สํานักงานคณะกรรมการปองกันและปราบปรามการทุจริตแหงชาติ
Office of the National Anti-Corruption Commission
สถานการณการทุจริตประเทศไทย
ประจําปงบประมาณ พ.ศ. 2564
สํานักบริหารงานกลาง
สํานักวจิ ัยและบริการวชิ าการดา นการปองกันและปราบปรามการทุจรติ
สถานการณก์ ารทุจริตประเทศไทย
ประจาปงี บประมาณ พ.ศ. 2564
จดั ทาโดย
สานักบรหิ ารงานกลาง
สานกั วิจยั และบรกิ ารวชิ าการดา้ นการป้องกนั และปราบปรามการทุจรติ
สานักงาน ป.ป.ช.
คณะท่ปี รกึ ษา ประธานกรรมการ ป.ป.ช.
เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช.
พลตารวจเอก วัชรพล ประสารราชกจิ ท่ปี รึกษาดา้ นกฎหมายและคดี (พนักงานไตส่ วน ผ้ทู รงคุณวุฒิ)
นายนิวตั ิไชย เกษมมงคล ผูช้ ่วยเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช.
นายอภนิ นั ทน์ ไพบูลย์
นายพเิ ศษ นาคะพนั ธุ์
คณะผ้จู ัดทา ผู้อานวยการสานักบรหิ ารงานกลาง
ผอู้ านวยการสานักวจิ ยั และบริการวชิ าการ
นางวาธนิ ี สุริยวรรณ ดา้ นการปอ้ งกนั และปราบปรามการทุจรติ
นางจุฑารตั น์ สวุ ารี ผอู้ านวยการศนู ยบ์ ริหารข้อมูลสานกั งาน ป.ป.ช
นกั วิชาการคอมพิวเตอร์ชานาญการ
นายจิรันธนิน กีรติกติ ตพิ ัฒน์ นักวจิ ยั สังคมศาสตร์ชานาญการ
นางสาวหยาดพิรณุ อ่อนเม็ก นักวิจัยสังคมศาสตร์ชานาญการ
นายเถกงิ ศกั ดิ์ ไชยา นกั วจิ ัยสงั คมศาสตรป์ ฏบิ ัติการ
นายศักรินทร์ นิลรัตน์ นกั วเิ คราะห์นโยบายและแผนปฏบิ ัตกิ าร
นายธนพงษ์ ดิษยวณชิ นติ กิ รปฏิบัติการ
นายอธริ าช วตั ตธรรม ผชู้ ว่ ยพนักงานไตส่ วน
นางสาวลภสั สิรณิ ธนิตสิรโิ รจน์ พนักงานธรุ การ
นางสาวหทัยกาญจน์ หาญธรรม
นางสาวรงุ้ ลาวรรณ บญุ ณจนั ทร์
นาเสนอต่อ
สานกั งาน ป.ป.ช.
เลขท่ี 361 ถนนนนทบุรี อาเภอเมอื งนนทบรุ ี จงั หวดั นนทบรุ ี 11000
Download ไฟล์รายงาน
คานา
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจกั รไทย พุทธศักราช 2560 และพระราชบัญญัตปิ ระกอบรัฐธรรมนญู
วา่ ดว้ ยการป้องกนั และปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 กาหนดหนา้ ทแ่ี ละอานาจของคณะกรรมการป้องกันและ
ปราบปรามการทุจริตแห่งชาติในการตรวจสอบผู้ดารงตาแหนง่ ทางการเมือง ตุลาการศาลรฐั ธรรมนูญ ผู้ดารงตาแหน่ง
ในองค์กรอิสระ หรือผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน รวมถึงเจ้าหน้าท่ีของรัฐทุกระดับตาแหน่ง กรณีมีพฤติการณ์ร่ารวย
ผิดปกติ ทุจริตต่อหน้าที่ หรือจงใจปฏิบัติหน้าท่ีหรอื ใช้อานาจขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย หรือ
ฝา่ ฝนื หรอื ไมป่ ฏิบตั ิตามมาตรฐานทางจรยิ ธรรมอยา่ งร้ายแรง หรือกระทาความผดิ ต่อตาแหนง่ หน้าทีร่ าชการ หรอื
ความผดิ ตอ่ ตาแหน่งหน้าท่ีในการยุติธรรม โดยตอ้ งดาเนินการภายใต้กรอบระยะเวลาตามท่ีกฎหมายกาหนด และ
สามารถมอบหมายให้หน่วยงานของรัฐที่มีหน้าท่ีและอานาจเกี่ยวข้องกับการป้องกันและปรา บปรามการทุจริต
ดาเนนิ การแทนในเรอ่ื งท่ีมิใช่เปน็ ความผิดร้ายแรงหรือทเ่ี ป็นการกระทาของเจา้ หน้าทีข่ องรฐั ซงึ่ ดารงตาแหนง่ ต้ังแต่
อานวยการระดับสงู หรือเทยี บเท่าลงมา เพอ่ื ใหเ้ กดิ ความรวดเร็วมากขึน้ ซึง่ ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 เป็นปีทส่ี าม
ทส่ี านักงาน ป.ป.ช. เป็นหนว่ ยงานทท่ี าหน้าท่ีรับเรื่องกล่าวหาร้องเรียนการทุจรติ ของเจ้าพนักงานของรฐั ทุกระดับ
โดยให้ความสาคัญกับแนวโน้มการทุจริตเม่ือเปรียบเทียบกับข้อมูลที่ผ่านมา ข้อมูลสถิติการรับคากล่าวหา ผลการ
ตรวจรับคากลา่ วหา กระบวนการไต่สวนข้อเทจ็ จริง รวมไปถึงการช้ีมูลความผดิ ของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ซ่งึ ข้อมูล
สถิติดงั กลา่ วจะเป็นประโยชน์ตอ่ การบรหิ ารงานด้านการปราบปรามการทจุ ริตในปีถดั ไป
สานกั บริหารงานกลาง และสานกั วิจยั และบริการวิชาการด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริต
ไดร้ ับมอบหมายจากศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการทจุ ริต สานกั งาน ป.ป.ช. ซึง่ มปี ระธานกรรมการ ป.ป.ช.
เป็นผอู้ านวยการศูนย์ปฏิบัตกิ ารฯ ใหด้ าเนินการวเิ คราะห์สถานการณก์ ารทจุ รติ ในปงี บประมาณ พ.ศ. 2564 จาก
ข้อมลู สถิติคากล่าวหารอ้ งเรียนที่เขา้ มายังสานักงาน ป.ป.ช. เพอื่ ให้ทราบถงึ สถานการณ์การทจุ ริตของประเทศไทย
ในปจั จุบัน อนั เป็นข้อมูลสาคัญในการกาหนดนโยบายมาตรการป้องกนั และปราบปรามการทุจริต และเป็นแนวทาง
ในการพัฒนาการดาเนินภารกจิ ของสานักงาน ป.ป.ช. ไดอ้ ยา่ งมีประสทิ ธภิ าพต่อไป
คณะผู้จัดทา
มนี าคม 2565
บทสรปุ สาหรบั ผู้บริหาร
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ที่ประกาศใช้เมื่อวันที่ 6 เมษายน 2560
ได้กาหนดเพ่ิมหน้าที่และอานาจของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ใหม้ กี ารตรวจสอบการใช้อานาจรัฐของผ้ดู ารงตาแหน่ง
ทางการเมือง ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ผู้ดารงตาแหน่งในองค์กรอิสระ หรือผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน รวมถึง
เจ้าหน้าที่ของรัฐทุกระดับ กรณีมีพฤติการณ์ร่ารวยผิดปกติ ทุจริตต่อหน้าที่ หรือจงใจปฏิบัติหน้าท่ีหรือใช้อานาจ
ขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย หรือฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง
หรอื กระทาความผิดตอ่ ตาแหน่งหน้าท่รี าชการ หรอื ความผิดตอ่ ตาแหนง่ หน้าท่ีในการยุติธรรม และตอ้ งดาเนนิ การ
ภายใต้กรอบระยะเวลาตามที่กฎหมายกาหนด ซ่ึงแตกต่างจากรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช
2550 ที่กาหนดให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีอานาจหน้าที่ในการไต่สวนข้อเท็จจริงเฉพาะกรณีการทุจริตของ
เจ้าหนา้ ทขี่ องรัฐตั้งแตผ่ ู้บรหิ ารระดับสูงหรือข้าราชการซ่ึงดารงตาแหน่งตั้งแต่ผู้อานวยการกองหรือเทียบเท่าขึ้นไป
ภายหลังได้มีการประกาศใช้พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต
พ.ศ. 2561 มีผลบงั คับใช้ตั้งแต่วนั ท่ี 22 กรกฎาคม 2561 โดยได้ตราขึ้นให้สอดคลอ้ งกบั บทบัญญตั ิของรัฐธรรมนูญ
ดังกล่าว รวมทั้งมีบทบัญญัติให้อานาจคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในกรณีจาเป็นจะมอบหมายให้หน่วยงานของรัฐที่มี
หน้าท่ีและอานาจเก่ียวข้องกับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตดาเนินการแทนในเรื่องท่ีมิใช่เป็นความผิด
ร้ายแรงหรือที่เป็นการกระทาของเจ้าหน้าท่ีของรัฐซึ่งดารงตาแหน่งต้ังแต่อานวยการระดับสูงหรือเทียบเท่าลงมา
ตามมาตรา 61-64 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต
พ.ศ. 2561 ซึ่งในปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 นับเป็นปีที่สามท่ีสานักงาน ป.ป.ช. เป็นหน่วยงานที่ทาหน้าท่ีรับเรื่อง
กล่าวหาร้องเรียนการทุจริตของเจ้าพนักงานของรัฐทุกระดับ รวมถึงสามารถมอบหมายให้หน่วยงานท่ีเก่ียวข้อง
ดาเนินการแทนได้ในบางกรณี โดยคณะกรรมการ ป.ป.ช. จะเน้นการทาคดีทุจริตที่เป็นเร่ืองสาคัญและเป็น
ความผิดร้ายแรง ซ่ึงถือเป็นการร่วมกันดาเนินงานระหว่างหน่วยงานท่ีมีหน้าที่และอานาจในการป้องกันและ
ปราบปรามการทุจรติ เพ่อื ใหเ้ กดิ ความรวดเร็ว และมีประสทิ ธิภาพมากยิง่ ขนึ้
▪ ภาพรวมของคากลา่ วหาในปงี บประมาณ พ.ศ. 2564
ในภาพรวมของปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 มีการกล่าวหาร้องเรียนเข้ามายังคณะกรรมการ ป.ป.ช.
จานวนมากถึง 8,381 เรื่อง จากหลากหลายช่องทาง ได้แก่ หนังสือร้องเรียน หนังสือราชการ การร้องเรียนด้วยวาจา
เหตอุ ันควรสงสัยของคณะกรรมการ ป.ป.ช. บัตรสนเท่ห์ เวบ็ ไซต์ แจง้ เบาะแส และคากลา่ วหาท่ีไม่ปรากฏชื่อและ
ตาแหน่งของผู้ถูกร้อง ตามข้อ 23 ของระเบียบคณะกรรมการ ป.ป.ช. ว่าด้วยการตรวจสอบและไต่สวน พ.ศ. 2561
โดยช่องทางที่มีการกล่าวหามากที่สุด ได้แก่ หนังสือร้องเรียน ร้อยละ 51.50 รองลงมาเป็นหนังสือราชการ
ร้อยละ 23.14 และบัตรสนเท่ห์ ร้อยละ 19.02 ตามลาดับ ซึ่งจากกระบวนการตรวจรับคากล่าวหาสามารถ
แบง่ กลมุ่ คากล่าวหาตามช่องทางการร้องเรยี นออกเปน็ 2 กลมุ่ ดงั น้ี
1) กลุ่มคากล่าวหาที่มีรายละเอียดครบถ้วน ตามมาตรา 60 แห่งพระราชบัญญัติประกอบ
รัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 ได้แก่ หนังสือร้องเรียน หนังสือราชการ
การร้องเรียนด้วยวาจา และเหตุอันควรสงสัยของคณะกรรมการ ป.ป.ช. จานวน 6,406 เรื่อง ร้อยละ (76.43)
ของคากลา่ วหาท้งั หมด
2) กลุ่มคากล่าวหาที่มีรายละเอียดไม่ครบถ้วน ตามมาตรา 60 ได้แก่ บัตรสนเท่ห์ เว็บไซต์
แจ้งเบาะแส และคากล่าวหาท่ีไม่ปรากฏชื่อและตาแหน่งของผู้ถูกร้อง (ข้อ 23) จานวน 1,975 เรื่อง (ร้อยละ 23.57)
โดยสว่ นใหญ่ไม่ปรากฏชือ่ หรอื ตาแหน่งของผู้ถูกร้อง ข้อกล่าวหาหรอื พฤตกิ ารณ์แหง่ การกระทาผิดตามขอ้ กล่าวหา
ไม่ชัดเจน หรือไม่มีการอ้างพยานหลักฐาน รวมถึงไม่ปรากฏชื่อและที่อยู่ของผู้กล่าวหา จึงไม่สามารถขอทราบ
รายละเอียดตามคากลา่ วหาเพมิ่ เติมได้
การวิเคราะห์สถานการณ์การทุจริตในครั้งนี้จะกล่าวถึงเรื่องที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติรับไว้
ดาเนินการเอง จานวน 3,207 เร่ือง และเรื่องที่ส่งให้หน่วยงานอ่ืนดาเนนิ การ จานวน 2,714 เรื่อง (ไม่รวมถึงเรอ่ื ง
ที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติส่งรวมเรื่องซ้า กรณียุติเรื่อง และกรณีไม่รับพิจารณาหรือไม่อยู่ในอานาจหน้าท่ีและ
อานาจของคณะกรรมการ ป.ป.ช.) รวมเป็นจานวน 5,921 เรื่อง เมื่อจาแนกตามปีงบประมาณเกิดเหตุ พบว่า
ส่วนใหญ่เป็นคากล่าวหาท่ีเกิดเหตุในปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 มากท่ีสุด จานวน 2,220 เรื่อง (ร้อยละ 37.49)
รองลงมาเป็นคากล่าวหาท่ีเกิดเหตุในปงี บประมาณ พ.ศ. 2563 จานวน 1,474 เร่ือง (ร้อยละ 24.89) คากล่าวหา
ท่ีเกิดเหตุในปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 จานวน 567 เรื่อง (ร้อยละ 9.58) คากล่าวหาท่ีเกิดเหตุในปีงบประมาณ
พ.ศ. 2561 จานวน 368 เรื่อง (ร้อยละ 6.22) และคากล่าวหาท่ีเกิดเหตุในปีงบประมาณ พ.ศ. 2560 จานวน 248
เรื่อง (รอ้ ยละ 4.19) ตามลาดบั ส่วนทีเ่ หลือเป็นคากล่าวหาท่ีเกดิ เหตุในระหว่างปีงบประมาณ พ.ศ. 2550 - 2559
จานวน 930 เร่ือง (ร้อยละ 15.71) ปีงบประมาณ พ.ศ. 2544 – 2549 จานวน 48 เรื่อง (ร้อยละ 0.81) และ
ปีงบประมาณ พ.ศ. 2514-2543 จานวน 28 เร่ือง (ร้อยละ 0.47) ซ่ึงเป็นท่ีน่าสังเกตว่า คากล่าวหาที่เกิดใน
ช่วงเวลา 5 ปี งบประมาณย้อนหลัง (ปีงบประมาณ พ.ศ. 2560 - 2564) มีจานวนมากถึง 4,877 เร่ือง คิดเป็น
รอ้ ยละ 82.37 ของจานวนคากล่าวหาทัง้ หมด
ตาราง แสดงจานวนคากลา่ วหา จาแนกข้อมลู ตามพนื้ ที่รับผิดชอบ และปงี บประมาณท่เี กดิ เหตุ
พน้ื ท่ี รวม ปีงบประมำณทเ่ี กดิ เหตุ
คำกล่ำวหำ 2564 2563 2562 2561 2560 2550-2559 2544-2549 2514-2543 ไม่ระบ*ุ
ส่วนกลำง 1,269 471 310 126 92 57 183 13 98
ภำค 1 514 214 117 45 26 20 86 2 2 2
ภำค 2 412 142 106 33 23 14 83 5 2 4
ภำค 3 793 286 219 75 40 29 134 7 1 2
ภำค 4 798 289 227 64 46 40 121 5 6 -
ภำค 5 501 206 118 47 28 20 67 3 - 12
ภำค 6 535 208 118 54 39 25 81 3 1 6
ภำค 7 448 168 94 55 23 21 79 4 2 2
ภำค 8 356 130 90 31 24 12 59 6 4 -
ภำค 9 295 106 75 37 27 10 37 - 1 2
ทง้ั ประเทศ 5,921 2,220 1,474 567 368 248 930 48 28 38
ร้อยละ (%) 100 37.49 24.89 9.58 6.22 4.19 15.71 0.81 0.47 0.64
ที่มา : ระบบตรวจรบั คากล่าวหา (PESCA) และระบบบริหารจดั การเรอื่ งร้องเรียนและคดี (CCMS)
ประมวลผลโดย : สานกั วิจัยและบรกิ ารวิชาการด้านการปอ้ งกันและปราบปรามการทุจริต สานกั งาน ป.ป.ช.
หมายเหตุ : * เน่อื งจากผแู้ จ้งเบาะแส/ผู้รอ้ งไม่ได้ระบุปที เี่ กดิ เหตุ จึงไมส่ ามารถระบุได้ว่าเปน็ ปีงบประมาณใด
เมื่อพิจารณาสถานการณ์การทุจริตในเชิงพื้นที่ตามโครงสร้างการแบ่งส่วนราชการภ ายใน
สานักงาน ป.ป.ช.1 พบว่า คากล่าวหาในปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 เป็นคากล่าวหาที่อยู่ในความรับผิดชอบของ
สานักงาน ป.ป.ช. ส่วนกลาง มากท่ีสุด จานวน 1,269 เร่ือง (ร้อยละ 21.43) รองลงมาเป็นสานักงาน ป.ป.ช.
ประจาจังหวัดในเขตพ้ืนที่ภาค 4 จานวน 798 เร่ือง (ร้อยละ 13.48) และสานักงาน ป.ป.ช. ประจาจังหวัดใน
เขตพ้ืนที่ภาค 3 จานวน 793 เร่ือง (ร้อยละ 13.39) ตามลาดับ ในขณะที่สานักงาน ป.ป.ช. ประจาจังหวัดใน
เขตพืน้ ที่ภาค 9 มีคากลา่ วหาในความรับผิดชอบน้อยทส่ี ดุ จานวน 295 เรอ่ื ง (รอ้ ยละ 4.98) ตามลาดบั
1 ประกาศคณะกรรมการป้องกนั และปราบปรามการทจุ ริตแหง่ ชาติ เรอื่ ง การแบ่งส่วนราชการและหนา้ ที่และอานาจของส่วนราชการในสังกดั สานักงาน
คณะกรรมการป้องกนั และปราบปรามการทจุ รติ แหง่ ชาติ พ.ศ. 2561 ขอ้ 4.
หน่วยงานที่ถูกกล่าวหามากที่สุด ได้แก่ หน่วยงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นหน่วยงานที่
ถูกกล่าวหามากท่ีสุด จานวน 2,222 เรื่อง (ร้อยละ 37.53) รองลงมาเป็นสานักงานตารวจแห่งชาติ จานวน 833
เร่ือง (รอ้ ยละ 14.07) และกระทรวงมหาดไทย จานวน 744 เร่ือง (ร้อยละ 12.57) เป็นส่วนราชการอน่ื ๆ จานวน
2,122 เรื่อง (ร้อยละ 35.83) โดยคากล่าวหาใน 2 อันดับแรก เป็นประเภทปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่
โดยมชิ อบ เช่น ละเลย เพกิ เฉยต่อการปฏิบตั ิตามหน้าท่ี กระทาการเกนิ อานาจหน้าท่โี ดยทจุ ริต และอนุมตั ิ/ไม่อนุมัติ
ใบอนญุ าตโดยมิชอบ เป็นตน้ และประเภทการจดั ซอ้ื จดั จา้ ง
คณะกรรมการ ป.ป.ช. ไดด้ าเนนิ การพจิ ารณาตรวจรับคากล่าวหาข้างตน้ แลว้ มมี ติให้ส่งหนว่ ยงานที่
มีหน้าท่ีและอานาจดาเนนิ การในกรณีเป็นการกล่าวหาเจ้าหนา้ ท่ีของรฐั ซ่ึงดารงตาแหนง่ ตั้งแต่อานวยการระดบั สงู
หรือเทียบเท่าลงมา หรือถูกกล่าวหาในเร่ืองที่มิใช่เป็นความผิดร้ายแรง ตามมาตรา 61-64 แห่งพระราชบัญญัติ
ประกอบรฐั ธรรมนญู ว่าดว้ ยการป้องกันและปราบปรามการทจุ ริต พ.ศ. 2561 จานวน 2,714 เร่ือง (ไม่รวมถึงเร่ือง
ที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติส่งรวมเรื่องซ้า กรณียุติเรื่อง และกรณีไม่รับพิจารณาหรือไม่อยู่ในอานาจหน้าที่และ
อานาจของคณะกรรมการ ป.ป.ช.) และคณะกรรมการ ป.ป.ช. รบั ไวด้ าเนนิ การเอง จานวน 3,207 เรอ่ื ง
แผนภาพ แสดงรอ้ ยละของคากลา่ วหา จาแนกข้อมลู ตามพื้นที่รับผิดชอบ และหน่วยงานท่ีถูกกล่าวหา
ทม่ี า : ระบบตรวจรับคากลา่ วหา (PESCA) และระบบบรหิ ารจัดการเรื่องรอ้ งเรยี นและคดี (CCMS)
ประมวลผลโดย : สานักวจิ ัยและบรกิ ารวิชาการดา้ นการปอ้ งกันและปราบปรามการทุจรติ สานักงาน ป.ป.ช.
▪ คากลา่ วหาทีส่ ง่ ใหห้ น่วยงานอืน่ ดาเนนิ การ
คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้พจิ ารณาผลการตรวจรับคากล่าวหาและมมี ตสิ ่งหรือมอบหมายคากล่าวหา
ให้หน่วยงานอ่ืนดาเนินการตามมาตรา 61 มาตรา 62 มาตรา 63 และมาตรา 64 แห่งพระราชบัญญัติประกอบ
รัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 โดยส่วนใหญ่เป็นกรณีเรื่องที่กล่าวหา
เจ้าหน้าท่ีของรัฐในตาแหน่งอานวยการระดับสูงหรือเทียบเท่าลงมา และมิใช่เป็นความผิดร้ายแรง จึงส่งให้หน่วยงาน
ทม่ี ีหนา้ ทีแ่ ละอานาจป้องกันและปราบปรามการทุจริตดาเนนิ การแทน จานวน 2,714 เรอ่ื ง โดยสว่ นใหญ่เป็นเรอ่ื ง
การปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เช่น ละเลย เพิกเฉยต่อการปฏิบัติตามหน้าท่ี กระทาการเกิน
อานาจหน้าท่ีโดยทุจริต และอนุมัติ/ไม่อนุมัติใบอนุญาตโดยมิชอบ เป็นต้น จานวน 1,463 เร่ือง (ร้อยละ 59.91)
รองลงมาเป็นการยักยอก/เบียดบังเงินหรือทรัพย์สินของราชการ จานวน 483 เร่ือง (ร้อยละ 17.80) ทุจริตใน
กระบวนการจัดซ้ือจัดจ้าง จานวน 223 เรื่อง (ร้อยละ 8.22) การบริหารงานบุคคล (การบรรจุ/แต่งตั้ง/เลื่อนตาแหน่ง/
โยกย้าย/ลงโทษวินัย) จานวน 197 เร่ือง (ร้อยละ 7.26) และเรียกรับสินบน จานวน 149 เรื่อง (ร้อยละ 5.49)
ตามลาดับ ท้ังน้ี เมื่อพิจารณาคากล่าวหาที่ส่งให้หน่วยงานอ่ืนดาเนินการ พบว่า หน่วยงานท่ีถูกกล่าวหามากท่ีสุด
คือ หน่วยงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นหน่วยงาน จานวน 746 เร่ือง คิดเป็นร้อยละ 27.49 รองลงมาเป็น
สานักงานตารวจแห่งชาติ จานวน 662 เรื่อง (ร้อยละ 24.39) กระทรวงมหาดไทย จานวน 423 เรื่อง (ร้อยละ
15.59) และส่วนราชการไม่สังกัดสานักนายกรัฐมนตรี กระทรวงหรือทบวง จานวน 132 เร่ือง (ร้อยละ 4.86)
ตามลาดบั
▪ คากลา่ วหาทีค่ ณะกรรมการ ป.ป.ช. รบั ไว้ดาเนินการเอง
จากคากล่าวหาที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. รับไว้ดาเนินการเอง ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 พบว่า
ส่วนใหญ่เป็นคากล่าวหาประเภทการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าท่ีโดยมิชอบ เช่น ละเลย เพิกเฉยต่อการ
ปฏิบัติตามหน้าที่ กระทาการเกินอานาจหน้าที่โดยทุจริต และอนุมัติ/ไม่อนุมัติใบอนุญาตโดยมิชอบ เป็นต้น
จานวน 979 เร่ือง (ร้อยละ 30.53) รองลงมาเป็นประเภทจัดซื้อจัดจ้าง จานวน 930 เร่ือง (ร้อยละ 29) ประเภท
การยักยอก/เบียดบังเงินหรือทรัพย์สินของราชการ จานวน 364 เรื่อง (ร้อยละ 11.35) ประเภทการทุจริตในการ
จัดทางบประมาณ/โครงการ/เบิกจา่ ยเงิน ในโครงการเป็นเท็จ จานวน 267 เรื่อง (ร้อยละ 8.33) ประเภทเรียกรบั
สินบน จานวน 179 เร่ือง (ร้อยละ 5.58) การบริหารงานบุคคล (การบรรจุ/แต่งตั้ง/เล่ือนตาแหน่ง/โยกย้าย/
ลงโทษวินัย) จานวน 151 เรื่อง (ร้อยละ 4.71) ประเภทการออกเอกสารสิทธิในที่ดิน จานวน 125 เรื่อง (ร้อยละ
3.90) ประเภทการฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรม จานวน 87 เรื่อง (ร้อยละ 2.71) ประเภทร่ารวยผิดปกติ จานวน
85 เรื่อง (ร้อยละ 2.65) และการขัดกันระหว่างผลประโยชน์ส่วนบุคคลกับประโยชน์ส่วนรวม จานวน 40 เร่ือง
(รอ้ ยละ1.25) ตามลาดับ
▪ เปรียบเทียบจานวนวงเงินงบประมาณของโครงการหรือจานวนเงินที่มีการทุจริตระหว่าง
คากล่าวหาทส่ี านกั งาน ป.ป.ช. รบั ไว้ดาเนินการเอง และคากล่าวหาทสี่ ่งให้หน่วยงานอ่ืนดาเนินการ
จากคากล่าวหาในปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 ทส่ี านกั งาน ป.ป.ช. รับไวด้ าเนนิ การเอง จานวน 3,207 เรื่อง
เมื่อพิจารณาวงเงินงบประมาณของโครงการหรือจานวนเงินที่มีการทุจริตตามคากล่าวหา พบว่า มีมูลค่ารวม
26,883,583,750 บาท หากจาแนกตามประเภทคากล่าวหา พบว่า คากล่าวหาทุจริตเรียกรับสินบนมีมูลค่า
มากท่ีสุดจานวน 11,027,716,288 บาท (ร้อยละ 41.02) รองลงมาเป็นประเภทจัดซ้ือจัดจ้าง มีมูลค่ารวมจานวน
8,773,668,079 บาท (ร้อยละ 32.63) ประเภททุจริตในการจัดทางบประมาณ/โครงการ/เบิกจ่ายเงินในโครงการเปน็ เท็จ
จานวน 5,837,687,275 บาท (ร้อยละ 21.71) และประเภทการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ
จานวน 729,277,377 บาท (ร้อยละ 2.71) ตามลาดับ
และจากคากล่าวหาในปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 ท่ีสานักงาน ป.ป.ช. ส่งให้หน่วยงานอื่นดาเนินการ
ตามมาตรา 61 - 64 กรณีกล่าวหาเจ้าหน้าที่ของรัฐในตาแหน่งอานวยการระดับสูงหรือเทียบเท่าลงมา และมิใช่
เป็นความผดิ ร้ายแรง จานวน 2,714 เรอื่ ง เม่ือพิจารณาวงเงนิ งบประมาณของโครงการหรือจานวนเงนิ ท่มี ีการทุจริต
ตามคากล่าวหา มีมูลค่ารวม 1,118,152,892 บาท หากจาแนกตามประเภทคากล่าวหา พบว่า คากล่าวหาประเภท
การปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าท่ีโดยมิชอบ มีมูลค่ามากที่สุด จานวน 1,010,125,990 บาท คิดเป็นร้อยละ
90.33 รองลงมาเปน็ การยักยอก/เบียดบังเงินหรือทรัพย์สนิ ของราชการ จานวน 72,782,738 บาท (ร้อยละ 6.50)
และการจัดซือ้ จดั จา้ ง จานวน 18,436,239 บาท (ร้อยละ 1.64) ตามลาดบั
ทั้งน้ี จะเห็นได้ว่าคากล่าวหาท่ีสานักงาน ป.ป.ช. ดาเนินการเอง มีวงเงินงบประมาณของโครงการ
หรอื จานวนเงินที่มีการทจุ ริตตามคากล่าวหามากถึง 26,883,583,750 บาท ในขณะทค่ี ากล่าวหาท่ี สานักงาน ป.ป.ช.
ส่งให้หน่วยงานอ่ืนดาเนนิ การ มีวงเงินงบประมาณของโครงการหรือจานวนเงินท่ีมีการทุจริตตามคากล่าวหาเพียง
1,118,152,892 บาท ทั้งที่จานวนคากล่าวหาใกล้เคียงกัน แสดงให้เห็นว่าคากล่าวหาที่ส่งให้หน่วยงานอ่ืนดาเนินการ
เป็นเรื่องที่มิใช่เป็นความผิดร้ายแรง ซึ่งสอดคล้องกับหลักเกณฑ์การส่งหรือมอบหมายคากล่าวหาให้หน่วยงานอืน่
ดาเนินการ ตามมาตรา 61 – 64 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการ
ทจุ รติ พ.ศ. 2561
ตาราง แสดงวงเงนิ งบประมาณของโครงการหรือจานวนเงินท่ีมีการทจุ ริตตามคากล่าวหา
ทส่ี านักงาน ป.ป.ช. รับไว้ดาเนินการเอง และส่งให้หนว่ ยงานอนื่ ดาเนนิ การ จาแนกตามประเภทคากล่าวหา
สำนกั งำน ป.ป.ช. สง่ ให้หน่วยงำนอนื่
รับดำเนนิ กำรเอง ดำเนนิ กำร ผลรวมทง้ั หมดวงเงิน
ประเภทคำกล่ำวหำ วงเงินงบประมำณ จำนวน วงเงินงบประมำณ งบประมำณของ
ของโครงกำรหรือ เรื่อง ของโครงกำรหรือ จำนวน โครงกำรหรือจำนวน
จำนวนเงินทม่ี ีกำร จำนวนเงินทม่ี ีกำร เร่ือง เงินทมี่ ีกำรทุจริต
ทุจริต (บำท) ทุจริต (บำท) (บำท)
เรียกรับสนิ บน 11,027,716,288 179 5,461,340 149 11,033,177,628
930 18,436,239 223 8,792,104,318
จดั ซอ้ื จัดจำ้ ง 8,773,668,079 267 2,978,807 97 5,840,666,082
979 1,010,125,990 1,464 1,739,403,367
ทจุ ริตในกำรจดั ทำงบประมำณ/โครงกำร/เบกิ จ่ำยเงินในโครงกำรเปน็ เทจ็ 5,837,687,275 364 72,782,738 483
85 492,117,240
ปฏบิ ัติหรือละเว้นกำรปฏบิ ัตหิ นำ้ ท่ีโดยมชิ อบ 729,277,377 125 -- 90,808,060
6,633,510 96 7,033,510
ยักยอก/เบยี ดบงั เงินหรือทรัพย์สนิ ของรำชกำร 419,334,502 151
1,734,268 197 4,262,668
ร่ำรวยผดิ ปกติ 90,808,060 40
87 -5 2,163,769
ออกเอกสำรสทิ ธทิ ดี่ นิ 400,000 3,207 -- -
1,118,152,892 2,714
กำรบริหำรงำนบุคคล (กำรบรรจุ/แต่งต้งั /เล่ือนตำแหนง่ /โยกย้ำย/ลงโทษวินยั ) 2,528,400 28,001,736,642
กำรขัดกนั ระหว่ำงประโยชนส์ ว่ นบคุ คลกบั ประโยชนส์ ว่ นรวม 2,163,769
ฝำ่ ฝนื จริยธรรม -
ผลรวมทง้ั หมด 26,883,583,750
ท่ีมา : ระบบตรวจรบั คากลา่ วหา (PESCA) และระบบบรหิ ารจดั การเรอ่ื งร้องเรียนและคดี (CCMS)
ประมวลผลโดย : สานกั วจิ ัยและบรกิ ารวิชาการดา้ นการปอ้ งกันและปราบปรามการทุจรติ สานักงาน ป.ป.ช.
บทสรุป
จากข้อมูลสถิติคากล่าวหาในปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 เห็นได้ว่ามีแนวโน้มลดลงเม่ือเทียบกับ
คากล่าวหาในปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 และ 2562 โดยทาให้ทราบถึงสถานการณ์การทุจริตในระดับภมู ิภาคและ
ระดับประเทศ ซง่ึ ประเภทคากล่าวหาที่เข้ามาสูส่ านักงาน ป.ป.ช. มากทส่ี ดุ คอื คากล่าวหาประเภทการปฏิบัติหรือ
ละเว้นการปฏิบัตหิ น้าทีโ่ ดยมิชอบ และหนว่ ยงานองค์กรปกครองสว่ นท้องถ่ินเป็นหน่วยงานท่ีถูกกล่าวหาร้องเรียน
มากที่สดุ และหากพิจารณาเฉพาะคากล่าวหาท่สี านักงาน ป.ป.ช. รับไว้ดาเนินการเอง และประเภทคดีที่คณะกรรมการ
ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด ภายในระยะเวลา 3 ปีงบประมาณ พบว่า เป็นคากล่าวหาและคดีประเภทการจัดซื้อ
จัดจ้างมากที่สุด ดังนั้น จากข้อมูลสถิติคากล่าวหาท่ีได้กล่าวมาแล้วข้างตน้ จึงอาจนามาใช้เป็นข้อมูลประกอบการ
กาหนดแผนและแนวทางการดาเนินงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตของสานักงาน ป.ป.ช. ในประเด็นการ
บริหารจัดการตามพ้ืนท่ีทุจริตในภาพรวม การบริหารงบประมาณการดาเนินการ การวางแผน การบริหารจัดการคดี
การจดั ลาดับความสาคญั ในการทางานให้เสรจ็ ตามระยะเวลา การวางแผนอตั รากาลัง รวมทงั้ การสรรหาบรรจุและ
แตง่ ตั้งข้าราชการสาขากระบวนการยุติธรรม และสาขาท่วั ไป ใหส้ อดคลอ้ งกับประเภทและปรมิ าณของคากล่าวหา
ตามพื้นที่รับผิดชอบต่าง ๆ ซึ่งเมื่อนาข้อมูลในปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 มาเปรียบเทียบกับข้อมูลสถิติของ
ปงี บประมาณ พ.ศ. 2562 และ 2563 แล้ว พบข้อมลู สาคญั และสามารถอธิบายได้ ดงั นี้
1) ภาพรวมคากลา่ วหารอ้ งเรียนมจี านวนลดลง ระดับความเช่อื มน่ั ของผู้มสี ่วนได้สว่ นเสียต่อ
การดาเนนิ งานของสานกั งาน ป.ป.ช. มรี ะดับสงู ข้ึน
จากผลการวิเคราะห์ข้อมูลสถิติการรับเร่ืองกลา่ วหา จนถึงการวิเคราะหต์ ัวเลขสถิติระยะเวลาใน
การดาเนินคดี พบว่า ภาพรวมเร่ืองกล่าวหาร้องเรียนในปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 มีจานวนลดลง รวมถึงวงเงิน
งบประมาณของโครงการหรือจานวนวงเงินที่มีการทุจริตที่สานักงาน ป.ป.ช. รับไว้ดาเนินการเอง มีจานวนลดลง
ซึ่งสอดคล้องกับผลจากการสารวจความเช่ือม่ันของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียท่ีมีต่อสานักงาน ป.ป.ช. ท่ีถือเป็นตัวช้ีวัด
ระดับผลลัพธ์ในการดาเนินงานขององค์กร โดยเป็นการสารวจทัศนคติ ความเชื่อม่ันของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียท่ีมีต่อ
การปฏิบัติงานตามภารกิจด้านการป้องกันการทุจริต ด้านการตรวจสอบทรัพย์สิน และด้านการปราบปรามการ
ทจุ ริตของสานกั งาน ป.ป.ช ผลการสารวจพบว่า ระดับความเช่อื มน่ั ในภาพรวมต่อประสทิ ธภิ าพการดาเนินงานของ
สานักงาน ป.ป.ช. ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 เท่ากับ 77.3 อยู่ในความเช่ือม่ันระดับมาก เพิ่มขึ้นจาก
ปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 และ 2563 ท่ีแสดงค่าอยู่ที่ 65.8 และ 66.67 ตามลาดับ และพบว่าปัจจัยท่ีส่งผลต่อ
ความเชือ่ ม่นั ในการดาเนินงานของสานักงาน ป.ป.ช. คอื การปฏบิ ัติงานของพนักงานไต่สวน ความเชย่ี วชาญใน
การปฏิบัติงาน และการดาเนินคดี ซ่ึงสอดคล้องกับข้อมูลที่ค้นพบจากรายงานเล่มน้ี ท่ีพบว่าจานวนเรื่อง
กล่าวหาร้องเรียนในภาพรวม จานวนเร่ืองกล่าวหาท่ีสานักงาน ป.ป.ช. ตรวจรับคากล่าวหาเรียบร้อยแล้ว เร่ือง
กล่าวหาทีส่ ่งหรือมอบหมายตามมาตรา ๖๑ – ๖๔ จานวนวงเงินงบประมาณของโครงการ หรือจานวนเงินที่มีการ
ทุจริต และจานวนเรื่องร้องเรียนผ่านช่องทางบัตรสนเท่ห์ มีแนวโน้มลดลง ทั้งนี้ แนวโน้มที่ลดลงน้ัน สอดคล้อง
กับแนวทางการกาหนดเป้าหมายความสาเร็จของการดาเนินงานด้านการป้องกนั และปราบปรามการทุจริต คือ
เร่ืองกล่าวหาร้องเรียนมจี านวนลดลง
จึงอาจกล่าวได้ว่า ภาพรวมของคากล่าวหาร้องเรียนที่ลดลงน้ัน เกิดจากผลการดาเนินงาน
ตามแผนยทุ ธศาสตร์ชาติวา่ ด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจรติ ระยะท่ี 3 (พ.ศ. 2560 – 2564) ดงั ตอ่ ไปน้ี
1.1) ประสิทธิภาพดา้ นการปราบปรามการทุจริต หากวเิ คราะห์ผลการดาเนนิ งานด้านการ
ปราบปรามการทุจริต จากฐานข้อมูลการรับเรื่องร้องเรียนของสานักงาน ป.ป.ช. โดยพิจารณาจากจานวน
คากล่าวหา วงเงินงบประมาณโครงการ จานวนเรื่องแล้วเสร็จ และระยะเวลาแล้วเสร็จของคดี สามารถ
อธบิ ายได้ ดังนี้
เม่ือพิจารณาจาก ข้อมูลตัวเลขสถิติคากล่าวหาในข้ันตอนต่าง ๆ โดยคานวณระยะเวลาการ
ดาเนินการเฉล่ยี ต่อเรื่องท่ใี ช้ในการดาเนนิ งาน เปรียบเทียบกบั ระยะเวลาตามทกี่ ฎหมายกาหนดในด้านการไต่สวน
พบว่า การดาเนินการเป็นไปตามกรอบระยะเวลา ท้ังน้ีอาจเป็นผลมาจากการนาข้อมูลการกล่าวหาร้องเรียน
มาประกอบการวางแผนการบริหารสานวนคดี โดยใช้ข้อมูลสถิติการวิเคราะห์สถานการณ์การทุจริตมาประกอบ
ในการวางแผน การจัดลาดับความสาคัญของคดี การวางแผนการดาเนินคดี และพิจารณาประกอบกับอัตรากาลัง
ของเจ้าหน้าท่ี ขนาดของคดี ประเภทคดี อายุความของคดี รวมถึงจัดลาดับความสาคัญในการดาเนินคดีที่มีความ
เร่งด่วน ประกอบกับการเร่งรัดบริหารจัดการคดีอย่างใกล้ชิด โดยพบว่าการดาเนินคดีมีผลการชี้มูลความผิดเพิ่ม
มากขึ้นเม่ือเปรียบเทียบกับจานวนคดีท่ีมีการช้ีมูลความผดิ ในระหว่าง ๒ ปีงบประมาณที่ผ่านมา อันเป็นผลสืบเนอื่ ง
มาจากนโยบายของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในการเร่งรัดสานวนคดี นอกจากนก้ี ารใช้เทคโนโลยีในการบรหิ ารเร่งรัด
สานวนคดีโดยคณะกรรมการ ป.ป.ช. และผู้บริหารสานักงาน ป.ป.ช. ท่ีมีการติดตามการดาเนนิ งานดา้ นปราบปราม
การทุจริตในทุกขั้นตอน ผ่านระบบติดตามเรื่องกล่าวหาในความรับผิดชอบ (Case Follow System หรือ CFS)
รวมถึงการจัดตั้งศูนย์ปฏบิ ัติการป้องกันและปราบปรามการทุจริต สานักงาน ป.ป.ช. ท่ีมีการประชุมในทุกสัปดาห์
เพ่ือรายงานผลการดาเนินงาน เร่งรัดการดาเนินคดีที่ใกล้ขาดอายุความ และร่วมหาแนวทางในการดาเนินงานให้
เป็นไปตามกรอบระยะเวลาที่กฎหมายกาหนด รวมถึงความเชี่ยวชาญของพนักงาน ไต่สวนที่มีมากขึ้นตาม
ประสบการณ์การทางาน
อยา่ งไรก็ตาม ยงั คงพบวา่ การดาเนนิ การตามกรอบระยะเวลาให้ประสบความสาเร็จในภาพรวม
ให้ดียิ่งข้ึนนั้น จาเป็นต้องให้ความสาคัญกับการวางแผน การบริหารจัดการในเรื่องดังต่อไปนี้ (1) ความยากง่าย
ของเรื่องกล่าวหา เนื่องจากเร่ืองกล่าวหาแต่ละเรื่องมีความยุ่งยากซับซ้อนต่างกัน โดยเฉพาะเร่ืองกล่าวหาที่มี
ขนาดใหญ่ (L) หรือขนาดใหญ่มาก (XL) ซงึ่ จะมคี วามซบั ซ้อนมากกว่าเร่ืองกล่าวหาที่มีขนาดกลาง (M) และขนาด
เล็ก (S) ทาให้ต้องใช้ระยะเวลาในการดาเนินงานมากขึ้นตามไปด้วย (2) จานวนเรื่องที่อยู่ในความรับผิดชอบ
ของพนักงานไต่สวน ซ่งึ พนักงานไตส่ วนมีเรื่องในความรับผิดชอบมาก โดยตอ้ งดาเนินการตรวจรับคากลา่ วหาและ
ตรวจสอบเบื้องต้นควบคู่ไปกับการดาเนินการไต่สวน เช่น เจ้าหน้าท่ี 1 คน รับผิดชอบเรื่องตรวจสอบและไต่สวน
จานวน 10 กว่าเรื่องพร้อมกัน หรือเจ้าหน้าท่ีบางคนมีเรื่องรับผิดชอบจานวน 20 – 30 เรื่อง เป็นต้น ซ่ึงทุกเร่ือง
มีการกาหนดระยะเวลาในการดาเนินงาน (3) การบูรณาการร่วมกันระหว่างหน่วยงาน และการใช้เทคโนโลยี
ในการเชื่อมโยงฐานข้อมูลเอกสารหลักฐานจากหน่วยงานภายนอก เพื่อลดระยะเวลาการได้รับข้อมูลตอบกลับ
(4) การกาหนดแนวทางการบริหารจัดการเวลา และ (5) การศึกษาข้อกฎหมายท่ีช่วยลดขั้นตอนการดาเนินงาน
(ศริ นิ นั ท์ วัฒนศริ ิธรรม และคณะ,2564)
1.2) ประสิทธิภาพด้านการป้องกันการทุจริต จากตัวเลขสถิติข้อมูลแหล่งท่ีมาของคา
กล่าวหาประเภทบัตรสนเท่ห์ท่ีพบว่ามีแนวโน้มลดลง และวงเงินงบประมาณโครงการหรือจานวนเงินที่มีการ
ทุจริต หน่วยงานในภาพรวมมีคากล่าวหาร้องเรียนจานวนลดลง และประเภทของคากล่าวหาประเภทการ
จัดซือ้ จัดจ้างทล่ี ดลง
1.2.1) ตัวเลขสถิติข้อมูลท่ีเกี่ยวข้องกับแหล่งที่มาของคากล่าวหาในการร้องเรียน
ประเภทบตั รสนเท่หม์ จี านวนลดลง:
- การมีช่องทางการแจ้งเบาะแสที่เพ่ิมมากขึ้น ซึ่งอาจเกิดข้ึนจากการสร้างเครือข่ายการ
แจ้งเบาะแส และการพัฒนาระบบการแจ้งเบาะแส ภายใต้โครงการ STRONG จิตพอเพียงต้านทุจริต โครงการ
ปักหมุดพื้นที่เสี่ยงต่อการทุจริต และการดาเนินการเฝ้าระวังและยับยั้งการทุจริตในระดับจังหวัด ภายใต้
คณะอนุกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติด้านป้องกันและปราบปรามการทุจริต ที่มีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็น
ประธาน และมีกระบวนการกาหนดความเส่ยี งด้านการป้องกันการทุจริตในความผิดประเภทต่าง ๆ รวมถึงแนวทาง
การแกไ้ ข ระงบั ยับยง้ั การทุจริตที่อาจเกิดข้นึ ไดท้ ันท่วงที
- มีการพัฒนาเข้าถึงข้อมูลข่าวสารและระบบคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแสการทุจริตที่มี
ประสิทธิภาพ โดยการเร่งผลักดันการแก้ไขพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของทางราชการ พ.ศ. 2540 ให้สอดคล้อง
กับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 59 และมาตรา 253 เพื่อให้ประชาชนได้รับ
ทราบข้อมูลข่าวสารโดยไม่ต้องร้องขอและได้มาตรฐานสากล ควบคู่กับการเตรียมช่องทางให้ประชาชนสามารถ
แจ้งเบาะแส ข้อมูลได้อย่างสะดวก นอกจากนี้ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและ
ปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 36 และการผลักดันกฎหมายการป้องกันการฟ้องปิดปาก (Anti Slapp
Law) นับเป็นส่วนสาคัญในการส่งเสริม สนับสนุนให้ ประชาชนรู้สึกปลอดภัย และมีความกล้าที่จะเปิดเผยตัวเอง
ผ่านการร้องเรียนรูปแบบอ่นื ๆ มากขึน้ รวมถึงไดม้ ีการปกปอ้ งคุ้มครองและเยยี วยาผ้แู จง้ เบาะแสอยา่ งเหมาะสม
1.2.2) ข้อมลู คาร้องเรียนจาแนกตามสถติ หิ น่วยงานในภาพรวมมีจานวนลดลง
- ข้อมูลคาร้องเรียนจาแนกตามสถิติหน่วยงานในภาพรวมมีจานวนลดลง จากข้อมูลสถิติ
คากล่าวหาของท้ัง 3 ปีงบประมาณ พบว่า ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 จานวนคากล่าวหามีแนวโน้มลดลง โดย
คากล่าวหาที่จาแนกตามหน่วยงาน ได้แก่ กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการคลัง กระทรวงคมนาคม
มีจานวนลดลงมากกว่าร้อยละ 20 เม่ือพิจารณาประกอบกับผลการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการ
ดาเนนิ งานของหน่วยงานภาครัฐ (ITA) พบว่า มแี นวโนม้ เพิม่ ข้ึน ซ่ึงในการประเมิน ITA น้นั หน่วยงานทเ่ี ขา้ รับการ
ประเมินจะต้องมีการพัฒนาปรับปรุงการดาเนินงานภายในหน่วยงานให้มีความโปร่งใส เป็นธรรม และตรวจสอบ
ได้ ดังเห็นได้จากผลคะแนนการประเมิน ITA ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 ท่ีหน่วยงานท่ีเข้าร่วมการประเมิน
ท้ังหมดมีผลเพ่ิมขึ้น ร้อยละ 26.22 โดยหน่วยงานต่าง ๆ อาทิเช่น กระทรวงการคลัง และกระทรวงทรัพยากร
ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีผลประเมิน ITA เพ่ิมขึ้นมากกว่าร้อยละ 9 และพบว่า กระทรวงคมนาคม และ
กระทรวงศึกษาธิการ มีค่าคะแนนเพิ่มข้ึน แต่อยู่ในระดับต่ากว่าร้อยละ 3 ถือได้ว่าการป้องกันการทุจริตโดยผ่าน
โครงการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใส (ITA) นับเป็นส่วนประกอบสาคัญที่ส่งผลให้เร่ืองร้องเรียนของแต่ละ
หนว่ ยงานมจี านวนลดลง
- การตรวจสอบการทุจริตเชิงรุกในพ้ืนท่ี ภายใต้โครงการกิจกรรมการมีส่วนร่วมแก้ไข
ปัญหาการทุจริตจากข้อมูลแผนท่ีพ้ืนที่เสี่ยงภาค 1-9 และกรุงเทพมหานคร (Together Against Corruption:
TAC) โดย สานักงาน ป.ป.ช. ส่วนกลาง ได้ศึกษาประเด็นความเสี่ยงในการทุจริตประเภทต่าง ๆ และกาหนดให้มี
การลงพ้ืนท่ีเพ่ือตรวจสอบ และยับย้ังการทุจริตตามหมุดความเส่ียง ซ่ึงในการลงพื้นที่ดังกลา่ วนอกจากจะสามารถ
ยับยั้งการทุจริต หรือสามารถถอนหมุดความเส่ียงได้แล้ว ในภาพรวมยังเป็นการสร้างความรู้ความเข้าใจแก่
เจ้าหน้าท่ีของรัฐ เกี่ยวกับระเบียบ กฎหมายที่เก่ียวข้องกับการปฏิบัติงาน โดยรวมถึงการดาเนินการในรูปแบบ
การบูรณาการระหว่างหน่วยงานในสานักงาน ป.ป.ช. และหน่วยงานท่ีเก่ียวข้องในระดับภูมิภาค ในการกาหนด
แนวทางและเป้าหมายการป้องกันการทุจริตให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ซึ่งอาจเป็นสาเหตุหนึ่งท่ีเป็นเหตุให้เร่ือง
กลา่ วหาร้องเรยี นมีจานวนลดลง
1.2.3) คากล่าวหาประเภทการจัดซื้อจัดจ้างในปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 มีจานวน
ที่ลดลงจากค่าเฉลี่ยของทั้ง 3 ปีงบประมาณ คิดเป็นร้อยละ 13.76 และยังมีจานวนที่ลดลงอย่างต่อเนื่องจาก
ปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 และ 2563 กล่าวคือ ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 มีจานวนคากล่าวหาประเภทการ
จัดซ้ือจัดจ้าง 1,153 เร่ือง ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 มีจานวนคากล่าวหา 1,183 เร่ือง และในปีงบประมาณ
พ.ศ. 2562 มีจานวนคากล่าวหา 1,675 เร่ือง อาจเป็นเพราะการประกาศใช้พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและ
การบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ที่มีผลบังคับเม่ือวันที่ 23 สิงหาคม 2560 ซ่ึงอาจจะช่วยลดโอกาสในการทุจริตได้
เน่อื งจากพระราชบัญญตั กิ ารจดั ซ้อื จัดจ้างและการบริหารพสั ดุภาครฐั พ.ศ. 2560 มีการใชบ้ ังคบั กบั การจดั หาพัสดุ
ของหน่วยงานของรัฐทุกแห่ง ทาใหใ้ นการดาเนนิ การจัดซ้ือจัดจ้างในภาครัฐมมี าตรฐานเดยี วกัน อีกทงั้ พระราชบัญญัติ
การจัดซอ้ื จัดจ้างและการบริหารพัสดภุ าครัฐ พ.ศ. 2560 ไดม้ ีการกาหนดมาตรการต่าง ๆ เพอ่ื ให้การจดั ซื้อจัดจ้าง
ของหน่วยงานของรัฐมีความโปร่งใสมากข้ึน รวมถึงเพ่ือลดโอกาส/ช่องทางในการกระทาการทุจริตของเจ้าหน้าที่
ของรัฐ เช่น การกาหนดวิธีการจัดซ้ือสินค้าบางประเภทที่ให้ดาเนินการในระบบ e-marketing หรือ e-bidding
หรือการกาหนดให้เปิดเผยข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้างในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลางในทุกข้ันตอน
หรือมีบทลงโทษท่ีชัดเจน เป็นต้น อย่างไรก็ตาม หน่วยงานท่ีเก่ียวข้องควรมีการประเมินผลสัมฤทธิ์ของการบังคับ
ใช้พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 รวมทั้งศึกษาปัญหาอุปสรรคในการ
ดาเนินการ ช่องทางท่ีจะทาให้เกิดการทุจริต เพื่อนามาปรับปรุงแก้ไขกฎหมาย เพ่ือลดความเสี่ยงหรือโอกาสท่ีจะ
เกดิ การทจุ รติ ในการจัดซ้อื จดั จ้างตอ่ ไป
1.2.4) การประเมินความเส่ียงการทุจริตเชิงนโยบายในการดาเนินโครงการขนาดใหญ่
โดยพิจารณาจากวงเงนิ งบประมาณโครงการตัง้ แต่ 500 ล้านบาทขน้ึ ไป
- เม่ือวิเคราะห์จานวนวงเงินงบประมาณของโครงการ หรือจานวนเงินท่ีมีการทุจริต
ออกเป็น 2 กลุ่ม ประกอบด้วย ข้อมูลวงเงินงบประมาณของโครงการต้ังแต่ 500 ล้านบาทข้ึนไป ตามหลักเกณฑ์
การประเมินความเส่ียงต่อการทุจริตเชิงนโยบายและแนวทางในการตรวจสอบ ติดตาม กากับ ท่ีกาหนดให้ทุก
หน่วยงานจะต้องดาเนินการประเมินความเส่ียงในโครงการท่ีมีมูลค่า 500 ล้านบาทขึ้นไป ตามท่ีสานักงาน ป.ป.ช.
ได้เสนอ คณะรัฐมนตรี เพ่ือเป็นเกณฑ์กาหนดความเส่ียงการทุจริตเชิงนโยบาย ดังนั้น จึงควรมีการดาเนินการ
เชิงรุกในการจัดการปริมาณเร่ืองร้องเรียนของหน่วยงานองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน และหน่วยงานท่ีบริหารจดั การ
โครงการท่ีมีงบประมาณสูง เกนิ กวา่ 500 ลา้ นบาทข้ึนไป โดยกาหนดแนวทางในการป้องกันการทุจริตท่ีเหมาะสม
กับประเภทของเร่ืองร้องเรียน คือ ให้มีการเฝา้ ระวงั และการบูรณาการการเปิดเผยข้อมลู และการเช่ือมโยงข้อมูล
เกย่ี วกบั โครงการการจดั ซอ้ื จัดจ้าง โดยพิจารณาจากวงเงินงบประมาณโครงการที่มีการร้องเรียน โดยพิจารณาจาก
ความสาคัญของหน่วยงานท่ีมีโครงการวงเงินสูงกว่า 500 ล้านบาทข้ึนไป สาหรับหน่วยงานที่มีรายงานว่ามี
โครงการทใ่ี ชว้ งเงนิ โครงการในจานวนสงู ต่อโครงการ ในส่วนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พบว่ามีปรมิ าณเร่ือง
ร้องเรียนจานวนมาก แต่งบประมาณเฉล่ียในแต่ละเร่ืองร้องเรียนของแต่ละโครงการมีวงเงินค่าเฉลี่ยไม่เกิน
900,000 บาทตอ่ โครงการ นัน้ อาจเลอื กใชว้ ิธีการดาเนนิ การด้านการป้องกันการทจุ ริต ทแี่ ตกต่างกันตามลักษณะ
โครงการจาแนกตามขนาดของโครงการ รวมถึงการให้ความรู้แก่หน่วยงานต่าง ๆ ในด้านที่เหมาะสม
2) ภาพรวมของสานักงาน ป.ป.ช. ในฐานะเป็นศูนย์กลางในการรับเร่ืองร้องเรียนทางด้าน
การทจุ รติ
นับเปน็ ปีทสี่ ามทีส่ านักงาน ป.ป.ช. เปน็ หน่วยงานที่ทาหน้าทรี่ บั เรื่องกลา่ วหาร้องเรยี นการทุจริต
ของเจ้าพนักงานของรัฐทุกระดับ รวมถึงสามารถมอบหมายให้หน่วยงานที่เก่ียวข้องดาเนินการแทนได้ในบางกรณี
โดยคณะกรรมการ ป.ป.ช. จะเน้นการทาคดีทุจริตท่ีเป็นเรื่องสาคัญและเป็นความผิดร้ายแรง ซ่ึงถือเป็นการร่วมกัน
ดาเนินงานระหว่างหน่วยงานท่ีมีหน้าที่และอานาจในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต เพ่ือให้เกิดความ
รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพมากย่ิงขึ้น จากการรวบรวมสถิติข้อมูลในเรื่องดังกล่าว พบว่า การดาเนินงานรบั เรอ่ื ง
ร้องเรียนของสานักงาน ป.ป.ช. ในฐานะเป็นศูนย์กลางในการรับเร่ืองร้องเรียนทางด้านการทุจรติ มีประโยชน์
และส่งผลต่อการเพ่ิมประสิทธิภาพในการดาเนินงานป้องกันและปราบปรามการทุจริต กล่าวคือ 1) ข้อมูลเป็น
เอกภาพมีศูนย์กลางเพียงแห่งเดียว ทาให้เร่ืองร้องเรียนไม่กระจัดกระจายไปอยู่ตามหน่วยงานต่าง ๆ ส่งผลให้
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีแนวทางการดาเนินการท่ีเป็นไปในทิศทางเดียวกัน 2) ลดการทางานที่ซ้าซ้อนระหว่าง
หน่วยงาน 3) ได้รับทราบแนวโน้มการมอบหมายคดีการทุจริตเพื่อพิจารณาประกอบการปรับโครงสร้างการ
บริหารงานร่วมกันระหว่างหน่วยงาน และ 4) การส่งมอบงาน การบูรณาการงานเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ได้รับ
ทราบปัญหาอปุ สรรครว่ มกันระหวา่ งหน่วยงาน ส่งผลให้มกี ารดาเนนิ การเชิงบรู ณาการร่วมกนั ได้รวดเรว็ มากขึ้น
ในรายงานการวเิ คราะหส์ ถานการณก์ ารทุจริตเล่มน้ี ยังพบสถิติขอ้ มลู สนับสนุนผลการดาเนนิ การ
ดา้ นการปอ้ งกนั และปราบปรามการทุจรติ ทัง้ ภายในหน่วยงานของสานักงาน ป.ป.ช. และการบูรณาการงานด้าน
การป้องกันและปราบปรามการทุจริตระหว่างหน่วยงานด้วยกัน ซึ่งส่งผลต่อระดับความเชื่อม่ันของผู้มีส่วนได้
สว่ นเสียท่ีมตี อ่ การดาเนนิ งานของสานกั งาน ป.ป.ช. ตามทีก่ ลา่ วมาแล้วขา้ งตน้
ทา้ ยทส่ี ดุ ขอ้ มลู สถติ แิ นวโน้มต่าง ๆ ที่ค้นพบจากการวเิ คราะห์ข้อมูลการทจุ ริตจากเรื่องกล่าวหา
ร้องเรียนที่นาเข้าสู่สานักงาน ป.ป.ช. ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 – 2564 ส่งผลให้มีการพัฒนาแนวทางการ
ป้องกนั และปราบปรามการทจุ ริต ดังต่อไปนี้
1) กาหนดแผนปฏิบัติการ ในรูปแบบบูรณาการร่วมกันระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการป้องกัน
และปราบปรามการทุจริต ในประเดน็ ท่ีเห็นว่าเปน็ เร่ืองสาคัญ อาทเิ ชน่ การลดจานวนคดีในเร่ืองการจดั ซื้อจัดจ้าง
และการศกึ ษาแนวทางการป้องกันการให้และรบั สินบนในหน่วยงานต่าง ๆ เพอ่ื นามาใชใ้ นการแกป้ ัญหาการทุจริต
ท่ีส่งผลต่อปัญหาด้าน CPI ต่อไป ซึ่งสอดคล้องกับข้อเสนอแนะเพื่อยกระดับคะแนนดัชนีการรับรู้การทุจริต
(Corruption Perceptions Index : CPI) ระยะที่ 3 โดยสานักงาน ป.ป.ช. ได้ดาเนินการจัดทาข้อเสนอแนะ
เพื่อยกระดับคะแนนดัชนกี ารรับรู้การทุจรติ (CPI) ไปยังคณะรัฐมนตรี โดยมีการให้ข้อเสนอแนะจากการวิเคราะห์
ประเด็นคาถามทั้ง 9 แหล่งข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการยกระดับคะแนนดัชนีการรับรู้การทุจริต (CPI) ซึ่งสามารถ
จัดเป็นประเดน็ ของข้อเสนอแนะได้ 5 ประเด็น ไดแ้ ก่ (1) ประเดน็ นโยบายของรฐั บาลในการแกไ้ ขปญั หาการทุจริต
(2) ประเด็นเกี่ยวกับสินบน (3) ประเด็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์ (4) ประเด็นการตรวจสอบและการลงโทษ
เจา้ หนา้ ทร่ี ฐั และ (5) ประเด็นความโปร่งใสและการตรวจสอบไดใ้ นระบบงบประมาณและการจดั ซ้ือจดั จา้ งภาครฐั
2) ดาเนินการเชิงรุกในการจัดการปริมาณเร่ืองร้องเรียนของหน่วยงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
และหน่วยงานที่บริหารจัดการโครงการท่ีมีงบประมาณสูง เกินกว่า 500 ล้านบาทข้ึนไป โดยกาหนดแนวทางใน
การป้องกันการทจุ ริตท่ีเหมาะสมกบั ประเภทของเรอ่ื ง
3) การศึกษาเพื่อพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ให้มีวิธีการตรวจสอบเรื่องซ้าท่ีง่ายและ
รวดเร็วขึ้น เช่น การกรอกคาสาคัญ (keyword) คากล่าวหาใหม่แล้วสามารถประมวลผลได้ทันทีว่าเป็นเรื่องซ้า
หรือไม่ เรื่องเดิมอยู่ในความรับผิดชอบของผู้ใด และการศึกษาเพ่ือพัฒนาระบบการบริหารจัดการดาเนินการใน
ประเภทคากล่าวหา โดยอาจพิจารณานาระบบ AI มาใชใ้ นการบรหิ ารจดั การคากล่าวหา ตามมาตรา 61 - 64 และ
คากลา่ วหาท่สี านกั งาน ป.ป.ช. รบั ไว้ดาเนินการเอง
4) การวิเคราะห์ปรับปรุง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ การวางแผนในเรื่องการลดระยะเวลา
การดาเนนิ การปราบปรามการทุจรติ ทุกขั้นตอน
5) การกาหนดความเสยี่ งในการทุจริตประเภทตา่ ง ๆ ที่จะดาเนินการในแต่ละชว่ งปีงบประมาณ
เพอ่ื บรู ณาการความรว่ มมือระหวา่ งหน่วยงานในการรว่ มกันยบั ยั้งการทุจรติ ก่อนทจ่ี ะมีการกระทาความผิดเกดิ ขึ้น
6) การผลักดันนโยบายการดาเนินการป้องกันและปราบปรามการทุจิต ไปสู่การปฏิบัติในระดับ
ภูมิภาค หรือระดับพื้นท่ี ภายใต้คณะอนุกรรมการผลักดันการดาเนินงานตามแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ
ประเด็น การต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิชอบ ในระดับจังหวัด ซ่ึงแนวทางดังกล่าวถือเป็นกลไกสาคัญท่ีช่วย
บูรณาการการทางานด้านการต่อต้านการทุจริตร่วมกันระหว่างหน่วยงานในระดับภูมิภาค โดยอาจสนับสนุน
หน่วยงานของรัฐในการจัดทาและวิเคราะห์แผนความเส่ียงของแต่ละหน่วยงานในด้านการต่อต้านการทุจริต
การสร้างความรู้ความเข้าใจให้แก่ผปู้ ฏบิ ัติงานและประชาชนที่มีสว่ นเกี่ยวข้องกับหน่วยงานที่ถูกกล่าวหารอ้ งเรียน
ในเรื่องของรูปแบบการกระทาความผิด ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และบทลงโทษของการทุจริต ท้ังน้ี เพื่อให้เกิด
ความตระหนักร้แู ละไม่คิดกระทาการทุจริต จงึ อาจเป็นกิจกรรมหนง่ึ ทีส่ ง่ ผลใหจ้ านวนเร่อื งกล่าวหารอ้ งเรียนลดลง
อย่างไรกต็ าม ข้อมลู ทีไ่ ด้จากการวเิ คราะห์แนวโน้มในการดาเนินงานด้านต่าง ๆ ของการรับเร่ือง
กล่าวหาร้องเรียน สามารถวิเคราะห์ได้จากฐานข้อมูลท่ีมีอยู่เท่าน้ัน ยังไม่สามารถสะท้อนถึงการทุจริตท่ีเกิดข้ึนได้
ทั้งหมด โดยข้อมูลที่ได้ถือเป็นจุดเร่ิมต้นของการกาหนดแนวทางการป้องกันและปราบปรามการทุจริตเท่าน้ัน
ขอ้ มลู ในบางเร่ืองจาเป็นจะต้องมีการศกึ ษาเชิงลึกเพ่ิมเตมิ อาทิเชน่ การจาแนกพฤติการณ์การกระทาความผิดจาก
ประเภทของคากล่าวหา และแนวโน้มของข้อมูลเร่ืองกล่าวหาร้องเรียนในปีต่อ ๆ ไปที่อาจมีจานวนเพ่ิมข้ึนหรือ
ลดลง ซง่ึ อาจเกิดจากปัจจยั ท่ีอยู่นอกเหนือการควบคมุ ของสานกั งาน ป.ป.ช. ทจี่ ะได้มกี ารวเิ คราะหใ์ นปีต่อ ๆ ไป
สารบัญ หน้า
คานา 1
บทสรุปสาหรบั ผู้บริหาร 2
สารบญั 8
สารบญั ตาราง 13
สารบัญแผนภาพ 15
1. หน้าที่และอานาจของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ดา้ นปราบปรามการทจุ รติ 37
2. บทบัญญตั ขิ องกฎหมายทีเ่ ก่ยี วขอ้ ง 43
3. สถิตคิ ากลา่ วหาร้องเรียน 71
4. สถิติผลการตรวจรับคากลา่ วหา 72
5. สถิติคากล่าวหาท่สี านกั งาน ป.ป.ช. รับไวด้ าเนินการเอง และที่ส่งให้หน่วยงานอนื่
104
ดาเนนิ การ
6. ผลการตรวจสอบเบื้องต้นและการไตส่ วนข้อเท็จจริง
7. สรปุ แนวโน้มสถานการณก์ ารทุจริตในรอบ 3 ปีงบประมาณ และแนวทาง
การดาเนินงานป้องกันและปราบปรามการทจุ รติ ของสานักงาน ป.ป.ช.
บรรณานกุ รม
ภาคผนวก
- วงเงินงบประมาณของโครงการหรือจานวนเงินท่ีมกี ารทจุ ริตตามคากลา่ วหา
ที่สานกั งาน ป.ป.ช. รับไว้ดาเนนิ การเองและส่งใหห้ น่วยงานอื่นดาเนนิ การ
ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2564
- ขอ้ มูลจานวนคากลา่ วหาท่รี ับไว้ดาเนนิ การในปีงบประมาณ พ.ศ. 2564
จาแนกตามพื้นที่ทเี่ กดิ เหตุ
สารบญั ตาราง หนา้
8
ตารางที่ 1 จานวนและร้อยละของคากลา่ วหา จาแนกตามแหล่งทีม่ า 9
ตารางท่ี 2 จานวนและร้อยละคากล่าวหา จาแนกตามประเภทการร้องเรยี นและ 10
ปงี บประมาณท่ีเกิดเหตุ 11
ตารางท่ี 3 จานวนคากล่าวหาท่รี อ้ งเรยี นผ่านหนังสือรอ้ งเรียน หนงั สือราชการ ร้องเรยี นด้วย
12
วาจา และเหตอุ นั ควรสงสัยของคณะกรรมการ ป.ป.ช. จาแนกตามลกั ษณะ/รูปแบบ 12
การตรวจรับคากล่าวหา 14
ตารางที่ 4 จานวนคากลา่ วหาทีร่ ้องเรยี นผ่านหนังสือร้องเรียน หนังสือราชการ ร้องเรยี นดว้ ย 16
วาจา และเหตุอนั ควรสงสัยของคณะกรรมการ ป.ป.ช. จาแนกตามการสง่ หรือ 18
มอบหมายคากล่าวหาให้หนว่ ยงานอืน่ ดาเนนิ การ 25
ตารางที่ 5 จานวนคากล่าวหาทร่ี ้องเรยี นผา่ นบัตรสนเทห่ ์ เวบ็ ไซต์ และแจง้ เบาะแส จาแนกตาม 32
ลักษณะ/รปู แบบการตรวจรบั คากลา่ วหา
ตารางท่ี 6 จานวนคากล่าวหาทร่ี อ้ งเรยี นผ่านบัตรสนเท่ห์ เวบ็ ไซต์ และแจง้ เบาะแส จาแนกตาม 36
การส่งหรือมอบหมายคากลา่ วหาใหห้ นว่ ยงานอ่ืนดาเนินการ
ตารางท่ี 7 จานวนคากลา่ วหาที่มกี ารส่งหรือมอบหมายคากลา่ วหาให้หน่วยงานอนื่ ดาเนินการ 38
39
ตารางที่ 8 จานวนคากล่าวหา จาแนกข้อมูลตามพ้นื ทีร่ ับผิดชอบและปีงบประมาณทเ่ี กดิ เหตุ 40
ตารางท่ี 9 รอ้ ยละและจานวนของประเภทคากลา่ วหาในปีงบประมาณ พ.ศ. 2564
ตารางท่ี 10 จานวนคากลา่ วหาท่สี านักงาน ป.ป.ช. รบั ไว้ดาเนนิ การเอง จาแนกตามพน้ื ที่
ความรบั ผิดชอบ และปงี บประมาณที่เกดิ เหตุ
ตารางท่ี 11 วงเงินงบประมาณของโครงการหรือจานวนเงินทมี่ กี ารทจุ ริตตาม
คากลา่ วหาท่ีสานักงาน ป.ป.ช. รบั ไว้ดาเนนิ การเอง จาแนกตามประเภท
คากล่าวหา และพน้ื ที่รบั ผิดชอบ
ตารางท่ี 12 วงเงนิ งบประมาณของโครงการหรือจานวนเงนิ ทม่ี ีการทุจริตตามคากล่าวหา
ท่ีสานักงาน ป.ป.ช. รับไว้ดาเนินการเองและสง่ ให้หน่วยงานอ่นื ดาเนินการ
จาแนกตามประเภทคากลา่ วหา
ตารางที่ 13 สถิตผิ ลการดาเนินงานดา้ นปราบปรามการทจุ ริต จาแนกข้อมลู ตามกระบวนการ/
ข้นั ตอนการดาเนินคดี
ตารางท่ี 14 สถติ เิ ปรียบเทยี บผลการดาเนินงานด้านปราบปรามการทจุ ริตของคณะกรรมการ
ป.ป.ช. ปีงบประมาณ พ.ศ. 2558 ถงึ 2564
ตารางที่ 15 สถติ ิผลการชม้ี ูลความผิดเจ้าพนักงานของรฐั ของคณะกรรมการ ป.ป.ช. จาแนก
ข้อมลู ตามประเภทคดี และขนาดคดี
สารบัญตาราง (ต่อ) หนา้
40
ตารางท่ี 16 สถิตผิ ลการชี้มลู ความผดิ เจ้าพนักงานของรัฐของคณะกรรมการ ป.ป.ช. จาแนก 41
44
ข้อมูลตามประเภทคดแี ละตาแหน่งของผถู้ ูกชี้มูลความผดิ 45
47
ตารางที่ 17 สถิติผลการช้ีมูลความผดิ เจ้าหน้าท่ีของรฐั ในสังกัดองค์กรปกครองสว่ นท้องถิ่น จาแนก 48
ข้อมูลตามประเภทคดแี ละประเภทองค์กรปกครองสว่ นท้องถ่นิ 49
50
ตารางท่ี 18 สถติ ิเปรียบเทยี บแหล่งที่มาของคากลา่ วหา (รายหนว่ ยงาน) ระหว่างปงี บประมาณ 51
พ.ศ. 2562 ถึง 2564
53
ตารางท่ี 19 สถิตเิ ปรียบเทยี บช่องทางการรับเร่อื งร้องเรียนปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 ถึง 2564
54
ตารางท่ี 20 สถิติเปรยี บเทยี บจานวนคากลา่ วหาปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 ถึง 2564 56
ตามพน้ื ทร่ี ับผิดชอบของสานักงาน ป.ป.ช. ภาค 1-9
57
ตารางที่ 21 สถติ ิเปรยี บเทียบคากลา่ วหาที่สง่ หรอื มอบหมายให้หน่วยงานอื่นดาเนินการ
ตามมาตรา 61 ถงึ 64 59
60
ตารางที่ 22 สถิตเิ ปรียบเทยี บจานวนคากลา่ วหาระหวา่ งปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 ถึง 2564
จาแนกตามหน่วยงานท่ถี ูกกลา่ วหา 10 อันดบั แรก
ตารางท่ี 23 สถิตเิ ปรยี บเทยี บจานวนคากล่าวหาระหว่างปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 ถงึ 2564
จาแนกตามประเภทคากล่าวหา
ตารางที่ 24 สถิติเปรียบเทียบจานวนคากล่าวหาจาแนกตามพ้นื ทีร่ บั ผิดชอบของ
สานกั งาน ป.ป.ช. ภาค 1 – 9 ระหวา่ งปงี บประมาณ พ.ศ. 2562 ถึง 2564
ที่สานกั งาน ป.ป.ช. ดาเนนิ การเอง
ตารางท่ี 25 สถิติเปรียบเทยี บจานวนคากล่าวหาที่สานักงาน ป.ป.ช. รบั ไวด้ าเนินการเอง
ระหว่างปงี บประมาณ พ.ศ. 2562 ถงึ 2564 จาแนกตามหนว่ ยงานทถ่ี กู กล่าวหา
10 อนั ดบั แรก
ตารางท่ี 26 สถติ ิเปรยี บเทียบจานวนคากล่าวหาที่สานักงาน ป.ป.ช. รับไว้ดาเนินการเอง
ระหว่างปงี บประมาณ พ.ศ. 2562 ถึง 2564 จาแนกตามประเภทคากล่าวหา
ตารางท่ี 27 สถิตเิ ปรยี บเทยี บวงเงินงบประมาณของโครงการหรือจานวนเงินท่ีมกี ารทจุ รติ
ทีส่ านักงาน ป.ป.ช. รับไว้ดาเนินการเองระหวา่ งปงี บประมาณ พ.ศ. 2562 ถงึ 2564
จาแนกตามประเภทคากลา่ วหา
ตารางท่ี 28 สถติ เิ ปรยี บเทียบวงเงนิ งบประมาณของโครงการหรอื จานวนเงินท่ีมีการทุจรติ
ทสี่ ง่ ใหห้ น่วยงานอ่ืนดาเนินการระหว่างปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 ถงึ 2564
จาแนกตามประเภทคากล่าวหา
ตารางที่ 29 สถติ เิ ปรียบเทยี บการช้มี ลู ความผดิ ระหว่างปงี บประมาณ พ.ศ. 2562 ถงึ 2564
จาแนกตามประเภทคดี
ตารางท่ี 30 สถิตเิ ปรียบเทยี บการชมี้ ลู ความผดิ ระหว่างปงี บประมาณ พ.ศ. 2562 ถึง 2564
จาแนกตามประเภทคดแี ละขนาดคดี
สารบัญตาราง (ต่อ) หนา้
61
ตารางที่ 31 สถิตกิ ารช้ีมลู ความผิดระหว่างปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 ถงึ 2564 จาแนกตาม 62
ประเภทคดี (ระยะเวลาดาเนินการ) 67
ตารางท่ี 32 สถติ กิ ารชมี้ ูลความผดิ ระหว่างปงี บประมาณ พ.ศ. 2562 ถึง 2564 จาแนกตาม 68
ขนาดคดี (ระยะเวลาดาเนนิ การ)
ตารางท่ี 33 สถิติจานวนคากลา่ วหาและวงเงินงบประมาณหรือจานวนเงนิ ที่มีการทจุ รติ ระหวา่ ง
ปงี บประมาณ พ.ศ. 2562 ถงึ 2564 ทมี่ ีจานวนตา่ กวา่ 500 ล้านบาท
จาแนกตามหนว่ ยงาน
ตารางที่ 34 สถติ จิ านวนคากลา่ วหาและวงเงนิ งบประมาณหรือจานวนเงนิ ทม่ี ีการทจุ รติ ระหวา่ ง
ปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 ถึง 2564 ทมี่ จี านวน 500 ลา้ นบาทขน้ึ ไป
จาแนกตามหน่วยงาน
สารบัญแผนภาพ หน้า
1
แผนภาพท่ี 1 หนา้ ท่แี ละอานาจของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ด้านปราบปรามการทจุ รติ 17
แผนภาพท่ี 2 จานวนคากล่าวหาของหนว่ ยงานที่มีคากล่าวหามากท่ีสดุ 3 อันดับแรก
20
จาแนกตามประเภทคากล่าวหา
แผนภาพท่ี 3 ร้อยละของคากล่าวหา จาแนกข้อมลู ตามพื้นทรี่ บั ผิดชอบ และหน่วยงาน 22
ทถ่ี กู กลา่ วหา 23
แผนภาพท่ี 4 ร้อยละของคากล่าวหา จาแนกข้อมูลตามพื้นทร่ี บั ผดิ ชอบ และประเภท
24
คากลา่ วหา
แผนภาพท่ี 5 จานวนและร้อยละของคากลา่ วหาทสี่ ่งให้หน่วยงานอนื่ ดาเนนิ การจาแนกตาม 26
ประเภทคากลา่ วหา 28
แผนภาพที่ 6 จานวนคากล่าวหาทีส่ ่งให้หนว่ ยงานอนื่ ดาเนินการ จาแนกตามหนว่ ยงาน
31
ท่ถี ูกกลา่ วหา
แผนภาพท่ี 7 จานวนคากลา่ วหาทสี่ านกั งาน ป.ป.ช. รบั ไวด้ าเนนิ การเอง จาแนกตามหน่วยงาน 45
46
ทีถ่ ูกกลา่ วหามากท่สี ุด 3 อนั ดับแรก และประเภทคากลา่ วหา 47
แผนภาพที่ 8 รอ้ ยละของคากล่าวหาท่ีสานกั งาน ป.ป.ช. รบั ไวด้ าเนินการเอง จาแนกข้อมูลตาม
48
พน้ื ทีร่ บั ผิดชอบ และหนว่ ยงานท่ถี ูกกล่าวหา
แผนภาพที่ 9 ร้อยละของคากลา่ วหาทส่ี านกั งาน ป.ป.ช. รบั ไว้ดาเนินการเอง จาแนกข้อมูลตาม 49
พื้นท่ีรับผิดชอบ และประเภทคากลา่ วหา
แผนภาพที่ 10 ข้อมูลแหล่งที่มาของเรอ่ื งร้องเรียนระหว่างปงี บประมาณ พ.ศ. 2562 ถงึ 2564
แผนภาพที่ 11 สถติ ชิ ่องทางของการรับเรื่องร้องเรียนระหวา่ งปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 ถึง 2564
แผนภาพท่ี 12 จานวนคากล่าวหาจาแนกตามพืน้ ทร่ี บั ผิดชอบของสานักงาน ป.ป.ช. ภาค 1 – 9
ระหว่างปงี บประมาณ พ.ศ. 2562 ถึง 2564
แผนภาพท่ี 13 สถิติเปรยี บเทียบคากล่าวหาท่สี ่งหรอื มอบหมายให้หนว่ ยงานอนื่ ดาเนนิ การตาม
มาตรา 61 ถึง 64
แผนภาพที่ 14 สถติ เิ ปรียบเทียบจานวนคากล่าวหาระหวา่ งปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 ถึง 2564
จาแนกตามหนว่ ยงานท่ีถูกกลา่ วหา 10 อนั ดบั แรก
สารบัญแผนภาพ (ตอ่ ) หน้า
50
แผนภาพท่ี 15 สถิติเปรยี บเทียบจานวนคากลา่ วหาระหว่างปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 ถึง 2564 52
จาแนกตามประเภทคากลา่ วหา
53
แผนภาพที่ 16 สถติ ิเปรยี บเทียบจานวนคากลา่ วหาจาแนกตามพ้ืนทรี่ บั ผดิ ชอบของ
สานักงาน ป.ป.ช. ภาค 1 – 9 ระหว่างปงี บประมาณ พ.ศ. 2562 ถงึ 2564 55
ทีส่ านกั งาน ป.ป.ช. รับไว้ดาเนินการเอง 56
แผนภาพท่ี 17 สถิตเิ ปรยี บเทยี บจานวนคากลา่ วหาท่ีสานักงาน ป.ป.ช. รบั ไว้ดาเนินการเอง 58
ระหวา่ งปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 ถึง 2564 จาแนกตามหน่วยงานทีถ่ ูกกล่าวหา
10 อนั ดับแรก 60
แผนภาพที่ 18 สถิตเิ ปรียบเทียบจานวนคากลา่ วหาทสี่ านักงาน ป.ป.ช. รบั ไวด้ าเนนิ การเอง
ระหวา่ งปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 ถึง 2564 จาแนกตามประเภทคากล่าวหา
แผนภาพท่ี 19 สถิตเิ ปรยี บเทียบวงเงนิ งบประมาณของโครงการหรอื จานวนเงินที่มีการทุจริต
ทีส่ านกั งาน ป.ป.ช. รับไวด้ าเนินการเองระหวา่ งปงี บประมาณ พ.ศ. 2562 ถึง
2564 จาแนกตามประเภทคากลา่ วหา
แผนภาพท่ี 20 สถติ เิ ปรยี บเทียบวงเงินงบประมาณของโครงการหรือจานวนเงินท่ีมีการทุจริต
ทส่ี ง่ ใหห้ น่วยงานอืน่ ดาเนินการระหว่างปงี บประมาณ พ.ศ. 2562 ถึง 2564
จาแนกตามประเภทคากล่าวหา
แผนภาพท่ี 21 เปรยี บเทียบการชีม้ ูลความผิดระหวา่ งปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 ถงึ 2564
จาแนกตามขนาดคดี
1 หน้าที่และอานาจของคณะกรรมการ ป.ป.ช.
ด้านปราบปรามการทุจริต
หลังจากประกาศใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 และพระราชบัญญัติ
ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 (ประกาศในราชกิจจานุเบกษา
เมื่อวนั ท่ี 21 กรกฎาคม 2561) มผี ลใชบ้ งั คบั คณะกรรมการ ป.ป.ช. ไดม้ กี ารปรับเปล่ียนบทบาทหนา้ ที่ใหส้ อดคล้อง
กับบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็นด้านการปราบปรามการทุจริตท่ีต้องตรวจสอบผู้ดารงตาแหน่ง
ทางการเมือง ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ผู้ดารงตาแหน่งในองค์กรอิสระ หรือผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน รวมถึง
เจ้าหน้าท่ีของรัฐทุกระดับตาแหน่ง ว่ามีพฤติการณ์ร่ารวยผิดปกติ ทุจริตต่อหน้าที่ หรือจงใจปฏิบัติหน้าที่หรือใช้
อานาจขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย หรือฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่าง
ร้ายแรง หรือกระทาความผิดต่อตาแหน่งหน้าที่ราชการ หรือความผิดต่อตาแหน่งหน้าท่ีในการยุติธรรม หรือไม่
และต้องดาเนินการภายใต้กรอบระยะตามท่ีกฎหมายกาหนด ขณะเดียวกันสามารถมอบหมายให้หน่วยงานอื่น
ที่เกี่ยวข้องไปดาเนินการแทนในบางเรื่องบางระดับได้เพ่ือให้เกิดความรวดเร็วมากขึ้น ในด้านการตรวจสอบทรัพย์สิน
และหน้ีสินได้กาหนดให้เจ้าพนักงานของรัฐท่ีดารงตาแหน่งสาคัญๆ มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของตน
คู่สมรส (รวมถึงคู่สมรสที่อยู่กินกันฉันสามีภริยาโดยมิได้จดทะเบียนสมรส) และบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะของ
บุคคลนั้น ๆ ด้วย อันเป็นกลไกท่ีสาคัญในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตของประเทศ และการเพ่ิมบทบาท
ในงานด้านการสง่ เสริมและการปอ้ งกันการทุจริต โดยการส่งเสริมใหป้ ระชาชนมีส่วนร่วมในการรณรงค์ ให้ความรู้
ต่อต้านการทจริต หรือช้ีช่องเบาะแสโดยได้รับการคุ้มครอง รวมถึงการสร้างกลไก มาตรการหรือแนวทางในการท่ี
จะทาให้การปฏิบัติงานมีประสิทธิภาพ เกิดความรวดเร็ว สุจริต และเท่ียงธรรม เพ่ือให้ประเทศไทยปราศจากการ
ทุจริตคอร์รัปชัน โดยผลการดาเนินงานตามหน้าท่ีและอานาจของคณะกรรมการ ป.ป.ช. และสานักงาน ป.ป.ช.
ในปงี บประมาณ พ.ศ. 2564 สรุปสาระสาคญั ไดด้ ังน้ี
แผนภาพท่ี 1 หนา้ ท่ีและอานาจของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ดา้ นปราบปรามการทุจรติ
ไต่สวนกรณีกล่าวหาผดู้ ารงตาแหนง่ ทางการเมือง ตลุ าการศาลรฐั ธรรมนญู ผ้ดู ารงตาแหนง่ ในองค์กรอสิ ระ
ร่ารวยผิดปกติ ทจุ ริตตอ่ จงใจปฏิบัตหิ น้าที่/ ใช้อานาจขัดรฐั ธรรมนญู /กฎหมายหรือฝา่ ฝืน/
หนา้ ท่ี ไม่ปฏบิ ตั ิตามมาตรฐานทางจรยิ ธรรมอยา่ งร้ายแรง
ไต่สวนกรณีกล่าวหาเจา้ หน้าที่ของรัฐ เจ้าหน้าที่ของรัฐต่างประเทศ เจา้ หน้าทีข่ ององค์กรระหว่างประเทศ
รา่ รวยผดิ ปกติ ทจุ ริตต่อ ความผิดตอ่ ตาแหนง่ ความผดิ ต่อตาแหน่ง
หน้าท่ี หนา้ ท่ีราชการ หนา้ ที่ในการยุตธิ รรม
สถานการณ์การทจุ รติ ประเทศไทย ประจาปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 หน้า 1
2 บทบญั ญตั ิของกฎหมายที่เก่ียวข้อง
1. ความมุ่งหมายและเจตนารมณ์ในการกาหนดให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. เป็นศูนย์กลาง
ในการรับย่นื คากลา่ วหาเจ้าพนกั งานของรฐั ในคดีทุจรติ
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ได้จัดต้ังคณะกรรมการ ป.ป.ช. ขึ้นทาหน้าที่
เป็นองค์กรหลักในการตรวจสอบการใช้อานาจรัฐของเจ้าพนักงานของรัฐ โดยมีความมุ่งหมายและเจตนารมณ์
ให้เป็นองค์กรตามรัฐธรรมนูญที่มีความเป็นกลางและอิสระ และมุ่งตรวจสอบการใช้อานาจรัฐให้ครอบคลุมทุกระดับ
และรอบด้านโดยกลไกท่ีมีประสิทธิภาพ เกิดความรวดเร็ว สุจริต และเท่ียงธรรม โดยมีบุคคลผู้อยู่ภายใต้การตรวจสอบ
ของคณะกรรมการ ป.ป.ช. คือ เจ้าพนักงานของรัฐ ได้แก่ (1) เจ้าหน้าที่ของรัฐ (2) ผู้ดารงตาแหน่งทางการเมือง
(3) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และ (4) ผู้ดารงตาแหน่งในองค์กรอิสระ ประกอบกับพระราชบัญญัติประกอบ
รัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 59 วรรคแรก ได้กาหนดให้การกล่าวหา
เจ้าพนกั งานของรฐั บรรดาท่อี ยใู่ นหน้าที่และอานาจของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ให้ย่ืนคากล่าวหาต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช.
หรือสานักงาน ป.ป.ช. และมาตรา 60 ยังได้กาหนดให้การกล่าวหาเจ้าพนักงานของรัฐว่ามีการกระทาความผิด
ทอี่ ยูใ่ นหน้าทแ่ี ละอานาจของคณะกรรมการ ป.ป.ช. น้ัน อาจทาด้วยวาจาหรือทาเป็นหนังสือก็ได้ ดังนน้ั จึงอาจสรุป
จดุ มงุ่ หมายที่สาคญั ในการกาหนดให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. เปน็ ศูนยก์ ลางในการรบั คากลา่ วหาเจ้าพนักงานของรัฐ
ในคดีทจุ ริตได้ 3 ประการ ดงั นี้
1) เพ่ือให้การตรวจรับคากล่าวหาเจ้าหน้าท่ีของรัฐของหน่วยงานท่ีเกี่ยวข้องกับการป้องกันและ
ปราบปรามการทุจริตเปน็ มาตรฐานเดยี วกัน เนอ่ื งจากตลอดระยะเวลาทีผ่ า่ นมา การตรวจสอบการใชอ้ านาจรฐั ใน
เร่ืองท่ีกล่าวหาเจ้าหน้าท่ีของรัฐว่าเป็นการกระทาความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ หรือกระทาความผิดต่อตาแหน่ง
หน้าท่ีราชการ หรือความผิดต่อตาแหน่งหน้าท่ีในการยุติธรรม มีลักษณะกระจัดกระจายไปอยู่ในหลายหน่วยงาน
ด้วยกัน ได้แก่ สานักงาน ป.ป.ช. สานักงาน ป.ป.ท. สานักงานตารวจแห่งชาติ กรมสอบสวนคดีพิเศษ เป็นต้น
ทาให้การตรวจรับคากล่าวหาเจา้ หน้าทขี่ องรฐั ของหนว่ ยงานต่าง ๆ ไม่มมี าตรฐานแบบแผนเดียวกนั
2) เพื่อให้การตรวจสอบคากล่าวหาเจ้าหน้าที่ของรัฐมีประสิทธิภาพและรวดเร็วมากขึ้น
เน่ืองมาจากกระบวนการดาเนินคดีทุจริตตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 นั้น มิได้
กาหนดระยะเวลาในการดาเนินคดีทุจริตไว้อย่างชัดเจน ทาให้กระบวนการไต่สวนข้อเท็จจริงแต่เดิมน้ันเป็นไป
อย่างล่าช้า นอกจากนี้แล้ว รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 มาตรา 250 (3) ได้กาหนด
ให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีอานาจไต่สวนและวินิจฉัยเฉพาะเจ้าหน้าที่ของรัฐตั้งแต่ผู้บริหารระดับสูงหรือ
ข้าราชการซึ่งดารงตาแหน่งต้ังแต่ผู้อานวยการกองหรือเทียบเท่าข้ึนไปท่ีร่ารวยผดิ ปกติ กระทาความผิดฐานทุจริต
ต่อหน้าที่ หรือกระทาความผิด ต่อตาแหน่งหน้าท่ีราชการ หรือความผิดต่อตาแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรมเท่านนั้
ซึ่งไม่ครอบคลุมถึงการตรวจสอบเจ้าหน้าท่ีของรัฐที่ดารงตาแหน่งต่ากว่าผู้อานวยการกองหรือเทียบเท่าท่ีอยู่ใน
ความรับผิดชอบของคณะกรรมการ ป.ป.ท. ลงไป ทาให้การตรวจสอบคากลา่ วหาเจา้ หน้าท่ีของรัฐในบางกรณนี นั้
สานักงาน ป.ป.ช. กว่าจะทราบข้อมูลได้ว่าผู้ถูกกล่าวหาเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐตาแหน่งใดและระดับใดแล้ว ต้องใช้
ระยะเวลาพอสมควรในการค้นหาและตรวจสอบข้อมูลดังกล่าว อีกทั้งเม่ือทราบเป็นท่ีแน่ชัดแล้วว่า คากล่าวหา
เจ้าหน้าที่ของรัฐน้ัน ๆ เป็นตาแหน่งใดและอยู่ในความรับผิดชอบของหน่วยงานใดแล้ว จะต้องมีการรับส่งเรื่อง
ให้หนว่ ยงานทีอ่ ย่ใู นหนา้ ทค่ี วามรบั ผิดชอบตอ่ ไปอกี อนั จะส่งผลให้การดาเนินคดีมคี วามล่าช้าตามมา
หน้า 2 สถานการณ์การทจุ รติ ประเทศไทย ประจาปีงบประมาณ พ.ศ. 2564
3) เพือ่ ประโยชน์ในการบรหิ ารจดั การคากล่าวหาร้องเรียนในภาพรวมของประเทศ และมหี น่วยงาน
หลักรับผิดชอบเป็นศูนย์กลางในการรายงานสถานการณ์การทุจริตของประเทศอย่างเป็นระบบมากขึ้น เนื่องจาก
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พทุ ธศกั ราช 2550 มาตรา 250 (3) กาหนดใหค้ ณะกรรมการ ป.ป.ช. มีอานาจ
ไต่สวนและวินิจฉัยเจา้ หน้าทข่ี องรัฐเฉพาะในบางระดับตาแหนง่ เท่านั้น วา่ มีพฤตกิ ารณร์ า่ รวยผิดปกติ กระทาความผิด
ฐานทจุ ริตตอ่ หน้าท่ี หรอื กระทาความผดิ ต่อตาแหน่งหน้าทรี่ าชการ หรอื ความผดิ ตอ่ ตาแหนง่ หน้าที่ในการยุติธรรม
หรอื ไม่ ซึง่ ในทางปฏิบตั ิแลว้ กระบวนการรับย่ืนคากล่าวหาร้องเรียนเจ้าหน้าที่ของรัฐของหนว่ ยงานที่เก่ียวข้องกับ
การป้องกันและปราบปรามการทุจริต จึงกระจัดกระจายไปอยู่ในหลายหน่วยงานด้วยกัน มีลักษณะต่างหน่วยต่างทา
ตามอานาจหน้าที่ของหน่วยงาน ขาดความเป็นเอกภาพ ไม่มีลักษณะรวมศูนย์กลางไว้ท่ีแห่งเดียวกัน ทาให้การ
รวบรวมข้อมูลและรายงานสถานการณ์การทุจรติ ในภาพรวมของประเทศไม่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน อันส่งผลให้
การบรหิ ารจัดการคากล่าวหาและการวางแผนแกไ้ ขปญั หาการทจุ รติ คอรร์ ัปชันของประเทศไมเ่ ปน็ ไปอย่างต่อเน่ือง
และขาดจุดเนน้ ท่ตี รงกนั
2. หน้าที่และอานาจของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในการตรวจรับคากล่าวหา และการรายงาน
ผลการดาเนนิ คดที จุ ริต
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 234 วรรคสอง บัญญัติให้การ
ปฏิบัติหน้าที่ตาม (1) (2) และ (3) ให้เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ
ท่ีจะต้องจัดให้มีมาตรการหรือแนวทางท่ีจะทาให้การปฏิบัติหน้าท่ีมีประสิทธิภาพ เกิดความรวดเร็ว สุจริต และ
เท่ียงธรรม ในกรณีจาเป็นจะมอบหมายให้หน่วยงานของรัฐท่ีมีหน้าท่ีและอานาจเก่ียวข้องกับการป้องกันและ
ปราบปรามการทจุ รติ ดาเนนิ การแทนในเรื่องท่มี ิใชเ่ ปน็ ความผิดรา้ ยแรง หรือทเ่ี ป็นการกระทาของเจ้าหน้าท่ีของรัฐ
บางระดับหรือกาหนดให้พนักงานเจ้าหน้าที่ของหน่วยธรุ การของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริต
แหง่ ชาตเิ ป็นผดู้ าเนินการสอบสวนหรือไต่สวนเบื้องต้นตามหลักเกณฑ์ วธิ ีการ และเงือ่ นไขท่ีบญั ญตั ิไว้ในพระราชบัญญัติ
ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตก็ได้ ประกอบกับพระราชบัญญัติประกอบ
รฐั ธรรมนูญวา่ ด้วยการปอ้ งกันและปราบปรามการทจุ ริต พ.ศ. 2561 มาตรา 61 มาตรา 62 มาตรา 63 มาตรา 64
มาตรา 65 และมาตรา 66 ได้กาหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขตามที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
พุทธศกั ราช 2560 มาตรา 234 วรรคสอง กาหนดไว้ ดงั น้ี
มาตรา 61 ในกรณีที่ผู้เสียหายได้ร้องทุกข์หรือมีผู้กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนให้ดาเนินคดีกับ
เจ้าพนักงานของรัฐหรือบุคคลอื่นใดในข้อหาใด ๆ บรรดาที่อยู่ในหน้าที่และอานาจของคณะกรรมการ ป.ป.ช.
ให้พนักงานสอบสวนแสวงหาข้อเท็จจริง รวมทั้งรวบรวมพยานหลักฐานเบื้องต้น แล้วส่งให้คณะกรรมการป.ป.ช.
ภายในสามสิบวนั นบั แต่วนั ท่ไี ด้รับการรอ้ งทุกข์หรือกลา่ วโทษ
ในกรณีท่ีคณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้วเห็นว่าเรื่องที่ได้รับมาตามวรรคหน่ึง ไม่อยู่ในหน้าท่ี
และอานาจของคณะกรรมการ ป.ป.ช. หรอื แมจ้ ะอยใู่ นหน้าที่และอานาจแตเ่ ปน็ เร่อื งไมร่ ้ายแรง ท่ีเปน็ การกลา่ วหา
เจ้าพนักงานของรัฐ และคณะกรรมการ ป.ป.ช. เห็นสมควรมอบหมายให้พนักงานสอบสวนเป็นผู้ดาเนินการก็ให้
ส่งเรื่องคืนพนักงานสอบสวนภายในสามสิบวันนับแต่วันท่ีได้รับเร่ืองจากพนักงานสอบสวน โดยจะกาหนดระยะเวลา
ในการดาเนนิ การใหพ้ นกั งานสอบสวนตอ้ งปฏิบัตดิ ว้ ยกไ็ ด้
เพื่อประโยชน์ในการดาเนินการอย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็ว ให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. จัดทาคู่มือ
แจกจ่ายให้พนักงานสอบสวนอย่างทั่วถึงเพื่อให้พนักงานสอบสวนทราบว่าเรื่องใดบ้างที่อยู่ในหน้าที่และอานาจ
ของคณะกรรมการ ป.ป.ช.
สถานการณ์การทจุ รติ ประเทศไทย ประจาปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 หน้า 3
ในกรณีที่มีเหตุจะต้องขอให้ศาลออกหมายจับบุคคลตามวรรคหน่ึงหรือวรรคสอง ให้พนักงานสอบสวน
หรือพนกั งานฝา่ ยปกครองหรือตารวจชั้นผู้ใหญ่มีอานาจยื่นคาร้องตอ่ ศาลท่ีมเี ขตอานาจเพ่ือให้ออกหมายจับบุคคล
ดังกล่าวได้ หรือในกรณีที่มีเหตุจาเป็นอย่างอ่ืนท่ีจะจับโดยไม่มีหมายจับได้ให้พนักงานสอบสวนหรือพนักงาน
ฝ่ายปกครองหรือตารวจมีอานาจจับบุคคลดังกล่าวได้
ให้พนกั งานฝ่ายปกครองหรือตารวจท่ีจับบุคคลดังกล่าวไว้ สง่ ตวั ผ้ถู ูกจับพร้อมทั้งบันทึกการจับมายัง
พนักงานสอบสวนหรือคณะกรรมการ ป.ป.ช. ภายในส่ีสิบแปดชั่วโมง นับแต่เวลาที่ผู้ถูกจับมาถึงท่ีทาการของ
พนักงานสอบสวน โดยมใิ ห้นบั ระยะเวลาเดินทางตามปกติที่นาตัวผู้ถูกจับจากท่จี ับมายังท่ีทาการของพนักงานสอบสวน
รวมเข้าในกาหนดเวลาสี่สิบแปดช่ัวโมงนั้นด้วย ในกรณีท่ีไม่จาต้องมีการควบคุมตัวผู้ถูกจับไว้ คณะกรรมการ ป.ป.ช.
อาจปล่อยตวั ผถู้ ูกจับไป โดยมปี ระกัน หรือไมม่ ปี ระกันก็ได้
ในกรณีท่ีมีความจาเป็นต้องมีการควบคุมตัวผู้ถูกจับไว้ ให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ย่ืนคาร้องต่อศาล
เพ่ือให้ศาลออกหมายขังผู้ถูกจับไว้ได้ ตามหลักเกณฑ์และระยะเวลาที่กาหนดไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา
ความอาญาสาหรับความผดิ ทม่ี ีการร้องทุกข์กล่าวโทษนน้ั
มาตรา 62 ในกรณีที่เจ้าหน้าท่ีของรัฐซง่ึ ดารงตาแหน่งตงั้ แต่อานวยการระดับสูงหรือเทียบเท่าลงมา
มีกรณีถูกกล่าวหาว่ากระทาผิด หรือเจ้าหน้าท่ีของรัฐถูกกล่าวหาว่ากระทาผิดในเรื่องที่มิใช่เป็นความผิดร้ายแรง
ทง้ั นี้ บรรดาท่ีอยู่ในหน้าท่ีและอานาจของคณะกรรมการ ป.ป.ช. คณะกรรมการ ป.ป.ช. จะมอบหมายให้คณะกรรมการ
ป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ ตามกฎหมายว่าด้วยมาตรการของฝ่ายบริหารในการป้องกันและ
ปราบปรามการทจุ รติ ดาเนินการแทนคณะกรรมการ ป.ป.ช. กไ็ ด้
ในกรณีท่ีคณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้รับเรื่องตามวรรคหน่ึง ให้สานักงานดาเนินการส่งเรื่องท่ีได้รับไว้
ให้สานักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐเพื่อดาเนินการต่อไปภายในสามสิบวัน
นบั แตว่ นั ทสี่ านกั งานไดร้ บั เรอื่ ง
การเทยี บตาแหนง่ ตามวรรคหนงึ่ ให้เปน็ ไปตามทค่ี ณะกรรมการ ป.ป.ช. กาหนด
เพื่อประโยชน์ในการดาเนินการตามวรรคหนง่ึ ใหเ้ กิดความรวดเรว็ และมีประสิทธิภาพ คณะกรรมการ ป.ป.ช.
จะวางหลักเกณฑ์การดาเนินการไต่สวนและการช้ีมูลของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ
และสานักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐให้สอดคล้องกับการดาเนินการของ
คณะกรรมการ ป.ป.ช. ตามพระราชบัญญัตปิ ระกอบรัฐธรรมนญู น้ีก็ได้
ในการดาเนินการตามหน้าที่และอานาจตามวรรคหนึ่ง ให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปราม
การทจุ รติ ในภาครฐั ดาเนินการตามกาหนดระยะเวลาท่ีกาหนดให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ตอ้ งปฏบิ ตั ิตามพระราชบัญญัติ
ประกอบรฐั ธรรมนญู น้ี
มาตรา 63 ในกรณีท่ีคณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาเห็นสมควร อาจส่งเรื่องที่อยู่ในหน้าที่และ
อานาจของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ตามมาตรา 28 (2) และ (4) ที่มใิ ช่ความผดิ ร้ายแรง ใหพ้ นกั งานสอบสวนดาเนินการ
ตามประมวลกฎหมายวิธีพจิ ารณาความอาญาต่อไปก็ได้
มาตรา 64 ในกรณีท่ีคณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาเห็นว่าเรื่องท่ีมีการกล่าวหาเร่ืองใด มิใช่เป็น
ความผิดร้ายแรง หรือกล่าวหาในเรื่องที่มิได้อยู่ในหน้าท่ีและอานาจของคณะกรรมการ ป.ป.ช. คณะกรรมการ ป.ป.ช.
จะส่งเรื่องให้ผู้บังคับบัญชาหรือผู้มีอานาจแต่งต้ังหรือถอดถอนของผู้ถูกร้องดาเนินการทางวินัยไปตามหน้าที่และ
อานาจกไ็ ด้
หน้า 4 สถานการณ์การทจุ รติ ประเทศไทย ประจาปีงบประมาณ พ.ศ. 2564
มาตรา 65 เมื่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. มอบหมายให้หน่วยงานของรัฐตามมาตรา 61 มาตรา 62
มาตรา 63 และมาตรา 64 แล้ว ใหห้ นว่ ยงานของรัฐนนั้ ดาเนนิ การไปตามหนา้ ทแี่ ละอานาจของตนและรายงานผล
ให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ทราบ ทงั้ น้ี ตามหลักเกณฑ์และวธิ ีการและภายในกาหนดระยะเวลาที่คณะกรรมการ ป.ป.ช.
กาหนด
มาตรา 66 ในกรณีที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ไม่เห็นด้วยกับผลการดาเนินการตามรายงานตามมาตรา 65
หรือมีกรณีเหน็ ว่าผู้ถูกร้องอาจไม่ไดร้ ับความเป็นธรรม หรอื การดาเนินการนนั้ จะไม่เท่ียงธรรม ให้คณะกรรมการ ป.ป.ช.
มอี านาจสั่งการอย่างใดอย่างหนึ่ง หรอื อาจเรียกสานวนการไต่สวนหรือสอบสวนมาเพ่ือดาเนินการได้ โดยจะดาเนินการ
ไต่สวนใหม่ทัง้ หมด หรือนาผลการไต่สวนหรือสอบสวนของหนว่ ยงานของรฐั น้ันทั้งหมดหรอื บางสว่ นมาถือเป็นการ
ไตส่ วนของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ก็ได้
จากหลักการของบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 234
วรรคสอง และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561
มาตรา 61 มาตรา 62 มาตรา 63 มาตรา 64 มาตรา 65 และมาตรา 66 ดังกลา่ วข้างตน้ จะเห็นได้ว่า รัฐธรรมนูญ
และกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตได้บัญญัติให้คณะกรรมการ ป.ป.ช.
มีหน้าที่และอานาจเกี่ยวข้องกับการปราบปรามการทุจริตเจ้าพนักงานของรัฐทุกระดับ โดยมีเจตนารมณ์ให้
คณะกรรมการ ป.ป.ช. รบั คากลา่ วหาไวด้ าเนินการในกรณีเปน็ การกล่าวหาเจ้าหน้าที่ของรฐั ซง่ึ ดารงตาแหน่งตั้งแต่
อานวยการระดับสูงหรือเทียบเท่าขึน้ ไป หรอื เป็นการกลา่ วหาผู้ดารงตาแหน่งทางการเมือง ตุลาการศาลรฐั ธรรมนูญ
ผู้ดารงตาแหน่งในองค์กรอิสระ หรือผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน หรือเป็นการกล่าวหาเจ้าหน้าท่ีของรัฐกระทาผิด
ในเรื่องทเ่ี ปน็ ความผิดรา้ ยแรง หรือเป็นความผดิ เก่ียวกับการร่ารวยผิดปกติ หรอื เปน็ ความผิดตามกฎหมายว่าด้วย
ความผดิ เก่ยี วกับการเสนอราคาต่อหนว่ ยงานของรฐั หรือเป็นความผิดเกี่ยวกับการขัดกันระหว่างประโยชน์สว่ นบุคคล
และประโยชน์ส่วนรวม และเพ่ือให้การปฏิบัตหิ น้าท่ีของคณะกรรมการ ป.ป.ช. เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เกิดความ
รวดเร็ว สุจริต และเที่ยงธรรม รัฐธรรมนูญและกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปราม
การทุจริต กาหนดให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. มอบหมายให้หน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่และอานาจเกี่ยวข้องกับ
การปอ้ งกันและปราบปรามการทุจรติ ดาเนินการแทนในเร่ืองทม่ี ิใชเ่ ป็นความผดิ ร้ายแรง หรอื ท่เี ป็นการกระทาของ
เจา้ หน้าทขี่ องรัฐบางระดบั ดงั นั้น เพือ่ ใหเ้ ปน็ ไปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนญู และกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ
วา่ ด้วยการปอ้ งกันและปราบปรามการทจุ รติ ดงั กล่าว คณะกรรมการ ป.ป.ช. จึงได้กาหนดแนวทางในการพิจารณา
คากล่าวหาที่มลี ักษณะเปน็ ความผิดร้ายแรง ตามคาสงั่ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ที่ 1239/2561 เร่ืองแนวทางในการ
พิจารณาคากล่าวหาที่มีลักษณะเป็นความผิดร้ายแรง ลงวันที่ 8 ตุลาคม 2561 ได้แก่ เร่ืองท่ีเกี่ยวกับทรัพยากร
ธรรมชาติ ที่ดิน ส่ิงแวดล้อม หรือประโยชน์สาธารณะที่สาคัญ เร่ืองที่มีหรืออาจมีผลกระทบอย่างรุนแรงต่อความสงบ
เรยี บร้อย หรอื ศีลธรรมอันดีของประชาชน ความม่ันคงของชาติ ความสมั พันธ์ระหว่างประเทศ หรือระบบเศรษฐกิจ
หรือการคลังของประเทศ เร่ืองที่สาคัญระดับประเทศที่อยู่ในความสนใจของประชาชน เร่ืองที่มีผู้ทรงอิทธิพล
ท่ีสาคัญมีส่วนเก่ียวข้องกับคดีหรือคากล่าวหา เร่ืองที่สาคัญและเป็นการกระทาความผิดข้ามชาติ หรือมีเจ้าหน้าท่ี
ของรัฐต่างประเทศ หรือเจ้าหน้าท่ีขององค์กรระหว่างประเทศมีส่วนเกี่ยวข้อง เรื่องที่เก่ียวกับการจัดซื้อจัดจ้าง
มีวงเงินงบประมาณเกินกว่า 2,000,000 บาท หรือมีมูลค่าความเสียหายเกินกว่า 500,000 บาท และอาจก่อให้เกิด
ความเสียหายแก่ทางราชการอย่างกว้างขวาง เรื่องที่เกี่ยวกับการที่รัฐ หน่วยงานราชการ หน่วยงานของรัฐ
รัฐวิสาหกิจ หรือราชการส่วนท้องถ่ิน ให้สัมปทานที่มีลักษณะเป็นการให้ประโยชน์โดยมิชอบ เรื่องท่ีมีผลกระทบ
ต่อระบบบริหารราชการในภาพรวม แม้อาจคานวณค่าความเสยี หายเป็นตัวเงินได้ และกาหนดตาแหน่งเจ้าหนา้ ท่ี
ของรัฐซ่ึงดารงตาแหน่งต้ังแต่อานวยการระดับสูงหรือเทียบเท่าลงมา และลักษณะความผิดที่คณะกรรมการ ป.ป.ช.
สมควรดาเนินการเอง ตามคาสั่งคณะกรรมการ ป.ป.ช. ที่ 1240/2561 เร่ืองกาหนดตาแหน่งเจ้าหน้าที่ของรัฐ
ซึ่งดารงตาแหน่งตั้งแต่อานวยการระดับสูงหรือเทียบเท่าลงมาและลักษณะความผิดที่คณะกรรมการ ป.ป.ช.
สมควรดาเนนิ การ ลงวันที่ 8 ตุลาคม 2561 ได้แก่ ตาแหน่งผู้พิพากษา ตุลาการ พนักงานอัยการ ผู้บริหารทอ้ งถ่นิ
สถานการณ์การทจุ รติ ประเทศไทย ประจาปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 หน้า 5
รองผู้บริหารท้องถ่ิน ผู้ช่วยผู้บริหารท้องถิ่น สมาชิกสภาท้องถ่ินขององค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน เจ้าพนักงานของรัฐ
ในสานกั งานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรและสานักงานเลขาธิการวฒุ สิ ภา เจา้ พนกั งานของรัฐในหน่วยงานป้องกัน
และปราบปรามการทุจริต และการกระทาความผิดตามหมวด 6 การขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลและ
ประโยชน์ส่วนรวม การกระทาความผิดตามกฎหมายว่าด้วยความผิดเก่ียวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ
โดยคณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้พิจารณาดาเนินการตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการ
ปอ้ งกนั และปราบปรามการทุจรติ ดงั น้ี
1) มอบหมายให้พนักงานสอบสวนดาเนินการในกรณีที่เห็นว่าเรื่องที่ได้รับมาอยู่ในหน้าท่ีและ
อานาจ แต่เปน็ เรอ่ื งที่ไม่รา้ ยแรง หรอื เป็นเรื่องทไี่ มอ่ ยู่ในหนา้ ท่แี ละอานาจของคณะกรรมการ ป.ป.ช. (มาตรา 61)
2) มอบหมายให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐดาเนินการในกรณี
ที่มีการกล่าวหาเจ้าหน้าที่ของรัฐซึ่งดารงตาแหน่งตั้งแต่อานวยการระดับสูงหรือเทียบเท่าลงมา ว่ากระทาผิด
หรือเจ้าหนา้ ท่ีของรัฐถูกกลา่ วหาวา่ กระทาผิดในเรื่องที่มิใชเ่ ป็นความผดิ ไม่รา้ ยแรง (มาตรา 62)
3) มอบหมายให้พนักงานสอบสวนดาเนินการตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
ในกรณีท่ีมีการกล่าวหาเจ้าหน้าท่ีของรัฐที่อยู่ในหน้าท่ีและอานาจของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ตามมาตรา 28 (2)
และ (4) ทีม่ ิใชค่ วามผดิ รา้ ยแรง (มาตรา 63)
4) มอบหมายให้ผู้บังคับบัญชาหรือผู้มีอานาจแต่งต้ังหรือถอดถอนในกรณีที่มีการกล่าวหา
เจ้าหน้าท่ขี องรัฐท่ีอยูใ่ นหน้าที่และอานาจของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ดาเนนิ การทางวินัยไปตามหน้าท่ีและอานาจ
ในเร่อื งที่มิใชเ่ ป็นความผดิ ไม่ร้ายแรง หรอื เปน็ การกลา่ วหาในเรื่องท่มี ิไดอ้ ย่ใู นหนา้ ที่และอานาจของคณะกรรมการ
ป.ป.ช. (มาตรา 64)
นอกจากนี้ เม่ือคณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาและมอบหมายให้หน่วยงานของรัฐตามมาตรา 61
มาตรา 62 มาตรา 63 และมาตรา 64 ดาเนินการแล้ว กฎหมายกาหนดให้หน่วยงานของรัฐน้ันดาเนินการไปตาม
หน้าที่และอานาจของตนและรายงานผลให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ทราบ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการและภายใน
กาหนดระยะเวลาท่ีคณะกรรมการ ป.ป.ช. กาหนด (กรณีเรื่องที่มอบหมายให้ดาเนินการเป็นเร่ืองท่ีอยู่ในหน้าที่
และอานาจของคณะกรรมการ ป.ป.ช.) และกรณีที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ไม่เห็นด้วยกับผลการดาเนินการตาม
รายงานตามมาตรา 65 หรือมกี รณีเห็นว่าผถู้ ูกร้องอาจไม่ไดร้ ับความเป็นธรรม หรอื การดาเนินการน้นั จะไม่เทย่ี งธรรม
คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีอานาจสั่งการอย่างใดอย่างหนึ่ง หรืออาจเรียกสานวนการไต่สวนหรือสอบสวนมา
เพื่อดาเนินการได้ โดยจะดาเนินการไต่สวนใหม่ท้ังหมด หรือนาผลการไต่สวนหรือสอบสวนของหน่วยงานของรัฐนั้น
ทั้งหมดหรือบางส่วนมาถือเป็นการไต่สวนของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ก็ได้ จากหลักการดังกล่าว จะเห็นว่า
เม่ือคณะกรรม ป.ป.ช. พจิ ารณามอบหมายใหห้ นว่ ยงานของรัฐตามมาตรา 61 มาตรา 62 มาตรา 63 และมาตรา 64
ดาเนินการแล้วก็ตาม คณะกรรมการ ป.ป.ช. ยังมหี น้าที่ต้องติดตามผลการดาเนนิ การของหน่วยงานของรัฐว่า ผู้ถูกร้อง
ไดร้ บั ความเป็นธรรม หรือการดาเนินการนั้นเปน็ ไปอยา่ งถูกต้อง เทย่ี งธรรม หรอื ไม่ เพื่อให้กระบวนการตรวจสอบ
การใชอ้ านาจรัฐเป็นไปอย่างมีประสิทธภิ าพ เกิดความรวดเร็ว สจุ ริต และเท่ียงธรรม สอดคล้องกับบทบาท หน้าท่ี
อัตรากาลังของสานักงาน ป.ป.ช. และหน่วยงานของรัฐที่มีหน้าท่ีและอานาจเก่ียวข้องกับการป้องกันและปราบปราม
การทุจรติ
ดว้ ยหลักการของบทบัญญัติของกฎหมายดังกลา่ วข้างตน้ สง่ ผลให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. เปน็ ศนู ย์กลาง
ของการรับคากล่าวหาร้องเรียนการทุจริตเจ้าพนักงานของรัฐทุกระดับ โดยพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ
ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 ซ่ึงมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 22 กรกฎาคม 2561 ดังน้ัน
ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 เป็นปีที่สามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีหน้าท่ีและอานาจรบั คากลา่ วหารอ้ งเรียนและ
ตรวจสอบการทุจริตเจ้าพนักงานของรัฐทุกระดบั ซง่ึ สานักงาน ป.ป.ช. โดยสานักเทคโนโลยสี ารสนเทศมีการดาเนินการ
ด้วยระบบตรวจรับคากล่าวหา (Preliminary Examination System on Corruption Accusation : PESCA)
หน้า 6 สถานการณ์การทจุ รติ ประเทศไทย ประจาปีงบประมาณ พ.ศ. 2564
เพ่ือรองรับบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 และพระราชบัญญัติประกอบ
รัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 ซึ่งกาหนดให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ดาเนินการ
ตรวจสอบคากล่าวหาว่าจะรับไว้ในการดาเนินการตามหน้าท่ีและอานาจ หรือมอบหมายให้หน่วยงานของรัฐตาม
มาตรา 61 มาตรา 62 มาตรา 63 และมาตรา 64 ดาเนนิ การ และให้หน่วยงานของรฐั น้ันดาเนินการไปตามหน้าท่ี
และอานาจของตนแล้วรายงานผลให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ทราบ โดยหน่วยงานของสานักงาน ป.ป.ช. ทั้งในส่วนกลาง
และในส่วนพื้นที่ท้ังสานักงาน ป.ป.ช. ภาค และสานักงาน ป.ป.ช. ประจาจังหวัด สามารถรับคากล่าวหาร้องเรียน
การทุจริตเจ้าพนักงานของรัฐได้ จากน้ันบันทึกคากล่าวหาเข้าสู่ระบบตรวจรับคากล่าวหา (PESCA) เพ่ือให้มีการ
บูรณาการร่วมกัน มีการส่งผ่านข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ให้ผู้บังคับบัญชาพิจารณาให้ความเห็นตามลาดับช้ัน
ไดอ้ ยา่ งรวดเรว็ และเสนอให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. พจิ ารณามอบหมายใหห้ น่วยงานของรฐั ตามมาตรา 61 มาตรา 62
มาตรา 63 และมาตรา 64 ดาเนินการต่อไป ส่งผลให้กระบวนการรับคากล่าวหาร้องเรียนเจ้าพนักงานของรัฐ
ในชน้ั ตรวจรบั คากล่าวหาของคณะกรรมการ ป.ป.ช. เกดิ ความรวดเร็ว มีประสิทธภิ าพ และเปน็ ไปตามเจตนารมณ์
ของรัฐธรรมนูญและกฎหมายประกอบรฐั ธรรมนญู วา่ ดว้ ยการปอ้ งกนั และปราบปรามการทจุ รติ ดังกลา่ ว
สถานการณ์การทจุ รติ ประเทศไทย ประจาปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 หน้า 7
3 สถิติคากล่าวหารอ้ งเรียน
▪ แหล่งทีม่ าของคากลา่ วหา
จากสถิติคากล่าวหาร้องเรียนที่เข้ามาสู่สานักงาน ป.ป.ช. ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 จานวนท้ังสิ้น
8,381 เร่ือง เมื่อพิจารณาจากแหล่งท่ีมาของคากล่าวหา พบว่า คากล่าวหาส่วนใหญ่เป็นคากล่าวหาท่ีร้องเรียนมายัง
สานักงาน ป.ป.ช. โดยตรง จานวน 5,568 เร่ือง (ร้อยละ 66.44) รองลงมาเป็นคากล่าวหาจากสานักงานตารวจ
แห่งชาติ จานวน 1,307 เรื่อง (รอ้ ยละ 15.59) และสานกั งาน ป.ป.ท. จานวน 1,034 เรือ่ ง (ร้อยละ 12.34) ตามลาดับ
รายละเอยี ดดงั ตารางที่ 1
ตารางที่ 1 จานวนและร้อยละของคากลา่ วหา จาแนกตามแหล่งท่มี า
แหลง่ ท่ีมาของคากล่าวหา จานวนคากลา่ วหา ร้อยละ
(เรอื่ ง) (%)
สานักงาน ป.ป.ช.
สานกั งานตารวจแห่งชาติ 5,568 66.44
สานักงาน ป.ป.ท. 1,307 15.59
สานักงานการตรวจเงนิ แผ่นดิน 1,034 12.34
กองบังคับการปอ้ งกันปราบปรามการทจุ ริตและประพฤตมิ ิชอบ 138 1.65
องคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถิน่ 119 1.42
กรมสอบสวนคดีพิเศษ 56 0.67
สานกั งานผตู้ รวจการแผน่ ดนิ 52 0.62
ผบู้ งั คบั บัญชา หรือผ้มู ีอานาจแตง่ ตง้ั หรือถอดถอน 30 0.36
กรมราชทัณฑ์ 19 0.23
กระทรวงมหาดไทย 19 0.23
กองบงั คับการปราบปราม 14 0.17
สานักงานคณะกรรมการสิทธิมนษุ ยชนแหง่ ชาติ 0.10
รฐั สภา 8 0.10
กระทรวงสาธารณสขุ 8 0.04
สานกั งานปอ้ งกนั และปราบปรามการฟอกเงิน 3 0.02
สานักงานอัยการสูงสดุ 2 0.02
กรมคุ้มครองสทิ ธิและเสรภี าพ 2 0.01
1 0.01
รวม 1
100
8,381
ทม่ี า : ระบบตรวจรบั คากลา่ วหา (PESCA)
ประมวลผลโดย : สานกั บริหารงานกลาง สานกั งาน ป.ป.ช.
▪ ประเภทการร้องเรยี น
สถิติคากล่าวหาร้องเรียนท่ีเข้ามาสู่สานกั งาน ป.ป.ช. ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 จานวน 8,381 เร่ือง
ส่วนใหญ่เป็นคากล่าวหาประเภทหนังสือร้องเรียน จานวน 4,316 เรื่อง (ร้อยละ 51.50) รองลงมาเป็นหนังสือ
ราชการ จานวน 1,939 เรื่อง (ร้อยละ 23.14) บัตรสนเท่ห์ จานวน 1,594 เรื่อง (ร้อยละ 19.02) ร้องเรียนผ่าน
ทางเว็บไซต์ จานวน 196 เร่ือง (ร้อยละ 2.34) ร้องเรียนด้วยวาจา จานวน 116 เรื่อง (ร้อยละ 1.38) แจ้งเบาะแส
จานวน 89 เรื่อง (ร้อยละ 1.06) คากล่าวหาท่ีไม่ปรากฏชือ่ และตาแหนง่ ผู้ถูกรอ้ ง จานวน 96 เรื่อง (ร้อยละ 1.15)
และคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีเหตอุ ันควรสงสัยตามมาตรา 35 จานวน 35 เรอื่ ง (รอ้ ยละ 0.42) ตามลาดบั
หน้า 8 สถานการณ์การทจุ รติ ประเทศไทย ประจาปีงบประมาณ พ.ศ. 2564
ทั้งน้ี เมื่อพิจารณาคากลา่ วหาจากในทุกช่องทางการร้องเรียนกล่าวหาตามปีท่ีเกดิ เหตุแล้ว จะเหน็ ได้ว่า
คากล่าวหาส่วนใหญ่เกิดเหตุในปี พ.ศ. 2563 และปี พ.ศ. 2564 รวมจานวน 5,097 เร่ือง คิดเป็นร้อยละ 60.82
ของจานวนคากล่าวหาทง้ั หมด รายละเอียดดังตารางท่ี 2
ตารางที่ 2 จานวนและรอ้ ยละคากลา่ วหา จาแนกตามประเภทการรอ้ งเรียนและปีงบประมาณทเ่ี กิดเหตุ
คากล่าวหา ปีงบประมาณท่เี กดิ เหตุ พ.ศ.
ประเภทการรอ้ งเรยี น จานวน รอ้ ยละ 2564 2563 2562 2561 2560 2550- 2544- 2514- ไม่ระบุ*
(เร่อื ง) (%) 2559 2549 2543
หนังสอื รอ้ งเรียน 4,316 51.50 1,660 1,140 406 257 174 623 37 18 1
หนังสือราชการ 1,939 23.14 550 393 222 128 99 490 31 23 3
บตั รสนเท่ห์ 1,594 19.02 662 384 80 56 60 151 4 2 195
ร้องเรียนผ่านเว็บไซต์ 196 2.34 77 29 15 11 16 21 - - 27
ร้องเรียนดว้ ยวาจา 116 1.38 40 24 10 8 6 26 - 2 -
ไม่ปรากฏชือ่ และตาแหนง่ ผถู้ ูกรอ้ ง 96 1.15 56 18 2 - 4 5 - 4 7
แจง้ เบาะแส 89 1.06 33 17 11 10 3 5 - - 10
เหตอุ ันควรสงสัย 35 0.42 10 4 2 - 1 17 1 - -
รวม 8,381 100.00 3,088 2,009 748 470 363 1,338 73 49 243
ร้อยละ (%) 36.85 23.97 8.92 5.61 4.33 15.96 0.87 0.58 2.90
ทม่ี า : ระบบตรวจรบั คากล่าวหา (PESCA)
ประมวลผลโดย : สานักบริหารงานกลาง สานักงาน ป.ป.ช.
หมายเหตุ : *เนอ่ื งจากผูแ้ จง้ เบาะแส/ผ้รู อ้ งไม่ไดร้ ะบุปีที่เกดิ เหตุ จงึ ไมส่ ามารถระบไุ ดว้ า่ เป็นปีงบประมาณใด
ทั้งน้ี ได้แบ่งประเภทคากล่าวหาออกเป็น 2 กลุ่ม โดยพิจารณาจากความครบถ้วนตามมาตรา 60
แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 กล่าวคือ กลุ่มที่ 1
เป็นกลุ่มที่ส่วนใหญ่มีรายละเอียดคากล่าวหาครบถ้วนตามมาตรา 60 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ
ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 ได้แก่ (1) ชื่อและท่ีอยู่ของผู้กล่าวหา (2) ชื่อหรือตาแหน่ง
ของผ้ถู ูกรอ้ ง และ (3) ข้อกลา่ วหาและพฤติการณ์แหง่ การกระทาผิดตามข้อกล่าวหาพร้อมพยานหลักฐานหรืออ้าง
พยานหลักฐาน และกลุ่มท่ี 2 เป็นกลุ่มท่ีส่วนใหญ่มีรายละเอียดคากล่าวหาไม่ครบถ้วนตามมาตรา 60 แห่ง
พระราชบัญญัตปิ ระกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 ได้แก่ ไมม่ ชี อ่ื และท่ีอยู่
ของผู้กล่าวหา หรือไม่มีช่ือหรือตาแหน่งของผู้ถูกร้อง หรือไม่ระบุข้อกล่าวหาหรือพฤติการณ์แห่งการกระทาผิด
ตามข้อกล่าวหา หรือไม่มีพยานหลักฐานหรืออ้างพยานหลักฐาน โดยการพิจารณาคากล่าวหาในแต่ละกลุ่มน้ัน
คณะกรรมการ ป.ป.ช. ไดพ้ ิจารณาผลการตรวจรบั คากล่าวหาและมมี ติ ดังน้ี
กลมุ่ ท่ี 1 เปน็ กลุ่มที่ส่วนใหญ่มรี ายละเอียดคากลา่ วหาครบถ้วน ตามมาตรา 60 แหง่ พระราชบัญญัติ
ประกอบรฐั ธรรมนูญวา่ ด้วยการป้องกนั และปราบปรามการทจุ รติ พ.ศ. 2561 จานวน 6,406 เร่อื ง คณะกรรมการ
ป.ป.ช. ได้พจิ ารณาผลการตรวจรบั คากลา่ วหาและมมี ติแล้ว จานวน 6,394 เรอ่ื ง (รอ้ ยละ 99.81) จาแนกเป็น
1. คากล่าวหาประเภทหนงั สือรอ้ งเรียน จานวน 4,316 เรื่อง ซึ่งคณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้พจิ ารณา
ผลการตรวจรบั คากล่าวหาและมมี ติแลว้ จานวน 4,308 เรือ่ ง (ร้อยละ 99.81) ดังนี้
1.1 เรื่องรบั ไว้ดาเนินการ (ออกเลขดา) จานวน 2,039 เร่อื ง (รอ้ ยละ 47.24)
1.2 เร่อื งส่งหนว่ ยงานภายนอก จานวน 1,501 เรือ่ ง (ร้อยละ 34.78)
1.3 สง่ รวมเร่ืองซ้า จานวน 525 เรอ่ื ง (รอ้ ยละ 12.16)
1.4 เรื่องไมร่ บั ไว้พจิ ารณา/ไม่อยใู่ นอานาจหนา้ ที่ จานวน 236 เรื่อง (ร้อยละ 5.47)
1.5 สง่ เร่ืองให้สานักอ่ืนดาเนนิ การ/อื่น ๆ จานวน 7 เร่อื ง (ร้อยละ 0.16)
สถานการณ์การทจุ รติ ประเทศไทย ประจาปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 หน้า 9
2. คากล่าวหาประเภทหนังสือราชการ จานวน 1,939 เรื่อง ซ่ึงคณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้พิจารณา
ผลการตรวจรับคากลา่ วหาและมมี ติแลว้ จานวน 1,936 เร่ือง (ร้อยละ 99.85) ดงั น้ี
2.1 เร่อื งรับไว้ดาเนินการ (ออกเลขดา) จานวน 632 เร่ือง (รอ้ ยละ 32.59)
2.2 เรอื่ งสง่ หนว่ ยงานภายนอก จานวน 987 เรื่อง (รอ้ ยละ 50.90)
2.3 สง่ รวมเร่อื งซา้ จานวน 274 เร่ือง (รอ้ ยละ 14.13)
2.4 เรอ่ื งไม่รบั ไวพ้ จิ ารณา/ไมอ่ ยู่ในอานาจหนา้ ที่ จานวน 41 เร่อื ง (รอ้ ยละ 2.11)
2.5 ส่งเรอ่ื งให้สานกั อนื่ ดาเนนิ การ/อืน่ ๆ จานวน 2 เรอื่ ง (รอ้ ยละ 0.10)
3. คากล่าวหาประเภทร้องเรียนด้วยวาจา จานวน 116 เรื่อง ซึ่งคณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้พิจารณา
ผลการตรวจรับคากล่าวหาและมีมตแิ ลว้ จานวน 115 เรอ่ื ง (รอ้ ยละ 99.14) ดงั น้ี
3.1 เรอื่ งรับไว้ดาเนินการ (ออกเลขดา) จานวน 62 เรอื่ ง (ร้อยละ 53.45)
3.2 เร่ืองส่งหนว่ ยงานภายนอก จานวน 43 เรอ่ื ง (รอ้ ยละ 37.07)
3.3 ส่งรวมเรื่องซา้ จานวน 4 เรื่อง (รอ้ ยละ 3.45)
3.4 เรอ่ื งไม่รบั ไว้พจิ ารณา/ไมอ่ ยู่ในอานาจหน้าท่ี จานวน 6 เร่ือง (ร้อยละ 5.17)
4. คากล่าวหาประเภทยกเหตุอันควรสงสัย จานวน 35 เรื่อง ซึ่งคณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้พจิ ารณา
ผลการตรวจรบั คากล่าวหาและมีมตแิ ลว้ จานวน 35 เร่อื ง (รอ้ ยละ 100.00) ซง่ึ เป็นเรื่องรบั ไวด้ าเนนิ การ (ออกเลขดา)
จานวน 34 เรอ่ื ง (รอ้ ยละ 97.14) และเร่ืองไมร่ ับไวพ้ จิ ารณา/ไมอ่ ยู่ในอานาจหน้าท่ี จานวน 1 เรื่อง (ร้อยละ 2.86)
รายละเอียดดงั ตารางที่ 3 และ 4
ตารางท่ี 3 จานวนคากล่าวหาที่ร้องเรียนผ่านหนังสือร้องเรียน หนังสือราชการ ร้องเรียนด้วยวาจา และ
เหตอุ นั ควรสงสยั ของคณะกรรมการ ป.ป.ช. จาแนกตามลักษณะ/รูปแบบการตรวจรับคากลา่ วหา
จานวน ลักษณะ/รูปแบบการตรวจรับคากล่าวหา (เรื่องเสรจ็ ) คงคา้ ง
(เร่อื ง) (เร่ือง)
ประเภทการรอ้ งเรยี น รับดาเนนิ การ สง่ หนว่ ยงาน สง่ รวมเรื่องซา้ ไมร่ ับพจิ ารณา/ ส่งเรอื่ งให้สานักอื่น รวม
4,316 ออกเลขดา ภายนอก ไมอ่ ยใู่ นอานาจ ดาเนนิ การ/อ่ืน ๆ 8
หนงั สอื ร้องเรียน 1,939 4,308 3
หนังสอื ราชการ 116 2,039 1,501 525 236 7 1,936 1
ร้องเรียนดว้ ยวาจา 35 115 -
เหตอุ ันควรสงสัย 6,406 632 987 274 41 2 35 12
100.00 62 6,394 0.19
รวม 34 43 4 6 - 99.81
รอ้ ยละ (%)
2,767 - -1-
43.19
2,531 803 284 9
39.51 12.53 4.44 0.14
ทีม่ า : ระบบตรวจรบั คากลา่ วหา (PESCA)
ประมวลผลโดย : สานักบรหิ ารงานกลาง สานักงาน ป.ป.ช.
หน้า 10 สถานการณก์ ารทจุ รติ ประเทศไทย ประจาปีงบประมาณ พ.ศ. 2564
ตารางท่ี 4 จานวนคากล่าวหาท่ีร้องเรียนผ่านหนังสือร้องเรียน หนังสือราชการ ร้องเรียนด้วยวาจา และ
เหตุอันควรสงสัยของคณะกรรมการ ป.ป.ช. จาแนกตามการส่งหรือมอบหมายคากล่าวหาให้
หน่วยงานอน่ื ดาเนินการ
หนว่ ยงาน จานวน ร้อยละ การส่งหรือมอบหมายเร่อื งกลา่ วหา
คากล่าวหา (%)
สานกั งานตารวจแหง่ ชาติ ม.61 ม.63
สานกั งาน ป.ป.ท. (เรือ่ ง) ม.61 ม.62 ม.63 ม.64 และ และ สง่ กลับฯ
ผู้บังคับบัญชา/ผู้มอี านาจแตง่ ตงั้ ถอดถอน
สง่ กลับกรณไี มอ่ ย่ใู นอานาจ ม.64 ม.64
รวม 997 39.39 951 - 46 - - - -
188 7.43 - 188 - - - - -
1,190 47.02 - - - 1,183 4 3 -
156 6.16 - - - - - - 156
2,531 100.00 951 188 46 1,183 4 3 156
ทมี่ า : ระบบตรวจรบั คากลา่ วหา (PESCA)
ประมวลผลโดย : สานกั บรหิ ารงานกลาง สานกั งาน ป.ป.ช.
กลุ่มที่ 2 เป็นกลุ่มที่ส่วนใหญ่มีรายละเอียดคากล่าวหาไม่ครบถ้วน ตามมาตรา 60 แห่ง
พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนญู ว่าด้วยการป้องกนั และปราบปรามการทุจรติ พ.ศ. 2561 จานวน 1,975 เร่ือง
ซึ่งคณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้พจิ ารณาผลการตรวจรับคากล่าวหาและมีมติแลว้ จานวน 1,960 เร่อื ง (ร้อยละ 99.24)
จาแนกเป็น
1. คากล่าวหาประเภทบัตรสนเท่ห์ จานวน 1,594 เรื่อง ซ่ึงคณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้พิจารณา
ผลการตรวจรบั คากล่าวหาและมมี ตแิ ล้ว จานวน 1,581 เรื่อง (ร้อยละ 99.18) ดังน้ี
1.1 เรื่องรบั ไวด้ าเนินการ (ออกเลขดา) จานวน 377 เรื่อง (รอ้ ยละ 23.65)
1.2 เรื่องส่งหนว่ ยงานภายนอก จานวน 167 เร่ือง (รอ้ ยละ 10.48)
1.3 ส่งรวมเร่ืองซ้า จานวน 273 เร่อื ง (รอ้ ยละ 17.13)
1.4 เรอ่ื งไมร่ ับไวพ้ ิจารณา/ไมอ่ ยูใ่ นอานาจหน้าท่ี จานวน 763 เรื่อง (ร้อยละ 47.87)
1.5 ส่งเรอื่ งให้สานกั อนื่ ดาเนนิ การ/อื่น ๆ จานวน 1 เร่อื ง (ร้อยละ 0.06)
2. คากล่าวหาประเภทร้องเรียนผ่านเว็บไซต์ จานวน 196 เรื่อง คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้พิจารณา
ผลการตรวจรับคากล่าวหาและมีมติแล้ว จานวน 194 เรื่อง (ร้อยละ 98.98) โดยคากล่าวหากลุ่มน้ีบางส่วน
คณะกรรมการ ป.ป.ช. ไมส่ ามารถพิจารณาผลการตรวจรบั คากล่าวหาและมีมติได้ เน่ืองจากคากล่าวหากลุ่มน้ี ไมม่ ีช่ือ
และท่ีอยู่ของผู้ร้องเรียน ทาให้ไม่สามารถติดต่อขอข้อมูลเพิ่มเติมให้ครบถ้วนตามมาตรา 60 แห่งพระราชบัญญัติ
ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 จากผู้ร้องเรียนได้ หรือคากล่าวหา
ไม่มีชื่อหรือตาแหน่งของผู้ถูกร้อง ทาให้ไม่ทราบว่าผู้ถูกร้องคือบุคคลใด มีสถานะเป็นเจ้าพนักงานของรัฐตามกฎหมาย
หรือไม่ หรือคากล่าวหาไม่ระบขุ ้อกล่าวหาหรือพฤติการณ์แห่งการกระทาผิดตามข้อกล่าวหา หรอื ไม่มีพยานหลักฐาน
หรอื อา้ งพยานหลักฐานประกอบข้อกล่าวหาเพียงพอท่ีคณะกรรมการ ป.ป.ช. จะพิจารณาดาเนินการต่อไปได้ ส่งผลให้
คากล่าวหาประเภทนี้ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ไม่สามารถพิจารณาผลการตรวจรบั คากล่าวหาและมีมตไิ ด้ ดงั น้ี
2.1 เรื่องรับไวด้ าเนินการ (ออกเลขดา) จานวน 43 เร่ือง (รอ้ ยละ 21.94)
2.2 เรอ่ื งส่งหน่วยงานภายนอก จานวน 14 เรื่อง (รอ้ ยละ 7.14)
2.3 สง่ รวมเร่อื งซา้ จานวน 29 เร่ือง (ร้อยละ 14.80)
2.4 เร่ืองไม่รบั ไว้พิจารณา/ไมอ่ ยู่ในอานาจหน้าที่ จานวน 107 เรอื่ ง (รอ้ ยละ 54.59)
2.5 สง่ เร่ืองให้สานักอน่ื ดาเนินการ/อ่นื ๆ จานวน 1 เรื่อง (รอ้ ยละ 0.51)
สถานการณ์การทจุ รติ ประเทศไทย ประจาปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 หน้า 11
3. คากล่าวหาประเภทแจ้งเบาะแส จานวน 89 เรื่อง ซ่ึงคณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้พิจารณา
ผลการตรวจรบั คากลา่ วหาและมมี ติแล้ว จานวน 89 เรือ่ ง (รอ้ ยละ 100.00) ดงั น้ี
3.1 เรื่องรบั ไวด้ าเนินการ (ออกเลขดา) จานวน 20 เรือ่ ง (รอ้ ยละ 22.47)
3.2 เรื่องสง่ หนว่ ยงานภายนอก จานวน 2 เร่อื ง (ร้อยละ 2.25)
3.3 สง่ รวมเรือ่ งซา้ จานวน 10 เรื่อง (รอ้ ยละ 11.24)
3.4 เร่ืองไม่รบั ไวพ้ ิจารณา/ไม่อยู่ในอานาจหน้าท่ี จานวน 57 เรือ่ ง (ร้อยละ 64.04)
4. คากล่าวหาประเภทไม่ปรากฏช่ือและตาแหน่งผู้ถูกร้อง จานวน 96 เร่ือง ซ่ึงคณะกรรมการ
ป.ป.ช. ไดพ้ จิ ารณาผลการตรวจรบั คากล่าวหาและมมี ติแล้ว จานวน 96 เร่ือง (รอ้ ยละ 100.00) ดังนี้
4.1 เร่อื งรับไวด้ าเนนิ การ (ออกเลขดา) จานวน - เร่ือง (ร้อยละ -)
4.2 เรอ่ื งส่งหนว่ ยงานภายนอก จานวน - เรอ่ื ง (รอ้ ยละ -)
4.3 ส่งรวมเรอื่ งซ้า จานวน - เรอื่ ง (รอ้ ยละ -)
4.4 เร่อื งไม่รับไวพ้ ิจารณา/ไมอ่ ยูใ่ นอานาจหน้าที่ จานวน - เรื่อง (ร้อยละ -)
4.5 ยตุ เิ รอื่ งตามข้อ 23 จานวน 96 เรอื่ ง (ร้อยละ 100.00)
รายละเอยี ดดงั ตารางท่ี 5 และ 6
ตารางท่ี 5 จานวนคากล่าวหาที่ร้องเรียนผ่านบัตรสนเท่ห์ เว็บไซต์ และแจ้งเบาะแส จาแนกตามลักษณะ/
รปู แบบการตรวจรบั คากลา่ วหา
จานวน ลกั ษณะ/รปู แบบการตรวจรับคากลา่ วหา (เรอ่ื งเสรจ็ ) คงคา้ ง
(เรือ่ ง) (เร่ือง)
ประเภทการรอ้ งเรยี น รบั ดาเนินการ สง่ หนว่ ยงาน สง่ รวม ไมร่ ับพจิ ารณา/ ส่งเรอื่ งใหส้ านักอ่นื ยตุ ิเรื่อง รวม
1,594 ออกเลขดา ภายนอก เรอ่ื งซา้ ไม่อยใู่ นอานาจ ดาเนินการ/อื่น ๆ ตามข้อ 23 13
บัตรสนเท่ห์ 196 167 2
รอ้ งเรยี นผ่านเว็บไซต์ 89 377 14 273 763 1 - 1,581 -
แจง้ เบาะแส 96 43 -
ไม่ปรากฏชื่อและตาแหนง่ ผถู้ ูกรอ้ ง 1,975 2 29 107 1 - 194 15
100.00 20 - 0.76
รวม - 183 10 57 - - 89
รอ้ ยละ (%) 440
9.26 -- - 96 96
22.28
312 927 2 96 1,960
15.80 46.94 0.10 4.86 99.24
ที่มา : ระบบตรวจรบั คากลา่ วหา (PESCA)
ประมวลผลโดย : สานกั บรหิ ารงานกลาง สานักงาน ป.ป.ช.
ตารางที่ 6 จานวนคากล่าวหาที่ร้องเรียนผ่านบัตรสนเท่ห์ เว็บไซต์ และแจ้งเบาะแส จาแนกตาม การส่งหรือ
มอบหมายคากล่าวหาให้หนว่ ยงานอ่ืนดาเนนิ การ
หน่วยงาน จานวน รอ้ ยละ ม.61 การส่งหรอื มอบหมายเรือ่ งกล่าวหา ม.63
คากล่าวหา (%) และ สง่ กลับฯ
ม.61 ม.61
(เรือ่ ง) ม.62 ม.63 ม.64 และ และ ม.64
ม.64 ม.63
สานกั งานตารวจแหง่ ชาติ 10 5.46 1 - 9 - - - - -
สานักงาน ป.ป.ท. 49 26.78 - 49 - - - - - -
ผบู้ ังคับบญั ชา/ผ้มู ีอานาจแตง่ ตงั้ ถอดถอน 112 61.20 - - - 111 - - 1 -
ส่งกลับกรณไี มอ่ ยใู่ นอานาจ 12 6.56 - - - - - - - 12
รวม 183 100.00 1 49 9 111 - - 1 12
ท่มี า : ระบบตรวจรบั คากลา่ วหา (PESCA)
ประมวลผลโดย : สานักบริหารงานกลาง สานักงาน ป.ป.ช.
หน้า 12 สถานการณ์การทจุ รติ ประเทศไทย ประจาปีงบประมาณ พ.ศ. 2564
4 สถิติผลการตรวจรบั คากล่าวหา
จากเรื่องกล่าวหาท้ังส้ิน จานวน 8,381 เรื่อง ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 คณะกรรมการ ป.ป.ช.
ไดพ้ ิจารณาผลการตรวจรบั คากลา่ วหาและมีมติ จานวน 8,354 เรอ่ื ง (รอ้ ยละ 99.68) จาแนกเปน็ 6 กรณี ดังนี้
1. กรณีเรื่องรับไว้ดาเนินการตรวจสอบเบ้ืองต้น ตามระเบียบคณะกรรมการ ป.ป.ช. ว่าด้วยการ
ตรวจสอบและไต่สวน พ.ศ. 2561 ซ่ึงเป็นกรณีที่เห็นว่าคากล่าวหาถูกต้องครบถ้วนและอยู่ในอานาจหน้าที่ของ
คณะกรรมการ ป.ป.ช. ใหอ้ อกเลขเรื่องกล่าวหาเพื่อดาเนนิ การตรวจสอบเบื้องตน้ หรือเสนอคณะกรรมการ ป.ป.ช.
เพ่อื พจิ ารณาสั่งไต่สวนข้อเท็จจริง แล้วแตก่ รณี โดยคณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้พจิ ารณาผลการตรวจรับคากล่าวหา
และมีมติ จานวน 3,207 เรอ่ื ง (ร้อยละ 38.39)
2. กรณีเร่ืองส่งให้หน่วยงานอื่นดาเนินการ ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการ
ป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 61 มาตรา 62 มาตรา 63 มาตรา 64 ซ่ึงคณะกรรมการ ป.ป.ช.
ได้พิจารณาผลการตรวจรับคากล่าวหาและมีมติส่งหรือมอบหมาย คากล่าวหาให้หน่วยงานอื่นดาเนินการตาม
มาตรา 61 มาตรา 62 มาตรา 63 และมาตรา 64 แห่งพระราชบัญญัตปิ ระกอบรฐั ธรรมนูญวา่ ดว้ ยการปอ้ งกันและ
ปราบปรามการทจุ ริต พ.ศ. 2561 จานวน 2,714 เรอ่ื ง (รอ้ ยละ 32.49) แยกเป็น
2.1 กรณีส่งเรื่องให้สานักงานตารวจแห่งชาติดาเนินการตามมาตรา 61 และมาตรา 63
จานวน 1,007 เร่อื ง (ร้อยละ 37.10) แบง่ เปน็ 2 กรณี ดังน้ี
2.1.1) กรณีส่งเรื่องคืนพนักงานสอบสวนตามมาตรา 61 ในกรณีท่ีเป็นเรื่องท่ีได้รับมาจาก
พนักงานสอบสวน และพิจารณาเห็นว่าคาร้องทุกข์กลา่ วโทษเพ่ือให้ดาเนินคดีกับเจา้ หน้าที่ของรัฐหรอื บุคคลอื่นใด
น้ัน ไม่อยู่ในหน้าท่ีและอานาจของคณะกรรมการ ป.ป.ช. หรืออยู่ในหน้าท่ีและอานาจของคณะกรรมการ ป.ป.ช.
แตเ่ ป็นเรื่องทม่ี ใิ ช่ความผิดร้ายแรง จานวน 952 เร่ือง
2.1.2) กรณีมอบหมายเรื่องให้พนักงานสอบสวนดาเนินการตามประมวลกฎหมายวิธี
พจิ ารณาความอาญาตามมาตรา 63 ในกรณีท่ีเห็นว่าผู้ถูกร้องเป็นบุคคลซึ่งอยู่ในหน้าที่และอานาจของคณะกรรมการ
ป.ป.ช. ตามมาตรา 28 (2) และ (4) ทม่ี ใิ ชค่ วามผิดร้ายแรง จานวน 55 เรอื่ ง
2.2 กรณีมอบหมายเรื่องให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ
ดาเนินการตามมาตรา 62 ซึ่งเป็นกรณีที่เห็นว่าผู้ถูกร้องเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐซ่ึงดารงตาแหน่งต้ังแต่อานวยการ
ระดับสูงหรือเทียบเท่าลงมาถูกกล่าวหาว่ากระทาผิด หรือเจ้าหน้าท่ีของรัฐถูกกล่าวหาว่ากระทาผิดในเรื่องท่ีมิใช่
เปน็ ความผิดรา้ ยแรง จานวน 237 เรอ่ื ง (รอ้ ยละ 8.73)
2.3 กรณีสง่ เรอ่ื งใหผ้ ู้บังคับบัญชาหรือผู้มีอานาจแตง่ ตั้งหรือถอดถอนของผู้ถูกร้องดาเนินการ
ทางวนิ ัยไปตามหน้าท่ีและอานาจตามมาตรา 64 หรือตามมาตรา 61 และมาตรา 64 หรอื ตามมาตรา 63 และ
มาตรา 64 ซ่ึงเป็นกรณีที่เป็นเรื่องกล่าวหาท่ีมิใช่เป็นความผิดร้ายแรง หรือกล่าวหาในเร่ืองท่ีมิได้อยู่ในหน้าที่และ
อานาจของคณะกรรมการ ป.ป.ช. จานวน 1,302 เรือ่ ง (ร้อยละ 47.97)
2.4 กรณเี รอื่ งที่ไมอ่ ยูใ่ นหน้าที่และอานาจของคณะกรรมการ ป.ป.ช. เปน็ กรณที เ่ี ป็นคากล่าวหา
เจ้าพนักงานของรัฐที่มิได้อยู่ในหน้าที่และอานาจของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ
ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 หรือกฎหมายอ่ืนที่บัญญัติให้เป็นหน้าที่และอานาจของ
คณะกรรมการ ป.ป.ช. จานวน 168 เรือ่ ง (ร้อยละ 6.19)
รายละเอียดดังตารางที่ 7
สถานการณ์การทจุ รติ ประเทศไทย ประจาปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 หน้า 13
ตารางท่ี 7 จานวนคากล่าวหาทีม่ กี ารส่งหรือมอบหมายคากล่าวหาใหห้ น่วยงานอน่ื ดาเนินการ
หนว่ ยงาน จานวน รอ้ ยละ การสง่ หรอื มอบหมายเร่อื งกลา่ วหา
คากล่าวหา (%)
สานักงานตารวจแห่งชาติ ม.61 ม.61 ม.63
สานกั งาน ป.ป.ท. (เรือ่ ง) ม.61 ม.62 ม.63 ม.64 และ และ และ ส่งกลบั ฯ
ผู้บงั คบั บัญชา/ผู้มอี านาจแต่งตงั้ ถอดถอน
ส่งกลับกรณีไม่อยู่ในอานาจ ม.64 ม.63 ม.64
รวม 1,007 37.10 952 - 55 - - - - -
237 8.73 - 237 - - - - - -
1,302 47.97 - - - 1,294 4 - 4 -
168 6.19 - - - - - - - 168
2,714 100.00 952 237 55 1,294 4 - 4 168
ที่มา : ระบบตรวจรบั คากล่าวหา (PESCA)
ประมวลผลโดย : สานักบริหารงานกลาง สานักงาน ป.ป.ช.
3. กรณีส่งรวมเรื่องซ้า ตามระเบียบคณะกรรมการ ป.ป.ช. ว่าด้วยการตรวจสอบและไต่สวน พ.ศ.
2561 ซึ่งเป็นกรณีที่ส่งคากล่าวหาน้ันไปรวมกับคากล่าวหาเดิมเพื่อดาเนินการตามหน้าที่และอานาจเมื่อพิจารณา
เห็นว่าเป็นคากล่าวหาเดียวกันกับเร่ืองท่ีอยู่ระหว่างการดาเนินการของคณะกรรมการ ป.ป.ช. หรือหน่วยงานของ
รัฐท่ีคณะกรรมการ ป.ป.ช. มอบหมาย หรือเป็นกรณีที่ส่งคากล่าวหานั้นไปให้ผู้รับผิดชอบเร่ืองเดิมรับไปพิจารณา
เมอ่ื พิจารณาเห็นว่าเปน็ เร่ืองที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ไดว้ นิ ิจฉยั เสร็จเด็ดขาดแลว้ (ขอ้ 22) โดยคณะกรรมการ ป.ป.ช.
ไดพ้ ิจารณาผลการตรวจรับคากล่าวหาและมีมติ จานวน 1,115 เร่ือง (รอ้ ยละ 13.35)
4. กรณีไม่รับเร่ืองไว้พิจารณาหรือเป็นเรื่องท่ีไม่อยู่ในหน้าท่ีและอานาจของคณะกรรมการ ป.ป.ช.
เนื่องจากไม่ได้เป็นคากล่าวหาเจ้าพนักงานของรัฐ หรือกรณีท่ีเป็นคากล่าวหาท่ีมีข้อมูลหรือรายละเอียดไม่เพียงพอ
ที่จะดาเนินการต่อไปได้ หรือกรณีที่เป็นคากล่าวหาเจ้าพนักงานของรัฐที่มิได้อยู่ในหน้าที่และอานาจของ
คณะกรรมการ ป.ป.ช. ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต
พ.ศ. 2561 หรือกฎหมายอื่นท่ีบัญญัติให้เป็นหนา้ ที่และอานาจของคณะกรรมการ ป.ป.ช. หรือกรณีที่เป็นเร่ืองที่มี
ข้อกล่าวหาหรือประเด็นเก่ียวกับเรื่องที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้วินิจฉัยเสร็จเด็ดขาดแล้ว หรือกรณีที่เป็นเร่ือง
กล่าวหาที่เปน็ คดอี าญาในประเดน็ เดียวกันและศาลประทับฟ้องหรือพิพากษาหรือมีคาสง่ั เด็ดขาดแลว้ หรือกรณีท่ี
เป็นเรื่องกล่าวหาที่ผู้ถูกร้องตายหรือเรื่องกล่าวหาที่ล่วงเลยมาแล้วเกิน 10 ปี โดยคณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้พิจารณา
ผลการตรวจรับคากลา่ วหาและมมี ติ จานวน 1,211 เรอ่ื ง (รอ้ ยละ 14.50)
5. กรณสี ง่ เร่ืองให้สานักอน่ื ดาเนินการ/อื่น ๆ จานวน 11 เรื่อง (รอ้ ยละ 0.13)
6. กรณยี ุตเิ ร่ืองกลา่ วหาทไี่ มป่ รากฏช่ือและตาแหน่งของผถู้ ูกร้อง ตามระเบียบคณะกรรมการ ป.ป.ช.
ว่าด้วยการตรวจสอบและไตส่ วน พ.ศ. 2561 ซึ่งเปน็ กรณีทคี่ ากลา่ วหาไม่ปรากฏช่อื และตาแหน่งของผู้ถูกร้อง และ
ไม่อาจพิจารณาได้ว่าผู้ถูกร้องเป็นบุคคลใดหรือดารงตาแหน่งระดับใด (ข้อ 23) โดยคณะกรรมการ ป.ป.ช.
ได้พิจารณาผลการตรวจรบั คากลา่ วหาและมีมติ จานวน 96 เรอ่ื ง (ร้อยละ 1.15)
หน้า 14 สถานการณ์การทจุ รติ ประเทศไทย ประจาปีงบประมาณ พ.ศ. 2564
5 สถิติคากล่าวหาที่สานักงาน ป.ป.ช.
รบั ไว้ดาเนินการเอง และที่ส่งให้หน่วยงานอ่ืนดาเนินการ
จากคากลา่ วหาที่เขา้ สู่สานักงาน ป.ป.ช. จานวนท้ังสนิ้ 8,381 เรื่อง โดยเป็นเรอื่ งท่ีสานักงาน ป.ป.ช.
รับไว้ดาเนินการเอง จานวน 3,207 เร่ือง รองลงมาเป็นเร่ืองที่ส่งหน่วยงานอื่นดาเนินการตามมาตรา 61 มาตรา 62
มาตรา 63 และมาตรา 64 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทจุ รติ
พ.ศ. 2561 ซ่ึงเป็นกรณีเร่ืองที่กล่าวหาเจ้าหน้าท่ีของรัฐในตาแหน่งอานวยการ ระดับสูง หรือเทียบเท่าลงมา และ
มใิ ช่เปน็ ความผดิ ร้ายแรง จึงสง่ ให้หนว่ ยงานทม่ี ีหน้าที่และอานาจปอ้ งกันและปราบปรามการทุจรติ ดาเนนิ การแทน
จานวน 2,714 เร่อื ง เปน็ คากลา่ วหาท่ีไม่รบั พิจารณา/ไม่อย่ใู นอานาจ จานวน 1,211 เรื่อง เป็นคากลา่ วหาสง่ เรื่อง
รวมซ้า จานวน 1,115 เรอ่ื ง เป็นคากลา่ วหาท่ีส่งให้สานักอืน่ ดาเนนิ การ/อ่ืน ๆ จานวน 11 เรื่อง เปน็ คากลา่ วที่ยุติ
เร่ืองตามข้อ 23 จานวน 96 เรื่อง และเป็นเร่ืองคงค้างที่อยู่ระหว่างการตรวจรับ จานวน 27 เรื่อง ทั้งน้ีเร่ืองที่คงค้าง
ส่วนใหญ่มาจากการรอ้ งเรยี นผา่ นบัตรสนเท่ห์ ซึ่งเปน็ กลุม่ คากลา่ วหาทีม่ ีรายละเอียดไมค่ รบถว้ นตามมาตรา 60
การวิเคราะห์สถานการณ์การทุจริตในครั้งนี้จะกล่าวถึงเร่ืองท่ีคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติรับไว้
ดาเนินการเอง จานวน 3,207 เรื่อง และเรื่องทสี่ ง่ ให้หนว่ ยงานอืน่ ดาเนนิ การ จานวน 2,714 เรื่อง (ไม่รวมถงึ เรือ่ ง
ท่ีคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติส่งรวมเร่ืองซ้า กรณียุติเรื่อง และกรณีไม่รับพิจารณาหรือไม่อยู่ในอานาจหน้าที่และ
อานาจของคณะกรรมการ ป.ป.ช.) รวมเปน็ จานวน 5,921 เร่อื ง
1. ภาพรวมคากล่าวหาท่ีคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติรับไว้ดาเนินการเอง และส่งให้หน่วยงานอ่ืน
ดาเนนิ การ
คากล่าวหาในปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 ส่วนใหญ่เป็นคากล่าวหาที่เกิดเหตุในปีงบประมาณ พ.ศ.
2564 มากที่สุด จานวน 2,220 เร่ือง (ร้อยละ 37.49) รองลงมาเป็นคากล่าวหาที่เกิดเหตุในปีงบประมาณ พ.ศ.
2563 จานวน 1,474 เรื่อง (ร้อยละ 24.89) คากล่าวหา ท่ีเกิดเหตุในปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 จานวน 567 เร่ือง
(ร้อยละ 9.58) คากล่าวหาท่เี กิดเหตุในปงี บประมาณ พ.ศ. 2561 จานวน 368 เร่ือง (ร้อยละ 6.22) และคากล่าวหา
ท่ีเกิดเหตุในปีงบประมาณ พ.ศ. 2560 จานวน 248 เร่ือง (ร้อยละ 4.19) ตามลาดับ ส่วนท่ีเหลือเป็นคากลา่ วหาท่ี
เกิดเหตุในระหว่างปีงบประมาณ พ.ศ. 2550 - 2559 จานวน 930 เรื่อง (ร้อยละ 15.71) ปีงบประมาณ พ.ศ.
2544 - 2549 จานวน 48 เรื่อง (ร้อยละ 0.81) และปีงบประมาณ พ.ศ. 2514-2543 จานวน 28 เรื่อง (ร้อยละ 0.47)
ซ่ึงเป็นที่น่าสังเกตว่า คากล่าวหาที่เกิดในชว่ งเวลา 5 ปี งบประมาณย้อนหลัง (ปีงบประมาณ พ.ศ. 2560 - 2564)
มจี านวนมากถึง 4,877 เรอื่ ง คิดเป็น ร้อยละ 82.37 ของจานวนคากล่าวหาทั้งหมด
▪ การกระจายตัวของคากล่าวหาตามพื้นท่รี ับผดิ ชอบ
หากพิจารณาคากล่าวหาจาแนกตามพ้ืนที่รับผิดชอบ พบว่า เป็นคากล่าวหาที่อยู่ในความรับผิดชอบ
ของสานักงาน ป.ป.ช. ส่วนกลาง มากท่ีสุด จานวน 1,269 เรื่อง (ร้อยละ 21.43) รองลงมาเป็นสานักงาน ป.ป.ช.
ประจาจังหวัดในเขตพื้นท่ีภาค 4 จานวน 798 เร่ือง (ร้อยละ 13.48) และสานักงาน ป.ป.ช. ประจาจังหวัดในเขตพื้นท่ี
ภาค 3 จานวน 793 เรื่อง (ร้อยละ 13.39) ตามลาดับ ในขณะที่สานักงาน ป.ป.ช. ประจาจังหวัดในเขตพื้นท่ี
ภาค 9 มีคากล่าวหาในความรับผิดชอบน้อยท่ีสุด จานวน 295 เร่ือง (ร้อยละ 4.98) ตามลาดับ รายละเอียดดัง
ตารางท่ี 8
สถานการณ์การทจุ รติ ประเทศไทย ประจาปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 หน้า 15
ตารางท่ี 8 จานวนคากล่าวหา จาแนกข้อมูลตามพ้ืนท่ีรบั ผิดชอบ และปีงบประมาณท่ีเกิดเหตุ
พน้ื ท่ี รวม ปีงบประมำณทเี่ กดิ เหตุ
คำกล่ำวหำ 2564 2563 2562 2561 2560 2550-2559 2544-2549 2514-2543 ไม่ระบ*ุ
ส่วนกลำง 1,269 471 310 126 92 57 183 13 98
ภำค 1 514 214 117 45 26 20 86 2 2 2
ภำค 2 412 142 106 33 23 14 83 5 2 4
ภำค 3 793 286 219 75 40 29 134 7 1 2
ภำค 4 798 289 227 64 46 40 121 5 6 -
ภำค 5 501 206 118 47 28 20 67 3 - 12
ภำค 6 535 208 118 54 39 25 81 3 1 6
ภำค 7 448 168 94 55 23 21 79 4 2 2
ภำค 8 356 130 90 31 24 12 59 6 4 -
ภำค 9 295 106 75 37 27 10 37 - 1 2
ทง้ั ประเทศ 5,921 2,220 1,474 567 368 248 930 48 28 38
ร้อยละ (%) 100 37.49 24.89 9.58 6.22 4.19 15.71 0.81 0.47 0.64
ที่มา : ระบบตรวจรับคากลา่ วหา (PESCA) และระบบบริหารจัดการเรื่องร้องเรียนและคดี (CCMS)
ประมวลผลโดย : สานักวจิ ยั และบรกิ ารวิชาการดา้ นการปอ้ งกนั และปราบปรามการทุจรติ สานกั งาน ป.ป.ช.
หมายเหตุ : * เนอื่ งจากผู้แจ้งเบาะแส/ผู้รอ้ งไม่ได้ระบุปที เ่ี กดิ เหตุ จึงไมส่ ามารถระบุได้วา่ เปน็ ปีงบประมาณใด
▪ หนว่ ยงานท่ถี ูกกล่าวหา
จากคากล่าวหาในปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 พบว่า หน่วยงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เป็น
หน่วยงานท่ีถูกกล่าวหามากท่ีสุด จานวน 2,222 เร่ือง (ร้อยละ 37.53) รองลงมาเป็นสานักงานตารวจแห่งชาติ
จานวน 833 เร่ือง (ร้อยละ 14.07) กระทรวงมหาดไทย จานวน 744 เร่อื ง (รอ้ ยละ 12.57) และเปน็ สว่ นราชการอ่ืน ๆ
จานวน 2,122 เร่ือง (ร้อยละ 35.84) เมอ่ื พิจารณาคากล่าวหาของหน่วยงานท่ีมีคากล่าวหามากทีส่ ุด 3 อันดับแรก
สามารถสรุปได้ ดังน้ี
• องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีคากล่าวหาในปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 จานวน 2,222 เร่ือง
ซ่ึงส่วนใหญ่เป็นคากล่าวหาในประเภทจัดซ้ือจัดจ้าง จานวน 675 เรื่อง (ร้อยละ 30.38) รองลงมาเป็นประเภท
ปฏิบตั ิหรือละเวน้ การปฏบิ ตั หิ น้าทโ่ี ดยมิชอบ เชน่ ละเลย เพกิ เฉย ต่อการปฏิบัตติ ามหนา้ ที่ กระทาการเกินอานาจ
หน้าท่ีโดยทุจริต และอนุมัติ/ไม่อนุมัติใบอนุญาตโดยมิชอบ เป็นต้น จานวน 644 เรื่อง (ร้อยละ 28.98) และ
ประเภทยกั ยอก/เบยี ดบังเงินหรอื ทรัพย์สนิ ของราชการ จานวน 330 เรือ่ ง (รอ้ ยละ 14.85) ตามลาดับ
• สานักงานตารวจแห่งชาติ มีคากล่าวหาในปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 จานวน 833 เรื่อง
ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคากล่าวหาในประเภทปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เช่น ละเลย เพิกเฉยต่อการ
ปฏิบัติตามหน้าท่ี กระทาการเกินอานาจหน้าที่โดยทุจริต เป็นต้น จานวน 648 เรื่อง (ร้อยละ 77.79) รองลงมาเป็น
ประเภทเรยี กรับสนิ บน จานวน 88 เรอื่ ง (ร้อยละ 10.56) และประเภทยักยอก/เบยี ดบังเงินหรือทรัพย์สินของราชการ
จานวน 64 เรื่อง (ร้อยละ 7.68) ตามลาดบั
• กระทรวงมหาดไทย มีคากล่าวหาในปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 จานวน 744 เร่ือง ซ่ึงส่วนใหญ่
เป็นคากล่าวหาในประเภทปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าท่ีโดยมิชอบ เช่น ละเลย เพิกเฉย ต่อการปฏิบัติตาม
หน้าท่ี กระทาการเกินอานาจหน้าท่ีโดยทุจริต และอนุมัติ/ไม่อนุมัติใบอนุญาตโดยมิชอบ เป็นต้น จานวน 289 เร่ือง
หน้า 16 สถานการณ์การทจุ รติ ประเทศไทย ประจาปีงบประมาณ พ.ศ. 2564
(ร้อยละ 38.84) รองลงมาเป็นประเภทออกเอกสารสิทธิท่ีดิน จานวน 132 เร่ือง (ร้อยละ 17.74) และประเภท
ยกั ยอก/เบยี ดบงั เงนิ หรือทรพั ยส์ ินของราชการ จานวน 96 เรอ่ื ง (ร้อยละ 12.90) ตามลาดบั
แผนภาพท่ี 2 จานวนคากล่าวหาของหน่วยงานท่ีมีคากลา่ วหามากท่สี ุด 3 อันดบั แรก
จาแนกตามประเภทคากลา่ วหา
ที่มา : ระบบตรวจรบั คากล่าวหา (PESCA) และระบบบรหิ ารจัดการเร่ืองรอ้ งเรียนและคดี (CCMS) หน้า 17
ประมวลผลโดย : สานกั วิจยั และบริการวชิ าการด้านการป้องกนั และปราบปรามการทุจรติ สานักงาน ป.ป.ช.
สถานการณ์การทจุ รติ ประเทศไทย ประจาปีงบประมาณ พ.ศ. 2564
เมอื่ พิจารณาประเภทของคากล่าวหาในปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 พบวา่ เปน็ คากลา่ วหาในประเภท
ปฏบิ ตั ิหรือละเว้นการปฏบิ ัติหนา้ ทโี่ ดยมชิ อบ เชน่ ละเลย เพิกเฉย ตอ่ การปฏบิ ตั ติ ามหนา้ ที่ กระทาการเกนิ อานาจ
หน้าที่โดยทุจริต และอนุมัติ/ไม่อนุมัติใบอนุญาตโดยมิชอบ เป็นต้น จานวน 2,443 เร่ือง (ร้อยละ 41.26) รองลงมา
เป็นประเภทจัดซ้ือจัดจ้าง จานวน 1,153 เรื่อง (ร้อยละ 19.47) และประเภทยักยอก/เบียดบังเงินหรือทรัพย์สิน
ของราชการ จานวน 847 เรอื่ ง (ร้อยละ 14.31) ตามลาดับ สว่ นประเภทคากล่าวหาที่พบน้อยทส่ี ุด คอื การขัดกัน
ระหวา่ งประโยชน์สว่ นบคุ คลกับประโยชน์สว่ นรวม จานวน 45 เรื่อง (รอ้ ยละ 0.76) รายละเอยี ดดงั ตารางที่ 9
ตารางที่ 9 ร้อยละและจานวนของประเภทคากลา่ วหาในปีงบประมาณ พ.ศ. 2564
ประเภทคำกล่ำวหำ จำนวนคำกล่ำวหำ ร้อยละ
ปฏบิ ตั หิ รือละเว้นกำรปฏบิ ตั หิ นำ้ ทโี่ ดยมิชอบ 2,443 41.26
จัดซอื้ จดั จ้ำง 1,153 19.47
ยกั ยอก/เบยี ดบงั เงินหรือทรัพยส์ ินของรำชกำร 847 14.31
ทจุ ริตในกำรจดั ทำงบประมำณ/โครงกำร/เบกิ จำ่ ยเงินในโครงกำรเปน็ เทจ็ 364 6.15
กำรบริหำรงำนบคุ คล (กำรบรรจุ/แตง่ ตงั้ /เล่ือนตำแหนง่ /โยกยำ้ ย/ลงโทษวินยั ) 348 5.88
เรียกรับสินบน 328 5.54
ออกเอกสำรสิทธทิ ด่ี นิ 221 3.73
ฝ่ำฝืนจริยธรรม 87 1.47
ร่ำรวยผิดปกติ 85 1.44
กำรขัดกนั ระหว่ำงประโยชนส์ ่วนบคุ คลกบั ประโยชนส์ ่วนรวม 45 0.76
ผลรวมทงั้ หมด 5,921 100.00
ท่มี า : ระบบตรวจรับคากลา่ วหา (PESCA) และระบบบรหิ ารจดั การเร่อื งร้องเรยี นและคดี (CCMS)
ประมวลผลโดย : สานกั วจิ ยั และบรกิ ารวิชาการดา้ นการป้องกนั และปราบปรามการทุจรติ สานักงาน ป.ป.ช.
และเม่ือพจิ ารณาหน่วยงานที่ถกู กลา่ วหาจาแนกตามพน้ื ทร่ี ับผดิ ชอบ สามารถสรปุ ได้ดงั น้ี
สานักงาน ป.ป.ช. ส่วนกลาง จากคากล่าวหาในปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 จานวน 1,269 เร่ือง
พบว่า หน่วยงานท่ีถูกกล่าวหามากที่สุด คือ สานักงานตารวจแห่งชาติ จานวน 206 เรื่อง (ร้อยละ 15.82)
รองลงมาเป็นส่วนราชการท่ีไม่สงั กัดกระทรวง/ทบวง จานวน 156 เรื่อง (ร้อยละ 11.98) และกระทรวงมหาดไทย
จานวน 127 เรอ่ื ง (ร้อยละ 9.75) ตามลาดับ
สานักงาน ป.ป.ช. ประจาจังหวัดในเขตพ้ืนที่ ภาค 1 จากคากล่าวหาในปีงบประมาณ พ.ศ. 2564
จานวน 514 เรือ่ ง พบวา่ หนว่ ยงานที่ถูกกลา่ วหามากทีส่ ุด คือ หนว่ ยงานองคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถน่ิ จานวน 263
เร่ือง (ร้อยละ 51.87) รองลงมาเป็นสานักงานตารวจแห่งชาติ จานวน 81 (ร้อยละ 15.98) และกระทรวงมหาดไทย
จานวน 44 เรอ่ื ง (ร้อยละ 8.68) ตามลาดบั
สานักงาน ป.ป.ช. ประจาจังหวัดในเขตพ้ืนที่ ภาค 2 จากคากล่าวหาในปีงบประมาณ พ.ศ. 2564
จานวน 412 เร่ือง พบวา่ หนว่ ยงานท่ีถกู กลา่ วหามากทสี่ ดุ คอื หน่วยงานองค์กรปกครองสว่ นท้องถนิ่ จานวน 172
เรือ่ ง (ร้อยละ 41.75) รองลงมาเป็นสานักงานตารวจแห่งชาติ จานวน 81 เรือ่ ง (รอ้ ยละ 18.20) และกระทรวงมหาดไทย
จานวน 46 เร่ือง (รอ้ ยละ 11.17) ตามลาดบั
หน้า 18 สถานการณ์การทจุ รติ ประเทศไทย ประจาปีงบประมาณ พ.ศ. 2564
สานักงาน ป.ป.ช. ประจาจังหวัดในเขตพื้นท่ี ภาค 3 จากคากล่าวหาในปีงบประมาณ พ.ศ. 2564
จานวน 793 เรอ่ื ง พบว่า หนว่ ยงานที่ถูกกล่าวหามากท่สี ุด คอื หน่วยงานองคก์ รปกครองส่วนท้องถน่ิ จานวน 360
เรอื่ ง (รอ้ ยละ 46.09) รองลงมาเป็นกระทรวงมหาดไทย จานวน 110 เรอ่ื ง (รอ้ ยละ 14.08) และสานักงานตารวจ
แหง่ ชาติ จานวน 109 เรอ่ื ง (รอ้ ยละ 13.96) ตามลาดบั
สานักงาน ป.ป.ช. ประจาจังหวัดในเขตพื้นที่ ภาค 4 จากคากล่าวหาในปีงบประมาณ พ.ศ. 2564
จานวน 798 เรื่อง พบวา่ หนว่ ยงานทถ่ี กู กล่าวหามากทสี่ ดุ คอื หนว่ ยงานองค์กรปกครองส่วนท้องถนิ่ จานวน 406
เร่ือง (ร้อยละ 50.81) รองลงมาเป็นกระทรวงมหาดไทย จานวน 126 เรื่อง (ร้อยละ 15.77) และสานักงานตารวจ
แห่งชาติ จานวน 80 เร่ือง (รอ้ ยละ 10.21) ตามลาดบั
สานักงาน ป.ป.ช. ประจาจังหวัดในเขตพ้ืนที่ ภาค 5 จากคากล่าวหาในปีงบประมาณ พ.ศ. 2564
จานวน 501 เรื่อง พบวา่ หน่วยงานที่ถูกกล่าวหามากที่สดุ คอื หนว่ ยงานองคก์ รปกครองส่วนท้องถน่ิ จานวน 233
เรื่อง (ร้อยละ 46.88) รองลงมาเป็นกระทรวงมหาดไทย จานวน 76 เร่ือง (ร้อยละ 15.29) และสานักงานตารวจ
แหง่ ชาติ จานวน 36 เรื่อง (รอ้ ยละ 7.24) ตามลาดบั
สานักงาน ป.ป.ช. ประจาจังหวัดในเขตพื้นท่ี ภาค 6 จากคากล่าวหาในปีงบประมาณ พ.ศ. 2564
จานวน 535 เรอ่ื ง พบว่า หนว่ ยงานที่ถกู กล่าวหามากที่สุด คือ หน่วยงานองคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถ่ิน จานวน 244
เรอ่ื ง (ร้อยละ 45.61) รองลงมาเป็นกระทรวงมหาดไทย จานวน 70 เรือ่ ง (ร้อยละ 13.08) และสานกั งานตารวจแห่งชาติ
จานวน 68 เรอ่ื ง (ร้อยละ 12.71) ตามลาดับ
สานักงาน ป.ป.ช. ประจาจังหวัดในเขตพ้ืนท่ี ภาค 7 จากคากล่าวหาในปีงบประมาณ พ.ศ. 2564
จานวน 448 เรือ่ ง พบวา่ หน่วยงานทถี่ กู กล่าวหามากทส่ี ดุ คือ หนว่ ยงานองคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถิ่น จานวน 185
เร่ือง (ร้อยละ 41.76) รองลงมาเป็นกระทรวง มหาดไทย จานวน 58 เรื่อง (ร้อยละ 13.09) และสานักงานตารวจ
แห่งชาติ จานวน 52 เรื่อง (ร้อยละ 11.74) ตามลาดบั
สานักงาน ป.ป.ช. ประจาจังหวัดในเขตพื้นที่ ภาค 8 จากคากล่าวหาในปีงบประมาณ พ.ศ. 2564
จานวน 356 เรอ่ื ง พบว่า หน่วยงานทถ่ี ูกกล่าวหามากทสี่ ุด คือ หน่วยงานองคก์ รปกครองสว่ นท้องถ่ิน จานวน 140
เรื่อง (ร้อยละ 39.44) รองลงมาเป็นสานักงานตารวจแห่งชาติ จานวน 72 เร่อื ง (ร้อยละ 15.77) และกระทรวงมหาดไทย
จานวน 31 เรอื่ ง (ร้อยละ 11.74) ตามลาดับ
สานักงาน ป.ป.ช. ประจาจังหวัดในเขตพื้นที่ ภาค 9 จากคากล่าวหาในปีงบประมาณ พ.ศ. 2564
จานวน 295 เรื่อง พบว่า หน่วยงานท่ีถูกกล่าวหามากที่สุด คือ หน่วยงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จานวน 95
เร่ือง (ร้อยละ 32.76) รองลงมาเป็นสานักงานตารวจแห่งชาติ จานวน 72 เรื่อง (ร้อยละ 24.83) และกระทรวงมหาดไทย
จานวน 31 เรือ่ ง (ร้อยละ 10.69) ตามลาดบั
สถานการณ์การทจุ รติ ประเทศไทย ประจาปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 หน้า 19
แผนภาพที่ 3 ร้อยละของคากลา่ วหา จาแนกข้อมลู ตามพ้ืนทรี่ ับผดิ ชอบ และหน่วยงานที่ถกู กล่าวหา
หมายเหตุ : หน่วยงานองค์กรปกครองส่วนท้องถน่ิ >> องค์การบริหารส่วนตาบล (อบต.) (47.30%)
กระทรวงมหาดไทย >> กรมการปกครอง (61.02%)
ทีม่ า : ระบบตรวจรับคากลา่ วหา (PESCA) และระบบบริหารจดั การเรอ่ื งรอ้ งเรียนและคดี (CCMS)
ประมวลผลโดย : สานักวิจยั และบรกิ ารวชิ าการดา้ นการป้องกันและปราบปรามการทจุ ริต สานักงาน ป.ป.ช.
หน้า 20 สถานการณก์ ารทจุ รติ ประเทศไทย ประจาปีงบประมาณ พ.ศ. 2564
▪ ประเภทคากล่าวหา
เมื่อพิจารณาคากล่าวหาในปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 จาแนกตามพื้นทรี่ บั ผดิ ชอบของสานักงาน ป.ป.ช.
ส่วนกลาง และสานักงาน ป.ป.ช. ประจาจังหวัดในเขตพื้นท่ี ภาค 1-9 และประเภทคากล่าวหา พบวา่ คากล่าวหา
ใน 2 อันดับแรก เป็นประเภทปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าท่ีโดยมิชอบ เช่น ละเลย เพิกเฉย ต่อการปฏิบัติ
ตามหนา้ ท่ี กระทาการเกนิ อานาจหน้าท่ีโดยทุจริต และอนมุ ตั /ิ ไม่อนุมัตใิ บอนุญาตโดยมิชอบ เปน็ ต้น และประเภท
การจัดซอื้ จดั จา้ ง
สานักงาน ป.ป.ช. ส่วนกลาง มีคากล่าวหา จานวน 1,269 เร่ือง พบว่า คากล่าวหาท่ีพบมากที่สุด
เป็นประเภทปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ จานวน 670 เรื่อง (ร้อยละ 51.46) รองลงมาเป็น
ประเภทจัดซื้อจัดจ้าง จานวน 210 เร่ือง (ร้อยละ 16.13) และประเภทฝ่าฝืนจริยธรรม จานวน 85 เร่ือง (ร้อยละ
6.53) ตามลาดับ
สานักงาน ป.ป.ช. ประจาจงั หวดั ในเขตพ้นื ที่ ภาค 1 มคี ากลา่ วหาจานวน 514 เร่อื ง พบวา่ คากล่าวหา
ที่พบมากที่สุด เป็นประเภทปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ จานวน 217 เรื่อง (ร้อยละ 42.80)
รองลงมาเป็นประเภทจัดซื้อจัดจ้าง จานวน 103 เรื่อง (ร้อยละ 20.32) และประเภทยักยอก/เบียดบังเงินหรือ
ทรพั ย์สินของราชการ จานวน 69 เรอ่ื ง (ร้อยละ 13.61) ตามลาดับ
สานกั งาน ป.ป.ช. ประจาจังหวดั ในเขตพ้ืนท่ี ภาค 2 มคี ากล่าวหาจานวน 412 เรื่อง พบวา่ คากลา่ วหา
ที่พบมากท่ีสุด เป็นประเภทปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าท่ีโดยมิชอบ จานวน 176 เร่ือง (ร้อยละ 42.80)
รองลงมาเป็นประเภทจัดซื้อจัดจ้าง จานวน 71 เรื่อง (ร้อยละ 17.23) และประเภทยักยอก/เบียดบังเงินหรือ
ทรพั ยส์ นิ ของราชการ จานวน 70 เร่ือง (รอ้ ยละ 16.99) ตามลาดับ
สานักงาน ป.ป.ช. ประจาจงั หวัดในเขตพน้ื ท่ี ภาค 3 มีคากล่าวหาจานวน 793 เรือ่ ง พบวา่ คากลา่ วหา
ที่พบมากที่สุด เป็นประเภทปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ จานวน 308 เร่ือง (ร้อยละ 39.44)
รองลงมาเป็นประเภทจัดซ้ือจัดจ้าง จานวน 163 เรื่อง (ร้อยละ 20.87) และประเภทยักยอก/เบียดบังเงินหรือ
ทรัพย์สนิ ของราชการ จานวน 125 เรอ่ื ง (ร้อยละ 16.00) ตามลาดับ
สานักงาน ป.ป.ช. ประจาจงั หวัดในเขตพื้นท่ี ภาค 4 มีคากลา่ วหาจานวน 798 เรือ่ ง พบวา่ คากลา่ วหา
ที่พบมากท่ีสุด เป็นประเภทปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าท่ีโดยมิชอบ จานวน 263 เรื่อง (ร้อยละ 32.92)
รองลงมาเป็นประเภทจัดซ้ือจัดจ้าง จานวน 180 เร่ือง (ร้อยละ 22.53) และประเภทยักยอก/เบียดบังเงินหรือ
ทรัพย์สนิ ของราชการ จานวน 136 เร่อื ง (รอ้ ยละ 17.02) ตามลาดบั
สานกั งาน ป.ป.ช. ประจาจังหวัดในเขตพ้ืนท่ี ภาค 5 มีคากล่าวหาจานวน 501 เร่ือง พบว่า คากลา่ วหา
ที่พบมากที่สุด เป็นประเภทปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ จานวน 180 เร่ือง (ร้อยละ36.22)
รองลงมาเป็นประเภทจัดซ้ือจัดจ้าง จานวน 133 เร่ือง (ร้อยละ 22.74) และประเภทยักยอก/เบียดบังเงินหรือ
ทรพั ย์สนิ ของราชการ จานวน 83 เร่อื ง (ร้อยละ 16.70) ตามลาดบั
สานักงาน ป.ป.ช. ประจาจังหวัดในเขตพ้ืนท่ี ภาค 6 มคี ากล่าวหาจานวน 535 เรอ่ื ง พบว่า คากล่าวหา
ท่ีพบมากที่สุด เป็นประเภทปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าท่ีโดยมิชอบ จานวน 203 เร่ือง (ร้อยละ 37.94)
รองลงมาเป็นประเภทยักยอก/เบียดบังเงินหรือทรัพย์สินของราชการ จานวน 105 เร่ือง (ร้อยละ 19.63) และ
ประเภทจดั ซ้อื จัดจา้ ง จานวน 95 เรื่อง (รอ้ ยละ 17.76) ตามลาดับ
สานกั งาน ป.ป.ช. ประจาจังหวัดในเขตพ้ืนที่ ภาค 7 มีคากลา่ วหาจานวน 448 เรือ่ ง พบว่า คากลา่ วหา
ท่ีพบมากที่สุด เป็นประเภทปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ จานวน 173 เรื่อง (ร้อยละ 39.05)
สถานการณ์การทจุ รติ ประเทศไทย ประจาปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 หน้า 21
รองลงมาเป็นประเภทจัดซื้อจัดจ้าง จานวน 90 เรื่อง (ร้อยละ 20.32) และประเภทยักยอก/เบียดบังเงินหรือ
ทรัพยส์ นิ ของราชการ จานวน 53 เรื่อง (ร้อยละ 11.96) ตามลาดับ
สานกั งาน ป.ป.ช. ประจาจังหวัดในเขตพื้นที่ ภาค 8 มีคากลา่ วหาจานวน 356 เรื่อง พบวา่ คากล่าวหา
ท่ีพบมากที่สุด เป็นประเภทปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าท่ีโดยมิชอบ จานวน 136 เรื่อง (ร้อยละ 38.31)
รองลงมาเป็นประเภทจัดซ้ือจัดจ้าง จานวน 69 เรื่อง (ร้อยละ 19.44) และประเภทยักยอก/เบียดบังเงินหรือ
ทรัพยส์ ินของราชการ จานวน 61 เรือ่ ง (รอ้ ยละ 17.18) ตามลาดบั
สานกั งาน ป.ป.ช. ประจาจังหวัดในเขตพ้ืนที่ ภาค 9 มีคากลา่ วหาจานวน 295 เร่อื ง พบว่า คากล่าวหา
ที่พบมากที่สุด เป็นประเภทปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าท่ีโดยมิชอบ จานวน 117 เร่ือง (ร้อยละ 40.35)
รองลงมาเป็นประเภทยักยอก/เบียดบังเงินหรือทรัพย์สินของราชการ จานวน 63 เรื่อง (ร้อยละ 21.72) และ
ประเภทจัดซอ้ื จัดจา้ ง จานวน 59 เร่ือง (รอ้ ยละ 20.34) ตามลาดับ
แผนภาพท่ี 4 ร้อยละของคากลา่ วหา จาแนกข้อมลู ตามพืน้ ทร่ี บั ผิดชอบ และประเภทคากลา่ วหา
ที่มา : ระบบตรวจรับคากล่าวหา (PESCA) และระบบบริหารจดั การเรอ่ื งร้องเรียนและคดี (CCMS)
ประมวลผลโดย : สานักวิจยั และบรกิ ารวิชาการดา้ นการปอ้ งกันและปราบปรามการทุจริต สานักงาน ป.ป.ช.
หน้า 22 สถานการณ์การทจุ รติ ประเทศไทย ประจาปีงบประมาณ พ.ศ. 2564
2. คากลา่ วหาท่ีส่งให้หนว่ ยงานอ่นื ดาเนนิ การ
คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้พจิ ารณาผลการตรวจรบั คากล่าวหาและมมี ติส่งหรือมอบหมายคากล่าวหา
ให้หน่วยงานอ่ืนดาเนินการตามมาตรา 61 มาตรา 62 มาตรา 63 และมาตรา 64 แห่งพระราชบัญญัติประกอบ
รัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 โดยส่วนใหญ่เป็นกรณีเร่ืองท่ีกล่าวหา
เจ้าหน้าที่ของรัฐในตาแหน่งอานวยการ ระดับสูง หรือเทียบเท่าลงมา และมิใช่เป็นความผิดร้ายแรง จึงส่งให้
หนว่ ยงานที่มีหน้าที่และอานาจป้องกันและปราบปรามการทุจริตดาเนินการแทน จานวน 2,714 เร่ือง โดยส่วนใหญ่
เป็นเร่ืองการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เช่น ละเลย เพิกเฉยต่อการปฏิบัติตามหน้าที่ กระทาการ
เกินอานาจหน้าท่ีโดยทุจริต และอนุมัติ/ไม่อนุมัติใบอนุญาตโดยมิชอบ เป็นต้น จานวน 1,463 เรื่อง (ร้อยละ 53.91)
รองลงมาเป็นการยักยอก/เบียดบังเงินหรือทรัพย์สินของราชการ จานวน 483 เรื่อง (ร้อยละ 17.80) ทุจริตใน
กระบวนการจัดซื้อจดั จ้าง จานวน 223 เร่ือง (รอ้ ยละ 8.22) การบริหารงานบุคคล (การบรรจุ/แต่งตัง้ /เลื่อนตาแหน่ง/
โยกย้าย/ลงโทษวินัย) จานวน 197 เรื่อง (ร้อยละ 7.26) และ เรียกรับสินบน จานวน 149 เรื่อง (ร้อยละ 5.49)
ตามลาดับ ทั้งน้ี เม่ือพิจารณาคากล่าวหาท่ีส่งให้หน่วยงานอ่ืนดาเนินการ พบว่า หน่วยงานที่ถูกกล่าวหามากท่ีสุด
คือ องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน จานวน 746 เรื่อง คิดเป็นร้อยละ 27.49 รองลงมาเป็นสานักงานตารวจแห่งชาติ
จานวน 662 เรื่อง (ร้อยละ 24.39) กระทรวงมหาดไทย จานวน 423 เรื่อง (ร้อยละ 15.59) และส่วนราชการ
ไมส่ ังกัดสานักนายกรัฐมนตรี จานวน 132 เรื่อง (ร้อยละ 4.86) ตามลาดบั
แผนภาพท่ี 5 จานวนและรอ้ ยละของคากล่าวหาที่ส่งให้หน่วยงานอื่นดาเนินการ จาแนกตามประเภทคากล่าวหา
ท่ีมา : ระบบตรวจรับคากล่าวหา (PESCA)
ประมวลผลโดย : สานกั วจิ ยั และบรกิ ารวชิ าการด้านการป้องกนั และปราบปรามการทุจริต สานกั งาน ป.ป.ช.
สถานการณ์การทจุ รติ ประเทศไทย ประจาปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 หน้า 23
แผนภาพที่ 6 จานวนคากลา่ วหาทส่ี ง่ ให้หนว่ ยงานอ่นื ดาเนินการ จาแนกตามหนว่ ยงานท่ีถูกกล่าวหา
ทมี่ า : ระบบตรวจรับคากลา่ วหา (PESCA)
ประมวลผลโดย : สานักวจิ ัยและบริการวชิ าการด้านการปอ้ งกันและปราบปรามการทุจริต สานกั งาน ป.ป.ช.
3. คากล่าวหาที่สานกั งาน ป.ป.ช. รบั ไว้ดาเนินการเอง
จากคากล่าวหาในปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 จานวน 5,921 เรื่อง คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้พิจารณา
ผลการตรวจรับคากล่าวหา เห็นว่าเป็นคากล่าวหาที่มีรายละเอียดถูกต้องครบถ้วนและอยู่ในอานาจหน้าท่ีของ
คณะกรรมการ ป.ป.ช. โดยมีมติรับไว้ดาเนินการเอง จานวน 3,207 เรื่อง โดยเป็นคากล่าวหาที่เกิดเหตุใน
ปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 มากท่ีสุด จานวน 1,232 เร่ือง คิดเป็นร้อยละ 38.42 ของคากล่าวหาที่สานักงาน ป.ป.ช.
รับไว้ดาเนินการเอง รองลงมาเป็นปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 จานวน 548 เร่ือง (ร้อยละ 23.32) และปีงบประมาณ
พ.ศ. 2562 จานวน 286 เรอ่ื ง (ร้อยละ 8.92) ตามลาดบั
▪ การกระจายตัวของคากล่าวหาตามพนื้ ท่รี ับผดิ ชอบ
เมื่อพิจารณาคากล่าวหาตามพื้นท่ีความรับผิดชอบของสานักงาน ป.ป.ช. พบว่า ในภาพรวมของ
คากลา่ วหาในปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 ทส่ี านักงาน ป.ป.ช. รับไว้ดาเนินการเองประมาณ 1 ใน 4 ของคากล่าวหา
อย่ใู นความรับผิดชอบของสานกั งาน ป.ป.ช. ส่วนกลาง มากท่สี ุด จานวน 750 เรือ่ ง (ร้อยละ 23.39) รองลงมาเปน็
สานักงาน ป.ป.ช. ประจาจังหวัดในเขตพ้ืนท่ีภาค 4 จานวน 412 เร่ือง (ร้อยละ 12.85) และสานักงาน ป.ป.ช.
ประจาจังหวัดในเขตพื้นที่ภาค 3 จานวน 337 เรื่อง (ร้อยละ 10.51) ตามลาดับ ในขณะที่สานักงาน ป.ป.ช.
ประจาจังหวัดในเขตพื้นท่ีภาค 9 มีคากล่าวหาในความรับผิดชอบน้อยท่ีสุด จานวน 163 เรื่อง (ร้อยละ 5.08)
รายละเอยี ดดงั ตารางที่ 10
หน้า 24 สถานการณก์ ารทจุ รติ ประเทศไทย ประจาปีงบประมาณ พ.ศ. 2564
ตารางที่ 10 จานวนคากลา่ วหาท่ีสานักงาน ป.ป.ช. รับไว้ดาเนินการเอง จาแนกตามพืน้ ที่
ความรบั ผดิ ชอบ และปงี บประมาณที่เกิดเหตุ
พนื้ ท่ี รวม ปีงบประมำณที่เกิดเหตุ
คำกล่ำวหำ 2564 2563 2562 2561 2560 2550-2559 2544-2549 2514-2543 ไม่ระบ*ุ
ส่วนกลำง 750 293 171 69 47 34 116 11 63
ภำค 1 259 111 56 21 9 12 47 1 11
ภำค 2 218 73 47 17 12 7 57 2 12
ภำค 3 337 108 93 37 16 12 64 6 -1
ภำค 4 412 171 100 28 24 22 63 3 1-
ภำค 5 272 113 61 23 14 14 38 3 -6
ภำค 6 309 125 66 28 16 16 51 2 14
ภำค 7 285 110 53 28 15 12 60 3 22
ภำค 8 202 68 59 14 11 7 36 4 3-
ภำค 9 163 60 42 21 9 4 24 - 12
ทงั้ ประเทศ 3,207 1,232 748 286 173 140 556 35 16 21
ร้อยละ (%) 100 38.42 23.32 8.92 5.39 4.37 17.34 1.09 0.50 0.65
ที่มา : ระบบบริหารจดั การเรอื่ งร้องเรยี นและคดี (CCMS)
หมายเหตุ : * เน่อื งจากผแู้ จ้งเบาะแส/ผู้รอ้ งไม่ได้ระบปุ ีที่เกดิ เหตุ จงึ ไม่สามารถระบไุ ดว้ ่าเปน็ ปีงบประมาณใด
▪ หน่วยงานทถี่ กู กลา่ วหา
จากคากล่าวหาในปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 จานวน 3,207 เร่ือง พบว่า หน่วยงานองค์กรปกครอง
ส่วนท้องถิ่น เป็นหน่วยงานที่ถูกกล่าวหามากที่สุด จานวน 1,476เร่ือง (ร้อยละ 39.82) รองลงมาเป็น
กระทรวงมหาดไทย จานวน 321 เรื่อง (ร้อยละ 8.66) และกระทรวงศึกษาธิการ จานวน 172 เรื่อง (ร้อยละ 4.64)
เมอื่ พิจารณาคากลา่ วหาของหน่วยงานท่มี คี ากล่าวหามากท่สี ุด 3 อนั ดบั แรก สามารถสรุปได้ ดังน้ี
• องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน มีคากล่าวหาในปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 จานวน 1,476 เร่ือง
ซ่ึงส่วนใหญ่เป็นคากล่าวหาในประเภทจัดซื้อจัดจ้าง จานวน 563 เรื่อง (ร้อยละ 38.14) รองลงมาเป็นประเภท
ปฏิบัตหิ รือละเว้นการปฏบิ ัติหน้าทีโ่ ดยมชิ อบ เช่น ละเลย เพิกเฉย ต่อการปฏบิ ตั ติ ามหนา้ ท่ี กระทาการเกนิ อานาจ
หน้าที่โดยทจุ ริต และอนมุ ัติ/ไม่อนุมัติใบอนุญาตโดยมชิ อบ เปน็ ต้น จานวน 334 เรื่อง (ร้อยละ 22.63) และทุจริต
ในการจัดทางบประมาณ/โครงการ/เบกิ จ่ายเงินในโครงการเปน็ เท็จ จานวน 170 เร่อื ง (ร้อยละ 11.52) ตามลาดับ
• กระทรวงมหาดไทย มีคากล่าวหาในปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 จานวน 321 เร่ือง ซึ่งส่วน
ใหญ่เป็นคากล่าวหาในประเภทปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าท่ีโดยมิชอบ เช่น ละเลย เพิกเฉย ต่อการปฏิบัติ
ตามหน้าที่ กระทาการเกินอานาจหน้าที่โดยทุจริต เป็นต้น จานวน 110 เรื่อง (ร้อยละ 34.27) รองลงมาเป็นออก
ประเภทเอกสารสิทธิท่ีดิน จานวน 67 เร่ือง (ร้อยละ 20.87) และประเภทจัดซื้อจัดจ้าง จานวน 59 เรื่อง (ร้อยละ
18.38) ตามลาดับ
• กระทรวงศึกษาธิการ มีคากล่าวหาในปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 จานวน 172 เรื่อง ซ่ึงส่วนใหญ่
เป็นคากล่าวหาในประเภทยักยอก/เบียดบังเงินหรือทรัพย์สินของราชการ จานวน 44 เร่ือง (ร้อยละ 25.58)
รองลงมาเป็นประเภทจัดซ้ือจัดจ้าง จานวน 44 เร่อื ง (รอ้ ยละ 25.58) และประเภทปฏบิ ัติหรือละเว้นการปฏบิ ัติหน้าที่
โดยมิชอบ เช่น ละเลย เพิกเฉย ต่อการปฏิบัติตามหน้าที่ กระทาการเกินอานาจหน้าท่ีโดยทุจริต และอนุมัติ/ไม่อนุมัติ
ใบอนญุ าตโดยมชิ อบ จานวน 34 เรื่อง (ร้อยละ 19.77) ตามลาดับ
สถานการณ์การทจุ รติ ประเทศไทย ประจาปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 หน้า 25
แผนภาพท่ี 7 จานวนคากลา่ วหาทสี่ านักงาน ป.ป.ช. รบั ไวด้ าเนินการเอง จาแนกตามหนว่ ยงาน
ทถี่ กู กล่าวหามากทส่ี ดุ 3 อันดับแรก และประเภทคากลา่ วหา
ที่มา : ระบบบรหิ ารจดั การเร่อื งรอ้ งเรยี นและคดี (CCMS)
ประมวลผลโดย : สานักวิจยั และบรกิ ารวชิ าการด้านการปอ้ งกันและปราบปรามการทจุ รติ สานกั งาน ป.ป.ช.
เมื่อพิจารณาหนว่ ยงานที่ถูกกล่าวหาจาแนกตามพื้นทีร่ บั ผิดชอบ สามารถสรปุ ไดด้ งั นี้
สานกั งาน ป.ป.ช. ส่วนกลาง จากคากล่าวหาในปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 จานวน 750 เร่อื ง พบวา่
หนว่ ยงานท่ถี ูกกล่าวหามากที่สุด คือ หนว่ ยงานในสังกดั รัฐสภา จานวน 109 เร่ือง (ร้อยละ 13.94) รองลงมาเป็น
กระทรวงมหาดไทย จานวน 91 เร่ือง (ร้อยละ 11.64) และส่วนราชการไม่สังกัดสานักนายกรัฐมนตรี จานวน 75
เร่ือง (รอ้ ยละ 9.59) ตามลาดับ
หน้า 26 สถานการณ์การทจุ รติ ประเทศไทย ประจาปีงบประมาณ พ.ศ. 2564
สานักงาน ป.ป.ช. ประจาจังหวัดในเขตพ้ืนที่ ภาค 1 จากคากล่าวหาในปีงบประมาณ พ.ศ. 2564
จานวน 259 เร่ือง พบวา่ หนว่ ยงานทถ่ี ูกกลา่ วหามากทส่ี ุด คอื หน่วยงานองคก์ รปกครองส่วนท้องถน่ิ จานวน 179
เรอ่ื ง (รอ้ ยละ 71.03) รองลงมาเป็นกระทรวงมหาดไทย จานวน 20 เร่ือง (รอ้ ยละ 7.94) และกระทรวงศึกษาธิการ
จานวน 13 (รอ้ ยละ 5.16) ตามลาดบั
สานักงาน ป.ป.ช. ประจาจังหวัดในเขตพื้นที่ ภาค 2 จากคากล่าวหาในปีงบประมาณ พ.ศ. 2564
จานวน 218 เรื่อง พบว่า หนว่ ยงานที่ถูกกลา่ วหามากที่สุด คอื หน่วยงานองคก์ รปกครองสว่ นท้องถน่ิ จานวน 112
เรื่อง (ร้อยละ 51.38) รองลงมาเป็นหน่วยงานอิสระตามรัฐธรรมนูญ จานวน 19 เรื่อง (ร้อยละ 8.71) และ
กระทรวงมหาดไทย จานวน 18 เรอื่ ง (รอ้ ยละ 8.26) ตามลาดบั
สานักงาน ป.ป.ช. ประจาจังหวัดในเขตพ้ืนท่ี ภาค 3 จากคากล่าวหาในปีงบประมาณ พ.ศ. 2564
จานวน 337 เรอื่ ง พบวา่ หนว่ ยงานทถี่ ูกกล่าวหามากทส่ี ุด คือ หนว่ ยงานองค์กรปกครองส่วนท้องถนิ่ จานวน 209
เร่อื ง (ร้อยละ 64.31) รองลงมาเปน็ กระทรวงมหาดไทย จานวน 24 เรื่อง (รอ้ ยละ 7.38) และกระทรวงศึกษาธิการ
จานวน 21 เรอ่ื ง (ร้อยละ 6.46) ตามลาดับ
สานักงาน ป.ป.ช. ประจาจังหวัดในเขตพ้ืนที่ ภาค 4 จากคากล่าวหาในปีงบประมาณ พ.ศ. 2564
จานวน 412 เรอ่ื ง พบวา่ หน่วยงานที่ถกู กล่าวหามากทส่ี ุด คือ หนว่ ยงานองคก์ รปกครองส่วนท้องถ่ิน จานวน 282
เร่ือง (ร้อยละ 68.28) รองลงมาเป็นกระทรวงมหาดไทย จานวน 37 เร่ือง (ร้อยละ 8.96) และกระทรวงศึกษาธิการ
จานวน 20 เรอ่ื ง (รอ้ ยละ 4.84) ตามลาดบั
สานักงาน ป.ป.ช. ประจาจังหวัดในเขตพื้นท่ี ภาค 5 จากคากล่าวหาในปีงบประมาณ พ.ศ. 2564
จานวน 272 เรอ่ื ง พบวา่ หนว่ ยงานที่ถูกกล่าวหามากท่สี ุด คือ หนว่ ยงานองค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถิน่ จานวน 142
เร่ือง (ร้อยละ 52.98) รองลงมาเป็นกระทรวงมหาดไทย จานวน 29 เร่ือง (ร้อยละ 10.82) และกระทรวงศึกษาธิการ
จานวน 15 เรอ่ื ง (ร้อยละ 5.60) ตามลาดบั
สานักงาน ป.ป.ช. ประจาจังหวัดในเขตพ้ืนท่ี ภาค 6 จากคากล่าวหาในปีงบประมาณ พ.ศ. 2564
จานวน 309 เรื่อง พบว่า หน่วยงานท่ีถูกกล่าวหามากทส่ี ดุ คอื หน่วยงานองค์กรปกครองสว่ นท้องถิ่น จานวน 177
เร่ือง (ร้อยละ 57.28) รองลงมาเป็นกระทรวงมหาดไทย จานวน 33 เรื่อง (ร้อยละ 10.36) และกระทรวงศึกษาธิการ
จานวน 14 เรื่อง (รอ้ ยละ 4.53) ตามลาดับ
สานักงาน ป.ป.ช. ประจาจังหวัดในเขตพ้ืนที่ ภาค 7 จากคากล่าวหาในปีงบประมาณ พ.ศ. 2564
จานวน 285 เรือ่ ง พบว่า หน่วยงานทถ่ี กู กล่าวหามากทส่ี ุด คอื หน่วยงานองค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถ่ิน จานวน 148
เร่ือง (ร้อยละ 52.86) รองลงมาเป็นกระทรวง มหาดไทย จานวน 29 เร่ือง (ร้อยละ 10.36) และสานักงานตารวจ
แหง่ ชาติ จานวน 19 เร่ือง (รอ้ ยละ 6.78) ตามลาดบั
สานักงาน ป.ป.ช. ประจาจังหวัดในเขตพ้ืนท่ี ภาค 8 จากคากล่าวหาในปีงบประมาณ พ.ศ. 2564
จานวน 202 เร่ือง พบว่า หน่วยงานที่ถูกกล่าวหามากท่ีสดุ คือ หน่วยงานองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน จานวน 95
เร่ือง (ร้อยละ 47.26) รองลงมาเป็นกระทรวงมหาดไทย จานวน 31 เร่ือง (ร้อยละ 15.42) และสานักงานตารวจ
แหง่ ชาติ จานวน 18 เรอื่ ง (รอ้ ยละ 8.96) ตามลาดับ
สานักงาน ป.ป.ช. ประจาจังหวัดในเขตพ้ืนท่ี ภาค 9 จากคากล่าวหาในปีงบประมาณ พ.ศ. 2564
จานวน 163 เรื่อง พบว่า หน่วยงานท่ีถูกกล่าวหามากท่ีสดุ คือ หน่วยงานองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน จานวน 78
เรอื่ ง (ร้อยละ 49.06) รองลงมาเปน็ สานักงานตารวจแห่งชาติ จานวน 14 เร่ือง (ร้อยละ 8.81) และกระทรวงศึกษาธิการ
จานวน 10 เรอ่ื ง (ร้อยละ 6.29) ตามลาดบั
สถานการณ์การทจุ รติ ประเทศไทย ประจาปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 หน้า 27
แผนภาพท่ี 8 ร้อยละของคากลา่ วหาทส่ี านักงาน ป.ป.ช. รบั ไว้ดาเนินการเอง จาแนกข้อมลู ตามพ้ืนท่รี บั ผิดชอบ
และหนว่ ยงานที่ถูกกลา่ วหา
หมายเหตุ: หน่วยงานองค์กรปกครองส่วนทอ้ งถน่ิ >> องค์การบริหารส่วนตาบล (อบต.) (49.53%)
กระทรวงมหาดไทย >> กรมการปกครอง (53.27%)
ท่ีมา : ระบบตรวจรบั คากล่าวหา (PESCA)
ประมวลผลโดย : สานกั วิจยั และบรกิ ารวิชาการด้านการปอ้ งกนั และปราบปรามการทจุ รติ สานกั งาน ป.ป.ช.
หน้า 28 สถานการณ์การทจุ รติ ประเทศไทย ประจาปีงบประมาณ พ.ศ. 2564
▪ ประเภทคากลา่ วหา
จากคากล่าวหาท่ีคณะกรรมการ ป.ป.ช. รับไว้ดาเนินการเอง ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 พบว่า
ส่วนใหญ่เป็นคากล่าวหาประเภทการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เช่น ละเลย เพิกเฉยต่อการ
ปฏิบัติตามหน้าท่ี กระทาการเกินอานาจหน้าท่ีโดยทุจริต และอนุมัติ/ไม่อนุมัติใบอนุญาตโดยมิชอบ เป็นต้น
จานวน 979 เร่ือง (ร้อยละ 30.53) รองลงมาเป็นคากล่าวหาประเภทจัดซื้อจัดจ้าง จานวน 930 เร่ือง (ร้อยละ
29.00) ยักยอก/เบียดบังเงินหรือทรัพย์สินของราชการ จานวน 364 เรื่อง (ร้อยละ 11.35) ทุจริตในการจัดทา
งบประมาณ/โครงการ/เบิกจ่ายเงินในโครงการเป็นเท็จ จานวน 267 เร่ือง (ร้อยละ 8.33) เรียกรับสินบน จานวน
179 เร่ือง (ร้อยละ 5.58) การบริหารงานบุคคล (การบรรจุ/แต่งตั้ง/เล่ือนตาแหน่ง/โยกย้าย/ลงโทษวินัย) จานวน
151 เร่ือง (ร้อยละ 4.71) ออกเอกสารสิทธิท่ีดิน จานวน 125 เรื่อง (ร้อยละ 3.90) การฝ่าฝืนมาตรฐานทาง
จริยธรรม จานวน 87 เรือ่ ง (ร้อยละ 2.70) ร่ารวยผดิ ปกติ จานวน 85 เรือ่ ง (ร้อยละ 2.65) และการขดั กนั ระหว่าง
ผลประโยชน์ส่วนบคุ คลกบั ประโยชน์ส่วนรวม จานวน 40 เรื่อง (รอ้ ยละ 1.25) ตามลาดับ
เมื่อพิจารณาคากล่าวหาในปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 จาแนกตามพ้ืนที่รับผิดชอบของสานักงาน ป.ป.ช.
สว่ นกลาง และสานกั งาน ป.ป.ช. ประจาจังหวัดในเขตพืน้ ที่ ภาค 1-9 และประเภทคากล่าวหา สามารถสรุปได้ดังน้ี
สานกั งาน ป.ป.ช. สว่ นกลาง มคี ากล่าวหา จานวน 750 เร่ือง พบวา่ คากลา่ วหาท่ีพบมากที่สุด เป็น
ประเภทปฏิบตั หิ รอื ละเว้นการปฏบิ ตั ิหน้าทีโ่ ดยมชิ อบ จานวน 302 เรือ่ ง (รอ้ ยละ 38.62) รองลงมาเป็นประเภทจัดซื้อ
จัดจ้าง จานวน 182 เรื่อง (ร้อยละ 23.27) และประเภทฝ่าฝืนจริยธรรม จานวน 85 เรื่อง (ร้อยละ 10.87)
ตามลาดับ
สานกั งาน ป.ป.ช. ประจาจังหวัดในเขตพืน้ ท่ี ภาค 1 มคี ากลา่ วหาจานวน 259 เรื่อง พบวา่ คากล่าวหา
ที่พบมากที่สุด เป็นประเภทจัดซื้อจัดจ้าง จานวน 85 เร่ือง (ร้อยละ 33.73) รองลงมาเป็นประเภทปฏิบัติหรือละเว้น
การปฏบิ ัติหนา้ ทีโ่ ดยมชิ อบ จานวน 76 เรื่อง (รอ้ ยละ 30.16) และประเภทยักยอก/เบียดบงั เงินหรือทรัพย์สินของ
ราชการ จานวน 28 เรื่อง (ร้อยละ 11.11) ตามลาดบั
สานกั งาน ป.ป.ช. ประจาจงั หวัดในเขตพื้นท่ี ภาค 2 มคี ากล่าวหาจานวน 218 เรอ่ื ง พบว่า คากล่าวหา
ที่พบมากท่สี ุด เปน็ ประเภทจดั ซ้ือจัดจ้าง จานวน 80 เรอ่ื ง (ร้อยละ 36.70) รองลงมาจดั ซื้อจัดจ้าง จานวน 54 เรื่อง
(ร้อยละ 24.77) และประเภทยักยอก/เบียดบังเงินหรือทรัพย์สินของราชการ จานวน 37 เรื่อง (ร้อยละ 16.97)
ตามลาดบั
สานกั งาน ป.ป.ช. ประจาจงั หวดั ในเขตพ้นื ท่ี ภาค 3 มคี ากลา่ วหาจานวน 337 เรือ่ ง พบวา่ คากล่าวหา
ทีพ่ บมากทีส่ ุด เปน็ ประเภทจัดซ้ือจัดจา้ ง จานวน 117 เรื่อง (รอ้ ยละ 36.00) รองลงมาเป็นประเภทปฏบิ ัติหรือละเว้น
การปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ จานวน 79 เรื่อง (ร้อยละ 24.31) และประเภททุจริตในการจัดทางบประมาณ/โครงการ/
เบิกจา่ ยเงินในโครงการเปน็ เท็จ จานวน 42 เรื่อง (ร้อยละ 12.92) ตามลาดบั
สานกั งาน ป.ป.ช. ประจาจงั หวัดในเขตพ้ืนที่ ภาค 4 มคี ากลา่ วหาจานวน 412 เรอ่ื ง พบว่า คากลา่ วหา
ท่ีพบมากทส่ี ุด เปน็ ประเภทจัดซื้อจัดจ้าง จานวน 142 เรอ่ื ง (รอ้ ยละ 34.38) รองลงมาเปน็ ประเภทปฏิบัตหิ รือละเว้น
การปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ จานวน 89 เรื่อง (ร้อยละ 21.55) และประเภททุจริตในการจัดทางบประมาณ/โครงการ/
เบิกจา่ ยเงินในโครงการเป็นเท็จ จานวน 49 เรื่อง (รอ้ ยละ 11.86) ตามลาดับ
สานกั งาน ป.ป.ช. ประจาจังหวัดในเขตพื้นที่ ภาค 5 มีคากลา่ วหาจานวน 272 เร่อื ง พบว่า คากลา่ วหา
ที่พบมากท่ีสุด เป็นประเภทจัดซื้อจัดจ้าง จานวน 92 เร่ือง (ร้อยละ 34.33) รองลงมาเป็นประเภทปฏิบัติหรือละเว้น
การปฏิบัติหน้าท่ีโดยมิชอบ จานวน 64 เรื่อง (ร้อยละ 23.88) และประเภททุจริตในการจัดทางบประมาณ/โครงการ/
เบกิ จา่ ยเงินในโครงการเป็นเท็จ จานวน 37 เรือ่ ง (รอ้ ยละ 13.81) ตามลาดับ
สถานการณ์การทจุ รติ ประเทศไทย ประจาปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 หน้า 29