ค ำอธิบำยวิชำ น.330 กฎหมำยองค์กรธุรกิจ โดย รองศาสตราจารย์สุดา วิศรุตพิชญ์ เอกสำรนี้เป็นงำนอันมีลิขสิทธิ์ จัดท ำขึ้นเพื่อให้นักศึกษำคณะนิติศำสตร์มหำวิทยำลัยธรรมศำสตร์ ใช้ประกอบกำรฟังค ำบรรยำยเท่ำนั้น (ฉบับปรับปรุง สิงหำคม 2566) แก้ไขตำม พ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมำยแพ่งและพำณิชย์ (ฉบับที่ 23) พ.ศ.2565 แล้ว
1 สารบัญ หน้า 1 ความทั่วไป 1.1 ลกัษณะการประกอบกิจการ 1.2 หลักเกณฑ์ทวั่ ไปของนิติบุคคล 2 คา จ ากดัความทวั่ไปของห้างหุ้นส่วนและบริษทั หลกัเกณฑท์วั่ ไปของสัญญาจดัต้งัหา้งหุน้ ส่วนหรือบริษทั หลกัเกณฑเ์ฉพาะที่ทา ใหก้ารจดัต้งัเป็นหา้งหุ้นส่วนหรือบริษทัมีลกัษณะแตกต่างกนั 1) สัญญาจดัต้งัหา้งหุน้ ส่วนสามญั (ท้งัที่จดทะเบียนและไม่จดทะเบียน) 2) สัญญาจดัต้งัหา้งหุน้ ส่วนจา กดั 3) สัญญาจดัต้งับริษทัจา กดั 4) สัญญาจดัต้งับริษทัมหาชน จา กดั 3 สาระส าคัญของกฎหมายว่าด้วยห้างหุ้นส่วนและบริษทั 3.1 ห้างหุ้นส่วนสามญั 1) ลกัษณะของหา้งหุน้ ส่วนสามญั 2) ความเกี่ยวพนัระหวา่งผเู้ป็นหุน้ ส่วนดว้ยกนัเอง 3) ความเกี่ยวพนัระหวา่งผเู้ป็นหุน้ ส่วนกบับุคคลภายนอก 4) การเลิกหา้งหุ้นส่วนสามัญ และการช าระบัญชี 3.2 ห ้ างห ุ้นส่วนสามญั (จดทะเบียน) 1) หลกัทวั่ ไปเหมือนห้างหุน้ ส่วนสามญัทวั่ ไปที่กล่าวมาแลว้ 2) ผลของการจดทะเบียนหา้งหุน้ ส่วนสามญั 3) การควบหา้งหุน้ ส่วนจดทะเบียน
2 หน้า 3.3 ห้างหุ้นส่วนจ ากัด 1) ลกัษณะของหา้งหุน้ ส่วนจา กดั 2) สิทธิและความรับผดิของผเู้ป็นหุน้ ส่วน การแปรสภาพห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน ห้างหุ้นส่วนจ ากดัเป็นบริษัท จ ากัด 3.4 บริษัท จ ากัด 97 1) ความหมาย 97 2) การจดัต้งับริษทัจา กดัตามประมวลกฎหมายแพง่และพาณิชย์ 97 1. ตอ้งมีผูเ้ริ่มก่อการ2คน 2. ผเู้ริ่มก่อการเขา้ชื่อกนัทา หนงัสือบริคณห์สนธิ 3. จดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิ 4. ประชุมจดัต้งับริษทั 5. นา ขอ้บงัคบัไปจดทะเบียนต้งับริษทั 97 98 99 99 107 3) ทุนของบริษัท จา กดั (หุ้น) และผู้ถือหุ้น 109 (1) หลักความรับผิดของผู้ถือหุ้น (2) ประเภทของหุ้น (3) ลักษณะของหุ้น 3.1 มูลค่าหุน้ 3.2หุน้เป็นทรัพยแ์บ่งไม่ได้ 3.3 หุ้นต้องช าระด้วยเงินและข้อยกเว้น 3.4 ใบส าคัญแสดงหุ้น 3.5 การโอนหุ้นและผลของการโอนหุ้น 109 110 115 115 115 116 118 119
3 หน้า 4) หลกัการป้องกนัมิใหล้ดเงินทุนของบริษทั 125 1. ขายหุน้ต่า กวา่มูลค่าที่จดทะเบียนไม่ได้ 2. บริษทัจะคืนค่าหุ้นใหแ้ก่ผถู้ือหุน้ ไม่ได้ 3. ผถู้ือหุน้จะหกักลบลบหน้ีค่าหุน้กบับริษทัไม่ได้ 4. บริษทัจะซ้ือหรือไถ่หุน้ของตวัเองไม่ได้ 5. บริษทัจะลดทุนไม่ได้เวน้แต่กฎหมายใหอ้า นาจ 125 125 128 129 129 5) การเพิ่มทุน-ลดทุน 130 5.1 การเพิ่มทุน 5.2 การลดทุน 130 132 6) อ านาจจัดการบริษัท 137 (1) คนที่จะเป็ นกรรมการ (2) การแต่งต้งักรรมการ (3) การพน้จากตา แหน่ง (4) อ านาจของกรรมการ (5) หน้าที่และความรับผิดของกรรมการบริษัท 138 138 140 142 148 7) การประชุมใหญ่ผถู้ือหุน้ 154 (1) การเรียกประชุมผู้ถือหุ้น (2) ผมู้ีสิทธิเขา้ประชุมในที่ประชุมใหญ่ผถู้ือหุ้น (3) วธิีการประชุมในที่ประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้น (4) มติที่ประชุม 159 160 164 169 8) การควบรวมบริษัท 173 9) การเลิกบริษัท 177 (1) เลิกโดยข้อสัญญา (2) เลิกโดยข้อกฎหมาย (3) เลิกโดยคา สั่งศาล 177 179 179 10) การช าระบัญชี 182
4 หน้า 3.5 บริษัทมหาชน จ ากัด 1) ความหมาย 2) การจดัต้งับริษทัมหาชน จา กดั 3) ทุนของบริษัท (หุ้น)และผู้ถือหุ้น 4) คณะกรรมการ 5) การประชุมผู้ถือหุ้น 6) การจ่ายเงินปันผล 7) เงินทุนส ารอง 8) การเพิ่มทุน-ลดทุน 9) การคุ้มครองผู้ถือหุ้น 10) โทษทางอาญา-การกา หนดโทษทางอาญา ---------------------------------
ส ำหรับนักศึกษำคณะนิติศำสตร์ มหำวิทยำลัยธรรมศำสตร์ ใชป้ระกอบกำรฟังคำ บรรยำยของรศ.สุดำวิศรุตพิชญ์เท่ำน้นั 97 3.4 บริษัท จ ำกัด 1) ควำมหมำย บริษทัจำ กดัมีลกัษณะส ำคญัอยำ่งไรไดเ้รียนมำแลว้ดงัน้นั ในบทน้ีจะเขำ้สู่เน้ือหำในส่วนของ กำรจดัต้งับริษทัจำ กดัซ่ึงหำกเทียบกบักำรจดัต้งัห้ำงหุ้นส่วนไม่วำ่จะเป็นห้ำงหุ้นส่วนประเภทใดที่กำร จดัต้ังไม่ยุ่งยำกแม้จะต้องไปจดทะเบียนก็มิได้มีกำรก ำหนดรำยละเอียดที่จะต้องท ำก่อนที่จะไป จดทะเบียน แต่ส ำหรับบริษทัจำ กดักฎหมำยมำกำ หนดรำยละเอียดเกี่ยวกบักระบวนกำรจดัต้งัค่อนขำ้ง ละเอียด และยังได้วำงกฎเกณฑ์ข้นัตอนกำรดำ เนินงำน กระบวนกำรจดักำรต่ำงๆ ที่มีรำยละเอียดมำกกว่ำ ห้ำงหุ้นส่วน เหตุผลหลักคือกำรคุม้ครองเจำ้หน้ีเพรำะผู้ถือหุ้นในบริษทัทุกคนรับผิดจำ กดัถำ้บริษทัจำ กดั เมื่อจดัต้งัข้ึนแล้ว ดำ เนินกิจกำรไป แต่ไม่สำมำรถชำ ระหน้ีให้แก่เจำ้หน้ีของบริษทัได้ก็จะเป็นผลเสียหำย ยิ่งหำกว่ำเหตุที่บริษทัไม่สำมำรถชำ ระหน้ีไดน้ ้นัเกิดจำกกำรจดักำรที่ไม่ถูกตอ้ง มีกำรยกัยำ้ยเอำทรัพยส์ิน ของบริษัทไปใช้ส่วนตวัหรือก่อหน้ีสินที่ไม่เหมำะสม เจำ้หน้ีก็จะเสียเปรียบ ในขณะที่ห้ำงหุ้นส่วนน้ัน ตอ้งมีหุน้ ส่วนที่รับผดิในหน้ีท้งัปวงของหำ้งอยำ่งไม่มีจำ กดัอยู่เจำ้หน้ีจึงอำจไดร้ับผลกระทบที่นอ้ยกวำ่ 2) กำรจัดตั้งบริษัท จ ำกัด ตำมประมวลกฎหมำยแพ่งและพำณิชย์ กระบวนกำรในกำรจดัต้งับริษทัจำ กดัมีข้นัตอนกำรดำ เนินกำรโดยศึกษำเป็ นล ำดับ 5 ล ำดับ ดงัน้ี 1. ตอ้งมีผเู้ริ่มก่อกำรอยำ่งนอ้ย2คนมำตกลงทำ สัญญำจดัต้งับริษทัเพื่อลงทุนร่วมกนั 2. ผูเ้ริ่มก่อกำรมำตกลงทำ สัญญำว่ำจะทำ กิจกำรร่วมกนัเพื่อแสวงหำกำ ไรมำแบ่งปันกนัน้ี สัญญำน้ีเรียกว่ำ“หนังสือบริคณห์สนธิ” ซึ่ งก็คือตรำศำลในกำรจดัต้งับริษทั มีรำยละเอียดตำมที่กฎหมำย กำ หนด 3. ผเู้ริ่มก่อกำรน ำหนังสือบริคณห์สนธิไปจดทะเบียน 4. ผูเ้ริ่มก่อกำรต้องจัดกำรประชุมต้งับริษัท แล้วดำ เนินกิจกำรที่ต้องทำ ในที่ประชุมตำมที่ กฎหมำยกำ หนด เมื่อประชุมเสร็จ ได้กรรมกำรบริษัทชุดแรก ส่งมอบกิจกำรใหก้รรมกำรชุดแรกของบริษทั 5. กรรมกำรชุดแรกท ำกำรเรียกเก็บเงินค่ำหุน้แล้วไปจดทะเบียนต้งับริษทัเมื่อจดทะเบียนเสร็จ เรียบร้อยแล้วก็จะทำ ใหบ้ริษทัจำ กดัน้ีมีสภำพเป็นนิติบุคคลแยกต่ำงหำกจำกบรรดำผถู้ือหุน้ทนัที 1. .ต้องมีผู้เริ่มก่อกำร2 คน (มำตรำ 1097) มำตรำ 1097 ตัวบท ในกำรจดัต้งับริษทัตอ้งมีบุคคลอยำ่งนอ้ย2คน ซึ่งบุคคลที่จะเป็นผูเ้ริ่มก่อกำรได้จะต้องเป็ นบุคคล ธรรมดำเท่ำน้นัและกำรที่บุคคลท้งั3คนน้ีมำลงทุนร่วมกนัก็หมำยควำมว่ำ ทุกคนตอ้งซ้ือหุ้นของบริษทัน้ี
ส ำหรับนักศึกษำคณะนิติศำสตร์ มหำวิทยำลัยธรรมศำสตร์ ใชป้ระกอบกำรฟังคำ บรรยำยของรศ.สุดำวิศรุตพิชญ์เท่ำน้นั 98 เมื่อจดัต้งัข้ึนเสร็จเรียบร้อยแลว้ดงัน้นั ในมำตรำ 1100 จึงกำ หนดให้ผูเ้ริ่มก่อกำรทุกคนตอ้งซ้ือหุ้นหุ้นหน่ึง เป็นอยำ่งนอ้ยเพื่อแสดงถึงกำรเป็ นผู้ลงทุนในบริษัท เมื่อมีผเู้ริ่มก่อกำรอยำ่งนอ้ย2คน และทุกคนก็ถือหุน้ของบริษทัเมื่อบริษทัจดัต้งัข้ึนแลว้ดงัน้นัจึงมี กำรกล่ำวกนัว่ำ บริษัท จำ กดัอย่ำงน้อยตอ้งมีผูถ้ือหุ้น 2คน และถำ้หลงัจำกจดัต้งับริษทัซ่ึงมีผูถ้ือหุ้นเพียง 2 คน เท่ำจำ นวนข้นัต่ำ ที่กฎหมำยอนุญำตให้มีได้แล้ว ถ้ำต่อมำผูถ้ือหุ้นได้โอนหุ้นออกไปให้แก่ผูถ้ือหุ้น ด้วยกัน หรือกรณีผูถือหุ้นคนหนึ่ งตำยแล้ ้วปรำกฏว่ำผู้ตำยมีทำยำทคนเดียวซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นด้วยกันน้ัน หุ้นของผูต้ำยท้งัหมดก็จะตกได้แก่ผู้ถือหุ้นซึ่งเป็นทำยำทคนน้นั ในกรณีดงักล่ำว บริษทัน้ีก็จะเหลือผู้ถือหุ้น คนเดียวเท่ำน้นั ปัญหำคือวำ่จะไม่ครบเป็นองค์ประกอบของควำมเป็ นบริษัทหรือไม่ถ้ำเป็ นองค์ประกอบของ บริษัท จำ กดั เมื่อผู้ถือหุ้นเหลือเพียงคนเดียวบริษัทต้องเลิก เมื่อไปดูบทบัญญัติของกำรเลิกบริษทั ในมำตรำ1237อนุมำตรำสี่จะเห็นได้ว่ำกำรที่ผู้ถือหุ้นใน บริษัทมีเหลือเพียงคนเดียว เป็นเพียงเหตุหน่ึงในกำรใหศ้ำลสั่งเลิกบริษทัไดเ้ท่ำน้นัดงัน้นัจึงเท่ำกบัวำ่ถำ้ศำล ยังไม่ไดส้ ั่ง บริษทัจำ กดัตำมตวัอยำ่งแห่งน้ีที่มีผูถ้ือหุ้นเหลือเพียงคนเดียวก็ยงัไม่ไดเ้ลิกยงัคงคำ้ขำยต่อไป ได้ เนื่องจำกกฎหมำยยังให้เวลำบริษัทในกำรปรับสภำพจ ำนวนผู้ถือหุ้นให้ถูกต้องตำมกฎหมำยได้ 2. ผู้ก่อกำรเข้ำชื่อกนัทำ หนังสือบริคณห์สนธิ(ดูมำตรำ1098) บริษทัจำ กดัเกิดข้ึนจำกสัญญำจดัต้งัซ่ึงในกฎหมำยให้ชื่อสัญญำจดัต้งับริษทัจำ กดัว่ำ“หนังสือ บริคณห์สนธิ”และกำ หนดวำ่หนงัสือบริคณห์สนธิจะตอ้งมีรำยกำรดงัต่อไปน้ีคือ (1) ชื่อของบริษัท ในทำงปฏิบัติจะมีกำรไปตรวจสอบก่อนว่ำชื่อที่จะต้งัน้ีซ้ำ หรือไม่มำตรำ1115 กำ หนดวำ่ถำ้หำกชื่อบริษทัซ่ึงต้งัไวใ้นหนงัสือบริคณห์สนธิคลอ้งกบัชื่อบริษทัอื่นซ่ึงไดจ้ดทะเบียนแลว้ก็ดี หรือคลอ้งกบัชื่อที่เพิ่งต้งัไวห้นงัสือบริคณห์สนธิอื่นอนัไดจ้ดทะเบียนไวแ้ลว้ก็ดีหรือคลำ้ยคลึงกบัชื่อเช่นวำ่ น้ัน จนน่ำจะลวงให้มหำชนหลงไปได้ก็ดีบุคคลผูม้ีส่วนได้เสียจะฟ้องเรียกเอำค่ำสินไหมทดแทนกับ ผูเ้ริ่มก่อกำรก็ได้หรือจะฟ้องให้ศำลสั่งบงัคบั ให้เปลี่ยนชื่อใหม่ก็ได้ดงัน้นั ในทำงปฏิบัติจึงต้องตรวจสอบ ก่อน (2) ที่อยู่ของส ำนักงำนของบริษัทที่จดทะเบียนว่ำต้งัอยูท่ ี่ใด ในประเทศไทยและที่ต้งัส ำนกังำนน้ี สำ คญัเพรำะถือวำ่เป็นสถำนที่ติดต่ออยำ่งเป็นทำงกำรเทียบไดก้บัภูมิลำ เนำของบุคคลธรรมดำกำรส่งเอกสำร ใด ๆ ตำมที่อยูท่ ี่จดทะเบียน จะสันนิษฐำนไดว้่ำไดส้ ่งให้แก่บริษทัน้นั โดยชอบแลว้ดงัน้นัถำ้มีกำรเปลี่ยน ที่ต้งัสำ นกังำนในทำงควำมเป็นจริงก็ตอ้งไปทำ กำรเปลี่ยนแปลงทำงทะเบียนดว้ย (3) วัตถุประสงค์ที่ประสงคท์ ้งัหลำยของบริษัท ดังที่กล่ำววำ่เพื่อจำ กดัขอบวตัถุประสงคข์องบริษทั แต่ในทำงปฏิบตัิบริษทัเกือบทุกบริษทัจะจดทะเบียนไวค้รอบคลุมทุกกิจกำร
ส ำหรับนักศึกษำคณะนิติศำสตร์ มหำวิทยำลัยธรรมศำสตร์ ใชป้ระกอบกำรฟังคำ บรรยำยของรศ.สุดำวิศรุตพิชญ์เท่ำน้นั 99 (4) ถอ้ยคำ ส ำแดงวำ่ควำมรับผิดของผถู้ือหุ้นจะมีจำ กดั เพื่อเตือนบุคคลภำยนอกให้ทรำบวำ่ผถู้ือหุ้น ทุกคนรับผดิจำ กดั ไม่เกินจำ นวนมูลค่ำหุน้ที่แต่ละคนถือ (5) จ ำนวนทุนเรือนหุ้นคือทุนจดทะเบียนของบริษทัท้งัหมด ซึ่งจะแบ่งออกเป็นหุ้นมีมูลค่ำกำ หนด หุน้ละเท่ำไรเช่น บริษทัจะมีทุนเรือนหุน้1ลำ้นบำท แบ่งออกเป็น 1แสนหุน้มูลค่ำหุน้ละ10 บำท เป็ นต้น (6) ชื่อ ที่อยู่อำชีพ และลำยมือชื่อของบรรดำผูเ้ริ่มก่อกำรรวมท้งัแสดงจ ำนวนหุ้นซึ่งผูเ้ริ่มก่อกำรแต่ ละคนถือ 3. จดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิ (มำตรำ 1099) เมื่อกรอกรำยกำรที่หนงัสือบริคณห์สนธิกำ หนดว่ำตอ้งมีเสร็จเรียบร้อยแลว้ก็นำ หนงัสือบริคณห์ สนธิน้นัไปจดทะเบียนตำมที่กำ หนดในมำตรำ1099 กำรจดทะเบียนหนงัสือบริคณห์สนธิน้ียงัไม่ทำ ให้บริษทัมีสภำพเป็นนิติบุคคลเพรำะยงัไม่เสร็จสิ้น กระบวนกำรต่ำงๆ แต่เมื่อจดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิเสร็จแล้วผูเ้ริ่มก่อกำรท้งัหลำยตอ้งนำ หุ้นท้งัหมดที่ บริษัทได้จดทะเบียนไว้(ตำมหนังสือบริคณห์สนธิ)ไปหำคนจองซ้ือให้ครบ และด ำเนินกำรเพื่อจดทะเบียน บริษัทต่อไปเมื่อจดทะเบียนบริษัทแล้ว จึงจะท ำให้บริษัทจำ กดัน้นัมีสภำพนิติบุคคล โดยส่วนหน่ึงตวัผูเ้ริ่มก่อกำรเองทุกคนได้จองไวแ้ลว้แต่จ ำนวนหุ้นที่ยงัมีเหลืออยู่(หำกมี) ต้องไปหำ คนมำจองให้ครบ ผเู้ริ่มก่อกำรท้งัหมด(ไม่นอ้ยกวำ่2คน) จะจองหุ้นท้งัหมดน้นัไวเ้องก็ได้ไม่มีปัญหำ อนึ่ง เมื่อมีกำรจดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิแล้ว ถ้ำมิได้ไปจดทะเบียนบริษัทภำยใน 3 ปีนับแต่ วันที่นำยทะเบียนรับจะทะเบียนบริคณห์สนธิให้หนังสือบริคณห์สนธิน้นัสิ้นผลหำกจะจดัต้งัตอ้งดำ เนินกำร ท ำหนังสือบริคณห์สนธิใหม่ 4. ประชุมจัดต้ังบริษัท (มำตรำ 1107) มำตรำ 1107 ตัวบท หลงัจำกผูเ้ริ่มก่อกำรนำ หุ้นออกหำคนจองซ้ือเมื่อหุ้นที่ต้องช ำระเป็ นเงินของบริษัทได้มีคนเข้ำชื่อ ซ้ือไวค้รบถว้นหมดแลว้กฎหมำยใหผู้เ้ริ่มก่อกำรเรียกบรรดำผจู้องซ้ือหุ้นทุกคนมำประชุมกนักำรประชุมน้ี เรียกวำ่ “กำรประชุมต้งับริษทั” กล่ำวถึงหุน้ที่ตอ้งลงเงินมีคนจองซ้ือหมดแลว้นกัศึกษำตอ้งเขำ้ใจก่อนวำ่ ในบริษทัจำ กด หุ้นทุกหุ้น ั ต้องลงเป็ นเงิน แต่อำจมีข้อยกเวน้ ให้บริษัทมีหุ้นประเภทที่ไม่ต้องลงเป็นเงินกล่ำวคือช ำระค่ำหุ้นด้วย ทรัพยส์ ินอย่ำงอื่น ด้วยก็ได้แต่บริษทัจะมีหุ้นชนิดน้ีได้ต้องได้รับอนุญำตให้มีซ่ึงในตอนจดัต้งับริษัท ก็จะตอ้งไดร้ับอนุมตัิจำกที่ประชุมจดัต้งับริษทั นี่เอง เมื่อบริษทัจะมีหุ้นประเภทที่ชำ ระค่ำหุ้นดว้ยทรัพยส์ ินอยำ่งอื่นตอ้งขอควำมเห็นชอบจำกที่ประชุม ก่อน ในทำงปฏิบตัิผเู้ริ่มก่อกำรก็จะตอ้งกำ หนดวำ่จะมีหุ้นของบริษทัจำ นวนกี่หุ้นที่จะให้มีกำรชำ ระค่ำหุ้น
ส ำหรับนักศึกษำคณะนิติศำสตร์ มหำวิทยำลัยธรรมศำสตร์ ใชป้ระกอบกำรฟังคำ บรรยำยของรศ.สุดำวิศรุตพิชญ์เท่ำน้นั 100 ด้วยทรัพยส์ ินอย่ำงอื่น และทำบทำมหำคนจองซ้ือไว้เพื่อว่ำเมื่อเรียกประชุมต้ังบริษัทได้แล้วจะได้ขอ ที่ประชุมต้งับริษทัน้นั เมื่อเรียกประชุมบรรดำผูจ้องซ้ือหุ้นทุกคนแล้ว มำตรำ1108ก ำหนดสิ่งที่ต้องท ำในที่ประชุม 6 ประกำร ดงัน้ี มำตรำ 1108 ตัวบท 1) ต้งัขอ้บงัคบัต่ำงๆ ของบริษทักำรต้งัขอ้บงัคบัน้ีเพื่อทรำบวำ่บริษทัน้ีจะบริหำรจดักำรกิจกำรไป ภำยใตก้รอบอะไรบำ้ง ส่วนใหญ่ขอ้บงัคบัจะกำ หนดเกี่ยวกบัเรื่องจำ นวนกรรมกำรคุณสมบตัิของกรรมกำร องค์ประชุมคณะกรรมกำร อ ำนำจของกรรมกำรวำ่จะมีกำรจำ กดัอำ นำจอยำ่งไร มติของที่ประชุม และอำจมี กำรกำ หนดเรื่ององค์ประชุมที่ประชุมใหญ่มติที่จะตอ้งไดจ้ำกที่ประชุมใหญ่ในเรื่องที่บริษทัเห็นว่ำส ำคญั หำกบริษทัตอ้งกำรให้เป็นประกำรใดที่แตกต่ำงจำกที่ประมวลกฎหมำยแพ่งและพำณิชยก์ำ หนดก็สำมำรถ ตกลงในที่ประชุมน้ีเพื่อต้งัไวใ้นขอ้บงัคบัของบริษทัได้ในกรณีน้ีกฎหมำยกำ หนดว่ำควรกำ หนดวิธีกำร แกไ้ขปัญหำหรือขอ้ขดัแยง้ที่ไม่สำมำรถหำขอ้ยุติหรือไม่สำมำรถลงมติระหวำ่งกรรมกำรหรือผูถือหุ้นไว้ด้วย ้ เพื่อเป็นกำรกำ หนดวธีิกำรแกไ้ขปัญหำเมื่อเกิด dead lock ซึ่งจะไดย้กตวัอยำ่งใหเ้ขำ้ใจต่อไป กำรต้งัขอ้บงัคบัของบริษทัน้ีจึงมีควำมส ำคญัและถำ้มีกำรกำ หนดไวใ้นขอ้บงัคบัก็ตอ้งเป็นไปตำม ขอ้บงัคบัแต่ถำ้ขอ้บงัคบั ไม่ไดก้ำ หนดเอำไวใ้น ก็จะเป็นไปตำมกฎหมำย 2)ให้สัตยำบนัแก่บรรดำสัญญำที่ผูเ้ริ่มก่อกำรได้ทำ ไว้และค่ำใช้จ่ำยอย่ำงหน่ึงอย่ำงใดซ่ึงเขำได้ ออกไปในกำรเริ่มก่อบริษทั ผเู้ริ่มก่อกำรตอ้งมีกำรเตรียมกำรมำก่อนที่จะไดไ้ปจดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิดงัน้นัจึงอำจมี กำรทำ สัญญำบำงอยำ่งเช่น เช่ำสถำนที่เพื่อที่จะมำเป็นส ำนกังำนของบริษทัมีค่ำใชจ้่ำยเช่น ค่ำใชจ้่ำยในกำร ขอตรวจสอบชื่อค่ำธรรมเนียมกำรจดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิ เป็ นต้น บรรดำสัญญำ และค่ำใช้จ่ำย ต่ำงๆ เหล่ำน้ีเป็นสิ่งที่บริษทัจำ กดัเมื่อจดัต้งัข้ึนและมีสภำพเป็นนิติบุคคลแลว้จะตอ้งผูกพนัแต่เนื่องจำกวำ่ บริษทัจะรับเอำสัญญำ หรือค่ำใช้จ่ำยเหล่ำน้ันมำเป็นของบริษทัหรือไม่จำ ตอ้งขอให้ผูจ้องซ้ือหุ้นซ่ึงจะ กลำยเป็นผูถ้ือหุ้นของบริษทั ในอนำคตเมื่อจดัต้งัแล้วเห็นชอบก่อน ดังน้ันจึงให้ที่ประชุมต้งับริษทัน้ีให้ สัตยำบัน ที่ประชุมจะพิจำรณำวำ่สัญญำที่ไดท้ำ ไปแลว้หรือค่ำใชจ้่ำยที่ไดจ้่ำยไปแลว้สมควรหรือเหมำะสม หรือไม่ เมื่อที่ประชุมต้งับริษทัใหส้ ัตยำบนักบับรรดำสัญญำหรือค่ำใชจ้่ำยอื่นๆ ไปแลว้เท่ำกบัวำ่สัญญำและ ค่ำใช้จ่ำยเหล่ำน้ัน บริษัทต้องเข้ำรับเอำหรือเข้ำผูกพนัแต่อย่ำงไรก็ตำม ในวนัที่ที่ประชุมต้ังบริษัทให้ สัตยำบัน บริษทัก็ยงัมิไดต้้งัข้ึนเพรำะยงัไม่ไดจ้ดทะเบียนต้งับริษทัยงัไม่เสร็จสิ้นกระบวนกำรต้งับริษทั ใน ระหว่ำงน้ีหำกมีหน้ีที่ที่ประชุมให้สัตยำบนั ไปแล้วถึงกำ หนดช ำระใครจะเป็นคนรับผิดชอบ จะตอ้งให้
ส ำหรับนักศึกษำคณะนิติศำสตร์ มหำวิทยำลัยธรรมศำสตร์ ใชป้ระกอบกำรฟังคำ บรรยำยของรศ.สุดำวิศรุตพิชญ์เท่ำน้นั 101 เจำ้หน้ีรอไปเรียกเอำจำกบริษทัเมื่อต้งัข้ึนแลว้หรือไม่หรือถ้ำมีเหตุกำรณ์บำงอยำ่งเกิดข้ึน และไม่สำมำรถไป จดทะเบียนต้ังบริษัทได้สัญญำก็ดีค่ำใช้จ่ำยต่ำง ๆ ก็ดีที่ที่ประชุมต้ังบริษัทได้ให้สัตยำบันไปแล้ว จะผูกพันใคร ใครต้องรับผิดชอบ มำตรำ 1113 ตัวบท มำตรำ 1113 ได้บัญญัติเกี่ยวกบัควำมรับผิดของผูเ้ริ่มก่อกำรไว้และยงัไดแ้กไ้ขปัญหำที่กล่ำวถึงน้ี โดยกำ หนดให้ผูเ้ริ่มก่อกำรบริษทัตอ้งรับผิดร่วมกนัอยำ่งไม่จำ กดัในบรรดำหน้ีและกำรจ่ำยเงินซ่ึงที่ประชุม ต้งับริษทั มิได้อนุมัติ และแม้จะได้อนุมัติแลว้ผเู้ริ่มก่อกำรเหล่ำน้นัก็ยังคงต้องรับผิดร่วมกนัอยำ่งไม่จำ กดัใน บรรดำหน้ีและกำรจ่ำยเงินที่ไดใ้หอ้นุมตัิจนกวำ่จะไดจ้ดทะเบียนต้งับริษทัแลว้ดงัน้นัผเู้ริ่มก่อกำรจะปฏิเสธ ควำมรับผิดโดยอำ้งวำ่ที่ประชุมต้งับริษทัไดอ้นุมตัิแลว้ ให้รอไปบงัคบัเอำจำกบริษทัไม่ได้ตรำบใดที่บริษทั ยงัไม่ไดม้ีกำรจดทะเบียนต้งัข้ึน ข้อสังเกต คือควำมรับผิดของผู้เริ่มก่อกำรในบรรดำหน้ีหรือค่ำใช้จ่ำยต่ำง ๆ แม้จะเป็นกำร ด ำเนินกำรโดยผู้เริ่มก่อกำรคนใดคนหน่ึงหรือบำงคน กฎหมำยให้ผู้เริ่มก่อกำรต้องรับผิดร่วมกัน อยำ่งไมจ่ำ กดั 3) กำ หนดจำ นวนเงินตอบแทนให้แก่ผูเ้ริ่มก่อกำร ถ้ำจะให้หมำยควำมว่ำ จะไม่มีค่ำตอบแทน ใหแ้ก่ผเู้ริ่มก่อกำรก็ได้ 4)ถำ้บริษทัคิดจะมีหุ้นบุริมสิทธิก็ตอ้งขอให้ที่ประชุมกำ หนดหุ้นบุริมสิทธิกำ หนดสภำพและ บุริมสิทธิแห่งหุ้นน้นัๆ ว่ำจะเป็นสถำนใด เพียงใด ในเรื่องน้ีเป็นเรื่องที่บริษทัตอ้งกำรออกหุ้นที่มีลกัษณะ แตกต่ำงจำกหุ้นสำมญัที่กฎหมำยเรียกวำ่ “หุ้นบุริมสิทธิ” ควำมแตกต่ำงของหุน้บุริมสิทธิน้นัอำจจะแตกต่ำง ในลกัษณะที่วำ่ ให้ผูถ้ือหุ้นบุริมสิทธิมีสิทธิดีกวำ่หรือมีสิทธิดอ้ยกวำ่ หุ้นสำมัญก็ได้สภำพที่กำ หนดอำจจะ เป็ นเรื่องของสิทธิที่จะได้รับเงินปันผล หรือสิทธิในกำรออกเสียง หรือสิทธิที่จะได้รับกำรจัดสรรทรัพย์สิน ในตอนที่เลิกบริษัท (ในรำยละเอียดจะศึกษำในหัวข้อต่อไปในเรื่องทุนและหุ้นของบริษทั ) ซึ่งถ้ำบริษัทใด ต้องกำรมีหุ้นบุริมสิทธิกี่หุ้น เป็นอยำ่งไรก็มำขอที่ประชุม ถำ้ที่ประชุมลงมติวำ่ ให้มีก็เป็นตำมน้นั เมื่อมีกำร จดทะเบียนต้งับริษทัจะมีรำยกำรเกี่ยวกบัหุ้นของบริษทัและมีรำยละเอียดแสดงอยูใ่นรำยกำรจดทะเบียนว่ำ บริษทัมีจำ นวนหุ้นท้งัหมดกี่หุน้เป็นหุน้ สำมญักี่หุน้เป็นหุน้บุริมสิทธิกี่หุน้และหุน้บุริมสิทธิที่วำ่น้ีมีสภำพ แห่งบุริมสิทธิเป็นอยำ่งไรเพื่อใหบุ้คคลภำยนอกไดร้ับรู้ผำ่นทำงทะเบียนของบริษัทด้วย 5) ขอให้ที่ประชุมกำ หนดเรื่องกำรชำ ระค่ำหุ้น ในกรณีที่บริษทัจะมีกำรชำ ระค่ำหุ้นเป็นทรัพยส์ ิน อย่ำงอื่นนอกจำกเงิน โดยตอ้งขอจำกที่ประชุมว่ำ หุ้นของบริษทั ไม่ว่ำจะเป็นหุ้นสำมญัหรือหุ้นบุริมสิทธิ จะมีหุ้นใด จำ นวนเท่ำใด ที่จะออกให้แก่ผูจ้องซ้ือโดยให้ชำ ระค่ำหุ้นดว้ยทรัพยส์ินอยำ่งอื่น และผูเ้ริ่มก่อกำร
ส ำหรับนักศึกษำคณะนิติศำสตร์ มหำวิทยำลัยธรรมศำสตร์ ใชป้ระกอบกำรฟังคำ บรรยำยของรศ.สุดำวิศรุตพิชญ์เท่ำน้นั 102 ต้องอธิบำยรำยละเอียดว่ำจะชำ ระดว้ยทรัพย์สินอะไรรำยละเอียดของทรัพยส์ ินที่ว่ำน้ีเป็นอย่ำงไรเพื่อให้ ที่ประชุมไดพ้ ิจำรณำอยำ่งละเอียดดว้ย เช่น ผเู้ริ่มก่อกำรเห็นวำ่จะมีผจู้องซ้ือหุน้ที่จะชำ ระค่ำหุน้ เป็ นที่ดิน1แปลง หรืออำจจะเป็ นสิทธิบัตร กำรผลิต ซ่ึงจำ เป็นตอ้งใชใ้นกิจกำรของบริษทัที่จะต้งัข้ึนน้ีในกำรขออนุมัติที่ประชุมต้งับริษทัผูเ้ริ่มก่อกำร อำจจะค ำนวณมำแล้วว่ำ ที่ดินแปลงน้ีตีรำคำเท่ำกับหุ้นสำมัญจำ นวนกี่หุ้น ส่วนสิทธิบัตร ตีรำคำเป็น หุ้นสำมัญจ ำนวนกี่หุ้น (หำกถือว่ำเป็นหุ้นที่ชำ ระเต็มมูลค่ำ) หรือเทียบไดเ้ป็นจำ นวนกี่หุ้น (หำกเป็นหุ้นที่มี กำรชำ ระเป็นทรัพยส์ินบำงส่วนและชำ ระเป็นเงินบำงส่วน) เป็นตน้ หรือหำกผูเ้ริ่มก่อกำรไดเ้จรจำกบัเจำ้ของที่ดิน และผูท้รงสิทธิบตัรและท้งั 2 คน ต้องกำรได้เป็ น หุ้นบุริมสิทธิที่มีสภำพแห่งบุริมสิทธิในกำรไดร้ับเงินปันผลที่ดีกวำ่หุ้นสำมญัเมื่อผูเ้ริ่มก่อกำรเห็นวำ่ที่ดิน เหมำะกบักำรต้งัโรงงำนมำกและสิทธิบตัรก็เป็นสิ่งจำ เป็น ก็อำจจะเสนอที่ประชุมให้มีกำรออกหุ้นบุริมสิทธิ ตำมหัวขอ้ก่อน ซึ่งถ้ำที่ประชุมให้บริษัทออกหุ้นบุริมสิทธิจ ำนวนที่ขอ และบุริมสิทธิมีสภำพดังที่ขอแล้ว ประเด็นต่อมำที่ตอ้งขอคือขออนุมตัิออกหุ้นบุริมสิทธิจำ นวนดงัที่อนุมตัิน้ีให้แก่2คน ไดแ้ก่ผูท้ี่จะลงหุ้น ด้วยที่ดิน และผู้ที่จะลงหุ้นด้วยสิ ทธิบัตร โดยตีรำคำที่ดิน และสิทธิบัตรว่ำแต่ละคนจะได้เท่ำกับ หุน้บุริมสิทธิจำ นวนกี่หุ้น เป็ นต้น (ซ่ึงในทำงปฏิบตัิผเู้ริ่มก่อกำรตอ้งคำ นวณทุนของบริษัทที่จะออกเป็ นหุ้น ท้งัระบบก่อนที่จะนำ เสนอในที่ประชุมจดัต้งับริษทัเพื่อขอในกำรประชุมต้งับริษทัคร้ังน้ีใหค้รบถว้น ) ส่วนกำรที่กฎหมำยกำ หนดวำ่ผูเ้ริ่มก่อกำรต้องพรรณนำให้ชัดเจนวำ่เอำทรัพยส์ ินอะไรมำแทนเงิน สด ก็เพื่อป้องกนั ปัญหำกำรนำ ทรัพยส์ ินที่ไม่มีรำคำมำชำ ระเป็นค่ำหุ้น ทำ ให้ทุนของบริษทัมีไม่ครบตำม จำ นวนที่จดทะเบียนไว้เช่น ถ้ำหุ้นจ ำนวน 1 หมื่นหุ้น มูลค่ำหุ้นละ10 บำท ถ้ำช ำระเป็ นเงินสดก็จะไดเ้งินสด จ ำนวน 1 แสนบำท แต่ถำ้หุ้น 1 หมื่นหุน้น้นัชำ ระเป็นที่ดิน ถำ้ที่ดินมีรำคำเพียง7 หมื่นบำท แต่ผูเ้ริ่มก่อกำร ตีรำคำและให้เจำ้ของที่ดินชำ ระค่ำหุ้นจำ นวน 1 หมื่นหุ้นด้วยที่ดินแปลงดงักล่ำวจะเห็นว่ำ บริษทัจะได้ ทรัพยส์ินมีมูลค่ำที่แทจ้ริงเพียง7 หมื่นบำทเท่ำน้นัมีผลกระทบต่อทุนของบริษทัจะทำ ให้ผูม้ีส่วนเกี่ยวขอ้ง เสียหำยไม่วำ่จะเป็นผถู้ือหุน้ดว้ยกนัหรือเป็นเจำ้หน้ีของบริษทัเพรำะผถู้ือหุน้ดว้ยกนัคนที่ชำ ระเป็นเงินและ ได้หุ้นจ ำนวน 1หมื่นหุน้ตอ้งลงทุนมำกกวำ่คนที่ชำ ระค่ำหุน้จำ นวนเดียวกนัดว้ยที่ดินแต่เมื่อเทียบถึงสัดส่วน กำรถือหุ้นในบริษัทจะได้เท่ำกัน เช่น กำรจัดสรรเงินปันผลตำมจ ำนวนหุ้น ก็จะได้เท่ำกัน จะเห็นว่ำ ไม่เป็นธรรมเพรำะคนที่ลงเป็นเงินลงทุนมำกกวำ่ส่วนสำ หรับเจำ้หน้ีน้นัมีควำมเสี่ยงกบัทุนเทียม เพรำะตำม ตวัอยำ่ง หำกบงัคบัเอำทรัพยส์ินของบริษทัคือที่ดินแปลงดงักล่ำวไปชำ ระหน้ีเมื่อมูลค่ำของที่ดินในควำม เป็นจริงต่ำ กว่ำจำ นวนทุนตำมที่จดทะเบียน เมื่อน ำที่ดินไปขำยทอดตลำดเพื่อช ำระหน้ีก็จะได้เงินเพียง 7 หมื่นบำทเทำ่น้นัเป็นตน้
ส ำหรับนักศึกษำคณะนิติศำสตร์ มหำวิทยำลัยธรรมศำสตร์ ใชป้ระกอบกำรฟังคำ บรรยำยของรศ.สุดำวิศรุตพิชญ์เท่ำน้นั 103 ปัญหำในเรื่องน้ีมีมำกในทำงปฏิบตัิแมก้ฎหมำยจะกำ หนดใหม้ีกำรขออนุมตัิจำกที่ประชุม ก็ยงัอำจ มีปัญหำที่ที่ประชุมซ่ึงประกอบดว้ยผูจ้องซ้ือหุ้นดว้ยกนัเองอำจมีกำรอนุมตัิให้ซ่ึงกนัและกนั อันเป็ นผลมำ จำกกำรประเมินรำคำที่ไม่ชอบธรรม ในประเทศไทยกำ ลงัพัฒนำกำรประเมินรำคำทรัพย์สินที่เป็ นธรรมและมี หลักวิชำกำรเพื่อรักษำประโยชน์ส่วนรวม ไม่ใช่เป็นกำรประเมินเพื่อช่วยเหลือกนั ในหมู่คนใกล้ชิด และ ทำ ให้ส่วนรวมประสบปัญหำ ท้งัน้ีมิได้หมำยควำมถึงแต่เฉพำะเรื่องกำรประเมินรำคำเพื่อกำรออกหุ้นน้ี เท่ำน้นัยงัตอ้งใชก้บักำรประเมินรำคำในลกัษณะอื่นๆ ดว้ยเช่น กำรตีรำคำทรัพยส์ินที่เป็นหลกัประกนัหน้ีที่ เป็นปัญหำใหญ่เป็นผลใหส้ถำบนักำรเงินประสบปัญหำหน้ีเสีย ดงัเหตุกำรณ์ที่ผำ่นมำในประเทศไทยในอดีต 6) เลือกกรรมกำร เป็ นกรรมกำรชุดแรก และเลือกผู้สอบบัญชีเพื่อท ำหน้ำที่เป็ นผู้สอบบัญชีของ บริษทัเมื่อจดัต้งัข้ึน นอกจำกน้นัยงัอำจวำงกำ หนดอำ นำจของคนเหล่ำน้ีดว้ย สิทธิในกำรออกเสียงและมติที่ใชใ้นที่ประชุมต้งับริษทั มำตรำ 1109 ตัวบท เมื่อทรำบว่ำจะตอ้งมีกำรประชุมต้งับริษทัและในกำรประชุมต้งับริษทัมีเรื่องที่ส ำคญัที่กฎหมำย กำ หนดให้ตอ้งทำ ในที่ประชุม และตอ้งมีกำรขอมติของที่ประชุม จึงตอ้งดูว่ำกฎหมำยกำ หนดเรื่องของกำร ออกเสียงลงคะแนนของบรรดำผจู้องซ้ือหุ้น และเรื่องมติที่ประชุมต้งับริษทัที่จะถือวำ่ ไดร้ับมติจำกที่ประชุม แล้ว คืออนุมัติแล้วเป็นอยำ่งไร กฎหมำยกำ หนดเรื่องสิทธิในกำรออกเสียง ว่ำผูม้ีส่วนได้เสียเป็นพิเศษในเรื่องใด จะไม่มีสิทธิ ออกเสียงในเรื่องน้นั ตวัอย่ำงในกำรให้สัตยำบนัแก่สัญญำที่ผูเ้ริ่มก่อกำรไดท้ำ ไป เช่น ผูเ้ริ่มก่อกำรทำ สัญญำเช่ำตึกเพื่อ ทำ เป็นส ำนกังำนของบริษทัจำกผูจ้องซ้ือหุ้นคนหน่ึงในกำรที่จะเอำสัญญำเช่ำตึกมำให้ที่ประชุมต้งับริษทั ให้สัตยำบนัแก่สัญญำเช่ำกฎหมำยถือวำ่ผจู้องหุ้นคนน้นัเป็นผูม้ีส่วนไดเ้สียเป็นพิเศษ จึงจะมำลงมติในเรื่อง สัญญำเช่ำที่วำ่น้ีไม่ได้ คำ ว่ำ“ส่วนไดเ้สียเป็นพิเศษ” หมำยควำมว่ำ บุคคลน้นัจะมีผลไดห้รือเสียโดยตรงกบัเรื่องดงักล่ำว อย่ำงไรก็ตำม บุคคลที่ถูกเสนอชื่อให้เป็นกรรมกำรเพื่อที่จะให้ที่ประชุมลงมติเลือกกรรมกำรแมจ้ะเห็นว่ำ บุคคลน้ันย่อมมีส่วนได้เสียแต่ก็ไม่ถือว่ำมีส่วนได้เสียเป็ นพิเศษในเรื่องของกำรเลือกกรรมกำร ดังน้ัน คนที่ถูกเสนอชื่อให้เป็นกรรมกำรก็สำมำรถลงคะแนนเสียงเลือกกรรมกำรได้ใช้สิทธิได้เหมือนคนอื่น ๆ จะเลือกใครก็ไดแ้มจ้ะลงคะแนนเลือกตนเองเป็นกรรมกำรก็ได้ ส่วนเรื่อง มติที่ประชุมจัดต้ังบริษัท กฎหมำยกำ หนดวำ่มติของที่ประชุมต้งับริษทัยอ่มไม่สมบูรณ์ เวน้แต่ที่ประชุมจะไดล้งมติโดยเสียงขำ้งมำก อนัมีคะแนนของผเู้ขำ้ชื่อซ้ือหุน้รวมกนัไม่นอ้ยกวำ่ก่ึงหนึ่งของ
ส ำหรับนักศึกษำคณะนิติศำสตร์ มหำวิทยำลัยธรรมศำสตร์ ใชป้ระกอบกำรฟังคำ บรรยำยของรศ.สุดำวิศรุตพิชญ์เท่ำน้นั 104 จ ำนวนผู้เขำ้ชื่อซ้ือหุ้นท้งัหมดซ่ึงมีสิทธิลงคะแนนได้และคิดตำมจำ นวนหุ้นรวมกนัไม่นอ้ยกวำ่ก่ึงหนึ่งของ จำ นวนหุน้ของผถู้ือหุน้น้นัๆ ท้งัหมดดว้ยกนั จะเห็นว่ำกำรนับมติในเรื่องของกิจกำรที่ทำ ในที่ประชุมต้งับริษทัน้ันไม่ใช่ใช้มติเสียงข้ำงมำก ธรรมดำ มติเสียงข้ำงมำกธรรมดำจะมีกำรนบัไดเ้ป็นสองแบบ ที่เขำเรียกวำ่ one man one voteผู้ถือหุ้นคนหนึ่ง 1 เสียง หรือ จะใช้หลัก one share one vote1 หุ้น 1 เสียง ถ้ำใช้หลัก one man one voteก็คือแต่ละคนไม่วำ่จะจองคนละกี่หุน้ทุกคนมีสิทธิคนละ1เสียงเท่ำกนั เช่น ดำ ถือหุ้น 1 หมื่นหุ้น ลงคะแนนเห็นดว้ย ส่วน แดงถือหุน้ 10 หุน้ลงคะแนนไม่เห็นดว้ยเมื่อนบัคะแนน เสียงตำมหลกัน้ีมติที่ไดจ้ะเป็น 1 ต่อ1 เท่ำกนั แต่ถำ้ใช้หลัก one share one vote แต่ละคนจะมีคะแนนเสียงเท่ำกบัจำ นวนหุ้นที่ตนถือ ตำมตวัอยำ่ง ดงักล่ำวขำ้งตน้ผลของคะแนนจะเท่ำกบัเห็นดว้ย1 หมื่นคะแนน และไม่เห็นดว้ย 10คะแนน มติที่ได้จะเป็ น เห็นด้วยโดยมติ 10,000 ต่อ10 ในกรณีของที่ประชุมต้งับริษทัหลกักำรนบัคะแนน ใหน้บัท้งัจ ำนวนคนและจ ำนวนหุ้น หมำยควำมวำ่ ในกำรนบัจำ นวนคนก็ตอ้งไดไ้ม่นอ้ยกวำ่ก่ึงหน่ึงของจำ นวนผูเ้ขำ้ชื่อซ้ือหุ้นท้งัหมด และคิดตำมจ ำนวนหุ้นรวมกนัจะตอ้งไม่นอ้ยกวำ่ก่ึงหนึ่งของจำ นวนหุ้นของผูเ้ขำ้ชื่อซ้ือหุ้นเหล่ำน้นัท้งัหมด ดว้ยกนั สมมติว่ำ ที่ประชุมจดัต้งับริษทัแห่งหน่ึงที่มีผูจ้องซ้ือหุ้นท้งัหมด 7คน จองซ้ือหุ้นของบริษัทที่มี ท้งัหมด 1แสนหุ้น โดย มี ขำว เป็ นผู้จองซ้ือหุน้จำ นวน 9 หมื่น 4พนัหุน้และมีผจู้องซ้ือหุน้คนอื่น ๆ อีก6คน จองซ้ือคนละ1 พันหุ้น ในกำรพิจำรณำให้สัตยำบันอนุมัติสัญญำฉบับหนึ่ง มีกำรลงคะแนนดงัน้ี ขำว 1คน จ ำนวนหุ้น 94,000 หุ้น ลงมติ เห็นด้วย(อนุมัติ) ผจู้องซ้ือหุน้อีก 6คน จ ำนวนหุ้น 6,000 หุ้น ลงมติ ไม่เห็นด้วย(ไม่อนุมตัิ) ขำวลงคะแนนเห็นดว้ยส่วนผจู้องหุน้อื่นอีก6คน ลงคะแนนไม่เห็นดว้ยกำรนบัคะแนนจะเป็นดงัน้ี ข้อกฎหมำย ตอ้งมีคะแนนเสียงขำ้งมำกไม่น้อยกว่ำก่ึงจำ นวนผูเ้ข้ำชื่อซ้ือหุ้นท้งัหมดซ่ึงมีสิทธิลงคะแนนได้ เท่ำกบัตอ้งไดค้นที่เห็นดว้ยไม่นอ้ยกวำ่ 4คน และคิดตำมจำ นวนหุ้นของคนที่เห็นด้วยรวมกนั ไม่น้อยกว่ำก่ึงจำ นวนหุ้นของผูถ้ือหุ้นเหล่ำน้ัน รวมกนัคือตอ้งได้ไม่นอ้ยกวำ่ 50,000 หุ้น
ส ำหรับนักศึกษำคณะนิติศำสตร์ มหำวิทยำลัยธรรมศำสตร์ ใชป้ระกอบกำรฟังคำ บรรยำยของรศ.สุดำวิศรุตพิชญ์เท่ำน้นั 105 ตำมตวัอยำ่ง จ ำนวนเสี ยงเห็นด้วย มีเพียง 1คนเท่ำน้ัน แม้จำ นวนหุ้นจะได้มำกกว่ำ50,000 หุ้น มติกำรให้ สัตยำบนัก็ไม่ผำ่นเสียงขำ้งมำก ในทำ นองตรงกนัขำ้ม ขำว 1คน จ ำนวนหุ้น 94,000 หุ้น ลงมติ ไม่เห็นดว้ย(ไม่อนุมตัิ) ผจู้องซ้ือหุน้อีก 6คน จ ำนวนหุ้น 6,000 หุ้น ลงมติ เห็นด้วย (อนุมัติ) ตำมตวัอยำ่ง จ ำนวนเสียงเห็นด้วย มีจ ำนวนคนถึง 6 คนมำกกวำ่ก่ึงหน่ึงแต่เมื่อนับจำ นวนหุ้นจะไดเ้พียง 6,000 หุน้ซ่ึงไม่ถึงก่ึงหน่ึงของจ ำนวนหุ้นท้งัหมด มติเรื่องกำรใหส้ ัตยำบนัก็ไม่ผำ่นเสียงขำ้งมำกอีกเช่นกนั ข้อสังเกต กำรนบัคะแนนที่วำ่น้ีตอ้งตดัคนที่ไม่มีสิทธิออกเสียงออกไม่นำ มำนบัเป็นฐำนคะแนน ในกรณีที่กฎหมำยกำ หนดหลกักำรแบบน้ีคือวำ่กิจกำรพวกน้ีเป็นกิจกำรที่ส ำคญัเพรำะฉะน้นัตอ้งมี กำรเห็นพอ้งกนัในระดบัหน่ึง ท้งัผถู้ือหุน้รำยใหญ่(ได้เปรียบที่จ ำนวนหุ้น) และผถู้ือหุน้รำยยอ่ย(ได้เปรียบที่ จ ำนวนคน) ส่วนวธิีกำรประชุมในที่ประชุมต้งับริษทักฎหมำยใหอ้นุโลมเอำกำรประชุมผถู้ือหุน้มำใช้ รำยละเอียดต่ำงๆ มำตรำ1107วรรคสุดทำ้ยได้กล่ำวถึงวิธีกำรประชุมไว้โดยใช้คำ ว่ำบทบญัญตัิ ท้งัหลำยแห่งมำตรำ 1176 1187 1188 1189 1191 1192 1195 น้ันท่ำนให้เอำมำบังคบัแก่ตนแก่กำร ประชุมต้งับริษทัดว้ยโดยอนุโลม เมื่อดูบทบญัญตัิมำตรำต่ำงๆ เหล่ำน้ีจะเห็นวำ่ มำตรำ 1176 เป็ นเรื่องผู้มีสิทธิที่จะเข้ำประชุม มำตรำ 1187เป็นเรื่องกำรมอบฉันทะให้มำประชุม และประกอบกบัมำตรำ 1188เป็นหนังสือต้งั ผูร้ับฉันทะจะต้องท ำอย่ำงไร และ มำตรำ 1189ผลของกำรมอบฉันทะเป็นอย่ำงไรเป็นเรื่องของกำร มอบฉนัทะคือไม่สำมำรถมำประชุมดว้ยตนเองไดก้็มีกำรมอบฉนัทะใหบุ้คคลอื่นมำประชุมแทน มำตรำ1191 น้นัเป็นเรื่องของกำรนบัคะแนนเสียง ที่วำ่1 หุน้1เสียง หรือวำ่1คน 1เสียง มำตรำ 1192 กรณีที่มีกำรลงคะแนนลับ มำตรำ 1195 เป็ นเรื่องกำรเพิกถอนมติที่ได้จำกกำรประชุมที่ไม่ชอบ
ส ำหรับนักศึกษำคณะนิติศำสตร์ มหำวิทยำลัยธรรมศำสตร์ ใชป้ระกอบกำรฟังคำ บรรยำยของรศ.สุดำวิศรุตพิชญ์เท่ำน้นั 106 สิ่งที่ผเู้ริ่มก่อกำรตอ้งทำ หลงัจำกมีกำรประชุมต้งับริษทัแลว้กำ หนดไวใ้น มำตรำ 1110 คือ มำตรำ 1110 ตัวบท ให้ผูเ้ริ่มก่อกำรบริษทัมอบกำรท้งัปวงให้แก่กรรมกำรของบริษทักรรมกำรของบริษทัที่ว่ำน้ีคือ กรรมกำรชุดแรกของบริษทัที่ไดร้ับกำรเลือกมำจำกที่ประชุมต้งับริษทันนั่เอง เมื่อกรรมกำรได้รับมอบงำนจำกผเู้ริ่มก่อกำรแล้ว ก็ใหล้งมือจดักำรเรียกใหผู้เ้ริ่มก่อกำรและผูเ้ขำ้ชื่อ ซ้ือหุ้นท้ังหลำยใช้เงินในหุ้นซ่ึงจะต้องใช้เป็นตวัเงิน โดยเรียกหุ้นหน่ึงไม่น้อยกว่ำร้อยละยี่สิบห้ำของ มูลค่ำหุน้ที่จด ซึ่งเกณฑ์ที่กฎหมำยกำ หนดน้ีจะสอดคลอ้งกบัมำตรำ1105วรรคสองกบัวรรคสำม มำตรำ 1105 ตัวบท ในกำรเรียกเก็บเงินค่ำหุ้นครำวแรก ส ำคญัมำกเพรำะกฎหมำยบังคบั ให้กรรมกำรต้องเรียกเก็บ ไม่นอ้ยกวำ่ร้อยละ25ของมูลค่ำหุ้นแลว้ (จะเรียกเก็บเต็มมูลค่ำก็ได)้และที่ส ำคญัคือถำ้มีกำรขำยหุ้นสูงกวำ่ มูลค่ำที่จดทะเบียนเท่ำไร ส่วนที่สูงกว่ำน้ีเรียกว่ำ “ส่วนล้ำ มูลค่ำหุ้น”(Premium) กรรมกำรตอ้งเรียกเก็บ ส่วนล้ำ มูลค่ำท้งัหมดน้ีมำพร้อมกบักำรเรียกเก็บเงินค่ำหุน้ครำวแรกเสมอ ยกตวัอยำ่งเช่น มูลค่ำหุน้ตำมที่จดทะเบียนหุน้ละ10 บำท ถำ้บริษทัจะไม่เรียกเก็บเงินค่ำหุน้คร้ังเดียว จนเต็มมูลค่ำอำจก ำหนดได้ต ่ำสุด 2.50 บำทต่อหุ้น บริษัทแห่งน้ีกำ หนดว่ำในเบ้ืองต้นต้องกำรทุนแค่ 30%ก่อน เพรำะฉะน้นัจึงกำ หนดใหเ้รียกเก็บเงินค่ำหุน้ครำวแรกหุน้ละ3 บำทในมูลค่ำ10 บำท แต่ถำ้ในกำรนำ หุ้นออกหำคนจองซ้ือไดก้ำ หนดรำคำซ้ือไวว้ำ่จะขำยหุน้ละ14 บำท จะเห็นวำ่หุน้น้ี มีส่วนล้ำ มูลค่ำหุ้นละ4 บำท หนำ้ที่ของกรรมกำรชุดแรกในกำรไปเรียกเก็บเงินครำวแรกจำกบรรดำผูจ้องหุ้น ท้งัหลำยคือ ตอ้งเก็บส่วนที่เป็นค่ำหุ้นครำวแรก3 บำทตำมที่กำ หนด บวกด้วยส่วนล้ำ มูลค่ำหุ้นคือ 4 บำท ส่วนล้ำ มูลค่ำหุ้นตอ้งเก็บคร้ังเดียว ดงัน้นั ในกำรเรียกเก็บเงินค่ำหุ้นครำวแรกจึงเรียกจำกผู้จองซ้ือหุ้นทุกคน ในกำรช ำระเงิน หุ้นละ7 บำท (3+ 4) และบริษทัจะนำ ส่วนที่ไดจ้ำกค่ำหุ้นไปบริหำรจดักำร ส่วนเงินจำกส่วนล้ำ มูลค่ำหุ้นที่ไดม้ำตอ้งส่ง เขำ้บญัชีทุนส ำรองของบริษทัจะนำ ไปใช้จ่ำยไม่ได้(เรื่องเงินทุนส ำรองของบริษัท คืออะไร จะได้ศึกษำใน หวัขอ้ที่วำ่ดว้ยเรื่องทุนของบริษัทต่อไป) สำ หรับผูจ้องซ้ือหุ้นที่ไดร้ับอนุมตัิจำกที่ประชุมต้งับริษทัให้ชำ ระค่ำหุ้นเป็นทรัพยส์ินอยำ่งอื่น อำจ ยงัไม่ตอ้งส่งมอบส่วนลงหุ้น เช่น ยงัไม่ตอ้งโอนที่ดิน หรือโอนสิทธิในสิทธิบตัรในขณะที่บริษทัยงัไม่ได้ จดัต้งัข้ึน เพรำะจะต้องรอให้บริษัทจดทะเบียนจดัต้งัเรียบร้อยและมีสภำพนิติบุคคลก่อน เพื่อจะไดม้ำเป็น ผรู้ับโอนทรัพยส์ินต่อไป
ส ำหรับนักศึกษำคณะนิติศำสตร์ มหำวิทยำลัยธรรมศำสตร์ ใชป้ระกอบกำรฟังคำ บรรยำยของรศ.สุดำวิศรุตพิชญ์เท่ำน้นั 107 5. น ำข้อบังคับไปจดทะเบียนตั้งบริษัท (มำตรำ 1111 และมำตรำ 1112) มำตรำ 1110 ตัวบท กฎหมำยกำ หนดวำ่เมื่อกรรมกำรชุดแรกไดเ้รียกเก็บเงินค่ำหุน้มำครบถว้นตำมที่จะตอ้งเรียกเก็บแล้ว ดงัที่กล่ำวแล้วว่ำ เน้นเฉพำะจ ำนวนค่ำหุ้นที่ต้องใช้เป็ นตัวเงินเท่ำน้ัน ก็ให้กรรมกำรชุดแรกมีหน้ำที่ไป จดทะเบียนต้งับริษทักบักรมพฒันำธุรกิจกระทรวงพำณิชย์(ในกรณีที่ต้งัสำ นกังำนใหญ่อยจู่งัหวดัใดใหไ้ป ที่พำณิชย์จังหวัด) คำ ขอที่ไปจดทะเบียนน้ันจะตอ้งเป็นระบุรำยกำรตำมที่ตกลงกนั ในที่ประชุมต้งับริษทักนั ตำมที่ บัญญัติไว้ในมำตรำ 1111 มำตรำ1111 ตัวบท นอกจำกรำยกำรต่ำง ๆ แล้ว หำกบริษทัเห็นว่ำมีรำยกำรอย่ำงอื่นที่สมควรจะให้ประชำชนได้รับ ทรำบก็สำมำรถจดทะเบียนไวไ้ด้และเมื่อบริษทัที่ไดจ้ดัทำ ขอ้บงัคบัของบริษทัก็ใหส้ ่งสำ เนำขอ้บงัคบัใหแ้ก่ นำยทะเบียนตอนที่จดทะเบียนด้วย กำรจดทะเบียนน้นักฎหมำยกำ หนดกรอบไวใ้นมำตรำ1112ว่ำกำรจดทะเบียนถำ้ไม่ไดท้ำ ภำยใน 3เดือนนบัจำกประชุมต้งับริษทัท่ำนวำ่บริษทัน้นัเป็นอนัไม่ไดต้้งัข้ึน จะเห็นไดว้ำ่กระบวนกำรในกำรจดัต้งัต้งัแต่ประชุมต้งับริษทัจนกระทงถึง ั่กำรจดทะเบียนต้งับริษทั น้ีตอ้งจดัทำ ใหเ้สร็จสิ้นภำยใน 3 เดือนนบัแต่ประชุมต้งับริษทัดงัน้นันบัแต่ประชุมต้งับริษทัเสร็จ สิ่งที่ตอ้ง ทำ ท้งัหลำยไดแ้ก่ผูเ้ริ่มก่อกำรมอบงำนให้กรรมกำรกรรมกำรไปเรียกเก็บเงินค่ำหุ้น ผูจ้องซ้ือหุ้นชำ ระเงิน ค่ำหุน้ทุกอยำ่งตอ้งเสร็จภำยในกำ หนดหำกไม่สำมำรถทำ ได้ทำ ใหไ้ปจดทะเบียนภำยในกำ หนดเวลำดงักล่ำว ไม่ทนัมีผลทำ ให้บริษทัไม่ไดต้้งัข้ึน เมื่อบริษทัไม่ไดต้้งัข้ึนก็ไม่มีสภำพนิติบุคคล หำกตอ้งกำรต้งับริษทัก็ ตอ้งไปเริ่มกระบวนกำรใหม่ต้งัแต่ตน้คือต้งัแต่มีผเู้ริ่มก่อกำรมำจัดท ำหนังสือบริคณห์สนธิ และหำกไม่มีกำรดำ เนินกำรไปจดทะเบียนให้เรียบร้อยภำยในกำ หนดเวลำ บริษทัไม่ได้ต้งัข้ึน ก็ อำจจะมีปัญหำเรื่องเงินที่อำจไดร้ับมำจำกผจู้องซ้ือหุ้น กฎหมำยก็กำ หนดให้บรรดำเงินที่ได้รับไว้จำกผู้เข้ำชื่อ ซ้ือหุ้นน้นัก็ตอ้งคืนเต็มจำ นวน คำ ว่ำคืนเต็มจำ นวนก็คือว่ำผูจ้องหุ้นเขำจะตอ้งไดเ้งินที่เขำจองเป็นหุ้นคืน จนเต็ม ส่วนค่ำใช้จ่ำยที่เกิดข้ึนซึ่ งเป็นค่ำใช้จ่ำยของบริษทั ที่ได้ให้สัตยำบันไปแล้วผูเ้ริ่มก่อกำรต้องรับผิด ร่วมกันอย่ำงไม่จำ กัดตรำบใดที่บริษัทยงัไม่ได้จดัต้ังข้ึน ดังน้ันผูเ้ริ่มก่อกำรจึงต้องมีหน้ำที่ผลักดันให้ กรรมกำรไปด ำเนินกำรจดทะเบียนใหเ้สร็จสิ้น ในทำงปฏิบตัิผเู้ริ่มก่อกำรมักได้รับเลือกเป็ นกรรมกำรชุดแรกด้วย เพื่องำนจะไดต้่อเนื่อง ดงัน้นัถ้ำมี ค่ำใช้จ่ำยคำ้งอยูไ่ม่ไดค้ืนภำยใน 3เดือนภำยหลงัมีกำรประชุม กรรมกำรบริษทัตอ้งรับผิดร่วมกนัที่จะใชท้ ้งั
ส ำหรับนักศึกษำคณะนิติศำสตร์ มหำวิทยำลัยธรรมศำสตร์ ใชป้ระกอบกำรฟังคำ บรรยำยของรศ.สุดำวิศรุตพิชญ์เท่ำน้นั 108 ตน้เงินและดอกเบ้ีย ถ้ำกรรมกำรชักช้ำไม่ดำ เนินกำรคืน ให้กรรมกำรน้นัตอ้งรับผิดร่วมกนั ใช้ตน้เงินและ ดอกเบ้ีย ถำ้กรรมกำรคนใดพิสูจน์วำ่กำรที่เงินขำดหรือใชค้ืนชำ้ไปไม่ไดเ้ป็นควำมผดิของตนก็ไม่ตอ้งรับผดิ เมื่อได้จดทะเบียนต้งับริษัท จำ กัด เสร็จเรียบร้อยตำมข้ันตอนทุกประกำรแล้ว ผลของกำร จดทะเบียนก็จะทำ ให้บริษทัจำ กดัมีสภำพเป็นนิติบุคคลต้งัแต่วนัที่จดทะเบียน ดูมำตรำ 1114-มำตรำ 1124 ประกอบ) ข้อสังเกต กำรจดทะเบียนจดัต้ังบริษัทตำมข้ันตอนที่กล่ำวมำข้ำงต้น เป็นกำรจดทะเบียนจดัต้ังตำม กระบวนกำรปกติ จะต้องมีกำรจดทะเบียนหนงัสือบริคณห์สนธิก่อน แลว้จึงไปดำ เนินกำรประชุม เรียก เก็บเงินค่ำหุ้นครำวแรกเรียบร้อยแลว้ก็จะตอ้งมีกำรจดทะเบียนบริษทัอีกคร้ังหน่ึง บริษทัจำ กดัจึงจะ เป็นอนัจดัต้งัข้ึนและมีสภำพนิติบุคคล ต่อมำในปี2551 เพื่อให้กระบวนกำรจดัต้งัมีควำมรวดเร็วยิ่งข้ึน และสอดคล้องกบัทำงปฏิบตัิ จึงไดม้ีกำรแกไ้ขกฎหมำยเพื่อส่งเสริมใหก้ำรดำ เนินกำรจดัต้งับริษัทเกิดควำมรวดเร็วไม่ตอ้งรอเวลำไป จดทะเบียนถึง 2คร้ัง (จดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิและจดทะเบียนบริษัท) ให้ยุง่ยำก ดงัน้นั หำกมี กำรเตรียมกำรให้พร้อมก่อนกำรเดินทำงไปจดทะเบียนกับกระทรวงพำณิชย์แล้ว ตำมกฎหมำย ก็ สำมำรถดำ เนินกำรจดทะเบียนพร้อมกนั ในวนัเดียวกนัไปไดเ้ลย บทบัญญัติ มำตรำ 1111/1กำ หนดให้ผทู้ี่ตอ้งกำรจดัต้งับริษทัสำมำรถดำ เนินกำรจดัต้งัดว้ยกำร จดทะเบียนเสร็จสิ้นไดใ้นวนัเดียว โดยผเู้ริ่มก่อกำรจะตอ้งดำ เนินกำรตำมข้นัตอนต่ำง ๆ ไดแ้ก่ 1. กำ หนดว่ำบริษัทที่จะต้งัข้ึนจะมีทุนจดทะเบียนเท่ำไร แบ่งเป็นกี่หุ้น แต่ละหุ้นจะมีมูลค่ำ จดทะเบียนหุน้ละเท่ำใด 2. หำคนมำจองซ้ือหุน้ท้งัหมดใหค้รบ 3. ดำ เนินกำรประชุมต้งับริษทั โดยผูเ้ริ่มก่อกำรทุกคนและผูจ้องซ้ือหุ้นทุกคนตอ้งเห็นชอบใน กิจกำรที่ไดป้ระชุมกนัน้นั (ขอ้แตกต่ำงจำกกำรประชุมต้งับริษทัตำมกำรจดทะเบียนต้งับริษทัตำมปกติ คือต้องได้รับควำมเห็นชอบจำกผู้เริ่มก่อกำรและผู้เข้ำชื่อซื้อหุ้นทุกคน จะอำศัยเพียงมติเสียงข้ำงมำก ไม่ได)้ 4. มีกำรมอบกิจกำรใหแ้ก่กรรมกำรชุดแรก 5. กรรมกำรได้เรียกเก็บเงินค่ำหุน้ครำวแรกเรียบร้อยแล้ว กำรด ำเนินกำรเหล่ำน้ีตอนที่กรรมกำรชุดแรกไปขอจดทะเบียนจัดต้ังบริษัทพร้อมกำร จดทะเบียนหนงัสือบริคณห์สนธิในวนัเดียวกนัน้นักรรมกำรตอ้งนำ หลกัฐำนไปแสดงดว้ย
ส ำหรับนักศึกษำคณะนิติศำสตร์ มหำวิทยำลัยธรรมศำสตร์ ใชป้ระกอบกำรฟังคำ บรรยำยของรศ.สุดำวิศรุตพิชญ์เท่ำน้นั 109 3) ทุนของบริษทัจ ำกดั (หุ้น)และผู้ถ ื อหุ้น กฎหมำยกำ หนดเรื่องกำรจดัต้งับริษทัจำ กดั ใหแ้บ่งทุนเป็นหน่วย ๆ เท่ำ ๆ กนัแต่ละหน่วยของ ทุนเรียกว่ำ “หุ้น” ในบทน้ีจะศึกษำรำยละเอียดเกี่ยวกบัหุ้น และสิทธิ ควำมรับผิดของผู้ลงทุน คือ ผถู้ือหุน้ โดยแบ่งออกเป็ น 3 เรื่อง คือ (1) หลักควำมรับผิดของผู้ถือหุ้น (2) ประเภทของหุ้น (3) ลักษณะของหุ้นซ่ึงแบ่งเป็นหวัขอ้ยอ่ย 5หัวข้อยอ่ยไดแ้ก่ 3.1 มูลค่ำของหุน้ 3.2 หุน้เป็นทรัพยท์ ี่แบ่งไม่ได้ 3.3 หุ้นต้องช ำระด้วยเงิน 3.4 ใบส ำคัญแสดงหุ้น 3.5 กำรโอนหุ้นและผลของกำรโอนหุ้น (1) หลกัควำมรับผดิของผู้ถือหุ้น ควำมรับผิดของผู้ถือหุ้น มำตรำ 1096 กำ หนดให้ผูถ้ือหุ้นทุกคนรับผิดจำ กดัไม่เกินค่ำหุ้นที่ตนยงั ส่งใชไ้ม่ครบ มูลค่ำของหุน้ที่ตนถือ ผู้ถือหุ้นที่รับผิดอย่ำงจ ำกัดที่ว่ำน้ีหมำยถึงผู้ถือหุ้นที่ถือหุ้นอยู่ในขณะที่ถูกเรียกร้องจำก บุคคลภำยนอกแต่อยำ่งไรก็ตำม กฎหมำยยงักำ หนดให้ผูถ้ือหุ้นที่แมไ้ดโ้อนหุ้นไปแลว้ยงัอำจตอ้งรับผิดใน หน้ีของบริษทัที่เกิดข้ึนก่อนที่ตนจะไดโ้อนหุ้นออกไปอยู่ในทำ นองเดียวกบัหุ้นส่วนในห้ำงหุ้นส่วนที่ได้ ออกจำกห้ำงไปแลว้ยงัอำจตอ้งรับผิดในหน้ีที่เกิดข้ึนก่อนที่ตนจะออกอยู่แต่ส ำหรับผูถ้ือหุ้นในบริษทัจำ กดั ที่มีควำมรับผิดจ ำกัด มีเงื่อนไขรำยละเอียดที่จะได้ศึกษำในหัวข้อ3.5กำรโอนหุ้นและผลของกำร โอนหุน้ ในบทน้ีต่อไป ตวัอยำ่งควำมรับผิดอนัจำ กดัของผูถ้ือหุ้น เช่น บริษัท จำ กดัแห่งหน่ึง มีทุนจดทะเบียน 1 ล้ำนบำท แบ่งทุนออกเป็น 1แสนหุ้น มูลค่ำหุ้นละ10 บำท ในกำรเรียกให้ชำ ระค่ำหุ้นครำวแรก บริษทัไม่จำ เป็นต้อง เรียกเก็บคร้ังเดียวจนเต็มค่ำแต่จะตอ้งเรียกอย่ำงน้อยไม่ต่ำ กว่ำ25%ของมูลค่ำหุ้นที่จดทะเบียน สมมติว่ำ บริษทัน้ีเรียกเก็บค่ำหุ้นคร้ังแรกหุ้นละ3 บำท ผูถ้ือหุ้นไดช้ำ ระค่ำหุ้นให้กบับริษทัตำมที่เรียกเก็บเรียบร้อย แล้ว ในหลกัควำมรับผิดของผูถ้ือหุ้นที่รับผิดจำ กดัไม่เกินมูลค่ำหุ้นที่ตนยงัส่งใช้ไม่ครบน้ีหมำยควำมว่ำ เมื่อเจำ้หน้ีเรียกให้บริษทัจำ กดัชำ ระหน้ีหำกบริษทัไม่มีทรัพยส์ินพอที่จะชำ ระหน้ีเจำ้หน้ีก็จะมำเรียกให้
ส ำหรับนักศึกษำคณะนิติศำสตร์ มหำวิทยำลัยธรรมศำสตร์ ใชป้ระกอบกำรฟังคำ บรรยำยของรศ.สุดำวิศรุตพิชญ์เท่ำน้นั 110 ผู้ถือหุ้นช ำระค่ำหุ้นเขำ้เป็นทุนของบริษทัผูถ้ือหุ้น ณ วนัที่เจำ้หน้ีเรียกก็ตอ้งรับผิดต่อเจำ้หน้ีแต่เขำก็ตอ้ง รับผิดอีกเพียงหุ้นละ7 บำทเท่ำน้นั แต่ถำ้สมมติขอ้เท็จจริงเพิ่มเติมว่ำผูถ้ือหุ้นไดโ้อนหุ้นที่กล่ำวถึงน้ีออกไปให้ผูร้ับโอน เมื่อเจำ้หน้ี เรียกให้ผู้ถือหุ้นรับผิดอีกหุ้นละ 7 บำท ตำมตวัอยำ่งคนที่ตอ้งรับผิดคือผูร้ับโอนหุ้นมำและเป็นผูถ้ือหุ้นอยู่ ในขณะที่เจำ้หน้ีเรียกให้รับผิด ถำมวำ่ แล้วผู้ถือหุ้นคนเดิมที่เป็ นผู้โอนหุ้นออกไปแล้วยังมีควำมรับผิดใดๆ ในหน้ีของบริษทัอยหู่รือไม่ ในกรณีบริษทัจำ กัด กฎหมำยได้กำ หนดเรื่องควำมรับผิดของผู้ถือหุ้นคนที่โอนออกไปแล้วโดย เงื่อนไขวำ่ หำกหุ้นที่โอนไปน้นัเป็นหุ้นที่ยงัชำ ระค่ำหุน้ ไม่ครบ คือยงัไม่เตม็มูลค่ำที่จดทะเบียนไว้ผู้ถือหุ้นคน ที่โอนไปแล้วน้นัก็ยงัคงมีควำมรับผิดอยู่แต่ภำยใตเ้งื่อนไข ตำม มำตรำ 1133คือไม่ไดร้ับผิดทุกกรณีจะรับผิด ก็ต้องเป็ นไปตำมเงื่อนไข ซึ่งกฎหมำยกำ หนดไว้จะไดศ้ึกษำต่อไป (2) ประเภทของหุ้น กำรแบ่งหุ้นเป็นประเภทต่ำงๆ มีวิธีกำรแบ่งไดห้ลำกหลำยวิธีแลว้แต่มุมมองและวัตถุประสงค์ใน กำรแบ่งประเภท วำ่ตอ้งกำรแบ่งประเภทเพื่อพิจำรณำหุน้ ในเรื่องใด เช่น -แบ่งประเภทของหุน้ โดยดูสถำนะของผู้ถือหุ้น แบง่ออกไดเ้ป็น 2 ประเภทไดแ้ก่ หุ้นทุน ที่ผู้ถือหุ้นมีสถำนะเป็ นผู้ลงทุน/เป็นเจำ้ของ(หุน้ สำมญัและหุน้บุริมสิทธิ)กบั หุ้นกู้ที่ผูถ้ือหุ้นมีสถำนะเป็นเจำ้หน้ีคือบริษทักูเ้งินจำกประชำชนดว้ยกำรแบ่งจ ำนวนเงินที่ตนเอง ตอ้งกำรจะกูอ้อกเป็นหน่วยๆ เรียกว่ำหุ้นกู้เช่น ตอ้งกำร10ลำ้นบำท ก็อำจแบ่งออกเป็นหุ้นกู้มูลค่ำหุ้นละ 100 บำท กำ หนดสิทธิประโยชน์ที่จะให้แก่ผูถ้ือหุ้นกู ้ซึ่ งส่วนใหญ่แล้วจะเป็นลกัษณะที่เป็นดอกเบ้ียใน อัตรำที่คงที่ที่จะจ่ำยให้แก่ผูถ้ือหุ้นกู้และกำ หนดเวลำที่จะไถ่ถอนคืน ผู้ที่ถือหุ้นกู้น้ันไม่มีสิทธิที่จะเข้ำ ประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้น ไม่มีสิทธิพ้ืนฐำนอย่ำงพวกที่ถือหุ้นทุนมีแต่มีสิทธิในฐำนะที่เป็นเจ้ำหน้ีดังน้ัน ถำ้บริษทั ประกอบกำรแลว้ขำดทุน ถึงสิ้นปีตำมกำ หนดเวลำที่บริษทัผูอ้อกหุ้นกูจ้ะตอ้งชำ ระดอกเบ้ียให้แก่ ผถู้ือหุ้นกู้บริษัทจะอ้ำงเหตุขำดทุนจึงไม่จ่ำยดอกเบ้ียให้ไม่ได้ต่ำงจำกผู้ถือหุ้นทุน ถ้ำ บริษัทขำดทุน บริษัท ไม่ตอ้งจ่ำยปันผลใหแ้ก่บรรดำผถู้ือหุน้ -แบ่งประเภทของหุ้นโดยพิจำรณำกำรช ำระค่ำหุ้น แบ่งออกไดเ้ป็น 2 ประเภท คือ หุ้นที่ชำ ระค่ำหุ้น เป็นเงิน กบัหุน้ที่ชำ ระค่ำหุน้ดว้ยทรัพยส์ินอยำ่งอื่นนอกจำกเงิน หรือ -แบ่งประเภทของหุน้ โดยแยกตำมสิทธิของผู้ถือหุ้น แบ่งออกไดเ้ป็น 2 ประเภทไดแ้ก่หุ้นสำมญักบั หุ้นบุริมสิทธิ หรือ
ส ำหรับนักศึกษำคณะนิติศำสตร์ มหำวิทยำลัยธรรมศำสตร์ ใชป้ระกอบกำรฟังคำ บรรยำยของรศ.สุดำวิศรุตพิชญ์เท่ำน้นั 111 -แบ่งประเภทของหุน้ โดยแยกตำมใบหุ้นแบ่งออกไดเ้ป็น2 ประเภทไดแ้ก่หุน้ที่มีใบหุน้ชนิดระบุชื่อ ผู้ถือหุ้น กบัหุน้ที่มีใบหุน้ชนิดออกใหแ้ก่ผู้ถือ ในหัวข้อน้ีจะขออธิบำยรำยละเอียดกำรแบ่งประเภท โดยแยกตำมสิทธิของผูถ้ือหุ้นเพื่อดูวำ่ สิทธิ ของผู้ถือหุ้นแต่ละประเภทมีสิทธิต่ำงกนัอยำ่งไรและแยกตำมใบหุน้เพื่อดูเรื่องกำรโอนหุน้ ไดแ้ก่ 2.1) แบ่งตำมสิทธิของผูถ้ือหุ้น เพื่อดูว่ำผูถ้ือหุ้นจะมีสิทธิในฐำนะผู้ถือหุ้นประกำรใดบ้ำง แบ่งหุ้น ตำมประเภทน้ีออกไดเ้ป็น 2 ประเภท คือหุ้นสำมญักบัหุ้นบุริมสิทธิผูถ้ือหุ้นบุริมสิทธิจะมีสิทธิที่แตกต่ำง จำกผูถ้ือหุ้นสำมญัท้งัน้ีข้ึนอยู่กบัสภำพแห่งบุริมสิทธิที่ได้กำ หนดไวโ้ดยที่ประชุมจดัต้งับริษทัตอนต้งั บริษัท หรือโดยที่ประชุมใหญ่ผถู้ือหุน้เมื่อมีกำรเพิ่มทุนและออกหุน้ ใหม่เพิ่มทุนเป็นหุน้บุริมสิทธิ 2.2) แบ่งตำมประเภทของใบหุ้น เพื่อประโยชน์ในกำรพิจำรณำเรื่องของกำรโอนหุ้น แบ่งหุ้นตำม ประเภทของใบหุ้นได้เป็ น 2 ประเภท คือ หุ้นที่มีใบหุ้นชนิดระบุชื่อเรียกยอ่ๆ ว่ำ“หุ้นระบุชื่อ”กบัหุ้นที่มี ใบหุ้นชนิดผู้ถือ เรียกยอ่ๆ วำ่ “หุ้นผู้ถือ” 2.1 แบ่งตำมสิทธิของผู้ถือหุ้นได้แก่ หุ้นสำมัญกบัหุ้นบุริมสิทธิ บริษทัจำ กดัเมื่อแบ่งทุนเป็นหุ้น แต่ละหุ้นมีมูลค่ำเท่ำ ๆ กนัน้นัหุ้นดงักล่ำวโดยปกติแลว้จะเป็ น “หุ้นสำมัญ” ถ้ำบริษัทใดต้องกำรจะออกหุ้นบุริมสิทธิจะตอ้งมีกำรกำ หนดกนัไวใ้นกำรประชุมจดัต้งับริษทั วำ่จะมีกำรออกหุน้บุริมสิทธิและสภำพของหุน้บุริมสิทธิจะเป็นอยำ่งไร หุ้นบุริมสิทธิเป็นหุ้นที่ให้สิทธิแก่ผูถ้ือหุ้นแตกต่ำงจำกผูถ้ือหุ้นสำมญัดงัน้นัจึงตอ้งทำ ควำมเขำ้ใจ สิทธิพ้ืนฐำนของผู้ถือหุ้นสำมัญทวั่ ไปก่อน ว่ำสิทธิต่ำงๆ ที่ผูถ้ือหุ้นสำมัญทวั่ ไปมีได้แก่เรื่องใดบ้ำงเมื่อ หุ้นใดที่ให้สิทธิแก่ผูถ้ือหุ้นโดยกำ หนดให้มีสิทธิในเรื่องใดที่แตกต่ำงจำกสิทธิพ้ืนฐำนที่วำ่น้ีก็จะเป็นเรื่อง กำรกำ หนดสิทธิในหุน้ที่เรียกวำ่ “สภำพแห่งบุริมสิทธิ” นนั่เอง ผถู้ือหุน้ สำมญัจะตอ้งมีสิทธิพ้นืฐำนอยู่4 ประกำร ไดแ้ก่ สิทธิประกำรที่ 1ผู้ถือหุ้นทุกคนตอ้งมีสิทธิที่จะเขำ้ประชุมใหญ่ไม่วำ่เป็นกำรประชุมคร้ังใด มำตรำ 1176 ตัวบท กำรเขำ้ประชุมใหญ่ถือเป็นส่วนหน่ึงของกำรบริหำรกิจกำรของบรรดำผูถ้ือหุ้นดว้ยกำรใชท้ ี่ประชุม ใหญ่ครอบงำ กำรจดักำรของกรรมกำรและสิทธิในกำรเขำ้ประชุมของผูถ้ือหุ้นน้ีเป็นสิทธิที่ไม่อำจตกลง ตดัสิทธิหรือเปลี่ยนแปลงสิทธิให้เป็นอย่ำงอื่น เวน้แต่เป็นกรณีที่กฎหมำยกำ หนด (ไม่มีในกรณีของบริษทั จำ กดั)
ส ำหรับนักศึกษำคณะนิติศำสตร์ มหำวิทยำลัยธรรมศำสตร์ ใชป้ระกอบกำรฟังคำ บรรยำยของรศ.สุดำวิศรุตพิชญ์เท่ำน้นั 112 สิทธิประกำรที่ 2 ผู้ถือหุ้นทุกคนจะต้องมีสิทธิออกเสียงในที่ประชุมใหญ่ เมื่อผูถ้ือหุ้นมีสิทธิเขำ้ประชุมเพื่อครอบงำ กำรจดักำรกำรบริหำรโดยองคก์รกลุ่มก็จำ เป็นตอ้งใชม้ติของ ที่ประชุม ดงัน้นัจึงกำ หนดใหผู้ถ้ือหุ้นทุกคนที่เขำ้ประชุมจะมีสิทธิในกำรลงคะแนนเสียงแต่วำ่ สิทธิประกำรที่ 2 น้ีอำจมีกำรยกเว้นได้ ซึ่งข้อยกเว้นในเรื่องสิทธิกำรออกเสียงของผถู้ือหุ้นน้ีอำจจะเป็นขอ้ยกเวน้โดยกฎหมำยหรือ เป็ นข้อยกเว้นโดยข้อบังคับของบริษัท หรือจะเป็ นข้อยกเว้นโดยกำรกำ หนดสิทธิในตวัหุน้ ตวัอย่ำง กำรจำ กดัสิทธิในกำรออกเสียงของผู้ถือหุ้นโดยกฎหมำยเช่น ผู้ถือหุ้นคนใดไม่ได้ชำ ระ ค่ำหุ้นที่บริษทัเรียกเก็บ ผู้ถือหุ้นน้ันจะไม่มีสิทธิออกเสียงลงคะแนน (มำตรำ 1184) หมำยถึงผู้ถือหุ้นคนที่ คำ้งชำ ระค่ำหุน้ที่บริษทัเรียกเก็บแลว้ กำรจำ กดัสิทธิโดยข้อบังคับของบริษัท เช่น ขอ้บงัคบักำ หนดว่ำผูถ้ือหุ้นที่จะลงคะแนนเสียงใน บริษทัไดต้อ้งเป็นผูถ้ือหุ้นที่ถือหุ้นไม่นอ้ยกวำ่จำ นวนที่กำ หนด เช่น 1,000 หุ้น ดงัน้ีผูถ้ือหุ้นคนใดที่ถือหุ้น ไม่ถึง1,000 หุ้นในบริษทัน้ีก็จะไม่มีสิทธิในกำรลงคะแนนสียงแต่กฎหมำยก็ให้ทำงแกด้ว้ยกำรให้ผูถ้ือหุ้น ที่มีหุ้นไม่ถึงจำ นวนรวมตวักนักบัผูถ้ือหุ้นคนอื่นนับรวมหุ้นได้ถึงจำ นวนดงัที่กำ หนด เช่น รวมกน ั 3คน ได้ 1,000 หุน้พอดี(หรือเกินกวำ่น้นั )แลว้ต้งัคนหน่ึงในกลุ่มตนใชส้ิทธิลงคะแนนก็ได้(ดูมำตรำ1183) กำรจำ กัดสิทธิออกเสียงโดยตัวหุ้น เช่น บริษทัแบ่งหุ้นออกเป็นกลุ่ม และระบุว่ำหุ้นกลุ่มน้ัน ๆ มีสิทธิอย่ำงไรเช่น กำ หนดว่ำกำรนับคะแนนเสียง5 หุ้นมีสิทธิเท่ำกับ 1เสียง หรือ 1 หุ้นมีสิทธิเท่ำกับ 5เสียง เป็ นต้น ในกรณีของหุ้นบุริมสิทธิก็จะกำ หนดให้มีสิทธิในกำรออกเสียงที่แตกต่ำงจำกหุ้นสำมญั ได้ท้งัน้ี โดยที่บริษทัตกลงกำ หนดเรื่องสิทธิออกเสียงเป็นสภำพแห่งบุริมสิทธิดว้ย สิทธิประกำรที่ 3 สิทธิที่จะได้รับเงินปันผลเมื่อบริษทัมีกำ ไรและตกลงที่จะจ่ำยปันผลโดยปกติแลว้ กำรจ่ำยปันผล บริษทัก็จะจดัสรรให้ตำมหุ้นที่ถือในส่วนที่เท่ำ ๆ กัน เวน้แต่จะได้มีกำรกำ หนดให้มีกำร จ่ำยปันผลเป็นอยำ่งอื่นในกรณีที่เป็นหุน้บุริมสิทธิ ดงัน้นัหุน้บุริมสิทธิก็อำจมีกำรกำ หนดสภำพแห่งบุริมสิทธิให้ผู้ถือหุ้นบุริมสิทธิได้รับเงินปันผลที่ แตกต่ำงจำกผูถ้ือหุ้นสำมญัเช่น อำจจะได้ก่อนตำมจำ นวนที่กำ หนด และหำกมีกำ ไรเหลือค่อยจดัสรรให้ หุน้ สำมญัหรืออำจจะไดด้ีกวำ่ ในอตัรำที่กำ หนด เป็นตน้ สิทธิประกำรที่ 4 สิทธิที่จะได้รับส่วนแบ่งทรัพยส์ ินคืนเมื่อบริษัทเลิกกัน และยังมีทรัพย์สิน เหลือพอให้แบ่ง หมำยควำมวำ่ เมื่อบริษัทเลิกแล้ว บริษัทต้องจัดกำรช ำระบัญชี ไดแ้ก่รวบรวมทรัพย์สินมำ ชำ ระหน้ีสิน ส่วนที่เหลือตอ้งมำคืนทุน ผู้ถือหุ้นทุกคนต้องมีสิทธิได้รับทรัพย์สินคืน และถ้ำคืนทุนแล้ว ทุกคนได้รับครบถ้วนหมดแล้วยังมีทรัพย์สินเหลืออยู่นนั่คือกำ ไรก็มีกำรจดัสรรกำ ไรอีกทีหน่ึง
ส ำหรับนักศึกษำคณะนิติศำสตร์ มหำวิทยำลัยธรรมศำสตร์ ใชป้ระกอบกำรฟังคำ บรรยำยของรศ.สุดำวิศรุตพิชญ์เท่ำน้นั 113 ถำ้มีกำรกำ หนดสภำพแห่งบุริมสิทธิใหม้ีกำรจดัสรรคืนทุนที่แตกต่ำงเช่น ตอ้งคืนทุนใหแ้ก่ผถู้ือหุ้น บุริมสิทธิให้ครบก่อน หำกมีทรัพยส์ ินคงเหลือค่อยจดัสรรคืนให้แก่ผูถ้ือหุ้นสำมญัหรือคืนทุนให้แก่ ผู้ถือหุ้นบุริมสิทธิหลงัจำกจดัสรรใหผ้ถู้ือหุน้ สำมญัครบถว้นก่อน ดงัน้ีเป็นตน้ ส่วนใหญ่สิทธิพ้ืนฐำนของผถู้ือหุน้ที่กล่ำวมำเหล่ำน้ี ในทำงปฏิบตัิมีกำ หนดใหผู้ถือหุ้นบุริมสิทธิมี ้ สิทธิดีกว่ำผู้ถือหุ้นสำมัญ แต่ว่ำกำรกำ หนดสภำพบุริมสิทธิในหุ้นบุริมสิทธิหน่ึง ๆ น้ีไม่จำ เป็นที่จะตอง้ กำ หนดสภำพบุริมสิทธิเพียงแค่สิทธิในเรื่องใดเรื่องหนึ่งเพียงเรื่องเดียว อำจจะมีกำรกำ หนดสภำพแห่งสิทธิ 2 เรื่อง เช่น เรื่องสิทธิในกำรรับเงินปันผลกบั สิทธิออกเสียงเข้ำไปด้วยกนัเช่น ผู้ถือหุ้นบุริมสิทธิจะได้รับ เงินปันผลดีกวำ่แต่สิทธิออกเสียงดอ้ยกวำ่ ซึ่งหุ้นบุริมสิทธิพวกน้ีก็จะออกเพื่อจูงใจผูล้งทุนที่ตอ้งกำรลงทุน หวงัเงินปันผลอย่ำงเดียวโดยอำจไม่สนใจที่จะเขำ้ไปบริหำรจดักำรคือเขำมีคะแนนโหวดน้อยไม่เป็นไร แต่เขำหวงัวำ่เขำลงทุนไปแลว้เขำเชื่อใจผบู้ริหำรวำ่บริหำรแลว้มีกำ ไรเขำจะไดก้ำ ไรดีกวำ่คนอื่น เป็ นต้น เมื่อกำ หนดบุริมสิทธิแห่งหุน้ ไวเ้ป็นประกำรใดแลว้จะหำ้มเปลี่ยนแปลงแกไ้ข มำตรำ 1142 ตัวบท ในส่วนของสภำพแห่งบุริมสิทธิน้ีกฎหมำยจะเขียนไวช้ดัวำ่ถำ้บริษทัไดอ้อกหุ้นบุริมสิทธิไปแลว้ ไดก้ำ หนดไวว้ำ่บุริมสิทธิจะมีแก่หุน้น้นัๆ เป็นอยำ่งไร ท่ำนหำ้มไม่ใหแ้กไ้ขอีกเลย เนื่องจำกกำรกำ หนดสภำพบุริมสิทธิเมื่อกำ หนดแลว้ สิทธิน้ันจะติดอยู่ที่ตวัหุ้น ผูถ้ือหุ้นทุกคนที่ ไดร้ับโอนหุน้น้นัมำก็จะไดร้ับสิทธิตำมที่กำ หนดน้นัดงัน้นักำรกำ หนดเปลี่ยนแปลงสภำพแห่งบุริมสิทธิจึง เป็นกำรกระทบต่อผูถ้ือหุ้นน้นัที่มุ่งลงทุนเพื่อหวงัประโยชน์จำกกำรลงทุนตำมที่จดทะเบียนบุริมสิทธิไว้ จึงกำ หนดไวว้ำ่สภำพบุริมสิทธิมีอยำ่งไรก็ให้คงอยูอ่ยำ่งน้นัจะอำศยัที่ประชุมใหญ่ผูถ้ือหุ้นแกไ้ขให้ดีกวำ่ เดิม หรือใหด้อ้ยกวำ่เดิม หรือจะเปลี่ยนแปลงเป็นสิทธิอยำ่งอื่น เพิ่มเติมหรือตดัทอนใด ๆ ไม่ไดเ้ด็ดขำด ถ้ำหุ้นบุริ มสิ ทธิที่ออกมำน้ันออกเพื่อวตัถุประสงค์บำงอย่ำงและ ณ เวลำน้ีไม่จ ำเป็นต้องมี หุ้นบุริมสิทธิอยู่แลว้ตำมประมวลกฎหมำยแพ่งและพำณิชยไ์ม่มีบทบญัญตัิให้มีกำรแปลงสภำพหุ้น จำก หุ้นบุริมสิทธิเป็นหุ้นสำมญัต่ำงจำกบริษทัมหำชน จำ กดัที่มีบทบญัญตัิให้ทำ เช่นน้นัได้(ซ่ึงจะไดศึกษำใน ้ รำยละเอียดต่อไป ) ดงัน้นัส ำหรับบริษทัจำ กดั ในทำงปฏิบัติอำจจะต้องอำศัยเรื่องของกำรลดทุนด้วยกำร ลดจ ำนวนหุ้น แล้วจ ำนวนหุ้นที่บริษัทมีมติให้ลดลงคือหุ้นบุริมสิทธิ กล่ำวคือกำรดำ เนินกำรอำจทำ ได้ โดยจะต้องไปผ่ำนกระบวนกำรลดทุนด้วยกำรลดหุ้นก่อน กำรลดทุนเป็นอย่ำงไรจะได้ศึกษำในหัวข้อ “กำรเพิ่มทุน-ลดทุน” ต่อไป เคยมีปัญหำในเรื่องบุริมสิทธิในกำรจ่ำยปันผลที่มีกำรกำ หนดใหหุ้น้บุริมสิทธิไดร้ับเงินปันผลดีกวำ่ หุ้นสำมัญ เช่น ได้ดีกว่ำหุ้นละ 1 บำททุกคร้ังที่มีกำรจ่ำยปันผลเช่น ถ้ำหุ้นสำมัญได้หุ้นละ 1 บำท
ส ำหรับนักศึกษำคณะนิติศำสตร์ มหำวิทยำลัยธรรมศำสตร์ ใชป้ระกอบกำรฟังคำ บรรยำยของรศ.สุดำวิศรุตพิชญ์เท่ำน้นั 114 หุ้นบุริมสิทธิจะได้รับหุ้นละ 2 บำท เป็ นต้น และเมื่อมีกรณีของบริษัทที่“แตกพำร์” จำกเดิมที่กำ หนด มูลค่ำหุ้นตำมที่จดทะเบียน (พำร์) หุ้นละ100 บำท แตกให้เป็ นพำร์ 10 บำท กำรแตกพำร์น้ีไม่ไดม้ีผลต่อเรื่อง จำ นวนทุนจดทะเบียนของบริษทัเพรำะทุนเท่ำเดิม แต่หุ้นมีจำ นวนมำกข้ึนเพรำะมูลค่ำหุ้นลดลงเท่ำน้ัน ไม่ได้เป็นกำรลดทุน แต่บริษทัน้ีจะมีปัญหำเรื่องกำรจ่ำยปันผลต่อหุ้น เพรำะจำ นวนหุ้นที่แต่ละคนถือจะ ถูกแตกออก เช่น ตำมตวัอย่ำงขำ้งตน้ผูถ้ือหุ้นคนเดิม จำกที่เคยถือ 1 หุ้น จะกลำยเป็ นถือ 10 หุ้น เช่นน้ี จ ำนวนเงินปันผลที่จะได้ ถ้ำเป็นหุ้นบุริมสิทธิจะยงัคงได้รับปันผลดีกว่ำหุ้นสำมญัหุ้นละ1 บำท เช่นเดิม หรือไม่ถ้ำยงัคงได้หุ้นละ1 บำท จะทำ ให้ผูถ้ือหุ้นบุริมสิทธิจะได้สิทธิดีกว่ำเดิมถึง10เท่ำ (ถือ10 หุ้น ได้หุ้นละ 1 บำท จะเท่ำกบั 10 บำท ) ดงัน้นักำรที่บริษทัจะเปลี่ยนแปลง สิทธิในกำรได้รับเงินปันผลให้ลดลง ในสัดส่วนเดียวกนักบักำรแตกพำร์เพื่อใหผู้ถ้ือหุน้บุริมสิทธิไดร้ับประโยชน์จำกสภำพบุริมสิทธิเหมือนเดิม ก็ทำ ได้ไม่ถือว่ำเป็นกำรเปลี่ยนแปลงสภำพแห่งบุริมสิทธิตำมตวัอย่ำงเมื่อแตกพำร์จำก100 บำท เป็ น หุ้นละ 10 บำท ก็ต้องเปลี่ยนแปลงสภำพบุริมสิทธิให้ผูถ้ือหุ้นบุริมสิทธิมีสิทธิได้รับเงินปันผลดีกว่ำ หุ้นสำมัญหุ้นละ 10 สตำงค์ เป็ นต้น 2.2 แบ่งตำมใบหุ้นได้แก่หุ้นทมี่ีใบหุ้นชนิดระบุชื่อกบัหุ้นทมี่ีใบหุ้นชนิดผู้ถือ โดยหลกัแลว้บริษทัจะออกหุ้นที่มีใบหุ้นชนิดระบุชื่อผูถ้ือหุ้น แต่บริษทัอำจจะออกหุ้นชนิดที่มี ใบหุ้นชนิดผู้ถือได้ แต่ตอ้งเป็นไปตำมเงื่อนไขที่กำ หนดในกฎหมำย มำตรำ 1134 ตัวบท ใบหุ้นออกให้แก่ผูถ้ือหุ้น จะออกได้เมื่อมีข้อบังคับของบริษัทอนุญำตให้ออกและออกให้ได้แต่ เฉพำะหุ้นซึ่งได้ใช้เต็มมูลค่ำแลว้คำ วำ่ชำ ระเตม็ค่ำก็คือชำ ระเตม็ตำมมูลค่ำที่จดทะเบียนเท่ำน้นัเหตุผลที่เป็ น เช่นน้นัเพรำะเกี่ยวเนื่องกบัควำมรับผิดของผูถ้ือหุ้นที่ตอ้งรับผิดไม่เกินมูลค่ำหุ้นที่ตนถือ ดงัน้นัถำ้ส่งครบ เตม็ตำมมูลค่ำหุน้แลว้ผถู้ือหุน้น้นัๆ ก็ไม่มีควำมรับผดิใด ๆ อีกแลว้กำรออกหุน้ชนิดผถู้ือที่มีลกัษณะเฉพำะ ตำมวตัถุประสงค์ในกำรออกหุ้น คือจะทำ ให้มีกำรโอนหุ้นไดง้่ำย ๆ ดว้ยกำรส่งมอบใบหุ้นให้แก่ผูร้ับโอน กำรโอนก็สมบูรณ์(มำตรำ1135) ถ้ำหุ้นน้ันเป็นหุ้นที่ช ำระเต็มมูลค่ำแล้วจะโอนให้ใครเป็นผูถ้ือหุ้นก็ ไม่เป็นปัญหำเพรำะผถู้ือหุ้นไม่มีควำมรับผิดอีกแลว้ถำ้กฎหมำยไม่ไดก้ำ หนดเงื่อนไขเรื่องกำรชำ ระค่ำหุ้น เต็มมูลค่ำแล้วจะทำ ให้ผูถ้ือหุ้นสำมำรถหลบเลี่ยงควำมรับผิดได้ง่ำยด้วยกำรโอนหุ้นออกไป โดยบริษทั ไม่รู้วำ่จะตำมไปบงัคบัใหใ้ครเป็นผชู้ำ ระค่ำหุน้ ส่วนที่ยงัขำด แต่ถ้ำเป็นใบหุ้นชนิดระบุชื่อจะมีวิธีกำรโอนที่แตกต่ำงออกไป กฎหมำยบัญญัติวิธีกำรโอน ไว้เฉพำะในมำตรำ 1129โดยกำ หนดให้กำรโอนต้องทำ เป็นหนงัสือและลงลำยมือชื่อของผูโ้อนกบัผรู้ับโอน มีพยำนคนหน่ึงอย่ำงน้อยลงชื่อรับรอง มิเช่นน้ันเป็นโมฆะและยงัก ำหนดว่ำต้องมีกำรเปลี่ยนแปลง
ส ำหรับนักศึกษำคณะนิติศำสตร์ มหำวิทยำลัยธรรมศำสตร์ ใชป้ระกอบกำรฟังคำ บรรยำยของรศ.สุดำวิศรุตพิชญ์เท่ำน้นั 115 ชื่อผู้ถือหุ้นในสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นของบริษัท ในกรณีน้ีบริษทัจะรับรู้ว่ำใครเป็นผูถ้ือหุ้นของบริษทั ผ่ำนทำงสมุดทะเบียนผูถ้ือหุ้นของบริษทัถำ้ออกหุ้นชนิดระบุชื่อจึงไม่เป็นปัญหำในกำรหำตวัผู้ถือหุ้นที่ ตอ้งรับผดิในส่วนของมูลค่ำหุน้ที่ยงัชำ ระไม่ครบ (3) ลกัษณะของหุ้น หัวข้อ ลักษณะของหุ้น จะแบ่งออกเป็น 5 หัวข้อ เริ่มต้ังแต่3.1) มูลค่ำของหุ้น 3.2) หุ้นเป็ น ทรัพย์แบ่งไม่ได้3.3) กำรชำ ระค่ำหุ้นที่โดยหลักแล้วต้องช ำระด้วยเงินแต่ก็มีข้อยกเว้น 3.4) ใบส ำคัญแสดง หุ้นหรือที่เรียกวำ่ ใบหุ้น และ3.5) กำรโอนหุ้นและผลของกำรโอนหุ้น ซึ่งจะดูเรื่องควำมรับผิดของผู้ถือหุ้น ที่ไดโ้อนหุน้ออกไปแลว้วำ่ยงัตอ้งรับผดิอีกหรือไม่อยำ่งไร ที่เคยคำ้งคำ ตอบไว้ 3.1 มูลค่ำหุ้น มำตรำ 1117 ตัวบท หุน้น้นัเป็นส่วนของทุน กฎหมำยกำ หนดให ้ในบริษัทหนึ่ง ๆ หุน้แต่ละหุ้นตอ้งมีมูลค่ำจดทะเบียน (ที่เรียกกนัวำ่รำคำพำร์) เท่ำๆ กนัเช่น มูลค่ำหุน้ละ10 บำท ไม่วำ่หุน้น้นัจะเป็นหุน้ สำมญั หรือหุ้นบุริมสิทธิ มูลค่ำที่วำ่น้ีไม่ไดห้มำยถึงรำคำที่บริษทันำ หุน้ออกให้จองซ้ือเพรำะบริษทัอำจนำ หุ้นออกให้จองซ้ือ ในรำคำที่แตกต่ำงกนัและรำคำที่บริษทัออกใหผ้จู้องซ้ืออำจจะมีกำรกำ หนดรำคำสูงกวำ่มูลค่ำที่จดทะเบียนก็ ได้แตจ่ะออกใหจ้องซ้ือต่ำ กวำ่มูลค่ำที่จดทะเบียนไม่ได(้มำตรำ1105) เพรำะจะท ำให้ทุนของบริษัทขำดไป ส ำหรับมูลค่ำของหุ้นน้นักฎหมำยกำ หนดมูลค่ำข้นัต่ำ ไวว้ำ่แต่ละหุ้นจะตอ้งไม่ต่ำ กว่ำ5 บำท แต่ ไม่มีข้นัสูงคือจะกำ หนดมูลค่ำหุ้น หุ้นละ1 แสนบำท ก็ได้แต่ในทำงปฏิบตัิไม่นิยมกำ หนดมูลค่ำหุ้นสูง มำก ๆ เพรำะทำ ให้หำผซู้้ือหุน้ยำก นิยมให้หุน้มีมูลค่ำไม่สูงเพรำะหำกใครตอ้งกำรลงทุนสูงก็สำมำรถถือหุ้น จ ำนวนมำก ๆ ได้ เช่น บริษทัแห่งหน่ึง มีทุนจดทะเบียน 1ลำ้นบำท แบ่งออกเป็น 1แสนหุ้น มูลค่ำหุ้น หุ้นละ10 บำท บริษทัน ำหุ้นออกหำผูจ้องซ้ือโดยกำ หนดว่ำ หุ้นบุริมสิทธิที่มีสิทธิดีกว่ำหุ้นสำมญัออกในรำคำหุ้นละ 15 บำท ส่วนหุ้นสำมญัออกในรำคำหุ้นละ11 บำท เป็นตน้รำคำที่ออกขำยน้ีจะต่ำ กวำ่ 10 บำท เช่น 9 บำท ไม่ได้เพรำะจะทำ ใหทุ้นจดทะเบียนมีแค่9แสนบำท มีไม่ครบ 1ล้ำนบำท ตำมที่จดทะเบียน 3.2 หุ้นเป็ นทรัพย์แบ่งไม่ได้ มำตรำ 142 ให้นิยำม ทรัพย์ที่แบ่งไม่ได้ว่ำคือทรัพย์อันจะแยกออกจำกกันไม่ได้นอกจำก เปลี่ยนแปลงภำวะของทรัพย์และหมำยควำมรวมถึงทรัพยท์ ี่มีกฎหมำยบญัญตัิวำ่แบ่งไม่ไดด้ว้ย
ส ำหรับนักศึกษำคณะนิติศำสตร์ มหำวิทยำลัยธรรมศำสตร์ ใชป้ระกอบกำรฟังคำ บรรยำยของรศ.สุดำวิศรุตพิชญ์เท่ำน้นั 116 มำตรำ 1118 ตัวบท ในส่วนของหุน้กฎหมำยบญัญตัิไวว้ำ่หุน้น้นัเป็นทรัพยท์ ี่แบ่งแยกไม่ได้ หุ้น 1 หุ้นเป็น 1 หน่วย หุ้น 1 หน่วยน้ันจะมีมูลค่ำที่จดทะเบียนไวเ้ท่ำใด ก็เป็น 1 หุ้นไม่สำมำรถ แบ่งได้เช่น หุ้นมีมูลค่ำจดทะเบียนหุ้นละ 10 บำท จะแบ่งหุ้นเป็น 2 หุ้น หุ้นละ 5 บำทไม่ได้เวน้แต่ จะไปด ำเนินกำรจดทะเบียนแตกพำร์ตำมที่เคยกล่ำวมำแลว ้ เพื่อเปลี่ยนแปลงมูลค่ำของหน่วยทุกหน่วย ดว้ยเหตุน้ีกฎหมำยจึงตอ้งกำ หนดว่ำถ้ำบุคคลมีจ ำนวนต้งัแต่สองคนข้ึนไปถือหุ้นร่วมกนั ในกำร ใช้สิทธิในฐำนะผู้ถือหุ้น จะตอ้งต้งัใหค้นใดคนหน่ึงในจำ นวนน้นัแต่คนเดียวเป็นผูใ้ชสิทธิ ้ ไม่เช่นน้นัแลว้ จะท ำให้ผู้ถือหุ้นคนอื่น ๆ เสียเปรียบ เพรำะ ผู้ถือหุ้นคนอื่นเวลำเขำ้ประชุมก็จะเขำ้ได้คนเดียวแต่ในกรณี ผูถ้ือหุ้นร่วมกนั ให้ทุกคนเขำ้ประชุมได้ก็จะเป็นปัญหำเพรำะฉะน้นัถำ้ใครถือหุ้นร่วมกนัตอ้งตกลงให้ใคร คนหน่ึงในระหวำ่งพวกของตนมำท ำหน้ำที่เป็ นผู้ถือหุ้นแทน เป็นเหมือนหลกักรรมสิทธ์ิรวมนนั่เอง ปัญหำที่ตอ้งพิจำรณำคือผูถ้ือหุ้นที่ถือหุ้นร่วมกนัน้นัจะอำ้งวำ่ต่ำงคนต่ำงมำประชุมหรือใช้สิทธิ แทนหุ้นแบ่งส่วนกนัไดห้รือไม่เช่น ดำ และแดงถือหุ้นร่วมกนั 100 หุ้น ดำ จะอำ้งวำ่ตนใชส้ิทธิในจำ นวน 50 หุ้น ส่วนแดงก็ใช้สิทธิในฐำนะผูถ้ือหุ้นในส่วนที่เหลืออีก 50 หุ้น ได้หรือไม่เมื่อดูวตัถุประสงค์ของ กฎหมำยจะพบวำ่กฎหมำยไม่ตอ้งกำรให้อำ้งไดเ้ช่นน้นัดงัน้นัดำ และแดงจึงตอ้งต้งัคนใดคนหน่ึงใชส้ิทธิ แทนหุน้ท้งัหมด 100 หุน้เท่ำน้นั เรื่องควำมรับผิดในกำรใช้เงินค่ำหุ้นก็เช่นกนับุคคลท้งัหลำยที่ถือหุ้นร่วมกนัเหล่ำน้ัน ต้องรับผิด ร่วมกนัต่อบริษทัในกำรใช้เงินค่ำหุ้น ผูถ้ือหุ้นจะอำ้งวำ่ตนไดอ้อกใช้ค่ำหุ้นส่วนที่ตนตอ้งรับผิดชอบไปแลว้ ให้บริษทัไปเรียกเอำจำกผูถ้ือหุ้นร่วมอีกคนหน่ึงเช่นน้ีจะอำ้งไม่ได้เพรำะเป็นเหมือนลูกหน้ีร่วมกนัในกำรใช้ ค่ำหุ้น และถ้ำผูถ้ือหุ้นคนใดออกเงินค่ำหุ้นเกินไปกว่ำที่ได้ตกลงกัน ก็ต้องไปไล่เบ้ียในระหว่ำงผูถ้ือหุ้น ร่วมกนัซ่ึงก็เป็นเพรำะลกัษณะของหุน้ที่เป็นทรัพยท์ ี่แบ่งไม่ได้ ในกรณีที่ผู้ถือหุ้นอยำกใช้สิทธิในฐำนะผูถ้ือหุ้นแยกจำกกนัก็อำจทำ ได้แต่ตอ้งไปขอจดทะเบียน เปลี่ยนแปลงชื่อผถู้ือหุน้ ในสมุดทะเบียนของบริษทัวำ่ ใครถือหุน้จำ นวนเท่ำใด ก่อน 3.3 หุ้นต้องช ำระด้วยเงินและข้อยกเว้น มำตรำ 1119 ตัวบท หุ้นทุกหุ้นในบริษัท โดยหลักแล้วจะต้องช ำระด้วยเงินจนเต็มมูลค่ำ แต่ก็มีข้อยกเวน้ ที่หุ้นในบริษัท อำจจะไม่ต้องช ำระด้วยเงิน คือให้ช ำระด้วยทรัพย์สินอย่ำงอื่น จนเตม็ค่ำหรือชำ ระบำงส่วนดว้ยทรัพยส์ินอยำ่งอื่นได้ นนั่ คือ
ส ำหรับนักศึกษำคณะนิติศำสตร์ มหำวิทยำลัยธรรมศำสตร์ ใชป้ระกอบกำรฟังคำ บรรยำยของรศ.สุดำวิศรุตพิชญ์เท่ำน้นั 117 1) หุ้นที่ออกตำมมำตรำ 1108 อนุมำตรำ 5 หมำยถึงหุ้นตอนที่จดัต้งับริษทัและที่ประชุมต้งับริษทั อนุมัติใหม้ีกำรออกหุน้ที่ชำ ระดว้ยทรัพยส์ินอยำ่งอื่น 2) หุ้นที่ออกตำมมำตรำ 1221 หมำยถึงหุ้นที่ออกใหม่ในตอนเพิ่มทุน คือเมื่อบริษทัจดัต้งัข้ึนแล้ว บำงคร้ังบริษทัตอ้งกำรทุนเพิ่ม เช่นเพื่อขยำยกิจกำรวิธีกำรเพิ่มทุนทำ ไดท้ำงเดียวคือเพิ่มจำ นวนหุ้น คือตอ้ง ออกหุ้นใหม่เพิ่มทุนไป และหุ้นที่ออกใหม่โดยหลักแล้วก็ตอ้งช ำระเป็ นเงินเช่นกนัแต่ถำ้บริษทัตอ้งกำรเพิ่ม ทุนและมีหุ้นที่ออกใหม่เพิ่มทุนน้นัชำ ระค่ำหุ้นดว้ยทรัพยส์ินอยำ่งอื่นก็ให้ทำ ไดเ้ช่นกนัแต่ตอ้งขอมติพิเศษ จำกที่ประชุมผู้ถือหุ้นก่อน กำรเรียกเกบ็เงินค่ำหุน้ ต้งัแต่เริ่มจดัต้งับริษทั เมื่อกรรมกำรชุดแรกเรียกเก็บเงินค่ำหุ้นครำวแรกหลงัจำกประชุมต้งับริษทั เสร็จเรียบร้อย มำตรำ 1110 วรรคสองให้กรรมกำรชุดแรกเรียกเก็บเงินค่ำหุ้นตำมมติที่ประชุมต้งับริษทั โดยแต่ละหุ้นจะต้องเรียกเก็บไม่ต่ำ กว่ำ25% ของมูลค่ำหุ้นที่จดทะเบียน ส่วนกำรเรียกเก็บเงินค่ำหุ้น ครำวต่อ ๆ ไปน้ัน จะเรียกเก็บอีกเมื่อไรและเรียกเก็บอีกคร้ังละเท่ำใด กฎหมำยไม่ได้กำ หนดไว้ให้เป็น ดุลพินิจของกรรมกำร เวน้แต่ที่ประชุมใหญ่ผถู้ือหุน้จะไดก้ำ หนดไวเ้ป็นอยำ่งอื่น เนื่องจำกกรรมกำรเป็ นคน บริหำรจัดกำรบริษัท ยอ่มรู้วำ่ทุนของบริษทัที่จำ เป็นตอ้งเอำมำใชใ้นกำรดำ เนินกำรน้ีมีควำมจำ เป็นที่จะตอ้ง เรียกเก็บมำเพื่อกำรบริหำรจดักำรเท่ำใดและเมื่อใด มำตรำ 1120 ตัวบท มีข้อสังเกตประกำรหน่ึงว่ำ ในกำรเรียกเก็บเงินค่ำหุ้นครำวแรกของหุ้นน้ัน นอกจำกต้อง เรียกเก็บไม่ต่ำ กว่ำ 25 % ของมูลค่ำหุ้นแล้ว หำกมีกำรขำยหุ้นในรำคำสูงกว่ำ มูลค่ำที่จดทะเบียน กรรมกำรตอ้งเรียกเก็บส่วนล้ำ มูลค่ำมำพร้อมกบักำรเรียกเก็บเงินค่ำหุน้ครำวแรกดว้ย นอกจำกน้ีกฎหมำยยงัไดก้ำ หนดเกี่ยวกบัวิธีกำรเรียกเก็บเงินค่ำหุ้นว่ำ ตอ้งมีกำรบอกกล่ำวและ กำ หนดวนัเวลำ สถำนที่ในกำรชำ ระค่ำหุน้ มำตรำ 1121 ตัวบท ในกำรเรียกเก็บเงินค่ำหุ้นกฎหมำยกำ หนดวิธีกำรเรียกเก็บไวใน้มำตรำ 1120คือให้ส่งคำ บอกกล่ำว ล่วงหนำ้ไม่ต่ำ กวำ่ยสี่ิบเอด็วนั ด้วยจดหมำยส่งลงทะเบียนและผู้ถือหุ้นทุกคนต้องใช้เงินตำมจำ นวนที่เรียกน้นั สุดแต่กรรมกำรจะใหส้ ่งไปยงัผใู้ด เวลำใดณที่ใด เมื่อมีกำรเรียกเก็บเงินค่ำหุ้นแล้วผูถ้ือหุ้นก็มีหน้ำที่ต้องใช้เงินตำมจำ นวนที่เรียก ถ้ำผู้ถือหุ้น ไม่ส่งใช้บริษทัก็มีสิทธิเรียกใหผ้ถู้ือหุน้ชำ ระหน้ีค่ำหุน้พร้อมท้งัเรียกดอกเบ้ียไดด้ว้ย(มำตรำ1122) กำรเรียกให้ท ำเป็ นหนังสือทวงถำม ซึ่งถ้ำ ผู้ถือหุ้นยังไม่ชำ ระค่ำหุน้และดอกเบ้ียให้ครบถว้น บริษทั ก็อำจทำ กำรริบหุน้ ได้
ส ำหรับนักศึกษำคณะนิติศำสตร์ มหำวิทยำลัยธรรมศำสตร์ ใชป้ระกอบกำรฟังคำ บรรยำยของรศ.สุดำวิศรุตพิชญ์เท่ำน้นั 118 กำรริบหุ้น มำตรำ1122 ตัวบท จะทำ ไดเ้มื่อ บริษทัมีหนงัสือทวงเรียกใหช้ำ ระค่ำหุ้น ถำ้ผถู้ือหุ้นยงัไม่ส่งใชภ้ำยในกำ หนดเวลำตำม หนังสือทวงอีกและในหนงัสือทวงถำมน้นัไดร้ะบุไวว้ำ่ถำ้ไม่ชำ ระจะทำ กำรริบหุ้น ซ่ึงตำมกฎหมำยถือว่ำ เป็ นคำ บอกกล่ำวริบหุ้น แต่ถ้ำในหนงัสือทวงที่ส่งไปน้นั ไม่ได้บอกกว่ำถำ้ไม่มำใช้ตำมกำ หนดแลว้หุ้นจะ ถูกริบ บริษทัก็ยังริบหุ้นไม่ได้ถ้ำต้องกำรจะริบ จะต้องท ำหนังสือทวงไปอีกใบหนึ่งและใส่คำ บอกกล่ำว ริบหุน้ ในหนงัสือทวงเมื่อผถู้ือหุน้ ไม่มำชำ ระตำมหนงัสือทวง บริษทัก็จะทำ กำรริบหุน้ ได้ กำรริบหุน้ก็คือกำรเอำหุน้น้นัออกไปขำยทอดตลำดโดยไม่ชกัชำ้ตำม มำตรำ 1125 มำตรำ 1125 ตัวบท กำรขำยทอดตลำด ก็ให้เป็นไปตำมบทบัญญัติเรื่องกำรขำยทอดตลำด ในประมวลกฎหมำยแพ่งและ พำณิชย์ ไดเ้งินเท่ำไรให้หักใช้ค่ำหุ้นและดอกเบ้ียคำ้งชำ ระและถ้ำมีเงินเหลือให้ส่งคืนให้ผูถ้ือหุ้น เพรำะ หุน้น้นั เป็ นของผู้ถือหุ้น และถ้ำขำยทอดตลำดแล้วหักใช้ค่ำหุ้นและดอกเบ้ียคำ้งช ำระแล้วเงินยังขำดไม่พอชำ ระ ส่วนที่ ขำดไปใครจะต้องเป็ นคนรับผิดชอบ เรียกผู้ถือหุ้นคนน้นัได้ไหม มำตรำ 1125ไม่ไดบัญญั ้ ติไว้แต่ เนื่องจำก หลกักำรที่ว่ำหุ้นน้นัเป็นของผูถ้ือหุ้น ดงัน้ัน ถ้ำขำยแล้วได้เงินไม่พอยงัขำดอยู่เท่ำไรผูถ้ือหุ้นน้ันก็ยงัตอ้ง รับผิดชดใช้อยู่และเป็นไปตำมหลกัที่ว่ำผูถ้ือหุ้นทุกคนรับผิดผูกพนัชำ ระค่ำหุ้นให้ครบ ตำมมำตรำ 1106 ซึ่งจะเป็ นไปตำมหลักเรื่องทุนของบริษัทต้องได้ครบ 3.4 ใบส ำคัญแสดงหุ้น (มำตรำ1127 และ มำตรำ 1128) ใบส ำคัญแสดงหุ้น หรือใบหุ้น ซึ่ งคือใบส ำคัญส ำหรับหุ้นที่กฎหมำยบังคับให้บริษัททุกบริษัท จะตอ้งมีกำรทำ ใบหุ้นมอบให้แก่ผูถ้ือหุ้นทุกคน หุ้นทุกหุ้นตอ้งมีใบหุ้นกำ กบัแต่ไม่จำ เป็นวำ่หุ้นหน่ึงจะมี ใบหุน้กำ กบัหน่ึงใบ มำตรำ1127 ตัวบท ตวัอย่ำงเช่น ผูถ้ือหุ้นคนหน่ึงถือหุ้น 100 หุ้น บริษทัจะออกใบหุ้นให้ผูถ้ือหุ้นคนน้ี1ใบเท่ำน้ัน ในใบหุน้น้นับอกวำ่เป็นใบหุน้ที่ระบุชื่อผู้ถือหุ้น กำ กบัหุน้ต้งัแต่หมำยเลขที่1–100 เป็ นต้น ขอ้ควำมที่จะมีในใบหุน้ก็จะเป็นไปตำมที่กำ หนดในมำตรำ1128 มำตรำ 1128 ตัวบท ในใบหุ้นต้องมีข้อควำมต่ำงๆ ที่อยำกอธิบำยคือถำ้เป็นหุน้ที่ยงัไม่ไดใ้ชเ้งินเสร็จใหจ้ดลงไวว้ำ่ ไดใ้ช้ เงินค่ำหุ้นแลว้หุ้นละเท่ำไรเช่น ชำ ระค่ำหุ้นแลว้หุ้นละ3 บำท เพื่อวำ่เวลำไปทำ กำรโอนบุคคลภำยนอกที่รับ
ส ำหรับนักศึกษำคณะนิติศำสตร์ มหำวิทยำลัยธรรมศำสตร์ ใชป้ระกอบกำรฟังคำ บรรยำยของรศ.สุดำวิศรุตพิชญ์เท่ำน้นั 119 โอนจะได้รับรู้ว่ำตวัเองมีภำระในจำ นวนที่ยงัไม่ไดส้ ่งชำ ระค่ำหุ้นอีกเท่ำไรจะตอ้งปรำกฏในใบหุ้น และ ขอ้ควำมเกี่ยวกบัชื่อผูถ้ือหุ้นหรือคำ แถลงว่ำได้ออกใบหุ้นน้ันให้แก่ผูถ้ือรำยกำรน้ีเองที่เป็นที่แบ่งแยก ประเภทของใบหุ้นวำ่เป็นใบหุ้นชนิดระบุชื่อ(ผู้ถือหุ้น) หรือใบหุ้นชนิดออกให้แก่ผู้ถือ เพรำะถ้ำเป็ นใบหุ้น ชนิดระบุชื่อจะมีชื่อผูถ้ือหุ้นอยู่ในใบหุ้น แต่ถำ้หุ้นน้นัเป็นหุ้นชนิดผูถ้ือใบหุ้นน้ันก็จะเขียนว่ำเป็นใบหุ้น ชนิดที่ออกให้แก่ผูถ้ือ ซ่ึงแน่นอนถำ้เป็นหุ้นที่มีใบหุ้นชนิดที่ออกให้แก่ผูถ้ือจะไม่สำมำรถออกให้แก่หุ้นที่ ยังไม่ไดใ้ช้เงินเสร็จเพรำะตำมกฎหมำย จะออกใบหุ้นชนิดออกให้แก่ผูถ้ือไดจ้ะตอ้งเป็นหุ้นที่ชำ ระค่ำหุ้น หมดแล้ว เท่ำน้นั อนึ่ง ใบหุ้นทุกใบตอ้งมีกรรมกำรอยำ่งนอ้ยหน่ึงคนลงลำยมือชื่อ แต่ไม่จำ เป็นตอ้งมีตรำประทับของ บริษทัก็ได้(ไมไ่ดบ้งัคบั)ถ้ำบริษัทมีตรำประทบักให้ประทับตรำบริ ็ ษัทดว้ยแต่ถำ้ไม่มีก็ไม่เป็นไร 3.5 กำรโอนหุ้น (มำตรำ1129 มำตรำ 1135)และผลของกำรโอนหุ้น (มำตรำ1133) จำกที่ศึกษำในหวัขอ้ก่อนที่มีกำรออกใบหุน้ ได้2 ชนิด วตัถุประสงคข์องใบหุน้แต่ละชนิดน้นัก็เป็น กำรออกโดยพิจำรณำในเรื่องกำรควำมคล่องตวัในกำรโอนหุ้นเป็นสำระส ำคัญ กล่ำวคือใบหุ้นชนิดที่ ออกให้แก่ผูถ้ือก็เพื่อให้มีกำรโอนโดยง่ำยและคล่องตวัและบริษทัเองก็ไม่ตอ้งคำ นึงว่ำใครเป็นผูถ้ือหุ้น เพรำะผู้ถือหุน้ชนิดมีใบหุน้ออกใหแ้ก่ผถู้ือไม่มีควำมรับผดิใดๆ อีกแลว้เพรำะหุน้น้ีตอ้งชำ ระค่ำหุน้ครบถว้น แลว้นนั่เอง ในหัวขอ้น้ีจึงจะศึกษำวิธีกำรโอนหุ้น ซึ่ งตำมมำตรำ 1129วรรคหนึ่งกำ หนดว่ำกำรโอนหุ้นน้ัน ผถู้ือหุ้นสำมำรถโอนกนัไดโ้ดยไม่จำ เป็นตอ้งขอควำมยินยอมจำกบริษทัก่อน เวน้แต่ถำ้เป็นหุ้นชนิดระบุชื่อ และขอ้บงัคบัของบริษทักำ หนดเงื่อนไขหรือขอ้จำ กดักำรโอนไว้ก็จะเป็นไปตำมน้นั ข้อสังเกตคือข้อบังคับจะกำ หนดขอ้จำ กดักำรโอนหุน้ ไดก้็เฉพำะแต่กำรโอนหุน้ชนิดระบุชื่อเท่ำน้นั จะต้งัขอ้บงัคบัจำ กดักำรโอนหุน้ชนิดผถู้ือไม่ได้ในทำงปฏิบัติกำรที่ข้อบังคับของบริษัทใดจะต้งัขอ้จำ กดักำร โอนหุ้นก็เป็นไปตำมวตัถุประสงค์ของบริษทัน้นัเช่น กำ หนดขอ้จำ กดักำรโอนเพื่อที่จะคำนอำ นำจในกลุ่ม ผู้ถือหุ้นที่มำลงทุนร่วมกนัของ2กลุ่ม หรือจำ กดักำรโอนเพื่อคดักรองคนที่จะมำเป็นผถู้ือหุน้ ในบริษทั ตวัอยำ่งเช่น -ผถู้ือหุน้จะโอนไดต้อ้งไดร้ับควำมยนิยอมจำกกรรมกำรของบริษทัก่อน หรือ - ผู้ถือหุ้นจะโอนหุ้น ให้ถำมผู้ถือหุ้นที่ถือหุ้นในบริษทัเพื่อพิจำรณำว่ำจะรับซ้ือ หรือไม่ก่อน ถำ้ผถู้ือหุน้ ไม่รับซ้ือค่อยโอนใหบุ้คคลภำยนอก หรือ - บริษทัอำจแบ่งกลุ่มผูถ้ือหุ้นออกเป็น 2กลุ่ม อำจเรียกว่ำผูถ้ือหุ้นกลุ่ม กและ ผถู้ือหุ้นกลุ่ม ข และกำ หนดวำ่ผู้ถือหุ้นที่ถือหุ้นในกลุ่มใด หำกจะโอนหุ้นจะต้องโอนหุ้น ใหแ้ก่ผถู้ือหุ้นในกลุ่มเดียวกนัหำ้มเอำไปโอนใหก้ลุ่มอื่นหรือบุคคลภำยนอก ท้งัน้ีก็เพื่อจะ ไดร้ักษำสัดส่วนหุน้ของกลุ่มของตนได้
ส ำหรับนักศึกษำคณะนิติศำสตร์ มหำวิทยำลัยธรรมศำสตร์ ใชป้ระกอบกำรฟังคำ บรรยำยของรศ.สุดำวิศรุตพิชญ์เท่ำน้นั 120 3.5.1 กำรโอนหุ้นโดยนิติกรรมและผลของกำรโอน -แบบของกำรโอน กฎหมำยกำ หนดไวแ้ตกต่ำงกนัตำมประเภทของใบหุน้ดงัน้ี 1) กำรโอนหุ้นชนิดผู้ถือ มำตรำ 1135 ทำ ไดด้ ้วยกำรส่งมอบใบหุ้นแก่กนั ใครเป็นผูถ้ือใบหุ้นมำ แสดงต่อบริษทัคนน้นัก็จะใชส้ิทธิในฐำนะผู้ถือหุ้นได้ 2) กำรโอนหุ้นชนิดระบุชื่อ มำตรำ 1129 ตัวบท กฎหมำยก ำหนดไวว้่ำจะต้องท ำเป็นหนังสือในหนังสือน้ันต้องลงลำยมือชื่อของผู้โอนกับ ลำยมือชื่อของผรู้ับโอนและมีพยำนหน่ึงคนเป็นอยำ่งนอ้ยลงชื่อรับรองน้นัดว้ยถำ้ไม่ทำ ตำมน้ีเป็นโมฆะคำ วำ่ โมฆะในที่น้ีคือใช้อ้ำงยันกบั ใคร ๆ ไม่ได้เลยเหมือนไม่มีกำรโอนกนัเลยแต่ถ้ำทำ ตำมแบบถูกตอ้งแล้ว กำรโอนก็สมบูรณ์ส่วนที่กฎหมำยกำ หนดวำ่หนงัสือกำรโอนต้องแถลงเลขหมำยของหุ้นที่โอนกนัน้นัดว้ย กำรแถลงเลขหมำยหุ้นน้ีไม่ไดเ้ป็นส่วนหน่ึงของแบบ เป็นแต่เพียงใหรู้้ระหวำ่งผโู้อนและผรู้ับโอนและบริษทั ว่ำโอนหุ้นใดแก่กันเท่ำน้ัน ดังน้ัน แม้ในหนังสือโอนจะไม่ได้แถลงหมำยเลขหุ้นที่โอน แต่สำมำรถรู้ได้ ชดัเจนว่ำโอนหุ้นใดแก่กนัเช่น โอนหุ้นท้งัหมดของผูโ้อนที่มีอยู่ในบริษทั ให้แก่ผูร้ับโอน เช่นน้ีกำรโอน ก็สมบูรณ์เพรำะรู้ไดว้่ำโอนหุ้นใด นอกจำกน้นับำงคร้ังหุ้นที่ผูถ้ือหุ้นคนน้นัถืออยู่อำจมีท้งัหุ้นสำมญัและ หุ้นบุริมสิทธิหำกมีกำรโอนหุ้นบำงส่วน แต่ไม่ได้แถลงเลขหมำยว่ำหุ้นเลขที่เท่ำไรก็จะทำ ให้ไม่รู้ว่ำ โอนหุน้ ใดแก่กนัเกิดเป็นปัญหำโตแ้ยง้กนัได้เพรำะสิทธิของผถู้ือหุน้ ในหุน้ที่แตกต่ำงกนันนั่เอง -ผลของกำรโอนหุ้นโดยนิติกรรม กำรโอนหุ้นโดยนิติกรรมจะสมบูรณ์ต้องท ำให้ถูกต้องตำมแบบ แต่แมจ้ะไดท้ำ ให้ถูกตอ้งตำมแบบ ด้วยกำรท ำเป็ นหนังสือลงลำยมือชื่อผู้โอน ผู้รับโอน และมีพยำนอย่ำงน้อย1คน กำรโอนน้ีก็สมบูรณแต่ ใชย้นักนัไดร้ะหวำ่งผโู้อนกบัผรู้ับโอนเท่ำน้นักล่ำวคือใชบ้งัคบักนัไดร้ะหวำ่งคู่สัญญำ ส่วน ผลของกำรโอนน้ีจะใช้อ้ำงยันบริษัทหรือบุคคลภำยนอกได้ก็ต่อเมื่อได้มีกำรไป จดเปลี่ยนแปลงชื่อผู้ถือหุ้นในสมุดทะเบียนผถู้ือหุน้ของบริษทัแลว้เท่ำน้นั มำตรำ 1129วรรคสอง ตัวบท เรื่องสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นน้ันกฎหมำยบังคับให้บริษัทจะต้องมี ตำมที่บัญญัติในมำตรำ 1138 – มำตรำ 1141 ขอใหน้กัศึกษำไปดูเพิ่มเติมเพื่อควำมเขำ้ใจยงิ่ข้ึน สมุดทะเบียนผูถ้ือหุ้นน้ีจะ มีรำยกำรระบุชื่อ ที่อยู่อำชีพของผู้ถือหุ้น แยกตำมหมำยเลขหุ้น และถ้ำ เป็นหุ้นที่ออกให้แก่ผูถ้ือในสมุดทะเบียนก็จะระบุวำ่เป็นหุ้นที่ออกให้แก่ผูถ้ือ และสมุดทะเบียนน้ีจะเป็น เอกสำรที่ทุกคนเข้ำตรวจสอบได้ เจ้ำหน้ำที่เข้ำตรวจสอบได้ บุคคลที่มีส่วนเกี่ยวขอ้งเช่น เจำ้หน้ีของบริษัทก็
ส ำหรับนักศึกษำคณะนิติศำสตร์ มหำวิทยำลัยธรรมศำสตร์ ใชป้ระกอบกำรฟังคำ บรรยำยของรศ.สุดำวิศรุตพิชญ์เท่ำน้นั 121 สำมำรถตรวจสอบวำ่ ใครเป็นผู้ถือหุ้น และหุ้นน้นัเป็นหุ้นที่ชำ ระค่ำหุ้นครบถว้นแลว้หรือไม่บริษทัมีหนำ้ที่ ต้องจัดท ำ และรักษำสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นไว้และขอ้ที่ระบุไวใ้นสมุดทะเบียนถือวำ่เป็นหลกัฐำนอนัถูกตอ้ง ดงัน้นัถำ้ในสมุดทะเบียนระบุชื่อใครเป็นผูถ้ือหุ้น แมผู้ถ้ือหุ้นคนน้นัจะไดท้ำ หนงัสือโอนหุ้นโดยถูกตอ้ง ตำมแบบให้แก่ผูร้ับโอนแล้วก็ตำม หำกยงัไม่ได้ไปเปลี่ยนแปลงชื่อในสมุดทะเบียนให้มำเป็นชื่อของ ผูร้ับโอน ผูร้ับโอนก็ยงัไม่ไดช้ื่อวำ่เป็นผูถ้ือหุ้นของบริษทัจะอำ้งวำ่มีกำรโอนหุ้นกนัสมบูรณ์แลว้น้นัมำยนั กบับริษทัไม่ได้ผูร้ับโอนจึงจะใช้สิทธิในฐำนะผูถ้ือหุ้น เช่น เขำ้ประชุมใหญ่หรือรับเงินปันผลยงัไม่ได้ จนกวำ่จะไดเ้ปลี่ยนชื่อในสมุดทะเบียนผถู้ือหุน้ ในบริษทัก่อน ส่วนกำรอ้ำงยนับุคคลภำยนอกเช่น เจ้ำหน้ีของบริษัท ซ่ึงเจ้ำหน้ียงัสำมำรถเรียกให้ผูถ้ือหุ้นที่ ยงัส่งใชเ้งินค่ำหุน้ ไม่ครบให้ตอ้งรับผิดได้เมื่อดูสมุดทะเบียนผูถ้ือหุน้ถำ้ปรำกฏชื่อใครเป็นผถู้ือหุน้คนน้นัก็ ตอ้งรับผดิแมผ้ถู้ือหุน้คนน้นัจะไดท้ำ หนงัสือโอนใหผู้ร้ับโอนโดยถูกตอ้งตำมแบบ สมบูรณ์แลว้ก็ตำม แต่ถำ้ ยงัไม่ไดเ้ปลี่ยนแปลงชื่อผถู้ือหุน้ ในสมุดทะเบียน ผโู้อนก็จะยกเอำกำรโอนน้ีมำยนัเจำ้หน้ีไม่ได้ ปัญหำคือใครเป็นคนแจง้ต่อบริษทัเพื่อใหบ้ริษทัเปลี่ยนแปลงแกไ้ขในสมุดทะเบียน กฎหมำยไม่ได้ เขียนในเรื่องน้ีไว้จึงน่ำจะหมำยควำมวำ่ ใครก็ได้ไม่วำ่จะเป็นผูโ้อน หรือผรู้ับโอน มำแจ้งโดยแสดงหนังสือ กำรโอนและมีหลักฐำนที่ถูกต้องมำแจ้งบริษัทก็มีหน้ำที่ตอ้งเปลี่ยนแปลงให้แต่ถำ้จะพิจำรณำตำมกฎหมำย จริง ๆ น่ำจะให้ผูโ้อน ซ่ึงก็คือผูม้ีชื่อเป็นผูถ้ือหุ้นในสมุดทะเบียนอยูเ่ป็นคนแจง้เปลี่ยนแปลงเพื่อให้บริษทั มนั่ใจไดว้ำ่ ไม่ไดเ้ปลี่ยนแปลงไปโดยผดิพลำด เช่น หนงัสือกำรโอนปลอม เพรำะมีกำรปลอมลำยมือชื่อผโอน ู้ แล้วผูร้ับโอนก็เอำหนังสือน้ันมำแจง้เปลี่ยนแปลงชื่อผูถ้ือหุ้นในสมุดทะเบียน เช่นน้ีก็จะทำ ให้ผูถ้ือหุ้น เสียหำยแต่หำกเป็นผูถ้ือหุ้นที่มีชื่อมำแจง้เปลี่ยนแปลงหรือมีกำรมอบอำ นำจให้มำแจง้เปลี่ยนแปลง บริษทัก็ จะมนั่ใจไดว้ำ่ ไม่ผดิพลำด อีกประเด็นหนึ่งที่เป็ นปัญหำในทำงปฏิบตัิเกี่ยวกบักำรเปลี่ยนแปลงชื่อผูถ้ือหุ้นที่กล่ำวน้ีคือเมื่อมี กำรแจง้ขอเปลี่ยนแปลงโดยถูกตอ้งแต่บริษทัไม่ยอมจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงให้เช่นน้ีจะทำ อยำ่งไรเพรำะ ผูร้ับโอนก็ไม่สำมำรถใช้สิทธิในฐำนะผูถ้ือหุ้น แต่ไม่ใช่ควำมผิดของผูโ้อนหรือผูร้ับโอน แต่เป็ นควำมผิด ของบริษทั ในเรื่องน้ีเป็นขอ้ที่ไม่ไดบ้ญัญตัิทำงแกป้ ัญหำไว้แต่ศำลไดเ้คยใชดุ้ลพินิจตดัสินวำ่เมื่อมีกำรแจง้ แล้วเท่ำกับว่ำบริษัทได้รับทรำบกำรโอนแล้วผูร้ับโอนก็สำมำรถอ้ำงกำรโอนน้ันยนักับบริษัทได้แล้ว ส่วนกำรอำ้งยนับุคคลภำยนอกก็ตอ้งเมื่อมีชื่อในสมุดทะเบียนอยำ่งแทจ้ริงแลว้เท่ำน้นั
ส ำหรับนักศึกษำคณะนิติศำสตร์ มหำวิทยำลัยธรรมศำสตร์ ใชป้ระกอบกำรฟังคำ บรรยำยของรศ.สุดำวิศรุตพิชญ์เท่ำน้นั 122 บริษัทอำจมีสิทธิทจี่ะไม่เปลยี่นแปลงชื่อผู้ถือหุ้นในสมุดทะเบียนได้ ในกฎหมำยระบุไว้ 2เหตุไดแ้ก่ 1) อยรู่ะหวำ่งกำรปิ ดสมุดทะเบียนพักกำรโอนหุ้น ถ้ำผู้โอนผู้รับโอนมำแจ้งให้บริษัทเปลี่ยนแปลงชื่อผู้ถือหุ้นในสมุดทะเบียน ต้องแจ้งในขณะที่บริษัท ยังมิได้ประกำศปิ ดสมุดทะเบียนพักกำรโอนหุ้น มำตรำ 1131 กฎหมำยจะกำ หนดเวลำไวว้ำ่ถำ้จะมีกำรประชุมใหญ่เมื่อใด บริษทัมีสิทธิประกำศปิดสมุดทะเบียน พักกำรโอนหุ้น เพื่อให้รู้วำ่ ใครจะเป็นผู้ถือหุ้นที่จะมีสิทธิเขำ้ประชุม ท้งัน้ีเพรำะผถู้ือหุ้นอำจจะมีกำรโอนหุ้น ไดทุ้กวนัตลอดเวลำแต่ยงัไม่ไดม้ำเปลี่ยนแปลงชื่อถำ้เมื่อใดก็ตำมที่บริษัทประกำศปิ ดสมุดทะเบียนพักกำร โอนหุ้น หำกมีผู้ถือหุ้นน ำเอำหนังสือกำรโอนที่ถูกต้องตำมแบบมำที่บริษัทแล้วให้บริษัทเปลี่ยนแปลงชื่อ ผูถ้ือหุ้น ในกรณีเช่นน้ีบริษทัมีสิทธิที่จะไม่เปลี่ยนแปลงให้และเพื่อให้ผูร้ับโอนที่ยงัไม่ได้มีชื่อในสมุด ทะเบียนได้รับรู้กฎหมำยจึงให้บริษทัตอ้งประกำศล่วงหน้ำว่ำจะปิดสมุดทะเบียนเมื่อใด ผูร้ับโอนเมื่อได้ ทรำบแล้วก็มีหน้ำที่ตอ้งจดักำรเปลี่ยนแปลงให้เรียบร้อยไม่เช่นน้ันหำกมำดำ เนินกำรในระหว่ำงปิดสมุด ทะเบียนหรือในภำยหลงัผรู้ับโอนคนน้นัก็จะยงัใชส้ิทธิในฐำนะผถู้ือหุน้คร้ังน้นัยังไม่ได้ 2) หุน้ซ่ึงยงัคำ้งชำ ระค่ำหุน้ที่บริษทัเรียกเก็บ มำตรำ 1130 ตัวบท หำกมีกำรโอนหุ้นที่ยงัคำ้งชำ ระค่ำหุ้นที่บริษทัเรียกเก็บ แลว้มีกำรแจง้เปลี่ยนแปลงชื่อผูถ้ือหุ้นใน สมุดทะเบียน บริษัทมีสิทธิที่จะไม่เปลี่ยนแปลงชื่อให้เป็นสิทธิของบริษทัซ่ึงหมำยควำมวำ่หำกบริษทัเห็น วำ่ ไม่เสียหำย บริษทัอำจจะเปลี่ยนแปลงชื่อใหก้ ็ได้เหตุที่กฎหมำยกำ หนดเช่นน้ีเพรำะควำมรับผดิในหน้ีของ ผูถ้ือหุ้นน้นับริษทัอำจคิดวำ่ยงัสำมำรถเรียกให้ผูถ้ือหุ้นคนเดิมรับผิดไดอ้ยู่ถ้ำยอมเปลี่ยนแปลงกำรโอนให้ บริษทัอำจไม่แน่ใจว่ำผูร้ับโอนจะรับผิดในค่ำหุ้นที่คำ้งชำ ระหรือไม่เพรำะค่ำหุ้นที่คำ้งชำ ระเป็นทุนของ บริษัท ผู้ถือหุ้นมีหน้ำที่ต้องช ำระให้ครบถ้วน 3.5.2 กำรโอนหุ้นโดยผลของกฎหมำยและผลของกำรโอน มำตรำ1132 ตัวบท เมื่อมีเหตุบำงอย่ำงเช่นผูถ้ือหุ้นตำย หรือล้มละลำย เป็ นเหตุให้บุคคลอื่นเป็ นผู้มีสิทธิจะได้หุ้นน้ัน แสดงวำ่หุน้น้นัก็โอนโดยผลของกฎหมำย ส ำหรับผลของกำรโอนน้นัจะใชอ้ำ้งยนับริษทัหรือบุคคลภำยนอกไดก้็ตอ้งมีกำรเปลี่ยนแปลง ชื่อในสมุดทะเบียนของบริษทัเช่นกนักฎหมำยกำ หนดให้มีกำรนำ หลกัฐำนมำแสดงต่อบริษทัและถำ้
ส ำหรับนักศึกษำคณะนิติศำสตร์ มหำวิทยำลัยธรรมศำสตร์ ใชป้ระกอบกำรฟังคำ บรรยำยของรศ.สุดำวิศรุตพิชญ์เท่ำน้นั 123 หำใบหุ้นมำแสดงดว้ยไดก้ ็นำ มำแสดงดว้ยแต่ถำ้หำไม่พบ เช่นในกรณีผูถ้ือหุ้นตำย ทำยำทอำจไม่รู้ว่ำ ผตู้ำยเอำใบหุน้ ไปเก็บที่ใด เป็นตน้ ส่วนหลกัฐำนแสดงควำมเป็นผรู้ับโอนหุน้เช่น พินยักรรม คำ สั่งศำล จัดกำรมรดก หรือ ค ำสั่งเจ้ำพนักงำนพิทักษ์ทรัพย์เมื่อน ำมำแสดงแล้ว ก็ให้บริษัทรับบุคคลน้ัน ลงทะเบียนเป็ นผู้ถือหุ้นสืบไป ประเด็นสุดทำ้ยเกี่ยวกบักำรโอนหุ้นและผลของกำรโอนหุ้นก็คือเรื่องควำมรับผิดของผู้ถือหุ้น ที่โอนไปแล้ว ควำมรับผดิของผู้ถือหุ้นทโี่อนไปแล้ว มำตรำ 1133 ตัวบท ด้วยหน้ำที่ของผู้ถือหุ้นทุกคนที่ตอ้งชำ ระค่ำหุน้ ใหค้รบและควำมรับผดิอนัจำ กดัที่วำ่ ไม่เกินค่ำหุน้ที่ ตนยงัส่งใช้ไม่ครบ ดงัน้นัถำ้เป็นหุ้นที่มีกำรชำ ระค่ำหุ้นให้บริษทัครบถว้นหมดแลว้ ใครจะโอนหุ้นใครจะ เป็นผูถ้ือหุ้นก็ไม่เป็นปัญหำกบับริษทัแต่ถำ้เป็นหุ้นอนัยงัมิไดส้ ่งเงินใช้เต็มจำ นวนค่ำหุ้น หมำยถึงหุ้นที่ บริษทัยงัเรียกเก็บไม่เตม็มูลค่ำหุน้ผถู้ือหุน้ที่โอนไปยงัอำจตอ้งมีควำมรับผดิอยู่ หลักในมำตรำ1133 น้นับญัญตัิข้ึนมำเพื่อป้องกนัไม่ให้ผู้ถือหุ้นหลบเลี่ยงควำมรับผิดในส่วนที่ตน ยงัตอ้งส่งใชใ้หค้รบ ดว้ยวธิีกำรโอนหุน้ออกไป เช่น หุ้นที่บริษทัเรียกเก็บ 7 บำท ผู้ถือหุ้นทุกคนยังต้องรับผิด อีกหุ้นละ 3 บำท ถำ้ผูถ้ือหุ้นเห็นวำ่กิจกำรของบริษัทมีแต่ขำดทุนไปไม่รอดแน่และไม่อยำกจะรับผิดอีกหุ้น ละ 3 บำท ตำมส่วนที่ตนยงัส่งใชไ้ม่ครบในมูลค่ำหุน้ที่ตนถือ แล้วหลีกเลี่ยงด้วยกำรโอนหุ้นไป ผูร้ับโอนก็จะ กลำยเป็ นผู้ถือหุ้นที่จะตอ้งรับผดิในส่วนของค่ำหุ้นที่ยงัไม่ไดช้ำ ระ ซ่ึงผรู้ับโอนจะสำมำรถชำ ระไดห้รือไม่ก็ ไม่อำจรู้ได้แต่ถ้ำเป็นกำรทำ เพื่อทำ ให้เจำ้หน้ีเสียหำยด้วยกำรสมรู้กนัท้งับริษทัเจำ้หน้ีก็จะเสียหำยเพรำะ ไม่สำมำรถเรียกใหค้นที่ตนเห็นวำ่เป็นผถู้ือหุน้ ในขณะที่บริษทัเป็นหน้ีมำรับผดิในหน้ีที่ก่อใหเ้กิดข้ึนน้นัได้ ดงัน้นักฎหมำยจึงกำ หนดให้ผูถ้ือหุ้น(ประเภทที่ยงัส่งใช้ค่ำหุ้นไม่ครบ)ที่โอนไปยงัคงตอ้งรับผิด ดงัน้ี มำตรำ 1133 (1) หมำยควำมวำ่ ผู้โอนจะตอ้งรับผดิก็แต่เฉพำะหน้ีที่เกิดข้ึนก่อนจะมีกำรโอน มำตรำ 1133 (2) หมำยควำมวำ แ่ ม้จะเขำ้เงื่อนไขขอ้แรกคือเป็นเจำ้หน้ีในมูลหน้ีที่เกิดก่อนที่จะโอน ผู้โอนก็ยงัไม่ตอ้งรับผิดออกส่วนใชห้น้ีเวน้แต่จะปรำกฏวำ่ผูท้ี่ถือหุ้นของบริษทัอยูน่้นัไม่สำมำรถออกส่วน ใชห้น้ีอนัเขำจะพึงตอ้งใชน้ ้นัได้ สมมติว่ำผูถ้ือหุ้นทุกคนที่มีชื่อเป็นผูถ้ือหุ้นอยู่น้ันสำมำรถที่จะออกส่วนใช้หน้ีในส่วนที่ยงัชำ ระ ไม่ครบไดทุ้กคนอย่ำงครบถ้วน ก็เท่ำกบัผูถ้ือหุ้นทุกคนรับผิดเต็มตำมควำมรับผิดแล้ว ก็คือทุนของบริษัท ได้ครบเต็มจ ำนวนแล้ว ผู้โอนก็จะไม่ต้องรับผิดอีกแต่ถ้ำมีผู้ถือหุ้นคนหน่ึงคนใด ไม่ว่ำผู้ถือหุ้น
ส ำหรับนักศึกษำคณะนิติศำสตร์ มหำวิทยำลัยธรรมศำสตร์ ใชป้ระกอบกำรฟังคำ บรรยำยของรศ.สุดำวิศรุตพิชญ์เท่ำน้นั 124 คนที่ออกส่วนใชห้น้ีไม่ไดจ้ะเป็นผูถ้ือหุ้นคนที่รับโอนจำกผูโ้อนที่โอนหุ้นที่ยงัชำ ระค่ำหุ้นไม่ครบหรือไม่ก็ ตำม ไม่สำมำรถออกส่วนใชห้น้ีได้ผโู้อนคนน้นัก็ยงัคงมีควำมรับผดิอยู่ สุดท้ำยกฎหมำยจำ กดัเวลำไวว้ำ่แมผู้โ้อนตอ้งรับผดิตำมเงื่อนไขที่กล่ำวมำแลว้แต่ก็ห้ำมไม่ให้ฟ้อง ผู้โอนเมื่อพน้ สองปีนบัแต่ไดจ้ดแจง้กำรโอนน้นัลงในทะเบียนผถู้ือหุน้เพื่อไม่ใหต้อ้งผกูพนันำนเกินไป ข้อสังเกต ผู้โอนที่แม้จะต้องรับผิดออกส่วนใชห้น้ีน้นัตอ้งพิจำรณำขอ้จำ กดั 2เรื่องประกอบกนั คือ 1)ขอ้จำ กดัเท่ำจำ นวนที่ตนตอ้งออกส่วนตำมค่ำหุ้นของตนที่ยงัส่งใชไ้ม่ครบ แต่ถำ้ค่ำหุ้นของตนที่ ตนยงัส่งใช้ไม่ครบสูงกวำ่จำ นวนหน้ีที่เจำ้หน้ีเรียกยกตวัอยำ่งเช่น ด ำเป็ นผู้ถือหุ้นที่โอนหุ้นออกไปจ ำนวน 1แสนหุ้น ยงัส่งใช้ไม่ครบอีกหุ้นละ3 บำท เท่ำกบัดำ ยงัตอ้งรับผิดอีก3แสนบำท แต่เจำ้หน้ีคนที่เรียกให้ ด ำ ผู้โอนรับผิดตำมหลักกฎหมำยที่ศึกษำน้ีมีมูลหน้ีที่เกิดก่อนที่ดำ จะโอนหุ้น อยูเ่พียง1แสนบำท ด ำ ผู้โอน ก็ตอ้งรับผดิต่อเจำ้หน้ีคนน้ีเพียงไม่เกินจำ นวน 1แสนบำท 2) แต่ถำ้จำ นวนหน้ีที่เจำ้หน้ีจะเรียกมีจำ นวนสูงกวำ่ค่ำหุ้นที่จะตอ้งส่งใช้เช่น ตำมตวัอยำ่งดงักล่ำว เจำ้หน้ีเป็นเจำ้หน้ีในมูลหน้ี1ลำ้นบำท ดำ ผโู้อนก็ตอ้งรับผิดเพียงไม่เกิน 3แสนบำท เท่ำจำ นวนที่ตนจะตอ้ง ส่งใชเ้ป็นค่ำหุน้เท่ำน้นั
ส ำหรับนักศึกษำคณะนิติศำสตร์ มหำวิทยำลัยธรรมศำสตร์ ใชป้ระกอบกำรฟังคำ บรรยำยของรศ.สุดำวิศรุตพิชญ์เท่ำน้นั 125 4) หลักการป้องกนัมใิห้ลดเงินทุนของบริษทั หลกักำรป้องกนัมิให้ลดเงินทุนของบริษทัหรือหลกักำรดำ รงไวซ้่ึงเงินทุน (Maintenance of Capital) เป็นหลกักำรสำกลและเป็นหลกักำรที่ส ำคญั ในกำรประกอบกิจกำรในลกัษณะของ บริษทั ประเภทที่ผูถ้ือหุ้น รับผิดอยำ่งจำ กดัเพรำะทุนของบริษทัเป็นหลกัประกนัอนัส ำคญัของเจำ้หน้ีถำ้ทุนของบริษทัมีไม่ครบถว้นหรือ เงินทุนลดลงโดยไม่ชอบกล่ำวคือกำรลดที่ไม่ใช่เป็นเพรำะผลจำกกำรประกอบกิจกำรตำมปกติเจำ้หน้ีก็จะไดร้ับ ควำมเสียหำย ประมวลกฎหมำยแพง่และพำณิชยไ์ดน้ำ หลกัน้ีมำบญัญตัิในมำตรำต่ำง ๆซ่ึงจะไดศ้ึกษำเป็นส่วนน้ี บทบญัญตัิในกฎหมำยลกัษณะบริษทัที่บญัญตัิโดยอำศยัหลกักำรดำ รงไวซ้่ึงเงินทุนมีอยหู่ลำยเรื่อง สรุปได้ 5 เรื่องดงัน้ี 1. ขายหุ้นต ่ากว่ามูลค่าหุ้นทจี่ดทะเบียนไม่ได้ มำตรำ 1105 ตัวบท กฎหมำยห้ำมบริษัทออกหุ้น แล้วน ำออกขำยในรำคำต่ำ กว่ำมูลค่ำของหุ้นที่ต้งัไว้หรือที่เรียกกนัว่ำ “รำคำพำร์”เช่น จดทะเบียนมูลค่ำหุ้นๆ ละ10 บำท บริษทัจะออกหุ้นแลว้ขำยต่ำ กวำ่10 บำทไม่ได้เพรำะถำ้ ออกหุน้แลว้ขำยต่ำ กวำ่พำร์หรือรำคำทุนเรือนหุ้น ทุนก็จะไดไ้ม่เตม็ตำมที่จดทะเบียน ข้อสังเกตคือ กฎหมำยห้ำมบริ ษัทเอำหุ้นที่บริษัทออกขำยต่ำ กว่ำมูลค่ำหุ้นที่จดทะเบียนเป็ น บทบัญญัติห้ำมบริษัท ไม่ได้ห้ำมผูถ้ือหุ้นขำยหุ้นของตน เพรำะไม่เกี่ยวกับทุนของบริษทัซ่ึงได้รับจำก ผู้ถือหุ้นมำแล้ว ในส่วนของกำรออกหุน้ ไม่ใหต้่ำ กวำ่มูลค่ำที่จดทะเบียนน้ีอำจมีกรณีที่ตอ้งระมดัระวงัคือเมื่อบริษทั ออกหุ้นแล้วให้ชำ ระค่ำหุน้เป็นทรัพยส์ินอยำ่งอื่นนอกจำกเงิน ในกำรตีรำคำทรัพยส์ินที่จะมำชำ ระเป็นค่ำหุ้น หำกตีรำคำทรัพยส์ินสูงกวำ่มูลค่ำที่แทจ้ริงของทรัพยส์ินน้นัอำจจะทำ ใหเ้งินทุนของบริษทัมีจำ นวนนอ้ยกวำ่ ที่จดทะเบียนไวก้็ได้จึงเป็นเหตุให้กฎหมำยตอ้งกำ หนดเกี่ยวกบักำรออกหุ้นที่ช ำระค่ำหุ้นด้วยทรัพยส์ ิน อยำ่งอื่นใหม้ีกำรอนุมตัิจำกที่ประชุมต้งับริษทัหรือที่ประชุมผถู้ือหุน้ก่อน ดงัที่ไดศ้ึกษำมำแลว้ ส่วนในเรื่องของกำรขำยหุน้ที่สูงกวำ่มูลค่ำหุน้ที่จดทะเบียน บริษัทสำมำรถทำ ได้เรียกวำ่มี“ส่วนล้ำ มูลค่ำหุ้น” ส่วนล้ ำมูลค่ำหุ้นน้ีกฎหมำยบังคับให้บริษัทต้องเรียกเก็บพร้อมกับกำรเรียกเก็บเงินค่ำหุ้น ครำวแรก และเมื่อเก็บมำแล้ว ส่วนล้ำ มูลค่ำหุ้นน้ีตอ้งส่งเขำ้บัญชี “เงินทุนส ำรอง” ในเรื่องบัญชีทุนส ำรอง จะศึกษำในหวัขอ้ต่อไปเกี่ยวกบักำรจ่ำยเงินปันผล 2. บริษัทจะคืนค่าหุ้นให้แก่ผู้ถือหุ้นไม่ได้ ค่ำหุน้ที่บริษทัเรียกเก็บมำแลว้เป็นเงินทุนของบริษทัอนัเป็นหลกัประกนัของเจำ้หน้ีดงัน้นับริษทั จึงจะคืนเงินทุนให้แก่ผูถ้ือหุ้นไม่ได้แต่ผูถ้ือหุ้นซ่ึงเป็นผูล้งทุนหวงัจะได้รับกำ ไรอนัพึงได้จำกกิจกำร
ส ำหรับนักศึกษำคณะนิติศำสตร์ มหำวิทยำลัยธรรมศำสตร์ ใชป้ระกอบกำรฟังคำ บรรยำยของรศ.สุดำวิศรุตพิชญ์เท่ำน้นั 126 ที่ทำ น้นัก็จำ เป็นตอ้งมีกำรจ่ำยเงินคืนใหแ้ก่ผถู้ือหุ้น กฎหมำยจึงตอ้งมีบทบญัญตัิกำ กบัวำ่กำรจ่ำยเงินใหแ้ก่ ผถู้ือหุน้อยำ่งไรจึงจะไม่กระทบต่อเงินทุนของบริษทันนั่คือ หลกัเกณฑเ์กี่ยวกบักำรจ่ำยเงินปันผล กฎหมำยกำ หนดหลกักำรใหญ่วำ่กำรจ่ำยเงินปันผลน้นัตอ้งจ่ำยจำกกำ ไรและกำ ไรที่จะนำ มำจดัสรร จ่ำยปันผลจะตอ้งเป็นกำ ไรสุทธิที่ไปหักขำดทุนสะสมแล้ว เพรำะถำ้จ่ำยจำกกำ ไรของปีน้นัโดยที่บริษทัยงัมี ขำดทุนสะสมอยู่กเ็ท่ำกบัคืนทุนอยนู่นั่เอง มำตรำ 1201 ตัวบท ในกำรจ่ำยเงินปันผลน้ัน ปกติแล้วจะต้องอนุมตัิจ่ำยโดยมติของที่ประชุมใหญ่เวน้แต่เป็นกำร จ่ำยปันผลระหวำ่งกำลคือปันผลที่ไม่ใช่เป็นกำรจ่ำยเมื่อสิ้นรอบปีบัญชีของบริษัทจะอนุมตัิจ่ำยโดยที่ประชุม คณะกรรมกำรได้ ตำม วรรคสองของมำตรำ 1201นนั่เอง แต่ไม่วำ่จะจ่ำยปันผลเมื่อใด และองคก์รใดจะเป็นผอู้นุมตัิจะอนุมตัิไดก้็ต่อเมื่อบริษทัมีกำ ไรเท่ำน้นั กำรพิจำรณำจ่ำยปันผลในกรณีปกติเมื่อสิ้นรอบปีบัญชีของบริษัท บริษัทจะต้องจัดท ำงบกำรเงิน และให้ผู้สอบบัญชีตรวจสอบ เมื่อเสร็จเรียบร้อยแล้วหำกปรำกฏวำ่บริษทัมีกำ ไรก็สำมำรถจดัสรรเงินปันผล ใหแ้ก่ผถู้ือหุน้ ได้ มีกำรปรับแก้ไขกฎหมำยเพื่อแกไ้ขปัญหำทำงปฏิบตัิที่บริษทัแมม้ีมติจ่ำยปันผลแลว้ก็มิไดม้ีกำร ดำ เนินกำรจ่ำยให้แก่ผู้ถือหุ้นตำมที่ที่ประชุมใหญ่หรือที่คณะกรรมกำรมีมติจึงไดก้ำ หนดกรอบเวลำในกำร กำรจ่ำยเงินปันผลให้ต้องด ำเนินกำรให้แล้วเสร็จภำยในหน่ึงเดือนนบัแต่วนัที่ที่ประชุมใหญ่หรือกรรมกำรลง มติแลว้แต่กรณี นอกจำกจะตอ้งดำ รงรักษำไวซ้่ึงทุนของบริษทัโดยกำ หนดให้จ่ำยปันผลไดแ้ต่เฉพำะจำกกำ ไรและ ตอ้งเป็นกำ ไรสุทธิเมื่อไดช้ดเชยขำดทุนสะสมจนหมดสิ้นแลว้เพื่อให้บริษทัมีควำมมนั่คงทำงดำ้นกำรเงิน สร้ำงควำมมนั่ใจใหแ้ก่เจำ้หน้ีของบริษทักฎหมำยยงับญัญตัิไวอ้ีกวำ่ก่อนจะจ่ำยปันผล บริษัทต้องกนัเงินเขำ้ “เงินทุนส ำรอง”ของบริษัท ตำมที่บัญญัติใน มำตรำ1202 เพื่อให้บัญชีเงินทุนส ำรองมีครบตำมกฎหมำย มำตรำ 1202 ตัวบท ตำมมำตรำ1202 หมำยควำมว่ำ บริษัทต้องมีบัญชีเงินทุนส ำรองของบริษัท เท่ำกับ 10 % ของ ทุนจดทะเบียน เวน้แต่ขอ้บงัคบัของบริษทั ใดกำ หนดให้มีมำกกว่ำน้นัเช่น 15% เป็นตน้แต่ขอ้บงัคบัของ บริษัทจะกำ หนดให้บริษทัมีทุนส ำรองน้อยกว่ำ10 % ไม่ได้จะเห็นไดว้ำ่กฎหมำยตอ้งกำรให้บริษทัต่ำง ๆ มีควำมมนั่คงทำงกำรเงินมำก บัญชีทุนส ำรองของบริษัท จ ำกัด ตำมกฎหมำย ต้องมีเท่ำกับ 10 % ของทุนจดทะเบียน ซึ่ ง เงินในบญัชีน้ีไดม้ำจำกกำรจดัสรร2 ช่องทำงไดแ้ก่
ส ำหรับนักศึกษำคณะนิติศำสตร์ มหำวิทยำลัยธรรมศำสตร์ ใชป้ระกอบกำรฟังคำ บรรยำยของรศ.สุดำวิศรุตพิชญ์เท่ำน้นั 127 (1) บัญชีทุนสำ รองจดัสรรจำกกำ ไรก่อนจ่ำยปันผล ที่ตอ้งกนั 5 %-ของกำ ไรก่อนจ่ำยปันผล และ (2) บญัชีทุนส ำรองที่ได้มำจำกส่วนล้ำ มูลค่ำหุ้น เมื่อบริษทัออกขำยหุ้นในรำคำที่สูงกว่ำมูลค่ำที่ จดทะเบียน ส่วนล้ำ มูลค่ำหุน้น้ีตอ้งส่งเขำ้บญัชีทุนสำ รองท้งัสิ้น ในประมวลกฎหมำยแพ่งและพำณิชย ์กำ หนดให้บริษทัจำ กดั มีบัญชีทุนส ำรองรวมไว้ในบัญชี เดียวกนัได้ซ่ึงจะทำ ให้ไดจ้ำ นวนทุนสำ รองตำมกฎหมำยเร็วข้ึน (ต่ำงจำกบริษทัมหำชน จำ กดัซ่ึงจะไดศ้ึกษำ ต่อไป) หำกบริษทัใดดำ เนินกำรจดัสรรเขำ้บญัชีทุนสำ รองจนบญัชีทุนส ำรองเตมตำมกฎหมำยหรือข้อบังคับ ็ ของบริษทัแลว้หลงัจำกน้นับริษทัก็ไม่มีหนำ้ที่ตำมกฎหมำยที่จะตอ้งกนัเงินทุนสำ รองอีก สมมติว่ำ บริษัทมีทุนจดทะเบียน 1 ล้ำน แบ่งทุนออกเป็น 1 แสนหุ้น มูลค่ำหุ้นละ10 บำท ตำม กฎหมำยบริษทัน้ีตอ้งมีบญัชีทุนสำ รองของบริษทั10 % ของ 1ล้ำนบำท เท่ำกบั 1 แสนบำท บริษัทมีหน้ำที่ที่ จะต้องกนัเงิน จำกท้งั2 ช่องทำง(หำกมี) น้นัเขำ้สู่บญัชีน้ีเพื่อใหบ้ญัชีเตม็1แสนบำท สมมติวำ่ตอนที่บริษทัจดัต้งั บริษัทได้น ำหุ้นออกขำย จำกรำคำพำร์ 10 บำท แต่ขำยในรำคำ 13 บำท ส่วนล้ำ มูลค่ำหุน้เท่ำกบั 3 บำท เมื่อกรรมกำรเรียกเก็บเงินค่ำหุ้นครำวแรก บริษทัตอ้งเรียกเก็บส่วนล้ำ 3 บำท น้ีพร้อมกบักำรเรียกเก็บเงินค่ำหุ้นครำวแรกเสมอ จะไดเ้งินส่วนล้ำ มูลค่ำหุ้น เท่ำกบั 3 บำท x 100,000 หุ้น เท่ำกบั 3แสนบำท เงินจำ นวนน้ีตอ้งส่งเข้ำทุนส ำรองให้เต็มตำมกำ หนด เท่ำน้นัจะไปใชใ้นกำรดำ เนินกำร หรือไม่ใชจ้่ำยใด ๆ ไม่ไดเ้ลยจะเห็นไดว้ำ่ตำมตวัอยำ่งน้ีเมื่อบริษทัจดัต้งัเสร็จเรียบร้อยแลว้บญัชีทุนสำ รอง ของบริษัท จะมีเกินกวำ่ที่กฎหมำยกำ หนด คือเตม็ตำมที่กำ หนด (1แสนบำท) แล้ว สมมติต่อไปวำ่ ในปีแรกที่ประกอบกำร บริษทัมีกำ ไร1แสนบำท และต้องกำรจะน ำกำ ไรน้ีไปจ่ำย ปันผลใหแ้ก่ผถู้ือหุน้บริษทัไม่จำ เป็นตอ้งกนัสำ รองจำกกำ ไรก่อนจ่ำยปันผลอีกเพรำะวำ่ทุนสำ รองเตม็แลว้ หรือ ถ้ำสมมติขอ้เท็จจริงใหม่ว่ำ ตอนจดัต้งับริษทัหุ้นที่น ำออกขำยขำยในรำคำเท่ำกบัมูลค่ำที่ จดทะเบียน คือ10 บำท โดยไม่มีส่วนล้ำ มูลค่ำหุ้น เมื่อบริษัทประกอบกำร ในปี แรกบริษัทมีกำ ไร1แสนบำท ในกรณีเช่นน้ีก่อนจะจ่ำยปันผล บริษทัตอ้งจัดสรร 5%ของ 1 แสนบำท เท่ำกบั 5 พันบำท เข้ำทุนส ำรองไว้ ก่อน เพรำะบัญชีทุนส ำรองของบริษทัขณะน้ียงัเป็น ศูนย์ยงัไม่ครบตำมกฎหมำยเมื่อจดัสรรแลว้เงินกำ ไร จัดสรรจากก าไรก่อนจ่ายปันผล จดัสรรจากส่วนลา ้มูลค่าหุ้น บัญชีทุนส ารอง ของบริษัท (ไม่น้อยกว่า 10 % ของทุนจดทะเบียน)
ส ำหรับนักศึกษำคณะนิติศำสตร์ มหำวิทยำลัยธรรมศำสตร์ ใชป้ระกอบกำรฟังคำ บรรยำยของรศ.สุดำวิศรุตพิชญ์เท่ำน้นั 128 ที่เหลือหลังจำกจัดเข้ำทุนส ำรองก็ไปจดักำรจ่ำยปันผลให้แก่ผูถ้ือหุ้นต่อไปได้และบัญชีเงินทุนส ำรองก็จะมี เท่ำกบั 5 พันบำท และในกำรประกอบกำรปีต่อมำถ้ำสมมติว่ำบริษทัมีกำ ไร 3แสนบำท บริษทัตอ้งกำรจ่ำยปันผล ก็ต้องจัดสรร 5%ของ 3 แสนบำท เท่ำกบั 1 หมื่น 5 พันบำทใส่เขำ้ไปในบัญชีทุนส ำรองเงินกำ ไรส่วนที่เหลือ ก็น ำไปจ่ำยปันผล(บัญชีทุนส ำรองจะมีจำ นวนเท่ำกบั 2 หมื่นบำท) ต้องทำ เช่นน้ีทุกคร้ังที่จะจ่ำยปันผล จนกระทงั่ปีใดทุนสำ รองเตม็ตำมที่กฎหมำยกำ หนดแลว้ต่อไปก็ไม่ตอ้งจดัสรรแลว้ นอกจำก บญัชีทุนส ำรองของบริษทัตำมกฎหมำยที่กล่ำวมำแล้ว บริษทัยงัอำจจัดสรรให้มีบัญชี ทุนส ำรองอื่น เพื่อไวใ้ช้ทำ ตำมวตัถุประสงค์เฉพำะโดยกำรอนุมตัิของที่ประชุมผูถ้ือหุ้นก็ได้เช่น กนักำ ไร ส่วนหน่ึงไวเ้ป็นบญัชีทุนส ำรองเพื่อกำรขยำยกิจกำร หรือเพื่อรักษำอตัรำกำรจ่ำยปันผลเช่นปีใดเงินกำ ไร ในปีน้ันไม่พอจ่ำยปันผลในอัตรำตำมที่เคยจ่ำยเพรำะบริษัทไม่สำมำรถทำ ก ำไรได้ถึงขนำดน้ัน บัญชี ทุนส ำรองที่กนัไวใ้นปีที่บริษทัมีผลประกอบกำรดีเช่นน้ีก็อำจนำ มำขออนุมตัิที่ประชุมผูถ้ือหุ้นเพื่อกนัเอำ เงินมำสมทบกับก ำไรในปีน้ีเพื่อจะได้จ่ำยปันผลได้ตำมอัตรำเดิมที่เคยจ่ำยในทำงปฏิบัติมีกำรท ำกัน โดยเฉพำะในบริษัทที่มีกำรลงทุนเป็นผลู้งทุนโดยหวงัเอำเงินปันผลมำเป็นค่ำใชจ้่ำยประจำ ปีของตน เป็นตน้ แต่บญัชีทุนสำ รองอื่นน้ีไม่ใช่เป็นบญัชีที่ทุกบริษทัตอ้งมีตำมกฎหมำยแลว้แต่ควำมสมคัรใจของบริษทั ถ้ำบริษทัจ่ำยปันผลไม่ถูกตอ้ง มำตรำ1203ให้เจำ้หน้ีท้งัหลำยของบริษทั เรียกเงินจ ำนวนซึ่ งได้ แจกไปคืนมำยงับริษัทได้จ่ำยปันผลโดยไม่ถูกต้องในที่น้ีอำจจะเป็น 1)ไม่ได้มติที่ประชุมใหญ่ หรื อ มติคณะกรรมกำรแล้วแต่กรณีหรือ 2)ไม่ได้จดัสรรจำกกำ ไรที่แท้จริงเพรำะยงัมีขำดทุนสะสมอยู่หรือ 3) ไม่มีกำรกนัทุนสำ รองตำมกฎหมำย บริษทัไดเ้งินปันผลน้นัคืนมำก็จะไดจ้ดัสรรชำ ระหน้ีให้แก่เจำ้หน้ีได้แต่วำ่ถำ้ผูถ้ือหุ้นคนใดไดร้ับ เงินปันผลไปแล้วโดยสุจริต เช่น ไม่ไดรู้้เรื่องกำรจดัสรรโดยไม่ชอบเหล่ำน้ีเลยผถู้ือหุน้น้นัก็ไม่ตอ้งคืน 3. ผู้ถือหุ้นจะหักกลบลบหนีค้่าหุ้นกบับริษัทไม่ได้ มำตรำ 1119 วรรคสอง ในกำรใช้เงินเป็นค่ำหุน้น้นัผถู้ือหุน้จะหกัหน้ีกบับริษทัหำไดไ้ม่ ผถู้ือหุ้นจะหกัหน้ีค่ำหุ้นกบับริษทัไม่ได้เพรำะจะทำ ให้ทุนไม่ไดร้ับชำ ระเต็ม แต่ในทำงปฏิบตัิอำจ ทำ ไดด้ว้ยวิธีกำรลงบญัชีใหค้รบถว้น กล่ำวคือ ตอ้งลงบญัชีวำ่ ไดร้ับค่ำหุน้มำจำกผถู้ือหุ้นแลว้และบริษทัได้ ชำ ระหน้ีที่คำ้งชำ ระกบัผูถ้ือหุ้นคนดงักล่ำว(มีใบเสร็จรับเงินเป็นหลกัฐำนครบถว้น)ก็จะไม่เป็นปัญหำกบั เรื่องเงินทุนของบริษัท นอกจำกน้นักำรที่กฎหมำยกำ หนดไม่ให้หักกลบลบหน้ีเพรำะอำจทำ ให้เจำ้หน้ี(ผู้ถือหุ้น)ที่มีสิทธิ หกักลบไดเ้ปรียบกวำ่เจำ้หน้ีอื่น เพรำะเท่ำกบัผูถ้ือหุน้ที่เป็นเจำ้หน้ีบริษทัจะไดร้ับชำ ระหน้ีก่อนเจำ้หน้ีคนอื่น ของบริษทัเมื่อใชส้ิทธิหกักลบ ท้งัๆ ที่ค่ำหุน้ตอ้งส่งเขำ้บริษทัเป็นทุนเพื่อกำรชำ ระหน้ีใหแ้ก่เจำ้หน้ีท้งัปวง
ส ำหรับนักศึกษำคณะนิติศำสตร์ มหำวิทยำลัยธรรมศำสตร์ ใชป้ระกอบกำรฟังคำ บรรยำยของรศ.สุดำวิศรุตพิชญ์เท่ำน้นั 129 4. บริษัทจะซื้อหรือไถ่หุ้นของตัวเองไม่ได้ มำตรำ 1143 ตัวบท กำรที่กฎหมำยห้ำมมิให้บริษัทจ ำกดัเป็นเจำ้ของถือหุน้ของตนเองหรือรับจำ นำ หุ้นของตนเองเพรำะ กำรที่บริษทัเป็นเจำ้ของหุ้นของตนเองจะทำ ให้เงินทุนของบริษทัมีไม่ครบ เนื่องจำกบริษัทต้องน ำเงินของ บริษทัเองมำซ้ือหุ้น ทำ ให้อำจมองได้ว่ำไม่มีเม็ดเงินใหม่เขำ้มำเป็นทุนในบริษทัถ้ำนำ หุ้นน้ันขำยให้ บุคคลภำยนอก จะทำ ให้บุคคลภำยนอกน้ันต้องน ำเงินมำช ำระเป็นค่ำหุ้นให้แก่บริษทับริษทัก็จะมี เมด็เงินใหม่เขำ้มำนนั่เอง นอกจำกกระทบในเรื่องของเงินทุนดงัที่กล่ำวมำแล้ว กำรที่บริษัทถือหุ้นของตนเอง อำจท ำให้อ ำนำจ ในกำรบริหำรจดักำรบริษทัเบ็ดเสร็จเด็ดขำดตกอยูแ่ก่กรรมกำรเพรำะวำ่ถำ้บริษทัถือหุ้นของตนเอง บริษทัก็ มำใชส้ิทธิในฐำนะผถู้ือหุน้ที่จะมำประชุมใหญ่และใชส้ิทธิออกเสียงลงคะแนนได้ซ่ึงบริษทัก็ตอ้งกระทำ โดย ผำ่นกรรมกำรของบริษทัมำใช้สิทธิในฐำนะผูถ้ือหุ้น หำกเป็นดงัน้ีหลกักำรที่ว่ำ ที่ประชุมใหญ่จะครอบง ำ กำรจดักำรของกรรมกำรก็จะไม่เป็นผล อย่ำงไรก็ตำม ในหลกักฎหมำยต่ำงประเทศ มีกำรให้ขอ้ยกเวน้ที่จะให้บริษทัสำมำรถถือหุ้นของ ตนเองได้เพรำะจะได้น ำเรื่องกำรถือหุ้นของตนเองน้ีมำแก้ไขปัญหำของบริษัทในเรื่องส ำคัญ ๆ เช่น เพื่อคุ้มครองผูถ้ือหุ้นฝ่ำยขำ้งน้อยกำรจดัสรรหุ้นให้แก่พนักงำน หรือเรื่องอื่น ๆ แต่ยงัต้องตกอยู่ภำยใต้ หลกักำรดำ รงไวซ้่ึงเงินทุนเหมือนกนักล่ำวคือใหบ้ริษทัสำมำรถถือหุน้ของตนเองได้โดยตอ้งไม่กระทบต่อ ทุนของบริษทัเช่นตอ้งใชเ้งินจำกกำ ไรสะสมของบริษทัไปซ้ือหุน้ของบริษทัคืนมำ ส่วน ที่จะตอ้งไม่กระทบ ต่อหลกักำรครอบงำ กำรจดักำรของที่ประชุมใหญ่ก็อำจจะกำ หนดใหหุ้น้ที่บริษทัซ้ือคืนมำน้นัตอ้งไม่นบัเป็น องค์ประชุม ไม่มีสิทธิออกเสียงในที่ประชุมใหญ่เป็นตน้เรื่องน้ีจะได้ศึกษำอีกคร้ังเมื่อศึกษำในบทของ บริษทัมหำชน จำ กดัซ่ึงเปิดขอ้ยกเวน้บำงประกำรแล้วแต่ในบริษทัจำ กดั ไม่มีขอ้ยกเวน้ ใด ๆ เลยคือห้ำม อยำงเด็ดขำด ่ ส่วนเรื่องของกำรริบหุ้น อำจมองวำ่เป็นกำรที่บริษทัถือหุ้นของตนเองแต่ในกฎหมำยจะเห็นไดว้ำ่ เมื่อบริษทัทำ กำรริบหุ้นมำจำกผูถ้ือหุ้นที่ไม่ส่งมอบค่ำหุ้น หุ้นน้นัยงัเป็นของผูถ้ือหุ้นคนน้นัอยู่จึงไม่ใช่เป็น เรื่องของกำรเป็ นเจ้ำของหุ้น และยงักำ หนดให้บริษทัตอ้งขำยโดยไม่ชกัช้ำขำยไดแ้ล้วหำกมีเงินเหลือจำก กำรหกัเป็นค่ำหุน้และดอกเบ้ียแลว้ตอ้งส่งเงินคืนใหผ้ถู้ือหุน้ 5. บริษัทจะลดทุนไม่ได้เว้นแต่กฎหมายให้อา นาจ เรื่องสุดท้ำยในหลกักำรป้องกนั ไม่ให้เงินทุนของบริษทัลดลงคือ บริษทัจะทำ กำรลดทุนไม่ได้ เวน้แต่วำ่จะไดท้ำ ตำมที่กฎหมำยกำ หนดไว้ซ่ึงกฎหมำยกำ หนดไวใ้นมำตรำ1224– มำตรำ 1227
ส ำหรับนักศึกษำคณะนิติศำสตร์ มหำวิทยำลัยธรรมศำสตร์ ใชป้ระกอบกำรฟังคำ บรรยำยของรศ.สุดำวิศรุตพิชญ์เท่ำน้นั 130 หลกัใหญ่ในกำรลดทุน คือตอ้งไม่ทำ ใหทุ้นที่ลดลงของบริษทักระทบต่อผถู้ือหุน้หรือเจำ้หน้ีดงัน้นั บริษทัจะทำ กำรลดทุนไปโดยพลกำรไมไ่ด้ถำ้ตอ้งกำรลดทุน กฎหมำยมีกระบวนกำรในกำรลดทุนไว้ซึ่งจะได้ ศึกษำในหวัขอ้กำรลดทุน ต่อไป 5) การเพมิ่ทุน การลดทุน ในส่วนน้ีจะศึกษำเรื่องที่เกี่ยวกบัทุนของบริษทัอีก2เรื่องไดแ้ก่กำรเพิ่มทุนและกำรลดทุนซ่ึงเป็น เรื่องที่กระทบต่อโครงสร้ำงที่ส ำคญั ในเรื่องเงินทุนของบริษทักฎหมำยจึงตอ้งกำ หนดหลกัเกณฑ์ไว้เพรำะหำก บริษัทมีกำรเพิ่มทุนหรือมีกำรลดทุน จำ นวนเงินทุนของบริษทัจะเพิ่มข้ึน หรือลดลงหำกกระทำ โดยไม่ชอบ อำจจะทำ ใหบุ้คคลที่มีส่วนเกี่ยวขอ้งเสียหำยได้ 5.1. การเพมิ่ทุน กำรเพิ่มทุนกฎหมำยบญัญตัิไวต้้งัแต่มำตรำ1220– มำตรำ 1223 มำตรำ 1220 ตัวบท บริษทัจำ กดัอำจเพิ่มทุนของบริษทัข้ึนได้ภำยใต้เงื่อนไข 2 ข้อ คือ ข้อที่ 1 บริษัท จำ กัดจะเพิ่มทุนได้เพียงวิธีเดียวคือต้องออกหุ้นใหม่เพิ่มจำ นวนหุ้นของบริษัท เท่ำน้นัแมทุ้นจดทะเบียนของบริษทัจะเท่ำกบั จ ำนวนหุ้น คูณด้วย มูลค่ำหุน้กำรเพิ่มทุนก็จะทำ ดว้ยกำรให้มี จำ นวนหุน้เท่ำเดิมแลว้เพิ่มมูลค่ำของหุน้ ไม่ได้ เช่น บริษทัมีทุนจดทะเบียน 1 ล้ำนบำท แบ่งออกเป็ นหุ้นจ ำนวน 1แสนหุน้มูลค่ำหุน้ละ10 บำท ถ้ำบริษัทต้องกำรเพิ่มทุนจดทะเบียนเป็ น 2 ล้ำนบำท บริษทัทำ ไดด้ว้ยกำรออกหุน้ ใหม่อีกจำ นวน 1แสนหุน้มูลค่ำหุน้เท่ำเดิมคือหุน้ละ10 บำท เท่ำน้นั บริษทัจะเพิ่มทุนดว้ยกำรใหม้ี1แสนหุน้เท่ำเดิม แต่เพิ่มมูลค่ำหุน้เป็นหุน้ละ20 บำท ไม่ได้ เหตุผลที่กฎหมำยห้ำมเพิ่มทุนดว้ยกำรเพิ่มมูลค่ำหุ้น เพรำะกำรทำ ดว้ยวิธีน้ีจะเป็นกำรสร้ำงภำระให้แก่ ผถู้ือหุน้ ให้ตอ้งหำเงินมำลงทุนเพิ่มในบริษทัอีกเพรำะผถือหุ้นทุกคน ู้ผกูพนัที่จะตอ้งชำ ระค่ำหุน้ ให้ครบ เมื่อเดิมผถู้ือหุน้มีภำระเพียงหุน้ละ 10 บำท กลำยเป็นวำ่ผถู้ือหุน้น้นัมีภำระตอ้งชำ ระค่ำหุน้ถึง 20 บำท แต่หำกเพิ่มทุนด้วยกำรเพิ่มจำ นวนหุ้น ผูถ้ือหุ้นคนใดไม่อยำกจะลงทุนเพิ่มในบริษทัน้ีอีก ก็ สำมำรถเลือกที่จะไม่ซ้ือหุ้นที่ออกใหม่ก็ได้จึงเป็นวิธีกำรที่ไม่สร้ำงภำระแบบบีบบงัคบั ให้จำ ตอ้งลงทุน เพิ่ม ข้อสังเกต ในกำรออกหุ้นใหม่เพิ่มทุนน้ีหุ้นที่ออกใหม่ตอ้งมีมูลค่ำเท่ำเดิมเสมอเพรำะวำ่ หุ้นทุกหุ้น ในบริษัทจะตอ้งมีมูลค่ำเท่ำกนั
ส ำหรับนักศึกษำคณะนิติศำสตร์ มหำวิทยำลัยธรรมศำสตร์ ใชป้ระกอบกำรฟังคำ บรรยำยของรศ.สุดำวิศรุตพิชญ์เท่ำน้นั 131 ข้อที่ 2 กำรออกหุ้นใหม่เพิ่มทุนจะทำ ไดจ้ะตอ้งอำศยัมติของที่ประชุมใหญ่ผูถ้ือหุ้น และต้องเป็ น มติพิเศษ ไม่ใช่มติเสียงขำ้งมำกธรรมดำ มติพิเศษจะไดม้ำอยำ่งไรน้นั บริษัทต้องด ำเนินกำรให้เป็ นไปตำมที่ บัญญัติในมำตรำ 1194 มำตรำ 1194 ตัวบท ประมวลกฎหมำยแพ่งและพำณิชยไ์ดก้ำ หนดให้เรื่องที่สำ คญัๆ อนักระทบต่อโครงสร้ำงของบริษทั จะดำ เนินกำรไดต้อ้งไดร้ับมติพิเศษ จำกที่ประชุมผูถ้ือหุ้นก่อน กำรเพิ่มทุนก็เป็นเรื่องหน่ึงในหลำย ๆ เรื่อง เพรำะเป็นเรื่องที่กระทบต่อโครงสร้ำงเรื่องเงินทุนของบริษทั มีเรื่องใดบำ้งที่กฎหมำยเห็นวำ่เป็นเรื่องสำ คญั โดยบญัญตัิให้ต้องใช้มติพิเศษในกำรด ำเนินกำร และ รำยละเอียด กำรได้มำซึ่งมติพิเศษ จะไดศ้ึกษำในส่วนที่วำ่กำรประชุมใหญ่ผถู้ือหุน้และมติของที่ประชุม มำตรำ1221 ตัวบท เมื่อที่ประชุมใหญ่มีมติพิเศษให้เพิ่มทุนด้วยกำรออกหุ้นใหม่จำ นวนเท่ำใดแล้ว โดยหลักกำร หุ้นทุกหุ้นต้องช ำระเป็นเงิน แต่หำกบริษทัตอ้งกำรออกหุ้นใหม่และให้หุ้นที่ออกใหม่ชำ ระดว้ยทรัพยส์ ิน อยำ่งอื่นนอกจำกเงินก็สำมำรถทำ ได้เพียงแต่กฎหมำยกำ หนดให้ตอ้งมีกำรขอมติพิเศษในกำรออกหุ้นที่ชำ ระ ค่ำหุน้ดว้ยทรัพยส์ินอยำ่งอื่นดว้ย และในกำรขอมติพิเศษเพื่อเพิ่มทุน กับมติพิเศษที่จะให้หุ้นออกใหม่ช ำระค่ำหุ้นด้วยทรัพย์สิน อย่ำงอื่น บริษทัตอ้งจดัให้เป็น 2วำระแยกจำกกนัเพรำะในกำรใช้สิทธิลงคะแนนของผูถ้ือหุ้นจะไดพ้ ิจำรณำ แยก2เรื่องออกจำกกนัชดัเจนเนื่องจำกผูถ้ือหุน้คนที่เห็นดว้ยใหเ้พิ่มทุนอำจไม่เห็นดว้ยที่จะให้มีหุ้นออกใหม่ เพิ่มทุนที่ชำ ระค่ำหุ้นด้วยทรัพยส์ ินอย่ำงอื่น อยำกให้ชำ ระค่ำหุ้นเป็นเงินท้งัหมด ถ้ำไม่แยกกำรลงคะแนน ออกจำกกนัเป็น2เรื่องผถู้ือหุน้รำยน้ีก็จะใชส้ิทธิตำมควำมเห็นของตนเองไม่ได้ เช่น บริษทัขอมติเพิ่มทุน ดว้ยกำรออกหุ้นใหม่อีกจำ นวน 1แสนหุ้น แต่เสนอว่ำให้มีหุ้น จำ นวน 3 หมื่นหุ้น ที่จะให้ช ำระด้วยที่ดิน ผูถ้ือหุ้นที่เห็นด้วยกับกำรเพิ่มทุนก็จะลงมติอนุมตัิให้เพิ่มทุน แต่เมื่อ ขอมติพิเศษเรื่องให้3หมื่นหุน้ชำ ระดว้ยที่ดินผถู้ือหุน้รำยน้ีจะไดล้งคะแนนไม่อนุมตัิเป็นตน้ เมื่อบริษัทได้รับมติพิเศษเรียบร้อยแล้ว เท่ำกบั บริษัทสำมำรถที่จะเพิ่มทุนไดแ้ลว้ ข้อ 3กำรจดัสรรหุ้นเพิ่มทุน ตอ้งจดัสรรหุ้นที่ออกใหม่น้ีให้แก่ผูถ้ือหุ้นเดิมตำมสัดส่วน เพื่อให้ ผถู้ือหุน้เดิมทุกคนสำมำรถรักษำอตัรำส่วนหุน้ ในบริษทัได้ มำตรำ1222 ตัวบท ถำ้ผูถ้ือหุ้นเดิมซ้ือหุ้นเพิ่มทุนในสัดส่วน เต็มตำมสิทธิจะทำ ให้ตนสำมำรถรักษำสัดส่วนในบริษทั ไวไ้ด้เช่นเดิมผูถ้ือหุน้รำยหน่ึงมีหุ้นจำ นวน 10%เมื่อบริษทัเพิ่มทุน ผูถ้ือหุ้นคนน้ีก็จะตอ้งไดร้ับกำรจดัสรร หุ้นจ ำนวน 10%ของจำ นวนหุ้นที่ออกใหม่ดว้ยเป็นตน้ถำ้ในกำรเพิ่มทุน และผูถ้ือหุ้นไม่ไดร้ับจดัสรรตำม
ส ำหรับนักศึกษำคณะนิติศำสตร์ มหำวิทยำลัยธรรมศำสตร์ ใชป้ระกอบกำรฟังคำ บรรยำยของรศ.สุดำวิศรุตพิชญ์เท่ำน้นั 132 สัดส่วนที่วำ่น้ีบริษทัออกหุน้ ใหแ้ก่ผูถ้ือหุ้นคนใดโดยเฉพำะจะทำ ใหผ้ถู้ือหุน้คนอื่น ๆ ถูกลดสัดส่วนลงโดย ปริยำย หรือเรียกวำ่เป็น “dilution of share” นอกจำกน้ีมำตรำ 1222 ยงักำ หนดวิธีกำรส่งคำ เสนอมีรำยละเอียดต่ำงๆ ไปยงัผูถ้ือหุ้นเพื่อให้ ผถู้ือหุน้ ใชส้ิทธิแต่ถำ้ผถู้ือหุ้นคนใดไม่ซ้ือ หรือไม่ซ้ือให้เต็มตำมสิทธิหุ้นที่ผถู้ือหุ้นไม่รับซ้ือน้ีกฎหมำยก็ กำ หนดให้กรรมกำรเสนอแก่ผูถ้ือหุ้นคนอื่น ๆ เผื่อว่ำผูถ้ือหุ้นคนอื่นที่ซ้ือเต็มตำมสิทธิแล้วยงัอยำกจะได้ หุ้นเพิ่มอีกก็จะไดร้ับซ้ือไว้หรือกรรมกำรจะรับซ้ือไวเ้องก็ได้ซ่ึงหำกกรรมกำรจะซ้ือแมก้รรมกำรน้ันจะ ไม่ไดเ้ป็นผถู้ือหุน้อยเู่ดิมก็ซ้ือไดต้ำมช่องทำงน้ี มีขอ้ สังเกตเกี่ยวกบักำรเสนอขำยหุ้นเพิ่มทุนน้ีจะเห็นได้ว่ำเมื่อผูถ้ือหุ้นไม่รับซ้ือหุ้นตำมสิทธิที่ ผถู้ือหุน้น้นัๆ มีตำมสัดส่วนแลว้บรรดำหุน้ที่เหลือน้นับริษทัจะนำ ไปขำยแก่คนนอกไม่ได้ต้องขำยผู้ถือหุ้น ในบริษทัน้นัหรือกรรมกำรตอ้งรับซ้ือ หลักกำรในกฎหมำยคือตอ้งกำรให้หุน้ที่ออกใหม่น้นัยงัคงอยใู่นกลุ่ม ผถู้ือหุ้นเดิม หรือกลุ่มกรรมกำรไม่กระจำยออกไปยงัคนนอกเนื่องจำกบริษทัจำ กดัเป็นบริษทั ปิด ไม่ไดม้ีกำร เสนอขำยแก่คนทวั่ ไป ซ่ึงบทบญัญััติน้ีแก้ไขเมื่อมีบริษทัมหำชนจำ กดัเพื่อให้เห็นแตกต่ำงระหว่ำง บริษทัจำ กดักบับริษทัมหำชน จำ กดัแต่กำรบญัญตัิเช่นน้ีมีปัญหำในทำงปฏิบตัิเพรำะในบำงคร้ังผู้ถือหุ้น คนเดิมและกรรมกำรก็ไม่สำมำรถรับซ้ือหุ้นที่เหลือน้นัเองจนครบ ในขณะเดียวกนัอำจมีคนนอกที่สนใจ จะลงทุนในบริษัทดงักล่ำวแต่ก็ไม่สำมำรถเขำ้มำซ้ือได้คร้ันกรรมกำรจะรับซ้ือไวก้่อนแล้วค่อยโอนให้ คนนอกตำมหลกักำรโอนหุน้ซ่ึงผถู้ือหุน้ทุกคนทำ ไดอ้ยแู่ลว้ก็อำจมีปัญหำเรื่องภำระภำษี ในทำงปฏิบตัิก็เลยต้องอ้อมกฎหมำย เช่นอำจมีกำรโอนหุ้นจำ นวนน้อย ๆ ให้แก่คนนอกในรำคำ เดียวกบัที่ไดหุ้้นมำเพื่อไม่ให้มีภำระภำษีแก่ผูโ้อน กำรโอนน้ีก็เพื่อให้คนนอกคนน้นักลำยมำเป็นผูถ้ือหุ้นใน บริษทัก่อน แลว้ค่อยจดัสรรให้ตำมสัดส่วน โดยมีขอ้ตกลงวำ่ผูถ้ือหุ้นเดิมที่ไดร้ับจดัสรรตำมส่วนลงหุน้ของ ทุกคนจะไม่รับซ้ือ เมื่อผถู้ือหุน้คนอื่น ๆ ไม่รับซ้ือคนที่เขำ้มำใหม่น้นัก็จะรับซ้ือไวท้้งัหมด เป็นตน้ ข้นัตอนสุดทำ้ยของกำรเพิ่มทุนคือเมื่อหุ้นที่ออกใหม่ขำยแก่ผูถ้ือหุ้นเสร็จเรียบร้อยแลว้ก็ดำ เนินกำร ไปจดทะเบียนเพิ่มทุนมีกำรแกไ้ขจำ นวนทุนจดทะเบียนในหนงัสือบริคณห์สนธิเพรำะหนงัสือบริคณห์สนธิน้ี จะมีจำ นวนทุนอยู่วำ่มีกี่หุ้น มีทุนจดทะเบียนเท่ำไร มูลค่ำหุ้นละเท่ำไรเมื่อเปลี่ยนจำ นวนทุนก็ตอ้งไปเปลี่ยน ในหนงัสือบริคณห์สนธิก็เป็นอนัวำ่กำรประกำศเพิ่มทุนก็เสร็จเรียบร้อย 5.2. การลดทุน ข้นัตอนกำรลดทุนจะมีปัญหำยงุ่ยำกกวำ่ข้นัตอนกำรเพิ่มทุนเพรำะวำ่ถำ้มองในแง่กำรลดทุนแลว้จะมี บุคคลที่อำจถูกกระทบจำกกำรลดทุนเพิ่มข้ึนคือเจำ้หน้ีแต่ในกำรเพิ่มทุนไม่ไดท้ำ ให้เจำ้หน้ีเสียหำยกลบัเป็น
ส ำหรับนักศึกษำคณะนิติศำสตร์ มหำวิทยำลัยธรรมศำสตร์ ใชป้ระกอบกำรฟังคำ บรรยำยของรศ.สุดำวิศรุตพิชญ์เท่ำน้นั 133 ผลดีแก่เจำ้หน้ีเพรำะมีทุนอนัเป็นหลกัประกนัเพิ่มข้ึน จึงเห็นไดว้ำ่ ในกำรเพิ่มทุนไม่มีกระบวนกำรที่กฎหมำย กำ หนดใหเ้จำ้หน้ีเขำ้มำมีส่วนเกี่ยวขอ้งเลยซ่ึงจะต่ำงจำกกำรลดทุนที่จะศึกษำต่อไปน้ี มำตรำ 1224 ตัวบท ในทำงทฤษฎี บริษัทอำจจะลดทุนด้วยวัตถุประสงค์2 ประกำรใหญ่ๆ วัตถุประสงค์ประกำรแรกคือกำรลดทุนเพื่อลดขนำดของบริษทัลง เช่นจดทะเบียนทุนไวสู้งมำกแต่ ภำวะเศรษฐกิจของกิจกำรน้ันเปลี่ยนแปลงไป ผูถ้ือหุ้นอยำกจะน ำทุนของตนไปทำ ธุรกิจประเภทอื่น จะ ถอนทุนออกไปโดยพลกำรไม่ได้ตอ้งทำ ตำมข้นัตอนกำรลดทุน ในกรณีน้ีผถู้ือหุน้จะรับเงินทุนของตนเองคืน ไปด้วย วัตถุประสงค์ประกำรที่สอง คือกำรลดทุนเพื่อแกไ้ขขำดทุน เป็ นผลในทำงบัญชี เพรำะหำกไม่ทำ กำรลดทุน เมื่อส่วนของทุนรวมกบัส่วนของหน้ีสินจะมีมำกกวำ่สินทรัพยใ์น งบดุลของบริษทัและถำ้บริษทั มีผลขำดทุน กำรที่จะแก้ไขปัญหำกำรประกอบธุรกิจ ด้วยกำรหำเงินทุนเขำ้มำเพื่อใช้ในกำรประกอบกำร ไม่ว่ำจะดว้ยกำรเพิ่มทุน หรือดว้ยกำรกูย้ืมเงิน ก็ไม่ไดร้ับควำมเชื่อถือ กล่ำวคือถำ้บริษทัเพิ่มทุน ดว้ยกำร ออกหุ้นใหม่และตอ้งขำยหุ้นที่ออกใหม่ไม่ต่ำ กว่ำมูลค่ำที่จดทะเบียน ก็จะไม่มีใครอยำกรับซ้ือเนื่องจำก รำคำหุ้นทำงบญัชีต่ำ กว่ำรำคำพำร์คนที่ซ้ือในรำคำพำร์ก็จะมีผลเท่ำกบัว่ำรับขำดทุนทนัทีหรือกรณี บริษทัขำดทุน และจะไปกูเ้งินสถำบนักำรเงิน สถำบนักำรเงินก็จะไม่ให้กูเ้พรำะไม่มีควำมสำมำรถใน กำรชำ ระหน้ีเนื่องจำกหน้ีเดิมก็ยงัไม่สำมำรถชำ ระไดเ้พรำะทรัพยส์ินมีไม่พอชำ ระหน้ีสิน กำรลดทุนเพื่อแกไ้ขขำดทุนก็จะช่วยได้เพรำะผูถ้ือหุ้นเดิมจะตอ้งยอมรับผลกำรขำดทุนไป ก่อน และในทำงปฏิบตัิเมื่อบริษทัทำ กำรลดทุนเพื่อแก้ไขขำดทุนแล้ว บริษัทก็มกัจะเพิ่มทุนเพื่อให้มี ทุนเพิ่มข้ึน แลว้ดั ำเนินธุรกิจต่อไปได้ ข้นัตอนกำรลดทุนจะตอ้งทำ ตำมลำ ดบั (คลำ้ยกำรเพิ่มทุน) สรุปไดด้งัน้ี ข้อ 1 บริษทัจำ กัดจะลดทุนได้2 วิธีคือ ลดมูลค่ำแต่ละหุ้นๆ ให้ต่ำ ลง หรือ ลดจ ำนวนหุ้นให้ น้อยลง ก็ได้แต่กฎหมำยได้ก ำหนดจ ำนวนทุนที่ลดลงว่ำ เมื่อลดลงแล้วจะให้น้อยกว่ำ 25 % ของ ทุนจดทะเบียนเดิมไม่ได้(ดูมำตรำ 1225 ประกอบด้วย) ตวัอย่ำงเช่น บริษทัมีทุนจดทะเบียน 1ลำ้นบำท แบ่งทุนออกเป็นหุ้นจำ นวน 1แสนหุ้น มูลค่ำหุ้น หุ้นละ 10 บำท ถ้ำบริษัทต้องกำรลดทุนจดทะเบียนลงครึ่ งหนึ่งคือ เหลือ 5แสนบำท อำจทำ ได้2วธิีดงัน้ี 1) ลดทุนด้วยกำรลดมูลค่ำหุ้นลงจำกหุ้นละ10 บำท เป็นหุ้นละ5 บำท แต่ยงัคงมี 1แสนหุ้นเท่ำเดิม) ผูถ้ือหุ้นทุกคนก็จะมีจำ นวนหุ้นที่ถือเท่ำเดิม แต่มูลค่ำหุ้นจะเหลือหุ้นละ5 บำท ดงัน้นั หำกบริษทัน้ีเลิกกิจกำรจะไดค้ืนทุนหุน้ละ5 บำทเท่ำน้นัหรือ
ส ำหรับนักศึกษำคณะนิติศำสตร์ มหำวิทยำลัยธรรมศำสตร์ ใชป้ระกอบกำรฟังคำ บรรยำยของรศ.สุดำวิศรุตพิชญ์เท่ำน้นั 134 2) ลดทุนดว้ยกำรลดจำ นวนหุ้นลงจำกเดิมมี1แสนหุน้ ให้เหลือเพียง5 หมื่นหุน้แต่ มูลค่ำหุ้นยงัคงหุ้นละ10 บำทเหมือนเดิม ในกรณีน้ีผู้ถือหุ้นทุกคนจะถูกลดจ ำนวนหุ้นลงตำมส่วน หมำยควำมวำ่2 หุ้นเดิม เหลือเพียง1 หุน้เป็นตน้ ในทำงปฏิบตัิกำรลดทุนดว้ยกำรลดจ ำนวนหุ้นอำจมีปัญหำ เรื่อง “เศษหุ้น” เช่น ผูถ้ือหุ้นที่ถือ3 หุ้นเดิม จะเป็น 1 หุ้นใหม่และเศษหุ้นอีก.5 หุ้น บริษทัก็ตอ้งเสนอในที่ ประชุมผูถ้ือหุ้นตอนที่จะขออนุมตัิลดทุนน้นัวำ่จะมีวิธีกำรจดักำรอย่ำงไรกบัเศษหุ้นที่วำ่น้ีโดยจะไม่กล่ำว รำยละเอียดในที่น้ี ยังมีเงื่อนไขอีกประกำรคือจ ำนวนทุนที่เหลือหลังจำกกำรลดทุน ซึ่งบริษทัตำมตวัอยำ่งน้ีจะลดทุน ใหเ้หลือทุนจดทะเบียน นอ้ยกวำ่250,000 บำท (จำกทุนจดทะเบียน 1 ล้ำนบำท) ไม่ได้ ดงัน้นับริษทัจะเลือกใชว้ิธีใดก็ได้เพียงแต่ถำ้มีกำรลดทุนดว้ยกำรลดมูลค่ำหุ้น จะตอ้งค ำนึงถึงกำร กำ หนดมูลค่ำหุน้ข้นัต่ำ ที่กฎหมำยกำ หนดวำ่จะตอ้งไม่ต่ำ กวำ่หุน้ละ5 บำท ประกอบดว้ย(ดูมำตรำ1117) เช่น บริษทัจะลดทุนเหลือ250,000 บำท จะทำ ไดเ้พียงกำรลดจำ นวนหุ้นลงเพรำะถำ้ลดมูลค่ำหุ้นจะ ทำ ใหร้ำคำมูลค่ำหุน้ที่ลดลงน้นัมีมูลค่ำเป็ นหุ้นละ 2.50 บำท ซึ่งต ่ำกวำ่5 บำท ไม่ได้เป็นตน้ ข้อ 2กำรลดทุน ไม่วำ่จะดว้ยวธิีใด จะท ำได้จะต้องอำศัยมติพิเศษของที่ประชุมใหญ่ผถู้ือหุน้เท่ำน้นั ข้อ 3 ตอ้งมีกำรบอกกล่ำวเจำ้หน้ีเพื่อเปิดโอกำสใหเ้จำ้หน้ีคดัคำ้น เมื่อได้มติพิเศษแล้วข้นัตอนต่อไปของกำรลดทุนคือ บอกกล่ำวใหเ้จำ้หน้ีของบริษัทได้คัดค้ำน เพรำะ กำรลดทุนน้ันกระทบสิทธิของเจำ้หน้ีในกำรที่จะบงัคบัชำ ระหน้ีเนื่องจำกทุนของบริษัทหำยไป โดยเฉพำะ อยำ่งยงิ่กำรลดทุนในกรณีที่เป็ นกำรลดขนำด เพรำะอำจมีกำรคืนทุน โดยเอำเงินออกจำกบริษทัไปแต่ถำ้ลดทุน เพื่อแกไ้ขขำดทุนบำงคร้ังเจำ้หน้ีอำจจะยินดีเพรำะจะไดแ้กไ้ขปัญหำในกำรประกอบธุรกิจต่อไปได้เพรำะเมื่อ ลดทุนแลว้อำจทำ กำรเพิ่มทุนเพื่อให้มีเม็ดเงินใหม่เขำ้มำหมุนเวียนในกำรประกอบกำร ท ำให้เจำ้หน้ีมีโอกำส รับชำ ระหน้ีมำกข้ึน มำตรำ1226 ตัวบท ข้อสังเกต มีกำรแก้ไขกฎหมำยใน ปี2551เรื่องที่ให้บริษัทที่จะลดทุนต้องโฆษณำกำรลดทุนใน หนงัสือพิมพแ์ห่งทอ้งที่ซ่ึงแต่เดิมกำ หนดไว้“เจ็ดคร้ังเป็นอยำ่งนอ้ย”ไดแ้กไ้ขให้มีกำรบอกกล่ำวเจำ้หน้ีที่ กระชบัข้ึน โดยให้บอกกล่ำวดว้ยกำรโฆษณำในหนงัสือพิมพแ์ห่งทอ้งที่อย่างน้อย 1 คราวก็เพียงพอและก็ ยังคงต้องมีหนงัสือบอกกล่ำวไปยงับรรดำผู้ซ่ึงบริษทัรู้วำ่เป็นเจำ้หน้ีของบริษทับอกให้ทรำบรำยละเอียดที่จะ ลดทุนลง บอกใหเ้จำ้หน้ีที่มีขอ้คดัคำ้นอยำ่งหน่ึงอยำ่งใดในกำรลดทุนส่งคำ คดัคำ้นภำยใน 30วันนบัแต่วนัที่ บอกกล่ำว(เดิมกฎหมำยกำ หนดให้เวลำเจำ้หน้ีคดัคำ้น ถึง3เดือน ซึ่งเวลำในกำรท ำกำรคัดค้ำนของเจ้ำหน้ีส้ัน ลง ดงัน้นัเจำ้หน้ีจึงตอ้งเร่งพิจำรณำวำ่กำรลดทุนของบริษทัที่เป็นลูกหน้ีของตนจะมีผลกระทบต่อกำรที่จะ
ส ำหรับนักศึกษำคณะนิติศำสตร์ มหำวิทยำลัยธรรมศำสตร์ ใชป้ระกอบกำรฟังคำ บรรยำยของรศ.สุดำวิศรุตพิชญ์เท่ำน้นั 135 ไดร้ับชำ ระหน้ีหรือไม่) หำกเจำ้หน้ีคนใดคดัคำ้นตอ้งยื่นคดัคำ้นภำยในกำ หนดเวลำที่กฎหมำยกำ หนดคือ 30วันนบัแต่วนัที่บอกกล่ำว ซ่ึงเมื่อบอกกล่ำวไปแลว้อำจเกิดข้อเท็จจริงได้ 2 ทำงคือ ทำงที่ 1ถำ้เจำ้หน้ีท้งัหลำยแจง้วำ่ ไม่คดัคำ้น (ซ่ึงในทำงควำมเป็นจริงคงจะเป็นไปไดย้ำกที่ จะได้รับค ำตอบมำครบถ้วนวำ่ ไม่คดัคำ้น) หรือ ไม่มีเจำ้หน้ีคัดค้ำนภำยใน 30 วัน กฎหมำยให้ถือวำ่ ไม่มีกำร คัดค้ำน ซ่ึงหำกไม่มีเจำ้หน้ีคัดค้ำนหรือถือวำ่ ไม่คดัคำ้น บริษทัก็จะไปจดทะเบียนลดทุนต่อไปได้ ค ำคัดค้ำนโดยปกติแล้วเจำ้หน้ีควรจะส่งเป็นลำยลักษณ์อกัษรเพื่อที่จะให้ปรำกฏเป็ น หลกัฐำนวำ่เจำ้หน้ีคดัคำ้น แต่ในเรื่องน้ีกฎหมำยไม่ไดเ้ขียนวำ่จะตอ้งคดัคำ้นอยำ่งไร ทำงที่ 2ถำ้มีเจำ้หน้ีคดัคำ้นภำยในกำ หนดเวลำ บริษัทจะจดักำรลดทุนลงไม่ได้จนกวำ่จะ ไดใ้ชห้น้ีหรือไดให้ ้ ประกนัเพื่อหน้ีรำยน้นัแล้ว กำรที่เจำ้หน้ีคดัคำ้นน้นัอำจเป็นเพรำะเจำ้หน้ีกลวัว่ำถำ้ลดทุนไปแลว้ตนจะไม่ไดร้ับชำ ระ หน้ีดงัน้นั วิธีที่ดีที่สุด กฎหมำยจึงให้บริษัทชำ ระหน้ีเจำ้หน้ีคนน้ันเสีย หรือหำกหน้ียงัไม่ถึงกำ หนด และ เจำ้หน้ียงัไม่อยำกรับชำ ระหน้ีก็ให้บริษทัจดัหำหลกัประกนั ให้เจำ้หน้ีเพื่อให้เจำ้หน้ีมนั่ใจวำ่แมว้ำ่ลดทุนไป แล้ว ถ้ำถึงเวลำชำ ระหน้ีเจำ้หน้ีจะได้รับชำ ระหน้ีแน่นอน หรือถำ้บริษทัยงัไม่ชำ ระหน้ีเจำ้หน้ีก็จะบังคับ หลกัประกนัน้ีไปชำ ระหน้ีได้ มำตรำ 1227 ตัวบท นอกจำกน้นักฎหมำยยงัคุม้ครองเจำ้หน้ีบำงรำยที่ไม่ไดม้ำคดัคำ้นภำยในกำ หนดเวลำเพรำะตนไม่ ทรำบวำ่บริษทัมีกำรลดทุน และกำรที่ไม่ทรำบน้นั ไม่ใช่เป็นเพรำะควำมผิดของตน เช่น เจำ้หน้ีเป็นเจำ้หน้ี ของบริษทัแต่ไม่ใช่เจำ้หน้ีที่มีชื่อในบญัชีของบริษทัแมบ้ริษทัจะได้ลงโฆษณำในหนังสือพิมพ์ในประเทศ ไทยแต่เจำ้หน้ีเป็นเจำ้หน้ีต่ำงประเทศไม่มีโอกำสไดอ้่ำนหนงัสือพิมพไ์ทย เช่นน้ีถือวำ่กำรที่ไม่รู้วำ่บริษทั ลดทุน และที่ไม่รู้ไม่ใช่ควำมผิดของตน ผลแห่งกำรน้ีกฎหมำยให้ผูถ้ือหุ้นท้งัหลำยที่ไดร้ับเงินคืนไปตำม ส่วนที่ลดหุ้นลงยงัตอ้งรับผิดต่อเจำ้หน้ีรำยน้ีเต็มจ ำนวนที่ได้รับทุนคืนไป ควำมรับผิดน้ีมีกำ หนดสองปี นบัแต่วนัที่ไดล้งทะเบียนกำรลดทุนน้นั เหตุผลเพรำะกำรลดทุนโดยเฉพำะเมื่อมีกำรคืนทุนให้แก่ผถู้ือหุน้ทำ ใหทุ้นของบริษทัลดลงเจำ้หน้ี รำยน้ีก็มีสิทธิเรียกเอำทุนจำ นวนน้นัคืนมำยงับริษทัเพื่อวำ่ตนจะไดเ้อำไปชำ ระหน้ีได้ อยำ่งไรก็ตำม ยงัตอ้งพิจำรณำดว้ยวำ่ถำ้กำรคืนทุนตำมส่วนที่ลดน้นัมีมูลค่ำมำกกวำ่ที่เจำ้หน้ีมีสิทธิ เรียกร้องอยู่ในมูลหน้ีเช่น ส่วนของกำรคืนทุนตำมที่ลดทุนอำจจะมีจำ นวนถึง5แสนบำท แต่เจำ้หน้ีเป็น เจำ้หน้ีบริษทัเพียง1แสนบำท เจำ้หน้ีคงใชส้ิทธิเรียกเอำส่วนลงหุน้ของผถู้ือหุน้คืนมำเพียงเท่ำที่เจำ้หน้ีมีสิทธิ ในมูลหน้ีคือ1แสนบำท เท่ำน้นั
ส ำหรับนักศึกษำคณะนิติศำสตร์ มหำวิทยำลัยธรรมศำสตร์ ใชป้ระกอบกำรฟังคำ บรรยำยของรศ.สุดำวิศรุตพิชญ์เท่ำน้นั 136 ข้อสังเกตคือมำตรำ1227 ที่คุม้ครองเจำ้หน้ีที่ไม่ทรำบถึงกำรลดทุนดว้ยกำรใหส้ิทธิเจำ้หน้ีในกำรที่จะ บังคับผู้ถือหุ้นให้ต้องรับผิด คือบรรดำผู้ถือหุ้นที่ได้รับเงินคืนไป เพรำะฉะน้นั ในทำงปฏิบตัิจะไดม้ีเพียงแค่ กรณีแรกที่เป็ นกำรลดขนำดที่มีกำรคืนเงินไปจริงแต่ถำ้เป็นกำรลดเพรำะวำ่มีกำรแกไ้ขขำดทุนไม่มีกำรคืนเงิน ในกรณีน้ีก็จะไม่มีกำรบงัคบัตำมมำตรำ1227น้ี ข้นัตอนสุดทำ้ยของกำรลดทุน คือกำรไปจดทะเบียนกำรลดทุน และเปลี่ยนแปลงเรื่องจ ำนวนทุนจด ทะเบียนของบริษัท(หลังจำกที่ได้ลดลงไปแล้ว)ในหนังสือบริคณห์สนธิ เพื่อให้บุคคลภำยนอกไดร้ับรู้วำ่เป็น บริษทัที่มีทุนจดทะเบียนจำ นวนเท่ำใด
ส ำหรับนักศึกษำคณะนิติศำสตร์ มหำวิทยำลัยธรรมศำสตร์ ใชป้ระกอบกำรฟังคำ บรรยำยของรศ.สุดำวิศรุตพิชญ์เท่ำน้นั 137 6) อ ำนำจจัดกำรบริษัท ในปัจจุบันมีหลกัในกำรบริหำรจดักำรบริษทัที่มกัจะพูดถึงกนัคือ“หลักกำรบริหำรจัดกำร บริษัทที่ดี” หรือ“หลักธรรมำภิบำล” หรือ “หลักบรรษัทภิบำล (Corporate Good Governance) บำงคร้ัง เรียกยอ่วำ่ CG)” หลกักำรดงักล่ำวน้ีก็คือ หลกักฎหมำยหรือกฎเกณฑ์ที่มุ่งใหผู้ป้ระกอบธุรกิจในรูปของ บริษัท ต้องด ำเนินกิจกำรไปโดยให้บริษัท ผูถ้ือหุ้น รวมท้ังบุคคลอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับบริษัท ได้ ประโยชน์ร่วมกนั ให้ทุกคนไดร้ักษำสิทธิของตน ดงัน้นัจึงให้ทุกฝ่ำยที่เกี่ยวขอ้งตอ้งปฏิบตัิหน้ำที่ของ ตนใหด้ีหำกใครไม่ปฏิบตัิตำมอำ นำจหนำ้ที่ก็จะตอ้งมีควำมรับผดิ (สิทธิคู่กบัหนำ้ที่และควำมรับผดิ) มำตรำ 1144 ตัวบท กฎหมำยกำ หนดให้บริษทัตอ้งมีกรรมกำร ซ่ึงส ำหรับบริษทัจำ กดักำ หนดวำ่จะมีกรรมกำรคนหน่ึง หรือหลำยคนก็ได้และกรรมกำรตอ้งจดักำรตำมขอ้บงัคบัของบริษทัและอยู่ภำยใตก้ำรครอบงำ ของที่ ประชุมใหญ่ผถู้ือหุน้ จำ นวนกรรมกำรจะมีเท่ำใดน้ันแล้วแต่ขอ้บงัคบัของบริษทัน้ัน ๆ จะกำ หนด ถ้ำขอ้บงัคบัไม่ได้ กำ หนดไว้ก็ใหเ้ป็นไปตำมที่ที่ประชุมใหญ่ผถู้ือหุ้นกำ หนด มำตรำ 1150 ตัวบท ถำ้บริษทั ใดมีกรรมกำรเพียงคนเดียวกำรบริหำรจดักำรจะไม่ยุง่ยำกเพรำะกรรมกำรคนน้นัจะ เป็นผมู้ีอำ นำจตดัสินใจตำมกรอบอำ นำจในขอ้บงัคบัและภำยใตก้ำรครอบงำ ของที่ประชุมใหญ่ แต่ถำ้บริษทั ใดมีกรรมกำรต้งัแต่2คนข้ึน กำรบริหำรจดักำรตอ้งมำจำกควำมเห็นร่วมกนัของ บรรดำกรรมกำรเหล่ำน้ัน เพื่อให้ได้มติมำดำ เนินกำร จึงต้องมีกำรประชุมคณะกรรมกำรตำมกรอบ ข้อบังคับและภำยใตก้ำรครอบงำ ของที่ประชุมใหญ่ เมื่อบริษทัตอ้งมีกรรมกำรมำจดักำรกิจกำรในบทน้ีจึงจะศึกษำว่ำใครที่จะเป็นกรรมกำรได้ใคร เป็ นผู้มีอ ำนำจในกำรแต่งต้งักรรมกำร หลงัจำกน้ันจะศึกษำว่ำอำ นำจ หน้ำที่ของกรรมกำรเป็นอย่ำงไร หำกกรรมกำรไม่ทำ ตำมอำ นำจและหนำ้ที่จะมีควำมรับผิดอยำ่งไร โดยแบ่งหวัขอ้ศึกษำออกเป็ น 5 หัวข้อไดแ้ก่ (1) คนที่จะเป็ นกรรมกำร (2) กำรแต่งต้งักรรมกำร (3) กำรพน้จำกตำ แหน่งกรรมกำร (4) อ ำนำจของกรรมกำร (5) หน้ำที่และควำมรับผิดของกรรมกำรบริษัท
ส ำหรับนักศึกษำคณะนิติศำสตร์ มหำวิทยำลัยธรรมศำสตร์ ใชป้ระกอบกำรฟังคำ บรรยำยของรศ.สุดำวิศรุตพิชญ์เท่ำน้นั 138 (1) คนที่จะเป็ นกรรมกำรบริษัท ในประมวลกฎหมำยแพ่งและพำณิชยไ์ม่ได้กำ หนดคุณสมบตัิของกรรมกำรไว้ ต่ำงกบับริษทั มหำชน แต่ไดก้ำ หนดว่ำถ้ำกรรมกำรคนใดล้มละลำยหรือตกเป็ นผู้ไร้ควำมสำมำรถ กรรมกำรคนน้ัน ต้องพ้นจำกตำ แหน่ง มำตรำ 1154 ตัวบท ดงัน้นัคุณสมบตัิพ้ืนฐำนของคนที่จะเป็ นกรรมกำรคือตอ้งไม่ใช่คนลม้ละลำย และจะตอ้งเป็น คนที่มีควำมสำมำรถในกำรท ำนิติกรรม ส่วนคุณสมบตัิอื่นๆ บริษัทแต่ละบริษทัสำมำรถกำ หนดไว้ในข้อบังคับของบริษัทได้ซ่ึงแลว้แต่ วำ่จะกำ หนดอยำ่งไรเช่น ตอ้งเป็นผูถ้ือหุ้นของบริษทัตอ้งเป็นผมู้ีประสบกำรณ์ในกำรคำ้ของบริษทัน้นั มำอยำ่งนอ้ยกี่ปีเป็นตน้ มีขอ้สังเกตวำ่กฎหมำยไม่ไดก้ำ หนดวำ่กรรมกำรตอ้งเป็นผูถ้ือหุ้นของบริษทัเท่ำน้นับริษทัอำจ เลือกบุคคลที่มีควำมรู้ควำมสำมำรถแต่ไม่ใช่ผูถ้ือหุ้นของบริษทัเป็นกรรมกำรก็ได้แต่ถำ้ขอ้บงัคบัของ บริษทั ใดกำ หนดวำ่กรรมกำรตอ้งเป็นผูถ้ือหุ้น หุ้นที่นบัน้นัตอ้งเป็นหุ้นระบุชื่อเท่ำน้นัเพรำะบริษทัจะ ได้สำมำรถตรวจสอบคุณสมบัติควำมเป็ นผู้ถือหุ้นได้ เพรำะหุ้นชนิดผูถ้ือโอนกนั ได้ด้วยกำรส่งมอบ ใบหุน้แก่กนับริษทัไม่สำมำรถตรวจสอบได้ มำตรำ 1137 ตัวบท (2) กำรแต่งตั้งกรรมกำร แยกกำรพิจำรณำออกเป็นกรรมกำรชุดแรกกบักรรมกำรชุดอื่นๆ กรรมกำรชุดแรก(มำตรำ 1108 (6)), หมำยถึงกรรมกำรที่ที่ประชุมจดัต้งับริษทัเลือกให้เขำ้มำจดักำรกิจกำรเมื่อเริ่มแรกต้งับริษทั กฎหมำยกำ หนดกรรมกำรชุดแรกเอำไวในม ้ำตรำ 1108 อนุมำตรำ 6 ซึ่ งได้ศึกษำมำแล้วในเรื่องกำร ประชุมต้งับริษทักรรมกำรชุดแรก มีภำรกิจหลกัคือรับมอบกิจกำรมำจำกผูเ้ริ่มก่อกำรแลวเรียก ้เก็บ ค่ำหุ้นจำกบรรดำผูจ้องซ้ือหุ้นท้งัหลำย และไปจดทะเบียนต้งับริษทัข้ึนมำแลว้ก็บริหำรจดักำรกิจกำร ต่อไป กรรมกำรชุดอื่น (มำตรำ 1151) หมำยถึงกรรมกำรที่เลือกเข้ำมำแทนกรรมกำรชุดแรกที่หมดวำระไปหรือพน้ตำ แหน่งไปเพรำะ เหตุอื่น กรรมกำรที่ไดร้ับกำรแต่งต้งัเขำ้มำหลงัจำกน้นัเรียกวำ่กรรมกำรชุดอื่น
ส ำหรับนักศึกษำคณะนิติศำสตร์ มหำวิทยำลัยธรรมศำสตร์ ใชป้ระกอบกำรฟังคำ บรรยำยของรศ.สุดำวิศรุตพิชญ์เท่ำน้นั 139 มำตรำ 1151 ตัวบท คนที่จะเลือกกรรมกำรน้ัน โดยหลกัแล้วที่ประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้นเท่ำน้ันที่จะมีอ ำนำจต้งัหรือ ถอดถอนได้ หลกัน้ีมำจำกเหตุผลที่วำ่ ผู้ถือหุ้นคือผู้ลงทุนทุกคนจะต้องมีอ ำนำจในกำรบริหำรจดักำรกิจกำร ร่วมกัน แต่กำรจะให้ผู้ถือหุ้นทุกคน บริหำรร่วมกัน ก็จะไม่ทันกำร จึงต้องมอบหมำยให้คนที่ตน ไว้วำงใจเข้ำไปบริหำรจัดกำรผำ่นที่ประชุมใหญ่นนั่เอง กรรมกำรก็จะไปบริหำรจัดกำรในระดับลึก ผู้ถือหุ้นทุกคนจะมีอ ำนำจในกำรครอบง ำ กำรจดักำรเป็นกำรบริหำรจดักำรในระดบัห่ำงๆ อยำ่งไรก็ตำม กฎหมำยมีข้อยกเว้นไว้ในกรณีตำ แหน่งกรรมกำรวำ่งลงที่ไม่ใช่เพรำะครบวำระ นนั่คือกฎหมำยมำตรำ 1155 ให้อำ นำจกรรมกำรที่เหลืออยูส่ำมำรถเลือกกรรมกำรเขำ้มำแทนตำ แหน่ง กรรมกำรที่ว่ำงลงได้แต่แม้กระน้ันก็ตำม ที่ว่ำ กรรมกำรที่เหลืออยู่น้ันต้องเหลืออยู่ครบที่จะเป็น องค์ประชุมด้วย มำตรำ 1155 ตัวบท ปกติแล้วกรรมกำรจะพน้จำกตำ แหน่งเมื่อครบวำระ แต่อำจมีเหตุบำงอย่ำงที่ทำ ให้กรรมกำร น้ันพ้นจำกต ำแหน่งไป เช่น กรรมกำรตำย กรรมกำรลำออก กรรมกำรขำดคุณสมบัติเป็ นต้น คณะกรรมกำรก็เลือกกรรมกำรเขำ้มำให้เต็มตำ แหน่งกรรมกำรที่ว่ำงได้กรรมกำรที่ไดร้ับเลือกเข้ำมำ ใหม่จะมีวำระเท่ำกบักรรมกำรคนที่ตนแทนเท่ำน้นัเพื่อให้กรรมกำรในบริษทัหน่ึง ๆ มีวำระเป็นระบบ เดียวกนัครบวำระพร้อมกนั ไม่ใช่ต่ำงคนต่ำงมีวำระของตนเอง ขอ้ สังเกตส ำหรับกรณีที่กรรมกำรที่เหลืออยูย่งัอยูค่รบเป็นองคป์ระชุมคือ คณะกรรมกำรตำม จำ นวนที่เหลืออยจู่ะเลือกกรรมกำรแทนที่หรือไม่ก็ได้เช่น ถำ้กรรมกำรเห็นวำ่วำระของกรรมกำรคนที่ พน้จำกตำ แหน่งเหลืออยเู่พียงไม่กี่เดือน และกรรมกำรที่เหลืออยูก่ ็สำมำรถบริหำรกิจกำรไปไดโ้ดยไม่มี ปัญหำ เช่นน้ีกรรมกำรอำจไม่เลือกกรรมกำรเข้ำมำแทนที่ก็ได้เพื่อรอให้ที่ประชุมใหญ่เป็นผูเ้ลือก กรรมกำรตำมปกติ แต่ถำ้ตำ แหน่งกรรมกำรวำ่งไป จนที่เหลืออยู่ไม่ครบเป็นองคป์ระชุม แสดงวำ่บริษทัจะกระทำ กิจกำรไม่ได้เพรำะไม่มีกรรมกำร(ครบองค์ประชุม)ที่จะจดักำรกิจกำรของบริษัท เมื่อไม่ครบเป็น องค์ประชุมก็จะมีมติที่ประชุมไม่ได้ในกรณีเช่นน้ีกฎหมำยบงัคบั ให้กรรมกำรที่เหลืออยู่เลือกที่จะทำ อย่ำงใดอย่ำงหน่ึงก่อนคือเรียกประชุมใหญ่ผูถ้ือหุ้นเพื่อให้ที่ประชุมเลือกกรรมกำรเขำ้มำแทนที่ว่ำง หรือ กรรมกำรต้งักรรมกำรอื่นเข้ำมำให้ครบเป็นองค์ประชุมก็ได้แล้วแต่จะเห็นสมควร กรรมกำร ที่เหลือไม่ครบเป็นองคป์ระชุมจะจดักำรกิจกำรใด ๆ ไม่ไดเ้ลย
ส ำหรับนักศึกษำคณะนิติศำสตร์ มหำวิทยำลัยธรรมศำสตร์ ใชป้ระกอบกำรฟังคำ บรรยำยของรศ.สุดำวิศรุตพิชญ์เท่ำน้นั 140 มำตรำ 1159 ตัวบท ตัวอย่ำงเช่ น บริษทัแห่งหน่ึง จำ นวนกรรมกำรมีท้ังหมด 5 คน นำยเก่งกรรมกำรคนหนึ่ ง ลำออก จะเหลือกรรมกำร 4 คน เมื่อกรรมกำรว่ำงลงและเหลืออยู่ครบที่จะเป็นองค์ประชุม(เรื่ององค์ประชุม ดูมำตรำ 1160) กรรมกำร 4 คนที่เหลือ อำจจะไม่ต้งัใครเขำ้มำแทนเลยแล้วจดักำรกิจกำรไปภำยใตจ้ำ นวนกรรมกำร 4คนน้นัหรือจะต้งัอีกคนหน่ึงเขำ้มำแทนนำยเก่งใหค้รบเป็น 5คนก็ได้ แต่ถำ้ตำ แหน่งกรรมกำรวำ่งลงจนไม่ครบองคป์ระชุม เช่น หลงัจำกบริหำรจดักำรกนั ไป 4คน ต่อมำกรรมกำร 2 คน ประสบอุบตัิเหตุตำยพร้อมกนัเหลือกรรมกำรแค่2 คน ในกรณีน้ีกรรมกำรที่ เหลือทำ กิจกำรใด ๆ ไม่ไดเ้ลย ทำ ไดแ้ต่ในเรื่องที่จะเพิ่มกรรมกำรให้ครบจำ นวน คือเลือกกรรมกำรเข้ำ มำแทนในตำ แหน่งที่ว่ำงให้ครบจำ นวนที่จะเป็นองค์ประชุมก็ได้หรือ จะนัดเรียกประชุมใหญ่ของ บริษัทเพื่อให้ที่ประชุมเลือกกรรมกำรก็ได้เมื่อไดก้รรมกำรครบองค์ประชุมไดแ้ลว้ก็สำมำรถบริหำร จดักำรกิจกำรต่อไปได้ (3) กำรพ้นจำกต ำแหน่ง (ดูมำตรำ 1151 – มำตรำ 1156) กรรมกำรอำจพน้จำกตำ แหน่งไดห้ลำยกรณีนอกเหนือจำกกรณีกรรมกำรตำย ซ่ึงเป็นเรื่องสิ้น สภำพบุคคลก็จะทำ ใหท้ำ หนำ้ที่ไม่ไดป้ระกอบกบักำรเป็นกรรมกำรเป็นเรื่องเฉพำะตวัดงัน้นัทำยำทจึง ไม่อำจเขำ้มำทำ หนำ้ที่กรรมกำรแทนผตู้ำย ยงัอำจมีกรณีอื่น ๆ อีก สรุปได้5 กรณี ดงัต่อไปน้ี 1) ครบวำระ ถ้ำข้อบงัคบัของบริษทั ใดไม่ได้มีกำรกำ หนดไวเ้ป็นอย่ำงอื่น วำระของกรรมกำรจะเป็นไป ตำมที่ประมวลกฎหมำยแพ่งและพำณิชย์กำ หนด ซ่ึงใช้“ระบบเหลื่อมวำระ”คือแบ่งกรรมกำรเป็ น 3 กลุ่มกรรมกำรแต่ละกลุ่มทยอยพน้วำระ และเลือกกรรมกำรเขำ้มำใหม่แทนกลุ่มที่ออกไป จะทำ ให้ กำรจัดกำรกิจกำรของบริษัทมีกรรมกำรเก่ำอยู่2 ใน 3 มีกรรมกำรเลือกเข้ำมำใหม่ 1 ใน 3 ตำม มำตรำ 1152 มำตรำ 1152 ตัวบท จะเห็นวำ่กรรมกำรคนหน่ึงมีวำระกรรมกำรสำมปีเพียงแต่วำ่เหลื่อมกนัเพียงแต่ในตอนเริ่มตน้ เมื่อเริ่มจดัต้งับริษทั เสร็จ บริษัทมีกรรมกำรชุดแรกอยแู่ลว้1 ชุด กรรมกำรชุดน้ีใหแ้บ่งกนัเป็น 3 กลุ่ม และตกลงกนัวำ่กลุ่มใด เป็นกลุ่มที่ตอ้งออกเป็นลำ ดบั 1 2 และ 3 เมื่อมีกำรประชุมสำมัญคร้ังแรก ภำยหลังจำกจดทะเบียนบริษัท ซึ่งมำตรำ 1171 ให้จัดภำยใน 6 เดือนนบัแต่วนัที่จดทะเบียนต้งับริษทั ใหม้ีกรรมกำรกลุ่มแรกออก แลว้เลือกกรรมกำรอีกกลุ่มเขำ้มำแทน จำกน้นั ในเมื่อมีประชุมสำมญัคร้ัง
ส ำหรับนักศึกษำคณะนิติศำสตร์ มหำวิทยำลัยธรรมศำสตร์ ใชป้ระกอบกำรฟังคำ บรรยำยของรศ.สุดำวิศรุตพิชญ์เท่ำน้นั 141 แรกในปีต่อไป ใหม้ีกรรมกำรกลุ่มสองออกแล้วเลือกเขำ้มำแทน กลุ่มที่2และในปีต่อไป กลุ่ม 3ก็ออก แลว้เลือกเขำ้มำแทนกลุ่ม 3 แลว้ในปีต่อ ๆ ไปกรรมกำรกลุ่มที่อยเู่ก่ำที่สุดก็ตอ้งออก เป็นเช่นน้ีเหลื่อม กนัไปทุกปี แต่ถำ้ขอ้บงัคบัของบริษทักำ หนดไวเ้ป็นอย่ำงอื่น เช่น ให้กรรมกำรมีวำระชุดละ 3 ปี และให้ ครบวำระท้งัชุดพร้อมกนัก็จะเป็นไปตำมน้นั 2) ขำดคุณสมบัติ เมื่อกรรมกำรขำดคุณสมบตัิตำมที่กฎหมำยกำ หนดคือ กรรมกำรล้มละลำย หรือกรรมกำร ตกเป็ นผู้ไร้ควำมสำมำรถ นอกจำกน้ัน ถ้ำขอ้บงัคบัของบริษทั ใดกำ หนดคุณสมบตัิของกรรมกำรไว้ ประกำรใด หำกกรรมกำรขำดคุณสมบัติตำมที่ข้อบงัคบักำ หนด ก็ทำ ให้กรรมกำรพน้จำกตำ แหน่ง เช่นกนัตวัอย่ำงเช่น ถำ้ขอ้บงัคบักำ หนดว่ำกรรมกำรตอ้งเป็นผูถ้ือหุ้นของบริษทัและถือหุ้นอยูไ่ม่น้อย กวำ่1 หมื่นหุ้น ดงัน้นัถำ้กรรมกำรคนใดไม่ใช่ผูถ้ือหุน้ของบริษทัเพรำะไดโ้อนหุ้นออกไปแลว้หรือแม้ ยงัเป็นผูถ้ือหุ้นของบริษทัแต่ถือหุ้นอยูใ่นจำ นวนต่ำ กวำ่1 หมื่นหุ้น ก็ทำ ให้กรรมกำรขำดคุณสมบตัิตำม ขอ้บงัคบักรรมกำรคนน้นัก็จะพน้จำกตำ แหน่ง 3) ลำออก กฎหมำยบริษทั ไม่ไดก้ำ หนดไวโ้ดยชดัแจง้ว่ำกำรลำออกจะทำ ให้กรรมกำรพน้จำกตำ แหน่ง มีแต่มำตรำ 1153/1 ที่กำ หนดเกี่ยวกบัผลของกำรลำออกว่ำจะมีผลเมื่อใด ดังน้ัน กำรลำออกก็ทำ ให้ กรรมกำรตอ้งพน้จำกตำ แหน่งดว้ยเช่นกนัเช่นเดียวกบัเรื่องตวัแทนก็มีหลกัเรื่องตวักำรต้งัตวัแทน แลว้ ตวัแทนไม่ตอ้งกำรที่จะเป็นตวัแทนต่อไป สัญญำตวัแทนก็ระงบัดว้ยตวัแทนบอกเลิกเป็นตวัแทน และ ตัวแทนจะบอกเลิกกำรเป็ นตัวแทนในเวลำใด ๆ ได้ทุกเมื่อ (ดู มำตรำ 826 และมำตรำ 827 ประกอบ) เพรำะฉะน้นัหำกเทียบกบัเรื่องตวัแทน เมื่อกรรมกำรลำออกก็คือกำรบอกเลิกกำรเป็ นกรรมกำร ผลจะ ทำ ใหก้รรมกำรคนน้นัพน้จำกตำ แหน่งไดเ้หมือนกนั มำตรำ 1153/1 ตัวบท ส่วนวิธีกำรบอกเลิกกำรเป็นกรรมกำรหรือกำรลำออกกฎหมำยใชค้ำ ว่ำ “ใบลำออก” ดงัน้นัก็ จะต้องท ำเป็นหนงัสือและส่งไปยงับริษทั ส่วนผลของกำรลำออกกฎหมำยกำ หนดให้กำรลำออกมีผลเมื่อใบลำออกน้นั ไดไ้ปถึงบริษัท แล้ว (ดู มำตรำ 1153/1)อย่ำงไรก็ตำม ในหนังสือลำออกอำจมีกำรระบุวนัที่จะพ้นจำกตำ แหน่งให้ กำรลำออกมีผลเมื่อใดดว้ยก็ได้เป็นไปตำมหลกัเรื่องกำรแสดงเจตนำ