แผนการจดั การเรียนรู้ หนว่ ยท่ี 1
วชิ า : เพศวิถศี ึกษา (20000-1602) สอนครัง้ ท่ี 1-2
ช่ือหน่วย : พัฒนาการและการปรบั ตวั ในวยั รุ่น จานวน 2 ชัว่ โมง
สาระสาคัญ
พัฒนาการทางเพศแต่ละช่วงวัยจะเกิดการพัฒนาทางเพศเป็นลาดับ เช่น ทา รกเพศชาย
หรือเพศหญิง จะมีอวัยวะเพศครบต้ังแต่ทารกอยู่ในครรภ์เดือนท่ี 3 และรังไข่ของทารกเพศหญิง
ก็มีไข่ท่ียังไม่สุกบรรจุอยู่เป็นพัน ๆ ฟอง แต่รังไข่และอัณฑะยังไม่สามารถผลิตเซลล์สืบพันธุ์ (ไข่และอสุจิ)
ออกมาได้ การเป็นเด็กหญิง เด็กชาย จะถูกรับรู้มาแล้ว และจะรู้ว่าตนเป็นหญิงหรือชาย เม่ืออายุ 3 ขวบ
เปน็ ตน้
จุดประสงคก์ ารเรียนรฐู้ านสมรรถนะ
1. อธิบายพัฒนาการของวัยรนุ่ ได้
2. ตระหนกั ถึงคุณคา่ ในตนเอง
3. อธบิ ายถงึ ตน้ ทนุ ชีวิตและทกั ษะชีวติ ได้
4. อธิบายภาวะการเป็นหนมุ่ เปน็ สาวก่อนวัยได้
สมรรถนะประจาหนว่ ย
อธบิ ายพัฒนาการทางเพศแต่ละช่วงวัยและตระหนักถึงการเขา้ สู่วยั หนมุ่ สาว
สาระการเรยี นรู้
1. พัฒนาการของวยั ร่นุ
2. การสรา้ งบคุ ลกิ ภาพ
3. ต้นทนุ ชีวติ และทักษะชวี ิต
4. ภาวะเปน็ หนมุ่ เป็นสาวกอ่ นวัย
กจิ กรรมการเรียนรู้
ข้นั นาเข้าสบู่ ทเรยี น
1. ผู้ส อ น ชี้ แจ งจุ ด ป ระส งค์ ก ารเรีย น รู้ใน กิ จก รรม “ฉั น เป็ น ใค ร” ว่าเป็ น กิ จก รรม
ท่ที าใหผ้ เู้ รียนไดฝ้ กึ ทกั ษะการคดิ วิเคราะห์ถงึ พฒั นาการทางเพศทีเ่ กดิ ข้นึ แตล่ ะช่วงวยั
2. แบง่ ผู้เรยี นออกเป็นกลุ่มตามความสมคั รใจ กลุม่ ละ 5-6 คน
3. ให้ผเู้ รยี นแตล่ ะกล่มุ ส่งตัวแทนออกมาจับสลาก ถา้ จับสลากได้ตามหวั ขอ้ ดังน้ี
1) วยั ทารก (Infancy) ระยะต้ังแต่แรกเกดิ จนถงึ 2 ปี
2) วัยเตาะแตะ (Toddlehood) หรอื วัยก่อนเรียน อายุ 2-6 ปี
3) วัยเด็ก (Childhood) หรอื วยั เขา้ เรยี น อายุ 6-12 ปี
4) วยั ร่นุ (Adolescence) หรือวัยตงั้ แต่ อายุ 13-20 ปี
5) วัยผูใ้ หญ่ (Adulthood) หรือวัยตั้งแต่ อายุ 21-60 ปี
6) วยั ชรา (OldAge) หรอื ผู้สงู อายตุ ้ังแต่ อายุ 60 ปีขึน้ ไป
ขั้นสอน
1. ให้ผู้เรียนแต่ละกลุ่มเขียนการกระทาหรือพฤติกรรมทางเพศของแต่ละวัยใส่ลงในบัตรคา
ประมาณ 7-12 บตั รคา (15 นาที)
2. ให้แต่ละกลุ่มออกมาแสดงพฤติกรรมใบ้ตามท่ีเขียนบัตรคาไว้แล้วให้เพื่อน ๆ ช่วยกัน
ทายวา่ ชว่ งวัยนน้ั ๆ แสดงพฤติกรรมทางเพศอะไรบ้าง จนครบทุกกล่มุ
3. ผู้สอนชวนผู้เรียนคุยเรื่องพัฒนาการทางเพศของตนเองเป็นอย่างไร เหมือนหรือ
แตกต่างจากเพ่ือนคนอ่นื หรือไม่
4. ผู้สอนชวนผู้เรียนคุยเรื่องพัฒนาการทางเพศเม่ือเข้าสู่วัยหนุ่มสาว พฤติกรรมทางเพศ
ท่เี หมอื นกันระหวา่ งเพศชายและเพศหญงิ คืออะไร ที่แตกต่างกันคอื อะไร
5. ผู้สอนชวนผู้เรียนคุยเร่ืองการเข้าสู่วัยหนุ่มสาวของคนที่เคยรู้จักหรือพบเห็นที่มี
ลกั ษณะทางเพศท่แี ตกตา่ งจากเพ่ือน ๆ หรือไม่ และจะเป็นเพ่อื นกันได้หรอื ไม่ เหตผุ ลอะไร
ข้ันสรปุ
1. ผ้สู อนและผู้เรียนชว่ ยกันสรุปประเดน็
2. ผู้สอนใหผ้ ้เู รียนทาแบบทดสอบหลงั เรยี น
ส่ือการเรยี นรู้
สอ่ื สิ่งพมิ พ์
1. หนงั สอื เรยี นวิชาเพศวิถีศึกษาของสานักพิมพ์ศูนย์สง่ เสรมิ วิชาการ (2562)
2. แผนการจดั การเรยี นรวู้ ิชาเพศวิถศี กึ ษา
3. กระดาษเหลือใช้ท่ีดา้ นหลังวา่ ง ตัดเป็น o ขนาด 5x3 นิว้
สาหรับเขยี นบตั รคาเพอ่ื แสดงกจิ กรรมใบ้ “ฉันเปน็ ใคร”
การวัดและการประเมินผล
1. ประเมนิ ผลจากการมสี ่วนร่วมในกจิ กรรมและแบบทดสอบ
2. แบบประเมนิ พฤติกรรมตามหลักปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียง
แบบประเมินพฤติกรรมตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
วันท่.ี ..............เดือน......................................พ.ศ. ...............
ชื่อ (นาย/น.ส.).........................................................................................ระดบั ชัน้ ...................
ลาดั พฤตกิ รรมทีป่ ระเมนิ ระดับคะแนน หมายเหตุ
บ 123
1 ศกึ ษาและทาความเขา้ ใจกบั เนือ้ หาท่ี ความหมายของระดบั คะแนน 3 =
ไดร้ ับมอบหมายและของสมาชิก ....... ......... ....... ปฏบิ ัตอิ ยา่ งสม่าเสมอ
2 เตรียมเครื่องมือและอุปกรณ์ไดอ้ ย่าง
โดยไมต่ ้องมีการช้ีนาหรือตกั เตือน
เหมาะสม 2 = ปฏบิ ตั บิ า้ งในบางคร้ัง
....... ......... ....... จากการเชญิ ชวน หรือช้ีนา
3 ใช้วัสดุอปุ กรณ์ตามงบท่ีมอี ยู่ ....... ......... ....... 1 = ตอ้ งสง่ั บังคับ
ว่ากลา่ วหรอื ตกั เตือน ถึงจะปฏบิ ตั ิ
4 แบ่งงานและหน้าทข่ี องสมาชิกตามความ
หรอื มกั จะปฏิบัติในทางทผ่ี ดิ เสมอ
สามารถ ....... ......... ....... เกณฑ์การประเมนิ
5 สมาชกิ เสนอความคดิ เหน็ หลากหลาย ....... ......... ....... 26 – 30 คะแนน = ดมี าก
6 มคี วามขยัน มนี า้ ใจ และแบง่ ปนั ....... ......... ....... 21 – 25 คะแนน = ดี
....... ......... ....... 16 – 20 คะแนน = พอใช้
7 เกดิ ความรกั และความสามัคคี ....... ......... ....... 0 – 15 คะแนน = ปรบั ปรุง
8 แลกเปลย่ี นความรู้ซ่ึงกนั และกนั
9 เกิดความภาคภมู ิใจในผลงาน ....... ......... .......
10 สามารถนาความรไู้ ปใช้ให้เกิดประโยชน์
ตอ่ สว่ นรวม ....... ......... .......
รวม (คะแนนเต็ม 30 คะแนน)
บันทกึ
..............................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................
ลงชอื่ ............................................................................ผปู้ ระเมิน
แผนการจัดการเรียนรู้ หนว่ ยท่ี 2
วชิ า : เพศวถิ ีศกึ ษา (20000-1602) สอนครัง้ ที่ 3-4
ชือ่ หนว่ ย : สุขภาพทางเพศของวยั รุ่น จานวน 2 ชวั่ โมง
บทนา
สุขอน ามัยท างเพ ศ เป็ นการดูแลสุขภ าพ ท างเพ ศท่ี เห มาะสมตามวัย ซึ่งการเรียน รู้
สุขภ าพ อน ามัยท างเพ ศ จะต้องเรียน รู้และเข้าใจลักษ ณ ะท างร่างกายและการท างาน ของ
อวัยวะสืบพันธุ์ท้ังเพศชายและเพศหญิง ซ่ึงจะทาให้เข้าใจถึงการเปล่ียนแปลงเมื่อเข้าสู่วัยรุ่น
และสามารถนาไปใชใ้ นการดูแลสุขภาพอนามยั ทางเพศของตนเองได้
จุดประสงค์การเรยี นรู้
1. อธิบายพฒั นาการในวยั เด็กได้
2. อธิบายหน้าที่การทางานของระบบสืบพันธ์ุและสขุ ปฏิบตั ิสาหรับอวัยวะสบื พันธุ์เพศชายและเพศ
หญงิ ได้
สมรรถนะประจาหนว่ ย
ผู้เรยี นมคี วามรคู้ วามเขา้ ใจเกยี่ วกับการพฒั นาการในวัยเด็กและการเปล่ียนแปลงของอวยั วะสบื พนั ธุ์
ทง้ั เพศหญงิ และเพศชายได้
สาระการเรียนรู้
1. พัฒนาการในวยั เด็ก
2. สรรี วทิ ยาระบบสืบพันธ์แุ ละสุขปฏบิ ัติสาหรบั อวยั วะสืบพันธุ์เพศหญงิ และเพศชาย
กิจกรรมการเรยี นรู้
กจิ กรรมท่ี 1
ขนั้ นาเขา้ สู่บทเรยี น
1. ผู้สอนชแ้ี จงจดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
2. แบ่งผเู้ รียนเป็นกลุ่มย่อย กลุม่ ละ 5-6 คน แจกแผ่นภาพและบตั รคาใหก้ ลุ่มละ 1 ชดุ
ชดุ 1 ภาพอวยั วะสืบพันธเุ์ พศชายภายนอกและบตั รคา
ชดุ 2 ภาพอวยั วะสืบพนั ธเุ์ พศชายภายในและบัตรคา
ชุด 3 ภาพอวัยวะสบื พันธุ์เพศหญิงภายนอกและบัตรคา
ชุด 4 ภาพอวยั วะสืบพันธุ์เพศหญิงภายในและบตั รคา
ขั้นสอน
3. ให้แตล่ ะกลุ่มช่วยกนั บอกช่ือตาแหนง่ และหนา้ ทข่ี องแต่ละสว่ นเท่าที่สามารถบอกได้
4. ชวนผูเ้ รยี นคยุ เก่ยี วกับอวยั วะแต่ละสว่ น และอธบิ ายเพ่ิมเติม
5. ผู้สอนชวนให้ผูเ้ รยี นไดเ้ รยี นรถู้ ึงความแตกตา่ งหรือความเหมือนกันอยา่ งไร
6. ผู้สอนชวนให้ผู้เรียนเห็นถึงการเข้าสู่วัยหนุ่มสาวของแต่ละคนท่ีไม่เหมือนกันหรือไม่ พร้อมกัน
ซ่ึ ง ข้ึ น อ ยู่ กั บ ก า ร เ จ ริ ญ เ ติ บ โ ต แ ล ะ ก า ร ท า ง า น ข อ ง ต่ อ ม ไ ร้ ท่ อ / ต่ อ ม เพ ศ
และยกตัวอย่างให้ผู้เรียนมองเห็นคุณค่าในตนเอง นอกเหนือไปจากค่านิยมทางสังคม ความสวย
ความหล่อเฉพาะตัว เพราะทกุ คนเป็นแบบของตนเอง มคี ณุ คา่ ในตนเอง
ข้ันสรปุ
7. ผูส้ อนและผูเ้ รยี นช่วยกันสรปุ ประเด็น
กจิ กรรมที่ 2
ขนั้ นาเขา้ สู่บทเรยี น
1. ให้แต่ละกลุม่ ชว่ ยกันระดมสมองในประเดน็
- การทาความสะอาดอวยั วะเพศหญงิ
- การทาความสะอาดอวัยวะเพศชาย
- การเข้าสู่วัยหนุ่มสาวของเพศชาย คือฝันเปียกในผู้ชายและการมีประจาเดือน ในผู้หญิง
หมายถงึ อะไรบา้ ง
- พฤติกรรมการใช้ชีวิตประจาวันอะไรบ้างท่ีส่งผลในทางลบต่อสุขภาพอนามัยทาง เพศ เช่น
การตั้งครรภเ์ กิดขึ้นอย่างไร การติดต่อโรคทางเพศสมั พนั ธ์
2. ผู้สอนเลือกคาถามทีละข้อ และขออาสาสมัครจากแต่ละกลุ่มโดยแต่ละกลุ่มจะมีโอกาส ตอบ 1
ข้อ กลุ่มท่ตี อบแล้ว ถามความคดิ เหน็ จากกลมุ่ อื่นเพ่มิ เตมิ
3. หรือให้แต่ละกลุ่มอภิปรายอย่างอิสระหน้าช้ันเรียนก็ได้แล้วผู้สอนถามความคิดเห็น
จากกลุ่มอน่ื เพมิ่ เตมิ
ข้นั สรปุ
1. ผสู้ อนสรปุ กจิ กรรมในบางประเด็นตอ่ ไปน้ี
- อวัยวะสืบพันธ์ุก็เป็นอวัยวะหน่ึงเหมือน ๆ กับ แขน ขา หู ตา คอ จมูก ฯลฯ
จาเป็นต้องรู้และเข้าใจเก่ียวกับหน้าที่ตาแหน่งและการดูแลรักษาตลอดจนทราบ
ถึงความผดิ ปกตทิ ีอ่ าจเกดิ ขึ้น เพ่ือป้องกนั หรือแกไ้ ขได้อยา่ งถูกตอ้ งและรวดเร็ว
- การเรยี นร้เู รอ่ื งสุขภาพทางเพศและอวัยวะเพศเป็นเรอื่ งปกติ ไมใ่ ชเ่ ร่อื งน่าอาย ดังนน้ั
การเรียนรู้เรอื่ งเพศ กลา้ พดู คุย ซักถาม ทาให้เกิดการเรียนรไู้ ด้ถูกตอ้ ง
ไม่ตกเป็นเหย่ือของความรูเ้ ทา่ ไม่ถงึ การณ์และนาไปสู่การดูแลสุขภาพอนามัย
ทางเพศท่ีดีของตนเอง
2. ผสู้ อนใหผ้ เู้ รียนทาแบบทดสอบหลงั เรียน
สอื่ การเรียนรู้
สอื่ ส่ิงพมิ พแ์ ละอุปกรณ์
1. หนงั สือเรยี นวิชาเพศวถิ ศี ึกษาของสานกั พิมพศ์ ูนย์ส่งเสริมวิชาการ (2562)
2. แผนการจดั การเรยี นรูว้ ชิ าเพศวิถศี ึกษา
3. แผ่นกจิ กรรมระบบสืบพันธุ์หญงิ ชาย
4. บตั รคา
การวัดและการประเมนิ ผล
1. ประเมนิ ผลจากการมีสว่ นร่วมกจิ กรรมและแบบทดสอบ
2. แบบประเมนิ ผลตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี ง
คาอธิบายเพ่ิมเติม
อวัยวะสบื พันธเ์ุ พศชายภายนอก
1. ถุงอัณ ฑ ะ (Scrotum) เป็นถุงหนังบริเวณ ฐานองคชาตภายในบรรจุอัณ ฑ ะ ถุงอัณ ฑ ะ
มีหน้าที่รักษาอุณหภูมิของอัณฑะให้พอดีกับการเจริญเติบโตของอสุจิ และการแบ่งตัวของ
เซลล์สร้างอสุจิในหลอดสร้างอสุจิ ซ่ึงอุณหภูมิจะต่ากว่าอุณหภูมิของร่างกายประมาณ 1-2
องศาเซลเซยี ส
2. องคชาต (Penis) ประกอบด้วยกล้ามเนื้อคล้ายฟองน้า ซ่ึงมีการหดตัวและคลาย ตัวได้
มีระบ บ ป ระสาท และเส้นเลือดจาน วนมากเข้าไป หล่อเล้ียง ท าให้ เกิดการแข็งตัวเม่ือมี
ความตอ้ งการทางเพศเกดิ ข้นึ องคชาตเปน็ ทางออกของน้าปสั สาวะและนา้ อสุจิ
3. หนงั หมุ้ ปลาย คือ ผิวหนังส่วนทห่ี ุ้มปลายองคชาต
4. สายสองสลึง เป็นส่วนล่างของหนงั ห้มุ ปลายทต่ี ดิ กบั ส่วนปลายขององคชาต
5. การหลั่งน้าอสุจิ (Ejaculation) เป็นการหลั่งน้าอสุจิคือการขับน้าอสุจิออกสู่ภายนอก (discharge
of semen to the outside) เป็ น กิ ริย าส น อ งฉั บ พ ลั น ท่ี เกิ ด ขึ้ น น อ ก เห นื อ อ าน าจ จิ ต ใจ
ภ า ย ใต้ ก า ร ค ว บ คุ ม ข อ งร ะ บ บ ป ร ะ ส า ท อั ต โน มั ติ เม่ื อ มี ส่ิ งก ร ะ ตุ้ น ท า ง เพ ศ เกิ ด ขึ้ น
โด ย เร่ิม จ าก ก ารห ด ตั ว เป็ น จั งห ว ะ ข อ งก ล้ าม เนื้ อ ใน ผ นั งข อ งเอ พิ ดิ ได มิ ส แ ล ะ ใน ท่ อ
นาเชื้ อ อ สุ จิ ซ่ึ งท า ให้ อ สุ จิ เค ล่ื อ น ไป ข้ าง ห น้ า อ อ ก สู่ ภ า ย น อ ก พ ร้ อ ม กั บ เกิ ด ลั ก ษ ณ ะ
เดี ย ว กั น ขึ้ น ใน ถุ ง น้ า อ สุ จิ แ ล ะ ใน ต่ อ ม ลู ก ห ม า ก ซึ่ ง จ ะ ขั บ ส า ร ที่ อ ยู่ ภ า ย ใ น อ อ ก
ทาใหต้ วั อสุจิและนา้ อสุจิถูกสง่ เข้าไปในทอ่ ปสั สาวะ เปน็ ต้น
อวยั วะสบื พนั ธเุ์ พศชายภายใน
1. อัณฑะ (Tesfis) มี 2 ข้าง มีหน้าที่ผลิตอสุจิ (Sperm) ซึ่งเป็นเซลล์สืบพันธุ์เพศชาย และผลิต
ฮอร์โมนเพศชาย คือ เทสโทสเทอโรน (Testosterone) อัณฑะจะถกู หอ่ หมุ้ ด้วยถงุ อณั ฑะ (Scrotum)
2. ต่อมลูกหมาก (Prostate gland) อยู่ใต้กระเพาะปัสสาวะ ทาหน้าท่ีสร้างน้าเมือกท่ีมีฤทธ์ิ
เปน็ ดา่ งอ่อน ๆ ซง่ึ จะหลอ่ เล้ยี งและใหอ้ าหารแก่ตวั อสุจิ
3. ท่ อ น าอ สุ จิ (Vas deferens) เป็ น ท างเดิ น ข อ งตั วอ สุ จิ ท่ี ผ ลิ ต จ าก อั ณ ฑ ะท อ ด ข้ึ น ม า
ติดกับ กระเพ าะปั สสาวะ มี 2 ท่ อ (ท าห น้าท่ี ขน ส่งอสุจิไป ยังถุงอสุจิ) และพ ร้อมจะถูก
ขับออกมาเม่อื มีอารมณ์ทางเพศถึงจุดสุดยอด
4. ถุงน้ าอ สุจิ (Seminal vesicle) มี 2 ถุง ท าห น้ าท่ี เก็บ ตัวอสุจิ และผลิต ของเห ลวข้น
ท่เี รียกวา่ นา้ กาม
5. ท่อปัสสาวะ (Urethra) เป็นท่อส่งน้าปัสสาวะจากกระเพาะปัสสาวะ (Bladder) และน้าอสุจิ
จากอณั ฑะออกนอกรา่ งกาย
6. กระเพาะปสั สาวะ (Bladder) ทาหนา้ ที่เก็บบรรจนุ ้าปัสสาวะ
อวยั วะสืบพนั ธ์เุ พศหญงิ ภายนอก
1. เนิ น หั วห น่ าว (Monspubis) เป็ น เนิ น อยู่ ตอ น บ น เมื่ อ เข้าสู่วัยรุ่น จะมี ขน ข้ึน ป กค ลุ ม
และไขมนั อย่ขู า้ งใต้
2. แคมใหญ่ (Labia majora) เป็นเนื้อนูนด้านข้างช่องคลอด ภายในมีเส้นประสาท หลอดเลือด
ตอ่ มไขมัน เน้อื เย่ือ ด้านนอกมีขนขน้ึ ปกคลมุ
3. แคมเล็ก (Labia minora) มีลักษณะเป็นเนื้อน่ิม แต่ไม่มีไขมัน ไม่มีขน ตอนบนจะ บรรจบกัน
และลอ้ มคลิตอริสไว้และผูห้ ญิงบางคนอาจมแี คมในห้อยออกมา
4. คลิตอริส (Clitoris) เป็นปุ่มก้อนเนื้อเล็ก ๆ อยู่ตรงกลางรอยต่อตอนบนของแคมเล็ก มีเส้นเลือด
เสน้ ประสาทมาเลย้ี งมากมาย จึงเปน็ จุดไวต่อความรู้สึก ซึ่งเทยี บไดก้ บั องคชาตของผูช้ าย
5. เยื่อพรหมจรรย์ (Hymen) เป็นเนื้อเย่ือสีชมพูปิดปากช่องคลอด ยืดหดได้ มีรูอยู่ตรงกลาง
เพื่อใหป้ ระจาเดือนผ่าน เย่ือพรหมจรรย์อาจฉกี ขาดไดจ้ ากการเลน่ กีฬา หรอื การมี เพศสมั พันธ์
6. ปากช่องคลอด เป็นทางออกของประจาเดือนและเป็นช่องทางออกของทารกหากคลอด
ตามปกติธรรมชาติ
7. ช่องปัสสาวะ อยู่ด้านหลังคลิตอริส ใกล้ปากช่องคลอด หากมีการติดเช้ือที่ช่องคลอด
เชื้ออาจลามมาติดชอ่ งปัสสาวะ
อวยั วะสืบพนั ธเ์ุ พศหญิงภายใน
1. ช่องคลอด (Vagina) เป็นช่องทางจากภายนอกเข้าไปยังปากมดลูก ซึ่งเปิดไปยังมดลูก
และเปน็ ทางผ่านของเด็กตอนคลอด
2. ม ด ลู ก (Uterus) มี รูป ร่างคล้ ายช ม พู่ ป ระก อบ ด้ วยกล้ าม เนื้ อ ท าห น้ าที่ เป็ น ท่ี ฝั งตั ว
และเลี้ยงตัวอ่อนจนกว่าจะคลอด และเมื่อมีการต้ังครรภ์ มดลูกจะขยายตัวตามขน าด
ของทารกท่ีเจรญิ เตบิ โตในครรภ์ด้วย
3. ปีกมดลูกหรือท่อนาไข่ (Fallopian tube) มี 2 ข้าง ทางซ้ายและขวา ทาหน้าท่ี นาไข่
จากรงั ไข่ไปยังมดลูก การปฏิสนธิระหว่างไข่กับอสจุ ิจะเกิดขน้ึ ที่ปกี มดลูก
4. รังไข่ (Ovary) มี 2 ข้าง ทางซ้ายและขวาของมดลูกทาหน้าที่ผลิตไข่ (Ovum) และสร้าง
ฮอร์โมนเอสโทรเจน (Estrogen) และโปรเจสเตอโรน (Progesterone)
5. ปากมดลกู (Cervix) เป็นทางเข้าไปยงั มดลูก
6. โพรงมดลูก เป็นช่องท่ีอยู่ตรงกลางมดลูกในโพรงมดลูกมีเน้ือท่ีประมาณ 3-4 ลูกบาศก์ เซนติเมตร
แตใ่ นเวลาต้งั ครรภ์ โพรงมดลูกสามารถขยายได้ถงึ 3,000-5,000 ลูกบาศก์ เซนติเมตร
7 . เย่ื อ บุ ม ด ลู ก มี ลั ก ษ ณ ะ บ าง ๆ ป ระ ก อ บ ด้ ว ย ต่ อ ม ต่ าง ๆ เป็ น จ า น ว น ม าก แ ล ะ มี
เส้ น เลื อ ด ฝ อ ย ม า เล้ี ย ง เมื่ อ เยื่ อ บุ ม ด ลู ก ถู ก ท า ล า ย จ ะ มี ก า ร ฉี ก ข า ด ข อ ง เส้ น เลื อ ด ฝ อ ย ท า ใ ห้
เลือด ไห ลออ กม าเป็ น ป ระจาเดื อน และจะมี การเจริญ งอกให ม่ แต่ ถ้าเกิดก ารตั้งครรภ์
เยอ่ื บุมดลูกจะหนาขน้ึ กวา่ เดมิ หลายเทา่ เพ่อื ใหต้ วั อ่อนเจริญเตบิ โต
เฉลยบตั รคา
1. ประจาเดือน คือ เลือดและเน้ือเย่ือในมดลู กท่ีไหลออกมาทางช่องคลอดเป็นประจา
ส่วนใหญ่มีออกมาทกุ เดือน มปี ระมาณ 3-7 วัน มลี กั ษณะเป็นเลือดสแี ดงออกคล้า มีกล่ินคาวเลก็ น้อย
2. ฝันเปียก มีลักษณะเป็นน้าเมือกสีขาวขุ่น กลิ่นคล้ายคลอรีนหรือไฮเตอร์ ซึ่งสร้าง โดยต่อมลูกหมาก
ห รื อ เรี ย ก อี ก อ ย่ า ง ห น่ึ ง ว่ า น้ า อ สุ จิ ก า ร ห ลั่ ง น้ า อ สุ จิ ห รื อ ฝั น เปี ย ก ใน เพ ศ ช า ย
แสดงว่าต่อมเพศเรมิ่ ทางานและเขา้ สู่วยั หนมุ่ สาว
3. วัยสุกทางเพศ คือวัยแตกเนื้อหนุ่มแตกเน้ือสาว ช่วงนี้จะมีการเจริญเติบ โตอย่างรวดเร็ว
ทง้ั ความสูงและน้าหนักตวั การเจริญและพฒั นาของอวัยวะสืบพันธุ์ภายนอกและภายใน
4. อ วัยวะเพ ศ ช า ย เม่ื อเข้าสู่วัยรุ่น ห รือวัยห นุ่ มส าว อวัยวะสืบ พั น ธุ์เพ ศ ช ายจะมี ก าร
เปล่ียนแปลงเปน็ ระยะ ๆ จนอวัยวะสบื พันธ์ุโตขนึ้ เท่าผูใ้ หญ่
5. อวัยวะเพศหญิง เม่ือเข้าสวู่ ยั หนุ่มสาว จะมีการเปล่ียนแปลงของอวยั วะสืบพนั ธ์ุ เพศหญงิ เปน็ ระยะๆ
ที่เต้านมและอวยั วะเพศเหมอื นผ้ใู หญ่
6. รังไข่ เป็นอวัยวะสืบพันธ์ุเพศหญิงภายใน เมื่อเข้าสู่วัยสาวไข่ที่เจริญเติบโตเต็มวัยจะค่อย ๆ
แตกปริออกและปล่อยไข่ให้ตกออกมาจากรังไข่ และรังไข่ยังมีหน้าที่ผลิตฮอร์โมนเพศหญิง
ท่ี ท า ให้ มี ก า ร เป ล่ี ย น แ ป ล ง ข อ ง เย่ื อ บุ ม ด ลู ก ให้ มี ส ภ า พ ท่ี เห ม า ะ ส ม ส า ห รั บ ก า ร ฝั ง ตั ว ข อ ง ไ ข่
ทไ่ี ด้รบั การผสมแล้ว
7. อัณฑะ เป็นอวัยวะสาคัญที่สุดในระบบสืบพันธ์ุเพศชาย ทาหน้าที่สร้างอสุจิและฮอร์โมน เพศชาย
อณั ฑะมีลกั ษณะรูปไข่อยู่ในถงุ อัณฑะ
8. เต้านม เม่ือเข้าสู่วัยสาวจะมีการเจริญเติบโตและพัฒนาการของเต้านมตั้งแต่ก่อนวัยรุ่น
เต้ าน ม จะเป็ น ตุ่ ม นู น จน เต้ าน ม เจริญ เต็ ม ที่ ฐาน แล ะล าน หั วน ม ยก สู งข้ึ น เห นื อ เต้ าน ม
จนลานหั วน มแบน ราบไปตามเต้าน ม ทาให้ห น้าอกขยาย และเป็ นส่วนหน่ึ งของระบ บ
สืบพันธข์ุ องเพศหญิง รบั หน้าทีส่ าคญั มากคือผลิตนา้ นม
9. รอบประจาเดือน ผู้หญิงส่วนใหญ่มีประจาเดือนทุก ๆ 28 วัน นั่นคือ 1 รอบประจาเดือน
จุดเริ่มต้นของรอบประจาเดือนในผู้หญิงแต่ละคน เริ่มต้นนับตั้งแต่วันแรกท่ีมีประจาเดือน
ไปจนถึงวันก่อนมีประจาเดือนในรอบถัดไปซึ่งผู้หญิงแต่ละคนแตกต่างกันไปตามสภาวะ ร่างกาย
แ ล ะ แ ต ก ต่ า ง กั น ไ ป ใน แ ต่ ล ะ ช่ ว ง อ า ยุ จึ ง ท า ใ ห้ มี ร อ บ ป ร ะ จ า เดื อ น ที่ ไม่ เท่ า กั น
และยงั ขน้ึ อยู่กับการทางานของต่อมเพศอีกด้วย
10. ตกขาว คื อ ของเห ล วท่ี ไม่ ใช่เลื อด ไม่ ใช่ ห น อง มั ก จะเป็ น มู ก สีข าวมี จาน วน ไม่ ม าก
มั ก ไห ล อ อ ก จ า ก ช่ อ ง ค ล อ ด ช่ ว ง ก ล า ง เดื อ น ข อ ง ร อ บ ป ร ะ จ า เดื อ น ใน วั น ที่ มี ไข่ ต ก
จะมตี กขาวออกมามากทส่ี ุด มูกใส เหนยี วสดุ สามารถยืดไดเ้ กนิ สิบเซนตเิ มตร
11.นมแตกพาน เกิดข้ึนได้ท้ังเพศชายและเพศหญิง เมื่อเข้าสู่วัยรุ่นจึงเรียกว่า แตกเน้ือหนุ่มเนื้อสาว
หรอื วยั สกุ ทางเพศ เป็นผลจากการทางานของฮอร์โมนเพศ จากตอ่ มไร้ทอ่ หรอื ต่อมเพศ
แบบประเมินพฤติกรรมตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
วันท.ี่ ..............เดอื น......................................พ.ศ. ...............
ช่อื (นาย/น.ส.).........................................................................................ระดับชนั้ ...................
ลาดั พฤติกรรมทปี่ ระเมิน ระดับคะแนน หมายเหตุ
บ 123
1 ศกึ ษาและทาความเข้าใจกับเนอ้ื หาท่ี ความหมายของระดบั คะแนน 3 =
ได้รบั มอบหมายและของสมาชกิ ....... ......... ....... ปฏบิ ตั อิ ย่างสมา่ เสมอ
2 เตรียมเครื่องมือและอปุ กรณไ์ ด้อย่าง
โดยไมต่ อ้ งมกี ารชน้ี าหรือตกั เตอื น
เหมาะสม 2 = ปฏบิ ัตบิ า้ งในบางคร้งั
....... ......... ....... จากการเชญิ ชวน หรือชน้ี า
3 ใช้วัสดุอปุ กรณต์ ามงบท่ีมีอยู่ ....... ......... ....... 1 = ต้องส่งั บังคบั
ว่ากลา่ วหรอื ตกั เตือน ถึงจะปฏบิ ัติ
4 แบ่งงานและหนา้ ทข่ี องสมาชกิ ตามความ
หรือมักจะปฏบิ ตั ิในทางทผี่ ดิ เสมอ
สามารถ ....... ......... ....... เกณฑก์ ารประเมนิ
5 สมาชิกเสนอความคิดเห็นหลากหลาย ....... ......... ....... 26 – 30 คะแนน = ดมี าก
6 มคี วามขยัน มนี า้ ใจ และแบ่งปนั ....... ......... ....... 21 – 25 คะแนน = ดี
....... ......... ....... 16 – 20 คะแนน = พอใช้
7 เกดิ ความรกั และความสามคั คี ....... ......... ....... 0 – 15 คะแนน = ปรบั ปรุง
8 แลกเปล่ียนความร้ซู ง่ึ กันและกนั
9 เกิดความภาคภูมใิ จในผลงาน ....... ......... .......
10 สามารถนาความรไู้ ปใช้ให้เกดิ ประโยชน์
ต่อสว่ นรวม ....... ......... .......
รวม (คะแนนเต็ม 30 คะแนน)
บนั ทึก
........................................................................................................................................................... ...
............................................................................................................................. .................................
ลงชอ่ื ............................................................................ผปู้ ระเมนิ
แผนการจดั การเรียนรู้ หน่วยที่ 3
วิชา : เพศวิถศี ึกษา (20000-1602) สอนคร้งั ที่ 5-6
ช่ือหน่วย : สือ่ กับวัยรนุ่ จานวน 2 ช่ัวโมง
บทนา
เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในการใช้ชวี ิตประจาวันในปัจจบุ ันอย่างมาก โดยเฉพาะด้านการส่ือสารท่ี
มีการพัฒนาอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง โทรศัพท์มือถือพัฒนามาเป็น “สมาร์ตโฟน” ที่สามารถเช่ือมต่อ
อินเทอร์เน็ตได้ มาพร้อมโปรแกรมประยุกต์ที่เรียกว่า “แอปพลิเคชัน” ช่วยให้โทรศัพท์มือถือทาได้หลาย
อย่าง เช่น รับ-ส่งอีเมล ส่งข้อความผ่านแอปพลิเคชันแชต การขายออนไลน์ ทาธุรกรรมธนาคารออนไลน์
เปน็ ต้น
จุดประสงค์การเรียนรู้
1. อธิบายถงึ เทคโนโลยไี ด้
2. บอกความหมายของสอ่ื และสอ่ื โฆษณาได้
3. มคี วามเขา้ ใจและรูเ้ ท่าทันสอ่ื
4. เรียนรู้และปอ้ งกันอาการที่เกิดจากการติดโซเชียลมเี ดียได้
สมรรถนะประจาหน่วย
ผู้เรียนมคี วามรู้ ความเขา้ ใจและรเู้ ทา่ ทนั ส่อื และโซเชียลมเี ดีย
สาระการเรียนรู้
1. เทคโนโลยี
2. ความหมายของสื่อและสอ่ื โฆษณา
3. การรู้เท่าทนั ส่ือ
4. อาการทีเ่ กดิ จากการติดโซเชยี ลมีเดีย
กจิ กรรมการเรียนการสอน
ขั้นนาเข้าสูบ่ ทเรยี น
1. ชี้แจงกิจกรรม “ความปลอดภัยทางเพศ” เป็นส่ิงท่ีสามารถพบและเรียนรู้ ได้จากสถานการณ์
แ ล ะ ส ภ า พ แ ว ด ล้ อ ม ข อ ง สั ง ค ม ดั ง นั้ น กิ จ ก ร ร ม “ ค ว า ม ป ล อ ด ภั ย ท า ง เพ ศ ”
จะเป็นกจิ กรรมในรูปของการโต้วาทีในประเด็น
- พฤติกรรมดีไม่มเี สยี่ ง (ถกู ข่มขนื )
- ใครว่าอินเทอรเ์ น็ตดี (ล่อลวง)
- เทยี่ วกลางคนื ตืน่ เต้นดี
- ข้นึ แทก็ ซี่ดีกว่ารถเมล์ (ระวงั อยา่ นงั่ แทก็ ซก่ี ลางคนื คนเดียว)
เนื่องจากประเด็นโตว้ าทใี หห้ าขอ้ มลู เปน็ การบา้ น
2. แบ่งผู้เรยี นออกเป็น 4 กลุ่ม ในแตล่ ะกลุ่มแบง่ กนั เองวา่ ใครจะเปน็ ฝ่ายเสนอ ใครจะเป็นฝา่ ยค้าน
3. ใหแ้ ตล่ ะญตั ตมิ ีเวลาโตว้ าที ญตั ตลิ ะ 20 นาที แลว้ หาข้อสรุป
4. เม่ือโต้วาที ครบ 4 ญั ตติ ให้ ทุ กคน มานั่ งรวมกัน และร่วมกัน สรุป ท้ั ง 4 ป ระเด็น
เพอ่ื หาขอ้ แลกเปลีย่ น
ขนั้ สอน
1. ผู้สอนชวนผู้เรียนคุยถ้าพบหรือมีเหตุต้องเข้าไปอยู่ในสถานการณ์ วิกฤต (ข่มขืน)
จะแกป้ ญั หาอย่างไรได้บ้าง หรือถ้ามเี พื่อนมาปรกึ ษาจะให้ข้อแนะนากบั เพือ่ นอยา่ งไร
2. ผ้สู อนชวนคุยเร่ืองการใช้อินเทอร์เน็ตเปน็ ประโยชน์อย่างไรบ้าง ภยั อินเทอรเ์ น็ต มีอะไรบ้าง และ
ไมเ่ ขา้ ไปเก่ยี วข้องกบั ภัยจากอนิ เทอร์เน็ตไดอ้ ยา่ งไร
3. ผู้สอนชวนคุยเร่ือง “การเท่ียวกลางคืน” ถามผู้เรียนถึงการเท่ียวกลางคืน ใครเคยไปเที่ยวบ้าง
ไปเท่ียวกบั ใคร รู้สึกอยา่ งไรกบั การไดไ้ ปเทย่ี วกลางคนื มขี อ้ เสียอะไรบา้ ง
4. ผู้ ส อ น ช ว น คุ ย เร่ือ ง ก ารนั่ งรถ แ ท็ ก ซ่ี ก ล างคื น ค น เดี ย ว ถ าม ถึ งผู้ เรีย น ว่า มี ใค ร
เคยนัง่ รถแท็กซคี่ นเดยี วบา้ ง ? ถ้ามี/ร้สู ึกอย่างไร และคดิ วา่ มีความจาเป็น ตอ้ งทาอย่างนนั้ หรือไม่
การป้องกนั ตนเองใหป้ ลอดภัยจากภยั ถกู ขม่ ขนื
1. ไม่ แ ต่ งก าย ล่ อ แ ห ล ม ค ว รแต่ งตั วให้ มิ ด ชิ ด เพ ราะอ าจท าให้ ค น ร้าย เกิ ด อ ารม ณ์
ทางเพศเปน็ อนั ตรายได้
2. เม่ือรู้สึกเหมือนมีคนเดินตามมาด้านหลัง ควรเปล่ียนเส้นทางเดินหรือเดินให้เร็วให้ทัน
คนท่ีเดนิ อยู่ด้านหน้า (ทม่ี คี นเดินอย่)ู
3. ถ้าอยู่ในสถานการณ์ที่จะไม่ปลอดภัย ต้องพยายามหาทางออกจากที่เกิดเหตุให้เร็วที่สุด
และพยายามขอความช่วยเหลือเมอ่ื คบั ขนั
4. ใหพ้ กสง่ิ ของท่สี ามารถใชเ้ ปน็ อาวธุ ปอ้ งกันตนเองได้ เช่น สเปรย์พริกไทย
5. ไม่ควรไวใ้ จถึงแมจ้ ะเป็นญาติหรอื คนรูจ้ กั (ผู้ชาย) ตามมาท่ีบา้ นเมื่อไมม่ ใี ครอยู่ในบา้ น
ภัยจากอินเทอรเ์ น็ต
เป็นที่ทราบกันดีว่า อินเทอร์เน็ตหรือการใช้งานอินเทอร์เน็ต ทาให้เกิดประโยชน์ในเชิงบวก
เช่นทางด้านการศึกษา สามารถใช้ในการส่ือสารเผยแพร่ความรู้ ผลงาน ผลผลิต ตลอดจน
ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์อีกมากมาย แต่ในขณะเดียวกันถ้าใช้ไปทางเชิงลบ สาหรับคนบางกลุ่ม
ก็ จ ะเกิ ด ผ ล ก ระ ท บ ห รือ ผ ล ร้าย ห รือ อ าจ เรีย ก ว่าเป็ น ภั ย กั บ ผู้ อ่ื น ได้ เช่ น ก ารห ล อ ก ล ว ง
ผ่านทางโฆษณ าขายสินค้า การกลั่นแกล้งผ่านทาง W ebbord หรือการปล่อยโปรแกรมไวรัส
มาทางอินเทอร์เนต็ เปน็ ตน้
ภยั ทางอินเทอร์เนต็ แบง่ ออกเปน็ 2 ลักษณะ
1. ภยั ท่เี กดิ กบั บคุ คล
2. ภัยทีเ่ กดิ กบั เคร่ืองคอมพิวเตอร์ หรอื อุปกรณ์ตา่ ง ๆ
ภยั ท่เี กิดกับบุคคล
ภั ย ท่ี เกิ ด กั บ บุ ค ค ล มั ก เกิ ด จ า ก ก า ร ห ล อ ก ล ว ง ก า ร ก ล่ั น แ ก ล้ ง โด ย ผ ล ท่ี ได้ รั บ
อาจจะทาให้ผู้ทไ่ี ด้รับความเสยี หาย เกดิ ความอาย เสยี งาน จนถึงขัน้ เสยี ชวี ิต ดงั ตวั อยา่ งต่อไปนี้
1. การกลั่นแกล้งโดยผ่านทาง Webboard เช่น นาย ก. มีความเกลียดชัง นาย ข. จึงเขียนลงบน
Webboard โดยกลา่ วร้ายนาย ข. จึงทาให้ นาย ข. เกิดความอบั อาย
2. การหลอกลวงผ่านทางโฆษณาขายสินค้าด้วยวิธีการประมูล โดยผู้ที่จะเข้าร่วมประมูล
ต้องลงทะเบียนสมาชิกของเว็บไซต์ หลังจากน้ันผู้ซื้อจะต้องเสนอราคาซ้ือ แข่งขันกับผู้ซ้ือรายอื่น
เมื่ อ เส ร็ จ สิ้ น ก า ร ป ร ะ มู ล ถื อ ว่ า มี ก า ร ท า สั ญ ญ า ซ้ื อ ข า ย ร ะ ห ว่ า ง ผู้ ป ร ะ มู ล
แ ล ะ ผู้ เส น อ ข า ย ใน ร า ย ง า น พ บ ว่ า เป็ น ก า ร ห ล อ ก ล ว ง มี ห ล า ย รู ป แ บ บ เช่ น
ผู้ขายไม่ส่งมอบสินค้าเพราะไม่มสี ินคา้ อยู่จริง การป่นั ราคาสนิ ค้าสงู กวา่ ปกติ
3. การลอ่ ลวงไปกระทามิดีมิรา้ ยกับผู้หญงิ เชน่ ล่วงละเมิดทางเพศ
4. การเล่นเกมออนไลน์เป็นเหมือนยาเสพติด เพราะเมื่อเล่นแล้วทาให้ไม่อยากหยุดเล่น
อยากทาคะแนนให้ได้เยอะ ๆ อยากอวดอยากเอาชนะคนอ่ืน เกมออนไลน์บางเกม
สอ่ ไปในทางลามกอนาจารมีการนาเสนอภาพท่รี นุ แรง เป็นตน้
5. ภัยจากการพูดคุยกันทางอินเทอร์เน็ต (การแชท) เป็นภัยที่พบบ่อยท่ีสุด บางคร้ัง
อาจกาลังสนทนาอยู่กับคนที่ต้องการแสวงหาผลประโยชน์ ถ้าเผลอให้ข้อมูลส่วนตัว เช่น ชื่อ ท่ีอยู่
เบอรโ์ ทรศัพท์ หรือนัดเจอคนทีร่ ู้จกั ทางเน็ต อาจตกเป็นเหยอ่ื ของคนเหลา่ นไ้ี ด้
6. เด็ กห รือวัยรุ่น ที่ เข้าเว็บ ไซต์ท่ี มี การเสน อใน ท างรุน แรงอาจท าให้ เด็กห รือวัยรุ่น
มีนิสยั ชอบความรนุ แรงมากยิ่งขน้ึ
การป้องกันภยั ที่เกิดกบั บุคคล
1. ไมค่ วรสนทนา (Chat) กับบุคคลอน่ื ทไี่ มร่ จู้ ัก หรือไว้ใจได้
2. ไม่ควรใส่ชอ่ื ที่อย่จู รงิ กับเวบ็ ไซตท์ ีไ่ มน่ า่ ไว้ใจ
3. ระลึกอยู่เสมอวา่ บคุ คลทเ่ี รารู้จกั ทางเวบ็ ไซตอ์ าจจะเปน็ บุคคลท่ไี มพ่ งึ ประสงค์
4. ระวังตัวทุกคร้ังที่มีการลงทะเบียนกับเว็บต่าง ๆ เพราะอาจกาลังตกอยู่ในสายตา
ของผไู้ มป่ ระสงค์ดที กี่ าลังจับตามองอยู่
5. จงคิดไวเ้ สมอว่า ไม่มีใครยอมเสยี ผลประโยชน์ ถา้ ไมไ่ ด้อะไรตอบแทน
6. ทุกคร้ังที่มีคนมาชวนสร้างรายได้โดยทาธุรกรรมผ่านทางเว็บ จงคิดเสมอว่า รายได้
ทสี่ งู เกินจรงิ อาจตกอยใู่ นกลลวงของผปู้ ระสงค์ร้าย
7. ไมอ่ อกไปพบเพ่ือนท่ีรูจ้ ักทางอนิ เทอร์เนต็ โดยไม่ขออนญุ าตจากผ้ปู กครองก่อน
8. ไมส่ ง่ รปู หรือสิ่งของใด ๆ ใหแ้ กผ่ อู้ ่นื ทีร่ ู้จักทางอนิ เทอร์เนต็ โดยไม่ได้ขออนุญาต จากผู้ปกครอง
9. แจ้งให้ ผู้ป กครองท ราบ โดยทั น ที ท่ี พ บ ข้อมูล ห รือรูป แบ บ ใด ๆ บ น อินเท อร์เน็ ต
ทหี่ ยาบคายไมเ่ หมาะสม
10. ไมส่ ่งหลกั ฐานสว่ นตัวของตนเองและคนในครอบครัวใหผ้ ้อู นื่
ตัวอย่างภยั ท่เี กิดกบั เคร่อื งคอมพวิ เตอรห์ รอื อปุ กรณต์ ่าง ๆ เชน่
1. การปล่อยโปรแกรมไวรัสมาทางอินเทอร์เน็ต ทาให้เครื่องคอมพิวเตอร์ท่ีได้รับไวรัส
จะเกิดอาการใชง้ านไม่ปกติ หรอื บางอยา่ งอาจจะลบข้อมูลทั้งหมด
2. ใช้วิธีการเข้าควบคุมโมเด็มของบุคคลอ่ืน เม่ือมีเคร่ืองคอมพิวเตอร์ติดไวรัส หลังจาก
ที่ เชื่อ มต่ ออิน เท อ ร์เน็ ต แล้วไวรัสกาห น ด คาสั่ งให้ เช่ือ มต่ ออิน เท อ ร์เน็ ต ให ม่ อีกคร้ัง
แต่คราวน้ีจะเป็นการเช่ือมโยงไปยังคู่สายท่ีอยู่เมืองนอก ดังน้ัน การเสียค่าโทรศัพท์
จะตอ้ งเสียในอัตราโทรต่างประเทศ เปน็ ตน้
การป้องกนั ภยั ทเี่ กิดกับเครอื่ งคอมพวิ เตอร์
1. ทุกคร้ังที่นาซอฟต์แวร์ที่ไม่ทราบแหล่งท่ีผลิตหรือได้รับแจกฟรีต้องตรวจสอบให้แน่ใจ
กอ่ นนาไปใช้ว่ามีไวรัสหรือไม่ โดยใชโ้ ปรแกรมประเภทสแกนไวรสั
2. ควรตรวจสอบท้ังฮารด์ แวรแ์ ละซอฟต์แวร์อยา่ งสมา่ เสมออย่างน้อยอาทิตย์ละ 1 ครัง้
3. เตรียมแผ่นท่ีสะอาดไว้สาหรบั บูตเครอ่ื งเมอื่ คราวจาเป็น
4. สารองข้อมูลไวเ้ ผื่อเกิดความเสียหายจะไดม้ ไี ฟล์สารองทกุ ครัง้
5. แยกแผน่ โปรแกรมและแผ่นขอ้ มลู ออกจากกนั โดยเดด็ ขาด
6. สังเกตส่ิงผิดปกติที่เกิดขึ้นกับเคร่ืองอย่างสม่าเสมอ เช่น การทางานท่ีช้าลง ขนาดไฟล์
หนา้ จอแสดงผลแปลก ๆ ไดร์ฟมีเสียงผดิ ปกติ
7. ไม่นาแผ่นดิสก์ไปใช้กับเคร่ืองคอมพิวเตอร์อ่ืน ๆ ถ้ายังไม่ได้ปิดแถบป้องกันการบันทึก (Write
Protect) หรือถ้าจาเปน็ ตอ้ งเปดิ ควรมีการสแกนไวรัสกอ่ นใช้งานทุกครั้ง
8. ควรมโี ปรแกรมปอ้ งกนั ไวรสั ไวใ้ ชต้ รวจสอบและป้องกัน
9. หลกี เลีย่ งการเปิดอ่านอเี มลและไฟลท์ แี่ นบมากับอีเมล ถ้าไม่รู้แหลง่ ทมี่ าของอีเมล
10. ไม่อนญุ าตใหค้ นอนื่ มาเลน่ เครือ่ งคอมพิวเตอรข์ องท่าน โดยปราศจากการควบคมุ อย่างใกลช้ ดิ
การป้องกนั ภัยจาก
การเทีย่ วกลางคืน
มีวัยรุ่นจานวนหน่ึงท่ีชอบเท่ียวกลางคืน มักรวมตัวกันเป็นกลุ่มในการเที่ยวสถานบันเทิง
การเท่ียวกลางคืนนอกจากจะทาให้วัยรุ่นเสียเงิน มีเวลาน้อย เสียสุขภาพ หลับในห้องเรียน สมองมึนงง
ไม่ มี ส ม า ธิ ที่ จ ะ เรี ย น แ ล ะ น อ ก จ า ก นั้ น ยั ง ท า ให้ ผู้ ป ก ค ร อ ง เกิ ด ค ว า ม ห่ ว ง ใย แ ล้ ว ยั ง
จะทาให้ตนเองเกิดความไม่ปลอดภัยโดยเฉพาะวัยรุ่นหญิง เป็นข่าวมากมายตาม หน้าหนังสือพิมพ์ สื่อวิทยุ
โทรทศั น์ เปน็ ต้น
การเท่ียวกลางคืนของผู้หญิงมีโอกาสท่ีเสี่ยงต่อภั ยอันตรายมาก โดยเฉพาะในเรื่องการ
มี เพ ศ สัม พั น ธ์ อาจจะเป็ น ภั ยจากคู่ รัก เพื่ อ น ค น ที่ เคย รู้จัก ค น ที่ เพ่ิ งรู้จักห รือ ไม่ เค ยรู้จั ก
วัยรุ่นหญิงที่รักตนเอง รักพ่อแม่ รักดี อยากมีอนาคตที่สดใส ควรหลีกเล่ียงการเท่ียวกลางคืน
หรือทาตัวให้เสย่ี งดงั กล่าว
สาหรบั วยั รุน่ ชายท่ีเท่ียวกลางคนื ก็มโี อกาสเสี่ยงอนั ตรายเชน่ กัน
1. การทะเลาะวิวาทและทาร้ายร่างกายในระหว่างกลมุ่ วยั รุ่นที่ไปเท่ียวกลางคนื ทาใหไ้ ดร้ ับบาดเจ็บ
ในรายที่รุนแรงอาจถงึ ทพุ พลภาพหรอื เสียชวี ติ
2. ถูกชิงทรัพย์ มักเกิดหลังสถานบันเทิงปิดบริการแล้ว หรือในระหว่างทางกลับบ้าน
วัยรนุ่ บางรายอาจอยใู่ นอาการมึนเมา ไม่อยใู่ นภาวะที่ปกปอ้ งตนเองได้
3. เกดิ อบุ ตั เิ หตุ เชน่ วยั รนุ่ เมาแลว้ ขบั
4 . ติ ด โร ค ท า ง เพ ศ สั ม พั น ธ์ เนื่ อ ง จ า ก วั ย รุ่ น ด่ื ม เค ร่ื อ ง ด่ื ม ที่ มี แ อ ล ก อ ฮ อ ล์ ห รื อ
ถูกบังคบั ข่มขู่โดยไม่รู้เทา่ ทัน ขาดสติ ทาให้มเี พศสมั พนั ธโ์ ดยไม่ป้องกนั
5 . ติ ด ส า ร เส พ ติ ด วั ย รุ่ น บ า งค น อ า จ ถู ก ชั ก ช ว น ถู ก ห ล อ ก ล ว งให้ ใช้ ส า ร เส พ ติ ด
กว่าจะรกู้ ็สายเกนิ ไปและยากทจี่ ะถอนตัวได้
ขน้ั สรปุ
การปอ้ งกันภยั
จากภัยแทก็ ซ่ี (กรณีน่งั รถแท็กซค่ี นเดียว)
1. ถ้าคนขับชวนคุยเร่ืองส่วนตัว หรือแสดงท่าทีไม่ดี ให้ทาเสียงเคร่งขรึม วางมาด พูดให้น้อย
คนรา้ ยยอ่ มเลอื กเหย่ือทที่ า่ ทางไมร่ ะวงั ตวั
2. ถ้าคนขับมองผ่านกระจกมองหลังด้วยสายตาไม่น่าไว้ใจ หรือปรับกระจกมองข้างหลัง
มองดหู น้าอก ใหแ้ สดงอาการระวงั ตวั ทนั ที ถา้ ไม่สบายใจบอกให้คนขับ จอดและขอลงกลางทาง
3. ถ้าคนขับออกนอกเส้นทาง ทักท้วงแล้วให้หยิบโทรศัพท์โทรหาที่บ้านญาติหรือ คนรักทันที
แ จ้ ง ว่ า อ ยู่ ท่ี ไ ห น ร า ย ล ะ เอี ย ด ข อ ง ร ถ ท ะ เ บี ย น สี ย่ี ห้ อ แ ล ะ ชื่ อ ค น ขั บ
ทีต่ ดิ อยู่ในรถพรอ้ มกับรายละเอียดสถานที่
4. ถ้ารู้สึก ง่วงให้ แวะที่ ร้าน ส ะด วก ซ้ือ แล้วห าท างก ลับ บ้ าน ด้ วยวิธีอื่น ท่ี ป ล อ ดภั ย
ห้ามปลอ่ ยตวั ให้หลบั บนรถเป็นอนั ขาด
5. ถ้าแท็กซ่ีไม่ยอมให้ลงจากรถ ให้ใช้เทคนิคสร้างความตกใจ โดยช้ีโบ๊ชี้เบ๊ไปข้างหน้า
แ ล้ ว ร้ อ ง โ ว ย ว า ย อ อ ก ม า ล่ั น ร ถ เช่ น ต า ร ว จ !! ห รื อ เฮ้ ย นั่ น !! ผู้ ขั บ ข่ี ทุ ก ค น
จะตกใจและเบรกอย่างอตั โนมตั ิ วินาทีนนั้ คณุ ต้องลงจากรถวิ่งหนไี ปให้ไกลทีส่ ดุ
6. ทาแบบทดสอบหลงั เรียน
สอ่ื การเรยี นรู้
สอ่ื สง่ิ พิมพแ์ ละอปุ กรณ์
1. หนงั สอื เรยี นวิชาเพศวิถศี ึกษา ของสานักพิมพศ์ นู ย์สง่ เสริมวิชาการ (2562)
2. แผนการจดั การเรยี นรูว้ ชิ าเพศวถิ ีศึกษา
3. แผ่นปา้ ยกระดาษหัวขอ้ ญตั ติ
การวดั และการประเมินผล
1. แบบทดสอบและการเขา้ ร่วมกิจกรรม
2. แบบประเมนิ พฤตกิ รรมตามหลักปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง
แบบประเมนิ พฤตกิ รรมตามหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
วันท.่ี ..............เดอื น......................................พ.ศ. ...............
ช่ือ (นาย/น.ส.).........................................................................................ระดับชนั้ ...................
ลาดั พฤตกิ รรมทปี่ ระเมิน ระดับคะแนน หมายเหตุ
บ 123
1 ศึกษาและทาความเข้าใจกบั เน้ือหาที่ ความหมายของระดับคะแนน 3 =
ไดร้ ับมอบหมายและของสมาชิก ....... ......... ....... ปฏิบตั อิ ย่างสม่าเสมอ
2 เตรยี มเคร่ืองมอื และอปุ กรณ์ได้อย่าง
โดยไมต่ ้องมีการช้นี าหรอื ตกั เตือน
เหมาะสม 2 = ปฏบิ ตั บิ า้ งในบางคร้ัง
....... ......... ....... จากการเชญิ ชวน หรอื ชน้ี า
3 ใช้วสั ดุอปุ กรณ์ตามงบที่มีอยู่ ....... ......... ....... 1 = ตอ้ งสั่ง บังคบั
ว่ากลา่ วหรอื ตกั เตือน ถึงจะปฏิบตั ิ
4 แบ่งงานและหนา้ ท่ีของสมาชิกตามความ หรอื มักจะปฏิบตั ิในทางที่ผิดเสมอ
สามารถ ....... ......... ....... เกณฑก์ ารประเมิน
5 สมาชกิ เสนอความคิดเห็นหลากหลาย ....... ......... ....... 26 – 30 คะแนน = ดมี าก
6 มคี วามขยนั มนี า้ ใจ และแบง่ ปนั 21 – 25 คะแนน = ดี
7 เกดิ ความรักและความสามคั คี ....... ......... ....... 16 – 20 คะแนน = พอใช้
8 แลกเปลย่ี นความรซู้ ่ึงกนั และกนั
....... ......... ....... 0 – 15 คะแนน = ปรบั ปรุง
....... ......... .......
9 เกิดความภาคภูมิใจในผลงาน ....... ......... .......
10 สามารถนาความรไู้ ปใช้ใหเ้ กดิ ประโยชน์
ต่อสว่ นรวม ....... ......... .......
รวม (คะแนนเตม็ 30 คะแนน)
บนั ทึก
............................................................................................................................. .................................
................................................................................................................................... ...........................
ลงชอื่ .........................................................
...................ผปู้ ระเมิน
แผนการจดั การเรยี นรูแ้ บบเน้นสมรรถนะและบรู ณา หน่วยที่ 4
การ
สอนคร้งั ท่ี 7-8
วิชา : เพศวิถีศึกษา (20000-1602) จานวน 2 ชว่ั โมง
ชอื่ หน่วย : ครอบครัวคณุ ภาพ
บทนา
ความรัก ความสัมพันธ์ในครอบครัวเป็นสิ่งที่ละเอียดอ่อนที่ต้องให้ความสาคัญ เพราะหากคนใน
ครอบครัวมีความสัมพันธ์กันมากพอย่อมเป็นเร่ืองง่ายที่จะจับมือกันก้าวผ่านปัญหาอุปสรรคต่าง ๆ ท่ีเข้ามา
ไมว่ ่าจะเป็นปญั หาชีวิตคู่ ปัญหาการเรยี น ปญั หาเพ่ือน ปัญหาท่ีทางาน เป็นต้น
จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. อธบิ ายการสรา้ งความสขุ ให้กบั ครอบครวั ได้
2. บอกถึงความรักวัยใส มเี ซ็กซ์เม่ือถึงวยั อันควรได้
3. อธบิ ายสิทธิประโยชนข์ องหญิงตงั้ ครรภไ์ ด้
4. อธิบายมหศั จรรย์ 1,000 วันแรกของชีวติ ได้
5. อธิบายกระบวนการทางความคิดของสมองสว่ นหนา้ ได้
สมรรถนะประจาหน่วย
ผู้เรียนมคี วามรู้ ความเขา้ ใจเกี่ยวกบั ครอบครัวคุณภาพและการใช้ชีวิตในยคุ ศตวรรษท่ี 21
สาระการเรยี นรู้
1. สร้างสขุ ครอบครวั
2. ความรกั วัยใส มีเซก็ ซ์เมอ่ื ถงึ วยั อนั ควร
3. สิทธปิ ระโยชน์ของหญงิ ตงั้ ครรภ์
4. มหัศจรรย์ 1,000 วนั แรกของชีวติ
5. EF สทู่ ักษะศตวรรษท่ี 21
กิจกรรมการเรียนรู้
ขั้นนาเข้าสู่บทเรียน
1. ผู้สอนชแ้ี จงจุดประสงค์การเรียนรู้ของกิจกรรม “ครอบครัวดีมคี วามสขุ ”
2. แบ่งกลุ่มผู้เรียนเป็นกลุ่ม 5-6 คน ให้ตัวแทนแต่ละกลุ่มจับสลากว่ากลุ่มไหนจะได้เป็นผู้เสนอ
หัวข้อกอ่ น
- ครอบครวั ที่ประสบความสาเร็จในการประกอบอาชีพธรุ กิจ
- ครอบครัวท่ีประสบความสาเรจ็ ในการประกอบอาชีพอสิ ระ
- ครอบครวั ท่ีแตง่ งานเม่ืออายนุ อ้ ย (วยั เรยี น)
- ครอบครวั ท่ลี ูกประสบความสาเร็จในอาชพี เม่ืออายนุ ้อย
- ครอบครวั ของเถ้าแกน่ ้อย
- ครอบครวั ที่มีลูกกตัญญชู ่วยเลี้ยงดูพ่อแม่
3. ให้ตัวแทนกลุ่มจานวน 3 คนออกมานาเสนอและอภิปราย
4. ผู้สอนชวนผู้เรียนคุยเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างหนุ่มสาวที่พบรักกันในวั ยเรียน ทางาน
แต่งงานตามประเพ ณี วัฒ นธรรมไท ยเป็ น อย่างไร ผู้เรียน แลกเปลี่ยน ความคิดเห็ น
และถ้าไม่เปน็ ไปตามทค่ี วรจะสง่ ผลตอ่ ชีวิตครอบครัวอย่างไร
5. ผู้สอนช วน ผู้เรียนคุยเรื่องครอบ ครัวท่ีอบอุ่น มีความสุขอย่างพ อเพี ยง เห มาะสม
เป็ น อ ย่ า ง ไร ผู้ เรี ย น อ ย า ก ให้ เป็ น แ บ บ น้ั น ห รื อ ไม่ ทุ ก ค น ช่ ว ย กั น ส ร้ า งค ว า ม รั ก
ค ว า ม อ บ อุ่ น เอ า ใ จ ใ ส่ เอื้ อ อ า ท ร ต่ อ กั น อ ย่ า ง ไ ร ย อ ม รั บ ใ น ค ว า ม แ ต ก ต่ า ง
และสร้างบรรยากาศท่ีดใี นครอบครัวอย่างไร
ข้นั สรุป
1. ผสู้ อนและผเู้ รียนช่วยกนั สรปุ
2. ผ้สู อนให้ผ้เู รยี นทาแบบทดสอบหลังเรียน
สอ่ื การเรียนรู้
ส่อื สิ่งพิมพ์
1. หนงั สือเรียนวชิ าเพศวิถีศกึ ษา ของสานักพมิ พศ์ นู ยส์ ง่ เสริมวิชาการ (2562)
2. แผนการจัดการเรียนรู้วิชาเพศวถิ ีศึกษา
การวดั และการประเมนิ ผล
1. แบบทดสอบและการเข้าร่วมกิจกรรม
2. แบบประเมินพฤตกิ รรมตามหลักปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง
แบบประเมินพฤตกิ รรมตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
วันที.่ ..............เดือน......................................พ.ศ. ...............
ชื่อ (นาย/น.ส.).........................................................................................ระดบั ชั้น...................
ลาดั พฤตกิ รรมทีป่ ระเมิน ระดบั คะแนน หมายเหตุ
บ 123
1 ศึกษาและทาความเข้าใจกบั เนอื้ หาท่ี ความหมายของระดบั คะแนน 3 =
ได้รับมอบหมายและของสมาชิก ....... ......... ....... ปฏิบัตอิ ย่างสมา่ เสมอ
2 เตรียมเครื่องมือและอปุ กรณไ์ ดอ้ ยา่ ง
โดยไม่ตอ้ งมกี ารช้นี าหรือตกั เตอื น
เหมาะสม 2 = ปฏิบตั ิบา้ งในบางคร้งั
....... ......... ....... จากการเชิญชวน หรือชี้นา
3 ใช้วสั ดอุ ปุ กรณต์ ามงบท่ีมอี ยู่ ....... ......... ....... 1 = ตอ้ งส่งั บงั คบั
วา่ กลา่ วหรอื ตกั เตอื น ถึงจะปฏิบตั ิ
4 แบง่ งานและหนา้ ที่ของสมาชิกตามความ
หรือมกั จะปฏบิ ัตใิ นทางทผ่ี ดิ เสมอ
สามารถ ....... ......... ....... เกณฑก์ ารประเมิน
5 สมาชกิ เสนอความคิดเห็นหลากหลาย ....... ......... ....... 26 – 30 คะแนน = ดีมาก
6 มคี วามขยนั มีนา้ ใจ และแบง่ ปนั ....... ......... ....... 21 – 25 คะแนน = ดี
7 เกิดความรกั และความสามัคคี 16 – 20 คะแนน = พอใช้
8 แลกเปล่ียนความร้ซู ง่ึ กนั และกนั ....... ......... ....... 0 – 15 คะแนน = ปรบั ปรุง
....... ......... .......
9 เกดิ ความภาคภูมิใจในผลงาน ....... ......... .......
10 สามารถนาความรไู้ ปใช้ใหเ้ กดิ ประโยชน์
ตอ่ ส่วนรวม ....... ......... .......
รวม (คะแนนเตม็ 30 คะแนน)
บันทกึ
............................................................................................................................. .................................
..............................................................................................................................................................
ลงช่อื ............................................................................ผปู้ ระเมนิ
แผนการจดั การเรียนรู้ หนว่ ยท่ี 5
วชิ า : เพศวถิ ีศึกษา (20000-1602) สอนครงั้ ท่ี 9-10
ชอ่ื หนว่ ย : ทอ้ งไมพ่ รอ้ ม จานวน 2 ชวั่ โมง
บทนา
นายแพทย์วชิระ เพ็งจันทร์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า การผลักดัน พ.ร.บ. การป้องกันและแก้ไข
ปัญหาการต้ังครรภ์ในวัยรุ่นได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน นาโดยกระทรวงสาธารณ สุข
กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงพัฒนาสังคมและความม่ันคงของมนุษย์ กระทรวงแรงงาน และ
กระทรวงมหาดไทย พร้อมทั้งกระทรวงที่คอยให้การสนับสนุนเป็นอยา่ งดี คอื กระทรวงวฒั นธรรม กระทรวง
เทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสาร รวมถึงกระทรวงยุติธรรม โดยเนื้อหาใน พ.ร.บ. ได้มุ่งให้วัยรุ่นไทย
ตระหนกั รูใ้ นสทิ ธแิ ละหนา้ ทีข่ องตนเอง
จุดประสงค์การเรยี นรู้
1. อธิบายสขุ ภาพมารดาได้
2. อธิบายสถานการณก์ ารตัง้ ครรภ์ในวยั รนุ่ ไทยได้
3. ตระหนักถงึ พฤตกิ รรมเสีย่ งทางเพศของวัยรนุ่ ได้
4. อธิบายการตง้ั ครรภใ์ นวัยร่นุ ในมุมมองของสงั คมได้
สมรรถนะประจาหน่วย
ผู้เรียนมีความรู้ ความเข้าใจสถานการณ์การตั้งครรภ์ในวัยรุ่นและตระหนักถึงพฤติกรรมเส่ียงทาง
เพศ
สาระการเรียนรู้
1. สขุ ภาพของมารดา
2. สถานการณก์ ารตงั้ ครรภใ์ นวยั ร่นุ ไทย
3. พฤติกรรมเสย่ี งทางเพศของวัยร่นุ
4. การต้ังครรภ์ในวยั รนุ่ มุมมองของสังคม
กิจกรรมการเรียนรู้
ขั้นนาเข้าสบู่ ทเรียน
กิจกรรมท่ี 1
1. ผู้สอนชี้แจงจุดประสงค์การเรียนรู้ในกิจกรรม “ทางเลือก” เม่ือต้องเลือก...ทางเลือก
ของคน ๆ ห น่ึ ง อ า จ จ ะ เห มื อ น ห รื อ แ ต ก ต่ า ง จ า ก ท า ง เลื อ ก ข อ ง อี ก ค น ห น่ึ ง
แต่ไมว่ ่าจะเลือกทางใดไมม่ ใี ครจะตดั สนิ ได้วา่ ทางเลอื กนนั้ ถกู หรือผดิ
ทางเลือกที่ดีท่ีสุด คือ ทางเลือกที่เลือกโดยตัวเอง เลือกโดยที่รับรู้ข้อมูลต่าง ๆ อย่างครบถ้วน
และเลอื กโดยพรอ้ มจะเผชิญกบั ผลจากทางเลือกนั้น
ขนั้ สอน
1. เปิดวีดิทัศน์ หนงั สน้ั เรอ่ื ง “ทางเลอื กของโครงการรณรงค์ Up To Me”
เร่อื งย่อ
ทางเลือก เป็นเรื่องราวชีวิตบางส่วนของนักเรียนมัธยมปลายในโรงเรียน แห่งหนึ่ง
เร่มิ ขนึ้ เม่อื ธญั ชวนแฟนสาว ออย ไปท่บี ้าน
ผู้หญิงในกลุ่มของออยมีความคิดเห็นแตกต่างกัน แหวว เด็กสาวท่ีเห็นเรื่อง
เพ ศ สั ม พั น ธ์ข อ งช าย -ห ญิ งเป็ น เรื่อ ง “ป ก ติ ” ข อ งค น รัก ก็ ส นั บ ส นุ น ให้ อ อ ย ไป
พ ร้ อ ม แ น ะ น า วิ ธี ป้ อ ง กั น ไม่ ให้ ท้ อ ง ข ณ ะ ท่ี เพ่ื อ น อี ก ส อ งค น ไม่ เห็ น ด้ ว ย อุ่ น
นักเรียนหญิ งท่ีเห็นเรื่องเรียน เป็นเร่ืองสาคัญ ที่สุด และตั้งใจว่าจะไม่ยุ่งกับเร่ืองน้ี
จนกว่าตนเองจะโตพอและ กุ้ง เด็กสาวที่มีประสบการณ์อันเจ็บปวดจากการทาแท้ง
และคิดวา่ ตัวเองเปน็ ผหู้ ญิงไม่ดี
ใ น ก ลุ่ ม เพื่ อ น ช า ย เ ป้ ง เด็ ก วั ย รุ่ น ช า ย ที่ มี ค ว า ม สั ม พั น ธ์ กั บ
เพ่ื อ น ห ญิ ง ห ล า ย ค น โด ย โย น เรื่ อ ง ก า ร ป้ อ ง กั น ให้ เป็ น เร่ื อ ง ข อ ง ผู้ ห ญิ ง เป้ ง
เคยมีความสัม พั น ธ์กับ กุ้งจน เธอท้ องและท าแท้ ง เร่ืองน้ี ถูกกล่าวขึ้น มาใน กลุ่ม
เพอ่ื นผ้ชู ายในวนั หนงึ่ ต้ัม ซ่ึงแอบชอบกุ้งอยู่รู้สกึ ว่า เป้งเปน็ ผู้ชายทีไ่ ม่รับผดิ ชอบเลย
เรื่องราวด าเนิ น ม าจน กระทั่ ง ออ ย แน่ ใจว่าตั วเองท้ อง เธอและธัญ
ได้หาข้อมูลเพื่อเลือกเส้นทางในจุดวิกฤตของชีวิตจากเพื่อนและอาจารย์ ไม่ว่าจะเป็น
ทาแท้งหรอื ทอ้ งตอ่ ในวัยเรยี น
ทางเลือก ยังสะท้อนทัศนคติเรื่องเพศในมุมมองของพ่อ แม่ ครูและวัยรุ่น
ซง่ึ ตา่ งคนอาจจะไมเ่ คยรับรูม้ ากอ่ นวา่ แตล่ ะคนคดิ อยา่ งไร
เมื่อท้องไม่พร้อมขึ้น ไม่ว่าจะเลือกก้าวต่อไปบนเส้นทางใด ล้วนสร้าง
ความรู้สึกเจ็บปวดให้กับคนท่ีเกี่ยวข้องทั้งส้ิน เมื่อต้องเลือก ออยและธัญได้ตัดสิน
เลือกทางท่ีดที ่ีสุดสาหรบั พวกเขา
2 . ผู้ ส อ น ช ว น ผู้ เรี ย น คุ ย เร่ื อ ง เก่ี ย ว กั บ ตั ว แ ส ด ง ใน เรื่ อ ง แ ล ะ ถ า ม ค ว า ม คิ ด เห็ น
และให้ช่วยกันวิเคราะห์ว่าแต่ละคนเป็นอย่างไร นักเรียนหญิงอยากเป็นใครมากที่สุด เพราะอะไร
และไม่อยากเป็นใครด้วยเหตุผลใด สาหรับนักเรียนชาย อยากเป็นใครมากท่ีสุดเพราะอะไร
มผี ชู้ ายในเรอ่ื งใครบ้างท่เี ป็นคนทีม่ ีเหตผุ ล และมีความรบั ผิดชอบ
ขั้นสรปุ
1 . ผู้ ส อ น ช ว น ผู้ เรี ย น ช่ ว ย กั น วิ เค ร า ะ ห์ ว่ า แ ต่ ล ะ ค น มี ท า ง เลื อ ก เป็ น อ ย่ า ง ไร
เหมอื นกนั /แตกต่างกันหรอื ไม่ เพราะเหตผุ ลใด
2. ผู้สอนช่วยวิเคราะห์ว่า ถ้าออยและธัญเป็นเพื่อนของนักเรียนจะให้แก้ปัญหา วิกฤตนี้อย่างไร
เพราะเหตุใด มที างเลือกท่ีจะแนะนาออยและธญั อย่างไร
3. ผู้สอนให้ผู้เรียนไปค้นข้อมูล “การต้ังครรภ์ไม่พร้อม ” ถ้าผู้เรียนมีความคิดเห็นว่า
ออยและธัญ ควรท้องต่อ และหาผลกระทบจากการท้องไม่พร้อม และบอกเหตุผลว่า
แนะนาแบบนี้เพราะอะไร
4. ผู้สอนให้ผู้เรียนไปค้นข้อมูล “การทาแท้งเถ่ือน/การยุติการตั้งครรภ์ท่ีกฎหมายมาตรา 305
และแพทยสภากาหนดในกรณีใดบ้าง และหาผลกระทบจาก การทาแท้งเถ่ือนและบอกเหตุผลว่า
ทาไมจึงเลอื กแนะนาใหย้ ุติการตัง้ ครรภ์
5. ผู้สอนสรุปหากเผชิญสถานการณ์ท้องไม่พร้อมต้องรู้ว่า เรามีทางเลือกเสมอ การหาข้อมูล
เพื่ อป ระกอบการตัดสินใจ หรือป รึกษ าผู้ใหญ่ ท่ี เราไว้ใจ จะช่วยเราใน การตัดสิน ใจ
เลือกสิ่งที่เป็นผลดีกบั เราและสอดคลอ้ งกบั ความต้องการของตนเอง
6. ผสู้ อนให้ผู้เรยี นทาแบบทดสอบหลงั เรยี น
ขอ้ มลู แนะนา
เมอื่ ท้องไม่พร้อมทาอย่างไรดี
หากสงสัยว่าตัวเองตั้งครรภ์ ให้ตรวจสอบโดยชุดทดสอบการตั้งครรภ์ ซ่ึงสามารถซ้ือได้
ตามร้านขายยา หรือร้านสะดวกซื้อ และควรตรวจกับแพทย์เพื่อยืนยันอีกครั้งหน่ึง และหากพบว่า ตัวเอง
“ท้องจริง” อย่าเพ่ิงวิตกกังวล ให้ตั้งสติให้ดี คิดทบทวนว่าจะจัดการกับชีวิตอย่างไร ถ้าคิดคนเดียวไม่ออก
อ า จ จ ะ เลื อ ก พู ด คุ ย กั บ แ ฟ น พ่ อ แ ม่ ค น ท่ี เร า ไว้ ใจ ห รื อ ห น่ ว ย งา น ท่ี รั บ ให้ ค า ป รึ ก ษ า
เพ่อื ประเมินหาทางเลือกท่ีเป็นไปได้และเหมาะสม
หากเลือกทจ่ี ะทอ้ งต่อ สิง่ ทีค่ วรปฏิบตั ดิ งั นี้คือ
- วางแผนให้ชัดเจนว่า เราจะดาเนินชีวิตอย่างไร ระหว่างตั้งท้อง คลอด และ
เล้ียงดูลกู ในระยะยาวได้อย่างมคี ณุ ภาพ
- ไปรับฝากท้องท่ีโรงพยาบาลเพ่ือตรวจร่างกาย รับวัคซีน และตรวจดู พัฒนาการทารก
รบั ยาบารุงเพอื่ การคลอดท่ีปลอดภัยและทารกท่แี ข็งแรง
- หากไม่มีครอบครัวหรือคนใกล้ชิดดูแลช่วยเหลือระหว่างต้ังท้อง คลอด และหลังคลอด
สามารถติดตอ่ ขอรับบรกิ ารบ้านพกั ชว่ั คราวได้
- หากไม่พร้อมที่จะดูแลเด็กในระยะยาว สามารถติดต่อหน่วยงานเพื่อหาผู้อุปการะ
บุตรบญุ ธรรมได้
- การเลี้ยงดูเด็กในระยะยาวสามารถติดต่อขอรับความช่วยเหลือด้านอาชีพและ
สั งค ม ส งเค ราะ ห์ ห รือ เข้ าร่ว ม ก ลุ่ ม ส นั บ ส นุ น ต่ าง ๆ ห าก พิ จ ารณ าแ ล้ ว ว่า
ตัวเองยังไม่มีความพร้อมท่ีจะต้ังท้องและเล้ียงดูเด็กในระยะยาวได้อย่างมี คุณภาพ
จาเป็นต้องยุติการตั้งท้องเพ่ือปลอดภัยมากท่ีสุด ควรเลือกยุติเม่ือ ตั้งท้องไม่เกิน 3 เดือน
แ ล ะ ท า โ ด ย แ พ ท ย์ เ ท่ า นั้ น ปั จ จุ บั น มี ห น่ ว ย ง า น ใ ห้ บ ริ ก า ร
กับผู้หญิงท่ีตัดสินใจเลือกทางนี้โดยระบุบริการว่า “ปัญหาประจาเดือนไม่ปกติ”
และกฎหมายอนญุ าตใหผ้ ูห้ ญิงยตุ กิ ารตง้ั ครรภไ์ ด้ในกรณตี ่อไปน้ี
1. การตง้ั ครรภ์เป็นอันตรายต่อชีวิตและสุขภาพของผู้หญิง
2. ผูห้ ญิงที่มอี าการทางจติ ก่อนหรอื ขณะต้ังครรภ์
3. การต้ังครรภ์เกิดจากการข่มขนื
4. การตั้งครรภโ์ ดยที่ผูห้ ญิงอายตุ า่ กวา่ 15 ปี
เหตุผลของการยตุ กิ ารตงั้ ครรภ์ ได้แก่
1. หญิงต้งั ครรภท์ ่ีมปี ัญหาสุขภาพ เช่น ติดเชอ้ื เอชไอวี หดั เยอรมนั ฯลฯ
2. ทารกในครรภ์ติดเชื้อโรคร้ายแรง โรคทางพันธุกรรม ภ าวะวิกลรูปแต่กาเนิด
หรือบกพรอ่ งของระดบั สตปิ ญั ญา (ดาวน์) ทาลสั ซเี มีย
3. การต้ังครรภ์เน่ืองจากการถูกขม่ ขืนกระทาชาเรา หรอื ตั้งครรภ์กบั ผรู้ ว่ มสายโลหิต
4 . ปั ญ ห า สั ง ค ม ปั ญ ห า เศ ร ษ ฐ กิ จ ปั ญ ห า ค ร อ บ ค รั ว ได้ แ ก่ ก า ร ต้ั ง ค ร ร ภ์
ภายหลังจากการคุมกาเนิดผิดพลาดหรือล้มเหลว ตั้งครรภ์นอกสมรส หรือขณะเรียน
ถูกฝ่ายชายทอดทิ้งไม่รับผิดชอบ
5. ปัญหาสุขภาพจิตขณะต้ังครรภ์ บางรายเกิดความเครียดจากการตั้งครรภ์ ท่ีไม่พึงประสงค์
มีภาวะซึมเศร้าและพยายามฆา่ ตวั ตาย เปน็ ต้น
คานยิ าม
การทาแท้ งท่ีไม่ปลอดภัย (unsafe abortion) หมายถึง การสิ้นสุดการต้ังครรภ์โดย
ผู้ท่ี ไม่มีความเช่ียวชาญ ห รือทั กษ ะที่จาเป็ น หรือใน สถาน ท่ี ท่ี ขาดมาตรฐาน ข้ันต่าที่ จาเป็ น
ทางการแทพยห์ รอื ท้งั สองอยา่ ง (องคก์ ารอนามัยโลก, 1992)
ดังนั้ น การท าแท้ งใน ป ระเท ศไท ยยังไม่มี ข้อมูลที่ ชัดเจน เน่ื องจากการท าแท้ ง เป็ น
การกระทาที่ผิดกฎหมายอาญา การทาแท้งพบบ่อยในช่วงอายุ 15-29 ปี 1 ใน 3 ของผู้ที่ทาแท้ง เป็นวัยรุ่น
จาน วน ค รึ่งห น่ึ งของการท าแท้ งอยู่ใน ช่วงอายุ 15 -24 ปี และ 1 ใน 4 เป็ น การท าแท้ งซ้า
เหตุผลหนึ่งของการทาแท้ง คือเรียนยังไม่จบ นอกจากนี้ ประมาณ ครึ่งหน่ึงของการทาแท้ งที่
ผิดกฎหมายกระทาเม่ืออายุครรภ์เกิน 12 สัปดาห์ข้ึนไป ทาให้เกิดภาวะแทรกซ้อนท่ีรุนแรง ถึงข้ันเสียชีวิต
และต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล วัยรุ่นท่ีต้ังครรภ์มักไม่ปรึกษาพ่อแม่ แต่ปรึกษาเพ่ือนและหรือคนรัก
ทาให้ตัดสินใจ สิ้นสุดการต้ังครรภ์โดยการทาแท้งท่ีไม่ปลอดภัย และในปัจจุบันมีการส้ินสุดการตั้งครรภ์
ทปี่ ลอดภยั โดยใช้ยาและการปรบั ระดูในอายุครรภ์ 9-12 สปั ดาห์ (เบญจพร ปัญญายง. 2553)
สือ่ การเรียนรู้
ส่อื ส่ิงพิมพ์
1. หนงั สือเรียนวชิ าเพศวถิ ีศึกษา ของสานกั พิมพศ์ นู ย์สง่ เสรมิ วชิ าการ (2562)
2. แผนการจดั การเรียนรวู้ ิชาเพศวิถีศึกษา
การวัดและการประเมนิ ผล
1. แบบทดสอบและการเข้ารว่ มกิจกรรม
2. แบบประเมินพฤติกรรมตามหลกั ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี ง
กจิ กรรมการเรยี นรู้ท่ี 2
1. ผู้สอนชี้แจงจุดประสงค์การเรียนรู้ “การหลีกเลี่ยงสถานการณ์เส่ียง” ว่าเป็นกิจกรรม
ท่ี ท าให้ ผู้ เรีย น ได้ ฝึก ทั กษ ะการป ระเมิ น สถาน ก ารณ์ ที่ จะท าให้ เกิด ค วาม เส่ีย ง และ
สามารถหลีกเล่ียงและป้องกันไม่ให้เกิดหรือตกอยู่ในสถานการณ์ เสี่ยงใด ๆ ที่เพ่ือน
หรอื คนรักชวนให้ทา
2. แ บ่ งผู้ เรีย น อ อ ก เป็ น ก ลุ่ ม 5 -6 ค น ให้ แ ต่ ล ะก ลุ่ ม เลื อ ก ส ถ าน ก ารณ์ ส ม ม ติ แ ล ะ
ให้พูดคุยเพื่อชว่ ยกนั วเิ คราะห์ และประเมนิ สถานการณ์
ประเด็นสถานการณส์ มมติ ดงั นี้
สถานการณท์ ่ี 1 ชวนเพ่อื นไปดูหนงั สือโป๊ของพ่ชี าย
สถานการณท์ ่ี 2 แฟนขอมีเพศสัมพันธด์ ้วย
สถานการณ์ที่ 3 แฟนชวนไปเทย่ี วหอพกั
สถานการณท์ ี่ 4 เพ่ือนชวนไปดืม่ เหล้าในงานเลย้ี งวนั เกิด
สถานการณท์ ี่ 5 เพื่อนชวนไปเล่นเกม
3. เมื่ อ แ ต่ ล ะ ก ลุ่ ม ได้ รับ ส ถ าน ก ารณ์ แ ล้ ว ให้ วิเค ราะ ห์ อ อ ก ม าเป็ น ก าร์ตู น ล าย เส้ น
โดยแต่ละคนเป็นตัวละครในสถานการณ์นั้น (ยกเว้นพ่อกับแม่) และทุกคนต้องมี บทพูดในแต่ละ
เฟรม (เขียนประมาณ 6-10 เฟรม)
- ถ้าอยู่ในสถานการณ์ น้ันจะเป็นอย่างไร คิดว่าต่อไปเหตุการณ์ จะเป็นอย่างไ ร
และจะปฏเิ สธไม่ใหส้ สู่ ถานการณว์ ิกฤตอยา่ งไร
- มีทางเลอื กที่จะแกไ้ ขสถานการณ์อะไรบ้าง
4. ผลจากการวิเคราะห์ คาดว่าจะเกิดจากทางเลือกที่จะแก้ไขสถานการณ์น้ันคืออะไร
และจะคิดวา่ จะจดั การอย่างไร
5. ให้แตล่ ะกลมุ่ แลกเปลีย่ นกับเพอื่ นกลมุ่ อื่นได้ดกู ารวเิ คราะห์ในรปู การต์ ูน
5. ผสู้ อนชวนผเู้ รยี นคุยประเด็น
- คณุ ค่าของตนเองสง่ ผลดอี ยา่ งไร
- เหตใุ ดหรอื ปจั จยั ทที่ าใหว้ ยั รุ่นตอ้ งการมเี พศสมั พันธ์
- อารมณท์ างเพศของวยั รนุ่ เกดิ ขึน้ ไดอ้ ย่างไร
- พฤติกรรมที่เสีย่ งต่อการมเี พศสัมพันธ์
- เมื่อเผชิญกับสถานการณ์เสี่ยงต่อการมีเพศสัมพันธ์จะแก้ไขกับสถานการณ์น้ัน อย่างไร
เป็นเรื่องยากหรอื งา่ ย
6. ผู้สอนและผูเ้ รียนชว่ ยกันสรุปประเดน็
สาระเพมิ่ เติม
พฤตกิ รรมเส่ียงต่อการมเี พศสัมพนั ธ์
วัยรุ่นมีความเปล่ียนแปลงและพัฒนาการอย่างรวดเร็วในเรื่องเพศ วัยรุ่นมักจะแสดงออกว่า
ตนเองเป็นผู้ใหญ่ และต้องการความเป็นอิสระ แต่ที่จริงก็ยังต้องการความม่ันใจ การเอาใจใส่ ห่วงใย
เม่ือเจอสถานการณ์ ลาบากคับขัน วัยรุ่นมักจะคิดถึงพ่ อแม่ผู้ปกครองเป็นอันดับแรก วัยรุ่น
ที่มีพื้นฐานความม่ันใจ มักจะตัดสินใจท่ีเป็นผลดีกับตนเองได้ดีกว่าเม่ือเปรียบเทียบกับวัยรุ่น
ท่ี ข า ด ค ว าม ม่ั น ใจ ว่ าต น เอ งยั งมี คุ ณ ค่ า เป็ น ท่ี ต้ อ งก าร ข อ งค รอ บ ค รั ว ดั งนั้ น จึ งมี วั ย รุ่ น
บางสว่ นท่ีมักจะมพี ฤตกิ รรมเสี่ยงต่อการมีเพศสัมพนั ธ์ ดงั นี้
1. สนใจเรื่องเพศมาก โดยปกติเป็นธรรมชาติของวัยรุ่นที่สนใจเรื่องเพศ แต่ถ้าหมกมุ่น
กับเร่ืองน้ีมาก และโอกาสหรือสถานการณ์เอื้ออานวย วัยรุ่นอาจมีเพศสัมพันธ์โดย ไม่ตั้งใจ
หรือปล่อยใหเ้ ปน็ ไปตามความต้องการ และไม่ไดค้ ิดถงึ ผลกระทบ ทีจ่ ะเกิดขึ้นภายหลัง
2. มีค วามมั กม ากใน กาม วัยรุ่น จาน วนห น่ึ งที่ ห มกมุ่นใน เร่ืองเพ ศมากเกิน ไป เช่น
มีการสาเร็จความใคร่ด้วยตนเองบ่อยครั้ง โดยไม่พยายามหลีกเล่ียง หรือจัดการกับ
อารมณท์ างเพศอย่างเหมาะสม เป็นบคุ คลทม่ี ีความเสยี่ งตอ่ การมีเพศสมั พนั ธ์มาก
3. ชอบถูกเนื้อต้องตัวเพศตรงข้าม และชอบให้เพศตรงข้ามถูกเน้ือต้องตัว มักพบใน
วัยรุ่นชายท่ีชอบถอื โอกาส ถา้ มีโอกาสหรอื สถานการณเ์ อื้ออานวยกอ็ าจถงึ ข้นั การมี เพศสัมพนั ธ์ได้
4. คิดว่าการมีเพศสัมพันธ์ไม่ใช่เร่ืองเสียหาย ไม่ว่าชายหรือหญิงท่ีคิดเช่นนี้จะเป็นผู้ท่ี เส่ียง
ต่อการมีเพศสัมพันธ์มาก ผู้ชายมักจะคิดเช่นนี้ ซ่ึงเป็นนิสัยติดตัวของผู้ชาย มาอยู่แล้ว
แ ต่ ถ้ า ผู้ ห ญิ งที่ คิ ด เช่ น นี้ ด้ ว ย ก็ นั บ ว่ าเป็ น ก าร ส นั บ ส นุ น ให้ ผู้ ช าย ส ม ห วั ง ม าก ข้ึ น
จนเป็นปัญหาสาคัญมาก เป็นความคิดที่นาไปสู่การมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร ซ่ึงจะก่อ
ใหเ้ กิดปญั หาตามมามากมาย เช่น การทาแทง้ เป็นต้น
5 . ช อ บ ดู สื่ อ ลามก ปั จ จุ บั น มี ส่ื อ ล า ม ก ม า ก ม า ย ต า ม ท้ อ งต ล า ด วั ย รุ่ น ห ล า ย ค น
รู้ว่าแ ห ล่ งซ้ื อ ข าย อ ยู่ ที่ ใด ก ารดู ส่ื อ ล าม ก ป ระเภ ท นี้ ท าให้ ผู้ ดู เกิ ด อ ารม ณ์ ท างเพ ศ
วัยรุ่นเป็นวัยที่อยากรู้อยากลอง เมื่อดูแล้วบางคร้ังอาจอยากทดลองทาตามคู่พระนาง
ใน เร่ื อ ง ล า ม ก น้ั น ดั ง วั ย รุ่ น ที่ มี ข่ า ว ใน ห นั ง สื อ พิ ม พ์ ว่ า ไป ข่ ม ขื น ห รื อ ไป มั่ ว สุ ม
มเี พศสัมพันธ์กนั แลว้ รบั สารภาพวา่ ทาตามอยา่ งในเรือ่ งลามกที่เคยดู
6. เป็นคนเจ้าชู้ คนเจ้าชู้คือคนท่ีชอบมีคู่รักหรือสามีภรรยามากกว่า 1 คน หรือมีไปเร่ือย ๆ
ตามความพ อใจ วัยรุ่น ที่ เป็ น คนเจ้าชู้จะใจกล้าใน เรื่องนี้ และขาดความรับ ผิดชอบ
ในเร่ืองที่ ตนเองกระทา ไม่รักใครจริง ถ้าเบ่ือก็พ ร้อมที่ จะท อดท้ิ ง บุคคลป ระเภ ท นี้
จะมีเพศสัมพันธ์ง่าย ๆ ไม่คิดอะไรมาก ผู้หญิงมักเป็นฝ่ายที่ต้องรับภาระในส่ิงที่เกิดขึ้น เช่น
เปน็ ฝ่ายตั้งครรภ์ หรอื ต้องคลอดลกู เลี้ยงลกู ตามลาพงั เปน็ ตน้
7. เคยมีประสบการณ์ทางเพศมาแล้ว ไม่ว่าเป็นผู้ชายหรือผู้หญิงท่ีเคยมีประสบการณ์
ใน ก ารมี เพ ศ สั ม พั น ธ์ ม าแ ล้ ว ใน ค ร้ังต่ อ ๆ ไป มั ก จ ะไม่ คิ ด ม าก ใจ ก ล้ าข้ึ น ไม่ ก ลั ว
หรอื ไมต่ ดิ ใจในเพศรส จึงเปน็ มูลเหตุทาให้เกิดความเส่ียงต่อการมีเพศสมั พันธซ์ ้าได้
8. เสพสารเสพติด ผู้ที่เสพสารเสพติดจะเกิดอาการมึนเมาเคลิบเคลิ้ม ขาดความรู้สึก ผิดชอบชั่วดี
ค รอ งส ติ ไม่ ได้ จึงมั ก ท าอ ะไรล งไป แ บ บ ไม่ คิ ด อ ะไรม าก ห รือ งง ๆ ไม่ ค่ อ ย รู้สึ ก ตั ว
พ อ มึ น เ ม า ก็ มี เ พ ศ สั ม พั น ธ์ โ ด ย ข า ด ค ว า ม ย้ั ง คิ ด อ า จ มี ก า ร ข า ย บ ริ ก า ร
ท า ง เพ ศ เพื่ อ น า เงิ น ม า เส พ ส า ร เส พ ติ ด ห รื อ ย อ ม มี เพ ศ สั ม พั น ธ์ เพื่ อ แ ล ก กั บ ส า ร เส พ ติ ด
ในกรณีท่ีติดสารเสพตดิ แล้ว
9. คิดไม่เป็น โดยไม่คิดถึงผลกระทบหลังจากมีเพศสัมพันธ์ว่าจะเป็นอย่างไร มักเป็นคน
แก้ปญั หาเฉพาะหน้าไปวนั หนงึ่ ๆ ไม่คิดถึงอนาคตว่าจะเปน็ อย่างไร ตัดสนิ ใจ โดยขาดสติ
10. ชอบคบเพื่อนที่เคยมีเพศสัมพันธ์มาแล้ว โดยอาจฟังเร่ืองเล่าจากเพ่ือน ทาให้เกิด
ความสนใจอยากรอู้ ยากลอง
11. อยากรู้อยากลอง วัยรุ่นเป็นวัยอยากรู้อยากลองอยู่แล้ว แต่ถ้าอยากรู้อยากลองเรื่องเพศ
นับว่าเป็นอันตราย ปัจจั ยที่กระตุ้นให้อยากรู้อยากลอง นอกจากมาจากตนเองแล้ว
ยงั อาจมาจากปัจจยั อื่น เชน่ เพื่อนชกั ชวน อา่ นหนงั สอื ลามก เปน็ ต้น
ส่อื การเรียนรู้
สอื่ สิ่งพิมพแ์ ละอุปกรณ์
1. หนังสือเรยี นวิชาเพศวิถศี ึกษา ของสานกั พิมพ์ศูนยส์ ่งเสริมวชิ าการ (2562)
2. แผนการจัดการเรยี นรู้วิชาเพศวถิ ีศกึ ษา
3. สถานการณเ์ สี่ยงตอ่ การมีเพศสมั พนั ธ์
4. กระดาษใช้แล้วดา้ นหลังว่าง กลุ่มละ 6-10 แผน่
(อาจใช้ 1 แผ่นตอ่ เฟรม ซึง่ ไม่ควรนอ้ ยกว่า 6 เฟรม)
การวดั และการประเมินผล
1. ประเมินผลจากการมีสว่ นร่วมในการทากิจกรรมและแบบทดสอบ
2. แบบประเมนิ พฤตกิ รรมตามหลกั ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี ง
แบบประเมินพฤติกรรมตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
วนั ท่ี...............เดอื น......................................พ.ศ. ...............
ชอ่ื (นาย/น.ส.).........................................................................................ระดบั ชั้น...................
ลาดั พฤติกรรมที่ประเมิน ระดบั คะแนน หมายเหตุ
บ 123
1 ศกึ ษาและทาความเข้าใจกบั เน้อื หาท่ี ความหมายของระดบั คะแนน 3 =
ไดร้ ับมอบหมายและของสมาชกิ ....... ......... ....... ปฏิบตั ิอย่างสม่าเสมอ
2 เตรยี มเคร่ืองมือและอุปกรณไ์ ดอ้ ยา่ ง
โดยไมต่ อ้ งมกี ารชี้นาหรือตกั เตือน
เหมาะสม 2 = ปฏิบตั บิ า้ งในบางคร้งั
....... ......... ....... จากการเชญิ ชวน หรอื ชน้ี า
3 ใชว้ ัสดอุ ปุ กรณ์ตามงบทม่ี ีอยู่ ....... ......... ....... 1 = ต้องส่ัง บังคับ
ว่ากลา่ วหรอื ตกั เตอื น ถงึ จะปฏิบัติ
4 แบ่งงานและหนา้ ท่ีของสมาชกิ ตามความ
หรอื มักจะปฏิบัติในทางที่ผดิ เสมอ
สามารถ ....... ......... ....... เกณฑ์การประเมิน
5 สมาชิกเสนอความคิดเหน็ หลากหลาย ....... ......... ....... 26 – 30 คะแนน = ดมี าก
6 มีความขยนั มนี า้ ใจ และแบง่ ปนั ....... ......... ....... 21 – 25 คะแนน = ดี
....... ......... ....... 16 – 20 คะแนน = พอใช้
7 เกิดความรกั และความสามคั คี ....... ......... ....... 0 – 15 คะแนน = ปรบั ปรุง
8 แลกเปลย่ี นความรูซ้ ง่ึ กนั และกนั
9 เกดิ ความภาคภมู ิใจในผลงาน ....... ......... .......
10 สามารถนาความรไู้ ปใช้ใหเ้ กดิ ประโยชน์
ต่อส่วนรวม ....... ......... .......
รวม (คะแนนเต็ม 30 คะแนน)
บนั ทึก
............................................................................................................................. .................................
............................................................................................................................. .................................
ลงชือ่ ............................................................................ผู้ประเมนิ
แผนการจดั การเรียนร้แู บบเนน้ สมรรถนะและบรู ณา หนว่ ยท่ี 6
การ
สอนคร้งั ที่ 11-12
วชิ า : เพศวิถีศึกษา (2000-1007) จานวน 2 ช่วั โมง
ช่อื หน่วย : สิทธิทางเพศ
บทนา
ประเทศไทยมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง แต่ขณะเดียวกันผลจากการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมใน
ระยะท่ีผ่านมา แม้จะให้ความสาคัญกับการกระจายผลประโยชน์จากการพัฒนาแล้ว แต่ยังคงปรากฏความ
เหล่ือมล้าอยู่ในสังคมไทยว่า “รวยกระจุก-จนกระจาย” ความเข้าใจเก่ียวกับการเปล่ียนแปลงของประชากร
นับต้ังแต่แรกเกิดจะช่วยให้เราเห็นอนาคต แนวโน้มของสังคม ตลอดจนความเส่ียงและปัญหาที่ประชาชน
ต้องเผชิญ การกาหนดนโยบายสาธารณะที่เหมาะสม เพื่อให้การจัดสรรทรัพยากรให้ทุกคนมี “โอกาส” ได้
เขา้ ถึงสทิ ธิขั้นพืน้ ฐานอยา่ งทัว่ ถงึ และเป็นธรรม
จดุ ประสงค์การเรียนรู้
1. อธิบายสทิ ธิทางเพศได้
2. อธิบายความหมายเก่ียวกับเพศและความเป็นเพศได้
3. อธิบายความหลากหลายทางเพศได้
4. อธิบาย พ.ร.บ. การป้องกนั และแกไ้ ขปัญหาการตง้ั ครรภ์ในวยั รุน่ พ.ศ. 2559 ได้
สมรรถนะประจาหน่วย
ผู้เรียนมีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับสิทธิทางเพศและ พ.ร.บ. การป้องกันและแก้ไขปัญหาการ
ตัง้ ครรภใ์ นวยั รุ่น พ.ศ. 2559
สาระการเรียนรู้
1. สิทธิทางเพศ
2. ความหมายเก่ยี วกบั เรอื่ งเพศและความเปน็ เพศ
3. ความหลากหลายทางเพศ
4. พ.ร.บ. การป้องกนั และแก้ไขปัญหาการตงั้ ครรภใ์ นวยั รุ่น พ.ศ. 2559
กจิ กรรมการเรียนรู้
ขน้ั นาเขา้ สบู่ ทเรยี น
1. ผู้สอนชี้แจงจุดประสงค์การเรียนรู้ในกิจกรรมนี้วา่ เพื่อให้ผู้เรียนเข้าใจถึงลักษณะ ตัวตนทางเพศ
(อั ต ลั ก ษ ณ์ ท า ง เพ ศ / เอ ก ลั ก ษ ณ์ ท า ง เพ ศ ) แ ล ะ วิ ถี ท า ง เพ ศ ข อ ง ค น ใน สั ง ค ม
ท่ี อ า จ เห มื อ น ห รื อ แ ต ก ต่ า งจ า ก ต น เอ ง เพ ร า ะ เป็ น เร่ื อ งข อ งร ส นิ ย ม ส่ ว น บุ ค ค ล
แต่อาจจะได้รบั ผลกระทบที่ตามมาจากการเลอื กแสดงรสนิยมหรือตัวตนทางเพศท่ีต่างไปจากสังคม
กาหนด
ขัน้ สอน
1. แบ่งผู้เรียนเป็นกลมุ่ ย่อย 4 กลุ่ม
- ใหม้ กี ลมุ่ ชายลว้ น 1 กลมุ่ กลุม่ หญิงล้วน 1 กลุ่ม และอีกสองกลมุ่ เปน็ ชายหญงิ รวมกนั
- การแบ่งกลุ่มตามเพศ ต้องการเปรียบเทียบว่าหญิงและชายมองความเป็นหญิง
ความเป็นชาย เหมือนหรือต่างกนั อย่างไร
2. ให้ผู้เรียนนารปู ภาพทีถ่ ่ายไว้
3. ผสู้ อนอธบิ ายส่ิงท่ตี อ้ งการใหก้ ลุม่ ทา ดังนี้
1) ให้กลมุ่ ชายลว้ นวเิ คราะหร์ ูปภาพ “ลกั ษณะของวัยรนุ่ หญิง”
2) ให้กลุ่มชายหญงิ รวมกนั วเิ คราะห์รปู ภาพ “ลกั ษณะของวัยรุน่ หญิงทท่ี ันสมัย”
3) ใหก้ ลุ่มหญิงลว้ นวเิ คราะห์รูปภาพ “ลักษณะของวยั รุ่นชาย”
4) ให้กล่มุ หญิงชายรวมกนั วิเคราะห์รปู ภาพ “ลกั ษณะของวัยรนุ่ ชายทที่ นั สมัย”
4. ให้ช่วยกันคิดว่าลักษณะของความเป็นวัยรุ่นหญิง ลักษณะของความเป็นวัยรุ่นชายเป็นอย่างไร
บทบาทหรือความคาดหวงั ของสงั คมของชายหญิงเป็นอย่างไร โดยให้เขียนไวใ้ นกระดาษ
5. ให้เวลาคิดและวิเคราะห์รูปภ าพกลุ่มละ 10 นาที จากนั้นให้แต่ละกลุ่มส่งตัวแทน
อธิบายผลการคดิ วิเคราะห์รปู ภาพ โดยให้เวลากลมุ่ ละ 3 นาที
6. ผู้สอนชวนผเู้ รยี นคุยจากรูปภาพ
- ผู้เรยี นคดิ ว่าวยั รนุ่ หญิง/ชายทกุ คนเปน็ อยา่ งทน่ี ักเรยี นนาเสนอหรอื ไมอ่ ย่างไร
- ลักษณะของวัยรุ่นหญิงท่ีแต่ละกลุ่มช่วยกันระดมความคิด แต่วัยรุ่นชายก็มีหรือเป็น ไปได้
มีอะไรบ้าง
7. ผู้สอนอธิบายความหมายของเพศสภาพหรือเพศทางสังคม (Gendler) หรือเพศสภาวะ
ว่าเป็นบทบาทหรือความคาดหวังทางสังคม วัฒนธรรม เช่น บอกว่าผู้หญิงควรทาตัว อย่างไร
ต้องใส่เสื้อผ้าสีอะไร ควรเรียนอะไร ควรทางานอะไร และมักถูกคาดหวังว่า ต้องคู่กับผู้ชาย
ต้องตั้งท้องเป็นแม่ ผู้ชายก็ถูกคาดหวังไว้เช่นเดียวกัน เช่น บอกว่าผู้ชายต้องเป็น “แมน” ผู้นา
ควรทาอาชีพอะไร
แต่อย่างไรกต็ าม ยังมบี ุคคลจานวนหนึ่งท่ีไมส่ ามารถปฏิบตั ติ ามขอ้ กาหนด ของสงั คมได้
- ผู้เรียนคิดว่าคนท่ีไม่สามารถปฏิบัติตามข้อกาหนดของสังคม อาจมีผลอะไร ต่อคนน้ันบ้าง
เชน่ เป็นผู้ชายแลว้ ร้องไห้ เป็นผหู้ ญิงที่แสดงออกถึงความสนใจ ในเพศตรงขา้ ม เปน็ ตน้
- ก า รท่ี แ ต่ ล ะ ค น มี ค ว า ม แ ต ก ต่ า งกั น ผู้ เรีย น คิ ด ว่ าเป็ น เร่ือ งดี /ไม่ ดี ห รื อ ไม่
หรือแบบไหนดกี วา่ แบบไหนหรอื ไม่ เพราะเหตุใด
8. ผู้สอนถามผู้เรียนว่าในสังคมเรานอกจากเพศหญิงกับเพศชายแล้วคิดว่ามีเพศอะไร อีกบ้าง
ให้ผูเ้ รยี นช่วยกันตอบ ซึ่งคาตอบท่ีอาจไดร้ ับ เชน่ เกย์ กะเทย ตุ๊ด ทอม ดี้ ไบ เลสเบย้ี น ฯลฯ
ขน้ั สรปุ
1. ผู้สอนสรปุ เพ่ิมเตมิ ในประเดน็ ตอ่ ไปนี้
- ไมว่ า่ จะเปน็ หญงิ ชาย คนรกั เพศเดียวกนั หรอื คนรักสองเพศ ต่างก็มีขอ้ ดี ด้วยกนั ท้งั ส้ิน
- การวิเคราะห์ข้อดีข้อด้อยของแต่ละเพศ ทาให้เราเห็นว่าแต่ละคน มีความแตกต่างกัน
แ ล ะ ค ว า ม แ ต ก ต่ า ง ไม่ ได้ เป็ น ส่ิ ง ก า ห น ด ค ว า ม ดี ค ว า ม ชั่ ว ถู ก ห รื อ ผิ ด
เป็นเพียงความแตกต่างทางธรรมชาติเหมือนสีในโลกน้ี มีหลายสี รสชาติท่ีมีหลายแบบ
ไม่ได้แปลว่าสีใดดีกว่าสีใด หรือรสใดดีกว่ารสใด เป็นความชอบของแต่ละบุคคล
ซึ่งมรี สนิยมทแ่ี ตกตา่ งกัน
2. ผ้สู อนใหผ้ ู้เรียนทาแบบทดสอบหลงั เรียน
สือ่ การเรยี นรู้ฐานสมรรถนะ
สื่อสิง่ พิมพแ์ ละอุปกรณ์
1. หนังสอื เรียนวชิ าเพศวถิ ีศึกษา ของสานกั พมิ พศ์ ูนย์ส่งเสรมิ วชิ าการ (2562)
2. แผนการจัดการเรยี นรวู้ ชิ าเพศวถิ ศี กึ ษา
3. รปู ภาพหรอื รูปถา่ ย
การวัดและการประเมนิ ผล
1. แบบทดสอบและการเข้ารว่ มกิจกรรม โดยมีเกณฑต์ อ่ ไปน้ี
2. แบบประเมินพฤตกิ รรมตามหลกั ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียง
แบบประเมนิ พฤติกรรมตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
วนั ท่ี...............เดอื น......................................พ.ศ. ...............
ชอื่ (นาย/น.ส.).........................................................................................ระดบั ช้นั ...................
ลาดั พฤติกรรมทป่ี ระเมิน ระดบั คะแนน หมายเหตุ
บ 123
1 ศกึ ษาและทาความเข้าใจกบั เนอ้ื หาท่ี ความหมายของระดบั คะแนน 3 =
ไดร้ ับมอบหมายและของสมาชกิ ....... ......... ....... ปฏิบตั ิอย่างสม่าเสมอ
2 เตรียมเครื่องมอื และอปุ กรณไ์ ด้อยา่ ง
โดยไมต่ ้องมีการชนี้ าหรอื ตกั เตอื น
เหมาะสม 2 = ปฏบิ ัติบา้ งในบางคร้งั
....... ......... ....... จากการเชิญชวน หรือช้นี า
3 ใช้วสั ดอุ ปุ กรณต์ ามงบทมี่ ีอยู่ ....... ......... ....... 1 = ตอ้ งสั่ง บงั คับ
วา่ กลา่ วหรือตกั เตือน ถึงจะปฏบิ ัติ
4 แบ่งงานและหนา้ ท่ีของสมาชกิ ตามความ
หรือมักจะปฏบิ ัตใิ นทางทผ่ี ดิ เสมอ
สามารถ ....... ......... ....... เกณฑ์การประเมิน
5 สมาชกิ เสนอความคิดเห็นหลากหลาย ....... ......... ....... 26 – 30 คะแนน = ดีมาก
6 มคี วามขยนั มนี า้ ใจ และแบง่ ปนั ....... ......... ....... 21 – 25 คะแนน = ดี
....... ......... ....... 16 – 20 คะแนน = พอใช้
7 เกดิ ความรกั และความสามคั คี ....... ......... ....... 0 – 15 คะแนน = ปรบั ปรงุ
8 แลกเปล่ียนความร้ซู ง่ึ กันและกนั
9 เกดิ ความภาคภูมิใจในผลงาน ....... ......... .......
10 สามารถนาความรไู้ ปใช้ให้เกิดประโยชน์
ตอ่ สว่ นรวม ....... ......... .......
รวม (คะแนนเต็ม 30 คะแนน)
บันทึก
.................................................................................................................................... ..........................
........................................................................................................ ......................................................
ลงช่อื ............................................................................ผ้ปู ระเมนิ
แผนการจัดการเรียนรู้ หน่วยที่ 7
วิชา : เพศวิถีศกึ ษา (20000-1602) สอนคร้งั ที่ 13-14
ชื่อหน่วย : โรคตดิ ตอ่ ทางเพศสมั พนั ธ์ จานวน 2 ชั่วโมง
บทนา
โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เป็นภาวะผิดปกติที่เกิดข้ึนจากการติดเชื้อท่ีมีการติดต่อโดยการ
มีเพศสัมพันธ์ เช่น โรคเอดส์ เริม หนองใน ซิฟิลิส ฝีมะม่วง เป็นต้น โดยเฉพาะกลุ่ม ภูมิคุ้มกันบกพร่อง
เป็ น โร ค ติ ด เชื้ อ อุ บั ติ ให ม่ ท่ี เกิ ด จ าก เชื้ อ เอ ช ไอ วี เช้ื อ นี้ มี ใน เลื อ ด น้ า อ สุ จิ แ ล ะ น้ า เมื อ ก
ในช่องคลอดของผู้ติดเชอื้ ซ่ึงพบวา่ มีการติดต่อทางเพศสมั พันธ์มากท่สี ดุ ทั้งต่างเพศและเพศเดยี วกัน
จดุ ประสงคเ์ รียนรู้
1. สรปุ ย่อเกยี่ วกับโรคตดิ ตอ่ ทางเพศสัมพนั ธ์ด้วย Mind Map
2. ปอ้ งกนั และแกไ้ ขปัญหาเกยี่ วกับโรคตดิ ตอ่ ทางเพศสัมพนั ธ์
3. ให้คาแนะนาทถ่ี ูกต้องและเหมาะสมเกีย่ วกับโรคตดิ ต่อทางเพศสัมพนั ธ์
สมรรถนะประจาหนว่ ย
ผู้เรียนมีความรู้ความเข้าใจเก่ียวกับโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์และตระหนักรถู้ ึงความร้สู ึกของวัยรุ่น
ท่ตี ดิ เช้อื เอชไอวี
สาระการเรยี นรู้
1. สถานการณ์ HIV/AIDS ในอาเซียน
2. วธิ ปี ้องกันโรคตดิ ตอ่ ทางเพศสัมพนั ธ์
3. โรคติดต่อทางเพศสัมพนั ธ์
4. เด็กน้อยในโรคสหี ม่น
กจิ กรรมการเรียนรู้
ขัน้ นาเขา้ สู่บทเรยี น
1. ผู้สอนชแ้ี จงจุดประสงคก์ ารเรียนรู้
2. ผสู้ อนให้ผเู้ รยี นยกตวั อย่างโรคทเี่ กดิ จากการมีเพศสมั พนั ธแ์ ละร่วมอภปิ ราย
ขั้นสอน
1. ผ้สู อนอธบิ ายถึงสถานการณข์ องโรคเอดส์ในแตล่ ะประเทศอาเซยี นและยกตวั อย่าง
2. ผู้สอนให้ผู้เรียนแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับลักษณะของโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์และวิธีการ
ป้องกัน
3. ผูส้ อนยกตวั อย่างการถ่ายทอดโรคเอดส์ไปสทู่ ารกในครรภ์ พรอ้ มอธิบายสาเหตขุ องปญั หา
ส่อื การเรยี นร้ฐู าน
สอื่ สงิ่ พิมพ์
1. หนงั สือเรยี นวชิ าเพศวิถีศกึ ษา ของสานกั พมิ พ์ศูนยส์ ่งเสริมวิชาการ (2562)
2. แผนการจดั การเรียนรูว้ ชิ าเพศวิถีศึกษา
การวดั ผลและประเมนิ ผล
1. แบบทดสอบและการตอบคาถาม
2. แบบประเมนิ พฤตกิ รรมตามหลกั ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง
แบบประเมินพฤตกิ รรมตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
วนั ท.่ี ..............เดือน......................................พ.ศ. ...............
ชอื่ (นาย/น.ส.).........................................................................................ระดบั ชน้ั ...................
ลาดั พฤตกิ รรมท่ปี ระเมิน ระดับคะแนน หมายเหตุ
บ 123
1 ศึกษาและทาความเขา้ ใจกบั เนอื้ หาท่ี ความหมายของระดับคะแนน 3 =
ได้รับมอบหมายและของสมาชกิ ....... ......... ....... ปฏบิ ตั อิ ยา่ งสม่าเสมอ
2 เตรยี มเคร่ืองมอื และอุปกรณไ์ ดอ้ ยา่ ง
โดยไม่ต้องมกี ารช้นี าหรือตกั เตอื น
เหมาะสม 2 = ปฏบิ ตั บิ า้ งในบางครั้ง
....... ......... ....... จากการเชญิ ชวน หรอื ชนี้ า
3 ใชว้ ัสดอุ ุปกรณต์ ามงบทม่ี อี ยู่ ....... ......... ....... 1 = ต้องสง่ั บังคับ
ว่ากลา่ วหรือตกั เตือน ถงึ จะปฏิบตั ิ
4 แบ่งงานและหนา้ ทีข่ องสมาชกิ ตามความ
หรอื มกั จะปฏบิ ัติในทางทผี่ ิดเสมอ
สามารถ ....... ......... ....... เกณฑ์การประเมนิ
5 สมาชกิ เสนอความคิดเหน็ หลากหลาย ....... ......... ....... 26 – 30 คะแนน = ดมี าก
6 มีความขยัน มนี า้ ใจ และแบง่ ปนั ....... ......... ....... 21 – 25 คะแนน = ดี
....... ......... ....... 16 – 20 คะแนน = พอใช้
7 เกดิ ความรักและความสามัคคี ....... ......... ....... 0 – 15 คะแนน = ปรบั ปรงุ
8 แลกเปล่ียนความรู้ซ่ึงกันและกนั
9 เกิดความภาคภมู ิใจในผลงาน ....... ......... .......
10 สามารถนาความรไู้ ปใช้ให้เกิดประโยชน์
ตอ่ สว่ นรวม ....... ......... .......
รวม (คะแนนเตม็ 30 คะแนน)
บนั ทกึ
............................................................................................................................. .................................
....................................................................................................................................... .......................
ลงช่อื ............................................................................ผูป้ ระเมนิ
แผนการจัดการเรยี นรู้ หนว่ ยท่ี 8
วิชา : เพศวิถศี กึ ษา (20000-1602) สอนครง้ั ท่ี 15-16
ชอื่ หนว่ ย : การคมุ กาเนดิ สาหรบั วัยรุ่น จานวน 2 ชวั่ โมง
บทนา
สาหรับปัญหาการคลอดซ้าในวัยรุ่นถือเป็นเรื่องน่าเป็นห่วง แต่ปัจจุบัน พ.ร.บ. การป้องกันและ
แก้ไขปัญหาการต้ังครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ. 2559 เร่ิมบังคับใช้เมื่อ 29 มกราคม 2559 ท่ีผ่านมา ได้กาหนดให้
สถานบริการให้ขอ้ มูลข่าวสารและความรู้เก่ียวกับการปอ้ งกันและแกไ้ ขปัญหาการตงั้ ครรภ์ในวยั รุ่นอายตุ ้ังแต่
10 ปขี ึ้นไปแต่ยังไม่ถึง 20 ปีบริบูรณ์ วัยรนุ่ สามารถขอรบั บริการคุมกาเนิดโดยการใช้ยาผังคุมกาเนิดแบบก่ึง
ถาวร โดยฝังไว้ใต้ผิวหนังท้องแขน มีท้ังแบบชนิด 3 ปี และ 5 ปี ได้ฟรี ณ สถานบริการท่ีข้ึนทะเบียนเป็น
หน่วยบริการของหลักประกันสุขภาพแห่งชาติทุกแห่ง ส่วนการแก้ปัญหาตั้งครรภใ์ นวยั รุ่นเป็นนโยบายสาคัญ
ของภาครัฐที่สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ย่ังยืนขององค์การสหประชาชาติสร้างคุณภาพชีวิตและสุข
ภาวะ ลดผลกระทบจากกรณีการเสียชีวิตของแม่และทารกเด็กแรกเกิดน้าหนักต่ากว่าเกณฑ์ และเส่ียงต่อ
การทาแท้งท่ีไม่ปลอดภัย นาไปสู่ปัญหาสังคม อาทิ เด็กถูกทอดทิ้งให้เติบโตอย่างไม่มีคุณภาพ ขาดโอกาส
ทางการศกึ ษา
จุดประสงค์การเรียนรู้
1. บอกความหมายการคมุ กาเนิดได้
2. อธบิ ายถงึ โทษของการมีเพศสัมพันธ์ขณะมีประจาเดือนได้
3. อธิบายการคุมกาเนิดได้
4. อธบิ ายการคมุ กาเนดิ ในกลุ่มเฉพาะได้
สมรรถนะประจาหน่วย
ผู้เรียนมคี วามรู้ ความเขา้ ใจเกยี่ วกบั การคุมกาเนิดสาหรับวัยรุ่น
สาระการเรียนรู้
1. ความหมายการคุมกาเนดิ
2. การมเี พศสมั พันธ์ขณะมีประจาเดือน
3. การคุมกาเนดิ
4. การคมุ กาเนดิ ในกลมุ่ เฉพาะ
กิจกรรมการเรยี นรู้การสอน
ขั้นนาเขา้ สบู่ ทเรียน
1. ช้ีแจงวา่ กจิ กรรม “แผ่นกจิ กรรมคาถาม” วันน้จี ะเปน็ การแข่งขนั ตอบคาถาม (ระหว่างทมี )
2. แบง่ ผู้เรยี นออกเป็น 2 กลมุ่ เป็นกลุ่มเลขคู่ และกลมุ่ เลขค่ี และต้ังช่ือกลมุ่ ด้วย
ขั้นสอน
1. ให้แต่ละกลุ่มทางานเป็นทีม ส่งตัวแทนกลุ่มออกมาตอบคาถาม ทีมละ 3 คน ช่วยระดมความคิด
ปรึกษาหาคาตอบที่ถูกต้อง
2. กตกิ ามีดงั นี้ แต่ละทมี จะตอ้ งตอบคาถามพร้อมให้คาอธบิ ายท่ีชัดเจนในแตล่ ะขอ้
- แตล่ ะทมี มีคะแนน 10 คะแนน
- ทีมกลุ่มเลขคู่ออกมา 3 คน พร้อมกับทีมกลุ่มเลขคี่ออกมา 3 คน แล้วเป่ายิงฉุบ
ทีมไหนชนะจะเป็นฝ่ายเรม่ิ ตอบคาถามก่อน
- ถ้าตอบคาถามท่ที มี ตวั เองเลอื กมาตอบถูกต้องได้อกี 10 คะแนน
- ถา้ ตอบคาถามทที่ มี ตัวเองเลือกมาตอบผิด จะถกู หักอีก 10 คะแนน
- ถ้าโยนคาถามท่ที มี เลอื กมาให้ทมี อนื่ ตอบจะถูกหัก 3 คะแนน
- ทมี ทถ่ี กู โยนคาถามใหต้ อบคาถามถกู จะได้เพิม่ อีก 5 คะแนน
- ทมี ทถี่ ูกโยนคาถามใหต้ อบคาถามตอบผดิ จะถูกหักอีก 3 คะแนน
- ทมี ที่ตอบถูกมสี ิทธิเลอื กคาถามข้อต่อไป
3. เริ่มตน้ โดยผ้สู อนใหแ้ ต่ละทีม “เป่ายิงฉบุ ” ทีมชนะใหเ้ ลอื กคาถามก่อน และตอบคาถามก่อน
4. ให้สมาชิกของทีมท่ีได้คาถามเป็นผู้อ่านคาถามให้ทุกคนได้ยิน และให้เวลาปรึกษา หาคาตอบ 1
นาทีและตอบคาถาม
5. ใหแ้ ตล่ ะทมี ผลดั กนั ตอบคาถามจนหมดคาถาม
6. ผสู้ อนและผู้เรียนสรปุ คาตอบที่ถกู ตอ้ ง เพ่อื ใหเ้ กดิ ความเข้าใจและมสี ว่ นรว่ ม ในการเรยี นรู้
7. รวมคะแนน อาจใช้วิธกี ารให้รางวลั หรือกลา่ วชมแกท่ มี ทีเ่ ปน็ ฝา่ ยชนะ หรอื ได้คะแนนมาก
ขั้นสรุป
1. วธิ ีการคุมกาเนิดแต่ละวธิ มี ีประสิทธิภาพในการใช้แตกต่างกัน
2. การต้ังครรภ์จะเกิดข้ึนได้ ตัวอสุจิต้องผสมกับไข่ แล้วอาศัยมดลูกเป็นท่ีเจริญเติบโต
หากขาดปจั จยั ใดปจั จยั หนง่ึ การต้งั ครรภ์จะเกดิ ขน้ึ ไมไ่ ด้
แผ่นกจิ กรรมคาถาม
1. การมีเพศสัมพันธ์แบบ “หล่ังภายนอก” เป็นวิธีการที่สามารถป้องกันการต้ังครรภ์และ
การตดิ เช้อื เอชไอวไี ด้ ใชห่ รือไม่
2. ถุงยางอน ามั ยส ต รี ช่ วยป้ อ งกั น ก ารสั ม ผั ส ระห ว่างอวัย วะเพ ศ ช ายแ ละน้ าอ สุ จิ
กับอวยั วะสืบพันธุเ์ พศหญิง จึงใชป้ อ้ งกนั การต้ังครรภแ์ ละการตดิ เชื้อเอชไอวีได้ ใชห่ รือไม่
3. ถา้ ลมื กินยาเม็ดคมุ กาเนิดติดตอ่ กัน 3 เม็ด หรอื 3 วนั ใหห้ ยุดกนิ ยาแผงนั้นทนั ที ใชห่ รอื ไม่
4. การนับระยะปลอดภัย ถ้าประจาเดือนมาวันแรกวันที่ 9 และมีประจาเดือน 5 วันถึงวันท่ี 13
เปน็ วนั สุดทา้ ย การมเี พศสัมพันธใ์ นวนั ท่ี 17 ยงั อย่ใู นระยะปลอดภยั ไม่เกดิ การตั้งครรภ์ ใชห่ รอื ไม่
5. การสวนล้างช่องคลอดทันทหี ลังรว่ มเพศ ไมส่ ามารถปอ้ งกนั การตั้งครรภ์ได้ ใช่หรือไม่
6. ยาคุมชนิดฉุกเฉินใหก้ ินทนั ทหี ลงั รว่ มเพศทกุ ครั้ง จึงจะไดผ้ ล ใช่หรือไม่
7. การใสห่ ่วงอนามัยเป็นวธิ ที ่สี ามารถปอ้ งกันการตดิ เช้อื เอชไอวีไดใ้ ช่หรอื ไม่
8. มีความเช่ือที่เป็นอคติว่าถุงยางอนามัยชายที่ไม่มีคุณภาพหรือรั่วซึมทาให้ป้องกันการ
ตดิ เช้อื เอชไอวีไม่ได้ผล ใชห่ รอื ไม่
9. ในการมเี พศสัมพันธ์ผู้หญงิ มีโอกาสเสีย่ งต่อการติดเชื้อเอชไอวมี ากกว่าผู้ชาย ใชห่ รอื ไม่
10. การใช้ยาคุมกาเนิดแบบแผ่นแปะ (Ortho Evra) เป็นวิธีท่ีมั่นใจได้ว่าปลอดภัยจากการ
ตดิ เชอื้ เอชไอวี ใช่หรือไม่
11. ถา้ มีเพศสมั พนั ธข์ ณะมปี ระจาเดอื นจะไมท่ ้อง ใชห่ รอื ไม่
12. มีความเชื่อว่าผู้หญิงผายลมออกช่องคลอดแสดงว่ามีความผิดปกติและติดเช้ือ เอชไอวีง่าย
ใช่หรือไม่
13. การเปน็ หญงิ รักหญิงสามารถปอ้ งกนั การตดิ เชอ้ื เอชไอวีได้ ใช่หรอื ไม่
14. ผ้หู ญงิ โสดแต่พกถงุ ยางอนามยั เป็นผู้หญิงไม่ดี ใชห่ รอื ไม่
15. หลังการมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ป้องกัน ในเดือนถัดมาพบว่าประจาเดือนไม่มาตามที่ กาหนด
แปลว่าต้งั ครรภ์ ใช่หรอื ไม่
16. ยาฝงั คมุ กาเนิด เหมาะสาหรบั วยั รนุ่ และผ้ตู ดิ เชอ้ื เอชไอวี ใชห่ รอื ไม่
17. การยุติการต้ังครรภ์ ตามกฎ หมายมาตร า 305 กาหน ดให้ห ญิ งมีครรภ์เนื่องจาก
ถูกข่ม ขืน ก ระท าชาเรา รวม ทั้ งวัยรุ่น ที่ อายุต่ ากว่า 15 ปี ส าม ารถยุติก ารต้ังค รรภ์
ทางการแพทย์ไดต้ ามเหมาะสม ใช่หรือไม่ เพราะเหตใุ ด
คาเฉลยซองคาถาม
1. ก ารมี เพ ศ สั ม พั น ธ์แ บ บ “ ห ลั่ งภ าย น อ ก ” เป็ น วิธีก ารที่ ส าม ารถป้ อ งกั น
การตัง้ ครรภแ์ ละการตดิ เชอ้ื เอชไอวีได้ ใชห่ รือไม่ เพราะเหตใุ ด
ตอบ ไม่ ใช่ เพ ราะใช้ ก ารห ล่ั งภ าย น อ ก คื อ มี เพ ศ สั ม พั น ธ์โด ย ส อ ด ใส่ เมื่ อ
จวนจะถึงจุดสุดยอด ฝ่ายชายถอยอวัยวะเพศออกมา หลั่งน้าอสุจิ นอกตัวฝ่ายหญิง
ประสิทธภิ าพของการคมุ กาเนดิ ขน้ึ อยู่กบั การควบคมุ ตนเอง ของฝ่ายชาย
แล ะขณ ะท่ี มี เพ ศ สั ม พั น ธ์โด ยธรรม ช าติ เม่ื อ ร่างก าย ถูก ก ระตุ้ น จะเกิ ด ก าร
หล่ังน้าหล่อลื่นออกมาก่อนท่ีจะถึงจุดสุดยอด น้าหล่อล่ืนท่ีออกมาในขณะร่วมเพศ
อาจมีอสุจิอยู่ด้วย ห ากคน ๆ นั้ น มีเช้ือเอช ไอวีห รือเช้ือกามโรค เช้ือเห ล่านี้
ก็จะปนอยู่ในน้าหล่อล่ืนด้วยเช่นเดียวกัน จึงไม่สามารถป้องกันการตั้งครรภ์
และการติดเชือ้ เอชไอวีได้
2 . ถุ ง ย า ง อ น า มั ย ส ต รี ช่ ว ย ป้ อ ง กั น ก า ร สั ม ผั ส ร ะ ห ว่ า ง อ วั ย ว ะ เพ ศ ช า ย
และน้าอสุจิกับอวัยวะสืบพันธ์ุเพศหญิง จึงใช้ป้องกันการตั้ งครรภ์และการติดเช้ือ
เอชไอวีได้ ใช่หรอื ไม่
ตอบ ใช่ เพ ราะถุงยางอนามัยสตรีสามารถช่วยป้ องกันการสัมผัสระห ว่าง
อวัยวะเพศชายและน้าอสุจิกับอวัยวะสืบพันธ์ุเพศหญิง ต้ั งแต่ภายนอกช่องคลอด
ในช่องคลอดและปากมดลูก ดังน้ันจึงสามารถป้องกันการต้ังครรภ์ และป้องกัน
โร ค ติ ด ต่ อ ท า ง เพ ศ สั ม พั น ธ์ ร ว ม ทั้ ง ก า ร ติ ด เช้ื อ เอ ช ไอ วี ได้ ดี เที ย บ เท่ า
ถุงยางอนามัยชายถือเป็นทางเลือกให้ผู้หญิงป้องกันตนเอง แต่ถุงยางอนามัยสตรี
ไม่เป็นท่ีนิยมใช้ของหญิงไทยและชายไทย ในเมืองไทยเรียกว่าถุงชวนชม ได้มาจาก
ช่ือของแพทย์หญิงชวนชม สกลวัฒน์ ซ่ึงเป็นอาจารย์สูตินรีแพทย์แห่งขอนแก่น
ท่านเป็นผู้นาถุงยางอนามัยสตรีมาทดลองใช้กับโสเภณี โดยตัวท่านไปน่ังเฝ้ารอเพ่ือ
ประเมินความพึงพอใจและผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ ผู้ชายท่ีมาเท่ียวบอกว่า
ไม่เป็นธรรมชาติ เพราะเห็นถุงยางโผล่ออกมาคลุมอวัยวะเพศหญิง และเน่ืองจาก
ผลิตมาจากสารพอลิยูรีเทน (Polyurethane) จะมีเสียงดังก๊อบ ๆ แก๊บ ๆ เวลาสัมผัส
หรอื ขยบั ทาใหห้ มดอารมณ์
2. ถ้าลืมกินยาเม็ดคุมกาเนิดติดต่อกัน 3 เม็ด หรือ 3 วันให้หยุดกินยาแผงน้ันทันที
ใช่หรือไม่
ตอบ ใช่ เพราะหากลืมกินยาเม็ดคุมกาเนิดติดต่อกัน 3 เม็ดหรือ 3 วัน ให้หยุดกิน
แผงน้ันทันที เน่ืองจากระดูจะมาภายใน 2-3 วันหลังหยุดยา เม่ือมีระดูวันแรก
ใหเ้ ร่มิ กนิ ยาเม็ดคมุ กาเนดิ เม็ดแรกของแผงใหม่
ข้อมลู เกยี่ วกบั ยาคมุ กาเนิดชนิดรับประทาน
ยาเม็ดคุมกาเนดิ (Pill, Oral Contraceptive-OC)
ย าเม็ ด คุ ม ก าเนิ ด ห าก รับ ป ระท าน อ ย่ างส ม่ าเส ม อ แ ล ะถู ก ต้ อ ง จะ ท าให้ มี
ประสิทธิภาพการคุมกาเนิดได้ผลดีถึงร้อยละ 99.7 ยาเม็ดคุมกาเนิดมีท้ังแบบ
เปน็ ยาคมุ ฮอรโ์ มนตัวเดียวกับแบบยาคมุ กาเนดิ ฮอรโ์ มนสองตวั
ยาคุมฮอรโ์ มนตวั เดยี ว คอื มีฮอร์โมนโพรเจสเทอโรนตวั เดียว เรยี กวา่ มินิพิลล์ (mini-pill)
เหมาะสาหรับหญิงท่ีเพ่ิงคลอดและให้นมลูก เพราะไม่มีผลในการ ลดการหล่ังน้านม
ยาคุม ชนิ ดนี้ มี ข้อดีคือไม่ค่อยแพ้ (การแพ้ ก็คือ คลื่น ไส้อาเจียน เวียน ศีรษ ะ
รั บ ป ร ะ ท า น อ า ห า ร ไ ม่ ไ ด้ ) ข้ อ เสี ย คื อ ร า ค า แ พ ง ก ว่ า ป ร ะ สิ ท ธิ ภ า พ
การคมุ กาเนิดอาจดอ้ ยกวา่ ยาคุมฮอรโ์ มนสองตวั
ยาคุมกาเนิดฮอร์โมนสองตัว (Combined pill) หมายถึง ยาคุมกาเนิดที่ประกอบด้วย
ฮอร์โมนสองตัวคือ เอสโทรเจนและโพรเจสเทอโรน ข้อดีคือ มีประสิทธิภ าพ
คุมกาเนดิ สงู ถึงรอ้ ยละ 99.7 ขอ้ เสยี คอื อาจแพ้ยาคมุ กาเนิดได้
เปน็ ยาคมุ 21 เม็ด หรือ 28 เม็ด
เป็นยาคุมที่มีฮอร์โมนเท่ากนั ทุกเม็ดหรือไม่เทา่ กันทุกเม็ด สาหรับรูปแบบ 21 หรือ
28 เม็ดน้ัน ยี่ห้อเดียวกัน เม็ดยาไม่ต่างกันเพียงแต่ชนิด 21 เม็ด รับประทานหมดแผงเว้น
7 วั น จึ ง รั บ ป ร ะ ท า น แ ผ ง ใ ห ม่ ส่ ว น ช นิ ด 2 8 เ ม็ ด
หมดแผงก็รับประทานแผงต่อไปโดยมีเม็ดยาหลอ กหรือเม็ดแป้งเพ่ือไม่ให้ลืมกิน
ราคากไ็ มต่ ่างกัน
รูป แบ บ ฮอร์โมน เท่ ากัน ทุ กเม็ด คือ ทุ กเม็ดยามี ฮอร์โมน เอสโท รเจน
และโพรเจสเทอโรนเท่ากัน เม็ดยาจะขนาดเท่ากันสีเดียวกันกินเม็ดยาเม็ดไหน ก่อนก็ได้
เพียงแตห่ า้ มลืมกิน
กลไกป้องกนั การต้งั ครรภข์ องยาคมุ กาเนิดชนิดรบั ประทาน
- ระงบั การตกไข่ ไมม่ ีไขต่ กก็ย่อมไมต่ ั้งครรภ์
- เปลีย่ นเยือ่ บุโพรงมดลกู ใหไ้ มเ่ หมาะแก่การฝังตัวของตวั อ่อน
- มูกปากมดลกู เหนียวขน้ ทาใหอ้ สจุ วิ ่ายเข้าไปผสมไขไ่ มไ่ ด้
- วธิ รี ับประทาน เรม่ิ ตน้ เม็ดแรกภายใน 5 วันแรกของระดู
เคล็ดลับ ควรกินตรงเวลา ไม่ควรกินร่วมกับอาหารหรือยาอื่น ไม่ควรดื่มกับน้าส้ม
นา้ อดั ลม ควรด่ืมนา้ เปลา่ จานวนไมม่ ากเวลากนิ ยาเมด็ คุมกาเนิด
3. การนับระยะปลอดภัย ถ้าประจาเดือนมาวันแรกวันที่ 9 และมีประจาเดือน 5
วันถึงวันที่ 13 เป็นวันสุดท้าย การมีเพศสัมพันธ์ในวันท่ี 17 ยังอยู่ในระยะปลอดภัย
ไม่เกิดการต้ังครรภ์ ใช่หรือไม่
ตอบ ไม่ ใช่ ระ ย ะ ป ล อ ด ภั ย อ าจ ท าให้ เกิ ด ก ารต้ั งค รรภ์ ได้ เน่ื อ งจ าก ก ารนั บ
ระยะปลอดภัยหน้า 7 หลัง 7 ใช้ได้เฉพาะผู้ท่ีมีระยะการมาของประจาเดือน
สม่าเสมอเท่ากันทุกเดือนเท่าน้ัน และคนท่ีมีระยะรอบประจาเดือนส้ันกว่า 28
วันใช้วิธีน้ีไม่ได้ เพ ราะเมื่อมีประจาเดือนแล้วจะมีการตกไข่เร็วอาจหลังจาก
มปี ระจาเดือนวันแรกแลว้ เพยี ง 3-4 วัน
ตามทฤษฎีในช่วง 7 วันก่อนมีประจาเดือนวันแรกและ 7 วัน หลังจาก
มีประจาเดือนวันแรกเป็นช่วงที่ไม่ใช่ระยะต กไข่ และเยื่อบุผนังมดลูกไม่พร้อม
ให้ ตั ว อ่ อ น เจ ริญ เติ บ โต ก ารมี เพ ศ สั ม พั น ธ์ใน ช่ ว งนี้ จึ งไม่ น่ าจ ะ ต้ั งค รรภ์ ได้
แต่ทุกทฤษฎีก็มีข้อยกเว้น เพราะอสุจิอาจมีชีวิตอยู่ในร่างกายของผู้หญิงได้ หลายวัน
ซึง่ นานพอทีจ่ ะได้ผสมกับ ไขใ่ บใหม่
ดังนั้น วิธีคุมกาเนิดวิธีนี้ มีโอกาสพลาดหรือตั้งครรภ์ได้ และไม่สามารถ
ป้องกนั การติดเชื้อเอชไอวีได้
4. การสวนลา้ งชอ่ งคลอดทันทีหลงั รว่ มเพศ ไม่สามารถปอ้ งกนั การตง้ั ครรภ์ได้ ใชห่ รือไม่
ตอบ ใช่ เพราะเมื่อผู้ชายสอดใส่อวัยวะเพศเข้าไปหล่ังในช่องคลอดของผู้หญิงน้ัน
อสุจิจะเกาะติดกับเย่ือบุคอมดลูกและผนังช่องคลอดทันที การสวนล้างช่องคลอด
หลังจากมีเพศสมั พนั ธจ์ ึงไม่มีผลในการป้องกนั การต้งั ครรภ์หรอื การป้องกนั การติดเช้ือ
เอชไอวี และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อ่ืน ๆ นอกจากนี้ สารเคมีในน้ายาที่ใ ช้
อาจทาให้เกิดอาการระคายเคืองเย่ือบุช่องคลอดด้วย เพราะน้ายาจะทาลายสาร
ท่ีคอยป้องกันเชื้อโรค (ช่วยควบคุมแบคทีเรียตัวร้ายและเชื้อรา) ในช่องคลอด
ซ่งึ ร่างกายสร้างขึ้นมาตามธรรมชาติอยู่แล้ว
5. ยาคุมชนิดฉกุ เฉินให้กินทันทหี ลงั รว่ มเพศทุกคร้งั จึงจะไดผ้ ล ใช่หรอื ไม่
ตอบ ไ ม่ ใ ช่ เพ ร า ะ ย า คุ ม ก า เนิ ด ช นิ ด ฉุ ก เฉิ น จ ะ ต้ อ ง กิ น 2 เม็ ด คื อ
กิ น เม็ ด แ รก ทั น ที ห ลั งมี เพ ศ สั ม พั น ธ์ (เพ ศ สั ม พั น ธ์ท่ี ไม่ ได้ ป้ อ งกั น แ ล ะไม่ ได้
คุมกาเนิดดว้ ยวิธีใด ๆ เลย) แลว้ กนิ อกี 1 เม็ด หลงั ผ่านไป 12 ชวั่ โมง
แต่ในปัจจุบันให้รับประทานสองเม็ดพร้อมกันโดยเร็วท่ีสุดหลังมีเพศ สัมพันธ์
เพราะเชอื่ วา่ มปี ระสิทธภิ าพดกี วา่ การแบง่ รบั ประทานสองครง้ั
ประสิทธิภาพการคุมกาเนิดของยาคุมฉุกเฉินโพสตินอร์มีร้อยละ 85 ขึ้นอยู่
กับการกินยา ยิ่งกินเร็วเท่าไรย่ิงได้ผลดี แต่ 1 ใน 4 คนที่กินยานี้จะคลื่นไส้ และ ร้อยละ 6
อ า เ จี ย น ท า ใ ห้ ย า บ า ง ส่ ว น อ อ ก ม า ด้ ว ย จึ ง อ า จ ล ด ป ร ะ สิ ท ธิ ภ า พ
การคุ ม ก าเนิ ด ข องยาจึ งไม่ ค วรกิ น ยานี้ เกิ น 4 เม็ ดต่ อ เดื อ น เพ ราะป ริม าณ
ฮอร์โมนทสี่ ูงมากอาจส่งผลเสยี ตอ่ สขุ ภาพผู้หญงิ ในระยะยาวได้
ยานี้ควรใชใ้ นกรณฉี กุ เฉินเท่านน้ั ไมค่ วรกินเพ่ือการวางแผน คมุ กาเนดิ ทั่วไป
6. การใสห่ ว่ งอนามัยเปน็ วธิ ีทสี่ ามารถป้องกนั การติดเชือ้ เอชไอวไี ด้ใชห่ รือไม่
ตอบ ไม่ ใช่ เพ ราะก ารใส่ ห่ ว งอ น ามั ย เป็ น ก ารป้ อ งกั น ก ารตั้ งค รรภ์ ใน ม ด ลู ก
และยังป้องกันการตั้งครรภ์นอกมดลูกได้ สามารถคุมกาเนิดได้นาน 3-5 ปี นอกจากนั้น
ยังมีความปลอดภัย เพราะไม่มีฮอร์โมนเข้าไปในร่างกาย จึงไม่มีผล ต่อการทางานของตับ
ไต ระบบหลอดเลือด สมอง และระบบร่างกายทั่วไป เหมาะสาหรับสตรีที่แพ้ยาคุมกาเนิด
ไมอ่ ว้ น เพราะไม่มฮี อรโ์ มน
การใส่ห่วงอนามัยยังช่วยลดความเส่ียงต่อการเกิดมะเร็งเย่ือบุโพรงมดลูก
และมะเร็งปากมดลูกชนิดลุกลาม เพราะต้องพ บแพทย์เพื่อตรวจภายใน และ
ตรวจสขุ ภาพห่วงทกุ ปี
แตก่ ารใสห่ ว่ งอนามยั ไมส่ ามารถปอ้ งกนั การติดเชอ้ื เอชไอวีได้
7. มีความเชื่อที่เป็นอคติว่าถุงยางอนามัยชายที่ไม่มีคุณภาพหรือรั่วซึมทาให้ป้องกัน
การติดเชื้อเอชไอวไี ม่ได้ผล ใช่หรอื ไม่
ตอบ ไม่ใช่ เพ ราะถุงยางอน ามัยถือเป็ นอุป กรณ์ ท างการแพ ท ย์ ต้องควบ คุม
มาตรฐานการ ผ ลิ ต ห รื อ น า เข้ า โด ย ส านั ก งา น ค ณ ะ ก ร ร ม ก าร อ า ห าร แ ล ะ ย า
ซึ่งหมายความว่าจะต้องถูกควบคุมคุณ ภ าพ เป็ นพิ เศษ ถุงยางอนามัยท่ีผลิต
ใน ป ระเท ศ ไท ย มี คุ ณ ภ าพ สู งสุ ด ต าม ม าต รฐ าน สาก ล แล ะส่ งอ อ ก ไป ทั่ วโล ก
จากการศึกษาวิจัยของทวีปยุโรปเรื่องความปลอดภัยจากการใช้ถุงยางอนามัยโดย
การตดิ ตามชาย-หญิง 256 คู่ ซงึ่ คนหนง่ึ ตดิ เชอ้ื และอกี คนหนึ่งไม่ติดเช้อื เป็นเวลา เฉลี่ย 22
เดื อ น พ บ ว่ า ช า ย -ห ญิ ง ใช้ ถุ ง ย า ง อ น า มั ย ทุ ก ค รั้ ง ไม่ มี ผู้ ท่ี ได้ รั บ เช้ื อ เล ย
และเชื้อเอช ไอวีขน าดเล็กกว่าตัวอสุจิ 30 เท่ า และงาน วิจัยพ บ ว่า แม้ ผนั ง
ถงุ ยางอนามัยจะขยายถึง 2,000 เท่ากย็ ังไมเ่ หน็ การรั่วซมึ
8. ในการมเี พศสัมพนั ธผ์ ้หู ญิงมีโอกาสเส่ียงตอ่ การติดเชอื้ เอชไอวีมากกวา่ ผูช้ าย ใชห่ รอื ไม่
ตอบ ใช่ เพ ร า ะ โด ย ส รี ร ะ แ ล้ ว อ วั ย ว ะ เพ ศ ห ญิ งมี พ้ื น ท่ี ใน ก า ร สั ม ผั ส เชื้ อ
เอชไอวีมากกว่าอวัยวะเพศชาย คือ สรีระผู้ชายจะสัมผัสกับเชื้อเอชไอวีจากน้า
ในช่องคลอดของผู้หญิงเฉพาะท่ีบริเวณปลายอวัยวะเพศท่ีเป็นหนังอ่อน และรูทอ่ ปัสสาวะ
แ ต่ ใน ข ณ ะ ที่ อ วั ย ว ะ เพ ศ ผู้ ห ญิ ง จ ะ สั ม ผั ส เช้ื อ เอ ช ไอ วี จ า ก การ ที่ ผู้ ช า ย
หล่ังน้าอสุจิเข้าไปในช่องคลอด เช้ือเอชไอวีจะไหลเข้าไปจับอยู่ตามเยื่อบุอ่อน ๆ
ภายในช่องคลอด และเยื่อบุมดลูก นับเป็นช่องทางให้เช้ือเอชไ อวีในน้าอสุจิ
ซึมผา่ นไดง้ ่ายกวา่
อย่างไรก็ดีไม่ว่าห ญิ งห รือชาย ห ากมีเพ ศสัมพั น ธ์ที่ ไม่ป้ องกัน กับ คน
ที่เราไม่รู้ว่ามีเช้ือเอชไอวีหรือไม่ ก็ทาให้มีความเส่ียงต่อการรับเช้ือได้เหมือนกัน ดังนั้น
จงึ ควรใชถ้ ุงยางอนามยั ในการมีเพศสัมพนั ธ์ทกุ ครงั้ เพ่อื ความมน่ั ใจ
9. การใช้ยาคุมกาเนิดแบบแผ่นแปะ (Ortho Evra) เป็นวิธีท่ีม่ันใจได้ว่าปลอดภัย
จากการตดิ เชื้อเอชไอวี ใช่หรือไม่
ตอบ ไม่ ใช่ เพ ราะก ารใช้ ย าคุ ม ก าเนิ ด แ บ บ แ ผ่ น แ ป ะเป็ น วิธีก ารใช้ ฮ อ ร์ โมน
คุมกาเนิดวิธีหนึ่งท่ีสามารถป้องกันการต้ังครรภ์ได้ เนื่องจากประกอบด้วย ฮอร์โมนสองตัว
คือ เอสโทรเจนกับโพรเจสเตอโรน โดยแปะสัปดาห์ละ หน่ึงแผ่นต่อเน่ืองกันสามสัปดาห์
บ ริ เว ณ ส ะ โ พ ก ท้ อ ง น้ อ ย ห รื อ ท้ อ ง แ ข น แ ผ่ น ห นึ่ ง อ ยู่ ได้ ห น่ึ ง สั ป ด า ห์
ก็จะมีประจาเดือนออกมา หากคมุ กาเนดิ ตอ่ ก็แปะแผน่ ใหม่
ยาคุม กาเนิ ด แบ บ แผ่น แป ะเป็ น ส่ิงท่ี ดั ดแ ป ล งจากยาคุ ม กาเนิ ดช นิ ด
รั บ ป ร ะ ท า น ช นิ ด ฮ อ ร์ โม น ส อ งตั ว แ ต่ ใช้ วิ ธี ให้ ย า ดู ด ซึ ม ผ่ า น เข้ า ร่ า งก า ย
ทางผิวหนังหรือเยื่อบุช่องคลอดโดยไม่ต้องรับประทาน แต่ไม่สามารถป้องกัน
เชื้อเอชไอวไี ด้
10. ถา้ มีเพศสมั พนั ธ์ขณะมีประจาเดอื นจะไมท่ ้อง ใชห่ รือไม่
ตอบไม่ใช่ เพราะการตั้งครรภ์เกิดข้ึนได้แม้จะมีเพศสัมพันธ์ในช่วงที่มีประจาเดือน
โ ด ย เ ฉ พ า ะ วั ย รุ่ น ท่ี มี ร อ บ เ ดื อ น ยั ง ม า ไ ม่ ป ก ติ ห รื อ ไ ม่ ส ม่ า เ ส ม อ
ผู้หญิงบางคนอาจมีการตกไข่ในช่วงเวลาดังกล่าวท่ีใกล้เคียงกับการมีประจาเดือน คือ
ก่อนและหลังประจาเดือนไม่ก่ีวัน และเช้ืออสุจิสามารถอยู่ในรา่ งกาย ของผู้หญิงได้นานถึง
3 วัน หลงั จากการมีเพศสัมพนั ธ์ หากมกี ารตกไข่ เกดิ ข้ึนในชว่ งน้ีก็ต้ังครรภ์ได้
11. มีความเช่ือว่าผู้หญิงผายลมออกช่องคลอดแสดงว่ามีความผิดปกติและติดเช้ือ
เอชไอวีง่าย ใช่หรอื ไม่
ตอบ ไม่ใช่ เพราะสาวรุ่นหรือสาวบริสุทธิ์ สาวโสดก็ผายลมออกช่องคลอดได้
การผายลมออกทางช่องคลอดไม่ได้แสดงว่าช่ องคลอดหลวมในทางตรงข้าม
กล้ามเนื้ อก ะบั งลมท่ี กระชับ สามารถดูดลมเข้าและเป่ าลมออก เป็ น อาการ
ผายลมได้ไม่เป็นความผิดปกติใดเลย แต่หากช่องคลอดที่หลวมมากหรือ มดลูกหย่อน
(มักพบในสตรีที่ผ่านการคลอดบุตรและมีอายุ) จะไม่ค่อยมีการ ผายลมออกช่องคลอด
อกี ทั้งไม่มีส่วนเก่ียวข้องกับการตดิ เช้ือเอชไอวี
12. การเปน็ หญงิ รักหญงิ สามารถป้องกันการตดิ เชอื้ เอชไอวีได้ ใช่หรือไม่
ตอบ ไม่ใช่ เพราะการท่ีหญิ งรักหญิ งก็ไม่สามารถป้องกันการติดเช้ือเอชไอวีได้
ถ้าหญิงคนใดคนหนึ่งเคยมเี พศสัมพนั ธม์ าก่อน
และเน่ืองจากเชือ้ เอชไอวีอยู่ในสารคดั หลั่งในรา่ งกายของคนที่มีเชอ้ื เอชไอวี ไดแ้ ก่
นา้ อสจุ ิ น้าในชอ่ งคลอด ซึ่งสามารถผา่ นเยือ่ บอุ อ่ น ที่อวัยวะเพศเข้าไปได้
ดังนั้นถ้าหญิงคนหนึ่งมีเช้ือ HIV (อาจไม่รู้ตัวเน่ืองจาก เคยมีเพศสัมพันธ์ มาแล้ว)
มีเพศสัมพันธ์กับหญงิ ท่ีไมม่ เี ชอ้ื HIV กส็ ามารถติดเชื้อเอชไอวีได้
กรณหี ญิงรักหญิง หญิงรักชาย หรือชายรักชาย ถ้าใครคนใดคนหนงึ่ มีเช้อื เอชไอวี
ก็ทาให้อกี คนหนง่ึ สามารถติดเชื้อเอชไอวไี ด้
12. ผูห้ ญงิ โสดแตม่ ถี งุ ยางอนามัยเปน็ ผู้หญิงไมด่ ี ใช่หรือไม่
ตอบ ไม่ ใช่ เพ ร า ะ เม่ื อ ก่ อ น สั งค ม มั กให้ โอ ก าส ผู้ ช า ย ใน ก า ร มี เพ ศ สั ม พั น ธ์
การเลี้ยงดูตามความคิดและความเช่ือทางสังคมต่างกัน แม้การเที่ยวผู้หญิงก็ถือเป็น
การหาประสบการณ์ แต่ผู้หญิงไม่ควรมีประสบการณ์ทางเพศต้องรักนวลสงวนตัว
โดยการมีเพศสัมพันธห์ มายถงึ การมีสามี
ดั งน้ั น เม่ื อ ผู้ ห ญิ งแ ล ะ ผู้ ช าย ค บ ห าดู ใจ กั น ก็ ย่ อ ม มี ค ว าม ค าด ห วั ง
ท่ี แ ต ก ต่ า ง กั น ผู้ ช า ย อ ย า ก มี เพ ศ สั ม พั น ธ์ ท า ไ ด้ ไ ม่ เสี ย ห า ย ดั ง นั้ น
เม่ือถูกกาหนดโดยสังคมภายหลังซึ่งเปล่ียนแปลงได้ การท่ีผู้หญิงพกถุงยางอนามัย
ถื อ ว่ า ต ร ะ ห นั ก ใน ค ว า ม ป ล อ ด ภั ย แ ล ะ มี ค ว า ม ร อ บ ค อ บ ใน ก า ร ป้ อ ง กั น ต น เอ ง จ า ก
โรคติดตอ่ ทางเพศสมั พนั ธ์และการตง้ั ครรภ์ไม่พร้อมหากต้องอยใู่ นสถานการณ์ ทีไ่ ม่พร้อม
13. หลังการมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ป้องกัน ในเดือนถัดมาพบว่าประจาเดือนไม่มา
ตามทกี่ าหนด แปลวา่ ตั้งครรภ์ ใช่หรือไม่
ตอบ ไม่ใช่ เพราะการที่ประจาเดือนคลาดเคล่ือนน้ัน อาจมีสาเหตุหลายอย่าง เช่น
การกังวลกับ การมีเพ ศสัมพั น ธ์ท่ี ไม่ป้องกันจน ท าให้ เกิดความเครียด ดังน้ั น
หากมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ป้องกัน แล้วพบว่าในเดือนถัดไปหากประจาเดือนยังไม่มา
ตามปกติภายใน 15 วัน แล้วรู้สึกกังวล สามารถซื้ออุปกรณ์ “ชุดทดสอบ การตั้งครรภ์”
จ า ก ร้ า น ขายย า ทั่ ว ไป ม า ต ร ว จ ได้ ด้ ว ย ต น เอ ง โด ย ให้ เก็ บ ปั ส ส า ว ะ แ ร ก
ของตอนเช้าใส่ภาชนะทดสอบ หากเป็นผลลบแสดงว่า “ไม่ท้อง” แต่หาก ผลเป็นบวก
แสดงว่า “ท้อง” แต่หากว่าไม่มีอาการคลื่นไส้ อ่อนเพลีย หน้ามืด หรือเวียนศีรษะ
ซ่งึ เปน็ อาการของคนท้อง ให้รอไปอีก 7 วัน แล้วตรวจซา้ อกี ครงั้
14. ยาฝังคมุ กาเนดิ เหมาะสาหรบั วัยรุ่นและผ้ตู ดิ เช้ือเอชไอวี ใช่หรอื ไม่
ตอบ ใช่ เพ ราะยาฝังคุมกาเนิดเป็ นการคุ มกาเนิ ดท่ี ได้ผลดีถึงร้อยละ 99.95
เป็นฮอร์โมนเดียว คือ ฮอร์โมนโพรเจสเทอโรน เป็นการคุมกาเนิดระยะยาว
ฝังครง้ั เดียวอยูไ่ ด้ 3-5 ปี
วิธีฝัง ฝังท่ีท้องแขน โดยฉีดยาชาแล้วใช้เคร่ืองมือฝังคุมกาเนิด ใช้เวลาเพียง 1
นาที ไม่เจ็บ เพราะฉีดยาชาร่วมด้วย เม่ือฝังคุมกาเนิด สามารถฝังง่าย และนาออกไม่ยาก
เพราะมีแท่งเดียว
ปั จ จุ บั น ก า ลั ง มี ก า ร วิ จั ย ย า ฝั ง คุ ม ก า เนิ ด ช นิ ด ที่ ส ล า ย ใ น ร่ า ง ก า ย ได้ เล ย
ไม่ต้องนาออกมาเมอ่ื ถึงเวลา
แ พ ท ย์ ห ญิ ง ชั ญ ว ลี ศ รีสุ โข (2 5 5 4 ) ว่ า ข้ อ ดี ข อ งย าฝั งคุ ม ก าเนิ ด
คือนิยมนามาใช้คุมกาเนิดในวัยรุ่น ผู้ติดเชื้อเอชไอวี และผู้ ที่หลีกเล่ียงการทาหมัน
เพราะไม่ต้องกินยาคุมทุกวัน ไม่ต้องอาศัยความร่วมมือกับผู้ใช้และคุมกาเนิด
ได้ผลดีในระยะเวลานาน ไม่มีผลทาให้ปวดศีรษะ คล่ืนไส้ อาเจียน เวียนศีรษะ
ซ่ึ งเป็ น ฤ ท ธ์ิขอ งฮ อ ร์โม น เอ ส โท รเจ น แ ล ะยั งเห ม าะส าห รับ ผู้ ที่ มี โล หิ ต จ าง
เพราะไม่ค่อยมีระดู หรือระดูมาน้อย เป็นต้น ข้อเสีย หากเป็นเริมอาจเป็นบ่อยขึ้น
ซ่ึงมักสัมพันธ์กับการมีเลือดระดูออกนานหรือกะปริบกะปรอย และไม่สามารถ
ป้องกนั เช้อื เอชไอวไี ด้
15. การยุติการตั้งครรภ์ตามกฎหมายมาตรา 305 กาหนดให้หญิงมีครรภ์เนื่องจาก
ถูกข่มขืนกระทาชาเรา รวมทั้งวัยรุ่นที่อายุต่ากว่า 15 ปี สามารถยุติการต้ังครรภ์
ทางการแพทย์ไดต้ ามเหมาะสม ใชห่ รอื ไม่
ตอบ ใช่ เพราะตามข้อกาหนดของกฎหมายมาตรา 305 และข้อบังคับ แพทยสภาน้ัน
กาหนดให้
1. จาเปน็ ต้องกระทาการยตุ กิ ารต้ังครรภ์เนอ่ื งจากสขุ ภาพทางกายหรอื จิต
2. หญิงมคี รรภเ์ นือ่ งจากถูกขม่ ขนื กระทาชาเรา รวมท้ังวัยรุ่นท่ีอายตุ ่ากว่า 15 ปี
3. กระทาโดยแพทย์ที่ประกอบวชิ าชพี เวชกรรม
4. การยุติการตั้งครรภ์กระทาในโรงพยาบาลหรือหน่วยงานของรัฐ สามารถ
ปฏิบตั ิเกย่ี วกบั การยตุ ิการตัง้ ครรภท์ างการแพทยท์ ี่อายคุ รรภ์ไม่เกนิ สบิ สองสปั ดาห์
ส่ือการเรียนรู้
สอ่ื สิง่ พิมพแ์ ละอปุ กรณ์
1. หนงั สือเรยี นวิชาเพศวิถีศึกษา ของสานักพมิ พ์ศูนย์ส่งเสริมวิชาการ (2562)
2. แผ่นกิจกรรมคาถามเก่ียวกบั เร่ืองการปอ้ งกันและการติดเช้ือ 17 คาถาม
การวดั และการประเมนิ ผล
1. แบบทดสอบและการเข้ารว่ มกิจกรรม
2. แบบประเมนิ พฤตกิ รรมตามหลกั ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียง
แบบประเมินพฤตกิ รรมตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง
วันท.่ี ..............เดือน......................................พ.ศ. ...............
ชอ่ื (นาย/น.ส.).........................................................................................ระดับชั้น...................
ลาดั พฤตกิ รรมที่ประเมิน ระดบั คะแนน หมายเหตุ
บ 123
1 ศึกษาและทาความเข้าใจกับเนื้อหาท่ี ความหมายของระดับคะแนน 3 =
ไดร้ ับมอบหมายและของสมาชกิ ....... ......... ....... ปฏบิ ัติอย่างสม่าเสมอ
2 เตรยี มเคร่ืองมอื และอปุ กรณ์ไดอ้ ยา่ ง
โดยไม่ตอ้ งมกี ารชน้ี าหรือตกั เตือน
เหมาะสม 2 = ปฏิบัตบิ า้ งในบางครงั้
....... ......... ....... จากการเชญิ ชวน หรือชนี้ า
3 ใช้วสั ดอุ ุปกรณ์ตามงบทีม่ ีอยู่ ....... ......... ....... 1 = ตอ้ งส่งั บังคับ
วา่ กลา่ วหรือตกั เตือน ถงึ จะปฏบิ ัติ
4 แบง่ งานและหนา้ ทข่ี องสมาชิกตามความ
หรอื มักจะปฏบิ ตั ิในทางท่ีผดิ เสมอ
สามารถ ....... ......... ....... เกณฑก์ ารประเมนิ
5 สมาชิกเสนอความคดิ เหน็ หลากหลาย ....... ......... ....... 26 – 30 คะแนน = ดมี าก
6 มีความขยนั มนี า้ ใจ และแบ่งปนั ....... ......... ....... 21 – 25 คะแนน = ดี
....... ......... ....... 16 – 20 คะแนน = พอใช้
7 เกิดความรักและความสามคั คี ....... ......... ....... 0 – 15 คะแนน = ปรบั ปรุง
8 แลกเปล่ยี นความรซู้ ง่ึ กนั และกนั
9 เกิดความภาคภูมิใจในผลงาน ....... ......... .......
10 สามารถนาความรไู้ ปใช้ใหเ้ กิดประโยชน์
ต่อสว่ นรวม ....... ......... .......
รวม (คะแนนเต็ม 30 คะแนน)
บันทกึ
............................................................................................................................. .................................
......................................................................................................................................................... .....
ลงช่ือ............................................................................ผู้ประเมิน
แผนการจัดการเรียนรู้ หน่วยท่ี 9
วิชา : เพศวถิ ศี กึ ษา (20000-1602) สอนครง้ั ที่ 17-18