47 2. ครูตรวจสอบผลการทำกิจกรรมพัฒนาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ที่3 เรื่อง ศึกษาความสัมพันธ์ในโซ่ อาหาร ในสมุดประจำตัวหรือในหรือหนังสือเรียนแม่บทมาตรฐานวิทยาศาสตร์ ป.5 หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 สิ่งมีชีวิตกับสิ่งแวดล้อม 3. ครูตรวจสอบผลการทำแบบฝึกพัฒนาการเรียนรู้ที่ 3 ในสมุดประจำตัวหรือหรือหนังสือเรียนแม่บทมาตรฐาน วิทยาศาสตร์ ป.5 หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 สิ่งมีชีวิตกับสิ่งแวดล้อม 4. นักเรียนและครูสรุปความรู้จากการเรียน จนได้ข้อสรุปร่วมกันว่า “โซ่อาหารมีความสำคัญอย่างมากต่อ สิ่งมีชีวิต เพราะว่าโซ่อาหารทำให้เกิดการถ่ายทอดพลังงานที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิตจากสิ่งมีชีวิต หนึ่งไปอีกสิ่งมีชีวิตหนึ่ง” 7.สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ 1) หนังสือเรียนแม่บทมาตรฐานวิทยาศาสตร์ ป.5 หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 สิ่งมีชีวิตกับสิ่งแวดล้อม 2) PowerPoint เรื่อง โซ่อาหาร 3) วัสดุ-อุปกรณ์ต่างๆที่ใช้ในการทำกิจกรรมพัฒนาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ที่ 3 เรื่อง ศึกษาความสัมพันธ์ในโซ่อาหาร 4) สมุดประจำตัว แหล่งการเรียนรู้ -
48 8. การวัดและประเมินผล จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม เครื่องมือ วิธีการวัด เกณฑ์การ ประเมิน 1.ด้านความรู้(K) -อธิบายความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิต กับสิ่งมีชีวิตในรูปแบบโซ่อาหาร และสายใยอาหารได้ (K) -แบบสังเกตการตอบ คำถาม -สังเกตการตอบคำถาม ร้อยละ 70 ขึ้นไปผ่านเกณฑ์ 2. ด้านทักษะ / กระบวนการ (P) -เขียนโซ่อาหารในรูปแบบ แผนภาพได้(P) -ผลการทำกิจกรรม -ตรวจใบกิจกรรม ร้อยละ 70 ขึ้นไปผ่านเกณฑ์ 3.ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) -ตั้งใจเรียนรู้และแสวงหาความรู้ รับผิดชอบต่อหน้าที่ที่ได้รับ มอบหมาย (A) -แบบประเมินคุณลักษณะ อันพึง ประสงค์ -สังเกตพฤติกรรม ร้อยละ 70 ขึ้นไปผ่านเกณฑ์
49
50
51 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 6 รายวิชา วิทยาศาสตร์รหัสวิชา ว15101 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนเทศบาล 2 มุขมนตรี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 สิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม เวลา 19 ชั่วโมง เรื่อง สิ่งแวดล้อมสำคัญอย่างไร เวลา 2 ชั่วโมง ผู้สอน นายนรินทร์ คันธี วันที่สอน : วันที่……………..เดือน………………….พ.ศ................... 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ว 1.1 เข้าใจความหลากหลายของระบบนิเวศ ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งไม่มีชีวิตกับ สิ่งมีชีวิต และ ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตกับสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ ในระบบนิเวศการถ่ายทอดพลังงาน การ เปลี่ยนแปลงแทนที่ใน ระบบนิเวศ ความหมายของประชากร ปัญหาและผลกระทบที่มีต่อทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมแนวทางใน การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม รวมทั้งนำความรู้ ไปใช้ประโยชน์ ตัวชี้วัด ป.5/2 อธิบายความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตกับสิ่งมีชีวิต และความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตกับสิ่งไม่มีชีวิต เพื่อประโยชน์ต่อการดำรงชีวิต ป.5/4 ตระหนักในคุณค่าของสิ่งแวดล้อมที่มีต่อการดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิต โดยมีส่วนร่วมในการดูแลรักษา สิ่งแวดล้อม 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1) อธิบายการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมได้ (K) 2) ทำตามขั้นตอนในการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม (P) 3) ตั้งใจเรียนรู้และแสวงหาความรู้ รับผิดชอบต่อหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย (A) 3. สาระสำคัญความคิดรวบยอด สิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อมในธรรมชาติล้วนมีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กัน จึงทำให้เกิดความสมดุลของธรรมชาติ เมื่อมนุษย์ทำลายสิ่งแวดล้อมจึงก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม ดังนั้น จึงควรมีการรักษา สิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติด้วยวิธีการต่าง ๆ เพื่อให้ธรรมชาติเกิดความสมดุล 4. สาระการเรียนรู้/สาระการเรียนรู้แกนกลาง ในแหล่งที่อยู่หนึ่ง ๆ สิ่งมีชีวิตจะมีความสัมพันธ์ ซึ่งกันและกันและสัมพันธ์กับสิ่งไม่มีชีวิต เพื่อประโยชน์ต่อการ ดำรงชีวิต เช่น ความสัมพันธ์กัน ด้านการกินกันเป็นอาหาร เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยหลบภัยและเลี้ยงดูลูกอ่อน ใช้อากาศ ในการหายใจ 5.สมรรถนะสำคัญของผู้เรียนและคุณลักษณะอันพึงประสงค์
52 คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. มีวินัย 2. ใฝ่เรียนรู้ 3. มุ่งมั่นในการทำงาน 4. มีจิตวิทยาศาสตร์ สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 1. ความสามารถในการสื่อสาร 2. ความสามารถในการคิด 3. ความสามารถในการแก้ปัญหา 4. ความสามารถในการใช้ทักษะ/กระบวนการและทักษะในการดำเนินชีวิต 5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 6. กิจกรรมการเรียนรู้ แบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model) ขั้นที่ 1 การสร้างความสนใจ (Engagement) 1. ครูกระตุ้นความสนใจของนักเรียน โดยการเปิดวีดิทัศน์ เรื่อง ภัยพิบัติทางธรรมชาติความยาวไม่เกิน 8 นาที จากนั้นครูถามคำถามดังนี้ 1) วีดิทัศน์ที่เปิดเป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไร 2) สาเหตุที่ทำให้เกิดเหตุการณ์ตามวีดิทัศน์มาจากสาเหตุใด 2. ครูอธิบายเพิ่มเติมว่า“จากวีดิทัศน์นักเรียนจะเห็นได้ว่าสิ่งแวดล้อมมีความสำคัญมากเพียงใด เมื่อ สิ่งแวดล้อมเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติที่รุนแรงต่อสิ่งมีชีวิต ซึ่งสาเหตุที่ทำให้สิ่งแวดล้อมเกิดการ เปลี่ยนแปลงส่วนใหญ่จะเกิดจากมนุษย์ดังนั้นเราจึงต้องช่วยกันรักษาสิ่งแวดล้อมไม่ให้เกิดการ เปลี่ยนแปลง” ขั้นที่ 2 การสำรวจและค้นหา (Exploration) 1. ครูแจกลูกแก้วสีต่าง ๆ ให้กับนักเรียนทุกคน คนละ 1 ลูก (การกำหนดจำนวนสีของลูกแก้วขึ้นอยู่กับ จำนวนนักเรียนและจำนวนกลุ่มที่ต้องการ เช่น มีนักเรียนทั้งหมด 20 คน ต้องการแบ่งนักเรียนเป็น 5 กลุ่ม ก็ต้องกำหนดสีลูกแก้วไว้ 5 สี สีละ 4 ลูก) จากนั้นให้นักเรียนที่ได้ลูกแก้วสีเหมือนกันอยู่กลุ่ม เดียวกัน 2. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มทำกิจกรรมลองทำดูในหนังสือเรียนแม่บทมาตรฐานวิทยาศาสตร์ ป.5 หน่วย การเรียนรู้ที่ 2 สิ่งมีชีวิตกับสิ่งแวดล้อม โดยร่วมกันอภิปรายเกี่ยวกับแหล่งทรัพยากรธรรมชาติที่ กำหนดว่ามีประโยชน์ต่อการดำรงชีวิตของคนในท้องถิ่นอย่างไร จากนั้นบันทึกข้อมูลลงในสมุด
53 ประจำตัวหรือหนังสือเรียนแม่บทมาตรฐานวิทยาศาสตร์ ป.5 หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 สิ่งมีชีวิตกับ สิ่งแวดล้อม 3. นักเรียนแต่ละกลุ่มส่งตัวแทนออกมานำเสนอผลสรุปของกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ให้นักเรียนคนอื่น ฟัง เมื่อครบทุกกลุ่ม ครูตั้งคำถามว่า“สิ่งแวดล้อม มีความสำคัญอย่างไร” 4. ครูอธิบายความรู้เสริมว่า“ทรัพยากรธรรมชาติจัดเป็นส่วนหนึ่งของสิ่งแวดล้อม หากมีการใช้ ประโยชน์ไม่ เหมาะสมสิ่งแวดล้อมก็จะขาดสมดุล จึงมีผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิตต่างๆ ได้” ชั่วโมงที่ 2 ขั้นที่ 2 สำรวจค้นหา (Explore) 5. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มเดิมจากชั่วโมงที่แล้วโดยแต่ละกลุ่มศึกษาเนื้อหาเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและ การช่วยป้องกันความเสื่อมโทรมของสิ่งแวดล้อมในจากหนังสือเรียนแม่บทมาตรฐาน วิทยาศาสตร์ ป.5 หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 สิ่งมีชีวิตกับสิ่งแวดล้อม ขั้นที่ 3 อธิบายความรู้ (Explain) 6. นักเรียนส่งตัวแทนของแต่ละกลุ่มออกมานำเสนอข้อมูลที่ศึกษาเพื่ออภิปรายและสรุปผลร่วมกันโดยให้ครู คอยเสริมในส่วนที่บกพร่อง ขั้นที่ 4 ขยายความเข้าใจ (Elaborate) 7. นักเรียนทำสรุปสาระสำคัญประจำเรื่องที่ 1 ความสัมพันธ์ในสิ่งแวดล้อม โดยเขียนเป็นแผนผังแผนภาพ หรือเขียนสรุปความรู้ลงในสมุดประจำตัวหรือทำในหนังสือเรียนแม่บทมาตรฐานวิทยาศาสตร์ ป.5 หน่วย การเรียนรู้ที่ 2 สิ่งมีชีวิตกับสิ่งแวดล้อม 8. นักเรียนทำกิจกรรมพัฒนาทักษะการคิดประจำเรื่องที่ 1 ลงในสมุดประจำตัวหรือทำในหนังสือเรียน แม่บทมาตรฐานวิทยาศาสตร์ ป.5 หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 สิ่งมีชีวิตกับสิ่งแวดล้อม ขั้นสรุป ขั้นที่ 5 ตรวจสอบผล (Evaluate) 1. ครูประเมินผลนักเรียน โดยการสังเกตพฤติกรรมการตอบคำถาม พฤติกรรมการทำงานรายบุคคล พฤติกรรมการทำงานกลุ่ม และจากการนำเสนอผลการทำกิจกรรมหน้าชั้นเรียน 2. ครูตรวจสอบผลการทำสรุปสาระสำคัญประจำเรื่องที่ 1 3. ครูตรวจสอบผลการทำกิจกรรมพัฒนาทักษะการคิด ประจำเรื่องที่ 1 ในสมุดประจำตัวหรือทำในหนังสือ เรียนแม่บทมาตรฐานวิทยาศาสตร์ ป.5 หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 สิ่งมีชีวิตกับสิ่งแวดล้อม 4. นักเรียนและครูสรุปความรู้จากการเรียนจนได้ข้อสรุปร่วมกันว่า“สิ่งแวดล้อมมีความสำคัญเป็นอย่างมาก ต่อการดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิต เมื่อสิ่งแวดล้อมเกิดการเปลี่ยนแปลงจึงส่งผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิต โดย
54 สาเหตุที่ทำให้สิ่งแวดล้อมเกิดการเปลี่ยนแปลงนั้นส่วนใหญ่มาจากมนุษย์ ดังนั้น เราจึงควรดูแลรักษา สิ่งแวดล้อม เพื่อให้เกิดความสมดุลในธรรมชาติ” 7. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ 1) หนังสือเรียนแม่บทมาตรฐานวิทยาศาสตร์ ป.5 หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 สิ่งมีชีวิตกับสิ่งแวดล้อม 2) วีดิทัศน์ เรื่อง ภัยพิบัติทางธรรมชาติ 3) ลูกแก้วสีต่าง ๆ 4) สมุดประจำตัว แหล่งการเรียนรู้ - 8. การวัดและประเมินผล จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม เครื่องมือ วิธีการวัด เกณฑ์การ ประเมิน 1.ด้านความรู้(K) 1) อธิบายการดูแลรักษา สิ่งแวดล้อมได้ (K) -แบบสังเกตการตอบ คำถาม -สังเกตการตอบคำถาม ร้อยละ 70 ขึ้นไปผ่านเกณฑ์ 2. ด้านทักษะ / กระบวนการ (P) 2) ทำตามขั้นตอนในการดูแล รักษาสิ่งแวดล้อม (P) -ผลการทำกิจกรรม -ตรวจใบกิจกรรม ร้อยละ 70 ขึ้นไปผ่านเกณฑ์ 3.ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) 3)ตั้งใจเรียนรู้และแสวงหาความรู้ รับผิดชอบต่อหน้าที่ที่ได้รับ มอบหมาย (A) -แบบประเมินคุณลักษณะ อันพึง ประสงค์ -สังเกตพฤติกรรม ร้อยละ 70 ขึ้นไปผ่านเกณฑ์
55
56
57 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 7 รายวิชา วิทยาศาสตร์รหัสวิชา ว15101 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนเทศบาล 2 มุขมนตรี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 สิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม เวลา 19 ชั่วโมง เรื่อง ลักษณะทางพันธุกรรมของสิ่งมีชีวิต เวลา 2 ชั่วโมง ผู้สอน นายนรินทร์ คันธี วันที่สอน : วันที่……………..เดือน………………….พ.ศ................... 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ว 1.3 เข้าใจความหมายของพลังงาน การเปลี่ยนแปลงและการถ่ายโอนพลังงาน ปฏิสัมพันธ์ ระหว่างสสารและพลังงาน พลังงานในชีวิตประจ าวัน ธรรมชาติของ คลื่น ปรากฏการณ์ที่เกี่ยวข้องกับเสียง แสง และคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า รวมทั้ง น าความรู้ไปใช้ประโยชน์ ตัวชี้วัด ป.5/1 อธิบายลักษณะทางพันธุกรรมที่มีการถ่ายทอดจากพ่อแม่สู่ลูกของพืช สัตว์ และมนุษย์ 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1) อธิบายลักษณะทางพันธุกรรมที่มีการถ่ายทอดจากพ่อแม่สู่ลูกของสิ่งมีชีวิตได้ (K) 2) เปรียบเทียบลักษณะทางพันธุกรรมของสิ่งมีชีวิตได้(K) 3) ตรวจสอบพันธุรรมในครอบครัวของตนเองได้อย่างถูกต้อง (P) 4) ตั้งใจเรียนรู้และแสวงหาความรู้รับผิดชอบต่อหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย (A) 3. สาระสำคัญความคิดรวบยอด สิ่งมีชีวิตทั้งพืช สัตว์ และมนุษย์ เมื่อโตเต็มที่จะมีการสืบพันธุ์เพื่อเพิ่มจำนวนและดำรงพันธุ์ โดยลูกที่เกิด มาจะได้รับการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมจากพ่อแม่ทำให้มีลักษณะทางพันธุกรรมที่เฉพาะแตกต่างจาก สิ่งมีชีวิตชนิดอื่น โดยลักษณะทางพันธุกรรมของสิ่งมีชีวิตจะอยู่ในยีน ซึ่งยีน คือ หน่วยพันธุกรรมที่ทำหน้าที่ ควบคุมและถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมของสิ่งมีชีวิต 4. สาระการเรียนรู้/สาระการเรียนรู้แกนกลาง สิ่งมีชีวิตทั้งพืช สัตว์และมนุษย์เมื่อโตเต็มที่จะมีการสืบพันธุ์เพื่อเพิ่มจำนวนและดำรงพันธุ์ โดยลูกที่เกิดมา จะได้รับการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมจากพ่อแม่ทำให้มีลักษณะทางพันธุกรรมที่เฉพาะ แตกต่างจาก สิ่งมีชีวิตชนิดอื่น
58 5.สมรรถนะสำคัญของผู้เรียนและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. มีวินัย 2. ใฝ่เรียนรู้ 3. มุ่งมั่นในการทำงาน 4. มีจิตวิทยาศาสตร์ สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 1. ความสามารถในการสื่อสาร 2. ความสามารถในการคิด 3. ความสามารถในการแก้ปัญหา 4. ความสามารถในการใช้ทักษะ/กระบวนการและทักษะในการดำเนินชีวิต 5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 6. กิจกรรมการเรียนรู้ แบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model) ขั้นที่ 1 การสร้างความสนใจ (Engagement) 1.ครูให้นักเรียนช่วยกันสังเกตภาพหน้าเรื่องที่ 2 ลักษณะทางพันธุกรรมของสิ่งมีชีวิต จากหนังสือเรียน แม่บทมาตรฐานวิทยาศาสตร์ ป.5 หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 สิ่งมีชีวิตกับสิ่งแวดล้อม และให้นักเรียนอ่าน คำถามประจำหัวข้อว่า“เพื่อน ๆ คิดว่า ลักษณะทางพันธุกรรมที่พ่อและแม่สามารถถ่ายทอดไปให้ลูกได้มี อะไรบ้าง” ขั้นที่ 2 การสำรวจและค้นหา (Exploration) 1. นักเรียนแต่ละคนศึกษาขั้นตอนและวัสดุ-อุปกรณ์ที่ใช้ในการทำกิจกรรมพัฒนาทักษะกระบวนการทาง วิทยาศาสตร์ที่ 1 เรื่อง สำรวจลักษณะทางพันธุกรรมในครอบครัว จากหนังสือเรียนแม่บทมาตรฐาน วิทยาศาสตร์ ป.5 หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 สิ่งมีชีวิตกับสิ่งแวดล้อม แล้วให้ปฏิบัติกิจกรรมตามลำดับให้ครบถ้วน จากนั้นบันทึกลงในสมุดประจำตัวหรือบันทึกในหนังสือเรียนแม่บทมาตรฐานวิทยาศาสตร์ ป.5 หน่วยการ เรียนรู้ที่ 2 สิ่งมีชีวิตกับสิ่งแวดล้อม ขั้นที่ 3 อธิบายความรู้ (Explain) 2. ครูสุ่มเลือกตัวแทนนักเรียน 2 คน ออกมานำเสนอผลงานของกลุ่มหน้าชั้นเรียน 3. นักเรียนทุกคนร่วมกันอภิปรายและสรุปผลเกี่ยวกับการถ่ายทอดทางพันธุกรรมของสิ่งมีชีวิต
59 ชั่วโมงที่ 2 ขั้นที่ 4 ขยายความเข้าใจ (Elaborate) 4.นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 3-4 คน โดยให้แต่ละกลุ่มช่วยกันศึกษาเนื้อหาเกี่ยวกับการถ่ายทอดลักษณะทาง พันธุกรรมจากหนังสือเรียนแม่บทมาตรฐานวิทยาศาสตร์ ป.5 หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 สิ่งมีชีวิตกับสิ่งแวดล้อม 5. ครูอธิบายความรู้เพิ่มเติมให้นักเรียนฟังว่า“ลักษณะทางพันธุกรรมของสิ่งมีชีวิตจะอยู่ในยีน ซึ่งยีน คือ หน่วย พันธุกรรมที่ทำหน้าที่ควบคุมและถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมของสิ่งมีชีวิต ยีนจะอยู่บนโครโมโซมซึ่งอยู่ ภายในเซลล์ของสิ่งมีชีวิต โดยโครโมโซมแท่งหนึ่ง จะมียีนอยู่เป็นจำนวน และเนื่องจากโครโมโซมอยู่กันเป็น คู่ ยีนที่อยู่บนโครโมโซมจึงมีเป็นคู่ด้วย” ขั้นที่ 5 ตรวจสอบผล (Evaluate) 1.ครูประเมินผลนักเรียน โดยการสังเกตพฤติกรรมการตอบคำถาม พฤติกรรมการทำงานรายบุคคล พฤติกรรมการทำงานกลุ่ม และจากการนำเสนอผลการทำกิจกรรมหน้าชั้นเรียน 2. ครูตรวจสอบผลการทำกิจกรรมพัฒนาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ที่ 1 เรื่อง สำรวจลักษณะทาง พันธุกรรมในครอบครัว ในสมุดประจำตัวหรือในหนังสือเรียนแม่บทมาตรฐานวิทยาศาสตร์ ป.5 หน่วยการ เรียนรู้ที่ 2 สิ่งมีชีวิตกับสิ่งแวดล้อม 3. นักเรียนละครูร่วมกันสรุปความรู้จนได้ข้อสรุปว่า“ลักษณะทางพันธุกรรม คือ ลักษณะของสิ่งมีชีวิตที่ สามารถถ่ายทอดจากพ่อแม่ไปสู่ลูกได้ และถ่ายทอดจากรุ่นหนึ่งไปสู่อีกรุ่นหนึ่งต่อไปเรื่อย ๆ เช่น ลักษณะ สีผิวของมนุษย์ ลักษณะขอบใบของพืช ลักษณะใบหูของสัตว์ 7. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ 1) หนังสือเรียนแม่บทมาตรฐานวิทยาศาสตร์ ป.5 หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 สิ่งมีชีวิตกับสิ่งแวดล้อม 2) วัสดุ-อุปกรณ์ที่ใช้ในการทำกิจกรรมพัฒนาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ที่ 1 เรื่อง สำรวจ ลักษณะทางพันธุกรรมในครอบครัว 3) สมุดประจำตัว แหล่งการเรียนรู้ -
60 8. การวัดและประเมินผล จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม เครื่องมือ วิธีการวัด เกณฑ์การ ประเมิน 1.ด้านความรู้(K) 1) -อธิบายลักษณะทางพันธุกรรมที่มี การถ่ายทอดจากพ่อแม่สู่ลูกของ สิ่งมีชีวิตได้ (K) -เปรียบเทียบลักษณะทาง พันธุกรรมของสิ่งมีชีวิตได้(K) -แบบสังเกตการตอบ คำถาม -สังเกตการตอบคำถาม ร้อยละ 70 ขึ้นไปผ่านเกณฑ์ 2. ด้านทักษะ / กระบวนการ (P) -ตรวจสอบพันธุรรมในครอบครัว ของตนเองได้อย่างถูกต้อง (P) -ผลการทำกิจกรรม -ตรวจใบกิจกรรม ร้อยละ 70 ขึ้นไปผ่านเกณฑ์ 3.ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) -ตั้งใจเรียนรู้และแสวงหาความรู้ รับผิดชอบต่อหน้าที่ที่ได้รับ มอบหมาย (A) -แบบประเมินคุณลักษณะ อันพึง ประสงค์ -สังเกตพฤติกรรม ร้อยละ 70 ขึ้นไปผ่านเกณฑ์
61
62
63 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 8 รายวิชา วิทยาศาสตร์รหัสวิชา ว15101 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนเทศบาล 2 มุขมนตรี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 สิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม เวลา 19 ชั่วโมง เรื่อง ลักษณะทางพันธุกรรมของคน เวลา 2 ชั่วโมง ผู้สอน นายนรินทร์ คันธี วันที่สอน : วันที่……………..เดือน………………….พ.ศ................... 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ว 1.3 เข้าใจกระบวนการและความส าคัญของการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม สาร พันธุกรรม การเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมที่มีผลต่อสิ่งมีชีวิต ความหลากหลายทางชีวภาพและวิวัฒนาการของ สิ่งมีชีวิต รวมทั้งน าความรู้ไปใช้ประโยชน์ ตัวชี้วัด ป.5/1 อธิบายลักษณะทางพันธุกรรมที่มีการถ่ายทอดจากพ่อแม่สู่ลูกของพืช สัตว์ และ มนุษย์ ป.5/2 แสดงความอยากรู้อยากเห็น โดยการถามคำถามเกี่ยวกับลักษณะที่คล้ายคลึงกันของตนเอง กับพ่อแม่ 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1) อธิบายลักษณะทางพันธุกรรมที่มีการถ่ายทอดจากพ่อแม่สู่ลูกของมนุษย์(K) 2) สำรวจและเปรียบเทียบเกี่ยวกับการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมของตนเองกับคนในครอบครัวได้ (P) 3) ตั้งใจเรียนรู้และแสวงหาความรู้รับผิดชอบต่อหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย (A) 3. สาระสำคัญความคิดรวบยอด สิ่งมีชีวิตทั้งพืช สัตว์ และมนุษย์ เมื่อโตเต็มที่จะมีการสืบพันธุ์เพื่อเพิ่มจำนวนและดำรงพันธุ์ โดยลูกที่เกิดมา จะได้รับการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมจากพ่อแม่ทำให้มีลักษณะทางพันธุกรรมที่เฉพาะแตกต่างจาก สิ่งมีชีวิตชนิดอื่น โดยคนเราจะมีลักษณะคล้ายคลึงกับคนในครอบครัวของเรา ลักษณะต่าง ๆ ที่คล้ายคลึงกันนี้ เป็นการถ่ายทอดลักษณะบางลักษณะจากบรรพบุรุษสู่ลูกหลาน เรียกว่า การถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม ซึ่ง บางลักษณะจะเหมือนพ่อหรือเหมือนแม่ หรืออาจมีลักษณะเหมือนปู่ ย่า ตา ยาย 4. สาระการเรียนรู้/สาระการเรียนรู้แกนกลาง มนุษย์มีการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม เช่น เชิงผมที่หน้าผาก ลักยิ้ม ลักษณะหนังตา การห่อลิ้น ลักษณะของติ่งหู 5.สมรรถนะสำคัญของผู้เรียนและคุณลักษณะอันพึงประสงค์
64 คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. มีวินัย 2. ใฝ่เรียนรู้ 3. มุ่งมั่นในการทำงาน 4. มีจิตวิทยาศาสตร์ สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 1. ความสามารถในการสื่อสาร 2. ความสามารถในการคิด 3. ความสามารถในการแก้ปัญหา 4. ความสามารถในการใช้ทักษะ/กระบวนการและทักษะในการดำเนินชีวิต 5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 6. กิจกรรมการเรียนรู้ แบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model) ขั้นที่ 1 การสร้างความสนใจ (Engagement) 1.ครูสุ่มเลือกนักเรียนชายและหญิง อย่างละ 1 คู่ ให้ออกมาหน้าชั้นเรียน จากนั้นให้นักเรียนร่วมกันสังเกต เพื่อนที่ยืนอยู่หน้าห้อง 2.ครูกระตุ้นความสนใจของนักเรียนก่อนที่จะเข้าสู่บทเรียน โดยตั้งคำถามกระตุ้นความคิด ดังนี้ 1. นักเรียนคิดว่า เพื่อนที่ยืนอยู่หน้าชั้นมีรูปร่างหน้าตาคล้ายคลึงกันหรือไม่ เพราะเหตุใด 2. นักเรียนคิดว่า ถ้าเพื่อนที่ยืนอยู่ห้องมีพ่อแม่คนเดียวกัน เพื่อนที่ยืนอยู่หน้าห้องจะมีรูปร่างหน้าตา คล้ายคลึงกันหรือไม่ 3. นักเรียนคิดว่า ถ้าคนที่เป็นพ่อแม่คนเดียวกัน จะมีรูปร่างหน้าตาแตกต่างกันได้หรือไม่ เพราะอะไร 4. ทำไมถึงไม่แตกต่างแล้วถ้าแตกต่าง จะแตกต่างไปอย่างไร มาหาคำตอบโดยกิจกรรมดังต่อไปนี้ ขั้นที่ 2 การสำรวจและค้นหา (Exploration) 1. ครูแสดงสื่อ Canva ลักษณะทางพันธุกรรมของมนุษย์ 2. นักเรียนแบ่งกลุ่ม 4 กลุ่ม จากนั้นร่วมกัน ทำกิจกรรมลูกของเขาหน้าตาเป็นแบบไหน 3. ครูคอยแนะนำช่วยเหลือนักเรียนขณะปฏิบัติกิจกรรม โดยครูเดินดูรอบๆ ห้องเรียนและเปิดโอกาสให้ นักเรียนทุกคนซักถามเมื่อมีปัญหา 4. ครูแจกใบกิจกรรมฉันเหมือนใคร ให้นักเรียนแต่ละคนไปสำรวจสังเกต ครอบครัวตนเอง จากนั้นนำมา นำเสนอในครั้งถัดไป
65 ชั่วโมงที่ 2 ขั้นที่ 3 อธิบายความรู้ (Explain) 1. นักเรียนแต่ละคนนำเสนอกิจกรรมฉันเหมือนใครหน้าห้องเรียน จบครบทุกคน 2. ครูอธิบายเพิ่มเติมให้นักเรียนเข้าใจว่า“เกรกอร์ โยฮันน์เมนเดล นักวิทยาศาสตร์ผู้ซึ่งทำการศึกษาเกี่ยวกับ การถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม จนได้รับการยกย่องให้เป็นบิดาแห่งวิชาพันธุศาสตร์ เขาได้สรุปกฎของ การถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม ไว้ดังนี้ 1) ลักษณะต่าง ๆ ของสิ่งมีชีวิตจะถูกควบคุมโดยยีนที่อยู่ในเซลล์สืบพันธุ์ และจะถ่ายทอดไปยังลูกหลานทาง เซลล์สืบพันธุ์ โดยรูปแบบของยีน เรียกว่า แอลลีล 2) การถ่ายทอดลักษณะแต่ละลักษณะเป็นอิสระต่อกัน และไม่เกี่ยวข้องกับลักษณะอื่น 3) ลักษณะที่ปรากฏออกมาบ่อยครั้ง เรียกว่า ลักษณะเด่น ส่วนลักษณะที่ปรากฏออกมาน้อยครั้งกว่า เรียกว่า ลักษณะด้อย 4) สัดส่วนของลักษณะเด่นต่อลักษณะด้อยจะเป็น 3 : 1 เสมอ” ขั้นที่ 4 ขยายความเข้าใจ (Elaborate) 5. นักเรียนแต่ละกลุ่มศึกษาเนื้อหาเกี่ยวกับความแปรผันทางพันธุกรรม และกฎการถ่ายทอดทางพันธุกรรมของ เกรกอร์ โยฮันน์ เมนเดล จากหนังสือเรียนแม่บทมาตรฐานวิทยาศาสตร์ ป.5 หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 สิ่งมีชีวิต กับสิ่งแวดล้อม จากนั้นร่วมกันอภิปรายและสรุปผลจากการทำกิจกรรมภายในกลุ่ม 6. ครูอธิบายต่อให้นักเรียนฟังว่า“เกรกอร์ โยฮันน์ เมนเดล นักวิทยาศาสตร์ผู้ซึ่งทำการศึกษาเกี่ยวกับการ ถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม จนได้รับการยกย่องให้เป็นบิดาแห่งวิชาพันธุศาสตร์เขาได้สรุปกฎของการ ถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม ไว้ดังนี้ 1) ลักษณะต่าง ๆ ของสิ่งมีชีวิตจะถูกควบคุมโดยยีนที่อยู่ในเซลล์สืบพันธุ์ และจะถ่ายทอดไปยัง ลูกหลานทางเซลล์สืบพันธุ์โดยรูปแบบของยีน เรียกว่า แอลลีล 2) การถ่ายทอดลักษณะแต่ละลักษณะเป็นอิสระต่อกัน และไม่เกี่ยวข้องกับลักษณะอื่น 3) ลักษณะที่ปรากฏออกมาบ่อยครั้ง เรียกว่า ลักษณะเด่น ส่วนลักษณะที่ปรากฏออกมาน้อยครั้งกว่า เรียกว่า ลักษณะด้อย 4) สัดส่วนของลักษณะเด่นต่อลักษณะด้อยจะเป็น 3 : 1 เสมอ” 7. ครูอธิบายเพิ่มเติมให้นักเรียนฟังว่า“การถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม และความแปรผันทางพันธุกรรม นอกจากจะมีในมนุษย์แล้ว ยังมีในสิ่งมีชีวิตชนิดอื่น ๆ เช่น พืช สัตว์ด้วยเช่นกัน” ขั้นที่ 5 ตรวจสอบผล (Evaluate) 1. ครูตั้งคำถามชวนคิด การทำศัลยกรรม ที่ทำให้เกิดลักษณะต่างๆตามการต้องการ สามรถถ่ายถอดไปยัง รุ่นลูกหลานได้หรือไม่ เพราะเหตุใด
66 2. จากลักษณะการถ่ายทอดพันธุกรรม รุ่นลูกต้องมีลักษณะเหมือนกับรุ่นพ่อแม่ทุกอย่าง ใช่หรือไม่เพราะ เหตุใด 3.ลูกชายจะได้รับการถ่ายทอดลักษณะมาจากพ่อส่วนลูกสาวจะได้รับการถ่ายทอดลักษณะมาจากแม่จริง หรือไม่ เพราะเหตุใด 7. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ 1) หนังสือเรียนแม่บทมาตรฐานวิทยาศาสตร์ ป.5 หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 สิ่งมีชีวิตกับสิ่งแวดล้อม 2) Canva ลักษณะทางพันธุกรรมของมนุษย์ 3) กิจกรรมลูกของเขาหน้าตาเป็นแบบไหน 4) ใบกิจกรรมฉันเหมือนใคร แหล่งการเรียนรู้ - 8. การวัดและประเมินผล จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม เครื่องมือ วิธีการวัด เกณฑ์การ ประเมิน 1.ด้านความรู้(K) -อธิบายลักษณะทางพันธุกรรมที่มี การถ่ายทอดจากพ่อแม่สู่ลูกของ มนุษย์(K) -แบบสังเกตการตอบ คำถาม -สังเกตการตอบคำถาม ร้อยละ 70 ขึ้นไปผ่านเกณฑ์ 2. ด้านทักษะ / กระบวนการ (P) -2 สำรวจและเปรียบเทียบ เกี่ยวกับการถ่ายทอดลักษณะทาง พันธุกรรมของตนเองกับคนใน ครอบครัวได้ (P) -ผลการทำกิจกรรม -การทำกิจกรรม ร้อยละ 70 ขึ้นไปผ่านเกณฑ์ 3.ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) 3) ตั้งใจเรียนรู้และแสวงหา ความรู้รับผิดชอบต่อหน้าที่ที่ ได้รับมอบหมาย (A) -แบบประเมินคุณลักษณะ อันพึง ประสงค์ -สังเกตพฤติกรรม ร้อยละ 70 ขึ้นไปผ่านเกณฑ์
67
68
69 แบบประเมินการนำเสนอผลงาน/ผลการทำกิจกรรม คำชี้แจง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ✓ลงในช่องที่ ตรงกับระดับคะแนน ลำดับที่ รายการประเมิน ระดับคะแนน 3 2 1 1 เนื้อหาละเอียดชัดเจน 2 ความถูกต้องของเนื้อหา 3 ภาษาที่ใช้เข้าใจง่าย 4 ประโยชน์ที่ได้จากการนำเสนอ 5 วิธีการนำเสนอผลงาน รวม ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............./.................../.............. เกณฑ์การให้คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมินสมบูรณ์ชัดเจน ให้ 3 คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมินเป็นส่วนใหญ่ ให้ 2 คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมินบางส่วน ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 14-15 ดีมาก 11-13 ดี 8-10 พอใช้ ต่ำกว่า 8 ปรับปรุง
70 แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานรายบุคคล คำชี้แจง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ✓ลงในช่องที่ ตรงกับระดับคะแนน ลำดับที่ รายการประเมิน ระดับคะแนน 3 2 1 1 การแสดงความคิดเห็น 2 การยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น 3 การทำงานตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย 4 ความมีน้ำใจ 5 การตรงต่อเวลา รวม ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............./.................../.............. เกณฑ์การให้คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ ให้ 3 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง ให้ 2 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 14-15 ดีมาก 11-13 ดี 8-10 พอใช้ ต่ำกว่า 8 ปรับปรุง
71 แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม คำชี้แจง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ✓ลงในช่องที่ ตรงกับระดับคะแนน ลำดับที่ ชื่อ–สกุล ของนักเรียน การแสดง ความคิดเห็น การยอมรับ ฟังคนอื่น การทำงาน ตามที่ได้รับ มอบหมาย ความมีน้ำใจ การมี ส่วนร่วมใน การปรับปรุง ผลงานกลุ่ม รวม 15 คะแนน 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............./.................../.............. เกณฑ์การให้คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ ให้ 3 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง ให้ 2 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 14-15 ดีมาก 11-13 ดี 8-10 พอใช้ ต่ำกว่า 8 ปรับปรุง
72 แบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ คำชี้แจง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ✓ลงในช่องที่ ตรงกับระดับคะแนน คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ด้าน รายการประเมิน ระดับคะแนน 3 2 1 1. รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ 1.1 ยืนตรงเคารพธงชาติ และร้องเพลงชาติได้ 1.2 เข้าร่วมกิจกรรมที่สร้างความสามัคคี ปรองดอง และเป็นประโยชน์ต่อ โรงเรียน 1.3 เข้าร่วมกิจกรรมทางศาสนาที่ตนนับถือ ปฏิบัติตามหลักศาสนา 1.4 เข้าร่วมกิจกรรมที่เกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ตามที่โรงเรียนจัดขึ้น 2. ซื่อสัตย์ สุจริต 2.1 ให้ข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นจริง 2.2 ปฏิบัติในสิ่งที่ถูกต้อง 3. มีวินัย รับผิดชอบ 3.1 ปฏิบัติตามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบ ข้อบังคับของครอบครัว มีความตรงต่อเวลาในการปฏิบัติกิจกรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน 4. ใฝ่เรียนรู้ 4.1 รู้จักใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ และนำไปปฏิบัติได้ 4.2 รู้จักจัดสรรเวลาให้เหมาะสม 4.3 เชื่อฟังคำสั่งสอนของบิดา-มารดา โดยไม่โต้แย้ง 4.4 ตั้งใจเรียน 5. อยู่อย่างพอเพียง 5.1 ใช้ทรัพย์สินและสิ่งของของโรงเรียนอย่างประหยัด 5.2 ใช้อุปกรณ์การเรียนอย่างประหยัดและรู้คุณค่า 5.3 ใช้จ่ายอย่างประหยัดและมีการเก็บออมเงิน 6. มุ่งมั่นในการทำงาน 6.1 มีความตั้งใจและพยายามในการทำงานที่ได้รับมอบหมาย 6.2 มีความอดทนและไม่ท้อแท้ต่ออุปสรรคเพื่อให้งานสำเร็จ 7. รักความเป็นไทย 7.1 มีจิตสำนึกในการอนุรักษ์วัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทย 7.2 เห็นคุณค่าและปฏิบัติตนตามวัฒนธรรมไทย 8. มีจิตสาธารณะ 8.1 รู้จักช่วยพ่อแม่ ผู้ปกครอง และครูทำงาน 8.2 รู้จักการดูแลรักษาทรัพย์สมบัติและสิ่งแวดล้อมของห้องเรียนและ โรงเรียน รวม9 ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ................/.................../............. เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 51-60 ดีมาก 41-50 ดี 30-40 พอใช้ ต่ำกว่า 30 ปรับปรุง เกณฑ์การให้คะแนน พฤติกรรมที่ปฏิบัติชัดเจนและสม่ำเสมอ ให้ 3 คะแนน พฤติกรรมที่ปฏิบัติชัดเจนและบ่อยครั้ง ให้ 2 คะแนน พฤติกรรมที่ปฏิบัติบางครั้ง ให้ 1 คะแนน
73 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 9 รายวิชา วิทยาศาสตร์รหัสวิชา ว15101 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนเทศบาล 2 มุขมนตรี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 สิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม เวลา 19 ชั่วโมง เรื่อง ลักษณะทางพันธุกรรมของสัตว์และพืช เวลา 3 ชั่วโมง ผู้สอน นายนรินทร์ คันธี วันที่สอน : วันที่……………..เดือน………………….พ.ศ................... 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ว 1.2 เข้าใจกระบวนการ และความสำคัญของการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม วิวัฒนาการ ของสิ่งมีชีวิต ความหลากหลายทางชีวภาพ การใช้เทคโนโลยีชีวภาพที่มีผลต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อม มีกระบวนการ สืบเสาะหาความรู้และจิตวิทยาศาสตร์ สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้ และนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ ตัวชี้วัด ป.5/1 อธิบายลักษณะทางพันธุกรรมที่มีการถ่ายทอดจากพ่อแม่สู่ลูกของพืช สัตว์ และมนุษย์ 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1) อธิบายลักษณะทางพันธุกรรมที่มีการถ่ายทอดจากพ่อแม่สู่ลูกของสัตว์และพืชได้ (K) 2) สืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมของสัตว์และพืชได้ (P) 3) ตั้งใจเรียนรู้และแสวงหาความรู้ รับผิดชอบต่อหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย (A) 3. สาระสำคัญความคิดรวบยอด สิ่งมีชีวิตทั้งพืช สัตว์ และมนุษย์ เมื่อโตเต็มที่จะมีการสืบพันธุ์เพื่อเพิ่มจำนวนและดำรงพันธุ์ โดยลูกที่เกิดมา จะได้รับการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมจากพ่อแม่ทำให้มีลักษณะทางพันธุกรรมที่เฉพาะแตกต่างจาก สิ่งมีชีวิตชนิดอื่น โดยสัตว์จะมีการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม เช่น สีขน ลักษณะของขน ลักษณะใบหูส่วนพืชจะ มีการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม เช่น ลักษณะของใบ สีดอก 4. สาระการเรียนรู้/สาระการเรียนรู้แกนกลาง - สัตว์มีการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม เช่น สีขน ลักษณะของขน ลักษณะของหู - พืชมีการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม เช่น ลักษณะของใบ สีดอก
74 5.สมรรถนะสำคัญของผู้เรียนและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. มีวินัย 2. ใฝ่เรียนรู้ 3. มุ่งมั่นในการทำงาน 4. มีจิตวิทยาศาสตร์ สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 1. ความสามารถในการสื่อสาร 2. ความสามารถในการคิด 3. ความสามารถในการแก้ปัญหา 4. ความสามารถในการใช้ทักษะ/กระบวนการและทักษะในการดำเนินชีวิต 5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 6. กิจกรรมการเรียนรู้ แบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model) ชั่วโมงที่ 1 ขั้นที่ 1 กระตุ้นความสนใจ (Engage) 1. ครูสนทนากับนักเรียนเกี่ยวกับเรื่องการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมของมนุษย์ที่ได้เรียนจากชั่วโมงที่แล้ว เพื่อทบทวนบทเรียน 2. ครูกระตุ้นความสนใจของนักเรียนก่อนที่จะเข้าสู่บทเรียน โดยนำแผนภาพตัวอย่างครอบครัวสัตว์1 ชนิด มาให้นักเรียนสังเกต เช่น ครอบครัวสุนัข โดยมีพ่อ แม่ และลูกสุนัข จากนั้นสุ่มเลือกนักเรียนเพื่อตอบ คำถาม ดังนี้ 1) ลักษณะใดบ้างที่ลูกสุนัขได้รับการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมจากพ่อสุนัข 2) ลักษณะใดบ้างที่ลูกสุนัขได้รับการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมจากแม่สุนัข 3) ลักษณะใดบ้างที่ลูกสุนัขมีแตกต่างจากพ่อและแม่สุนัข ขั้นที่ 2 สำรวจค้นหา (Explore) 1. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 3-4 คน โดยแต่ละกลุ่มศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม ของสัตว์ และตัวอย่างแผนผังการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมจากเซลล์สืบพันธุ์ของสุนัข จากหนังสือ เรียนแม่บทมาตรฐานวิทยาศาสตร์ ป.5 หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 สิ่งมีชีวิตกับสิ่งแวดล้อม 2. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันอภิปรายและสรุปผลจากการทำกิจกรรมภายในกลุ่ม
75 3. นักเรียนแต่ละส่งตัวแทนกลุ่มออกมานำเสนอผลงานหน้าชั้นเรียนจนครบ จากนั้นให้นักเรียนทุกคนร่วมกัน อภิปรายและสรุปผลเกี่ยวกับลักษณะการถ่ายทอดทางพันธุกรรมจากเซลล์สืบพันธุ์ของสัตว์ ชั่วโมงที่ 2 ขั้นที่ 2 สำรวจค้นหา (Explore) 4. ครูสนทนากับนักเรียนเกี่ยวกับเรื่อง การถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมของมนุษย์และสัตว์ที่ได้เรียนจาก ชั่วโมงที่ผ่านมา 5. ครูกระตุ้นความสนใจของนักเรียนก่อนที่จะเข้าสู่บทเรียน โดยนำตัวอย่างกุหลาบและดาวเรืองมาให้ นักเรียนสังเกต จากนั้นสุ่มเลือกนักเรียนเพื่อตอบคำถาม ดังนี้ 1) ดอกกุหลาบกับดาวเรืองมีลักษณะภายนอกที่เราสังเกตได้เหมือนกันหรือแตกต่างกัน อย่างไร 2) ลักษณะทางพันธุกรรมที่กุหลาบสามารถถ่ายทอดให้กับรุ่นลูกรุ่นหลานน่าจะมีอะไรบ้าง 6. ครูให้คำชมเชยนักเรียนที่ตอบคำถาม แล้วมอบรางวัลหรือของขวัญให้เป็นกำลังใจ 7. นักเรียนแบ่งกลุ่มเดิมจากชั่วโมงผ่านมา โดยแต่ละกลุ่มศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับ การถ่ายทอดลักษณะทาง พันธุกรรมของพืช จากหนังสือเรียนแม่บทมาตรฐานวิทยาศาสตร์ ป.5 หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 สิ่งมีชีวิตกับสิ่งแวดล้อม ขั้นที่ 3 อธิบายความรู้ (Explain) 8. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันอภิปรายและสรุปผลจากการทำกิจกรรมภายในกลุ่ม 9. นักเรียนส่งตัวแทนแต่ละกลุ่มออกมานำเสนอผลงานหน้าชั้นเรียนจนครบ จากนั้นให้นักเรียนทุกคนร่วมกัน อภิปรายและสรุปผลเกี่ยวกับลักษณะการถ่ายทอดทางพันธุกรรมของพืช ขั้นที่ 4 ขยายความเข้าใจ (Elaborate) 10. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มเดิมจากชั่วโมงที่ผ่านมา โดยแต่ละกลุ่มร่วมกันสรุปข้อมูลการถ่ายทอดลักษณะทาง พันธุกรรมจากเซลล์สืบพันธุ์ของสัตว์และพืช แล้วนำข้อมูลมาเขียนเป็นแผนผังแสดงลักษณะการถ่ายทอด ลักษณะทางพันธุกรรมจากเซลล์สืบพันธุ์ของสัตว์และพืชลงในกระดาษแข็งแผ่นใหญ่ พร้อมตกแต่งให้ สวยงาม 11. นักเรียนส่งตัวแทนแต่ละกลุ่มออกมานำเสนอผลงานหน้าชั้นเรียนจนครบ จากนั้นให้นักเรียนทุกคนร่วมกัน อภิปรายและสรุปผลเกี่ยวกับลักษณะการถ่ายทอดทางพันธุกรรมจากเซลล์สืบพันธุ์ของสัตว์และพืช 12. นักเรียนทำสรุปสาระสำคัญ ประจำเรื่องที่ 2 โดยเขียนแผนผัง แผนภาพ หรือเขียนสรุปความรู้ เรื่อง ลักษณะทางพันธุกรรมของสิ่งมีชีวิต ลงในสมุดประจำตัวหรือทำในหนังสือเรียนแม่บทมาตรฐานวิทยาศาสตร์ ป.5 หน่วย การเรียนรู้ที่ 2 สิ่งมีชีวิตกับสิ่งแวดล้อม 13. นักเรียนทำกิจกรรมพัฒนาทักษะการคิดประจำเรื่องที่ 2 ลงในสมุดประจำตัวหรือทำในหนังสือเรียนแม่บท มาตรฐานวิทยาศาสตร์ ป.5 หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 สิ่งมีชีวิตกับสิ่งแวดล้อม
76 14. นักเรียนทำแบบวัดผลสัมฤทธิ์ตามตัวชี้วัด ประจำหน่วยการเรียนรู้ที่ 2 ทำลงในหนังสือเรียนแม่บทมาตรฐาน วิทยาศาสตร์ ป.5 หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 สิ่งมีชีวิตกับสิ่งแวดล้อม 15. ครูแจกใบงานที่ 2.8.1 เรื่อง การถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมของสัตว์แล้วให้นักเรียนนำมาส่งใน ชั่วโมงถัดไป 16 . ครูให้นักเรียนทำแบบทดสอบหลังเรียนของหน่วยการเรียนรู้ที่ 2 เรื่อง สิ่งมีชีวิตกับสิ่งแวดล้อม เพื่อ ตรวจสอบความรู้ความเข้าใจหลังเรียน ขั้นสรุป ขั้นที่ 5 ตรวจสอบผล (Evaluate) 1. ครูประเมินผลนักเรียน โดยการสังเกตพฤติกรรมการตอบคำถาม พฤติกรรมการทำงานรายบุคคล พฤติกรรม การทำงานกลุ่ม และจากการนำเสนอผลการทำกิจกรรมหน้าชั้นเรียน 2. ครูตรวจสอบผลการนำเสนอแผนผังแสดงลักษณะการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมจากเซลล์สืบพันธุ์ของ สัตว์และพืชจากกระดาษแข็งแผ่นใหญ่ 3. ครูตรวจสอบผลการทำสรุปสาระสำคัญ ประจำเรื่องที่ 2 ในสมุดประจำตัวหรือทำในหนังสือเรียนแม่บท มาตรฐานวิทยาศาสตร์ ป.5 หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 สิ่งมีชีวิตกับสิ่งแวดล้อม 4. ครูตรวจสอบผลการทำกิจกรรมพัฒนาทักษะการคิดประจำเรื่องที่ 2 ในสมุดประจำตัวหรือทำในหนังสือ เรียนแม่บทมาตรฐานวิทยาศาสตร์ ป.5 หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 สิ่งมีชีวิตกับสิ่งแวดล้อม 5. ครูตรวจสอบผลทำแบบวัดผลสัมฤทธิ์ตามตัวชี้วัด ประจำหน่วยการเรียนรู้ที่ 2 ทำลงในหนังสือเรียนแม่บท มาตรฐานวิทยาศาสตร์ ป.5 หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 สิ่งมีชีวิตกับสิ่งแวดล้อม 7. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ 7.1 สื่อการเรียนรู้ 1) หนังสือเรียนแม่บทมาตรฐานวิทยาศาสตร์ ป.5 หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 สิ่งมีชีวิตกับสิ่งแวดล้อม 2) ใบงาน เรื่อง การถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมของสัตว์ 3) แผนภาพตัวอย่างครอบครัวสัตว์ 4) กุหลาบและดาวเรือง 5) กระดาษแข็งแผ่นใหญ่ 6) สมุดประจำตัว 7.2 แหล่งการเรียนรู้ -
77 8. การวัดและประเมินผล จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม เครื่องมือ วิธีการวัด เกณฑ์การ ประเมิน 1.ด้านความรู้(K) - อธิบายลักษณะทางพันธุกรรมที่ มีการถ่ายทอดจากพ่อแม่สู่ลูกของ สัตว์และพืชได้ (K) -แบบสังเกตการตอบ คำถาม -สังเกตการตอบคำถาม ร้อยละ 70 ขึ้นไปผ่านเกณฑ์ 2. ด้านทักษะ / กระบวนการ (P) -สืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับการถ่ายทอด ลักษณะทางพันธุกรรมของสัตว์ และพืชได้ (P) -ผลการทำกิจกรรม -ตรวจใบกิจกรรม ร้อยละ 70 ขึ้นไปผ่านเกณฑ์ 3.ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) -ตั้งใจเรียนรู้และแสวงหาความรู้ รับผิดชอบต่อหน้าที่ที่ได้รับ มอบหมาย (A) -แบบประเมินคุณลักษณะ อันพึง ประสงค์ -สังเกตพฤติกรรม ร้อยละ 70 ขึ้นไปผ่านเกณฑ์
78
79
80 ภาพตัวอย่าง ครอบครัวสัตว์
81 ใบงาน เรื่อง การถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมของสัตว์ คำชี้แจง : ให้นักเรียนดูภาพการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมของครอบครัวแมว แล้วตอบคำถาม • ลักษณะใดบ้างที่ลูกแมวได้รับการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมจากพ่อแมว • ลักษณะใดบ้างที่ลูกแมวได้รับการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมจากแม่แมว • ลักษณะใดบ้างที่ลูกแมวแตกต่างจากพ่อแมวและแม่แมว
82 แบบประเมินการนำเสนอผลงาน/ผลการทำกิจกรรม คำชี้แจง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ✓ลงในช่องที่ ตรงกับระดับคะแนน ลำดับที่ รายการประเมิน ระดับคะแนน 3 2 1 1 เนื้อหาละเอียดชัดเจน 2 ความถูกต้องของเนื้อหา 3 ภาษาที่ใช้เข้าใจง่าย 4 ประโยชน์ที่ได้จากการนำเสนอ 5 วิธีการนำเสนอผลงาน/ผลการทำกิจกรรม รวม ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน …............./.................../.............. เกณฑ์การให้คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมินสมบูรณ์ชัดเจน ให้ 3 คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมินเป็นส่วนใหญ่ ให้ 2 คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมินบางส่วน ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 14-15 ดีมาก 11-13 ดี 8-10 พอใช้ ต่ำกว่า 8 ปรับปรุง
83 แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานรายบุคคล คำชี้แจง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ✓ลงในช่องที่ ตรงกับระดับคะแนน ลำดับที่ รายการประเมิน ระดับคะแนน 3 2 1 1 การแสดงความคิดเห็น 2 การยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น 3 การทำงานตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย 4 ความมีน้ำใจ 5 การตรงต่อเวลา รวม ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน …............./.................../.............. เกณฑ์การให้คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ ให้ 3 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง ให้ 2 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 14-15 ดีมาก 11-13 ดี 8-10 พอใช้ ต่ำกว่า 8 ปรับปรุง
84 แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม คำชี้แจง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ✓ลงในช่องที่ ตรงกับระดับคะแนน ลำดับที่ ชื่อ–สกุล ของนักเรียน การแสดง ความคิดเห็น การยอมรับ ฟังคนอื่น การทำงาน ตามที่ได้รับ มอบหมาย ความมีน้ำใจ การมี ส่วนร่วมใน การปรับปรุง ผลงานกลุ่ม รวม 15 คะแนน 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน …............./.................../.............. เกณฑ์การให้คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ ให้ 3 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง ให้ 2 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 14-15 ดีมาก 11-13 ดี 8-10 พอใช้ ต่ำกว่า 8 ปรับปรุง
85 แบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ คำชี้แจง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ✓ลงในช่องที่ ตรงกับระดับคะแนน คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ด้าน รายการประเมิน ระดับคะแนน 3 2 1 1. รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ 1.1 ยืนตรงเคารพธงชาติและร้องเพลงชาติได้ 1.2 เข้าร่วมกิจกรรมที่สร้างความสามัคคี ปรองดอง และเป็นประโยชน์ต่อ โรงเรียน 1.3 เข้าร่วมกิจกรรมทางศาสนาที่ตนนับถือ ปฏิบัติตามหลักศาสนา 1.4 เข้าร่วมกิจกรรมที่เกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ตามที่โรงเรียนจัดขึ้น 2. ซื่อสัตย์ สุจริต 2.1 ให้ข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นจริง 2.2 ปฏิบัติในสิ่งที่ถูกต้อง 3. มีวินัย รับผิดชอบ 3.1 ปฏิบัติตามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบ ข้อบังคับของครอบครัว มีความตรงต่อเวลาในการปฏิบัติกิจกรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน 4. ใฝ่เรียนรู้ 4.1 รู้จักใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์และนำไปปฏิบัติได้ 4.2 รู้จักจัดสรรเวลาให้เหมาะสม 4.3 เชื่อฟังคำสั่งสอนของบิดา-มารดา โดยไม่โต้แย้ง 4.4 ตั้งใจเรียน 5. อยู่อย่างพอเพียง 5.1 ใช้ทรัพย์สินและสิ่งของของโรงเรียนอย่างประหยัด 5.2 ใช้อุปกรณ์การเรียนอย่างประหยัดและรู้คุณค่า 5.3 ใช้จ่ายอย่างประหยัดและมีการเก็บออมเงิน 6. มุ่งมั่นในการทำงาน 6.1 มีความตั้งใจและพยายามในการทำงานที่ได้รับมอบหมาย 6.2 มีความอดทนและไม่ท้อแท้ต่ออุปสรรคเพื่อให้งานสำเร็จ 7. รักความเป็นไทย 7.1 มีจิตสำนึกในการอนุรักษ์วัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทย 7.2 เห็นคุณค่าและปฏิบัติตนตามวัฒนธรรมไทย 8. มีจิตสาธารณะ 8.1 รู้จักช่วยพ่อแม่ ผู้ปกครอง และครูทำงาน 8.2 รู้จักการดูแลรักษาทรัพย์สมบัติและสิ่งแวดล้อมของห้องเรียนและ โรงเรียน รวม ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ................./.................../............. เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 51-60 ดีมาก 41-50 ดี 30-40 พอใช้ ต่ำกว่า 30 ปรับปรุง เกณฑ์การให้คะแนน พฤติกรรมที่ปฏิบัติชัดเจนและสม่ำเสมอ ให้ 3 คะแนน พฤติกรรมที่ปฏิบัติชัดเจนและบ่อยครั้ง ให้ 2 คะแนน พฤติกรรมที่ปฏิบัติบางครั้ง ให้ 1 คะแนน
86 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 10 รายวิชา วิทยาศาสตร์รหัสวิชา ว15101 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนเทศบาล 2 มุขมนตรี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 แรงในชีวิตประจำวัน เวลา 8 ชั่วโมง เรื่อง แรงลัพธ์ เวลา 3 ชั่วโมง ผู้สอน นายนรินทร์ คันธี วันที่สอน : วันที่……………..เดือน………………….พ.ศ................... 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด มาตรฐาน ว 2.2 เข้าใจธรรมชาติของแรงในชีวิตประจำวัน ผลของแรงที่กระทำต่อวัตถุ ลักษณะการเคลื่อนที่ แบบต่าง ๆ ของวัตถุ รวมทั้งนําความรู้ไปใช้ประโยชน์ ตัวชี้วัด ป.5/1 อธิบายวิธีการหาแรงลัพธ์ของแรงหลายแรงในแนวเดียวกันที่กระทำต่อวัตถุในกรณีที่วัตถุอยู่นิ่ง จากหลักฐานเชิงประจักษ์ ป.5/2 เขียนแผนภาพแสดงแรงที่กระทำต่อวัตถุที่อยู่ในแนวเดียวกันและแรงลัพธ์ที่กระทำต่อวัตถุ ป.5/3 ใช้เครื่องชั่งสปริงในการวัดแรงที่กระทำต่อวัตถุ 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1) อธิบายการหาแรงลัพธ์ของแรงหลายแรงในแนวเดียวกันที่กระทำต่อวัตถุได้(K) 2) ทดลองเกี่ยวกับการหาแรงลัพธ์ของแรงหลายแรงในแนวเดียวกันที่กระทำต่อวัตถุได้(P) 3) เขียนแผนภาพแสดงแรงที่กระทำต่อวัตถุที่อยู่ในแนวเดียวกันได้ (P) 4) เขียนแผนภาพแสดงแรงลัพธ์ที่กระทำต่อวัตถุได้ (P) 5) ตั้งใจเรียนรู้และแสวงหาความรู้รับผิดชอบต่อหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย (A) 3. สาระการเรียนรู้ แรงลัพธ์เป็นผลรวมของแรงที่กระทำต่อวัตถุ โดยแรงลัพธ์ของแรง 2 แรงที่กระทำต่อวัตถุเดียวกัน จะมีขนาด เท่ากับผลรวมของแรงทั้งสองเมื่อแรงทั้งสองอยู่ในแนวเดียวกันและมีทิศทางเดียวกัน แต่จะมีขนาดเท่ากับผลต่าง ของแรงทั้งสอง เมื่อแรงทั้งสองอยู่ในแนวเดียวกันแต่มีทิศทางตรงข้ามกัน สำหรับวัตถุที่อยู่นิ่งแรงลัพธ์ที่กระทำต่อ วัตถุมีค่าเป็นศูนย์การเขียนแผนภาพของแรงที่กระทำต่อวัตถุ สามารถเขียนได้โดยใช้ลูกศร โดยหัวลูกศรแสดง ทิศทางของแรง และความยาวของลูกศรแสดงขนาดของแรงที่กระทำต่อวัตถุ
87 4. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด แรงลัพธ์เป็นผลรวมของแรงตั้งแต่ 2 แรงขึ้นไป ที่ร่วมกันกระทำต่อวัตถุเดียวกันจึงมีผลทำให้วัตถุนั้นเปลี่ยนแปลง การเคลื่อนที่ไปตามผลของแรงลัพธ์ ซึ่งจะมีค่าเท่ากับการรวมแรงหลายแรงเป็นแรงเดียว 5.สมรรถนะสำคัญของผู้เรียนและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. มีวินัย 2. ใฝ่เรียนรู้ 3. มุ่งมั่นในการทำงาน 4. มีจิตวิทยาศาสตร์ สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 1. ความสามารถในการสื่อสาร 2. ความสามารถในการคิด 3. ความสามารถในการแก้ปัญหา 4. ความสามารถในการใช้ทักษะ/กระบวนการและทักษะในการดำเนินชีวิต 5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 6. กิจกรรมการเรียนรู้ แบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model) ขั้นที่ 1 กระตุ้นความสนใจ (Engage) 1. ครูยกตัวอย่างสถานการณ์ให้นักเรียนฟังว่า“หากมีตู้ 1 หลังอยู่ในห้องเรียน และนักเรียนต้องการเคลื่อนที่ให้ ตู้ออกจากห้องไปที่หน้าเสาธง นักเรียนจะมีวิธีการเคลื่อนย้ายอย่างไรให้สะดวกและรวดเร็วที่สุด” จากนั้น ให้นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็น โดยครูตั้งคำถามดังนี้ 1) ถ้านักเรียนพาเพื่อน ๆ ไปย้ายตู้นักเรียนจะให้เพื่อนช่วยดำเนินการอย่างไร 2) นักเรียนจะมีวิธีการออกแรงอย่างไรให้เคลื่อนตู้ได้เร็วขึ้น 3) นักเรียนสังเกตเห็นการออกแรงและการเคลื่อนที่ของตู้นั้นเป็นอย่างไร 2. ครูให้นักเรียนแต่ละคนคิดกิจกรรมคนละ 1 กิจกรรม เกี่ยวกับการใช้แรงในชีวิตประจำวัน และครูสุ่ม นักเรียน 3-4 คน ออกมาเขียนกิจกรรมที่นักเรียนคิดไว้บนกระดานหน้าชั้นเรียน จากนั้นครูและนักเรียน ร่วมกันแสดงความคิดเห็นว่า กิจกรรมที่เพื่อนเขียนบนกระดานมีแรงอะไรมาเกี่ยวข้องบ้าง
88 3. ครูให้นักเรียนดูภาพในหน้าเรื่องที่ 1 แรงลัพธ์จากหนังสือเรียนแม่บทมาตรฐานวิทยาศาสตร์ ป.5 หน่วย การเรียนรู้ที่ 3 แรงในชีวิตประจำวัน แล้วถามคำถามสำคัญประจำหัวข้อว่า “เพื่อน ๆ คิดว่า จำนวนคนมี ผลต่อการยกกล่องหรือไม่ เพราะอะไร” แล้วให้นักเรียนช่วยกันอธิบายคำตอบ โดยครูอธิบายเพิ่มเติมและ ช่วยเสริมความรู้บางส่วนให้กับนักเรียน ขั้นสอน ขั้นที่ 2 สำรวจค้นหา (Explore) 1. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 3-4 คน โดยร่วมกันศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับแรงลัพธ์และทำกิจกรรมลองทำดูจาก หนังสือเรียนแม่บทมาตรฐานวิทยาศาสตร์ ป.5 หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 แรงในชีวิตประจำวัน 2. ครูตั้งคำถามว่า“กิจกรรมใดบ้างที่ต้องออกแรงหลายแรงร่วมกัน เพื่อทำให้วัตถุเคลื่อนที่” แล้วขอ อาสาสมัครนักเรียนตอบคำถาม 2-3 คน ชั่วโมงที่ 2 3. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 3-4 คน จากนั้นให้นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันทำกิจกรรมพัฒนาทักษะ กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ที่ 1 สองแรงร่วมใจ โดยศึกษาขั้นตอนและวัสดุ-อุปกรณ์ที่ใช้การทำกิจกรรมพัฒนา ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ที่ 1 สองแรงร่วมใจ จากหนังสือเรียนแม่บทมาตรฐานวิทยาศาสตร์ ป.5 หน่วย การเรียนรู้ที่ 3 แรงในชีวิตประจำวัน โดยให้ปฏิบัติกิจกรรม ดังนี้ 1) ตั้งสมมติฐานแล้วบันทึกผลลงในสมุดประจำตัวหรือหนังสือเรียนแม่บทมาตรฐานวิทยาศาสตร์ ป.5 หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 แรงในชีวิตประจำวัน 2) ให้แต่ละกลุ่มนำดินน้ำมันใส่ถุงพลาสติกที่มีหูหิ้วแล้วนำมาเกี่ยวที่ตะขอของเครื่องชั่งสปริง จากนั้น แขวนเครื่องชั่งสปริงกับชุดขาตั้งในแนวดิ่ง เพื่ออ่านค่าของแรงแล้วบันทึกผลลงในสมุดประจำตัว หรือหนังสือเรียนแม่บทมาตรฐานวิทยาศาสตร์ ป.5 หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 แรงในชีวิตประจำวัน 3) ชั่งน้ำหนักของก้อนหินอีกครั้งหนึ่ง โดยใช้เครื่องชั่งสปริง 2 เครื่อง โดยนำหูหิ้วของถุงพลาสติกเกี่ยวที่ ตะขอของเครื่องชั่งเครื่องละหูแล้วแขวนเครื่องชั่งสปริงทั้ง 2 เครื่อง ในแนวดิ่ง เพื่ออ่านค่าของแรงและ บันทึกผล 4) ปฏิบัติตามข้อ 1-2 โดยเปลี่ยนวัตถุจากก้อนหินเป็นหนังสือ กล่องดินสอ และแก้วน้ำ และบันทึก ผล 5) ร่วมกันอภิปรายเพื่อสรุปผลการทดลองเกี่ยวกับผลของแรงที่กระทำต่อวัตถุ
89 ขั้นที่ 3 อธิบายความรู้ (Explain) 4. สมาชิกแต่ละกลุ่มร่วมกันอภิปรายและสรุปผลจากการทำกิจกรรมภายในกลุ่ม 5. นักเรียนแต่ละกลุ่มส่งตัวแทนออกมานำเสนอผลงานหน้าชั้นเรียน 6. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปความรู้ที่ได้จากการทดลองจนได้ข้อสรุปว่า“การใช้เครื่องชั่งสปริง 1 เครื่องชั่ง สิ่งของจะเท่ากับหรือใกล้เคียงกับผลรวมค่าของแรงที่อ่านได้จากการใช้เครื่องชั่งสปริง 2 เครื่อง ชั่งสิ่งของ ดังนั้น แรง 2 แรง ที่มีทิศทางเดียวกัน จะมีแรงลัพธ์เพียงแรงเดียว ซึ่งเป็นผลรวมของแรงทั้งสองแรง” 7. นักเรียนทุกกลุ่มร่วมกันอภิปรายผลการทำกิจกรรม จนได้ข้อสรุปว่า“แรงลัพธ์คือ ผลรวมของแรงตั้งแต่ 2 แรงขึ้นไป ที่ร่วมกันกระทำต่อวัตถุเดียวกัน จึงมีผลทำให้วัตถุนั้นเปลี่ยนแปลงการเคลื่อนที่ไปตามผลของแรง ลัพธ์” ชั่วโมงที่ 3 ขั้นที่ 4 ขยายความเข้าใจ (Elaborate) 8. ให้นักเรียนศึกษาเนื้อหาเกี่ยวกับแรงลัพธ์วิธีการหาแรงลัพธ์และการใช้ประโยชน์จากแรงลัพธ์จากหนังสือ เรียนแม่บทมาตรฐานวิทยาศาสตร์ ป.5 หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 แรงในชีวิตประจำวัน 9. ครูให้นักเรียนจับคู่กับเพื่อน แล้วให้ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการหาแรงลัพธ์เพิ่มเติมจากสื่อดิจิทัลในหนังสือ เรียนแม่บทมาตรฐานวิทยาศาสตร์ ป.5 หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 แรงในชีวิตประจำวัน โดยใช้โทรศัพท์มือถือ สแกน QR Code เรื่อง การหาแรงลัพธ์ 10. ให้นักเรียนนำความรู้ที่ได้จากการศึกษาข้อมูลมาอภิปรายและร่วมกันสรุปภายในชั้นเรียน โดยให้ครูคอย อธิบายเพิ่มเติมในส่วนที่บกพร่อง 11. ครูอธิบายเสริมให้นักเรียนเข้าใจเพิ่มเติมว่า “ในการวัดแรงนั้น นักเรียนสามารถใช้เครื่องชั่งสปริงวัดค่าของ แรงลัพธ์ที่เกิดขึ้นได้ซึ่งมีหน่วยเป็นนิวตัน (โดยมีการเรียกหน่วยของแรงตามชื่อของ เซอร์ไอแซก นิวตัน)” 12. ครูสนทนากับนักเรียนเพื่อทบทวนความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเนื้อหาที่ได้เรียนผ่านมาจากหนังสือเรียน วิทยาศาสตร์หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 แรงในชีวิตประจำวัน เรื่องที่ 1 แรงลัพธ์โดยสุ่มเรียกชื่อนักเรียนให้ ออกมาเล่าว่า ตนเองได้รับความรู้อะไรบ้าง 13. นักเรียนทำกิจกรรมพัฒนาการเรียนรู้ที่ 1 ลงในสมุดประจำตัวหรือหนังสือเรียนแม่บทมาตรฐาน วิทยาศาสตร์ ป.5 หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 แรงในชีวิตประจำวัน 14. นักเรียนทำกิจกรรมสรุปสาระสำคัญ ประจำเรื่องที่ 1 โดยเขียนแผนผัง แผนภาพ หรือเขียนสรุปความรู้เรื่อง แรงลัพธ์ ลงในสมุดประจำตัวหรือหนังสือเรียนแม่บทมาตรฐานวิทยาศาสตร์ ป.5 หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 แรง ในชีวิตประจำวัน
90 15. นักเรียนทำกิจกรรมพัฒนาทักษะการคิด ประจำเรื่องที่ 1 ลงในสมุดประจำตัวหรือหนังสือเรียนแม่บท มาตรฐานวิทยาศาสตร์ ป.5 หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 แรงในชีวิตประจำวัน 16. ครูมอบหมายชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) ให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 3-4 คน โดยให้แต่ละกลุ่มช่วยกัน สำรวจว่า ใน 1 วัน นักเรียนมีการใช้ประโยชน์จาก แรงลัพธ์อย่างไรบ้าง นำข้อมูลที่ได้มาเขียนเป็นแผนภาพ ลงในกระดาษแข็ง พร้อมตกแต่งให้สวยงาม และนำเสนอหน้าชั้นเรียนในชั่วโมงถัดไป ขั้นสรุป ขั้นที่ 5 ตรวจสอบผล (Evaluate) 1. ครูประเมินผลนักเรียน โดยการสังเกตพฤติกรรมการตอบคำถาม พฤติกรรมการทำงานรายบุคคล พฤติกรรมการทำงานกลุ่ม และจากการนำเสนอผลการทำกิจกรรมหน้าชั้นเรียน 2. ครูตรวจสอบผลการทำกิจกรรมนำลองทำดูในสมุดประจำตัว 3. ครูตรวจสอบผลการทำกิจกรรมพัฒนาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ที่ 1 สองแรงร่วมใจในสมุด ประจำตัวหรือหนังสือเรียนแม่บทมาตรฐานวิทยาศาสตร์ ป.5 หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 แรงในชีวิตประจำวัน 5. ครูตรวจสอบผลการทำกิจกรรมพัฒนาการเรียนรู้ที่ 1 ในสมุดประจำตัวหรือหนังสือเรียนแม่บทมาตรฐาน วิทยาศาสตร์ ป.5 หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 แรงในชีวิตประจำวัน 6. ครูตรวจผลการทำกิจกรรมสรุปสาระสำคัญประจำเรื่องที่ 1 ในสมุดประจำตัวหรือหนังสือเรียนแม่บท มาตรฐานวิทยาศาสตร์ ป.5 หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 แรงในชีวิตประจำวัน 7. ครูตรวจผลการทำกิจกรรมพัฒนาทักษะการคิด ประจำเรื่องที่ 1 ในสมุดประจำตัวหรือหนังสือเรียนแม่บท มาตรฐานวิทยาศาสตร์ ป.5 หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 แรงในชีวิตประจำวัน 8. ครูตรวจสอบชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) ผลงานแผนภาพการใช้ประโยชน์จากแรงลัพธ์ 9. นักเรียนและครูร่วมกันสรุปความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่อง แรงลัพธ์ จนได้ข้อสรุปว่า“การออกแรงหลาย แรงกระทำต่อวัตถุในทิศทางเดียวกัน จะมีค่าเท่ากับแรงเพียงแรงเดียว ผลลัพธ์ของแรงหลายแรงนี้ เรียกว่าแรงลัพธ์” 10. ครูสรุปเพิ่มเติมอีกว่า“ในชีวิตประจำวันของเรามีการนำแรงลัพธ์มาใช้ประโยชน์มากมาย เช่น การปั่น จักรยานพ่วง การใช้สุนัขลากเลื่อน ซึ่งเกิดจากแรงหลายแรงที่กระทำทำให้วัตถุเคลื่อนที่ไปตาม ทิศทางของ แรง และถ้าผลของแรงลัพธ์ที่มีค่าเป็นศูนย์ก็จะทำให้สิ่งต่าง ๆ เกิดการหยุดนิ่งอยู่กับที่ได้ เช่นกัน
91 7. การวัดและประเมินผล จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม เครื่องมือ วิธีการวัด เกณฑ์การ ประเมิน 1.ด้านความรู้(K) -อธิบายการหาแรงลัพธ์ของแรง หลายแรงในแนวเดียวกันที่กระทำ ต่อวัตถุได้(K) -แบบสังเกตการตอบ คำถาม -สังเกตการตอบคำถาม ร้อยละ 70 ขึ้นไปผ่านเกณฑ์ 2. ด้านทักษะ / กระบวนการ (P) -ทดลองเกี่ยวกับการหาแรงลัพธ์ ของแรงหลายแรงในแนวเดียวกัน ที่กระทำต่อวัตถุได้(P) -เขียนแผนภาพแสดงแรงที่กระทำ ต่อวัตถุที่อยู่ในแนวเดียวกันได้ (P) -เขียนแผนภาพแสดงแรงลัพธ์ที่ กระทำต่อวัตถุได้ (P) -แบบสรุปกิจกรรม -ตรวจใบกิจกรรม ร้อยละ 70 ขึ้นไปผ่านเกณฑ์ 3.ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) –ตั้งใจเรียนรู้และแสวงหาความรู้ รับผิดชอบต่อหน้าที่ที่ได้รับ มอบหมาย (A) -แบบประเมินคุณลักษณะ อันพึง ประสงค์ -สังเกตพฤติกรรม ร้อยละ 70 ขึ้นไปผ่านเกณฑ์
91 8. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ 8.1 สื่อการเรียนรู้ 1) หนังสือเรียนแม่บทมาตรฐาน วิทยาศาสตร์ ป.5 หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 แรงในชีวิตประจำวัน 2) วัสดุ-อุปกรณ์ที่ใช้การทำกิจกรรมพัฒนาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ที่ 1 สองแรงร่วมใจ 3) QR Code เรื่อง การหาแรงลัพธ์ 4) สมุดประจำตัว 8.2 แหล่งการเรียนรู้ -
92 ชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) เรื่อง แรงลัพธ์ คำชี้แจง : ให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 3-4 คน โดยให้แต่ละกลุ่มช่วยกันสำรวจว่าใน 1 วัน นักเรียนมีการใช้ ประโยชน์จากแรงลัพธ์อย่างไรบ้าง นำข้อมูลที่ได้มาเขียนเป็นแผนภาพลงในกระดาษแข็ง พร้อม ตกแต่งให้สวยงาม และนำเสนอหน้าชั้นเรียนในชั่วโมงถัดไป
93
94
95 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 11 รายวิชา วิทยาศาสตร์รหัสวิชา ว15101 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนเทศบาล 2 มุขมนตรี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 แรงในชีวิตประจำวัน เวลา 8 ชั่วโมง เรื่อง แรงเสียดทาน เวลา 3 ชั่วโมง ผู้สอน นายนรินทร์ คันธี วันที่สอน : วันที่……………..เดือน………………….พ.ศ................... 2. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด มาตรฐาน ว 2.2 เข้าใจธรรมชาติของแรงในชีวิตประจำวัน ผลของแรงที่กระทำต่อวัตถุ ลักษณะการเคลื่อนที่ แบบต่าง ๆ ของวัตถุ รวมทั้งนําความรู้ไปใช้ประโยชน์ ตัวชี้วัด ป.5/4 ระบุผลของแรงเสียดทานที่มีต่อการเปลี่ยนแปลงการเคลื่อนที่ของวัตถุจากหลักฐานเชิงประจักษ์ ป.5/5 เขียนแผนภาพแสดงแรงเสียดทานและแรงที่อยู่ในแนวเดียวกันที่กระทำต่อวัตถุ 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1) อธิบายผลของแรงเสียดทานที่มีต่อการเปลี่ยนแปลงการเคลื่อนที่ของวัตถุได้ (K) 2) ทดลองและสรุปผลเกี่ยวกับแรงเสียดทานที่มีต่อการเปลี่ยนแปลงการเคลื่อนที่ของวัตถุได้ (P) 3) ตั้งใจเรียนรู้และแสวงหาความรู้รับผิดชอบต่อหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย (A) 3. สาระการเรียนรู้ แรงเสียดทานเป็นแรงที่เกิดขึ้นระหว่างผิวสัมผัสของวัตถุ เพื่อต้านการเคลื่อนที่ของวัตถุนั้น โดยถ้าออกแรง กระทำต่อวัตถุที่อยู่นิ่งบนพื้นผิวหนึ่งให้เคลื่อนที่แรงเสียดทานจากพื้นผิวนั้นก็จะต้านการเคลื่อนที่ของวัตถุแต่ถ้า วัตถุกำลังเคลื่อนที่แรงเสียดทานก็จะทำให้วัตถุนั้นเคลื่อนที่ช้าลงหรือหยุดนิ่ง 4. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด แรงเสียดทานเป็นแรงที่เกิดขึ้นระหว่างผิวสัมผัสของวัตถุสองชิ้น โดยผิววัตถุหนึ่งต้านทานการเคลื่อนที่ของ ผิววัตถุอีกผิวหนึ่ง ซึ่งแรงเสียดทานจะมีทิศตรงข้ามกับการเคลื่อนที่ของวัตถุนั้น ๆ แรงเสียดทานมีผลทำให้วัตถุที่ กำลังเคลื่อนที่เกิดการเคลื่อนที่ช้าลงหรือหยุดนิ่ง