48
49
50
คำส่ังคณะกรรมการเย่ียมบา้ นนกั เรยี น
51
52
53
54
55
แบบบันทึกการเย่ยี มบา้ นนักเรียน และบนั ทกึ การคัดกรองนักเรียนเปน็ รายบุคคล
56
57
58
59
แบบสรุปบนั ทกึ การเย่ียมบา้ นนกั เรยี น
60
61
62
แบบสรุปผลการคดั กรองนักเรยี นเป็นรายบุคคล
63
64
65
66
67
แบบประเมนิ ตนเอง (SDQ) ฉบบั นกั เรียนประเมนิ นกั เรียน
68
69
แบบประเมนิ ตนเอง (SDQ) ฉบบั ผ้ปู กครองประเมนิ นกั เรยี น
70
71
แบบประเมนิ ตนเอง (SDQ) ฉบบั ครปู ระเมินนักเรยี น
72
73
การให้คะแนนและการแปลผล ( สาํ หรบั นกั เรียนประเมนิ นักเรียน )
74
75
การให้คะแนนและการแปลผล( สาํ หรบั ผปู้ กครองประเมนิ นักเรียน )
76
77
การใหค้ ะแนนและการแปลผล ( สำหรบั ครูประเมินนกั เรียน )
78
79
ตารางคะแนนการแปลผลแบบประเมนิ พฤตกิ รรมเด็ก
80
81
แบบบนั ทกึ การใหค้ ําปรึกษาเบอ้ื งต้นของครทู ปี่ รึกษา
82
แบบบันทกึ การส่งต่อภายใน ( โดยครูท่ปี รกึ ษา )
83
แบบรายงานแจ้งผลการชว่ ยเหลอื นกั เรยี น ( จากการสง่ ตอ่ บคุ ลากรภายในโรงเรยี น )
84
แบบบนั ทกึ การสง่ ตวั ภายนอก
85
ประโยชนข์ องระบบการดแู ลชว่ ยเหลอื นกั เรียนที่คาดวา่ จะไดร้ ับ
1. นกั เรียนได้รับการดูแลช่วยเหลืออย่างทว่ั ถึง และตรงตามสภาพปญั หา
2. สมั พนั ธภาพระหว่างครูกบั นกั เรียนเปน็ ไปดว้ ยดี และอบอุน่
3. นกั เรียนรู้จักตนเอง และควบคุมตนเองได้
4. นักเรียนเรยี นร้อู ยา่ งมคี วามสขุ และไดร้ ับการสง่ เสรมิ พฒั นาเต็มตามศกั ยภาพอยา่ งรอบดา้ น
5. โรงเรยี นมีระบบดแู ลช่วยเหลอื นกั เรียนทเ่ี ข้มแข็ง
แบบฝึกกิจกรรมสำหรบั ครู
กิจกรรมประกอบการใช้ระบบการดแู ลชว่ ยเหลือนักเรยี น โดยใช้ TEAMS Model
โรงเรยี นบา้ นหวั สะพานมิตรภาพที่ 217
ให้ท่านทำเคร่อื งหมาย ✓ หนา้ ข้อความทีถ่ ูก และทำเครือ่ งหมาย หนา้ ขอ้ ความทผ่ี ิด
.....……1. การดแู ลช่วยเหลือนกั เรยี น คอื การป้องกันและแก้ไขปญั หาใหแ้ ก่นักเรยี น
.....……2. การพฒั นาและส่งเสรมิ นักเรียน เป็นส่วนหน่ึงในกระบวนการและข้นั ตอนของระบบการดแู ล
ชว่ ยเหลือนกั เรียน
.....……3. การคดั กรองนักเรยี น มี 3 กลุ่ม คอื กลุ่มปกติ กล่มุ เสีย่ ง และกลุ่มมปี ัญหา
.....……4. การสง่ ต่อนักเรียน แบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ การสง่ ต่อภายใน และการสง่ ตอ่ ภายนอก
.....……5. Home Room กิจกรรมหลักในสถานศึกษาทีช่ ่วยในการสง่ เสรมิ พัฒนานกั เรียนในระบบการดูแล
ชว่ ยเหลอื นกั เรยี น
.....……6. กำหนดเป้าหมายการสง่ เสรมิ หรือพฒั นา เป็นกระบวนการสำคัญในการสง่ เสรมิ พัฒนานักเรียน
.....……7. ผูบ้ รหิ ารโรงเรียน เป็นหนง่ึ ในปจั จยั สำคัญทีม่ ีผลตอ่ ประสิทธิภาพของการดำเนนิ งานตามระบบการ
ดูแลชว่ ยเหลือ
.....……8. การอบรมใหค้ วามรู้ เป็นกระบวนท่ีพัฒนาและขับเคลื่อนระบบการดูแลชว่ ยเหลอื นักเรียน
.....……9. ระบบการดแู ลช่วยเหลือนกั เรียน เป็นกระบวนการดำเนนิ งานดูแลช่วยเหลอื นักเรยี นอยา่ งเป็นระบบ
มีขนั้ ตอน มคี รทู ีป่ รกึ ษาเปน็ บุคลากรหลักในการดำเนนิ งาน โดยการมีส่วนรว่ มของบุคลากรทุกฝา่ ย
ทเ่ี ก่ียวข้องทง้ั ภายในและนอกสถานศึกษา
.....……10. ขน้ั ตอนที่ 5 ของการดำเนินงานระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน สพฐ. คือ การคดั กรองนกั เรยี น
86
แบบทดสอบวัดความรู้ความเขา้ ใจระบบการดแู ลชว่ ยเหลอื นักเรียน
โดยใช้ TEAMS Model
โรงเรียนบ้านหวั สะพานมติ รภาพที่ 217
สังกัด สำนักงานเขตพ้นื ท่ีการศึกษาประถมศึกษาสรุ าษฎรธ์ านี เขต 3
คำชแี้ จง
1. แบบทดสอบฉบบั นีเ้ ป็นการวดั ความรู้ความรูค้ วามเข้าใจระบบการดแู ลช่วยเหลอื นักเรยี น โดยใช้
TEAMS Model
2. แบบทดสอบฉบบั นีใ้ ช้ทดสอบหลังการใชค้ ู่มอื ระบบการดูแลช่วยเหลือนกั เรยี น โดยใช้ TEAMS
Model
3. แบบทดสอบฉบับนีม้ ีจำนวน 20 ขอ้ ใชเ้ วลาทำ 30 นาที
4. กรุณาทำเคร่อื งหมายกาบาท ( ) ขอ้ ทีถ่ กู ท่ีสดุ ลงในกระดาษคำตอบ
1. ข้อใดกล่าวถึงระบบการดูแลช่วยเหลือนกั เรียนได้ถกู ต้องทสี่ ุด
ก. กระบวนการดำเนินงานที่มีขน้ั ตอนชัดเจน โดยมีวิธกี ารและเครื่องมอื ที่มมี าตรฐาน ตรวจสอบได้
และทกุ ฝ่ายมีสว่ นรว่ มในการดำเนินงาน
ข. กระบวนการทำงานท่ไี มต่ ้องมีขัน้ ตอนที่ชดั เจน มีเคร่ืองมือการดำเนินงานท่หี ลากหลายและ
บุคลากรในโรงเรยี นเป็นผูด้ ำเนนิ การ
ค. กระบวนการทำงานท่มี ีขัน้ ตอนชดั เจน มเี คร่อื งมือที่มมี าตรฐาน ตรวจสอบได้
ง. ถูกทุกข้อ
2. การรู้จักนกั เรียนเปน็ รายบุคคลมีความสำคญั ตอ่ ระบบการดแู ลช่วยเหลอื นกั เรียนอยา่ งไร
ก. เปน็ ต้นทางของระบบในการนำเข้าขอ้ มลู เพือ่ นำไปใชว้ างแผนพัฒนานกั เรยี น
ข. เป็นขอ้ มูลทรี่ วบรวมและนำมาวิเคราะหเ์ พอื่ ใช้ในการคดั กรองนักเรียน
ค. เป็นข้อมูลพ้นื ฐานของระบบในการนำไปบริหารจดั การงบประมาณ
ง. เป็นข้อมลู ท่ีจำเปน็ สำหรับครทู กุ คนเพื่อชว่ ยเหลอื ไดท้ นั ท่วงที
3. ข้อใดถกู ต้องที่สดุ
ก. ครูสมคิด พบวา่ เด็กหญงิ โนลา นักเรยี นชนั้ ป. 3 ไม่ค่อยพดู ไม่สบตากบั ใคร ชอบนั่งเหม่อลอย
ไม่มเี พ่อื นสนิทจงึ สง่ ตวั ไปพบครแู นะแนว
ข. ครูสมหญงิ พบวา่ เดก็ หญิงไอรดา นกั เรยี นชั้น ป. 4 มอี าการปวดหวั อย่บู อ่ ยๆ โดยเฉพาะวันพุธ
ที่ตอ้ งเรียนวชิ าลูกเสอื จงึ สง่ ตวั ไปพบครพู ยาบาล
ค. ครูสมชาย พบว่า เดก็ ชายปิยะนกั เรียนชน้ั ป. 5 ไมอ่ ยนู่ ่ิง ชอบเล่นซกุ ซน ไมม่ ีระเบยี บวนิ ยั ชวน
เพื่อนคยุ ในหอ้ งเรียนโดนครูดทุ กุ วัน จึงสง่ ตัวไปพบครปู กครอง
ง. ครสู มชาติ พบว่า เด็กชายปอ๊ ด นักเรียนชัน้ ป. 6 ไมม่ าเรยี น 2 วนั แล้ว และสอบถามขอ้ มูลพบว่า
ไมอ่ ยากเรียนคณติ ศาสตร์ ครจู ึงไปเยี่ยมบ้าน สอบถามปัญหาและดูแลชว่ ยเหลอื ดว้ ยตนเองก่อน
87
4. วธิ กี ารรวบรวมข้อมลู นักเรียนข้อใดไม่สอดคลอ้ งกบั เครอ่ื งมอื ทีใ่ ช้ในระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรยี น
ก. การพูดคยุ ซักถาม – แบบสอบถาม
ข. การเยย่ี มบา้ น – แบบบนั ทกึ การเยยี่ มบา้ น
ค. การสัมภาษณ์นกั เรยี น – แบบบันทกึ การสัมภาษณ์
ง. การสงั เกตนกั เรยี นในชัน้ เรยี น -- แบบบนั ทกึ พฤติกรรม
5. ข้อใดไม่ถูกต้องเก่ียวกบั การคดั กรองนักเรยี น
ก. ครวู ิภาสรุปผลการคัดกรอง รายงานแล้ว เก็บเปน็ ความลบั ไม่แจง้ ผลให้นักเรยี นทราบ
ข. ครสู ่งเสรมิ กำหนดเกณฑก์ ารคัดกรองของนกั เรยี นในความดแู ลดว้ ยตนเองตามหลักการท่ีศกึ ษามา
ค. ครูสรปุ ผลการคัดกรองนักเรยี น แบง่ นกั เรยี น 3 กลุ่ม ไดแ้ ก่ กลมุ่ สง่ เสรมิ พัฒนา กลมุ่ ป้องกัน กลมุ่
แก้ไข
ง. ครูสมคิดคัดกรองนักเรียนโดยวเิ คราะห์ข้อมลู ทรี่ วบรวมไดจ้ ากการรูจ้ ักนกั เรียน รายบุคคล
ดูว่ามคี วามสอดคล้องกนั หรือมแี นวโนม้ ไปในทางใดมากที่สุด
6. ครพู บวา่ นักเรียนมปี ญั หาสารเสพติด ในการป้องกันแก้ไขปญั หา ขน้ั แรกครูควรทำอยา่ งไร
ก. แจง้ ตำรวจ
ข. การให้คำปรึกษา ใหก้ ำลังใจ
ค. การจัดจัดกิจกรรมค่ายฟ้นื ฟู
ง. การตรวจสขุ ภาพ ตรวจปัสสาวะ
7. เด็กหญงิ สุนารี ถกู มารดาของตนเองทบุ ตเี มอ่ื โกรธ อารมณ์เสยี บ่อยคร้ัง ทำให้ลำตวั เป็นแผล เป็นไข้
ไม่สามารถมาโรงเรียนได้ ขาดเรยี นบ่อย ครคู วรทำส่งิ ตอ่ ไปน้ีกอ่ นยกเวน้ ข้อใด
ก. หาทางพูดคุย ใกลช้ ดิ ให้นักเรยี นระบายความในใจ
ข. นำเรียนปรึกษาผูอ้ ำนวยการโรงเรยี น
ค. ศกึ ษาขอ้ มลู ประวตั คิ รอบครวั
ง. แจง้ ตำรวจ
8. ครูควรแนะนำผู้ปกครองทล่ี ูกมีปัญหาตดิ เกมใหป้ ฏิบตั ิตอ่ ลกู ดงั นี้ ยกเวน้ ขอ้ ใด
ก. วางคอมพิวเตอรไ์ ว้ในทเี่ ปดิ เผย
ข. พ่อแม่พดู คุย มีเวลาใหล้ ูกมากข้นึ
ค. ทำโทษทนั ทีที่ลกู นัง่ เลน่ เกมเกิน 2 ชว่ั โมง
ง. ตกลงกับลูกในการใช้เวลากบั คอมพิวเตอร์
9. นักเรยี นทม่ี ปี ญั หาถกู ล่วงละเมิดทางเพศ ควรจัดให้เข้าร่วมกจิ กรรมใด
ก. คา่ ยคณุ ธรรมสอ่ งนำจิตใจ
ข. ค่ายเสริมสรา้ งอนาคตสดใส
ค. ค่ายเสรมิ สร้างการเห็นคุณค่าในตนเอง
ง. คา่ ยสุขภาพจติ แจม่ ใสสขุ ภาพกายแข็งแรง
10. ขอ้ ใดกล่าวถูกต้อง การใหค้ ำปรกึ ษาเบ้ืองต้นเป็นทักษะท่ีครทู ุกคนต้องฝึกปฏบิ ตั ิเพอ่ื ใช้ในการดูแล
ช่วยเหลอื นักเรียน
ก. การตัดสนิ ใจแก้ไขปญั หาต้องเกิดจากตัวนกั เรยี น
ข. ขั้นตอนแรกต้องทำความคุ้นเคย สรา้ งสมั พันธภาพท่ดี กี ับนกั เรยี นก่อน
ค. เวลาท่ีใช้ในการให้คำปรึกษาแต่ละคร้ังไมก่ ำหนดจนกวา่ จะแก้ไขปญั หาได้
ง. ถกู ทุกข้อ
88
11. กิจกรรมใดเปน็ หลักสำคญั ท่โี รงเรียนต้องดำเนนิ การในการส่งเสริมพฒั นานักเรยี น
ก. กจิ กรรมการประชมุ ผู้ปกครองชั้นเรียน – กิจกรรมพัฒนาผูเ้ รียน
ข. กิจกรรมการประชมุ ผ้ปู กครองชัน้ เรยี น – กิจกรรมโฮมรูม
ค. กจิ กรรมพฒั นาผู้เรยี น – กจิ กรรมพฒั นาพหุปญั ญา
ง. กิจกรรมโฮมรมู -- การจัดบรรยากาศสภาพแวดล้อม
12. จรรยาบรรณในการรบั – ส่งต่อนักเรยี นเพอื่ ช่วยเหลอื ข้อใดท่ีควรเคร่งครัดท่ีสุด
ก. ไมร่ ับนกั เรยี นมาดำเนนิ การชว่ ยเหลือเองกรณที ่ีเกนิ ขีดความสามารถ
ข. การรักษาความลับของนกั เรียนท่สี ่งตอ่ มารบั คำปรึกษาหรอื ชว่ ยเหลือ
ค. การจัดทำเอกสารประสานองคก์ รท่ใี ห้ความช่วยเหลืออยา่ งเป็นทางการ
ง. ครคู นเดยี วไม่อาจพัฒนาเด็กได้รอบดา้ น จงึ ควรสรา้ งเครือข่ายการช่วยเหลือ
13. ปญั หาในการส่งตอ่ นกั เรียนขอ้ ใดส่งผลกระทบมากที่สุด
ก. ขาดการสรา้ งและการประสานเครือข่ายความร่วมมือ
ข. ไมม่ ีผู้เชยี่ วชาญในโรงเรียน เช่น ครูแนะแนว ครูพยาบาล
ค. ขาดระบบการสง่ ต่อ ระบบการดแู ลชว่ ยเหลือนักเรียนไม่เขม้ แขง็
ง. เครือข่ายภายในไมเ่ ขม้ แข็ง ขาดความนา่ เชอ่ื ถือจากองค์กรภายนอก
14. ปัจจยั ในขอ้ ใดสง่ ผลต่อความสำเรจ็ ของระบบการดแู ลชว่ ยเหลอื นกั เรียนมากที่สดุ
ก. มีระบบงานและกจิ กรรมแนะแนวทีเ่ ขม้ แข็ง
ข. ผบู้ รหิ ารเปน็ ผูน้ ำในการดำเนนิ งานระบบการดูแลช่วยเหลอื นักเรียน
ค. ครมู เี จตคตทิ ี่ดีและมีความสามารถดำเนนิ งานดแู ลชว่ ยเหลือนักเรยี น
ง. มกี ารวางแผนบรหิ ารงบประมาณของระบบการดูแลชว่ ยเหลือนักเรียน
15. กระบวนการบริหารระบบดูแลช่วยเหลอื นกั เรยี นขอ้ ใดถกู ต้องทีส่ ดุ
ก. ศกึ ษาผูเ้ รียนรายบุคคล - คดั กรอง - ส่งเสรมิ - ป้องกัน - สง่ ต่อ
ข. คดั กรอง - ศึกษาผ้เู รียนรายบุคคล - ป้องกนั - ส่งเสรมิ - ส่งต่อ
ค. คัดกรอง - ปอ้ งกนั - ศกึ ษาผ้เู รียนรายบุคคล -ส่งเสริม – ส่งต่อ
ง. ศกึ ษาผูเ้ รียนรายบุคคล - คัดกรอง - ป้องกัน - ส่งเสริม - ส่งต่อ
16. การแกป้ ัญหาให้กบั นักเรียนในระบบดูแลชว่ ยเหลือนักเรียนขอ้ ใดไมถ่ ูกตอ้ ง
ก. กลมุ่ ปกติ ใช้การสร้างภมู ิค้มุ กันและส่งเสรมิ พัฒนา
ข. กลมุ่ เสี่ยง ใช้การป้องกันและแกไ้ ขตามกรณี
ค. กลุม่ มีปญั หา ใชก้ ารแกป้ ญั หาโดยเร่งดว่ น
ง. กลมุ่ พเิ ศษ ใชก้ ารพฒั นาเพิ่มเติมตามสภาพทีส่ มควร
17. คณะกรรมการในข้อใดไม่เก่ียวข้องกบั ระบบดูแลชว่ ยเหลอื นักเรยี นในสถานศกึ ษา
ก. คณะกรรมการอำนวยการ
ข. คณะกรรมการสง่ เสรมิ และติดตาม
ค. คณะกรรมการประสานงาน
ง. คณะกรรมการดำเนนิ การ
89
18. ข้อใดจับค่ใู นระบบดูแลช่วยเหลอื นกั เรยี นไมถ่ ูกตอ้ ง
ก. ทมี นำ กับ ผูอ้ ำนวยการ
ข. ทมี ประสาน กับ รองผูอ้ ำนวยการ
ค. ทีมทำ กับ ครปู ระจำชน้ั
ง. ทีมนำ กับ ครแู นะแนว
19. การสร้างวินัยเชงิ บวก หรอื (Positive Discipline) ในระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนควรเร่มิ จากส่ิงใด
ก. เคารพศกั ดิ์ศรีของเดก็
ข. พยายามพฒั นาพฤตกิ รรมทพี่ ึงประสงค์ การมวี นิ ยั ในตนเองและบคุ ลกิ ลักษณะทีด่ ี
ค. พยายามใหเ้ ด็กมีส่วนรว่ มมากทีส่ ดุ
ง. คำนึงถงึ ความต้องการทางพฒั นาการและคณุ ภาพชีวติ ของเด็ก
20. ขอ้ ใดไมใ่ ช่ประโยชน์ท่นี ักเรยี นจะไดร้ ับจากระบบดแู ลช่วยเหลือนักเรียนโดยตรง
ก. ไดร้ บั การดแู ลชว่ ยเหลอื และพฒั นาดา้ นสขุ ภาพกาย สุขภาพจิต และสภาพแวดล้อมทางสงั คม
ข. ได้รับการส่งเสรมิ พัฒนา ป้องกนั แกไ้ ขปญั หาทั้งดา้ นการเรียนรแู้ ละความสามารถพเิ ศษ
ค. ได้รบั การยอมรับ การสนบั สนุน และความรว่ มมือจากชุมชน บุคลากร องคก์ รที่เกีย่ วขอ้ ง
ง. ได้รจู้ ักตนเอง สามารถปรับตัว มีทักษะทางสงั คมและอยู่ในสังคม ไดอ้ ยา่ งเปน็ สุข
90
คณะทำงาน ผู้อำนวยการโรงเรียน
รองผอู้ ำนวยการโรงเรียน
ท่ปี รกึ ษา รองผูอ้ ำนวยการโรงเรยี น
1. นายจเร หนปู ลื้ม
2. นางวนดิ า ช่วยบำรงุ หัวหน้า
3. นางสาวมลฤดี บวั ชมุ กรรมการ
กรรมการ
คณะทำงาน กรรมการ
1. นางสาวนารรี ัตน์ กาญจนา กรรมการ
2. นายสนทิ พุทธชาติ กรรมการ
3. นางสาวพรรทวิ า ธรฤทธ์ กรรมการ
4. นางสาวคนธามาศ ทองอำนวยสขุ กรรมการ
5. นางสาวอมรรัตน์ เอยี ดตน กรรมการ
6. นายฐาปกรณ์ อมรจรรยาพันธ์ กรรมการ
7. นางสาวศริ ภิ ัทร ใจหาญ กรรมการเลขานุการ
8. นายกิตติพงษ์ ไหมแกว้
9. นางวไิ ลวรรณ สบื
10. นางสาวรตั นา นวลขวัญ
11. นางสาวพรทพิ ย์ ลียวฒั นานพุ งศ์
91