The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนพัฒนาการจัดการศึกษาโรงเรียนบ้านดงซ่อม

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by hathaichanok, 2024-06-14 04:26:01

แผนพัฒนาการจัดการศึกษาโรงเรียนบ้านดงซ่อม

แผนพัฒนาการจัดการศึกษาโรงเรียนบ้านดงซ่อม

41 ชื่อรางวัล ผู้รับรางวัล หน่วยงานที่มอบ เหรียญเงิน ประกวดผลงาน/นวัตกรรม หรือวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ ระดับปฐมวัย ปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ประเภท การจัดประสบการณ์การเรียนรู้ ตามหลักสูตรบูรณาการวิถีชีวิต ครอบครัว ชุมชน และท้องถิ่น นางสาววารินทร์ ภูมิโคกรัก สำนักงานเขตพื้นที่ การศึกษาประถมศึกษา กำแพงเพชร เขต 1 ครูผู้ฝึกสอน เหรียญเงิน การแข่งขัน เครื่องร่อน ประเภทยิงยาง ป.4-6 ทีม 2 คน นายวีรภัทร ช่วงชาญ สำนักงานเขตพื้นที่ การศึกษาประถมศึกษา กำแพงเพชร เขต 1 รองชนะเลิศเหรียญทอง อันดับ 1 นวัตกรรมการศึกษาด้านการจัดการ เรียนรู้หลักสูตรบูรณาการวิถีชีวิตใน ครอบครัว ชุมชนและท้องถิ่น ประเภท ครูผู้สอนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 นางสาววรินท์นภันต์ ทุ่งสิบสี่ สำนักงานเขตพื้นที่ การศึกษาประถมศึกษา กำแพงเพชร เขต 1 เหรียญเงิน อันดับที่ 7 การแข่งขันการ สร้างการ์ตูนเรื่องสั้น (Comic Strip) ป. 4-6 ทีม 2 คน การแข่งขันงาน ศิลปหัตถกรรมนักเรียน ปีการศึกษา 2566 นางสาววรินท์นภันต์ ทุ่งสิบสี่ สำนักงานเขตพื้นที่ การศึกษาประถมศึกษา กำแพงเพชร เขต 1 ครูผู้ฝึกสอน อันดับที่ 1 เหรียญทอง ชนะเลิศเล่านิทานคุณธรรม ม. 1-3 เดี่ยว การแข่งขันงานศิลปหัตถกรรมนักเรียน ปีการศึกษา 2566 นางสาวปาริฉัตร เกตุจีน สำนักงานเขตพื้นที่ การศึกษาประถมศึกษา กำแพงเพชร เขต 1 ครูผู้ฝึกสอน อันดับที่ 4 เหรียญทอง เพลงคุณธรรม ม. 1-3 ทีม 5 คน การแข่งขันงานศิลปหัตถกรรมนักเรียน ปีการศึกษา 2566 นางสาวปาริฉัตร เกตุจีน สำนักงานเขตพื้นที่ การศึกษาประถมศึกษา กำแพงเพชร เขต 1


42 ชื่อรางวัล ผู้รับรางวัล หน่วยงานที่มอบ ครูผู้ฝึกสอน อันดับที่ 8 เหรียญทอง เล่านิทานคุณธรรม ป. 4-6 เดี่ยว การแข่งขันงานศิลปหัตถกรรมนักเรียน ปีการศึกษา 2566 นางสาวปาริฉัตร เกตุจีน สำนักงานเขตพื้นที่ การศึกษาประถมศึกษา กำแพงเพชร เขต 1 ครูผู้ฝึกสอน อันดับที่ 16 เหรียญทอง มารยาทไทย ม. 1-3 ทีม 2 คน การแข่งขันงานศิลปหัตถกรรมนักเรียน ปีการศึกษา 2566 นางสาวปาริฉัตร เกตุจีน สำนักงานเขตพื้นที่ การศึกษาประถมศึกษา กำแพงเพชร เขต 1 ครูผู้ฝึกสอน เหรียญเงิน อันดับ 6 กลุ่ม สาระการเรียนรู้ภาษาไทย-การแข่งขัน การเล่านิทาน ป. 1-6 เดี่ยว บกพร่อง ทางการเรียนรู้ งานศิลปหัตถกรรม นักเรียนปีการศึกษา 2566 นางสาวสุธาริณีเตปา สำนักงานเขตพื้นที่ การศึกษาประถมศึกษา กำแพงเพชรเขต 1 นักเรียน เหรียญทอง อันดับที่ 4 การสร้างภาพ ด้วยการฉีก ตัด ปะ กระดาษปฐมวัยทีม 3 คน งานศิลปหัตถกรรมนักเรียน ปีการศึกษา 2566 เด็กหญิงพัชรี แพรสีขาว เด็กหญิงอรกานต์ บังศรี เด็กหญิงศรัณพร สระทองมืด สำนักงานเขตพื้นที่ การศึกษาประถมศึกษา กำแพงเพชร เขต 1 เหรียญเงิน อันดับ 8 เรียงร้อยถ้อยความการเขียนเรียงความ ม. 1-3 เดี่ยว งาน ศิลปหัตถกรรมนักเรียนปีการศึกษา 2566 เด็กหญิงชุติกาญจน์ วงศ์สาร สำนักงานเขตพื้นที่ การศึกษาประถมศึกษา กำแพงเพชร เขต 1 เหรียญเงิน อันดับ 6 ต่อคำศัพท์ ภาษาไทย(คำคมเดิม) ม. 1-3 ทีม 2 คน งานศิลปหัตถกรรมนักเรียนปีการศึกษา 2566 เด็กชายอนิรุท แก้วเข็ม เด็กหญิงนิศารัตน์ จันทร์แสง สำนักงานเขตพื้นที่ การศึกษาประถมศึกษา กำแพงเพชร เขต 1


43 ชื่อรางวัล ผู้รับรางวัล หน่วยงานที่มอบ เหรียญทองแดง อันดับ 5 การแข่งขันคิด เลขเร็ว ม. 1-3 เดี่ยว งานศิลปหัตถกรรม นักเรียนปีการศึกษา 2566 เด็กชายวัชระชัย เขียววัน สำนักงานเขตพื้นที่ การศึกษาประถมศึกษา กำแพงเพชร เขต 1 รางวัลเหรียญทอง อันดับ 4 เพลงคุณธรรม ม. 1-3 ทีม 5 คน งานศิลปหัตถกรรมนักเรียนปีการศึกษา 2566 เด็กหญิงสุวดี ประจวบบุญ เด็กหญิงพรพิมล พรมสุทธะ เด็กหญิงปิยะดา แก้ววงษ์ เด็กหญิงวันนิสา ประคำ เด็กหญิงกรรณิกา ขนเม่น สำนักงานเขตพื้นที่ การศึกษาประถมศึกษา กำแพงเพชร เขต 1 เหรียญทอง อันดับ 8 เล่านิทานคุณธรรม ป. 4-6 เดี่ยว งานศิลปหัตถกรรมนักเรียน ปีการศึกษา 2566 เด็กหญิงจินตนา ใจบุญลือ สำนักงานเขตพื้นที่ การศึกษาประถมศึกษา กำแพงเพชร เขต 1 ชนะเลิศเหรียญทอง อันดับ 1 เล่านิทานคุณธรรม ม. 1-3 เดี่ยว งานศิลปหัตถกรรมนักเรียน ปีการศึกษา 256 เด็กหญิงสุชาวดี รอดทนงค์ สำนักงานเขตพื้นที่ การศึกษาประถมศึกษา กำแพงเพชร เขต 1 เหรียญทอง อันดับ 16 มารยาทไทย ม. 1-3 ทีม 2 คน งานศิลปหัตถกรรม นักเรียน ปีการศึกษา 2566 เด็กชายภาคิน กิตติศักดิ์พิพัฒน์ เด็กหญิงณภัทรสอร ปู่ธิรัตน์ สำนักงานเขตพื้นที่ การศึกษาประถมศึกษา กำแพงเพชร เขต 1 เหรียญทอง อันดับ 12 ตอบปัญหาสุข ศึกษาและพละศึกษา ม. 1-3 ทีม 2 คน งานศิลปหัตถกรรมนักเรียน ปีการศึกษา 2566 เด็กหญิงจิรชญา ทับกุล เด็กหญิงรุ่งนรินทร์ พุทธัง สำนักงานเขตพื้นที่ การศึกษาประถมศึกษา กำแพงเพชร เขต 1 รองชนะเลิศ เหรียญทอง อันดับ 1 การแข่งขันจิตรกรรมเทคนิคผสม Mixed Media ม. 1-3 เดี่ยว งานศิลปหัตถกรรม นักเรียน ปีการศึกษา 2566 นางสาวสุภาพร วงค์สุวรรณ สำนักงานเขตพื้นที่ การศึกษาประถมศึกษา กำแพงเพชร เขต 1


44 ชื่อรางวัล ผู้รับรางวัล หน่วยงานที่มอบ อันดับ 1 เหรียญทองชนะเลิศ การแข่งขันเขียนภาพประเพณี ม. 1-3 เดี่ยว งานศิลปหัตถกรรมนักเรียน ปีการศึกษา 2566 เด็กหญิงจิดาภา อ่อนนุ่ม สำนักงานเขตพื้นที่ การศึกษาประถมศึกษา กำแพงเพชร เขต 1 อันดับ 1 เหรียญทองชนะเลิศ การแข่งขันเขียนภาคจิตรกรรมไทย ศรีเอกรงค์ ม. 1-3 เดี่ยว งานศิลปหัตถกรรมนักเรียน ปีการศึกษา 2566 เด็กชายภาณุพงศ์ ถิ่นแพร สำนักงานเขตพื้นที่ การศึกษาประถมศึกษา กำแพงเพชร เขต 1 อันดับ 1 เหรียญทองชนะเลิศ การแข่งขันวาดภาพลายเส้น ม. 1-3 เดี่ยว งานศิลปหัตถกรรมนักเรียน ปีการศึกษา 2566 นายจิรายุ จบหิมเวศน์ สำนักงานเขตพื้นที่ การศึกษาประถมศึกษา กำแพงเพชร เขต 1 เหรียญทอง อันดับ 5 การแข่งขันพูด ภาษาอังกฤษ (Impromptu Speech) ป. 4-6 เดี่ยว เด็กหญิงวรินดา เกตุกลมเกลา สำนักงานเขตพื้นที่ การศึกษาประถมศึกษา กำแพงเพชร เขต 1 เหรียญทอง อันดับ 4 การแข่งขันพูด ภาษาอังกฤษ (Impromptu Speech) ม. 1-3 งานศิลปหัตถกรรมนักเรียน ปีการศึกษา 2566 เด็กหญิงปาณิสรา เสือสุ่ม สำนักงานเขตพื้นที่ การศึกษาประถมศึกษา กำแพงเพชร เขต 1 เหรียญทอง อันดับ 6 การแข่งขันการเล่า นิทาน (Story Telling) ป. 4-6 เดี่ยว งานศิลปหัตถกรรมนักเรียน ปีการศึกษา 2566 เด็กหญิงชลนิชา โพสะ สำนักงานเขตพื้นที่ การศึกษาประถมศึกษา กำแพงเพชร เขต 1 เหรียญเงิน อันดับ 6 การแข่งขันเล่า นิทาน(Story Telling) ม. 1-3 งานศิลปหัตถกรรมนักเรียน ปีการศึกษา 2566 นางสาวรวินท์นิภา ชูกำแพง สำนักงานเขตพื้นที่ การศึกษาประถมศึกษา กำแพงเพชร เขต 1


45 ชื่อรางวัล ผู้รับรางวัล หน่วยงานที่มอบ เหรียญเงิน อันดับ 7 การแข่งขันการ สร้างการ์ตูนเรื่องสั้น (Comic Strip) ป. 4-6 ทีม 2 คน งานศิลปหัตถกรรม นักเรียน ปีการศึกษา 2566 เด็กหญิงบวรลักษณ์ กล่อมยัง เด็กหญิงจารุมน เกตุยิ้ม สำนักงานเขตพื้นที่ การศึกษาประถมศึกษา กำแพงเพชร เขต 1 เหรียญเงิน อันดับ 6 กลุ่มสาระการ เรียนรู้ภาษาไทย-การแข่งขันการเล่า นิทาน ป. 1-6 เดี่ยว บกพร่องทางการ เรียนรู้ งานศิลปหัตถกรรมนักเรียน ปีการศึกษา 2566 เด็กชายวีรยุทธ แหวนวงค์ สำนักงานเขตพื้นที่ การศึกษาประถมศึกษา กำแพงเพชร เขต 1 เหรียญทอง อันดับที่ 4 กลุ่มสาระการ เรียนรู้สังคมศึกษาศาสนาและวัฒนธรรมการประกวดมารยาทงามอย่างไทย ป. 1-6 ทีม 2 คนบกพร่องทางการเรียนรู้ งานศิลปหัตถกรรมนักเรียน ปีการศึกษา 2566 เด็กหญิงสุนันทา นครแสน เด็กชายภูพิพัทร์ ขุนพิลึก สำนักงานเขตพื้นที่ การศึกษาประถมศึกษา กำแพงเพชร เขต 1 ได้รับรางวัลเหรียญทอง ในการสอบแข่งขันวิชาวิทยาศาสตร์ ระดับประถมศึกษา การแข่งขัน ทางวิชาการ ระดับนานาชาติ ประจำปี พ.ศ. 2567 เด็กหญิงกรองแก้วอินทร์เจริญ เด็กชายพงศกร ทองกำไร สำนักงานเขตพื้นที่ การศึกษาประถมศึกษา กำแพงเพชร เขต 1


46 ส่วนที่2 การวิเคราะห์สถานภาพของโรงเรียน (SWOT) การวิเคราะห์สภาพแวดล้อม (Environmental Analysis) เป็นการวิเคราะห์สภาพแวดล้อม ภายนอกและภายในของโรงเรียนบ้านดงซ่อม โดยพิจารณาโอกาส – อุปสรรค จากสภาพแวดล้อม ภายนอก และจุดแข็ง - จุดอ่อน จากสภาพแวดล้อมภายใน ซึ่งเป็นปัจจัยหรือเงื่อนไขในระยะเวลา ที่ผ่านมา และที่จะเป็นเงื่อนไขในอนาคต ซึ่งสิ่งแวดล้อมมีอิทธิพลต่อการดำเนินงานของโรงเรียน เป็นอย่างมาก จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องนำมาพิจารณาในการกำหนดทิศทางและแนวทางการ ดำเนินงาน โดยหาปัจจัยที่เอื้อต่อการดำเนินงานให้บรรลุวัตถุประสงค์และขจัดปัจจัยที่ไม่เอื้อต่อการ ดำเนินงานอันจะนำไปสู่ความล้มเหลวของโรงเรียน การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมมีบทบาทสำคัญยิ่งใน กระบวนการจัดทำแผนพัฒนาการจัดการศึกษา ซึ่งดำเนินการ ดังนี้ 1. เน้นการมีส่วนร่วม โรงเรียนได้แต่งตั้งคณะทำงานซึ่งประกอบด้วย ผู้บริหาร คณะครู บุคลากรทางการศึกษาของโรงเรียน ตัวแทนผู้ปกครอง และนักเรียน 2. การใช้เทคนิค SWOT Analysis วิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายในและภายนอกโรงเรียน โดยวิเคราะห์จากปัจจัยด้านต่าง ๆ ตามสภาพแวดล้อม คือ 2.1 การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายนอก วิเคราะห์โอกาส (Opportunity) และอุปสรรค (Threat) โดยการวิเคราะห์แบบ STEP Analysis การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายนอก โดยหลักการ STEP Analysis โดยนำปัจจัย 4 ด้าน ที่ส่งผลต่อการบริหารจัดการการศึกษาโรงเรียนบ้านดงซ่อม ประกอบด้วย 1) ด้านสังคมและวัฒนธรรม (Social - cultural: S) 2) ด้านเทคโนโลยี (Technological factors: T) 3) ด้านเศรษฐกิจ (Economic Component: E) 4) ด้านการเมืองและกฎหมาย (Political Component: P) 2.2 การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายใน วิเคราะห์จุดแข็ง (Strengths) และจุดอ่อน (Weakness) โดยใช้หลักการ 2S4M Analysis โดยศึกษาแนวโน้มของปัจจัยที่เป็นจุดแข็ง (Strengths: S) และจุดอ่อน (Weaknesses: W) ที่มีอิทธิพลโดยตรงต่อศักยภาพของการจัดการศึกษาโรงเรียนบ้านดงซ่อม โดยใช้หลักการ 2S4M Analysis ประกอบด้วย 1) ด้านโครงสร้างและนโยบาย (Structure :S1) 2) ด้านบริการและผลผลิต (Service and Product :S1) 3) ด้านบุคลากร (Man: M1)


47 4) ด้านการเงิน (Money: M2) 5) ด้านวัสดุอุปกรณ์ (Material: M3) 6) ด้านการจัดการ (Management: M4) 3. ขั้นตอนการวิเคราะห์ ดำเนินงาน 4 ขั้นตอนดังนี้ คือ 3.1 กำหนดและวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายนอกและภายใน เพื่อศึกษาลักษณะโอกาส/ อุปสรรค และจุดอ่อน/จุดแข็ง 3.2 ประเมินสถานภาพของโรงเรียน นำผลการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายนอก และภายในมาสังเคราะห์เพื่อประเมินสถานภาพของโรงเรียนในปัจจุบัน 3.3 หาค่าเฉลี่ยของแต่ละประเด็นสำคัญ และหาค่าเฉลี่ยรวมของแต่ละด้าน จากปัจจัย ภายนอกและปัจจัยภายใน 3.4 สร้างกราฟแสดงสถานภาพของโรงเรียนบ้านดงซ่อม 2.1 การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมของโรงเรียน 1) การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายนอก โอกาส (Opportunities) อุปสรรค (Threats) 1. ด้านสังคมและวัฒนธรรม (Social-cultural: S) 1. ผู้ปกครอง ผู้นำชุมชนและชุมชน ให้ความ ร่วมมือสนับสนุน และส่งเสริมกิจกรรมต่าง ๆ ของโรงเรียน ส่งผลให้กิจกรรมการเรียนการสอน มีประสิทธิภาพ 2. ชุมชนมีการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมเป็นแบบอย่างที่ดี ส่งผลให้ นักเรียนมีการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม 3. การคมนาคม การติดต่อสื่อสารในปัจจุบัน ของชุมชน มีความสะดวก ส่งผลให้การติดต่อ ประสานงานระหว่างชุมชนกับโรงเรียนสะดวก และรวดเร็ว ทันต่อเหตุการณ์ 4. ชุมชนและหน่วยงานท้องถิ่นร่วมกันอนุรักษ์ ประเพณีวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นส่งผลให้ 1. สภาพครอบครัวส่วนใหญ่ในชุมชน ไม่สมบูรณ์ นักเรียนไม่ได้อยู่ร่วมกับบิดามารดา ต้องอาศัยกับผู้สูงอายุ ทำให้นักเรียน ขาดการดูแลเอาใจใส่ ขาดความอบอุ่น ส่งผลกระทบต่อการเรียนของนักเรียน ทำให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่ำ 2. ผู้ปกครองบางส่วนขาดความรู้ความเข้าใจ ในการเรียนการสอนและไม่มีเวลาดูแลบุตร หลานเท่าที่ควรเนื่องจากต้องทำงานนอกบ้าน 3. ผู้ปกครองมีค่านิยมส่งบุตรหลานเข้าเรียน ในโรงเรียนเอกชน 4. ผู้ปกครองบางส่วนขาดความรู้ความเข้าใจ ในการเรียนการสอนและไม่มีเวลาดูแลบุตร หลานเท่าที่ควรเนื่องจากต้องทำงาน


48 โอกาส (Opportunities) อุปสรรค (Threats) นักเรียนมีแหล่งการศึกษา และทำให้นักเรียน มีแบบอย่างที่ดี 5. ผู้ปกครองมีความศรัทธาต่อการตั้งใจทำงาน ของครู ส่งผลให้ครูได้รับความร่วมมือจาก ผู้ปกครองในการจัดการเรียนการสอน 5. ชุมชนในพื้นที่ส่วนใหญ่มีรายได้น้อย ทำให้ นักเรียนไม่สามารถซื้อเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ ในการสืบค้นความรู้นอกห้องเรียนจากสื่อ และเทคโนโลยีเมื่ออยู่ที่บ้าน ส่งผลให้นักเรียน มีความพร้อมในการเรียนรู้ที่แตกต่างกัน ผลการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายนอกด้านสังคมและวัฒนธรรม ปรากฏว่า เป็นโอกาส ในการดำเนินงานของโรงเรียนบ้านดงซ่อม เนื่องจากชุมชนให้ความร่วมมือในการสนับสนุน และส่งเสริมการพัฒนาประสิทธิภาพการจัดการศึกษา โอกาส (Opportunities) อุปสรรค (Threats) 2. ด้านเทคโนโลยี (Technological factors: T) 1. ความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยี (คอมพิวเตอร์ อินเตอร์เน็ต) ทำให้นักเรียนมีแหล่งสืบค้นข้อมูล แหล่งเรียนรู้นวัตกรรมและเทคโนโลยีหลากหลาย ส่งผลให้นักเรียนเกิดความรอบรู้และแสวงหา ความรู้ได้ด้วยตนเอง 2. การให้บริการสื่อเทคโนโลยี และแหล่งเรียนรู้ เพื่อการสืบค้นข้อมูลแก่ครู นักเรียน สามารถนำ นวัตกรรมและเทคโนโลยีมาใช้ในกระบวนการ เรียนรู้ได้อย่างคล่องแคล่ว 3. การสื่อสารที่ทันสมัยส่งผลให้ชุมชนมีระดับการ รับรู้ข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ เพิ่มขึ้น ทำให้เข้าใจ ในบทบาทหน้าที่ การเมืองการปกครอง และสิทธิ ของตนได้ในระดับดี 1. ชุมชนขาดการควบคุมการให้บริการ ด้านเทคโนโลยี เช่น เครือข่ายสัญญาน อินเตอร์เน็ต เกมส์ ทำให้นักเรียนบางส่วนนำ สื่อเทคโนโลยี ไปใช้ในทางที่ผิด 2. ชุมชนขาดความตระหนักถึงโทษภัย ของเทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น การปล่อยปละ ละเลย ให้เด็กเปิดเครื่องเล่น ดีวีดี ซีวีดี ดูในสิ่ง ที่ไม่เหมาะสมโดยขาดคำแนะนำ ส่งผล กระทบต่อพฤติกรรมเสี่ยงไปในทาง ที่ไม่พึงประสงค์ของนักเรียน ผลการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายนอกด้านเทคโนโลยี ปรากฏว่า เป็นโอกาสในการ ดำเนินงานของโรงเรียน เนื่องจากความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยี (คอมพิวเตอร์ อินเตอร์เน็ต) ทำให้ นักเรียนมีแหล่งสืบค้นข้อมูล แหล่งเรียนรู้นวัตกรรมและเทคโนโลยีหลากหลาย ส่งผลให้นักเรียนเกิด ความรอบรู้และแสวงหาความรู้ได้ด้วยตนเอง


49 โอกาส (Opportunities) อุปสรรค (Threats) 3. ด้านเศรษฐกิจ (Economic Component: E) 1. ชุมชนให้การสนับสนุนและให้ความร่วมมือกับ โรงเรียนอย่างเต็มที่ ทั้งการสนับสนุนด้านทุนทรัพย์ สิ่งของและให้ความร่วมมือในการพัฒนาโรงเรียน อย่างมีประสิทธิภาพ 2. นักเรียนมีรายได้ระหว่างเรียน โดยการจัดตลาด นัดนักเรียนในโรงเรียน 1. ผู้ปกครองส่วนใหญ่มีรายได้น้อย ทำให้ ต้องไปทำงานต่างถิ่น ทิ้งบุตรหลานให้อยู่กับ ผู้สูงอายุ ส่งผลให้นักเรียนขาดความอบอุ่น ขาดผู้ให้คำปรึกษา และคำแนะนำสั่งสอน ผลการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายนอกด้านเศรษฐกิจ ปรากฏว่า เป็นอุปสรรคในการ ดำเนินงานของโรงเรียน อันเนื่องมาจากสภาวะวิกฤตทางเศรษฐกิจในปัจจุบัน ส่งผลกระทบในวงกว้าง ทั้งสถาบันครอบครัว ชุมชน และโรงเรียน โอกาส (Opportunities) อุปสรรค (Threats) 4. ด้านการเมืองและกฎหมาย (Political Component: P) 1. การปฏิรูปการศึกษาตาม พ.ร.บ.การศึกษา แห่งชาติ พ.ศ. 2542 และแก้ไขเพิ่มเติม ทำให้ครูได้ พัฒนาการเรียนการสอนอย่างหลากหลาย คิดค้น เทคนิควิธีการสอนแปลก ๆ ใหม่ๆมาใช้ในการสอน ส่งผลให้นักเรียนได้รับความรู้ที่หลากหลายได้เรียนรู้ เต็มศักยภาพ 2. นโยบายการปฏิรูปการศึกษาตาม พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และแก้ไขเพิ่มเติม สร้างโอกาสให้ผู้ปกครองและครูเข้าใจทิศทาง ในการพัฒนาการสอน ส่งผลให้นักเรียนได้รับการ เรียนรู้ตามกรอบปฏิรูปการศึกษา ทำให้นักเรียนเป็น คนดี คนเก่ง และมีความสุข 3. ได้รับความร่วมมือจากองค์กรส่วนตำบล ผู้นำชุมชน การพัฒนาโรงเรียนทั้งด้านงบประมาณ และความร่วมมือในด้านอื่นๆเป็นอย่างดียิ่ง ส่งผลให้ ครูมีขวัญกำลังใจและขับเคลื่อนกิจกรรมได้อย่างมี ประสิทธิภาพ 1. ระบบการประกันคุณภาพการศึกษา เน้นนโยบายเร่งด่วน ทำให้ครูต้องใช้เวลา จัดทำเอกสารมาก ส่งผลกระทบต่อการ เรียนการสอนของนักเรียนเป็นอย่างมาก 2. นโยบายการจัดการศึกษาไม่เด่นชัด ซับซ้อน มีนโยบายมากเกินไป และขาดความต่อเนื่อง


50 ผลการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายนอกด้านการเมืองและกฎหมาย ปรากฏว่าเป็นโอกาสให้ โรงเรียนได้จัดการเรียนรู้ตามแนวปฏิรูปการศึกษา เพื่อให้นักเรียนได้รับความรู้ที่หลากหลายได้เรียนรู้ เต็มศักยภาพ 2) การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายใน จุดแข็ง (Strengths) จุดอ่อน (Weaknesses) 1. ด้านโครงสร้างและนโยบาย (Structure :S1) 1. โรงเรียนมีโครงสร้างการบริหารจัด การศึกษาและนโยบายที่ชัดเจน ทำให้คณะครู ปฏิบัติหน้าที่ได้ถูกต้อง รวดเร็ว ส่งผลให้การ กำกับ ติดตาม สรุปประเมินผลงาน โครงการ บรรลุตามวัตถุประสงค์ ที่วางไว้ 2. บุคลากรในโรงเรียนทุกคนสร้าง ความสัมพันธ์ที่ดีกับชุมชนทำให้ชุมชนเต็มใจ ร่วมมือพัฒนาการศึกษา ส่งผลให้โรงเรียนจัด การศึกษาได้ตรงตามความต้องการของชุมชน 3. โรงเรียนแต่งตั้งบุคลากรได้เหมาะสมกับ ความรู้ความสามารถ ส่งผลให้การจัด การศึกษาได้การพัฒนาอย่างมีประสิทธิภาพ 4. คณะกรรมการสถานศึกษา ผู้ปกครอง ชุมชนมีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบาย และไม่แทรกแซงกับการปฏิบัติงาน ของโรงเรียน 1. ภาระงานที่รับผิดชอบมีจำนวนมาก ทำให้การ จัดเก็บงานกระจัดกระจายไม่เป็นระบบ ส่งผลให้ การค้นคว้าข้อมูลล่าช้า 2. นโยบายการจัดการศึกษามีภาระงานที่มากขึ้น ทำให้ประสิทธิภาพการจัดการเรียนการสอน ของครูไม่เต็มประสิทธิภาพ ผลการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมในด้านโครงสร้างและนโยบาย ปรากฎว่าเป็นจุดแข็ง ทำให้ โรงเรียนบริหารจัดการศึกษาและนโยบายได้ชัดเจน ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วม คณะครูปฏิบัติหน้าที่ ได้ถูกต้อง รวดเร็ว ส่งผลให้การกำกับ ติดตาม สรุปประเมินผลงาน โครงการบรรลุตามวัตถุประสงค์ ที่วางไว้ และพัฒนาผู้เรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ


51 จุดแข็ง (Strengths) จุดอ่อน (Weaknesses) 2. ด้านบริการและผลผลิต (Service and Product :S1) 1. โรงเรียนส่งเสริม สนับสนุนการพัฒนาครูให้มีความรู้ ความสามารถในการพัฒนาการศึกษา ส่งผลให้โรงเรียน ได้รับการพัฒนาด้านวิชาการอย่างมีประสิทธิภาพเป็นที่ ยอมรับแก่คนทั่วไป 2. โรงเรียนจัดกิจกรรมที่ส่งเสริมความสามารถของ นักเรียนด้านต่าง ๆ ส่งผลให้นักเรียนสามารถเข้าร่วม แสดงและแข่งขันความสามารถทางวิชาการหลายด้าน ทำให้ได้รับรางวัลทั้งในระดับเขตพื้นที่การศึกษา ระดับภาค และระดับประเทศ 3. โรงเรียนมีการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการทักษะ อาชีพ และเศรษฐกิจพอเพียง ส่งผลให้นักเรียนมีความรู้ มีทักษะอาชีพ และการพึ่งตนเอง สามารถเป็นผู้นำใน เรื่องทักษะอาชีพ และเศรษฐกิจพอเพียงได้เป็นอย่างดี 4. โรงเรียนจัดกิจกรรมส่งเสริมด้านคุณธรรม จริยธรรม และพระพุทธศาสนา ส่งผลให้นักเรียนมีความศรัทธา ภาคภูมิใจในการปฏิบัติตนตามหลักธรรมทาง พระพุทธศาสนาและเข้าร่วมกิจกรรมอนุรักษ์วัฒนธรรม ประเพณีไทยด้วยความเต็มใจ 5. โรงเรียนจัดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ ส่งผลให้นักเรียนเรียนได้อย่างมีความสุขสนุกสนาน และผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ที่คาดหวัง 1. ค่าเฉลี่ยคะแนน O - Net ของนักเรียน ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระดับประเทศในบางกลุ่มสาระ การเรียนรู้ ผลการวิเคราะห์ด้านบริหารการจัดการเรียนการสอนและคุณภาพของผู้เรียน ปรากฏว่า เป็นจุดแข็ง ทำให้โรงเรียนจัดกิจกรรมการเรียนการสอนพัฒนาครู พัฒนาชุมชน บูรณาการทักษะ อาชีพ และเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อพัฒนาผู้เรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ


52 จุดแข็ง (Strengths) จุดอ่อน (Weaknesses) 3. ด้านบุคลากร (Man: M1) 1. ผู้บริหารและครูสร้างสัมพันธ์ที่ดีกับชุมชน ส่งผลให้ การจัดการศึกษาและการพัฒนาการศึกษาเป็นไปได้ ด้วยความราบรื่น ประสบผลสำเร็จอย่างดีมีประสิทธิภาพ 2. บุคลากรมีคุณธรรมจริยธรรม มีความกระตือรือร้น ในการทำงาน มีความเสียสละ อุทิศ เวลา และทรัพย์สิน ให้กับการเรียนการสอน ส่งผลให้การพัฒนาการเรียน การสอนของครูเป็นไปตามเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพ 3. บุคลากรทุกคนมีความขยันขันแข็ง มีคุณภาพ ทำงาน ด้วยความเต็มใจ เต็มเวลา เต็มความสามารถ และจัดการ เรียนการสอนเต็มหลักสูตร ส่งผลให้งานที่รับผิดชอบ สำเร็จตามเป้าหมาย 4. บุคลากรมีนิสัยใฝ่รู้ใฝ่เรียน ศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม จากการศึกษาต่อ การประชุม อบรม สัมมนา ทัศนศึกษา ทั้งภายในและต่างประเทศ ส่งผลให้นำความรู้ที่ได้รับ มาพัฒนางานให้มีประสิทธิภาพต่อการเรียนรู้ ของนักเรียน 5. ครูมีความรู้ ความสามารถในการจัดการเรียนการสอน ด้วยรูปแบบวิธีการใหม่ๆ และมีความสามารถในการผลิต สื่อการเรียนการสอน การสร้างนวัตกรรมที่มาประยุกต์ ในการพัฒนาการสอน ส่งผลให้กระบวนการเรียนรู้ ของนักเรียนเป็นไปด้วยดีอย่างมีประสิทธิภาพ 6. ครูส่วนใหญ่มีสุขนิสัย สุขภาพกาย และสุขภาพจิตที่ดี ไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดทุกชนิด มีความประพฤติที่ดี ไม่เสื่อมเสีย ส่งผลให้นักเรียนปฏิบัติตามแบบอย่างที่ดี 1. จำนวนบุคลากรไม่เพียงพอกับเกณฑ์ อัตรากำลังทำให้เป็นอุปสรรคต่อการจัดการ เรียนการสอน 2. ภาระความรับผิดชอบของบุคลากร ในโรงเรียนมีมาก ทั้งงานสอน งานธุรการ งานพิเศษอื่น ๆ ส่งผลกระทบต่อการจัดการ เรียนการสอน ผลการวิเคราะห์ด้านบุคลากร ปรากฏว่า เป็นจุดแข็ง ผู้บริหารและบุคลากรมีคุณธรรม จริยธรรม มีความกระตือรือร้น ในการทำงาน มีความเสียสละ อุทิศ เวลา และทรัพย์ให้กับการเรียน การสอน มีการจัดการเรียนการสอนด้วยรูปแบบวิธีการใหม่ ๆ และมีความสามารถในการผลิตสื่อการ เรียนการสอน การสร้างนวัตกรรมที่มาประยุกต์ในการพัฒนาการสอน ส่งผลให้กระบวนการเรียนรู้ ของนักเรียนเป็นไปด้วยดีอย่างมีประสิทธิภาพ


53 จุดแข็ง (Strengths) จุดอ่อน (Weaknesses) 4. ด้านการเงิน (Money: M2) 1. โรงเรียนมีระบบบริหารการจัดการเกี่ยวกับ การเงิน มีความคล่องตัว ส่งผลให้การรับจ่ายเงิน ของโรงเรียนเป็นไปอย่างมีระบบ มีหลักฐานเอกสาร ชัดเจน 2. โรงเรียนมีความสามารถในการจัดหา ระดมทุน เพื่อพัฒนาการศึกษาได้ตามความต้องการเป็นการ แบ่งภาระโรงเรียนในการจัดงบประมาณ ส่งผลให้ การบริหารงานเป็นไปตามเป้าหมาย อย่างมีประสิทธิภาพ 3. โรงเรียนมีวัสดุ สื่อ อุปกรณ์ในการจัดการเรียน การสอนเพียงพอ ส่งผลให้การปฏิบัติงานบังเกิดผลดี อย่างมีประสิทธิภาพ 4. ระบบการจัดการสาธารณูปโภคด้านน้ำประปา ไฟฟ้า มีเพียงพอต่อความต้องการ ส่งผลให้บุคลากร ในโรงเรียนได้รับความสะดวกสบาย สุขภาพกาย สุขภาพจิตดี 1. เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์การพิมพ์การจัดการ ฐานข้อมูลยังขาดประสิทธิภาพ ส่งผลให้การ รายงานข้อมูลต่าง ๆ ล่าช้า 2. การจัดซื้อจัดจ้างตามระบบและระเบียบ ของราชการ เน้นการจัดซื้อจัดจ้างที่เอื้อประโยชน์ ต่อผู้ประกอบการ ทำให้โรงเรียนได้ของแพง แต่คุณภาพต่ำกว่ามาตรฐาน ผลการวิเคราะห์ด้านการเงิน ปรากฏว่า เป็นจุดแข็ง โรงเรียนมีระบบบริหารการจัดการ เกี่ยวกับการเงิน มีความคล่องตัว ส่งผลให้การรับจ่ายเงินของโรงเรียนเป็นไปอย่างมีระบบ มีหลักฐาน เอกสารชัดเจน ทำให้โรงเรียนจัดกิจกรรมการเรียนการสอนเพื่อพัฒนาผู้เรียน ได้อย่างมีประสิทธิภาพ จุดแข็ง (Strengths) จุดอ่อน (Weaknesses) 5. ด้านวัสดุอุปกรณ์ (Material: M3) 1. โรงเรียนมีห้องเรียน อาคารเรียนที่เหมาะสม สวยงาม มีความสะดวก เพียงพอต่อความต้องการใช้ประโยชน์ สามารถพัฒนานักเรียนได้เต็มศักยภาพ 2. โรงเรียนมีวัสดุ อุปกรณ์ สื่อการเรียนการสอน สำหรับใช้ประกอบการจัดกิจกรรม การเรียนการสอน เพียงพอ หลากหลาย ส่งผลให้นักเรียนได้รับการพัฒนา ทักษะตามเกณฑ์คุณภาพที่โรงเรียนกำหนดไว้ 1. สื่อ วัสดุ อุปกรณ์ทางเทคโนโลยี คอมพิวเตอร์มีจำนวนไม่เพียงพอต่อจำนวน นักเรียน 2. วัสดุครุภัณฑ์ขาดคุณภาพ และไม่ตรงตามความต้องการ ทำให้การจัดกระบวนการเรียนการสอน ไม่ได้ประสิทธิภาพเท่าที่ควร


54 จุดแข็ง (Strengths) จุดอ่อน (Weaknesses) 5. ด้านวัสดุอุปกรณ์ (Material: M3) 3. โรงเรียนมีระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ตไร้สาย ครอบคลุมทั่วพื้นที่บริเวณโรงเรียน 4. โรงเรียนใช้วัสดุ อุปกรณ์ จัดการเรียนการสอน ที่มีอยู่อย่างคุ้มค่า 5. ห้องสมุดมีหนังสือที่หลากหลายและเพียงพอ ต่อการศึกษาและสืบค้น 6. มีการพัฒนาปรับปรุงอาคาร สถานที่ อย่างสม่ำเสมอ ส่งผลต่อบรรยากาศการเรียนการสอนที่ดี ผลการวิเคราะห์ด้านวัสดุอุปกรณ์ ปรากฏว่า เป็นจุดแข็ง โรงเรียนมีห้องเรียน อาคารเรียน ที่เหมาะสม สวยงาม มีความสะดวก เพียงพอต่อความต้องการใช้ประโยชน์ รวมถึงวัสดุ อุปกรณ์ สื่อการเรียนการสอน ทำให้โรงเรียนจัดกิจกรรมการเรียนการสอน เพื่อพัฒนาผู้เรียนได้อย่าง มีประสิทธิภาพ จุดแข็ง (Strengths) จุดอ่อน (Weaknesses) 6. ด้านการจัดการ (Management: M4) 1. ผู้บริหารมีวิสัยทัศน์สามารถบริหารงานได้ อย่างเป็นระบบและบรรลุเป้าหมายการจัดการศึกษา 2. โรงเรียนมีการวางแผนการปฏิบัติงานอย่างเป็น ระบบ ดำเนินงานตามแผนและนิเทศกำกับติดตาม อย่างต่อเนื่องส่งผลให้การจัดการศึกษามีประสิทธิภาพ 3. บุคลากรให้ความร่วมมือในการปฏิบัติงาน เป็นอย่างดีตามนโยบายของโรงเรียน 4. โรงเรียนมีการเผยแพร่ ประชาสัมพันธ์ข้อมูล ของโรงเรียนต่อชุมชนหลากหลายช่องทาง 1. งบประมาณในการดำเนินงาน มีไม่เพียงพอ 2. การจัดสรรงบประมาณที่ สพฐ. จัดสรร เกี่ยวกับงานอาคารสถานที่ วัสดุ อุปกรณ์ ไม่เพียงพอ และล่าช้า ผลการวิเคราะห์ด้านการเงิน ปรากฏว่า เป็นจุดแข็ง ผู้บริหารมีวิสัยทัศน์สามารถบริหารงาน ได้อย่างเป็นระบบและบรรลุเป้าหมายการจัดการศึกษา บุคลากรให้ความร่วมมือในการปฏิบัติงาน เป็นอย่างดีตามนโยบายของโรงเรียน ทำให้โรงเรียนจัดกิจกรรมการเรียนการสอนพัฒนาผู้เรียนได้ อย่างมีประสิทธิภาพ


55 ตารางการสรุปผลการประเมินสถานภาพของโรงเรียนบ้านดงซ่อม โดยภาพรวม 1) การประเมินสถานภาพปัจจัยสภาพแวดล้อมภายนอก (STEP) 2) การประเมินสถานภาพปัจจัยสภาพแวดล้อมภายใน (2S4M) ประเด็นตัวชี้วัด น้ำหนักคะแนน ค่าคะแนน คะแนนจริง สรุป ผลการ วิเคราะห์ โอกาส ( + ) อุปสรรค ( - ) โอกาส ( + ) อุปสรรค คะแนนเต็ม 1 1-5 1-5 ( - ) 1) ด้านสังคม - วัฒนธรรม (Social: S) 0.33 4.39 3.36 1.45 1.11 0.34 2) ด้านเทคโนโลยี (Technology: T ) 0.22 4.26 3.84 0.94 0.85 0.09 3) ด้านเศรษฐกิจ ( Economic: E ) 0.30 4.34 3.51 1.30 1.05 0.25 4) ด้านการเมืองและกฎหมาย (Politic: P) 0.13 4.35 3.89 0.57 0.51 0.06 ค่าเฉลี่ยคะแนนจริงประเมินสถานภาพปัจจัยสภาพแวดล้อมภายนอก (STEP) 4.25 -3.52 0.74 สรุปการประเมินสถานภาพปัจจัยสภาพแวดล้อมภายนอก (STEP) 0.37 ประเด็นตัวชี้วัด น้ำหนัก คะแนน ค่าคะแนน คะแนนจริง สรุป ผลการ วิเคราะห์ จุดแข็ง ( + ) จุดอ่อน ( - ) จุดแข็ง ( + ) จุดอ่อน คะแนนเต็ม ( - ) 1 1-5 1-5 1) ด้านโครงสร้างและนโยบาย (Structure: S1) 0.20 4.31 3.29 0.86 0.66 0.20 2) ด้านผลผลิตและการบริการ (Service and Products: S2) 0.14 4.17 1.69 0.58 0.24 0.35 3) ด้านบุคลากร (Man: M1) 0.16 4.14 3.59 0.66 0.57 0.09 4) ด้านประสิทธิทางการเงิน (Money: M2) 0.12 4.21 3.61 0.51 0.43 0.07 5) ด้านวัสดุ และอุปกรณ์ (Materials: M3) 0.10 4.24 3.57 0.42 0.36 0.07 6) ด้านการบริหารจัดการ (Management: M4) 0.28 4.34 3.53 1.21 0.99 0.23 ค่าเฉลี่ยคะแนนจริงประเมินสถานภาพปัจจัยสภาพแวดล้อมภายใน (2S4M) 4.25 -3.25 1.01 สรุปการประเมินสถานภาพปัจจัยสภาพแวดล้อมภายใน (2S4M) 0.50


56 ตารางสรุปผลการประเมินสถานภาพของโรงเรียนบ้านดงซ่อม 1) ประเด็นตัวชี้วัดปัจจัยสภาพแวดล้อมภายนอก (STEP) 2) ประเด็นตัวชี้วัดปัจจัยสภาพแวดล้อมภายใน (2S4M) ประเด็นตัวชี้วัดปัจจัยสภาพแวดล้อมภายนอก (STEP)/ผลการประเมิน รายการปัจจัย ค่าเฉลี่ยคะแนนจริง 1) ด้านสังคม - วัฒนธรรม (Social: S) 0.34 2) ด้านเทคโนโลยี (Technology: T ) 0.09 3) ด้านเศรษฐกิจ ( Economic: E ) 0.25 4) ด้านการเมืองและกฎหมาย (Politic: P) 0.06 สรุปการประเมินสถานภาพปัจจัยสภาพแวดล้อมภายนอก (STEP) 0.74 ประเด็นตัวชี้วัดสภาพแวดล้อมภายใน ( 2S4M )/ผลการประเมิน รายการปัจจัย ค่าเฉลี่ยคะแนนจริง 1) ด้านโครงสร้างและนโยบาย (Structure: S1 ) 0.20 2) ด้านผลผลิตและการบริการ (Service and Products: S2 ) 0.35 3) ด้านบุคลากร (Man: M1) 0.09 4) ด้านประสิทธิทางการเงิน (Money: M2) 0.07 5) ด้านวัสดุ และอุปกรณ์ (Materials: M3 ) 0.07 6) ด้านการบริหารจัดการ ( Management: M4 ) 0.23 สรุปการประเมินสถานภาพปัจจัยสภาพแวดล้อมภายใน (2S4M) 1.01


57 กราฟแสดงสถานภาพของโรงเรียนบ้านดงซ่อม จากการวิเคราะห์ภาพแวดล้อมจากปัจจัยภายในและปัจจัยภายนอก จากกราฟที่ได้จะเห็นว่ากราฟเป็นลักษณะ STAR แสดงให้เห็นว่าโรงเรียนมีสภาพแวดล้อม ภายนอกและภายในเอื้อและแข็ง คือ มีปัจจัยภายนอกให้การสนับสนุน ส่วนปัจจัยภายในของโรงเรียน มีประสิทธิภาพ มีการร่วมมือร่วมใจในการทำงาน ส่งผลให้โรงเรียนประสบผลสำเร็จ มีคุณภาพ เป็นที่ยอมรับของคนทั่วไป 4.25 -3.25 4.25 -3.25 1.01 0.74


58 ส่วนที่ 3 การกำหนดยุทธศาสตร์ 3.1 ศาสตร์พระราชา “ศาสตร์พระราชา” ถือว่าเป็น “ตำนานแห่งชีวิต” เพราะบันทึกจากประสบการณ์จากการ ทรงงาน ที่ทำให้ประเทศไทยสามารถผ่านวิกฤติการณ์ต่าง ๆ มาได้ทุกมิติ สามารถน้อมนำไปสู่การ ปฏิบัติได้เป็นอย่างดี หลักการทรงงานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่นอกจากจะทรงด้วยทศพิธราชธรรมแล้ว ทรงยังเป็น พระราชาที่เป็นแบบอย่างในการดำเนินชีวิต และการทำงานแก่พสกนิกรของพระองค์และนานา ประเทศอีกด้วย ผู้คนต่างประจักษ์ถึงพระอัจฉริยภาพของพระองค์และมีความสำนึกในพระมหา กรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้ซึ่งแนวคิดหรือหลักการทรงงานของในหลวงรัชกาลที่ 9 มีความ น่าสนใจที่สมควรนำมาประยุกต์ใช้กับชีวิตการทำงานเป็นอย่างยิ่ง หากท่านใดต้องการปฏิบัติตามรอยเบื้อง พระยุคลบาท ท่านสามารถนำหลักการทรงงานของพระองค์ไปปรับใช้ให้เกิดประโยชน์ได้ ดังนี้ 1) จะทำอะไรต้องศึกษาข้อมูลให้เป็นระบบ ทรงศึกษาข้อมูลรายละเอียดอย่างเป็นระบบจากข้อมูลเบื้องต้น ทั้งเอกสาร แผนที่ สอบถามจาก เจ้าหน้าที่ นักวิชาการ และราษฎรในพื้นที่ให้ได้รายละเอียดที่ถูกต้อง เพื่อนำข้อมูลเหล่านั้นไปใช้ประโยชน์ ได้จริงอย่างถูกต้อง รวดเร็ว และตรงตามเป้าหมาย 2) ระเบิดจากภายใน จะทำการใด ๆ ต้องเริ่มจากคนที่เกี่ยวข้องเสียก่อน ต้องสร้างความเข้มแข็งจากภายในให้เกิด ความเข้าใจและอยากทำ ไม่ใช่การสั่งให้ทำ คนไม่เข้าใจก็อาจจะไม่ทำก็เป็นได้ในการทำงานนั้น อาจจะ ต้องคุยหรือประชุมกับลูกน้อง เพื่อนร่วมงาน หรือคนในทีมเสียก่อน เพื่อให้ทราบถึงเป้าหมายและ วิธีการต่อไป 3) แก้ปัญหาจากจุดเล็ก ควรมองปัญหาภาพรวมก่อนเสมอ แต่เมื่อจะลงมือแก้ปัญหานั้น ควรมองในสิ่งที่คนมักจะ มองข้ามแล้วเริ่มแก้ปัญหาจากจุดเล็ก ๆ เสียก่อน เมื่อสำเร็จแล้วจึงค่อย ๆ ขยับขยายแก้ไปเรื่อย ๆ ทีละ จุดเราสามารถเอามาประยุกต์ใช้กับการทำงานได้ โดยมองไปที่เป้าหมายใหญ่ของงานแต่ละชิ้น แล้ว เริ่มลงมือทำจากจุดเล็ก ๆ ก่อน ค่อย ๆ ทำ ค่อย ๆ แก้ไปทีละจุด งานแต่ละชิ้นก็จะลุล่วงไปได้ ตามเป้าหมายที่วางไว้“ถ้าปวดหัวคิดอะไรไม่ออก ก็ต้องแก้ไขการปวดหัวนี้ก่อน มันไม่ได้แก้อาการจริง แต่ต้องแก้ปัญหาที่ทำให้เราปวดหัวให้ได้เสียก่อน เพื่อจะให้อยู่ในสภาพที่ดีได้”


59 4) ทำตามลำดับขั้น เริ่มต้นจากการลงมือทำในสิ่งที่จำเป็นก่อน เมื่อสำเร็จแล้วก็เริ่มลงมือสิ่งที่จำเป็นลำดับต่อไป ด้วยความรอบคอบและระมัดระวัง ถ้าทำตามหลักนี้ได้ งานทุกสิ่งก็จะสำเร็จได้โดยง่าย...ในหลวง รัชกาลที่ 9 ทรงเริ่มต้นจากสิ่งที่จำเป็นที่สุดของประชาชนเสียก่อน ได้แก่ สุขภาพสาธารณสุข จากนั้นจึง เป็นเรื่องสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานและสิ่งจำเป็นในการประกอบอาชีพ อาทิ ถนน แหล่งน้ำเพื่อ การเกษตรการอุปโภคบริโภค เน้นการปรับใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ราษฎรสามารถนำไปปฏิบัติได้ และ เกิดประโยชน์สูงสุด “การพัฒนาประเทศจำเป็นต้องทำตามลำดับขั้น ต้องสร้างพื้นฐาน คือความพอมี พอกิน พอใช้ของประชาชนส่วนใหญ่เป็นเบื้องต้นก่อน ใช้วิธีการและอุปกรณ์ที่ประหยัด แต่ถูกต้องตามหลัก วิชา เมื่อได้พื้นฐาน ที่มั่นคงพร้อมพอสมควร สามารถปฏิบัติได้แล้ว จึงค่อยสร้างเสริมความเจริญ และฐานะเศรษฐกิจขั้นที่สูงขึ้น โดยลำดับต่อไป…” พระบรมราโชวาทของในหลวงรัชกาลที่ 9 เมื่อ วันที่ 18 กรกฎาคม 2517 5) ภูมิสังคม ภูมิศาสตร์ สังคมศาสตร์ การพัฒนาใด ๆ ต้องคำนึงถึงสภาพภูมิประเทศของบริเวณนั้นว่าเป็นอย่างไร และสังคม วิทยาเกี่ยวกับลักษณะนิสัยใจคอคน ตลอดจนวัฒนธรรมประเพณีในแต่ละท้องถิ่นที่มีความแตกต่างกัน “การพัฒนาจะต้องเป็นไปตามภูมิประเทศทางภูมิศาสตร์และภูมิประเทศ ทางสังคมศาสตร์ สังคม วิทยา คือนิสัยใจคอของคนเรา จะไปบังคับให้คนอื่นคิดอย่างอื่นไม่ได้ เราต้องแนะนำ เข้าไปดูว่าเขา ต้องการอะไรจริง ๆแล้วก็อธิบายให้เขาเข้าใจหลักการของการพัฒนานี้ก็จะเกิดประโยชน์อย่างยิ่ง” 6) ทำงานแบบองค์รวม ใช้วิธีคิดเพื่อการทำงาน โดยวิธีคิดอย่างองค์รวม คือการมองสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดอย่างเป็นระบบ ครบวงจร ทุกสิ่งทุกอย่างมีมิติเชื่อมต่อกัน มองสิ่งที่เกิดขึ้นและแนวทางแก้ไขอย่างเชื่อมโยง 7) ไม่ติดตำรา เมื่อเราจะทำการใดนั้น ควรทำงานอย่างยืดหยุ่นกับสภาพและสถานการณ์นั้น ๆ ไม่ใช่การ ยึดติดอยู่กับแค่ในตำราวิชาการ เพราะบางทีความรู้ท่วมหัว เอาตัวไม่รอด บางครั้งเรายึดติดทฤษฎี มากจนเกินไปจนทำอะไรไม่ได้เลย สิ่งที่เราทำบางครั้งต้องโอบอ้อมต่อสภาพธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม สังคม และจิตวิทยาด้วย 8) รู้จักประหยัด เรียบง่าย ได้ประโยชน์สูงสุด ในการพัฒนาและช่วยเหลือราษฎร ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงใช้หลักในการแก้ปัญหาด้วย ความเรียบง่ายและประหยัด ราษฎรสามารถทำได้เอง หาได้ในท้องถิ่นและประยุกต์ใช้สิ่งที่มีอยู่ในภูมิภาค นั้นมาแก้ไข ปรับปรุง โดยไม่ต้องลงทุนสูงหรือใช้เทคโนโลยีที่ยุ่งยากมากนัก ดังพระราชดำรัสตอนหนึ่ง ว่า “…ให้ปลูกป่าโดยไม่ต้องปลูก โดยปล่อยให้ขึ้นเองตามธรรมชาติจะได้ประหยัดงบประมาณ…”


60 9) ทำให้ง่าย ทรงคิดค้น ดัดแปลง ปรับปรุงและแก้ไขงาน การพัฒนาประเทศตามแนวพระราชดำริไปได้ โดยง่าย ไม่ยุ่งยากซับซ้อนและที่สำคัญอย่างยิ่งคือ สอดคล้องกับสภาพความเป็นอยู่ของประชาชนและ ระบบนิเวศโดยรวม “ทำให้ง่าย” 10) การมีส่วนร่วม ทรงเป็นนักประชาธิปไตย ทรงเปิดโอกาสให้สาธารณชน ประชาชนหรือเจ้าหน้าที่ทุก ระดับได้มาร่วมแสดงความคิดเห็น “สำคัญที่สุดจะต้องหัดทำใจให้กว้างขวางหนักแน่น รู้จักรับฟัง ความคิดเห็นแม้กระทั่งความวิพากษ์วิจารณ์จากผู้อื่นอย่างฉลาดนั้น แท้จริงคือ การระดมสติปัญญาและ ประสบการณ์อันหลากหลายมาอำนวยการปฏิบัติบริหารงานให้ประสบผลสำเร็จที่สมบูรณ์นั่นเอง” 11. ต้องยึดประโยชน์ส่วนรวม ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงระลึกถึงประโยชน์ของส่วนรวมเป็นสำคัญ ดังพระราชดำรัสตอน หนึ่งว่า “…ใครต่อใครบอกว่า ขอให้เสียสละส่วนตัวเพื่อส่วนรวม อันนี้ฟังจนเบื่ออาจรำคาญด้วยซ้ำว่าใครต่อ ใครมาก็บอกว่าขอให้คิดถึงประโยชน์ส่วนรวม อาจมานึกในใจว่า ให้ ๆ อยู่เรื่อยแล้วส่วนตัวจะได้อะไร ขอให้คิดว่าคนที่ให้เป็น เพื่อส่วนร่วมนั้น มิได้ให้ส่วนรวมแต่อย่างเดียว เป็นการให้เพื่อตัวเอง สามารถ ที่จะมีส่วนรวมที่จะอาศัยได้…” 12) บริการที่จุดเดียว ทรงมีพระราชดำริมากกว่า 20 ปีแล้ว ให้บริหารศูนย์การศึกษาการพัฒนาหลายแห่ง ทั่วประเทศ โดยใช้หลักการ “การบริการรวมที่จุดเดียว : One Stop Service” โดยทรงเน้นเรื่องรู้รัก สามัคคี และการร่วมมือร่วมแรงร่วมใจกันด้วยการปรับลดช่องว่างระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 13) ใช้ธรรมชาติช่วยธรรมชาติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงเข้าใจถึงธรรมชาติและต้องการให้ประชาชน ใกล้ชิดกับทรัพยากรธรรมชาติ ทรงมองปัญหาธรรมชาติอย่างละเอียด โดยหากเราต้องการแก้ไขธรรมชาติ จะต้องใช้ธรรมชาติเข้าช่วยเหลือเราด้วย 14) ใช้อธรรมปราบอธรรม ทรงนำความจริงในเรื่องธรรมชาติ และกฎเกณฑ์ของธรรมชาติมาเป็นหลักการแนวทาง ปฏิบัติในการแก้ไขปัญหาและปรับปรุงสภาวะที่ไม่ปกติเข้าสู่ระบบที่ปกติ เช่น การบำบัดน้ำเน่าเสียโดย ใช้ผักตบชวาซึ่งมีตามธรรมชาติให้ดูดซึมสิ่งสกปรกปนเปื้อนในน้ำ 15) ปลูกป่าในใจคน การจะทำการใดสำเร็จต้องปลูกจิตสำนึกของคนเสียก่อน ต้องให้เห็นคุณค่า เห็นประโยชน์ กับสิ่งที่เรา จะทำ… “เจ้าหน้าที่ป่าไม้ควรจะปลูกต้นไม้ลงในใจคนเสียก่อน แล้วคนเหล่านั้นก็จะพากันปลูก ต้นไม้ลงบนแผ่นดินและจะรักษาต้นไม้ด้วยตนเอง”


61 16) ขาดทุนคือกำไร หลักการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ที่มีต่อพสกนิกรไทย “การให้” และ“การเสียสละ” เป็นการกระทำอันมีผลเป็นกำลัง คือ ความอยู่ดีมีสุขของราษฎร 17) การพัฒนาตามแนวพระราชดำริ เพื่อการแก้ไขปัญหาในเบื้องต้นด้วยการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าเพื่อให้มีความแข็งแรง พอที่จะดำรงชีวิตได้ต่อไป แล้วขั้นต่อไปก็คือ การพัฒนาให้ประชาชนสามารถอยู่ในสังคมได้ตาม สภาพแวดล้อมและสามารถพึ่งตนเอง ได้ในที่สุด 18) พออยู่พอกิน ให้ประชาชนสามารถอยู่อย่าง “พออยู่พอกิน” ให้ได้เสียก่อน แล้วจึงค่อยขยับขยายให้มีขีด สมรรถนะ ที่ก้าวหน้าต่อไป 19) เศรษฐกิจพอเพียง เป็นปรัชญาที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 พระราชทานพระราชดำรัสชี้แนะแนวทางการดำเนิน ชีวิตให้ดำเนินไปบน “ทางสายกลาง” เพื่อให้รอดพ้นและสามารถดำรงอยู่ได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน ภายใต้กระแส โลกาภิวัตน์ และการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ซึ่งปรัชญานี้ สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ทั้ง ระดับบุคคล องค์กร/ชุมชน 20) ความซื่อสัตย์สุจริต จริงใจต่อกัน ผู้ที่มีความสุจริตและบริสุทธิ์ใจ แม้จะมีความรู้น้อย ก็ย่อมทำประโยชน์ให้แก่ส่วนรวมได้ มากกว่าผู้ที่มีความรู้มาก แต่ไม่มีความสุจริต ไม่มีความบริสุทธิ์ใจ 21) ทำงานอย่างมีความสุข ทำงานต้องมีความสุขด้วย ถ้าเราทำอย่างไม่มีความสุขเราจะแพ้ แต่ถ้าเรามีความสุขเรา จะชนะสนุกกับการทำงานเพียงเท่านั้น ถือว่าเราชนะแล้ว หรือจะทำงานโดยคำนึงถึงความสุขที่เกิด จากการได้ทำประโยชน์ให้กับผู้อื่นก็สามารถทำได้ “…ทำงานกับฉัน ฉันไม่มีอะไรจะให้ นอกจากการมี ความสุขร่วมกันในการทำประโยชน์ให้กับผู้อื่น…” 22) ความเพียร การเริ่มต้นทำงานหรือทำสิ่งใดนั้น อาจจะไม่ได้มีความพร้อม ต้องอาศัยความอดทน และ ความมุ่งมั่น ดังเช่น พระราชนิพนธ์ “พระมหาชนก” กษัตริย์ผู้เพียรพยายาม แม้จะไม่เห็นฝั่งก็จะว่าย น้ำต่อไปเพราะถ้าเราไม่เพียรว่ายก็จะตกเป็นอาหารปู ปลา และไม่ได้พบกับเทวดาที่ช่วยเหลือมิให้ จมน้ำ


62 23) รู้ รัก สามัคคี - รู้ คือ รู้ปัญหาและรู้วิธีแก้ปัญหานั้น - รัก คือ เมื่อเรารู้ถึงปัญหาและวิธีแก้แล้ว เราต้องมีความรัก ที่จะลงมือทำ ลงมือ แก้ปัญหานั้น - สามัคคี คือ การแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ไม่สามารถลงมือทำคนเดียวได้ ต้องอาศัยความ ร่วมมือร่วมใจกัน 3.2 พระบรมราโชบายด้านการศึกษาในสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณบดินทรเทพยวรางกูร การศึกษาต้องมุ่งสร้างพื้นฐานให้แก่ผู้เรียน 4 ด้านดังนี้ 1) มีทัศนคติที่ถูกต้องต่อบ้านเมือง 1.1) มีความรู้ความเข้าใจต่อชาติบ้านเมือง 1.2) ยึดมั่นในศาสนา 1.3) มั่นคงในสถาบันพระมหากษัตริย์ 1.4) มีความเอื้ออาทรต่อครอบครัว และชุมชนของตน 2) มีพื้นฐานชีวิตที่มั่นคง - มีคุณธรรม 2.1) รู้จักแยกแยะสิ่งที่ผิด - ชอบ/ชั่ว - ดี 2.2) ปฏิบัติแต่สิ่งที่ชอบ สิ่งที่ดีงาม 2.3) ปฏิเสธสิ่งที่ผิด สิ่งที่ชั่ว 2.4) ช่วยกันสร้างคนดีให้แก่บ้านเมือง 3) มีงานทำ - มีอาชีพ 3.1) การเลี้ยงดูลูกหลานในครอบครัว หรือการฝึกฝนอบรมสถานศึกษาต้องมุ่งให้เด็ก และเยาวชนรักงาน สู้งานทำจนงานสำเร็จ 3.2) การฝึกฝนอบรมทั้งในหลักสูตรและนอกหลักสูตร ต้องมีจุดมุ่งหมายให้ผู้เรียนทำงาน และมีงานทำในที่สุด 3.3) ต้องสนับสนุนผู้สำเร็จหลักสูตร มีอาชีพ มีงานทำจนสามารถเลี้ยงตนเอง และครอบครัว 4) เป็นพลเมืองดี 4.1) การเป็นพลเมืองดี เป็นหน้าที่ของทุกคน 4.2)ครอบครัว–สถานศึกษาและสถานประกอบการต้องส่งเสริมให้ทุกคนมีโอกาสทำหน้าที่ เป็นพลเมืองดี 4.3)การเป็นพลเมืองดี คือ “เห็นอะไรที่จะทำเพื่อบ้านเมืองได้ก็ต้องทำ เช่น งานอาสาสมัคร งานบำเพ็ญประโยชน์ งานสาธารณกุศล ให้ทำด้วยความมีน้ำใจและเอื้ออาทร”


63 3.3รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 เป็นกฎหมายสูงสุดในการปกครอง ประเทศที่ยังคงเจตนารมณ์ ยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข โดยได้ระบุ ข้อมาตรา ที่ต้องนำไปใช้บังคับในการจัดการศึกษา การส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการศึกษา และการเข้า รับบริการการศึกษาของประชาชน ในประเด็นสำคัญที่เกี่ยวข้องกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ดังนี้ 1) รัฐต้องดำเนินการให้เด็กทุกคนได้รับการศึกษาเป็นเวลาสิบสองปี ตั้งแต่ก่อนวัยเรียนจนจบ การศึกษาภาคบังคับอย่างมีคุณภาพโดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย 2) รัฐต้องดำเนินการให้เด็กเล็กได้รับการดูแลและพัฒนาก่อนเข้ารับการศึกษา เพื่อพัฒนา ร่างกาย จิตใจ วินัย อารมณ์ สังคม และสติปัญญาให้สมกับวัย โดยส่งเสริมและสนับสนุนให้องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น และภาค เอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการดำเนินการ 3) รัฐต้องดำเนินการให้ประชาชนได้รับการศึกษาตามความต้องการในระบบต่าง ๆ รวมทั้ง ส่งเสริมให้มีการเรียนรู้ตลอดชีวิต และจัดให้มีการร่วมมือระหว่างรัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคเอกชนในการจัดการศึกษาทุกระดับ โดยรัฐมีหน้าที่ดำเนินการ กำกับ ส่งเสริมและสนับสนุน ให้การจัดการศึกษาดังกล่าวมีคุณภาพและได้มาตรฐานสากล 4) การศึกษาทั้งปวงต้องมุ่งพัฒนาผู้เรียนให้เป็นคนดี มีวินัย ภูมิใจในชาติ สามารถเชี่ยวชาญ ได้ตามความถนัดของตน และมีความรับผิดชอบต่อครอบครัว ชุมชน สังคม และประเทศชาติ 5) ในการดำเนินการให้เด็กเล็กได้รับการดูแลและพัฒนา หรือให้ประชาชนได้รับการศึกษา รัฐต้อง ดำเนินการให้ผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ได้รับการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษาตาม ความถนัด ของตน 6) ให้จัดตั้งกองทุนเพื่อใช้ในการช่วยเหลือผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ ในการศึกษา และเพื่อส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพและประสิทธิภาพครู 7) ให้ดำเนินการปฏิรูปประเทศในด้านการศึกษา ดังต่อไปนี้ 7.1)ดำเนินการให้เด็กเล็กได้รับการดูแลและพัฒนาก่อนเข้ารับการศึกษา เพื่อให้เด็กเล็กได้รับ การพัฒนาร่างกาย จิตใจ วินัย อารมณ์ สังคม และสติปัญญาให้สมกับวัยโดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย 7.2)ดำเนินการตรากฎหมาย เพื่อจัดตั้งกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ตามวัตถุประสงค์ข้อ 6 7.3) ให้มีกลไกและระบบการผลิต คัดกรองและพัฒนาผู้ประกอบวิชาชีพครูและอาจารย์ ให้ได้ผู้มีจิตวิญญาณแห่งความเป็นครู มีความรู้ความสามารถอย่างแท้จริง ได้รับค่าตอบแทน ที่เหมาะสมกับความสามารถและประสิทธิภาพในการสอน รวมทั้งมีกลไกสร้างระบบคุณธรรมในการ บริหารงานบุคคลของผู้ประกอบวิชาชีพครู


64 7.4) ปรับปรุงการจัดการเรียนการสอนทุกระดับเพื่อให้ผู้เรียนสามารถเรียนได้ตามความถนัด และปรับปรุงโครงสร้างของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อบรรลุเป้าหมายดังกล่าว โดยให้สอดคล้องกัน ทั้งในระดับชาติ และระดับพื้นที่ 3.4 กรอบยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี(พ.ศ.2561 – 2580) ภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี รัฐบาลได้กำหนดวิสัยทัศน์ เป้าหมาย และยุทธศาสตร์ ในการดำเนินงานไว้ดังนี้ วิสัยทัศน์ “ประเทศไทยมีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เป็นประเทศพัฒนาแล้ว ด้วยการพัฒนาตามหลัก ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” และเป็นคติพจน์ประจำชาติว่า “มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” ยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี(พ.ศ. 2561 – 2580) มี 6 ยุทธศาสตร์ในการดำเนินงาน ด้านต่าง ๆ ได้แก่ ยุทธศาสตร์ที่ 1 ด้านความมั่นคง เพื่อปรับเปลี่ยนและเสริมสร้างเสถียรภาพให้เหมาะสม ตามกรอบแนวคิดใหม่ที่เรียกว่า “ความมั่นคงแบบองค์รวม” โดยมีเป้าหมายเพื่อจัดการสภาวะแวดล้อม ของประเทศให้มั่นคง ปลอดภัย และสงบเรียบร้อยในทุกระดับ ทุกมิติ และพร้อมรับมือกับภัยคุกคาม และภัยพิบัติได้ทุกรูปแบบ และ ทุกระดับความรุนแรง ใช้กลไกในการแก้ไขปัญหาแบบบูรณาการ ทั้งกับส่วนราชการ ภาคเอกชน ประชาสังคม และองค์กรที่ไม่ใช่รัฐ ประเทศเพื่อนบ้าน และมิตร ประเทศทั่วโลก บนพื้นฐานหลักธรรมมาภิบาล เป้าหมาย 1) ประชาชนอยู่ดี กินดี และมีความสุข 2) บ้านเมืองมีความมั่นคง 3) กองทัพ หน่วยงานด้านความมั่นคง ภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน มีความ พร้อมในการป้องกันและแก้ไขปัญหาความมั่นคง 4) ประเทศไทยมีบทบาทด้านความมั่นคงเป็นที่ชื่นชมและได้รับการยอมรับโดยประชาคม ระหว่างประเทศ 5) การบริหารจัดการความมั่นคงมีผลสำเร็จที่เป็นรูปธรรมอย่างมีประสิทธิภาพ ประเด็นยุทธศาสตร์ชาติ 1) การรักษาความสงบภายในประเทศ 2) การป้องกันและแก้ไขปัญหาที่มีผลกระทบต่อความมั่นคง 3) การพัฒนาศักยภาพของประเทศให้พร้อมเผชิญภัยคุกคามที่กระทบต่อความมั่นคงของชาติ


65 4) การบูรณาการความร่วมมือด้านความมั่นคงกับอาเซียนและนานาชาติรวมถึงองค์กร ภาครัฐและที่มิใช่ภาครัฐ 5) การพัฒนากลไกการบริหารจัดการความมั่นคงแบบองค์รวม ยุทธศาสตร์ที่ 2 ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน เพื่อให้ประเทศไทยสามารถ ยกระดับไปสู่การเป็นประเทศพัฒนาแล้ว ด้วยการพัฒนาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง โดยปรับ โครงสร้างทางเศรษฐกิจ ให้เกิดการยกระดับรายได้เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ สร้างเครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจ ใหม่เพื่อนำประเทศ สู่เป้าหมายในช่วง 20 ปีข้างหน้า จะมุ่งเน้นการวิจัย พัฒนานวัตกรรม และนำ เทคโนโลยีใหม่มาปรับใช้และต่อยอดภาคการผลิตและบริการในปัจจุบัน เพื่อเพิ่มผลิตภาพ และสร้าง มูลค่าเพิ่ม การพัฒนารูปแบบการค้า ให้สอดรับกับเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไป การส่งเสริมให้เกิด สังคมผู้ประกอบการ การพัฒนาทักษะและความสามารถของแรงงาน ทั้งนี้ภายใต้กรอบการปฏิรูป และพัฒนาปัจจัยเชิงยุทธศาสตร์ทุกด้าน เป้าหมาย 1) ประเทศไทยเป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว เศรษฐกิจเติบโตอย่างมีเสถียรภาพและยั่งยืน 2) ประเทศไทยมีขีดความสามารถในการแข่งขันสูงขึ้น ประเด็นยุทธศาสตร์ชาติ 1) การเกษตรสร้างมูลค่า 2) อุตสาหกรรมและบริการแห่งอนาคต 3) สร้างความหลากหลายด้านการท่องเที่ยว 4) โครงสร้างพื้นฐาน เชื่อมไทย เชื่อมโลก 5) พัฒนาเศรษฐกิจบนพื้นฐานผู้ประกอบการรุ่นใหม่ ยุทธศาสตร์ที่ 3 ด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์เพื่อให้ทรัพยากร มนุษย์ในทุกมิติและในทุกช่วงวัยสามารถได้รับการพัฒนาและยกระดับได้เต็มศักยภาพและเหมาะสม ตลอดช่วงชีวิต ควบคู่กับการปฏิรูปที่สำคัญทั้งในส่วนของการปรับเปลี่ยนค่านิยมและวัฒนธรรมเพื่อให้ คนมีความดีอยู่ใน ‘วิถี’ การดำเนินชีวิตและมีจิตสำนึกร่วมในการสร้างสังคมที่น่าอยู่ และการเรียนรู้ แบบพลิกโฉม ในทุกระดับตั้งแต่ระดับปฐมวัยจนถึงการเรียนรู้ตลอดชีวิต พร้อมทั้งการเสริมสร้าง ครอบครัวที่เข้มแข็งอบอุ่นซึ่งเป็นการวางรากฐานการส่งต่อเด็ก และเยาวชนที่มีคุณภาพสู่การพัฒนา ในช่วงอายุถัดไปภายใต้กรอบการพัฒนา เป้าหมาย 1) คนไทยเป็นคนดี คนเก่ง มีคุณภาพ พร้อมสำหรับวิถีชีวิตในศตวรรษที่ 21 2) สังคมไทยมีสภาพแวดล้อมที่เอื้อและสนับสนุนต่อการพัฒนาคนตลอดช่วงชีวิต


66 ประเด็นยุทธศาสตร์ชาติ 1) การปรับเปลี่ยนค่านิยมและวัฒนธรรม 2) การพัฒนาศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิต 3) ปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้ที่ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21 4) การตระหนักถึงพหุปัญญาของมนุษย์ที่หลากหลาย 5) การเสริมสร้างให้คนไทยมีสุขภาวะที่ดี 6) การสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ 7) การเสริมสร้างศักยภาพการกีฬาในการสร้างคุณค่าทางสังคมและพัฒนาประเทศ ยุทธศาสตร์ที่ 4 ด้านการสร้างโอกาสความเสมอภาคและเท่าเทียมกันทางสังคม เน้นการ ตอบโจทย์การสร้างความเป็นธรรมและลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ เพื่อให้การ เติบโตของประเทศเป็นการเติบโตที่ยั่งยืนโดยทุกคนได้รับประโยชน์อย่างทั่วถึงและเป็นธรรม มุ่งเน้น การดึงเอาพลังทางสังคมที่ประกอบด้วยภาคส่วนต่าง ๆ ทั้งภาคเอกชน ประชาสังคม ชุมชนท้องถิ่น มาร่วมขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศในรูปแบบประชารัฐ เป้าหมาย 1) สร้างความเป็นธรรมและลดความเหลื่อมล้ำในทุกมิติ 2) กระจายศูนย์กลางความเจริญทางเศรษฐกิจและสังคม เพิ่มโอกาสให้ทุกภาคส่วนเข้ามา เป็นกำลังของการพัฒนาประเทศในทุกระดับ 3) เพิ่มขีดความสามารถของชุมชนท้องถิ่นในการพัฒนา การพึ่งตนเองและการจัดการตนเอง เพื่อสร้างสังคมคุณภาพ ประเด็นยุทธศาสตร์ชาติ 1) การลดความเหลื่อมล้ำ สร้างความเป็นธรรมในทุกมิติ 2) การกระจายศูนย์กลางความเจริญทางเศรษฐกิจ สังคม และเทคโนโลยี 3) การเสริมสร้างพลังทางสังคม 4) การเพิ่มขีดความสามารถของชุมชนท้องถิ่นในการพัฒนา การพึ่งตนเองและการจัดการ ตนเอง ยุทธศาสตร์ที่ 5 ด้านการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ได้น้อม นำศาสตร์ของพระราชาสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน โดยยึดหลัก 3 ประการคือ “มีความพอประมาณ มีเหตุผลมี ภูมิคุ้มกัน” มาเป็นหลักในการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติควบคู่กับการนำเป้าหมายของการพัฒนาที่ยั่งยืนทั้ง 17 เป้าหมาย มาเป็นกรอบแนวคิดที่จะผลักดันดำเนินการเพื่อนำไปสู่การบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ในทุกมิติทั้งมิติด้านสังคม เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม ธรรมาภิบาล และความเป็นหุ้นส่วนความร่วมมือ


67 ระหว่างกันทั้งภายในและภายนอกประเทศอย่างบูรณาการ โดยมีวิสัยทัศน์เพื่อให้ประเทศไทยเป็น ประเทศพัฒนาแล้วที่มีคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมที่ดีที่สุดในอาเซียนภายในปีพ.ศ. 2580 เป้าหมาย 1) อนุรักษ์และรักษาทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรม ให้คนรุ่นต่อไปได้ใช้ อย่างยั่งยืน มีสมดุล 2) ฟื้นฟูและสร้างใหม่ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อลดผลกระทบทางลบจาก การพัฒนาสังคม เศรษฐกิจของประเทศ 3) ใช้ประโยชน์และสร้างการเติบโตบนฐานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้สมดุล ภายใต้ขีดความสามารถของระบบนิเวศ 4) ยกระดับกระบวนทัศน์ เพื่อกำหนดอนาคตประเทศด้านทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรม บนหลักของการมีส่วนร่วม และธรรมาภิบาล ประเด็นยุทธศาสตร์ชาติ 1) สร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนบนสังคมเศรษฐกิจสีเขียว 2) สร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนบนสังคมเศรษฐกิจภาคทะเล 3) สร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนบนสังคมที่เป็นมิตรต่อสภาพภูมิอากาศ 4) พัฒนาพื้นที่เมือง ชนบท เกษตรกรรมและอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ มุ่งเน้นความเป็นเมือง ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง 5) พัฒนาความมั่นคงด้าน พลังงาน และเกษตรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม 6) ยกระดับกระบวนทัศน์เพื่อกำหนดอนาคตประเทศ ยุทธศาสตร์ที่ 6 ด้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ ที่เน้นการ ปรับเปลี่ยนภาครัฐ ยึดหลัก “ภาครัฐของประชาชนเพื่อประชาชนและประโยชน์ส่วนรวม” โดยภาครัฐ ต้องมีขนาดที่เหมาะสมกับบทบาทภารกิจ และแยกแยะบทบาทหน่วยงานของรัฐที่ทำหน้าที่ในการ กำกับหรือในการให้บริการในระบบเศรษฐกิจที่มีการแข่งขัน มีขีดสมรรถนะสูง ยึดหลักธรรมาภิบาล ปรับวัฒนธรรมการทำงานให้มุ่งผลสัมฤทธิ์และผลประโยชน์ส่วนรวม มีความทันสมัยและพร้อมที่จะ ปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกอยู่ตลอดเวลา เป้าหมาย 1) ภาครัฐมีวัฒนธรรมการทำงานที่มุ่งผลสัมฤทธิ์และผลประโยชน์ส่วนรวม ตอบสนองความ ต้องการของประชาชนได้อย่างสะดวก รวดเร็ว โปร่งใส 2) ภาครัฐมีขนาดเล็กลง พร้อมปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง 3) ภาครัฐมีความโปร่งใส ปลอดการทุจริตและประพฤติมิชอบ 4) กระบวนการยุติธรรม เป็นไปเพื่อประโยชน์ต่อส่วนรวมของประเทศ


68 ประเด็นยุทธศาสตร์ชาติ 1) ภาครัฐที่ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง ตอบสนองความต้องการ และให้บริการอย่าง สะดวกรวดเร็ว โปร่งใส 2) ภาครัฐบริหารงานแบบบูรณาการโดยมียุทธศาสตร์ชาติเป็นเป้าหมาย และเชื่อมโยงการ พัฒนาในทุกระดับ ทุกประเด็น ทุกภารกิจ และทุกพื้นที่ 3) ภาครัฐมีขนาดเล็กลง เหมาะสมกับภารกิจ ส่งเสริมให้ประชาชน และทุกภาคส่วน มีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศ 4) ภาครัฐมีความทันสมัย 5) บุคลากรภาครัฐเป็นคนดีและเก่ง ยึดหลักคุณธรรม จริยธรรม มีจิตสำนึกมีความสามารถ สูง มุ่งมั่น และเป็นมืออาชีพ 6) ภาครัฐมีความโปร่งใส ปลอดการทุจริตและประพฤติมิชอบ 7) กฎหมายมีความสอดคล้องเหมาะสมกับบริบทต่างๆ และมีเท่าที่จำเป็น 8) กระบวนการยุติธรรมเคารพสิทธิมนุษยชนและปฏิบัติต่อประชาชนโดยเสมอภาค 3.5 แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ เป็นแผนแม่บทเพื่อบรรลุเป้าหมายตามที่กำหนดไว้ใน ยุทธศาสตร์ชาติซึ่งแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ เป็นแผนที่จัดทำไว้เพื่อให้บรรลุเป้าหมายตาม ยุทธศาสตร์ชาติ โดยจะมีผลผูกพันต่อหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องจะต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามนั้น รวมทั้ง การจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณจะต้องสอดคล้องกับแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ ซึ่งประเด็นแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ23 ประเด็น ประกอบด้วย 1) ความมั่นคง 2) การต่างประเทศ 3) การพัฒนาการเกษตร 4) อุตสาหกรรมและบริการแห่งอนาคต 5) การท่องเที่ยว 6) การพัฒนาพื้นที่และเมืองน่าอยู่อัจฉริยะ 7) โครงสร้างพื้นฐานระบบโลจิสติกส์และดิจิทัล 8) ผู้ประกอบการและวิสาหกิจขนาดกลาง และขนาดย่อมยุคใหม่ 9) เขตเศรษฐกิจพิเศษ 10) การปรับเปลี่ยนค่านิยมและวัฒนธรรม 11) การพัฒนาศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิต


69 12) การพัฒนาการเรียนรู้ 13) การสร้างให้คนไทยมีสุขภาวะที่ดี 14) ศักยภาพการกีฬา 15) พลังทางสังคม 16) เศรษฐกิจฐานราก 17) ความเสมอภาคและหลักประกันทางสังคม 18) การเติบโตอย่างยั่งยืน 19) การบริหารจัดการน้ำทั้งระบบ 20) การบริการประชาชนและประสิทธิภาพภาครัฐ 21) การต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิชอบ 22) กฎหมายและกระบวนการยุติธรรม 23) การวิจัยและพัฒนานวัตกรรม 3.6 แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่13 (พ.ศ. 2566 - 2570) แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 ได้กำหนด 12 หมุดหมาย ในช่วง ระยะเวลา 5 ปีของแผนพัฒนาฯ ฉบับที่13 เพื่อให้การขับเคลื่อนเป้าหมายการพลิกโฉมประเทศสู่ การเป็นเศรษฐกิจสร้างคุณค่า สังคมเดินหน้าอย่างยั่งยืน ไปสู่การปฏิบัติที่มีทิศทางชัดเจนและเกิดผล อย่างเป็นรูปธรรม ประกอบด้วย หมุดหมายที่ 1 ไทยเป็นประเทศชั้นนำด้านสินค้าเกษตรและอาหารแปรรูปมูลค่าสูง หมุดหมายที่ 2 ไทยเป็นจุดหมายของการท่องเที่ยวที่เน้นคุณค่าและความยั่งยืน หมุดหมายที่ 3 ไทยเป็นฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าที่สำคัญของโลก หมุดหมายที่ 4 ไทยเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์และสุขภาพมูลค่าสูง หมุดหมายที่ 5 ไทยเป็นประตูการค้าการลงทุนและยุทธศาสตร์ทางโลจิสติกส์ที่สำคัญ ของภูมิภาค หมุดหมายที่ 6 ไทยเป็นฐานการผลิตอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะและอุตสาหกรรมดิจิทัลของ อาเซียน หมุดหมายที่ 7 ไทยมีวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมที่เข้มแข็ง มีศักยภาพสูงและสามารถ แข่งขันได้ หมุดหมายที่ 8 ไทยมีพื้นที่และเมืองอัจฉริยะที่น่าอยู่ ปลอดภัย เติบโตได้อย่างยั่งยืน หมุดหมายที่ 9 ไทยมีความยากจนข้ามรุ่นลดลง และมีความคุ้มครองทางสังคมที่เพียงพอ เหมาะสม


70 หมุดหมายที่ 10 ไทยมีเศรษฐกิจหมุนเวียนและสังคมคาร์บอนต่ำ หมุดหมายที่ 11 ไทยสามารถลดความเสี่ยงและผลกระทบจากภัยธรรมชาติและการ เปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หมุดหมายที่ 12 ไทยมีกำลังคนสมรรถนะสูง มุ่งเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ตอบโจทย์การพัฒนาแห่ง อนาคต หมุดหมายที่ 13 ไทยมีภาครัฐที่ทันสมัย มีประสิทธิภาพ และตอบโจทย์ประชาชน หมุดหมายที่12ไทยมีกำลังคนสมรรถนะสูง มุ่งเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ตอบโจทย์การพัฒนา แห่งอนาคต 1) สถานการณ์การพัฒนาที่ผ่านมา การพัฒนากำลังคนของไทยเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างที่สำคัญ ได้แก่ การเป็น สังคมสูงวัยส่งผลให้ประเทศจะขาดกำลังคนในเชิงปริมาณ ประกอบกับผลิตภาพแรงงานที่ลดลงในช่วงโควิด - 19เพิ่มปัญหาด้านกำลังคนเชิงคุณภาพ จนอาจเป็นข้อจำกัดในการขยายตัวทางเศรษฐกิจ การเติบโต ของนวัตกรรมแหล่งความรู้ระดับโลกออนไลน์ที่มีต้นทุนและราคาต่ำ วงจรชีวิตของความรู้สั้นลงโดยเฉพาะ ด้านดิจิทัลและเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงเร็วและแนวโน้มความต้องการเรียนรู้ตามความสนใจรายบุคคล รวมถึงภาคเอกชนที่เริ่มให้ความสำคัญกับการสรรหาและการจ้างงานตามสมรรถนะในการทำงานมากกว่า คุณวุฒิทางการศึกษา อีกทั้งสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคอุบัติใหม่ ส่งผลต่อวิถีการดำรงชีวิต และพฤติกรรมของคน และสะท้อนถึงบทบาทของเครือข่ายภาคประชาสังคมที่มีความเข้มแข็งในการร่วม แก้ไขปัญหาต่าง ๆ แต่ยังขาดการสนับสนุนที่มีประสิทธิภาพจากภาครัฐ จึงต้องเร่งขยายผล และต่อยอดประเด็นการพัฒนาเพื่อนำไปสู่การพลิกโฉมกำลังคนสมรรถนะสูงที่มีภาวะผู้นำสูง สามารถ สร้างการเปลี่ยนแปลงและเพิ่มขีดความสามารถของประเทศได้ การพัฒนาทุนมนุษย์ทุกช่วงวัยที่ผ่านมาได้มีความพยายามปรับปรุงคุณภาพการศึกษาทุก ระดับ ทั้งการยกระดับมาตรฐานการศึกษา การพัฒนากระบวนการเรียนรู้การใช้เทคโนโลยีและการ พัฒนานวัตกรรมการเรียน รวมถึงการพัฒนาพื้นที่นวัตกรรมที่เป็นแบบอย่างด้านการศึกษา ทำให้ สถานศึกษามีความเป็นอิสระควบคู่กับมีความรับผิดชอบต่อสังคมมากขึ้น รวมถึงการส่งเสริมภาคีการ พัฒนาเข้ามามีส่วนร่วมจัดการศึกษาและการเรียนรู้มากขึ้น โดยเฉพาะการจัดการอาชีวศึกษาและการ อุดมศึกษาในหลายรูปแบบ อาทิการจัดการศึกษาทวิภาคีสหกิจศึกษา รวมถึงความพยายามในการลด ความเหลื่อมล้าทางการศึกษา โดยค้นหาเด็กและผู้เรียนที่ด้อยโอกาส และจัดสรรเงินอุดหนุนผ่านกลไก ของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ตลอดจนรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 ได้กำหนดให้รัฐต้องดำเนินการให้เด็กทุกคนได้รับการศึกษาเป็นเวลาสิบสองปีตั้งแต่ก่อนวัยเรียน จนจบการศึกษาภาคบังคับอย่างมีคุณภาพโดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย รวมถึงรัฐพึงให้ความช่วยเหลือเด็ก เยาวชน สตรีผู้สูงอายุคนพิการผู้ยากไร้และผู้ด้อยโอกาสให้สามารถดำรงชีวิตได้อย่างมีคุณภาพ ส่งผลให้


71 มีการปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษา เอื้อให้การจัดการศึกษามีความคล่องตัว และสอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงมากยิ่งขึ้น อาทิพระราชบัญญัติปฐมวัย พ.ศ. 2562 พระราชบัญญัติ การอุดมศึกษา พ.ศ. 2562ร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติพ.ศ. .... อย่างไรก็ตาม การพัฒนาทุน มนุษย์ทุกช่วงวัยยังคงต้องมีการยกระดับการพัฒนาในแต่ละช่วงวัย ได้แก่ เด็กตั้งแต่ในครรภ์ถึงปฐมวัย มีแนวโน้มพัฒนาการดีขึ้น แต่ยังคงต้องสร้างทักษะด้านอื่นๆ ที่สัมพันธ์กับพัฒนาการของสมอง รวมถึง พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้ได้มาตรฐานมากขึ้น ช่วงวัยเรียน ในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ยังมี ผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาขั้นพื้นฐานต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มประเทศที่มีระดับการพัฒนาที่ใกล้เคียงกัน การเรียนรู้ในระบบยังไม่เชื่อมโยงกับวิถีชีวิต เด็กและเยาวชนส่วนหนึ่งขาดความเชื่อถือในระบบ การศึกษา จึงต้องสร้างโอกาสให้ได้รับการพัฒนาความรู้ตามแนวทางพหุปัญญาพร้อมทั้งสร้างทัศนคติ เชิงบวกต่อการศึกษาเพื่อสร้างการเติบโตของความคิด และการพัฒนาตนเองให้ทำสิ่งใหม่ ๆ ระดับการ อาชีวศึกษาและอุดมศึกษาพบว่าการผลิตกำลังคนยังมีสมรรถนะ ไม่สอดคล้องกับความต้องการของตลาด งาน ถึงแม้ว่าการอาชีวศึกษาจะมีการปรับหลักสูตรอาชีวศึกษา ให้สอดคล้องกับอุตสาหกรรมเป้าหมาย พัฒนารูปแบบการจัดการเรียนการสอนเพื่อดึงดูดคนเก่งเข้ามาเรียน อาทิอาชีวศึกษาฐานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีแต่ยังมีข้อจำกัดในการเรียนต่อในระดับ ปวส. อีกทั้งค่าจ้างที่จ่ายตามคุณวุฒิการศึกษายังไม่ สามารถดึงดูดให้มีผู้เรียนเพิ่มขึ้นได้ในขณะที่มหาวิทยาลัยประสบปัญหานักศึกษาน้อยลง และมีความ ท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีทำให้การจัดการเรียนรู้ผ่านช่องทางออนไลน์บน แพลตฟอร์มต่าง ๆ มีต้นทุนการ ดำเนินงานต่ำและตอบสนองความต้องการได้เป็นราย บุคคล มหาวิทยาลัยจึงไม่สามารถมุ่งเฉพาะกลุ่มนักศึกษาในระบบได้อีกต่อไป ต้องเปลี่ยนเป็นการจัด การศึกษาที่มีคุณภาพ เน้นประสบการณ์สาหรับคนทุกช่วงวัยให้เข้าถึงได้จากทุกที่และทุกเวลา รวมทั้งมี ต้นทุนที่ไม่สูงเกินไปจนเป็นอุปสรรคในการเข้าถึง นอกจากนี้การแพร่ระบาดของโควิด –19 ทำให้ต้อง ปิดโรงเรียนเป็นเวลานาน มีผลกระทบต่อคุณภาพของผู้เรียนทุกระดับชั้น เกิดภาวการณ์ถดถอยของ การเรียนรู้ที่มีแนวโน้มการเกิดขึ้นซ้ำอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้วัยแรงงาน เผชิญความท้าทายจากการขาด กำลังคนทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพ โดยเฉพาะความสามารถในงานหรือขีดความสามารถ ตามตำแหน่งงาน ทักษะในการใช้ชีวิต การแก้ปัญหา การมีแนวคิดของผู้ประกอบการมากขึ้น รวมถึง ความสามารถในการบริหารตัวเองและการบริหารคนเพื่อทำงานร่วมกัน การนำทักษะของสมาชิกทีมที่ หลากหลายมาประสานพลังรวมกันในการปฏิบัติงานได้อย่างสร้างสรรค์ นอกจากนั้น แรงงานนอก ระบบมีสัดส่วนที่สูงถึงร้อยละ 52 ของแรงงานทั้งหมด และมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นจากการเปลี่ยนรูปแบบ การทางาน และผู้ที่ทางานอิสระเป็นช่วงเวลาสั้น ๆเป็นครั้งคราว หรือแรงงานแบบกิ๊ก มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ที่ต้องสร้างแรงจูงใจให้พัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง ผู้สูงวัย ยังมีศักยภาพในการทำงานและต้องการ พัฒนาตนเองหลังเกษียณ


72 การพัฒนากำลังคนสมรรถนะสูงเพื่อพลิกโฉมประเทศไปสู่การขับเคลื่อนที่ใช้นวัตกรรม เป็นฐาน มีหลายปัจจัยที่สนับสนุน ทั้งความก้าวหน้าของเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่มีบทบาทในการ เรียนรู้และเสริมสร้างสมรรถนะมากขึ้น มีสถาบันการศึกษาและแพลตฟอร์มฝึกอบรมจำนวนมาก รวมถึงคนไทยมีความคุ้นเคยกับการใช้เทคโนโลยีมากขึ้นที่สามารถฝึกอบรมทั้งการฝึกซ้ำและการฝึก ยกระดับเพื่อเพิ่มสมรรถนะ อย่างไรก็ตาม ยังขาดระบบฐานข้อมูลอุปสงค์และอุปทานกำลังคนของ ประเทศ และข้อมูลสมรรถนะที่จำเป็นในการทำงานของแต่ละอาชีพเพื่อการวางแผนจัดการเรียน และการอบรม ทั้งนี้การเรียนรู้ตลอดชีวิต เป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาคนในสังคมสูงวัยที่มีช่วง ชีวิตที่หลากหลายมากขึ้น ซึ่งจะกระทบต่อระบบการเรียนรู้ที่ต้องปรับเปลี่ยนให้สามารถเรียนรู้และ พัฒนาสมรรถนะให้ได้ตลอดเวลา รวมทั้งสามารถเชื่อมโยงและเทียบโอนสมรรถนะอย่างมีคุณภาพ และไร้รอยต่อ ในขณะที่คนไทยยังขาดทักษะชีวิตในหลายด้าน อาทิความรอบรู้ด้านการเงินที่ทำให้บาง คนเข้าไปอยู่ในวงจรของหนี้นอกระบบและในระบบ ความรอบรู้ด้านดิจิทัลที่รวมถึงความสามารถใน การรับมือกับข้อมูลข่าวสารที่ผิดพลาด การรู้เท่าทันสื่อ รวมถึงระบบนิเวศควรเอื้อต่อการเรียนรู้ตลอด ชีวิตให้กับประชากรทุกกลุ่มอย่างทั่วถึงและมีคุณภาพทั้งบนพื้นที่กายภาพ และบนพื้นที่เสมือนจริง ขณะที่กลุ่มเข้าไม่ถึงจะต้องมีมาตรการกำจัดอุปสรรคต่าง ๆ ให้สามารถเข้ามาเรียนรู้และพัฒนาทักษะ ได้อย่างทั่วถึงมากขึ้น 2) เป้าหมายการพัฒนา 2.1) ความเชื่อมโยงของหมุดหมายกับเป้าหมายหลักของแผนพัฒนาฯ ฉบับที่13 และยุทธศาสตร์ชาติ หมุดหมายที่ 12 ไทยมีกำลังคนสมรรถนะสูง มุ่งเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ตอบโจทย์การพัฒนาแห่ง อนาคต มุ่งตอบสนองเป้าหมายหลักของแผนพัฒนาฯ ฉบับที่13จำนวน 2เป้าหมาย ได้แก่ เป้าหมายที่ 2) การพัฒนาคนสำหรับโลกยุคใหม่ โดยคนทุกช่วงวัยได้รับการพัฒนาในทุกมิติการพัฒนากำลังคน สมรรถนะสูงสอดคล้องกับความต้องการของภาคการผลิตเป้าหมายสามารถสร้างงานอนาคตและสร้าง ผู้ประกอบการอัจฉริยะที่มีความสามารถ ในการสร้างและใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม รวมทั้ง เป้าหมายที่ 3) การมุ่งสู่สังคมแห่งโอกาสและความเป็นธรรม ด้วยการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต ทั้งการพัฒนา ระบบนิเวศเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิตและพัฒนาทางเลือก ในการเข้าถึงการเรียนรู้สำหรับผู้ที่ไม่สามารถ เรียนในระบบการศึกษาปกตินอกจากนี้หมุดหมายที่ 12 ยังมีความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ ใน 3ด้าน ได้แก่ยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน ในประเด็นเป้าหมาย ประเทศ ไทยมีขีดความสามารถในการแข่งขันสูงขึ้นด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ ในประเด็นเป้าหมายคนไทยเป็นคนดีคนเก่งมีคุณภาพพร้อมสำหรับวิถีชีวิตในศตวรรษที่ 21และสังคมไทย มีสภาพแวดล้อมที่เอื้อและสนับสนุนต่อการพัฒนาคนตลอดช่วงชีวิต และยุทธศาสตร์ชาติด้านการ สร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม ในประเด็นเป้าหมายการสร้างความเป็นธรรมและลดความ


73 เหลื่อมล้าในทุกมิติและการกระจายศูนย์กลางความเจริญทางเศรษฐกิจและสังคม เพิ่มโอกาสให้ทุกภาค ส่วนเข้ามาเป็นกำลังของการพัฒนาประเทศในทุกระดับ 2.2) เป้าหมายและผลลัพธ์ของการพัฒนาระดับหมุดหมาย เป้าหมายที่ 1 คนไทยได้รับการพัฒนาอย่างเต็มศักยภาพในทุกช่วงวัย มีสมรรถนะที่จำเป็น สำหรับโลกยุคใหม่ มีคุณลักษณะตามบรรทัดฐานที่ดีของสังคม มีคุณธรรม จริยธรรม และมีภูมิคุ้มกัน ต่อการเปลี่ยนแปลงอย่างพลิกโฉมฉับพลันของโลก สามารถดำรงชีวิตร่วมกันในสังคมได้อย่างสงบสุข ตัวชี้วัดที่1.1 ดัชนีพัฒนาการเด็กสมวัยเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 88 เมื่อสิ้นสุดแผน ตัวชี้วัดที่1.2 ร้อยละของนักเรียนที่มีสมรรถนะจากการประเมินโปรแกรมประเมินสมรรถนะ นักเรียนมาตรฐานสากลไม่ถึงระดับพื้นฐานของทั้ง 3 วิชาในแต่ละกลุ่มโรงเรียน ลดลงร้อยละ 8 เมื่อสิ้นสุดแผน ตัวชี้วัดที่1.3 ทุนชีวิตเด็กและเยาวชนไทยเพิ่มขึ้นร้อยละ 3 เมื่อสิ้นสุดแผน ตัวชี้วัดที่ 1.4 จำนวนนักศึกษาที่เข้าร่วมการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาบัณฑิตฐานสมรรถนะเพิ่มเป็น ร้อยละ 30 ตัวชี้วัดที่1.5 ผลิตภาพแรงงานเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่าร้อยละ 4 ต่อปี ตัวชี้วัดที่1.6 จำนวนผู้สูงอายุที่ประสบปัญหาความยากจนหลายมิติลดลงร้อยละ 20 ต่อปี เป้าหมายที่ 2 กำลังคนมีสมรรถนะสูง สอดคล้องกับความต้องการของภาคการผลิต เป้าหมาย และสามารถสร้างงานอนาคต ตัวชี้วัดที่ 2.1 ดัชนีความสามารถในการแข่งขันของสภาเศรษฐกิจโลกด้านทักษะ คะแนน เพิ่มขึ้นร้อยละ 20 เมื่อสิ้นสุดแผน ตัวชี้วัดที่2.2การจัดอันดับในด้านบุคลากรผู้มีความสามารถของสถาบันการจัดการนานาชาติ มีคะแนนเพิ่มขึ้นร้อยละ 3 ต่อปี ตัวชี้วัดที่2.3 จำนวนและมูลค่าของธุรกิจสตาร์ทอัพเพิ่มขึ้น เป้าหมายที่3 ประชาชนทุกกลุ่มเข้าถึงการเรียนรู้ตลอดชีวิต ตัวชี้วัดที่3.1 การประเมินสมรรถนะผู้ใหญ่ในระดับนานาชาติของคนไทยในทุกด้านไม่ต่ำกว่า ค่าเฉลี่ยของประเทศที่เข้ารับการประเมิน ตัวชี้วัดที่3.2 กลุ่มประชากรอายุ15 - 24 ปีที่ไม่ได้เรียน ไม่ได้ทำงาน หรือไม่ได้ฝึกอบรม ไม่เกินร้อยละ 5 เมื่อสิ้นสุดแผน 3) กลยุทธ์การพัฒนา กลยุทธ์ที่ 1 คนไทยทุกช่วงวัยได้รับการพัฒนาในทุกมิติ กลยุทธ์ที่ 2 การพัฒนากำลังคนสมรรถนะสูง กลยุทธ์ที่ 3 ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต


74 3.7 นโยบายรัฐบาลนายเศรษฐา ทวีสิน ตามที่นายกรัฐมนตรี(นายเศรษฐา ทวีสิน) ได้แถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรีต่อรัฐสภา เมื่อวันจันทร์ ที่ 11 กันยายน 2566ดังนี้ 1) ปฏิรูปการศึกษาและสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต มุ่งส่งเสริมให้เป็นคนดีมีวินัย ภูมิใจในชาติ 2) เสริมสร้างศักยภาพของผู้เรียนตามความถนัด ส่งเสริมการอ่าน เพื่อสร้างอนาคตสร้าง รายได้กระจายอำนาจการศึกษาให้ผู้เรียนได้เข้าถึงการเรียนรู้อย่างทั่วถึงมีอุปกรณ์การเรียนที่เหมาะสม ต่อผู้เรียนแต่ละวัย และใช้ระบบเทคโนโลยีการศึกษาสมัยใหม่ 3) จัดทำหลักสูตรและให้คำแนะนำที่เหมาะสมกับความรู้ความสนใจของผู้เรียน 4) ส่งเสริมงานวิจัยและพัฒนาทั้งในด้านสังคมด้านวิทยาศาสตร์ประยุกต์ (Applied Science) และการวิจัยขั้นแนวหน้า (Frontier Research) เพื่อต่อยอดให้เกิดการพัฒนาองค์ความรู้เทคโนโลยี และนวัตกรรม 5) การศึกษาประวัติศาสตร์ความเป็นมาของประเทศและการปลูกฝังความรักในสถาบันหลัก ของชาติเพื่อให้มีความพร้อมต่อการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองของโลกสมัยใหม่ อย่างมีคุณธรรมและจริยธรรม 6) ความมีคุณภาพของครูทั้งประเทศ รวมไปถึงครูแนะแนว เพื่อช่วยให้นักเรียนได้รับ คำแนะนำด้านเนื้อหาของวิชาการและการเข้าถึงข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการตัดสินใจเลือกเรียนและ ประกอบอาชีพรวมไปถึงการดูแลสุขภาพและสุขภาพใจของนักเรียนทุกคน 7) ส่งเสริมการสร้างรายได้ให้แก่นักเรียนนักศึกษาทั้งสายวิชาการและสายอาชีพให้มีรายได้ จากวิชาที่เรียน โอกาสฝึกงานระหว่างเรียน เพื่อสร้างบุคลากรที่มีทักษะและความสามารถตรงต่อ ความต้องการจ้างงาน 8) แก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาที่เป็นรากฐานสำคัญของความเหลื่อมล้ำทาง เศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในสังคมไทย 3.8 นโยบายรัฐมนตรี (พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ) ข้อสั่งการและแนวทางปฏิบัติ 1) ให้นำนโยบายด้านการศึกษาของคณะรัฐมนตรีที่แถลงต่อรัฐสภาและนโยบายของ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการไปดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม (Action Plan) 2) ดำเนินการป้องกันและปราบปรามการทุจริต เช่น การบรรจุ แต่งตั้ง โยกย้าย (ห้ามซื้อขายตำแหน่ง) ห้ามทุจริตการจัดซื้อจัดจ้าง 3) น้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสู่การปฏิบัติ


75 4) ให้ร่วมกันรักษาสิ่งแวดล้อมและมุ่งสู่การใช้พลังงานสะอาด 5) ส่งเสริมการอ่านอย่างเป็นกระบวนการ โดยครูต้องเป็นต้นแบบในการรักการอ่าน 6) การลงพื้นที่ตรวจราชการ ให้เฉพาะผู้มีหน้าที่ที่เกี่ยวข้องมาร่วมรับการตรวจ ให้ดำเนินการ อย่างเรียบง่ายและประหยัด เช่น ไม่ต้องติดป้ายต้อนรับไม่มีของที่ระลึก เป็นต้น ลดภาระครูและบุคลากรทางการศึกษา 1) การแก้ปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษา 1.1) สร้างความเข้าใจที่ถูกต้องในการวางแผนการใช้เงินและการเก็บออมเงินให้ครู และบุคลากรทางการศึกษารวมทั้งปลูกฝังผู้ที่ได้รับการบรรจุใหม่ให้มีความรู้ สร้างวินัยการบริหารจัด การเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ 1.2) ประสานการจัดการให้ครูและบุคลากรทางการศึกษาได้รีไฟแนนซ์ (Refinance) หรือรวมหนี้เป็นก้อนเดียวเพื่อลดภาระการผ่อนชำระหนี้จากหลายที่ โดยลดดอกเบี้ยให้ถูกลง ระยะเวลาผ่อนชำระยาวขึ้นสามารถชำระเงินต้นเพิ่มเติมจากเงินผ่อนชำระรายงวดได้ ลดภาระนักเรียนและผู้ปกครอง 1) เรียนได้ทุกที่ ทุกเวลา (Anywhere Anytime) เรียนฟรี มีงานทำ “ยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง” มีระบบหรือแพลตฟอร์มการเรียนรู้โดยผู้เรียนไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา (1 นักเรียน 1 Tablet) 1.1) ส่งเสริมการจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคีอย่างจริงจัง ออกแบบระบบการเรียน การสอนในแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ เรียนที่ไหนก็ได้ และร่วมกับสถานประกอบการรวมทั้งสื่อสารให้ผู้ ที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนให้เห็นถึงความ สำคัญในการจัดการศึกษาอาชีวศึกษาระบบทวิภาคีอย่างจริงจัง และต่อเนื่อง 1.2) พัฒนาแอปพลิเคชัน เพื่อการเรียนรู้ผ่านระบบออนไลน์ โดยจัดทำเนื้อหาสาระการ เรียนรู้ให้ครอบคลุมหลักสูตรการเรียนรู้และวิธีการจัดการเรียนการสอน 1.3) จัดทำระบบแพลตฟอร์มการเรียนรู้ที่ผู้เรียนสามารถเข้าสู่แหล่งเรียนรู้โดยไม่มี ค่าใช้จ่ายเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ นำแพลตฟอร์ม การเรียนรู้แห่งชาติมาผสมผสานการจัดการเรียน การสอนแบบเดิมในห้องเรียนกับการเรียนการสอนออนไลน์ (Hybrid Education) 1.4) พัฒนาการศึกษาผ่านระบบการสะสมหน่วยการเรียนรู้ (Credit Bank System) 2.1) อำเภอ 1 โรงเรียนคุณภาพ 2.1) การขับเคลื่อนและพัฒนาตามจุดเน้นของโรงเรียนคุณภาพ 2.2) การบริหารจัดการงบประมาณตามโครงการโรงเรียนคุณภาพ 2.3) การใช้ทรัพยากรร่วมกันกับสถานศึกษา หน่วยงานอื่น และเครือข่ายต่าง ๆ


76 3) ระบบแนะแนวการเรียน (Coaching) และเป้าหมายชีวิต 3.1) จัดให้มีระบบแนะแนวทางสำหรับผู้เรียน (Coaching) ตั้งแต่ระดับปฐมวัย ระดับประถม ศึกษา และระดับมัธยมศึกษา เพื่อให้ผู้เรียนได้ค้นพบแนวทางการเรียนและเป้าหมายชีวิตที่ตนเองชอบ สามารถปรับ เปลี่ยนได้ตลอดระยะเวลาการเรียน 3.2) เน้นนวัตกรรมการเรียนรู้แบบ STEM Education (วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์) ให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น มุ่งเน้นทักษะจากการปฏิบัติจริง (Active learning) และเสริมความ สามารถด้าน Soft Skill ควบคู่กับการพัฒนา 3.3) ประสานความร่วมมือกับกรมสุขภาพจิตและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการแก้ปัญหา สุขภาพจิตของผู้เรียนเพื่อให้คำปรึกษาแก่ผู้เรียนให้สามารถอยู่ในสถานศึกษาได้อย่างมีความสุข 3.4) ความปลอดภัยของผู้เรียน ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา 4) การจัดทำระบบวัดผลรับรองมาตรฐานวิชาชีพ (Skill Certificate) ผู้เรียนสามารถเรียน เพิ่ม เพื่อรับประกาศนียบัตรในการประกอบอาชีพ 4.1) ผู้เรียน และประชาชนสามารถนำหน่วยกิตที่สะสมมาใช้สำหรับเทียบคุณวุฒิ รับรอง มาตรฐานวิชาชีพ 4.2) เปิดโอกาสให้ผู้เรียนสายอาชีวศึกษา สามารถขอการรับรองมาตรฐานวิชาชีพได้ ระหว่างที่กำลังศึกษาอยู่ในระบบ 5) การจัดทำระบบวัดผลเทียบระดับการศึกษา และประเมินผลการศึกษาเพื่อให้ผู้เรียนที่มี ความสามารถเป็นเลิศไม่ต้องเสียเวลาเรียนในระบบ ประหยัดเวลาประหยัดค่าใช้จ่าย 5.1) การจัดระบบการเทียบเคียงหรือเทียบโอนผลการเรียน ทักษะ ความรู้ ประสบการณ์ หรือสมรรถนะ จากระบบเดียวกันแต่ต่างสถานศึกษา หรือจากระบบหนึ่งไปสู่อีกระบบหนึ่ง หรือจาก ต่างประเทศ 5.2) จัดระบบวัดแววและความถนัดของผู้เรียนเป็นรายบุคคล ทั้งการแนะแนวเลือกเรียน ตามเส้นทางอาชีพความถนัดและความสนใจ 6) มีรายได้ระหว่างเรียน จบแล้วมีการทำ (Learn to Earn) 6.1) จัดให้มีการเชื่อมโยงหลักสูตรของสายอาชีวศึกษากับมาตรฐานวิชาชีพต่าง ๆ เพื่อเป็น การเสริมศักยภาพแก่ผู้เรียน (Upskill) เพิ่มพูนทักษะใหม่ (Reskill) โดยได้รับการรับรองตามเกณฑ์ มาตรฐานวิชาชีพและผู้เรียนจะได้รับใบประกาศนียบัตรตามสมรรถนะอาชีพ 6.2) จัดให้มีการอบรมอาชีพเสริมในชุมชน เพื่อเป็นการเสริมสร้างทักษะใหม่ (New skill) เพิ่มสมรรถนะ (Upskill) หรือทบทวนทักษะ (Reskill)ให้แก่ผู้เรียนและประชาชนทั่วไป


77 7) นโยบายการศึกษาของรัฐบาล 7.1) เสริมสร้างศักยภาพของผู้เรียนตามความถนัด ส่งเสริมการอ่าน เพื่อสร้างอนาคต สร้างรายได้ให้ผู้เรียนได้เข้าถึงการเรียนรู้อย่างทั่วถึง มีอุปกรณ์การเรียนที่เหมาะสมต่อผู้เรียนแต่ละวัย และใช้ระบบเทคโนโลยีการศึกษาสมัยใหม่ 7.2) การศึกษาประวัติศาสตร์ความเป็นมาของประเทศและการปลูกฝังความรักในสถาบัน หลักของชาติเพื่อให้มีความพร้อมต่อการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคมและการเมืองของโลก สมัยใหม่ อย่างมีคุณธรรมและจริยธรรม 7.3) ส่งเสริมการสร้างรายได้ให้แก่นักเรียน นักศึกษาทั้งสายวิชาการและสายอาชีพ ให้มีรายได้จากวิชาที่เรียน โอกาสฝึกงานระหว่างเรียน เพื่อสร้างบุคลากรที่มีทักษะและความ สามารถตรง ต่อความต้องการของการจ้าง 3.9 นโยบายจุดเน้น /QUICK WIN สพฐ. (ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา) นโยบายและจุดเน้น ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 - 2568 1) ปลูกฝังความรักในสถาบันหลักของชาติ และน้อมนำพระบรมราโชบายด้านการศึกษา สู่การปฏิบัติ 1.1) ขับเคลื่อนหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสู่สถานศึกษา เพื่อการบรรลุเป้าหมาย 1.2) ขับเคลื่อนพระบรมราโชบายด้านการศึกษาของในหลวงรัชกาลที่ 10 สู่การปฏิบัติ 1.3) ปลูกฝังความรักในสถาบันหลักของชาติ 2) จัดการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ หน้าที่พลเมือง ศีลธรรม และประชาธิปไตย 2.1) พัฒนาการจัดการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ หน้าที่พลเมือง ศีลธรรม และประชาธิปไตยใน สังคมร่วมสมัย 2.2) พัฒนานวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ หน้าที่พลเมือง ศีลธรรม ประชาธิปไตย และส่งเสริมความรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ สู่ห้องเรียนวิถีใหม่ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล 3) ปรับกระบวนการจัดการเรียนรู้ให้ทันสมัยและหลากหลาย 3.1) ส่งเสริมให้มีการต่อยอดแนวคิดการจัดการเรียนรู้เชิงรุก ( Active Learning) เพื่อพัฒนาสมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 3.2) พัฒนาศักยภาพและคุณลักษณะผู้เรียนตามความถนัด ความสนใจ ด้วยการเรียนรู้ อย่างมีความสุข 3.3) ส่งเสริมผู้เรียนให้มีคุณลักษณะที่พึงประสงค์ด้านสิ่งแวดล้อม และมีจิตสำนึกในการ อนุรักษ์ ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม


78 4) ส่งเสริมการอ่าน เพื่อเป็นวิถีในการค้นหาความรู้และต่อยอดองค์ความรู้ที่สูงขึ้น 4.1) ส่งเสริมการอ่านเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต 4.2) พัฒนาความสามารถด้านการอ่านตามแนวทางการประเมิน PISA 5) ส่งเสริม สนับสนุนกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน 5.1) ส่งเสริมให้ผู้เรียนมีคุณลักษณะด้านการทำประโยชน์เพื่อส่วนรวม การมีจิตอาสาทำ ความดีด้วยหัวใจ 5.2) สร้างผู้นำด้วยกระบวนการลูกเสือ เนตรนารี ยุวกาชาดผู้บำเพ็ญประโยชน์และกิจกรรม พัฒนาผู้เรียนอื่น ๆ 5.3) ส่งเสริมกิจกรรมสภานักเรียน ชุมนุม ชมรม และการมีส่วนร่วมให้เกิดวิถีประชาธิปไตย ในโรงเรียนเป็นพลเมืองที่ดี และแสดงออกอย่างสร้างสรรค์ 6) จัดการศึกษาแบบเรียนรวม 6.1) พัฒนาองค์ความรู้ เจตคติและทักษะการจัดการเรียนรู้สำหรับเด็กที่มีความต้องการ จำเป็นพิเศษ 6.2) สร้างเครือข่ายบูรณาการความร่วมมือช่วยเหลือเด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ ระหว่างสถานศึกษากับทีมสหวิชาชีพ 6.3) นิเทศ กำกับ ติดตาม โดยร่วมมือกับเครือข่ายในทุกภาคส่วน 7) จัดการศึกษาเพื่อความเป็นเลิศ 7.1) ส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพผู้เรียนตามพหุปัญญา 7.2) พัฒนาผู้มีความสามารถพิเศษ ด้านคณิตศาสตร์ ด้านวิทยาศาสตร์ ด้านภาษา ด้านทัศนศิลป์ด้านดนตรี ด้านนาฎศิลป์ ด้านกีฬา และด้านอื่น ๆ 7.3) ส่งเสริมความเป็นเลิศของผู้มีความสามารถพิเศษ และ Soft Power อย่างเต็ม ศักยภาพเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ 8) เสริมสร้างความปลอดภัยของสถานศึกษา 8.1) ปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพของสถานศึกษา เพื่อให้เป็นพื้นที่ ปลอดภัย อบอุ่น มีความสุข เอื้อต่อการเรียนรู้ 8.2) สร้างเครือข่ายและกลไกในการดูแลความปลอดภัยให้กับผู้เรียน ครูและบุคลากร ทางการศึกษาและสถานศึกษา 8.3) สร้างภูมิคุ้มกันผู้เรียน ครูและบุคลากรทางการศึกษา ไม่ให้เข้าไปข้องเกี่ยวกับ ยาเสพติด 8.4) รับเรื่องร้องเรียน ร้องทุกข์ ดูแลความปลอดภัยของผู้เรียน ครูและบุคลากร ทางการศึกษาผ่านระบบ OBEC Safety Center


79 9) เพิ่มโอกาสและสร้างความเสมอภาคทางการศึกษา 9.1) พัฒนาระบบการป้องกัน การเฝ้าระวัง และการดูแลช่วยเหลือเด็กกลุ่มเสี่ยง เด็กตกหล่นเด็กออกกลางคัน เด็กไร้สัญชาติ เด็กพื้นที่สูงในถิ่นทุรกันดารและพื้นที่เกาะ ตามความ ต้องการจำเป็นรายบุคคล เพื่อไม่ให้หลุดจากระบบการศึกษา โดยบูรณาการความร่วมมือกับบุคคล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 9.2) ส่งเสริม สนับสนุนให้เด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ เด็กพิการและเด็กด้อยโอกาสได้รับ โอกาสเข้าถึงการศึกษา แหล่งเรียนรู้ และการฝึกอาชีพที่หลากหลายเหมาะสมตามศักยภาพ เพื่อให้มี ทักษะในการดำเนินชีวิต สามารถพึ่งตนเองได้ 10) พัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา 10.1) พัฒนาผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ผู้บริหารการศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษา และบุคลากรส่วนกลาง ให้เป็นผู้นำเชิงกลยุทธ์ นำนโยบายสู่การปฏิบัติ และมีทักษะในการบริหารสถานการณ์ 10.2) พัฒนาสมรรถนะศึกษานิเทศก์ ในการนิเทศ และการชี้แนะ ( Coaching) 10.3) พัฒนาสมรรถะครู ด้านภาษาอังกฤษ ภาษาจีน เทคโนโลยีดิจิทัล การจัดการเรียนรู้ จิตวิญญาณจิตวิญญาณความเป็นครู และทักษะอื่นที่จำเป็น 10.4) พัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา ให้มีความรู้และสมรรถนะด้านวิชาการด้าน ทักษะการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) นโยบายระยะเร่งด่วน (Quick Win) ของสำนักงาน คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 นโยบายระยะเร่งด่วน (Quic Win) สพฐ. ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ลดภาระครูและบุคลากรทางการศึกษา 1) เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารงานบุคคล 1.1) ปรับปรุงหลักเกณฑ์และวิธีการ การแต่งตั้ง การย้าย การช่วยราชการ และการขอมี 1.2) พัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา 2) การแก้ไขปัญหาหนี้สินครู 2.1) จัดตั้งศูนย์และสถานีแก้หนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษาทุกระดับ 2.2) จัดทำข้อมูลสารสนเทศ และแนวทางแก้ไขปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการ ศึกษา 2.3) ดำเนินการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษา 3) การบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็ก และโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา 3.1) จัดทำแผนการบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็ก และโรงเรียนขยายโอกาส ทางการศึกษา


80 3.2) จัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) สำหรับโรงเรียนขนาดเล็ก และโรงเรียน ขยายโอกาสทางการศึกษา 3.3) เสนอปรับเกณฑ์อัตรากำลังผู้บริหารสถานศึกษา ครูและบุคลากรสายสนับสนุน 3.4) จัดทำคำสั่งมอบอำนาจเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ โดยให้ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเป็นผู้ดำเนินการแทนโรงเรียนที่มีจำนวนนักเรียนไม่เกิน 60 คน 3.5) จัดทำรูปแบบการบริหารเจ้าหน้าที่ธุรการ ในโรงเรียนขนาดเล็กและโรงเรียนขยาย โอกาส 3.6) สร้างและใช้แพลตฟอร์มการเรียนรู้ในระบบดิจิทัล และส่งเสริมการใช้ DLTV 4) ลดภาระการประเมินของสถานศึกษา 4.1) สำรวจรายการประเมิน การรายงานข้อมูล และโครงการของสถานศึกษา 4.2) จัดทำรูปแบบและแนวทางการประเมินเพื่อลดภาระของสถานศึกษา 4.3) ติดตามผลการประเมินตามแนวทางเพื่อลดภาระการประเมินของสถานศึกษา 5) สร้างความตระหนักในการป้องกันการทุจริต 5.1) เสริมสร้างคุณธรรม จริยธรรม และธรรมาภิบาลในสถานศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่ การศึกษา และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน 5.2) สรรหา บรรจุและแต่งตั้ง โยกย้าย ตามหลักการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี ยึดถือ ระบบคุณธรรม และความโปร่งใส 5.3) จัดซื้อจัดจ้างวัสดุ ครุภัณฑ์ อาหารกลางวัน อย่างมีคุณภาพและถูกต้องตามระเบียบ กฎหมายที่เกี่ยวข้อง 6) การสื่อสาร และประชาสัมพันธ์องค์กร 6.1) พัฒนาการสื่อสารทุกช่องทาง 6.2) ติดตามและวิเคราะห์ประเด็นข่าวที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา 6.3) ผลิตและเผยแพร่สื่อประชาสัมพันธ์ เพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์ สพฐ. 6.4) สร้างเครือข่าย และประยุกต์ใช้AI เพื่อการประชาสัมพันธ์ ลดภาระนักเรียนและผู้ปกครอง 1) การเรียนรู้ทุกที่ทุกเวลา (Anywhere Anytime) ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล 1.1) จัดหาเครื่องมือ พร้อมอุปกรณ์เทคโนโลยีที่ทันสมัยสำหรับการเรียนรู้ 1.2) จัดหาระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงของสถานศึกษา 1.3) พัฒนา ส่งเสริม และขับเคลื่อนการจัดการเรียนรู้ผ่านแพลตฟอร์มการเรียนรู้ เทคโนโลยีดิจิทัลให้แก่ผู้เรียนทุกที่ทุกเวลา


81 2) สร้างความเข้มแข็งระบบแนะแนว การชี้แนะ (Coaching) และการดูแลสุขภาพกาย และสุขภาพจิตของผู้เรียน 2.1) พัฒนาระบบการแนะแนวและการชี้แนะแนวทาง (Coaching) 2.2) พัฒนาครูแนะแนวแกนนำ และพัฒนาให้ครูทุกคนให้การแนะแนวนักเรียนได้ 2.3) ส่งเสริมสุขภาพจิตนักเรียนวิถีใหม่ด้วย School Health Hero และส่งเสริมสุขภาพ กายรอบด้าน 3) ส่งเสริมระบบธนาคารหน่วยกิต (Credit Bank) 3.1) พัฒนาระบบการเทียบโอนความรู้และประสบการณ์เพื่อใช้ในการสะสมหน่วยกิตและ ผลการเรียนของผู้เรียน ผ่านระบบธนาคารหน่วยกิต (Credit Bank) 3.2) พัฒนาระบบธนาคารหน่วยกิตดิจิทัล 3.3) เชื่อมโยง API ระหว่างสถานศึกษา หน่วยงานต้นสังกัด และระบบธนาคารหน่วย กิตแห่งชาติ 4) อำเภอ 1 โรงเรียนคุณภาพ 4.1) จัดทำแผนการพัฒนาโรงเรียนคุณภาพ 4.2) กำหนดเกณฑ์มาตรฐานโรงเรียนคุณภาพ 4.3) สนับสนุนและพัฒนาโรงเรียนคุณภาพที่สอดคล้องกับบริบทและความต้องการเพื่อการ จัดการศึกษาที่มีคุณภาพ 5) เสริมสร้างทักษะอาชีพ และการมีรายได้ระหว่างเรียน 5.1) พัฒนานักธุรกิจน้อยมีคุณธรรม นำสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ 5.2) ส่งเสริมให้นักเรียนทำงานหารายได้ในช่วงปิดภาคเรียนฤดูร้อน 5.3) ส่งเสริมประสบการณ์อาชีพของนักเรียนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ 5.4) พัฒนาต่อยอดห้องแล็บสอนอาชีพ ในโรงเรียนต้นแบบสหกรณ์โรงเรียน 5.5) ส่งเสริมการศึกษาร่วมหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ทวิศึกษา) ระดับมัธยมศึกษา 3.10 แผนปฏิบัติราชการของกระทรวงศึกษาธิการ (ระยะ 5 ปีพ.ศ. 2566 – 2570) สาระสำคัญของแผนปฏิบัติราชการของกระทรวงศึกษาธิการ (ระยะ 5 ปีพ.ศ. 2566 –2570) กระทรวงศึกษาธิการในฐานะเป็นหน่วยงานที่มีบทบาทและภารกิจหลักเกี่ยวกับการจัดการศึกษา เพื่อการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของประเทศ ซึ่งทุนมนุษย์เป็นปัจจัยสำคัญที่สุด ในการขับเคลื่อน ยุทธศาสตร์ชาติไปสู่การปฏิบัติให้ประสบผลสำเร็จ โดยการนำยุทธศาสตร์ชาติด้านการพัฒนาและเริ่ม สร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติประเด็นการพัฒนาคนตลอดช่วง ชีวิตและการพัฒนาการเรียนรู้แผนการปฏิรูปประเทศ (ด้านการศึกษา) แผนพัฒนาเศรษฐกิจ


82 และสังคมแห่งชาติฉบับที่ 13 (พ.ศ. 2566 - 2570) เป้าหมายการพัฒนา ที่ยั่งยืนด้านการศึกษา (SDG4) และนโยบายที่เกี่ยวข้องใช้เป็นกรอบการกำหนดทิศทางและเป้าหมายของแผนปฏิบัติราชการ ของกระทรวงศึกษาธิการ (ระยะ 5 ปีพ.ศ. 2566 – 2570) ประกอบด้วย วิสัยทัศน์พันธกิจและ ประเด็นยุทธศาสตร์ดังนี้ วิสัยทัศน์“ภายในปี2570 ผู้เรียนทุกช่วงวัยได้รับการพัฒนาเต็มตามศักยภาพ มีคุณธรรม จริยธรรม มีทักษะที่จำเป็น พร้อมเรียนรู้ตลอดชีวิตและปรับตัวสอดคล้องกับวิถีชีวิตโลกยุคใหม่” พันธกิจ 1) พัฒนาการจัดการศึกษาให้มีคุณภาพตามมาตรฐาน 2) สร้างโอกาสการเรียนรู้ตลอดชีวิต และลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา 3) ผลิต พัฒนาและสร้างเสริมศักยภาพกำลังคนที่มีคุณภาพ สอดคล้องกับความต้องการ ของตลาด แรงงาน และความต้องการของประเทศ 4) ส่งเสริม สนับสนุนการสร้างผลงานวิจัย องค์ความรู้เทคโนโลยีนวัตกรรมและสิ่งประดิษฐ์ ที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์สำหรับการพัฒนาด้านการศึกษา สังคม หรือสร้างมูลค่าเพิ่มเชิงเศรษฐกิจ 5) พัฒนาระบบบริหารจัดการการศึกษาให้ทันสมัย มีประสิทธิภาพตามหลักธรรมาภิบาล ประเด็นยุทธศาสตร์ 1) การจัดการศึกษาเพื่อความมั่นคงของสังคมและประเทศ 2) การผลิตและพัฒนากำลังคนเพื่อสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ 3) การพัฒนาศักยภาพคนทุกช่วงวัยและการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ 4) การสร้างโอกาสเข้าถึงบริการทางการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างทั่วถึงและเสมอภาค 5) การจัดการศึกษาเพื่อสร้างเสริมคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม 6) การพัฒนาระบบการบริหารจัดการศึกษาให้ทันสมัย มีประสิทธิภาพตามหลักธรรมาภิบาล 3.11 แผนพัฒนาจังหวัดกำแพงเพชร (พ.ศ. 2566 – 2570) แผนพัฒนาจังหวัดกำแพงเพชร ปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 – 2570 จังหวัดกำแพงเพชร ได้ดำเนินการตามนโยบาย หลักเกณฑ์และกระบวนที่คณะกรรมการบูรณาการนโยบายพัฒนาภาค (ก.บ.ภ.) กำหนด ตลอดจนวิเคราะห์ความสอดคล้องเชื่อมโยงกับแผน 3 ระดับ รับฟังความคิดเห็นจาก ประชาชนในพื้นที่จัดประชุมเชิงปฏิบัติการระหว่างส่วนราชการ และประชุมคณะกรรมการบริหารงาน จังหวัดแบบบูรณาการ (ก.บ.จ.) โดยมีเป้าหมายการพัฒนา ประเด็นการพัฒนา แนวทางการพัฒนา และแผนงาน ดังนี้


83 เป้าหมายการพัฒนา (วิสัยทัศน์) “แหล่งเกษตรปลอดภัย พลังงานทดแทน และท่องเที่ยวมรดก โลกทางวัฒนธรรมและธรรมชาติ” ประเด็นการพัฒนาที่ 1 สร้างมูลค่าเพิ่มในการผลิต การแปรรูป การตลาดสินค้าเกษตร ปลอดภัย และพลังงานทดแทนด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี แนวทางการพัฒนา 1) พัฒนาศักยภาพและปัจจัยพื้นฐานรองรับการเกษตร เกษตรปลอดภัย และอุตสาหกรรม 2) ส่งเสริมและสนับสนุนการผลิตและใช้พลังงานทดแทนจากทรัพยากรธรรมชาติผลผลิต และวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร 3) สร้างมูลค่าเพิ่มแก่สินค้าเกษตร เกษตรแปรรูป และผลิตภัณฑ์ชุมชน ด้วยนวัตกรรม และเทคโนโลยี 4) ส่งเสริมการตลาด และประชาสัมพันธ์สินค้าเกษตรปลอดภัย เกษตรแปรรูป และผลิตภัณฑ์ชุมชน ผ่านช่องทางที่หลากหลายทั้งในและต่างประเทศ แผนงาน 1) เพิ่มศักยภาพการผลิตด้วยการพัฒนาแหล่งน้ำและพื้นที่การเกษตรรองรับ ภาคเกษตร และอุตสาหกรรม 2) ส่งเสริมและสนับสนุนการผลิตและการใช้พลังงานทดแทน 3) พัฒนาศักยภาพการแปรรูปสินค้าเกษตรด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี 4) ส่งเสริมและพัฒนาช่องทางการตลาดเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ประเด็นการพัฒนาที่2 พัฒนาการบริหารจัดการท่องเที่ยวมรดกโลกทางวัฒนธรรมและธรรมชาติ เชื่อมโยงกับแหล่งท่องเที่ยวที่มีศักยภาพและวิถีชุมชนเพื่อยกระดับมาตรฐานสู่สากล แนวทางการพัฒนา 1) พัฒนาคุณภาพแหล่งท่องเที่ยวมรดกโลกและแหล่งท่องเที่ยวที่มีศักยภาพ ปรับปรุงโครงสร้าง พื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวกรองรับการท่องเที่ยว และเชื่อมโยงเส้นทางท่องเที่ยวมรดกโลก และแหล่งท่องเที่ยวอื่นที่มีศักยภาพและวิถีชุมชน 2) พัฒนาการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและสร้างสรรค์ด้วยอัตลักษณ์เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม 3) บริหารจัดการท่องเที่ยวอย่างมีประสิทธิภาพ และเสริมสร้างความเข้มแข็ง ของบุคลากร และผู้ประกอบการท่องเที่ยว 4) พัฒนาผลิตภัณฑ์การตลาด และการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยว เพื่อเพิ่มขีด ความสามารถในการแข่งขัน


84 แผนงาน 1) ปรับปรุงพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวมรดกโลก แหล่งท่องเที่ยวที่มีศักยภาพและพัฒนาสิ่งอำนวย ความสะดวกรองรับการท่องเที่ยว 2) พัฒนาเส้นทางคมนาคมเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวมรดกโลกกับแหล่งท่องเที่ยว ที่มีศักยภาพ และวิถีชุมชน 3) สร้างมูลค่าเพิ่มแก่การท่องเที่ยวและบริการที่มีอัตลักษณ์ในเชิงพื้นที่ 4) เพิ่มขีดความสามารถในการบริหารจัดการการท่องเที่ยว 5) พัฒนาผลิตภัณฑ์การตลาด และการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยว ประเด็นการพัฒนาที่ 3 พัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชน สร้างสังคมที่เข้มแข็ง และบริหารจัดการ ทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน แนวทางการพัฒนา 1) พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน สาธารณูปโภคพื้นฐานและเส้นทางคมนาคมรองรับการขยายตัว ของเศรษฐกิจและชุมชน 2) พัฒนาศักยภาพและเสริมสร้างความเข้มแข็งของคน ชุมชน และสถาบันครอบครัว เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและสังคม ภายใต้หลักศาสนา วัฒนธรรม และปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง รวมทั้งสร้างความมั่นคงปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน 3) เสริมสร้างให้ประชาชนมีสุขภาพดีที่เหมาะสมกับวัย โดยเน้นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมทาง สุขภาพ และการป้องกันควบคุมโรคอุบัติการณ์ใหม่ และอุบัติการณ์ซ้ำ 4) ยกระดับคุณภาพการศึกษาและการเรียนรู้โดยเน้นการพัฒนาคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐาน 5) รักษาและฟื้นฟูฐานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยฟื้นฟูป่าเสื่อมโทรมควบคู่กับ ป้องกันแก้ไขปัญหาการบุกรุกทำลายพื้นที่ป่า บริหารจัดการสิ่งแวดล้อม ลดมลพิษ ตลอดจนบริหาร จัดการเพื่อลดความเสี่ยงด้านภัยพิบัติธรรมชาติ แผนงาน 1) พัฒนาศักยภาพโครงสร้างและสาธารณูปโภคพื้นฐานรองรับเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตที่ดี 2) เสริมสร้างความเข้มแข็งทางสังคมตามแนวปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และความ มั่นคงปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน 3) พัฒนาการให้บริการสาธารณสุขอย่างมีประสิทธิภาพ 4) พัฒนาการให้บริการทางการศึกษาอย่างมีคุณภาพและมาตรฐาน 5) บริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน


85 3.12 ทิศทางการพัฒนาคุณภาพการศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา กำแพงเพชร เขต 1 1) วิสัยทัศน์ “องค์กรคุณภาพ เสริมสร้างคุณธรรม นำความสุข” 2) พันธกิจ 1) ส่งเสริม สนับสนุน การจัดการศึกษาให้สถานศึกษามีความปลอดภัยจากภัยคุกคามทุก รูปแบบ 2) เพิ่มโอกาส สร้างความเสมอภาค และลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาให้ผู้เรียนได้รับ การศึกษาอย่างมีคุณภาพและทั่วถึง 3) ส่งเสริม สนับสนุนการจัดการศึกษาของผู้เรียนสู่ความเป็นเลิศและมีคุณภาพ ตามหลักสูตร 4) พัฒนาศักยภาพผู้บริหาร ครูและบุคลากรทางการศึกษาให้มีสมรรถนะตามมาตรฐาน วิชาชีพ และมาตรฐานตำแหน่ง 5) พัฒนาระบบการบริหารจัดการของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษา ให้มีประสิทธิภาพ 3) เป้าประสงค์ 1) ผู้เรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษามีความปลอดภัยจากภัยคุกคามทุกรูปแบบ 2) ผู้เรียนได้รับโอกาสทางการศึกษาอย่างทั่วถึง มีความเสมอภาคและเท่าเทียม 3) ผู้เรียนมีความเป็นเลิศและมีคุณภาพตามหลักสูตร 4) ผู้บริหาร ครู และบุคลากรทางการศึกษามีสมรรถนะตามมาตรฐานวิชาชีพและมาตรฐาน ตำแหน่ง 5) สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษาบริหารจัดหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ 4) ค่านิยม TEAMWORK T = Team and Technology หมายถึง การมอบหมายงานที่เหมาะสมกับคน การทำงานเป็นทีมที่มุ่งเน้นผลสัมฤทธิ์ รวมถึงการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่ม ประสิทธิภาพในการทำงาน E = Efficiency by Sufficiency หมายถึง การทำงานที่มุ่งประสิทธิภาพและความ เป็นเลิศโดยน้อมนำศาสตร์พระราชา สู่การปฏิบัติอย่างเข้าใจ


86 A = Accountability หมายถึง การมีความรับผิดชอบ เสียสละ ยึดหลัก ความถูกต้องภายใต้กฎระเบียบ และจรรยาบรรณ วิชาชีพอย่างเคร่งครัด M = Morality and integrity หมายถึง การมีศีลธรรมและการทำงานด้วยความ ซื่อสัตย์สุจริต ไม่มีอคติและเลือกปฏิบัติ W = Willingness หมายถึง การทำงานด้วยความมุ่งมั่น ตั้งใจ ขยันหมั่นเพียรอย่างเต็มศักยภาพ O = Opportunity หมายถึง การมองทุกอย่างให้เห็นเป็นโอกาส R = Relationship หมายถึง การให้ความร่วมมือร่วมใจกันทำงาน มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ยอมรับฟัง ความคิดเห็นซึ่งกันและกัน รวมทั้งมีจิตใจ เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ให้บริการผู้อื่นด้วยความ เต็มใจ K = Know - How หมายถึง มีความรู้ ทักษะ และความชำนาญในงาน ที่รับผิดชอบ มีความคิดสร้างสรรค์ พร้อม ที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ และพัฒนา กระบวนการทำงาน เพื่อให้งานสำเร็จ ตามที่ได้รับมอบหมายมีคุณภาพ และทันเวลา 5) ผลผลิต 1) ผู้เรียนมีภูมิคุ้มกัน พร้อมที่จะรับมือกับภัยคุกคามรูปแบบใหม่ทุกรูปแบบ รู้เท่าทันสื่อ และเทคโนโลยีในการดำเนินชีวิตวิถีใหม่และชีวิตวิถีถัดไปและได้รับการศึกษาในสถานศึกษาที่มีความ ปลอดภัย 2) ผู้เรียนได้รับการบริการการศึกษาขั้นพื้นฐานอย่างทั่วถึง เสมอภาคและเท่าเทียม 3) ผู้เรียนได้รับการพัฒนาทักษะความรู้และทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 มีสมรรถนะ ที่เหมาะสมคุณลักษณะที่พึงประสงค์ตามช่วงวัยรวมถึงได้รับการส่งเสริมความเป็นเลิศเต็มตามศักยภาพ 4) หน่วยงานและสถานศึกษาได้รับการพัฒนาระบบบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ


87 6) นโยบายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 นโยบายที่ 1 ด้านความปลอดภัย นโยบายที่ 2 ด้านโอกาส และลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา นโยบายที่ 3 ด้านคุณภาพ นโยบายที่ 4 ด้านประสิทธิภาพ 7) กลยุทธ์ในการยกระดับคุณภาพการศึกษา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 กลยุทธ์ที่ 1 สร้างเครือข่ายและกลไกความปลอดภัยจากภัยคุกคามทุกรูปแบบให้ สถานศึกษาผู้เรียนรู้และบุคลากรทางการศึกษา กลยุทธ์ที่2 พัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศนักเรียนรายบุคคล กลยุทธ์ที่3 สร้างความเข้มแข็งของเครือข่ายระบบการแนะแนวเพื่อดูแลช่วยเหลือนักเรียน กับทุกภาคส่วน กลยุทธ์ที่4 ยกระดับคุณภาพผู้เรียนสู่ความเป็นเลิศตามหลักสูตร และมีทักษะที่จำเป็น ในศตวรรษที่ 21 กลยุทธ์ที่ 5 ส่งเสริมการพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาให้มีสมรรถนะตาม มาตรฐานวิชาชีพและมาตรฐานตำแหน่ง กลยุทธ์ที่6 พัฒนาประสิทธิภาพการบริหารจัดการศึกษา


88 ส่วนที่ 4 ทิศทางการพัฒนาคุณภาพการศึกษา โรงเรียนบ้านดงซ่อม สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากำแพงเพชร เขต 1 ได้ดำเนินการประเมินคุณภาพการจัดการศึกษาตามแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษา ในรอบปีที่ผ่านมา มีการวิเคราะห์สภาวะแวดล้อมทั้งภายในและภายนอกโรงเรียน เพื่อจัดทำแผนพัฒนาการจัดการศึกษา โรงเรียนบ้านดงซ่อม ปีการศึกษา 2567 - 2570 สรุปเป็นทิศทางการดำเนินการจัดการศึกษา ของโรงเรียน ดังนี้ 4.1 วิสัยทัศน์ (Vision) โรงเรียนบ้านดงซ่อม มุ่งพัฒนาการศึกษาอย่างมีคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษา มีความรู้คู่ คุณธรรม ก้าวทันเทคโนโลยี เสริมสร้างทักษะอาชีพ สืบสานปณิธานหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียง อธิบายศัพท์ประเด็นวิสัยทัศน์ 1) มาตรฐานการศึกษา หมายถึง ข้อกำหนดเกี่ยวกับคุณลักษณะ คุณภาพที่พึงประสงค์ ที่ต้องการให้เกิดขึ้นในโรงเรียน มาตรฐานถูกกำหนดขึ้น เพื่อใช้เป็นหลักเทียบเคียงสำหรับการส่งเสริม และกำกับดูแล ตรวจสอบ ประเมินผล และการประกันคุณภาพทางการศึกษา มาตรฐานในบริบทนี้ จึงเป็นมาตรฐานที่มุ่งเน้นการพัฒนาคุณภาพของการจัดการศึกษาโดยองค์รวม การกำหนดให้มี มาตรฐานการศึกษา และเป้าหมายความสำเร็จของโรงเรียน การกำหนดให้มีมาตรฐานการศึกษา ของโรงเรียนบ้านดงซ่อม มีดังนี้ 1.1) มาตรฐานการศึกษาระดับปฐมวัย ได้แก่ มาตรฐานที่ 1 คุณภาพของเด็ก มาตรฐานที่ 2 กระบวนการบริหารและการจัดการ มาตรฐานที่ 3 การจัดประสบการณ์ที่เน้นเด็กเป็นสำคัญ 1.2) มาตรฐานการศึกษาระดับขั้นพื้นฐาน ได้แก่ มาตรฐานที่ 1 คุณภาพของผู้เรียน - ผลสัมฤทธิ์ทางวิชาการของผู้เรียน - คุณลักษณะที่พึงประสงค์ของผู้เรียน มาตรฐานที่ 2 กระบวนการบริหารและการจัดการ มาตรฐานที่ 3 กระบวนการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ


89 2) มีความรู้คู่คุณธรรม หมายถึง ความสามารถ ความชำนาญ ที่เรียนรู้ สรรพวิทยาตาม สาขาวิชาที่ตนศึกษาได้อย่างดี คือ รู้ดี เก่งวิชาการ และสามารถปรับใช้ความรู้ ในการประกอบอาชีพ ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต มีความรับผิดชอบ และสามารถเห็นได้จากพฤติกรรมที่แสดงออกทางกาย วาจา และจิตใจ เมื่อผู้เรียนประพฤติปฏิบัติตน ประพฤติดี โดยยึดหลักคุณธรรมแล้ว ย่อมเกิดคุณค่า แก่บุคคลนั้น ตลอดจนเป็นที่ยอมรับของสังคมและบุคคลทั่วไป 3) ก้าวทันเทคโนโลยีหมายถึง ความสนใจ ทัศนคติและความสามารถของแต่ละบุคคลใน การใช้เทคโนโลยีดิจิทัล และเครื่องมือการสื่อสารในการเข้าถึงสารสนเทศการจัดการ การเชื่อมโยง การประเมิน การลำดับเนื้อหาและการสื่อสาร เพื่อใช้ในการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้นการมี ทักษะการเรียนรู้เท่าทันเทคโนโลยีสารสนเทศ จึงเป็นการผสมผสานความรู้ทุกสาขาวิชารวมถึงทักษะ การเรียนรู้และการใช้ชีวิต 4) เสริมสร้างทักษะอาชีพ หมายถึง กระบวนการจัดประสบการณ์ในอาชีพเป็นการจัดให้ นักเรียนได้เรียนรู้ ได้เห็น และได้ฝึกปฏิบัติกิจกรรมที่เกี่ยวกับอาชีพที่ตนเองถนัด และสนใจด้วยการ จำลองอาชีพ และจัดกิจกรรมอาชีพ 5) หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง หมายถึง ปรัชญาที่ชี้แนะแนวทางการดำรงชีวิต และ ปฏิบัติตนในทางที่ควรจะเป็น โดยมีพื้นฐานมาจากวิถีชีวิตดั้งเดิมของสังคมไทย และเป็นการมองโลก เชิงระบบที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา การครองตนและครองงานให้มีคุณค่าบนพื้นฐาน ความ เชื่อที่ว่า “การมีชีวิตที่มีความสุขอย่างยั่งยืนขึ้นอยู่กับคุณค่าของคน” การดำเนินชีวิตตามหลักปรัชญา ของเศรษฐกิจพอเพียง มีความพอประมาณ มีเหตุผล และมีภูมิคุ้มกัน การพิจารณาตนเองอยู่เสมอ และไม่มีทิฐิ พร้อมที่จะยอมรับความผิดพลาดของตนเองและแก้ไขให้ถูกต้อง ก็จะเกิดความผิดพลาด ในชีวิตน้อยที่สุด” 4.2 พันธกิจ (Mission) 1) จัดการศึกษาให้มีคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษา 2) ส่งเสริมและพัฒนาผู้เรียนให้มีความรู้ และมีคุณธรรม จริยธรรม ตรงตามคุณลักษณะอัน พึงประสงค์ของหลักสูตรสถานศึกษา 3) ส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนาการใช้เทคโนโลยีในการจัดการเรียนรู้เพื่อให้ผู้เรียนมีความ รอบรู้ และทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก 4) ส่งเสริมการจัดประสบการณ์และพัฒนาให้ผู้เรียนมีทักษะอาชีพตามความถนัดและความ สนใจของตนเอง 5) ส่งเสริมและพัฒนาผู้เรียนให้มีความรู้ความเข้าใจในหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้


90 4.3 เป้าประสงค์(Goal) 1) สถานศึกษาจัดการศึกษาที่มีคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษา 2) ผู้เรียนมีความรู้และมีคุณธรรม จริยธรรม ตรงตามคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ของหลักสูตรสถานศึกษา 3) นักเรียนสามารถใช้เทคโนโลยีในการพัฒนาการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ 4) ผู้เรียนมีทักษะอาชีพตามความถนัดและความสนใจของตนเอง สามารถนำไปใช้ในการ ดำเนินชีวิตประจำวัน และประกอบอาชีพอย่างซื่อสัตย์ สุจริต 5) ผู้เรียนเรียนมีความรู้ความเข้าใจในหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และสามารถ นำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ 4.4 กลยุทธ์สถานศึกษา (Strategy) กลยุทธ์ที่ 1 ยกระดับการจัดการศึกษาให้มีคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษา กลยุทธ์ที่ 2 พัฒนาผู้เรียนให้มีความรู้และมีคุณธรรม จริยธรรม ตรงตามคุณลักษณะ อันพึงประสงค์ของหลักสูตรสถานศึกษา กลยุทธ์ที่ 3 พัฒนาการใช้เทคโนโลยีในการจัดการเรียนรู้เพื่อให้ผู้เรียนมีความรอบรู้ และทัน ต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก กลยุทธ์ที่ 4 พัฒนาให้ผู้เรียนมีทักษะอาชีพตามความถนัดและความสนใจของตนเอง กลยุทธ์ที่ 5 พัฒนาผู้เรียนให้มีความรู้ความเข้าใจในหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 4.5 จุดเน้นสถานศึกษา 1) ด้านผู้เรียน 1.1) ผู้เรียนมีสมรรถนะสำคัญและมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามหลักสูตรสถานศึกษา 1.2) ผู้เรียนมีคุณลักษณะและทักษะของคนในศตวรรษที่ 21 (ทักษะชีวิต ทักษะอาชีพ ทักษะ การคิดวิเคราะห์ แก้ปัญหา) 1.3) ผู้เรียนทุกคนมีคุณธรรม จริยธรรม ตามคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ยึดมั่นการ ปกครอง ในระบอบประชาธิปไตย รักษ์ความเป็นไทย ภาคภูมิใจในท้องถิ่น และดำเนินชีวิตตามหลัก ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 1.4) ผู้เรียนได้รับการพัฒนาในด้านต่าง ๆ ตามศักยภาพสู่ความเป็นเลิศ


Click to View FlipBook Version