The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by narinmvagusta, 2024-01-30 23:15:09

เทอม1-นรินทร์

เทอม1-นรินทร์

96 5.สมรรถนะสำคัญของผู้เรียนและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. มีวินัย 2. ใฝ่เรียนรู้ 3. มุ่งมั่นในการทำงาน 4. มีจิตวิทยาศาสตร์ สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 1. ความสามารถในการสื่อสาร 2. ความสามารถในการคิด 3. ความสามารถในการแก้ปัญหา 4. ความสามารถในการใช้ทักษะ/กระบวนการและทักษะในการดำเนินชีวิต 5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 6. กิจกรรมการเรียนรู้ แบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model) ขั้นที่ 1 กระตุ้นความสนใจ (Engage) 1. ครูขออาสาสมัครนักเรียน 1 คน ให้ออกมาโยนบอลให้กลิ้งลงไปบนพื้นที่เป็นสนามหญ้า และโยนบอลให้ กลิ้งลงไปบนพื้นที่เป็นสนามปูนซีเมนต์เรียบ ๆ ด้วยแรงเท่า ๆ กัน แล้วครูตั้งคำถามให้นักเรียนร่วมกันอภิปราย ดังนี้ 1) ผลที่ได้จะเป็นอย่างไร 2) ลูกบอลที่กลิ้งไปกับพื้นหญ้าและพื้นปูนซีเมนต์แตกต่างกันอย่างไร 3) ลูกบอลลูกใดหยุดก่อน เพราะเหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น 2. จากนั้นให้นักเรียนร่วมกันอภิปรายเกี่ยวกับคำถามและตอบคำถามตามความเข้าใจของนักเรียน โดยครูคอย ช่วยเสริมคำตอบของนักเรียน เพื่อให้นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจเพิ่มมากขึ้น ขั้นสอน ขั้นที่ 2 สำรวจค้นหา (Explore) 1. ครูให้นักเรียนช่วยกันสังเกตภาพหน้าเรื่องที่ 2 แรงเสียดทาน จากหนังสือเรียนแม่บทมาตรฐาน วิทยาศาสตร์ ป.5 หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 แรงในชีวิตประจำวัน แล้วให้นักเรียนแสดงความคิดเห็นร่วมกัน ว่า การเตะฟุตบอลเกี่ยวข้องกับแรงเสียดทานหรือไม่อย่างไร ให้นักเรียนแสดงความคิดเห็นตามความเข้าใจ ของตนเอง


97 2. ครูถามนักเรียนว่า “ทราบหรือไม่ว่าแรงเสียดทานหมายถึงอะไร” แล้วให้นักเรียนช่วยกันแสดงความคิดเห็น 3. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 3-4 คน จากนั้นให้แต่ละกลุ่มร่วมกันทำกิจกรรมลองทำดูจากหนังสือเรียนแม่บท มาตรฐานวิทยาศาสตร์ ป.5 หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 แรงในชีวิตประจำวันและนำเสนอคำตอบของกลุ่มหน้าชั้น เรียน เพื่ออภิปรายและสรุปคำตอบร่วมกัน ชั่วโมงที่ 2 4. ครูถามนักเรียนว่า “มีนักเรียนคนใดเคยลากของบนไม้กระดานเรียบ ๆ หรือบนพื้นถนนที่ขรุขระบ้างหรือไม่ ถ้ามีให้นักเรียนคนนั้นกล่าวออกมาบอกความรู้สึกว่าขณะที่ลากของรู้สึกอย่างไร” 5. ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับแรงเสียดทานว่า “แรงเสียดทานเกิดจากการสัมผัสกันระหว่างวัตถุ 2 ชนิด ดังนี้ • ถ้าผิวสัมผัสของวัตถุทั้ง 2 ชนิด เรียบจะเกิดแรงเสียดทานน้อย ทำให้วัตถุเคลื่อนที่ได้ง่าย • ถ้าผิวสัมผัสของวัตถุทั้ง 2 ชนิด ไม่เรียบจะเกิดแรงเสียดทานมาก ทำให้วัตถุเคลื่อนที่ได้ยาก” 6. ครูให้นักเรียนสังเกตแผนภาพเด็กเตะฟุตบอล แผนภาพเด็กเข็นรถของเล่น แผนภาพเด็กเล่นสไลเดอร์ แผนภาพเด็กเล่นสเกตบอร์ด และแผนภาพเด็กเล่นสกีจากนั้นครูให้นักเรียนตอบคำถามลงในสมุด ประจำตัวดังนี้ 1) จากแผนภาพต่าง ๆ นั้นมีเหตุการณ์ใดบ้าง 2) นักเรียนคิดว่า กิจกรรมในแผนภาพ เกี่ยวข้องกับแรงเสียดทานหรือไม่ 3) นักเรียนคิดว่า กิจกรรมในชีวิตประจำของเราเกี่ยวข้องกับแรงเสียดทานหรือไม่อย่างไร 7. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 3-4 คน (กลุ่มเดิม) จากนั้นร่วมกันศึกษากิจกรรมพัฒนาทักษะกระบวนการทาง วิทยาศาสตร์ที่ 1 ลักษณะของแรงเสียดทาน จากหนังสือเรียนแม่บทมาตรฐานวิทยาศาสตร์ ป.5 หน่วยการ เรียนรู้ที่ 3 แรงในชีวิตประจำวัน 8. นักเรียนแต่ละกลุ่มศึกษาขั้นตอนและวัสดุ-อุปกรณ์ที่ใช้ในการทำกิจกรรมพัฒนาทักษะกระบวนการทาง วิทยาศาสตร์ที่ 1 ลักษณะของแรงเสียดทาน 9. นักเรียนแต่ละกลุ่มช่วยกันตั้งสมมติฐาน แล้วบันทึกลงในสมุดประจำตัวหรือหนังสือเรียนแม่บทมาตรฐาน วิทยาศาสตร์ ป.5 หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 แรงในชีวิตประจำวัน 10. นักเรียนแต่ละกลุ่มปฏิบัติกิจกรรมตามขั้นตอนให้ครบถ้วน แล้วบันทึกผลการทดลองลงในสมุดประจำตัว หรือหนังสือเรียนแม่บทมาตรฐานวิทยาศาสตร์ ป.5 หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 แรงในชีวิตประจำวัน


98 11. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มวาดแผนภาพแสดงแรงเสียดทานและแรงที่กล่องกำลังเคลื่อนที่ไปบนพื้นห้องลงใน สมุดประจำตัวหรือหนังสือเรียนแม่บทมาตรฐานวิทยาศาสตร์ ป.5 หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 แรงใน ชีวิตประจำวัน 12. สมาชิกภายในกลุ่มทุกกลุ่มร่วมกันอภิปรายและสรุปผลการทำกิจกรรม เพื่อเตรียมนำเสนอหน้าชั้นเรียน ขั้นที่ 3 อธิบายความรู้ (Explain) 13. นักเรียนทุกกลุ่มออกมานำเสนอข้อมูลการทดลองของกิจกรรมพัฒนาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ที่ 1 ลักษณะของแรงเสียดทานหน้าชั้นเรียนทีละกลุ่ม จากนั้นครูและนักเรียนร่วมกันสรุปความรู้ที่ได้จากการ ทำกิจกรรมจนได้ข้อสรุปว่า“แรงเสียดทานจะมีค่ามากหรือมีค่าน้อยขึ้นอยู่กับน้ำหนักของวัตถุ ซึ่งจะมีผล ต่อการเคลื่อนที่ของวัตถุนั้น ๆ”” ชั่วโมงที่ 3 ขั้นที่ 4 ขยายความเข้าใจ (Elaborate) 14. นักเรียนศึกษาเนื้อหาเกี่ยวกับลักษณะของแรงเสียดทาน และสังเกตแผนภาพการแสดงการเกิดแรงเสียด ทาน จากหนังสือเรียนแม่บทมาตรฐานวิทยาศาสตร์ ป.5 หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 แรงในชีวิตประจำวัน 15. ครูขออาสานักเรียนออกมา 1 คน เพื่อที่จะทำการสาธิตการตีลูกกอล์ฟในพื้นสนามให้เพื่อน ๆ ดูว่า สิ่งที่ นักเรียนศึกษาจากหนังสือเรียนนั้นเป็นจริงหรือไม่ 16. นักเรียนร่วมกันอภิปรายเกี่ยวกับการเกิดแรงเสียดทานระหว่างผิวลูกกอล์ฟกับพื้นสนามหญ้า โดยครูคอย ช่วยเสริมและอธิบายในประเด็นเพื่อให้นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจเพิ่มมากขึ้นว่า“การที่นักเรียนตีลูก กอล์ฟไปข้างหน้าในบนสนามหญ้า เมื่อลูกกอล์ฟเคลื่อนที่จะมีแรงเสียดทานระหว่างพื้นผิวของลูกกอล์ฟ กับพื้นผิวของสนามหญ้า ซึ่งจะทำให้ลูกกอล์ฟเคลื่อนที่ช้าลงหรือหยุดการเคลื่อนที่” 17. ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับปัจจัยที่มีผลต่อแรงเสียดทานจากสื่อดิจิทัลในหนังสือเรียน โดยใช้โทรศัพท์มือถือ สแกน QR Code เรื่อง ปัจจัยที่มีผลต่อแรงเสียดทาน จากหนังสือเรียนแม่บทมาตรฐานวิทยาศาสตร์ ป.5 หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 แรงในชีวิตประจำวัน 18. ครูให้นักเรียนศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับลักษณะของแรงเสียดทาน และผลดีและผลเสียที่เกิดจากแรงเสียดทาน และร่วมกันสรุปภายในชั้นเรียนโดยให้ครูคอยอธิบายเพิ่มเติมในส่วนที่บกพร่องจากหนังสือเรียน 19. ครูถามคำถามเกี่ยวกับแรงเสียดทานและปัจจัยที่มีผลต่อแรงเสียดทาน ดังนี้ 1) แรงเสียดทานจะมีค่ามากหรือมีน้อยขึ้นอยู่กับสิ่งใด เพราะอะไร 2) ยกตัวอย่างกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับแรงเสียดทานมา 2 กิจกรรม


99 3) การเคลื่อนที่ของวัตถุมีความสัมพันธ์กับพื้นผิวสัมผัสหรือไม่อย่างไร 4) นักเรียนคิดว่า การเตะลูกบอลด้วยแรงที่เท่ากันบนพื้นซีเมนต์กับสนามหญ้าที่แห้ง การเตะลูกบอลที่ บริเวณใดจะทำให้ลูกบอลเคลื่อนที่ไปได้ไกลที่สุด เพราะอะไร ขั้นสรุป ขั้นที่ 5 ตรวจสอบผล (Evaluate) 1. ครูประเมินผลนักเรียน โดยการสังเกตพฤติกรรมการตอบคำถาม พฤติกรรมการทำงานรายบุคคล พฤติกรรมการทำงานกลุ่ม และจากการนำเสนอผลการทำกิจกรรมหน้าชั้นเรียน 2. ครูตรวจสอบผลการทำกิจกรรมพัฒนาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ที่ 1 เรื่อง ลักษณะของแรง เสียดทานในสมุดประจำตัวหรือหนังสือเรียนแม่บทมาตรฐานวิทยาศาสตร์ ป.5 หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 แรงใน ชีวิตประจำวัน 3. นักเรียนและครูร่วมกันสรุปเกี่ยวกับแรงเสียดทานจนได้ข้อสรุปว่า“แรงเสียดทานเป็นแรงที่ต้านทานการ เคลื่อนที่ของวัตถุจึงมีผลต่อการเคลื่อนที่ของวัตถุแรงเสียดทานจะเกิดขึ้นมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับน้ำหนัก ของวัตถุและลักษณะพื้นผิวสัมผัสของวัตถุ”


100 7. การวัดและประเมินผล จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม เครื่องมือ วิธีการวัด เกณฑ์การ ประเมิน 1.ด้านความรู้(K) -อธิบายผลของแรงเสียดทานที่มี ต่อการเปลี่ยนแปลงการเคลื่อนที่ ของวัตถุได้ (K) -แบบสังเกตการตอบ คำถาม -สังเกตการตอบคำถาม ร้อยละ 70 ขึ้นไปผ่านเกณฑ์ 2. ด้านทักษะ / กระบวนการ (P) -ทดลองและสรุปผลเกี่ยวกับแรง เสียดทานที่มีต่อการเปลี่ยนแปลง การเคลื่อนที่ของวัตถุได้ (P) -แบบสรุปกิจกรรม -ตรวจใบกิจกรรม ร้อยละ 70 ขึ้นไปผ่านเกณฑ์ 3.ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) –ตั้งใจเรียนรู้และแสวงหาความรู้ รับผิดชอบต่อหน้าที่ที่ได้รับ มอบหมาย (A) -แบบประเมินคุณลักษณะ อันพึง ประสงค์ -สังเกตพฤติกรรม ร้อยละ 70 ขึ้นไปผ่านเกณฑ์


101 8. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ 8.1 สื่อการเรียนรู้ 1) หนังสือเรียนแม่บทมาตรฐาน วิทยาศาสตร์ ป.5 หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 แรงในชีวิตประจำวัน 2) วัสดุ-อุปกรณ์ที่ใช้การทำกิจกรรมพัฒนาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ที่ 1 ลักษณะของแรงเสียด ทาน 3) QR Code เรื่อง ปัจจัยที่มีผลต่อแรงเสียดทาน 4) แผนภาพเด็กเตะฟุตบอล 5) แผนภาพเด็กเข็นรถของเล่น 6) แผนภาพเด็กเล่นสไลเดอร์ 7) แผนภาพเด็กเล่นสเกตบอร์ด 8) แผนภาพเด็กเล่นสกี 9) สมุดประจำตัว 8.2 แหล่งการเรียนรู้ - สนามหญ้า - สนามปูนซีเมนต์


102


103


104 เด็กเตะฟุตบอล เด็กเข็นรถของเล่น เด็กเล่นสไลเดอร์ เด็กเล่นสเกตบอร์ด เด็กเล่นสกี


105 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 12 รายวิชา วิทยาศาสตร์รหัสวิชา ว15101 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนเทศบาล 2 มุขมนตรี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 แรงในชีวิตประจำวัน เวลา 8 ชั่วโมง เรื่อง การลดแรงเสียดทานและการเพิ่มแรงเสียดทาน เวลา 2 ชั่วโมง ผู้สอน นายนรินทร์ คันธี วันที่สอน : วันที่……………..เดือน………………….พ.ศ................... 3. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด มาตรฐาน ว 2.2 เข้าใจธรรมชาติของแรงในชีวิตประจำวัน ผลของแรงที่กระทำต่อวัตถุ ลักษณะการเคลื่อนที่ แบบต่าง ๆ ของวัตถุ รวมทั้งนําความรู้ไปใช้ประโยชน์ ตัวชี้วัด ป.5/4 ระบุผลของแรงเสียดทานที่มีต่อการเปลี่ยนแปลงการเคลื่อนที่ของวัตถุจากหลักฐานเชิงประจักษ์ 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1) บอกประโยชน์ของแรงเสียดทานที่มีต่อการเปลี่ยนแปลงการเคลื่อนที่ของวัตถุได้ (K) 2) อธิบายเกี่ยวกับการลดแรงเสียดทานและการเพิ่มแรงเสียดทานได้ (K) 3) สร้างสิ่งประดิษฐ์ที่อาศัยหลักการเรื่องแรงเสียดทานได้ (P) 3) ตั้งใจเรียนรู้และแสวงหาความรู้รับผิดชอบต่อหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย (A) 3. สาระการเรียนรู้ แรงเสียดทานเป็นแรงที่เกิดขึ้นระหว่างผิวสัมผัสของวัตถุ เพื่อต้านการเคลื่อนที่ของวัตถุนั้น โดยถ้าออกแรง กระทำต่อวัตถุที่อยู่นิ่งบนพื้นผิวหนึ่งให้เคลื่อนที่แรงเสียดทานจากพื้นผิวนั้นก็จะต้านการเคลื่อนที่ของวัตถุแต่ถ้า วัตถุกำลังเคลื่อนที่แรงเสียดทานก็จะทำให้วัตถุนั้นเคลื่อนที่ช้าลงหรือหยุดนิ่ง 4. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด แรงเสียดทานมีประโยชน์ในชีวิตประจำวันหลายกิจกรรม ในการใช้ประโยชน์จากแรงเสียดทานบางกิจกรรม ต้องลดแรงเสียดทาน และในบางกิจกรรมต้องเพิ่มแรงเสียดทาน


106 5.สมรรถนะสำคัญของผู้เรียนและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. มีวินัย 2. ใฝ่เรียนรู้ 3. มุ่งมั่นในการทำงาน 4. มีจิตวิทยาศาสตร์ สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 1. ความสามารถในการสื่อสาร 2. ความสามารถในการคิด 3. ความสามารถในการแก้ปัญหา 4. ความสามารถในการใช้ทักษะ/กระบวนการและทักษะในการดำเนินชีวิต 5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 6. กิจกรรมการเรียนรู้ แบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model) ขั้นที่ 1 กระตุ้นความสนใจ (Engage) 1. ครูทักทายและสนทนากับนักเรียนเกี่ยวประโยชน์ของแรงเสียดทานโดยการนำรองเท้าแตะ 2 คู่ มาให้ นักเรียนทดลองใส่ดังนี้ • นักเรียนคนที่ 1 ใส่รองเท้าแตะที่มีพื้นผิวรองเท้าเรียบ • นักเรียนคนที่ 2 ใส่รองเท้าแตะที่มีพื้นผิวรองเท้าขรุขระ 2. ครูให้นักเรียนทั้ง 2 คน เดินแข่งกันไปเก็บของที่สนามหญ้าที่มีน้ำเปียกอยู่ และครูถามนักเรียนที่เหลือว่า “นักเรียนคิดว่านักเรียนคนที่ใส่รองเท้าแตะพื้นผิวใดจะเดินได้สะดวกกว่า เพราะเหตุใด.” 3. นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับคำถามที่ครูถาม โดยครูคอยช่วยเสริมและสรุปคำตอบของ นักเรียนเพื่อเพิ่มความรู้ความเข้าใจให้กับนักเรียน ขั้นสอน ขั้นที่ 2 สำรวจค้นหา (Explore) 1. ครูตั้งประเด็นคำถามให้นักเรียนร่วมกันอภิปรายว่า “แรงเสียดทานมีประโยชน์ต่อชีวิตประจำวันของเรา หรือไม่อย่างไร”


107 2. ครูนำบัตรภาพกิจกรรมต่าง ๆ เช่น ภาพการเล่นฟุตบอล ภาพการปีนหน้าผาจำลอง ภาพการใช้กรรไกร ตัดกระดาษ และ ภาพล้อยางรถยนต์มาให้นักเรียนดูและให้ร่วมกันอภิปรายว่า “การทำกิจกรรมเหล่านี้ ต้องมีการเพิ่มหรือลดแรงเสียดทานหรือไม่ อย่างไร” จากนั้นให้นักเรียนช่วยกันยกตัวอย่างเพิ่มเติม 3. (หมายเหตุ : ครูเริ่มประเมินนักเรียน โดยใช้แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานรายบุคคล) 4. นักเรียนศึกษาความรู้เรื่อง การลดแรงเสียดทานและการเพิ่มแรงเสียดทาน จากหนังสือเรียนแม่บท มาตรฐานวิทยาศาสตร์ ป.5 หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 แรงในชีวิตประจำวัน แล้วช่วยกันแสดงความคิดเห็น เพิ่มเติมจากข้อมูลที่ได้ศึกษาเพื่อเตรียมตัวทำกิจกรรม 5. ครูให้นักเรียนเล่นเกมการแข่งขันตอบคำถามและแบ่งกลุ่มนักเรียน กลุ่มละ 3-4 คน เพื่อทำกิจกรรมการ แข่งขัน โดยให้นักเรียนแต่ละกลุ่มเขียนกิจกรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันให้ตรงกับหัวข้อ ซึ่งครูให้เวลาแต่ ละกลุ่มระดมความคิดตามเวลาที่เหมาะสม ดังนี้ 1) การลดแรงเสียดทาน 2) การเพิ่มแรงเสียดทาน 5. นักเรียนแต่ละกลุ่มส่งตัวแทนออกมาเขียนคำตอบของกลุ่มตัวเองบนกระดานหน้าชั้นเรียน 6. นักเรียนทุกคนร่วมกันอภิปรายคำตอบของเพื่อนและสรุปคำตอบที่ถูกต้องร่วมกัน โดยมีครูคอยตรวจสอบ ความถูกต้องของคำตอบ 7. ครูอธิบายเพิ่มเติมว่า“กิจกรรมต่าง ๆ ต้องการแรงเสียดทานไม่เท่ากัน บางกิจกรรมต้องอาศัยแรงเสียดทาน มาก เช่น การเล่นชักเย่อ การเล่นฟุตบอล การขับขี่รถยนต์บางกิจกรรมต้องการแรงเสียดทานน้อย เช่น การ เล่นกระดานลื่น การเคลื่อนย้ายสิ่งของไปบนพื้น ดังนั้นจึงต้องมีการเพิ่มหรือลดแรงเสียดทานให้เหมาะสม กับกิจกรรมต่าง ๆ” ชั่วโมงที่ 2 8. นักเรียนจับคู่ โดยแต่ละคู่ศึกษาและทำกิจกรรมพัฒนาการเรียนรู้ที่ 1 จากหนังสือเรียนแม่บทมาตรฐาน วิทยาศาสตร์ ป.5 หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 แรงในชีวิตประจำวัน โดยปฏิบัติกิจกรรมตามขั้นตอนให้ครบถ้วน แล้วบันทึกผลลงในสมุดประจำตัว 9. นักเรียนแต่ละคู่ร่วมกันอภิปรายและสรุปผลการทำกิจกรรม


108 ขั้นที่ 3 อธิบายความรู้ (Explain) 10. ครูสุ่มเลือกตัวแทนนักเรียน 2 คู่ ออกมานำเสนอผลการทำกิจกรรมหน้าชั้นเรียน 11. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปผลการว่าทดลอง จนได้ข้อสรุปว่า “เมื่อนำวัตถุบางชนิดมาถูมือแล้วลื่นจะเป็น การลดแรงเสียดทาน จึงทำให้มือไม่ยึดเกาะกับขวดและลื่นหลุดได้ง่าย ส่วนวัตถุบางชนิดที่นำมาถูแล้วไม่ลื่นจะเป็น การเพิ่มแรงเสียดทาน จึงทำให้มือยึดเกาะกับชวดและไม่ลื่นหลุดมือ แสดงว่าวัตถุที่ใช้มือถูแต่ละชนิดจะทำให้เกิด เสียดทานแตกต่างกัน” ขั้นที่ 4 ขยายความเข้าใจ (Elaborate) 12. นักเรียนทำกิจกรรมสรุปสาระสำคัญประจำเรื่องที่ 2 ในรูปแบบต่าง ๆ เช่น แผนผังความคิด แผนภาพ หรือเขียนสรุปความรู้ เรื่อง แรงเสียดทานลงในสมุดประจำตัวหรือในหนังสือเรียนแม่บทมาตรฐาน วิทยาศาสตร์ ป.5 หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 แรงในชีวิตประจำวัน 13. นักเรียนทำกิจกรรมพัฒนาทักษะการคิด ประจำเรื่องที่ 2 ลงในสมุดประจำตัวหรือกิจกรรมพัฒนาการ เรียนรู้ที่ 1 จากหนังสือเรียนแม่บทมาตรฐานวิทยาศาสตร์ ป.5 หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 แรงในชีวิตประจำวัน 14. นักเรียนทำแบบวัดผลสัมฤทธิ์ตามตัวชี้วัด ประจำหน่วยการเรียนรู้ที่ 3 ลงในสมุดประจำตัวหรือในหนังสือ เรียนแม่บทมาตรฐานวิทยาศาสตร์ ป.5 หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 แรงในชีวิตประจำวัน 15. ครูให้นักเรียนทำแบบทดสอบหลังเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 แรงในชีวิตประจำวัน เพื่อตรวจสอบความรู้ ความเข้าใจหลังเรียน ขั้นสรุป ขั้นที่ 5 ตรวจสอบผล (Evaluate) 1. ครูประเมินผลนักเรียน โดยการสังเกตพฤติกรรมการตอบคำถาม พฤติกรรมการทำงานรายบุคคล พฤติกรรมการทำงานกลุ่ม และจากการนำเสนอผลการทำกิจกรรมหน้าชั้นเรียน 2. ครูตรวจผลการทำกิจกรรมพัฒนาการเรียนรู้ที่ 2 ในสมุดประจำตัวหรือในหนังสือเรียนแม่บทมาตรฐาน วิทยาศาสตร์ ป.5 หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 แรงในชีวิตประจำวัน 3. ครูตรวจผลกิจกรรมสรุปสาระสำคัญประจำเรื่องที่ 2 ในสมุดประจำตัวหรือในหนังสือเรียนแม่บทมาตรฐาน วิทยาศาสตร์ ป.5 หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 แรงในชีวิตประจำวัน 4.ครูตรวจสอบผลการทำกิจกรรมพัฒนาทักษการคิด ประจำเรื่องที่ 2 ในสมุดประจำตัวหรือในหนังสือเรียน แม่บทมาตรฐานวิทยาศาสตร์ ป.5 หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 แรงในชีวิตประจำวัน 5. ครูตรวจสอบผลการทำแบบวัดผลสัมฤทธิ์ตามตัวชี้วัด ประจำหน่วยการเรียนรู้ที่ 3 ในสมุดประจำตัวหรือใน หนังสือเรียนแม่บทมาตรฐานวิทยาศาสตร์ ป.5 หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 แรงในชีวิตประจำวัน


109 6. ครูตรวจสอบผลการทำแบบทดสอบหลังเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 แรงในชีวิตประจำวัน 7. ครูอภิปรายร่วมกับนักเรียนเกี่ยวกับความรู้ความเข้าใจว่า เราสามารถใช้ประโยชน์จากแรงเสียดทานในการ ทำกิจกรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันได้มากมาย 7. การวัดและประเมินผล จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม เครื่องมือ วิธีการวัด เกณฑ์การ ประเมิน 1.ด้านความรู้(K) -บอกประโยชน์ของแรงเสียดทาน ที่มีต่อการเปลี่ยนแปลงการ เคลื่อนที่ของวัตถุได้ (K) -อธิบายเกี่ยวกับการลดแรงเสียด ทานและการเพิ่มแรงเสียดทานได้ (K) -แบบสังเกตการตอบ คำถาม -สังเกตการตอบคำถาม ร้อยละ 70 ขึ้นไปผ่านเกณฑ์ 2. ด้านทักษะ / กระบวนการ (P) -สร้างสิ่งประดิษฐ์ที่อาศัยหลักการ เรื่องแรงเสียดทานได้ (P) -แบบประเมินชิ้นงาน -ตรวจชิ้นงาน ร้อยละ 70 ขึ้นไปผ่านเกณฑ์ 3.ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) -ตั้งใจเรียนรู้และแสวงหาความรู้ รับผิดชอบต่อหน้าที่ที่ได้รับ มอบหมาย (A) -แบบประเมินคุณลักษณะ อันพึง ประสงค์ -สังเกตพฤติกรรม ร้อยละ 70 ขึ้นไปผ่านเกณฑ์


110 8. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ 8.1 สื่อการเรียนรู้ 1) หนังสือเรียนแม่บทมาตรฐาน วิทยาศาสตร์ ป.5 หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 แรงในชีวิตประจำวัน 2) บัตรภาพกิจกรรมต่าง ๆ 3) รองเท้าแตะ 4) สมุดประจำตัว 8.2 แหล่งการเรียนรู้ - สนามหญ้า


111


112


113 การเล่นฟุตบอล ล้อยางรถยนต์ การใช้กรรไกรตัดกระดาษ การปีนหน้าผาจำลอง


114 แบบประเมินการนำเสนอผลงาน/ผลการทำกิจกรรม คำชี้แจง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ✓ลงในช่องที่ ตรงกับระดับคะแนน ลำดับที่ รายการประเมิน ระดับคะแนน 3 2 1 1 เนื้อหาละเอียดชัดเจน 2 ความถูกต้องของเนื้อหา 3 ภาษาที่ใช้เข้าใจง่าย 4 ประโยชน์ที่ได้จากการนำเสนอ 5 วิธีการนำเสนอผลงาน/ผลการทำกิจกรรม รวม ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน …............./.................../.............. เกณฑ์การให้คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมินสมบูรณ์ชัดเจน ให้ 3 คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมินเป็นส่วนใหญ่ ให้ 2 คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมินบางส่วน ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 14-15 ดีมาก 11-13 ดี 8-10 พอใช้ ต่ำกว่า 8 ปรับปรุง


115 แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานรายบุคคล คำชี้แจง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ✓ลงในช่องที่ ตรงกับระดับคะแนน ลำดับที่ รายการประเมิน ระดับคะแนน 3 2 1 1 การแสดงความคิดเห็น 2 การยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น 3 การทำงานตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย 4 ความมีน้ำใจ 5 การตรงต่อเวลา รวม ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน …............./.................../.............. เกณฑ์การให้คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ ให้ 3 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง ให้ 2 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 14-15 ดีมาก 11-13 ดี 8-10 พอใช้ ต่ำกว่า 8 ปรับปรุง


116 คำชี้แจง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ✓ลงในช่องที่ ตรงกับระดับคะแนน ลำดับที่ ชื่อ–สกุล ของนักเรียน การแสดง ความคิดเห็น การยอมรับ ฟังคนอื่น การทำงาน ตามที่ได้รับ มอบหมาย ความมีน้ำใจ การมี ส่วนร่วมใน การปรับปรุง ผลงานกลุ่ม รวม 15 คะแนน 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน …............./.................../.............. เกณฑ์การให้คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ ให้ 3 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง ให้ 2 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 14-15 ดีมาก 11-13 ดี 8-10 พอใช้ ต่ำกว่า 8 ปรับปรุง แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม


117 คำชี้แจง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ✓ลงในช่องที่ ตรงกับระดับคะแนน คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ด้าน รายการประเมิน ระดับคะแนน 3 2 1 1. รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ 1.1 ยืนตรงเคารพธงชาติและร้องเพลงชาติได้ 1.2 เข้าร่วมกิจกรรมที่สร้างความสามัคคี ปรองดอง และเป็นประโยชน์ต่อ โรงเรียน 1.3 เข้าร่วมกิจกรรมทางศาสนาที่ตนนับถือ ปฏิบัติตามหลักศาสนา 1.4 เข้าร่วมกิจกรรมที่เกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ตามที่โรงเรียนจัดขึ้น 2. ซื่อสัตย์ สุจริต 2.1 ให้ข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นจริง 2.2 ปฏิบัติในสิ่งที่ถูกต้อง 3. มีวินัย รับผิดชอบ 3.1 ปฏิบัติตามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบ ข้อบังคับของครอบครัว มีความตรงต่อเวลาในการปฏิบัติกิจกรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน 4. ใฝ่เรียนรู้ 4.1 รู้จักใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์และนำไปปฏิบัติได้ 4.2 รู้จักจัดสรรเวลาให้เหมาะสม 4.3 เชื่อฟังคำสั่งสอนของบิดา-มารดา โดยไม่โต้แย้ง 4.4 ตั้งใจเรียน 5. อยู่อย่างพอเพียง 5.1 ใช้ทรัพย์สินและสิ่งของของโรงเรียนอย่างประหยัด 5.2 ใช้อุปกรณ์การเรียนอย่างประหยัดและรู้คุณค่า 5.3 ใช้จ่ายอย่างประหยัดและมีการเก็บออมเงิน 6. มุ่งมั่นในการทำงาน 6.1 มีความตั้งใจและพยายามในการทำงานที่ได้รับมอบหมาย 6.2 มีความอดทนและไม่ท้อแท้ต่ออุปสรรคเพื่อให้งานสำเร็จ 7. รักความเป็นไทย 7.1 มีจิตสำนึกในการอนุรักษ์วัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทย 7.2 เห็นคุณค่าและปฏิบัติตนตามวัฒนธรรมไทย 8. มีจิตสาธารณะ 8.1 รู้จักช่วยพ่อแม่ ผู้ปกครอง และครูทำงาน 8.2 รู้จักการดูแลรักษาทรัพย์สมบัติและสิ่งแวดล้อมของห้องเรียนและ โรงเรียน รวม ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ................./.................../............. เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 51-60 ดีมาก 41-50 ดี 30-40 พอใช้ ต่ำกว่า 30 ปรับปรุง เกณฑ์การให้คะแนน พฤติกรรมที่ปฏิบัติชัดเจนและสม่ำเสมอ ให้ 3 คะแนน พฤติกรรมที่ปฏิบัติชัดเจนและบ่อยครั้ง ให้ 2 คะแนน พฤติกรรมที่ปฏิบัติบางครั้ง ให้ 1 คะแนน แบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์


118 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 13 รายวิชา วิทยาศาสตร์รหัสวิชา ว15101 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนเทศบาล 2 มุขมนตรี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 เสียงรอบตัวเรา เวลา 10 ชั่วโมง เรื่อง ตัวกลางของเสียง เวลา 2 ชั่วโมง ผู้สอน นายนรินทร์ คันธี วันที่สอน : วันที่……………..เดือน………………….พ.ศ................... 4. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด มาตรฐาน ว 2.3 เข้าใจความหมายของพลังงาน การเปลี่ยนแปลงและการถ่ายโอนพลังงาน ปฏิสัมพันธ์ระหว่างสสารและพลังงาน พลังงานในชีวิตประจำวัน ธรรมชาติของคลื่น ปรากฏการณ์ที่เกี่ยวข้องกับ เสียง แสง และคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า รวมทั้งนําความรู้ไปใช้ประโยชน์ ตัวชี้วัด ป.5/1 อธิบายการได้ยินเสียงผ่านตัวกลางจากหลักฐานเชิงประจักษ์ 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1) บอกตัวกลางของเสียงแต่ละประเภทได้ (K) 2) อธิบายการเคลื่อนที่ของเสียงผ่านตัวกลางต่าง ๆ ได้ (K) 3) ทดลองเกี่ยวกับการเคลื่อนที่ของเสียงผ่านตัวกลางต่าง ๆ ได้ครบทุกขั้นตอน (P) 4) ตั้งใจเรียนรู้และแสวงหาความรู้รับผิดชอบต่อหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย (A) 3. สาระการเรียนรู้ การได้ยินเสียงต้องอาศัยตัวกลาง โดยอาจเป็นของแข็ง ของเหลว หรืออากาศ เสียงจะส่งผ่าน ตัวกลางมายังหู 4. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด เสียงเกิดจากการสั่นของแหล่งกำเนิดเสียงและอาศัยตัวกลางในการเคลื่อนที่ ซึ่งตัวกลางของเสียงจะมีด้วยกัน 3 ประเภท คือ ของแข็ง ของเหลว และแก๊ส โดยเสียงจะเดินทางผ่านตัวกลางที่มีสถานะของแข็งได้ดีกว่าตัวกลางที่มี สถานะของเหลวและสถานะแก๊ส ตามลำดับ 5.สมรรถนะสำคัญของผู้เรียนและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. มีวินัย 2. ใฝ่เรียนรู้ 3. มุ่งมั่นในการทำงาน 4. มีจิตวิทยาศาสตร์


119 สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 1. ความสามารถในการสื่อสาร 2. ความสามารถในการคิด 3. ความสามารถในการแก้ปัญหา 4. ความสามารถในการใช้ทักษะ/กระบวนการและทักษะในการดำเนินชีวิต 5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 6. กิจกรรมการเรียนรู้ แบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model) ขั้นที่ 1 กระตุ้นความสนใจ (Engage) 1. นักเรียนดูภาพหน้าหน่วยการเรียนรู้ที่ 4 เสียงรอบตัวเราจากหนังสือเรียนแม่บทมาตรฐาน วิทยาศาสตร์ ป.5 หน่วย การเรียนรู้ที่ 4 เสียงรอบตัวเราจากจากนั้นครูถามนักเรียนว่า“ภาพนี้เกี่ยวข้องกับเสียงอย่างไรบ้าง”แล้ว ให้นักเรียนช่วยกันตอบคำถามอย่างอิสระ 2. ครูให้นักเรียนดูภาพหน้าเรื่องที่ 1 เสียงกับการได้ยินจากหนังสือเรียนแม่บทมาตรฐาน วิทยาศาสตร์ ป.5 หน่วย การเรียนรู้ที่ 4 เสียงรอบตัวเราแล้วถามคำถามสำคัญประจำเรื่องว่า“เพื่อน ๆ รู้หรือไม่ อวัยวะใดที่ทำให้เรา ได้ยิน เสียง” จากนั้นให้นักเรียนช่วยกันตอบคำถามได้อย่างอิสระ 3. นักเรียนแต่ละคนศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับตัวกลางของเสียงและทำกิจกรรมลองทำดูจากหนังสือเรียนแม่บท มาตรฐาน วิทยาศาสตร์ ป.5 หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 เสียงรอบตัวเรา ขั้นสอน ขั้นที่ 2 สำรวจค้นหา (Explore) 1. นักเรียนจับคู่กับเพื่อน โดยให้แต่ละคู่ร่วมกันศึกษากิจกรรมพัฒนาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ที่ 1 เสียงเดินทางผ่านตัวกลางอย่างไร จากหนังสือเรียนแม่บทมาตรฐาน วิทยาศาสตร์ ป.5 หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 เสียงรอบตัวเรา . 2. นักเรียนแต่ละคู่ศึกษาขั้นตอนและวัสดุ-อุปกรณ์ที่ใช้ในการทำกิจกรรมพัฒนาทักษะกระบวนการทาง วิทยาศาสตร์ที่ 1 เสียงเดินทางผ่านตัวกลางอย่างไร 3. นักเรียนแต่ละคู่ช่วยกันตั้งสมมติฐาน แล้วบันทึกลงในสมุดประจำตัวหรือหนังสือเรียนแม่บทมาตรฐาน วิทยาศาสตร์ ป.5 หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 เสียงรอบตัวเรา 4. นักเรียนแต่ละคู่ปฏิบัติกิจกรรมที่สนามหญ้าตามขั้นตอนให้ครบถ้วน แล้วบันทึกผลการทดลองลงในสมุด ประจำตัวหรือหนังสือเรียนแม่บทมาตรฐานวิทยาศาสตร์ป.5 หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 เสียงรอบตัวเราจากนั้น ร่วมกันอภิปรายและสรุปผลการทำกิจกรรม เพื่อเตรียมนำเสนอหน้าชั้นเรียน


120 ขั้นที่ 3 อธิบายความรู้ (Explain) 4. ครูสุ่มนักเรียน 2 คู่ออกมานำเสนอผลการทดลองของกิจกรรมพัฒนาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ที่1 เสียงเดินทางผ่านตัวกลางอย่างไร หน้าชั้นเรียน 5. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปความรู้ที่ได้จากการทดลอง จนได้ข้อสรุปว่า“เมื่อผู้พูดเริ่มสนทนาด้วยแก้ว กระดาษผ่านเชือกไปจนถึงแก้วกระดาษด้านผู้ฟัง ทำให้ผู้ฟังได้ยินเสียงชัดเจน แต่เมื่อผู้พูดพูดผ่าน อากาศ ทำให้ผู้ฟังได้ยินเสียงเบากว่า แสดงว่าเสียงสามารถเดินทางผ่านตัวกลางที่เป็นเชือกได้ดีกว่าตัวกลาง ที่เป็นอากาศ” ชั่วโมงที่ 2 ขั้นที่ 4 ขยายความเข้าใจ (Elaborate) 6. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 4-5 คน โดยให้แต่ละกลุ่มร่วมกันทำศึกษาขั้นตอนและวัสดุ-อุปกรณ์ที่ใช้ในการ ทดลอง เรื่อง การเคลื่อนที่ของเสียง จากใบงานที่ 4.1.1 เรื่อง การเคลื่อนที่ของเสียงผ่านตัวกลาง โดยปฏิบัติกิจกรรม ดังนี้ 1) ใส่น้ำในแก้วประมาณครึ่งแก้ว 2) จุ่มส้อมเสียงลงในน้ำแล้วสังเกตว่า เกิดเสียงหรือไม่ รวมทั้งสังเกตการเปลี่ยนแปลงที่ผิวน้ำจากนั้นบันทึก ผลลงในใบงาน 3) ใช้ค้อนเคาะส้อมเสียงแล้วจุ่มส้อมเสียงลงในน้ำทันทีสังเกตการเกิดเสียงและการเปลี่ยนแปลงที่ผิวน้ำ และบันทึกผลการทดลองลงในใบงาน ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปความรู้ที่ได้จากการทดลองจน ได้ข้อสรุปว่า“ขณะที่เกิดเสียงส้อมเสียงจะสั่น ซึ่งสังเกตจากเมื่อจุ่มส้อมเสียงลงในน้ำผิวน้ำมีการสั่นไป ด้วย ดังนั้น เสียงที่เกิดขึ้นจะเคลื่อนที่จากแหล่งกำเนิดเสียง (ในที่นี้คือ ส้อมเสียง) ทุกทิศทางผ่านตัวกลาง (ในที่นี้คือ น้ำ)” 7. ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับตัวกลางของเสียงจากสื่อดิจิทัล โดยใช้โทรศัพท์มือถือสแกน QR Code เรื่อง ตัวกลางของเสียง จากหนังสือเรียนแม่บทมาตรฐานวิทยาศาสตร์ ป.5 หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 เสียงรอบตัวเรา ขั้นสรุป ขั้นที่ 5 ตรวจสอบผล (Evaluate) 1. ครูประเมินผลนักเรียน โดยการสังเกตพฤติกรรมการตอบคำถามพฤติกรรม การทำงานรายบุคคลพฤติกรรม การทำงานกลุ่ม และจากการนำเสนอผลการทำกิจกรรมหน้าชั้นเรียน 3. ครูตรวจผลการทำกิจกรรมลองทำดูในสมุดประจำตัว 4. ครูตรวจสอบผลการทำกิจกรรมพัฒนาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ที่ 1 เสียงเดินทางผ่าน ตัวกลางอย่างไร ในสมุดประจำตัวหรือในหนังสือเรียนแม่บทมาตรฐาน วิทยาศาสตร์ ป.5 หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 เสียงรอบตัวเรา 5. ครูตรวจสอบผลการทำใบงานที่ 4.1.1 เรื่อง การเคลื่อนที่ของเสียงผ่านตัวกลาง


121 6. นักเรียนและครูสรุปความรู้เกี่ยวกับตัวกลางของเสียงจนได้ข้อสรุปร่วมกันว่า“เสียงต่าง ๆ จะเดินทางผ่าน ตัวกลาง ได้แก่ของแข็ง ของเหลว และอากาศ ซึ่งเสียงต่าง ๆ จะเดินทางผ่านตัวกลางที่เป็นของแข็งได้ดี และเร็วกว่าตัวกลางที่เป็นของเหลวและอากาศ” 7. การวัดและประเมินผล จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม เครื่องมือ วิธีการวัด เกณฑ์การ ประเมิน 1.ด้านความรู้(K) -บอกตัวกลางของเสียงแต่ละ ประเภทได้ (K) -อธิบายการเคลื่อนที่ของเสียงผ่าน ตัวกลางต่าง ๆ ได้ (K) -แบบสังเกตการตอบ คำถาม -สังเกตการตอบคำถาม ร้อยละ 70 ขึ้นไปผ่านเกณฑ์ 2. ด้านทักษะ / กระบวนการ (P) -ทดลองเกี่ยวกับการเคลื่อนที่ของ เสียงผ่านตัวกลางต่าง ๆ ได้ครบ ทุกขั้นตอน (P) -แบบสรุปกิจกรรม -ตรวจใบกิจกรรม ร้อยละ 70 ขึ้นไปผ่านเกณฑ์ 3.ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) –ตั้งใจเรียนรู้และแสวงหาความรู้ รับผิดชอบต่อหน้าที่ที่ได้รับ มอบหมาย (A) -แบบประเมินคุณลักษณะ อันพึง ประสงค์ -สังเกตพฤติกรรม ร้อยละ 70 ขึ้นไปผ่านเกณฑ์


123 8. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ 8.1 สื่อการเรียนรู้ 1) หนังสือเรียนแม่บทมาตรฐาน วิทยาศาสตร์ ป.5 หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 เสียงรอบตัวเรา 2) วัสดุ-อุปกรณ์ที่ใช้การทำกิจกรรมพัฒนาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ที่ 1 เสียงเดินทางผ่าน ตัวกลางอย่างไร 3) วัสดุ-อุปกรณ์ที่ใช้ในการทดลอง เรื่อง การเคลื่อนที่ของเสียง 4) ใบงานที่ 4.1.1 เรื่อง การเคลื่อนที่ของเสียงผ่านตัวกลาง 5) QR Code เรื่อง ตัวกลางของเสียง 6) สมุดประจำตัว 8.2 แหล่งการเรียนรู้ - สนามหญ้า


124 ใบงานที่ 4.1.1 เรื่อง การเคลื่อนที่ของเสียงผ่านตัวกลาง คำชี้แจง : ให้นักเรียนทำการทดลองและอธิบายการเคลื่อนที่ของเสียง วัสดุ-อุปกรณ์ 1. ส้อมเสียง 1 อัน 2. ค้อน 1 อัน 3. แก้วน้ำ 1 ใบ ขั้นตอนการทดลอง 1. ใส่น้ำลงในแก้วประมาณครึ่งแก้ว 2. จุ่มส้อมเสียงลงในน้ำ แล้วสังเกตว่า เกิดเสียงหรือไม่ รวมทั้งสังเกตการเปลี่ยนแปลงที่ผิวน้ำ จากนั้นบันทึกผล ลงในตาราง 3. ใช้ค้อนเคาะส้อมเสียง แล้วจุ่มส้อมเสียงลงในน้ำทันที สังเกตการเกิดเสียงและการเปลี่ยนแปลงที่ผิวน้ำ แล้ว บันทึกผล 4. ร่วมกันอภิปรายเพื่อสรุปผลการทดลอง ตารางบันทึกผล การทดลอง การเกิดเสียง การเปลี่ยนแปลงที่ผิวน้ำ 1. จุ่มส้อมเสียงลงในน้ำ 2. ใช้ค้อนเคาะส้อมเสียง แล้วจุ่ม ส้อมเสียงลงในน้ำทันที สรุปผลการทดลอง


125


126


127 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 14 รายวิชา วิทยาศาสตร์รหัสวิชา ว15101 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนเทศบาล 2 มุขมนตรี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 เสียงรอบตัวเรา เวลา 10 ชั่วโมง เรื่อง การได้ยินเสียงของมนุษย์ เวลา 2 ชั่วโมง ผู้สอน นายนรินทร์ คันธี วันที่สอน : วันที่……………..เดือน………………….พ.ศ................... 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด มาตรฐาน ว 2.3 เข้าใจความหมายของพลังงาน การเปลี่ยนแปลงและการถ่ายโอนพลังงาน ปฏิสัมพันธ์ระหว่างสสารและพลังงาน พลังงานในชีวิตประจำวัน ธรรมชาติของคลื่น ปรากฏการณ์ที่เกี่ยวข้องกับ เสียง แสง และคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า รวมทั้งนําความรู้ไปใช้ประโยชน์ ตัวชี้วัด ป.5/1 อธิบายการได้ยินเสียงผ่านตัวกลางจากหลักฐานเชิงประจักษ์ 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1) อธิบายส่วนประกอบหูและหน้าที่ของแต่ละส่วนที่ใช้ในการรับเสียงได้ (K) 2) อธิบายการได้ยินเสียงผ่านตัวกลางต่างๆ ได้ (K) 3) สร้างแบบจำลองส่วนประกอบของหูได้ถูกต้อง (P) 4) ตั้งใจเรียนรู้และแสวงหาความรู้รับผิดชอบต่อหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย (A) 3. สาระการเรียนรู้ การได้ยินเสียงต้องอาศัยตัวกลาง โดยอาจเป็นของแข็งของเหลว หรืออากาศ เสียงจะส่งผ่าน ตัวกลางมายังหู 4. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด หูเป็นอวัยวะรับเสียงประกอบด้วย 3 ส่วน คือ หูชั้นนอก หูชั้นกลาง และหูชั้นใน เมื่อเสียงเดินทางผ่านตัวกลาง ของเสียงเข้ามาถึงรูหู จะทำให้ส่วนประกอบภายในหูเกิดการสั่นสะเทือน จึงทำให้เราได้ยินเสียง 5.สมรรถนะสำคัญของผู้เรียนและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. มีวินัย 2. ใฝ่เรียนรู้ 3. มุ่งมั่นในการทำงาน 4. มีจิตวิทยาศาสตร์


128 สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 1. ความสามารถในการสื่อสาร 2. ความสามารถในการคิด 3. ความสามารถในการแก้ปัญหา 4. ความสามารถในการใช้ทักษะ/กระบวนการและทักษะในการดำเนินชีวิต 5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 6. กิจกรรมการเรียนรู้ แบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model) ขั้นที่ 1 กระตุ้นความสนใจ (Engage) 1. ครูนำบัตรภาพโลมาและค้างคาวมาให้นักเรียนดู แล้วตั้งคำถามว่า“นักเรียนคิดว่าโลมาและค้างคาวที่ใช้ เสียงในการนำทาง มีอวัยวะรับเสียงเหมือนมนุษย์หรือไม่” จากนั้นให้นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นได้ อย่างอิสระ 2. ครูถามคำถามนักเรียนเพิ่มเติมเพื่อกระตุ้นความคิด โดยให้นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระ ดังนี้ • นักเรียนคิดว่า เมื่อเกิดไฟไหม้ในอาคารเสียงกริ่งเตือนไฟไหม้มีประโยชน์หรือไม่ อย่างไร • นักเรียนคิดว่า เพราะเหตุใดบางคนจึงไม่ได้ยินเสียงสัญญาณไฟไหม้ และทำให้หนีออกจากอาคารไม่ ทัน 3. ครูอธิบายเพื่อเชื่อมโยงให้นักเรียนเข้าใจว่า“เสียงเมื่อถูกส่งจากแหล่งกำเนิด ผู้รับเสียงจะต้องมีอวัยวะรับ เสียงเพื่อจะรับรู้และตอบสนองต่อเสียงนั้น ในบทเรียนนี้เราจะศึกษาส่วนประกอบและหน้าที่ของหู ซึ่งเป็น อวัยวะรับเสียงของมนุษย์” ขั้นสอน ขั้นที่ 2 สำรวจค้นหา (Explore) 1. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 4-5 คน โดยให้แต่ละกลุ่ม ร่วมกันศึกษาขั้นตอนและวัสดุ-อุปกรณ์ที่ใช้ในการทำ การกิจกรรมเรื่อง เราได้ยินเสียงได้อย่างไรจากใบงานที่ 4.2.1 เรื่อง เราได้ยินเสียงได้อย่างไร 2. จากนั้นสืบค้นข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการได้ยินเสียงผ่านตัวกลาง องค์ประกอบของการได้ยินเสียง และ ส่วนประกอบของหูมนุษย์ จากหนังสือเรียนแม่บทมาตรฐาน วิทยาศาสตร์ ป.5 หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 เสียง รอบตัวเรา หรือจากแหล่งข้อมูลอื่น ๆ เช่น อินเทอร์เน็ต ห้องสมุด พร้อมวาดภาพหรือติดภาพแบบจำลอง ส่วนประกอบของหูและหน้าที่ของส่วนประกอบของหูแต่ละส่วนลงในใบงาน


129 3. นักเรียนแต่ละกลุ่มนำข้อมูลที่ทุกคนสืบค้นมาได้บันทึกลงในใบงาน และร่วมกันตรวจสอบความถูกต้อง แล้ว ให้สมาชิกทุกคนร่วมกันสร้างแบบจำลองส่วนประกอบของหู ชั่วโมงที่ 2 ขั้นที่ 3 อธิบายความรู้ (Explain) 4. ครูสุ่มเลือกตัวแทนกลุ่ม 3-4 กลุ่ม ให้ออกมานำเสนอผลการทำกิจกรรมและแบบจำลองของ กลุ่มตนเองหน้าชั้นเรียน โดยมีครูคอยแนะนำเพิ่มเติม 5. ครูให้คำชมเชยกับนักเรียนแต่ละกลุ่มที่ออกมานำเสนอผลการทำกิจกรรมหน้าชั้นเรียน 6. ครูสรุปเพิ่มเติมให้นักเรียนฟังว่า“เมื่อแหล่งกำเนิดเสียงสั่น จะส่งพลังงานผ่านอากาศมาถึงหูของเรา ใบหูจะ สะท้อนคลื่นเสียงเข้าไปในรูหู ทำให้เยื่อแก้วหูสั่น มีผลทำให้กระดูกค้อน กระดูกทั่ง และกระดูกโกลนสั่น พลังงานจากการสั่นจะถูกส่งผ่านไปยังเส้นประสาทภายในคอเคลียและส่งผ่านไปยังเส้นประสาทใหญ่ที่ไปสู่ สมอง จึงทำให้เราได้ยินเสียง ดังนั้น เยื่อแก้วหูจึงเป็นอวัยวะสำคัญที่ทำให้เราได้ยินเสียง” โดยครูให้นักเรียน ดูภาพประกอบในหนังสือเรียนแม่บทมาตรฐาน วิทยาศาสตร์ ป.5 หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 เสียงรอบตัวเรา” ขั้นที่ 4 ขยายความเข้าใจ (Elaborate) 7. นักเรียนแต่ละกลุ่มศึกษาเนื้อหาเกี่ยวกับการได้ยินเสียงของมนุษย์และอวัยวะรับเสียง(หูของมนุษย์) จาก หนังสือเรียนแม่บทมาตรฐาน วิทยาศาสตร์ ป.5 หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 เสียงรอบตัวเรา 8. ครูให้นักเรียนร่วมกันอภิปรายเกี่ยวกับ การได้ยินของมนุษย์โดยครูถามคำถาม ดังนี้ 1) จากการสืบค้นข้อมูลหูของมนุษย์แบ่งเป็นกี่ส่วน อะไรบ้าง 2) นักเรียนคิดว่า ส่วนประกอบหูส่วนใดที่เราขาดไปแล้ว แต่ยังสามารถรับเสียงได้ เพราะเหตุใด 3) ถ้าต้องการให้การส่งสัญญาณไฟไหม้มีคุณภาพนักเรียนคิดว่าควรคำนึงถึงเรื่องใดบ้าง 9. นักเรียนทำกิจกรรมพัฒนาการเรียนรู้ที่ 1 จากหนังสือเรียนแม่บทมาตรฐาน วิทยาศาสตร์ ป.5 หน่วยการเรียนรู้ ที่ 4 เสียงรอบตัวเรา ขั้นที่ 5 ตรวจสอบผล (Evaluate) 1. ครูประเมินผลนักเรียน โดยการสังเกตพฤติกรรมการตอบคำถามพฤติกรรม การทำงานรายบุคคลพฤติกรรม การทำงานกลุ่ม และจากการนำเสนอผลการทำกิจกรรมหน้าชั้นเรียน 2. ครูตรวจสอบผลการทำกิจกรรมในใบงานที่ 4.2.1 เรื่อง เราได้ยินเสียงได้อย่างไร 3. ครูตรวจสอบผลการทำกิจกรรมพัฒนาการเรียนรู้ที่ 1 จากหนังสือเรียนแม่บทมาตรฐาน วิทยาศาสตร์ ป.5 หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 เสียงรอบตัวเราลงในสมุดประจำตัวหรือในหนังสือเรียนแม่บทมาตรฐาน วิทยาศาสตร์ ป.5 หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 เสียงรอบตัวเรา 4. นักเรียนและครูสรุปความรู้เกี่ยวกับการได้ยินเสียงของมนุษย์ จนได้ข้อสรุปร่วมกันว่า“การได้ยินเสียงต้องมี องค์ประกอบ 3 อย่าง ได้แก่ แหล่งกำเนิดเสียง ตัวกลางของเสียง และอวัยวะรับเสียง (หู) เมื่อ


130 แหล่งกำเนิดเสียงสั่น จะส่งพลังงานผ่านอากาศมาถึงหูของเรา ใบหูจะสะท้อนคลื่นเสียงเข้าไปในรูหู ทำให้ เยื่อแก้วหูสั่นมีผลทำให้กระดูกค้อน กระดูกทั่ง และกระดูกโกลนสั่น พลังงานจากการสั่นจะถูกส่งผ่านไปยัง เส้นประสาทภายในคอเคลียและส่งผ่านไปยังเส้นประสาทใหญ่ที่ไปสู่สมอง จึงทำให้เราได้ยินเสียง ดังนั้น เยื่อแก้วหูจึงเป็นอวัยวะสำคัญที่ทำให้เราได้ยินเสียง” 7. การวัดและประเมินผล จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม เครื่องมือ วิธีการวัด เกณฑ์การ ประเมิน 1.ด้านความรู้(K) - อธิบายส่วนประกอบหูและหน้าที่ ของแต่ละส่วนที่ใช้ในการรับเสียง ได้ (K) -อธิบายการได้ยินเสียงผ่าน ตัวกลางต่าง ๆ ได้ (K) -แบบสังเกตการตอบ คำถาม -สังเกตการตอบคำถาม ร้อยละ 70 ขึ้นไปผ่านเกณฑ์ 2. ด้านทักษะ / กระบวนการ (P) -สร้างแบบจำลองส่วนประกอบ ของหูได้ถูกต้อง (P) -แบบประเมินกิจกรรม -ตรวจใบกิจกรรม ร้อยละ 70 ขึ้นไปผ่านเกณฑ์ 3.ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) -ตั้งใจเรียนรู้และแสวงหาความรู้ รับผิดชอบต่อหน้าที่ที่ได้รับ มอบหมาย (A) -แบบประเมินคุณลักษณะ อันพึง ประสงค์ -สังเกตพฤติกรรม ร้อยละ 70 ขึ้นไปผ่านเกณฑ์


131 8. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ 8.1 สื่อการเรียนรู้ 1) หนังสือเรียนแม่บทมาตรฐาน วิทยาศาสตร์ ป.5 หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 เสียงรอบตัวเรา 2) ใบงานที่ 4.2.1 เรื่อง เราได้ยินเสียงได้อย่าง 3) วัสดุ-อุปกรณ์ที่ใช้ในการทำการกิจกรรม เรื่อง เราได้ยินเสียงได้อย่างไร 4) บัตรภาพโลมาและค้างคาว 5) สมุดประจำตัว 8.2 แหล่งการเรียนรู้ - อินเทอร์เน็ต - ห้องสมุด


132


133


134 ใบงานที่ 4.2.1 เรื่อง เราได้ยินเสียงได้อย่างไร คำชี้แจง : ให้นักเรียนทำการกิจกรรมและสร้างแบบจำลองส่วนประกอบของหู เพื่ออธิบายการได้ยินเสียง วัสดุ-อุปกรณ์ 1. ดินน้ำมันหลากสี 2. สีไม้ 1 กล่อง ขั้นตอนการทำการกิจกรรม 1. ร่วมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับส่วนประกอบของหูที่ทำให้มนุษย์ได้ยินเสียง 2. ร่วมกันสืบค้นเกี่ยวกับส่วนประกอบของหูและหน้าที่ของแต่ละส่วนที่ใช้ในการรับเสียง จากนั้นวาดภาพหรือติด ภาพแบบจำลองส่วนประกอบของหูและหน้าที่ของแต่ละส่วนลงในใบงาน 3. ร่วมกันสร้างแบบจำลองเพื่อแสดงส่วนประกอบของหูที่ใช้ในการรับเสียง แล้วนำเสนอเกี่ยวกับหน้าที่ ส่วนประกอบต่าง ๆ หน้าชั้นเรียน บันทึกข้อมูล


135 บันทึกส่วนประกอบของหูและหน้าที่ของแต่ละส่วน ส่วนประกอบของหู หน้าที่ของส่วนประกอบ 1. เป็นส่วนที่คอยรับการสั่นสะเทือนมา เป็นส่วนที่คอยรับการสั่นสะเทือนมา เป็นส่วนที่คอยรับการสั่นสะเทือนมาจากเยื่อแก้วหู เมื่อได้รับเสียง แล้วจะส่งการสั่นสะเทือนไปสู่ส่วนนอกสุดของหูชั้นใน . 2. เป็นส่วนที่คอยรับการสั่นสะเทือนมา เป็นส่วนที่คอยรับการสั่นสะเทือนมา เป็นส่วนที่คอยรับการสั่นสะเทือนมาจากเยื่อแก้วหู เมื่อได้รับเสียง แล้วจะส่งการสั่นสะเทือนไปสู่ส่วนนอกสุดของหูชั้นใน . 3. เป็นส่วนที่คอยรับการสั่นสะเทือนมา เป็นส่วนที่คอยรับการสั่นสะเทือนมา เป็นส่วนที่คอยรับการสั่นสะเทือนมาจากเยื่อแก้วหู เมื่อได้รับเสียง แล้วจะส่งการสั่นสะเทือนไปสู่ส่วนนอกสุดของหูชั้นใน . 4. เป็นส่วนที่คอยรับการสั่นสะเทือนมา เป็นส่วนที่คอยรับการสั่นสะเทือนมา เป็นส่วนที่คอยรับการสั่นสะเทือนมาจากเยื่อแก้วหู เมื่อได้รับเสียง แล้วจะส่งการสั่นสะเทือนไปสู่ส่วนนอกสุดของหูชั้นใน . 5. เป็นส่วนที่คอยรับการสั่นสะเทือนมา เป็นส่วนที่คอยรับการสั่นสะเทือนมา เป็นส่วนที่คอยรับการสั่นสะเทือนมาจากเยื่อแก้วหู เมื่อได้รับเสียง แล้วจะส่งการสั่นสะเทือนไปสู่ส่วนนอกสุดของหูชั้นใน .


136


137 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 15 รายวิชา วิทยาศาสตร์รหัสวิชา ว15101 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนเทศบาล 2 มุขมนตรี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 เสียงรอบตัวเรา เวลา 10 ชั่วโมง เรื่อง เสียงดัง เสียงค่อย เวลา 2 ชั่วโมง ผู้สอน นายนรินทร์ คันธี วันที่สอน : วันที่……………..เดือน………………….พ.ศ................... 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด มาตรฐาน ว 2.3 เข้าใจความหมายของพลังงาน การเปลี่ยนแปลงและการถ่ายโอนพลังงาน ปฏิสัมพันธ์ระหว่างสสารและพลังงาน พลังงานในชีวิตประจำวัน ธรรมชาติของคลื่น ปรากฏการณ์ที่เกี่ยวข้องกับ เสียง แสง และคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า รวมทั้งนําความรู้ไปใช้ประโยชน์ ตัวชี้วัด ป.5/3 ออกแบบการทดลองและอธิบายลักษณะและการเกิดเสียงดัง เสียงค่อย ป.5/4 วัดระดับเสียงโดยใช้เครื่องมือวัดระดับเสียง 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1) อธิบายลักษณะและการเกิดเสียงดัง เสียงค่อยได้ (K) 2) ออกแบบการทดลองเพื่ออธิบายการเกิดเสียงดัง เสียงค่อยได้ (P) 3) ใช้เครื่องมือเพื่อวัดระดับเสียงได้(P) 4) ตั้งใจเรียนรู้และแสวงหาความรู้รับผิดชอบต่อหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย (A) 3. สาระการเรียนรู้ เสียงที่ได้ยินมีระดับสูงต่ำของเสียงต่างกันขึ้นกับ ความถี่ของการสั่นของแหล่งกำเนิดเสียง โดยเมื่อ แหล่งกำเนิดเสียงสั่นด้วยความถี่ต่ำจะเกิดเสียงต่ำ แต่ถ้าสั่นด้วยความถี่สูงจะเกิดเสียงสูง ส่วนเสียงดังค่อยที่ได้ยิน ขึ้นกับพลังงานการสั่นของแหล่งกำเนิดเสียง โดยเมื่อแหล่งกำเนิดเสียงสั่นด้วยพลังงานมากจะเกิดเสียงดัง แต่ถ้า แหล่งกำเนิดเสียงสั่นด้วยพลังงานน้อยจะเกิดเสียงค่อย 4. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด เสียงดัง เสียงค่อย เป็นสมบัติของเสียงที่เรียกว่า ความดังของเสียง ขึ้นอยู่กับปริมาณพลังงานของเสียงจาก แหล่งกำเนิดเสียงที่เดินทางมาถึงหูของผู้รับเสียง ถ้าแหล่งกำเนิดเสียงสั่นด้วยพลังงานมากจะทำให้เกิดเสียงดัง แต่ถ้าแหล่งกำเนิดเสียงสั่นด้วยพลังงานน้อยจะเกิดเสียงค่อย


138 5.สมรรถนะสำคัญของผู้เรียนและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. มีวินัย 2. ใฝ่เรียนรู้ 3. มุ่งมั่นในการทำงาน 4. มีจิตวิทยาศาสตร์ สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 1. ความสามารถในการสื่อสาร 2. ความสามารถในการคิด 3. ความสามารถในการแก้ปัญหา 4. ความสามารถในการใช้ทักษะ/กระบวนการและทักษะในการดำเนินชีวิต 5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 6. กิจกรรมการเรียนรู้ แบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model) ขั้นที่ 1 กระตุ้นความสนใจ (Engage) 1. นักเรียนใช้ไม้บรรทัดเคาะโต๊ะตามคำสั่งครู ดังนี้ • ครั้งที่ 1 ใช้ไม้บรรทัดเคาะโต๊ะให้มีเสียงเบา ๆ 3 ครั้ง • ครั้งที่ 2 ใช้ไม้บรรทัดเคาะโต๊ะให้มีเสียงดัง ๆ 3 ครั้ง 2. ครูถามคำถามเพื่อนำเข้าสู่บทเรียนว่า“นักเรียนใช้พลังงานในการเคาะโต๊ะครั้งไหนมากกว่ากัน” 3. ครูอธิบายเชื่อมโยงให้นักเรียนเข้าใจว่า“ถ้าต้องการให้เสียงเคาะโต๊ะมีระดับเสียงต่างกัน นักเรียนต้องใช้ พลังงานในการสร้างเสียงต่างกัน และในบทเรียนนี้นักเรียนจะได้ศึกษาว่า พลังงานของแหล่งกำเนิดเสียง ส่งผลต่อระดับเสียงอย่างไร”


139 ขั้นสอน ขั้นที่ 2 สำรวจค้นหา (Explore) 1. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 4-5 คน โดยให้แต่ละกลุ่ม ศึกษาขั้นตอนและวัสดุ-อุปกรณ์กิจกรรมพัฒนาทักษะ กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ที่ 3 เสียงดัง เสียงค่อย จากหนังสือเรียนแม่บทมาตรฐานวิทยาศาสตร์ ป.5 หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 เสียงรอบตัวเรา 2. นักเรียนแต่ละกลุ่มช่วยกันตั้งสมมติฐาน แล้วบันทึกลงในหนังสือเรียนแม่บทมาตรฐานวิทยาศาสตร์ ป.5 หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 เสียงรอบตัวเรา 3. นักเรียนแต่ละกลุ่มปฏิบัติกิจกรรมตามขั้นตอนให้ครบถ้วน แล้วบันทึกผลการทดลองลงในสมุดประจำตัว หรือหนังสือเรียนแม่บทมาตรฐานวิทยาศาสตร์ ป.5 หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 เสียงรอบตัวเราจากนั้นร่วมกัน อภิปรายและสรุปผลการทำกิจกรรม เพื่อเตรียมนำเสนอหน้าชั้นเรียน ชั่วโมงที่ 2 ขั้นที่ 3 อธิบายความรู้ (Explain) 4. นักเรียนส่งตัวแทนของกลุ่มออกมานำเสนอผลการทำกิจกรรมที่หน้าชั้นเรียน โดยมีครูคอยแนะนำเพิ่มเติม 5. นักเรียนร่วมกันสรุปความรู้ที่ได้จากการทดลองจนได้ข้อสรุปว่า“ความดังของเสียงขึ้นอยู่กับพลังงานในการ สั่นของแหล่งกำเนิดเสียง และระยะทางระหว่างตัวเรากับแหล่งกำเนิดเสียง” ขั้นที่ 4 ขยายความเข้าใจ (Elaborate) 6. นักเรียนทุกกลุ่มศึกษาเนื้อหาเกี่ยวกับเสียงดัง เสียงค่อยและปัจจัยที่มีผลต่อการเกิดเสียงดัง เสียงค่อยและ เครื่องวัดระดับเสียง จากหนังสือเรียนแม่บทมาตรฐานวิทยาศาสตร์ ป.5 หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 เสียงรอบตัวเรา 7. ครูให้นักเรียนร่วมกันอภิปรายและแสดงความคิดเห็นโดยครูถามคำถาม ดังนี้ 1) จากการทดลอง สาเหตุที่ทำให้เสียงดัง เสียงค่อยต่างกันคืออะไร 2) นักเรียนจะนำความรู้เรื่องเสียงดัง เสียงค่อย ไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวันได้อย่างไร 8. ครูอธิบายเพิ่มเติมให้นักเรียนเข้าใจว่า.“ในการวัดความดังของเสียง เราจะใช้เครื่องมือวัดระดับความเข้ม เสียงหรือความดัง เรียกว่า เครื่องวัดระดับเสียง ซึ่งเป็นหน่วยการวัดเป็น เดซิเบล (dB)” 9. นักเรียนทำกิจกรรมพัฒนาการเรียนรู้ที่ 2 จาก หนังสือเรียนแม่บทมาตรฐานวิทยาศาสตร์ ป.5 หน่วยการ เรียนรู้ที่ 4 เสียงรอบตัวเราหนังสือเรียนแม่บทมาตรฐานวิทยาศาสตร์ ขั้นที่ 5 ตรวจสอบผล (Evaluate) 1. ครูประเมินผลนักเรียน โดยการสังเกตพฤติกรรมการตอบคำถาม พฤติกรรมการทำงานรายบุคคล พฤติกรรมการทำงานกลุ่ม และจากการนำเสนอผลการทำกิจกรรมหน้าชั้นเรียน 2. ครูตรวจสอบผลการทำกิจกรรมพัฒนาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ที่ 3 เสียงดัง เสียงค่อย ในสมุดประจำตัวหรือหนังสือเรียนแม่บทมาตรฐานวิทยาศาสตร์ ป.5 หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 เสียงรอบตัวเรา


140 3. ครูตรวจสอบผลการกิจกรรมพัฒนาการเรียนรู้ที่ 2 ในสมุดประจำตัวหรือหนังสือเรียนแม่บทมาตรฐาน วิทยาศาสตร์ ป.5 หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 เสียงรอบตัวเรา 4. นักเรียนและครูสรุปความรู้เกี่ยวกับเสียงดัง เสียงค่อย จนได้ข้อสรุปร่วมกันว่า“เสียงดัง เสียงค่อย เป็น สมบัติหนึ่งของเสียงที่เรียกว่า ความดังของเสียง ซึ่งขึ้นอยู่กับพลังงานในการสั่นของแหล่งกำเนิดเสียงและ ระยะทางระหว่างตัวเรากับแหล่งกำเนิดเสียง โดยเราสามารถวัดความดังของเสียงได้โดยใช้เครื่องมือวัด ระดับความเข้มเสียงและมีหน่วยเป็น เดซิเบล (dB)” 7. การวัดและประเมินผล จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม เครื่องมือ วิธีการวัด เกณฑ์การ ประเมิน 1.ด้านความรู้(K) - อธิบายลักษณะและการเกิดเสียง ดัง เสียงค่อยได้ (K) -แบบสังเกตการตอบ คำถาม -สังเกตการตอบคำถาม ร้อยละ 70 ขึ้นไปผ่านเกณฑ์ 2. ด้านทักษะ / กระบวนการ (P) - ออกแบบการทดลองเพื่ออธิบาย การเกิดเสียงดัง เสียงค่อยได้ (P) -ใช้เครื่องมือเพื่อวัดระดับเสียงได้ (P) -แบบประเมินกิจกรรม -ตรวจใบกิจกรรม ร้อยละ 70 ขึ้นไปผ่านเกณฑ์ 3.ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) -ตั้งใจเรียนรู้และแสวงหาความรู้ รับผิดชอบต่อหน้าที่ที่ได้รับ มอบหมาย (A) -แบบประเมินคุณลักษณะ อันพึง ประสงค์ -สังเกตพฤติกรรม ร้อยละ 70 ขึ้นไปผ่านเกณฑ์


141 8. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ 8.1 สื่อการเรียนรู้ 1) หนังสือเรียนแม่บทมาตรฐาน วิทยาศาสตร์ ป.5 หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 เสียงรอบตัวเรา 2) วัสดุ-อุปกรณ์ที่ใช้ในกิจกรรมพัฒนาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ที่ 3 เสียงดัง เสียงค่อย 3) ไม้บรรทัด 4) สมุดประจำตัว 8.2 แหล่งการเรียนรู้ -


142


143


144 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 16 รายวิชา วิทยาศาสตร์รหัสวิชา ว15101 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนเทศบาล 2 มุขมนตรี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 เสียงรอบตัวเรา เวลา 10 ชั่วโมง เรื่อง มลพิษทางเสียง เวลา 2 ชั่วโมง ผู้สอน นายนรินทร์ คันธี วันที่สอน : วันที่……………..เดือน………………….พ.ศ................... 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด มาตรฐาน ว 2.3 เข้าใจความหมายของพลังงาน การเปลี่ยนแปลงและการถ่ายโอนพลังงาน ปฏิสัมพันธ์ระหว่างสสารและพลังงาน พลังงานในชีวิตประจำวัน ธรรมชาติของคลื่น ปรากฏการณ์ที่เกี่ยวข้องกับ เสียง แสง และคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า รวมทั้งนําความรู้ไปใช้ประโยชน์ ตัวชี้วัด ป.5/5 ตระหนักในคุณค่าของความรู้เรื่องระดับเสียง โดยเสนอแนะแนวทางในการหลีกเลี่ยงและ ลดมลพิษทางเสียง 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1) อธิบายเกี่ยวกับมลพิษทางเสียงและอันตรายจากมลพิษทางเสียงได้ (K) 2) ปฏิบัติตามแนวทางในการหลีกเลี่ยงและลดมลพิษทางเสียงในรูปแบบต่าง ๆ ได้ (P) 3) ตั้งใจเรียนรู้และแสวงหาความรู้ รับผิดชอบต่อหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย (A) 3. สาระการเรียนรู้ เสียงดังมาก ๆ เป็นอันตรายต่อการได้ยินและเสียงที่ก่อให้เกิดความรำคาญเป็นมลพิษทางเสียง เดซิเบลเป็น หน่วยที่บอกถึงความดังของเสียง 4. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด การรับฟังเสียงที่ดังมาก ๆ เป็นเวลานาน ๆ ทำให้เกิดอันตรายต่อเยื่อแก้วหูได้ เสียงบางเสียงแม้ว่าจะดังไม่ มากจนมีอันตรายต่อเยื่อแก้วหู แต่ก่อให้เกิดความรู้สึกหงุดหงิดและรำคาญ โดยเสียงที่มีลักษณะเช่นนี้ เรียกว่า มลพิษทางเสียง ซึ่งการป้องกันและหลีกเลี่ยงมลพิษทางเสียงสามารถทำได้หลากหลายวิธี 5.สมรรถนะสำคัญของผู้เรียนและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. มีวินัย 2. ใฝ่เรียนรู้ 3. มุ่งมั่นในการทำงาน 4. มีจิตวิทยาศาสตร์


145 สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 1. ความสามารถในการสื่อสาร 2. ความสามารถในการคิด 3. ความสามารถในการแก้ปัญหา 4. ความสามารถในการใช้ทักษะ/กระบวนการและทักษะในการดำเนินชีวิต 5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 6. กิจกรรมการเรียนรู้ แบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model) ขั้นที่ 1 กระตุ้นความสนใจ (Engage) 1. ครูถามคำถามเพื่อกระตุ้นความคิดของนักเรียน ดังนี้ 1) ถ้านักเรียนจะเลือกที่อยู่อาศัยนักเรียนจะเลือกที่อยู่ใกล้สนามบินหรือไม่ เพราะเหตุใด 2) มลพิษทางเสียงเป็นปัญหาต่อสุขภาพของเราหรือไม่ อย่างไร 2. ครูตั้งคำถามเพื่อกระตุ้นนักเรียนก่อนทำกิจกรรมว่า “เสียงที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันใดบ้าง เป็นมลพิษทาง เสียง” จากนั้นขออาสาสมัครนักเรียนตอบคำถาม 2-3 คน ขั้นสอน ขั้นที่ 2 สำรวจค้นหา (Explore) 3. นักเรียนศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับมลพิษทางเสียง และทำกิจกรรมลองทำดู จากหนังสือเรียนแม่บทมาตรฐาน วิทยาศาสตร์ ป.5 หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 เสียงรอบตัวเรา 4 .นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 3-4 คน โดยร่วมกันศึกษาขั้นตอนและวัสดุ-อุปกรณ์ที่ใช้ในกิจกรรมพัฒนาทักษะ กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ที่ 4 การป้องกันและหลีกเลี่ยงมลพิษทางเสียง จากหนังสือเรียนแม่บท มาตรฐาน วิทยาศาสตร์ ป.5 หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 เสียงรอบตัวเรา 5. จากนั้นช่วยกันสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับแนวทางในการป้องกันหรือหลีกเลี่ยงมลพิษทางเสียงจากแหล่งข้อมูล ต่าง เช่น ห้องสมุด อินเทอร์เน็ต แล้วบันทึกข้อมูลที่สืบค้นมา ได้ลงในสมุดประจำตัวหรือหนังสือเรียนแม่บท มาตรฐาน วิทยาศาสตร์ ป.5 หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 เสียงรอบตัวเรา ชั่วโมงที่ 2 ขั้นที่ 3 อธิบายความรู้ (Explain) 4. ครูสุ่มตัวแทนนักเรียน 2 กลุ่มให้ออกมานำเสนอผลการทำกิจกรรมของตนเองหน้าชั้นเรียน โดยมีครูคอย แนะนำ เพิ่มเติม 5. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปกิจกรรมพัฒนาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ที่ 4 การป้องกันและ หลีกเลี่ยงมลพิษทางเสียง จนได้ข้อสรุปว่า“แนวทางในการป้องกันหรือหลีกเลี่ยงมลพิษทางเสียงมีหลายวิธี เช่น ใช้มืออุดหูทันทีเมื่อได้ยินเสียงดังกะทันหัน หลีกเลี่ยง บริเวณที่มีเสียงดัง ลดความดังของเสียงเพลง ขั้นที่ 4 ขยายความเข้าใจ (Elaborate)


146 6. นักเรียนแต่ละกลุ่มศึกษาเนื้อหาเกี่ยวกับมลพิษทางเสียง อันตรายจากมลพิษทางเสียง และแนวทางการ ป้องกัน มลพิษทางเสียง จากหนังสือเรียนแม่บทมาตรฐาน วิทยาศาสตร์ ป.5 หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 เสียงรอบตัว เรา 7. ครูให้นักเรียนร่วมกันอภิปรายและแสดงความคิดเห็นโดยครูถามคำถาม ดังนี้ 1) มลพิษทางเสียง คืออะไร 2) นักเรียนคิดว่า เสียงสุนัขและเสียงฟ้าผ่า จัดเป็นมลพิษทางเสียงหรือไม่ อย่างไร 8. ครูอธิบายเพิ่มเติมให้นักเรียนเข้าใจว่า“การรับฟังเสียงที่มีระดับความเข้มเสียงตั้งแต่ 85 เดซิเบลขึ้นไป ติดต่อกันเกินวันละ 8 ชั่วโมง จะทำให้เยื่อแก้วหูเป็นอันตรายได้ ดังนั้น นักเรียนไม่ควรฟังเสียงที่ดังมาก ๆ ติดต่อกันเป็นเวลานาน” ขั้นที่ 5 ตรวจสอบผล (Evaluate) 1. ครูประเมินผลนักเรียน โดยการสังเกตพฤติกรรมการตอบคำถาม พฤติกรรมการทำงานรายบุคคล พฤติกรรมการทำงานกลุ่ม และจากการนำเสนอผลการทำกิจกรรมหน้าชั้นเรียน 2. ครูตรวจสอบผลจากการทำกิจกรรมพัฒนาการเรียนรู้ที่ 3 ในหนังสือเรียนแม่บทมาตรฐาน วิทยาศาสตร์ ป.5 หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 เสียงรอบตัวเรา 3. ครูตรวจสอบผลจากการทำกิจกรรมสรุปสาระสำคัญประจำเรื่องที่ 1 ในหนังสือเรียนแม่บทมาตรฐาน วิทยาศาสตร์ ป.5 หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 เสียงรอบตัวเรา 4. ครูตรวจสอบผลจากการทำกิจกรรมพัฒนาทักษะการคิดประจำเรื่องที่ 1 ในหนังสือเรียนแม่บทมาตรฐาน วิทยาศาสตร์ ป.5 หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 เสียงรอบตัวเรา 7. การวัดและประเมินผล จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม เครื่องมือ วิธีการวัด เกณฑ์การ ประเมิน 1.ด้านความรู้(K) - อธิบายเกี่ยวกับมลพิษทางเสียง และอันตรายจากมลพิษทางเสียง ได้ (K) -แบบสังเกตการตอบ คำถาม -สังเกตการตอบคำถาม ร้อยละ 70 ขึ้นไปผ่านเกณฑ์ 2. ด้านทักษะ / กระบวนการ (P) - ปฏิบัติตามแนวทางใน การหลีกเลี่ยงและลด มลพิษทางเสียงใน รูปแบบต่าง ๆ ได้ (P) 3. -แบบประเมินกิจกรรม -ตรวจใบกิจกรรม ร้อยละ 70 ขึ้นไปผ่านเกณฑ์


Click to View FlipBook Version