The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

สูจิบัตรงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ประจำปี 2566 เมื่อวันที่ 25 - 26 กุมภาพันธ์ 2566 ณ อุทยานพระบรมราชานุสรณ์พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by อุทยาน ร.2 อัมพวา, 2023-04-02 01:50:47

สูจิบัตรงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ประจำปี 2566

สูจิบัตรงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ประจำปี 2566 เมื่อวันที่ 25 - 26 กุมภาพันธ์ 2566 ณ อุทยานพระบรมราชานุสรณ์พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม

สัทธาสูร สิบทิศ คำระวะ กุมภกรรณ ศรุต นนทประดิษฐ์ อินทรชิต ศุภชัย ศุภรกุล สัตลุง ธีรยุทธ จุลละปิยะ ตรีเมฆ เศรษฐพงศ์ ปั้นศิริ ทศคิรีวัน บัญชำ สุริเจย์ ทศคิรีธร พงษ์รัตน์ เล้ำประเสริฐ ฝ่ายพลับพลา พระราม พิพัฒน์ รจนำกร พระลักษมณ์ อัษฎำวุฒิ จูไหล พิเภก เสกสม พำนทอง ชามภูวราช ศรำวุธ อำรมณ์ชื่น สุครีพ จุลทรัพย์ ดวงพัตรำ หนุมาน กิตติ จำตุประยูร ชมพูพาน พรเลิศ พิพัฒน์รุ่งเรือง องคต ศิลปิน ทองอร่ำม นิลนนท์ สุวรรณ กลิ่นอ ำพร ไชยามพวาน ผู้แสดงของวิทยำลัยนำฏศิลป สิบแปดมงกุฎ ผู้แสดงของวิทยำลัยนำฏศิลป ๑๘ คน เขนลิง ผู้แสดงของวิทยำลัยนำฏศิลป ๒๐ คน กางกลดพระ ผู้แสดงของวิทยำลัยนำฏศิลป ม้าลากรถ ผู้แสดงของวิทยำลัยนำฏศิลป ๒ คน ๔๙


พากย์ – เจรจา ทรงพล ตำดเงิน หัสดินทร์ปำนประสิทธิ์ ศิริพงษ์ทวีทรัพย์ สุรเดช เดชอุดม จรัญ พูลลำภ เกษม ทองอร่ำม ธีรภัทร์ ทองนิ่ม สุธีร์ ชุ่มชื่น จัดเก็บอุปกรณ์ ด ำริ กิตติพงษ์ พงษ์พิพัฒน์ สุวรรณมำลำ รัฐพร เคหำ ศรัญญูเอี่ยมจินดำ คณิต เพิ่มสิน กันตพงษ์เรืองวัฒนวิศิษฐ์ พรรวินท์ชุนเกษำ ธเนศ ปำกวิเศษ ธรรมภณ มำฬมงคล เกริกชัย ใหญ่ยิ่ง ๕๐


รายนามผู้บรรเลงและขับร้อง หัวหน้าวง อนุชำ บริพันธุ์ ปี่ อุดมเกียรติ เพ็งอุบล ระนาดเอก ภูธิชย์พึ่งสัตย์ ระนาดทุ้ม ศุภชัย สิงห์เถื่อน ระนาดเอกเหล็ก วัชรินทร์ ม่วงท้วม ระนาดทุ้มเหล็ก ภูดินันท์ยินดี ฆ้องวงใหญ่ กิติศักดิ์ เขำสถิตย์ ฆ้องวงเล็ก ถำวร ภำสดำ เครื่องหนัง ประยงค์ ทองค ำ พิเชฏ โยธี ฉิ่ง อัญชิษฐำ บุญเพ็ง กรับ ศรำวุฒิ พรมจิตต์ โหม่ง นลินนิภำ ดีทุม ซออู้ เลอเกียรติ มหำวินิจฉัยมนตรี ขับร้อง กัญจนปกรณ์ แสดงหำญ รณชัย นำมดี สรรพวิทย์ พงศ์จันทรเสถียร วันเฉลิม ปู่ซึ้ง สุภำงค์พักตร์ แก้วกระหนก กำนต์สิณีสังเวียนทอง ชุลีกร อินวัน วรรณิดำ วีระกุล นันทิยำ สหัสรังสี ๕๑


การแสดงศิลปวัฒนธรรม ในงานเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ประจ าปี ๒๕๖๖


ยุวศิลปินเป็นนักเรียนในโครงกำรสืบทอดศิลปวัฒนธรรมด้ำนนำฏศิลป์ ดุริยำงคศิลป์ และคีตศิลป์ ของมูลนิธิพระบรมรำชำนุสรณ์ พระบำทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้ำนภำลัย ในพระบรมรำชูปถัมภ์ ซึ่งเปิดสอนหลักสูตรพิเศษให้แก่ เยำวชนของจังหวัดสมุทรสงครำม ทุกวันเสำร์ มำตั้งแต่พ.ศ. ๒๕๓๓ จนถึง ปัจจุบัน มีวัตถุประสงค์เพื่ออนุรักษ์ ส่งเสริม และสืบทอดศิลปวัฒนธรรม เจริญรอยพระยุคลบำทพระบำทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้ำนภำลัย การบรรเลงดนตรีไทย และขับร้อง จัดแสดงวันที่ ๒๕ และวันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖ โดยยุวศิลปินสาขาดุริยางคศิลป์ และคีตศิลป์ ๕๓


รายนามยุวศิลปินผู้บรรเลง วันที่ ๒๕ และวันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖ ซอสามสาย นำงสำวกนกวรรณ อุนำพีร์ นำงสำวธิดำรัตน์ เครืออุ่น ซอด้วง เด็กหญิงอิงกมล เทียมศรี เด็กหญิงชลธิชำ แตงจั่น เด็กชำยธรรมรัตน์ จ้ ำเจริญผล เด็กหญิงกวิสรำ ป้ำนสกุล ซออู้ นำงสำวพนิดำ จั่นเที่ยง เด็กหญิงกัญญำรัฐ อินทร์ให้ฤกษ์ นำยธรนินทร์ ใจเย็น นำยอัศม์เดช กุลภัทรแสงทอง จะเข้ นำงสำวกันยำกร ยศสมบัติ นำยปณวรรธ ชิตร นำยภรำดล ปิ่นมณี ขลุ่ย เด็กชำยธนกฤต เลิศแก้ว นำงสำวภิญญำภัทร รูปทอง นำยณัฏฐพีร์พันแจ่ม ระนาดเอก นำยมงคล แสงอุทัย นำยฉัตรภรณ์ สุคนธปฏิภำค นำยวงศธร เผ่นโผน ระนาดทุ้ม เด็กชำยธนเดช วันเพ็ญ นำยธนพล สุขฤทัยทิพย์ ๕๔


ระนาดทุ้ม นำยปนัดพงษ์ดีพิจำรณ์ เด็กชำยสุวิชำญ แคล้วภัยพำล นำยกฤษฎำ โห้หำญ ฆ้องวงใหญ่ เด็กชำยจิรำเมธ ข ำโป้ย เด็กชำยศุภชัย เทศปลื้ม เด็กชำยธรรมธัช ทับเจริญ นำงสำวกุสุมำลย์ บ ำรุงชำติ ฆ้องวงเล็ก นำงสำวอนัญญำ มุกวำวัลย์ เด็กชำยพิสิษฐ์ คล้ำยวงศ์ กลองแขก เด็กชำยภควุฒิ งำมสง่ำ เด็กชำยปวริศ เปลี่ยนสมัย ขับร้อง เด็กหญิงธวัลรัตน์ สกุลประเสริฐ นำงสำวสุพรรณิกำ มูลกลำง นำงสำวคงคำ เพชรนิล นำยศุภณัฐ กลิ่นเกสร เด็กชำยสุภัทร ฮวบเอี่ยม ครูผู้ฝึกซ้อม นำงสำวทัศนีย์ ขุนทอง (ศิลปินแห่งชำติ) นำงสำวนิรมล ตระกำรผล นำยบ ำรุง พำทยกุล นำยยุทธศักดิ์ ตุ้มฉำย นำยรัตน์ประกร ญำณวำรี นำยชัยรัตน์ วีระชัย นำยสุเมธ สุขสวัสดิ์ นำยทศพร เกิดออมทรัพย์ นำยกิติพงษ์ ฤชำมณี ๕๕


ขับเสภาเทิดพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย จัดแสดงวันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖ โดย นายเกียรติศักดิ์ ร่มสันเทียะ คีตศิลปินช านาญงาน ส านักการสังคีต กรมศิลปากร สรวมชีพ บังคม บรมบำท พระจอมรำช ธิบดี ศรีสมัย สมเด็จพระ พุทธเลิศหล้ำ นภำลัย ประชำไท ร ำพัน มั่นภักดี พระทรงเป็น ที่รัก ของทวยรำษฎ์ บรมนำถ ทรงพระคุณ อุ่นเกศี ธ เปรื่องปรำด ศำสตร์แผ่นดิน ปิ่นธำนี ทุกถิ่นที่ รักพระองค์ สุดดวงใจ พระรำช- กรณียกิจ อดุลค่ำ รัตนกวี ศรีสง่ำ จะหำไหน วรรณคดี เห่กำพย์กลอน ขจรไกล ละครใน ละครนอก บอกต ำรำ พระบรม อัครศำสนู- ปถัมภก ทรงฟื้นฟู พระไตรปิฎก ในแหล่งหล้ำ ปฏิสังขรณ์ พระอำรำม เลิศงำมตำ ท ำนุบ ำรุง พระศำสนำ ให้ยืนยง แผ่นดินไทย ทุกวันนี้ มีแต่สุข แม้นมีทุกข์ ก็มิควร จะใหลหลง นี่เป็นเพรำะ บำรมี จักรีวงศ์ ไทยด ำรง อยู่รอด ตลอดไป โอ้สมเด็จ พระทูล กระหม่อมแก้ว น้อมร ำลึก ขึ้นแล้ว น้ ำตำไหล พระมหำ กรุณำธิคุณ หนุนชำติไทย เป็นหลักชัย หลักคิด นิจกำล ขออ ำนำจ เดชะ พระทรงศรี ดลทวี ควำมสุข ทุกทิศำนต์ เหล่ำประชำ สุขเกษม เปรมสรำญ นบใต้เบื้อง บทมำลย์ ตรำบนำนเทอญ นายเกียรติศักดิ์ ร่มสันเทียะ ประพันธ์ ๕๖


การแสดงหุ่นกระบอกออกตัว เรื่องพระอภัยมณี ตอนนางละเวงก่อศึก จัดแสดงวันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖ โดยส านักการสังคีต กรมศิลปากร ดร.ไพโรจน์ ทองค าสุก ราชบัณฑิต จัดท าค าบรรยาย หุ่น เป็นมหรสพชนิดหนึ่งของประเทศไทยที่มีมำตั้งแต่ครั้งสมัยกรุงศรีอยุธยำ ปรำกฏหลักฐำนในกลอนสวดเรื่องเนมิกรำช ซึ่งเขียนในแผ่นดินสมเด็จพระนำรำยณ์มหำรำชว่ำ มีหุ่น มีโขน ต่อมำในแผ่นดินสมเด็จพระเจ้ำบรมโกศ ปรำกฏว่ำมีกำรแสดงหุ่นเรื่องพระไชยทัต แต่จะเป็นหุ่นชนิดใดไม่ปรำกฏชัดเจน ก ำเนิดของหุ่นกระบอกไทย มีหลักฐำนระบุอย่ำงชัดเจนว่ำได้รับอิทธิพลมำ จำกหุ่นจีนแบบหนึ่งที่เรียกว่ำ “หุ่นไหหล า” โดยประวัติกล่ำวไว้ว่ำ ครูเหน่ง อำศัยอยู่ที่วัดในเมืองสุโขทัย ได้จ ำกำรแสดงหุ่นไหหล ำของจีนมำประยุกต์ ดัดแปลงและออกเชิดร้องหำกิน โดยแต่เดิมนั้นครูเหน่งเป็นชำวจังหวัด นครสวรรค์ มีควำมสำมำรถในงำนประณีตศิลป์ ฝีมือดีทั้งกำรแกะสลักและ กำรเขียนรูป และเป็นคนชอบเดินทำงได้ไปพบเห็นกำรแสดงหุ่นไหหล ำของจีน และติดใจควำมสวยงำมของหุ่น จึงคิดแกะหัวหุ่นโดยดัดแปลงให้มีหน้ำตำเป็น หุ่นไทย และประดิษฐ์ตัวหุ่นเลียนแบบหุ่นของจีน ใช้มันเทศซึ่งเป็นวัสดุพื้นบ้ำน ที่มีรำคำถูกและหำง่ำยมำประดิษฐ์หัวหุ่น พอหัวหุ่นเน่ำเสียก็แกะสลักใหม่เพรำะ เป็นคนที่มีฝีมือทำงด้ำนนี้ และใช้หุ่นนี้ออกแสดงให้คนดูเป็นเรื่องบันเทิง และต่อมำ “หม่อมราชวงศ์เถาะ” มหำดเล็กในสมเด็จพระเจ้ำบรมวงศ์เธอ กรมพระยำด ำรงรำชำนุภำพ ซึ่งตำมเสด็จสมเด็จ ฯ กรมพระยำด ำรงรำชำนุภำพ ไปจังหวัดอุตรดิตถ์และพบเห็นกำรแสดงหุ่นกระบอกไทย จึงได้กลับมำสร้ำงหุ่น ๕๗


และตั้งคณะหุ่นกระบอกขึ้นเป็นคณะแรกในกรุงเทพมหำนคร เมื่อพ.ศ. ๒๔๓๖ ตรงกับรัชสมัยพระบำทสมเด็จพระจุลจอมเกล้ำเจ้ำอยู่หัว รัชกำลที่ ๕ ควำมคิด ริเริ่มก่อตั้งคณะหุ่นกระบอกของหม่อมรำชวงศ์เถำะนี้ ก่อให้เกิดยุคทองของ กำ รเล่นหุ่นชนิดนี้ขึ้น เพรำะในสมัยเดียวกันและต่อม ำภำยหลังได้มี คณะหุ่นกระบอกเกิดขึ้นเป็นจ ำนวนมำก และเป็นมหรสพที่นิยมในหมู่ประชำชน ส่วนส ำคัญที่สุดของหุ่นกระบอกคือศีรษะ ศีรษะหุ่นกระบอกแกะด้วยไม้ เนื้อเบำแล้วปั้นเติมส่วนละเอียดตรงคิ้ว ตำ จมูก ปำกด้วยรักหรือขี้ผึ้งผสมชัน หัวหุ่นบำงคณะเป็นกระดำษที่ปิดบนพิมพ์แล้วผ่ำออก เช่นเดียวกับวิธีท ำหัวโขน จำกนั้นจึงปิดด้วย “กระดาษสา” แล้วใช้ด้ำมพู่กัน “กวด” ให้เรียบร้อยแล้ว ปิดกระดำษสำอีกสองชั้น จึงทำสีฝุ่นสีขำวขัดผิวหน้ำหุ่นด้วยใบลิ้นเสือ จำกนั้นจึง ถึงขั้นตอนกำรเขียนสี ถ้ำศีรษะของหุ่นตัวใดมีผมก็จะใช้ผมของคนจริงๆ ส ำหรับ หัวสัตว์นิยมท ำเป็นหัวกระดำษน ำมำสวมไว้บนหัวหุ่นที่มีหน้ำเป็นมนุษย์ เลียนแบบกำรเล่นละครจริงๆ ส่วนลักษณะของตัวหุ่นจะท ำด้วยไม้กระบอกหรือ ไม้ไผ่ มีไหล่ท ำด้วยไม้เจำะรูส ำหรับเสียบไม้กระบอกแกนตัว และเสียบหัวหุ่น เสื้อหุ่นเป็นตัวผืนผ้ำเดียวกันพับครึ่งเย็บเป็นถุงคลุมไหล่หุ่น ตัวผืนผ้ำปักด้วย กระจกเกรียบ เลื่อมหรือลูกปัดอย่ำงงดงำม ตรงกลำงเจำะเป็นช่องส ำหรับเสียบ หัว และตรงมุมผ้ำทั้งสองข้ำงส ำหรับมือหุ่นโผล่ มือหุ่นทั้งสองข้ำงมีไม้ไผ่เหลำเล็ก เสียบต่อจำกมือลงมำส ำหรับจับเชิด ยำวระดับเดียวกับปลำยผ้ำด้ำนล่ำง ไม้ไผ่นี้ เรียกกันว่ำ “ตะเกียบ” มือของหุ่นตัวพระที่มือขวำจะถืออำวุธไว้เสมอจึงมักจะ แกะด้วยไม้มีรูส ำหรับเสียบอำวุธเปลี่ยนไปได้ตำมเรื่อง เช่น ถือปี่ ถือศร ถือพระขรรค์ ส่วนมือซ้ำยก็ตั้งวงร ำอย่ำงละคร ส่วนมือนำงมักจะตั้งวงร ำ ทั้งสองข้ำง มีที่มือขวำถืออำวุธบ้ำงถือพัดบ้ำงเป็นบำงตัว นอกจำกหุ่นที่ใช้เชิด แล้ว ยังมีหุ่นที่ท ำขึ้นส ำหรับเป็นตัวเหำะไว้ชักรอกอีกด้วย โดยมีแขนมีขำและ ท ำท่ำคล้ำยกับท่ำเหำะของเทวดำในรูปจิตรกรรมประเพณี เรื่องที่หุ่นกระบอกนิยมแสดง ได้แก่ พระอภัยมณี ลักษณวงศ์ คำวี สุวรรณหงส์ ไชยเชษฐ์ ไกรทอง ขุนช้ำง - ขุนแผน วงศ์สวรรค์- จันทวำส ฯลฯ โอกำสที่ ๕๘


นิยมแสดงหุ่นกระบอกเป็นที่นิยมไม่ว่ำจะเป็นงำนหลวงหรือของทำงรำชกำร ได้แก่ งำนสมโภชตำมนักขัตฤกษ์ต่ำงๆ หรืองำนพระบรมศพของเจ้ำนำยหรือที่ เรียกกันว่ำ งำนพระเมรุ พระอภัยมณีเป็นนิทำนค ำกลอนผลงำนกำรประพันธ์ของสุนทรภู่ กวีเอกของ โลก มีเนื้อที่สนุกสนำน ท ำให้มีผู้นิยมอ่ำนกันอย่ำงแพร่หลำยมำตั้งแต่อดีตจนถึง ปัจจุบัน และยังถูกน ำไปเผยแพร่ในรูปแบบต่ำงๆ ได้แก่ แบบเรียนภำษำไทย บทภำพยนตร์ บทละครทีวี บทละครร ำ และบทส ำหรับกำรแสดงหุ่น โดย เนื้อเรื่องในแต่ละตอนได้สอดแทรกควำมรู้ ควำมสนุกสนำน ตลอดจนคติสอนใจ ไว้มำกมำย และที่ส ำคัญ มูลนิธิพระบรมรำชำนุสรณ์ พระบำทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้ำนภำลัย ฯ ยังมีกำรจัดนิทรรศกำรหุ่นกระบอกที่เรือนอำศรมศึกษำ ด้ำนหน้ำอุทยำน ฯ เพื่อให้เยำวชน ตลอดจนผู้สนใจได้ชื่นชมตัวหุ่นอย่ำงใกล้ชิด พร้อมค ำบรรยำยตัวหุ่นและยังได้เรียนรู้ประวัติควำมเป็นของหุ่นกระบอกจำก วีดิทัศน์ ประวัติพระอภัยมณี เป็นโอรสของท้ำวสุทัศน์กษัตริย์แห่งกรุงรัตนำกับนำงปทุมเกสร มีน้องชำยชื่อ ศรีสุวรรณ พระอภัยมณีไปเรียนวิชำเป่ำปี่จนเชี่ยวชำญ สำมำรถท ำให้ผู้ที่ได้ยิน เสียงปี่เคลิ้มหลับได้ แต่ท้ำวสุทัศน์ไม่พอใจถึงขับไล่ออกจำกเมืองไปพร้อมกับ ศรีสุวรรณ ระหว่ำงเดินทำงพระอภัยมณีถูกนำงผีเสื้อสมุทร ลักพำตัวไปอยู่กับ นำงในถ้ ำจนมีลูกชำยด้วยกันชื่อ สินสมุทร ต่อมำพระอภัยมณีก็พำสินสมุทรหนีไป อยู่กับโยคีที่เกำะแก้วพิสดำร แล้วได้พบกับนำงสุวรรณมำลี ธิดำท้ำวสิลรำช ครั้นได้แต่งงำนกับนำงแล้ว ก็ต้องท ำสงครำมกับอุศเรน ซึ่งเป็นคู่หมั้นของนำง จน อุศเรนตำย นำงละเวงวัณฬำ น้องสำวของอุศเรนคิดแก้แค้นแทนจึงต้องท ำ สงครำมกัน พระอภัยมณีถูกนำงละเวงวัณฬำท ำเสน่ห์ให้หลงใหลนำงจนตำมไป อยู่ในเมืองลังกำด้วย และนำงยังยุให้พระอภัยมณีท ำสงครำมกับฝ่ำยเดียวกัน กระทั่งโยคีแห่งเกำะแก้วพิสดำรมำเทศนำโปรด สงครำมจึงยุติลง ในปั้นปลำย ๕๙


ชีวิตพระอภัยมณีได้บวชเป็นฤำษีบ ำเพ็ญศีลอยู่ที่เขำสิงคุตร์พระอภัยมณีมีนิสัย เจ้ำชู้ จึงมีภรรยำหลำยคน คือ นำงผีเสื้อสมุทร มีลูกชำยชื่อ สินสมุทร นำงเงือก มีลูกชำยชื่อ สุดสำคร นำงวำลี อยู่ด้วยกันไม่นำนนำงก็ตำย นำงสุวรรณมำลี มีธิดำแฝดชื่อ สร้อยสุวรรณ จันทร์สุดำ และนำงละเวงวัณฬำ มีลูกชำยชื่อ มังคลำ ประวัตินางละเวงวัณฬา เป็นธิดำกษัตริย์เมืองลังกำและเป็นน้องของอุศเรน เมื่อพ่อและพี่ชำยของนำง ตำย นำงก็ครองเมืองแทน โดยมีตรำรำหูเป็นของวิเศษประจ ำตัว นำงต้องกำร แก้แค้นแทนพ่อและพี่ชำยจึงส่งภำพวำดของนำงซึ่งท ำเสน่ห์ไว้พร้อม กับแนบ จดหมำยชักชวนให้ท ำศึกกับเมืองผลึกไปถึงเจ้ำเมืองต่ำงๆ โดยมีสัญญำว่ำถ้ำใคร ชนะนำงจะยอมเป็นมเหสี และยกเมืองลังกำให้ครอบครองด้วย บรรดำเจ้ำเมือง เหล่ำนั้นหลงรูปของนำงจึงยกทัพมำรบกับเมืองผลึก แต่พ่ำยแพ้ไป หมด ทุกกองทัพ พระอภัยมณี จึงยกทัพไปตีเมืองลังกำบ้ำง นำงละเวงก็ใช้วิธีท ำเสน่ห์ ให้พระอภัยมณีหลงรักนำง แล้วนำงก็ยุยงให้สู้รบกับกองทัพฝ่ำยเมืองผลึก จนโยคี แห่งเกำะแก้วพิสดำรมำเทศนำโปรด สันติสุขจึงกลับคืนมำ เมื่อพระอภัยมณี ออกบวช นำงก็บวชตำมไปปรนนิบัติรับใช้เช่นเดียวกับนำงสุวรรณมำลี ส ำหรับกำรแสดงหุ่นกระบอกออกตัวในครั้งนี้ จัดแสดงเรื่องพระอภัยมณี ตอนนำงละเวงก่อศึก ซึ่งมีเนื้อเรื่องก่อนกำรแสดงดังนี้ หลังจำกที่เจ้ำลังกำและ อุศเรนได้เสียชีวิตแล้ว นำงละเวงวัณฬำซึ่งเป็นขนิษฐำได้ครองเมืองลังกำแทน อุศเรน นำงละเวงมีควำมแค้นเมืองผลึก จึงคิดอุบำยส่งรูปของนำงและส่งสำส์นไป ให้เจ้ำเมืองต่ำงๆ มำช่วยตีเมืองผลึก ถ้ำเมืองใดชนะจะได้แต่งงำนกับนำง เจ้ำละมำนรับอำสำท ำสงครำม แต่ถูกพระอภัยมณีเป่ำปี่สะกดทัพ และจับตัวไว้ได้ พระอภัยมณียกทัพมำปะทะกับทัพของเมืองลังกำ และถูกกษัตริย์จำกเมืองต่ำงๆ ห้อมล้อมไว้ พระอภัยมณีเป่ำปี่สะกดให้ทุกคนหลับ จำกนั้นได้ทอดพระเนตรเห็น ควำมงำมของนำงละเวงควบม้ำผ่ำนไป พระอภัยมณีออกติดตำมจนทันและได้ กล่ำววำจำเกี้ยวพำรำสีนำงละเวง ๖๐


หุ่นกระบอกพระอภัยมณี ที่มา : มูลนิธิพระบรมราชานุสรณ์ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์


* หัสดินทร์ปำนประสิทธิ์ เรียบเรียงบท สมรัตน์ ทองแท้ ตรวจแก้ไข จำกบทของ เผด็จพัฒน์ พลับกระสงค์ เนื่องในงำนพระรำชพิธีพระรำชทำนเพลิงพระศพ สมเด็จพระเจ้ำพี่นำงเธอ เจ้ำฟ้ำกัลยำณิวัฒนำ กรมหลวงนรำธิวำสรำชนครินทร์ กรมศิลปำกรจัดแสดง ณ เวทีกลำงแจ้ง มณฑลพิธีท้องสนำมหลวง วันเสำร์ที่ ๑๕ พฤศจิกำยน ๒๕๕๑ บทการแสดงหุ่นกระบอกออกตัว เรื่องพระอภัยมณี ตอนนางละเวงก่อศึก* เริ่มการแสดง - ปี่พาทย์ท าเพลงวา - - ซออู้ท าเพลงเบิกโรง - - ปี่พาทย์ท าเพลงเสมอ - (หุ่นไหว้ครูออก) - ร้องเพลงช้าปี่นอก - สิบนิ้ว ลูกจะยก ขึ้นประนม ขอถวำย บังคม เหนือเกศี ไหว้พระพุทธ พระธรรม ล้ ำโลกี โพยภัย อย่ำได้มี มำบีฑำ - ร้องเพลงปีนตลิ่งนอก - ไหว้ทั้ง บิดำ มำรดร ครูพัก อักษร ทุกแหล่งหล้ำ ไหว้ทั้ง ครูเทพ เทวำ ขอจงมำ ชูช่วย อ ำนวยชัย - ปี่พาทย์ท าเพลงรัวสามลา - ๖๒


- ซออู้ท าเพลงหุ่นกระบอก - (นางละเวง (ตัวหุ่น) ออกพร้อมข้าหลวง ๒ คน) - ร้องหุ่นกระบอก - ฝ่ำยละเวง เร่งมำ คิดอำฆำต ด้วยหมำยมำด แก้แค้น ให้แสนสำ ขืนอยู่นิ่ง ยิ่งระทม ตรมอุรำ แสนโกรธำ พระอภัย ช่ำงร้ำยนัก มำฆ่ำพ่อ ฆ่ำพี่ ไม่มียั้ง จะลุกเดิน นอนนั่ง ยังคิดหนัก อย่ำงไรหนอ พอจะสู้ กู้พระพักตร์ โลกประจักษ์ ประจำนโจษ สมโทษทัน ถึงส ำนัก บำทหลวง ล่วงมำหำ จะปรึกษำ ควำมวิโยค ที่โศกศัลย์ ช่วยคิดแผน แค้นช ำระ สะสำงพลัน ถึงห้ ำหั่น บั่นชีวิต ไม่คิดเกรง ควำมเป็นหญิง ใช่สิ่ง อุปสรรค พร้อมจะหัก ชีวำ ถ้ำข่มเหง แต่ต้องมี เกมกล ปนนักเลง จักช่วยเร่ง ชิงชัย ได้สมบูรณ์ - ซออู้ท าเพลงหุ่นกระบอกคลอเบาๆ - (บาทหลวงออก) - เจรจา - ละเวง - คุณพ่อคงจะทรำบเรื่อง ที่พระอภัยมณีเจ้ำเมืองผลึก ฆ่ำพระบิดำ และเจ้ำพี่อุศเรนของหม่อมฉันตำย แล้วกระมังเจ้ำคะ บาทหลวง - ขอพระผู้เป็นเจ้ำจงคุ้มครอง เรื่องอันน่ำอำดูรนั้นอำตมำทรำบดีแล้ว ขอถวำยควำมเสียใจแด่พระองค์ด้วย ละเวง - หม่อมฉันแม้เป็นหญิง แต่ก็เป็นทำยำทแห่งพระบิดำ และเป็น ผู้ร่วมเชื้อสำยแห่งเจ้ำพี่โดยตรง จึงอำจที่จะทนนิ่งไม่คิดแก้แค้นหรือ ตอบแทนได้ เหตุนี้แหละหม่อมฉันจึงมำสู่คุณพ่อ ด้วยหวังว่ำจะขอรับ ค ำปรึกษำเพื่อด ำเนินกำร บาทหลวง - ขอถวำยพระพร ชีวิตนี้เป็นของพระผู้เป็นเจ้ำ กำรจองอำฆำตแค้น เป็นสิ่งหนึ่ง ซึ่งพระผู้เป็นเจ้ำขีดห้ำม ในเมื่อเป็นเช่นนี้แล้วพระองค์ยังจะคิด ที่จะจองเวรกรรมสืบไปละหรือ ๖๓


- ร้องเพลงฝรั่งตัด - ละเวง - ข้ำพเจ้ำ เอำชีวิต อุทิศถวำย แม้ร่ำงกำย ชีวำตม์ จะขำดสูญ ขอแก้แค้น แทนวงศ์ พงศ์ประยูร อนุกูล แทนที่ พี่บิดร - ร้องเพลงฝรั่งเคียด - บาทหลวง - บำทหลวงฟัง นั่งนึก ด้วยลึกแหลม ไอกระแอม อุบอิบ กระซิบสอน อันดวงตรำ รำหู คู่นคร ข่ำวขจร จ ำเริญ มำเนิ่นนำน ทุกด้ำวแดน แสนรัก ใคร่จักได้ จงเขียนใส่ ในกระดำษ รำชสำร แม้นใครรับ ดับร้อน ช่วยรอนรำญ จะเชิญผ่ำน ลังกำ อลังกำร บาทหลวง - ถวำยพระพร ครั้งนี้เป็นอันว่ำบัดนี้ ทรงตั้งพระทัยแน่วแน่แล้วหรือว่ำ จะคิดกำรแก้แค้น ละเวง - ข้ำแต่หลวงพ่อ ข้ำพเจ้ำปักใจแน่นอนแล้ว และจะขอปฏิบัติตำม ค ำแนะน ำ สั่งสอนของหลวงพ่อ ทุกประกำร บาทหลวง - ถ้ำเช่นนั้น จงท ำเช่นที่อำตมำแนะน ำเถิด ใช้ตรำรำหูและรูปวำด แห่งพระองค์ อันทรงสิริโฉมเป็นดั่งนกต่อ และหำกจะให้ได้ผลแน่นอนแล้ว ต้องใช้อ ำนำจไสยศำสตร์เข้ำประกอบ อำตมำจะขอมอบแก่พระนำง ณ บัดนี้ - ร้องเพลงฝรั่งยีแฮม - บาทหลวง - พลำงหยิบเล่ม ต ำรำ ไตรดำยุค แผนที่ทุก ถิ่นประเทศ เขตสถำน ให้ลูกสำว เจ้ำลังกำ พลำงอำจำรย์ ก็บอกกำร กลเล่ห์ เสน่ห์ชำย เสกสุคนธ์ ปนยำ แก้วตำมนุษย์ แม้นบุรุษ เห็นพักตร์ รักไม่หำย ยิ่งถูกมือ หรือว่ำได้ เข้ำใกล้กำย จะยอมตำย แทนองค์ เพรำะหลงรัก - พูด - บาทหลวง - จงจดจ ำ ท ำตำม ให้ส ำเร็จ กลเม็ด เหมือนกริช ที่มิดฝัก แต่ฝึกตัว มั่วชำย วุ่นวำยนัก ใจจะรัก เขำเข้ำบ้ำง ระวังใจ - ร้องเพลงฝรั่งแง - ละเวง - นำงละเวง เกรงบำป ไม่หยำบหยำม จะจดจ ำ ท ำตำม ที่ค ำไข แม้รำคี มิระคำย ด้วยชำยใด สัญญำให้ แล่เนื้อ เอำเกลือทำ ๖๔


- ร้องเพลงโยสลัม - บำทหลวงนั่ง หัวร่อ ว่ำขอโทษ อย่ำกริ้วโกรธ จงตรึก หมั่นปรึกษำ นำงจดจ ำ ค ำนับ รับต ำรำ ทั้งผืนผ้ำ แผนที่ รี่กลับวัง - ปี่พาทย์ท าเพลงเร็ว - (นางละเวงลาบาทหลวง แล้วชวนพวกนางข้าหลวงกลับ) (ยกทัพเจ้าเมืองต่างๆ) - ปี่พาทย์ท าเพลงมอญ พม่า ลาว เขมร ญวน ข่า ชวา จีน และฝรั่งตามล าดับ - - ปี่พาทย์ท าเพลงเชิด - (พระอภัย (ผู้แสดง) ทรงม้าออก พวกทัพต่างชาติ (ตัวหุ่น) ออกรุมล้อมอยู่ในฉาก) - ร้องร่าย – พระอภัย - ฝ่ำยองค์ พระอภัย ตกใจวับ เห็นศึกกลับ โอบอ้อม ล้อมหน้ำหลัง ล้วนพลไพร่ หลำยเชื้อ เหลือก ำลัง รุมประดัง รบรุก มำทุกที ทั้งทัพหน้ำ ขวำซ้ำย ก็หำยหมด มำล้อมองค์ ทรงยศ มิให้หนี ดูคับคั่ง หลั่งหลำก มำกทุกที จึงทรงปี่ เป่ำห้ำม ปรำมณรงค์ - ซออู้ท าเพลงหุ่นกระบอก - (พระอภัย (ผู้แสดง) หายเข้าโรง พระอภัย (ตัวหุ่น) ออกเป่าปี่) - ร้องเพลงหุ่นกระบอก - วิเวกหวีด กรีดเสียง ส ำเนียงสนั่น คนขยัน ยืนทึ่ง ตลึงหลง ให้หวิววำบ ซำบทรวง ต่ำงง่วงงง ไม่มุ่งตรง รบสู้ เงี่ยหูฟัง - ปี่เป่าต่อไป - - ร้องเพลงหุ่นกระบอก (ต่อ) - พระโหยหวน ครวญเพลง วังเวงจิต ให้คนคิด ถึงถิ่น ถวิลหวัง ว่ำจำกเรือน เหมือนนก มำจำกรัง อยู่ข้ำงหลัง อ้ำงว้ำง อยู่วังเวง วิเวกแว่ว แจ้วเสียง ส ำเนียงปี่ พวกโยธีทิ้งทวน ชวนเขนง ลงนั่งโยก โงกหงับ ทับกันเอง เสนำะเพลง เพลินหลับ ระงับไป ๖๕


(พระอภัยนั่งเป่าปี่ พวกนานาชาติล้มลงนอนหลับ นางละเวงทรงม้า (ผู้แสดง) ออกข้างเวทีแล้วแผลงเกาทัณฑ์) - ปี่พาทย์ท าเพลงรัวลูกไม้หล่น - แล้วเพลงเชิดฉิ่ง - (พระอภัยหันมาเห็นนางละเวง นางละเวงขี่ม้าหนีเข้าเวที พระอภัยหายเข้าเวที) (นางละเวง (ผู้แสดง) กับพระอภัย (ผู้แสดง) ต่างควบม้าออกมาพบกัน) - ร้องเพลงพม่าเห่ - พระอภัย - พระเห็นพักตร์ ลักขณำ วัณฬำน้อย ดูแช่มช้อย ชื่นจิต พิสมัย ยิ่งเพ่งพิศ ฤทธิ์สุคนธ์ เข้ำดลใจ จึงปรำศรัย ส่งภำษำ กับนำรี - ร้องเพลงมุล่ง - พระน้องหรือ ชื่อละเวง วัณฬำรำช อย่ำหวั่นหวำด วิญญำ มำรศรี จงหยุดยั้ง รั้งรำ จะพำที ไม่ฆ่ำตี ศรีสวัสดิ์ ตรัสจริงใจ - เจรจา - พระอภัย - เจ้ำหรือชื่อละเวงวัณฬำพี่ปรำรถนำรักเจ้ำด้วยจริงใจ หวังจะได้เป็น ทองแผ่นเดียวกัน - ร้องเพลงฝรั่งแลนเซีย - ละเวง - นำงฟังตรัส มธุรส พจนำถ เสียวสวำท ทรวงนั้น ก็หวั่นไหว แต่มนัส ขัดแค้น แน่นหทัย ก็หนีไกล ไปพ้น ไม่สนทนำ - ปี่พาทย์ท าเพลงฝรั่งแลนเซีย - (นางละเวง (ผู้แสดง) ชักม้าหนีเข้าเวที พระอภัย (ผู้แสดง) ยังอยู่) - ร้องร่าย - พระอภัย - พระแลตำม หวำมวับ จนลับเนตร แต่ใจเจตน์หวังจิต ขนิษฐำ จะเร่งรีบ ตำมให้ทัน โฉมวัณฬำ ก็เห็นท่ำ จะไกล คงไม่ดี แล้วนึกได้ ในวิชำ พฤฒำเฒ่ำ จะลองเป่ำ ปี่ประโลม นำงโฉมศรี ให้งำมสรรพ กลับมำ ร่วมพำที แล้วทรงปี่ เป่ำเกี้ยว ประเดี๋ยวใจ - ร้องเพลงกล่อมนารี (คลอปี่) - ๖๖


(พระอภัย (ผู้แสดง) เข้าโรง พระอภัย (ตัวหุ่น) ออกเป่าปี่) ต้อยตะริด ติดตี่ เจ้ำพี่เอ๋ย จะละเลย เร่ร่อน ไปนอนไหน แอ้อี๋ออย สร้อยฟ้ำ สุมำลัย แม้นเด็ดได้ แล้วไม่ร้ำง ให้ห่ำงเชย - ปี่เป่าต่อไป - - อ่านท านองเสนาะ - ฉุยฉำยชื่น รื่นรวย ระทวยทอด จะกล่อมกอด กว่ำจะหลับ กับเขนย หนำวน้ ำค้ำง พร่ำงพรม ลมร ำเพย ใคร่จะเชย โฉมน้อง ประคองนวล เสนำะดัง วังเวง เป็นเพลงพลอด เสียงฉอดฉอด ชดช้อย ละห้อยหวน วิเวกแว่ว แจ้วใน ใจรัญจวน เป็นควำมชวน ประโลม โฉมวัณฬำ (พระอภัยเป่าปี่ต่อไป นางละเวง (ผู้แสดง) ชักม้าออกห่างๆ) - ร้องเพลงควีนด ารัส - ละเวง - ฝ่ำยโฉมยง องค์ละเวง ฟังเพลงปี่ ให้รอรี รวนเร เสน่หำ คิดก ำหนัด อัดอั้น หวั่นวิญญำ นึกนึกน่ำ จะใคร่ปะ พระอภัย เธอพูดดี ปี่ดัง ฟังเสนำะ จะฉอเลำะ ลูบต้อง ท ำนองไหน แม้นถนอม กล่อมกลอก ดั่งดอกไม้ จะชื่นใจ สุขอุรำ ทุกนำที ยิ่งกลับฟัง วังเวง เพลงสังวำส ยิ่งหวั่นหวำด วิญญำ มำรศรี ตะลึงพำ อำรมณ์ ไม่สมประดี ด้วยเพลงปี่ เป่ำเชิญ ให้เพลินใจ - ร้องร่าย - จึงลืมองค์ หลงรัก ชักสินธพ กลับมำพบ พิศวง ด้วยสงสัย พระเห็นนำง วำงปี่ ดีหทัย ขึ้นอำชำ ตำมไป มิได้ช้ำ - ปี่พาทย์ท าเพลงเชิด - (นางละเวง (ผู้แสดง) ชักม้าหนีเข้าโรง) (นางละเวง (ตัวหุ่น) ออก พระอภัย (ตัวหุ่น) แลเห็น ท าท่าจับ) (นางละเวง (ตัวหุ่น) หนีหาย พระอภัย (ตัวหุ่น) ตามไป พร้อมกับเสียงเรียก “น้องละเวง” จบการแสดง ๖๗


ผู้เชิดหุ่นกระบอก หุ่นไหว้ครู หัสดินทร์ปำนประสิทธิ์ หุ่นพระอภัยมณี เกริกชัย ใหญ่ยิ่ง หุ่นนางละเวง อัญชลิกำ หนอสิงหำ หุ่นบาทหลวง สุทธิ สุทธิรักษ์ หุ่นบ่าวนางละเวง เอก อรุณพันธ์ ศรำวุธ อำรมณ์ชื่น หุ่นนานาชาติ มอญ ธนำกร รัตนเลิศ พม่า สุทธิ สุทธิรักษ์ ลาว ศรำวุธ อำรมณ์ชื่น เขมร เอกภชิต วงศ์สิปปกร ญวน เอก อรุณพันธ์ ข่า ธนำกร รัตนเลิศ ชวา สุทธิ สุทธิรักษ์ จีน เอก อรุณพันธ์ ฝรั่ง ศรำวุธ อำรมณ์ชื่น หุ่นตลก เกริกชัย ใหญ่ยิ่ง ผู้แสดงออกตัว พระอภัยมณี ปรัชญำ ชัยเทศ นางละเวง มณีรัตน์ มุ่งดี ม้าพระอภัยมณี ศุภชัย ศุภรกุล ม้านางละเวง คณิต เพิ่มสิน รายนามผู้แสดง ๖๘


ก ากับการแสดง หัสดินทร์ปำนประสิทธิ์ ช่วยก ากับการแสดง มณีรัตน์ มุ่งดี อัญชลิกำ หนอสิงหำ เอกภชิต วงศ์สิปปกร เกริกชัย ใหญ่ยิ่ง สุทธิ สุทธิรักษ์ อ านวยการฝึกซ้อม พงษ์พิศ จำรุจินดำ วันทนีย์ ม่วงบุญ ปกรณ์ พรพิสุทธิ์ เจตน์ศรีอ่ ำอ่วม ควบคุมดูแลตัวหุ่น/เครื่อง น้ ำทิพย์ ศิริมงคล ช่วยควบคุมซ่อมแซมหุ่น/จัดตัวหุ่น สุปรีชำ สุทธพันธ์ อิทธิพล สุวรรณทีป อลงกรณ์ พวงแก้ว สุรชัย อุตสำหะเพียรกิจ พัฒนพงษ์แสงรื่น สิทธิพร พันทะสำ ควบคุมดูแลโรงหุ่นกระบอก ฉลำด เมืองจันทร์ ช่วยควบคุมเครื่องแต่งกาย ชริตำ ธนัทกุลภักดี ๖๙


รายนามผู้บรรเลงและขับร้อง หัวหน้าวง ยุทธนำ ชิตท้วม ขลุ่ยเพียงออ พรชัย ตรีเนตร ระนาดเอก อธิชล เทพรักษำ ระนาดทุ้ม พงษ์พิพัฒน์ พรวัฒนำศิลป์ ฆ้องวงใหญ่ โสรัฐ ม่วงท้วม ฆ้องวงเล็ก ติณณภพ ถนอมธรรม เครื่องหนัง ปิยะ แสวงทรัพย์ นิรันดร์ หรุ่นทะเล ฉิ่ง เจริญศรี แย้มสุวรรณ กรับ อภิชัย พงษ์ลือเลิศ ซออู้ วำคภัฎ ศรีวรพจน์ ขับร้อง เกียรติศักดิ์ ร่มสันเทียะ ปกรณ์ หนูยี่ ภมรรัตน์ โพธิ์สัตย์ วันเพ็ญ จิตตรง สุภำภรณ์ ลำสอำด ๗๐


การบรรเลงและขับร้อง วงดุริยางค์สากล กรมศิลปากร โดยส านักการสังคีต กรมศิลปากร สืบเนื่องจำกรัชสมัยพระบำทสมเด็จพระมงกุฎเกล้ำเจ้ำอยู่หัว ทรงพระกรุณำ โปรดเกล้ำ ฯ ให้จัดตั้งวงดุริยำงค์ (Orchestra) ขึ้นเป็นครั้งแรกในประวัติศำสตร์ ไทย เรียกว่ำ “วงเครื่องสายฝรั่งหลวง” โดยกรมมหรสพเป็นฝ่ำยด ำเนินกำร เบื้องต้นมีครูอัลเบอร์โต นำซำรี (Alberto Nazari) เป็นผู้ฝึกหัด ต่อมำขุนเจนรถรัฐ (ปิติ วำทยะกร) มำเป็นผู้สอนและก ำกับดูแลวงเครื่องสำยฝรั่งหลวงจนทวี ควำมสำมำรถขึ้นอย่ำงรวดเร็ว ขุนเจนรถรัฐได้รับพระรำชทำนเลื่อนบรรดำศักดิ์ เป็น “หลวงเจนดุริยางค์” และ “พระเจนดุริยางค์” โดยล ำดับ ๗๑


เมื่อพ.ศ. ๒๔๗๐ พระบำทสมเด็จพระปกเกล้ำเจ้ำอยู่หัว ทรงพระกรุณำ โปรดเกล้ำ ฯ ให้วงเครื่องสำยฝรั่งหลวง เปิดกำรบรรเลง “ซิมโฟนี คอนเสิร์ต” (Symphony Concert) ส ำหรับประชำชนขึ้นเป็นครั้งแรกในเมืองไทย ณ โรงโขน หลวง ในสวนมิสกวัน และที่ศำลำสหทัยสมำคม ในพระบรมมหำรำชวัง ต่อมำ เมื่อพ.ศ. ๒๔๗๗ วงเครื่องสำยฝรั่งหลวงได้โอนย้ำยจำกกระทรวงวัง มำขึ้นกับ กรมศิลปำกร จึงเปลี่ยนชื่อเป็น “วงดุริยางค์สากล กรมศิลปากร” นับตั้งแต่ นั้นมำ ๗๒


รายนามผู้บรรเลงและขับร้อง วันที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖ ผู้อ านวยเพลง นำวี คชเสนี ไวโอลิน ๑ วรำทิตย์วรินทรเวช ทรงพล เอี่ยมสอำด บัญชำ ชนะวิจิตร ไวโอลิน ๒ มัลลิกำ ธนัคฆเศรณี คัมภิจำ ก ำลังเลิศ วิโอลา ภัสฐิญำ จิตรรังสรรค์ ขจรศักดิ์ ม้ำละออเพชร เชลโล ทศพร โพธิ์ทอง สุนทร ทองประกอบ ฟลูต ศุภชัย จงชนะไชย โอโบ นฤชำ ศิริโสดำ คลาริเน็ท นิรันดร์ เอี่ยมสอำด บาสซูน ศิริอนันต์ ใจซื่อ ฮอร์น นันทวัฒน์วำรนิช ทรัมเป็ต ศศิศ จิตรรังสรรค์ ทรอมโบน ฐำกูร อัศวพิศิษฐ์ เปียโน พศธร เสถียรนิธิ กีตาร์ สกล ศิริพิพัฒนกุล เบสไฟฟ้า คุณำกร สวัสดิ์ชูโต กลอง ธรรมศักดิ์ หิรัญขจรโรจน์ ขับร้อง ดวงดำว เถำว์หิรัญ มำนิต ธุวะเศรษฐกุล อิสรพงศ์ดอกยอ ๗๓


วันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖ ผู้อ านวยเพลง ธนู รักษำรำษฎร์ ไวโอลิน ๑ โชติ บัวสุวรรณ กุลิสรำ แสงจันทร์ ต้นไม้ ภัยชนะ สุทัศน์ ปล้องมำก ไวโอลิน ๒ รวยชัย แซ่โง้ว ชลัฐ ลิมปิศิริ อุษำ โชติแช่มช้อย ปณริตรำ โกศลสิริพจน์ วิโอลา ขจร โกศลสิริพจน์ มณีรัตน์ แสงเนตรสว่ำง อัจยุติ สังข์เกษม มนัสชัย ต่ำยค ำ เชลโล ไพโรจน์ พึ่งเทียน วิชญ์วิน สุรีย์รัตนำกร ปนัดดำ เพิ่มพำนิช ศริญญำ คงเฟื่องฟุ้ง ฟลูต สโรช กันประเสริฐ โอโบ ชนันนัทธ์มีนะนันทน์ คลาริเน็ท ธีระพงษ์ทรัพย์มูล บาสซูน ธนวัฒน์โงสว่ำง ฮอร์น วิชำญ ชิณณะวิโรจน์ไพศำล จุฑำ จุฬำวไลวงค์ ทรัมเป็ต ปิติพงศ์ ภู่แก้ว วรรณฉัตร ศรีปำน ทรอมโบน สมเจตน์สุกอร่ำม สิทธิชัย อ่องสะอำด เปียโน ศิลปชัย สุขประเสริฐ กีตาร์ สกล ศิริพิพัฒนกุล เบสไฟฟ้า อำชวิน เขตนิมิตร กลอง ศรำวุธ วิณิชยกุล ขับร้อง สุรพัฒน์โสภณวิมลรุจน์ ณัฐธิกำ เอี่ยมท่ำไม้ ถิรวัฒน์ศรีสุรำงค์ โฉมวิลัย ยูฮันเงำะ ธนิษฐำ นิลบุตร รัฐพงศ์ ปิติชำญ ๗๔


ก ากับการแสดง ปกรณ์ พรพิสุทธิ์ อ านวยการฝึกซ้อมการแสดง พงษ์พิศ จำรุจินดำ วันทนีย์ ม่วงบุญ ปกรณ์ พรพิสุทธิ์ เจตน์ศรีอ่ ำอ่วม อ านวยการฝึกซ้อมการบรรเลง – ขับร้อง จิรัส อำจณรงค์ ศิลปินแห่งชำติ ปี๊บ คงลำยทอง ศิลปินแห่งชำติ บุญช่วย แสงอนันต์ สมชำย ทับพร เสรี สินธุชัยภำคเสรี ไชยยะ ทำงมีศรี อุทัย ปำนประยูร ช่วยฝึกซ้อมการแสดง สมชำย อยู่เกิด ธรรมนูญ แรงไม่ลด ศิริพงษ์ทวีทรัพย์ กฤษกร สืบสำยพรหม ธีรเดช กลิ่นจันทร์ สมเจตน์ภู่นำ ฉันทวัฒน์ชูแหวน กิตติ จำตุประยูร เอกภชิต วงศ์สิปปกร พรเลิศ พิพัฒน์รุ่งเรือง นพวรรณ จันทรักษำ เยำวลักษณ์ ปำลกะวงศ์ มณีรัตน์ มุ่งดี ๗๕


ช่วยฝึกซ้อมการแสดง สุชำดำ ศรีสุระ พรทิพย์ ทองค ำ เสำวรักษ์ ยมะคุปต์ ธีวรำ รัตนศึกษำ รจนำ ทับทิมศรี อัญชลิกำ หนอสิงหำ ควบคุมการจัดเครื่องแต่งกาย น้ ำทิพย์ ศิริมงคล ควบคุมฉาก ฉลำด เมืองจันทร์ ก ากับเวที วิษณุ ไชยวงศ์คต บริหารงานทั่วไป พัชรินทร์เหลืองเอี่ยม ควบคุมงานเทคนิคการแสดง สมชำย ชมพัฒนำ ควบคุมงานวิชาการ อัมไพวรรณ เดชะชำติ ควบคุมงานนาฏศิลป์ สิริวรรณ อำจมังกร ควบคุมงานดุริยางค์ไทย สุริยะ ชิตท้วม ควบคุมงานดุริยางค์สากล ธนู รักษำรำษฎร์ ผู้อ านวยการวิทยาลัยนาฏศิลป ผู้ช่วยศำสตรำจำรย์กิตติ อัตถำผล ที่ปรึกษาด้านการแสดง บุญตำ เขียนทองกุล วันทนีย์ ม่วงบุญ ปกรณ์ พรพิสุทธิ์ อ านวยการแสดง ลสิต อิศรำงกูร ณ อยุธยำ ๗๖


ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.ศิริวรรณ ศิลาพัชรนันท์ จัดท าเรื่องย่อ งานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ประจ าปี ๒๕๖๖ จัดโดยมูลนิธิพระบรมราชานุสรณ์ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดขึ้นในวันที ่ ๒๕ - ๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี องค์ประธานมูลนิธิ ฯ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ เสด็จพระราชด าเนิน ทรงเป็นประธานของงานในวันที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖ มีการแสดง ๓ รายการ คือ ละครเสภา เรื่องขุนช้าง - ขุนแผน ตอนขึ้นเรือนขุนช้าง - พานางวันทองหนี ร าอาศิรวาท และโขน เรื่องรามเกียรติ์ ชุดหุงน ้าทิพย์ ส่วนในวันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ มีการแสดงหลายรายการ คือ การบรรเลงดนตรีไทยและขับร้อง โดยยุวศิลปิน ของมูลนิธิ ฯ ขับเสภาเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย การแสดงหุ ่นกระบอกออกตัว เรื ่องพระอภัยมณี ตอนนางละเวงก ่อศึก การบรรเลงและขับร้องของวงดุริยางค์สากล ส านักการสังคีต กรมศิลปากร และ ส่งท้ายด้วยการแสดงโขน นอกจากนี้ในงานทั้ง ๒ วัน ยังมีกิจกรรมนิทรรศการและสาธิตที่หลากหลาย จากหน ่วยงานและกลุ ่มต ่างๆ เช ่น การท ่องเที ่ยวแห ่งประเทศไทย ส านัก เลขาธิการคณะรัฐมนตรี วิทยาลัยเทคนิคสมุทรสงคราม มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี กรมส่งเสริมการเกษตร สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา ราชสกุลรัชกาลที่ ๒ และชุมชนอัมพวา และยังมีงานสาธิตด้านผ้าจากจังหวัด สมุทรสงคราม ราชบุรี และปัตตานี งานสาธิตด้านประณีตศิลป์ ด้านดอกไม้ เรื่องย่องานเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ประจ าปี ๒๕๖๖ ๗๗


Description จรูญ เกนี่ จัดท าเรื่องย่อภาษาอังกฤษ The 2023 Commemoration of King Phra Bhuttalertla Naphalai (Rama II)'s Birthday Anniversary is organized by the King Rama II Phraboromrajanusorn Foundation under Royal Patronage from February 25 – 26, 2023. Her Royal Highness Princess Maha Chakri Sirindhorn presides at the event on February 25. Three shows are staged – Sepha Khun Chang Khun Phaen (Episode: Khun Phaen breaking into Khun Chang’s house and eloping with Wanthong), Thai dance paying tribute to King Rama II and Khon Ramakien or Ramayana (Episode: The Creation of Magic Water). On February 26, Thai classical music ensemble and singing are performed by the young artists trained by the foundation. In addition, there are a recital of Sepha to honor King Rama II, a traditional Thai puppet show about Phra Aphai Mani (Episode: Laweng Waged War), a musical performance and singing by the National Symphony Orchestra, the Office of the Music and Drama, the Fine Arts ใบตอง เครื่องแขวน มาลัย และบายศรี การซ่อมสร้างเครื่องดนตรีไทย งาน หัตถกรรมต ่างๆ รวมทั้งการออกร้านด้านอาหารการกินสมัยต้นกรุง รัตนโกสินทร์ อาหารและขนมของชาวอัมพวา ซุ้มยาไทย และผลิตภัณฑ์ โอทอปของจังหวัดสมุทรสงคราม ๗๘


Department, and Khon performance, which is the last show. In addition, the event features a variety of exhibitions and demonstrations from various agencies such as the Tourism Authority of Thailand, the Office of the Prime Minister, Samut Songkhram Technical College, Prince of Songkla University Pattani Campus, the Department of Agricultural Promotion, Chitralada Institute of Technology, royal descendants of King Rama II and Amphawa Community. Various demonstrations – making products from cloth given by Samut Songkhram, Ratchaburi and Pattani, crafting fine arts and making flowers from banana leaves, traditional floral mobiles, garlands and rice offerings – are held. Visitors can also learn how Thai musical instruments are repaired and how handicrafts are made. They can browse food stalls showcasing food from the early Rattanakosin period and Thai medicine kiosks. They can shop Amphawa food and confectionery as well as OTOP products from Samut Songkhram. ๗๙


กระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จังหวัดสมุทรสงคราม องค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรสงคราม เทศบาลต าบลอัมพวา กรมศิลปากร สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย การไฟฟ้านครหลวง บริษัท อสมท จ ากัด (มหาชน) กรมโยธาธิการและผังเมือง กรมส่งเสริมการเกษตร กรมป่าไม้ บริษัท เอปสัน (ประเทศไทย) จ ากัด คุณมุกดา ทังเกษมวัฒนา และผู้มีอุปการคุณอื่นๆ ซึ่งอาจมิได้ระบุในที่นี้ได้หมด ผู้มีอุปการคุณ


Click to View FlipBook Version