The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คู่มือระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน 21 สค 65

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by jarayhnu, 2022-08-21 09:37:05

ระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน

คู่มือระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน 21 สค 65

1

คู่มือระบบการดแู ลชว่ ยเหลอื นักเรยี น

TEAMS MODEL

ก2

คำนำ

คมู่ ือระบบการดูแลชว่ ยเหลือนกั เรียนเล่มนี้ จดั ทำขึ้นเพอื่ ฝ่ายบริหาร คณะครูผู้รับผิดชอบงานระบบ
ดูแลชว่ ยเหลือนกั เรียน หวั หน้าสายชน้ั ครปู ระจำช้ัน ครูประจำวชิ า ครูแนะแนว ครอู นามัย ครูปกครอง ครูพ่ี
เลี้ยงนักเรยี นเรยี นร่วม ครูบริบาล รวมทั้งผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในด้านการดูแลชว่ ยเหลือนกั เรียน ได้นำไปใช้ใน
การดำเนินการดูแลช่วยเหลือนักเรียนทุกคนอย่างเป็นระบบ นอกจากนี้คณะผู้จัดทำได้จัดพิมพ์และรวบรวม
แบบฟอร์มเพื่อให้งา่ ยแก่การดำเนนิ การต่าง ๆ เชน่ เอกสารเก่ยี วกบั การรูจ้ ักนกั เรียนรายบคุ คล เอกสารการคัด
กรองนักเรยี น เอกสารการปอ้ งกันและแก้ไข เอกสารการส่งเสรมิ นักเรียน เอกสารการสง่ ตอ่ ทั้งน้ีโรงเรียนบ้าน
หัวสะพานมิตรภาพที่ 217 ได้ดำเนินการตามระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน เพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษา
ปอ้ งกันและปัญหา และส่งเสรมิ พัฒนานกั เรยี นอย่างเปน็ ระบบ

คู่มือเล่มนี้ สำเร็จลงด้วยดีโดยได้รับความร่วมมือจากคณะครูและผู้ที่เกี่ยวข้อง จึงขอขอบคุณมา ณ
โอกาสน้ี และหวงั เปน็ อยา่ งยิ่งวา่ คมู่ อื และแบบฟอรม์ ตา่ งๆ นี้ จะเป็นประโยชน์ตอ่ ผูเ้ กี่ยวขอ้ งทกุ ทา่ น หากควร
ปรับปรุง แก้ไข เพิ่มเติม หรือพัฒนาส่วนใดเพื่อให้เกิดประโยชน์ในการดำเนินงาน กรุณาแจ้งทมี ประสานเพอ่ื
ปรับปรุงแกไ้ ขพัฒนาตอ่ ไป

นายจเร หนูปลม้ื
ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านหวั สะพานมิตรภาพที่ 217

ข3

สารบญั
บทที่ หน้า

1 บทนำ 1
7
2 ระบบการดูแลช่วยเหลอื นักเรียน
3 กระบวนการของการดำเนินงานระบบการดูแลชว่ ยเหลอื นักเรยี น โรงเรียนบา้ นหวั สะพาน 9

มิตรภาพท่ี 217 โดยใช้รูปแบบการบริหาร “TEAMS Model”

1

บทที่ 1
บทนำ

ขอ้ มลู พืน้ ฐาน

1. ข้อมลู ท่วั ไป
1.1 ช่อื สถานศึกษาบ้านหวั สะพานมิตรภาพท่ี 217 ตง้ั อย่หู มูท่ ี่ 1 ถนนเอเชีย 41 ตำบลเวียงสระ อำเภอ

เวียงสระ จงั หวัดสรุ าษฎรธ์ านี รหสั ไปรษณีย์ 84190 โทรศพั ท์ 0-7736-1488
โทรสาร 0-7736-1488 e – mail : [email protected]
website : http://hp217.surat3.go.th/

1.2 เปิดสอนต้ังแตร่ ะดับอนุบาลปีท่ี 1 ถงึ ระดบั ประถมศกึ ษาปีท่ี 6

1.3 มีเขตพืน้ ทีบ่ รกิ าร 2 หมบู่ ้าน ได้แก่ หมู่ท่ี 1 บ้านโคกแค และหม่ทู ี่ 4 บา้ นควน

2. ขอ้ มูลด้านการบรหิ าร

2.1 นายจเร หนปู ล้มื วฒุ กิ ารศกึ ษาสงู สดุ ศกึ ษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการบรหิ ารการศกึ ษา ดำรง

ตำแหนง่ ทโ่ี รงเรยี นนต้ี ้ังแต่ วันท่ี 22 ตุลาคม พ.ศ. 2563 จนถงึ ปจั จบุ ัน

2.2 รองผบู้ ริหาร 2 คน ไดแ้ ก่

2.2.1 นางวนิดา ช่วยบำรุง วุฒิการศึกษาสงู สุด ครุศาสตรมหาบณั ฑิต สาขาการบริหารการศกึ ษา

ดำรงตำแหนง่ ท่ีโรงเรยี นนีต้ ัง้ แต่ วนั ที่ 28 กุมภาพนั ธ์ พ.ศ. 2545 จนถึงปัจจุบนั

2.2.2 นางสาวมลฤดี บัวชุม วุฒิการศึกษาสูงสุด ครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการบริหารการศึกษา

ดำรงตำแหน่งท่ีโรงเรียนนี้ตั้งแต่ วันท่ี 8 มิถนุ ายน พ.ศ. 2558 จนถึงปัจจบุ ัน

2.3 ประวตั โิ ดยยอ่ ของโรงเรียน

โรงเรียนบ้านหัวสะพานมิตรภาพที่ 217 เดิมชื่อโรงเรียนวัดท่าโรงช้าง สร้างเมื่อ พ.ศ. 2450

โดย พระคลงิ้ เจา้ อาวาสวัดหัวสะพาน (วัดท่าโรงช้าง) เปน็ ผรู้ เิ ริม่ และชกั ชวนให้ชาวบา้ นนำบุตรหลานมาเรียน ท่ี

วัด โดยอาศัยศาลาการเปรยี ญเปน็ สถานท่ศี กึ ษาเลา่ เรียน และเชิญนายภู่ อกั ษรเพียร มาเป็นครสู อนคนแรก

ตอ่ มาพระคลิ้ง เจ้าอาวาสถงึ แกม่ รณภาพ ชาวบ้านจึงนมิ นตพ์ ระสมหุ ์ทอง วรรณบรุ ี มาเป็น เจ้า

อาวาส นายภู่ อกั ษรเพยี ร ได้ลาออก พระสมหุ ์ทอง วรรณบุรี จึงเปน็ ท้ังผูอ้ ปุ การะและผูส้ อน โรงเรยี นไดพ้ ัฒนาขน้ึ

เป็นลำดับเพราะชาวบ้านเห็นความสำคัญของการศกึ ษา และในราว พ.ศ. 2458 ทางราชการไดใ้ ห้เงนิ เดือนแก่ครู

ตงั้ แตบ่ ดั นัน้ เปน็ ตน้ มา นกั เรยี นได้เรยี นโดยไมเ่ สยี ค่าเล่าเรียน

เมื่อรัฐบาลได้ประกาศใช้พระราชบัญญัติประถมศึกษา พ.ศ. 2464 ทางราชการได้ยกฐานะของ

โรงเรยี นเปน็ โรงเรียนประเภท ก แต่ยงั คงใช้ศาลาการเปรียญของวดั เป็นสถานที่เรยี น และเปล่ียนชอื่ เปน็ โรงเรียน

ประชาบาลตำบลเวยี งสระ 1 ตอ่ มา วันท่ี 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2482 ไดย้ ้ายสถานที่เรยี น โดย

สร้างโรงเรยี นข้นึ ใหม่ ซ่งึ อยฝู่ ่ังคลองตรงกันข้ามกับวัดหัวสะพานและได้เปลี่ยนชอื่ ใหม่เปน็ “โรงเรียน

บา้ นหวั สะพาน” โดย นายวญิ ญ์ ฉวาง ธรรมการอำเภอบา้ นนาสาร ไดร้ วบรวมเงินรายไดจ้ ากคา่ เช่าที่ดนิ ตั้งแต่

ชว่ งเวลาทท่ี า่ นมารบั ราชการและขอสมทบทนุ จากระทรวงธรรมการจึงสรา้ งโรงเรียนได้สำเร็จ

ต่อมา เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2505 เกิดพายุใหญ่พัดทำลายโรงเรียนจนได้รับความเสียหาย

ไม่สามารถใช้เป็นสถานที่เล่าเรียนต่อไปได้ ทางอำเภอบ้านนาสาร นำโดย นายศรพล คล้ายอุดม ศึกษาธิการ

อำเภอได้ของบประมาณพิเศษเพื่อสร้างอาคารเรียนหลงั ใหม่ 3 ห้องเรียน โดยไดย้ า้ ยจากทีเ่ ดมิ มาสร้างในพื้นที่ซึ่ง

2

ทางราชการได้สงวนไว้สำหรบั โรงเรียน คือที่ตั้งของโรงเรียนในปจั จุบัน ประกอบกับพื้นที่โรงเรียนเดิมมีน้อยไม่
สามารถขยายอาคารเรียน สนาม และพน้ื ทใ่ี ชส้ อยอ่ืน ๆ ได้

พ.ศ. 2513 นายสมบรู ณ์ ชยั สวสั ด์ิ ได้ของบประมาณจากเงนิ บำรงุ ทอ้ งท่จี ำนวน 14,500 บาท เพือ่
รือ้ โรงเรียนทถี่ กู พายุพัดทำลายมาสร้างใหมจ่ ำนวน 2 ห้องเรียน แต่ยงั ขาดเพดานและไมไ่ ดล้ าดพื้น

พ.ศ. 2514 นายสมบรู ณ์ ชยั สวัสดิ์ ปลดั อำเภอไดข้ องบประมาณซอ่ มแซมอาคารเรยี นหลังแรก ซึ่ง
สรา้ งแบบ ป 1 ก พิเศษวาตภยั เป็นแบบก้นั ด้วยอฐิ และเปลีย่ นเสาไม้เป็นเสาปูนทั้งหมด และซอ่ มฝ้าเพดาน เป็น
เงนิ 25,000 บาท

ปี 2559-2560 นายแสนสุข ชัยสวัสดิ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนได้รับงบประมาณก่อสร้างอาคารเรยี น
318 ล./55-ก 18 ห้องเรยี น งบประมาณ 22,212,900.00 บาท

ปี 2562 นายแสนสุข ชยั สวัสด์ิ ผู้อำนวยการโรงเรียนได้รบั งบประมาณก่อสร้างอาคารอเนกประสงค์
แบบสปช.206/26 งบประมาณ 4,657,000.00 บาท

ปี 2563 นายจเร หนูปลื้ม ผู้อำนวยการโรงเรียนได้รับงบประมาณก่อสร้างอาคารเรียน 318ล/55-ข
เขตแผน่ ดนิ ไหว งบประมาณ 23,118,000 บาท

2.4 คำขวัญของโรงเรยี น “สขุ ภาพดี คุณธรรมเดน่ เนน้ วชิ าการ”
2.5 ปรัชญาโรงเรยี น “ความรู้คู่คุณธรรม ยอ่ มนำมาซึ่งสนั ตสิ ขุ ”
2.6 สปี ระจำโรงเรียน ชมพู-ฟ้า
2.7 อตั ลักษณ์สถานศึกษา “ไหว้สวย พูดจาดี มวี ินยั ”
2.8 คุณธรรมอัตลักษณ์ “พอเพียง กตญั ญู ซอื่ สตั ย์ สุจรติ รบั ผิดชอบ มวี นิ ยั ใสใ่ จความสะอาด”
2.9 ระบบโครงสรา้ งการบริหาร

แบง่ โครงสร้างการบริหารเป็น 5 งาน ดงั นี้
2.6.1 งานบรหิ ารวิชาการ
2.6.2 งานบรหิ ารบุคคล
2.6.3 งานบรหิ ารทว่ั ไป
2.6.4 งานบรหิ ารงบประมาณ
2.6.5 งานกจิ การนักเรียน

3

แผนภมู ิแสดงสายงานการบริหาร โรงเรยี นบ้านหัวสะพานมติ รภาพท่ี217

คณะกรรมการท่ปี รึกษา ผู้อำนวยการโรงเรยี น
คณะกรรมการสถานศกึ ษาขน้ั พ้ืนฐาน

รองผู้อำนวยการโรงเรยี น รองผู้อำนวยการโรงเรียน

หวั หน้างาน หวั หนา้ งาน หวั หน้างาน หัวหนา้ งาน หวั หน้างาน
แผนและ หวั หน้าสายช้ัน วชิ าการ
บริหาร บริหาร งบประมาณ กิจการ
ทว่ั ไป บุคคล นกั เรียน
คณะครู

นกั เรยี น

3. ข้อมูลนกั เรยี น
จำนวนนักเรียนระดบั อนบุ าล 191 คน ระดับประถมศกึ ษา 1,183 คน รวมนักเรยี นระดบั อนบุ าลและ

ระดบั ประถมศึกษาปีท่ี 1- 6 ทัง้ หมด 1,374 คน (ขอ้ มูล 10 พฤศจิกายน 2564)
3.1 จำนวนนักเรียนในเขตพนื้ ทบี่ รกิ ารท้งั หมด 284 คน
3.2 จำนวนนกั เรียนจำแนกตามระดบั ช้ันที่เปดิ สอน

ระดับชั้น เพศ รวม จำนวนหอ้ ง
อนุบาลปีที่ 1 ชาย หญิง 42 2
20 22

อนบุ าลปีที่ 2 31 30 61 2
3
อนบุ าลปีที่ 3 49 39 88 7
6
รวมระดับชน้ั อนบุ าล 100 91 191 5
7
ประถมศกึ ษาปีท่ี 1 67 103 170 6
5
ประถมศึกษาปีท่ี 2 99 94 193 5
34
ประถมศึกษาปที ่ี 3 97 125 222 41

ประถมศึกษาปีที่ 4 108 103 211

ประถมศึกษาปที ่ี 5 96 114 210

ประถมศกึ ษาปีท่ี 6 85 92 177

รวมระดับชน้ั ประถมศึกษา 552 631 1,183

นักเรยี นทง้ั หมด 652 722 1,374

4

3.3 นักเรียนทม่ี ีความบกพรอ่ งเรียนรว่ ม 92 คน
3.4 นักเรียนทีม่ ีภาวะทพุ โภชนาการ 31 คน

3.5 นักเรียนปญั ญาเลศิ - คน
3.6 นักเรียนต้องการความชว่ ยเหลือพิเศษ - คน

3.7 จำนวนนกั เรยี นตอ่ หอ้ ง (เฉลี่ย) 36 คน
3.8 สดั สว่ นครตู อ่ นกั เรียน เท่ากบั 1 : 22
3.9 จำนวนนกั เรียนทลี่ าออกกลางคัน (ปีปัจจบุ นั ) - คน

4. ขอ้ มลู บคุ ลากร
4.1 บคุ ลากรจำแนกตามประเภท เพศ ระดบั การศึกษา อายเุ ฉล่ีย ประสบการณส์ อน

เพศ ระดบั การศึกษาสูงสุด อายุ ประสบการณ์
เฉล่ยี สอนเฉล่ีย
ประเภทบคุ ลากร ชาย หญิง ต่ำกวา่ ป.ตรี สูงกวา่
ป.ตรี ป.ตรี 52 28
ผูอ้ ำนวยการ 1- 48 25
รองผู้อำนวยการ -2 --1
ผูบ้ ริหารรวม
ครูประจำการ --2
พนกั งานราชการ
ครูอตั ราจ้าง 13 45 - 46 8 38 10
พ่เี ลย้ี งเด็กพกิ าร
ครผู ูส้ อนรวม - 1 - 1 - 39 15
นกั การภารโรง
เจา้ หนา้ ท่ีธุรการ - 1 - 1 - 30 -
เจ้าหนา้ ทก่ี ารเงิน
สายสนับสนนุ รวม -1 - 1 - 31 5

รวมทงั้ หมด 1- 1 - - 30 3
-1 - 1 - 30 3
-1 - 1 - 25 2

15 52 1 55 11 36.66 11.37
67

4.2 ครทู สี่ อนรวมท้งั ส้ิน 64 คน
4.3 ครทู ่ีสอนตรงตามวชิ าเอก 55 คน (87.30 %)

4.4 ครูท่สี อนวชิ าตามความถนดั 8 คน (12.70 %)
4.5 ชว่ั โมงสอนโดยเฉลี่ยของครู คนละ 19 ชวั่ โมง/สัปดาห์

4.6 สถิตกิ ารอบรมและพัฒนาบุคลากร ในรอบปีท่ีผ่านมาบุคลากรได้รับการพฒั นาเฉลย่ี คนละ 2 ครง้ั /ปี
5. ขอ้ มลู ด้านอาคารสถานท่ี แหลง่ เรยี นรู้ และการใช้

5.1 อาคารเรียน

อาคารเรียน 7 หลงั ดังน้ี

5

1) อาคารหลังท่ี 1 อาคารเรียนแบบ ป.1ก. (ดอกแก้ว) สร้างเมื่อปีงบประมาณ พ.ศ. 2518

เงินงบประมาณ 160,000 บาท มีการต่อเติม/ปรับปรุงซอ่ มแซม เมื่อ พ.ศ. 2552 งบประมาณ 250,000 บาท

จำนวน 4 ห้องเรยี น

2) อาคารหลังที่ 2 อาคารเรียนแบบ สปช.017 (มิตรภาพ) สร้างเมื่อปีงบประมาณ พ.ศ. 2520

เงนิ งบประมาณ 534,014 บาท มกี ารต่อเตมิ /ปรับปรุงซ่อมแซม เมอื่ พ.ศ. 2525, 2553 เงินงบประมาณ

1,450,000 บาท จำนวน 5 ห้องเรยี น

3) อาคารหลงั ท่ี 3 อาคารเรียนแบบ สปช.105/26 (ราชพฤกษ์) สรา้ งเมือ่ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2538 เงิน

งบประมาณ 1,800,000 บาท มีการต่อเตมิ /ปรับปรุงซ่อมแซม เม่อื พ.ศ. 2545, 2552, 2553 เงิน

งบประมาณ 1,350,000 บาท จำนวน 1 หลัง จำนวน 8 หอ้ งเรยี น

4) อาคารหลังท่ี 4 อาคารเรียนแบบ สปช.105/26 (ร่มไทร) สร้างเมื่อปีงบประมาณ พ.ศ. 2544

เงินงบประมาณ 1,800,000 บาท มีการต่อเติม/ปรับปรุงซ่อมแซม เมื่อ พ.ศ. 2551, 2553 เงินงบประมาณ

250,000 บาท จำนวน 1 หลงั จำนวน 6 ห้องเรยี น

5) อาคารหลังที่ 5 อาคารเรียนแบบ สปช.105/26 (ร่มโพธิ์) สร้างเมื่อปีงบประมาณ พ.ศ. 2551

เงินงบประมาณ 1,880,000 บาท มีการต่อเติม/ปรับปรงุ ซ่อมแซม เม่ือ พ.ศ. 2553, 2556 งบประมาณ 265,000

บาท เงนิ นอกงบประมาณ (เงนิ บรจิ าค 200,000 บาท จำนวน 1 หลงั จำนวน 8 ห้องเรยี น

6) อาคารหลังที่ 6 อาคารเรียนแบบ สปช.105/29 (ลีลาวดี) สร้างเมื่อปีงบประมาณ พ.ศ. 2554

เงินงบประมาณ 3,076,800 บาท มีการต่อเติม/ปรับปรุงซ่อมแซม เมื่อ พ.ศ. 2557 และ พ.ศ.2561

เงนิ งบประมาณ 350,000 บาท เงินนอกงบประมาณ 150,000 บาท จำนวน 1 หลัง จำนวน 5 หอ้ งเรียน

7) อาคารหลังท่ี 7 อาคารเรียนแบบ 318 ล./55-ก สร้างเมื่อปีงบประมาณ พ.ศ. 2559-2560

งบประมาณ 22,212,900.00 บาท จำนวน 1 หลัง จำนวน 18 ห้องเรียน อาคารอเนกประสงค์ แบบ สปช.

205/26 จำนวน 1 หลงั สรา้ งเม่อื ปีงบประมาณ พ.ศ. 2561-2562 จำนวน 1 หลัง งบประมาณ 4,650,000.00 บาท

5.2 อาคารประกอบ จำนวน 6 หลงั ดังน้ี

1) อาคารอเนกประสงค์ (แบบ สปช. 203/26) ก่อสร้างเมอ่ื พ.ศ. 2553 เงนิ งบประมาณ 701,700 บาท

2) อาคารอเนกประสงค์ แบบ สปช.206/26 จำนวน 1 หลัง สร้างเมื่อปีงบประมาณ พ.ศ. 2561-2562

จำนวน 1 หลัง งบประมาณ 4,650,000.00 บาท

3) ห้องประชาสมั พนั ธ์ (กำหนดเอง) กอ่ สร้างเม่ือ พ.ศ. 2558 เงนิ งบประมาณ 150,000 บาท

4) อาคารโรงฝกึ งาน/โรงอาหาร 1 หลงั กอ่ สร้างเม่ือ พ.ศ. 2521 เงินงบประมาณ 255,500 บาท

5) อาคารหอ้ งสมดุ (กำหนดเอง) ก่อสร้างเมอ่ื ปี พ.ศ. 2539เงินงบประมาณ 350,000 บาท

6) อาคารพยาบาล (พทุ ธรกั ษา) (กำหนดเอง) กอ่ สรา้ งเม่อื พ.ศ. 2543 เงินนอกงบประมาณ 75,000 บาท

7) อาคารหอศลิ ปะ (กำหนดเอง) ก่อสร้างเมอ่ื ปี พ.ศ. 2547 เงนิ นอกงบประมาณ 250,000 บาท

8) บ้านพักครู 5 หลัง ก่อสร้างเมื่อ พ.ศ. 2519 และ พ.ศ.2563 เงินงบประมาณ 45,000 บาท

และ เงนิ งบประมาณ 547,000 บาท

9) ส้วม 8 หลัง ดงั น้ี

หลังที่ 1 แบบ สปช.601/29 จำนวน 4 ทน่ี งั่

หลังท่ี 2 แบบ สปช.601/29 จำนวน 4 ทนี่ ั่ง

หลังท่ี 3 แบบ สปช.601/29 จำนวน 4 ทนี่ ่ัง

หลังที่ 4 แบบ สปช.601/29 จำนวน 4 ที่นั่ง

หลังท่ี 5 แบบ สปช.601/29 จำนวน 4 ท่นี ง่ั

หลงั ที่ 6 แบบ สปช.601/29 จำนวน 4 ทีน่ ั่ง

6

หลังท่ี 7 แบบ สพฐ. 4 จำนวน 4 ที่นงั่
หลังที่ 8 สว้ มในอาคาร 318 ล./55-ก

- ส้วมนักเรียนหญงิ 1 หอ้ ง จำนวน 4 ท่ีนง่ั
- สว้ มนกั เรยี นชาย 1 หอ้ ง จำนวน 4 ทนี่ งั่
- ส้วมครู 2 ห้อง จำนวน 2 ท่นี ั่ง
5.3 โรงเรียนมีคอมพวิ เตอร์เพื่อการเรียนการสอน จำนวน 80 เครื่อง มีการติดตั้งอินเทอร์เนต็ เพื่อการ
ค้นคว้าของนักเรียน จำนวน 13 เครอ่ื ง
5.4 แหล่งเรียนรู้ในโรงเรียน ได้แก่ ห้องสมุด ห้องคอมพิวเตอร์ ห้องวิทยาศาสตร์ ศูนย์ภาษาอังกฤษ
ห้องนาฏศลิ ป์ ห้องดนตรี ศูนยอ์ าชพี ร้านคา้ โรงเรยี น หอ้ งลกู เสอื หอ้ งคณิตศาสตร์ หอ้ งศิลปะ หอ้ งสภานักเรียน
ห้องสังคม ห้องธนาคารขยะ
5.5 แหล่งเรียนรู้ภายนอกโรงเรียน ได้แก่ ชุมชุนบ้านใหญ่ ม.2 ต.เวียงสระ จ.สุราษฎร์ธานี, ศาลา
ประชาคม ม.8 ต.เวียงสระ จ.สุราษฎร์ธานี, โครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูแหล่งน้ำคลองตาล ม.8 ต.เวียงสระ
จ.สรุ าษฎรธ์ านี เป็นตน้
6. สภาพชุมชนโดยรวม
6.1 สภาพบริบทของสถานศึกษา สภาพชุมชนรอบโรงเรียนมีลักษณะกึ่งเมืองกึ่งชนบท มีประชากร
ประมาณ 2,519 คน อาชีพหลักของชุมชนคือ ทำสวนยางพาราและสวนปาล์ม เนื่องจากสภาพพื้นที่
และสภาพภมู อิ ากาศเหมาะสม สว่ นใหญน่ ับถอื ศาสนาพทุ ธ ประเพณี ศลิ ปวัฒนธรรมท้องถ่นิ ที่รู้จักโดยท่ัวไป คือ
บญุ สารทเดอื นสิบ ผู้ปกครองสว่ นใหญจ่ บการศกึ ษาระดับประถมศึกษารายได้โดยเฉล่ียประมาณ 140,000บาท/
คน/ปี
6.2 โอกาสและอปุ สรรค/ขอ้ จำกดั ของโรงเรยี น
โอกาส
1) ไดร้ ับการสนับสนนุ จากหนว่ ยงานทอ้ งถ่ิน สถานประกอบการภาคเอกชน ในการจดั การศึกษา
2) สถานทต่ี ้งั อยู่ใกล้ชุมชน หน่วยงานราชการ การคมนาคมสะดวก
3) มีแหล่งเรียนรูเ้ พอ่ื พัฒนาการเรยี นรขู้ องผูเ้ รยี นและบคุ ลากร
4) มีระบบการเช่อื มตอ่ สญั ญาณโทรศพั ท์ และอนิ เทอรเ์ นต็ ทเี่ ออื้ ต่อการเรียนรู้
อุปสรรค/ข้อจำกัด
1) ผู้ปกครองขาดสภาพคล่องทางการเงิน
2) มแี หล่งม่ัวสมุ อยใู่ กล้สถานศึกษา
3) การเปลีย่ นแปลงทางการเมอื งสง่ ผลต่อการจดั การศกึ ษา
4) ผปู้ กครองมกี ารย้ายถนิ่ บอ่ ย
5) ครอบครัวแตกแยก/หย่าร้าง

7

บทท่ี 2

ระบบการดูแลชว่ ยเหลือนักเรยี น

ความหมายของระบบการดแู ลชว่ ยเหลอื นกั เรยี น

ระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน เป็นกระบวนการดำเนินงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนอย่างมี
ขนั้ ตอน พรอ้ มดว้ ยวธิ กี ารและเคร่ืองมอื การทำงานทีช่ ัดเจน โดยมคี รทู ่ปี รึกษาเป็นบุคลากรหลกั ในการดำเนินงาน
ดังกล่าว และมีการประสานความรว่ มมืออย่างใกล้ชิดกับครทู ีเ่ ก่ียวข้อง หรือบุคลากรภายนอก รวมทั้งสนับสนุน
สง่ เสรมิ จากโรงเรียน การดูแลชว่ ยเหลือ หมายรวมถึง การส่งเสริม การป้องกนั และการแก้ไขปัญหา โดยมวี ธิ กี าร
และเครือ่ งมอื สำหรับครทู ป่ี รึกษาแลบคุ ลากรที่เกี่ยวข้อง เพอื่ ใช้ในการดำเนนิ งานพฒั นานักเรยี นใหม้ คี ุณลักษณะ
ทีพ่ ึงประสงคแ์ ละปลอดภัย

แนวคดิ และหลกั การของระบบดแู ลช่วยเหลือนักเรียน

แนวทางการดำเนินงานระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้น
พื้นฐาน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานกำหนดนโยบายยุทธศาสตร์มาตรการและจุดเน้นในการ
พัฒนาการดำเนินงานระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน โดยมอบหมายให้ศูนย์เฉพาะกิจคุ้มครองและช่วยเหลือ
เด็กนักเรียน(ฉก.ชน.สพฐ.) ดำเนินการขบั เคลื่อนโดยคำนึงถึงสทิ ธิของนักเรยี นให้ไดร้ ับโอกาสทางการศึกษาดว้ ย
รูปแบบที่เหมาะสม พัฒนาบุคลากรของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษา ให้มีความรู้ความสามารถ
ในการดำเนินงานระบบกาดแู ลช่วยเหลือนักเรียน ซึ่งระบบการดูแลช่วยเหลือ นักเรียนเป็นกระบวนการหน่งึ ใน
เชิง การบริหารที่สำคัญ สถานศึกษาทุกแห่งต้องดำเนินงานอย่างเป็นระบบและต่อเนือ่ งซึ่งทางโรงเรียนบ้านหวั
สะพานมิตรภาพท่ี 217 ได้ดำเนินงานตามนโยบาย โดยมขี ัน้ ตอนสำคัญ 5 ข้นั ตอน ดังน้ี

1. การรจู้ กั นกั เรียนเปน็ รายบุคคล
2. การคดั กรองนักเรียน
3. การส่งเสริมและพฒั นานกั เรยี น
4. การปอ้ งกันและแก้ไขปญั หานักเรยี น
5. การสง่ ต่อ

วัตถปุ ระสงคข์ องระบบการดแู ลช่วยเหลือนกั เรียน

1. เพื่อใหโ้ รงเรียนมีระบบดแู ลชว่ ยเหลือนักเรยี นโดยมีกระบวนการวิธกี ารและเคร่ืองมือทีม่ คี ณุ ภาพ
ได้มาตรฐานสามารถตรวจสอบได้

2. เพ่ือสง่ เสรมิ ครู ผปู้ กครอง ใหม้ ศี กั ยภาพในการร่วมกันดแู ลชว่ ยเหลือนักเรยี นอย่างเป็นระบบ
3. เพือ่ ให้นักเรยี นไดร้ ับการดแู ลช่วยเหลอื อย่างทัว่ ถึง เหมาะสม ตามสภาพปญั หา และได้รบั การ
ส่งเสริมและพัฒนาท้ังทางด้านวิชาการ และด้านทักษะอาชีพ โดยใช้ “TEAMS Model” เป็นนวัตกรรมในการ
ดาํ เนนิ งานระบบการดูแลช่วยเหลือนกั เรียน

8

องค์ประกอบของระบบการดูแลชว่ ยเหลือนกั เรียน

ระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน เป็นกระบวนการดำเนินงานดูแลช่วยเหลือนักเรียนอย่างเป็นระบบมี
ขั้นตอน มีครูที่ปรึกษาเป็นบคุ ลากรหลักในการดำเนินงาน โดยการมีสว่ นร่วมของบุคลากรทุกฝา่ ยท่ีเกีย่ วข้องทั้ง
ภายในและนอกสถานศกึ ษา ได้แก่ คณะกรรมการสถานศกึ ษา ผู้ปกครอง ชุมชน ผบู้ ริหาร และครูทกุ คน มวี ิธีการ
และเครอื่ งมอื ที่ชดั เจน มมี าตรฐานคณุ ภาพ และมหี ลกั ฐานการทำงานท่ตี รวจสอบได้

โรงเรยี นบ้านหัวสะพานมิตรภาพที่ 217 ขบั เคลอื่ นการบริหารจัดการอย่างตอ่ เนือ่ ง ภายใต้วิสัยทัศน์ท่ีว่า
“โรงเรียนคุณภาพชั้นนำไดม้ าตรฐานการศกึ ษา ส่ิงแวดล้อมดี ภาคีและเทคโนโลยีพร้อม นอ้ มนำศาสตร์พระราชา
สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน” ดำเนินการพัฒนาระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนโดยใช้ TEAMS Model เพื่อการ
พัฒนาสถานศึกษาอย่างเป็นระบบโดยไม่ทิ้งใครไว้ด้านหลัง ซึ่งทางโรงเรียนได้ดำเนินงานตามนโยบาย โดยมี
ข้ันตอนสำคัญ 5 ขั้นตอน ดงั น้ี

1. การรจู้ ักนักเรยี นเป็นรายบุคคล
2. การคัดกรองนกั เรยี น
3. การสง่ เสรมิ และพัฒนานักเรียน
4. การป้องกนั และแกไ้ ขปัญหานักเรยี น
5. การส่งตอ่
โดยมีวิธกี ารและเคร่อื งมอื เพอ่ื ใช้ในการดำเนนิ งานพัฒนานักเรยี นให้มีคุณลกั ษณะทพี่ ึงประสงค์และ

ปลอดภยั

9

บทที่ 3
กระบวนการของการดำเนนิ งานระบบการดแู ลช่วยเหลอื นกั เรียน
โรงเรยี นบา้ นหัวสะพานมิตรภาพท่ี 217 โดยใช้รปู แบบการบริหาร “TEAMS Model”

แผนภาพการบริหารจัดการระบบดแู ลชว่ ยเหลอื นกั เรยี นของโรงเรียนบ้านหวั สะพานมิตรภาพท่ี 217
“TEAMS Model”

โรงเรียนบา้ นหวั สะพานมติ รภาพท่ี 217 ขบั เคลอ่ื นการบรหิ ารจัดการอย่างต่อเน่อื ง ภายใต้วิสัยทัศน์ท่ีว่า
“โรงเรยี นคณุ ภาพช้ันนำไดม้ าตรฐานการศกึ ษา ส่งิ แวดล้อมดี ภาคีและเทคโนโลยีพร้อม น้อมนำศาสตรพ์ ระราชา
สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน” ดำเนินการพัฒนาระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนโดยใช้ TEAMS Model เพื่อการ
พัฒนาสถานศึกษาอย่างเป็นระบบโดยไม่ทิ้งใครไว้ด้านหลัง นำศาสตร์พระราชาเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ท่ี
พระบาทสมเดจ็ พระปรมินทรมหาภมู พิ ลอดุลยเดช ทรงใช้เปน็ วธิ ีการทรงงานมาปรบั ใชต้ ามบรบิ ทของโรงเรียน

การเข้าใจ คือ การสร้างความรู้ความเข้าใจ ทักษะในเก็บข้อมูลพื้นฐาน การศึกษาข้อมูลทุกมิติของ
นักเรียน วิเคราะห์ต้นเหตุของปัญหาและรวบรวมองค์ความรู้การดูแลช่วยเหลือนักเรียน การเข้าถึง คือ การ
สื่อสารและสร้างการมีส่วนร่วม มุ่งสื่อสารสร้างความเข้าใจและความมั่นใจกับนักเรียน ผู้ปกครอง ร่วมกัน
วิเคราะห์ปัญหาและความต้องการของนักเรียน ให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องมีส่วนร่วมในกระบวนการพัฒนามากที่สุด
การพัฒนา คือ เป็นการเรียนรู้เพอ่ื พฒั นาศกั ยภาพของผู้มีสว่ นเก่ยี วข้อง สรา้ งทีมงาน พัฒนา แลกเปล่ียนเรียนรู้
และฝกึ ปฏิบัติ รวมทง้ั การใหค้ ำแนะนำ ติดตามและประเมนิ ผล นำกระบวนการบริหารงานวงจรคุณภาพ (P-D-
C-A cycle of continuous process improvement) มาขบั เคลื่อนการดำเนินงาน ซง่ึ มีขั้นตอนการดำเนินงาน
ขั้นที่ 1 การเตรียมการและวางแผน (Plan) ขั้นที่ 2 การปฏิบัติตาม (Do) ขั้นที่ 3 การติดตาม ตรวจสอบ และ
ประเมินผล (Check) ขั้นที่ 4 การนำผลประเมินมาปรับปรุงแก้ไขข้อบกพร่อง (Act) ด้วยรูปแบบการบริหาร
“TEAMS Model” มกี รอบดำเนินการ ดังนี้

10

T : Teamwork (ทมี คุณภาพ)
Plan
- แต่งตงั้ คณะกรรมการดำเนินงานระบบการดูแลช่วยเหลอื นกั เรียน
- กำหนดบทบาทหน้าทีข่ องคณะกรรมการ
Do
- ศึกษามาตรฐาน ระบบการดูแลชว่ ยเหลือนักเรียน
- กำหนดแผนงาน/โครงการระบบการดแู ลชว่ ยเหลอื นกั เรยี น
- สง่ เสรมิ สนับสนุน สร้างขวัญกาลังใจในการขบั เคล่ือนระบบการดแู ลช่วยเหลือนักเรยี น
Check
- นเิ ทศ กำกับ ติดตาม
Act
- ประเมินผล พัฒนา ปรบั ปรงุ
E : Environment (สรา้ งสง่ิ แวดล้อมพรอ้ มบรกิ าร)
Plan
- ประชมุ ชี้แจง วางแผน มอบหมายผูร้ บั ผิดชอบ
- สำรวจสภาพแวดลอ้ มภายในโรงเรียน
- สำรวจส่ิงอำนวยความสะดวกและระบบสาธารณปู โภคที่จำเปน็
Do
- กำหนดความต้องการจำเปน็ เร่งด่วนทีจ่ ะตอ้ งดำเนินการ
- กำหนดแผนงาน/โครงการ
- ดำเนินการปรบั ภูมทิ ัศน์ สภาพแวดล้อมภายในโรงเรียน
- ปรับปรงุ ห้องเรียน หอ้ งพิเศษต่าง ๆ ห้องน้ำนกั เรยี น สนามเด็กเล่น และภาชนะบรรจขุ ยะ
- ปรบั ปรงุ ซอ่ มแซมระบบไฟฟ้าภายในห้องเรยี น ห้องพเิ ศษต่าง ๆ
- พัฒนาจุดเส่ียงเพ่ือม่งุ เนน้ ความปลอดภัยภายในโรงเรียน
Check
- นเิ ทศ ติดตาม แกไ้ ขปรับปรงุ
Act
- สรุป รายงาน รักษาสภาพต่อเนือ่ ง

A : Active (ดำเนนิ งานอยา่ งกระตอื รอื ร้น)
Plan
- ประชุม ชีแ้ จง วางแผน มอบหมายผู้รบั ผิดชอบ
- สรา้ งความตระหนักในการดูแลระบบการชว่ ยเหลอื นกั เรียน
- สำรวจสภาพปัญหาที่ผ่านมา

11

- กำหนดแผนงาน/โครงการที่เกย่ี วข้องในการดำเนินงาน
Do
- ดำเนนิ การตามระบบดูแลช่วยเหลือนักเรยี น 5 ข้ันตอน
1. การรจู้ กั นักเรยี นเปน็ รายบคุ คล
2. การคัดกรองนักเรยี น
3. การส่งเสริมและพัฒนานกั เรียน
4. การปอ้ งกันและแกไ้ ขปญั หานักเรียน
5. การสง่ ต่อนกั เรยี น
Check
- นิเทศ ติดตาม แก้ไขปรบั ปรุง
Act
- สรุป รายงาน ประเมินผล
M : Moral (มีคณุ ธรรมประจำใจ)
Plan
- ประชมุ ชี้แจง วางแผน มอบหมายผู้รับผิดชอบ
- สร้างความตระหนักในการปฏบิ ัติงาน
- กำหนดแนวทางในการดำเนนิ งาน
Do
- เสริมสรา้ งขวัญกำลงั ใจในการทำงานของครู
- สรา้ งเจตคติทีด่ ตี ่อการปฏิบัตงิ านของครู
- บันทึกข้อตกลงกบั หน่วยงานภายนอกทเ่ี กย่ี วข้องหรอื สามารถอำนวยความสะดวกในการ
ดำเนินงานระบบดูแลช่วยเหลอื นักเรยี น
- อบรมคณุ ธรรมใหก้ บั นักเรียน
Check
- นเิ ทศ ติดตาม แก้ไขปรับปรุง
Act
- สรุป รายงาน ประเมนิ ผล

S : Share& Support (แบง่ ปนั และสนบั สนุน)
Plan
- ประชมุ ช้แี จง วางแผน มอบหมายผรู้ บั ผิดชอบ
- สำรวจสภาพปัญหาที่ผ่านมา
- กำหนดแนวทางในการดำเนนิ งาน

12

Do
- ให้ผู้ปกครองมสี ว่ นร่วมในการในการแกไ้ ขปัญหารว่ มกับโรงเรยี น
- สนบั สนนุ งบประมาณในการทำกจิ กรรม/โครงการ
- ส่งเสริมใหผ้ ปู้ กครองและชมุ ชนร่วมกันเฝา้ ระวงั บุตรหลานและดูแลช่วยเหลืออย่างใกล้ชดิ
- สรา้ งความร้เู กย่ี วกับการใช้งานเทคโนโลยใี ห้กบั นักเรยี นและผูป้ กครอง รวมถงึ ผทู้ ม่ี สี ว่ น
เก่ียวข้องกบั ระบบการดูแลช่วยเหลอื นักเรยี น
- นำเทคโนโลยมี าใชใ้ นการจดั เก็บขอ้ มูล
Check
- นเิ ทศ ติดตาม แก้ไขปรับปรงุ
Act
- สรปุ รายงาน ประเมินผล

13

แนวปฏบิ ัติของโรงเรยี นบา้ นหัวสะพานมิตรภาพท่ี 217
การปฏิบตั ริ ะบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนโรงเรียนบา้ นหัวสะพานมิตรภาพที่ 217 มีแผนการดำเนนิ งานที่

ประกอบดว้ ยกิจกรรมตา่ ง ๆ และนำไปปฏบิ ัติอย่างตอ่ เน่อื งเปน็ เวลา 1 รอบปี ซึง่ มีความสำคญั ต่อประสทิ ธภิ าพ
ของระบบดูแลช่วยเหลือนกั เรียน มรี ายละเอียดการดำเนนิ งานต่อไปนี้

14

มาตรฐานระบบการดแู ลชว่ ยเหลือนกั เรยี น

มาตรฐานระบบการดแู ลช่วยเหลอื นกั เรียนเพอื่ การประกนั คุณภาพระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรยี นของ
สถานศึกษาและหน่วยงานทีเ่ กีย่ วขอ้ งมีท้ังหมด 3 มาตรฐาน 14 ตัวบ่งช้ี แบ่งออกเปน็ 3 ด้าน (สำนักงาน
คณะกรรมการการศึกษาขน้ั พื้นฐาน 2550 : 7) ดังน้ี

1. มาตรฐานด้านนกั เรียน มี 1 มาตรฐาน 6 ตัวบ่งชี้ เน้นให้นกั เรียนรจู้ ักตนเอง รักและเห็นคุณคา่ ใน
ตนเองและผู้อ่ืน สามารถพัฒนาตนเองได้ตามศกั ยภาพ และสามารถปรับตวั อยใู่ นสงั คมได้อย่างมคี วามสขุ

2. มาตรฐานด้านกระบวนการ มี 1 มาตรฐาน 3 ตัวบ่งช้ี เนน้ ให้มีการบริหารจัดการระบบการดูแล
ช่วยเหลือนกั เรยี นอยา่ งมีคณุ ภาพโดยการมีสว่ นร่วมของทกุ ภาคสว่ นทีเ่ ก่ียวข้อง สร้างและพัฒนาเครือขา่ ย
ผู้ปกครอง เครือข่ายสหวิชาชพี

3. มาตรฐานดา้ นปัจจัย มี 1 มาตรฐาน 5 ตวั บง่ ช้ี เนน้ ให้มีบคุ ลากร ส่ือ เครือ่ งมือทพ่ี อเพยี งและ
หลากหลาย เพอ่ื การดำเนินงานระบบการดูแลชว่ ยเหลือนกั เรยี น

มาตรฐานระบบการดูแลช่วยเหลือนกั เรยี น ทัง้ 3 มาตรฐาน 14 ตวั บ่งชี้ เป็นแนวทางให้สถานศกึ ษาและ
หน่วยงานท่ีเก่ียวข้องได้พฒั นาคุณภาพระบบการดแู ลชว่ ยเหลอื นกั เรียนและการประเมนิ ระบบการดแู ลชว่ ยเหลอื
นักเรียน เพอ่ื ยกระดบั คุณภาพมาตรฐานระบบการดูแลชว่ ยเหลอื นกั เรียนอย่างตอ่ เน่อื งและยัง่ ยนื
1. มาตรฐานด้านนักเรียน

มาตรฐานที่ 1 นกั เรียนสามารถพัฒนาตนเองไดต้ ามศกั ยภาพ และสามารถดำเนนิ ชวี ติ อยู่ในสงั คมได้
อยา่ งมคี วามสขุ

ตวั บ่งชที้ ่ี 1 รู้จักตนเองและพ่ึงตนเองได้
1.1 รคู้ วามสนใจ ความถนดั ความสามารถ จดุ เด่น จุดดอ้ ยของตนเองและมกี ารตรวจสอบ

ทบทวน เพือ่ ปรับปรุงตนเอง
1.2 สามารถวิเคราะห์ ตัดสินใจเลอื กประพฤติปฏิบตั ติ นและเข้าร่วมกจิ กรรมไดอ้ ย่างเหมาะสม
1.3 กล้าแสดงออกอยา่ งเหมาะสมเชงิ สรา้ งสรรคแ์ ละมนั่ ใจในตนเอง
1.4 สามารถบรหิ ารจัดการตนเองในด้านการเรียน และการดำเนินชีวติ ประจำวันได้
1.5 แกป้ ญั หาไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง เหมาะสม

ตวั บง่ ชท้ี ่ี 2 มีสุขภาพกาย สขุ ภาพจิต และสุขนิสยั ที่ดี
2.1 มนี ้ำหนัก สว่ นสูง ตามเกณฑม์ าตรฐาน (กรมอนามัย)
2.2 มสี มรรถภาพทางกาย ตามเกณฑม์ าตรฐาน
2.3 มีสขุ นสิ ัยในการดำรงชีวติ ประจำวัน
2.4 สามารถปอ้ งกนั ดูแลสขุ ภาพตนเองได้
2.5 ร่าเริง แจ่มใส มมี นุษยสัมพนั ธ์ ปรับตัวได้
2.6 เป็นแบบอย่างท่ีดี ให้คำแนะนำแกผ่ อู้ ่นื ได้

ตวั บ่งชี้ท่ี 3 มีทกั ษะในการหลีกเล่ยี ง ป้องกนั ภัย อนั ตราย และพฤตกิ รรมท่ไี ม่พึงประสงค์
3.1 มีความรูค้ วามเข้าใจ ในสิ่งทเี่ ปน็ พิษภัย อนั ตรายและพฤติกรรมทไ่ี ม่พึงประสงค์

15

3.2 สามารถวเิ คราะห์และจำแนกสิ่งที่เปน็ พิษภัยอนั ตราย และพฤติกรรมทไ่ี มพ่ งึ ประสงค์
3.3 รู้เทา่ ทนั และกล้าทีจ่ ะปฏเิ สธ สง่ิ ท่เี ป็นพิษภัยอันตรายและพฤติกรรมทไ่ี ม่พงึ ประสงค์
3.4 สามารถปอ้ งกันตนเองจากสงิ่ เสพติดใหโ้ ทษ และหลกี เล่ียงสภาวะเส่ียงตอ่ ความรุนแรง
โรคภัยอุบัติภยั และปัญหาทางเพศ
3.5 สามารถชกั ชวนหรอื ส่งเสริมใหเ้ พอื่ น ประพฤติตนตามแนวทางท่ถี กู ตอ้ งเหมาะสม
ตัวบ่งช้ีท่ี 4 รกั และเหน็ คุณค่าในตนเองและผอู้ ื่น และสามารถจัดการกบั ปัญหาและอารมณ์ของ ตนเองได้
4.1 ศรัทธาและเช่อื มั่นในตนเอง เหน็ คุณคา่ และเคารพศักดิ์ศรคี วามเป็นมนุษย์ของตนเองและผอู้ ื่น
4.2 แสดงออกทางอารมณค์ วามร้สู กึ ได้อย่างเหมาะสม
4.3 สามารถใชห้ ลกั เหตุผลในการแกป้ ัญหาความขัดแยง้
4.4 สามารถจดั การกับปญั หาและสามารถควบคุมการแสดงออกทางอารมณท์ ่ไี มพ่ งึ ประสงค์
ของตนเอง
4.5 มที ักษะในการสอื่ สาร รบั รู้ สรา้ งความเข้าใจถ่ายทอดความรู้สกึ นกึ คิด การทกั ทาย การ
แสดง ความช่ืนชม การปฏเิ สธ การรบั คำวิพากษ์วจิ ารณ์
ตวั บ่งชท้ี ่ี 5 เปน็ สมาชกิ ทด่ี ขี องครอบครัว โรงเรยี น ชมุ ชน และสังคม
5.1 รบั ผดิ ชอบตามบทบาทหนา้ ที่ในฐานะสมาชิกของครอบครัว
5.2 ปฏิบัตติ ามกฎระเบียบของสถานศึกษา
5.3 ปฏบิ ัติตามกฎ กตกิ า ประเพณี วฒั นธรรม
5.4 เป็นแบบอย่างทดี่ แี ละมีจิตสาธารณะ
ตัวบง่ ชีท้ ่ี 6 มเี จตคติทด่ี ีและมที กั ษะพนื้ ฐานในการประกอบอาชพี สุจรติ
6.1 รูจ้ ักงานและอาชพี
6.2 รู้ความสนใจดา้ นอาชพี ของตนเอง
6.3 มแี นวทาง และมีเหตุผลในการตดั สนิ ใจเลอื กอาชพี
6.4 มที ักษะพ้ืนฐานอาชพี ทีถ่ นัดและสนใจ เหน็ คุณค่าในอาชพี สจุ รติ
2. มาตรฐานดา้ นกระบวนการ
มาตรฐานท่ี 2 สถานศกึ ษามกี ารจัดระบบการดูแลช่วยเหลอื นักเรียน
ตัวบ่งช้ที ี่ 1 สถานศึกษามีการวางระบบการบริหารงานระบบการดูแลชว่ ยเหลือนักเรยี น
1.1 มโี ครงสร้างการดำเนนิ งานระบบการดแู ลช่วยเหลือนักเรยี น
1.2 มีการคดั สรรและแตง่ ตงั้ คณะกรรมการรับผิดชอบ
1.3 มแี ผนงาน โครงการ ปฏิทินปฏบิ ัตงิ านตามแผนทช่ี ัดเจนและมคี มู่ ือการปฏิบตั งิ านของ
สถานศึกษา
1.4 พฒั นาการดำเนนิ งานให้สอดคล้องกับบรบิ ทของสถานศึกษา
ตวั บ่งชท้ี ี่ 2 มีการดำเนนิ งานตามระบบการดแู ลช่วยเหลอื นักเรยี น
2.1 การรจู้ กั นกั เรียนเป็นรายบคุ คล

2.1.1 มกี ารรวบรวมขอ้ มูลเปน็ รายบคุ คลด้วยวิธที ่ีเหมาะสม หลากหลาย

16

2.1.2 มกี ารศึกษาขอ้ มลู นักเรยี นเป็นรายบุคคล
2.1.3 มกี ารวิเคราะหข์ ้อมูลและสรปุ ผลนักเรียนรายบุคคล รายกลมุ่ /ระดบั ชน้ั ระดับ
สถานศกึ ษา
2.1.4 มีการนำขอ้ มลู ไปใช้สง่ เสรมิ พัฒนา ชว่ ยเหลือนกั เรยี น
2.2 การจำแนกคดั กรองนกั เรยี น
2.2.1 มกี ารจำแนก คดั กรองนักเรยี นตามแนวทาง/เกณฑ์ที่สถานศึกษาที่กำหนด
2.2.2 มีการสรปุ ผลการจำแนก คัดกรองนักเรียนครบทกุ คน
2.2.3 มีการสรุปผลการจำแนกคดั กรองนกั เรยี นเป็นระดบั ชนั้ และระดบั สถานศกึ ษา
2.2.4 มกี ารนำผลทไ่ี ดจ้ ากการจำแนก คัดกรองนกั เรยี น มาจัดทำสารสนเทศ ระดบั
สถานศึกษาไปใช้ในกรแก้ปัญหา ส่งเสรมิ พัฒนานกั เรียน
2.3 การสง่ เสริมพฒั นานักเรยี นที่หลากหลาย
2.3.1 มแี ผนงานโครงการกิจกรรมสง่ เสรมิ พัฒนานกั เรยี นและมกี ารนำแผนไปปฏบิ ตั ิ
2.3.2 มกี ารจัดกิจกรรมส่งเสรมิ พฒั นานกั เรยี นทีส่ อดคล้องกับสารสนเทศ ผลการคัด
กรองนกั เรยี น ของโรงเรียน
2.3.3 มกี ารจดั กจิ กรรมโฮมรูมอยา่ งตอ่ เนื่อง
2.3.4 มีการจัดประชุมผูป้ กครองชน้ั เรยี นทคี่ รูทปี่ รึกษา ครปู ระจำช้ัน และผู้ปกครอง
ร่วมกนั วาง แนวทางในการดแู ลชว่ ยเหลือพัฒนานกั เรยี น
2.3.5 มีการติดตามพฤตกิ รรมจากการชว่ ยเหลอื ส่งเสริม และพัฒนาศกั ยภาพของ
นักเรยี นอย่างต่อเนื่อง
2.3.6 มีการประเมนิ สรุปผลและรายงาน
2.4 การป้องกัน ช่วยเหลอื และแก้ไข
2.4.1 มีการใหค้ ำปรกึ ษาเบ้อื งต้น
2.4.2 มกี ารจัดกจิ กรรมซอ่ มเสริม
2.4.3 มีการตดิ ตอ่ สื่อสารกับผู้ปกครองอยา่ งทันเหตุการณ์
2.4.4 มกี ิจกรรม และ/หรือ การเรียนรู้ เพอ่ื ปอ้ งกนั ช่วยเหลอื และแก้ไขทีส่ อดคลอ้ ง
กบั สภาพปัญหา เชน่ เพศศกึ ษา ประสิทธิภาพ การเรียนรู้ ผูม้ ีความสามารถพิเศษและผูม้ คี วาม
ตอ้ งการพิเศษ ภาวะซึมเศรา้ ภาวะทุโภชนาการ ขาดแคลน ดอ้ ยโอกาส การขาดทกั ษะทาง
สงั คม การใชย้ าในทางท่ีผดิ สารเสพตดิ การกลน่ั แกล้ง รังแกและการใชค้ วามรนุ แรง การลัก
ขโมย การหมกมุ่น กับเกม และการพนัน ฯลฯ
2.4.5 มีกจิ กรรมสง่ เสรมิ การดแู ลช่วยเหลอื ซึ่งกนั และกนั ในกลุ่มเพือ่ นนักเรยี นอยา่ ง
หลากหลาย ตามสภาพปัญหา เชน่ เพือ่ นช่วยเพื่อน ยวุ ชนแนะแนว พดี่ แู ลนอ้ ง ฯลฯ
2.4.6 นกั เรียนกลุม่ เสยี่ ง กลุม่ มปี ญั หา ได้รับการป้องกัน ชว่ ยเหลอื แก้ไขให้มี
พฤติกรรมดขี ึ้น
2.5 การสง่ ต่อนกั เรียนท่สี อดคล้องกับสภาพปญั หาอย่างเปน็ ระบบและมเี ครือขา่ ยสหวิชาชพี

17

2.5.1 มเี ครอื ข่ายการส่งตอ่ ภายในและภายนอกโรงเรยี น
2.5.2 มกี ารส่งตอ่ ภายในและหรือภายนอกพร้อมข้อมูล ผลการชว่ ยเหลือเบอ้ื งต้น
2.5.3 มกี ารตดิ ตาม ประเมินผล สรุปผล รายงานผลการส่งตอ่
2.5.4 มกี ารปรบั ปรุง พัฒนาการสง่ ตอ่ อย่างเป็นระบบ
2.5.5 มีเครือขา่ ยสหวิชาชพี ทมี่ ีการจัดตั้ง มแี ผนการดำเนินงาน และมีกิจกรรมการ
ประสานงาน การ ร่วมดำเนนิ งานปอ้ งกัน แกไ้ ข สง่ เสรมิ ดแู ลชว่ ยเหลอื นกั เรียนอยา่ งตอ่ เนื่อง
ตวั บ่งชี้ที่ 3 มกี ารนเิ ทศ กำกับ ตดิ ตาม ประเมนิ ผล รายงานผล และพฒั นาระบบการดูแลชว่ ยเหลอื
3.1 มแี ผนการนิเทศ กำกับ ตดิ ตาม ประเมนิ ผล ระบบการดแู ลช่วยเหลอื นักเรียน
3.2 มกี ารดำเนนิ งานตามแผนอยา่ งตอ่ เนื่อง
3.3 มีการประเมนิ ผลและสรุปรายงานผเู้ กี่ยวขอ้ ง
3.4 มีการนำผลการประเมินมาปรบั ปรุงการดำเนินงาน
3.5 มกี ารเผยแพร่ประชำสัมพนั ธแ์ ละเผยแพรผ่ ลการดำเนินงานแกส่ าธารณชน
3. มาตรฐานด้านปัจจัย
มาตรฐานที่ 3 สถานศึกษามบี คุ ลากร สอ่ื และเครื่องมอื ที่เอือ้ ต่อการดำเนินงานระบบดแู ลชว่ ยเหลือ
นกั เรียน
ตัวบง่ ชี้ที่ 1 ผู้บรหิ ารเปน็ ผู้นำในการดำเนินงานระบบการดแู ลชว่ ยเหลือนักเรยี น
1.1 ผบู้ รหิ ารมกี ารกำหนดทิศทาง เป้าหมาย นโยบายการบรหิ ารงานระบบการดูแลช่วยเหลือ
นักเรยี น เหมาะสมกับบริบทของโรงเรยี นและทอ้ งถิ่น
1.2 มีความรู้ความเข้าใจและให้ความสำคัญกบั งานระบบการดูแลชว่ ยเหลือนักเรียน
1.3 มกี ารพัฒนาตนเองและพฒั นางานระบบการดแู ลชว่ ยเหลอื นักเรียนอย่างตอ่ เนอื่ ง
1.4 มกี ารสนบั สนุนและสง่ เสรมิ การดแู ลระบบการดูแลชว่ ยเหลอื นกั เรยี น โดยการมสี ่วนร่วม
ของทกุ ภาคสว่ นท่เี กี่ยวขอ้ ง
ตวั บ่งช้ีท่ี 2 ครมู เี จตคติท่ีดีและมีความสามารถในการดำเนนิ งานตามระบบการดแู ลช่วยเหลือนักเรยี น
2.1 ครตู ระหนักเหน็ คณุ คา่ และมคี วามร้คู วามเข้าใจการดำเนนิ งานระบบการดแู ลช่วยเหลือ
นกั เรียน
2.2 ครรู จู้ ัก ให้ความใกล้ชิด เอาใจใส่ดแู ลนักเรียนทีร่ ับผิดชอบอย่างทว่ั ถึงต่อเนอื่ ง
2.3 ครูสามารถปฏิบตั ิงานตามระบบการดูแลชว่ ยเหลือนกั เรยี นได้อยา่ งมีประสิทธิภาพ
2.4 ครูมกี ารพฒั นาตนเองอย่างตอ่ เนอ่ื งในดา้ นความรคู้ วามเขา้ ใจพฤติกรรมและพฒั นาการของ
นกั เรียน ความสามารถและทกั ษะในการวเิ คราะหผ์ ูเ้ รียน การศกึ ษาและแกป้ ญั หารายกรณี การส่อื สาร
ทำความ เขา้ ใจ ให้คำปรึกษา การบรหิ ารจัดการช้ันเรยี น การจดั กิจกรรมเสรมิ สรา้ งประสิทธภิ าพการ
เรียนรู้ การปรบั พฤติกรรม การป้องกนั แก้ไขปัญหาด้านสขุ ภาพจิต การพัฒนาบคุ ลกิ ภาพและทักษะการ
ดำรงชวี ิตของนกั เรียน
2.5 ครูให้คำแนะนำชว่ ยเหลือผู้ร่วมงานและสรา้ งเครอื ขา่ ยในการปฏิบตั งิ าน
ตวั บ่งชท้ี ่ี 3 ผูป้ กครอง ชมุ ชน มีส่วนรว่ มในการดำเนินงานระบบการดูแลช่วยเหลอื นักเรยี น

18

3.1 ผู้ปกครองมีความรคู้ วามเขา้ ใจการดแู ลบตุ รหลาน
3.2 ผ้ปู กครองให้ความร่วมมอื กับโรงเรียนในกิจกรรมการดูแลช่วยเหลอื นักเรียน
3.3 โรงเรียนมีเครอื ขา่ ยผูป้ กครองในการดูแลช่วยเหลอื นักเรียน
3.4 ชมุ ชนให้ความรว่ มมือในการดแู ลชว่ ยเหลือนักเรียน
ตัวชีบ้ ง่ ท่ี 4 นักเรยี นมีส่วนร่วมในการดำเนนิ งานระบบการดแู ลชว่ ยเหลือนกั เรียน
4.1 นักเรยี นมีความร้คู วามเข้าใจในการช่วยเหลอื ผอู้ ่นื
4.2 นักเรียนมคี วามสามารถในการชว่ ยเหลือผูอ้ ื่น
4.3 นักเรยี นมีจติ อาสาในการชว่ ยเหลอื ผอู้ ื่น
4.4 มีกลมุ่ นักเรียนเกณฑ์ในการในการดแู ลระบบการดูแลช่วยเหลือนกั เรยี น
ตัวบ่งช้ที ี่ 5 มีส่อื เคร่ืองมือท่ีใช้ในการดำเนินงานระบบการดแู ลช่วยเหลือนักเรยี น
5.1 มีส่ือและเครอ่ื งมือในการร้จู กั นักเรียนเป็นรายบุคคล
5.2 มีสื่อและเครอ่ื งมอื ในการจำแนก คัดกรองนักเรยี น
5.3 มีแนวปฏบิ ัติ/เกณฑก์ ารจำแนก คัดกรองที่อาศยั หลักวิชาและเปน็ ขอ้ ตกลงรว่ มกันของ
ผู้เกยี่ วข้อง
5.4 มกี ารรวบรวม จดั หา ใช้ และพฒั นา สื่อ เทคโนโลยี นวตั กรรม และเคร่อื งมือในการ
ส่งเสริม ชว่ ยเหลือ ปอ้ งกนั และแก้ไขปญั หานกั เรียน
5.5 มีแบบบนั ทึกการส่งต่อนกั เรยี น และบันทึกการตดิ ตามผล
มาตรฐานระบบการดแู ลช่วยเหลอื นักเรียนดังกล่าวข้างต้น เป็นเคร่ืองมือสำคัญในการทำความเขา้ ใจของ
บคุ ลากรทุกฝ่ายให้มีความเข้าใจที่ตรงกัน และใชเ้ ปน็ กรอบและเกณฑ์ในการดำเนนิ งานระบบการดูแลช่วยเหลือ
นักเรียนให้เข้มแข็งและมีศักยภาพมากขึ้น และมีแนวทางในการพัฒนาคุณภาพที่ชัดเจน ตลอดจนโรงเรียน
สามารถใช้เป็นแนวทางในการสง่ เสริม กำกับ ดูแล ตรวจสอบ และประเมินผลเพ่ือเป็นการประกันคุณภาพระบบ
การดแู ลช่วยเหลือนักเรยี นได้อย่างมปี ระสทิ ธภิ าพต่อไป

19

คณะกรรมการดำเนินงานและคณะกรรมการประเมินการระบบดแู ลช่วยเหลอื นักเรียน

เตรียมการและวางแผนดำเนนิ งาน
กจิ กรรมที่ 1 แต่งตัง้ คณะกรรมการออกเยย่ี มบา้ นนักเรียน
คณะกรรมการวัตถุประสงค์

1. เพ่อื ใหไ้ ดค้ ณะกรรมการตามระบบการดแู ลช่วยเหลือนักเรียนของสถานศึกษา
2. เพือ่ ใหไ้ ดผ้ รู้ ับผิดชอบการดำเนนิ งานในระบบดแู ลชว่ ยเหลือนักเรยี น
วธิ ดี ำเนนิ การ
ผู้บรหิ ารและคณะผรู้ บั ผิดชอบระบบดแู ลชว่ ยเหลือนกั เรียนดำเนินการแตง่ ต้งั คณะกรรมการดังน้ี
1. ประชมุ หารอื เพือ่ กำหนดโครงสรา้ งบคุ ลากรในระบบดูแลชว่ ยเหลือนกั เรียนของสถานศึกษา
2. แต่งตงั้ คณะกรรมการอำนวยการ(ทีมนำ) คณะกรรมการประสาน (ทมี สนับสนนุ ) และคณะกรรมการ
การดำเนนิ การ (ทีมทำ)

20

3. กำหนดบทบาทหน้าที่ของคณะกรรมการอำนวยการ คณะกรรมการการประสานงานและ
คณะกรรมการการดำเนินงานในระบบดูแลช่วยเหลือนักเรยี น
กิจกรรมท่ี 2 วเิ คราะห์สภาพความพร้อมขัน้ พน้ื ฐานของสถานศกึ ษาและจัดทำแผนปฏิบัตงิ าน
วัตถปุ ระสงค์

1. เพื่อให้ทราบสภาพพื้นฐานของสถานศึกษาที่เกี่ยวข้องกับระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน เพื่อให้เป็น
ข้อมูลสำหรบั วางแผนดำเนนิ งาน

2. เพื่อใหไ้ ด้แผนปฏิบตั งิ านระบบการดูแลชว่ ยเหลือนักเรยี นของสถานศกึ ษา ตลอดปกี ารศึกษา
วธิ ดี ำเนนิ การ

คณะกรรมการอำนวยการ (ทีมนำ) และ หรอื คณะกรรมการประสาน (ทีมสนับสนุน) ดำเนนิ การดงั น้ี
1. วิเคราะห์สภาพพื้นฐานของสถานศกึ ษา โดยใช้แบบประเมินหรือแบบสำรวจการเนินงานระบบ การ
ดูแลช่วยเหลือนักเรียน หรือแบบสอบถามความพร้อมพื้นฐานของสถานศึกษาที่สถานศึกษาจัดทำขึ้นเอง เพื่อ
ศึกษาจุดแข็ง จุดอ่อนในด้านต่าง ๆ ของสถานศึกษาที่มีผลต่อการช่วยเหลือนักเรียนและข้อเสนอแนะของครู
รวมทง้ั ผ้เู กย่ี วขอ้ งในสถานศึกษาเกีย่ วกบั การดำเนนิ งานตามระบบการดแู ลชว่ ยเหลอื นักเรยี น
2. วเิ คราะหข์ อ้ มูลที่ได้เพื่อใช้เป็นแนวทางในการจัดทำโครงการแผนปฏิบัติงานระบบการดูแลช่วยเหลือ
นักเรียนของสถานศึกษา และการจัดกิจกรรมหรือโครงการเพื่อสนับสนุนให้ระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนมี
ประสิทธิภาพมากข้ึน
ปฏบิ ัตติ ามแผน
กจิ กรรมที่ 3 สร้างความตระหนักและความเข้าใจกับบุคลากร วตั ถปุ ระสงค์
1. เพื่อให้บุคลากรทุกคนในสถานศึกษา ตระหนักถึงความสำคัญและเห็นคุณค่าของระบบการดูแล
ช่วยเหลือนักเรียนโดยมคี รทู ปี่ รึกษาเป็นบคุ ลากรหลกั ในการดูแลช่วยเหลือนกั เรยี น
2. เพือ่ ใหบ้ ุคลากรทกุ คนในสถานศึกษามีความเข้าใจบทบาทภาระหน้าทข่ี องการดแู ลช่วยเหลอื นกั เรียน
3. เพอื่ ใหบ้ คุ ลากรทกุ คนในสถานศกึ ษาเข้าใจข้ันตอน วิธกี ารดำเนินงานและมีการประสานความร่วมมือ
กับผู้เกย่ี วข้องในสถานศึกษาในการดแู ลชว่ ยเหลือนกั เรยี น
วิธีดำเนินการ
คณะกรรมการประสานการดำเนนิ การสร้างความเขา้ ใจกับบคุ ลากร โดยอาจจัดในลักษณะ
1. ประชมุ ช้ีแจงและสร้างความเข้าใจใหก้ ับบุคลากรในสถานศึกษาด้วยวิธีการต่าง ๆ เพื่อให้เกิดทัศนคติ
ทด่ี ตี ่อระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน มีความยนิ ดีร่วมมือร่วมใจในการทำงานเพ่อื ช่วยเหลือนักเรียน
2. ฝึกอบรมบุคลการ โดยเฉพาะครูที่ปรึกษาให้มีความรู้ ความสามารถ เทคนคิ หรือทักษะต่าง ๆ ในการ
ดแู ลชว่ ยเหลอื นกั เรยี นเบอื้ งตน้
3. ประชาสัมพันธ์งานการดูแลช่วยเหลือนักเรียนให้กับบุคลากรและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบอย่าง
ตอ่ เนอื่ ง
4. ประเมนิ ผลการสร้างความรู้ ความเขา้ ใจ ใหก้ ับบคุ ลากรในการดูแลช่วยเหลือนกั เรียนและนำผล การ
ประเมินมาเป็นขอ้ มูลในการพฒั นาบคุ ลากรต่อไป

21

กิจกรรมท่ี 4 ดำเนินการตามระบบการดแู ลช่วยเหลือนักเรียน วตั ถปุ ระสงค์
1. เพอื่ ให้ครูดำเนนิ การดูแลชว่ ยเหลือนักเรียนตามระบบการดแู ลช่วยเหลือนกั เรยี นท่กี ำหนดไว้
2. เพ่ือใหน้ กั เรียนได้รับการดแู ลช่วยเหลอื จากครูท่ปี รึกษาอยา่ งทวั่ ถงึ และตรงตามสภาพของนกั เรียน

วธิ ีดำเนนิ การ
ครูท่ปี รึกษาเนินการดแู ลชว่ ยเหลอื นกั เรยี นตามระบบการดแู ลช่วยเหลอื นักเรยี น ดังนี้
1. การรูจ้ กั นกั เรียนเป็นรายบุคคล ซงึ่ อย่างน้อยต้องครอบคลมุ ด้านความสามารถ ด้านสุขภาพและ ด้าน

ครอบครวั
2. การคัดกรองนักเรียน โดยจัดแบ่งกลุ่มนักเรียนเป็น 4 กลุ่ม คือ กลุ่มพิเศษ กลุ่มปกติ กลุ่มเสี่ยง/มี

ปญั หา
3. การส่งเสรมิ นักเรยี นทกุ คนท่ีอยูใ่ นความดูแลด้วยการจดั กิจกรรมดังน้ี
- กิจกรรมโฮมรูม ( Home room)
- กิจกรรมประชมุ ผู้ปกครองช้ันเรยี น ( Classroom meeting )
4. การปอ้ งกนั และแกไ้ ขปญั หาของนักเรียนในกลุ่มเส่ียง/มีปัญหาด้วยวิธีการดังนี้
- ให้การปรกึ ษาช่วยเหลอื
- จัดกิจกรรมต่าง ๆ ในการป้องกันและแกไ้ ขปัญหานักเรียน คือ กิจกรรมในห้องเรียน กิจกรรมเสรมิ

หลักสตู ร กิจกรรมเพอ่ื นชว่ ยเพื่อน ( Buddy ) กิจกรรมซ่อมเสรมิ และ กจิ กรรมการส่ือสารกับผู้ปกครอง
5. การส่งนกั เรยี นไปรบั การชว่ ยเหลือจากครอู ่ืน ๆ เช่น ครแู นะแนวหรือ ฝา่ ยปกครอง เป็นต้น
- บนั ทึกหลกั ฐานการปฏบิ ตั ิงานและควรบนั ทกึ ทุกข้นั ตอน
- สรุปผลการปฏิบัตงิ าน รายงานหัวหน้าสายชัน้

กำกับ ติดตาม ประเมิน และรายงาน
กจิ กรรมท่ี 5 ประเมินเพือ่ ทบทวน วตั ถปุ ระสงค์

1. เพ่อื ทราบผลการดำเนนิ งาน ปัญหาและอุปสรรคที่มีในแต่ละระดับ และนำขอ้ มลู ไปใช้ในการทบทวน
และปรบั ปรุงระหว่างการดำเนนิ งาน

2. เพื่อให้ได้รายงานผลการดูแลช่วยเหลือนักเรียนในแต่ละระดับชั้นสำหรับการจดั ทำสรุปรายงานของ
สถานศกึ ษาตอ่ ไป
วธิ ดี ำเนนิ การ

1. คณะกรรมการอำนวยการแต่งตั้งผู้ทำหน้าที่ประเมินคุณภาพระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน และ
การดำเนินงานของครูในแต่ละระดบั ชั้น

2. การดำเนนิ การประเมินแต่ละระดับช้ัน โดยผทู้ ไ่ี ดร้ ับคำสัง่ แตง่ ตัง้ หรือผแู้ ทนครูในแต่ละระดับซ่ึงได้รับ
การอบรมหรอื มคี วามร้ทู ักษะในการประเมินเนนิ การประเมินสลับระหว่างช้นั

3. นำผลดงั กล่าวมาปรบั ปรงุ ประสทิ ธิภาพการดเนนิ งานให้ดยี ่ิงขึ้น
4. การดำเนินการประเมินคุณภาพระบบการดแู ลช่วยเหลือนักเรียนและการดำเนินงานของครูในแตล่ ะ
ระดับภาคเรยี นละ 1 คร้งั

22

5. ผู้ทำที่ประเมินจัดทำรายงานการประเมินคุณภาพของแต่ละระดับ สง่ คณะกรรมการประสานงาน เพ่ือ
รายงานผู้บริหารสถานศึกษาต่อไป
กจิ กรรมท่ี 6 ประเมินผลเพอ่ื พัฒนาและสรุปรายงาน วัตถปุ ระสงค์

1. เพอื่ ใหไ้ ดร้ ายงานสรปุ ผลการดำเนินงานการดแู ลช่วยเหลอื นกั เรยี นในแตล่ ะภาคเรยี นและปีการศกึ ษา
2. เพื่อเป็นข้อมูลในการปรับปรุง พัฒนาระบบ วิธีการดำเนินงานดูแลช่วยเหลือนักเรียนของ
สถานศึกษาให้มปี ระสทิ ธภิ าพมากย่งิ ข้ึน
วธิ ดี ำเนนิ การ
1. ครทู ่ปี รึกษาแตล่ ะคนจัดทำรายงานการดำเนินงานเสนอหัวหนา้ ระดับช้ัน (ประธานคณะกรรมการการ
ดำเนนิ งาน) ทุกสน้ิ ภาคเรยี น
2. คณะกรรมการดำเนินงานแตล่ ะระดบั จัดทำรายงานสรุปเปน็ ระดับ เสนอคณะกรรมการ ประสานงาน
3. คณะกรรมการประสานงานสรุปผลการวิเคราะห์ข้อมูลทไี่ ด้จากหัวหน้าระดับและจกกรประเมิน เพื่อ
ทบทวนของแต่ละระดับมาจดั ทำรายงานเปน็ ภาพรวมของสถานศกึ ษา เสนอคณะกรรมการอำนวยการ
4. คณะกรรมการอำนวยการดงั น้ี
- ประชมุ พจิ ารณา รายงานคณะกรรมการประสานงานในขอ้ 3 เพื่อการปรบั ปรุงและพฒั นาระบบการ
ดแู ลช่วยเหลอื นกั เรยี นของสถานศึกษาและเผยแพรป่ ระชาสมั พนั ธ์การดูแลชว่ ยเหลือนกั เรียนของสถานศึกษาให้ผู้
ท่ีเก่ยี วข้องทราบ
- นิเทศ กำกับ ติดตาม การดำเนินการของคณะกรรมการประสานงานและคณะกรรมการ การ
ดำเนนิ งานทกุ ระดบั อย่างต่อเนอื่ ง รวมทง้ั มกี ารประชุมติดตามผลอย่างน้อยภาคเรียนละ 2 คร้ัง
ดำเนนิ งานระบบการดแู ลชว่ ยเหลอื นักเรยี นของครทู ป่ี รึกษา
แนวปฏบิ ตั ิของครทู ปี่ รกึ ษา
การดำเนนิ งานระบบการดแู ลชว่ ยเหลือนักเรยี น มีครปู ระจำช้ัน/ครทู ีป่ รึกษาเป็นบุคลกรหลกั ในการ
ดำเนินงาน มภี ารกจิ หลักที่เปน็ หวั ใจของการดำเนินงาน 5 กิจกรรม คือ
1. การรู้จักนักเรยี นเปน็ รายบุคคล
2. การคดั กรองนกั เรียน
3. การส่งเสริมและพัฒนา
4. การปอ้ งกันช่วยเหลอื และแก้ไข
5. การส่งต่อ

23

บทบาทหน้าทข่ี องหน่วยงานและบุคลากรทเี่ กี่ยวขอ้ ง
กบั ระบบการดแู ลชว่ ยเหลือนกั เรียน

แผนภาพ กลยุทธค์ วามสำเรจ็ ในการดูแลชว่ ยเหลือนกั เรียน

1. การบริหารเชิงระบบกลยุทธ์ความสําเ ็รจ

การวางแผน (Plan) เป็นการวางระบบ ซึ่งเป็นองคป์ ระกอบแรกสำคัญที่สุด จะต้องกำหนดขัน้ ตอนการ
ทำเปน็ กระบวนการแตล่ ะขั้นตอน มีวิธกี ารปฏบิ ัติเป็นมาตรฐาน และการบนั ทกึ การทำงานเป็นปจั จุบัน ข้อมูลจาก
บันทึกนีไ้ ปสู่การตรวจสอบประเมินตนเองและให้ผ้อู ่ืนตรวจสอบได้ และเปน็ สารสนเทศท่ีสะท้อนให้เห็นคุณภาพ
ตามมาตรฐานและตวั ชี้วดั ของระบบย่อย ส่งผลถงึ คุณภาพรวมของโรงเรยี นท้งั ระบบ

24

การดำเนินงาน (Do) เป็นการปฏิบัติร่วมกันของทุกคน โดยใช้กระบวนการ วิธีการ และบันทึกบุคคล
ภายในองค์กรทรี่ ับผิดชอบในระบบยอ่ ยต่าง ๆ จะปฏิบตั ิและบนั ทกึ ต่อเนอื่ งเป็นปจั จบุ ัน

การตรวจสอบ/ประเมนิ ผล (Check) เปน็ การประเมินตนเองรว่ มกนั ประเมิน หรอื ผลัดเปลีย่ นกันประเมิน
ภายในระหว่างบุคคลระหวา่ งทีมย่อยในโรงเรยี น

การปรบั ปรุงพัฒนา (Act) เป็นการนำผลการประเมินมาแกไ้ ขพฒั นางาน ซ่งึ อาจจะแก้ไขพฒั นาในส่วนท่ี
เป็นกระบวนการ วิธกี าร ปัจจัยหรอื การบนั ทกึ ใหด้ ขี ึ้นจนระบบคุณภาพหรือวงจรคณุ ภาพเป็นวัฒนธรรมการ
ทำงาน องค์กรอยา่ งยั่งยนื

การทำงานเปน็ ทมี ของโรงเรียนบ้านหวั สะพานมติ รภาพที่ 217 TEAMS Model

คณะกรรมการระบบการดูแลชว่ ยเหลือนักเรียน มีหนา้ ท่ดี ำเนินงานตามระบบการดแู ลช่วยเหลอื นักเรียน
ทีร่ ่วมกันพฒั นาขึน้ โดยมีบทบาทและหน้าท่ดี งั นี้

1. บทบาทและหน้าท่ีของคณะกรรมการอำนวยการ (ทมี นำ)
- กำหนดนโยบาย วัตถุประสงคใ์ นการดำเนนิ งานระบบการดูแลชว่ ยเหลือนกั เรียน
- แตง่ ตั้งคณะกรรมการ ประชมุ คณะกรรมการอยา่ งนอ้ ย ภาคเรียนละ 2 ครง้ั
- นเิ ทศ ติดตาม กำกบั การดูแลช่วยเหลือนักเรยี นของโรงเรยี นและระดบั ชัน้
- อ่ืนๆ ตามที่โรงเรียนกำหนดเพมิ่ เติม
- นิเทศ กำกบั ติดตาม การดำเนินงานของหวั หน้าสายช้นั ครปู ระจำช้ัน ครปู ระจำวชิ า ครู

อนามยั ครูฝ่ายปกครอง ครูสอนนักเรยี นเรยี นร่วมให้เป็นไปตามระบบดูแลชว่ ยเหลือนกั เรยี น
-ให้คำปรึกษา แนะแนวทางรวมทั้งอำนวยการในการดำเนินงานตามระบบดแู ลชว่ ยเหลอื

นักเรียน
2. บทบาทและหนา้ ท่ีของคณะกรรมการประสานงาน (ทมี ประสาน)

- ปฏบิ ัตงิ านในฐานะเป็นบคุ ลากรหลกั ในการดำเนนิ งานระบบการดูแลช่วยเหลอื นกั เรียน
- ประสานงานระหวา่ งคณะกรรมการอำนวยการ (ทมี นำ) และคณะกรรมการดำเนินงาน (ทมี
ทำ) และหนว่ ยงานอ่นื ๆ ทีเ่ กีย่ วขอ้ ง
- จัดเอกสารเครือ่ งมอื ทใ่ี ช้ในการดำเนนิ งานและรบั ผิดชอบ จัดประชุมช้แี จง และการฝึกอบรม
ให้ความรแู้ กบ่ ุคลากร
- จดั การประชุมปรกึ ษาหารือคณะกรรมการในการดูแลชว่ ยเหลอื นกั เรียนรว่ มกันอยา่ งน้อย
เดือนละ 2 ครง้ั
- รายงานสรปุ ผลการดำเนนิ งาน
- อื่นๆ ตามท่ีได้รับมอบหมาย
- ประชุมชแ้ี จงแนวทางการดำเนินงานตามระบบดูแลชว่ ยเหลอื นกั เรียน รวมทง้ั ปรกึ ษาหารือ
ถงึ แนวทางการดำเนินงานตามระบบ

25

- จดั ทำเอกสารตามคู่มือระบบดูแลช่วยเหลอื นักเรยี นใหส้ ามารถนำมาใช้งานไดห้ ลากหลาย
ช่องทาง เช่น จัดเอกสารไว้ประจำตู้ 15 ลนิ้ ชกั จัดส่งเอกสารผา่ นหัวหนา้ สายชน้ั เพือ่ นำแจกครปู ระจำชน้ั
อพั โหลดเอกสารลงในเว็บไซตโ์ รงเรยี น

- จัดทำปฏิทนิ ปฏิบตั งิ านระบบดูแลช่วยเหลือนักเรยี นประจำปี
- ประสานงานในระบบดูแลชว่ ยเหลอื นกั เรียนใหเ้ ปน็ ไปตามระบบ
- สรปุ รายงานข้อมูลสารสนเทศเก่ียวกบั งานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนเป็นภาพรวมของ
โรงเรยี น
- รายงานขอ้ มูลเก่ยี วกบั งานระบบดแู ลช่วยเหลือนกั เรียนแก่หน่วยงานทีเ่ กยี่ วข้อง
- อื่น ๆ ตามท่ีได้รับมอบหมาย
3. บทบาทและหนา้ ทข่ี องหัวหนา้ กลุ่มงานกิจการนกั เรยี น (ทมี ทำ)
3.1 ประสานงานผ้เู กยี่ วขอ้ ง ประชุมช้ีแจง ทำความเขา้ ใจกับคณะกรรมการดำเนินงาน
ในระดบั ชนั้ ของตน
3.2 บันทกึ หลักฐานการปฏิบตั ิงาน ประเมนิ ผลและจดั ทำรายงานตามระดบั ช้นั
3.3 ศกึ ษาขอ้ มูลเกีย่ วกับความตอ้ งการของครูทีป่ รึกษา เพ่ือประโยชน์ต่อการดแู ลช่วยเหลอื
นักเรยี น และนำเสนอทีมประสาน
3.4 ประชุมร่วมกนั อยา่ งนอ้ ยสัปดาหล์ ะ 1 คร้งั
3.5 ปฏบิ ตั ติ ามบทบาทหนา้ ท่ีในงานประจำของตน
3.6 อน่ื ๆ ตามทไ่ี ด้รบั มอบหมาย
4. บทบาทและหน้าทีข่ องบุคลากร (ทีมทำ)
4.1 หัวหนา้ ระดับช้นั
1.จดั ประชมุ ครูในสายชั้นเพื่อวางแผนการดำเนนิ งานการดูแลนักเรยี นในสายชนั้ ให้มี
ประสิทธิภาพ พรอ้ มรบั การประเมนิ และจดั ให้มีบันทึกการประชุม
2.ตดิ ตามกำกับดแู ลชว่ ยเหลือนักเรยี นของครูประจำช้ันในสายชั้น
3.จดั ประชุมกล่มุ เพ่ือปรกึ ษาปัญหารายกรณีเพ่อื หาทางแกไ้ ขปัญหา
4.กำกบั ตดิ ตามการดำเนินกจิ กรรมของครปู ระจำชั้น เช่น การร้จู ักนกั เรยี นรายบุคคล การ
อบรมนกั เรยี น การเยย่ี มบ้านนกั เรยี น การคัดกรอง การส่งเสริมการปอ้ งกนั และแกไ้ ขปัญหา รวมทงั้ การ
ส่งต่อใหเ้ ป็นไปตามระบบ
5.กำกับ ตดิ ตาม และจดั ให้มีการสรุปภาพรวมการทำงานของครูประจำชั้นในสายชัน้ โดยให้ครู
ประจำชั้นส่งรายงานการปฏบิ ัตงิ านของตน เชน่ แบบรายงานการเย่ียมบา้ น แบบการคัดกรอง แบบ
บนั ทึกการประชุมผปู้ กครอง ฯลฯ เพื่อรวบรวมส่งงานระบบดแู ลช่วยเหลอื นกั เรยี นของโรงเรยี นต่อไป
6.จดั ทำข้อมูลสารสนเทศของนักเรียนในสายชั้น แยกเด็กเป็นกลมุ่ ความสามารถพเิ ศษ กลมุ่
ปกติ กล่มุ เส่ียง/มีปญั หา ท่ีเปน็ ปัจจบุ ัน และนำมาใชใ้ นการดำเนินงานไดท้ นั ที
4.2 ครปู ระจำชัน้

26

1.กรอกข้อมลู นกั เรยี นโดยการสอบถาม สัมภาษณ์ สืบเสาะตามสภาพจริงของนักเรียนทั้งจาก
ตวั นักเรยี น เพอ่ื น ผู้ปกครอง ฯลฯ โดยกรอกข้อมูลลงในเอกสารการรูจ้ ักนักเรียนรายบคุ คลท่ีเกยี่ วข้อง เชน่ แบบ
บนั ทึกประวัติ ระเบียนสะสมของนกั เรียน ฯลฯ โดยมกี ารจัดเกบ็ แฟ้มข้อมูลนักเรียนรายบคุ คลทีเ่ ป็นปัจจุบนั

2.ดแู ลชว่ ยเหลือนักเรยี นที่ได้รับมอบหมายโดยดูแลนักเรยี นเป็นรายบุคคลท้ังด้านการเรยี น
สขุ ภาพรา่ งกาย จิตใจ พฤตกิ รรมท่แี สดงออก ความสนใจ ความถนดั พิเศษ ฯลฯ โดยแนะนำ ตักเตอื น ชว่ ยเหลือ
ให้อยใู่ นระเบียบวนิ ัย ตลอดจนประสานงานกบั ผู้ปกครอง ครอบครัว

3.มีการคัดกรองนักเรยี น และจดั กล่มุ นกั เรียนในความดูแลเปน็ กล่มุ ปกติ กลมุ่ เสยี่ ง/มปี ัญหา
พรอ้ มทั้งบนั ทึกและรายงานผลการวเิ คราะหน์ กั เรียนเปน็ ภาพรวมของหอ้ งเรยี น

4.จดั กลมุ่ นักเรยี นทีม่ ีปญั หาด้านเศรษฐกจิ เพ่ือเสนอชอ่ื รบั ทนุ การศึกษา
5.ดำเนนิ การแกไ้ ขปัญหานกั เรียนทเ่ี ปน็ กลุม่ เสยี่ ง/มีปญั หา
6.ดำเนนิ การนำนกั เรยี นกล่มุ เสย่ี ง/มีปัญหา สง่ ต่อเพอื่ หาสาเหตุของปัญหา เชน่ นักเรียนพิการ
ทางด้านการเรียนรู้ นักเรยี นกล่มุ LD นักเรียนสมาธสิ ้ัน เพอื่ หาทางแกไ้ ขปัญหาให้ตรงกบั สาเหตุ
7.ดำเนนิ การสง่ เสริมนักเรียนทุกคน โดยจดั กจิ กรรมส่งเสริมทส่ี อดคลอ้ งกับบรบิ ท เช่น การ
อบรมคณุ ธรรมจริยธรรม การโฮมรูม การเยีย่ มบ้านนกั เรยี นฯลฯ
8.ดำเนินการตามระบบดูแลช่วยเหลอื นักเรียนทงั้ 5 ข้ันตอน โดยมแี ฟ้มระบบดูแลชว่ ยเหลือ
นกั เรียนรายหอ้ งเรียน ทค่ี รปู ระจำชัน้ ได้ปฏบิ ัติ 5 ขัน้ ตอนทีเ่ ป็นปัจจุบนั
9.เข้ารว่ มประชมุ ตามท่ีสายชนั้ กำหนด
อ่นื ๆ ตามทไี่ ดร้ บั มอบหมาย
1) ดำเนินการดูแลช่วยเหลือนักเรยี นทงั้ การสง่ เสริม ป้องกนั ปัญหา และการชว่ ยเหลือแก้ไข
ปญั หาในดา้ นความสามารถ ด้านสขุ ภาพ ดา้ นครอบครัวหรอื อ่ืนๆ
2) ดำเนนิ การดแู ลชว่ ยเหลอื นักเรยี นตามแนวทางทีก่ ำหนด คือ
- การรจู้ ักนักเรียนเปน็ รายบุคคล
- การคัดกรองนักเรียน
- การส่งเสริมและการพฒั นานกั เรียน
- การป้องกันและแก้ไขปญั หา
- การสง่ ต่อนักเรยี น
3) ร่วมประชมุ กลมุ่ ปรึกษาปญั หารายกรณี
4) บันทกึ หลักฐานการปฏบิ ัติงาน และประเมินผลรายงานส่งหัวหน้าระดับ
5) อ่นื ๆ ตามทไ่ี ด้รบั มอบหมาย
4.3 ครปู ระจำวชิ าและครูอนื่ ๆ ทเ่ี ก่ยี วขอ้ ง
1.ใหข้ อ้ มลู เกีย่ วกับตัวนกั เรียนแก่ครูประจำชน้ั
2.ให้ความรว่ มมือกบั ครปู ระจำชัน้ ในการดูแลช่วยเหลือนักเรยี น
3.ร่วมประชมุ ในสายช้นั เพือ่ ปรกึ ษาปญั หารายกรณี ในกรณีที่เก่ยี วข้อง เพอ่ื หาทางป้องกนั
แก้ไข หรือสง่ เสริมนักเรยี น

27

อ่ืน ๆ ตามท่ไี ด้รับมอบหมาย
1) ใหข้ อ้ มูลเกี่ยวกับนักเรยี นแกค่ รูทีป่ รกึ ษา
2) ให้ความรว่ มมอื กบั ครทู ีป่ รึกษาในการดแู ลช่วยเหลือนักเรยี นร่วมกัน
3) ร่วมประชุมกลุ่มปรกึ ษาปัญหารายกรณีในกรณีทีเ่ กย่ี วข้องกบั การดูแลช่วยเหลอื
4) บันทกึ หลกั ฐานการปฏิบัตงิ าน สรุปผลและรายงานส่งหัวหนา้ ระดบั
5) อ่นื ๆ ตามทไ่ี ดร้ ับมอบหมาย
4.4 ครูแนะแนว
1.จดั กิจกรรมพฒั นานกั เรยี นในคาบแนะแนว หรอื คาบที่ไดร้ บั มอบหมาย
2.สนบั สนุนและเปน็ แกนหลกั สำคัญใหก้ บั ครปู ระจำช้นั ในการดูแลช่วยเหลือนกั เรยี น
3.ใหค้ ำปรึกษาแกน่ กั เรยี นที่มปี ัญหาในกรณีท่ีครูประจำชั้นไม่สามารถแก้ไขหรือยากต่อการ
ชว่ ยเหลือ (ครูประจำชนั้ ส่งตอ่ ภายใน)
4.ในกรณที ี่นักเรียนมปี ญั หา(ด้านพฤตกิ รรม) ยากต่อการชว่ ยเหลือภายใน ให้ครแู นะแนว
ประสานกับครูประจำช้นั สง่ ต่อผู้เชย่ี วชาญภายนอกและตดิ ตามผลการช่วยเหลอื นั้น
5.ร่วมประชุมกล่มุ หรือในสายชนั้ เพ่ือปรึกษาปญั หารายกรณี
อ่ืน ๆ ตามทีไ่ ดร้ ับมอบหมาย
1) จดั กิจกรรมคาบแนะแนวเพือ่ พฒั นาระบบการดูแลชว่ ยเหลอื นกั เรยี น
2) สนบั สนุนและเปน็ แกนหลักใหก้ ับครทู ี่ปรึกษาในการดูแลชว่ ยเหลอื นกั เรียน
3) ให้การปรึกษานกั เรียนทม่ี ีปญั หาในกรณที ี่ครูที่ปรกึ ษาไมส่ ามารถแก้ไขหรือยากตอ่ การ
ชว่ ยเหลอื
4) ร่วมประชุมกลุม่ ปรกึ ษาปญั หารายกรณี
5) ในกรณที ่นี ักเรียนมปี ญั หายากต่อการช่วยเหลือของครูแนะแนวใหส้ ่งตอ่ ผูเ้ ช่ียวชาญภายนอก
และติดตามผลการช่วยเหลือน้ัน
6) บนั ทกึ หลักฐานการปฏิบัตงิ านและประเมนิ ผลรายงานสง่ ผบู้ ริหาร หรอื หัวหน้าระดับ

ทมี ทำ ทีมประสาน

2. การแลกเปล่ยี นเรียนรู้
การแลกเปลี่ยนเรยี นรู้จะทำให้ได้รับทราบจุดอ่อน จดุ แขง็ ในการดำเนนิ งานของตน เพอ่ื ใหเ้ กิดแนวทางที่

จะพฒั นาใหม้ คี ณุ ภาพสูงขึ้น การแลกเปลยี่ นเรยี นรทู้ ั้งได้ท้งั ภายในโรงเรยี นและระหวา่ งโรงเรยี น โดยมีบรรยากาศ

28

การทำงานทีเ่ ป็นกนั เอง ไมใ่ ชก้ ารส่ังการหรอื บังคบั บญั ชา ทำให้ผปู้ ฏบิ ัติงานในแต่ละส่วนเกิด ความรสู้ กึ ที่ดไี มต่ อ้ ง
กงั วลเรอ่ื งการประเมนิ ตรวจสอบจากผบู้ ังคับบัญชา

3. การนเิ ทศ ตดิ ตาม และประเมินผล
การนิเทศ ตดิ ตามและประเมินผล เปน็ กระบวนการสำคญั ในการพฒั นางาน ชว่ ยสง่ เสริม สนับสนนุ และ

ใหข้ อ้ มูลยอ้ นกลบั ที่จะนำไปใชป้ รับปรุงงานต่อไป
การนเิ ทศ ติดตาม และประเมินผลการดำเนนิ งานระบบการดูแลชว่ ยเหลือนกั เรยี นใหบ้ รรลเุ ป้าหมาย

อยา่ งมีคุณภาพ ควรดำเนนิ การให้เปน็ ระบบดงั น้ี

ขัน้ ตอนการนิเทศ ติดตาม และประเมนิ ผล

29

รูปแบบของการสร้างและพฒั นาระบบดูแลชว่ ยเหลือผู้เรียน

แผนการดำเนนิ งานตามระบบการดแู ลชว่ ยเหลอื นกั เรยี น

30

แผนภาพการดำเนนิ งาน กระบวนการระบบการดแู ลช่วยเหลอื นักเรยี น
1. การรู้จกั นกั เรียนเป็นรายบคุ คล

นักเรยี นแตล่ ะคนมีพ้นื ฐานความเปน็ มาของชีวติ ท่ีไมเ่ หมือนกัน หล่อหลอมให้เกดิ พฤตกิ รรม หลากหลาย
รูปแบบ ทงั้ ด้านบวกและด้านลบ ดังนน้ั การรบั รูข้ อ้ มูลทจี่ ำเปน็ เกีย่ วกับตัวนกั เรียนจงึ เป็นส่งิ สำคญั ที่ จะช่วยให้
ครทู ีป่ รกึ ษามีความเข้าใจนกั เรยี นมากขึน้ สามารถนำขอ้ มลู มาวิเคราะหเ์ พอื่ การคัดกรองนกั เรียน เปน็ ประโยชน์
ในการส่งเสรมิ พฒั นา การปอ้ งกนั แกไ้ ข และชว่ ยเหลอื นักเรยี นไดอ้ ย่างถูกทาง ซ่งึ เปน็ ขอ้ มลู เชงิ ประจกั ษม์ ิใช่
การใช้ความรสู้ ึกหรือการคาดเดา โดยเฉพาะในกรแก้ไขปญั หานักเรียน ซง่ึ จะทำใหไ้ มเ่ กดิ ขอ้ ผิดพลาดต่อการ
ชว่ ยเหลือนักเรียนหรือเกิดได้นอ้ ยทีส่ ุด
ขอ้ มลู พ้ืนฐานของนกั เรยี น

ครูทีป่ รกึ ษาควรมขี ้อมลู เกย่ี วกบั นักเรียน ดงั น้ี
1. ดา้ นนความสามารถ

1.1 การเรยี น
1.2 ความสามารถพเิ ศษ/อจั ฉริยะ

31

2. ด้านสขุ ภาพ
2.1 รา่ งกาย/ความพิการ
2.2 จติ ใจ – พฤตกิ รรม

3. ด้านครอบครวั
3.1 เศรษฐกจิ
3.2 การคมุ้ ครองสวสั ดภิ าพ

4. ดา้ นสารเสพตดิ
5. ด้านความปลอดภยั
6. พฤติกรรมทางเพศ
7. ดา้ นอน่ื ๆ ทค่ี รูพบเพ่ิมเตมิ ซึง่ มคี วามสำคัญหรอื เกย่ี วขอ้ งกบั การดแู ลชว่ ยเหลอื นกั เรียน

32

แนวการศึกษาและรวบรวมข้อมลู นกั เรยี น

กระบวนการ

ดำเนินงาน/ ข้อมลู พนื้ ฐานทคี่ วรทราบ วิธกี าร เครื่องมือ/แหลง่ ขอ้ มลู
ประเด็นท่ีพจิ ารณา
- ศึกษาขอ้ มูลผลสมั ฤทธ์ิ - สมุดรายงานผลการพฒั นา
การรู้จักนักเรยี นรายบุคคล ทางการเรียน ผลการวัด คุณภาพผู้เรียนรายบคุ คล
ความรู้มาตรฐานระดับชาติ (ปพ.6)
1. ดา้ นความสามารถ 1. ผลสัมฤทธิท์ างการเรียน (NT) - แบบประเมนิ จุดแข็งและ
- สังเกตสำรวจพฤตกิ รรม จุดออ่ น
1.1 การเรยี น ในแตล่ ะรายวิชา การเรยี น เชน่ การมาเรียน - แบบทดสอบทางการเรยี น
อยา่ งสมำ่ เสมอเวลาเข้า ประเภทต่าง ๆ ที่สถานศกึ ษา
2. ผลการเรียนเฉลีย่ ในแต่ละ เรียน จดั ทำขนึ้ หรือแบบทดสอบ
- การสมั ภาษณ์/สอบถาม มาตรฐานอื่น ๆ
เรียน/ปกี ารศึกษาท่ผี า่ นมา ครปู ระจำวิชา ผู้ปกครอง - แบบสำรวจพฤตกิ รรม
นักเรยี น ทางการเรยี น
3. ผลการสอบวัดความรู้ - อื่น ๆ - แบบบันทกึ การสัมภาษณ์
- อื่น ๆ
มาตรฐานระดับชาติ (NT) - สงั เกต - สมุดรายงานผลการพฒั นา
- การแสดงออกถึง คุณภาพผู้เรยี นรายบคุ คล
4. พฤตกิ รรมการเรยี น ความสามารถพิเศษ (ปพ.6)
ความถนดั ความสนใจ - แบบสำรวจความสามารถ
1.2 ความสามารถพิเศษ 1. พฤตกิ รรมท่บี ง่ ชี้ถึง การมีบทบาทหน้าทีพ่ เิ ศษ พเิ ศษ
ความสามารถพเิ ศษ ในสถานศกึ ษา - แฟม้ สะสมผลงาน
2. ผลงาน ชน้ิ งาน โครงงาน - ใชแ้ บบสำรวจ - แฟม้ ข้อมลู นกั เรยี นเก่ง/
3. เอกสารหลกั ฐานรอ่ งรอย ความสามารถพิเศษ สร้างชื่อเสียงให้สถานศึกษา
แสดงถึงพฤติกรรมทีโ่ ดดเด่น - อื่น ๆ - อื่น ๆ

33

กระบวนการ ขอ้ มลู พน้ื ฐานทค่ี วรทราบ วิธีการ เคร่อื งมอื /แหล่งขอ้ มูล
ดำเนินงาน/
ประเด็นท่ีพจิ ารณา 1. ความปกติ ความพกิ าร หรือ - สำรวจนกั เรียนทม่ี คี วาม - แบบสำรวจนกั เรยี นที่มี
2. ดา้ นสุขภาพ ความต้องการพเิ ศษ
2.1 ร่างกาย ความบกพรอ่ งทาง ร่างกาย เช่น ต้องการพิเศษ - สมุดรายงานผลการพฒั นา
คุณภาพผู้เรยี นรายบคุ คล
2.2 จิตใจพฤตกิ รรม การมองเหน็ - ศึกษาสมุดรายงานผล (ปพ.6)
- แบบบันทกึ สขุ ภาพ
การได้ยนิ บกพร่องดา้ น การ การพฒั นาคุณภาพผู้เรียน - แบบบนั ทกึ การสมั ภาษณ์
- แบบบนั ทึกการสังเกต
พูดและภาษา ออทิสตกิ หรอื รายบุคคล (ปพ.6) - อื่น ๆ

พิการซอ้ น - ศึกษาขอ้ มูลจากแบบ - บันทกึ การเย่ยี มบ้าน
นกั เรยี น
2. โรคประจำตวั บันทึกสุขภาพ - แบบประเมนิ จุดแขง็ และ
จุดอ่อน (SDQ)
3. ความสมั พันธร์ ะหว่าง สว่ นสูง - การสมั ภาษณ์ - แบบบนั ทึกการสังเกต
- แบบบนั ทกึ การสัมภาษณ์
กับนำ้ หนกั - การสอบถาม - อื่น ๆ

4. ความสะอาดของร่างกาย - การสังเกต

1. สภาพอารมณ์ท่ีมีผลตอ่ การ - การสงั เกต

ดำเนินชีวติ ประจำวนั - การสอบถาม

เช่น ความวติ กกงั วลหรอื ซมึ เศรา้ - การเยย่ี มบ้านนกั เรยี น

2. ความประพฤติ เช่น การ ลกั - วิเคราะห์จุดแขง็ และ

ขโมยการทำรา้ ยร่างกาย ตนเอง จดุ ออ่ น

ฯลฯ

3. พฤติกรรมต่าง ๆ ทมี่ ีผล ต่อ

การเรียน ความสามารถพิเศษ

และ การปรับตวั เช่น พฤตกิ รรม

การอยไู่ ม่นงิ่ สมาธิสัน้

4. ความสมั พันธก์ ับเพ่อื น/ ครู/

ผูป้ กครอง

34

กระบวนการ ขอ้ มูลพื้นฐานท่คี วรทราบ วธิ ีการ เคร่อื งมือ/แหล่งข้อมูล
ดำเนนิ งาน/
ประเด็นทีพ่ ิจารณา 1. รายไดผ้ ูป้ กครอง - ศกึ ษาขอ้ มูลจาก สมุด - สมุดรายงานผลการพฒั นา
3. ด้านครอบครัว
2. ภาระหนี้สิน รายงานผลการพัฒนาคุณภาพ คุณภาพผู้เรยี นรายบคุ คล
3.1 เศรษฐกจิ

3. ความเพียงพอของรายรบั กับ ผเู้ รียนรายบคุ คล (ปพ.6)

ร่ายจ่าย (ปพ.6) - แบบบันทกึ การเยี่ยมบา้ น

4.จำนวนเงนิ ทน่ี ักเรยี นได้รับ - สัมภาษณน์ กั เรียน นักเรยี น

และใช้จ่ายในแตล่ ะวัน ผู้ปกครอง - แบบระบบขอ้ มูล

- การเย่ยี มบ้านนกั เรยี น สารสนเทศทางการศึกษา

- ศึกษาข้อมูลจากการเย่ยี ม - แบบบันทึกการสมั ภาษณ์

บา้ นนักเรยี น

3.2 การคุม้ ครองสวสั ดิ 1. ความสามารถในการ -สมดุ รายงานผลการพฒั นา - สมุดรายงานผลการพัฒนา

ภาพ คมุ้ ครองดแู ลนักเรียนได้อย่าง คณุ ภาพผู้เรยี นรายบุคคล(ปพ. คุณภาพผู้เรียนรายบคุ คล

ปลอดภัยเหมาะสมของผ้ปู กครอง 6) (ปพ.6)

2. ความเหมาะสมของสภาพท่ีอยู่ - การสงั เกต - แบบบนั ทกึ การสังเกต

อาศยั - การสอบถาม - แบบบันทึกการเย่ียมบา้ น

3. ความสัมพนั ธข์ องคนใน - การเยี่ยมบ้านนกั เรียน - แบบสำรวจขอ้ มูลนักเรยี น

ครอบครัว - สำรวจเดก็ ด้อยโอกาส ดอ้ ยโอกาสทาง การศึกษา

4. การถูกคกุ คามลว่ งละเมดิ ทาง - แบบสรุปจำนวนนักเรยี น

เพศ ดอ้ ยโอกาส

- อื่น ๆ

35

กระบวนการ ขอ้ มูลพื้นฐานทีค่ วรทราบ วิธกี าร เครอ่ื งมอื /แหล่งขอ้ มลู
ดำเนินงาน/
ประเดน็ ท่ีพจิ ารณา 1. พฤตกิ รรมท่ีแสดงออก - การสงั เกต - แบบบนั ทกึ การสังเกต
4. ด้านสารเสพติด
2. พฤตกิ รรมการเรียนใน ชั้น - การสัมภาษณ์ - แบบบนั ทกึ การสัมภาษณ์
5. ด้านความปลอดภยั
เรยี น - การสอบถาม - แบบสอบถาม

3. การใช้จ่ายเงิน - การเยย่ี มบ้านนักเรยี น - บนั ทึกการเยยี่ มบ้าน

4. การคบเพือ่ น - ตรวจสขุ ภาพ - แบบสรปุ ผลการตรวจ

5. สขุ ภาพและบุคลิกภาพ - ตรวจปัสสาวะ สุขภาพ

6. สถานภาพทางครอบครวั และ - แบบสรปุ ผลการตรวจ

ส่งิ แวดล้อม ปสั สาวะ

7. ผลการตรวจปัสสาวะ - อื่น ๆ

1. สถานภาพครอบครวั และ - ศกึ ษาข้อมูลจากสมดุ - สมุดรายงานผลการพัฒนา

สิ่งแวดล้อม รายงานผลการพฒั นาคณุ ภาพ คณุ ภาพผู้เรยี นรายบุคคล

2. ขอ้ มูลการเดนิ ทาง/ ผู้เรยี นรายบุคคล(ปพ.6) (ปพ.6)

การใชย้ านพาหนะ - การประเมินจดุ แข็ง จุดอ่อน - แบบประเมนิ จุดแขง็

3. การจัดสภาพแวดลอ้ ม ใน ของนักเรียน จุดอ่อนของนักเรียน(SDQ)

สถานศกึ ษา - การสัมภาษณน์ กั เรยี น/ - แบบบนั ทกึ การสมั ภาษณ์

4. การแต่งกายทล่ี อ่ แหลม ฯลฯ ผูป้ กครอง นักเรยี น/ผู้ปกครอง

- สังเกตพฤตกิ รรมนักเรียน - แบบบันทกึ การสังเกต

- การเยย่ี มบ้านนักเรยี น พฤติกรรมนกั เรียน

- อื่น ๆ - แบบบันทึกการเยีย่ มบา้ น

นักเรยี น

- อื่น ๆ

36

กระบวนการ ขอ้ มูลพน้ื ฐานทคี่ วรทราบ วธิ กี าร เคร่ืองมอื /แหลง่ ข้อมลู
ดำเนนิ งาน/
ประเดน็ ทีพ่ ิจารณา 1. บุคลิกภาพ - การสงั เกตพฤตกิ รรม - แบบบันทกึ การสังเกต
6. พฤตกิ รรมทางเพศ
2. สงั เกตพฤตกิ รรมที่ แสดงออก - การสมั ภาษณน์ ักเรียน/ - แบบบันทกึ การสัมภาษณ์
- พฤตกิ รรมชู้สาว

ผู้เกยี่ วข้อง - แบบสอบถาม

- การตอบแบบสอบถาม - แบบทดสอบบุคลกิ ภาพ

ประเภทอนื่ ๆ เช่น ใครเอ่ย - ขอ้ มูลแหลง่ ตา่ ง ๆ เช่น

- การทำแบบทดสอบ จากเพอ่ื น ฝา่ ยปกครอง

บุคลกิ ภาพ

2. การคัดกรองนกั เรยี น
การคัดกรองนกั เรยี น เปน็ การวเิ คราะห์ข้อมูลท้ังหมดที่ไดจ้ ากการรจู้ ักนักเรยี นเป็นรายบคุ คล แล้วนำผล

ทไ่ี ดม้ าจำแนกตามเกณฑ์การคัดกรองที่สถานศกึ ษาได้จัดทำข้ึน สถานศึกษาควรมกี ารประชุมครู กำหนดเกณฑ์
การคดั กรอง เพอื่ จดั กลุม่ นกั เรยี นร่วมกัน ใหเ้ ปน็ ท่ยี อมรับของครใู นสถานศกึ ษา และสอดคล้องกับสภาพความ
เป็นจรงิ รวมทั้งให้มกี ารกำหนดเกณฑ์วา่ ความรนุ แรงหรือความถ่เี ท่าไหร่จงึ จัดอยใู่ นกลมุ่ เสย่ี งหรือกลุม่ มีปัญหา

การคดั กรองนักเรียนของโรงเรียนบ้านหัวสะพานมิตรภาพที่ 217 จะแบ่งนักเรยี นออกเป็น 4 กล่มุ ดงั น้ี

ตารางครูหญงิ

37

กระบวนการ ขอ้ มลู พนื้ ฐานทีค่ วรทราบ วิธีการ เครือ่ งมือ/แหล่งขอ้ มูล

ดำเนนิ งาน/ - ข้อมูลการศึกษา 1.แยกนักเรียนตามเกณฑ์ 1. เกณฑ์การคัดกรอง
นกั เรยี นรายบุคคล การคัดกรองและลงบันทึกใน นักเรยี น
ประเด็นท่พี ิจารณา แบบสรุปผลการคัดกรอง 2. แบบบันทึกการคดั กรอง
2.จัดทำเอกสารสนเทศ 3. แบบสรุปผลการคัดกรอง
การคัดกรองนกั เรียน ผลการคัดกรองนกั เรียน
กลุ่มปกติ
กลมุ่ เส่ยี ง
กลมุ่ มีปญั หา
กลุม่ พิเศษ

จากการคัดกรองจะพบเดก็ ทีม่ คี วามตอ้ งการพิเศษแทรกอยูใ่ นเด็กทงั้ 4 กล่มุ ซึง่ เดก็ ทม่ี ีความตอ้ งการ
พเิ ศษเหล่าน้ี ไดแ้ ก่

1. เด็กทมี่ ีความบกพรอ่ งทางการมองเห็น
2. เด็กที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน
3. เดก็ ท่มี คี วามบกพร่องทางสติปญั ญา
4. เดก็ ท่ีมคี วามบกพร่องทางร่างกาย
5. เด็กที่มปี ัญหาทางการเรยี นรู้
6. เด็กที่มีปัญหาทางอารมณแ์ ละพฤติกรรม
7. เดก็ ออทิสตกิ
8. เด็กอัจฉริยะ
โรงเรยี นตอ้ งจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมและพัฒนาเด็กเหล่านี้ ตามศักยภาพของแต่ละบุคคล

3. การส่งเสรมิ และพฒั นา
การสง่ เสรมิ และพฒั นานักเรยี น เป็นการสนบั สนุนใหน้ ักเรียนทกุ คนทีอ่ ย่ใู นความดูแลของครทู ่ีปรกึ ษาใหเ้ ปน็
บุคคลทีม่ ีคุณภาพ มีความภาคภมู ิใจในตนเอง ซงึ่ จะช่วยป้องกันมิให้นกั เรียนทีอ่ ยใู่ นกลมุ่ ปกตกิ ลายเปน็ นกั เรยี น
กลมุ่ เสยี่ งหรือกลมุ่ ทมี่ ีปัญหาและเปน็ การชว่ ยให้นักเรยี นกล่มุ เส่ยี ง/มีปัญหากลับมามีพฤติกรรมดีข้นึ ตามท่ี
สถานศกึ ษาหรอื ชุมชนคาดหวัง

38

กระบวนการ ข้อมูลพน้ื ฐานท่คี วรทราบ วิธีการ เครอ่ื งมอื /แหล่งข้อมูล
ดำเนินงาน/

ประเด็นที่พิจารณา

การส่งเสริมและพัฒนา

นักเรียน

ครคู วรจัดกิจกรรมสง่ เสริม 1. ข้อมูลนักเรียนเป็น 1. การจดั กิจกรรมโฮมรมู - แบบสำรวจความต้องการ

และพฒั นานักเรียนทุกกลุ่ม รายบุคคล จัดตามความต้องการของ ของนักเรียน

(กลุ่มปกติ กล่มุ เสย่ี ง และกลุ่ม 2. ข้อมูลการคดั กรอง นกั เรียนและใหน้ ักเรียนมี - แบบบนั ทึกผลการจดั

มปี ัญหา) นกั เรยี น สว่ นรว่ มในการจัดกิจกรรม กจิ กรรมโฮมรูม

2. การจัดประชุมผู้ปกครอง - กิจกรรมโฮมรมู ของ

ช้นั เรียน นกั เรียน

2.1 การจดั ประชุม - แบบบันทึกผลการประชุม

ผู้ปกครองชัน้ เรยี นควรจดั ผู้ปกครองชน้ั เรยี น

ประชมุ อย่างน้อยภาคเรยี น

ละ 1 ครัง้

2.2 ครปู ระจำชั้น/ครูที่

ปรกึ ษาควรเตรียมความพร้อม

กอ่ นการประชุมในด้านตา่ ง ๆ

เชน่

- ข้อมูลนกั เรยี นแต่ละคน

- วัตถุประสงค์ในการจัด

กิจกรรม

- กจิ กรรมท่ีจะดำเนินการ

2.3 จดั กิจกรรมประชมุ

ผปู้ กครองชน้ั เรยี น

2.4 สรปุ และบนั ทึก

หลักฐานการประชุม

ผูป้ กครองแต่ละครงั้ เพื่อ

ประโยชน์ ดงั น้ี

- เปน็ หลกั ฐานในการ

จัดประชุมแต่ละครง้ั

- เป็นข้อมูลสำหรบั การ

39

ดูแลช่วยเหลือนกั เรยี นและ
ให้สอดคล้องกับความตอ้ งการ
ของผ้ปู กครองในครง้ั ต่อไป
3. กจิ กรรมพัฒนาผเู้ รียน
4. โครงการอื่นๆ

40

ขอ้ ควรตระหนักในการดำเนนิ กิจกรรม
1. การจดั กิจกรรมประชมุ ผปู้ กครองชน้ั เรียน (Classroom meeting) ครทู ี่ปรึกษาควรระมดั ระวังคำพูด

ทก่ี อ่ ให้เกดิ ความรสู้ กึ ทางลบ หรือการตอ่ ต้านจากกผ้ปู กครอง เชน่ การตำหนนิ ักเรียนหรอื ผู้ปกครองการแจ้งข้อ
บกพร่องของนักเรียนในทปี่ ระชุม

2. ครทู ีป่ รึกษาควรใชค้ ำพูดท่ีแสดงถงึ ความเข้าใจในตวั นักเรียนแสดงถึงความห่วงใย เอาใจใส่ของครูท่ีมี
ตอ่ นักเรยี นทุกคน

3. ครูที่ปรึกษาควรนำกิจกรรมที่ช่วยกระตุ้นให้ผู้ปกครองตระหนักในความรับผิดชอบและต้องการ
ปรบั ปรงุ แกไ้ ขในสว่ นทบ่ี กพรอ่ งของนักเรยี นรว่ มกบั สถานศกึ ษา

4. การจัดกจิ กรรมสง่ เสริมพฒั นาศกั ยภาพนักเรียน ควรเปน็ กจิ กรรมหลากหลายตามความสนใจของ
นักเรยี น เชน่ ดนตรี กฬี า ศิลปะ เป็นตน้

4. การปอ้ งกนั ช่วยเหลือและแกไ้ ข
ในการดูแลช่วยเหลอื นักเรยี น ครูทีป่ รกึ ษาควรให้ความเอาใจใส่กบั นกั เรยี นทกุ คนเท่าเทียมกนั แต่

สำหรับนักเรยี นกลมุ่ เสี่ยง/มีปัญหานนั้ จำเปน็ อย่างมากที่ตอ้ งให้ความดแู ลเอาใจใสอ่ ย่างใกล้ชิด และหาวิธกี าร
ชว่ ยเหลอื ท้ังการปอ้ งกนั และแกไ้ ขปัญหาโดยไม่ปลอ่ ยปละละเลยนกั เรยี นจนกลายเป็นปัญหาของสังคม

การป้องกันและแก้ไขปญั หาใหก้ ับนกั เรยี นมีหลายเทคนคิ วิธีการ เชน่
1. การให้การปรึกษาเบอื้ งตน้
2. การจัดกจิ กรรมเพื่อป้องกันและแก้ไขปญั หา
3. การติดตาม ดแู ลช่วยเหลือ

41

กระบวนการ

ดำเนินงาน/ ข้อมลู พ้ืนฐานท่คี วรทราบ วธิ ีการ เครอื่ งมอื /แหล่งข้อมูล

ประเด็นท่ีพิจารณา

การปอ้ งกันช่วยเหลอื 1. ข้อมูลนักเรยี นเป็น 1. ให้คำปรกึ ษาเบ้อื งต้น - แบบบนั ทึกการให้คำปรกึ ษา
และแกไ้ ข รายบุคคล
2. ประสานกับครู และ - แบบบนั ทึกผลการ
ครูควรจัดกจิ กรรม - ประวตั ิสว่ นตวั
ป้องกนั และช่วยเหลือ - ข้อมูลสุขภาพ ผเู้ ก่ยี วขอ้ งอ่ืน ๆ เพื่อการจดั ประสานและช่วยเหลอื
นักเรยี นในกลมุ่ เส่ยี ง - ข้อมูลด้านการเรียน
และกลมุ่ มปี ัญหา - ข้อมูลด้านเศรษฐกิจ กิจกรรม เชน่ นักเรยี น
- ข้อมูลครอบครัว
ฯลฯ - กจิ กรรมในหอ้ งเรยี น - แบบบันทกึ การติดตาม
2. ข้อมูลการคัดกรอง
นกั เรยี น - กจิ กรรมเสริมหลักสูตร ดูแลช่วยเหลอื นกั เรยี น
3. ข้อมูลจากผูเ้ ก่ียวข้อง
- กจิ กรรมซ่อมเสริม

- กิจกรรมพฒั นาผ้เู รียน

3. ติดตาม/รายงานผล

ผเู้ ก่ียวข้อง

5. การส่งต่อ
ในการป้องกันและแก้ไขปัญหาของนักเรียน โดยครูที่ปรึกษาดำเนินการตามกระบวนการป้องกันและ

ช่วยเหลือนักเรียนนั้น ในกรณีที่มีปัญหายากต่อการช่วยเหลือหรือช่วยเหลือแล้วนักเรียนมีพฤติกรรมไม่ดีขึ้น ก็
ควรสง่ ต่อผู้เช่ยี วชาญเฉพาะดา้ น กรณีท่ีมีเดก็ มีความสามารถพิเศษหรือเดก็ อัจฉรยิ ะ เดก็ ท่ีมีความตอ้ งการ พิเศษ
เด็กด้อยโอกาส ก็ควรส่งต่อผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านหรือหน่วยงานที่เกี่ยวขอ้ ง เพื่อให้นักเรียนได้รับการ ส่งเสริม
พฒั นาและชว่ ยเหลืออย่างถกู ทางและรวดเร็วขนึ้

การส่งตอ่ แบง่ เป็น 2 ลักษณะ คือ
1. การสง่ ตอ่ ภายใน ครูท่ีปรึกษาส่งตอ่ ไปยงั ครแู นะแนวหรอื ผูเ้ กยี่ วข้องที่สามารถให้ความชว่ ยเหลือ
นักเรียนได้ ท้งั นขี้ ึน้ อยกู่ บั สภาพปญั หาและความต้องการของนกั เรยี น
2. การส่งต่อภายนอก เป็นการส่งนกั เรยี นไปให้ผเู้ ชยี่ วชาญเฉพาะทางหรอื องค์กรท่ีเกี่ยวขอ้ งได้ ชว่ ยเหลอื พฒั นา
นกั เรียน กรณที เี่ กนิ ความสามารถของสถานศึกษา โดยครูแนะแนวหรือผู้เกี่ยวขอ้ งเปน็ ผู้ดำเนนิ การสง่ ต่อและมี
การติดต่อรับทราบช่วยเหลือเป็นระยะอย่างต่อเนอ่ื ง การดำเนนิ การสง่ ตอ่ อย่างเป็น ระบบและมปี ระสทิ ธภิ าพจงึ
มีกระบวนการดงั นี้

42

กระบวนการ

ดำเนนิ งาน/ ขอ้ มูลพืน้ ฐานท่ีควรทราบ วิธกี าร เครือ่ งมอื /แหล่งขอ้ มูล
ประเดน็ ที่พิจารณา

การส่งต่อ - ประวตั ิส่วนตัว 1. การทำความเข้าใจและ 1. แบบบนั ทึกการสง่ ต่อ
1. ส่งต่อภายใน - ข้อมูลสุขภาพ
- ขอ้ มูลด้านการเรียน
ชีแ้ จงนกั เรียนถึงความเปน็ ท่ี ภายในของโรงเรียนเป็น

ต้องสง่ ต่อ รายบุคคล/กลุ่ม

2. ประสานกับครทู จ่ี ะ 2. แบบรายงานแจง้ ผลการ

ช่วยเหลือต่อ ช่วยเหลือนกั เรียน

3. สรปุ ข้อมลู นกั เรียนและ

วิธกี ารช่วยเหลือทีผ่ ่านมา

ในบันทกึ การสง่ ต่อ

4. นัดหมาย วนั เวลา

สถานท่ีท่ีจะไปพบครูทร่ี ับ

การชว่ ยเหลือต่อ

5. ติดตามผลการช่วยเหลอื

อยา่ งสม่ำเสมอ

2. สง่ ตอ่ ภายนอก - ขอ้ มูลด้านเศรษฐกจิ ส่งต่อผู้เชย่ี วชาญภายนอก 1. แบบบันทึกการส่งตอ่
- ข้อมูลครอบครวั
- ข้อมูลทีไ่ ดร้ ับการ - ในกรณขี องนักเรียนท่ี ภายในของโรงเรียนเป็น
ชว่ ยเหลือเบ้ืองตน้
ยากตอ่ การช่วยเหลือ ครูฝ่าย รายบุคคล/กลุ่ม

ปกครอง/ผู้เก่ยี วข้องสง่ ต่อ 2. แบบรายงานแจง้ ผลการ

ผู้เชี่ยวชาญภายนอก ชว่ ยเหลือนกั เรียน

- ตดิ ตามผลการชว่ ยเหลอื

ของผเู้ ช่ียวชาญและรายงาน

ผลการช่วยเหลือ

การดำเนนิ งานระบบการดูแลชว่ ยเหลือนักเรียนของครแู นะแนว/ผู้ท่ีเก่ยี วขอ้ ง แนวการปฏิบัตขิ องครแู นะ
แนว/ครฝู ่ายปกครอง/ครฝู า่ ยวิชาการ/งานพยาบาลทีร่ บั นักเรยี นจากการสง่ ตอ่ ของครทู ่ีปรกึ ษา

การดำเนนิ งานระบบการดแู ลช่วยเหลือนกั เรียน เม่ือครทู ีป่ รึกษาได้ดูแลช่วยเหลือนักเรียนเบื้องต้นแล้ว
พบกรณีที่ยากต่อการแก้ไข ซึ่งดำเนินการส่งต่อให้ครูแนะแนว ครูฝ่ายปกครอง ครูฝ่ายวิชาการ หรือครูอนามยั
ดำเนนิ การดแู ลช่วยเหลอื นกั เรียนต่อดังแผนภาพแสดงกระบวนการดำเนินงานเพื่อแก้ไขปญั หานกั เรียน

43

แผนภาพการดำเนนิ งานระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนของครูแนะแนว/
ผู้ทเ่ี กยี่ วขอ้ ง ครแู นะแนวหรือฝ่ายทเ่ี กย่ี วข้องรับนักเรยี นสง่ ต่อจากครทู ป่ี รกึ ษา
ดำเนินการให้คำปรึกษาช่วยเหลือและประสานกบั ครูทีป่ รึกษา เพื่อแจ้งผลการช่วยเหลือ ถ้านักเรียนมี
พฤติกรรมดีขึ้นก็จะอยู่ในความดูแลของครูที่ปรึกษา แต่ถ้ายังไม่ดีขึ้นก็นำเข้าที่ประชุมปรึกษารายกรณี (Case
Conference) เพ่ือร่วมมอื กนั ในการแก้ไขปัญหาของนักเรียนจนพฤติกรรมดีขึ้น ก็สง่ กลับไปอยู่ในความดูแลของ
ครูท่ีปรกึ ษา
ในบางกรณี แม้จะเข้าที่ประชุมปรึกษารายกรณแี ล้วกย็ ังไม่ดีขึ้นยากต่อการชว่ ยเหลือ ผู้ที่เกี่ยวขอ้ งอาจ
เป็นฝ่ายปกครองหรอื แนะแนวการดำเนินการสง่ ตอ่ ไปยังผ้เู ช่ียวชาญภายนอก เพื่อหาสาเหตุและแก้ไขต่อไป
การส่งต่อเป็นวิธีการช่วยเหลือนักเรียนอย่างถูกวิธีตามทักษะในวิชาชีพของผู้เชี่ยวชาญในแต่ละทาง
เพอื่ ให้เกดิ ผลดที สี่ ุดตอ่ นกั เรียน
ข้อควรตระหนัก
ในกรณที นี่ กั เรียนเปลย่ี นช่วงชัน้ และสถานศกึ ษา ควรมีการสง่ ตอ่ ข้อมูล เช่น ความสามารถพิเศษ ปัญหา
พฤติกรรม โรคประจำตวั เพ่ือใหม้ กี ารช่วยเหลืออย่างตอ่ เนอ่ื งและให้ผู้ดูแลในสถานศึกษาใหมม่ ีข้อมูลเบือ้ งต้นใน

44

การวางแผนป้องกัน สง่ เสริมและชว่ ยเหลือได้ทันเหตกุ ารณแ์ ละมีประสทิ ธิภาพ โดยเฉพาะอยา่ งยง่ิ การสง่ ตอ่
ขอ้ มลู ต้องเปน็ ความลบั และสง่ ต่อผ้เู กีย่ วขอ้ งโดยตรง

ผลสำเร็จของระบบการดูแลชว่ ยเหลอื นักเรยี น
1. บุคลากรทกุ คนตระหนกั ถึงความสำคัญของระบบการดูแลชว่ ยเหลือนกั เรียน
2. ผู้รับผิดชอบวางระบบดำเนนิ งานตามระบบไดอ้ ย่างมีประสทิ ธภิ าพ
3. ระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนสามารถบูรณาการเข้ากับภารกิจของสถานศกึ ษาได้
4. สร้างบรรยากาศการทำงานแบบมีส่วนรว่ มและเป็นประชาธิปไตย
5. มีสารสนเทศของระบบการดูแลช่วยเหลือนกั เรียน
6. มีขอ้ มลู การนเิ ทศ กำกบั ติดตาม ตรวจสอบและประเมนิ ผลการดำเนนิ งาน สรุปรายงานและ

ประชาสัมพนั ธ์เคร่ืองมอื ทใ่ี ช้ในการดำเนินงานตามระบบการดูแลช่วยเหลือนกั เรยี น

45

เครอ่ื งมือท่ใี ชใ้ นการดำเนนิ งานตามระบบการดูแลช่วยเหลอื นักเรยี น

โครงการระบบการดูแลชว่ ยเหลือนกั เรยี น

46

47


Click to View FlipBook Version