สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี องค์ประธานมูลนิธิพระบรมราชานุสรณ์ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ เสด็จพระราชด าเนิน ทรงเป็นประธาน งานเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ประจ าปี ๒๕๖๖ วันที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖ ณ อุทยานพระบรมราชานุสรณ์พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย อ าเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม
ค าน า เนื ่องด้วยวันที ่ ๒๔ กุมภาพันธ์ เป็นวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระพ ุทธเลิศหล้านภาลัย มูลนิธิพระบรมราชาน ุสรณ์ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ จะจัดงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย โดยจัดในเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นเดือนพระบรมราชสมภพเป็นประจ าทุกปี ณ อุทยานพระบรมราชานุสรณ์ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย อ าเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม ซึ่งสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี องค์ประธานมูลนิธิ ฯ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ เสด็จพระราชด าเนินทรงเป็นประธานของงานทุกปี ในปี ๒๕๖๖ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ เสด็จพระราชด าเนินในวันที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖ และมูลนิธิ ฯ จัดงานต่อเนื่องในวันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖ การจัดงานจะจัดกิจกรรมศิลปวัฒนธรรมอันเกี่ยวเนื่องในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รวมทั้งศิลปวัฒนธรรมไทยต่างๆ เพื่อเป็นการอนุรักษ์ สืบทอด ส่งเสริมและเผยแพร่ให้คงอยู่สืบต่อไป ดังนี้ ๑. จัดการแสดงนาฏศิลป์โขนละครตามบทพระราชนิพนธ์ที ่โรงละคร กลางแจ้งของอุทยาน ฯ ได้แก่ ร าอาศิรวาท และการแสดงโขนของกรมศิลปากร และสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ ละครเสภาของยุวศิลปินในโครงการสืบทอด ศิลปวัฒนธรรมด้านนาฏศิลป์ ดุริยางคศิลป์ และคีตศิลป์ ของมูลนิธิ ฯ ๒. จัดอนุรักษ์และเผยแพร่วัฒนธรรมเรื่องอาหารไทย ดังมีเรื่องปรากฏใน บทพระราชนิพนธ์หลายเรื่องที่แสดงให้เห็นว่า พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ทรงเป็นเอตทัคคะในเรื่องวัฒนธรรมทางอาหารของไทย ดังนั้น การจัด งานจึงได้ให้ความส าคัญในเรื่องนี้ด้วย
๓. จัดงานสาธิตและนิทรรศการศิลปวัฒนธรรม และงานหัตถศิลป์ อาทิ สาธิตการท าหัวโขน เบญจรงค์ งานดอกไม้ใบตอง การประดิษฐ์เครื่องแขวนและ งานบายศรี การร้อยมาลัย การสร้างและซ่อมเครื่องดนตรีไทย การตอกหนังใหญ่ เป็นต้น และในปีนี้มีความพิเศษ คือ การจัดนิทรรศการเกี่ยวกับงานผ้าของจังหวัด สมุทรสงคราม จังหวัดราชบุรี และจังหวัดปัตตานี นิทรรศการเกี ่ยวกับงาน อาลักษณ์และเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ๔. จัดการแสดงศิลปวัฒนธรรมอื่นๆ อาทิ ขับเสภาเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย การแสดงหุ่นกระบอกออกตัว เรื่องพระอภัยมณี การบรรเลงดนตรีไทยและขับร้องของยุวศิลปินสาขาดุริยางคศิลป์ และคีตศิลป์ ของมูลนิธิ ฯ ตลอดจนการบรรเลงและขับร้องของวงดุริยางค์สากล กรมศิลปากร ๕. การออกร้านจ าหน ่ายอาหารคาวหวาน สินค้าพื้นเมือง และผลิตภัณฑ์ ชุมชนจังหวัดสมุทรสงคราม เนื่องในวาระดังกล่าว มูลนิธิพระบรมราชานุสรณ์ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์จึงได้จัดพิมพ์สูจิบัตรเล ่มนี้เพื ่อเป็น ที่ระลึกและประโยชน์ทางวิชาการ มูลนิธิพระบรมราชานุสรณ์ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์
สารบัญ ค าน า ๒ พระราชประวัติพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ๗ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ๑๗ กิจกรรมงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ประจ าปี ๒๕๖๖ ๒๐ คณะกรรมการจัดงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ประจ าปี ๒๕๖๖ ๒๓ การแสดงนาฏศิลป์ในงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ประจ าปี ๒๕๖๖ ร ำอำศิรวำทรำชสดุดี “สองพระจักรีศรีสยำม ทั่วเขตคำมส ำนึก พระคุณ” ๒๖ กำรแสดงละครเสภำ เรื่องขุนช้ำง - ขุนแผน ตอนขึ้นเรือน ขุนช้ำง - พำนำงวันทองหนี ๒๙ กำรแสดงโขน เรื่องรำมเกียรติ์ ชุดหุงน้ ำทิพย์ ๓๙
การแสดงศิลปวัฒนธรรมในงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ประจ าปี ๒๕๖๖ กำรบรรเลงดนตรีไทยและขับร้อง ๕๓ ขับเสภำเทิดพระเกียรติพระบำทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้ำนภำลัย ๕๖ กำรแสดงหุ่นกระบอกออกตัว เรื่องพระอภัยมณี ตอนนำงละเวงก่อศึก ๕๗ กำรบรรเลงและขับร้อง วงดุริยำงค์สำกล กรมศิลปำกร ๗๑ เรื่องย่องานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ประจ าปี ๒๕๖๖ ภาษาไทย และภาษาอังกฤษ ๗๗ ผู้มีอุปการคุณ ๘๐
พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย
พระราชประวัติ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย บุญช่วย รุ่งเรือง ค้นคว้าเรียบเรียง พระบำทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้ำนภำลัย พระมหำกษัตริย์รัชกำลที่ ๒ แห่ง กรุงรัตนโกสินทร์ ทรงเป็นพระรำชโอรสในพระบำทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้ำจุฬำโลก และสมเด็จพระอมรินทรำบรมรำชินี ทรงมีพระนำมเดิมว่ำ “ฉิม” พระบรมรำชสมภพเมื่อวันพุธ เดือน ๔ ขึ้น ๗ ค่ ำ ปีกุน ตรงกับวันที่ ๒๔ กุมภำพันธ์ ๒๓๑๐ ณ นิวำสสถำน ต ำบลอัมพวำ เมืองสมุทรสงครำม (สถำนที่นี้ ต่อมำได้สร้ำงพระวิหำรคตและพระปรำงค์ไว้เป็นพระบรมรำชำนุสรณ์อยู่ใน บริเวณวัดอัมพวันเจติยำรำม จังหวัดสมุทรสงครำม) ซึ่งในขณะนั้นสมเด็จพระบรมชนกนำถด ำรงต ำแหน่งเป็นหลวงยกกระบัตรเมืองรำชบุรี เมื่อสมเด็จพระเจ้ำตำกสินมหำรำชสถำปนำกรุงธนบุรีขึ้นเป็นรำชธำนี สมเด็จพระบรมชนกนำถได้มำสมัครรับรำชกำรด้วย จึงย้ำยเคหสถำนมำอยู่ที่กรุงธนบุรี ณ ที่ด้ำน ใต้วัดบำงว้ำใหญ่ หรือวัดระฆังโฆษิตำรำมในปัจจุบัน ครั้นมีพระชนมำยุพอสมควร สมเด็จพระบรมชนกนำถทรงน ำไปฝำกให้ศึกษำเล่ำเรียนกับสมเด็จพระวันรัต (ทองอยู่) วัดบำงว้ำใหญ่ เมื่อสมเด็จพระบรมชนกนำถทรงท ำศึกสงครำมในครั้ง กรุงธนบุรี ก็ได้โดยเสด็จไปในรำชกำรสงครำม ตั้งแต่พระชนมำยุ ๘ พรรษำ เริ่มตั้งแต่ศึกพม่ำที่เมืองเชียงใหม่ แล้วกลับมำรบศึกบ้ำนแก้วเขำชงุ้มแขวงเมือง รำชบุรี ศึกอะแซหวุ่นกี้ที่เมืองพิษณุโลก จำกนั้นไปปรำบปรำมเมืองนำงรอง เมืองนครจ ำปำศักดิ์ แล้วไปตีกรุงศรีสัตนำคนหุตหรือเมืองเวียงจันทร์ จนได้ อัญเชิญพระแก้วมรกตมำด้วย พอกลับมำถึงกรุงธนบุรี พระชนมำยุได้ ๑๓ พรรษำ สมเด็จพระบรมชนกนำถจึงจัดกำรพิธีโสกันต์ ปีรุ่งขึ้นก็โดยเสด็จไป ๗
รำชกำรสงครำมที่กรุงกัมพูชำ แต่ทำงกรุงธนบุรีเกิดจลำจล สมเด็จพระบรมชนกนำถจึงต้องเสด็จกลับมำระงับจลำจล และปรำบดำภิเษกเสด็จขึ้นครองรำชย์ สมบัติเป็นปฐมกษัตริย์แห่งพระรำชวงศ์จักรี และโปรดให้สถำปนำพระบำทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้ำนภำลัย พระรำชโอรสร่วมพระรำชหฤทัย ซึ่งขณะนั้น พระชนมำยุ ๑๖ พรรษำ เสด็จด ำรงพระรำชอิสริยยศเป็นสมเด็จพระเจ้ำลูกยำเธอเจ้ำฟ้ำต่ำงกรม ทรงพระนำมว่ำ “เจ้าฟ้ากรมหลวงอิศรสุนทร” และเมื่อพ.ศ. ๒๓๓๑ พระชันษำครบก ำหนดที่จะทรงผนวชเป็นพระภิกษุ สมเด็จพระบรมชนกนำถจึงโปรดให้ทรงผนวช ณ วัดพระศรีรัตนศำสดำรำม แล้วเสด็จไป จ ำพรรษำ ณ วัดสมอรำยหรือวัดรำชำธิวำสในปัจจุบัน ทรงศึกษำสมณกิจ ในส ำนักพระปัญญำวิสำลเถร (นำค) ตลอดพรรษำ จึงทรงลำผนวช พระบำทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้ำนภำลัย ทรงมีพระอรรคชำยำ ทรงพระนำมว่ำ เจ้ำฟ้ำหญิงบุญรอด มีพระรำชโอรส ๓ พระองค์ พระองค์ใหญ่ซึ่งปรำกฏพระนำม ภำยหลังว่ำ เจ้ำฟ้ำรำชกุมำร สิ้นพระชนม์เสียแต่ยังทรงพระเยำว์ รองลงมำ คือ พระบำทสมเด็จพระจอมเกล้ำเจ้ำอยู่หัว พระองค์น้อย คือ พระบำทสมเด็จพระปิ่นเกล้ำเจ้ำอยู่หัว เมื่อพระบำทสมเด็จพระจอมเกล้ำเจ้ำอยู่หัว เสด็จเสวย รำชสมบัติแล้ว ได้ทรงสถำปนำพระรำชมำรดำขึ้นเป็น สมเด็จพระศรีสุริเยนทรำบรมรำชินี ในตอนต้นรัชกำลพระบำทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้ำจุฬำโลกยังมีรำชกำร สงครำมติดพันอยู่ ได้เสด็จพระรำชด ำเนินไปท ำสงครำมกับพม่ำข้ำศึก ๔ ครั้ง คือ ครั้งศึกลำดหญ้ำ ศึกท่ำดินแดง ศึกตีเมืองทวำย และเสด็จยกกองทัพหลวงด้วย พระรำชประสงค์จะไปตีกรุงอังวะ พระบำทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้ำนภำลัยก็โดย เสด็จเช่นเคยทั้ง ๔ ครั้ง ดังนั้นจึงเห็นได้ว่ำ พระองค์ทรงเป็นนักรบที่เข้มแข็งมี ควำมรู้ ควำมช ำนำญ และมีประสบกำรณ์อย่ำงยอดเยี่ยมในกำรศึกสงครำม พระบำทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้ำจุฬำโลกโปรดให้พระบำทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้ำนภำลัยรับรำชกำรใกล้ชิดติดพระองค์อยู่ในรำชส ำนัก ดูแลงำนต่ำงพระเนตร พระกรรณตำมพระรำชประสงค์ตลอดมำเมื่อพระชนมำยุได้ ๔๐ พรรษำ จึงโปรด ๘
ให้ตั้งพระรำชพิธีอุปรำชำภิเษกสถำปนำพระเกียรติยศพระบำทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้ำนภำลัยขึ้นเป็น กรมพระราชวังบวรสถานมงคล พระมหำอุปรำชผู้รับ รัชทำยำท ทรงรับรำชกำรสนองพระเดชพระคุณได้ ๓ ปี พระบำทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้ำจุฬำโลกก็เสด็จสวรรคต พระบำทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้ำนภำลัยเสด็จเถลิงถวัลยรำชสมบัติเป็นพระมหำกษัตริย์พระองค์ที่ ๒ ในพระรำชวงศ์จักรีและเป็นล ำดับรัชกำลที่ ๒ แห่งสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ เมื่อพ.ศ. ๒๓๕๒ พระชนมำยุ ๔๓ พรรษำ ด ำรงสิริรำชสมบัติเป็นเวลำ ๑๖ ปี เสด็จ สวรรคตเมื่อวันพุธที่ ๒๑ กรกฎำคม ๒๓๖๗ สิริพระชนมำยุ ๕๘ พรรษำ ตลอด รัชสมัยของพระองค์ ทรงน ำควำมเจริญรุ่งเรืองและควำมร่มเย็นเป็นสุขมำสู่ ประเทศชำติและพสกนิกร ทรงด ำเนินวิเทโศบำยฝ่ำฟันอุปสรรคต่ำงๆ ในกำร บริหำรรำชกำรแผ่นดิน ด้วยเหตุที่ทรงมีประสบกำรณ์มำมำกทั้งในด้ำนกำรทหำร และกำรบริหำรภำยในประเทศ จึงทรงแก้ไขสถำนกำรณ์ไปได้ด้วยควำมเรียบร้อย ทรงพยำยำมที่จะรักษำเอกรำชของชำติไทย ซึ่งเป็นพระรำชกรณียกิจที่ส ำคัญยิ่ง ท ำให้บ้ำนเมืองมีควำมสงบอุดมสมบูรณ์ ทรงท ำนุบ ำรุงฟื้นฟูพระพุทธศำสนำ เพื่อเป็นที่พึ่งทำงใจ และบ ำรุงขวัญอำณำประชำรำษฎร์ ที่ผ่ำนควำมทุกข์ยำกจำก ภำวะสงครำมมำตั้งแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยำ ทรงรับเป็นพระรำชภำระอันส ำคัญที่ จะต้องสร้ำงสรรค์ศิลปวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ส ำคัญของชำติ จึงทรงส่งเสริม ท ำนุบ ำรุงงำนด้ำนวรรณคดี กวีนิพนธ์ นำฏศิลป์ ดนตรี งำนช่ำงแขนงต่ำงๆ ทั้ง ประติมำกรรม สถำปัตยกรรม และจิตรกรรม พระรำชกรณียกิจในด้ำนศิลปกรรมและวรรณกรรม พระบำทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้ำนภำลัย ทรงเห็นควำมส ำคัญของศิลปะอันเป็นเครื่องจรรโลง จิตใจและเป็นหลักส ำคัญในด้ำนวัฒนธรรมของชำติ ทรงโปรดปรำนและ เชี่ยวชำญจนได้รับพระรำชสมัญญำว่ำ “ขัตติยะศิลปิน” พระรำชกรณียกิจใน ด้ำนศิลปะของพระองค์ อำจแยกได้เป็น ๓ ประกำรคือ ประกำรแรกทรงเป็นผู้น ำ ในด้ำนกำรสร้ำงสรรค์ศิลปะ เพื่อท ำนุบ ำรุงอำณำจักรและพุทธจักร ประกำร ที่สอง ในฐำนะที่ทรงเป็นศิลปิน และประกำรที่สำม ในฐำนะเริ่มสกุลช่ำงศิลปะ ๙
สมัยรัตนโกสินทร์เพื่อกรุงรัตนโกสินทร์โดยแท้ ทรงมีพระอัจฉริยะในด้ำน วรรณคดี งำนช่ำงศิลปะ บรรดำพระรำชนิพนธ์และศิลปวัตถุอันเป็นฝีพระหัตถ์ ก็เป็นเครื่องยืนยันพระอัจฉริยภำพของพระองค์ได้เป็นอย่ำงดี ด้วยเหตุที่ทรงเป็น กวีและช่ำงเอกด้วยพระองค์เอง จึงท ำให้กำรแต่งหนังสือและกำรช่ำง เจริญก้ำวหน้ำ จนถือได้ว่ำ รัชกำลแห่งพระบำทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้ำนภำลัย เป็น “ยุคทองของวรรณคดีและศิลปกรรมขั้นสูงสุดในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์” งำนด้ำนศิลปะในแผ่นดินพระบำทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้ำนภำลัย เป็นพระรำชมรดกอันยิ่งใหญ่ที่พระบำทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้ำนภำลัยพระรำชทำนแก่ ประชำชนชำวไทยและตกทอดสืบเนื่องมำจนถึงปัจจุบัน ทั้งนี้เพรำะพระองค์เอง ทรงเป็นศิลปินเอกในทุกสำขำ ประกอบกับในรัชสมัยของพระองค์เป็นห้วงเวลำที่ ก ำลังฟื้นฟูบ้ำนเมืองให้คืนสู่สภำพปกติ ทรงเห็นว่ำงำนศิลปะจะชักจูงจิตใจให้ อ่อนโยนลงได้ และเป็นกำรแสดงถึงควำมเจริญรุ่งเรืองของประเทศที่กลับคืน สู่สภำพปกติในเวลำอันรวดเร็ว งำนทำงด้ำนศิลปะของพระองค์ แบ่งออกได้เป็น ๒ กลุ่ม คือ ด้ำนวรรณกรรม ซึ่งจะเกี่ยวเนื่องไปถึงนำฏศิลป์และดุริยำงคศิลป์ และด้ำนศิลปกรรม ได้แก่ งำนช่ำงทั้งปวง มี สถำปัตยกรรม ประติมำกรรม และจิตรกรรม ด้านวรรณกรรม พระบำทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้ำนภำลัย ทรงเป็นกวีที่ ปรำดเปรื่อง ทรงมีผลงำนพระรำชนิพนธ์เป็นอันมำกที่มีควำมไพเรำะและมี เนื้อหำสำระเป็นประโยชน์ทั้งในด้ำนประเทืองอำรมณ์และประเทืองปัญญำ ผลงำนของพระองค์แสดงควำมเป็นอัจฉริยะในด้ำนภำษำและกำรกวี ควรค่ำแก่ กำรศึกษำ ซึ่งจะท ำให้ได้เห็นคุณค่ำและซำบซึ้งในอรรถรสของวรรณคดีไทย เกิดควำมภำคภูมิใจในพระปรีชำสำมำรถของพระองค์ผู้ทรงพระรำชนิพนธ์ และ น้อมเกล้ำน้อมกระหม่อมถวำยรำชสดุดีว่ำทรงเป็นองค์เอกอัครศิลปินยอดเยี่ยม พระรำชนิพนธ์ในพระบำทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้ำนภำลัย แยกได้เป็น ๔ หมวด ใหญ่ คือ ๑๐
๑. พระรำชนิพนธ์ที่เป็นกลอนบทละคร ได้แก่ บทพระราชนิพนธ์ ละครใน อันประณีตบรรจงล้ ำค่ำ มี ๓ เรื่อง คือ อิเหนำ รำมเกียรติ์ อุณรุท นอกจำกนั้นยังทรงพระราชนิพนธ์บทละครนอกได้อย่ำงเหมำะสม มี ๕ เรื่อง ได้แก่ สังข์ทอง คำวี ไชยเชษฐ์ ไกรทอง และมณีพิชัย พระรำชนิพนธ์บทละคร นอกแต่ละตอนที่ทรงเลือกมำมีลักษณะต่ำงๆ กันหลำยรูปแบบสะท้อนให้เห็น พระอัจฉริยะในกำรทรงพระรำชนิพนธ์บทละครว่ำ บทละครนั้นไม่ใช่เพื่ออ่ำน แต่ เพื่อแสดง และยังต้องรักษำนำฏศิลป์ให้ถูกแบบแม้จะไม่ประณีตเท่ำละครในก็ ตำม ต่อมำมีผู้น ำพระรำชนิพนธ์บทละครนอกมำแสดงในรูปแบบละครชำวบ้ำน เรียกว่ำ “ละครชำตรี” ๒. พระรำชนิพนธ์ที่เป็นกลอนเสภำ ได้แก่ เสภำเรื่องขุนช้ำงขุนแผน ๓. พระรำชนิพนธ์ที่เป็นกำพย์ ทรงพระรำชนิพนธ์ไว้ ๕ บท คือ เห่บทชม เครื่องคำว เห่บทชมเครื่องหวำน เห่บทชมผลไม้ เห่บทครวญเข้ำกับนักขัตฤกษ์ และเห่บทเจ้ำเซ็น ๔. พระรำชนิพนธ์บทพำกย์โขน ทรงพระรำชนิพนธ์ไว้ ๔ ตอน คือ นำงลอย พรหมำสตร์ นำคบำศ และเอรำวัณ พระรำชนิพนธ์บทละครข้ำงต้นน ำไปสู่ นำฏศิลป์ ซึ่งในรัชสมัยของพระองค์ ถือเป็นยุคทองแห่งนำฏศิลป์ เจริญสูงสุดเป็นแบบฉบับจนถึงปัจจุบัน ทรง พระปรีชำญำณและพระอุตสำหะในกำรปรับปรุงศิลปะทำงกำรละครฟ้อนร ำ บทละครที่ทรงเลือกบำงตอนของวรรณคดีมำพระรำชนิพนธ์ใหม่ก็ดี บทละครที่ ทรงผูกเรื่องใหม่เองก็ดี ด้วยมีพระรำชประสงค์ให้เหมำะแก่แสดงละคร และ บทละครที่เป็นพระรำชนิพนธ์ของพระองค์ถูกต้องตำมควำมมุ่งหมำยของ กำรแสดงละครทุกประกำร ทั้งทรงสำมำรถแก้ไขดัดแปลงได้เป็นอย่ำงดี เพรำะ ทรงช ำนำญทั้งในด้ำนกำรละครและดนตรี เคยทรงฝึกหัดคณะละครของ พระองค์เองมำแล้ว แม้กระนั้นยังเล่ำกันมำว่ำ เมื่อทรงพระรำชนิพนธ์บทแล้ว จะพระรำชทำนให้เจ้ำฟ้ำกรมหลวงพิทักษ์มนตรี ซึ่งทรงเป็นผู้เชี่ยวชำญด้ำน นำฏศิลป์ไปคิดท่ำร ำให้เข้ำกับบท เมื่อเจ้ำฟ้ำกรมหลวงพิทักษ์มนตรีทรงเห็นว่ำ ๑๑
บทใดร ำขัดข้องก็กรำบบังคมทูลให้ทรงทรำบ ทรงพระรำชนิพนธ์แก้ไขใหม่ จนเห็นว่ำงดงำมกลมกลืนกันดีทั้งบทกลอนและท่ำฟ้อนร ำแล้วจึงน ำไปใช้ได้ ฉะนั้น กำรแสดงละครในรัชสมัยของพระองค์จึงล้ ำเลิศประณีตกว่ำที่เคยปรำกฏ มำแต่ก่อน และเมื่อกำรแสดงละครเจริญขึ้นแล้ว ก็ท ำให้ศิลปะของกำรแสดงโขน มีลีลำงดงำมไปด้วย เพรำะศิลปะของกำรแสดงละครและโขนจะคล้ำยกัน บรรดำ ศิลปินจึงรับสืบทอดเป็นแบบฉบับสืบต่อมำจนตรำบเท่ำทุกวันนี้ ด้านดนตรี ทรงสนพระรำชหฤทัย และทรงพระปรีชำเชี่ยวชำญ ทรงโปรด ศิลปะทำงดนตรีเป็นอย่ำงยิ่ง ทรงเป็นอัครศิลปินโดยเฉพำะพระองค์ เครื่องดนตรี ที่ทรงถนัดและโปรดมำก คือ ซอสำมสำย ซึ่งซอสำมสำยนั้น กะโหลกมะพร้ำว เป็นสิ่งส ำคัญ คือ กะลำมะพร้ำวจะมีขนำดใหญ่มีปุ่ม ๓ ปุ่ม จึงจะท ำเป็นซอสำม สำยได้ กะลำมะพร้ำวชนิดนี้เป็นของหำยำก มิใช่จะมีอยู่ทั่วไปทุกสวนมะพร้ำว เล่ำกันมำว่ำ เมื่อทรงทรำบว่ำสวนของผู้ใดมีกลำมะพร้ำวที่ใช้ท ำกะโหลกซอสำม สำยได้ จะทรงพระกรุณำโปรดเกล้ำฯ พระรำชทำน “ตราภูมิคุ้มห้าม” แก่ เจ้ำของสวนนั้น ไม่ต้องเสียภำษีอำกร ทั้งนี้เท่ำกับทรงสนับสนุนบรรดำเจ้ำของ สวนให้มีก ำลังใจที่จะเพำะปลูก และท ำนุบ ำรุงพันธุ์มะพร้ำวชนิดนั้นให้มีอยู่เพื่อใช้ ส ำหรับท ำซอสำมสำย และเท่ำกับทรงสนับสนุนกำรดนตรีด้วย ทรง มี ฝีพระหัตถ์ในทำงสีซอสำมสำยเป็นเลิศ ทรงมีซอคู่พระหัตถ์ โปรดพระรำชทำน นำมว่ำ “สำยฟ้ำฟำด” ในประวัติดนตรีไทยได้เล่ำสืบกันมำว่ำ คืนหนึ่งเมื่อเสด็จ เข้ำที่บรรทมแล้ว ทรงพระสุบินว่ำ เสด็จไปประพำสในอุทยำนซึ่งงดงำมมำก ขณะนั้นได้ทอดพระเนตรดวงจันทร์เต็มดวงแจ่มจรัสสำดแสงสว่ำงไสวไปทั่ว บริเวณ ท ำให้ทรงส ำรำญพระรำชหฤทัยเป็นอันมำก ทันใดนั้นก็พลันได้ทรงสดับ ดนตรีทิพย์อันไพเรำะเสนำะพระกรรณเป็นที่ยิ่ง ประทับยืนทอดพระเนตร ทิวทัศน์อันงดงำมและสดับเสียงดนตรีด้วยควำมเพลิดเพลิน ครั้นแล้วดวงจันทร์ก็ ค่อยๆ เลื่อนลอยห่ำงออกไปในท้องฟ้ำ ทั้งส ำเนียงดนตรีก็เงียบเสียงไป พลันก็ตื่น พระบรรทม เสียงดนตรีในพระสุบินนั้นยังคงกังวำนอยู่ในพระโสต จึงรับสั่งหำ เจ้ำพนักงำนดนตรีเข้ำไปเฝ้ำและทรงต่อเพลงนั้นไว้ พระรำชทำนชื่อเพลงว่ำ ๑๒
“บุหลันลอยเลื่อน” หรือ “บุหลันเลื่อนลอยฟ้า” บำงครั้งก็เรียกเพลง “สรรเสริญพระจันทร์” หรือ “เพลงทรงพระสุบิน” ด้านศิลปกรรม พระบำทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้ำนภำลัย ทรงมีพระรำชกรณียกิจในด้ำนศิลปกรรมหลำยด้ำน ทั้งสถำปัตยกรรม ประติมำกรรม และ จิตรกรรม งำนศิลปะที่ดีเด่นในรัชสมัยของพระองค์ ด้านสถาปัตยกรรม คือ ทรงสร้ำงพระที่นั่งสนำมจันทร์ ซึ่งเป็นพระที่นั่งโถงองค์ขนำดย่อมๆ สร้ำงขึ้นด้วย ไม้ทั้งหลัง ใช้เป็นที่ประทับทรงงำนช่ำงในเวลำบ่ำย ขณะนี้ประดิษฐำนอยู่ ทำงด้ำนทิศตะวันตกของพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย พระที่นั่งองค์นี้ปรำกฏว่ำ เป็น ฝีพระหัตถ์ในด้ำนสถำปัตยกรรมของพระองค์โดยตลอด ส่วนสัดก็ดี ฝีมือก็ดี ในกำรประกอบเข้ำตัวไม้ล้วนแต่สมบูรณ์สมกับเป็นสถำปัตยกรรมโดยแท้ อีกแห่ง หนึ่งคือ วัดอรุณรำชวรำรำม เป็นวัดที่อยู่ในเขตพระรำชฐำนคือพระรำชวังเดิม ของสมเด็จพระเจ้ำกรุงธนบุรี ครั้งด ำรงพระอิสริยยศเป็นเจ้ำฟ้ำกรมหลวงอิศรสุนทร ได้เสด็จประทับ ณ พระรำชวังเดิมนี้จึงได้ทรงอุปถัมภ์ท ำนุบ ำรุงวัดนี้มำ ตั้งแต่ก่อนเสวยรำชย์ ทรงสร้ำงพระอุโบสถขึ้นใหม่และพระวิหำรพร้อมกัน และ สิ่งที่เด่นก็คือ พระระเบียงล้อมรอบพระอุโบสถวัด สถำปัตยกรรมที่ส ำคัญและ ยิ่งใหญ่ของวัดนี้และของประเทศชำติคือ พระปรำงค์ พงศำวดำรกล่ำวว่ำ ได้ฤกษ์ขุดรำกเริ่มงำนก่อสร้ำงก็พอดีสิ้นรัชกำล รัชกำลที่ ๓ จึงรับสนองพระเดชพระคุณด ำเนินงำนต่อจนส ำเร็จ แสดงว่ำกำรออกแบบหุ่นจ ำลองได้ท ำเสร็จ และ ผ่ำนพระรำชวินิจฉัยของพระบำทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้ำนภำลัยแล้ว สถำปัตยกรรมชิ้นนี้สร้ำงขึ้นด้วยควำมกล้ำหำญเชื่อมั่นในวิชำกำรของสถำปนิกที่ สร้ำงสิ่งก่อสร้ำงสูงใหญ่ น้ ำหนักมำก แต่สำมำรถจะสร้ำงบนดินอ่อนที่ริมแม่น้ ำ เจ้ำพระยำได้ และยืนมำถึง ๒๐๐ กว่ำปี โดยไม่ทรุดท ำลำยลงไป เป็นประจักษ์ พยำนให้เห็นว่ำคนในรุ่นนั้นมีศิลปวิทยำสูงมำก งำนก่อสร้ำงที่มีชื่อเสียงอีกเรื่อง หนึ่งใน รัชสมัยรัชก ำลที่ ๒ คือ ท รงมีพ ระ ร ำชด ำ ริส ร้ำงส วนขว ำขึ้น ในพระบรมมหำรำชวัง พระรำชประสงค์ของกำรสร้ำงสวนขวำ เพื่อจะได้ดู สติปัญญำข้ำรำชกำรทำงช่ำง ช่ำงจะไว้ฝีมือ ช่ำงจ ำหลัก ช่ำงเขียน ช่ำงปั้น ๑๓
ช่ำงปูน ช่ำงป่ำไม้ ช่ำงต้นไม้ไทย จีน ประกำรหนึ่ง และให้ช่ำงได้มีสนำมประลอง ฝีมือให้ปรำกฏ เป็นกำรส่งเสริมในทำงช่ำงโดยตรง และให้ปรำกฏเป็นเกียรติยศ ไปในแผ่นดินอีกประกำรหนึ่ง เพรำะเรื่องศิลปะเป็นเครื่องวัดพื้นฐำน ควำมสำมำรถ เป็นเครื่องวัดจิตใจ เป็นเครื่องวัดควำมสมัครสมำนสำมัคคี ควำม อุดมสมบูรณ์พร้อมในเรื่องของวัตถุดิบที่จะน ำมำใช้ กรณีกำรสร้ำงสวนขวำก็เพื่อ จะให้ปรำกฏไปถึงนำนำประเทศว่ำไทยสร้ำงรำชธำนีได้ใหม่เหมือนดังรำชธำนีเดิม ในเวลำไม่ช้ำ ส่วนงำนด้านประติมากรรม ทรงเป็นช่ำงปั้นฝีพระหัตถ์เยี่ยมและ ทรงมีควำมเข้ำใจในเรื่องควำมงำมอย่ำงลึกซึ้ง ทรงปั้นหุ่นพระพักตร์พระพุทธธรรมมิศรำชโลกธำตุดิลก ซึ่งเป็นพระปฏิมำประธำนในพระอุโบสถวัดอรุณรำชวรำรำมงดงำมไม่มีที่ติ ทรงแกะสลักบำนประตูบำนกลำงพระวิหำรวัดสุทัศน์ เทพวรำรำม เป็นภำพสิงสำรำสัตว์นำนำชนิด รวมทั้งสัตว์ในหิมพำนต์ลำยสลัก ซับซ้อนหลำยชั้นวิจิตรงดงำมอย่ำงยิ่ง นอกจำกนี้ยังมีหน้ำหุ่น ซึ่งทรงแกะด้วย ฝีพระหัตถ์เป็นหน้ำพระใหญ่และพระน้อยคู่หนึ่ง เรียกว่ำ พระยำรักใหญ่ พระยำรักน้อย เพรำะแกะด้วยไม้รัก งำมไม่มีหน้ำพระอื่นเสมอเหมือน ปัจจุบันตั้งแสดง ไว้ที่พิพิธภัณฑสถำนแห่งชำติ งำนศิลปะดีเด่นอีกแขนงหนึ่ง คือ ด้านจิตรกรรม อำจำรย์จุลทรรศน์ พยำฆรำนนท์ ผู้เชี่ยวชำญด้ำนงำนศิลปะผู้หนึ่งของประเทศ ได้อภิปรำยไว้ว่ำ ทรงเขียน “ลำยน้ ำทอง” หรือที่เรียกกันว่ำ “ลำยรดน้ ำปิดทอง” เขียนที่ฝ้ำเพดำนพระที่นั่งสนำมจันทร์เป็นลำยพุดตำนก้ำนแย่ง ทรงเขียนได้ งดงำมประณีต ถือได้ว่ำ ทรงมีฝีพระหัตถ์เป็นเยี่ยมในเรื่องของจิตรกรรม อีกแห่ง หนึ่ง คือ ทรงไว้ที่ฝำผนังมุขกระสันระหว่ำงพระที่นั่งไพศำลทักษิณต่อกับหอพระ ธำตุมณเฑียร ซึ่งเรียกกันว่ำ พระเฉลียงหน้ำหอ เป็นเรื่องเครื่องมงคลอย่ำงจีน และภำพเรื่องทิวทัศน์แสดงบ้ำนเมืองภำยนอกพระบรมมหำรำชวังในสมัยนั้น นอกจำกกำรบ ำรุงช่ำงต่ำงๆ ดังกล่ำวข้ำงต้นแล้ว วิชำช่ำงอื่นๆ ที่ริเริ่มขึ้นในรัช สมัยนี้ ได้แก่ เครื่องถม ซึ่งท ำภำชนะลงถมพื้นด ำลำยเป็นเงินหรือเป็น ทองทำ เครื่องถมนี้ พระบำทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้ำนภำลัยทรงริเริ่มขึ้น ๑๔
หลังจำกถูกท ำลำยเมื่อกรุงศรีอยุธยำแตก ทรงสร้ำงเอกลักษณ์ที่เป็นศิลปะ รัตนโกสินทร์ ทรงคิดแบบลวดลำย เรียกว่ำ “ลายใบเทศ” เป็นลำยที่คิดขึ้นใหม่ ส่วนเครื่องถมในสมัยกรุงศรีอยุธยำจะเป็นลำยก้ำนขดเครือวัลย์ไม่ใช่ลำยใบเทศ นอกจำกเครื่องถมแล้วยังมีเครื่องถ้วยชามเบญจรงค์ เป็นของที่เกิดขึ้นอีกอย่ำง หนึ่ง นอกจำกจะท ำเครื่องเบญจรงค์เขียนสีต่ำงๆ แล้ว ก็ยังมีเขียนลำยน้ ำทอง ควำมจริงเครื่องเบญจรงค์นั้นคงจะท ำในครั้งกรุงเก่ำมำบ้ำง แต่ว่ำท ำได้ไม่งำม เท่ำกับสมัยพระบำทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้ำนภำลัย คือ สมัยกรุงเก่ำท ำแต่ลำย พื้นๆ คือ ลำยเทพพนม ลำยนรสิงห์ ระบำยพื้นด ำเป็นหลัก ในตัวถ้วยระบำยสี เขียวซึ่งไม่สวยงำม ครั้นถึงในสมัยรัชกำลที่ ๒ ช่ำงฝีมือดีขึ้นและจะเป็นด้วยทรง ส่งเสริมมำก สมัยนั้นมีเล่นเครื่องถ้วยเครื่องกับข้ำวเครื่องขนมต่ำงๆ เป็นที่ออก อวดกันเสมอโดยเฉพำะกำรจัดสวนขวำมีกำรแสดงท ำกับข้ำว ท ำขนม เปิดให้ ประชำชนเข้ำไปชื่นชมกัน ฉะนั้นถ้วยชำมยุคนี้จึงเป็นพระรำชด ำริจัดท ำแบบ ขึ้นมำใหม่ เช่น มีกำรเขียนลวดลำยดอกกุหลำบผูกเป็นเครือวัลย์ เขียนเป็นใบเทศ สลับสอดสีต่ำงๆ เขียนภำพรำชสีห์ ภำพครุฑ งดงำมยิ่ง พระอัจฉริยภำพที่ส ำคัญอีกด้ำน คือ ด้านศาสนา เมื่อบ้ำนเมืองพอจะเข้ำสู่ ภำวะปกติแล้ว พระบำทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้ำนภำลัยทรงมีพระรำชประสงค์ ฟื้นฟูจิตใจประชำชน นอกจำกเรื่องสร้ำงสรรค์งำนศิลปวัฒนธรรมแล้ว ได้ทรงมุ่ง ท ำนุบ ำรุงพระพุทธศำสนำเป็นส ำคัญ ตั้งแต่ส่วนพระองค์ก็ทรงเป็นพุทธมำมกะที่ เคร่งครัดสมบูรณ์แบบ ทรงอุทิศเวลำให้แก่พระศำสนำ ทรงหำรือกับคณะสงฆ์ แล้วเห็นสมควรให้ฟื้นฟู พิธีวิสำขบูชำ และทรงโปรดให้มีกำรสังคำยนำสวดมนต์ เป็นกำรช ำระสอบสวนบทสวดมนต์ให้ถูกต้อง และที่ส ำคัญคือ โปรดให้มีกำรแปล บทสวดมนต์จำกภำษำบำลีเป็นภำษำไทยเพื่อให้ประชำชนเข้ำใจว่ำสวดว่ำอย่ำงไร พระรำชด ำรินี้นับว่ำเป็นควำมคิดริเริ่มที่ก้ำวหน้ำและกล้ำหำญยิ่ง เพรำะท ำให้ ประชำชนเข้ำใจว่ำพระสงฆ์ท่ำนสวดถึงค ำสอนต่ำงๆ ของพระพุทธเจ้ำเท่ำนั้น ไม่ใช่เรื่องศักดิ์สิทธิ์อิทธิปำฏิหำริย์ผิดธรรมชำติแต่ประกำรใด ในด้ำนทรงสร้ำง วัดวำอำรำม ทรงสร้ำงวัดอรุณรำชวรำรำมใหม่หมดทั้งวัด ซึ่งถือเป็นวัดประจ ำ ๑๕
รัชกำลพระบำทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้ำนภำลัย ทรงสร้ำงพระวิหำรประดิษฐำน พระพุทธรูปพระศรีศำกยมุนี ซึ่งรัชกำลที่ ๑ อัญเชิญมำจำกเมืองสุโขทัยภำยในวัด สุทัศนเทพวรำรำม ทรงส่งคณะทูตชุดหนึ่ง เป็นพระสงฆ์ ๘ รูป เดินทำงไป สืบเรื่องพระศำสนำในลังกำ เนื่องจำกลังกำเคยเป็นครูทำงพระพุทธศำสนำ เมื่อ เสียเอกรำชให้อังกฤษ สิ้นกษัตริย์ สิ้นพระสังฆรำช ใช้เวลำ ๘ ปี จึงทรำบว่ำ พุทธศำสนำดีขึ้นตั้งแต่พระอุบำลีของไทยไปช่วยวำงรำกฐำน งำนศิลปวัฒนธรรมในรัชกำลพระบำทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้ำนภำลัยได้รับ ยกย่องว่ำเป็นยุคทองของสมัยรัตนโกสินทร์ เป็นบรมครูแม่แบบ เป็นรำกฐำนและ ที่มำของวรรณกรรม ศิลปกรรมและงำนช่ำงแขนงต่ำงๆ ของไทยในปัจจุบัน พระอัจฉริยภำพและพระปรีชำสำมำรถของพระองค์เป็นที่ยกย่องไปทั่วโลก องค์กำรศึกษำวิทยำศำสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชำชำติ (UNESCO) ได้ ประกำศถวำยพระเกียรติคุณพระบำทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้ำนภำลัย เป็นบุคคล ส ำคัญของโลก พระรำชกรณียกิจอันยิ่งใหญ่ที่ทรงสร้ำงสรรค์และพระรำชทำน เป็นมรดกไว้ให้แก่ชำติบ้ำนเมืองและพสกนิกรชำวไทย ควรที่คนไทยทุกคนจะได้ ถวำยควำมจงรักภักดี ธ ำรงรักษำศิลปวัฒนธรรมของชำติ และน้อมส ำนึกใน พระมหำกรุณำธิคุณ เจริญรอยพระยุคลบำทสืบไป พระบำทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้ำนภำลัย ทรงบ ำเพ็ญพระรำชกรณียกิจ สร้ำงสรรค์ศิลปวัฒนธรรมอันเป็นเกียรติเป็นศรีแก่ชำติไทย รัฐบำลได้เฉลิม พระเกียรติ โดยก ำหนดวันคล้ำยวันพระบรมรำชสมภพ วันที่ ๒๔ กุมภำพันธ์ เป็น “วันศิลปินแห่งชาติ” เมื่อพ.ศ. ๒๕๒๘ และเมื่อ พ.ศ. ๒๕๔๔ ได้มีมติให้พิธีถวำย บังคมพระบรมรำชำนุสำวรีย์พระบำทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้ำนภำลัย เนื่องใน วันคล้ำยวันพระบรมรำชสมภพเป็น “วันรัฐพิธี” ๑๖
สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี องค์ประธานมูลนิธิพระบรมราชานุสรณ์ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์
เนื่องในวำระครบรอบ ๒๐๐ ปี แห่งพระบรมรำชสมภพพระบำทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้ำนภำลัย รัฐบำลและประชำชนได้ร่วมกันจัดงำนฉลองเฉลิม พระเกียรติ เพื่อสนองพระมหำกรุณำธิคุณที่ทรงบ ำเพ็ญพระรำชกรณียกิจให้แก่ ชำติบ้ำนเมืองเป็นอเนกประกำร หลังจำกงำนฉลองพระบรมรำชสมภพ หม่อมหลวงปิ่น มำลำกุล ซึ่งเป็นผู้สืบสำยรำชสกุลในพระบำทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้ำนภำลัย ได้จดทะเบียนก่อตั้งมูลนิธิพระบรมรำชำนุสรณ์ พระบำทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้ำนภำลัย เมื่อวันที่ ๑๖ ตุลำคม ๒๕๑๑ และพระบำทสมเด็จพระบรมชนกำธิเบศร มหำภูมิพลอดุลยเดชมหำรำช บรมนำถบพิตร ได้ทรง พระกรุณำรับมูลนิธิ ฯ ไว้ในพระบรมรำชูปถัมภ์ตั้งแต่แรกก่อตั้ง และเมื ่อพ.ศ. ๒๕๒๐ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ แต่งตั้งสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ให้ด ารงต าแหน ่ง กรรมการที ่โปรดเกล้า ฯ แต ่งตั้ง และทรงพระกรุณารับเลือกตั้งอัญเชิญเป็น องค์ประธานมูลนิธิ ฯ จนถึงปัจจุบัน ได้พระราชทานพระราชด ารัสในที่ประชุม คณะกรรมการมูลนิธิ ฯ เมื่อวันที่ ๙ ธันวาคม ๒๕๒๐ ความว่า “…โดยที่มีความคิดอยู่ว่า พระองค์ท่านเป็นผู้มีความรู้และความสามารถ ในวิทยาการหลายแขนง ตั้งแต่การที่ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ก็ย่อมทรงทราบ วิชาวิทยาการต่างๆ ซึ่งเป็นของพระมหากษัตริย์ มีการปกครอง และการทหาร เป็นต้น และยังได้ทรงมีความรู้ทั้งในด้านศิลปะ ทั้งในด้านการประพัน์์ การดนตรี และในด้านประติมากรรม ทุกอย่างที่กล่าวมาก็ท าได้ถึงขั้นเป็นที่ ยกย่องทั้งภายในและภายนอกประเทศ จึงเป็นบุคคลที่เราจะเรียกได้ว่าเป็น บุคคลที่หาได้ยากผู้หนึ่งโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ส าหรับพระมหากษัตริย์องค์นี้ ความส าคัญอยู่ที่ความสามารถในด้านศิลปะนานาประการ เพราะฉะนั้น นอกจากจะถือว่าทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ปกครองบ้านเมืองมา น าบ้านเมือง มาอย่างสงบสุขแล้ว อย่างในด้านวิทยาการนี้ ยังถือว่าเป็นบรมครูอีกด้วย คือ ท่านเป็นผู้มีความรู้ในด้านศิลปะ ผู้ค้นคิดวิทยาการเก่าๆ ของไทยเรา และรู้สึก ๑๘
ส านึกในบุญคุณของท่านที่สร้างศิลปะมาให้เรารุ่นหลังได้ใช้ นอกจากเป็นการ ใช้ประกอบอาชีพแล้ว ยังเป็นเครื่องเตือนใจอยู่เสมอว่า บ้านเมืองเรานี้ คนรุ่นเก่ามีความสามารถรักษาบ้านเมืองไว้ให้อยู่อย่างสงบสุขพอที่จะมี ศิลปกรรมต่างๆ อันเป็นที่เชิดหน้าชูตามาได้อย่างเป็นระยะเวลาอันยาวนาน ไม่ขาดสาย...” มูลนิธิ ฯ ได้ด าริจัดท าโครงการก ่อสร้างอุทยานพระบรมราชานุสรณ์ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ณ ต าบลซึ่งเป็นสถานที่พระบรมราชสมภพ ในอ าเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม เมื ่อทรงพระกรุณารับเป็น องค์ประธานมูลนิธิ ฯ แล้ว ทรงมีพระราชปณิธานที่จะด าเนินงานโครงการให้ ลุล ่วงไปตามเป้าหมายโดยเร็ว เพื ่อให้อุทยาน ฯ เป็นอนุสรณ์สถาน เฉลิม พระเกียรติพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย เป็นศูนย์กลางการศึกษา ศิลปวัฒนธรรมในรัชสมัยของพระองค์ และเพื่ออ านวยประโยชน์แก่ประชาชน ชาวสมุทรสงครามและชาวไทยทั่วไป ทรงพระกรุณาพระราชทานพระราชด าริ และพระราชวินิจฉัยการก่อสร้าง และทรงหาทุนด าเนินการก่อสร้างอุทยาน ฯ จน แล้วเสร็จ เปิดให้ประชาชนเข้าใช้บริการ และศึกษาหาความรู้ได้เมื ่อวันที ่ ๑ มีนาคม ๒๕๒๘ ในการบริหารงานของมูลนิธิ ฯ ทรงพระกรุณาพระราชทานพระราชด าริ โครงการที่จะเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย อาทิเช่น โครงการสืบทอดศิลปวัฒนธรรมด้านนาฏศิลป์ ดุริยางคศิลป์ และคีตศิลป์ โครงการสืบทอดศิลปวัฒนธรรมด้านทัศนศิลป์ โครงการทุนศิลปวัฒนธรรม โดย จัดให้ทุนแก่เยาวชนในจังหวัดสมุทรสงคราม ศึกษาด้านนาฏศิลป์ ดุริยางคศิลป์ ในวิทยาลัยนาฏศิลป และศึกษาด้านทัศนศิลป์ ในวิทยาลัยช ่างศิลป จัดพิมพ์ หนังสือบทพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย เป็นต้น ด้วยเดชะพระบารมี การด าเนินงานของมูลนิธิพระบรมราชานุสรณ์ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ส าเร็จลุล่วง ด้วยดี ๑๙
กิจกรรมงานเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ประจ าปี ๒๕๖๖ ๑. การแสดงนาฏศิลป์ตามบทพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย และการแสดงศิลปวัฒนธรรม วันเสาร์ที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖ - การบรรเลงดนตรีไทยและขับร้อง โดยยุวศิลปินของมูลนิธิฯ - ร าอาศิรวาท โดยศิลปินกรมศิลปากร - ละครเสภา เรื่องขุนช้าง - ขุนแผน ตอนขึ้นเรือนขุนช้าง - พานางวันทองหนี โดยยุวศิลปินของมูลนิธิฯ - โขน เรื่องรามเกียรติ์ ชุดหุงน ้าทิพย์ โดยศิลปินกรมศิลปากรและสถาบัน บัณฑิตพัฒนศิลป์ วันอาทิตย์ที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖ - การบรรเลงดนตรีไทยและขับร้อง โดยยุวศิลปินของมูลนิธิฯ - ขับเสภาเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย โดย นายเกียรติศักดิ์ ร่มสันเทียะ คีตศิลปินช านาญงาน ส านักการสังคีต กรมศิลปากร - การแสดงหุ ่นกระบอกออกตัว เรื ่องพระอภัยมณี ตอนนางละเวงก ่อศึก โดยศิลปินกรมศิลปากร - การบรรเลงและขับร้อง วงดุริยางค์สากล กรมศิลปากร - โขน เรื่องรามเกียรติ์ ชุดหุงน ้าทิพย์ โดยศิลปินกรมศิลปากรและสถาบัน บัณฑิตพัฒนศิลป์ ๒. สาธิตงานศิลปวัฒนธรรม และงานหัตถศิลป์ - สาธิตงานดอกไม้ใบตอง และการประดิษฐ์ดอกไม้ โดยราชสกุลกล้วยไม้ ๒๐
- สาธิตการร้อยมาลัยดอกไม้และการร้อยมาลัยจากผ้ามัดย้อม การประดิษฐ์ เครื่องแขวน และงานบายศรี โดยวิทยาลัยเทคนิคสมุทรสงคราม - สำธิตงำนศิลปหัตถกรรมท้องถิ่นจังหวัดสมุทรสงครำม อำทิ กำรท ำหัวโขน เบญจรงค์ งำนปั้นของจิ๋ว สำนทำงมะพร้ำว ผลิตภัณฑ์จำกกะลำ - สำธิตกำรสร้ำงและซ่อมเครื่องดนตรีไทย โดยสถำบันเทคโนโลยีจิตรลดำ - สำธิตกำรตอกหนังใหญ่และกำรประดิษฐ์พวงมโหตร โดยโรงเรียนดรุณำนุเครำะห์ ๓. สาธิตและจ าหน่ายอาหารคาวหวาน - สำธิตและจ ำหน่ำยอำหำรคำวหวำนในบทพระรำชนิพนธ์พระบำทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้ำนภำลัย เช่น รังไร จ่ำมงกุฎ ซำหริ่ม ทองหยอด ทองหยิบ - สำธิตและจ ำหน่ำยขนมพื้นบ้ำน และขนมไทยโบรำณจังหวัดสมุทรสงครำม - สำธิตกำรท ำขนมจีบ และปั้นสิบต ำรับสำยเยำวภำ โดยโรงเรียนสำยปัญญำ ในพระบรมรำชินูปถัมภ์ ๔. ซุ้มของสมาชิกกลุ่มราชสกุลในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย - น้ ำพริกเจ้ำคุณพิศำล โดยรำชสกุลวัชรีวงศ์ - ขนมเค้กไข่ไหมทอง และเค้กกล้วยน้ ำว้ำ โดยรำชสกุลนิลรัตน - กระเป๋ำ ผ้ำพันคอ ภำพพิมพ์และงำนพิมพ์ลำยจำกงำนศิลปะสีน้ ำและ สีอะคริลิก โดยรำชสกุลกุสุมำ - ขนมข้ำวตอกตั้ง โดยรำชสกุลพนมวัน ๕. นิทรรศการ - นิทรรศกำรด้ำนกำรเกษตร โดยกรมส่งเสริมกำรเกษตร - นิทรรศกำรเกี่ยวกับงำนอำลักษณ์และเครื่องรำชอิสริยำภรณ์ โดยส ำนัก เลขำธิกำรคณะรัฐมนตรี ๒๑
- นิทรรศการงานผ้า อาทิ - นิทรรศการงานผ้าจังหวัดสมุทรสงคราม อาทิ ผ้ามัดย้อม ผ้ามอญ รามัญ ผ้าไทยทรงด า ผ้าไหมมัดหมี่ เป็นต้น และจัดแสดงผ้าลายอัตลักษณ์ประจ า จังหวัดสมุทรสงคราม - นิทรรศการและการจัดแสดงผ้าทอคูบัว จังหวัดราชบุรี - นิทรรศการผ้าทอจวนตานีหรือผ้าลีมาจูวา สู่ผ้าลีมาบาติก โดยสถาบัน วัฒนธรรมศึกษากัลยาณิวัฒนา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี - นิทรรศการและการจัดแสดงผ้าลายอย่าง สาธิตการปั๊มผ้าลายอย่าง โดยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ - จัดแสดงผ้าลายอย่าง โดยเศรษฐมันตร์กาญจนกุล - จัดแสดงการแต่งกายด้วยผ้าไทย โดยปทิตตา จารุชัยมณี ๖. กิจกรรมอื่นๆ - ซุ้มยาแผนไทย ยาดม ยาหอมสูตรภูลประสิทธิ์ โดยราชสกุลทินกร และ ซุ้มนวดแผนไทย โดยคลินิกการแพทย์แผนไทยหม่อมราชวงศ์สอาด ทินกร - ร้านจ าหน่ายอาหารขึ้นชื่อเมืองสมุทรสงคราม สินค้าพื้นเมืองและสินค้า OTOP ของจังหวัดสมุทรสงคราม - ร้านจิปาถะ ณ อุทยาน ร.๒ - ร้านจ าหน่ายของที่ระลึกมูลนิธิ ร.๒ - ร้านภัทรพัฒน์ โดยมูลนิธิชัยพัฒนา - ร้านดอยค า โดยบริษัท ดอยค าผลิตภัณฑ์อาหาร จ ากัด - - กิจกรรมถ่ายภาพวิถีไทย - ตลาดน ้า - ตลาดบก จ าหน่ายอาหาร ขนม และเครื่องดื่ม ๒๒
คณะกรรมการจัดงานเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ประจ าปี ๒๕๖๖ ที่ปรึกษา ๑. พระครูโสภณคุณำภรณ์ ผู้รักษำกำรแทนเจ้ำอำวำสวัดอัมพวันเจติยำรำม ฯ ๒. นำงประกอบ ลำภเกษร ประธานคณะกรรมการ ท่ำนผู้หญิงวิลำวัณย์ วีรำนุวัตติ์ รองประธานคณะกรรมการ ๑. รัฐมนตรีว่ำกำรกระทรวงกำรท่องเที่ยวและกีฬำ (นำยพิพัฒน์ รัชกิจประกำร) ๒. รัฐมนตรีว่ำกำรกระทรวงวัฒนธรรม (นำยอิทธิพล คุณปลื้ม) ๓. อธิบดีกรมศิลปำกร (นำยพนมบุตร จันทรโชติ) ๔. ผู้ว่ำรำชกำรจังหวัดสมุทรสงครำม (นำยสมนึก พรหมเขียว) ๕. พลอำกำศเอกอนุพันธ์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยำ ฝ่ายพิธีการ นำยบวรเวท รุ่งรุจี ประธำน ฝ่ายสถานที่ ผู้ว่ำรำชกำรจังหวัดสมุทรสงครำม ประธำน (นำยสมนึก พรหมเขียว) ฝ่ายหาทุนและการเงิน กรุงเทพมหำนคร นำงวัลลิยำ ปังศรีวงศ์ ประธำน จังหวัดสมุทรสงครำม ผู้ว่ำรำชกำรจังหวัดสมุทรสงครำม ประธำน (นำยสมนึก พรหมเขียว) ฝ่ายประชาสัมพันธ์ และส่งเสริมการท่องเที่ยว ผู้ว่ำกำรกำรท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ประธำน (นำยยุทธศักดิ์ สุภสร) ๒๓
ฝ่ายจัดการแสดงนาฏศิลป์ อธิบดีกรมศิลปำกร (นำยพนมบุตร จันทรโชติ) ประธำน ฝ่ายจัดกิจกรรม สาธิต และนิทรรศการ ศำสตรำจำรย์กิตติคุณ ดร.ศิริวรรณ ศิลำพัชรนันท์ ประธำน ฝ่ายตั้งเครื่องเสวย และของว่างผู้ตามเสด็จ ผู้ทูลเกล้าฯ และผู้ชมโขน-ละคร นำงดวงตำ ส่งสัมพันธ์ ประธำน ฝ่ายจ าหน่ายของที่ระลึก นำงดวงตำ ส่งสัมพันธ์ ประธำน ฝ่ายจัดนิทรรศการและการประกวดด้านการเกษตร อธิบดีกรมส่งเสริมกำรเกษตร ประธำน (นำยเข้มแข็ง ยุติธรรมด ำรง) ฝ่ายจัดสร้างซุ้มสาธิตและนิทรรศการ นำยอ ำนวยสุข เตชะก ำพุช ประธำน ฝ่ายจัดดอกไม้ที่ประทับและห้องสรง นำงสุชำดำ อรุณวงษ์ ณ อยุธยำ ประธำน ฝ่ายจัดตกแต่งอาคารและสถานที่ นำยกองค์กำรบริหำรส่วนจังหวัดสมุทรสงครำม ประธำน (นำงสำวกำญจน์สุดำ ปำนะสุทธะ) ฝ่ายรักษาพยาบาล นำยแพทย์สำธำรณสุขจังหวัดสมุทรสงครำม ประธำน (นำยสันทิต บุณยะส่ง) ฝ่ายรักษาความปลอดภัย และการจราจร ผู้บังคับกำรต ำรวจภูธรจังหวัดสมุทรสงครำม ประธำน (พล.ต.ต.สุเมธ ปุณสีห์) ฝ่ายเลขานุการ จัดท าสูจิบัตร ของที่ระลึก และประสานงาน ศำสตรำจำรย์กิตติคุณ ดร.ศิริวรรณ ศิลำพัชรนันท์ ประธำน ๒๔
การแสดงนาฏศิลป์ ในงานเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ประจ าปี ๒๕๖๖
ร าอาศิรวาทราชสดุดี “สองพระจักรีศรีสยาม ทั่วเขตคามส านึกพระคุณ” จัดแสดงวันที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖ วันทนีย์ ม่วงบุญ จัดท าค าบรรยาย ร ำอำศิรวำทรำชสดุดี “สองพระจักรีศรีสยาม ทั่วเขตคามส านึกพระคุณ” เป็นกำรแสดงเพื่อเทิดพระเกียรติ ร ำลึกถึงพระมหำกรุณำธิคุณที่ทรงมีต่อปวงชน ชำวไทย ของพระบำทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้ำนภำลัย องค์เอกอัครศิลปิน และสมเด็จพระกนิษฐำธิรำชเจ้ำ กรมสมเด็จพระเทพรัตนรำชสุดำ ฯ สยำมบรมรำชกุมำรี ที่ทรงมีพระเมตตำ เสด็จมำเป็นองค์ประธำนในกำรนี้ด้วย ปวงประชำ จึงร่วมน้อมอัญเชิญคุณพระศรีรัตนตรัยได้โปรดประสิทธิ์ประสำทให้ทั้งสอง พระองค์ ทรงพระเกษมส ำรำญ สัมฤทธิ์ส ำเร็จกิจกำรดังพระประสงค์ ยิ่งยง พระเกียรติยศ ปรำกฏพระบุญญำบำรมี ตลอดจนคุ้มครองไทยธำนีให้พ้นทุกข์ โศก โรคไข้ ภัยพิบัติ ทั่วแหล่งหล้ำสำรพัดมีแต่สุข สดชื่นตรำบชั่วกำลนำน ซึ่งประพันธ์บทโดยนำงสำววันทนีย์ ม่วงบุญ ผู้ช ำนำญกำรด้ำนศิลปะกำรแสดง บรรจุเพลงโดยนำยสมชำย ทับพร ผู้ช ำนำญกำรด้ำนคีตศิลป์ ส ำนักกำรสังคีต กรมศิลปำกร กระทรวงวัฒนธรรม ดังนี้ - ปี่พาทย์ท าเพลงรัว - - ร้องเพลงเทวาประสิทธิ์ - ถวายบังคม บรมองค์ พระทรงศักดิ์ ผู้เอกอัคร- ศิลปิน ปิ่นสยาม พระพุทธเลิศหล้า นภาลัย ประไพพระนาม ปรากฏงาม พระบุญญา บารมี คุณาประโยชน์ มงคล ผลพระคุณ ช่วยน าหนุน ทั่วแหล่งหล้า สง่าศรี ปฐพิน สิ้นทุกข์ สุขชีวี ด้วยเบื้องบาท ธุลี บทมาลย์ ๒๖
ร าอาศิรวาท ณ อุทยานพระบรมราชานุสรณ์พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ที่มา : ส านักการสังคีต กรมศิลปากร - ร้องเพลงพญาสี่เสา - สมเด็จพระ กนิษฐำ ธิรำชเจ้ำ ปกเกศเกล้ำ ชำวประชำ มหำศำล ร่วมทูนเทิด พระเกียรติ องค์ภูบำล ชื่นสรำญ ผองไทย ปลื้มใจกำย เชิญอ ำนำจ ตรัยรัตน์ จรัสฤทธิ์ โปรดประสิทธิ์ สิ่งประสงค์ จ ำนงหมำย เดชชูเชิด เลิศล้ ำ แผ่ก ำจำย ส่งแพรวพรำย สองพระองค์ ทรงพระเจริญ - ปี่พาทย์ท าเพลงรัวดึกด าบรรพ์ - ๒๗
รายนามผู้แสดง ส านักการสังคีต กษมำ ทองอร่ำม อำภัสรำ นกออก พิมพ์รัตน์ นะวะศิริ สสิธร เพิ่มสิน เอกนันท์พันธุรักษ์ มำริ ธีระวรกุล ชฎำรัตน วังกำวี ศศิวิมล วงศ์วิสุทธิ์อ ำไพ พัณณ์ชิตำ พิพัฒน์ชุติพร ปภำวี จึงประวัติ วริศรำ สุรพนำวัลย์เวช ชัชลัยพร องอำจ สุพัตรำ แสงค ำพันธุ์ ภัณฑิญำ วิภำรัตน์ จริยำ แดงรุน กนกกำญจน์ ฤกษ์มำก จริยำ สุขธรรม ภำสินี ปั้นศิริ ศรีสุคนธ์ บัวเอี่ยม ณัฐมน พรหมจ ำปำ รัชนีกร ประเสริฐพรศักดิ์ โศภิษว์ฐำ มัธยมจันทร์ ชนิกำนต์ นำมวิชัย วิทยาลัยนาฏศิลป สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ อัมพิกำ เอี่ยมจรูญ จิตรำนันท์พุ่มพิพัฒน์ สุพัตรำ สุบรรณพันธ์ . ภำพันธ์ ตันประเสริฐ แพรวพักตร์ เสนำวงษ์ นพวดี ไชยรัตน์ วรำพรรณ แสงทิพย์ สุภำพร เปี่ยมนงนุช พรรษณสร โชติสิทธิ์วณิช พรรวษำ ศรีเดือน ณิชชยำภทร์วิเศษเปี่ยมสิน ณัชชำ เหรำปัตร กรวรรณ ส ำรวย ปุณยำพร สมบุญสุโข ณัฐวรรณ ชูคลี่ ๒๘
ยุวศิลปิน ในอุปถัมภ์ของมูลนิธิพระบรมราชานุสรณ์ ฯ แสดง นางประกอบ ลาภเกษร อ านวยการแสดง ผู้ช่วยศาสตราจารย์พิสิษฐ์ บัวงาม เรียบเรียงบท นางสาวทัศนีย์ ขุนทอง ศิลปินแห่งชาติ บรรจุเพลง เนื้อเรื่องย่อก่อนการแสดง หลังจำกที่พลำยแก้วยกทัพไปรบมีชัยชนะกลับมำ ก็ได้รับแต่งตั้งให้เป็น ขุนแผนแสนสะท้ำน คุมไพร่พลห้ำร้อยมีหน้ำที่รักษำเขตแดนทำงเมืองกำญจนบุรี เมื่อเดินทำงมำสุพรรณบุรี ทรำบเรื่องนำงวันทอง ก็มีควำมโกรธจะฆ่ำขุนช้ำง แต่ นำงลำวทองซึ่งมำกับขุนแผนด้วยได้ห้ำมไว้ นำงวันทองกับนำงลำวทองเกิด ทะเลำะกันด้วยควำมหึงหวง เป็นเหตุให้นำงวันทองกล่ำวถ้อยค ำก้ำวร้ำวว่ำ ขุนแผน ขุนแผนโกรธถึงกับจะฆ่ำนำงวันทองพร้อมทั้งแสดงอำกำรไม่ไยดี แล้วพำนำงลำวทองไปอยู่กำญจนบุรี นำงวันทองคิดว่ำขุนแผนสิ้นรักนำงแล้ว จึงยอมเป็นภรรยำขุนช้ำง ต่อมำขุนช้ำงและขุนแผนเข้ำไปรับรำชกำรในวังและได้เป็นมหำดเล็กเวร ทั้งสองคน วันหนึ่งนำงทองประศรีให้คนมำส่งข่ำวว่ำ นำงลำวทองป่วยหนัก ขุนแผนจึงฝำกเวรไว้กับขุนช้ำงแล้วไปดูอำกำรของนำงลำวทอง ตอนเช้ำสมเด็จพระพันวษำถำมถึงขุนแผน ขุนช้ำงบอกว่ำขุนแผนปีนก ำแพงวังหนีไปหำภรรยำ สมเด็จพระพันวษำโกรธจึงสั่งให้น ำตัวนำงลำวทองมำกักไว้ในวัง ส่วนขุนแผนให้ การแสดงละครเสภา เรื่องขุนช้าง - ขุนแผน ตอนขึ้นเรือนขุนช้าง - พานางวันทองหนี พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย จัดแสดงวันที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖ ๒๙
ไปตระเวนด่ำนห้ำมเข้ำวังอีก ท ำให้ขุนแผนแค้นขุนช้ำงมำกคิดช่วงชิงนำงวันทอง กลับคืนมำ จึงออกหำของวิเศษ ๓ อย่ำง คือ ดำบวิเศษ กุมำรทอง และม้ำฝีเท้ำดี ขุนแผนเดินทำงไปถึงซ่องโจรของหมื่นหำญก็สมัครเข้ำเป็นสมุน วันหนึ่งได้ ช่วยชีวิตหมื่นหำญให้รอดพ้นจำกกำรถูกวัวแดงขวิดตำย หมื่นหำญจึงยก นำงบัวคลี่ลูกสำวของตนให้เป็นภรรยำของขุนแผน ต่อมำหมื่นหำญเห็นขุนแผน มีวิชำอำคมเหนือกว่ำตนก็คิดก ำจัด โดยสั่งให้นำงบัวคลี่วำงยำพิษฆ่ำขุนแผน แต่โหงพรำยมำบอกให้ขุนแผนรู้ตัว คืนนั้นพอนำงบัวคลี่นอนหลับ ขุนแผนก็ ผ่ำท้องนำงควักเอำเด็กไปท ำพิธีปลุกเสกเป็นกุมำรทอง ต่อจำกนั้นก็ท ำพิธีตีดำบ ฟ้ำฟื้นและไปซื้อม้ำลักษณะดีได้ตัวหนึ่ง ชื่อ ม้ำสีหมอก แล้วขุนแผนก็ไปที่ บ้ำนของขุนช้ำงสะกดคนให้หลับหมดแล้วขึ้นไปบนบ้ำนแต่เข้ำห้องผิด จึงพบ นำงแก้วกิริยำและได้นำงเป็นภรรยำ จำกนั้นก็ไปยังห้องนอนของนำงวันทองกับ ขุนช้ำง จึงร่ำยมนตร์ใส่นำงวันทองท ำให้นำงวันทองใจอ่อน ตำมขุนแผนขึ้นม้ำ หนีเข้ำป่ำไป ๓๐
การฝึกซ้อมการแสดงละครเสภา เรื่องขุนช้าง – ขุนแผน ตอนขึ้นเรือนขุนช้าง –พานางวันทองหนี ที่มา : มูลนิธิพระบรมราชานุสรณ์ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์
เริ่มการแสดง บทการแสดงละครเสภา เรื่องขุนช้าง - ขุนแผน ตอนขึ้นเรือนขุนช้าง - พานางวันทองหนี - ปี่พาทย์ท าเพลงวา - (ผู้แสดงทุกคนออกถวายบังคมพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย แล้วเข้าโรง) - ปี่พาทย์ท าเพลงรัวประลองเสภา - (ขุนช้าง นางวันทอง ออกขึ้นนอนบนเตียง) (ขุนแผนขี่ม้าสีหมอก โดยมีนางพรายตามออกระวังหลัง) - ปี่พาทย์ท าเพลงฉิ่ง - (ขุนแผนขึ้นเรือนขุนช้าง ชมต้นไม้ ๑๕ ชนิด) (ท้ายเพลงฉิ่ง ขุนแผนเดินมาถึงหน้าห้องนอน มองม่านที่นางวันทองท าไว้ก็จ าได้ แล้วรู้สึกโกรธ) - ร้องเพลงสี่บท - ครำนั้น ขุนแผน แสนสนิท เรืองฤทธิ์ พริ้งเพริศ ระเหิดระหง ชักฟ้ำฟื้น ฟันม่ำน สะบั้นลง ก็โจนตรง แท่นที่นอน เข้ำห้องใน - ร้องเพลงนาคราช - เห็นขุนช้ำง กอดนำง อยู่ก ำย ำ ทะมึนด ำ ดำลเดือด ดังไฟไหม้ เข้ำโถมถีบ ขุนช้ำงตก กระเด็นไป ร่ำยมนตร์ให้ เจ้ำวันทอง ฟื้นกำยำ - ปี่พาทย์ท าเพลงรัว - (ขุนแผนร าในเพลงรัวตามกระบวนท่าแล้วเป่ามนตร์ใส่นางวันทอง) ๓๒
- ขับเสภา - ครำนั้น จึงโฉม เจ้ำวันทอง หลับต้อง มนตร์มึน ยังมืดหน้ำ ผวำกอด ขุนแผน ไม่ลืมตำ ด้วยควำมฝัน พรั่นอุรำ ให้นึกกลัว พี่มิใช่ ผู้ร้ำย ชำยโจร อย่ำเพ่อโผน แผดร้อง เลยทูลหัว ลืมตำ ดูพี่หน่อย เถิดอย่ำกลัว นี้ผัว เจ้ำเอง อย่ำแปลกใจ (วันทองจ าเสียงขุนแผนได้ ตกใจลืมตาเห็นขุนแผน จึงผลักขุนแผนออกแล้วเดินหนี) วันทอง (เจรจา) เอ๊ะ จะมำท ำไม ใครเขำใช้ให้มำ - ขับเสภา - หรือต้องกำร เงินทอง สักสองสัด น้องไม่ขัด ดอกจะสู้ ทูนหัวให้ หรือเสีย เจ้ำลำวทอง จึงหมองใจ จะหำให้ กอดเล่น อย่ำเป็นทุกข์ ชอบใจ จะเอำไทย หรือเอำลำว ที่สำวสำว จะเอำมวย หรือไรจุก น้องไหว้ กรำบกรำน อย่ำรำนรุก อย่ำมำคลุก เคล้ำน้อง เอำแต่ใจ ปำกกล้ำ ว่ำกล่ำว เทียบกระทบ มิสลบ ลงกับที่ ก็มิใช่ พี่มำรับ กลับไป หรือไม่ไป ไม่กลัวแล้ว หรือไร มำยื้อยุด แม้นไม่ไป ไม่ฟังกัน ในวันนี้ เห็นที ชีวัน จะม้วยมุด เงื้อดำบ จะใคร่ฟำด รำญรุก วันทองหวีด ขุนแผนฉุด นำงโศกำ - ปี่พาทย์ท าเพลงโอด - (นางวันทองร าในเพลงโอด) - ร้องเพลงเชื้อ - ว่ำพลำง ทำงเป่ำ ระรวยลง เป่ำตรง วันทอง เสน่หำ นำงลืมกำย ฉวยห่อผ้ำ เดินตำมมำ อำลัยดู พฤกษำ มำลี - ร้องเพลงแขกลพบุรี - ล ำดวนเอ๋ย จะด่วน ไปก่อนแล้ว เกดแก้ว พิกุล ยี่สุ่นสี จะโรยร้ำง ห่ำงสิ้น กลิ่นมำลี ดอกจ ำปี จะเหี่ยวแห้ง สลบไป ต้นน้อยน้อย ลูกย้อย ระย้ำดี ตั้งแต่นี้ ต้องไปชม ต้นไม้ใหญ่ จะทิ้งเรือน แรมร้ำง อยู่กลำงไพร รันทดใจ น้ ำตำตก พรั่งพรำยลง ๓๓
- ปี่พาทย์ท าเพลงโอด - (นางวันทองร าในเพลงโอด) - ร้องเพลงนเรศชนช้าง - ขุนแผน ปลอบน้อง อย่ำร้องไห้ ไปหน่อย หนึ่งแล้ว จะมำส่ง ไปเป็นเพื่อน พี่บ้ำง ในกลำงดง ไปชมหงส์ เหมเล่น ให้เย็นใจ - ร้องร่าย - ใครเล่ำ เขำวอน ให้มำรับ พำไป หรือจะกลับ มำคืนให้ จะต้องอำย หลำยช้ ำ ระก ำใจ ไม่ไปแล้ว ไม่ไป อย่ำวอนเลย - ขับเสภา - พี่หยอกเล่น นิดหน่อย ก็ไม่ได้ ใจน้อย นี้กระไร วันทองเอ๋ย พี่รักใคร่ จะพำไป ชมเชย อย่ำนึกเลย ที่จะคืน ให้ใครชม - ร้องเพลงเชิดจีน - ว่ำพลำง ทำงจูง สีหมอกม้ำ เบำะอำน พำนหน้ำ ดูงำมสม ดังจะปลิว ลิ่วลอย มำตำมลม อย่ำปรำรมภ์ เลยนะเจ้ำ มำขี่ม้ำ ปลอบพลำง ทำงกอด กระซิบบอก ม้ำสีหมอก ตัวนี้ มีสง่ำ เนื้ออ่อน งอนง้อ ขอษมำ อย่ำให้ สีหมอกม้ำ กระเดืองใจ วันทอง สองมือ ประนมมั่น พรั่นพรั่น กลัวม้ำ ไม่เข้ำใกล้ พี่สีหมอก ของน้อง อย่ำจองภัย จะขอขี่ พี่ไป ทั้งผัวเมีย ขุนแผน พำนำง มำใกล้ม้ำ ลูบหลัง อำชำ ให้เชื่องเสีย หยิบมือ ลูบม้ำ ว่ำปลอบเมีย ม้ำเลีย นำงหวีด ประหวั่นกลัว - ร้องเพลงแขกบรเทศ ๓ ชั้น - นี้อะไร ตกใจไป เปล่ำเปล่ำ นิจจำเจ้ำ ช่ำงไม่เชื่อ น้ ำใจผัว โดดขึ้น หลังม้ำ เถิดอย่ำกลัว ประคองตัว วันทอง ย่องเหยียบโกรน - ร้องเพลงแขกบรเทศ ๒ ชั้น - นำงหวั่นหวั่น ครั่นคร้ำม ไม่เข้ำใกล้ ขุนแผนกด สีหมอกไว้ มิให้โผน ม้ำดี ฝีเท้ำ ก็ก้ำวโจน นำงกลัว ตัวโอน เข้ำแนบชิด ๓๔
- ร้องเพลงแขกบรเทศชั้นเดียว - สองมือ กอดผัว จนตัวแน่น ขุนแผนพริ้ม ยิ้มหยอก ศอกสะกิด เบือนหน้ำ เจ้ำเข้ำมำ ให้ใกล้ชิด จูบนิด หนึ่งแล้ว จะรีบไป - ปี่พาทย์ท าเพลงเชิด - (ขุนแผนพานางวันทองขึ้นม้า โดยมีผีพรายระวังหลัง) จบการแสดง ยุวศิลปินโครงการสืบทอดศิลปวัฒนธรรม ด้านนาฏศิลป์ ดุริยางคศิลป์ และคีตศิลป์ ที่มา : มูลนิธิพระบรมราชานุสรณ์ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ๓๕
ขุนแผน นำยปิยวัฒน์ศรีนวลนัด ขุนช้าง นำยอิศรำ เสือพิทักษ์ นางวันทอง นำงสำวสุวพัชร อุดมธรรม ม้าสีหมอก นำงสำวชนนิกำนต์ สังข์สัมฤทธิ์ ผีพราย นำยธัญธร ทรัพย์สมบูรณ์ ล าดวน นำงสำววิชญำพร สุขเกษม นำงสำวสุรินทรำ ละม้ำยศรี นำงสำวศุภนิดำ หลงสวำสดิ์ เด็กหญิงกนกพิชญ์ วงษำวิเศษ เด็กหญิงอินธีวรำ แสนสุดสวำท เด็กหญิงปภัสสร สกุลโต เกศ นำงสำวภูษนิศำ ภัณฑำรักษ์สกุล แก้ว นำงสำวอธิชำ สุขไทย พิกุล นำงสำวนันท์นภัส วิชัย นำงสำวปำณิศำ ศรีเทพ ยี่สุ่น นำงสำววรรณกร ชื่นสกุล นำงสำวนลินนิภำ ชุมภูวร จ าปี นำงสำวณัฐวรำ แนงแหยม นำงสำวรุ่งทิวำ สีอ่อนรอด เด็กหญิงธนพร โตเงิน เด็กหญิงนภัสสร มีแจ้ง รายนามผู้แสดง ๓๖
จ าปี เด็กหญิงพรพระพุทธ หอสว่ำงวงศ์ นำงสำวนภัสวรรณ สือสกุล ต้นน้อยๆ นำงสำวนวรัตน์ รักศำสน์ นำงสำววิรสุดำ พิบูลแถว นำงสำวปุญชรัสมิ์ปลื้มบ ำเรอ เด็กหญิงพริสร สุทธิพันธ์ นำงสำวธัญญรัตน์ พำนแก้ว เด็กหญิงชนำนันท์ สังเรืองเดช ตลกยกเตียง เด็กชำยธรำธร หงส์ทอง นำยณัฏฐนันท์ น้อยอ ำไพ นำยธนวัฒน์น้อยอ ำไพ นำงสำวอภิญญำ ศรีสง่ำกุล นำงสำวอินทีวร จันทรวิจิตร นำยเสฏฐวุฒิ แซ่คู นำยธนำชัย ศรีสมุทรชัยกุล นำยเอกชัย พำชี นำยวิชยำนนท์ สุขเกษม ผู้ฝึกสอน นำงสำวอัจฉรำ สุภำไชยกิจ นำงสำวปภำวรินท์แสงเจริญ นำยศิริชัย นำคพุฒ ผู้ช่วยผู้ฝึกสอน ผู้ช่วยศำสตรำจำรย์พิสิษฐ์ บัวงำม นำงสำวนำรีรัตน์ สุวรรณวัฒน์ นำงสำวธนกฤตำ น่วมศิริ นำงสำวคุณัชย์มณี ประกิจสังข์ นำงสำวเขมณัฏฐ์ หิรัญวงศ์ ๓๗
ผู้ช่วยผู้ฝึกสอน นำงสำวณัฐธิดำ ศิริประเสริฐ นำงสำวศุภชุดำ ทิมพิทักษ์ ผู้ก ากับการแสดง นำงสำวสมพิศ ธรรมศิริ นำยไพฑูรย์ เข้มแข็ง (ศิลปินแห่งชำติ) ผู้อ านวยการฝึกซ้อมการแสดง นำงรติวรรณ กัลยำณมิตร นำงพิมณภัทร ถมังรักษ์สัตว์ ดนตรีประกอบการแสดง วงปี่พำทย์ส ำนักกำรสังคีต กรมศิลปำกร ควบคุมการบรรเลงและขับร้อง นำงสำวทัศนีย์ ขุนทอง (ศิลปินแห่งชำติ) ระนาดเอก นำยวัชรำกร บุญเพ็ง หน้าทับ นำยอนิพนธ์สุขกุล นักร้อง นำยกิติพงษ์ฤชำมณี นำยภัทรเมธำ พัวสุวรรณ นำงสำวอรอนงค์ จตุรภัทรพร นำงสำวคงคำ ถำวรเวช ผู้ฝึกซ้อมและควบคุมการฝึกซ้อมการบรรเลงและขับร้อง นำงสำวทัศนีย์ ขุนทอง (ศิลปินแห่งชำติ) นำงสำวศิริวรรณ รัตนทัศนีย ผู้อ านวยการแสดง นำงประกอบ ลำภเกษร ประสานงาน นำงสำวนันทวัน สำวนำยน นำงผกำกำญจน์ ศิลำพันธุ์ ผู้ปฏิบัติงาน ช่วยแต่งตัว แต่งหน้า และจัดฉาก นำยสรำชัย ทรัพย์แสนดี นำยวรำวุธ ศิลำพันธุ์ นำยภัทรพล จิตตรำนนท์ นำงชญำณัญช์สังขลำโพธิ์ นำงสำวฐิติรัตน์ ไพศำลสิริวัฒน์ นำงสำวณัฐนิชำ ไพศำลสิริวัฒน์ นำงสำวปณีตตำ อินทรซันไล นำงสำวสุกัญญำ เพชรรักษ์ ๓๘
การแสดงโขน เรื่องรามเกียรติ์ ชุดหุงน ้าทิพย์ จัดแสดงวันที่ ๒๕ และวันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖ จรัญ พูลลาภ จัดท าค าบรรยาย เนื้อเรื่องย่อ เมื่อทศกัณฐ์เกิดควำมทุกข์ใจ ด้วยไม่รู้ว่ำจะหำอสุรพงศ์ตนใดออกท ำสงครำม กับฝ่ำยพระรำม นำงมณโฑจึงกรำบทูลทศกัณฐ์พระสวำมีว่ำ ครั้งที่อยู่เป็นข้ำ พระอุมำเคยได้ประทำนมนต์บทหนึ่งชื่อ “สัญชีพ” เมื่อได้บ ำเพ็ญพิธีจะบังเกิด น้ ำทิพย์ เพื่อใช้พรมชุบชีวิตยักษ์ที่ตำยไปให้ฟื้นขึ้นมำช่วยรบได้ ทศกัณฐ์ก็ ดีพระทัย สั่งให้ไพร่พลรีบไปจัดสร้ำงโรงพิธีที่หน้ำพระลำนกรุงลงกำ และจะยก กองทัพออกไปรบขัดตำทัพเพื่อรอให้พิธีหุงน้ ำทิพย์ส ำเร็จ กล่ำวถึงทศคิรีวัน ทศคิรีธร สองโอรสฝำแฝดของทศกัณฐ์ที่เกิดกับนำงคชสำร แต่ท้ำวอัศกรรณเจ้ำเมืองดุรัม สหำยทศกัณฐ์ขอไปเลี้ยงเป็นบุตรบุญธรรม เกิดควำมคิดถึงพระรำชบิดำจึงพำกันมำเยี่ยม ทศกัณฐ์จึงชวนให้ร่วมออกรบ เป็นทัพหน้ำ เมื่อเข้ำรบก็ถูกหนุมำนและองคตเข่นฆ่ำทั้งสองตน ทศกัณฐ์กริ้วโกรธ เข้ำรบชะลอไว้ เพื่อรอน้ ำทิพย์จำกนำงมณโฑส่งมำให้ ครั้นได้น้ ำทิพย์ก็น ำไป ประพรมบรรดำยักษ์ที่ตำยไปแล้วฟื้นขึ้นมำเป็นปีศำจ เข้ำต่อสู้กับฝ่ำยพระรำม พระรำมสงสัยตรัสถำมพิเภก พิเภกกรำบทูลให้ทรำบถึงสำเหตุและวิธีแก้ไข ว่ำถ้ำ ท ำให้นำงมณโฑมีสำมสำมี มนต์พิธีก็จะเสื่อมเสียไป พระรำมจึงบัญชำให้หนุมำน ชมพูพำน นิลนนท์ น ำไพร่พลไปท ำลำยพิธีนำงมณโฑที่กรุงลงกำ แล้วพระองค์ก็ แผลงศรเป็นข่ำยเพชรกั้นเหล่ำมำรปีศำจมิให้ออกมำรบ ๓๙
สำมขุนวำนรเมื่อน ำพลมำถึงหน้ำเมืองลงกำ หนุมำนวำงอุบำยกลำยร่ำงเป็น ทศกัณฐ์ ให้นิลนนท์แปลงเป็นช้ำงทรง และชมพูพำนแปลงเป็นควำญท้ำยช้ำง ส่วนพลวำนรให้แปลงเป็นพลยักษ์ แสร้งท ำเริงร่ำ ลวงว่ำมีชัยชนะฝ่ำยพระรำม กลับมำ จำกนั้นหนุมำนแปลงก็มุ่งไปหำนำงมณโฑยังโรงพิธี แกล้งกล่ำวว่ำ สงครำมจบสิ้นแล้ว พระรำมและพวกสวำถูกฆ่ำตำยหมดไม่จ ำเป็นต้องท ำพิธี ต่อไป แล้วหนุม ำนแปลงก็พำน ำงมณโฑกลับเข้ำสู่ป รำสำทที่ป ระทับ ฝ่ำยชมพูพำน นิลนนท์ ก็น ำพลกระบี่มำท ำลำยโรงพิธีจนรำบคำบ ทศกัณฐ์และนางมณโฑ ที่มา : ส านักการสังคีต กรมศิลปากร ๔๐
บทการแสดงโขน เรื่องรามเกียรติ์ ชุดหุงน ้าทิพย์ จรัญ พูลลาภ จัดท าบท สมชาย ทับพร บรรจุเพลง ประสาท ทองอร่าม ตรวจ / แก้ไข - ปี่พาทย์ท าเพลงวา - กราวใน - (การแสดงยกทัพยักษ์ เริ่มจากยักษ์ธง เขนยักษ์ เสนายักษ์ ออกกราวตามกระบวนท่าพอสมควร) (ทศคิรีวัน ทศคิรีธร ออกตรวจพลตามกระบวนท่า แล้วขึ้นทรงม้า (ม้าแผง) (เปาวนาสูร เต้นน าทศกัณฐ์ทรงช้าง ออกมากลางทัพ) - พากย์ - งำมองค์ทศกัณฐ์อสุรี ทรงคชสำรศรี ท่ำมกลำงมวลหมู่จัตุรงค์ งำมสองโอรสยศยง ขับอำชำทรง เร่งเคลื่อนพลไกรไคลคลำ - ปี่พาทย์ท าเพลงเชิด - (ทศกัณฐ์ สั่งสองโอรสเคลื่อนทัพ ทัพยักษ์เต้นเข้าเวที) - ปี่พาทย์ท าเพลงรัว - (สิบแปดมงกุฎ พระยาวานร พิเภก คลานออกเฝ้าตามต าแหน่ง พระราม พระลักษมณ์ ออก) (เสียงโห่ดังมาก่อนที่ พระราม พระลักษมณ์ จะขึ้นนั่งเตียง) เริ่มการแสดง ๔๑
- ร้องเพลงสี่บท - ทรงสดับ ตรับเสียง ส ำเนียงมำร โห่ร้อง ก้องสะท้ำน ไปทั้งป่ำ จึงมี สิงหนำท บัญชำ ถำมพระยำ พิเภก ผู้ใจภักดิ์ - ร้องร่าย - อันเสียง สนั่น ครั่นครึก จะเป็นศึก ต่ำงเมือง มำหำญหัก หรือทัพ เจ้ำลงกำ พญำยักษ์ จงจับควำม ให้ประจักษ์ เถิดโหรำ - เจรจา - พิเภก - ข้ำแต่พระรำมำทรงพระกรุณำโปรดเกล้ำ อันจอมทัพยกมำวันนี้ เล่ำคือท้ำวทศกัณฐ์ กับสองโอรสชื่อทศคิรีวันและทศคิรีธร เรืองฤทธิรอนด้วยศรอำวุธบุตรนำงคชำ ยกมำเป็นทัพหน้ำร่วมรำวี ขอสมเด็จพระจักรีได้ทรงทรำบเถิดพระเจ้ำข้ำ พระราม - สมเด็จพระจักรำฟังโหรำแสนเปรมปรีดิ์ จึงตรัสสั่งบุตรพระสุรีย์ รีบเตรียมพล เรำกับพระลักษมณ์จะออกไปประจญรณรบมำร เร่งจัดสรรให้ทันกำรในบัดนี้ ตรัสพลำงทำงชวนพระศรีอนุชำ เสด็จยุรยำตรำมำเปลี่ยนเครื่องทรง ได้พิชัยฤกษ์ก็ยกไปรณรงค์ กับอสุรำ - ปี่พาทย์ท าเพลงบาทสกุณี - (พิเภก พระยาวานร สิบแปดมงกุฎ เข้าเวที) (พระราม พระลักษมณ์ ร าเพลงตามกระบวนท่า แล้วเข้าเวที) - ปี่พาทย์ท าเพลงเชิด - (ทศกัณฐ์ทรงช้าง ทศคิรีวัน ทศคิรีธร ทรงม้า ยกกองทัพออกปะทะกองทัพพระราม) - เจรจา - พระราม - สมเด็จพระรำมรำชำยกโยธำหำญ มำปะทะทัพมำรตรัสสั่งให้ ยั้งหยุด ดูท่ำทีอสุรีจะยงยุทธ์ กันฉันใด ตำมเยี่ยงโบรำณกำรชิงชัย ศึกกษัตรำ ๔๒
สองอสูร - สองโอรสเจ้ำลงกำทรงอำชำศึก ทอดทัศนำเห็นสวำคักคึกนึกหมั่นไส้ กระทืบโกลนมโนมัย สั่งโยธีเร่งโจมตีฆ่ำกระบี่ให้วำยปรำณ - ปี่พาทย์ท าเพลงเชิด - (ทศคิรีวัน ทศคิรีธร และพระยาวานรทัพหน้า ต่างสั่งไพร่พลเข้ารบ) (เสนายักษ์ส่วนหนึ่ง เข้ารบกับสิบแปดมงกุฎบางส่วน ตามกระบวนท่า) - ปี่พาทย์ท าเพลงโอด - (เสนายักษ์ ถูกสิบแปดมงกุฎฆ่าตาย เข้าเวที) (ทศคิรีวัน ทศคิรีธร เข้ารบ หนุมาน องคต ตามกระบวนท่าพอสมควร) - ร้องเพลงสาลิกาแก้ว (รวบ) - เมื่อนั้น สองโอรส เจ้ำลงกำ กล้ำหำญ กวัดแกว่ง พระแสงศร รอนรำญ ประจัญบำน โรมรุก คลุกคลี บัดนั้น องคต หนุมำน ชำญชัยศรี ป้องปัด ศัสตรำ รำวี ได้ที แทงต้อง สองยักษ์ตำย - ปี่พาทย์ท าเพลงรัว - โอด - (หนุมาน องคต ฆ่าทศคิรีวัน ทศคิรีธรตาย หายเข้าเวที) (มโหทร ถือหม้อน้ าทิพย์ ออกมาเฝ้าทศกัณฐ์) - เจรจา - มโหทร - มโหทรอ ำมำตย์ใหญ่น้อมถวำยหม้อทิพย์วำริน ทศกัณฐ์ - รำพณ์ร้ำยสมใจจินต์สิ้นโศกสร่ำง ได้น้ ำทิพย์รีบไสช้ำงมำกลำง สนำมรบ เที่ยวประพรม ทิพย์วำรีไปที่ศพมำรทั้งหลำย เหล่ำอสุรี ที่ล่วงลับกลับฟื้นกำยมำรณรงค์ - ปี่พาทย์ท าเพลงรัว - ปี่กลอง - (ทศกัณฐ์ ไสช้างเดินประพรมน้ าทิพย์ เหล่ามารปีศาจได้แก่ สหัสเดชะ มูลพลัม สัทธาสูร วิรุญจ าบัง กุมภกรรณ อินทรชิต มังกรกัณฐ์แสงอาทิตย์ สัตลุง ตรีเมฆ ทศคิรีวัน ทศคิรีธร ออก ทศกัณฐ์สั่งปีศาจมารเข้ารบ ลิงพระยาเข้ารบกับปีศาจมารเป็นกลุ่มๆ พระรามป้องหน้า พวกยักษ์ปีศาจรบแล้วแยกออกมาตั้งท่าดูเชิงกันที่หน้าทัพ) ๔๓
ทศกัณฐ์ และทศคิรีวัน ทศคิรีธร ที่มา : ส านักการสังคีต กรมศิลปากร
- เจรจา - พระราม - สมเด็จพระหริวงศ์ทรงสงสัย จึงด ำรัสตรัสถำมไถ่โหรำจำรย์ ว่ำเหตุใดวงศ์วำนมำรอธรรม เคยรบสู้สู่มรกรรมเรำจ ำได้ กลับฟื้น ชีวำมำชิงชัยไม่จบสิ้น หรือทศกัณฐ์อสุรินทร์ท ำกลใด จงท ำนำย ให้หำยสงสัยในสำเหตุ พิเภก - ขอเดชะพระบำรเมศปกเกศเกล้ำ ทั้งนี้เป็นเพรำะเจ้ำมณโฑกัญญำ ตั้งพิธีหุงทิพย์ธำรำที่พระอุมำประสำทสรรค์ เมื่อเสร็จสรรพ ส่งให้กลับทศกัณฐ์สวำมี ใช้ประพรมชุบชีวีปีศำจมำร แต่พิธี นับโบรำณมีต ำรับก ำชับห้ำม ว่ำหญิงใดใจทรำมมีสำมผัว จะเสื่อม เดชเวทมนตร์ตัวก็มัวหมอง ขอพระองค์ทรงใช้ผองทหำรกล้ำ ไปล้ำงพิธีตีสนิทเสน่หำให้ส ำเร็จ แล้วทรงแผลงศรชัยเป็นข่ำยเพชร เจ็ดชั้นกั้นมำรปีศำจ อย่ำให้ออกอำละวำดไล่รอนรำญ พระราม - ดูกร หนุมำน ชมพูพำนและนิลนนท์ ท่ำนทั้งสำมเร่งคุมพลไปลงกำ ท ำลำยพิธีนำงมณโฑตำมโหรำนั้นท ำนำย จงหำทำงวำงอุบำยด้วย ปัญญำ - ร้องเพลงเชิดฉิ่ง - แล้วทรงแผลง พลำยวำต กำจฉกรรจ์ เป็นข่ำยเพชร เจ็ดชั้น แน่นหนำ ล้อมปีศำจ ญำติวงศ์ เจ้ำลงกำ มิให้ ออกมำ โรมรัน - ปี่พาทย์ท าเพลงรัว - (พระรามแผลงศร ออกไป) - ปี่พาทย์ท าเพลงเชิด - (ใช้ตลกน าข่ายเพชรมากั้น หรือ ท าเทคนิคฉายไฟเป็นข่ายเพชรกั้นปีศาจอสูร และกองทัพทศกัณฐ์ เข้าเวที) (หนุมาน ชมพูพาน นิลนนท์ ลาพระรามแล้วยกพลส่วนหนึ่ง เข้าเวที) (พระรามสั่งเคลื่อนกองทัพ กองทัพพระรามเข้าเวทีอีกด้านหนึ่ง) (ฝ่ายจัดเก็บอุปกรณ์ ออกตั้งโรงพิธีสีขาว) (นางก านัล ออกหมอบเฝ้าตามต าแหน่ง เสนายักษ์ส่วนหนึ่ง ออกนั่งรายล้อมรอบนอกโรงพิธี) ๔๕
(นางมณโฑ ออกประทับในโรงพิธี) (หนุมาน ชมพูพาน นิลนนท์ น าไพร่พลลิงเต้นออกมา อีกด้านหนึ่งห่างจากโรงพิธี) - ร้องเพลงตลุ่มโปงชั้นเดียว - มำถึงหน้ำ ลงกำ รำชฐำน หนุมำน ฤทธิแรง แข็งขัน วำงอุบำย กลำยเป็น ทศกัณฐ์ ล้ำงพิธี อำถรรพ์ เจ้ำกัญญำ ชมพูพำน นิลนนท์ พลนิกำย ร่ำยมนตร์ เป็นช้ำงต้น พลยักษำ ว่ำแล้ว ต่ำงส ำแดง แปลงกำยำ แสร้งยกทัพ กลับลงกำ เวียงชัย - ปี่พาทย์ท าเพลงรัว - เชิด - (สามพระยาวานรและไพร่พล ร าแปลงกายตามกระบวนท่า แล้วเข้าเวที) (ทศกัณฐ์แปลง ทรงช้างมีควาญท้าย คุมพลยักษ์ออก แล้วสั่งเคลื่อนทัพ) (กองทัพทศกัณฐ์แปลง เคลื่อนเข้ามาหยุดใกล้โรงพิธี) (ทศกัณฐ์แปลงลงจากช้าง กองทัพยักษ์แปลง เข้าเวที) (ทศกัณฐ์แปลง เดินมาหน้าโรงพิธี สั่งให้นางก านัลและเสนายักษ์ ออกไป) (นางก านัลและเสนายักษ์ ถวายบังคม แล้วเข้าเวที) - ร้องเพลงลีลากระทุ่ม - ขึ้นนั่งเตียง เคียงมณโฑ โสภำ แกล้งกล่ำวรส พจนำ ปรำศรัย อันน้ ำทิพย์ โฉมยง ที่ส่งไป พี่รดมำร ฟื้นมำไล่ ผลำญไพรี - เจรจา - ทศกัณฐ์แปลง - อันคุณเจ้ำมีแก่พี่นี้มำกนัก หำไม่ลงกำอำณำจักรจะเป็นข้ำแก่ มนุษย์ สมเป็นมิ่งมเหสี ปิ่นมกุฎประยุรยักษ์ บัดนี้สงครำม รำมลักษมณ์นั้นสิ้นแล้ว เชิญเจ้ำพุ่มพวงดวงแก้วคืนเข้ำสู่รำชฐำน ให้พี่พลอดนอนกอดเจ้ำเยำวมำลย์ยังปรำงค์ใน ว่ำแล้วประคอง เคล้ำเจ้ำอรทัยออกจำกพิธีกรรม์ พำไปสู่ปรำสำทสุวรรณอันรูจี - ปี่พาทย์ท าเพลงเข้าม่าน - ๔๖
(ทศกัณฐ์ร าเพลงเข้าม่านพานางมณโฑเข้าเวที) - ปี่พาทย์ท าเพลงเชิด - ท้ายรัวปลูกต้นไม้ - (ชมพูพาน นิลนนท์ คุมไพร่พลลิงและพวกจัดเก็บอุปกรณ์ใส่ศีรษะเขนลิงออก) (ชมพูพาน สั่งให้ไพร่พลรื้อโรงพิธี พวกพลลิงและจัดเก็บ ฯ เข้ายกโรงพิธีและอุปกรณ์ทั้งหมดเข้าเวที) จบการแสดง ทศกัณฐ์ และทศคิรีวัน ทศคิรีธร ที่มา : ส านักการสังคีต กรมศิลปากร ๔๗
รายนามผู้แสดง ฝ่ายลงกา ทศกัณฐ์ วัชรวัน ธนะพัฒน์ นางมณโฑ หนึ่งนุช เคหำ ทศคิรีวัน บัญชำ สุริเจย์ ทศคิรีธร พงษ์รัตน์ เล้ำประเสริฐ มโหธร ผู้แสดงของวิทยำลัยนำฏศิลป เปาวนาสูร ผู้แสดงของวิทยำลัยนำฏศิลป เสนายักษ์ ผู้แสดงของวิทยำลัยนำฏศิลป ๑๘ คน นางก านัล ผู้แสดงของวิทยำลัยนำฏศิลป ๑๘ คน ยักษ์เชิญธง ผู้แสดงของวิทยำลัยนำฏศิลป เขนยักษ์ ผู้แสดงของวิทยำลัยนำฏศิลป ๒๐ คน ช้างทรง ผู้แสดงของวิทยำลัยนำฏศิลป ควาญช้าง อนุชำ เลี้ยงสอน กางกลดยักษ์ ผู้แสดงของวิทยำลัยนำฏศิลป ๒ คน ฝ่ายปีศาจยักษ์ สหัสเดชะ เอกสิทธิ์ เนตรำนนท์ มูลพลัม พหุรงค์ อัครวงษ์ มังกรกัณฐ์ สุทธิ สุทธิรักษ์ แสงอาทิตย์ อนุชำ สุมำมำลย์ วิรุญจ าบัง อรรถพล อ่อนสุวรรณ ๔๘