121
2) ความพงึ พอใจของเกษตรกรต่อผลกระทบจากการเขา้ ร่วมโครงการ
ความพึงพอใจต่อผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการเข้าร่วมโครงการ สามารถแบ่งออกเป็น 4 ด้าน
ได้แก่ 1) ด้านรายได้ 2) ด้านการลดใช้สารเคมี 3) ด้านการสนับสนุนจากหนว่ ยงานท่ีเกยี่ วข้อง และ 4) ด้านการ
รวมกล่มุ ดำเนินการของเกษตรกร ซึ่งมีรายละเอยี ด ดงั น้ี (ตารางที่ 2.63)
2.1) ด้านรายได้ เกษตรกรมีความพึงพอใจต่อรายได้เสริมจากกจิ กรรมที่ได้รับการสนับสนุนจาก
โครงการในระดับมาก โดยมีค่าคะแนนเฉลี่ย 3.53 จากการทำเกษตรแบบผสมผสานในพื้นที่ว่างระหว่างต้น
ลำไย ทำใหส้ ามารถสร้างรายได้จากการปลูกพืชอ่ืน
2.2) ด้านการลดใช้สารเคมี เกษตรกรมีความพึงพอใจในระดับมาก มีค่าคะแนนเฉลี่ย 3.82
เนื่องจากเกษตรกรปรับเปลี่ยนวิธีการผลิตโดยลดการใช้สารเคมีและปุ๋ยเคมีปรับเปลี่ยนมาใช้สารชีวภัณฑ์และ
ปุย๋ อินทรียม์ ากขึ้น โดยมีการรว่ มกันผลติ ปยุ๋ อินทรีย์ใช้เองในกลมุ่ สมาชิก และมกี ารใช้สารปรบั ปรุงและบำรุงดิน
ในปริมาณที่เหมาะสม ส่งผลให้เกษตรกรมีสุขภาพแข็งแรงขึ้น สภาพดินมีความอุดมสมบูรณ์ ผลผลิตมีคุณภาพ
และปลอดภยั กบั สง่ิ แวดล้อมมากข้นึ
2.3) ด้านการส่งเสริมสนับสนุนกลุ่มของหน่วยงานต่างๆ (ภาครัฐ/ภาคเอกชน)
เกษตรกรมคี วามพึงพอใจสำหรับการสง่ เสริมสนับสนนุ กลุ่มของหน่วยงานต่างๆ ในระดับมาก มีคา่ คะแนนเฉลี่ย
3.89 โดยหน่วยงานท่ีเข้ามาส่งเสริมสนับสนุน ประกอบด้วย หน่วยงานที่มาจากภาครัฐ เอกชน และ
สถาบันการศึกษา ได้แก่ หน่วยงานจากภาครัฐภายใต้สังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่มีบทบาทในการ
ส่งเสริมและสนับสนุน เช่น สำนักงานเกษตรระดับจังหวัด/อำเภอ สำนักงานพัฒนาที่ดินจังหวัด เป็นต้น
นอกจากนยี้ งั มีหน่วยงานรว่ มสนบั สนุน เชน่ สำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์จังหวัด และสำนักงานสหกรณ์จังหวัด
เป็นต้น รวมไปถึงหน่วยงานอื่นๆ เช่น ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.) มหาวิทยาลัยแม่โจ้
และองคก์ ารบริหารส่วนท้องถน่ิ เป็นต้น
2.4) ด้านการรวมกลุ่มทำกิจกรรมเพื่อส่วนรวม เกษตรกรมีความพึงพอใจสำหรับการรวมกลุ่มทำ
กิจกรรมเพื่อส่วนรวมในระดับมาก มีค่าคะแนนเฉลี่ย 3.79 เริ่มตั้งแต่การประชุมวางแผนการผลิต การรวมกลุ่มเพื่อ
ซื้อปัจจัยการผลิต การสร้างอำนาจต่อรองได้ในหลายด้าน เช่น ด้านการตลาด และการจัดซื้อปัจจัยการผลิต
เป็นต้น รวมไปถึงการร่วมกันทำปุ๋ยหมัก/น้ำหมักชีวภาพใช้ภายในกลุ่ม ทำให้สมาชิกมีความสามัคคี
กลุ่มมีความเขม้ แขง็ มากขึ้น
122
ตารางท่ี 2.63 ความพึงพอใจของเกษตรกรต่อผลกระทบจากการเข้าร่วมโครงการแปลงใหญ่สนิ คา้ ลำไย
รายการ แปลงใหญป่ ี 2559 แปลงใหญป่ ี 2560 แปลงใหญป่ ี 2561 ภาพรวม
ค่าเฉล่ยี ระดับ คา่ เฉลย่ี ระดบั คา่ เฉลี่ย ระดับ คา่ เฉลี่ย ระดบั
1. ด้านรายได้ 3.15 ปานกลาง 3.75 มาก 3.76 มาก 3.53 มาก
2. ดา้ นการลดใช้สารเคมี 3.91 มาก 3.56 มาก 4.00 มาก 3.82 มาก
3. ดา้ นการสนบั สนุนจากหน่วยงานทเี่ ก่ยี วข้อง 3.75 มาก 3.80 มาก 4.14 มาก 3.89 มาก
4. ดา้ นการรวมกลุ่มทำกจิ กรรมเพือ่ ส่วนรวม 3.61 มาก 3.91 มาก 4.00 มาก 3.79 มาก
รวม 3.66 มาก 3.72 มาก 3.99 มาก 3.76 มาก
ทีม่ า: จากการสำรวจ, 2564
3) ความพึงพอใจของเกษตรกรต่อการดำเนินโครงการ
ความพึงพอใจต่อการเข้าร่วมโครงการของเกษตรกร สามารถแบ่งออกเป็น 5 ด้าน ได้แก่
1) ด้านการลดค่าใช้จ่าย 2) ด้านการเพิ่มผลผลิต 3) ด้านการพัฒนาคุณภาพผลผลิต 4) ด้านการเชื่อมโยง
ตลาด 5) ด้านการบริหารจัดการกลุ่ม 6) ด้านความสำเร็จของกลุ่ม 7) ด้านการบริหารจัดการของ
ผู้จัดการ และ 8) ด้านการสง่ เสรมิ สนับสนนุ มีรายละเอียดดังนี้ (ตารางที่ 2.64)
3.1) ด้านการลดค่าใช้จ่ายการผลิต เกษตรกรมีความพึงพอใจต่อการลดค่าใช้จ่ายการผลิต
ระดับมาก มีค่าคะแนนเฉลี่ย 3.74 จากการสำรวจ พบว่า เกษตรกรมีการลดการใช้สารเคมี เปลี่ยนมาใช้ปุ๋ย
อนิ ทรีย์ และสารชวี ภณั ฑ์มากขน้ึ ส่งผลใหส้ ามารถลดค่าใชจ้ า่ ยการผลิตได้
3.2) ด้านการเพิ่มผลผลิต เกษตรกรมีความพึงพอใจต่อการเพิ่มผลผลิตระดับมาก มีค่าคะแนน
เฉลี่ย 3.76 จากการสำรวจ พบว่า เกษตรกรนำความรู้ที่ได้รับจากการส่งเสริมของหน่วยงานมาปรับใช้ในแปลง
อาทิ การผลิตลำไยคุณภาพฯ
3.3) ด้านการพัฒนาคุณภาพผลผลิต เกษตรกรมีความพึงพอใจต่อการพัฒนาคุณภาพผลผลิต
ระดับมาก มีค่าคะแนนเฉลี่ย 3.98 จากการสำรวจ พบว่า เกษตรกรนำความรู้ที่ได้รับจากการส่งเสริม ของ
หน่วยงานมาปรบั ใชใ้ นแปลง อาทิ การผลติ ลำไยคุณภาพฯ สง่ ผลใหค้ ณุ ภาพผลผลติ ลำไยในแปลงดีขน้ึ
3.4) ดา้ นการเชอ่ื มโยงตลาด เกษตรกรมคี วามพึงพอใจต่อการเชื่อมโยงตลาดระดับปานกลาง มีค่า
คะแนนเฉลี่ย 3.10 จากการสำรวจ พบว่า กลุ่มมีการเชื่อมโยงตลาดกับผู้รับซื้อในพื้นที่ แต่เกษตรกร
บางส่วนไมส่ ามารถควบคุมคุณภาพผลผลิตให้เป็นไปตามเงื่อนไขของผู้รับซื้อได้ ประกอบกับสมาชิกบางส่วน
มกี ารผลิตลำไยนอกฤดู จึงจำหน่ายผลผลิตให้กับพ่อคา้ ในพืน้ ที่ (ลง้ )/ขายเหมาสวนแทน
3.5) ด้านการบริหารจัดการกลุ่ม เกษตรกรมีความพึงพอใจต่อการบริหารจัดการกลุ่มระดับมาก
มีค่าคะแนนเฉลี่ย 3.86 จากการสำรวจพบว่า การบริหารจัดการกลุ่มมีความโปร่งใส ผู้นำกลุ่มมีความสามารถ
กลุ่มมีความเข้มแขง็ และสมาชกิ ในกลุ่มให้ความร่วมมือกัน
123
3.6) ด้านการดำเนินการกลุ่ม เกษตรกรมีความพึงพอใจต่อการดำเนินการกลุ่มระดับมาก มีค่า
คะแนนเฉลี่ย 3.74 จากการสำรวจ พบว่า การดำเนินการของกลุ่มมีความเข้มแข็ง โดยเริ่มตั้งแต่ วาง
แผนการผลติ ร่วมกันทำปจั จยั การผลิตใช้เองไปจนถึงร่วมกันนำผลผลติ ไปจำหน่าย
3.7) ด้านความสามารถในการบริหารจัดการของผู้จัดการแปลง เกษตรกรมีความพึงพอใจต่อ
ความสามารถในการบริหารจัดการของผู้จัดการแปลงระดับมาก มีค่าคะแนนเฉลี่ย 3.90 จากการสำรวจ พบว่า
ผู้จัดการแปลงมีความรู้ ความสามารถ มีความเป็นผู้นำในการหาความรู้ใหม่ๆ มาแนะนำ และถ่ายทอดให้สมาชิก
ในกลุ่มได้รับความรู้ เพอ่ื นำไปต่อยอดในการพัฒนาแปลงตนเอง
3.8) ด้านการส่งเสริมสนับสนุนของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เกษตรกร
มีความพึงพอใจต่อการส่งเสริมสนับสนุนของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ระดับมาก มีค่าคะแนน
เฉลยี่ 4.04 จากการสำรวจ พบว่า หน่วยงานมีการสง่ เสริม/สนับสนุนทางดา้ นความรู้และปจั จยั ให้แกเ่ กษตรกรท่ี
เข้าร่วมโครงการ อาทิ การอบรมให้ความรู้ สนบั สนนุ ปจั จัย เช่น ป๋ยุ สารชีวภณั ฑ์ อปุ กรณฯ์ เป็นต้น
ตารางท่ี 2.64 ความพึงพอใจของเกษตรกรต่อการดำเนนิ งานแปลงใหญ่สนิ คา้ ลำไย
รายการ แปลงใหญ่ปี 2559 แปลงใหญ่ปี 2560 แปลงใหญ่ปี 2561 ภาพรวม
ค่าเฉลี่ย ระดับ ค่าเฉลย่ี ระดบั คา่ เฉล่ยี ระดบั ค่าเฉลยี่ ระดบั
1. ด้านการลดค่าใช้จา่ ยการผลิต 3.63 มาก 3.63 มาก 3.97 มาก 3.74 มาก
2. ด้านการเพม่ิ ผลผลติ 3.53 มาก 3.87 มาก 3.87 มาก 3.76 มาก
3. ด้านการพัฒนาคณุ ภาพผลผลิต 3.73 มาก 4.10 มาก 4.10 มาก 3.98 มาก
4. ดา้ นการเช่ือมโยงตลาด 2.93 ปานกลาง 3.40 ปานกลาง 2.97 ปานกลาง 3.10 ปานกลาง
5. ดา้ นการบริหารจดั การกลมุ่ 3.60 กมลาากงทีส่ ุด 3.97 มาก 4.00 มาก 3.86 มาก
6. ด้านความสำเรจ็ ของกลุ่ม 3.63 มากที่สุด 3.77 มาก 3.83 มาก 3.74 มาก
7. ด้านการบริหารจดั การของผูจ้ ัดการ 3.70 มากทส่ี ุด 3.93 มาก 4.07 มาก 3.90 มาก
แ8.ปดลา้งนการสง่ เสริมสนับสนุน 3.90 มากทส่ี ุด 3.97 มาก 4.27 มาก 4.04 มาก
รวม 3.58 มาก 3.83 มาก 3.88 มาก 3.77 มาก
ทม่ี า: จากการสำรวจ, 2564
124
2.4.3 ปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จ
1) ด้านการลดค่าใช้จ่าย พบว่า ปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จด้านการลดค่าใช้จ่าย คือ เกษตรกร
ปรับเปลี่ยนวิธีการผลิตลำไยตามคำแนะนำทางวิชาการและความเหมาะสมของพื้นที่ เช่น การใส่สารบำรุง
ในปรมิ าณท่ีเหมาะสม มกี ารลดการใชป้ ุ๋ยเคมแี ละสารเคมี ปรบั เปลยี่ นมาใช้ปยุ๋ อินทรีย์ สารชวี ภณั ฑ์ และปุ๋ยพืชสด
ทดแทน รวมถึงมกี ารรวมกล่มุ กนั ผลติ ปุย๋ อินทรีย์เพ่ือใชเ้ องร่วมด้วย
2) ด้านการเพิ่มผลผลิต พบว่า ปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จด้านการเพิ่มผลผลิต คือ การผลิต
ตามหลักวิชาการท่ีได้รับการถ่ายทอดความรู้ เช่น การตัดแต่งกิ่ง การตัดแต่งช่อ การใช้สารบำรุงดินตาม
ค่าวิเคราะหด์ นิ และการดูแลรกั ษาใหเ้ หมาะสม เป็นต้น
3) ด้านการพัฒนาคุณภาพผลผลิต พบว่า ปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จด้านการพัฒนาคุณภาพ
ผลผลิต คือ การอบรมเพิ่มความรู้ให้กับเกษตรกรเพื่อให้ผลผลิตได้ตามมาตรฐาน GAP รวมไปถึงจัดทำแปลง
เรียนรู้/แปลงสาธิต เพ่ือให้ความรู้แก่เกษตรกร รวมท้ังส่งเสริมและต่อยอดให้กลุ่มเข้มแข็งและมีศักยภาพ
4) ด้านการบริหารจัดการกลุ่ม พบว่า ปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จด้านการบริหารจัดการกลุ่ม คือ
กลมุ่ มกี ารประชมุ สมาชิกรว่ มกับภาครฐั สม่ำเสมอ เช่น สำนักงานเกษตรอำเภอ/จังหวัด ประชมุ สมาชิกกลุ่มเพื่อ
จดั ทำแผนการผลติ รายเดือน/จดั เกบ็ ข้อมูลรายบุคคล (IFPP) มีการบริหารจัดการการผลิตการใช้ปัจจัยการผลิต
และเครื่องมืออุปกรณ์ในการผลิตรว่ มกันและพัฒนาการบริหารจัดการกลุ่มอย่างสม่ำเสมอ กล่มุ มีระเบียบ ข้อบังคับ
ในการบรหิ ารจัดการท่ีชัดเจนมีความโปร่งใส สมาชิกมสี ว่ นร่วมแสดงความคดิ เหน็ และร่วมกิจกรรมต่างๆ ของกลุม่
5) ด้านการตลาด พบว่า ปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จด้านการตลาด คือ มีการวางแผนการผลิต
ร่วมกัน มีการเชื่อมโยงช่องทางการจำหน่ายสินค้ากับกลุ่มเครือข่าย พัฒนาสินค้าให้ตรงตามความต้องการ
ของผู้บรโิ ภค จัดเวทีเชอ่ื มโยงแหล่งรับซื้อกับผู้ผลติ รวมถึงออกบธู แสดงสินค้าเพ่ือสร้างการรับรู้ในสินค้าร่วมกับ
หนว่ ยงานราชการอย่างสมำ่ เสมอ
6) ดา้ นความยั่งยืนของโครงการ พบวา่ ปจั จัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จด้านความย่ังยืนของโครงการ คือ
กลุ่มมีการจัดทำแผนพัฒนาแปลง มีการประชุมและมีกิจกรรมร่วมกันของสมาชิกกลุ่ม มีการสร้างเครือข่ายและ
มีการสื่อสารระหว่างสมาชิกและคณะกรรมการอย่างสม่ำเสมอ คณะกรรมการกลุ่มมีการบริหารงาน อย่าง
โปร่งใส รับฟังปัญหาและเสนอแนะการแก้ไขปัญหาของสมาชิกกลุ่มร่วมกัน รวมทั้งมีการอบรมเพื่อพัฒนา
ความร้อู ยา่ งตอ่ เนอื่ ง
2.4.4 ปญั หาอุปสรรคในการดำเนนิ งาน
ปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินงานของเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการฯ ภาพรวม ปี 2559-2561
แบ่งออกเปน็ 3 ดา้ น ไดแ้ ก่ ด้านการผลิต ด้านการตลาด และด้านการบรหิ ารจดั การ มรี ายละเอยี ดดังน้ี (ตารางท่ี 2.65)
1) ด้านการผลิต พบว่า เกษตรกรส่วนมากประสบปัญหาเรื่องความผันผวนของสภาพภูมิอากาศ
มากที่สุดคิดเป็นร้อยละ 65.56 เช่น ภัยแล้ง ซึ่งเป็นปัจจัยที่ไม่สามารถควบคุมได้ และมีผลกระทบกับเกษตรกร
ค่อนข้างมาก ส่งผลต่อปริมาณและคุณภาพของผลผลิตในบางพื้นที่ที่มีเพียงแหล่งน้ำธรรมชาติ (น้ำฝน)
125
รองลงมา คือ การขาดแหล่งน้ำในทำการเกษตรร้อยละ 62.22 ราคาปัจจัยการผลิตปรับตัวสูงขึ้นร้อยละ
44.33 ขาดเงินทุนหมุนเวียนร้อยละ 32.99 โรคระบาด ศัตรูพืชร้อยละ 26.74 เช่น แมลง เพลี้ย หนอนเจาะผล/ลำ
ต้น และโรคพุ่มไม้กวาด เป็นตัน เกษตรกรสูงวัยส่งผลให้การนำองค์ความรู้ไปปฏิบัติได้ลำบากร้อยละ 26.67
ซ่ึงส่งผลให้ไม่สามารถนำองค์ความรู้ไปปฏิบัติได้เท่าที่ควร อื่นๆ ได้แก่ การขาดแคลนแรงงานในพ้ืนท่ีร้อยละ
20.27 ขาดเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่เข้ามาส่งเสริมในแปลงใหญ่ร้อยละ 18.28 เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับการผลิต
ลำไยยังมีมีน้อย องค์ความรู้ที่เข้ามาส่งเสริมเป็นความรู้เดิมๆ ส่งผลให้ยังไม่สามารถปรับเปลี่ยนได้ดีเท่าที่ควร
ร้อยละ 12.49 เทคโนโลยีเครื่องจกั รกลที่นำเข้ามาส่งเสริมไม่ตรงตามความตอ้ งการของกลุ่มร้อยละ 6.67 และ
เทคโนโลยีเครือ่ งจักรกลทีน่ ำเข้ามาสง่ เสรมิ ไม่เพยี งพอต่อความตอ้ งการกลมุ่ ร้อยละ 5.36 ตามลำดับ
2) ด้านการตลาด พบว่า เกษตรกรประสบปัญหาเรื่องราคารับซื้อผลผลิตของภาคเอกชน
ที่ทำร่วมกันไว้ยังเป็นไปตามกลไกตลาดมากที่สุดคิดเป็นร้อยละ 12.91 เช่น ราคารับซื้อผลผลิตมีความผันผวน
และไม่แน่นอน รองลงมา คือ ราคารับซื้อผลผลิตต่ำร้อยละ 10.50 ข้ันตอนการรับซ้ือผลผลิตของเอกชน
มีหลายขั้นตอน ไม่สะดวกนำไปจำหน่ายร้อยละ 8.47 ไม่ทราบเงื่อนไขการรับซื้อผลผลิตของภาคเอกชน
รอ้ ยละ 7.36 สินคา้ เกษตรปลอดภัยขายไดใ้ นราคาทว่ั ไปจึงไมจ่ ูงใจใหท้ ำการผลิตร้อยละ 3.79 และแหล่งรับซ้ือ
ผลผลิตท่ีทำข้อตกลงรว่ มกันอยู่ไกลจากสถานทีต่ ้ังของกล่มุ แปลงใหญ่ร้อยละ 2.22 ตามลำดบั
3) ด้านการบริหารจัดการ พบว่า เกษตรกรประสบปัญหาเรื่องสมาชิกบางคนไม่ให้ความร่วมมือ
มากที่สุดคิดเปน็ ร้อยละ 13.64 โดยเกษตรกรบางส่วนยังไม่เห็นความสำคัญของการเข้าร่วมโครงการ รองลงมา
คือ พื้นที่แปลงไกลกันหลายตำบล ส่งผลให้การบริหารจัดการยากร้อยละ 6.28 สมาชิกเข้าร่วมโครงการ
จำนวนมาก การส่งเสริมไม่ทั่วถึงร้อยละ 2.26 และคณะกรรมการกลุ่มขาดความโปร่งใส/ขาดความยุติธรรม
สง่ เสริมเฉพาะกล่มุ ร้อยละ 1.57 ตามลำดับ
126 หน่วย: รอ้ ยละ
ตารางที่ 2.65 ปญั หา อุปสรรคในการดำเนนิ งานของแปลงใหญ่สินคา้ ลำไย รอ้ ยละ
รายการ 62.22
65.56
1. ด้านการผลิต 26.67
- ขาดแคลนแหลง่ นำ้ ในการทำเกษตร 6.67
- ความผันผวนของสภาพภมู ิอากาศ 5.36
- เกษตรกรสูงวัยสง่ ผลให้การนำองคค์ วามรู้ไปปฏิบัติได้ลำบาก 12.49
- เทคโนโลยเี ครือ่ งจกั รกลทส่ี ง่ เสรมิ ไม่ตรงกับความต้องการของกลุ่ม 18.28
- เทคโนโลยีเคร่ืองจกั รกลท่ีส่งเสริมไมเ่ พยี งพอต่อความตอ้ งการของกลุ่ม 26.74
- องค์ความร้ทู ่เี ขา้ มาส่งเสรมิ เป็นความรเู้ ดมิ ๆ ไม่ส่งผลต่อการปรับเปลี่ยน 32.99
- ขาดเทคโนโลยสี มัยใหม่เขา้ มาส่งเสรมิ ในแปลงใหญ่ 44.33
- โรคระบาด ศตั รพู ชื 20.27
- ขาดเงนิ ทุนหมุนเวยี น
- ราคาปัจจัยการผลติ ปรบั ตัวสงู ข้นึ 12.91
- อน่ื ๆ (ขาดแคลนแรงงาน) 2.22
8.47
2. ดา้ นการตลาด 7.36
- ราคารับซื้อผลผลติ ของภาคเอกชนท่ีทำรว่ มกนั ยงั เปน็ ไปตามกลไกตลาด 3.79
- แหล่งรับซอื้ ผลผลติ ท่ที ำข้อตกลงรว่ มกนั อยูไ่ กลจากพ้ืนทแ่ี ปลงใหญ่ 10.50
- ขน้ั ตอนการรบั ซื้อผลผลติ ของเอกชนมีหลายข้ันตอน ไม่สะดวกนำไปจำหนา่ ย
- ไมท่ ราบเง่ือนไขการรบั ซือ้ ผลผลิตของภาคเอกชน 2.26
- สินค้าเกษตรปลอดภยั ขายได้ในราคาท่ัวไป ไมจ่ ูงใจใหท้ ำการผลติ 6.28
- อ่ืนๆ (ราคารับซ้ือผลผลติ ตำ่ ) 13.64
1.57
3. ดา้ นการบรหิ ารจดั การ
- สมาชิกเขา้ รว่ มโครงการจำนวนมาก การสง่ เสริมไมท่ ั่วถึง
- พ้นื ทีแ่ ปลงไกลกัน หลายตำบล ส่งผลให้การบรหิ ารจดั การยาก
- สมาชิกบางคนไมใ่ ห้ความรว่ มมอื
- คณะกรรมการกลุ่มขาดความโปร่งใส/ขาดความยุติธรรม ส่งเสรมิ เฉพาะกลุ่ม
ทม่ี า: จากการสำรวจ, 2564
127
2.5 ผลสัมฤทธ์ิของแปลงใหญส่ ินค้าทเุ รยี น
2.5.1 ผลได้ของแปลงใหญ่สินคา้ ทุเรยี น
ขอ้ มลู กลุม่ ตัวอย่างที่ใช้สำหรับการประเมนิ ผล ประกอบดว้ ย เกษตรกรสมาชิกท่เี ข้ารว่ มโครงการ
90 ราย ผูจ้ ดั การแปลง 6 ราย และเจ้าหนา้ ทรี่ ะดับจงั หวดั 3 ราย ได้แก่ จังหวัดระยอง จันทบุรีและตราด ดังนี้
1) ข้อมลู พืน้ ฐานของเกษตรกรทีเ่ ข้าร่วมโครงการ
1.1) ขอ้ มูลทวั่ ไปของเกษตรกร ในภาพรวมของแปลงใหญป่ ี 2559-2561 เกษตรกรเปน็ เพศชาย
รอ้ ยละ 54.44 และเพศหญิงร้อยละ 45.56 มอี ายเุ ฉล่ีย 56.48 ปี มจี ำนวนสมาชกิ ในครวั เรอื นเฉลี่ย 4.17 ราย
โดยอยู่ในชว่ งวยั แรงงาน 2.93 ราย เปน็ แรงงานภาคการเกษตร 1.95 ราย และนอกภาคการเกษตร 0.98 ราย
รายละเอียด ดงั นี้
ปี 2559 เกษตรกรเป็นเพศชายร้อยละ 60.00 และเปน็ เพศหญงิ ร้อยละ 40.00 มีอายุเฉล่ีย
54.00 ปี สมาชิกภายในครัวเรือนเฉลี่ย 4.33 ราย โดยอยู่ในช่วงวัยแรงงาน 3.27 ราย เป็นแรงงานภาคเกษตร
2.07 รายและเป็นแรงงานนอกภาคเกษตร 1.20 ราย
ปี 2560 เกษตรกรเปน็ เพศชายร้อยละ 53.33 และเป็นเพศหญงิ ร้อยละ 46.67 มอี ายุเฉล่ีย
62.07 ปี สมาชกิ ภายในครัวเรือนเฉลย่ี 3.93 ราย โดยอยใู่ นวยั แรงงาน 2.53 ราย ซงึ่ เปน็ แรงงานภาคการเกษตร
1.47 ราย และเปน็ แรงงานนอกภาคเกษตร 1.06 ราย
ปี 2561 พบว่าเกษตรกรเป็นเพศชายร้อยละ 50.00 และเป็นเพศหญิงร้อยละ 50.00
มีอายุเฉลี่ย 53.37 ปี สมาชิกภายในครัวเรือนเฉลี่ย 4.25 ราย อยู่ในช่วงวัยแรงงาน 2.98 ราย เป็นแรงงาน
ภาคการเกษตร 2.30 ราย และเป็นแรงงานนอกภาคเกษตร 0.68 ราย (ตารางที่ 2.66)
ตารางท่ี 2.66 ข้อมลู ทั่วไปของเกษตรกรแปลงใหญ่สนิ ค้าทุเรียน
รายการ 2559 แปลงใหญ่ ปี หน่วย: ร้อยละ
100 2560 2561
1. เพศ (ร้อยละ) 60.00 100 100 ภาพรวม
- ชาย 40.00 53.33 50.00 100
- หญิง 54.00 46.67 50.00 54.44
4.33 62.07 53.37 45.56
2. อายเุ ฉลย่ี (ป)ี 3.93 4.25 56.48
3. จำนวนสมาชกิ ภายในครัวเรือนเฉลี่ย (ราย) 3.27 4.17
4. จำนวนแรงงานภายในครวั เรอื นเฉลี่ย (ราย) 2.07
1.20 2.53 2.98 2.93
- อยู่ในวัยแรงงาน 1.47 2.30 1.95
- แรงงงานภาคการเกษตร 1.06 0.68 0.98
- แรงงานนอกภาคเกษตร
ที่มา: จากการสำรวจ, 2564
128
1.2) ระดับการศึกษา พบว่า เกษตรกรจบการศึกษาระดับประถมศึกษา ร้อยละ 41.67
จบการศึกษาระดับมัธยมปลาย ร้อยละ 14.44 จบการศึกษาระดับปริญญาตรี มัธยมต้น ไม่ได้ศึกษา
ประกาศนียบัตรวิชาชีพ และประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง ร้อยละ 11.11, 10.55, 9.45, 9.45 และ 1.67
ตามลำดับ โดยมรี ายละเอียดดงั น้ี
ปี 2559 พบว่า เกษตรกร จบการศึกษาระดับประถมศึกษาร้อยละ 46.67 จบการศึกษาระดับ
ประกาศนียบัตรวิชาชีพ ร้อยละ 26.67 จบการศึกษาระดับมัธยมต้นและจบการศึกษาระดับมัธยมปลายร้อยละ
13.33 เท่ากนั
ปี 2560 พบว่า เกษตรกร ไม่ได้เรียนและจบการศึกษาระดับประถมศึกษาเท่ากันสัดส่วน
ร้อยละ 26.67 จบการศึกษาระดับมัธยมปลายร้อยละ 20.00 และจบการศึกษาระดับมัธยมต้น ปริญญาตรี
สดั ส่วนเท่ากนั ร้อยละ 13.33
ปี 2561 พบว่า เกษตรกร จบการศึกษาระดับประถมศึกษา ร้อยละ 56.67 จบการศึกษา
ระดับปริญญาตรีร้อยละ 20.00 จบการศึกษาระดับมัธยมปลาย ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง มัธยมต้น
ประกาศนียบัตรวชิ าชพี และไม่ไดศ้ กึ ษาร้อยละ 10.00, 5.00, 5.00, 1.67 และ 1.67 ตามลำดบั (ตารางที่ 2.67)
ตารางที่ 2.67 ระดับการศกึ ษาของเกษตรกรแปลงใหญส่ ินคา้ ทุเรยี น
รายการ แปลงใหญ่ ปี หน่วย: รอ้ ยละ
2559 2560 2561
1. ประถมศึกษา 46.67 26.67 56.67 เฉล่ีย
2. มัธยมศกึ ษาต้น 13.33 13.33 5.00 43.34
3. มธั ยมศึกษาปลาย 13.33 20.00 10.00 10.55
4. ประกาศนียบัตรวชิ าชพี ชัน้ สงู 14.44
5. ประกาศนียบัตรวิชาชีพ - - 5.00 1.67
6. ปริญญาตรี 26.67 - 1.67 9.45
7. สูงกวา่ ปรญิ ญาตรี 11.11
8. ไม่ได้ศึกษา - 13.33 20.00
- -- -
ทม่ี า: จากการสำรวจ, 2564 - 26.67 1.67 9.45
1.3) การประกอบอาชีพ พบว่าเกษตรกรส่วนมากจะประกอบอาชีพหลักและอาชีพเสริมควบคู่
กันไป โดยประกอบอาชีพหลักด้านพืชมากที่สุดร้อยละ 93.33 รองลงมา คือ รับราชการ/เงินเดือนประจำ
ร้อยละ 4.45 และค้าขาย/ธุรกิจส่วนตัวร้อยละ 2.22 ส่วนอาชีพเสริมที่เกษตรกรทำมากที่สุด คือ ไม่มีอาชีพ
เสริมร้อยละ 45.55 รองลงมา คือ ด้านพืชร้อยละ 35.00 ค้าขาย/ธุรกิจส่วนตัว รับจ้างภาคการเกษตร อื่นๆ
และรับจ้างนอกภาคการเกษตรรอ้ ยละ 9.44, 5.00, 2.78 และ 2.22 ตามลำดับ รายละเอยี ดอื่นๆ ดังตอ่ ไปน้ี
129
อาชีพหลัก เกษตรกรปี 2559 มีอาชีพหลักในการปลูกพืชร้อยละ 86.67 ค้าขาย/ธุรกิจ
ส่วนตัวและข้าราชการ/เงินเดือนประจำ ร้อยละ 6.67 เท่ากัน เกษตรกรปี 2560 มีอาชีพหลักในการปลูกพืช
ร้อยละ 93.33 และข้าราชการ/เงินเดือนประจำรอ้ ยละ 6.67 เกษตรกรปี 2561 มีอาชีพหลกั ในการปลูกพชื รอ้ ยละ 100
อาชีพเสริม เกษตรกรปี 2559 ไม่มีอาชีพเสริมร้อยละ 20.00 มีอาชีพเสริมในการปลูกพืช
รอ้ ยละ 53.33 มอี าชพี เสริมในการค้าขาย ร้อยละ 13.33 มอี าชีพเสริมรับจ้างภาคการเกษตรและรับจ้างนอกภาค
เกษตรร้อยละ 6.67 เท่ากัน เกษตรกรปี 2560 ไม่มีอาชีพเสริมร้อยละ 43.33 มีอาชีพเสริมในการปลูกพืช
ร้อยละ 40.00 มีอาชพี เสริมในการค้าขายร้อยละ 13.33 และมอี าชพี เสริมในการบรกิ ารทางการเกษตรและอ่ืนๆ
ร้อยละ 6.67 เท่ากัน เกษตรกรปี 2561 ไม่มีอาชีพเสริมร้อยละ 83.32 มีอาชีพเสริมในการปลูกพืชร้อยละ 11.67
มอี าชีพเสริมรบั จา้ งภาคการเกษตร คา้ ขาย/ธุรกิจส่วนตัวและอ่ืนๆ รอ้ ยละ 1.67 เทา่ กัน (ตารางที่ 2.68)
ตารางที่ 2.68 การประกอบอาชีพของเกษตรกรแปลงใหญ่สนิ คา้ ทเุ รียน
รายการ 2559 แปลงใหญ่ ปี หนว่ ย: ร้อยละ
2560 2561
1. อาชีพหลกั 100.00 100.00 100.00 เฉลีย่
93.33 100.00 100.00
-การปลูกพืช 86.67 93.33
--
-การเลย้ี งสัตว์ - -- -
6.67 - 2.22
-คา้ ขาย/ธุรกจิ ส่วนตวั 6.67 4.45
40.00 11.67
-รบั ราชการ/เงนิ เดอื นประจำ 6.67 -- 35.00
-- -
2. อาชพี เสริม -
6.67 1.67
-การปลกู พืช 53.33 -- 5.00
2.22
-การเลี้ยงสตั ว์ - 13.33 1.67 9.44
6.67 1.67 2.78
-การประมง - 33.33 83.32 45.55
-รบั จา้ งภาคเกษตร 6.67
-รบั จ้างนอกภาคเกษตร 6.67
-คา้ ขาย/ธุรกจิ ส่วนตัว 13.33
-อ่ืนๆ -
-ไมป่ ระกอบอาชีพเสริม 20.00
หมายเหตุ: เกษตรกร 1 ราย ทำอาชีพเสริมมากกวา่ 1 อยา่ ง
ที่มา: จากการสำรวจ, 2564
1.4) การใชป้ ระโยชนเ์ น้ือทถ่ี ือครองทางการเกษตรของเกษตรกร พบว่า มกี ารใช้ประโยชน์เนื้อที่
ในด้านต่างๆ ได้แก่ เนื้อที่ในการทำไม้ผลร้อยละ 100 ไม้ยืนต้นร้อยละ 46.11 แปลงผักร้อยละ 2.78 พืชไร่
ร้อยละ 2.22 และเนื้อทที่ ำนารอ้ ยละ 1.11 ซ่ึงมีรายละเอยี ดดังน้ี
ปี 2559 พบวา่ มีการใชป้ ระโยชน์เน้ือที่ในการทำไม้ผลร้อยละ 100 และไมย้ นื ต้นร้อยละ 66.67
130
ปี 2560 พบว่า มีการใช้ประโยชน์เนื้อที่ในการทำไม้ผลร้อยละ 100 ไม้ยืนต้นร้อยละ
40.00 พชื ไรแ่ ละสวนผักมีสัดส่วนเทา่ กนั คอื รอ้ ยละ 6.67
ปี 2561 พบว่า มีการใช้ประโยชน์เนื้อที่ในการทำไม้ผลร้อยละ 100 ไม้ยืนต้นร้อยละ
31.67 เนื้อท่ีทำนารอ้ ยละ 3.33 และแปลงผกั รอ้ ยละ 1.67 (ตารางท่ี 2.69)
ตารางที่ 2.69 การใชป้ ระโยชน์เน้ือทีถ่ ือครองทางการเกษตรของเกษตรกรแปลงใหญ่สนิ ค้าทุเรียน
หนว่ ย: รอ้ ยละ
รายการ แปลงใหญ่ ปี
2559 2560 2561 เฉล่ยี
1. ทน่ี า - - 3.33 1.11
2. พชื ไร่ - 6.67 - 2.22
3. ไมผ้ ล 100.00 100.00 100.00 100.00
4. ไมย้ ืนตน้ 66.67 40.00 31.67 46.11
5. แปลงผกั - 6.67 1.67 2.78
6. คอกเลย้ี งปศสุ ตั ว์ - -- -
7. แปลงปลูกหญา้ เลี้ยงสัตว์ - ---
8. เพาะเล้ยี งประมง - ---
9. ฟาร์มผสม/ผสมผสาน - ---
10. อื่นๆ ทางการเกษตร - ---
หมายเหตุ:เกษตรกร 1 ราย ใช้ประโยชน์เนอ้ื ท่ีทางการเกษตรมากกว่า 1 ประเภท
ทีม่ า: จากการสำรวจ, 2564
1.5) การเข้าร่วมโครงการต่างๆ ของเกษตรกร พบว่า โครงการในสังกัดกระทรวงเกษตรและ
สหกรณ์ มีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่ร้อยละ 100 โครงการพัฒนาคุณภาพ
สินค้าเกษตรสู่มาตรฐาน GAP ร้อยละ 65.00 โครงการศูนย์เรียนรู้เพิม่ ประสิทธภิ าพการผลิตสินคา้ เกษตรร้อยละ
18.89 โครงการเกษตรทฤษฎีใหม่ร้อยละ 7.22 โครงการเกษตรอินทรีย์ร้อยละ 2.22 และโครงการพัฒนา
เกษตรกรสู่ Smart Farmer ร้อยละ 1.67
แปลงปี 2559 พบวา่ ในสงั กัดกระทรวงเกษตรฯ มีเกษตรกรเขา้ ร่วมโครงการระบบส่งเสริม
เกษตรแบบแปลงใหญ่ร้อยละ 100 โครงการศูนย์เรียนรู้เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรและ โครงการ
พัฒนาคุณภาพสินค้าเกษตรสู่มาตรฐาน GAP ร้อยละ 33.33 ในสัดส่วนทีเ่ ทา่ กันและเข้าโครงการเกษตรทฤษฎี
ใหม่ร้อยละ 20.00
131
ปี 2560 พบว่า ในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ มีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการระบบส่งเสริม
เกษตรแบบแปลงใหญ่ร้อยละ 100 โครงการพัฒนาคุณภาพสินค้าเกษตรสู่มาตรฐาน GAP ร้อยละ 80 และ
โครงการศูนยเ์ รยี นรเู้ พม่ิ ประสทิ ธภิ าพการผลิตสนิ คา้ เกษตรร้อยละ 6.67
ปี 2561 พบว่า ในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ มีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการระบบส่งเสริม
เกษตรแบบแปลงใหญ่ร้อยละ 100 โครงการพัฒนาคุณภาพสินค้าเกษตรสู่มาตรฐาน GAP ร้อยละ 81.67
โครงการศนู ย์เรียนรู้เพ่มิ ประสิทธิภาพการผลิตสนิ ค้าเกษตรร้อยละ 16.67 โครงการเกษตรอนิ ทรียร์ ้อยละ 6.67
โครงการพัฒนาเกษตรกรสู่ Smart Farmer ร้อยละ 5.00 และเข้าโครงการเกษตรทฤษฎีใหม่ร้อยละ 1.67
(ตารางที่ 2.70)
ตารางท่ี 2.70 การเขา้ ร่วมโครงการต่างๆ ของเกษตรกรแปลงใหญส่ ินค้าทเุ รยี น
หน่วย: รอ้ ยละ
รายการ แปลงใหญ่ ปี
2559 2560 2561 เฉลี่ย
ในสงั กัดกระทรวงเกษตร
1. ระบบสง่ เสรมิ เกษตรแบบแปลงใหญ่ 100.00 100.00 100.00 100.00
2. โครงการเกษตรอินทรีย์ - - 6.67 2.22
3. โครงการพฒั นาเกษตรกรสู่ Smart Farmer - - 5.00 1.67
4. ศูนยเ์ รียนร้กู ารเพ่ิมประสิทธิภาพการผลติ สินค้าเกษตร 33.33 6.67 16.67 18.89
5. พัฒนาคุณภาพสนิ ค้าเกษตรสู่มาตรฐาน GAP 33.33 80.00 81.67 65.00
6. โครงการเกษตรทฤษฎใี หม่ 20.00 - 1.67 7.22
นอกสงั กดั กระทรวงเกษตร (ถ้าม)ี 1 ----
หมายเหตุ: เกษตรกรตอบไดม้ ากกวา่ 1 ข้อ
นอกสงั กดั กระทรวงเกษตร (ถ้ามี)1 ได้แก่ สำนกั งานพาณชิ ย์จังหวดั
ที่มา: จากการสำรวจ, 2564
2) ข้อมูลการเข้าร่วมโครงการของเกษตรกร ประกอบด้วย ลักษณะของพื้นที่ที่เข้าร่วมโครงการ
การไดร้ ับการส่งเสริมสนับสนนุ จากหน่วยงาน และกิจกรรมตา่ งๆ ท่หี นว่ ยงานใหก้ ารสนับสนนุ
2.1) ลักษณะของพื้นที่ที่เข้าร่วมโครงการของเกษตรกร พบว่า ปี 2559–2561 เกษตรกรถือครอง
ที่ดินเป็นของตนเองร้อยละ 97.78 และที่ดินทำฟรีร้อยละ 2.22 ความเหมาะสมเนื้อที่เพาะปลูกระดับความ
เหมาะสมสูง (S1) ร้อยละ 18.89 ระดับความเหมาะสมปานกลาง (S2) ร้อยละ 20.00 ไม่มีความเหมาะสม (N)
ร้อยละ 0.56 ไมท่ ราบระดบั ความเหมาะสมของพ้นื ท่ีร้อยละ 60.56 สว่ นแหล่งนำ้ ใชน้ ำ้ ฝนรอ้ ยละ 100 รว่ มกับ
ใช้แหล่งน้ำจากบ่อ/สระในไร่นาของตนเองร้อยละ 65.56 จากแหล่งน้ำธรรมชาติร้อยละ 57.22 จากแหล่งน้ำ
132
ชลประทานร้อยละ 41.67 แหล่งน้ำจากบ่อบาดาลร้อยละ 17.78 และกลุ่มสูบจากแหล่งน้ำธรรมชาติร้อยละ
2.22 รายละเอยี ด ดังนี้
การถือครองทด่ี ิน
ปี 2559 เกษตรกรถือครองทดี่ นิ เปน็ ของตนเองท้งั หมดร้อยละ 93.33 และท่ีดินทำฟรีร้อยละ 6.67
ปี 2560 เกษตรกรถอื ครองที่ดนิ เปน็ ของตนเองท้ังหมดรอ้ ยละ 100
ปี 2561 เกษตรกรถอื ครองทีด่ ินเปน็ ของตนเองท้ังหมดรอ้ ยละ 100
ความเหมาะสมของเนอื้ ที่เพาะปลูก
ปี 2559 เกษตรกรร้อยละ 26.67 มีเนื้อท่สี ำหรับเพาะปลกู ในระดับความเหมาะสมสงู (S1)
ร้อยละ 6.67 มีเนื้อที่สำหรับเพาะปลูกในระดับความเหมาะสมปานกลาง (S2) และเกษตรกรร้อยละ 66.67
ไม่ทราบว่าเน้ือที่สำหรบั เพาะอยูใ่ นระดบั ความเหมาะสมใด
ปี 2560 เกษตรกรร้อยละ 20 มีเนื้อที่สำหรับเพาะปลูกในระดับความเหมาะสมปานกลาง
(S2) และเกษตรกรรอ้ ยละ 80 ไมท่ ราบว่าเนอื้ ที่สำหรบั เพาะอยูใ่ นระดับความเหมาะสมใด
ปี 2561 เกษตรกรร้อยละ 33.33 มีเนื้อที่สำหรับเพาะปลูกในระดับความเหมาะสม
ปานกลาง (S2) ร้อยละ 30 มีเนื้อที่สำหรับเพาะปลูกในระดับความเหมาะสมสูง (S1) ร้อยละ 1.67 มีเนื้อที่
สำหรับเพาะปลกู ระดับความไม่เหมาะสม (N) และเกษตรกรร้อยละ 35.00 ไม่ทราบว่าเนื้อทีส่ ำหรับเพาะอยูใ่ น
ระดบั ความเหมาะสมใด
แหลง่ นำ้ ทใี่ ชก้ บั พื้นทีท่ ี่เข้าร่วมโครงการ
ปี 2559 เกษตรกรใช้แหล่งน้ำจากธรรมชาติ (น้ำฝน) ร้อยละ 100 นอกจากนั้นเกษตรกร
ยังใช้น้ำเพิ่มจากบ่อ/สระน้ำในไร่นารอ้ ยละ 86.67 น้ำชลประทานร้อยละ 73.33 สูบน้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติ
รอ้ ยละ 60.00 และบ่อบาดาลรอ้ ยละ 13.33
ปี 2560 เกษตรกรใช้แหล่งน้ำจากธรรมชาติ (น้ำฝน) ร้อยละ 100 นอกจากนั้นเกษตรกร
ยังใช้น้ำเพิ่มจากบ่อ/สระน้ำในไร่นาร้อยละ 53.33 สูบน้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติร้อยละ 46.67 แหล่งน้ำ
จากระบบชลประทานรอ้ ยละ 40.00 และจากบอ่ บาดาลรอ้ ยละ 13.33
ปี 2561 เกษตรกรใช้แหล่งน้ำจากธรรมชาติ (น้ำฝน) ร้อยละ 100 นอกจากนั้นเกษตรกร
ยังใช้น้ำเพิ่มจากการสูบนำ้ จากแหล่งน้ำธรรมชาตริ ้อยละ 65.00 จากบ่อ/สระนำ้ ในไร่นาร้อยละ 56.67 จากบ่อ
บาดาลร้อยละ 26.67 แหล่งน้ำจากระบบชลประทานร้อยละ 11.67 และกลุ่มสูบน้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติ
ร้อยละ 6.67 (ตารางที่ 2.71)
133
ตารางที่ 2.71 ลักษณะของพ้ืนท่ีท่เี ข้ารว่ มโครงการของเกษตรกรแปลงใหญส่ นิ ค้าทุเรยี น
หน่วย: ร้อยละ
รายการ แปลงใหญ่ ปี เฉล่ีย
2559 2560 2561
1. ลักษณะการถือครองพ้นื ที่ 93.33 100.00 100.00 97.78
-ตนเอง
-เช่า ----
-ทำฟรี
6.67 - - 2.22
รวม
100.00 100.00 100.00 100.00
2. ความเหมาะสมของเน้ือที่เพาะปลูกกบั ชนดิ สินค้า 26.67 - 30.00 18.89
แปลงใหญ่ขา้ ว 6.67 20.00 33.33 20.00
- S1 (Highly Suitable)
- S2 (Moderately Suitable) ----
- S3 (Marginally Suitable) - - 1.67 0.56
- ไม่มีความเหมาะสม (Not Suitable 66.67 80.00 35.00 60.56
-ไม่ทราบ 100.00 100.00 100.00 100.00
รวม 100.00 100.00 100.00 100.00
73.33 40.00 11.67 41.67
3. แหลง่ น้ำท่ใี ชก้ ับพ้ืนที่แปลงใหญ่ 1 86.67 53.33 56.67 65.56
- นำ้ ฝน 60.00 46.67 65.00 57.22
- นำ้ ชลประทาน 13.33 13.33 26.67 17.78
- บ่อ/สระในไรน่ า
- สบู จากแหลง่ น้ำธรรมชาติ - - 6.67 2.22
- บอ่ บาดาล
- กลุม่ สูบจากแหลง่ น้ำธรรมชาติ
หมายเหตุ: แหล่งน้ำที่ใชก้ ับพ้นื ที่แปลงใหญ่ 1 : เกษตรกรใช้นำ้ มากกว่า 1 แหล่ง
2.2) การไดร้ ับการสง่ เสรมิ สนบั สนนุ ของเกษตรกรจากการเข้ารว่ มโครงการ
หน่วยงานที่ให้การส่งเสริม สนับสนุน การดำเนินงานโครงการเป็นการทำงานบูรณาการ
รว่ มกนั ทั้งภายในและภายนอกกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมถึงการเข้ามาสนบั สนุนของภาคเอกชน ซ่ึงในปี
2559-2561 มีหน่วยงานภายใต้สังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้การสนุนภาระกิจของหน่วยงานร้อยละ
100 หนว่ ยงานอ่นื นอกสงั กัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้แก่ ธ.ก.ส. รอ้ ยละ 100 สำนกั งานพาณิชย์จังหวัด
รอ้ ยละ 1.67 องคก์ ารบริหารส่วนตำบลร้อยละ 35.00 และภาคเอกชนร้อยละ 33.33 รายละเอยี ด ดังนี้
แปลงปี 2559 สมาชิกแปลงใหญ่ร้อยละ 100 ได้รับการส่งเสริมสนับสนุนจากหน่วยงาน
ภายใต้สังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้รับการส่งเสริมสนับสนุนจากหน่วยงานอื่นนอกสังกัดกระทรวง
เกษตรและสหกรณ์ ได้แก่ ธ.ก.ส. ร้อยละ 100 กิจกรรมที่สนับสนุนคือการถ่ายทอดความรู้ เชื่อมโยงตลาดและ
134
ใหส้ ินเชือ่ ไดร้ บั การสง่ เสริมสนับสนุนจากองค์การบริหารสว่ นตำบลร้อยละ 100 กจิ กรรมท่สี นับสนุนคือ ระบบท่อ
กระจายน้ำ สถานที่จำหน่ายทุเรียน และได้รับการสนับสนุนจากบริษัทจำหน่ายปุ๋ย สารเคมีร้อยละ 100
กจิ กรรมทสี่ นับสนนุ คอื การถา่ ยทอดความร้กู ารใช้ปุ๋ย สารเคมี
ปี 2560 สมาชิกแปลงใหญ่ร้อยละ 100 ได้รับการส่งเสริมสนับสนุนจากหน่วยงานภายใต้
สังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้รับการส่งเสริมสนับสนนุ จาก ธ.ก.ส.รอ้ ยละ 100 กิจกรรมที่สนับสนุนคือ
การถ่ายทอดความรู้ เชื่อมโยงตลาดและให้สินเชื่อ ได้รับการสนับสนุนจากบริษัทจำหน่ายปุ๋ย สารเคมีร้อยละ
100 กจิ กรรมท่สี นบั สนุนคอื การถา่ ยทอดความรูก้ ารใช้ปุย๋ สารเคมี
ปี 2561 สมาชิกแปลงใหญ่ร้อยละ 100 ได้รับการส่งเสริมสนับสนุนจากหน่วยงานภายใต้
สังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ไดร้ บั การส่งเสรมิ สนับสนุนจาก ธ.ก.ส. ร้อยละ 100 กจิ กรรมท่ีสนับสนุนคือ
การถ่ายทอดความรู้ เชื่อมโยงตลาดและใหส้ ินเชอื่ และไดร้ บั การสง่ เสรมิ สนับสนนุ จากองค์การบริหารส่วนตำบล
ร้อยละ 100 กิจกรรมที่สนับสนุนคือ สนับสนุนงบประมาณสมทบค่าสูบน้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติ ได้รับการ
สนับสนุนจากบริษัทจำหน่ายปุ๋ย สารเคมีร้อยละ 100 กิจกรรมที่สนับสนุนคือ การถ่ายทอดความรู้การใช้ปุ๋ย
สารเคมี (ตารางที่ 2.72)
ตารางที่ 2.72 หนว่ ยงานท่ใี ห้การสง่ เสรมิ สนบั สนุนแปลงใหญ่สนิ คา้ ทเุ รยี น
หนว่ ย: ร้อยละ
รายการ แปลงใหญ่ ปี เฉลย่ี
2559 2560 2561
1. หน่วยงานภายใตก้ ระทรวงเกษตรและสหกรณ์1 100.00 100.00 100.00 100.00
2. ธนาคารเพ่ือการเกษตรและสหกรณ์ 100.00 100.00 100.00 100.00
-สนิ เช่อื /ให้ความรู้
3. องค์การบรหิ ารสว่ นตำบล/เทศบาลตำบล 100.00 - 100.00 66.67
-ระบบน้ำ/สถานทจ่ี ำหน่าย/งบประมาณ
4. ภาคเอกชน (ระบุ) บรษิ ทั จำหนา่ ยปยุ๋ สารเคมี 100.00 100.00 100.00 100.00
-จำหน่ายและให้ความรู้การใช้ป๋ยุ สารเคมี
หมายเหตุ : เกษตรกรไดร้ ับการสนบั สนุนมากกวา่ 1 หน่วยงาน
หนว่ ยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์1 อาทิ สนง.เกษตรอำเภอ/จงั หวดั สำนักงานพัฒนาทด่ี นิ ศูนย์วจิ ยั /
ศนู ย์เมล็ดพันธุ์ข้าว สำนกั งานประมงจังหวดั สำนกั งานสหกรณจ์ งั หวัด
ท่มี า: จากการสำรวจ, 2564
135
การได้รับการส่งเสริมและสนับสนุน สามารถจำแนกได้ 8 ด้าน ได้แก่ (1) ด้านองค์ความรู้/
งานวิจัย/นวัตกรรม (2) ด้านการสนับสนุนแหล่งน้ำ/ปัจจัยการผลิต/เครื่องจักรกล (3) ด้านการให้บริการตรวจ
วิเคราะห์/บริการอื่นๆ (4) ด้านการส่งเสริมด้านการตลาด (5) ด้านการศึกษาดูงาน (6) ด้านการมีแปลงสาธิต/
แปลงเรียนรู้สินค้าแปลงใหญ่ (7) ด้านการเพิ่มมูลค่าผลผลิต/การตลาด และ (8) ด้านการสนับสนุนอาชีพเสรมิ
เพมิ่ รายได้ รายละเอยี ด ดังน้ี (ตารางท่ี 2.73)
ด้านที่ 1 องค์ความรู้/งานวิจัย/นวัตกรรม พบว่า ในปี 2559-2561 เกษตรกรได้รับการ
ถ่ายทอดความร้แู ละนำไปฏิบตั ิ รายละเอยี ด ดังน้ี
แปลงปี 2559 เกษตรกรได้รับการถ่ายทอดองค์ความรู้ในการปลูกและดูแลรักษาทุเรียน
ได้แก่ การปรับปรุงบำรุงดิน การใส่ปุ๋ย การตัดแต่งกิ่ง การกำจัดโรคแมลง การทำเชื้อราไตรโคเดอร์มาฯลฯ
โดยเกษตรกรทั้งหมดร้อยละ 100 นำความรู้ไปปฏิบัติ ความรู้ด้านการรวมกลุ่ม ได้แก่ การบริหารจัดการกลุ่ม
การรวมกันซื้อปัจจัยการผลิต การรวมกันผลิต เกษตรกรทั้งหมดร้อยละ 100 นำความรู้ไปปฏิบัติ ความรู้ด้าน
การผลิตสินค้าเพื่อให้ได้รับรองมาตรฐานเกษตรกรทั้งหมดร้อยละ 100 นำความรู้ไปปฏิบัติ ความรู้ด้านบัญชี
ตน้ ทนุ ประกอบอาชีพ เกษตรกรนำความรู้ไปปฏบิ ัตริ ้อยละ 80.00 และไม่นำความรู้ไปปฏบิ ตั ริ ้อยละ 20.00
ปี 2560 เกษตรกรได้รับการถ่ายทอดองค์ความรู้ในการปลูกดแู ลรักษาทุเรียน และการทำ
ปัจจัยการผลติ ใช้เอง โดยเกษตรกรนำไปปฏิบัติร้อยละ 100 การปรับปรงุ ดินและนำไปปฏิบัตริ อ้ ยละ 100 การ
รวมกลุ่มนำไปปฏิบัติร้อยละ 100 การผลิตสินค้าเพื่อให้ได้รับรองมาตรฐาน นำไปปฏิบัติร้อยละ 100 การ
พัฒนาการตลาด ใชป้ ระโยชนร์ ้อยละ 100 การทำบญั ชตี น้ ทุนประกอบอาชีพ นำไปปฏบิ ัตริ อ้ ยละ 86.67
ปี 2561 เกษตรกรได้รับการถ่ายทอดองค์ความรู้การปลูกดูแลรักษาทุเรียนและการทำ
ปัจจัยการผลิตใช้เอง โดยนำไปปฏิบัติร้อยละ 100 การปรับปรุงดินและนำไปปฏิบัติร้อยละ 100 การรวมกลุ่ม
นำไปปฏิบัติร้อยละ 100 การผลิตสินค้าเพื่อให้ได้รับรองมาตรฐาน นำไปปฏิบัติได้ร้อยละ 100 การพัฒนาการ
ตลาด นำไปใชป้ ระโยชน์รอ้ ยละ 78.57 การทำบัญชตี ้นทุนประกอบอาชีพ นำไปปฏิบตั ริ ้อยละ 96.67
ด้านที่ 2 การสนับสนุนแหล่งน้ำ/ปัจจัยการผลิต/เครื่องจักรกล พบว่า ในปี 2559-61
เกษตรกร ได้รับการสนับสนุนแหล่งน้ำ/ปัจจัยการผลิต/เครื่องจักรกล และนำไปใช้ประโยชน์ รายละเอียด
ดงั ตอ่ ไปน้ี
แปลงปี 2559 พบว่า เกษตรกรได้การสนับสนุนแหล่งน้ำ ปัจจัยการผลิต เช่น พันธุ์พืช
พันธุ์สัตว์ วัสดุปรับปรุงบำรุงดินฯลฯ เกษตรกรทั้งหมดร้อยละ 100 นำไปใช้ประโยชน์ นอกจากนี้แปลงใหญ่
ยงั ได้รับการสนบั สนุนเครื่องสับกง่ิ ไม้โดยกลมุ่ นำมาใชป้ ระโยชน์
ปี 2560 เกษตรกรได้การสนับสนุนปัจจัยการผลิต เช่น พันธุ์พืช พันธุ์สัตว์ วัสดุปรับปรุง
บำรุงดินฯลฯ เกษตรกรท้งั หมดร้อยละ 100 นำไปใชป้ ระโยชน์
ปี 2561 เกษตรกรได้การสนับสนุนแหล่งน้ำ ปัจจัยการผลิต เช่น พันธุ์พืช พันธุ์สัตว์ วัสดุ
ปรับปรุงบำรงุ ดินฯลฯ เกษตรกรร้อยละ 97.82 นำไปใชป้ ระโยชน์ และร้อยละ 2.18 ไมไ่ ด้นำไปใช้ประโยชน์
ด้านที่ 3 การให้บริการตรวจวิเคราะห์/บริการอื่นๆ พบว่า ในปี 2559-61 เกษตรกรได้รับ
องคค์ วารูแ้ ละนำไปฏบิ ัติ รายละเอยี ดดงั ตอ่ ไปน้ี
136
แปลงปี 2559 พบว่า เกษตรกรทั้งหมดร้อยละ 100 ผลการตรวจวิเคราะห์มาใช้ในการปรบั
ปริมาณการใช้ปุ๋ยเคมีให้เหมาะสม ปรับปรุงบำรุงดินโดยใส่ปุ๋ยอินทรีย์ ปรับความเป็นกรด-ด่างของดนิ โดยการใส่
ปูนมารล์ /สารโดโลไมท์ฯลฯ
แปลงปี 2560 พบว่า เกษตรกรทั้งหมดร้อยละ 100 ผลการตรวจวิเคราะห์มาใชใ้ นการปรับ
ปริมาณการใช้ปุย๋ เคมใี ห้เหมาะสม ปรับปรุงบำรุงดินโดยใส่ปุย๋ อินทรีย์ ปรับความเป็นกรด-ด่างของดินโดยการใส่
ปนู มารล์ /สารโดโลไมท์ฯลฯ
แปลงปี 2561 พบว่า เกษตรกร ร้อยละ 96.55 ผลการตรวจวิเคราะห์มาใช้ในการปรับ
ปริมาณการใชป้ ยุ๋ เคมีให้เหมาะสม ปรับปรุงบำรงุ ดินโดยใสป่ ุย๋ อนิ ทรีย์ ปรบั ความเปน็ กรด-ดา่ งของดนิ โดยการใส่
ปนู มารล์ /สารโดโลไมท์ฯลฯ และร้อยละ 3.45 ไม่ได้นำผลการตรวจวเิ คราะหม์ าปฏิบัติ
ด้านที่ 4 การส่งเสรมิ ดา้ นการตลาด ปี 2559-2561 เกษตรกรได้รับองค์ความรู้และนำมาใช้
ประโยชน์ รายละเอยี ดดังตอ่ ไปน้ี
แปลงปี 2559 ได้รับการส่งเสริมด้านการตลาด ได้แก่ การอบรมและการสนับสนุนการทำ
QR Code ติดขั้วทุเรียน การแนะนำแหล่งขายฯลฯ โดยเกษตรกรร้อยละ 80.00 ได้ใช้ประโยชน์และร้อยละ
20.00 ไมไ่ ด้ใชป้ ระโยชน์ เน่อื งจากเกษตรกรขายผลผลติ ใหก้ ับพ่อค้าท่เี ข้ามารบั ซื้อที่สวนและไดร้ าคาดี
แปลงปี 2560 ได้รับการส่งเสริมด้านการตลาด ได้แก่ การอบรมและการสนับสนุนการทำ
QR Code ติดขัว้ ทุเรียน การแนะนำแหล่งขายฯลฯ โดยเกษตรกรรอ้ ยละ 100 ไดใ้ ชป้ ระโยชน์
แปลงปี 2561 ได้รับการส่งเสริมด้านการตลาด ได้แก่ การอบรมและการสนับสนุนการทำ
QR Code ติดขั้วทุเรียน การแนะนำแหล่งขายฯลฯ โดยเกษตรกรร้อยละ 78.57 ได้ใช้ประโยชน์และร้อยละ
21.43 ไม่ไดใ้ ชป้ ระโยชน์ เนอ่ื งจากเกษตรกรขายผลผลิตใหก้ บั พอ่ ค้าที่เข้ามารบั ซ้ือท่สี วนและไดร้ าคาดี
ด้านที่ 5 ด้านการศึกษาดูงาน พบว่า ในปี 2559-61 เกษตรกรศึกษาดูงานในเรื่องการ
บรหิ ารจดั การสวนทเุ รียน โรงป๋ยุ การแปรรปู ฯลฯ และนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ รายละเอยี ดดังต่อไปน้ี
ปี 2559 เกษตรกรศึกษาดูงานในดา้ นการบริหารจดั การสวนทเุ รียน การแชเ่ ย็น โรงปยุ๋ ฯลฯ
โดยท้ังหมดร้อยละ 100 ได้นำความรู้ไปใช้ประโยชน์
ปี 2560 เกษตรกรศึกษาดูงานในด้านการบริหารจัดการสวนทุเรียน การปรับปรุงดินฯลฯ
โดยทั้งหมดร้อยละ 100 ได้นำความรู้ไปใช้ประโยชน์
ปี 2561 เกษตรกรศึกษาดงู านในด้านการบริหารจดั การสวนทุเรียน การแช่เยน็ โรงปุ๋ยฯลฯ
โดยร้อยละ 97.29 นำความรไู้ ปใชป้ ระโยชน์ และรอ้ ยละ 2.71 ไมไ่ ด้ใช้ประโยชน์
ด้านที่ 6 การมแี ปลงสาธติ /แปลงเรยี นรสู้ นิ ค้าแปลงใหญ่ พบวา่ ปี 2559-2561 เกษตรกรมี
การเข้าชมแปลงสาธิต/แปลงเรียนรู้และนำความร้ไู ปใช้ประโยชน์ รายละเอียด ดังน้ี
ปี 2559 มีแปลงสาธิต/แปลงเรียนรู้สินค้าแปลงใหญ่ในตำบล ในอำเภอและต่างอำเภอ
เกษตรกรร้อยละ 100 ได้รับประโยชน์
137
ปี 2560 แปลงสาธิต/แปลงเรียนรู้สินค้าแปลงใหญ่ในตำบล เกษตรกรร้อยละ 100 ได้รับ
ประโยชน์ แปลงสาธิต/แปลงเรียนรู้สินค้าแปลงใหญ่ในอำเภอ เกษตรกรนำไปใช้ประโยชน์ร้อยละ 66.67 ไม่ใช้
ประโยชน์ร้อยละ 33.33 แปลงสาธติ /แปลงเรียนรู้สินคา้ แปลงใหญ่ตา่ งอำเภอ เกษตรกรนำไปใชป้ ระโยชน์ร้อยละ 100
ปี 2561 แปลงสาธิต/แปลงเรียนรู้สินค้าแปลงใหญ่ในตำบล ในอำเภอและต่างอำเภอ
เกษตรกรร้อยละ 100 ไดร้ บั ประโยชน์
ด้านที่ 7 การเพิ่มมูลค่าผลผลิต/การตลาด พบว่า ปี 2559-2561 เกษตรกรได้รับการ
ส่งเสริมการเพิ่มมูลค่าผลผลิตและนำไปปฏิบัติ กิจกรรมที่ไดัรับการส่งเสริม อาทิ การพัฒนาสินค้าให้ได้รับรอง
มาตรฐานสินค้า GAP การทำตราสนิ คา้ การแปรรปู ผลผลิต และการเชือ่ มโยงช่องทางการตลาด รายละเอียด ดงั น้ี
ปี 2559 ได้รับการเพิ่มมูลค่าผลผลิต/การตลาด โดยการถ่ายทอดความรู้และการรับรอง
มาตรฐาน GAP ทุเรียน การให้ความรู้ด้านการตลาด การแนะนำแหล่งขาย โดยเกษตรกรทั้งหมดร้อยละ 100
ไดน้ ำไปปฏบิ ตั ิ
ปี 2560 เกษตรกรได้รับการเพ่ิมมลู ค่าผลผลติ /การตลาด โดยการถ่ายทอดความรู้และการ
รับรองมาตรฐาน GAP ทุเรียน การให้ความรู้ด้านการตลาด การแนะนำแหล่งขาย โดยเกษตรกรทั้งหมด
รอ้ ยละ 100 ได้นำไปปฏบิ ตั ิ
ปี 2561 เกษตรกรได้รับการเพ่ิมมลู ค่าผลผลติ /การตลาด โดยการถ่ายทอดความรู้และการ
รับรองมาตรฐาน GAP ทุเรียน เกษตรกรร้อยละ 96.22 นำไปใช้ประโยชน์ และร้อยละ 3.78 ไม่ได้ใช้ประโยชน์
ด้านตราสินค้า เกษตรกรร้อยละ 100 นำไปใช้ประโยชน์ การแนะนำแหล่งขาย/การเชื่อมโยงตลาดเกษตรกร
ร้อยละ 53.33 นำไปใชป้ ระโยชน์ และร้อยละ 57.89 ไมน่ ำไปใชป้ ระโยชน์ การแปรรูป เกษตรกรรอ้ ยละ 42.11
นำไปใช้ประโยชน์ และร้อยละ 46.67 ไม่นำไปใช้ประโยชน์
ดา้ นที่ 8 การสนบั สนุนอาชีพเสริมเพิ่มรายได้นอกเหนือจากสนิ ค้าแปลงใหญ่ พบว่า ปี 2559-
2561 เกษตรกรได้รับองค์ความรู้และนำความรู้เกี่ยวกับอาชีพเสริมเพิ่มรายได้นอกเหนือจากสินค้าแปลงใหญ่
ไปฏบิ ตั ิ รายละเอยี ด ดังน้ี
แปลงปี 2559 เกษตรกรได้รับสนับสนุนอาชีพเสริมเพ่ิมรายได้นอกเหนือจากสินค้าแปลงใหญ่
ได้แก่ การทำเกษตรผสมผสาน โดยเกษตรกรนำไปใช้ประโยชน์ร้อยละ 50.00 และไม่นำไปใช้ประโยชน์
ร้อยละ 50.00 เนือ่ งจากไมม่ พี น้ื ท่ีและไม่มีเวลา
ปี 2560 เกษตรกรได้รับสนับสนุนอาชีพเสริมเพ่ิมรายได้นอกเหนือจากสินค้าแปลงใหญ่
ได้แก่ การปลูกผัก การแปรรูปกล้วยหอม เกษตรกรนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ร้อยละ 33.33 และไม่ใช้
ประโยชนร์ ้อยละ 66.67
ปี 2561 เกษตรกรได้รับสนับสนุนอาชีพเสริมเพิ่มรายได้นอกเหนือจากสินค้าแปลงใหญ่
ได้แก่ การทำเกษตรผสมผสานและด้านอ่ืนๆ โดยเกษตรกรร้อยละ 100 ไม่ได้นำไปใชป้ ระโยชน์เนื่องจากไม่
มพี ้ืนที่และไมม่ เี วลา (ตารางท่ี 2.73)
13
ตารางท่ี 2.73 การไดร้ ับการส่งเสรมิ สนับสนนุ ของแปลงใหญส่ ินคา้ ทเุ รยี น
รายการสนับสนุน แปลงใหญ่ ปี 25
ปฏิบตั ิ ไมป่
1. องค์ความร/ู้ งานวิจัย/นวตั กรรม
-การปรับปรงุ บำรงุ ดิน 100.00
- การปลกู /ดูแลรกั ษาทุเรียน 100.00
-การรวมกล่มุ 100.00
-การผลิตสินคา้ เพ่ือไดร้ ับการรับรองมาตรฐาน 100.00
-การพัฒนาการตลาด 71.43 28
-การอบรมบัญชตี ้นทุนประกอบอาชีพ 80.00 20
2. แหลง่ นำ้ /ปจั จัยการผลติ /เครอื่ งจักรกล
- แหล่งน้ำ
-กลุ่ม -
-รายบุคคล 100.00
- ปัจจยั
-พนั ธุ์ทุเรยี น -
-พันธพ์ุ ืชอ่ืน/พนั ธ์สุ ตั ว์/พนั ธุ์สตั ว์น้ำ 100.00
หทมี่มาาย: เจหาวตกสัุ:กกดาราปุ สรรศำบัรกึ วปษจาร,ดุง2งูด5านิ6น41 เช่น โครงการเกษตรทฤษฎีใหม่ การแปลงใหญ10พ่ 0ฒั .0น0า เกษตรอิน
34
หนว่ ย: ร้อยละ
559 แปลงใหญ่ ปี 2560 แปลงใหญ่ ปี 2561 เฉลยี่
ปฏิบัติ ปฏิบัติ ไม่ปฏบิ ตั ิ ปฏิบตั ิ ไมป่ ฏิบัติ ปฏิบตั ิ ไมป่ ฏิบตั ิ
- 100.00 - 100.00 - 100.00 - 138
- 100.00 - 100.00 - 100.00 -
- 100.00 - 100.00 - 100.00 -
- 100.00 - 100.00 - 100.00 -
8.57 100.00 - 78.57 21.43 83.33 16.67
0.00 86.67 13.33 96.67 3.33 87.78 12.22
--- 100.00 - 100.00 -
--- - -- -
- 100.00 - 100.00 - 100.00 -
- 100.00 - 97.82 2.18 99.27 0.73
นทรยี ์ การค1ดั 0เม0ล.0ด็ 0พนั ธุ์ เปน็ ต้น- 100.00 - 100.00 -
13
ตารางที่ 2.73 การได้รบั การส่งเสรมิ สนบั สนนุ ของแปลงใหญ่สนิ คา้ ทุเรียน (ต่
รายการสนบั สนุน แปลงใหญ่ ปี 2
ปฏิบัติ ไมป่
3. บรกิ ารตรวจวิเคราะห/์ บริการอ่ืน
-ตรวจวิเคราะห์ดนิ 100.00
-ปรับปริมาณการใช้ปยุ๋ เคมี 100.00
-ใสป่ ยุ๋ อนิ ทรยี ์ 100.00
-ใสป่ ูนมาร์ล/โดโลไมท์ ปรบั ความเปน็ กรดดา่ ง 100.00
4. การสง่ เสริมด้านการตลาด
- การทำ QR Code/เชื่อมโยงตลาด 80.00 2
5. การศึกษาดงู าน1 100.00
6. มีแปลงสาธติ /แปลงเรยี นรู้
-ในตำบลเดยี วกัน 100.00
-ในอำเภอเดียวกัน 100.00
-ตา่ งอำเภอ 100.00
7. การเพมิ่ มูลค่าผลผลิต/การตลาด
-การพัฒนาสนิ ค้าให้ได้รบั รองมาตรฐาน 100.00
-มตี ราสนิ คา้ - 10
-การแปรรปู - 10
-การเชอ่ื มโยงตลาด 100.00
หมายเหตุ: การศึกษาดงู าน1 เช่น โครงการเกษตรทฤษฎใี หม่ การแปลงใหญ่พฒั นา เกษตรอนิ
ที่มา: จากการสำรวจ, 2564
35
อ)
หนว่ ย: ร้อยละ
2559 แปลงใหญ่ ปี 2560 แปลงใหญ่ ปี 2561 เฉลี่ย
ปฏิบัติ ปฏบิ ตั ิ ไมป่ ฏบิ ัติ ปฏิบตั ิ ไมป่ ฏบิ ตั ิ ปฏิบัติ ไมป่ ฏบิ ัติ
ปฏบิ ัติ ปฏิบตั ิ
- 100.00 - 96.55 ป3ฏ.4บิ 5ัติ 98.85 1.15
- 100.00 - 96.55 ป3ฏ.4บิ 5ตั ิ 98.85 1.15
- 100.00 - 96.55 ป3ฏ.4บิ 5ัติ 98.85 1.15
- 100.00 - 96.55 3.45 98.85 1.15
20.00 100 - 78.57 21.43 86.19 13.81
- 100.00 - 97.29 2.71 99.10 0.90
139
- 100.00 - 100.00 - 100.00 -
- 66.67 33.33 100.00 - 88.89 11.11
- 100.00 - 100.00 - 100.00 -
- 100.00 - 96.22 3.78 98.74 1.26
00.00 - 100.00 100.00 - - 100.00
00.00 - 100.00 42.11 57.89 14.04 85.96
- 100.00 - 53.33 46.67 84.44 15.56
นทรีย์ การคัดเมลด็ พนั ธ์ุ เปน็ ต้น
13
ตารางท่ี 2.73 การได้รบั การส่งเสรมิ สนบั สนนุ ของแปลงใหญส่ ินคา้ ทเุ รยี น (ต
รายการสนบั สนนุ แปลงใหญ่ ปี 2
ปฏบิ ัติ ไม
8. การสนับสนนุ อาชีพเสริมเพิ่มรายได้ 50.00 5
-เกษตรผสมผสาน -1
-อืน่ ๆ 50.00 5
หมายเหตุ: การศกึ ษาดงู าน1 เช่น โครงการเกษตรทฤษฎใี หม่ การแปลงใหญ่พฒั นา เกษ
ทมี่ า: จากการสำรวจ, 2564
36
ต่อ)
2559 แปลงใหญ่ ปี 2560 แปลงใหญ่ ปี 2561 หน่วย: ร้อยละ
มป่ ฏบิ ัติ ปฏบิ ตั ิ ไม่ปฏบิ ตั ิ ปฏิบัติ ไมป่ ฏบิ ัติ เฉล่ีย
50.00 - 100.00 - 1ป0ฏ0บิ .0ัต0ิ ปฏิบตั ิ ไมป่ ฏบิ ตั ิ
100.00 33.33 66.67 - 1ป0ฏ0ิบ.0ตั 0ิ
50.00 - 100.00 - 1ป0ฏ0บิ.0ตั 0ิ 16.67 8ป3ฏ.ิบ3ตั3ิ
11.11 88.89
ษตรอนิ ทรยี ์ การคดั เมล็ดพนั ธุ์ เปน็ ต้น ปฏิบตั ิ 16.67 83.33
140
141
2.5.2 ผลกระทบจากการเขา้ ร่วมแปลงใหญส่ ินคา้ ทเุ รยี น
1) ผลกระทบจากการเข้าร่วมโครงการ แบ่งออกเป็น 5 ด้าน ได้แก่ 1) ด้านการลดค่าใช้จ่าย 2)
ด้านการเพิ่มผลผลิต 3) ด้านการพัฒนาคุณภาพผลผลิต 4) ด้านการบริหารจัดการกลุ่ม และ 5) ด้านการ
พฒั นาการตลาด รายละเอียด ดงั ตอ่ ไปน้ี
1.1) ด้านการลดค่าใช้จ่ายการผลิต เกษตรกรส่วนมากร้อยละ 70.55 เห็นว่าหลังเข้าร่วม
โครงการฯ ค่าใช้จ่ายการผลิตลดลงเนื่องจากเกษตรกรได้รับการถ่ายทอดองค์ความรู้ในด้านต่างๆ มีการตรวจ
วิเคราะห์ดินรวมทั้งมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และแลกเปลี่ยนข้อมูลกันอย่างต่อเนื่องทำให้มีการบริหารจัดการ
สวนทุเรียนดีขึ้น เช่น การใส่ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน การแบ่งใส่ปุ๋ยหลายครั้ง การตรวจแปลงก่อนฉีดสารเคมี
การใช้สารเคมีเท่าที่จำเป็นไม่ใช้สารเคมีซ้ำซ้อน การตกแต่งกิ่ง การช่วยผสมเกสรฯลฯ ประกอบกับมีการทำ
ปจั จยั การผลิตใชเ้ อง เช่น ปุย๋ หมัก ไตรโคเดอร์มา นำ้ ยาจบั ใบ แคลเซยี มโบรอน การผสมป๋ยุ ใชเ้ องฯลฯ และการ
รวมกันซื้อปัจจัยการผลิตทำให้ราคาปัจจัยการผลิตลดลง และร้อยละ 29.45 เห็นว่าค่าใช้จ่ายการผลิตไม่ลดลง
เนื่องจากราคาปัจจัยการผลิตแพงขึ้น ต้นทุเรียนโตขึ้นทำให้ต้องใช้ปัจจัยการผลิตเพิ่มขึ้นรวมทั้งขึ้นกับสภาพ
อากาศและการระบาดของโรคแมลง โดยเฉลี่ยปี 2559-2561 ค่าใช้จ่ายการผลิตด้านปจั จยั การผลิตเฉลี่ยต่อไร่
ลดลง 955.00 บาท หรือลดลงร้อยละ 7.08 ค่าใช้จ่ายการผลิตด้านแรงงานเพิ่มขึ้นไร่ละ 90.00 หรือเพิ่มข้ึน
รอ้ ยละ 3.89 แต่เนือ่ งจากค่าใช้จา่ ยการผลิตเปลีย่ นแปลงตามอายุของตน้ ทุเรียน การออกดอกติดผลของทุเรียน
การระบาดของโรคและแมลง หากพิจารณาค่าใช้จ่ายต่อปริมาณผลผลิต พบว่า ค่าใช้จ่ายการผลิตลดลง
จาก 29.16 บาท/ก.ก. เปน็ 18.73 บาท/ก.ก. คดิ เป็นรอ้ ยละที่ลดลงเฉล่ยี 35.77 รายละเอยี ดดงั น้ี
ค่าใช้จ่ายปัจจัยการผลิต พบว่า โดยเฉลี่ยปี 2559-2561 ค่าใช้จ่ายการผลิตด้านปัจจัยการ
ผลิตเฉลี่ยลดลงร้อยละ 7.08 ดังน้ี (ตารางท่ี 2.74)
ปี 2559 กอ่ นเขา้ ร่วมโครงการค่าใชจ้ ่ายเฉลี่ย 13,630.88 บาท ตอ่ ไร่ หลังเขา้ รว่ ม
โครงการค่าใช้จา่ ยเฉลยี่ 1,4078.13 บาทตอ่ ไร่ เพมิ่ ขึ้น 447.25 บาทตอ่ ไร่ (ร้อยละ 3.28)
ปี 2560 ก่อนเขา้ รว่ มโครงการค่าใชจ้ ่ายเฉลี่ย 10,260.15 บาทต่อไร่ หลงั เข้าร่วมโครงการ
คา่ ใชจ้ ่ายเฉลี่ย 9915 บาทตอ่ ไร่ ลดลง 345.15 บาทตอ่ ไร่ (ร้อยละ 3.36)
ปี 2561 ก่อนเข้าร่วมโครงการค่าใช้จ่ายเฉลี่ย 16,526 บาทต่อไร่ หลังเข้าร่วมโครงการ
คา่ ใช้จ่ายเฉลี่ย 13558.90 บาทตอ่ ไร่ ลดลง 2,967.10 บาทต่อไร่ (รอ้ ยละ 17.95)
ค่าใช้จ่ายแรงงาน พบว่า โดยเฉลี่ยปี 2559-2561 ค่าใช้จ่ายการผลิตด้านแรงงานเฉลี่ย
เพ่มิ ข้ึนร้อยละ 3.89 ดงั นี้ (ตารางท่ี 2.10)
ปี 2559 กอ่ นเขา้ ร่วมโครงการค่าใช้จ่ายเฉล่ีย 10,040.38 บาทต่อไร่ หลงั เข้าร่วมโครงการ
ค่าใชจ้ า่ ยเฉลย่ี 11,559.75 บาทต่อไร่ เพมิ่ ขนึ้ 1519.38 บาทตอ่ ไร่ (รอ้ ยละ 15.13)
ปี 2560 ก่อนเข้าร่วมโครงการค่าใช้จ่ายเฉลี่ย 5,616.23 บาทต่อไร่ หลังเข้าร่วมโครงการ
ค่าใช้จ่ายเฉล่ยี 5660.31 บาทต่อไร่ เพิ่มข้นึ 44.08 บาทต่อไร่ (รอ้ ยละ 0.78)
ปี 2561 ก่อนเข้าร่วมโครงการค่าใช้จ่ายเฉลี่ย 7,315.60 บาทต่อไร่ หลังเข้าร่วมโครงการ
คา่ ใชจ้ า่ ยเฉลีย่ 7,843.20 บาทต่อไร่ เพมิ่ ขึ้น 527.60 บาทต่อไร่ (ร้อยละ 7.20)
142
1.2) ด้านการเพิ่มผลผลิต เกษตรกรส่วนมากร้อยละ 67.22 เห็นว่าหลังเข้าร่วมโครงการฯ
ปริมาณผลผลิตเพิ่มข้ึน เนื่องจากเกษตรกรไดร้ ับการถ่ายทอดองค์ความรู้ในด้านต่างๆ รวมทั้งมีการแลกเปลี่ยน
เรียนรู้และแลกเปล่ียนข้อมูลกันอย่างต่อเนือ่ งทำให้มีการบริหารจัดการสวนทเุ รียนดีขึ้น ส่วนอีกร้อยละ 32.78
เห็นว่าปริมาณผลผลิตไม่เพิ่มขึ้นเนื่องจากขึ้นกับสภาพอากาศและอายุของต้นทุเรียน โดยเฉลี่ยแปลงปี 2559-
2561 ปริมาณผลผลิตเฉลี่ยเพิ่มขึ้นร้อยละ 57.12 เนื่องจากต้นทุเรียนเริ่มให้ผลผลิต ต้นทุเรียนโตขึ้นและการ
บริหารจัดการสวนที่ดีขึ้นหลังจากเกษตรกรได้รับองค์ความรู้จากการเข้าร่วมโครงการฯ รายละเอียดดังต่อไปนี้
(ตารางที่ 2.11)
ปี 2559 ก่อนเข้าร่วมโครงการปริมาณผลผลิตเฉลี่ย 958.33 กิโลกรัมต่อไร่ หลังเข้าร่วม
โครงการปรมิ าณผลผลติ เฉล่ยี 1,614.63 กิโลกรมั ต่อไร่ เพ่ิมขน้ึ 656.30 กิโลกรมั ตอ่ ไร่ (ร้อยละ 68.48)
ปี 2560 ก่อนเข้าร่วมโครงการปริมาณผลผลิตเฉลี่ย 476.77 กิโลกรัมต่อไร่ หลังเข้าร่วม
โครงการปริมาณผลผลิตเฉล่ีย 678.46 กโิ ลกรัมต่อไร่ เพม่ิ ขน้ึ 201.69 กิโลกรัมต่อไร่ (ร้อยละ 42.30)
ปี 2561 ก่อนเข้าร่วมโครงการปริมาณผลผลิตเฉลี่ย 809.00 กิโลกรัมต่อไร่ หลังเข้าร่วม
โครงการปรมิ าณผลผลติ เฉลยี่ 1,232.90 กโิ ลกรมั ต่อไร่ เพมิ่ ข้ึน 423.90 กิโลกรมั ต่อไร่ (รอ้ ยละ 52.40)
1.3) ด้านการพัฒนาคุณภาพผลผลิต พบว่า ในปี 2559-61 เกษตรกรได้รับมาตรฐานร้อยละ
91.67 และรอ้ ยละ 8.33 ยงั ไม่ไดร้ ับการรับรองมาตรฐาน GAP โดยเกษตรกรร้อยละ 79.45 เหน็ ว่าหลังเข้าร่วม
โครงการคณุ ภาพดีขนึ้ เน่ืองจากได้รับการถา่ ยทอดความรู้ มีการบริหารจัดการท่ดี ีข้ึน และรอ้ ยละ 20.55 เห็นว่า
คุณภาพเหมือนเดิม เนือ่ งจากข้นึ กับสภาพภูมิอากาศ รายละเอยี ดดงั ต่อไปน้ี (ตารางที่ 2.12)
แปลงปี 2559 ก่อนเข้าร่วมโครงการเกษตรกรได้รับการรับรองมาตรฐาน GAP ร้อยละ
20.00 หลังจากเข้าร่วมโครงการได้รับการรับรองมาตรฐาน GAP ร้อยละ 93.33 เพิ่มขึ้นจากก่อนเข้าร่วม
โครงการร้อยละ 73.33 และอยู่ระหว่างตรวจรับรองร้อยละ 6.67 โดยเกษตรกรร้อยละ 86.67 เห็นว่าหลังเข้า
รว่ มโครงการผลผลติ มคี ณุ ภาพดขี ึน้ และรอ้ ยละ 13.33 เห็นว่าคณุ ภาพเหมือนเดิม
ปี 2560 ก่อนเข้ารว่ มโครงการเกษตรกรได้รับการรบั รองมาตรฐานร้อยละ 13.33 หลังจาก
เข้าร่วมโครงการเกษตรกรได้รับการรับรองมาตรฐานร้อยละ 86.67 เพิ่มขึ้นจากก่อนเข้าร่วมโครงการร้อยละ
73.34 และอยู่ระหว่างตรวจรับรองและไม่ได้ตรวจรับรองร้อยละ 3.33 เท่ากัน โดยเกษตรกรร้อยละ 66.67
เหน็ ว่าหลังเข้าร่วมโครงการผลผลิตมคี ณุ ภาพดขี ึ้น และร้อยละ 33.33 เห็นวา่ คณุ ภาพเหมอื นเดิม
ปี 2561 กอ่ นเขา้ รว่ มโครงการเกษตรกรได้รับการรับรองมาตรฐานร้อยละ 63.33 หลงั จาก
เข้าร่วมโครงการเกษตรกรได้รับการรับรองมาตรฐานร้อยละ 95.00 เพิ่มขึ้นจากก่อนเข้าร่วมโครงการร้อยละ
31.67 และอยู่ระหว่างตรวจรับรองร้อยละ 5.00 โดยเกษตรกรร้อยละ 85.00 เห็นว่าหลังเข้าร่วมโครงการ
ผลผลติ มีคุณภาพดขี ้ึน และร้อยละ 15.00 เห็นวา่ คุณภาพเหมอื นเดิม
1.4) ด้านการบริหารจัดการกลุ่ม การบริหารจัดการของกลุ่มเกษตรกรแบง่ ออกเป็น 2 ส่วน คือ
การจัดหาปจั จัยการผลติ และการจำหนา่ ยผลผลิต รายละเอยี ด ดงั นี้ (ตารางที่ 2.13)
143
การจัดหาปัจจัยการผลิต แปลงใหญ่ปี 2559–2561 ก่อนเข้าร่วมโครงการเกษตรกรซ้ือ
ปัจจัยการผลิตในราคาเท่ากับราคาในตลาดและไม่มีอำนาจต่อรองกับพ่อค้า แต่หลังจากที่เข้าร่วมโครงการ
พบว่า เกษตรกรสามารถตอ่ รองราคาในการซื้อปจั จยั การผลติ ต่ำกวา่ ราคาตลาดรอ้ ยละ 100
การจำหน่ายผลผลิต แปลงใหญ่ปี 2559-2561 ก่อนเข้าร่วมโครงการเกษตรกรไม่มอี ำนาจ
ต่อรอง หลังจากที่เข้าร่วมโครงการเกษตรกรสามารถต่อรองราคาจำหน่ายสินค้าคิดเป็นร้อยละ 100 จากการ
รวมกล่มุ มีการพฒั นาคุณภาพผลผลิต ไม่จำหนา่ ยทเุ รียนอ่อนฯลฯ
1.5) ด้านการพัฒนาการตลาด หลังจากที่เข้าร่วมโครงการของแปลงใหญ่ ปี 2559-2561
กลุ่มได้รับการพัฒนาด้านการตลาด โดยการถ่ายทอดความรู้ด้านการตลาด ข้อมูลข่าวสารด้านการตลาด
การแนะนำแหล่งขายฯลฯ (ตารางท่ี 2.13)
14
ตารางที่ 2.74 ค่าใช้จา่ ยด้านปัจจยั การผลติ ของเกษตรกรแปลงใหญ่สนิ คา้ ทุเรียน
สินค้า แปลงใหญ่ ปี 2559 แปลงใหญ่ ปี 2560
ก่อน หลงั ผลตา่ ง ร้อยละ กอ่ น หลัง ผลต่าง
(+,-)
ทเุ รียน 13,630.88 14,078.13 447.25 3.28 10,260.15 9,915.00 -345.15
ทม่ี า: จากการสำรวจ, 2564
ตารางที่ 2.75 ค่าใช้จา่ ยด้านแรงงานของเกษตรกรแปลงใหญส่ ินคา้ ทเุ รียน
สนิ ค้า แปลงใหญ่ ปี 2559 แปลงใหญ่ ปี 2560
หลัง ผลต่าง
ก่อน หลงั ผลตา่ ง รอ้ ยละ กอ่ น 5,660.31 44.08
(+,-)
ทุเรยี น 10,040.38 11,559.75 1,519.38 15.13 5,616.23
ทมี่ า: จากการสำรวจ, 2564
ตารางที่ 2.76 ปริมาณผลผลติ ของเกษตรกรแปลงใหญ่สนิ คา้ ทุเรียน
สนิ ค้า แปลงใหญ่ ปี 2559 แปลงใหญ่ ปี 2560
หลัง ผลต่าง
ก่อน หลงั ผลต่าง รอ้ ยละ กอ่ น 678.46 201.69
(+,-)
ทุเรียน 958.33 1,614.63 656.30 68.48 476.77
ทมี่ า: จากการสำรวจ, 2564
44
หนว่ ย: บาทต่อไร่
แปลงใหญ่ ปี 2561 ภาพรวม
รอ้ ยละ ก่อน หลงั ผลต่าง รอ้ ยละ กอ่ น หลงั ผลตา่ ง ร้อยละ
(+,-) (+,-) (+,-)
-3.36 16,526.00 13,558.90 -2967.10 -17.95 13,472.34 12,517.34 -955 -7.08
หนว่ ย: กโิ ลกรมั ต่อไร่
แปลงใหญ่ ปี 2561 ภาพรวม 144
ร้อยละ ก่อน หลัง ผลต่าง รอ้ ยละ ก่อน หลัง ผลตา่ ง ร้อยละ
(+,-) (+,-) (+,-)
0.78 7,315.60 7,843.20 527.60 7.20 7,657.40 8,354.42 90.00 3.89
หนว่ ย: กโิ ลกรัมต่อไร่
แปลงใหญ่ ปี 2561 ภาพรวม
รอ้ ยละ ก่อน หลัง ผลตา่ ง รอ้ ยละ กอ่ น หลัง ผลตา่ ง ร้อยละ
(+,-) (+,-) (+,-)
42.30 809.00 1,232.90 423.9 52.40 748.03 1,175.33 427.3 57.12
145
ตารางที่ 2.77 มาตรฐานการผลิตสินคา้ ของเกษตรกรแปลงใหญส่ ินค้าทุเรยี น
หน่วย: รอ้ ยละ
แปลงใหญ่ ปี 2559 แปลงใหญ่ ปี 2560 แปลงใหญ่ ปี 2561 เฉลีย่
รายการ ก่อน หลัง รอ้ ยละ ก่อน หลงั รอ้ ยละ ก่อน หลัง รอ้ ยละ รอ้ ยละ
(+,-) (+,-) (+,-) (+,-)
1. GAP 20.00 93.33 73.33 13.33 86.67 73.34 63.33 95.00 31.67 59.45
2. เกษตรอินทรยี ์ - - - - - - - - - -
3. GI* - - - - - - - - - -
หมายเหตุ: GI สนิ คา้ ทีไ่ ดร้ ับการรบั รองสง่ิ บ่งชท้ี างภูมศิ าสตร์ (Geographical Indication: GI)
ทม่ี า: จากการสำรวจ, 2564
ตารางท่ี 2.78 การบรหิ ารจัดการกลุ่มและการพัฒนาการตลาดของเกษตรกรแปลงใหญส่ นิ ค้าทเุ รียน
หน่วย: ร้อยละ
แปลงใหญป่ ี 2559 แปลงใหญป่ ี 2560 แปลงใหญ่ปี 2561 เฉล่ยี
รายการ กอ่ น หลัง รอ้ ยละ กอ่ น หลงั รอ้ ยละ ก่อน หลัง ร้อยละ รอ้ ยละ
(+,-) (+,-) (+,-) (+,-)
1. การบรหิ ารจดั การกลุ่ม
-ปัจจัยการผลติ
ซื้อได้ในราคาเท่ากับทอ้ งตลาด 100 - -100 100 - -100 100 - -100 -100
ซอื้ ราคาต่ำกว่าทอ้ งตลาด - 100 100 - 100 100 - 100 100 100
-การจำหนา่ ยผลผลติ
ไม่สามารถต่อรองราคาซอื้ ขายผลผลิตได้ 100 - -100 100 - -100 100 - -100 -100
สามารถต่อรองราคาซือ้ ขายผลผลติ ได้ - 100 100 - 100 100 - 100 100 100
2. การพฒั นาการตลาด
-เพ่มิ ชอ่ งทางการจำหนา่ ย/ทราบข่าวสาร - 100 100 - 100 100 - 100 100 100
ด้านการตลาด
ท่ีมา: จากการสำรวจ, 2564
2) ความพงึ พอใจของเกษตรกรต่อผลกระทบจากการเข้าร่วมโครงการ
2.1) การมีรายได้เสริม เกษตรกรมีความพึงพอใจต่อการมีรายได้เสริม มีค่าคะแนนเฉลี่ย 3.65
หรือท่รี ะดบั มาก
2.2) การลดใช้สารเคมี เกษตรกรได้รับความรู้ในการดูแลรักษาต้นทุเรียน มีการตัดแต่งกิ่ง
การใส่ปุ๋ยเคมีในปริมาณและช่วงเวลาที่เหมาะสมทำให้ต้นทุเรียนมีความสมบูรณ์แข็งแรง มีการฉีดสารเคมี
ที่ถูกต้องทั้งในด้านปริมาณการใช้ ช่วงเวลาที่ใช้ การใช้สารเคมีที่ไม่ซ้ำซ้อนทำให้ส ามารถลดปริมาณการใช้
สารเคมีโดยเกษตรกรมีความพงึ พอใจด้านการลดใชส้ ารเคมี มคี ะแนนเฉลีย่ 4.21 หรอื ท่ีระดับมากทส่ี ดุ
146
2.3) การสนับสนุนจากหน่วยงานต่างๆ เกษตรกรมีความพึงพอใจการเข้ามาสนับสนุนของ
หนว่ ยงานต่างๆ มีคา่ คะแนนเฉลยี่ 4.54 หรือทร่ี ะดับมากท่ีสุด ซงึ่ มาจากทง้ั ภาครฐั เอกชน และสถาบันการศึกษา
โดยหน่วยงานจากภาครัฐภายใต้สังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และนอกสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
เข้าไปส่งเสริมและสนับสนุนตามบทบาทภารกิจของหน่วยงาน หน่วยงานภาคเอกชน ได้แก่ บริษัทจำหน่ายปุ๋ย
สารเคมี เข้าไปส่งเสริมสนับสนุนความรู้ด้านการใช้ปุ๋ย สารเคมี สถาบันการศึกษาเข้าไปทำการวิจัยเกี่ยวกับการ
ดแู ลรักษาต้นทเุ รยี น
2.4) การรวมกลุ่มทำกิจกรรมเพื่อส่วนรวม เกษตรกรมีความพึงพอใจต่อการรวมกลุ่มทำกิจกรรม
เพื่อส่วนรวม มีค่าคะแนนเฉลี่ย 3.76 หรือที่ระดับมาก โดยเกษตรกรบางส่วนมีการทำกิจกรรมเพื่อส่วนรวม
แตเ่ ป็นลกั ษณะต่างคนตา่ งทำ
ตารางท่ี 2.79 ความพึงพอใจของเกษตรกรต่อผลกระทบจากการเข้าร่วมโครงการแปลงใหญ่สินค้าทเุ รียน
รายการ แปลงใหญ่ ปี แปลงใหญ่ ปี แปลงใหญ่ ปี 2561 ภาพรวม
คา่ เฉล่ยี2559ระดบั ค่าเฉล2ี่ย560ระดับ คา่ เฉลย่ี ระดบั คา่ เฉล่ยี ระดบั
1. การมีรายได้เสริม 3.50 มาก 3.50 มาก 3.94 มาก 3.65 มาก
2. การลดใช้สารเคมี 4.00 มาก 4.33 มากที่สดุ 4.30 มากทส่ี ุด 4.21 มากที่สดุ
3. การสนบั สนุนจากหน่วยงานต่างๆ 4.45 มากทีส่ ดุ 4.50 มากทสี่ ุด 4.67 มากทสี่ ดุ 4.54 มากทีส่ ุด
4. การรวมกันทำกิจกรรมเพื่อสงั คม 3.33 มาก 3.67 มาก 4.28 มากท่ีสุด 3.76 มาก
ทม่ี า : จากการสำรวจ, 2564
3) ความพงึ พอใจของเกษตรกรตอ่ การดำเนนิ งาน
ความพึงพอใจต่อการเข้าโครงการของเกษตรกร สามารถแบ่งออกเป็น 5 ด้าน ได้แก่ 1)
ด้านการลดค่าใช้จ่าย 2) ด้านการเพิ่มผลผลิต 3) ด้านการพัฒนาคุณภาพผลผลิต 4) ด้านการเชื่อมโยง
ตลาด 5) ด้านการบริหารจัดการกลุ่ม 6) ด้านความสำเร็จของกล่ม 7) ด้านการบริหารจัดการของผู้จัดการ
และ 8) ด้านการส่งเสริมสนับสนุน รายละเอียด ดังต่อไปน้ี (ตารางที่ 2.80)
3.1) ด้านการลดค่าใช้จ่าย เกษตรกรมีความพึงพอใจต่อการลดค่าใช้จ่ายการผลิตระดับคะแนน
เฉลี่ย 4.47 หรือระดับมากที่สุด โดยเกษตรกรมีความรู้เพิ่มขึ้น ใช้ปุ๋ย สารเคมีในปริมาณที่เหมาะสม มีการทำ
ปจั จัยการผลติ ใชเ้ องและรวมกลมุ่ กันซอ้ื ปจั จยั การผลติ
3.2) ด้านการเพ่มิ ผลผลิต เกษตรกรมีความพึงพอใจต่อการเพิ่มผลผลิตระดับคะแนนเฉลี่ย 4.30
หรือระดับมากที่สุด โดยเกษตรกรมีการบริหารจัดการสวนที่ดีขึ้นจากการได้รับการถ่ายทอดความรู้และ
การศึกษาดงู านสวนท่ปี ระสบความสำเร็จ
3.3) ด้านการพัฒนาคุณภาพผลผลติ เกษตรกรมีความพงึ พอใจในการพัฒนาคุณภาพผลผลิต ระดับ
คะแนนเฉลีย่ 4.38 หรือระดบั มากท่สี ุด โดยเกษตรกรนำความรู้ท่ีได้รับจากการเข้าร่วมโครงการฯ มาประยกุ ต์ใช้กับ
สวนของตนเองทำให้มสี ดั ส่วนเกรดสง่ ออกเพิ่มขึ้นรวมทง้ั ไดร้ ับการตรวจรบั รองมาตรฐาน GAP เพิม่ ข้น
147
3.4) ด้านการเชื่อมโยงตลาด เกษตรกรมีความพึงพอใจระดับคะแนนเฉลี่ย 3.89 หรือระดับมาก
เนื่องจากในปัจจุบันราคาทุเรียนอยู่ในเกณฑ์สูงและมีพ่อค้ารับซื้อที่เข้ามารับซื้อที่สวนทำให้เกษตรกรยังคงขายใน
ลักษณะต่างคนตา่ งขาย
3.5) ด้านการบริหารจัดการกลุ่ม เกษตรกรมีความพึงพอใจการบริหารจัดการของกลุ่มระดับ
คะแนนเฉลี่ย 4.47 หรอื ระดบั มากท่สี ุด เน่อื งจากกลมุ่ มคี วามเขม้ แขง็ มีการทำกจิ กรรมร่วมกันเปน็ ประจำ
3.6) ดา้ นความสำเรจ็ ของกลุ่ม เกษตรกรมีความพึงพอใจระดับคะแนนเฉลย่ี 4.43 หรอื ระดบั มาก
ที่สุด เนื่องจากผู้นำกลุ่มมีความเข้มแข็ง สมาชิกกลุ่มร่วมกันทำกิจกรรม เช่น การวางแผนการผลิต การอบรม
พฒั นาความรู้ การรวมกลุ่มซ้อื ปจั จัยการผลติ การรวมกลุ่มทำปัจจยั การผลิตใชเ้ องฯลฯ
3.7) ด้านการบริหารจัดการของผู้จัดการแปลง เกษตรกรมีความพึงพอใจในระดับคะแนนเฉลี่ย
4.60 หรือระดับมากที่สุด เนื่องจากผู้จดั การแปลงมีความรู้ ประสบการณ์ มีความเป็นผู้นำ พัฒนาและแสวงหา
ความรใู้ หม่ๆ มาแนะนำและถา่ ยทอดให้สมาชกิ
3.8) ด้านการส่งเสริมสนับสนุนของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เกษตรกรมีความพึงพอใจในระดับ
คะแนนเฉล่ีย 4.61 หรือระดับมากทส่ี ุด ซ่ึงเป็นการสนับสนุนองค์ความร้ดู ้านต่างๆ การสนบั สนุนวสั ดุอุปกรณ์ การ
บริการตรวจวิเคราะหด์ ินฯลฯ
ตารางท่ี 2.80 ความพงึ พอใจของเกษตรกรตอ่ การดำเนินงานแปลงใหญ่สนิ ค้าทเุ รียน
รายการ แปลงใหญ่ ปี 2559 แปลงใหญ่ ปี แปลงใหญ่ ปี ภาพรวม
1. ดา้ นการลดค่าใชจ้ ่ายการผลติ ค่าเฉลีย่ ระดบั ค่าเฉลย่ี2560ระดบั ค่าเฉล่ยี256ร1ะดับ คา่ เฉล่ี ระดับ
4.53 มาก 4.47 มากท่ีสุด 4.4 มากที่สุด 4.4ย7 มาก
2. ดา้ นการเพมิ่ ผลผลติ 4.47 ทม่ีสากุด 4.07 มาก 42.3 มากท่ีสุด 4.30 ทมาส่ี กุด
3. ดา้ นการพัฒนาคณุ ภาพผลผลิต 4.60 ทมี่สากดุ 4.13 มาก 45.4 มากท่ีสุด 4.38 ทมาส่ี กดุ
4. ดา้ นการเช่ือมโยงตลาด 3.93 ทมส่ีากดุ 3.67 มาก 40.0 มากท่สี ดุ 3.89 ทมาสี่ กดุ
5. ดา้ นการบริหารจัดการกล่มุ 4.73 มาก 4.20 มาก 47.4 มากท่สี ุด 4.47 มาก
6. ดา้ นความสำเร็จของกลุ่ม 4.67 ทมี่สากดุ 4.27 มากทสี่ ุด 47.3 มากที่สดุ 4.43 ทมาี่สกดุ
7. ด้านการบริหารจดั การของผู้จดั การ 4.73 ทม่ีสากุด 4.40 มากที่สุด 43.6 มากทส่ี ดุ 4.60 ทมาส่ี กดุ
8แ.ปดลา้งนการสง่ เสริมสนบั สนุน 4.77 ทม่สีากุด 4.47 มากทีส่ ุด 47.5 มากทส่ี ุด 4.61 ทมาี่สกุด
รวม 4.55 มาทกส่ี ทุดีส่ ุด 4.21 มากท่ีสดุ 48.4 มากที่สุด 4.39 มาทกทส่ี ุดี่สุด
ที่มา: จากการสำรวจ, 2564 1
148
2.5.3 ปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จของโครงการแปลงใหญ่ทุเรียน โครงการส่งเสริมระบบส่งเสริม
การเกษตรแบบแปลงใหญ่เป็นอีกหนึ่งโครงการที่สำคัญ ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่เป็นการทำงาน
ร่วมกันแบบบูรณาการในหลายหน่วยงาน เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรมีเกิดการรวมกลุ่มและร่วมมือกันในการ
บริหารจัดการกลุ่ม เพื่อลดค่าใช้จ่ายการผลิต เพิ่มผลผลิตต่อหน่วยให้มากขึ้นตลอดจนพัฒนาสินค้าให้มี
คุณภาพได้มาตรฐานเป็นที่ต้องการของผู้บริโภคได้มากขึ้น โดยมีหน่วยงานภายในและนอกสังกัดกระทรวง
เกษตรและสหกรณ์ ตลอดจนภาคเอกชนท่ีรว่ มสนบั สนุนและขับเคล่ือนโครงการฯ ดังกล่าวใหป้ ระสบผลสัมฤทธ์ิ
โดยปัจจยั ที่ส่งผลตอ่ ความสำเรจ็ ของโครงการฯ ดงั นี้
1) ด้านการลดคา่ ใช้จ่าย พบว่าปจั จัยที่ส่งผลต่อความสำเรจ็ ดา้ นการลดค่าใชจ้ า่ ย คือ การถา่ ยทอด
องค์ความรู้ในด้านต่างๆ มีการตรวจวิเคราะห์ดินรวมทั้งมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และแลกเปล่ียนขอ้ มูลกันอย่าง
ต่อเนื่องทำให้มีการบริหารจัดการสวนทุเรียนดีขึ้น เช่น การใส่ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน การแบ่งใส่ปุ๋ยหลายครงั้
การตรวจแปลงก่อนฉีดสารเคมี การใช้สารเคมีเท่าที่จำเป็นไม่ใช้สารเคมีซ้ำซ้อน การตกแต่งกิ่ง การช่วยผสม
เกสรฯลฯ ประกอบกับมีการทำปัจจัยการผลิตใช้เอง เช่น ปุ๋ยหมัก ไตรโคเดอรม์ า น้ำยาจับใบ แคลเซียมโบรอน
การผสมปุ๋ยใช้เองฯลฯ และการรวมกนั ซอ้ื ปัจจยั การผลติ ทำใหร้ าคาปัจจยั การผลิตลดลง
2) ด้านการเพิ่มผลผลิต พบว่าปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จด้านการเพิ่มผลผลิต คือ
เนื่องจากเกษตรกรได้รับการถ่ายทอดองค์ความรู้ในด้านต่างๆ รวมทั้งมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และแลกเปลี่ยน
ข้อมูลกันอย่างต่อเนือ่ งทำให้มีการบรหิ ารจัดการสวนทุเรยี นดีขึ้น ส่วนอีกร้อยละ 32.78 เห็นว่าปริมาณผลผลิต
ไม่เพิม่ ข้ึนเนอ่ื งจากข้นึ กบั สภาพอากาศและอายุของต้นทเุ รียน
3) ด้านการพัฒนาคุณภาพผลผลิต พบว่าปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จด้านการพัฒนาคุณภาพ
ผลผลิต คือ การได้รับการถ่ายทอดความรู้ ทำให้เกษตรกรมีการบริหารจัดการสวนที่ดีขึ้น ประกอบกับมีการ
พัฒนาด้านการตลาด เช่น การได้รับความรู้/ข้อมูลข่าวสารด้านการตลาดทำให้เกษตรกรมีการพัฒนาคุณภาพ
ผลผลติ เพ่อื ให้ได้รบั ผลตอบแทนทีเ่ พมิ่ ข้ึน
4) ด้านการบรหิ ารจัดการกลุม่ พบว่าปัจจัยทีส่ ่งผลต่อความสำเร็จด้านการบริหารจดั การกลุ่ม คือ
กล่มุ มกี ารประชุมสมาชกิ และมกี ารตดิ ต่อสือ่ สารกันอย่างสมำ่ เสมอ โดยมกี ารประชุมสมาชกิ เป็นประจำทุกเดือน
การสอ่ื สารผา่ นไลน์กล่มุ แปลงใหญ่ การไดร้ บั การสง่ เสรมิ สนับสนุนจากหนว่ ยงานตา่ งๆ การมีระเบยี บ ข้อบังคับ
ในการบริหารจัดการกลุม่ ทชี่ ัดเจนมีความโปร่งใส สมาชกิ ได้รับประโยชนใ์ นดา้ นต่างๆ การมสี ่วนร่วมแสดงความ
คิดเห็นและร่วมกิจกรรมตา่ งๆ ของกลุม่
5) ด้านการตลาด พบว่า ปจั จัยท่ีสง่ ผลตอ่ ความสำเรจ็ ด้านการตลาด คือ การได้รบั ถา่ ยทอดความรู้
ด้านการตลาด ข้อมูลข่าวสารด้านการตลาด การแนะนำแหล่งขาย การเพิ่มช่องทางการขาย รวมทั้งการพัฒนา
คณุ ภาพและมีการรบั รองมาตรฐาน GAP ตลอดจนการรวมกลุ่มทำใหพ้ ่อค้ามีความสะดวกในการเข้ามาติดต่อรบั ซ้ือ
6) ด้านความย่งั ยนื ของโครงการ พบวา่ ปจั จัยทส่ี ง่ ผลต่อความยั่งยนื ของโครงการ คอื สมาชิกกลุ่ม
มีการติดต่อสื่อสารและร่วมทำกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง โดยมีการประชุมกลุ่มทุกเดือน มีการแลกเปลี่ยนความรู้
149
ข้อมูลข่าวสารต่างๆผ่านไลน์กลุ่มแปลงใหญ่ การร่วมกันซื้อปัจจัยการผลิต การร่วมกันทำปัจจัยการผลิตใช้เอง
การไดร้ ับการส่งเสรมิ สนบั สนุนดา้ นตา่ งๆจากหน่วยงานท้ังภาครฐั และเอกชนในรปู ของกลมุ่ แปลงใหญ่
2.5.4 ปญั หาอปุ สรรคในการดำเนินงาน
ปัญหาและอุปสรรค แบ่งออกเป็น 3 ด้าน ได้แก่ ด้านการผลิต ด้านการตลาด และด้านการบริหารจัดการ
เกษตรกรท่ีเข้าร่วมโครงการส่วนมากรอ้ ยละ 66.67 ไม่มปี ญั หาอปุ สรรค และร้อยละ 33.33 มปี ัญหาอปุ สรรค ดังนี้
1) ด้านการผลิต พบว่า เกษตรกรร้อยละ 15.56 มีปัญหาจากการสภาพอากาศไม่เหมาะสมส่งผล
ตอ่ ค่าใช้จา่ ย ปริมาณและคณุ ภาพของผลผลิตร้อยละ 13.33 มปี ัญหาการระบาดของโรคแมลง เชน่ โรครากเน่า
โคนเน่า หนอนเจาะลำต้นและผลผลิต เพลี้ยไฟฯลฯ ร้อยละ 6.67 มีปัญหาราคาปัจจัยการผลิตสูงขึ้น มีปัญหา
แหล่งน้ำไม่เพียงพอและขาดแคลนแรงงานร้อยละ 2.22 เท่ากัน มีปัญหาเทคโนโลยีเครื่องจักรกลที่นำเข้ามา
ส่งเสริมไม่เพียงพอต่อความต้องการของกลุ่ม เทคโนโลยีเครื่องจักรกลที่นำเข้ามาส่งเสริมไม่ตรงความต้องการ
ของกลมุ่ องคค์ วามรูท้ ่ีเขา้ มาสง่ เสริมเปน็ ความร้เู ดิมไม่ส่งผลต่อการปรับเปล่ียน ขาดเทคโนโลยีสมัยใหม่ท่ีเข้ามา
สง่ เสริมในแปลงใหญ่ เงนิ ทุนไมเ่ พยี งพอร้อยละ 1.11 เทา่ กนั
2) ด้านการตลาด พบว่า เกษตรกรร้อยละ 1.11 มีปัญหาราคารับซื้อผลผลิตของภาคเอกชนที่ทำ
รว่ มกนั ไวย้ ังเปน็ ไปตามกลไกตลาด
3) ด้านการบริหารจดั การ พบว่า เกษตรกรรอ้ ยละ 1.11 มปี ัญหาสมาชกิ บางคนไม่ใหค้ วามรว่ มมอื
4) ด้านอื่นๆ พบว่า เกษตรกรร้อยละ 1.11 มีปัญหานโยบายที่เข้ามาส่งเสริมเปน็ นโยบายทีม่ าจาก
ส่วนกลางยงั ขาดนโยบายท่มี าจากในพนื้ ที่ (ตารางที่ 2.81)
150
ตารางที่ 2.81 ปัญหา อุปสรรคในการดำเนนิ งานของแปลงใหญส่ นิ คา้ ทเุ รียน หนว่ ย: ร้อยละ
รอ้ ยละ
รายการ
1. ด้านการผลิต 15.56
13.33
- ความผนั ผวนของสภาพภมู อิ ากาศ 6.67
- การระบาดของโรคแมลง 2.22
- ราคาปจั จัยการผลติ สูงขึน้ 2.22
- ขาดแคลนแรงงาน 1.11
- แหลง่ น้ำไม่เพียงพอ 1.11
- เทคโนโลยีเครอ่ื งจกั รกลที่นำเขา้ มาส่งเสริมไม่เพียงพอตอ่ ความต้องการของกล่มุ 1.11
- เทคโนโลยีเครื่องจกั รกลทีน่ ำเข้ามาส่งเสริมไม่ตรงความต้องการของกล่มุ 1.11
- องคค์ วามรู้ที่เข้ามาสง่ เสรมิ เปน็ ความรู้เดมิ ไม่สง่ ผลต่อการปรบั เปล่ียน 1.11
- ขาดเทคโนโลยีสมยั ใหม่ทเ่ี ขา้ มาสง่ เสริมในแปลงใหญ่
- เงินทุนไมเ่ พยี งพอ 1.11
2. ด้านการตลาด
-ราคารับซือ้ ผลผลติ ของภาคเอกชนท่ที ำร่วมกนั ไวย้ งั เป็นไปตามกลไกตลาด 1.11
3. ดา้ นการบริหารจัดการ
- สมาชกิ บางคนไม่ใหค้ วามรว่ มมือ 1.11
4. อ่นื ๆ
- นโยบายมาจากส่วนกลาง
หมายเหต:ุ เกษตรกร 1 รายมปี ัญหามากกวา่ 1 ปญั หา
ท่มี า: จากการสำรวจ, 2564
2.6 ผลสัมฤทธิข์ องแปลงใหญส่ ินคา้ มะพร้าวนำ้ หอม
ปี 2559 สนิ คา้ มะพร้าวนำ้ หอมไมไ่ ดม้ ีการดำเนนิ งานโครงการในพื้นที่ ดงั น้ัน จึงตดิ ตามประเมินผลการ
ดำเนินงานแปลงทีส่ น้ิ สุดระยะการสง่ เสรมิ 3 ปี ซึง่ เป็นแปลงปี 2560 และ ปี 2561 รายละเอยี ด ดังต่อไปนี้
2.6.1 ผลไดข้ องแปลงใหญส่ นิ คา้ มะพรา้ วน้ำหอม
ขอ้ มูลกลุ่มตวั อย่างท่ีใชส้ ำหรับการประเมนิ ผล ประกอบด้วย เกษตรกรสมาชิกที่เข้าร่วมโครงการ 90 ราย
ผู้จัดการแปลง 6 ราย และเจ้าหน้าที่ระดับจังหวัด 2 ราย ได้แก่ จังหวัดนครปฐม และจังหวัดราชบุรีพื้นที่รวม
2,294 ไร่ เกษตรกร 208 ราย รายละเอยี ดดังตอ่ ไปนี้
1) ขอ้ มูลพน้ื ฐานของเกษตรกรที่เขา้ รว่ มโครงการ
1.1) ข้อมูลทั่วไปของเกษตรกร ในภาพรวมของแปลงใหญ่ปี 2560-2561 พบว่า เกษตรกรเป็น
เพศชายรอ้ ยละ 74.34 และเป็นเพศหญิงร้อยละ 25.66 มอี ายเุ ฉลยี่ 63.30 ปี มีจำนวนสมาชิกในครวั เรือนเฉล่ีย
3.87 ราย โดยอยู่ในช่วงวัยแรงงาน 3.10 ราย เป็นแรงงานภาคการเกษตร 2.05 ราย และแรงงานนอกภาค
การเกษตร 1.56 ราย มรี ายละเอียดดงั น้ี
151
ปี 2560 พบว่า เกษตรกรเป็นเพศชายร้อยละ 73.68 และเป็นเพศหญิงร้อยละ 26.32
มีอายุเฉลีย่ 61.16 ปี สมาชกิ ภายในครัวเรือนเฉล่ีย 3.93 ราย โดยอยใู่ นวัยแรงงาน 3.29 ราย เป็นแรงงานภาค
การเกษตร 2.53 ราย และเปน็ แรงงานนอกภาคการเกษตร 1.88 ราย
ปี 2561 พบว่า เกษตรกรเป็นเพศชายร้อยละ 75.00 และเป็นเพศหญิงร้อยละ 25.00
มีอายุเฉลี่ย 65.44 ปี สมาชิกภายในครัวเรือนเฉล่ีย 3.81 ราย อยู่ในช่วงวัยแรงงาน 2.91 ราย เป็นแรงงานภาค
การเกษตร 1.57 ราย และเป็นแรงงานนอกภาคการเกษตร 1.23 ราย (ตารางที่ 2.82)
ตารางที่ 2.82 ขอ้ มลู ทั่วไปของเกษตรกรแปลงใหญส่ นิ ค้ามะพร้าวน้ำหอม
หนว่ ย: รอ้ ยละ
รายการ แปลงใหญ่ปี
2560 2561 ภาพรวม
1. เพศ (ร้อยละ) 100.00 100.00 100.00
- ชาย 73.68 75.00 74.34
- หญิง 26.32 25.00 25.66
2. อายเุ ฉลี่ย (ปี) 61.16 65.44 63.30
3. จำนวนสมาชกิ ภายในครัวเรอื นเฉล่ยี (ราย) 3.93 3.81 3.87
4. จำนวนแรงงานภายในครัวเรอื นเฉลย่ี (ราย)
- อยูใ่ นวัยแรงงาน 3.29 2.91 3.10
- แรงงงานภาคการเกษตร 2.53 1.57 2.05
- แรงงานนอกภาคการเกษตร 1.88 1.23 1.56
ทม่ี า: จากการสำรวจ, 2564
1.2) ระดับการศึกษา ในภาพรวมของแปลงใหญ่ปี 2560-2561 พบว่า เกษตรกรจบการศึกษาระดับ
ประถมศึกษาร้อยละ 51.46 รองลงมาจบการศึกษาระดับปริญญาตรีร้อยละ 21.63 จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษา
ตอนปลาย มัธยมศึกษาตอนต้น ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง และไม่ได้ศึกษาร้อยละ 11.79 9.79 4.67 และ
0.67 ตามลำดับ ซึง่ มีรายละเอยี ดดงั นี้
ปี 2560 พบว่า เกษตรกรจบการศึกษาระดับประถมศึกษาร้อยละ 46.67 รองลงมาจบ
การศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลายร้อยละ 17.33 จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ปริญญาตรี
ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง และไม่ได้ศึกษาร้อยละ 13.33 12.00 9.33 และ 1.33 ตามลำดับ
ปี 2561 พบว่า เกษตรกรจบการศึกษาระดับประถมศึกษาร้อยละ 56.25 รองลงมาจบ
การศึกษาระดับปริญญาตรีร้อยละ 31.25 จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนต้น และมัธยมศึกษาตอนปลาย
ร้อยละ 6.25 (ตารางท่ี 2.83)
152
ตารางที่ 2.83 ระดบั การศกึ ษาของเกษตรกรแปลงใหญส่ ินค้ามะพร้าวน้ำหอม
รายการ แปลงใหญ่ปี หนว่ ย: รอ้ ยละ
2560 2561
1. ประถมศึกษา 46.67 56.25 เฉลย่ี
2. มัธยมศึกษาตอนตน้ 13.33 6.25 51.46
3. มัธยมศกึ ษาตอนปลาย 17.33 6.25 9.795
4. ประกาศนยี บัตรวชิ าชพี 11.79
5. ประกาศนยี บัตรวิชาชีพชนั้ สงู --
6. ปริญญาตรี 9.33 - -
7. สงู กวา่ ปรญิ ญาตรี 12.00 31,25 4.67
8. ไม่ได้ศึกษา 21.63
--
รวม 1.33 - -
ทมี่ า: จากการสำรวจ, 2564 100.00 100.00 0.67
100.00
1.3) การประกอบอาชีพ ในภาพรวมของแปลงใหญ่ปี 2560-2561 พบว่า เกษตรกรประกอบ
อาชีพหลักและอาชีพเสริมควบคู่กันไป โดยเกษตรกรประกอบอาชีพหลักด้านการปลูกพืชมากที่สุด ร้อยละ
68.77 รองลงมา คือ ด้านค้าขาย/ธุรกิจส่วนตัวร้อยละ 16.63 รับราชการ/เงินเดือนประจำ อาชีพหลักอื่นๆ
และการเลี้ยงสัตว์ร้อยละ 10.61 3.34 และ 0.66 ตามลำดับ สำหรับการประกอบอาชีพเสริมการปลูกพืช
มากที่สุดคิดเป็นร้อยละ 33.53 รองลงมา คือเกษตรกรส่วนมากไม่ได้ประกอบอาชีพเสริมร้อยละ 21.34 โดย
ประกอบอาชีพเสริมด้านอื่นๆ ด้านค้าขาย /ธุรกิจส่วนตัว รับจ้างภาคเกษตร ด้านการประมง และรับจ้างนอกภาค
การเกษตรรอ้ ยละ 15.10 13.88 3.34 2.94 และ 1.34 ตามลำดับ ส่วนดา้ นการเลยี้ งสัตว์ และรบั ราชการ/เงินเดือน
ประจำรอ้ ยละ 4.28 เทา่ กัน โดยมีรายละเอียดดังน้ี
อาชีพหลัก ด้านการปลูกพืชมากที่สุดร้อยละ 68.77 รองลงมา คือ ด้านค้าขาย/ธุรกิจ
ส่วนตัวร้อยละ 16.63 ด้านรับราชการ/เงินเดือนประจำ การเลี้ยงสัตว์ และอื่นๆ ร้อยละ 10.61 0.66 และ 3.34
มีรายละเอยี ดดงั น้ี
ปี 2560 พบวา่ เกษตรกรส่วนมากประกอบอาชีพหลักด้านปลูกพชื ร้อยละ 84.21 รองลงมา
คือด้านรับราชการ/เงินเดือนประจำร้อยละ 26.67 ด้านค้าขาย/ธุรกิจส่วนตัว และการเลี้ยงสัตว์ร้อยละ 6.58
และ 1.32 ตามลำดับ
ปี 2561 พบว่า เกษตรกรประกอบอาชีพหลักด้านการปลูกพืชร้อยละ 53.33 รองลงมา คือ
ด้านค้าขาย/ธุรกิจส่วนตัวร้อยละ 26.67 ด้านรับราชการ/เงินเดือนประจำ และอื่นๆ ร้อยละ 13.33 และ 6.67
ตามลำดับ
153
อาชีพเสริม เกษตรกรสว่ นมากประกอบอาชีพเสริมด้านการปลูกพืชมากท่ีสุดร้อยละ 33.53
รองลงมาไม่ได้ประกอบอาชีพเสริมร้อยละ 21.34 โดยประกอบอาชีพเสริมด้านอื่นๆ ด้านค้าขาย/ธุรกิจส่วนตัว
รับจ้างภาคเกษตร ด้านการประมง และรับจ้างนอกภาคการเกษตรร้อยละ 15.10 13.88 3.34 2.94 และ 1.34
ตามลำดบั ส่วนด้านการเลยี้ งสตั ว์ และรบั ราชการ/เงินเดอื นประจำรอ้ ยละ 4.28 เทา่ กัน ตามลำดับ
ปี 2560 พบว่า เกษตรกรไมไ่ ดป้ ระกอบอาชีพเสริมร้อยละ 42.67 รองลงมา ประกอบอาชีพ
เสริมด้านการปลูกพืชร้อยละ 20.00 ด้านค้าขาย/ธุรกิจส่วนตัว รับจ้างภาคการเกษตร ด้านอาชีพเสริมอื่นๆ และการ
เล้ยี งสตั ว์ รับจา้ งนอกภาคการเกษตร รบั ราชการ/เงนิ เดือนประจำร้อยละ 6.67 6.65 และ 2.67 เท่ากนั ตามลำดับ
ปี 2561 พบวา่ เกษตรกรประกอบอาชพี เสริมการปลูกพชื มากที่สุดคดิ เปน็ รอ้ ยละ 47.06
รองลงมาไม่ได้ประกอบอาชีพเสริมร้อยละ 23.54 คือ เช่น รับจ้างเย็บผ้าทั่วไป ประะกอบอาชีพเสริม ด้าน
ค้าขาย/ธุรกิจส่วนตัวร้อยละ 11.76 และการเลี้ยงสัตว์ ส่วนประกอบอาชีพเสริมการประมง และรับราชการ/
เงินเดอื นประจำร้อยละ 5.88 เทา่ กนั (ตารางที่ 2.84)
ตารางที่ 2.84 การประกอบอาชีพของเกษตรกรแปลงใหญส่ นิ คา้ มะพร้าวน้ำหอม
รายการ 2560 แปลงใหญ่ปี หนว่ ย: รอ้ ยละ
100.00 2561
1. อาชพี หลัก 84.21 100.00 เฉล่ีย
- การปลกู พืช 1.32 53.33 100.00
- การเล้ียงสัตว์ 6.58 - 68.77
- คา้ ขาย/ธุรกิจสว่ นตวั 7.89 26.67 0.66
- รับราชการ/เงินเดอื นประจำ 13.33 16.63
- อ่นื ๆ - 6.67 10.61
100.00 100.00 3.34
2. อาชีพเสริม 20.00 47.06 100.00
- การปลูกพืช 2.67 5.88 33.53
- การเลย้ี งสัตว์ 5.88 4.28
- การประมง - - 2.94
- รับจ้างภาคเกษตร 6.67 - 3.34
- รับจ้างนอกภาคเกษตร 2.67 11.76 1.34
- คา้ ขาย/ธรุ กจิ ส่วนตัว 16.00 - 13.88
- รับงานมาทำทบี่ ้าน 5.88
- รับราชการ/เงินเดือนประจำ - - -
- ไมป่ ระกอบอาชีพเสริม 2.67 23.54 4.28
- อื่นๆ 42.67 21.34
6.65 15.10
หมายเหตุ: เกษตรกร 1 ราย ทำอาชพี เสริมมากกว่า 1 อย่าง
ทีม่ า: จากการสำรวจ, 2564
154
1.4) การใช้ประโยชน์เนื้อที่ถือครองทางการเกษตรของเกษตรกร ในภาพรวมของแปลงใหญ่
ปี 2560-2561 พบว่า มีการใช้ประโยชน์ในด้านต่างๆ ได้แก่ ไม้ผลร้อยละ 39.65 รองลงมาเป็นไม้ยืนต้น พืชไร่
ที่นา คอกเลี้ยงปศุสัตว์ แปลงผัก และเพาะเลี้ยงประมงร้อยละ 33.08 18.94 3.54 2.78 1.52 และ 0.50
ตามลำดบั ซง่ึ มรี ายละเอยี ดดงั นี้
ปี 2560 พบว่า เกษตรกรมีการใช้ประโยชน์เนื้อที่ในด้านต่างๆ ได้แก่ เนื้อที่ไม้ผลร้อยละ
51.52 รองลงมาเป็นไม้ยืนต้น พืชไร่ ที่นา แปลงผัก เพาะเลี้ยงประมงพืชไร่ ร้อยละ 27.27 10.10 7.07 3.03
และ 1.01 ตามลำดบั
ปี 2561 พบว่า เกษตรกรมีการใช้ประโยชน์เนื้อที่ในด้านต่างๆ ได้แก่ เนื้อที่ไม้ยืนต้น
ร้อยละ 38.89 รองลงมาเป็นพืชไร่ ไมผ้ ลรอ้ ยละ 27.28 เทา่ กนั และคอกเลย้ี งปศุสตั ว์ร้อยละ 5.56 (ตารางท่ี 2.85)
ตารางที่ 2.85 การใชป้ ระโยชนเ์ นื้อที่ถือครองทางการเกษตรของเกษตรกรแปลงใหญ่สนิ ค้ามะพรา้ วนำ้ หอม
หนว่ ย: รอ้ ยละ
รายการ แปลงใหญ่ปี เฉลีย่
2560 2561
1. ทนี่ า 7.07 - 3.54
2. พชื ไร่ 10.10 27.78 18.94
3. ไมผ้ ล 51.52 27.78 39.65
4. ไมย้ นื ต้น 27.27 38.89 33.08
5. แปลงผัก 3.03 - 1.52
6. ไมด้ อกไม้ประดบั ---
7. คอกเลีย้ งปศสุ ตั ว์ - 5.56 2.78
8. แปลงปลกู หญา้ เล้ียงสัตว์ ---
9. เพาะเลีย้ งประมง 1.01 - 0.50
รวม 100.00 100.00 100.00
หมายเหตุ: อื่นๆ ทางการเกษตร1 ไดแ้ ก่ ทพ่ี ักอาศัย
ท่ีมา: จากการสำรวจ, 2564
1.5) การเข้าร่วมโครงการตา่ งๆ ของเกษตรกร ในภาพรวมของแปลงใหญป่ ี 2560-2561 พบว่า
ในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่
ร้อยละ 24.95 โครงการศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร ร้อยละ 18.33 โครงการตลาด
สินค้าเกษตร ร้อยละ 12.10 โครงการส่งเสริมเกษตรทฤษฎีใหม่ ร้อยละ 10.60 โครงการช่วยเหลือด้านหนี้สิน
สมาชกิ สหกรณ/์ กลุ่มเกษตรกรร้อยละ 6.79 โครงการเกษตรอินทรยี ์ร้อยละ 7.62 โครงการพัฒนาคุณภาพสินค้า
เกษตรสู่มาตรฐาน GAP ร้อยละ 5.93 โครงการพัฒนาเกษตรสู่ Smart Farmer ร้อยละ 3.81 โครงการบริหาร
จัดการพื้นที่เกษตรตามที่การเกษตรเชิงรุก (Zoning by Agri-Map) ร้อยละ 3.54 โครงการบริหารจัดการ
155
ทรัพยากรน้ำรอ้ ยละ 2.02 โครงการพัฒนาสถาบันเกษตรกรรูปแบบประชารัฐร้อยละ 1.75 โครงการธนาคาร
สินค้าเกษตร และการใช้เครื่องจักรกลทางการเกษตรทดแทนแรงงานร้อยละ 1.08 เท่ากัน และอื่นๆ (โครงการ
ฝกึ อบรมอาชพี เสรมิ ) รอ้ ยละ 0.41
ปี 2560 พบว่า ในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ มีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการระบบส่งเสริม
การเกษตรแบบแปลงใหญ่ร้อยละ 20.49 โครงการศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร
ร้อยละ 15.09 โครงการพัฒนาคุณภาพสินค้าเกษตรสู่มาตรฐาน GAP ร้อยละ 11.86 โครงการตลาดสินค้า
เกษตรอินทรีย์ร้อยละ 11.32 โครงการส่งเสริมเกษตรทฤษฎีใหม่ร้อยละ 9.43 โครงการพัฒนาเกษตรสู่ Smart
Farmer ร้อยละ 5.66 และโครงการบริหารจัดการพื้นที่เกษตรตามที่การเกษตรเชิงรุก (Zoning by Agri-
Map) ร้อยละ 5.12 โครงการตลาดสินค้าเกษตร ร้อยละ 4.58 โครงการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำร้อยละ
4.04 โครงการช่วยเหลือด้านหนี้สินสมาชิกสหกรณ์/กลุ่มเกษตรกรร้อยละ 3.77 โครงการพัฒนาสถาบัน
เกษตรกรรูปแบบประชารัฐร้อยละ 3.50 โครงการธนาคารสินค้าเกษตร และการใช้เครื่องจักรกลทาง
การเกษตรทดแทนแรงงาน ร้อยละ 2.16 เทา่ กนั
ปี 2561 พบว่า ในสังกัดกระทรวงเกษตร ฯ มีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการระบบส่งเสริม
การเกษตรแบบแปลงใหญ่ร้อยละ 29.41 โครงการศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร
ร้อยละ 21.57 โครงการตลาดสินค้าร้อยละ 19.61 โครงการส่งเสริมเกษตรทฤษฎีใหม่ร้อยละ 11.76 โครงการ
ช่วยเหลือด้านหนี้สินสมาชิกสหกรณ์/กลุ่มเกษตรกรร้อยละ 9.80 โครงการเกษตรอินทรีย์ร้อยละ 3.92
สว่ นโครงการบริหารจัดการพน้ื ท่ีเกษตรตามท่ีการเกษตรเชิงรุก (Zoning by Agri-Map) และโครงการพัฒนา
เกษตรสู่ Smart Farmer รอ้ ยละ 1.96 เท่ากนั (ตารางท่ี 2.86)
156
ตารางท่ี 2.86 การเขา้ ร่วมโครงการต่างๆ ของเกษตรกรแปลงใหญ่สินคา้ มะพรา้ วนำ้ หอม
หนว่ ย: ร้อยละ
รายการ แปลงใหญป่ ี
2560 2561 เฉลย่ี
ในสงั กดั กระทรวงเกษตร
1. ระบบสง่ เสรมิ เกษตรแบบแปลงใหญ่ 20.49 29.41 24.95
2. ศนู ยเ์ รยี นรูก้ ารเพม่ิ ประสทิ ธิภาพการผลติ สินค้าเกษตร 15.09 21.57 18.33
3. บรหิ ารจดั การทรัพยากรนำ้ 4.04 - 2.02
4. บริหารจัดการพ้ืนที่เกษตรตามท่ีการเกษตรเชิงรกุ 5.12 1.96 3.54
(Zoning by Agri-Map)
5. แผนการผลิตและการตลาดข้าวครบวงจร ---
6. พัฒนาเกษตรสู่ Smart Farmer 5.66 1.96 3.81
7. พฒั นาสถาบันเกษตรกรรูปแบบประชารัฐ 3.50 - 1.75
8. ธนาคารสินคา้ เกษตร 2.16 - 1.08
9. แกไ้ ขปญั หาการทำประมงผิดกฎหมาย (IUU) ---
10. พฒั นาศูนย์เมลด็ พนั ธขุ์ า้ ว ---
11. สง่ เสรมิ การเพิม่ มูลคา่ สินคา้ และการใชเ้ คร่อื งจกั รกล 2.16 - 1.08
ทางการเกษตรทดแทนแรงงาน
12. พัฒนาคุณภาพสินค้าเกษตรสมู่ าตรฐาน GAP 11.86 - 5.93
13. ตลาดสินคา้ เกษตร 4.58 19.61 12.10
14. เกษตรอินทรยี ์ 11.32 3.92 7.62
15. สง่ เสริมเกษตรทฤษฎีใหม่ 9.43 11.76 10.60
16. ชว่ ยเหลอื ด้านหนีส้ นิ สมาชกิ สหกรณ/์ กลมุ่ เกษตรกร 3.77 9.80 6.79
17. อน่ื ๆ 0.81 - 0.41
หมายเหตุ: เกษตรกรตอบไดม้ ากกว่า 1 ข้อ
ทมี่ า: จากการสำรวจ, 2564
2) ข้อมูลการเข้าร่วมโครงการของเกษตรกร ประกอบด้วย ลักษณะของพื้นที่ที่เข้าร่วมโครงการ
การได้รับการสง่ เสริมสนับสนุนจากหนว่ ยงาน และกิจกรรมตา่ งๆ ทหี่ นว่ ยงานใหก้ ารสนบั สนุน
2.1) ลักษณะของพื้นที่ที่เข้าร่วมโครงการของเกษตรกร ในภาพรวมของแปลงใหญ่ปี 2560-2561
พบว่า เกษตรกรถือครองที่ดินเป็นของตนเองร้อยละ 79.45 รองลงมาเป็นพื้นที่เช่าร้อยละ 12.20 และทำฟรีร้อยละ
8.35 ความเหมาะสมเนื้อที่เพาะปลูกระดับ S1 ร้อยละ 44.68 ไม่ทราบความเหมาะสมเนื้อที่ร้อยละ 41.89
และเนื้อท่ีเพาะปลูกระดับ S2 ร้อยละ 13.43 ด้านการใช้แหล่งน้ำของเกษตรกร ส่วนมากใชน้ ำ้ ทสี่ ูบจาก
แหล่งน้ำธรรมชาติร้อยละ 44.35 รองลงมาใช้น้ำฝน น้ำชลประทาน บ่อ/สระในไร่นา โครงการราชการสูบน้ำ
จากแหล่งน้ำธรรมชาติรอ้ ยละ 28.04 21.02 4.95 1.24 และ 0.42 ตามลำดบั มรี ายละเอยี ดดงั น้ี (ตารางท่ี 2.87)
157
ลักษณะการถือครองพ้ืนท่ี
ปี 2560 พบว่า เกษตรกรมีที่ดินเป็นของตนเองร้อยละ 76.54 เป็นพื้นที่เช่าร้อยละ 18.52
และทำฟรีร้อยละ 4.94
ปี 2561 พบว่า เกษตรกรมีที่ดินเป็นของตนเองร้อยละ 82.35 เป็นพื้นที่ทำฟรีร้อยละ
11.76 และเช่าร้อยละ 5.88
ความเหมาะสมของเนื้อทีเ่ พาะปลูก
ปี 2560 พบว่า เกษตรกรมีเนื้อที่สำหรับเพาะปลูกในระดับความเหมาะสมสูง (Highly
Suitable ; S1) มากที่สุดร้อยละ 58.11 รองลงมามีเนื้อที่สำหรับเพาะปลูกในระดับความเหมาะสมปานกลาง
(Moderately Suitable ; S2) ร้อยละ 8.11 และไมท่ ราบความเหมาะสมเนื้อที่สำหรับเพาะปลกู รอ้ ยละ 33.78
ปี 2561 พบว่า เกษตรกรไม่ทราบความเหมาะสมเนื้อที่สำหรับเพาะปลูกร้อยละ50.00
รองลงมามีเนื้อที่สำหรับเพาะปลูกในระดับความเหมาะสมสูง (Highly Suitable ; S1) มากที่สุดร้อยละ31.25
และมีเนื้อที่สำหรับเพาะปลูกในระดับความเหมาะสมปานกลาง (Moderately Suitable ; S2) ร้อยละ 18.75
แหลง่ นำ้ ทใี่ ชก้ ับพืน้ ทท่ี ี่เขา้ ร่วมโครงการ
ปี 2560 พบว่า เกษตรกรใช้แหล่งน้ำของเกษตรกร ส่วนมากใช้น้ำที่สูบจากแหล่งน้ำ
ธรรมชาติร้อยละ 55.37 รองลงมาใช้น้ำฝนร้อยละ 26.45 น้ำชลประทานร้อยละ 12.40 บ่อ/สระในไร่นา
โครงการราชการสูบน้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติ 2.48 เท่ากัน และกลุ่ม/สถาบันเกษตรกรสูบจากแหล่งน้ำ
ธรรมชาตริ ้อยละ 0.42 ตามลำดับ
ปี 2561 พบว่า เกษตรกรใช้น้ำท่ีสูบจากแหล่งน้ำธรรมชาติร้อยละ 33.33 รองลงมาใช้
น้ำฝน นำ้ ชลประทานรอ้ ยละ 29.63 เท่ากัน และบอ่ /สระในไร่นาร้อยละ 7.41
158
ตารางท่ี 2.87 ลกั ษณะของพื้นที่ท่ีเข้ารว่ มโครงการของเกษตรกรแปลงใหญ่สนิ ค้ามะพร้าวน้ำหอม
หนว่ ย: รอ้ ยละ
รายการ แปลงใหญ่ปี
2560 2561 เฉลี่ย
1. ลักษณะการถือครองพื้นที่ 100.00 100.00 100.00
- ตนเอง 76.54 82.35 79.45
- เชา่ 18.52 5.88 12.20
- ทำฟรี 4.94 11.76 8.35
2. ความเหมาะสมของเนอ้ื ทีเ่ พาะปลูกกับชนดิ สินค้า แปลงใหญ่ 100.00 100.00 100.00
มะพรา้ วน้ำหอม
- S1 58.11 31.25 44.68
- S2 8.11 18.75 13.43
- S3 -- -
- ไมม่ ีความเหมาะสม -- -
- ไมท่ ราบ 33.78 50.00 41.89
3. แหล่งนำ้ ทีใ่ ช้กับพืน้ ที่แปลงใหญ่ 1 100.00 100.00 100.00
- นำ้ ฝน 26.45 29.63 28.04
- นำ้ ชลประทาน 12.40 29.63 21.02
- สูบจากแหล่งน้ำธรรมชาติ 55.37 33.33 44.35
- บ่อ/สระในไรน่ า 2.48 7.41 4.95
- ขุดเจาะบอ่ บาดาล -- -
- กล่มุ /สถาบันเกษตรกรสูบจากแหลง่ น้ำธรรมชาติ 0.83 - 0.42
- โครงการราชการสูบจากแหล่งนำ้ ธรรมชาติ 2.48 - 1.24
หมายเหตุ: แหล่งน้ำท่ีใช้กบั พ้นื ทีแ่ ปลงใหญ่ 1 : เกษตรกรใชน้ ำ้ มากกว่า 1 แหลง่
ท่ีมา: จากการสำรวจ, 2564
2.2) การไดร้ บั การสง่ เสรมิ สนับสนุนของเกษตรกรจากการเขา้ ร่วมโครงการ
หน่วยงานที่ให้การส่งเสริม สนับสนุนการดำเนินงานโครงการเป็นการทำงานบูรณาการ
ร่วมกันทั้งภายในและภายนอกกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมถึงการเข้ามาสนับสนุนของภาคเอกชน
ซึ่งในภาพรวมแปลงใหญ่ปี 2560-2561 มีหน่วยงานภายใต้สังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้การ
สนับสนุนภารกิจของหน่วยงานร้อยละ 100 หน่วยงานอ่ืนนอกกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เฉลี่ยร้อยละ 100
มีรายละเอยี ดดังนี้ (ตารางท่ี 2.88)
159
ปี 2560 พบวา่ หนว่ ยงานภายใต้สงั กัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ร้อยละ 100
ปี 2561 พบวา่ หน่วยงานภายใตส้ งั กัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ร้อยละ 100 หนว่ ยงาน
อื่นนอกกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ร้อยละ 100 กิจกรรมที่ส่งเสริม อาทิ ความรู้ด้านการเกษตร/อำนวยความ
สะดวกในพ้ืนท่ี
ตารางที่ 2.88 หน่วยงานที่ให้การสง่ เสรมิ สนบั สนุนแปลงใหญ่สินคา้ มะพรา้ วนำ้ หอม
หนว่ ย: รอ้ ยละ
รายการ แปลงใหญ่ปี
2560 2561 เฉลีย่
หนว่ ยงานภายใต้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์1 100.00 100.00 100.00
หน่วยงานภาครฐั นอกสงั กัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ - 100.00 100.00
- องคก์ ารบริหารส่วนตำบล/เทศบาลตำบล - 100.00 100.00
ความรดู้ า้ นการเกษตร/อำนวยความสะดวกในพน้ื ท่ี
หมายเหตุ: เกษตรกรได้รับการสนับสนนุ มากกว่า 1 หน่วยงาน
: หน่วยงานในสงั กัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์1 อาทิ สำนักงงานเกษตรอำเภอ/จงั หวดั สำนกั งานพัฒนาท่ดี นิ
สำนกั งานปศุสตั ว์อำเภอ/จงั หวดั สำนกั งานสหกรณจ์ งั หวดั สำนักงานตรวจบญั ชสี หกรณ์จังหวดั
ทีม่ า: จากการสำรวจ, 2564
การได้รับการส่งเสริมและสนับสนุน สามารถจำแนกได้ 8 ด้าน ได้แก่ ด้านที่ 1 องค์ความรู้/
งานวจิ ยั /นวัตกรรม ดา้ นท่ี 2 การสนบั สนุนแหลง่ น้ำ/ปัจจัยการผลติ /เคร่ืองจกั รกล ดา้ นท่ี 3 การให้บริการตรวจ
วิเคราะห์/บริการอื่นๆ ด้านที่ 4 การส่งเสริมด้านการตลาด ด้านที่ 5 การศึกษาดูงาน ด้านที่ 6 การมีแปลงสาธิต/
แปลงเรียนรู้สนิ ค้าแปลงใหญ่ ดา้ นท่ี 7 การเพมิ่ มลู คา่ ผลผลติ /การตลาด และ ดา้ นท่ี 8 การสนับสนุนอาชพี เสริม
เพม่ิ รายได้ มรี ายละเอียดดังน้ี (ตารางที่ 2.89)
ด้านที่ 1 องค์ความรู้/งานวิจัย/นวัตกรรม ในภาพรวมแปลงใหญ่ปี 2560-2561 พบว่า
เกษตรกรได้รับการถ่ายทอดความรู้และนำไปปฏิบัติ มรี ายละเอยี ดดงั น้ี
ปี 2560 พบว่า เกษตรกรได้รับการถ่ายทอดองค์ความรู้และนำไปปฏิบัติ โดยเป็นด้านการ
ป้องกันแมลงศัตรูพืชมากที่สุดร้อยละ 97.22 รองลงมาเปน็ ด้านการปรับปรุงบำรงุ ดินร้อยละ 95.65 ดา้ นประมง
แนะนำการเลี้ยงปลาในร่องสวนร้อยละ 94.12 ด้านการวางแผนบริหารจัดการกลุ่มร้อยละ 90.54 ด้านการ
อบรมบัญชีต้นทุนประกอบอาชีพร้อยละ 82.35 ด้านปศุสัตว์การส่งเสริมการเลี้ยงไก่ร้อยละ 81.82 ด้านการ
รวมกลุ่มร้อยละ 78.72 ด้านการผลิตสินค้าเพอื่ ให้ไดร้ ับการรับรองมาตรฐานร้อยละ 76.74 การรวมกลุ่มซื้อปัจจัย
การผลิตร้อยละ 54.72 ด้านการพฒั นาการตลาดร้อยละ 50.85 การรวมกลุ่มจำหน่ายผลผลิตร้อยละ 34.78 และ
ดา้ นการพัฒนาเกษตรกรให้เป็น Smart Farmer รอ้ ยละ 30.56
ปี 2561 พบว่า เกษตรกรได้รับการถ่ายทอดองค์ความรู้และนำไปปฏิบัติ โดยเป็นด้านการ
ปรับปรุงบำรุงดินมากที่สุดร้อยละ 91.67 รองลงมาเป็นด้านการป้องกันแมลงศัตรูพืชร้อยละ 75.00 ด้านการ
160
วางแผนบริหารจัดการกลุ่มร้อยละ 71.43 ด้านการอบรมบัญชีต้นทุนประกอบอาชีพร้อยละ 62.50 ด้านการ
พัฒนาการตลาดร้อยละ 57.14 ด้านการรวมกลุ่มและด้านการผลิตสินค้าเพื่อให้ได้รับการรับรองมาตรฐานร้อยละ
50.00 เท่ากัน ด้านการพัฒนาเกษตรกรให้เป็น Smart Farmer ร้อยละ 33.33 การรวมกลุ่มซื้อปัจจัยการผลิต
รอ้ ยละ 12.50
ด้านที่ 2 การสนับสนุนแหล่งน้ำ/ปัจจัยการผลิต/เครื่องจักรกล ในภาพรวมแปลงใหญ่
ปี 2560-2561 พบว่า เกษตรกรได้รับการสนับสนุนและนำไปใช้ประโยชน์ โดยเป็นการใช้ประโยชน์จากปัจจัย
การผลิตมากที่สุดร้อยละ 96.55 รองลงมาเกษตรกรได้รับประโยชน์จากการสนับสนุนแหล่งน้ำร้อยละ 36.36
มรี ายละเอยี ดดงั ตอ่ ไปนี้
ปี 2560 พบวา่ เกษตรกรไดร้ ับการสนับสนุนปจั จยั การผลิต เชน่ วัสดุปรับปรุงดิน น้ำหมัก
ชีวภาพ ปุ๋ย และกล่องดักล่อแมลง เป็นต้น และนำไปใช้ประโยชน์มากที่สุดร้อยละ 93.10 รองลงมาได้รับ
ประโยชน์จากการสนับสนุนแหลง่ นำ้ ร้อยละ 36.36
ปี 2561 พบว่า เกษตรกรไดร้ ับการสนบั สนนุ ปจั จัยการผลิต เชน่ วัสดปุ รับปรงุ ดิน น้ำหมัก
ชีวภาพ ปุย๋ และกลอ่ งดกั ลอ่ แมลง เป็นต้น และนำไปใชป้ ระโยชนร์ อ้ ยละ 100
ด้านที่ 3 การให้บริการตรวจวิเคราะห์/บริการอื่นๆ ในภาพรวมแปลงใหญ่ปี 2560-2561
พบว่า เกษตรกรได้รบั การตรวจวเิ คราะห์/บรกิ ารอนื่ ๆ และนำไปใช้ประโยชน์ มีรายละเอียดดังตอ่ ไปน้ี
ปี 2560 พบว่า เกษตรกรได้รับการตรวจวิเคราะห์ดินและนำไปใช้ประโยชน์ร้อยละ 24.33
มกี ารตรวจวเิ คราะห์ดินร้อยละ 35.46 รองลงมามกี ารตรวจคุณภาพนำ้ ร้อยละ 31.58 มีการปรับลดปริมาณการ
ใช้ปุ๋ยเคมีร้อยละ 21.99 มกี ารปรบั โดยการใส่ปยุ๋ อินทรีย์ร้อยละ 17.02 และใสป่ นู มาร์ล/โดโลไมท์ ปรับความเปน็
กรดด่างรอ้ ยละ 15.60
ปี 2561 พบว่า เกษตรกรได้รับการตรวจวิเคราะห์ดินและนำไปใช้ประโยชน์ร้อยละ 12.00
มีการตรวจวิเคราะห์ดินและมีการปรับการใส่ปุ๋ยอินทรีย์ร้อยละ 26.67 เท่ากัน และรองลงมามีการปรับลด
ปริมาณการใชป้ ยุ๋ เคมีร้อยละ 6.66
ด้านที่ 4 การสง่ เสรมิ การตลาด ในภาพรวมแปลงใหญป่ ี 2560-2561 พบว่า เกษตรกรมีการ
ทำข้อตกลงซอื้ ขายผลผลติ รว่ มกัน (MOU) ดงั น้ี
ปี 2560 พบว่า กลุ่มเกษตรกรมีการทำข้อตกลงซื้อขายผลผลิตร่วมกัน (MOU) ร้อยละ
20.41 และไมท่ ำข้อตกลงซอื้ ขายผลผลติ ร่วมกนั (MOU) ร้อยละ 79.59
ปี 2561 พบว่า กลุม่ เกษตรกรไมท่ ำขอ้ ตกลงซ้ือขายผลผลิตร่วมกัน (MOU) รอ้ ยละ 100
ด้านที่ 5 การศึกษาดูงาน ในภาพรวมแปลงใหญ่ปี 2559-2561 พบว่า เกษตรกรได้รับการ
ถ่ายทอดความรู้จากการศกึ ษาดูงานและนำไปปฏบิ ัติ โดยโครงการท่ีเกษตรกรไดเ้ ข้ารว่ มศึกษาดูงาน เช่น วธิ ีการ
ปลูกดูแลรกั ษามะพร้าว การป้องกันแมลงแตนเบียน หนอนหัวดำ เป็นต้น และไม่ได้นำไปปฏิบัติร้อยละ 27.08
มีรายละเอียดดังน้ี
ปี 2560 พบว่า เกษตรกรนำความรู้จากการศึกษาดูงานไปปฏิบัติร้อยละ 79.17 โครงการ
ที่เกษตรกรเข้ารว่ มศึกษาดูงาน เชน่ วธิ กี ารปลกู ดูแลรักษามะพร้าว การปอ้ งกันแมลงแตนเบียน หนอนหัวดำ เป็นต้น
161
ปี 2561 พบว่า เกษตรกรนำความรู้จากการศึกษาดูงานไปปฏิบัติร้อยละ 66.67 โครงการท่ี
เกษตรกรเขา้ รว่ มศึกษาดูงาน เช่น วธิ ีการปลูกดูแลรักษามะพร้าว การป้องกนั แมลงแตนเบียน หนอนหัวดำ เปน็ ตน้
ด้านที่ 6 การมีแปลงสาธิต/แปลงเรียนรู้สินค้าแปลงใหญ่ ในภาพรวมแปลงใหญ่
ปี 2560-2561 พบว่า เกษตรกรมีการเข้าชมแปลงสาธิต/แปลงเรียนรู้ ภายในตำบลเดียวกัน อำเภอเดียวกัน
และต่างอำเภอและนำความรู้ไปปฏิบัติ มรี ายละเอยี ดดงั น้ี
ปี 2560 พบว่า เกษตรกรมีการเข้าชมแปลงสาธิต/แปลงเรียนรู้ และนำความรู้ไปปฏิบัติ
รอ้ ยละ 86.87 และไม่ได้นำความรู้ไปปฏบิ ตั ิร้อยละ 13.13
ปี 2561 พบว่า เกษตรกรมีการเข้าชมแปลงสาธิต/แปลงเรียนรู้ และนำความรู้ไปปฏิบัติ
รอ้ ยละ 100
ด้านที่ 7 การเพิ่มมูลค่าผลผลิต/การตลาด ในภาพรวมแปลงใหญ่ปี 2560-2561 พบว่า
เกษตรกรได้รับการส่งเสริมการเพิ่มมูลค่าผลผลิตและนำไปปฏิบัติ กิจกรรมที่ไดัรับการส่งเสริม เช่น การ
พัฒนาสินค้าให้ได้รับรองมาตรฐานสินค้า GAP การแปรรูปผลผลิต และการเชื่อมโยงช่องทางการตลาด
มีรายละเอยี ดดงั น้ี
ปี 2560 พบวา่ เกษตรกรนำองค์ความรดู้ ้านการพัฒนาสินค้าการสรา้ งบรรจุภณั ฑ์มากที่สุด
ร้อยละ 90.00 รองลงมาเป็นการพัฒนาสินค้าเพื่อให้ได้การรับรองมาตรฐานไปปฏิบัติร้อยละ 87.14 การสร้าง
ตราสินคา้ (Brand) รอ้ ยละ 86.96 การแปรรปู รอ้ ยละ 70.37 และการเชอ่ื มโยงตลาดรอ้ ยละ 69.23
ปี 2561 พบวา่ เกษตรกรนำองคค์ วามรดู้ ้านการพฒั นาสินคา้ เพื่อให้ได้การรับรองมาตรฐาน
และการมีสรา้ งตราสนิ ค้า (Brand) ไปปฏิบัติมากท่ีสดุ ร้อยละ 57.14 รองลงมาเปน็ การเชื่อมโยงตลาดร้อยละ 50.00
ด้านที่ 8 การสนับสนุนอาชีพเสริมเพิ่มรายได้นอกเหนือจากสินค้าแปลงใหญ่ ในภาพรวม
แปลงใหญ่ปี 2559-2561 พบว่า เกษตรกรนำความรู้ที่ได้รับจากการสนับสนุนอาชีพเสริมเพิ่มรายได้
นอกเหนอื จากสินค้าแปลงใหญไ่ ปปฏบิ ตั ิ มีรายละเอียดดงั น้ี
ปี 2560 พบว่า เกษตรกรนำความรู้ได้รับจากการสนับสนุนอาชีพเสริมในการปลูกพืชอายุส้ัน
ใช้น้ำน้อยไปปฏิบัติร้อยละ 75.00 รองลงมาการทำเกษตรผสมผสานไปปฏิบัติร้อยละ 53.33 และการทำขนม
แปรรูปจากมะพร้าวรอ้ ยละ 28.57
ปี 2561 พบวา่ เกษตรกรนำความรู้ในการทำเกษตรผสมผสานไปปฏิบัติร้อยละ 40.00
16
ตารางท่ี 2.89 การไดร้ ับการสง่ เสรมิ สนบั สนนุ ของแปลงใหญส่ นิ คา้ มะพรา้ วนำ้ หอม
รายการสนับสนุน แปลงใหญป่
ปฏิบัติ ไ
1. องค์ความร้/ู งานวิจัย/นวัตกรรม
- การปอ้ งกนั แมลงศตั รูพชื 97.22
- การสง่ เสริมการเลย้ี งไก่ 81.82
- การแนะนำวิธกี ารเลยี้ งปลาในร่องสวน 94.12
- การปรบั ปรงุ บำรงุ ดนิ 95.65
- การวางแผนบรหิ ารจัดการกลมุ่ 90.54
- การรวมกลมุ่ ซ้ือปัจจยั การผลติ 54.72
- การรวมกลุม่ กันผลิต 78.72
- การรวมกลมุ่ จำหนา่ ยผลผลิต 34.78
- การผลิตสนิ คา้ เพ่ือไดร้ ับการรบั รองมาตรฐาน 76.47
- การพฒั นาการตลาด 50.85
- การพฒั นาเกษตรกรเปน็ Smart Farmer 30.56
- การอบรมบญั ชตี น้ ทนุ ประกอบอาชพี 82.35
2. แหลง่ นำ้ /ปัจจัยการผลติ /เครอื่ งจักรกล 36.36
93.10
- แหลง่ น้ำ
- ปจั จยั การผลติ -
- การสนบั สนนุ เครอื่ งจกั รกลการเกษตร
หมายเหตุ: การศึกษาดูงาน1 การผลติ เชอ้ื จุลินทรยี ์ เป็นต้น
ที่มา: จากการสำรวจ, 2564
62 แปลงใหญป่ ี 2561 หนว่ ย: ร้อยละ
ปฏิบัติ ไมป่ ฏบิ ัติ เฉล่ีย
ม ปฏิบตั ิ ไม่ปฏบิ ตั ิ
75.00 25.00 162
ปี 2560 - 100 86.11 13.89
ไม่ปฏบิ ตั ิ - 100 40.91 59.09
47.06 52.94
2.78 91.67 8.33 93.66 6.34
18.18 71.43 28.57 80.99 19.02
5.88 12.50 87.50 33.61 66.39
4.35 50.00 50.00 64.36 35.64
9.46 17.39 82.61
45.28 - 100.00 63.24 36.77
21.28 50.00 50.00 54.00 46.01
65.22 31.95 68.06
23.53 57.14 42.86 72.42 27.58
49.15 33.33 66.67
69.44 62.50 37.50 36.36 63.64
17.65 96.55 3.45
- 100
63.64 100.00 - - 100.00
6.90 100
100.00 -
16
ตารางท่ี 2.89 การไดร้ บั การสง่ เสริม สนบั สนุนของแปลงใหญส่ นิ คา้ มะพรา้ วน้ำหอม
รายการสนับสนุน แปลงใหญป่ ี
ปฏบิ ตั ิ ไม
3. บรกิ ารตรวจวิเคราะห์/บริการอืน่
- ตรวจวิเคราะหด์ นิ 35.46 6
- ปรบั ปรมิ าณการใชป้ ๋ยุ เคมี 21.99 7
- ใสป่ ุ๋ยอินทรยี ์ 17.02 8
- ใสป่ ูนมาร์ล/โดโลไมท์ ปรบั ความเปน็ กรดด่าง 15.60 8
-. การตรวจคณุ ภาพนำ้ 31.58 6
4. การส่งเสริมด้านการตลาด (MOU) 20.41 7
- การทำขอ้ ตกลงซอ้ื ขายผลผลิตร่วมกนั 14.29 8
- การตลาดภายใตโ้ ครงการแปลงใหญ่ฯ 79.17 2
5. การศึกษาดงู าน 97.87
6. การมีแปลงสาธติ /แปลงเรยี นรูส้ ินคา้ แปลงใหญ่ 910.030
71.43 2
- ตำบลเดยี วกนั
- อำเภอเดยี วกัน 87.14 1
- นอกอำเภอเดยี วกัน 90.00 1
7. การเพ่ิมมลู ค่าผลผลติ /การตลาด 86.96 1
- การรบั รองมาตรฐาน 70.37 2
- บรรจุภัณฑ์ 69.23 3
- มีตราสินคา้
- การแปรรปู
- การเช่ือมโยงตลาด
หมายเหตุ: การศึกษาดงู าน1 การผลิตเชอ้ื จลุ ินทรีย์ เป็นต้น
ที่มา: จากการสำรวจ, 2564
63 แปลงใหญป่ ี 2561 หนว่ ย: รอ้ ยละ
ปฏบิ ตั ิ ไม่ปฏิบัติ เฉล่ยี
ม (ตอ่ ) ปฏิบตั ิ ไม่ปฏบิ ตั ิ
26.67 73.33
2560 6.66 93.34 31.07 68.94
มป่ ฏิบตั ิ 26.67 73.33 14.33 85.67
21.85 78.16
64.54 - 100.00 7.80 92.20
78.01 - 100.00 15.79 84.21
82.98
84.40 - 100.00 10.21 89.80 163
68.42 - 100.00 7.15 92.86
66.67 33.33 72.92 27.08
79.59
85.71 100.00 - 98.93 1.07
20.83 100.00 - 95.65 4.35
- 35.72 14.29
2.13 -
8.70 72.14 27.86
28.57 57.14 42.86 45.00 55.00
- 100.00 43.48 56.52
12.86 - 100.00 35.19 64.81
10.00 - 100.00 59.62 40.38
13.04
29.63 50.00 50.00
30.77
16
ตารางท่ี 2.89 การไดร้ ับการสง่ เสริม สนบั สนุนของแปลงใหญ่สินค้ามะพรา้ วน้ำหอม
รายการสนับสนนุ แปลงให
ปฏิบัติ
8. การสนบั สนุนอาชพี เสริมเพิ่มรายได้
- เกษตรผสมผสาน 53.33
- พชื อายสุ ้ันใชน้ ้ำน้อย 75.00
- การทำขนมจากมะพร้าว 28.57
- การทำกระเปา๋
-
หมายเหตุ: การศกึ ษาดงู าน1 การผลิตเชอ้ื จุลินทรยี ์ เป็นตน้
ทีม่ า: จากการสำรวจ, 2564