โกรธแค้นต่อการกระทาที่ผิดทานองครองธรรมนี้จึงได้แสดงความจงรักภักดีโดยอาสา
ยกทัพไปช่วยรบ จักรพรรดิทรงมีพระบรมราชโองการให้ชมเชยความจงรักภักดีและ
เมตตาธรรมเชน่ น้ี”
3. เอกสารโบราณภาคเอกชน เช่น บันทึกทะเลตะวันออกและตะวันตกของจาง
เชี่ย ยกยอ่ งว่า “รชั กาลพระนเรศวรนนั้ สยามเร่ิมเป็นผู้เกรยี งไกรบนท้องทะเลแดนไกล
ต่อแต่นั้นไปทาศึกสงครามทุกปีจนสามารถดารงความเป็นใหญ่เหนือประเทศ
ทง้ั หลาย” หลักฐานดงั กลา่ วสะทอ้ นใหเ้ หน็ ความเขม้ แขง็ ของกองทพั อยธุ ยาทง้ั ทางบก
และทางทะเล ซ่งึ จะปกปอ้ งการค้าในระบบรัฐบรรณาการท่ีสง่ เรอื สาเภาหลวงของราช
สานักกรงุ ศรอี ยธุ ยาไปยังประเทศจนี ได้บรรลุเปา้ หมายดว้ ย
ดา้ นท่ี 2 การค้ากบั ตะวนั ตก
ฉากบงั ลมญี่ปนุ่ แสดงภาพเรอื สาเภาของชาวโปรตเุ กส เดนิ ทางมาคา้ ขาย
ในรชั สมยั สมเด็จพระนเรศวร
ในสมัยสมเด็จพระนเรศวรน้ันมีการค้ากับชาวต่างประเทศอาทิ การค้ากับสเปน
สเปนได้ส่งทูตมาเจริญสัมพันธไมตรีเพ่ือการค้ากับไทย โดยพยายามเผยแพร่ศาสนา
และทาการคา้ ในแดนทีช่ าวโปรตุเกสเคยตดิ ต่อด้วย เมื่อ ค.ศ.1598 ขา้ หลวงใหญส่ เปน
ท่ีกรุงมะนิลา Don Francisco Tello ได้ส่งนาย Juan Tello de Aguirre มาติดต่อ
คา้ ขายกบั กรุงศรีอยุธยา ทั้งนเ้ี นื่องจากสมเด็จพระนเรศวรฯ ได้ทรงส่งพระราชสาสน์ ไป
ถึงข้าหลวงใหญ่แห่งกรุงมะนิลา แสดงความสนพระทัยท่ีจะค้าขายกับสเปน ในกรณีนี้
ฝ่ายไทยเป็นฝ่ายริเริ่มการติดต่อกับสเปน ดังรายละเอียดในจดหมายจาก Don
Francisco Tello ถวายพระเจ้า Philip ที่ 3 “ขา้ พระพุทธเจ้าได้รับพระราชสาส์น
จากพระเจ้ากรุงสยาม...ในพระราชสาส์นน้ัน พระเจ้ากรุงสยามทรงประสงค์การ
พาณิชย์และการค้ากับหมู่เกาะนี้ (หมู่เกาะฟิลิปปินส์) ...โดยที่ได้เห็นว่า
พระมหากษัตรยิ อ์ งค์นโ้ี ปรดเช่นน้ัน ปที แี่ ลว้ (ค.ศ.1598) ข้าพระพทุ ธเจ้าได้แต่งกปั ตนั
Juan Tello พร้อมคณะทูตไปเข้าเฝ้าพระเจ้ากรุงสยามเป็นการตอบพระราชสาส์น
โดยได้กล่าวถึงความนิยมชมชื่นอย่างใหญ่หลวงสาหรับพระราชไมตรีท่ีทรงแสดงต่อ
ขา้ พระพทุ ธเจา้ และความนยิ มชมช่ืนสาหรับพระราชปรารถนาทจ่ี ะใหช้ าวสเปนคา้ ขาย
ในราชอาณาจักร... กัปตัน Juan Tello ได้ออกเดนิ ทางไปสยามและเม่ือปฏิบตั กิ ารทตู
สมบรู ณ์แล้ว เขาได้ทาข้อตกลงด้วยวา่ (สยาม) ควรเปิดเมอื งท่าเมืองหน่ึงสาหรบั การคา้
เพ่ือให้ชาวสเปนสามารถไปเมืองนั้นได้และต้ังหลักแหล่งได้โดยอิสระ และได้รับการ
ยกเวน้ จากภาษที ัง้ ปวง
รปู วาดของทหารตะวนั ตกรบั จา้ งรบในสมยั อยธุ ยา
สญั ญาฉบบั น้เี ป็นเพียงฉบบั ทสี่ องทีไ่ ทยตกลงเซ็นกับประเทศตะวันตก ฉบับแรก
ได้แก่สนธิสัญญาท่ีเซ็นกับโปรตุเกสในรัชสมัยสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2 เพื่อให้
ความสัมพันธ์ระหว่างสเปนกับไทยเอื้อประโยชน์ต่อสเปนในหลายๆทาง Don
Francisco Tello ได้ส่งคณะทูตคณะท่ีสองมาถึงกรุงศรีอยุธยา โดยประสงค์ท่ีจะขอ
อนุญาตสมเด็จพระนเรศวรฯ ส่งบาทหลวงคณะ Dominican มาเผยแพร่ครสิ ต์ศาสนา
ในเมืองไทย หัวหน้าคณะทูตคณะที่สองนี้ชื่อว่า Juan de Mendoza Gamboa
เอกสารเรื่อง Sucesos de las Islas Filipinas (“เรื่องเหตุการณ์ในหมู่เกาะ
ฟิลิปปินส์”) ของ Antonio de Morga ซ่ึงตีพิมพ์คร้ังแรกในเม็กซิโกเม่ือ ค.ศ.1609
(พ.ศ.2152) ได้ระบุไวว้ ่านาย Mendoza ลม้ เหลวในการตดิ ตอ่ กบั ราชสานกั สมเดจ็ พระ
นเรศวรฯ เนื่องจากขดั แย้งกบั ข้าราชการไทยเก่ียวกบั เร่ืองของขวัญที่นามาให้กับฝ่าย
ไทย ทางฝา่ ยราชสานกั ไทยต้องการของขวัญที่ดีกวา่ ของขวญั ท่ีไดร้ บั จากคณะทตู สเปน
สมเด็จพระนเรศวรฯ ทรงประสงค์ที่จะยึดปืนใหญ่ของพวกสเปน นาย Mendoza จึง
เห็นจาเป็นที่จะต้องโยนปืนใหญ่เหล่านั้นลงไปในแม่น้าเจ้าพระยาเพื่อไม่ให้ปืนตกเป็น
ของไทยเสีย การเจรจาทางการทูตระหว่าง Mendoza กับราชสานักไทยไม่ประสบ
ผลสาเร็จมากนัก ทางฝ่ายสมเด็จพระนเรศวรฯ ทรงผิดหวังในการค้ากับสเปน ซ่ึงมิได้
นากาไรรายได้มาสูพ่ ระคลังเท่าที่ควร จึงไม่ทรงตอบสาสน์ ของขา้ หลวงใหญ่กรุงมะนิลา
ส่วนนายMendoza น้ันพยายามออกไปจากเมืองไทยโดยมิได้รับตราอนุญาตจากกรม
พระคลัง (โกษาธิบดี) นอกจากนั้นแล้วเขายังกลับมางมปืนที่จมไว้ใต้น้ากลับข้ึนสู่เรือ
ของเขา และมารับตัวชาวสเปนกับชาวโปรตุเกส ซึ่งประสงค์จะออกนอกประเทศไป
พร้อมกับเขา การกระทา
เหล่าน้ีทาให้สมเด็จพระนเรศวรฯ ทรงดาเนินการอย่างเด็ดขาด ทรงส่งทหาร
พรอ้ มเรือไลต่ ามเรอื ของ Mendoza มีการรบพ่งุ กันในแม่น้า ทหารท้ังสองฝ่ายล้มตาย
ไปหลายคน ในทสี่ ดุ เรอื สเปนกห็ ลบหนไี ปได้ แตน่ าย Mendoza เองน้นั บาดเจ็บถงึ ตาย
หลงั จากนัน้ ความสมั พนั ธ์ระหว่างอาณาจักรอยุธยากับสเปนก็ได้หยดุ ชะงักไปชัว่ คราว
สม เด็จพ ระ นเ รศ วร ฯ ท รง ต ร ะห นัก ถึง คว าม สา คัญ ขอ งก าร ค้า นา นา ช า ติ
โดยเฉพาะการค้าทางทะเลเพื่อช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจอยุธยา ซึ่งได้รับความเสียหาย
พอสมควรจากสงครามต่างๆในสมัยนน้ั นอกจากนั้นยังทรงตอ้ งการสนิ คา้ ฟุ่มเฟือยจาก
การคา้ กบั กรงุ มะนิลา ตงั้ แตป่ ี ค.ศ.1594 (พ.ศ.2137)
ความสัมพันธส์ ามเสา้ ระหว่าง ไทย เขมรและสเปน
จดหมายเหตุของ Dr. Antonio de Morga และหลักฐานสเปนฉบับอ่ืน ๆ
กลา่ วถึงเหตกุ ารณใ์ นเขมร (เมืองละแวก) ไวม้ าก เนื่องจากในช่วงปลายคริสต์ศตวรรษ
ท่ี 16 ชาวสเปนไดเ้ ข้าไปมีบทบาทใน
เหตกุ ารณท์ างการเมืองภายในของเขมร สเปนพยายามเข้ามามบี ทบาทในช่วง
ท่ีเขมรต้องรบกับไทย และนอกจากน้ันแล้ว เจ้านายเขมรก็แยง่ ชงิ อานาจกันเอง
อยู่ตลอดเวลา ความสัมพันธ์สามเส้าระหว่าง ไทย เขมรและสเปน จึงเป็นเรื่องท่ีน่า
ศึกษาอย่างยิ่ง เอกสารภาษาสเปนหลายฉบับเน้นเหตุการณ์ในเขมรสมัยปลาย
คริสต์ศตวรรษที่ 16 โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “นักผจญภัย” สองราย อันได้แก่ Blas Ruiz
และ DiogoVeloso (Belloso) ได้เข้าไปมีบทบาทสาคัญในการเมืองและการ
ต่างประเทศของเขมร
สมเด็จพระนเรศวรฯ ได้ทรงกรธี าทัพไปตเี มืองละแวกแตกใน ค.ศ.1594 (พ.ศ.
2137) ทาใหน้ ักพระสัตถา กษตั ริย์เขมร พยายามขอความช่วยเหลือจากสเปน ขา้ หลวง
ใหญ่ของสเปน ณ กรุงมะนิลาตัดสินใจส่งกองทัพมาช่วยเหลือนักพระสัตถา ในต้นปี
ค.ศ.1596 (พ.ศ.2138) ทั้งๆที่ชาวสเปนหลายคนที่กรุงมะนิลาไม่เห็นด้วยกับเขา คน
จานวนหน่ึงเกรงว่าสเปนจะต้องกลายเป็นศัตรูของกรุงศรีอยุธยาไปโดยที่ไม่จาเป็น
เพราะสมเด็จพระนเรศวรฯเพ่ิงส่งพระราชสาส์นมายังกรุงมะนิลาและทรงเช้ือเชิญให้
ชาวสเปนไปค้าขายในประเทศสยาม ในท่ีสุดกองทัพสเปนในบังคับบัญชาของ Juan
Júrez Gallinato ก็ประสบปัญหามากมาย และประสบความล้มเหลวเนื่องจาก
สถานการณใ์ นเขมรเปล่ยี นแปลงไปอยา่ งรวดเร็วและรุนแรง
แม้ว่าจะมีปัญหามากมายในเขมรในช่วง ค.ศ.1594-1596 และแม้ว่านักแสวง
โชคชาวสเปนและโปรตเุ กสจะเขา้ ไปมบี ทบาทโดยมรี ฐั บาลกรงุ มะนลิ าหนนุ หลงั อยู่ ทาง
ฝ่ายสมเด็จพระนเรศวรฯก็ยังทรงติดต่อกับข้าหลวงใหญ่แห่งกรุงมะนิลาต่อไป ใน
บรรดาเอกสารสเปนยงั คงมสี าเนาพระราชสาสน์ (ฉบบั แปล) หลงเหลืออยฉู่ บับหนง่ึ เปน็
เอกสารซ่ึงเขียนขึ้นเม่ือ ค.ศ.1598 หรือ 1599 (ราวๆ พ.ศ.2141-2142) ในพระราช
สาส์นฉบับน้ีสมเด็จพระนเรศวรฯทรงแสดงความพึงพระทัยท่ีทางกรุงมะนิลาส่งคณะ
ทูตมาเจริญสัมพันธไมตรีกับอาณาจักรอยุธยา พระองค์มิได้ทรงเอ่ยถึงเขมร แสดงว่า
ทรงเนน้ แตเ่ รื่องมิตรภาพและการค้าขายก่อนหนา้ ทจี่ ะเผชญิ ปญั หาคณะทตู Mendoza
สรุปได้ว่าสัมพันธภาพระหว่างไทยกับสเปนในรัชกาลสมเด็จพระนเรศวรฯ ได้
ดาเนินไปด้วยมิตรภาพบ้าง ความเข้าใจผิดบ้าง และมีการขัดผลประโยชน์กันบ้าง
เพราะสเปนมุ่งหวังอยู่ตลอดเวลาท่ีจะขยายอิทธิพลมาสู่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ภาคพ้ืนทวีป ในขณะที่สมเด็จพระนเรศวรฯ ทรงพยายามควบคุมเขมรให้เป็นเมือง
ประเทศราชของกรุงศรีอยุธยา ดังน้ันเอกสารดังกล่าวน้ีจึงให้คุณค่าในแง่ของการ
นาเสนอขอ้ เทจ็ จริงอกี แงม่ มุ หนง่ึ ทนี่ ่าสนใจ
ความสัมพนั ธ์ระหว่างไทยกับฮอลนั ดา
ในช่วงปลายรัชสมัยได้มีการติดต่อการค้ากับฮอลันดา โดยบริษัทอินเดีย
ตะวนั ออกของฮอลันดา ( Vereenigde Oost – Indische Compagnie : V.O.C.) เขา้
มาเมอื งไทยด้วยหวังอาศยั เรอื สาเภาของหลวงราชสานกั อยธุ ยาไปคา้ ขายทเี่ มอื งจนี และ
ต้องการหาล่ทู างไปค้าขายท่เี มอื งจนี โดยตรง จึงสง่ ผู้แทนของบรษิ ัทไปยังกรงุ ศรอี ยุธยา
ในเดือนมิถุนายนปี พ.ศ. 2147 พ่อค้าฮอลันดากลุ่มแรกที่มาถึงกรุงศรีอยุธยา ในสมัย
สมเด็จพระนเรศวรได้นาปืนใหญ่ 2 กระบอก มาเป็นเครื่องราชบรรณาการ สินค้า
ที่ V.O.C. นาเขา้ มาเปน็ คร้ังแรกมมี ูลค่า 4 พนั กิลเดอร์ ซึง่ สมเด็จพระนเรศวรทรงโปรด
ให้การรับรองอย่างดี แต่ฝันของ V.O.C. ที่จะอาศัยเรือสาเภาหลวงของราชสานัก
อยุธยาไปเมอื งจนี ต้องสลายเพราะเกดิ ศกึ พมา่ และสมเดจ็ พระนเรศวรเสด็จสวรรคตใน
พ.ศ. 2148 ราชสานักสยามต้องผลัดการส่งเรือสาเภาไปเมืองจีน จนถึงรัชกาลสมเด็จ
พระเอกาทศรถ V.O.C. จึงได้เข้ามาต้ังสานักงานการค้าที่กรุงศรีอยุธยาเมื่อปี พ.ศ.
21512 เพราะอยุธยาเป็นศูนย์กลางการค้าของป่า ข้าว สินค้าจีน และอื่น ๆ ท่ีเป็น
ประโยชนต์ อ่ การคา้ ของบรษิ ทั
ดงั นนั้ กลา่ วได้ว่าสมเดจ็ พระนเรศวรมหาราชกบั การค้าและการขยายพระอานาจ
ทางเศรษฐกิจ รากฐานความเจริญของกรุงศรีอยุธยา มีความสาคัญอย่างมากเป็น
รากฐานท่ีก่อให้เกิดการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจโดยเฉพาะการค้ากับประเทศจีน
ตลอดจนการตดิ ตอ่ การคา้ ทางดา้ นตะวันออกกับกลมุ่ ประเทศเกาหลแี ละญป่ี นุ่ ซงึ่ ในรชั
สมัยต่อมาได้ส่งผลให้กรุงศรีอยุธยาเป็นผู้ส่งออกของป่า ได้แก่ หนังกวาง เพื่อทาชุด
เกราะ ซามูไร แต่เพียงรายเดียวกับประเทศญี่ปุ่น และภายหลังกรุงศรีอยุธยาเป็นผู้
สง่ ออกปนื ใหญ่และดินปืนให้กับกองกาลังโชกนุ และไดเมียวของญ่ีปุน่ พรอ้ มกนั นั้นการ
ขยายตัวดา้ นการค้ากับฮอลนั ดาได้นาไปสู่การบกุ เบกิ การค้าและการตั้งสถานกี ารคา้ ใน
ประเทศไทยซง่ึ นามาสู่การรบั รู้การส่งออกสนิ ค้าจานวนมากจากภายในทวปี ผา่ นกรงุ ศรี
อยุธยาไปยังหัวเมืองต่าง ๆ จนเกิดการเช่ือมโยงการค้าทางทะเลผ่านเมืองเพชรบุรี
มะริด และตะนาวศรี เร่ืองราวของการขยายตัวทางการค้าทางทะเลได้ส่งผลให้เป็น
ความทรงจาและความรบั รู้เก่ียวกับสถานท่ีต่อเรือที่เรยี กกนั ว่า ชายฝ่งั ทะเลสมเด็จพระ
นเรศวรมหาราช ทีอ่ าเภอชะอา จังหวัดเพชรบรุ ใี นปจั จุบัน จนอาจกล่าวได้ว่าช่วงเวลา
น้ีนอกจากจะเป็นชว่ งเส้นทางเอกราชและขยายอานาจสงู สุดทางการเมอื งการปกครอง
และการสงครามแล้ว สภาพเศรษฐกิจก็อยู่ในสภาพที่เรียกว่ามีความมั่นคงและเป็น
รากฐานของเศรษฐกิจกรุงศรีอยุธยาในระยะเวลาต่อมาในฐานะเมืองท่าและสถานี
การค้าทส่ี าคญั ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
พระราชกรณยี กจิ นอ้ ยใหญท่ ง้ั สนิ้ ทง้ั ปวงของพระองค์ เปน็ ไปเพอื่ ประโยชนข์ อง
บา้ นเมอื งและคนไทยทงั้ มวล ตลอดพระชนมช์ พี ของพระองค์ จะอยใู่ นสนามรบและ
ชนบทโดยตลอด มไิ ดว้ ่างเวน้ พระราชกรณยี กจิ และเหตกุ ารณส์ าคัญในรชั สมยั ของ
พระองค์มดี งั นี้
พระบรมราชานสุ าวรยี ส์ มเดจ็ พระนเรศวร จังหวดั สระแกว้
พทุ ธศกั ราช 2107 พระชนมายุ 9 พรรษา สมเดจ็ พระเจา้ ตะเบงชะเวต้ี พมา่ ยก
มาตกี รงุ ศรอี ยธุ ยา ทรงถกู นาไปเปน็ ตวั ประกนั ณ กรงุ หงสาวดี ประทบั 6 ปี
พทุ ธศกั ราช 2113 พระชนมายุ 15 พรรษา เสดจ็ ฯ กลบั จากกรงุ หงสาวดี
พทุ ธศกั ราช 2114 พระชนมายุ 16 พรรษา เสด็จขน้ึ ไปครองเมอื งพิษณโุ ลก มี
อานาจบญั ชาการหวั เมืองฝา่ ยเหนอื ทงั้ ปวง
พทุ ธศกั ราช 2117 พระชนมายุ 19 พรรษา ทรงยกทพั ไปพรอ้ มกับสมเดจ็ พระ
ราชบดิ า เพอื่ สมทบกบั ทพั หลวงตเี มอื งเวยี งจนั ทน์
พทุ ธศกั ราช 2121 พระชนมายุ 23 พรรษา ทรงเรอื พระทน่ี ง่ั ไลก่ วดจับพระยา
จนี จนั ตทุ ลี่ งเรอื หนไี ปปากแมน่ า้ เจา้ พระยา ในการสรู้ บครง้ั นน้ั พระองคท์ รงแสดงความ
กลา้ หาญอยา่ งยอดเยย่ี ม
พทุ ธศกั ราช 2122 พระชนมายุ 24 พรรษา ทรงเป็นแมท่ พั ตอ่ สกู้ ับพระทศราชา
ซึง่ คมุ กองทพั เขมรเขา้ มาตโี คราชและหัวเมอื งชนั้ ใน และทรงไดร้ บั ชยั ชนะทงั้ ที่ทรงมี
กาลงั ทหารนอ้ ยกวา่
พทุ ธศกั ราช 2124 พระชนมายุ 26 พรรษา พระเจา้ กรงุ หงสาวดสี วรรคตได้
เสดจ็ ฯ ไปกรงุ หงสาวดใี นพธิ ีบรมราชาภิเษกกษตั รยิ ์ องคใ์ หมแ่ ทนพระราชบดิ า
พทุ ธศกั ราช 2126 พระชนมายุ 28 พรรษา ไดเ้ ปน็ แมท่ พั ยกไปชว่ ยเมอื งหงสาวดี
ไปตเี มอื งลมุ เมอื งคงั ในรฐั ไทยใหญ่ ตามคาสง่ั ของพมา่
พุทธศักราช 2127 พระชนมายุ 29 พรรษา ทรงประกาศอิสรภาพของไทย ณ
เมอื งแครง พระเจา้ กรงุ หงสาวดใี ห้สรุ ะกามายกกองทพั ตามมาไลจ่ บั สมเดจ็ พระนเรศวร
พระองค์ทรงยิงปืนข้ามแม่น้าสะโตงถูกสุระกามา แม่ทัพพม่าตายและทรงได้รับมอบ
อานาจให้บัญชาการบ้านเมืองสิทธิ์ขาดแต่ผู้เดียวสงครามไทยกับพม่า พระยาพะสิมย
กกาลัง 130,000 คนมาทางเมืองสุพรรณบุรี พระเจ้าเชียงใหม่มาทางเหนือตีพม่าแตก
กลับไป
พระบรมราชานสุ าวรยี ส์ มเดจ็ พระนเรศวรมหาราช จงั หวดั อา่ งทอง
พทุ ธศกั ราช 2128 สงครามไทยกับพมา่ ทรงสรู้ บกบั พระเจ้าเชยี งใหมท่ บ่ี า้ น
สระเกศ พมา่ 150,000 คน ไทย 80,000 คน ไทยตที พั พมา่ แตกกลับไป
พทุ ธศกั ราช 2129 สงครามไทยกบั พมา่ พระเจา้ หงสาวดยี กกาลงั ทหาร
250,000 คน มาลอ้ มกรงุ อยู่ 6 เดอื น ไทยมกี าลงั 80,000 คน ตขี ับไลพ่ มา่ จนตอ้ งถอย
ทพั กลับไป ไมส่ ามารถเขา้ ถงึ กาแพงพระนครได้
พทุ ธศกั ราช 2133 พระชนมายุ 35 พรรษา สมเดจ็ พระมหาธรรมราชาพระราช
บิดาสวรรคต พระองค์เสดจ็ เถลงิ ถวัลยร์ าชสมบตั เิ มอื่ วนั ที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2133
ทรงสถาปนาพระเอกาทศรถ เปน็ พระมหาอปุ ราชา และมพี ระเกยี รตยิ ศสงู เสมอพระ
เจา้ แผน่ ดนิ อกี พระองคห์ นง่ึ สงครามไทยกับพมา่ พระมหาอปุ ราชายกมาครง้ั แรกที่
สพุ รรณบรุ ี พมา่ 300,000 คน ไทยมกี าลงั 80,000 คน ตพี มา่ แตกพา่ ยไป จบั พระยา
พะสมิ แมท่ ับพมา่ ทจ่ี ระเขส้ ามพนั ธ์ุ
พทุ ธศกั ราช 2135 พระชนมายุ 37 พรรษา สงครามยทุ ธหตั ถี พมา่ 240,000
คน ไทย 100,000 คน รบกนั ทเี่ มอื งสพุ รรณบุรี ทรงมชี ยั ชนะฟนั พระมหาอุปราชา
มังกะยอชวาแหง่ กรงุ หงสาวดี ดว้ ยพระแสงของา้ วสนิ้ พระชนม์ เม่ือวนั จนั ทรท์ ี่ 25
มกราคม พ.ศ. 2135
พทุ ธศกั ราช 2136 สงครามเมอื งเขมร ไทย 130,000 คน เขมร 75,000 คน ไทย
ตไี ดเ้ มอื งเขมร
พทุ ธศกั ราช 2137 สมครามไทยกบั พมา่ ไทยตไี ดห้ ัวเมอื งมอญ
พทุ ธศกั ราช 2138 สงครามไทยกบั พมา่ ยกทพั ไปตเี มอื งหงสาวดคี รง้ั ท่ี 1 ไม่
สาเรจ็ ไทยมกี าลงั 120,000 คน
พทุ ธศกั ราช 2142 สงครามไทยกับพมา่ ยกทพั ไปตเี มอื งหงสาวดไี ดส้ าเรจ็ ไทย
100,000 คน แลว้ ไปลอ้ มเมอื งตองออู ยู่ 2 เดอื น เสบยี งอาหารหมดตอ้ งยกทัพกลบั
พทุ ธศกั ราช 2146 สงครามเมอื งเขมร ไดเ้ มอื ง
พทุ ธศกั ราช 2147 สงครามครงั้ สดุ ทา้ ยของสมเดจ็ พระนเรศวรมหาราช ยกทพั
ไปตกี รงุ องั วะ ไทย จานวน 200,000 คน แตท่ รงประชวร และเสดจ็ สวรรคตเสยี กอ่ น
พระนเรศวรเสด็จสวรรคต
พุทธศักราช 2148 สมเด็จพระนเรศวร ทรงกรีฑาทัพไปตีกรุงอังวะ โดยยกทัพ
หลวง 100,000 นาย ออกจากอยุธยา ไปทางเมืองเชียงใหม่ไปข้ามน้าสาลวินที่เมือง
หาง แล้วผา่ นแวน่ แคว้นไทยใหญไ่ ปเขา้ แดนพมา่ ท่ีใกลเ้ มอื งองั วะ ทางทก่ี ะนส้ี ะดวกกวา่
จะยกไปทางเมืองมอญ เพราะไปทางเมืองมอญจะต้องรบพุ่งกับเมืองตองอูและเมือง
แปรก่อน จึงจะผ่านขึ้นไปถึงเมืองอังวะได้ ไปทางเมืองเชียงใหม่เดินทางในพระ
ราชอาณาจักรไปจนในแดนไทยใหญ่ พวกไทยใหญ่ที่เข้ากับไทยก็มีมาก โดยจะมีบาง
เมืองที่จะต่อสู้ก็จะไม่แข็งแรงเท่าไรนัก เพราะเจ้าเมืองอังวะก็เพิ่งได้เมืองเหล่านี้ไว้ใน
อานาจ ทสี่ มเดจ็ พระนเรศวรเสดจ็ ทางเมอื งเชยี งใหม่ คงเป็นดว้ ยเหตเุ หลา่ นี้ เห็นจะเอา
เมืองเชียงใหม่เป็นท่ีประชุมพล และเกณฑ์กองทัพมอญทัพชาวลานนาเข้าสมทบ
กองทัพไทย จานวนพลเบ็ดเสร็จคงจะราวสัก 200,000 คน แต่รายการที่มีในหนังสือ
พระราชพงศาวดารน้อยนกั ปรากฏแตว่ ่าสมเด็จพระนเรศวรกบั สมเดจ็ พระเอกาทศรถ
เสด็จออกจากพระนครเมื่อ ณ วันพฤหัสบดี เดือนย่ี แรม 8 ค่า ปีมะโรง พ.ศ. 2127
เสด็จโดยกระบวนเรือไปต้ังทัพชัย ณ ตาบลพระหล่อ แล้วยกกองทัพบกไปทางเมือง
กาแพงเพชร ครั้นเสด็จไปถึงเมืองเชียงใหม่หยุดพักจัดกระบวนทัพอยู่เดือน 1 แล้วให้
กองทัพสมเดจ็ พระเอกาทศรถยกไปทางเมืองฝาง สว่ นกองทัพหลวงยกไปทางเมอื งหาง
สมเด็จพระนเรศวรฯทรงนากองทัพไทยออกจากเชียงใหม่พร้อมกับพระเจ้าเชียงใ หม่
และลูกพระเจ้าเชยี งใหม่ท้งั สามไปโดยทพั หลวงยกพยุหโยธาไปทางเมืองหางและโปรด
ให้สมเด็จพระเอกาทศรสทรงนาทพั อกี สว่ นหนึ่งไปทางเมืองฝางนอกจากนั้นในตานาน
พระธาตเุ มอื งน้อย อาเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งมีชายแดนอยู่ติดกับพ้ืนท่ีอาเภอ
เวียงแหง สมเด็จพระนเรศวรมหาราชได้ใช้เส้นทางเดินทัพไปยังประเทศพม่าโดยผ่าน
เมืองน้อย ซ่ึงตอนนั้นเป็นชุมชนของชนเผ่าลัวะ (ปัจจุบันมีเจดีย์โบราณศิลปะล้านนา
ปรากฏให้เห็น สันนิษฐานว่าสร้างข้ึนในช่วงสมัยสุโขทัย-อยุธยา) เมื่อสมเด็จพระ
นเรศวรมหาราชเสด็จถึงเขตเมืองหาง ทรงทัพหลวงที่ตาบลทุ่งแก้วหรือทุ่งดอนแก้ว
แรมทพั ในตาบลน้ี และเกดิ ทรงพระประชวรข้นึ
สมเด็จพระนเรศวร ทรงพระประชวรดว้ ยพระโรคอนั ใด และจากสาเหตุอะไร
สาหรบั พระราชประวตั ใิ นสว่ นน้ี กเ็ ป็นอกี สว่ นหน่งึ ทย่ี งั มกี ารถกเถยี งกนั วา่
แท้จรงิ แลว้ สมเดจ็ พระนเรศวร ทรงพระประชวรด้วยพระโรคอนั ใด และจากสาเหตุ
อะไร จงึ มกี ารคน้ ควา้ และนาเสนอไวอ้ ยสู่ องถงึ สามประเดน็
โดยขอ้ มลู จากวกิ พิ เี ดยี ระบุวา่ สมเดจ็ พระนเรศวรทรงพระประชวรเปน็ หวั
ระลอก (ฝ)ี ขน้ึ ทพ่ี ระพกั ตร์ แลว้ กลายเปน็ บาดทะพษิ (บาดทะยกั ) พระอาการหนกั
อยา่ งไรกด็ ีในความจดจาของคนไทย กม็ ขี อ้ มลู หลายทาง เชน่ วา่ สมเดจ็ พระ
นเรศวรทรงประชวรจากอาการฝที พ่ี ระนลาฏ บางตานานบอกวา่ เปน็ ฝีระลอก ขน้ึ ที่
พระพกั ตร์ แลว้ เกดิ เปน็ พษิ (อาจจะเป็นสวิ หวั ชา้ งทอ่ี กั เสบแลว้ ตดิ เชอ้ื ) ขณะทหี่ ลาย
กระแสกร็ ะบวุ า่ โดยคาดเดาวา่ อาจจะโดนผง้ึ ตอ่ ยแลว้ แพ้พษิ
ทั้งนี้ บางแหล่งระบุว่า หลักฐานท่ีค่อนข้างเป็นทางการ หาอ่านได้จากพระราช
พงศาวดารฉบับพระราชหัตถเลขาซ่ึงชาระสมัยรัชกาลที่ 4 กล่าวว่าเป็นทรงฝีที่
พระนลาฏ ขณะทพ่ี งศาวดารฉบับเก่าๆ หลายแหล่งระบุวา่ 'ทรงพระประชวร' เทา่ นั้น
ส่วนในมุมเรื่องแมลงพิษ มีระบุไว้ใน 'คาให้การขุนหลวงหาวัด' ฉบับหลวง
เนื้อหาตอนหนึ่งกล่าวไว้ดังน้ี "อันองค์พระนเรศร์นั้นเสด็จอยู่เมืองห่าง (หาง) เพราะ
เหตฉุ นจ้ี ง่ึ ถวายพระนามเรียกองค์พระนารายน์เมืองห่าง เปนกรุงหยุดพักอยู่กลางทาง
ของพระองค์ คร้ันเสร็จการมงคลพิธีแล้วพระองค์ก็ยกไปเมืองหงษา จ่ึงทรงช้างพระท่ี
น่งั สุวรรณปฤษฎางค์ กพ็ ้นเมอื งทางไกลไดเ้ จด็ วัน จง่ึ พ้นไปนา่ เขาเขียวดงตะเคียนใหญ่
จงึ่ มศี าลนางเทพารกั ษอ์ ยู่ทต่ี ้นตะเคียนใหญ่ มีอานภุ าพศกั ดสิ ทิ ธิยงิ่ นัก เสนาจึง่ ทูลเชญิ
เสดจ็ ใหล้ งจากชา้ งพระท่ีนั่งเม่อื จักมีเหตุมานั้น พระนเรศร์จ่ึงถามเสนาว่า เทพารักษ์น้ี
เปนเทพารกั ษ์ผู้ชายฤๅผหู้ ญงิ เสนาจ่ึงทลู ว่า อนั เทพารกั ษ์เปนนาง ศักดสิ ิทธิย่งิ นัก พระ
นเรศรจ์ ึง่ ตรสั ว่าอนั เทพารักษน์ ี้เปนแต่นางเทพารกั ษ์ดอก ถา้ จกั เปนเมียเราก็จักได้ เรา
ไม่ลงจากช้าง คร้ันพระนเรศร์ตรัสดังน้ีแล้ว ก็ทรงช้างพระท่ีน่ังผ่านน่าศาลนาง
เทพารักษ์นนั้ ไป จง่ึ เห็นเปนตัวแมลงภู่บนิ ตรงมาน่าชา้ งแล้วก็เขา้ ต่อยเอาที่อณุ าโลม
องค์พระนเรศร์นั้นก็สลบอยู่กับหลังช้างพระที่นั่ง แล้วก็เสด็จสู่สวรรคตท่ีตรงน่าเขา
เขียวเสนาทั้งปวงจึ่งเชิญพระศพ แล้วก็กลับมายังพลับพลาเมื องห่าง ส่วน
พระเอกาทศรถน้ันก็ยกพลไปถึงแดนเมืองหงษา จึ่งตีบ้านกว้านกวาดได้มอญลาวหญิง
ชายเปนอันมาก แล้วจักยกเข้าตีเมืองหงษา ก็พอเสนาอามาตย์ให้ม้าใช้เร่งรีบไปทูล
ความพระนเรศร์สวรรคต พระองค์คร้ันทราบดั่งน้ันก็เร่งรีบยกพลโยธาทัพกลับมายัง
เมอื งหา่ ง ครั้นถึงแล้วก็เสด็จเข้าไปสู่ยังสถานพระเชษฐา จึ่งกอดพระบาทพระพ่ียาเข้า
แล้ว ก็ทรงพระกรรแสงโศกาอาดูรร่าไรไปต่าง ๆ พระองค์ก็กอดพระเชษฐาเข้าแล้วก็
สลบลงอยูก่ ับท่ี แตท่ รงพระกรรแสงแล้วสลบไปถึงสามคร้งั ครน้ั พระองค์ก็ได้สมฤดีคืน
มาแล้ว พระองคจ์ ่ึงมพี ระบณั ฑูรตรัสสง่ั ให้หาพระโกษฐทองทั้งสองใบที่ใส่พระศพ แล้ว
จ่ึงเชิญข้ึนสู่บนพระราชรถ แล้วก็แห่แหนเปนกระบวนมหาพยุหยาตราอย่างใหญ่มา
จนถึงกรงุ อยุทธยาธานี"
สถานทส่ี มเด็จพระนเรศวรสวรรคต
ศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทเ่ี มอื งแหง จงั หวดั เชยี งใหม่
เร่อื งสถานทสี่ วรรคต ซึง่ ยงั คงถกเถยี งกันวา่ แทจ้ ริงแล้วทรงสวรรคตทีเ่ มอื งหางที่
พมา่ หรอื ในเวยี งแหง เชียงใหม่กนั แน่ ท้งั นี้ข้อมลู ท่วั ไประบวุ ่า เม่ือสมเด็จพระนเรศวร
ทรงยกทัพออกจากเชียงใหม่แล้ว ได้เสด็จต่อไปยังเมืองหาง และสวรรคตที่นั่นในปี
2148 แต่ต่อมา มีนักวิชาการช่ือ ชัยยง ไชยศรี ซึ่งเป็นอาจารย์ประจามหาวิทยาลัย
ราชภัฏเชียงใหม่ได้เสนอทฤษฎีประวัติศาสตร์ "พื้นท่ีสวรรคตสมเด็จพระนเรศวร
มหาราชอยู่ท่ีเมืองแหง" หรืออาเภอเวียงแหง จังหวัดเชียงใหม่ แทนท่ีจะเป็น "เมือง
หาง" ในพม่า ซึ่งนับว่าเป็นข้อมูลที่ส่ันสะเทือนวงวิชาการ และประวัติศาสตร์ไทยไม่
น้อย โดยเวียงแหงเป็นอาเภอเลก็ ๆ อย่ทู างทศิ เหนือของจงั หวดั เชยี งใหม่
วารสารพฆิ เนศวร์ ชยั ยง ไชยศรี
ทว่าประเด็นพ้ืนท่ีสวรรคตของมหาราชผู้ย่ิงใหญ่พระองค์นี้กลับคลุมเครือไม่
ชดั เจน ในบทความเรอ่ื งพืน้ ท่สี วรรคตสมเดจ็ พระนเรศวรมหาราช ของชยั ยง ไชยศรีใน
วารสารพิฆเนศวร์ซ่ึงจัดพิมพ์โดยมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ กล่าวถึงการบันทึก
สถานที่สวรรคตของสมเด็จพระนเรศวรมหาราชจากพงศาวดารไทยที่บันทึกมาต้ังแต่
สมัยอยุธา ซ่ึงสมเด็จพระนารายณ์มหาราช โปรดฯให้ชาระข้ึนใน พ.ศ.2223 เป็นการ
บันทึกภายหลังท่ีสมเด็จพระนเรศวรมหาราชเสด็จสวรรคตแล้ว 75 ปี นับว่าเป็น
พงศาวดารไทยทีบ่ นั ทกึ ใกลก้ บั เหตกุ ารณ์ท่เี กิดขน้ึ จรงิ มากที่สดุ โ ด ย ไ ด้ บั น ทึ ก พื้ น ท่ี
สวรรคตว่าอยใู่ นเมืองหลวง ตาบลทุ่งดอนแก้ว ขณะทม่ี หาราชวงษ์พงศาวดารพมา่ โดย
พม่าได้บันทึกพ้ืนที่สวรรคตของสมเด็จพระนเรศวรไว้ชัดเจนว่า “…คร้ันลุจุลศักราช
974 พระเจ้าอยุธยา พระนเรศทรงเสด็จยกกองทัพ 20 ทัพ มาทางเชียงใหม่จะไปตี
เมืองอังวะ ครั้นเสด็จถึงเมืองแหง แขวงเมืองเชียงใหม่ ทรงประชวรในเร็วพลันก็
สวรรคตในทน่ี ้ัน”
ตานานพงศาวดารของพมา่
นอกจากน้ันในตานานพงศาวดารของพม่าได้กล่าวไว้ว่า “พระเจ้าอังวะ ต้ังแข็ง
เมอื งไมย่ อมข้นึ กับกรุงหงสาวดี พระเจ้าหงสาวดีจงึ ไดย้ กกองทัพไปตีเมืององั วะ โดยได้
ชกั ชวนให้กรงุ ศรีอยุธยา กรุงศรีสัตนาคนหุตและเมืองเชียงใหม่ยกกองทัพไปช่วย กรุง
ศรสี ัตนาคนหตุ และเมืองเชยี งใหม่ยกทัพไปตามกาหนด แต่สมเดจ็ พระนเรศวรมหาราช
ทรงถ่วงเวลาแกล้งเดินทัพไปช้า ๆ เพ่ือรอให้ทัพหงสาวดีตีกรุงอังวะเสียก่อน หากทัพ
พระเจ้าหงสาวดีเพล่ยี วพล้าแก่ทัพองั วะ สมเดจ็ พระนเรศวรจะได้ตตี ลบหลงั กองทพั หง
สาวดี”นอกจากนั้นในตานานพระธาตุเมืองน้อย อาภอปาย จ.แม่ฮ่องสอน ซึ่งมี
ชายแดนอยู่ติดกับพ้ืนท่ีอาเภอเวียงแหง มีการกล่าวอ้างถึงสถานที่เสด็จเดินทัพผ่าน
บริเวณบ้านเมืองน้อยเพื่อเข้าไปตีพม่าว่า สมเด็จพระนเรศวรมหาราชได้ใช้เส้นทาง
เดินทัพไปยังประเทศพม่าโดยผ่านเมืองน้อย ซ่ึงตอนนั้นเป็นชุมชนของชนเผ่าลัวะ
(ปัจจุบันมีเจดีย์โบราณศิลปะล้านนาปรากฏให้เห็น สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในช่วงสมัย
สุโขทัย-อยธุ ยา)
เมื่อสมเด็จพระนเรศวรมหาราชเสด็จถึงเขตเมืองหาง ทรงทัพหลวงท่ีตาบลทุ่ง
แก้วหรือทุ่งดอนแก้ว แรมทัพในตาบลนี้ ขณะน้ันสมเด็จพระนเรศวรทรงพระประชวร
รับสั่งให้ข้าหลวงไปอัญเชิญสมเด็จพระเอกาทศรสเสด็จจากเมืองฝางไปเข้าเฝ้าในวัน
เสาร์ขน้ึ 6 ค่าเดือน 6 ปีมะเส็งเบญจศก (พ.ศ.2136) ในวันจันทร์ ขึ้น 8 ค่าเดือน 6 ปี
มะเส็ง พ.ศ. 2148 กเ็ ป็นเวลาทสี่ มเด็จพระนเรศวรมหาราชเสดจ็ สวรรคต ขณะนั้นทรง
มพี ระชนมพรรษาได้ 50 ปเี สดจ็ อยู่ในราชสมบตั ิได้ 15 พระพรรษาสถานที่สมเด็จพระ
นเรศวรมห าราชเสด็จ สวรรคตได้ทรงเป็นพร ะสถูปเจดีย์ข้ึนที่ เมืองห างในรัฐฉา น
ประเทศพม่า ปัจจุบันพระสถูปเจดีย์อันเก่าแก่ได้ถูกทาลายลงหมดส้ิน ไม่มีแม้แต่ซาก
อิฐเหลือให้เห็น จนประมาณเมื่อปี พ.ศ.2502 ขณะนั้นรัฐบาลพม่าเริ่มปราบปรามชน
กลุ่มน้อยชาวไทยใหญ่ท่ีต่อต้านรัฐบาลพม่าเพื่อแยกการปกครองเป็นอิสระแต่พม่าไม่
ยอม ชนกลุม่ นอ้ ยชาวไทใหญ่จงึ ไดก้ ่อการกบฏขึน้ ทั่วทุกหนทุกแห่งในรัฐไทยใหญ่ ได้มี
การจดั ตง้ั กองทัพกอู้ สิ รภาพของชาวไทยใหญข่ น้ึ เพื่อสรู้ บกบั ฝ่ายรัฐบาลพมา่
กองมขู นุ หอคาไตย
เมื่อเวลาที่จะออกศึกสู่รบกับฝ่ายรัฐบาลพม่า กองทัพกู้อิสรภาพชาวไทยใหญ่
เหล่าน้ีจะตอ้ งไปบวงสรวงสกั การะดวงวิญญาณของสมเด็จพระนเรศวรมหาราชท่ีสถูป
เจดยี ์ของพระองค์เสียก่อน ปรากฏวา่ ในการสรู้ บทุกคร้ังฝา่ ยกองทัพกอู้ สิ รภาพชาวไทย
ใหญม่ กั จะประสบชยั ชนะฝ่ายรัฐบาลพม่าอย่างง่ายดาย ทาให้พม่าเคียดแค้นเป็นหนัก
หนา จึงได้ใช้ระเบิดทาลายพระสถูปเจดีย์เหล่านี้เสียหมด หนาซ้ายังใช้รถแทร็กเตอร์
เกรดทาลายจนราบเรยี บไมเ่ หลอื ซากให้คณะกอู้ สิ รภาพไทยใหญม่ าสกั การะไดอ้ กี ตอ่ ไป
ทาใหค้ นไทยพลอยไม่ไดม้ โี อกาสเห็นสถานทซ่ี งึ่ วรี บรุ ษุ ของชาตสิ วรรคตอกี เลยบรเิ วณท่ี
ประดิษฐานพระสถูปเจดียส์ มเด็จพระนเรศวรมหาราชนเี้ รียกวา่ “กองมูขุนหอคาไตย”
เปน็ ภาษาไทยใหญ่หมายถงึ “พระเจดียข์ องพระเจา้ แผ่นดินไทย” บรเิ วณน้ีอยู่หา่ งจาก
ชายแดนไทย-พม่า ทางด้านตะวันตกของอาเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่เป็น
ระยะทางประมาณ 40 กิโลเมตร เหนือบริเวณน้ีขึ้นไปเล็กน้อย ปัจจุบันคือเมืองแกน
เป็นเมอื งทส่ี มเด็จพระนเรศวรทรงพระประชวรพระนาภีอยา่ งหนัก ทรงตัง้ ทพั อยู่ ณ ที่
นั่น คาวา่ “แกน” เปน็ ภาษาล้านนาและไทยใหญแ่ ปลวา่ “เจ็บปวดอย่างรุนแรง” เลย
เมืองแกนนี้ไปอีกเล็กน้อยเป็นเมืองหาง เมืองงายเป็นเมืองที่สมเด็จพระนเรศวร
มหาราชทรงกรฑี าทัพผา่ นเป็นคร้ังสุดท้าย ก่อนที่พระองค์จะเสด็จสวรรคตท่ีเมืองหาง
มีผู้พบเสาพะเนียดอยู่เป็นจานวนมากปรากฏอยู่ ต่อมาทางการได้เก็บรวบรวมและ
นาไปไว้ทีบ่ ริเวณพระสถูปแห่งนพ้ี รอ้ มกับซากอิฐจากพระเจดยี ์สวรรคตของสมเดจ็ พระ
นเรศวรมหาราชทีเ่ มอื งหาง
อย่างไรก็ตาม ประเด็นเรื่องเส้นทางเดินทัพและสถานที่สวรรคตของสมเด็จพระ
นเรศวรมหาราช อาจยังไม่ชัดเจน เนื่องจากเรื่องราวในพงศาวดารต่าง ๆ ท้ังที่เขียน
จากไทยและพม่ายังมีข้อมูลบางส่วนไม่ตรงกัน โดยเฉพาะชื่อเมืองที่สวรรคต บ้างก็
กล่าวว่าทรงเสดจ็ สวรรคตท่ีเมอื งหาง ขณะทบ่ี างตานานบอกวา่ สวรรคตทีเ่ มอื งแหน จงึ
เป็นที่น่าสนใจว่าท้ายท่ีสุดแล้วสมเด็จพระนเรศวรมหาราช กษัตริย์นักรบของแผ่นดิน
สยามสวรรคตที่เมอื งไหนกนั แน่
เร่ืองวัน สวรรคตนี้มีรายละเอียดกล่าวต่างกัน พระราชพงศาวดารฉบับพระ
ราชหตั ถเลขากลา่ ววา่ เสดจ็ สวรรคตวนั จันทร์ ขน้ึ 8 คา่ เดอื น 6 เพลาชายแลว้ 2 บาท
ปีมะเส็ง ซึ่งผู้เชี่ยวชาญทางประวัติศาสตร์คานวณแล้วตรงกับวันจันทร์ที่ 25 เมษายน
2148 ในหนังสือ A History of Siam ของ W.A.R. Wood กล่าวว่าสวรรคตวันท่ี 16
พฤษภาคม ค.ศ. 1605 (พ.ศ. 2148) พระชนั ษาได้ 50 ปี เสวยราชสมบตั ิได้ 15 ปี
คณุ สมบตั มิ หาบรุ ษุ ในสมเด็จพระนเรศวร
ในหนังสอื ช่ือมหาบุรุษ แต่งโดย พลตรี หลวง วิจิตรวาทการ ในหนังสือเล่มน้ีได้
รวบรวมคณุ สมบตั ขิ องมหาบรุ ุษทง้ั 40 ข้ออย่างละเอียด ไว้ให้ผู้สนใจได้ศึกษา และทา
ความเขา้ ใจ ในหนังสือยงั แนะเคล็ดลับความสาเร็จและความย่งิ ใหญข่ องบคุ คลตา่ ง ๆ ท่ี
มีชื่อเสยี งในอดตี หากเราวิเคราะหท์ ัง้ 40 ข้อ จะเห็นได้วา่ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช
ทรงมีคุณสมบตั มิ หาบุรษุ ครบทงั้ 40 ประการ โดยมารายละเอยี ดดังน้ี
1. ความเปน็ ผูอ้ นามยั ไมม่ ปี รากฎหลักฐานว่าพระองค์ทรงพระชวรอย่างรุนแรง
แม้พระองค์จะใช้ชีวิตส่วนใหญ่ในป่าเขาเพ่ือทาศึกสงคราม ถึงแม้ยุคนั้นจะมีโรคร้ายที่
ยงั รกั ษาไม่หายเช่นไขป้ า่ โรคฝีดาษแสดงใหเ้ ห็นถึงพระสขุ ภาพทแี่ ข็งแรงของพระองค์
2. ความเป็นผู้ไม่ต่นื ตระหนกงา่ ยๆ พระองคท์ รงมสี ติอย่เู สมอแม้ว่าภยั นัน้ จะเข้า
ใกล้ตัว เช่นตอนท่ีช้างของพระองค์อยู่ท่ามกลางทหารพม่า หรือ เหตุการณ์ที่
พระองคถ์ ูกทหารพมา่ ของค่ายลักไวทามหู ้อมล้อมไว้
พระบรมราชานสุ าวรยี ส์ มเดจ็ พระนเรศวรมหาราช สระแก้ว
3. เป็นผ้มู ีใจเบกิ บาน พระองค์ทรงโปรดทะเลและดนตรยี ามว่างจากศกึ สงคราม
จะทรงดนตรอี ยูเ่ สมอ และทรงเคยแลน่ เรอื ในทะเลอย่างสบายพระทัยตดิ ต่อถึง 26 วัน
เป็นช่วงเวลาสั้นๆท่ีพระองค์ได้ทรงพักผ่อนตลอดพระชนม์ชีพพระองค์ที่ทรงทาศึก
ตลอด
4. มีจดุ มงุ่ หมาย พระองคท์ รงมีจดุ มงุ่ หมายท่ีจะกอบกเู้ อกราชนับต้ังแต่พระองค์
ทรงหนีจากกรงุ หงสาวดี
5. ไม่รู้จักหมดหวัง เช่นเมืองคร้ังทรงตีกรุงหงสาวดีหรือตองอูไม่สาเร็จ ไม่ได้ทา
ให้พระองค์ทรงหมดหวังเลย
6. ไม่หวาดหว่ันต่อความยากลาบาก นับต้ังแต่พระองค์ทรงประกาศอิสรภาพ
ตลอดพระชนมชีพพระองค์ทรงประทับอยู่วังเพียง 2 ปีเศษ นอกน้ัน พระองค์ทรง
ประทับอยคู่ ่ายทหาร ในปา่
7. มหี ัวใจเข้มแขง็ ข้อน้ีเป็นทที่ ราบโดยท่วั กันเป็นอยา่ งดี
8. ตรงต่อเวลา พระองค์ทรงเน้นเร่ืองเวลามาก เน่ืองจากเป็นปัจจัยสาคัญที่ให้
เป็นไปตามแผนและทาให้ทรงชนะศึก โดยเมื่อครั้งที่ทรงตีเมืองคัง พระองค์ใช้
กาหนดเวลา 04.00. นาฬิกา ใช้พลุในการส่งสัญญาณ เน่ืองด้วยพระองค์ทรงวางแผน
ไว้เปน็ ช่วงเวลาที่ฝา่ ยตรงขา้ มคาดไมถ่ งึ
9. เป็นคนขยัน เป็นที่ทราบโดยท่ัวกันว่าพระองค์ทรงใช้เวลาดึกดื่นเที่ยงคืนจน
เช้ามืดเสด็จไปตามท่ีต่างๆในอยุธยาเพื่อตรวจดูความสงบเรียบร้อย ของบ้านเมือง
ืเม่ือมีศึกสงครามพระองค์ทรงบัญชาการจนข้ามวันข้ามคืนเสมอ มีหลายคร้ังท่ีไม่ทรง
บรรทมเลย พระองค์พร้อมหน่วยรบเคล่ือนท่ี เร็วเข้าโจมตีค่ายพม่ากลางดึกคืนนั้น
ทนั ที
10. มคี วามเสมอตน้ เสมอปลาย กอ่ นขึ้นครองราชย์พระองค์ทรงยา้ กับขนุ นางถึง
ความระเบียบเด็ดขาดของพระองค์ เม่ือทรงครองราชย์พระองค์ยัง ทรงปฏิบัติตน
เสมอตน้ เสมอปลาย
11. มีสมาธิ พระมหาเถรคันฉ่องทรงเป็นผู้วางรากฐานการฝึกสมาธิแด่พระองค์
ยามว่างจากศึกพระนเรศวรจะทรงฝึกสมาธิเสมอๆ พร้อมทั้งให้ทหาร ใกล้ชิด
พระองค์ปฏิบตั ิเชน่ กัน
12. มีความกล้าหาญ ไม่ท้อถอย แม้ล้มเหลว คร้ังเหตุการณ์ทืีพระองค์ทรง
นาหน้าทหารคาบพระแสงดาบปีนข้ึนบุกค่ายบุกพม่า จนทรงถูกทวน แทง ตกลง
มาจนตกค่าย แตพ่ ระองค์ไมท่ รงทอ้ ยังทรงนากองทหารเขา้ ตคี ่ายพมา่ อกี
13 มีวิธีการ แผนศึกของพระองค์ทรงล้าลึกและแฝงไปด้วยกลยุทธ์ สังเกตุได้จากการ
สงครามของพระองค์ทรงใชค้ นน้อยแตส่ ามารถเอาชนะได้ เสมอ ในการปกครอง
พระองค์ทรงกาหนดอัตราภาษี ติดต่อการค้ากับต่างประเทศ การเจริญสัมพันธไมตรี
สัมพันธ์ทางการฑูตการญ่ีปุ่นโดยส่งปืนใหญ่ที่พัฒนาข้ึนเอง และทาให้ทรงจักพรรดิ
ญป่ี ุ่นทรงพอใจมากจนสง่ ม้าชั้นดกี ลับใหส้ ยาม จนเรามกี องกาลงั มา้ ทแ่ี ข็งแกร่งที่สุดใน
ภมู ิภาค ฯลฯ
14. เป็นผมู้ ีระเบยี บ พระองคท์ รงมีระเบียบเข้มตรงตามโบราณราชประเพณี
15. มคี วามไตร่ตรอง เมื่อครั้งพระองคท์ รงยกทัพไปตีเมอื งตองอู ทางกองทัพยะ
ไข่แกล้งทาเป็นสวามิภักด์ิมาช่วยทาศึก พระองค์ทรงไตร่ตรองดูแล้วไม่น่าวางพระทัย
จงึ ทรงแจง้ วา่ ทพั ไทยมกี าลังเพยี งพอแล้ว
16. ความเป็นคนละเอียดละออ พระองค์จะทรงตรวจและเตรียมทุกอย่างอย่าง
ละเอยี ด กอ่ นศึกเสมอเพื่อไมใ่ หพ้ ลาดเลย
17. รู้จักหาเหตุผลที่ถูกต้อง เมื่อคร้ังพระศรีไสยณรงค์เจ้าเมืองตระนาวศรี ก่อ
การกบฏ พระองคไ์ ม่ทรงตัดสินพระทัยทันทีแต่ทรงโปรดให้ พระเอกาทศรถยังทัพไป
ถึงตระนาวศรีเพ่ือหาเหตุผลของการก่อกบฏ แต่พระยาศรีไสยณรงค์กลับไม่ยอมให้
เหตผุ ลใดๆจึงโดนประหารชีวิต
18. มวี ินิจฉัยที่ถกู ตอ้ ง เม่อื ครง้ั ทรงเขา้ ตีกรงุ ศรีอยธุ ยาครง้ั ท่ี๒ พระเจา้ ตองอแู ละ
ยะไข่ไปถึงหงสาวดีและชิงลงมือก่อนทัพอยุธยา พระองค์ทรง วินิจฉัยว่าพระเจ้า
ตองอคู ิดทรยศ ซึ่งเป็นไปตามนน้ั ทุกประการ
19. มีความเชื่อม่ันในตัวเอง พระองค์ทรงตรัสกับพระราชบิดาท่ีทรงเกรงทหาร
พม่าจะบุกเพราะพระองค์ทรงหนีออกจากหงสาวดี แต่พระ นเรศวรทรง ตรัสว่าทัพ
อยุธยาไม่เพียงต้ังรับสู้กับทัพหงสาวดีได้ยังสามารถยกทัพไปตีได้เลย ทรงเผชิญปัญหา
ชวี ติ และศึกสงครามต้ังแต่ทรงพระเยาว์ ทาใหพ้ ระองค์ทรงมพี ระทยั ท่ีเขม้ แข็ง
20. มีความรวดเร็ว เป็นที่ทราบกันในหมู่ทหารพม่าว่าทัพม้าของพระนเรศวร
สามารถจู่โจมได้อยา่ ง รวดเร็ว ในการศึกบางคร้ังพระองค์ทรงโจมตีก่อนที่ ข้าศึกจะ
ต้ังรบั ได้ ซึง่ การสงครามแบบนยี้ ังไมม่ ีกษัตริย์พระองค์ไหนทรงริเรมิ่ ส่วนใหญจ่ ะเน้นตง้ั
รับและจานวนทหารผดิ กับการทหารของพระนเรศวร
21. ช่างสงั เกต ในเหตุการณ์ตีเมืองคงั พระองค์ทรงสงั เกตข้อด้อยของเมืองคังจน
สามารถเขา้ ตเี มืองได้ด้วยกาลงั พลนอ้ ยกวา่ ทพั อื่นทร่ี ว่ มเดนิ ทางในภารกิจนี้
22. มสี ัมปชญั ญะ ขณะใกลเ้ สดจ็ สวรรคต พระองคก์ ็ยงั ทรงมสี ัมปชญั ญะ สัง่ การ
แมท่ พั อธิบายแผนการรบให้แม่ทพั ฟัง เพ่ือเคลอื่ นพลไปตีเมืององั วะต่อไป
23. ไมห่ วาดกลวั ต่อบุคคลอนื่ พระองค์ไม่เคยทรงแสดงอาการหวาดกลัวใดๆ แม้
กับพระเจ้าบุเรงนอง
24. การทาตนให้เป็นที่ต้องใจของคนอ่ืน ทหารพม่าชอบอ้างว่าทหารไทยกลัว
พระนเรศวรยิ่งกว่ากลัวตายความจริงทหารไทยรักพระนเรศวรมากกว่าชีวิตตนเอง
พระองค์ทรงครองใจทหารไทย ดว้ ยทรงสศู้ ึกด้วยพระองค์เองรว่ มทหารไทยเสมอ
25. ความรู้จักกาลเทศะ พระองคท์ รงเป็นกษัตรยิ ์พระองค์แรกท่ที รงตรสั ใหค้ ณะ
ฑตู จากยุโรปเดนิ เข้ามาและสามารถยืนเขา้ เฝา้ ฯได้
26. ความระมัดระวัง เม่ือคร้ังพระองค์ทรงครองพิษณุโลก พระชนมายุ 16
พรรษา ทรงต้ังกองระวังภัยทั่วป่ารอบเมืองในแบบกองโจร เพราะทรงทราบดีว่าในไม่
ชา้ จะเกิดศึกจากพมา่ แนน่ อน
27. มีไหวพริบปฏิภาณ เม่ือคร้ังศึกกับพระเจ้าเชียงใหม่ พระองค์ทรงวางกลศึก
ใหพ้ ระราชมนแู สรง้ ถอยรน่ จนทัพพระเจา้ เชียงใหม่หลงกลเข้ามาในวงล้อม
28. รจู้ กั ปอ้ งกนั ตัว ขณะที่ชา้ งพระทน่ี ั่งวงิ่ เตลดิ เข้าไปอย่กู ลางทหารพม่า มเี พยี ง
จัตุลังคบาทและทหารรักษาพระองค์กลุ่มหน่ึงเท่านั้นท่ีตามทัน ขณะนั้นทหารพม่า
กาลังจะเข้าจู่โจมพระองค์ทรงตรัสด้วยพระสุรเสียงดังเป็นภาษาพม่าว่า”ทหารกรุงศรี
อยธุ ยาจงหยดุ เดยี๋ วเราจะสแู้ ม่ทพั เขาตัวต่อตัว” ทาใหท้ หารพมา่ หยดุ ชงัก
29. กระทาตนให้เชื่อถือ เมื่อคร้ังเมืองเชียงใหม่ขอสวามิภักดิ์เป็นเมืองขึ้นของ
ไทย พระองค์ทรงรบั ส่งั จะช่วยปกปอ้ งเมืองเชียงใหม่ ขณะนนั้ กองทัพลา้ นช้างกาลงั เขา้
โจมตีเมืองเชียงใหม่ พระองค์โปรดเกล้าฯให้มีการเจรจาไกล่เกลี่ยระหว่างเมือง
เชยี งใหม่และล้านชา้ ง ด้วยพระบารมขี องพระองคส์ ามารถประสานความเขา้ ใจได้ โดย
ทไี่ มต่ ้องมีสงครามเสียเลอื ดเสียเนอื้ ของทั้งสองฝ่าย
30. การพูดแต่ความจริง พระองค์ทรงรักษาวาจาสัตย์ได้อย่างเคร่งครัด เที่ยง
ธรรมและมีความยุตธิ รรมเป็นทสี่ ุด
31. ความเป็นท่ีผู้ดี พระองค์ทรงสืบเช้ือสายมาจากทั้งราชวงศ์พระร่วงแห่ง
สุโขทัยจากพระราชบิดา และราชวงศ์สุพรรณภูมแิ ห่งกรุงสโุ ขทยั จากพระราชมารดา
32. การดารงตนให้สมกับเกียรติยศ ตลอดระยะเวลาการครองราชย์ พระองค์
ทรงไม่มขี า่ วที่เส่ือมเสียพระเกียรติ ไม่ว่าจะเป็นเร่ืองนางสนม เร่ืองผลประโยชน์ เรื่อง
การแย่งชงิ อานาจ
33. มีความรู้ พระองค์ทรงมีความรู้แตกฉาน ทั้งการศึก การใช้อาวุธอย่าง
เช่ียวชาญทกุ ศาสตราวุธ การปกครอง การศาสนา ภาษา ฯลฯ
34. มคี วามจา พระองคท์ รงมสี ตปิ ัญญาทเ่ี ฉยี บแหลม ความจาเปน็ เลศิ จนเป็นที่
โปรดปรานของพระเจ้าบุเรงนองและพระมหาเถรคันฉ่องมากกว่ารัชทายาทของ
พระองค์เอง
35. รู้จักฝึกฝนตนเอง สมเด็จพระนเรศวรมิทรงหยุดที่จะใฝ่หาความรู้ พระองค์
ทรงศกึ ษาเพิม่ เติมอยู่ตลอดเวลาทงั้ ทางโลกและทางธรรม
36. มีจินตนาการ หน่วยจู่โจมเคล่ือนท่ีเร็วของพระองค์ มาจากจินตนาการของ
พระองค์ท่ที รงคดิ ค้นข้อ ซ่ึงกอ่ นหน้าน้ันไม่มีกษตั รยิ ์พระองค์ใดใชย้ ทุ ธวิธนี ี้
37. พ่ึงพาตนเอง ตลอดระยะเวลาการครองราชย์ พระองค์มิเคยของความ
ช่วยเหลือจากเมืองใด มีแต่ส่งความช่วยเหลือเช่น ช่วยจีนปราบโจรสลัด ช่วยส่งปืน
ใหญไ่ ปใหญ้ ี่ปุน่ ชว่ ยลาวให้ได้เชลยคืน
38. ชนะใจตนเอง สมเด็จพระนเรศวรทรงมีพระราชประสงค์เรื่องความเกษม
สาราญเช่นบุคคลท่ัวไปแต่ตลอดพระชนมชีพของพระองค์ ทรงตัดพระทัยได้หมดทุก
เรือ่ ง ไม่ว่าพระองคจ์ ะโปรดส่งใดกต็ าม เช่น
-พระองค์ทรงโปรดทะเลมากแต่กท็ รงเสด็จไปไม่กค่ี ร้งั
-พระองค์ทรงโปรดดนตรี แต่ก็มีโอกาสฟังในพระราชวังอย่างสบายพระทัยไม่ก่ี
หน สว่ นใหญพ่ ระองค์จะพานกั ในค่ายทหารทตี่ ัง้ อยู่ในปา่
-พระองค์โปรดพระนางมณีจันทร์ แต่พระองค์ก็จาเป็นต้องรอนแรมตามค่าย
ทหารเป็นสว่ นใหญ่
39. ไม่ละท้งิ ความพยายาม พระองค์ทรงยทัพไปตกี รงุ หงสาวดีถงึ สามครงั้ ฯลฯ
40. มีแรงจูงใจใฝส่ ัมฤทธิ์ เหตกุ ารณท์ ่ีทาให้พระองค์ทรงประกาศเอกราชไม่เป็น
เมืองข้นึ เปน็ เครอื่ งประจกั ษ์ทีส่ ดุ แล้ว
พระบรมราชานสุ รณข์ องสมเดจ็ พระนเรศวรมหาราช
พระบรมราชานสุ รณศ์ าลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช
ณ พระราชวงั จนั ทน์ จงั หวดั พษิ ณุโลก
พระบรมราชานสุ รณ์ศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช
ณ โรงเรยี นพษิ ณโุ ลกพทิ ยาคม จงั หวดั พษิ ณุโลก
พระบรมราชานสุ รณส์ มเดจ็ พระนเรศวรมหาราช
ณ คา่ ยสมเดจ็ พระนเรศวรมหาราช จังหวดั พษิ ณโุ ลก
พระบรมราชานสุ รณส์ มเดจ็ พระนเรศวรมหาราช
ณ มหาวทิ ยาลยั นเรศวร จงั หวดั พษิ ณโุ ลก
พระบรมราชานสุ รณด์ อนเจดยี ์ จงั หวดั สพุ รรณบรุ ี
พระบรมราชานสุ รณส์ มเดจ็ พระนเรศวรมหาราช
ริมหนองบวั ลาภู ในจงั หวดั หนองบวั ลาภู
พระบรมราชานสุ าวรยี ส์ มเดจ็ พระนเรศวรมหาราช อ.เกาะคา จ.ลาปาง
พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช
ตาบล ทา่ โพธิ์ อาเภอเมืองพิษณุโลก พิษณุโลก
พระบรมราชานสุ าวรยี ์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ณ อทุ ยานราชภกั ด์ิ
อาเภอหัวหิน จงั หวดั ประจวบคีรขี นั ธ์
พระบรมราชานสุ าวรยี ส์ มเดจ็ พระนเรศวรมหาราช ทช่ี ะอา
พระบรมรปู สมเด็จพระนเรศวรมหาราช
ณ บา้ นทา่ ดหี มี ตาบลเมอื งพาน อาเภอพาน จงั หวดั เชยี งราย
พระบรมราชานสุ าวรยี ์สมเดจ็ พระนเรศวรมหาราช
ตาบล ลุมพลี อาเภอพระนครศรอี ยธุ ยา จงั หวดั พระนครศรอี ยธุ ยา
พระบรมราชานสุ าวรยี ส์ มเดจ็ พระนเรศวรมหาราช จงั หวดั สระแก้ว
พระบรมราชานสุ รณ์ ณ กองบัญชาการ กองทพั ไทย ถ.แจง้ วฒั นะ
ตราประจาจงั หวดั ของไทยทมี่ พี ระบรมรปู ของสมเดจ็ พระนเรศวรมหาราช
เปน็ องคป์ ระกอบ ไดแ้ ก่ จงั หวดั สพุ รรณบรุ ี จงั หวดั ตาก และจงั หวดั หนองบวั ลาภู
แหลง่ ข้อมลู อา้ งองิ
กติ ติ วัฒนะมหาตม์. ตานานนางกษตั รยิ .์ กรงุ เทพฯ:สรา้ งสรรคบ์ ุ๊คส์, 2553
จันทรฉ์ าย ภคั อธคิ ม. กรงุ ศรอี ยธุ ยาในเอกสารหลกั ฐานสเปน. กรงุ เทพฯ :
สมาคมสังคมศาสตร์ 2532 .
ชาดา นนทวฒั น์. การเมอื งไทยสมยั สมเดจ็ พระนเรศวร. --กรงุ เทพฯ : แสงดาว, 2549.
ประพฤทธิ์ ศกุ ลรตั นเมธี. “ความสมั พนั ธไ์ ทย – จนี ในรชั สมยั พระนเรศวรมหาราช” .
2540.
ภาสกร วงศต์ าวนั . ไพร่ ขนุ นาง เจา้ แยง่ ชงิ บลั ลงั กส์ มยั อยุธยา. ยิปซ:ี กรงุ เทพฯ, 2553.
พระราชมนู ทหารเอกของสมเดจ็ พระณเรศวรมหาราช เว็บไซต์ mythland .
[ออน-ไลน]์ . เขา้ ถงึ ขอ้ มลู ไดจ้ าก [1] Archived 2014-04-25
ท่ี เวยแ์ บก็ แมชชนี . เขา้ ถงึ ขอ้ มลู เมอื่ 8-11-56
พระราชพงศาวดารกรงุ ศรอี ยธุ ยาฉบับวนั วลติ กรงุ เทพฯ : สานกั วรรณกรรมและ
ประวตั ศิ าสตร์ กรมศลิ ปากร, 2548, หนา้ 320
พระราชพงศาวดารกรงุ ศรอี ยธุ ยา ฉบบั หมอบรดั เล.
มนตรี คมุ้ เรอื น. มหากาพยก์ แู้ ผน่ ดนิ บทอวสาน: มหาสงครามยทุ ธหตั ถี. กรงุ เทพฯ :
คลีเนทฟี , 2550.
มนตรี อมาตยกลุ . พระราชพงศาวดารกรงุ สยามฉบบั บรติ ชิ มวิ เซยี ม โรงพิมพอ์ กั ษร
สัมพนั ธ.์ กรงุ เทพฯ : สานกั วรรณกรรมและประวตั ศิ าสตร์ กรมศลิ ปากร, 2507,
หนา้ 114 .
รงั สรรค์ วฒั นะ. อนทุ นิ ของการเปน็ มหาวทิ ยาลยั นเรศวร. กรงุ เทพฯ: สานกั พิมพ์
พฒั นาศกึ ษา, 2547.
วบิ ลู ย์ วจิ ติ รวาทการ. ตานานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช. -- กรงุ เทพฯ :
สรา้ งสรรค์บคุ๊ ส์, 2549.
สมเดจ็ ฯ กรมพระยาดารงราชานภุ าพ. ไทยรบพมา่ เลม่ 1. --กรงุ เทพฯ :
อกั ษรเจรญิ ทศั น,์ 2546.
สรสั วดี ออ๋ งสกลุ . ประวตั ศิ าสตรล์ า้ นนา. พมิ พค์ รงั้ ท่ี 6. กรงุ เทพฯ:อมรนิ ทร,์ 2552.
สงิ ฆะ วรรณสยั , ปรวิ รรต, โคลงเรอ่ื ง มงั ทรารบเชยี งใหม่.
อานนท์ จติ รประภาส. พระนเรศวรมหาราชชาตนิ กั รบ. -- กรงุ เทพฯ :
ไทยควอลติ บี้ ุ๊คส์ (2006), 2551.
www.brighttv.co.th
www.facebook.com
www.personnel.nu.ac.th
www.welovesuphan.com
www.lib.ru.ac.th
www.komchadluek.net
www.msn.com
www.oic.go.th
www.silpa-mag.com
hilight.kapook.com
th.wikipedia.org › wiki
th.wikipedia.org/wiki
th.wikisource.org › wiki ›
http://oknation.nationtv.
https://sites.google.com.
http://thaiheritage.net/king/naresuan/naresuan
https://www.google.co.th/
prawati-smdec-phra-nresw
thaiheritage.net
ขอขอบคุณภาพและเนอ้ื หาจากเว็บไซตต์ า่ งๆ
…………………………………………………….