เอกสารประกอบการประชุม หารือและแลกเปลี่ยนความเห็น ของคณะกรรมาธิการการบริหารราชการแผ่นดิน วุฒิสภา ร่วมกับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ผู้บริหารกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง วันจันทร์ที่ ๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๖ เวลา ๑๐.๐๐ นาฬิกา ณ ห้องประชุม MDES1 ชั้น ๙ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ฝ่ายเลขานุการคณะกรรมาธิการ ส านักกรรมาธิการ ๒ ส านักงานเลขาธิการวุฒิสภา
ก ำหนดกำรเดินทำง ของคณะกรรมำธิกำรกำรบริหำรรำชกำรแผ่นดิน วุฒิสภำ ไปประชุมร่วมกับผู้บริหำรของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในวันจันทร์ที่ ๖ พฤศจิกำยน ๒๕๖๖ ณ ห้องประชุม MDES 1 ชั้น ๙ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เวลา ๐๙.๑๐ นาฬิกา - คณะเดินทางพร้อมกัน ณ อาคารรัฐสภา (สว.) เวลา ๐๙.๑๕ นาฬิกา - ออกเดินทางไปยังกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (อาคารรัฐประศาสนภักดี ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ ๘๐ พรรษา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๐ (อาคารบี) ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่กรุงเทพฯ) (ระยะทาง ๑๘ กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ ๓๐ นาที) โดยรถตู้ปรับอากาศของส านักงานเลขาธิการวุฒิสภา เวลา ๐๙.๔๕ นาฬิกา - เดินทางถึงกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เวลา ๑๐.๐๐ - ๑๒.๐๐ นาฬิกา - ประชุมหารือและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นร่วมกับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ผู้บริหารกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ณ ห้องประชุม MDES 1 ชั้น ๙ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในประเด็นดังต่อไปนี้ ๑) แนวทางการขับเคลื่อนรัฐบาลดิจิทัล ๒) แนวทางการพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐด้วยระบบดิจิทัล ๓) แพลตฟอร์มกลางภาครัฐ “One Country One Platform” เวลา ๑๒.๐๐ นาฬิกา - รับประทานอาหารกลางวัน ณ ห้องประชุม MDES 1 ชั้น ๙ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เวลา ๑๒.๔๕ นาฬิกา - ออกเดินทางกลับอาคารรัฐสภา เวลา ๑๓.๑๕ นาฬิกา - เดินทางถึงอาคารรัฐสภา โดยสวัสดิภาพ หมำยเหตุ ก าหนดการอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม ฝ่ายเลขานุการคณะกรรมาธิการการบริหารราชการแผ่นดิน โทรศัพท์ ๐ ๒๘๓๑ ๙๑๘๑ นางสาวปนัสยา บุษบา (เลขานุการคณะเดินทาง) โทรศัพท์ ๐๖ ๕๔๙๑ ๕๓๙๔
รายนามคณะเดินทาง ของคณะกรรมาธิการการบริหารราชการแผ่นดิน วุฒิสภา วันจันทร์ที่ ๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๖ ณ ห้องประชุม MDES 1 ชั้น ๙ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม **************************** ๑. พลเอก อกนิษฐ์ หมื่นสวัสดิ์ ประธานคณะกรรมาธิการ ๒. พลเอก ชูศักดิ์ เมฆสุวรรณ์ รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่หนึ่ง ๓. ว่าที่ร้อยตรี เชิดศักดิ์ จ าปาเทศ กรรมาธิการ ๔. นายเชิดศักดิ์ สันติวรวุฒิ กรรมาธิการ ๕. รองศาสตราจารย์ประเสริฐ ปิ่นปฐมรัฐ กรรมาธิการ ๖. นางรัตนจันทร์ ศีลสัมฤทธิ์ ที่ปรึกษาประจ าคณะกรรมาธิการ ๗. นางสาวสรญา โสภาเจริญวงศ์ ผู้บังคับบัญชากลุ่มงานฯ ๘. นางสาวปนัสยา บุษบา เลขานุการคณะเดินทาง ๙. นางสาวระวีวรรณ ศรประทุม ผู้ช่วยเลขานุการคณะเดินทาง ๑๐. นางสาวมลิ ปลื้มเนตร ผู้ช่วยเลขานุการคณะเดินทาง ****************** หมายเหตุรายชื่ออาจมีการเปลี่ยนแปลง ข้อมูล ณ วันที่ ๓๐ ตุลาคม ๒๕๖๖
การประชุมหารือแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ระหว่าง คณะกรรมาธิการการบริหารราชการแผ่นดิน วุฒิสภา กับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ผู้บริหารกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง วันจันทร์ที่ ๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๖ เวลา ๑๐.๐๐ - ๑๓.๐๐ น. ณ ห้องประชุม MDES1 ชั้น ๙ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ผู้บริหารที่เข้าร่วมประชุม กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ๑. นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ๒. นายสุทธิเกียรติวีระกิจพานิช ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ๓. นายวัลลภ รุจิรากร เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ๔. นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงฯ ๕. นางสาวสุกันยาณี ยะวิญชาญ ผู้ตรวจราชการกระทรวงฯ ๖. นางสาวชมภารี ชมภูรัตน์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงฯ ๗. นางอำไพ จิตรแจ่มใส ผู้ช่วยปลัดกระทรวงฯ ๘. นางสาวพิยะดา สุดกังวาล รักษาการในตำแหน่งที่ปรึกษาด้านการสื่อสาร กรมอุตุนิยมวิทยา ๙. นางสาวกรรวี สิทธิชีวภาค อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา สำนักงานสถิติแห่งชาติ ๑๐. นางปิยนุช วุฒิสอน ผู้อำนวยการสำนักงานสถิติแห่งชาติ ๑๑. นางสาวกฤษณา จิรวัฒน์สถิตย์ รองผู้อำนวยการสำนักงานสถิติแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ๑๒. นายภุชพงค์ โนดไธสง เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ๑๓. นายธีรวุฒิ ธงภักดิ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) ๑๔. ผศ. พันเอกสรรพชัยย์ หุวะนันทน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) ๑๕. นายสุรเชษฐ์ ศรีพลกรัง รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานกลยุทธ์ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ๑๖. นางสาววราภรณ์ ข้องเกี่ยวพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานกลยุทธ์และการขับเคลื่อนองค์กร ๑๗. นายอนุชิต ชื่นชมภู รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ด้านนโยบายและปฏิบัติการดิจิทัล สายงานธุรกิจบริการดิจิทัล ณ ๒ พ.ย. ๖๖
สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล ๑๘. ดร. ภาสกร ประถมบุตร รองผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล ๑๙. ดร. กษิติธร ภูภราดัย รองผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ๒๐. นายชัยชนะ มิตรพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ๒๑. ดร.ศิวรักษ์ ศิวโมกษธรรม เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) ๒๒. รศ.ดร.ธีรณี อจลากุล ผู้อำนวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) ๒๓. นางไอรดา เหลืองวิไล รองผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (สำนักงาน ก.พ.ร.) ๒๔. นางอารีย์พันธ์ เจริญสุข รองเลขาธิการ ก.พ.ร. สำนักงานขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง (สำนักงาน ป.ย.ป.) ๒๕. นายแพทย์ธงธน เพิ่มบถศรี ผู้อำนวยการกองนวัตกรรม ผู้แทน ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ย.ป. ผู้บริหารที่เข้าร่วมประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ๒๖. พันตำรวจเอกศราวุฒิ บวรกิจประเสริฐ รองผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับ อาชญากรรมทางเทคโนโลยี ๒๗. พันตำรวจเอกอมรชัย ลีลาขจรจิตร ผู้กำกับการฝ่ายอำนวยการ กองบังคับการปราบปราม การกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ผู้เข้าร่วมประชุม สำนักงานรัฐมนตรีและคณะทำงานรัฐมนตรี ๒๘. นายรัชกฤต ภูชัชวนิชกุล คณะที่ปรึกษา รมว.ดศ. ๒๙. นายฆนรุจ จันทรทองดี คณะที่ปรึกษา รมว.ดศ. ๓๐. นางสาวอุไร นันทวโนทยาน หัวหน้าสำนักงานรัฐมนตรี ๓๑. นางพัณณ์วดี ภักดี รักษาการ นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการพิเศษ ๓๒. นางสาวยุวดี โพธิกุล นักวิเคราะห์นโยบายและแผนปฏิบัติการ ๓๓. นางสาวรุ่งทิวา สันขุนทด นักวิเคราะห์นโยบายและแผนปฏิบัติการ
สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ๓๔. นางสาววิภาดา ลิ่วเฉลิมวงศ์ ผู้อำนวยการกองกลาง ๓๕. นายกิตติ ศรีบุญญากร ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ๓๖. นายสัจจะ โชคบุญส่งสวัสดิ์ ผู้อำนวยการกองป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิด ทางเทคโนโลยีสารสนเทศ ๓๗. นายบุญฤทธิ์ อดิพัฒน์ ผู้อำนวยการกองงานดิจิทัลจังหวัด ๓๘. นางสาวสุชาดา อินลักษณะ ผู้อำนวยการกลุ่ม ป.ย.ป. ประจำกระทรวงฯ ๓๙. นางปิติหทัย คุปตวินทุ นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการพิเศษ รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการกลุ่มพัฒนาระบบบริหาร กรมอุตุนิยมวิทยา ๔๐. นายประสาทสุข อุปัชฌาย์ เลขานุการกรม สำนักงานสถิติแห่งชาติ ๔๑. นายบรรพต ตีเมืองสอง นักวิชาการสถิติชำนาญการพิเศษ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล ๔๒. นางสาวกษมา กองสมัคร ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล ๔๓. นายกิตติ ขุนสนิท หัวหน้างานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลอาวุโส สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ๔๔. นายทัศวัศ ทัศนไตรลักษณ์ ผู้ชำนาญการอาวุโส ศูนย์พัฒนากฎหมาย สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ๔๕. นายนิเวช มิ่งโอฬาร ผู้อำนวยการสำนักเทคโนโลยีสารสนเทศ สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) ๔๖. นายปฏิภาณ ประเสริฐสม ผู้เชี่ยวชาญงานพิเศษเฉพาะด้านข้อมูลระดับสูง สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) ๔๗. นายชรินทร์ ธีรฐิตยางกูร ผู้อำนวยการฝ่ายขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลดิจิทัล สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (สำนักงาน ก.พ.ร.) ๔๘. นางสาวนิชา สาทรกิจ ผู้อำนวยการกองขับเคลื่อนรัฐบาลดิจิทัล สำนักงานขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง (สำนักงาน ป.ย.ป.) ๔๙. นายนิติ พงศ์สุขเสถียร นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการ
ฝ่ายเลขานุการ ๕๐. นางสาวปวีร์รวี อินนุพัฒน์ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านวิเคราะห์นโยบายและแผน รักษาราชการแทน ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และแผนงาน ๕๑. นางสาวอุษณีย์ สุวรรณรัตน์ ผู้อำนวยการกลุ่มงานนโยบายและยุทธศาสตร์ ๕๒. นางสาวศิณิชภา พูพิพัตร นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการ ๕๓. นางสาวปนัดตา ลิมปดาพันธ์ นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการ ๕๔. นายปฐมดนัย พลจันทร์ นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการ ๕๕. นางสาวฤทัยรัตน์ สินพิจารณ์ นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการ ๕๖. นายชิน ปุ้งเผ่าพันธ์ นักวิเคราะห์นโยบายและแผนปฏิบัติการ ๕๗. นางอินทิรา มะสะพันธุ์ นักวิเคราะห์นโยบายและแผน ๕๘. นางบุณฑริกา เทพพิทักษ์ นักวิเคราะห์นโยบายและแผน ๕๙. นางสาวฐานิตา ศรีนวล นักวิเคราะห์นโยบายและแผน ๖๐. นางสาวศศิวิมล อยู่อ่ำ สนับสนุนงานด้านวิเคราะห์นโยบายและแผน ๖๑. นายอรุณศักดิ์ สีนันทา สนับสนุนการบริหารงานด้านการจัดการทั่วไป
ประตูทางเข้า แถว ๑ แถว ๒ แถว ๓ แถว ๔ แถว ๕ แถว ๖ แถว ๗ นางสาวระวีวรรณ ศรประทุม ผู้ช่วยเลขานุการคณะเดินทาง นางสาวสรญา โสภาเจริญวงศ์ ผู้บังคับบัญชากลุ่มงานฯ พลเอก ชูศักดิ์เมฆสุวรรณ รอง ปธ.กมธ. คนที่๑ ๑ นายสุทธิเกียรติวีระกิจพานิช ที่ปรึกษา รมว.ดศ. นางสาวอุไร นันทวโนทยาน หัวหน้าส านักงานรัฐมนตรี นางพัณณ์วดีภักดี สร. นางสาวมลิปลื้มเนตร ผู้ช่วยเลขานุการคณะเดินทาง นางสาวปนัสยา บุษบา เลขานุการคณะเดินทาง ว่าที่ร้อยตรีเชิดศักดิ์จ าปาเทศ กรรมาธิการ ๒ นายวัลลภ รุจิรากร เลขานุการ รมว.ดศ. นายรัชกฤต ภูชัชวนิชกุล คณะที่ปรึกษา รมว.ดศ. นางสาวยุวดีโพธิกุล สร. นายทัศวัศ ทัศนไตรลักษณ์ สพธอ. นายเชิดศักดิ์สันติวรวุฒิ กรรมาธิการ ๓ นายเวทางค์พ่วงทรัพย์ รดศ. นายฆนรุจ จันทรทองดี คณะที่ปรึกษา รมว.ดศ. นางสาวรุ่งทิวา สันขุนทด สร. นางสาวกษมา กองสมัคร ผช. ผอ.สศด. รศ. ประเสริฐ ปิ่นปฐมรัฐ กรรมาธิการ ๔ นางสาวสุกันยาณียะวิญชาญ ผต. นางอ าไพ จิตรแจ่มใส ผช.ปดศ. นายบรรพต ตีเมืองสอง สสช. นายกิตติขุนสนิท สศด. นางรัตนจันทร์ศีลสัมฤทธิ์ ที่ปรึกษาประจ าคณะ กมธ. ๕ นางสาวชมภารีชมภูรัตน์ ผต. นางสาวพิยะดา สุดกังวาล รก.ทสส. ผอ.กก. นายชรินทร์ธีรฐิตยางกูร ส.พ.ร. ๖ นายภุชพงค์โนดไธสง ลดช. นายธีรวุฒิธงภักดิ์ รดช. ผอ.ศท. นางสาวนิชา สาทรกิจ ก.พ.ร. นายชัยชนะ มิตรพันธ์ ผอ.สพธอ. ๗ นางปิยนุช วุฒิสอน ผสช. นางสาวกฤษณา จิรวัฒน์สถิตย์ รสช. ผอ.ปท. ฝ่ายเลขานุการ (ยศ.) นายนิติพงศ์สุขเสถียร ส านักงาน ป.ย.ป. ดร. ภาสกร ประถมบุตร รอง ผอ.สศด. ๘ นางสาวกรรวีสิทธิชีวภาค ออต. นายสุรเชษฐ์ศรีพลกรัง รอง กจญ. NT ผอ.ดจ. ฝ่ายเลขานุการ (ยศ.) ผอ.ยศ. นางสาวกษิติธร ภูภราดัย รอง ผอ.สศด. ๙ ผศ. พันเอกสรรพชัยย์หุวะนันทน์ กจญ. NT นายอนุชิต ชื่นชมภู รอง กจญ. ปณท. ป.ย.ป. ประจ ากระทรวง ฝ่ายเลขานุการ (ยศ.) ฝ่ายเลขานุการ (ยศ.) นางไอรดา เหลืองวิไล รอง ผอ.ส.พ.ร. ๑๐ นางสาววราภรณ์ข้องเกี่ยวพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ปณท นายนิเวช มิ่งโอฬาร สคส. ผอ.พร. ฝ่ายเลขานุการ (ยศ.) ฝ่ายเลขานุการ (ยศ.) นางอารีย์พันธ์เจริญสุข รองเลขาธิการ ก.พ.ร. ๑๑ ดร.ศิวรักษ์ศิวโมกษธรรม ลคส. นายปฏิภาณ ประเสริฐสม สขญ. ฝ่ายเลขานุการ (ยศ.) ฝ่ายเลขานุการ (ยศ.) (เจ้าหน้าที่น าเสนอ) นายแพทย์ธงธน เพิ่มบถศรี ผู้แทนส านักงาน ป.ย.ป. ๑๒ รศ.ดร.ธีรณีอจลากุล ผอ.สขญ. นายประสาทสุข อุปัชฌาย์ อต. ประตูทางเข้า ณ ๒ พ.ย. ๖๖ แผนผังที่นั่ง การประชุมหารือแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ระหว่าง คณะกรรมาธิการการบริหารราชการแผ่นดิน วุฒิสภา กับ กับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง วันจันทร์ที่๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๖ เวลา ๑๐.๐๐ - ๑๓.๐๐ น. ณ ห้องประชุม MDES 1 ชั้น ๙ ดศ. พลเอก อกนิษฐ์หมื่นสวัสดิ์(ปธ.กมธ.) + นายประเสริฐ จันทรรวงทอง (รมว.ดศ.) จอ
สร้าร้งความเข้มข้แข็งข็ในการบริหริารราชการ ในระดับดัพื้นพื้ที่ โดยการมีส่มีวส่นร่วร่ม ของประชาชน กิจกรรมปฏิรูปที่ ๑ ปรับรัเปลี่ยนรูปรูแบบการบริหริารงาน และการบริกริารภาครัฐรัไปสู่ดิสู่ จิดิทัจิ ทัล จัดจั โครงสร้าร้งองค์กร และระบบงาน ภาครัฐรัให้มีห้คมีวามยืดยืหยุ่นยุ่คล่องตัว และเปลี่ยนแปลงได้ตด้ามสถานการณ์ ปรับรัเปลี่ยนการบริหริารทรัพรัยากร บุคคลภาครัฐรัสู่รสู่ ะบบเปิดปิ เพื่อพื่ ให้ไห้ด้มด้าและรักรัษาไว้ซึ่ว้ ซึ่งซึ่คนเก่ง ดี และมีคมีวามสามารถ ขจัดจัอุปสรรคในการจัดจัซื้อซื้จัดจัจ้าจ้งภาครัฐรั และการเบิกบิจ่าจ่ยเงินเพื่อพื่ ให้เห้กิด ความรวดเร็วร็คุ้มคุ้ค่า โปร่งร่ ใส ปราศจากการ ทุจทุริตริ กิจกรรมปฏิรูปที่ ๒ กิจกรรมปฏิรูปที่ ๓ กิจกรรมปฏิรูปที่ ๔ กิจกรรมปฏิรูปที่ ๕
หน้าที่และอ านาจของคณะกรรมาธิการการบริหารราชการแผ่นดิน วุฒิสภา ตามข้อบังคับการประชุมวุฒิสภา พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๗๘ วรรคสอง (๑๐) ได้ก าหนดให้ คณะกรรมาธิการมีหน้าที่และอ านาจในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ กระท ากิจการ พิจารณาสอบหา ข้อเท็จจริง หรือศึกษาเรื่องใด ๆ ที่เกี่ยวกับการบริหารราชการแผ่นดินส่วนกลางและส่วนภูมิภาค การพัฒนาระบบราชการ การผังเมือง และการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ของรัฐ พิจารณาศึกษา ติดตาม เสนอแนะ และเร่งรัดการปฏิรูปประเทศ และแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ ที่อยู่ในหน้าที่ และอ านาจ และอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการได้ตั้งคณะอนุกรรมาธิการ จ านวน 4 คณะ โดยให้มีหน้าที่และอ านาจ ดังนี้ ๑. คณะอนุกรรมาธิการการบริหารราชการแผ่นดิน การพัฒนาระบบราชการ และการผังเมือง มีหน้าที่และอ านาจ ดังนี้ ๑) พิจารณาศึกษาติดตาม และตรวจสอบการบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการบริหารราชการ แผ่นดิน การพัฒนาระบบราชการ และการผังเมือง ๒) พิจารณาศึกษา ติดตามเพื่อส่งเสริมและสนับสนุน ให้ข้อสังเกตหรือข้อเสนอแนะในเรื่องใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารราชการแผ่นดิน การพัฒนาระบบราชการ และการผังเมือง การปฏิบัติหน้าที่ ของเจ้าหน้าที่รัฐ รวมทั้งการปฏิรูปประเทศและแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติที่เกี่ยวข้อง ๓) รวบรวมข้อมูลเบื้องต้น เสนอแนวทางและความเห็นเกี่ยวกับเรื่องร้องเรียน เพื่อประโยชน์ ในการปฏิบัติหน้าที่ด้านการสอบหาข้อเท็จจริงของคณะกรรมาธิการ ๔) ด าเนินการอื่นตามที่คณะกรรมาธิการมอบหมาย ๒. คณะอนุกรรมาธิการระบบบริหารราชการส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และรัฐวิสาหกิจ ในสังกัดกระทรวงมหาดไทย มีหน้าที่และอ านาจ ดังนี้ ๑) พิจารณาศึกษา ติดตาม และตรวจสอบการบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับระบบบริหาร ราชการส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงมหาดไทย ๒) พิจารณาศึกษา ติดตามเพื่อส่งเสริมและสนับสนุน ให้ข้อสังเกตหรือข้อเสนอแนะในเรื่องใด ๆ ที่ เกี่ยวข้องกับระบบบริหารราชการส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงมหาดไทย การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐ รวมทั้งการปฏิรูปประเทศและแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ ที่เกี่ยวข้อง ๓) รวบรวมข้อมูลเบื้องต้น เสนอแนวทางและความเห็นเกี่ยวกับเรื่องร้องเรียน เพื่อประโยชน์ ในการปฏิบัติหน้าที่ด้านการสอบหาข้อเท็จจริงของคณะกรรมาธิการ ๔) ด าเนินการอื่นตามที่คณะกรรมาธิการมอบหมาย
๓. คณะอนุกรรมาธิการการปรับปรุง พัฒนาระบบ และการบูรณาการฐานข้อมูลในการบริหาร ราชการแผ่นดินของหน่วยงานของรัฐ มีหน้าที่และอ านาจ ดังนี้ ๑) พิจารณาศึกษา ติดตาม และตรวจสอบการบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการปรับปรุง พัฒนาระบบ และการบูรณาการฐานข้อมูลในการบริหารราชการแผ่นดินของหน่วยงานของรัฐ ๒) พิจารณาศึกษา ติดตามเพื่อส่งเสริมและสนับสนุน ให้ข้อสังเกตหรือข้อเสนอแนะในเรื่องใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการปรับปรุง พัฒนาระบบ และการบูรณาการฐานข้อมูลในการบริหารราชการแผ่นดิน ของหน่วยงานของรัฐ การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐ รวมทั้งการปฏิรูปประเทศและแผนแม่บทภายใต้ ยุทธศาสตร์ชาติที่เกี่ยวข้อง ๓) รวบรวมข้อมูลเบื้องต้น เสนอแนวทางและความเห็นเกี่ยวกับเรื่องร้องเรียน เพื่อประโยชน์ ในการปฏิบัติหน้าที่ด้านการสอบหาข้อเท็จจริงของคณะกรรมาธิการ ๔) ด าเนินการอื่นตามที่คณะกรรมาธิการมอบหมาย ๔. คณะอนุกรรมาธิการติดตาม เสนอแนะ และเร่งรัดการปฏิรูปประเทศ และการจัดท า และด าเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติมีหน้าที่และอ านาจ ดังนี้ ๑) พิจารณาศึกษา ติดตาม เสนอแนะ และเร่งรัดการปฏิรูปประเทศด้านการบริหารราชการแผ่นดิน และการจัดท าและด าเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติ ๒) จัดท าผลการศึกษา ข้อเสนอแนะ และแนวทางการเร่งรัดการปฏิรูปประเทศ และการจัดท า และด าเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติ ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการบริหารราชการแผ่นดิน เสนอต่อคณะกรรมาธิการ เพื่อด าเนินการตามข้อบังคับการประชุมวุฒิสภา พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๑๗๗ ๓) รวบรวมข้อมูลเบื้องต้น เสนอแนวทางและความเห็นเกี่ยวกับเรื่องร้องเรียน เพื่อประโยชน์ ในการปฏิบัติหน้าที่ด้านการสอบหาข้อเท็จจริงของคณะกรรมาธิการ ๔) ด าเนินการอื่นตามที่คณะกรรมาธิการมอบหมาย *******************************
ตารางแสดงความสอดคล้องระหว่างนโยบายในการบริหารราชการแผ่นดิน ของคณะรัฐมนตรีกับหน้าที่ของรัฐและแนวนโยบายแห่งรัฐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และยุทธศาสตร์ช าติ …………………………………………. ยุทธศาสตร์ชาติด้านการปรับสมดุลและพัฒนา ระบบการบริหารจัดการภาครัฐ นโยบายของรัฐบาล ๑. ภาครัฐที่ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง ตอบสนอง ความต้องการ และให้บริการอย่างสะดวกรวดเร็ว โปร่งใส โดย (๑) การให้บริการสาธารณะของ ภาครัฐได้มาตรฐานสากลและเป็นระดับแนวหน้า ของภูมิภาค และ (๒) ภาครัฐมีความเชื่อมโยงใน การให้บริการสาธารณะต่าง ๆ ผ่านการนำ เทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ - การใช้เทคโนโลยี ที่ทันสมัยมาเพิ่ม ประสิทธิภาพ ปรับปรุงการทำงานของภาครัฐ ให้เป็นรัฐบาลดิจิทัล ทาให้ประชาชน สามารถ ได้รับการบริการจากรัฐ ได้สะดวกมากยิ่งขึ้น - การบริหารในรูปแบบของการกระจายอำนาจ (ผู้ว่า CEO) เพื่อสร้างประสิทธิภาพ ในการ บริหารงาน ในแต่ละจังหวัด และองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น ให้ตอบสนองต่อความ ต้องการของประชาชนที่แตกต่างกันในแต่ละ พื้นที่ ๒. ภาครัฐบริหารงานแบบบูรณาการโดยมี ยุทธศาสตร์ชาติเป็นเป้าหมายและเชื่อมโยงการ พัฒนา ในทุกระดับ ทุกประเด็น ทุกภารกิจ และทุกพื้นที่ โดย (๑) ให้ยุทธศาสตร์ชาติเป็นกลไก ขับเคลื่อน การพัฒนาประเทศ (๒) ระบบการเงิน การคลังประเทศสนับสนุนการขับเคลื่อน ยุทธศาสตร์ชาติ และ (๓) ระบบติดตามประเมินผล ที่สะท้อนการบรรลุเป้าหมายยุทธศาสตร์ชาติ ในทุกระดับ - การบริหารประเทศ ในรูปแบบบูรณาการ การทำงานระหว่างหน่วยงานให้ตอบสนอง เป้าหมาย การพัฒนาประเทศระยะยาว ๓. ภาครัฐมีความทันสมัย โดย (๑) องค์กรภาครัฐ มีความยืดหยุ่นเหมาะสมกับบริบทการพัฒนา ประเทศ และ (๒) พัฒนาและปรับระบบวิธีการ ปฏิบัติราชการ ให้ทันสมัย -การใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย มาเพิ่มประสิทธิภาพ ปรับปรุงการทำงานของภาครัฐให้เป็นรัฐบาล ดิจิทัล ทำให้ประชาชนสามารถได้รับการบริการ จากรัฐได้สะดวกมากยิ่งขึ้น
ข้อมูลเบื้องต้นประกอบการหารือและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น วันจันทร์ที่ ๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๖ เวลา ๑๐.๐๐ นาฬิกา ณ ห้องประชุม MDES1 ชั้น ๙ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ด้วยรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๒๗๐ ได้วางหลักการเกี่ยวกับหน้าที่ และอำนาจของวุฒิสภาไว้ว่า นอกจากการปฏิบัติงานตามหน้าที่และอำนาจอันเป็นภารกิจประจำแล้ว วุฒิสภายังมีหน้าที่และอำนาจในการติดตาม เสนอแนะ และเร่งรัดการปฏิรูปประเทศ เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย ตามหมวด ๑๖ การปฏิรูปประเทศ ดังนั้น ภารกิจของคณะกรรมาธิการจึงแบ่งออกเป็น ๒ ส่วน โดยส่วนแรก จะเป็นการปฏิบัติตามหน้าที่และอำนาจอันเป็นภารกิจประจำ ซึ่งเกี่ยวข้องกับ ๑๙ กระทรวง โดยให้ความสำคัญ กับกระทรวงมหาดไทยเป็นหลัก และส่วนที่สองจะเป็นการติดตาม เสนอแนะ และเร่งรัดการปฏิรูปประเทศ อย่างไรก็ตาม แม้การปฏิรูปประเทศจะสิ้นสุดไปเมื่อวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๕ แต่จะเห็นได้ว่า งานปฏิรูปดังกล่าวยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จและยังคงต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ได้ถูกปรับเปลี่ยนให้มี ลักษณะเป็นงานประจำของหน่วยงานราชการ ซึ่งได้ถูกกำหนดไว้ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๓ (พ.ศ. ๒๕๖๖ - ๒๕๗๐) โดยมีผลใช้บังคับเมื่อวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๖๕ ถึงวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๗๐ ทั้งนี้ หมุดหมายที่สอดคล้องกับหน้าที่และอ านาจของคณะกรรมาธิการการบริหารราชการแผ่นดิน ได้แก่ หมุดหมายที่ ๑๓ ไทยมีภาครัฐที่ทันสมัย มีประสิทธิภาพ และตอบโจทย์ประชาชน ประกอบด้วยเป้าหมายที่ ๑ การบริการภาครัฐ มีคุณภาพ เข้าถึงได้และเป้าหมายที่ ๒ ภาครัฐที่มีขีดสมรรถนะสูง คล่องตัว หนึ่งในงานปฏิรูปประเทศที่ยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จและยังคงต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง คือ แผนงานจังหวัดที่มีความคล่องตัวในการบริหารระบบงาน ระบบเงิน และระบบกำลังคน (จังหวัดที่มี ผลสัมฤทธิ์สูง : High Performance Provinces) โดยในแผนงานดังกล่าวนี้ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้ทำการศึกษา โดยผลจากศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้มีข้อเสนอเกี่ยวกับรูปแบบการเพิ่มประสิทธิภาพ การบริหารราชการจังหวัดให้เป็นจังหวัดที่มีผลสัมฤทธิ์จำนวน ๑๑ ประเด็น และข้อจำกัดการบริหารราชการ ในจังหวัดที่มีผลสัมฤทธิ์สูงจากข้อเสนอของจังหวัด (ประเด็นปลดล็อก) นำไปสู่การออกพระราชกฤษฎีกา ว่าด้วยการบริหารงานเชิงพื้นที่แบบบูรณาการ พ.ศ. ๒๕๖๕ เพื่อแก้ไขปัญหาการบริหารราชการในจังหวัด นอกจากนี้ การให้บริการประชาชนด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์(e-Service) ในประเด็น การพัฒนาศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จ (One Stop Service: OSS) ของศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดและ ศูนย์ดำรงธรรมอำเภอ ซึ่งเป็นหนึ่งในข้อเสนอของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เพื่อไปสู่รัฐบาลดิจิทัลยังสอดคล้อง กับประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ ๙๖/๒๕๕๗ เรื่อง การจัดตั้งศูนย์ดำรงธรรมเพื่อเพิ่มประสิทธิ ภาพการบริหารงานระดับจังหวัด และให้การปฏิบัติงานของส่วนราชการในจังหวัดสามารถให้บริการประชาชน ได้อย่างเสมอภาคมีคุณภาพ รวดเร็ว ลดขั้นตอนการปฏิบัติงานและประชาชนได้รับความพึงพอใจ
2 ซึ่งอยู่ในภารกิจมิติที่ ๒ เป็นศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จ โดยหน่วยงานราชการที่เป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อน แผนงานดังกล่าว มีจำนวน ๓ แห่ง ได้แก่ กระทรวงมหาดไทย สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ประกอบกับปัจจุบันได้ประกาศใช้บังคับพระราชบัญญัติ การปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. ๒๕๖๕ เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนไปสู่การเป็นรัฐบาลดิจิทัล ทั้งนี้ เมื่อวันที่ ๑๒ กรกฎาคม ๒๕๖๕ คณะกรรมาธิการได้ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธี ลงนามบันทึกความร่วมมือ (MOU) “การให้บริการอำนวยความสะดวกประชาชนระดับพื้นที่” ระหว่าง หน่วยงานของรัฐ จำนวน ๗ แห่ง เพื่อสนับสนุนการให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลกลางต่าง ๆ และเป็นศูนย์กลาง แลกเปลี่ยนบริการของหน่วยงานรัฐให้มีการเชื่อมต่อกัน และเมื่อวันที่ ๑๘ สิงหาคม ๒๕๖๕ และวันที่ ๘ ธันวาคม ที่ผ่านมา ได้มีการจัดอบรมบุคลากรของศูนย์ดำรงธรรมออนไลน์ทั่วประเทศ เพื่อสร้าง ความเข้าใจและเรียนรู้วิธีการใช้งานระบบดังกล่าว รวมถึงระบบศูนย์รวมข้อมูลเพื่อติดต่อราชการ (Info.go.th) จากข้อมูลงานบริการภาครัฐทั้งหมดตามคู่มือมาตรฐานกลาง ๓,๘๓๐ งานบริการ พบว่าเป็นงานบริการ ที่สามารถพัฒนาให้เป็นรูปแบบออนไลน์ได้๒,๔๒๐ งานบริการ ส่วนงานบริการที่เป็น e-Service ที่พร้อม ใช้งานแล้ว จำนวน ๑,๓๙๕ งานบริการ แต่ได้มีการตรวจสอบและพร้อมใช้งาน จำนวน ๗๒๕ งานบริการ โดยสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) ได้พัฒนาระบบพอร์ทัลกลางสำหรับภาคธุรกิจ (Biz Portal) ที่เป็นศูนย์กลางข้อมูลให้ธุรกิจติดต่อราชการแบบเบ็ดเสร็จ ครบวงจร ณ จุดเดียว ซึ่งทำให้ ผู้ประกอบการไม่จำต้องยื่นเอกสารที่หน่วยงานด้วยตนเอง ปัจจุบันระบบดังกล่าวให้บริการอยู่ ๒๕ ประเภท ธุรกิจ ๙๑ ใบอนุญาต รวมทั้งได้มีการพัฒนาพอร์ทัลกลางสำหรับประชาชน (Citizen Portal) ที่รวบรวมข้อมูล และงานบริการต่าง ๆ เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนในรูปแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” ซึ่งยังไม่มี การประชาสัมพันธ์การใช้งานแอปพลิเคชันดังกล่าวอย่างทั่วถึง ดังนั้น ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดและศูนย์ดำรงธรรม อำเภอนอกจากจะมีหน้าที่และอำนาจรับเรื่องร้องเรียน/ร้องทุกข์แล้ว ยังจะต้องพัฒนาให้เป็นศูนย์บริการ แบบเบ็ดเสร็จ (One Stop Service: OSS) อย่างไรก็ดี เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๒๐ เมษายน ๒๕๖๖ คณะกรรมาธิการการบริหารราชการ แผ่นดิน วุฒิสภา ได้มีการประชุมเพื่อติดตามความคืบหน้าการขับเคลื่อนการให้บริการแก่ประชาชน ในระดับพื้นที่ด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Service) ในประเด็นการพัฒนาศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จ (One Stop Service: OSS) ของศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดและศูนย์ดำรงธรรมอำเภอ ตลอดจนการหารือให้องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นร่วมดำเนินการเป็นศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จ (One Stop Service: OSS) เพื่อเป็น อีกช่องทางหนึ่งในการอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนด้วย โดยมีผู้แทนจากสำนักนายกรัฐมนตรี สำนักงานปลัด สำนักนายกรัฐมนตรี สำนักงานคณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กรมประชาสัมพันธ์ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การ มหาชน) สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย กรมการปกครอง กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เข้าร่วมประชุม ทั้งนี้ ประชุมมีความเห็นร่วมกันว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกระดับมีความเหมาะสมร่วมดำเนินการ
3 เป็นศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จ (OSS) เนื่องจากมีความใกล้ชิดกับประชาชนในพื้นที่ แต่อาจมีข้อจำกัดด้านหน้าที่ และอำนาจขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตามกฎหมาย ซึ่งจะมีการหารือในระดับนโยบายต่อไป วันพุธที่ ๑๔ มิถุนายน ๒๕๖๖ คณะกรรมาธิการการบริหารราชการแผ่นดิน วุฒิสภา ประชุม หารือในประเด็นการให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นร่วมดำเนินการเป็นศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จ (One Stop Service: OSS) โดยมีปลัดกระทรวงมหาดไทย รองอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และรองอธิบดี กรมการปกครอง เข้าร่วมหารือให้ข้อมูล ณ กระทรวงมหาดไทย ทั้งนี้ จากการหารือร่วมกันองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นมีความพร้อมที่จะร่วมดำเนินการเป็นศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จ (OSS) ซึ่งกระทรวงมหาดไทยจะมี หนังสือแจ้งแนวทางปฏิบัติในการให้บริการประชาชน และจะมีการประชุมหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเตรียมความพร้อมและเปิดให้บริการประชาชนต่อไป วันพฤหัสบดีที่ ๒๒ มิถุนายน ๒๕๖๖ คณะกรรมาธิการการบริหารราชการแผ่นดิน วุฒิสภา ได้กำหนดการประชุมหารือประเด็นการให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นร่วมดำเนินการเป็นศูนย์บริการ แบบเบ็ดเสร็จ (OSS) โดยมีผู้แทนสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย สำนักนายกรัฐมนตรี สำนักงาน ก.พ.ร. สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) สำนักงานคณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน เข้าร่วมหารือ ให้ข้อมูล ทั้งนี้ จากการหารือร่วมกันองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกระดับมีความเหมาะสม และมีความพร้อม ที่จะร่วมดำเนินการเป็นศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จ (OSS) เนื่องจากมีความใกล้ชิดกับประชาชนในพื้นที่ โดยกระทรวงมหาดไทยจะมีหนังสือแจ้งแนวทางปฏิบัติในการให้บริการประชาชน และประชุมหารือร่วมกับ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเตรียมความพร้อมและเปิดให้บริการประชาชน ทั้งนี้ การขับเคลื่อนดังกล่าว สอดคล้องตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๒๕๐ วรรคหนึ่งและวรรคสาม๑ และพระราชบัญญัติ กำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๑๖ (๓๑)๒ ๑ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๒๕๐ “องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีหน้าที่และอำนาจดูแลและจัดทำบริการสาธารณะและกิจกรรมสาธารณะ เพื่อประโยชน์ของประชาชนในท้องถิ่นตามหลักการพัฒนาอย่างยั่งยืน รวมทั้งส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการศึกษาให้แก่ประชาชน ในท้องถิ่น ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายบัญญัติ... ฯลฯ ... การจัดทำบริการสาธารณะและกิจกรรมสาธารณะใดที่สมควรให้เป็นหน้าที่และอำนาจโดยเฉพาะขององค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นแต่ละรูปแบบ หรือให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินการใด ให้เป็นไปตามที่กฎหมายบัญญัติ ซึ่งต้องสอดคล้องกับรายได้ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตามวรรคสี่ และกฎหมายดังกล่าวอย่างน้อยต้องมีบทบัญญัติเกี่ยวกับกลไก และขั้นตอนในการกระจายหน้าที่และอำนาจ ตลอดจนงบประมาณและบุคลากรที่เกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจดังกล่าวของส่วนราชการ ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นด้วย” ๒ พระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๑๖ “ให้เทศบาล เมืองพัทยา และองค์การบริหารส่วนตำบลมีอำนาจและหน้าที่ในการจัดระบบการบริการสาธารณะ เพื่อประโยชน์ของประชาชนในท้องถิ่นของตนเองดังนี้(๓๑) กิจการอื่นใดที่เป็นผลประโยชน์ของประชาชนในท้องถิ่นตามที่ คณะกรรมการประกาศกำหนด”
4 และมาตรา ๑๙๓ ในส่วนของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินจึงไม่มีเหตุขัดข้อง เมื่อเป็นกรณีการอำนวย ความสะดวกให้แก่ประชาชน ทั้งเป็นการประหยัดต้นทุนภาครัฐตามนโยบายการตรวจเงินแผ่นดิน และสอดคล้องตามกลไกของกฎหมายดังกล่าว วันพฤหัสบดีที่ ๑๒ ตุลาคม ๒๕๖๖ คณะกรรมาธิการการบริหารราชการแผ่นดิน วุฒิสภา ได้ประชุมหารือร่วมกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่ปรึกษา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย คณะที่ปรึกษารัฐมนตรี ว่าการกระทรวงมหาดไทย รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ผู้บริหารกระทรวงมหาดไทย และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ในประเด็นเรื่องการดำเนินการให้บริการประชาชนด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Service) ในประเด็นการพัฒนา ศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จ (One Stop Service: OSS) การขับเคลื่อนจังหวัดที่มีผลสัมฤทธิ์สูง (High Performance Provinces: HPP) และนโยบายการมีผู้ว่า CEO การดำเนินงานของคณะกรรมการหมู่บ้าน (กม.) ตลอดจนการดำเนินงานด้านผังเมือง ทั้งนี้ กระทรวงมหาดไทยเห็นว่า การหารือมีเป้าหมายเพื่อรับข้อเสนอแนะ คำแนะนำ และแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นร่วมกัน เกี่ยวกับการขับเคลื่อนจังหวัดที่มีผลสัมฤทธิ์สูง ( High Performance Provinces : HPP) และนโยบายผู้ว่าฯ CEO ซึ่งเป็นนโยบายของสำคัญของรัฐบาล พร้อมด้วยประเด็นการให้ บริการประชาชนด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ในประเด็นการพัฒนาศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จ ณ จุดเดียว (One stop service : OSS) ซึ่งเป็น ๑ ใน ๑๐ นโยบายสำคัญของกระทรวงมหาดไทยที่ได้มอบนโยบาย และเน้นย้ำกับผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทยและผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ ตลอดจน การดำเนินงานของคณะกรรมการหมู่บ้าน (กม.) การดำเนินงานด้านการผังเมือง รวมถึงประเด็นอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับแนวทางการบริหารจัดการภาครัฐที่มีความเชื่อมโยงกับพันธกิจหลักและภารกิจของกระทรวงมหาดไทย ตามที่กฎหมายได้บัญญัติไว้ กระทรวงมหาดไทยมีเป้าหมายในการทำงานที่สำคัญ โดยมุ่งส่งเสริมคุณภาพชีวิตประชาชน ผ่านการบริหารภาครัฐ โดยใช้แนวคิด การบริการให้ประชาชนผ่านแพลตฟอร์ม ซึ่งจะเป็นโครงสร้างพื้นฐาน สำคัญสำหรับการบริหารจัดการภาครัฐ ที่ไม่เพียงแต่จะสร้างความสะดวกกับพี่น้องประชาชนและผู้ปฏิบัติงาน เท่านั้น แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการช่วยเพิ่มความโปร่งใส ลดปัญหาการทุจริตคอรัปชั่น เรียกได้ว่าเกิด ประโยชน์ทั้งในด้านการเพิ่มประสิทธิภาพการอำนวยความสะดวกกับประชาชน และสร้าง “ธรรมาภิบาล” ให้กับส่วนราชการ ๓ พระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๑๙ “ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นที่มีกฎหมายกำหนดให้เป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษไม่เต็ม พื้นที่จังหวัด มีอำนาจและหน้าที่ในการจัดระบบบริการสาธารณะเพื่อประโยชน์ของประชาชนในท้องถิ่นของตนเองตามมาตรา ๑๖ ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นที่มีกฎหมายกำหนดให้เป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษเต็มพื้นที่จังหวัด มีอำนาจและหน้าที่ในการจัดระบบบริการสาธารณะเพื่อประโยชน์ของประชาชนในท้องถิ่นของตนเองตามมาตรา ๑๖ และมาตรา ๑๗”
5 สำหรับในเรื่องการดำเนินงานด้านการผังเมือง กระทรวงมหาดไทยเชื่อว่าเมืองที่ดีจะสามารถ ส่งเสริมคนให้มีชีวิตที่มีทั้งคุณภาพและศักยภาพได้กระทรวงมหาดไทยจึงต้องเท่าทันต่อความเปลี่ยนแปลง ของโลกด้วยการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อพี่น้องประชาชนอย่างทันท่วงทีเสมอ พร้อมทั้ง มีคณะกรรมการหมู่บ้าน (กม.) ซึ่งเป็นกลไกระดับท้องที่ที่เปรียบเสมือนเป็น “คณะรัฐมนตรีประจำหมู่บ้าน” ช่วยเสนอแนะให้คำแนะนำแก่ผู้ใหญ่บ้าน จัดทำแผนพัฒนาหมู่บ้าน และบูรณาการการดำเนินงานอื่น ๆ ร่วมกับ ภาคส่วนในท้องที่ด้วย อย่างไรก็ตาม คณะกรรมาธิการได้มาประชุมหารือร่วมกับผู้แทนกระทรวงมหาดไทย เป็นกระทรวงแรกซึ่งกระทรวงมหาดไทยมีหน้าที่โดยตรงในการการบริหารงานภาครัฐให้เป็นไปตามยุทธศาสตร์ชาติ ซึ่งการร่วมหารือในวันนี้ จะทำให้ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ว่าจะทำอย่างไรให้การบริหารงานภาครัฐมีความต่อเนื่อง สะดวก รวดเร็ว ตอบโจทย์ความต้องการของประชาชน โดยการใช้อิเล็กทรอนิกส์ หรือเรียกกันว่ารัฐบาลดิจิทัล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการประชาชนผ่านการบริหารงานจังหวัดแบบบูรณาการ ผ่านกลไกสำคัญ อาทิ ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด ศูนย์ดำรงธรรมอำเภอ เพื่อพัฒนาไปสู่การเป็นศูนย์บริการเบ็ดเสร็จ (One Stop Service) วันจันทร์ที่ ๑๖ ตุลาคม ๒๕๖๖ คณะกรรมาธิการการบริหารราชการแผ่นดิน วุฒิสภา ได้ประชุม หารือร่วมกับนางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนัก นายกรัฐมนตรีที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล พร้อมทั้งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ในประเด็นเกี่ยวกับการดำเนินการ ให้บริการประชาชนด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ ในด้านการพัฒนาศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จ ณ จุดเดียว (One Stop Service: OSS) การขับเคลื่อนหนึ่งประเทศหนึ่งแพลตฟอร์ม (One Country One Platform) และกรณีทบทวนบทบาทและภารกิจของสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) เพื่อเป็นหน่วยงาน ที่อยู่ภายใต้สังกัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นอกจากนี้ จากการลงพื้นที่เพื่อหารือและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นทั่วประเทศ คณะกรรมาธิการพบปัญหาและอุปสรรคในการขับเคลื่อนการบริหารระบบราชการของไทยให้เป็นรัฐบาลดิจิทัล โดยปัญหาที่พบมากที่สุด คือ การที่ระบบข้อมูลของภาครัฐไม่มีการเชื่อมโยงและบูรณาการงานร่วมกัน ต่างคนต่างดำเนินการ ทำให้เกิดความซับซ้อนและเกิดความยุ่งยากแก่ประชาชนในการใช้บริการ ดังนั้น คณะกรรมาธิการจึงได้พิจารณาศึกษา เรื่อง ไทยแลนด์ดิจิทัลแพลตฟอร์ม “One Country One Platform” เพื่อศึกษาและเสนอกรอบแนวคิดเกตเวย์ดิจิทัลกลางสำหรับการแลกเปลี่ยนบริการดิจิทัล ระหว่างหน่วยงาน ของรัฐและการบูรณาการข้อมูลระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนผ่านโครงการบัตรดิจิทัลแห่งชาติ การหารูปแบบ ความเหมาะสม และความเป็นไปได้ในการใช้แพลตฟอร์มกลางเพียงหนึ่งเดียว เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลและให้บริการ ภาครัฐได้หลากหลาย อำนวยความสะดวก และตอบโจทย์ชีวิตประชาชนในสังคมดิจิทัลได้จริง โดยได้ศึกษา การปรับปรุง พัฒนาระบบ และการบูรณาการฐานข้อมูลในการบริหารราชการแผ่นดินของหน่วยงานรัฐ จำนวน ๖ หน่วยงาน ได้แก่ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การ
6 มหาชน) กรมการปกครอง กรมสรรพากร กรมพัฒนาธุรกิจการค้า และสมาคมธนาคารไทย รวมทั้งได้ศึกษา เปรียบเทียบดิจิทัลแพลตฟอร์มของหน่วยงานภาครัฐสำหรับการแลกเปลี่ยนและแบ่งปันข้อมูลในต่างประเทศ ที่มีอันดับดัชนีรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์สูงกว่าประเทศไทย จำนวน ๕ ประเทศ ได้แก่ สหราชอาณาจักร สาธารณรัฐเอสโตเนีย สหรัฐอเมริกา สาธารณรัฐประชาชนจีน และสาธารณรัฐสิงคโปร์ ทั้งนี้ ผลการศึกษา พบว่า ประเทศไทยยังขาดแพลตฟอร์มกลางในการให้บริการภาครัฐอย่างเป็นรูปธรรมที่สามารถบูรณาการข้อมูล ร่วมกันระหว่างหน่วยงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่มีความเป็นไปได้ที่จะดำเนินการพัฒนาแพลตฟอร์มกลางขึ้นมา โดยต้องเตรียมการด้านกฎหมาย ด้านงบประมาณ ด้านการบริหาร และด้านบุคลากรให้พร้อมด้วย ดังนั้น เพื่อให้การดำเนินงานตามแผนงานดังกล่าวข้างต้นสามารถบรรลุเป้าหมายตามที่ รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ คณะกรรมาธิการจึงขอหารือและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ตามประเด็นดังนี้ (๑) แนวทางการขับเคลื่อนรัฐบาลดิจิทัล (๒) แนวทางการพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐด้วยระบบดิจิทัล (๓) แพลตฟอร์มกลางภาครัฐ “One Country One Platform” (๔) ประเด็นอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง (รายละเอียดตามเอกสารประกอบการประชุม) ******************
การดำ เนิน นิ การให้บริก ริ ารประชาชน ด้วยระบบอิเล็กทรอนิก นิ ส์ ในประเด็นการพัฒ พั นาศูนย์บ ย์ ริก ริ าร แบบเบ็ด บ็ เสร็จ ร็ ณ จุดเดียว (One Stop Service: OSS) ที่มาข้อ ข้ มูล : กรมการปกครอง และกรมส่ง ส่ เสริมริปกครองส่ว ส่ นท้องถิ่น
สรุปผลการประชุมหารือเพื่อยกระดับการให้บริการประชาชนในระดับพื้นที่ด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Service) เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 8 มิถุนายน 2566 เวลา 13.30 น. ผ่านช่องทางการประชุมอิเล็กทรอนิกส์ Cisco Meeting ความคิดเห็นที่ประชุมฯ • อปท. ทั้ง 3 รูปแบบ ได้แก่ อบจ. เทศบาล และ อบต. มีความพร้อมที่จะร่วมด าเนินการเป็นศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จ (One Stop Service : OSS) โดยในระยะแรกที่เริ่มด าเนินการเปิดให้บริการ ณ อปท. คือ งานบริการหน้าเว็บไซต์ของกรมการปกครอง (www.amphoe.com) จ านวน 22 งานบริการ แล้วจึงพัฒนางานบริการอื่น ๆ ในอนาคตต่อไป • ผู้แทนจาก ส.จ.ท. เสนอให้มี อบจ. น าร่องการพัฒนาเป็นศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จ (One Stop Service : OSS) จ านวน 5 แห่ง ได้แก่ อบจ.แพร่ อบจ.ชลบุรี อบจ.พัทลุง อบจ.สกลนคร และ อบจ.สุพรรณบุรี ก่อนขยายผลการด าเนินการไปยัง อบจ. แห่งอื่นต่อไป ข้อเสนอแนะที่ประชุมฯ • สถ. ควรมีแผนการขับเคลื่อนการยกระดับการให้บริการประชาชนในระดับพื้นที่ด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Service) ผ่านศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จ (One Stop Service : OSS) เพื่อให้ทราบวัตถุประสงค์และเป้าหมายของการขับเคลื่อนการด าเนินการดังกล่าวอย่างชัดเจน • สถ. ควรมีการด าเนินการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการด าเนินการชี้แจงท าความเข้าใจและอบรมให้ความรู้แก่เจ้าหน้าที่ อปท. เกี่ยวกับรายละเอียดของงานบริการ ขั้นตอน รวมทั้งแบบฟอร์มเอกสารที่เกี่ยวข้อง พร้อมจัดท าคู่มือการปฏิบัติงาน โดยระบุขั้นตอน ระยะเวลา และข้อมูลอื่น ๆ ที่จ าเป็นส าหรับการปฏิบัติงาน • หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับงานบริการ ควรมีแนวทางการติดตามหรือแจ้งสถานะให้แก่ประชาชนที่มารับบริการ รวมถึงช่องทางในการติดต่อเจ้าหน้าที่ เจ้าของงานบริการ(สายตรง) ที่เพียงพอ เพื่อให้ค าปรึกษาแนะน าในกรณีที่เกิดปัญหาขัดข้องจากการให้บริการ และแก้ไขปัญหาได้ทันท่วงที • รูปแบบของศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จ (One Stop Service : OSS) ควรเป็นช่องทางที่ให้บริการครบทุกขั้นตอนของงานบริการ กล่าวคือ มิใช่เพียงการยื่นค าร้อง แจ้งเรื่อง ติดตามสถานะด้วยตนเองเท่านั้น แต่ควรเป็นการให้บริการแบบแล้วเสร็จกระบวนงานทุกขั้นตอน ณ อปท. 17
18 อปท. เปิดให้บริการ ศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จ (OSS) จัดประชุมหารือ ร่วมกับ 3 สมาคม และ อปท. เพื่อยกระดับการให้บริการ ประชาชนในระดับพื้นที่ด้วยระบบ อิเล็กทรอนิกส์ (e-Service) แจ้งแนวทาง ให้ อปท. ด าเนินการเป็นศูนย์บริการ แบบเบ็ดเสร็จ (OSS) มิถุนายน 2566 กรกฎาคม 2566 สิงหาคม 2566 กันยายน 2566 ตุลาคม 2566 มกราคม 2567 ติดตามผลการด าเนินงาน สถ. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ติดตามความก้าวหน้า ผลการด าเนินงาน จัดประชุมหารือ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเตรียมความพร้อมให้กับ อปท. ร่วมด าเนินการเป็นศูนย์บริการ แบบเบ็ดเสร็จ (OSS) การด าเนินการของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เพื่อขับเคลื่อนให้องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นร่วมด าเนินการเป็นศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จ (One Stop Service: OSS) 3
บันทึกข้อตกลงความร่วมมือ การให้บริการอำนวยความสะดวกประชาชนระดับพื้นที่ ระหว่าง กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กระทรวงมหาดไทย สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค กรมประชาสัมพันธ์และ สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) ..................................................................... บันทึกข้อตกลงความร่วมมือนี้ทำขึ้น เมื่อวันที่ ๑๒ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๕ ณ สำนักนายกรัฐมนตรีระหว่าง กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โดย นางสาวอัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย ตำแหน่ง ปลัดกระทรวงดิจิทัล เพื่อเศรษฐกิจและสังคม สำนักงานตั้งอยู่เลขที่ ๑๒๐ หมู่ ๓ ชั้น ๖ - ๙ อาคารรัฐประศาสนภักดี ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ ๘๐ พรรษา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๐ ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร กระทรวงมหาดไทย โดย นายสุทธิพงษ์จุลเจริญ ตำแหน่ง ปลัดกระทรวงมหาดไทย สำนักงานตั้งอยู่ที่ ถนนอัษฎางค์เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีโดย นายธีรภัทร ประยูรสิทธิตำแหน่ง ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีสำนักงาน ตั้งอยู่ที่ทำเนียบรัฐบาล ถนนพิษณุโลก เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ โดย นางสาวอ้อนฟ้า เวชชาชีวะ ตำแหน่ง เลขาธิการคณะกรรมการ พัฒนาระบบราชการ สำนักงานตั้งอยู่เลขที่ ๕๙/๑ ถนนพิษณุโลก แขวงดุสิต เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค โดย นายธสรณ์อัฑฒ์ ธนิทธิพันธ์ ตำแหน่ง เลขาธิการคณะกรรมการ คุ้มครองผู้บริโภค สำนักงานตั้งอยู่เลขที่ ๑๒๐ อาคารรัฐประศาสนภักดี ชั้น ๕ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ ๘๐ พรรษา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๐ ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร กรมประชาสัมพันธ์โดย พลโท สรรเสริญ แก้วกำเนิด ตำแหน่ง อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์สำนักงานตั้งอยู่ เลขที่ ๙ ซอยพระราม ๖ ซอย ๓๐ ถนนพระราม ๖ แขวงพญาไท เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) โดย นายสุพจน์ เธียรวุฒิตำแหน่ง ผู้อำนวยการสำนักงาน พัฒนารัฐบาลดิจิทัล สำนักงานตั้งอยู่เลขที่ ๑๐๘ อาคารบางกอกไทยทาวเวอร์ ชั้น ๑๗ ถนนรางน้ำ แขวงถนนพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร ทั้งเจ็ดหน่วยงานได้จัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ ดังนี้ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นหน่วยงานสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานการให้บริการโครงข่ายผ่าน การให้บริการของ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) ให้การสนับสนุน Cloud Server สำหรับเพื่อนำ e-Service Gateway มาติดตั้งและดูแลความปลอดภัยทางไซเบอร์ตลอดจนสนับสนุนบริการอินเทอร์เน็ตให้บริการประชาชนใน “โครงการเน็ตประชารัฐ” กระทรวงมหาดไทย และ สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นหน่วยงานที่รับเรื่องราวร้องทุกข์จากประชาชน และต้องติดต่อสื่อสารกับประชาชนอย่างสม่ำเสมอ ตลอดจนอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนในการเข้าถึงข้อมูลบริการ ดิจิทัลต่าง ๆ ณ ศูนย์ดำรงธรรมระดับจังหวัด อำเภอ และ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
๒ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ เป็นหน่วยงานที่ทำหน้าที่พัฒนาระบบราชการให้สามารถ อำนวยความสะดวกและตอบสนองความต้องการของประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนรวบรวมระบบบริการ e-Service ของหน่วยงานต่าง ๆ ไว้ในเว็บไซต์ของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด อำเภอ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในการนำ e-Service ไปให้บริการ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค เป็นหน่วยงานกลางในการคุ้มครองสิทธิของผู้บริโภค มีหน้าที่ รับเรื่องราวร้องทุกข์จากผู้บริโภคที่ได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหายอันเนื่องมาจากการกระทำของผู้ประกอบธุรกิจ เพื่อเสนอ ต่อคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคเพื่อพิจารณาดำเนินคดีแทนผู้บริโภคที่ถูกละเมิดสิทธิ ไม่ได้รับความเป็นธรรม หรือได้รับ อันตรายจากการใช้สินค้าหรือบริการ และหน้าที่อื่นตามที่กฎหมายกำหนด กรมประชาสัมพันธ์เป็นศูนย์กลางการประชาสัมพันธ์ภาครัฐ เพื่อให้การดําเนินงานประชาสัมพันธ์เป็นไปอย่างมี ระบบ โดยการเสนอแนะ นโยบายด้านการประชาสัมพันธ์ให้กับรัฐบาลและส่วนราชการต่าง ๆ และดําเนินการประชาสัมพันธ์ เพื่อให้ประชาชน มีโอกาสรับรู้ เกิดความรู้ ความเข้าใจ สามารถใช้ข้อมูลข่าวสารของรัฐในการพัฒนาคุณภาพชีวิตและมี ส่วนร่วมในการ พัฒนาประเทศ รวมทั้งเกิดภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศไทย สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) เป็นหน่วยงานที่ทำหน้าที่ในการพัฒนา บริหารจัดการ และ ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยีดิจิทัลและระบบการให้บริการหรือแอปพลิเคชันพื้นฐานในส่วนที่เกี่ยวข้องกับรัฐบาล ดิจิทัล จัดทำมาตรฐาน แนวทาง มาตรการ หลักเกณฑ์ และวิธีการทางเทคโนโลยีดิจิทัลและกระบวนการดำเนินงานเพื่อให้ สามารถเชื่อมโยงข้อมูลและระบบการทำงานระหว่างกันของหน่วยงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีความสอดคล้องกัน ตลอดจนการส่งเสริม สนับสนุนให้บริการวิชาการ เพื่อให้ผู้สนใจมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับรัฐบาลดิจิทัล รวมทั้งดำเนินการ จัดอบรมเพื่อยกระดับทักษะความรู้ความสามารถของเจ้าหน้าที่ของรัฐด้านรัฐบาลดิจิทัล เพื่อร่วมกันสนับสนุนให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูล สิทธิสวัสดิการตามกฎหมาย และการขอรับอนุมัติ/อนุญาต ขอบริการต่าง ๆ จากหน่วยงานภาครัฐ ผ่านแพลตฟอร์มกลางดิจิทัลต่าง ๆ ของรัฐได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และมั่นคงปลอดภัย ดังนั้น ทั้งเจ็ดฝ่ายจึงได้จัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือเพื่อร่วมกันดำเนินโครงการ “การให้บริการอำนวยความสะดวก ประชาชน” ซึ่งต่อไปในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือนี้เรียกว่า “โครงการ” โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้ ข้อ ๑ วัตถุประสงค์ของบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ ๑.๑ เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูล สิทธิสวัสดิการ และการขอรับอนุมัติ/อนุญาต ขอบริการต่าง ๆ จากหน่วยงานภาครัฐ ผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลกลางต่าง ๆ ของรัฐได้ อาทิ ระบบพอร์ทัลกลางเพื่อประชาชน (Citizen Portal) หรือ ระบบ “ทางรัฐ” ระบบศูนย์กลางบริการภาครัฐเพื่อภาคธุรกิจ (Biz Portal) แพลตฟอร์มไทยมีงานทำ เป็นต้น ๑.๒ เพื่อให้ศูนย์ดำรงธรรมระดับจังหวัดและอำเภอ สามารถให้ความช่วยเหลือประชาชนในการเข้าถึง แพลตฟอร์มดิจิทัลกลางต่าง ๆ ของรัฐได้ ๑.๓ เพื่อสนับสนุนการเชื่อมโยงข้อมูลและระบบการทำงานระหว่าง ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล หรือ ระบบรับเรื่องราวร้องทุกข์ (“ระบบ 1111”) และศูนย์ดำรงธรรม (1567) เพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง ตลอดจน ติดตามงานรับเรื่องราวร้องทุกข์ต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพและสอดคล้องกัน ๑.๔ เพื่อขับเคลื่อนและยกระดับการบริหารงานภาครัฐและการบริการประชาชนในรูปแบบและช่องทาง ดิจิทัล ทั้งนี้ ให้ครอบคลุมทั่วทุกจังหวัดของประเทศ
๓ ข้อ ๒ ขอบเขตความร่วมมือ ๒.๑ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ๒.๑.๑ ดูแลรับผิดชอบโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยีดิจิทัลสำหรับโครงการ ๒.๑.๒ สนับสนุนโครงข่ายผ่านการให้บริการของ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) ๒.๑.๓ สนับสนุน Cloud Server (GDCC) เพื่อนำ e-Service Gateway มาติดตั้ง ๒.๑.๔ ดูแลรับผิดชอบเกี่ยวกับความปลอดภัยทางไซเบอร์ในโครงการ ๒.๑.๕ สนับสนุนการให้บริการอินเทอร์เน็ตสาธารณะประจำหมู่บ้านในโครงการเน็ตประชารัฐ ๒.๒ กระทรวงมหาดไทย ๒.๒.๑ สนับสนุนบริการ อำนวยความสะดวก ในการเข้าถึงข้อมูล และบริการดิจิทัลต่าง ๆ ณ ศูนย์ดำรงธรรมระดับจังหวัด อำเภอ และ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งครอบคลุมถึง - ให้ข้อมูลและคำแนะนำประชาชนในการเข้าถึงสิทธิสวัสดิการและการขอรับอนุมัติ/ อนุญาต รวมถึงขอบริการต่าง ๆ จากหน่วยงานภาครัฐ โดยใช้ข้อมูลจากศูนย์รวมข้อมูลเพื่อติดต่อราชการ (info.go.th) - ให้ความช่วยเหลือประชาชนในการเข้าถึงสิทธิสวัสดิการ (หรือเข้าถึงช่องทาง) การขอ อนุมัติ/อนุญาต (หรือ) ขอรับบริการต่างๆ จากหน่วยงานภาครัฐ ผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลกลางของรัฐ เช่น ระบบพอร์ทัลกลาง เพื่อประชาชน (Citizen Portal) หรือ ระบบ “ทางรัฐ” ระบบศูนย์กลางบริการภาครัฐเพื่อภาคธุรกิจ (Biz Portal) (หรือ) แพลตฟอร์มไทยมีงานทำ เป็นต้น - ดำเนินการให้มีระบบ Digital ID เพื่อให้บริการแก่ทุกแพลตฟอร์ม เช่น ทางรัฐ Biz Portal รวมถึง e-Service Gateway ให้สามารถใช้งานได้เป็นต้น - พัฒนาระบบเชื่อมโยงข้อมูล (เฉพาะงานรับเรื่องราวร้องทุกข์) ร่วมกับสำนักงานปลัด สำนักนายกรัฐมนตรี ๒.๒.๒ สนับสนุนให้เจ้าหน้าที่ได้รับความรู้ผ่านการอบรมผ่านเครือข่ายออนไลน์กระทรวงมหาดไทย ๒.๒.๓ ประชาสัมพันธ์ให้ทุกจังหวัดรับทราบและให้การสนับสนุน ๒.๒.๔ รวบรวมสถิติ และข้อเสนอแนะจากการให้บริการ ๒.๓ สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ๒.๓.๑ พัฒนาระบบการจัดการเรื่องราวร้องทุกข์เพื่อเชื่อมโยงฐานข้อมูลกับศูนย์ดำรงธรรม กระทรวงมหาดไทย กำหนดแล้วเสร็จภายในเดือนกันยายน ๒๕๖๕ ๒.๓.๒ เชื่อมโยงช่องทางการรับเรื่องร้องทุกข์ของสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีกับแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” ๒.๓.๓ พัฒนาระบบการให้บริการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล 1111 ๒.๓.๔ สนับสนุนการแลกเปลี่ยนบริการของศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล 1111 กับระบบอื่น ผ่าน e-Service Gateway ๒.๔ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ ๒.๔.๑ รวบรวมระบบบริการ e-Service ของหน่วยงานต่าง ๆ ไว้ในเว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการ พัฒนาระบบราชการ เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด อำเภอ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในการนำ e-Service ไปให้บริการ ๒.๔.๒ ประสานงานกับหน่วยงานในพื้นที่ที่เป็นผู้รับผิดชอบงาน e-Service เพื่อให้คำปรึกษา แนะนำ แก่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด อำเภอ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในการให้บริการ
๔ ๒.๔.๓ ร่วมกับสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) จัดทำและปรับปรุงข้อมูล ในระบบศูนย์รวมข้อมูลเพื่อติดต่อราชการ (info.go.th) ให้ครบถ้วน ถูกต้อง เป็นปัจจุบันและมีเนื้อหาที่เข้าใจง่าย และให้การ สนับสนุนความรู้ความเข้าใจแก่หน่วยงานผู้ให้บริการ ๒.๔.๕ กำหนดตัวชี้วัดเพื่อส่งเสริมการขับเคลื่อนและยกระดับการบริการในรูปแบบ e-Service ๒.๔.๖ ติดตามยอดการใช้งานและรายงานความก้าวหน้าความสำเร็จ ๒.๕ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ๒.๕.๑ สนับสนุนการเชื่อมโยงข้อมูลการรับเรื่องร้องทุกข์หรือบริการอื่นๆ ที่เป็นประโยชน์กับ แพลตฟอร์มดิจิทัลกลาง ๒.๕.๒ สนับสนุนให้เกิดการเชื่อมโยงข้อมูลการรับเรื่องร้องทุกข์ร่วมกับ ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ ของรัฐบาล 1111 (“ระบบ 1111”) และศูนย์ดำรงธรรม ๒.๕.๓ สนับสนุนข้อมูลการรับเรื่องราวร้องทุกข์ หรือบริการอื่นๆ ที่เป็นประโยชน์ สำหรับใช้ เผยแพร่และแสดงผลข้อมูลความคืบหน้าต่อประชาชน ๒.๖ กรมประชาสัมพันธ์ ๒.๖.๑ สนับสนุนการประชาสัมพันธ์งานบริการอำนวยความสะดวกให้ประชาชนรับรู้ในระดับจังหวัด และระดับท้องถิ่น โดยเน้นการประชาสัมพันธ์แอปพลิเคชัน “ทางรัฐ ๒.๖.๒ สื่อสารบริการดิจิทัลในโครงการความร่วมมือนี้ผ่านเครือข่ายประชาสัมพันธ์ในระดับพื้นที่ ทั่วประเทศ ๒.๖.๓ ติดตาม รวบรวม ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของประชาชน ที่ผ่านสื่อของ กรมประชาสัมพันธ์ เพื่อนำไปพัฒนาการให้บริการของภาครัฐผ่านแอปพลิเคชัน "ทางรัฐ" ให้ตอบสนองความต้องการ ของประชาชนอย่างแท้จริง ๒.๗ สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) ๒.๗.๑ สนับสนุนการให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลกลางต่าง ๆ ที่ดำเนินการโดยสำนักงานพัฒนา รัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) สำหรับเจ้าหน้าที่ศูนย์ดำรงธรรมระดับจังหวัด อำเภอ และ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งครอบคลุมถึง - ระบบศูนย์รวมข้อมูลเพื่อติดต่อราชการ (info.go.th) - ระบบพอร์ทัลกลางเพื่อประชาชน (Citizen Portal) หรือ บริการ “ทางรัฐ” - ระบบศูนย์กลางบริการภาครัฐเพื่อภาคธุรกิจ (Biz Portal) ๒.๗.๒ จัดเจ้าหน้าที่เพื่ออบรมให้ความรู้ในการใช้งานและบริการ ระบบ “Biz Portal” และแนะนำ บริการ ระบบ “ทางรัฐ” พร้อมขั้นตอนการลงทะเบียน ระบบ “ทางรัฐ” หรือ แอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” ๒.๗.๓ สนับสนุนคู่มือในการให้บริการระบบ “Biz Portal” และ ระบบ “ทางรัฐ” ๒.๗.๔ สนับสนุนทางเทคนิคในการเชื่อมโยงระบบ 1111 ของสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ๒.๗.๕ ดำเนินการ e-Service Gateway เพื่อเป็นศูนย์กลางแลกเปลี่ยนบริการของหน่วยงานรัฐให้มี การร่วมพัฒนาหรือให้บริการได้สอดคล้องกัน ทั้งนี้ หากมีความร่วมมือโครงการย่อยภายใต้บันทึกข้อตกลงความร่วมมือนี้ ฝ่ายที่ตกลงร่วมมือกัน อาจจัดทำรายละเอียดของโครงการย่อย ที่มีข้อตกลงเกี่ยวกับทรัพย์สินทางปัญญา ข้อมูลที่เป็นความลับ ค่าใช้จ่ายและ งบประมาณ หรือเงื่อนไขอื่นใดที่เป็นอย่างอื่นได้ (ถ้ามี) โดยจัดทำเป็นหนังสือตามรูปแบบความตกลงของแต่ละโครงการย่อย เป็นรายกรณีไป
๕ ข้อ ๓ ค่าใช้จ่ายและงบประมาณ ทั้งเจ็ดฝ่ายตกลงรับผิดชอบค่าใช้จ่ายและงบประมาณสำหรับการดำเนินงานโครงการภายใต้บันทึก ข้อตกลงความร่วมมือนี้ในส่วนที่กำหนดให้เป็นภาระหน้าที่และความรับผิดชอบของฝ่ายนั้นเอง เว้นแต่มีข้อตกลงเป็นหนังสือ เป็นอย่างอื่น ข้อ ๔ ระยะเวลาความร่วมมือ บันทึกข้อตกลงความร่วมมือฉบับนี้ มีผลบังคับใช้นับตั้งแต่วันที่ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ เป็นต้นไป จนถึงวันที่ ๓๐ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๖ ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีสิทธิบอกเลิกบันทึกข้อตกลงความร่วมมือนี้ โดยทำเป็นหนังสือแจ้งให้อีกหกฝ่าย ทราบล่วงหน้า ไม่น้อยกว่า ๓๐ (สามสิบ) วัน เว้นแต่มีการตกลงร่วมกันทั้งเจ็ดฝ่ายเป็นหนังสือให้บันทึกข้อตกลงความร่วมมือนี้ สิ้นสุดในทันทีหรือภายในกำหนดระยะเวลาที่เห็นชอบร่วมกันของทั้งเจ็ดฝ่าย การที่บันทึกข้อตกลงความร่วมมือนี้สิ้นสุดลงไม่ว่าด้วยกรณีใด ไม่มีผลเป็นการยกเลิกโครงการย่อยหรือ กิจกรรมที่ดำเนินการไปแล้ว หรือที่อยู่ระหว่างดำเนินการภายใต้บันทึกข้อตกลงความร่วมมือนี้ เว้นแต่ ทั้งเจ็ดฝ่ายจะตกลงกัน เป็นหนังสือเป็นอย่างอื่น ทั้งนี้ ทั้งเจ็ดฝ่ายอาจตกลงขยายระยะเวลาในการดำเนินงานภายใต้บันทึกข้อตกลงความร่วมมือนี้ออกไป ได้ตามความเหมาะสมโดยมีเหตุผลอันสมควร ข้อ ๕ สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา ๕.๑ สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาหรือสิทธิอื่นใดของผลงาน รวมทั้ง สิ่งประดิษฐ์ คู่มือ เอกสาร โปรแกรม คอมพิวเตอร์ ข้อมูล หรือสิ่งอื่นใดที่เป็นของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง และฝ่ายนั้นได้นำมาใช้ในการดำเนินงานโครงการภายใต้บันทึก ข้อตกลงความร่วมมือนี้ ย่อมเป็นของฝ่ายนั้น หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งประสงค์จะใช้ประโยชน์ในสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาหรือ สิทธิอื่นใดของอีกหกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นการใช้เพื่อวัตถุประสงค์ใดจะต้องได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากฝ่ายที่เป็นเจ้าของทรัพย์สิน ทางปัญญานั้นก่อน พร้อมทั้งทำความตกลงในเรื่องสิทธิประโยชน์ เงื่อนไข และค่าตอบแทนกันเป็นหนังสือ ซึ่งแยกต่างหาก จากบันทึกข้อตกลงความร่วมมือนี้ต่อไป ๕.๒ บรรดาสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาในเอกสาร รายงาน ผลงาน รวมทั้งคู่มือ โปรแกรมคอมพิวเตอร์ หรือข้อมูลสิ่งใด ๆ ที่ได้สร้างสรรค์ขึ้นจากการดำเนินงานโครงการภายใต้บันทึกข้อตกลงความร่วมมือนี้ ซึ่งต่อไปในบันทึก ข้อตกลงความร่วมมือนี้เรียกว่า “ผลงาน” เป็นของทั้งเจ็ดฝ่ายร่วมกัน เว้นแต่มีข้อตกลงเป็นหนังสือเป็นอย่างอื่น โดยทั้ง เจ็ดฝ่ายมีสิทธิใช้ประโยชน์จากผลงาน โดยมีสิทธิทำซ้ำ ดัดแปลง พัฒนาต่อยอด หรือใช้ประโยชน์จากผลงานได้โดยไม่มีข้อจำกัด และไม่ต้องเสียค่าตอบแทนแก่ฝ่ายใด แต่จะต้องมีการอ้างอิงว่าผลงานดังกล่าวเป็นผลงานที่เกิดจากการร่วมกันจัดทำและ พัฒนาขึ้นภายใต้การดำเนินงานโครงการตามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือนี้ ทั้งนี้ ต้องไม่นำผลงานไปทำซ้ำ ดัดแปลง เผยแพร่ พัฒนาต่อยอด หรือใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์หรือ ทางที่ก่อหรืออาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่ฝ่ายใด ๕.๓ ฝ่ายใดที่ประสงค์จะใช้ตรา สัญลักษณ์ หรือเครื่องหมาย ไม่ว่าจะได้จดทะเบียนไว้ตามกฎหมายหรือไม่ ก็ตามของอีกฝ่ายหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นการใช้เพื่อวัตถุประสงค์ใด จะต้องได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากฝ่ายที่เป็นเจ้าของ สิทธิตรา สัญลักษณ์ หรือเครื่องหมาย นั้น
๖ ข้อ ๖ การรักษาความลับ ทั้งเจ็ดฝ่ายตกลงว่าจะรักษาข้อมูลที่เป็นความลับ ซึ่งฝ่ายที่เป็นเจ้าของข้อมูลประสงค์จะให้เก็บรักษาข้อมูล ดังกล่าวนั้นไว้เป็นความลับ โดยจะไม่เปิดเผยหรือเผยแพร่ข้อมูลที่เป็นความลับดังกล่าวให้แก่บุคคลภายนอกไม่ว่ากรณีใด และ แม้ว่าบันทึกข้อตกลงความร่วมมือนี้จะสิ้นสุดลงแล้ว เว้นแต่ ในกรณีดังต่อไปนี้ ๖.๑ ได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากฝ่ายเจ้าของข้อมูลที่เป็นความลับ ๖.๒ เป็นข้อมูลที่ฝ่ายนั้นได้รับทราบอยู่ก่อนวันทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือนี้ ๖.๓ เป็นข้อมูลที่ได้รับการเปิดเผยจากบุคคลภายนอกที่ไม่อยู่ภายใต้ข้อกำหนดในเรื่องการรักษาความลับ หรือข้อจำกัดในเรื่องสิทธิการใช้ข้อมูล ๖.๔ เป็นข้อมูลที่รู้กันโดยทั่วไปก่อนหรือขณะเวลาที่ฝ่ายนั้นได้รับการเปิดเผยข้อมูลที่เป็นความลับ ๖.๕ เป็นข้อมูลที่เป็นความลับได้เปิดเผยต่อสาธารณะหลังจากที่ฝ่ายนั้นได้รับการเปิดเผยข้อมูลที่เป็น ความลับ ๖.๖ เป็นข้อมูลที่มาจากการพัฒนาของฝ่ายนั้นเองโดยมิได้อาศัยข้อมูลที่เป็นความลับตามบันทึกข้อตกลง ความร่วมมือนี้ ๖.๗ เป็นข้อมูลที่กำหนดให้ต้องเปิดเผยโดยกฎหมายหรือตามคำสั่งศาล แต่จะต้องแจ้งเป็นหนังสือให้ เจ้าของข้อมูลที่เป็นความลับได้รับทราบถึงข้อกำหนดหรือคำสั่งดังกล่าวก่อนที่จะดำเนินการเปิดเผย และในการเปิดเผยข้อมูลที่ เป็นความลับนั้น จะต้องดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายเพื่อขอให้คุ้มครองข้อมูลที่เป็นความลับดังกล่าวไม่ให้ถูกเปิดเผย ต่อสาธารณะด้วย ๖.๘ ข้อมูลที่เป็นความลับดังกล่าวกลายเป็นข้อมูลที่ไม่ใช่ข้อมูลที่เป็นความลับแล้วโดยชอบด้วยกฎหมาย ข้อ ๗ การเผยแพร่ข้อมูลและการประชาสัมพันธ์ ทั้งเจ็ดฝ่ายสามารถประชาสัมพันธ์ เผยแพร่ โฆษณา หรือให้ข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินงานหรือผลของ การดำเนินงานภายใต้บันทึกข้อตกลงความร่วมมือนี้ได้ตราบเท่าที่ไม่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง โดยไม่ต้องแจ้ง หรือได้รับความยินยอมจากอีกหกฝ่ายก่อน ทั้งนี้ ในการประชาสัมพันธ์ เผยแพร่ โฆษณาหรือให้ข้อมูลดังกล่าวจะต้องแสดง ข้อความหรือสัญลักษณ์อื่นใดให้ปรากฏอย่างชัดเจนว่าเป็นโครงการที่เกิดขึ้นภายใต้ความร่วมมือนี้ของทั้งเจ็ดฝ่าย และต้อง ไม่เป็นการเปิดเผยข้อมูลที่เป็นความลับตามข้อ ๖ ข้อ ๘ การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามโครงการภายใต้บันทึกข้อตกลงความร่วมมือฉบับนี้ ทั้งเจ็ดฝ่ายตกลง ให้มีการจัดทำรายละเอียดการเปิดเผยหรือแลกเปลี่ยนข้อมูลส่วนบุคคลต่อกันเพื่อวัตถุประสงค์ในการยืนยันตัวตน เชื่อมโยง บริการดิจิทัลหรือบูรณาการแสดงผลข้อมูลหรือบริการของทุกฝ่าย โดยฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอาจเป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลใน ข้อมูลส่วนบุคคลที่ตนเปิดเผย และทั้งเจ็ดฝ่ายตกลงจะดำเนินการ ซึ่งรวมไปถึงการจัดทำเอกสาร สัญญาหรือข้อตกลงอื่นใด ที่เกี่ยวข้องและจำเป็นกับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ ต่อไป ข้อ ๙ การโอนสิทธิและหน้าที่ตามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ ทั้งเจ็ดฝ่ายไม่สามารถโอนสิทธิและหน้าที่ตามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือนี้ให้แก่บุคคลอื่นได้ เว้นแต่ จะได้รับความยินยอมเป็นหนังสือจากอีกหกฝ่ายก่อน ข้อ ๑๐ การแก้ไขเปลี่ยนแปลงบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ การปรับปรุง เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเพิ่มเติมบันทึกข้อตกลงความร่วมมือนี้ จะต้องได้รับความยินยอม จากทั้งเจ็ดฝ่าย โดยทำเป็นหนังสือและลงนามโดยผู้มีอำนาจของทั้งเจ็ดฝ่ายแนบท้ายบันทึกข้อตกลงความร่วมมือนี้ และให้ ถือว่าการแก้ไขเพิ่มเติมดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของบันทึกข้อตกลงความร่วมมือนี้
DIGITAL GOVERNMENT DEVELOPMENT AGENCY “ความร่วมมือการให้บริการอ านวยความสะดวก ประชาชนระดับพื้นที่” 12 กรกฎาคม 2565
DIGITAL GOVERNMENT DEVELOPMENT AGENCY วัตถุประสงค์ความร่วมมือ 1) เพ่ือให้ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูล สิทธิสวัสดิการ และการขอรับ อนุมัติ/อนุญาต ขอบริการต่าง ๆ จากหน่วยงานภาครัฐ ผ่าน แพลตฟอร์มดิจิทัลกลางต่าง ๆ ของรัฐได้ 2) เพ่ือให้ศูนย์ด ารงธรรมระดับจังหวัดและอ าเภอ สามารถให้ความ ช่วยเหลือประชาชนในการเข้าถึงแพลตฟอร์มดิจิทัลกลางต่าง ๆ ของ รัฐได้ 3) เพ่ือสนับสนุนการเช่ือมโยงข้อมูลและระบบการท างานระหว่าง ศูนย์รับ เร่ืองราวร้องทุกข์ของรัฐบาล หรือ ระบบรับเร่ืองราวร้องทุกข์ (“ระบบ 1111”) และศูนย์ด ารงธรรม (1567) เพ่ือด าเนินการในส่วนท่ี เก่ียวข้อง ติดตามงานรับเร่ืองราวร้องทุกข์ต่าง ๆ ได้อย่างมี ประสิทธิภาพ 4) เพ่ือขับเคล่ือนและยกระดับการบริหารงานภาครัฐและการบริการ ประชาชนในรูปแบบและช่องทางดิจิทัลให้ครอบคลุมทัว่ทุกจังหวัดของ ประเทศ
DIGITAL GOVERNMENT DEVELOPMENT AGENCY ขอบเขตความร่วมมือในโครงการ กระทรวงดิจิทัลเพ่ือเศรษฐกิจและสังคม สนับสนุนโครงสร้างพ้ืนฐานทางเทคโนโลยีดิจิทัล ทัง้โครงข่ายการให้บริการ Cloud Server และ อินเทอร์เน็ตสาธารณะประจ าหมู่บ้านในโครงการเน็ตประชารัฐ เป็นผู้รับผิดชอบเก่ียวกับความปลอดภัยทางไซเบอร์ในโครงการ กระทรวงมหาดไทย สนับสนุนบริการ อ านวยความสะดวก ในการเข้าถึงข้อมูล และบริการดิจิทัลต่าง ๆ ณ ศูนย์ด ารงธรรมระดับ จังหวัด อ าเภอ และ องค์กรปกครองส่วนท้องถิน่ซ่ึงครอบคลุมถึงด าเนินการให้มีระบบ Digital ID เพ่ือให้บริการแก่ทุก แพลตฟอร์ม ให้ข้อมูลและค าแนะน าประชาชนในการเข้าถึงสิทธิสวัสดิการและการขอรับอนุมัติ/อนุญาต รวมถึงขอบริการต่าง ๆ จากหน่วยงานภาครัฐ ส านักงานปลัดส านักนายกรัฐมนตรีพัฒนาระบบเช่ือมโยง ยกระดับระบบศูนย์รับเร่ืองราวร้องทุกข์ของรัฐบาล 1111 ให้เป็น ช่องทางท่ีประชาชนสามารถเสนอเร่ืองราวร้องทุกข์เสนอข้อคิดเห็น และติดตามประเด็นต่าง ๆ โดยเสนอผ่านระบบพอร์ทัลกลาง เพ่ือประชาชนได้ ส านักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ รวบรวมระบบบริการ e-Service เพ่ือให้ค าปรึกษา แนะน าแก่ศูนย์ด ารงธรรม จังหวัด อ าเภอ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิน่ ในการให้บริการ ส านักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค สนับสนุนข้อมูลของการรับเร่ืองราวร้องทุกข์ส าหรับใช้เผยแพร่และแสดงผลข้อมูล ความคืบหน้าต่อประชาชน ติดตามสถานะการรับเร่ืองราวร้องทุกข์จากหน่วยงานและประชาชน กรมประชาสัมพันธ์สนับสนุนการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับรู้เก่ียวกับงานบริการทัง้ในระดับจังหวัด และระดับท้องถิน่ ส านักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) สนับสนุนการให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลกลางต่างๆ อาทิ ระบบศูนย์รวม ข้อมูลเพ่ือติดต่อราชการ (info.go.th) ระบบพอร์ทัลกลางเพ่ือประชาชน (Citizen Portal) หรือ “แอปฯ ทางรัฐ” ระบบ ศูนย์กลางบริการภาครัฐเพ่ือธุรกิจ (Biz Portal) เพ่ือเจ้าหน้าท่ีศูนย์ด ารงธรรมระดับจังหวัด อ าเภอ และ องค์กรปกครองส่วน ท้องถิน่ ได้แนะน าประชาชน
DIGITAL GOVERNMENT DEVELOPMENT AGENCY ระยะที่ 1 ▪ 1. เริม่ด าเนินการในพ้ืนท่ีให้บริการ 34 จังหวัด 182 อ าเภอ (กระทรวงมหาดไทย) ▪ 2. จ านวนบริการร่วม 20 บริการ ได้แก่ ▪ 2.1. จองตัวท าใบขับข่ี ▪ 2.2. ขอเลขทะเบียนรถ Start 2565 2566 ต.ค. 65 พ.ย. 65 ▪ 1. อบรมเจ้าหน้าท่ีศูนย์ด ารงธรรมครัง้ท่ี1 (อบรมทางรัฐ ,Info.go.th) ▪ 2. ส่งมอบคู่มือการใช้งานและการลงทะเบียน ณ ตู้บุญ เดิมและไปรษณีย์ ▪ 3. ส่งมอบ Service catalog พร้อมค าอธิบายสัน้ๆ ▪ 4. ส่งมอบ FAQ ▪ 5. DGA Contact Center ให้บริการแนะน าอีกช่องทาง ▪ 6. ส่งมอบ Infographic ธ.ค. 65 ▪ 1. ประเมินและติดตาม ▪ 2. หารือและร่วมแก้ไข ปัญหา (ถ้ามี) ระยะที่ 2 2566 – 2567 ระยะที่ 3 ▪ 1. กระทรวงมหาดไทย สพร. จัด ประชุมช้ีแจงแนวทางการ ด าเนินงานส าหรับ อปท. ในการเป็น ศูนย์ OSS ▪ 2. กระทรวงมหาดไทย สพร. ร่วม ผลักดัน ประเมินและติดตามผลการ ด าเนินงาน ▪ 1. อบรมทางรัฐ,Info.go.th ให้กับเจ้าหน้าท่ี ศูนย์ด ารงธรรมทัว่ประเทศ ครัง้ท่ี2 ▪ 2. สนับสนุนการประชาสัมพันธ์และ Update Infographic 5 แผนการด าเนินงานการให้บริการ
ความก้าวหน้าการขับเคลื่อน รัฐบาลดิจิทัล
การประชุมหารือเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับ แนวทางการขับเคลื่อนรัฐบาลดิจิทัล และแนวทางการ พัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐด้วยระบบดิจิทัล ระหว่าง คณะกรรมาธิการการบริหารราชการแผ่นดิน วุฒิสภา กับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม สนับสนุนโดย กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ส านักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล และส านักงาน ก.พ.ร. และส านักงาน ป.ย.ป.
ประเด็นที่คณะกรรมาธิการฯ ขอหารือ 1. แนวทางการขับเคลื่อนรัฐบาลดิจิทัล 2. แนวทางการพัฒนาระบบการบริหารจัดการ ภาครัฐด้วยระบบดิจิทัล 3. แพลตฟอร์มกลางภาครัฐ “One Country One Platform” 2
ยุทธศาสตร์กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ภาพรวมค าของบประมาณปี 2567 วิสัยทัศน์ และพันธกิจ ผู้บริหารกระทรวง และหน่วยง นโยบายการขับเคลื่อนดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม าน/กลไกส าคัญขับเคลื่อน 1 2 3 4 5 3 หัวข้อ แนะน ากระทรวงดิจิทัลฯ และนโยบายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงฯ ที่สอดคล้องต่อแนวทางการขับเคลื่อนรัฐบาลดิจิทัล และการพัฒนาระบบการ บริหารจัดการภาครัฐด้วยระบบดิจิทัล
พันธกิจ 1. เสนอนโยบาย แผนระดับชาติ และกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาด้าน ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ด้านสถิติ ด้านอุตุนิยมวิทยา 2. พัฒนา บริหารจัดการ และก ากับดูแล โครงสร้างพื้นฐานการสื่อสาร สารสนเทศ และโทรคมนาคมเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ 3. ส่งเสริม สนับสนุนการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัล ต่อยอดการวิจัย และพัฒนา รวมทั้งการพัฒนาก าลังคนด้านดิจิทัล เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการ แข่งขันของประเทศและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน 4. บูรณาการ และยกระดับประสิทธิภาพการด าเนินงานภาครัฐผ่านการ เชื่อมโยงสารสนเทศจากหลายหน่วยงานด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล 5. บริหารจัดการระบบสถิติของประเทศ เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจ รวมทั้ง ส่งเสริมและพัฒนาการอุตุนิยมวิทยา ให้มีประสิทธิภาพ ทันต่อเหตุการณ์ และ ตอบสนองต่อความต้องการของผู้ใช้บริการ 6. ก ากับ ดูแล ติดตาม และประเมินผลนโยบาย แผนระดับชาติ และกฎหมาย ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาด้านดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ด้านสถิติ ด้าน อุตุนิยมวิทยา และสร้างความเชื่อมั่นในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลอย่างมั่นคงปลอดภัย 4 “เป็นผู้น าและผลักดัน การใช้เทคโนโลยี และนวัตกรรมดิจิทัล เพื่อขับเคลื่อน ประเทศไทย ไปสู่ประเทศไทย 4.0” วิสัยทัศน์ 1
5 ผู้บริหารกระทรวงฯ และหน่วยงาน/กลไกส าคัญขับเคลื่อน 2 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นายสุทธิเกียรติ วีระกิจพานิช ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นายวัลลภ รุจิรากร เลขานุการรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
6 นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงฯ นายณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ รองปลัดกระทรวงฯ ศ.พิเศษ วิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงฯ น.ส. สุกันยาณี ยะวิญชาญ ผู้ตรวจราชการ นายเอกพงษ์ หริ่มเจริญ ผู้ตรวจราชการ น.ส. กรรวี สิทธิชีวภาค ผู้ตรวจราชการ น.ส. กัลยา ชินาธิวร ที่ปรึกษาด้าน ต่างประเทศ น.ส. พิยะดา สุดกังวาล (รก.) ที่ปรึกษาด้านการสื่อสาร ผู้บริหารกระทรวงฯ และหน่วยงาน/กลไกส าคัญขับเคลื่อน 2
น.ส. ชมภารี ชมภูรัตน์ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา นางปิยนุช วุฒิสอน ผู้อ านวยการส านักงานสถิติแห่งชาติ นายภุชพงค์ โนดไธสง เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัล เพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ พล.ต.ต. อธิป พงษ์ศิวาภัย ผู้บังคับการปราบปรามการกระท าความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หน่วยงานในก ากับ นายณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อ านวยการส านักงาน ส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล นายชัยชนะ มิตรพันธ์ ผู้อ านวยการส านักงาน พัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ นายศิวรักษ์ ศิวโมกษธรรม เลขาธิการคณะกรรมการ คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล รศ. ธีรณี อจลากุล ผู้อ านวยการ สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ พ.อ.สรรพชัยย์ หุวะนันทน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ. โทรคมนาคมแห่งชาติ นายดนันท์ สุภัทรพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จ ากัด ผู้บริหารกระทรวงฯ และหน่วยงาน/กลไกส าคัญขับเคลื่อน 2 7
หน่วยงาน/กลไกส าคัญขับเคลื่อน ด้านรัฐบาลดิจิทัลของประเทศ หน่วยงานร่วมขับเคลื่อนส าคัญ อาทิ กระทรวงดิจิทัลฯ 8 คณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม 2 ส านักงานปลัดฯ คณะกรรมการพัฒนารัฐบาลดิจิทัล หน่วยบริการ ภาครัฐต่างๆ บก.ปอท. กลไก ตาม พ.ร.ก. มาตรการป้องกันและ ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และ พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ฯ คณะกรรมการระดับชาติ คณะกรรมการระดับชาติ
03 เสาที่1 : โครงสร้างพื้นฐาน (5 แผนงาน) เสาที่2 : เศรษฐกิจดิจิทัล (7 แผนงาน) เสาที่3 : สังคมดิจิทัล (2 แผนงาน) เสาที่4 : รัฐบาลดิจิทัล (3 แผนงาน) เสาที่5 : เครือข่ายนานาชาติ(2 แผนงาน) เสาที่6 : Mega Program (2 แผนงาน) เสาที่1 : เร่งรัดแก้ปัญหา (1 แผนงาน) เสาที่2 : ป้องกันการจู่โจมทางไซเบอร์ (2 แผนงาน) เสาที่3 : เตรียมความพร้อม (2 แผนงาน) เสาที่4 : ส่งเสริมระบบคลาวด์กลางภาครัฐ (2 แผนงาน) เสาที่1 : เมล็ดพันธ์ดิจิทัล (3 แผนงาน) เสาที่2 : แรงงานไทยมีทักษะ (2 แผนงาน) เสาที่3 : ก าลังคนดิจิทัลในสาขาขาดแคลน (2 แผนงาน) เสาที่4 : คนกลุ่มเปราะบาง (1 แผนงาน) นโยบายการขับเคลื่อนดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม 3 Competitiveness ยกระดับขีดความสามารถ ของประเทศ 1 Safety & Security ความมั่นคงปลอดภัย ทางดิจิทัล 2 3 Human Capital สร้าง พัฒนา ต่อยอด ทุนมนุษย์ 9 3 เครื่องยนต์ใหม่ของประเทศไทย The Growth Engine of Thailand เครื่องยนต์ที่ 1 เครื่องยนต์ที่ 2 เครื่องยนต์ที่ 3
: แผนงานส าคัญ ตามนโยบายรัฐมนตรีว่าการฯ ที่เกี่ยวข้องด้านการขับเคลื่อนรัฐบาลดิจิทัล 10ภายใต้เครื่องยนต์ที่ 1 : Competitiveness ยกระดับขีดความสามารถของประเทศ 01 01 เสาที่ 4 เร่งเพิ่มประสิทธิภาพการบริการของรัฐบาลดิจิทัล แผนงานส าคัญ – 1. ส่งเสริมระบบคลาวด์กลางภาครัฐระดับความมั่นคงปลอดภัยสูงสุด (G-Cloud High Security) 2. ส่งเสริมการบริการระบบคลาวด์กลางภาครัฐทั่วไป (G-Cloud Data Protection and Cyber Security) เน้นการคุ้มครองตามหลักการ PDPA และยกระดับให้มีมาตรฐานความมั่นคงปลอดภัย เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ภาคประชาชน และภาคธุรกิจในท า ธุรกรรมกับหน่วยงานภาครัฐ 02 3 แผนงานส าคัญ – 1. เร่งพัฒนาและเชื่อมโยงข้อมูลขนาดใหญ่ของหน่วยงานภาครัฐ และเปิด API (Big Data & Open API) 2. ส่งเสริมเร่งรัดให้เกิดบริการภาครัฐแบบ One Stop Service 3. พัฒนาระบบ One Wallet ส่งเสริมการน าเทคโนโลยี Blockchain/ Smart Contract มาใช้เพื่อสร้าง กฎเกณฑ์ที่ชัดเจน ลดการใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ เพื่อให้ประชาชน และเอกชนสามารถเข้าถึงการบริการได้สะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย แผนงานส าคัญ - พัฒนาและลดความยุ่งยากในการใช้ National Digital ID หรือระบบพิสูจน์ยืนยันตัวตนของผู้ใช้บริการ เสาที่ แบบดิจิทัลผ่านระบบออนไลน์เพื่อรับบริการต่าง ๆ จากภาครัฐและภาคเอกชน ลดการใช้ส าเนาบัตร ส าเนาเอกสาร 1 เร่งเพิ่มประสิทธิภาพและสร้างโอกาสจากโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลของประเทศอย่างจริงจัง เสาที่ 4 ส่งเสริมระบบคลาวด์กลางภาครัฐ ภายใต้เครื่องยนต์ที่ 2 : Safety & Security ความมั่นคงปลอดภัยทางดิจิทัล นโยบายการขับเคลื่อนดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
11 4 ยุทธศาสตร์กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ขับเคลื่อนเศรษฐกิจยุคใหม่ ด้วยระบบนิเวศ โครงสร้าง พื้นฐาน และนวัตกรรม ดิจิทัล สร้างสังคมแห่งอนาคต และลดความเหลื่อมล้ า ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล 2 ยกระดับการให้บริการ ประชาชน ภาคเอกชน และภาครัฐ ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล 3 พัฒนาก าลังคนให้พร้อมเข้าสู่ยุคดิจิทัล 4 1 สร้างความเชื่อมั่นในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล 5
ค าของบประมาณ 2567 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม แยกตามแผนงาน แผนงานบุคลากรภาครัฐ 2,096.7486 ล้านบาท กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม 6.65% 6.80% 72.28% แผนงานยุทธศาสตร์ 72.28% แผนงานบูรณาการ 14.27% แผนงานพื้นฐาน 6.80% แผนงานบุคลากรภาครัฐ 6.65% 31,515.8294 ล้านบาท 14.27% ค าของบประมาณปี2567 เพิ่มขึ้นจาก ปี2566 24,729.6158 ล้านบาท คิดเป็น 367.48% แผนงานพื้นฐาน 2,142.3472 ล้านบาท แผนงานยุทธศาสตร์ 22,780.3940 ล้านบาท แผนงานบูรณาการ 4,469.3696 ล้านบาท ภาพรวมค าของบประมาณปี 2567 5 12