The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ลำพอง กลมกูล/Lampong Klomkul. (2566). การขับเคลื่อนธนาคารวัวหลวงพ่อแดง นนฺทิโย: กรณีศึก ษาศูนย์การเรียนรู้เกษตรเชิงวิจัย<br>โคกหนองนา R + โมเดล จังหวัดบุรีรัมย์<br>Driving the Cow Bank of Luang Por Daeng Nonthiyo: A Case Study of Agricultural Research Learning Center Khok Nong Na R + Model in Buriram Province. ศูนย์อาเซียนศึกษา : มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Dr.Lampong Klomkul, 2023-08-13 01:23:36

การขับเคลื่อนธนาคารวัวหลวงพ่อแดง นนฺทิโย: กรณีศึก ษาศูนย์การเรียนรู้เกษตรเชิงวิจัย<br>โคกหนองนา R + โมเดล จังหวัดบุรีรัมย์<br>Driving the Cow Bank of Luang Por Daeng Nonthiyo: A Case Study of Agricultural Research Learning Center Khok Nong Na

ลำพอง กลมกูล/Lampong Klomkul. (2566). การขับเคลื่อนธนาคารวัวหลวงพ่อแดง นนฺทิโย: กรณีศึก ษาศูนย์การเรียนรู้เกษตรเชิงวิจัย<br>โคกหนองนา R + โมเดล จังหวัดบุรีรัมย์<br>Driving the Cow Bank of Luang Por Daeng Nonthiyo: A Case Study of Agricultural Research Learning Center Khok Nong Na R + Model in Buriram Province. ศูนย์อาเซียนศึกษา : มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.

ศูนย%อาเซียนศึกษา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย


i โมเดลความเปนนักปฏิบัติสูวิถีชีวิตพอเพียงแหงชุมชนวนัมรุง ของพระเมธีวัชรประชาทร (ดร.หลวงพอแดง) A Model of Practitioner towards Sufficient Life in Vanumrung Community of Phra Methivajaraprachathorn (Dr.Luangpor Daeng) ดร.ลําพอง กลมกูล ศูนยอาเซียนศึกษา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย


ii โมเดลความเปนนักปฏิบัติสูวิถีชีวิตพอเพียงแหงชุมชนวนัมรุง ของพระเมธีวัชรประชาทร (ดร.หลวงพอแดง) A Model of Practitioner towards Sufficient Life in Vanumrung Community of Phra Methivajaraprachathorn (Dr.Luangpor Daeng) ISBN (e-book): 978-616-300-867-1 ผูเขียน ดร.ลําพอง กลมกูล รองผูอํานวยการศูนยอาเซียนศึกษา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ที่ปรึกษา พระเทพปวรเมธี, รศ.ดร. พระอุดมสิทธินายก, รศ.ดร. พระครูสุธีกิตติบัณฑิต, รศ.ดร. พระมหาจีรวัฒน กนฺตวณฺโณ, รศ.ดร. พระครูโอภาสนนทกิตติ์, ผศ.ดร. พระครูวิรุฬหสุตคุณ, ผศ.ดร. พระปลัดระพิน พุทธิสาโร, ผศ.ดร. พระครูสังฆรักษเอกลักษณ อชิโต, ดร. พระปลัดอภิเชษฐ สุภทฺรวาที รศ.ดร.สุรพล สุยะพรหม รศ.ดร.พิเชฐ ทั่งโต ดร.สุรัตน คําโสภา ออกแบบปก นางสาวอรวรรณ อินทรภู พิสูจนอักษร ดร.ณัฐนิชา ปญญนิภา และนางสาวตันหยง พุกทอง พิมพครั้งแรก 15 สิงหาคม 2566 จํานวนหนา 96 หนา จัดทําโดย ศูนยอาเซียนศึกษา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เลขที่ 79 หมู 1 ตําบลลําไทร อําเภอวังนอย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 13170


iii


iv


v


vi


vii


viii กิจกรรมวิถีพุทธ วิถีพอเพียง ของชุมชนวนัมรุง


ix ประวัติ พระเมธีวัชรประชาทร, ดร. ชื่อ นามสกุล : พระเมธีวัชรประชาทร, ดร. (ประยูร สรอยระยา) ฉายา : นนฺทิโย สถานที่เกิด : จังหวัดสมุทรสงคราม บิดา : นางยง สรอยระยา มาดา : นางฝอย สรอยระยา วัน/เดือน/ป /เกิด : ๑๙ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๙๓ อายุ๗๓ ป พรรษา ๕๐ การศึกษา ปริญญาตรี หลักสูตรนิติบัณฑิต สาขาวิชานิติศาสตร คณะสังคมศาสตร มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ปที่สําเร็จการศึกษา พ.ศ. ๒๕๖๔ ปริญญาตรี หลักสูตรพุทธศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการเชิงพุทธ คณะสังคมศาสตร มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ปที่สําเร็จการศึกษา พ.ศ. ๒๕๕๘ ปริญญาโท พุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการเชิงพุทธ คณะสังคมศาสตรมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรราชวิทยาลัย ปที่สําเร็จการศึกษา พ.ศ. ๒๕๖๐ ปริญญาเอก หลักสูตรพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการเชิงพุทธ คณะสังคมศาสตร มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ปที่สําเร็จการศึกษา พ.ศ. ๒๕๖๓ ปริญญาเอก หลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชารัฐศาสตร คณะสังคมศาสตร มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ปที่สําเร็จการศึกษา พ.ศ. ๒๕๖๖ นักธรรม ชั้นเอก


x ประสบการณการทํางาน พ.ศ. ๒๕๖๖ ดํารงตําแหนง ที่ปรึกษาคณบดีคณะสังคมศาสตร มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๖๕ อนุกรรมการขับเคลื่อนโครงการสงเสริมการพัฒนา ประสิทธิภาพ การดําเนินงาน หนวยอบรมประชาชนกลาง (อ.ป.ต.) ของมหาเถรสมาคม พ.ศ. ๒๕๖๔ ประธานฝาย ทรัพยากรผูจัดตังศูนยพักคอย ( ci ) หนวยอบรมประชาชนประจํา ตําบลเหมืองใหม (อ.ป.ต.) พ.ศ. ๒๕๖๔ อาจารยพิเศษ ประจําคณะสังคมศาสตร มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๖๓ ถึงปจจุบัน รองประธานสมัชชาพระสงฆผูนําขับเคลื่อน หมูบานรักษาศีล ๕ แหงประเทศไทย (หนกลาง) พ.ศ. ๒๕๖๓ เปนประธานคณะกรรมการบริหารโรงเรียนถาวรวิทยา จังหวัดสมุทรสงคราม พ.ศ. ๒๕๖๒ ถึงปจจุบัน ประธานหนวยอบรมประชาชนประจําตําบลเหมืองใหม พ.ศ. ๒๕๖๒ ถึงปจจุบัน รองประธานหนวยอบรมประชาชนประจําอําเภอ (อ.ป.อ) พ.ศ. ๒๕๖๒ กรรมการฝายสาธารณสงเคราะหจังหวัดสมุทรสงคราม พ.ศ. ๒๕๖๒ ถึงปจจุบัน รองเจาคณะอําเภออัมพวา พ.ศ. ๒๕๖๖ ประธานฝายสาธารณสงเคราะหจังหวัดสมุทรสงคราม พ.ศ. ๒๕๕๘ ถึงปจจุบัน เปนปรึกษากลุมลงแขกลงคลองตําบลเหมืองใหม อําเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม พ.ศ. ๒๕๕๓ คณะผูเผยแผพระพุทธศาสนาประจําภาค ๑๕ พ.ศ. ๒๕๕๔-๒๕๖๐ เปนผูอํานวยการจัดอบรมติวเขมกอนสอบนักธรรม ชั้น ตรี โท เอก และธรรมศึกษาชั้น ตรี โท เอก จังหวัดสมุทรสงคราม


xi พ.ศ. ๒๕๔๘ ไดรับการแตงตั้งเปนผูเผยแผพระพุทธศาสนาประจํา จังหวัดสมุทรสงคราม พ.ศ. ๒๕๑๙-๒๕๓๙ รองประธานคณะกรรมการหนวยอบรมประชาชน ประจําตําบล พ.ศ. ๒๕๑๙-ปจจุบัน เจาอาวาสวัดอินทาราม พ.ศ. ๒๕๑๙-๒๕๓๙ รองประธานคณะกรรมการ และวิทยากร หนวยอบรมประชาชนประจํา ตําบล (อ.ป.ก.) พ.ศ. ๒๕๒๕ รักษาการเจาคณะตําบลเหมืองใหมเขต ๒ หนาที่การงานปจจุบัน พ.ศ. ๒๕๑๙ เจาอาวาส วัดอินทาราม ตําบลเหมืองใหม อําเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม พ.ศ. ๒๕๖๒ อาจารยพิเศษ ประจําคณะสังคมศาสตร มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๖๖ ที่ปรึกษาคณบดีคณะสังคมศาสตร มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ดานสมณศักดิ์ พ.ศ. ๒๕๒๖ เจาอาวาสวัดราษฎรชั้น โท ที่ พระครูพิศิษฎประชานาถ พ.ศ. ๒๕๓๓ เจาอาวาสวัดราษฎรชั้นเอก ที่ พระครูพิศิษฎประชานาถ พ.ศ. ๒๕๕๖ เทียบผูชวยเจาอาวาสพระอารามหลวงชั้นเอก ที่ พระครูพิศิษฏประชานาถ พ.ศ. ๒๕๖๕ เทียบผูชวยเจาอาวาสพระอารามหลวงชั้นพิเศษ ที่ พระครูพิศิษฏประชานาถ พ.ศ. ๒๕๖๖ พระราชาคณะชั้นสามัญ พระเมธีวัชรประชาทร (ประยูร สรอยระยา)


xii เปนสมาชิกหรือกรรมการ สมาคม มูลนิธิ ชมรม หรืออื่นๆ ที่ปรึกษามูลนิธิวัดอินทาราม หลีกโหมดมณี ประธานมูลนิธิ บวร จตุรัสประชานาถ กรรมการมูลนิธิ การจัดการเชิงพุทธ ประธาน สวนพุทธเกษตร โคกหนองนา มูลนิธิวัดอินทาราม ในจังหวัดสุรินทร และจังหวัดสมุทรสงคราม เกียรติประวัติ/รางวัลที่เคยไดรับ พ.ศ. ๒๕๖๖ ผูทําคุณประโยชนใหกับกระทรวงศึกษาธิการประจําป ๒๕๖๖ พ.ศ. ๒๕๖๖ พระสงฆตนแบบสมัชชาพระสงฆผูนําขับเคลื่อนหมูบาน รักษาศีล ๕ พ.ศ. ๒๕๖๖ นักวิจัยดีเดน มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ภายใตแผนงานวิจัย การพัฒนาโครงสรางเชิงระบบเพื่อ การปกครอง คณะสงฆที่เขมแข็งในสังคมไทยไทย พ.ศ. ๒๕๖๖ พัดเกียรติยศ และเกียรติบัตร ใหแก วัดตนแบบ ระดับหน และภาคีเครือขายระดับจังหวัดในโครงการวัดประชารัฐสรางสุข พ.ศ. ๒๕๖๕ ผูสรางสรรคเรื่องเลาทองถิ่น มรดกวัฒนธรรม และ พระพุทธศาสนาดวยการเสื่อสารปลอดภัยและสรางสรรค มูลนิธิพระรัตนตรัย ในพระราชูปถัมภฯ พ.ศ. ๒๕๖๕ รางวัลราชสีห บุคคลตนแบบแหงป สาขาผูทําคุณประโยชน ตอพระพุทธศาสนาดีเดน พ.ศ. ๒๕๖๓ ศิษยเกาดีเดน สาขาดานการสรางคุณประโยชนแก มหาวิทยาลัยมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๖๐ รับรางวัล DAIMON OF ASIA AWARD ๒๐๑๘ พ.ศ. ๒๕๖๒ ไดรับคัดเลือกเปน หมูบานรักษาศีล ๕ ตนแบบ ประจําป ๒๕๖๒ ระดับภาค


xiii พ.ศ. ๒๕๖๑ เปนศิษยเกาดีเดนเกียรติคุณ (บรรพชิต) สมาคมศิษยเกา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ประจําป พ.ศ. ๒๕๖๑ พ.ศ. ๒๕๕๙ ไดเขารับรางวัลแทนคุณแผนดิน ประจําป ๒๕๕๙ โดยมีศาสตราจารยเกียรติคุณ นายแพทยเกษม วัฒนชัย องคมนตรี เปนประธานในพิธี ซึ่งเปนรางวัลที่มอบใหแก พระสงฆและประชาชนที่ทําคุณประโยชนใหกับสังคม พ.ศ. ๒๕๕๗ ประกาศเกียรติคุณ เปนผูบําเพ็ญประโยชนสงเสริม การเผยแผพระพุทธศาสนา ประวัติโดยสังเขป พระเมธีวัชรประชาทร (ดร.หลวงพอแดง นันทิโย) รองเจาคณะ อําเภออัมพวา, รองประธานสมัชชาพระสงฆผูนําขับเคลื่อนหมูบานศีล ๕ หนกลาง, ประธานกรรมการฝายสาธารณสงเคราะหจังหวัด สมุทรสงคราม เจาอาวาสวัดอินทาราม ต.เหมืองใหม อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม พระผูมีแตให เปนพระที่เปยมไปดวยเมตตา ใครขาด เหลือ ถาหลวงพอแดงมี หลวงพอแดงใหหมด ภายใตแนวคิด พระสงฆ ผูเปนที่พึ่งของประชาชน “ยิ่งใหยิ่งได ยิ่งใหยิ่งมี” จนชาวบานตั้งฉายา “พระผูมีแตให นักบุญลุมน้ําแมกลอง” จึงเปนพระสงฆผูเปนที่พึ่งของ ประชาชนตลอดมา นอกจากนี้ ยังใหความสําคัญกับการศึกษา แมจะอายุ ๗๓ ป พรรษา ๕๐ แต ดร.หลวงพอแดง ก็ศึกษาเลาเรียนจนลาสุดเมื่อวันที่ ๖ สิงหาคม ๒๕๖๖ ทานจบหลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชา รัฐศาสตร คณะสังคมศาสตร มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราช วิทยาลัย โดยดุษฎีนิพนธเรื่อง “การพัฒนาบทบาทของผูปกครองทองที่ ที่มีตอการสงเสริมอารยเกษตรตาม โคก หนอง นา โมเดล จังหวัด สมุทรสงคราม” โดยการประยุกตตามหลักพุทธธรรม ถือวาเปนปริญญา


xiv เอกใบที่ ๒ หลังจาก เมื่อป ๒๕๖๓ ทานจบปริญญาเอก หลักสูตรพุทธ ศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการเชิงพุทธ คณะสังคมศาสตร มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ถือเปนพระสงฆตนแบบที่ ไมยอมแพกับอายุในวัย ๗๓ ป แตก็ศึกษาเลาเรียนจนจบปริญญาเอก ถึง ๒ ใบ หากยอนไปในวัยเด็ก พระเมธีวัชรประชาทร (ดร.หลวงพอแดง นันทิโย) เดิมชื่อประยูร สรอยระยา เกิดเมื่อวันที่ ๑๙ พฤษภาคม ๒๔๙๓ ณ บานเลขที่ ๓๕ ม.๖ ต.เหมืองใหม อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม บิดาชื่อ นายยง สรอยระยา มารดาชื่อ นางฝอย สรอยระยา นามสกุล แมเดิม รัศมีโชติมีพี่นองทั้งหมด ๘ คน เปนคนใจบุญมาตั้งแตเล็ก กอนจะไป โรงเรียนมีหนาที่จะตองใสบาตรพระหนาบานทุกวัน เมื่อยังเยาววัยนั้น เด็กชายแดงทานไดรับการศึกษาตั้งแตชั้นประถมศึกษาปที่ ๑ ที่โรงเรียน ถาวรวิทยาแลวยายไปเรียนตอจนเรียนจบชั้นประถมศึกษา ๗ ที่ โรงเรียนวัดเสด็จสุทธิวิทยานุสรณ เมื่อจบการศึกษาแลวก็ออกมาชวย พอ-แม ทําอาชีพเกษตรกรรม (สวนมะพราว สมโอ และลิ้นจี่) จนอายุได ๒๑ ป พ.ศ.๒๕๑๔ ไดไปรับราชการเปนทหารเรือ ๒ ป เมื่อปลด ประจําการป ๒๕๑๖ ก็บรรพชาอุปสมบท ณ พัทธสีมาวัดอินทาราม เมื่อวันที่ ๘ กรกฎาคม ๒๕๑๖ โดยพระครูสมุทรธรรมกิจ หลวงปูหยอด ชินวังโส วัดแกวเจริญ เกจิแหงลุมน้ําแมกลองเปนพระอุปชฌาย พรรษา ๑-๒-๓ สอบนักธรรมตรี-โท-เอก ไดจบหลักสูตร นักธรรมเอก เมื่อป ๒๕๑๙ ทานเลื่อมใสในวิชาที่เรียนเกี่ยวกับการธุดงค จากการฉันใน บาตร จําวัดในปาชา ทานชอบฉันสํารวม และมีความคิดที่จะออกธุดงค แสวงหาสถานที่วิเวกเพื่อตัดกิเลสบําเพ็ญตน เพื่อคนหาหลักธรรมใหถึง แกนแท โดยหลวงพอแดงทานเตรียมตัวในการออกธุดงค และเชื่อมั่น เพียงตําราตามที่ไดร่ําเรียนมา จึงตัดสินใจที่จะมีเพียง สบง จีวร สังฆาฏิ บาตร และกลด ติดตัวไปเทานั้น จากนั้นก็ออกธุดงคไปตามภูเขาลําเนาไพร


xv ยืดปาดงดิบ มุงสูจังหวัดราชบุรี และจังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งในสมัยนั้น ยังคงเปนปารกทึบตลอดเสนทางเปนการเดินดวยเทาเปลา ใน พ.ศ. ๒๕๑๙ ทานตั้งใจในการออกธุดงคครั้งนี้ขอถวายชีวิตเปนพุทธบูชา ธรรมบูชา สังฆบูชา โดยการเดินเขาสูปาหวาย โปรงกระทิง ดานมะขาม เตี้ย จนกระทั่งผานปารกทึบไปเจอสถานที่แหงหนึ่งซึ่งปจจุบันเรียกกัน วา ทาเสด็จ และตั้งใจวาจะปกกลดที่นี่เพื่อปฏิบัติธรรมอันสงบ การธุดงคของทานตองเจอะเจอกับฝน พายุ ลูกเห็บที่ตกกระหน่ําลงมา บางครั้งตองจําวัดทั้ง ๆ ที่เปยกแฉะ บางครั้งตองนั่งยอง ๆ จําวัด บางครั้งตองเก็บสบงจีวรสังฆาฏิใสบาตรแลวขึ้นไปนั่งบนบาตร เพราะ น้ําปาที่ไหลแรงตลอดเวลาทามกลางสายฝนในยามค่ําคืน ดร.หลวงพอแดง ออกธุดงคอยูหลายป หลังกลับจากออกธุดงคไดไมนาน ทานก็ไดรับแตงตั้งเปน เจาอาวาส วัดอินทาราม แมทานจะปฏิเสธ โดยใหเหตุผลวาเปนพระ หนุมบวชเรียนเพียง ๓ พรรษาเศษเทานั้น แตพระผูใหญก็เชื่อมันและ แนะนําใหทานรับตําแหนงรักษาการเจาอาวาสไปกอน ๑ ป ตั้งแตนั้นมา ทานก็รับดูแลวัดอินทารามมาตั้งแต พ.ศ.๒๕๑๙ และยังรับเปนครูสอน พระปริยัติธรรมดวย วันเวลาผานไป ๑ พรรษา ทานก็ไดรับตําแหนง เจาอาวาสอยางเต็มตัว ซึ่งทานก็เปนเจาอาวาสที่มีอายุนอยที่สุดของ จ.สมุทรสงคราม อีกดวย นอกจากนั้น หลวงพอแดง ยังเปนผูสืบทอด วิชาไหมหาสี ศีล ๕ พระครูสุนทรธรรมกิจ (หลวงปูหยอด ชินวังโส) อดีตเจาอาวาสวัดแกว เจริญ ศิษยเอก หลวงปูใจ ผูสืบสานตํานานตะกรุดลูกอมไหม เบ็ญจรงค ๕ สี ในขณะนั้น วัดอินทาราม มีแตปญหาตาง ๆ เชน กุฏิสงฆจะพัง ลงน้ําเพราะไมมีเขื่อนกั้นกันตลิ่งพัง อุโบสถหลังเดิมก็ชํารุดเสียหาย ศาลาการเปรียญก็ทรุดโทรม จนไมสามารถประกอบพิธีที่สําคัญตาง ๆ


xvi ได เตาเผาศพก็ยังไมไดมาตรฐาน หลวงพอแดงกับชาวบานจึงไดชวยกัน พัฒนาถาวรวัตถุตาง ๆ ภายในวัด โดยใชเวลาเกือบ ๒๐ ป และเปนผูนํา ในการสรางถนนสายผลไมเขามาวัดอินทาราม จึงเปนวัดที่ไดรับ การพัฒนาใหเจริญจนถึงทุกวันนี้ปจจุบันวัดอินทาราม เปนสถานที่ ทองเที่ยวที่สําคัญของจังหวัดสมุทรสงครามอีกแหงหนึ่ง เปนที่รูจักของ คนทั่วประเทศ ดร.หลวงพอแดง เปนผูที่ใหความสําคัญกับการศึกษา โดย ทานจบการศึกษาปริญญาตรี สาขาวิชานิติศาสตรบัณทิต และสาขาวิชา การจัดการเชิงพุทธ คณะสังคมศาสตร มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราช วิทยาลัย, ปริญญาโท สาขาวิชาการจัดการเชิงพุทธ และระดับปริญญา เอก สาขาวิชาการจัดการเชิงพุทธ คณะสังคมศาสตร มหาวิทยาลัยมหา จุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เมื่อป ๒๕๖๓ และลาสุดทานจบหลักสูตร ปรัชญ าดุษฎีบัณ ฑิต สาขาวิชารัฐศาสตร คณ ะสังคมศาสตร มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เมื่อวันที่ ๖ สิงหาคม ๒๕๖๖ นอกจากจะใหความสําคัญกับการศึกษาแลว ยังสงเสริม การศึกษาพระสงฆ สนับสนุนกิจกรรมโรงเรียนตาง ๆ เชน สราง หองสมุดประชาชน เฉลิมราชกุมารีอําเภออัมพวา ทูลถวายสมเด็จ พระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในป ๒๕๕๕, โครงการ พลังงานแสงอาทิตย ที่ติดตั้งใหโรงเรียนยากจนแลว ๕ แหงครอบคลุม ๓ อําเภอ ประกอบดวย แหงแรกคือ ร.ร.วัดแกนจันทร อ.บางคนที, ร.ร.ถาวรวิทยา อ.อัมพวา, ร.ร.วัดจันทรเจริญสุข และโรงเรียนบานฉูฉี่ อ.เมืองสมุทรสงคราม ประหยัดไฟตอเดือนกวา ๗๐ เปอรเซ็นต โรงเรียนมีเงินเหลือจากการประหยัดไฟฟาไปจัดการศึกษาปละจํานวน มาก โครงการสนับสนุนทุนการศึกษาในทุกระดับ เปนประจําทุกป, โครงการขับเคลื่อนการเรียนรูตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง


xvii ดานการสถานศึกษาเปนศูนยการเรียนรู สืบสานภูมิปญญา เพื่อชุมชนที่ เขมแข็ง และยิ่งยืน, บริจาคขาวสาร และเงินสนับสนุน ๒๐ โรงเรียน, สนับสนุนการจางครูอัตราจาง ๑ โรงเรียน, สนับสนุนการดําเนินการจัด กิจกรรมบรรยายธรรม ดานการศึกษา, สนับสนุนการดําเนินการจัดการ สอนในการสอบธรรมมะศึกษาชั้นตรี เพื่อเตรียมความพรอม สําหรับ การสอบ วิชาเรียงความแกกระทูธรรม, บริจาคชุดตรวจ ATK และ อุปกรณการจัดการเรียนการสอนตาง ๆ ตลอดจนจัดตั้งโครงการ พระสงฆไมทิ้งประชาชน ภายใตภารกิจการ ชวยเหลือประชาชนยาม ยากลําบาก เชน ประสบอุทกภัย หรืออัคคีภัย พรอมทั้ง บริจาคเรื่องมือ ทางการแพทย จัดตั้งศูนยพักคอย (CI) สงมอบยาฟาทะลายโจรตานภัย โควิด-๑๙ จํานวน ๑,๓๐๐,๐๐๐ แคปซูล จัดซื้อวัคซีน แจกใหกับ พระสงฆประชาชนทั่วประเทศ และยังจัดตั้งสวนพุทธเกษตร โคก หนอง นา ธนาคารโคกระบือเพื่อประชาชน และสรางบานพระสงฆ เอื้ออาทร และเมื่อเรียนจบปริญญาเอก สาขาจัดการเชิงพุทธ และ สาขาวิชารัฐศาสตร อีกทั้งจบปริญญาตรี สาขาวิชานิติศาสตรบัณทิต (กฎหมาย) มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย จึงจัดตั้งศูนย ชวยเหลือใหคําปรึกษาทางดานกฎหมายใหกับประชาชนฟรีภายในวัด พรอมทั้งยังไดใหการสนับสนุนสวนราชการประชาชนในทุกดาน เปนตน นอกจากนี้ ยังใหโอกาสเพื่อนมนุษยจัดตั้งศูนยบําบัดและ ฟนฟูผูติดยาเสพติด โดยมีสวนราชการและเอกชนมีสวนรวมในการ บําบัดผูติดยาเสพติด จนมาถึงปจจุบัน รวมทั้งยังสงเสริมใหชาวบานจัด ตลาดน้ําบริเวณหนาวัด ชื่อ ตลาดน้ําพุทธเกษตรวัดอินทาราม ใหเกษตรกรชาวสวน ซื้อขายลิ้นจี่และสมโอ รวมทั้งผลไมอื่น ๆ เปนการ สงเสริมเกษตรกรใหมีรายได และผูบริโภคไดซื้อสินคาในราคายุติธรรม ดวย


xviii ดร.หลวงพอแดง ทานเปยมไปดวยเมตตา เปนพระนักพัฒนา และชวยเหลือสังคมมาโดยตลอด กวา ๕๐ ป จนชาวบานตั้งฉายา “พระผูมีแตให นักบุญลุมน้ําแมกลอง” เปนพระสงฆผูเปนที่พึ่งของ ประชาชน ดวยเหตุนี้ เมื่อวันที่ ๑ สิงหาคม ๒๕๖๖ ราชกิจจานุเบกษา ประกาศพระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิรา ลงกรณพระวชิรเกลาเจาอยูหัว มีพระบรมราชโองการโปรดพระราชทาน สัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์พระราชาคณะ ใหพระครูพิศิษฎประชานาถ วัดอินทาราม จังหวัดสมุทรสงคราม เปนพระราชาคณะชั้นสามัญ มีนามวา “พระเมธีวัชรประชาทร” ทั้งนี้ตั้งแตวันที่ ๓๑ กรกฎาคม ๒๕๖๖ ประกาศ ณ วันที่ ๑ สิงหาคม ๒๕๖๖ เปนปที่ ๘ ในรัชกาล ปจจุบัน


xix คํานํานอมถวายมุทิตาสักการะ พระเดชพระคุณพระเมธีวัชรประชาทร (ดร.หลวงพอแดง) ผูมีความเมตตาและมอบน้ําใจสงมอบแกเกษตรกรชาวชุมชนวนัมรุง อําเภอเฉลิมพระเกียรติจังหวัดบุรีรัมย ผูที่ไดเขารวมโครงการ ธนาคารวัว และเขารวมกิจกรรมชุมชนสามัคคีของศูนยการเรียนรู เกษตรเชิงวิจัย โคก หนอง นา R+โมเดล จังหวัดบุรีรัมย เนื่องในโอกาสที่พระเดชพระคุณไดรับพระราชทาน เลื่อนสมณศักดิ์ ผูเขียนในฐานะผูขับเคลื่อนโครงการธนาคารวัว ภายใตศูนยการเรียนรูเกษตรเชิงวิจัย โคก หนอง นา R+โมเดล ขอนอมถวายมุทิตาสักการะผานผลงานวิชาการเรื่อง “โมเดล ความเปนนักปฏิบัติสูวิถีชีวิตพอเพียงแหงชุมชนวนัมรุงของ พระเมธีวัชรประชาทร (ดร.หลวงพอแดง)” ดวยพระเดช พระคุณไดเปนแบบอยางที่ดีในการปฏิบัติของความสมบูรณ พรอมทั้งศาสตรและศิลป มีภูมิความรูและภูมิธรรมเต็มเปยม อีกทั้งยังเปนผูเมตตากรุณาและใหโอกาสในการสรางสรรค กิจกรรมสงเสริมความอยูดีกินดีของเกษตรกรชาวชุมชนวนัมรุง อยางตอเนื่อง


xx ในโอกาสสําคัญนี้ผูเขียนขอนอมถวายมุทิตาสักการะ ดวยความตั้งใจยิ่งแดพระเดชพระคุณพระเมธีวัชรประชาทร (ดร.หลวงพอแดง) และหวังเปนอยางยิ่งวาการนําเสนอโมเดล ความเปนนักปฏิบัติสูวิถีชีวิตพอเพียงแหงชุมชนวนัมรุงของ พระเมธีวัชรประชาทร (ดร.หลวงพอแดง) นี้จะเปนตนแบบของ แนวทางปฏิบัติที่ดีสําหรับนักปฏิบัติกิจกรรมสงเสริมวิถีชีวิต พอเพียงที่มีการบูรณาการหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาใน การฝกฝนตนใหมีความเปนอยูอยางพอเพียงและยั่งยืนตอไป ขอกราบนมัสการดวยความเคารพอยางสูง ดร.ลําพอง กลมกูล รองผูอํานวยการศูนยอาเซียนศึกษา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย


xxi สารบัญ ประวัติ พระเมธีวัชรประชาทร, ดร. ............................................. ix คํานํานอมถวายมุทิตาสักการะ..................................................... xix สารบัญ......................................................................................... xxi บทความวาดวยการขับเคลื่อนธนาคารวัวหลวงพอแดง นนฺทิโย: กรณีศึกษาศูนยการเรียนรูเกษตรเชิงวิจัย โคก หนอง นา R +โมเดล จังหวัดบุรีรัมย............................................................. 1 บทนํา............................................................................................ 2 Introduction………………………………………………………................. 3 ปฐมบทวาดวยเรื่อง โคก หนอง นา R+โมเดล.............................. 4 ธนาคารวัวหลวงพอแดง นนฺทิโย จากอัมพวา สู โคก หนอง นา R+Model บุรีรัมย........................................................................ 9 ถอดองคความรูธนาคารวัว ศูนยการเรียนรูเกษตรเชิงวิจัย โคก หนอง นา R+Model จ.บุรีรัมย............................................ 16 วิถีทางศาสนามาเปนกลไกขับเคลื่อนวิถีชุมชน.............................. 19 บทสรุป......................................................................................... 22 โมเดลความเปนนักปฏิบัติสูวิถีชีวิตพอเพียงแหงชุมชนวนัมรุง ของพระเมธีวัชรประชาทร (ดร.หลวงพอแดง).............................. 23 รายการอางอิง.............................................................................. 37 ภาคผนวก..................................................................................... 39 ประวัติผูเขียน…………………………………………………………………….. 70


xxii Scan เพื่อรับชม Clip นําเสนอบทความ โครงการธนาคารวัวของหลวงพอแดง


xxiii โมเดลความเปนนักปฏิบัติสูวิถีชีวิตพอเพียง แหงชุมชนวนัมรุงของพระเมธีวัชรประชาทร (ดร.หลวงพอแดง)


xxiv


การขับเคลื่อนธนาคารวัวหลวงพอแดง นนฺทิโย: กรณีศึกษาศูนยการเรียนรูเกษตรเชิงวิจัย โคกหนองนา R + โมเดล จังหวัดบุรีรัมย Driving the Cow Bank of Luang Por Daeng Nonthiyo: A Case Study of Agricultural Research Learning Center Khok Nong Na R + Model in Buriram Province


2| โมเดลความเปนนักปฏิบัติสูวิถีชีวิตพอเพียงแหงชุมชนวนัมรุงของพระเมธีวัชรประชาทร บทนํา บทความวิชาการนี้มุงศึกษาแนวทางการขับเคลื่อน ธนาคารวัวหลวงพอแดง นนฺทิโย กรณีศึกษาศูนยการเรียนรู เกษตรเชิงวิจัย โคก หนอง นา R + โมเดล จังหวัดบุรีรัมย ใช การศึกษาจากเอกสาร งานวิจัย การสังเกต และการสัมภาษณ และนําเสนอในรูปแบบความเรียง ผลการศึกษาสรุปไดวา ธนาคารวัว มีจุดกําเนิดริเริ่มจากวัดอินทาราม จังหวัด สมุทรสงคราม โดยหลวงพอแดง นนฺทิโย และไดขยายเครือขาย การสงตอความชวยเหลือไปยังพื้นที่ตาง ๆ เพื่อสงเสริมให เกษตรกรมีคุณภาพชีวิตที่ดี พรอมกับการนําหลักการทาง พระพุทธศาสนา ในขอทาน ที่แปลวาการแบงปน การเสียสละ และการชวยเหลือเกื้อกูลตอชีวิตอื่น หามฆา หามขาย เมื่อตาย ก็ทําบุญให จึงถูกสงตอไปยังศูนยการเรียนรูเกษตรเชิงวิจัย โคก หนอง นา R+โมเดล จังหวัดบุรีรัมย ซึ่งมีผูเขารวมโครงการ หลายครอบครัว เปาหมายเพื่อรับวัวไปเปนสวนหนึ่งของ ครอบครัว เพื่อเสริมสรางคุณภาพชีวิตโดยมีกรอบคิดทาง ศาสนาเปนเครื่องนอมนํา เมตตา แบงปน และชวยเหลือ ดังใน กลุมกรณีศึกษา จังหวัดบุรีรัมย ซึ่งสงผลเปนการขับเคลื่อน ธนาคารวัวเชิงประจักษที่ไดรับความพึงพอใจรวมกันในระดับดี


ดร.ลําพอง กลมกูล |3 Introduction This academic article aimed to study the driving guidelines for Cow Bank of Luang Por Daeng Nonthiyo in a Case Study of Agricultural Research Learning Center Khok Nong Na R + Model in Buriram Province. Documentary studies, research, observations and interviews were used for the study and were proposed and written in essay form. Results of the study indicated that the cow bank was originated from Wat Intharam in Samut Songkhram Province by Luang Por Daeng Nonthiyo and has expanded the network to send assistance to various areas in order to encourage farmers to have a good quality of life. Buddhist principles were also introduced in the alms that mean sharing, sacrifice and helping other lives, do not kill, do not sell, make merit if it died. Therefore, it is foreshadowed to Agricultural Research Learning Center Khok Nong Na R+ Model in Buriram Province which has many families participating in the project. The goals were to get cows to be part of the family, and to enhance the quality of life with a religious framework as a tool to introduce compassion, sharing and help as in the case study in Buriram Province. As a result, the empirical of the cow bank was satisfactory at a good level.


4| โมเดลความเปนนักปฏิบัติสูวิถีชีวิตพอเพียงแหงชุมชนวนัมรุงของพระเมธีวัชรประชาทร ปฐมบทวาดวยเรื่อง โคก หนอง นา R+โมเดล สืบเนื่องจากศูนยการเรียนรูเกษตรเชิงวิจัย โคก หนอง นา R+โมเดล ไดดําเนินการขับเคลื่อนเกษตรบนพื้นที่มรดกของ บรรพชน แลวไดทําการศึกษาวิจัยโดยใชงานวิจัยเปนฐานใน เชิงเกษตรชุมชน เกษตรอินทรีย ที่เนนการไมเบียดเบียน หรือ การเกษตรที่เนนการเปนอยูสอดคลองกับวิถีธรรมชาติ นับตั้งแต การเริ่มตน ดังปรากฏในผลงานการศึกษาที่ผูเขียนไดศึกษาไว ซึ่งมีเปาหมายเพื่อใหเกิดเปนศูนยการเรียนรูจนกระทั่ง กลายเปนสวนสําคัญของการขับเคลื่อนเชิงพื้นที่เพื่อใหได ประโยชนจากการขับเคลื่อนในองครวมดวยเชนกัน หาก ยอนกลับไปนับตั้งแตการเริ่มสรางพื้นที่เกษตรเชิงวิจัยนี้ เปน เวลาเกินกวา 1 ปนับแตการเริ่มตนพัฒนาที่ดินมรดกใหเปน แหลงการเรียนรูทางการเกษตร ภายใตโครงการวิจัย "การพัฒนาพื้นที่ตนแบบการบริหารจัดการพื้นที่ดวยศาสตร พระราชาบูรณาการสูการเรียนรู โคก หนอง นา R+โมเดล ในการพึ่งตนเองของชุมชนตามวิถีเกษตรพอเพียง จังหวัด บุรีรัมย" การพัฒนาแหลงอาหารเพื่อรองรับความเสี่ยงจาก สถานการณโควิด ไดผลเชิงประจักษ คือ มีขาว มีพืชผัก สวนครัวนานาชนิดสําหรับยังชีพ การเลี้ยงไก เลี้ยงปลานานา ชนิด ซึ่งสามารถแบงปนแกสมาชิกในครอบครัวพี่นอง แมกระทั่งแบงปนเปนสินคากระจายอยูในชุมชนดวย นอกจากนี้ ยังมีการสรางปฏิสัมพันธระหวางกลุมเครือขายนักวิชาการ ผูสนใจและสมาชิกที่มีความสนใจในการเรียนรูและรวมพัฒนา


ดร.ลําพอง กลมกูล |5 ทั้งในสวนของการแบงปนขอมูลประสบการณ ของผูมี ประสบการณเปนการเติมเต็ม รวมพัฒนาหรือเปนการแบงปน ขอมูล เพื่อเรียนรูรวมกัน ซึ่งไดทั้งเพื่อน กัลยาณมิตร และครู อาจารยที่เคารพนับถือ ความรูที่เนื่องดวยวิถีเกษตร ดวยความที่เปน "ลูกชาวนา" จึงเติบโต มากับวิถีของชาวนา แตดวยโลกทัศน แบบสมัยแหงอุตสาหกรรม วิถีเกษตรดั้งเดิมไมตอบโจทยจึงทํา ใหเปน "ลูกชาวนา" ทิ้งถิ่นไปเรียนหนังสือ พรอมกับโลกทัศน "เรียนสูง ๆ ทํางานดี ๆ" ผานการศึกษา "ปริญญา" คือเปาหมาย สูงสุด แตเทาที่พบ สวนหนึ่งเปนขอดีเพราะการศึกษาทําใหเกิด ความรู ความเขาใจ มองเห็นไดทั้งลึกและกวาง แตอีกสวนหนึ่ง ยังไมตอบโจทยตอการดําเนินชีวิตในองครวม ยังตองซื้อขาว ซื้อผัก ผลไม ที่ไมไดอยูในกระบวนการที่จะควบคุมได การผลิต เอง ปลูกเอง จึงทําใหมีความรูและความเขาใจ รวมทั้งสามารถ ควบคุมไดเปน "แหลงอาหาร" เพื่อการยังชีพ ภายใต กระบวนการวิจัยและพัฒนาเปนความรูใหเกิดขึ้น การพัฒนาผลิตภัณฑซึ่งในศูนยการเรียนรูผาน โครงการวิจัย ไดผลิตน้ําดื่ม โคกหนองนา เพื่อเปนเครื่องดื่มที่ รองรับผูมาเยือน และผลิตภัณฑจากกลวย เปนกลวยฉาบ ที่ ทดลอง ทําบรรจุภัณฑและมีรสชาติที่นารับประทาน (มีคนบอก มา) จึงนับวาเปนพัฒนาการนับแตการเริ่มตน พันธุขาว พันธุพืช พันธุสัตวผานการเรียนรู และทดลอง จากไมรู ก็ไดรู จากรูผิวเผินก็เปนความรูเชิงประจักษ ที่ผานการทดลอง ทั้งผิด


6| โมเดลความเปนนักปฏิบัติสูวิถีชีวิตพอเพียงแหงชุมชนวนัมรุงของพระเมธีวัชรประชาทร และถูก แตทั้งหมด มีความรูเปนเปาหมาย จึงอาจเรียกวา เปน นักวิจัย ชาวนาฝกปฏิบัติ หรือเกษตรทดลองงาน ทุกอยางได หมด เพราะกรอบของการกระทําการ คือ การวิจัย แสวงหา ความรู เปนประสบการณของการทําหรือลงมือทําดวย วิกฤติจากโควิด ทําใหพบวา อาหารเปนปจจัยสําคัญ ของการยังชีพ อาหารนับเปนความมั่นคงของมนุษยอยางหนึ่ง ศูนยการเรียนรู และวิจัย จึงมาพรอมกับการสรางความพรอม เพื่อรองรับความเสี่ยงในแบบวิถีเกษตร มีอาหาร มีขาวกิน มีผัก มีปจจัยการยังชีพในแบบสมดุล พอดี และสอดคลองกับ วิถีดั้งเดิมและปจจัยพื้นฐานที่มีอยูคือ "ที่ดินมรดก" จาก พอแม เมื่อกลับบานมาในชวงเทศกาลปใหม ดอกสุพรรณิการ (ดอกฝายคํา) ที่ปลูกไวกําลังบานที่โคกหนองนา ซึ่งก็มาทราบใน ภายหลังวาเปนดอกไมประจําจังหวัดบุรีรัมย ก็เปนการอนุรักษ และรักษาคุณคาของพืชประจําพื้นถิ่นไวเปนสัญลักษณคูกับ พื้นที่เกษตร ดังนั้น ตลอดเวลาเกินกวา 1 ปที่ โคก หนอง นา R+โมเดล จึงเปนทั้งประสบการณ ความเขาใจทั้งเขาใจวิถีของ เกษตรที่บรรพบุรุษไดทํามา และเขาใจตอตนเองทั้งในสวนของ อารมณ ความรูสึกและการเรียนรูอยางตอเนื่อง นับเปนความ นาประทับใจและเปนความทรงจําที่งดงามจากวันนั้นจนกระทั่ง วันนี้


ดร.ลําพอง กลมกูล |7 R + Model = Research Model ใชวิจัยเพื่อพัฒนา ความรูในวิถีเกษตร โคก หนอง นา R+โมเดล พัฒนาที่ 3 ไร เปนที่เก็บน้ํา ธนาคารน้ําแบบเปด ปลูกไมยืนตน พันธไมสาธิต เพื่อปรับระบนิเวศ ปลูกพืชผักเพื่อการยังชีพ ทํานา ทําเกษตร สาธิต สรางหวงโซอาหาร “แหลงผลิตอาหาร” โรงเรือนเลี้ยง สัตว อาคารศูนยการเรียนรูสูการสรางชุดความรูและศูนยการ เรียนรูเกษตรชุมชนตอไป (ลําพอง กลมกูล, 2564) ภาพที่ 1 งานวิจัยกับการพัฒนาพื้นที่ทางการเกษตรในมรดก ของบรรพชนเพื่อพัฒนาเปนศูนยการเรียนรูชุมชน (ภาพผูเขียน 17 มีนาคม 2564)


8| โมเดลความเปนนักปฏิบัติสูวิถีชีวิตพอเพียงแหงชุมชนวนัมรุงของพระเมธีวัชรประชาทร จากภาพที่ 1 การพัฒนาพื้นที่วิจัยและการสงเสริม คุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่ดวยการสงเสริมกระบวนการทาง ความรูเพื่อนําไปเปนตนแบบหรือตัวอยางของการประกอบ อาชีพซึ่งสวนใหญเปนเกษตรกรและมีพื้นที่ทางการเกษตรเปน ของตัวเองเปนทุนเดิมอยูแลว จึงไดนํามาผสมผสานเพื่อใหเกิด การขับเคลื่อนเปนการพัฒนาคุณภาพชีวิตผานเกษตรดั้งเดิม ดวยความรูในรูปของเกษตรและวิจัยผสมรวมกัน จากภาพรวมเกี่ยวกับศูนยการเรียนรู ทําใหเกิดการ สรางเครือขายกิจกรรมชุมชน ซึ่งหมายถึงโครงการธนาคารวัว "ไมเบียดเบียน" รวมกับวัดอินทาราม จ.สมุทรสงคราม ไดวัว ผานโครงการไถชีวิตโคกระบือ เพื่อนําไปเปนทุน สําหรับการยัง ชีพและการดําเนินชีวิต ภายใตหลักพระพุทธศาสนา ไม เบียดเบียน เปนทาน แบงปน ไมฆา ไมขาย ตายทําบุญไปให นับเปนกิจกรรมที่เนื่องดวยธนาคารวัว ซึ่งในบทความนี้จะได แบงปนเลาตอเกี่ยวกับกิจกรรมรวมกันระหวางโครงการธนาคาร วัว กับกิจกรรมรวมของศูนยการเรียนรูเกษตรเชิงวิจัยตอไป


ดร.ลําพอง กลมกูล |9 ธนาคารวัวหลวงพอแดง นนฺทิโย จากอัมพวา สู โคก หนอง นา R+Model บุรีรัมย เมื่อสํารวจเกี่ยวกับการศึกษาเกี่ยวกับธนาคารวัว หรือ กิจกรรมสงเสริมการไถชีวิตโคกระบือ จะพบวา วัดอินทารามได ดําเนินการมาอยางตอเนื่อง จนกระทั่งกลายเปนการสงตอความ ชวยเหลือใหกับชุมชนในภาพกวางดังปรากฏในงานศึกษาเรื่อง “แนวทางการขับเคลื่อนพุทธเศรษฐศาสตรเชิงเกษตร พึ่งตนเอง: กรณีศึกษาศูนยการเรียนรูปรัชญาพอเพียงสูโคก หนองนาโมเดล จังหวัดสุรินทร” (วาสนา แกวหลา และคณะ, 2564) เมื่อผูเขียนไดประสานขอความชวยเหลือ วัวจาก ธนาคารวัวหลวงพอแดง นนฺทิโย จังหวัดสมุทรสงคราม ที่ได ดําเนินกิจกรรมสงวัวไปยังพื้นที่ตาง ๆ เชน จังหวัดสุรินทร สุโขทัย นครราชสีมา นครศรีธรรมราช เปนตน โดยทางวัดอิน ทาราม ไดเชิญชวนประชาชนใหรวมกิจกรรมธนาคารโคกระบือ และสงตอไปใหชาวบานไดรวมกันเลี้ยง เพื่อลดความรุนแรงจาก การฆา เปนการถายชีวิตโคกระบือ และทําใหสงเสริมหลักไม ปาณาติบาท คือหมายถึงไมฆา ไมทําราย หรือไมใชความรุนแรง ตอชีวิตเชิงปฏิบัติ ซึ่งหมายถึงลงมือปฏิบัติดวยตนเอง วากระทํา แบบนี้ ธนาคารวัว จึงเปนฐานของการสงเสริมนี้ และเมื่อได ประสานกับทางวัดอินทารามแลวจึงไดรับความอนุเคราะหวัว ในชุดแรก จํานวน 6 ตัว และชุดที่ 2 จํานวน 10 ตัว และควาย


10| โมเดลความเปนนักปฏิบัติสูวิถีชีวิตพอเพียงแหงชุมชนวนัมรุงของพระเมธีวัชรประชาทร จํานวน 1 ตัว ซึ่งมีมูลคาตามชวงเวลา แตสาระสําคัญ คือการ สงเสริมใหเกิดผลในทางปฏิบัติ รวมทั้งมีผูเขารวมโครงการรับวัว และโคกระบือไปเปนสวนขับเคลื่อนตอการดําเนินชีวิต ทําให เกิดงาน คุณภาพชีวิตผานการเลี้ยงสัตว หรือปศุสัตว และทําให เกิดการทํางานอื่น ๆ ตามมาดวยเชนกัน ภาพที่ 2 ภาพประชาสัมพันธการรับวัวจากโครงการธนาคารวัว หลวงพอแดง วัดอินทาราม จ.สมุทรสงคราม (ภาพผูเขียน 17 เมษายน 2566)


ดร.ลําพอง กลมกูล |11 ภาพที่ 3 กิจกรรมธนาคารวัว จากวัดอินทาราม จ.สมุทรสงคราม ทยอยสงถึงมือเกษตรกรในพื้นที่เกษตรเชิงวิจัย ที่โคก หนอง นา R+โมเดล จังหวัดบุรีรัมย (ภาพผูเขียน 21 ธันวาคม 2565)


12| โมเดลความเปนนักปฏิบัติสูวิถีชีวิตพอเพียงแหงชุมชนวนัมรุงของพระเมธีวัชรประชาทร ภาพที่ 4 ดร.หลวงพอแดง ไดมอบวัว 10 ตัว เพื่อมอบใหแก เกษตรกรที่เขารวมโครงการธนาคารโคกระบือ (วัดอินทาราม จ.สมุทรสงคราม & โคก หนอง นา R+Model จ.บุรีรัมย) (ภาพผูเขียน เมื่อ 17 เมษายน 2566) ภาพที่ 5 ดร.หลวงพอแดง ไดมอบวัว 10 ตัว เพื่อมอบให เกษตรกรผูเขารวมโครงการธนาคารวัว และไดมอบควายเขา งามให ดร.ลําพอง จํานวน 1 ตัว เลี้ยงไวเปนคูขวัญ โคก หนอง นา R+โมเดล ตั้งชื่อไววา “วันวิสาข” (ภาพผูเขียน เมื่อ 17 เมษายน 2566)


ดร.ลําพอง กลมกูล |13 ภาพที่ 6 ภาพประชาสัมพันธการรับวัวจากโครงการธนาคารวัว หลวงพอแดง วัดอินทาราม จ.สมุทรสงคราม (ภาพผูเขียน 1 สิงหาคม 2566) จากภาพกิจกรรมวัวในแตละชวง ทําใหเห็นวาวัวได กลายเปนสะพานบุญสงตอเปนความชวยเหลือไปยังพี่นอง ประชาชนในเขตพื้นที่ชนบททําใหคนมีอาชีพ และสงเสริมอาชีพ และทําใหเห็นวา นาจะเปนรายไดเสริมหลังการเก็บเกี่ยวในฤดู ทํานา ของเกษตรกรในพื้นที่ วัดอินทารามไดจัดมอบวัวจํานวน 16 ตัวใหแกกลุมเกษตรกร และไดมีการจัดมอบใหแกเกษตรกร จํานวน 10 ครอบครัว และมอบควายจํานวน 1 ตัวไวเปนตน ธารของการปศุสัตวใหเปนแบบอยางที่ศูนยการเรียนรูเกษตร แบบวิจัย ซึ่งถือวาเปนตนแบบและในเวลาเดียวกันเปนการ รณรงคสงเสริมใหเกิดพฤติกรรมเอาอยางเพื่อสรางการเรียนรู รวมกัน


14| โมเดลความเปนนักปฏิบัติสูวิถีชีวิตพอเพียงแหงชุมชนวนัมรุงของพระเมธีวัชรประชาทร ตารางที่ 1 การเปรียบเทียบกลไกรวมและผลเชิงคาดหวังจาก ธนาคารโคกระบือ จากสมุทรสงคราม สูธนาคารวัว บุรีรัมย ธนาคารวัว มิติทางศาสนา กิจกรรม ผลคาดหวัง วัวจาก วัดอินทาราม จ.สมุทรสงคราม สู โคกหนองนา R-Model จ.บุรีรัมย จํานวน 15 ตัว มอบ 10 ครอบครัว - รักษาศีล 5 รับวัวแลวไมฆา ไมขาย - การรณรงค สงเสริมไมให เกิดความรุนแรง ในชีวิตอื่น - การทําใหเกิด การขับเคลื่อน กิจกรรมรวมกับ ศูนยฯ ผานมิติ ทางศาสนา เชน การสรางพระ เปนตน -มีจิตอาสา สามารถเขา รวมกิจกรรม ของ โคก หนอง นา R+โมเดล ได -การสงเสริม ใหเกิดความ เสียสละผาน วัว และ ธนาคารวัว ตามตนแบบ ของวัด อินทาราม ที่ไดมาแบงปน -การสราง ความ ตระหนักใน เชิงอาชีพและ รายได -การไม เบียดเบียน ผานวิถีเกษตร เกษตรแบบยัง ชีพและเกษตร เชิงพาณิชยที่ ไมใชสารเคมี -การสงเสริม ใหเกิดความ ตระหนักใน การสราง ความมั่นคง ผานอาชีพ และรายได เปนตน 1.ครอบครัวนาย ถนอม อยูแทกุล 2.ครอบครัวนาย เกียรติศักดิ์ ภูคําสัน 3.ครอบครัวนาย สุรเดช แลดี 4.ครอบครัวนาย สมอาจ จงเกษี 5.ครอบครัวนาย พิชัย คํากลาง 6.ครอบครัวนาย ชุมพร จงเกษี


ดร.ลําพอง กลมกูล |15 ภาพที่ 7 ตัวอยางผูที่เขารวมโครงการธนาคารวัวของ หลวงพอแดง นนฺทิโย ผานศูนยเกษตรเชิงวิจัย จ.บุรีรัมย (ภาพผูเขียน 17 เมษายน 2566)


16| โมเดลความเปนนักปฏิบัติสูวิถีชีวิตพอเพียงแหงชุมชนวนัมรุงของพระเมธีวัชรประชาทร ถอดองคความรูธนาคารวัว ศูนยการเรียนรูเกษตรเชิงวิจัย โคก หนอง นา R+Model จ.บุรีรัมย ผลจากการขับเคลื่อนเกษตรเชิงวิจัย ทําใหได เครือขายที่นอกเหนือจากพื้นที่ เปนนอกพื้นที่ อาทิ การแบงปน ความรูจากแหลงอื่น หรือการชวยเหลือสนับสนุนจากแหลงอื่น เชน ธนาคารวัวของหลวงพอแดง จ.สมุทรสงคราม เครือขาย เกษ ตรจากพื้นที่อื่น ๆ ไมวาจะเปนการใหคําแนะนํา การแบงปนพันธุพืชบางชนิด และอื่น ๆ ที่จะเนื่องตามมาอีก หลายประการ ดังนั้น ในการขับเคลื่อนธนาคารวัว จึงมี ความหมายเปนการบริหารและการจัดการใหเกิดการขับเคลื่อน โดยมีเปาหมายเปนการพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชน ชาวบาน และประชาชนในภาพรวมดวยเชนกัน (ถนอม อยูแทกุล; เกียรติศักดิ์ ภูคําสัน; สุรเดช แลดี; สมอาจ จงเกษี; พิชัย คํากลาง; ชุมพร จงเกษี; สมพงษ กลมกูล, 2566) ซึ่งจําแนกได ดังนี้ 1. ความเอื้ออาทร ซึ่งหมายถึง การมองชีวิตอื่น ประหนึ่งเปนเพื่อนรวมโลก และใชความรูสึกเหลานั้นรับเลี้ยงโค กระบือ แมอาจจะไมไดมองวาไดประโยชนแตอยางนอยก็เปน การฝกปฏิบัติใหเกิดชีวิตหรือคุณภาพชีวิตที่เนื่องดวยชีวิตอื่น ๆ ดวยเชนกัน


ดร.ลําพอง กลมกูล |17 ภาพที่ 8 ความเอื้ออาทรเนื่องตอที่เกิดจากการขับเคลื่อน ธนาคารวัวคือการแบงปนแนะนําเปนความรู เกี่ยวกับเกษตรแบบยั่งยืนจากหลวงพอแดง นนฺทิโย วัดอินทาราม จังหวัดสมุทรสงคราม 2. การฝกปฏิบัติจากสถานการณจริงหรือพื้นที่จริง เกี่ยวกับการไมเบียดเบียน ธนาคารวัว จึงเปนเครื่องมือฝก ปฏิบัติในสวนของการไมใชความรุนแรงในทุกกรณี ทําใหเกิด การอยูรวมกันแบบพี่นอง ถอยทีถอยอาศัยกันในเชิงปฏิบัติ 3. การสงเสริมคุณภาพชีวิต อันหมายถึงธนาคารวัว ไดกลายเปนสวนสําคัญทําใหเกิดการอยูรวมกันบนพื้นฐานของ สินทรัพยที่ตอเนื่อง ซึ่งหมายความวาวัว จะเปนสวนสําคัญทําให เกิดการเชื่อมโยงตอเนื่องกับชีวิต จนกลายเปนสวนสําคัญและ กลายเปนกลไกที่ทําใหสมาชิกของกลุมเกษตร ไดเห็น ความสําคัญ ที่จะมีการเลี้ยงสัตวอื่น ๆ เพื่อทําใหมีฐานของการ


18| โมเดลความเปนนักปฏิบัติสูวิถีชีวิตพอเพียงแหงชุมชนวนัมรุงของพระเมธีวัชรประชาทร ดําเนินชีวิตอีกตอไป และในเวลาเดียวกัน กลไกตาง ๆ จะสงผล เปนการเรียนรูเกษตรวิถีพอเพียง เปนตน 4. การสรางความสามัคคีชุมชน หมายถึง การ สงเสริมใหสมาชิกในชุมชน มีสวนรวมในการใหการชวยเหลือซึ่ง กันและกัน จนกลายเปนเอกภาพ และการรวมแรงรวมใจที่จะ ชวยเหลือซึ่งกันและกันอยางตอเนื่องดวยดีเสมอมา 5. การพัฒนาคุณภาพชีวิตผานกิจกรรมของชุมชน ดังที่ ศูนยการเรียนรูเกษตรเชิงวิจัย โคก หนอง นา R+โมเดล ไดทํากิจกรรมหลอพระ ก็ไดมีสมาชิกไดเขามามีสวนรวมที่มา จากโครงการธนาคารวัว หรือสมาชิกจากเครือขายอื่น ๆ ได มารวมกิจกรรมเชิงสัมพันธระหวางกัน ทําใหเกิดการขับเคลื่อน เชิงเครือขาย จนกลายเปนสวนสําคัญของชุมชนและเกษตรเชิง ชุมชนดวยเชนกัน ดังนั้น ในภาพรวมของธนาคารวัว จึงไดกลายเปนสวน ผลักดันใหเกิดกิจกรรมเชิงกลุมที่เขาไปสงเสริมคุณภาพชีวิต ทํา ใหมีศีลธรรมและมีคุณภาพชีวิตภายใตการถอยทีถอยอาศัย แบงปน ชวยเหลือเกื้อกูล และมีความเปนกัลยาณธรรมตอกัน และคาดวาจะเปนกลไกหนึ่งในการอยูรวมกันและเปนกลไกรวม ของการเอื้ออาทรในการดํารงชีวิตรวมกันดวย


ดร.ลําพอง กลมกูล |19 วิถีทางศาสนามาเปนกลไกขับเคลื่อนวิถีชุมชน ภาพที่ 9 สามัคคีชุมชนของศูนยการเรียนรูเกษตรเชิงวิจัย โคก หนอง นา R + Model สูการสรางพระพุทธรูปใชวิถีทาง ศาสนามาเปนกลไกขับเคลื่อนวิถีชุมชน (ภาพผูเขียน 16 มีนาคม 2566, 6 สิงหาคม 2566)


20| โมเดลความเปนนักปฏิบัติสูวิถีชีวิตพอเพียงแหงชุมชนวนัมรุงของพระเมธีวัชรประชาทร จากภาพที่ 9 เปนเหตุการณเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 16 มีนาคม 2566 ผูเขียนไดพาพอพาแม พาญาติพี่นอง พาเพื่อน คณาจารย พานิสิต พาชาวบานในชุมชนสรางบุญใหญ หลอองค พระเจาทันใจ มีนามเต็มวา “พระพุทธธัมมวิจยมุนี” อานวา พระ-พุด-ทะ-ทํา-มะ-วิ-จะ-ยะ-มุ-นี เลขประจําองคพระ คือ 173 ซึ่งมีเปาหมายเพื่อใชกระบวนการทางความเชื่อเชิงสังคม มาขับเคลื่อนกิจกรรมชุมชนโดยใชเกษตรเปนฐานวิจัยเปนสวน สนับสนุน กิจกรรมอื่น ๆ เชน ธนาคารวัวมาเปนสวนชวยใหเกิด ปฏิสัมพันธเชิงสังคม ในลักษณะของการให แบงปน เพื่อสราง แรงจูงใจในการเรียนรูรวมกัน ซึ่งนับวาไดผลความพึงพอใจใน ระดับดี ดังปรากฏในปจจุบัน ภาพที่ 10 ธนาคารวัวกับการขับเคลื่อนคุณภาพชีวิตผานศูนย การเรียนรูเกษตรเชิงวิจัย จังหวัดบุรีรัมย


ดร.ลําพอง กลมกูล |21 ภาพที่ 11 แหนแดงไมโครฟลลา จากวัดอินทาราม จ.สมุทรสงคราม สงตอเปนเครือขายในศูนยการเรียนรูเกษตร เชิงวิจัย โคก หนอง นา R+โมเดล สูการถายทอดความรู ใหแกนิสิตและผูสนใจ (ภาพผูเขียน 16 มีนาคม 2566, 6 สิงหาคม 2566)


22| โมเดลความเปนนักปฏิบัติสูวิถีชีวิตพอเพียงแหงชุมชนวนัมรุงของพระเมธีวัชรประชาทร บทสรุป ธนาคารโคกระบือจากจังหวัดสมุทรสงครามถูกสงตอ เปนความชวยเหลือไปสูจังหวัดบุรีรัมยในคําวา “ธนาคารวัว” ทําใหเกิดภาพตอเนื่องที่วาพระสงฆมีบทบาทตอการชวยเหลือ สังคมในดานสาธารณสงเคราะห ธนาคารวัว แมจะเปนการ เริ่มตน แตอยางนอยเปนการสะทอนพฤติกรรมในเรื่องของการ ไมเบียดเบียน (ปาณาติบาท) การไมใชความรุนแรงตามหลัก พระพุทธศาสนา และในเวลาเดียวกัน ทําใหเกิดการสราง คุณภาพชีวิต ผานวิถีเกษตร มีวัวที่แมจะไมมีสิทธิ์ในการฆา และ ขายในชวงแรก แตอยางนอยก็เปนทุนทางสังคม ทําใหเกิด อาชีพ และการชวยเหลือเปนวัวเพื่อการสรางอาชีพอื่น ๆ เชน การปลูกหญาเพื่อขาย การผลิตปุยชีวภาพจาก ขี้วัวหรือการ เลี้ยงปศุสัตวที่ตอเนื่องจากการเลี้ยงวัว ดังนั้น กิจกรรมธนาคาร วัว ที่ถูกสงตอมาสูบุรีรัมย จึงมีความสําคัญและมีความหมาย โดยเปนการสงเสริมคุณภาพชีวิตและการสรางความตระหนัก ตามแนวพระพุทธศาสนา ทําใหเกิดการอยูรวมกันแบบถอยที ถอยอาศัย และการเกื้อกูลกันและกันตามหลักการในทาง พระพุทธศาสนาดวย


ดร.ลําพอง กลมกูล |23 โมเดลความเปนนักปฏิบัติสูวิถีชีวิตพอเพียง แหงชุมชนวนัมรุงของ พระเมธีวัชรประชาทร (ดร.หลวงพอแดง)


Click to View FlipBook Version