The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เล่มบรรยายบริษัทจำกัด 2566

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by svisrutpich, 2023-09-15 01:33:51

เล่มบรรยายบริษัทจำกัด 2566

เล่มบรรยายบริษัทจำกัด 2566

ส ำหรับนักศึกษำคณะนิติศำสตร์ มหำวิทยำลัยธรรมศำสตร์ ใชป้ระกอบกำรฟังคำ บรรยำยของรศ.สุดำวิศรุตพิชญ์เท่ำน้นั 142 นอกจำกน้ีเพื่อให้บุคคลภำยนอกไดร้ับรู้วำ่กรรมกำรไดล้ำออกและพน้จำกตำ แหน่งแลว้เพื่อ ไม่ตอ้งรับผิดชอบในกำรกระทำ ใด ๆ ที่อำจเกิดข้ึนร่วมกบักรรมกำรคนอื่น ๆ อีกเมื่อได้ลำออกแล้ว กรรมกำรคนที่ลำออกจะแจง้ไปยงันำยทะเบียนดว้ยก็ได้ดูมำตรำ 1153/1วรรคสอง 4) ที่ประชุมใหญ่ถอดถอน กรรมกำรพน้จำกตำ แหน่งเพรำะถูกที่ประชุมใหญ่ถอดถอน มำตรำ 1151 ตัวบท กฎหมำยไม่ไดก้ำ หนดว่ำ มติที่ที่ประชุมใหญ่จะใช้ในกำรถอดถอนกรรมกำรตอ้งเป็นเช่นไร ดงัน้นัถำ้ขอ้บงัคบัของบริษทัไม่ไดก้ำ หนดไวเ้ป็นกรณีเฉพำะก็ใหใ้ชเ้สียงขำ้งมำกธรรมดำแต่ถำ้บริษทั ใดเห็นวำ่กำรถอดถอนกรรมกำรเป็นเรื่องส ำคญัจึงกำ หนดในขอ้บงัคบั ให้ตอ้งใชม้ติที่ประชุมผูถ้ือหุ้น ดว้ยคะแนนเสียงไม่นอ้ยกวำ่2 ใน 3ของจำ นวนเสียงท้งัหมด เป็นตน้เช่นน้ีก็อำจกำ หนดได้ ในเรื่องของกำรถอนกรรมกำรออกจำกตำ แหน่งโดยที่ประชุมใหญ่มำตรำ 1156 เขียนรองรับวำ่ ถ้ำที่ประชุมใหญ่ถอดถอนกรรมกำรผหู้น่ึงก่อนครบกำ หนดวำระของเขำและต้งัคนอื่นข้ึนไวแ้ทนที่ไซร้ ท่ำนว่ำคนที่เป็นกรรมกำรใหม่น้นั ให้อยูใ่นตำ แหน่งไดเ้ท่ำกำ หนดเวลำที่กรรมกำรผูถู้กถอนน้นัชอบที่ จะอยู่ได้ซ่ึงก็เป็นหลกัเดียวกนักบัที่กรรมกำรต้งักรรมกำรเขำ้มำแทนที่ที่ไดก้ล่ำวมำแล้ว เพื่อให้วำระ ของกรรมกำรในบริษัทเป็ นระบบเดียว ข้อสังเกตในเรื่องของกำรถอดถอนกรรมกำรในบริษัท จำ กดัคือในกฎหมำยไม่ไดใ้ห้อำ นำจ ศำลมีอ ำนำจที่จะถอดถอนกรรมกำร ถึงแม้กรรมกำรจะท ำหน้ำที่ไม่ดีหรือทุจริตก็ตำม กล่ำวคือสำมำรถ ถอดถอนกรรมกำรได้เฉพำะอำศัยมติที่ประชุมใหญ่เท่ำน้นัดงัน้นัถ้ำกรรมกำรน้นัเป็นผูถ้ือหุ้นรำยใหญ่ ที่คุมเสียงข้ำงมำกในที่ประชุม ผู้ถือหุ้นก็ไม่สำมำรถถอดถอนกรรมกำรโดยมติที่ประชุมใหญ่ได้ อีกท้งั ผู้ถือหุ้นจะไปฟ้องศำลวำ่กรรมกำรทุจริต และขอให้ศำลมีคำ สั่งถอดถอนกรรมกำรก็ไม่ได้ซ่ึงต่ำงจำก บริษัทมหำชน ที่มีกฎหมำยใหท้ำ ได้จะไดศ้ึกษำต่อไป 5) เหตุอื่นตำมที่กำ หนดในขอ้บงัคบั ถ้ำขอ้บงัคบัของบริษทั ใดกำ หนดเหตุว่ำกรรมกำรจะพน้จำกตำ แหน่งเพรำะเหตุใด เมื่อมีกรณีน้ัน เกิดข้ึนกรรมกำรก็จะพน้จำกตำ แหน่งเช่นขอ้บงัคบัของบริษทัอำจจะกำ หนดไวว้ำ่ถำ้กรรมกำรคนใดไปคำ้ขำย แข่งขนักบับริษทั ใหก้รรมกำรคนน้นัพน้จำกตำ แหน่ง หรือ เรื่องของกำรถือหุ้นของบริษัท เป็ นต้น (4) อ ำนำจของกรรมกำร (ดูมำตรำ 1158) ในกำรจดักำรกิจกำรกรรมกำรจะตอ้งทำ กำรภำยใต้อ ำนำจ และหน้ำที่ของตน ถำ้กรรมกำรไม่ทำ ตำม อำ นำจหนำ้ที่ก็อำจมีปัญหำเรื่องควำมรับผิดของกรรมกำร เรื่องอำ นำจและหน้ำที่กบัควำมรับผิด จึงเป็นเรื่อง


ส ำหรับนักศึกษำคณะนิติศำสตร์ มหำวิทยำลัยธรรมศำสตร์ ใชป้ระกอบกำรฟังคำ บรรยำยของรศ.สุดำวิศรุตพิชญ์เท่ำน้นั 143 คู่กนัหลกัในกำรพิจำรณำคือกรรมกำรตอ้งทำ กำรตำมอำ นำจที่ตนมีและในกำรใช้อำ นำจน้นัตอ้งมีกรอบของ หนำ้ที่ที่พึงตอ้งทำ กำ กบัอยูด่ว้ยถ้ำกรรมกำรใช้อ ำนำจไปภำยในขอบอ ำนำจและปฏิบัติตำมหน้ำที่ของตนในกำร บริหำรแล้วก็จะไม่เกิดควำมรับผดิดงัน้นัเพื่อทำ ควำมเขำ้ใจจึงมำศึกษำเรื่องอ ำนำจของกรรมกำรก่อน มำตรำ 1144 ตัวบท อำ นำจของกรรมกำรน้นั จะต้องกระท ำกำรไปภำยในขอบอ ำนำจตำมที่ได้รับมอบหมำย ซึ่งอำจจะเป็ น กำรมอบหมำยตำมข้อบังคับหรือเป็นกำรมอบหมำยโดยมติของที่ประชุมใหญ่ก็ได้ ในกำรพิจำรณำว่ำสิ่งที่กรรมกำรได้ท ำไปน้ัน จะมีผลประกำรใด ผูกพันบริษัทหรือไม่ จะพิจำรณำโดยแยกออกเป็ น 4 กรอบดงัน้ี กรอบที่ 1 เป็นกรณีกรรมกำรเป็นผูท้ ี่บกพร่องในเรื่องคุณสมบตัิหรือบกพร่องในเรื่องกำร แต่งต้ัง มำตรำ 1166 บัญญัติว่ำ กำรแสดงเจตนำ หรือกำรใดๆ ซึ่ งกรรมกำรคนหนึ่ งได้ท ำไปแล้ว ยอมสมบูรณ์ ่มีผลผูกพนับริษทัและทุกคนที่เกี่ยวข้อง เช่น มติของที่ประชุมใหญ่ในกำรเลือกกรรมกำร เป็ นมติที่ได้มำจำกกำรนบัคะแนนผิด ควำมจริงกรรมกำรคนน้ีไม่ใช่กรรมกำรที่ไดค้ะแนนชนะคนอื่น แต่ว่ำแต่งต้งัไปเรียบร้อยแล้ว จดทะเบียนเป็ นกรรมกำรบริษทัแล้ว ต่อมำภำยหลงัมีผูถ้ือหุ้นคนหนึ่ ง ขอให้ศำลเพิกถอนมติที่ไม่ชอบน้ัน และศำลไดเ้พิกถอนมติต้งักรรมกำรคนน้ัน กำรที่มีกำรเพิกถอน เพรำะเหตุน้ันไม่ได้กระทบกำรที่กรรมกำรคนน้ันได้ทำ ไป เพรำะกำรกระทำ ของกรรมกำรน้ันมีผล สมบูรณ์ไปแล้ว กำรที่เขียนว่ำ “ถือว่ำสมบูรณ์” หมำยควำมว่ำ ใครก็ตำมจะยกเอำเหตุเรื่องน้ีมำเป็น ขอ้อำ้งเพื่อไมต่อ้งผกูพนัตำมกำรที่ไดท้ำ ไปน้นัไม่ได้ กรอบที่ 2 กรรมกำรกระทำ กำรเกินขอบอำ นำจของกรรมกำรที่บริษทัน้นั ไดม้อบหมำยให้เป็น กำรภำยใน ค ำว่ำได้มอบหมำยให้เป็นกำรภำยใน หมำยควำมว่ำไม่ปรำกฏข้อจำ กัดอ ำนำจที่ว่ำน้ีต่อ บุคคลภำยนอก เช่น มีกำรมอบโดยที่ประชุมคณะกรรมกำรกนัเองวำ่ ให้กรรมกำรคนหน่ึงไปทำ อะไร ไดบ้ำ้ง ในวงเงินเท่ำใดๆ ซึ่งกำรมอบอ ำนำจเป็ นกำรภำยในน้ีบุคคลภำยนอกไม่มีโอกำสรู้วำ่กรรมกำร ของบริษทัทำ กำรเกินขอบอำ นำจหรือไม่เพรำะฉะน้ัน ผลคือ สิ่งที่กรรมกำรได้ท ำไปแล้วน้ัน แมจ้ะ ท ำกำรเกินขอบอ ำนำจไป บริษัทจะยกเอำข้อที่ตนเองจ ำกัดอ ำนำจของกรรมกำรไว้อ้ำงยันต่อ บุคคลภำยนอกเพื่อวำ่ตนจะไม่ผูกพนักบักำรที่กรรมกำรไดท้ำ ไปน้นั ไม่ได้เวน้แต่บุคคลภำยนอกไดรู้้ ถึงข้อจ ำกัดอ ำนำจเช่นว่ำน้ันแล้ว ซ่ึงต้องดูข้อเท็จจริงประกอบ อำศัยหลักเรื่ องตัวกำรตัวแทน ประกอบกำรพิจำรณำในรำยละเอียดด้วย กรอบที่ 3กรรมกำรทำ กำรเกินขอบอำ นำจตำมที่ไดม้ีกำรจดทะเบียนไวใ้นขอ้บงัคบั


ส ำหรับนักศึกษำคณะนิติศำสตร์ มหำวิทยำลัยธรรมศำสตร์ ใชป้ระกอบกำรฟังคำ บรรยำยของรศ.สุดำวิศรุตพิชญ์เท่ำน้นั 144 ในกรอบน้ีผลจะแตกต่ำงกบักรอบที่2 เพรำะว่ำ เมื่อมีกำรจดทะเบียนขอ้จำ กดัอำ นำจไว้เช่น กำ หนดไวใ้นขอ้บงัคบับุคคลภำยนอกยอ่มรู้วำ่กรรมกำรมีอำ นำจแค่ไหน แม้ข้อเท็จจริงบุคคลภำยนอก จะไม่รู้เพรำะไม่ได้ดูที่จดทะเบียน แต่กฎหมำยให้สันนิษฐำนว่ำได้รู้ ในกรณีเช่นน้ีบริษทัสำมำรถ ยกเรื่องกรรมกำรทำ เกินขอบอำ นำจมำอำ้งต่อบุคคลภำยนอกเพื่อไม่ตอ้งผูกพนักบักำรที่กรรมกำรได้ ทำ ไปเกินขอบอำ นำจที่บริษทัมอบหมำยได้ อย่ำงไรก็ดีหำกมีข้อเท็จจริงบำงอย่ำงที่บริษทัแสดงให้บุคคลภำยนอกเชื่อว่ำกรรมกำรน้ันมีอำ นำจ บริษทัก็อำจตอ้งผูกพนักบักำรที่กรรมกำรไดท้ำ ไปก็ได้ท้งัน้ีอำศยัหลกัเรื่องตวักำรตวัแทนอีกเช่นกนักล่ำวคือ เรื่องตัวแทนเชิด หรือตัวแทนโดยกฎหมำยปิ ดปำก คือดูพฤติกรรมของบริษทัวำ่ทำ ให้บุคคลภำยนอกเขำ้ใจวำ่ กรรมกำรมีอำ นำจหรือไม่นนั่เอง นอกจำกน้นัหำกบริษทัเห็นวำ่กำรที่กรรมกำรไปทำ น้นัเป็นประโยชน์แก่บริษทับริษทัก็อำจจะรับ เอำกำรที่กรรมกำรทำ กำรเกินขอบอำ นำจไปน้ันให้มำผูกพนับริษทัก็ได้ก็คือให้สัตยำบนักบักำรที่ตัวแทน ทำ กำรเกินขอบอำ นำจน้นัเอง กรอบที่ 4กรรมกำรท ำกำรนอกขอบวัตถุประสงค์ของบริษัท ถำ้กรรมกำรกระทำ กำรนอกขอบวตัถุประสงค์บริษทัจะให้สัตยำบนัก็ไม่ได้เพรำะนิติบุคคลมี อำ นำจทำ ไดภ้ำยในขอบวตัถุประสงคเ์ท่ำน้นัดงัที่ไดเ้คยศึกษำมำแลว้ในเรื่องนิติบุคคล เมื่อเข้ำใจกรอบในกำรพิจำรณำอำ นำจของกรรมกำรแล้ว จะศึกษำต่อไปว่ำ ในกำรบริหำร จัดกำรของกรรมกำรที่จะให้มีผลผูกพันบริษัท ถ้ำกรรมกำรบริษัทมีคนเดียว ก็ไม่มีปัญหำ ถ้ำเป็ น คณะกรรมกำรจะตอ้งทำ อยำ่งไรเพื่อให้มีผลเป็นกำรกระทำ ของ “กรรมกำร” ตอ้งพิจำรณำเรื่องต่ำง ๆ ดงัน้ี เงื่อนไขอ ำนำจในกำรจัดกำรมี6 เรื่อง คือ 1) องค์ประชุมกรรมกำร 2) กรรมกำรวำ่งลงก่อนครบวำระ 3) กำรเรียกประชุมคณะกรรมกำรและวิธีกำรประชุม 4) ประธำนของที่ประชุมกรรมกำร 5) วิธีกำรลงคะแนนในที่ประชุมกรรมกำร 6) กำรมอบอ ำนำจให้อนุกรรมกำรหรือผู้จัดกำรท ำกำรแทนกรรมกำร


ส ำหรับนักศึกษำคณะนิติศำสตร์ มหำวิทยำลัยธรรมศำสตร์ ใชป้ระกอบกำรฟังคำ บรรยำยของรศ.สุดำวิศรุตพิชญ์เท่ำน้นั 145 มำตรำ 1158 ตัวบท ขอ้บงัคบัของบริษทัอำจกำ หนดรำยละเอียดในเรื่องใดๆ ที่จะกล่ำวต่อไปน้ีให้แตกต่ำงไปจำกที่ กฎหมำยกำ หนดได้แต่ถำ้ไม่ไดก้ำ หนดไว้ใหเ้ป็นไปตำมที่จะกล่ำวต่อไปน้ี 1) องค์ประชุมกรรมกำร มำตรำ 1160 ตัวบท ถำ้ขอ้บงัคบัของบริษทัไม่ไดก้ำ หนดไวว้ำ่องคป์ระชุมจะเป็นอยำ่งไรแลว้กฎหมำยให้ที่ประชุม คณะกรรมกำรกำ หนดต้งัแต่เริ่มแรกเขำ้ทำ งำนวำ่องคป์ระชุมคณะกรรมกำรจะเป็นอยำ่งไรและถำ้ไม่ได้ มีกำรกำ หนดใด ๆ ไวเ้ลยกฎหมำยกำ หนดว่ำถำ้จำ นวนกรรมกำรในบริษทัมีมำกกว่ำ 3คน กล่ำวคือ 4คนข้ึนไป องคป์ระชุมคณะกรรมกำรก็จะเท่ำกบั3คน ตวัอย่ำงเช่น บริษัทแห่งหน่ึงกำ หนดไวว้่ำจำ นวนกรรมกำรมีอยู่7คน ถ้ำข้อบังคับของบริษัท หรือที่ประชุมคณะกรรมกำรไม่ได้กำ หนดเรื่ององค์ประชุม ถ้ำมีกรรมกำรมำประชุมครบ 3คนแล้ว เท่ำกบัครบองคป์ระชุม กระทำ กิจกำรได้หรือถำ้มีกรรมกำร15คน ไม่ไดเ้ขียนอะไรไว้องคป์ระชุมคือ 3 คน เช่นกนัจะเห็นวำ่เป็นบทบญั ญัติที่อำจจะขดักบัควำมเขำ้ใจโดยทวั่ ไป แต่ถ้ำขอ้บงัคบักำ หนดว่ำตอ้งมีกรรมกำรมำประชุมไม่น้อยกว่ำก่ึงจำ นวนกรรมกำรกรณีน้ี องคป์ระชุมของกรรมกำรของบริษทัที่มีกรรมกำร 7คน ก็ตอ้งมีกรรมกำรมำประชุมไม่น้อยกว่ำ 4คน หรือถ้ำมีกรรมกำร 15คน อย่ำงน้อยต้องมีกรรมกำรมำประชุม 8 คน จึงจะครบเป็ นองค์ประชุมตำม ข้อบังคับ เป็ นต้น ปัญหำที่ต้องพิจำรณำคือ ถ้ำบริษัทมีจ ำนวนกรรมกำร 3 คนพอดีหรือนอ้ยกวำ่3 คน กล่ำวคือ 2 คน หรือคนเดียวองคป์ระชุมจะเป็นอยำ่งไร ส ำหรับบริษัทที่มีกรรมกำรคนเดียว ไม่มีปัญหำเรื่ององค์ประชุมเพรำะกรรมกำรคนน้ัน ตดัสินใจโดยตนเองไดเ้ลย ส่วนที่มี2คน หรือ3คน น้นัที่กฎหมำยไม่ไดก้ำ หนดเพรำะอยำ่งนอ้ยตอ้งมี กรรมกำรมำประชุม 2คนอยูแ่ลว้เพรำะกำรประชุมหมำยถึงมำพร้อมกนัเพื่อแลกเปลี่ยนควำมคิดเห็น กฎหมำยจึงเห็นวำ่ ไม่จำ เป็นตอ้งกำ หนดวำ่มี2คน เพรำะเป็นไปโดยธรรมชำติของกำรประชุมนนั่เอง 2) กรรมกำรว่ำงลงก่อนครบวำระ ในกำรดำ เนินกิจกำรของบริษทักรรมกำรต้องท ำโดยอำศัยอ ำนำจและตำมมติของที่ประชุม คณะกรรมกำร ซึ่งกำรจะได้มติของที่ประชุมคณะกรรมกำรตอ้งผำ่นกำรประชุมที่มีองค์ประชุมครบ ดงัน้นัถำ้กรรมกำรวำ่งลงไปบำ้งแต่ยงัครบที่จะเป็นองคป์ระชุมได้กรรมกำรที่เหลืออยูจ่ ึงอำจ ไม่จำ เป็นตอ้งต้งักรรมกำรเขำ้มำแทนที่


ส ำหรับนักศึกษำคณะนิติศำสตร์ มหำวิทยำลัยธรรมศำสตร์ ใชป้ระกอบกำรฟังคำ บรรยำยของรศ.สุดำวิศรุตพิชญ์เท่ำน้นั 146 แต่ถ้ำกรรมกำรที่เหลืออยู่ไม่ครบที่จะเป็นองค์ประชุม ซ่ึงหมำยควำมไม่สำมำรถที่จะให้ครบ เป็นองค์ประชุมไดต้ลอดเวลำเช่นน้นั ไม่ใช่ไม่ครบเป็นองค์ประชุมเป็นกำรชวั่ครำว เพรำะถ้ำหำกเป็ น กรณีหลงักรรมกำรก็ตอ้งนัดประชุมใหม่เพื่อให้กรรมกำรมำให้ครบองค์ประชุมแล้วบริหำรจดักำร กันไป จะเห็นได้ว่ำ ถ้ำไม่สำมำรถประชุมกรรมกำรครบเป็ นองค์ประชุมได้ กรรมกำรที่เหลือไม่ สำมำรถทำ กิจกำรใดๆได้เลย นอกจำกเรียกประชุมใหญ่ผูถ้ือหุ้น หรือต้งักรรมกำรเข้ำมำแทนที่เพื่อให้ สำมำรถประชุมได้แลว้จึงจดักำรกิจกำรไปตำมกฎหมำย 3) กำรเรียกประชุมกรรมกำรและวธิีกำรประชุม มำตรำ 1162และ มำตรำ 1162/1 ตัวบท ส ำหรับบริษทัจำ กดักฎหมำยไม่ได้บงัคบัว่ำกรรมกำรตอ้งประชุมเมื่อใด ดงัน้ัน ถ้ำขอ้บงัคบัของ บริษทัก็ไม่ไดก้ำ หนด เมื่อกรรมกำรเห็นสมควรต้องได้มติที่ประชุม ก็จะท ำกำรประชุมได้ ส่วนกำรเรียกประชุมกรรมกำรน้นักฎหมำยให้กรรมกำรคนหนึ่งคนใดจะนัดเรียกให้ประชุมกรรมกำร เมื่อใดก็ได้ ตวัอยำ่งเช่นถำ้ข้อบังคับของบริษัทกำ หนดวำ่กรรมกำรตอ้งประชุมร่วมกนัทุกเดือนกรรมกำรก็ตอ้ง จัดประชุมทุกเดือนให้เป็นไปตำมขอ้บงัคบัน้ัน แต่ถ้ำไม่ได้กำ หนด กรรมกำรแต่ละคนก็อำจเรียกประชุม คณะกรรมกำรไดทุ้กเมื่อ หรือแมไ้ดม้ีกำรกำ หนดให้ตอ้งประชุมทุกเดือน หำกกรรมกำรคนใดมีเรื่องจำ เป็น เร่งด่วนหรือส ำคญัที่ตอ้งหำรือคณะกรรมกำรจะรอให้ถึงวนั ประชุมกรรมกำรประจำ เดือนจะเนิ่นชำ้กรรมกำร ก็อำจเรียกประชุมคณะกรรมกำรไดทุ้กเมื่อ อน่ึงในกำรประชุมกรรมกำรกฎหมำย มำตรำ1162/1กำ หนดวำ่อำจดำ เนินกำรโดยกำรติดต่อสื่อสำร ดว้ยเทคโนโลยีอยำ่งหน่ึงอยำ่งใด โดยกรรมกำรไม่จำ เป็นตอ้งปรำกฏตวัในที่ประชุมก็ได้เวน้แต่ขอ้บงัคบัจะ กำ หนดห้ำมไว้และให้ถือวำ่กรรมกำรซึ่งประชุมโดยใช้เทคโนโลยีดงักล่ำวไดเ้ขำ้ร่วมประชุมและให้นบัเป็น องค์ประชุมและมีสิทธิออกเสียงด้วย 4) ประธำนของทปี่ระชุมกรรมกำร มำตรำ 1163และมำตรำ 1161 ตัวบท ในกำรประชุม เพื่อให้กำรประชุมเป็ นไปโดยเรียบร้อยและมีระเบียบ ต้องมีคนที่ท ำหน้ำที่ ประธำนของที่ประชุม กำรประชุมกรรมกำรก็เช่นกนักฎหมำยกำ หนดให้ตอ้งมีประธำนที่ประชุมโดย บริษทั ใดมีตำ แหน่งประธำนคณะกรรมกำร ประธำนคณะกรรมกำรน้นัก็จะทำ หนำ้ที่ประธำนที่ประชุม แต่ถำ้บริษทั ใดไม่มีประธำนคณะกรรมกำรโดยตำ แหน่งก็ให้กรรมกำรเลือกกรรมกำรคนหน่ึงทำ หนำ้ที่ ประธำนที่ประชุมทุกคร้ังที่มีกำรประชุม


ส ำหรับนักศึกษำคณะนิติศำสตร์ มหำวิทยำลัยธรรมศำสตร์ ใชป้ระกอบกำรฟังคำ บรรยำยของรศ.สุดำวิศรุตพิชญ์เท่ำน้นั 147 คนที่ท ำหน้ำที่เป็ นประธำนของที่ประชุมมีควำมส ำคัญ เพรำะนอกจำกเป็ นคนท ำหน้ำที่ให้กำร ประชุมมีควำมเรียบร้อย ประธำนที่ประชุมจึงมีอำ นำจสั่งกำรในที่ประชุมได้เช่น ช้ีให้ใครไดพู้ด สั่งให้ คนที่ก่อกวนกำรประชุมออกจำกห้องประชุมได้เป็นตน้และกฎหมำยยงัให้อำ นำจประธำนที่ประชุมมี “เสียงช้ีขำด” ในกรณีที่ลงมติในที่ประชุมแล้วมีคะแนนเสียงเท่ำกนั ประธำนจะมีสิทธิอีก 1 เสียงเป็ น เสียงข้ีขำด ประธำนเป็นคนช้ีขำด (ดู มำตรำ 1161) ดังน้ัน คะแนนฝ่ำยใดจะชนะหรือแพก้็ข้ึนอยู่กับ เสียงช้ีขำดของประธำนน้ีนอกจำกน้ีประธำนคณะกรรมกำรยงัทำ หนำ้ที่เป็นประธำนในที่ประชุมใหญ่ ผู้ถือหุ้นด้วย (ดู มำตรำ 1180ประกอบ) 5) กำรลงคะแนนเสียงในทปี่ระชุมกรรมกำร มำตรำ 1161 ตัวบท ข้อตัดสินในที่ประชุมกรรมกำรให้ช้ีขำดตดัสินเอำเสียงขำ้งมำกเป็นใหญ่เวน้แต่ขอ้บงัคบัจะ กำ หนดไวเ้ป็นอยำ่งอื่น ในเรื่องของมติมีขอ้ สังเกตอีกประกำรหน่ึงคือวำ่จะตอ้งมีกำรบนัทึกรำยงำนกำรประชุม และ บนัทึกรำยงำนกำรประชุมน้ีก็เป็นเอกสำรส ำคญั เพื่อบริษัทและผู้ถือหุ้นใช้อ้ำงประกอบกำรด ำเนินกำร ต่ำงๆ ตำมมติที่ประชุมได้ซึ่ งในมำตรำ 1207 บังคับให้เป็ นหน้ำที่ของกรรมกำร ต้องจัดให้จดบันทึก รำยงำนกำรประชุม และให้เก็บรักษำรำยงำนกำรประชุมน้นั ไว้ในส ำนักทะเบียนของบริษัท ซึ่งผู้ถือหุ้น สำมำรถขอตรวจเอกสำรพวกน้ีได้ นอกจำกน้นัตำมหลกัที่วำ่กรรมกำรตอ้งรับผิดร่วมกนัเวน้แต่จะพิสูจน์ไดว้ำ่ ไม่ไดม้ีส่วนรู้เห็น หรือเห็นดว้ยกบักำรกระทำ น้นัดงัน้นั ในทำงปฏิบตัิหำกกรรมกำรคนใดไม่เห็นดว้ยกบัเรื่องใด ถำ้เป็น เสียงขำ้งน้อย เพื่อไม่ให้ตอ้งผูกพนัรับผิดในควำมเสียหำยที่เกิดข้ึน กรรมกำรควรให้บันทึกควำมเห็น และเหตุผลที่ไม่เห็นดว้ยกบัเรื่องน้ันไวใ้นรำยงำนกำรประชุม ท้งัน้ีเพรำะอำจใช้เป็นหลกัฐำนในกำร พิสูจน์ว่ำตนไม่ไดรู้้เห็น หรือไม่ไดเ้ห็นดว้ยกบักำรกระทำ น้นัและหำกพิสูจน์ได้ก็อำจจะทำ ให้ตนเอง หลุดพ้นจำกควำมรับผิดได้ 6) กำรมอบอำ นำจให้อนุกรรมกำรหรือผู้จัดกำรทำ กำรแทนกรรมกำร เรื่องสุดท้ำยในเรื่องอ ำนำจของกรรมกำร คือกำรมอบอ ำนำจให้ผู้จัดกำรหรืออนุกรรมกำรไป ด ำเนินกำร ในกำรปฏิบัติหน้ำที่ของกรรมกำร แม้กฎหมำยจะให้กรรมกำรต้องใช้อ ำนำจและท ำหน้ำที่ กรรมกำรเองเนื่องจำกเป็ นเรื่องเฉพำะตัว แต่ในทำงปฎิบตัิเพื่อให้เกิดควำมคล่องตัวในกำรท ำงำน เรื่อง ที่เป็ นกำรด ำเนินงำนปกติทั่วไป ที่เรียกว่ำเป็นกำรบริหำรงำนรำยวนั (day to day) ก็ไม่ใช่เรื่องที่ กรรมกำรต้องกระท ำโดยอำศัยมติคณะกรรมกำรทุกเรื่อง บำงคร้ังในคณะกรรมกำรอำจจะมีกำรมอบ


ส ำหรับนักศึกษำคณะนิติศำสตร์ มหำวิทยำลัยธรรมศำสตร์ ใชป้ระกอบกำรฟังคำ บรรยำยของรศ.สุดำวิศรุตพิชญ์เท่ำน้นั 148 อ ำนำจให้อนุกรรมกำรเป็ นคนท ำรำยละเอียดได้ หรือถำ้มีกำรต้งัผูจ้ดักำรเพื่อทำ งำนรำยวนัก็อำจมอบ อำ นำจให้ผูจ้ดักำรทำ กำรในเรื่องที่ไดม้อบหมำยน้นั ได้ซ่ึงกำรมอบอำ นำจน้นักฎหมำยมีเขียนรองรับไว้ ในมำตรำ 1164 มำตรำ 1165 มำตรำ1164/มำตรำ 1165 ตัวบท ในมำตรำ 1164 คณะกรรมกำรอำจมอบอ ำนำจได้ 2 ทำง คือ (1) มอบอ ำนำจให้ผู้จัดกำร ผู้จัดกำรคือบุคคลที่บริษัทจำ้งมำทำ หนำ้ที่เป็นผูจ้ดักำรเช่น ผู้จัดกำรฝ่ ำยบริหำร ผู้จัดกำรฝ่ ำยบัญชีเป็นต้น ผูจ้ดักำรเหล่ำน้ันก็มีอำ นำจและหน้ำที่ตำมที่ได้รับ มอบหมำย และกระทำ กำรได้ภำยใตก้รอบที่ได้รับมอบหมำยเท่ำน้ัน แต่ไม่ว่ำกรณีจะเป็นประกำรใด ควำมรับผดิชอบในงำนต่อบุคคลภำยนอกน้นัก็เป็นควำมรับผดิชอบของคณะกรรมกำรอยนู่นั่เอง (2) มอบให้แก่อนุกรรมกำรอนุกรรมกำรหมำยควำมว่ำกรรมกำรที่คณะกรรมกำร มอบหมำยให้ทำ หน้ำที่บำงอยำ่งโดยเฉพำะเช่น คณะกรรมกำรมอบหมำยให้กรรมกำร 2คน ทำ หน้ำที่ เป็ นอนุกรรมกำรด้ำนกำรตลำด ในกรณีเช่นน้ีอนุกรรมกำร2คนน้นัก็มีอำ นำจหนำ้ที่พิจำรณำตดัสินใจ ดำ้นกำรวำงแผนกำรตลำดตำมที่ไดร้ับมอบหมำยแต่หำกกำรตดัสินใจน้นัอยู่นอกเหนือกรอบที่ไดร้ับ มอบหมำยอนุกรรมกำรก็ตอ้งนดัใหม้ีกำรประชุมคณะกรรมกำรเพื่อพิจำรณำตำมหลกักำรจดักำรกิจกำร ต่อไป กำรต้งัอนุกรรมกำรก็เพื่อให้คล่องตวัเพรำะกรรมกำรแต่ละคนอำจจะมีควำมรู้ควำมสำมำรถ หรือ ประสบกำรณ์แตกต่ำงกันไป กำรให้กรรมกำรทุกคนต้องมำประชุมร่วมกันในทุกเรื่องจะท ำให้ ไม่คล่องตวักรรมกำรจึงมอบควำมไวว้ำงใจให้อนุกรรมกำรซ่ึงมกัจะเป็นผูม้ีควำมรู้ประสบกำรณ์ใน เรื่องน้นัๆ เป็นคนตัดสินใจแทนตนได้ (5) หน้ำที่และควำมรับผิดของกรรมกำรบริษัท ในกำรใชอ้ำ นำจของกรรมกำรตำมอำ นำจที่มีอยู่กฎหมำยยงัให้กรรมกำรคำ นึงถึงหลักอีกหลัก หนึ่ง ที่จะเข้ำไปควบคุมกำรใช้อ ำนำจของกรรมกำร คือ กรรมกำรต้องใช้อ ำนำจเพื่อกำรปฏิบัติหน้ำที่ ของตนในกำรจดักำรกิจกำรของบริษทัตำมที่กฎหมำยกำ หนดเท่ำน้นั หน้ำที่ของกรรมกำรน้นัมีหลกักำรที่กำ กบัอยู่2 หลกัใหญ่คือ 1) หลักควำมซื่อสัตย์สุจริตในกำรจดักำรกิจกำรและ 2) ต้องใช้ควำมระมัดระวังในกำรจัดกำรกิจกำร มำตรำ 1168 ตัวบท ส ำหรับบริษทัจำ กดั ประมวลกฎหมำยแพ่งและพำณิชย์กำ หนดกรอบไวก้วำ้ง ๆ ว่ำ ในกำร ประกอบกิจกำรของบริษัทน้ัน กรรมกำรจะต้องใช้ควำมเอ้ือเฟ้ือสอดส่องอย่ำงบุคคลค้ำขำย


ส ำหรับนักศึกษำคณะนิติศำสตร์ มหำวิทยำลัยธรรมศำสตร์ ใชป้ระกอบกำรฟังคำ บรรยำยของรศ.สุดำวิศรุตพิชญ์เท่ำน้นั 149 ผู้ประกอบด้วยควำมระมัดระวัง และกรรมกำรตอ้งไม่ทำ กำรคำ้ขำยแข่งขนักบับริษทันอกจำกน้นัยงั กำ หนดหนำ้ที่ในเรื่องต่ำงๆ ที่สำ คญั ไวด้ว้ย หน้ำที่ในเรื่องควำมซื่อสัตย์สุจริต คือมุ่งรักษำผลประโยชน์ของบริษทัดงัน้นัจึงไม่ใหก้รรมกำร ทำ กำรคำ้ขำยแข่งขนัเพรำะเป็นกำรกระทำ ที่ไม่รักษำประโยชน์ของบริษทัเนื่องจำกกรรมกำรอำจ รักษำผลประโยชน์ของกิจกำรของตนมำกกวำ่ของบริษทัเป็นตน้หลกักำรในเรื่องน้ีจะเป็นเช่นเดียวกบั กำรหำ้มหุน้ ส่วนในหำ้งหุน้ ส่วนทำ กำรคำ้ขำยแข่งขนักบัหำ้ง จึงจะไม่กล่ำวรำยละเอียดในที่น้ี ส่วนหน้ำที่ที่ต้องใช้ควำมระมัดระวังในกำรจดักำรกิจกำร ตำมที่กฎหมำยกำ หนดระดับของ ควำมระมัดระวังของกรรมกำรที่จะใช้ คือ บุคคลค้ำขำยผู้ประกอบด้วยควำมระมัดระวัง มำตรฐำนที่จะมำตรวจดูวำ่กรรมกำรได้ทำ กำรไปตำมหนำ้ที่แลว้หรือยงัก็ดว้ยกำรดูวำ่ ปกติของ คนที่ค้ำขำยในกิจกำรเช่นน้ีเขำใช้ควำมระมัดระวังในกำรตดัสินใจดำ เนินกิจกำรของเขำอยำ่งไร ตอ้งใช้ ควำมรอบคอบแค่ไหนในกำรตดัสินใจคนที่ทำ กำรคำ้ขำยที่จะนำ มำเป็นมำตรฐำนในกำรวดัน้นั ให้ใช้ คนท ำกำรค้ำขำยผู้ประกอบด้วยควำมระมัดระวังเป็ นดัชนีช้ีวดั ไม่ใช่เอำคนคำ้ขำยที่ไม่ระมดัระวงัในกำร ทำ กำรคำ้หรือไม่ใช่เอำคนที่กลวักำรตดัสินใจมำเป็นตวัวดั ถำ้กรรมกำรไดต้ดัสินใจดว้ยควำมระมดัระวงัดงัที่เป็นมำตรฐำนน้ีแลว้ก็เท่ำกบัวำ่กรรมกำรได้ ท ำหน้ำที่ของตนถูกต้องแล้ว หน้ำที่ของกรรมกำรที่ตอ้งซื่อสัตยส์ุจริต ยงัควบคู่กบัหนำ้ที่ที่ตอ้งใชค้วำมระมดัระวงัดว้ยไม่ใช่ กรรมกำรมีควำมซื่อสัตย์สุจริตเพรำะทำ กำรซ้ือสินค้ำมำขำยเพรำะเห็นว่ำสินคำ้รำคำถูก และไม่ได้ แสวงหำกำ ไรอะไรเพื่อตนเองหรือเครือญำติแต่ในกำรตดัสินใจน้นั ไม่ไดใ้ช้ควำมระมดัระวงัศึกษำหำ ข้อมูลเพรำะคนคำ้ขำยคงตอ้งพิจำรณำวำ่ทำ ไมสินคำ้รำคำถูกถำ้รำคำถูกเพรำะต่อรองรำคำได้ก็ไดใ้ช้ ควำมระมดัระวงัแลว้แต่ถำ้เป็นเพรำะสินคำ้มีควำมชำ รุดบกพร่อง หรือตกรุ่นไม่มีใครอยำกซ้ือสินคำ้น้ี แล้วในตลำดกำรค้ำ เท่ำกับว่ำกรรมกำรไม่ได้ใช้ควำมระมดัระวงัในกำรทำ หน้ำที่แมกรรมกำรจะมี ้ อำ นำจในกำรซ้ือสินคำ้และซื่อสัตยส์ุจริต แต่ก็ยงัทำ หนำ้ที่กรรมกำรไม่ครบ หำกเกิดเสียหำยกรรมกำร อำจเกิดควำมรับผดิได้เป็นตน้ ในเรื่องควำมรับผิดของกรรมกำรน้ี มำตรำ 1169 ตัวบท ก ำหนดว่ำ ถ้ำกรรมกำรท ำให้เกิดควำมเสียหำยแก่บริษัท บริษัทจะฟ้องร้องเรียกเอำ ค่ำสินไหมทดแทนแก่กรรมกำรก็ได้กรรมกำรที่ทำ ให้เกิดเสียหำยแก่บริษทัอนัจะเกิดเหตุให้บริษทั สำมำรถฟ้องเรียกเอำค่ำสินไหมทดแทนแก่กรรมกำรได้ตอ้งเป็นกรรมกำรที่ไม่ได้ทำ ให้ถูกตอ้งตำม อำ นำจหน้ำที่เท่ำน้ันเพรำะจะไม่เป็นธรรมเลย ถ้ำกรรมกำรคนใดท ำไปตำมขอบอ ำนำจของตน


ส ำหรับนักศึกษำคณะนิติศำสตร์ มหำวิทยำลัยธรรมศำสตร์ ใชป้ระกอบกำรฟังคำ บรรยำยของรศ.สุดำวิศรุตพิชญ์เท่ำน้นั 150 อยำ่ งถูกต้อง และทำ ตำมหน้ำที่ดว้ยควำมระมดัระวงัอยำ่งบุคคลคำ้ขำยที่ประกอบดว้ยควำมระมดัระวงั ดว้ยควำมซื่อสัตยส์ุจริตรักษำประโยชน์ของบริษทัแลว้แต่ในกำรทำ ธุรกิจก็อำจมีควำมเสียหำยเกิดข้ึน ได้ เพรำะธุรกิจเป็นเรื่องของควำมเสี่ยงอำจมีปัจจัยอื่นที่เข้ำมำทำ ให้สิ่งที่กรรมกำรคิดวำ่น่ำจะเป็นผลดี และมีกำ ไรกลำยเป็นตรงกนัขำ้ม หรือไม่เป็นไปตำมที่คำดกำรณ์ไวก้็ได้ดงัน้นัถำ้จะให้กรรมกำรที่ทำ ตำมอำ นำจหนำ้ที่แลว้ยงัตอ้งรับผดิก็คงไม่มีใครเขำ้มำทำ หนำ้ที่เป็นกรรมกำร ในมำตรำ 1169 ยงัมีปัญหำต่อไปว่ำ ถ้ำกรรมกำรท ำให้เกิดควำมเสียหำย บริษัทเป็ นผู้เสียหำย ก็ให้บริษทั ฟ้องกรรมกำรที่ทำ ให้เกิดเสียหำยได้แต่ในทำงควำมเป็นจริง บริษทัเป็นนิติบุคคลถำ้บริษทั จะฟ้องก็ตอ้งให้กรรมกำรเป็นผูก้ระทำ กำรแทนบริษทัหำกกรรมกำรที่ทำ ให้เกิดเสียหำยเป็นกรรมกำร ส่วนใหญ่ในบริษทัก็คงจะเป็นไปไม่ได้ที่บริษัทจะด ำเนินกำรฟ้องร้องกรรมกำรซึ่ งคือตนเอง ดงัน้ัน กฎหมำยจึงได้กำ หนดว่ำถ้ำบริษทั ไม่ฟ้อง ให้ผู้ถือหุ้นคนหนึ่ งคนใดอำจฟ้องกรรมกำรในนำมของ บริษัทได้ ข้อสังเกต -ผูถ้ือหุ้นตอ้งฟ้องในนำมของบริษทั ไม่ไดฟ้ ้องในนำมของผูถ้ือหุ้น โดยบรรยำยฟ้องวำ่กำรกระทำ ของกรรมกำรท ำให้บริษัทเสียหำยและบริษัทไม่ยอมดำ เนินกำรฟ้องร้อง หลักน้ีในต่ำงประเทศเรียกว่ำ Derivative Action กำรฟ้องร้องในนำมของบริษัทที่ผู้ถือหุ้นได้รับมำ -ผูถ้ือหุ้นที่ไปฟ้องตอ้งแสดงให้ศำลเห็นวำ่กรรมกำรทำ ให้เกิดเสียหำยอยำ่งไร ปัญหำที่เกิดในทำง ข้อเท็จจริงคือ บรรดำเอกสำรอันเป็ นหลกัฐำนต่ำงๆ ที่เกี่ยวกบักำรที่กรรมกำรทำ ผิดอำ นำจหนำ้ที่แลว้ทำ ให้ บริษทัเสียหำยอยใู่นมือกรรมกำรกำรที่จะไดเ้อกสำรต่ำงๆ เหล่ำน้ียำกผถู้ือหุน้ ในเมืองไทยจึงฟ้องนอ้ยมำก -ขอ้ดอ้ยของกฎหมำยคือไม่ไดก้ำ หนดวำ่มีกรณีอยำ่งใดที่แสดงวำ่บริษทัไม่ฟ้องแลว้ผูถ้ือหุ้น จะฟ้องได้เมื่อผูถ้ือหุ้นไปฟ้องกรรมกำรอำจอำ้งวำ่บริษทักำ ลงัเตรียมดำ เนินกำรอยู่ในทำงปฏิบตัิหำก ผูถ้ือหุ้นจะฟ้อง น่ำจะมีหนังสือให้บริษทัดำ เนินกำรและให้เวลำบริษทัถำ้บริษทั ไม่ดำ เนินกำรจะได้ แสดงหลกัฐำนต่อศำลไดว้ำ่บริษทัไม่ฟ้องผถู้ือหุน้จึงตอ้งมำฟ้องแทนบริษัท - นอกจำกน้นักฎหมำยไทยยงัมีจุดอ่อนเพรำะกฎหมำยไม่ไดก้ำ หนดวำ่ค่ำใชจ้่ำยที่ผูถ้ือหุ้นได้ เสียไปในกำรฟ้องร้องกรรมกำรแทนบริษัทน้ัน ใครต้องเป็นคนรับผิดชอบ แต่ส ำหรับด้ำนของ ค่ำเสียหำยหรือค่ำสินไหมทดแทนที่ศำลให้หำกได้มำจำกกรรมกำรแล้วก็ตกเป็นของบริษทัเพรำะ บริษทัเป็นผเู้สียหำยจำกกำรกระทำ ของกรรมกำรในทำงปฏิบตัิจึงไม่ค่อยมีผถู้ือหุ้นฟ้องแทนบริษทัเมื่อ กรรมกำรทำ ใหบ้ริษทัเสียหำย เพรำะมีอุปสรรคหลำยอยำ่งในกำรดำ เนินกำรนนั่เอง นอกเหนือจำกคนที่จะฟ้องคือผูถ้ือหุ้นที่ฟ้องแทนบริษทัแลว้ ในมำตรำ1169ในส่วนควำมรับผิด ของกรรมกำรที่ ท ำให้บริษัทเสียหำย กฎหมำยยังให้สิทธิ“เจำ้หน้ีของบริษัท”เป็นผเู้รียกบงัคบัก็ได้ขอ้สังเกต


ส ำหรับนักศึกษำคณะนิติศำสตร์ มหำวิทยำลัยธรรมศำสตร์ ใชป้ระกอบกำรฟังคำ บรรยำยของรศ.สุดำวิศรุตพิชญ์เท่ำน้นั 151 เจำ้หน้ีของบริษทัที่ไปฟ้อง ฟ้องในนำมของเจำ้หน้ีเองเพรำะกฎหมำยบอกวำ่เจำ้หน้ีของบริษทัจะเป็นผูเ้รียก บงัคบัก็ไดเ้ท่ำที่เจำ้หน้ียงัคงมีสิทธิเรียกร้องแก่บริษทัอยู่ ส่วนใหญ่เจำ้หน้ีที่จะดำ เนินกำรโดยอำศยัช่องทำงน้ีคือบริษทัเสียหำยมำกจนทรัพย์สินของบริษัทมี ไม่พอชำ ระหน้ีสินของเจำ้หน้ีและถำ้ไดค้ ่ำสินไหมทดแทนจำกกรรมกำร ค่ำสินไหมทดแทนที่ไดก้ ็จะเป็น สินทรัพยข์องบริษทัที่เจำ้หน้ีจะนำ ไปชำ ระหน้ีได้กฎหมำยจึงให้เจำ้หน้ีฟ้องในนำมของเจำ้หน้ีได้ โดยเรียก ตำมควำมเสียหำยที่เกิดข้ึนจริงแต่ก็ตอ้งฟ้องไดเ้พียงเท่ำที่เจำ้หน้ีรำยน้นั มีสิทธิเรียกร้องต่อบริษทัอยเู่ท่ำน้นั ถำ้สมมติวำ่กรรมกำรทำ ใหเ้กิดเสียหำย3แสนบำท เจำ้หน้ีมีสิทธิเรียกร้อง1ลำ้นบำท เช่นน้ีเจำ้หน้ีก็ ฟ้องตำมควำมเสียหำยคือ ทุนทรัพย์ที่ฟ้องคือ 3 แสนบำทเท่ำน้นั แต่ถ้ำควำมเสียหำย 3 แสนบำท แต่บงัเอิญเจำ้หน้ีคนน้ีมีสิทธิเรียกร้องเพียงแค่1แสนบำท เจำ้หน้ีก็ ฟ้องกรรมกำรไดเ้พียงทุนทรัพยเ์ท่ำสิทธิของตนคือ1แสนบำทเท่ำน้นั จะมำฟ้องเต็ม 3 แสนบำทไม่ได้ ในควำมรับผิดของกรรมกำรนอกจำกมำตรำ1169แลว้บทบญัญตัิของกฎหมำยยงักำ หนดควำมรับผดิ ของกรรมกำรที่มีต่อผถู้ือหุน้ โดยตรงโดยอำศยัหลกักำรคุม้ครองผถู้ือหุน้ฝ่ำยขำ้งนอ้ย มำตรำ 1170 ตัวบท เมื่ออ่ำนมำตรำ1170แสดงวำ่แมก้รรมกำรจะนำ เอำกำรที่ตนเองกระท ำเขำ้หำรือที่ประชุมใหญ่เพื่อขอ ควำมยินยอม ขอมติอนุมัติเพื่อกรรมกำรจะไดอ้ำ้งไดว้ำ่ไดท้ำ ตำมมติที่ประชุมใหญ่แลว้ แมก้ระน้นัก็ตำม กฎหมำยยงัไดก้ำ หนดในมำตรำ1170เพื่อคุม้ครองผู้ถือหุ้นคนที่ไม่ไดอ้นุมตัิโดย ให้กรรมกำรยงัต้องรับผิดต่อผูถ้ือหุ้นที่ไม่ได้ให้อนุมัติอยู่ (คือเสียงข้ำงน้อย) เพื่อไม่ให้กรรมกำร หลีกเลี่ยงควำมรับผดิโดยอำศยัมติที่ประชุมใหญ่เป็นขอ้อำ้ง ในทำงปฏิบัติประเทศไทย กรรมกำรกับผูถ้ือหุ้นรำยใหญ่จะเป็นกลุ่มเดียวกัน เพรำะฉะน้ันถ้ำ กรรมกำรตัดสินใจท ำอะไร ถ้ำไม่เอำมำหำรือที่ประชุมใหญ่กรรมกำรเสี่ยงมำกในกำรที่จะตอ้งรับผิดชอบ เกี่ยวกบักำรตดัสินใจวำ่ รอบคอบดีแล้วหรือยัง เพื่อป้องกนัควำมรับผิดที่อำจเกิดข้ึน กรรมกำรจะเอำเรื่องน้ี เข้ำหำรือที่ประชุมผู้ถือหุ้น ซึ่งที่ประชุมผถู้ือหุน้จริงๆ แลว้ก็คือกลุ่มกรรมกำรเองนนั่แหละ เพรำะกลุ่มตน เป็นผูถ้ือหุ้นรำยใหญ่คุมเสียงในที่ประชุมใหญ่อยู่แล้วผูถ้ือหุ้นรำยย่อยไม่มีอำ นำจเพียงพอที่จะคดัคำ้น เพรำะเป็ นเสียงข้ำงน้อย ซึ่งเมื่อกรรมกำรไดร้ับมติแลว้ก็ไปด ำเนินกำร แต่ในทำ้ยที่สุดก็เกิดควำมเสียหำย


ส ำหรับนักศึกษำคณะนิติศำสตร์ มหำวิทยำลัยธรรมศำสตร์ ใชป้ระกอบกำรฟังคำ บรรยำยของรศ.สุดำวิศรุตพิชญ์เท่ำน้นั 152 ในกรณีเช่นน้ีมำตรำ 1170 บอกวำ่กำรที่กรรมกำรคนใดได้ท ำไปโดยไดร้ับอนุมตัิจำกที่ประชุมใหญ่ แลว้กรรมกำรคนน้นัไม่ตอ้งรับผดิในกำรน้นัต่อผถู้ือหุน้ที่ไดใ้หอ้นุมตัิ หมำยถึงเสียงส่วนใหญ่ที่อนุมตัิน้นั ไม่ตอ้งรับผดิต่อเขำ หรือต่อบริษทัก็คือบริษทัมำฟ้องร้องกรรมกำรไม่ไดต้ำมมำตรำ 1169 แต่ยงัคงตอ้งรับผดิ ต่อผถู้ือหุน้ที่มิไดใ้ห้อนุมตัิคือเสียงขำ้งนอ้ยที่แพม้ติ อยำ่งไรก็ตำม ควำมรับผดิต่อผถู้ือหุน้ที่มิไดใ้ห้อนุมตัิน้ีกฎหมำยก็ไม่ให้ฟ้องเมื่อพน้6เดือนนบัจำก วนัที่ที่ประชุมใหญ่ให้อนุมตัิตำมเช่นวำ่น้นัผถู้ือหุ้นฝ่ำยขำ้งนอ้ยที่ไม่ไดใ้หอ้นุมตัิจะฟ้องกรรมกำรให้รับผิด ได้แต่ตอ้งไม่ให้เกิน 6เดือนนบัต้งัแต่วนัที่ไดม้ีอนุมตัิน้นัเหตุผลคือจะตอ้งเป็นเรื่องที่เกิดควำมเสียหำยข้ึน ในระยะเวลำที่ไม่ห่ำงไกลมำกเหมือนหน่ึงวำ่เป็นไปตำมขอ้สังเกต เพรำะฉะน้นัถำ้ภำยใน 6เดือนไม่เกิดควำม เสียหำย หรือผลของควำมเสียหำยไม่เกิดใน 6เดือน ไปเกิดทีหลงัอยำ่งน้ีไม่ตอ้งฟ้องแต่ถำ้เกิดภำยใน 6เดือน กฎหมำยจะสันนิษฐำนวำ่อยำ่งนอ้ยเป็นไปตำมฝ่ำยขำ้งนอ้ยที่เขำคดัคำ้นไม่เห็นดว้ยจึงใหพ้วกน้ีฟ้องได้ ฉะน้นั ในกำรประชุมคร้ังใดผูถ้ือหุ้นที่ไม่อนุมตัิแลว้เป็นฝ่ำยขำ้งนอ้ยแลว้มีควำมประสงคจ์ะใชส้ิทธิ ในอนำคตถ้ำมี ตอ้งให้บนัทึกไวใ้นรำยงำนกำรประชุมวำ่ ไม่อนุมตัิไม่เห็นดว้ยกบักำรน้ีเพรำะเหตุผลใด จะได้ น ำไปเป็ นหลักฐำนเพื่อแสดงวำ่คือผถู้ือหุน้ที่ไม่อนุมตัิ ในส่วนสุดท้ำยของหัวขอ้น้ีจะกล่ำวถึงหน้ำที่ของกรรมกำรที่กฎหมำยกำ หนดไว้4 เรื่องที่ ส ำคัญ นกัศึกษำตอ้งไปดูรำยละเอียดเพิ่มเติมในแต่ละเรื่อง บำงเรื่องก็ไดก้ล่ำวไปแลว้แต่บำงเรื่องเป็น ทำงปฏิบตัิที่นกัศึกษำพึงรู้ไวเ้พื่อวำ่เมื่อถึงครำวตอ้งทำ งำนจริงจะไดท้ำ ไดถู้กตอ้งและทรำบวำ่กฎหมำย ไดบ้ญัญตัิเรื่องน้นัๆ ไวป้ระกำรใด เรื่องที่สำ คญั4 เรื่องไดแ้ก่ เรื่องที่1กรรมกำรตอ้งดูวำ่กำรใชเ้งินค่ำหุ้นน้นัตอ้งมีกำรใชก้นัจริงๆ เป็นหนำ้ที่ของกรรมกำร ที่ต้องเรียกเก็บเงินค่ำหุ้นมำ ตำมมำตรำ 1105 , 1110, 1120 เพรำะเรื่องกำรด ำรงรักษำไว้ซึ่งเงินทุนของ บริษัทเป็ นเรื่องส ำคัญ เรื่องที่2กำ หนดให้กรรมกำรจะตอ้งจดัให้มีและรักษำไวใ้ห้เรียบร้อยซ่ึงบรรดำสมุดบญัชีและ เอกสำรที่กฎหมำยกำ หนด บรรดำบญัชีเอกสำรที่กฎหมำยกำ หนดจะมีบญญัติที่มำตรำ 1138, 1139 จะ ั เป็ นเรื่องสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้น และมำตรำ 1207 เอกสำร ทะเบียนต่ำง ๆ เป็นข้อมูลที่ผู้ถือหุ้น หรือ บุคคลภำยนอกที่เกี่ยวขอ้งอำจเขำ้มำขอตรวจดูเพื่อกำรกำ กบัดูแลกำรประกอบกำรของบริษทัหรือกำร ท ำหน้ำที่ของกรรมกำร


ส ำหรับนักศึกษำคณะนิติศำสตร์ มหำวิทยำลัยธรรมศำสตร์ ใชป้ระกอบกำรฟังคำ บรรยำยของรศ.สุดำวิศรุตพิชญ์เท่ำน้นั 153 เรื่องที่ 3 กำรแจกเงินปันผลหรือดอกเบ้ียให้ถูกต้องตำมที่กฎหมำยก ำหนด จะบัญญัติใน มำตรำ 1201, 1202 เรื่องกำรแบ่งเงินปันผลก็เป็นเรื่องของเงินทุนของบริษทัเพื่อเป็นหลกั ประกนัแก่ เจำ้หน้ี เรื่องที่ 4 ที่เป็ นหน้ำที่ของกรรมกำรจะต้องท ำคือ บังคับกำรให้เป็ นไปโดยถูกต้องตำมมติของที่ ประชุมใหญ่อนัน้ีเป็นกรอบใหญ่ตำมมำตรำ1144 ที่วำงวำ่กรรมกำรตอ้งทำ ตำมขอ้บงัคบัภำยใตก้ำรครอบงำ ของที่ประชุมใหญ่พอที่ประชุมใหญ่มีมติอย่ำงไรกรรมกำรก็ต้องน ำมติน้ันไปปฏิบัติให้เป็นไปตำมมติ ซึ่งมติของที่ประชุมใหญ่อำจจะเกี่ยวกบัเรื่อง ที่ประชุมใหญ่ต้งัผูส้อบบญัชีกรรมกำรก็ตอ้งไปให้ผูส้อบบญัชีผู้ น้นัเป็นผูส้อบบญัชีของบริษทั ไม่ใช่วำ่มติที่ประชุมต้งัคนน้ีแลว้ตวัเองไปหำคนอื่นมำถือวำ่ ไม่ไดเ้ป็นไปตำม มติของที่ประชุมใหญ่ก็เป็นหนำ้ที่โดยภำพรวมที่กฎหมำยกำ หนดใหเ้ป็นหนำ้ที่ของกรรมกำรนนเองั่


154 7) การประชุมใหญ่ผู้ถ ื อหุ้น กรรมการตอ้งจดัการกิจการของบริษทั ให้เป็นไปตามมติที่ประชุม ผูถ้ือหุ้นใช้สิทธิครอบงา การจดัการของกรรมการโดยผา่นที่ประชุมใหญ่ดงัน้นัการกระทา การใด ๆ ของกรรมการที่อาศยัมติที่ ประชุม ก็ตอ้งเป็นมติที่ไดม้าจากการประชุมที่ชอบและถูกตอ้งตามกฎหมาย ซ่ึงไดก้า หนดหลกัเกณฑ์ เงื่อนไขรายละเอียดต่าง ๆ ไว้ ที่ส าคญัคือในการประชุมใหญ่เพื่อให้ได้มติที่ประชุมน้ีบริษทัตอ้งดา เนินการให้ถูกต้องตามที่ กฎหมายหรือขอ้บงัคบัของบริษทักา หนดให้ครบถว้น ไม่เช่นน้นัแลว้มติที่ประชุมที่ไดม้าจากการประชุมที่ ไม่ถูกตอ้งน้ีจะเป็นมติที่อาจถูกศาลสั่งเพิกถอนได้ในบทน้ีจึงจะศึกษาเกี่ยวกบัการประชุมใหญ่ผูถ้ือหุ้นโดย แยกศึกษาเป็ น 4 เรื่อง คือ (1) การเรียกประชุมใหญ่ผถู้ือหุน้ (2) ผู้มีสิทธิเขา้ประชุมในที่ประชุมใหญ่ผถู้ือหุน้ (3) วิธีการประชุมในที่ประชุมใหญ่ผถู้ือหุน้ (4) มติที่ประชุม ก่อนที่จะศึกษาในรายละเอียดตามหวัขอ้ต่าง ๆ ตอ้งทา ความเขา้ใจประเภทของการประชุมใหญ่หรือ เรียกวา่การประชุมผถู้ือหุน้ก่อน ดงัน้ี การประชุมใหญ่อาจแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือการประชุมสามญักบัการประชุมวสิามญั การประชุมสามัญ คือการประชุมที่กฎหมายก าหนดให้บริษัทจะต้องจัดให้มีข้ึนเป็นประจา อยา่งนอ้ย1คร้ังในทุก12เดือน การประชุมสามัญ ส าหรับบริษทัจา กดัแยกออกไดเ้ป็นการประชุมใหญ่สามญัคร้ังแรกเมื่อบริษัท จดัต้งัข้ึนใหม่ๆ และการประชุมใหญ่สามญัคร้ังอื่นๆ การประชุมใหญ่สามญัคร้ังแรกกฎหมายบงัคบัให้บริษทัตอ้งจดัภายใน 6เดือนนบัแต่วนัจดทะเบียน บริษัท มาตรา 1171 ตัวบท หลังจากมีการประชุมใหญ่สามัญคร้ังแรกแล้ว ต่อไป ก็ให้มีการประชุม 1คร้ังเป็นอย่างน้อย ทุกระยะเวลา 12 เดือน หมายความว่า บริษทัจะจดัประชุมสามญัถี่กว่าที่กฎหมายกา หนด เช่น จดัประชุม สามัญปี ละ 2คร้ังก็ได้กฎหมายไม่ห้าม แต่ถ้ากา หนดเป็นอย่างไร บริษทัก็ตอ้งจดัให้เป็นไปตามน้ันเป็น การประชุมประจา ในทางปฏิบตัิบริษทัจา กดัทวั่ ไปมกัจดัปีละคร้ังเรียกวา่ ประชุมสามญั ประจา ปี


155 สิ่งที่ตอ้งทา ในการประชุมใหญ่สามัญ คือ 1 พิจารณางบดุลบัญชีของบริษัทและอนุมัติ 2 เมื่อบริษทัมีกา ไรจะมีการพจิารณาอนุมตัิจ่ายปันผลประจา ปีในที่ประชุมใหญ่สามญั 3. ถา้มีกรรมการครบวาระจะมีการเลือกกรรมการในที่ประชุมใหญ่สามญั นอกจากน้นั ทางปฏิบัติ กรรมการอาจจะขอให้ที่ประชุมอนุมัติงบประมาณ แผนงานของบริษัทที่จะ จัดท าในปี หน้าเป็ นต้น เมื่อสิ่งที่ตอ้งทา ในที่ประชุมใหญ่เป็ นเรื่องการอนุมัติงบดุลบัญชีของปีประกอบการที่ผา่นมา ซ่ึงการ จดัทา งบดุลประจา ปีก็จะเป็นไปตามรอบปีบญัชีของบริษทับริษทัส่วนใหญ่จึงมีการปรับรอบปีบญัชีของ บริษทั ให้ตรงกบั ปีปฏิทิน ดงัน้นัเมื่อบริษทัจดัทา งบดุลในรอบปี บัญชีเสร็จเรียบร้อยแล้ว เมื่อผู้สอบบัญชี ตรวจสอบและรับรองเสร็จ บริษัทก็จะจดัประชุมใหญ่หลงัจากน้ัน ในกฎหมายว่าดว้ยบริษทัจา กดั ไม่ได้ กา หนดวา่ตอ้งทา ใหเ้สร็จสิ้นเมื่อใด แต่หากบริษทับริหารทุกอยา่งตามปกติการประชุมใหญ่เพื่ออนุมตัิงบดุล ประจา ปีก็น่าจะจดัให้มีข้ึนได้ภายในเดือน เมษายน ของปี ถัดไป ซึ่งเป็ นการด าเนินการในที่ประชุมใหญ่ สามัญประจ าปี การประชุมใหญ่วิสามัญ คือ การประชุมใหญ่คราวอื่นบรรดามีนอกจากการประชุมใหญ่สามัญของ บริษัท ถา้บริษทัใดประชุมใหญ่สามญักา หนดไวป้ีละคร้ังการประชุมผูถ้ือหุ้นคร้ังอื่นๆ ไม่วา่คร้ังใดก็ตาม จะเรียกวา่เป็นประชุมวสิามญัท้งัสิ้น อาจแยกการประชุมวิสามัญโดยพิจารณาจากการเกิดข้ึน ออกไดเ้ป็น 2 กรณีใหญ่ๆ คือ กรณีที่ 1 ที่ประชุมวิสามัญเกิดข้ึนเพราะ(คณะ)กรรมการเป็ นคนเรียกประชุม กรณีที่ 2 ที่ประชุมวสิามญัเกิดข้ึนเพราะผถู้ือหุน้ร้องขอ อธิบายดงัน้ี กรณีที่1กรรมการเรียกประชุมวิสามัญ เหตุที่กรรมการจะเรียกประชุมวิสามัญ สรุปได้ 3 กรณี คือ 1) เมื่อกรรมการเห็นสมควร มาตรา 1172 วรรคหนึ่ง ตัวบท คา ว่า “กรรมการ”ในที่น้ีถ้ามีกรรมการหลายคนจะหมายถึง “คณะกรรมการ”เพราะฉะน้ัน ถ้า กรรมการคนหนึ่งคนใดเห็นสมควรจะหารือเรื่องใดกบัผถู้ือหุน้และตอ้งการใหเรียกประชุมวิสามัญ กรรมการ ้ คนน้นั ต้องไปประชุมคณะกรรมการใหไ้ดม้ติวา่ “กรรมการเห็นสมควร”เสียก่อน เมื่อได้มติแล้ว กรรมการก็ จะไปด าเนินการเรียกประชุมผู้ถือหุ้น เป็ นประชุมวิสามัญ


156 ในกรณีที่บริษัทมีกรรมการหลายคน กรรมการคนหนึ่งคนใดจะเรียกประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นด้วย ตนเองเลยโดยไม่ผา่นคณะกรรมการไม่ได้ 2) เมื่อบริษทัจา กดัขาดทุนถึงก่ึงจา นวนตน้ทุน มาตรา 1172 วรรคสอง ตัวบท ถา้บริษทัขาดทุนลงถึงก่ึงจา นวนตน้ทุน กรรมการต้องเรียกประชุมวิสามัญทันทีเพื่อแจ้งให้ผู้ถือหุ้น ทราบการที่ขาดทุนน้น ั ในเรื่องบริษทัขาดทุนถึงก่ึงจา นวนตน้ทุนน้ีกฎหมายบังคับให้กรรมการต้องเรียกประชุมวิสามัญ เป็ น หน้าที่ของคณะกรรมการที่ต้องไปเรียกประชุมวิสามัญเพื่อรายงานให้บรรดาผู้ถือหุ้นได้ทราบวา่ขณะน้ีบริษัท ขาดทุนถึงครึ่ งหนึ่งแล้ว หมายความว่าผู้ถือหุ้นทุกคนที่ลงทุนในบริษทัร่วมกนัขาดทุนถึงคร่ึงหน่ึงแล้ว เพื่อใหผ้ถู้ือหุน้ ไดพ้ ิจารณาวา่จะดา เนินการอยา่งไรต่อไป กรรมการจะไม่เรียกประชุมวสิามญั โดยให้เหตุผลวา่กรรมการยงัสามารถแกไ้ขปัญหาในการบริหาร ได้ กรรมการจึงยังไม่เห็นสมควรที่จะเรียก ไม่ได้ แต่ถา้สมมติวา่บริษทัขาดทุนไปเพียงแค่1 ใน 4 ของทุน ยงัไม่ถึงก่ึงจา นวนตน้ทุน แต่กรรมการเห็น วา่สมควรจะหารือเรื่องน้ีกบัที่ประชุมว่าจะแกไ้ขผลขาดทุนของบริษทัอยา่งไรกรรมการเห็นสมควรจะเรียก เช่นน้ี กรรมการก็อาจเรียกประชุมวสิามญั ได้ตาม ข้อ 1)ที่กล่าวมาแลว้ 3) เมื่อผสู้อบบญัชีวา่งลง มาตรา 1211 ตัวบท เรื่องผสู้อบบญัชีวา่งลงน้ีก็เป็ นเรื่องที่กรรมการต้องเรียกประชุมวิสามัญ เช่นกนั ถ้าตา แหน่งผู้สอบบัญชีวา่งลงในจา นวนผูส้อบบญัชีกรรมการต้องเรียกวิสามัญเพื่อให้ผู้ถือหุ้นเลือกต้งั ผู้สอบบัญชีข้ึนใหม่ใหค้รบจา นวน การเลือกผสู้อบบญัชีน้ีเป็นเรื่องสา คญัที่ที่ประชุมใหญ่ตอ้งเป็นคนดา เนินการ เพราะผูส้อบบญัชีเป็นบุคคลที่ทา การตรวจสอบการทา งานของกรรมการโดยผ่านทางการสอบบญัชีแทนบรรดา ผู้ถือหุ้น มีข้อสังเกตคือถ้าผูส้อบบญัชีว่างลงกรรมการจะทา การเลือกผูส้อบบญัชีแทนตา แหน่งที่ว่างไม่ได้ เด็ดขาดตอ้งให้ผูถ้ือหุ้นเท่าน้นัเป็นคนแต่งต้งัต่างจากตา แหน่งกรรมการวา่งลงซ่ึงกฎหมายให้อา นาจกรรมการใน การต้งักรรมการเขา้มาแทนที่ได้ดงัที่ไดเ้คยศึกษามาแลว้ กรณีที่ 2 ผู้ถือหุ้นร้องขอให้ประชุมวิสามัญ เพื่อให้ผู้ถือหุ้นสามารถใช้สิทธิในการครอบง าการจัดการ ตรวจสอบการบริหารจัดการของ กรรมการ กฎหมายให้สิทธิแก่ผูถ้ือหุ้นแต่ละคน สามารถใช้สิทธิภายใต้ข้อจา กดัเช่น กฎหมายให้สิทธิ เพียงแค่ขอตรวจสอบดูสมุดบัญชีดูรายงานการประชุมต่าง ๆ ขอส าเนาเอกสารเหล่าน้ัน จะไม่ให้


157 ผถู้ือหุน้แต่ละคนใชส้ิทธิอยา่งไม่มีขอบเขต เพราะจะทา ให้เป็นอุปสรรคต่อการบริหารของกรรมการได้ ดงัน้นัการครอบงา การจดัการของกรรมการในประการอื่น ๆ จึงตอ้งผา่นที่ประชุมใหญ่ โดยหลกัการแลว้กรรมการเท่าน้ันที่จะเรียกประชุมใหญ่ได้เมื่อกฎหมายให้ผู้ถือหุ้นใช้สิทธิผ่าน ที่ประชุมใหญ่ จึงต้องมีบทบัญญัติให้ผู้ถือหุ้นร้องขอให้กรรมการจดัประชุมใหญ่ให้ซ่ึงกฎหมายกา หนด หลักเกณฑ์ในการร้องขอไว้ ในมาตรา 1173 รวมท้งักา หนดให้ด้วยว่าถา้ผูถ้ือหุ้นร้องขอให้กรรมการเรียก ประชุมวิสามญั โดยถูกตอ้งตามหลกัเกณฑ์แลว้หากกรรมการไม่เรียกประชุมให้จะมีวิธีการแกไ้ขอย่างไร ในมาตรา 1174 มาตรา 1173 ตัวบท กฎหมายกา หนดวา่ถา้มีผู้ถือหุ้นนับจ านวนหุ้นที่ถือรวมกนัได้ไม่น้อยกว่าหน่ึงในห้าแห่งจา นวน หุ้นของบริษัท คือ 20 %ไดเ้ขา้ชื่อกนัทา หนงัสือร้องขอให้เรียกประชุมใหญ่โดยในหนงัสือร้องขอน้นั มีการ ระบุวา่ตอ้งการใหเ้รียกประชุมเพื่อพิจารณาเรื่องอะไรเช่นน้ีกรรมการตอ้งนดัเรียกประชุมวสิามญั ให้ ข้อพิจารณา 1 ผูถ้ือหุ้นที่ถือหุ้นรวมกนัไม่น้อยกวา่20%ที่จะไปร้องขอน้ี กฎหมายไม่บงัคบัวา่จะตอ้งมีผูถ้ือหุ้น กี่คนถา้ผถู้ือหุน้รายใหญ่คนเดียวที่ถือหุน้20%พอดีเขา้คุณสมบตัิที่จะร้องขอได้เพราะไม่ต่า กวา่20% แต่ถา้ผู้ถือหุ้นคนหนึ่งถือหุ้นอยเพียู่ง18%อยากที่จะให้เรียกประชุมวิสามัญ ก็ต้องไปถามหาผู้ถือหุ้น คนอื่นจะกี่คนก็แลว้แต่เพื่อนบัหุ้นของผูถ้ือหุ้นเหล่าน้นัรวมกนักบัตนให้ไดไ้ม่น้อยกวา่20% เพื่อที่จะเรียก ประชุมวิสามัญ 2. เมื่อได้ผูถ้ือหุ้นที่นับจา นวนหุ้นไดด้งัที่กฎหมายกา หนดแลว้ผูถ้ือหุ้นเหล่าน้นั ต้องยื่นค าร้องขอ โดยท าเป็ นหนังสือ จะร้องขอดว้ยวาจาไม่ได้ 3. ในหนังสือร้องขอให้เรียกประชุมวิสามัญตอ้งระบุว่าให้เรียกประชุมวิสามญัเพื่อการใด คือเรื่อง อะไรที่จะตอ้งขอมติที่ประชุมผูถ้ือหุน้เช่นเพื่อพิจารณาถอดถอนกรรมการบางคนที่กระทา การไม่สุจริต หรือ เพื่อเปลี่ยนแปลงข้อบังคับของบริษัท เป็ นต้น เมื่อมีการร้องขอให้เรียกประชุมโดยถูกต้องแล้ว กฎหมายบังคับให้กรรมการต้องเรียกประชุม มาตรา1174 ตัวบท ถ้ากรรมการไม่เรียกประชุมให้ภายใน 30วนันับแต่วนัยื่นคา ร้องกฎหมายกา หนดทางออกให้คือ ผถู้ือหุน้ท้งัหลายซ่ึงเป็นผรู้้อง หรือผถู้ือหุ้นคนอื่นรวมกนัไดจ้า นวนดงัที่กฎหมายบงัคบัไวน้้นัจะเรียกประชุม เองก็ได้กล่าวคือให้ผู้ถือหุ้นไปออกหนังสือเชิญประชุม ด าเนินการเรียกประชุมเองได้เลย


158 ข้อสังเกต ถา้กรรมการไม่เรียกประชุมให้ ผู้ถือหุ้นสามารถด าเนินการได้ ผู้ถือหุ้นที่จะด าเนินการเรียกประชุม ไม่จา เป็นตอ้งเป็นผูถ้ือหุ้นคนที่ร้องขอ อาจเป็นผูถ้ือหุ้นคนอื่นที่ไม่ได้ยื่นหนังสือร้องขอในตอนตน้ก็ได้ เงื่อนไขของกฎหมายอยูท่ ี่ว่าผูถ้ือหุ้นที่จะดา เนินการเรียกประชุมตอ้งมีหุ้นนบัจา นวนรวมกนัไดถ้ึง20% มา ดา เนินการต่อเนื่องจากที่ไดม้ีการร้องขอไว้แล้ว ยกตวัอยา่งเช่น นายแดง เป็นผถู้ือหุน้ที่ถืออยู่18%แล้วผู้ถือหุ้นคนอื่นอีก 2 คน ที่ถือหุ้นรวมกนัแลว้ เป็ น 20%ท้งั3คนก็ยนื่หนงัสือร้องขอให้เรียกประชุมวิสามัญ ในหนงัสือระบุวา่ตอ้งการเรียกประชุมวสิามญั เพื่อถอดถอนกรรมการท้ังชุด เมื่อกรรมการได้รับหนังสื อร้องขอก็เชิญนายแดงไปเกล้ียกล่อมให้เลิก ด าเนินการ นายแดงใจอ่อนตกลงว่าไม่ถอดถอนกรรมการก็ได้เมื่อเจรจาได้เช่นน้ีกรรมการบริษัทก็ ไม่ดา เนินการเรียกประชุมให้ นายแดงก็ไม่ติดใจให้มีการประชุมอีก แต่วา่ผูถ้ือหุ้นคนอื่นๆ หลงัจากที่รู้ข่าว วา่ นายแดงและเพื่อนได้ยื่นหนังสือขอเรียกประชุมวิสามัญเพื่อถอดถอนกรรมการ ต่างก็เห็นดว้ยอยากใหม้ีการ ประชุมในเรื่องน้ีก็รอให้นัดประชุมจะได้มาใช้สิทธิผูถ้ือหุ้นพิจารณาร่วมกัน เช่นน้ีแม้นายแดงจะไม่ ดา เนินการต่อไป และเวลาก็ล่วงเลยมาแล้ว 30 วันนบัแต่วนัยื่นหนงัสือร้องขอ กรรมการไม่เรียกประชุมให้ ผูถ้ือหุ้นของบริษทัคนอื่น ๆ (ใครก็ได)้ เขาไปรวบรวมบรรดาผู้ถือหุ้นมา หากนับหุ้นรวมกนัไดไ้ม่น้อยกว่า 20% ก็สามารถออกหนังสือเรียกประชุมผู้ถือหุ้นได้ ในทางปฏิบตัิบางคร้ังมีผูถ้ือหุ้นมาร้องขอให้เรียกประชุม กรรมการตรวจสอบดูแลว้พบว่าจา นวน หุ้นที่ผูถ้ือหุ้นเหล่าน้ีรวมกันท าหนังสือร้องขอมีจ านวนไม่ถึง 20% หรือ มีการร้องขอไม่ถูกต้องตาม หลกัเกณฑ์เช่น มาร้องขอด้วยวาจา ซึ่ งตามกฎหมายกรรมการไม่ตอ้งนัดเรียกประชุมวิสามญั ให้แต่ถ้า คณะกรรมการเห็นว่าเรื่องที่ผูถ้ือหุ้นมาร้องขอน้ัน(แมจ้ะดา เนินการไม่ถูกต้องตามหลักเกณฑ์) สมควรน า เข้าหารือในที่ประชุมใหญ่กรรมการก็อาจนัดเรียกประชุมให้ ตามหลักเรื่องกรรมการเห็นสมควรเรียก ประชุม ก็ได้ ดงัที่กล่าวมาแลว้ว่าการประชุมผูถ้ือหุ้นตอ้งดา เนินการให้ถูกตอ้งทุกข้นัตอน เพราะมาตรา1195 บญัญตัิผลของการที่ไม่ทา ตามข้นัตอนต่าง ๆ ตามที่กฎหมายกา หนด ไม่วา่ข้นัตอนใดข้นัตอนหน่ึง ว่า มติ ที่ได้จากการประชุมคร้ังน้ัน กรรมการหรื อผู้ถือหุ้นคนหนึ่ งคนใดร้องขอให้ศาลเพิกถอนมติของ ที่ประชุมใหญที่ได้มาเพราะ ่ผดิระเบียบน้นัได้ แต่ตอ้งร้องขอภายใน 1เดือนนบัแต่วนัที่มีมติ จึงต้องศึกษารายละเอียดในทุกข้นัตอน ดงัน้ี


159 (1) การเรียกประชุมผู้ถือหุ้น มาตรา 1175 ตัวบท การเรียกประชุมใหญ่ทุกคราวไม่วา่จะเป็ นประชุมสามัญ หรือประชุมวิสามัญ และไม่วา่กรรมการ จะเป็ นคนนัดเรียก หรือผู้ถือหุ้นเรียกประชุมเองเพราะกรรมการไม่นดัเรียกใหเ้มื่อมีการร้องขอโดยชอบ ถือวา่ ต้องท าการเรียกประชุมใหญต่ามที่จะกล่าวน้ีท้งัน้นั คือ คา บอกกล่าวนัดประชุมหรือหนังสือเชิญประชุมน้ีกรรมการตอ้งส่งทางไปรษณียตอบรับ ์ ไปยัง ผู้ถือหุ้นทุกคนที่มีชื่อในทะเบียนผู้ถือหุ้นของบริษัทก่อนวนันัดประชุมไม่น้อยกว่าเจ็ดวนัแต่ในกรณีที่ บริษัทมีหุ้นชนิดผู้ถือให้โฆษณาในหนังสือพิมพ์แห่งทอ้งที่อย่างน้อยหน่ึงคร้ังหรือในสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ตามที่กา หนดในกฎกระทรวงก่อนวนันัดประชุมไม่น้อยกว่าเจ็ดวนัด้วย และหากเป็นคา บอกกล่าวเรียก ประชุมเพื่อลงมติพิเศษ ต้องปฏิบตัิตามวิธีการบอกกล่าวดงัที่กล่าวแต่ตอ้งกระทา ล่วงหนา้ไม่นอ้ยกวา่ 14วัน เพื่อเปิดโอกาสใหผู้ถ้ือหุน้ ไดม้ีเวลาในการพิจารณาไตร่ตรองในเรื่องที่จะประชุมไดน้านข้ึน เพราะเป็นเรื่องที่ กฎหมายเห็นวา่เป็นเรื่องสา คญัอนักระทบต่อโครงสร้างของบริษทันนั่เอง ข้อสังเกต ในกรณีที่บริษัทจ ากัดใดมีการออกหุ้นชนิดผู้ถือ การส่งจดหมายเรียกไปยัง ผู้ถือหุ้นบรรดามีชื่อในทะเบียน ผู้ถือหุ้นชนิดผู้ถือก็จะไม่ได้รับหนังสือเชิญ เพราะไม่ใช่ผู้มีชื่อใน สมุดทะเบียนผถู้ือหุน้ของบริษทัก็อาจจะไม่รู้เรื่องการนดัประชุม การโฆษณาในหนงัสือพิมพก์ ็อาจจะทา ให้ ผู้ถือหุ้นชนิดผู้ถือได้มีโอกาสรู้เรื่องการนัด ดงัน้นั เพื่อให้ผู้ถือหุ้นทุกคนได้มีโอกาสใช้สิทธิของตนในฐานะ ผถู้ือหุ้นคือการเขา้ประชุมใหญ่จึงกา หนดให้ในกรณีเช่นน้ีการเรียกประชุม บริษัทตอ้งกระทา ท้งั2 ช่องทาง คือต้องท าการโฆษณาด้วย เมื่อกล่าวถึงการส่งหนังสือเชิญประชุมไปยงัผู้มีชื่อเป็นผู้ถือหุ้นในสมุดทะเบียนของบริ ษัท ก็จา เป็นตอ้งพิจารณาเรื่อง“การปิ ดสมุดทะเบียนพักการลงหุ้น”ให้ชื่อผู้ถือหุ้นในทะเบียนนิ่งไม่เปลี่ยนแปลง แม้จะมีการโอนหุ้นระหว่างกนั ในระหว่างปิดสมุด เพราะบริษทัจะไม่รับจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงชื่อ ผูถ้ือหุ้นให้ในระหวา่งน้นัเพื่อให้ผูถ้ือหุ้นที่จะใช้สิทธิในฐานะผู้ถือหุ้น ในบญัชีรายชื่อมีความชดัเจนว่า เป็ นบุคคลใด ดูมาตรา 1131 ประกอบ มาตรา 1131 ตัวบท นอกจากน้นักฎหมายยงักา หนดวา่ ในคา บอกกล่าวนัดประชุมน้นัใหร้ะบุสถานที่วนัเวลา และ ระบุ เรื่องที่จะประชุมปรึกษากนัดว้ย ทางปฏิบตัิเรียกวา่กา หนดวาระการประชุม นอกจากน้นัทางปฏิบตัิยงัอาจมี การส่งเอกสารประกอบการประชุมไปพร้อมหนงัสือเชิญดว้ย และ ในการประชุมใหญ่สามญัที่มีการพิจารณา


160 งบดุล กฎหมายใหส้ ่งสา เนางบดุลไปพร้อมหนงัสือเชิญประชุมดว้ย แต่บงัคบัใหส้ ่งล่วงหนา้เพียง 3 วนัก็พอ ให้นักศึกษาดูมาตรา 1197 ประกอบ ถ้ากรรมการบริษทัไม่ด าเนินการนัดเรียกประชุมให้ถูกต้อง เช่น เชิญโดยการโทรศพัท์ไปนดัหมาย หรือไม่ได้บอกกล่าวเชิญประชุมล่วงหน้าตามกา หนดเวลาที่กฎหมายกา หนด เช่น ส่งหนังสือเชิญประชุม เหมือนกนัแต่ส่งล่วงหน้าแค่3วนัก่อนการประชุม หรือ หนงัสือเชิญประชุมไม่ไดร้ะบุวนัเวลา สถานที่และ วาระการประชุมให้ครบถ้วน แม้มีการจัดการประชุม และมีคนมาประชุมครบเป็ นองค์ประชุม มติที่ได้จากการ ประชุมที่มีขอ้บกพร่องน้ีหากมีผู้ถือหุ้นคนหนึ่งร้องขอให้มีการเพิกถอนมติที่ได้จากการประชุมคร้ังน้นัข้ึนมา มติน้นัก็อาจถูกศาลสั่งเพิกถอนได้ (2) ผู้มีสิทธิเข้าประชุมในทปี่ระชุมใหญ่ผู้ถือหุ้น สิทธิในการเข้าประชุม มาตรา 1176 ตัวบท ผู้ถือหุ้นทุกคนต้องมีสิทธิเขา้ประชุมในที่ประชุมใหญ่ไม่วา่จะเป็นประชุมชนิดใด คราวใด ถือเป็ น สิทธิพ้ืนฐานของผถู้ือหุน้ ที่ตอ้งเน้นว่าใครเป็นผูม้ีสิทธิเขา้ประชุมเพราะว่าถา้ในการประชุมคร้ังใดมีบุคคลที่ไม่มีสิทธิเขา้ ประชุมมานงั่ประชุมอยดู่ว้ย หรือในทางตรงกนัขา้ม บุคคลที่มีสิทธิเขา้ประชุม แต่กรรมการที่จัดการประชุม ไม่ให้บุคคลน้นั เข้าประชุม หากมีมติใด ๆ อันเกิดจากการประชุมคร้ังน้นัก็จะเป็ นมติที่ได้จากการประชุม ที่ไม่ชอบ มติน้นัอาจถูกร้องขอใหศ้าลสั่งเพิกถอนไดเ้หมือนกนั เมื่อการเขา้ประชุมในที่ประชุมใหญ่ทุกคร้ังเป็นสิทธิพ้ืนฐานอนัส าคญัของผูถ้ือหุ้น ดงัน้นั ในกรณี ที่ผถู้ือหุ้นไม่อาจเขา้ประชุมดว้ยตนเองได้กฎหมายจึงกา หนดแนวทางแกไ้ขโดยอนุญาตให้ผถู้ือหุน้ต้งับุคคล เป็ นผู้รับมอบฉันทะเข้าประชุม และใช้สิ ทธิออกเสี ยงในที่ประชุมแทนตนได้ด้วย ตามที่บัญญัติใน มาตรา 1187 การมอบฉันทะ มาตรา 1187 กฎหมายกา หนดใหก้ารมอบฉนัทะจะต้องท าเป็ นหนังสือ


161 หนังสือมอบฉันทะ จะต้องมีรายการตามที่ มาตรา1188กา หนด หลักการที่ส าคัญคือจะต้องมีการ ระบุชื่อผู้รับมอบฉันทะให้ชัดเจน มีการลงลายมือชื่อของผูถ้ือหุ้นคนที่จะมอบฉันทะแต่ไม่จา เป็นตอ้งมี ลายมือชื่อของคนที่รับมอบฉนัทะระบุจา นวนหุ้นที่ผูม้อบฉนัทะถืออยู่และระบุวา่มอบฉนัทะให้เขา้ประชุม คร้ังใด หรือจะมอบฉันทะโดยกา หนดระยะเวลาไว้ซ่ึงหากเป็นกรณีหลังน้ีก็จะทา ให้ผูร้ับมอบฉันทะ เขา้ประชุมแทนผถู้ือหุน้คนที่มอบฉนัทะไดใ้นการประชุมทุกคร้ังที่มีข้ึนในช่วงระยะเวลาดงัที่ระบุในหนังสือ มอบฉันทะน้นั ข้อสังเกต คือ จะมอบฉันทะให้ใครก็ได้ผูร้ับฉันทะไม่จา เป็นตอ้งเป็นผูถ้ือหุ้น กล่าวคือผู้ถือหุ้น อาจมอบฉันทะให้ผูถ้ือหุ้นด้วยกนัเป็นผูรับ้มอบฉันทะก็ได้และ บุคคลคนเดียวอาจเป็ นผู้รับฉันทะของ ผถู้ือหุน้หลาย ๆ คน ในคราวเดียวกนัก็ได้กฎหมายไม่ไดห้า้ม ในกรณีเช่นน้ีผถู้ือหุน้คนที่เขา้ประชุมน้นัเขา จะมีสองสถานะคือในฐานะที่เป็ นผู้ถือหุ้นเอง และในฐานะผู้รับมอบฉันทะจากผู้ถือหุ้นอีกคนหนึ่งหรือ หลายคน เวลานับผู้ถือหุ้นที่มาประชุมเพื่อพิจารณาเรื่ององค์ประชุม ก็ตอ้งนบัจ านวนคน และ/หรือ จ านวน หุ้นของผถู้ือหุน้คนน้นัและนบัจา นวนคน และ/หรือจา นวนหุน้ของผถู้ือหุน้คนที่มอบฉนัทะรวมเขา้ดว้ย กฎหมายกา หนดให้ผูร้ับฉันทะที่จะใช้สิทธิเข้าประชุมในคร้ังใด ต้องน าหนังสือมอบฉันทะที่มี รายการถูกต้องครบถ้วน ไปวางต่อผเู้ป็นประธานการประชุมเมื่อเริ่มการประชุม หรือก่อนเริ่มประชุมคร้ังน้นั ในทางปฏิบัติ เมื่อมีการประชุม ผูถ้ือหุ้นตอ้งลงทะเบียนแสดงตนเพื่อเขา้ประชุม ผรู้ับมอบฉนัทะก็ ตอ้งแสดงหนงัสือมอบฉนัทะและแสดงตนวา่คือผูที่รับมอบฉันทะและจะมาใช้สิทธิแทนผู้ถือหุ้นคนใด เพื่อ ้ ประธานการประชุมจะไดต้รวจสอบสิทธิให้เรียบร้อยก่อนการประชุม และเพื่อการนบัองคป์ระชุมคร้ังน้ัน ด้วย ส าหรับผู้ถือหุ้นชนิดผู้ถือจะไม่มีชื่อเป็นผูถ้ือหุ้นในสมุดทะเบียนของบริษทัผูถ้ือหุ้นชนิดผูถ้ือน้ี เมื่อจะเข้าประชุมในคร้ังใด จะตอ้งนา ใบหุ้นที่ตนถือน้นัมาแสดงต่อประธานการประชุมก่อนเริ่มการประชุม ด้วย มาตรา 1186 ตัวบท เมื่อผู้ถือหุ้นนา ใบหุ้นมาแสดงแทนหุ้น ตามที่สมุดทะเบียนระบุวา่หุ้นหมายเลขน้ัน ๆ เป็นหุ้นที่มี ใบหุ้นออกให้แก่ผถู้ือ บริษทัจะลงบนัทึกไวว้า่มีผูถ้ือหุน้ชนิดผูถ้ือถือหุ้นจา นวนเท่าน้นัเท่าน้ีหุ้นมาประชุม และจะมีผลต่อการนบัองคป์ระชุม ผูถ้ือหุ้นที่มีใบหุ้นชนิดออกให้แก่ผูถ้ือ หากตนเองไม่สามารถมาเขา้ประชุมด้วยตนเองได้ก็ไม่ จา เป็นตอ้งมีหนงัสือมอบฉนัทะก็ได้เพราะเพียงแต่ส่งมอบใบหุน้ ใหม้าแสดงตน บุคคลน้นัก็จะไดเ้ขา้ประชุม


162 ในฐานะผูถ้ือหุ้นอยู่แลว้แต่ก็เป็นการเสี่ยง หากไม่มีการบนัทึกไวว้า่ผูท้ี่ถือใบหุ้นน้นัเป็นเพียงคนที่มาใช้ สิทธิแทน หากส่งมอบใบหุน้ ใหไ้ป ผทู้ี่ถือใบหุน้จะไดร้ับขอ้สันนิษฐานวา่เป็นผถู้ือหุน้ เรื่องการเข้าประชุมกบัการใช้สิทธิออกเสียงเป็นคนละกรณีกนักล่าวคือผูถ้ือหุ้นเขา้ประชุมเพื่อ อภิปรายแสดงความเห็น ซักถาม ตรวจสอบการทา งานของกรรมการผ่านที่ประชุม แต่เมื่อถึงตอนที่จะใช้ สิทธิในการออกเสียงผถู้ือหุน้ทุกคนที่แมม้ีสิทธิเขา้ประชุมทุกคร้ังก็อาจมีขอ้จา กดัสิทธิในการออกเสียงก็ได้ สิทธิในการเขา้ประชุมกบัสิทธิในการออกเสียงในที่ประชุมจะไม่เหมือนกนั สิทธิออกเสียงลงคะแนนในที่ประชุม โดยหลักแล้วผู้ถือหุ้นทุกคนจะมีสิทธิออกเสียงลงคะแนน ตามสิทธิในหุ้นที่ตนถือ ที่ตอ้งใชค้า วา่ “ตามสิทธิในหุ้นที่ตนถือ”เพราะในบางกรณีหุ้นที่ผถู้ือหุ้นคนน้นัถืออาจมีสิทธิใน การลงคะแนนเสียงแตกต่างจากสิทธิพ้นืฐานก็ได้เช่น ในเรื่องหุน้บุริมสิทธิกา หนดวา่บุริมสิทธิเรื่องสิทธิใน การลงคะแนนกา หนดให้10 หุ้น แต่มีสิทธิออกเสียงเพียงแค่1เสียง หรือในทางตรงกนัขา้ม กา หนดว่า 1 หุน้มีสิทธิออกเสียงเท่ากบั10เสียงเป็นตน้ แม้ผูถ้ือหุ้นทุกคนจะมีสิทธิในการออกเสียงลงคะแนน แต่กฎหมายก็กา หนด ขอ้จา กดัสิทธิในการ ออกเสียง อาจแยกได้เป็ น 3 กรณี ไดแ้ก่ กรณีที่ 1ผถู้ือหุน้ที่ยงัคา้งชา ระค่าหุน้ มาตรา 1184 ตัวบท ผู้ถือหุ้นคนใดที่ชา ระค่าหุ้นซ่ึงบริษทัไดเ้รียกยงัไม่เสร็จสิ้น ผูถ้ือหุ้นคนน้นัไม่มีสิทธิออกเสียงเป็น คะแนน หมายถึง สามารถเขา้ประชุมได้ซกัถามได้อภิปรายได้แสดงความคิดเห็นได้แต่ไม่มีสิทธิออกเสียง ในการประชุมคร้ังน้ัน หมายถึงทุกวาระการประชุมจะลงคะแนนไม่ได้ตราบใดที่ค้างช าระค่าหุ้นที่ได้ เรียกเก็บแลว้ ข้อสังเกต หุ้นที่ผู้ถือหุ้นค้างชา ระค่าหุน้แตกต่างจากหุน้ที่ยงัเรียกเก็บเงินค่าหุน้ ไมค่รบ เพราะคา้งชา ระค่าหุน้เป็นการคา้งค่าหุ้นที่บริษทัได้เรียกเก็บแล้วแม้จะได้ชา ระเป็นบางส่วน แต่ยัง ชา ระไม่ครบก็ไม่มีสิทธิออกเสียง ถ้าในการประชุมคร้ังใด มีผูถ้ือหุ้นที่คา้งชา ระค่าหุ้นและลงคะแนนเสียง มติที่ได้จากการลงคะแนน น้นัอาจถูกเพิกถอนได้เพราะการออกเสียงในที่ประชุมไม่ชอบ


163 กรณีที่ 2 ผถู้ือหุน้ที่มีส่วนไดเ้สียเป็นพิเศษ มาตรา 1185 ตัวบท ผูถ้ือหุ้นคนใดมีส่วนไดเ้สียเป็นพิเศษในเรื่องใด ผูถ้ือหุ้นคนน้นัจะไม่มีสิทธิออกเสียงลงคะแนนใน เรื่องที่ตนมีส่วนไดเสียเป็ นพิเศษ ้น้นั การถูกจา กดัสิทธิออกเสียงเพราะเหตุมีส่วนไดเ้สียเป็นพิเศษน้ี ผถู้ือหุน้คนน้นัจะถูกจา กดัสิทธิในการ ลงคะแนนเฉพาะเรื่องที่มีส่วนไดเ้สียเป็นพิเศษเท่าน้นัฉะน้นั ถ้าในการประชุมคร้ังน้นัมีหลายเรื่องหลายวาระที่ จะขอมติจากที่ประชุม ผูถ้ือหุ้นคนน้นัก็ยงัใช้สิทธิลงคะแนนในเรื่องที่ไม่มีส่วนไดเ้สียเป็นพิเศษ จะต่างจาก ผู้ถือหุ้นคนที่คา้งชา ระค่าหุน้ ที่จะไม่มีสิทธิลงคะแนนหมดเลยตราบใดที่ยงัไม่ชา ระค่าหุน้ ใหค้รบถว้น ส่วนที่วา่ “ส่วนไดเ้สียเป็นพิเศษ”หมายถึงเรื่องใด ไดเ้คยกล่าวมาบา้งแลว้ในบทก่อนๆ ซ่ึงก็หมายถึง เรื่องที่ผู้ถือหุ้นคนน้ันมีส่วนที่จะได้หรือเสียโดยตรงหากผลของคะแนนเป็นไปด้านใดดา้นหน่ึง เช่น พิจารณาเรื่องจะทา สัญญาซ้ือที่ดินของผถู้ือหุ้นคนน้นัหรือไม่เป็นตน้ กรณีที่ 3 ขอ้บงัคบัของบริษทักา หนดจา กดัสิทธิในการออกเสียงไว้ มาตรา1183 ตัวบท ถ้าข้อบังคับของบริษัทกา หนดวา่ตอ้งมีหุ้นจ านวนเท่าใดจึงจะออกเสียงได้ถา้ผูถ้ือหุ้นน้นัมีหุ้นไม่ ถึงจา นวนตามที่กา หนด กฎหมายใหผ้ถู้ือหุน้น้นัสามารถรวมหุน้กบัผถู้ือหุน้คนอื่น ๆ เพื่อใหไ้ดจ้า นวนตามที่ กา หนดน้นัแลว้แต่งต้งัผถู้ือหุน้คนหน่ึงในคนที่รวมกนัน้นัเป็นผอู้อกเสียงแทนบรรดาผถู้ือหุน้เหล่าน้นัก็ได้ เช่น ในขอ้บงัคบัของบริษทัอาจกา หนดไวว้า่ผถู้ือหุน้ที่จะลงคะแนนเสียงไดจ้ะตอ้งถือหุน้ ไม่ต่า กวา่ 1 พันหุ้นจึงจะมีสิทธิออกเสียง ดังน้ัน หากผูถ้ือหุ้นคนใดถือหุ้นไม่ถึง1 พนัหุ้น ก็ต้องไปรวมตวักันกับ ผู้ถือหุ้นคนอื่น เพื่อให้ไดหุ้้นตามจา นวนที่กา หนด แลว้ให้คนหน่ึงในกลุ่มของตนใชส้ิทธิออกเสียงแทนตน ได้ ในทางปฏิบัติ การรวมตวักนัเพื่อให้ได้หุ้นตามจา นวนเช่นตวัอย่างน้ีคือ1 พนัหุ้น แล้ว บรรดา ผูถ้ือหุ้นท้งัหลายที่รวมตวักนัควรที่จะต้องมีความเห็นในการใช้สิทธิออกเสียงในเรื่องต่าง ๆ ในทิศทาง เดียวกนัเพราะในการใชส้ิทธิออกเสียง ผถู้ือหุน้คนที่ไดร้ับมอบหมายใหใ้ชส้ิทธิออกเสียงไม่สามารถจะแยก สิทธิออกเสียงจากกนัได้เช่น 500 หุน้ออกเสียงเห็นดว้ยและอีก500 หุน้ออกเสียงไม่เห็นดว้ยเป็นตน้ การใช้สิทธิออกเสียงและการนบัคะแนนเสียงของบริษทัจา กดั มีท้งั2ระบบ คือone man one vote หมายความว่าผูถ้ือหุ้น 1คน มีสิทธิออกเสียง1เสียงไม่ว่าผูถ้ือหุ้นคนน้ันจะถือหุ้นจา นวนเท่าใด กับ one share one voteคือผถู้ือหุน้ถือหุน้จา นวนเท่าใด เมื่อออกเสียงจะมีคะแนนเสียงเท่าจา นวนหุนที่ถือ ้


164 (3) วธิีการประชุมในทปี่ระชุมใหญ่ผู้ถือหุ้น มาตรา 1177 ตัวบท กา หนดวา่ถา้ขอ้บงัคบัของบริษทัใด ไม่ไดก้า หนดเกี่ยวกบัวธิีการประชุมเป็นอยา่งอื่น ใหใ้ชต้ามที่ กฎหมายกา หนดน้ีซ่ึงอาจแยกพิจารณาในเรื่องวิธีการประชุม ตามที่กฎหมายกา หนด แยกเป็ น 3 หัวข้อ คือ 3.1) องค์ประชุม 3.2) ผู้ท าหน้าที่เป็ นประธานในที่ประชุม 3.3) วิธีการลงมติในที่ประชุม 3.1) องค์ประชุม ถ้าขอ้บงัคบัของบริษทั ไม่ได้กา หนดว่าองค์ประชุมในที่ประชุมใหญ่ของบริษทัจะนับอย่างไร กฎหมายกา หนดวา่ ต้องมีผู้ถือหุ้นหรือผู้รับมอบฉันทะจากผู้ถือหุ้นเขา้ร่วมประชุมกนัไม่นอ้ยกวา่สองคนและ จ านวนหุ้นของผู้ถือหุ้นที่มาประชุมดว้ยตนเองหรือมอบฉันทะมาน้นัรวมกนัแลว้ตอ้งไม่นอ้ยกว่าหน่ึงในสี่ แห่งทุน คืออยา่งนอ้ย 25 % ของทุนของบริษัท เช่น ในบริษทัแห่งหน่ึง กา หนดเรื่ององค์ประชุมไวใ้นขอ้บงัคบัวา่ ในการประชุมใหญ่ต้องมีผู้ถือ หุ้นมาประชุมไม่น้อยกวา่ก่ึงหน่ึงของจา นวนผูถ้ือหุ้นท้งัหมด หรือตอ้งมีหุ้นรวมกนัไม่นอ้ยกวา่ก่ึงหน่ึงของ ทุนท้งัหมด ดงัน้ีก็ตอ้งเป็นไปตามขอ้บงัคบั จะมีผู้ถือหุ้นมาประชุมเพียง2คนไม่ไดแ้มจ้า นวนหุ้นรวมกนั แลว้ไม่นอ้ยกวา่ที่กา หนด หรือมีหุน้รวมกนเพียง 25 ั %ของทุนไม่ได้ แต่ถา้ขอ้บงัคบัไมไ่ดก้า หนดไวเ้ลย องคป์ระชุมก็จะตอ้งมีผู้ถือหุ้นมาเข้าประชุม 2คน และมีหุ้น รวมกนัไดถ้ึงจา นวนหน่ึงในสี่ของจา นวนทุนบริษทัเป็นอยา่งนอ้ย ถ้ามาแต่ยงัไม่ครบเป็นองคป์ระชุม ที่ประชุมจะทา การใด ๆ ไม่ไดเ้ลย หากมีการประชุมโดยไม่ครบ องค์ประชุม ท าให้มติที่ได้จากการประชุมเป็ นมติที่อาจถูกเพิกถอนได้ ถ้าเมื่อถึงกา หนดเวลาประชุมแล้วแต่มีผูถ้ือหุ้นมากันยังไม่ครบที่จะเป็นองค์ประชุม จึงจะเปิ ด ประชุมไม่ได้ในกรณีเช่นน้ีกฎหมายบัญญัติทางออกไว้ให้ในมาตรา 1179 มาตรา 1179 ตัวบท เมื่อถึงกา หนดเวลาแลว้มีผถู้ือหุน้มาประชุมยงัไมค่รบองคป์ระชุม ตอ้งแยกพิจารณาวา่การประชุมใหญ่คร้ังน้นัเป็นการประชุมที่เกิดจากผถู้ือหุน้ร้องขอใหเ้รียกประชุม หรือไม่ถ้าการประชุมใหญ่น้ันนัดเรียกเพราะผูถ้ือหุ้นร้องขอกฎหมายให้กรรมการสามารถประกาศ


165 เลิกประชุมได้เลยเพราะเมื่อผู้ถือหุ้นเป็ นผู้ร้องขอใหม้ีการประชุม แต่เมื่อถึงเวลาประชุมและรอแลว้1 ชวั่ โมง ยงัมีผถู้ือหุ้นมาไม่ครบเป็นองคป์ระชุม ก็สันนิษฐานวา่ผูถ้ือหุ้นไม่สนใจในเรื่องที่จะพิจารณาในที่ประชุมที่ นัดเรียกน้ัน เมื่อกรรมการเลิกประชุมแล้ว หากผูถ้ือหุ้นเห็นว่าอยากให้มีการประชุมก็ต้องด าเนินการ ร้องขอใหม้ีการประชุมวสิามญั ใหม่ แต่ถ้าการประชุมใหญ่น้ันไม่ใช่ชนิดที่นัดเรียกเพราะผูถ้ือหุ้นร้องขออาจจะเป็นการประชุมใหญ่ สามัญประจ าปี หรืออาจจะเป็ นการประชุมวิสามัญที่กรรมการเห็นสมควรนัดเรียก หรือเป็ นประชุมวิสามัญที่ กฎหมายบังคับให้กรรมการต้องเรียกประชุม กฎหมายให้กรรมการท าการเรียกประชุมใหม่อีกคร้ังหนึ่งภายใน สิบสี่วัน คา วา่ ต้องเรียกประชุมใหม่ หมายถึงต้องท ากระบวนการเรียกประชุมผู้ถือหุ้นให้ถูกต้องตามที่ได้ ศึกษามาแลว้ในหวัขอ้ก่อน เมื่อไดน้ดัเรียกแลว้ ในคร้ังน้ีถา้ถึงกา หนดเวลาประชุมแลว้แมม้ีผถู้ือหุ้นมาไม่ครบเป็นองคป์ระชุม ก็สามารถเปิดการประชุม และหารือเรื่องต่าง ๆ ตามที่ไดม้ีการนดัเรียกน้นัได้เพราะกฎหมายกา หนดวา่การ ประชุมใหญ่คร้ังหลงัน้ีไม่บงัคบัวา่จา ตอ้งครบองคป์ระชุม เมื่อประชุมแลว้ไดม้ติจากที่ประชุมน้ีก็เป็นมติที่ สมบูรณ์ จะขอใหศ้าลเพิกถอนดว้ยเหตุที่ไม่ครบองคป์ระชุมไม่ได้ 3.2) ผู้ท าหน้าที่เป็ นประธานในที่ประชุม มาตรา 1180 ตัวบท ในการประชุมใหญ่ทุกๆ คร้ังใหผ้เู้ป็นประธานในคณะกรรมการนงั่ เป็ นประธานของที่ประชุม แต่ถ้าบริษทัใดไม่มีตา แหน่งประธานคณะกรรมการ หรือ มีตา แหน่งประธานคณะกรรมการแต่ไม่ สามารถมาเข้าประชุมจนเลื่อนเวลานัดไปสิบห้านาทีแล้วก็ใหผ้ถู้ือหุน้ท้งัหลายที่มาประชุมและอยทู่ ี่น้นัเลือก ผถู้ือหุน้คนหน่ึงที่มาประชุมข้ึนนงั่เป็นประธาน ข้อสังเกต 1. ประธานคณะกรรมการของบริษทัที่กฎหมายใหท้า หนา้ที่เป็นประธานที่ประชุมใหญ่ทุกคร้ัง น้ี แม้ตัวประธานคณะกรรมการไม่ไดเ้ป็นผูถ้ือหุ้นดว้ยก็ทา หนา้ที่เป็นประธานที่ประชุมใหญ่ผูถ้ือหุ้น ได้ตามกฎหมาย 2.แต่ถ้าไม่มีตา แหน่งประธานคณะกรรมการ บางบริษทัขอ้บงัคบัของบริษทัอาจมีตา แหน่ง รองประธานคณะกรรมการซ่ึงกา หนดหนา้ที่ใหท้า หนา้ที่แทนประธานคณะกรรมการในกรณีที่ประธาน คณะกรรมการไม่สามารถปฏิบตัิหนา้ที่ได้รองประธานคณะกรรมการก็ทา หนา้ที่เป็นประธานที่ประชุม ใหญ่ไดเ้ช่นเดียวกบั ประธานคณะกรรมการ


166 3.กรณีที่ผูถ้ือหุ้นที่มาประชุมจะเลือกประธานของที่ประชุมใหญ่ในวนัน้นัจะตอ้งเลือกผู้ถือหุ้น ดว้ยกนัเองที่อยูท่ ี่น้นัทา หนา้ที่ประธานที่ประชุม จะเลือกคนที่เป็นกรรมการแต่ไม่ไดเ้ป็นผูถ้ือหุ้นในบริษทั ดว้ย ไม่ได้ คนที่ท าหน้าที่เป็ นประธานของที่ประชุมจะมีบทบาทและมีความส าคัญ เพราะเป็ นคนควบคุมการ ประชุม สั่งเลื่อนการประชุมได้(ดูมาตรา1181) ดา เนินการประชุมให้ถูกตอ้งและเรียบร้อยตามกฎหมายและ ขอ้บงัคบันอกจากน้ียงัมีอีกเรื่องหนึ่งที่ส าคัญมาก ๆ คือ ประธานที่ประชุม มี“Casting Vote.”คือ ในกรณีที่ มีคะแนนเสียงเท่ากนั ในที่ประชุม ประธานที่ประชุมจะมีสิทธิออกเสียงช้ีขาด ซึ่ งเป็ นสิทธิของคนที่เป็ น ประธานในที่ประชุมโดยเฉพาะ (ดูมาตรา 1193) ในเรื่องการเลื่อนการประชุม จะเกิดข้ึนเมื่อมีเรื่องที่จะพิจารณาในที่ประชุมคา้งอยู่ ไม่สามารถ ดา เนินการประชุมให้เสร็จสิ้นทุกเรื่องภายในวนัที่ประชุมน้นัได้ประธานที่ประชุมมีอา นาจในการสั่งเลื่อน การประชุมใหญ่ใดๆ ไปเวลาอื่นโดยความยินยอมของที่ประชุมก็ได้แต่ในที่ประชุมที่ได้เลื่อนมาน้ัน กฎหมายใหป้ระชุมปรึกษาไดแ้ต่เฉพาะกิจการหรือวาระที่คา้งมาจากการประชุมวนัก่อนเท่าน้นั การที่กฎหมายไม่ใหพ้ ิจารณาเรื่องอื่นนอกจากเรื่องที่คา้งการพิจารณาเพราะในการเลื่อนการประชุม น้นั ประธานจะหารือที่ประชุมเพื่อให้ที่ประชุมให้ความยินยอม และกา หนดวนัที่จะประชุมต่อในที่ประชุม น้นัเอง เช่น เลื่อนไปประชุมกนัในวนัรุ่งข้ึน และกา หนดเวลาเช่น 10.00 น. ตามแต่จะตกลงกนัท้งัน้ีจะไม่มี การส่งหนงัสือเชิญประชุม และไม่ตอ้งปฏิบตัิตามวธิีการนดัเรียกเพราะไดน้ดัหมายกนัในที่ประชุมแลว้ การประชุมในวันรุ่งข้ึนตามตวัอยา่ง กฎหมายถือเป็นการประชุมเดียวกนักบัการประชุมวนัน้ีเมื่อไม่ มีการส่งจดหมายเรียกประชุมใหม่จึงไม่อนุญาตใหม้ีการพิจารณาเรื่องอื่น ๆ ที่ไม่ใช่เรื่องที่คา้งการพิจารณา มาจากการประชุมที่มีการนดัเรียกและกา หนดวาระหรือเรื่องประชุมไวน้้นั ดว้ยเหตุน้ีผูถ้ือหุ้นซ่ึงไม่ได้มาประชุมในวนัตามที่มีหนังสือนัดเรียกต้งัแต่แรก เมื่อตนไม่ได้เขา้ ประชุมจึงอาจไม่ได้รับรู้วนั ประชุมที่มีการเลื่อนไป เพราะไม่มีการส่งหนังสือนัดเรียกอีก จะอา้งว่าตน เสียหายเพราะไม่ไดม้ีโอกาสเขา้ประชุมไม่ได้ดว้ยเหตุที่วา่ถา้การประชุมสามารถพิจารณาต่อเนื่องในการ ประชุมคร้ังเดียวจนเสร็จสิ้น ผถู้ือหุน้คนน้นัก็ไม่ไดอ้ยใู่นที่ประชุมอยดู่ ี ในการดา เนินการประชุมของประธานที่ประชุม ส าหรับบริษทัจา กดั ไม่ค่อยมีขอ้กฎหมายกา หนด รายละเอียดมากนกัแต่ในทางปฏิบตัิประธานที่ประชุมควรดา เนินการประชุมเรียงไปตามวาระที่ไดก้า หนดไว้ ไม่ควรสลบัวาระเพราะ การสลบัวาระอาจทา ให้ผูถ้ือหุ้นไดเ้ปรียบเสียเปรียบก็ได้เช่น ถ้านา เอาวาระที่ควร พิจารณาในตอนทา้ยมาพิจารณาก่อน จะทา ใหผ้ถู้ือหุน้ที่ไดเ้ห็นลา ดบัวาระในหนงัสือเชิญประชุมที่ไดว้างแผน เวลามาประชุมในวาระที่ตนสนใจ อาจมาใช้สิทธิของตนไม่ทนัเพราะไดม้ีการเลื่อนข้ึนมาพิจารณาก่อน จะทา ให้มติที่ประชุมอาจมีปัญหาวา่ถูกโตแ้ยง้ทางปฏิบตัิหากมีการเสนอขอสลบัวาระประธานที่ประชุมควรถาม


167 มติของที่ประชุมก่อนว่าเห็นเช่นไร เพื่อให้ผูถ้ือหุ้นเป็นคนตดัสินใจว่าจะพิจารณาอย่างไร แต่อยา่งไรก็ตาม ดังที่กล่าวว่าในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชยไ์ม่ได้กา หนดเรื่องน้ีไว้ต่างจากบริษทัมหาชน ที่มีการ กา หนดเรื่องเหล่าน้ีไวค้่อนขา้งละเอียดเพราะเป็นเรื่องส าคญัเนื่องจากกระทบสิทธิของผถู้ือหุน้หรืออาจมีการ กลนั่แกลง้กนัได้เป็นหนา้ที่ของประธานที่ประชุมต้องจัดการประชุมให้เรียบร้อย เรื่องสิทธิออกเสียงช้ีขาดของผทู้า หนา้ที่เป็ นประธานที่ประชุม มาตรา 1193 ตัวบท ในการประชุมใหญ่น้นั ถ้าผถู้ือหุ้นใชส้ิทธิลงคะแนนเสียงแลว้ ปรากฏวา่คะแนนเสียงเท่ากนัไม่วา่ เป็นการชูมือก็ดีหรือเป็นการลงคะแนนนับก็ดีให้ผูเ้ป็นประธานในที่ประชุมมีคะแนนอีกเสียงหนึ่ งเป็ น คะแนนเสียงช้ีขาด เสียงช้ีขาดของประธาน เป็นสิทธิในการช้ีผลของมติของประธานที่ประชุม เสียงช้ีขาดน้ีไม่ใช่สิทธิ ออกเสียงของผถู้ือหุน้หมายความวา่ แม้คนที่ท าหน้าที่เป็ นประธานการประชุมไม่ไดเ้ป็นผถู้ือหุน้อยดู่ว้ย ก็ยงั มีสิทธิออกเสียงช้ีขาดได้แต่ประธานคนน้ีจะไม่มีสิทธิลงคะแนนเสียงเมื่อใหผ้ถู้ือหุน้ลงคะแนน ดงัน้นัถา้คนที่เป็ นประธานในที่ประชุม เป็นผูถ้ือหุ้น ประธานคนน้ีจะใช้สิทธิออกเสียงในฐานะ ผถู้ือหุน้เช่นเดียวกบัผถู้ือหุน้คนอื่น ๆ ทวั่ ไป และถา้คะแนนเสียงของบรรดาผถู้ือหุน้น้นัมีคะแนนเท่ากนัเมื่อ น้นั ประธานที่ประชุมจะมีเสียงช้ีขาด คือ ช้ีวา่ผลของมติจะเป็นไปตามขา้งใด เช่น เสียงของที่ประชุมผูถ้ือหุ้น มีผูถ้ือหุ้นลงคะแนนเห็นชอบ 1,000คะแนน และลงคะแนนไม่ เห็นชอบ 1,000คะแนนเท่ากนัเช่นน้ีประธานที่ประชุมจะออกเสียงช้ีขาดว่า มติที่ประชุมในเรื่องน้ัน ที่ ประชุมเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ และการบนัทึกรายงานการประชุมก็ตอ้งบนัทึกวา่คะแนนเสียงเท่ากนัและ ประธานช้ีขาดว่าอย่างไรเช่นช้ีขาดว่าเห็นชอบ แต่ ไม่ใช่บนัทึกว่า เสียงเห็นชอบ 1,001และไม่เห็นชอบ 1,000 เนื่องจากจะไม่นา เสียงช้ีขาดไปรวมกบคะแนนเสียงของผู้ถือหุ้น ั 3.3) วิธีการลงมติในที่ประชุม วิธีการลงมติ คือการที่ผู้ถือหุ้นลงคะแนนเสียง แล้วนับคะแนนเสียงมาเป็ นมติของที่ประชุม ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์กา หนดหลกัการว่า ถา้ในขอ้บงัคบัของบริษทัไม่ไดก้า หนดไวเ้ป็น อย่างอื่น ให้เป็นไปตามที่กฎหมายกา หนด ซ่ึงได้แบ่งมีวิธีการลงคะแนน กบัวิธีการนับคะแนนเสียงอยู่ 2 หลัก คือ ก.ลงคะแนนเสียงแบบเปิ ดเผย ข.ลงคะแนนเสียงแบบลับ


168 ในประมวลกฎหมายแพง่ และพาณิชย์ ถ้าลงคะแนนเสียงแบบเปิ ดเผยกฎหมายใหน้บั1คน เท่ากบั1 เสียง(one man one vote) โดยไม่คา นึงวา่ผถู้ือหุน้คนน้นัจะถือหุน้อยเู่ท่าใด แต่ถ้าเป็นการลงคะแนนเสียงแบบลับ กฎหมายให้นับ 1 หุ้นเท่ากับ 1เสียง (one share one vote) (เวน้แต่เป็นหุน้บุริมสิทธิที่กา หนดสิทธิออกเสียงที่แตกต่าง) จะเห็นวา่ถา้วิธีการลงคะแนนเป็นแบบเปิดเผย หรือ แบบลบัแตกต่างกนั ผลของการนับคะแนน เสียงจะแตกต่างกนัด้วย เช่น บริษทัแห่งหน่ึงมีผูถ้ือหุ้น 7คน บริษทัแบ่งทุนเป็นหุ้นท้งัหมด 1 หมื่นหุ้น นายแดงผู้ถือหุ้นคนหนึ่งถือหุ้น 7 พันหุ้น ผู้ถือหุ้นอื่นอีก 6 คน ถือหุ้นคนละ 500 หุ้น ในการประชุมใหญ่คร้ังหน่ึง นายแดงลงคะแนนไม่เห็นด้วย ในขณะที่ผู้ถือหุ้นอื่นอีก 6 คน ลงคะแนนเห็นดว้ย เช่นน้ีผลของคะแนนและมติจะเป็นเช่นไร ถ้า ลงคะแนนโดยเปิ ดเผย เห็นด้วย 1 คะแนน : ไม่เห็นดว้ย 6คะแนน มติไม่เห็นดว้ย ถ้า ลงคะแนนลับ เห็นด้วย 7,000 คะแนน : ไม่เห็นดว้ย 3,000คะแนน มติ เห็นด้วย ดงัน้นัเมื่อพิจารณาโดยบทบญัญตัิของกฎหมาย ประธานที่ประชุมจะจดัให้ลงคะแนนแบบเปิดเผย หรือแบบลบัจึงมีผล ผูถ้ือหุ้นรายใหญ่อยากให้ลงคะแนนลบัเพราะตนได้ประโยชน์ในขณะที่ผูถ้ือหุ้น รายยอ่ยอยากใหล้งคะแนนโดยเปิดเผยเพราะตนไดป้ระโยชน์ประธานจะตอ้งดา เนินการเช่นใด มาตรา 1190 ตัวบท กา หนดวา่ โดยหลกัแลว้ ประธานตอ้งให้มีการลงคะแนนแบบเปิดเผย เวน้แต่มีผูถ้ือหุ้นอย่างน้อย 2คนร้องขอก่อนจะมีการลงคะแนนใหล้งคะแนนลบั ประธานจะต้องจัดให้ลงคะแนนลับ กฎหมายใช้คา ว่ามีผู้ถือหุ้น 2 คนติดใจร้องขอ ผู้ถือหุ้น 2 คนที่ติดใจร้องขอน้ีไม่จา เป็นต้องเป็น ผูถ้ือหุ้นที่อยูใ่นที่ประชุม หมายความวา่ผูถ้ือหุ้นทุกคนมีสิทธิร้องขอได้และไม่ไดก้า หนดเงื่อนไขเกี่ยวกบั จา นวนหุ้นที่ถือด้วยเช่น อาจจะมีผูถ้ือหุ้น 2คน ร้องขอหลังจากได้รับหนังสือเชิญประชุม แต่เมื่อถึง วนั ประชุมผูร้้องขอท้ัง 2คนอาจไม่ได้เข้าประชุมด้วย เช่นน้ีประธานที่ประชุมก็ต้องจัดให้มีการลง คะแนนลบัตามที่ร้องขอ จะอา้งวา่เมื่อผรู้้องขอไม่ไดม้าประชุมจึงไม่มีความจา เป็นตอ้งลงคะแนนลบั ไม่ได้ หากประธานดา เนินการลงคะแนนผดิไปจากที่กฎหมายกา หนดดงัวา่น้ีมติของที่ประชุมก็อาจจะเป็นมติที่อาจ ถูกศาลสั่งเพิกถอนได้ ในการละคะแนนเสียงแบบลบัน้ีวตัถุประสงค์ที่แทจ้ริงจะเป็นเรื่องการคุม้ครองสิทธิของผูถ้ือหุ้น เพื่อให้ไดใ้ชส้ิทธิของตนในการลงคะแนนเสียงอยา่งอิสระเตม็ที่เพราะจะไม่รู้วา่ผถู้ือหุน้คนน้นัใชส้ิทธิอยา่งไร แต่ในประมวลกฎหมายแพง่และพาณิชยย์งัมีผลต่อวธิีการนบัคะแนนเสียงเพื่อเป็นมติดว้ย ทางปฏิบัติข้อบังคับของบริษัทจา กัด มักก าหนดว่า ในการนับคะแนนเสียงไม่ว่าจะเป็นการ ลงคะแนนโดยวิธีเปิดเผย หรือโดยวิธีลงคะแนนลับ ให้นับ 1 หุ้น เป็น 1เสียงเสมอ หากก าหนดเช่นน้ี


169 การจัดวิธีการลงคะแนนจะมีเพียงเพื่อการคุม้ครองความเป็นอิสระของผูถ้ือหุ้นในการใชส้ิทธิเท่าน้นัจะไม่มี ผลทา ใหก้ารนบัคะแนนเสียงและมติของที่ประชุมแตกต่างกนั ผลของมติเป็ นไปตามที่บัญญัติใน มาตรา 1191 มาตรา 1191 ตัวบท ในทางปฏิบัติ เมื่อนับคะแนนเสร็จแล้ว ประธานที่ประชุมต้องขานมติ ขานมติวา่คนเห็นดว้ยเท่ากบั เท่าไรคนไม่เห็นดว้ยเท่ากบัเท่าไรและในทา้ยที่สุด ก็คือมติเป็นอย่างไรแล้วจดมติลงในรายงานการประชุม การจดมติในรายงานการประชุมน้ีกฎหมายถือเป็นหลกัฐานที่วา่มติของที่ประชุมเป็ นไปตามที่จดลงน้นั เพื่อจะ ไดบ้งัคบัการตามมติที่ประชุมต่อไป (4) มติทปี่ระชุม ประเภทของมติของการประชุมผู้ถือหุ้น อาจแบ่งไดเ้ป็น2 ประเภท ใหญ่ๆ คือ - มติเสียงข้างมากธรรมดา - มติพิเศษ ในหลักการที่ว่า ถ้าในบริษทั ใดได้มีการกา หนดข้อบงัคบั ในเรื่องใดไวแ้ตกต่างจากที่กฎหมาย กา หนด ก็ให้เป็ นไปตามข้อบังคับ ดงัน้นัถา้กฎหมายหรือขอบังคับของ ้ บริษัทไม่ไดก้า หนดเรื่องใดวา่ตอ้งใชม้ติของที่ประชุมอยา่งไร ไว้เป็ นพิเศษ ในการประชุมผู้ถือหุ้น มติที่ใช้จะใช้มติเสียงข้างมาก กฎหมายไดก้า หนดเรื่องที่ส าคญัอนัมีผลกระทบต่อโครงสร้างของบริษทั หากจะมีการเปลี่ยนแปลง ในเรื่องที่ส าคัญเหล่าน้ีแล้ว การด าเนินการน้นัตอ้งขออนุมตัิจากที่ประชุมผูถ้ือหุ้นและมติที่ไดจ้ากที่ประชุม ผถู้ือหุน้น้นัตอ้งไดใ้นลกัษณะที่เรียกวา่มติพิเศษดว้ย กิจการที่กระทบต่อโครงสร้างของบริษัท และจะต้องได้รับมติพิเศษในการด าเนินการ มีท้งัหมด 7 เรื่อง คือ เรื่องที่ 1การแกไ้ขหนงัสือบริคณห์สนธิหรือข้อบังคับของบริษัท ซึ่งกระทบกบัโครงสร้างเนื่องจาก หนังสือบริคณห์สนธิในตราสารในการจดัต้งัและ ข้อบังคับของบริษทัก็เป็นตราสารที่บรรดาผูถ้ือหุ้นตกลง กนัเพื่อเป็นหลกัเกณฑใ์ชใ้นการจดัการกิจการของบริษทั เรื่องที่ 2การเพิ่มทุนมาตรา1220กระทบโครงสร้างคือทุนของบริษัท เรื่องที่ 3 การออกหุ้นใหม่เพิ่มทุนและหุ้นที่ออกใหม่น้ันจะให้ทา การชา ระด้วยทรัพยส์ ินอย่างอื่น นอกจากเงิน ตามมาตรา 1221 เรื่องที่ 4 การลดทุน ตามมาตรา 1224 กก็ระทบโครงสร้างเรื่องทุน


170 เรื่องที่ 5การเลิกบริษัท ใน มาตรา 1236 อนุมาตรา 4 ที่ว่าบริษทัอาจจะเลิกกนัไดโ้ดยความยินยอม ของบรรดาผูถ้ือหุ้น เพราะเวลาจดัต้งัมาจากผถู้ือหุน้มาจดัต้งัร่วมกนัเวลาจะเลิกโดยผถู้ือหุน้จะทา อยา่งไรใน กฎหมายให้ที่ประชุมผถู้ือหุน้มีมติพิเศษวา่จะใหเ้ลิกกระทบต่อความเป็นนิติบุคคลของบริษัท เรื่องที่ 6 การควบรวมบริษัทจ ากดั ตามมาตรา 1238 กระทบโครงสร้างคือตัวโครงสร้างองค์กรของ บริษัท เรื่องที่ 7 การแปรสภาพจากบริษัทเอกชนเป็ นบริษัทมหาชน มาตรา 180 แห่งพระราชบญัญตัิบริษทั มหาชน จา กดั เรื่องอื่น ๆ นอกจากที่กล่าวมาน้ีไม่จา เป็นตอ้งไดร้ับมติพิเศษ ขอ้บงัคบัจะกา หนดในเรื่องใดให้ต้อง ใชม้ติเสียงขา้งมากเป็นพิเศษอยา่งไร ก็ให้เป็นไปตามที่ขอ้บงัคบัของแต่ละบริษทัจะกา หนด เนื่องจากการจะ เห็นวา่เรื่องใดส าคญัเป็นเรื่องของแต่ละบริษทัโดยแท้เช่น ขอ้บงัคบัอาจกา หนดวา่การที่ที่ประชุมใหญ่จะ ถอดถอนกรรมการใหใ้ชเ้สียงขา้งมากไม่นอ้ยกวา่2ใน 3ของจา นวนเสียงท้งัหมด ดงัน้ีเป็นตน้ มีขอ้สังเกตเพิ่มเติมวา่เรื่องที่กฎหมายกา หนดให้ตอ้งไดร้ับมติพิเศษที่สรุปใหน้กัศึกษาไดศ้ึกษาแลว้ น้ีขอ้บงัคบัของบริษทัจะกา หนดให้แตกต่างไปจากกฎหมายไม่ได้เด็ดขาด เช่น ขอ้บงัคบัจะกา หนดว่า การแกไ้ขขอ้บงัคบัใหใ้ชม้ติเสียงเอกฉนัท์ดงัน้ีกา หนดไม่ได้ มติพิเศษ มาตรา 1194 ตัวบท ต่อไปจะศึกษาวา่มติพิเศษจะไดม้าอยา่งไร แต่เดิมก่อนจะมีการแกไ้ขเปลี่ยนแปลงบทบญัญตัิในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ในปี 2551 การที่จะไดม้ติพิเศษน้นัจะต้องมีการประชุมผู้ถือหุ้น2คร้ังในการจดัการประชุมท้งั2คร้ังน้นัคร้ังที่1จะตอ้ง ได้คะแนนเสียงของผู้ถือหุ้นไม่น้อยกว่า3ใน 4ของจา นวนเสียงท้งัหมด แล้วมาจดั ประชุมคร้ังที่2โดย ช่วงเวลาในการจดัประชุมคร้ังที่1กบัการจดัประชุมคร้ังที่2 ตอ้งจดัภายในช่วงเวลาที่กฎหมายกา หนดไวด้ว้ย นนั่คือ ภายในระยะเวลา14วนัและไม่มากกวา่6 สัปดาห์ ในการประชุมคร้ังที่2 ที่ประชุมจะตอ้งได้คะแนนเสียงไม่น้อยกว่า2ใน 3ของจา นวนเสียงท้งัหมด ยนืยนัมติของการประชุมคร้ังที่1อยา่งน้ีถึงจะถือวา่ไดร้ับมติพิเศษ ต่อมาเมื่อมีการแกไ้ขเพื่อให้การดา เนินการประชุมและไดม้ติพิเศษไม่ยุงยาก ่ จึงไม่ต้องจัดให้มีการ ประชุมเพื่อมีมติ2 คร้ังประชุมอีกต่อไป โดยก าหนดให้ที่ประชุมใหญ่มีมติในเรื่องน้ันโดยคะแนนเสียงข้าง มากไม่ต ่ากว่าสามในสี่(3/4)ของจ านวนเสียงท้งัหมดของผู้ถือหุ้นทมี่าประชุมและมีสิทธิออกเสียงลงคะแนน ก็ ได้มติพิเศษแล้ว


171 ส าหรับการนับคะแนนเสียงน้ัน มีปัญหาว่า จะนับอย่างไรกล่าวคือจะนับผูถ้ือหุ้นที่งดออก เสียงเป็นฐานของคะแนนเสียงหรือไม่เช่น ในการนบัคะแนนโดยให้นบั 1 หุ้นเท่ากบั 1 เสียง มีผู้ถือหุ้น เขา้ประชุมท้งัสิ้น 10คน ถือหุ้นท้งัหมดรวมกนัได้100,000 หุน้ ในจา นวนน้ีมีผถู้ือหุน้คนหน่ึงซ่ึงถือหุ้น 10,000 หุ้นเป็นผูถ้ือหุ้นที่ไม่มีสิทธิออกเสียง ดงัน้นัจึงเหลือผูถ้ือหุ้นที่มีสิทธิออกเสียง 9คน และถือหุ้น ที่มีสิทธิออกเสียง 90,000 หุ้น เมื่อมีการลงคะแนน ปรากฏวา่ มีผู้ถือหุ้นคนหนึ่งงดออกเสียง ผู้ถือหุ้นคน ที่งดออกเสียงน้ีถือหุ้น จา นวน 10,000 หุ้น ในการลงคะแนนของผู้ถือหุ้นที่เหลือ 8 คน ได้ลงคะแนน เป็ น 2ฝ่ าย นับคะแนนเสียง (ตามจ านวนหุ้น) ได้ ดงัน้ี เห็นด้วย จ านวน 65,000 หุ้น ไม่เห็นดว้ยจา นวน 15,000 หุ้น งดออกเสียง 10,000 หุ้น ไม่มีสิทธิออกเสียง 10,000 หุ้น การนบัคะแนนเสียงเพื่อใหไ้ดม้ติพิเศษน้น ให้นับ ั 3 ใน 4 ของ 90,000 เท่ากบั 77,500 คะแนน หรือ 3ใน 4ของ 80,000 เท่ากบั 60,000 คะแนน หากนับคะแนนของผูง้ดออกเสียงรวมด้วย มติที่ได้จากการประชุมคร้ังน้ีเสียงที่เห็นดว้ยไม่ผ่าน มติพิเศษเพราะได้คะแนนเพียง 65,000 คะแนนเท่าน้นั แต่หากนับคะแนนของผูท้ ี่ลงคะแนนเป็นเสียงจริง ๆ กล่าวคือไม่นับของผูท้ ี่งดออกเสียงด้วย มติที่ได้จากการประชุมคร้ังน้ีมีเสียงที่เห็นด้วยเป็นมติพิเศษแล้วคือได้ไม่น้อยกว่า 60,000 คะแนน (ได้ 65,000 คะแนน) ในทางปฏิบัติมีการนับคะแนนเสียงโดยรวมผู้ทงี่ดออกเสียงเป็นฐานของการนับคะแนนเสียงด้วย ดงัน้นักรณีตามตวัอยา่งที่ยกมาน้ีมติพิเศษ ไม่ผา่นเพราะใชค้ะแนน90,000 เป็ นฐานในการคิด ผลของมติ ดงัที่ได้กล่าวมาแล้วต้งัแต่ตอนตน้ของบทที่ว่าด้วยการประชุมผูถ้ือหุ้นน้ีว่า เรื่องต่าง ๆ ในการ ดา เนินการประชุมจนกระทั่งได้มติของที่ประชุม มีผลต่อเรื่องความสมบูรณ์ของมติที่ประชุม เพราะ มาตรา1195 กา หนดวา่ถา้มีการเรียกประชุมและมีการลงมติกนัแลว้กระบวนการต่างๆ ต้งัแต่เริ่มตน้นดัเรียก ดา เนินการประชุม นับองค์ประชุม ลงคะแนนเสียงขานมติจนไดม้ติออกมาถา้ข้นัตอนใดข้นัตอนหน่ึงไม่ ชอบ คือ ดา เนินการโดยไม่ถูกต้องตามข้อบังคับหรือตามข้อกฎหมาย จะท าให้กรรมการหรือผู้ถือหุ้นอาจ ร้องขอให้ศาลเพิกถอนมติของที่ประชุมใหญ่อนัผดิระเบียบน้นัได้ เป็ นการร้องขอให้ศาลเพิกถอนมติ


172 อยา่งไรก็ตาม จากบทบญัญตัิในมาตรา1195 น้ีเองจะเห็นวา่ถา้ไม่ไดไ้ปร้องขอต่อศาลเพื่อเพิกถอน มติและศาลยงัไม่ได้เพิกถอนมติมติที่ได้มาจากการประชุมแม้จะมีการด าเนินการที่ไม่ถูกตอ้ง ก็ยังเป็ น มติที่มีผล และแมศ้าลจะเพิกถอนมติแล้ว ผลของการเพิกถอนมติจะทา ให้มติน้ันไม่มีผลต่อไปขา้งหน้า ไม่ยอ้นหลงัไปทา ใหก้ารกระทา ใด ๆ ที่บริษทัหรือกรรมการไดท้า ไปตามมติน้นักลายเป็นโมฆะแต่อยา่งใด ยกตัวอย่างเช่ น มีการเรียกประชุมผูถ้ือหุ้นเพื่อแต่งต้งักรรมการคนหน่ึงแทนกรรมการที่ว่าง ใน วันประชุมมีผูถ้ือหุ้นมาประชุมไม่ครบที่จะเป็นองคป์ระชุม แต่วา่ ไดม้ีการจดัประชุมกนัไป และที่ประชุมใน วนัน้ันมีมติโดยเสียงขา้งมากของผูถ้ือหุ้นที่มาในวนัน้ันแต่งต้งักรรมการคนน้ันตามเสนอ เมื่อไดม้ติแล้ว กรรมการนา มติที่ประชุมไปดา เนินเปลี่ยนแปลงรายชื่อกรรมการ หลงัจากน้นักรรมการคนที่ไดร้ับแต่งต้งัก็ บริหารจดัการกิจการ ทา สัญญาในนามบริษทัตามปกติทางการคา้ ต่อมาผูถ้ือหุ้นคนหน่ึงตรวจพบวา่กรรมการคนน้นัมาจากการประชุมที่ไม่ชอบ เพราะไม่ครบ เป็นองค์ประชุม และผูถ้ือหุ้นคนดงักล่าวก็ไม่ตอ้งการให้บุคคลน้ีเป็นกรรมการ จึงไปฟ้องศาล เพื่อ เพิกถอนมติต้งักรรมการ หากศาลสั่งเพิกถอน กรรมการคนน้ันก็จะไม่เป็นกรรมการเมื่อศาลไดส้ ั่ง เพิกถอนมติแลว้แต่ไม่กระทบต่อสัญญาหรือการกระทา ที่กรรมการคนน้นั ได้ทา ไปแล้วในนามของ บริษทัในช่วงเวลาที่ยงัไม่เพิกถอนมติ ประเด็นต่อมาในเรื่องของการเพิกถอนมติคือคนที่จะร้องขอเพิกถอนมติที่เกิดจากการประชุมที่ ไม่ถูกตอ้งตามระเบียบไดแ้ก่ใครบา้ง มาตรา1195 บอกว่า เมื่อกรรมการหรือผูถ้ือหุ้นคนหน่ึงคนใดร้องข้ึน ดังน้ันคนร้องอาจจะเป็ น กรรมการหรือผถู้ือหุน้คนหน่ึงคนใดก็ได้ที่ใหก้รรมการร้องได้เพราะวา่ ในบางคร้ังเช่นในการประชุมวสิามญั เพราะผูถ้ือหุ้นร้องขอ ผูถ้ือหุ้นก็ไปดา เนินการเรียกประชุมเองโดยไม่ถูกตอ้งเมื่อมีการประชุมจากการเรียก ประชุมที่ไม่ถูกต้องแล้วก็มีมติของที่ประชุมออกมาผูถ้ือหุ้นก็อาจไม่ไปขอเพิกถอนเพราะตัวเองต้องการ ทา แบบน้นักรรมการก็อาจไปร้องขอเพื่อเพิกถอนมติก็ได้ หรือตรงกนัขา้ม ผูถ้ือหุ้นอาจจะเป็นคนไปร้องขอก็ได้ผถู้ือหุน้คนที่ไปร้องขอน้ีกฎหมายไม่กา หนด เงื่อนไขใด ๆ เลย ดงัน้นัแมถ้ือหุ้นเพียงหุ้นเดียวก็ร้องขอได้แมเ้ป็นผูถ้ือหุ้นที่เพิ่งเขา้มาเป็นผูถ้ือหุ้นใหม่ก็ ร้องขอได้ มาตรา 1195 ต่างจาก มาตรา85ของบริษทัมหาชน ซ่ึงจะไดศ้ึกษาขอ้แตกต่างอนัสา คญัน้ีต่อไป ประเด็นสุดทา้ยเกี่ยวกบัการขอเพิกถอนมติคือ ผูร้้องขอให้เพิกถอนจะต้องไปร้องขอภายใน 1 เดือน นบัจากวนัที่ลงมติเพื่อไม่ใหเ้กิดปัญหาที่จะส่งผลกระทบยาวเกินไปนนั่เอง


ส ำหรับนักศึกษำคณะนิติศำสตร์ มหำวิทยำลัยธรรมศำสตร์ ใชป้ระกอบกำรฟังคำ บรรยำยของรศ.สุดำวิศรุตพิชญ์เท่ำน้นั 173 8) การควบรวมบริษัท กฎหมำยบัญญัติไว้ในมำตรำ 1238 ถึง มำตรำ 1243 ก่อนที่จะมีกำรแก้ไขประมวลกฎหมำยแพ่งและพำณิชย์โดยพระรำชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม ประมวลกฎหมำยแพง่และพำณิชย์(ฉบบัที่23) พ.ศ.2565(มีผลใช้บังคับ วันที่ 7 กุมภำพันธ์ 2566) บทบัญญัติ ในส่วนน้ีมีชื่อว่ำ “กำรควบบริษทัจำ กัดเข้ำกัน” ซ่ึงมีเพียงรูปแบบเดียวคือควบเข้ำกนัแล้วบริษทเดิมที่ ั ควบเขำ้กนัน้นัหมดสภำพนิติบุคคลเกิดเป็นบริษทัใหม่ที่เกิดจำกกำรควบเขำ้กนัเท่ำน้นั ในคร้ังน้ีไดแ้กไ้ข ชื่อส่วนเป็น “กำรควบรวมบริษทัจำ กัด” และบัญญัติให้บริษทัจำ กดัสำมำรถ“ควบรวม” กันได้โดยใช้ มติพิเศษ มำตรำ 1238 ตัวบท บริษทัต้งัแต่สองบริษทัข้ึนไป จะควบรวมกนัในลกัษณะใดลกัษณะหน่ึง ต่อไปน้ี 1) ควบรวมกนั โดยเป็นบริษทัข้ึนใหม่และบริษทัที่มำควบรวมกันต่ำงหมดสภำพกำรเป็น นิติบุคคล(ควบบริษัท) กำรควบรวมบริษัทแบบน้ี(ควบบริษทั) มีหลักกำรท ำนองเดียวกนักบักำรควบหำ้งหุน้ ส่วนนิติบุคคล ที่ไดศ้ึกษำมำแลว้กล่ำวคือเมื่อมีกำรควบเขำ้กนัแลว้องคกร์เดิมที่จะควบเขำ้กนัน้นัจะตอ้งเลิกไป และเกิด เป็นองคก์รใหม่อนัเกิดจำกควบเขำ้กนัแต่เนื่องจำกโครงสร้ำงกำรเกิดของหำ้งหุน้ ส่วนกบับริษทัไม่เหมือนกนั จึงมีรำยละเอียดแตกต่ำงกนั A + B เป็ น AB (หรือ C) 2) ควบรวมกันโดยบริษทัหน่ึงบริษทั ใดยงัคงมีสภำพเป็นนิติบุคคลและบริษทัอื่นที่ควบ รวมกนัหมดสภำพจำกกำรเป็นนิติบุคคล(รวมบริษัท) กำรควบรวมบริษัทแบบน้ี(รวมบริษัท) เป็ นรูปแบบที่กฎหมำยบริษทัจำ กดัเพิ่งบญัญตัิรองรับไว้(ดู กฎหมำยว่ำดว้ยบริษทัมหำชนจำ กดัเปรียบเทียบ)โดยที่ในทำงปฏิบตัิมีกำรทำ กำรควบรวมในรูปแบบน้ีอยู่ แล้ว แต่จะท ำในลักษณะของกำรมีสญัญำตกลงกนัแลว้กรรมกำรบริษทัก็จะขอควำมยนิยอมจำกที่ประชุมผู้ถือ หุน้ของต่ำงบริษทัมกัเรียกวำ่เป็นกำร“รวมกิจกำร” ซ่ึงมีลกัษณะแตกต่ำงจำกรูปแบบแรกคือเมื่อมีกำรควบ รวมเขำ้กนัแลว้องคก์รเดิมที่จะควบเขำ้กนัน้นัจะเหลือเพียงองคก์รเดียวองคก์รอื่นๆ จะหมดสภำพกำรเป็น นิติบุคคลไป A + B เป็ น Aหรือ B


ส ำหรับนักศึกษำคณะนิติศำสตร์ มหำวิทยำลัยธรรมศำสตร์ ใชป้ระกอบกำรฟังคำ บรรยำยของรศ.สุดำวิศรุตพิชญ์เท่ำน้นั 174 อยำ่งไรก็ตำม กำรควบรวมบริษทัไม่วำ่จะเป็นรูปแบบใด ตอ้งดำ เนินกำรดงัน้ี 1. บริษทัจำ กดัจะควบรวมเขำ้กนัไดต้อ้งไดร้ับมติพิเศษจำกที่ประชุมผถู้ือหุน้ก่อน มำตรำ 1238 ตัวบท คำ ว่ำ “มติพิเศษที่จะควบรวมเข้ำกัน” น้ัน หมำยถึง มติพิเศษของต่ำงบริษทัเนื่องจำกว่ำ ต้องมี บริษทัต้งัแต่2 บริษทัข้ึนไปที่จะควบเขำ้กนั ไม่ว่ำจะมีกี่บริษทัก็ตำมที่ตกลงจะมำควบรวมเขำ้กนั แต่ละ บริษทัเหล่ำน้นัตอ้งไปขอมติพิเศษจำกที่ประชุมผูถ้ือหุ้นของบริษทัของตน เช่น บริษทั A จะควบรวมเขำ้กบั บริษัท B บริษัท A จะต้องไปเรียกประชุมผู้ถือหุ้นของบริษัท A เพื่อขอมติพิเศษของที่ประชุมผู้ถือหุ้นของ บริษัท A ในกำรที่จะอนุมัติให้บริษัท A ไปควบรวมกบับริษทั B ในขณะเดียวกนั บริษัท B ก็ไปเรียกประชุม ผถู้ือหุน้ ในบริษทัของตวัเพื่อขอมติพิเศษวำ่บริษทั B จะไปควบรวมกบับริษทั A ถ้ำท้ังบริ ษัท A และบริ ษัท B ต่ำงได้มติพิเศษจำกที่ประชุมผู้ถือหุ้นมำเรี ยบร้อยแล้ว จึงจะมำ ดำ เนินกำรข้นัต่อไปเพื่อควบรวมบริษัท A กบับริษทั Bได้ อน่ึงในกำรขอมติพิเศษ ตอ้งระบุใหช้ดัเจนวำ่ ประสงคจ์ะควบรวมกนัในรูปแบบใด แบบควบบริษทั หรือ แบบรวมบริษัท เมื่อไดม้ติพิเศษของต่ำงบริษทัมำเรียบร้อยแลว้ก็นำ มติพิเศษน้นัไปจดทะเบียนภำยใน 14วนันบัแต่ วันลงมติ ซึ่งเป็นข้นัตอนทำงปฏิบัติที่ต้องด ำเนินกำร(มำตรำ 1239) 2. ดว้ยเหตุที่วำ่กำรควบรวมบริษทัเขำ้กนัน้ีจะมีผลกระทบต่อผูถ้ือหุ้น และเจำ้หน้ีเพรำะหำก ควบรวมส ำเร็จผลตำม มำตรำ1243จะทำ ให้บริษทัที่ควบรวมน้ีได้ไปท้งัทรัพยส์ ิน หน้ีสิทธิหน้ำที่และ ควำมรับผดิขอบบรรดำที่มีอยแู่ก่บริษทัเดิมอนัไดม้ำควบรวมน้นัท้งัสิ้น มำตรำ 1243 ตัวบท ดงัน้ัน ข้นัตอนต่อไปหลังจำกได้รับมติพิเศษแล้ว คือ ข้นัตอนที่จะตอ้งทำ เพื่อคุม้ครองผู้ถือหุ้น ฝ่ ำยข้ำงน้อยและคุม้ครองเจำ้หน้ีซึ่งอำจได้รับผลกระทบจำกกำรควบรวมบริษทัเขำ้กนัน้ีตำมที่บัญญัติใน มำตรำ 1239/1 และมำตรำ 1240 2.1 คุ้มครองผู้ถือหุ้นฝ่ ำยข้ำงน้อย มำตรำ 1239/1 ตัวบท ดว้ยผลของกำรที่บริษทัควบรวมเขำ้กนัตำมที่กล่ำวขำ้งตน้จะทำ ให้ผูถ้ือหุ้นของบริษทัที่ ควบรวมเขำ้กนัน้ันมำเป็นผูถ้ือหุ้นของบริษทัที่เกิดข้ึนหรือคงอยู่เมื่อกำรควบรวมส ำเร็จจึงทำ ให้ผูถ้ือหุ้น บำงคนอำจไม่เห็นดว้ยไม่วำ่จะดว้ยเหตุผลใดก็ตำม เช่น ไม่เห็นวำ่กำรควบรวมจะส่งผลดีดงัที่คณะกรรมกำร


ส ำหรับนักศึกษำคณะนิติศำสตร์ มหำวิทยำลัยธรรมศำสตร์ ใชป้ระกอบกำรฟังคำ บรรยำยของรศ.สุดำวิศรุตพิชญ์เท่ำน้นั 175 เสนอ หรือเพรำะมีผลทำ ให้สัดส่วนกำรถือหุ้นของตนในบริษทัหลงัควบรวมลดลงกฎหมำยจึงกำ หนดให้ บริษทัต้องจดัให้มีผูซ้้ือหุ้นของผูถ้ือหุ้นคนที่คดัค้ำนดังกล่ำวในรำคำที่ตกลงกนัหรือถ้ำตกลงกันไม่ได้ ก็ให้ใช้รำคำที่ผูป้ระเมินรำคำกำ หนด (โดยเรื่องกำรแต่งต้งัผูป้ระเมินรำคำน้ัน ให้เป็นไปตำมหลกัเกณฑ์ วธิีกำรและเงื่อนไขที่กำ หนดในกฎกระทรวง)ถำ้ผูถ้ือหุ้นน้นัไม่ยอมขำยภำยในเวลำที่กฎหมำยกำ หนด ก็ให้ บริษทัดำ เนินกำรควบรวมบริษทัต่อไปได้โดยใหถ้ือวำ่ผถู้ือหุน้ดงักล่ำวเป็นผถู้ือหุน้ของบริษทัที่ควบรวม 2.2 คุม้ครองเจำ้หน้ี มำตรำ 1240 ตัวบท ดว้ยผลของกำรที่บริษทัควบรวมเขำ้กนัตำมที่กล่ำวขำ้งตน้ ผู้ที่จะได้รับผลกระทบจำกกำรที่บริษัท ควบรวมเข้ำกันอีกกลุ่มหน่ึงคือเจ้ำหน้ีเพรำะเจ้ำหน้ีของบริษัทที่มีทรัพย์สินมำกกว่ำหน้ีสินอำจจะมี ควำมเสี่ยงในกำรไดร้ับชำ ระหน้ีจำกบริษทัเมื่อควบรวมกนัแลว้ โดยเฉพำะอยำ่งยิ่ง หำกไปควบรวมกบับริษทั ที่มีหน้ีสินมำกกวำ่ทรัพยส์ิน หรือเป็นเจำ้หน้ีระยะยำวซึ่งหน้ีจะถึงกำ หนดชำ ระหลงัเจำ้หน้ีระยะส้ันซึ่งโอน มำจำกบริษัทอีกแห่งหน่ึงซึ่งมำควบรวมกนัทำ ให้เจำ้หน้ีระยะยำวน้ีไดร้ับชำ ระหน้ีจำกทรัพยสินของบริ ์ ษัท หลังกำรควบรวมหลงัเจำ้หน้ีระยะส้ัน ดงัน้นัมำตรำ1240จึงกำ หนดให้บริษทัจะตอ้งมีกำรบอกกล่ำวแก่เจำ้หน้ีบรรดำที่มีรำยชื่อปรำกฏใน บัญชีของบริษัทในวันที่มีกำรประชุมลงมติให้ควบรวม โดยกำ หนดเวลำใหเ้จำ้หน้ีที่มีคำ คดัคำ้นส่งคำ คดัคำ้น ภำยใน 1เดือนนบัแต่วนัที่ได้รับหนังสือบอกกล่ำวน้นัและในขณะเดียวกนับริษัทต้องโฆษณำมติ(ควบรวม บริษัท) ทำงหนังสือพิมพ์รำยวนัที่แพร่หลำยภำยในกำ หนดเวลำ14วนัน้นัดว้ย ถำ้ไม่มีกำรคดัคำ้นภำยในกำ หนดเช่นน้นัก็ถือวำ่ ไม่มีกำรคดัคำ้น ดำ เนินกำรควบรวมต่อไปได้ แต่ถำ้มีเจำ้หน้ีคดัคำ้นก็ตอ้งไปชำ ระหน้ีหรือหำหลกัประกนัใหแ้ก่เจำ้หน้ีจนกวำ่เจำ้หน้ีจะพอใจ 3. ข้นัตอนต่อไปหลังจำกด ำเนินกำร ตำมมำตรำ 1239/1 และ มำตรำ 1240 แล้ว ให้กรรมกำร บริษัทที่จะควบรวมเรียกประชุมผู้ถือหุ้นของบริษัทน้นัๆ (ทุกบริษัท) ให้มำประชุมร่วมกนั เพื่อพิจำรณำเรื่อง ต่ำงๆ เกี่ยวกบับริษัทหลังควบรวม ตำมที่บัญญัติไว้ในมำตรำ 1240/1 ท้งัน้ีตอ้งดำ เนินกำรให้เสร็จสิ้นภำยใน 6 เดือนนับแต่วันที่บริษัทใดบริษัทหนึ่งได้บงมติให้ควบรวมเป็นรำยหลังสุด เวน้แต่ที่ประชุมตำมมำตรำน้ีจะ ใหข้ยำยเวลำออกไปแต่เมื่อรวมเวลำท้งัหมดตอ้งไปเกิน 1 ปี มำตรำ 1240/1 ตัวบท ส ำหรับกำรประชุมเพื่อพิจำรณำเรื่องต่ำงๆ น้ีมำตรำ1240/2กำ หนดให้ประชุมในท้องที่อันเป็นที่ต้งั สำ นกังำนแห่งใหญ่ของบริษัทใดบริษัทหนึ่งที่จะควบรวมหรือจังหวัดใกล้เคียง โดยกฎหมำยบัญญัติเรื่อง 1) องค์ประชุม – ต้องมีผู้ถือหุ้นซึ่งมีหุ้นรวมกันไม่น้อยกว่ำก่ึงหน่ึงของจ ำนวนหุ้น ท้งัหมดของแต่ละบริษัทที่จะควบรวมกนั


ส ำหรับนักศึกษำคณะนิติศำสตร์ มหำวิทยำลัยธรรมศำสตร์ ใชป้ระกอบกำรฟังคำ บรรยำยของรศ.สุดำวิศรุตพิชญ์เท่ำน้นั 176 2) วิธีกำรประชุม –ให้ผู้ถือหุ้นที่มำประชุมเลือกผู้ถือหุ้นคนหนึ่งเป็นประธำนที่ประชุม 3) กำรวินิจฉัยช้ีขำดของที่ประชุมให้ถือเสียงขำ้งมำกของผู้ถือหุ้นซึ่งมำประชุม เวน้แต่จะ ตกลงเป็นอยำ่งอื่น 4. ข้นัตอนกำรส่งมอบกิจกำร มำตรำ1240/3ให้คณะกรรมกำรบริษัทเดิมส่งมอบกิจกำร ทรัพย์สิน บัญชี เอกสำรและหลักฐำนต่ำงๆ ของบริษัทให้แก่คณะกรรมกำรบริษัทที่ควบรวม ภำยใน 7 วันนับ แต่วนัที่เสร็จสิ้นกำรประชุมร่วมตำมมำตรำ1240/1 5. คณะกรรมกำรบริษัทที่ควบรวมไปขอจดทะเบียนกำรควบรวมบริษัทพร้อมกับกำรยื่น หนังสือบริคณห์สนธิและขอ้บงัคบัที่ที่ประชุมตำมมำตรำ1240/1ไดอ้นุมตัิแลว้ต่อนำยทะเบียนภำยใน 14 วัน นบัแต่วนัที่เสร็จสิ้นกำรประชุมตำมมำตรำ1240/1 ดูมำตรำ 1241 มำตรำ1241 ตัวบท กำรด ำเนินกำรควบรวมบริษัทน้ีตอ้งมีกำรจดทะเบียน 2คร้ังกำรจดทะเบียนคร้ังแรกไปจดทะเบียน มติพิเศษให้ควบรวมเขำ้กนัเพื่อใหรู้้วำ่บริษทัจะควบรวมเขำ้กนัหลงัจำกน้นับอกกล่ำวผูถือหุ้นที่คัดค้ำนและ ้ บอกกล่ำวเจำ้หน้ีแลว้ จัดกำรประชุมร่วมของผูถือหุ้นของทุกบริ ้ ษัทที่จะควบรวมเพื่อพิจำรณำเรื่องส ำคัญ ต่ำงๆ แลว้จึงมำจดทะเบียนควบรวมบริษัท เมื่อนำยทะเบียนรับจดทะเบียนควบรวมบริษัทน้ัน มำตรำ 1242 ให้นำยทะเบียนหมำยเหตุไว้ใน ทะเบียน ดงัน้ี (1) กรณีควบรวมเป็นบริษัทข้ึนใหม่ให้หมำยเหตุว่ำบริษัทเดิมที่ควบรวมกันน้ันหมด สภำพจำกกำรเป็นนิติบุคคล (2) กรณีควบรวมกนัโดยมีบริษัทใดบริษัทหนึ่งยังคงมีสภำพเป็นนิติบุคคลใหห้มำยเหตุวำ่ บริษัทอื่นที่เหลือน้นัหมดสภำพจำกกำรเป็นนิติบุคคล ข้อสังเกตเพิ่มเติมในเรื่องกำรควบบริษัท 1) เรื่องทุนและมูลคำ่หุน้ เมื่อมีกำรควบรวมบริษัทแล้ว กฎหมำยมำตรำ 1240/1 (3)กำ หนดวำ่ จ ำนวนทุนเรือนหุ้นของบริษัทที่ ควบรวมน้นัจะตอ้งมีทุนเรือนหุ้นไม่นอ้ยกวำ่ ทุนเรือนหุ้นของบริษัทเดิมอันมำควบรวมเขำ้กนั เช่น ทุนของบริษัท A มี 1 ล้ำนบำท แบ่งออกเป็นหุน้จำ นวน 1แสนหุน้มูลค่ำหุน้ละ10 บำท ทุนของบริษัท B มี 1 ล้ำนบำท แบ่งออกเป็นหุน้จำ นวน 1 หมื่นหุน้มูลค่ำหุน้ละ100 บำท เมื่อบริษัท A เมื่อควบรวมกบับริษทั B จะประเด็นที่ต้องพิจำรณำคือ มูลค่ำหุน้ของบริษัทที่ไม่ เท่ำกนัแต่กฎหมำยกำ หนดวำ หุ้ ่ นทุกหุ้นในบริษัทหนึ่งๆ ต้องมีมูลค่ำเท่ำกนัทุกหุน ้ บริษัทหลังควบรวมกนั


ส ำหรับนักศึกษำคณะนิติศำสตร์ มหำวิทยำลัยธรรมศำสตร์ ใชป้ระกอบกำรฟังคำ บรรยำยของรศ.สุดำวิศรุตพิชญ์เท่ำน้นั 177 แล้ว จึงต้องกำ หนดใหมีมู ้ลค่ำหุน้เท่ำๆ กนัดงัน้นั ในกำรประชุมร่วมของบริษัทที่ควบรวมกนัน้นัจึงตอ้ง หำรือกนัและพิจำรณำปรับเรื่องมูลค่ำของหุน้วำ่จะใหม้ีมูลค่ำหุน้ๆ ละเท่ำใด เพรำะบริษทัเดิม 2 บริษทัมี มูลค่ำของหุน้ที่จดทะเบียนไม่เท่ำกนั 2) กำรควบรวมบริษทัที่กล่ำวมำขำ้งตน้น้ีเป็นเรื่องบริษทัจำ กดัควบเขำ้กนักบับริษทัจำ กดั ถ้ำบริษัทจำ กัด จะควบเข้ำกันกับบริษัทมหำชนจำ กัด ได้หรือไม่หำกทำ ได้จะต้องทำ อย่ำงไร ใน ประมวลกฎหมำยแพ่งและพำณิชย์ไม่ได้ก ำหนดไว ้แต่ในเรื่องน้ีได้ก ำหนดไวใ้น พระรำชบัญญัติ บริษทัมหำชน จำ กดั กฎหมำยได้กำ หนดหลกัเกณฑ์เกี่ยวกบักำรที่บริษัทมหำชนจำ กดักบับริษทัมหำชนจำ กดัควบเขำ้กนั และยงัไดก้ำ หนดกรณีบริษทัจำ กดัควบเขำ้กบับริษทัมหำชนจำ กดัดว้ย(ดูพ.ร.บ. บริษัทมหำชนจำ กด ัฯมำตรำ 146 ถึง มำตรำ 153 เงื่อนไขประกำรหนึ่ งที่ส ำคัญคือ หำกบริษัท จ ำกัดควบเข้ำกับบริษทัมหำชนจำ กัด ในขณะน้ียงัคง เป็นไปตำมหลักกำรเดิมคือบริษัทเดิมต้องเลิกไป เกิดเป็นบริษทัใหม่ และกฎหมำยกำ หนดไวช้ดัเจนวำ่บริษทัใหม่อนัเกิดจำกกำรควบเขำ้กนัน้นั ต้องเป็ นบริษัทมหำชนจำ กดั เท่ำน้นั กล่ำวคือเมื่อควบเขำ้กนัแลว้จะจดทะเบียนเป็นบริษทัจำ กดั ไม่ได้ ข้อสังเกต ยงัไม่ไดม้ีกำรแกไ้ขบทบัญญัติเกี่ยวกบักำรควบรวมบริษัท ในกฎหมำยวำ่ดว้ยบริษัทมหำชน จำ กดั ไปในระบบเดียวกนักบักฎหมำยวำ่ดว้ยบริษัทจำ กดัตำมประมวลกฎหมำยแพงและพำ่ ณิชย์ที่ปรับแกไ้ขในปี 2565 รำยละเอียดในเรื่องน้ีจะไดศ้ึกษำในส่วนที่วำ่ดว้ยบริษทัมหำชนต่อไป 9) การเลิกบริษัท บริษัท จำ กดัอำจจะเลิกกนัไดด้ว้ยเหตุใหญ่ๆ 3 ประกำร คือ (1) เลิกโดยข้อสัญญำ (2) เลิกโดยข้อกฎหมำย (3) เลิกโดยคำ สงั่ศำล (1) เลิกโดยข้อสัญญา ตำมที่บัญญัติใน มำตรำ 1236 อนุมำตรำ 1,2 ,3และ4 ถือวำ่เป็นกำรเลิกโดยขอ้สัญญำ มำตรำ 1236 ตัวบท


ส ำหรับนักศึกษำคณะนิติศำสตร์ มหำวิทยำลัยธรรมศำสตร์ ใชป้ระกอบกำรฟังคำ บรรยำยของรศ.สุดำวิศรุตพิชญ์เท่ำน้นั 178 1.1) ตำมอนุมำตรำ 1 ถำ้ในขอ้บงัคบัของบริษทัมีกำ หนดกรณีอนัใดเป็นที่จะเลิกเมื่อมีกรณีน้นั ข้อบังคับของบริษทัอำจจะกำ หนดเหตุที่จะทำ ใหบ้ริษทัเลิกกนัเช่น ขอ้บงัคบัอำจจะกำ หนดวำ่ถำ้มี ผู้ถือหุ้น ย้ำยภูมิล ำเนำไปนอกจังหวัดกรุงเทพ หรือปริมณฑล นับเป็ นจ ำนวนเท่ำกบักี่%ของจำ นวนผูถ้ือหุ้น ท้งัหมด ให้บริษทัเป็นอนัเลิกกนัถำ้กำ หนดเช่นน้ีเมื่อมีเหตุที่ผูถ้ือหุ้นที่มีจำ นวนหน่ึงยำ้ยไปต่ำงจงัหวดัที่ ไม่ใช่ปริมณฑลรวมกนัไดต้ำมสัดส่วนที่กำ หนด บริษทัก็เลิกเป็นกำรเลิกโดยผลของสัญญำ 1.2) ตำมอนุมำตรำ 2 ถำ้บริษทัไดต้้งัข้ึนไวเ้ฉพำะกำ หนดกำลใด เมื่อสิ้นกำ หนดกำรน้นั กำ หนดกำล ในที่น้ีคือ มีกำรกำ หนดเวลำไวด้ว้ย ในทำงปฏิบัติ บริษัทจำ กดัที่จดัต้งัข้ึนส่วนใหญ่มกัจะไม่ค่อยมีกำรกำ หนดเวลำวำ่จะเลิกเมื่อใด แต่ ถ้ำในตอนจดัต้งัอยำกจะกำ หนดเวลำไวว้ำ่ ใหเ้ลิกกนัเมื่อทำ กิจกำรไดก้ี่ปี เช่น5 ปีหรือกำ หนดวนัเวลำปีที่จะ เลิกเช่นให้สิ้นสุด ณ วนัที่31ธันวำคม 2560 เป็ นต้น ก็สำมำรถที่จะกำ หนดได ้และเมื่อครบกำ หนดเวลำ หรือถึงกำ หนดเวลำที่ระบุไว้บริษทัก็เป็นอนัเลิกกนัตำมขอ้สัญญำ หำกดู มำตรำ 1111 ในเรื่องทะเบียนของบริษัท ตอนที่ไปจดทะเบียนต้งับริษัท ก็ไดก้ำ หนดรำยกำรที่ ได้ระบุไว้ในกำรจดทะเบียน ในอนุมำตรำ7วำ่ถำ้ต้งับริษทัชวั่กำลกำ หนดอนัหน่ึงใหบ้อกกำลกำ หนดอนัน้นั ด้วย คือบอกกำ หนดเวลำที่บริษทัจะต้งัอยู่และจะเลิกเมื่อใด เพื่อใหบุ้คคลภำยนอกไดรู้้ 1.3) ตำมอนุมำตรำ3ถ้ำบริษทั ได้ต้งัข้ึนเฉพำะเพื่อทำ กิจกำรอย่ำงหน่ึงอย่ำงใดแต่อย่ำงเดียว เมื่อเสร็จกำรน้นั เมื่อบริษทัต้งัข้ึนเพื่อทำ กิจกำรอย่ำงเดียว เมื่อทำ กิจกำรน้ันเสร็จสิ้น บริษัทก็เป็นอนัเลิกกนัตำม ขอ้สัญญำที่ไดต้กลงกนัไว้หมำยถึงบริษทัไดจ้ดทะเบียนขอบวตัถุประสงคไ์วเ้พียงอยำ่งเดียว กำรก ำหนดกิจกำรที่จะท ำเพียงอย่ำงเดียว ในทำงปฏิบัติส่วนใหญ่จะเป็นกำรเข้ำร่วมงำนกัน ในลกัษณะสัญญำกิจกำรร่วมคำ้เพื่อร่วมกิจกำรในโครงกำรเฉพำะ แลว้ไปจดัต้งับริษทัเพื่อควำมสะดวกใน กำรทำ กำรคำ้หรือในสัญญำรับทำ โครงกำรกำ หนดให้ตอ้งจดัต้งัเป็นบริษทัเพรำะเป็นโครงกำรขนำดใหญ่ จะได้ถูกกำ กบัโดยกฎเกณฑ์ของบริษทัตำมกฎหมำย เช่น จดัต้งับริษทัเพื่อรับงำนจำกภำครัฐท ำโครงกำร ก่อสร้ำงทำงขำ้มสี่แยกเกษตร เมื่อทำ โครงกำรน้ีเสร็จ บริษทัก็ตอ้งเลิกกนั 1.4) ตำม อนุมำตรำ 4 เมื่อมีมติพิเศษให้เลิก กำรที่ผู้ถือหุ้นอยำกเลิกบริษัท ถ้ำหำกเป็ นไปตำมหลักสญัญำทวั่ ไปก็ตอ้งไดร้ับควำมยนิยอมเลิกจำก ผูถ้ือหุ้นทุกคน แต่เมื่อจดัต้งัเป็นบริษทัแล้วจะให้ผู้ถือหุ้นทุกคนลงมติเป็ นเอกฉันท์ให้เลิก นอกจำกน้ัน ผูถ้ือหุ้นกลุ่มที่เป็นผูท้ำ สัญญำจดัต้งัต้งัแต่เริ่มแรกก็อำจจะมีองคป์ระกอบที่เปลี่ยนไป ดงัน้นัเมื่อจดัต้งัเป็ น บริษทัจำ กดัเรียบร้อยแล้ว กำรทำ กิจกำรต่ำง ๆ ก็จะเป็นไปตำมขอ้บงัคบับริษทัเพรำะเป็นเรื่องที่รวมเอำ


ส ำหรับนักศึกษำคณะนิติศำสตร์ มหำวิทยำลัยธรรมศำสตร์ ใชป้ระกอบกำรฟังคำ บรรยำยของรศ.สุดำวิศรุตพิชญ์เท่ำน้นั 179 ข้อตกลงร่วมกันที่ส ำคัญต่ำง ๆ ไว้และกฎหมำยให้ยึดถือปฏิบัติตำมที่บรรดำผูถ้ือหุ้นตกลงกันไวน้ ้ัน หลังจำกน้ัน กำรจะดำ เนินกำรอย่ำงไรจะใช้ที่ประชุมผูถ้ือหุ้นเป็นผู้มีอ ำนำจในกำรด ำเนินกำร เมื่อกำร เลิกบริษทัเป็นเรื่องที่กระทบต่อโครงสร้ำงของบริษทัคือกระทบต่อควำมคงอยูห่รือไม่ของบริษทัจึงตอ้งใช้ มติพิเศษของที่ประชุมผูถ้ือหุ้นเป็นตวัตดัสิน ทำ นองเดียวกบัเรื่องอื่น ๆ ที่กระทบต่อโครงสร้ำงของบริษทัที่ กำรด ำเนินกำรหรือกำรเปลี่ยนแปลงก็อำศยัมติพิเศษเช่นกนั (2) เลิกโดยข้อกฎหมาย มำตรำ 1236 อนุมำตรำ 5 ตัวบท กฎหมำยกำ หนดวำ่ เมื่อบริษัทจำ กดั ล้มละลำย บริษัทต้องเลิก เป็ นผลตำมกฎหมำย เมื่อบริษทัมีหนิ้สินลน้พน้ตวัจนถูกศำลสั่งให้บริษทัลม้ละลำยตำมกฎหมำยลม้ละลำยแลว้บริษทั น้นัเป็นอนัเลิกกนั ข้อสังเกต ผูท้ี่ลม้ละลำยแลว้มีผลให้บริษทัเลิกกนัคือ“บริษทัจำ กดั”เป็ นเรื่องนิติบุคคลล้มละลำย ไม่ใช่ผถู้ือหุน้ลม้ละลำย หรือกรรมกำรลม้ละลำย เพรำะถำ้บุคคลเหล่ำน้ีลม้ละลำยก็ไม่เกี่ยวกบับริษทัซ่ึงเป็น นิติบุคคล ไม่ทำ ใหบ้ริษทัตอ้งเลิกกนัแต่อยำ่ งใด (3) การเลิกโดยค าสั่งศาล มำตรำ 1237 ตัวบท นอกจำกบริษทัจะเลิกกนัดว้ยขอ้สัญญำ หรือโดยขอ้กฎหมำยแลว้บริษทัอำจเลิกเพรำะศำลสั่งเลิก ก็ได้ในทำ นองเดียวกนักบักำรเลิกหำ้ง ก่อนที่จะศึกษำในเรื่องเหตุที่จะร้องขอให้ศำลสั่งเลิกบริษทัตอ้งทำ ควำมเขำ้ใจในเบ้ืองตน้ก่อนว่ำ กำรเลิกบริษทัโดยคำ สั่งศำลน้นัจะตอ้งมีผูร้้องขอศำลจะสั่งเองไม่ได้ส่วนผูท้ี่จะร้องขอน้นั ในบทบัญญัติ ไม่ไดเ้ขียนไวช้ดั (ดูมำตรำ 1237) แต่เนื่องจำกในกฎหมำยวิธีพิจำรณำควำมแพ่งกำ หนดหลกักำรวำ่ คนที่จะ ไปใช้สิทธิทำงศำลหรือร้องขอให้สั่งเลิกบริษทัไดก้ ็น่ำจะเป็นคนที่มีส่วนได้เสียอนัไดแ้ก่กรรมกำร หรือ ผู้ถือหุ้นคนหนึ่งคนใด ซึ่ งเป็ นคนที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจำกควำมคงอยู่หรือเลิกกนัเมื่อมีเหตุกำรณ์ อยำ่งใดอยำ่งหน่ึงเกิดข้ึน ดงัน้นัผทู้ี่มีสิทธิร้องขอต่อศำลเพื่อใหศ้ำลสั่งเลิกก็ไดแ้ก่กรรมกำรหรือวำ่ผถู้ือหุ้น ส่วนเหตุที่จะร้องขอใหศ้ำลสั่งเลิกไดน้ ้นัมำตรำ1237 กำ หนดเหตุที่จะใหศ้ำลสั่งใหเ้ลิกบริษทัจำ กดั อยู่5 ประกำร คือ มำตรำ 1237 ตัวบท 3.1) ตำมอนุมำตรำ 1 ถำ้ทำ ผดิในกำรยนื่รำยงำนประชุมต้งับริษทัหรือทำ ผดิในกำรประชุมต้งับริษทั


ส ำหรับนักศึกษำคณะนิติศำสตร์ มหำวิทยำลัยธรรมศำสตร์ ใชป้ระกอบกำรฟังคำ บรรยำยของรศ.สุดำวิศรุตพิชญ์เท่ำน้นั 180 เป็นเหตุที่เกิดจำกกำรต้งับริษทัที่ด ำเนินกำรไม่ถูกตอ้งในเรื่องกำรประชุมต้งับริษทัหรือทำ ผิดใน เรื่องกำรยื่นรำยงำนกำรประชุม แต่กรณีดงักล่ำว แมจ้ะเป็นเหตุใหร้้องขอใหศ้ำลสั่งเลิกบริษทัได้แต่กฎหมำย ก็ให้อำ นำจศำลในกำรใช้ดุลพินิจสั่งให้บริษทัทำ กำรแกไ้ขให้ถูกตอ้งคือให้ทำ กำรจดัประชุมบริษทั ใหม่ หรือให้ยนื่รำยงำนกำรประชุมให้ถูกตอ้งแทนกำรสั่งเลิกบริษทัก็ไดแ้ลว้แต่ศำลจะเห็นสมควร ตำมที่บญัญตัิ ในมำตรำ1237วรรคสุดทำ้ย เพรำะในเรื่องน้ีหำกศำลชงั่น้ำ หนกัระหวำ่งกำรให้แกไ้ขกบักำรให้บริษทัตอ้ง เลิกท้งัๆ ที่ยงัไม่ไดเ้ริ่มประกอบกิจกำรอยำ่งจริงจงัเพรำะมีกำรดำ เนินกำรที่ผดิในทำงเทคนิคซ่ึงอำจแกไ้ขได้ อยำ่งใดจะเป็นประโยชน์มำกกวำ่กนัแน่นอนวำ่คนที่อำศยัเหตุน้ีมำร้องขอใหศ้ำลสั่งเลิกก็คงมีควำมประสงค์ จะให้เลิกบริษัท ศำลจึงอำจต้องพิจำรณำควำมร้ำยแรงและเจตนำของกำรด ำเนินกำรที่ไม่ถูกต้องน้ัน ประกอบด้วย 3.2) ตำมอนุมำตรำ 2 ถำ้บริษทัไม่เริ่มทำ กำรภำยใน 1 ปีนบัแต่วนัจดทะเบียนหรือหยดุทำ กำรถึง ปี หนึ่งเต็ม เหตุที่จะร้องขอน้ีก็มำจำกเหตุที่ว่ำคนที่มำลงทุนในบริษทัจำ กดัก็มุ่งให้บริษทัแสวงหำกำ ไรมำ แบ่งปันกนัดงัน้ัน ถ้ำบริษัทจดัต้งัข้ึนแล้วไม่ประกอบกิจกำรก็คงไม่สำมำรถหำกำ ไรมำได้อำจจะมีแต่ ค่ำใชจ้่ำย หรือ บริษทัที่ไดเ้คยประกอบกิจกำรมำบำ้งแลว้แต่ไดห้ยุดประกอบกิจกำรก็มีเหตุผลเช่นเดียวกนั ผูถ้ือหุ้นที่ได้ลงทุนในบริษทัเช่นว่ำน้ีอำจตอ้งกำรเอำทุนของตนออกจำกบริษทัน้ีเพื่อไปลงทุนที่อื่นที่จะ ทำ กิจกำรแลว้มีโอกำสไดก้ำ ไรมำแบ่งปันกนัตำม เป้ำหมำยของกำรลงทุน คร้ันจะนำ หุ้นไปขำยก็คงไม่มี คนซ้ือเพรำะไม่มีกำรประกอบกิจกำร จึงจำ เป็นต้องมีทำงออกคือให้มีกำรเลิกบริษัท เพื่อว่ำจะได้มี กำรช ำระบญัชีแลว้ก็คืนทุนนนั่เอง กฎหมำยจึงกำ หนดเงื่อนไขประกอบว่ำ ถ้ำบริษทั ไม่ประกอบกิจกำร มำเป็ นเวลำถึง 1 ปี หรือ บริษทัหยดุประกอบกำรมำเป็นเวลำถึง1 ปีก็เป็นเหตุใหร้้องขอใหศ้ำลสั่งเลิกไดแ้ลว้ มีขอ้สังเกตวำ่กำรที่บริษทัไม่เริ่มประกอบกำรเลย หรือประกอบกำรแลว้ไม่ประกอบกำรต่อเป็น เวลำถึง1 ปีน้ีไม่ไดท้ำ ให้บริษทัสิ้นสภำพไปโดยอตัโนมตัิเป็นแต่เพียงมีเหตุที่จะร้องขอต่อศำลเพื่อให้ศำล สั่งเลิกท่ำน้นั 3.3) ตำมอนุมำตรำ 3 ถำ้กำรคำ้ของบริษทัทำ ไปมีแต่ขำดทุนอยำ่งเดียวและไม่มีหวงัจะกลบั ฟ้ืนตวัได้ เหตุในข้อน้ีจะคล้ำยกับมำตรำ 1057 ในเรื่องเหตุที่จะร้องขอต่อศำลขอให้เลิกห้ำง ที่ทำ ไปมีแต่ ขำดทุนอย่ำงเดียวและต้องพิจำรณำต่อดว้ยว่ำกำรขำดทุนน้นั ไม่มีหวงัวำ่จะกลบั ฟ้ืนตวัแต่ถำ้มีขำดทุนบำ้ง กำ ไรบำ้งในปีน้นัตดัขำดทุนบำ้งในบำงส่วน ถำ้เป็นแบบน้ีจะไม่เขำ้เหตุที่จะร้องขอ


ส ำหรับนักศึกษำคณะนิติศำสตร์ มหำวิทยำลัยธรรมศำสตร์ ใชป้ระกอบกำรฟังคำ บรรยำยของรศ.สุดำวิศรุตพิชญ์เท่ำน้นั 181 3.4) ตำมอนุมำตรำ 4 ถ้ำจ ำนวนผู้ถือหุ้นลดน้อยลงจนเหลือเพียงคนเดียว กรณีน้ีเคยยกต้ังแต่ตอนเรี ยนเรื่ องกำรจัดต้ังบริษัทว่ำองค์ประกอบของผู้ถือหุ้น 2คนน้ีเป็น สำระส ำคญั ในกำรจดัต้งัเป็นบริษทัแต่ถำ้เมื่อใดก็ตำมผถู้ือหุ้นของบริษทัหน่ึงๆ มีจ ำนวนลดน้อยลงจนเหลือ เพียงคนเดียวไม่ไดท้ำ ให้บริษัท จำ กดัน้นัสิ้นสภำพไปโดยอตัโนมตัิเป็นแต่เพียงเหตุที่จะร้องขอต่อศำลให้ สั่งเลิกบริษัท เท่ำน้นั ในทำงปฏิบัติ อำจเกิดข้ึนได้ เช่น เป็นบริษทัครอบครัวเดียวกัน มีผู้ถือหุ้นเพียง2คน ผู้ถือหุ้น คนหนึ่งตำยไป ทรัพย์สินซ่ึงก็รวมถึงหุน้ของเขำในบริษัท จ ำกดัแห่งน้ีก็ตกเป็ นของทำยำทตำมกฎหมำยมรดก ปรำกฏวำ่ ผู้ตำยมีทำยำทเพียงคนเดียวก็คือผูถ้ือหุ้นดว้ยกนัน้นัเอง ไม่มีคนอื่น บริษทัน้ีก็จะเหลือผู้ถือหุ้น เพียงแค่คนเดียว บริษทัก็ยงัคงสภำพเป็นบริษทัอยู ่ ไม่ไดท้ำ ให้เลิกกนัเพรำะกฎหมำยไม่ไดก้ำ หนดเช่นน้นั แตถ้ำ่มีคนไปร้องขอใหศ้ำลสั่งเลิก ศำลก็อำจสั่งใหเ้ลิกเพรำะเหตุมีผู้ถือหุ้นเพียงคนเดียวเท่ำน้นั เนื่องจำก กฎหมำยมองว่ำ กำรที่ผูถ้ือหุ้นเหลือเพียงคนเดียวไม่ถึง2คน อำจเป็นสภำพชั่วครำว สำมำรถแกไ้ขให้ถูกตอ้งเป็นไม่น้อยกวำ่2คนได้เพียงแต่ตอ้งใช้เวลำ เช่นในกรณีตำมตวัอย่ำง เมื่อต่อมำ ภำยหลงับริษทัน้ีพบว่ำ มีผูถ้ือหุ้นเหลือเพียงคนเดียว ก็อำจท ำกำรปรับให้เป็ น 2คนหรือมำกกว่ำน้นั โดย โอนหุน้ที่ผถู้ือหุน้ถืออยใู่ห้แก่บุคคลอื่นก็ได้ไม่น่ำจะมีปัญหำ แต่ถำ้กฎหมำยกำ หนดใหเ้ป็นเหตุเลิกโดยผล ของกฎหมำย บริษทัเป็นอนัเลิกกนัจะเห็นว่ำจะเป็นผลเสียในทำงปฏิบตัิมำกกว่ำ เพรำะบริษทัน้ีอำจเป็น บริษทัที่ประกอบกิจกำรดว้ยดีตลอดมำ กำรให้บริษทัตอ้งเลิกจะมีผลในเรื่องกำรตอ้งชำ ระบญัชีและหำก ตอ้งกำรประกอบกิจกำรอยำ่งเดิมก็ตอ้งไปเริ่มกระบวนกำรจดัต้งับริษทัใหม่ซ่ึงไม่น่ำจะเป็นหลกักำรที่ดี 3.5) ตำมอนุมำตรำ 5เมื่อมีเหตุอื่นใดท ำให้ให้บริษัทน้นัไม่สำมำรถที่จะด ำรงคงอยตู่ ่อไปได้ ดงัที่ไดเ้คยต้งัข้อสังเกต ในเรื่องของเหตุที่จะร้องขอให้ศำลสั่งเลิกตำมบทบญัญตัิเรื่องบริษทัจำ กดั เดิมกำ หนดเหตุไว้4 ประกำรไม่ครอบคลุมกรณีอื่นๆ ซึ่งอำจเป็ นสำเหตุให้บริษัทประสบปัญหำในกำรด ำเนิน กิจกำรเพรำะผถู้ือหุน้ไม่สำมำรถจะทำ กิจกำรร่วมกนัไดอ้ีกต่อไป หรือเกิดกรณีที่เรียกกนัวำ่ dead lock ถำ้เทียบกบับทบญัญตัิในกำรร้องขอให้ศำลสั่งเลิกห้ำง ในมำตรำ 1057 ไดก้ำ หนดวำ่เมื่อมีเหตุอื่นใด ที่ท ำให้ห้ำงเหลือวสิัยที่จะดำ รงอยไู่ด้กำรกำ หนดกรอบของเหตุไวก้วำ้งๆ เช่นน้ีจะเป็นช่องทำงออกเมื่อมีเหตุ อย่ำงใดอย่ำงหน่ึงหรือหลำยอย่ำงที่ส่งผลให้เห็นได้ว่ำ ห้ำงน้ันเหลือวิสัยที่จะดำ รงอยู่ต่อไปได้จึงไปร้อง ขอใหศ้ำลสั่งเลิก ในกรณีของบริษัท จำ กดั มีปัญหำที่เกิดข้ึนในทำงปฏิบัติ โดยเฉพำะอย่ำงยิ่งส ำหรับบริษทัที่จดัต้งั ข้ึนโดยมีกลุ่มผูถ้ือหุ้นมำร่วมทุนกนั แล้วข้อบังคับของบริษัท กำ หนดในเรื่องกำรคำนอ ำนำจในกำรบริหำร ระหวำ่งกลุ่มของผูถ้ือหุน้2กลุ่มน้ีไวด้ีเกินไปจนเกิดDead Lock คือไม่มีฝ่ำยใดสำมำรถจะไดเ้สียงขำ้งมำกจน ได้มติในที่ประชุมผู้ถือหุ้น (ขณะน้ีมีกำรแกไ้ขให้ขอ้บงัคบัของบริษทักำ หนดวิธีกำรแกไ้ขไวแ้ลว้แต่หำกยงั


ส ำหรับนักศึกษำคณะนิติศำสตร์ มหำวิทยำลัยธรรมศำสตร์ ใชป้ระกอบกำรฟังคำ บรรยำยของรศ.สุดำวิศรุตพิชญ์เท่ำน้นั 182 ไม่สำมำรถแกไ้ขตำมวิธีกำรที่กำ หนดในขอ้บงัคบัก็ยงัอำจมีปัญหำคำ้งคำอยู)่ หำกเป็นเช่นน้ีไปเรื่อย ๆ ก็จะ ส่งผลถึงกำรประกอบกิจกำรของบริษทัเพรำะเมื่อไม่ได้มติกรรมกำรก็อำจไปดำ เนินกำรไม่ได้จะไม่มี ทำงออกบริษทัก็เดินไปไม่ได้จะเลิกก็ไม่ได้เพรำะไม่มีเหตุเช่นไม่มีกำรกำ หนดใหเ้ลิกไดด้ว้ยเหตุใด คร้ันจะ ใช้มติที่ประชุมผูถ้ือหุ้นเพื่อให้เลิก ก็ตอ้งอำศยัมติพิเศษ จะไปร้องขอให้ศำลสั่งเลิกก็ไม่ได้ เพรำะไม่เข้ำ เหตุตำมที่กฎหมำยกำ หนดเลย เช่น บริษทัก็ยงัประกอบกิจกำรกนัอยู่กำรเงินของบริษทัซ่ึงขำดทุนแต่ก็ยัง ไม่ไดข้ำดทุนจนไม่มีหวงักลบั ฟ้ืนตวัอนัจะเขำ้เหตุที่จะขอใหศ้ำลสั่งเลิกได้แต่ในกรณีขำดทุนน้ีจะเห็นวำ่หำก ปล่อยให้สถำนกำรณ์เป็นเช่นที่ว่ำน้ีต่อไป บริษทัก็อำจขำดทุนต่อไปเรื่อยๆ ได้ซึ่งเมื่อถึงเวลำน้ันก็เป็ นผล เสียหำยแก่ผถู้ือหุ้นมำก ส่วนเหตุอื่นเช่นจ ำนวนผู้ถือหุ้นก็ยงัอยูค่รบจึงไม่มีเหตุร้องขอใหศ้ำลสั่งเลิกได้แต่ถำ้ มีบทบญัญตัิในทำ นองวำ่เมื่อมีเหตุอื่นใดทำ ใหบ้ริษทัไม่สำมำรถที่จะดำ รงคงอยูต่ ่อไปได้คือไม่มีมติออกมำก็ ทำ กิจกำรใดๆ ไม่ได้ก็อำจจะทำ ใหม้ีทำงออกมำกข้ึนก็ได้ เมื่อไดศ้ึกษำเหตุต่ำง ๆ ที่กฎหมำยกำ หนดใหเ้ป็นเหตุที่จะร้องขอต่อศำลเพื่อใหศ้ำลสั่งเลิกบริษัทแล้ว ประเด็นที่ตอ้งพิจำรณำต่อมำคือ เมื่อมีกำรร้องขอใหศ้ำลสั่งเลิกศำลจะมีดุลพินิจที่จะไม่สั่งเลิกบริษัทได้ไหม กล่ำวคือ ถำ้พิสูจน์ถึงเหตุดงัที่กล่ำวมำแลว้ได้ศำลจะไม่สั่งใหเ้ลิกหรือสั่งอยำ่งอื่นไดห้รือไม่จะเห็นวำ่มีแต่ เหตุประกำรแรกไดแ้ก่เรื่องกำรประชุมจดัต้งัที่ไม่ถูกตอ้ง หรือไม่ยื่นรำยงำนกำรประชุมต้งับริษทัเท่ำน้นัที่ กฎหมำยเขียนให้ดุลพินิจศำลในกำรสั่งให้แกไ้ข ส่วนเหตุประกำรอื่น ไม่มีกำรบญัญตัิไวโ้ดยชดัเจน น่ำจะ แปลไดว้่ำศำลไม่อำจใช้ดุลพินิจสั่งประกำรอื่น คือได้แต่สั่งยกคำ ร้องถ้ำไม่ไดข้อ้เท็จจริงว่ำเขำ้เหตุดงัที่ กฎหมำยกำ หนด หรือสั่งใหเ้ลิกบริษทัส่วนใหญ่แลว้ถำ้มีเหตุตำมน้ีศำลมกัจะสั่งเพรำะวำ่คนที่ร้องขอคงที่ จะต้องมีเหตุผลที่จะแสดงวำท ำไมจึงต้องกำรให้เลิก ่ 10) การช าระบัญชี เรื่องสุดท้ำย ส่วนของบริษัทจำ กดั คือ กำรช ำระบัญชี ถ้ำเทียบกบักรณีของบุคคลธรรมดำ เมื่อบุคคลใดตำย ก็ตอ้งมีกระบวนกำรจดักำรทรัพยส์ิน หน้ีสิน ต่ำง ๆ ของผูต้ำย ซ่ึงกฎหมำยบญัญตัิรองรับไวใ้นเรื่องของ “มรดก” ต้องมี “ผู้จัดกำรมรดก” เป็ นคนจัดกำร มรดก ดว้ยกำรรวบรวมทรัพยส์ินชำ ระหน้ีสินแลว้แบ่งมรดกใหแ้ก่บรรดำทำยำทผู้ตำย ตำมหลักเกณฑ์เงื่อนไข ต่ำง ๆ ที่กฎหมำยกำ หนดให้กำรช ำระบัญชีของบริษทัและรวมท้ังห้ำงหุ้นส่วนที่เป็นนิติบุคคล ก็ด้วย วตัถุประสงค์ในทำ นองเดียวกัน คือ ในส่วนที่ว่ำด้วย“กำรช ำระบัญชี” ต้องมี “ผู้ช ำระบัญชี” มำจัดกำร รวบรวมทรัพยส์ ิน ชำ ระหน้ีสินของบริษทัหรือห้ำงนิติบุคคล แลว้จดักำรคืนทุน และแบ่งสรรกำ ไร หรือ เฉลี่ยขำดทุนระหวำ่งผเู้ป็นหุน้ ส่วนน้นัตำมหลกัเกณฑเ์งื่อนไขต่ำงๆที่กฎหมำยกำ หนดให้


ส ำหรับนักศึกษำคณะนิติศำสตร์ มหำวิทยำลัยธรรมศำสตร์ ใชป้ระกอบกำรฟังคำ บรรยำยของรศ.สุดำวิศรุตพิชญ์เท่ำน้นั 183 เมื่อบริษทัเลิกกนัแลว้ไม่ว่ำด้วยเหตุใด สภำพนิติบุคคลของบริษัทควรจะตอ้งสิ้นไป เพรำะจะไม่มี กำรประกอบกิจกำรในนำมของบริษทัน้ีอีกต่อไป แต่กำรจะให้บริษัทสิ้นสภำพนิติบุคคลเลยโดยไม่ได้มีกำรก ำหนดเกี่ยวกับกระบวนกำรจดักำร ทรัพยส์ ิน หน้ีสิน ต่ำง ๆ ของบริษทัก็จะเป็นปัญหำ จึงตอ้งมีกำรกำ หนดเรื่องกำรชำ ระบญัชีโดยมีข้นัตอน อธิบำยคร่ำวๆ ดงัน้ี 1. ต้งัผชู้ำ ระบญัชี(มำตรำ1251) 2. ผู้ช ำระบญัชีไปจดทะเบียนวำ่บริษทัเลิกแลว้ (มำตรำ1254)และระบุชื่อผชู้ำ ระบญัชีดว้ย 3. ผชู้ำ ระบญัชีดำ เนินกำรชำ ระบญัชีเมื่อเสร็จสิ้นเรียบร้อยแลว้จดัทำ รำยงำน ไปจดทะเบียน ถือวำ่ สิ้นสุดกำรชำ ระบญัชีสภำพนิติบุคคลจึงจะสิ้นไป ดงัน้ัน กฎหมำยจึงตอ้งบญัญตัิรองรับไวเ้ลยว่ำ แม้เมื่อบริษทัเลิกกนัแล้วเพื่อกำรชำ ระบญัชีก็ให้ บริษทัยงัคงมีสภำพนิติบุคคลอยู่แต่มีเพียงเท่ำที่เพื่อกำรชำ ระบญัชีเท่ำน้นั มำตรำ1249 ตัวบท บริ ษัท จ ำกัด เมื่อเลิกกันแล้วยังอำจใช้ชื่อบริษัทอยู่ เพื่อกำรช ำระบัญชีเหตุผลเพรำะว่ำใน กระบวนกำรจัดกำรช ำระบัญชีไม่ใช่เรื่องที่บริษทัจะตอ้งหยุดประกอบกำรอยำ่งเด็ดขำดไปท้งัหมดเลยเพรำะ ในกฎหมำยกำ หนดหลกักำร“จัดกำรบรรดำทรัพย์สิน”หมำยควำมวำ่ ให้ไดมำซึ่ง ้ ทรัพย์สินของบริษัทที่พึงได้ บำงคร้ังเพื่อให้ได้ทรัพยส์ ินน้ันมำ บริษทัโดยผู้ช ำระบัญชีอำจต้องกระท ำกำรอันจ ำเป็ นบำงอย่ำงให้ลุล่วง เสียก่อนก็ได้ ตัวอย่างเช่น ในกรณีของบริษทัรับเหมำก่อสร้ำง ตอนที่บริษทัเลิกกนับริษทัยังอำจมีงำนก่อสร้ำง ค้ำงที่บริษัทจะต้องไปปฏิบัติกำรช ำระหน้ีให้กับบุคคลภำยนอก(ผูว้่ำจ้ำง) หรืออำจจะต้องมีกำรแก้ไข รำยละเอียดในงำนก่อสร้ำงที่ไดส้ ่งมอบให้ผูว้่ำจำ้งแลว้แต่ผูว้่ำจำ้งยงัไม่รับมอบเพรำะยงัมีจุดบกพร่องอยู่ ถำ้ไม่แกไ้ขผูว้ำ่จำ้งก็จะยังไม่จ่ำยเงินค่ำก่อสร้ำง เพื่อให้บริษทัไดร้ับเงินจำ นวนดงักล่ำว ผู้ช ำระบัญชีต้อง ดำ เนินกำรบำงอยำ่งอนัจำ เป็น เช่น ยงัอำจตอ้งไปทำ สัญญำซ้ือกระเบ้ืองเพื่อมำซ่อมแซมแกไ้ขงำนก่อสร้ำงให้ เรียบร้อย แต่ในขณะน้ีบริษทัเลิกกนัไปแลว้บริษทัโดยผูช้ำ ระบญัชีจะไปทำ สัญญำกบับุคคลภำยนอกอีก จะมีปัญหำหรือไม่กฎหมำยให้ผูช้ำ ระบญัชีสำมำรถที่จะดำ เนินกิจกำรไดเ้พียงเท่ำที่จำ เป็น เพื่อให้กำรชำ ระ บญัชีเป็นที่เรียบร้อยเพรำะฉะน้ันบริษทัน้ีอำจจะยงัไปซ้ือกระเบ้ือง ซ้ือปูน ซ้ือสีเพื่อมำทำ งำนน้ีให้เสร็จ แมจ้ะเป็นกำรก่อหน้ีใหม่ก็เป็นเพียงเท่ำที่จำ เป็นเพื่อให้กำรชำ ระบญัชีเรียบร้อยเท่ำน้ัน เพื่อจะได้รับเงินมำ จดักำรชำ ระบญัชีต่อไป ไม่ใช่เป็นกำรก่อหน้ีผูกพนั ในเรื่องใหม่ในลกัษณะของกำรดำ เนินกิจกำรเพรำะ บริษทัเลิกประกอบกิจกำรแลว้


ส ำหรับนักศึกษำคณะนิติศำสตร์ มหำวิทยำลัยธรรมศำสตร์ ใชป้ระกอบกำรฟังคำ บรรยำยของรศ.สุดำวิศรุตพิชญ์เท่ำน้นั 184 เพื่อทำ ควำมเขำ้ใจเรื่องกำรชำ ระบญัชีจึงแบ่งหวัขอ้กำรศึกษำออกเป็น 4 หวัขอ้ดงัน้ี 1) คนที่จะเป็ นผู้ช ำระบัญชี 2) หน้ำที่ของผู้ช ำระบัญชี 3) อ ำนำจของผู้ช ำระบัญชี 4) วิธีกำรช ำระบัญชี 1) คนทจี่ะเป็นผู้ช าระบัญชี มำตรำ 1251 ตัวบท กำรต้งัผชู้ำ ระบญัชี ผชู้ำ ระบญัชีน้นัอำจมำจำก 1.1)ผชู้ำ ระบญัชีตำมที่กฎหมำยกำ หนด i. ในกรณีของ หำ้งหุน้ ส่วนนิติบุคคลไดแ้ก่หุน้ ส่วนผจู้ดักำร ii. ในกรณีของบริษทัจำ กดั ไดแ้ก่กรรมกำร 1.2)ผชู้ำ ระบญัชีตำมที่ไดม้ีกำรตกลงกนัแต่งต้งัใหแ้ตกต่ำงจำกที่กฎหมำยกำ หนด 1.3)ผชู้ำ ระบญัชีที่ศำลต้งั ส่วนในเรื่องคุณสมบตัิของคนที่จะเป็นผูช้ำ ระบญัชีน้นักฎหมำยไม่ไดก้ำ หนดวำ่ตอ้งเป็นผมู้ีควำมรู้ ในทำงบญัชีเท่ำน้ัน อำจต้งัคนที่มีควำมรู้หรือประสบกำรณ์อย่ำงอื่นมำทำ หน้ำที่ผูช้ ำระบญัชีก็ได้เช่น นกักฎหมำย เป็นตน้เพรำะหนำ้ที่ของผชู้ำ ระบญัชีไม่ใช่กำรจดัทำ บญัชีดงัจะไดศ้ึกษำในหวัขอ้ต่อไป กำรถอดถอนผู้ช ำระบัญชี เมื่อมีกำรต้งัผชู้ำ ระบญัชีแลว้หำกตอ้งกำรถอดถอนผชู้ำ ระบญัชีกฎหมำย กำ หนดผมู้ีอำ นำจถอดถอนแตกต่ำงกนัข้ึนอยกู่บัวำ่ผชู้ำ ระบญัชีน้นัมำจำกช่องทำงใด กล่ำวคือ - ถำ้เป็นผชู้ำ ระบญัชีที่ศำลต้งัศำลเท่ำน้นัจะมีอำ นำจถอดถอน - ถำ้เป็นผชู้ำ ระบญัชีที่มิใช่ศำลต้งัที่ประชุมใหญ่อำจเป็นคนถอดถอนกไ็ด้หรือจะให้ ศำลสั่งถอดถอนกไ็ด้ มำตรำ 1257 ตัวบท เมื่อมีกำรเปลี่ยนแปลงผชู้ำ ระบญัชีอยำ่ลืมวำ่ตอ้งไปจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงทุกคร้ังเพรำะจะทำ ให้ บุคคลภำยนอกทรำบวำ่ ใครเป็นผูม้ีอำ นำจกระทำ กำรแทนบริษทัที่เลิกกนัแลว้น้ีเพรำะกรรมกำรสิ้นสภำพไป แล้ว 2) หน้าทขี่องผู้ช าระบัญชี หนำ้ที่หลกัตำมมำตรำ1250 คือชำ ระสะสำงกำรงำนกบัจดักำรใชห้น้ีและแจกจ่ำยทรัพยส์ิน


ส ำหรับนักศึกษำคณะนิติศำสตร์ มหำวิทยำลัยธรรมศำสตร์ ใชป้ระกอบกำรฟังคำ บรรยำยของรศ.สุดำวิศรุตพิชญ์เท่ำน้นั 185 ในกำรทำ ตำมหน้ำที่หลัก ดังที่ว่ำน้ีข้นัตอนกำรทำ กำรก็ตอ้งเป็นไปตำมที่บญัญตัิซ่ึงอำจสรุป ข้นัตอนยอ่ๆ คือ ทำ กำรบอกกล่ำวแก่บุคคลทวั่ ไป และเจำ้หน้ีเพื่อใหเ้จำ้หน้ีมำรับชำ ระหน้ี(มำตรำ1253)ไป จดทะเบียนเลิกบริษทั (มำตรำ1254) จดัทำ งบดุล (มำตรำ1255)และเรียกประชุมใหญ่เพื่อทำ กำรรับรอง งบดุล (มำตรำ 1256) เป็ นต้น 3) อา นาจของผู้ช าระบัญชี กฎหมำยให้ผู้ช ำระบัญชีมีอำ นำจเหมือน หุ้นส่วนผูจ้ดักำร หรือกรรมกำรของบริษทัเวน้แต่กำรใช้ อำ นำจดงัวำ่น้ีจะใชเ้พียงเท่ำกำรอนัจำ เป็นเพื่อกำรชำ ระบญัชีเท่ำน้นั (ดูมำตรำ1249 ประกอบมำตรำ1259) ข้อจ ำกัดอำ นำจของผู้ช ำระบัญชีอำจมีได้แต่ข้อจำ กัดน้ันจะใช้อ้ำงยนับุคคลภำยนอกไม่ได้ (มำตรำ 1260) ถำ้มีผูช้ำ ระบญัชีหลำยคน ผูช้ำ ระบญัชีเหล่ำน้ันตอ้งจดักำรชำ ระบญัชีร่วมกนัเวน้แต่ที่ประชุม ใหญ่หรือศำลจะไดก้ำ หนดไวเ้ป็นอยำ่งอื่น (มำตรำ1261) แต่ถำ้มีมติที่ประชุม หรือศำลให้มีอำ นำจแยกกนั ท ำกำรช ำระบัญชีได้ กฎหมำยบังคับให้ไปจดทะเบียน เพื่อให้คนนอกไดร้ับรู้อำ นำจน้นั (มำตรำ1262) 4) วิธีการช าระบัญชี 4.1)รวบรวมทรัพยส์ิน แลว้จดัสรรชำ ระหน้ีในกำรชำ ระหน้ีสินของบริษทัผูช้ำ ระบญัชีตอ้ง จดัสรรให้แก่เจำ้หน้ีตำมลำ ดบักำรชำ ระหน้ีที่บญัญตัิในมำตรำ 1263 และชำ ระให้แก่เจำ้หน้ีที่อำจไม่ไดม้ำ ทวงหน้ีจำกบริษทัตำมมำตรำ1264 ถำ้มีค่ำหุน้คำ้งชำ ระก็ตอ้งเรียกเก็บค่ำหุน้ที่คำ้งชำ ระดว้ย (มำตรำ1265) และถำ้ในระหวำ่งกำรรวบรวมทรัพยส์ินและชำ ระหน้ีสิน หำกผชู้ำ ระบญัชีเห็นวำ่หน้ีสินมี มำกกว่ำทรัพยส์ิน ผูช้ำ ระบญัชีตอ้งร้องขอต่อศำลทนัทีเพื่อให้ศำลสั่งบริษทัลม้ละลำย จะไดจ้ดักำรบรรดำ ทรัพยส์ินและหน้ีสินตำมกฎหมำยลม้ละลำยซ่ึงมีบทบญัญตัิเป็นพิเศษ (มำตรำ1266) 4.2) ท ำรำยงำนกำรช ำระบัญชี ทุกระยะ 3 เดือน เพื่อให้เห็นควำมเป็ นไปของกำรช ำระบัญชี ตำม มำตรำ 1267 4.3)ถ้ำกำรช ำระบัญชียงัไม่เสร็จสิ้นต้องมีกำรเรียกประชุมใหญ่เพื่อให้บรรดำผูล้งทุนได้ ทรำบควำมเป็ นไปของกำรช ำระบัญชีด้วย (มำตรำ 1268) 4.4) เมื่อได้จดักำรทรัพย์สินของห้ำงหรือบริษทัน้ันเป็นอย่ำงใดแล้วเรียกประชุมเพื่อเสนอ รำยงำนน้ัน ถ้ำที่ประชุมใหญ่อนุมัติรำยงำนน้ันแล้ว น้ีแหละคือสิ้นสุดกำรช ำระบัญชีกำรที่จะสิ้นสุด กำรช ำระบัญชีจะปิดด้วยกำรประชุมใหญ่ผูถ้ือหุ้น และต้องไปจดทะเบียนถึงที่สุดแห่งกำรช ำระบัญชี (มำตรำ 1270-1271)


ส ำหรับนักศึกษำคณะนิติศำสตร์ มหำวิทยำลัยธรรมศำสตร์ ใชป้ระกอบกำรฟังคำ บรรยำยของรศ.สุดำวิศรุตพิชญ์เท่ำน้นั 186 อำยุควำมเรียกให้ช ำระหน้ีเมื่อบริษทัเลิกและสิ้นสุดกำรชำ ระบญัชีแลว้ มำตรำ 1272 ตัวบท เรื่องของอำยคุวำมในคดีฟ้องเรียกหน้ีสินซ่ึงห้ำงหุ้นส่วนหรือบริษทัหรือผูเ้ป็นหุน้ ส่วนหรือผถู้ือหุ้น หรือผชู้ำ ระบญัชีเป็นลูกหน้ีกฎหมำยหำ้มมิใหฟ้ ้องเมื่อพน้กำ หนด 2ปีนบัแต่วนัสิ้นสุดกำรชำ ระบญัชี ในควำมเป็ นจริง เมื่อชำ ระบญัชีเสร็จสิ้นถำ้ทำ อยำ่งเรียบร้อยก็ไม่ควรที่จะมีหน้ีสินคงคำ้งแต่ปรำกฏ วำ่ หลงัจำกที่สิ้นสุดกำรชำ ระบญัชีคือ ที่ประชุมใหญ่อนุมตัิอันถือเป็ นที่สิ้นสุดและไปจดทะเบียนสิ้นสภำพ นิติบุคคลแล้ว เกิดมีเจำ้หน้ีรำยใดรำยหนึ่ งปรำกฏข้ึนมำเรียกร้องสิทธิกำรที่เจำ้หน้ีไม่ได้มำเรียกร้องให้ ชำ ระหน้ีตำมสิทธิเรียกร้องที่ตนมีอยูใ่นระหว่ำงที่มีกำรชำ ระบญัชีกนัอยู่อำจเป็นเพรำะเจำ้หน้ีไม่ทรำบ และ กำรที่ไม่ทรำบอำจไม่ใช่ควำมผิดของเจำ้หน้ีเช่น เป็นเจำ้หน้ีที่ไดร้ับโอนหน้ีมำจำกเจำ้หน้ีคนก่อน บริษทัก็ ไม่ทรำบสถำนะควำมเป็นเจ้ำหน้ีของเจ้ำหน้ีรำยน้ีและไม่ได้มีกำรบอกกล่ำวมำยงับริษัท ประกอบกับ ขอ้เท็จจริงวำ่เจำ้หน้ีอำจจะอยูต่ ่ำงประเทศไม่สำมำรถรับรู้ขอ้มูลควำมเป็นมำของบริษทัอยำ่งต่อเนื่องเป็นตน้ คร้ันจะไม่ให้เจำ้หน้ีไดร้ับชำ ระหน้ีเลยก็จะไม่เป็นธรรมแก่เจำ้หน้ีส่วนถำ้ให้เจำ้หน้ีเช่นน้ีมำเรียกชำ ระหน้ีได้ ก็ไม่มีตวัลูกหน้ีที่จะชำ ระหน้ีแลว้เพรำะไม่แน่วำ่เจำ้หน้ีจะมำปรำกฏเมื่อใด ในบทบัญญัติมำตรำ 1272 จึงกำ หนด เวลำให้เจำ้หน้ีใช้สิทธิได้แต่ตอ้งภำยในกำ หนด 2 ปีนับแต่ วนัถึงที่สุดแห่งกำรช ำระบัญชี แม้ว่ำสิทธิเรียกร้องในมูลหน้ีของเจ้ำหน้ีรำยน้ันยงัไม่ขำดอำยุควำม ก็จะถูกอำยุควำมตำมมำตรำ 1272 ตัด บทบญัญตัิ2 ปีนบัต้งัแต่วนัถึงที่สุดแห่งกำรชำ ระบญัชีน้ีเป็นบทบญัญตัิในกำรตดัอำยุควำมไม่ใช่ ต่ออำยุควำม เช่น ถำ้มีเจำ้หน้ีมำเรียกให้บริษทัชำ ระหน้ีเมื่อเสร็จสิ้นกำรชำ ระบญัชีแลว้และเจำ้หน้ีรำยน้ีมำ ใชส้ิทธิภำยในกำ หนด 2 ปีนบัแต่วนัถึงที่สุดแห่งกำรชำ ระบญัชีเช่นกนัแต่ปรำกฏขอ้เท็จจริงวำ่สิทธิเรียกร้อง ของเจำ้หน้ีรำยน้ีขำดอำยุควำมตำมมูลหน้ีไปแลว้เช่นน้ีเจำ้หน้ีจะอำศยัมำตรำ1272 มำอำ้งเพื่อเรียกใหช้ำ ระหน้ี ไม่ได ้ ---------------------------------------


กฎหมายหลัก ที่ใช้ศึกษา 1. ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ลักษณะหุ้นส่วน บริษัท) และที่แก้ไขเพิ่มเติม (แก้ไขล่าสุด โดย พ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 23) พ.ศ.2565 2. พระราชบัญญัติบริษัทมหาชน จ ากัด พ.ศ.2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (แก้ไขล่าสุด โดย ค าสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 21/2560 เรื่อง การแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายเพื่ออ านวย ความสะดวกในการประกอบธุรกิจ) หนังสือหลักและเอกสารประกอบการสอน 1. ศาสตราจารย์พิเศษ โสภณ รัตนากร, ค าอธิบายประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ว่าด้วยหุ้นส่วนและบริษัท, ส านักพิมพ์นิติบรรณาการ


Click to View FlipBook Version