The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เครื่องมือพัฒนาสู่ความเป็นโรงเรียนสุขภาวะ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by kreethapon102, 2021-05-26 11:13:38

เครื่องมือพัฒนาสู่ความเป็นโรงเรียนสุขภาวะ

เครื่องมือพัฒนาสู่ความเป็นโรงเรียนสุขภาวะ

กจิ กรรมได้แก่ โรงเรียนจัดประชุมผู้ปกครองอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง การติดต่อกับผู้ปกครองอย่างสม่าเสมอโดยใช้
จดหมายแจง้ เตือน บันทกึ การโทรศพั ท์ จดหมายข่าว และชอ่ งทางการสอื่ สารอนื่ ๆทม่ี ี

๓. ผู้ปกครองอาสา การที่โรงเรียนจัดให้ผู้ปกครองมีโอกาสที่จะสนับสนุนส่งเสริมการเรียนรู้ของบุตร
หลานในโรงเรียน โดยการช่วยเหลือและสนับสนุนกิจกรรมต่างๆ ของโรงเรียน โดยปกติผู้ปกครองสามารถเป็น
อาสาสมัครให้กับโรงได้ใน ๓ ช่องทางได้แก่ (๑) การเป็นอาสาสมัครช่วยในโรงเรียนหรือห้องเรียนโดยเป็นผู้ช่วย
สอนหรือช่วยทางานโดยทางานร่วมกับครูหรือบุคลากรอ่ืนๆในโรงเรียน (๒) เป็นอาสาสมัครช่วยในกิจการต่างๆ
ของโรงเรียน เช่นการช่วยระดมทุนให้โรงเรียน หรือการส่งเสริมเผยแพร่ชื่อเสียงของโรงเรียนให้ชุมชน และ
(๓) เป็นอาสาสมคั รเข้ารว่ มกิจกรรมตา่ งๆ ของโรงเรียนในฐานะเปน็ ผชู้ มหรอื สงั เกตการณ์

๔. เรียนรู้ท่ีบ้าน เป็นการให้แนวคิดหรือข้อมูลแก่ผู้ปกครองเก่ียวกับวิธีการท่ีจะช่วยเหลือบุตรหลานใน
การทาการบ้านและกิจกรรมการเรียนอ่ืนๆ รวมถึงการตัดสนิ ใจทีเ่ ก่ียวของกับการเรียนของบตุ รหลาน ตัวอย่างของ
กิจกรรมการเรียนรู้ เช่น การช่วยเหลือให้คาแนะนาในการทาการบ้านหรือพาบุตรหลานไปพิพิธภัณฑ์
โดยกิจกรรมดงั กล่าวช่วยกระตุ้นใหผ้ ู้ปกครองมีสว่ นร่วมในหลักสูตรของโรงเรยี น กิจกรรมท่ีส่งเสริมการเรียนท่ีบ้าน
คือ การใหข้ ้อมูลกับผปู้ กครองว่านักเรียนเรียนอะไรที่โรงเรียนส่วนวิธีการช่วยเหลือในการทาการบ้านของนักเรียน
ไดแ้ ก่ การใหข้ ้อมลู เกยี่ วกับนโยบายการใหก้ ารบา้ น และวิธีการให้ติดตามและใหค้ าแนะนาเกย่ี วกับการบ้าน

เครอ่ื งมอื พัฒนาสูค่ วามเปน็ โรงเรียนสุขภาวะ ๑๐๓

à¤ÃÍ×่ §Á×;Ѳ¹Òʋ٤ÇÒÁ໚¹âçàÃÂÕ ¹ÊØ¢ÀÒÇÐ ๙๗

๕. การเปดิ โอกาสให้ผู้ปกครอง ได้มสี ่วนรว่ มในการตั้งเปา้ หมายทางการเรียนของนกั เรียนในแต่ละปี รวม
ไปถึงการวางแผนการศึกษาต่อหรือทางานการร่วมตัดสินใจ คือการท้ังที่โรงเรียนเปิดโอกาสให้ผู้ปกครองได้มีส่วน
ร่วมในการตัดสินใจเรื่องต่างๆ ในโรงเรียนและผู้ปกครองเป็นคณะกรรมการโรงเรียน หรือกิจกรรมท่ีมีการแจ้ง
ข้อมูลให้กับผู้ปกครองคนอื่นๆ กิจกรรมดังกล่าวได้แก่ การเป็นกรรมการสมาคมผู้ปกครอง หรือองค์กรอื่นๆ เป็น
ตัวแทนเครอื ข่ายผู้ปกครอง เป็นต้น

๖. พลังเสริมจากชุมชน เป็นการแสวงหาและ
บูรณาการการบริการและทรัพยากรของชุมชน เพื่อส่งเสริม
สนับสนุนการทางานของโรงเรียน นักเรียน และครอบครัว
กิจกรรมดังกล่าวได้แก่ การให้ข้อมูลแก่นักเรียน ผู้ปกครอง
และคนในครอบครัวเก่ียวกับการบริการของชุมชนทางด้าน
สุขภาพ วฒั นธรรม นันทนาการ สวสั ดิการตา่ งๆ และกจิ กรรม
หรือบริการอ่ืนๆ การให้ข้อมูลท่ีเก่ียวกับกิจกรรมของชุมชนที่
เกย่ี วข้องกับการเรียนและทกั ษะความสามารถต่างๆ

วิธีปฏิบตั ทิ ีเ่ ปน็ เลิศตวั อยา่ งเชน่

 สร้างบรรยากาศการตอ้ นรบั ที่อบอุ่นภายในโรงเรยี น

 ให้ข้อมูลกับผู้ปกครองท่ีเก่ียวข้องการการพัฒนาการของนักเรียนและการสร้างบรรยากาศ
การเรยี นรู้อย่างสรา้ งสรรค์

 สรา้ งระบบการตดิ ต่อส่ือสารระหวา่ งบ้านและโรงเรียน และระหว่างโรงเรียนและบ้านที่
มีประสทิ ธภิ าพ

 สง่ เสริมความรแู้ ละทกั ษะในการที่จะส่งเสริมและเสริมสร้างความสามารถทางการเรียนรู้ของบุตร
หลานใหก้ ับผปู้ กครองและชุมชน

 ส่งเสริมให้ผู้ปกครองมีส่วนร่วมในการวางแผนของโรงเรียน การเป็นผู้นา และโอกาสการเป็น
อาสาสมัคร

 เช่ือมโยงนักเรียนและครอบครัวเข้ากับทรัพยากรของชุมชน ท่ีจะช่วยส่งเสริมและสนับสนุน
การเรยี นรู้ และความเปน็ อยขู่ องนกั เรียนและครอบครัว

เคร่อื งมือพฒั นาสูค่ วามเป็นโรงเรียนสุขภาวะ ๑๐๔

๙๘ à¤ÃÍ่× §Á×;²Ñ ¹ÒÊÙ‹¤ÇÒÁ໹š âçàÃÂÕ ¹Ê¢Ø ÀÒÇÐ

ข้ันตอนการพฒั นาความร่วมมือระหวา่ งโรงเรียนและครอบครวั
ทาอย่างไรท่ีจะให้ครอบครัวและชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาโรงเรียน เป็นคาถามท่ีไม่มีลาดับ

ขั้นตอนที่แน่นอน แล้วแต่สไตล์ (style) การทางานของผู้บริหารหรือตามบริบทของชุมชน จากการถอดบทเรียน

โรงเรียนสุขภาวะ สามารถสรุปหลักการมีส่วนร่วมของครอบครัวและชุมชนซึ่งเป็นจุดเร่ิมต้นของการมีส่วนร่วมได้
ดงั น้ี

๑. สร้างศรัทธา เป็นจุดเร่ิมต้นจากตัวผู้บริหารท่ีจะสร้างศรัทธาให้กับชุมชนให้ได้ เพ่ือให้ครอบครัว
และชุมชนเชื่อม่ันว่าเราจะพัฒนาโรงเรียนให้มีคุณภาพมากยิ่งขึ้น ยกตัวอย่างเช่นโรงเรียนหนึ่งมีครูด่ืมเหล้าใน
โรงเรียน การสอนก็ไม่เต็มท่ีทาให้ขาดความศรัทธาจากชุมชน แต่พอผู้บริหารใหม่ย้ายมา แล้วประกาศว่าจะเอา

เหล้าออกจากโรงเรียนให้ได้ และได้ดาเนินการโดยมวี ิธีการต่างๆ จนสามารถทาได้สาเรจ็ ครอบครัวและชุมชนเห็น

ว่าผบู้ ริหารทาไดจ้ รงิ จึงมีความศรทั ธาตอ่ ผูบ้ ริหารแล้วเร่ิมเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาโรงเรียนมากขนึ้ เปน็ ต้น

๒. จริงใจและมุ่งม่ันต่องานท่ีทา ข้อนี้คือลักษณะของผู้บริหารที่จะนาพาองค์กรเพื่อพัฒนาโรงเรียน
ให้มีคุณภาพยิ่งขึ้น ต้องมีความจริงใจต่อผู้ร่วมงาน จริงใจต่อครอบครัวและชุมชน จริงใจต่องานท่ีทาด้วยความ

มุ่งมั่นที่หน้างานของตัวเอง เมื่อครอบครัวและชุมชน ตลอดจนผู้ร่วมงานในโรงเรียนรับรู้ถึงความจริงใจและมุ่งมั่น

ในการทางานจะเป็นจุดเช่ือมให้ทุกคนเรม่ิ มคี วามเชอื่ และศรทั ธาวา่ ผู้บริหารจะสามารถพัฒนาโรงเรียนไปในทางที่ดี
ขน้ึ ได้

เครอื่ งมือพัฒนาสคู่ วามเปน็ โรงเรียนสุขภาวะ ๑๐๕

à¤Ã×Í่ §ÁÍ× ¾Ñ²¹Òʤً ÇÒÁ໹š âçàÃÂÕ ¹ÊØ¢ÀÒÇÐ ๙๙

๓. ทาให้เห็น ก่อนท่ีเราจะขอความร่วมมือกับ
ครอบครัวและชุมชนเพื่อมาพัฒนาโรงเรียนในด้านต่างๆ เราต้อง
ทาให้ครอบครัวและชุมชนเห็นว่าเราทาจริงด้วยความตั้งใจ เพื่อ
พัฒนาโรงเรียน โดยมีเป้าหมายหลักคือ “ตัวผู้เรียน” บางคร้ังถ้า
เราตอ้ งการของความร่วมมือจากครอบครวั ชุมชน แต่ไม่ยอมทาให้
ครอบครัว ชุมชนเห็นกอ่ นวา่ เราทาจริง ครอบครัว ชมุ ชนก็จะยังไม่
ค่อยเข้ามามีส่วนร่วมมากนัก ดังนั้นการลงมือทาให้เห็นก่อนที่จะ
ขอความร่วมมือจงึ เป็นส่งิ ที่นักบรหิ ารไมค่ วรมองข้าม

๔. ให้เกียรติกับทุกๆ คน ถ้าผู้บริหารให้เกียรติกับครู นักเรียน ผู้ปกครอง ชุมชนและบุคคลทั่วๆ ไป
ด้วยความเสมอภาค จะทาให้ผู้ปกครอง ครอบครัว ชุมชนกล้าที่จะเข้ามาในโรงเรียนมากยิ่งขึ้น ผู้บริหารต้องสร้าง
สัมพันธภาพเชิงบวกกับทุกๆ คนเปิดโอกาสให้ครูและบุคลากรทุกคนในโรงเรียนมีส่วนร่วม คิดวางแผนร่วมทาและ
ร่วมภาคภูมิใจในความสาเร็จเป็นองค์กรแห่งความสุข มีใครเข้ามาในโรงเรียนก็ช่วยกันต้อนรับ ถามไถ่ ย้ิมแย้ม
แจ่มใส ให้เกียรติทุกๆ คน ลดความเป็น “สถานที่ราชการ” ลง แต่ร่วมกันทาให้เป็นโรงเรียนของทุกคนและทุกคน
เป็นเจ้าของโรงเรียนรว่ มกัน จะทาให้เกิดความประทบั ใจแก่ผู้ทีเ่ ข้ามาในโรงเรยี น ผปู้ กครอง ครอบครัว ชุมชน กจ็ ะ
กล้าเขา้ มาในโรงเรียนมากย่งิ ขนึ้ ความร่วมมอื ต่างๆ กจ็ ะมากขึ้นตามมา

๕. ร่วมคิด ร่วมวางแผน ร่วมทา ถ้าทา
ตามข้อท่ี ๑-๔ มาแล้วทั้งหมดเชื่อมั่นว่าครอบครัว
ชุมชนย่อมเกิดความศรัทธา เช่ือม่ันในตัวครู
ผู้บริหารและโรงเรียนมากย่ิงข้ึนและต้องพิสูจน์จาก
การทาให้เหน็ อกี ว่าผู้บรหิ ารพาทีมงานในโรงเรียนลง
มือปฏิบัติอย่างจริงจังเพื่อพัฒนาโรงเรียนให้มี
คณุ ภาพ ตลอดจนผู้บรหิ ารและคณะครูให้เกียรติทุก
คนด้วยความเสมอภาค ติดต่องานต่างๆ ด้วยความ
ยิ้มแย้มแจ่มใส ผู้ปกครอง ครอบครัว ชุมชนกล้าเข้า
มาโรงเรียนมากขน้ึ ไมใ่ ช่แค่มาส่งลกู หลาน และโรงเรียนยังสามารถเป็นแหล่งเรียนรู้ เปน็ ท่ีพ่ึงของครอบครัว ชุมชน
ได้ ผูบ้ ริหารก็ต้องนาครอบครัวและชุมชนมาช่วยพัฒนาโรงเรียนโดยการร่วมคิด ร่วมวางแผน และร่วมทาตามแผน
ให้สาเร็จร่วมท้ังช่ืนชมความสาเร็จร่วมกัน เช่นเร่ิมจากกรรมการสถานศึกษาข้ันพื้นฐาน คณะท่ีปรึกษา ผู้ปกครอง
เครือข่าย ภูมิปัญญาท้องถ่ิน ปราชญ์ชาวบ้าน เป็นต้น โดยเชิญมาร่วมคิด ร่วมวางแผน แล้วกาหนดการพัฒนา
รว่ มกนั เช่นการพฒั นาโรงเรียนดา้ นสภาพแวดล้อม ปรับภูมิทัศน์ให้เออื้ ต่อการเรยี นรู้ เปน็ ต้น

เครอ่ื งมือพฒั นาสูค่ วามเปน็ โรงเรยี นสขุ ภาวะ ๑๐๖

๑๐๐ à¤Ã่×ͧÁ×;Ѳ¹Òʤً ÇÒÁ໹š âçàÃÂÕ ¹ÊØ¢ÀÒÇÐ

๖. การส่ือสารความสาเร็จและร่วมช่ืนชมยินดี เม่ือดาเนินการพัฒนาโรงเรียนด้วยการมีส่วนร่วมของ
ครอบครัวและชุมชนแล้ว ทุกคนท่ีมีส่วนร่วมจะมีความรู้ภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหน่ึงของการพัฒนาโรงเรียน ผู้บริหาร
ต้องมีวิธีการส่ือสารท่ีทาให้ครอบครัว ชุมชนได้รับรู้ว่าทาอะไรสาเร็จไปบ้าง และร่วมกันชื่นชมยินดีในสิ่งที่เรา
ร่วมกันคิด ร่วมกันวางแผน และร่วมกันทาจนประสบผลสาเร็จ เช่นการรายงานผลการดาเนินการของโรงเรียนให้
กรรมการสถานศึกษา กรรมการท่ีปรึกษา ผู้ปกครองนักเรียนทราบ ว่าในปีการศึกษาที่ผ่านมาเราทุกคนได้ร่วมกัน
พัฒนาโรงเรียนอะไรบ้าง ผลเป็นอย่างไร การถอดบทเรียนร่วมกันระหว่างคณะครู ตัวแทนผู้ปกครอง กรรมการ
สถานศึกษาข้ันพื้นฐาน ตัวแทนนักเรียน เป็นต้น วิธีการส่ือสารท้ังแบบเป็นทางการและไม่เป็นทางการใช้ภาษา
ง่ายๆ ทชี่ มุ ชนเข้าใจได้ และเปดิ โอกาสให้ชมุ ชนแสดงความคิดเห็นต่อความสาเรจ็ นั้นด้วย

ตัวอย่างกจิ กรรม เพอื่ สรา้ งสัมพนั ธภาพและสรา้ งการเรียนรู้ให้กับครอบครวั และชมุ ชนของโรงเรยี นทุ่งยาวคาโปรย

บทบาทของกรรมการสถานศกึ ษาขน้ั พ้นื ฐานและกรรมการท่ปี รึกษา
กรรมการสถานศึกษาถือว่าเป็นองค์คณะบุคคลที่สาคัญมากสาหรับโรงเรียน ถ้าโรงเรียนให้ความสาคัญ

และให้ความจรงิ ใจกับกรรมการสถานศกึ ษาขั้นพน้ื ฐานโดยใช้มีสว่ นรว่ มในการคดิ การวางแผน และเปน็ ผู้นาในการ
พฒั นาโรงเรียน โรงเรียนนั้นๆ จะสามารถพัฒนาไปได้อย่างดีและเกิดความยั่งยืน ในฐานะผู้บริหารต้องเรียนรู้และ
สบื เสาะว่าใครคือบุคคลสาคัญในชมุ ชนของโรงเรียนเราเองนอกจากกรรการสถานศึกษาแลว้ เชญิ บุคคลน้ันๆ มาร่วม
เป็นคณะท่ีปรึกษา (Advisory Board) ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นผู้นาในชุมชน ยกตัวอย่างเช่น กานัน ผู้ใหญ่บ้าน นายก
อบต. ส.อบต. อสม. ผู้นาทางจิตวิญญาณ เจ้าอาวาสวัด ปราชญ์ชาวบ้าน เป็นต้น ถ้าโรงเรียนสามารถนาบุคคล
สาคัญในชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมได้การที่จะเอาผู้ปกครองนักเรียน ครอบครัว ชุมชนมาร่วมพัฒนาโรงเรียนก็เป็น
เร่ืองง่ายๆ ตามมา อีกประการหน่ึงท่ีสาคัญมาก ผู้บริหารต้องให้เกียรติกับกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานและ

เคร่ืองมอื พัฒนาสู่ความเปน็ โรงเรยี นสขุ ภาวะ ๑๐๗

à¤Ã×่ͧÁÍ× ¾Ñ²¹Òʤ‹Ù ÇÒÁ໚¹âçàÃÂÕ ¹Ê¢Ø ÀÒÇÐ ๑๐๑

คณะท่ีปรึกษา ยกตัวอย่างเช่น โรงเรียนเชิญกรรมการสถานศึกษาข้ันพ้ืนฐานและท่ีปรึกษามาร่วมกิจกรรมกีฬาสี
โรงเรยี น ในพิธีเปดิ ต้องใหพ้ ธิ กี รแนะนาช่ือทกุ คนท่ีมาร่วมกิจกรรมดว้ ย และถ้ามกี ารมอบรางวัลต่างๆ ตอ้ งใหเ้ กยี รติ
เชิญกรรมการสถานศึกษาหรือท่ีปรึกษามาเป็นเกียรติมอบรางวัลต่างๆ เป็นต้น สาหรับโรงเรียนสุขภาวะเร่ิมแรก
จริงๆ ต้องประชุมกรรมการสถานศึกษาข้ันพ้ืนฐานและคณะที่ปรึกษาเพ่ือให้ความเห็นชอบถ้าโรงเรียนจะพัฒนา
โรงเรยี นเปน็ โรงเรียนสุขภาวะเห็นดว้ ยหรือไม่ อยา่ งไร

บทบาทของผปู้ กครองนักเรยี น
เมื่อผ่านความเห็นชอบจากกรรมการสถานศึกษา

และคณะท่ีปรึกษาแล้ว ขั้นต่อมาคือการประชุมผู้ปกครอง
นักเรียนเพื่อชี้แจงทาความเข้าใจว่าโรงเรียนจะดาเนินการ
พัฒนาเป็นโรงเรยี น สุขภาวะอยา่ งไร ซึ่งผู้ปกครองนักเรียนถือ
วา่ เป็นผู้มีส่วนได้สว่ นเสียในโรงเรียน เป็นบุคคลสาคัญอีกกลุ่ม
หน่ึงท่ีโรงเรียนต้องช้ีแจง ทาความเข้าใจและพัฒนา
สรา้ งความตระหนกั เพ่ือใหเ้ กดิ การมสี ่วนร่วมในการพัฒนา
“ผู้เรยี น” โดยตรง

ในการชี้แจงผู้ปกครองนักเรียน ผู้บริหารอาจประกาศเป็น “ปีแห่งการปรับการเรียนเปลี่ยนการสอน”
ซึ่งอาจทาให้ผู้ปกครองเกิดการสงสัย มีคาถามเกิดข้ึน เช่น เรียนวิธีน้ีแล้วเด็กจะสอบเรียนต่อได้รึเปล่า ครูจะสอน
แบบไหน อย่างไร สอนแบบเดิมไม่ดีหรืออย่างไร เด็กจะสอบเข้าเรียนต่อได้หรือไม่ เป็นต้น ทาให้ผู้บริหารและครู
ได้ร่วมกันคิดวางแผนเพื่อสร้างความตระหนักและเรียนรู้กระบวนการจัดการเรียนรู้แบบใหม่ขึ้น เพื่อให้ผู้ปกครอง
เข้าใจเป้าหมายและมีความวางใจ

เคร่ืองมอื พัฒนาสู่ความเป็นโรงเรียนสขุ ภาวะ ๑๐๘

๑๐๒ à¤Ã×่ͧÁÍ× ¾Ñ²¹Òʤ‹Ù ÇÒÁ໹š âçàÃÂÕ ¹Ê¢Ø ÀÒÇÐ

ตวั อยา่ ง กิจกรรมรว่ มกบั ผู้ปกครองและชุมชนในโรงเรียนสขุ ภาวะ

 กิจกรรมสร้างสัมพนั ธก์ บั ผู้ปกครองนักเรยี น
โรงเรียนจัดให้มีการทดลองสอนผู้ปกครองนักเรียนข้ึนเน่ืองจากการที่ประกาศเป็นปีแห่งการปรับ

การเรียนเปลี่ยนการสอนทาให้ผู้ปกครองสงสัยว่ามีความแตกต่างจากการเรียนการสอนปกติอย่างไร โดยให้
ผู้ปกครองมาเรียนท่ีโรงเรียน ๑ วัน ครูออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้รูปแบบใหม่ให้ผู้ปกครองเรียนรู้ คือจิตศึกษา
การเรียนรบู้ ูรณาการโดยใช้ปญั หาเป็นฐาน (PBL)

เมื่อเสร็จการจัดกิจกรรม ครูให้ผู้ปกครองสะท้อนผลเก่ียวกับกิจกรรมท่ีครูจัดให้ ผลปรากฏว่า
ผู้ปกครองเข้าใจรูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โรงเรียนสุขภาวะมากขึ้น สนุกสนาน ได้ความรู้ และเรยี นรอู้ ย่าง
มคี วามสขุ เห็นความสาคญั ในการดูแลบุตรหลานมากขน้ึ

 ปรบั ปรงุ สภาพแวดล้อมและแหลง่ เรียนรู้
การนาครอบครวั และชุมชนเขา้ มามสี ่วนร่วมในการพัฒนาปรับปรุงสภาพแวดล้อมและแหล่งเรยี นรู้ใน

โรงเรียนเป็นกิจกรรมหน่ึงท่ีสร้างสัมพันธภาพและสร้างการเรียนรู้ให้กับครอบครัวและชุมชนได้เป็นอย่างดี
นอกจากผู้ปกครองนักเรียนได้มาร่วมพัฒนาโรงเรียนแล้วทางโรงเรียนจะเตรียมอาหารกลางวันให้ผู้ปกครอง
รับประทานร่วมกันในแต่ละห้องเรียนโดยให้ครูแต่ละช้ันดูแลและรับประทานอาหารร่วมกันกับผู้ปกครองนักเรียน
ทาใหผ้ ู้ปกครองนักเรยี นได้พูดคุยกันมากข้นึ เกี่ยวกับลกู หลานตัวเอง มีความสุขท่ีไดแ้ ลกเปลี่ยนเรียนรูร้ ่วมกัน ทาให้
ผปู้ กครองชอบมากทีจ่ ะมาช่วยพฒั นาโรงเรียน กิจกรรมทีท่ า เชน่ การทาสนามเด็กเล่น BBL เป็นต้น

เครอื่ งมอื พฒั นาส่คู วามเปน็ โรงเรยี นสขุ ภาวะ ๑๐๙

à¤Ã×Í่ §Á×;²Ñ ¹ÒÊ‹¤Ù ÇÒÁ໹š âçàÃÂÕ ¹Ê¢Ø ÀÒÇÐ ๑๐๓

 นาภมู ปิ ัญญาทอ้ งถิน่ ปราชญช์ าวบ้านเปน็ วทิ ยากรสอนนักเรียน
โรงเรียนจะเชิญภูมิปัญญาท้องถิ่น ปราชญ์ชาวบ้านเป็นวิทยากรสอนนักเรียนในส่ิงท่ีนักเรียนอยาก

เรียนรู้ และตามสภาพบริบทของชุมชน เช่น การทาขนม การทาปุ๋ยหมัก การทาท่อซีเมนต์ การทาไม้กวาด

การสานตะกร้า การทาพรมเชด็ เทา้ เปน็ ตน้

 เชิญผูป้ กครองนักเรยี นร่วมการประเมินและชื่นชมผลงานนกั เรยี น
ในแต่ละภาคเรียนเม่ือส้ินภาคเรียนจะมีการสรุปองค์ความรู้ นักเรียน ครูประจาชนั้ และผู้ปกครองจะ

ร่วมกันออกแบบกิจกรรมในการสรุปองค์ความรู้เกี่ยวกับหน่วยการเรียนรู้ในควอเตอร์น้ันๆ ร่วมกันและกาหนดวัน

ขึ้น ทางโรงเรียนจะเชิญผู้ปกครองนักเรียนทุกคนและกรรมการสถานศึกษาข้ันพื้นฐาน คณะที่ปรึกษามาช่ืนชม
ผลงานของนกั เรยี นและประเมนิ ชนิ้ งานของบตุ รหลานตนเอง

เคร่ืองมือพัฒนาสู่ความเปน็ โรงเรียนสุขภาวะ ๑๑๐

๑๐๔ à¤Ã่×ͧÁÍ× ¾Ñ²¹ÒÊÙ‹¤ÇÒÁ໹š âçàÃÕÂ¹ÊØ¢ÀÒÇÐ

ถอดบทเรียน
การถอดบทเรียนของโรงเรียนสุขภาวะจากผู้ที่มีส่วนเก่ียวข้อง คือครูทุกคน กรรมการสถานศึกษา

และที่ปรึกษา ตัวแทนผ้ปู กครองและตัวแทนนักเรียน ซง่ึ จะฝึกใหค้ รูนาวงโดยใช้กระบวนการถอดบทเรียนโดยแยก
กลุ่มและนาผลการถอดบทเรียนมานาเสนอท่ีท่ีประชุมใหญ่ ส่ิงท่ีดีก็จะพัฒนาต่อยอดให้ดีย่ิงขึ้น ส่วนสิ่งที่ต้อง

ปรบั ปรงุ พฒั นากห็ าวธิ กี ารปรบั ปรุงแกไ้ ขใหล้ ดลง เปน็ ตน้

เคร่อื งมอื พฒั นาสู่ความเปน็ โรงเรียนสุขภาวะ ๑๑๑

à¤Ã×่ͧÁÍ× ¾Ñ²¹ÒÊÙ‹¤ÇÒÁ໹š âçàÃÕÂ¹ÊØ¢ÀÒÇÐ ๑๐๕


เครื่องมือแลกเปลย่ี นเรยี นรู้และพัฒนาเครือขา่ ย โดยใช้ส่อื ออนไลน์

การพฒั นาโรงเรียนสุขภาวะ เป็นการพัฒนาเพื่อให้เกิดพลวัตการเปลี่ยนแปลง จากหน่วยย่อยไปสู่หน่วย
ใหญ่ และเปลีย่ นจากฐานล่างไปสเู่ บอ้ื งบน ซ่ึง "โรงเรยี น" "ครอบครัว" และ "ชมุ ชน" คือหนว่ ยพื้นฐานทางสงั คม
ท่ีตอ้ งมีเคล่ือนไหว โดยใช้แนวคิด "โรงเรยี นสขุ ภาวะ" เปน็ ฐานการเปลยี่ นแปลง ดังนัน้ เป้าหมายการพฒั นาสขุ
ภาวะในโรงเรยี นจะต้องเริ่มต้นจากการเปล่ียนแปลงภายในโรงเรียนแล้วค่อยวิวัฒน์ (evolving) ไปสู่เครอื ข่าย
โรงเรยี นและสงั คม และนาไปสู่การขบั เคล่อื นการปฏิรูปการศกึ ษาในท่สี ุด จากลา่ งสู่บน โดยมเี ป้าหมายของการ
พฒั นาโรงเรียนสุขภาวะแบ่งเป็น ๓ ระดบั คอื ระดับโรงเรยี น ระดบั เครือข่ายโรงเรยี น และระดับสังคม ดังนี้

ผูบ้ รหิ าร
สถานศกึ ษา

ผ้ปู กครอง/ชมุ ชน กรรมการ ครู นักวชิ าการ IRES ภาคเี ครอื ขา่ ย/
สถานศึกษา ประชาชนผสู้ นใจ

เครอื ข่ายระดบั โรงเรยี น

เครือขา่ ยระดับ Social
ตน้ แบบโรงเรียน Media

เครือขา่ ยระดบั
สังคม

ฆณSญIP ฆณPญLC ฆณBญMK

กรอบแนวคิดการพัฒนาระบบสารสนเทศเพ่ือการแลกเปลีย่ นเรียนรแู้ ละพัฒนาเครือข่าย
โดยใชส้ ื่อออนไลนใ์ นโรงเรียนสขุ ภาวะ

เครือ่ งมือพัฒนาส่คู วามเปน็ โรงเรยี นสขุ ภาวะ ๑๑๒

๑๐๖ à¤Ã×่ͧÁÍ× ¾²Ñ ¹ÒÊ‹¤Ù ÇÒÁ໚¹âçàÃÂÕ ¹ÊØ¢ÀÒÇÐ

๑. เป้าหมายของระบบแลกเปลีย่ นเรยี นรแู้ ละพฒั นาเครือข่ายโดยใชส้ ื่อออนไลน์
๑.๑ เพื่อจัดการสารสนเทศเกี่ยวกับแผนพัฒนาคุณภาพการศกึ ษาของโรงเรยี น (School

Improvement Plan : SIP)
๑.๒ เพ่ือจดั การสารสนเทศเกี่ยวกบั ชมุ ชนการเรียนรู้เชงิ วชิ าชีพ (Professional Learning Community

: PLC)
๑.๓ เพอ่ื จดั การสารสนเทศเกี่ยวกบั ระบบเทยี บเคยี งการทางานในโรงเรียนสขุ ภาวะ (Benchmarking :

BMK)

๒. ความสาคัญของระบบแลกเปลีย่ นเรียนรแู้ ละพัฒนาเครือข่ายโดยใชส้ ื่อออนไลน์
๒.๑ เสริมสร้างพลงั อานาจผู้มีส่วนไดเ้ สยี ให้ชมุ ชน ผู้ปกครอง กรรมการสถานศึกษา ผูบ้ ริหาร และครู
๒.๒ ปรับปรุงระบบการทางานและเงื่อนไขการทางานในโรงเรียน
๒.๓ พฒั นาครเู ชิงวชิ าชพี ให้เกดิ ชมุ ชนทางวชิ าชพี

๓. กลุ่มเปา้ หมายผู้ใช้ระบบแลกเปล่ยี นเรยี นรู้และพฒั นาเครือขา่ ยโดยใชส้ ่ือออนไลน์
๓.๑ ผปู้ กครองและชมุ ชน
๓.๒ กรรมการสถานศึกษา
๓.๓ ผูบ้ รหิ าร
๓.๔ ครู
๓.๕ นักวชิ าการ IRES /ภาคีเครอื ข่าย

๔. แนวคดิ การพนื้ ฐานการพัฒนาระบบแลกเปล่ียนเรียนรแู้ ละพฒั นาเครอื ขา่ ยโดยใชส้ ่ือออนไลน์
๔.๑ การบริหารจัดการโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน (School - based Development and Management

: SBM)
๔.๒ วงจรการพฒั นาระบบแบบ SDLC (System Development Life Cycle)

๕. ระดับเครอื ขา่ ยระบบแลกเปล่ียนเรยี นรแู้ ละพัฒนาเครือขา่ ยโดยใช้สื่อออนไลน์
๕.๑ ระดับโรงเรียนสุขภาวะ
๕.๒ ระดับเครือขา่ ยตน้ แบบโรงเรยี นสุขภาวะ (Node)
๕.๓ ระดับเครือข่ายสงั คมสขุ ภาวะ ภาคเี ครอื ข่ายเช่ือมโยงกับองคก์ รพนั ธมติ ร (Linkage with Alliance

Organizations)
- ภาคีรว่ มดาเนินการ ได้แก่ สานกั งานเขตพ้ืนทก่ี ารศึกษา และองคก์ รปกครองสว่ นท้องถน่ิ

เคร่ืองมอื พัฒนาสู่ความเป็นโรงเรยี นสขุ ภาวะ ๑๑๓

à¤Ã่×ͧÁÍ× ¾²Ñ ¹Òʤ‹Ù ÇÒÁ໹š âçàÃÕÂ¹ÊØ¢ÀÒÇÐ ๑๐๗

ในพน้ื ที่ - ภาคเี ชงิ ยทุ ธศาสตร์ ไดแ้ ก่ องค์กรวิชาชพี ครูต่างๆ กระทรวงศกึ ษาธกิ าร และมหาวิทยาลัยตา่ งๆ
การบันทึกขอ้ มลู บนระบบแลกเปลย่ี นเรียนร้แู ละพัฒนาเครอื ข่ายโดยใช้ส่ือออนไลน์

๑. ระบบสารสนเทศเก่ยี วกับแผนพฒั นาคณุ ภาพการศึกษาของโรงเรยี น (School Improvement Plan :
SIP)

ระบบสารสนเทศเกย่ี วกบั แผนพัฒนาโรงเรียน (School Improvement Plan : SIP) เปน็ ระบบ

สารสนเทศเพ่ือนาข้อมลู มาบริหารจัดการแผนพฒั นาโรงเรยี นสขุ ภาวะให้เปน็ ปจั จุบนั และสามารถนาไปใชไ้ ด้อยา่ งมี

ประสทิ ธภิ าพ ประกอบด้วย ๑) ขอ้ มูลพ้ืนฐานโรงเรยี น ๒) ข้อมลู แผนพัฒนาโรงเรียน ๓) ขอ้ มูลเปา้ หมายของ สสส.

ภายใน ๑๐ ปี ๔) ขอ้ มลู แนวปฏบิ ัติทด่ี ี (Best Practice) โดยมขี น้ั ตอนปฏิบัติดังนี้

๑) ลงทะเบียนข้อมูลพืน้ ฐานโรงเรยี น
ครู และผ้บู รหิ าร ในโรงเรยี นสุขภาวะ จะต้องลงทะเบียนข้อมูลพื้นฐาน เกยี่ วกบั โรงเรยี นบน

ฐานขอ้ มลู ระบบสารสนเทศ ที่เว็บไซต์ http://ires.or.th ดังตัวอย่าง

เคร่ืองมือพัฒนาสคู่ วามเปน็ โรงเรยี นสุขภาวะ ๑๑๔

๑๐๘ à¤ÃÍ่× §ÁÍ× ¾Ñ²¹Òʤ‹Ù ÇÒÁ໹š âçàÃÕÂ¹Ê¢Ø ÀÒÇÐ

๒) กาหนดแผนพัฒนาโรงเรียน ประเมินตนเองตามตวั บ่งชโ้ี รงเรยี นสุขภาวะกาหนดแผนพฒั นา
โรงเรยี น ครู ผู้บริหาร กรรมการสถานศึกษา จะต้องร่วมกนั ทาแผนพัฒนาโรงเรียน และจะต้องกรอกข้อมลู
แผนพัฒนาโรงเรยี นลงบนฐานขอ้ มูลระบบสารสนเทศ ท่ีเวบ็ ไซต์ http://ires.or.th

ดงั ตวั อย่าง

๒.๑) ประเมินตนเองตามตัวบ่งช้ีโรงเรียนสุขภาวะ โรงเรียนท่ีเข้าร่วมโครงการจะต้องประเมิน
ตนเองตามตัวบ่งชี้โรงเรียนสุขภาวะ ๒๕ ตัว และจะต้องกรอกข้อมูลบนระบบสารสนเทศ ท่ีเว็บไซต์

http://ires.or.th ดังตัวอย่าง

เคร่อื งมือพัฒนาสคู่ วามเปน็ โรงเรียนสขุ ภาวะ ๑๑๕

à¤ÃÍ×่ §ÁÍ× ¾Ñ²¹ÒÊ‹¤Ù ÇÒÁ໚¹âçàÃÕÂ¹Ê¢Ø ÀÒÇÐ ๑๐๙

๒.๒) บันทกึ ข้อมูลผลการวเิ คราะห์คณุ ลกั ษณะโรงเรยี นสุขภาวะที่อยากเปน็

เครอื่ งมือพฒั นาสคู่ วามเปน็ โรงเรยี นสขุ ภาวะ ๑๑๖

๑๑๐ à¤Ã×Í่ §ÁÍ× ¾²Ñ ¹ÒÊÙ‹¤ÇÒÁ໹š âçàÃÕÂ¹ÊØ¢ÀÒÇÐ

๒.๓) บันทึกข้อมูลกาหนดเป้าหมายในการสรา้ งสุขภาวะในโรงเรยี นภายใน ๓ ปี
๒.๔) บันทึกขอ้ มลู กาหนดกลยทุ ธ์ในการพัฒนาโรงเรยี นสขุ ภาวะ

เคร่ืองมือพัฒนาสู่ความเป็นโรงเรยี นสขุ ภาวะ ๑๑๗

à¤Ã×่ͧÁÍ× ¾Ñ²¹ÒÊÙ¤‹ ÇÒÁ໹š âçàÃÕÂ¹Ê¢Ø ÀÒÇÐ ๑๑๑

๓) บันทกึ ข้อมูลเป้าหมายของ สสส. ภายใน ๑๐ ปี

เครือ่ งมือพฒั นาสคู่ วามเป็นโรงเรยี นสขุ ภาวะ ๑๑๘

๑๑๒ à¤Ã×่ͧÁÍ× ¾²Ñ ¹ÒÊ‹¤Ù ÇÒÁ໹š âçàÃÂÕ ¹ÊØ¢ÀÒÇÐ

๔) บันทกึ ข้อมูลแนวปฏิบัตทิ ่ีดี (Best Practice) ของโรงเรียน

๒. ระบบสารสน เทศ เพื่อพัฒนาชุมชนการเรียนรู้เชิงวิชาชีพ (Professional Learning
Community : PLC)

ระบบสารสนเทศเพ่ือพัฒนาชุมชนการเรียนรู้เชิงวิชาชีพ มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างเครือข่ายการ
เรยี นรู้ร่วมกัน เน้นการจดั เครอื ขา่ ย ๒ ระดบั คอื เครือขา่ ยครู และเครอื ขา่ ยเพือ่ แลกเปล่ยี นเรยี นรู้ โดยใชเ้ ครอื ข่าย

ต้นแบบโรงเรียน (Node) เป็นฐานการขยายตัวไปสู่โรงเรียนอื่นๆ ที่มีความสนใจที่จะแลกเปลี่ยนเรียนรู้

ด้านหลักสตู ร นวตั กรรมการเรียนการสอน การประเมนิ และการบรหิ ารจดั การโรงเรยี น

เครือข่ายครู ครูท่ีร่วมโครงการฯ สามารถแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน หรือส่ือสารถึงกันได้โดยตรง
โดยผา่ นชอ่ งทางการใช้แอพพลิเคชัน (Application) บนมอื ถือ คือ Line เพื่อส่งภาพหรือข้อความ คลิปวิดีโอ ฯลฯ

โดยเชญิ เพื่อนเข้ากลุ่มไลน์ IRES หรือใชก้ ารแสกนคิวอารโ์ ค้ด ดงั ภาพตวั อยา่ ง

เครอ่ื งมือพัฒนาส่คู วามเปน็ โรงเรยี นสุขภาวะ ๑๑๙

à¤Ã่×ͧÁÍ× ¾²Ñ ¹ÒÊ‹¤Ù ÇÒÁ໹š âçàÃÂÕ ¹Ê¢Ø ÀÒÇÐ ๑๑๓

เครอื ข่ายเพื่อแลกเปลี่ยนเรยี นรู้
เป็นการสร้างเครือข่ายเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เพื่อพัฒนาครูเชิงวิชาชีพ (Professional

Development) ให้เกิดชุมชนทางวิชาชีพ (Professional Leaning Community : PLC) ให้สามารถปรับเปลี่ยน
วิธกี ารสอนและการจดั กระบวนการเรยี นรู้ โดยเนน้ วธิ ีการเรียนรทู้ ่ีหลากหลาย ท้งั การเรียนร้จู ากปัญหา (Problem-
based Leaning) และการบูรณาการวิช าและทักษะต่างๆ เพ่ือการแก้ปัญหาและค้นหาทางออก
ในสถานการณ์ชีวิตจริง รวมทั้งสร้างวัฒนธรรมการทางานใหม่ที่เน้นการเรียนรู้ร่วมกัน (Collective Leaning)
ใหเ้ กดิ ขน้ึ กบั ครู ผ่านชอ่ งทางในแนวกว้างท่ที กุ คนสามารถเขา้ ถงึ ได้ ๒ ชอ่ งทาง คอื

เคร่ืองมอื พัฒนาสู่ความเปน็ โรงเรียนสุขภาวะ ๑๒๐

๑๑๔ à¤Ã×่ͧÁÍ× ¾Ñ²¹ÒÊÙ‹¤ÇÒÁ໹š âçàÃÂÕ ¹ÊØ¢ÀÒÇÐ

๑. แอพพลิเคชัน Facebook เป็นเครือข่ายการเรียนรู้ท่ีเปิดกว้างผ่านส่ือสังคมออนไลน์
(Social Media) เพ่ือสร้างเครือข่ายระดบั สังคมสขุ ภาวะ เป็นการเปิดโอกาสให้โรงเรียนในโครงการเปิดพื้นท่ใี ห้ภาค
ส่วนต่างๆ เข้ามามีสว่ นร่วมวิพากษเ์ พอ่ื ยกระดับประเด็นเร่อื งสุขภาวะในโรงเรยี น เพื่อสร้างพลวตั ทางสังคมผลักดัน
ให้เกิดการปฏิรูปการศึกษาทั้งระบบ ครู ผู้บริหาร นักวชิ าการ หรือผูส้ นใจ ทส่ี ามารถเข้าถึงสือ่ สังคมออนไลน์ เพยี ง
แค่กด Like ก็สามารถแลกเปลี่ยนเรียนรู้ แบ่งปัน ภาพกิจกรรม ข้อความ คลิปวิดีโอ ผ่านช่องทางหน้าเพจของ
มูลนิธิสถาบันวิจยั ระบบการศึกษาซ่ึงมีสมาชิกและผู้ตดิ ตามกวา่ ๓,๐๐๐ คน ท่ี https://www.facebook.com/IRES2013/
ดงั ภาพประกอบ

เครือ่ งมอื พัฒนาส่คู วามเปน็ โรงเรียนสุขภาวะ ๑๒๑

à¤Ã×Í่ §Á×;Ѳ¹ÒÊÙ‹¤ÇÒÁ໚¹âçàÃÕÂ¹Ê¢Ø ÀÒÇÐ ๑๑๕

๒. ระบบสารสนเทศบนเว็บไซตม์ ูลนิธิสถาบันวิจัยระบบการศึกษา เว็บไซต์มูลนิธิสถาบันวิจัย
ระบบการศึกษา เป็นเว็บไซตท์ ี่พัฒนาข้ึนเพื่อเป็นเว็บทา่ (portal web) มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นแหล่งเก็บรวบรวม
ขอ้ มูล สารสนเทศ ข่าวสาร ประชาสัมพันธ์ เพื่อบริการการเข้าถึงสาหรับแลกเปล่ียนเรียนรู้ระหว่างครูในเครือข่าย

โรงเรียนสขุ ภาวะ และภาคอี ่ืนๆ สามารถเขา้ ชมและอัพเดทข้อมลู ได้ท่ี http://www.ires.or.th/

เคร่ืองมอื พัฒนาสู่ความเปน็ โรงเรียนสุขภาวะ ๑๒๒

๑๑๖ à¤Ã่Í× §Á×;²Ñ ¹Òʤً ÇÒÁ໹š âçàÃÂÕ ¹ÊØ¢ÀÒÇÐ

๓. ระบบสารสนเทศเพื่อเทียบเคียงระบบงานในโรงเรียนสุขภาวะ (Benchmarking : BMK)
ระบบสารสนเทศเพื่อเทียบเคยี งระบบงานในโรงเรียนสุขภาวะ มีวัตถุประสงค์เพ่ือจัดการสารสนเทศการ

ทางานในโรงเรียนให้มีประสิทธิภาพ โดยใช้แนวคิดเชิงระบบ เพื่อออกแบบกระบวนการทางานในโรงเรียนให้เกิด
ความยั่งยืน โดยกาหนด องค์ประกอบของระบบสนับสนุน ระบบหลัก และผลลัพธ์ โดยเขียนเป็นข้อกาหนดของ
ระบบงานเพือ่ การประเมนิ ตนเอง

โรงเรียนสุขภาวะจะต้องกรอกข้อมูล ผลการประเมินตนเองของระบบงานในโรงเรียนสุขภาวะ ลงบน
ฐานข้อมลู ระบบสารสนเทศ ที่เว็บไซต์ http://ires.or.th และทาการเทียบเคียงผลลัพธก์ ับระบบงานของโรงเรียน
อ่ืนๆ เพื่อหาวิธีพัฒนาระบบงานของโรงเรียนของตนให้มีประสิทธิภาพมากข้ึน ตาม ๔ ข้ันตอน ของกระบวนการ
เทยี บเคียงระบบงานดังนี้ คอื ๑) การวางแผน ๒) การวเิ คราะห์ ๓) การบูรณาการ ๔) การปฏิบตั ิ ดงั ตวั อย่าง

กรอบแนวคดิ การเทยี บเคยี งระบบงานโรงเรยี นสขุ ภาวะ

เครอ่ื งมือพัฒนาสคู่ วามเปน็ โรงเรยี นสุขภาวะ ๑๒๓

à¤Ã่×ͧÁ×;²Ñ ¹ÒÊ‹¤Ù ÇÒÁ໚¹âçàÃÕÂ¹Ê¢Ø ÀÒÇÐ ๑๑๗

โดยสรุป ระบบแลกเปลี่ยนเรียนรู้และพัฒนาเครือข่ายโดยใช้สื่อออนไลน์ จะช่วยให้มีสารสนเทศ
ในการพัฒนาโรงเรยี นและการตัดสินใจ การปรับปรุงกระบวนการทางานให้มีประสิทธิภาพให้เป็นปัจจบุ ัน (just in
time) และใช้พลังของส่ือสังคมออนไลน์ให้ส่งผลกระทบ (impact) เพ่ือสร้างการเปล่ียนแปลงเชิงสังคม (Social

Marketing) เกิดการเรียนรู้ท่ีมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างกัน (interactive learning) ๕ ฝ่ายคือ ผู้ปกครองและชุมชน

กรรมการสถานศึกษา ผู้บรหิ าร และครู และนกั วิชาการ IRES เพอื่ บรรลเุ ป้าหมายของโครงการทวี่ างไว้ ดังตาราง

เคร่ืองมอื พัฒนาสู่ความเป็นโรงเรียนสุขภาวะ ๑๒๔

๑๑๘ à¤ÃÍ่× §ÁÍ× ¾Ñ²¹ÒÊÙ‹¤ÇÒÁ໚¹âçàÃÕÂ¹Ê¢Ø ÀÒÇÐ

ระดับผใู้ ช้งาน ระดับเครือข่าย ระบบ SIP ระบบ PLC ระบบ BMK
ครู ผูบ้ รหิ าร
กรรมการ ระดับโรงเรียนสุข ลงทะเบียนขอ้ มลู สร้างกลุ่มบนสื่อ ออกแบบระบบงาน
สถานศกึ ษา ภาวะ โรงเรยี นบนฐานขอ้ มลู สังคมออนไลน์ ของโรงเรยี นสขุ ภาวะ
นกั วชิ าการIRES ระบบสารสนเทศบน (Social Media)
เวบ็ ไซต์ IRES เชือ่ มโยงกับเวบ็ ไซต์
ครู ผบู้ ริหาร IRES
กรรมการ
สถานศกึ ษา ระดบั โรงเรยี น - กาหนดแผนพฒั นา เผยแพร่ภาพน่งิ / - กาหนด
นักวิชาการIRES สุขภาวะ โรงเรียน SIP ภาพเคลื่อนไหว/ องคป์ ระกอบระบบ
- ประเมนิ ตนเองตาม เหตกุ ารณ์ โรงเรียนสุขภาวะ
ครู ผูบ้ รหิ าร เกณฑแ์ ละตวั บ่งชี้
กรรมการ โรงเรียนสขุ ภาวะ
สถานศึกษา ๒๕ ตวั บง่ ชี้
นกั วชิ าการIRES
- ระดับโรงเรียนสขุ - ติดตามการพฒั นา - กิจกรรม โรงเรียนในเครือข่าย
ครู ผบู้ รหิ าร ภาวะ ตามแผน SIP
กรรมการ - ระดบั เครอื ข่าย - กรอกข้อมลู ผลการ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ ใน ระดบั โรงเรียน
สถานศึกษา ตน้ แบบโรงเรยี น ตดิ ตามและประเมนิ
นักวชิ าการ IRES สขุ ภาวะ (Node) - องค์ประกอบระบบ โรงเรยี น ปรบั ปรงุ ระบบงาน

โรงเรียนสุขภาวะ - เผยแพร่ภาพนิง่ /
- ตวั ชวี้ ดั
ภาพเคล่อื นไหว/

เหตกุ ารณ์ บนสอ่ื

สังคมออนไลน์

- ระดบั โรงเรยี นสขุ กาหนดแนวปฏบิ ตั ทิ ี่ดี - กิจกรรม เทยี บเคยี งระบบ
ภาวะ (Best Practice)
- ระดับเครอื ขา่ ย แลกเปลี่ยนเรียนรู้ โรงเรยี นสขุ ภาวะกบั
ตน้ แบบโรงเรยี น
สขุ ภาวะ (Node) แนวปฏบิ ตั ทิ ่ดี ี (Best แนวปฏิบตั ทิ ี่ดี (Best

Practice) ใน Practice

โรงเรยี น Benchmarking)

- เผยแพร่ภาพนิง่ /

ภาพเคลอื่ นไหว/

เหตุการณ์ บนส่ือ

สังคมออนไลน์

เครอ่ื งมอื พัฒนาสูค่ วามเป็นโรงเรยี นสุขภาวะ ๑๒๕

à¤Ã×่ͧÁ×;²Ñ ¹Òʤ‹Ù ÇÒÁ໹š âçàÃÂÕ ¹Ê¢Ø ÀÒÇÐ ๑๑๙

ระดบั ผใู้ ช้งาน ระดบั เครอื ข่าย ระบบ SIP ระบบ PLC ระบบ BMK

ครู ผบู้ ริหาร - ระดบั โรงเรียน รายงานผลการ - นาเสนอผลการ รายงานผลการ
กรรมการ ดาเนนิ งานตาม ดาเนินงานตาม
สถานศึกษา สขุ ภาวะ ดาเนนิ งานตาม แผนพฒั นาโรงเรยี น ระบบโรงเรียนสุข
นักวชิ าการIRES / SIP ภาวะ
ภาคีเครอื ข่าย - ระดับเครือขา่ ย แผนพฒั นาโรงเรียน - เผยแพร่ภาพนงิ่ /
ภาพเคลอ่ื นไหว/
ต้นแบบโรงเรียน SIP เหตกุ ารณ์ บนสอ่ื
สังคมออนไลน์
สุขภาวะ (Node)

- ระดบั เครอื ข่าย

สังคมสขุ ภาวะ

เคร่อื งมอื พฒั นาสคู่ วามเปน็ โรงเรยี นสขุ ภาวะ ๑๒๖

๑๒๐ à¤ÃÍ่× §ÁÍ× ¾²Ñ ¹ÒÊ‹¤Ù ÇÒÁ໚¹âçàÃÂÕ ¹ÊØ¢ÀÒÇÐ


เคร่อื งมือการประเมินผลโรงเรียนสขุ ภาวะ

ในการประเมินผลของโรงเรียนสุขภาวะน้ัน จะมีเคร่ืองมือสาคัญ ๒ แบบ ซ่ึงมีลักษณะเป็นแบบประเมิน
ตนเองที่โรงเรียนสามารถประเมินเพื่อตรวจสอบผลลัพธ์ด้านผู้เรียน และกระบวนการทางานของโรงเรียน
ซ่งึ สามารถใช้ประเมนิ ตนเองไดเ้ ปน็ ระยะทุกภาคเรยี น ดงั น้ี

๑. แบบประเมินดา้ นผเู้ รียนเป็นสุข ๗ ตัวบ่งช้ี
๒. การประเมินผลการดาเนินงานโรงเรียนสขุ ภาวะ ๒๕ ตวั บง่ ชี้

เครอ่ื งมอื พัฒนาสู่ความเป็นโรงเรยี นสขุ ภาวะ ๑๒๗

à¤ÃÍ่× §Á×;²Ñ ¹Òʤً ÇÒÁ໹š âçàÃÂÕ ¹ÊØ¢ÀÒÇÐ ๑๒๑

๑๒๒ à¤ÃÍ×่ §Á×;Ѳ¹ÒÊÙ‹¤ÇÒÁ໹š âçàÃÂÕ ¹ÊØ¢ÀÒÇÐ ช่ือโรงเรยี น.................................................ตาบล..............................อาเภอ.....................................จงั หวัด...........................................เป็นเครอื ขา่ ยของ
โรงเรยี น.....................................................................อาเภอ.............................................................จังหวดั ................................................................................

ขอ้ มูลพ้นื ฐานโรงเรยี น
จานวนนักเรยี นในโรงเรยี นทั้งหมด..........................คน แยกเปน็ ระดับอนุบาล....................คน ระดับชัน้ ป.๑...................คน

ระดบั ช้นั ป.๒...................คน ระดับชน้ั ป.๓...................คน

ระดับช้ัน ป.๔...................คน ระดบั ชนั้ ป.๕...................คน

ระดับชนั้ ป.๖...................คน ระดบั ชัน้ ม.๑...................คน

ระดบั ชั้น ม.๒...................คน ระดับชั้น ม.๓...................คน

ตัวบ่งช้ี/พฤติกรรม จานวนเดก็ ท่ีเป็นไปตามตัวบ่งช้ี (คน) รวม

อบ ป.๑ ป.๒ ป.๓ ป.๔ ป.๕ ป.๖ ม.๑ ม.๒ ม.๓

๑) ผ้เู รยี นมสี ขุ ภาพกายแขง็ แรง

๑.๑ รับประทานอาหารถูกสุขลักษณะ

๑.๒ ดูแลความสะอาดของร่างกายและเส้อื ผา้

๑.๓ ออกกาลงั กายสมา่ เสมอ

๑.๔ ไมส่ บู บุหร่ี *

๑.๕ ไมด่ ืม่ สรุ า*

เคร่ืองมอื พัฒนาสูค่ วามเป็นโรงเรียนสขุ ภาวะ ๑๒๘

ตวั บ่งชี้/พฤติกรรม จานวนเด็กท่ีเปน็ ไปตามตัวบ่งช้ี (คน) รวม

อบ ป.๑ ป.๒ ป.๓ ป.๔ ป.๕ ป.๖ ม.๑ ม.๒ ม.๓

๑.๖ ร่างกายสมส่วน ไม่เป็นโรคอ้วน*

๑.๗ บริโภคผักและผลไม้อยา่ งเพียงพอ*

๒) ผู้เรียนร่าเริงแจม่ ใส

๒.๑ มองโลกในแงด่ ี

๒.๒ ทักทายปราศรัย

๓) ผู้เรียนมที ักษะการปฏิเสธใหต้ นเองพน้ จากอนั ตราย

à¤Ã×่ͧÁÍ× ¾Ñ²¹ÒÊÙ‹¤ÇÒÁ໹š âçàÃÂÕ ¹Ê¢Ø ÀÒÇÐ ๑๒๓ ๓.๑ ปฏิเสธการถูกชักชวนให้ดมื่ แอลกอฮอล์ สูบบหุ รี่ ส่ิงเสพ
ตดิ อนื่ ๆ ปฏิเสธการมเี พศสัมพันธ์

๓.๒ ไมเ่ ลน่ การพนันทุกชนดิ

๓.๓ การตั้งครรภ์ในเด็ก*

๓.๔ การตายด้วยอบุ ัติเหตุ*

๔) ผู้เรียนอยู่ร่วมกนั อย่างมีความสขุ โดย

เคร่อื งมอื พัฒนาสู่ความเปน็ โรงเรยี นสุขภาวะ ๑๒๙

๑๒๔ à¤ÃÍ×่ §Á×;Ѳ¹ÒÊÙ‹¤ÇÒÁ໹š âçàÃÂÕ ¹ÊØ¢ÀÒÇÐ ตัวบ่งช้ี/พฤติกรรม จานวนเดก็ ท่ีเป็นไปตามตัวบ่งชี้ (คน) รวม
อบ ป.๑ ป.๒ ป.๓ ป.๔ ป.๕ ป.๖ ม.๑ ม.๒ ม.๓
๔.๑ ปฏิบัติตามกฏระเบยี บของโรงเรยี น
๔.๒ รัก และเอือ้ อาทรต่อเพื่อน
๔.๓ มาโรงเรยี นทุกวัน
๔.๔ มีการทากจิ กรรมทางกายเปน็ ประจา*
๔.๕ มคี วามสขุ ในการดาเนนิ ชีวติ *
๔.๖ อยใู่ นครอบครวั ที่อบอุน่ *
๔.๗ อยู่ในชุมชนและท้องถ่ินเขม้ แข็ง*
๕) ผเู้ รียนมวี ินัย รูห้ น้าที่ มคี วามรับผดิ ชอบ
๖) ผูเ้ รยี นมจี ิตสาธารณะ อนรุ ักษ์ทรัพยากร และสิง่ แวดลอ้ ม ไดแ้ ก่
๖.๑ ชอบอาสา ช่วยเหลอื ผอู้ น่ื
๖.๒ ประหยัดนา้ ประหยดั ไฟ

เคร่อื งมอื พัฒนาสูค่ วามเป็นโรงเรียนสขุ ภาวะ ๑๓๐

ตัวบง่ ช้ี/พฤตกิ รรม จานวนเดก็ ที่เป็นไปตามตัวบ่งช้ี (คน) รวม
อบ ป.๑ ป.๒ ป.๓ ป.๔ ป.๕ ป.๖ ม.๑ ม.๒ ม.๓
๗) ผเู้ รยี นกระตือรอื ร้นให้ความสนใจในการเรยี น หม่ันแสวงหา
ความรู้จากแหลง่ เรียนรู้ เชน่ ห้องสมดุ ครูประจาวิชา หรือ
อนิ เตอร์เน็ต

* เป้าหมายเฉพาะ ๑๐ ประการ ของ สสส.

à¤Ã×่ͧÁÍ× ¾Ñ²¹ÒÊÙ‹¤ÇÒÁ໹š âçàÃÂÕ ¹Ê¢Ø ÀÒÇÐ ๑๒๕

การประเมนิ ผลการดาเนนิ งานโรงเรยี นสขุ ภาวะ ๒๕ ตวั บง่ ชี้

คาชแ้ี จง ให้แตล่ ะโรงประเมนิ ตนเอง วา่ มกี ารดาเนินงานตามแนวทางของโรงเรยี นสุขภาวะทัง้ ๔ ดา้ น

๒๕ ตวั บง่ ชี้ ในระดับใด โดยความหมายของคะแนนมีดังน้ี

๐ คะแนน หมายถงึ ยงั ไม่ไดด้ าเนนิ การ

๑ คะแนน หมายถึง มกี ารวางแผนการทางาน อธิบายขนั้ ตอนการทางาน

และแสดงถึงหลกั ฐานและรอ่ งรอยของการดาเนนิ งาน

๒ คะแนน หมายถงึ มกี ารวางแผนการทางาน อธิบายข้ันตอนการทางาน

บอกผลทเ่ี กิดจากการปฏบิ ตั ิงานได้ และแสดงถงึ

หลักฐานและร่องรอยของการดาเนนิ งาน

๓ คะแนน หมายถึง มีการวางแผนการทางาน อธบิ ายข้ันตอนการทางาน

บอกผลทเ่ี กดิ จากการปฏบิ ตั ิงานได้ เปน็ ต้นแบบและ

ถา่ ยทอดแกโ่ รงเรยี นอ่นื ได้ และแสดงถงึ หลักฐาน

และรอ่ งรอยของการดาเนนิ งาน

องคป์ ระกอบ ตัวบ่งชี้ ๐ คะแนน วิธีปฏิบตั ิท่เี ปน็

๑. ดา้ นโรงเรยี น ๑. ใชก้ ารสื่อสารแนวราบเพอ่ื ใหเ้ กดิ พลงั การขบั เคล่ือน ๑๒ ๓ Best Practice
เปน็ สขุ การบรหิ ารจดั การองค์กร
๒. การเป็นผู้นาการเปล่ยี นแปลงเพือ่ ใหเ้ กดิ กระบวนการทมี่ ุ่งสู่
๑.๑ ดา้ นการ โรงเรยี นสขุ ภาวะ
บรหิ าร ๓. การบริหารจดั การโดยสรา้ ง Team Learning เพือ่ ใหเ้ กิด
กระบวนการ PLC
๔. การบริหารแบบมีสว่ นรว่ ม โดยทุกฝ่ายทเ่ี กยี่ วข้องรว่ ม
กาหนดวสิ ัยทศั น์ พนั ธกิจ เปา้ ประสงค์ แผนพฒั นากลยุทธ์และ
แผนปฏิบตั กิ ารทมี่ งุ่ ไปสโู่ รงเรยี นสขุ ภาวะ และรว่ มรบั ผดิ ชอบ
ตอ่ ผลการบรหิ าร

เครื่องมอื พฒั นาสู่ความเป็นโรงเรียนสขุ ภาวะ ๑๓๒

๑๒๖ à¤Ã×Í่ §ÁÍ× ¾Ñ²¹ÒÊ‹¤Ù ÇÒÁ໹š âçàÃÂÕ ¹Ê¢Ø ÀÒÇÐ

องคป์ ระกอบ ตัวบง่ ช้ี ๐ คะแนน ๓ วิธปี ฏิบัตทิ ีเ่ ปน็
๑. ดำ้ นโรงเรยี น Best Practice
เป็นสขุ ๑. วธิ กี ำรสร้ำงวุฒภิ ำวะควำมเป็นครู สง่ เสริมให้ครู ๑๒
ในโรงเรียนมีคุณธรรม จริยธรรม รจู้ กั แสวงหำควำมรู้
๑.๒ ดำ้ นกำร ๒. วธิ กี ำรสง่ เสรมิ ให้ครมู ีกำรออกแบบและจดั กำรเรียนรู้บูรณำ
พฒั นำครู กำรแบบมสี ่วนรว่ มอยำ่ งหลำกหลำยใช้จติ วิทยำ
เชิงบวกในกำรพัฒนำกระบวนกำรเรียนรมู้ ่งุ สผู่ ู้เรยี น
๑. ด้ำนโรงเรียน ๓. วิธีกำรส่งเสรมิ และพฒั นำครเู พอ่ื สรำ้ งนวตั กรรม เพ่ือให้ครู
เปน็ สขุ นำไปใช้สำหรบั กำรวัดผลประเมินผลตำมสภำพจรงิ
๔. วธิ กี ำรสง่ เสรมิ ให้ครมู ที ักษะควำมรูค้ วำมสำมำรถ
๑.๓ ด้ำนกำร ในกำรใช้เทคโนโลยี เพอ่ื เกิดประโยชนแ์ กผ่ เู้ รียน
จดั กำรเรยี น ๕. กำรสง่ เสรมิ ใหค้ รเู ปน็ ผู้ทมี่ ีมนษุ ยส์ มั พันธแ์ ละสอ่ื สำรทด่ี ี มี
กำรสอน ทกั ษะกำรทำงำนเปน็ ทมี แบบกลั ยำณมติ ร ทำงำนร่วมกับผู้อื่น
ได้เป็นอยำ่ งดี
๒. ด้ำนครอบครัว ๑. กำรส่งเสริมให้ครูออกแบบกำรเรยี นรู้บรู ณำกำร
เปน็ สุข แบบมีสว่ นร่วม เพอ่ื พฒั นำปญั ญำภำยในและภำยนอก
๒. กำรส่งเสรมิ สนบั สนนุ ใหค้ รจู ดั กจิ กรรมกำรเรยี นรู้
แบบเชงิ รกุ (Active Learning) เพอื่ ใหผ้ ้เู รยี นเกดิ ทักษะ
ในศตวรรษที่ ๒๑
๓. วธิ กี ำรสง่ เสรมิ สนับสนุนให้ครจู ดั บรรยำกำศและส่อื
ท่ีเอ้ือต่อกำรเรยี นรู้อยำ่ งมปี ระสทิ ธภิ ำพ
๔. วธิ ีกำรจัดกจิ กรรมแลกเปล่ียนเรียนร้อู ย่ำงเปน็ วิถี

๕. วธิ กี ำรส่งเสรมิ ใหค้ รูใชก้ ำรวดั และประเมนิ ผลตำมสภำพจรงิ
ดว้ ยวิธกี ำรทหี่ ลำกหลำย
๑. วธิ กี ำรสรำ้ งควำมรูค้ วำมเขำ้ ใจของครอบครัวเกย่ี วกับ
แนวคิดโรงเรียนและครอบครวั สุขภำวะ
๒. วิธกี ำรพัฒนำควำมสัมพันธท์ ี่ดรี ะหวำ่ งผ้ปู กครองกบั
โรงเรยี น

à¤Ã×Í่ §Á×;²Ñ ¹ÒÊ‹¤Ù ÇÒÁ໹š âçàÃÂÕ ¹ÊØ¢ÀÒÇÐ ๑๒๗

องค์ประกอบ ตวั บง่ ชี้ ๐ คะแนน ๓ วธิ ปี ฏบิ ตั ทิ ่เี ปน็
๓. ด้านชมุ ชน Best Practice
เปน็ สขุ ๓. วิธกี ารสง่ เสรมิ ให้ครอบครวั มสี ว่ นรว่ มในการจัด ๑๒
การเรยี นรู้ และดแู ลช่วยเหลือผู้เรยี นใหม้ ีสขุ ภาวะ
๔. ดา้ นสภาพ ๑. วธิ ีการท่ีทาใหช้ มุ ชนและโรงเรยี นดาเนินการร่วมกนั
แวดลอ้ มเปน็ สขุ สู่เป้าหมายโรงเรยี นสขุ ภาวะ
๒. วิธกี ารทีท่ าใหช้ มุ ชนมีส่วนรว่ มในการส่งเสรมิ สนับสนนุ การ
จดั การศึกษา
๓. วธิ สี รา้ งเครือข่ายความรว่ มมือในการจัดการศึกษา
ด้านตา่ งๆ อยา่ งหลากหลาย
๑. วธิ กี ารสร้างบรรยากาศสภาพแวดลอ้ มในโรงเรยี น
ใหป้ ลอดภยั ปลอดอบายมุข สิ่งเสพตดิ
๒. วิธีการบูรณาการระบบบรหิ ารจดั การสภาพแวดลอ้ ม
ในโรงเรียนอยา่ งเปน็ องคร์ วม
๓. วิธีการพฒั นาระบบป้องกันภัยของโรงเรียน โดยให้มี
การตรวจสอบสมา่ เสมออยา่ งต่อเนือ่ ง
๔. การบรหิ ารจดั การโรงเรียนใหเ้ ปน็ ตน้ แบบในการจดั
สภาพแวดลอ้ มท่เี ออ้ื ต่อการจดั การเรยี นรู้
๕. วธิ กี ารบรหิ ารจดั การสภาวะโภชนาการของโรงเรยี น
ใหเ้ ปน็ ระบบตามมาตรฐาน (โรงเรยี นสขุ ภาวะ)

รวมคะแนน

เครือ่ งมอื พฒั นาสูค่ วามเป็นโรงเรียนสขุ ภาวะ ๑๓๔

๑๒๘ à¤Ã×Í่ §Á×;Ѳ¹Òʋ٤ÇÒÁ໹š âçàÃÂÕ ¹ÊØ¢ÀÒÇÐ

เอกสารอา้ งองิ

กมั พล เจริญรักษ์. (๒๕๕๘ ข). กำรเตรียมผเู้ รียนสู่กระบวนกำรเรยี นรกู้ ับกำรพัฒนำปัญญำภำยใน.
วารสารวชิ าการ, ๑๘(๑), ๘๒-๙๕

________. (๒๕๕๙ ก). กำรสรำ้ งชมุ ชนกำรเรียนรวู้ ิชำชพี เพื่อปฏริ ูปโรงเรียน. วารสารวชิ าการ, ๑๙(๒),
๓๐-๔๕.

ครุ สุ ภำ. (๒๕๖๐). การสร้างชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ. กรงุ เทพฯ : ครุ ุสภำ.
มลู นธิ ิสถำบันวจิ ยั ระบบกำรศึกษำ (IRES). (๒๕๕๘). ถอดบทเรยี นจากกจิ กรรมโรงเรยี นสขุ ภาวะ. มปท
วิจำรณ์ พำนชิ . (๒๕๕๕). วิถีสรา้ งการเรียนรู้เพ่อื ศษิ ย์ในศตวรรษท่ี ๒๑. กรงุ เทพ ฯ : ตถำตำพลบั ลิเคช่นั

จำกัด.
ศูนย์ประกันคณุ ภำพกำรศกึ ษำ. (๒๕๕๗). “ชุมชนการเรียนรูข้ องครูเพื่อศิษย์” ข่ำวประกันคุณภำพ

กำรศึกษำ มหำวิทยำลยั เทคโนโลยพี ระจอมเกล้ำพระนครเหนือ. กรุงเทพฯ : ฉบับที่ ๓๐๗
ปักษ์แรกมีนำคม.
มลู นธิ สิ ถำบนั วจิ ัยระบบกำรศึกษำ. (๒๕๕๖). เส้นทางการพัฒนาโรงเรยี นสขุ ภาวะ. มหำสำรคำม :
คณะศกึ ษำศำสตร์ มหำวทิ ยำลยั มหำสำรคำม.
โรงเรยี นบำ้ นทงุ่ ยำวคำโปรย. (๒๕๖๐). หนว่ ยการเรียนรูบ้ รู ณาการ PBL ชวี ติ สุขี สุขภาพดหี รรษา
ชั้นประถมศกึ ษาปที ี่ ๕. ศรีสะเกษ : โรงเรยี นบำ้ นท่งุ ยำวคำโปรย.
วิชัย เสวกงำม. (๒๕๕๗). เอกสารบรรยายเรอ่ื ง Active learning : What, Why and How?
ณ หองกิง่ ทองโรงแรมเอเชีย กรงุ เทพมหานคร. กรงุ เทพฯ : คณะครุศำสตร์ จุฬำลงกรณม์ หำวิทยำลยั
๑๑ กันยำยน ๒๕๕๗.
สรุ พล ธรรมร่มดี, ทัศนยี ์ จันอินทร์, และคงกฤช ไตรยวงค์. (๒๕๕๓). อำศรมศิลป์วจิ ัย : การวจิ ัยและ
พฒั นาชมุ ชนแห่งการเรียนรแู้ นวจติ ตปญั ญา. โครงกำรเอกสำรวชิ ำกำรกำรเรียนรู้
สู่กำรเปล่ียนแปลง ลำดับท่ี ๘. นครปฐม: เอมี่ เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกดั .
สำนักงำนคณะกรรมกำรกำรศกึ ษำขน้ั พนื้ ฐำน, กลุ่มพัฒนำกระบวนกำรเรียนรู้. (๒๕๕๓). แนวทาง
การออกแบบการเรยี นรู้ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขัน้ พืน้ ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑.
กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์ ชุมนมุ สหกรณ์กำรเกษตรประเทศไทย จำกดั .
Bonwell, C.C., and Eison, J.A. (๑๙๙๑). Active Learning : Creating Excitement in the Classroom.
ASHE-ERIC Higher Education Report No. ๑. Washington, D.C. : The George
Washington University, School of Education and Human Development.

à¤Ã่Í× §Á×;Ѳ¹Òʋ٤ÇÒÁ໚¹âçàÃÂÕ ¹Ê¢Ø ÀÒÇÐ ๑๒๙

Hipp, K. & Huffman, J. (๒๐๐๓). Professional learning Communities : Assessment
Development Effects. Paper Presented at the International Congress for School
Effectiveness and Improvement, Sydney, Australia, January ๕-๘.

Kagan, S. (๑๙๙๕). Cooperative Learning & Wee Science. San Clemento : Kagan
Cooperative Learning, Meyers, Chet and Jones, Thomas B. (๑๙๙๓). Promoting
Active Learning : Strategies for the Collage Classroom. San Francisco: Jossey-
Bass.

Sergiovanni, T. J. (๑๙๙๔). Building Community in Schools. San Francisco : Josey-Bass Press.
Silberman, Mervin L. (๑๙๙๖). Active Learning : ๑๐๑ strategies to teach any subject. USA

: Allyn & Bacon.
Vescio, V., Ross, D., & Adams, A. (๒๐๐๘). A Review of Research on the Impact of

Professional Learning Communities on Teaching Practice and Student
learning. Teaching and Teacher Education, ๒๔(๒๐๐๘), ๘๐-๙๑.

เครอ่ื งมอื พฒั นาสคู่ วามเปน็ โรงเรยี นสุขภาวะ ๑๓๖

๑๓๐ à¤ÃÍ×่ §ÁÍ× ¾²Ñ ¹Òʋ٤ÇÒÁ໹š âçàÃÂÕ ¹ÊØ¢ÀÒÇÐ

ท่ปี รึกษา
๑. ผู้ชว่ ยศาสตราจารย์ ดร.สปุ รดี า อดลุ ยานนท์
๒. นางเพญ็ พรรณ จติ ตะเสนีย์

นักวจิ ัย
๑. รองศาสตราจารย์ ดร.ประวิต เอราวรรณ์
๒. อาจารย์วเิ ชยี ร ไชยบัง
๓. รองศาสตราจารย์ ดร.ชวลติ ชูกาแพง
๔. อาจารยส์ มควร วรสันต์
๕. ผชู้ ว่ ยศาสตราจารย์ ดร.วราพร เอราวรรณ์
๖. ผูช้ ว่ ยศาสตราจารย์ ดร.มนตรี วงษส์ ะพาน
๗. อาจารย์ ดร.มานิตย์ อาษานอก
๘. อาจารย์ ดร.กันยารตั น์ สอนสุภาพ
๙. อาจารย์ ดร.ปิยาภรณ์ พ่มุ แก้ว
๑๐. อาจารย์ ดร.ไพฑรู ย์ พวงยอด
๑๑. ดร.กัมพล เจรญิ รกั ษ์
๑๒. นางสาวจนั ทร์นภา เขจรศาสตร์
๑๓. นางสาวพรรณทิพย์พา ทองมี
๑๔. นางสาวศุพาภร เชอ้ื พระคา
๑๕. นายภาณุวัฒน์ บุญเย็น
๑๖. นางสาวผกามาศ ภสู งิ ห์
๑๗. นางสาวฉัตรแกว้ คณะวาปี
๑๘. นางสาวพัชรนิ ทร์ ไกยวรรณ์

เครือ่ งมอื พัฒนาสู่ความเปน็ โรงเรยี นสุขภาวะ ๑๓๗

à¤Ã×่ͧÁ×;Ѳ¹ÒÊÙ¤‹ ÇÒÁ໚¹âçàÃÂÕ ¹ÊØ¢ÀÒÇÐ ๑๓๑


Click to View FlipBook Version