แมท ําคะ
: แมเ อาน้าํ ใสข ัน เอาเขา ชอ งฟรซี ตน่ื เชามานํ้าเปนน้ําแข็งเลยคะ
: เอานา้ํ หวานเทใสพิมพน ้ําแขง็ เอาเขาชองฟรีซคะ
ครูรวบรวมคาํ ถามของเดก็ แลวเขียนลงกระดาษชารท
1. น้ําแขง็ ในนาํ้ เปลาและนํ้าแข็งในนา้ํ หวานละลายตา งกนั อยา งไร
2. นา้ํ แข็งกอนเลก็ กบั นาํ้ แขง็ กอ นใหญอ ะไรละลายเร็วกวา กัน
3. เก็บน้าํ แขง็ ไวอ ยางไรไมใหล ะลาย
4. นํ้าแข็งท่ีละลายแลวทําอยางไรจะใหกลายเปน นํ้าแข็ง
5. น้ําแขง็ นํามาใชประโยชนอะไรไดบ างนอกจากรับประทาน
6. นํ้าหวานเขมขน นาํ้ หวานนอ ย และนาํ้ เปลา เปลีย่ นสถานะเปน รปู รา งอนื่ ไดหรอื ไม
ครบู นั ทกึ คาํ ถามที่เด็กสงสัย
เด็กและครรู ว มกันสนทนาเกีย่ วกับคําถาม และใหเด็กเลอื กคําถามทเ่ี ดก็ อยากรมู ากทสี่ ดุ ได 3 คําถาม
ดังน้ี
1. นา้ํ แขง็ กอนเลก็ กับน้าํ แข็งกอ นใหญอะไรละลายเร็วกวากนั
2. น้ําแข็งในน้าํ เปลาและนํา้ แข็งในนา้ํ หวานละลายตางกันอยา งไร
3. นํา้ หวานเขม ขน นาํ้ หวานนอ ย และนา้ํ เปลาเปลย่ี นสถานะเปน รปู รา งอื่นไดหรอื ไม
3
3 คาํ ถามท่เี ดก็ เลือก เพอ่ื ตรวจสอบ สืบคาหาขอ มูล
คําถามที่ 1 น้าํ แข็งกอ นเล็กกับน้ําแข็งกอ นใหญอะไรละลายเร็วกวา กัน
ขนั้ ที่ 1 คําถามเก่ียวกับปรากฏการณธ รรมชาติ (วนั ท่ี 20 มกราคม พ.ศ. 2563 )
จากการทเี่ ดก็ สงสยั เกย่ี วกับนํ้าแขง็ ที่ผา นมา พบวา เด็กมคี วามสนใจและสงสยั เกี่ยวกบั น้าํ แข็ง
มากมาย จนนําไปสกู ระบวนการสบื เสาะหาขอมูล ครูและเด็กจึงรวมกนั สนทนาสรปุ วธิ ีการหาคําตอบท่ี
เด็กอยากรูลงในชารท
จดุ ประสงค
เพอ่ื เปรยี บเทียบการละลายของนาํ้ แข็งกอ นเล็กและน้ําแขง็ กอ นใหญ
ขัน้ ท่ี 2 รวบรวมความคดิ และขอสนั นษิ ฐาน (วนั ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2563 )
เดก็ และครสู นทนารว มกันเกย่ี วกับลักษณะของนํ้าแข็งท่เี ด็กๆเคยเห็นในชีวิตประจาํ วนั
ครู : นํา้ แขง็ ท่เี ด็กๆเคยเห็นมีลักษณะอยางไรคะ
เอกชยั : เปนกอนกลมๆมีรตู รงกลางครับ เย็นครับ
ดาว : เปน กอนเล็กๆคะ กอ นไมเ ทา กนั เรยี กวา น้าํ แข็งบดคะ
ไกรสทิ ธิ์ : กอ นกลมเล็กๆครับ มีรตู รงกลาง เวลาแมซ อื้ กาแฟเขาเอานํา้ แข็งแบบนใ้ี ห
ครบั
กญั ญารตั น : คณุ ครคู ะ นํ้าแข็งมกี อ นส่เี หลี่ยมดวยคะ น้ําแข็งที่ KFC คะ
ครู : นาํ้ แข็งกอ นกลมๆมรี ูตรงกลางเรยี กวานาํ้ แข็งอะไรคะ
รชั ชานนท : น้ําแข็งหลอดครับ
อริสรา : นาํ้ แข็งหลอดครับ
4
สรุปวา นํ้าแข็งท่เี ดก็ เคยเหน็ มีนา้ํ แข็งหลอด นา้ํ แขง็ บด และนํ้าแข็งกอนสเี่ หลี่ยม ขณะทาํ
กจิ กรรมครูไดแบง กลุมเดก็ ออกเปน 4 กลุม
ครู : เด็กๆคิดวานาํ้ แขง็ กอ นใหญก บั นา้ํ แขง็ กอนเลก็ อะไรละลายเรว็ กวากันคะ
กลมุ ท่ี 1 : กอ นใหญก วาจะละลายครบั
กลุมที่ 2 : หนวู า ก็เลก็ คะ
กลุมท่ี 3 : กอนเล็กละลายเรว็ คะ แปบเดยี วก็ละลายหมดแลว
กลุม ท่ี 4 : กอ นเล็กเหรอ กอ นใหญกวาจะลายเรว็ กวาเพราะมันใหญไ ง
จากการทีเ่ ดก็ ๆคาดคะเนคําตอบสรุปไดว า
กลุมท่ี 1 ตง้ั ขอสันนิษฐานวา : น้ําแขง็ กอนใหญล ะลายเร็วกวานา้ํ แข็งกอนเล็ก
กลมุ ที่ 2 ตงั้ ขอ สันนษิ ฐานวา : นาํ้ แข็งกอนเล็กละลายเรว็ กวา กอนใหญ
กลมุ ที่ 3 ตั้งขอ สนั นิษฐานวา : น้าํ แขง็ กอนเล็กละลายเร็วกวา กอนใหญ
กลมุ ท่ี 4 ตัง้ ขอ สนั นิษฐานวา : นํ้าแข็งกอนใหญล ะลายเรว็ กวาน้ําแขง็ กอ นเล็ก
จากการต้ังขอ สันนษิ ฐานวา นาํ้ แข็งกอนเล็กกบั นาํ้ แข็งกอ นใหญอ ะไรละลายเร็วกวา กัน กลุมท่ี 1
สนั นิษฐานวา นํา้ แขง็ กอนใหญล ะลายเร็วกวา น้ําแขง็ กอนเล็ก กลุมท่ี 2 สันนิษฐานวา : นํ้าแขง็ กอนเล็ก
ละลายเรว็ กวา กอนใหญ กลมุ ที่ 3 สันนษิ ฐานวา : น้าํ แข็งกอ นเลก็ ละลายเรว็ กวา กอ นใหญ กลมุ ท่ี 4
สันนษิ ฐานวา นํา้ แขง็ กอ นใหญล ะลายเร็วกวานํ้าแข็งกอ นเล็ก
เดก็ สนั นิษฐานน้าํ แขง็ กอ นเล็กกับน้ําแข็งกอ นใหญอ ะไรละลายเร็วกวากนั
5
ข้ันที่ 3 ทดสอบและปฏิบตั ิการสบื เสาะ (วนั ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2563 )
เดก็ และครรู ว มกนั สนทนาเกย่ี วกับคําถามท่ี 1 “ นํา้ แขง็ กอนเลก็ กับนา้ํ แขง็ กอนใหญอ ะไรละลาย
เร็วกวา กัน” เราจะมีวธิ กี ารอยางไร จึงจะทราบคําตอบวา น้าํ แขง็ กอนเล็กกบั นํา้ แข็งกใ็ หญอะไรละลาย
เรว็ กวา กนั
ครู : เราจะมีวิธีการอยางไรคะ จึงจะทราบคาํ ตอบวา นํา้ แข็งกอนเลก็ กับนาํ้ แข็ง
กอนใหญอะไรละลายเร็วกวา กัน
กลุมที่ 1 : ทดลองคะ คุณครู
กลุมท่ี 2 : ไปคนควาในหองสมุดคะ
กลุมที่ 3 : ทดลองครับ
กลมุ ท่ี 4 : ถามคุณครูครับ
เดก็ สว นมากเลอื กเอาวิธีการทดลองเพ่ือคนหาคาํ ตอบจากคาํ ถามขอที่ 1 “ น้าํ แขง็ กอนเล็กกับ
น้ําแข็งกอ นใหญอ ะไรละลายเร็วกวากนั ”
เด็กและครูรวมกนั สนทนาเกย่ี วกับการทดลองวาจะมวี ธิ กี ารขนั้ ตอนการทดลองอยา งไร
ครู : เราจะมวี ธิ ีการทดลองอยา งไรคะ
ดาว : เอานา้ํ แขง็ กอนเลก็ ใสแกว เอานาํ้ แขง็ กอ นใหญใ สแ กววางไวค ะ
เอกชยั : น้ําแข็งตองเทากันดว ย
ครู : ทาํ อยางไรใหน า้ํ แข็งเทา กันคะ
ธนพล : เอาใสแกวใหเ ต็มเทา กนั ครับ
รัชชานนท : ชงั่ ครบั คณุ ครู
อรสิ รา : เอาขึน้ ตาชงั่ เลยคะ
สุทธิดา : เอานํ้าแขง็ ใสแ กว ตัง้ ทิ้งไวแ ลว รอดูการละลายคะ
ครู : เราจะดูเปนระยะหรือดตู ลอดเวลาคะ
อารญา : ดเู ปนระยะคะ
ดาว : ดเู ปนระยะคะ
ครู : อปุ กรณท่ใี ชในการทดลองมอี ะไรบา งคะ
ดาว : นํ้าแขง็ กอนเลก็ นํ้าแข็งกอ นใหญ แกวน้าํ และชง่ั คะ
6
เอกชัย : น้ําแขง็ กอ นเลก็ กอนใหญ แกว น้าํ ตาชง่ั ครบั
เด็กและครรู วมกนั สรปุ วิธีการทดลองเพอ่ื คนหาคาํ ตอบ “นํ้าแข็งกอนเล็กกบั น้าํ แข็งกอนใหญ
อะไรละลายเร็วกวากนั ” และไดตกลงท่จี ะมีวิธีการสืบเสาะหาความรโู ดยการทดลอง คือ นําน้ําแข็ง
กอนเล็กและนา้ํ แข็งกอ นใหญไ ปชั่งตราชัง่ ในปริมาณทเี่ ทา กนั แลว นาํ ไปใสแ กวน้ํา จากนน้ั สังเกตเปน
ระยะๆ เด็กและครรู ว มกนั สรปุ วสั ดุอุปกรณในการทดลอง และชว ยกันออกแบบการบนั ทึกขอ มูลโดย
การวาดภาพระบายสีส่ิงที่พบในการสํารวจครั้งนี้ ครูจดบันทึกขนั้ ตอนการทดลองลงกระดาษชารท
อุปกรณการทดลอง
1. นาํ้ แขง็ กอนเล็ก นํา้ แข็งกอ นใหญ น้ําแข็งบด
2. แกว น้าํ
3. ตาชง่ั
4. เครื่องวดั อุณหภูมิ
5. ไมบรรทดั
วธิ กี ารทดลอง
1. ถังน้ําแขง็ กอนเล็กนํา้ แขง็ กอ นใหญใหม ปี ริมาณเทา กนั
2. เอาน้ําแข็งใสแ กว
3. ตัง้ ทิง้ ไวดกู ารละลายของนํ้าแข็งเปน ระยะ
เดก็ และครูรวมกนั สนทนาเกยี่ วกบั การบันทึกการทดลองและออกแบบแบบบันทึกผลการ
ทดลอง
ครู : เราจะมวี ธิ ีบันทึกผลการทดลองอยางไรคะ
กลุมที่ 1 : วาดภาพคะ/ครับ
กลมุ ที่ 2 : วาดภาพคะ/ครับ
กลุมที่ 3 : วาดภาพคะ /ครบั
กลุม ท่ี 4 : วาดภาพคะ /ครบั
เดก็ และครูรวมกนั ออกแบบบนั ทึกผลการทดลอง
การทดลอง
1. ครูนาํ นา้ํ แขง็ หลอดใหญ หลอดเล็กและนํ้าแขง็ บดมาใหนักเรยี นสังเกต สมั ผัส และชิมรส
เดก็ และครรู วมกันสนทนาเกี่ยวกบั ลกั ษณะสี รปู รา ง กลิ่น รสชาตขิ องน้าํ แข็ง
ครู 7
ธนัสถา
ดาวิกา : นา้ํ แขง็ ท่คี รนู าํ มาใหเ ด็กๆสังเกตมีก่ีชนิดคะ
: สามชนดิ ครบั น้ําแขง็ หลอดใหญ หลอดเลก็ และน้าํ แข็งบดครบั ผมเคยเห็น
ครู : 3 ชนิดคะ นํ้าแขง็ หลอดใหญห ลอดเล็กและนา้ํ แข็งบดคะ นํ้าแข็งหลอดเลก็
ชาคร
หนเู คยเอามาใสน ํา้ สมคะ
อารญา : นํ้าแขง็ แตล ะชนดิ เหมือนหรอื ตา งกนั อยา งไรคะ
ครู : น้าํ แขง็ หลอดเล็กกบั น้ําแขง็ หลอดใหญเ ปน กอนกลมๆมีรูตรงกลางครบั
ชาคร
แตน ํ้าแข็งบดมีหลายรูปทรง กอนเล็กไมม ีรูสเี หมอื นกนั เยน็ เหมือนกัน
: เหมือนกนั ตรงสีเหมอื นกัน เยน็ และไมมีกล่นิ คะ
: น้าํ แข็งถา เราจับนานๆจะเปน อยางไรคะ
: เยน็ มากครบั จนตองเอามอื ออก
เด็กและครูชวยกนั เตรียมอปุ กรณ เด็กๆกําลังดมและชมิ นํ้าแข็ง
2. เดก็ ๆชวยกนั เตรียมอปุ กรณก ารทดลองตามขอ ตกลงทเี่ ดก็ ๆไดรว มกันเสนอความคิดเห็น
เดก็ ๆชว ยกนั ช่งั นาํ้ แขง็
8
3. เด็กชัง่ นํา้ แขง็ ใหม ีปรมิ าณ 1 ขีด
เด็กชว ยกันช่งั กอนนา้ํ แขง็ หลอดใหญ น้ําแข็งหลอดเล็ก และน้ําแขง็ บด
และชวยกันสังเกตขนาด นาํ้ หนักของนํา้ แขง็ ท้ัง 3 แกว
นา้ํ แข็งกอนใหญ 1 กอน เทากบั 1 ขีดครบั
นาํ้ แข็งหลอดเลก็ 12 กอ น เทา กบั 1 ขดี คะ
นา้ํ แข็งบด 40 กอน เทา กับ 1 ขดี คะ
4. นํ้าแขง็ ลงในแกวตัง้ ทิ้งไว 10,20,30 นาที สังเกตปรมิ าณนํา้ ในแกว โดยใชไ มบ รรทดั วดั
แลววัดอุณหภมู ิในแกว นาํ้ แข็งโดยสงั เกตความเปลีย่ นแปลงของกอ นนาํ้ แขง็ 10 นาที 20 นาที 30
นาที
เด็กๆสังเกตความเปลีย่ นแปลงของ นํ้าแขง็ ท้ัง 3 แกว ในเวลา 10 นาที
9
เดก็ ๆสังเกตความเปลย่ี นแปลงของ นํา้ แข็งทัง้ 3 แกว ในเวลา 20 นาที
เดก็ ๆตอบวา ในเวลา 20 นาที นํ้าสงู ข้นึ กวา เดิม
เดก็ ๆวดั ปริมาณนํา้ จากนํ้าแข็งทล่ี ะลายและวดั อณุ หภูมขิ องนาํ้ แขง็
10
น้าํ แขง็ ในเวลา 30 นาที ละลายจะหมดแลว ครับ
ขั้นที่ 4 สังเกตและบรรยาย (วันท่ี 21 มกราคม พ.ศ. 2563 )
เด็กและครรู วมกนั สนทนาเกี่ยวกับผลการทดลองการละลายของนาํ้ แข็ง โดยครูนําแกว น้าํ 3
แกวมาใหเด็กสงั เกต
ครู : เดก็ ๆดูท้งั 3 แกวมนี าํ้ เทากนั ไหม
วรี ยทุ ธ : ไมครับ แกว นํา้ แขง็ บดมนี ํา้ มากที่สดุ แกว นา้ํ แข็งหลอดใหญมนี าํ้ นอยทีส่ ุด
ครับ
ณรี นชุ : ไมเ ทา กนั คะ แกวน้าํ แขง็ บดมนี ้ํามากท่สี ดุ เราลองมาแกวนํ้าแข็งหลอดเลก็
และแกว นา้ํ แขง็ หลอดใหญมนี ้ํานอยที่สุด
ชวลติ : ไมเ ทากันครับ แกวนาํ้ แขง็ บดมนี าํ้ มากที่สดุ รองลงมาแกวน้ําแขง็ หลอดเล็ก
แกว นาํ้ แขง็ หลอดใหญน้าํ นอ ยท่สี ุดครบั
ครู : น้าํ แข็งทอี่ ยใู นแกวตา งกันไหม
น้ําใส : ตา งคะน้าํ แขง็ บดไมมีคะละลายหมดคะ นํ้าแข็งหลอดเล็กเหลอื นดิ เดียวคะ
ธนพล : น้ําแข็งหลอดใหญล ะลายไมหมดครับเหลือเปนกอ นเลยครบั
สมหวัง : ตางกนั ครบั
ดาวกิ า : ตา งกนั คะ นา้ํ แขง็ หลอดใหญล ะลายไมหมดคะ นาํ้ แข็งบดละลายหมดคะ
ครู : นาํ้ แขง็ อะไรละลายเรว็ ทส่ี ุดคะ
สมหวงั : นํา้ แขง็ บดครบั
11
ธรภทั ร : น้าํ แข็งบดครับ
ครู : น้ําแขง็ อะไรละลายชา ท่สี ุดคะ
ชนากานต : นํา้ แข็งหลอดใหญค ะ
พชรดนยั : น้ําแข็งหลอดใหญครบั
เดก็ และครูรวมกันอภิปรายผลการสงั เกต ระดบั นํ้าในแกว ท้งั 3 แกว ไมเ ทากัน แกว
น้ําแข็งบดมีน้ํามากทีส่ ุด รองลงมาคือแกว น้าํ แข็งหลอดเลก็ แกวน้ําแข็งหลอดใหญล ะลายไมหมดเหลอื
เปน กอน นํา้ แข็งหลอดเลก็ เหลอื กอ นเลก็ ๆ น้ําแข็งบดละลายหมด
เดก็ และครรู ว มกนั อภิปรายผลการสงั เกต ระดบั น้ําในแกวท้ัง 3 แกว
ข้นั ท่ี 5 บันทึกผล
เดก็ แตละกลุมบนั ทกึ ผลการทดลองในแบบบันทึกทีค่ รแู ละนักเรียนรว มกนั ออกแบบไว
1. ครูแจกแบบบันทึกผลและดนิ สอใหเดก็ แตละคน
2. เด็กและครูรวมกันทบทวนวธิ กี ารบนั ทึกผลการทดลอง
3. เดก็ แตล ะคนบนั ทกึ ผลการทดลองเปนรายบุคคลและเปน รายกลมุ
4. ใหเ ด็กแตล ะกลุมนาํ เสนอผลการทดลองหนา ชั้นเรยี น และนําแบบบันทึกผลไปติดไวท ่ี
บอรด หนา หอ งเรียน
12
เดก็ ๆ ชว ยกันสรปุ ผลพรอ มบันทกึ ขอ มลู การทดลองรวมกนั นา้ํ ทุกแกว นํา้ แขง็ มรี ปู รางเปลย่ี นไป
13
ขัน้ ที่ 6 สรปุ สรปุ และอภิปรายผล (วันท่ี 21 มกราคม พ.ศ. 2563 )
เดก็ และครูรวมกนั ทบทวนข้ันตอนการทดลอง และสรุปผลการทดลองจากแบบบันทึกผลการ
ทดลอง
ครู : นาํ้ แขง็ อะไรละลายเร็วท่สี ดุ คะ
อารน าวิน : น้ําแขง็ บดครับ
ลัดดา : น้ําแข็งบดคะ
ครู : รองลงมาคือนํา้ แขง็ อะไรคะ
เอกชัย : นาํ้ แขง็ หลอดเล็กครับ
พชรดนยั : น้าํ แขง็ หลอดเล็กครับ
ครู : นาํ้ แข็งอะไรละลายชา ที่สุดคะ
เอกชยั : นา้ํ แข็งหลอดใหญครบั
วีรยุทธ : น้ําแข็งหลอดใหญค รับ
ครู : เพราะอะไรนํ้าแขง็ บดจึงละลายไดเร็วทสี่ ุดคะ
อาชวิน : เพราะนํ้าแข็งบดกอนเล็กละลายไดเรว็ ครบั
ดาวกิ า : ใชค ะ
ครู : ทําไมนํ้าแขง็ หลอดใหญล ะลายชาคะ
อารนาวิน : มันกอ นใหญค รับ หนาดวยครับ
สุทธดิ า : กอ นใหญค ะ
เด็กๆรวมกันสรุปไดวานํ้าแขง็ ท่ีละลายไดเร็วท่ีสุด อนั ดับที่ 1 นํา้ แขง็ บดละลายไดเ รว็
ทีส่ ดุ อัน 2 นํ้าแขง็ หลอดเล็ก อันดับ 3 น้ําแขง็ หลอดใหญ สง่ิ ที่เด็กๆสงั เกตไดจ ากการทดลอง
เพิม่ เตมิ คือ เวลาผา นไปมีหยดนํา้ ใสเกาะอยนู อกแกว ท้งั 3 แกว เด็กๆวัดอณุ หภมู ชิ ว ง 10 นาทแี รก วดั
ได 1 องศา 20 นาทีตอ มา วัดได 3 องศา และ 30 นาทตี อมา นาทีตอมาวดั ได 5 องศา
14
เด็กแตล ะกลุมออกมาสรปุ ผลการทดลอง
เดก็ นําเสนอผลงานของตวั เอง
15
ผลงานของเดก็ รายกลมุ ทีส่ าํ เรจ็ แลว
ผลงานของเด็กรายเดย่ี วที่สาํ เร็จแลว
16
ผลการพฒั นาความสามารถของเดก็ ปฐมวยั
1. ผลการพฒั นาความสามารถพื้นฐาน 4 ดา น
1.1. ดา นการเรียนรู
- เด็กไดเ รียนรูเร่ืองปริมาณของนํ้าแข็ง
- เด็กไดลงมือทําการทดลองดวยตนเอง
- เด็กไดเ รียนรูส ถานะของของแข็งและของเหลว
- เด็กไดเรยี นรูธ รรมชาตริ อบตวั
1.2. ดา นภาษา
- เด็กสามารถตงั้ คําถามและตอบคําถามได
- เดก็ สนทนาโตตอบ ซักถามได
- เดก็ สามารถพูดประโยคยาวและตอเนอ่ื งได
- เด็กมีมารยาทในการฟง
- เด็กสามารถสื่อความหมายดว ยการวาดภาพและสญั ลักษณไ ด
- เด็กเขียนชื่อตัวเองหรือขอ ความตามแบบได
1.3. ดา นสงั คม
- เด็กทาํ งานรว มกบั ผอู น่ื ได
- เด็กสามารถแสดงความคดิ เหน็ และยอมรับฟงความคิดเห็นของผอู ื่นได
- เดก็ ปฏบิ ัติตามกตกิ าของหองเรียน
- เดก็ มมี ารยาทในการฟงและการพูด
- เด็กมคี วามเปนผูนําและผตู ามท่ีดี
1.4. ดานการเคลอื่ นไหวและทักษะการรับรขู องประสาทสมั ผสั
- เดก็ สามารถเคลื่อนไหว หยิบ จบั และใชอุปกรณใ นการทดลองอยา งคลองแคลว
- เดก็ ไดใ ชประสาทสัมผัสในการรับรทู ้ังการดแู ละการสมั ผสั
17
2. ผลการพัฒนาทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร
2.1. ทักษะการสังเกต
- สังเกตลกั ษณะของนาํ้ แข็ง รปู ทรงของแกวน้ํา
- การหยบิ จบั สัมผสั วัสดตุ างๆทีใ่ ชในการทดลอง คือ นา้ํ แข็ง แกว นํ้า สังเกตการ
เปลยี่ นแปลงของน้าํ แข็ง สังเกตการละลายของปรมิ าณน้ําแขง็
2.2. ทักษะการวัด
- เปรียบเทยี บปรมิ าณนํา้ ทัง้ 3 แกว
- การใชไ มบรรทดั วดั ระดับนํา้ ในแกว
- การชง่ั นา้ํ หนักนํ้าแข็ง
2.3. ทักษะการคาํ นวณ
- นบั จาํ นวนกอ นน้าํ แขง็
- อา นเลขบนตาช่ัง
- ดูตวั เลขบนไมบ รรทดั
2.4. ทักษะการจาํ แนกประเภท
- หาจาํ นวนแกว ทง้ั หมดแหละทมี่ ขี นาดเทา กัน
2.5. ทกั ษะการพยากรณหรือคาดคะเนคําตอบ
- เดก็ คาดคะเนคาํ ตอบไดว า เวลาและอากาศทาํ ใหปรมิ าณนํา้ แข็งลดลง
2.6. การหาความสมั พนั ธระหวางสเปสกบั สเปสและสเปสกบั เวลา
- นํา้ แข็งเมอ่ื ปลอ ยทิ้งไวนานโดนอากาศจะทาํ ใหนํ้าแขง็ ละลายกลายเปนนํ้า
2.7. การจัดกระทาํ และการสอ่ื ความหมายขอ มลู
- เดก็ สามารถสรปุ ผลสิ่งทส่ี ังเกตและทดลองไดโดยการวาดภาพและนาํ เสนอขอ มูลหนา
ชนั้ เรียน
- เด็กบันทึกผลการทดลองและนาํ เสนอผลการทดลองหนาชัน้ เรียนใหผ ูอื่นเขาใจได
2.8. การลงความเหน็ จากขอมูล
- เดก็ สามารถแสดงความคิดเห็นหรอื ใชเ หตผุ ลของตนเองเพิม่ เติมได เชน ทําไมนํา้ แขง็
ละลายกลายเปนนํา้ ได
18
- เด็กลงความเห็นขอมูลจากการทดลองไดวาของแขง็ กลายเปน ของเหลวไดเ ม่อื โดน
อากาศนานๆ
คาํ ถามท่ี 2 นา้ํ แข็งในน้ําเปลา และนํ้าแขง็ ในนาํ้ หวานละลายตา งกันอยา งไร
ข้ันท่ี 1 ต้ังคําถามเกีย่ วกบั ปรากฏการณธรรมชาติ (วนั ท่ี 22 มกราคม พ.ศ. 2563)
จากการทดลองนํ้าแขง็ บด น้ําแข็งหลอดเลก็ หลอดใหญ อันไหนจะละลายกอนกัน กิจกรรม
ทผี่ านมาเดก็ ๆยงั มีขอสงสัยเกี่ยวกับนํ้าแข็งท่ีอยูในนํ้าหวานกับนํ้าแข็งท่ีอยูในน้ําเปลาอันไหนจะละลาย
กอนกัน เพราะจะไดรูจักเปลี่ยนรูปของนํ้าแข็งที่มีอยูในน้ําหวานกับนํ้าเปลานํามาสูการตรวจสอบ
ขอเท็จจรงิ
จุดประสงค เพอ่ื เปรียบเทยี บการละลายของนํา้ แขง็ ในนํ้าเปลา และนาํ้ หวาน
ขั้นท่ี 2 รวบรวมความคดิ และขอสันนษิ ฐาน
เด็กและครูสนทนาเกี่ยวกับการละลายของนํ้าแข็งท่ีนํามาทดลองทั้ง 3 ชนิด คือ น้ําแข็งบด
นาํ้ แขง็ หลอดเลก็ และน้าํ แข็งหลอดใหญ จึงไดรูว านํ้าแขง็ หลอดใหญล ะลายไดชาที่สุดและนํ้าแข็งหลอด
เล็กละลายไดเร็วที่สุด แตเด็กๆยังเกิดขอสงสัยวาถานําน้ําแข็งมาใสในนํ้าหวานและน้ําเปลาจะเปน
อยา งไร ครใู ชค ําถามกระตนุ ใหเด็ก
ครู : เดก็ ๆเคยสงั เกตเหน็ ไหมคะวา เรานํานํ้าแขง็ ไปใสนํ้าแลว นา้ํ แขง็ จะเปนอยา งไร
รัชชานนท : นํ้าแขง็ จะละลายครับ
กัญญารัตน : หนวู า มนั จะละลายเหมอื นกนั คะ
สทุ ธดิ า : มันไมละลายคะหนูเห็นแมซ ื้อนํา้ แข็งใสก ระตกิ นา้ํ คะ
กัญญารตั น : ใชค ะ แมหนซู ้ือนมเย็นมานาํ้ แข็งก็ยังไมล ะลายคะ
เด็กๆครูสนทนารวมกนั เกีย่ วกบั น้าํ และนา้ํ หวานทเ่ี ดก็ ๆเคยเห็นในชวี ติ ประจําวัน
ครู : เด็กๆมวี ธิ ีสังเกตนาํ้ และนํ้าหวานอยา งไรคะ
เอกชยั : นํ้าเปลามนั ใสครับเพราะผมดมื่ ทุกวนั
ดาวกิ า : ท่โี รงเรียนเราจะมนี ํ้าคะ มันใสๆคะ
19
รัชชานนท : น้าํ หวานมันมีรสหวานครับ
กรวกิ า : น้ําหวานมีสีแดงคะ เหมอื นน้ําแดง และนา้ํ ชาเขยี วหวานๆเยน็ ๆ
ชวลติ : พอตงั้ ไวน านๆนํา้ ชาเขียวจะหวานนอยลงครับ
ครู : เราจะเอานํา้ หวานชนดิ ไหนดคี ะ
อารญา : น้ําเฮลบลูบอยคะสสี วยดี
ครู : นํา้ หวานนอยเด็กๆจะมีวธิ กี ารทําอยางไรคะ
สุทธดิ า : เอาน้ําเฮลบลบู อย 1 ชอ นผสมนํ้าเปลา จะไดน้ําหวานนอ ยคะ
ครู : แลว ถา นาํ นา้ํ แข็งลงไปใสใ นน้ําหวานเขมขน นาํ้ หวานนอย และนา้ํ เปลา
น้าํ แข็งจะเปนอยางไร
เดก็ ๆ : นา้ํ แขง็ จะละลายครบั /คะ
ครู : เดก็ ๆคดิ วาน้าํ แขง็ จะละลายในนา้ํ หวานเขมขน น้ําหวานนอยหรอื นาํ้ เปลา
เร็วกวา กนั
ดาว : ในนา้ํ เปลา คะ
กัญญารัตน : หนวู าในนํา้ หวานเขม ขน คะ
กรวกิ า : แมนํา้ หวานนอ ยคะละลายไดเรว็
รัชชานนท : ผมวาละลายหมดพรอมกนั ทั้งสามชนิดเลยครับ
เด็กๆและครูรวมกันสนทนาถึงการละลายของน้ําแข็งในนํ้าท้ัง 3 ชนิด และเด็กๆ
คาดคะเนคําตอบวา นํ้าแข็งจะสามารถละลายหมดพรอมกัน นํ้าแข็งสามารถละลายนํ้าหวานเขมขน
นํ้าหวานนอย แลว จะละลายในนํ้าเปลาไดเรว็ ท่ีสดุ
เดก็ ๆสนั นิษฐานคําตอบ “นา้ํ แขง็ ในน้ําเปลาและนํ้าแขง็ ในนํ้าหวานละลายตา งกันอยางไร”
20
เด็กๆสนั นษิ ฐานคําตอบ “น้ําแขง็ ในนาํ้ เปลาและน้ําแข็งในนํา้ หวานละลายตางกันอยางไร”
ข้นั ที่ 3 ทดสอบและปฏบิ ัตกิ ารสืบเสาะ (วนั ท่ี 23 มกราคม พ.ศ. 2563)
เด็กและครูรวมกันสนทนาเก่ียวกับคําถามที่ 2 “ นํ้าแข็งในน้ําเปลาและนํ้าแข็งในนํ้าหวาน
เขมขน และน้าํ แขง็ ในนํา้ หวานนอยจะละลายตา งกนั อยา งไร” เราจะมีวิธีการหาคาํ ตอบอยา งไร
ครู : เราจะมวี ธิ กี ารหาคาํ ตอบไดอ ยา งไรคะ
กรวิกา : ทดลองคะ คุณครู
เอกชัย : ทดลองครบั
เดก็ สวนมากเลอื กเอาวิธีการทดลองเพอ่ื หาคําตอบ “นํ้าแข็งในนํ้าเปลาและนํ้าแข็งในนํ้าหวาน
เขมขนและน้ําแขง็ ในนํา้ มนั นอ ยจะละลายตา งกนั อยางไร”
เด็กและครูรวมกันสนทนาเก่ียวกับการทดลองวาจะมีวิธีการทดลองและขั้นตอนการทดลอง
อยางไร
ครู : เราจะมวี ธิ ีการทดลองอยางไรคะ
กลมุ ท่ี 1 : เทนาํ้ หวานเขมขน ใสแกวประมาณครง่ึ แกว วางไวคะ
กลมุ ท่ี 2 : เทนํ้าหวานนอยใสแ กวประมาณครึง่ แกววางไวครบั
กลุมท่ี 3 : เทนํา้ เปลา ใสแกวประมาณคร่งึ แกววางไวใ กลๆ กนั ครับ
ครู : เดก็ ๆจะใชน ํ้าแข็งจํานวนเทาไหรคะ
กลุมท่ี 1 : ใชน ํา้ แข็งหลอดใหญจ าํ นวน 1 กอนเทา กันครับ
กลุม ท่ี 4 : เอานาํ้ แข็งใสแ กว ทั้ง 3 แกว พรอมกันต้งั ทงิ้ ไวแ ลว รอดูการละลายคะ
ครู : เราจะดเู ปนระยะหรอื ดูตลอดคะ
กลุมท่ี 3 : ดเู ปน ระยะคะ
21
กลุมที่ 1 : หนูคดิ วานํา้ หวานเขมขน ละลายเรว็ คะ
กลมุ ท่ี 2 : ผมวา นํ้าหวานนอยละลายนาํ้ แขง็ ไดค รบั
กลมุ ที่ 4 : นํ้าแขง็ ในน้าํ เปลาจะละลายไดเ ร็วทส่ี ดุ คะ
ครู : เด็กๆลองสังเกตนา้ํ ในแกวดูสิคะวา เหน็ อะไรบาง
กลุมที่ 1 : นํา้ ในแกว มีสีแดงเขม มากครบั
กลมุ ท่ี 2 : นาํ้ ในแกวอีกใบมสี แี ดงออนๆครบั
กลุมท่ี 3 : นํา้ ในแกวสีใสๆคะ
ครู : แลว เดก็ ๆสงั เกตเหน็ อะไรเพิม่ บา งคะ
กลุม ท่ี 4 : ผมใชน้วิ จุมลงในแกว นํ้าสแี ดงเขม ยกขึ้นมาน้าํ หวานมันหนึบตดิ มอื ผมขน้ึ มา
ครบั กล่ินหอมดว ยครบั
กลุมที่ 2 : หนใู ชมอื จุมลงในแกวนํ้าสีแดงออ น นา้ํ ไมหนดื ติดมือข้นึ มาเลยคะแตม ีกลิ่น
หอม
กลุมที่ 1 : นา้ํ เปลา เหมือนกันคะ ไมหนึบตดิ มือขึน้ มา ดมดแู ลวไมม กี ลิน่ คะ
กลุมที่ 3 : หนชู ิมดแู ลวแกว นํ้าสแี ดงเขมรสชาตหิ วานมากๆ แกว สแี ดงออ นหวานนอย
กวา แกวแรก สวนนาํ้ เปลา ไมมีรสชาติครับ
เด็กๆและครูรวมกนั สนทนาเกย่ี วกบั การบนั ทกึ ผลการทดลองและออกแบบแบบบันทกึ ผลการ
ทดลอง
ครู : เราจะมีวธิ ีการบนั ทึกผลการทดลองอยางไรคะ
กลมุ ท่ี 2 : วาดภาพคะ
กลุม ที่ 1 : สงั เกตน้าํ แข็งทีเ่ ปล่ียนไปคะ
กลุม ท่ี 3 : วาดภาพแลวนํามาเลา ใหเพอื่ นและครูฟง ครับ
กลุมท่ี 4 : วาดภาพครับ
การทดลอง
1. ครูนําแกว นาํ้ ที่มีนํา้ หวานเขม ขน น้าํ หวานนอ ยและน้าํ เปลามาวางไวบ นโตะใหน ักเรียนสังเกต
สัมผัส และชมิ รสชาติอกี คร้งั
2. เดก็ ๆรวมกันเตรียมอปุ กรณก ารทดลอง
3. เดก็ นํานา้ํ แข็งหลอดใหญล งในแกวน้าํ ท้งั 3 ชนิด แกวละ 1 กอ นพรอมๆกนั แลว สังเกตการ
เปลี่ยนแปลง
22
เด็กและครูรว มกนั เตรยี มอปุ กรณ
เด็กๆชมิ นํ้าทง้ั 3 แกว
แกว น้าํ ทใ่ี ชในการทดลอง
1. แกว นาํ้ หวานเขม ขน
2. แกว นํา้ หวานนอย
3. แกวน้ําเปลา
ภาพน้าํ ทั้ง 3 แกว
23
เดก็ ๆนําน้าํ แข็งใสลงไปในแกว นํ้าทัง้ 3 แกว
- กลุม ที่ 1 นําน้ําแขง็ หลอดใหญ จาํ นวน 1 กอนมาใสใ นน้าํ เปลา
- กลุมที่ 2 นาํ นํ้าแข็งหลอดใหญจ ํานวน 1 กอนมาใสในน้ําหวานนอ ย
- กลุมท่ี 3 และกลุมท่ี 4 นําน้ําแข็งหลอดใหญจ ํานวน 1 กอ นมาใสในนา้ํ หวาน
เขมขน
4. ใสน ํา้ แข็งลงในแกว น้าํ หวานเขม น้าํ หวานนอยและแกว นาํ้ เปลา 10, 20 และ 30 นาที
หลังจากนน้ั สังเกตการละลายของ ครใู หเดก็ บนั ทึกผลการทดลองเปน ระยะเวลา 10 นาที 20
นาที และ 30 นาที
10 นาที 20 นาทนี าํ้ สูงข้นึ กวา เดิม 30 นาที
แกว นํ้าหวานเขม ขน
24
10 นาที 20 นาทนี ํา้ สงู ข้นึ กวาเดิม 30 นาที
แกวนา้ํ หวานนอย
10 นาที 20 นาทีน้ําสงู ข้นึ กวาเดมิ 30 นาที
แกวนํ้าเปลา
25
ขั้นท่ี 4 สงั เกตและบรรยาย (วันท่ี 23 มกราคม พ.ศ. 2563)
เด็กและครูรวมกนั สนทนาเก่ียวกับการทดลองการละลายของนํา้ แข็ง 3 แกว มาใหน กั เรียน
สงั เกตการละลายของนํา้ แขง็ 10 นาทแี รก
ครู : เด็กๆสังเกตดูกอ นนาํ้ แข็งในแกว นํา้ เห็นอะไรบา งคะ
กลุม ท่ี 1 : ครูครบั นา้ํ แข็งในแกว น้ําหวานเขมขนละลายชา มาก กอ นนํ้าแขง็ ยังมขี นาด
เทา เดมิ ครับ
กลุมท่ี 2 : น้ําแขง็ ในแกวนาํ้ หวานนอ ยแรกๆละลายนิดหนอ ยคะมฟี องอากาศเกาะที่
กอ นนํา้ แขง็
กลมุ ที่ 3,4 : กอนนํา้ แข็งในแกวนาํ้ เปลา ละลายนดิ หนอยคะ มฟี องอากาศเกาะที่กอ น
นํ้าแขง็ เหมือนกันคะ
นํา้ แขง็ ทลี่ ะลายในนา้ํ หวาน นา้ํ แขง็ ละลายทําใหน้าํ ในแกว นํ้าแข็งในนาํ้ เปลา ละลายไดเ รว็
เขม ขนปริมาณกอนนาํ้ แข็งจะมี น้ําหวานนอยมสี จี างลง และก็เลก็ ลง
สใี สขึ้นและจะมองเห็นเปนเสน
เปน ตัวละลายของนา้ํ ตาล
26
ครู การสงั เกตการละลายของนาํ้ แข็งในระยะเวลา 20 นาที
กลมุ ที่ 1 : เดก็ ๆลองสังเกตการเปล่ียนแปลงอกี คร้ังนะคะเด็กๆสงั เกตเหน็ อะไรบาง
กลมุ ท่ี 2 : นา้ํ แขง็ ทีอ่ ยใู นนํา้ หวานเขมขน ละลายนดิ หนอ ยครับ
: น้าํ แขง็ ในแกวน้าํ หวานนอยเหลือกอนบางๆและละลายไปคร่งึ กอนและลอย
กลุมท่ี 4 แบบเอียงๆคะ
: นา้ํ แขง็ ในแกวน้ําเปลาละลายเร็วและละลายไปคร่งึ กอ นครับ
กอนนํา้ แขง็ ละลายนดิ หนอ ย เปนกอนบางๆละลายเหลือ กอ นนํา้ แขง็ ทอ่ี ยูใ นนา้ํ เปลา
ครึ่งกอนลอยแบบเอียง เปนกอนบางๆเหลอื ครงึ่ กอ น
ลอยแบบเอียงๆ
27
การสงั เกตการละลายของนํา้ แข็งระยะเวลา 30 นาที
ครู : เดก็ ๆลองสังเกตการเปล่ียนแปลงอีกครัง้ นะคะเด็กๆสงั เกตเหน็ อะไรบา ง
กลมุ ที่ 4 : น้ําแข็งทอ่ี ยูในแกว นํ้าหวานเขม ขน ละลายนิดหนอยครบั
กลุม ท่ี 2 : น้ําแข็งในแกวนาํ้ หวานนอ ยเหลอื กอ นบางๆเลก็ ๆเทา กอนหินเม็ดเลก็ คะ
กลุมที่ 3 : นา้ํ แขง็ ในแกว นํา้ เปลา ละลายหมดก็เลยครับ
กลมุ ท่ี 1 : เด็กๆสงั เกตวา นาํ้ ชนิดใดทน่ี าํ้ แขง็ สามารถละลายไดเร็วทส่ี ดุ คะ
กลุมท่ี 3 : แกวนํ้าเปลาครบั น้าํ แข็งละลายไดเ ร็วทส่ี ดุ
กลมุ ที่ 2 : นาํ้ หวานนอยน้ําแขง็ สามารถละลายไดเ หมอื นกนั คะ
กลมุ ท่ี 1 : แกว นํ้าหวานเขมขนคะ
เดก็ และครูรว มกันสรุปผลการสังเกตการละลายของกอ นนํา้ แข็งในน้ําหวานเขมขน ละลายได
ชา ทส่ี ุด รองลงมาคอื นํา้ แข็งท่อี ยูในแกวน้าํ หวานนอ ยที่ละลายไมหมดเหลอื กอนเล็กๆเทากอ นหนิ และ
กอนน้ําแขง็ ในนํ้าเปลาละลายจนหมด
นํา้ แขง็ ท่ีอยูใ นแกวน้ําหวาน นํ้าแข็งในแกว นา้ํ หวานนอ ย น้าํ แขง็ ในแกวน้ําเปลา ละลาย
เขมขน ละลายนิดหนอย เหลอื กอนบางๆเลก็ ๆ หมดแลว
28
เด็กๆสังเกตการละลายของน้ําแข็งแตล ะแกว โดยใชแ วน ขยายสองดแู ละบนั ทึกผลการทดลอง
ขนั้ ที่ 5 บันทึกผล (วันท่ี 23 มกราคม พ.ศ. 2563)
เดก็ แตละกลมุ บนั ทึกผลการทดลองในรปู แบบบนั ทกึ ทค่ี รแู ละนกั เรยี นรวมกันออกแบบไว
1. ครูแจกแบบบันทกึ และดินสอสใี หเด็กแตล ะกลุม เดก็ และครูรวมกันทบทวนวธิ กี ารบันทึก
ผลการทดลอง
2. เด็กแตละคนบันทกึ ผลการทดลองเปนรายบุคคลและเปน กลุม
3. ใหเด็กแตละกลุม นําเสนอผลการทดลองหนา ช้ันเรียน และนําแบบบนั ทึกผลไปติดไวท ี่
หนาชัน้ เรียน
เดก็ บนั ทกึ ผลการทดลอง
กลมุ ท่ี 1 กลุมที่ 2
29
กลุมที่ 3 กลุม ท่ี 4
เดก็ บันทึกผลการทดลองรายเดย่ี ว
ขนั้ ที่ 6 สรุปและอภปิ รายผล (วนั ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2563)
ครสู นทนากบั เดก็ เพอ่ื กระตุนใหเดก็ บอกผลการบันทึกการทดลองนํ้าหวานเขมขน
น้ําหวานนอย และนํ้าเปลาชนิดใดทาํ ใหนาํ้ แข็งละลายไดเรว็ และนาํ เสนอหนา ชั้นเรยี นใหเพ่อื นๆและผูอื่น
ไดฟ ง
ครูสนทนารว มกับเดก็ เกีย่ วกบั ผลการทดลองวาในน้าํ หวานเขม ขนมีน้ําตาลผสมอยู
จาํ นวนมาก น้าํ หวานเขมขน จะมคี วามเหนยี วหนดื กวานํา้ เปลา ทาํ ใหน ํา้ แขง็ ละลายตวั ไดชา กวา
นา้ํ เปลา และนาํ้ หวานนอย
จึงสรปุ ไดว า อันดบั ที่ 1 นํ้าแข็งสามารถละลายในแกวน้ําเปลาไดด ีทีส่ ดุ โดยเฉพาะเวลา 20 นาที
30
อันดับที่ 2 น้าํ แขง็ สามารถละลายในแกวน้ําหวานนอ ยไดดี โดยใชเ วลาการละลาย
30 นาที
อันดับท่ี 3 น้าํ แขง็ ทอ่ี ยูในนาํ้ หวานเขมขน ละลายไดช าสุด ผานไป 30 นาที นา้ํ แขง็
เปล่ยี นไปยงั ละลายไมหมด
เดก็ ๆรว มกันสรปุ หนา ชน้ั เรียนนาํ เสนอผลการทดลองใหครูและเพื่อนๆฟง
กลุม ท่ี 1 กลุมท่ี 2
กลุมท่ี 3 กลุมที่ 4
31
เด็กๆรว มกันสรุปหนา ช้ันเรยี นนาํ เสนอผลการทดลองใหครแู ละเพือ่ นๆฟง
ผลงานรายกลุมของเดก็ ท่ีสาํ เร็จแลว
32
ผลงานรายเด่ยี วของเดก็ ทีส่ าํ เรจ็ แลว
ผลการพัฒนาความสามารถของเดก็ ปฐมวยั
1. ผลการพฒั นาความสามารถพน้ื ฐาน 4 ดา น
1.1. ดา นการเรยี นรู
- เดก็ ไดเ รยี นรเู รอื่ งรปู รา งของน้ําแข็ง
- เดก็ ไดเ รยี นรเู รือ่ งการละลายของนา้ํ แข็ง
1.2. ดานภาษา
- เด็กมพี ฒั นาการทางดานภาษาโดยการสนทนาโตต อบและแสดงความคิดเหน็
- ทกั ษะภาษาดานการอา นและรูจักคาํ งา ยๆ เชน น้ํา รปู รางของนา้ํ แข็ง
- รูจ กั คําศัพทภาษาอังกฤษงา ยๆ เชน Water แปลวา นํา้
- สื่อความหมายดว ยการวาดภาพและสญั ลกั ษณได
1.3. ดา นสังคม
- เดก็ ทํางานรว มกับผอู ่นื ได
- เด็กสามารถแสดงความคิดเหน็ และยอมรบั ฟง ความคิดเห็นของผอู ่นื ได
- เด็กปฏบิ ัติตามกตกิ าของหอ งเรียน
- เดก็ มคี วามเปน ผูนําและผตู ามทดี่ ี
1.4. ดา นการเคลอ่ื นไหวและทักษะการรบั รขู องประสาทสมั ผัส
- เดก็ สามารถเคลือ่ นไหว หยิบ จบั และใชอ ุปกรณในการทดลองอยางคลองแคลว
- เด็กใชป ระสาทสัมผัสในการสังเกตไดหลากหลาย
33
2. ผลการพัฒนาทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร
2.1. ทักษะการสงั เกต
- การหยบิ จบั สัมผัส วสั ดตุ างๆทีใ่ ชใ นการทดลอง คือ นา้ํ แขง็ แกว นํา้ นํา้ หวาน
2.2. ทกั ษะการวัด
- เปรียบเทยี บขนาดกอ นน้าํ เลก็ -ใหญ หนา-บาง
- เดก็ เลอื กใชไ มบรรทัดในการวดั ระดบั ของน้ําท่ีอยูในแกว
2.3. ทกั ษะการคาํ นวณ
- นบั จาํ นวนของแกว นํา้
2.4. ทกั ษะการจาํ แนกประเภท
- แยกประเภทน้าํ ที่อยใู นแกว ได
2.5. ทกั ษะการพยากรณห รือคาดคะเนคําตอบ
- เดก็ สามารถคาดคะเนคาํ ตอบทีต่ นเองคดิ วา นาํ้ แข็งในแกวไหนจะละลายกอนกัน
2.6. การหาความสมั พนั ธร ะหวางสเปสกับสเปสและสเปสกับเวลา
- เดก็ สามารถบอกไดวา นํา้ ในแกว เมื่อถกู กับนํา้ แขง็ นา้ํ แขง็ ตอ งละลาย
2.7. การจัดกระทาํ และการสอื่ ความหมายขอ มลู
- เด็กสามารถสรุปผลส่งิ ทีส่ ังเกตและทดลองไดโ ดยการวาดภาพและนาํ เสนอขอ มูลหนา
ชั้นเรยี น
2.8. การลงความเหน็ จากขอ มูล
- เด็กสามารถแสดงความคิดเห็นหรือใชเหตุผลของตนเองเพิ่มเติมได
34
คําถามท่ี 3 นํ้าหวานเขม ขน น้ําหวานนอ ยและนํา้ เปลา เปล่ียนสถานะเปนรปู รา งอ่ืนได
หรอื ไม
ขนั้ ท่ี 1 ตง้ั คาํ ถามเก่ียวกบั ปรากฏการณธรรมชาติ (วันที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2563 )
จากการท่ีเด็กไดเรียนรูเกี่ยวกับนํ้าหวานแลววาถาเรานําน้ําแข็งมาใสในน้ําหวานเขมขน
น้ําหวานนอย และนํ้าเปลากอนน้ําแข็งจะคอยๆละลายตัวจนหมดกอนซ่ึงจะใชเวลาในการละลายไม
เทากัน ครูจึงสนทนารวมกันกับเด็กเกี่ยวกับลักษณะของนํ้า นํ้าหวาน ที่เด็กๆเคยเห็นตาม
ประสบการณและความคิดของตนเอง
ครู : เด็กๆเคยเจอนา้ํ หวานทเ่ี ปน รูปแบบไหนบา งคะ แลว มลี กั ษณะอยา งไร
กรวกิ า : หนูไปซอื้ นํา้ ปนกบั แมท ร่ี านกาแฟ น้ําปนหวานมากคะ คุณครู
สุทธดิ า : หนูไดกนิ น้าํ แข็งใสทตี่ ลาดคะ ใสสแี ดงๆแมคา ใสน ํา้ เฮลบลบู อยในถว ยกลม
คะ
กญั ญารตั น : แตท ิ้งไวน านๆมันจะกลายเปน นํา้ หมดเลยคะ
รัชชานนท : น้าํ แขง็ ใสจะเปนเยน็ ๆไมแขง็ ครับ หวานอรอ ย
ดาว : คุณครคู ะแลว น้าํ หวานทเ่ี ปนน้าํ เขมขนจะเปลย่ี นเปนรปู รางอนื่ ไดไหมคะ
เด็กๆ : ใชค รบั ครูแลว นํา้ หวานนอยกับน้าํ เปลา จะเปล่ยี นรปู รางอน่ื ไดไหมคะ
ครู : เดก็ ๆอยากรูวา น้าํ หวานเขมขน นาํ้ หวานนอย และนํา้ เปลา ทําเปนรูปรางอืน่
ไดไหมถา อยากรูเ ราจะตอ งทําอยา งไรคะ
เดก็ ๆ : ทดลองคะ /ครบั
จุดประสงค
เพ่ือเปรียบเทียบการเปล่ยี นสถานะ รูปราง ของน้ําหวานเขม ขน นํ้าหวานนอ ยนอยและ
นํา้ เปลา
35
ข้ันท่ี 2 รวบรวมความคดิ และขอ สันนษิ ฐาน (วนั ท่ี 27 มกราคม พ.ศ. 2563 )
ครูและเด็กสนทนารวมกันโดยครูใชคําถามกระตุนเพื่อใหเด็กทราบถึงประสบการณของเด็ก
เกี่ยวกับลักษณะของน้ําหวานเขมขน นํ้าหวานนอย และนํ้าเปลา วามีลักษณะอยางไร มีรูปราง
อยางไร
ครู : เดก็ ๆเคยสังเกตหรือไมวานา มีลักษณะอยา งไรบาง
เอกชัย : เปนเหลวๆครับบานผมเอาไวกินแลว เอาไวใ ชค รบั
ดาว : เปนเหลวๆเหมือนกันคะนาํ้ จะใสไมม ีกลน่ิ คะ
ครู : แลวเดก็ ๆเคยสังเกตหรอื ไมวา น้ํามีรปู รางเปน อยางไร
เดก็ ๆ : ไมร ูค รับ/ไมร คู ะ
ครู : ถา เราเทนา้ํ ใสแกวเดก็ ๆสงั เกตเหน็ อะไรคะ
กรวิกา : เหน็ นํ้าอยูในแกวคะ
ครู : แลว เราจะเทนํา้ ใสภาชนะใดบา ง
ธนพล : เอาใสถวยขนมครก
อารญา : ใสพ มิ พรปู หวั ใจคะ
ธญั จริ า : ใสแ มพ ิมพรปู วงกลม, สเี่ หลี่ยมคะ
เอกชัย : ครูครบั เรามาทดลองทําของเหลวใหเ ปนกอ นนาํ้ แข็งไดห รอื ไมค รบั
เดก็ ๆ : ไดค รบั / อยากรทู ดลองเลยคะ
ครู : แลวเดก็ ๆจะมวี ธิ ีการอยางไรบา งคะ
ลดั ดา : เอาไปใสตเู ยน็ ไว
ครู : ถา นํานา้ํ หวานเขมขน น้าํ หวานนอยและน้ําเปลาใสแ มพิมพนําไปแชในตูเ ย็น
จะเปนอยา งไรคะ
เด็กๆ : นํา้ ในแมพมิ พจ ะเปนน้ําแข็งคะ /ครบั
เดก็ ๆ : ครคู ะน้าํ หวานเขม ขน น้ําหวานนอ ยและน้ําเปลานํ้าชนิดใดจะเปนกอ นแข็ง
เร็วกวา กนั คะ
ชวลติ : นาํ้ เปลาในแมพมิ พจะแข็งตัวเร็วทส่ี ุดครบั
ดาว : หนวู านา้ํ หวานเขมขน ในแมพ มิ พคะ
ดาวกิ า : นํา้ หวานนอยในแมพมิ พจ ะแข็งตัวเรว็ คะ
เอกชัย : ผมวาจะแข็งตวั พรอมกนั ทั้งสามชนิดเลยครับ
36
จากนั้นครูจงึ ชวนเด็กๆสนทนาการเปลย่ี นแปลงของนํา้ หวานเขมขน น้าํ หวานนอ ย และ
นาํ้ เปลา เม่ือเราเอาไปแชชองฟรีซ ในตเู ยน็ จะเปน อยางไร นา้ํ ชนิดใดจะแขง็ ตัวไดเรว็ เดก็ ๆรว มกันสัน่
นิษฐานและคาดคะเนวา
กลมุ ที่ 1 ตงั้ ขอสนั นิษฐานวา นาํ้ เปลาจะแข็งตวั ไดเรว็ ทส่ี ุดคะ
กลมุ ที่ 2 ตั้งขอ สนั นิษฐานวา นา้ํ หวานนอ ยแขง็ ตวั ไดเ ร็วท่สี ุดครับ
กลมุ ท่ี 3 ตงั้ ขอสันนิษฐานวา นํ้าหวานเขม ขนจะแขง็ ตวั เรว็ ที่สดุ คะ
กลมุ ที่ 4 ตัง้ ขอสันนษิ ฐานวา น้ําทง้ั 3 ชนดิ จะแขง็ ตัวพรอ มๆกันครับ
เดก็ สันนษิ ฐานนาํ้ หวานเขม ขน นํา้ หวานนอยและนํ้าเปลาเปลี่ยนสถานะเปน รปู รางอื่นไดหรอื ไม
และรวมกันเตรยี มอุปกรณในการทดลอง
ขั้นที่ 3 ทดสอบและปฏบิ ัติการสบื เสาะ (วนั ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2563 )
ครสู นทนากบั เดก็ ๆโดยใชค าํ ถามวา “เดก็ ๆ คดิ จะหาวธิ กี ารใดท่ีจะทาํ ใหทราบวานํา้ หวาน
เขม ขน นา้ํ หวานนอ ย และนํ้าเปลา เปลี่ยนแปลงอยา งไร” เราจะมีวธิ กี ารหาคําตอบอยา งไร
ครู : เราจะมีวิธีการหาคาํ ตอบไดอ ยางไรคะ
เดก็ ๆ : ทดลองคะ คณุ ครู
เด็กสว นใหญเลอื กเอาวธิ กี ารทดลองเพื่อหาคาํ ตอบ เดก็ และครูสนทนาเกย่ี วกบั การทดลองวา
จะมวี ธิ กี ารและขั้นตอนการทดลองอยางไร
ครู : เราจะมวี ธิ กี ารทดลองอยางไรคะ
อริสรา : ตักน้าํ หวานเขมขน ใสแ มพิมพจ นเตม็ วางไวคะ
สมหวงั : ตกั นํ้าหวานนอยใสแ มพ มิ พจ นเต็มวางไวครับ
ดาว : ตากน้าํ เปลาใสแมพ มิ พจ นเต็มวางไวใกลๆกัน
37
ดาวิกา : ใสน้าํ แลว นาํ ไปใสช อ งฟรซี ในตเู ย็นพรอ มกันคะ
ครู : เราจะมีวธิ กี ารสงั เกตอยางไรคะ
ลดั ดา : เอาออกมาดูเปน ระยะคะ
ชนากานต : ดเู ปนระยะคะ
ครู : เดก็ ๆลองสังเกตแมพ มิ พท ่ีเตรยี มมาวา มลี ักษณะอยา งไรบา งคะ
เดก็ ๆ : วงกลม สเี่ หล่ยี ม รปู หัวใจ ครบั /คะ
ครู : เดก็ ๆนับดสู คิ ะวา มอี ยางละกอ่ี นั
ไกรสิทธิ์ : แมพิมพว งกลมมี 10 อันครับ
กรวิกา : แมพมิ พรปู หัวใจมี 10 อันคะ
ดาวิกา : แมพ มิ พส่เี หล่ยี มมี 10 อันคะ
ครู : เด็กๆลองสงั เกตลักษณะของแมพมิ พดสู คิ ะ
เอกชัย : เปน รูปหัวใจ สใี สๆ ครับคณุ ครู
กัญญารัตน : หนเู อามอื ขย้ดี มู นั ดงั กอ บแกบคะ คุณครู
สทุ ธดิ า : เปน รปู วงกลมรปู หัวใจคะ
สชุ านาฎ : จะดมู นั เลนๆคะคุณคร
เด็กและครรู วมกนั สนทนาเกยี่ วกับการบันทึกผลการทดลองและการออกแบบบันทึกผลการ
ทดลอง
ครู : เราจะมีวธิ กี ารบนั ทึกผลอยางไรคะ
ดาวกิ า : วาดภาพคะ
เพชร : วาดภาพแลว นาํ มาเลา ใหเ พื่อนและครูฟง ครับ
แมพ มิ พร ูปทรงตางๆท่ีเด็กๆนาํ มาจากท่ีบา น วัสดุอุปกรณทีใ่ ชในการทดลอง
38
การทดลอง
1. ครนู ําแกว นา้ํ ที่มนี าํ้ หวานเขม ขน นาํ้ หวานนอยและนํา้ เปลา วางบนโตะ ใหเ ด็กๆสงั เกตและชมิ
รสชาตอิ กี คร้งั เดก็ ๆตอบวา นํ้าหวานเขมขน มีความหวานมาก น้ําหวานแกวเจือจางมคี วาม
หวานลดลง นา้ํ เปลา ไมม ีรสชาติ
2. เดก็ ๆชวยกนั เตรยี มแมพ มิ พเพ่ือนาํ มาทดลองและชอนชาเพื่อตักน้าํ หวานลงแมพ มิ พ
3. เดก็ ใชช อ นตักนา้ํ หวานลงในแกว ทง้ั 3 ชนดิ จนเต็มแมพมิ พ
4. ใสน ํา้ หวานลงใน ชอ งฟรีซในตเู ย็น แลว รอสงั เกตการเปลยี่ นแปลง
แกวนํ้าที่มนี ํา้ หวานเขม ขน นาํ้ หวานนอ ย นาํ้ เปลา
เดก็ ๆสงั เกตและชิมน้าํ หวานทงั้ 3 แกว
39
เดก็ ๆใชช อนตักนา้ํ หวานลงแมพ มิ พ เดก็ ๆนาํ แมพิมพใ สชองแชแ ขง็ ในตเู ยน็
ขนั้ ที่ 4 สังเกตและบรรยาย (วนั ท่ี 28 มกราคม พ.ศ. 2563 )
หลังจากการทดลองครูไดใชคําถามกระตุนใหเด็กบรรยายและสังเกตสิ่งที่เกิดข้ึนตามท่ีเห็นวา
นํา้ หวานเขม ขน นา้ํ หวานนอ ยและน้ําเปลา ที่ใสลงในแมพิมพตางๆหลังจากการทดลองแลวโดยครูใช
คําถาม
ครู : หลังจากเอาแมพิมพไ ปแชในชอ งแชแ ข็งในระยะเวลา 30 นาทีแลว
สังเกตเหน็ อะไรบา ง
เด็กๆ : ใชม ือจมุ นา้ํ หวานเขม ขน นา้ํ หวานนอยและนํ้าเปลา ในแมพ ิมพ
รชั ชานนท : น้ํามันจะเย็นมากครับแตย งั ไมม กี ารเปลยี่ นแปลงครับ
ครู : หลังจากเอาแมพ มิ พไปแชในชองแชแขง็ ในระยะเวลา 1 ชว่ั โมง
เดก็ ๆสงั เกตเหน็ อะไรบางคะ
เดก็ ๆ : ใชม อื จมุ น้ําหวานเขมขน น้ําหวานนอยและนํ้าเปลาในแมพิมพ
ดาวกิ า : นาํ้ ในแมพิมพม นั จะเย็นมากคะมีไอขาวๆเกาะตามแมพิมพ
แตยงั ไมมีการเปลี่ยนแปลงคะ
ครู : หลงั จากเอาแมพ ิมพไ ปแชในชองแชแ ขง็ เปน เวลา 2 ช่ัวโมง
แลวเดก็ ๆสังเกตเหน็ อะไรบา งคะ
เด็กๆ : ใชม ือจมุ นา้ํ หวานเขมขน นาํ้ หวานนอ ยและนํ้าเปลา ในแมพ ิมพ
สทุ ธิดา : น้าํ ในแมพมิ พเรมิ่ แข็ง ดา นบนเปน เกรด็ นาํ้ แข็งบางๆทง้ั 3 ชนิดคะครู
ครู : หลังจากเอาแมพมิ พไปแชในชองแชแข็งเปน เวลา 3 ชัว่ โมง
เดก็ ๆสังเกตเหน็ อะไรบางคะ
เดก็ ๆ : ใชม ือจมุ นา้ํ หวาน นา้ํ หวานนอยและนาํ้ เปลาในแมพ มิ พ
40
กรวิกา : นํ้าเปลาในแมพ ิมพกลายเปนน้าํ แขง็ แลว คะ
อารญา : นาํ้ หวานนอ ยในแมพมิ พกลายเปนนา้ํ แขง็ คะ
เอกชยั : เปนนาํ้ แขง็ รปู วงกลม รูปหัวใจ รูปสามเหลย่ี ม รูปถวยส่เี หลีย่ มครบั
กัญญารตั น : เอามอื จบั นา้ํ ไดแลวคะ มันเปนเยน็ ๆคะ
ครู : เด็กๆสังเกตเห็นอะไรบางคะ หลังจากทเ่ี รานาํ แมพิมพไ ปแชช อ งแชแ ข็ง
นาน 3 ช่วั โมง
ชวลติ : จากทีเ่ ปนน้ําเหลวๆตอนน้ีแข็งมากครบั
ดาวกิ า : น้าํ แขง็ เพม่ิ ปรมิ าณมากขน้ึ คะ
ครู : หนูรูไดยังไงคะ
ดาวกิ า : นํา้ แข็งมันนนู ข้นึ จนลน แมพิมพเ ลยคะ
เด็กๆจับนาํ้ แข็งข้ึนมาสัมผสั ดลู ักษณะของแตละรปู รา ง
ครู : เดก็ ๆชิมน้ําหวานท่กี ลายเปน น้ําแขง็ ไดรสชาตเิ ปน อยา งไรคะ
อรสิ รา : นํา้ หวานเขมขนท่เี ปน นํา้ แขง็ มนั หวานหอมมากคะคุณครู
สมหวัง : น้ําหวานนอยที่เปน นํ้าแขง็ มนั หวานช่ืนใจหอมอรอ ยดว ยครับคุณครู
กรวิกา : นํ้าเปลาท่เี ปนนํ้าแขง็ มันเยน็ กรอบๆเวลาหนูเคยี้ วดังกรุบๆไมม รี สชาติ
เหมือนน้าํ แข็งท่วั ไปคะ
ครู : เด็กๆสงั เกตเหน็ อะไรบางคะ
ชนากานต : หนดู มดกู ลิน่ หอมชนื่ ใจคะ
อรสิ รา : ทัง้ เยน็ ทง้ั ลืน่ มอื คะคณุ ครู
ไกรสทิ ธิ์ : นาํ้ เวลากลายเปน นาํ้ แขง็ เวลาแข็งตวั มนั มปี รมิ าณเพมิ่ ข้นึ ครบั
ลดั ดา : นํา้ แข็งนนู ขึน้ จริงๆคะ คุณครู
41
เด็กๆสังเกตน้ําหวานเขม ขน นาํ้ หวานนอ ยและนํา้ เปลาในแมพมิ พในชองแชแขง็
นํา้ หวานเขมขน น้าํ หวานนอ ยและนาํ้ เปลาในแมพิมพหลงั จากแชเปน เวลา 3 ช่ัวโมง
เดก็ ๆชมิ นํา้ แข็ง
42
ชนิดนาํ้ หวาน ปริมาณ 30 นาที
น้าํ เปลา 4 ชอ นชา
นํา้ ในแมพ ิมพเ ยน็ มาก
1 ช่วั โมง
น้ําในแมพิมพเ ย็นมากมีไอขาวๆเกาะอยู
2 ชั่วโมง
นาํ้ ในแมพ มิ พเ รม่ิ แขง็ ดา นบนเปนเกลด็ นํ้าแขง็ บางๆ
3 ช่ัวโมง
น้ําในแมพ มิ พก ลายเปน นํา้ แข็ง
45
ชนิดนํา้ หวาน ปริมาณ 30 นาที
น้าํ ในแมพมิ พเย็นมาก
1 ชั่วโมง
นํา้ หวานนอย 4 ชอนชา นา้ํ ในแมพ มิ พเ ย็นมากมไี อขาวเกาะอยู
2 ชว่ั โมง
นํา้ ในแมพมิ พเร่ิมแขง็ ดานบนเปน เกลด็ น้าํ แข็งบางๆ
3 ชว่ั โมง
หนาวในแมพ ิมพก ลายเปน นา้ํ แขง็
46
ชนิดนา้ํ หวาน ปริมาณ 30 นาที
นํ้าในแมพิมพเ ย็น
1 ชวั่ โมง
น้าํ หวานเขมขน 4 ชอนชา น้าํ ในแมพิมพเย็นมากมอี ะไรขาวๆเกาะอยู
2 ชวั่ โมง
นํา้ ในแมพ ิมพเ ร่มิ แขง็ ดา นบนเปนเกลด็ นํา้ แขง็ บางๆ
3 ชั่วโมง
นาํ้ ในแมพมิ พเ ร่มิ แข็ง ดานบนเปน เกล็ดนํา้ แขง็ บางๆ
47
ข้ันที่ 5 บนั ทึกผล (วันที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2563 )
ครสู นทนารว มกบั เดก็ เกี่ยวกับบนั ทึกผลการทดลอง โดยวาดภาพลงในกระดาษ เด็กๆบันทึก
ผลการทดลองรวมกนั ไดผ ลการทดลองดงั นี้ เมื่อนาํ น้ําใสล งในแมพิมพแ ลว นําไปแชใ นตูเยน็ เปนเวลา 3
ช่วั โมง
เด็กวาดภาพบนั ทกึ ผลการทดลองรายกลุม
กลมุ ที่ 1 กลมุ ท่ี 2
กลุมที่ 3 กลุมที่ 4
เด็กวาดภาพบนั ทกึ ผลการทดลองรายเด่ียว
48
บันทึกผลขอ มลู เปน รูปภาพ (วาดภาพเปรียบเทียบการละลายของน้ําแข็ง)
ภาพเปรยี บเทยี บน้าํ เปลา เปลย่ี นสถานะ
จากของเหลวกลายเปนของแข็งในระยะเวลา
3 ช่ัวโมง
ภาพเปรยี บเทียบน้าํ หวานนอ ย
เปลีย่ นสถานะจากของเหลวกลายเปน
ของแขง็ ในระยะเวลา 3 ช่ัวโมง
ภาพเปรียบเทยี บน้าํ หวานเขมขน เปลี่ยน
สถานะจากของเหลวกลายเปนของแข็งใน
ระยะเวลา 3 ชัว่ โมง
ขั้นท่ี 6 สรุปและอภปิ รายผล (วนั ท่ี 28 มกราคม พ.ศ.2563)
เดก็ และครูสนทนาเพอ่ื กระตุนใหเ ดก็ เปรยี บเทียบการคาดคะเนคําตอบกบั ผลการทดลองวา
ตรงกนั หรอื ไมเ พราะเหตใุ ดและรว มกันสรุปผลการทดลองดงั น้ี
สรุปผลไดว า
ลาํ ดบั ที่ 1 นํ้าเปลา ตกั ใสแมพ มิ พรปู หัวใจได 4 ชอ นชา นําไปแชในชอ งแชแ ขง็ กลายเปน
นา้ํ แขง็ ไดเรว็ ท่สี ดุ ในเวลา 1 ชว่ั โมง