The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

อธิบายหลักเกณฑ์ มาตรฐานและแนวทางการประเมินผลการควบคุมภายใน รวมทั้งมาตรการในการดำเนินการควบคุมภายใน

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by iprd.pic, 2023-04-06 22:34:14

คู่มือการควบคุมภายในของสำนักงานศาลยุติธรรม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566

อธิบายหลักเกณฑ์ มาตรฐานและแนวทางการประเมินผลการควบคุมภายใน รวมทั้งมาตรการในการดำเนินการควบคุมภายใน

Keywords: Internal Control

คู่มือการควบคุมภายในของสำนักงานศาลยุติธรรม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ค คณะกรรมการการควบคุมภายในของสำนักงานศาลยุติธรรม ก คำนำ การควบคุมภายในเป็นกระบวนการปฏิบัติงานที่หน่วยงานจัดให้มีขึ้นเพื่อใช้เป็นเครื่องมือ สำคัญในการสนับสนุนให้การบริหารจัดการองค์การ รวมทั้งเพื่อสร้างความมั่นใจอย่างสมเหตุสมผล ว่าการดำเนินงานจะสามารถบรรลุเป้าหมาย และวัตถุประสงค์ตามที่กำหนดไว้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และประสิทธิผล ด้วยการบริหารปัจจัยและควบคุมกิจกรรมทั้งกระบวนการ รวมถึงการดูแลทรัพย์สิน การป้องกัน หรือลดความผิดพลาด ความเสียหาย การรั่วไหล การสิ้นเปลืองหรือการทุจริตในหน่วยงาน เป็นการลดมูลเหตุของแต่ละโอกาสที่ก่อให้เกิดความเสียหาย ทั้งนี้ เพื่อให้ระดับและขนาดของความเสี่ยง ที่จะเกิดขึ้นกับสำนักงานศาลยุติธรรมทั้งในปัจจุบันและในอนาคตอยู่ในระดับที่องค์กรยอมรับได้หรือ ควบคุมได้อย่างเป็นระบบทั่วทั้งองค์การ ส่งผลให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลของการปฏิบัติงาน ความเชื่อถือได้ของรายงานการเงิน และด้านการปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง ของสำนักงานศาลยุติธรรม คณะกรรมการการควบคุมภายในสำนักงานศาลยุติธรรม จึงได้จัดทำ คู่มือการควบคุมภายในของสำนักงานศาลยุติธรรม เพื่อใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติงานด้าน การควบคุมภายในของสำนักงานศาลยุติธรรม ให้เกิดผลสัมฤทธิ์สามารถบรรลุวัตถุประสงค์ การควบคุมภายในและภารกิจของสำนักงานศาลยุติธรรมต่อไป คณะกรรมการการควบคุมภายในของสำนักงานศาลยุติธรรม 23 มีนาคม 2566


คู่มือการควบคุมภายในของสำนักงานศาลยุติธรรม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ค คณะกรรมการการควบคุมภายในของสำนักงานศาลยุติธรรม ข สารบัญ หน้า คำนำ ก สารบัญ ข บทที่ 1 แนวคิด หลักเกณฑ์ และมาตรฐานการควบคุมภายใน 1 1. บทนำ 1 2. กฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง 2 3. มาตรฐานการควบคุมภายในสำหรับหน่วยงานของรัฐ 4 3.1 แนวคิด ความหมาย วัตถุประสงค์ 4 3.2 องค์ประกอบของการควบคุมภายใน 6 3.3 ประโยชน์ที่ได้รับจากการควบคุมภายใน 8 4. การควบคุมภายในของสำนักงานศาลยุติธรรมตามหลักเกณฑ์กระทรวงการคลัง ว่าด้วยมาตรฐานและหลักเกณฑ์ปฏิบัติการควบคุมภายในสำหรับหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2561 9 บทที่ 2 การควบคุมภายในของสำนักงานศาลยุติธรรม 11 1. นโยบายบริหารจัดการความเสี่ยงของสำนักงานศาลยุติธรรม 11 2. กฎบัตรคณะกรรมการการควบคุมภายในของสำนักงานศาลยุติธรรม 13 3. คำสั่งคณะกรรมการการควบคุมภายในของสำนักงานศาลยุติธรรม 16 4. แผนการดำเนินการการควบคุมภายในของสำนักงานศาลยุติธรรม 18 4.1 การประชุมคณะกรรมการการควบคุมภายใน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 18 4.2 กรอบระยะเวลาในการประเมินผลการควบคุมภายใน 19 บทที่ 3 การประเมินผลการควบคุมภายในของสำนักงานศาลยุติธรรม 21 1. ขอบเขตการประเมินผลการควบคุมภายในของสำนักงานศาลยุติธรรม 21 1.1 แนวทางการประเมินผลการควบคุมภายในของสำนักงานศาลยุติธรรม 21 1.2 แผนดำเนินการในการประเมินผลการควบคุมภายใน 22 1.3 กิจกรรม โครงการฯ ที่กำหนดให้เป็นมาตรการเพิ่มเติม 22 2. การประเมินผลการควบคุมภายในตามภารกิจของสำนักงานศาลยุติธรรม 23 2.1 ประเด็นความเสี่ยงที่กำหนดให้มีการควบคุมภายใน 23 2.2 การกำหนดหน่วยงานที่ปรึกษาฯ ด้านการควบคุมภายในของสำนักงาน ศาลยุติธรรม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 32 2.3 เกณฑ์การประเมินผลความเพียงพอของมาตรการในการควบคุมภายใน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 35 3. การประเมินผลองค์ประกอบของการควบคุมภายในของสำนักงานศาลยุติธรรม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 3.1 แนวทางการประเมินผลองค์ประกอบของการควบคุมภายใน 3.2 หลักเกณฑ์ในการประเมินผล 37 37 39


คู่มือการควบคุมภายในของสำนักงานศาลยุติธรรม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ค คณะกรรมการการควบคุมภายในของสำนักงานศาลยุติธรรม ค สารบัญ (ต่อ) หน้า บทที่ 3 (ต่อ) 4. ตัวชี้วัดและมาตรการในการควบคุมภายในของสำนักงานศาลยุติธรรม 40 4.1 ตัวชี้วัดการประเมินผลการควบคุมภายในของสำนักงานศาลยุติธรรม 4.2 มาตรการในการดำเนินการควบคุมภายใน 40 40 บทที่ 4 การรายงานสรุปผลการประเมินการควบคุมภายในของสำนักงานศาลยุติธรรม 41 1. การรายงานผลองค์ประกอบของการควบคุมภายใน (แบบ ปค.4) 42 2. การรายงานการประเมินผลการควบคุมภายใน (แบบ ปค.5) 42 3. การรายงานการสอบทานการประเมินผลการควบคุมภายในของผู้ตรวจสอบภายใน (แบบ ปค.6) 42 4. การจัดทำหนังสือรับรองการประเมินผลการควบคุมภายใน (แบบ ปค.3) 43 5. แบบรายงานการประเมินผลการควบคุมภายในของสำนักงานศาลยุติธรรม 44 บทที่ 5 การพิจารณาการจัดวางระบบการควบคุมภายในของหน่วยงานที่จัดตั้งขึ้นใหม่หรือ ที่ได้ปรับโครงสร้างองค์กรใหม่ 48 ภาคผนวก 53 ภาคผนวก 1 โครงการ “รักษ์ศาลสีขาว” 54 ภาคผนวก 2 ระเบียบ หลักเกณฑ์ แนวทางปฏิบัติ และเอกสารที่เกี่ยวข้อง 57 ภาคผนวก 3 ตัวอย่าง การกำหนดมาตรการในการควบคุมภายใน (เพิ่มเติม) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 58 *****************************************


คณะกรรมการการควบคุมภายในของสำนักงานศาลยุติธรรม สำนักส่งเสริมงานตุลาการ คู่มือการควบคุมภายในของสำนักงานศาลยุติธรรม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ๑ บทที่ 1 แนวคิด หลักเกณฑ์ และมาตรฐานการควบคุมภายใน 1. บทนำ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 มาตรา 62 วรรคสอง บัญญัติให้รัฐต้อง รักษาวินัยการเงินการคลังอย่างเคร่งครัดเพื่อให้ฐานะทางการเงินการคลังของรัฐมีเสถียรภาพและมั่นคง อย่างยั่งยืนตามกฎหมายว่าด้วยวินัยการเงินการคลังของรัฐ และจัดระบบภาษีให้เกิดความเป็นธรรม แก่สังคมและมาตรา 62 วรรคสองบัญญัติว่ากฎหมายว่าด้วยวินัยการเงินการคลังของรัฐอย่างน้อยต้องมี บทบัญญัติเกี่ยวกับกรอบการดำเนินการทางการคลังและงบประมาณของรัฐ การกำหนดวินัย ทางการคลังด้านรายได้และรายจ่าย รวมทั้งเงินงบประมาณและเงินนอกงบประมาณ การบริหารทรัพย์สิน ของรัฐและเงินคงคลังและการบริหารหนี้สาธารณะ จึงได้มีการกำหนดพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลัง ของรัฐ พ.ศ.2561 หมวด 4 การบัญชี การรายงานและการตรวจสอบ มาตรา 79 ให้หน่วยงานของรัฐ จัดให้มีการตรวจสอบภายใน การควบคุมภายในและการบริหารจัดการความเสี่ยง โดยให้ถือปฏิบัติตาม มาตรฐานและหลักเกณฑ์ที่กระทรวงการคลังกำหนดซึ่งการควบคุมภายในถือเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะ ช่วยควบคุมให้การดำเนินงานตามภารกิจมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล ประหยัด และช่วยป้องกันหรือ ลดความเสี่ยงจากการผิดพลาด ความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นต่อทรัพย์สินของทางราชการ รวมทั้งการกระทำ อันเป็นการทุจริต กระทรวงการคลังได้กำหนดมาตรฐานและหลักเกณฑ์ปฏิบัติการควบคุมภายในสำหรับ หน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2561 ซึ่ง “มาตรฐานการควบคุมภายในสำหรับหน่วยงานของรัฐ” (Internal Control Standard for Government Agency) ได้ จั ด ท ำขึ้ น ต าม ม าต รฐาน ส าก ลข อ ง The Committee of Sponsoring Organizations of the Treadway Commission : COSO 2013 โดย ได้มีการปรับให้เหมาะสมกับบริบทของระบบบริหารราชการแผ่นดิน เพื่อใช้เป็นกรอบแนวทางใน การกำหนด ประเมินและปรับปรุงระบบการควบคุมภายในของหน่วยงานของรัฐ อันจะทำให้การ ดำเนินงานและการบริหารงานของหน่วยงานของรัฐบรรลุผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์เป้าหมาย และมี การกำกับดูแลที่ดี สำนักงานศาลยุติธรรมจึงได้มีการประกาศ นโยบายบริหารความเสี่ยงและการควบคุมภายใน องค์กรของสำนักงานศาลยุติธรรม เมื่อ 30 เมษายน 2561 เพื่อให้หน่วยงานในสังกัดสำนักงาน ศาลยุติธรรมนำการบริหารความเสี่ยงและการควบคุมภายในมาใช้เป็นเครื่องมือและกรอบ แนวทางในการบริหารทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลใน การดำเนินงานเพื่อรักษาและสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของศาลยุติธรรม มุ่งเน้นการบริหารความเสี่ยงให้อยู่ใน ระดับที่ยอมรับได้ไม่กระทบต่อเป้าหมายและวัตถุประสงค์ของสำนักงานศาลยุติธรรม ทั้งในด้าน การปฏิบัติงานตามกฎหมายระเบียบด้านกลยุทธ์ ด้านการดำเนินงาน และด้านการเงิน


คณะกรรมการการควบคุมภายในของสำนักงานศาลยุติธรรม สำนักส่งเสริมงานตุลาการ คู่มือการควบคุมภายในของสำนักงานศาลยุติธรรม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ๒ 2. กฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง การดำเนินการตามระเบียบการบริหารความเสี่ยงและการควบคุมภายในของ สำนักงานศาลยุติธรรมเป็นไปตามบทบัญญัติของกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการบริหารราชการและกรอบ แนวทางการพัฒนาของสำนักงานศาลยุติธรรม ดังต่อไปนี้ กฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง มาตราที่เกี่ยวข้อง รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 76 รัฐพึงพัฒนาระบบการบริหารราชการ แผ่นดิ นทั้ งราชการส่วนกลาง ส่วนภู มิ ภาค ส่วนท้องถิ่น และงานของรัฐอย่างอื่น ให้เป็นไปตาม หลักการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดีโดยหน่วยงาน ของรัฐต้องร่วมมือและช่วยเหลือกันในการปฏิบัติ หน้าที่ เพื่อให้การบริหารราชการแผ่นดิน การจัดทำ บริการสาธารณะ และการใช้จ่ายเงินงบประมาณมี ประสิทธิภาพสูงสุดเพื่อประโยชน์สุข ของประชาชน รวมตลอดทั้งพัฒนาเจ้าหน้าที่ของรัฐให้มีความ ซื่อสัตย์สุจริตและมีทัศนคติเป็นผู้ให้บริการประชาชน ให้เกิดความสะดวก รวดเร็ว ไม่เลือกปฏิบัติและ ปฏิบัติหน้าที่อย่างมีประสิทธิภาพ พระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ.2561 มาตรา 79 ให้หน่วยงานของรัฐจัดให้มีการตรวจสอบ ภายใน การควบคุมภายในและการบริหารจัดการ ความเสี่ยง โดยให้ถือปฏิบัติตามมาตรฐานและ หลักเกณฑ์ที่กระทรวงการคลังกำหนด พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการ บริหารกิจการบ้านเมืองที่ดีพ.ศ. 2546 มาตรา ๖ การบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดีได้แก่ การบริหารราชการเพื่อบรรลุเป้าหมาย ดังต่อไปนี้ (๑) เกิดประโยชน์สุขของประชาชน (๒) เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจของรัฐ (๓) มีประสิทธิภาพและเกิดความคุ้มค่าในเชิง ภารกิจของรัฐ (๔) ไม่มีขั้นตอนการปฏิบัติงานเกินความจำเป็น (๕) มีการปรับปรุงภารกิจของส่วนราชการให้ทัน ต่อสถานการณ์ (๖) ประชาชนได้รับการอำนวยความสะดวกและ ได้รับการตอบสนองความต้องการ (๗) มีการประเมินผลการปฏิบัติราชการอย่าง สม่ำเสมอ


คณะกรรมการการควบคุมภายในของสำนักงานศาลยุติธรรม สำนักส่งเสริมงานตุลาการ คู่มือการควบคุมภายในของสำนักงานศาลยุติธรรม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ๓ กฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง มาตราที่เกี่ยวข้อง มาตรฐานการควบคุมภายในสำหรับหน่วยงาน ข อ ง รั ฐ ( Internal Control Standard for Government Agency) ตามหนังสือกระทรวงการคลัง ที่ กค 0409.3/ ว 105 ลงวันที่ 5 ตุลาคม 2561 เรื่อง หลักเกณฑ์ กระทรวงการคลังว่าด้วยมาตรฐานและหลักเกณฑ์ การควบคุมภายในสำหรับหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2561 กำหนดมาตรฐานการควบคุมภายใน สำห รับ ห น่ วยงาน ของรั ฐ (Internal Control Standard for Government Agency) ได้จัดทำขึ้น ตามมาตรฐานสากลของ The Committee of Sponsoring Organizations of the Treadway Commission : COSO 2013 โดยปรับให้เหมาะสม กับบริบทของระบบการบริหารราชการแผ่นดิน ซึ่งได้ กำหนดกรอบแนวคิด ขอบเขตการใช้ วัตถุประสงค์ ของการควบคุมภายใน รวมถึงองค์ประกอบของ มาตรฐานการควบคุมภายใน เพื่อใช้เป็นกรอบ แนวทางในการกำหนด ประเมินและปรับปรุงระบบ การควบคุมภายในของหน่วยงานของรัฐ อันจะทำให้ การดำเนินงานและการบริหารงานของหน่วยงานของ รัฐบรรลุผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์ เป้าหมาย และมี การกำกับดูแลที่ดี แผนยุทธศาสตร์ศาลยุติธรรม พ.ศ. 2565 – 2568 ยุทธศาสตร์ S การพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainability) ตัวชี้วัด ศาลยุติธรรมและหน่วยงานในสังกัด สำนักงานศาลยุติธรรมทั่วประเทศผ่านเกณฑ์ การประเมินผลการปฏิบัติราชการศาลยุติธรรม แนวทางการดำเนินการที่ 3 ส่งเสริมให้ศาลและ หน่วยงานต่าง ๆ ในสำนักงานศาลยุติธรรมใช้ระบบ การบริหารความเสี่ยงและสามารถป้องกันปัญหา ที่อาจเกิดขึ้นให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ประกาศสำนักงานศาลยุติธรรม เรื่อง นโยบาย การบริหารความเสี่ยงและการควบคุมภายใน ของสำนักงานศาลยุติธรรม พ.ศ. 2561 นโยบายการบริหารความเสี่ยงและการควบคุมภายใน องค์ กรของสำนั กงานศาลยุ ติ ธรรม มุ่ งเน้ น 4 ด้านสำคัญ ได้แก่ 1. ความเสี่ยงด้านการปฏิบัติงานตามกฎหมาย/ กฎระเบียบ (Compliance Risk : C) 2. ความเสี่ยงด้านกลยุทธ์ (Strategic Risk : S) 3. ความเสี่ยงด้านการดำเนินงาน (Operational Risk : O) 4. ความเสี่ยงด้านการเงิน (Financial Risk : F)


คณะกรรมการการควบคุมภายในของสำนักงานศาลยุติธรรม สำนักส่งเสริมงานตุลาการ คู่มือการควบคุมภายในของสำนักงานศาลยุติธรรม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ๔ 3. มาตรฐานการควบคุมภายในสำหรับหน่วยงานของรัฐ (Internal Control Standard for Government Agency) หลักเกณฑ์กระทรวงการคลังว่าด้วยมาตรฐานและหลักเกณฑ์ปฏิบัติการควบคุมภายใน สำหรับหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2561 กำหนดมาตรฐานและหลักเกณฑ์ในการควบคุมภายในสำหรับ หน่วยงานของรัฐโดยกำหนดกรอบแนวคิด ขอบเขตการใช้ วัตถุประสงค์ของการควบคุมภายใน รวมถึง องค์ประกอบของมาตรฐานการควบคุมภายใน เพื่อใช้เป็นกรอบแนวทางในการกำหนด ประเมินและ ปรับปรุงระบบการควบคุมภายในของหน่วยงาน อันจะทำให้การดำเนินงานและการบริหารงานของ หน่วยงานของรัฐบรรลุผลสำเร็จตามเป้าหมายและมีการกำกับดูแลที่ดีซึ่งสำนักงานศาลยุติธรรมได้นำ แนวทางดังกล่าวฯ มาใช้เป็นกรอบแนวทางในการจัดทำระบบการควบคุมภายในของสำนักงาน ศาลยุติธรรมตามภารกิจหน้าที่ความรับผิดชอบ โดยมีการติดตามประเมินผลอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ เพื่อให้ เป็นไปตามมาตรฐานและหลักเกณฑ์ปฏิบัติการควบคุมภายในฯ ที่กำหนด 3.1 แนวคิด ความหมาย วัตถุประสงค์ 3.1.1 แนวคิดของการควบคุมภายใน (1) การควบคุมภายในเป็นกลไกที่จะทำให้หน่วยงานของรัฐบรรลุ วัตถุประสงค์การควบคุมภายในด้านใดด้านหนึ่งหรือหลายด้าน ได้แก่ ด้านการดำเนินงาน ด้านการรายงานและด้านการปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบและข้อบังคับ (2) การควบคุมภายในเป็นส่วนประกอบที่แทรกอยู่ในการปฏิบัติงาน ตามปกติของหน่วยงานของรัฐ การควบคุมภายในเป็นสิ่งที่ต้องกระทำอย่างเป็นขั้นตอนและต่อเนื่อง มิใช่เป็นผลสุดท้ายของการกระทำ (3) การควบคุมภายในเกิดขึ้นได้โดยบุคลากรของหน่วยงานของรัฐ โดยผู้กำกับดูแลฝ่ายบริหาร ผู้ปฏิบัติงานและผู้ตรวจสอบภายใน เป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการทำให้มีการ ควบคุมภายในเกิดขึ้น ซึ่งไม่ใช่เพียงการกำหนดนโยบาย ระบบงาน คู่มือการปฏิบัติงานและแบบฟอร์ม ดำเนินงานเท่านั้น หากแต่ต้องมีการปฏิบัติ (4) การควบคุมภายในสามารถให้ความเชื่อมั่นอย่างสมเหตุสมผลว่าจะบรรลุ ตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดของหน่วยงานของรัฐ อย่างไรก็ตาม การควบคุมภายในที่กำหนดก็อาจจะ ไม่สามารถให้ความมั่นใจแก่ผู้กำกับดูแล และฝ่ายบริหารว่าการดำเนินงานจะบรรลุตามวัตถุประสงค์ อย่างสมบูรณ์ (5) การควบคุมภายในควรกำหนดให้เหมาะสมกับโครงสร้างองค์กรและ ภารกิจของหน่วยงานของรัฐ


คณะกรรมการการควบคุมภายในของสำนักงานศาลยุติธรรม สำนักส่งเสริมงานตุลาการ คู่มือการควบคุมภายในของสำนักงานศาลยุติธรรม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ๕ 3.1.2 นิยามศัพท์ที่เกี่ยวข้อง นิยามศัพท์ ความหมาย หน่วยงานของรัฐ หลักเกณฑ์ปฏิบัติการควบคุมภายในสำหรับหน่วยงานของรัฐ กำหนด นิยาม “หน่วยงานของรัฐ” ในข้อ 1 (3) หมายถึง “หน่วยงานของ รัฐสภา ศาลยุติธรรม ศาลปกครอง ศาลรัฐธรรมนูญ องค์กรอิสระตาม รัฐธรรมนูญ และองค์กรอัยการ” ซึ่งสำนักงานศาลยุติธรรม เป็นหน่วยงานของรัฐไม่สังกัดกระทรวง มีหน้าที่ต้องดำเนินการตาม หลักเกณฑ์ปฏิบัติการควบคุมภายในสำหรับหน่วยงานของรัฐ และรายงานการประเมินผลการควบคุมภายในไปยังกระทรวงการคลัง โดยตรง ภายใน 90 วันนับแต่วันสิ้นปีงบประมาณ หัวหน้าหน่วยงานของรัฐ ผู้บริหารสูงสุดของหน่วยงานของรัฐ หมายถึง เลขาธิการสำนักงาน ศาลยุติธรรม ผู้กำกับดูแล บุคคลหรือคณะบุคคล ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบในการกำกับดูแล หรือบังคับบัญชาของหน่วยงานของรัฐ ซึ่งผู้มีหน้าที่รับผิดชอบใน การกำกับดูแลในสำนักงานศาลยุติธรรม หมายถึง คณะกรรมการบริหาร ศาลยุติธรรม (ก.บ.ศ.) ฝ่ายบริหาร ผู้บริหารทุกระดับของสำนักงานศาลยุติธรรม ผู้ตรวจสอบภายใน ผู้ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจสอบภายในของสำนักงานศาลยุติธรรม หรือ ดำรงตำแหน่งอื่นที่ทำหน้าที่เช่นเดียวกับผู้ตรวจสอบภายในของ หน่วยงานของรัฐ ความเสี่ยง ความเป็นไปได้ที่เหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่งอาจเกิดขึ้น และเป็น อุปสรรคต่อการบรรลุวัตถุประสงค์ของสำนักงานศาลยุติธรรม การควบคุมภายใน กระบวนการปฏิบัติงานที่ผู้กำกับดูแล หัวหน้าหน่วยงานของรัฐ ฝ่ายบริหาร และบุคลากรของหน่วยงานของรัฐจัดให้มีขึ้น เพื่อสร้าง ความมั่นใจอย่างสมเหตุสมผลว่าการดำเนินงานของหน่วยงานของรัฐ จะบรรลุวัตถุประสงค์ด้านการดำเนินงาน ด้านการรายงาน และด้าน การปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ และข้อบังคับ


คณะกรรมการการควบคุมภายในของสำนักงานศาลยุติธรรม สำนักส่งเสริมงานตุลาการ คู่มือการควบคุมภายในของสำนักงานศาลยุติธรรม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ๖ 3.1.3 วัตถุประสงค์ของการควบคุมภายใน (1 ) วัต ถุ ป ระส งค์ ด้ าน ก ารด ำเนิ น งาน (Operations Objectives) เป็นวัตถุประสงค์เกี่ยวกับความมีประสิทธิผลและประสิทธิภาพของการดำเนินงาน รวมถึงการบรรลุ เป้าหมายด้านการดำเนินงานด้านการเงิน ตลอดจนการใช้ทรัพยากร การดูแลรักษาทรัพย์สิน การป้องกันหรือลดความผิดพลาดของหน่วยงานรัฐ ตลอดจนความเสียหาย การรั่วไหล การสิ้นเปลือง หรือการทุจริตในหน่วยงานของรัฐ (2 ) วั ต ถุ ป ร ะ ส ง ค์ ด้ า น ก า ร ร า ย ง า น (Reporting objectives) เป็นวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการรายงานทางการเงินและไม่ใช่การเงิน ที่ใช้ภายในและภายนอกหน่วยงานของรัฐ รวมถึงการรายงานที่เชื่อถือได้ทันเวลา โปร่งใส หรือข้อกำหนดอื่นของทางราชการ (3) วัตถุประสงค์ด้านการปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบและข้อบังคับ (Compliance Objectives) เป็นวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับหรือ มติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงาน รวมทั้งข้อกำหนดอื่นของทางราชการ 3.2 องค์ประกอบของการควบคุมภายใน การควบคุมภายในจะเป็นเครื่องมือสนับสนุนให้หน่วยงานของรัฐสามารถ ขับเคลื่อนการปฏิบัติงานให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่กำหนด ซึ่งตามหลักเกณฑ์กระทรวงการคลังว่าด้วย มาตรฐานและหลักเกณฑ์ปฏิบัติการควบคุมภายในสำหรับหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2561 กำหนด องค์ประกอบการควบคุมภายใน จำนวน 5 องค์ประกอบ 17 หลักการ ดังนี้ 1. สภาพแวดล้อมการควบคุม (Control Environment) ประกอบด้วย 5 หลักการ ดังนี้ 1.1 หน่วยงานของรัฐแสดงให้เห็นถึงการยึดมั่นในคุณค่าของความซื่อตรงและ จริยธรรม 1.2 ผู้กำกับดูแลของหน่วยงานของรัฐ แสดงให้เห็นถึงความเป็นอิสระ จากฝ่ายบริหารและมีหน้าที่กำกับดูแลให้มีการพัฒนาหรือปรับปรุงการควบคุมภายใน รวมถึง การดำเนินการเกี่ยวกับการควบคุมภายใน 1.3 หัวหน้าหน่วยงานของรัฐจัดให้มีโครงสร้างองค์กร สายการบังคับบัญชา อำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบที่เหมาะสมในการบรรลุวัตถุประสงค์ของหน่วยงานของรัฐภายใต้ การกำกับดูแลของผู้กำกับดูแล 1.4 หน่วยงานของรัฐแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการสร้างแรงจูงใจ พัฒนา และรักษาบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของหน่วยงานของรัฐ 1.5 หน่วยงานของรัฐกำหนดให้บุคลากรมีหน้าที่และความรับผิดชอบต่อผล การปฏิบัติงานตามระบบการควบคุมภายใน เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของหน่วยงานของรัฐ 2. การประเมินความเสี่ยง (Risk Assessment) ประกอบด้วย 4 หลักการ ดังนี้ 2.1 หน่วยงานของรัฐระบุวัตถุประสงค์ของการควบคุมภายในของการปฏิบัติงาน ให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ขององค์กรไว้อย่างชัดเจนและเพียงพอที่จะสามารถระบุและประเมิน ความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับวัตถุประสงค์


คณะกรรมการการควบคุมภายในของสำนักงานศาลยุติธรรม สำนักส่งเสริมงานตุลาการ คู่มือการควบคุมภายในของสำนักงานศาลยุติธรรม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ๗ 2.2 หน่วยงานของรัฐระบุความเสี่ยงที่มีผลต่อการบรรลุวัตถุประสงค์ของการ ควบคุมภายในอย่างครอบคลุมทั้งหน่วยงานของรัฐ และวิเคราะห์ความเสี่ยงเพื่อกำหนดวิธีการจัดการ ความเสี่ยงนั้น 2.3 หน่วยงานของรัฐพิจารณาโอกาสที่อาจเกิดการทุจริต เพื่อประกอบ การประเมินความเสี่ยงที่ส่งผลต่อการบรรลุวัตถุประสงค์ 2.4 หน่วยงานของรัฐระบุและประเมินการเปลี่ยนแปลงที่อาจมีผลกระทบ อย่างมีนัยสำคัญต่อระบบการควบคุมภายใน 3. กิจกรรมควบคุม (Control Activities) ประกอบด้วย 3 หลักการ ดังนี้ 3.1 หน่วยงานของรัฐระบุและพัฒนากิจกรรมการควบคุม เพื่อลดความเสี่ยงใน การบรรลุวัตถุประสงค์ให้อยู่ในระดับที่ยอมรับได้ 3.2 หน่วยงานของรัฐระบุและพัฒนากิจกรรมการควบคุมทั่วไปด้านเทคโนโลยี เพื่อสนับสนุนการบรรลุวัตถุประสงค์ 3.3 หน่วยงานของรัฐจัดให้มีกิจกรรมการควบคุม โดยกำหนดไว้ในนโยบาย ประกอบด้วยผลสำเร็จที่คาดหวังและขั้นตอนการปฏิบัติงาน เพื่อนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติจริง 4. สารสนเทศและการสื่อสาร(Information and Communication) ประกอบด้วย 3 หลักการ ดังนี้ 4.1 หน่วยงานของรัฐจัดทำหรือจัดหาและใช้สารสนเทศที่เกี่ยวข้องและ มีคุณภาพ เพื่อสนับสนุนให้มีการปฏิบัติตามการควบคุมภายในที่กำหนด 4.2 หน่วยงานของรัฐมีการสื่อสารภายในเกี่ยวกับสารสนเทศ รวมถึง วัตถุประสงค์และความรับผิดชอบที่มีต่อการควบคุมภายใน ซึ่งมีความจำเป็นในการสนับสนุนให้มี การปฏิบัติตามการควบคุมภายในที่กำหนด 4.3 หน่วยงานของรัฐมีการสื่อสารกับบุคคลภายนอกเกี่ยวกับเรื่องที่มี ผลกระทบต่อการปฏิบัติตามการควบคุมภายในที่กำหนด 5. กิจกรรมการติดตามผล(Monitoring Activities) ประกอบด้วย 2 หลักการ ดังนี้ กิจกรรมการติดตามผลเป็นการประเมินผลระหว่างการปฏิบัติงานและ การประเมินผลเป็นรายครั้งหรือเป็นการประเมินผลทั้งสองวิธีร่วมกัน เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าได้มี การปฏิบัติตามหลักการในแต่ละองค์ประกอบของการควบคุมภายในทั้ง 5 องค์ประกอบ กรณีที่ มีผลการประเมินการควบคุมภายในจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อหน่วยงานของรัฐ ให้รายงาน ต่อฝ่ายบริหาร และผู้กำกับดูแล อย่างทันเวลา กิจกรรมการติดตามผลประกอบด้วย 2 หลักการ ดังนี้ 5.1 หน่วยงานของรัฐระบุ พัฒนา และดำเนินการประเมินผลระหว่าง การปฏิบัติงานและ/หรือการประเมินผลเป็นรายครั้งตามที่กำหนด เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าได้มีการ ปฏิบัติตามองค์ประกอบของการควบคุมภายใน 5.2 หน่วยงานของรัฐประเมินผลและสื่อสารข้อบกพร่อง หรือจุดอ่อนของ การควบคุมภายในอย่างทันเวลาต่อฝ่ายบริหารและผู้กำกับดูแล เพื่อให้ผู้รับผิดชอบสามารถสั่งการแก้ไข ได้อย่างเหมาะสม


คณะกรรมการการควบคุมภายในของสำนักงานศาลยุติธรรม สำนักส่งเสริมงานตุลาการ คู่มือการควบคุมภายในของสำนักงานศาลยุติธรรม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ๘ 3.3 ประโยชน์ที่ได้รับจากการควบคุมภายใน (1)การดำเนินงานของหน่วยงานบรรลุวัตถุประสงค์ที่วางไว้อย่างมีประสิทธิภาพ (2) การใช้ทรัพยากรเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ประหยัด และคุ้มค่า (๓) มีข้อมูลและรายงานทางการเงินที่ถูกต้อง ครบถ้วนและเชื่อถือได้ ตลอดจนสามารถนำไปใช้ในการตัดสินใจ (๔) การปฏิบัติงานในหน่วยงานเป็นไปอย่างมีระบบและอยู่ในกรอบของ กฎหมาย ระเบียบ และข้อบังคับที่วางไว้ (๕) เป็นเครื่องมือช่วยผู้บริหารในการกำกับดูแลการปฏิบัติงานได้อย่างดียิ่ง


คณะกรรมการการควบคุมภายในของสำนักงานศาลยุติธรรม สำนักส่งเสริมงานตุลาการ คู่มือการควบคุมภายในของสำนักงานศาลยุติธรรม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ๙ 4. การควบคุมภายในของสำนักงานศาลยุติธรรมตามหลักเกณฑ์ กระทรวงการคลังว่าด้วยมาตรฐานและหลักเกณฑ์ปฏิบัติการควบคุมภายในสำหรับ หน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2561 ตามหลักเกณฑ์กระทรวงการคลังว่าด้วยมาตรฐานและหลักเกณฑ์ปฏิบัติการควบคุมภายใน สำหรับหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2561 กำหนดมาตรฐานและหลักเกณฑ์การควบคุมภายในสำหรับ หน่วยงานของรัฐ เพื่อให้หน่วยงานนำมาใช้เป็นกรอบแนวทางในการจัดทำระบบการควบคุมภายในให้ เหมาะสมกับภารกิจหน้าที่ขององค์กร โดยให้มีการดำเนินการตามมาตรฐานที่กำหนดฯ มีการ ประเมินผลการควบคุมภายใน รวมทั้งให้มีการรายงานผล ซึ่งตามแนวทางดังกล่าวฯ สำนักงาน ศาลยุติธรรมต้องดำเนินการในส่วนที่สำคัญตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ข้อ 3 ให้หน่วยงานของรัฐจัดให้มีการประเมินผลการควบคุมภายในตามที่หน่วยงานของรัฐ กำหนดไว้อย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง โดยให้มีการรายงานตามข้อ 8 และข้อ 9 ข้อ 4 ให้ฝ่ายบริหารเป็นผู้รับผิดชอบในการกำกับดูแลให้มีการนำมาตรฐานการควบคุมภายใน สำหรับหน่วยงานของรัฐที่กระทรวงการคลังกำหนด ใช้เป็นแนวทางในการจัดวางระบบการควบคุมภายใน และประเมินผลการควบคุมภายในของหน่วยงานของรัฐ ข้อ 5 ให้หน่วยงานของรัฐจัดให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่งโดยมีหน้าที่ ดังนี้ (1) อำนวยการในการประเมินผลการควบคุมภายใน (2) กำหนดแนวทางการประเมินผลการควบคุมภายในในภาพรวมของหน่วยงานของรัฐ (3) รวบรวม พิจารณากลั่นกรอง และสรุปผลการประเมินการควบคุมภายในใน ภาพรวมของหน่วยงานของรัฐ (4) ประสานงานการประเมินผลการควบคุมภายในกับหน่วยงานในสังกัดที่เกี่ยวข้อง (5) จัดทำรายงานการประเมินผลการควบคุมภายในระดับหน่วยงานของรัฐ ทั้งนี้ องค์ประกอบและคุณสมบัติของคณะกรรมการ ให้เป็นไปตามที่หน่วยงานของรัฐกำหนด ข้อ 8 ให้คณะกรรมการจัดทำรายงานการประเมินผลการควบคุมภายในระดับหน่วยงานของรัฐ ประกอบด้วย (1) การรับรองว่าการควบคุมภายในของหน่วยงานของรัฐเป็นไปตามที่มาตรฐานและ หลักเกณฑ์ปฏิบัติที่กระทรวงการคลังกำหนด (2) การประเมินองค์ประกอบของการควบคุมภายใน ประกอบด้วย (2.1) สภาพแวดล้อมการควบคุม (2.2) การประเมินความเสี่ยง (2.3) กิจกรรมการควบคุม (2.4) สารสนเทศและการสื่อสาร (2.5) กิจกรรมการติดตามผล (3) การประเมินผลการควบคุมภายในของภารกิจตามกฎหมายที่จัดตั้งหน่วยงานของรัฐ หรือภารกิจตามแผนการดำเนินงานที่สำคัญของหน่วยงานของรัฐ (4) ความเห็นของผู้ตรวจสอบภายในเกี่ยวกับการสอบทานการควบคุมภายในของ หน่วยงานของรัฐ


คณะกรรมการการควบคุมภายในของสำนักงานศาลยุติธรรม สำนักส่งเสริมงานตุลาการ คู่มือการควบคุมภายในของสำนักงานศาลยุติธรรม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ๑๐ ทั้งนี้ รายงานดังกล่าวให้เป็นไปตามแบบรายงานที่แนบท้ายหลักเกณฑ์ปฏิบัตินี้ โดยหน่วยงานของรัฐสามารถกำหนดแบบรายงานเพิ่มเติมได้ตามความจำเป็นและเหมาะสม ข้อ 10 วรรคสอง กรณีหน่วยงานของรัฐที่ไม่อยู่ภายใต้สังกัดกระทรวง ให้จัดส่งรายงานต่อ กระทรวงการคลังโดยตรงภายใน 90 วัน นับแต่วันสิ้นปีงบประมาณหรือสิ้นปีปฏิทินแล้วแต่กรณี ข้อ 11 ให้หัวหน้าหน่วยงานของรัฐ ผู้กำกับดูแล กระทรวงเจ้าสังกัด ใช้ข้อมูลรายงาน การประเมินผลการควบคุมภายใน เพื่อเป็นเครื่องมือสนับสนุนให้หน่วยงานของรัฐสามารถขับเคลื่อน การปฏิบัติงานให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ที่กำหนด


คณะกรรมการการควบคุมภายในของสำนักงานศาลยุติธรรม สำนักส่งเสริมงานตุลาการ คู่มือการควบคุมภายในของสำนักงานศาลยุติธรรม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ๑๑ บทที่ 2 การดำเนินการควบคุมภายในของสำนักงานศาลยุติธรรม 1. นโยบายการบริหารจัดการความเสี่ยงของสำนักงานศาลยุติธรรม


คณะกรรมการการควบคุมภายในของสำนักงานศาลยุติธรรม สำนักส่งเสริมงานตุลาการ คู่มือการควบคุมภายในของสำนักงานศาลยุติธรรม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ๑๒


คณะกรรมการการควบคุมภายในของสำนักงานศาลยุติธรรม สำนักส่งเสริมงานตุลาการ คู่มือการควบคุมภายในของสำนักงานศาลยุติธรรม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ๑๓ 2. กฎบัตรคณะกรรมการการควบคุมภายในของสำนักงานศาลยุติธรรม


คณะกรรมการการควบคุมภายในของสำนักงานศาลยุติธรรม สำนักส่งเสริมงานตุลาการ คู่มือการควบคุมภายในของสำนักงานศาลยุติธรรม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ๑๔


คณะกรรมการการควบคุมภายในของสำนักงานศาลยุติธรรม สำนักส่งเสริมงานตุลาการ คู่มือการควบคุมภายในของสำนักงานศาลยุติธรรม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ๑๕


คณะกรรมการการควบคุมภายในของสำนักงานศาลยุติธรรม สำนักส่งเสริมงานตุลาการ คู่มือการควบคุมภายในของสำนักงานศาลยุติธรรม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ๑๖ 3. คำสั่งคณะกรรมการการควบคุมภายในของสำนักงานศาลยุติธรรม


คณะกรรมการการควบคุมภายในของสำนักงานศาลยุติธรรม สำนักส่งเสริมงานตุลาการ คู่มือการควบคุมภายในของสำนักงานศาลยุติธรรม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ๑๗


คณะกรรมการการควบคุมภายในของสำนักงานศาลยุติธรรม สำนักส่งเสริมงานตุลาการ คู่มือการควบคุมภายในของสำนักงานศาลยุติธรรม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ๑๘ 4. แผนการดำเนินการของคณะกรรมการการควบคุมภายใน 4.1 การประชุมคณะกรรมการการควบคุมภายในประจำปี 2566 ครั้งที่ 1/2566 ครั้งที่ 2/2566 ครั้งที่ 3/2566 ครั้งที่ 4/2566 - พิจารณากำหนดแนวทางในการควบคุมภายใน และการประเมินผล ของการควบคุมภายในสำนักงานศาลยุติธรรม - พิจารณาแบบประเมินผลองค์ประกอบของการควบคุมภายใน -ประเมินผลการควบคุมภายในของสำนักงานศาลยุติธรรม ครั้งที่ 1/2566 -กำหนดหน่วยงานที่ปรึกษาฯ เพื่อกำหนดมาตรการในการควบคุมภายในเพิ่มเติม ติดตามผลการดำเนินการตามมาตรการการควบคุมภายใน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ไตรมาสที่ 1 – 3/2566 -ประเมินผลการควบคุมภายในของสำนักงานศาลยุติธรรม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 (ครั้งที่ 2 รอบ 12 เดือน) -สรุปผลการประเมินองค์ประกอบของการควบคุมภายในฯ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 -สรุปผลการประเมินการควบคุมภายในของสำนักงานศาลยุติธรรมฯ และสรุปผล การดำนินงานของคณะกรรมการฯ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 -พิจารณาทบทวนคำสั่งคณะกรรมการฯ กฎบัตรการควบคุมภายใน แผนดำเนินการ การควบคุมภายใน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567


คณะกรรมการการควบคุมภายในของสำนักงานศาลยุติธรรม สำนักส่งเสริมงานตุลาการ คู่มือการควบคุมภายในของสำนักงานศาลยุติธรรม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ๑๙ 4.2 กรอบระยะเวลาในการประเมินผลการควบคุมภายใน


คณะกรรมการการควบคุมภายในของสำนักงานศาลยุติธรรม สำนักส่งเสริมงานตุลาการ คู่มือการควบคุมภายในของสำนักงานศาลยุติธรรม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ๒๐


คณะกรรมการการควบคุมภายในของสำนักงานศาลยุติธรรม สำนักส่งเสริมงานตุลาการ คู่มือการควบคุมภายในของสำนักงานศาลยุติธรรม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ๒๑ บทที่ 3 การประเมินผลการควบคุมภายในของสำนักงานศาลยุติธรรม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 1. ขอบเขตการประเมินผลการควบคุมภายในของสำนักงานศาลยุติธรรม 1.1 แนวทางการประเมินผลการควบคุมภายใน แบ่งออกเป็น 2 ด้าน ได้แก่ การควบคุมภายในจะเป็นเครื่องมือสนับสนุนให้หน่วยงานของรัฐสามารถขับเคลื่อน การปฏิบัติงานให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่กำหนด ซึ่งตามหลักเกณฑ์กระทรวงการคลังว่าด้วยมาตรฐาน และหลักเกณฑ์ปฏิบัติการควบคุมภายในสำหรับหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2561 โดยได้กำหนด แนวทางการประเมินผล ประจำปีงบประมาณ 2566 ดังนี้ (1) การประเมินผลการควบคุมภายในของภารกิจตามกฎหมายจัดตั้ง ของสำนักงานศาลยุติธรรมประกอบด้วย (1.1) ความเสี่ยงคงเหลือจากผลการประเมินของคณะกรรมการการควบคุมภายใน และข้อสังเกตของผู้ตรวจสอบภายใน ประจำปีงบประมาณ 2565 จำนวน 6 ด้าน 14 ประเด็น (1.2) การประเมินผลประเด็นความเสี่ยงตามแผนบริหารจัดการความเสี่ยง สำนักงานศาลยุติธรรม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 จำนวน 5 ด้าน 20 ประเด็น (1.3) ความเสี่ยงเพิ่มเติมจากคณะกรรมการการควบคุมภายในของสำนักงาน ศาลยุติธรรม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 จำนวน 1 ด้าน 2 ประเด็น (2) การประเมินผลองค์ประกอบของการควบคุมภายใน การประเมินผลองค์ประกอบของการควบคุมภายในของหน่วยงานในสำนักงาน ศาลยุติธรรม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 กำหนดให้หัวหน้าหน่วยงานเป็นผู้ตอบแบบประเมิน ซึ่งกำหนดวิธีการประเมินผลโดยการประเมินตนเองจากการตอบแบบประเมินผลองค์ประกอบการควบคุม ภายในของคณะกรรมการการควบคุมภายใน จำนวน 5 ด้าน ได้แก่ 1) สภาพแวดล้อมของการควบคุม 2) การประเมินความเสี่ยง 3) กิจกรรมการควบคุม 4) สารสนเทศและการสื่อสาร 5) การติดตาม ประเมินผล


คณะกรรมการการควบคุมภายในของสำนักงานศาลยุติธรรม สำนักส่งเสริมงานตุลาการ คู่มือการควบคุมภายในของสำนักงานศาลยุติธรรม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ๒๒ 1.2 แผนดำเนินการในการประเมินผลการควบคุมภายใน ประจำปี งบประมาณ พ.ศ. 2566 ดังนี้ (1) การกำหนดหน่วยงานที่ปรึกษาฯ เป็นการกำหนดให้หน่วยงานส่วนกลางที่มีหน้าที่ กำกับควบคุมดูแล ในการออกแนวทางปฏิบัติที่เกี่ยวข้องกับภารกิจหน้าที่ของหน่วยงานในสังกัด สำนักงานศาลยุติธรรม ร่วมกำหนดมาตรการในการควบคุมภายใน (เพิ่มเติม) ในประเด็นความเสี่ยงที่มี อยู่จากผลการประเมินการควบคุมภายใน และตามข้อสังเกตของผู้ตรวจสอบภายใน ประจำปี งบประมาณ พ.ศ. 2565 และนำมาควบคุมต่อในปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ความเสี่ยงเพิ่มเติมจาก คณะกรรมการการควบคุมภายในของสำนักงานศาลยุติธรรม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 และประเด็นความเสี่ยงที่อยู่ในระดับสูง และสูงมาก จากผลการประเมินของคณะกรรมการการควบคุมภายใน ครั้งที่ 1/2566 ดังนั้น เพื่อเป็นการควบคุมความเสี่ยงที่มีอยู่ให้อยู่ในระดับที่ควบคุมได้หรือไม่พบความ เสี่ยงอีก คณะกรรมการการควบคุมภายในของสำนักงานศาลยุติธรรมจึงพิจารณากำหนดให้หน่วยงาน ในส่วนกลางเป็นหน่วยงานที่ปรึกษาฯ เพื่อกำหนดมาตรการในการควบคุมภายใน (เพิ่มเติม) (๒) กำหนดให้นำตัวชี้วัดจากการประเมินผลการปฏิบัติราชการของศาลยุติธรรมและ หน่วยงานในสังกัดสำนักงานศาลยุติธรรม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 มาเป็นมาตรการเพื่อกำกับ ในประเด็นความเสี่ยงที่กำหนดประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 (3)ข้อมูลการรายงานผลหรือติดตามข้อมูลเพิ่มเติมของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น รายงาน ข้อมูลการทุจริตฯ หรือกรณีวินัย การตรวจพบความผิดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง การขอข้อมูลเพิ่มเติมจากสำนัก เทคโนโลยีสารสนเทศ หรือจากสำนักคลัง เป็นต้น ข้อมูลดังกล่าวจะนำมาเพื่อประกอบการพิจารณาความเพียงพอ ของการควบคุมภายในในประเด็นความเสี่ยงที่ควบคุมและประเมินผลฯ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 1.3 กิจกรรมโครงการฯ ที่กำหนดให้เป็นมาตรการเพิ่มเติม ในการเพิ่ม ประสิทธิภาพของระบบการบริหารการควบคุมภายในของสำนักงานศาลยุติธรรม กำหนดให้มีโครงการฯ เพื่อดำเนินการตามมาตรการ ดังนี้ (1) โครงการ “รักษ์ศาลสีขาว” (2) โครงการ “เรียนรู้ เพื่อเพิ่มสมรรถนะด้านจริยธรรมของบุคลากรในสำนักงาน ศาลยุติธรรม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566”


คณะกรรมการการควบคุมภายในของสำนักงานศาลยุติธรรม สำนักส่งเสริมงานตุลาการ คู่มือการควบคุมภายในของสำนักงานศาลยุติธรรม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ๒๓ 2. การประเมินผลการควบคุมภายในของภารกิจตามกฎหมายจัดตั้งของสำนักงานศาลยุติธรรม 2.1 ประเด็นความเสี่ยงที่กำหนดให้มีการควบคุมภายในประจำปีงบประมาณ 2566 ประกอบด้วย ประเด็นความเสี่ยง 2 กลุ่ม ดังนี้ (1) ประเด็นความเสี่ยงคงเหลือจากผลการประเมินการควบคุมภายในประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 จำนวน 6 ด้าน 14 ประเด็น (2) ประเด็นความเสี่ยงระดับองค์กรตามแผนบริหารจัดการความเสี่ยง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 จำนวน 5 ด้าน 20 ประเด็น (3) ความเสี่ยงเพิ่มเติมจากคณะกรรมการการควบคุมภายในของสำนักงานศาลยุติธรรม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 จำนวน 1 ด้าน 2 ประเด็น กลุ่ม 1 ความเสี่ยงที่มีอยู่จากผลการประเมินการควบคุมภายในของคณะกรรมการการควบคุมภายใน และตามข้อสังเกตของผู้ตรวจสอบภายในประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 ภารกิจ/ประเด็นความเสี่ยง มาตร/กิจกรรมการควบคุม 1.ด้านยุทธศาสตร์ โครงการหรือกิจกรรมของโครงการตามแผนปฏิบัติ การประจำปีไม่สามารถดำเนินการให้บรรลุเป้าหมาย ที่กำหนดไว้ได้ กำหนดมาตรการในการติดตาม และการกำกับควบคุมการดำเนินงานให้เป็นไป ตามแผนปฏิบัติงานหรือแผนการใช้จ่ายของหน่วยงาน 2. ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ความผิดพลาดคลาดเคลื่อนของข้อมูลจากการ เชื่อมโยงระบบe-Filing และระบบ CIOS กับระบบ สำนวนคดี 1. มีการติดตามผลการปรับปรุงพัฒนาระบบการเชื่อมโยงระบบ e-Filing และระบบ CIOSกับระบบสำนวนคดี 2. ซักซ้อมทำความเข้าใจกับเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานเป็นนักคอมพิวเตอร์หรือ เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานด้านเทคโนโลยีของศาลในเรื่องระบบ e-Filing และ ระบบ CIOS 3. ระบบงบประมาณ การเงิน การบัญชีและการพัสดุ 3.1 ข้อผิดพลาดที่ส่งผลกระทบต่อความถูกต้อง เชื่อถือได้ของรายงานทางการเงิน 1.พัฒนาระบบโปรแกรมด้านการเงินให้เชื่อมโยงกับโปรแกรมบัญชีอัตโนมัติ 2.ซักซ้อมความเข้าใจกับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องกับการเชื่อมโยง โปรแกรมด้านการเงินและบัญชีอัตโนมัติ 3.2 ข้อผิดพลาดในการปฏิบัติงานด้านการเงิน การบัญชี และการพัสดุ 1. จัดให้มีมาตรการในการกํากับตรวจสอบการปฏิบัติงาน เกี่ยวกับระบบงาน การเงินการบัญชีและการพัสดุ ของหน่วยงานอย่างสม่ำเสมอ 2.จัดให้มีการฝึกอบรมหรือให้ความรู้แก่ผู้ปฏิบัติงานเพื่อเพิ่มทักษะความ เชี่ยวชาญเฉพาะด้านแก่ผู้ปฏิบัติงานด้านการเงิน การบัญชี และการพัสดุ 3.3 การเบิกค่าใช้จ่ายผิดงาน กิจกรรม โครงการ และประเภทค่าใช้จ่าย 1. เสริมสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง หรือซักซ้อมแนวทางการเบิกจ่าย งบประมาณให้เป็นไปตามกฎหมายระเบียบ หลักเกณฑ์ และแนวปฏิบัติของ หน่วยงานในสังกัดสำนักงานศาลยุติธรรม 2. มีระบบการตรวจสอบหรือการควบคุมการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ผู้ปฏิบัติงานอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง 3.4 การทุจริตในการเบิกจ่ายเงินงบประมาณและ การจัดซื้อจัดจ้าง สร้างความรับรู้ในด้านวินัย และจริยธรรม ให้บุคลากรผู้ปฏิบัติหน้าที่ตระหนักถึง บทลงโทษในการกระทำการทุจริตจากการปฏิบัติหน้าที่ราชการ


คณะกรรมการการควบคุมภายในของสำนักงานศาลยุติธรรม สำนักส่งเสริมงานตุลาการ คู่มือการควบคุมภายในของสำนักงานศาลยุติธรรม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ๒๔ ภารกิจ/ประเด็นความเสี่ยง มาตรการ/กิจกรรมการควบคุม 3.5 หน่วยงานมีผลการดำเนินการและ การก่อหนี้ล่าช้าหรือมีผลการเบิกจ่าย ค่าใช้จ่ายด้านลงทุนต่ำกว่าเป้าหมาย กำหนดมาตรการในการกํากับ ควบคุม การดําเนินงานให้เป็นไปตามแผนปฏิบัติงานและ แผนการใช้จ่ายเงิน ของหน่วยงาน 3.6 การใช้จ่ายเงินงบประมาณไม่ถูกต้อง ตามระบบงบประมาณ 1. มีการสื่อสารความเสี่ยงที่พบให้หน่วยงานในสังกัดรับทราบ และหน่วยงานส่วนกลางที่มี หน้าที่กำกับดูแล เพื่อเป็นข้อมูลในการกำหนดกิจกรรมการควบคุมที่เหมาะสมและ การบริหารจัดการความเสี่ยงตามภารกิจหน้าที่ความรับผิดชอบ 2. กำหนดแนวทางให้หน่วยงานในสังกัดสำนักงานศาลยุติธรรมนำตัวชี้วัดการประเมินผล การปฏิบัติราชการที่กำหนดไว้ มาใช้วัดผลและประเมินการปฏิบัติราชการอย่างเข้มงวด 3.7 การเบิกจ่ายเงินงบประมาณไม่ ถูกต้องตามกฎหมายและระเบียบที่ เกี่ยวข้อง 1. มีการสื่อสารความเสี่ยงที่พบให้หน่วยงานในสังกัดรับทราบ และหน่วยงานส่วนกลางที่มี หน้าที่กำกับดูแล เพื่อเป็นข้อมูลในการกำหนดกิจกรรมการควบคุมที่เหมาะสมและ การบริหารจัดการความเสี่ยงตามภารกิจหน้าที่ความรับผิดชอบ 2. กำหนดแนวทางให้หน่วยงานในสังกัดสำนักงานศาลยุติธรรมนำตัวชี้วัดการประเมินผล การปฏิบัติราชการที่กำหนดไว้ มาใช้วัดผลและประเมินการปฏิบัติราชการอย่างเข้มงวด 3.8 การบันทึกบัญชีโดยแนบเอกสาร ประกอบไม่ครบถ้วนและไม่ถูกต้องตาม ระเบียบและแนวทางที่เกี่ยวข้อง 1. มีการสื่อสารความเสี่ยงที่พบให้หน่วยงานในสังกัดรับทราบ และหน่วยงานส่วนกลางที่มี หน้าที่กำกับดูแล เพื่อเป็นข้อมูลในการกำหนดกิจกรรมการควบคุมที่เหมาะสมและ การบริหารจัดการความเสี่ยงตามภารกิจหน้าที่ความรับผิดชอบ 2. กำหนดแนวทางให้หน่วยงานในสังกัดสำนักงานศาลยุติธรรมนำตัวชี้วัดการประเมินผล การปฏิบัติราชการที่กำหนดไว้ มาใช้วัดผลและประเมินการปฏิบัติราชการอย่างเข้มงวด 3.9 การจัดซื้อจัดจ้างปฏิบัติไม่ถูกต้อง ตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง 1. มีการสื่อสารความเสี่ยงที่พบให้หน่วยงานในสังกัดรับทราบ และหน่วยงานส่วนกลางที่มี หน้าที่กำกับดูแล เพื่อเป็นข้อมูลในการกำหนดกิจกรรมการควบคุมที่เหมาะสมและการ บริหารจัดการความเสี่ยงตามภารกิจหน้าที่ความรับผิดชอบ 2. กำหนดแนวทางให้หน่วยงานในสังกัดสำนักงานศาลยุติธรรมนำตัวชี้วัดการประเมินผล การปฏิบัติราชการที่กำหนดไว้ มาใช้วัดผลและประเมินการปฏิบัติราชการอย่างเข้มงวด 4. ระบบสำนวนความและเอกสารทางคดี สำนวนคดีหรือเอกสารในสำนวนคดีมี การสูญหาย 1. กำหนดให้มีมาตรการในการติดตาม การกำกับและควบคุมการรับ-ส่งสำนวนให้เป็นไปตาม แนวทางและวิธีปฏิบัติที่สำนักงานศาลยุติธรรมกำหนด 2.สร้างความรับรู้ในด้านวินัย และจริยธรรม ให้บุคลากรผู้ปฏิบัติหน้าที่ตระหนักถึงบทลงโทษ ในกรณีการละเว้นหรือหลีกเลี่ยงการปฏิบัติให้เป็นไปตามระเบียบหรือแนวทางที่กำหนดฯ 5. ระบบงานรักษาความปลอดภัย มีเหตุการณ์ความไม่ปลอดภัยเกิดขึ้นภายใน หน่วยงาน หรือเกิดกับบุคลากรผู้ปฏิบัติงาน และประชาชนที่มาติดต่อราชการ กำหนดแผนหรือมาตรการในการรักษาความปลอดภัยในกรณีเกิดเหตุการณ์ต่าง ๆ อย่างชัดเจน และมีการซักซ้อมเพื่อให้สามารถควบคุมหรือรองรับกรณีเกิดเหตุการณ์ ความไม่ปลอดภัยเกิดขึ้น 6. โรคระบาดและภัยพิบัติ หน่วยงานเกิดโรคระบาดหรือประสบภัย พิบัติ กำหนดให้แต่ละหน่วยงานมีแนวทางบริหารจัดการในกรณีการเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน เพื่อความต่อเนื่องและเตรียมพร้อมรับมือกับสภาวะวิกฤติหรือภัยพิบัติหรือเหตุฉุกเฉินที่ ส่งผลกระทบให้หน่วยงานไม่สามารถดำเนินงานได้


คณะกรรมการการควบคุมภายในของสำนักงานศาลยุติธรรม สำนักส่งเสริมงานตุลาการ คู่มือการควบคุมภายในของสำนักงานศาลยุติธรรม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ๒๕ กลุ่ม 2 ความเสี่ยงตามแผนบริหารจัดการความเสี่ยงของสำนักงานศาลยุติธรรม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2566 ภารกิจ/ประเด็นความเสี่ยง มาตรการ/กิจกรรมการควบคุม 1.ด้านยุทธศาสตร์ ความเสี่ยง โครงการหรือกิจกรรมของ โครงการตามแผนปฏิบัติการประจำปี ไม่ สาม ารถ ด ำเนิ น การให้ บ รรลุ เป้าหมายที่กำหนดไว้ได้ 1. ผู้บริหารยอมรับความเสี่ยงในระดับปานกลางกรณีโครงการหรือกิจกรรมของโครงการตาม แผนปฏิบัติการประจำปีไม่สามารถดำเนินการให้บรรลุเป้าหมายที่กำหนดไว้ได้ 2. หน่วยงานมีการวางแผนและกำกับติดตามการดำเนินโครงการหรือกิจกรรมอย่าง มีประสิทธิภาพ 3. ผู้อำนวยการและหัวหน้าส่วนนำมาตรการในการกำกับ ตรวจสอบและรายงานผลฯ ของผู้บริหาร (ตามตัวชี้วัดข้อ 1) ไปดำเนินการให้เกิดผลเป็นรูปธรรม 2.ด้านการปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบ ความเสี่ยงที่ 2.1 สำนวนค้างการ พิจารณาอยู่ที่ศาลชั้นต้นไม่ส่งสำนวนไป ศาลสูง 1. ผู้บริหารยอมรับความเสี่ยงในระดับต่ำกรณีสำนวนค้างการพิจารณาอยู่ที่ศาลชั้นต้นไม่ส่งสำนวน ไปศาลสูง 2. หน่วยงานมีคู่มือการปฏิบัติงานอุทธรณ์ฎีกาตามกฎหมายและระเบียบที่ถูกต้อง ครบถ้วนเป็น ปัจจุบันและมีการติดตามการปฏิบัติงานตามคู่มือ 3. หน่วยงานมีระบบควบคุม ตรวจสอบบัญชีรับส่งอุทธรณ์ฎีกาโดยมีการรายงานผลต่อ ผู้บังคับบัญชาอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง 4. มีการมอบหมายผู้รับผิดชอบในการติดตามตรวจสอบผลการส่งหมายและการขยายระยะเวลา การอุทธรณ์ฎีกาให้อยู่ในกรอบระยะเวลาตามกฎหมายและคำสั่งศาลโดยเคร่งครัด ความเสี่ยงที่ 2.2 สำนวนคดีหรือ เอกสารในสำนวนหรือซองคำพิพากษา มีการสูญหาย 1. ผู้บริหารยอมรับความเสี่ยงระดับน้อยที่สุด กรณีสำนวนคดีหรือเอกสารในสำนวนหรือ ซองคำพิพากษามีการสูญหาย ๒. มีมาตรการควบคุมการรับ-ส่ง ติดตามสำนวน รวมถึงเอกสารในคดีหรือซองคำพิพากษา ตามแนวทางและวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับสำนวนความและเอกสาร 3. มีมาตรการเพื่อการจัดเก็บสำนวนและเอกสารที่ปฏิบัติงานแล้วเสร็จในห้องเก็บสำนวน และห้องเก็บเอกสาร กรณีที่ต้องส่งสำนวนหรือเอกสารไปงานอื่นเพื่อปฏิบัติงานต่อเนื่องให้ มีหลักฐานการรับส่งตามวิธีการหรือแนวปฏิบัติเกี่ยวกับสำนวนความและเอกสาร 4. มีมาตรการตรวจสอบความมีอยู่และความสมบูรณ์ของเอกสาร มีการบันทึกรายการ เอกสารในสารบาญให้ถูกต้องตรงกับเอกสารในสำนวน 5. มีการมอบหมายผู้รับผิดชอบในการตรวจสอบและแก้ไขการปฏิบัติงานเก็บสำนวน งาน เก็บรักษาเอกสารและพยานวัตถุ การรับส่งสำนวนความและเอกสาร และการเก็บรักษาซอง คำพิพากษาหรือคำสั่งให้ถูกต้องตามระเบียบ ก.บ.ศ. ว่าด้วยงานธุรการเกี่ยวกับสำนวน ความและเอกสาร พ.ศ. 2557 ความเสี่ยงที่ 2.3 การปฏิบัติงานเกี่ยวกับงานหมายมี ความล่าช้าหรือความผิดพลาดในการ รายงานการส่งหมาย 1. ผู้บริหารยอมรับความเสี่ยงระดับน้อยที่สุด กรณีข้อผิดพลาดในการปฏิบัติงาน เกี่ยวกับงานหมายตามคำสั่งศาล 2. มีการกำหนดกรอบระยะเวลาการปฏิบัติงานหมายและคำคู่ความ เช่น - พิมพ์หมายภายใน 3 วัน นับจากวันที่ได้รับสำนวนและคำสั่งศาล - ส่งและรายงานผลหมายภายใน 15 วัน นับจากวันได้รับหมาย ยกเว้นกรณีเร่งด่วน ให้รายงานผลภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ได้รับหมาย 3. มีระบบการควบคุม บันทึกการออกหมายในระบบสารสนเทศสำนวนคดีอย่างครบถ้วนเป็น ปัจจุบัน 4. มีกระบวนงานในการติดตามสำนวน และการปฏิบัติตามคำสั่งศาลให้แล้วเสร็จภายในกำหนด


คณะกรรมการการควบคุมภายในของสำนักงานศาลยุติธรรม สำนักส่งเสริมงานตุลาการ คู่มือการควบคุมภายในของสำนักงานศาลยุติธรรม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ๒๖ ภารกิจ/ประเด็นความเสี่ยง มาตรการ/กิจกรรมการควบคุม 3. ด้านการดำเนินงาน ความเสี่ยงที่ 3.1 มีเหตุการณ์ความไม่ปลอดภัย เกิดขึ้นภายในหน่วยงาน หรือเกิด กับบุคลากรผู้ปฏิบัติงาน และ ประชาชนที่มาติดต่อราชการ 1. ผู้บริหารไม่ยอมให้เกิดความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ความไม่ปลอดภัยเกิดขึ้นภายใน หน่วยงาน หรือเกิดกับบุคลากรผู้ปฏิบัติงาน และประชาชนที่มาติดต่อราชการทุกกรณี 2. จัดให้มีมาตรการเกี่ยวกับอาคารสถานที่และวัสดุอุปกรณ์ เช่น มีการกำหนดช่องทาง เข้าออก ทางเดียวหรือเท่าที่จำเป็นมีการตรวจสอบและปรับปรุงการติดตั้งสัญญาณเตือนภัย กล้องโทรทัศน์ วงจรปิด และระบบควบคุมการเข้า-ออกประตูให้เหมาะสมและใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงมีการจัดเตรียมอุปกรณ์ดับเพลิง เครื่องตรวจอาวุธ อุปกรณ์ปฐมพยาบาล ให้มีความพร้อม อย่างเพียงพอ 3. มีมาตรการกำหนดพื้นที่เพื่อการรักษาความปลอดภัย เช่น การพิจารณากำหนดพื้นที่ควบคุม พื้นที่ หวงห้าม เขตหวงห้ามเฉพาะ เขตหวงห้ามเด็ดขาด การกำหนดสิทธิของบุคคลในแต่ละพื้นที่ รวมทั้ง จัดทำป้ายแสดงเขตพื้นที่ให้ชัดเจน และมีเครื่องกีดขวางทางเข้าออกพื้นที่หวงห้ามมีการกำหนดบัตร ผ่านถาวรหรือบัตรผ่านชั่วคราวแยกประเภทสำหรับบุคคล และผู้มาติดต่อราชการ พิจารณากำหนด จุดรักษาความปลอดภัยประจำจุดตรวจค้นบุคคล แผนและวงรอบการตรวจจุดเสี่ยง ให้บริหารจัดการ กำลังของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยและเจ้าพนักงานตำรวจศาลให้มีการบูรณาการร่วม ปฏิบัติด้วยกันตามความเหมาะสม 4. จัดให้มีการซักซ้อมและเสริมสร้างทักษะด้านการรักษาความปลอดภัยหรือซักซ้อมการ ปฏิบัติตามแผนควบคุมภาวะฉุกเฉิน แผนเผชิญเหตุหรือแผนป้องกันและรับมือกรณีเกิดเหตุ แห่งความไม่ปลอดภัย 5. จัดให้มีมาตรการเพื่อความปลอดภัยสำหรับจุดตรวจของเจ้าหน้าที่ และมาตรการในการ ป้องกันการก่อเหตุร้ายหรือนำอาวุธปืนหรืออาวุธทุกชนิดเข้ามาในอาคารศาลและบริเวณศาล ความเสี่ยงที่ 3.2 หน่วยงานเกิดโรคระบาด หรือประสบภัยพิบัติ 1. ผู้บริหารยอมรับความเสี่ยงระดับน้อยที่สุด กรณีหน่วยงานเกิดโรคระบาดหรือประสบภัยพิบัติ 2. จัดให้มีการกำกับดูแลให้บุคลากรในสังกัดดูแลรักษาสุขภาพและป้องกันตนเอง รักษา ระยะห่างทางสังคม สวมหน้ากากอนามัย หมั่นล้างมือและหลีกเลี่ยงการอยู่ในสถานที่ชุมชน หรือเดินทางไปในสถานที่เสี่ยง 3. หน่วยงานมีแนวทางบริหารจัดการเพื่อความต่อเนื่องและเตรียมพร้อมรับมือกับสภาวะวิกฤติหรือ ภัยพิบัติ หรือเหตุฉุกเฉินที่ส่งผลกระทบให้หน่วยงานไม่สามารถดำเนินงานได้ 4. มีมาตรการในการกำกับดูแลและยกระดับมาตรฐานด้านการรักษาความปลอดภัยตามแผนรักษา ความสงบและรักษาความปลอดภัยในศาลยุติธรรม ให้บังเกิดผลสำเร็จ โดยมอบหมายให้เจ้าพนักงาน ตำรวจศาลเป็นผู้รับผิดชอบในการประสานงาน การนำแผนไปปฏิบัติและการติดตามรายงานผล 5. จัดให้มีมาตรการเพื่อป้องกันผลกระทบจากวาตภัยเช่น การตรวจสอบและปรับปรุงซ่อมแซม อาคารศาลและบ้านพักข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรมที่ชำรุดเสื่อมสภาพให้มีความมั่นคง แข็งแรง และการบำรุง ดูแลรักษาต้นไม้ขนาดใหญ่ และตัดแต่งกิ่งไม้ในบริเวณศาลและบ้านพัก ป้องกันการหักโค่น ความเสี่ยงที่ 3.3 การร้องเรียนการให้บริการของ เจ้าหน้าที่ 1.การส่งเสริมให้บุคลากรมีการเสริมสร้างทักษะการต้อนรับประชาชนและประชาสัมพันธ์ 2. จัดให้มีมาตรการในการกำกับ ดูแล สอดส่องการบริการ/การปฏิบัติงาน 3. ส่งเสริมการมีใจให้บริการและความพร้อมในการให้บริการแก่เจ้าหน้าที่ในจุดที่ต้องติดต่อหรือ ให้บริการคู่ความและประชาชน 4. ตรวจสอบแก้ไขข้อขัดข้องในการบริการและแจ้งให้ผู้ร้องเรียนทราบ 5. ลดหรือแก้ไขปัญหาอุปสรรคในการให้บริการของเจ้าหน้าที่เพื่อปรับปรุงระบบการบริการของ หน่วยงานแบบยั่งยืน


คณะกรรมการการควบคุมภายในของสำนักงานศาลยุติธรรม สำนักส่งเสริมงานตุลาการ คู่มือการควบคุมภายในของสำนักงานศาลยุติธรรม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ๒๗ ภารกิจ/ประเด็นความเสี่ยง มาตรการ/กิจกรรมการควบคุม ความเสี่ยงที่ 3.4 การไม่สามารถให้บริการคัดถ่าย เอกสารให้แก่คู่ความและประชาชน ได้ตามระยะเวลาที่กำหนด 1. มีมาตรการและผู้รับผิดชอบในการกำกับตรวจสอบการให้บริการคัดถ่ายเอกสารให้แก่ คู่ความได้ตามระยะเวลาที่กำหนด ทั้งการบริการ ณ ที่ตั้งของหน่วยงาน และระบบบริการ ออนไลน์ศาลยุติธรรม (CIOS) 2. มีมาตรการในการติดตามสำนวนที่คู่ความขอคัดถ่ายเอกสาร 3. มีบริการจัดส่งเอกสารที่คู่ความขอคัดถ่ายทางไปรษณีย์โดยคู่ความรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการ จัดส่งเอกสารตามอัตราที่กำหนดของไปรษณีย์ 4. จัดให้มีการเก็บรักษาเอกสารในรูปแบบข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ในระบบการจัดทำสารบบ และสำนวนความอิเล็กทรอนิกส์ (E-CMS) ครบ 5 ประเภท พร้อมให้บริการคัดถ่ายเอกสาร ในรูปแบบไฟล์อิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบบริการออนไลน์ศาลยุติธรรม (CIOS) ให้แก่คู่ความได้ ภายใต้คำสั่งศาลภายในระยะเวลาที่กำหนด 4. ด้านการเงิน ความเสี่ยงที่ 4.1 การทุจริตในการเบิกจ่าย งบประมาณและการจัดซื้อจัดจ้าง 1. ผู้บริหารปฏิเสธที่จะยอมรับความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตทุกกรณี 2. ผู้บริหารมุ่งมั่นจะสร้างระบบการควบคุม ป้องกัน ตรวจสอบ เพื่อให้ผู้มีส่วนได้เสียมั่นใจ ในระบบธรรมาภิบาลและความซื่อตรงขององค์กร 3. กำหนดให้มีการดำเนินการตามกระบวนทางกฎหมาย กฎ ระเบียบ และการดำเนินการ ทางวินัย ในกรณีตรวจสอบพบการทุจริต 4. จัดให้มีการส่งเสริมความรู้ด้านวินัย และจริยธรรมแก่บุคลากรให้มีความตระหนักถึงผลที่ ได้รับหรือบทลงโทษของการกระทำการทุจริตหรือประพฤติมิชอบ 5. จัดให้มีมาตรการสอดส่องดูแลหรือแจ้งเบาะแสการกระทำทุจริตที่พบเห็นเพื่อป้องกันการทุจริต 6. เสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับระเบียบการเบิกจ่ายเงินและการจัดซื้อจัดจ้าง แก่ผู้เกี่ยวข้อง และกำกับดูแลการปฏิบัติงานของผู้ได้รับมอบหมายให้ถูกต้องตามกฎหมาย และระเบียบทุกขั้นตอน 7. ส่งเสริมให้เจ้าหน้าที่การเงิน เจ้าหน้าที่พัสดุและผู้เกี่ยวข้อง รักษามาตรฐานการ ปฏิบัติงานให้ถูกต้องตามระเบียบคณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรมว่าด้วยการเงิน พ.ศ. 2545 ระเบียบคณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรมว่าด้วยเงินค่าธรรมเนียมศาล เงินค่าปรับ และเงินกลาง พ.ศ. 2556 พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุ ภาครัฐ พ.ศ. 2560 และระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหาร พัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ความเสี่ยงที่ 4.2 ความล่าช้าในการก่อหนี้ และเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายด้านลงทุน 1. ผู้บริหารยอมรับความเสี่ยงระดับน้อยที่สุด กรณีหน่วยงานไม่สามารถก่อหนี้ผูกพัน ค่าใช้จ่ายด้านลงทุนได้ทันภายในปีงบประมาณที่ได้รับจัดสรร 2. จัดทำแผนการจัดซื้อจัดจ้างค่าใช้จ่ายด้านลงทุน 3. จัดให้มีการกำกับ ควบคุม การดำเนินงานให้เป็นไปตามแผนปฏิบัติงานและแผนการใช้ จ่ายเงิน ของหน่วยงาน มีการบริหารสัญญาให้เป็นไปตามระเบียบการจัดซื้อจัดจ้าง ข้อกำหนด และระยะเวลาของสัญญาอย่างเคร่งครัด 4. เสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้าง การบริหารสัญญาและการตรวจ รับพัสดุแก่บุคลากรของหน่วยงาน 5. มีมาตรการเตรียมความพร้อมการขอรับการจัดสรรงบประมาณค่าใช้จ่ายด้านลงทุน ในเรื่องรูปแบบรายการและพื้นที่ดำเนินการ


คณะกรรมการการควบคุมภายในของสำนักงานศาลยุติธรรม สำนักส่งเสริมงานตุลาการ คู่มือการควบคุมภายในของสำนักงานศาลยุติธรรม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ๒๘ ภารกิจ/ประเด็นความเสี่ยง มาตรการ/กิจกรรมการควบคุม ความเสี่ยงที่ 4.3 ข้อผิดพลาดในการปฏิบัติงาน ด้านการเงิน การบัญชี และ การพัสดุ 1. ผู้บริหารยอมรับความเสี่ยงระดับน้อยที่สุด กรณีข้อผิดพลาดในการปฏิบัติงานด้านการเงิน การบัญชี และการพัสดุ 2. กำกับดูแลการเก็บรักษาเงิน การตรวจสอบการรับจ่ายและรายงานเงินคงเหลือประจำวัน ให้ครบถ้วนถูกต้องทุกสิ้นวันทำการและตรวจสอบการจัดทำรายงานการเงินประจำเดือน และการจัดทำ งบกระทบยอดเงินฝากธนาคารให้ครบถ้วน ถูกต้อง เป็นปัจจุบัน ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป 3. จัดให้มีการสอนงานหรือให้ผู้ปฏิบัติงานเข้ารับการฝึกอบรมเพื่อเพิ่มทักษะความเชี่ยวชาญเฉพาะ ด้าน และนำคู่มือการปฏิบัติงานด้านการเงิน การบัญชีและการพัสดุ รวมทั้งระเบียบที่เกี่ยวข้องไปใช้ ในการปฏิบัติงาน 4. กำกับดูแลและให้คำปรึกษาแนะนำแก่เจ้าหน้าที่การเงิน เจ้าหน้าที่พัสดุ และผู้เกี่ยวข้อง ให้ดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างและการเบิกจ่ายงบประมาณมีความถูกต้องตามระเบียบ คณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรมว่าด้วยการเงิน พ.ศ. 2545 ระเบียบคณะกรรมการบริหาร ศาลยุติธรรมว่าด้วยเงินค่าธรรมเนียมศาล เงินค่าปรับและเงินกลาง พ.ศ. 2556 พระราชบัญญัติ การจัดซื้อจัดจ้างและบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 และระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วย การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 5. ปรับปรุงแก้ไขหรือพัฒนาแนวทางการปฏิบัติงานตามข้อเสนอแนะตามรายงานการตรวจสอบภายใน ความเสี่ยงที่ 4.4 การเบิกค่าใช้จ่ายผิดงาน กิจกรรม โครงการและประเภท ค่าใช้จ่าย 1. มีการเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง หรือซักซ้อมแนวทางการควบคุมและเบิกจ่าย งบประมาณตามกฎหมาย ระเบียบ หลักเกณฑ์ และแนวปฏิบัติอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง 2. มีการกำหนดให้หน่วยงานตรวจสอบแบบแจ้งโอนเงินงบประมาณ ประจำปีงบประมาณของ สำนักงานศาลยุติธรรม (ใบชมพูของสำนักการคลัง) พร้อมกับเปรียบเทียบกับรายละเอียดประกอบ แผนการใช้จ่ายงบประมาณ ประจำปีงบประมาณ (ใบชมพูของสำนักแผนงานและงบประมาณ) ให้ถูกต้องตรงกัน 3. มีการจัดทำทะเบียนคุมงบประมาณจำแนกตามประเภทค่าใช้จ่าย งาน กิจกรรม และโครงการ เพื่อควบคุมการเบิกจ่ายให้อยู่ในวงเงินที่ได้รับในแต่ละงาน กิจกรรม และโครงการ 4. มีการตรวจสอบรายจ่ายจริงประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 และวางแผนควบคุมการใช้จ่าย งบประมาณ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 เป็นรายไตรมาส กรณีตรวจสอบพบว่างบประมาณ คงเหลือหรือคาดว่าจะไม่เพียงพอ หน่วยงานมีการจัดทำคำของบประมาณเพิ่มเติมล่วงหน้า ตามระยะเวลาที่กำหนด 5. มีการติดตามตรวจสอบและควบคุมการใช้จ่ายงบประมาณให้เป็นไปตามระเบียบที่เกี่ยวข้อง รวมทั้ง หลักเกณฑ์ แนวทางการเบิกจ่ายงบประมาณ ตามเอกสารระบบบริหารงบประมาณศาลยุติธรรมและ สำนักงานศาลยุติธรรมอย่างเคร่งครัด ความเสี่ยงที่ 4.5 มีเงินที่คู่ความโอนมาค้าง อยู่ในระบบ CIOS โดยไม่มีการ ตรวจสอบและดำเนินการตามคำ ร้องหรือรายการโอนเงิน 1. มีหนังสือแจ้งธนาคารผู้ให้บริการบัญชีของหน่วยงานตรวจสอบรายการโอนเงินและแจ้ง กลับมาให้ทราบ กรณีทราบชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ของผู้โอนเงิน เพื่อจะได้แจ้งให้ผู้โอนเงิน มาติดต่อขอรับเงินคืนภายใน 30 วัน 2. ให้งานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบรายการคำร้อง คำขอ คำแถลงในระบบ CIOS ทุกวัน วันละ 2 ครั้งรอบเช้าและรอบบ่าย ให้ตรวจสอบทุกวัน เนื่องจากในแต่ละวันมีคำร้องและการโอน เงินในระบบ CIOS จำนวนมาก หากปล่อยให้ล่วงเลยไปจะยากแก่การตรวจสอบ 3. สำหรับยอดเงินที่ไม่สามารถตรวจสอบได้ ให้ลงประกาศผ่านเว็บไซต์ของหน่วยงาน และปิด ประกาศหน้าศาลให้คู่ความหรือประชาชนหรือหน่วยงานที่โอนเงินเข้ามาทราบเกี่ยวกับรายการเงิน ที่โอนเข้ามา หากผู้ใดเป็นผู้โอนเงินเข้ามา ให้ยื่นคำขอรับเงินคืนภายใน 30 วัน นับแต่วันประกาศ 4. หากพ้นกำหนดแล้ว และงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องยังไม่สามารถตรวจสอบได้ และยังไม่มีผู้ใดแจ้ง ขอรับเงินคืน ให้ส่วนคลังจัดทำสรุปรายงานยอดเงินที่ค้างอยู่ในบัญชี นำส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดิน


คณะกรรมการการควบคุมภายในของสำนักงานศาลยุติธรรม สำนักส่งเสริมงานตุลาการ คู่มือการควบคุมภายในของสำนักงานศาลยุติธรรม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ๒๙ ภารกิจ/ประเด็นความเสี่ยง มาตรการ/กิจกรรมการควบคุม 5. ด้านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ความเสี่ยงที่ 5.1 ข้อมูลส่วนบุคคลในระบบ เทคโนโลยีหรือนวัตกรรมที่ หน่วยงานพัฒนาขึ้นรั่วไหลไปยัง เซิร์ฟเวอร์ภายนอกหน่วยงาน 1. ผู้บริหารปฏิเสธที่จะยอมรับความเสี่ยงในเรื่องของความปลอดภัยของระบบสารสนเทศที่ เกี่ยวข้องกับข้อมูลด้านการเงิน ข้อมูลส่วนบุคลล และข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงของประเทศ 2. กำหนดมาตรการเพื่อการบริหารจัดการข้อมูลส่วนบุคคลในระบบเทคโนโลยีหรือ นวัตกรรมที่หน่วยงานพัฒนาขึ้นให้มีความปลอดภัยป้องกันการรั่วไหลของข้อมูลสำคัญของ หน่วยงานและข้อมูลส่วนบุคคล 3.กำหนดผู้รับผิดชอบเพื่อกำกับ ดูแล การใช้งานระบบเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมที่พัฒนาขึ้น เพื่อรักษาความปลอดภัย ความเสี่ยงที่ 5.2 ข้ อ ผิ ด พ ล า ด ใ น ก า ร ปฏิบัติงานบันทึกข้อมูลหรือไม่ นำเข้าข้อมูลในระบบเทคโนโลยี สารสนเทศ 1. ผู้บริหารยอมรับความเสี่ยงระดับปานกลางสำหรับข้อผิดพลาดในการปฏิบัติงานบันทึก ข้อมูลหรือไม่นำเข้าข้อมูลในระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ 2. ส่งเสริมให้บุคลากรพัฒนาทักษะความรู้ด้านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ 3. หน่วยงานนำคู่มือติดต่อราชการศาลทางออนไลน์ไปดำเนิน งานหรือจัดให้มี การรายงานข้อขัดข้องของระบบหรือปัญหาไปยังหน่วยที่รับผิดชอบเพื่อเป็นแนวทางแก้ไข การทำงานผ่านระบบ 4. กำหนดผู้รับผิดชอบเพื่อกำกับ ดูแล การใช้งาน การบันทึกหรือนำเข้าข้อมูลในระบบ เทคโนโลยีสารสนเทศ ความเสี่ยงที่ 5.3 ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ของสำนักงานศาลยุติธรรม ขัดข้องไม่สามารถรองรับการ ปฏิบัติงานได้ 1.ผู้บริหารยอมรับความเสี่ยงระดับปานกลางสำหรับระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของ สำนักงานศาลยุติธรรมขัดข้องไม่สามารถรองรับการปฏิบัติงานได้ 2. มาตรการด้านอุปกรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร 2.1 มีแผนการบำรุงรักษาระบบและอุปกรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของหน่วยงานเพื่อ ลดความเสี่ยงจากการชำรุดบกพร่องของคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ หรือสายไฟฟ้า/สายสัญญาณ 2.2 มีมาตรการตรวจสอบระบบเครือข่ายสื่อสารหลักเพื่อลดความเสี่ยงจากการเชื่อมต่อระบบ เครือข่ายอินเตอร์เน็ตและอินทราเน็ตขัดข้อง 2.3 มีการกำหนดแผนสำรอง แผนดำเนินการหรือแนวทางในการดำเนินการสำหรับเจ้าหน้าที่ ในการตรวจสอบและดูแลระบบ CIOS และ e-Filing กรณีเกิดไฟฟ้าดับกระทันหัน ไฟกระชาก หรือ ภัยพิบัติอื่น เพื่อลดความเสียหายต่อระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและงานบริการของหน่วยงาน 3. มาตรการด้านบุคลากร 3.1 กำหนดผู้รับผิดชอบเพื่อกำกับ ดูแล การใช้งานระบบ CIOS และe-Filing ของหน่วยงาน 3.2 จัดให้บุคลากรเข้ารับการอบรม e-Filing และ CIOS ตามหลักสูตรของสำนักงานศาลยุติธรรม 3.3 จัดให้มีคู่มือและพี่เลี้ยงสอนงานและให้คำปรึกษาแนะนำการใช้งานระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ต่างๆ แก่บุคลากรภายในหน่วยงานให้สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ 4. การตรวจสอบระบบเครือข่ายและประสิทธิภาพการทำงานของระบบ CIOS และe-Filing เป็นประจำและแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทันทีเมื่อเกิดข้อขัดข้อง ความเสี่ยงที่ 5.4 ระบบรักษาความมั่นคง ปลอดภัยของข้อมูลจากการ บุกรุกและภัยคุกคามที่อาจจะ เกิดขึ้นจากผู้ที่ไม่ประสงค์ดี 1. ใช้เครื่องมือในการจัดการความปลอดภัย ประกอบด้วย การรักษาความปลอดภัยจากการบุกรุก จากเครือข่ายภายนอก (Firewall) การตรวจจับและป้องกันภัยคุกคามที่เกิดจากภายในระบบ เครือข่าย (Intrusion Detection and Prevention System) การป้องกันการแพร่กระจายไวรัสผ่าน เครือข่ายอินเทอร์เน็ตเข้าสู่เครือข่าย (Anti-Virus Gateway) ตามที่สำนักงานศาลยุติธรรมกำหนด 2. จัดให้มีการกำกับดูแลตรวจสอบการใช้งานอินเตอร์เน็ตรองรับการพิจารณาคดีอิเล็กทรอนิกส์ผ่าน สัญญาณระบบเครือข่ายภายในศาลยุติธรรม (Lan)สำหรับห้องพิจารณาคดีและบริหารจัดการภายใน หน่วยงานว่าได้กำหนดค่าทางเครือข่าย (Network Configuration) ให้ทุกห้องพิจารณาคดีและห้อง ประชุมออนไลน์สามารถใช้งานอินเตอร์เน็ตของหน่วยงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัยสูงสุด


คณะกรรมการการควบคุมภายในของสำนักงานศาลยุติธรรม สำนักส่งเสริมงานตุลาการ คู่มือการควบคุมภายในของสำนักงานศาลยุติธรรม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ๓๐ ภารกิจ/ประเด็นความเสี่ยง มาตรการ/กิจกรรมการควบคุม ความเสี่ยงที่ 5.4 (ต่อ) ระบบรักษาความมั่นคง ปลอดภัยของข้อมูลจากการ บุกรุกและภัยคุกคามที่อาจจะ เกิดขึ้นจากผู้ที่ไม่ประสงค์ดี 3. มอบหมายให้นักวิชาการคอมพิวเตอร์ดำเนินการตรวจสอบการใช้งานระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ อย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง และให้รายงานสำนักเทคโนโลยีสารสนเทศ ผ่านทาง Line Open Chat ในโอกาสแรกที่พบปัญหาการโจมตีเครือข่าย การปลอมแปลงเป็นผู้ใช้งานอย่างถูกต้อง การพยายาม ลอบเข้ามาติดตั้งโปรแกรมเพื่อขโมยข้อมูล หรือพบพฤติกรรมอื่นๆ ที่มีความผิดปกติเกิดขึ้นใน ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์และการใช้อินเตอร์เน็ตของหน่วยงาน 4. กำกับดูแลการใช้งานระบบเทคโนโลยีสารสนเทศผ่านระบบเครือข่ายเสมือน (Virtual Private Network : VPN) โดยไม่ให้ใช้โปรแกรมควบคุมคอมพิวเตอร์ระยะไกล (Remote Desktop Software) ในการเข้าถึงดังกล่ าว ในช่วงนอกเวลาทำการปกติ และให้ ผู้ใช้งานถือปฏิ บั ติ ตาม แนวทางการใช้งานเครือข่ายเสมือนอย่างปลอดภัย (ตามหนังสือสำนักงานศาลยุติธรรม ที่ ศย 013/ว 1126 ลว 28 พ.ย. 2565) ความเสี่ยงที่ 5.5 ความพร้อมในการพิจารณาคดี ออนไลน์ 1. ผู้บริหารยอมรับความเสี่ยงระดับปานกลางสำหรับความไม่พร้อมของหน่วยงานในการดำเนิน กระบวนพิจารณาด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ 2. มาตรการด้านอุปกรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร 2.1 กำกับ ดูแลและมอบหมายให้เจ้าหน้าที่และผู้เกี่ยวข้องจัดเตรียมความพร้อมในการดำเนิน กระบวนพิจารณาด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดก่อนวันนัด 2.2 การตรวจสอบระบบเครือข่ายและประสิทธิภาพการทำงานของเครือข่ายและอุปกรณ์ พิจารณาคดีออนไลน์เป็นประจำและแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทันทีเมื่อเกิดข้อขัดข้อง 2.3 มีมาตรการเพื่อลดความเสี่ยงจากไฟกระชาก จากสายพ่วงที่มีปัจจัยก่อให้เกิดไฟไหม้ ไฟดูด ไฟย้อนกลับทำให้อุปกรณ์เครื่องคอมพิวเตอร์ในห้องพิจารณาคดีเสียหาย 3. มาตรการด้านบุคลากร 3.1 กำหนดผู้รับผิดชอบเพื่อกำกับดูแลการใช้งานระบบการพิจารณาคดีออนไลน์ของหน่วยงาน 3.2 จัดให้มีคู่มือการปฏิบัติงานและพี่เลี้ยงสอนงานแก่เจ้าหน้าที่หน้าบัลลังก์ให้สามารถใช้ เครื่องมือและปฏิบัติงานพิจารณาคดีออนไลน์ได้อย่างคล่องตัวและมีประสิทธิภาพ 4. ผู้บังคับบัญชากำกับดูแลให้ผู้เกี่ยวข้องปฏิบัติงานตามข้อกำหนดและหลักเกณฑ์ วิธีการ และ เงื่อนไขเกี่ยวกับการใช้วิธีพิจารณาคดีอิเล็กทรอนิกส์ที่ประธานศาลฎีกาและสำนักงานศาลยุติธรรม กำหนดอย่างเคร่งครัด ความเสี่ยงที่ 5.6 การบันทึกข้อมูลคดีและ คำสั่ง คำร้อง ลงในโปรแกรม สารสนเทศสำนวนคดีของแต่ละ ส่วนงานไม่ถูกต้อง ไม่ครบถ้วน และไม่เป็นปัจจุบัน 1.ส่งเสริมสนับสนุนให้ทุกส่วนงานตรวจสอบและบันทึกข้อมูลสำนวนคดีและคำสั่งศาล ในส่วนที่รับผิดชอบให้ถูกต้อง ครบถ้วนก่อนส่งสำนวนไปยังส่วนงานอื่น 2. มอบหมายให้หัวหน้าส่วน หัวหน้างานหรือเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องกำกับดูแลและติดตาม การบันทึกข้อมูลสำนวนคดีและคำสั่งศาลในโปรแกรมสารสนเทศสำนวนคดีให้ครบถ้วน ถูกต้องเป็นปัจจุบัน 3. กรณีตรวจพบความบกพร่องล่าช้าในการบันทึกข้อมูลสำนวนคดีและคำสั่งศาล ในโปรแกรมสารสนเทศสำนวนคดีให้แจ้งผู้เกี่ยวข้องดำเนินการแก้ไขภายในวันที่ตรวจพบ ความเสี่ยงที่ 5.7 การลงสารบบคำพิพากษา ไม่เป็นปัจจุบัน บันทึกข้อมูล ผิดพลาด 1. มีการมอบหมายเจ้าหน้าที่ในการตรวจสอบการลงสารบบคำพิพากษา คำสั่งศาล ให้ถูกต้องเป็นปัจจุบันทุกครั้งที่มีการออกหมายเลขคดีแดง 2. มีการมอบหมายให้เจ้าหน้าที่กำกับควบคุมดูแล และตรวจสอบคดีที่ยังไม่ได้ ลงคำพิพากษาย่อในระบบโปรแกรมสำนวนคดี 3. มอบหมายหน้าที่รับผิดชอบโดยการกำหนดให้หัวหน้าส่วน และหัวหน้างานเป็น ผู้ควบคุมการลงสารบบคำพิพากษาให้เป็นปัจจุบันและบันทึกข้อมูลให้ถูกต้องครบถ้วน


คณะกรรมการการควบคุมภายในของสำนักงานศาลยุติธรรม สำนักส่งเสริมงานตุลาการ คู่มือการควบคุมภายในของสำนักงานศาลยุติธรรม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ๓๑ กลุ่ม 3 ความเสี่ยงเพิ่มเติมจากคณะกรรมการการควบคุมภายในของสำนักงานศาลยุติธรรม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ประเด็นความเสี่ยง มาตรการ/กิจกรรมการควบคุม ความเสี่ยงที่ 1 ประสิทธิภาพของระบบ การสำรองข้อมูลของหน่วยงาน เพื่อให้สามารถรองรับกรณี เกิดเหตุการณ์ที่ส่งผล กระทบให้ระบบงานและ ข้อมูลหลักเกิดความเสียหาย ติดตาม กำกับให้หน่วยงานดำเนินการตามแผนหรือแนวทางการดำเนินการใน การจัดการสำรองข้อมูล ความเสี่ยงที่ 2 การนำ ข้อมูลส่วนบุคคลจากระบบ เทคโนโลยีไปใช้โดยไม่ชอบ ด้วยกฎหมาย (1) การซักซ้อมทำความเข้าใจแก่บุคลากร ในการนำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้ โดยชอบด้วยกฎหมาย (2) กำกับ ให้มีการขออนมัติอนุญาต ก่อนการนำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้ ในการดำเนินการ


คณะกรรมการการควบคุมภายในของสำนักงานศาลยุติธรรม สำนักส่งเสริมงานตุลาการ คู่มือการควบคุมภายในของสำนักงานศาลยุติธรรม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ๓๒ 2.2 การกำหนดหน่วยงานส่วนกลางทำหน้าที่เป็นหน่วยงานที่ปรึกษาด้าน การควบคุมภายในของสำนักงานศาลยุติธรรม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566การกำหนด การกำหนดหน่วยงานที่ปรึกษาฯ เป็นการกำหนดให้หน่วยงานส่วนกลางที่มีหน้าที่ กำกับควบคุมดูแล ในการออกแนวทางปฏิบัติที่เกี่ยวข้องกับภารกิจหน้าที่ของหน่วยงานในสังกัด สำนักงานศาลยุติธรรม ร่วมกำหนดมาตรการในการควบคุมภายใน (เพิ่มเติม) ในประเด็นความเสี่ยง แต่ละประเภท ดังนั้น เพื่อเป็นการควบคุมความเสี่ยงที่มีอยู่ให้อยู่ในระดับที่ควบคุมได้หรือไม่พบความเสี่ยง อีก คณะกรรมการการควบคุมภายในของสำนักงานศาลยุติธรรมจึงพิจารณากำหนดให้หน่วยงานใน ส่วนกลางเป็นหน่วยงานที่ปรึกษาฯ เพื่อกำหนดมาตรการในการควบคุมภายใน (เพิ่มเติม) (1) ประเด็นความเสี่ยงที่มีอยู่จากผลการประเมินการควบคุมภายใน และตามข้อสังเกต ของผู้ตรวจสอบภายใน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 และนำมาควบคุมต่อในปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ได้แก่ ประเด็นความเสี่ยงด้าน หน่วยงานในส่วนกลางที่กำหนดให้เป็น หน่วยงานที่ปรึกษาฯ ๑. ด้านยุทธศาสตร์ 1. สำนักแผนงานและงบประมาณ 2. สำนักส่งเสริมงานตุลาการ ๒. ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ 1. สำนักเทคโนโลยีสารสนเทศ 2. สำนักการคลัง 3. สำนักส่งเสริมงานตุลาการ ๓. ระบบงบประมาณ การเงิน การบัญชีและการพัสดุ 1. สำนักการคลัง 2. สำนักแผนงานและงบประมาณ 3. สำนักบริหารทรัพย์สิน 4. สำนักเทคโนโลยีสารสนเทศ 5. สำนักส่งเสริมงานตุลาการ ๔. ระบบสำนวนความและเอกสารทางคดี 1. สำนักเทคโนโลยีสารสนเทศ 2. สำนักกฎหมายและวิชาการศาลยุติธรรม 3. สำนักส่งเสริมงานตุลาการ 5. ระบบงานรักษาความปลอดภัย 1. ศูนย์รักษาความปลอดภัย 2. สำนักส่งเสริมงานตุลาการ 6. โรคระบาดและภัยพิบัติ 1. สำนักการแพทย์ 2. สำนักแผนงานและงบประมาณ 3. สำนักส่งเสริมงานตุลาการ


คณะกรรมการการควบคุมภายในของสำนักงานศาลยุติธรรม สำนักส่งเสริมงานตุลาการ คู่มือการควบคุมภายในของสำนักงานศาลยุติธรรม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ๓๓ (2) ประเด็นความเสี่ยงที่มีผลการประเมินของคณะกรรมการการควบคุมภายในฯ ว่ายังคงอยู่ในระดับสูง และสูงมาก ซึ่งเป็นการนำข้อมูลจากการประเมินผลตามแผนบริหารจัดการความ เสี่ยงในประเด็นความเสี่ยงระดับองค์กรของสำนักงานศาลยุติธรรม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ในไตรมาสที่ 1-2/2566 ประกอบกับข้อสังเกตและข้อตรวจสอบกรณีความผิด ตลอดจน ข้อมูลด้านอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องตามมาตรการในการควบคุมภายใน และข้อสังเกตของคณะกรรมการการ ควบคุมภายในฯ แล้วนำมาวิเคราะห์สรุปเป็นการประเมินผลการควบคุมภายในฯ ในครั้งที่ 1/2566 ประเด็นความเสี่ยงด้าน หน่วยงานในส่วนกลางที่กำหนดให้เป็น หน่วยงานที่ปรึกษาฯ ๑. ด้านยุทธศาสตร์ ทุกหน่วยงานในส่วนกลาง ๒. ด้านการปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบ ทุกหน่วยงานในส่วนกลาง ๓. ด้านการดำเนินงาน ทุกหน่วยงานในส่วนกลาง ๔. ด้านการเงิน ทุกหน่วยงานในส่วนกลาง 5. ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ทุกหน่วยงานในส่วนกลาง (3) ประเด็นความเสี่ยงเพิ่มเติมจากคณะกรรมการการควบคุมภายในของสำนักงาน ศาลยุติธรรม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ที่มีข้อสังเกตให้เพิ่มเติมประเด็นความเสี่ยงจากประเด็น ความเสี่ยงที่มีอยู่ ทั้ง (1) และ (2) ประเด็นความเสี่ยงด้าน หน่วยงานในส่วนกลางที่กำหนดให้เป็น หน่วยงานที่ปรึกษาฯ ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ 1. สำนักเทคโนโลยีสารสนเทศ 2. สำนักการคลัง 3. สำนักส่งเสริมงานตุลาการ 4. สำนักกฎหมายและวิชาการ


คณะกรรมการการควบคุมภายในของสำนักงานศาลยุติธรรม สำนักส่งเสริมงานตุลาการ คู่มือการควบคุมภายในของสำนักงานศาลยุติธรรม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ๓๔ ขั้นตอนที่ รายละเอียดการดำเนินงาน 1 คณะกรรมการการควบคุมภายในประเมินผลการควบคุมภายใน ครั้งที่ 1 (รอบ 6 เดือน) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 และทบทวนมาตรการในการควบคุมภายในในประเด็น ความเสี่ยง 2 2.1 ประเมินของคณะกรรมการการควบคุมภายในฯ ว่ายังคงอยู่ในระดับสูง และสูงมาก ซึ่งเป็นการนำข้อมูลจากการประเมินผลตามแผนบริหารจัดการความเสี่ยงในประเด็น ความเสี่ยงระดับองค์กรของสำนักงานศาลยุติธรรม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ในไตรมาสที่ 1-2/2566 2.2 กำหนดหน่วยงานที่ปรึกษาในประเด็นความเสี่ยง 3 ประเภท ได้แก่ (1) ประเด็นความเสี่ยงที่มีอยู่จากผลการประเมินการควบคุมภายใน และตาม ข้อสังเกตของผู้ตรวจสอบภายใน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 และนำมาควบคุมต่อใน ปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 (2) ประเด็นความเสี่ยงที่คณะกรรมการการควบคุมภายในฯ ประเมินจากผลการ ประเมินของคณะกรรมการบริหารจัดการความเสี่ยง ในไตรมาสที่ 1-2/2566 ตามมาตรการที่กำหนดว่าประเด็นความเสี่ยงระดับองค์กรนั้น ๆ ยังอยู่ในระดับที่สูง และสูงมาก (3) ประเด็นความเสี่ยงเพิ่มเติมจากคณะกรรมการการควบคุมภายในของ สำนักงานศาลยุติธรรม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ที่มีข้อสังเกตให้เพิ่มเติม ประเด็นความเสี่ยงจากประเด็นความเสี่ยงที่มีอยู่ ทั้ง (1) และ (2) คณะกรรมการการควบคุมภายในฯ จัดทำบันทึกไปยังหน่วยงานที่ปรึกษาฯ ที่กำหนด เพื่อร่วมกำหนดมาตรการในการควบคุมภายใน (เพิ่มเติม) ในประเด็นความเสี่ยง ทั้ง (1) – (3) ดังกล่าว 3 หน่วยงานที่ปรึกษาแจ้งเวียนให้หน่วยงานในสังกัดสำนักงานศาลยุติธรรมดำเนินการ ตามมาตรการที่กำหนด การดำเนินการตามมาตรการในการควบคุมความเสี่ยง (เพิ่มเติม) ของหน่วยงานที่ ปรึกษาฯ ตามที่กำหนด เพื่อจะได้นำมาประเมินผลการดำเนินตามกิจกรรมใน สิ้นปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 4 หน่วยงานที่ปรึกษาฯ สรุป และประเมินผลการดำเนินการตามมาตรการของหน่วยงาน ที่ปรึกษาฯ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 5 คณะกรรมการการควบคุมภายในสรุปและวิเคราะห์ผลการดำเนินการตามมาตรการของ หน่วยงานที่ปรึกษาฯ เพื่อประกอบการประเมินผลการควบคุมภายในของสำนักงาน ศาลยุติธรรม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ขั้นตอนการดำเนินการของหน่วยงานที่ปรึกษา


คณะกรรมการการควบคุมภายในของสำนักงานศาลยุติธรรม สำนักส่งเสริมงานตุลาการ คู่มือการควบคุมภายในของสำนักงานศาลยุติธรรม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ๓๕ 2.3 เกณฑ์การประเมินผลความเพียงพอของมาตรการในการควบคุมภายใน ประจำปี งบประมาณ พ.ศ. 2566 หลักเกณฑ์/มาตรการ ในการ ควบคุมภายใน ผลการประเมิน เพียงพอ ไม่เพียงพอ 1. แผนบริหารจัดการความ เสี่ยงของคณะกรรมการบริหาร จัดการความเสี่ยง - ผลการประเมินฯ ไตรมาสที่ 1-4 ไม่พบความเสี่ยงในระดับสูง และ สูงมาก - ผลการประเมินฯ ไตรมาสที่ 1-2 พบความเสี่ยงสูงและสูงมาก แต่ไม่ พบในไตรมาสที่ 3-4 -ผลการประเมินความเสี่ยงฯ ในไตรมาส 1-4 พบว่ามีความเสี่ยงสูง และสูงมาก -ผลการประเมินความเสี่ยงฯ ในไตรมาส ที่ 1-2 ไม่พบความเสี่ยงสูง และสูงมาก แต่พบว่ามีความเสี่ยงสูง และสูงมากใน ไตรมาสที่ 3-4 2. การดำเนินการตามมาตรการ ควบคุมภายใน (เพิ่มเติม) ของ หน่วยงานที่ปรึกษาฯ - มีการกำหนดหน่วยงานที่ปรึกษาฯ - มีการกำหนดมาตรการควบคุม เพิ่มเติม - หน่วยงานมีการดำเนินการครบถ้วน ตามมาตรการในการควบคุมภายใน (เพิ่มเติม) ที่กำหนด - มีการดำเนินการตามมาตรการใน การควบคุมภายในเพิ่มเติม และไม่ พบปัญหาอุปสรรค - ไม่ มี ก า ร ก ำ ห น ด ม า ต ร ก า ร ใน การควบคุมเพิ่มเติมฯ - หน่วยงานไม่ดำเนินการตามมาตรการ ของหน่วยงานที่ปรึกษาฯ หรือพบปัญหา อุปสรรค ข้อขัดข้องในการดำเนินการ ตามมาตรการ 3. ตัวชี้วัดในการปฏิบัติราชการ ของสำนักงานศาลยุติธรรม การประเมินผลการปฏิบัติราชการ ของหน่วยงานในสังกัดสำนักงาน ศาลยุติธรรมผ่านเกณฑ์ตามตัวชี้วัด การปฏิบัติการที่กำหนด การประเมินผลการปฏิบัติราชการของ หน่วยงานในสังกัดสำนักงานศาลยุติธรรม ไม่ผ่านเกณฑ์ตามตัวชี้วัดการปฏิบัติการ ที่กำหนด 4. ข้อสังเกตของหน่วยงาน ตรวจสอบ ไม่มีข้อสังเกตและข้อทักท้วงจาก หน่วยตรวจสอบ - พบว่ามีข้อสังเกตและข้อทักท้วงจาก หน่วยงานตรวจสอบ - พบว่ามีการดำเนินการกรณีวินัยกับ บุคลากรซึ่งเป็นการเกิดกรณีวินัยใน ปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 5. ข้อมูลเพิ่มเติม - มีการดำเนินการแก้ไขปัญหาที่ เกี่ยวข้องกับประเด็นความเสี่ยงที่มีอยู่ - มีกิจกรรมห รือสถานการณ์ ที่ สนับสนุนในการปรับปรุงแก้ไข หรือ เป็นประโยชน์ต่อการควบคุมความเสี่ยง ที่มีอยู่ - มีสถานการณ์ที่เกิดขึ้นซึ่งส่งผลกระทบ ต่อการควบคุมภายในในประเด็นความ เสี่ยงนั้น ๆ ซึ่งส่งผลให้ประเด็นความ เสี่ยงที่มีอยู่มีแนวโน้มจะปรับอยู่ใน ระดับสูงขึ้น หรือเกิดความเสี่ยงใหม่


คณะกรรมการการควบคุมภายในของสำนักงานศาลยุติธรรม สำนักส่งเสริมงานตุลาการ คู่มือการควบคุมภายในของสำนักงานศาลยุติธรรม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ๓๖ หลักเกณฑ์/มาตรการในการ ควบคุมภายใน ผลการประเมิน เพียงพอ ไม่เพียงพอ 6. การวิเคราะห์ผลตาม มาตรการของการควบคุม ภายใน - มีระเบียบ ที่ดีหรือมาตรการที่ เพียงพอสามารถควบคุมความเสี่ยง ให้อยู่ในระดับที่ยอมรับได้ - มี ระเบี ย บ ห รือ ม าต รก ารที่ ดี ประกอบกับผู้ปฏิบัติมีระเบียบวินัย และสามัญสำนึกที่ดี - แสดงให้เห็นว่าผู้ปฏิบัติมีพฤติกรรม ในการปฏิบั ติตาม ระเบียบหรือ มาตรการ - แสดงให้เห็นว่ามีการกำกับดูแลโดย ผู้บังคับบัญชาแต่ละระดับอย่าง เข้มงวด - ไม่มีระเบียบหรือมาตรการ - มีระเบียบหรือมาตรการ แต่ไม่เพียงพอ - มีระเบียบหรือมาตรการที่ดี แต่ผู้ปฏิบัติ ขาดวินัยและสามัญสำนึกที่ดี - มีระเบียบหรือมาตรการที่ดี แต่ผู้ปฏิบัติ มีพฤติกรรมละเว้นหรือหลีกเลี่ยง - ขาดการกำกับดูแลโดยผู้บังคับบัญชา แต่ละระดับ 7. การวิเคราะห์ผลกับนโยบาย บริหารจัดการความเสี่ยงของ สำนักงานศาลยุติธรรม สามารถบริหารความเสี่ยงให้อยู่ใน ระดับที่ไม่กระทบ ต่อเป้าหมาย และวัตถุประสงค์ของสำนักงาน ศาลยุติธรรม ทั้ง 4 ด้าน ความเสี่ยงที่มีอยู่อยู่ในระดับที่ส่งผล กระทบต่อนโยบายบริหารจัดการความเสี่ยง และการควบคุมภายในของสำนักงาน ศาลยุติธรรมด้านใดด้านหนึ่ง หรือทั้ง 4 ด้าน ได้แก่ 1. ความเสี่ยงด้านการปฏิบัติงานตาม กฎหมาย/กฎระเบียบ 2. ความเสี่ยงด้านกลยุทธ์ 3. ความเสี่ยงด้านการดำเนินงาน 4. ความเสี่ยงด้านการเงิน ซึ่งคณะกรรมการมีความเห็นว่าส่งผล กระทบต่อองค์กรในระดับสูงจนไม่ สามารถยอมรับได้


คณะกรรมการการควบคุมภายในของสำนักงานศาลยุติธรรม สำนักส่งเสริมงานตุลาการ คู่มือการควบคุมภายในของสำนักงานศาลยุติธรรม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ๓๗ 3. การประเมินผลองค์ประกอบของการควบคุมภายในของสำนักงานศาลยุติธรรม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 3.1 แนวทางการประเมินผลองค์ประกอบของการควบคุมภายใน 3.1.1 ประเด็นในการประเมินตนเอง กำหนดให้ผู้บริหารของหน่วยงานดำเนินการประเมินตนเองตามแบบ ประเมินที่คณะกรรมการการควบคุมภายในกำหนดฯ ซึ่งจะกำหนดเนื้อหาในแบบประเมินให้สอดรับ กับองค์ประกอบของมาตรฐานการควบคุมภายในตามหลักเกณฑ์กระทรวงการคลังว่าด้วยมาตรฐาน และหลักเกณฑ์ปฏิบัติการควบคุมภายในสำหรับหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2561 ซึ่งเป็นเครื่องมือ สนับสนุนให้หน่วยงานของรัฐสามารถขับเคลื่อนการปฏิบัติงานให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ที่กำหนด ทั้งนี้ การควบคุมภายในจะประกอบด้วย 5 องค์ประกอบ 17 หลักการ 1) สภาพแวดล้อมการควบคุม (Control Environment) 2) การประเมินความเสี่ยง (Risk Assessment) 3) กิจกรรมควบคุม (Control Activities) 4) สารสนเทศและการสื่อสาร (Information and Communication) 5) กิจกรรมการติดตามผล(Monitoring Activities) 3.1.2 วิธีการประเมินผล 1) กำหนดให้หน่วยงานในสังกัดสำนักงานศาลยุติธรรมใช้วิธีการประเมิน ตนเอง (Self Assessment) อย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าได้มีการปฏิบัติตามหลักการ ในแต่ละองค์ประกอบของการควบคุมภายในที่ได้กำหนดในมาตรฐานการควบคุมภายในสำหรับหน่วยงานของรัฐ 2) ผู้ประเมินผลการควบคุมภายในของหน่วยงาน คือ ผู้อำนวยการสำนัก/ ผู้อำนวยการสำนักงานในฐานะผู้ควบคุมกำกับดูแลและบริหารจัดการตามผลสัมฤทธิ์ของตัวชี้วัดผล การปฏิบัติงานด้านการบริหารความเสี่ยงและการควบคุมภายใน 3) แบบประเมินผลเป็นแบบประเมินในรูปแบบการประเมินตนเอง โดยขอ ความร่วมมือให้หน่วยงานตอบแบบประเมินตนเองฯ ภายในเดือนกันยายน 2566 4) การประเมินขอความร่วมมือหน่วยงานตอบแบบประเมินในช่องทางผ่าน ระบบออนไลน์ (Google Form) เพื่อให้คณะกรรมการการควบคุมภายในของสำนักงานศาลยุติธรรม สรุปผลการประเมินและวิเคราะห์ปัญหา อุปสรรค รวมทั้งข้อเสนอแนะ และจัดทำรายงานผลเพื่อเสนอ เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม


คณะกรรมการการควบคุมภายในของสำนักงานศาลยุติธรรม สำนักส่งเสริมงานตุลาการ คู่มือการควบคุมภายในของสำนักงานศาลยุติธรรม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ๓๘ กระบวนการประเมินผลองค์ประกอบของการควบคุมภายในของหน่วยงานใน สังกัดสำนักงานศาลยุติธรรม ขั้นตอนกระบวนการในการประเมินตนเองด้านองค์ประกอบของการควบคุมภายใน ของหน่วยงานในสังกัดสำนักงานศาลยุติธรรม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 คณะกรรมการการควบคุมภายในจัดทำแบบประเมินตนเองเพื่อให้หน่วยงานในสังกัดสำนักงาน ศาลยุติธรรมประเมินผลตนเอง หน่วยงานในสังกัดสำนักงานศาลยุติธรรมดำเนินการประเมินตนเองฯ ตามแบบประเมินที่กำหนด ผ่านระบบออนไลน์ (Google Form) คณะกรรมการการควบคุมภายในฯ รวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ รวบรวมผลการประเมินตนเอง ของหน่วยงานในสังกัดสำนักงานศาลยุติธรรม สรุปผลการประเมินองค์ประกอบของการควบคุมภายใน ของหน่วยงานในสังกัดสำนักงานศาลยุติธรรม เพื่อรายงานผลการประเมินในภาพรวม ของสำนักงานศาลยุติธรรม คณะกรรมการฯ รายงานผลการประเมินองค์ประกอบของการควบคุมภายในของหน่วยงานในสังกัด สำนักงานศาลยุติธรรมในภาพรวมฯ ไปยังเลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม คณะกรรมการบริหาร ศาลยุติธรรม คณะกรรมการตรวจสอบ และกระทรวงการคลัง


คณะกรรมการการควบคุมภายในของสำนักงานศาลยุติธรรม สำนักส่งเสริมงานตุลาการ คู่มือการควบคุมภายในของสำนักงานศาลยุติธรรม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ๓๙ 3.2 หลักเกณฑ์ในการประเมินผล 3.2.1 เกณฑ์การกำหนดระดับค่าคะแนน การดำเนินการ คะแนน หน่วยงานมีการดำเนินการตามกิจกรรมที่กำหนดในแบบประเมิน 1 หน่วยงานไม่มีการดำเนินการตามกิจกรรมที่กำหนดในแบบประเมิน 0 หน่วยงานไม่มีการดำเนินงานตามกิจกรรมตามกำหนดแต่มีกิจกรรมการ ควบคุมภายในอื่น ที่สามารถควบคุมประเด็นความเสี่ยงเดียวกันได้ 1 3.2.2 เกณฑ์การประเมินผล ค่าคะแนน เกณฑ์การประเมิน คำอธิบาย 95 – 100 5 ดีเด่น หน่วยงานมีประสิทธิภาพในการดำเนินการตามระบบ การควบคุมภายในของสำนักงานศาลยุติธรรมและเป็นไป ตามมาตรฐานการควบคุมภายในที่กำหนดเป็นอย่างดีมาก 90 - 94.99 4 ดี หน่วยงานมีประสิทธิภาพในการดำเนินการตามระบบ การควบคุมภายในของสำนักงานศาลยุติธรรม และเป็นไป ตามมาตรฐานการควบคุมภายในที่กำหนดได้เป็นอย่างดี 85 – 89.99 3 พอใช้ หน่วยงานมีการดำเนินการตามระบบการควบคุมภายใน ของสำนักงานศาลยุติธรรมและเป็นไปตามมาตรฐาน การควบคุมภายในที่กำหนดในระดับพอใช้ได้ 80 – 84.99 2 ควรปรับปรุง หน่วยงานมีการดำเนินการตามระบบการควบคุมภายใน ของสำนักงานศาลยุติธรรม แต่ยังไม่เพียงพอ เห็นควร กำชับและเน้นย้ำให้ดำเนินการมาตรการควบคุมภายใน ของสำนักงานศาลยุติธรรมเพิ่มขึ้น ต่ำกว่า 80 1 ต้องปรับปรุง หน่วยงานมีการดำเนินการตามระบบการควบคุมภายใน ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดเห็นควรมีปรับปรุงหรือ มีการดำเนินกิจกรรมตามที่สำนักงานศาลยุติธรรมกำหนด เพิ่มขึ้น


คณะกรรมการการควบคุมภายในของสำนักงานศาลยุติธรรม สำนักส่งเสริมงานตุลาการ คู่มือการควบคุมภายในของสำนักงานศาลยุติธรรม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ๔๐ 4. ตัวชี้วัดและมาตรการในการควบคุมภายในของสำนักงานศาลยุติธรรม 4.1 ตัวชี้วัดการประเมินผลการควบคุมภายในของสำนักงานศาลยุติธรรม 1. สำนักงานศาลยุติธรรมมีการดำเนินการควบคุมภายในที่สอดรับตามมาตรฐาน การควบคุมภายในตามหลักเกณฑ์ โดยผลการประเมินองค์ประกอบตามมาตรฐานของการควบคุมภายใน ในภาพรวมของสำนักงานศาลยุติธรรม ร้อยละ 95 2. ศาลยุติธรรมและหน่วยงานในสังกัดสำนักงานศาลยุติธรรมทั่วประเทศผ่านเกณฑ์ การประเมินผลการปฏิบัติราชการศาลยุติธรรม ตามหลักเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติราชการของ สำนักงานศาลยุติธรรมประจำปีงบประมาณ 4.2 มาตรการในการดำเนินการควบคุมภายใน 1. กำหนดให้มีการกำกับ ติดตาม ทบทวนมาตรการ และกิจกรรมควบคุมเพิ่มเติม กรณีหน่วยงาน มีผลการประเมินผลองค์ประกอบของการควบคุมภายในของหน่วยงาน ไม่ถึงเกณฑ์ ร้อยละ 95 2. กำหนดการปรับปรุงกิจกรรมการควบคุมภายในเพิ่มเติม เมื่อผลการประเมิน องค์ประกอบของการควบคุมภายในพบว่าหน่วยงานในสังกัดสำนักงานศาลยุติธรรม มีการดำเนินการ ตามกิจกรรมตามองค์ประกอบของการควบคุมภายในที่กำหนด ไม่ถึงเกณฑ์ร้อยละ 95 3. กำหนดให้ประเด็นความเสี่ยงที่มีผลการประเมินตามมาตรการในการควบคุมภายใน ที่อยู่ในระดับไม่เพียงพอ ประกอบกับผลการสุ่มตรวจสอบยังพบข้อผิดพลาดหรือพบความผิด ให้นำประเด็นความเสี่ยงนั้น วิเคราะห์สาเหตุของความเสี่ยงแล้วปรับปรุงระบบการควบคุมภายในและ มาตรการจัดการความเสี่ยงในปีงบประมาณถัดไป


คณะกรรมการการควบคุมภายในของสำนักงานศาลยุติธรรม สำนักส่งเสริมงานตุลาการ คู่มือการควบคุมภายในของสำนักงานศาลยุติธรรม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ๔๑ บทที่ 4 การรายงานสรุปผลประเมินการควบคุมภายในของสำนักงานศาลยุติธรรม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 แนวทางการรายงานการประเมินผลการควบคุมภายในของสำนักงานศาลยุติธรรม ซึ่งเป็นหน่วยงานอิสระที่ต้องดำเนินการตามหลักเกณฑ์กระทรวงการคลังว่าด้วยมาตรฐานและ หลักเกณฑ์ปฏิบัติการควบคุมภายในสำหรับหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2561 ที่กำหนดให้หน่วยงานของรัฐ ถือปฏิบัติเกี่ยวกับการควบคุมภายในให้เป็นไปตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลัง ของรัฐ พ.ศ.2561 โดยให้หน่วยงานของรัฐที่ไม่อยู่ภายใต้สังกัดกระทรวงจัดทำรายงานการประเมินผล การควบคุมภายในระดับหน่วยงานของรัฐ รายงานไปยังกระทรวงการคลังภายใน 90 วันนับแต่วัน สิ้นปีงบประมาณ ประกอบด้วยแบบรายงาน ดังนี้ (1) การรายงานการประเมินองค์ประกอบของการควบคุมภายใน (แบบ ปค. 4) (2)การรายงานการประเมินผลการควบคุมภายใน (แบบ ปค. 5) (3) การรายงานการสอบทานการประเมินผลการควบคุมภายในของผู้ตรวจสอบภายใน (แบบ ปค. 6) (4) การจัดทำหนังสือรับรองการประเมินผลการควบคุมภายใน (แบบ ปค. 3) แบบ ปค. 4 แบบ ปค. 5 คณะกรรมการตรวจสอบของ สำนักงานศาลยุติธรรม คณะกรรมการการควบคุมภายในสำนักงานศาลยุติธรรม แบบ ปค. 6 แบบ ปค. 3 กระทรวงการคลัง (ภายใน 90 วัน นับแต่วันสิ้นปีงบประมาณ) ผังแสดงขั้นตอนการจัดทำรายงานการประเมินผลการควบคุมภายในของสำนักงาน ศาลยุติธรรม


คณะกรรมการการควบคุมภายในของสำนักงานศาลยุติธรรม สำนักส่งเสริมงานตุลาการ คู่มือการควบคุมภายในของสำนักงานศาลยุติธรรม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ๔๒ 1. การรายงานการประเมินองค์ประกอบของการควบคุมภายใน (แบบ ปค. 4) การรายงานผลการประเมินองค์ประกอบของการควบคุมภายในเป็นการประเมิน องค์ประกอบของมาตรฐานการควบคุมภายใน 5 องค์ประกอบ ประกอบด้วยสภาพแวดล้อมการควบคุม การประเมินความเสี่ยง กิจกรรมการควบคุม สารสนเทศและการสื่อสาร กิจกรรมการติดตามผล โดยคณะกรรมการการควบคุมภายในของสำนักงานศาลยุติธรรม ดำเนินการดังนี้ (1) ประมวลผลข้อมูลในแต่ละองค์ประกอบจากการประเมินองค์ประกอบ การควบคุมภายใน มาระบุลงในแบบรายงานการประเมินองค์ประกอบของการควบคุมภายใน (แบบ ปค. 4) (2) นำผลการประเมิน/ข้อสรุปของแต่ละองค์ประกอบลงในแบบรายงาน การประเมินองค์ประกอบของการควบคุมภายใน (แบบ ปค. 4) พร้อมจุดอ่อนหรือความเสี่ยงที่ยังมีอยู่ (3) สรุปผลการประเมินโดยรวม 5 องค์ประกอบลงในตอนท้ายแบบรายงาน โดยข้อมูลความเสี่ยงที่ประเมินให้นำไประบุในแบบรายงานการประเมินผลการควบคุมภายใน (แบบ ปค. 5) เพื่อกำหนดกิจกรรมควบคุมต่อไป 2. การรายงานการประเมินผลการควบคุมภายใน (แบบ ปค. 5) เป็นการประเมินผลการควบคุมภายในของภารกิจตามกฎหมายที่จัดตั้งหน่วยงาน ของรัฐ หรือภารกิจตามแผนการดำเนินงานที่สำคัญของหน่วยงานของรัฐ ซึ่งจะรายงานผลการ ประเมินผลการควบคุมภายในตามแผนการปรับปรุงการควบคุมภายในสำหรับความเสี่ยงสำคัญที่ของ หน่วยงานในปีงบประมาณนั้น ๆ มีการระบุความเสี่ยงสำคัญของแต่ละภารกิจ ระบุการควบคุมภายใน ของแต่ละภารกิจ เพื่อลดหรือควบคุมความเสี่ยง ระบุผลการประเมินการควบคุมภายในว่ามีความ เพียงพอและปฏิบัติตามอย่างต่อเนื่องหรือไม่ ระบุความเสี่ยงที่ยังมีอยู่มีผลกระทบต่อการบรรลุ วัตถุประสงค์ของแต่ภารกิจ รวมทั้ง กำหนดกิจกรรมการควบคุมภายใน ผู้รับผิดชอบและระยะเวลาใน การดำเนินการในประเด็นความเสี่ยงที่จะต้องดำเนินการปรับปรุงการควบคุมภายในในปีงบประมาณ ถัดไป 3. การรายงานการสอบทานการประเมินผลการควบคุมภายในของ ผู้ตรวจสอบภายใน (แบบ ปค. 6) เมื่อดำเนินการรวบรวมแบบรายงานการประเมินองค์ประกอบของการควบคุมภายใน (แบบ ปค. 4) และแบบรายงานการประเมินผลการควบคุมภายใน (แบบ ปค. 5) ส่งให้คณะกรรมการ ตรวจสอบของสำนักงานศาลยุติธรรม เพื่อทำหน้าที่สอบทานประสิทธิภาพและประสิทธิผลของ กระบวนการควบคุมภายใน กระบวนการบริหารความเสี่ยง และกระบวนการกำกับดูแลที่ดีในภาพรวม ของสำนักงานศาลยุติธรรม จากนั้นคณะกรรมการตรวจสอบของสำนักงานศาลยุติธรรมจะแจ้งรายงาน การสอบทานการประเมินผลการควบคุมภายในของผู้ตรวจสอบภายใน (แบบ ปค.6) เพื่อจะได้ ดำเนินการจัดทำแบบหนังสือรับรองการประเมินผลการควบคุมภายใน (แบบ ปค.3) ต่อไป


คณะกรรมการการควบคุมภายในของสำนักงานศาลยุติธรรม สำนักส่งเสริมงานตุลาการ คู่มือการควบคุมภายในของสำนักงานศาลยุติธรรม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ๔๓ 4. การจัดทำหนังสือรับรองการประเมินผลการควบคุมภายใน (แบบ ปค. 3) เมื่อคณะกรรมการตรวจสอบจัดส่งรายงานการสอบทานการประเมินผล การควบคุมภายในของผู้ตรวจสอบภายใน (แบบ ปค.6) กลับมาให้คณะกรรมการการควบคุมภายในของ สำนักงานศาลยุติธรรมทราบ คณะกรรมการการควบคุมภายในจะดำเนินการจัดทำหนังสือรับรอง การประเมินผลการควบคุมภายใน (แบบ ปค.3) ตามแบบที่กระทรวงการคลังกำหนด ทั้งนี้ การจัดทำหนังสือรับรองการประเมินผลการควบคุมภายใน (แบบ ปค.3) เป็นการสรุปในภาพรวมของหน่วยงาน โดยเสนอต่อเลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม ซึ่งเป็นหัวหน้า หน่วยงานของรัฐพิจารณาเห็นชอบและลงนามในหนังสือ และรายงานการประเมินผลการควบคุมภายใน ตามแบบที่กำหนดแล้วแจ้งไปยังกระทรวงการคลัง ซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์กระทรวงการคลังที่กำหนดไว้ว่า กรณีหน่วยงานของรัฐที่ไม่อยู่ภายใต้สังกัดกระทรวง ให้จัดส่งหนังสือรับรองการประเมินผลการควบคุมภายใน ต่อกระทรวงการคลังโดยตรงภายใน 90 วัน นับแต่วันสิ้นปีงบประมาณหรือสิ้นปีปฏิทินแล้วแต่กรณี


คณะกรรมการการควบคุมภายในของสำนักงานศาลยุติธรรม สำนักส่งเสริมงานตุลาการ คู่มือการควบคุมภายในของสำนักงานศาลยุติธรรม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ๔๔ 5. แบบรายงานการประเมินผลการควบคุมภายในของสำนักงานศาลยุติธรรม ◆ รายงานการประเมินองค์ประกอบของการควบคุมภายใน (แบบ ปค.4) สำนักงานศาลยุติธรรม รายงานผลการประเมินองค์ประกอบของการควบคุมภายใน สำหรับระยะเวลาดำเนินงานสิ้นสุดวันที่ 30 เดือน กันยายน พ.ศ. 2566 องค์ประกอบของการควบคุมภายใน ผลการประเมิน/ข้อสรุป 1. สภาพแวดล้อมการควบคุม ........................................................................... ............................................................................ ........................................................................... ........................................................................... ............................................................................ ........................................................................... 2. การประเมินความเสี่ยง ........................................................................... ............................................................................ ........................................................................... .......................................................................... ........................................................................... .......................................................................... 3. กิจกรรมควบคุม ........................................................................... ............................................................................ ........................................................................... .......................................................................... .......................................................................... .......................................................................... 4. สารสนเทศและการสื่อสาร ........................................................................... ............................................................................ ........................................................................... ............................................................................ ............................................................................ ............................................................................ 5. กิจกรรมการติดตามผล ........................................................................... ............................................................................ ........................................................................... ............................................................................. .............................................................................. .............................................................................. ผลการประเมินโดยรวม ............................................................................................................................................................................. ผู้รายงาน..................................................... (.................................................) ตำแหน่ง เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม วันที่.........เดือน...........................พ.ศ..............


คณะกรรมการการควบคุมภายในของสำนักงานศาลยุติธรรม สำนักส่งเสริมงานตุลาการ คู่มือการควบคุมภายในของสำนักงานศาลยุติธรรม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ๔๕ ◆รายงานการประเมินผลการควบคุมภายใน (แบบ ปค.5) สำนักงานศาลยุติธรรม รายงานการประเมินผลการควบคุมภายใน สำหรับระยะเวลาดำเนินงานสิ้นสุดวันที่ 30 เดือน กันยายน พ.ศ. 2566 ภารกิจตามกฎหมายที่จัดตั้ง หน่วยงานของรัฐหรือ ภารกิจตามแผน การดำเนินการหรือภารกิจอื่น ๆ ที่สำคัญของหน่วยงานของรัฐ /วัตถุประสงค์ ความเสี่ยง การควบคุม ภายในที่มีอยู่ การประเมินผล การควบคุมภายใน ความเสี่ยงที่ยังมีอยู่ การปรับปรุง การควบคุมภายใน หน่วยงานที่ รับผิดชอบ (...........................................) ตำแหน่ง เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม วันที่.........เดือน...........................พ.ศ..............


คณะกรรมการการควบคุมภายในของสำนักงานศาลยุติธรรม สำนักส่งเสริมงานตุลาการ คู่มือการควบคุมภายในของสำนักงานศาลยุติธรรม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ๔๖ ◆รายงานการประเมินผลการควบคุมภายใน (แบบ ปค.6) รายงานการสอบทานการประเมินผลการควบคุมภายในของผู้ตรวจสอบภายใน เรียน ............................................... ผู้ตรวจสอบภายในของสำนักงานศาลยุติธรรม ได้สอบทานการประเมินผลการควบคุมภายใน ของหน่วยงาน สำหรับปีสิ้นสุดวันที่...............เดือน..........................พ.ศ................ด้วยวิธีการสอบทานตาม หลักเกณฑ์กระทรวงการคลังว่าด้วยมาตรฐานและหลักเกณฑ์ปฏิบัติการควบคุมภายในสำหรับหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2561 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความมั่นใจอย่างสมเหตุสมผลว่า ภารกิจของหน่วยงานจะบรรลุ วัตถุประสงค์ของการควบคุมภายในด้านการดำเนินงานที่มีประสิทธิผล ประสิทธิภาพ ด้านการรายงานที่ เกี่ยวกับการเงิน และไม่ใช่การเงินที่เชื่อถือได้ ทันเวลา และโปร่งใส รวมทั้งด้านการปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ และข้อบังคับที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงาน จากผลการสอบทานดังกล่าว ผู้ตรวจสอบภายในเห็นว่า การควบคุมภายในของสำนักงาน ศาลยุติธรรม มีความเพียงพอ ปฏิบัติตามอย่างต่อเนื่องและเป็นไปตามหลักเกณฑ์กระทรวงการคลังว่าด้วย มาตรฐานและหลักเกณฑ์ปฏิบัติการควบคุมภายในสำหรับหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2561 ลายมือชื่อ..................................................... ตำแหน่ง...(หัวหน้าหน่วยงานตรวจสอบภายใน) วันที่...............เดือน........................พ.ศ............ กรณีได้สอบทานการประเมินผลการควบคุมภายในแล้ว มีข้อตรวจพบหรือข้อสังเกตเกี่ยวกับความเสี่ยง และ การควบคุมภายในหรือการปรับปรุงการควบคุมภายในสำหรับความเสี่ยงดังกล่าว ให้รายงานข้อตรวจพบหรือ ข้อสังเกตดังกล่าวในวรรคสาม ดังนี้ อย่างไรก็ดี มีข้อตรวจพบและ/หรือข้อสังเกตเกี่ยวกับมีความเสี่ยงและการควบคุมภายในและ/หรือ การปรับปรุงการควบคุมภายใน สรุปได้ดังนี้ 1. ความเสี่ยงที่มีอยู่ที่กำหนดปรับปรุงการควบคุมภายใน 1.1............................................................................... 1.2............................................................................... 2. การควบคุมภายในและ/หรือการปรับปรุงการควบคุมภายใน 2.1................................................................................. 2.2......................................................... ........................


Click to View FlipBook Version