เอกสารประกอบการประเมิน มิ ภาค ค แผนการจัดการเรีย รี นรู้ 2023 กลุ่ม ลุ่ สาระการเรีย รี นรู้วิ รู้ ท วิ ยาศาสตร์แ ร์ ละเทคโนโลยี รายวิชา วิ วิทยาศาสต วิ ร์และเทคโนโล ร์ ยี ร ยี หัส หั วิชา ว วิ 16101 ระดับ ดั ชั้นประถม ชั้ ศึกษาปีที่ 6ที่ จัด จั ทำ โดย นางสาว พัชชา พั ม่วงทอง รหัสประ หั จำ ตัวสอบ 086130192 ตั หลัก ลั สูตร ครุศาสตรบัณ บั ฑิต สาขา ฑิ ชีววิทยาเเละ วิ วิทยาศาสต วิ ร์ทั่ ร์วไปทั่ เกียร กี ตินิ ตินิ ยมอัน อั ดับ 1 ดั สแกน QR code เพื่อพื่ดาวน์โน์ หลดไฟล์
คำนำ แผนการจัดการเรียนรู้รายวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รหัสวิชา ว16101 ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จัดทำขึ้นเพื่อใช้ในการจัดการเรียนการสอน การจัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ฉบับนี้ ผู้จัดทำได้ศึกษาค้นคว้า หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช 2560) เอกสารอื่นๆที่ เกี่ยวข้อง ผู้จัดทำได้ทำการวิเคราะห์หลักสูตร จัดทำกำหนดการสอน โครงสร้างรายวิชา และหารูปแบบการทำ แผนการจัดการเรียนรู้โดยเน้นผู้เรียนเป็นผู้สร้างความรู้ด้วยตนเอง การออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ที่เน้นให้ผู้เรียน ได้เรียนแบบสืบเสาะหาความรู้ด้วยตนเอง และการทำสื่อการเรียนรู้ให้เหมาะสมกับเนื้อหาที่นำมาสอนและระดับชั้น ของผู้เรียน โดยการจัดการเรียนรู้ผู้จัดทำคำนึงถึงสภาพแวดล้อมของผู้เรียน โรงเรียน และชุมชนเป็นหลัก ข้าพเจ้าหวังเป็นอย่างยิ่งว่า แผนการจัดการเรียนรู้ฉบับนี้จะช่วยให้การจัดการเรียนการสอน ในกลุ่มสาระการ เรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ดำเนินไปได้ด้วยดี และทำให้ผู้เรียนมีความรู้ ความสามารถ พร้อมทั้งมีทักษะในการเรียนรู้และการใช้ชีวิต และมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ตรงตามหลักสูตร ทั้งนี้หากมีข้อผิดพลาดประการใด ผู้จัดทำขอน้อมรับไว้และขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย พัชชา ม่วงทอง ผู้จัดทำ ก
สารบัญ หน้า คำนำ ก สารบัญ ข เนื้อหา วิสัยทัศน์ หลักการ จุดมุ่งหมาย 1 เป้าหมายทางวิทยาศาสตร์ 2 ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง 3 คำอธิบายรายวิชา 10 โครงสร้างรายวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 12 หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 อาหารและสารอาหาร 27 คำแนะนำ 38 แผนการจัดการเรียนรู้หน้าเดียว 39 แผนการจัดการเรียนรู้ฉบับเต็ม 40 แบบประเมิน 57 บันทึกหลังการจัดการเรียนรู้ 67 สื่อการเรียนรู้ 69 ข
กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี วิสัยทัศน์ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน มุ่งพัฒนาผู้เรียน ทุกคน ซึ่งเป็นกำลำงของชาติให้เป็นมนุษย์ที่มีความสมดุลทั้งด้านร่างกาย ความรู้ คุณธรรม มีจิตสำนึกในความเป็น พลเมืองไทยและเป็นพลโลก ยึดมั่นในการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขมี ความรู้และทักษะพื้นฐาน รวมทั้งเจตคติที่จำเป็นต่อการศึกษาต่อ การประกอบอาชีพ และการศึกษาตลอดชีวิต โดยมุ่งเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญบนพื้นฐานความเชื่อว่าทุกคนสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้เต็มตามศักยภาพ หลักการ หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน มีหลักการที่สำคัญดังนี้ 1. เป็นหลักสูตรการศึกษาเพื่อความเป็นเอกภาพของชาติ มีจุดหมายและมาตราฐานการเรียนรู้เป็นเป้าหมาย สำหรับพัฒนาเด็กและเยาวชนให้มีความรู้ ทักษะ เจตตคติ และคุณธรรมบนพื้นฐานของความเป็นไทยควบคู่กับ ความเป็นสากล 2. เป็นหลักสูตรการศึกษาเพื่อปวงชน ที่ประชาชนทุกคนมีโอกาสได้รับการศึกษาอย่างเสมอภาคและมีคุณภาพ 3. เป็นหลักสูตรการศึกษาที่สนองการกระจายอำนาจ ให้สังคมมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาให้สอดคล้องกับ สภาพและความต้องการของท้องถิ่น 4. เป็นหลักสูตรการศึกษาที่มีโครงสร้างยืดหยุ่นทั้งด้านสาระการเรียนรู้ เวลาและการจัดการเรียนรู้ 5. เป้นหลักสูตรการศึกษาที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ 6. เป็นหลักสูตรการศึกษาสำหรับการศึกษาในระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศัย ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย สามารถเทียบโอนผลการเรียนรู้ และประสบการ์ณ จุดมุ่งหมาย หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้เป็นคนดี มีปัญญา มีความสุข มีศักยภาพใน การศึกษาต่อ และประกอบอาชีพ จึงกำหนดเป็นจุดหมาย เพื่อให้เกิดกับผู้เรียนเมื่อจบการศึกษาขั้นพื้นฐาน ดังนี้ 1. มีคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมที่พึงประสงค์ เห็นคุณค่าของตนเอง มีวินัยและปฏิบัติตนตามหลักธรรม ของพระพุทธศาสนา หรือศาสนาที่ตนนับถือ ยึดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 2. มีความรู้อันเป็นสากลและมีความสามารถในการสื่อสาร การคิด การแก้ปัญหา การใช้เทคโนโลยีและมี ทักษะชีวิต 3. มีสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดี มีสุขนิสัย และรักการออกกำลังกาย 1
4. มีความรักชาติ มีจิตสำนึกในความเป็นพลเมืองไทยและพลโลก ยึดมั่นในวิถีชีวิตและการปกครองตาม ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข 5. มีจิตสำนึกในการอนุรักษ์วัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทย การอนุรักษ์และพัฒนาสิ่งแวดล้อม มีจิตสาธารณะที่ มุ่งทำประโยชน์และสร้างสิ่งที่ดีงามในสังคม และอยู่ร่วมในสังคมอย่างมีความสุข เป้าหมายของวิทยาศาสตร์ ในการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์มุ่งเน้นให้ผู้เรียนได้ค้นพบความรู้ด้วยตนเองมากที่สุด เพื่อให้ได้ทั้ง กระบวนการและความรู้ จากวิธีการสังเกต การสำรวจตรวจสอบ การทดลอง แล้วนำผลที่ได้มาจัดระบบเป็น หลักการ แนวคิด และองค์ความรู้ การจัดการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์จึงมีเป้าหมายที่สำคัญ ดังนี้ 1. เพื่อให้เข้าใจหลักการ ทฤษฎี และกฎที่เป็นพื้นฐานในวิชาวิทยาศาสตร์ 2. เพื่อให้เข้าใจขอบเขตของธรรมชาติของวิชาวิทยาศาสตร์และข้อจำกัดในการศึกษาวิชาวิทยาศาสตร์ 3. เพื่อให้มีทักษะที่สำคัญในการศึกษาค้นคว้าและคิดค้นทางเทคโนโลยี 4. เพื่อให้ตระหนักถึงความสัมพันธ์ระหว่างวิชาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี มวลมนุษย์ และสภาพแวดล้อมในเชิง ที่มีอิทธิพลและผลกระทบซึ่งกันและกัน 5. เพื่อนำความรู้ ความเข้าใจ ในวิชาวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมและการ ดำรงชีวิต 6. เพื่อพัฒนากระบวนการคิดและจินตนาการ ความสามารถในการแก้ปัญหา และการจัดการ ทักษะในการ สื่อสาร และความสามารถในการตัดสินใจ 7. เพื่อให้เป็นผู้ที่มีจิตวิทยาศาสตร์มีคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมในการใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี อย่างสร้างสรรค์ 2
ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระที่ 1 วิทยาศาสตร์ชีวภาพ มาตรฐาน ว 1.2 เข้าใจสมบัติของสิ่งมีชีวิต หน่วยพื้นฐานของสิ่งมีชีวิต การลำเลียงสารเข้าและออกจากเซลล์ ความสัมพันธ์ของโครงสร้างและหน้าที่ของระบบต่าง ๆ ของสัตว์และมนุษย์ที่ทำงานสัมพันธ์กัน ความสัมพันธ์ของ โครงสร้างและหน้าที่ของอวัยวะต่าง ๆ ของพืชที่ทำงานสัมพันธ์กัน รวมทั้งนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง ป.6 1.ระบุสารอาหารและบอกประโยชน์ของ สารอาหารแต่ละประเภทจากอาหารที่ ตนเองรับประทาน - สารอาหารที่อยู่ในอาหารมี6 ประเภท ได้แก่คาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน เกลือแร่ วิตามิน และน้ำ - อาหารแต่ละชนิดประกอบด้วยสารอาหารที่แตกต่างกัน อาหารบางอย่างประกอบด้วยสารอาหาร ประเภทเดียว อาหารบางอย่างประกอบด้วยสารอาหารมากกว่าหนึ่ง ประเภท - สารอาหารแต่ละประเภทมีประโยชน์ต่อร่างกาย แตกต่าง กัน โดยคาร์โบไฮเดรต โปรตีน และไขมัน เป็นสารอาหารที่ให้ พลังงานแก่ร่างกายส่วนเกลือแร่ วิตามิน และน้ำ เป็น สารอาหารที่ไม่ให้พลังงาน แก่ร่างกาย แต่ช่วยให้ร่างกาย ทำงานได้เป็นปกติมีสุขภาพดีจำเป็นต้องรับประทาน ให้ได้ พลังงานเพียงพอกับความต้องการของร่างกาย และให้ได้ สารอาหารครบถ้วน ในสัดส่วนที่เหมาะสมกับเพศและวัย รวมทั้งต้องคำนึงถึงชนิดและปริมาณของวัตถุเจือปนใน อาหาร เพื่อความปลอดภัยต่อสุขภาพ 2.บอกแนวทางในการเลือกรับประทาน อาหาร ให้ได้สารอาหารครบถ้วน ใน สัดส่วนที่เหมาะสม กับเพศและวัย รวมทั้งความปลอดภัยต่อสุขภาพ 3.ตระหนักถึงความสำคัญของสารอาหาร โดยการเลือกรับประทานอาหารที่มี สารอาหารครบถ้วนในสัดส่วนที่เหมาะสม กับกับเพศและวัยรวมทั้ง ปลอดภัยต่อ สุขภาพ 4.สร้างแบบจำลองระบบย่อยอาหาร และบรรยาย หน้าที่ของอวัยวะในระบบ ย่อยอาหาร รวมทั้งอธิบายการย่อย อาหารและการดูดซึมสารอาหาร -ระบบย่อยอาหารประกอบด้วยอวัยวะต่างๆ ได้แก่ ปาก หลอดอาหาร กระเพาะอาหาร ลำไส้เล็ก ลำไส้ใหญ่ ทวาร หนัก ตับ และตับอ่อน ซึ่งทำ หน้าที่ร่วมกันในการย่อยและดูด ซึมสารอาหาร - ปากมีฟันช่วยบดเคี้ยวอาหารให้มีขนาดเล็กลง และมีลิ้น ช่วยคลุกเคล้าอาหารกับน้ำลาย ในน้ำลายมีเอนไซม์ย่อยแป้ง ให้เป็นน้ำตาล 3
ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง -หลอดอาหารทำหน้าที่ลำเลียงอาหารจากปากไปยังกระเพาะ อาหาร ภายในกระเพาะอาหารมีการย่อยโปรตีนโดยกรดและ เอนไซม์ที่สร้างจากกระเพาะอาหาร - ลำไส้เล็กมีเอนไซม์ที่สร้างจากผนังลำไส้เล็กเอง และจาก ตับอ่อนที่ช่วยย่อยโปรตีน คาร์โบไฮเดรตและไขมัน โดย โปรตีน คาร์โบไฮเดรต และไขมัน ที่ผ่านการย่อยจนเป็น สารอาหารขนาดเล็กพอ - ที่จะดูดซึมได้รวมถึงน้ำ เกลือแร่และวิตามิน จะถูกดูดซึมที่ ผนังลำไส้เล็กเข้าสู่กระแสเลือด เพื่อลำเลียงไปยังส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ซึ่งโปรตีน คาร์โบไฮเดรต และไขมัน จะถูก นำไปใช้ เป็นแหล่งพลังงานสำหรับใช้ในกิจกรรมต่าง ๆ ส่วน น้ำ เกลือแร่และวิตามิน จะช่วยให้ร่างกาย ทำงานได้เป็นปกติ - ตับสร้างน้ำดีแล้วส่งมายังลำไส้เล็กช่วยให้ไขมัน แตกตัว - ลำไส้ใหญ่ทำหน้าที่ดูดน้ำและเกลือแร่ เป็น บริเวณที่มี อาหารที่ย่อยไม่ได้หรือย่อยไม่หมด เป็นกากอาหาร ซึ่งจะถูก กำจัดออกทางทวารหนัก 5. ตระหนักถึงความสำคัญของระบบย่อย อาหาร โดยการบอกแนวทางในการดูแล รักษาอวัยวะ ในระบบย่อยอาหารให้ ทำงานเป็นปกติ - อวัยวะต่าง ๆ ในระบบย่อยอาหารมีความสำคัญ จึงควร ปฏิบัติตน ดูแลรักษาอวัยวะให้ทำงานเป็นปกติ สาระที่ 2 วิทยาศาสตร์กายภาพ มาตรฐาน ว 2.1 เข้าใจสมบัติของสสาร องค์ประกอบของสสาร ความสัมพันธ์ระหว่างสมบัติของสสารกับ โครงสร้างและแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาค หลักและธรรมชาติของการเปลี่ยนแปลงสถานะของสสาร การเกิด สารละลาย และการเกิดปฏิกิริยาเคมี ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง ป.6 1.อธิบายและเปรียบเทียบการแยกสาร ผสม โดยการหยิบออก การร่อน การใช้ แม่เหล็กดึงดูด การรินออก การกรอง - สารผสมประกอบด้วยสารตั้งแต่ 2 ชนิดขึ้นไปผสมกัน เช่น น้ำมันผสมน้ำ ข้าวสารปนกรวดทราย วิธีการ ที่เหมาะสมใน การแยกสารผสมขึ้นอยู่กับลักษณะ และสมบัติของสารที่ผสม 4
ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง และการตกตะกอน โดยใช้หลักฐานเชิง ประจักษ์รวมทั้งระบุวิธีแก้ปัญหาใน ชีวิตประจำวันเกี่ยวกับการแยกสาร เป็นของแข็งกับของแข็งที่มีขนาด แตกต่างกันอย่างชัดเจน อาจใช้วิธีการหยิบออก หรือการร่อนผ่านวัสดุที่มีรูถ้ามีสารใด สารหนึ่ง เป็นสารแม่เหล็กอาจใช้วิธีการใช้แม่เหล็กดึงดูด ถ้า องค์ประกอบเป็นของแข็งที่ไม่ละลายในของเหลว อาจใช้ วิธีการรินออกการกรอง หรือการตกตะกอน ซึ่งวิธีการแยก สารสามารถนำไปใช้ ประโยชน์ในชีวิตประจำวันได้ มาตรฐาน ว 2.2 เข้าใจธรรมชาติของแรงในชีวิตประจำวัน ผลของแรงที่กระทำต่อวัตถุ ลักษณะการเคลื่อนที่ แบบต่าง ๆ ของวัตถุรวมทั้งนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง ป.6 1.อธิบายการเกิดและผลของแรงไฟฟ้า ซึ่งเกิดจากวัตถุที่ผ่านการขัดถูโดยใช้ หลักฐานเชิงประจักษ์ - วัตถุ 2 ชนิดที่ผ่านการขัดถูแล้ว เมื่อนำเข้าใกล้กัน อาจ ดึงดูดหรือผลักกัน แรงที่เกิดขึ้นนี้เป็น แรงไฟฟ้า ซึ่งเป็นแรงไม่ สัมผัส เกิดขึ้นระหว่างวัตถุที่มีประจุไฟฟ้า ซึ่งประจุไฟฟ้ามี 2 ชนิด คือ ประจุไฟฟ้าบวกและประจุไฟฟ้าลบ วัตถุที่มี ประจุ ไฟฟ้าชนิดเดียวกันผลักกัน ชนิดตรงข้ามกัน ดึงดูดกัน มาตรฐาน ว 2.3 เข้าใจความหมายของพลังงานการเปลี่ยนแปลงและการถ่ายโอนพลังงาน ปฏิสัมพันธ์ระหว่าง สสารและพลังงาน พลังงานในชีวิตประจำวัน ธรรมชาติของคลื่น ปรากฏการณ์ที่เกี่ยวข้องกับเสียง แสง และคลื่น แม่เหล็กไฟฟ้า รวมทั้งนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง ป.6 1.ระบุส่วนประกอบและบรรยายหน้าที่ ของแต่ละ ส่วนประกอบของวงจรไฟฟ้า อย่างง่ายจาก หลักฐานเชิงประจักษ์ - วงจรไฟฟ้าอย่างง่ายประกอบด้วยแหล่งกำเนิดไฟฟ้า สายไฟฟ้า และเครื่องใช้ไฟฟ้าหรืออุปกรณ์ไฟฟ้า แหล่งกำเนิด ไฟฟ้า เช่น ถ่านไฟฉาย หรือ แบตเตอรี่ ทำหน้าที่ให้พลังงาน ไฟฟ้า สายไฟฟ้า เป็นตัวนำไฟฟ้า ทำหน้าที่เชื่อมต่อระหว่าง แหล่งกำเนิดไฟฟ้าและเครื่องใช้ไฟฟ้าเข้าด้วยกัน เครื่องใช้ไฟฟ้ามีหน้าที่เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็น พลังงานอื่น 2.เขียนแผนภาพและต่อวงจรไฟฟ้าอย่าง ง่าย 5
ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง ป.6 3.ออกแบบการทดลองและทดลองด้วย วิธีที่เหมาะสมในการอธิบายวิธีการและ ผลของการต่อเซลล์ไฟฟ้าแบบอนุกรม - เมื่อนำเซลล์ไฟฟ้าหลายเซลล์มาต่อเรียงกัน โดยให้ขั้วบวก ของเซลล์ไฟฟ้าเซลล์หนึ่งต่อกับ ขั้วลบของอีกเซลล์หนึ่งเป็น การต่อแบบอนุกรมทำให้มีพลังงานไฟฟ้าเหมาะสมกับ เครื่องใช้ไฟฟ้า ซึ่งการต่อเซลล์ไฟฟ้าแบบอนุกรมสามารถนำไป ใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน เช่น การต่อ เซลล์ไฟฟ้าในไฟ ฉาย 4.ตระหนักถึงประโยชน์ของความรู้ของ การต่อเซลล์ไฟฟ้าแบบอนุกรมโดยบอก ประโยชน์และการประยุกต์ใช้ใน ชีวิตประจำวัน 5.ออกแบบการทดลองและทดลองด้วย วิธีที่ เหมาะสมในการอธิบายการต่อ หลอดไฟฟ้าแบบอนุกรมและแบบ ขนาน - การต่อหลอดไฟฟ้าแบบอนุกรมเมื่อถอดหลอดไฟฟ้าดวงใด ดวงหนึ่งออกทำให้หลอดไฟฟ้าที่เหลือดับทั้งหมด ส่วนการต่อ หลอดไฟฟ้าแบบขนาน เมื่อถอดหลอดไฟฟ้าดวงใดดวงหนึ่ง ออกหลอดไฟฟ้าที่เหลือก็ยังสว่างได้การต่อหลอดไฟฟ้าแต่ละ แบบสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้เช่น การต่อหลอดไฟฟ้า หลายดวงในบ้านจึงต้อง ต่อหลอดไฟฟ้าแบบขนาน เพื่อ เลือกใช้หลอดไฟฟ้าดวงใดดวงหนึ่งได้ตามต้องการ 6.ตระหนักถึงประโยชน์ของความรู้ของ การต่อหลอดไฟฟ้าแบบอนุกรมและ แบบขนาน โดย บอกประโยชน์ ข้อจำกัด และการประยุกต์ใช้ ใน ชีวิตประจำวัน 7.อธิบายการเกิดเงามืดเงามัวจาก หลักฐานเชิงประจักษ์ - เมื่อนำวัตถุทึบแสงมากั้นแสงจะเกิดเงาบนฉากรับแสงที่อยู่ ด้านหลังวัตถุโดยเงามีรูปร่างคล้ายวัตถุที่ทำให้เกิดเงา เงามัว เป็นบริเวณที่มีแสงบางส่วนตกลงบนฉาก ส่วนเงามืดเป็น บริเวณที่ไม่มีแสงตกลงบนฉากเลย 8.เขียนแผนภาพรังสีของแสงแสดงการ เกิดเงามืดเงามัว 6
สาระที่ 3 วิทยาศาสตร์โลก และอวกาศ มาตรฐาน ว 3.2 เข้าใจองค์ประกอบและความสัมพันธ์ของระบบโลก กระบวนการเปลี่ยนแปลงภายในโลกและ บนผิวโลก ธรณีพิบัติภัย กระบวนการเปลี่ยนแปลงลมฟ้า อากาศและภูมิอากาศโลก รวมทั้งผลต่อสิ่งมีชีวิตและ สิ่งแวดล้อม ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง ป.6 1.เปรียบเทียบกระบวนการเกิดหินอัคนี หินตะกอน และหินแปร และอธิบาย วัฏจักรหิน จากแบบจำลอง - หินเป็นวัสดุแข็งเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติประกอบด้วย แร่ ตั้งแต่หนึ่งชนิดขึ้นไป สามารถ จำแนกหินตามกระบวนการ เกิดได้เป็น 3 ประเภท ได้แก่ หินอัคนีหินตะกอน และหินแปร - หินอัคนีเกิดจากการเย็นตัวของแมกมา เนื้อหิน มีลักษณะ เป็นผลึก ทั้งผลึกขนาดใหญ่และขนาดเล็ก บางชนิดอาจเป็น เนื้อแก้วหรือมีรูพรุน - หินตะกอน เกิดจากการทับถมของตะกอน เมื่อถูกแรงกด ทับและมีสารเชื่อมประสานจึงเกิดเป็นหิน เนื้อหินกลุ่มนี้ส่วน ใหญ่มีลักษณะเป็นเม็ดตะกอน มีทั้งเนื้อหยาบและเนื้อ ละเอียด บางชนิดเป็น เนื้อผลึกที่ยึดเกาะกันเกิดจากการตก ผลึกหรือ ตกตะกอนจากน้ำโดยเฉพาะน้ำทะเล บางชนิดมี ลักษณะเป็นชั้น ๆ จึงเรียกอีกชื่อว่า หินชั้น - หินแปร เกิดจากการแปรสภาพของหินเดิม ซึ่งอาจเป็นหิน อัคนีหินตะกอน หรือหินแปร โดยการกระทำของความร้อน ความดัน และ ปฏิกิริยาเคมีเนื้อหินของหินแปรบางชนิดผลึก ของแร่เรียงตัวขนานกันเป็นแถบ บางชนิด แซะออกเป็นแผ่น ได้บางชนิดเป็นเนื้อผลึก ที่มีความแข็งมาก 2.บรรยายและยกตัวอย่างการใช้ ป ร ะ โ ย ช น ์ ข อ ง ห ิ น แ ล ะ แ ร ่ ใ น ชีวิตประจำวันจากข้อมูลที่รวบรวมได้ - หินในธรรมชาติทั้ง 3 ประเภท มีการเปลี่ยนแปลง จาก ประเภทหนึ่งไปเป็นอีกประเภทหนึ่ง หรือ ประเภทเดิมได้โดย มีแบบรูปการเปลี่ยนแปลง คงที่และต่อเนื่องเป็นวัฏจักร - หินและแร่แต่ละชนิดมีลักษณะและสมบัติ แตกต่างกัน มนุษย์ใช้ประโยชน์จากแร่ในชีวิต ประจำวันในลักษณะต่าง ๆ เช่น นำแร่มาทำ เครื่องสำอาง ยาสีฟัน เครื่องประดับ 7
ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง อุปกรณ์ ทางการแพทย์และนำหินมาใช้ในงานก่อสร้าง ต่าง ๆ เป็นต้น 3.สร้างแบบจำลองที่อธิบายการเกิด ซากดึกดำบรรพ์ และคาดคะเน สภาพแวดล้อมในอดีตของ ซากดึกดำ บรรพ์ - ซากดึกดำบรรพ์เกิดจากการทับถมหรือการ ประทับรอย ของสิ่งมีชีวิตในอดีต จนเกิดเป็น โครงสร้างของซากหรือ ร่องรอยของสิ่งมีชีวิต ที่ปรากฏอยู่ในหิน ในประเทศไทยพบ ซากดึกดำบรรพ์ที่หลากหลาย เช่น พืช ปะการัง หอย ปลา เต่า ไดโนเสาร์และรอยตีนสัตว์ - ซากดึกดำบรรพ์สามารถใช้เป็นหลักฐานหนึ่ง ที่ช่วยอธิบาย สภาพแวดล้อมของพื้นที่ในอดีต ขณะเกิดสิ่งมีชีวิตนั้น เช่น หากพบซากดึกดำบรรพ์ ของหอยน้ำจืด สภาพแวดล้อม บริเวณนั้นอาจเคย เป็นแหล่งน้ำจืดมาก่อน และหากพบ ซาก ดึกดำบรรพ์ของพืช สภาพแวดล้อมบริเวณนั้น อาจเคยเป็นป่า มาก่อน นอกจากนี้ซากดึกดำบรรพ์ สาระที่ 4 เทคโนโลยี มาตรฐาน ว 4.2 เข้าใจและใช้แนวคิดเชิงคำนวณในการแก้ปัญหาที่พบในชีวิตจริงอย่างเป็นขั้นตอนและเป็น ระบบ ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการเรียนรู้การทำงาน และการแก้ปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ รู้เท่าทัน และมีจริยธรรม ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง ป.6 1.ใช้เหตุผลเชิงตรรกะในการอธิบาย และออกแบบวิธีการแก้ปัญหาที่พบใน ชีวิตประจำวัน - การแก้ปัญหาอย่างเป็นขั้นตอนจะช่วยให้แก้ปัญหา ได้อย่าง มีประสิทธิภาพ - การใช้เหตุผลเชิงตรรกะเป็นการนำกฎเกณฑ์หรือ เงื่อนไขที่ ครอบคลุมทุกกรณีมาใช้พิจารณา ในการแก้ปัญหา - แนวคิดของการทำงานแบบวนซ้ำ และเงื่อนไข - การพิจารณากระบวนการทำงานที่มีการทำงาน แบบวนซ้ำ หรือเงื่อนไขเป็นวิธีการที่จะช่วย ให้การออกแบบวิธีการ แก้ปัญหาเป็นไปอย่างมี ประสิทธิภาพ 8
ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง - ตัวอย่างปัญหา เช่น การค้นหาเลขหน้าที่ต้องการ ให้เร็ว ที่สุด การทายเลข 1-1,000,000 โดยตอบให้ถูกภายใน 20 คำถาม การคำนวณเวลา ในการเดินทาง โดยคำนึงถึง ระยะทาง เวลา จุดหยุดพัก 9
คำอธิบายรายวิชา กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รายวิชา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รหัสวิชา ว16101 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปปีที่ 6 ภาคเรียนที่ 1 เวลา 60 ชั่วโมง จำนวนหน่วยกิต 1.5 หน่วยกิต ศึกษาสารอาหารและประโยชน์ของสารอาหาร แนวทางในการเลือกรับประทานอาหารให้ได้สารอาหารครบถ้วน ในสัดส่วนที่เหมาะสมกับเพศและวัยรวมทั้งความปลอดภัยต่อสุขภาพ ความสำคัญของสารอาหาร ระบบย่อย อาหาร หน้าที่ของอวัยวะในระบบย่อยอาหาร การย่อยอาหารและการดูดซึมสารอาหาร การดูแลรักษาอวัยวะใน ระบบย่อยอาหาร วิธีการแยกสารผสม วิธีแก้ปัญหาในชีวิตประจำวันเกี่ยวกับการแยกสาร กระบวนการเกิดหินอัคนี หินตะกอนและหินแปร วัฏจักรหิน การใช้ประโยชน์ของหินและแร่ การเกิดซากดึกดำบรรพ์การเกิดและผลของแรง ไฟฟ้า ส่วนประกอบของวงจรไฟฟ้าอย่างง่าย วิธีการและผลของการต่อเซลล์ไฟฟ้าแบบอนุกรม ประโยชน์ของการ ต่อเซลล์ไฟฟ้าแบบอนุกรม การต่อหลอดไฟฟ้าแบบอนุกรมและแบบขนาน ประโยชน์ของการต่อหลอดไฟฟ้าแบบ อนุกรมและแบบขนาน การเกิดเงามืดเงามัว แผนภาพรังสีของแสงแสดงการเกิดเงามืดเงามัว วิธีการแก้ปัญหาที่พบ ในชีวิตประจำวัน โดยใช้วิธีการระบุและบอกประโยชน์สารอาหาร การบอกแนวทางในการเลือกรับประทานอาหาร ตระหนักถึง ความสำคัญ สร้างแบบจำลองและบรรยายถึงหน้าที่ของอวัยวะ การอธิบาย การเปรียบเทียบโดยใช้หลักฐานเชิง ประจักษ์ บรรยายและยกตัวอย่าง การระบุส่วนประกอบ ออกแบบการทดลองและทดลองด้วยวิธีที่เหมาะสม การตระหนักถึงประโยชน์ การเขียนแผนภาพ การใช้เหตุผลเชิงตรรกะในการอธิบายและออกแบบวิธีการแก้ปัญหา เพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจในเรื่องที่ศึกษา สามารถสื่อสารสิ่งที่เรียนรู้และสามารถนำความรู้ไปใช้ใน ชีวิตประจำวันได้ มีจิตวิทยาศาสตร์ มีจิตสาธารณะ มีจริยธรรม คุณธรรม สามารถทำงานได้อย่างมีระเบียบ รอบคอบ มีความรับผิดชอบ มีวิจารณญาณ ใฝ่เรียนรู้ มุ่งมั่นในการทำงาน มีทักษะทางวิทยาศาสตร์ มีทักษะใน ศตวรรษที่ 21 พร้อมทั้งตระหนักในคุณค่าและมีเจตคติที่ดีต่อวิทยาศาสตร์ รหัสตัวชี้วัด ว 1.2 ป.6/1,ป.6/2,ป.6/3,ป.6/4,ป.6/5 ว 2.1 ป.6/1 ว 2.2 ป.6/1 ว 2.3 ป.6/1,ป.6/2,ป.6/3,ป.6/4,ป.6/5,ป.6/6,ป.6/7,ป.6/8 10
รหัสตัวชี้วัด ว 3.2 ป.6/1,ป.6/2,ป.6/3 ว 4.2 ป.6/1 รวม 19 ตัวชี้วัด 11
โครงสร้างรายวิชา รหัสวิชา ว16101 รายวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 เวลา 120 ชั่วโมง/ปี จำนวน 3 หน่วยกิต ผู้สอน: นางสาว พัชชา ม่วงทอง สัดส่วนคะแนน ระหว่างปีการศึกษา : ปลายปี = (70:30) ที่ ชื่อหน่วยการเรียนรู้ มาตรฐาน/ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้ เวลา (ชั่วโมง) น้ำหนัก คะแนน 1 อาหารและสารอาหาร ว 1 . 2 ป . 6 / 1 ร ะ บุ ส า ร อ า ห า ร แ ล ะ บอก ประโยชน์ของสารอาหาร แต่ละประเภทจากอาหาร ที่ตนเองรับประทาน - สารอาหารที่อยู่ในอาหารมี6 ประเภท ได้แก่ คาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน เกลือแร่ วิตามิน และน้ำ - อาหารแต่ละชนิดประกอบด้วย สารอาหารที่แตกต่างกัน อาหาร บางอย่างประกอบด้วยสารอาหาร ประเภทเดียว อาหารบางอย่าง ประกอบด้วยสารอาหารมากกว่า หนึ่งประเภท 5 4 ว 1 . 2 ป . 6 / 2 บ อก แนวทางในการเลือก รับประทานอาหาร ให้ได้ สารอาหารครบถ้วน ใน สัดส่วนที่เหมาะสมกับ เพศและวัย รวมทั้งความ ปลอดภัยต่อสุขภาพ - สารอาหารแต่ละประเภทมี ประโยชน์ต่อร่างกาย แตกต่างกัน โดยคาร์โบไฮเดรต โปรตีน และ ไขมัน เป็นสารอาหารที่ให้พลังงาน แก่ร่างกายส่วนเกลือแร่ วิตามิน และน้ำ เป็นสารอาหารที่ไม่ให้ พลังงานแก่ร่างกาย แต่ช่วยให้ ร่างกายทำงานได้เป็นปกติ ว 1.2 ป.6/3 ตระหนักถึง ค ว า ม ส ำ ค ั ญ ข อ ง สารอาหาร โดยการเลือก รับประทานอาหารที่มี สารอาหารครบถ้วนใน สัดส่วนที่เหมาะสมกับ - การรับประทานอาหาร เพื่อให้ ร่างกายเจริญเติบโต มีการ เปลี่ยนแปลงของร่างกายตามเพศ และวัย และมีสุขภาพดีจำเป็นต้อง รับประทาน ให้ได้พลังงานเพียงพอ กับความต้องการของร่างกาย และ 12
ที่ ชื่อหน่วยการเรียนรู้ มาตรฐาน/ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้ เวลา (ชั่วโมง) น้ำหนัก คะแนน กับเพศและวัยรวมทั้ง ปลอดภัยต่อสุขภาพ ม ี ส ุ ข ภ า พ ด ี จ ำ เ ป็น ต ้ อ ง รับประทาน ให้ได้พลังงาน เพียงพอกับความต้องการของ ร่างกาย และให้ได้สารอาหาร ครบถ้วน ในสัดส่วนที่เหมาะสม กับเพศและวัย รวมทั้งต้อง คำนึงถึงชนิดและปริมาณของ วัตถุเจือปนในอาหาร เพื่อความ ปลอดภัยต่อสุขภาพ 2 ระบบย่อยอาหาร ว 1 . 2 ป . 6 / 4 ส ร ้ า ง แบบจำลองระบบย่อย อ า ห า ร แ ล ะ บ ร ร ย าย หน้าที่ของอวัยวะในระบบ ย ่ อ ย อ า ห า ร ร ว ม ทั้ ง อธิบายการย่อยอาหาร และการดูดซึมสารอาหาร -ระบบย่อยอาหารประกอบด้วย อวัยวะต่างๆ ได้แก่ ปาก หลอด อาหาร กระเพาะอาหาร ลำไส้ เล็ก ลำไส้ใหญ่ ทวารหนัก ตับ และตับอ่อน ซึ่งทำ หน้าที่ร่วมกัน ในการย่อยและดูดซึมสารอาหาร - ปากมีฟันช่วยบดเคี้ยวอาหาร ให้มีขนาดเล็กลง และมีลิ้นช่วย คลุกเคล้าอาหารกับน้ำลาย ใน น้ำลายมีเอนไซม์ย่อยแป้งให้เป็น น้ำตาล -หลอดอาหารทำหน้าที่ลำเลียง อาหารจากปากไปยังกระเพาะ อาหาร ภายในกระเพาะอาหารมี การย่อยโปรตีนโดยกรดและ เอนไซม์ที่สร้างจากกระเพาะ อาหาร - ลำไส้เล็กมีเอนไซม์ที่สร้างจาก ผนังลำไส้เล็กเอง และจากตับ อ่อนที่ช่วยย่อยโปรตีน 9 5 13
ที่ ชื่อหน่วยการเรียนรู้ มาตรฐาน/ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้ เวลา (ชั่วโมง) น้ำหนัก คะแนน คาร์โบไฮเดรตและไขมัน โดย โปรตีน คาร์โบไฮเดรต และ ไขมัน ที่ผ่านการย่อยจนเป็น สารอาหารขนาดเล็กพอ - ที่จะดูดซึมได้รวมถึงน้ำ เกลือแร่และวิตามิน จะถูกดูด ซึมที่ผนังลำไส้เล็กเข้าสู่กระแส เลือด เพื่อลำเลียงไปยังส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ซึ่งโปรตีน คาร์โบไฮเดรต และไขมัน จะถูก นำไปใช้เป็นแหล่งพลังงาน สำหรับใช้ในกิจกรรมต่าง ๆ ส่วนน้ำ เกลือแร่และวิตามิน จะ ช่วยให้ร่างกาย ทำงานได้เป็น ปกติ - ตับสร้างน้ำดีแล้วส่งมายัง ลำไส้เล็กช่วยให้ไขมัน แตกตัว - ลำไส้ใหญ่ทำหน้าที่ดูดน้ำ และเกลือแร่เป็นบริเวณที่มี อาหารที่ย่อยไม่ได้หรือย่อยไม่ หมดเป็นกากอาหาร ซึ่งจะถูก กำจัดออกทางทวารหนัก ว 1.2 ป.6/5 ตระหนักถึง ความสำคัญของระบบย่อย อ า ห า ร โ ด ย ก า ร บ อ ก แนวทางในการดูแลรักษา อวัยวะ ในระบบย่อย อาหารให้ทำงานเป็นปกติ - อวัยวะต่าง ๆ ในระบบย่อย อาหารมีความสำคัญ จึงควร ปฏิบัติตน ดูแลรักษาอวัยวะให้ ทำงานเป็นปกติ 14
ที่ ชื่อหน่วยการเรียนรู้ มาตรฐาน/ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้ เวลา (ชั่วโมง) น้ำหนัก คะแนน 3 การแยกสารเนื้อผสม ว 2.1 ป.6/1 อธิบายและ เปรียบเทียบการแยกสาร ผสม โดยการหยิบออก การร่อน การใช้แม่เหล็ก ดึงดูด การรินออก การ กรอง และการตกตะกอน โ ด ย ใ ช ้ ห ล ั ก ฐ า น เ ชิ ง ประจักษ์รวมทั้งระบุวิธี แก้ปัญหาในชีวิตประจำวัน เกี่ยวกับการแยกสาร - สารผสมประกอบด้วยสาร ตั้งแต่ 2 ชนิดขึ้นไปผสมกัน เช่น น้ำมันผสมน้ำ ข้าวสารปนกรวด ทราย วิธีการ ที่เหมาะสมในการ แยกสารผสมขึ้นอยู่กับลักษณะ และสมบัติของสารที่ผสมกัน ถ้าองค์ประกอบของสารผสม เป็นของแข็งกับของแข็งที่มี ขนาด แตกต่างกันอย่างชัดเจน อาจใช้วิธีการหยิบออก หรือการ ร่อนผ่านวัสดุที่มีรูถ้ามีสารใด สารหนึ่ง เป็นสารแม่เหล็กอาจ ใช้วิธีการใช้แม่เหล็กดึงดูด ถ้า องค์ประกอบเป็นของแข็งที่ไม่ ละลายในของเหลว อาจใช้ วิธีการรินออกการกรอง หรือ การตกตะกอน ซึ่งวิธีการแยก สารสามารถนำไปใช้ประโยชน์ ในชีวิตประจำวันได้ 5 2 4 หินและซากดึกดำ บรรพ์ ว 3.2 ป.6/1 เปรียบเทียบ กระบวนการเกิดหินอัคนี หินตะกอน และหินแปร และอธิบายวัฏจักรหิน จากแบบจำลอง - หินเป็นวัสดุแข็งเกิดขึ้นเองตาม ธรรมชาติประกอบด้วย แร่ ตั้งแต่หนึ่งชนิดขึ้นไป สามารถ จำแนกหินตามกระบวนการเกิด ได้เป็น 3 ประเภท ได้แก่ หิน อัคนีหินตะกอน และหินแปร - หินอัคนีเกิดจากการเย็นตัว ของแมกมา เนื้อหิน มีลักษณะ 15 6 15
ที่ ชื่อหน่วยการเรียนรู้ มาตรฐาน/ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้ เวลา (ชั่วโมง) น้ำหนัก คะแนน เป็นผลึก ทั้งผลึกขนาดใหญ่และ ขนาดเล็ก บางชนิดอาจเป็นเนื้อ แก้วหรือมีรูพรุน - หินตะกอน เกิดจากการทับ ถมของตะกอน เมื่อถูกแรงกด ทับและมีสารเชื่อมประสานจึง เกิดเป็นหิน เนื้อหินกลุ่มนี้ส่วน ใหญ่มีลักษณะเป็นเม็ดตะกอน มีทั้งเนื้อหยาบและเนื้อละเอียด บางชนิดเป็น เนื้อผลึกที่ยึดเกาะ กันเกิดจากการตกผลึกหรือ ตกตะกอนจากน้ำโดยเฉพาะน้ำ ทะเล บางชนิดมีลักษณะเป็น ชั้น ๆ จึงเรียกอีกชื่อว่า หินชั้น - หินแปร เกิดจากการแปร สภาพของหินเดิม ซึ่งอาจเป็น หินอัคนีหินตะกอน หรือหินแปร โดยการกระทำของความร้อน ความดัน และ ปฏิกิริยาเคมีเนื้อ หินของหินแปรบางชนิดผลึก ของแร่เรียงตัวขนานกันเป็นแถบ บางชนิด แซะออกเป็นแผ่นได้ บางชนิดเป็นเนื้อผลึก ที่มีความ แข็งมาก - หินในธรรมชาติทั้ง 3 ประเภท มีการเปลี่ยนแปลง จากประเภท หนึ่งไปเป็นอีกประเภทหนึ่ง หรือ ประเภทเดิมได้โดยมีแบบ รูปการเปลี่ยนแปลง คงที่และ ต่อเนื่องเป็นวัฏจักร 16
ที่ ชื่อหน่วยการเรียนรู้ มาตรฐาน/ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้ เวลา (ชั่วโมง) น้ำหนัก คะแนน ว 3.2 ป.6/2 บรรยายและ ย ก ต ั ว อ ย ่ า ง ก า ร ใ ช้ ประโยชน์ของหิน และแร่ ในชีวิตประจำวันจาก ข้อมูลที่รวบรวมได้ - หินและแร่แต่ละชนิดมี ลักษณะและสมบัติแตกต่างกัน มนุษย์ใช้ประโยชน์จากแร่ในชีวิต ประจำวันในลักษณะต่าง ๆ เช่น นำแร่มาทำ เครื่องสำอาง ยาสี ฟัน เครื่องประดับ อุปกรณ์ทาง การแพทย์และนำหินมาใช้ใน งานก่อสร้าง ต่าง ๆ เป็นต้น ว 3. 2 ป . 6 / 3 ส ร ้ า ง แบบจำลองที่อธิบายการ เกิดซากดึกดำบรรพ์และ คาดคะเนสภาพแวดล้อม ในอดีตของ ซากดึกดำ บรรพ์ - ซากดึกดำบรรพ์เกิดจากการ ทับถมหรือการ ประทับรอยของ สิ่งมีชีวิตในอดีต จนเกิดเป็น โครงสร้างของซากหรือร่องรอย ของสิ่งมีชีวิต ที่ปรากฏอยู่ในหิน ในประเทศไทยพบ ซากดึกดำ บรรพ์ที่หลากหลาย เช่น พืช ป ะ ก า ร ั ง ห อ ย ป ล า เ ต่ า ไดโนเสาร์และรอยตีนสัตว์ - ซากดึกดำบรรพ์สามารถใช้ เป็นหลักฐานหนึ่ง ที่ช่วยอธิบาย สภาพแวดล้อมของพื้นที่ในอดีต ขณะเกิดสิ่งมีชีวิตนั้น เช่น หาก พบซากดึกดำบรรพ์ของหอยน้ำ จืด สภาพแวดล้อมบริเวณนั้น อาจเคย เป็นแหล่งน้ำจืดมาก่อน และหากพบ ซากดึกดำบรรพ์ ของพืช สภาพแวดล้อมบริเวณ นั้น อาจเคยเป็นป่ามาก่อน นอกจากนี้ซากดึกดำบรรพ์ 17
ที่ ชื่อหน่วยการเรียนรู้ มาตรฐาน/ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้ เวลา (ชั่วโมง) น้ำหนัก คะแนน 5 แรงไฟฟ้าและพลังงาน ไฟฟ้า ว 2.2 ป.6/1 อธิบายการ เกิดและผลของแรงไฟฟ้า ซึ่งเกิดจากวัตถุที่ผ่านการ ขัดถูโดยใช้หลักฐานเชิง ประจักษ์ - วัตถุ 2 ชนิดที่ผ่านการขัดถู แล้ว เมื่อนำเข้าใกล้กัน อาจ ดึงดูดหรือผลักกัน แรงที่เกิดขึ้น นี้เป็น แรงไฟฟ้า ซึ่งเป็นแรงไม่ สัมผัส เกิดขึ้นระหว่างวัตถุที่มี ประจุไฟฟ้า ซึ่งประจุไฟฟ้ามี2 ชนิด คือ ประจุไฟฟ้าบวกและ ประจุไฟฟ้าลบ วัตถุที่มีประจุ ไฟฟ้าชนิดเดียวกันผลักกัน ชนิด ตรงข้ามกัน ดึงดูดกัน 16 7 ว 2 . 3 ป . 6 / 1 ร ะ บุ ส่วนประกอบและบรรยาย ห น ้ า ท ี ่ ข อ ง แ ต ่ ล ะ ส ่ ว น ป ร ะ ก อ บ ข อ ง วงจรไฟฟ้าอย่างง่ายจาก หลักฐานเชิงประจักษ์ - ว ง จ ร ไ ฟ ฟ ้ า อ ย ่ า ง ง ่ า ย ประกอบด้วยแหล่งกำเนิดไฟฟ้า สายไฟฟ้า และเครื่องใช้ไฟฟ้า หรืออุปกรณ์ไฟฟ้า แหล่งกำเนิด ไฟฟ้า เช่น ถ่านไฟฉาย หรือ แบตเตอรี่ ทำหน้าที่ให้พลังงาน ไฟฟ้า สายไฟฟ้า เป็นตัวนำ ไฟฟ้า ทำหน้าที่เชื่อมต่อระหว่าง แ ห ล ่ ง ก ำ เ น ิ ด ไ ฟ ฟ ้ า แ ล ะ เครื่องใช้ไฟฟ้าเข้าด้วยกัน เครื่องใช้ไฟฟ้ามีหน้าที่เปลี่ยน พลังงานไฟฟ้าเป็น พลังงานอื่น ว 2 . 3 ป . 6 / 2 เข ี ย น แ ผ น ภ า พ แ ล ะ ต่ อ วงจรไฟฟ้าอย่างง่าย ว 2.3 ป.6/3 ออกแบบการ ทดลองและทดลองด้วยวิธี ที่เหมาะสมในการอธิบาย วิธีการและผลของการต่อ เซลล์ไฟฟ้าแบบอนุกรม - เมื่อนำเซลล์ไฟฟ้าหลายเซลล์ มาต่อเรียงกัน โดยให้ขั้วบวกของ เซลล์ไฟฟ้าเซลล์หนึ่งต่อกับ ขั้ว ลบของอีกเซลล์หนึ่งเป็นการต่อ แบบอนุกรม 18
ที่ ชื่อหน่วยการเรียนรู้ มาตรฐาน/ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้ เวลา (ชั่วโมง) น้ำหนัก คะแนน ว 2.3 ป.6/4 ตระหนักถึง ประโยชน์ของความรู้ของ การต่อเซลล์ไฟฟ้าแบบ อนุกรมโดยบอกประโยชน์ และการประยุกต์ใช้ใน ชีวิตประจำวัน ทำให้มีพลังงานไฟฟ้าเหมาะสม กับเครื่องใช้ไฟฟ้า ซึ่งการต่อ เซ ล ล ์ ไ ฟ ฟ ้ า แ บ บ อ นุก ร ม สามารถนำไป ใช้ประโยชน์ใน ชีวิตประจำวัน เช่น การต่อ เซลล์ไฟฟ้าในไฟฉาย ว 2.3 ป.6/5 ออกแบบการ ทดลองและทดลองด้วยวิธีที่ เหมาะสมในการอธิบายการ ต่อหลอดไฟฟ้าแบบอนุกรม และแบบขนาน - การต่อหลอดไฟฟ้าแบบ อนุกรมเมื่อถอดหลอดไฟฟ้า ดวงใดดวงหนึ่งออกทำให้ หลอดไฟฟ้าที่เหลือดับทั้งหมด ส่วนการต่อหลอดไฟฟ้าแบบ ขนาน เมื่อถอดหลอดไฟฟ้า ดวงใดดวงหนึ่งออกหลอด ไฟฟ้าที่เหลือก็ยังสว่างได้การ ต่อหลอดไฟฟ้าแต่ละแบบ สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ เช่น การต่อหลอดไฟฟ้าหลาย ดวงในบ้านจึงต้อง ต่อหลอดไฟ ฟ้าแบบขนาน เพื่อเลือกใช้ หลอดไฟฟ้าดวงใดดวงหนึ่งได้ ตามต้องการ ว 2.3 ป.6/6 ตระหนักถึง ประโยชน์ของความรู้ของ การต่อหลอดไฟฟ้าแบบ อนุกรมและแบบขนาน โดย บอกประโยชน์ข้อจำกัด และการประยุกต์ใช้ใน ชีวิตประจำวัน 6 แสงและเงา ว 2.3 ป.6/7 อธิบายการ เกิดเงามืดเงามัวจาก หลักฐานเชิงประจักษ์ - เมื่อนำวัตถุทึบแสงมากั้น แสงจะเกิดเงาบนฉากรับแสงที่ อยู่ด้านหลังวัตถุโดยเงามี รูปร่างคล้ายวัตถุที่ทำให้เกิดเงา เงามัวเป็นบริเวณที่มีแสง บางส่วนตกลงบนฉาก ส่วนเงา มืดเป็นบริเวณที่ไม่มีแสงตกลง บนฉากเลย 6 4 ว 2.3 ป.6/8 เขียน แผนภาพรังสีของแสงแสดง การเกิดเงามืดเงามัว 19
ที่ ชื่อหน่วยการเรียนรู้ มาตรฐาน/ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้ เวลา (ชั่วโมง) น้ำหนัก คะแนน 7 การออกแบบวิธีการ แก้ปัญหา ว 4.2 ป.6/1 ใช้เหตุผลเชิง ตรรกะในการอธิบายและ ออกแบบวิธีการแก้ปัญหาที่ พบในชีวิตประจำวัน - การแก้ปัญหาอย่างเป็น ขั้นตอนจะช่วยให้แก้ปัญหา ได้ อย่างมีประสิทธิภาพ - การใช้เหตุผลเชิงตรรกะเป็น การนำกฎเกณฑ์หรือ เงื่อนไขที่ ค ร อ บ ค ล ุ ม ท ุ ก ก ร ณ ี ม า ใช้ พิจารณา ในการแก้ปัญหา - แนวคิดของการทำงานแบบ วนซ้ำ และเงื่อนไข - การพิจารณากระบวนการ ทำงานที่มีการทำงาน แบบวน ซ้ำหรือเงื่อนไขเป็นวิธีการที่จะ ช่วย ให้การออกแบบวิธีการ แ ก ้ ป ั ญ ห า เ ป ็ น ไ ป อ ย ่ า ง มี ประสิทธิภาพ - ตัวอย่างปัญหา เช่น การ ค้นหาเลขหน้าที่ต้องการ ให้เร็ว ที่สุด การทายเลข 1-1,000,000 โดยตอบให้ถูกภายใน 20 คำถาม การคำนวณเวลา ในการ เดินทาง โดยคำนึงถึงระยะทาง เวลา จุดหยุดพัก 3 2 สอบปลายภาคเรียนที่ 1 1 10 รวม 60 40 20
ที่ ชื่อหน่วยการเรียนรู้ มาตรฐาน/ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้ เวลา (ชั่วโมง) น้ำหนัก คะแนน 8 ดาราศาสตร์และ เทคโนโลยีอวกาศ ว 3 . 1 ป . 6 / 1 ส ร ้ า ง แบบจำลองที่อธิบายการ เกิด และ เปรียบเทียบ ปรากฏการณ์สุริยุปราคา และจันทรุปราคา - เมื่อโลกและดวงจันทร์โคจร มาอยู่ในแนวเส้นตรงเดียวกันกับ ดวงอาทิตย์ในระยะทางที่ เหมาะสม ทำให้ดวงจันทร์บัง ดวงอาทิตย์เงาของดวงจันทร์ ทอดมายังโลก ผู้สังเกตที่อยู่ บริเวณเงาจะมองเห็น ดวง อาทิตย์มืดไป เกิดปรากฏการณ์ สุริยุปราคา ซึ่งมีทั้งสุริยุปราคา เต็มดวง สุริยุปราคาบางส่วน และสุริยุปราคาวงแหวน - หากดวงจันทร์และโลกโคจร มาอยู่ในแนวเส้นตรง เดียวกัน กับดวงอาทิตย์แล้วดวงจันทร์ เคลื่อนที่ ผ่านเงาของโลก จะ มองเห็นดวงจันทร์มืดไป เกิด ปรากฏการณ์จันทรุปราคาซึ่งมี ทั้งจันทรุปราคา เต็มดวง และ จันทรุปราคาบางส่วน 11 7 ว 3.2 ป.6/2 อธิบาย พัฒนาการของเทคโนโลยี อวกาศ และ ยกตัวอย่าง การนำเทคโนโลยีอวกาศ ม า ใ ช ้ ป ร ะ โ ย ช น์ ใ น ชีวิตประจำวัน จากข้อมูลที่ รวบรวมได้ - เทคโนโลยีอวกาศเริ่มจาก ความต้องการของมนุษย์ในการ สำรวจวัตถุท้องฟ้าโดยใช้ตา เปล่า กล้องโทรทรรศน์และได้ พัฒนาไปสู่การขนส่ง เพื่อสำรวจ อวกาศด้วยจรวดและยานขนส่ง อวกาศ และยังคงพัฒนาอย่าง ต่อเนื่อง ปัจจุบันมีการนำ เทคโนโลยีอวกาศบางประเภท มาประยุกต์ใช้ 21
ที่ ชื่อหน่วยการเรียนรู้ มาตรฐาน/ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้ เวลา (ชั่วโมง) น้ำหนัก คะแนน ในชีวิตประจำวัน เช่น การใช้ ดาวเทียมเพื่อ การสื่อสาร การ พยากรณ์อากาศ หรือการสำรวจ ทรัพยากรธรรมชาติการใช้ อุปกรณ์วัดชีพจร และการเต้น ของหัวใจ หมวกนิรภัย ชุดกีฬา 9 การเกิดลม มรสุม และธรณีภัยพิบัติ ว 3.2 ป.6/4 เปรียบเทียบ การเกิดลมบก ลมทะเล และมรสุม รวมทั้งอธิบาย ผลที่มีต่อสิ่งมีชีวิตและ ส ิ ่ ง แ ว ด ล ้ อ ม จ า ก แบบจำลอง - ลมบก ลมทะเล และมรสุม เกิดจากพื้นดิน และพื้นน้ำ ร้อน และเย็นไม่เท่ากันทำให้อุณหภูมิ อากาศเหนือพื้นดินและพื้นน้ำ แตกต่างกัน จึงเกิด การเคลื่อนที่ ของอากาศจากบริเวณที่มี อุณหภูมิต่ำ ไปยังบริเวณที่มี อุณหภูมิสูง - ลมบกและลมทะเลเป็นลม ประจำถิ่นที่พบบริเวณ ชายฝั่ง โดยลมบกเกิดในเวลากลางคืน ทำให้มีลมพัดจากชายฝั่งไปสู่ ทะเล ส่วนลมทะเลเกิดใน เวลา กลางวัน ทำให้มีลมพัดจากทะเล เข้าสู่ชายฝั่ง 15 8 ว 3.2 ป.6/5 อธิบายผล ของมรสุมต่อการเกิดฤดู ของประเทศไทย จาก ข้อมูลที่รวบรวมได้ - มรสุมเป็นลมประจำฤดูเกิด บริเวณเขตร้อน ของโลก ซึ่งเป็น บริเวณกว้างระดับภูมิภาค ประเทศไทยได้รับผลจากมรสุม ตะวันออกเฉียงเหนือ ในช่วง ประมาณกลางเดือนตุลาคม จนถึงเดือน กุมภาพันธ์ทำให้เกิด ฤดูหนาว และได้รับผลจาก มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ในช่วง 22
ที่ ชื่อหน่วยการเรียนรู้ มาตรฐาน/ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้ เวลา (ชั่วโมง) น้ำหนัก คะแนน ประมาณกลางเดือนพฤษภาคม จนถึงกลางเดือนตุลาคมทำให้ เกิดฤดูฝน ส่วนช่วงประมาณ กลางเดือนกุมภาพันธ์ จนถึง กลางเดือนพฤษภาคมเป็นช่วง เปลี่ยนมรสุม และประเทศไทย อยู่ใกล้เส้นศูนย์สูตร แสงอาทิตย์ เกือบตั้งตรงและตั้งตรงประเทศ ไทยในเวลาเที่ยงวัน ทำให้ได้รับ ความร้อนจากดวงอาทิตย์อย่าง เต็มที่อากาศจึงร้อนอบอ้าวทำให้ เกิดฤดูร้อน ว 3.2 ป.6/6 บรรยาย ลักษณะและผลกระทบ ของน้ำท่วม การกัดเซาะ ชายฝั่ง ดินถล่ม แผ่นดินไหว สึนามิ - น้ำท่วม การกัดเซาะชายฝั่ง ดินถล่ม แผ่นดินไหว และสึนามิ ม ี ผ ล ก ร ะ ท บ ต ่ อ ช ี ว ิ ต แ ล ะ สิ่งแวดล้อม แตกต่างกัน ว 3.2 ป.6/7 . ตระหนัก ถึงผลกระทบของภัย ธรรมชาติและ ธรณีพิบัติ ภัย โดยนำเสนอแนวทาง ในการ เฝ้าระวังและปฏิบัติ ตนให้ปลอดภัยจากภัย ธรรมชาติและธรณีพิบัติ ภัยที่อาจเกิดในท้องถิ่น - มนุษย์ควรเรียนรู้วิธีปฏิบัติตน ให้ปลอดภัย เช่น ติดตามข่าวสาร อย่างสม่ำเสมอ เตรียมถุงยังชีพ ให้พร้อมใช้ตลอดเวลา และ ปฏิบัติตามคำสั่งของ ผู้ปกครอง และเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัดเมื่อ เกิด ภัยธรรมชาติและธรณีพิบัติ ภัย ว 3.2 ป.6/8 สร้าง แบบจำลองที่อธิบายการ เกิดปรากฏการณ์เรือน กระจกและผลของ • ปรากฏการณ์เรือนกระจกเกิด จากแก๊สเรือนกระจก ในชั้น บรรยากาศของโลกกักเก็บความ ร้อนแล้ว คายความร้อนบางส่วน กลับสู่ผิวโลก ทำให้อากาศ 23
ที่ ชื่อหน่วยการเรียนรู้ มาตรฐาน/ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้ เวลา (ชั่วโมง) น้ำหนัก คะแนน บนโลกมีอุณหภูมิเหมาะสมต่อ การดำรงชีวิต ว 3.2 ป.6/9 ตระหนักถึง ผลกระทบของ ปรากฏการณ์เรือน กระจก โดยนำเสนอแนวทางการ ปฏิบัติตนเพื่อ ลดกิจกรรม ที่ก่อให้เกิดแก๊สเรือน กระจก - หากปรากฏการณ์เรือนกระจก รุนแรงมากขึ้น จะมีผลต่อการ เปลี่ยนแปลงภูมิอากาศโลก มนุษย์จึงควรร่วมกันลดกิจกรรม ที่ก่อให้เกิด แก๊สเรือนกระจก 10 การเขียนโปรแกรม เพื่อแก้ปัญหา ว 4.2 ป.6/2 ออกแบบ และเขียนโปรแกรมอย่าง ง่าย เพื่อแก้ปัญหาใน ชีวิตประจำวัน ตรวจหา ข้อผิดพลาด ของโปรแกรม และแก้ไข - การออกแบบโ ปรแ ก ร ม สามารถทำได้โดยเขียน เป็น ข้อความหรือผังงาน - การออกแบบและเข ียน โปรแกรมที่มีการใช้ตัวแปร กา รวนซ้ำ การตรวจสอบเงื่อนไข - ห า ก ม ี ข ้ อ ผ ิ ด พ ล า ด ใ ห้ ตรวจสอบการทำงานทีละ คำสั่ง เมื่อพบจุดที่ทำให้ผลลัพธ์ไม่ ถูกต้อง ให้ทำการแก้ไขจนกว่า จะได้ผลลัพธ์ที่ถูกต้อง - การฝึกตรวจหาข้อผิดพลาด จากโปรแกรมของ ผู้อื่นจะช่วย พัฒนาทักษะการหาสาเหตุของ ปัญหา ได้ดียิ่งขึ้น - ตัวอย่างโปรแกรม เช่น โปรแกรมเกม โปรแกรมหาค่า ค.ร.น. เกมฝึกพิมพ์ 13 8 24
ที่ ชื่อหน่วยการเรียนรู้ มาตรฐาน/ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้ เวลา (ชั่วโมง) น้ำหนัก คะแนน - ซอฟต์แวร์ที่ใช้ในการเขียน โปรแกรม เช่น Scratch, logo 11 การใช้อินเทอร์เน็ต ค้นหาข้อมูล ว 4.2 ป.6/3 ใช้ อินเทอร์เน็ตในการค้นหา ข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ - ก า ร ค ้ น ห า อ ย ่ า ง มี ประสิทธิภาพ เป็นการค้นหา ข้อมูลที่ได้ตรงตามความต้องการ ใ น เ ว ล า ที่ร ว ด เ ร ็ ว จ า ก แหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือหลาย แหล่ง และข้อมูล มี ค ว า ม สอดคล้องกัน - การใช้เทคนิคการค้นหาขั้นสูง เช่น การใช้ตัวดำเนินการ การ ระบุรูปแบบของข้อมูล หรือชนิด ของไฟล์ - การจัดลำดับผลลัพธ์จากการ ค้นหาของโปรแกรม ค้นหา - การเรียบเรียง สรุปสาระสำคัญ (บูรณาการกับ วิชาภาษาไทย) 10 4 12 การใช้เทคโนโลยี สารสนเทศร่วมกัน อย่างปลอดภัย ว 4.2 ป.6/4 ใช้เทคโนโลยี สารสนเทศทำงานร่วมกัน อย่างปลอดภัยเข้าใจสิทธิ และหน้าที่ของตนเคารพใน สิทธิของผู้อื่นแจ้งผู้เกี่ยวข้อง เมื่อพบข้อมูลหรือบุคคลที่ ไม่เหมาะสม - อันตรายจากการใช้งานและ อาชญากรรมทางอินเทอร์เน็ต แนวทางในการป้องกัน - วิธีกำหนดรหัสผ่าน - การกำหนดสิทธิ์การใช้งาน (สิทธิ์ในการเข้าถึง) - แนวทางการตรวจสอบและ ป้องกันมัลแวร์ - อันตรายจากการติดตั้ง ซอฟต์แวร์ที่อยู่บนอินเทอร์เน็ต 9 3 25
ที่ ชื่อหน่วยการเรียนรู้ มาตรฐาน/ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้ เวลา (ชั่วโมง) น้ำหนัก คะแนน เวลาเรียนกลางปี - เวลาเรียนปลายปี 118 70 สอบปลายปี 2 30 รวมทั้งสิ้นตลอดปี 120 100 26
หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 อาหารและสารอาหาร 27
แบบบันทึกหน่วยการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง อาหารและสารอาหาร ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ภาคเรียนที่ 1 เวลาเรียน 3 คาบ/สัปดาห์ รหัสวิชา : ว16101 ชื่อวิชา: วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จำนวน 1.5 หน่วยกิต เวลา 5 ชั่วโมง ผู้สอน : นางสาว พัชชา ม่วงทอง 1.มาตรฐานและตัวชี้วัด มาตรฐาน 1.2 เข้าใจสมบัติของสิ่งมีชีวิต หน่วยพื้นฐานของสิ่งมีชีวิต การลำเลียงสารเข้าและออกจากเซลล์ ความสัมพันธ์ของโครงสร้างและหน้าที่ของระบบต่าง ๆ ของสัตว์และมนุษย์ที่ทำงานสัมพันธ์กัน ความสัมพันธ์ของ โครงสร้างและหน้าที่ของอวัยวะต่าง ๆของพืชที่ทำงานสัมพันธ์กัน รวมทั้งนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ ตัวชี้วัด ป.6/1 ระบุสารอาหารและบอกประโยชน์ของสารอาหารแต่ละประเภทจากอาหารที่ตนเองรับประทาน ป.6/2 บอกแนวทางในการเลือกรับประทานอาหารให้ได้สารอาหารครบถ้วน ในสัดส่วนที่เหมาะสมกับเพศ และวัย รวมทั้งความปลอดภัยต่อสุขภาพ ป.6/3 ตระหนักถึงความสำคัญของสารอาหาร โดยการเลือกรับประทานอาหารที่มีสารอาหารครบถ้วนใน สัดส่วนที่เหมาะสมกับเพศและวัย รวมทั้งปลอดภัยต่อสุขภาพ 2.สาระสำคัญ อาหารเป็นสิ่งที่เรารับประทานแล้วมีประโยชน์ต่อร่างกาย โดยในอาหารจะมีสารอาหารประเภทต่าง ๆ ซึ่งมี ประโยชน์เพื่อการเจริญเติบโตและการดำรงชีวิต ในแต่ละวันเราต้องเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ใน ปริมาณที่เหมาะสมกับความต้องการของร่างกายแต่ละเพศและวัย รวมทั้งปลอดภัยต่อสุขภาพ 3.สาระการเรียนรู้ 3.1 ความรู้ - สารอาหารที่อยู่ในอาหารมี6 ประเภท ได้แก่คาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน เกลือแร่ วิตามิน และน้ำ - อาหารแต่ละชนิดประกอบด้วยสารอาหารที่แตกต่างกัน อาหารบางอย่างประกอบด้วยสารอาหาร ประเภท เดียว อาหารบางอย่างประกอบด้วยสารอาหารมากกว่าหนึ่งประเภท - สารอาหารแต่ละประเภทมีประโยชน์ต่อร่างกายแตกต่างกัน โดยคาร์โบไฮเดรต โปรตีน และไขมันเป็น สารอาหารที่ให้พลังงานแก่ร่างกายส่วนเกลือแร่ วิตามิน และน้ำ เป็นสารอาหารที่ไม่ให้พลังงาน แก่ร่างกาย แต่ช่วย ให้ร่างกายทำงานได้เป็นปกติ 28
- การรับประทานอาหาร เพื่อให้ร่างกายเจริญเติบโตมีการเปลี่ยนแปลงของร่างกายตามเพศ และวัย และมี สุขภาพดีจำเป็นต้องรับประทานให้ได้พลังงานเพียงพอกับความต้องการของร่างกาย และมีสุขภาพดีจำเป็นต้อง รับประทานให้ได้พลังงานเพียงพอกับความต้องการของร่างกายและให้ได้สารอาหารครบถ้วน ในสัดส่วนที่เหมาะสม กับเพศและวัย รวมทั้งต้องคำนึงถึงชนิดและปริมาณของวัตถุเจือปนในอาหารเพื่อความปลอดภัยต่อสุขภาพ 3.2 ทักษะ/กระบวนการ - จัดหมวดหมู่สารอาหารและออกแบบเมนูอาหารที่มีสารอาหารหลักครบ 5 หมู่ได้อย่างถูกต้อง - เขียนเปรียบเทียบสัดส่วนของอาหารที่รับประทานกับสัดส่วนของอาหารตามธงโภชนาการที่เหมาะสม - นำเสนอแนวทางในการการเลือกรับประทานอาหารที่ปลอดภัยต่อสุขภาพ 3.3 คุณลักษณะอันพึงประสงค์ - มีวินัย - ใฝ่เรียนรู้ - มุ่งมั่นในการทำงาน - เจตคติทางวิทยาศาสตร์ 4.สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 1. มีความสามารถในการสื่อสาร 2. มีความสามารถในการคิด 3. มีความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 4. มีความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 5.ชิ้นงานหรือภาระงาน - ใบกิจกรรม เชฟจิ๋วกระทะเหล็ก - แผนผังมโนทัศน์ กิจกรรมเชฟจิ๋วกระทะเหล็ก - ใบกิจกรรม เราจะเลือกรับประทานอาหารอย่างไร - ใบกิจกรรม ความสำคัญของสารอาหารต่อร่างกาย 6.การวัดและประเมินผล 6.1 วิธีการวัดและประเมินผล 1) การประเมินก่อนเรียน - สังเกตการตอบคำถามและการแสดงความคิดเห็น 2) การประเมินระหว่างการจัดการเรียนรู้ - สังเกตพฤติกรรมขณะเรียนหรือร่วมกิจกรรม - ประเมินผลจากชิ้นงานหรือภาระงานกลุ่ม - ประเมินผลจากใบงานที่ได้รับมอบหมาย 29
3) การประเมินหลังเรียน - วัดคุณลักษณะอันพึงประสงค์ - วัดและประเมินผลตามจุดประสงค์การเรียนรู้จากใบกิจกรรม และการมีส่วนร่วมในห้องเรียน 6.2 เครื่องมือวัดและประเมินผล 1) แผนผังมโนทัศน์และใบกิจกรรมระหว่างการจัดการเรียนรู้ (ประเมินด้านความรู้) 2) แบบประเมินการนำเสนอผลการทำกิจกรรมหน้าชั้นเรียน (ประเมินทักษะกระบวนการ) 3) แบบประเมินการมีส่วนร่วมในชั้นเรียน (ประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์) 4) แบบประเมินพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม (ประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์) 5) แบบประเมินพฤติกรรมทักษะ (ประเมินสมรรถนะผู้เรียน) 6) แบบประเมินพฤติกรรมทักษะ (ประเมินทักษะในศตวรรษที่ 21) 6.3 เกณฑ์การวัดและประเมินผล 1) นักเรียนทำใบกิจกรรมได้ถูกต้องผ่านเกณฑ์ร้อยละ 70 ขึ้นไป 2) นักเรียนได้คะแนนจากการประเมินการนำเสนอผลการทำกิจกรรมหน้าชั้นเรียนได้ระดับดีขึ้นไป คิด เป็นร้อยละ 70 ของนักเรียน 3) นักเรียนได้คะแนนจากการมีส่วนร่วมในชั้นเรียนผ่านเกณฑ์การประเมินระดับดีขึ้นไปคิดเป็นร้อยละ 70 ของนักเรียน 4) นักเรียนได้คะแนนจากพฤติกรรมการทำงานกลุ่มผ่านเกณฑ์การประเมินระดับดีขึ้นไปคิดเป็นร้อย ละ 70 ของนักเรียน 5) นักเรียนได้คะแนนจากการประเมินสมรรถนะผู้เรียนผ่านเกณฑ์ระดับดีขึ้นไปคิดเป็นร้อยละ 70 ของ นักเรียน 6) นักเรียนได้คะแนนจากการประเมินทักษะในศตวรรษที่ 21 ผ่านเกณฑ์ระดับดีขึ้นไปคิดเป็นร้อยละ 70 ของนักเรียน 30
7. เกณฑ์การประเมินชิ้นงาน/ภาระงาน รวมการวัดและประเมินผล รายการประเมิน ระดับคะแนน ดี (3) พอใช้ (2) ปรับปรุง (1) 1.เนื้อหา ข้อมูลครบถ้วนทุก ประเด็น หลากหลาย ถูกต้อง สมบูรณ์ ชัดเจน มีข้อมูลที่ขาดที่ขาดไป เพียง 1-2 ประเด็น มีข้อมูลที่ขาดไปมากกว่า 3 ประเด็น 2.รูปแบบแผนผัง รูปแบบแผนผังมีประเด็น หลักและประเด็นรอง อย่างชัดเจน เข้าใจได้ง่าย ขาดไปเพียง 1-2 ประเด็น ขาดองค์ประกอบของ รูปแบบแผนผัง ขาดองค์ประกอบของ รูปแบบแผนผังมากกว่า 2 ประเด็น 3.ความสวยงาม/ความคิด สร้างสรรค์ รูปแบบสวยงามมี ความคิดสร้างสรรค์ นำเสนอรูปแบบแปลก ใหม่ รูปแบบสวยงาม รูปแบบไม่สวยงาม ความคิดสร้างสรรค์น้อย 4.การนำเสนอ นำเสนอผลการทำ กิจกรรมได้อย่าง สมบูรณ์ถูกต้อง ครบถ้วน นำเสนอผลการทำ กิจกรรมถูกต้องแต่ไม่ ครบถ้วน นำเสนอข้อมูลไม่ถูกต้อง เกณฑ์การประเมินคุณภาพ คะแนน ระดับคุณภาพ 9-12 ดี 5-8 พอใช้ คะแนนต่ำกว่า 5 คะแนน ปรับปรุง เกณฑ์การตัดสิน ผ่านเกณฑ์การประเมินระดับคุณภาพดีขึ้นไป 31
8.กิจกรรมการเรียนรู้ แผนที่/ชื่อเรื่อง/ เวลา มาตรฐาน/ตัวชี้วัด จุดประสงค์การเรียนรู้ ชิ้นงาน/ภาระงา 1 แผนการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง สารอาหารและ ประโยชน์ของ สารอาหาร เวลา 1 ชั่วโมง ว 1.2 ป.6/1 ระบุสารอาหาร และบอก ประโยชน์ของ สารอาหารแต่ละ ประเภทจาก อาหารที่ตนเอง รับประทาน 1.นักเรียนสามารถ ระบุประเภทสารอาหาร และบอกประโยชน์ของ สารอาหารแต่ละ ประเภทจากอาหารที่ ตนเองรับประทานได้ อย่างถูกต้อง (K) 2.นักเรียนสามารถ ออกแบบเมนูอาหารที่มี สารอาหารหลักครบ 5 หมู่ได้อย่างถูกต้อง (P) 3.นักเรียนมีวินัย ใฝ่ เรียนรู้ มุ่งมั่นในการ ทำงานและมีเจตคติทาง วิทยาศาสตร์ (A) 1.แผนผังมโนทัศ ผ่านการประเมิน ระดับดีขึ้นไป
น เกณฑ์การประเมิน กิจกรรมการเรียนรู้/ รูปแบบการเรียนรู้ สื่อ/แหล่งเรียนรู้ น์ น 1.แผนผังมโนทัศน์ ผ่านการประเมิน ระดับดีขึ้นไป รูปแบบการสอน การเรียนแบบการสืบเสาะหาความรู้ 5 ขั้นตอน ( 5Es) ขั้นที่ 1 การสร้างความสนใจ - ครูใช้การ์ตูน 2D ตอน ลิซ่าเที่ยว ตลาดน้ำอโยธยา ในการสร้างสถาน การ์ณเพื่อเชื่อมโยงเข้าสู่กิจกรรม ขั้นที่ 2 การสำรวจและค้นหา - กิจกรรมเชฟจิ๋วกระทะเหล็ก โดย แบ่งกลุ่มนักเรียน 4 กลุ่ม ให้นักเรียน ศึกษาตามศูนย์การเรียนรู้และ ออกแบบเมนูอาหารที่มีสารอาหาร ครบ 5 หมู่และนำเสนอหน้าชั้นเรียน ขั้นที่ 3 การอธิบายและลงข้อสรุป - ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปการทำ กิจกรรม ขั้นที่ 4 การขยายความรู้ -ยกตัวอย่างเมนูอาหาร 1.ศูนย์การเรียนรู้ อาหาร 5 หมู่ 2.ใบกิจกรรมเรื่อง เชฟจิ๋วกระทะ เหล็ก 3.หนังสือเรียน วิทยาศาสตร์ ชั้น ประถมศึกษาปีที่6 4.PowerPoint 5.เกมการศึกษา WordWall 6.การ์ตูน 2D ตอนลิซ่าเที่ยว ตลาดน้ำอโยธยา 7.แผนผังมโนทัศน์ 32
แผนที่/ชื่อเรื่อง/ เวลา มาตรฐาน/ตัวชี้วัด จุดประสงค์การเรียนรู้ ชิ้นงาน/ภาระงา 2-3 แผนการเรียนรู้ที่ 2 เรื่อง เราจะ เลือกรับประทาน อาหารอย่างไร เวลา 2 ชั่วโมง ว 1.2 ป.6/2 . บอกแนวทางใน การเลือก รับประทาน อาหาร ให้ได้ สารอาหาร ครบถ้วน ใน สัดส่วนที่ เหมาะสม กับเพศ และวัย รวมทั้ง 1.นักเรียนสามารถบอก แนวทางในการเลือก รับประทานอาหารได้ อย่างถูกต้อง (K) 2.นักเรียนเขียน เปรียบเทียบสัดส่วนของ อาหารที่รับประทานกับ สัดส่วนของอาหารตาม ธงโภชนาการที่ เหมาะสม 1.ใบกิจกรรมเรา จะเลือก รับประทาน อาหารอย่างไร
น เกณฑ์การประเมิน กิจกรรมการเรียนรู้/ รูปแบบการเรียนรู้ สื่อ/แหล่งเรียนรู้ 1 มื้อ ให้นักเรียนระบุประเภท สารอาหารและประโยชน์ของ สารอาหาร - ครูใช้เกมการศึกษา Word Wall ขั้นที่ 5 การประเมินผล - ประเมินจากใบกิจกรรม - ประเมินทักษะจาการสังเกต พฤติกรรมการทำงานกลุ่ม การมีส่วน ร่วมในห้องเรียน -ประเมินผลตามจุดประสงค์ KPA 1.ใบกิจกรรมเราจะ เลือกรับประทาน อาหารอย่างไรผ่าน เกณฑ์ระดับดีขึ้นไป รูปแบบการสอน การเรียนแบบสืบเสาะหาความรู้ 5 ขั้นตอน( 5Es) ขั้นที่ 1 การสร้างความสนใจ -ครูทบทวนความรู้ในชั่วโมงที่ผ่านมา -ชมวิดีโอการกินอาหารให้ถูกต้องตาม หลักโภชนาการ ขั้นที่ 2 การสำรวจและค้นหา - กิจกรรมการกินอาหารตามหลัก โภชนาการ และนำเสนอหน้าชั้นเรียน 1.ใบความรู้ 2.ใบกิจกรรม 3.หนังสือเรียน วิทยาศาสตร์ ชั้น ประถมศึกษาปีที่6 4.PowerPoint 5.วิดีโอการกิน อาหารให้ถูกต้อง ตามหลัก โภชนาการ 33
แผนที่/ชื่อเรื่อง/ เวลา มาตรฐาน/ตัวชี้วัด จุดประสงค์การเรียนรู้ ชิ้นงาน/ภาระงาน ความปลอดภัยต่อ สุขภาพ กับเพศและวัยได้อย่าง ถูกต้อง (P) 3.นักเรียนมีวินัย ใฝ่ เรียนรู้ มุ่งมั่นในการ ทำงานและมีเจตคติทาง วิทยาศาสตร์ (A) 4-5 แผนการเรียนรู้ที่ 3 ความสำคัญ ของสารอาหาร ว 1.2 ป.6/3 ตระหนักถึง ความสำคัญของ สารอาหาร โดย การเลือก รับประทาน อาหารที่มี 1.นักเรียนสามารถ ตระหนักถึงความสำคัญ ของสารอาหาร (K) 1.ใบกิจกรรม ความสำคัญของ สารอาหารต่อ ร่างกาย
น เกณฑ์การประเมิน กิจกรรมการเรียนรู้/ รูปแบบการเรียนรู้ สื่อ/แหล่งเรียนรู้ ขั้นที่ 3 การอธิบายและลงข้อสรุป - ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปการทำ กิจกรรม ขั้นที่ 4 การขยายความรู้ - ครูใช้เกมการศึกษา Word Wall ในการให้นักเรียนเลือกแนวทางการ รับประทานอาหาร ขั้นที่ 5 การประเมินผล - ประเมินจากใบกิจกรรม - ประเมินผลตามจุดประสงค์ KPA 1.ใบกิจกรรม ความสำคัญของ สารอาหารต่อ ร่างกายผ่านเกณฑ์ ระดับดีขึ้นไป รูปแบบการสอน การเรียนแบบสืบเสาะหาความรู้ 5 ขั้นตอน (5Es) ขั้นที่ 1 การสร้างความสนใจ -ครูใช้คำถามกระตุ้นความสนใจของ ผู้เรียน 1.ใบกิจกรรม ความสำคัญของ สารอาหาร 2.ใบความรู้ หนังสือเรียน วิทยาศาสตร์ ชั้น ประถมศึกษาปีที่6 4.PowerPoint 34
แผนที่/ชื่อเรื่อง/ เวลา มาตรฐาน/ตัวชี้วัด จุดประสงค์การเรียนรู้ ชิ้นงาน/ภาระงา สารอาหาร ครบถ้วน ใน สัดส่วนที่ เหมาะสมกับเพศ และวัยรวมทั้ง ปลอดภัยต่อ สุขภาพ 2.นักเรียนสามารถ นำเสนอแนวทางในการ การเลือกรับประทาน อาหารที่ปลอดภัยต่อ สุขภาพได้(P) 3.นักเรียนมีวินัย ใฝ่ เรียนรู้ มุ่งมั่นในการ ทำงานและมีเจตคติทาง วิทยาศาสตร์ (A)
น เกณฑ์การ ประเมิน กิจกรรมการเรียนรู้/ รูปแบบการเรียนรู้ สื่อ/แหล่งเรียนรู้ ขั้นที่ 2 การสำรวจและค้นหา - ครูให้นักเรียนทำกิจกรรมสืบค้น ข้อมูลจากแหล่งเรียนรู้ เช่น หนังสือ เรียน ใบความรู้ เพื่อศึกษาความสำคัญ ของสารอาหาร และวิธีการเลือกทาน อาหารให้ได้สัดส่วนที่เหมาะสมกับวัย และปลอดภัยต่อสุขภาพ - ครูสุ่มนักเรียนออกมานำเสนอผลการ ทำกิจกรรม ขั้นที่ 3 การอธิบายและลงข้อสรุป - ครูและนักเรียนร่วมกันอธิบายและ ลงข้อสรุปร่วมกัน โดยครูเปิดโอกาสให้ นักเรียนสามารถถามคำถาม หรือแสดง ความคิดเห็นได้อย่างอิสระ ขั้นที่ 4 การขยายความรู้ - ครูยกตัวอย่างสถานการ์ณให้ นักเรียนช่วยกันหาแนวทางในการ รับประทานอาหารที่ถูกต้อง ได้สัดส่วน เหมาะสมกับวัยและปลอดภัยต่อ สุขภาพให้กับบุคคลในสถานการ์ณ 35
แผนที่/ชื่อเรื่อง/ เวลา มาตรฐาน/ตัวชี้วัด จุดประสงค์การเรียนรู้ ชิ้นงาน/ภาระงา
าน เกณฑ์การ ประเมิน กิจกรรมการเรียนรู้/ รูปแบบการเรียนรู้ สื่อ/แหล่งเรียนรู้ ขั้นที่ 5 การประเมินผล - ประเมินจากใบกิจกรรม - ประเมินผลตามจุดประสงค์ KPA 36
9. สื่อการเรียนรู้ 9.1 หนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 9.2 Power point ประกอบการสอน 9.3 แผนผังกิจกรรมเชฟจิ๋วกระทะเหล็ก 9.4 ใบกิจกรรมเราจะเลือกรับประทานอาหารอย่างไ ร 9. 5 ใบกิจกรรมความสำคัญของสารอาหารต่อร่างกาย 9. 6 เกมการเรียนรู้Word Wall 9. 7 ศูนย์การเรียนรู้ 9. 8 ใบความรู้ 9. 9 วิดีโอการกินอาหารให้ถูกต้องตามหลักโภชนาการ 9.10 โปรแกรมสุ่มรายชื่อกลุ่ม Wheelofnames 9.11 โปรแกรม Animaker สำหรับสร้างการ์ตูน 2 D 3 7
แผนการจัด จั การเรีย รี นรู้ห รู้ น่วยที่ 1 คำ แนะนำ ในการใช้ชุ ช้ ดชุกิจกรรมการเกิรียนการสอน รี หน่วยการเรียน รี รู้ที่ รู้ที่ 1 อาหารเเละสารอาหาร ที่ กลุ่มสาระการเ ลุ่รียน รี รู้วิ รู้ ทยาศาสต วิร์และเทคโนโล ร์ ยี ชั้นประถมชั้ศึกษาปีที่ 6ที่ ชุด ชุ กิจกิกรรมนี้ประกอบด้ว ด้ ย แผนการจัดจัการเรียรีนรู้ (หน้าน้เดียว) จัดจักิจกิกรรมการ เรียรีนรู้แรู้บบ Active learn ครอบคลุมลุตัวตัชี้วัดวัที่ต้ที่อต้งรู้ แผนการจัดจัการเรียรีนรู้(รู้ฉบับบัเต็ม ต็) ภายในจะประกอบด้วด้ยวิธีวิกธีาร จัดจัการเรียรีนรู้แรู้บบ 5 Es แบบ ประเมิน บันบัทึก ทึ หลังลัการสอน ใบงาน สื่อสื่การเรียรีนรู้ ใบงานประกอบกิจกิกรรมเชฟจิ๋วจิ๋ กระทะเหล็ก ล็ ใช้ปช้ระกอบการ สืบสืค้นค้ข้อข้มูลในกิจกิกรรมการเรียรีนรู้ สื่อสื่การเรียรีนรู้ที่รู้ที่ใที่ช้ใช้นการจัดจัการเรียรีนรู้ ประกอบไปด้วด้ย Powerpoint , การ์ตู ร์ตูน 2D ,เกมการเรียรีนรู้ Spot it, เกมการเรียรีนรู้เรู้รื่อรื่งสารอาหารและประโยชน์ข น์ อง สารอาหาร,ศูนย์ก ย์ ารเรียรีนรู้ 5 ศูนย์ อุปอุกรณ์ประกอบกิจกิกรรมเชฟจิ๋วจิ๋กระทะเหล็ก ล็ Download ไฟล์ปล์ ระกอบแผนฯ ไฟล์แ ล์ ผนการจัดจักิจกิกรรม ใบงาน Power point เนื้อหาในหน่วยการเรียรีนรู้นี้รู้นี้ สแกน QR code เพื่อพื่ดาวน์โน์ หลด 38
1.นักเรียนสามารถระบุประเภทสารอาหารและบอกประโยชน์ของสารอาหารแต่ละประเภทจากอาหารที่ ตนเองรับประทานได้ถูกต้อง 2.นักเรียนสามารถออกแบบเมนูอาหารที่มีสารอาหารหลักครบ 5 หมู่ได้ถูกต้อง 3.นักเรียนมีวินัย ใฝ่เรียนรู้ มุ่งมั่นในการทำ งานและมีเจตคติทางวิทยาศาสตร์ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รายวิชา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 อาหารและสารอาหาร เรื่อง สารอาหารและประโยชน์ของสารอาหาร ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 เวลา 1 ชั่วโมง ผู้สอน นางสาวพัชชา ม่วงทอง วันที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2566 มาตรฐาน/ตัวชี้วัด ว 1.2 ป.6/1 สาระการเรียนรู้ สารอาหารเเละประโยชน์ ของสารอาหาร สมรรถนะสำ คัญ การสื่อสาร การคิด การแก้ไขปัญหา ทักษะชีวิต การใช้เทคโนโลยี คุณลักษณะอันพึงประสงค์ รัก ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่างพอเพียง มุ่งมั่นในการทำ งาน รักความเป็นไทย มีจิตสาธารณะ การวัดและประเมินผล ประเมินจากแผนผังมโนทัศน์ สังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้ของนักเรียน (KPA) การตอบคำ ถาม/ความเป็นผู้นำ สื่อ/อุปกรณ์/เครื่องมือในการสอน ศูนย์การเรียนรู้อาหารหลัก 5 ศูนย์ อุปกรณ์ประกอบกิจกรรมเชฟจิ๋วกระทะเหล็ก เทคโนโลยีที่ใช้มีดังนี้ บันทึกหลังสอน ....................................................................... ....................................................................... จุดประสงค์การเรียนรู้ K P A สาระสำ คัญ อาหาร คือ สิ่งที่เรารับประทานแล้วมีประโยชน์ต่อร่างกาย โดยในอาหารจะมีสารอาหารหลาย ประเภทซึ่งมีประโยชน์เพื่อการดำ รงชีวิตและการเจริญเติบโต อาหารหลัก 5 หมู่ ได้แก่ โปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมัน วิตามิน เกลือแร่ การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ อาหาร 5 หมู่ T h e 5 E’s o f In q uir y-Base d Lear nin g สร้างความสนใจ สํารวจและค้นหา อธิบาย&ลงข้อสรุป ขยายความรู้ ประเมินผล ลงชื่อ (นางสาว พัชชา ม่วงทอง) ครูผู้สอน ลงชื่อ (นาย..........................) ผู้อำ นวยการโรงเรียน คุณครูใช้การ์ตูน 2D ตอน ลิซ่าเที่ยวตลาดน้ำ อโยธยา ในการเล่าเรื่องสร้างสถาน การ์ณเพื่อเชื่อโยงเข้าสู่ บทเรียน คุณครูแบ่งกลุ่มโดยใช้วิธี การคละเด็กเก่ง ปานกลาง อ่อน ออกเป็น 4 กลุ่ม กลุ่มละ 5 คนเเละทำ กิจกรรมเชฟจิ๋วกระทะเหล็ก ออกแบบเมนูอาหารจาก วัตถุดิบที่เลือกให้ได้ สารอาหารครบถ้วน นักเรียนนำ เสนอผลงานของ เเต่ละกลุ่ม เปิดโอกาสให้ ซักถาม ครูและนักเรียนร่วมอธิบาย และลงข้อสรุปผลการทำ กิจกรรมเชฟจิ๋วกระทะเหล็ก ครูยกตัวอย่างเมนูอาหาร 1 มื้อและให้นักเรียนระบุ ประเภทสารอาหารและ ประโยชน์ของสารอาหารที่จะ ได้จากการรับประทาน อาหารจานนี้ นักเรียนนำ ความรู้ที่เรียน มาไปใช้ในเกม WordWall ประเมินผลตามจุดประสงค์ K P A ประเมินจากแผนผังมโนทัศน์ ประเมินจากพฤติกรรมของ นักเรียนในห้องเรียน ประเมินจากการทำ งานกลุ่ม 39
แผนการจัดการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รายวิชา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 อาหารและสารอาหาร เรื่อง สารอาหารและประโยชน์ของสารอาหาร ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 เวลา 1 ชั่วโมง ผู้สอน นางสาวพัชชา ม่วงทอง วันที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2566 มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ว 1.2 เข้าใจสมบัติของสิ่งมีชีวิต หน่วยพื้นฐานของสิ่งมีชีวิต การลำเลียงสารเข้าและออกจากเซลล์ ความสัมพันธ์ของโครงสร้างและหน้าที่ของระบบต่าง ๆ ของสัตว์และมนุษย์ที่ทำงานสัมพันธ์กัน ความสัมพันธ์ของ โครงสร้างและหน้าที่ของอวัยวะต่างๆ ของพืชที่ทำงานสัมพันธ์กัน รวมทั้งนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ ตัวชี้วัด ว 1.2 ป.6/1 ระบุสารอาหารและบอกประโยชน์ของสารอาหารแต่ละประเภทจากอาหารที่ตนเองรับประทาน จุดประสงค์การเรียนรู้ 1.นักเรียนสามารถระบุประเภทสารอาหารและบอกประโยชน์ของสารอาหารแต่ละประเภทจากอาหารที่ตนเอง รับประทานได้ถูกต้อง (K) 2.นักเรียนสามารถออกแบบเมนูอาหารที่มีสารอาหารหลักครบ 5 หมู่ได้ถูกต้อง (P) 3.นักเรียนมีวินัย ใฝ่เรียนรู้ มุ่งมั่นในการทำงานและมีเจตคติทางวิทยาศาสตร์ (A) สาระสำคัญ อาหารเป็นสิ่งที่เรารับประทานแล้วมีประโยชน์ต่อร่างกาย โดยในอาหารจะมีสารอาหารประเภทต่าง ๆ ซึ่งมี ประโยชน์เพื่อการเจริญเติบโตและการดำรงชีวิต อาหารหลัก 5 หมู่มีดังนี้ หมู่ที่ 1 ได้แก่ เนื้อสัตว์ นม ไข่ งา และถั่ว ชนิดต่างๆ หมู่ที่ 2 ได้แก่ ข้าว แป้ง น้ำตาล เผือก และมัน หมู่ที่ 3 ได้แก่ ผักชนิดต่างๆ หมู่ที่ 4 ได้แก่ ผลไม้ชนิด ต่างๆ และหมู่ที่ 5 ได้แก่ เนย น้ำมัน และไขมันจากพืชและสัตว์ สาระการเรียนรู้เพิ่มเติม 1.ความรู้ อาหารเป็นสิ่งที่เรารับประทานแล้วมีประโยชน์ต่อร่างกาย โดยในอาหารจะมีสารอาหารประเภทต่าง ๆ ซึ่งมี ประโยชน์เพื่อการเจริญเติบโตและการดำรงชีวิต 40
อาหารหมู่ 1 ประเภทโปรตีน พบในเนื้อสัตว์ ไข่ นม ถั่วเมล็ดแห้งและงา ให้พลังงานแก่ร่างกาย 4 กิโลแคลอรี ต่อกรัม ทำให้ร่างกายเจริญเติบโตมีสุขภาพที่ดีเสริมสร้างและซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอและช่วยควบคุมการทำงาน ของร่างกายให้เป็นปกติ ถ้าขาดสารอาหารประเภทโปรตีนจะทำให้ร่างกายสูบผอม ตัวซีด เหนื่อยง่าย ผมร่วง อ่อนเพลีย เลือดจาง อาหารหมู่ที่ 2 ประเภทคาร์โบไฮเดรต พบในข้าว แป้ง เผือก มันและน้ำตาล ให้พลังงานแก่ร่างกาย 4 กิโล แคลอรีต่อกรัม และช่วยควบคุมการทำงานของร่างกายให้เป็นปกติ ถ้าขาดสารอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตจะทำ ให้ร่างกายอ่อนแอ ไม่มีแรง ซูบผอม ความต้านทานโรคมีน้อยและอาจเกิดโรคแทรกได้ง่าย อาหารหมู่ที่ 3 เกลือแร่ และแร่ธาตุต่างๆ พบในผลไม้ พืช ผัก ช่วยเสริมสร้างการทำงานของร่างกายให้เป็นปกติ ทำให้ร่างกายเจริญเติบโตมีสุขภาพดี ตลอดจนเป็นส่วนประกอบหลักของอวัยวะต่างๆ เช่น กระดูกและฟัน ร่างกาย ต้องการเกลือแร่ในปริมาณน้อย แต่ขาดไม่ได้ เกลือแร่ที่ร่างกายต้องการ เช่น แคลเซียม ฟอสฟอรัส ไอโอดีน เหล็ก แมกนีเซียม โซเดียม ถ้าขาดแคลเซียมอาจจะเป็นโรคกระดูกไม่แข็งแรง เป็นต้น ถ้าขาดธาตุเหล็ก อาจจะเป็นโรค โลหิตจาง ถ้าขาดธาตุไอโอดีน อาจจะเป็นโรคคอหอยพอก ต่อมไทรอยด์บวม อาหารหมู่ที่ 4 วิตามิน พบในพืช ผัก ผลไม้ ช่วยเสริมสร้างการทำงานของร่างกายให้เป็นปกติทำให้ร่างกาย เจริญเติบโตมีสุขภาพดี ถ้าขาดวิตามินอาจทำให้เป็นโรคต่างๆ เช่น ขาดวิตามินเอ ทำให้เกิดโรคตาฟาง เป็นต้น อาหารหมู่ที่ 5 ไขมัน พบในน้ำมันและไขมันจากพืชและสัตว์ ซึ่งให้พลังงานแก่ร่างกาย 9 กิโลแคลอรีต่อกรัม ช่วย ให้ร่างกายอบอุ่น และควบคุมการทำงานของร่างกายให้เป็นปกติ ถ้าขาดสารอาหารประเภทไขมัน จะทำให้ ร่างกายซูบผอม และอาจจะทำให้ขาดวิตามินชนิดอื่นไปด้วย อาหารแต่ละชนิดประกอบด้วยสารอาหารที่แตกต่างกัน อาหารบางอย่างประกอบด้วยสารอาหารประเภทเดียว อาหารบางอย่างประกอบด้วยสารอาหารมากกว่าหนึ่งประเภท สารอาหารแต่ละประเภทมีประโยชน์ต่อร่างกายแตกต่างกัน โดยคาร์โบไฮเดรต โปรตีน และไขมัน เป็น สารอาหารที่ให้พลังงานแก่ร่างกายส่วนเกลือแร่ วิตามิน และน้ำ เป็นสารอาหารที่ไม่ให้พลังงาน แก่ร่างกาย แต่ช่วย ให้ร่างกายทำงานได้เป็นปกติ 2.สมรรถนะของนักเรียน 1. ความสามารถในการสื่อสาร (นักเรียนสามารถตอบคำถามขณะเรียนได้ และสามารถอภิปรายนำเสนอผล การทำกิจกรรมเรื่องเชฟน้อยกระทะเหล็กในชั้นเรียนได้นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็นและอธิบายให้สมาชิก ในกลุ่มเข้าใจได้) 2. ความสามารถในการคิด (นักเรียนสามารถวางแผนและออกแบบเมนูอาหารที่มีสารอาหารครบถ้วนได้ อย่างถูกต้อง) 41
3. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต (นักเรียนสามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้) 4. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี (นักเรียนสามารถใช้เทคโนโลยีในการเรียนรู้ได้) 3.ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ 1.ทักษะการสังเกต 2.ทักษะการจำแนกหรือทักษะการจัดประเภทสิ่งของ 3.ทักษะการจัดกระทำและการสื่อความหมายข้อมูล 4.ทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 1.ทักษะการสื่อสาร 2.ทักษะการทำงานเป็นทีม 5.คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1.มีวินัย (การส่งงานตรงเวลา) 2.ใฝ่เรียนรู้ (การให้ความร่วมมือในห้องเรียน และการทำกิจกรรม) 3.มุ่งมั่นในการทำงาน (มีความกระตือรือร้นในการทำกิจกรรม) 6.เจตคติทางวิทยาศาสตร์ 1.มีความเพียรพยายาม (ทำงานที่ได้รับมอบหมายให้เสร็จลุล่วงทันเวลา) 2.มีความสนใจใฝ่รู้ (เป็นบุคคลที่หมั่นเพิ่มพูนหาความรู้ให้ตนเองอยู่เสมอ ชอบซักถาม กล้าแสดงความ คิดเห็นในสิ่งที่ตนเองคิดในชั้นเรียนได้) 42