The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by tukstu99, 2022-06-14 00:23:05

Thai OK File

Thai OK File

รายงานผลการศึกษา
ความรู้ การรับรู้ ทัศนคติ และความคาดหวงั ต่อบรกิ ารยุติการตงั้ ครรภ์
ในกลุ่มผูร้ ับบรกิ ารจากสมาคมวางแผนครอบครัวแหง่ ประเทศไทยฯ

คณะผ้วู จิ ัย
ศนีกานต์ รศมนตรี
ผศ.ดร. ดุสิตา พ่ึงส�ำราญ
วารุณี ตง้ั ศิริ
ไซตง ดอเลาะ
ณิชรัตน์ ปอ้ งแก้ว
นิกข์นภิ า ขาวผ่อง

สมาคมวางแผนครอบครวั แห่งประเทศไทย (สวท)
ในพระราชปู ถัมภส์ มเด็จพระศรนี ครนิ ทราบรมราชชนนี
เมษายน 2565

รายงานผลการศึกษา
ความรู้ การรับรู้ ทัศนคติ และความคาดหวงั ต่อบรกิ ารยตุ กิ ารตงั้ ครรภ์
ในกลมุ่ ผูร้ บั บรกิ ารจากสมาคมวางแผนครอบครัวแหง่ ประเทศไทยฯ

คณะผูว้ จิ ยั สมาคมวางแผนครอบครวั แหง่ ประเทศไทยฯ (สำ� นกั งานใหญ่ กรุงเทพมหานคร)

นักวจิ ัยหลกั สถาบันวจิ ัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหดิ ล
ศนีกานต์ รศมนตรี สมาคมวางแผนครอบครวั แหง่ ประเทศไทยฯ (สำ� นกั งานภมู ภิ าค ตะวนั ออกเฉยี งเหนอื )
นักวิจยั โครงการ สมาคมวางแผนครอบครัวแห่งประเทศไทยฯ (สำ� นักงานภมู ภิ าค ใต้)
ผศ.ดร. ดสุ ิตา พึ่งส�ำราญ สมาคมวางแผนครอบครวั แห่งประเทศไทยฯ (ส�ำนกั งานภมู ิภาค เหนือ)
วารณุ ี ตัง้ ศิร ิ สมาคมวางแผนครอบครวั แห่งประเทศไทยฯ (สำ� นักงานภูมิภาค ใต้)
ไซตง ดอเลาะ
ณิชรัตน์ ปอ้ งแกว้ สมาคมวางแผนครอบครวั แห่งประเทศไทยฯ (ส�ำนักงานใหญ่ กรงุ เทพมหานคร)
นกิ ขน์ ภิ า ขาวผ่อง IPPF (International Planned Parenthood Federation)
ผูร้ ับผิดชอบโครงการ มกราคม – เมษายน 2565
นายสมเจตน์ ศรีกนก
แหล่งทนุ :
ระยะเวลาด�ำเนนิ การ:

ข้อมูลจากการศกึ ษานีเ้ ป็นลขิ สิทธิข์ องสมาคมวางแผนครอบครวั แห่งประเทศไทย
ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระศรนี ครินทราบรมราชชนนี (สวท)

กติ ติกรรมประกาศ


คณะผู้จัดท�ำรายงานรู้สึกเป็นเกียรติและขอขอบคุณโครงการ Investment Vouchers ของ International
Planned Parenthood International Federation – East & South East Asia and Oceania Region ทีส่ นบั สนนุ
เงนิ ทนุ และค�ำแนะนำ� เพอื่ จัดท�ำงานวจิ ัยช้ินนี้
ขอบคุณรองศาสตราจารย์ ดร. ฤาเดช เกิดวิชัย นายกสมาคมวางแผนครอบครัวแห่งประเทศไทย ใน
พระราชูปถัมภ์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (สวท) รองศาสตราจารย์ ดร. ชญานิศวร์ โคโนะ เลขาธิการ
สมาคมฯ รวมถงึ คณะกรรมการ สวท สมยั ท่ี 17 ประจ�ำปี พ.ศ. 2564-2568 และคณุ สมเจตน์ ศรกี นก ผ้อู ำ� นวยการ
ที่มอบนโยบายและแนวทางในการท�ำงานวิจัย ขอบคุณเจ้าหน้าท่ีคลินิก สวท ท่ัวประเทศ ที่อ�ำนวยความสะดวก
และสนับสนุนงานวิจัยช้ินน้ี ประกอบไปด้วย นายแพทย์ไพศาล ปัณฑุก�ำพล คุณปทัยทิพย์ ศักดาวิษรักษ์ คุณอัจฉรา
เจริญมติ ร คณุ วนิดา ประกอบแกว้ คณุ อุทยั วรรณ เก่งถิน่ ดง คุณฉมามาศ ช่วยงาน คุณสนุ สิ า เลศิ อนันต์ คณุ ศิรลิ ักษณ์
จิตรวี รรณ คณุ สุสดี สุขธนาสิน คณุ พชั ราภรณ์ ลปี รีชา คณุ กรรณกิ าร์ ทรพั ยป์ รุง คณุ ประภาวดี เจรญิ เวช คณุ พรพิมล
อ่นุ ผูก นายแพทยอ์ ัยยกานต์ อัยยกานต์ คณุ ณัฏฐา เครือวุฒิชยั และคณุ ณฐั กาญจน์ เวชกุล ขอบคุณ คณุ สราวฒุ ิ สุกคุ้ม
ทีส่ นับสนนุ คณะผวู้ ิจัย ดา้ นการจดั การข้อมูล
นอกจากนี้ คณะผู้จัดท�ำรายงานยังได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่งในการเตรียมข้อมูลสถิติที่ส�ำคัญ จากส่วนงาน
แผนงานและประเมินผล สวท น�ำโดย คณุ ปดวิ รัดา เดิมสันเทียะ และคณุ อรวรรณ เกดิ จนั ทร์ รวมท้งั ความร่วมมือจาก
ผู้เข้าร่วมโครงการทัง้ หมด 40 ทา่ น ทีส่ ละเวลาเพอื่ ให้สมั ภาษณแ์ ละใหข้ ้อมูลท่เี ปน็ ประโยชน์ในการท�ำรายงานฉบบั น้ี

คณะผวู้ จิ ัย
เมษายน 2565

สมาคมวางแผนครอบครวั แหง่ ประเทศไทยฯ 3

บทสรปุ ผบู้ รหิ าร


การศึกษาความรู้ การรับรู้ ทัศนคติ และความคาดหวังต่อบริการยุติการต้ังครรภ์ ในกลุ่มผู้รับบริการจาก
สมาคมวางแผนครอบครัวแหง่ ประเทศไทยฯ ดำ� เนนิ การโดยสมาคมวางแผนครอบครัวแหง่ ประเทศไทยฯ เป็นการวจิ ัย
เชิงคุณภาพ เก็บข้อมูลด้วยการสัมภาษณ์ระดับลึก มีกลุ่มตัวอย่าง 40 คนท่ีเป็นผู้รับบริการยุติการต้ังครรภ์ที่คลินิก
เวชกรรม สวท ในทุกภูมิภาค คัดเลือกกลุ่มตัวอย่างที่มารับบริการและขอค�ำยินยอมในการเข้าร่วมการศึกษาโดย
เจ้าหน้าที่ให้ค�ำปรึกษา กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้รับบริการจาก 3 คลินิกในกรุงเทพฯ 10 คน จาก 2 คลินิกในภาคเหนือ
และอีก 2 คลนิ กิ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคใต้
กลุ่มตัวอย่าง มีอายุเฉล่ีย 27.6 ปี (อายุต�่ำสุด 15 ปี และสูงสุด 48 ปี) อยู่ในกลุ่มอายุวัยท�ำงาน 25-44 ปี
มากที่สุด เกือบคร่ึงหน่ึง หรือ 18 คน ระบุว่า โสด ไม่มีคู่ ยังคงเป็นนักเรียนนักศึกษา 13 คน เป็นผู้รับบริการจาก
นอกพื้นที่ 11 ราย และในพื้นที่เดียวกับท่ีต้ังคลินิก 29 ราย เป็นผู้ที่มายุติการตั้งครรภ์ครั้งน้ีเป็นครั้งแรก ทั้งหมด
29 ราย และอีก 11 ราย คอื คนท่ีเคยมีประสบการณ์การยุติการต้ังครรภ์มาก่อนแล้ว
ประเด็นข้อค้นพบที่ส�ำคัญได้แก่ สาเหตุของการต้ังครรภ์ อยู่ภายใต้เงื่อนไขในการใช้วิธีคุมก�ำเนิด ได้แก่
การไม่ใช้หรือไม่สามารถใช้วิธีคุมก�ำเนิดใดๆ ได้ ด้วยเหตุผลทางสุขภาพร่างกาย หรือเหตุผลอื่นๆ การใช้วิธีคุมก�ำเนิด
แต่ไม่ตอ่ เนื่อง ไมส่ ม่�ำเสมอหรือใช้อย่างไม่ถกู ต้อง และการใช้วิธีคุมแบบธรรมชาติเชน่ การหล่งั ภายนอกหรอื การนับวนั
ซ่ึงมีโอกาสและแนวโน้มความเสี่ยงท่ีจะเกิดความผิดพลาดมากกว่าวิธีคุมก�ำเนิดสมัยใหม่ เหตุผลหรือเง่ือนไขของ
การตั้งครรภ์เมื่อไม่พร้อม คือ การตั้งครรภ์ในระหว่างเรียนหนังสือ มีปัญหาทางด้านเศรษฐกิจ มีปัญหากับผู้ชาย
แฟนหรือสามี มีปัญหากับครอบครัวของผู้ชาย มีลูกจ�ำนวนมากพอแล้ว ไม่ต้องการมีลูกเพ่ิม และสุดท้ายคือ ยังไม่ได้
แต่งงาน จึงยงั ไม่พร้อมท่จี ะมลี กู การศึกษาน้พี บกรณกี ารตง้ั ครรภจ์ ากการถูกล่วงละเมิดทางเพศ ถูกกระทำ� ความรุนแรง
โดยคู่/สามี และกรณีที่มีความกังวลใจต่อเร่ืองสุขภาพของลูก โดยในภาพรวม พบว่า ผู้หญิงมีปัญหาและสถานการณ์
ซ�ำ้ ซอ้ นหลายลักษณะดงั ทกี่ ล่าวมานี้จึงส่งผลใหก้ ารตัง้ ครรภ์คร้ังน้ีเป็นการต้ังครรภ์ทไ่ี ม่พรอ้ ม
การยุติการต้ังครรภ์ การตัดสินใจว่าการตั้งครรภ์เป็นการตั้งครรภ์ที่ไม่พร้อมไปจนถึงการตัดสินใจว่าจะยุติ
การตง้ั ครรภ์ เปน็ การตดั สนิ ใจของผหู้ ญงิ หรอื ผหู้ ญงิ มสี ว่ นหลกั ในการตดั สนิ ใจหลงั จากปรกึ ษากบั ผชู้ าย หรอื คนอนื่ ๆ แลว้
แต่ก็ยังพบกรณที กี่ ารตัดสนิ ใจไม่ใชข่ องผหู้ ญิงแตถ่ ูกโนม้ นา้ วหรือบังคบั ใหย้ ุตกิ ารตั้งครรภ์โดยคนรอบตัว
ความรู้ การรับรู้และข้อมูลเก่ียวกับการยุติการตั้งครรภ์ ผู้หญิงทั่วไปที่ยังไม่มีการเผชิญกับปัญหาตั้งครรภ์
เมื่อไม่พร้อมมาก่อน อาจจะไม่มีข้อมูลความรู้ใดๆ เกี่ยวกับการยุติการตั้งครรภ์เลย แต่เมื่อต้องเผชิญกับสถานการณ์
ตั้งครรภ์เมื่อไม่พร้อมด้วยตนเอง ผู้หญิงก็จะมีกระบวนการในการหาข้อมูลและสร้างชุดความรู้เกี่ยวกับการยุติ
การตง้ั ครรภไ์ ด้ดขี ึ้น ในขณะเดยี วกนั ผู้หญงิ ท่มี ปี ระสบการณ์ยตุ กิ ารตั้งครรภม์ าก่อนแล้ว จะใชข้ อ้ มูลจากประสบการณ์
เดิมในการตัดสินใจรับบริการ และข้อมูลส�ำคัญประการแรกที่ผู้หญิงต้องการรับรู้ คือ หน่วยบริการท่ีสามารถยุติ
การต้ังครรภ์ในอายุครรภ์ของตนเองได้ รองลงมาคือ รูปแบบหรือวิธีการที่ใช้เพื่อยุติการตั้งครรภ์ และ บริการนั้นเป็น

4 สมาคมวางแผนครอบครวั แห่งประเทศไทยฯ

บริการท่ีถูกกฎหมายหรือไม่ ในภาพรวม การรับรู้เก่ียวกับการยุติการต้ังครรภ์ท่ีถูกกฎหมาย พบว่า กลุ่มตัวอย่าง
มกี ารรบั รู้ใน 4 ลักษณะ คอื (1) รวู้ า่ มบี รกิ ารยุตกิ ารตัง้ ครรภ์ท่ีถูกกฎหมาย และรู้รายละเอยี ดเงือ่ นไขในการรบั บริการ
(2) รู้ว่าเพียงว่า บริการยุติการต้ังครรภ์ไม่ผิดกฎหมาย แต่ไม่รู้ในรายละเอียด (3) ไม่รู้ว่าสามารถยุติการตั้งครรภ์ได้
โดยไม่ผิดกฎหมาย (4) ไมม่ ีขอ้ มลู อะไรเกีย่ วกบั กฎหมายและการยุติการตงั้ ครรภเ์ ลย
ทัศนคติต่อการยุติการต้ังครรภ์ ส่วนใหญ่เชื่อว่า การยุติการตั้งครรภ์เป็นทางเลือกส�ำหรับคนที่ท้องเมื่อ
ไม่พร้อม เป็นบริการที่จ�ำเป็นส�ำหรับผู้หญิง แต่ยังมีผู้หญิงที่เชื่อว่าเป็นการท�ำบาป แต่เกือบท้ังหมด ระบุว่า มีทัศนคติ
ทีเ่ ปล่ียนหลังจากทีต่ ้องเผชิญกับสถานการณ์น้ีด้วยตัวเอง
ความคาดหวังเก่ียวกับบริการยุติการต้ังครรภ์ ผู้หญิงคาดหวังให้บริการยุติการตั้งครรภ์ เป็นบริการยุติ
การต้ังครรภ์ท่ีถูกกฎหมาย รักษาความลับความเป็นส่วนตัว มีทางเลือกในการยุติการต้ังครรภ์ และให้บริการได้
ในอายุครรภ์ในขณะนั้นของผู้หญิง สถานท่ีเข้าถึงง่าย ไม่ไกล มีค่าใช้จ่ายเหมาะสม และสามารถจ่ายได้ มีการให้ค�ำ
ปรึกษาหรือค�ำแนะน�ำก่อนมารับบริการท่ีเป็นแรงจูงใจให้เลือกมารับบริการที่คลินิก ทั้งในรูปแบบของสายด่วน
ให้ค�ำปรึกษาและข้อมูลในอินเตอร์เน็ต และมีบริการอ่ืนๆ ที่เกี่ยวข้องหรือการดูแลต่อเนื่องเพื่อป้องกันการตั้งครรภ์
เม่อื ไมพ่ ร้อมซ�้ำ
การศึกษาน้ีชี้ให้เห็นถึงความส�ำคัญในการให้ข้อมูลเกี่ยวกับบริการให้ครบถ้วนรอบด้าน โดยเฉพาะในเร่ือง
กฎหมายและเง่ือนไขในการรับบริการยุติการต้ังครรภ์อย่างถูกกฎหมาย การพัฒนาคุณภาพการให้ค�ำปรึกษาและ
บริการคุมก�ำเนิด เพื่อลดความผิดพลาดของการใช้วิธีคุมก�ำเนิดท่ีอาจเกิดขึ้นได้ การท�ำงานในเชิงรุกให้ความรู้เพ่ือ
ป้องกันการต้ังครรภ์เม่ือไม่พร้อมในทุกกลุ่ม และพัฒนาเนื้อหาในการให้ข้อมูลท่ีสอดคล้องกับสถานการณ์ของ
แต่ละช่วงวัย และการมาตรการหรือกิจกรรมเพ่ือป้องกันการตั้งครรภ์เม่ือไม่พร้อมซ้�ำและการดูแลสุขภาพส�ำหรับ
ผู้รับบริการยุติการต้ังครรภ์ซ�้ำ ในแง่ของนโยบาย ควรมีการประชาสัมพันธ์ให้เกิดความเข้าใจมากข้ึนเกี่ยวกับบริการ
ยุติการต้ังครรภ์ที่ถูกกฎหมาย และสิทธิประโยชน์ท่ีครอบคลุมโดยหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า และควรจัดให้บริการ
ยตุ ิการตั้งครรภเ์ ป็นบริการท่ีเขา้ ถึงไดโ้ ดยผ้หู ญิงทกุ คนท่ีตั้งครรภเ์ มอ่ื ไมพ่ ร้อมและตอ้ งการยตุ กิ ารต้งั ครรภ์
ประเด็นวิจัยที่ส�ำคัญท่ีควรมีการศึกษาต่อไปได้แก่ สถานการณ์ด้านการใช้วิธีคุมก�ำเนิดท่ีน�ำไปสู่การต้ังครรภ์
เมื่อไม่พร้อมของผู้หญิงแต่ละช่วงวัย การประเมินผลการให้ค�ำปรึกษาหลังบริการยุติการตั้งครรภ์ เพื่อป้องกัน
การเกิดการตั้งครรภ์เมื่อไม่พร้อมซ�้ำ และการศึกษาสถานการณ์ตั้งครรภ์เมื่อไม่พร้อมในผู้หญิงอายุ 45 ปีขึ้นไป
หรือผ้หู ญงิ ใกล้พน้ ช่วงวยั เจรญิ พนั ธ์ุ

สมาคมวางแผนครอบครวั แหง่ ประเทศไทยฯ 5

Executive Summary

This is a report of the study of knowledge, perceptions, attitudes and expectations
towards abortion services among a sample of service recipients from clinics of the Planned
Parenthood Association of Thailand (PPAT). It is a qualitative research effort with data collected
through in-depth interviews (IDI). A total of 40 abortion clients at PPAT medical clinics
in all regions of Thailand were recruited, and provided informed consent to participate
in the study with staff counselors. The participating PPAT clinics include three in Bangkok,
two clinics in the North, and one clinic each in the Northeast and South regions.
The sample had a mean age of 27.6 years (minimum 15, and maximum 47 years).
Most respondents were in the 25-44 years age group. Fully 18 women said they were single,
and 13 were full-time students. The clients were a mixture of those who lived in the same province
as the clinic and those who lived outside the area. Of the 40 cases, 29 were having their first abortion,
while the other eleven were having a repeat abortion.
The principal causes of the unplanned pregnancy relate to inability to use contraception
for health or other reasons, incorrect use of contraception, or use of non-clinical methods of
contraception (e.g., withdrawal, safe period, etc.). The reason for having the abortion include the
need to remain enrolled in school, inability to raise a child due to financial limitations, problems
with the father of the pregnancy, not wanting to have any more children, and being single and not
yet ready for marriage. The sample included women who had experienced sexual coercion. Usually,
there was no single reason for wanting an abortion for this pregnancy; it was usually a combination
of the factors mentioned above.
Termination of pregnancy: The determination that a pregnancy is unwanted and that an
abortion is needed is the decision of the woman primarily and, ideally, in consultation with the father
of the pregnancy and/or significant others. There are some cases in which the decision is made on
behalf of the woman without her consent.
Knowledge, perception and information about abortion: Some women who are pregnant
for the first time may not know about the option of pregnancy termination. However, when these
women discover they are pregnant, many seek out information to help them decide what to do.
The first thing that a pregnant woman needs to determine is the gestational age of the pregnancy.

6 สมาคมวางแผนครอบครวั แหง่ ประเทศไทยฯ

If she has decided to abort the pregnancy, the women needs to identify a safe and legal service.
The level of the knowledge of the participants in this study about the legality and conditions of
abortion in Thailand ranged across the following: (1) They knew that the abortion they were having
was legal, and they knew the details of the terms and conditions for the service in advance; (2) They
only knew that the abortion was not illegal, but did not know the details; (3) They did not know that
there are illegal abortions being done; or (4) They had no knowledge about the law and abortion.
Attitudes toward abortion: Most of the respondents felt that pregnancy termination was the
decision of the woman or couple, and it is an essential service for those in need. Some said they
had believed that having an abortion was a sin. However, after having an unwanted pregnancy, their
attitude changed.
Expectations about having an abortion: The respondents in this study expected that
the abortion they were having was legal, and that the provider would keep their information
confidential. They understood that abortion was one of the options they had, and that it should
be convenient to access, and be affordable. They expected to receive counseling or advice
before receiving the service, either in the form of a hotline phone number, Internet counseling, or
in-person advice. They expected to receive guidance on not having a repeat unplanned pregnancy.
This study highlights the importance of providing comprehensive information about
pregnancy termination, especially regarding the law and conditions for legal abortion service in
Thailand. The findings point to the need to improve the quality of contraceptive counseling and
services to minimize incorrect use. Staff need to conduct outreach education to ensure availability
of accurate information on pregnancy prevention that is tailored to the needs and receptivity of
each group. There should be more public information dissemination to improve understanding
of legal abortion services and benefits covered by Thailand’s universal health insurance scheme.
Society needs to understand that pregnancy termination is part of essential reproductive health care
which all women and couples are entitled to.
There is more research needed on the factors which contribute to contraceptive user failure
at different ages. There should be more evaluation of the effectiveness of post-abortion counseling,
especially in terms of preventing repeat, unplanned pregnancy. There should be a study of unplanned
pregnancy in women age 45 years or over, or women who are approaching the end of their
reproductive life.

สมาคมวางแผนครอบครัวแหง่ ประเทศไทยฯ 7

สารบัญ

กติ ติกรรมประกาศ ................................................................................................................................................... 3
บทสรุปผูบ้ รหิ าร ....................................................................................................................................................... 4
Executive Summary ............................................................................................................................................ 6
1. บทนำ� ................................................................................................................................................................. 10
1.1 ทมี่ าและความสำ� คญั .................................................................................................................................. 10
1.2 สถานการณ์ที่เกย่ี วขอ้ ง ............................................................................................................................... 11
1.3 วัตถปุ ระสงค์ในการศึกษา ........................................................................................................................... 12
1.4 สมมตุ ิฐานของการวจิ ยั ............................................................................................................................... 12
1.5 วรรณกรรมทเ่ี ก่ยี วขอ้ ง ............................................................................................................................... 13
2. ระเบยี บวธิ ีในการวิจยั ......................................................................................................................................... 17
2.1 ขอบเขตการศึกษา ...................................................................................................................................... 17
2.2 คำ� จ�ำกัดความ ............................................................................................................................................ 17
2.3 วิธดี �ำเนินการวิจัย ....................................................................................................................................... 17
2.3.1 กล่มุ ตวั อยา่ ง (Samples) ............................................................................................................... 17
2.3.2 การสมั ภาษณ์ระดบั ลกึ (In-depth interview) ............................................................................. 17
2.3.3 ผสู้ ัมภาษณ ์..................................................................................................................................... 18
2.3.4 การเขา้ ถงึ กลมุ่ ตัวอย่าง (Recruitment) ........................................................................................ 18
2.3.5 เคร่ืองมือท่ใี ช้ในการท�ำวจิ ยั ............................................................................................................ 19
2.3.6 ระยะเวลาในการศกึ ษา ................................................................................................................... 19
2.3.7 การวเิ คราะห์ข้อมลู ........................................................................................................................ 19
2.4 จริยธรรมการวจิ ัย ....................................................................................................................................... 20
2.5 ระยะเวลาดำ� เนินงาน (4 เดือน) ................................................................................................................. 20
3. ผลการศกึ ษา ....................................................................................................................................................... 21
3.1 คณุ ลกั ษณะทางประชากรของผใู้ ห้ข้อมูล. ................................................................................................... 21
3.2 การต้งั ครรภ์เมือ่ ไมพ่ รอ้ ม และการตดั สินใจยตุ ิการตั้งครรภ์ ....................................................................... 23
3.2.1 สถานการณ์ทีน่ ำ� ไปส่กู ารต้งั ครรภ ์ .................................................................................................. 23
3.2.2 เหตผุ ลหรือเง่ือนไขของการต้ังครรภท์ ่ไี มพ่ ร้อม ............................................................................... 27
3.2.3 การตัดสินใจยตุ ิการตั้งครรภ ์ .......................................................................................................... 28
3.2.4 การตดั สินใจเกยี่ วกบั การคุมก�ำเนิดหลังยตุ กิ ารต้ังครรภ ์................................................................. 30
3.2.5 ความพยายามยุติการตัง้ ครรภ์ด้วยตัวเอง กอ่ นมารบั บรกิ ารทคี่ ลินิก .............................................. 30
3.3 ความรแู้ ละการรับร้ขู อ้ มลู เก่ยี วกับการยตุ ิการตงั้ ครรภ ์............................................................................... 31
3.4 ทัศนคตติ ่อการยตุ ิการตง้ั ครรภ ์................................................................................................................... 32
3.5 ความคาดหวังเก่ียวกบั บรกิ ารยตุ ิการต้งั ครรภ์ ............................................................................................ 33
3.6 สรุปประเด็นผลการศึกษาส�ำคัญ ................................................................................................................ 35

8 สมาคมวางแผนครอบครวั แหง่ ประเทศไทยฯ

4. อภิปรายผลการศกึ ษา และบทสรุป .................................................................................................................... 37
4.1 ลักษณะทางประชากรของผูร้ ับบรกิ ารยุตกิ ารตงั้ ครรภ ์............................................................................... 37
4.2 การต้งั ครรภ์เมื่อไมพ่ รอ้ ม และการยตุ กิ ารต้ังครรภ ์..................................................................................... 39
4.3 บริการยุติการตั้งครรภ์ ............................................................................................................................... 40
4.4 ความรู้ การรบั รู้ และทัศนคติต่อการยุติการตั้งครรภ ์ ................................................................................. 40
4.5 ความคาดหวังตอ่ บรกิ ารยตุ ิการต้ังครรภ ์..................................................................................................... 42
4.6 บทสรปุ ...................................................................................................................................................... 42
4.7 ขอ้ เสนอแนะ .............................................................................................................................................. 43
5. บรรณานกุ รม ....................................................................................................................................................... 45
ภาคผนวก...................................................... ........................................................................................................... 49
ภาคผนวก ก. เคร่อื งมือในการเกบ็ ขอ้ มลู . ................................................................................................................. 49
1. แบบฟอร์มสำ� หรับบนั ทกึ ขอ้ มูลคุณลักษณะทางประชากรของผู้ใหข้ อ้ มูล
(Socio-demographic matrix) .................................................................................................................. 49
2. แนวค�ำถามก่งึ โครงสร้าง (Semi-structured questions guideline)
ส�ำหรับการสมั ภาษณ์ระดับลกึ ..................................................................................................................... 50
ภาคผนวก ข. เอกสารขอคำ� ยนิ ยอมผู้เข้าร่วมการวิจยั .............................................................................................. 52
ภาคผนวก ค. ใบรบั รองจรยิ ธรรมการวจิ ัยในคน ...................................................................................................... 54

สมาคมวางแผนครอบครัวแห่งประเทศไทยฯ 9

1บทนำ�

1.1 ท่ีมาและความส�ำคัญ
สถานการณด์ า้ นกฎหมายเกยี่ วกบั การยตุ กิ ารตงั้ ครรภห์ รอื การทำ� แทง้ ณ ปจั จบุ นั ราชกจิ จานเุ บกษาไดป้ ระกาศ
เม่อื 6 กมุ ภาพันธ์ 2564 พระราชบญั ญัติแก้ไขเพม่ิ เตมิ ประมวลกฎหมายอาญา ฉบบั ที่ 28 พ.ศ. 2564 เพื่อแก้ไขเพ่มิ เติม
ความผิดฐานทำ� แท้งทใ่ี ชม้ าตั้งแต่ พ.ศ.2499 ให้หญงิ สามารถท�ำแทง้ ได้ภายในอายุครรภ์ 12 สัปดาห์ และเพมิ่ เหตยุ กเวน้
ความผิดอ่ืนๆ อนั จะเออ้ื ประโยชนแ์ ก่หญิงใหส้ ามารถท�ำแท้งไดอ้ ยา่ งปลอดภยั และไม่มีความผดิ ตามกฎหมาย ทงั้ น้ี การ
แกไ้ ขเพม่ิ เตมิ ดงั กลา่ วมผี ลใชบ้ งั คบั ตงั้ แตว่ นั ถดั จากวนั ประกาศในราชกจิ จานเุ บกษา กลา่ วคอื 7 กมุ ภาพนั ธ์ 2564 ซงึ่ การ
แก้ไขดงั กลา่ ว เปน็ ผลมาจากการทศี่ าลรัฐธรรมนูญมคี �ำวนิ ิจฉัยท่ี 4/2563 (19 กมุ ภาพนั ธ์ 2563) ชวี้ ่าประมวลกฎหมาย
อาญา มาตรา 301 ซึง่ กำ� หนดความผดิ แกห่ ญิงทีท่ ำ� ให้ตนเองแทง้ ขดั ตอ่ รฐั ธรรมนูญ
ดว้ ยเหตนุ ้ี ผหู้ ญงิ ทต่ี อ้ งการยตุ กิ ารตงั้ ครรภ์ ควรจะสามารถเขา้ ถงึ บรกิ ารยตุ กิ ารตง้ั ครรภท์ ปี่ ลอดภยั ได้ ในปจั จบุ นั
สิทธิประโยชน์ของหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าส�ำหรับประชาชนไทย ครอบคลุมการให้บริการยุติการต้ังครรภ์ด้วยยา
(MA) ด้วยยา Medabon® หรอื กระบอกดูดสญุ ญากาศ (MVA) หรือเครือ่ งดดู สญุ ญากาศไฟฟ้า (EVA) อยา่ งใดอย่างหนึง่
ในหญิงไทย ทุกกลมุ่ อายุ ทกุ สิทธิการรักษา ท่จี ำ� เป็นตอ้ งยุตกิ ารต้ังครรภ์ ตามเง่ือนไขของกฎหมายอาญา และขอ้ บงั คับ
แพทยสภา ขอ้ มลู จากระบบ e-Claim ของสำ� นักงานหลกั ประกนั สุขภาพแหง่ ชาติ (สปสช.) พบวา่ ในชว่ งต้งั แต่ปี 2561
เป็นตน้ มา มสี ถิติผใู้ ช้บรกิ ารจากสิทธิประโยชน์ เป็นผรู้ บั บริการยุตกิ ารตงั้ ครรภ์ด้วยยา Medabon® จำ� นวนมากทีส่ ดุ

ขอ้ มลู การเบกิ จา่ ยคา่ บรกิ ารการปอ้ งกนั การยตุ กิ ารตงั้ ครรภท์ ไ่ี มป่ ลอดภยั ดว้ ยยา Medabon®หรอื MVA sinv EVA
ผา่ นระบบ e-Claim ของ สปสช.

ปงี บประมาณ ดว้ ยยา Medabon® MVA EVA รวมใหบ้ ริการ
2559 จ�ำนวน ค่าบรกิ าร จ�ำนวน ค่าบริการ จำ� นวน ค่าบรกิ าร จำ� นวน ค่าบริการ
2560 (ราย) (บาท) (ราย) (บาท) (ราย) (บาท) (ราย) (บาท)
2561 3,657 สนับสนุนยา 3,657 -
2562 8,582 สนับสนุนยา - - - - 8,580
2563 9,767 17,896,326 - - - - 15,119 33,947,193
22,390 46,754,000 5,350 16,044,867 2 6,000 23,259 49,359,740
14,870 44,608,623 869 2,605,740 - - 16,039 48,115,623
1,166 3,498,000 3 9,000

ทม่ี า : ระบบ e-Claim ของสำ� นกั งานหลกั ประกันสขุ ภาพแห่งชาติ (ขอ้ มูล ณ 30 กันยายน 2563)

ข้อมูลจากระบบบบันทึกบรกิ ารของ สวท ในปี 2564 มีจำ� นวนผู้รบั บริการยตุ กิ ารตัง้ ครรภด์ ว้ ยวิธี MVA รวม
7,454 ราย และดว้ ยวธิ ี MA รวม 5,769ราย และพบวา่ ประมาณร้อยละ 10 เปน็ ผรู้ ับบริการทมี่ ีอายุไม่เกิน 19 ปี

10 สมาคมวางแผนครอบครัวแห่งประเทศไทยฯ

คลินิกเวชกรรม สวท อายไุ มเ่ กนิ 19 ป ี อายุ 20-24 อาย>ุ 25 รวม
ใหบ้ ริการ MVA 761 1,969 4,724 7,454
ใหบ้ ริการ MA 421 1,401 3,947 5,769
รวม 10 คลินิก 1,182 3,370 8,671 13,223

แหลง่ ขอ้ มลู : ส่วนงานแผนงานและประเมินผล สมาคมวางแผนครอบครวั แหง่ ประเทศไทยฯ

อยา่ งไรกต็ าม ในการใชบ้ รกิ ารของหน่วยบรกิ ารของรฐั ทต่ี ้องมกี ารบันทกึ ข้อมลู การรับบรกิ ารในระบบ ผู้หญิง
จ�ำนวนหนึ่งท่ีต้องการปกปิดหรือไม่เปิดเผยเก่ียวกับการยุติการต้ังครรภ์ จึงยังคงต้องการทางเลือกอ่ืนในการรับ
บรกิ ารอยู่
ตลอดระยะเวลากว่า 40 ปีท่ีให้บริการคลินิกเวชกรรมและบริการยุติการตั้งครรภ์ การคุมก�ำเนิด และบริการ
เกีย่ วกับสขุ ภาพทางเพศและอนามยั เจริญพันธ์ุอน่ื ๆ สวท รวบรวมข้อมูลจากผ้รู บั บริการ และพบวา่ การใหบ้ รกิ ารทเ่ี ปน็
มติ ร รกั ษาความลบั ทำ� ใหไ้ ดร้ บั ความเชอ่ื ใจจากผรู้ บั บรกิ ารมาโดยตลอด อยา่ งไรกต็ าม สวท เชอ่ื วา่ บรกิ ารของคลนิ กิ ยงั มี
สงิ่ ทต่ี อ้ งปรบั ปรงุ และพฒั นา เพอื่ ใหส้ ามารถตอบสนองตอ่ ความคาดหวงั หรอื ความตอ้ งการของผรู้ บั บรกิ ารใหด้ ยี ง่ิ ขนึ้ ถงึ
แมจ้ ะมขี อ้ มลู ความพงึ พอใจตอ่ บรกิ ารจากผรู้ บั บรกิ ารทผี่ า่ นมา แตก่ ย็ งั คงขาดขอ้ มลู เชงิ ลกึ ทจี่ ะชว่ ยใหเ้ ขา้ ใจสถานการณ์
ของผหู้ ญงิ ทตี่ งั้ ครรภเ์ มอ่ื ไมพ่ รอ้ มและตอ้ งตดั สนิ ใจยตุ กิ ารตงั้ ครรภเ์ กดิ จากเหตปุ จั จยั หรอื เงอ่ื นไขอะไร รวมทงั้ ผหู้ ญงิ เหลา่
น้ันมคี วามรแู้ ละการรับร้อู ย่างไรเกยี่ วกับการยุติการตง้ั ครรภ์ ก่อนทีจ่ ะตัดสินใจมารับบรกิ าร ซงึ่ รวมทั้งขอ้ มลู เก่ียวกับวธิ ี
การยุตกิ ารต้งั ครรภท์ จี่ ะเป็นทางเลอื กของแต่ละคน ผลกระทบระยะส้ันและระยะยาวทอี่ าจเกดิ จากการยตุ ิการตัง้ ครรภ์
เป็นต้น และทสี่ �ำคัญคอื ทัศนคตติ ่อการยตุ กิ ารตงั้ ครรภ์ ซ่งึ หากเปน็ ทศั นคติในเชิงลบ กอ็ าจจะนำ� ไปสู่การตตี ราหรอื ด้อย
คา่ ตัวเอง (self-stigma) และส่งผลตอ่ สถานการณใ์ นชีวติ หรอื สุขภาพอืน่ ๆ ต่อไปได้
ขอ้ มลู เหลา่ นม้ี คี วามสำ� คญั ทจ่ี ะชว่ ยให้ สวท ไดพ้ ฒั นาการใหบ้ รกิ ารทม่ี ากกวา่ การใหบ้ รกิ ารยตุ กิ ารตงั้ ครรภ์ แต่
รวมทงั้ การให้คำ� ปรึกษากอ่ นและหลงั การยตุ กิ ารตั้งครรภ์ เพือ่ ใหเ้ กดิ การตัดสนิ ใจท่ีเหมาะสมกับแตล่ ะคน และไมท่ �ำให้
การตดั สนิ ใจยุติการตง้ั ครรภก์ ลายเปน็ ตราบาปหรอื ความร้สู ึกผดิ ไปจนตลอดชีวิต
1.2 สถานการณก์ ารตัง้ ครรภ์เมอ่ื ไม่พร้อมในประเทศไทย
รายงานการเฝ้าระวังการตั้งครรภ์แม่วัยรุ่นประเทศไทย พ.ศ. 2564 ท่ีเก็บข้อมูลจากหญิงสัญชาติไทยท่ีมารับ
บรกิ ารตรวจหลังคลอด ตง้ั แต่ 1 เดือน แต่ไม่เกิน 1 ปี ในโรงพยาบาลท้งั ในและนอกสังกัดกระทรวงสาธารณสุข ทีอ่ ายุ
เม่อื คลอดต�่ำกว่า 20 ปี ใน 25 จังหวัด 60 สถานบริการ ในชว่ งเดือนเมษายน – พฤษภาคม 2564 พบว่า แมว่ ัยรนุ่
รอ้ ยละ 65.6 ไม่ต้ังใจต้ังครรภค์ ร้ังน้ี สะท้อนให้เหน็ วา่ ขนาดปญั หาของการตั้งครรภไ์ มพ่ รอ้ มในกลุ่มวัยร่นุ ยงั เป็นปัญหา
ส�ำคัญอยู่

สมาคมวางแผนครอบครวั แหง่ ประเทศไทยฯ 11

รายงานการเฝ้าระวังการท�ำแท้งในประเทศไทยปี 2563 ส�ำนักอนามัยการเจริญพันธุ์ กรมอนามัย กระทรวง
สาธารณสุข ซ่ึงรวบรวมข้อมูลจากสถานบริการสาธารณสุข 103 แห่งใน 35 จังหวัด มีผู้หญิงที่เป็นผู้ป่วยแท้ง
ทส่ี มัครใจเข้าร่วมในการสำ� รวจ 1,154 ราย พบว่า เปน็ ผูห้ ญงิ ทท่ี �ำแทง้ (induced abortion) ร้อยละ 53.8 และผ้หู ญงิ
ทีเ่ ป็นผู้ป่วยแทง้ เอง (spontaneous abortion) รอ้ ยละ 46.2 รายงานเฝา้ ระวงั ฯ ระบวุ า่ ผ้ปู ่วยท�ำแท้งส่วนมากเปน็
กลมุ่ อายุ 20 – 24 ปี รอ้ ยละ 20.7 สถานภาพสมรสคู่ ร้อยละ 66.1 ไม่ไดอ้ ยใู่ นระหว่างการศกึ ษา รอ้ ยละ 79.9 เหตผุ ล
ที่ทำ� แท้ง คือ เหตผุ ลด้านสุขภาพ รอ้ ยละ 45.6 และเหตุผล ด้านเศรษฐกจิ และสงั คม รอ้ ยละ 54.4 โดยในกลุ่มที่ทำ� แทง้
ดว้ ยเหตุผลด้านเศรษฐกจิ และสงั คม พบว่า ร้อยละ 55.8 เปน็ กล่มุ วยั รุ่นและเยาวชน อายตุ ำ่� กวา่ 25 ปี โดยอยรู่ ะหวา่ ง
การศกึ ษา
ในส่วนของวิธีการยุติการตั้งครรภ์ รายงานเฝ้าระวังการท�ำแท้งฯ พบว่า มีผู้ท่ีเคยท�ำแท้งไม่ส�ำเร็จและ
เขา้ มารบั บรกิ ารท�ำแท้งซ้ำ� ในสถานบรกิ ารของรัฐทอ่ี ยูใ่ นระบบเฝ้าระวงั การทำ� แทง้ ฯนี้ โดยพบว่า รอ้ ยละ 72.4 ในส่วน
ผปู้ ว่ ยทำ� แทง้ ครงั้ แรกไมส่ ำ� เรจ็ นน้ั เปน็ การยตุ กิ ารตง้ั ครรภด์ ว้ ยตนเองและ รอ้ ยละ 6.9 ทำ� แทง้ โดยบคุ คลไมท่ ราบคณุ สมบตั ิ
การทำ� แทง้ ที่ไมป่ ลอดภยั ยังนำ� ไปส่สู ถานการณ์ดา้ นสขุ ภาพของผู้หญงิ มาก (สณุ ีรตั น์ ยง่ั ยืน, 2564).
มีการศึกษาด้วยการวิเคราะห์ข้อมูลจากแบบรายงานทะเบียนบุคคลบริการศูนย์พ่ึงได้ ซึ่งหน่วยงานให้การ
ช่วยเหลือเด็กและผู้หญงิ ที่ถูกกระทำ� รนุ แรงและตง้ั ครรภไ์ มพ่ ึงประสงค์ ยอ้ นหลัง 10 ปี (2552–2562) ยอ้ นหลัง 10 ปี
พบว่า ผู้ที่ตั้งครรภ์ไม่พร้อมเกือบท้ังหมด (98%) ไม่มีการใช้วิธีคุมก�ำเนิดใดๆ เลย และมีผู้ที่ตัดสินใจรับบริการยุติ
การต้ังครรภ์ในโรงพยาบาล 11% ในขณะท่ีขอให้ส่งต่อ/แนะน�ำเครือข่ายยุติการต้ังครรภ์เพื่อรับบริการท่ีอื่น 21%
(เยาวเรศ และ จรรยาภรณ์, 2021)
1.3 วตั ถปุ ระสงค์ในการศกึ ษา

1) เพื่อศึกษาระดับความรู้ การรับรู้ ทัศนคติ และความคาดหวังของผู้หญิงที่รับบริการยุติการต้ังครรภ์ที่
คลินิกเวชกรรม สวท (รูปแบบบรกิ ารทเ่ี ปน็ มิตร รวดเรว็ รปู แบบบริการ และคาดหวัง)
2) เพอ่ื ศกึ ษาเหตุปจั จยั ที่เกี่ยวขอ้ งกบั การใชบ้ รกิ ารและการเขา้ ถึงบรกิ ารยุตกิ ารต้ังครรภ์ท่ีปลอดภัย
1.4 สมมุติฐานของการวจิ ัย
ผู้หญิงท่ีเข้ารับบริการยุติการต้ังครรภ์ ต้องการยุติการตั้งครรภ์ด้วยเหตุผลอ่ืนท่ีไม่ใช่เหตุผลทางการแพทย์
และเลือกรับบริการท่ีคลินิกเวชกรรม สวท เพราะต้องการรักษาความลับเกี่ยวกับการยุติการตั้งครรภ์ (ไม่ใช่นิรนาม)
ต่างจากการเข้ารบั บรกิ ารในโรงพยาบาลรัฐ ที่จะมีการบันทึกขอ้ มูลเขา้ ในระบบ
ผู้หญิงท่ีเข้ารับบริการยุติการตั้งครรภ์ มีปัจจัยเง่ือนไขท่ีท�ำให้ไม่สามารถป้องกันการการตั้งครรภ์ หรือมีปัจจัย
เงือ่ นไขทีท่ ำ� ใหก้ ารตงั้ ครรภอ์ ยใู่ นสถานการณ์ทีไ่ มพ่ รอ้ ม (unplanned pregnancy)
ผู้หญิงท่ีเข้ารับบริการยุติการต้ังครรภ์ มีความรู้ และการรับรู้เก่ียวกับบริการยุติการตั้งครรภ์ที่จ�ำกัด เช่น
ทางเลือกของวิธีการยุติการต้ังครรภ์ ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นภายหลังการยุติการต้ังครรภ์ หรือวิธีการคุมก�ำเนิดท่ี
เหมาะสมภายหลังยตุ ิการต้ังครรภ์

12 สมาคมวางแผนครอบครัวแห่งประเทศไทยฯ

1.5 วรรณกรรมท่เี กยี่ วขอ้ ง
การวิจัยเก่ียวกับการยุติการต้ังครรภ์ในประเทศไทยส่วนใหญ่เป็นการศึกษาในกลุ่มผู้หญิงวัยรุ่นหรือเยาวชน
มกี ลมุ่ ตวั อยา่ งในการศกึ ษาตงั้ แตน่ กั เรยี นประถมศกึ ษาไปจนถงึ นกั ศกึ ษามหาวทิ ยาลยั ซง่ึ มคี วามสนใจทจ่ี ะทำ� การศกึ ษา
ในกลุ่มประชากรนี้เป็นอย่างมาก อาจเป็นเพราะสถานการณ์ด้านการต้ังครรภ์เม่ือไม่พร้อมในกลุ่มน้ีเป็นประเด็นระดับ
ยุทธศาสตร์ของประเทศด้วย
การศึกษาความชุกของการตั้งครรภ์โดยไม่ได้วางแผน ในกลุ่มผู้หญิงท่ีมารับบริการฝากครรภ์ในโรงพยาบาล
พบวา่ ประมาณ 1 ใน 3 เป็นการต้ังครรภท์ ี่ไม่ได้วางแผน (Wattanakamolchai P. et.al, 2018) งามพศิ จนั ทร์ทิพย์
(2560) วิเคราะห์ข้อมูลผู้หญิงที่มารับบริการฝากครรภ์และคลอดท่ีโรงพยาบาล พบว่า ร้อยละ 12 หญิงวัยรุ่น อายุ
10-19 ปี ปัญหาของการต้ังครรภ์ในวัยรุ่นเกิดจากการขาดความรู้เร่ืองเพศศึกษา ไม่ใช้วิธีคุมก�ำเนิดเม่ือมีเพศสัมพันธ์
และยังมกี ารวเิ คราะหข์ ้อมูลผู้รับบรกิ ารต้งั ครรภ์ไม่พงึ ประสงค์ในโรงพยาบาล ยอ้ นหลัง 10 ปี โดยเยาวเรศ และ จรรยา
ภรณ์ (2564) พบว่า กว่าร้อยละ 40 เปน็ ผ้รู บั บรกิ ารช่วงอายไุ ม่เกนิ 18 ปี และคนที่อายุมากทสี่ ุดคอื ขณะต้ังครรภแ์ รก
อายุ 38 ปี
ในขณะที่การศกึ ษาในกลมุ่ คนไข้ภาวะแทง้ ในโรงพยาบาลรัฐในภาคใต้ พบว่ากว่าหนง่ึ ในสามของคนไข้ เป็นคน
ทเ่ี กดิ ภาวะแทรกซอ้ นจากการทำ� แทง้ ทไี่ มป่ ลอดภยั และมารบั บรกิ ารรกั ษาทโี่ รงพยาบาลรฐั โดยในกลมุ่ คนไขท้ ที่ ำ� แทง้ ไม่
ปลอดภยั น้ี เป็นกล่มุ เยาวชนอายไุ ม่เกิน 18 ปีกว่ารอ้ ยละ 37 (Chunuan, S. et al., 2012).
สาเหตุของการตัง้ ครรภ์
สาเหตุหลักท่ีท�ำไปสู่การตั้งครรภ์ในกลุ่มของผู้หญิงท่ีตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ คือ ปัญหาเกี่ยวกับการใช้วิธี
คุมก�ำเนิด ช่อทิพย์ และ ศิริวรรณ (2564) ศึกษากลุ่มตัวอย่างเป็นผู้หญิงตั้งครรภ์อายุ 35 ปีข้ึนไป ที่มารับบริการ
ฝากครรภ์ และพบว่า สาเหตุของการตั้งครรภ์อายุมาก ได้แก่ ไม่ได้คุมก�ำเนิด คิดว่าอายุมากแล้วคงไม่ต้ังครรภ์ ถึง
1 ใน 5 รอง ลงมา ได้แก่ ลมื กนิ ยาคมุ กำ� เนิด กินยาไมส่ ม่ำ� เสมอ กนิ ยาไมต่ รงเวลา การศกึ ษาเชิงคุณภาพ โดยนศิ านาถ
สรรคพงษ์ และ พนมพร พุม่ จนั ทร์ (2560) เกบ็ ข้อมูลจากผูห้ ญิงทตี่ ้งั ครรภเ์ ม่ือไมพ่ รอ้ มแตต่ ดั สินใจไมย่ ตุ ิการตั้งครรภ์
และพบว่า ผู้ให้ข้อมูลมีอายุ 25-28 ปี ในการศึกษานี้ ไม่มีการคุมก�ำเนิดเน่ืองจากขาดความตระหนัก ไม่คิดว่าจะต้ัง
ครรภ์ ใชว้ ธิ หี ลง่ั ภายนอก โดยคดิ วา่ จะไมท่ าํ ใหต้ ง้ั ครรภ์ รวมทง้ั ไมม่ ที กั ษะในการบอกวยั รนุ่ ชายใหร้ จู้ กั คมุ กาํ เนดิ หรอื บอก
ปฏเิ สธเมือ่ ถูกขอร้องเชงิ บังคบั ให้มเี พศสัมพันธ์ การศึกษาของเยาวเรศ และ จรรยาภรณ์ (2564) กพ็ บวา่ กลมุ่ ตัวอยา่ ง
ที่ตง้ั ครรภ์ไม่พึงประสงคเ์ กือบท้งั หมด ไม่ได้ใช้วิธีคมุ กำ� เนิดเลย
ในประเด็นเกี่ยวกบั ปญั หาในการใชว้ ิธคี ุมกำ� เนดิ มกี ารศกึ ษาทท่ี �ำในกลมุ่ เยาวชนและวยั ร่นุ จ�ำนวนมากทีแ่ สดง
ให้เห็นว่า วัยรุ่นและเยาวชนยังขาดความรู้เกี่ยวกับการใช้วิธีคุมก�ำเนิด ขาดความตระหนักในการป้องกันการต้ังครรภ์
โดยเฉพาะเยาวชนและวัยรุน่ ท่ยี งั อยใู่ นวยั เรียน เชน่ การศึกษาของเทพไท และคณะ (2563) เรอื่ งความรู้ ทศั นคติใน
การปอ้ งกนั การตงั้ ครรภใ์ นนกั เรยี นชน้ั มธั ยมศกึ ษาตอนตน้ เพศหญงิ 5 โรงเรยี น พบวา่ นกั เรยี นหญงิ มคี วามรใู้ นการปอ้ งกนั
การต้ังครรภ์ในวัยเรียนและทัศนคติท่ีถูกต้องต่อการป้องกันการต้ังครรภ์ในวัยเรียน อยู่ในระดับปานกลาง โดยความรู้
และทัศนคติที่ไม่ถูกต้องที่พบมากท่ีสุดในการศึกษานี้ คือ การใช้ยาคุมก�ำเนิดเป็นเวลานานจะเป็นอันตรายต่อร่างกาย
ของผหู้ ญงิ โดยเฉพาะยาเม็ดคุมก�ำเนดิ และ เพียรศรี นามไพร (2560) นักเรียนชัน้ มธั ยมศกึ ษา ความร้ใู นการป้องกัน

สมาคมวางแผนครอบครัวแหง่ ประเทศไทยฯ 13

การตง้ั ครรภแ์ ละเจตคตใิ นการปอ้ งกนั การตง้ั ครรภ์ อยใู่ นระดบั ปานกลาง โดยสว่ นใหญร่ ะบวุ า่ ถงุ ยางอนามยั เปน็ การคมุ
ก�ำเนิดทส่ี ะดวกและปลอดภยั มากท่ีสุด
สุภาภรณ์ ปัญหาราช (2017) ที่ท�ำการศึกษาในวัยรุ่นหญิงอายุ 15-19 ปีท่ีมารับบริการฝากครรภ์ พบว่า
สาเหตทุ ต่ี ง้ั ครรภข์ องกลมุ่ ตวั อยา่ ง มากกวา่ ครงึ่ หนงึ่ เกดิ จากปญั หาในการใชว้ ธิ คี มุ กำ� เนดิ ไมว่ า่ จะเปน็ ไมร่ จู้ กั วธิ คี มุ กำ� เนดิ
ไมไ่ ดใ้ ช้วธิ ีคุมก�ำเนิด และใชว้ ธิ คี มุ ก�ำเนิดแล้วเกดิ ความผิดพลาด
ส�ำหรับกลุ่มตัวอย่างท่ีเป็นวัยรุ่นระดับนักศึกษามหาวิทยาลัย ก็ยังพบตรงกันว่า ความรู้ในเร่ืองการคุมก�ำเนิด
เป็นปัจจัยหลักท่ีน�ำไปสู่การต้ังครรภ์หรือมีผลต่อพฤติกรรมการต้ังครรภ์ของวัยรุ่น พิมพ์วดี และคณะ (2560) ศึกษา
พฤติกรรมการป้องกันการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ในนักศึกษามหาวิทยาลัย พบว่า พบว่า นักศึกษาหญิงท่ีมีคู่เป็นชาย
สว่ นใหญม่ ีพฤตกิ รรมปอ้ งกันการตงั้ ครรภ์ไมพ่ ึงประสงคใ์ นระดบั ปานกลางทงั้ 4 ด้าน ไดแ้ ก่ การเลอื กใชว้ ิธกี ารคมุ ก�ำเนดิ
การหลีกเล่ียงความเสี่ยงท่ีก่อให้เกิดการตั้งครรภ์ มีทักษะการปฏิเสธ และแหล่งสนับสนุนหรือทางออกเมื่อเกิดปัญหา
โดยปัจจัยที่ส่งผลต่อการใช้วิธีคุมก�ำเนิดที่ส�ำคัญคือเรื่องรายได้ กล่าวคือ ไม่มีรายได้เพียงพอส�ำหรับใช้จ่ายในการใช้วิธี
คุมกำ� เนดิ ทำ� ใหก้ ลุม่ ตวั อย่างมีพฤติกรรมปอ้ งกันการตัง้ ครรภ์ไมพ่ ึงประสงคอ์ ยู่ในระดับปานกลาง
ธนิดา และคณะ (2565) พบว่า นักศึกษาส่วนใหญ่มีความรู้ความเข้าใจเร่ืองการป้องกันการตั้งครรภ์อยู่ใน
ระดับปานกลาง โดยยังมีความรู้ความเข้าใจท่ีไม่ถูกต้องในเรื่องยาคุมกำ� เนิด และวรารัตน์ และคณะ (2564) พบว่า
กลุ่มตัวอย่างมีความรู้และความเข้าใจในการป้องกันการตั้งครรภ์ยังไม่ถูกต้องดีพอ มาลีวัล เลิศสาครศิริ (2557)
ความรู้การคุมก�ำเนิดมีผลต่อระดับการรับรู้เรื่องการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ โดยการศึกษาน้ีพบว่า กลุ่มตัวอย่าง
ท่ีเป็นนักศกึ ษามีความรแู้ ละทศั นคติทถ่ี กู ต้องเก่ยี วกบั การคมุ กำ� เนิด
ปาริฉัตร และ คณะ (2562) ศึกษากลมุ่ วยั ร่นุ ทีม่ กี ารต้ังครรภซ์ ำ้� ทัง้ ทีต่ งั้ ใจและไมต่ ั้งใจ และไดส้ ะทอ้ นวา่ ปญั หา
ทฝี่ า่ ยชายไมม่ สี ว่ นรว่ มและไมใ่ หค้ วามรว่ มมอื ในการคมุ กำ� เนดิ ปลอ่ ยใหเ้ ปน็ ภาระหลกั ของผหู้ ญงิ คอื สถานการณท์ น่ี ำ� ไป
สู่การตง้ั ครรภ์
สาเหตทุ ่เี ปน็ การต้ังครรภ์ไมพ่ งึ ประสงค์
สาเหตุที่เป็นการต้ังครรภ์ไม่พึงประสงค์ ได้แก่ เป็นการตั้งครรภ์จากการถูกกระท�ำรุนแรงทางเพศ ฝ่ายชาย
ไมร่ บั ผดิ ชอบ ครอบครัวไม่ยอมรบั มปี ัญหาทางเศรษฐกจิ (เยาวเรศ และ จรรยาภรณ,์ 2564) การต้ังครรภ์หรือมีบตุ ร
เปน็ อปุ สรรคตอ่ การเรยี นหรอื การทำ� งาน ตง้ั ครรภข์ ณะยงั เปน็ นกั เรยี น และไมพ่ รอ้ มทจี่ ะมบี ตุ ร (ศวิ ะพร จงึ พชิ าญวณชิ ย,์
2557; เกสร และคณะ, 2563) สามีไมต่ ้องการมบี ตุ ร (ปฏญิ ญา และ คณะ, 2556) ผ้หู ญงิ ไมค่ ดิ วา่ ตนเองมคี วามสามารถ
ในการเลย้ี งดูบุตร (ฤดี และ เอมพร , 2557)
สาเหตุท่ีท�ำให้ตัดสินใจยุติการต้ังครรภ์ได้แก่ เงื่อนไขของครอบครัว การเงิน และสังคม (Chunuan, S. et
al., 2012) การต้ังครรภ์เมื่ออายุมาก เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่อาจท�ำให้การต้ังครรภ์น้ันเป็นการตั้งครรภ์ท่ีไม่พึงประสงค์
ได้ เนอื่ งจากมปี ญั หาในการยอมรบั การตงั้ ครรภน์ นั้ จากความกงั วลในเรอ่ื งภาระทเ่ี พมิ่ มากขน้ึ จำ� นวนบตุ รทม่ี ากพอแลว้
รวมทั้งความกังวลใจในเรือ่ งสขุ ภาพของตนเองและลูกดว้ ย (เบญจวรรณ คลา้ ยทบั ทิม, 2559).

14 สมาคมวางแผนครอบครัวแหง่ ประเทศไทยฯ

บรกิ ารยุตกิ ารต้ังครรภ์
ปญั หาหลกั ของบรกิ ารยตุ กิ ารตง้ั ครรภไ์ ดแ้ ก่ การทย่ี งั มโี รงพยาบาลของรฐั หลายแหง่ ทไ่ี มเ่ ตม็ ใจใหบ้ รกิ ารทาํ แทง้
ที่ปลอดภัย ถึงแม้จะมีการแก้ไขกฎระเบียบทางการแพทย์และบริการทําแท้งรวมถึงสิทธิของผู้หญิงในการเข้าถึงการ
ดูแลการทําแท้งท่ีครอบคลุม และที่ส�ำคัญคือ ผู้หญิงยังคงถูกตีตราและถูกเลือกปฏิบัติเมื่อพูดถึงปัญหาการทําแท้ง
โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ท่ีอายุน้อย ผู้มีสิทธิพิเศษและผู้หญิงชายขอบ (Chaturachinda, K., 2014) นอกจากน้ี ยังมี
เรื่องทัศนคติของผู้ให้บริการท่ีจ�ำเป็นต้องเร่งเปล่ียนแปลงเพื่อไม่ให้กลายเป็นอุปสรรคในการเข้าถึงบริการของผู้หญิง
(Chaturachinda and Boonthai, 2017)
สถานการณก์ ารตงั้ ครรภเ์ มอ่ื ไมพ่ รอ้ มและปญั หาในการเขา้ ถงึ บรกิ ารยตุ กิ ารตง้ั ครรภท์ ป่ี ลอดภยั เปน็ เงอื่ นไขผลกั
ดนั ใหผ้ หู้ ญงิ จำ� นวนไมน่ อ้ ยตอ้ งเสย่ี งตอ่ การทำ� แทง้ ทไ่ี มป่ ลอดภยั ดว้ ยการทำ� แทง้ ดว้ ยตนเองหรอื ใชบ้ รกิ ารทผ่ี ดิ กฎหมาย
มีข้อมูลว่า ผู้หญิงในเอเชีย มีอัตราการท�ำแท้งท่ีไม่ปลอดภัยสูงถึงร้อบละ 30 (Iqbal Shah & Elisabeth Ahman,
2004) การศกึ ษาในประเทศไทยพบวา่ การทำ� แทง้ ทไ่ี มป่ ลอดภยั เกดิ ขน้ึ ในกลมุ่ วยั รนุ่ อายตุ ำ่� กวา่ 20 ปใี นสดั สว่ นทส่ี งู กวา่
กลมุ่ อายอุ นื่ (Srinil, S., 2011) รายงานวเิ คราะหส์ ถานการณก์ ารตงั้ ครรภข์ องวยั รนุ่ โดยองคก์ ารยนู เิ ซฟ (2558) วเิ คราะห์
ข้อมลู 10 ปี (พ.ศ. 2547-2556) วยั รุ่นอายุ 10-14 ปี เปน็ กล่มุ ท่มี ีอตั ราการท�ำแท้งสงู ทสี่ ดุ รองลงมาคอื อายุ 15-19 ปี
กลมุ่ อายุ 30-49 ปีมีอัตราการทำ� แท้งสูง เป็นอันดับสาม
ข้อมูลจากผู้หญิงท่ีผ่านการท�ำแท้งท่ีไม่ปลอดภัยและมารับการรักษาอาการแทรกซ้อนในโรงพยาบาล
ให้ข้อมูลเก่ียวกับการท�ำแท้งท่ีไม่ปลอดภัยว่า เป็นการท�ำเองท่ีบ้านหรือหอพักมากที่สุด แต่หากเป็นการท�ำแท้งใน
สถานบรกิ าร กจ็ ะเปน็ สถานบรกิ ารทำ� แทง้ ทผ่ี ดิ กฎหมายมากกวา่ โดยวธิ กี ารทใ่ี ชม้ ากทสี่ ดุ คอื การใชย้ าสอด รองลงมาคอื
ยากนิ แตส่ ุดทา้ ยกจ็ บลงเป็นการท�ำแท้งงทไี่ มส่ มบูรณแ์ ละมีอาการแทรกซ้อน (Chunuan, S. et al., 2012).
การส�ำรวจในกลุ่มตัวอย่างขนาดใหญ่ทางภาคเหนือ พบว่า กลุ่มตัวอย่างจ�ำนวนมาก ท้ังผู้ชายและผู้หญิง
ระบุว่า ได้ผ่านประสบการณ์การต้ังครรภ์เมื่อไม่พร้อม โดยสองในสามของกลุ่มนี้ ที่เป็นท้ังในฐานะผู้ชายท่ีท�ำให้
ตั้งครรภ์และผู้หญิงที่ตั้งครรภ์เม่ือไม่พร้อม ระบุว่า การต้ังครรภ์นั้นสิ้นสุดลงด้วยการท�ำแท้ง และส่วนใหญ่เป็นการ
ทําแท้งเองหรือใช้บริการการทําแท้งที่ผิดกฎหมาย ไปที่คลินิกเอกชนหรือโรงพยาบาล จนน�ำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนท่ีได้
รับการรกั ษา (Tangmunkongvorakul, A. et. al., 2011)
ทัศนคตติ อ่ การยตุ ิการตัง้ ครรภ์
การศึกษาในประเทศไทยเก่ียวกับทัศนคติต่อการท�ำแท้ง ส่วนใหญ่เป็นการศึกษาในกลุ่มคนท่ัวไปหรือกลุ่ม
อาชีพต่างๆ เช่น แพทย์ พยาบาล นักสังคมสงเคราะห์ นักศึกษาแพทย์ นักกฎหมาย หรือประชาชนท่ัวไป เป็นต้น
แตก่ ารศกึ ษาความคดิ ของผหู้ ญงิ เองเกยี่ วกบั การทำ� แทง้ ยงั มกี ารศกึ ษาไมม่ ากนกั แตม่ กี ารศกึ ษาของนธิ นิ นั ท์ มหาวรรณ
(2552) ทพ่ี บวา่ ผหู้ ญงิ วยั รนุ่ ทผี่ า่ นประสบการณก์ ารทำ� แทง้ ทผ่ี ดิ กฎหมายมา มคี วามคดิ เหน็ ตอ่ การทำ� แทง้ ทง้ั ในเชงิ บวก
และเชิงลบไปด้วยกัน กล่าวคือ คิดว่าการท�ำแท้งคือทางเลือกท่ีจ�ำเป็น ในขณะที่รู้สึกว่าเป็นการกระท�ำที่ไม่ดีและ
เป็นบาปอยู่มาก

สมาคมวางแผนครอบครัวแหง่ ประเทศไทยฯ 15

วีระชัย และคณะ (2556) ส�ำรวจวัยรุ่นอายุ 10 – 19 ปี ที่ก�ำลังศึกษาช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 2 และอาชีวศึกษาปีที่ 2
ท้ังประเทศ พบว่า ประมาณร้อยละ 15 ของกลุ่มตัวอย่างตอบว่า หากเกิดตั้งครรภ์ระหว่างเรียนจะตัดสินใจยุติ
การตัง้ ครรภ์ โดยจะปรกึ ษาพอ่ แม่ เพ่อื นและครู เชน่ เดยี วกบั การศึกษาของ Fengxue, Y. et.al (2003) ที่สำ� รวจ
กลุ่มตัวอย่างนักเรียนมัธยมปลายซึ่งพบว่า มีทัศนคติเชิงลบต่อการต้ังครรภ์ในวัยรุ่น แต่มีทัศนคติเชิงบวกต่อการยุติ
การต้งั ครรภ์ โดยพบวา่ นักเรียนวัยรนุ่ มคี วามต้งั ใจทจ่ี ะปอ้ งกนั การต้ังครรภ์ แต่หากเกิดการตัง้ ครรภข์ น้ึ มา กเ็ ลือกทจี่ ะ
ยุตกิ ารตัง้ ครรภ์ได้
สุรีรัตน์ รงเรือง (2559) ศึกษาทัศนคติ ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของนักศึกษาและบุคลากรที่มีต่อ
การตั้งครรภ์ในระหว่างเรียนของวัยรุ่นมุสลิม พบว่า ระดับทัศนคติต่อการต้ังครรภ์ในระหว่างเรียนของวัยรุ่นมุสลิม
ท่ีมีค่าเฉล่ียต�่ำสุดคือ “เมื่อวัยรุ่นมุสลิมมีการต้ังครรภ์และไม่พร้อมท่ีจะต้ังครรภ์ต่อไป ครู อาจารย์หรือผู้ที่เก่ียวข้อง
ควรแนะนำ� ให้นกั ศกึ ษายุติการตง้ั ครรภด์ ว้ ยการทำ� แท้ง”

16 สมาคมวางแผนครอบครวั แห่งประเทศไทยฯ

2ระเบยี บวธิ ใี นการวิจัย

2.1 ขอบเขตการศึกษา
ในการศึกษาน้ีเป็นการวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) โดยใช้การเก็บข้อมูลเป็นการสัมภาษณ์
เชงิ ลกึ (In-Depth Interview) โดยเปน็ การคดั เลอื กสุ่มตวั อยา่ งแบบเจาะจง (Purposive Sampling) กลุม่ ประชากร
ทท่ี ำ� การศกึ ษา คือ ผู้หญิงท่เี ข้ามารับบริการยุติการตง้ั ครรภ์ทคี่ ลินิกเวชกรรม สวท ท้ัง 4 ภาค ได้แก่ ภาคเหนือ เชยี งใหม่
และ ล�ำปาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ขอนแก่น ภาคใต้ สงขลา (หาดใหญ่) ภาคกลาง กรุงเทพมหานคร 3 คลินิก
บางเขน ป่นิ เกลา้ และ ดินแดง
การศกึ ษานีจ้ ะเก็บข้อมลู กลุ่มตวั อยา่ งประชากร 40 ราย โดยให้เป็นกลุ่มตวั อยา่ งจากภมู ิภาคตา่ งๆ โดยก�ำหนด
ให้มีกลุ่มตวั อย่างจาก 3 คลนิ กิ ในกรงุ เทพฯ 10 ราย และจากแตล่ ะภูมิภาค 10 รายต่อภมู ิภาค
2.2 คำ� จ�ำกัดความ
การยุติการตั้งครรภ์ หรือ การท�ำแท้ง (Induced abortion) หมายถึง การส้ินสุดลงของการตั้งครรภ์ท่ี
เกิดจากการชักน�ำด้วย วิธีการใดๆ ในกรณีท่ีมีเหตุผลทางการแพทย์จ�ำกัดอายุครรภ์ไม่เกิน 12 สัปดาห์ และในกรณีที่
ไม่มีเหตุผลทางการแพทย์ไมจ่ ำ� กดั อายุครรภ์ ตามเงอื่ นไขการใหบ้ ริการของคลินิกเวชกรรม สวท
2.3 วธิ ดี ำ� เนนิ การวิจยั
2.3.1 กลมุ่ ตวั อยา่ ง (Samples)
กลมุ่ ตวั อยา่ งของการศกึ ษาน้ี คอื ผหู้ ญงิ ทเี่ ขา้ มารบั บรกิ ารยตุ กิ ารตงั้ ครรภท์ คี่ ลนิ กิ เวชกรรม สวท ทงั้ หมด 10 แหง่
จำ� นวนรวม 40 ราย โดยใหเ้ ปน็ กลมุ่ ตวั อยา่ งจากภมู ภิ าคต่างๆ โดยกำ� หนดใหม้ ีกลุม่ ตัวอยา่ งจาก 3 คลนิ กิ ในกรงุ เทพฯ
10 ราย และจากแต่ละภูมิภาคอย่างน้อย 10 รายต่อภูมิภาค โดยก�ำหนดคุณลักษณะเบื้องต้นอื่นๆ เพ่ือให้ได้ข้อมูล
ท่มี ีความหลากหลายมากพอ เช่น กลุ่มอายุ สถานภาพสมรส ภูมลิ �ำเนา (ในหรือนอกพืน้ ทคี่ ลินกิ ) ท�ำแทง้ คร้งั แรก/ทำ� ซำ้�
2.3.2 การสมั ภาษณ์ระดบั ลึก (In-dept interview)
การสมั ภาษณร์ ะดบั ลกึ ในการศกึ ษานี้ จะใชแ้ นวคำ� ถามกงึ่ โครงสรา้ ง (semi-structured question guideline)
และขออนุญาตในการบันทกึ เสยี งการสัมภาษณ์เพื่อน�ำข้อมูลไปใช้ในการวิเคราะห์ต่อไป
การสัมภาษณจ์ ะเกดิ ข้ึนหลงั จากทีผ่ ู้รบั บรกิ ารให้การยนิ ยอม (informed consent) หลังจากทราบข้อมูลครบ
ถ้วนเกี่ยวกับโครงการศึกษาฯ นี้แล้วเท่านั้น โดยอาจเป็นการนัดหมายเพ่ือท�ำการสัมภาษณ์ในวันต่อไป หรือหากผู้รับ
บริการมีความพร้อมที่จะให้สัมภาษณ์เลย พนักงานสัมภาษณ์จะท�ำการสัมภาษณ์ในห้องหรือพื้นที่ที่มีความเป็นส่วนตัว
และไม่บคุ คลอ่นื ใดร่วมอยู่ในการสมั ภาษณด์ ้วย

สมาคมวางแผนครอบครัวแหง่ ประเทศไทยฯ 17

2.3.3 ผู้สมั ภาษณ์
ผู้สัมภาษณ์คือ เจ้าหน้าที่ท่ีได้รับมอบหมายจากส�ำนักงาน สวท ส่วนกลางและส่วนภูมิภาค โดยก�ำหนดว่า
ผู้สัมภาษณ์จะต้องไม่เป็นเจ้าหน้าที่ท่ีให้บริการแก่ผู้รับบริการผู้น้ันมาก่อนหน้าน้ี เช่น แพทย์ พยาบาลหรือเจ้าหน้าท่ี
ให้ค�ำปรึกษา เพื่อป้องกันการเกิดความรู้สึกไม่สบายใจที่จะตอบค�ำถามเก่ียวกับบริการที่ได้รับหรือความคาดหวัง
ของบริการ
เจ้าหน้าท่ีท่ีได้รับการมอบหมายให้ผู้สัมภาษณ์ในการศึกษาน้ีท้ังหมด ได้รับการอมรบจากนักวิจัยร่วมของ
โครงการ (ผศ.ดร. ดสุ ติ า พงึ่ สำ� ราญ) ซง่ึ เปน็ ผเู้ ชยี่ วชาญในการดำ� เนนิ การวจิ ยั เชงิ คณุ ภาพในประเดน็ ทม่ี คี วามละเอยี ดออ่ น
การอบรมจะประกอบด้วย เป้าหมาย วัตถุประสงค์ของการศึกษา ค�ำถามวิจัยหลักของการศึกษา กระบวนการขอ
คำ� ยนิ ยอม การจดั การสมั ภาษณใ์ หร้ กั ษาความเปน็ สว่ นตวั และความลบั ใหก้ บั ผใู้ หข้ อ้ มลู เทคนคิ ในการสมั ภาษณร์ ะดบั ลกึ
2.3.4 การเขา้ ถึงกลมุ่ ตวั อย่าง (Recruitment)
กลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้หญิงที่เข้ามารับบริการยุติการต้ังครรภ์ที่คลินิกเวชกรรม สวท ทั้งหมด 10 แห่ง โดย
เจ้าหน้าท่ีให้คำ� ปรึกษาทใ่ี ห้บริการประจ�ำคลนิ ิก จะใหข้ อ้ มูลเก่ยี วกบั โครงการศึกษาฯ น้ี กับผู้รบั บรกิ าร และเปดิ โอกาส
ให้ผู้รับบริการตัดสินใจด้วยตัวเองว่า สนใจที่จะเข้าร่วมในการศึกษาน้ีหรือไม่ โดยเกณฑ์ในการเข้าร่วมการศึกษา
(Inclusion criteria) ได้แก่ ผหู้ ญิงอายุ 15 ปขี น้ึ ไป ทีต่ ้ังครรภ์และเขา้ รับบรกิ ารยุตกิ ารตั้งครรภท์ ีค่ ลินิกเวชกรรม สวท
แห่งใดแห่งหนึ่งในเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ 2565 โดยเข้ามารับบริการยุติการต้ังครรภ์ภายใต้เง่ือนไขการให้บริการ
ของ สวท คอื มอี ายคุ รรภไ์ มเ่ กนิ 12 สัปดาห์ ตามทก่ี ฎหมายระบใุ ห้สามารถยตุ กิ ารต้งั ครรภ์ได้
เกณฑ์ในการแยกออกจากโครงการ (Exclusion criteria) ไดแ้ ก่
1) มีภาวะเจ็บปว่ ยทางรา่ งกายท่อี าจเป็นอปุ สรรคตอ่ การสมั ภาษณใ์ หเ้ สรจ็ ส้ิน
2) มีภาวะซึมเศรา้ หรือภาวะทางสขุ ภาพจิตหลังการยตุ กิ ารตั้งครรภ์
3) ไม่สามารถสอื่ สารดว้ ยภาษาไทยไดเ้ ขา้ ใจดว้ ยตวั เอง
การให้เลิกจากการศึกษา (Discontinuation criteria) ผู้ที่เข้าร่วมโครงการและให้ความยินยอมในการ
เก็บข้อมูล ต่อมาภายหลังระหว่างการด�ำเนินการเก็บข้อมูล หากคนใดมีความต้องการท่ีจะออกจากโครงการไม่ว่าด้วย
กรณใี ด ๆ สามารถออกจากโครงการได้ และจะไมเ่ กดิ ผลกระทบใด ๆ ทง้ั สน้ิ หรอื หลงั จากเสรจ็ สนิ้ กระบวนการเกบ็ ขอ้ มลู
แลว้ มคี วามตอ้ งการทจ่ี ะออกจากโครงการไมว่ า่ ดว้ ยกรณใี ด ๆ กส็ ามารถแสดงความจำ� นงตอ่ ผเู้ กบ็ ขอ้ มลู โดยผเู้ กบ็ ขอ้ มลู
จะไมใ่ ช้ข้อมูล จากบุคคลนนั้ ในการวิเคราะหแ์ ละแปลผล

พื้นท ี่ จ�ำนวชนวผนรู้ ใบั หรเ้ ขิกา้ารรท่วม่ไี ดก้ราับรศกาึกรษตาดิ ตอ่ / จ�ำนวนปฏเิ สธ จำ� นวนคนที่เข้าร่วม
กรงุ เทพฯ 32 22 การศกึ ษา
ภาคเหนือ 17 7
ภาคตะวันออกเฉียงเหนอื 19 9 10
ภาคใต ้ 15 5 10
10
10

18 สมาคมวางแผนครอบครวั แห่งประเทศไทยฯ

แ•ล กะรพงุ บเทวพา่ ฯเห: ไตมผุ ส่ ละขดอวงกกใาหรข้ ปอ้ ฏมเิ ลูสธไทมม่ีจ่ ะเี วเขลา้ารต่วอ้ มงใรนบี กกาลรศบั กึ โษดยากไลดบัแ้ กไป่ เลย หรอื อ้างวา่ มธี ุระ ยนิ ดีให้สัมภาษณแ์ ล้ว

แต่เปล่ียนใจภายหลัง เหน่ือยอ่อนเพลียจากการยุติการต้ังครรภ์ ผู้ยุติการตั้งครรภ์มาปรึกษาแฟน แต่แฟน

•• ไภภมาาอ่คคนตเหญุะนวาอืนัต:อมสอา่วกยนเฉตุ มยีิกางากเรไหตมนงั้่มอืคีเว:รลรบภาา้ โ์นไดมไยกส่ ทละ่ีไดมมวญี่ไกดา้บรตอบี มิ กไาปใดคทว้ ร�ำยตธห้อุรลงะารตยีบ่อคไนปแไทลมะำ� ส่ กดะจิ้วดยววัตสกรภรปาอรพะอรจบีา�ำกกวาลันศบั ใหบ(ฝ้เา้ ปนน็นตเพปกร)กาตะิ เหมารถโดยสาร

มา บางคนกลัวว่าเรื่องส่วนตัวที่เล่าไปเอาไปเผยแพร่กลัวคนอ่ืนรู้ว่าเป็นตัวเอง แม่ของผู้ยุติการตั้งครรภ์
กงั วลวา่ ขอ้ มลู ทใ่ี หส้ มั ภาษณเ์ ชงิ ลกึ จะมผี ลตอ่ อนาคตเดก็ บางคนยนิ ดใี หส้ มั ภาษณแ์ ลว้ แตเ่ ปลย่ี นใจภายหลงั

• ไภมาบ่คอใตก้:เหไมตสุ่ผาลมสา่วรนถตนวั ง่ั รเหอในหื่อส้ ยัมอภอ่ านษเพณล์ไดียจ้ กาลกัวกขา้อรยมุตูลิกไมา่เรปตน็ ง้ั คครวราภมล์ ับ

2.3.5 เคร่อื งมอื ทใ่ี ช้ในการท�ำวิจัย
การเก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ระดับลึก (In-depth interview) โดยใช้แนวค�ำถามก่ึงโครงสร้าง
(Semi-structured questions guideline) เป็นแนวทางส�ำหรับการสัมภาษณ์ และมีแบบฟอร์มส�ำหรับบันทึกข้อมูล
คณุ ลกั ษณะทางประชากรของผใู้ หข้ อ้ มลู (Socio-demographic matrix) โดยจะถกู สรา้ งใหเ้ ปน็ แบบฟอรม์ สำ� หรบั กรอก
ขอ้ มลู ออนไลนด์ ว้ ย google form ทนี่ กั วจิ ยั หลกั และนกั วจิ ยั รองสามารถดเู พอ่ื ตรวจสอบความครอบคลมุ ของคณุ ลกั ษณะ
ของกลุ่มตัวอย่างท่ีต้องการได้ (ดู ภาคผนวก ก.)
แนวค�ำถามก่งึ โครงสรา้ ง (Semi-structured questions guideline) สำ� หรับการสมั ภาษณ์ระดับลกึ ประกอบ

ดว้ ยชุดคำ� •••••ถ าทคคกกมาาววศั ใรราานนตตมมคหั้งัดรคตคหู้มสาิเรดวรินกรอืดหใ่ยี ภจขตววท์รอ้่อังกับจ่ีไมไบั มปบาลู กพ่กนรเากผริกี้รย่ีอ้ใู้ายหวรมุตกบ้ย:ิกบัุตรปากิกกิ รราาาะตรรรวง้ั ยตัตคตุง้ั กิรคกิราราภรรรต์ ภตทงั้ ง้ั:์คศั คเรนหรรครตภตภผุ ์ทิห:์ล่ผีวรทา่ธิอื ีต่นกี คัดมาวสราายินมเตุใหรจกิ สู้ตาึกผผุ รตู้มลต่อสีทงั้ ตว่คที่ นนรำ� รเเใกอภหย่ีง์ค้ ผจวรลขารกกอ้ภรกงค์ะใารนทร้งั กตบนาดัหีเ้รสปลตนิน็งั ดั จใคสจารยินกรตุใกภจิกา์ทราไี่ยรมตตุ ่พ้ังกิ รคา้อรรมรตภง้ั ค์ รรภ์

2.3.6 ระยะเวลาในการศกึ ษา
การศึกษานจี้ ะด�ำเนินการในช่วงเดอื นมกราคม - เมษายน 2565
2.3.7 การวเิ คราะห์ข้อมลู
การศกึ ษานจี้ ะใชซ้ อฟตแ์ วร์ NVivo for Windows สำ� หรบั การจดั การขอ้ มลู เพอ่ื การวเิ คราะห์ โดยใชแ้ นวทางการ
วเิ คราะหแ์ บบสรปุ อปุ นยั (Analytic Induction) คอื การตคี วามสรา้ งขอ้ สรปุ ขอ้ มลู จากสงิ่ ทเี่ ปน็ รปู ธรรมหรอื ปรากฏการณ์
ที่มองเห็นทเ่ี ก็บรวบรวมมาได้

สมาคมวางแผนครอบครวั แหง่ ประเทศไทยฯ 19

2.4 จริยธรรมการวิจัย
ระเบียบวิธีในการศึกษานี้ได้รับการอนุมัติด้านจริยธรรมการวิจัยในคนจากคณะกรรมการจริยธรรมการวิจัยใน
คน สถาบันวิจยั ประชากรและสังคม มหาวิทยาลยั มหดิ ล เมื่อวันที่ 23 ธนั วาคม 2564 (COA No. 2021/12-221)

2.5 ระยะเวลาดำ� เนินงาน (4 เดอื น)

กจิ กรรม ม.ค. 65 ก.พ. 65 มี.ค. 65 เม.ย. 65

อบรมทีมงานวจิ ัยเพอื่ เตรยี มพรอ้ มในการเก็บข้อมูล • • •
เชงิ คณุ ภาพ (สมั ภาษณเ์ ชิงลกึ )

นดั หมายผเู้ ขา้ ร่วมโครงการเพ่ือดำ� เนนิ การสมั ภาษณ์ • •
จำ� นวน 40 เคส

วเิ คราะหข์ ้อมลู สรปุ ผลการศึกษา และเขยี นรายงานวิจยั

20 สมาคมวางแผนครอบครัวแห่งประเทศไทยฯ

3ผลการศกึ ษา

3.1 คุณลักษณะทางประชากรของผใู้ ห้ขอ้ มลู
การศึกษาน้ไี ด้เกบ็ ขอ้ มลู จากผ้หู ญิงทีเ่ ข้ามารับบรกิ ารยุตกิ ารต้ังครรภ์ที่คลินกิ เวชกรรม สวท ทง้ั 4 ภาค ไดแ้ ก่
ภาคเหนอื เชยี งใหม่ และ ลำ� ปาง ภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื ขอนแกน่ ภาคใต้ สงขลา (หาดใหญ)่ ภาคกลาง กรงุ เทพมหานคร
3 คลนิ ิก บางเขน ปิ่นเกล้า และ ดนิ แดง ได้กลมุ่ ตวั อยา่ งรวมท้ังสนิ้ 40 ราย โดยใหเ้ ปน็ กล่มุ ตัวอย่างจากภมู ภิ าคตา่ งๆ
โดยก�ำหนดให้มีกลุ่มตัวอย่างในกรุงเทพฯ 10 ราย (เก็บข้อมูลจาก 3 คลินิก ได้แก่ ดินแดง บางเขน และปิ่นเกล้า
จากภาคเหนือ 10 ราย (จากคลินิกเชยี งใหม่ 5 ราย และล�ำปาง 5 ราย) จากภาคตะวันออกเฉยี งเหนอื คลนิ กิ ขอนแก่น
10 ราย และภาคใต้ คลนิ ิกหาดใหญ่ จงั หวดั สงขลา 10 ราย
ตารางท่ี 1 แสดงขอ้ มลู คณุ ลกั ษณะทางประชากรของผใู้ หข้ อ้ มลู พบวา่ อายเุ ฉลย่ี ของกลมุ่ ตวั อยา่ งในการศกึ ษา
น้ี คอื 27.6 ปี โดยมกี ลมุ่ ตวั อยา่ งทอ่ี ายุต่ำ� สุด 15 ปี และสูงสุด 48 ปี โดยอย่ใู นกลมุ่ อายุวัยทำ� งาน 25-44 ปี มากท่สี ดุ
คือ 16 คน รองลงมาคอื วยั รุ่นอายุ 20-24 ปี 12 คน และเยาวชน 15-19 ปี จ�ำนวน 9 คน โดยในจำ� นวนนี้เปน็ เยาวชน
อายตุ ำ�่ กว่า 18 ปีจ�ำนวน 6 คน กล่มุ ตัวอยา่ งทอ่ี ายมุ ากกว่า 45 ปใี นการศึกษานีม้ ี 3 คน (อายุ 48 ปี จากกรุงเทพฯ
1 คน อายุ 47 ปี จากขอนแก่น 1 คน และ อายุ 46 ปี จากสงขลา 1 คน)
สถานะการมคี /ู่ การสมรส พบว่า เกอื บครึ่งหน่งึ หรอื 18 คน ระบุว่า โสด ไม่มีคู่ และ 12 คน ระบุว่า มคี ู่/แฟน
แตไ่ มไ่ ด้แตง่ งานหรือจดทะเบยี นสมรส ส่วนคนที่แตง่ งาน/จดทะเบียนมที ั้งหมด 7 คน และ อกี 3 คนระบวุ ่า เปน็ หมา้ ย/
หย่า/แยกกับสามีแล้ว
ในส่วนของอาชีพ กลุ่มตัวอย่างผู้รับบริการส่วนใหญ่ ยังคงเป็นนักเรียนนักศึกษา คือทั้งหมด 13 คน ท่ีโดย
ในจำ� นวนน้ีเป็นนกั เรียนระดบั มัธยมตน้ 2 คน มธั ยมปลายหรอื เทียบเท่า 5 คน ปวส./เทยี บเท่า 2 คน และปรญิ ญาตรี
4 คน รองลงมา คือ กล่มุ ตัวอย่างทีว่ า่ งงาน หรอื ไม่มีงานทำ� จำ� นวน 6 คน และท่ีเหลอื ระบอุ าชีพอื่นๆ เช่น พนักงานหรือ
ลูกจ้างประจำ� 5 คน รับจา้ งรายวัน 4 คน และอนื่ ๆ
ในภาพรวมของระดับการศึกษา พบว่า กลุ่มตัวอย่างอยู่ในระดับการศึกษา/จบการศึกษา มัธยมปลาย/
เทียบเทา่ 11 ราย ปริญญาตรี 11 ราย รองลงมาคือ มัธยมตน้ 10 ราย และอ่ืนๆ
กลมุ่ ตวั อยา่ งทเ่ี ปน็ ผรู้ บั บรกิ ารของคลนิ กิ สวท อยอู่ าศยั ในจงั หวดั อน่ื ทไี่ มใ่ ชจ่ งั หวดั ทต่ี ง้ั ของคลนิ กิ ทมี่ ารบั บรกิ าร
ยตุ กิ ารตง้ั ครรภค์ รงั้ น้ี กลา่ วอกี นยั หนงึ่ คอื เปน็ ผรู้ บั บรกิ ารจากนอกพน้ื ท่ี 11 ราย และในพน้ื ทเี่ ดยี วกบั ทตี่ งั้ คลนิ กิ 29 ราย

สมาคมวางแผนครอบครัวแหง่ ประเทศไทยฯ 21

ตาราง 1: คณุ ลกั ษณะทางประชากรของผใู้ ห้ขอ้ มูล จ�ำนวน (คน)
9
คุณลกั ษณะทางประชากร (N=40) 12
กลุ่มอายุ (อายุเฉล่ยี 27.6 ปี และ อายุต่ำ� สดุ – สงู สุด 15-48 ปี) 16
15-19 ป ี 3
20-24 ปี 18
25-44 ปี 12
45 ปีข้ึนไป 7
การมีค่/ู สถานภาพสมรส 3
โสด 6
มคี ู่ ไมไ่ ด้จดทะเบียน/แตง่ งาน 13
แตง่ งาน/จดทะเบยี น 5
หมา้ ย/หย่า/แยก 1
อาชีพ 3
วา่ งงาน ไมไ่ ดท้ �ำงาน 4
นักเรยี น นกั ศกึ ษา 4
ลกู จา้ งประจ�ำ (รวมราชการ รฐั วสิ าหกจิ บริษัทเอกชน) 2
พนกั งานพารท์ ไทม์ ลกู จา้ งรายวัน 2
อาชพี อสิ ระ 1
รับจ้างรายวัน 10
ค้าขาย 11
เจ้าของกจิ การ / ธุรกจิ สว่ นตวั 7
เกษตรกร 11
ระดับการศกึ ษาสงู สดุ 10
ประถมศึกษา 5
มัธยมต้น 5
มธั ยมปลาย/เทยี บเทา่ 10
ปวส. / อนุปริญญา / เทยี บเท่า 10
ปรญิ ญาตรี 29
ที่ตงั้ คลนิ กิ ทร่ี ับบรกิ าร 11
กรุงเทพฯ 29
เชียงใหม ่ 11
ล�ำปาง
ขอนแก่น
สงขลา
ทอ่ี ยูป่ ัจจุบนั ของผูร้ บั บรกิ าร
จังหวัดเดียวกบั คลนิ ิกทร่ี ับบริการ
จังหวัดอน่ื ไมใ่ ชค่ ลินกิ ที่รับบริการ
การยุติการตัง้ ครรภ์ครง้ั น้เี ปน็ คร้ังแรกหรอื ไม ่
ครง้ั แรก
ไมใ่ ช่ครง้ั แรก

22 สมาคมวางแผนครอบครัวแห่งประเทศไทยฯ

ข้อมูลลักษณะทางประชากรของกลุ่มตัวอย่างท่ีเป็นผู้รับบริการของคลินิกเวชกรรม สวท นี้ แสดงให้เห็นว่า
ผู้รับบริการยุติการต้ังครรภ์ มีคุณลักษณะท่ีหลากหลาย และปัญหาของการต้ังครรภ์ไม่พร้อม เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้
กับผหู้ ญงิ ในทุกช่วงวยั ถงึ แมว้ า่ จะมีกลมุ่ ตวั อย่างในวยั รุ่นเป็นจ�ำนวนมาก แต่ผู้หญงิ ทอ่ี ายมุ ากกวา่ 40 ปีในการศึกษานี้
มจี �ำนวน 7 คน ช่วง 30 ปี 9 คน 20 ปี 15 คน และตำ่� กวา่ 20 ปี 9 คน

การท่ีมีกลุ่มตัวอย่างกลุ่มใหญ่ท่ีสุดเป็นนักเรียนนักศึกษา ก็สะท้อนว่าปัญหาการตั้งครรภ์ไม่พร้อมยังคงเป็น
เร่ืองท่ีต้องท�ำงานในเชิงป้องกันเพ่ิมมากขึ้นในสถานศึกษาทุกระดับ นอกจากน้ัน เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาด
ของโควิด 19 อาจสง่ ผลให้ประชาชนจำ� นวนมากตกอยใู่ นภาวะวา่ งงาน ขาดรายได้ หรือรายไดล้ ดลง ท�ำใหก้ ารศึกษาน้ี
ไดเ้ ห็นวา่ กลุม่ ตัวอย่างท่ีผูว้ า่ งงาน ไม่มีงานทำ� หรือไมม่ อี าชีพท่มี ีรายไดท้ แี่ น่นอน (เช่น รับจ้างรายวัน) เปน็ กลุ่มที่เลือก
ทจ่ี ะยตุ ิการต้งั ครรภ์ด้วย
พื้นที่อยู่อาศัยของผู้รับบริการท่ีอยู่นอกพ้ืนท่ีของที่ต้ังคลินิก ส�ำหรับกลุ่มตัวอย่างในพื้นที่กรุงเทพฯ ส่วนใหญ่
จะมาจากกรุงเทพฯ และจังหวัดปริมณฑล ส่วนคลินิกท่ีจังหวัดขอนแก่น ได้กลุ่มตัวอย่างผู้รับบริการจากมหาสารคาม
และนครพนม คลินิกหาดใหญ่ ได้กลุ่มตัวอย่างผู้รับบริการจากนครศรีธรรมราช ส่วนภาคเหนือกลุ่มตัวอย่างทั้งหมด
ยังเป็นคนในจังหวัดเดียวกบั ท่ีตง้ั คลนิ กิ เป็นหลัก ซึง่ ข้อมลู จากระบบบริการของ สวท กพ็ บวา่ มผี รู้ ับบริการจากตา่ งพนื้ ท่ี
มารบั บบรกิ ารทค่ี ลนิ ิกในแตล่ ะจงั หวดั อย่เู ปน็ จ�ำนวนมากอย่างสมำ�่ เสมอ
ประสบการณเ์ กย่ี วกบั การยตุ กิ ารตงั้ ครรภ์ พบว่า กลมุ่ ตัวอยา่ ง 11 รายเป็นผทู้ ีม่ ีการยุติการตั้งครรภซ์ �้ำ และ
29 รายเปน็ ผทู้ ่ีเขา้ มารับบริการยตุ ิการต้งั ครรภ์เปน็ ครั้งแรก

3.2 การตั้งครรภ์เม่อื ไม่พรอ้ ม และการตัดสนิ ใจยตุ กิ ารต้งั ครรภ์
การศกึ ษานม้ี คี ำ� ถามเกย่ี วกบั ทม่ี าของการตงั้ ครรภ์ เหตผุ ลหรอื เงอื่ นไขทที่ ำ� ใหค้ รรภน์ เี้ ปน็ การตง้ั ครรภท์ ไ่ี มพ่ รอ้ ม
และการตดั สินใจยุตกิ ารต้งั ครรภ์
3.2.1 สถานการณท์ ี่นำ� ไปสู่การต้งั ครรภ์
กลมุ่ ตวั อย่างทเี่ ปน็ ผ้รู บั บรกิ ารคลนิ กิ เวชกรรม สวท มกี ารรบั รูเ้ ก่ียวกับตั้งครรภข์ องตัวเองค่อนขา้ งเร็ว ซ่ึงช่วย
ให้สามารถมารบั บริการยุติการต้ังครรภ์ทีค่ ลินกิ ได้ ตามเงื่อนไขการให้บรกิ ารที่อายุครรภต์ อ้ งไม่เกิน 12 สัปดาห์ ไมว่ ่าจะ
เป็นกลุ่มอายุน้อยหรืออายุมาก ก็จะสังเกตจากการท่ีประจ�ำเดือนขาดและสงสัยว่า จะมีการตั้งครรภ์ได้ต้ังแต่เดือนแรก
หรอื ตง้ั แตส่ ปั ดาหแ์ รกๆ ทปี่ ระจำ� เดอื นคลาดเคลอ่ื นไป สว่ นหนงึ่ เปน็ คนทเี่ คยผา่ นประสบการณย์ ตุ กิ ารตงั้ ครรภท์ ไี่ มพ่ รอ้ ม
มากอ่ นแลว้ และอีกสว่ นหน่ึงคือคนท่ีเฝ้าระวงั ตลอดเวลาเพราะไมพ่ ร้อมท่ีจะต้งั ครรภห์ รือมีลกู ได้ และหลายคนมีอาการ
ผิดปกติทางร่างกายหรืออาการแพ้ท้องทีช่ ัดเจนผนวกกับการทป่ี ระจำ� เดอื นขาดดว้ ย ทำ� ให้เกิดความสงสัย

สมาคมวางแผนครอบครวั แหง่ ประเทศไทยฯ 23

“เคลอ่ื นมาประมาณ 1-2 วนั นแี่ หละ รสู้ กึ วา่ ตวั เองมรี สู้ กึ คดั เตา้ นม แลว้ เมนสก์ ย็ งั ไมม่ า เลยตดั สนิ
ใจไปซอ้ื ชุดตรวจแลว้ ก็มาตรวจ”

(เชียงใหม่ CM04 อายุ 33 ปี มัธยมศกึ ษาตอนปลาย/เทยี บเท่า ไมไ่ ด้จดทะเบยี นแตง่ งาน คา้ ขาย ไมใ่ ช่ยุตกิ าร
ตั้งครรภ์เป็นครงั้ แรก)

“ตอนนอ้ี ายคุ รรภป์ ระมาณ 8 อาทติ ย์ 3 วนั แตม่ ารตู้ วั วา่ ตวั เองทอ้ งประมาณมกราฯ เพราะประจำ�
เดือนขาด แล้วก็ไม่ไดเ้ อะใจ แฟนเลยบอกใหซ้ ื้อท่ีตรวจมา และก็ตรวจทกุ อาทิตย์ แล้วก็ได้กนิ ยา
สตรีเบนโล กนิ ให้ประจำ� เดือนมา พอประจำ� เดือนไม่มา”

(สงขลา HY05 อายุ 24 ปี มธั ยมศึกษาตอนปลาย/เทียบเทา่ โสด ศาสนาอิสลาม เจา้ ของกจิ การ ยุตกิ ารตั้ง
ครรภเ์ ป็นคร้ังแรก)

“ปกตปิ ระจำ� เดอื นจะมาตรงทกุ เดอื น ถา้ มากค็ ลาดเคลอ่ื นประมาณวนั สองวนั คะ่ แตท่ นี อี่ าการใน
รา่ งกายมนั เปล่ยี นไปเหมือนกับว่า รสู้ กึ เหมอื นกบั วา่ รสู้ ึกเจบ็ ๆ เต้านมมันคัดๆ ร้สู กึ ไม่มั่นใจเลย
ลองไปซือ้ ท่ตี รวจครรภม์ าตรวจดู พอตรวจปบั กข็ ึ้นสองเลย”

(สงขลา HY08 อายุ 33 ปี ปวส./เทียบเท่า จดทะเบียนแตง่ งาน ลูกจา้ งประจ�ำ ยตุ ิการตั้งครรภเ์ ปน็ ครัง้ แรก)

ซง่ึ ทงั้ หมดน้ี ถอื เปน็ ขอ้ พงึ ปฏบิ ตั ใิ นการดแู ลสขุ ภาพสำ� หรบั ผหู้ ญงิ คอื การสงั เกตวา่ ประจำ� เดอื นมาตรงตามปกติ
หรือไม่ และเร่อื งน้ไี มไ่ ด้เกี่ยวขอ้ งเฉพาะกับเรื่องการตง้ั ครรภ์อย่างเดยี ว แตอ่ าจจะสะท้อนถึงปญั หาสขุ ภาพอนามัยเจรญิ
พนั ธ์อุ ืน่ ๆ ดว้ ย

สถานการณ์ทน่ี �ำไปสู่การตัง้ ครรภท์ ี่พบจากกลุ่มตวั อยา่ งท่ีเปน็ ผรู้ บั บริการคลนิ กิ เวชกรรม สวท ได้แก่
(1) มเี พศสมั พนั ธโ์ ดยไมไ่ ดใ้ ช้วธิ ีคุมก�ำเนดิ ใดๆ เลย และในกลุ่มนี้ พบวา่ เปน็ (1.1) มีเพศสมั พนั ธเ์ ป็นครงั้
แรก (1.2) มีเพศสมั พนั ธแ์ ละต้งั ใจท่ีจะมบี ตุ ร แตเ่ ปลีย่ นใจภายหลงั (1.3) มีภาวะสขุ ภาพ หรือ ตัวเอง/แฟนอายุมาก จน
ทำ� ใหเ้ ช่ือวา่ จะทำ� ให้ไม่ต้งั ครรภ์ (1.4) คิดวา่ ไมไ่ ดม้ เี พศสัมพันธ์บ่อยๆ หรอื มเี พศสมั พันธเ์ พยี งครง้ั เดยี ว ไม่นา่ จะทอ้ งได้
(1.5) ไม่กล้าซ้อื หรอื หาวิธีคุมกำ� เนิดมาใช้

“ไมไ่ ด้ปอ้ งกัน แต่กไ็ มไ่ ด้มเี พศสัมพันธบ์ อ่ ยนะคะ นานๆที มี แตก่ ็ตดิ เหมอื นกัน เพราะวา่ เพ่งิ คบ
กบั แฟนได้แค่ปีเดยี ว ก็ติด”

(สงขลา HY05 อายุ 24 ปี มธั ยมศึกษาตอนปลาย/เทียบเทา่ โสด ศาสนาอสิ ลาม เจ้าของกิจการ ยตุ ิการตง้ั
ครรภ์เปน็ ครง้ั แรก)

“ไม่กล้าเข้าไปซื้อยาค่ะ (ถาม: แฟนว่ายังไง) บอกไปซื้อแต่หนูไม่กล้าเข้าไปซ้ือค่ะ ตัวเขาเองก็
ไม่ไป ถงุ ยางอนามัยละ เขาก็ไม่กล้าเข้าไปซอ้ื ค่ะ”

(ขอนแก่น KK06 อายุ 16 ปี มัธยมศึกษาตอนปลาย/เทยี บเท่า โสด นกั เรียน/นักศกึ ษา ยุติการตง้ั ครรภ์เป็น
ครงั้ แรก)

24 สมาคมวางแผนครอบครัวแหง่ ประเทศไทยฯ

กลุ่มตัวอย่างจากจังหวดั ขอนแก่นคนหนึง่ เชอื่ ว่า ตนเองไม่มคี วามเส่ยี งท่จี ะต้ังครรภ์ เพราะตวั เองมีโรคประจำ�
ตวั สามีอายมุ ากแลว้ ไมไ่ ดม้ ีเพศสมั พันธ์กนั เปน็ ประจำ� และยังเชอ่ื ดว้ ยว่า การทำ� ความสะอาดหลังการมีเพศสัมพันธก์ ็
เพียงพอทจี่ ะป้องกันการต้งั ครรภไ์ ด้ แต่ท่เี กิดการตั้งครรภค์ รงั้ นี้ เชอ่ื วา่ เปน็ เพราะมีเพศสมั พนั ธก์ ันบอ่ ยกวา่ ปกติ

“เรากอ็ ายเุ ยอะแลว้ อกี ทง้ั ไมไ่ ดม้ เี พศสมั พนั ธก์ บั สามบี อ่ ย คดิ วา่ จะคมุ อยู่ จะคมุ ตวั เองอยู่ คอื นอน
ด้วยกันแล้วผู้ชายเค้าจะส�ำเร็จ (หล่ังข้างใน) เราก็จะเข้าห้องน้�ำ ไปปัสสาสะออกและก็ล้างแค่น้ี
เดอื นหนึ่ง 3-4 คร้งั ถา้ บ่อย ถา้ ไม่บ่อยก็ประมาณ 2 ครงั้ (แฟน) เขาก็มีอายุมากแล้ว 45-46 ปี
อีกอยา่ งชอบกินเหลา้ เค้าชอบกนิ เหลา้ น้�ำเชอ้ื เค้าจะไม่แขง็ แรงก็ปล่อยมาเป็นปกี ็ไม่มีอะไร ก็เลย
ปลอ่ ยตอ่ ”

(ขอนแกน่ KK04 อายุ 43 ปี ประถมศึกษา จดทะเบยี นแตง่ งาน เกษตรกร ไมใ่ ช่ยตุ กิ ารตงั้ ครรภเ์ ป็นครัง้ แรก)

(2) ใช้วิธีคุมก�ำเนิดแต่มีความผิดพลาด ได้แก่ ยาเม็ดคุมก�ำเนิด ยาฉีดคุมก�ำเนิด ยาฝังคุมก�ำเนิด ซ่ึงกรณีนี้
หลักๆ ทพ่ี บคือ ไม่ได้มกี ารใข้วิธีคมุ กำ� เนิดอยา่ งต่อเน่อื ง เชน่ เคยใช้ยาฉีดคมุ กำ� เนดิ มาก่อน แตไ่ ม่ได้ไปฉีดยาตามกำ� หนด
และไมม่ กี ารปอ้ งกนั ดว้ ยวธิ อี นื่ เมอื่ มเี พศสมั พนั ธ์ หรอื กนิ ยาเมด็ คมุ กำ� เนดิ แตไ่ มไ่ ดก้ นิ ตอ่ เนอื่ งเปน็ ประจำ� ลมื กนิ ยา หรอื
กินไม่ถกู วธิ ี

“ก็ฉีดยาคุม (แฟน) เขาบอกว่าต้องฉีดยาคุม หนูก็ฉีดมาตลอด ตอนนี้ก็ฉีด แต่ก็พอหนูขาแตก
(ประสบอบุ ัตเิ หต)ุ ก็ไม่ได้ฉีด ตอนน้ีก็ไม่ไดป้ อ้ งกนั อะไรเลย”

(กรงุ เทพฯ BK04 อายุ 19 ปี มธั ยมศึกษาตอนต้น โสด รบั จา้ งรายวนั ยตุ ิการต้งั ครรภเ์ ป็นคร้งั แรก)

“ก่อนหน้าน้ันจะเป็นการคุมก�ำเนิดแบบมีบางเดือนก็กินยา บางเดือนก็ไม่ได้ บางทีมันก็ลืม ใช้
ถุงยางบา้ ง บางทกี ็ไมไ่ ดใ้ ช้ บางทกี ก็ นิ ยา สลบั กนั ไป ครั้งลา่ สดุ นี้กไ็ มไ่ ด้กินยา”

(เชยี งใหม่ CM04 อายุ 33 ปี มัธยมศึกษาตอนปลาย/เทยี บเทา่ ไมไ่ ดจ้ ดทะเบียนแตง่ งาน คา้ ขาย ไม่ใชย่ ตุ กิ าร
ตัง้ ครรภ์เปน็ คร้งั แรก)

“ในชว่ งทแี่ ล้วไม่ไดไ้ ปฉีดต่อเนื่อง ขาดไป 2-3 อาทติ ยไ์ ด้ ทีไ่ มไ่ ด้ตอ่ เนื่องเลย ไมไ่ ด้ซอื้ ยาคมุ ไม่ได้
ไปฉีดต่อ ไมไ่ ด้อะไร”

(กรุงเทพฯ BK03 อายุ 26 ปี ปวส./เทียบเท่า จดทะเบียนแต่งงาน ลูกจ้างประจ�ำ ไม่ใช่ยุติการต้ังครรภ์
เปน็ ครั้งแรก)

กรณคี วามผดิ พลาดของวธิ คี มุ กำ� เนดิ ทพ่ี บวา่ มกั จะเกดิ ขนึ้ ไดเ้ ชน่ กนั และพบในกรณศี กึ ษาในหลายๆ การศกึ ษา
ดว้ ย คอื การทผ่ี ู้หญิงทำ� หมนั แตเ่ กิดการตั้งครรภ์ เชน่ กรณีตัวอยา่ งในการศกึ ษานี้ เป็นผู้หญงิ อายุ 48 ปี ที่เคยเกิดกรณี
ตงั้ ครรภห์ ลังจากการท�ำหมัน (หมันตัด) และตั้งครรภ์ เมื่อหลายปที ผ่ี ่านมา โดยครง้ั น้ันเธอก็ไดต้ ดั สนิ ใจยุตกิ ารตง้ั ครรภ์
โดยครง้ั น้นั ทางโรงพยาบาลได้ส่งตวั เธอไปยุติการตั้งครรภ์ที่คลนิ ิกเวชกรรม สวท และหลงั จากนน้ั เธอไดต้ ัดสินใจทจี่ ะไม่

สมาคมวางแผนครอบครัวแหง่ ประเทศไทยฯ 25

ทำ� หมนั และไมไ่ ดใ้ ชว้ ธิ คี มุ กำ� เนดิ ใดๆ แตเ่ ลอื กใชว้ ธิ กี นิ ยาคมุ กำ� เนดิ ฉกุ เฉนิ ดว้ ยเหตผุ ลอกี ขอ้ หนง่ึ คอื ไมไ่ ดอ้ ยกู่ บั แฟนเปน็
ประจ�ำและไมไ่ ด้มีเพศสัมพันธบ์ อ่ ย (กรงุ เทพฯ PK04 อายุ 48 ปี มัธยมศกึ ษาตอนต้น จดทะเบยี นแตง่ งาน คา้ ขาย ไมใ่ ช่
ยตุ ิการต้งั ครรภ์เป็นคร้งั แรก)
(3) ใชย้ าคมุ กำ� เนดิ ฉกุ เฉนิ กรณนี สี้ ว่ นใหญม่ กั จะเปน็ คนทไี่ มไ่ ดอ้ ยหู่ รอื มเี พศสมั พนั ธก์ บั แฟนเปน็ ประจำ� และ
คดิ ว่าไม่ต้องการท่ีจะมีภาระในการใช้วิธคี ุมก�ำเนดิ รปู แบบอืน่

“ตอนนี้ก็เลยใช้ยาคุมฉุกเฉินได้เพราะว่าไม่ได้อยู่บ้านเดียวกัน (กับแฟน) ด้วย เราจะเจอกันแค่
เดือนละคร้งั สองครัง้ ประมาณนี้ แค่นท้ี เี่ ราเจอกนั ”

(กรงุ เทพฯ BK02 อายุ 21 ปี มัธยมศึกษาตอนตน้ โสด ค้าขาย ยุตกิ ารตง้ั ครรภเ์ ป็นครัง้ แรก)

(4) การใชถ้ งุ ยางอนามยั แต่ไมส่ มำ่� เสมอ มกี ลุ่มตวั อยา่ งเพียงประมาณ 3-4 รายจากทั้งหมด 40 รายท่ีระบุ
ว่า มกี ารใช้ถุงยางอนามยั แตท่ ั้งหมดในจำ� นวนนี้ ไมไ่ ดใ้ ช้ถุงยางอนามัยอยา่ งสม�่ำเสมอ กรณีผู้หญงิ คนหนึ่งจากเชียงใหม่
อย่กู ินกับแฟนมากวา่ 10 ปี แต่มปี ญั หาในการกินยาเมด็ คุมกำ� เนดิ จงึ เปลย่ี นมาใช้ถงุ ยางอนามัย แต่ไมไ่ ด้มีการใชอ้ ย่าง
สม่�ำเสมอ จึงท�ำใหเ้ กิดการตง้ั ครรภเ์ มื่อไมพ่ รอ้ มในครงั้ นี้

“ช่วงแรกๆ กจ็ ะกินยาคุมค่ะ แล้วพอมนั ลมื บางคร้ังกนิ แล้วมันก็อยากอ้วก ก็เลยหยุดไปเลยยา
คุม (และไม่ไดค้ มุ ด้วยวธิ อี นื่ ) ก็เปลี่ยนมาเปน็ ใส่ถุง แต่กไ็ ม่สม�่ำเสมอ”

(เชยี งใหม่ CM05 อายุ 33 ปี ปรญิ ญาตรี ไมไ่ ดจ้ ดทะเบยี นแตง่ งาน อาชพี อสิ ระ ไมใ่ ชย่ ตุ กิ ารตงั้ ครรภเ์ ปน็ ครงั้ แรก)

(5) การหลงั่ ภายนอก หรอื ใชว้ ธิ คี มุ กำ� เนดิ แบบธรรมชาติ (เชน่ นบั วนั ) เปน็ วธิ ที ก่ี ลมุ่ ตวั อยา่ งสว่ นหนงึ่ ระบวุ า่
ใชเ้ พ่ือปอ้ งกนั ในกรณที ไี่ มไ่ ดใ้ ช้วิธคี มุ กำ� เนดิ อืน่ ๆ ซ่งึ สว่ นหนึง่ กเ็ ช่อื ว่า จะสามารถป้องกนั ไดจ้ ริงๆ ในขณะท่ีอกี สว่ นหนง่ึ ก็
คิดวา่ แบบนีค้ ือการไมไ่ ด้ปอ้ งกนั และท่ีน่าสนใจคือ มคี นท่ีใชว้ ธิ หี ลั่งภายนอกควบคไู่ ปกบั การกินยาเม็ดคมุ กำ� เนิดดว้ ย

“ทกุ ทกี ส็ ่วนใหญ่จะใช้วธิ ีหลง่ั นอกตลอด ถึงแม้วา่ บางเดอื นจะกนิ ยาหรือไมก่ ินยา เพราะวา่ ชอบ
ลืมกินยา”

(เชยี งใหม่ CM04 อายุ 33 ปี มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย/เทียบเท่า ไมไ่ ดจ้ ดทะเบยี นแตง่ งาน คา้ ขาย ไม่ใชย่ ุตกิ าร
ตั้งครรภ์เป็นครงั้ แรก)

“กค็ อื ไมไ่ ดป้ อ้ งกนั แตห่ นกู ไ็ มไ่ ดป้ ลอ่ ยใน กค็ อื ปลอ่ ยแคข่ า้ งนอก หนไู ปกนิ ยาคมุ แลว้ หนแู พย้ าคมุ
หนูกินไม่ไดห้ นูเคยลองมาหลายยี่หอ้ แลว้ มันถึงขัน้ มผี ่นื มอี ะไรขึน้ หนูก็เลยไมก่ ล้ากนิ ”

(กรงุ เทพฯ DD02 อายุ 18 ปี มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย/เทียบเทา่ ไมไ่ ดจ้ ดทะเบียนแต่งงาน นกั เรยี น/นกั ศกึ ษา
ยุติการตง้ั ครรภ์เป็นคร้ังแรก)

26 สมาคมวางแผนครอบครัวแห่งประเทศไทยฯ

3.2.2 เหตผุ ลหรอื เงื่อนไขของการต้ังครรภ์ท่ไี มพ่ รอ้ ม
เหตผุ ลหรอื เงอื่ นไขของการไม่พร้อม ทีพ่ บในการศกึ ษาน้ี ไดแ้ ก่ (1) ตัง้ ครรภใ์ นระหวา่ งเรียนหนงั สือ มีกล่มุ
ตวั อยา่ งที่เปน็ นักเรยี นนกั ศกึ ษา ถึง 13 คน ในจำ� นวนนี้เป็นนกั เรยี นมัธยมศึกษา 9 คน ที่เหลือเป็นนกั ศกึ ษาระดับ ปวส.
ไปจนถึงปรญิ ญาตรี ความกงั วลเรือ่ งการเรียนจงึ เป็นเหตผุ ลหลกั ของความไมพ่ รอ้ ม

นอกจากน้นั ยงั มีสถานการณอ์ ่นื ๆ ไดแ้ ก่ (2) มปี ญั หาทางดา้ นเศรษฐกจิ ตกงาน ขาดรายได้ รายไดไ้ ม่พอ หรือ
คนหารายได้ครอบครัวมเี พยี งคนเดยี ว (3) มปี ัญหากบั ผชู้ าย แฟนหรือสามี เช่น เพง่ิ เลกิ กนั หรือก�ำลงั จะเลกิ กัน แฟน
หรือตัวเองกำ� ลังคบหาคนใหม่ มีปญั หากบั ครอบครวั ของผ้ชู าย (4) ครอบครัวของตวั เองไมร่ ู้ว่ามแี ฟน/คบหากับผู้ชายอยู่
(5) ยงั ไม่ได้แต่งงาน จงึ คิดวา่ ยงั มีลูกในตอนน้ไี ม่ได้ (6) มีลกู จำ� นวนมากพอแลว้ ไมต่ ้องการมีลกู เพิม่

โดยกล่มุ ตวั อย่างส่วนใหญ่ จะระบุวา่ มปี ญั หาหรือเงอ่ื นไขหลายอยา่ งซ�้ำซอ้ นกนั ท่เี ป็นที่มาของความไม่พรอ้ ม
ในการตั้งครรภค์ รั้งน้ี

“มนั ก็หลายๆ อย่าง ท้งั เร่ืองงาน เร่ืองอะไรอยา่ งนี้ กย็ ังไม่ม่นั คง เพิ่งตกงานมา แลว้ ก็ ลูกเลก็ คน
เลก็ กอ็ ายเุ กา้ ขวบ คนโตกส็ บิ หา้ คนกลางสบิ สี่ กค็ อื ไลๆ่ กนั เรามแี ฟนใหม่ แลว้ เรากย็ งั ไมไ่ ดม้ น่ั คง
เราก็ยังไมร่ วู้ ่าอนาคตขา้ งหนา้ จะเป็นยงั ไง”

(กรงุ เทพฯ BK01 อายุ 36 ปี มัธยมศกึ ษาตอนต้น โสด (เพิ่งเลิกกับสาม)ี ว่างงาน ไม่ได้ทางาน ยตุ กิ ารตงั้ ครรภ์
เปน็ ครงั้ แรก)

“เรากำ� ลังเรยี นอยู่ ใกลจ้ ะจบแล้ว และอกี อยา่ งคือ ทางครอบครวั คือ ยงั ไมร่ บั รู้ตรงทว่ี ่า มอี ะไร
กับแฟน แตร่ ู้ว่าคบหากนั ค่ะ”

(กรุงเทพฯ DD02 อายุ 18 ปี มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย/เทยี บเท่า ไมไ่ ด้จดทะเบยี นแต่งงาน นกั เรียน/นักศกึ ษา
ยุติการตั้งครรภเ์ ปน็ ครงั้ แรก)

“คา่ ใชจ้ า่ ยดว้ ย การงานดว้ ย และความเปน็ อยดู่ ว้ ย กเ็ ลยนอนคดิ วา่ ถา้ เกบ็ เอาไวแ้ บบนก้ี จ็ ะลำ� บาก
กว่าน้ี แบบอยากใหม้ ีพร้อมทุกอย่างกอ่ นแล้วคอ่ ยม”ี

(สงขลา HY05 อายุ 24 ปี มัธยมศกึ ษาตอนปลาย/เทยี บเทา่ โสด เจ้าของกจิ การ ยตุ ิการตั้งครรภ์เปน็ คร้งั แรก)

นอกจากน้ัน ยังพบสถานการณ์ของการถูกล่วงละเมิดทางเพศ การถูกกระท�ำความรุนแรงโดยคู่/สามี และ
ความกงั วลใจตอ่ เรอื่ งสขุ ภาพของลกู หากใหเ้ กดิ มา กเ็ ปน็ เหตผุ ลของความไมพ่ รอ้ มทจี่ ะตง้ั ครรภข์ องกลมุ่ ตวั อยา่ งจำ� นวน
หนงึ่ ด้วย

“ตวั เองอายเุ ยอะแลว้ ลูกก็โตหมดแลว้ กลวั เป็นอนั ตราย กลวั เดก็ เกิดมาไม่สมบรู ณ”์

(ขอนแกน่ KK02 อายุ 44 ปี มัธยมศึกษาตอนต้น ไมไ่ ด้จดทะเบยี นแต่งงาน รับจ้างรายวนั ไมใ่ ชย่ ตุ กิ ารตงั้ ครรภ์
เปน็ ครง้ั แรก)

สมาคมวางแผนครอบครวั แหง่ ประเทศไทยฯ 27

“ความรสู้ กึ มนั เปน็ ทอ้ งทเ่ี ราไมไ่ ดต้ งั้ ใจใหม้ นั เปน็ คอื ถกู ทำ� รา้ ยจากเดก็ ขา้ งบา้ นทเ่ี ขาตดิ ยาเสพตดิ
ไม่ได้เป็นการต้งั ครรภจ์ ากสามีโดยตรง เลยคิดว่าต้องหาทางออก”

(ขอนแกน่ KK03 อายุ 41 ปี มัธยมศกึ ษาตอนต้น จดทะเบียนแต่งงาน รับจ้างรายวนั ไม่ใช่ยุติการต้ังครรภเ์ ปน็
คร้ังแรก)

การศึกษานี้ พบกรณีของเด็กผู้หญิงอายุ 16 ปีท่ีการตัดสินใจว่าไม่พร้อม กลายเป็นการตัดสินใจของคนใน
ครอบครวั ไมใ่ ชค่ วามคิดของผู้หญิง เดก็ ผหู้ ญงิ อายุ 16 ปี จากลำ� ปาง มแี ฟนวัยเดยี วกัน ถกู ครอบครวั ของท้งั สองฝา่ ย
บงั คบั ใหต้ อ้ งยตุ กิ ารตง้ั ครรภ์ อยา่ งไรกต็ าม กรณเี ชน่ นี้ อาจมผี สู้ นบั สนนุ วา่ ควรใหค้ รอบครวั เปน็ คนตดั สนิ ใจเพราะผหู้ ญงิ
ยังอายนุ อ้ ย ไมบ่ รรลนุ ิตภิ าวะ อาจจะยังไมเ่ ข้าใจสถานการณ์ทีแ่ ท้จริง อย่างไรก็ตาม ผูว้ ิจยั มองว่า กรณนี เี้ ด็กผ้หู ญิงไมไ่ ด้
ผา่ นกระบวนการใหค้ ำ� ปรกึ ษาหรอื แนะนำ� เพอื่ ชใ้ี หเ้ หน็ สถานการณแ์ ละใหโ้ อกาสเดก็ ในการตดั สนิ ใจเรอื่ งนด้ี ว้ ยตวั เองแต่
อยา่ งใด

“(ถาม: แลว้ ตัดสนิ ใจวา่ ไมพ่ ร้อมที่จะเกบ็ ไว้ต้ังแต่เมื่อไหร่คะ) กค็ รอบครัวเราไม่พร้อมมากกวา่ ค่ะ
เรารแู้ ลว้ เรากโ็ อเคเราพรอ้ ม แตว่ า่ ครอบครวั เขารบั ไมไ่ ด้ (ถาม: ครอบครวั ฝา่ ยไหน) ทงั้ ฝง่ั นอ้ ง คณุ
ลงุ และคุณแมข่ องแฟน เขารับไมไ่ ด้ แฟนอายุน้อย”

(ลำ� ปาง LP01 อายุ 16 ปี มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย/เทยี บเทา่ โสด นกั เรยี น/นกั ศกึ ษา ยตุ กิ ารตง้ั ครรภเ์ ปน็ ครง้ั แรก)

3.2.3 การตดั สนิ ใจยตุ กิ ารตง้ั ครรภ์
ถงึ แมว้ า่ การตงั้ ครรภเ์ มอื่ ไมพ่ รอ้ ม อาจจะไมต่ อ้ งเขา้ สกู่ ารยตุ กิ ารตงั้ ครรภเ์ สมอไป แตก่ ลมุ่ ตวั อยา่ งในการศกึ ษา
นี้ เปน็ ผูท้ ่ีมารับบรกิ ารยุตกิ ารต้งั ครรภ์ท่คี ลนิ ิกเวชกรรม สวท จงึ เปน็ กลมุ่ ตวั อย่างในทางเลือกน้ีภายใตส้ ถานการณ์การ
ตัง้ ครรภเ์ มือ่ ไมพ่ รอ้ ม โดยการศกึ ษานมี้ ีกลุ่มตัวอยา่ งทีม่ ายุตกิ ารตง้ั ครรภ์คร้งั นี้เปน็ ครงั้ แรก ท้งั หมด 29 ราย และอีก 11
ราย คอื คนท่ีเคยมีประสบการณก์ ารยุติการตัง้ ครรภ์มากอ่ นแลว้ ซ่งึ เหตผุ ลท่ที �ำให้ต้องยตุ กิ ารตง้ั ครรภใ์ นครั้งกอ่ นหน้า
กบั ครัง้ นี้มีลักษณะเดยี วกัน

เหตผุ ลท่เี ลอื กทจ่ี ะยุติการตั้งครรภ์ ทพี่ บในการศึกษานี้ไดแ้ ก่ (1) สถานการณค์ วามรนุ แรงในชีวติ คู่ และการ
บบี บงั คบั จากครอบครวั ทำ� ใหก้ ารยตุ กิ ารตงั้ ครรภก์ ลายเปน็ ทางเดยี วทผ่ี หู้ ญงิ ตอ้ งเลอื ก เชน่ กรณตี วั อยา่ งที่ 1 (กรงุ เทพฯ
BK04 อายุ 19 ปี มธั ยมศกึ ษาตอนต้น โสด รบั จา้ งรายวัน ยตุ กิ ารตง้ั ครรภเ์ ปน็ คร้งั แรก) ผู้หญิงถูกกระท�ำความรนุ แรงท้งั
โดยผชู้ าย และครอบครวั ของผูช้ าย “ทผี่ มเอามนั เพราะผมเอากบั มันเลน่ ๆ” และจากสถานการณ์น้ี ท�ำใหแ้ ม่ของผหู้ ญิง
เองกต็ อ้ งการให้ลกู ยตุ กิ ารตั้งครรภ์ “แม่ไมอ่ ยากใหม้ ีเดก็ ยงั ไมอ่ ยากให้ทอ้ ง ก็เลยขอยตุ กิ ารต้งั ครรภ์กอ่ น”

(2) กรณขี องนกั เรยี นนกั ศกึ ษา ทไ่ี มส่ ามารถตงั้ ครรภต์ อ่ ไดร้ ะหวา่ งเรยี น ซง่ึ สะทอ้ นใหเ้ หน็ วา่ ระบบการสนบั สนนุ
ดแู ลเด็กที่ท้องเมือ่ ไมพ่ รอ้ มท่ีมีอยูบ่ ้างแลว้ ในบางสถานศึกษา อาจจะยงั ไมส่ ามารถสนบั สนนุ ให้เด็กเลือกทางเลอื กอ่นื ได้
และการยุติการตั้งครรภ์จึงกลายเป็นทางเลอื กเดยี ว

“เพราะว่ามันมคี วามจ�ำเป็นที่จะตอ้ งทำ� คะ่ ถ้าไม่ท�ำกค็ อื อนาคตดับ”

(เชียงใหม่ CM03 อายุ 15 ปี มธั ยมศึกษาตอนต้น โสด นกั เรียน/นกั ศกึ ษา ยตุ กิ ารตงั้ ครรภ์เป็นคร้งั แรก)

28 สมาคมวางแผนครอบครัวแห่งประเทศไทยฯ

และ (3) ปจั จยั เง่ือนไขอื่นๆ ลักษณะเดียวกบั ท่ีให้เหตผุ ลว่าเป็นการตั้งครรภ์เมือ่ ไม่พร้อม เช่น ปัญหาเศรษฐกิจ
มีลูกในจ�ำนวนทพี่ อแล้ว ความไม่พรอ้ มของครอบครวั เปน็ ต้น

“มีลกู คะ 2 คน อายุ 7 ขวบ กบั 2 ขวบคร่ึง กค็ ือตอนนี้ไม่พรอ้ มท่ีจะมีอีก เศรษฐกจิ ชว่ งนี้มันก็
หาเงนิ ลำ� บากอย่างนีอ้ ะคะ่ กเ็ ลยแบบไมพ่ ร้อม กลัวเคา้ ออกมาลำ� บากอะไรหลายอยา่ ง”

(กรุงเทพฯ BK03 อายุ 26 ปี ปวส./อนปุ ริญญา/เทียบเท่า จดทะเบยี นแตง่ งาน ลกู จ้างประจำ� ไม่ใชย่ ุตกิ ารต้ัง
ครรภ์เปน็ คร้งั แรก)

ในแง่ของ การตัดสินใจท่ีจะยุติการต้ังครรภ์ เกิดขึ้นโดย (1) ผู้หญิงตัดสินใจเองคนเดียวโดยไม่ได้บอกหรือ
ปรึกษาใครเลย (2) ผู้หญิงคุยกับแฟน/สามีเรื่องการต้ังครรภ์ และตัดสินใจท่ีจะยุติการต้ังครรภ์ด้วยตัวเอง (3) ผู้หญิง
ปรกึ ษากับแฟน/สามเี ร่อื งการตัง้ ครรภ์ และตดั สนิ ใจด้วยกนั วา่ จะยุตกิ ารตง้ั ครรภ์ (4) ผู้หญิงปรกึ ษากับแฟน/สามี และ/
หรือครอบครวั ของตนเองและครอบครัวและแฟน/สามี และตัดสินใจด้วยกนั วา่ จะยุตกิ ารตงั้ ครรภ์

“คิดนานมาก คดิ แล้วคิดอีก ไมบ่ อกใครเลย คอื ลยุ คนเดยี ว ไมป่ รกึ ษา(เพื่อน) เพราะวา่ ไมอ่ ยาก
ดงึ เพอ่ื นเขา้ มายงุ่ กบั เร่ืองแบบน”ี้

(กรงุ เทพฯ BK02 อายุ 21 ปี มธั ยมศกึ ษาตอนต้น โสด ค้าขาย ยุติการตง้ั ครรภเ์ ปน็ คร้งั แรก)

“ฝา่ ยชายเคา้ บอกวา่ เคา้ พรอ้ มทจ่ี ะรบั ผดิ ชอบทกุ อยา่ ง แตห่ นเู อง หนเู ปน็ คนตดั สนิ ใจเอาเดก็ ออก”

(สงขลา HY04 อายุ 21 ปี ปริญญาตรี โสด นกั เรยี น/นกั ศึกษา ยตุ กิ ารต้งั ครรภ์เป็นครง้ั แรก)

‘ตัดสินใจด้วยกันค่ะ เพราะว่าเรื่องเรามีภาระท่ีต้องดูแลเยอะแล้วค่ะ ถ้าเกิดสมมติว่าเอาน้องไว้
แล้วกค็ ดิ วา่ ถา้ ต่อไปเราจะดแู ลนอ้ งไมด่ เี ทา่ ทีควรค่ะ ก็เลยวา่ เอาออกดีกวา่ แฟนก็ยอม เพราะ
ว่าเรารูว้ ่า เรามคี วามสามารถดูแลไดแ้ ค่ไหน”

(เชยี งใหม่ CM02 อายุ 21 ปี มัธยมศึกษาตอนปลาย/เทยี บเท่า โสด นกั เรยี น/นกั ศึกษา ยตุ กิ ารตั้งครรภเ์ ปน็
คร้งั แรก)

(5) ผู้หญิงไม่ได้ตัดสินใจที่จะยุติการต้ังครรภ์ แต่เป็นการตัดสินใจ หรือโน้มน้าวจากคนอ่ืนๆ เช่น แฟน/สามี
และ/หรือครอบครวั ของตนเองและครอบครวั และแฟน/สามี

“ปรกึ ษาคณุ แมก่ ับยายไวว้ า่ ทำ� ไมถึง ทำ� ไมตอ้ งเอาเด็กออก ตอนแรกหนกู ไ็ ม่อยากเอาออก แต่
เขากบ็ ังคับใหม้ าเอาออกเลย ก็เลยได้มาท�ำ เอาออกในวันน้”ี

(กรงุ เทพฯ BK04 อายุ 19 ปี มัธยมศกึ ษาตอนตน้ โสด รับจา้ งรายวนั ยตุ กิ ารตง้ั ครรภ์เป็นคร้งั แรก)

สมาคมวางแผนครอบครวั แหง่ ประเทศไทยฯ 29

“(ถาม: ใครเป็นคนตัดสินใจว่าไม่พร้อมที่จะตั้งครรภ์ในคร้ังน้ีแล้ว) ลุงกับแม่แฟนค่ะ แต่มีเพื่อน
นอ้ งแล้วก็พ่ีสาว เคา้ กไ็ ม่อยากใหเ้ อาออก หนกู ป็ รกึ ษาพ่อแม่ กไ็ มอ่ ยากให้เอาออกเหมอื นกัน มี
แตล่ ุงเค้าอยากให้เอาออกเพราะว่าเรอ่ื งอายุและไหนจะเรยี นอีก แม่ (แฟน) เขากย็ งั ไมอ่ ยากใหม้ ี
ตอนน้ี แตพ่ ่อ (แฟน) ก็จะพดู วา่ เอาออกทำ� ไม ...กต็ ดั สนิ ใจนานหลายวนั อย่”ู

(ลำ� ปาง LP01 อายุ 16 ปี มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย/เทยี บเทา่ โสด นกั เรยี น/นกั ศกึ ษา ยตุ กิ ารตงั้ ครรภเ์ ปน็ ครงั้ แรก)

ในส่วนของ ระยะเวลาในการตัดสินใจ (1) ทันทีท่ีรู้ว่าตั้งครรภ์ (2) ใช้เวลาการคิดและปรึกษาระยะหนึ่งจึง
ตัดสินใจได้

3.2.4 การตดั สินใจเกีย่ วกับการคุมกำ� เนดิ หลงั ยุตกิ ารต้ังครรภ์
ความผดิ พลาดจากการใชว้ ิธคี ุมก�ำเนดิ หรือ การไม่ใชว้ ธิ ีคุมก�ำเนดิ จนนำ� ไปสู่การตง้ั ครรภเ์ มื่อไมพ่ รอ้ มและการ
ยตุ กิ ารตง้ั ครรภ์ ทำ� ใหก้ ลมุ่ ตวั อยา่ งเกอื บทง้ั หมด มแี นวโนม้ ความคดิ ทจ่ี ะเลอื กใชว้ ธิ คี มุ กำ� เนดิ ระยะยาวมากขน้ึ เชน่ ยาฉดี
คุมกำ� เนิด ยาฝงั คมุ ก�ำเนิด หรือการทำ� หมนั ในกลมุ่ ที่มีลกู ตามจ�ำนวนท่ตี อ้ งการแลว้ เปน็ ตน้ แม้แตผ่ ู้หญงิ ทอี่ ย่ใู นวัยใกล้
หมดประจ�ำเดอื น คอื อายุ 48 ปี แตเ่ คยมปี ระสบการณท์ ที่ ำ� หมนั แลว้ ยงั เกดิ ตงั้ ครรภไ์ ดม้ าแลว้ ตอ่ มาใชว้ ธิ กี นิ ยาคมุ กำ� เนดิ
ฉุกเฉิน จนเกิดต้ังครรภ์และต้องยุติการตั้งครรภ์ในครั้งน้ี ก็มีความคิดที่จะใช้ยาฝังคุมก�ำเนิดเพื่อป้องกันการตั้งครรภ์
ในขณะทีค่ นทไ่ี มไ่ ดป้ อ้ งกนั มากอ่ น มีแนวโนม้ ท่ีจะเลือกการคมุ กำ� เนิดแบบระยะสั้น เช่น ยาเม็ดคมุ กำ� เนดิ

“ก็ทานผิดพลาดไปบ้าง ทานบ้าง ไม่ทานบ้าง แล้วก็คือ มันต้องเว้นเจ็ดวันถึงจะมา ก็ท�ำให้เรา
หลง ท�ำให้เราลืม ก็เลยต้องกลับไปเตือนตัวเอง ถ้าท�ำ(หมัน)ไม่ได้ ก็คือจะฉีด หรือ ฝังเข็ม คือ
ระยะยาวไปเลย”

(กรุงเทพฯ BK01 อายุ 36 ปี มัธยมศกึ ษาตอนตน้ โสด (เพิง่ เลิกกบั สามี) ว่างงาน ไมไ่ ดท้ างาน ยุตกิ ารต้งั ครรภ์
เปน็ คร้งั แรก)

“แนะนำ� ค่ะ หมอบอกใหไ้ ปใสห่ ่วง อายมุ ากแล้ว แฟนตดั สนิ ใจว่าทำ� หมนั เอง”

(ขอนแก่น KK03 อายุ 41 ปี มัธยมศกึ ษาตอนตน้ จดทะเบียนแต่งงาน รบั จา้ งรายวัน ไม่ใชย่ ุตกิ ารตัง้ ครรภ์เปน็
ครง้ั แรก)

3.2.5 ความพยายามยตุ ิการตง้ั ครรภ์ด้วยตัวเอง กอ่ นมารับบรกิ ารที่คลินิก
ผรู้ บั บรกิ ารจำ� นวนนอ้ ยมากทรี่ ะบวุ า่ ไดพ้ ยายามหาวธิ ที จี่ ะยตุ กิ ารตง้ั ครรภด์ ว้ ยตวั เองกอ่ นทจี่ ะเขา้ มารบั บรกิ าร
ทคี่ ลินิกเวชกรรม สวท ทเ่ี ปน็ เชน่ น้ี อาจจะเพราะขอ้ มลู ข่าวสารเกีย่ วกับบรกิ ารยตุ กิ ารต้ังครรภ์ สามารถเข้าถึงไดง้ ่ายข้นึ
เมื่อผู้หญิงประสบกับสถานการณ์ต้ังครรภ์เมื่อไม่พร้อมและพยายามค้นหาข้อมูล จึงได้พบกับสถานบริการหรือหน่วย
บรกิ ารทสี่ ามารถยตุ กิ ารตั้งครรภ์ไดอ้ ยา่ งปลอดภยั

“หนกู ลวั ถ้าเกดิ ท�ำไปหากเกดิ ตกเลือด แล้วเราจะเปน็ อนั ตราย กลัวหนูเลยไม่เอาเลย”

(กรงุ เทพฯ BK03 อายุ 26 ปี ปวส./เทยี บเทา่ จดทะเบยี นแตง่ งาน ลกู จ้างประจ�ำ ไมใ่ ช่ยุตกิ ารตง้ั ครรภ์เป็น
ครงั้ แรก)

30 สมาคมวางแผนครอบครัวแห่งประเทศไทยฯ

3.3 ความรแู้ ละการรับรขู้ ้อมูลเก่ียวกับการยตุ ิการต้ังครรภ์
ข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างการศึกษานี้ แสดงให้เห็นว่า ผู้หญิงท่ัวไปท่ียังไม่มีการเผชิญกับปัญหาต้ังครรภ์เม่ือไม่
พร้อมมาก่อน อาจจะไม่มีข้อมูลความรู้ใดๆ เก่ียวกับการยุติการต้ังครรภ์เลย แต่เม่ือต้องเผชิญกับสถานการณ์ต้ังครรภ์
เม่ือไม่พร้อมด้วยตนเอง ผู้หญิงก็จะมีกระบวนการในการหาข้อมูลและสร้างชุดความรู้เกี่ยวกับการยุติการตั้งครรภ์ได้
ดีข้ึน ข้อมูลส�ำคัญประการแรกที่ผู้หญิงต้องการรับรู้ คือ หน่วยบริการท่ีสามารถยุติการต้ังครรภ์ในอายุครรภ์ของ
ตนเองได้ รองลงมาคือ รูปแบบหรือวิธีการที่ใช้เพื่อยุติการตั้งครรภ์ และ บริการนั้นเป็นบริการท่ีถูกกฎหมายหรือ
ไม่ และบางคนอาจมกี ารคน้ หาขอ้ มลู อนื่ ๆ ท่เี ปน็ รายละเอยี ดเพมิ่ เตมิ ในขณะเดียวกนั ผู้หญงิ ที่มีประสบการณ์ยุติการ
ตงั้ ครรภ์มาก่อนแลว้ จะใชข้ อ้ มลู จากประสบการณ์เดิมในการตัดสินใจรับบริการ โดยกลุ่มตวั อย่างทงั้ หมด 11 รายเปน็
ผู้ท่ีมกี ารยุตกิ ารต้งั ครรภซ์ ำ้� เกอื บทั้งหมดระบุว่า มาใช้บรกิ ารทีค่ ลนิ กิ สวท เพราะเคยใช้บริการมากอ่ นแล้ว ในขณะที่
4 คน เคยใชบ้ ริการท่ีอืน่ มากอ่ น และตอ้ งการเปลย่ี นมาใชบ้ ริการท่ี สวท ในคร้งั น้ี

“กอ่ นหน้าน้ีกเ็ คยทำ� กับ สวท ก็คือบรกิ ารดอี ะไรดีอยา่ งน้ีอะคะ กเ็ ลยตดั สนิ ใจมาทีเ่ ดมิ อีกคร้ัง”

(กรุงเทพฯ BK03 อายุ 26 ปี ปวส./เทยี บเท่า จดทะเบยี นแตง่ งาน ลูกจา้ งประจำ� ไม่ใช่ยุตกิ ารตง้ั ครรภเ์ ปน็
คร้งั แรก)

ในภาพรวม การรับรเู้ กย่ี วกับการยุตกิ ารต้งั ครรภท์ ี่ถูกกฎหมาย พบว่า กลุม่ ตวั อยา่ งมีการรับรู้ใน 4 ลกั ษณะ
คือ (1) รู้ว่ามบี รกิ ารยตุ กิ ารต้ังครรภ์ท่ถี ูกกฎหมาย และร้รู ายละเอียดเงอื่ นไขในการรับบริการ (2) รู้ว่าเพียงวา่ บรกิ าร
ยุติการต้ังครรภ์ไมผ่ ิดกฎหมาย แตไ่ มร่ ู้ในรายละเอยี ด (3) ไมร่ ้วู ่าสามารถยุติการตั้งครรภ์ได้โดยไมผ่ ดิ กฎหมาย (4) ไม่มี
ข้อมูลอะไรเก่ียวกับกฎหมายและการยตุ กิ ารตัง้ ครรภเ์ ลย อย่างไรก็ตาม สำ� หรบั ผู้หญิงบางคนการรับร้ขู ้อมลู ว่า บรกิ าร
ยุติการตัง้ ครรภไ์ ม่ผิดกฎหมาย ช่วยให้รู้สกึ สบายใจมากข้นึ ที่จะตดั สนิ ใจมารับบริการ เพราะท�ำใหเ้ ชอ่ื วา่ จะเปน็ บริการ
ทป่ี ลอดภยั สำ� หรบั ตนเอง ในขณะที่อีกสว่ นหนึ่งกไ็ ม่มคี วามกงั วลท่ีจะรบั รูเ้ ร่อื งนี้ เพราะคดิ เพยี งแคค่ วามจำ� เป็นที่ตนเอง
จะต้องรบั บรกิ ารเป็นหลักส�ำคญั มากกว่าเรื่องอื่น

“ถามเพือ่ น เพ่อื นก็บอกวา่ มที ่ีคลนิ กิ สวท ถูกกฎหมายและก็ปลอดภัยเลยตดั สินใจมา”

(สงขลา HY05 อายุ 24 ปี มัธยมศกึ ษาตอนปลาย/เทยี บเทา่ โสด ศาสนาอิสลาม เจา้ ของกจิ การ ยุติการตงั้
ครรภ์เป็นครัง้ แรก)

ข้อมูลเก่ียวกับรูปแบบหรือวิธีการท่ีใช้เพื่อยุติการตั้งครรภ์ กลุ่มตัวอย่างมีข้อมูลทั้งรูปแบบที่เป็นทางเลือกใน
การบริการของคลินิก และข้อมูลวิธีการยุติการต้ังครรภ์ด้วยตนเองด้วยวิธีต่างๆ ที่เผยแพร่อยู่ในอินเตอร์เน็ต ซ่ึงข้อมูล
ชุดหลังนี้ กลายเป็นข้อมูลท่ีท�ำให้กลุ่มตัวอย่างเลือกที่จะมารับบริการท่ีคลินิก สวท เพราะกลัวที่จะไม่ปลอดภัยหาก
ท�ำด้วยตนเอง ถึงแม้จะมีบางคนที่มีการพยายามทดลองบางวิธีมาบ้าง แต่ก็เป็นส่วนน้อยมากและมักจะไม่เสียเวลาไป
กับการทำ� เองนานหรอื หลายวธิ ี อาจเพราะไดร้ บั ทราบข้อมูลของบรกิ ารท่ีปลอดภยั แล้ว

สมาคมวางแผนครอบครัวแห่งประเทศไทยฯ 31

‘หนูกลัว เพราะข่าวเยอะค่ะ ว่าตกเลือดตายกันเยอะ ไปหาหมอผิดกฎหมายอีก เพราะว่าเรา
ท�ำแทง้ เองไปหนวู ่า หาหมอที่ถูกกฎหมายทำ� ดกี ว่าเสยี ตงั คเ์ ทา่ ไหร่ก็ต้องเสยี ”

(สงขลา HY02 อายุ 23 ปี มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย/เทยี บเทา่ จดทะเบียนแต่งงาน วา่ งงาน ไมไ่ ด้ทางาน ไม่ใช่
ยุตกิ ารตงั้ ครรภ์เป็นคร้งั แรก)

ชอ่ งทางของข้อมูล ได้แก่ (1) อินเตอร์เน็ต (2) ครอบครัว เพ่อื น คนรูจ้ ัก (3) ผใู้ ห้บรกิ ารสาธารณสุข (4) ครูใน
โรงเรยี น ในขณะท่ี ชอ่ งทางการเข้าถงึ บรกิ ารของคลนิ ิกเวชกรรม สวท มกี ลุ่มตัวอย่าง 8 คนทีม่ ารบั บริการจากการได้
รบั การสง่ ตอ่ มาโดยหนว่ ยงานอ่นื อกี 2 คน ระบวุ ่า ไดร้ ับการแนะน�ำจากสายดว่ น 1663 และท่ีเหลอื เปน็ การเขา้ มารับ
บริการดว้ ยตัวเอง (walk-in) โดยทราบข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตหรอื คนอนื่ บ้าง

3.4 ทศั นคตติ ่อการยุตกิ ารตัง้ ครรภ์
ทัศนคตติ อ่ บรกิ ารยุติการตง้ั ครรภโ์ ดยรวม กลมุ่ ตัวอย่างเชอ่ื ว่า (1) เปน็ ทางเลือกสำ� หรับคนทท่ี อ้ งเมอื่ ไม่พรอ้ ม
เป็นบริการที่จ�ำเป็นส�ำหรับผู้หญิง (2) เชื่อว่า การยุติการตั้งครรภ์เป็นเร่ืองผิดบาป (3) ไม่เชื่อเร่ืองบาปจากการยุติ
การตัง้ ครรภ์ (4) มที ัศนคตทิ เ่ี ปลยี่ นไปเม่อื ตัวเองตอ้ งประสบปญั หาด้วยตัวเอง

“คดิ ว่า (การยุตกิ ารตงั้ ครรภ)์ มนั คงเปน็ ทางเลอื กทดี่ ที ่สี ดุ ส�ำหรับเขาแลว้ เพราะผหู้ ญงิ เราบางทกี ็
เลอื กไมไ่ ดท้ วี่ า่ จะทอ้ งหรอื ไมท่ อ้ ง บางทตี ดั สนิ ใจใหท้ อ้ งแลว้ แตผ่ ชู้ ายมนั ไมไ่ ด้ มนั กต็ อ้ งเลอื กทจี่ ะ
ตดั สนิ ใจทจ่ี ะเอาออกหรอื วา่ เลือกท่ีจะยตุ ิ มันคือเปน็ การตัดสนิ ใจท่ีดที ่ีสุดสำ� หรับเขา”

(เชยี งใหม่ CM04 อายุ 33 ปี มัธยมศึกษาตอนปลาย/เทียบเท่า ไม่ได้จดทะเบียนแต่งงาน คา้ ขาย ไมใ่ ช่ยตุ กิ าร
ตง้ั ครรภเ์ ปน็ คร้งั แรก)

“มองวา่ เคา้ มเี หตผุ ลของเคา้ ตา่ งคนตา่ งมเี หตผุ ลของตวั เอง ตา่ งคนตา่ งครอบครวั แตล่ ะครอบครวั ไม่
เหมอื นกนั บางครอบครวั รบั ได้ พอ่ แมร่ บั ได้ กส็ ามารถตงั้ ครรภตอ่ ได้ แตพ่ อ่ แมร่ บั ไมไ่ ดก้ ห็ าทางออก”

(ขอนแกน่ KK03 อายุ 41 ปี มธั ยมศกึ ษาตอนต้น จดทะเบียนแต่งงาน รับจ้างรายวัน ไม่ใชย่ ุติการตง้ั ครรภ์เปน็
ครง้ั แรก)

“หนมู องสงั คมปจั จบุ นั มากกวา่ ไมไ่ ดค้ ดิ ถงึ เรอื่ งบาปบญุ ถา้ มแี ลว้ เลยี้ งไมด่ กี บ็ าปอยดู่ ี เลยี้ งมาแลว้
ท�ำให้เขาอดๆ อยากๆ หรอื เล้ียงมาเขาใชช้ วี ิตแบบท่เี ขาอยากใช้ไม่ได้ หนไู ม่มดี ีกว่า”

(สงขลา HY02 อายุ 23 ปี มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย/เทยี บเทา่ จดทะเบียนแตง่ งาน ว่างงาน ไม่ได้ทางาน ไม่ใช่
ยุติการตง้ั ครรภ์เปน็ คร้ังแรก)

“ใจนงึ คือ ยงั มีความวิตกกังวลวา่ ร้สู กึ ผดิ รู้สกึ ผิดทท่ี �ำ ไมน่ า่ เลยกค็ ือคิดทบทวนไมน่ ่าพลาด ไมน่ ่า
จะให้มันเกิดขึ้น แต่ในเม่ือมันเกิดขึ้นแล้วเราก็ต้องหาวิธีท่ีจะปลอดภัยทั้งตัวเราและไม่เป็นภาระ
ของใคร ไมเ่ ปน็ ภาระของคนในครอบครัว”

(เชียงใหม่ CM04 อายุ 33 ปี มธั ยมศึกษาตอนปลาย/เทียบเท่า ไม่ได้จดทะเบยี นแตง่ งาน ค้าขาย ไม่ใช่ยุตกิ าร
ต้งั ครรภ์เป็นคร้ังแรก)

32 สมาคมวางแผนครอบครัวแห่งประเทศไทยฯ

“ตอนแรกก็ไม่โอเคนะคะ ส�ำหรับคนท่ีจะท�ำแท้ง แต่คือ.. แต่ละคนไม่มีใครท่ีอยากจะท�ำแท้ง
หรอก ผหู้ ญงิ ทกุ คนนะ หนคู ดิ วา่ ไมม่ ีใครหรอก แตม่ นั ด้วยภาระของแตล่ ะคน คนมันไมเ่ หมอื น
กนั ... เค้าก็ตอ้ งหาวิธี ถ้าเค้าเกิดมาแบบนพ้ี ลาดมาแบบน”้ี

(สงขลา HY08 อายุ 33 ปี ปวส./เทยี บเทา่ จดทะเบยี นแตง่ งาน ลูกจา้ งประจำ� ยุติการต้งั ครรภ์เป็นคร้ังแรก)

ไมว่ า่ กลมุ่ ตวั อยา่ งจะมที ศั นคตอิ ยา่ งไรเกย่ี วกบั การยตุ กิ ารตง้ั ครรภ์ แตเ่ มอ่ื ไดต้ ดั สนิ ใจทจ่ี ะแกป้ ญั หาดว้ ยวธิ นี แ้ี ลว้
ผหู้ ญงิ กต็ อ้ งรบั มอื กบั ความรสู้ กึ ภายในของตวั เองตอ่ ไป การศกึ ษานไ้ี มไ่ ดล้ งรายละเอยี ดเกยี่ วกบั ความรสู้ กึ นี้ เนอื่ งจากการ
สัมภาษณ์เกิดข้ึนหลังจากการรับบริการยุติการต้ังครรภ์ ดังนั้น การต้ังค�ำถามเก่ียวกับความรู้สึกส่วนนี้อาจท�ำให้ผู้หญิง
ได้รับความกระทบกระเทือนความรู้สึกมากเกินไป การศึกษาในประเด็นน้ีจึงอาจท�ำกับกลุ่มตัวอย่างท่ีผ่านการยุติการ
ตงั้ ครรภ์มาเป็นระยะเวลาหนึ่งแลว้

“ก็มันคอื ตราบาปตดิ ตัวเราไปตลอด ตอนทเ่ี ราทำ� เรากอ็ าจจะไม่คดิ ถึงตรงนี้ แตเ่ วลาถงึ เวลาการ
ยตุ กิ ารตง้ั ครรภจ์ รงิ ก็ เรากส็ งสารเดก็ เรานกึ ถงึ ความรสู้ กึ ของคนทพ่ี รอ้ มทเี่ กดิ มา เรากม็ าฆา่ ทง้ิ แต่
จะทำ� ยงั ไงได้ ในเมอื่ เราไมพ่ รอ้ ม กไ็ มอ่ ยากทจี่ ะใหเ้ คา้ ตอ้ งมาทรมาน ใหเ้ ราทรมานคนเดยี วกพ็ อ”

(สงขลา HY04 อายุ 21 ปี ปริญญาตรี โสด นักเรยี น/นกั ศกึ ษา ยตุ ิการตัง้ ครรภเ์ ปน็ ครัง้ แรก)

3.5 ความคาดหวงั เกย่ี วกบั บริการยุติการต้ังครรภ์
การสรุปความประเด็นความคาดหวังต่อบริการยุติการตั้งครรภ์ในการศึกษานี้ ใช้การวิเคราะห์จากค�ำตอบ
ของการประเมินว่า ผู้รับบริการมีความรู้สึกอย่างไรต่อบริการที่ได้รับท่ีคลินิกเวชกรรม สวท และมีข้อเสนอแนะต่อการ
ให้บริการอย่างไร โดยในการสัมภาษณ์ได้มีการสอบถามถึงมิติต่างๆ ได้แก่ ลักษณะภาพรวมของสถานท่ี การรักษา
ความลับ ความเป็นมิตรของผู้ให้บริการ การให้ข้อมูลและให้ค�ำปรึกษา และที่ส�ำคัญ เหตุผลที่เลือกที่จะมาใช้บริการท่ี
คลินิกเวชกรรม สวท เป็นคำ� ตอบทสี่ ะท้อนใหเ้ ห็นถึงความคาดหวงั ต่อบรกิ ารได้เป็นอย่างดี

การศกึ ษานพ้ี บวา่ ความคาดหวงั เกย่ี วกบั บรกิ ารยตุ กิ ารตงั้ ครรภ์ ทส่ี ะทอ้ นผา่ นการใหเ้ หตผุ ลวา่ ทำ� ไมจงึ เลอื ก
มาใชบ้ ริการท่คี ลินิกเวชกรรม สวท พบวา่ (1) การเป็นบริการยตุ กิ ารตง้ั ครรภท์ ีถ่ กู กฎหมาย (2) เป็นบรกิ ารที่รกั ษาความ
ลบั ความเปน็ สว่ นตวั (3) มที างเลอื กในการยตุ กิ ารตง้ั ครรภ์ และใหบ้ รกิ ารไดใ้ นอายคุ รรภใ์ นขณะนนั้ ของผหู้ ญงิ (4) สถาน
ท่เี ข้าถงึ งา่ ย ไม่ไกล (5) ค่าใช้จ่ายเหมาะสม และสามารถจ่ายได้ (6) มกี ารให้ค�ำปรึกษาหรือคำ� แนะนำ� ก่อนมารบั บรกิ ารท่ี
เปน็ แรงจูงใจใหเ้ ลือกมารบั บรกิ ารทค่ี ลินกิ ทั้งในรูปแบบของสายดว่ นให้คำ� ปรึกษาและขอ้ มลู ในอินเตอร์เน็ตหรอื เวบ็ ไซด์
และ (7) มบี ริการอนื่ ๆ ท่ีเก่ยี วข้องหรอื การดแู ลตอ่ เนื่องเพ่อื ปอ้ งกันการตั้งครรภ์เม่ือไมพ่ รอ้ มซ้�ำ

“เพราะวา่ พ่ีต้องการท่ีถูกกฎหมาย เพื่อนกแ็ นะน�ำมา เค้าบอกว่าที่น”ี่

(สงขลา HY06 อายุ 43 ปี ปวส./เทยี บเทา่ จดทะเบยี นแต่งงาน ลกู จา้ งประจำ� ยุตกิ ารตง้ั ครรภเ์ ป็นครงั้ แรก)

“คือเป็นคลินิกที่แบบถูกกฎหมาย คงจะแบบไม่เผยแพร่ข้อมูลของคนไข้อะไรออกไปกระจาย
อย่างน้”ี

(กรุงเทพฯ BK03 อายุ 26 ปี ปวส./เทยี บเท่า จดทะเบียนแตง่ งาน ลกู จ้างประจำ� ไม่ใชย่ ตุ กิ ารต้ังครรภ์เปน็
คร้งั แรก)

สมาคมวางแผนครอบครวั แหง่ ประเทศไทยฯ 33

กลุม่ ตวั อยา่ งทีเ่ ปน็ ผู้รับบรกิ ารทีค่ ลนิ ิก สวท จ�ำนวนหนึง่ ใหเ้ หตผุ ลทเ่ี ลอื กมารับบรกิ ารท่ี สวท และระบุความ
กงั วลใจบางเรอื่ งเกย่ี วกบั การใชบ้ รกิ ารในโรงพยาบาล (รฐั ) ในการยตุ กิ ารตงั้ ครรภ์ ซง่ึ เปน็ บรกิ ารสขุ ภาพทม่ี คี วามละเอยี ด
อ่อนต่อความรู้สึกของผู้หญิงเองและคนอื่นๆ พบว่า ถึงแม้การรับบริการจากโรงพยาบาล โดยเฉพาะโรงพยาบาลรัฐ
อาจจะไมต่ อ้ งเสยี คา่ ใชจ้ า่ ยเพราะการยตุ กิ ารตง้ั ครรภไ์ ดร้ บั การบรรจใุ หเ้ ปน็ สทิ ธปิ ระโยชนข์ องระบบประกนั สขุ ภาพดว้ ย
แตก่ ลมุ่ ตวั อยา่ งมคี วามกงั วลวา่ กระบวนการรบั บรกิ ารอาจมคี วามยงุ่ ยาก อาจถกู ปฏเิ สธการใหบ้ รกิ ารดว้ ยเหตผุ ลตา่ งๆ
และอาจจะได้รับการดแู ลท่ไี มเ่ ปน็ มิตร เปน็ ตน้

“หนูกลวั มันซับซอ้ นมากไปกวา่ น้ี ... ถ้าเราเดนิ เข้าไปโรงพยาบาล ... หนคู ดิ ว่าถ้าเกดิ เราไป แลว้
คุณหมอถามหาญาตพิ นี่ อ้ งและพ่อแม่เรา มันกเ็ รอื่ งใหญ่”

(กรงุ เทพฯ DD02 อายุ 18 ปี มธั ยมศึกษาตอนปลาย/เทียบเทา่ ไมไ่ ด้จดทะเบยี นแตง่ งาน นักเรยี น/นักศกึ ษา
ยุตกิ ารตัง้ ครรภเ์ ปน็ ครัง้ แรก)

“ส่วนมากเค้าจะไม่รู้กัน ว่าโรงพยาบาลท�ำ ... ก็ยังไม่รู้เลย อย่างอีกอย่างโรงพยาบาลเขาไม่พูด
เพราะเหมือนคลนิ ิก เค้าไม่คอ่ ยใส่ใจด้วย บางโรงพยาบาล”

(ขอนแกน่ KK04 อายุ 43 ปี ประถมศึกษา จดทะเบียนแตง่ งาน เกษตรกร ไม่ใช่ยตุ ิการตัง้ ครรภ์เปน็ ครัง้ แรก)

“รู้สึกว่าโรงพยาบาลคนหรือว่าพยาบาลบางทีเขามองเราไม่ดี เพราะว่าเรา อีกอย่างคือเราอายุ
น้อยด้วย แล้วคลินิกนี้น้องก็คิดว่าเขาจะปิดข้อมูล แบบว่าเขาไม่มองเราในสายตาท่ีแบบว่าดูถูก
วา่ เรามาทำ� ยตุ ิการต้งั ครรภค์ ะ่ ”

(เชยี งใหม่ CM02 อายุ 21 ปี มัธยมศกึ ษาตอนปลาย/เทยี บเท่า โสด นักเรยี น/นักศึกษา ยตุ กิ ารตง้ั ครรภ์เป็น
ครง้ั แรก)

“คือที่โรงพยาบาลไม่กล้าไปค่ะ แต่ส่วนตัวก็ไม่รู้ว่าโรงพยาบาลไหนที่เขาจะยุติการตั้งครรภ์ให้
รแู้ คว่ า่ มีทน่ี ีก่ ับคลนิ ิกชุมชน”

(เชียงใหม่ CM04 อายุ 33 ปี มัธยมศึกษาตอนปลาย/เทียบเทา่ ไมไ่ ดจ้ ดทะเบียนแต่งงาน ค้าขาย ไม่ใช่ยุตกิ าร
ตงั้ ครรภ์เปน็ ครั้งแรก)

นอกจากนน้ั กลมุ่ ตวั อยา่ งไดม้ กี ารพดู ถงึ ความกงั วลใจเกยี่ วกบั ภาวะสขุ ภาพและผลกระทบหลงั ยตุ กิ ารตงั้ ครรภ์
และการใช้วิธีคุมก�ำเนิดเพ่ือป้องกันการตั้งครรภ์ซ้�ำ เช่น อยากรู้ว่าจะสามารถต้ังครรภ์ได้อีกหรือไม่หากต้องการ
ส่วนเรอื่ งอนื่ ๆ เชน่ อยากรูว้ ่า เด็กอายุตำ่� กวา่ 15 ปีสามารถมายตุ ิครรภ์ได้ไหม กส็ ะทอ้ นว่า ผู้หญิงคาดหวังใหบ้ รกิ าร
ยุติการตั้งครรภ์สามารถชว่ ยเหลือผูห้ ญงิ ไดท้ ุกวยั ที่ประสบปญั หา โดยไมม่ ขี อ้ จ�ำกดั เรือ่ งอายุ

34 สมาคมวางแผนครอบครวั แห่งประเทศไทยฯ

3.6 สรุปประเดน็ ผลการศกึ ษาส�ำคญั
1) การตั้งครรภ์ การศึกษาน้ียังคงตอกย้�ำสถานการณ์เงื่อนไขท่ีท�ำให้ผู้หญิงเกิดการตั้งครรภ์โดยไม่พร้อมซ่ึง
มีเหตุปัจจยั มาจากการใชว้ ิธีคมุ กำ� เนิดอยู่ ได้แก่ การไม่ใชห้ รอื ไม่สามารถใช้วธิ ีคุมกำ� เนิดใดๆ ได้ ดว้ ยเหตุผลทางสุขภาพ
ร่างกาย หรือเหตุผลอื่นๆ การใช้วิธีคุมก�ำเนิดท่ีผิดพลาด อันอาจเกิดจากความไม่ต่อเนื่อง ไม่สม่�ำเสมอหรือการใช้
อย่างไมถ่ ูกตอ้ ง เชน่ กนิ ยาเม็ดไม่ถูกต้อง เป็นตน้ และ การใชว้ ิธคี มุ แบบธรรมชาติเช่น การหล่งั ภายนอกหรอื การนบั วนั
ซงึ่ มีโอกาสและแนวโนม้ ความเส่ยี งทจี่ ะเกิดความผิดพลาดมากกว่าวธิ คี ุมก�ำเนดิ สมยั ใหม่
2) เหตุผลหรือเง่ือนไขของการต้ังครรภ์เม่ือไม่พร้อม ได้แก่ ต้ังครรภ์ในระหว่างเรียนหนังสือ มีปัญหาทาง
ด้านเศรษฐกิจ ตกงาน ขาดรายได้ รายได้ไม่พอ หรอื คนหารายได้ครอบครัวมเี พยี งคนเดียว มีปญั หากบั ผ้ชู าย แฟนหรอื
สามี เช่น เพ่ิงเลกิ กัน หรือกำ� ลงั จะเลิกกัน แฟนหรือตัวเองกำ� ลังคบหาคนใหม่ มีปญั หากบั ครอบครวั ของผู้ชาย ครอบครัว
ของตวั เองไมร่ วู้ า่ มแี ฟน/คบหากบั ผชู้ ายอยู่ มลี กู จำ� นวนมากพอแลว้ ไมต่ อ้ งการมลี กู เพมิ่ และสดุ ทา้ ยคอื ยงั ไมไ่ ดแ้ ตง่ งาน
จงึ คิดวา่ ยังมีลกู ในตอนนี้ไม่ได้ และยังพบกรณีตัวอย่างที่ถูกล่วงละเมิดทางเพศ ถูกกระท�ำความรุนแรงโดยคู/่ สามี และ
กรณที ม่ี คี วามกงั วลใจตอ่ เรอ่ื งสขุ ภาพของลกู หากใหเ้ กดิ มา กเ็ ปน็ เหตผุ ลของความไมพ่ รอ้ มทจ่ี ะตงั้ ครรภข์ องกลมุ่ ตวั อยา่ ง
จำ� นวนหนงึ่ ดว้ ย โดยในภาพรวม พบวา่ ผหู้ ญงิ มปี ญั หาและสถานการณซ์ ำ้� ซอ้ นหลายลกั ษณะดงั ทก่ี ลา่ วมานจี้ งึ สง่ ผลใหก้ าร
ตั้งครรภค์ รัง้ น้ีเปน็ การตั้งครรภท์ ่ีไม่พร้อม

3) การยตุ กิ ารตง้ั ครรภ์ การศกึ ษานดี้ เู รอ่ื งการตดั สนิ ใจวา่ การตงั้ ครรภเ์ ปน็ การตงั้ ครรภท์ ไ่ี มพ่ รอ้ มไปจนถงึ การ
ตัดสินใจวา่ จะยตุ ิการตั้งครรภ์ พบวา่ ผหู้ ญงิ ตดั สินใจเองคนเดียวโดยไมไ่ ดบ้ อกหรอื ปรกึ ษาใครเลย ผหู้ ญิงตดั สนิ ใจที่จะ
ยุติการต้ังครรภ์ด้วยตัวเองแต่ได้คุยกับแฟน/สามีเร่ืองการต้ังครรภ์ ผู้หญิงตัดสินใจด้วยกันกับแฟน/สามี ผู้หญิงตัดสิน
ใจดว้ ยกนั กับแฟน/สามี และ/หรือครอบครวั ของตนเองและครอบครวั และแฟน/สามี ซ่งึ ทง้ั หมดน้กี ็ยังถอื วา่ ผ้หู ญงิ ไดม้ ี
ส่วนในการตัดสนิ ใจด้วย แตก่ ย็ งั มีกรณีที่ผหู้ ญิงไม่ไดต้ ัดสนิ ใจที่จะยุติการตั้งครรภ์ แต่เป็นการตัดสินใจ หรือโนม้ นา้ วจาก
คนอ่นื ๆ เชน่ แฟน/สามี และ/หรือครอบครัวของตนเองและครอบครัวและแฟน/สามดี ้วย ระยะเวลาในการตดั สนิ ใจของ
กลมุ่ ตวั อยา่ งในการศกึ ษาน้ี พบวา่ ไมน่ านมาก เนอ่ื งจากเปน็ กลมุ่ ตวั อยา่ งทม่ี ารบั บรกิ ารทคี่ ลนิ กิ เวชกรรม สวท ทมี่ เี งอื่ นไข
ว่าจะให้บรกิ ารไดใ้ นอายุครรภ์ไม่เกนิ 12 สปั ดาห์ ดงั น้ันกลมุ่ ตวั อย่างทใ่ี ช้เวลาในการคิดและปรึกษากับคนรอบตัวระยะ
หนงึ่ กย็ ังไม่ได้ใช้เวลานานมากเกนิ ไป

4) ความรู้ การรับรูแ้ ละข้อมูลเกีย่ วกบั การยุติการตงั้ ครรภ์ การศึกษานีเ้ นน้ ประเดน็ ความรู้และการรับรู้ของ
ผู้หญิงท่ีมารบั บริการในเรื่องเก่ียวกบั การยตุ กิ ารตงั้ ครรภ์ ได้แก่ สถานท่ใี ห้บรกิ ารยุตกิ ารตงั้ ครรภ์ เง่อื นไขในการยุตกิ าร
ตงั้ ครรภอ์ ย่างถกู กฎหมาย วิธีการยุตกิ ารตง้ั ครรภ์ ทัง้ ท่ใี หบ้ ริการในคลินกิ และวธิ ีการทส่ี ามารถทำ� ไดเ้ อง และ ผลกระทบ
หรือผลข้างเคียงหลังจากการยุติการตั้งครรภ์ พบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนหนึ่งไม่รู้หรือไม่มีข้อมูลอะไรเลย ก่อนมารับ
บรกิ ารการคน้ หาข้อมลู ทำ� เพียงเพือ่ ให้ไดร้ ู้ว่าจะไปรับบริการยุติการต้งั ครรภ์ได้ทไ่ี หนเทา่ นัน้ อีกสว่ นหนึ่ง ยังคงมคี วาม
ไม่เข้าใจหรือไม่รู้ว่า การยุติการตั้งครรภ์เป็นบริการที่ไม่ผิดกฎหมาย และกลุ่มตัวอย่างเป็นส่วนน้อยท่ีรับรู้ข้อมูลท้ังใน
เร่ืองกฎหมาย สถานท่ีให้บริการ และวิธีการยุติการตั้งครรภ์รูปแบบต่างๆ ด้วย โดยช่องทางของการรับรู้ข้อมูลเหล่าน้ี
หลักๆ คอื อนิ เตอร์เนต็ รองลงมาคอื คนในครอบครัว คนรู้จกั ผูใ้ ห้บรกิ ารสาธารณสุข และครูในโรงเรียน

สมาคมวางแผนครอบครัวแหง่ ประเทศไทยฯ 35

5) ทศั นคตติ ่อการยุติการตง้ั ครรภ์ กลุ่มตวั อย่างสว่ นใหญเ่ ชื่อว่า การยตุ กิ ารต้งั ครรภเ์ ปน็ ทางเลือกสำ� หรับคน
ที่ทอ้ งเม่ือไม่พร้อม เป็นบริการท่ีจ�ำเป็นสำ� หรบั ผหู้ ญงิ ในขณะที่ส่วนน้อยมองวา่ เปน็ การทำ� บาป แตเ่ กือบทัง้ หมด ระบุวา่
มีทัศนคติท่ีเปลี่ยนหลังจากท่ีต้องเผชิญกับสถานการณ์นี้ด้วยตัวเอง อย่างไรก็ตาม ถึงแม้กลุ่มหน่ึงจะมีทัศนคติที่เปลี่ยน
ไป แตเ่ มื่อสอบถามวา่ จะแนะนำ� เรอื่ งนีก้ บั ผ้หู ญงิ คนอื่นๆ อยา่ งไร ก็ยงั มีกลุ่มตวั อย่างสว่ นหนงึ่ ทไี่ ม่ตอ้ งการบอกเล่าหรือ
แนะนำ� ใหผ้ หู้ ญงิ คนอ่ืนมายตุ กิ ารต้ังครรภ์ ถงึ แมจ้ ะประสบกับการตง้ั ครรภ์เม่อื ไมพ่ ร้อมกต็ าม
6) ความคาดหวังเก่ียวกับบริการยุติการตั้งครรภ์ ผู้หญิงคาดหวังให้บริการยุติการต้ังครรภ์ เป็นบริการยุติ
การตั้งครรภ์ทถ่ี ูกกฎหมาย รักษาความลับความเปน็ สว่ นตัว มที างเลอื กในการยตุ ิการต้ังครรภ์ และใหบ้ ริการได้ในอายุ
ครรภ์ในขณะนั้นของผู้หญิง สถานที่เข้าถงึ งา่ ย ไมไ่ กล มคี ่าใชจ้ ่ายเหมาะสม และสามารถจา่ ยได้ มกี ารใหค้ �ำปรึกษาหรือ
คำ� แนะนำ� กอ่ นมารบั บรกิ ารทเี่ ปน็ แรงจงู ใจใหเ้ ลอื กมารบั บรกิ ารทค่ี ลนิ กิ ทง้ั ในรปู แบบของสายดว่ นใหค้ ำ� ปรกึ ษาและขอ้ มลู
ในอนิ เตอร์เน็ตหรือเวบ็ ไซด์ และมบี รกิ ารอ่ืนๆ ทีเ่ กย่ี วขอ้ งหรอื การดแู ลตอ่ เนือ่ งเพื่อปอ้ งกันการตั้งครรภเ์ มื่อไม่พรอ้ มซ�้ำ


36 สมาคมวางแผนครอบครัวแหง่ ประเทศไทยฯ

4อภิปรายผลการศกึ ษา และบทสรุป

4.1 ลักษณะทางประชากรของผรู้ บั บริการยตุ ิการต้ังครรภ ์
เยาวชนหรอื วัยรุ่น อายุ 15-24 ปี
จากรายงานการเฝ้าระวังการต้ังครรภแ์ มว่ ัยรนุ่ ประเทศไทย พ.ศ. 2564 ท่พี บว่า มีแม่วยั รุ่นที่อยู่ในสถานการณ์
ตั้งครรภ์ที่ไม่ได้ตั้งใจ รอ้ ยละ 65.6 ของกลุ่มตวั อย่างแม่วยั ร่นุ ท้ังหมด และยงั เปน็ สถิติทีเ่ พ่ิมสงู ขึ้นจากรายงานการเฝ้าระ
วงั ฯ ตงั้ แต่ปี 2559 ซึง่ พบสดั สว่ นของแมว่ ัยรุ่นท่รี ะบุว่าเป็นการต้ังครรภ์ทีไ่ มไ่ ด้ต้ังใจ รอ้ ยละ 50 สะทอ้ นใหเ้ หน็ ว่า ขนาด
ปญั หาของการตงั้ ครรภไ์ มพ่ รอ้ มในกลมุ่ วยั รนุ่ ยงั เปน็ ปญั หาสำ� คญั อยมู่ าก นอกจากนน้ั การเฝา้ ระวงั การแทง้ ประเทศไทย
พ.ศ. 2563 กย็ งั พบดว้ ยว่า ผปู้ ว่ ยทำ� แทง้ ในสถานบริการทเ่ี ขา้ ระบบเฝ้าระวงั การแท้งทัว่ ประเทศ กวา่ ร้อยละ 55 เปน็ ผู้
ปว่ ยท�ำแท้ง (induced abortion) สว่ นทเ่ี หลือคอื ผปู้ ่วยจากการแท้งเอง (spontaneous abortion) และในกลุม่ ของผู้
ป่วยท�ำแท้ง สว่ นใหญ่อยใู่ นช่วงอายุ 20-24 ปี ร้อยละ 20.7 อายุต�ำ่ กวา่ 20 ปี ประมาณร้อยละ 19
กลุ่มตัวอย่างในการศกึ ษาน้ี มอี ายเุ ฉลยี่ 27.6 ปี โดยในแงข่ องสดั สว่ นตามกล่มุ อายุ ไดม้ ีการเก็บข้อมูลจากกล่มุ
ตวั อย่างกวา่ ครึง่ หน่ึงหรือท้ังหมด 21 คน ที่อยู่ในกลมุ่ อายุ 15-19 ปี (9 คน) กลุ่มอายุ 20-24 ปี (12 คน) ซ่งึ สอดคลอ้ ง
กบั สถานการณก์ ารต้งั ครรภเ์ ม่อื ไม่พร้อมและการยุติการตัง้ ครรภ์ตามผลการเฝา้ ระวงั ของประเทศ และจากข้อมลู สถติ ิ
ผูร้ ับบริการของ สวท รวมกันทวั่ ประเทศ (ขอ้ มูลปี 2564) พบวา่ มผี รู้ ับบริการทอ่ี ายตุ ่ำ� กวา่ 20 ปอี ย่ปู ระมาณร้อยละ
10 และ อายุ 20-24 ปี ประมาณร้อยละ 20 ซ่งึ เมือ่ รวมทง้ั สองกลุ่มอายุแลว้ กลุ่มเยาวชนหรอื วัยรนุ่ จะคดิ เปน็ 1 ใน 3
ของผ้รู บั บริการยตุ กิ ารตงั้ ครรภ์
ในจ�ำนวนกลมุ่ ตัวอย่างอายุ 15-24 ปีทงั้ หมด พบว่า ยงั คงเป็นนกั เรียนนักศกึ ษา คือท้งั หมด 13 คน สว่ นท่ีเหลือ
เปน็ คนทวี่ า่ งงาน/ไมม่ งี านทำ� มอี าชพี คา้ ขาย หรอื รบั จา้ งรายวนั มเี พยี ง 3 คนทม่ี อี าชพี และรายได้ เชน่ เปน็ ลกู จา้ งประจำ�
เปน็ เจา้ ของธรุ กจิ และมอี าชพี อสิ ระ การตงั้ ครรภใ์ นขณะนส้ี ำ� หรบั กลมุ่ ตวั อยา่ งนกั เรยี นนกั ศกึ ษา จงึ เปน็ การตง้ั ครรภเ์ มอื่
ไม่พร้อมอย่างหลีกเลี่ยงได้ยาก รวมท้ังการยุติการตั้งครรภ์ก็เป็นทางเลือกท่ีสอดคล้องกับสถานการณ์ของกลุ่มตัวอย่าง
มากท่สี ดุ
ผ้หู ญงิ วยั ทำ� งาน อายุ 25-44 ปี
การต้ังครรภ์เม่ือไม่พร้อมในช่วงอายุวัยทำ� งาน หรือ 25 ปีข้ึนไป พบข้อมูลจากรายงานในหลายประเทศรวม
ทงั้ ประเทศไทยว่าอยใู่ นอตั ราทีส่ ูง ถึงแมจ้ ะยังไม่เทา่ กลุม่ วยั รุน่ หรือเยาวชน (Kortsmit et.al., 2020; Nyarko, S. H.,
2019; Sedgh et.al., 2013) และการประมาณอุบัติการณแ์ ละอัตราการทําแท้งที่ไม่ปลอดภยั ในผู้หญงิ อายุ 15-44 ปใี น
แอฟรกิ าเอเชีย (ไมร่ วมเอเชยี ตะวันออก) และภมู ิภาคละตินอเมรกิ า/แคริบเบียน พบวา่ ผหู้ ญงิ มีแนวโนม้ ที่จะทาํ แทง้ ท่ี
ไม่ปลอดภยั เกอื บหน่ึงคร้งั เมอ่ื อายุ 44 ปี (Iqbal Shah & Elisabeth Ahman (2004)

สมาคมวางแผนครอบครัวแห่งประเทศไทยฯ 37

กลุ่มตวั อยา่ งในการศกึ ษานอี้ ยู่ในชว่ งอายุ 25-44 ปี จ�ำนวน 17 คน มี 5 คนที่จดทะเบยี นสมรส 6 คนมีแฟน/คูแ่ ตไ่ ม่ได้
จดทะเบยี น 4 คนระบุว่า เป็นโสด และ 2 คนเลกิ กับสามแี ล้ว นอกจากน้นั ในจ�ำนวนทัง้ หมดนี้ มี 3 คนท่วี า่ งงาน/ไมม่ ี
งานท�ำ และ 9 จาก 17 คน เป็นคนท่ีมารับบรกิ ารยุตกิ ารตงั้ ครรภแ์ ลว้ มากกว่า 1 ครง้ั จากขอ้ มลู นี้ เงื่อนไขทท่ี �ำให้
การต้ังครรภน์ ี้ไม่พรอ้ มส�ำหรบั กลุ่มอายนุ ี้ ไดแ้ ก่ มบี ตุ รตามจำ� นวนท่ตี ้องการแลว้ ภาระและความไมพ่ ร้อมทางเศรษฐกจิ
ภาระหนีส้ นิ สถานภาพของคยู่ ังไมพ่ ร้อมส�ำหรับการมบี ุตร เช่น ยังไม่ไดแ้ ตง่ งาน และ เพงิ่ เลกิ กบั แฟน/สามี กล่มุ ท่ีอายุ
มากกวา่ 40 ปี มีความกังวลเร่ืองสขุ ภาพของบุตรทจ่ี ะคลอดออกมา ในขณะท่ีสถานการณ์ทน่ี �ำไปส่กู ารตั้งครรภ์คือ การ
ไมไ่ ดใ้ ชว้ ธิ ีคุมก�ำเนิด ใช้วธิ คี มุ ก�ำเนิดแต่ไมต่ ่อเนือ่ ง ผดิ พลาด และมกี ลุม่ ตัวอย่างอายุ 43 ปีทเี ชื่อวา่ ชว่ งอายขุ องตนและ
สามี ทำ� ให้โอกาสท่จี ะตงั้ ครรภ์เกิดขึน้ ไดน้ ้อย ขอ้ มูลเหล่านีส้ อดคล้องกับงานวจิ ยั อน่ื ๆ ท่ีพบเหตุผลและสถานการณ์ที่น�ำ
ไปสกู่ ารต้ังครรภเ์ มื่อไม่พร้อมและการยตุ กิ ารต้งั ครรภใ์ นลักษณะเดียวกัน
ผู้หญิงช่วงปลายวัยเจริญพนั ธุ์ อายุ 45 ปขี น้ึ ไป
ถึงแม้ในการศึกษานี้จะพบกลุ่มตวั อย่างทอี่ ายเุ กิน 45 ปีขนึ้ ไปเพียง 3 คน และจากขอ้ มูลในระบบผรู้ บั บรกิ าร
ของ สวท พบว่า ผู้หญงิ ทอี่ ายุเกนิ 45 ปี ท่มี ารบั บริการยุตกิ ารต้ังครรภ์ มีอยปู่ ระมาณ ร้อยละ 1 ของผู้รับบรกิ ารท้ังหมด
เป็นผ้หู ญงิ ทอ่ี ายสุ ูงสุด ถงึ 51 ปี หรอื ในรายงานเฝา้ ระวงั การแทง้ ประเทศไทย พ.ศ. 2563 กพ็ บผู้ป่วยแทง้ ทีอ่ ายเุ กิน 45
ปี ประมาณเกือบ รอ้ ยละ 2 ท้งั ในกล่มุ ผู้ปว่ ยแท้งเองและผ้ปู ่วยท�ำแท้ง
ถงึ แมจ้ ะมเี พยี งจำ� นวนไมม่ าก แตผ่ หู้ ญงิ กไ็ มค่ วรตอ้ งเผชญิ กบั สถานการณต์ งั้ ครรภเ์ มอ่ื ไมพ่ รอ้ มและการยตุ กิ าร
ตัง้ ครรภ์ และข้อมูลจากการสมั ภาษณร์ ะดบั ลึก พบว่า ผ้หู ญิงทงั้ 3 คนท่ีอายุเกิน 45 ปี ระบุวา่ ไมค่ ิดว่าจะตง้ั ครรภเ์ พราะ
ตนเอง รวมทงั้ สามี อายมุ ากแล้ว ซ่งึ สะทอ้ นความเช่อื ท่ีไมถ่ ูกตอ้ งเก่ียวกับภาวะการเจริญพันธุแ์ ละจ�ำเป็นทร่ี ะบบบรกิ าร
จะต้องให้ความรู้ทีถ่ กู ต้องเพ่ิมมากขนึ้
ยังมีการศึกษาน้อยมากในเรื่องสถานการณ์การต้ังครรภ์และการยุติการต้ังครรภ์ในกลุ่มผู้หญิงอายุมาก ท้ังใน
ประเทศไทยและตา่ งประเทศ การรายงานตัวเลขอัตราการท�ำแท้งกม็ กั จะรายงานสำ� หรบั ผูห้ ญงิ ในชว่ งอายุ 15-44 ปี มี
การวิเคราะห์ข้อมลู จาก 40 ประเทศทัว่ โลก ทง้ั ขอ้ มูลในระบบบรกิ าร ระบบเฝา้ ระวังและการส�ำรวจขนาดใหญ่ พบกว่า
อัตราการท�ำแทง้ ในผ้หู ญงิ อายุ 40 ปีขึ้นไปอย่ใู นช่วงร้อยละ 2-14 (Sedgh et.al., 2013) และเมอ่ื ทำ� การคาดประมาณ
จากอตั ราการทำ� แทง้ ผหู้ ญงิ ในชว่ งอายุ 45 ปขี นึ้ ไป มแี นวโนม้ สงู ทจ่ี ะมกี ารทำ� แทง้ ครง้ั แรก (Rachel and Jenna, 2017)
โดยพบวา่ ผหู้ ญงิ ในชว่ งปลายของวยั เจรญิ พนั ธย์ุ งั คงมเี พศสมั พนั ธ์ (sexually active) อยใู่ นภาวะเจรญิ พนั ธไ์ุ ดแ้ ตม่ กั จะมี
บตุ รตามจำ� นวนทต่ี อ้ งการแลว้ ดงั นน้ั เมอ่ื เกดิ การตงั้ ครรภใ์ นชว่ งวยั นี้ มกั จะเปน็ การตง้ั ครรภท์ ไ่ี มไ่ ดต้ ง้ั ใจ (unintended)
และนำ� ไปส่กู ารยุติการตัง้ ครรภไ์ ด้
โดยมรี ายงานวิจยั หลายชิ้นที่ระบุว่า การต้ังครรภเ์ มื่อเกิดในอายทุ ่มี ากข้นึ มแี นวโน้มท่ีจะเปน็ การต้งั ครรภท์ ีไ่ ม่
ไดต้ ง้ั ใจมากกวา่ การตง้ั ครรภใ์ นชว่ งอายนุ อ้ ย การวเิ คราะหข์ อ้ มลู ขนาดใหญ่ มกั จะพบวา่ ความชกุ ของการตงั้ ครรภท์ ไี่ มไ่ ด้
ตง้ั ใจจะสงู ทสี่ ดุ ในบรรดาผหู้ ญงิ อายุ 15-19 ปี ความเสยี่ งของการตงั้ ครรภท์ ไี่ มไ่ ดต้ ง้ั ใจนนั้ สงู กวา่ ในผหู้ ญงิ ทมี่ อี ายมุ ากกวา่
(Nyarko, S. H., 2019)

38 สมาคมวางแผนครอบครวั แห่งประเทศไทยฯ

ขอ้ มลู จากงานวจิ ยั นแ้ี ละงานวจิ ยั อนื่ ๆ สะทอ้ นใหเ้ หน็ วา่ ยงั มชี อ่ งวา่ งสำ� หรบั การใหบ้ รกิ ารผหู้ ญงิ ในชว่ งปลายวยั
เจริญพนั ธอ์ุ ยู่ โดยเฉพาะในเรือ่ งการใหค้ วามรคู้ วามเข้าใจเกย่ี วกบั โอกาสที่จะเกดิ การตง้ั ครรภ์ และการใช้วิธีคมุ กำ� เนดิ ที่
ถกู ต้องและสม�่ำเสมอ ถงึ แมจ้ ะมเี พศสัมพนั ธ์ที่ไมส่ มำ�่ เสมอก็ตาม
4.2 การต้ังครรภเ์ ม่อื ไม่พรอ้ ม และการยุติการต้งั ครรภ์
การศกึ ษาในประเดน็ การตงั้ ครรภเ์ มอ่ื ไมพ่ รอ้ มในประเทศไทยทผี่ า่ นมา มกั เนน้ ศกึ ษากบั กลมุ่ ตวั อยา่ งทเ่ี ปน็ เดก็
และวัยรนุ่ ตั้งแตช่ ว่ งประถมวยั (พัทยา และ นภาเพญ็ , 2564) ไปจนถึงวัยรนุ่ วัยเรียนในระดับอ่ืนๆ (มาลวี ัล เลิศสาครศิริ,
2557; ธนิดา และคณะ, 2565; องั คณา และมาล,ี 2561; สดุ าภรณ์ และคณะ, 2559; เทพไทย และคณะ, 2563) ใน
ขณะที่การศึกษานี้ได้ศึกษาจากกลุ่มตัวอย่างท่ีเป็นผู้รับบริการยุติการต้ังครรภ์ที่คลินิกเวชกรรม สวท จึงท�ำให้เห็นภาพ
ของสถานการณ์ของการตั้งครรภ์เมื่อไม่พร้อมในผู้หญิงทุกช่วงอายุตั้งแต่วัยรุ่นไปจนถึงวัยใกล้พ้นช่วงวัยเจริญพันธุ์ซ่ึงก็
ยังคงเป็นกลุ่มท่ีต้องเผชิญกับสถานการณ์ตั้งครรภ์เมื่อไม่พร้อมด้วยเช่นกัน แต่อาจจะไม่ได้รับความสนใจในแง่ของการ
ศึกษาวิจัยมากเทา่ กบั ผหู้ ญิงในวยั อนื่
เง่ือนไขปัจจัยท่ีท�ำให้การต้ังครรภ์เป็นการต้ังครรภ์เม่ือไม่พร้อม ส�ำหรับผู้หญิงต่างช่วงวัยและต่างสถานะ จึง
แตกต่างกัน แน่นอนว่า หากการตั้งครรภ์เกิดข้ึนในวัยเรียน ย่อมเป็นการยากที่ผู้หญิงจะคิดว่าเป็นการต้ังครรภ์เม่ือไม่
พรอ้ ม (ศิวะพร จึงพชิ าญวณชิ ย,์ 2557) เช่นเดียวกับกลุ่มตวั อย่าง 13 รายในการศกึ ษานี้ ในขณะทกี่ ารต้ังครรภท์ เี่ กดิ ขนึ้
ในสภาวะความไมพ่ รอ้ มด้านอืน่ ๆ โดยเฉพาะดา้ นเศรษฐกิจและความพรอ้ มของครอบครวั การต้ังครรภน์ ้ันก็มักจะกลาย
เป็นการตัง้ ครรภเ์ มอื่ ไม่พรอ้ ม
การศึกษานี้แสดงใหเ้ หน็ วา่ การให้เหตผุ ลของความไม่พรอ้ มของผหู้ ญิง มีรายละเอียดทีแ่ ตกตา่ งกันไปในแตล่ ะ
ชว่ งวยั สถานะหรอื บทบาทหนา้ ทท่ี างสงั คม ความพรอ้ มของการตงั้ ครรภ์ หมายถงึ ความพรอ้ มทจี่ ะมลี กู เลย้ี งลกู จงึ เปน็
มุมมองของความพร้อมในระยะยาว ส�ำหรับเด็กผู้หญิงหรือวัยรุ่นในวัยเรียน ความพร้อมในการต้ังครรภ์อาจเป็นเรื่องที่
เปน็ ไปไมไ่ ด้ หากไมม่ กี ระบวนการชว่ ยเหลอื สนบั สนนุ จากครอบครวั และสงั คมทเ่ี กยี่ วขอ้ ง ในขณะทผ่ี หู้ ญงิ ในชว่ งวยั หรอื
สถานะอ่นื ๆ ความไมพ่ ร้อมถูกนยิ ามผา่ นเงอ่ื นไขดา้ นเศรษฐกิจและสังคมเปน็ หลัก

เหตปุ ัจจัยท่ที �ำไปสกู่ ารต้ังครรภ์ ในการศึกษานที้ พี่ บวา่ ส่วนใหญ่เป็นปญั หาเกย่ี วกบั การคุมก�ำเนิด เชน่ การไม่
ใชห้ รอื ไมส่ ามารถใช้วธิ ีคมุ ก�ำเนิดใดๆ หรือ การใช้วธิ คี มุ ก�ำเนิดที่ผิดพลาด อนั อาจเกิดจากความไมต่ อ่ เนื่อง ไม่สม่ำ� เสมอ
หรือการใชอ้ ย่างไม่ถูกตอ้ ง เป็นขอ้ มูลท่พี บในการศึกษาอน่ื ๆ ทีผ่ า่ นมาด้วย เชน่ การไมใ่ ช้วิธีคุมก�ำเนดิ (ปาริฉัตร และ
คณะ, 2562; สดุ าภรณ์ และคณะ, 2559) การใช้ยาคุมกำ� เนดิ ฉุกเฉนิ และการท่ีวัยรุ่นมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรกยังไมร่ ู้จกั วิธี
การคมุ กำ� เนดิ (พมิ พ์ณชิ ณิณ ภวิ งศ์ก�ำจร, 2563) การขาดความรู้ในการป้องกนั การตั้งครรภ์ (ธนิดา และคณะ, 2565)
การใชว้ ธิ คี มุ กำ� เนดิ ทไี่ มส่ มำ�่ เสมอ (ปฏญิ ญา และคณะ, 2556) นอกจากนน้ั ยงั มรี ายละเอยี ดอนื่ ๆ ทพี่ บจากการศกึ ษาอน่ื ๆ
ด้วยเชน่ กนั เช่น การไม่คิดวา่ ตัวเองจะตงั้ ทอ้ งได้ ซง่ึ เกิดจากการทีไ่ ม่ได้มเี พศสมั พันธเ์ ปน็ ประจำ� หรอื อายมุ ากแลว้ ซงึ่ คือ
ปัญหาของไมไ่ ดต้ ระหนกั ถึงโอกาสในการต้งั ครรภ์ (ฤดี และ เอมพร, 2557) นอกจากน้ันยงั มีปจั จัยเชิงความคดิ คา่ นิยม
สว่ นบุคคลและจากภายนอก (นันทพร ศรีเมฆารัตน์ และคณะ, 2563; Chaturachinda, K., & Boonthai, N., 2017;
สุดาภรณ์ และคณะ, 2559; มาลวี ัล เลิศสาครศริ ิ, 2557)

สมาคมวางแผนครอบครัวแหง่ ประเทศไทยฯ 39

4.3 บริการยุติการต้ังครรภ์
ดังท่ีกล่าวข้างต้นว่า ผู้หญิงในแต่ละช่วงวัยเมื่อมีการต้ังครรภ์ อาจจะมีปัจจัยหรือเงื่อนไขที่แตกต่างกันไปในท่ี
ทำ� ใหก้ ารตงั้ ครรภน์ น้ั กลายเปน็ การตง้ั ครรภเ์ มอื่ ไมพ่ รอ้ ม นอกจากนน้ั การศกึ ษานยี้ งั ไดท้ ำ� ใหเ้ หน็ ประสบการณข์ องผหู้ ญงิ
ที่เหมอื นกันในทกุ ชว่ งวัยประการหน่งึ คือ การท่ผี หู้ ญิงตอ้ งเผชิญกบั ปัญหาของการตงั้ ครรภ์เม่อื ไมพ่ ร้อมดว้ ยตนเองเป็น
หลัก ถึงแม้หลายคนอาจจะระบวุ ่า สามารถทจ่ี ะปรกึ ษากับผู้ชายท่เี ปน็ แฟนหรอื สามี รวมท้งั คนอนื่ ๆ ในครอบครวั ได้ แต่
กพ็ บวา่ การตดั สนิ ใจเลอื กทจี่ ะยตุ กิ ารตง้ั ครรภท์ ไี่ มพ่ รอ้ มนนั้ จะถกู บงั คบั ดว้ ยสถานการณแ์ ละเงอื่ นไขในชวี ติ ตา่ งๆ ความ
คดิ เหน็ ของคนรอบขา้ งอาจจะไมม่ ีผลตอ่ การตัดสนิ ใจของผูห้ ญิงเลย ดงั เช่นที่ผู้หญิงบางคนเลอื กที่จะตัดสินใจด้วยตัวเอง
โดยไมป่ รกึ ษาใคร หรอื โดยไมส่ นใจวา่ คนอนื่ ๆ จะมคี วามคดิ เหน็ วา่ อยา่ งไรกต็ าม และทส่ี ำ� คญั การศกึ ษานกี้ พ็ บวา่ ผหู้ ญงิ
บางคนยังต้องถูกบังคบั ให้ยุตกิ ารตั้งครรภโ์ ดยสามีหรือคนในครอบครวั อีกด้วย จึงกลา่ วได้ว่า การยุตกิ ารตงั้ ครรภไ์ มเ่ คย
เป็นการตดั สนิ ใจทงี่ ่ายส�ำหรับผหู้ ญิง ถงึ แม้ผหู้ ญงิ บางคนอาจจะระบวุ า่ ตัดสนิ ใจเร่อื งนไี้ ด้อย่างรวดเรว็ ก็ตาม
มีงานวิจัยอื่นๆ ท่ีพยายามที่จะชี้ให้เห็นว่า มีปัจจัยอื่นที่อาจจะช่วยให้ผู้หญิงที่ตั้งครรภ์เม่ือไม่พร้อม อาจจะ
ไม่ต้องตัดสินใจที่จะยุติการต้ังครรภ์เสมอไป การศึกษาของอังคณาและมาลี (2561) ท�ำการศึกษาเชิงคุณภาพเพื่อ
วเิ คราะหแ์ นวคดิ ของวยั รนุ่ ทตี่ ง้ั ครรภใ์ นระหวา่ งเรยี นและตดั สนิ ใจทจ่ี ะตง้ั ครรภต์ อ่ จนคลอดโดยไมย่ ตุ กิ ารตง้ั ครรภ์ พบวา่
ปัจจัยสำ� คญั คือ การเหน็ คณุ คา่ ในตวั เอง ความรู้สึกเช่อื มนั่ ในบทบาทและภาระในการเลยี้ งดบู ตุ รในอนาคต รวมทงั้ การมี
ชอ่ งทางในการรบั ความชว่ ยเหลอื งานของพรี เดช ประคองพนั ธ์ (2564) ศกึ ษาในกลมุ่ ผหู้ ญงิ ทม่ี ปี ระสบการณก์ ารตงั้ ครรภ์
กอ่ นอายุ 20 ปบี ริบรู ณ์ พบว่า การขัดเกลาทางสังคมเช่นจากครอบครัว สถานศกึ ษา เพอ่ื น มีผลท�ำให้วัยรนุ่ ทต่ี ั้งครรภ์
เมอื่ ไม่พร้อมสามารถตัดสนิ ใจท่จี ะไมย่ ตุ ิการตั้งครรภ์
อยา่ งไรก็ตาม จากเสียงสะท้อนของผูห้ ญงิ ในการศึกษาน้ี ท�ำใหเ้ หน็ ภาพอกี มุมมองหนงึ่ วา่ การตดั สินใจยตุ กิ าร
ต้ังครรภ์อาจไม่มีผลลดทอนคุณค่าในตัวเองของผู้หญิงทุกคน โดยให้เหตุผลว่า การตัดสินใจนี้เป็นการตัดสินใจที่ดีท่ีสุด
แล้วส�ำหรับสถานการณ์ของตัวเองและครอบครัว นอกจากน้ัน ถึงแม้หลายคนจะมีความเชื่อความคิดเช่ือมโยงกับหลัก
ศาสนาหรือบาปบุญ แต่การตัดสินใจที่จะยุติการตั้งครรภ์ ก็จ�ำเป็นต้องวางความเช่ือในด้านนั้นเพราะเง่ือนไขอื่นๆ ของ
ชีวิตมีความบบี ค้ันมากกวา่ นัน่ เอง มงี านของ นธิ นิ นั ท์ มหาวรรณ (2552) ทศ่ี ึกษาความคิดของวยั รุน่ หลังการยุติการต้งั
ครรภแ์ บบผดิ กฎหมาย พบวา่ ถึงแม้กลมุ่ ตัวอย่างจะมคี วามรดู้ า้ นลบต่อการยุตกิ ารตง้ั ครรภ์ทตี่ นเองผา่ นมา แตใ่ นขณะ
เดยี วกนั กม็ คี วามรสู้ กึ โลง่ ใจทสี่ ามารถแกป้ ญั หาการตงั้ ครรภเ์ มอื่ ไมพ่ รอ้ มไดแ้ ละทำ� ใหส้ ามารถกลบั ไปใชช้ วี ติ ไดต้ ามปกติ
ดังนัน้ จึงสรปุ ได้ว่า ไม่ว่าจะมีความคิดความเชือ่ ตอ่ เรื่องน้ีอยา่ งไร กล่มุ ตัวอย่างเกือบทงั้ หมดต่างระบวุ ่า การยตุ กิ ารต้งั
ครรภ์เป็นทางเลือกส�ำหรับคนท่ีท้องเมื่อไม่พร้อม เป็นบริการท่ีจ�ำเป็นส�ำหรับผู้หญิง ถึงแม้บางส่วนอาจจะไม่ต้องการ
แนะน�ำบริการนใ้ี หก้ บั ผู้หญงิ คนอน่ื กต็ าม
4.4 ความรู้ การรับรู้ และทศั นคติตอ่ การยุตกิ ารต้ังครรภ์
ข้อมูลส�ำคัญที่ผู้หญิงต้องการรับรู้ก่อนรับบริการยุติการตั้งครรภ์คือ สถานท่ีให้บริการยุติการต้ังครรภ์ การยุติ
การตั้งครรภ์อย่างถูกกฎหมาย ทางเลือกหรือวิธีการยุติการต้ังครรภ์ ท้ังท่ีให้บริการในคลินิกและวิธีการที่สามารถท�ำได้
เอง และผลกระทบหรือผลข้างเคียงหลังจากการยุติการต้ังครรภ์ โดยข้อมูลสถานท่ีให้บริการและการบริการยุติการต้ัง
ครรภน์ นั้ ถกู กฎหมายหรอื ไม่ เปน็ ชดุ ขอ้ มลู สำ� คญั ทเี่ พยี งพอตอ่ การตดั สนิ ใจมาเขา้ รบั บรกิ ารแลว้ ในขณะทขี่ อ้ มลู อน่ื ๆ กลมุ่

40 สมาคมวางแผนครอบครวั แห่งประเทศไทยฯ

ตวั อยา่ งสว่ นใหญจ่ ะไดร้ บั จากผ้ใู หบ้ รกิ ารที่คลินกิ สอดคลอ้ งกบั งานวิจยั อนื่ ๆ ทพ่ี บวา่ ขอ้ มลู เรอ่ื งบรกิ ารทถ่ี ูกกฎหมาย มี
ผลส�ำคัญอย่างยิ่งต่อการตัดสนิ ใจรับบรกิ าร (Gbagbo, 2019).
อยา่ งไรกต็ าม ถงึ แมจ้ ะมกี ารรบั รวู้ า่ การบรกิ ารยตุ กิ ารตงั้ ครรภถ์ กู กฎหมาย แตก่ ลมุ่ ตวั อยา่ งสว่ นใหญไ่ มม่ คี วาม
รู้หรือข้อมูลอื่นๆ เกี่ยวกับเง่ือนไขของการยุติการต้ังครรภ์ถูกกฎหมาย และเป็นข้อมูลท่ีจะรับรู้เมื่อเข้ารับบริการแล้ว
เช่นกัน
ประเด็นของบริการท่ีถูกกฎหมายหรือไม่ เป็นเหตุผลส�ำคัญท่ีมีผลต่อการตัดสินใจยุติการต้ังครรภ์ของผู้หญิง
และเป็นเงื่อนไขส�ำคัญในการเลือกสถานบริการด้วย ดังนั้น การกระจายข้อมูลเกี่ยวกับสถานบริการยุติการต้ังครรภ์
และลักษณะของการบริการที่ถูกกฎหมาย จึงอาจจะเป็นตัวช่วยลดความเส่ียงท่ีผู้หญิงท่ีตั้งครรภ์เมื่อไม่พร้อมต้อง
เส่ียงกับการไปรับบริการยตุ กิ ารต้งั ครรภท์ ี่ไมป่ ลอดภยั ซ่ึงงานวิจัยท่ีผา่ นมาแสดงใหเ้ หน็ ขอ้ มูลของการยตุ ิการตง้ั ครรภ์
หรือการท�ำแท้งท่ไี ม่ปลอดภยั (unsafe abortion) ส่วนหนงึ่ ในน้นั คือ การพยายามยุตกิ ารตงั้ ครรภห์ รือการทำ� แทง้ ดว้ ย
ตวั เอง ทผี่ หู้ ญงิ กวา่ ครงึ่ ทต่ี อ้ งการยตุ กิ ารตงั้ ครรภม์ กั จะเรมิ่ ตน้ ดว้ ยการพยายามดว้ ยตนเองกอ่ น (Chunuan et.al., 2012)
ซ่งึ นำ� ไปสผู่ ลกระทบทางสขุ ภาพระยะสน้ั และระยะยาว ปัจจุบัน มีข้อมูลเกีย่ วกบั ผลกระทบจากการทำ� แทท้ ี่ไมป่ ลอดภัย
แพรห่ ลายมากข้ึน ประเดน็ ท่ีนา่ สนใจทพ่ี บในการศกึ ษาน้ี คอื ผ้หู ญิงท่คี ้นหาขอ้ มูลและพบวา่ มีการยุตกิ ารตง้ั ครรภ์หลาย
รปู แบบทอี่ าจทำ� ไดด้ ว้ ยตนเอง แตผ่ หู้ ญงิ กต็ ดั สนิ ใจทจี่ ะไมท่ ำ� แบบนน้ั เมอื่ พบวา่ มบี รกิ ารยตุ กิ ารตงั้ ครรภท์ ส่ี ามารถทำ� ได้
โดยไมผ่ ิดกฎหมายอยู่ด้วย
ในแงข่ องทศั นคตติ อ่ บรกิ ารยตุ กิ ารตง้ั ครรภ์ ดงั ทรี่ ะบขุ า้ งตน้ วา่ กลมุ่ ตวั อยา่ งในการศกึ ษานสี้ ว่ นใหญไ่ มม่ ที ศั นคติ
เชิงลบต่อบริการยุติการต้ังครรภ์ โดยเฉพาะบริการท่ีถูกกฎหมาย บางส่วนอาจไม่ต้องการแนะน�ำบริการให้กับคนอ่ืน
เพราะไม่ต้องการมีส่วนเกี่ยวข้องกับการตัดสินใจท่ีจะยุติการตั้งครรภ์ของคนอื่น แต่ในขณะเดียวกัน ก็ล้วนมีความคิด
เห็นตรงกันว่าบริการยุติการต้ังครรภ์ควรเป็นทางเลือกและเป็นสิทธิส�ำหรับผู้หญิงท่ีตั้งครรภ์เม่ือไม่พร้อม สอดคล้องกับ
งานวิจยั อีกหลายช้ิน (Becker, Garcia and Larsen, 2002; Makleff et al. 2019)
การศกึ ษาของ Fengxue et.al. (2003) แสดงขอ้ มูลทีน่ ่าสนใจวา่ ผลการสำ� รวจความคดิ เหน็ ของด็กนักเรียน
ชนั้ มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย พบวา่ นกั เรยี นมที ศั นคตเิ ชงิ ลบตอ่ การตง้ั ครรภใ์ นวยั รนุ่ แตม่ ที ศั นคตเิ ชงิ บวกตอ่ การยตุ กิ ารตงั้
ครรภ์หรือทำ� แท้ง และมที ัศนคตเิ ชงิ บวกต่อบริการสขุ ภาพส�ำหรับวัยรนุ่ ด้วย การศึกษาของ Ellen et.al. (2017) พบว่า
ผู้หญงิ ท่ีไดร้ บั ความช่วยเหลือให้ได้รบั บริการยตุ กิ ารตั้งครรภ์ท่ปี ลอดภยั มีทัศนคตทิ ด่ี ีต่อบรกิ ารและยงั ไดช้ ่วยแนะนำ� ต่อ
กับผูห้ ญิงคนอื่นๆ ท่ีประสบกับปญั หาการตัง้ ครรภเ์ ม่อื ไมพ่ ร้อมด้วย การศึกษาของ วรี ะชัย และคณะ (2556) ที่สำ� รวจ
วยั รุ่นอายุ 10 – 19 ปี ท่กี ำ� ลังศึกษาชัน้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี 2 และอาชวี ศึกษาปที ี่ 2 ทวั่ ประเทศ ถงึ 42,234 คน พบว่า ร้อย
ละ 15.8 ของวัยร่นุ ตอบแบบส�ำรวจวา่ ถา้ เกดิ ตงั้ ครรภร์ ะหวา่ งเรียนจะตดั สินใจยตุ ิการต้งั ครรภ์ แสดงวา่ วยั ร่นุ มองวา่
บริการยตุ ิการตั้งครรภเ์ ปน็ ทางเลือก

สมาคมวางแผนครอบครัวแหง่ ประเทศไทยฯ 41

4.5 ความคาดหวงั ต่อบรกิ ารยุติการตงั้ ครรภ ์
ขอ้ มูลทีส่ ะท้อนถงึ ความคาดหวงั ต่อบริการยตุ ิการตงั้ ครรภ์ ได้แก่ ขอ้ มูลผหู้ ญงิ จะค้นหากอ่ นเข้ารบั บรกิ าร หรอื
ใชเ้ ปน็ เงอื่ นไขในการตดั สนิ ใจรบั บรกิ าร ซง่ึ โดยรวมการศกึ ษานพ้ี บวา่ ผหู้ ญงิ คาดหวงั ใหบ้ รกิ ารยตุ กิ ารตงั้ ครรภ์ เปน็ บรกิ าร
ยตุ กิ ารตงั้ ครรภท์ ถี่ กู กฎหมาย รกั ษาความลบั ความเปน็ สว่ นตวั มที างเลอื กในการยตุ กิ ารตงั้ ครรภ์ และใหบ้ รกิ ารไดใ้ นอายุ
ครรภใ์ นขณะนน้ั ของผหู้ ญงิ สถานทเ่ี ขา้ ถงึ งา่ ย ไมไ่ กล มคี า่ ใชจ้ า่ ยเหมาะสม และสามารถจา่ ยได้ มกี ารใหค้ ำ� ปรกึ ษาหรอื คำ�
แนะนำ� กอ่ นมารบั บริการทเี่ ป็นแรงจงู ใจให้เลอื กมารับบริการท่ีคลินกิ ทั้งในรูปแบบของสายดว่ นใหค้ ำ� ปรึกษาและขอ้ มลู
ในอินเตอรเ์ น็ตหรอื เวบ็ ไซด์
ดงั ท่ีกลุ่มตวั อยา่ งในการศึกษานี้ได้สะทอ้ นมุมมองตอ่ การรับบริการในโรงพยาบาลวา่ อาจไม่ไดร้ บั บรกิ ารทเี่ ป็น
มิตร ถูกตดั สินวา่ เป็นผูห้ ญงิ ท่ีไม่ดี และอาจไม่มีการรักษาความลับความเป็นสว่ นตัว สอดคลอ้ งกับการศึกษาในไนจีเรยี
ทีผ่ ู้รับบรกิ ารยุตกิ ารตั้งครรภ์ระบุวา่ สง่ิ ส�ำคญั ทคี่ าดหวงั จากบริการคือ การดูแลทไี่ ม่ใชก่ ารตดั สิน (non-judgmental
care) การสื่อสารแบบเปดิ (open communication) และการรกั ษาความลบั (confidentiality) (Katz et.al., 2022)
และมกี ารศกึ ษาเกย่ี วกบั ความพงึ พอใจในการรบั บรกิ ารยตุ กิ ารตง้ั ครรภ์ ไดส้ ะทอ้ นถงึ ความคาดหวงั จากบรกิ ารของผหู้ ญงิ
ในเร่อื งของการให้ค�ำปรึกษาหรอื บริการคมุ กำ� เนิด และการดแู ลสขุ ภาพหลังยุติการต้งั ครรภ์ ว่าผู้ให้บริการควรมขี อ้ มลู ที่
ชดั เจน รอบดา้ น (Moirangthem, Chhugani, & Bijoy, 2020; Teshome, & Adhena, 2021). ซ่งึ สอดคล้องกบั ข้อมลู
จากการศกึ ษานเ้ี ชน่ กนั ทกี่ ลมุ่ ตวั อยา่ งแสดงถงึ ความสนใจเกย่ี วกบั การใหค้ ำ� ปรกึ ษาในเรอ่ื งวธิ คี มุ กำ� เนดิ และสะทอ้ นความ
กังวลใจในเรื่องของภาวะสุขภาพหลงั ยตุ ิการตง้ั ครรภ์
4.6 บทสรปุ
การศกึ ษาในกลมุ่ ตวั อยา่ งท่เี ปน็ ผู้หญงิ ทเี่ ขา้ รบั บริการยุตกิ ารตัง้ ครรภท์ ี่คลินิกเวชกรรม สวท ต้องการรบั บรกิ าร
เพราะเหตผุ ลอน่ื ทไ่ี มใ่ ชเ่ หตผุ ลทางการแพทย์ และเปน็ การรบั บรกิ ารตามเงอื่ นไขของกฎหมาย คอื ภายในระยะอายคุ รรภ์
ไมเ่ กนิ 12 สปั ดาห์ ปจั จยั เงอื่ นไขทน่ี ำ� ไปสกู่ ารตง้ั ครรภเ์ ปน็ เรอื่ งเกยี่ วกบั การคมุ กำ� เนดิ เปน็ หลกั เชน่ ไมใ่ ชว้ ธิ คี มุ กำ� เนดิ เลย
ใช้ไม่ถกู ตอ้ งหรือสม่ำ� เสมอ และวธิ ีคุมก�ำเนิดมคี วามผิดพลาด และภายใต้สถานการณ์ของการใช้วธิ คี มุ กำ� เนดิ เหล่านก้ี ย็ ัง
มีปัจจยั เงือ่ นไขอืน่ แวดลอ้ มอกี ด้วย ทำ� ให้ผหู้ ญิงเกดิ การตั้งครรภท์ ไ่ี มพ่ รอ้ มขึน้ ได้ การตัดสินใจเกีย่ วกบั การต้ังครรภท์ ่ีไม่
พร้อมและการยุตกิ ารต้งั ครรภ์ เป็นการตัดสินใจของผูห้ ญิงเป็นหลัก ถงึ แมจ้ ะมกี ารปรึกษากับคนรอบตัว ในขณะทพี่ บว่า
มีสถานการณท์ ก่ี ารตัดสินใจไมไ่ ดเ้ ปน็ ของผ้หู ญงิ ดว้ ยเชน่ กนั
ความรู้ การรบั รู้ และทศั นคติเก่ียวกบั บริการยตุ ิการตัง้ ครรภ์ มกี ารให้ความสำ� คัญกับการบริการท่ถี ูกกฎหมาย
เป็นหลักและเป็นเง่ือนไขแรกของการตัดสินใจเข้ารับบริการ ข้อมูลเก่ียวกับบริการยุติการต้ังครรภ์ที่ถูกกฎหมายท�ำให้ผู้
หญิงไม่ต้องเส่ยี งทีจ่ ะพยายามยุติการตั้งครรภ์ดว้ ยตวั เองถงึ แมจ้ ะมขี อ้ มูลท่คี น้ หาได้จากอินเตอร์เน็ตเก่ียวกับเรือ่ งนี้ ใน
ภาพรวม ผหู้ ญงิ มคี วามเชอื่ วา่ การยตุ กิ ารตงั้ ครรภเ์ ปน็ ทางเลอื กสำ� หรบั คนทท่ี อ้ งเมอื่ ไมพ่ รอ้ ม เปน็ บรกิ ารทจี่ ำ� เปน็ สำ� หรบั
ผหู้ ญิง

42 สมาคมวางแผนครอบครวั แห่งประเทศไทยฯ

ความคาดหวังต่อบริการยุติการตั้งครรภ์ ท่ีส�ำคัญที่สุดส�ำหรับผู้หญิงคือการเป็นบริการยุติการต้ังครรภ์ที่ถูก
กฎหมาย และการรักษาความลับความเป็นส่วนตัว รองลงมา เป็นเรื่องของการมีวิธีการหรือทางเลือกในการยุติการ
ตง้ั ครรภ์ และใหบ้ รกิ ารไดใ้ นอายคุ รรภใ์ นขณะนน้ั ของผหู้ ญงิ สถานทเี่ ขา้ ถงึ งา่ ย ไมไ่ กล มคี า่ ใชจ้ า่ ยเหมาะสม และสามารถ
จา่ ยได้ มกี ารใหค้ ำ� ปรกึ ษาหรอื คำ� แนะนำ� กอ่ นมารบั บรกิ ารทเ่ี ปน็ แรงจงู ใจใหเ้ ลอื กมารบั บรกิ ารทคี่ ลนิ กิ และมบี รกิ ารอนื่ ๆ
ทเี่ กยี่ วข้องหรอื การดแู ลตอ่ เนือ่ งเพ่อื ป้องกันการตั้งครรภ์เม่ือไมพ่ ร้อมซ�ำ้ เชน่ การให้ค�ำปรึกษาและบรกิ ารคมุ กำ� เนดิ
4.7 ข้อเสนอแนะ
ข้อเสนอแนะเกยี่ วกับการให้บรกิ ารและการปฏิบัติงานป้องกนั และจดั การสถานการตง้ั ครรภเ์ ม่ือไมพ่ รอ้ ม

1) จากขอ้ มลู ความคาดหวังตอ่ บรกิ ารยตุ ิการตั้งครรภ์ ชใ้ี ห้เหน็ ถงึ ความสำ� คัญในการใหข้ ้อมูลเกยี่ วกบั บริการ
ใหค้ รบถ้วนรอบด้าน โดยเฉพาะในเรือ่ งกฎหมายและเงือ่ นไขในการรับบรกิ าร เพอื่ ช่วยให้ผู้หญิงท่ปี ระสบ
ปญั หาตง้ั ครรภ์เม่อื ไม่พร้อมและต้องการยุติการตั้งครรภส์ ามารถตัดสินใจรับบรกิ ารไดอ้ ยา่ งทนั ท่วงที และ
ไมต่ ้องเส่ียงกบั การพยายามยตุ ิการตั้งครรภ์ด้วยตนเองหรือใชบ้ รกิ ารท่ไี ม่ปลอดภยั

2) ข้อมูลที่สะท้อนถึงความรู้ที่ไม่ถูกต้องหรือครบถ้วนเก่ียวกับการคุมก�ำเนิดที่น�ำไปสู่การต้ังครรภ์ที่ไม่พึง
ประสงค์ แสดงให้เห็นว่าจ�ำเป็นต้องสร้างกระบวนการหรือกิจกรรมเพื่อเผยแพร่และให้ข้อมูลความรู้ท่ีถูก
ต้องให้กับผูห้ ญิงทกุ วยั รวมทั้งผู้ชายดว้ ย เพอื่ กระตุน้ ใหผ้ ชู้ ายมีส่วนรับผดิ ชอบในการปอ้ งกนั การต้งั ครรภ์
เมื่อไม่พรอ้ มใหม้ ากขึ้น

3) สถานการณเ์ กย่ี วกบั ปญั หาในการใชว้ ธิ คี มุ กำ� เนดิ ทงั้ ไมม่ กี ารใชแ้ ละการใชท้ ไ่ี มถ่ กู ตอ้ งหรอื ไมส่ มำ�่ เสมอ แสดง
ใหเ้ หน็ ว่า จำ� เปน็ ต้องพัฒนาคุณภาพการให้คำ� ปรกึ ษาและบรกิ ารคุมกำ� เนิด เพ่ือลดความผดิ พลาดของการ
ใช้วธิ ีคมุ กำ� เนดิ ที่อาจเกิดข้ึนได้

4) ผ้หู ญิงในทุกชว่ งวยั อาจประสบกบั ปญั หาตัง้ ครรภเ์ มอ่ื ไมพ่ ร้อมได้ จึงควรการทำ� งานในเชงิ รุกให้ความรู้เพ่อื
ป้องกันการตั้งครรภ์เมอื่ ไมพ่ รอ้ มในทุกกลุม่ และพฒั นาเนอ้ื หาในการใหข้ อ้ มูลทสี่ อดคล้องกับสถานการณ์
ของแตล่ ะกลุม่ เชน่ เยาวชนและวยั รุ่น หรอื กลมุ่ ผูห้ ญิงชว่ งปลายวยั เจริญพนั ธุ์ เป็นตน้

5) ผูห้ ญิงจ�ำนวนหนงึ่ มกี ารตงั้ ครรภ์เมอื่ ไมพ่ ร้อมซ�ำ้ และรบั บริการยตุ ิการต้ังครรภซ์ ้ำ� ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อ
สขุ ภาพไดใ้ นระยะยาว ดงั นน้ั ควรมมี าตรการหรอื กจิ กรรมเพอื่ ปอ้ งกนั การตงั้ ครรภเ์ มอื่ ไมพ่ รอ้ มซำ้� และการ
ดูแลสขุ ภาพส�ำหรับผรู้ ับบริการยุตกิ ารตั้งครรภ์ซ้ำ�

ขอ้ เสนอแนะเชงิ นโยบาย
1) ควรมกี ารประชาสมั พันธใ์ ห้เกิดความเข้าใจมากขึ้นเก่ียวกับบรกิ ารยตุ กิ ารตงั้ ครรภท์ ี่ถกู กฎหมาย และสทิ ธิ
ประโยชน์ทคี่ รอบคลมุ โดยหลักประกนั สขุ ภาพถว้ นหนา้
2) ควรจดั ใหบ้ รกิ ารยตุ กิ ารตง้ั ครรภเ์ ปน็ บรกิ ารทเี่ ขา้ ถงึ ไดโ้ ดยผหู้ ญงิ ทกุ คนทต่ี งั้ ครรภเ์ มอ่ื ไมพ่ รอ้ มและตอ้ งการ
ยตุ กิ ารตงั้ ครรภ์

สมาคมวางแผนครอบครวั แหง่ ประเทศไทยฯ 43

ข้อเสนอแนะการวิจยั ในอนาคต
1) การศึกษาเกี่ยวกับสถานการณ์ด้านการใช้วิธีคุมก�ำเนิดท่ีน�ำไปสู่การตั้งครรภ์เมื่อไม่พร้อมของผู้หญิงแต่ละ
ชว่ งวยั เพ่อื ใหท้ ราบสถานการณป์ ัญหาและนำ� ไปสกู่ ารออกแบบบริการและการให้ข้อมูล
2) การศึกษาประเมินผลการให้ค�ำปรึกษาหลังบริการยุติการต้ังครรภ์ เพื่อป้องกันการเกิดการต้ังครรภ์เม่ือ
ไม่พร้อมซ้ำ�
3) การศกึ ษาสถานการณต์ ัง้ ครรภ์เมอ่ื ไมพ่ รอ้ มในผูห้ ญิงอายุ 45 ปีขึ้นไป หรอื ผหู้ ญิงใกลพ้ น้ ชว่ งวยั เจริญพนั ธ์ุ
เพ่อื สะท้อนถึงขนาดของปญั หาที่แท้จรงิ

44 สมาคมวางแผนครอบครัวแห่งประเทศไทยฯ

5บรรณานกุ รม

ภาษาไทย
เกสร เหล่าอรรคะ, อรทัย แสนบน, เจน โสธรวิทย,์ และ สมจิตร เมอื งพิล. (2563). ผลของการใหค้ ำ� ปรกึ ษาทางเลือก

และปจั จยั ทมี่ คี วามสมั พนั ธก์ บั การตดั สนิ ใจของหญงิ ตงั้ ครรภว์ ยั รนุ่ และเยาวชนทตี่ ง้ั ครรภไ์ มพ่ รอ้ ม. ศรนี ครนิ ทร์
เวชสาร, 35(6), 713-719.
งามพศิ จนั ทรท์ พิ ย.์ (2560). การตง้ั ครรภก์ อ่ นวยั อนั ควรของวยั รนุ่ ทอ่ี าศยั อยใู่ นอำ� เภอสนั ทรายจงั หวดั เชยี งใหมเ่ ขต ชมุ ชน
ใกลเ้ มอื ง. วารสารสาธารณสขุ ล้านนา, 13(2), 64-71.
ช่อทพิ ย์ ผลกุศล และ ศิริวรรณ แสงอนิ ทร.์ (2564). ความสัมพันธ์ระหวา่ งปัจจยั ส่วนบคุ คลการรบั รู้ภาวะเสยี่ งของการ
ต้ังครรภ์และพฤติกรรมสุขภาพของสตรีต้ังครรภ์อายุมาก. วารสารคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา,
29(2), 24-35.
เทพไทย โชติชยั , ออ้ ยทิพย์ บวั จันทร,์ สมฤทยั ผดงุ ผล, กริ ณา แต้อารักษ์ และ ชมพูนทุ สิริพรหมภัทร. (2563). “การ
ป้องกันการต้ังครรภ์ในวัยเรียนของนักเรียนหญิง ช้ันมัธยมศึกษาตอนต้น.” วารสารบัณฑิตศึกษามหาจุฬา
ขอนแก่น 7(1): 212-224.
ธนิดา ผาติเสนะ, จริ ารัตน์ วเิ ศษสัตย,์ ธิดาพร งวดชัย และ อจั ฉราพรรณ ไทยภกั ดี. (2565). ความสัมพันธ์ระหว่างความ
รอบรดู้ า้ น สขุ ภาพกบั พฤตกิ รรมการปอ้ งกนั การตงั้ ครรภข์ องนกั ศกึ ษาหญงิ ระดบั อดุ มศกึ ษาจงั หวดั นครราชสมี า.
วารสารราชพฤกษ,์ 20 (1), 71-81.
นธิ นิ นั ท์ มหาวรรณ. (2552). ประสบการณช์ วี ติ ของวยั รนุ่ ทตี่ ง้ั ครรภไ์ มพ่ งึ ปรารถนาภายหลงั การทำ� แทง้ แบบผดิ กฎหมาย.
วารสารพยาบาลสภากาชาดไทย, 2(1-3), 77-91.
นศิ านาถ สรรคพงษ์ และ พนมพร พมุ่ จนั ทร.์ (2560). การตัดสนิ ใจเก็บครรภ์และการด�ำเนนิ ชวี ิตของสตรที ่เี ก็บครรภ์ไม่
พงึ ประสงค.์ วารสารสังคมศาสตรแ์ ละมนษุ ยศาสตร,์ 43(1), 161-192.
นันทพร ศรีเมฆารัตน์ และคณะ. (2020). รูปแบบการป้องกันการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น. วารสารสุขภาพและส่ิงแวดล้อม
ศึกษา, 5(3), 96-104.
บดนิ ทร์ จักรแกว้ . (2012). ความเสีย่ งและการดูแลการตั้งครรภใ์ นวยั ร่นุ . วารสารสาธารณสขุ ลา้ นนา, 8(2), 160-172.
เบญจวรรณ คล้าย ทบั ทิม. (2559). สตรตี ัง้ ครรภ์เมอ่ื อายมุ าก: บทบาทพยาบาล. วารสารพยาบาลสภากาชาดไทย, 9(2),
36-48.
ปฏญิ ญา เอ่ยี มสำ� อางค,์ รุง่ รัตน์ ศรีสุริยเวศน์, และ พรนภา หอมสนิ ธ์ุ. (2556). ปจั จยั เสยี่ งต่อการตัง้ ครรภซ์ �ำ้ ทไ่ี มต่ งั้ ใจ
ของ วัยรุ่น. วารสารสาธารณสขุ มหาวทิ ยาลัยบูรพา, 8 (1), 55-67.
ปารฉิ ตั ร อารยะ จารุ, วริ าวรรณ คล้ายหริ ญั , & จิราภรณ์ อนุชา. (2562). ประสบการณช์ ีวิต ของมารดาวยั รุ่น: ความ
ตงั้ ใจ/ไมต่ ้งั ใจในการต้ังครรภ์ซ้�ำ. วารสารวจิ ยั และนวัตกรรมทางสขุ ภาพ, 2(1), 177-185.
พัทยา แกว้ สาร และ นภาเพญ็ จันทขัมมา (2564). การป้องกันการต้ังครรภใ์ นวยั รุน่ กลมุ่ นกั เรียนประถมปลาย. วารสาร
พยาบาลสงขลานครนิ ทร์, 41(2), 101-110.

สมาคมวางแผนครอบครวั แหง่ ประเทศไทยฯ 45

พมิ พว์ ดี โรจนเ์ รอื งนนท,์ อลสิ า นติ ธิ รรม, & สพุ ฒั น์ ธรี เวชเจรญิ ชยั . (2017). ปจั จยั ทม่ี คี วามสมั พนั ธก์ บั พฤตกิ รรม ปอ้ งกนั
การตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ของนักศึกษาหญิงระดับอุดมศึกษาแห่งหน่ึงในเขตกรุงเทพมหานคร. Journal of
Science & Technology MSU, 36(2).

พิมพ์ณิชณิณ ภิวงศ์ก�ำจร (2563). การพัฒนาแนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหาตั้งครรภ์ในวัยรุ่นโดยการมีส่วนร่วม
ของครอบครัวชุมชนและองค์กรในพ้ืนที่ต�ำบลกุมภวาปี อ�ำเภอกุมภวาปี จังหวัดอุดรธานี. วารสารวิชาการ
สาธารณสขุ , 29 (4), 608–617.

พรี เดช ประคองพนั ธ.์ (2564). การขัดเกลาทางสงั คมตอ่ การไมย่ อมทำ� แท้งของผู้หญงิ ทม่ี ีประสบการณ์ตงั้ ครรภเ์ มอ่ื อายุ
ยงั ไมบ่ รรลนุ ิตภิ าวะ. Journal of Roi Kaensarn Academi, 6 (10), 189-199.

เพียรศรี นามไพร. (2560). ความรู้และเจตคติในการป้องกันการต้ังครรภ์ในนักเรียนมัธยมศึกษาโรงเรียนจันทรุเบกษา
อนสุ รณ์ ตำ� บลเกษตรวิสยั อำ� เภอเกษตรวิสยั จังหวดั ร้อยเอด็ . วารสารโรงพยาบาลมหาสารคาม, 14(3), 67-75.

มาลีวลั เลศิ สาครศริ ิ. (2557). ปจั จยั ท่เี กย่ี วข้องกบั การตัง้ ครรภ์ไมพ่ งึ ประสงคข์ องสตรีวัยร่นุ ตามการรับรขู้ องนกั ศกึ ษา
ชั้นปที ่ี 1 วทิ ยาลยั เซนตห์ ลุยส.์ วารสารพยาบาลทหารบก, 15 (1), 90-98.

เยาวเรศ ค�ำมะนาด และ จรรยาภรณ์ รตั นโกศล (2021). การศกึ ษาวิจัยรปู แบบการบริการเดก็ และผ้หู ญิงทถ่ี ูกกระทำ�
รุนแรงและการตง้ั ครรภ์ไม่พงึ ประสงค์ ศึกษายอ้ นหลงั 10 ปี ศนู ยพ์ ง่ึ ไดโ้ รงพยาบาลขอนแกน่ . วารสารสังคมภิ
วฒั น์, 12(1), 14-29.

วรารตั น์ สงั วะล,ี จนุ หน่อแก้ว, มะลิ โพธิพมิ พ์, วลัญช์ชยา เขตบ�ำรุง, จิราภรณ์ ประธรรมโย, ธีรยุทธ อดุ มพร, ปทั ม
พร นวนกลาง, แสงจอ่ ย อนิ ทจักร และ วราภรณ์ สังวะล.ี (2564). ปัจจัยทม่ี คี วามสัมพนั ธก์ ับพฤติกรรมการ
ป้องกันการต้ังครรภ์ก่อนวัยอันควรของนักเรียนหญิงในสถานศึกษาอาชีวศึกษาจังหวัดนครราชสีมา. วารสาร
มหาวทิ ยาลยั วงษช์ วลิตกุล, 34(1), 34-46.

วีระชัย สิทธิปยิ ะสกลุ , พิชานนั หนวู งษ,์ รชั นี ลกั ษติ านนท,์ และ เบ็ญจา ยมสาร. (2556) สำ� รวจ ความ คิดเห็น และ
พฤตกิ รรม เสี่ยง ทาง เพศ ของ วัยรนุ่ ใน ประเทศไทย. วารสาร วชิ าการ สาธารณสขุ , 979-987.

ศิวะพร จึงพิชาญวณิชย์ (2557). สถานการณแ์ ละแนวทางการแกไ้ ขปญั หาการต้ังครรภใ์ นวัยรุน่ อำ� เภอแมส่ รวย จังหวัด
เชยี งราย. วารสารวิชาการสาธารณสุข, 643-648.

สดุ าภรณ์ อรณุ ด,ี วฤษสพร ณฐั รจุ โิ รจน,์ พรรณทพิ ย์ กาหยี และวรวฒุ ิ พง่ึ พกั . (2559) ความตอ้ งการของแมว่ ยั เยาวเ์ พอื่ การ
แกไ้ ขปญั หาและปอ้ งกนั การตง้ั ครรภไ์ มพ่ รอ้ มในวยั รนุ่ . วารสารสงั คมศาสตรม์ หาวทิ ยาลยั ศรนี ครนิ ทรวโิ รฒ, 19.

สณุ รี ัตน์ ยัง่ ยนื . (2564). ปัญหาสขุ ภาพของผหู้ ญงิ กับการท�ำแทง้ ทผ่ี ดิ กฎหมาย. วารสารสาธารณสุขมหาวทิ ยาลัยบรู พา,
7(1), 89-99.

สุภาภรณ์ ปัญหาราช. (2017). ระบาดวิทยาและปัจจัยที่สัมพันธ์กับการตั้งครรภ์ของวัยรุ่นในอ�ำเภอเมืองจังหวัด
หนองบัวลำ� ภ.ู วารสารการแพทยโ์ รงพยาบาลอุดรธาน,ี 25(2), 120-129.

สุรีรัตน์ รงเรือง. (2559). ทัศนคติของนักศึกษาและบุคลากรท่ีมีต่อการตั้งครรภ์ระหว่างเรียนของวัยรุ่นมุสลิมของ
มหาวิทยาลยั แห่งหนึง่ ในภาคใต้ ประเทศไทย. วารสารอลั -ฮกิ มะฮฺ มหาวิทยาลัยฟาฏอน,ี 6(12), 55-69.

สำ� นักอนามัยการเจริญพันธ์.ุ รายงานการเฝา้ ระวังการตง้ั ครรภ์แม่วัยร่นุ ประเทศไทย พ.ศ. 2564. https://rh.anamai.
moph.go.th/th/surveillance-report/3331#wow-book/

สำ� นกั อนามัยการเจรญิ พันธ์.ุ รายงานเฝาระวังการแทงประเทศไทย พ.ศ. 2563. https://rh.anamai.moph.go.th/th/
surveillance-report/3041#wow-book/

46 สมาคมวางแผนครอบครวั แหง่ ประเทศไทยฯ

ฤดี ปุงบางกะด่ี และ เอมพร รตินธร. (2557) ปจั จัยและผลกระทบจากการตง้ั ครรภซ์ �ำ้ ของสตรวี ยั รนุ่ ไทย: กรณศี ึกษาใน
กรุงเทพมหานคร. วารสารพยาบาลศาสตร.์ 32 (2):23-31

อังคณา ณรงค์ฤทธ์ิ, & มาลี สบายยิ่ง. (2561). การปรับตัวจากการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ของนักศึกษา: กรณีศึกษา
จังหวัดหนึง่ ในภาคใต.้ วารสารวิชาการมนษุ ยศาสตร์ และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลยั บูรพา, 26(50), 313-337.

ภาษาอังกฤษ
Becker D, Garcia SG and Larsen U. (2002). Knowledge and opinions about abortion law among Mexican

youth. Int Family Plan Perspect. 28(4): 205-213
Chaturachinda, K. (2014). Unsafe abortion in Thailand: Roles of RTCOG. Thai Journal of Obstetrics and

Gynaecology, 2-7.
Chaturachinda, K., & Boonthai, N. (2017). Unsafe abortion: an inequity in health care, Thailand
perspective. Journal of Population and Social Studies [JPSS], 25 (3), 287-297.
Chunuan, S., Kosunvanna, S., Sripotchanart, W., Lawantrakul, J., Lawantrakul, J., Pattrapakdikul, U., &

Somporn, J. (2012). Characteristics of Abortions in Southern Thailand. Pacific Rim International
Journal of Nursing Research, 16(2), 97-112.
Ellen Tousaw, Ra Khin La, Grady Arnott, Orawee Chinthakanan & Angel M.
Foster (2017) “Without this program, women can lose their lives”: migrant women’s experiences
with the Safe Abortion Referral Programme in Chiang Mai, Thailand, Reproductive Health
Matters,25:51, 58-68, DOI: 10.1080/09688080.2017.1392220
Fengxue, Y., Isaranurug, S., Nanthamongkolchai, S., & Wongsawass, S. (2003). Attitudes toward
adolescent pregnancy, induced abortion and supporting health services among high school
students in Phuttamonthon district, Nakhon Pathom province, Thailand. J Pub Health Dev, 1,
25-32.
Gbagbo, F. Y. (2019). Women’s Prior Knowledge of The Abortion Law and Decision-Making on Choice
of Place for Abortion Services in Accra, Ghana. Mathews Journal of Gynecology & Obstetrics,
4(1), 1-10.
Iqbal Shah & Elisabeth Ahman (2004) Age Patterns of Unsafe Abortion in Developing Country Regions,
Reproductive Health Matters, 12:sup24, 9-17, DOI: 10.1016/S0968-8080(04)24002-2
Katz AJ, Ramirez AM, Bercu C, Filippa S, Dirisu O, et al. (2022) “I just have to hope that this abortion
should go well”: Perceptions, fears, and experiences of abortion clients in Nigeria. PLOS ONE
17(2): e0263072. https://doi.org/10.1371/journal.pone.0263072
Kortsmit, K., Jatlaoui, T. C., Mandel, M. G., Reeves, J. A., Oduyebo, T., Petersen, E., & Whiteman, M.
K. (2020). Abortion Surveillance - United States, 2018. Morbidity and mortality weekly report.
Surveillance summaries (Washington, D.C. : 2002), 69(7), 1–29. https://doi.org/10.15585/mmwr.
ss6907a1

สมาคมวางแผนครอบครวั แหง่ ประเทศไทยฯ 47

Makleff, S., Labandera, A., Chiribao, F. et al. (2019) Experience obtaining legal abortion in Uruguay:
knowledge, attitudes, and stigma among abortion clients. BMC Women’s Health 19, 155.

https://doi.org/10.1186/s12905-019-0855-6
Moirangthem, A., Chhugani, M., & Bijoy, G. (2020). A Study to Assess the Level of Expressed
Satisfaction Related to Abortion Associated Services among Women Who have Undergone

Abortion. International Journal of Nursing & Midwifery Research (E-ISSN: 2455-9318), 7(2), 3-10.
Nyarko, S. H. (2019). “Unintended Pregnancy among Pregnant Women in Ghana: Prevalence and
Predictors.” Journal of Pregnancy 2019: 2920491.
Rachel K. Jones and Jenna Jerman, 2017. Population Group Abortion Rates and Lifetime Incidence

of Abortion: United States, 2008–2014 American Journal of Public Health 107, 1904_1909,
https://doi.org/10.2105/AJPH.2017.304042
Sedgh, G., Bankole, A., Singh, S., & Eilers, M. (2013). Legal Abortion Levels and Trends By Woman’s
Age at Termination. Perspectives on Sexual and Reproductive Health, 45(1), 13–22.
http://www.jstor.org/stable/42004157
Srinil, S. (2011). Factors associated with severe complications in unsafe abortion. Journal of the Medical

Association of Thailand, 94(4), 408.
Tangmunkongvorakul, A., Banwell, C., Carmichael, G., Utomo, I. D., & Sleigh, A. (2011). Birth control,

pregnancy and abortion among adolescents in Chiang Mai, Thailand. Asian Population Studies,
7(1), 15-34.
Teshome, E., & Adhena, G. (2021). Client Satisfaction in the Quality of Post Abortion Care Among
Women Attending in Public Health Facility of Gambella, Ethiopia. Journal of Gynecology and
Obstetrics, 9(3), 66-74.
Wattanakamolchai P, Sophonsritsuk A, Werawatakul Y, Thinkhamrop J. (2018). The Prevalence of
Unplanned Pregnancy at Antenatal Care Clinic. SRIMEDJ [Internet]. [cited 2022 Apr. 24];33(5):408-
14. Available from: https://li01.tci-thaijo.org/index.php/SRIMEDJ/article/view/141460
48 สมาคมวางแผนครอบครัวแหง่ ประเทศไทยฯ


Click to View FlipBook Version