การนิเทศภายในเพื่อพัฒนากระบวนการจัดการเรียนรู้ของโรงเรียนวัดบ่อบุญ (จารุราษฎร์บํารุง) โดยใช้เทคโนโลยีCCTV โดย นายสรายุทธ อนันตศิริ งานวิจัยเชิงปฏิบัติการนี้เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาค้นคว้าแนวทางในการนิเทศการศึกษาภายในของโรงเรียนวัดบ่อบุญ (จารุราษฎร์บํารุง) สังกัดสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเพชรบุรีเขต 2 2566
การนิเทศภายในเพื่อพัฒนากระบวนการจัดการเรียนรู้ของโรงเรียนวัดบ่อบุญ (จารุราษฎร์บํารุง) โดยใช้เทคโนโลยีCCTV โดย นายสรายุทธ อนันตศิริ งานวิจัยเชิงปฏิบัติการนี้เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาค้นคว้าแนวทางในการนิเทศการศึกษาภายในของโรงเรียนวัดบ่อบุญ (จารุราษฎร์บํารุง) สังกัดสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเพชรบุรีเขต 2 2566
กชื่อ : นายสรายุทธ อนันตศิริ เรื่อง : การนิเทศภายในเพื่อพัฒนากระบวนการจัดการเรียนรู้ของโรงเรียนวัดบ่อบุญฯ โดยใช้เทคโนโลยีCCTV อาจารย์ที่ปรึกษา : ปีที่ทําการวิจัย : 2565-2566 บทคัดย่อ งานวิจัยนี้ผู้วิจัยจัดทําขึ้นเพื่อพัฒนากระบวนการจัดการเรียนการสอนของข้าราชการครูโรงเรียนวัดบ่อบุญ(จารุราษฎร์บํารุง) อําเภอบ้านลาด จังหวัดเพชรบุรีสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเพชรบุรีเขต2ดําเนินการโดยการนิเทศภายในเพื่อติดตามผลการจัดการเรียนรู้ของข้าราชการครูโดยมีการจัดการนิเทศเดือนละ1 ครั้ง เริ่มตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน พ.ศ.2565 เดือนธันวาคม พ.ศ.2565 เดือนมกราคม พ.ศ.2566เดือนกุมภาพันธ์พ.ศ.2566 เดือนมีนาคม พ.ศ.2566 เดือนพฤษภาคม พ.ศ.2566 และเดือนมิถุนายนพ.ศ.2566 ผลการประเมินการนิเทศกระบวนการจัดการเรียนรู้ของครูโรงเรียนวัดบ่อบุญ (จารุราษฎร์บํารุง) ตามแบบประเมินซึ่งประกอบด้วย 2 ด้านคือ ด้านที่1 ด้านทักษะการจัดการเรียนรู้และการจัดชั้นเรียน8ตัวชี้วัดด้านที่2 ด้าน ผลการเรียนรู้ของผู้เรียน 4 ตัวชี้วัด และสามารถสรุปผลการวิจัยได้ดังนี้ เดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2565 ด้านที่1 ได้ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 17.63 ด้านที่2 ได้ค่าเฉลี่ยเท่ากับ8.25ค่าเฉลี่ยรวมเดือนพฤศจิกายนเท่ากับ 25.90 เดือนธันวาคม พ.ศ. 2565 ด้านที่1 ได้ค่าเฉลี่ยเท่ากับ19.5ด้านที่2 ได้ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 9.25 ค่าเฉลี่ยรวมเดือนธันวาคมเท่ากับ 28.75 เดือนมกราคม พ.ศ. 2566 ด้านที่1 ได้ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 21.5 ด้านที่2 ได้ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 9.62 ค่าเฉลี่ยรวมเดือนมกราคมเท่ากับ 31.13 เดือนกุมภาพันธ์พ.ศ. 2566 ด้านที่1 ได้ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 21.5 ด้านที่2 ได้ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 9.86 ค่าเฉลี่ยรวมเดือนกุมภาพันธ์เท่ากับ31.38 เดือนมีนาคม พ.ศ.2566 ด้านที่1 ได้ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 26.75 ด้านที่2 ได้ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 11.75ค่าเฉลี่ยรวมเดือนมีนาคมเท่ากับ 38.5 เดือนพฤษภาคม พ.ศ.2566 ด้านที่1 ได้ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 29.75 ด้านที่2ได้ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 15.13 ค่าเฉลี่ยรวมเดือนพฤษภาคมเท่ากับ 44.89 และเดือนมิถุนายน พ.ศ.2566 ด้านที่1ได้ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 30.75 ด้านที่2 ได้ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 16.00 ค่าเฉลี่ยรวมเดือนมิถุนายนเท่ากับ 46.75 ซึ่งมีค่าเฉลี่ยเพิ่มขึ้นตามลําดับ
ขกิตติกรรมประกาศ การวิจัยนี้สําเร็จได้ตามเป้าหมายด้วยได้รับคําแนะนํา พิจารณาปรับแก้ที่มีประโยชน์ต่อคุณภาพงานวิจัยอย่างยิ่งจาก นายรังสรรค์คําชาย ผู้อํานวยการสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเพชรบุรีเขต2ผู้วิจัยจึงขอกราบขอบพระคุณมา ณ โอกาสนี้ขอขอบพระคุณ นางสาวชุติมา กอวชิพันธ์ศึกษานิเทศชํานาญการพิเศษ สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเพชรบุรีเขต 2 และนายพงศ์โรจน์เรืองศรีศึกษานิเทศชํานาญการพิเศษ สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเพชรบุรีเขต 2 ที่กรุณาให้คําปรึกษาเกี่ยวกับแนวทางการดําเนินการวิจัยและการนํานวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ที่พัฒนาขึ้นไปใช้ปฏิบัติจริงเพื่อพัฒนาครูและนักเรียนตลอดจนให้ความช่วยเหลือ ให้คําแนะนําจนการศึกษาในครั้งนี้สําเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี สรายุทธ อนันตศิริ14 กรกฎาคม พ.ศ.2566
คสารบัญ หน้า บทคัดย่อ.................................................................................................................................... ก กิตติกรรมประกาศ..................................................................................................................... ข สารบัญ...................................................................................................................................... ค สารบัญตาราง............................................................................................................................ จ สารบัญภาพ............................................................................................................................... ฉ บทที่1 บทนํา.................................................................................................................... 1 ความเป็นมาและความสําคัญของปัญหา.......................................................................... 1 วัตถุประสงค์การวิจัย....................................................................................................... 2 ขอบเขตการวิจัย.............................................................................................................. 2 นิยามศัพท์เฉพาะ............................................................................................................ 3 ประโยชน์ที่ได้รับจากการวิจัย......................................................................................... 3 กรอบแนวคิด.................................................................................................................. 3 บทที่2 เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง............................................................................. 4 หลักการและแนวคิดเกี่ยวกับการนิเทศภายในสถานศึกษา............................................. 4 ความหมายของการนิเทศภายในสถานศึกษา................................................................. 6 ความจําเป็นของการนิเทศการศึกษา.............................................................................. 8 จุดมุ่งหมายของการนิเทศการศึกษา............................................................................... 10 หลักการนิเทศการศึกษา................................................................................................ 12 บทบาทของผู้บริหารในการนิเทศการศึกษา................................................................... 15 กระบวนการนิเทศการศึกษา.......................................................................................... 18 งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง......................................................................................................... 23 บทที่3 วิธีดําเนินการวิจัย................................................................................................. 28 ประชากร....................................................................................................................... 28 เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย................................................................................................ 28 การสร้างเครื่องมือในการวิจัย........................................................................................ 28 การเก็บรวบรวมข้อมูล.................................................................................................. 29 การจัดกระทําข้อมูล...................................................................................................... 29
งสารบัญ (ต่อ) บทที่4 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล......................................................................................... 31 ผลการนิเทศ.................................................................................................................. 31 บทที่5 สรุปผล อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ................................................................... 33 สรุปผลการวิจัย................................................................................................................ 33 อภิปรายผลการวิจัย......................................................................................................... 33 ข้อเสนอแนะ.................................................................................................................... 34 ภาคผนวก........................................................................................................................ 35
จสารบัญตาราง ตารางที่4.1 เปรียบเทียบผลการนิเทศกระบวนการจัดการเรียนรู้ของครูโรงเรียนวัดบ่อบุญ (จารุราษฎร์บํารุง)............................................................................................................... 31
ฉสารบัญภาพ ภาพที่1.1 กรอบแนวคิดการวิจัย....................................................................................... 3
1 บทที่ 1 บทน ำ 1.1 ควำมเป็นมำและควำมส ำคัญของปัญหำ การศึกษาเป็นกระบวนการที่ส าคัญในการพัฒนาคนให้มีคุณภาพ มีความรู้ ความสามารถและเป็น มนุษย์ที่สมบูรณ์ทั้งด้านร่างกาย จิตใจ สติปัญญา มีความรู้และคุณธรรมสามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข กำรพัฒนำมนุษย์กับกำรพัฒนำกำรศึกษำจึงจ ำเป็นที่จะต้องด ำเนินกำรควบคู่กันไป เพื่อให้ผู้เรียนเกิดกำร เรียนรู้ และพัฒนำควำมสำมำรถของตนเองได้ ดังที่พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติพ.ศ. 2542 และที่แก้ไข เพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2545 (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2553 และ (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2562 ได้ก าหนดจุดมุ่งหมายและ หลักการของแนวการจัดการศึกษา มาตรา 22 ไว้ว่า การจัดการศึกษา ต้องยึดหลักว่าผู้เรียนทุกคนมีความสามารถ เรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ และถือว่าผู้เรียนมีความส าคัญที่สุด กระบวนการจัดการศึกษาต้องส่งเสริมให้ผู้เรียน สามารถพัฒนาตามธรรมชาติและเต็มตามศักยภาพ (กระทรวงศึกษาธิการ, 2546) ประกอบกับวิสัยทัศน์ของ หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 มุ่งพัฒนาผู้เรียนทุกคน ซึ่งเป็นก าลังของชาติให้มีความ เป็นมนุษย์ที่มีความสมดุลทั้งด้านร่างกาย ความรู้คุณธรรม มีจิตส านึกในความเป็นพลเมืองไทยและเป็นทักษะ พื้นฐาน รวมทั้งเจตคติที่จ าเป็นต่อการศึกษาการประกอบอาชีพและการศึกษาตลอดชีวิต โดยมุ่งเน้นผู้เรียนเป็น ส าคัญบนพื้นฐานความเชื่อว่าทุกคนสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้เต็มศักยภาพ (กระทรวงศึกษาธิการ, 2553) ดังนั้น การที่จะพัฒนาผู้เรียนให้เป็นบุคคลที่มีคุณภาพจ าเป็นที่จะต้องเริ่มการปรับเปลี่ยนรูปแบบการจัดการเรียน การสอนของครู โดยใช้การเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นส าคัญ ให้ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติจริงด้วยตนเอง เน้นการ แสวงหาความรู้ด้วยตนเองเป็นหลัก โดยครูปรับเปลี่ยนบทบาทเป็นผู้อ านวยความสะดวกในการให้ค าแนะน าและ ช่วยเหลือผู้เรียน นอกจากนี้ครูผู้สอนควรได้รับการพัฒนาตนเองเพิ่มด้วย ซึ่งการนิเทศภายในสถานศึกษาเป็น วิธีการหนึ่งในการพัฒนาประสิทธิภาพการจัดการเรียนรู้ของครูผู้สอน เพราะจะท าให้ครูเกิดการเปลี่ยนแปลง พฤติกรรมการจัดการเรียนรู้และพัฒนางานให้มีคุณภาพ อันจะส่งผลให้ผู้เรียนได้พัฒนาพฤติกรรมและ สามารถ พัฒนาตนเองได้อย่างเต็มศักยภาพ การนิเทศภายในเป็นกระบวนการด าเนินงานร่วมกันระหว่างบุคลากรทางการศึกษาภายในโรงเรียน โรงเรียนมีความจ าเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องจัดให้มีการนิเทศภายใน เพราะสภาพปัญหาและความต้องการของโรงเรียน แต่ละแห่งไม่เหมือนกัน การนิเทศภายในสถานศึกษาจึงเป็นวิธีการหนึ่งในการพัฒนาคุณภาพทางการศึกษาที่จะ ส่งเสริมคุณภาพการเรียนการสอนในโรงเรียนเพราะเป็นกระบวนการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการสอนของครูให้เอื้อ ต่อความส าเร็จทางการเรียนของนักเรียน การเปลี่ยนแปลงความรู้เจตคติ ซึ่งเกี่ยวกับอารมณ์ความรู้สึกและ พฤติกรรมส่วนบุคคล จุดมุ่งหมายของการนิเทศภายในโรงเรียนคือ มุ่งพัฒนาบุคลากรให้ได้รับความรู้ความสามารถ ในการพัฒนางานปฏิบัติงาน ซึ่งหมายถึง งานการเรียนการสอน โดยปรับปรุงเทคนิควิธีการปฏิบัติงาน ให้มีประสิทธิภาพ นอกจากนี้การนิเทศการศึกษาเป็นกระบวนการที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อพัฒนาคน และพัฒนางาน ให้ทันต่อสภาพการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น เป็นองค์ประกอบส าคัญที่ช่วยเหลือสนับสนุนให้กระบวนการบริหารและ กระบวนการเรียนการสอน มีคุณภาพถึงระดับที่พึงประสงค์มีขอบข่ายการปฏิบัติงานที่มุ่งเน้นรักษาควบคุม มาตรฐานการศึกษาโดยตรง ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ ซับซ้อนยุ่งยาก เพราะเกี่ยวข้องกับบุคลากรหลายฝ่ายและเป็นการ
2 ให้บริการแก่ครูจ านวนมากที่มีความสามารถต่างกัน การนิเทศจึงมีผลต่อความเจริญงอกงามของครู การนิเทศจะ ช่วยส่งเสริมให้ครูมีภาวะผู้น าทางวิชาชีพ ให้ประโยชน์ในทางสร้างสรรค์ การนิเทศจึงเป็นรูปแบบของกระบวนการ ที่ช่วยส่งเสริมให้ครูมีการปรับปรุงและพัฒนาการเรียนการ สอนให้ผู้เรียนได้เรียนรู้อย่างมีความสุขและคุณภาพ ทางการศึกษาสูงขึ้น ดังนั้นจึงมีความจ าเป็นที่จะต้องพัฒนากระบวนการท างานของผู้บริหารโรงเรียนหรือผู้ที่ได้รับ มอบหมายในฐานะผู้นิเทศ ในการพัฒนาคุณภาพและเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการท างานของครูและ บุคลากร ภายในโรงเรียน เพื่อให้ได้มาซึ่งสัมฤทธิ์ผลสูงสุดในด้านการเรียนของผู้เรียนดังที่ส านักงานคณะกรรมการการศึกษา ขั้นพื้นฐาน กล่าวว่า การจัดการที่ดีเป็นกุญแจน าไปสู่ความส าเร็จขององค์กร การนิเทศที่ดีน าไปสู่การจัดการที่ดี โรงเรียนวัดบ่อบุญ (จารุราษฎร์บ ารุง) สังกัดส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเพชรบุรี เขต 2 ส านักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ ได้เล็งเห็นถึงความส าคัญของการพัฒนาผู้เรียน ให้เป็นผู้ที่มีความรู้ ความสามารถ และสามารถด ารงตนอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข ประกอบกับโรงเรียนมีแผน ในการยกระดับและพัฒนาผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียนให้สูงขึ้นจากปีการศึกษาที่ผ่านมา ดังนั้นโรงเรียนจึงมีความต้องการ ในการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ของนักเรียนรวมไปถึงการพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนการสอนของครูให้สอดคล้องกับ นโยบายและกลยุทธ์ของส านักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และส านักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษาเพชรบุรี เขต 2 เมื่อได้วิเคราะห์ปัญหาและอุปสรรคที่ส่งผลต่อการพัฒนาผู้เรียน พบว่า ด้านผู้เรียน ผู้เรียนขาดแรงจูงใจในการเรียน ด้านกระบวนการเรียนการสอน มีความไม่หลากหลาย ด้านครูผู้สอน วิธีการสอน ของครูผู้สอนยังไม่สามารถกระตุ้นความสนใจของผู้เรียนได้เท่าที่ควร และครูผู้สอนยังขาดเทคนิควิธีการสอนที่ แปลกใหม่ จากที่กล่าวมาข้างต้น ผู้วิจัยจึงเห็นว่าควรมีการพัฒนาและก าหนดแนวทางในการประเมินผลการ ปฏิบัติงานในด้านการจัดการเรียนการสอนของครูผู้สอน โดยใช้กระบวนการนิเทศภายในกระตุ้นให้เกิดการ เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการจัดการเรียนรู้ของครูผู้สอน เพื่อให้ครูผู้สอนทราบและเข้าใจในจุดด้อยของตนที่สามารถ น าไปปรับแก้ไข เพื่อให้การจัดการเรียนการสอนในครั้งต่อไปมีประสิทธิภาพและผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ได้มากยิ่งขึ้น 1.2 วัตถุประสงค์กำรวิจัย 1.2.1 เพื่อพัฒนากระบวนการจัดการเรียนรู้ของครูโรงเรียนวัดบ่อบุญ (จารุราษฎร์บ ารุง) อ าเภอ บ้านลาด จังหวัดเพชรบุรี ส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเพชรบุรี เขต 2 1.3 ขอบเขตกำรวิจัย 1.3.1 ขอบเขตประชำกร ประชากรที่ใช้ในการศึกษาตามวัตถุประสงค์ของการวิจัยครั้งนี้ เป็นข้าราชการครูของ โรงเรียน วัดบ่อบุญ (จารุราษฎร์บ ารุง) อ าเภอบ้านลาด จังหวัดเพชรบุรี ส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเพชรบุรี เขต 2 จ านวน 8 คน 1.3.2 ขอบเขตเนื้อหำกำรวิจัย เป็นการศึกษาเพื่อพัฒนากระบวนการจัดการเรียนรู้ของข้าราชการครูโรงเรียนวัดบ่อบุญ (จารุราษฎร์บ ารุง) อ าเภอบ้านลาด จังหวัดเพชรบุรี ส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเพชรบุรี เขต 2
3 1.4 นิยำมศัพท์เฉพำะ 1.4.1 สถานศึกษา หมายถึง โรงเรียนวัดบ่อบุญ (จารุราษฎร์บ ารุง) อ าเภอบ้านลาด จังหวัดเพชรบุรี ส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเพชรบุรี เขต 2 1.4.2 ครู หมายถึง ข้าราชการครูทุกคนทั้งที่มีวิทยฐานะ และไม่มีวิทยฐานะ 1.4.3 การนิเทศภายในสถานศึกษา หมายถึง สภาพความส าเร็จที่ผู้บริหารและคณะครูมุ่งหวังที่จะให้ เกิดการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนโดยให้ผู้บริหารและครูได้ท างานร่วมกัน ช่วยเหลือซึ่งกันและกันในการปรับปรุงพัฒนา คุณภาพการเรียนการสอนของครู ให้สามารถด าเนินการเรียนการสอนไปด้วยดี โดยการให้ค าปรึกษาแนะน า ให้ความช่วยเหลือ ส่งเสริมสนับสนุน กระตุ้น ติดตาม เพื่อพัฒนาและปรับปรุงการเรียนการสอนหรือพัฒนา คุณภาพการศึกษาให้บรรลุจุดมุ่งหมายที่วางไว้ 1.5 ประโยชน์ที่ได้รับจำกกำรวิจัย 1.5.1 ได้รูปแบบการนิเทศภายในของสถานศึกษาของโรงเรียนวัดบ่อบุญ (จารุราษฎร์บ ารุง) อ าเภอ บ้านลาด จังหวัดเพชรบุรี ส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเพชรบุรี เขต 2 ที่เป็นแนวทางในการนิเทศ ภายในสถานศึกษาเพื่อน าไปประยุกต์ใช้ในการด าเนินการนิเทศภายในสถานศึกษา ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนา คุณภาพการศึกษา 1.6 กรอบแนวคิดกำรวิจัย การวิจัยเรื่องการนิเทศภายในของสถานศึกษาของโรงเรียนวัดบ่อบุญ (จารุราษฎร์บ ารุง) สังกัด ส านักงานการศึกษาประถมศึกษาเพชรบุรี เขต 2 มีกรอบแนวคิดในการศึกษาดังนี้ ภำพที่1.1 กรอบแนวคิดกำรวิจัย กำรนิเทศภำยในเพื่อพัฒนำ กระบวนกำรจัดกำรเรียนรู้ของ โรงเรียนวัดบ่อบุญ (จำรุรำษฎร์บ ำรุง) ผลด ำเนินกำรนิเทศภำยในสถำนศึกษำของโรงเรียน วัดบ่อบุญ (จำรุรำษฎร์บ ำรุง) ตำมแบบประเมินกำร จัดกำรเรียนรู้ของครูโรงเรียนวัดบ่อบุญ (จำรุรำษฎร์บ ำรุง)
4 บทที่ 2 เอกสำรและงำนวิจัยที่เกี่ยวข้อง การวิจัยเรื่อง การนิเทศภายในสถานศึกษาของโรงเรียนวัดบ่อบุญ (จารุราษฎร์บ ารุง) สังกัดส านักงาน การศึกษาประถมศึกษาเพชรบุรี เขต 2 ผู้วิจัยได้ศึกษาเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง และได้น าเสนอตามหัวข้อ ดังต่อไปนี้ 2.1 หลักกำรและแนวคิดเกี่ยวกับกำรนิเทศภำยในสถำนศึกษำ 2.2 ควำมหมำยของกำรนิเทศภำยในสถำนศึกษำ 2.3 ควำมจ ำเป็นของกำรนิเทศกำรศึกษำ 2.4 จุดมุ่งหมำยของกำรนิเทศกำรศึกษำ 2.5 หลักกำรนิเทศกำรศึกษำ 2.6 บทบำทของผู้บริหำรในกำรนิเทศกำรศึกษำ 2.7 กระบวนกำรนิเทศกำรศึกษำ 2.8 งำนวิจัยที่เกี่ยวข้อง 2.1 หลักกำรและแนวคิดเกี่ยวกับกำรนิเทศภำยในสถำนศึกษำ หลักการนิเทศการศึกษา เป็นแนวทางหรือกฎเกณฑ์ที่ก าหนดขึ้น เพื่องานนิเทศการศึกษาตามความ คิดเห็น ความเชื่อและประสบการณ์ของนักการศึกษา ดังนี้ วัชรา เล่าเรียนดี (2553 : 116-117) กล่าวถึงหลักการส าคัญของการนิเทศภายในสถานศึกษา ดังนี้ 1. การให้ความร่วมมือร่วมใจสอน 2. การสร้างความผูกพันต่อภาระหน้าที่ ด้วยความเต็มใจของบุคลากรในโรงเรียนและครู 3. การประสานสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน 4. การประสานกันทุกฝ่าย 5. เป็นประชาธิปไตย 6. การยึดความแตกต่างของมนุษย์และพัฒนาการของมนุษย์แต่ละวัย 7. การมีเป้าหมายเดียวกัน คือคุณภาพการศึกษาของผู้เรียน ดังนั้น ผู้นิเทศจึงต้องยึดหลักการนิเทศ ดังต่อไปนี้ 1. ผู้นิเทศต้องมีความรู้ความเข้าใจในหลักการนิเทศอย่างถูกต้อง ตรงประเด็น มีระบบและ ขั้นตอนที่ ชัดเจนในกระบวนการนิเทศ 2. กระบวนการนิเทศที่เกิดขึ้นต้องเกิดจากความร่วมมือของคณะครูทุกคนที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ ในโรงเรียน และการนิเทศ 3. ต้องเป็นไปเพื่อการพัฒนากระบวนการเรียนการสอนของครู และการนิเทศการศึกษาควรมี การบริหาร เป็นกระบวนการเชิงระบบ มีการวางแผนการด าเนินงาน มีขั้นตอนในการปฏิบัติงาน ถือหลักการมีส่วนร่วม ในการ ท างานมีความเป็นประชาธิปไตย มีการด าเนินงานอย่างสร้างสรรค์มีการ แก้ปัญหาที่เกิดขึ้นจากการเรียนการสอน
5 4. สร้างสภาพแวดล้อมในการท างานให้ดีขึ้น สร้างความผูกพันและความมั่นคงต่องานอาชีพ รวมทั้ง พัฒนาและส่งเสริมวิชาชีพครูให้มีความรู้สึกภาคภูมิใจในวิชาชีพของตนเองพร้อมที่จะรับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง หน่วยศึกษานิเทศก์ ส านักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (2562 : 13) สรุปไว้ว่า หลักการของ การนิเทศภายในโรงเรียน เป็นการปฏิบัติงานร่วมกันระหว่างผู้นิเทศและผู้รับการนิเทศ ตามความต้องการและ ความจ าเป็นในการพัฒนา โดยมีเป้าหมายเดียวกัน ขอบข่ายการนิเทศภายในโรงเรียน สงัด อุทรานันท์ (2530 : 13) เสนอหลักการส าคัญไว้ดังนี้ 1) การนิเทศการศึกษาเป็นกระบวนการท างาน ร่วมกันระหว่างผู้บริหาร ผู้นิเทศ และผู้รับการนิเทศ 2) การนิเทศการศึกษามีเป้าหมายอยู่ที่คุณภาพของนักเรียน แต่การด าเนินงานนั้นจะกระท าโดยผ่านตัวกลางคือครูและบุคลากรทางการศึกษา 3) การนิเทศการศึกษาเน้น บรรยากาศแห่งความเป็นประชาธิปไตยและการรับฟังความเห็น ตลอดจนการหารือแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ชารี มณีศรี (2542 : 27) ได้กล่าวหลักพื้นฐานของการนิเทศการศึกษาไว้ดังนี้ 1) การนิเทศการศึกษาเป็น การกระตุ้น การประสานงาน และแนะน าให้เกิดความเจริญงอกงามแก่ครูอาจท าได้โดยการฝึกอบรม พัฒนาด้าน วิชาชีพ ตลอดจนเทคนิคในการจัดการเรียนการสอนที่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล 2) การนิเทศการศึกษาตั้งอยู่ บนรากฐานของความเป็นประชาธิปไตย เปิดโอกาสให้ครูได้แสดงความคิด และตัดสินใจโดยใช้ความสามารถของ ตนเองในการปรับปรุงการเรียนการสอน 3) การนิเทศการศึกษา เป็นกระบวนการส่งเสริมอย่างสร้างสรรค์ หลีกเลี่ยงการบังคับและสร้างบรรยากาศให้ครูได้เกิด ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ หาวิธีการใหม่ ๆ หลากหลายในการ จัดการเรียนการสอน 4) การนิเทศ การศึกษากับการพัฒนาปรับปรุงหลักสูตรเป็นงานที่เกี่ยวข้องกันการนิเทศ การศึกษาเป็นงานที่เกี่ยวข้องกับการใช้หลักสูตรและการวางแผนพัฒนาหลักสูตร 5) การนิเทศการศึกษาเป็นงานที่ ต้องร่วมมือกับผู้อื่น จึงต้องสร้างมนุษยสัมพันธ์ที่ดีให้เกิดขึ้นมีการยอมรับนับถือซึ่งกันและกัน 6 ) การนิเทศ การศึกษามุ่งเสริมบ ารุงขวัญ มีการยกย่องชมเชยซึ่งหากขวัญก าลังใจของครูดี ก็จะท าให้การสอนดีตามไปด้วย 7) การนิเทศมีจุดมุ่งหมายที่จะให้โรงเรียนจัดการศึกษาสอดคล้องกับชุมชน และส่งเสริม ให้ครูได้ใช้ประโยชน์จาก แหล่งทรัพยากรในชุมชน ธีรศักดิ์ เลื่อยไธสง (2550 : 2 ) ได้น าเสนอหลักการของการนิเทศไว้ ดังนี้ 1) ด าเนินการตามกระบวนการ อย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง 2) ส่งเสริมให้ครูทุกคนมีส่วนร่วมและรับผิดชอบ 3) กิจกรรมการนิเทศ ตรงกับความต้องการจ าเป็นในการพัฒนาครู 4) จัดสภาพแวดล้อมและแหล่งวิทยาการให้เอื้อต่อการด าเนินงาน 5) สร้างมนุษยสัมพันธ์ที่ดีและเสริมสร้างขวัญก าลังใจแก่ครู ปรียาพร วงศ์อนุตรโรจน์ (2553 : 227 ) เสนอหลักการนิเทศภายในสถานศึกษามีดังนี้ 1. การนิเทศควรมีการบริหารงานเป็นระบบ และมีการวางแผนการด าเนินงานเป็นโครงการ 2. การนิเทศต้องถือหลักการมีส่วนร่วมในการท างานคือ มีความเป็นประชาธิปไตยเคารพในความคิดเห็น ของผู้อื่น เห็นความแตกต่างระหว่างบุคคล เน้นความร่วมมือร่วมใจกันในการด าเนินงาน และใช้ความรู้ ความสามารถในการปฏิบัติงานเพื่อให้งานนั้นไปสู่เป้าหมายที่ต้องการ 3. การนิเทศเป็นงานสร้างสรรค์ เป็นการแสวงหาความสามารถพิเศษของแต่ละบุคคลให้แต่ละบุคคลได้ แสดงออก และพัฒนาความสามารถเหล่านั้นไห้อย่างเต็มที่
6 4. การนิเทศเป็นการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นจากการเรียนการสอน โดยให้ครูอาจารย์ได้เรียนรู้ว่า ปัญหาของ ตนเองเป็นอย่างไรจะหาวิธีแก้ไขปัญหานั้นได้อย่างไร 5. การนิเทศเป็นการสร้างสภาพแวดล้อมในการท างานให้ดีขึ้น สร้างความเข้าในระหว่างกัน สร้างมนุษย สัมพันธ์มีวิธีการด าเนินงานที่ดีและความสามารถที่จะอยู่ร่วมกันได้ 6. การนิเทศเป็นการสร้างความผูกพันและความมั่นคงต่ออาชีพรวมทั้งความเชื่อมั่นในความสามารถของ ตนเองเกิดความพึงพอใจในการท างาน 7. การนิเทศเป็นการพัฒนาและส่งเสริมวิชาชีพครูให้มีความรู้สึกภาคภูมิในอาจารย์เป็นอาชีพ ที่ต้องให้ วิชาความรู้และความสามารถ เซอร์จิโอแวนนี และสตาร์แรทท์ (Sergiovanni and Starratt) (1983: 29-30 ) ได้กล่าวถึงหลักการนิเทศ การศึกษา ไว้ดังนี้ 1. การนิเทศการศึกษาต้องค านึงถึงการปรับปรุงการจัดการเรียนการสอนและการด าเนินการ โดยทั่วไป รวมทั้งจัดให้มีความพร้อมทางวัตถุต่างๆ เช่น สื่อ นวัตกรรมการเรียนการสอน 2. การนิเทศการศึกษาและการบริหารการศึกษามีความสัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิด 3. การนิเทศการศึกษาที่ดีต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของปรัชญาของวิทยาศาสตร์ และความเป็นประชาธิปไตย 4. การนิเทศการศึกษาที่ดีเมื่ออยู่ในสถานการณ์ที่ไม่สามารถใช้วิธีการทางวิทยาศาสตร์ได้ อาจใช้วิธี การศึกษาปรับปรุงและประเมินผลการผลิต 5. การนิเทศการศึกษาที่ดีควรเป็นความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ 6. การนิเทศการศึกษาที่ดีต้องมีการวางแผนอย่างเป็นระบบ มีการประสานความร่วมมือ และจัดให้มี กิจกรรมอย่างต่อเนื่อง 7. การนิเทศการศึกษาที่ดีต้องเป็นวิชาชีพ แอคคีสัน (1992 : 28 ) ได้สรุปเกี่ยวกับหลักการนิเทศไว้ ดังนี้ 1) การนิเทศการศึกษาต้องช่วยให้ครูเป็นผู้รู้จักคิดค้นหาวิธีท างานด้วยตนเอง 2) การนิเทศการศึกษาต้องช่วยให้ครูรู้จักวิเคราะห์ปัญหาด้วยตนเอง 3) การนิเทศการศึกษาต้องช่วยครูให้รู้สึกมั่นคงและมั่นใจในความสามารถของตนเอง 4) การนิเทศ การศึกษาต้องช่วยให้ครูคุ้นเคยกับแหล่งวิชาการ และสามารถน ามาใช้ให้เป็นประโยชน์ต่อ การเรียน 5) การนิเทศการศึกษาต้องช่วยให้ชุมชนเข้าใจแผนการศึกษาของโรงเรียน 6) การนิเทศการศึกษา ต้องให้ครูเข้าใจถึงปรัชญาและความต้องการทางการศึกษา 2.2 ควำมหมำยของกำรนิเทศภำยในสถำนศึกษำ การนิเทศ มาจากภาษาอังกฤษว่า Supervision แปลความได้ว่า เป็นการให้ความช่วยเหลือ แนะน าหรือ ปรับปรุง ซึ่งมีนักวิชาการได้ให้ความหมายไว้ ดังนี้
7 สงัด อุทรานันท์(2530 : 14) ให้ความหมายว่าเป็นกระบวนการท างานของผู้บริหารสถานศึกษาหรือผู้ที่ ได้รับมอบหมายในการพัฒนาคุณภาพการท างานของครูและบุคลากรในสถานศึกษา เพื่อให้ได้มาซึ่งผลสัมฤทธิ์ สูงสุดในการเรียนของผู้เรียน ชาญชัย อาจิณสมาจาร (2548 : 35 ) ได้ให้ค าจ ากัดความว่า การนิเทศการศึกษา คือกระบวนการ สร้างสรรค์ที่ไม่หยุดนิ่งในการให้ค าแนะน าและการชี้ช่องทางในลักษณะที่เป็นกันเองแก่ครูและนักเรียน เพื่อการ ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงตัวเขาเอง และการเรียนการสอน เพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่ก าหนดไว้ ปรียาพร วงศ์อนุตรโรจน์ (2553 : 223 ) การนิเทศการศึกษาหมายถึง กระบวนการจัดการบริหาร การศึกษา เพื่อชี้แนะ ให้ความช่วยเหลือและความร่วมมือกับครู และบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษาเพื่อ ปรับ ปรุงการเรียนการสอนของครูและเพิ่มคุณภาพของบทเรียนให้เป็นไปตามจุดมุ่งหมายของการศึกษา โกลแฮมเมอร์ และคณะ (Goldhammer and Others) (1980 : 13 ) ได้สรุปจากค าจ ากัดความ การ นิเทศไว้ว่า เป็นลักษณะงานที่หมอบหมายให้ครูหรือผู้นิเทศที่จะกระตุ้นให้ครู หรือครูแนะแนว ในสถานศึกษาได้มี การพัฒนาในการที่จะน าวิธีการสอน สื่อการเรียนการสอนมาใช้โดยเน้นถึงทักษะ ในการติดต่อสื่อสารปัจจุบัน การ นิเทศการศึกษาเป็นความพยายามที่จะช่วยเหลือครูแก้ปัญหา ช่วยเหลือครูในด้านความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล และ การสร้างบรรยากาศที่ดีระหว่างครูและนักเรียน กลิ๊คแมน (Glickman) (1981 : 6 ) ให้ความคิดเกี่ยวกับการนิเทศว่า เป็นแนวความคิดเกี่ยวกับงานและ หน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการปรับปรุงการเรียนการสอน ซึ่งเป็นการสอนในเรื่องหลักการการจัดครู เข้าสอน การจัดสื่อ การสอน สิ่งอ านวยความสะดวก การเตรียมและพัฒนาครู รวมทั้งการประเมินผล การเรียนการสอน แฮริส (Harris) (1985 : 10 ) มีความเห็นว่า การนิเทศการศึกษาคือ สิ่งที่บุคลากรภายในโรงเรียนกระท า กับบุคคลหรือสิ่งของเพื่อจุดมุ่งหมายให้คงไว้ หรือเปลี่ยนแปลงการด าเนินงานของโรงเรียนให้เป็นไปตาม แนวทางที่ จะส่งอิทธิพลให้บรรลุถึงจุดมุ่งหมายหลักการจัดการเรียนการสอนของโรงเรียนนั่นคือ การนิเทศการศึกษามุ่งให้ เกิดผลต่อคุณภาพของผู้เรียนโดยผ่านบุคคลและวัสดุ โอลิวา และ พอลาส (Oliva and Pawlas) (2001 : 11-12) สรุปว่า การนิเทศการศึกษา คือ การ ให้บริการ แก่ครูทั้งที่เป็นรายบุคคลและเป็นกลุ่ม โดยการให้บริการนี้เป็นการช่วยเหลือที่มีความช านาญเฉพาะ เพื่อที่จะปรับปรุงการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพ ดังนั้น การนิเทศจึงเน้นค าว่า บริการและช่วยเหลือเป็นส าคัญ บีชและ ไรน์ฮาร์ทซ (Beach and Reinhart) (2000 : 8 ) กล่าวว่า การนิเทศการศึกษาเป็นกระบวนการที่ ซับซ้อนที่เกี่ยวกับการท างานร่วมกันระหว่างครูและนักการศึกษาอย่างเป็นหมู่คณะโดยความร่วมมือ ร่วมใจเพื่อจะ เสริมสร้างคุณภาพการเรียนการสอนในสถานศึกษารวมทั้งการสนับสนุนความก้าวหน้า ในวิชาชีพของครู
8 จากความหมายดังกล่าวสรุปได้ว่า การนิเทศการศึกษา หมายถึง กระบวนการให้การชี้แนะ ช่วยเหลือ ส่งเสริม สนับสนุนครูในการจัดการเรียนการสอนหรือท างานจากผู้บริหารหรือบุคคลที่ เกี่ยวข้อง เพื่อปรับปรุงและ พัฒนาการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพ ส่งผลต่อคุณภาพของผู้เรียนให้ บรรลุเป้าหมายของการศึกษา 2.3 ควำมจ ำเป็นของกำรนิเทศกำรศึกษำ ไพโรจน์ กลิ่นกุหลาบ (2542 : 5 ) ให้ความเห็นเกี่ยวกับความจ าเป็นในการนิเทศการศึกษาไว้ว่า เกิดจาก สภาพปัจจุบันปัญหา และความต้องการที่จะพัฒนาคน พัฒนางาน และพัฒนาคุณภาพ การศึกษาให้บรรลุ เป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ การนิเทศการศึกษาจึงมีความจ าเป็น ดังนี้ 1. สังคมเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ความรู้สาขาต่างๆ เพิ่มขึ้น และเทคโนโลยีก้าวหน้าอย่าง รวดเร็ว บุคลากรทางการศึกษา จ าเป็นต้องปรับปรุงตนเองให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงซึ่งการนิเทศ การศึกษาก็มีจุดมุ่งหมาย เพื่อพัฒนาคน พัฒนางานและพัฒนาคุณภาพการศึกษาให้ทันต่อ การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น 2. การนิเทศการศึกษาเป็นองค์ประกอบส าคัญของการพัฒนาคุณภาพการศึกษาใน การช่วยเหลือและ สนับสนุนให้กระบวนการเรียนการสอนมีคุณภาพและบรรลุเป้าหมาย 3. การนิเทศการศึกษามีขอบข่ายการปฏิบัติงานที่มุ่งเน้นการรักษาควบคุมมาตรฐาน การศึกษาของ ประเทศ 4. การประสานงานที่จะให้เกิดการปฏิบัติที่มีประสิทธิภาพในสถานศึกษา การประชาสัมพันธ์ ผลการ ปฏิบัติงาน และการรายงานผลให้ผู้เกี่ยวข้องทราบ เพื่อให้ความช่วยเหลือตามสภาพที่เหมาะสม จึงมีความจ าเป็นที่ จะต้องใช้กิจกรรมการนิเทศเป็นตัวกระตุ้นหรืออ านวยความสะดวกหรือ เข้าไปมีส่วนร่วมในการปฏิบัติงานด้วย วิธีการที่เหมาะสม สุเทพ เมฆ (2546 : 8 ) กล่าวถึงความจ าเป็นในการนิเทศการศึกษาว่ามีมากมายแต่ที่ส าคัญ ได้แก่ 1. สภาพทางเศรษฐกิจและสังคมเปลี่ยนแปลงไป 2. เพื่อแก้ปัญหาและอุปสรรคในการจัดการศึกษา 3. เพื่อศึกษาพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีทางการศึกษา 4. เพื่อเป็นการรักษามาตรฐานคุณภาพการศึกษา 5. ความรู้ในสาขาวิชาการต่างๆ เพิ่มขึ้น ดิเรก ศรีวะโสภา (2548 : 3 ) กล่าวถึงการนิเทศมีความจ าเป็นดังนี้ 1. เน้นกระบวนการบริหารการศึกษา กระบวนการเรียนการสอน และกระบวนการนิเทศ การศึกษาต้อง เท่าเทียมกันทั้งสามกระบวนการ จะเน้นกระบวนการใดกระบวนการหนึ่งไม่ได้
9 2. ภารกิจหลักของผู้บริหารโรงเรียนคือ บริหารงาน 4 ด้านได้แก่ งานวิชาการ งานบุคลากร งานบริหาร ทั่วไปและงานบริหารงบประมาณ ผู้บริหารจ าเป็นต้องนิเทศครูผู้สอน เพื่อให้ครูสามารถ ปรับปรุงหรือพัฒนาวิธีการ สอนให้มีคุณภาพ 3. ภายในโรงเรียนย่อมมีครูที่มีความรู้ความสามารถและประสบการณ์ที่แตกต่างกัน ดังนั้น ประสิทธิภาพ การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ย่อมแตกต่างกัน การจะลดช่องว่างดังกล่าวผู้บริหารควรมี การนิเทศในโรงเรียนเพื่อให้ครู มีประสิทธิภาพมากขึ้น อัญชลี โพธิ์ทอง (2549 : 71-72 ) กล่าวถึงความจ าเป็นของการนิเทศการศึกษาไว้ดังนี้ 1. กระบวนการ เปลี่ยนแปลงของสังคม (Social Change) ผู้นิเทศหรือศึกษานิเทศก์ต้องท าตัว เป็นตัวเปลี่ยนแปลง (Change Agent) ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในสถานศึกษา โดยท าการร่วมกับครู อาจารย์ คณะครู คณะบุคคล 2. สภาพสังคมเปลี่ยนแปลงไปทุกขณะ การศึกษาจ าเป็นต้องเปลี่ยนแปลงให้สอดคล้อง กับความ เปลี่ยนแปลงของสังคมด้วยศึกษานิเทศก์จึงเป็นตัวแทนการเปลี่ยนแปลงท าให้เกิด การเปลี่ยนแปลงขึ้นในองค์การที่ เกี่ยวข้องกับการศึกษา 3. ความรู้ในสาขาต่าง ๆ เพิ่มขึ้นโดยไม่หยุดยั้ง แม้แนวความคิดในเรื่องการเรียนการสอนก็เกิด ขึ้นมาใหม่ อยู่ตลอดเวลา จ าเป็นที่ครูต้องติดตามศึกษาให้มีความรู้ทันสมัยอยู่เสมอ 4. มาตรฐานการศึกษา ในการรับรองมาตรฐานการศึกษานั้น ต้องอาศัยผู้ช านาญโดยเลือกมาจากผู้ที่มี ความรู้มาท างานและช่วยนิเทศความรู้ใหม่ให้แก่ครูประจ าการให้มีความคิดกว้าง กาญจน์ เรืองมนตรี และธรินธร นามวรรณ (2554 : 6) กล่าวถึงความจ าเป็นในการนิเทศการศึกษาดังนี้ 1. การศึกษาเป็นกิจกรรมที่ซับซ้อนและยุ่งยาก จ าเป็นที่จะต้องมีการนิเทศเพื่อเป็น การให้บริการแก่ครู จ านวนมากที่มีความสามารถต่างกัน 2. การนิเทศการศึกษาเป็นงานที่มีความจ าเป็นต่อความเจริญงอกงามของครู แม้ว่าครู จะได้รับการฝึกฝน มาอย่างดีแล้วก็ตาม แต่ครูจะต้องปรับปรุงฝึกฝนตนเองอยู่เสมอในขณะที่ท างานในสถานการณ์จริง 3. การนิเทศการศึกษามีความจ าเป็นต่อการช่วยเหลือครูในการเตรียมการสอน 4. การนิเทศการศึกษามีความจ าเป็นต่อการท าให้ครูเป็นบุคคลที่ทันสมัยอยู่ตลอดเวลา เนื่องจากการ เปลี่ยนแปลงทางสังคมที่มีอยู่เสมอ จากที่นักวิชาการกล่าวมา ความจ าเป็นในการนิเทศการศึกษานั้นเกิดจากการเปลี่ยนแปลงทางด้าน การศึกษาและด้านสังคม ความรู้สาขาต่าง ๆ และเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว บุคลากรทางการศึกษาจึง จ าเป็นต้องปรับปรุงตนเองให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น เพื่อพัฒนาคน พัฒนางานและพัฒนาคุณภาพ การศึกษาโดยมุ่งเน้นการรักษาควบคุมมาตรฐานการศึกษาของประเทศ
10 2.4 จุดมุ่งหมำยของกำรนิเทศกำรศึกษำ เนื่องจากการนิเทศการศึกษาหรือการนิเทศการสอนนั้น มีความซับซ้อน เพราะเป็นภารกิจที่เกี่ยวข้องกับ มนุษย์ และจะต้องพัฒนาบุคคลเพื่อให้มีประสิทธิภาพ การก าหนดจุดมุ่งหมายของการนิเทศให้ชัดเจนจะเป็น แนวทางในการปฏิบัติให้บรรลุจุดมุ่งหมายนั้นได้อย่างมีประสิทธิผล ซึ่งมีนักการศึกษาได้เสนอวัตถุประสงค์ไว้ดังนี้ สงัด อุทรานันท์ (2530 : 14) ได้กล่าวถึง วัตถุประสงค์ของการนิเทศการสอนมีจุดมุ่งหมายที่ส าคัญ 4 ประการคือ 1. เพื่อพัฒนาคน คือ การนิเทศการสอนเป็นกระบวนการท างานร่วมกันของครูและบุคลากร ทาง การศึกษา เพื่อให้ครูและบุคลากรเหล่านั้นได้เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมในทางที่ดีขึ้น 2. เพื่อพัฒนาคน เนื่องจากงานการนิเทศมีเป้าหมายสูงสุดอยู่ที่ผู้เรียน ซึ่งเป็นผลผลิตจากการสอนของครู และบุคลากรทางการศึกษา โดยเหตุนี้การนิเทศที่จัดขึ้นจึงมีจุดมุ่งหมายที่จะพัฒนางานการสอนให้ดีขึ้น 3. เพื่อสร้างการประชาสัมพันธ์ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจากการท างานร่วมกันและการพัฒนาโดย ผลัดเปลี่ยนกัน เป็นผู้เสนอแนะและผู้รับฟัง ซึ่งไม่ใช่เป็นการท างานภายใต้การถูกบังคับและคอยตรวจตราหรือจับผิด 4. เพื่อสร้างขวัญและก าลังใจการท างานร่วมกันและการพัฒนา เพราะขวัญและก าลังใจเป็น สิ่งส าคัญที่จะ ท าให้บุคคลมีความตั้งใจท างาน หากการนิเทศไม่ได้สร้างขวัญและก าลังใจแล้วการนิเทศการสอนก็ย่อมไม่ประสบ ความส าเร็จตามเป้าหมาย กรองทอง จิรเดชากุล (2550 : 3 ) กล่าวถึงจุดมุ่งหมายของการนิเทศไว้ 2 ประการ คือ 1. จุดมุ่งหมายทั่วไป 1.1 เพื่อให้ผู้บริหารและคณะกรรมการนิเทศของสถานศึกษามีความรู้ความข้าใจและ ปฏิบัติการนิเทศ ภายในโรงเรียนได้ 1.2 เพื่อพัฒนาความสามารถของครู 1.3 เพื่อช่วยเหลือและจัดสรรเครื่องมือ สื่อการเรียนรู้ตลอดจนช่วยเหลือและปรับปรุงวิธีจัดการเรียนรู้ 1.4 เพื่อให้ครูเกิดความเจริญงอกงามทางวิชาชีพ 2. จุดมุ่งหมายเฉพาะ เพื่อให้ครูสามารถพัฒนาพฤติกรรมการปฏิบัติงาน ในเรื่องต่อไปนี้ 2.1 เพื่อให้สถานศึกษามีแผนการนิเทศภายในโรงเรียน 2.2 เพื่อเน้นให้มีการวิเคราะห์ ปรับปรุงหลักสูตรสถานศึกษาและในกลุ่มสาระการเรียนรู้ที่ได้รับมอบหมาย 2.3 เพื่อให้ครูจัดการเรียนการสอนตามแนวปฏิรูปการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นส าคัญ การบูรณาการ เน้นทักษะกระบวนการคิด ฯลฯ 2.4 เพื่อปรับปรุงและพัฒนากระบวนการ/วิธีจัดการเรียนรู้ของครู 2.5 เพื่อให้มีการจัดกิจกรรมเสริมการเรียนรู้ได้อย่างเหมาะสม 2.6 เพื่อพัฒนาการใช้สื่อและแหล่งเรียนรู้
11 2.7 เพื่อให้มีการวัดและประเมินผลตามสภาพจริง และปรับปรุงกระบวนการวัดและ ประเมินผลให้มี ประสิทธิภาพสูงขึ้น ปรียาพร วงศ์อนุตรโรจน์(2553 : 226) ได้ให้ความมุ่งหมายของการนิเทศภายในสถานศึกษา มีดังนี้ 1. เพื่อพัฒนาและส่งเสริมการบริหารและงานวิชาการของสถานศึกษา 2. เพื่อการบริหารงานวิชาการในสถานศึกษาให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น 3. เพื่อส ารวจ วิเคราะห์ วิจัยและประเมินผลเพื่อปรับปรุงคุณภาพและมาตรฐานการศึกษา 4. เพื่อพัฒนาหลักการและสื่อการเรียนการสอนให้ได้มาตรฐานและเอกสารทางวิชาการให้มี ประสิทธิภาพ สอดคล้องกับความต้องการและจ าเป็นของสถานศึกษาและครูอาจารย์ 5. เพื่อพัฒนาหลักการและสื่อการเรียนการสอนให้ได้มาตรฐานและเอกสารทางวิชาการให้มีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับความต้องการ และจ าเป็นของสถานศึกษาและครูอาจารย์ 6. เพื่อพัฒนาบุคลากรโดยเฉพาะครูอาจารย์ให้มีความรู้ ทักษะและประสบการณ์อันจ าเป็นที่ จะน าไปใช้ การเรียนการสอนการจัดการศึกษาทั้งให้สามารถแก้ปัญหาเหล่านั้นได้ กาญจน์ เรืองมนตรีและธรินธร นามวรรณ (2554 : 57) กล่าวถึงจุดม่งหมายของการนิเทศไว้ดังนี้ 1. เพื่อช่วยให้ครูค้นหาและรู้วิธีการท างานด้วยตนเอง 2. เพื่อช่วยให้ครูรู้จักแยกแยะ วิเคราะห์ปัญหาของตนเองโดยช่วยให้ครูรู้ว่าอะไรเป็นปัญหาที่ก าลังเผชิญ อยู่และจะแก้ไขปัญหาเหล่านั้นได้อย่างไร 3. เพื่อช่วยให้ครูรู้สึกมั่นคงในอาชีพและมีความเชื่อมั่นในความสามารถของตนเอง 4. เพื่อช่วยให้ครูคุ้นเคยกับแหล่งวิทยาการและน าไปใช้ในการเรียนการสอนได้ 5. เพื่อช่วยเผยแพร่ให้ชุมชนเข้าใจถึงแผนการศึกษาของโรงเรียนและให้การสนับสนุนโรงเรียน 6. เพื่อช่วยให้ครูเข้าใจถึงปรัชญาและความต้องการทางการศึกษา บริกส์ และจัสท์แมน (Briggs and Justman) (1995 : 460-461) กล่าวว่ามุ่งหมายของการนิเทศ การศึกษา มีดังนี้ 1. ช่วยให้ครูเห็นจุดมุ่งหมายของการศึกษาเด่นชัดขึ้น สถานศึกษาได้รู้วิธีทางสู่จุดหมาย 2. ช่วยให้ครูเข้าใจปัญหา ความต้องการของเด็ก และวิธีให้เด็กแก้ปัญหานั้นได้ 3. ช่วยสร้างความเป็นผู้น าแบบประชาธิปไตยให้แก่เด็ก 4. ช่วยให้ครูมีขวัญดีร่วมกันท างานอย่างมีความสุขและบรรลุผลร่วมกัน 5. ช่วยค้นหาและพัฒนาความสามารถของครู 6. ช่วยพัฒนาความสามารถด้านการสอนให้แก่ครู 7. ช่วยเหลือในการปฐมนิเทศครูใหม่ 8. ช่วยให้ครูสามารถประเมินตนเองและผลสัมฤทธิ์ของนักเรียน 9. ช่วยให้ครูสามารถวิเคราะห์ปัญหาการเรียนการสอนและหาทางช่วยเหลือนักเรียน 10. ช่วยความสัมพันธ์อันดีระหว่างสถานศึกษากับชุมชน 11. ช่วยชุมชนให้เข้าใจปัญหาของสถานศึกษาเพื่อจะได้ร่วมมือกันแก้ปัญหาช่วยป้องกันมิให้ชุมชนเข้าใจ ผิดและใช้ครูโดยไม่มีเหตุผลอันควร
12 กู๊ด (Good) (1973 : 574) การนิเทศการศึกษามีจุดมุ่งหมายเพื่อให้เกิดความเจริญงอกงามทางวิชาชีพ ช่วยพัฒนาความสามารถของครู ช่วยในการเลือกและปรับปรุงวัตถุประสงค์ของการศึกษาช่วยเหลือ จัดสรร สื่อ วัสดุอุปกรณ์ และปรับปรุงการสอน อาคีสัน (Acheson) (1992 : 28 ) ได้สรุปเกี่ยวกับหลักการนิเทศไว้ ดังนี้ 1. การนิเทศการศึกษาต้องช่วยให้ครูเป็นผู้รู้จักคิดค้นหาวิธีท างานด้วยตนเอง 2. การนิเทศการศึกษาต้องช่วยให้ครูรู้จักวิเคราะห์ปัญหาด้วยตนเอง 3. การนิเทศการศึกษาต้องช่วยครูให้รู้สึกมั่นคงและมั่นใจในความสามารถของตนเอง 4. การนิเทศการศึกษาต้องช่วยให้ครูคุ้นเคยกับแหล่งวิชาการและสามารถน ามาใช้ให้เป็นประโยชน์ต่อการ เรียน 5. การนิเทศการศึกษาต้องช่วยให้ชุมชนเข้าใจแผนการศึกษาของโรงเรียน 6. การนิเทศการศึกษาต้องให้ครูเข้าใจถึงปรัชญาและความต้องการทางการศึกษา บีช และ ไรน์ฮาร์ทซ (Beach and Reinhartz) (2000 : 4-5) ได้กล่าวถึงจุดมุ่งหมายของการนิเทศ การศึกษาว่าเป็นการด าเนินการเพื่อส่งเสริมสนับสนุนครูให้มีเป้าหมายเพื่อพัฒนาวิชาชีพให้เจริญงอกงามในระยะ ยาว ซึ่งจะส่งผลสูงสุดต่อคุณภาพในการเรียนการสอน ความเจริญงอกงามและการพัฒนา ดังกล่าวขึ้นอยู่กับระบบ ที่มีพื้นฐานมาจากความไว้วางใจและการให้การสนับสนุนความพยายามของครู ในการพัฒนาประสิทธิภาพการสอน ในชั้นเรียน เซอร์จีโอแวนนี และสตาร์แรทท์ ( Sergiovanni and Starratt) (2007 : 3 ) กล่าวถึงจุดมุ่งหมายของ การ นิเทศการศึกษาว่า เป็นการช่วยเหลือสถานศึกษา โดยเพิ่มโอกาสและความสามารถของสถานศึกษาเพื่อให้มีการ ด าเนินการที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นในการส่งเสริมความส าเร็จทางวิชาการของนักเรียน จากแนวคิดดังกล่าวสรุปได้ว่า การนิเทศการศึกษามีจุดมุ่งหมายที่จะพัฒนาครูให้มีความรู้ ความสามารถใน การพัฒนางานด้านหลักสูตร งานการสอนและสื่อการเรียนการสอนให้ดีมีประสิทธิภาพสอดคล้องกับความต้องการ และจ าเป็นของสถานศึกษา ซึ่งจะส่งผลต่อการพัฒนาคุณภาพของผู้เรียนและมาตรฐานการศึกษา 2.5 หลักกำรนิเทศกำรศึกษำ ในการด าเนินงานนิเทศการศึกษา จ าเป็นต้องอาศัยหลักการเพื่อให้การด าเนินงานมีความเหมาะสม สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ ซึ่งนักการศึกษาได้เสนอหลักการนิเทศไว้ดังนี้ สงัด อุทรานันท์ (2530: 13) เสนอหลักการส าคัญไว้ดังนี้ 1) การนิเทศการศึกษาเป็นกระบวนการท างาน ร่วมกันระหว่างผู้บริหาร ผู้นิเทศ และผู้รับการนิเทศ 2) การนิเทศการศึกษามีเป้าหมายอยู่ที่คุณภาพของนักเรียน แต่การด าเนินงานนั้นจะกระท าโดยผ่าน ตัวกลางคือครูและบุคลากรทางการศึกษา 3) การนิเทศการศึกษาเน้นบรรยากาศแห่งความเป็นประชาธิปไตยและการรับฟังความเห็นตลอดจน การหารือแลกเปลี่ยนประสบการณ ชารี มณีศรี (2542: 27) ได้กล่าวหลักพื้นฐานของการนิเทศการศึกษาไว้ดังนี้
13 1) การนิเทศการศึกษาเป็น การกระตุ้น การประสานงาน และแนะน าให้เกิดความเจริญงอกงามแก่ครูอาจ ท าได้โดยการฝึกอบรม พัฒนาด้านวิชาชีพ ตลอดจนเทคนิคในการจัดการเรียนการสอนที่มีประสิทธิภาพและ ประสิทธิผล 2) การนิเทศการศึกษาตั้งอยู่บนรากฐานของความเป็นประชาธิปไตย เปิดโอกาสให้ครูได้แสดงความคิด และตัดสินใจโดยใช้ความสามารถของตนเองในการปรับปรุงการเรียนการสอน 3) การนิเทศการศึกษา เป็นกระบวนการส่งเสริมอย่างสร้างสรรค์ หลีกเลี่ยงการบังคับและสร้างบรรยากาศ ให้ครูได้เกิด ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ หาวิธีการใหม่ๆ หลากหลายในการจัดการเรียนการสอน 4) การนิเทศ การศึกษากับการพัฒนาปรับปรุงหลักสูตรเป็นงานที่เกี่ยวข้องกันการนิเทศการศึกษาเป็นงาน ที่เกี่ยวข้องกับการใช้หลักสูตรและการวางแผนพัฒนาหลักสูตร 5) การนิเทศการศึกษาเป็นงานที่ต้องร่วมมือกับผู้อื่น จึงต้องสร้างมนุษยสัมพันธ์ที่ดีให้เกิดขึ้นมีการยอมรับ นับถือซึ่งกันและกัน 6) การนิเทศการศึกษามุ่งเสริมบ ารุงขวัญ มีการยกย่องชมเชยซึ่งหากขวัญก าลังใจของครูดี ก็จะท าให้ การสอนดีตามไปด้วย 7) การนิเทศมีจุดมุ่งหมายที่จะให้โรงเรียนจัดการศึกษาสอดคล้องกับชุมชน และส่งเสริมให้ครูได้ใช้ ประโยชน์จากแหล่งทรัพยากรในชุมชน ธีรศักดิ์ เลื่อยไธสง (2550:2) ได้น าเสนอหลักการของการนิเทศไว้ ดังนี้ 1) ด าเนินการตามกระบวนการอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง 2) ส่งเสริมให้ครูทุกคนมีส่วนร่วมและรับผิดชอบ 3) กิจกรรมการนิเทศ ตรงกับความต้องการจ าเป็นในการพัฒนาครู 4) จัดสภาพแวดล้อมและแหล่งวิทยาการให้เอื้อต่อการด าเนินงาน 5) สร้างมนุษยสัมพันธ์ที่ดีและเสริมสร้างขวัญก าลังใจแก่ครู ปรียาพร วงศ์อนุตรโรจน์(2553:227) เสนอหลักการนิเทศภายในสถานศึกษามีดังนี้ 1. การนิเทศควรมีการบริหารงานเป็นระบบ และมีการวางแผนการด าเนินงานเป็นโครงการ 2. การนิเทศต้องถือหลักการมีส่วนร่วมในการท างานคือ มีความเป็นประชาธิปไตยเคารพในความคิดเห็น ของผู้อื่น เห็นความแตกต่างระหว่างบุคคล เน้นความร่วมมือร่วมใจใจกันในการด าเนินงาน และใช้ความรู้ ความสามารถในการปฏิบัติงานเพื่อให้งานนั้นไปสู่เป้าหมายที่ต้องการ 3. การนิเทศเป็นงานสร้างสรรค์ เป็นการแสวงหาความสามารถพิเศษของแต่ละบุคคลให้ แต่ละบุคคลได้ แสดงออก และพัฒนาความสามารถเหล่านั้นให้อย่างเต็มที่ 4. การนิเทศเป็นการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นจากการเรียนการสอน โดยให้ครูอาจารย์ได้เรียนรู้ว่า ปัญหาของ ตนเองเป็นอย่างไรจะหาวิธีแก้ไขปัญหานั้นได้อย่างไร 5. การนิเทศเป็นการสร้างสภาพแวดล้อมในการท างานให้ดีขึ้น สร้างความเข้าในระหว่างกัน สร้างมนุษย สัมพันธ์มีวิธีการด าเนินงานที่ดีและความสามารถที่จะอยู่ร่วมกันได้ 6. การนิเทศเป็นการสร้างความผูกพันและความมั่นคงต่ออาชีพรวมทั้งความเชื่อมั่นใน ความสามารถของ ตนเองเกิดความพึงพอใจในการท างาน
14 7. การนิเทศเป็นการพัฒนาและส่งเสริมวิชาชีพครูให้มีความรู้สึกภาคภูมิใจในอาชีพ เซอร์จิโอแวนนี และสตาร์แรทท์ (Sergiovanni and Starratt) (1983:29-30) ได้กล่าวถึงหลักการนิเทศ การศึกษา ไว้ดังนี้ 1. การนิเทศการศึกษาต้องค านึงถึงการปรับปรุงการจัดการเรียนการสอนและการด าเนินการ โดยทั่วไป รวมทั้งจัดให้มีความพร้อมทางวัตถุต่าง ๆ เช่น สื่อ นวัตกรรมการเรียนการสอน 2. การนิเทศการศึกษาและการบริหารการศึกษามีความสัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิด 3. การนิเทศการศึกษาที่ดีต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของปรัชญาของวิทยาศาสตร์ และความเป็นประชาธิปไตย 4. การนิเทศการศึกษาที่ดีเมื่ออยู่ในสถานการณ์ที่ไม่สามารถใช้วิธีการทางวิทยาศาสตร์ได้ อาจใช้วิธี การศึกษาปรับปรุงและประเมินผลการผลิต 5. การนิเทศการศึกษาที่ดีควรเป็นความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ 6. การนิเทศการศึกษาที่ดีต้องมีการวางแผนอย่างเป็นระบบ มีการประสานความร่วมมือ และจัดให้มี กิจกรรมอย่างต่อเนื่อง 7. การนิเทศการศึกษาที่ดีต้องเป็นวิชาชีพ แอคคีสัน (1992:28) ได้สรุปเกี่ยวกับหลักการนิเทศไว้ ดังนี้ 1) การนิเทศการศึกษาต้องช่วยให้ครูเป็นผู้รู้จักคิดค้นหาวิธีท างานด้วยตนเอง 2) การนิเทศการศึกษาต้องช่วยให้ครูรู้จักวิเคราะห์ปัญหาด้วยตนเอง 3) การนิเทศการศึกษาต้องช่วยครูให้รู้สึกมั่นคงและมั่นใจในความสามารถของตนเอง 4) การนิเทศ การศึกษาต้องช่วยให้ครูคุ้นเคยกับแหล่งวิชาการ และสามารถน ามาใช้ให้เป็นประโยชน์ต่อ การเรียน 5) การนิเทศการศึกษาต้องช่วยให้ชุมชนเข้าใจแผนการศึกษาของโรงเรียน 6) การนิเทศการศึกษา ต้องให้ครูเข้าใจถึงปรัชญาและความต้องการทางการศึกษา บีช และไรน์ฮาร์ทซ (Beach and Reinhartz) (2000:9) กล่าวถึงสมมติฐานที่ส าคัญใช้เป็นหลักการในการ ด าเนินการนิเทศการศึกษาเพื่อพัฒนาการเรียนการสอนประกอบด้วย 1. ครูสามารถแก้ไขปัญหาต่าง ๆ การเรียนการสอนโดยการปรับพฤติกรรมของตนเอง 2. การให้ความส าคัญและตระหนักถึงความจ าเป็นในการปรับพฤติกรรมการสอนของตนเอง ต้องมาจาก ภายในตัวของครูเองมากกว่าการถูกบังคับจากบุคคลอื่น 3. พฤติกรรมการสอนของครูจะต้องได้รับการศึกษาวิเคราะห์และระบุได้อย่างชัดเจนโดย ผ่านการ อภิปรายแลกเปลี่ยนการเรียนรู้กันอย่างไม่เป็นทางการ การเยี่ยมชั้นเรียน และการสังเกตอย่างเป็นระบบ 4. ผู้นิเทศสามารถให้มุมมองที่เป็นประโยชน์แก่ครูได้โดยใช้การสอนแนะ การอภิปราย แลกเปลี่ยนความ คิดเห็นอย่างเอื้ออ านวย และการสังเกตห้องเรียน 5. เมื่อได้สารสนเทศที่ชัดเจนเป็นที่ยอมรับ ครูจะเป็นผู้มีบทบาทส าคัญในการก าหนดสิ่งที่ต้องการ การเปลี่ยนแปลงคุณภาพการปฏิบัติงานของครูและผู้นิเทศจะสูงขึ้น เมื่อสัมพันธภาพของครู และผู้นิเทศมีลักษณะ ของความเป็นกัลยาณมิตรและอยู่บนพื้นฐานของความไว้วางใจ ความร่วมมือ การเคารพและความมั่นใจ ซึ่งกันและกัน
15 จากหลักการนิเทศที่กล่าวมาสรุปได้ว่า หลักของการนิเทศการศึกษาคือ การปรับปรุง การเรียนการสอน และการด าเนินการโดยมีเป้าหมายอยู่ที่คุณภาพของนักเรียน ซึ่งต้องค านึงถึง ความแตกต่างระหว่างบุคคล ผ่าน ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ มีการวางแผนอย่างเป็นระบบ มีการประสานความร่วมมือ สร้างความผูกพัน ความมั่นคง ต่ออาชีพเกิดความพึงพอใจในการท างาน และใช้ความรู้ความสามารถในการปฏิบัติงานเพื่อให้งานนั้นไปสู่เป้าหมาย ที่ต้องการ 2.6 บทบำทของผู้บริหำรในกำรนิเทศกำรศึกษำ ผู้บริหารเป็นบุคคลที่มีความส าคัญต่อความส าเร็จในการนิเทศการศึกษา บทบาทที่ผู้บริหาร แสดงในฐานะ ผู้นิเทศ ควรเน้นบทบาทในการเข้าไปสนับสนุนส่งเสริมให้ครูได้เกิดการเรียนรู้และพัฒนาปรับปรุงการเรียนการสอน ของตน ซึ่งมีนักการศึกษาได้กล่าวถึงบทบาทของผู้บริหารสถานศึกษาในการนิเทศไว้ดังนี้ ปรียาพร วงศ์อนุตรโรจน์ (2548:67-68) ได้กล่าวถึงบทบาทของผู้บริหารสถานศึกษาไว้ดังนี้ 1. บทบาทในการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษาจะต้องส่งเสริมสนับสนุน โดยการนิเทศ ให้ครูผู้สอนทุกคนมีความรู้ ความเข้าใจทักษะ และเจตคติในการท าและน าหลักสูตรไปใช้ในห้องเรียนในรายวิชาที่ รับผิดชอบอย่างถูกต้องชัดเจน รวมทั้งนิเทศการใช้หลักสูตรอย่างต่อเนื่อง 2. บทบาทเป็นผู้น าในการจัดการเรียนการสอน ผู้บริหารสถานศึกษาจะต้องส่งเสริมสนับสนุน โดยการ นิเทศครูผู้สอนให้สามารถจัดกิจกรรมการเรียนการสอนตามหลักสูตรสถานศึกษาอย่างเป็นระบบ โดยมีกิจกรรมที่ ส าคัญได้แก่ การรู้จักพื้นฐานของผู้เรียน การก าหนดจุดมุ่งหมายของการสอน การด าเนินการสอน การสร้างเสริม ทักษะ การสนับสนุนการสอน การควบคุมและตรวจสอบคุณภาพ การสอน ผลสัมฤทธิ์ของการสอนและการ ปรับปรุงแก้ไข 3. บทบาทเป็นผู้น าในการประเมินผลการสอน ผู้บริหารสถานศึกษาจะต้องด าเนินการนิเทศ ให้ครูผู้สอน สามารถด าเนินการประเมินการเรียนการสอนตามหลักสูตรสถานศึกษา และน าผลการประเมินมาใช้ปรับปรุงการ เรียนการสอนและตัดสินการเรียนในแต่ละรายวิชา/ชั้น กรองทอง จิรเดชากุล (2550:5-6) กล่าวถึงบทบาทของผู้บริหารกับการนิเทศการศึกษาไว้ว่าผู้บริหารมี บทบาทที่ส าคัญคือ 1. บทบาทในการส่งเสริมและจัดให้มีการนิเทศภายในโรงเรียน เพื่อให้เกิดการพัฒนาตนเอง สามารถ ด าเนินงานตามนโยบายได้ถูกต้อง ท าหน้าที่นิเทศภายในโรงเรียนได้อย่างสมบูรณ์ 2. บทบาทในการใช้นวัตกรรมเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา เพื่อพัฒนาศักยภาพครูโดยเฉพาะ การจัดการ เรียนรู้ให้ดีขึ้น ส่งเสริมให้มีการใช้นวัตกรรมเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพ น ามาปรับใช้ให้เหมาะกับครูในโรงเรียน 3. บทบาทในการจัดประชุมอบรม มีการจัดประชุมอบรมในรูปแบบต่างๆ เช่น การประชุม การปฏิบัติการ การสัมมนา การอภิปรายกลุ่ม เป็นต้น นอกจากนี้ยังต้องส่งเสริมให้ครูมีโอกาสเข้ารับ การอบรมในการพัฒนา วิชาชีพ น าทักษะความรู้มาปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ 4. บทบาทในการติดตามประเมินผล ซึ่งจะช่วยให้ครูพัฒนาศักยภาพได้ดีขึ้น การประเมินเพื่อน าผลที่ได้มา ปรับปรุงแก้ไขให้เกิดการพัฒนาเชิงสร้างสรรค์
16 5. บทบาทในการใช้กลุ่มโรงเรียน สมาคมวิชาชีพหรือเครือข่ายเป็นแนวทาง เพื่อก่อให้เกิดประโยชน์แก่ครู ในโรงเรียน โดยใช้กลุ่มหรือเครือข่ายช่วยเหลือด้วยวิธีการต่าง ๆ เช่น การจัดประชุมทางวิชาการ การศึกษาเอกสาร การศึกษาดูงาน ฯลฯ 6. บทบาทในการสร้างครูต้นแบบในสาขาวิชาต่าง ๆ ซึ่งจะก่อให้เกิดผลในการพัฒนาและเป็นแบบอย่าง แก่ครูทั่วไป ไวส์ (Wiles) (1983:261-267) ได้กล่าวถึงบทบาทของผู้บริหารโรงเรียนในฐานะผู้นิเทศไว้ดังนี้ 1. บทบาทด้านมนุษยสัมพันธ์ ผู้บริหารโรงเรียนมีหน้าที่ท าให้เกิดความเข้าใจอันดีภายในกลุ่ม และพยายามขจัดข้อขัดแย้งต่าง ๆ ที่เกิดในกลุ่มบทบาทในฐานะผู้น า ผู้บริหารโรงเรียนมีหน้าที่พัฒนาความเป็น ผู้น าให้เกิดขึ้นแก่ตัวผู้อื่น ช่วยให้ผู้อื่นมีความรับผิดชอบ มีส่วนร่วมในการตัดสินใจ ร่วมในการใช้อ านาจและมีส่วน ในการใช้อ านาจ 2. บทบาทในด้านการจัดและด าเนินงานในหน่วยงาน ผู้บริหารโรงเรียนมีหน้าที่ พัฒนาการจัดการองค์การ ของหน่วยงานในโรงเรียน ช่วยให้การด าเนินงานของคณะกรรมการต่าง ๆ ในองค์การ ด าเนินไปอย่างมี ประสิทธิภาพ ในการตัดสินใจเรื่องใดก็ตามต้องด าเนินการตามขั้นตอนกระบวนการตัดสินใจ 3. บทบาทในการคัดเลือกและการใช้ประโยชน์บุคลากร ผู้บริหารโรงเรียนมีหน้าที่พิจารณา เลือกบุคลากร ใหม่ให้ตรงกับความต้องการ โดยให้ครูในโรงเรียนมีส่วนร่วมในการพิจารณาเลือกด้วย ช่วยให้บุคลากรที่เข้าท างาน ใหม่รู้สึกว่าเขาเป็นที่ต้องการของโรงเรียน มีความอบอุ่นใจ และมีความเชื่อมั่นในตนเอง 4. บทบาทในการสร้างขวัญของครู ผู้บริหารโรงเรียนมีหน้าที่ช่วยให้ครูพอใจงานที่ท า มีความสะดวกสบาย ปลอดภัยในการปฏิบัติงาน ให้ครูมีส่วนร่วมในการวางโครงการและนโยบายต่าง ๆ ของโรงเรียน ช่วยให้ครูเชื่อมั่น ในความสามารถของตนเอง ให้ครูรู้สึกว่าตนเองมีความส าคัญและเป็นที่ต้องการของบุคคลอื่น จัดให้มีบริการต่าง ๆ เช่น คู่มือครู การอบรม เป็นต้น 5. บทบาทในการพัฒนาบุคลากร ผู้บริหารโรงเรียนมีหน้าที่ จัดให้มีการอบรมในหน่วยงาน โดยจัดให้ตรง ตามความต้องการของครู การประชุมครูที่จัดให้มีขึ้นช่วยให้ครูมีความก้าวหน้าใช้วิธีการสังเกตการณ์สอน แต่ต้องมี ความเข้าใจกันทั้งสองฝ่ายใช้วิธีการวัดผลเพื่อพัฒนาบุคลากรให้เกิดประสิทธิภาพด้านการเรียนการสอน บีชและไรฮาร์ทซ (Beach and Reinhartz) (2000:16-18) ได้กล่าวถึงบทบาทของผู้บริหารในฐานะผู้ นิเทศไว้ดังต่อไปนี้ 1. ผู้น า (leader) เพื่อโน้มน้าวให้ครูได้ท าการเรียนรู้ร่วมกัน อันจะน าไปสู่การบรรลุ วัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ โดยสามารถท างานกับครูเพื่อให้บรรลุเป้าหมายการจัดการเรียนการสอนของสถานศึกษา และช่วยให้ครูปรับ แผนการจัดการเรียนการสอนให้ตอบสนองความต้องการของ ผู้เรียนอย่างเสมอภาค รวมทั้งจูงใจให้ครูยอมรับ หลักสูตรและรูปแบบการจัดการเรียนการสอนใหม่ บทบาทนี้เป็นบทบาทที่มีความคล้ายคลึงกับบทบาทการเป็น ผู้พัฒนาองค์การ และการเป็นนักพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ที่ต้องใช้ความพยายามอย่างกว้างขวาง ในการรวบรวมการ ปฏิบัติการต่าง ๆ เพื่อให้เกิดการพัฒนา 2. นักวางแผน/นักจัดการ (planner/organizer) บทบาทนี้เป็นบทบาทที่มีความส าคัญที่สุด เพราะการ วางแผนเป็นการคาดการณ์ถึงสิ่งที่ควรปฏิบัติและแนวทางที่จะปฏิบัติให้ประสบผลส าเร็จ จะต้องร่วมด าเนินการ วางแผนทั้งในระดับสถานศึกษา โดยการวางแผนพัฒนาครูทั้งหมดในสถานศึกษา และวางแผนระดับย่อย คือการ พัฒนาครูในเรื่องเฉพาะเจาะจง การวางแผนทั้งระยะสั้นและระยะยาวเป็นสิ่งจ าเป็นที่ต้องด าเนินการ เพราะแผน
17 เป็นตัวก าหนด เป้าหมายและการจัดล าดับ ความส าคัญของการปฏิบัติงาน นอกจากนี้ยังต้องจัดเอกสารที่เกี่ยวข้อง กับหลักสูตร และจัดผู้สอน และทรัพยากรที่ใช้ตามเวลาที่ก าหนด 3. ผู้เอื้ออ านวย (facilitator) คือ มีหน้าที่ในการเอื้ออ านวยช่วยเหลือและสนับสนุนให้ครู ซึ่งมีความ ต้องการและความสามารถแตกต่างกันให้ปฏิบัติการสอนอย่างมีประสิทธิภาพ โดยการชี้แนะสนับสนุนช่วยเหลือครู ทั้งในทางตรงด้วยการสอนแนะครู และโดยทางอ้อม ด้วยการจัดหาสื่อวัสดุอุปกรณ์การเรียนการสอนจัดหาทุนการ สนับสนุนให้มีทีมนิเทศการสอน การสังเกตการสอนและรับฟังการสะท้อนการสอนของครูเพื่อช่วยเสริมสร้างความ เข้มแข็ง ในการปฏิบัติการสอนของครู 4. ผู้ประเมิน (appraiser/assessor) เป็นบทบาทที่มีประเด็นโต้แย้งกันอยู่ นักวิชาการ บางคนมองว่า การ ประเมินเป็นการท าเพื่อประโยชน์ขององค์กรไม่ใช่ประโยชน์ของครู อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันนักวิชาการกลุ่มหนึ่งให้ ความเห็นว่า การประเมินการสอนอาจต้องปฏิบัติไปพร้อมกับการสอน แนะน าและช่วยเหลือสนับสนุนครูเป็นสิ่งที่มี ความส าคัญต่อการพัฒนาการเรียนการสอน 5. ผู้เสริมก าลังใจ (motivator/encourager) การจูงใจให้ครูเป็นบุคคลที่มีประสิทธิภาพของ สถานศึกษา การเสริมก าลังใจด้วยการเสริมสร้างความภาคภูมิใจ ความเชื่อมั่นในและการเห็นคุณค่าในตนเอง จะช่วยในการ สร้างแรงบันดาลใจต่อการพัฒนาปรับปรุงการเรียนการสอน และช่วยให้ครูมีทัศคติที่ดีต่อการพัฒนาตนเอง 6. นักสื่อสาร (communication) ต้องเป็นนักสื่อสารที่ดีความสามารถในการเป็นผู้นิเทศที่มี ประสิทธิภาพขึ้นอยู่กับความสามารถในการฟังและการตอบโต้ของผู้นิเทศเอง ดังนั้นจึงมีความจ าเป็นที่ต้องสามารถ สื่อสาร ความคิดและข้อมูลสารสนเทศกับผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย รวมถึงชุมชนได้อย่างมีคุณภาพ 7. ผู้ตัดสินใจ (decision maker) ต้องมีความสามารถในการตัดสินใจที่ส่งผลต่อนักเรียน ครู บุคลากรอื่นๆ และต่อองค์การ เรื่องที่ต้องตัดสินใจ ได้แก่ การปรับปรุงการเรียนการสอนหลักสูตรและ การพัฒนาบุคลากร กระบวนการนิเทศจึงต้องอาศัยการตัดสินใจอย่างต่อเนื่องโดยการมีส่วนร่วมของครู ผู้ปกครอง นักเรียน อย่างไรก็ ตามการตัดสินใจที่จะส่งผลต่อคุณภาพการเรียนการสอนขึ้นอยู่ กับประสิทธิภาพการตัดสินใจของผู้นิเทศภายใต้ ข้อมูลที่ชัดเจนของสถานศึกษา 8. ผู้น าการเปลี่ยนแปลง (change agent) ผู้นิเทศโดยต าแหน่งแล้วจะต้องเป็นผู้น า การเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะในเรื่องการเรียนการสอน แต่การเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้นได้สมาชิกต้องมีความเต็มใจ และมีความรู้ ความสามารถในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงนั้น ผู้นิเทศจะเป็นผู้ปรับเปลี่ยนแผนและกระบวนการท างานของ ครูที่จะส่งผลในทางบวกกับการเรียนการสอนในชั้นเรียน 9. ผู้สอนแนะ/พี่เลี้ยง (coach/mentor) เป็นบทบาทที่ส าคัญที่จะช่วยเหลือส่งเสริมเกี่ยวกับ การรับรู้ การตัดสินใจ และการใช้ทักษะทางสติปัญญา นอกจากนั้นยังช่วยในการจัดหาทรัพยากรและ ให้ข้อมูลย้อนกลับ แก่ครูเพื่อการปรับปรุงการเรียนการสอน บทบาทของผู้บริหารในการนิเทศการศึกษาที่กล่าวมาข้างต้นสรุปได้ว่า ผู้บริหารเป็นผู้ที่มี บทบาทส าคัญ ในการช่วยเหลือ ส่งเสริมพัฒนาการจัดการเรียนการสอนของครูหรือพัฒนา โรงเรียนให้มีประสิทธิภาพ จะต้องสนับสนุนให้ครูผู้สอนทุกคนมีความรู้ ความเข้าใจ ทักษะ และเจตคติใน การ จัดการเรียนการสอน แนะน าครูจัดหาสื่ออุปกรณ์การเรียนการสอน ส่งเสริมให้ครูมีการใช้สื่อ นวัตกรรมเทคโนโลยี มาใช้ในการจัดการเรียนการสอน สร้างความเชื่อมั่นใจและการเห็นคุณค่าในตนเองของครู ก่อให้เกิดทัศคติที่ดีต่อ การพัฒนาตนเอง ติดตามประเมินผลการจัดการเรียนการสอน เพื่อน าผลที่ได้มาปรับปรุงแก้ไขให้เกิดการพัฒนาเชิง สร้างสรรค์
18 2.7 กระบวนกำรนิเทศกำรศึกษำ กระบวนการในการนิเทศการศึกษาหรือนิเทศการสอนเป็นสิ่งส าคัญ เพื่อให้การด าเนินการ ส าเร็จไป ได้ด้วยดีมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลจะต้องอาศัยกระบวนการซึ่งเป็นการด าเนินการ ตามล าดับขั้นตอน ต่อเนื่องกันและมีระเบียบแบบแผน มีนักการศึกษาหลายท่านได้น าเสนอความหมาย และกระบวนการนิเทศไว้ ดังต่อไปนี้ สงัด อุทรานันท์ (2530:13) กล่าวว่ากระบวนการนิเทศ หมายถึง การด าเนินงานในการนิเทศให้ได้รับ ความส าเร็จ การด าเนินนิเทศจะประสบความส าเร็จได้จะต้องด าเนินการอย่างเป็นขั้นเป็นตอน การนิเทศการศึกษา ที่สอดคล้องกับสภาพสังคมไทย 5 ขั้นตอนซึ่งเรียกว่า “PIDRE”ดังนี้ 1. การวางแผนการนิเทศ (Planning - P) ผู้บริหาร ผู้นิเทศและผู้รับการนิเทศประชุม ปรึกษาหารือเพื่อให้ ได้มาซึ่งปัญหาตามความต้องการจ าเป็นที่ต้องมีการนิเทศรวมทั้งวางแผนขั้นตอน กระบวนการการปฏิบัติงาน เกี่ยวกับการนิเทศที่จัดขึ้น 2. การให้ความรู้ก่อนด าเนินการนิเทศ (Informing - I) เป็นขั้นตอนของการให้ความรู้เพื่อให้ เข้าใจถึงสิ่งที่ จะด าเนินการว่าต้องอาศัยความรู้ความสามารถทักษะกระบวนการเรื่องใดอย่างไรบ้างจะมีขั้นตอนในการ ด าเนินงานอย่างไร จะท าอย่างไรให้ได้ผลงานที่มีคุณภาพ ซึ่งขั้นตอนที่มีความจ าเป็นทุกครั้งส าหรับการเริ่มการ นิเทศที่จัดขึ้นใหม่ ทุกเรื่องที่มีความจ าเป็นส าหรับงานนิเทศที่ยังไม่ได้ผล หรือได้ผลไม่ถึงขั้นพอใจ จ าเป็นต้องท า การทบทวนให้ความรู้ในการปฏิบัติงานที่ถูกต้องอีกครั้ง 3. การด าเนินการปฏิบัติงานนิเทศ (Doing - D) ป ระกอบด้วยการปฏิบัติงาน 3 ลักษณ ะ คือ การปฏิบัติงานของผู้รับการนิเทศ ผู้นิเทศและผู้สนับสนุนการนิเทศ 4. การสร้างเสริมก าลังใจให้แก่ผู้ปฏิบัติงานนิเทศ (Reinforcing - R) เป็นขั้นตอนการเสริมแรงของ ผู้บริหาร เพื่อให้ผู้รับการนิเทศมีความมั่นใจและความพึงพอใจในการปฏิบัติงาน อาจด าเนินไปพร้อม ๆ กับผู้รับ การนิเทศก าลังปฏิบัติงานได้เสร็จสิ้นแล้ว 5. การประเมินผลการนิเทศ (Evaluating - E) เป็นขั้นตอนที่ผู้นิเทศท าการประเมินผล การด าเนินงานที่ ผ่านไปแล้วว่าเป็นอย่างไร หากพบว่ามีปัญหาหรืออุปสรรคต้องปรับปรุงแก้ไขโดย การให้ความรู้เพิ่มเติมแต่ถ้า ประสบความส าเร็จตามที่ตั้งไว้ และต้องการจะด าเนินการนิเทศต่อไปก็ สามารถท าได้โดยไม่ต้องให้ความรู้ในเรื่องที่ ปฏิบัติอีก ส านักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ (2541:15) กล่าวไว้ว่ากระบวนการนิเทศเป็น กระบวนการที่ผู้บริหารโรงเรียน และบุคลากรในโรงเรียนร่วมมือกันช่วยเหลือกัน ปรับปรุงงาน ด้านต่าง ๆ ส่งเสริม และเพิ่มประสิทธิภาพของการจัดการเรียนการสอนให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนมีคุณภาพ โดย ด าเนินการนิเทศภายในโรงเรียนอย่างเป็นระบบ ซึ่งประกอบด้วย 5 ขั้นตอนดังนี้ 1. ศึกษาสภาพปัจจุบัน ปัญหา และความต้องการซึ่งเป็นสิ่งส าคัญอันดับแรกที่ต้องด าเนินการ เพื่อทราบ สภาพที่แท้จริง ส าหรับเป็นข้อมูลในการวางแผนด าเนินการนิเทศได้ตรงจุดซึ่งมีวิธีการศึกษาดังนี้ 1.1 การส ารวจโดยสร้างเครื่องมือรวบรวมข้อมูล เก็บรวบรวมข้อมูลและวิเคราะห์สรุป ข้อมูลเกี่ยวกับ ปัญหาการประชุมสัมมนาเพื่อค้นหาสภาพปัจจุบัน ปัญหาและความต้องการโดยเชิญ ผู้เกี่ยวข้องมาประชุมสัมมนา ตามรายละเอียดที่ต้องการบันทึกรายละเอียดไว้ 1.2 การศึกษาสังเคราะห์ข้อมูลสารสนเทศจากเอกสาร เช่น รายงานการพัฒนาคุณภาพ
19 1.3 การศึกษาเพื่อประมวลปัญหาและความต้องการนิเทศการพัฒนาการเรียนการสอน 2. วางแผนและก าหนดทางเลือก เป็นการน าข้อมูลที่ได้จากการศึกษาสภาพปัจจุบันปัญหา และความ ต้องการไปวิเคราะห์จัดเรียงอันดับความส าคัญโดยพิจารณาถึงทรัพยากรที่มีอยู่แล้วก าหนด และประเมินทางเลือก ในการนิเทศ ซึ่งอาจเลือกใช้กิจกรรมในการนิเทศ ได้แก่ การพบปะเป็น รายบุคคล รายกลุ่ม การประชุมอบรม การบริการเอกสาร การพาไปศึกษาดูงาน เป็นต้น 3. การสร้างสื่อและเครื่องมือนิเทศ ซึ่งขึ้นอยู่กับทางเลือกและวิธีในการนิเทศที่เลือกไว้ในขั้นที่ 2 ทั้งนี้สื่อ และเครื่องมือช่วยให้การนิเทศนั้นมีระบบ มีประสิทธิภาพ สามารถแก้ปัญหาได้ตรงจุดสามารถ ตรวจสอบและ วิเคราะห์ผลได้ 4. ปฏิบัติการนิเทศโดยใช้สื่อและเครื่องมือการนิเทศต่าง ๆ ด าเนินการนิเทศทั้งทางตรงและ ทางอ้อม 5. ประเมินผลและรายงานผลการนิเทศ เป็นขั้นตอนสุดท้ายของกระบวนการนิเทศซึ่ง สามารถตรวจสอบ การปฏิบัติงานแต่ละขั้นตอนของการนิเทศเพื่อหาแนวทางแก้ไขปรับปรุงกระบวนการนิเทศให้ดีขึ้น การประเมินควรมีรูปแบบการประเมินผลและเครื่องมือในการประเมินและต้อง รายงานผลการปฏิบัติงาน หลังจากกระบวนการนิเทศสิ้นสุด เพื่อแจ้งให้ผู้เกี่ยวข้องทราบเพื่อหาแนว ทางแก้ไขและพัฒนาต่อไป ปรียาพร วงศ์อนุตรโรจน์(2546:232-235) ได้กล่าวถึงขั้นตอนในการบริหารงานนิเทศสามารถสรุปได้ว่า การนิเทศจะประกอบด้วยบุคคล 2 กลุ่ม คือ ผู้นิเทศและผู้รับการนิเทศ เพื่อร่วมกันปฏิบัติงานให้บรรลุ จุดมุ่งหมาย ที่ตั้งไว้ร่วมกัน โดยมีขั้นตอนในการนิเทศ ดังนี้ ขั้นตอนที่ 1 การศึกษาสภาพปัจจุบัน ปัญหาและความต้องการในการนิเทศเป็นขั้นตอน พื้นฐานที่ส าคัญ ก่อนที่ผู้นิเทศจะด าเนินการนิเทศผู้นิเทศต้องทราบสภาพปัจจุบันปัญหาและความ ต้องการของผู้รับการนิเทศสภาพ ปัจจุบันเป็นสภาพที่เป็นจริงและก าลังเป็นอยู่ในปัจจุบันส่วน ความต้องการหมายถึงจุดหมายปลายทางที่ต้องการจะ ไปถึงเป็นสภาพที่คาดหวังว่าจะเกิดขึ้นอย่างไรก็ ตามการก าหนดสภาพที่ต้องการและคาดหวังว่าจะเกิดขึ้นนั้น มิใช่ จะก าหนดขึ้นมาลอยๆ แต่ต้องก าหนดโดยค านึงถึงองค์ประกอบมากมายที่ควรจะน ามาศึกษาและพิจารณา ประกอบ คือ 1. นโยบายของสถานศึกษาในด้านการนิเทศ 2. ปัญหาปัจจุบันที่เกิดขึ้นในสถานศึกษา 3. ข้อมูลที่ได้จากสภาพปัจจุบัน หมายถึง สิ่งที่มีอยู่ทั้งทรัพยากรบุคคลและวัตถุ 4. ผลการส ารวจความคิดเห็นที่มีต่อสภาพปัญหาและความต้องการการนิเทศ ขั้นตอนที่ 2 การวางแผนและการจัดท าโครงการนิเทศหมายถึง วิธีการที่อาศัยหลักการเหตุผลและข้อมูลที่ ได้จากการศึกษาสภาพปัจจุบัน ปัญหาและความต้องการของสถานศึกษาว่ามีความต้องการนิเทศในด้านใดบ้าง แล้วน ามาจัดท าแผนและโครงการต่อไป ในการวางแผนยังก าหนดวิธีการว่าจะท าอย่างไรโดยก าหนดเป็นขั้นตอน ที่ต่อเนื่องและสัมพันธ์กันการจัดท าแผนงานและโครงการถือเป็นส่วนหนึ่งของการจัดท ารายละเอียดของแผน ซึ่งเป็นการก าหนดวัตถุประสงค์ให้เฉพาะ มากขึ้นและก าหนดเป้าหมายให้ชัดเจนขึ้นดังนี้ 1. แจกแจงกิจกรรมการนิเทศที่จะท าในโครงการนั้น 2. ก าหนดแผนงานการนิเทศรวมถึงการก าหนดหน่วยปฏิบัติค่าใช้จ่ายเวลาและสถานที่ 3. จัดท างบประมาณโครงการการขออนุมัติและการด าเนินงาน
20 ขั้นตอนที่ 3 การด าเนินงานการนิเทศเป็นการน าแผนงานหรือโครงการไปปฏิบัติเพื่อให้ได้ ตามความ ต้องการหรือเป้าหมายที่วางไว้ซึ่งจะมีรายละเอียดของแต่ละขั้นตอน ดังนี้ 1. การให้ความรู้ในงานที่ปฏิบัติเป็นการให้ความรู้ความเข้าใจถึงสิ่งที่จะด าเนินการว่า จะต้องอาศัยความรู้ ความสามารถอย่างไรบ้างจะมีขั้นตอนในการด าเนินการอย่างไรและจะท าอย่างไร จึงจะท าให้ได้ผลงานออกมา อย่างมีคุณภาพ 2. การปฏิบัติงานประกอบด้วยการปฏิบัติงานที่ได้รับความร่วมมือจากบุคคลทุกฝ่ายคือ ผู้รับการนิเทศผู้ให้ การนิเทศและผู้บริหาร 3. การสร้างขวัญและก าลังใจ ผู้รับการนิเทศควรได้รับการเสริมสร้างขวัญและก าลังใจ โดยเฉพาะจากฝ่าย บริหารเพื่อให้ผู้รับการนิเทศมีความมั่นใจและท างานด้วยความพึงพอใจ การสร้างขวัญและก าลังใจควรปฏิบัติไป พร้อม ๆ กับการปฏิบัติงานจึงจะได้ผล ขั้นตอนที่ 4 การประเมินผลการนิเทศการประเมินผลเป็นขั้นตอนสุดท้ายในการด าเนินการ ผู้รับผิดชอบ เกี่ยวกับการประเมินผล ได้แก่ ผู้บริหารหรือผู้ที่ได้รับมอบหน้าที่ให้ท าการประเมินผล หลักการที่ใช้ในการ ประเมินผล มีดังนี้ 1. การประเมินผลต้องอาศัยข้อมูลที่น่าเชื่อถือ 2. การประเมินผลเป็นขั้นตอนหนึ่งของการนิเทศที่จ าเป็นต้องท าเมื่อได้จัดท าโครงการ นิเทศเสร็จสิ้นแล้ว 3. การประเมินผลต้องอาศัยข้อมูลจากหลายฝ่าย ทั้งจากผู้บริหาร ผู้นิเทศ และผู้รับการนิเทศ 4. การประเมินผลสามารถท าได้ 2 ระยะ คือ การประเมินผลระหว่างโครงการและ การประเมินผลสรุป โครงการ 5. การประเมินผลเป็นระบบ มี 3 ส่วน คือ การประเมินผลที่ปัจจัยน าเข้าการประเมินผล ที่กระบวนการ การประเมินผลผลิต ปราโมทย์ จิตบรรจง (2542:20) ได้สรุปกระบวนการนิเทศการศึกษาไว้ว่า เป็นกระบวนการท างาน เพื่อให้ เกิดประโยชน์สูงสุดทั้งผู้รับการนิเทศและผู้นิเทศ ซึ่งมีล าดับขั้นตอนเกี่ยวพันกันในแต่ละขั้นและ ผลลัพธ์ของ กระบวนการเกิดที่ตัวครู ส่งผลถึงสัมฤทธิ์ผลทางการเรียนของนักเรียน วัชรา เล่าเรียนดี (2554:19) ได้กล่าวถึงกระบวนการนิเทศโดยผู้บริหารสามารถน ามาสังเคราะห์เป็น กระบวนการนิเทศโดยผู้บริหารได้ดังนี้ 1) ประชุมวางแผนการสังเกตการณ์สอนก าหนดเรื่องประเด็นที่จะสังเกต วิธีการสังเกต 2) สังเกตการสอนหรือปฏิบัติตามแผนที่วางไว้ คอพแลนด์ และโบยัน (Copeland and Boyan) (1978:3) ได้น าเสนอกระบวนการนิเทศการสอนไว้ ทั้งหมด 4 ขั้นตอน ดังนี้ 1. การประชุมก่อนการสังเกตการสอน ( Pre observation Conference) 1.1 พิจารณาระบุเรื่อง หรือพฤติกรรมที่ควรปรับปรุงและพัฒนา 1.2 ก าหนดเกณฑ์หรือมาตรฐานของพฤติกรรมที่ต้องการจะปรับปรุงและพัฒนา 1.3 เลือกหรือสร้างเครื่องมือสังเกตการสอนที่สอดคล้องเหมาะสมกับพฤติกรรมหรือเรื่องที่จะปรับปรุง และพัฒนา 2. การสังเกตการสอน (Observation) 2.1 สังเกตพฤติกรรมที่ก าหนดหรือกระบวนการสอนที่ก าหนดจากขั้นที่ 1
21 2.2 บันทึกข้อมูลพฤติกรรมที่ปฏิบัติหรือกระบวนการสอนที่ใช้ด าเนินการสอนโดยใช้ เครื่องมือที่เลือกหรือ สร้างขึ้นเอง 3. การวิเคราะห์ข้อมูลจากการสังเกตการณ์สอน (Analysis Results) โดยผู้นิเทศวิเคราะห์เองหรือร่วมกัน กับผู้รับการนิเทศร่วมกันพิจารณาพฤติกรรมที่ปฏิบัติหรือขั้นตอนกระบวนการสอน สิ่งใดเรื่องใดควรคงไว้หรือควร เปลี่ยนแปลงปรับปรุงให้ถูกต้องหรือให้ดีขึ้น 4. การประชุมภายหลังการสังเกตการสอน (Post observation Conference) เป็นขั้นตอนการให้ข้อมูล ย้อนกลับที่เกี่ยวกับผลการสังเกตและบันทึกข้อมูลจากการสังเกตการณ์สอนในชั้นเรียนของครูในขณะเดียวกันควร กระตุ้นให้ครูมองเห็นยอมรับผลที่ได้จากการสังเกตการสอนและผู้นิเทศกับครูร่วมกันพิจารณายุทธวิธีในการ ปรับปรุงแก้ไขหรือพัฒนาพฤติกรรมการสอนเพื่อส่งผลถึงพัฒนาการการเรียนรู้ของนักเรียน แกลทธอร์น (Glatthorn) ได้ก าหนดกระบวนการและขั้นตอนในการนิเทศการสอน 8 ขั้นตอนดังนี้ 1) การสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างผู้นิเทศและผู้รับการนิเทศ (ครู) 2) วางแผนการ ปรับปรุงและพัฒนาการเรียนการสอนร่วมกันกับครู 3) วางแผนการสังเกตการสอน 4) สังเกตการสอน 5) วิเคราะห์กระบวนการเรียนรู้และกระบวนการสอน 6) วางแผนก าหนดยุทธวิธีการประชุม เพื่อปรึกษาหารือ 7) ประชุมเพื่อปรึกษาหารือเกี่ยวกับเรื่องที่น่าสนใจจะปรับปรุงหรือพัฒนา 8) วางแผนการสังเกตในการด าเนินการสอนครั้งต่อไป กลิ๊กแมน (Glickman) (1998:281) ได้น าเสนอกระบวนการในการนิเทศการสอน 5 ขั้นตอนดังต่อไปนี้ 1) การประชุมร่วมกับครู (Preconference with teacher) 2) การสังเกตการสอนในชั้นเรียน (Observation of Classroom) 3) การวิเคราะห์และติดตามผลการสังเกตการสอน และพิจารณาวาง แผนการประชุมร่วมกัน 4) ประชุมร่วมกับครูภายหลังการสังเกตการสอน (Post conference with teacher) 5) วิเคราะห์และพัฒนาการด าเนินการ 4 ขั้นตอนเพื่อการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงแก้ไขให้ มีประสิทธิภาพ ยิ่งขึ้น และควรให้ครูได้มีโอกาสแสดงความคิดเห็นให้มาก แอคคีสัน และกอล (Acheson and Gall) (2003:90) ได้เสนอกระบวนการในการนิเทศไว้ 3 ขั้นตอนดังนี้ 1. จัดประชุมเพื่อวางแผน (Planning Conference) โดยผู้นิเทศกับครูผู้รับการนิเทศเพื่อให้ ครูได้มีโอกาส เสนอความต้องการ ประเด็นที่สนใจจะปรับปรุงและพัฒนาและความมุ่งหวังที่จะพัฒนา บทบาทของผู้นิเทศใน ขั้นตอนนี้คือช่วยให้ครูเข้าใจในเรื่องที่ครูสนใจให้ครูได้มองเห็นภาพการสอนของ ตนเองในปัจจุบันร่วมกันพิจารณา เทคนิคใหม่ๆ ที่ครูสนใจจะน าไปใช้ในการปรับปรุงพัฒนาการเรียนการสอน 2. การสังเกตการสอน (Observation) การสังเกตการสอนต้องด าเนินการต่อกระบวนการที่มีการวางแผน ก าหนดแนวทางและวิธีการสังเกตการสอนที่เหมาะสมเวลาที่จะท าการสังเกตการณ์ การสอนในชั้นเรียนและวิธีการ ให้ข้อมูลย้อนกลับ 3. การประชุมให้ข้อมูลย้อนกลับ (Feedback Conference) ขั้นตอนนี้ผู้นิเทศและครูประชุมร่วมกัน ว่าด้วยผลการสังเกตการสอนและร่วมกันตัดสินใจเกี่ยวกับปัญหาและแนวทางการแก้ไข
22 แฮริส (Harris) (1985:13-15) ได้เสนอกระบวนการนิเทศไว้ 6 ขั้นตอนดังนี้ 1. การประเมินสภาพงาน (Assessing) คือ การศึกษาถึงสภาพต่าง ๆ ที่เป็นอยู่เพื่อเป็นข้อมูล ในการก าหนดการเปลี่ยนแปลงด้วยการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อศึกษาธรรมชาติและความสัมพันธ์ของสภาพการณ์ การสังเกตปรากฏการณ์รอบตัวโดยละเอียดการทบทวนเพื่อตรวจสอบปรากฏการณ์ รอบตัวและการเปรียบเทียบ พฤติกรรมการท างาน 2. การจัดล าดับความส าคัญของงาน (Prioritizing) คือ การก าหนดเป้าหมายจุดประสงค์และกิจกรรม ต่าง ๆ ตามล าดับความส าคัญประกอบด้วยการก าหนดเป้าหมายการก าหนดวัตถุประสงค์ในการท างานการก าหนด ทางเลือกและการจัดล าดับความส าคัญของงาน 3. การออกแบบ วิธีการท างาน (Designing) คือ การจัดระบบ วางแผนก ารท างานเพื่ อให้เกิด การเปลี่ยนแปลงโดยจัดความสัมพันธ์ระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ การน าทฤษฎีสู่การปฏิบัติเตรียมการต่าง ๆ ให้พร้อม ในการปฏิบัติงานจัดระบบการท างานและการก าหนดแผนในการท างาน 4. การจัดสรรทรัพยากร (Allocating Resources) คือ การก าหนดทรัพยากรต่าง ๆ ให้เกิดประโยชน์ สูงสูดในการท างานโดยก าหนดทรัพยากรตามความต้องการของหน่วยงานต่าง ๆ จัดสรรทรัพยากรให้หน่วยงาน ต่าง ๆ ก าหนดทรัพยากรที่จ าเป็นส าหรับจุดมุ่งหมายเฉพาะและมอบหมายบุคลากรให้ปฏิบัติงาน 5. การประสานงาน (Coordinating) คือ การประสานการใช้ทรัพยากรทั้งบุคลากร งบประมาณวัสดุ อุปกรณ์และประสานแผนการท างานให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยประสานการท างานของฝ่ายต่าง ๆ สร้างความ สามัคคีพร้อมเพรียงในการท างานปรับการท างานส่วนต่าง ๆ ให้มีประสิทธิภาพและประสานแผนโดยก าหนดเวลา การท างานแต่ละช่วงให้ชัดเจน 6. การอ านวยการ (Directing) คือ การท าให้เกิดสภาพที่เหมาะสมในการด าเนินการตามแผนงาน ให้มากที่สุดโดยการแต่งตั้งบุคลากรก าหนดแนวทางหรือระเบียบปฏิบัติในการท างานแนะน า การปฏิบัติงานและ ตัดสินใจเกี่ยวกับทางเลือกในการปฏิบัติงาน กลิคแมน , กอร์ดอนและรอสกอร์ดอน (Glickman, Gordon and Ross Gordon) (2007:135-148) ได้ กล่าวถึงกระบวนการนิเทศไว้ 5 ด้าน รายละเอียดดังนี้ 1. ก า ร ช่ ว ย เห ลื อ ค รู โด ยต รง (direct assistance to teachers) คื อ ค รูได้ พั ฒ น า ต น เอง อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีการสังเกตการจัดการเรียนการสอนและการให้ข้อมูลย้อนกลับ (feedback) รวมถึง การสร้างความไว้ใจและความสัมพันธ์อันดีในการร่วมกันอภิปรายหรือปรับปรุงแนวทางการจัดการเรียนการสอน 2. การพัฒนาการท างานกลุ่ม (group development) คือ การท างานร่วมกันเพื่อพัฒนา และแก้ไข ปัญหาต่าง ๆ โดยผู้นิเทศต้องพิจารณาบทบาทของสมาชิกในกลุ่มซึ่งต้องชี้ให้เห็นถึงบทบาท หน้าที่ที่รับผิดชอบและ ความพร้อมของสมาชิกแต่ละคนมีการส่งเสริมให้สมาชิกในกลุ่มได้แสดง ความสามารถของตนเองอย่างเต็มที่มีการ ส่งเสริมการท างานเป็นทีมหรือการอยู่ร่วมกันและยอมรับ ความคิดเห็นซึ่งกันและกัน 3. การพัฒนาทางวิชาชีพ (professional development) คือ ครูมีการพัฒนาตนเองเพื่อ น าไปสู่ความ เชี่ยวชาญในสายงาน โดยมีการวางแผนการด าเนินงานระยะยาวการฝึกอบรมเพื่อพัฒนา ทักษะความรู้ของตนเอง การมีทัศนที่ดีต่อวิชาชีพหรือการพัฒนาวิชาชีพและการพัฒนาระดับความคิดเชิงนามธรรมที่เกี่ยวข้องกับงานและ ประสบการณ์การท างาน
23 4. การพัฒนาหลักสูตร (curriculum development) คือ การปรับปรุงหลักสูตรการจัดการศึกษาเดิมให้ สอดคล้องกับความต้องการของผู้เรียนและบริบทของโรงเรียนมีการก าหนดจุดประสงค์ของหลักสูตรและเนื้อหา ของหลักสูตรอย่างเป็นไปตามล าดับขั้นตอนและต่อเนื่อง มีการก าหนดรูปแบบหรือขอบเขตของเนื้อหาหลักสูตร อย่างเหมาะสมและมีการก าหนดครูผู้รับผิดชอบ การติดตามประเมินผลการน าหลักสูตรไปใช้เพื่อให้ทราบถึง ข้อบกพร่องของหลักสูตรซึ่งเป็นข้อมูล ย้อนกลับในการพัฒนาหลักสูตรต่อไป 5. การวิจัยเชิงปฏิบัติการในชั้นเรียน (action research) คือ กระบวนการให้ได้ข้อมูลเพื่อน าผล ไปปรับปรุงการสอนของครูให้ประสบผลส าเร็จและมีประสิทธิภาพสูงสุดต้องสนับสนุนให้ครู มีความรู้ความเข้าใจ เกี่ยวกับการจัดท างานวิจัยเชิงปฏิบัติการในชั้นเรียนและเห็นความส าคัญ ของงานวิจัยเชิงปฏิบัติการในชั้นเรียน จัดท าการวิจัยเชิงปฏิบัติการในชั้นเรียนอย่างสม่ าเสมอเพื่อน าไป ต่อยอดการพัฒนาการจัดกิจกรรมการเรียน การสอน ครูสามารถน ากระบวนการวิจัยไปใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนให้เกิดกับผู้เรียนอย่างเหมาะสม จากความหมายและขั้นตอนของกระบวนการนิเทศที่กล่าวมาข้างต้นสามารถสรุปได้ว่า กระบวนการนิเทศ คือ การที่ผู้บริหารโรงเรียนและบุคลากรท างานอย่างมีล าดับขั้นตอนร่วมมือกัน ช่วยเหลือกันส่งเสริมพัฒนาและเพิ่ม ประสิทธิภาพของการจัดการเรียนการสอนแล้วส่งผลถึงผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน ซึ่งในการวิจัยครั้งนี้ ผู้วิจัยใช้กระบวนการนิเทศของ กลิคแมน, กอร์ดอนและรอสกอร์ดอน (Glickman, Gordon and Ross Gordon) ซึ่งได้เสนอกระบวนการในการนิเทศไว้ 5 ด้านดังนี้ 1. การให้ความช่วยเหลือแก่ครูโดยตรง (Direct Assistance) 2. การพัฒนากลุ่ม (Group Development) 3. การพัฒนาหลักสูตร (Curriculum Development) 4. การพัฒนาบุคลากร (Staff Development) 5. การวิจัยเชิงปฏิบัติการ (Action Research) 2.8 งำนวิจัยที่เกี่ยวข้อง การศึกษางานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการนิเทศภายในสถานศึกษาได้มีนักการศึกษาหลายท่านทั้ง ภายในประเทศและต่างประเทศได้ท าการศึกษาวิจัยไว้หลายท่าน ซึ่งจะน าเสนอตามล าดับ ดังนี้ ภัณฑิรา สุปการ (2557) ได้ท าการศึกษาวิจัย เรื่องรูปแบบการบริหารจัดการการนิเทศการศึกษาส าหรับ ศตวรรษที่ 21 ผลการวิจัยพบว่า 1) องค์ประกอบรูปแบบการบริหารจัดการการนิเทศการศึกษาระดับการศึกษา ขั้นพื้นฐานของส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา ส าหรับศตวรรษที่ 21 ประกอบด้วย 5 องค์ประกอบ คือ การบริหารจัดการ การมีส่วนร่วม การนิเทศ การใช้เทคโนโลยี และ การประเมินผล 2) รูปแบบการบริหาร จัดการการนิเทศการศึกษา ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานของส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาส าหรับ ศตวรรษที่ 21 เป็นองค์ประกอบที่มีความสัมพันธ์กัน โดยองค์ประกอบด้านการมีส่วนร่วมมีอิทธิพลทางตรงต่อ องค์ประกอบด้านการบริหารจัดการ และมีอิทธิพลทางอ้อมต่อองค์ประกอบด้านการประเมินผลการใช้เทคโนโลยี และการนิเทศ 3) จัดอันดับความส าคัญแต่ละองค์ประกอบของรูปแบบการบริหารจัดการการนิเทศการศึกษาระดับ การศึกษาขั้นพื้นฐานของส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาส าหรับศตวรรษที่ 21 ตามความคิดเห็นของ ศึกษานิเทศก์ เรียงล าดับได้ดังนี้ การบริหารจัดการ,การประเมินผล, การมีส่วนร่วม, การนิเทศ และการใช้ เทคโนโลยี 4) ผลการยืนยันรูปแบบการบริหารจัดการการนิเทศส าหรับศตวรรษที่ 21 ผู้ทรงคุณวุฒิมีความเห็น
24 สอดคล้องกันรูปแบบมีความเหมาะสม เป็นไปได้ถูกต้อง และน าไปใช้ประโยชน์ได้สอดคล้องกับกรอบแนวคิดทฤษฎี ของการวิจัย สุรีย์มาศ สุขกสิ และพัชรินทร์ รุจิรานุกูล (2560) ได้ศึกษารูปแบบการพัฒนาครูโดยใช้กระบวน การนิเทศภายในสถานศึกษา ผลการวิจัยพบว่า รูปแบบการพัฒนาครูโดยใช้กระบวนการนิเทศภายในสถานศึกษา ประกอบด้วย 1) การให้ความช่วยเหลือแก่ครูโดยตรงโดยการส่งเสริม สนับสนุนให้ผู้รับการนิเทศสามารถจัด กิจกรรมการเรียนการสอนได้อย่างมีคุณภาพ การจัดหาต ารา เอกสาร หนังสือต่าง ๆ ให้ศึกษาค้นคว้า การให้ค าปรึกษาแนะน าการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน การศึกษาดูงานทั้งในและนอกสถานที่ผู้นิเทศให้ความรู้ ความช่วยเหลือและเป็นที่ปรึกษาได้ จัดล าดับความต้องการและความจ าเป็นที่ต้องการพัฒนา ปรับปรุง น าประเด็น ที่เป็นจุดเด่น จุดด้อยมาวิเคราะห์หาแนวทางในการพัฒนาปรับปรุงร่วมกัน 2) การพัฒนาทักษะการท างานกลุ่ม โดยการปฏิบัติงานที่เน้นการสร้างหรือพัฒนาทีมงาน การให้ความรู้ความเข้าใจและประสบการณ์ให้กับสมาชิก วิธีการท างาน โดยยึดวัตถุประสงค์ของกลุ่ม วิธีการท างานโดยยึดบทบาทของสมาชิกใช้ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ใน การแก้ปัญหากระบวนการท างานเป็นทีม และมีบทบาทในการเป็นทั้งผู้น าและผู้ตาม 3) การเสริมสร้าง ประสบการณ์ทางวิชาชีพ โดยการส่งเสริม สนับสนุนให้ผู้รับการนิเทศมีความรู้ ความเข้าใจในวิชาที่สอน หลักการ และเทคนิคการสอน ส่งเสริมสนับสนุนให้ผู้รับการนิเทศมีความรู้ความเข้าใจในผู้เรียน ส่งเสริมสนับสนุนให้ครู ท างานร่วมกับผู้ปกครองและชุมชน ให้ความช่วยเหลือในการจัดหาเอกสาร ต าราต่าง ๆ ส่งเสริมสนับสนุนมีทัศนคติ ที่ดีต่ออาชีพครู ส่งเสริมสนับสนุนมีความคิด สร้างสรรค์และส่งเสริมสนับสนุนมีคุณธรรมจริยธรรมและ จรรยาบรรณของวิชาชีพ 4) การพัฒนาหลักสูตร โดยการการจัดท าและใช้หลักสูตรสถานศึกษามีค าสั่งแต่งตั้ง คณะท างานในการพัฒนาหลักสูตร มีสื่อการเรียนการสอนที่เพียงพอและเหมาะสม มีการประชุมอบรมเชิงปฏิบัติ เกี่ยวกับ การพัฒนาหลักสูตร มีเอกสาร ต ารา หนังสือให้ครูศึกษาค้นคว้า มีการประเมินผลหลักสูตรที่ให้ผู้เรียน และผู้ปกครองเป็นผู้มีส่วนร่วม มีการก ากับ ติดตาม ประเมินและรายงานผลการใช้หลักสูตร และ 5) การวิจัยเชิง ปฏิบัติการในชั้นเรียน โดยการส่งเสริมสนับสนุนให้สามารถจัดกิจกรรมการเรียนการสอนโดยใช้กระบวนการวิจัย สามารถใช้การวิจัยเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหา สามารถใช้การวิจัยในการพัฒนาการจัดกิจกรรมการเรียนการ สอนและกิจกรรมเสริมอื่น ๆ จัดหาวิทยากรมาบรรยาย ให้ความรู้จัดหาเอกสารเกี่ยวกับการวิจัย สนับสนุนส่งเสริม และจัดหางบประมาณ วัสดุอุปกรณ์ในการท าวิจัย ให้ค าแนะน าและมีส่วนร่วมในการวิจัย ชญากาญจธ์ ศรีเนตร (2558) ได้ท าการศึกษาวิจัยเรื่อง รูปแบบการนิเทศภายในสถานศึกษาสังกัด ส านักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 25 ผลการวิจัยปรากฏ ดังนี้ 1) สภาพปัจจุบันการนิเทศภายใน สถานศึกษา สังกัดส านักงานเขตการศึกษามัธยมศึกษา เขต 25 โดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง และปัญหา การนิเทศภายในสถานศึกษา สังกัดส านักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 25 โดยรวมอยู่ในระดับมาก 2) รูปแบบการนิเทศภายในสถานศึกษา สังกัดส านักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 25 ประกอบด้วย 5 ด้าน ประกอบไปด้วย ด้านการส ารวจความต้องการและความจ าเป็น, ด้านการวางแผนการนิเทศ, ด้านการ ด าเนินการนิเทศ, ด้านการประเมินและรายงานผลการนิเทศ และด้านการขยายผล ยกย่อง และเชิดชูเกียรติ และ ค่าดัชนีความสอดคล้องของรูปแบบการนิเทศภายในสถานศึกษา สังกัดส านักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 25 เท่ากับ 1.00 สามารถน าไปใช้ได้ทุกข้อ 3) ผลการประเมินรูปแบบการนิเทศภายในสถานศึกษา สังกัด ส านักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 25 พบว่า มีความเหมาะสม และความเป็นไปได้อยู่ในระดับมาก
25 ฑัณฑิม า พงษ์พ รม (2558) ศึกษ าเรื่องปัญห าและแนวท างก ารพัฒ น านิเทศภ ายในโรงเรียน ของผู้บริหารโรงเรียนสังกัดส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสระแก้ว เขต 2 พบว่า ปัญหาการนิเทศ ภายในโรงเรียนของผู้บริหารโรงเรียน สังกัดส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสระแก้ว เขต 2 อยู่ในระดับปานกลาง เมื่อเปรียบเทียบปัญหาการนิเทศภายในโรงเรียนของผู้บริหารโรงเรียน สังกัดส านักงานเขต พื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสระแก้ว เขต 2 จ าแนกตามประสบการณ์ในการสอน โดยรวมและรายด้านแตกต่างกัน อย่างมีนัยส าคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ยกเว้น ด้านการวางแผนและการก าหนดทางเลือกการเลือกสื่อเครื่องมือและ พัฒนาวิธีการ การปฏิบัติการนิเทศ แตกต่างกันอย่างไม่มีนัยส าคัญทางสถิติเมื่อจ าแนกตามขนาดโรงเรียน โดยรวม รายด้านแตกต่างกัน อย่างมีนัยส าคัญทางสถิติที่ระดับ .05 แนวทางการพัฒนานิเทศภายในของผู้บริหารโรงเรียน สังกัดส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสระแก้ว เขต 2 ทั้ง 5 ด้าน พบว่า ผู้บริหารควรจัดให้มีการประชุม เชิงปฏิบัติการเกี่ยวกับการวางแผน และโครงการนิเทศภายใน และมีการประเมินผลการปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่อง วรรณี ภิรมย์ค า (2558) ศึกษาเรื่องรูปแบบการนิเทศภายในที่มีประสิทธิผลต่อการบริหารสถานศึกษา ขั้นพื้นฐานขนาดเล็ก พบว่า รูปแบบการนิเทศภายในที่มีประสิทธิผลต่อการบริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐานขนาดเล็ก ประกอบด้วยองค์ประกอบ 4 องค์ประกอบ คือ การวางแผนก่อนการนิเทศ มี 6 ตัวบ่งชี้ การปฏิบัติการนิเทศ มี 7 ตัวบ่งชี้ การประเมินและพัฒนา มี 3 ตัวบ่งชี้ และการส่งเสริมการนิเทศ มี 3 ตัวบ่งชี้ ข้อเสนอแนะจากการวิจัย ควรมีการศึกษารูปแบบการนิเทศภายในที่มีประสิทธิผลต่อการบริหารสถานศึกษาในขนาดอื่น ๆ เพื่อน าผลมา เปรียบเทียบ และหารูปแบบที่เหมาะกับสถานศึกษาทุกขนาด ศรันย์ภัทร์ อินทรรักษาทรัพย์ (2558) ศึกษาเรื่อง แนวทางการพัฒนาการนิเทศภายในของโรงเรียน ประถมศึกษาขนาดเล็ก สังกัดส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาก าแพงเพชร เขต 1 พบว่า 1) มีการส ารวจ รวบรวมและก าหนดขอบเขตสภาพปัญหาต้องมีการวิเคราะห์และจัดล าดับความส าคัญของสภาพปัญหา เพื่อใช้ใน การวางแผนการนิเทศ เชิญวิทยากรที่มีความรู้ความสามารถเกี่ยวกับการนิเทศภายในมาให้ความรู้กับ คณะกรรมการนิเทศ และผู้รับการนิเทศเพื่อให้เกิดความเข้าใจและเชื่อมั่นในระบบนิเทศมากยิ่งขึ้น 2) ปฏิบัติงาน นิเทศตามปฏิทินการนิเทศภายในที่ก าหนดไว้อย่างเป็นระบบตรงต่อเวลาด าเนินตามแนวกัลยาณมิตรสมานฉันท์ และโปร่งใส ผู้บริหารและผู้นิเทศ ต้องเสริมแรงด้วยการแนะน า การออกค าสั่งและการติชมผลงานที่ออกมาเพื่อให้ ผู้รับการนิเทศได้พิจารณาทางเลือกในการปรับปรุงแก้ไขงานของตน ผู้นิเทศและผู้รับการนิเทศต้องมีความรู้ความ เข้าใจ และมีความชัดเจนในเกณฑ์การนิเทศ มีการสร้างเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพสามารถวัดได้ตรงตาม จุดมุ่งหมายที่ก าหนดและมีความเชื่อมั่นสูง ประภาภรณ์ พลรักษ์(2560) ศึกษา เรื่องแนวทางการส่งเสริมกระบวนการนิเทศภายในสถานศึกษาของ ผู้บริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน สังกัดส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพระนครศรีอยุธยา เขต 1 พบว่า 1) สภาพการนิเทศภายในสถานศึกษาของผู้บริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน สังกัดส านักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษาพระนครศรีอยุธยา เขต 1 มีการปฏิบัติการนิเทศอยู่ในระดับมาก โดยเรียงค่าคะแนนเฉลี่ยจากมากไป หาน้อย ได้แก่ ด้านการด าเนินการนิเทศ รองลงมาคือ ด้านการประเมินผลการนิเทศ ด้านการวางแผนการนิเทศ และด้านการศึกษาสภาพปัจจุบันปัญหาและความต้องการการนิเทศ 2) แนวทางการส่งเสริมกระบวนการการนิเทศ ภายในสถานศึกษาของผู้บริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน สังกัดส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา พระนครศรีอยุธยา เขต 1 ที่สร้างขึ้นโดยมีความตรงตามเนื้อหา โครงสร้าง และหลักวิชาการ มีความเหมาะสม และ มีความเป็นไปได้สูงกว่าเกณฑ์ที่ก าหนดไว้ ประกอบด้วย 4 ด้าน 37 รายการปฏิบัติได้แก่ 1. การศึกษาสภาพ
26 ปัจจุบันปัญหาและความต้องการการนิเทศภายในสถานศึกษา ประกอบด้วย 9 รายการปฏิบัติ 2. ด้านการวาง แผนการนิเทศภายในสถานศึกษาประกอบด้วย 10 รายการปฏิบัติ3. ด้านการด าเนินการนิเทศภายในสถานศึกษา ประกอบด้วย 8 รายการปฏิบัติ และ 4. ด้านการประเมินผลการนิเทศภายในสถานศึกษา ประกอบด้วย 10 รายการปฏิบัติ ธารทิพย์ ด ายศ (2561) ศึกษาเรื่อง การนิเทศภายในของผู้บริหารสถานศึกษาในโรงเรียนขนาดเล็กตาม การรับรู้ของครู สังกัดส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุราษฎร์ธานี เขต 3 พบว่า การนิเทศภายในของ ผู้บริหารสถานศึกษาในโรงเรียนขนาดเล็ก โดยภาพรวมและรายด้าน มีการปฏิบัติอยู่ในระดับมาก โดยเรียงล าดับ ค่าเฉลี่ยจากมากไปน้อยได้ดังนี้ ด้านการปฏิบัติการนิเทศ ด้านการประเมินผลและรายงานผลการนิเทศ ด้านการ สร้างสื่อและเครื่องมือในการนิเทศ ด้านการวางแผนการนิเทศและก าหนดทางเลือก และด้านการศึกษาสภาพ ปัจจุบัน ปัญหาและความต้องการ ตามล าดับอย่างมีนัยส าคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ผลการเปรียบเทียบการนิเทศ ภายในของผู้บริหารสถานศึกษาในโรงเรียนขนาดเล็ก จ าแนกตามเพศ และวุฒิการศึกษา พบว่า ไม่แตกต่างกัน จ าแนกตามประสบการณ์ในการสอน พบว่า แตกต่างกัน 3 ด้าน ได้แก่ ด้านการสร้างสื่อและเครื่องมือในการนิเทศ ด้านการปฏิบัติการนิเทศ และด้านการประเมินผลและรายงานผลการนิเทศอย่างมีนัยส าคัญทาง สถิติที่ระดับ .05 ดังนั้นควรมีการพัฒนาผู้บริหารสถานศึกษาเกี่ยวกับการสร้างสื่อและเครื่องมือการนิเทศ กระบวนการนิเทศ และ การประเมินผลการนิเทศ พีรยา ทรัพย์หล่ า (2562) ศึกษาเรื่อง แนวทางการด าเนินงานการนิเทศภายในของโรงเรียน ขนาดเล็กใน จังหวัดนครสวรรค์ สังกัดส านักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 42 พบว่า สภาพการด าเนินงาน การนิเทศภายในโรงเรียนขนาดเล็กโดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง เมื่อพิจารณาแต่ละขั้นตอน พบว่า ขั้นตอนที่มีการ ด าเนินงานสูงที่สุดคือการปฏิบัติการนิเทศ รองลงมาคือการประเมินผล และการรายงานผลการสร้างสื่อ เครื่องมือ และการพัฒนาวิธีการการวางผลและการก าหนดทางเลือก และขั้นตอนที่มีการด าเนินงานต่ าสุด คือ การศึกษา สภาพปัจจุบัน ปัญหาและความต้องการ ส่วนแนวทางการด าเนินงานการนิเทศภายในของโรงเรียนขนาดเล็ก โรงเรียนควรจัดท าแบบส ารวจออนไลน์ส ารวจความต้องการของครู และจัดเก็บข้อมูลสารสนเทศที่ได้อย่างเป็น ระบบ ผู้บริหารควรจัดประชุมครูด้วยกระบวนการ PLC ผู้บริหารนิเทศโดยการดูวิดีโอการสอนของครู ผู้บริหารและ คณะกรรมการด าเนินการนิเทศภายในให้ค าแนะน าเชิงบวก และแจ้งผลการนิเทศต่อครู Zachariah (2012) ได้ศึกษาการด าเนินงานนิเทศภายในโรงเรียนในโรงเรียนมัธยมศึกษาของรัฐ ในประเทศเคนยา ผลการวิจัยพบว่าการนิเทศการเรียนการสอนถือเป็นกระบวนการตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของ บุคลากรเพื่อให้มั่นใจว่ามีการปฏิบัติตามกฎระเบียบและขั้นตอนของข้าราชการและความซื่อตรงต่อหน่วยงาน ประโยชน์ของการด าเนินงานนิเทศ ได้แก่ การอ านวยความสะดวก ในการสร้างผลงานทางวิชาการของนักเรียน การปรับปรุงคุณภาพในการการเรียนการสอนของครู รวมถึงการช่วยให้ครูผู้สอนสามารถติดตามผลการจัดเรียน การสอนของตนเองได้ ปัญหาหลัก ๆ ที่ส่งผลต่อการด าเนินงานนิเทศการเรียนการสอนคือการขาดความสม่ าเสมอ การด าเนินงานของผู้บริหารและการขาดทรัพยากร ซึ่งผู้บริหารควรมีการก าหนดการพัฒนานโยบายที่ชัดเจน เกี่ยวกับการด าเนินงานนิเทศการเรียนการสอนและจัดหาทรัพยากรที่จ าเป็นข้อเสนอแนะและการสนับสนุน การ ติดตามผล Adu, Akinloye and Olaoye (2014) ได้ศึกษาเกี่ยวกับมุมมองของปัญหาและวิธีการต่างๆในการนิเทศ ภายในและภายนอกโรงเรียน กล่าวว่าเป็นการด าเนินงานนิเทศ เป็นกิจกรรมส าคัญในการบริหารการศึกษาเพื่อให้
27 ทราบถึงการปฏิบัติงานของครูในการจัดการเรียน การสอนให้เป็นไปตามเป้าหมายและวัตถุประสงค์ที่วางไว้ ดังนั้น ควรมีการด าเนินงานนิเทศจากทั้งภายในหรือภายนอกหน่วยงานเพื่อหาแนวทางในการปรับปรุงประสิทธิภาพและ ประสิทธิผลของแต่ละโรงเรียนหรือสถาบันการศึกษา ควรค านึงถึงวัตถุประสงค์หลักในการด าเนินงานนิเทศ ทักษะ และความสามารถของผู้บริหารในการก ากับดูแลการด าเนินงานนิเทศให้ด าเนินไปอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ การด าเนินงานนิเทศจะประสบความส าเร็จได้นั้นขึ้นอยู่กับความสามารถของผู้บริหาร ในการสร้างกลุ่มการท างาน ของครูที่มีความสามัคคีและมุ่งมั่นไปสู่เป้าหมายเดียวกัน Allen (2015) ได้ศึกษาเกี่ยวกับการจัดการและการนิเทศของโรงเรียนที่มีประสิทธิผล : ความจ าเป็นใน การให้บริการการศึกษาที่มีคุณภาพ พบว่าการจัดการและการนิเทศของโรงเรียนที่มีประสิทธิภาพนั้นต้องเน้นการ พัฒนาความสามารถในการจัดเรียนการสอนของครูและความสามารถในการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ ซึ่งมีผล ต่อผลสัมฤทธิ์ของนักเรียนและการพัฒนาด้านการศึกษาได้อย่างต่อเนื่อง การจัดการและการนิเทศที่เหมาะสมนั้น โรงเรียนควรเน้นย้ าถึงหลักการจัดการเรียนการสอนที่มีประสิทธิภาพ แต่เนื่องด้วยการขาดแคลนบุคลากรที่มี ความรู้ความสามารถและเหมาะสม ด้านการศึกษาเพื่อเพิ่มการเรียนการสอนดังนั้นจึงเสนอแนวทางส าหรับกลุ่ม เครือข่ายการนิเทศของโรงเรียน ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากบุคลากรในโรงเรียนกลุ่มเครือข่าย ในการด าเนินการ นิเทศแบบ คลินิกและการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพของโรงเรียนโดยผู้บริหารต้องค านึงถึงวัตถุประสงค์หลัก ของการเรียนการสอนที่มีประสิทธิภาพของโรงเรียน จากงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการด าเนินงานนิเทศภายในโรงเรียน ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ แสดง ให้เห็นว่าการนิเทศการศึกษาเป็นภารกิจที่จ าเป็นและส าคัญต่อการพัฒนาคุณภาพ การศึกษาของโรงเรียนให้บรรลุ จุดมุ่งหมายของหลักสูตร ส่งผลให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนสูงขึ้น การด าเนินงานนิเทศภายในโรงเรียน เกิดขึ้นอย่างกว้างขว้าง ท าให้เกิดผลดีและมีปัญหาอุปสรรคแตกต่างกันออกไป เช่น ขาดเทคนิควิธีการนิเทศ การศึกษาภายในโรงเรียน ขาดวิทยากรในการให้ความรู้ขาดคุณภาพและ วิธีการวัดผลประเมินผลการเรียนการ สอน ดังนั้น ถ้าโรงเรียนใดสามารถจัดการนิเทศการศึกษาภายในโรงเรียนได้อย่างเป็นระบบมีประสิทธิภาพและ สามารถขจัดปัญหาอุปสรรคในการนิเทศการศึกษาออกไปได้ก็จะท าให้การพัฒนาคุณภาพการศึกษาของโรงเรียน ประสบความส าเร็จเป็นอย่างดี
28 บทที่3 วิธีด ำเนินกำรวิจัย การวิจัย เรื่อง การนิเทศภายในสถานศึกษาของโรงเรียนวัดบ่อบุญ (จารุราษฎร์บ ารุง) สังกัดส านักงานเขต พื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเพชรบุรีเขต 2 ผู้วิจัยได้ด าเนินการศึกษากันคว้าเพื่อให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของ การวิจัย โดยมีแนวทางในการด าเนินการวิจัย ดังนี้ 3.1 ประชำกร 3.2 เครื่องมือที่ใช้ในกำรวิจัย 3.3 กำรสร้ำงเครื่องมือในกำรวิจัย 3.4 กำรเก็บรวบรวมข้อมูล 3.5 กำรจัดกระท ำข้อมูล 3.1 ประชำกร 3.1.1 ประชากรที่ใช้ในการศึกษา ได้แก่ ข้าราชการครูโรงเรียนวัดบ่อบุญ (จารุราษฎร์บ ารุง) สังกัดส านักงานการศึกษาประถมศึกษาเพชรบุรี เขต 2 จ านวน 8 คน 3.2 เครื่องมือที่ใช้ในกำรวิจัย ผู้วิจัยด าเนินการสร้างตามขั้นตอน ดังนี้ 1. ศึกษาเอกสาร แนวคิด ทฤษฎี และงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับนักวิชาการต่างๆ เกี่ยวกับ องค์ประกอบและตัวชี้วัดในการนิเทศภายในหรับสถานศึกษาขั้นพื้นฐานน ามาเป็นกรอบแนวคิดในการวิเคราะห์การ นิเทศภายในสถานศึกษาส าหรับครูโรงเรียนวัดบ่อบุญ (จารุราษฎร์บ ารุง) 2. ศึกษาคู่มือการด าเนินการตามหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินต าแหน่ง และวิทยฐานะ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาต าแหน่งครู 3. สร้างแบบประเมินการจัดการเรียนรู้ของครูโรงเรียนวัดบ่อบุญ (จารุราษฎร์บ ารุง) ตาม มาตรฐานวิทยฐานะ 3.3 กำรสร้ำงเครื่องมือในกำรวิจัย การสร้างเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยผู้วิจัยได้ด าเนินการตามล าดับ ดังนี้ 3.3.1 ศึกษาเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องต่าง ๆ ในเรื่องการนิเทศภายในสถานศึกษา 3.3.2 ศึกษาคู่มือการด าเนินการตามหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินต าแหน่ง และวิทยฐานะ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาต าแหน่งครู 3.3.3 ก าหน ดนิ ย ามส ร้างแบบป ระเมิน ก ารจัดก ารเรียน รู้ของค รูโรงเรียน วัดบ่อบุญ (จารุราษฎร์บ ารุง) ตามมาตรฐานวิทยฐานะ
29 3.3.4 สร้างแบบประเมินการจัดการเรียนรู้ของครูโรงเรียนวัดบ่อบุญ (จารุราษฎร์บ ารุง) ตาม มาตรฐานวิทยฐานะ 3.3.5 น าผลการประเมินไปใช้เก็บรวบรวมข้อมูลต่อไป 3.4 กำรเก็บรวบรวมข้อมูล ในการเก็บรวบรวมข้อมูลในครั้งนี้ ผู้วิจัยด าเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลด้วยตนเอง ดังนี้ 3.4.1 รวบรวมข้อมูลการนิเทศภายในสถานศึกษาของโรงเรียนวัดบ่อบุญ (จารุราษฎร์บ ารุง) เดือน ละ 1 ครั้ง 3.4.2 สรุปผลการประเมิน 3.5 กำรจัดกระท ำกับข้อมูล ผู้วิจัยด าเนินการวิเคราะห์ข้อมูลตามแนวทางการวิจัยเพื่อวิเคราะห์หาค่าสถิติต่าง ๆ ดังนี้ ตอนที่ 1 ข้อมูลที่ได้จากการประเมินกระบวนการจัดการเรียนรู้ของครูโรงเรียนวัดบ่อบุญ (จารุราษฎร์บ ารุง) ตอนที่ 2 การนิเทศภายในสถานศึกษาของโรงเรียนวัดบ่อบุญ (จารุราษฎร์บ ารุง) เป็นแบบประเมิน การจัดการเรียนรู้ของครูโรงเรียนวัดบ่อบุญ (จารุราษฎร์บ ารุง) ตามมาตรฐานวิทยฐานะ ตามแบบประเมินการ จัดการเรียนรู้ของข้าราชการครูตามแบบประเมินซึ่งประกอบด้วย 2 ด้านคือ ด้ำนที่ 1 ด้ำนทักษะกำรจัดกำรเรียนรู้และกำรจัดชั้นเรียน 8 ตัวชี้วัด ได้แก่ ตัวชี้วัดที่ 1 ผู้เรียนสามารถเข้าถึงสิ่งที่เรียนและเข้าใจบทเรียน ตัวชี้วัดที่ 2 ผู้เรียนสามารถเชื่อมโยงความรู้หรือประสบการณ์เดิมการเรียนรู้ใหม่ ตัวชี้วัดที่ 3 ผู้เรียนได้สร้างความรู้เองหรือได้สร้างประสบการณ์ใหม่จากการจัดการเรียนรู้ ตัวชี้วัดที่ 4 ผู้เรียนได้รับการกระตุ้นและเกิดแรงจูงใจในการเรียนรู้ ตัวชี้วัดที่ 5 ผู้เรียนได้รับการพัฒนาทักษะความเชี่ยวชาญจากการเรียนรู้ ตัวชี้วัดที่ 6 ผู้เรียนได้รับความรู้สะท้อนกลับเพื่อปรับปรุงการเรียนรู้ ตัวชี้วัดที่ 7 ผู้เรียนได้รับการพัฒนาการเรียนรู้ในบรรยากาศชั้นเรียนที่เหมาะสม ตัวชี้วัดที่ 8 ผู้เรียนสามารถก ากับการเรียนรู้และมีการเรียนรู้แบบน าตนเอง ด้ำนที่ 2 ด้ำนผลกำรเรียนรู้ของผู้เรียน 4 ตัวชี้วัด ได้แก่ ตัวชี้วัดที่ 1 ผลงานหรือผลการปฏิบัติเป็นผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจากการจัดการเรียนรู้ของครู ตัวชี้วัดที่ 2 ผลงานหรือผลการปฏิบัติสะท้อนถึงการได้รับการพัฒนาทักษะพื้นฐานตามวัยและ ลักษณะของผู้เรียน ตัวชี้วัดที่ 3 ผลงานหรือผลการปฏิบัติสะท้อนถึงความสามารถในการเรียนรู้ตามวัยและลักษณะ ของผู้เรียน ตัวชี้วัดที่ 4 ผลงานหรือผลการปฏิบัติสะท้อนถึงการบูรณาการทักษะในการท างานตามวัยและ ลักษณะของผู้เรียน
30 ในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ.2565 เดือนธันวาคม พ.ศ.2565 เดือนมกราคม พ.ศ.2566 เดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ.2566 เดือนมีนาคม พ.ศ.2566 เดือนพฤษภาคม พ.ศ.2566 และเดือนมิถุนายน พ.ศ.2566 โดยประเมินตาม เกณฑ์แบบประเมินการจัดการเรียนรู้ของครูโรงเรียนวัดบ่อบุญ (จารุราษฎร์บ ารุง) 1 หมายถึง ปฏิบัติ 0 หมายถึง ไม่ปฏิบัติ
31 บทที่ 4 ผลกำรวิเครำะห์ข้อมูล การวิจัยเรื่องรูปแบบการนิเทศภายในของสถานศึกษาของโรงเรียนวัดบ่อบุญ (จารุราษฎร์บ ารุง) สังกัด ส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเพชรบุรีเขต 2 ผู้วิจัยได้น าเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูลตามล าดับ ดังนี้ 4.1 ผลกำรนิเทศ ผลการนิเทศกระบวนการจัดการเรียนรู้ของครูโรงเรียนวัดบ่อบุญ (จารุราษฎร์บ ารุง) ตามแบบ ประเมินซึ่งประกอบด้วย 2 ด้านคือ ด้านที่ 1 ด้านทักษะการจัดการเรียนรู้และการจัดชั้นเรียน 8 ตัวชี้วัด ด้านที่ 2 ด้านผลการเรียนรู้ของผู้เรียน 4 ตัวชี้วัด ในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ.2565 เดือนธันวาคม พ.ศ.2565 เดือน มกราคม พ.ศ.2566 เดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ.2566 เดือนมีนาคม พ.ศ.2566 เดือนพฤษภาคม พ.ศ.2566 และเดือน มิถุนายน พ.ศ.2566 ตำรำงที่ 4.1 เปรียบเทียบผลการนิเทศกระบวนการจัดการเรียนรู้ของครูโรงเรียนวัดบ่อบุญ (จารุราษฎร์บ ารุง) ตามแบบประเมินซึ่งประกอบด้วย 2 ด้านคือ ด้านที่ 1 ด้านทักษะการจัดการเรียนรู้และการจัด ชั้นเรียน 8 ตัวชี้วัดด้านที่ 2 ด้านผลการเรียนรู้ของผู้เรียน 4 ตัวชี้วัด ในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ.2565 เดือนธันวาคม พ.ศ.2565 เดือนมกราคม พ.ศ.2566 เดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ.2566 เดือนมีนาคม พ.ศ.2566 เดือนพฤษภาคม พ.ศ.2566 และเดือนมิถุนายน พ.ศ.2566 เดือน ค่ำเฉลี่ยด้ำนที่ 1 ด้ำนทักษะกำรจัดกำรเรียนรู้ และกำรจัดชั้นเรียน 8 ตัวชี้วัด ค่ำเฉลี่ยด้ำนที่ 2 ด้ำนผลกำรเรียนรู้ของ ผู้เรียน 4 ตัวชี้วัด ค่ำเฉลี่ยรวมด้ำนที่ 1 และด้ำนที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ.2565 ธันวาคม พ.ศ.2565 มกราคม พ.ศ.2566 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2566 มีนาคม พ.ศ.2566 พฤษภาคม พ.ศ.2566 มิถุนายน พ.ศ.2566 17.63 19.5 21.5 21.5 26.75 29.75 30.75 8.25 9.25 9.62 9.86 11.75 15.13 16.00 25.90 28.75 31.13 31.38 38.5 44.89 46.75 จำกตำรำงที่ 4.1 พบว่ากระบวนการจัดการเรียนรู้ของครูโรงเรียนวัดบ่อบุญ (จารุราษฎร์บ ารุง) ตามแบบ ประเมินซึ่งประกอบด้วย 2 ด้านคือ ด้านที่ 1 ด้านทักษะการจัดการเรียนรู้และการจัดชั้นเรียน 8 ตัวชี้วัด ด้านที่ 2 ด้าน ผลการเรียนรู้ของผู้เรียน 4 ตัวชี้วัด เดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2565 ด้านที่ 1 ได้ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 17.63 ด้านที่ 2 ได้ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 8.25 ค่าเฉลี่ยรวมเดือนพฤศจิกายนเท่ากับ 25.90 เดือนธันวาคม พ.ศ. 2565
32 ด้านที่ 1 ได้ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 19.5 ด้านที่ 2 ได้ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 9.25 ค่าเฉลี่ยรวมเดือนธันวาคมเท่ากับ 28.75 เดือนมกราคม พ.ศ. 2566 ด้านที่ 1 ได้ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 21.5 ด้านที่ 2 ได้ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 9.62 ค่าเฉลี่ยรวมเดือน มกราคมเท่ากับ 31.13 เดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566 ด้านที่ 1 ได้ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 21.5 ด้านที่ 2 ได้ค่าเฉลี่ย เท่ากับ 9.86 ค่าเฉลี่ยรวมเดือนกุมภาพันธ์เท่ากับ 31.38 เดือนมีนาคม พ.ศ.2566 ด้านที่ 1 ได้ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 26.75 ด้านที่ 2 ได้ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 11.75 ค่าเฉลี่ยรวมเดือนมีนาคมเท่ากับ 38.5 เดือนพฤษภาคม พ.ศ.2566 ด้านที่ 1 ได้ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 29.75 ด้านที่ 2 ได้ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 15.13 ค่าเฉลี่ยรวมเดือนพฤษภาคมเท่ากับ 44.89 และเดือนมิถุนายน พ.ศ.2566 ด้านที่ 1 ได้ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 30.75 ด้านที่ 2 ได้ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 16.00 ค่าเฉลี่ยรวม เดือนมิถุนายนเท่ากับ 46.75 ซึ่งมีค่าเฉลี่ยเพิ่มขึ้นตามล าดับ
33 บทที่ 5 สรุปผล อภิปรำยผล และข้อเสนอแนะ งานวิจัยนี้ผู้วิจัยจัดท าขึ้นเพื่อพัฒนากระบวนการจัดการเรียนการสอนของข้าราชการครูโรงเรียนวัดบ่อบุญ (จารุราษฎร์บ ารุง) อ าเภอบ้านลาด จังหวัดเพชรบุรี ส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเพชรบุรี เขต 2 ด าเนินการโดยการนิเทศภายในเพื่อติดตามผลการจัดการเรียนรู้ของข้าราชการครู โดยมีการจัดการนิเทศเดือนละ 1 ครั้ง เริ่มตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน พ.ศ.2565 เดือนธันวาคม พ.ศ.2565 เดือนมกราคม พ.ศ.2566 เดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ.2566 เดือนมีนาคม พ.ศ.2566 เดือนพฤษภาคม พ.ศ.2566 และเดือนมิถุนายน พ.ศ.2566 5.1 สรุปผลกำรวิจัย พบว่ากระบวนการจัดการเรียนรู้ของครูโรงเรียนวัดบ่อบุญ (จารุราษฎร์บ ารุง) ตามแบบประเมินซึ่ง ประกอบด้วย 2 ด้านคือ ด้านที่ 1 ด้านทักษะการจัดการเรียนรู้และการจัดชั้นเรียน 8 ตัวชี้วัด ด้านที่ 2 ด้าน ผลการเรียนรู้ของผู้เรียน 4 ตัวชี้วัด เดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2565 ด้านที่ 1 ได้ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 17.63 ด้านที่ 2 ได้ ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 8.25 ค่าเฉลี่ยรวมเดือนพฤศจิกายนเท่ากับ 25.90 เดือนธันวาคม พ.ศ. 2565 ด้านที่ 1 ได้ ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 19.5 ด้านที่ 2 ได้ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 9.25 ค่าเฉลี่ยรวมเดือนธันวาคมเท่ากับ 28.75 เดือนมกราคม พ.ศ. 2566 ด้านที่ 1 ได้ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 21.5 ด้านที่ 2 ได้ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 9.62 ค่าเฉลี่ยรวมเดือนมกราคมเท่ากับ 31.13 เดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566 ด้านที่ 1 ได้ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 21.5 ด้านที่ 2 ได้ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 9.86 ค่าเฉลี่ย รวมเดือนกุมภาพันธ์เท่ากับ 31.38 เดือนมีนาคม พ.ศ.2566 ด้านที่ 1 ได้ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 26.75 ด้านที่ 2 ได้ ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 11.75 ค่าเฉลี่ยรวมเดือนมีนาคมเท่ากับ 38.5 เดือนพฤษภาคม พ.ศ.2566 ด้านที่ 1 ได้ค่าเฉลี่ย เท่ากับ 29.75 ด้านที่ 2 ได้ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 15.13 ค่าเฉลี่ยรวมเดือนพฤษภาคมเท่ากับ 44.89 และเดือนมิถุนายน พ.ศ.2566 ด้านที่ 1 ได้ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 30.75 ด้านที่ 2 ได้ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 16.00 ค่าเฉลี่ยรวมเดือนมิถุนายนเท่ากับ 46.75 ซึ่งมีค่าเฉลี่ยเพิ่มขึ้นตามล าดับ 5.2 อภิปรำยผลกำรวิจัย 5.2.1 จากผลการวิเคราะห์รูปแบบการนิเทศภายในของโรงเรียนวัดบ่อบุญ (จารุราษฎร์บ ารุง) สังกัด ส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเพชรบุรีเขต 2 มีประเด็นน่าสนใจน ามาอภิปรายผล คือผลการศึกษา กระบวนการจัดการเรียนรู้ของครูโรงเรียนวัดบ่อบุญ (จารุราษฎร์บ ารุง) พบว่า สภาพการด าเนินงานการนิเทศ ภายในมีค่าเฉลี่ยเพิ่มขึ้นทุกเดือนตามล าดับ ทั้งนี้อาจเป็นเพราะผู้บริหารสถานศึกษาและครูโรงเรียนวัดบ่อบุญ (จารุ ราษฎร์บ ารุง) ต้องการพัฒนาคุณภาพการศึกษาให้แก่นักเรียนดังนั้นจึง ได้ให้ความส าคัญกับการจัดการเรียนการ สอนของครูและเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาของนักเรียนโรงเรียนวัดบ่อบุญ (จารุราษฎร์บ ารุง) ทั้งนี้ผู้บริหาร สถานศึกษาและครูตระหนักและให้ความส าคัญกับการนิเทศภายใน จึงท าให้เกิดความพร้อมในการนิเทศภายใน
34 โดยมีการก าหนดนโยบายและแผนการนิเทศปฏิบัติตามแผนการนิเทศประเมินและน าเอาผลการนิเทศมาปรับปรุง อยู่เสมอ เป็นเพราะการนิเทศภายในถือเป็นหน้าที่ส าคัญประการหนึ่งของผู้บริหารสถานศึกษาในฐานะผู้นิเทศ ดังนั้นผู้บริหารสถานศึกษาต้องท าความเข้าใจบทบาทหน้าที่ของตนเพื่อให้การนิเทศบรรลุตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ ตลอดจนส่งเสริม ช่วยเหลือและสร้างขวัญก าลังใจให้กับผู้รับการนิเทศ อีกทั้งอ านวยความสะดวกในด้านต่าง ๆ ทั้ง สื่อ อุปกรณ์ที่ใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน เพื่อให้ครูสามารถจัดกิจกรรมการเรียนการสอนได้อย่าง มี ประสิทธิภาพ สอดคล้องกับงานวิจัยของ ญาณี ญาณะโส (2562) ศึกษาเรื่อง บทบาทการนิเทศภายในของผู้บริหาร สถานศึกษาขั้นพื้นฐานในจังหวัดจันทบุรี ระยอง และตราด พบว่า การนิเทศภายในเป็นบทบาทส าคัญของผู้บริหาร สถานศึกษาในการพัฒนาครูผู้สอนอย่างเป็นระบบเกี่ยวกับการจัดการเรียนการสอนที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งไม่เพียง ส่งเสริมสมรรถนะของผู้เรียนเท่านั้น แต่ยังเป็นการช่วยยกระดับคุณภาพการศึกษาให้สูงขึ้นสอดคล้องกับมาตรฐาน การศึกษาแห่งชาติอย่างสม่ าเสมอ 5.3 ข้อเสนอแนะ 5.3.1 ในการนิเทศเพื่อพัฒนากระบวนการจัดการเรียนรู้ของครูโรงเรียนวัดบ่อบุญ (จารุราษฎร์บ ารุง) ควรมีการเพิ่มระยะเวลาในการประเมินจากเดือนละ 1 ครั้ง เป็น เดือนละ 2 ครั้ง เพื่อกระตุ้นการจัดการเรียนการ สอนของครูผู้สอนในแต่ละรายวิชาที่รับผิดชอบ 5.3.2 ควรมีการศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อการมีส่วน ร่วมของครูในสถานศึกษาที่มีต่อการด าเนินงานการ นิเทศภายในสถานศึกษา เพื่อใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาคุณภาพของผู้เรียนต่อไป และช่วยให้การด าเนินงานการ นิเทศภายในสถานศึกษาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
35 ภำคผนวก
แนะนําการใช ้ งานระบบบันทึกข ้ อมูลการนิเทศก ์ ภายใน ตามเกณฑ ์ วPA (PA4) ของโรงเรียนวดับ่อบุญ จารุราษฎร์บาํรุง) สพป.เพชรบุรี2 1กาํหนดขอ้ตกลงระหวา่งครูและผอู้าํนวยการในการนิเทศกภ์ายใน เช่น ความถี่ในการส่งแผนฯ(คร้ัง/เดือน)วนัเวลา เป็นตน้2ผอู้าํนวยการตอ้งสนบัสนุนดา้นเทคโนโลยีเช่น ไมคโ์ครโฟน กลอ้งบนัทึกภาพ ในช้นัเรียน เพื่อใหค้รูปฎิบตัิงานไดอ้ยา่งเตม็ ประสิทธิภาพ3 เพื่อใหเ้กิดประสิทธิผลสูงสุดการส่งแผนฯของครูจาํเป็นตอ้งมีบนัทึกหลงัแผนฯขอ้มูลสารสนเทศการสอน คลิปการสอนประกอบการนิเทศก์4ครูและผอู้าํนวยการตอ้งร่วมกนั ประเมินผลจากคลิปการสอน โดยใชแ้ผนฯและขอ้มูลสารสนเทศที่ครูเลือกส่ง เป็นเครื่องมือในการประเมิน5 บนัทึกผลที่ไดจ้ากการประเมินร่วมกนัท้งัในส่วนของครูและของผอู้าํนวยการลงบน Sheet ประเมิน 6คลิกเลือกSheetแบบสรุปผลการประเมิน เพื่อพิมพส์รุปใหค้รูนาํไปใชพ้ฒันาการจดัการเรียนการสอนต่อไป 7ควรดาํเนินการอยา่งนอ้ยเดือนละ1คร้ังอยา่งต่อเนื่อง เพื่อใหค้รูเกิดทกัษะและปรับเปลี่ยนรูปแบบการจดัการเรียนรู้ไดต้ามที่ก.ค.ศ.กาํหนด
ด ้ านท ี่ 1 ด ้ านทกัษะการจดัการเรียนรู้และกตัวชี้วดัท ี่1 ผ ู้เรียนสามารถเข ้ าถงึสิ่งที่เรียนและเข ้ าใจบทเรียน 1 เน้ือหา (Content) หรือมโนทศัน์ที่จดัใหผ้เู้รียนเรียนรู้หรือฝึกฝนมีความถูกตอ้งและตรงตามหลกั2 ออกแบบและจดัโครงสร้างบทเรียนเป็นระบบและใชเ้วลาเหมาะสม3 ใชส้ื่อประกอบบทเรียนไดเ้หมาะสม และช่วยในการจดัเรียนรู้บรรลุวตัถุประสงคข์องบทเรียน4 แสดงใหเ้ห็นถึงการแกป้ ัญหาเพื่อใหผ้เู้รียนรับรู้และเขา้ใจบทเรียน5 แสดงใหเ้ห็นถึงผลการแกป้ ัญหาที่ส่งผลลพัธ์ที่ดีต่อผเู้รียน (มีบนัทึกหลงัการสอน)ตัวชี้วดัท ี่2 ผ ู้เรียนสามารถเชื่อมโยงความร ู้หรือประสบการณ์ เดมิกบัการเรียนรู้ใหม่1 มีการทบทวนความรู้ทกัษะหรือประสบการณ์เดิมเช่นการใชค้าํถามแบบฝึกหรือกิจกรรม2 มีการเขา้ถึงผเู้รียนที่ยงัไม่พร้อมที่จะเรียนรู้ใหม่3 มีการช่วยเหลือผเู้รียนที่ยงัมีความรู้ทกัษะหรือประสบการณ์เดิมไม่เพียงพอที่จะเชื่อมโยงกบัการเรี4แสดงใหเ้ห็นถึงการแกป้ ัญหาใหผ้เู้รียนสามารถเชื่อมโยงความรู้หรือประสบการณ์เดิมกบัการเรียน5แสดงใหเ้ห็นถึงผลการแกป้ ัญหาที่ส่งผลลพัธ์ที่ดีต่อผเู้รียน (มีบนัทึกหลงัการสอน)ตัวชี้วดัท ี่3 ผ ู้เรียนได ้สร ้ างความร ู้เอง หรือได ้สร ้ างประสบการณ์ใหม่จากการเรียนรู้ 1ออกแบบงานหรือกิจกรรมใหผ้เู้รียนสร้างความรู้หรือประสบการณ์ใหม่อยา่งเหมาะสมกบัวยัสภา2ผเู้รียนไดล้งมือปฏิบตัิกิจกรรมที่ตอ้งใชค้วามรู้หรือทกัษะหลากหลาย 3 ใชเ้ทคนิคใหผ้เู้รียนสรุปความรู้หรือประสบการณ์ใหม่ดว้ยตนเองเช่นแผนความคิดตารางวเิคราะห4แสดงใหเ้ห็นถึงการแกป้ ัญหาในการใหผ้เู้รียนสร้างความรู้หรือสร้างประสบการณ์ใหม่
การจดัช ้ันเร ี ยน นิเทศภายในและการประเมินผลตนเอง ผู้บริหารคะแนน กสูตร 11 ตนเอง ผู้บริหารคะแนน 0รียนรู้ใหม่เช่น การอธิบายยกตวัอยา่งการใชค้าํถาม เกม หรือกิจกรรม นรู้ใหม่ ตนเอง ผู้บริหารคะแนนาพและบริบทของผเู้รียนและช้นัเรียน 0ห์การทดลองปฏิบตัิการนาํเสนอ
5แสดงใหเ้ห็นถึงผลการแกป้ ัญหาที่ส่งผลลพัธ์ที่ดีต่อผเู้รียน (มีบนัทึกหลงัการสอน)ตัวชี้วดัท ี่4 ผ ู้เรียนได ้ รับการกระต ุ้นและเกดิแรงจูงใจในการเรียนร ู้1กิจกรรมการเรียนรู้เชื่อมโยงสอดคลอ้งกบัชีวติประจาํวนับริบูรณ์ชุมชนหรือสภาพจริงของผเู้รียน2 วธิีการหรือกิจกรรมการเรียนรู้มีความทา้ทายและมีระดบัความยากง่ายเหมาะสมกบัวยัสภาพและพ3ผเู้รียนมีโอกาสสะทอ้นการเรียนรู้นาํเสนอความสาํเร็จหรืออธิบายขอ้ผิดพลาดหรือความลม้เหลวที4แสดงใหเ้ห็นถึงการแกป้ ัญหาในการกระตุน้หรือสร้างแรงจูงใจในการเรียนรู้ของผเู้รียน5แสดงใหเ้ห็นถึงผลการแกป้ ัญหาที่ส่งผลลพัธ์ที่ดีต่อผเู้รียน (มีบนัทึกหลงัการสอน)ตัวชี้วดัท ี่5 ผ ู้เรียนได ้ รับการพฒันาทักษะความเชี่ยวชาญจากการเรียนร ู้1ผเู้รียนไดฝ้ึกทกัษะต่างๆครบถว้นตามวตัถุประสงคก์ารเรียนรู้ 2ผเู้รียนไดบู้รณาการทกัษะต่างๆลงสู่การปฏิบตัิกิจกรรมการเรียนรู้3ผเู้รียนไดป้ระยกุตใ์ชท้กัษะที่ไดร้ับจากการพฒันาในสถานการณ์หรือการแกป้ ัญหาใหม่ๆ4แสดงใหเ้ห็นถึงการแกป้ ัญหาในการพฒันาทกัษะความเชี่ยวชาญของผเู้รียน5แสดงใหเ้ห็นถึงผลการแกป้ ัญหาที่ส่งผลลพัธ์ที่ดีต่อผเู้รียน (มีบนัทึกหลงัการสอน)ตัวชี้วดัท ี่6 ผ ู้เรียนได ้ รับข ้ อมูลสะท ้ อนกลบัเพื่อปรับปรุงการเรียนร ู้1 มีการสงัเกตหรือคน้หาขอ้ผิดพลาดในการปฏิบตัิหรือมโนทศัน์ที่คาดเคลื่อนของผเู้รียนในระหวา่ง2 มีการประเมินผลระหวา่งการเรียนรู้โดยใชว้ธิีการที่เหมาะสมเช่นการใชค้าํถามแบบทดสอบการป3 มีการนาํผลการสงัเกตหรือผลการคน้หาหรือผลการประเมินระหวา่งการเรียนรู้สะทอ้นกลบัใหผ้เู้รี4แสดงใหเ้ห็นถึงการแกป้ ัญหาเพื่อใหผ้เู้รียนปรับปรุงการเรียนรู้จากขอ้มูลสะทอ้นกลบัของครู
0ตนเอง ผู้บริหารคะแนน 0พฒันาการของผเู้รียน ที่เกิดข้ึน ตนเอง ผู้บริหารคะแนน0 ตนเอง ผู้บริหารคะแนนงการเรียนรู้ 0ปฏิบตัิรียน
5แสดงใหเ้ห็นถึงผลการแกป้ ัญหาที่ส่งผลลพัธ์ที่ดีต่อผเู้รียน (มีบนัทึกหลงัการสอน)ตัวชี้วดัท ี่7 ผู้เรียนได้รับการพฒันาการเรียนรู้ในบรรยากาศช้ันเรียนทเี่หมาะสม1ผเู้รียนไดร้ับแบบอยา่งที่ดีในการใชภ้าษา พฤติกรรมแสดงออกและเจนคติจากครูผสู้อน2กระตุน้ ใหผ้เู้รียนมนั่ใจ มีอิสระในการคิดหรือทดลองและรับรู้ความสามารถของตนเอง3 ใชส้ื่อการเรียนหรือตวัอยา่งประกอบที่หลากหลายและกระตุน้ ใหผ้เู้รียนคิดวเิคราะห์เปรียบเทียบ4แสดงใหเ้ห็นถึงการแกป้ ัญหาในการสร้างบรรยากาศช้นัเรียนที่ช่วยพฒันาการเรียนรู้ของผเู้รีย5แสดงใหเ้ห็นถึงผลการแกป้ ัญหาที่ส่งผลลพัธ์ที่ดีต่อผเู้รียน (มีบนัทึกหลงัการสอน)ตัวชี้วดัท ี่8 ผ ู้เรียนสามารถกาํกบัการเรียนร ู้และมีการเรียนร ู้แบบนําตนเอง1ผเู้รียนไดร้ับโอกาสในการกาํหนดเป้าหมายการเรียนรู้หรือการลงมือปฏิบตัิ2ผเู้รียนไดป้ระเมินตนเองหรือถูกเพื่อนประเมินในระหวา่งเรียนหรือเมื่อจบบทเรีย3ผเู้รียนไดร้ับการกระตุน้หรือการมอบหมายงานใหศ้ึกษาคน้ควา้ฝึกฝนหรือเรียนรู้ต่อเนื่องเพิ่มเติม4แสดงใหเ้ห็นถึงการแกป้ ัญหาในการกาํกบัการเรียนรู้และการเรียนรู้แบบนาํตนเองของผเู้รียน5แสดงใหเ้ห็นถึงผลการแกป้ ัญหาที่ส่งผลลพัธ์ที่ดีต่อผเู้รียน (มีบนัทึกหลงัการสอน)ด้านที่ 2 ด้านผลกาตัวชี้วดัท ี่1 ผลงานหรือผลการปฏิบัติเป็ นผลลพัธ ์ ที่เกดิขึน้จากการจัดการเรียนรู้ของครู1 เป็นไปตามเป้าหมายหรือวตัถุประสงคก์ารเรียนรู้ที่กาํหนดไวใ้นแผนการจดัการเรียนรู้2 เหมาะสมกบัวยัและพฒันาการของผเู้รียน 3 สอดคลอ้งกบัสภาพและบริบทของผเู้รียนและช้นัเรียน 4 เกิดจากตวัผเู้รียนรายบุคคลหรือกลุ่มผเู้รียนไม่ใช่ผลงานหรือผลการปฏิบตัิของครู
0 ตนเอง ผู้บริหารคะแนน 0 บจากสื่อการเรียนรู้ตวัอยา่งเหล่าน้นั ตนเอง ผู้บริหารคะแนน 0 ภายหลงัจบบทเรียน รเร ี ยนร ู้ของผ ู้เร ี ยน ตนเอง ผู้บริหารคะแนน 0