กรมหลวงนรนิ ทรเทวี
1. จดหมายเหตุความทรงจาของกรมหลวงนรินทรเทวี แม้ในปัจจุบัน
จะมีปัญหาว่ากรมหลวงนรินทรเทวีเป็นผู้บันทึก จดหมายเหตุความทรงจา
ฉบับนี้ท้ังฉบับหรือไม่ แต่ก็เช่ือกันว่าผู้บันทึกเป็นบุคคลร่วมสมัย เป็น
หลักฐานที่ควรพิจารณา ในบันทึกตอนหนึ่งมีว่า“ดูพระจริตฟ่ันเฟ่ืองเฝ้า
(นับ) แต่ฆ่าญวน.....พันสี พันลา ยื่นฟ้องว่าขุนนางและราษฎรขาย
ขา้ วเปลือกลงเรือสาเภา ”โยธาบดผี ู้รบั ทลู ฟอ้ งกราบทลู รบั ส่ัง ใหเ้ ร่งเงนิ ทข่ี นุ
นางขายข้าวเกลือ ให้เฆี่ยนเร่งเอาเงิน เข้าท้องพระคลังร้อนทุกเส้นหญ้า
สมณาประชาราษฎร์ไม่มีสุขขุคเข็ญเป็นที่สุด ในปลายแผ่นดิน เงินในคลัง
หาย 2000 เหรียญๆละ 1 บาท 3 สลึง 1 เฟื้อง แพรเหลือง 10 ม้วน รับส่ัง
เรียกหาไม่ได้ ชาวคลัง ต้อง (ถูก) เฆ่ียนใส่ไฟย่าง แสนสาหัส...หลวงประชา
ชีพ (ถูก) โจทก์ ฟ้องว่าขายขา้ ว รับส่งั ให้ตัดศรี ษะ (หลวง ประชาชพี ) ห้วิ เข้า
มาถวายท่ี เสด็จทอดพระเนตร เหตุกรรมของสัตว์ พื้นแผ่นดินร้อน ราษฎร
เหมอื นผลไม้ เมือ่ ต้นแผน่ ดินเย็นด้วยพระบารมชี ่มุ พื้นชน่ื ผล จนมแี ก่นปลาย
แผ่นดินแสนร้อนรุม สุมรากโคนโค่นลม้ คมแผ่นดินดว้ ยพระบารมแี ตเ่ พยี งนน้ั
.......”
พระบรมรปู ของสมเด็จพระเจา้ ตากสิน ขณะทรงศลี วดั อนิ ทาราม
2. “ไทยรบพม่า”ของสมเดจ็ ฯ กรมพระยาดารงราชานุภาพ ตอนหน่ึง
ในหนังสือไทยรบพม่ามีว่า “.........ต้ังแต่เลิกสงครามคราวอะแซหวุ่นก้ีตีหัว
เมืองเหนือแล้ว(2319)พระเจ้ากรุงธนบุรีมักเสด็จไปนั่งกรรมฐานที่วัดบางย่ี
เรือ (วัดอินทราม) ซึ่งได้บูรณะปฏิสังขรณ์ขึ้นมาใหม่เนืองๆ แล้วติดพระทัย
ใน การน่ังกรรมฐานหนักข้ึน พระอารมณ์ก็จับฟั่นเฟือน เกิดมีอาการดุร้าย
ขนึ้ กว่าแตก่ ่อน ฤ โดยลาดับมา.....มีสัญญาวปิ ลาสเกดิ สาคัญพระองค์ว่าเป็น
พระโสดาบัน..มีรับส่ังถามพระราชาคณะว่าพระภิกษุสงฆ์อันเป็นปุถุชน จะ
กราบไหว้คฤหัสถ์ซึ่งเป็นพระโสดาบันจะได้มิได้ประการใด พระราชาคณะ
โดยมากพากนั กลวั พระอาญาถวายพระพรว่าไหวไ้ ด้ แต่ สมเด็จพระสงั ฆราช
(ศรี) วัดบางหวา้ ใหญ่ (วัดระฆงั ) พระพิมลธรรมวัดโพธาราม (วดั พระเชตุพน)
และพระพฒุ าจารย์ วดั บางหวา้ นอ้ ย (วดั อมรินทร์) ถอื พระวนิ ยั มนั่ คงไม่ครนั่
คร้ามตอ่ พระราชอาญา ถวายพระพรว่าถึงคฤหัสถ์จะเป็นพระโสดาบัน เพศ
ก็ยังต่ากว่าพระภิกษุปุถุชน อันทรงผ้ากาส่าวพัสตร์และ จตุปาริสทธิศีล
เพราะฉะนั้นที่พระภิกษุจะกราบไหว้คฤหัสถ์หาควรไม่ พระเจ้ากรุงธนบุรีได้
ทรงฟังก็ทรงพระพิโรธ ดารัสว่า พระราชาคณะท้ังปวงก็ยังเห็นว่าไหว้ได้
โดยมาก ยังแต่ 3 องค์กบ็ ังอาจโต้แย้งฝ่าฝืนถวายพระพรให้ผิดพระบาลี จึง
มีรับสั่งให้ถอดเสีย จากสมณศักด์ิเอาตัวสมเด็จพระสังฆราชกับ พระราชา
คณะ 2 องค์ ที่ ถูกออกนน้ั พระภกิ ษุประมาณ 500 รูปไปลงพระราชอาญาที่
วัดหงส์ ให้ตีหลังสมเด็จพระสังฆราชกับพระราชคณะองค์ละ 100 ที ฐานะ
เปรยี บองคล์ ะ 50 ที พระอนั ดับองค์ละ 30 ที แล้วเอาตัวขังไว้ขนอาจมของ
โสโครกที่วัดหงส์ทั้งหมด ตั้งแต่นั้นมาพระสงฆ์ก็หมอบกราบเหมือน
ข้าราชการฝ่ายฆราวาสทง้ั ปวง.....”
นอกจากเรือ่ งเฆ่ียนพระแลว้ สมเดจ็ ฯ กรมพระยาดารงราชานุภาพทรงกลา่ ว
ตอ่ ไปว่า
สมเดจ็ กรมพระยาดารงฯ
“ครั้นต่อมาพระเจ้ากรุงธนบุรีมีอาการเกิดระแวงว่าข้าราชการพากัน
ลอบลักพระราชทรัพย์ให้โบยตีจาลอง และบางทีเอาตัวผู้ต้องหาข้ึนย่างไฟ
จะให้รับเป็นสัตย์ แล้วพระราชทานรางวัลผู้ที่เป็นโจทก์ก็ฟ้องร้อง ยกเป็น
บาเหน็จความชอบในราชการ ก็เลยเป็นเหตุให้คนพาลแกล้งใส่ความ
ฟ้องร้อง ยกเป็นบาเหน็จความชอบในราชการ กเ็ ลยเป็นเหตใุ หค้ นพาลแกล้ง
ใส่ความฟ้องผ้อู ่นื ชุกชุมขึน้ ทกุ ที ..... จนมีพวกหากินในกระบวนเป็นโจทก์ขึ้น
ประมาณ 300 คนเศษ พระเจ้ากรุงธนบรุ ที รงต้ังตวั สาคญั ช่ือพนั สี ใหเ้ ปน็ ขนุ
จิตรจูล พันลาเป็นขุนประมูลทรัพย์เป็นตาแหน่งหัวหน้าพวกโจทก์ พวก
โจทก์ถวายฎีการ้องฟ้องผู้อื่น หนักขึ้นกว่าแต่ก่อน พระเจ้ากรุงธนบุรีทรง
วินิจฉัยในเวลาสติฟั่นเฟือน ก็มิได้พิจารณาให้เห็นเท็จและจริง สักแต่ว่า
โจทก์สาบานได้ถ้าผู้ต้องหาไม่รับเป็นสัตย์โดยดีก็เฆ่ียนขับติดไม้ และ ย่าง
เพลงิ จนกว่าจะรบั และปรับโทษ เรียกเร่งเอาเงินตามท่ีโจทก์กล่าวหา ถ้าไม่
มเี งนิ จะเสยี กเ็ ฆยี่ นเรง่ ไปทกุ วนั จนกวา่ จะได้ คนท่ีทนพระราชอาญาไม่ไหวก็
ล้มตายเจ็บลาบากไปตามกัน ท่ีถูกลงโทษประหารชีวิตก็มีอยู่เนืองๆ แม้จน
บุตรภรรยาญาติพ่ีน้องของข้าราชการท่ีไปทัพ อยู่ทางน้ีก็ถูกโจทก์ฟ้องต้อง
รับพระราชอาญา โดยมากกล่าวไว้ในหนังสือพงศาวดารว่าในเวลานั้นท่ีใน
บรเิ วณโรงชาระใน พระราชวังเสียงแต่คนร้องไห้ และ ครวญครางเซ็งแซ่ไป
ทุกๆ วัน ชาวพระนครก็พาได้ความยากแค้นเดือนร้อนไปทั่วกัน ท่ีอพยพ
หลบหนี ออกไปอยู่ตามป่าตามดงก็มีเป็นอันมาก จนท่ีในกรุงธนบุรีมี
บา้ นเรือนร้างวา่ งเปล่าอยู่ทุกแหง่ ทุกตาบล.....”
3. พระราชพงศาวดารกรงุ ธนบุรี ฉบบั พนั จนั ทนมุ าศ ในหลักฐานเล่ม
น้ี มีเร่ืองสมเด็จพระเจ้าตากสินวิปัสสนาแล้ว มีอาการประหลาด มีเรื่อง
ทรงหวาดระแวงคนจะมาขโมยพระราชทรัพย์ แล้วลงเอยด้วยความ
เดือดร้อนอย่างแสนสาหัสของราษฎร เน้ือหาข้อเท็จและสานวนการเขียน
เหมอื นกับในไทยรบพม่า เชอ่ื วา่ สมเดจ็ ฯกรมพระยาดารงราชานภุ าพทรงเอา
ข้อมลู มาจากพระราชพงศาวดารกรงุ ธนบุรีฉบับพันจันทนุมาศ (เจิม) เพราะ
พระราชาพงศาวดารฉบับนี้แต่งขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 1 โดยข้าราชการกรม
พระอาลักษณ์ของรัชกาลที่ 1 ซึ่งไดร้ ู้ไดเ้ หน็ เหตกุ ารณใ์ นสมัยนน้ั ในพระ
ราชพงศาวดารฉบับพระราชหัตถเลขา เล่มท่ี 2 ซึ่งเรียบเรียงโดยกรมหลวง
วงษาธิราชสนิท ตรวจแก้โดยรัชกาลที่ 4 วิจารณ์ และ อธิบายเพิ่มเติมโดย
สมเด็จฯ กรมพระยาดารงราชานุภาพ เป็นหลักฐานท่ีนิยมใช้อ้างอิงกัน
อย่างกวา้ งขวา้ ง ซึ่งเนอ้ื หามขี อ้ เท็จจริงเช่นเดียวกับในไทยรบพม่า และพระ
ราชพงศาวดารกรุงธนบุรี
กล่าวโดยสรุป
เหตุการณ์ซ่ึงตอ่ มาจะกลายเป็นขอ้ ถกเถยี งอยา่ งมาก และมกั ถกู มองวา่
เปน็ เครอื่ งแสดงถึงพระอาการสตฟิ น่ั เฟือนมากที่สดุ น่ันคือ รายละเอยี ดเรอ่ื ง
พระเจ้าตากสินทรงต้ังคาถามกับเหล่าพระราชาคณะว่าพระท่ียังเป็นปุถุชน
จะกราบไหว้ฆราวาสที่บรรลุโสดาบันได้แล้วหรือไม่ มีเพียงพระราช
พงศาวดารฉบับหมอบรัดเลย์และฉบับพระราชหัตถเลขาเท่านั้นท่ีปรากฏ
เน้ือความน้ี โดยพระราชพงศาวดารฉบับพระราชหัตถเลขาอธิบายมาว่า
เกดิ ขน้ึ เนือ่ งจากพระเจ้าตากสิน “มีพระสตฟิ ัน่ เฟือนถงึ สัญญาวปิ ลาส สาคญั
ตัวเองว่าได้โสดาปัตติผล” จึงได้ต้ังคาถามทาให้เกิดการลงโทษพระราชา
คณะ การเพ่ิมเหตุการณเ์ ร่อื งการตง้ั คาถามและการลงโทษพระราชาคณะชน้ั
ผู้ใหญ่ผู้ซ่ึงคงความเห็นที่ “ถูกต้อง” นี้ จึงเป็นการเพ่ิมเรื่องเพื่อเน้นให้เห็น
ถึงความหลงผิดขององค์พระมหากษัตริย์ท่ีมากเกินกว่าที่ผู้คนจะรับได้ “...
มหาภัยพิบัติบังเกิดในพระพุทธศาสนาควรจะสังเวชยิ่งนัก บรรดาชน
ทั้งหลายซึ่งเป็นสัมมาทิฐินับถือพระรัตนตรัยนั้น ชวนกันสลดจิตคิดสงสาร
พระพุทธศาสนา มีหน้านองไปด้วยนา้ ตา..และเสียงร้องไห้ระงมไปท่ัวเมือง”
ยงิ่ เมอ่ื พระราชพงศาวดารฉบบั พระราชหัตถเลขาระบุเหตกุ ารณว์ า่ เกดิ ขน้ึ ใน
ปี พ.ศ.2324 หรอื 1 ปี ก่อนจะส้นิ รัชกาล เหมือนจะให้เข้าใจว่าเป็น “ฟาง
เส้นสุดท้าย” ก่อนท่ีจะเกิดกรณีความวุ่นวายโกลาหลต่างๆ ในกรุงรวมทั้ง
เกิดกบฏพระยาสรรคด์ ้วย
ปญั หาการส้ินพระชนม์พระเจา้ ตาก ยังหาข้อสรุปยังไม่ไดถ้ ึงปัจจุบนั
พระเจ้าตากกบฏพระยาสรรค์ ต้นเหตุ การเปล่ียนรัชสมัย ทาไมต้อง
ประหารพระเจ้าตาก
พระบรมรปู สมเดจ็ พระเจ้าตากสนิ ทรงผนวช ในวิหารวัดอนิ ทารามวรวหิ าร
พ.ศ. 2324 เกิดจลาจลท่ีกรุงศรีอยุธยา สมเด็จพระเจ้าตากสิน ทรงให้
พระยาสรรค์ขุนนางท่ีพระองค์ไว้วางพระทัยอย่างมาก ขึ้นไประงับการ
จลาจล ซง่ึ สาเหตมุ าจากการขุดสมบตั ิท่ีไดถ้ กู ฝังเอาไว้กอ่ นเสียกรุง ทั้งนี้ผู้ท่ี
จะไปขุดต้องประมูลเสียเงินให้กับทางการโดยมีพระยาวิชิตณรงค์เป็น
ผู้รับผิดชอบในการน้ี ทว่าพระยาวิชิตณรงค์และพวกกลับกระทาการโดยมิ
ชอบบังคับรีดไถเงินราษฎรเอาตามอาเภอใจจนผู้คนเดือดร้อนไปทั่วในท่ีสุด
บรรดาผู้ที่ไม่พอใจได้รวมตัวกันก่อกบฎโดยมี ขุนสระ ขุนแก้ว และนาย
บุนนาค บ้านแม่ลาเป็นหัวหน้า คุมพรรคพวกเข้าปล้นจวนพระยาอินทรอ
ภัยผู้รักษากรุงเก่าและสังหารเสีย สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีได้ทรงให้พระ
ยาสรรค์ไปปราบกบฎนแ้ี ต่ทว่าพระยาสรรค์ก็ได้ไปเข้ากับพวกกบฏเสีย โดย
สมเด็จพระเจ้าตากสินไม่ทรงทราบว่า หัวหน้าที่ก่อความวุ่นวายคือ ขุนแก้ว
นอ้ งชายของพระยาสรรค์นั่นเอง เมื่อเป็นเช่นนี้ นอกจากพระยาสรรค์จะไม่
ปราบพวกก่อความวุ่นวายแล้ว ยังอาศัยช่วงจังหวะท่ีกลุ่มขุนนางไม่พอใจ
พระเจ้าตากสนิ และดาเนนิ การต่อต้านพระเจา้ องค์ ตดั สินใจร่วมมอื กับพวก
กอ่ การจลาจล ยกกาลังมาตกี รุงธนบรุ ี และเข้ายึดอานาจจากสมเดจ็ พระเจ้า
ตากสินได้สาเร็จ พร้อมกับบังคับให้พระองค์ทรงผนวช และจับพระบรม
วงศานุวงศ์มาจองจาไว้ในราชวังแล้วตั้งตนเป็นผู้สาเร็จราชการพร้อมกับ
ประกาศจะถวายราชสมบัติให้สมเด็จพระยามหากษัตริย์ศึกปกครองต่อไป
ต่อมาพระยาสรรค์เปลี่ยนใจคิดจะครองราชย์สมบัติเสียเอง จึงเตรียมกอง
กาลงั ไวต้ อ่ ส้กู บั สมเดจ็ พระยามหากษัตริย์ศึก ซ่ึงจะกลับจากการทาสงคราม
ในเขมรในระหว่างนี้
พระแทน่ บรรทมสมเดจ็ พระเจ้าตากสนิ ที่วดั อนิ ทารามวรวหิ าร(วดั ใต้)
ธนบุรี
พระยาสรรค์ให้กรมขุนอนุรักษ์สงคราม ยกทัพไปโจมตีค่ายพระยาสุริ
ยอภยั หลานของสมเดจ็ พระยามหากษัตริย์ศกึ ทีย่ กทพั มาจากนครราชศรีมา
เพื่อมารักษากรุงธนบุรีตามคาสั่งของสมเด็จพระยามหากษัตริย์ศึก ทั้งสอง
ฝ่ายได้ปะทะกันอย่างหนัก กรมขุนอนุรักษ์สงครามเป็นฝ่ายพ่ายแพ้และถูก
จบั ได้ พระยาสรรคค์ ดิ ว่าเรอื่ งทต่ี นใหก้ รมขนุ อนุรกั ษ์สงครามยกทัพไปตีค่าย
พระยาสุริยอภัยเป็นความลับ จึงวางตัวน่ิงเฉยอยู่ในวัง พระยาสุริยอภัยซ่ึงรู้
ความจริงท้ังหมดจากกรมขุนอนุรักษ์สงครามเห็นเช่นน้ัน จึงได้ควบคุม
สถานการณ์ในวังเอาไว้ แล้วให้สึกสมเด็จพระเจ้าตากสินแล้วนาไปจองจา
เอาไว้ เพอื่ รอสมเด็จพระยามหากษัตรยิ ์ศึกตัดสินความต่อไป
ภาพทพ่ี ระราชวงั บางปะอิน พระนครศรอี ยธุ ยา สมเดจ็ เจา้ พระยามหา
กษตั รยิ ศ์ ึก (รชั กาลท่1ี ) กลบั จากราชการทพั เมอื งเขมร
สมเดจ็ พระยามหากษตั ริยศ์ ึกยกทพั กลบั จากเขมรมาถึงกรุงธนบุรี เม่ือ
วันท่ี 6 เมษายน พ.ศ. 2325 เพื่อแก้ปัญหาบ้านเมือง “...เจ้าพระยามหา
กษตั ริยศ์ ึกทราบขา่ วมกี ารกบฎเกิดขึน้ ในกรุงธนบรุ ี ได้ขา่ ววา่ สมเด็จพระเจา้
ตากสินถูกจับและถูกบังคับให้ผนวชเป็นพระภิกษุ ท่านจึงให้คนสนิทถือ
หนังสือไปถึงเจ้าพระยาสุรสีห์ให้เข้าล้อมกรมขุนอิทรพิทักษ์ ราชโอรสของ
ของสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีซ่ึงต้ังทัพอยู่ที่เมืองพุธไธเพชร อย่าให้รู้ความ
และให้พระยาธรรมาซ่ึงต้ังทัพอยู่ท่ีเมืองกาแพงสวายจับกรมขุนรามภูเบศร์
ราชนัดดาของสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีไว้เสีย แล้วท่านจึงเลิกทัพจากเขมร
...” น่คี อื ขอ้ ความท่บี รรยายเหตุการณท์ ่เี กดิ ข้นึ ใน “แผ่นดินพระเจา้ ตาก”
พระบรมสาทิสลกั ษณ์สมเดจ็ พระเจ้าตากสนิ
พงศาวดารฉบับพันจันทนุมาศ (เจิม) กล่าวถึงการเดินทางกลับของ
เจ้าพระยามหากษัตรยิ ศ์ ึก “ว่า ณ วนั เสาร์ แรม ๙ คา่ เดือน ๕ เพลา ๒ โมง
เช้า พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกฯ ขณะดารงตาแหน่งเป็นเจ้าพระยามหา
กษัตริย์ศึก ได้ทัพจากเมืองเสียมราฐ เขมร กลับมาท่ีกรุงธนบุรี ประทับ ณ
พลับพลาหนา้ วดั โพธาราม ฝา่ ยข้าทูลละอองฯ ผู้ใหญ่ผู้น้อยพร้อมกันไปเชิญ
เสด็จลงเรือพระท่ีน่ังกราบ...”ถึงตอนนี้ พระราชพงศาวดารฉบับพระ
ราชหตั ถเลขาเลา่ วา่ พระยาสุรยิ อภัยให้สึกเจ้าแผ่นดินออก แล้วพันธนาการ
ดว้ ยเคร่อื งสังขลกิ พนั ธ์
พงศาวดารฉบบั พนั จันทนุมาศเขียนความตอ่ จากตอนทเี่ จา้ พระยาจักรี
...ข้ามมาพระราชวังสถิต ณ ศาลาลูกขุนว่า “...มีหมู่พฤฒามาตย์เข้าเฝ้า
พร้อมกัน จึงมีพระราชบริหารดารัสปรึกษาว่า เม่ือพระเจ้าแผ่นดินอาสัตย์
และสุจริตธรรมเสีย ประพฤตกิ ารทุจรติ ฉะนีก้ เ็ หน็ วา่ เป็นเสย้ี นหนามหลักตอ
อนั ใหญอ่ ยู่ในแผน่ ดิน จะละไวม้ ิได้ ขอให้ปริวรรตออกประหารเสีย...”
ในพระราชพงศาวดารฉบับพระราชหัตถเลขา บันทึกเหตุการณ์ว่า
“เจ้าพระยามหากษัตรยิ ์ศึกไดป้ รกึ ษากับพวกหมู่มุขอามาตย์ว่า เม่ือพระเจ้า
แผ่นดินเป็นอาสัตย์อาธรรมดังนี้แล้ว จะคิดอ่านประการใด เหล่าเสนา
อามาตย์ต่างพร้อมใจกัน เห็นว่า เป็นเส้ียนหนามหลักตออันใหญ่ในแผ่นดิน
จะละไว้เสยี มไิ ด้ ควรจะให้สาเรจ็ โทษเสยี แลเจา้ พระยามหากษัตริย์ศึกกลา่ ว
ว่า... “เป็นเจ้าแผ่นดินใช้เราเป็นไปกระทาการสงครามได้ความลาบาก กิน
เหง่ือต่างน้า เราก็อุตสาหะกระทาการศึกมิได้อาลัยแก่ชีวิต คิดแต่จะทานุ
บารงุ แผน่ ดนิ ให้สนิ เสย้ี นหนาม จะใหส้ มณพราหมณ์และไพรฟ่ า้ ประชากรอยู่
เย็นเป็นสุขสิ้นด้วยกัน ก็ไฉนอยู่ภายหลัง ตัวจึงนาบุตรภรรยาเรามาจองจา
ทาโทษ แล้วโบยตพี ระภกิ ษสุ งฆ์ และลงโทษแกข่ า้ ราชการและอาณาประชา
ราษฎรทุกเส้นหญ้า ทั้งพระพุทธศาสนาก็เสื่อมทรุดเศร้าหมองดุจเมือง
มิจฉาทิฐิ จงึ มรี ับสั่งใหเ้ อาตวั ไปประหารชีวิตสาเร็จโทษเสีย...”
การประหารชีวิตในอดตี ของไทย
เพชฌฆาตกับผู้คุมก็ลากตัวพระเจ้าตากข้ึนแคร่หามไปกับท้ังสังขลิก
พันธนาการ เจ้าตากจึงว่าแก่ผู้คุมเพชฌฆาตว่า ตัวเราส้ินบุญจะถึงท่ีตายอยู่
แลว้ ชว่ ยพาเราไปหาท่านผู้สาเรจ็ ราชการ จะขอเจรจาด้วยสกั สองสามคา ผู้
คุมก็ให้หามเข้ามา ณ ศาลาลูกขุน (เจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก) ได้
ทอดพระเนตรจึงโบกพระหัตถ์มิให้นาเข้าเฝ้า ผู้คุมและเพชฌฆาตก็หาม
ออกไปยงั นอกพระราชวงั ถึงหน้าป้อมวิชยั ประสทิ ธ์ กป็ ระหารชีวิตตัดศีรษะ
ถึงแก่พิราลัย จึงมีรับสั่งให้เอาศพไปฝังไว้ ณ วัดบางยี่เรือใต้ และเจ้าตาก
ขณะเมือ่ สนิ้ บญุ ถงึ ทาลายชพี นั้น อายไุ ดส้ ีส่ บิ แปดปี
“สมเด็จพระเจ้าตากสินทรงถูกสาเร็จโทษตามคาส่ัง “ประหาร” ใน
เช้าวันเสาร์ เดือน 5 แรม 9 ค่า ปีขาล จัตวาศก จุลศักราช 1144 ตรงกับ
วนั ที่ 6 เมษายน พ.ศ.2325 อยใู่ นราชสมบตั ิ 14 ปี 4 เดือน”
เปน็ การสาเรจ็ โทษตามคาสัง่ “ประหาร” การสิ้นพระชนม์ของพระองค์ตาม
คาส่ังประหาร ในคร้งั นี้ยงั เปน็ การใชด้ าบตดั พระเศยี รเหมอื นนกั โทษรา้ ยแรง
ชน้ั สามญั ชน
วดั บางยเี่ รอื ใต้ หรอื วัดอนิ ทาราม
วัดบางย่ีเรือใต้ หรือวัดอินทาราม เป็นวัดโบราณสมัยอยุธยา ภูมิ
ประเทศเดิมมลี ักษณะเปน็ ปา่ สะแกทบึ ฝง่ั ตรงขา้ มเปน็ ทลี่ มุ่ มหี ญา้ และกกขนึ้
หนาแน่นอยู่ในน้าตื้น ๆ คล้ายป่าพรุ ถ้ามีเรือล่องมาในลาคลองจะต้องอ้อม
คงุ้ มองเหน็ ได้ชดั จึงเหมาะเป็นชัยภูมิซุ่มยิงได้ดี จึงเรียกว่า บังยิงเรือ ต่อมา
เพ้ียนเป็นบางย่ีเรือเดิมชื่อวัดบางยี่เรือนอก สมเด็จพระเจ้าตากสินทรง
ปฏิสงั ขรณ์ สถาปนาขึ้นเปน็ พระอารามหลวงชั้นเอกพิเศษ และได้ทรงถวาย
พระเพลิง พระบรมศพพระราชชนนี ณ วัดแห่งน้ี ในวันพฤหัสบดี แรม ค่า
เดือน 6 พ.ศ. 2318 ในปี พ.ศ. 2323
พระเจดยี ์วดั อินทาราม เปน็ สถานทเ่ี กบ็ พระบรมอฐั ิ
สมเดจ็ พระเจ้าตากสนิ
สมเดจ็ พระเจ้าตากสนิ ทรงสง่ั ให้ สมเดจ็ พระยามหากษตั รยิ ศ์ กึ และ
เจา้ พระยาสรุ สหี ย์ กกองทัพไปตเี ขมร และมีรบั สงั่ ให้พระเจา้ ลกู ยาเธอกรม
ขนุ อนิ ทรพทิ ักษซ์ งึ่ เปน็ พระโอรสองคใ์ หญ่ ทรงเปน็ อุปราชเปน็ ทพั หนนุ อีก
ทงั้ มีรบั สงั่ เมื่อปราบเขมรไดแ้ ลว้ ให้ทาการอภิเษกกรมขนุ อินทรพทิ กั ษ์ ขนึ้
ปกครองเขมร ในชว่ งน้พี ระองคม์ กั จะเสดจ็ ออกจากวงั มาวปิ สั นากรรมฐาน
ประทบั ในพระอโุ บสถวัดอนิ ทาราม(บางยเ่ี รอื ใต)้ อยเู่ สมอ และบอ่ ยครง้ั จะ
ประทบั แรม ณ วัดแหง่ นี้ เมอ่ื สมเด็จพระเจา้ ตากสนิ มหาราชเสดจ็ สวรรคต
ในปี 2325 ไดน้ าพระศพมาฝงั ไวท้ ่ี วดั อนิ ทารามแห่งน้ี
เหตุการณ์ หลังจาก “สมเดจ็ พระเจ้าตากสนิ ฯ” สิ้นพระชนม์
ในการเปล่ียนแผ่นดินต้องกาจัดเช้ือพระวงศ์และเหล่าขุนนางท่ี
จงรักภักดีของพระเจ้าแผ่นดินองค์ก่อนให้หมดสิ้น ไม่ให้เป็นเสี้ยนหนามอีก
ต่อไป น่ีเป็นสัจธรรมท่ีต้องเกิดข้ึนกับผู้ใกล้ชิดกับพระเจ้าตากสินฯ ทุกๆคน
ดังทป่ี รากฎในพระราชพงศาวดารฉบบั พระราชหตั ถเลขาไดบ้ นั ทกึ เหตุการณ์
ไว้ว่า “ฝ่ายกรมขุนอินทรพิทักษ์และพระยากาแหงสงครามมิทันแจ้งว่าข้าง
ในพระนครผลัดแผ่นดินใหม่ จึงแต่งหนังสือบอกให้ข้าหลวงถือมากราบทูล
ใจความว่า เขมรกลบั เป็นกบฎเขา้ ล้อมกองทัพพระเจ้าลูกเธอไว้ ณ เมืองพุธ
ไธเพชร แต่กองทัพเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึกกับกองทัพเจ้าพระยาสุรสิงห์
น้ัน เลิกหนีไป...คร้ันสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทั้งสองพระองค์ได้ทรงทราบใน
หนงั สือบอก ก็ทรงพระสรวล ดารสั วา่ อ้ายหูหนวกตาบอด มิไดร้ ู้การแผ่นดิน
เปน็ ประการใด กลบั บอกกล่าวโทษกู เขา้ มาถงึ กอู กี เลา่ ฝ่ายกรมขุนอนิ ทรพิ
ทักษ์และพระยากาแหงสงคราม...ตีกองทัพเขมรแหกออกมาได้ รีบยกทัพ
มาถึงเมืองปราจีน ครั้นแจ้งเหตุว่า ผลัดแผ่นดินใหม่แล้ว....กรมขุนอิทร
พิทักษ์และพระยากาแหงสงครามกับคนสนิท 5 คนก็พากันหนีไปอยู่ตาบล
เขาน้อยแหง่ หน่งึ ใกลเ้ ขาปัตวี และกรมการเมืองปราจีนบอกเข้ามากราบทูล
พระกรณุ าให้ทราบ
คร้ัน ณ วันอาทิตย์ เดือน 6 แรม 2 ค่า สมเด็จพระอนุชาธิราชกราบ
ถวายบังคมลา ยกพลข้ึนไปหกพันเศษถึงเมืองสระบุรี ให้แยกกันไปหลาย
กองเที่ยวค้นในป่า เข้าล้อมจับกรมขุนอินทรพิทักษ์กับพระยากาแหง
สงครามและบ่าว 5 คนได้ที่เขาน้อยน้ัน คุมลงมาถวาย ณ กรุงธนบุรี...บ่าว
คนนั้นทรงพระกรุณาตรัสว่า เปน็ คนมีกตัญญูไม่ท้ิงเจ้า โปรดฯ ปล่อยเสียไม่
เอาโทษ
กรมพระราชวงั บวรมหาสรุ สงิ หนาท
คร้ัน ณ วันเสาร์ เดือน 6 แรม 8 ค่า กรมพระราชวังบวรมหา
สรุ สงิ หนาท ทรงพระกรุณาใหถ้ ามกรมขนุ อินทรพิทกั ษ์ว่า ถา้ ยอมอยู่จะเลี้ยง
ด้วยหาความผิดมิได้ กรมขุนอินทรพิทักษ์ให้การว่า ไม่ยอมอยู่ จะขอตาย
ตามบิดา สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวท้ังสองพระองค์จึงดารัสให้นายจุ้ยกรมขุน
อนิ ทรพทิ ักษ์และขุนชนะพระยากาแหงสงครามนน้ั ไปประหารชวี ิตเสยี ” เมอื่
สาเร็จโทษกรมขุนอินทรพิทักษ์และพระยากาแหงสงครามแล้ว พระราช
พงศาวดารได้บันทึกเหตุการณ์ต่อจากนี้ไปอีกว่า “ถึงวันจันทร์ เดือน 6 ขึ้น
4 คา่ เพลา 5 โมงเชา้ สมเดจ็ พระอนุชาธิราชเสด็จเดินทัพมาถึงพระนครขึ้น
เฝ้าสมเด็จพระเชษฐาธิราช ณ ท้องพระโรง ดารัสปรึกษาราชการแผ่นดิน
ดว้ ยกันแลว้ เสดจ็ ออกจากท่เี ฝ้าใหต้ ารวจไปจับขา้ ราชการทง้ั ปวง บรรดาทมี่ ี
ความผิดข่นุ เคอื งกบั พระองค์มาแตก่ ่อนให้ประหารชีวิตท้งั แปดสิบคนเศษ”
เกดิ อะไรขนึ้ กับกรมขนุ อนุรกั ษ์สงคราม พระยาสวรรค์และขนุ นางอ่นื ๆทร่ี ว่ ม
ขบวนการกบฎ?
พระบรมราชานุสาวรีย์ รชั กาลที่ 1 ท่ี อุทยานราชภักดิ์
พระยาสุริยอภัยพระเจ้าหลานเธอ ให้ตารวจคุมตัวกรมขุนอนุรักษ์
สงครามกบั ขนุ นางทีม่ ชี อื่ ซงึ่ เป็นสมคั รพรรคพวก 39 คน มพี ระยาเพชรพิชัย
พระยามหาอามาตย์ พระยากลางเมอื ง หลวงราชวรินทร์ หลวงคชศักด์ิ เปน็
ตน้ เข้ามาถวายพระท่ีนง่ั และทราบทลู วา่ คนเหลา่ ที่เขา้ พวกกรมขนุ อนุรกั ษ์
สงครามยกมารบ จึงดารัสให้เอาขุนนางทั้ง 39 คนนั้นไปประหารชีวิตเสีย
และตัวกรมขุนอนุรกั ษส์ งครามน้ันใหเ้ อาไว้กอ่ น และให้พจิ ารณาชาระให้เอา
พวกเพ่ือนอีก ให้การซักถึงพระยาสรรค์และหลวงเทพผู้น้องกับเจ้าพระยา
มหาเสนา พระยารามัญวงศ์จักรีมอญ พระยาพิชิตณรงค์ หลวงพัศดีกลาง
และคนเหล่านี้คบคดิ กันในการไปรบพระเจ้าหลานเธอ ส ม เ ด็ จ พ ร ะ
เจ้าอยู่หัวจึงมีพระราชดารัสให้เอากรมขุนอนุรักษ์สงครามและพระยาสรรค์
หลวงเทพผนู้ ้องและขุนนางทงั้ สซี่ ่ึงคดิ กันนน้ั ใหป้ ระหารชีวติ เสีย พอกองทัพ
พระยาธรรมามาถึง คุมเอาตัวกรมขุนรามภูเบศร์เข้ามาถวาย จึงเอาตัวไป
ประหารชีวิตเสียด้วยกันในวันนั้น กับทั้งพวกญาติวงศ์เจ้าตากสินบรรดาที่
เปน็ ชายน้นั ท้ังสน้ิ ...เจา้ ฮ้นั ซึ่งเป็นน้าของเจ้าตากสินและเจ้าส่อนหอกลางซ่ึง
เป็นกรมหลวงบาทบริจาอคั รมเหสีกบั ญาตวิ งศท์ เี่ ปน็ หญงิ นนั้ ใหจ้ าไวท้ ง้ั สน้ิ ”
รวมความแล้ว ในการเปล่ียนแผ่นดินครั้งนี้ มีผู้ใกล้ชิดและบรรดาขุน
นางข้างสมเด็จพระเจ้าตากสิน รวมทั้งผู้ท่ีเป็นเส้ียนหนามจากการกบฎซึ่ง
เป็นชายท้ังสิ้นนั้น ถูกประหารชีวิตไปคงไม่น้อยกว่า 150 คนในจานวนนี้ มี
ญาตวิ งศใ์ นพระราชวงศก์ รงุ ธนบรุ ี ถูกสาเร็จโทษไปเพียง 4 พระองค์เท่าน้ัน
เปน็ พระเจ้าลูกเธอในพระอัครมเหสี 2 พระองค์ คอื กรมขนุ อินทนพิทักษ์กบั
สมเด็จฯ เจ้าฟ้าน้อย และเป็นพระเจ้าหลานเธอ 2 พระองค์ คือ กรมขุน
อนุรักษ์สงครามและกรมขุนรามภูเบศร์ แต่ยังไม่จบเพียงแค่น้ี และพระ
ราชพงศาวดารฉบับพระราชหัตถเลขายังได้บันทึกเหตุการณ์ต่อไปว่า
“สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวกรมพระราชวังบวรฯ เสด็จลงมาเฝ้า กราบทูลว่า
บรรดาบุตรชายนอ้ ยๆของพระเจ้าตากสิน และขอรบั พระราชทาน เอาใสเ่ รอื
ไปลม่ นา้ เสยี ใหส้ น้ิ คาบุราณกลา่ วไว้ ตัดหวายยา่ ไว้หนามหน่อ ฆ่าพ่ออย่าไว่
ลูก ซ่ึงจะเล้ียงไว้หาประโยชน์ไม่ จะเป็นเส้ียนหนามไปภายหน้า สมเด็จ
พระพุทธเจ้าหลวงทรงอาลัยอยู่ในเจ้าฟ้าสุพันธุวงศ์ (เจ้าฟ้าเหม็น) พระราช
นัดดาจงึ ดารัสแกส่ มเดจ็ พระอนุชาธริ าชขอชีวติ ไวท้ ั้งสนิ้ ด้วยกนั ”
กรงุ รตั นโกสนิ ทรใ์ นอดตี
ในพ.ศ.2325 ขุนนาง ข้าราชการ และราษฎรได้พร้อมใจกันทูลเชิญ
สมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึกเป็นกษัตริย์ เป็นอันส้ินสุดยุคธนบุรีพร้อม
กับมีการสถาปนาราชวงศ์ใหม่คือ“ราชวงศ์จักรี” สมเด็จเจ้าพระยามหา
กษัตริยศ์ กึ ได้ปราบดาภเิ ษกข้ึนเปน็ พระบาทสมเด็จพระพทุ ธยอดฟา้ จฬุ าโลก
มหาราช ปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี และให้ย้ายราชธานีมายังฝั่ง
ตะวันออกของแม่น้าเจ้าพระยา และในต่อมาได้พระราชทานนามใหม่ว่า
กรุงรตั นโกสินทร์
เพราะเหตุใด พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ทรงพระกรุณาโปรด
เกล้าฯ ให้จัดงานพระบรมศพสมเด็จพระเจ้าตากสินฯ หลังประหารผ่านมา
2 ปี
ในปี พ.ศ. 2325 หลังเปลี่ยนรัชกาล พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้า
จุฬาโลก มพี ระราชกรณียกจิ อย่กู ับการจดั การศัตรูทางการเมือง โดยในวันท่ี
7 เมษายน หลังการปฏิวัติ 1 วัน ก็มีการ “ชาระบัญชี” กลุ่มคนที่เป็น
ปฏิปักษ์ทางการเมือง โดยเฉพาะเจ้านายและขุนนางท่ีหยิบดาบขึ้นต่อต้าน
การปฏิวัติ เช่น พระเจ้าหลานเธอ กรมขุนอนุรักษ์สงคราม พระเจ้าหลาน
เธอ กรมขุนรามภูเบศ กับขุนนางคนสาคัญอีกเกือบ 40 คน ถูกประหาร
ท้ังหมด ทั้งมีการปูนบาเหน็จ “ข้าหลวงเดิม” รวมถึงผู้ที่มีบทบาทสาคัญใน
การปฏวิ ตั ิ มีการสถาปนาพระราชวงศ์ การแต่งตั้งขุนนาง พระสงฆ์ และเริ่ม
มีพระราชดารใิ หฐ้ าปนา (ก่อสร้าง) พระราชวังแห่งใหม่ขึ้นทางฝั่งตะวันออก
ของแม่น้าเจ้าพระยา แต่เม่ือเวลาผ่านไปเหตุการณ์ต่างๆ น่าจะสงบลง เริ่ม
เขา้ ทเ่ี ข้าทางหมดแลว้ ศัตรูทางการเมืองถกู กาจดั จนส้ิน การแต่งต้ังโยกย้าย
ขา้ ราชการสาเรจ็ ลงดว้ ยดี ไม่นา่ จะมี “แรงกระเพื่อม” หรือความกดดันทาง
การเมืองจากแผ่นดินก่อน ดังนั้นการรอเวลาถึง 2 ปี เพ่ือให้ “อนาคต”
พร้อมสมบูรณ์ จึงเป็นจังหวะเวลาที่เหมาะสมและมีเหตุผลย่ิง ท่ีจะปิดฉาก
“อดีต” ให้สนิท ไม่มีข้อครหา ไม่มีเสียงซุบซิบนินทา และไม่มี “สิ่งสาคัญ”
ใ ด ใ น แ ผ่ น ดิ น เ ก่ า ห ล ง เ ห ลื อ ติ ด ค้ า ง ม า ถึ ง แ ผ่ น ดิ น ใ ห ม่ อี ก
ตอ่ มาในปี พ.ศ.2327 สมเด็จพระเจา้ อยหู่ วั รชั กาลที่ 1 ทรงพระกรณุ าโปรด
เกล้าฯ ให้จัดงานพระบรมศพสมเด็จพระเจ้าตากสินฯ โดยรับส่ังให้ “ขุด
หีบศพ” ข้ึนมา “ฌาปนกิจ” ทรงเลือกท่ีจะทาอย่าง “สังเขป” โดยไม่มี
พธิ ีรีตอง
มีบันทึกในพระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลท่ี 1 ฉบับ
เจ้าพระยาทิพากรวงศ์ (ฉบับตัวเขียน) อมรินทร์.2539, น.49 เขียนไว้ว่า
สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวท้ังสองพระองค์ ดารัสให้ขุดหีบศพเจ้ากรุงธนบุรีขึ้นตั้ง
ไว้ ณ เมรุวัดบางยี่เรือใต้ ให้มีการมหรสพและพระราชทานพระสงฆ์บังสุกุล
เสด็จพระราชดาเนินไปพระราชทานเพลิงท้ังสองพระองค์ ฝ่ายเจ้าจอมข้าง
ในท้งั วังหลวงวังหน้าซ่ึงเป็นข้าราชการคร้ังแผ่นดินกรุงธนบุรี คิดถึงพระคุณ
ชวนกันรอ้ งไห้ สมเดจ็ พระเจา้ อยู่หวั ทง้ั สองพระองค์ทรงพระพโิ รธดารสั ให้ลง
พระอาญาโบยหลงั ท้ังสนิ้ ”
การสิ้นพระชนม์ของสมเด็จพระเจ้าตากสิน มีการถกเถียงอย่างหลากหลาย
ยังหาขอ้ ยุตไิ มไ่ ดจ้ นถงึ ปจั จบุ ัน ข้อมูลดังนี้
ขอ้ มูลจากหลวงวจิ ติ รวาทการ
พระเจา้ ตากไม่ได้ถูกประหารแตห่ นไี ปทนี่ ครศรธี รรมราชและไปสิ้นพระชนม์
ที่เพชรบรุ ี โดยไดร้ บั ขอ้ มลู จากพระญาติของพระเจา้ ตาก
หลวงวจิ ติ รวาทการ
ในปี พุทธศกั ราช 2494 หลวงวิจิตรวาทการได้เขียนนิยายเร่ือง “ใคร
ฆา่ พระเจ้ากรุงธน” โดยอ้างว่าเรื่องท่ีเขียนได้รับแรงบันดาลใจให้ข้อมูลจาก
“ผี” ทหี่ อสมุดแหง่ ชาตกิ ระซบิ บอกใหท้ ่านเขยี นเหมือนนักเรียนท่ีเขียนตาม
คาบอก โดยแบ่งเนื้อหาออกเป็น 2 ภาค ภาคแรกเร่อื งราวความเป็นมาก่อน
เกิดการผลัดแผ่นดินเปล่ียนรัชกาล ส่วนภาคที่ 2 เป็นเรื่องพระเจ้าตากตัว
จรงิ ไม่ไดถ้ กู ประหารแตล่ ้ีภัยไปนครศรีธรรมราช โดยหลังจากที่พระยาสรรค์
ตีกรุงธนบุรีแตกแล้ว นายทหารฝ่ายพระเจ้าตากก็วางแผนช่วยเหลือ ซึ่ง
ขณะน้ันพระองค์ผนวชอยู่วัดแจ้ง วัดอรุณราชวราราม โดยหาคนมาแทน
พระองค์ซึ่งบุคคลผู้น้ัน ต้องเหมือนพระเจ้าตาก น้าเสียงพูดคล้ายคลึง
เลียนแบบกิริยาท่าทีได้ดีเหมือน บุคคลผู้ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนสมบูรณ์
แบบ คอื หลวงอาสาศึก (บญุ คง) ซึง่ เป็นทหารออกรบเคียงข้างพระองค์โดย
เสมอมาโดยปลอมตนเป็นพระภิกษุเข้าเฝ้าพระเจ้าตากท่ีวัดแจ้งและทาการ
เปลี่ยนตัวให้พระเจ้าตากหลบหนีออกในช่วงชุลมุนศึกกลางเมืองที่ฝ่ายพระ
ยาสรรคโ์ ดยมพี ระเจา้ หลานเธอกรมขุนอนุรกั ษ์สงครามเป็นผูน้ าต่อสู้กับฝ่าย
พระยาจกั รมี มี พี ระสุรยิ อภัยเป็นผ้นู า ซึ่งทางฝา่ ยพระสรุ ยิ อภัยไดช้ ัยชนะ ได้
เข้าไปจับตัวพระยาตากปลอมในพระอุโบสถวัดแจ้งนาตัวไปจาขังไว้ รอ
จนกระทั่งพระยาจักรีเดินทัพมาถึงกรุงธนบุรี ได้มีพระราชโองการให้นาตัว
พระเจ้าตาก(ตัวปลอม)ไปประหารชีวติ ท่ีป้อมวไิ ชยประสทิ ธิ์
พระบรมรปู สมเดจ็ พระเจ้าตากสิน ในโบสถน์ ้อย
หนา้ พระปรางค์ วดั แจง้ วดั อรณุ ราชวราราม
พระเจ้าตากเม่ือหนีเล็ดลอดออกจากวัดแจ้งได้เสด็จกับทหารคู่ใจไป
ซ่อนพระองค์อยูท่ ่ีเมืองนครศรธี รรมราชภายใตก้ ารปกปอ้ งดแู ลจากเจา้ พฒั น์
อุปราชเมืองนครศรีธรรมราช พระองค์ยังคงอยู่ในสมณเพศประทับอยู่
นครศรีธรรมราชเพียง 2 ปี ได้เสด็จไปเมืองเพชรบุรี และมีข่าวร่ัวไหลใน
การท่ีพระเจ้าตากหนีมาประทับอยู่ท่ีเพชรบุรี อันนามาสู่ภัยร้ายสู่พระองค์
โดยขณะที่ทรงพระเจริญวิปัสสนากรรมฐานอยู่ในถ้าเมืองเพชรบุรี ได้มีผู้
รอบปลงพระชนม์ตพี ระเศยี รเบื้องหลงั ล้มคว่าส้นิ พระชนม์
ซ่ึงการเขียนนิยายพระเจ้าตากจากผีบอกนี้ หลวงวิจิตรวาทการได้
เฉลยเบอื้ งหลังของเรอ่ื งราวจาการท่ี ท่านไดร้ ับขอ้ มูลพร้อมหลกั ฐานจากเชอื้
สายตรงจากสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ซึง่ เรื่องการสิน้ พระชนมด์ งั กลา่ ว
ข้างต้นของพระองค์กลายเป็นความเชื่อท่ีแพร่หลายอีกเร่ืองหน่ึงมาจนถึง
ปัจจบุ ัน
นอกจากนั้นยังมีความเชื่อในเรื่องที่พระเจ้าตากกับรัชกาลที่ 1 ตกลงกัน
ในทางลับที่จะทาให้ไทยไม่ต้องใช้หนี้เมืองจีนที่พระเจ้าตากู้ยืมเงินมาทา
สงครามดังนี้
เป็นท่ีรู้ท่ัวไปอยู่แล้ว ว่าคนจีนได้ให้สมเด็จพระเจ้าตากสินกรุงธนบุรี
มหาราชทรงยมื ทรัพยส์ ินเงินทองมาจากเมืองจีนจานวนมหาศาล เพื่อทรงใช้
จ่ายในการสร้างชาติไทย ใหฟ้ นื้ จากสภาพยับเยินเสียหาย หลังจากทรงกอบ
กู้อิสรภาพของไทยคืนมาได้แล้ว ความมุ่งหมายสาคัญของเมืองจีนในการ
แสดงน้าใจให้ความร่วมมอื ย่ิงใหญ่ครงั้ นน้ั จีนเองตอ้ งรู้ดี และสมเดจ็ พระเจ้า
ตากสินกรุงธนบุรีมหาราช ผู้ทรงพระชาติสูงส่งด้วยพระปรีชาญาณย่ิงนักก็
ต้องทรงหย่ังรู้เช่นกัน แต่ก็ทรงม่ันพระราชหฤทัยว่าจะทรงสามารถแก้ไข
เหตกุ ารณใ์ หเ้ ป็นผลดีแกป่ ระเทศไทยของพระองคไ์ ด้ จึงทรงรบั ความรว่ มมอื
ของจีนไว้อย่างเต็มท่ี มีผลให้ทรงบูรณะสร้างสรรค์ทุกส่ิงทุกอย่างจนไทย
กลับคืนสู่ความเป็นประเทศเอกราชได้อย่างงดงามเต็มความสามารถใ น
ขณะนน้ั ครัน้ ปรากฏผลสัมฤทธ์ปิ ระจักษว์ า่ สมเด็จพระเจา้ ตากสนิ กรงุ ธนบรุ ี
มหาราช ทรงพระปรีชาสามารถยิ่งนักในฐานะทรงเป็นพระมหากษัตริย์ไทย
จนี กส็ าแดงความจริงใจให้แจ้งชัดต่อพระองค์ ยื่นคาขาดให้ทรงส่งทรัพย์สิน
เงินทองที่ทรงยืมมาใช้คืนให้หมดส้ินในทันทีไม่ยอมให้มีการผ่อนผัน หรือ
มิฉะนั้นก็จะถือเป็นเหตุกาลังบุกไทยเข้าทวงหน้ีแม้เป็นหน้ีส่วนพระองค์
สมเด็จพระเจ้าตากสินกรุงธนบรุ ีมหาราช มิได้ทรงนาชาติเข้าไปเก่ียวข้องให้
เป็นหนี้ส่วนของไทยด้วยก็ตามน่าจะเป็นไปได้ด้วยว่า ก่อนจะมีการยื่นคา
ขาดบีบบังคับให้ทรงใช้หนี้อย่างฉับพลันทันที อาจจะมีการชักจูงโน้มน้าว
พระราชหฤทัยให้ทรงเห็นดีเห็นงาม ว่าสาหรับพระองค์ท่านน้ันจีนมี
ความสาคัญยง่ิ กว่าไทย จึงควรทรงเห็นกับจีนยิ่งกว่าเห็นกับไทยและยกไทย
ให้ข้ึนกับจีนเสียแต่ทรงมีพระมหากรุณาต่อไทยพ้นที่จะราพัน ทั้งยังทรงมี
พระขัตติยะมานะอันล้าเลิศ ซ่ึงเป็นพระมานะของขัตติยะไทย เหตุด้วยทรง
เปน็ ขตั ตยิ ะแห่งไทย มิใช่ทรงเปน็ ขัตติยะแห่งจนี จึงไมท่ รงโอนออ่ นไปดว้ ยจนี
แม้แต่น้อยทรงมีพระราชหฤทัยเด็ดเด่ียวแน่วแน่ม่ันคง ว่าพระองค์ทรงเป็น
พระมหากษัตริย์ของไทยแล้ว ทรงมีหน้าที่จะต้องปกป้องคุ้มครองไทยให้
ดารงความเป็นไทยอยู่ช่ัวฟ้าดินสลาย เหตุผลอื่นใดแม้ความตายก็ไม่อาจ
ทาลายความเด็ดเด่ยี วแห่งน้าพระราชหฤทยั ได้
ดังน้นั แผนการใชก้ าลังเขา้ ยึดครองไทยของจนี โดยยกการทวงหนี้เป็น
เหตุบังหนา้ จงึ เร่มิ ข้ึน ควรเห็นพระราชหฤทัยสมเด็จพระเจ้าตากสินกรุง
ธนบุรีมหาราชยิ่งนักไทยยังสะบักสะบอมเพราะสงครามกู้เอกราชท่ีเพิ่งจบ
สิ้น จะให้ทาศึกกับจีนอีกในยามน้ัน ย่อมทรงอัดอ้ันตันพระราชหฤทัยเป็น
ที่สุด เพราะย่อมทรงตระหนักดีว่าจะหาทางทรงนาไทยให้ชนะทัพใหญ่ของ
จีนไดน้ นั้ ไม่มี
สมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึกในขณะนั้น ท่ีสมเด็จพระเจ้าตากสิน
กรุงธนบุรีมหาราชจะทรงพ่ึงให้เป็นท่ีพ่ึงของไทยได้อันพระบรมราชกุศโล
บายของสองสมเด็จพระบุรพบรมกษัตริยาธิราชเจ้าจอมสยามที่ทรงร่วม
รักษาความเป็นไทของไทยพระราชทานไว้ย่ังยืนสืบมาจนบัดนี้น้ัน เต็มไป
ดว้ ยความเสยี สละใหญ่หลวงเกินกวา่ คนท้งั ปวงจะทาได้ สมเด็จพระเจ้า
ตากสินกรุงธนบุรีมหาราช ทรงจงพระราชหฤทัยมั่นสละพระชนม์ชีพ
พระองคเ์ อง สมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ทรงพระราช
หฤทัยแนว่ แนส่ ละแม้พระเกยี รติศกั ดพิ์ ระเกยี รติยศปรากฏในประวัติศาสตร์
ว่า ทรงมีพระบรมราชโองการให้ประหารสมเด็จพระเจ้าตากสินกรุงธนบุรี
มหาราช ผู้พระปิยสหายผู้ทรงพระคุณยิ่งใหญ่ต่อชาติและต่อพระองค์ แล้ว
ทรงปราบดาภเิ ษกข้นึ เป็นพระเจ้าแผ่นดินแทน! พระบรมราชกุศโลบาย
แสนแยบยลลึกซึ้ง เกนิ กว่าใครทั้งนั้นจะตามทันเข้าใจถึง จนี จงึ ตายใจสนิท
แผนท่ีคิดจะยึดครองไทยพังทลายในพริบตา ทัพท่ีจะกรีธาเข้าทวงหน้ีทา
ไม่ได้ เพราะข่าวร้ายลือล่ัน ว่าสมเด็จพระเจ้าตากสินกรุงธนบุรีมหาราช
ลูกหน้ีใหญ่ของจีนน้ันต้องพระราชอาญาสวรรคตเสียแล้วพระเจ้าแผ่นดิน
พระองค์ใหม่ของไทยทรงเป็นไทย และทรงเป็นไทย หาใช่ลูกหน้ีของจีนไม่
ไทยก็เชื่อสนิท ประวัติศาสตร์จึงผิดมหันต์ เกิดผลให้แม้คนไทยด้วยกันก็
เขา้ ใจผิดสบื ตอ่ มา ภาพพจน์ที่ปรากฏตราใจไม่เป็นดังความจริงที่คนไทยจัก
ภูมใิ จเหนอื ความภมู ิใจท้งั หลายทงั้ นั้น ท่านผู้เฒ่าผู้ทรงพระคุณท่าน
กล่ันกรองเร่ืองราว ยกเหตุผลมากล่าวช้ีแจงแสดงให้ไตร่ตรองตาม ด้วย
ความประณตี จนบนั ดาลใจไทยทัว่ กนั
นอกจากความเช่ือว่าพระเจ้าตากสละราชสมบัติเพราะเป็นหนี้จีน มีนัก
ประวัติศาสตร์ไม่เห็นด้วยกับประวัติศาสตร์ช่วงนี้มีหลายท่านดังน้ีผู้แสดง
ความคดิ เห็นคัดคา้ นในเรือ่ งน้ีดงั น้ี
จากหนังสือศิลปวัฒนธรรม ฉบับเดือนพฤษภาคม 2560 ชวนกัน
ติดตามเร่ืองของ “สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช” กับ “เงินกู้บันลือ
โลก” ทรงกเู้ งิน 60,000 ตาลงึ จากเมืองจีน จริงหรอื ไม่'” โดย เอกชัย โควา
วิสารัช นายแพทย์จากโรงพยาบาลราชวิถี วิเคราะห์ว่า สมเด็จพระเจ้าตาก
สินมหาราชทรงกู้มาจากเมืองจีนเพื่อใช้บูรณะบ้านเมือง แต่เม่ือถึงเวลาต้อง
ใช้หนี้ เงินในท้องพระคลังมีเงินไม่เพียงพอ พระองค์จึงออกอุบาย “แกล้ง
เสียสติ” แล้วยกบา้ นเมืองให้เจ้าพระยาจักรี (ทองด้วง) ไปปกครอง เพ่ือหนี
ความรบั ผิดชอบเร่ืองหนีส้ นิ หากเจา้ หนี้จะมาทวงเงินก็สามารถปฏิเสธได้ว่า
เป็นเรื่องของผู้ปกครองแผ่นดินก่อน ไม่เกี่ยวข้องกัน การเปลี่ยนพระเจ้า
แผ่นดิน ใช้เป็นเครื่องมือการผลักภาระหนี้สินไม่ได้ เพราะในเอกสาร
หลักฐาน พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ที่ปราบดาภิเษกขึ้นมา
ยังอ้างอิงว่าพระองค์เป็น “ลูก” ของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช มิใช่
กษัตริย์ในราชวงศ์ใหม่ ทั้งเป็นไปไม่ได้ที่จีนจะให้สมเด็จพระเจ้าตากสิน
มหาราชกู้เงิน เพราะที่ผ่านมาจีนไม่ยอมรับการข้ึนครองราชย์ของสมเด็จ
พระเจ้าตากสินมหาราช แม้จะพยายามสง่ เคร่อื งราชบรรณาการอย่หู ลายตอ่
หลายคร้ัง และสืบเน่ืองจากเหตุผลข้างต้น การส่งคณะทูตและเคร่ืองราช
บรรณาการจ้ิมก้องจีนแต่ละครั้งต้องใช้เงินจานวนมาก ซ่ึงบางคร้ังมากกว่า
เงิน 60,000 ตาลงึ ทอี่ า้ งว่าก้จู ากจนี ด้วยซา้
อกี ขอ้ มลู ท่ีกล่าวถงึ พระเจา้ ตากไมไ่ ดก้ ู้ยมื เงนิ จีนมาใชก้ เู้ อกราช จาก
บทความเรื่องความสัมพนั ธไ์ ทย-จีน ในรชั สมยั กรงุ ธนบรุ ี โดย ว.วรรณพงษ์
จักรพรรดเิ ฉยี นหลง
หลักฐานสาคัญอีกเรื่องหนึ่ง ท่ียืนยันความสัมพันธ์ระหว่าจีนกับไทย
เป็นอันดี ถูกบันทึกในพงศาวดารจีน ในรัชสมัย “สมเด็จพระจักรพรรดิ
เฉียนหลง (จักรพรรดิชงิ เกาจง)” เสด็จขึ้นเสวยราชย์สมบัติในปี พ.ศ. 2278
ทรงอยู่ในราชสมบัติถงึ 60 พรรษา
ทูตแห่งกรุงศรีอยุธยาคณะสุดท้ายมี “พระยาสุนทรอภัย (ปี้เอี้ยซ่ง
ท้งออพ่าย)” เป็นราชทูต คร้ันไปถึงกรุงปักกิ่ง ในปี พ.ศ. 2309 เป็น
ระยะเวลาทก่ี รุงศรอี ยธุ ยาใกล้จะเสยี แก่พม่าแล้ว หลังกรุงศรีอยุธยาแตกน้ัน
ทูตไทยคณะพระยาสุนทรอภัยยังคงตกค้างอยู่ ณ เมืองกวางโจว มณฑล
กวางต้งุ ประเทศจนี ยงั กลับไทยไม่ได้
จักรพรรดิเฉียนหลงได้สร้างความเจริญมากมายให้กับประเทศจีน
โดยเฉพาะการจดั ทาสารานกุ รม “ซ่ือค่เู ฉวยี นซู” หรอื “เฉียนหลงตงฮวาลู่”
ขึ้นระหว่างปี พ.ศ. 2316 - พ.ศ. 2325 ถือเป็นมรดกโลกที่สาคัญชิ้นหน่ึง
ดงั นน้ั เรอ่ื งราวของพระเจา้ ตากสนิ จึงไดถ้ กู บนั ทึกไว้ในสารานกุ รมจนี เลม่ น้ี
เมื่อเดอื นเมษายน พ.ศ. 2310 คราเสียกรงุ ครง้ั ท่สี องของไทย กวา่ ข่าว
คราวจะล่วงรู้ไปถึงกรงุ ปกั กิ่งในปี พ.ศ. 2311 เพราะการส่ือสารสมยั นัน้ ต้อง
อาศัยการเดินทางโดยเรือสาเภาไปข้ึนที่ท่าเรือ ณ เมืองกวางโจว มณฑล
กวางตุ้ง แล้วจะต้องรอนแรมไปกรงุ ปักกิง่ โดยทางบกอกี แรมเดือน
จักรพรรดิเฉียนหลงทรงทราบข่าวคราวว่า กรุงศรีอยุธยาเสียแก่พม่า
แล้ว ทรงแสดงความเป็นห่วงใยอย่างยิ่ง จึงมีพระราชโองการถึงเสนาบดี
กลาโหมและข้าราชการผู้เกี่ยวข้องให้หาทางช่วยกรุงศรีอยุธยา พระราช
โองการนี้ลงเดือนท่ี 7 พ.ศ. 2311 ปรากฏเป็นหลักฐาน อยู่ในสมุดจดหมาย
เหตุจีนเรียกว่า “เฉียนหลงตงฮวาลู่” โดยมีอารักษ์เป็นผู้จดบันทึกพระราช
โองการในสมุดจดหมายเหตุจีน เรียกคนพม่าว่า “ฮวนพุงลาย” เรียกไทย
หรอื สยามว่า “เสยี มหลอกก๊ ” มบี ันทกึ ดังต่อไปนี้ คือ
“ด้วยเมื่อฤดูใบไม้ร่วงปีที่แล้ว (พ.ศ. 2310) หลีซือเหยา (ผู้สาเร็จ
ราชการมณฑลกวางตงุ้ กวางสี) ทราบว่าเสยี มหลอกก๊ (เมอื งไทย) ถกู กองทพั
ของฮวนพุงลาย (พมา่ ) ตีแตกเสยี แล้ว ออ๋ งของเสียมหลอกก๊ เสดจ็ หนหี ายไป
ไมม่ ีร่องรอย เม่ือทา่ นรบั คาสงั่ นี้แลว้ จึงสง่ั การไปยงั เสฉวน ผู้บญั ชาการทหาร
จังหวัด ให้สืบเสาะหาข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ ระหว่างรอรับรายงานนั้น ก็ได้
ทราบข่าวเพิ่มเติมวา่ ขณะน้ันเสยี มหลอกก๊ (เมืองสยาม) ถูกฮวนพงุ ลายลาย
(พม่า) เข้าปกครองแล้ว มีขุนนางฝ่ายบุ๋นและบู๊ของไทย ร่วมมือกับฮวนพุง
ลายปกครองเสียมหลอก๊กอยู่ด้วย อันเมืองของฮวนพุงลายกับเสียมหลอก๊ก
น้ันมีดินแดนติดต่อกัน ฮวนพุงลายอาจกลืนเสียมหลอก๊กท้ังหมด หรือหรือ
ตัดทอนไปทลี ะน้อยก็ได้ ข่าวท่ไี ด้รบั ยงั ไม่แน่ชดั ทีเดียว
จักรพรรดิเฉียนหลงจึงทรงรับส่ังให้ “หลี่ซือเหยา” สอบถามเร่ืองราวความ
เป็นไปจากพวกพ่อค้าที่ค้าขายติดต่ออยู่กับเสียมหลอก๊ก เราอยากทราบว่า
เวลานี้เสยี มหล่อออ๋ ง (พระเจ้ากรุงศรีอยุธยา) ประทับอยู่ ณ ท่ีใด ระยะทาง
บกทางน้าท่ีจะไปถึงเสียมหลอก๊กกับฮวนพุงลายไกลเพียงไร การเดินทาง
ยากงา่ ยแคไ่ หน มอี นั ตรายหรือไม่ ขอใหส้ อบสวนมาโดยละเอยี ด ถ้าสามารถ
เขียนแผนท่ีสังเขปมาให้ดูด้วยก็จะย่ิงดี ทั้งนี้เพื่อเอาไว้สาหรับพิจารณา ถ้า
เคลอ่ื นทพั โดยสะเพร่าออกไปสู่ทะเลกวา้ งในต่างถิน่ อาจทาให้เสยี การได้
ถ้าเสียมหลออ๋อง มีพระราชประสงค์จะกู้บ้านเมือง แต่ไม่มีกาลังเพียงพอ
ต้องการให้ราชสานกั ฟา้ (ราชสานักจีน) ช่วยเหลือ เรายินดีจะยกทัพไปช่วย
แต่เรื่องนี้ต้องพิจารณากันให้ถ่องแท้รอบคอบ ซ่ึงจะดาเนินการอย่างไร
หรือไม่นน้ั ยังไม่แน่ “หลซี ือเหยา” จะตอ้ งไปถามสืบเสาะใหด้ ีกอ่ นในทางลับ
จงอย่าให้ข่าวร่ัวไหลออกไปได้เป็นอันขาด ซ่ึงจะทาให้เกิดความเสียหายข้ึน
จึงแจ้งมาเพื่อทราบ ขอให้รีบปฏิบัติการและรีบรายงานให้เราทราบโดย
ดว่ น”พระราชโองการน้ีบนั ทกึ อยใู่ น “เฉียนหลงตงฮวาลู่” เล่มท่ี ๖๘
“จงต๊กกวางตุ้ง” (ผู้สาเร็จราชการมณฑลของจีน) กระทาการสืบข่าว
ในทางลับด้วยความรีบร้อน ขณะน้ันสาเภาจากไทยไม่มีเลย ด้วยบ้าน
เมืองไทยกาลังอลหม่าน ทางจกต๊กมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับ “เจ้าเมือง
พุทไธมาศ” สมัยนั้นเมือพุทไธมาศข้ึนกับกรุงศรีอยุธยา คือ “พระยาราชา
เศรษฐี” เปน็ ช่องทางเดยี วทจี่ งตก๊ กวางตุ้ง จะได้ขา่ วคราวจากเมืองไทย
เดิม “พระยาราชาเศรษฐี” เจ้าเมืองพุทไธมาศตั้งใจจะช่วยพระเจ้าตากสิน
ในการกูช้ าติ แต่มาเปล่ยี นแปลงภายหลงั เมอื่ ตอนที่ “เจา้ เมอื งจันทบรุ ี” หนี
ไปพึ่งพระยาราชาเศรษฐี ประกอบกับ “เจ้าจุ้ย” และ “เจ้าศรีสังข์” หนีไป
พึ่งพระยาราชาเศรษฐีในระยะเวลาใกล้เคียงกัน จะด้วยเหตุผลกลใดก็
แลว้ แต่ เม่อื ฟังความข้างเดียว เร่อื งก็กลับกลายจากขาวเป็นดาไดเ้ สมอ
“พระยาราชาเศรษฐี” จึงไม่ยอมร่วมมือกับพระยาตากในการขับไล่พม่าอีก
ต่อไป คงหมายจะสถาปนา “เจ้าจุ้ย” หรือ “เจ้าศรีสังข์” บุตรกรม
พระราชวงั ให้เป็นกษตั ริย์แห่งกรงุ ศรีอยุธยา หรือเพื่อหวังประโยชน์แห่งตน
ในวันข้างหน้า อาจจะได้เป็นใหญ่เป็นโต พระยาราชาเศรษฐีจึงได้เขียนข่าว
รายงานเบี่ยงเบนความจรงิ พร้อมทั้งได้เขียนแผนที่ในแถบโพ้นทะเล พร้อม
คาอธิบายส่งมาให้อาณาจักรจนี ด้วยความเคารพ
จงต๊กกวางตุ้งได้นาความจากพระยาราชาเศรษฐี ขึ้นทูลเกล้าถวายให้
จักรพรรดิเฉียนหลงทรงทราบ ทางจีนก็เช่ือตามที่ได้รับรายงานมา จึงได้ส่ง
จดหมายขอบคุณไปถึงพระยาราชาเศรษฐี ดังน้ีท่านอยู่ในท่ีห่างไกลโพ้น
ทะเล เมื่อท่านทราบว่าทางราชสานักต้องการทราบความเป็นไปในเสียม
หลอก๊ก กไ็ ด้เขียนแผนท่พี ร้อมคาอธบิ ายสง่ มาให้ด้วยความเคารพน้ัน เราได้
นาความขึ้นทลู เกลา้ ถวายใหฮ้ ่องเต้ทรงทราบ แล้วมีกระแสรับส่ังชมเชยและ
ขอบใจท่านมาก จึงมีหนังสือตอบมายังท่าน พร้อมด้วยส่งแพรมาให้เป็น
รางวัลเพื่อทดแทนความดขี องทา่ น ขอทา่ นจงรบั ไวด้ ว้ ยความเคารพเทอญ”
จดหมายจาก “พระยาราชาเศรษฐี” ฉบับน้ีทาให้พระเจา้ ตากสนิ ถกู จนี
เข้าใจผิดในช่วงแรกอยู่บ้าง ส่งผลให้พระเจ้าตากสินและเมืองไทย กว่าจะ
ไดร้ บั การรบั รองจากจีนอย่างเป็นทางการ เป็นเร่ืองที่ยุ่งยากไม่น้อย แต่เมื่อ
จนี เข้าใจพระเจา้ ตากสินดีแล้ว ทางจีนก็ชว่ ยเหลือไทยอย่างเตม็ ท่ี
ย่างไรก็ตาม จากสารานุกรมจนี “ซื่อคู่เฉวียนซู” ทาให้ทราบว่า สมเด็จพระ
จักรพรรดิเฉียนหลง (จักรพรรดิชิงเกาจง) ได้ช่วยเหลือไทยไว้เป็นอันมาก
ดงั นัน้ การทหี่ ลายคนสนั นิษฐานวา่ พระเจา้ ตากสินเป็นหน้ีจีนหรือจีนจะยึด
เอากรุงธนบุรีเพ่ือชาระหนี้น้ัน ประเด็นน้ีไม่ปรากฏอยู่ในพงศาวดารจีนใดๆ
ทั้งส้ิน จึงไมน่ ่าเปน็ ไปได้แต่อย่างใด
ข้อมลู จากภกิ ษุณีวรมัย กบลิ สงิ ห์
พระเจ้าตากหนรี าชภัยมาประทบั อยู่ทน่ี ครศรธี รรมราช
ภิกษุณวี รมัย กบลิ สงิ ห์
เร่อื งน่าเศรา้ ในเวลานั้นก็คอื สมเด็จพระพทุ ธเจ้าอยูห่ วั พระเจา้ ตากสิน
มหาราชทรงร้อนพระทัยด้วยจะต้องหาเงินใช้หน้ีเขา จึงให้ขุนนางออกไป
เร่งรัดเก็บเงินเข้าท้องพระคลัง ขุนนางก็ไปรีดนาทาเร้นราษฎรเอาเข้า
กระเป๋าของตัวเอง ทาให้ราษฎรเดือดร้อนมาก พวกที่ไปขุดค้นของเก่าก็ไม่
ซอื่ ตรงตอ่ พระเจา้ อยู่หวั และไปคดโกงราษฎรทาใหร้ าษฎรเดือดรอ้ นเปน็ อนั
มาก
สมเดจ็ พระเจ้าอยู่หัวพระเจ้าตากสินมหาราช จึงดารัสให้พระยาสรรค์
ข้ึนไป ณ กรุงเก่า พิจารณาจับตัวพวกขบถเหล่าร้ายให้จงได้พระยาสรรค์
กลับเป็นแม่ทัพลงมา สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวก็ทรงทายอมรับผิดทุกอย่าง ขอ
แต่บรรพชา ตามแผนการทีได้ตกลงกันไว้พระยาสรรค์ก็ต้องรีบส่งข่าวไปให้
เจ้าพระยามหากษัตริย์ศึกให้ยกกองทัพมา เพ่ือจะรับราชสมบัติตามที่
ปรกึ ษากนั ไว้ วันท่พี ระพุทธเจ้าอยหู่ ัวทรงบรรพชาน้นั เป็นวนั อาทิตย์ เดอื นส่ี
แรม 11 ค่าศักราช 1143 ทรงผนวช ณ พระอุโบสถวัดแจ้งภายใน
พระราชวัง และเสด็จดารงราชอาณาจักรอยู่ในราชสมบัติได้สิบห้าปี (จาก
พระราชพงศาวดาร หนา้ 182)
น้าใจโลเลของพระยาสรรค์
ถ้าพระยาสรรคท์ างานด้วยใจม่ันคง เรื่องของเรื่องก็จะสงบเพียงเท่าน้ี
ไม่ตอ้ งประหตั ประหารคนดีๆ ให้ตายไปอีกหลายคน ซง่ึ เปน็ ที่นา่ เสียหาย แต่
เพราะพระยาสรรค์เป็นคนโลเลมีจิตใจไม่มั่นคงทาท่าว่าจะรักษาราชสมบัติ
ไว้ให้พระยามหากษัตริย์ศึก แล้วกลับอยากได้เสียเอง จนถึงกับกล้าเอาเงิน
ในท้องพระคลังซึ่งสมเด็จพระพุทธเจ้าอยู่หัวพระเจ้าตากสินมหาราช ให้ติด
ท้องพระคลังไว้ ให้กษัตริย์องค์ใหม่จะได้มีทุนทานุบารุงบ้านเมืองต่อไป ไม่
ยากจนอย่างทท่ี ่านเคยประสบมาแล้ว พระยาสรรค์เกดิ อยากเปน็ ใหญเ่ ปน็ โต
เอาเงนิ ออกแจกจา่ ยหาซื้อพรรคพวก แล้วใหไ้ ปรบกับหลานของพระยามหา
กษัตริย์ศึก พอแพ้ก็หมดท่าท่ีจะต่อสู้ พอพระยา มหากษัตริย์ศึกเข้ามาได้
เรอ่ื งกใ็ หญโ่ ตเกนิ กวา่ ทค่ี ิดไว้ ตอ้ งจบั ประหารเสียมากมาย อนาถใจท่สี ุด
พระภกิ ษุพระเจ้าตากสิน
คุณม่ันผกู้ ตัญญู
พระยาสุริยภัย กับ พระยาสรรค์ บังคับให้ สมเด็จพระเจ้าตากสิน
มหาราชผนวช แล้วเอาเคร่ืองจองจาใส่ครบมารับโทษถงึ ข้ันประหาร แต่เมื่อ
จะประหารจรงิ น้นั คุณมัน่ ผู้มคี วามกตญั ญกู ตเวทีต่อองค์สมเดจ็ พระเจ้าตาก
สนิ มหาราช ไดย้ อมอุทิศชีวติ ตายแทนระเจา้ อยหู่ ัว คณุ ม่ันเป็นวรี บรุ ษุ โดยแท้
เม่ือเพชฌฆาตได้ประหารชีวิตคุณมั่น วีรบุรุษแทนพระพุทธเจ้าอยู่หัว
สมเดจ็ พระเจา้ ตากสนิ มหาราชแลว้ พระญาติสนทิ กพ็ าพระองค์หลบซอ่ นอยู่
ในบ้านที่มิดชิดชั่วเวลาหน่ึง ส่วนคุณประยงค์ ซ่ึงรักพ่ีชายเหมือนพ่อก็
อุตส่าห์ปลอมตวั เป็นชายเดนิ ทางไปหาที่เงียบสงบ เพ่ือให้พระเชษฐาได้ทรง
หลบซอ่ นและปฏบิ ตั ธิ รรมตามความประสงค์ของท่าน
คณุ ประยงคก์ บั นอ้ งชายไปถึงนครศรีธรรมราช คนทางทางโนน้ ก็พาไป
ดทู ่ที าง ท่ีเขาขนุ พนม ซ่ึงเปน็ ท่ีลบั ตาคน คงจะพอพักไดส้ บาย คุณประยงค์ดู
แล้วชอบใจ จึงรีบกลับมาธนบุรี จัดจ้างเรือเป็นพาหนะออกเดินทางในเวลา
กลางคืน มีผู้ติดตามเป็นทหารช้ันผู้น้อยไป 3 คน เป็นหญิง 2 คน คือคุณ
ประยงคค์ นหนงึ่ กับญาตอิ กี คนหนึ่ง
วัดเขาขนุ พนม นครศรีธรรมราช
สมเดจ็ พระเจ้าตากสินมหาราชทรงแตง่ พระองคด์ ว้ ยเส้อื ผา้ เกา่ ๆแบบ
พอ่ คา้ ขายขา้ วคนทกุ คนกแ็ ตง่ ตวั อยา่ งลูกเรือสง่ ของตา่ งจังหวดั ทาเปน็ วา่ ขาย
ขา้ วแลว้ จะกลบั เมอื ง และเดนิ ทางอยา่ งเตม็ ทใ่ี นเวลากลางคนื รอนแรมมา
หลายวนั จงึ ถงึ นครศรธี รรมราช ผจู้ งรกั ภกั ดี 3-4 คน รอรบั เสดจ็ อยู่ และพา
ขน้ึ บกในตอนท่ีผคู้ นหลบั แลว้ เมอื่ มาถงึ เขาขนุ พนม ทา่ นสมภารจนี องคห์ น่ึง
กจ็ ดั การบรรพชาอุปสมบทใหส้ มเดจ็ พระเจา้ ตากสนิ มหาราช ไดส้ าเรจ็ เปน็
องคพ์ ระทนั ที และคณุ ประยงค์ พระนอ้ งนางกไ็ ดบ้ รรพชาตามเสดจ็ ดว้ ยใน
วนั ตอ่ มา
วัดเขาขนุ พนม
ท่ีเขาขุนพนมนั้นมีทิวทัศน์ท่ีน่าอยู่น่าชมเป็นอันมาก ลาห้วยน้ันน้าใส
เยน็ อาบได้สบายดี แม้น้าจะเข้าปากก็ไม่เค็มและซักผ้าได้แสนสะอาด น้าใน
บ่อใหญภ่ ายในวัดน้ันจืดสนทิ ดื่มได้อยา่ งแชม่ ชนื่ ใจ เพราะใสเย็น ตลอดทาง
เปน็ ปา่ แกมสวน มีผู้คนน้อย ความสกปรกและกลน่ิ เหม็นจงึ ไม่มี ที่เชงิ เขานน้ั
มีพรรณพฤกษชาตินานาชนิดบางชนิดมีดอกหอมเย็นชนื่ ใจ บางชนิดใบเขยี ว
ชอุ่มพอเห็นแล้วเย็นนัยน์ตา ต้นหมาก มะพร้าว ชมพู่ และขนุนมีอยู่ห่างๆ
กนั และสตั วป์ า่ ทด่ี รุ า้ ยน้ันไม่มีมาแผว้ พานเลย
ถา้ ตากฟา้ วดั เขาขนุ พนม
จากการสารวจเขาขุนพนมพบว่า ตามถ้าต่างๆ รอบภูเขา พบ
พระพุทธรูปสมัยดังกล่าวเป็นจานวนมาก หลักฐานบางส่วนหลงเหลืออยู่ใน
พิพิธภัณฑ์ ของวัดเขาขุนพนมสถานท่ีแห่งนี้มีเร่ืองราว และร่องรอย
ความสาคัญทางประวัติศาสตร์ โดยเฉพาะความเก่ียวเน่ืองต่อชีวิตบ้ันปลาย
ของ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ท้ังท่ีเป็นโบราณสถาน โบราณวัตถุ
หรืออยู่ในรูปมุขปาถะเร่ืองเล่าต่อๆกันมา วัดเขาขุนพนม เป็นแหล่งศึกษา
ด้านโบราณคดีและศิลปะและเป็นแหล่งท่องเท่ียวทางธรรมชาติ ป่าเขา ที่
ทรงคณุ ค่าอกี แหง่ ภายในวัดมีอนุสาวรียส์ มเดจ็ พระเจ้าตากสนิ มหาราช พระ
ตาหนักทรงบัลลังก์ พระตาหนักขาวทรงศีล ถ้าสมเด็จพระเจ้าตากสิน รอย
พระพุทธบาท ถ้าเหวตากฟ้า ถ้าพิศดาร ถ้านางชี มณฑปพ่อท่านกลาย บ่อ
น้าศักด์ิสิทธิ์ สระน้าโบราณ หรือ “สระนางเลือดขาว”ลักษณะ
ส่ีเหล่ียมผืนผ้า กว้างประมาณ 5 เมตร ยาว ประมาณ 10 เมตร อยู่ติดกับ
ประตูทางเข้าวัด ตามตานานกล่าวว่า สระน้า แห่งน้ีไว้สาหรับบาทบริจา
นางสนมกรมใน หรือ ที่ชาวบ้านเรียกอีกอย่างหน่ึงว่า “แม่ชุดขาว” ซ่ึงเป็น
หญงิ ที่ตามเสด็จพระเจา้ ตากสนิ ใช้ชาระกายกนั และเช่ือว่า “นางเลือดขาว”
คือ “หมอ่ มปราง” นัน้ เอง ท่ีเรียกเช่นน้ัน เพราะ มีผวิ ขาว ด้วยมเี ช้ือสายจนี
ฝา่ ยมารดา ต้นนา้ ถูกปล่อยลงมาทางเชิงเขาขุนพนมนน่ั เอง
พระบรมราชานสุ าวรยี ส์ มเดจ็ พระเจ้าตากสนิ วดั เขาขนุ พนม
วดั เขาขุนพนมพรอ้ มด้วยประชาชนผมู้ จี ิตศรทั ธาตอ่ องคส์ มเดจ็ พระเจา้
ตากสินมหาราชได้ร่วมกันจัดสร้าง พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้า
ตากสินมหาราชไว้ท่ีวัดเขาขุนพนมจนแล้วเสร็จและทาพิธีเปิดพร้อมถวาย
พวงมาลาแด่องค์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช วันที่ 28 ธันวาคม พ.ศ.
2554 ซง่ึ เป็นวันคลา้ ยวันสถาปนาปราบดาภิเษกขององคท์ า่ นและกาหนดให้
ทุกวันที่ 28 ธันวาคม ของทุกปีเป็นวันถวายพวงมาลาสักการะองค์สมเด็จ
พระเจ้าตากสินมหาราช ทาพิธีสักการะส่ิงศักด์ิสิทธ์ิ พร้อมกับทาบุญอุทิศ
ถวายให้อดีตเจ้าอาวาสของวดั ขนุ พนมทผี่ ่านมา
ท่ีนครศรีธรรมราชมีเพลงร้องเรือท่ีร้องกันต่อเน่ืองมา เช่ือกันว่าน่าจะ
ผูกพันเรื่องราวถึงพระเจ้าตาก ซึ่งมีการแปลตีความเป็นข้อสงสัยจนทุกวันนี้
เนือ้ รอ้ งคาแปลปรศิ นาเนอื้ หามีดังนี้
ปริศนาเพลงรอ้ งเรือ
ฮาเหอ วา่ แปะ๊ หนวดยาวเราส้ินทกุ ข์ เอาศพใส่โลงดบี กุ คา้ งไวใ้ นดอนดง
ลูกเจ้าจอมหมอ่ มปลัดถอื ฉตั ร ถือธงเอาศพไปคา้ งไวใ้ นดอนดง ค่อยปลง
ศพบนเมรใุ หญ่ เหอ
แกป้ รศิ นาเพลงรอ้ งเรอื
แป๊ะหนวดยาว หมายถงึ สมเดจ็ พระเจ้าตากสิน
โลงดบี ุก หมายถงึ โลงทบ่ี ดุ ว้ ยโลหะดบี กุ -ตะกวั่ (เงนิ ยวง)ซงึ่ มี
คณุ สมบตั ิทสี่ ามารถรกั ษาพระบรมศพได้ ไมม่ กี ลิ่นเชน่ เดยี วกบั ถา้ ชาของจนี
ที่ใชส้ าหรบั ชาใหค้ งคณุ ภาพไดน้ าน
ดอนดง หมายถงึ เขาคมุ พนม หรอื เขาขนุ พนม ซงี่ ในขณะนน้ั ยงั
ไมไ่ ดส้ รา้ งเปน็ วดั ภายหลงั เมอื่ สร้างเปน็ วัดและสร้างโบสถม์ หาอุตรเพอ่ื เปน็
สถานทป่ี ระกอบกจิ ทางศาสนาและเกบ็ พระบรมศพ ในปี 2330
ลกู หมายถงึ เจา้ นอ้ ย บตุ รหมอ่ มปราง ซง่ึ ต่อมา ไดเ้ ปน็ เจ้า
เมืองนคร
เจ้าจอมหมอ่ มปลดั หมายถงึ หมอ่ ม และเจา้ จอม ท่ีมไี มน่ อ้ ยกวา่ หน่งึ ซง่ึ
รวมทง้ั หมอ่ มฉิม และ หม่อมปรางบตุ รของเจ้าพระยานคร(หน)ู และเปน็
ชายาของสมเดจ็ พระเจ้าตากสนิ ทงั้ สององค์
ถอื ฉตั ร ถือธง ในพระราชพธิ เี คลอื่ นหรอื เกบ็ พระบรมศพคอยปลงศพ
บนเมรใุ หญ่ เหอ คอื คอ่ ยปลงพระบรมศพทเ่ี มรใุ หญ่ ท่ีสนามหนา้ เมอื ง ซง่ึ
เปน็ วหิ ารพระสงู ในปจั จบุ นั ท่วี า่ “คอย” นนั้ กเ็ พราะคอยปลงศพพร้อมกบั
ศพของเจา้ พระยานคร(หนู)ซง่ึ สนิ้ ชพี ท่ีกรุงเทพเปน็ ทน่ี ่าสงั เกตวา่ สน้ิ ชีพใน
ระยะใกลเ้ คยี งกบั สมเด็จพระเจา้ ตากสนิ
ทาไมพระเจ้าตากถึงหนีราชภัยมาอยู่นครศรีธรรมราช
วดั ทา่ โพธิ์ นครศรีธรรมราช ในอดตี
พ.ศ. 2312 พระเจ้าตาก ได้ให้แม่ทัพนาทหารมาตีชุมนุมเจ้า
นครศรีธรรมราช แต่ก็พ่ายแพ้กลับไปถึง 2 ครั้ง ในปีเดียวกันน้ีเองพระองค์
เสด็จยกทัพมาด้วยพระองค์เองโดยให้ทหารเรือเข้าทางปากน้าท่าซัก เข้าสู่
ทางเรือหน้าวัดท่าโพธิ์ ซ่ึงในขณะนั้นเป็นวัดท่าโพธ์ิเก่า เมื่อถึงท่าน้า ข้ึน
ประทับช้างทรงเดินทัพเข้าสู้ตัวเมืองนครศรีธรรมราช เจ้านคร(หนู) ทราบ
ขา่ วหนีไปยงั เมอื งปัตตานี บริเวณที่จดั ทับเป็นบรเิ วณทา่ น้าคลองท่าวัง หน้า
วัดท่าโพธ์ิโดยอดีตเดิมเป็นท่าเรือใหญ่ (ท่าหนอน) ที่มีคลองกว้าง มีเรือ
สาเภานาสินค้าเข้ามาค้าขายในเมืองนครศรีธรรมราช เข้าใจว่าในสมัยนั้น
เมืองท่าโพธ์ิยังไม่เป็นถนน เป็นเพียงท่าน้านาสินค้าจากเรือข้ึนสู่ฝ่ัง เป็น
ทางเดินแคบๆ ทไี่ ม่สะดวกในการเดินทางของกองทพั สมเด็จพระเจา้ ตากสิน
มหาราชจึงจาเป็นต้องใช้ถนน ซ่ึงเป็นด้านตะวันตกของท่าน้าท่าโพธิ์มีความ
ยาวจากทา่ น้าถงึ ปากทางถนนใหญ่ คอื ถนนราชดาเนนิ ในขณะนี้ 400 เมตร
ในอดีตเดก็ ๆ นกั เรยี นเรยี กในบริเวณน้ีว่า ตรอกป่าหมู ซ่ึงอยู่ตรงกันข้ามกับ
ถนนปา่ โลง่ เมือ่ มกี ารปรับปรุงถนนใหส้ ญั จรไปมาไดส้ ะดวกทางเทศบาลไดใ้ ห้
นามถนนสายน้ันว่า “ถนนตากสิน” ด้วยเหตุในอดีตเป็นเส้นทางท่ีสมเด็จ
พระเจา้ ตากสินจัดเดนิ ทพั เข้าสนู่ ครศรีธรรมราช
วดั พระมหาธาตวุ รมหาวิหาร นครศรธี รรมราช ในอดตี
หนา้ บรรณ วหิ ารวดั สระเวยี ง นครศรธี รรมราช
เม่ือสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีกรีฑาทัพเข้าสู่เมืองนครศรีธรรมราช ได้
เข้านมัสการพระบรมธาตุและได้เข้าประทับ ณ พลับพลาที่ประทับที่ข้าราช
บริพารจัดสร้างถวาย ณ วัดสระเรียง พลับพลาที่ประทับยังมีหน้าจ่ัวไม้
แกะสลักขณะที่เก็บรักษาไว้ ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติจังหวัด
นครศรีธรรมราชหรือท่ีเรียกกันว่า หน้าบันเจ้าตาก ขณะท่ีประทับอยู่ใน
นครศรีธรรมราชก็ทรงทราบว่า เจ้านครหนูได้หนีไปยังเมืองปัตตานี ท้ังนี้
เพราะชยั ชนะและความย่งิ ใหญข่ องสมเด็จพระเจ้าตากสินในเวลานั้น ทาให้
เจ้าพระยานครศรีธรรมราชบังเกิดความหวาดหวั่นเกรงกลัวราชภัยเป็นอัน
มาก จึงได้นาบริวารหนีเตลิดต่อไปยังเมืองปัตตานี อันเป็นหัวเมืองประเทศ
ราชของกรุงศรีอยุธยา ซ่ึงถือว่าเป็นดินแดนสามนตราชที่อยู่พ้นปัจจันต
ประเทศแหง่ ราชอาณาจักรกรุงศรีอยุธยา
ภาพเมืองปตั ตานสี มยั โบราณ
เมื่อเร่ืองทราบถึงพระกรรณของสมเด็จพระเจ้าตากสิน ก็ทรงมีพระ
ราชดารัสส่ังให้พระยาจักรี (หมุด) กับพระยาพิชัยราชา (ทองดี ฟันขาว)
นายทหารเอกคู่พระทัยของสมเด็จพระเจ้าตากสิน เร่งนากองกาลังไปตาม
จับตัวเจ้าพระยานครศรีธรรมราชกับสมัครพรรคพวกเอามาให้จงได้หาไม่
จะต้องถูกลงพระราชอาญา ดังน้ันขุนพลท้ังสองจึงนากาลังเดินทัพไปจนถึง
เมืองปัตตานี หยุดทัพอยู่ที่หน้าประตูเมืองแล้วเขียนสาสน์แจ้งแก่พระยา
ปัตตานีศรีสุลต่าน, สุลต่านแห่งเมืองปัตตานี ให้จับตัวเจ้าพระยานครสรี
ธรรมราชกับบริวารส่งมาให้แก่แม่ทัพท้ังสองเสียแต่โดยดี มิฉะนั้น จะยก
กาลังบุกตะลุยเข้าไปในเมืองปตั ตานี จบั ตวั เจ้าพระยานครฯกับพวกเสยี เอง
ฝ่ายพระยาปัตตานีศรีสุลต่าน เกรงภัยจะมาถึงตัว จึงจับเจ้าพระยานครฯ
พร้อมด้วยบรวิ ารนามาส่งมอบใหแ้ ก่พระยาจกั รแี ละพระยาพชิ ัยราชาแตโ่ ดย
ดี แล้วแม่ทัพทั้งสองก็คุมตัวเจ้าพระยานครฯ และบริวารมาถวายแก่สมเด็จ
พระเจ้าตากสินมหาราชซึ่งได้ทรงสอบสวนซักถามด้วยพระองค์เองอย่าง
ใกล้ชดิ เป็นเวลานาน จนใครๆ พากันคาดว่า เจ้าพระยานครศรีธรรมราชคง
จะต้องถูกประหารชีวิตอย่างแน่ๆแล้วแต่ ต่างก็ผิดความคาดหมายไปตามๆ
กัน เมื่อสมเด็จพระเจ้าตากสินทรงตกลงพระทัยมีพระราชวินิจฉัย ไม่
ประหารชีวิตเจ้าพระยานครศรีธรรมราชและบริวาร โดยทรงให้เหตุผล
ประกอบพระราชวินิจฉัยของพระองค์ว่า เจ้าพระยานครศรีธรรมราชน้ี
ในขณะกระทาผิด (คือ ประกาศตั้งตัวเป็นอิสระ) มิได้เป็นข้าราชการของ
พระองค์ (เพราะขณะน้ัน พระองค์เองก็กาลังตั้งตัวเป็นอิสระอยู่ที่เมือง
จนั ทบรุ ี) ดังนั้น การตัง้ ตวั เปน็ อสิ ระของเจา้ พระยานครฯ จึงมใิ ชเ่ ป็นกบฏตอ่
พระองคแ์ ละการประกาศต้งั ตัวเป็นอสิ ระของเจ้าพระยานครศรธี รรมราชน้ัน
ก็เพ่ือวัตถุประสงค์ที่จะกอบกู้เอกราชของชาติ เช่นเดียวกับที่พระองค์ได้
กระทามาแล้วเหมือนกัน หากแต่เจ้าพระยานครศรธรรมราชไม่มีบุญญา
บารมีมากพอ การกระทาของตนจึงได้ประสบกับความพ่ายแพ้ไปในท่ีสุดจึง
ไม่มีอะไรท่ีจะต้องโทษต้องทัณฑ์ เสร็จแล้วดารัสให้นาตัวเจ้าพระยา
นครศรธี รรมราช กับพระยาพิมลขันธเ์ ขา้ ไปรับราชการอย่ใู นกรงุ ธนบุรี
คณุ ฉมิ ธดิ าเจ้าพระยานครราชสมี า
เจ้าพระยานครศรีธรรมราชกับพระยาพิมลขันธ์ เม่ือได้ฟังกระแสพระ
บรมราชวนิ จิ ฉยั เชน่ น้นั ก็พรอ้ มกนั กราบลงแทบพระบาทของสมเดจ็ พระเจา้
ตากสินมหาราชพร้อมกับถวายสัตย์ปฏิญาณสาบานว่าจักรับใช้สนองพระ
เดชพระคุณสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ด้วยความจงรักภักดี และด้วยความ
ซ่ือสัตย์สุจริตกตัญญูกตเวทิตาธรรมจนถึงท่ีสุด ครั้นแ ล้ว เจ้าพระยา
นครศรธี รรมราชจงึ ได้นอ้ มเกลา้ ถวายธิดา 2 นางทเี่ หลืออยู่ คือ คุณฉิม และ
คณุ ปราง ให้เป็นพระสนมสนองบาทของสมเดจ็ พระเจา้ ตากสนิ มหาราช เพอ่ื
ความสนิทสนมแน่นแฟ้นสืบไป ดังน้ันเมื่อพระเจ้าตากทรงคิดจะหนีราชภัย
สถานที่ใดทปี่ ลอดภยั ทีส่ ุดกค็ ือนครศรีธรรมราช เพราะเจ้านครก็เป็นคนของ
พระองค์ทีท่ รงวางกาลงั ไว้ พระสนมกม็ าจากเมอื งนครถึง 2 องค์ หากสมเดจ็
พระเจ้าตากสินเสด็จหนีไปยังเมืองนครศรีธรรมราชได้จริงย่ิงมีข้อสงสัยว่า
หากสมเด็จพระเจ้าตากสินพระองค์จริงไม่ได้ถูกประหาร จะมีการติดตาม
จากเจา้ พระยามหากษตั รยิ ์ศึก (ร.1) หรอื ไม่ ใชว่ ่าจะไม่มีการติดตาม แต่ทาง
ทหารของสมเด็จพระเจ้าตากได้มีการเตรียมการต้ังรับไว้แต่เนิ่นๆ แล้ว การ
เดินทัพเพ่ือมาติดตามสมเด็จพระเจ้าตาก ท่ีนครศรีธรรมราชถือเป็นเรื่อง
ใหญ่ เพราะอยู่ในฐานะเมืองประเทศราช เปน็ เมืองใหญ่ มีกองทัพทีพ่ ร้อมรบ
ไดท้ นั ที นอกจากนย้ี งั สามารถเกณฑ์กาลังจากหัวเมืองในสังกัดได้อีกจานวน
มาก มีกองทัพเรือที่เข้มแข็ง รวมกับทหารที่มาพร้อมกับสมเด็จพระเจ้า
ตากสินอีกจานวนมาก ประกอบกับการติดพันในการกาจัด ทายาทของ
สมเดจ็ พระเจา้ ตากสิน และติดพันกับการรบกับเขมร และพม่า ท่ีมีอยู่อย่าง
ต่อเนื่องคร้ังท่ีใหญ่ที่สุดคือ สงคราม 9 ทัพ จึงไม่สามารถติดตามได้
โดยสะดวก
ตามรอยสมเดจ็ พระเจ้าตากสินทเ่ี มอื งนครศรีธรรมราช
หลักจากท่ีสมเด็จพระเจ้าตากสินทรงข้ึนสาเภาจีนท่ีปากน้าแล้ว เมื่อ
มาถึงเมืองนครศรีธรรมราชได้เสด็จมาประทับท่ีเขาขุนพนมได้อย่างไร มิใช่
เสด็จหนีอย่างเดียว แต่ยังมีการวางแผนตั้งรับหากถูกติดตาม เมื่อถึงยัง
นครศรีธรรมราช ได้เสด็จเข้าทางปากน้าปากพูน ลงเรือกาปั่นล่องไป ตาม
คลอง และหยุดสรงน้าในคลอดสายหนึ่ง ซ่ึงปัจจุบันเป็นวัดเรียกกันว่า “วัด
น้าสรง” ถัดเข้ามาอีกหน่อย จะมีการตั้งกองกาลังเป็นหน่วยเฝ้าระวังภัย
ปัจจุบันเป็นวัดชื่อว่า “วัดโรงฆ้อง” คือจะมีการตั้งกลอง ฆ้องขนาดใหญ่ ไว้
คอยส่งสัญญาเม่ือมีผู้บุกรุกเข้ามา เพ่ือให้ทหารหน่วยท่ีอยู่ลึกเข้าไปได้
เตรียมการตอ่ ส้ไู ดท้ ัน ถัดเข้าไปยง่ิ ใกล้ “เขาขุนพนม” จะมีการวางกองกาลงั
ไว้เป็นทัพหน้า ปัจจุบันคือ “วัดโยธาธรรม” บริเวณน้ีจะมีการต้ังกองกาลัง