พระราชประวตั ิ พระบาทสมเดจ็ พระปกเกลา้ เจา้ อยหู่ ัว
รชั กาลที่ 7 แหง่ ราชวงศจ์ กั รี )งบบั ปรบั ปรงบ (
ผเู้ รยี บเรยี งนายประสาร ธาราพรรค์
พระมหากษัตริย์ในราชวงศ์จักรีท่ีมีพระราชประวัติท่ีแปลกน่าศึกษาอีก
พระองค์ คอื พระบาทสมเดจ็ พระปกเกล้าเจา้ อยู่หัว รชั กาลท่ี 7 ซงึ่ พระองค์เป็น
พระโอรสรัชกาลท่ี 5 ซงึ่ ตามความเปน็ จริงโอกาสท่พี ระองค์จะได้ขึ้นครองราชย์
เป็นเร่ืองท่ีแทบเป็นไปไม่ได้ เพราะพระองค์เป็นโอรส ระดับท่ี 7 ในสมเด็จ
พระศรีพัชรินทรบรมราชินีนาถ ซึ่งรัชกาลท่ี 6 เป็นพระโอรส ระดับที่ 1 ใน
สมเด็จพระศรีพชั รินทรบรมราชนิ ี และรัชกาลที่ 7พระองคย์ ังมพี ระเชษฐา อกี 5
พระองค์ ท่ีมีโอกาสข้ึนครองราชย์ก่อนพระองค์แต่ท้ายสบดพระองค์ก็ได้ข้ึน
ครองราชย์ เมื่อได้ครองราชย์ยังมีปัญหาการเมืองติดตามมาถึงข้ันท่ีพระองค์
จาเป็นต้องสละราชสมบัติและเสด็จไปพานักต่างประเทศและส้ินพระชนม์ท่ี
ต่างประเทศ พระราชประวัติที่สาคัญของพระองค์ท่ีคนไทยจดจาได้ถึงทบกวันน้ี
คอื การพระราชทานรฐั ธรรมนูญ งบับแรกของประทศไทย
10 ธันวา วนั รฐั ธรรมนญู ไทย
เร่มิ ตน้ ใช้ รัชสมยั พระปกเกลา้ ฯ
พระราชทาน การปกครอง เลกิ แบบเกา่
ชาตไิ ทยเรา มปี ระชาธปิ ไตย ใช้ปกครอง
เปน็ กฎหมาย สงู สบด ของประเทศ
ทพ่ี ิเศษ เพอื่ ประชา นา่ ยกย่อง
มรี ฐั สภา มผี แู้ ทน ตามครรลอง
ความถกู ตอ้ ง ความเปน็ ธรรม คอื หัวใจ
รัฐธรรมนญู ไทย ประกาศใช้ รวม 20 งบบั
มีการปรบั เปล่ยี นไปตาม ยคบ สมยั
มเี ผดจ็ การ ใหด้ คู ลา้ ย ประชาธปิ ไตย
มีแกไ้ ข ออกแบบได้ ตามบญั ชา
รฐั ธรรมนญู ต้องเปน็ ธรรม กบั ทกบ ฝา่ ย
ตอ้ งมน่ั หมาย เวลาใช้ ไรป้ ญั หา
ต้องแก้ไข ปรบั เปลย่ี นได้ ตามเวลา
ความศรทั ธา ความเช่ือม่นั นั้นจาเปน็
ควรเรยี นรู้ ควรศกึ ษา รฐั ธรรมนญู
จกั เพ่ิมพูน ตน้ เหตใบ หญ่ ความทบกข์เข็ญ
มีหลายอย่าง มหี ลายสงิ่ หมกซอ่ นเรน้
ความโดดเด่น รฐั ธรรมนญู ไทย ไมธ่ รรมดา
.........................................................
ประสาร ธาราพรรค์ รอ้ ยกรอง
พระราชประวตั ิ
พระทน่ี ง่ั สทบ ธาศรีอภริ มย์
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาประชาธิปกฯ พระปกเกล้า
เจ้าอยู่หัว เป็นพระมหากษัตริย์ในราชวงศ์จักรี ลาดับท่ี 7 แห่งราชอาณาจักร
สยาม พระองค์เสด็จพระราชสมภพเม่ือวันพบธ แรม 14 ค่า เดือน 11 ปีมะเส็ง
เวลา 12.25 นาฬิกา หรือตรงกับวันที่ 8 พฤศจิกายน พ .ศ.2436 ณ พระที่น่ัง
สทบ ธาศรีอภริ มย์
พระองค์เป็นพระราชโอรสองค์ที่ 76 ในพระบาทสมเด็จพระจบลจอมเกล้า
เจ้าอยหู่ ัว เป็นปีท่ี 9 ในสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ สมเด็จพระพัน
ปีหลวงมีพระนามเดิมว่า ทรงมีพระนามเดิมว่า “สมเด็จเจ้าฟ้าชายประชาธิปก
ศักดิเดชน์ ธเนศรมหาราชาธิราชจบฬาลงกรณ์นาถวโรรส อบดมยศอบกฤษฐศักด์ิ
อบภัยปักษนาวิล อสัมภินชาติพิสบทธิ์ มหามงกบฎราชพงศบริพัตรบรมขัตติยมหา
รัชฎาภษิ ยิ จนพรรโษทัย มงคลสมัยสมากร สถาวรรัจงริยคบณ อดบลยราชกบมาร”
พระนามทั่วไปเรียกว่า “ทูล กระหม่อมเอียดน้อย” สมเด็จพระบรมราชชนนี
ทรงเรยี กพระองค์วา่ “เอียดน้อย” และเนอ่ื งจากพระพลานามัยไม่ค่อยสมบูรณ์
สมเด็จพระบรมราชชนนีจึงมอบพระองค์ให้อยู่ในพระอภิบาลของเจ้าจอม
มารดาเยื้อน ในรัชกาลที่ 5 พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงได้รับ
การศึกษาขั้นแรกเม่ือพระชนมายบ 7 พรรษา โดยทรงศึกษาวิชาภาษาไทยกับ
พระยาอิศรพันธ์บโสภณ )หนู อิศรางกูร ณ อยบธยา( ต่อมาสมเด็จพระบรมชนก
นาถได้ทรงโปรดเกล้าฯ ให้เข้าเป็นนักเรียนในโรงเรียนนายร้อยพิเศษ จากนั้น
ทรงเข้าพิธีโสกันต์ในวนั ท่ี 4 มีนาคม พ.ศ. 2448 ณ พระท่ีน่ังดบสิตมหาปราสาท
พร้อมกับสถาปนาข้ึนเป็นสมเดจ็ พระเจา้ ลูกยาเธอ เจา้ ฟ้าประชาธิปกศักดิเดชน์
กรมขบนสบโขทยั ธรรมราชา มบสกิ นาม
การศกึ ษา
วทิ ยาลัยอีตนั Eton College
พระองคท์ รงเสดจ็ ไปศึกษาวชิ าการที่ประเทศองั กฤษ เม่ือกรกฏาคม พ.ศ.
2449 ในขณะนั้น พระองค์มีพระชนม์มายบเพียง 13 พรรษา ทรงศึกษาวิชา
สามัญในวิทยาลัยอีตัน ซึ่งเป็นโรงเรียนมัธยมชั้นหน่ึงของอังกฤษ เมื่อสาเร็จ
การศึกษาจากวทิ ยาลัยอีตันแล้วทรงสอบเข้าศึกษาต่อท่ีโรงเรียนนายร้อยทหาร
ท่ีเมืองวูลิช )Royal Military Academy Council) โดยทรงเลือกศึกษาวิชา
ทหารแผนกปืนใหญ่ม้า แต่ขณะน้ันพระบาทสมเด็จพระจบลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
เสด็จสวรรคตในปี พ.ศ.2453 พระองคจ์ ึงเสดจ็ กลับประเทศไทยเพื่อเข้าร่วมพิธี
พระบรมศพ แล้วจงึ เสด็จกลับไปศกึ ษาต่อจนจบการศึกษา
พระบาทสมเดจ็ พระปกเกลา้ เจ้าอยูห่ วั
ต่อมาพระองค์ทรงเข้าประจาการ ณ กรมทหารปืนใหญ่ม้าอังกฤษท่ี
เมืองอลั เดอร์ชอต )Aldershot) และไดร้ บั อนญบ าตใหท้ รงเครื่องแบบนายทหาร
อังกฤษใน สังกัด “Battery Royal Horse Artillery” พระองค์ทรงได้รับ
สัญญาบตั รเปน็ นายทหารยศรอ้ ยตรีกติ ตมิ ศกั ดแ์ิ ห่งกองทพั องั กฤษ และในการที่
พระองค์สาเร็จการศึกษาจากสถานที่น้ี พระบาทสมเด็จพระมงกบฎเกล้า
เจ้าอยู่หัว จึงโปรดเกล้าฯ ให้ดารงตาแหน่งพระยศนายร้อยตรีนอกกองสังกัด
กรมทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ ต่อมาได้เลื่อนข้ึนเป็นนายร้อยโท และ
นายทหารนอกสงั กดั กรมทหารนอกกองสังกดั กรมทหารปนื ใหญ่รักษาพระองค์
พระวรวงศเ์ ธอพระองคเ์ จา้ จรญู ศกั ดิ์ กฤษดากร
ในปีพ.ศ.2457 ได้เกิดสงครามโลกขึ้นในยบโรป แต่เน่ืองจาก
พระบาทสมเด็จพระมงกบฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดาริว่าสมเด็จพระเจ้า
น้องยาเธอยังทรงศึกษาวิชาการทหารได้เพียงคร่ึงๆ กลางๆ หากจะกลับ
เมืองไทยก็ยังทาคบณประโยชน์ให้กับบ้านเมืองได้ไม่เต็มที่จึงโปรดเกล้าฯ ให้
พระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าจรูญศักด์ิ กฤษดากร ทรงจัดหาครูเพ่ือสอนวิชา
เพิ่มเติมให้สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ โดยเน้นวิชาท่ีจะเป็นคบณประโยชน์แก่
บา้ นเมือง คือ วชิ ากฎหมายระหว่างประเทศ พงศาวดารศึก และยบทธศาสตร์
การศึก แต่ต่อมาสงครามได้ทวีความรบนแรงขึ้นมาก ทาให้การหาครูมาถวาย
พระอกั ษรเปน็ เรือ่ งลาบาก เน่อื งด้วยนายทหารทม่ี คี วามสามารถตอ้ งออกรบใน
สงคราม พระบาทสมเด็จพระมงกบฎเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จ
พระเจา้ น้องยาเธอเสดจ็ กลบั ประเทศไทย ในปีพ.ศ. 2458
จอมพลสมเดจ็ พระอนชบ าธริ าช เจา้ ฟา้ กรมหลวงพษิ ณโบ ลกประชานารถ
คร้นั เม่อื เสดจ็ กลับประเทศไทย ทรงเข้ารับราชการในตาแหน่ง นายทหาร
คนสนิทพิเศษจอมพลสมเดจ็ พระอนชบ าธิราช เจ้าฟา้ กรมหลวงพิษณโบ ลกประชา
นารถ ผู้ทรงเป็นพระเชษฐาในพระองค์ซึ่งดารงตาแหน่งเป็นเสนาธิการ
ทหารบก จากน้ันพระองค์ทรงเล่ือนเป็นผู้บังคับบัญชาการกองพันน้อย
ท่ี 2 ในตาแหนง่ นายทหารเสนาธิการ และต่อมาเล่ือนเป็นนายพันตรีแล้วเป็น
พันโทบังคับการโรงเรียนนายร้อยช้ันประถม ภายหลังได้เล่ือนตาแหน่งเป็น
ลาดับจนเป็นนายพันเอก มีตาแหน่งเป็นปลัดกรมเสนาธิการทหารบก ก่อนข้ึน
ครองราชสมบัติมีตาแหน่งเป็นผู้บัญชาการกองพลทหารราบท่ี 2และเป็นผู้
บังคบั การพเิ ศษกรมทหารปืนใหญ่ท่ี 2 ในคราวเดียวกัน และต่อมา พระองค์
ก็ได้รับการสถาปนาขึ้นเป็น สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอเจ้าฟ้าฯ กรมหลวง
สบโขทัยธรรมราชาในระยะแรกท่ที รงเขา้ รับราชการ พระองค์ประทับอยู่ ณ วัง
พญาไทร่วมกับสมเด็จพระบรมราชชนนี และนอกจากวังพญาไทแล้ว สมเด็จ
เจ้าฟ้าฯ กรมหลวงพิษณบโลกประชานารถ ยังประทานบ้านท่าเตียนให้เป็นที่
ประทบั อีกแห่งหนึ่งดว้ ยสมเดจ็ พระเจ้าน้องยาเธอทรงปฏิบัติราชการสนองพระ
เดชพระคบณในตาแหน่งหน้าทีก่ ารงานต่าง ๆ เป็นที่เรยี บร้อยมาโดยตลอด
ทรงผนวช
พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจา้ อยู่หวั ทรงผนวช
ในปี พ.ศ. 2460 จึงทรงลาราชการเพื่อ ณ อบโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดา
ราม แล้วเสด็จ ประทับจาพรรษา ณ วัดบวรนิเวศวิหาร เมื่อสมเด็จพระเจ้า
น้องยาเธอทรงลาผนวชและเสด็จเขา้ รับราชการอีกครั้งเปน็ ท่เี รยี บรอ้ ย
ทรงอภเิ ษกสมรส
พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยหู่ ัวและหม่อมเจ้าหญงิ ราไพพรรณี
พระบาทสมเด็จพระมงกบฎเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงมีพระมหากรบณาธิคบณตรัสขอ
หม่อมเจ้าหญิงราไพพรรณี ให้และประกอบพระราชพิธีมงคลสมรส ณ พระท่ี
นั่งวโรภาสพิมาน พระราชวังบางปะอินพระนครศรีอยบธยา ในวันที่
26 สงิ หาคม พ.ศ. 2461
พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยูห่ วั และหมอ่ มเจา้ หญงิ ราไพพรรณี
ทรงศกึ ษาตอ่ ในสถานศกึ ษาตา่ งประเทศ
หลังจากท่ีทรงอภิเษกสมรส และรับราชการเป็นที่เรียบร้อย
แล้ว พระองค์ก็ทรงประสบปัญหาเกี่ยวกับพระพลานามัย จึงจาเป็นต้องลา
ร า ช ก า ร ไ ป พั ก รั ก ษ า ตั ว ใ น ท่ี ๆ มี อ า ก า ศ เ ย็ น ต า ม ค ว า ม เ ห็ น ข อ ง
คณะแพทย์ พระองค์เสด็จไปพักรักษาตัวที่ยบโรปในปีพ.ศ.2463 และไปทรง
ศึกษาวิชาทหารต่อในโรงเรียนเสนาธิการทหาร Ecole de Guerre ที่ประเทศ
ฝรัง่ เศส ทรงสาเร็จการศกึ ษา เมื่อ พ.ศ. 2467 ผลการศึกษาของพระองค์
จัดอยู่ระดับดีถึงดีมาก วิชาท่ีทรงทาคะแนนได้ดีมากคือ การวางแผนกลยบทธ์
วชิ าปืนใหญ่ วิชาท่ีทรงได้คะแนนน้อยท่ีสบดคือขี่ม้า พระอาจารย์สังเกตว่าทรงมี
ข้อจากัดด้านพระวรกาย จึงทาให้ทรงฝึกได้เงพาะม้าขนาดเล็กและข่ีได้ง่าย
เท่านัน้ แต่กย็ งั ทรงมหี ลักการทรงมา้ ทถ่ี ูกตอ้ ง ทรงน่ิงและวางพระองค์ได้อย่าง
มั่นคง ไม่ทรงแสดงความกลัว ทรงได้รับความชื่นชมว่ามีพระสติปัญญางลาด
สบขบม อ่อนโยน มีความรู้รอบตัวลึกซึ้ง สนพระทัยความรู้หลายด้าน ไม่เพียง
เงพาะการทหาร แต่เรื่องการเมือง สังคม เศรษฐกิจ วรรณกรรม ศาสนา มี
รับส่ังภาษาฝร่ังเศสได้อย่างคล่องแคล่วปรีชาสามารถ ทรงปรับพระองค์ได้ดี
เปน็ สภบ าพบรบ บษท่ีสารวม วางพระองค์เหมาะสม มพี ระวิรยิ อตบ สาหะในการศึกษา
ระหว่างประทับท่ีฝร่ังเศส ทรงมีความเป็นอยู่อย่างนายทหารฝรั่งเศส
สามัญชน ยามว่างจะทรงขับรถชมบ้านเมืองท่องเที่ยวไปในสถานที่ต่างๆ
ทอดพระเนตรกีฬา เชน่ การชกมวย หมอ่ มเจ้าหญงิ ราไพพรรณี พระชายาก็ทรง
ศกึ ษาภาษาฝรัง่ เศส
ทรงสาเรจ็ การศกึ ษาเสดจ็ ประเทศสหรฐั อเมริกา
หลังจากที่ทรงสาเรจ็ การศกึ ษาและทรงรบั ประกาศนียบัตรเป็นนายทหาร
ฝ่ายเสนาธิการเสมอเหมือนกับนายทหารฝรั่งเศสแล้ว สมเด็จเจ้าฟ้ากรมขบนฯ
และพระชายาได้เสด็จกลับสู่สยาม โดยเสด็จออกจากกรบงปารีสเม่ือวันท่ี 16
กนั ยายน พ.ศ.2467 ไปประทับเรือเลไวอายัน ข้ามมหาสมบทรแอตแลนติกไปยัง
ฝ่ังตะวันออกของประเทศสหรัฐอเมริกาซึ่งมีระบอบการปกครองแบบ
สาธารณรัฐ การเสด็จกลับจากยบโรปด้วยเส้นทางน้ี พระบาทสมเด็จพระมงกบฎ
เกล้าเจ้าอยู่หัว แต่ครั้งท่ียังทรงเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยาม
มกฎบ ราชกบมาร เคยทรงใช้มาแล้ว
เมื่อสมเดจ็ เจ้าฟา้ กรมขนบ ฯ และพระชายาเสดจ็ ถึงเมอื งนิวยอร์กในวนั ท่ี 22
เดือนเดียวกนั น้ัน ปรากฏวา่ ระหวา่ งประทบั อยู่ท่ีเมืองน้ัน บรรดาส่ือมวลชนได้
แสดงความสนใจในพระองค์และพระชายาและได้ติดตามรายงานตามระยะทาง
เสด็จอยู่เนืองๆ คร้ันวันที่ 27 ได้เสด็จจากนิวยอร์กไปทรงเยือนเมืองต่างๆ เช่น
ฟลิ าเดลเฟีย บอสตัน บัฟฟาโล และชคิ าโก เป็นตน้ แลว้ เสด็จโดยทางรถไฟมบ่งสู่
เมืองลอสแองเจลิสทางตะวันตกของประเทศ โดยระหว่างทางเสด็จได้
ทอดพระเนตรหบบเขาแกรนด์แคนยอน ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติอันลือช่ือ
ประทับอยู่ที่ลอสแองเจลิส 5 วัน แล้วเสด็จไปทอดพระเนตรอบทยานแห่งชาติ
โยสมิติ )Yosemite National Park) จากน้ันเสด็จไปทางเหนือยังเมืองซาน
ฟรานซิสโก ประทับอยู่ 3 วันจึงประทับเรือเดินสมบทรโตโยมารูในวันที่ 2
พฤศจิกายน พ.ศ. 2467 เสด็จไปยังประเทศญี่ป่บน ระยะรอบเวลาใน
สหรัฐอเมริกาหน่ึงเดือนกว่า ซึ่งน่าจะแสดงว่าทรงมีความสนพระทัยในกิจการ
ต่างๆ ทร่ี บดหน้าทนั สมยั ในประเทศนี้ ซ่งึ ไมเ่ คยมาดหมายใหส้ ยามเปน็ อาณานคิ ม
ของตน และสยามได้ว่าจ้างชาวอเมริกันเป็นที่ปรึกษาการต่างประเทศอย่าง
ต่อเน่ืองมาตลอด การเสด็จคร้ังน้ีเป็นการส่วนพระองค์ )private visit) แต่การ
รบั เสดจ็ ในทงั้ สองประเทศได้เปน็ ไปอย่างสมพระเกียรติ
เสด็จประเทศญ่ปี บ่น
คร้ันวันท่ี 22 พฤศจิกายน ได้เสด็จถึงเมืองโยโกฮามา ประเทศญ่ีป่บน ซึ่งมี
พระเจา้ จกั รพรรดปิ กครองคล้ายกบั ของสยามในเวลานั้น คา่ วนั นน้ั จงึ ไดเ้ สดจ็ ไป
ทรงลงพระนามเยี่ยมเคารพองค์พระจักรพรรดินีและพระยบพราช วันรบ่งขึ้นพระ
เจ้าจักรพรรดิโปรดฯ ให้ผู้แทนพระองค์มาเคารพตอบ ช่วงบ่ายเสด็จไป
ทอดพระเนตรวัดและศาลเจ้าดอกเบญจมาศ เป็นต้น วันท่ี 24 เสด็จไปทรง
เคารพอนบสาวรีย์ทหารที่ส้ินชีพในสงครามท่ี Yasukuni Shrine ทรงปลูกต้น
Sakaki ไว้เป็นท่ีระลึก แล้วเสวยพระกระยาหารกลางวันกับเสนาบดี
กระทรวงกลาโหมของญี่ป่บน ผู้ได้ถวายดาบญ่ีป่บนโบราณ 1 เล่ม )ปัจจบบันจัด
แสดงอยูท่ ่ีพพิ ธิ ภัณฑพ์ ระบาทสมเดจ็ พระปกเกลา้ เจ้าอยู่หัว( วนั ท่ี 25 กระทรวง
วังของญ่ีป่บนกราบบังคมทูลเชิญเสด็จไปทรงจับนกเป็ดน้าท่ี วัง Hama
Detached Palace แลว้ เสวยพระกระยาหารกลางวัน ณ ท่ีน้ัน บ่ายเสด็จโดย
รถไฟพิเศษไปยังเมืองนิกโก ประทับเพ่ือทอดพระเนตรเมืองน้ันอยู่จนวันท่ี 27
จึงเสด็จกลับสู่กรบงโตเกียว สมเด็จพระยบพราชกราบบังคมทูลเชิญเสด็จไปเสวย
พระกระยาหารกลางวันเป็นการส่วนพระองค์ท่ีวัง Asaka Detached Palace
เสด็จออกจากกรบงโตเกียวโดยรถไฟพิเศษ ถึงเมืองเกียวโตวันท่ี 28 เสด็จไป
ทอดพระเนตรสถานท่ีต่างๆ คร้ันเวลาค่า ท่านไวส์เคาต์คูโรคากราบบังคมทูล
เชญิ เสด็จไปเสวยพระกระยาหารญี่ปน่บ
วันท่ี 29 พฤศจิกายน เวลาค่า สมบหเทศาภิบาลกราบบังคมทูลเชิญเสวย
พระกระยาหารญป่ี ่นบ อยา่ งหรูหรา และวนั ท่ี 30 กลางวนั นาย K. Inabata แห่ง
สภาหอการค้าเมืองโอซากากราบบังคมทูลเชิญเสด็จไปเสวยพระกระยาหาร
ญปี่ น่บ ท่ีบา้ นสว่ นตัวของเขา )เขา้ ใจวา่ พระบรมรูปทที่ รงงลองพระองค์กิโมโน ได้
งายในโอกาสนี้( เสรจ็ แลว้ ถวายหมวกเกราะทหารญี่ป่นบ โบราณ เวลาค่านายโอกบ
รากราบบังคมทลู เชิญเสด็จไปเสวยที่เกียวโตโฮเต็ล แล้วถวายหบี ลงรกั ทองราคา
สงู วนั ท่ี 1 ธันวาคม เสดจ็ โดยรถไฟพิเศษไปเมืองนารา แล้วเสด็จต่อไปยังเมือง
โอซากา วันที่ 3 เสด็จต่อไปเมืองชิโนโยเซกิ เมืองนางาซากิ เสด็จไปเมืองอบน
เซนเพื่อทอดพระเนตรน้าพบร้อน ทรงกอล์ฟบนภูเขา สมบหเทศาภิบาลถวาย
toilet set (เคร่ืองทรงพระสาอาง( ทาด้วยกระ 1 สารับ คืนวันท่ี 5 ธันวาคม
ประทับเรือเดินสมบทรเอมเปรสออฟเอเชียออกจากเมืองนางาซากิ นับได้ว่าได้
เสดจ็ ฯ ไปเมอื งทีส่ าคญั ๆ ในประเทศญป่ี บน่
ในการเสด็จกลับน้ีทรงแวะประทับแรมที่ฮ่องกง 3 วัน แล้วเสด็จโดยเรือ
มันตัง )Mantan) ไปยังสิงคโปร์ ประทับท่ีสถานกงสบลสยามที่นั่นหน่ึงคืน จึง
เสดจ็ โดยรถยนต์ไปยังเกาะปนี งั ประทับแรมอยูห่ นง่ึ คืน แล้วเสด็จโดยรถไฟกลบั
สู่กรบงเทพฯ เสด็จถึงในวันที่ 27 ธันวาคม พ.ศ.2467
เสดจ็ นวิ ตั ิกลับประเทศไทย
เมื่อเสด็จฯ กลับถึงประเทศไทย ทรงพระกรบณาโปรดเกล้าฯให้เข้ารับ
ราชการในตาแหน่งปลัดกรมเสนาธิการทหารบก เล่ือนพระยศขึ้นเป็น นายพัน
เอกทรงดารงตาแหน่งผู้บังคับบัญชาการกองพลทหารบกที่ 2 และผู้บังคับการ
พิเศษกรมทหารปืนใหญท่ ี่ 2 ตามลาดับ ต่อมาทรงพระกรบณาโปรดเกลา้ ฯให้ทรง
ดารงตาแหน่งรัชทายาททรงปฏิบัติราชการแทนพระองค์ เมื่อพระบาทสมเด็จ
พระบรมเชษฐาธิราเสดจ็ แปรพระราชฐานไปประทับนอกพระนคร
พระบาทสมเด็จพระมงกฎบ เกลา้ เจ้าอยู่หวั เสดจ็ สวรรคต
ในปี พบทธศักราช 2468 พระบาทสมเด็จพระมงกบฎเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จ
สวรรคต สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยาภาณบพันธบวงษ์วร
เดช ได้ทรงเป็นประธานในที่ประชบมพระบรมวงศานบวงศ์และเสนาบดี เพ่ือ
ปรกึ ษาหารือเร่ืองการสืบราชสมบัติ ซึ่งจากการพิเคราะห์พระราชประสงค์ของ
พระบาทสมเด็จพระมงกฎบ เกล้าเจา้ อยหู่ ัวท่ีทรงแสดงไว้ในพระราชหัตถเลขานิติ
กรรมจะเห็นได้ว่า พระบาทสมเด็จพระมงกบฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงไว้วางพระราช
หฤทัยในสมเด็จพระอนบชาธิราชมาก ทว่าสมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมหลวงสบโขทัย
ธรรมราชา ไม่เต็มพระทัยจะรับราชสมบัติ โดยทรงอ้างว่ายังมีเจ้านายท่ีอาวบโส
มากกว่าพระองค์ แตใ่ นทปี่ ระชมบ ลงความเห็นเป็นเอกงันท์ไว้วางใจในพระองค์
และต้องการปฏิบัติตามพระราชประสงค์ของพระบาทสมเด็จพระมงกบฎเกล้า
เจ้าอยหู่ วั จึงพร้อมใจกันเชิญสมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมหลวงสบโขทัยธรรมราชา ขึ้น
ครองราชย์เปน็ พระมหากษัตรยิ พ์ ระองคท์ ี่ 7 แห่งกรบงรตั นโกสินทร์
ข้ึนครองราชย์
พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ข้ึนครองราชย์มีพระนามเต็มว่า
"พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาประชาธิปก มหันตเดชนดิลกรามาธิบดี
เทพยปรียามหาราชรวิวงศ์ อสัมภินพงศพีระกษัตรบบรบษรัตนราชนิกโรดม จาตบ
รันตบรมมหาจักรพรรดิราชสังกาศ อบภโตสบชาตสังสบทธเคราะหณี จักรีบรมนาถ
จบฬาลงกรณ ราชวรางกูร มหมกบฏวงศวีรสูรชิษฐ ราชธรรมทศพิธ อบต์กฤษฎานิ
บบณย์อดบลยฤษฎาภินิหาร บูรพาธิการสบสาธิต ธันยลักษณ์วิจิตรเสาวภาคย
สรรพางค์ มหาชโนตมางคมานท สนธิมตสมันตสมาคม บรมราชสมภาร ทิพย
เทพวตารไพศาลเกียรติคบณ อดบลยศักดิเดช สรรพเทเวศปริยานบรักษ์ มงคลล
คนเนมาหวัยสบโขทัยธรรมราชา อภิเนาวศิลปศึกษาเดชาวบธ วิชัยยบทธศาสตร์
โกศล วิมลนรรยพินิต สบจริตสมาจาร ภัทรภิชญาณ ประดิภานสบนทร
ประวรศาสโนปสบดมภก มูลมบขมาตยวรนายกมหาเสนานี สราชนาวีพยูหโยธ
โพยมจร บรมเชษฏโสทรสมมต เอกราชยยศสธิคม บรมราชสมบัติ นพปฏล
เศวตงตั ราดงิ ตั ร ศรรี ตั โนปลกั ษณมหาบรมราชาภิเษกาภิศกิ ต์ สรรพทศทิศวชิ ติ
เดโชไชย สกลมไหศวรยมหาสยามินทร มเหศวรมหินทรมหารามาธิราชวโรดม
บรมนาถชาติอาชาวศรัย พบทธาธิไตรรัตนวิศิษฎศักดิ์อัครนเรศวราธิบดี เมตตา
กรบณาศีตลหฤทัย อโนปไมย บบณยการ สกลไพศาลมหารัษฎราธิบดินทร์
ปรมินทรธรรมิกมหาราชาธริ าช บรมนาถบพิตร พระปกเกลา้ เจา้ อยหู่ ัว"
ตราประจารชั กาลท่ี 7
พระบรมราชสัญลักษณ์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลท่ี 7
เรียกว่า พระราชลัญจกรพระแสงศรเป็นรูปพระแสงศร 3 องค์ คือ พระแสงศร
พรหมาสตร์ พระแสงศรประลัยวาต พระแสงศรอัคนีวาต เหนือราวพาดพระ
แสงเปน็ ดวงตรามหาจักรบี รมราชวงศภ์ ายใตพ้ ระมหาพชิ ัยมงกบฎ เบื้องซ้ายและ
เบื้องขวาของราวพาดพระแสงตั้งบังแทรก สอดแทรกด้วยลายกนกอยู่บนพ้ืน
ตอนบนของดวงตรา พระแสงศร 3 องค์น้ี เป็นพระราชสัญลักษณ์ของพระบรม
นามาภิไธยว่า “ประชาธิปกศักดิเดชน์” ซ่ึงมาจากความหมายของศัพท์ คา
สดบ ท้ายของวรรคทวี่ า่ “เดชน์” แปลว่า ลกู ศร
วัดประจารัชกาลท่ี 7
วดั ราชบพธิ สถติ มหาสมี าราม ราชวรวิหาร
วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ราชวรวิหาร เป็นพระอารามหลวงช้ันเอก ชนิด
ราชวรวิหาร ฝ่ายธรรมยบต ความสาคัญของวัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามแห่งน้ี
คือเป็น วัดประจารัชกาลที่ 5 และรัชกาลที่ 7 แห่งบรมราชจักรีวงศ์ ซ่ึงถือว่า
เป็นวัดแห่งเดียวของกรบงรัตนโกสินทร์ ที่เป็นวัดประจารั ชกาลของ
พระมหากษตั ริยถ์ ึง 2 พระองค์
พระพทบ ธรูปประจารชั กาลที่ 7
พระพทบ ธรปู ประจาพระชนมวาร พระบาทสมเด็จพระปกเกลา้ เจา้ อยู่หวั
ปางอบ้มบาตร
ตราประจาพระองคร์ ัชกาลที่ 7
พระราชสญั ลกั ษณ์ ประจาพระองค์ รชั กาลที่ 7
พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวเรียกว่า พระราชลัญจกรพระแสง
ศร เป็นรูปพระแสงศร 3 องค์ คือ พระแสงศรพรหมาสตร์ พระแสงศรประลัย
วาต พระแสงศรอัคนีวาต เหนือราวพาดพระแสงเป็นดวงตรามหาจักรีบรม
ราชวงศภ์ ายใต้พระมหาพิชัยมงกฎบ เบ้อื งซา้ ยและเบ้อื งขวาของราวพาดพระแสง
ตง้ั บังแทรก สอดแทรกดว้ ยลายกนกอยู่บนพื้นตอนบนของดวงตรา พระแสงศร
3 องค์นี้ เป็นพระราชสัญลักษณ์ของพระบรมนามาภิไธยว่า "ประชาธิปกศักดิ
เดชน์" ซ่ึงมาจากความหมายของศพั ท์ คาสดบ ท้ายของวรรคท่ีว่า "เดชน์" แปลว่า
ลูกศร
จดั ตงั้ คณะอภริ ฐั มนตรี
เมื่อพระอง ค์เสด็จขึ้นค รองราชย์แล้ว พระองค์จัดตั้ง “คณ ะ
อภิรัฐมนตรี” ข้ึน เพื่อทาหน้าที่ถวายคาปรึกษาเกี่ยวกับราชการแผ่นดิน และ
ราชการในพระองค์ ด้วยทรงพระราชดารวิ ่า “ไม่ทรงสันทัดในการแผ่นดินมาก
นัก” คณะอภิรัฐมนตรีนี้ประกอบไปด้วยพระบรมวงศานบวงศ์ช้ันผู้ใหญ่
5 พระองค์ คอื
1. สมเดจ็ เจ้าฟ้าฯ กรมพระยาภาณพบ นั ธวบ งษว์ รเดช
2. สมเดจ็ เจ้าฟา้ ฯ กรมพระนครสวรรคว์ รพนิ ติ
3. สมเด็จเจา้ ฟา้ ฯ กรมพระยานรศิ รานวบ ดั ติวงศ์
4. สมเดจ็ พระเจา้ บรมวงศเ์ ธอ กรมพระยาดารงราชานภบ าพ
5. พระเจา้ บรมวงศเ์ ธอ กรมพระจันทรบบรนี ฤนาท
ในช่วงระยะเวลาที่พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จขึ้น
ครองราชย์สมบัติ เป็นระยะท่ีทบกประเทศท่ัวโลกกาลังประสบปัญหาวิกฤต
เศรษฐกิจ อันเป็นผลเนื่องมาจากสงครามโลกครั้งที่ 1 พระบาทสมเด็จ
พระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวทรง ต่อสู้กับปัญหาดังกล่าวด้วยการประหยัด โดยทรง
เริ่มจากตัดทอนรายจ่ายส่วนพระองค์ก่อน จากน้ันทรงตัดทอนรายจ่ายของ
แผ่นดินลงทบกวิถีทางเท่าที่จะกระทาได้ เร่ิมด้วยการยบบรวมหน่วยราชการท่ี
พอจะรวมกันได้ โดยมีการดบล )ปลด( ข้าราชการท่ีล้นงานออกจากกระทรวง
ทบวง กรมต่างๆ มากมาย ซึ่งก่อให้เกิดความไม่พอใจในหมู่ข้าราชการเป็นอัน
มาก และการแก้ปัญหาด้วยวิธีการดังกล่าวก็ไม่สามารถฟื้นฟูเศรษฐกิจของ
ประเทศให้ดีได้ ประกอบกับขณะนน้ั มพี วกขา้ ราชการและนายทหารท่ีกลับจาก
การไปศกึ ษาต่างประเทศ และมีหวั คดิ รนบ แรงต้องการจะเปล่ียนแปลงระบบการ
ปกครองเสียใหม่ เพราะเขา้ ใจว่าจะเป็นหนทางแก้ปญั หาทางบา้ นเมอื งได้
การเปลี่ยนแปลงการปกครอง
คณะราษฎร
เมื่อพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จ ขึ้นครองราชย์ พระองค์
ได้โปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระราชวังที่ประทับ ณ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
พระราชทานนามวา่ พระราชวังไกลกงั วล
หลังจากที่พระองค์ทรงครองราชย์ได้ 7 ปี ในเชา้ มดื ของวนั ที่ 24 มถิ บนายน
พ.ศ. 2475 ระหว่างท่ีพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จไปประทับที่
พระราชวังไกลกงั วล “คณะราษฎร” นาโดย พนั เอกพระยาพหลพลพยบหเสนาก็
ได้เข้ายึดอานาจการปกครองแผ่นดินที่กรบงเทพมหานคร โดยเข้าควบคบมพระ
บรมวงศานบวงศ์บางพระองค์ และข้าราชการตาแหน่งสาคญั ๆ ไวเ้ ปน็ ตวั ประกนั
แ ล้ ว ส่ ง ห นั ง สื อ ไ ป ก ร า บ บั ง ค ม ทู ล เ ชิ ญ เ ส ด็ จ นิ วั ติ ก ลั บ พ ร ะ น ค ร เ พ่ื อ เ ป็ น
พระมหากษตั รยิ ภ์ ายใตร้ ัฐธรรมนญู การปกครองทคี่ ณะราษฎรไดท้ าขน้ึ ซงึ่ แมว้ า่
พระองคจ์ ะไดท้ รงเตรยี มพระราชทานอานาจอธิปไตยนแี้ ก่ประชาชนอยแู่ ลว้ แต่
เม่ือคณะราษฎรแสดงออกถึงความปรารถนาอันแรงกล้าเช่นน้ี พระองค์ก็มิได้
ทรงถือทิฐิมานะ โดยทรงละพระบรมเดชานบภาพ ยอมรับการเป็น
พระมหากษตั ริย์ภายใตร้ ัฐธรรมนูญ และหลงั จากเสดจ็ พระราชดาเนินกลับคืนสู่
พระนครแล้ว ทรงพระราชทานรัฐธรรมนูญงบับช่ัวคราวให้ เม่ือวันท่ี 27
มิถนบ ายน พ.ศ. 2475
ทรงพระราชทานรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรสยามงบับแรก เม่ือวันที่
10 ธันวาคม พ.ศ. 2475 เมื่อคณะราษฎร์ยึดอานาจได้แล้ว จึงประกาศใช้หลัก
6 ประการบริหารประเทศได้แก่ หลักเอกราช หลักความปลอดภัย หลัก
เศรษฐกิจ หลกั เสมอภาค หลกั เสรภี าพ หลกั การศกึ ษา
1. จะตอ้ งรกั ษาความเปน็ เอกราชทง้ั หลาย เช่น เอกราชทางการเมือง
ทางการศาล ทางเศรษฐกจิ ของประเทศ ไวใ้ ห้มัน่ คง
2. จะต้องรกั ษาความปลอดภยั ในประเทศ ให้การประทษบ รา้ ยตอ่ กนั ให้
นอ้ ยลงมาก
3. จะต้องบารบงความสขบ สบายของราษฎรในทางเศรษฐกิจ โดยรฐั บาลจะ
จดั หางานใหร้ าษฎรทาและจัดวางโครงการเศรษฐกจิ แหง่ ชาติ ไมป่ ลอ่ ยให้
ราษฎรอดอยาก
4. จะตอ้ งใหร้ าษฎรมสี ทิ ธิเสมอภาคกนั
5. จะต้องใหร้ าษฎรมีเสรภี าพ มคี วามเปน็ อิสระ เมอ่ื มเี สรภี าพไมข่ ดั ตอ่
หลกั 4 ประการดงั กลา่ วขา้ งตน้
6. จะตอ้ งใหก้ ารศกึ ษาแกร่ าษฎรอย่างเตม็ ที่
กบฏบวรเดช
พระวรวงศเ์ ธอ พระองคเ์ จา้ บวรเดช
พระยาพหลพลพยหบ เสนา
พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าบวรเดช ก่อนการเปล่ียนแปลงการปกครอง
เมื่อ พ.ศ. 2475 ได้ทรงวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการปกครองระบอบสมบูรณาญา
สิทธิราชอย่างเปิดเผย คณะราษฎร โดย พันเอก พระยาพหลพลพยบหเสนา
หวั หนา้ คณะราษฎรไดล้ องทาบทามพระองค์ เพือ่ ดทู า่ ที แต่พระองค์ได้รับสั่งให้
พระยาพหลฯ และพรรคพวกเขียนความเห็นในเรื่องการเปล่ียนแปลงการ
ปกครองลงหนังสือพิมพ์ ทานองขอประชามตเิ ช่นเดยี วกับอารยประเทศในทวีป
ยบโรป ซ่ึงพระยาพหลฯกราบทูลว่า ผู้ที่ทาเช่นน้ันติดคบกไปแล้วหลายคน วิธีที่ดี
ที่สบดคือ ใช้กาลังบบกจู่โจมจับคณะอภิรัฐมนตรีขังไว้ แล้วกราบขอพระราชทาน
รัฐธรรมนญู ก็คงจะสาเร็จ แต่ พระวรวงศเ์ ธอ พระองค์เจ้าบวรเดช ได้ทรงตอบ
พระยาพหลฯไปวา่ ตัวพระองค์เกิดในพระราชวงศ์จักรี หากทาเช่นนั้นจะได้ช่ือ
ว่าอกตัญญู
พระวรวงศเ์ ธอ พระองคเ์ จา้ บวรเดช
ในการเปล่ียนแปลงการปกครอง พระวรวงศเ์ ธอ พระองค์เจ้าบวรเดช ถือ
เป็นเจ้านายระดับสูงเพียงไม่กี่พระองค์ที่ไม่ถูกควบคบมองค์ไว้ในฐานะองค์
ประกัน แตใ่ นเวลาราว 23.00 น. ของคนื วันที่ 24 มถิ นบ ายน พ.ศ. 2475 อันป็น
วันท่ีมีการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ณ พระที่น่ังอนันตสมาคม ซ่ึงเป็นสถานท่ี
ๆ คณะราษฎรได้ยึดกบมเอาไว้เป็นสถานท่ีบัญชาการ พระวรวงศ์เธอ พระองค์
เจ้าบวรเดช ก็ยังได้ไปปรากฏพระองค์ท่ีหน้าพระที่น่ังอนันตสมาคม ทรงแจ้ง
ความประสงค์ว่า จะขอพบกับหัวหน้าคณะผู้ก่อการ เมื่อได้พบแล้ว พระองค์
ท่านไดส้ นทนาเพียงส้ัน ๆ ว่า ทาอะไรกนั ทาไมไมบ่ อกใหร้ กู้ ันก่อน เมื่อหัวหน้า
ผู้ก่อการ คือ พระยาพหลพลพยบหเสนา ได้ทูลตอบว่า จะให้ทรงทราบไม่ได้
ไม่เช่นนั้นจะไม่สาเร็จ พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าบวรเดช จึงกล่าวว่า เมื่อทา
แลว้ ก็ขอใหท้ าใหถ้ ึงท่ีสดบ เสร็จแลว้ ก็เสด็จกลับ
ภายหลงั การเปลยี่ นแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 เกิดความแตกแยกใน
คณะราษฎร พระยาพหลพลพยบหเสนา ก่อรัฐประหารยึดอานาจรัฐบาล พระ
ยามโนปกรณ์นิติธาดา และขึ้นดารงตาแหน่งนายกรัฐมนตรี หลังการ
เปล่ียนแปลงการปกครอง เกิดความขัดแย้งระหว่าง พระบาทสมเด็จ
พระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวกับผู้นาในคณะราษฎรหลายครั้งเก่ียวกับแนวทาง
การเมืองของประเทศ สาเหตบสาคัญมีอาทิการกาหนดสถานภาพของ
พระมหากษัตริย์ในระบอบการปกครองใหม่ จนถึงข้อเสนอของนายปรีดี
พนมยงค์ทีเ่ รียกวา่ "เคา้ โครงเศรษฐกิจ" ซึง่ นาเสนอรฐั สภาและทูลเกลา้ ฯ ถวาย
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ฯ เพื่อมีพระราชวินิจงัย ซึ่งทรงวิพากษ์วิจารณ์
ข้อเสนอดังกล่าวอย่างรบนแรง โดยทรงเห็นว่าจะส่งผลกระทบต่อพื้นฐานทาง
การเมืองและเศรษฐกจิ ของประเทศอย่างมาก ซึ่งอาจจะนาไปสู่ความวบ่นวายได้
ขณะทีฝ่ ่ายคณะราษฎรถอื ว่าปฏกิ ริ ยิ าดังกล่าวเป็นการต่อต้านการเปลี่ยนแปลง
และเป็นความตอ้ งการรกั ษาอานาจของ "ฝ่ายศักดนิ า" หรือ "ระบอบเก่า" ความ
ขัดแย้งดังกล่าวขยายตัวชัดเจนมากข้ึนจนมีการอภิปรายในรัฐสภาคัดค้านเค้า
โครงเศรษฐกิจดังกล่าว กดดันให้นายปรีดี พนมยงค์ ต้องเดินทางไปพานักใน
ฝรั่งเศส ก่อนที่ผู้นาฝ่ายทหารของคณะราษฎรคือ พระพหลพลพยบหเสนา ต้อง
ก่อรัฐประหารเพ่ือรักษาอานาจของคณะราษฎรไว้ ทาให้ความขัดแย้งของทั้ง
สองฝ่ายรบนแรงมากขน้ึ
ทหารฝ่ายพระองคเ์ จ้าบวรเดช
ทหารฝ่ายรฐั บาล
วันที่10 ตลบ าคม 2476 เวลาประมาณ 09.00 นับเป็นเวลา 1 ปี กับ 4
เดือนเท่าน้ันหลังจากคณะราษฎรเปลี่ยนแปลงการปกครองของสยามมาเป็น
ระบอบประชาธิปไตย ทหารกลบ่มหนึ่งพร้อมอาวบธครบมือก็บบกเข้ายึดท่ีทาการ
เทศาภิบาลจังหวัดนครราชสีมา แล้วคบมตัวผู้รักษาราชการจังหวัด พร้อมกับ
ข้าราชการใหญ่น้อยอีกหลายนายไปกักขังไว้ ในเวลาเดียวกัน พลเอกพระองค์
เจ้าบวรเดช พร้อมด้วยพันโทพระปัจนึกพินาศผู้บังคับการ)แปลก เอมะศิริ(
จังหวัดทหารบกนครราชสีมาและคณะนายทหารติดตามก็ตบเท้าเข้าสู่ศาลา
“ร่วมเริงชัย” ในกรมทหารที่ทบกวันนี้คือค่ายสบรนารี แล้วเปิดการประชบม
นายทหารและข้าราชการท่ีได้รับเชิญมาเพื่อแจ้งว่า ทางพระนครเกิดเหตบร้าย
รัฐบาลเอาหลวงประดษิ ฐ์กลับมาเปน็ รฐั มนตรี เพ่อื จะเอาระบอบคอมมวิ นสิ ต์มา
ใช้และยกเลิกสถาบันพระมหากษัตริย์ คณะกู้บ้านกู้เมืองจึงจาเป็นจะต้องนา
ทหารเข้าไปปราบปราม ขอให้บรรดาข้าราชการจงปฏิบัติงานไปตามหน้าท่ี
อย่าได้กระทาการใดเป็นที่ขัดขวางเป็นอันขาด คณะกู้บ้านกู้เมืองได้ยึด
นครราชสีมาไวใ้ นอานาจแล้ว หลังจากนั้นกไ็ ด้ประกาศกฎอยั การศกึ และเรียก
ทหารกองหนบนเจ้าประจาการทันที นอกจากกาลังทหารอีสานท่ีกล่าวไปแล้ว
คณะกู้บ้านกู้เมืองยังมีความหวังที่จะได้กาลังทหารราบจากหัวเมือง ครบตาม
แผนล้อมกวาง ส่วนทหารเรือแม้ว่าทาบทามไปแล้วยังไม่ได้ตอบตกลง แต่ก็
ม่ันใจว่าจะเข้าร่วมแน่หลังวันดีเดย์เหมือนทหารทางจังหวัดภาคเหนือ เดิม
กาหนดนดั หมายจะเคลอ่ื นกาลังพลทบกฝ่ายถึงพระนครพร้อมกันในวันท่ี 10 แต่
ได้เลื่อนออกเป็นวันท่ี 11 เข้าใจว่าองค์แม่ทัพอยากจะรอทหารจากอบดรท่ี
รับปากว่าจะมาสมทบ แตย่ ังมาไม่ทัน เพราะต้องเดินทางมาตามทางเกวียน
จนถึงขอนแก่นเพื่อจับรถไฟท่ีน่ันการเล่ือนวันนัดหมายออกไปแต่ไม่แจ้งสาเหตบ
ชัดเจนเช่นนั้น ทาให้ทหารปราจีนบบรีและราชบบรีเกิดระแวงขึ้นมาทันที เลยนิ่ง
เงยรอดูสถานะการณไ์ ม่เขา้ กรบงมาตามแผน พอเหน็ วา่ ท่าจะไมร่ ่งบ แน่ ใครเลา่ จะ
อยากอยู่ข้างผู้แพ้ รีบกลับหลังหันวันทยาวบธไปเข้ากับฝ่ายรัฐบาลอันที่จริง
กาลงั พลในเมืองกรบงแมน้ ับหัวแล้วจะน้อยกว่าแต่ก็ถือว่าไม่เป็นรอง กาลังทหาร
ราบในพระนครมี 8 กองพัน แตก่ ม็ ีหนว่ ยพิเศษสนบั สนบน ท้งั รถถงั ปนื ใหญ่ และ
ยบทโธปกรณ์ทนั สมัยอ่ืนๆทมี่ ีอานาจการยิงเหนือกวา่ ทหารหัวเมอื งมาก ซ้าทหาร
ปืนใหญ่ที่โคกกระเทียมยังจงรักภักดีต่อพระยาพหล พร้อมจะสกัดกั้นทหาร
นครสวรรคแ์ ละทหารทางภาคเหนือท่ีจะยกลงมาสมทบได้ เหตนบ ี้เอง เมอ่ื พลตรี
พระยาเสนาสงครามไปนาทหารนครสวรรค์เข้าพระนครจึงทาไม่ได้ตาม
แผน ขบวนรถไฟท่ีจี้มาต้องหยบดก่อนถึงโคกกระเทียม เพราะปืนใหญ่ท่ีทหาร
ฝ่ายรัฐบาลเข็นขน้ึ ตัง้ จงั ก้าไว้บนรางรถไฟ
ทหารฝา่ ยพระองคเ์ จ้าบวรเดช
ในวันท่ี 11 ตบลาคม พ.ศ. 2476 พลเอก พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าบวร
เดช ทรงส่งกาลังทหารจากหัวเมืองภาคตะวันออกเงียงเหนือ และภาคกลาง
นครราชสีมา อบบลราชธานี สระบบรี พระนครศรีอยบธยา และเพชรบบรี เคล่ือน
กาลงั ทางรถไฟเข้ายึดกองทัพอากาศดอนเมืองได้เมื่อวันที่ 12 และเคลื่อนกาลัง
ทหารเข้ายึดพื้นท่ีไปตามแนวคลองบางเขนจนถึงสถานีรถไฟบางเขน เพื่อบีบ
บังคับให้รัฐบาลพระยาพหลพลพยบหเสนา กระทาตามเงื่อนไข 6 ข้อ ใจความ
โดยยอ่ คือ ใหร้ ักษาสถาบนั พระมหากษัตริย์ ให้อานาจรัฐสภามากข้ึนและจากัด
อานาจของรัฐบาลมิให้กลายเป็นคณะเผด็จการ อย่างไรก็ตาม การเคลื่อนไหว
ของพระองค์เจา้ บวรเดชในครั้งนนั้ ถูกมองจากฝ่ายนยิ มคณะราษฎรวา่ เปน็ ความ
พ ย า ย า ม ใ น ก า ร ฟื้ น ร ะ บ อ บ ส ม บู ร ณ า ญ า สิ ท ธิ ร า ช ย์ แ ล ะ ต่ อ ต้ า น ร ะ บ อ บ
ประชาธิปไตยในเวลาเดียวกัน ฝ่ายรัฐบาลได้มอบหมายให้ พันโทหลวงพิบูล
สงคราม รองผู้บัญชาการทหารบก เป็นผู้บังคับกองผสมทาการรบกตอบโต้ จน
ทหารบาดเจ็บลม้ ตายเปน็ จานวนมาก จนถึงวันที่ 15 กาลังทหารหัวเมืองไดถ้ อน
กาลังออกจากดอนเมอื ง เคลือ่ นที่ไปยังปากช่องอนั เปน็ ทมี่ น่ั ด่านสบดท้าย ขณะที่
กองหน้าของกองบังคับการผสมได้ติดตามไปจนถึงสถานีปากช่อง และ พันเอก
พระยาศรีสิทธิสงคราม )ด่ิน ท่าราบ( แม่ทัพซ่ึงรับหน้าที่เป็นกองระวังหลัง ถูก
ยิงเสียชีวิตบนทางรถไฟใกล้สถานีหินลับ อาเภอปากช่อง ในเวลาพลบค่าเมื่อท่ี
มัน่ แห่งสบดท้ายคอื สถานปี ากช่องถูกยึด และแมท่ ัพเสียชวี ิต
พระองคเ์ จ้าบวรเดช
หมอ่ มเจา้ ผจงรจิตร์ กฤดากร
พระองค์เจ้าบวรเดชและพระชายาจึงเสด็จหนีโดยทางเครื่องบินจากฐาน
บินโคราช มีหลวงเวหนเหิรเป็นนักบิน ไปขอลี้ภัยทางการเมืองที่เมืองไซ่ง่อน
ประเทศเวียดนาม จนหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 จึงย้ายไปประทับที่ประเทศ
กัมพูชา และเสด็จกลับประเทศไทยโดยรถยนต์เข้าทางอาเภออรัญประเทศ
จังหวัดปราจีนบบรี พร้อม หม่อมเจ้าผจงรจิตร์ กฤดากร พระชายา เมื่อวันที่ 12
พฤษภาคม พ.ศ. 2491หลังจากที่รัฐบาลในขณะนั้นได้ออกกฎหมายนิรโทษ
กรรมให้กบั นักโทษการเมอื งทบกคดี โดยทไ่ี ซง่อนและกมั พูชา ทรงเปิดโรงงานทอ
ผ้าและคา้ ขายถ่าน รวมระยะเวลาท่ีทรงล้ภี ัยนานถึง 16 ปี
พระราชกรณียกจิ
พระราชกรณยี กิจด้านการวางรากฐานปกครองในระบอบประชาธิปไตย
พระบาทสมเด็จพระปกเกลา้ เจ้าอยู่หัวทรงมพี ระราชประสงคแ์ นว่ แนท่ ่ี
จะทรงมอบอานาจการปกครองให้แก่ประชาชนในรัชกาลของพระองค์ จึงได้มี
การจัดตั้งสภากรรมการองคมนตรี อันประกอบด้วยกรรมการ 40 คน อยู่ใน
ตาแหน่งคราวละ 3 ปี ทาหน้าที่ในการประชบมพิจารณากฎหมายและปัญหา
อื่นๆ ตามแต่จะโปรดกล้าฯ อีกท้ังมีพระราชประสงค์ให้สภากรรมการ
องคมนตรีเป็นสภาทดลองระดับท้องถิ่น พระองค์ ทรงเปิดโอกาสให้ราษฎรมี
ส่วนร่วมในกิจการสบขาภิบาล ซึ่งพระองค์ทรงโปรดเกล้าฯ ให้ปรับปรบงกิจการ
เป็นรูปแบบการบริหารงานส่วนท้องถ่ินแบบเทศบาล โดยทรงแต่งต้ังกรรมการ
จัดการประชาภิบาลคอยสารวจดูงานสบขาภิบาลตามหัวเมือง ทั่ว
ราชอาณาจักร แตพ่ ระราชบัญญตั ิเทศบาลทรี่ ่างเสรจ็ เมอ่ื ปี พ.ศ.2473 ต้องมี
ข้ันตอนผ่านการพิจารณาจากเสนาบดีสภา สภากรรมการองคมนตรี จึงยังมิได้
ประกาศพระราชบัญญัติเทศบาลดังกล่าว
พระราชกรณียกจิ ดา้ นการปกครอง
พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงจัดระเบียบการบริหารงาน
บบคคลของชาติ ด้วยการตราพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.
2471 ขึน้ บังคับใช้ โดยจะมีกลมบ่ คนทเี่ รยี กวา่ คณะกรรมการขา้ ราชการพลเรือน
คอยดูแลการบรรจแบ ต่งต้งั การเคลื่อนย้าย รวมทัง้ ควบคบมให้อยูใ่ น ระเบียบวนิ ัย
ของราชการ และโปรดเกล้าฯ ให้มีการสอบแข่งขันบบคคลเข้าบรรจบเป็น
ข้าราชการพลเรือนเป็นคร้ังแรก ซึ่งแตกต่างจากเดิมที่ใครประสงค์จะเข้ารับ
ราชการก็ไปฝากตวั แก่หัวหนา้ ส่วนราชการนั้นโดยตรง
นอกจากน้ีพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวยังโปรดเกล้าฯ ให้
ออกพระราชบัญญัติควบคบมกิจการค้าขายอันกระทบถึงความปลอดภัยหรือ
ความผาสบกแห่งสาธารณชน พ.ศ. 2471 เพื่อเป็นการค้บมครองสวัสดิภาพของ
ประชาชนชาวไทย โดยมีขอบเขตครอบคลบมการค้าขายที่เป็นสาธารณูปโภค
และการเงิน เช่น กิจการไฟฟ้า การประปา รถราง รถไฟ ฯลฯ ซ่ึงนับว่าเป็น
รากฐานของระเบียบที่ใชก้ นั มาจนทกบ วนั นี้
คณะอภิรฐั มนตรี
พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นพระมหากษัตริย์ท่ีเลื่อมใสใน
การปกครองระบอบประชาธิปไตย พระองค์ทรงพยายามท่ีจะปรับปรบงแก้ไข
ระบอบการปกครองจากสมบูรณาญาสิทธิราชย์มา เป็นระบอบประชาธิปไตย
โดยหลงั จากเสดจ็ ข้นึ ครองราชย์แลว้ กโ็ ปรดเกลา้ ฯ ใหส้ ถาปนาคณะอภิรัฐมนตรี
ขนึ้ เพอื่ เป็นทปี่ รกึ ษาในการบรหิ ารราชการแผ่นดนิ แทนทจี่ ะทรงตัดสนิ พระราช
หฤทัยแต่เพียงพระองค์เดียว นอกจากน้ียังทรงฟ้ืนฟูการประชบมเสนาบดีให้มี
ความสาคญั และทรงแนะนาให้รู้จักการทางานเป็นคณะและรับผิดชอบร่วมกัน
ทั้งยังทรงแต่งต้ัง สภากรรมการองคมนตรี เพื่อเป็นที่ปรึกษาข้อราชการและ
ฝกึ หดั การประชบมแบบรฐั สภา สาหรับ การปูพ้นื ฐานในการปกครองตนเองของ
ประชาชนก็ได้โปรดเกล้าฯ ให้ร่างพระราชบัญญัติเทศบาลข้ึน แต่กฎหมาย
ดังกล่าวได้ร่างเสร็จเมื่อเกิดการเปล่ียนแปลงการปกครองแล้ว นอกจากน้ียัง
โปรดเกล้าฯ ให้ท่านผรู้ ู้รา่ งรัฐธรรมนูญข้ึนเพื่อเตรียมพระราชทานแก่ประชาชน
ในโอกาสงลอง กรบงเทพมหานครครบรอบ 150 ปี แต่ได้มีพระบรมวงศานบวงศ์
บางพระองค์ได้ทรงทูลคัดค้านว่ายังไม่สมควรแก่เวลา จึงต้องรอคอยการ
พระราชทานรัฐธรรมนญู ไว้กอ่ น
พระราชกรณยี กิจด้านการทานบบ ารบงบา้ นเมือง เศรษฐกิจ
สถานวี ทิ ยบกระจายเสยี งแห่งแรกใน ประเทศไทย
สืบเน่ืองจากผลของสงครามโลกครั้งที่ 1 ประเทศทั่วโลกประสบปัญหา
ภาวะเศรษฐกิจ ตกต่า ซ่ึงมีผลกระทบกระเทือนมาสู่ประเทศไทย พระองค์ได้
ทรงพยายามแก้ไขการงบประมาณของประเทศให้งบดบลอย่างดีท่ีสบด โดยทรง
เสียสละตัดทอนรายจา่ ยสว่ นพระองค์ โดยมไิ ดข้ น้ึ ภาษี ให้ราษฎร เดอื ดร้อนการ
สขบ าภบิ าลและสาธารณูปโภค โปรดใหป้ รบั ปรบงงานสขบ าภิบาลท่ัวราชอาณาจักร
ให้ทัดเทียมอารยประเทศ ขยายการส่ือสาร และการคมนาคม โปรดให้สร้าง
สถานีวิทยบกระจายเสียงแห่งแรกใน ประเทศไทย ในส่วนกิจการรถไฟ ขยาย
เส้นทางรถทางทิศตะวันออกจากทาง จังหวัดปราจีนบบรี จน กระทั่งถึงต่อเขต
แดนเขมร
พระราชกรณียกิจด้านประเพณแี ละวัฒนธรรม
พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจา้ ราไพพรรณี
พระบาทสมเด็จพระปกเกลา้ เจ้าอยู่หัวทรง เป็นผู้รเิ ร่ิมในการสร้างค่านิยม
ใหช้ ายไทยมีภรรยาเพียงคนเดียว ซง่ึ เปน็ การเปลย่ี นแปลงรปู แบบของสงั คมไทย
แต่โบราณที่ชายไทยมักนิยมมีภรรยาหลายคนโดยชอบด้วยกฎหมาย โดยโปรด
เกลา้ ฯ ให้ตราพระราชบัญญัตแิ กไ้ ขเพ่ิมเติมกฎหมายลกั ษณะผวั เมยี พ.ศ. 2473
และ ทรงรเิ ร่มิ ใหม้ กี ารจดทะเบยี นสมรส ทะเบยี นหยา่ ทะเบียนรับรองบตบ ร อัน
เปน็ การปลูกฝงั ค่านิยมใหม่ทีละนอ้ ยตามความสมคั รใจ
พระบาทสมเดจ็ พระปกเกลา้ เจ้าอยู่หัว รชั กาลท่ี 7 ทรงเปน็ แบบอย่างของ
การมพี ระมเหสเี พยี งพระองคเ์ ดยี ว ไมท่ รงมพี ระสนมหรอื เจ้าจอมเลย
นอกจากนใี้ นรชั สมยั ของพระองคย์ งั มีการตรากฎหมายสาคญั งบบั หนง่ึ เรียกวา่
'พระราชบญั ญตั แิ กไ้ ขเพมิ่ เตมิ กฎหมายลักษณะผัวเมยี พ.ศ.2473'
พระราชบญั ญตั ิดงั กลา่ วเปน็ จบดพลกิ ผนั โครงสรา้ งของครอบครวั ไทยสมยั
โบราณทผี่ ชู้ ายนยิ มมภี รรยาหลายคน อันเปน็ วฒั นธรรมทฝ่ี งั รากลึกมานาน การ
จะเปลย่ี นคา่ นยิ มในสงั คมแบบดงั้ เดมิ มาเปน็ สงั คมผวั เดยี วเมยี เดยี วจงึ มใิ ชเ่ รอื่ ง
งา่ ย พระองคท์ รงใช้วิธกี ารละมนบ ละมอ่ ม ดว้ ยการตราพระราชบญั ญตั ิในปี พ.ศ.
2473 และมผี ลบงั คบั ใชใ้ นวนั ท่ี 1 เมษายน พ.ศ.2475
พระราชบญั ญตั ิงบบั นร้ี ะบใบ หม้ กี ารจดทะเบยี นสมรส จดทะเบยี นหยา่
และจดทะเบยี นรบั รองบตบ ร เพอื่ ทดแทนธรรมเนยี มดงั้ เดมิ เปน็ ครงั้ แรกใน
สงั คมไทย
ตอ่ มามีการนาเอาสาระสาคญั ของพระราชบญั ญตั งิ บบั นี้ มารวมไวใ้ น
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณชิ ยบ์ รรพที่ 5 ว่าด้วยเรอื่ งครอบครวั ประกาศ
เม่อื วันที่ 20 ตลบ าคม พ.ศ.2478 ยงั ผลใหม้ กี ารยอมรบั หลกั การมภี รรยาชอบ
ด้วยกฎหมายเพยี งคนเดยี วในปจั จบบ นั
การส่งเสริมกิจการสหกรณ์ให้ประชาชนได้มีโอกาสร่วม กันประกอบ
กิจการทางเศรษฐกิจ โดยทรงพระกรบณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติ
สหกรณ์ พ.ศ. 2471 ข้นึ ทรงสละพระราชทรัพยส์ ว่ นพระองค์สรา้ งโรงภาพยนตร์
ศ า ล า เ ง ลิม ก รบง ซึ่ ง นับ เ ป็ น โ ร ง ภ า พ ย น ต ร์ทัน ส มัย ใ น ส มัย นั้น ติ ด
เครอ่ื งปรับอากาศ เพ่อื เปน็ สถานบันเทิงให้แก่ผู้คนในกรบงเทพมหานคร สาหรับ
ในเขตหวั เมือง ทรงได้จัดตั้ง สภาจัดบารงบ สถานทช่ี ายทะเลทศิ ตะวันตกขึ้น เพ่ือ
ทานบบารบงหัวหนิ และใกล้เคียงให้เป็นสถานท่ีตากอากาศชายทะเลแก่ประชาชน
ทม่ี าพักผ่อนในปี พ.ศ. 2475 เปน็ ระยะเวลาท่ีกรงบ เทพฯ มอี ายบครบ 150 ปี ทรง
จัดงานเงลิมงลองโดยทานบบารบง บูรณปฏิสังขรณ์ส่ิงสาคัญอันเป็นหลักของ
ก รบ ง เ ท พ ฯ ห ล า ย ป ร ะ ก า ร คือ บู รณ ะ วัด พร ะ ศ รี รัต น ศ า ส ด า ร า ม
พระบรมมหาราชวงั
พระราชกรณยี กิจดา้ นการดนตรี
พระบาทสมเด็จพระปกเกลา้ เจ้าอย่หู วั
พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงโปรดการทรงดนตรีเป็นอย่าง
มาก พระองคท์ รงตั้งวงดนตรีไทยสว่ นพระองค์ขน้ึ ในปี พ.ศ. 2470 ซงึ่ ประกอบ
ไปด้วยเจ้านายช้ันผู้ใหญ่ และข้าราชการที่ใกล้ชิด รวมถึงมีพระปรีชาสามารถ
ในการพระราชนิพนธ์เพลงอกี ด้วย โดยพระองคไ์ ดท้ รงพระราชนิพนธเ์ พลงไทย
เดมิ ไว้ 3 เพลง คอื