ลำ�ดับหนังสือ : ๘/๒๕๖๑ ISBN : 978-616-543-560-4 พิมพ์ครั้งที่ ๑ : กันยายน ๒๕๖๑ จำ�นวน : ๒,๐๐๐ เล่ม พิมพ์ที่ : สำ�นักงานกิจการโรงพิมพ์องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก การเล่นของเด็กไทย เล่ม ๒ จัดทำ�โดย กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม
ในปีงบประมาณพ.ศ.๒๕๖๑กระทรวงวัฒนธรรมมุ่งมั่นขับเคลื่อนงานวัฒนธรรมตามนโยบายของรัฐบาลโดยดำ�เนินงาน ตามยุทธศาสตร์เชื่อมโยงกับค่านิยมหลักของคนไทย ๑๒ ประการและมอบนโยบายให้กรมส่งเสริมวัฒนธรรมดำ�เนินงานร่วมกับ ภาครัฐและภาคประชาชน รณรงค์ให้ครอบครัวปลูกฝังค่านิยมที่ดีให้แก่เด็ก เช่น มารยาททางสังคม ยิ้ม ไหว้สวัสดีขอบคุณ ขอโทษ การรักษาวินัย ความมีนํ้าใจไมตรีการปฏิบัติตามวัฒนธรรม ประเพณีของสังคม และการเล่นของเด็ก การเล่นของเด็กไทย เป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่เกิดจากการเลียนแบบชีวิตจริงที่สืบทอดต่อกันมา เพื่อความบันเทิงใจ มีทั้งกติกาและไม่มีกติกา มีบทร้องหรือไม่มีบทร้อง บ้างมีท่าเต้นรำ�ประกอบเพื่อให้งดงามและสนุกสนานยิ่งขึ้น การเล่นของเด็กไทย จึงเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมพื้นบ้าน เป็นการสะท้อนวิถีชีวิตความเป็นอยู่ การทำ�มาหากิน ความเชื่อ ความคิด ค่านิยมของคนในแต่ละท้องถิ่น ที่ส่งต่อจากบรรพชนถึงรุ่นลูกหลานให้ได้ออกกำ�ลังกาย มีความคล่องแคล่วว่องไว ฝึกความอดทน ฝึกการเป็นผู้นำ�และผู้ตามที่ดีฝึกการสังเกตมีปฏิภาณไหวพริบ สร้างความสนุกสนาน และความสามัคคี ในหมู่คณะ กระทรวงวัฒนธรรม จึงได้มอบหมายให้กรมส่งเสริมวัฒนธรรม จัดทำ�หนังสือการเล่นของเด็กไทย เล่ม ๒ เพื่ออนุรักษ์สืบสาน และฟื้นฟูมรดกทางวัฒนธรรมของชาติให้คงอยู่รวมทั้งส่งเสริมและเผยแพร่ให้เด็กเยาวชน และประชาชน ผู้สนใจทั่วไปได้มีส่วนร่วมในการธำ�รงรักษาวัฒนธรรมของชาติโดยมุ่งหวังว่าหนังสือเล่มนี้จะอำ�นวยประโยชน์ให้คนไทยรัก และเข้าใจในมรดกวัฒนธรรมของชาติอย่างถ่องแท้ (นายวีระ โรจน์พจนรัตน์) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม คำ�ปรารภ การเล่นของเด็กไทย เล่ม ๒ 3
การเล่นของเด็กไทย ถือเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติไทย ที่มีการปฏิบัติสืบทอดกันมาจากอดีต โดยมีเอกลักษณ์สะท้อนวิถีไทยตามลักษณะเฉพาะของท้องถิ่น และอาจมีการพัฒนาสร้างสรรค์เพื่อให้เกิดความสนุกสนาน เพลิดเพลิน และเกิดความรักและความสามัคคีโดยได้รับการฝึกฝน ถ่ายทอดตามวัฒนธรรมที่ได้เรียนรู้กันมา บางอย่าง มีการสืบทอดเป็นประเพณีบางอย่างเริ่มที่จะสูญหายจึงควรส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการรักษาวัฒนธรรมประเพณีการเล่น พื้นบ้านให้คงอยู่ การเล่นพื้นบ้าน เกมพื้นบ้าน กีฬาพื้นบ้าน เป็นส่วนหนึ่งของมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติที่มีการ ขึ้นบัญชีในสาขากีฬาภูมิปัญญาไทย ซึ่งกรมส่งเสริมวัฒนธรรม ได้มีการพิจารณาคัดเลือกรายการขึ้นบัญชีมรดกภูมิปัญญา ทางวัฒนธรรม เพื่อเป็นการเก็บรักษา ปกป้องคุ้มครองมรดกภูมิปัญญาให้มีการสืบทอดและไม่ให้สูญหายไปจากสังคม และในวิถีวัฒนธรรม อันนำ�ไปสู่ความเข้าใจการยอมรับ และความภาคภูมิใจในมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม จะได้ร่วมกันรักษา และดำ�รงมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของไทยสืบต่อไป ในการจัดทำ�หนังสือการเล่นของเด็กไทยเล่ม ๒ เป็นการคัดสรรการเล่นที่น่าสนใจและการเล่นที่ได้รับการประกาศ ขึ้นบัญชีมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม และการเล่นที่นิยมในภูมิภาคต่างๆ นำ�มาจัดพิมพ์เผยแพร่แก่เครือข่ายทางวัฒนธรรม เด็ก เยาวชนและประชาชนทั่วไป โดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรมหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ข้อมูลการเล่นดังกล่าวจะเป็นประโยชน์ ต่อประชาชนผู้สนใจทั่วไป (นางพิมพ์รวีวัฒนวรางกูร) อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม คำ�นำ� การเล่นของเด็กไทย เล่ม ๒ 5
สารบัญ คำ ปรารภ ๓ คำ นำ ๕ บทนำ ๙ การเล่นพื้นบ้านกับมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม ๑๐ ความสำ คัญของการเล่น ๑๐ การเล่นของเด็กไทย ภาคเหนือ ๑๒ กาฟักไข่ ๑๔ จิกระด้าง ๑๘ แนดข้ามส้าว ๒๒ บะข่างโว่ ๒๖ การเล่นของเด็กไทย ภาคกลาง ๓๐ ตั้งเต ๓๒ แย้ลงรู ๓๖ เสือกินวัว ๔๐ ลิงชิงหลัก ๔๔ หน้า 6 การเล่นของเด็กไทย เล่ม ๒
การเล่นของเด็กไทย ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ๔๘ ขว้างโหวด ๕๐ ตานา ๕๔ หนอกสักกะแล่น ๕๘ หมากไม้ ๖๒ หมากหึ่ง ๖๖ อีมะล็อกก๊อกแก๊ก ๗๐ การเล่นของเด็กไทย ภาคใต้ ๗๔ จูงนางเข้าห้อง ๗๖ ฉับโผง ๘๐ ชนวัวดิน ๘๔ ซัดราว ๘๘ ลากกาบหมาก ๙๒ บรรณานุกรม ๙๗ หน้า การเล่นของเด็กไทย เล่ม ๒ 7
8 การเล่นของเด็กไทย เล่ม ๒
การเล่นของเด็กไทย เล่ม ๒ 9 การเล่นของไทยนั้น หมายถึง การเล่นดั้งเดิม เพื่อความบันเทิงใจ ทั้งที่เป็นการเล่นที่มีกติกา หรือไม่มีกติกา บ้างมีบทร้อง บ้างมีท่าเต้นประกอบ เพื่อความงดงามและสนุกสนานยิ่งขึ้น แตกต่างกันไปตามวัยของบุคคล และตาม ปัจจัยทางสภาพภูมิศาสตร์ประเพณีศาสนาความเชื่อและค่านิยมของแต่ละภูมิภาค ส่วนใหญ่จะเล่นกันเป็นกลุ่ม มีกติกาง่ายๆ ไม่ยุ่งยากซับซ้อน ไม่เน้นการแข่งขัน มีบทร้องบทเจรจาที่มักเป็นร้อยกรอง มีทำ นองหรือจังหวะประกอบกัน จึงสามารถช่วย ในการฝึกออกเสียง ความจำ และฝึกแต่งกลอน ท้ายที่สุด การเล่นจะสามารถกระตุ้น ให้เด็กเกิดการศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติมไปอีกด้วย การเล่นยังเป็นมรดกตกทอดลอกเลียนแบบต่อๆกันมาแต่โบราณ เป็นการ แสดงออกของวิถีชีวิต การพัฒนาสังคม ความสามัคคีกลมเกลียว และคุณค่า ทางวรรณศิลป์ซึ่งนับเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรม เนื่องจากการเล่นพื้นบ้านบางอย่าง ได้นำ มาเล่นในงานประเพณีช่วยให้งานสนุกสนานยิ่งขึ้น การเล่นจึงมีส่วนส่งเสริม ขนบธรรมเนียมประเพณีและนอกจากนั้น การเล่นของเด็กไทยบางอย่างยังเกิดจาก การเลียนแบบชีวิตจริงผสานกับความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการ การสังเกต สิ่งรอบตัว การเล่น จึงแตกต่างกันไปกลายเป็นเอกลักษณ์ของท้องถิ่น และสามารถ สะท้อนภาพของเด็กไทยในสมัยก่อน ความเป็นอยู่ของผู้ใหญ่ การทำ มาหากิน ของคนไทย ความเชื่อ ค่านิยมในแต่ละท้องถิ่นได้อย่างเป็นอย่างดี บทนำ�
10 การเล่นของเด็กไทย เล่ม ๒ การเล่นพื้นบ้านกับมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม “มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม” หมายความว่า ความรู้การแสดงออก การประพฤติปฏิบัติหรือทักษะ ทางวัฒนธรรมที่แสดงออกผ่านบุคคล เครื่องมือ หรือวัตถุซึ่งบุคคล กลุ่มบุคคล หรือชุมชนยอมรับและรู้สึกเป็นเจ้าของ ร่วมกันและมีการสืบทอดกันมาจากคนรุ่นหนึ่งไปยังคนอีกรุ่นหนึ่งโดยอาจมีการปรับเปลี่ยนเพื่อตอบสนองต่อสภาพแวดล้อม ของตน มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม จำแนกเป็น ๖ ลักษณะ ได้แก่ วรรณกรรมพื้นบ้านและภาษา ศิลปะการแสดง แนวปฏิบัติทางสังคม พิธีกรรม ประเพณีและเทศกาล ความรู้และการปฏิบัติเกี่ยวกับธรรมชาติและจักรวาล งานช่างฝีมือดั้งเดิม การเล่นพื้นบ้าน กีฬาพื้นบ้าน และศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัว * กาฟักไข่แนดข้ามส้าวตั้งเตแย้ลงรูเสือกินวัวและหมากหึ่ง ที่ปรากฏในหนังสือเล่ม ๒ นี้ได้ขึ้นบัญชีเป็นมรดก ภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติแล้ว เพื่อเป็นหลักฐานสำคัญของชาติและเป็นการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชน ให้เกิดความภาคภูมิใจในวัฒนธรรมของตน รวมทั้งเป็นการปกป้องคุ้มครองมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของท้องถิ่น และของชาติอันจะนำ ไปสู่การสร้างความรู้ความเข้าใจ เห็นคุณค่ายอมรับในความหลากหลายทางวัฒนธรรม และการอยู่ร่วมกันอย่างมีสันติสุขของคนในสังคมต่อไป ความสำคัญของการเล่น การเล่นเป็นการเรียนรู้ที่เพลิดเพลินและสนุกสนานอย่างหนึ่ง เพราะในขณะเล่น ผู้เล่น จะเกิดการค้นพบ ได้ใช้ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ เรียนรู้สร้างทักษะการแก้ปัญหาขณะเล่น ฝึกปฏิภาณ ไหวพริบ การใช้เชาวน์ปัญญา และฝึกใช้ประสาทสัมผัสต่างๆความว่องไวชั้นเชิงการใช้ภาษาและเปิดโอกาสให้มีอิสระที่จะทดลองด้วยตนเองให้มากที่สุด นอกจากนี้การเล่นยังช่วยบริหารร่างกายให้สมบูรณ์แข็งแรง ฝึกความสัมพันธ์ของกล้ามเนื้อส่วนต่างๆ ของร่ายกาย และในทางสังคม การเล่นยังส่งเสริมให้เกิดความสามัคคีรักหมู่คณะ ฝึกวินัยและการเคารพต่อกติกา ความอดทน ความซื่อสัตย์และความรับผิดชอบอีกด้วย การเล่นจึงเป็นหัวใจสำคัญสำ หรับการพัฒนาความสามารถในทุกๆ ด้าน ซึ่งช่วยให้สามารถดำ รงชีวิตอยู่ในสังคมได้ดีในอนาคต
การเล่นของเด็กไทย เล่ม ๒ 11 การเล่นพื้นบ้าน กีฬาพื้นบ้าน และศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัว หมายถึงกิจกรรมทางกายและการออกแรง เพื่อจุดมุ่งหมายที่แตกต่างกัน เช่น เพื่อความสนุกสนานเพลิดเพลิน เพื่อชัยชนะหรือเพื่อการป้องกันตัว มีรูปแบบ และวิธีการเล่นตามลักษณะเฉพาะของท้องถิ่น มีการปฏิบัติกันอยู่ใน ประเทศไทยและมีเอกลักษณ์สะท้อนวิถีไทย เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า กีฬาภูมิปัญญาไทย แบ่งออกเป็น ๔ ประเภท ดังนี้ การเล่นพื้นบ้าน หมายถึง กิจกรรมการเคลื่อนไหวทางกายที่ทำ ด้วยความสมัครใจ เพื่อความสนุกสนาน เพลิดเพลิน ไม่จริงจัง ไม่มุ่งเน้นการแข่งขันและไม่หวังผลแพ้ชนะ มีรูปแบบและวิธีการเล่นตามลักษณะเฉพาะของท้องถิ่น เกมพื้นบ้าน หมายถึง กิจกรรมการเคลื่อนไหวทางกายที่มีลักษณะของการแข่งขัน มีกฎกติกาง่ายๆ ที่ยอมรับ กันในหมู่ผู้เล่นตามลักษณะเฉพาะของท้องถิ่น เพื่อความสนุกสนานเพลิดเพลิน เกิดความรักและความสามัคคีในหมู่คณะ กีฬาพื้นบ้าน หมายถึงการแข่งขันทักษะทางกายที่ต้องใช้ความสามารถทางการเคลื่อนไหว ตามกฎกติกาที่เป็น ลักษณะเฉพาะของท้องถิ่น โดยมุ่งหวังผลแพ้ชนะ ศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัว หมายถึงวิธีการหรือรูปแบบการต่อสู้ที่ใช้ร่างกายหรืออุปกรณ์โดยได้รับการฝึกฝน ตามวัฒนธรรมที่ได้รับการถ่ายทอดกันมา
12 การเล่นของเด็กไทย เล่ม ๒
การเล่นของเด็กไทย เล่ม ๒ 13 การเล่นของเด็กไทย ภาคเหนือ การเล่นเป็นหนึ่งในความทรงจำ เริ่มฟื้นฟูจากงานประเพณี ใช้ความสนใจ ความรู้ที่มีมาทำ กิจกรรมภูมิปัญญาพื้นฐานมีความหลากหลาย
14 การเล่นของเด็กไทย เล่ม ๒ นิยมเล่นกันในแต่ละพื้นที่ ภาคกลาง เรียกว่า กาฟักไข่ ภาคเหนือ เรียกว่า แย่งไข่เต่า หรือซ่อนไข่เต่า ภาคตะวันออก เฉียงเหนือ เรียกว่า เต่าฟักไข่ ภาคใต้เรียกว่า จระเข้ฟาดหาง ยั่วกระทิง หรือกระทิง อุปกรณ์การเล่น ใช้วัสดุที่หาได้เช่น กาบมะพร้าว ก้อนหิน หรือจะใช้ กิ่งไม้เล็กๆ ยาวประมาณ ๑ คืบ แทนก็ได้เพื่อใช้สมมติเป็น ไข่กา คนละ ๑ อัน จำ นวนผู้เล่น ๕ - ๖ คนขึ้นไป เล่นได้ทั้งชายและหญิง วิธีการเล่น ๑. ผู้เล่นทั้งหมดเสี่ยงเพื่อหาตัวผู้เป็นกาหนึ่งคน จากนั้นให้นำวัตถุที่สมมติว่าเป็นไข่กาจำ นวนเท่ากับผู้เล่นทั้งหมด (ยกเว้นกา) มาวางกองรวมกันไว้ที่กลางวงกลม ผู้เป็นกาจะคอย เฝ้าไข่กาไว้มิให้ผู้เล่นคนหนึ่งคนใดมาแย่งเอาไปได้ กาฟักไข่ ได้รับการขึ้นบัญชีเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติ ประเภทการเล่นพื้นบ้าน พุทธศักราช ๒๕๕๖
การเล่นของเด็กไทย เล่ม ๒ 15 ๒. ผู้เล่นคนอื่นๆ จะอยู่รอบๆ วงกลม และหาโอกาส แย่งไข่กาออกจากวงกลม คนหนึ่งๆ จะหยิบไข่กากี่ฟองก็ได้แต่ต้อง ระวังอย่าให้ผู้เป็นกาถูกตัวได้ถ้ากาถูกตัวผู้ใดได้ผู้นั้นจะต้องทำ หน้าที่ เป็นกาแทน ส่วนผู้เป็นกาอยู่เดิมจะออกมาเป็นผู้แย่งบ้าง และไข่กา ที่สามารถแย่งออกมาได้นั้น ต้องนำกลับคืนมาเริ่มเล่นใหม่ ๓. ถ้าผู้เล่นสามารถแย่งไข่กาออกมาได้หมดต้องให้ผู้เล่น ส่วนหนึ่งช่วยกันปิดตาผู้เป็นกา อีกส่วนหนึ่งนำ ไข่กาไปซ่อนภายใน ขอบเขตบริเวณที่กำ หนดไว้เมื่อซ่อนเสร็จจึงเปิดตาผู้เป็นกาเพื่อให้ ออกหาไข่กา ขณะที่ผู้เป็นกาออกหาไข่กานั้น ผู้เล่นคนอื่นๆ จะต้อง เดินตามผู้เป็นกามาด้วยเพื่อหยอกล้อผู้เป็นกา แต่ต้องระวัง เพราะถ้าผู้เป็นกาหาไข่กาพบ ผู้เล่นคนนั้นจะต้องเป็นกาแทน และเริ่มเล่นใหม่ต่อไป ๔. ผู้เล่นคนใดเป็นกามากครั้งที่สุดจะถือว่าเป็นผู้แพ้ ผู้เล่นคนใดเป็นกาน้อยครั้งที่สุด หรือไม่เคยเป็นเป็นกาเลยจะถือว่า เป็นผู้ชนะ
16 การเล่นของเด็กไทย เล่ม ๒ คุณค่าของการเล่น ๑. ด้านร่างกาย เด็กๆ ได้ออกกำลังกาย ฝึกความว่องไวของแขนขา และตา ๒. ด้านจิตใจฝึกสมาธิเนื่องจากเด็กที่เป็นกาจะต้องมีใจจดจ่อคอยดูว่า ผู้เล่นคนใดจะแย่งไข่ ฝ่ายที่แย่งไข่ก็ต้องมีสมาธิรอจังหวะดีๆ ในการจะเข้าไป แย่งไข่ออกมา ๓. ด้านอารมณ์ทำ ให้เด็กมีความสนุกสนานเพลิดเพลิน คลายเครียด ๔. ด้านสติปัญญาการละเล่นกาฟักไข่ทำ ให้เด็กได้ใช้ไหวพริบในการ ขยับแขนและขาเพื่อป้องกันไข่และฝ่ายที่แย่งไข่ก็ต้องคิดว่าจะหลอกล่อผู้ที่เป็น กาอย่างไร เพื่อให้แย่งไข่ออกมาได้
การเล่นของเด็กไทย เล่ม ๒ 17
18 การเล่นของเด็กไทย เล่ม ๒ จิกระด้าง นิยมเล่นกันในจังหวัดต่างๆ ของภาคเหนือสมัยก่อน เช่น เชียงราย แพร่ถ้าภาคกลาง เรียกว่า แปะแข็ง อุปกรณ์การเล่น ไม่มีอุปกรณ์ จำ นวนผู้เล่น ๕ คนขึ้นไป ไม่จำกัดจำ นวนผู้เล่น วิธีการเล่น ๑. กำ หนดพื้นที่การเล่นจิกระด้าง ว่ามีปริมาณขนาดใด แจ้งให้ผู้เล่นรับรู้ร่วมกัน ๒. ผู้เล่นทั้งหมดโอวาน้อยออก คนไหนเหลือเป็นคนสุดท้ายจะต้องเป็นจิ(แตะ) ๓. ผู้เป็นคนจิ(แตะ) เริ่มนับ ๑ - ๑๐ แล้วพูดคำว่า “เริ่ม” แล้วให้ทุกคนวิ่งหนีแต่อยู่ในเขตจำกัดพื้นที่ตามความเหมาะสม เมื่อจิ(แตะ) ถูกใครคนนั้นต้องกระด้าง (นิ่ง) อยู่ในท่าที่ถูกจิส่วนคนที่ยังไม่โดน ก็สามารถมาจิช่วยเพื่อกลับคืนสภาพเดิมได้
การเล่นของเด็กไทย เล่ม ๒ 19
20 การเล่นของเด็กไทย เล่ม ๒ คุณค่าของการเล่น ๑. ด้านร่างกาย ฝึกให้ร่างกายแข็งแรง การทรงตัว ๒. ด้านจิตใจ เป็นการฝึกสมาธิสนุกสนาน พัฒนาจิตใจ ๓. ด้านสังคม รักสามัคคีและรู้จักยอมรับในกฎกติกาการเล่น
การเล่นของเด็กไทย เล่ม ๒ 21
22 การเล่นของเด็กไทย เล่ม ๒ แนดข้ามส้าว กีฬาแนดข้ามส้าวเป็นการเล่นของชายหนุ่มหญิงสาวชาวเหนือสมัยก่อน แหล่งที่เล่นกันมากคือในท้องที่จังหวัด ลำ ปาง เล่นกันในช่วงก่อนถึงเทศกาลตรุษสงกรานต์นิยมเล่นในเวลากลางคืน เดือนหงาย คำว่าแนด หมายถึง การเล่น ไล่จับของเด็กในภาคเหนือส่วนคำว่าส้าว หมายถึง ไม้ไผ่ หรือท่อนไม้ยาวๆแนดข้ามส้าวจึงหมายถึงการเล่นไล่จับรอบๆ ไม้ไผ่ หรือท่อนไม้ยาวๆ นั่นเอง อุปกรณ์การเล่น ไม้ไผ่ หรือไม้รวกขนาดโตเท่ากำ มือ ยาวประมาณ ๓ - ๔ วา ๑ ลำ เรียกตามภาษพื้นบ้านว่า ส้าว หรือไม้ส้าว จำ นวนผู้เล่น ไม่จำกัดจำ นวนผู้เล่น วิธีการเล่น ๑. ผู้เล่นทั้งหมดทำการเสี่ยงทายเพื่อเป็นตัวแนด ๑ คน ๒. ให้ผู้เล่นที่เป็นตัวแนดยืนอยู่ที่หัวไม้ส้าวด้านหนึ่ง ส่วนผู้เล่นคนอื่นๆ ยืนอยู่ที่หัวไม้ส้าว อีกด้านหนึ่ง ๓. เริ่มเล่นโดยให้ผู้เล่นที่เป็นตัวแนดวิ่งไล่แตะผู้อื่น ไปรอบๆ ส้าว และผู้เล่นคนอื่นๆ ต้องวิ่งหนีตัวแนด ไปรอบๆ ไม้ส้าวเช่นกัน ผู้เล่นคนอื่นๆ สามารถหยุดพักการหนีได้โดยการเหยียบไม้ส้าวไว้และตัวแนดจะแตะตัวผู้เล่น ที่เหยียบส้าวไว้ไม่ได้ ๔. ผู้เล่นคนใดถูกตัวแนดไล่แตะได้จะต้องเป็นตัวแนดแทน ส่วนผู้เล่นที่เป็นตัวแนดอยู่ก่อนก็จะกลับกลาย เป็นฝ่ายหนี ๕. ผู้เล่นคนใดเป็นตัวแนดมากครั้งที่สุดในการเล่นครั้งนั้นๆ จะถือว่าเป็นผู้แพ้ ได้รับการขึ้นบัญชีเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติ ประเภทการเล่นพื้นบ้าน พุทธศักราช ๒๕๕๗
การเล่นของเด็กไทย เล่ม ๒ 23
24 การเล่นของเด็กไทย เล่ม ๒ คุณค่าของการเล่น ๑. ด้านร่างกาย มีความคล่องตัวทำ ให้ผู้เล่นมีความแข็งแรง ความแคล่วคล่องว่องไว ความเร็ว ความอดทน กำลัง และความสัมพันธ์ระหว่างระบบประสาทกับระบบกล้ามเนื้อได้เป็นอย่างดีหากมีการวิ่งไล่กันต่อเนื่องเป็นเวลา นานๆ ก็จะส่งเสริมให้เกิดความทนทานของระบบหายใจและระบบไหลเวียนโลหิต ๒. ด้านจิตใจส่งเสริมให้ผู้เล่นมีความร่าเริงแจ่มใสความเชื่อมั่นในตนเองความกล้าความอดทน ความมุมานะ และเกิดกำลังใจที่ดี ๓. ด้านอารมณ์จากลักษณะการเล่นที่กล่าวมาแล้วย่อมทำ ให้การเล่นมีความตื่นเต้น และอาจมีอารมณ์ต่างๆ เกิดขึ้นกับผู้เล่นได้แต่ก็ต้องระงับยับยั้ง และรู้จักเก็บอารมณ์และความรู้สึกต่างๆ ไว้เพราะเป็นการเล่นร่วมกับคนอื่นๆ หลายคน อีกทั้งยังมีกฎกติกาควบคุมอยู่ นอกจากนี้ในเกมการเล่นผู้เล่นยังสามารถเกิดความพึงพอใจจากการเล่น และคลายอารมณ์เครียดไปกับสภาพการณ์เล่นที่มีความสนุกสนานได้ด้วย ๔. ด้านสติปัญญา ส่งเสริมให้ผู้เล่นรู้จักตัดสินใจฉับไวขึ้น ใช้ความคิดอย่างรวดเร็ว และรู้จักแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ๕. ด้านสังคม ผู้เล่นเคารพกฎกติกาที่ร่วมกันกำ หนดขึ้น ซื่อสัตย์ยุติธรรม และเคารพในสิทธิของคนไล่ และคนหนีคนอื่นๆ นอกจากนี้สภาพการเล่นร่วมกันหลายๆ คน จะช่วยส่งเสริมให้เกิดความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล และความมีนํ้าใจนักกีฬาด้วย
การเล่นของเด็กไทย เล่ม ๒ 25
26 การเล่นของเด็กไทย เล่ม ๒ บะข่างโว่สำ เนียงท้องถิ่นออกเสียงว่า บะข่างโหว้เป็นบะข่าง (ลูกข่าง) เป็นของเล่นพื้นบ้านภาคเหนือชนิดหนึ่ง ที่ประดิษฐ์ขึ้นมาด้วยวัสดุตามธรรมชาติและภูมิปัญญาของบรรพบุรุษที่ผู้ใหญ่และผู้สูงวัยเล่นให้เด็กดู โดยบะข่าง แล้วทำ ให้เกิดเสียงดังในขณะที่บะข่างหมุน ด้วยแรงดันของลมที่วิ่งผ่านช่องว่างของกระบอกไม้ไผ่ (ที่เจาะเป็นรูเฉียง) เมื่อกระบอกไม้ไผ่หมุน แรงดันลมจะทำ ให้เกิดเสียง โว่...โว่... บะข่างโว่
การเล่นของเด็กไทย เล่ม ๒ 27 อุปกรณ์การเล่น ๑. ตัวบะข่าง มีทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ ๒. ไม้ที่เจาะรูและใช้เป็นด้ามจับ ๓. เชือก จำ นวนผู้เล่น ไม่จำกัดจำ นวนผู้เล่น วิธีการเล่น อุปกรณ์หลักที่ใช้ในการเล่นบะข่างโว่มี๓ อย่าง คือ บะข่างโว่ ไม้ดันเชือก หรือไม้ชักคือไม้ที่เจาะรูสำ หรับร้อยเชือกและใช้เป็นด้ามจับเชือก เริ่มพันเชือกจากด้านล่างเดือยขึ้นด้านบนเดือยโดยใช้นิ้วมือ ข้างหนึ่งกดปลายเชือกไว้แล้วใช้มืออีกข้างหนึ่งจับเชือกอีกด้าน หมุนเชือก พันเดือยจากด้านล่างขึ้นด้านบน เมื่อเชือกใกล้เต็มเดือยก็ให้รูดเชือกลงมา เรียงเชือกให้เป็นระเบียบ แล้วให้เหลือปลายเชือกไว้ไม่น้อยกว่า ๑คืบ เพื่อใช้ชัก (สำ หรับการพันเชือกที่เดือยของบะข่างโว่นั้น จะพันเชือกตามเข็มนาฬิกา ในกรณีที่คว้านช่องรับลมไว้ด้านซ้ายมือ และจะพันเชือกทวนเข็มนาฬิกา ในกรณีที่คว้านช่องรับลมไว้ด้านขวามือ) หลังจากนั้นนำ เชือกมาร้อยผ่านรูไม้ ดันเชือก โดยร้อยเชือกผ่านรูเข้าหาตัวคนเล่น
28 การเล่นของเด็กไทย เล่ม ๒ ใช้มือข้างหนึ่งจับไม้ดันเชือกไว้พร้อมกับใช้นิ้วชี้ประคองให้บะข่างโว่ให้ตั้งตรง มืออีกข้างหนึ่งม้วนปลายเชือก ล็อคเข้ากับนิ้วมือ แล้วตั้งบะข่างโว่บนพื้น หรือให้สูงจากพื้นเล็กน้อย ทั้งนี้ไม่ควรยกบะข่างโว่ ให้สูงจากพื้นเกินกว่า ๑ คืบ แล้วดึงเชือกผ่านรูของไม้ดันเชือกออกไปอย่างรวดเร็ว ในอดีตการแข่งขันบะข่างโว่นั้นมีหลากหลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับการตกลงกันของกลุ่มผู้เล่น ดังนี้ ๑. การแข่งขันทีละ ๑ ลูกเพื่อฟังเสียงของบะข่างโว่ตัดสินแพ้ชนะโดยให้กรรมการฟังเสียง บะข่างโว่แต่ละลูก โดยอาจใช้กติกาเสียงดังกว่าชนะ หรือเสียงดังนานชนะ ขึ้นอยู่กับการตกลงกันในตอนต้น ๒. การแข่งขันพร้อมกันหลายๆลูกโดยการขีดเส้นวงกลมลงบนพื้น ตัดสินแพ้ชนะโดยการดูว่า บะข่างโว่ลูกใด หมุนได้นานที่สุดและหมุนอยู่ในพื้นที่วงกลม บะข่างโว่ลูกใดหมุนออกนอกวงกลมถือว่าแพ้บะข่างโว่ลูกใดหมุนได้ไม่นาน ล้มก่อนถือว่าแพ้
การเล่นของเด็กไทย เล่ม ๒ 29 คุณค่าของการเล่น ๑. ด้านร่างกาย บริหารกล้ามเนื้อส่วนต่างๆ ของร่างกาย คือผู้เล่นต้องใช้มือ ข้อมือ นิ้วมือในการจับ การพันเชือก การใช้มือ และสายตาใช้การชักบะข่างโว่ให้หมุน ๒. ด้านอารมณ์ บริหารอารมณ์การเล่นบะข่างโว่ทำ ให้มี ความสนุกสนาน ตื่นเต้น ฝึกความมีนํ้าใจนักกีฬารู้แพ้รู้ชนะและเคารพ กติการ่วมกัน ๓. ด้านสติปัญญา บริหารสมอง ผู้ทำต้องคิดวิเคราะห์การทำ ทุกขั้นตอน ผู้เล่นต้องหาเทคนิคและวิธีการที่จะทำ ให้บะข่างโว่หมุน ได้นิ่ง นานและเกิดเสียงดัง
30 การเล่นของเด็กไทย เล่ม ๒
การเล่นของเด็กไทย เล่ม ๒ 31 การเล่นของเด็กไทย ภาคกลาง การเล่นที่ทรงคุณค่า ไม่ด้อยไปกว่ากีฬาสากลชนิดอื่นๆ อีกทั้งยังมีคุณค่าของการบำ รุงรักษา ศิลปวัฒนธรรม และอารยธรรมประจำ ชาติไทย
32 การเล่นของเด็กไทย เล่ม ๒ ตั้งเต กีฬาพื้นเมืองที่มีการเล่นกันมานานในจังหวัดปทุมธานีและจังหวัดอื่นๆในภาคกลาง มีข้อสันนิษฐานแตกต่าง กันออกเป็น ๒ แนวทาง คือ แนวทางหนึ่งน่าจะเป็นกีฬาพื้นเมืองที่มีพื้นฐานการเล่นบางส่วนมาจากการเล่นของชนชาติ มอญ ส่วนอีกแนวทางหนึ่งสันนิษฐานว่าจะเลียนแบบการเล่นมาจากการเล่นตาเขย่ง อุปกรณ์การเล่น ก้อนหิน หรือกระเบื้อง ที่มีลักษณะแบน ขอบมน จำ นวนผู้เล่น ๒ คนขึ้นไป ไม่จำกัดจำ นวนผู้เล่น ได้รับการขึ้นบัญชีเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติ ประเภทการเล่นพื้นบ้าน พุทธศักราช ๒๕๕๘
การเล่นของเด็กไทย เล่ม ๒ 33
34 การเล่นของเด็กไทย เล่ม ๒ วิธีการเล่น ๑. ขีดช่องสำ หรับกระโดดเป็น ๖ ช่องขนาดโตพอที่จะกระโดดเข้าไปยืนได้แล้วแบ่งครึ่งช่องที่ ๓ ที่ ๕ สำ หรับ ที่พัก และกลับหลังหัน จึงมีช่องทั้งหมด ๘ ช่อง แล้วเขียนหัวกะโหลกเล็กๆ ในช่องบนสุด ๒. ผู้เล่นโยนเบี้ยให้เข้าไปในหัวกะโหลก ถ้าใครโยนเบี้ยเข้าหัวกะโหลกที่เล็กๆ นั้น ก็จะได้เล่นก่อน ๓. ผู้เล่นโยนเบี้ยลงช่องที่ ๑ แล้วกระโดดขาเดียวข้ามช่องที่ ๑ เข้าไปยังช่องที่ ๒ แล้วกระโดด ๒ ขา เข้าไปในช่องที่ ๓ และ ๔ ให้เท้าข้างหนึ่งอยู่ช่องที่ ๓ อีกข้างหนึ่งอยู่ที่ช่องที่ ๔ จากนั้นกระโดดขาเดียว ต่อไปยังช่อง ที่ ๕ และ ๒ ขา ที่ช่องที่ ๖ และ ๗ ตามลำดับ กระโดดตัวกลับหันหน้ากลับมาทางเดิม กระโดดขาเดียวมายังช่องที่ ๕ สองขาที่ช่องที่ ๓ และ ๔ ขาเดียวที่ช่องที่ ๒ และช่องที่ ๑ พร้อมกับก้มลงเก็บเบี้ยที่ช่องที่ ๑ จากนั้นก็กระโดดออกมา ๔. ถ้าเกิดเล่นช่องที่ ๑ แล้วก็เล่นช่องที่ ๒ โดยโยนเบี้ยให้อยู่ในช่องที่ ๒ แล้วกระโดดขาเดียวไปยังช่องที่ ๑ ข้ามช่องที่ ๒ ไปยืน ๒ ขาที่ช่องที่ ๓ และ ๔ กระโดดไปยืนขาเดียวที่ช่องที่ ๕ และ ๒ ขา ที่ช่องที่ ๖ และ ๗ แล้วหันตัว กลับทำอย่างเดียวกับตาแรกคือต้องกระโดดกลับมาเก็บเบี้ยแล้วจึงกระโดดออกไป ถ้าเกิดเล่นถึงช่องหัวกะโหลกบนสุด ให้กระโดดกลับตัวในช่องที่ ๖ และ ๗ แล้วก้มลงใช้มือลอดระหว่างขา เก็บเบี้ยในช่องกระโหลก เมื่อเก็บได้จึงกระโดด ออกมาอย่างเดิม หากว่าเล่นทุกช่องหมดแล้วจะได้บ้าน ๑ หลังจึงขีดกากบาทไว้กลางช่องต่อไป ใครจะเหยียบบ้านนี้ไม่ได้ คุณค่าของการเล่น ๑. ด้านร่างกาย ช่วยให้ขาแข็งแรง ช่วยในการกะระยะ ช่วยในการใช้สายตาและช่วยในการทรงตัว ๒. ด้านสติปัญญา ต้องกำ หนดท่าทาง คำ นวณแรงในการโยนเพื่อให้เกิดความแม่นยำ ๓. ด้านสังคม ส่งเสริมการมีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อน ยอมรับความสามารถซึ่งกันและกัน ทำ ให้รู้จักการรอคอย และเคารพกฎกติกา
การเล่นของเด็กไทย เล่ม ๒ 35
36 การเล่นของเด็กไทย เล่ม ๒ แย้ลงรู แย้ลงรูเป็นการละเล่นที่มีที่มาจากการที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์มีแย้เป็นจำ นวนมาก ทั้งยังมีการอนุรักษ์แย้ด้วยซึ่งมันเป็นสัตว์ฉลาดสร้างรูสำ หรับพักอาศัยและหลบภัย แต่ก็ไม่พ้น การสังเกตของมนุษย์จากลักษณะดังกล่าว จึงมีการประยุกต์ดัดแปลงเป็นการละเล่นแย้ลงรู ซึ่งนิยมเล่นในแถบภาคกลาง อุปกรณ์การเล่น ๑. ผ้าขาวผ้า หรือเชือก ๓ เส้น ขนาดยาวประมาณ ๕ เมตร ๒. ทำผ้าขาวม้า หรือเชือกเป็น ๓ เส้น ออกจากจุดกึ่งกลางเดียวกัน โดยให้รัศมี หรือระยะห่างระหว่างเส้นพอๆ กัน ขีดวงกลมไว้ที่พื้น ๓ วง ไว้ทั้ง ๓ ด้าน ๓. สถานที่และสนามเล่น สถานที่เป็นพื้นโล่งราบเรียบ ได้รับการขึ้นบัญชีเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติ ประเภทกีฬาพื้นบ้าน พุทธศักราช ๒๕๕๔
การเล่นของเด็กไทย เล่ม ๒ 37
38 การเล่นของเด็กไทย เล่ม ๒
การเล่นของเด็กไทย เล่ม ๒ 39 จำ นวนผู้เล่น เพศชาย ผู้เล่น ๓ คน และ ผู้ตัดสิน ๑ คน วิธีการเล่น ๑. กำ หนดผู้เล่นฝ่ายละคนรวม๓คนยืนหันหลัง ให้กันเป็น ๓ แฉก ตามแนวเส้นใช้ผู้ขาวม้า หรือเชือก ผูกเอวผู้เล่นคนละเส้น นำ ปลายผ้าขาวม้า หรือเชือก ทั้ง ๓ เส้นมาผูกรวมกันให้แน่นไว้ที่จุดกึ่งกลาง ให้ความยาว ของผ้าขาวม้า หรือเชือกจากจุดกึ่งกลางไปยังผู้เล่น ทั้ง ๓ คนเท่ากัน ผู้ตัดสิน ยืนเหยียบจุดรวมของผ้าขาวม้า หรือเชือกทั้ง ๓ เส้น ไว้ที่จุดกึ่งกลางสนาม ผู้เล่นแต่ละคน ยืนดึงเชือก ดึงหันหน้าไปทางวงกลมสีขาว ๒. เมื่อได้สัญญาณเริ่มเล่น ให้ผู้เล่นแต่ละคน ออกแรงเดินไปวงสีขาวของตนไว้ให้ได้เร็วที่สุด (ผู้ตัดสิน จะปล่อยผ้าขาวม้า หรือเชือกจากที่เหยียบไว้) ๓. ผู้เล่นคนใดถึงวงกลมสีขาวก่อนจะเป็น ผู้ชนะ คนที่ถึงวงกลมต่อมาจะเป็นผู้ชนะอันดับ ๒ ตามลำดับ คุณค่าของการเล่น ๑. ด้านร่างกายได้ออกกำลังกายได้พละกำลัง ๒. ด้านอารมณ์ สามารถควบคุมอารมณ์ ของตนเองได้ในขณะเล่น รู้จักนํ้าใจนักกีฬารู้แพ้รู้ชนะ และรู้จักการให้อภัย ๓. ด้านสติปัญญาผู้เล่นได้ฝึกไหวพริบปฏิภาณ และมีความตื่นตัวต่อเสียงสัญญาณให้เริ่มและหยุด ๔. ด้านสังคม ได้เข้ารวมกลุ่มกับเพื่อนๆ ทำ ให้ รู้จักการอยู่ร่วมกันและเล่นกันเป็นหมู่คณะ
40 การเล่นของเด็กไทย เล่ม ๒ กีฬาพื้นเมืองของภาคกลางที่เล่น กันโดยทั่วไปแทบทุกจังหวัดของภาคกลางในสมัย โบราณเช่น กรุงเทพฯ ธนบุรีประจวบคีรีขันธ์ พระนครศรีอยุธยาและตราดเป็นต้น เล่นกันที่ลาน กลางแจ้ง อุปกรณ์การเล่น ไม่มีอุปกรณ์ จำ นวนผู้เล่น ประมาณ ๑๒ คน หรือ มากกว่าก็ได้ วิธีการเล่น ๑. ให้เลือกผู้เล่นเป็นเสือหนึ่งคน เป็นวัว หนึ่งคน คนที่เหลือทั้งหมดจับมือกันล้อมเป็นคอก ๒. ให้วัวอยู่ในคอก ให้เสืออยู่นอกคอก เสือต้องพยายามหาทางเข้าไปในคอกเพื่อกินวัว คนอื่นๆ ที่ยืนจับมือล้อมคอกต้องพยายามกันไม่ให้ เสือเข้าไปในคอกจะขยับมือขึ้นลงอย่างไรก็ได้ถ้าเสือ เข้าไปคนที่เป็นคอกก็จะเปิดทางให้วัวออก และรีบ ปิดคอกทันทีเพื่อให้เสือติดอยู่ในคอกไม่สามารถไล่ ตามวัวได้เสือจะต้องพยายามออกจากคอกจะใช้วิธี ลอดใต้ศอก หรือกระโดดให้พ้นคอกก็ได้ เสือกินวัว ได้รับการขึ้นบัญชีเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติ ประเภทการเล่นพื้นบ้าน พุทธศักราช ๒๕๕๕
การเล่นของเด็กไทย เล่ม ๒ 41
42 การเล่นของเด็กไทย เล่ม ๒ ๓. ถ้าหากเสือไล่ทันแตะวัวได้เรียกว่าเสือกินวัวได้แล้ว ก็ต้องเปลี่ยนตัวเสือและวัว แล้วเริ่มเล่นกันใหม่ ๔. ถ้าเล่นกันนานเกินไป เสือยังกินวัวไม่ได้ส่วนใหญ่จะเปลี่ยนทั้งวัวและเสือ เพราะถ้าเปลี่ยนเฉพาะเสือ วัวก็จะเสียเปรียบแต่ทั้งนี้ก็แล้วแต่จะตกลงกันไม่ผิดกติกาแต่ประการใด คุณค่าของการเล่น ๑. ด้านร่างกาย ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรง พลัง ความเร็ว ความแคล่วคล่องว่องไว และความอ่อนตัว ๒. ด้านจิตใจ ช่วยฝึกจิตใจให้มีความกล้าในการแสดงออก มีจิตใจเข้มแข็ง เชื่อมั่นในตัวเอง มีความมานะ พยายาม ๓. ด้านอารมณ์ช่วยปรับอารมณ์ได้ถูกต้องเหมาะสม รู้จักควบคุมอารมณ์และแสดงออกอารมณ์ได้อย่าง เหมาะสม ๔. ด้านสติปัญญา ช่วยฝึกการใช้ความคิด การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า และการตัดสินใจอย่างเหมาะสม ๕. ด้านสังคม ช่วยส่งเสริมการทำ งานร่วมกัน การร่วมแรงร่วมใจกัน ฝึกการปฏิบัติหน้าที่ของตนในการเล่น ปลูกฝังความรับผิดชอบต่อตัวเองและส่วนรวม ฝึกการให้อภัยต่อกัน รู้จักการปฏิบัติตามกติกา เคารพและยอมรับ ในความสามารถของผู้อื่น และรู้จักการปฏิบัติตนในฐานะผู้นำและผู้ตามที่ดี ๖. ด้านวัฒนธรรม ช่วยให้เกิดความเข้าใจและเรียนรู้เกี่ยวกับวิถีชีวิตของชาวชนบท การดูแลป้องกันวัวคุณค่า ของคอก และอันตรายจากเสือเป็นต้น
การเล่นของเด็กไทย เล่ม ๒ 43
44 การเล่นของเด็กไทย เล่ม ๒ ลิงชิงหลัก เป็นการเล่นที่ต้องใช้ความคล่องแคล่วในการวิ่งเปลี่ยนหลักแข่งขันกันระหว่างผู้เล่นที่เป็นลิงและผู้เล่นที่เปลี่ยน หลัก โดยมากนิยมเล่นกันในเด็กเล็กมากกว่าเด็กโต เด็กๆ จะเล่นกัน ใต้ถุนบ้าน ใต้ถุนโรงเรียน หรือบริเวณที่มีเสาหรือ หลักหลายๆ ต้น อุปกรณ์การเล่น หลักหรือเสา โดยเอาจำ นวนผู้เล่นลบออกด้วยหนึ่งจะเป็นจำ นวนของเสาหรือหลัก จำ นวนผู้เล่น แล้วแต่ตกลงกัน อย่างน้อย ๔ คนขึ้นไป วิธีการเล่น เลือกผู้เล่นให้ออกมาเป็นลิง ๑ คนหรือ ๒ คน แล้วแต่จำ นวนของผู้เล่น ให้ผู้เล่นทุกคนที่ไม่ได้เป็นลิงยืนเกาะ อยู่กับหลักของตนเอง ให้ลิงอยู่ตรงกลางระหว่างหลัก และพูดว่า “ใครไม่เปลี่ยนเป็น” โดยผู้เล่นทุกคนจะต้องพยายาม ที่จะเปลี่ยนหลักหรือเสากัน แล้วผู้เล่นที่เป็นลิงจะต้องคอยแย่งหลักให้ได้ถ้าลิงแย่งเกาะหลักไม่ได้จะต้องใช้ความว่องไว และการสังเกตมากขึ้น เพื่อที่จะแย่งหลักให้ได้แต่ถ้าลิงแย่งหลักได้ผู้ที่ไม่มีหลักจะกลายมาเป็นลิงแทน
การเล่นของเด็กไทย เล่ม ๒ 45 คุณค่าของการเล่น ๑. ด้านร่างกาย ได้ออกกำลังกาย โดยเฉพาะส่วนขา เพราะการเล่นนี้จะต้องมีการวิ่ง เพื่อเปลี่ยนหลัก ๒. ด้านจิตใจ ฝึกสมาธิ ๓. ด้านอารมณ์ได้ผ่อนคลาย ได้ฝึกการอยู่ร่วมกันกับผู้อื่น ๔. ด้านสติปัญญาฝึกไหวพริบการตัดสินใจและการช่างสังเกตว่าคนไหนจะเปลี่ยนหลักเราควรจะวิ่งไปหลักใด
46 การเล่นของเด็กไทย เล่ม ๒
การเล่นของเด็กไทย เล่ม ๒ 47
48 การเล่นของเด็กไทย เล่ม ๒
การเล่นของเด็กไทย เล่ม ๒ 49 การเล่นของเด็กไทย ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ การเล่นส่วนใหญ่ก็จะเกี่ยวข้องกับอาชีพของพ่อแม่ อุปกรณ์ต่างๆ ก็จะหาได้จากธรรมชาติรอบๆ ตัว การใช้คำ ศัพท์ที่เป็นภาษาอีสานดั้งเดิม นับว่าเป็นเสน่ห์ทางภาษาอีกรูปแบบหนึ่ง