The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แบบรายงานสรุปผลการปฏิบัติงานของตนเอง (Self report)
การประกวดรางวัลทรงคุณค่า สพฐ. (OBEC Awards)
ด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอน
ประจำปีการศึกษา 2564
ของ
นายมหิสรณ์ เจริญผล
คำแหน่ง ครู
โรงเรียนโสตศึกษาปานเลิศจังหวัดลพบุรี

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Champ Mahisorn, 2023-05-05 03:31:07

แบบรายงานสรุปผลการปฏิบัติงานของตนเอง (Self report) การประกวดรางวัลทรงคุณค่า สพฐ. (OBEC Awards) ด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอน ประจำปีการศึกษา 2564

แบบรายงานสรุปผลการปฏิบัติงานของตนเอง (Self report)
การประกวดรางวัลทรงคุณค่า สพฐ. (OBEC Awards)
ด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอน
ประจำปีการศึกษา 2564
ของ
นายมหิสรณ์ เจริญผล
คำแหน่ง ครู
โรงเรียนโสตศึกษาปานเลิศจังหวัดลพบุรี

แบบรายงานสรุปผลการปฏิบัติบั ติงานของตนเอง (SELF REPORT) การประกวดรางวัลวัทรงคุณคุค่า สพฐ. (OBEC AWARDS) ด้านนวัตวักรรมและเทคโนโลยีเยีพื่อพื่การเรียรีนการสอน ประจำ ปีกปีารศึกษา 2564 ชื่อชื่นายมหิสหิรณ์ เจริญริผล ตำ แหน่ง น่ ครู สถานศึกษา โรงเรียรีนโสตศึกษาปานเลิศจังจัหวัดวัลพบุรี สังสักัด สำ นักนับริหริารงานการศึกษาพิเพิศษ 003276


แบบประเมินผลงานด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอนยอดเยี่ยม (OBEC AWARDS) นายมหิสรณ์ เจริญผล ค ำรับรองเอกสำร ข้าพเจ้านายมหิสรณ์ เจริญผล ต าแหน่งครูโรงเรียนโสตศึกษาปานเลิศจังหวัดลพบุ รี สังกัดส านักบริหารงานการศึกษาพิเศษ ขอรับรองว่า ส าเนาเอกสารทุกฉบับตามเอกสาร ตามองค์ประกอบและ ตัวชี้วัด ด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอน ครูผู้สอนยอดเยี่ยมโรงเรียนการศึกษาพิเศษ (บกพร่องทางการได้ยิน) ประเภทครูผู้สอนยอดเยี่ยม รหัส 003276 เพื่อเสนอขอรับรางวัลทรงคุณค่า สพฐ. (OBEC AWARDS) ครั้งที่ ๑1 ปีการศึกษา ๒๕๖4 เป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาของคณะกรรมการ ผู้รายงานได้ส าเนาเอกสารจากต้นฉบับจริงทุกประการ จึงลงลายมือชื่อเป็นหลักฐาน (ลงชื่อ).......................................... (ผู้เสนอขอรางวัล) ต าแหน่งครูโรงเรียนโสตศึกษาปานเลิศจังหวัดลพบุรี วันที่ 15 เดือน สิงหาคม พ.ศ.2565


แบบประเมินผลงานด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอนยอดเยี่ยม (OBEC AWARDS) นายมหิสรณ์ เจริญผล ค ำน ำ รายงานผลการปฏิบัติงานเล่มนี้ จัดท าขึ้นโดย นายมหิสรณ์ เจริญผล ต าแหน่งข้าราชการครู โรงเรียนโสตศึกษาปานเลิศจังหวัดลพบุรีโรงเรียน สังกัดส านักบริหารงานการศึกษาพิเศษ เพื่อเสนอรับรางวัล สพฐ. (OBEC AWARDS) ของผู้ที่มีผลงานดีเดนประสพผลส าเร็จเป็นที่ประจักษ์ ประเภทครูผู้สอนยอดเยี่ยม ด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอนยอดเยี่ยม ครูผู้สอนยอดเยี่ยมโรงเรียนการศึกษาพิเศษ (บกพร่องทางการได้ยิน) ทั้งนี้รายงานผลการปฏิบัติงานดังกล่าวนั้นเป็นรายงานที่รวบรวมผลงานที่เกิดขึ้นจริงอัน เนื่องจากเพียร พยายาม มุ่งมั่น และตั้งใจในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่เน้นนักเรียนเป็นส าคัญ โดยนักเรียน ทุกคนมีความเสมอภาคและเท่าเทียมกันตามบริบท สภาพบรรยากาศและสิ่งแวดล้อมที่เป็นอยู่ของนักเรียน อย่างแท้จริง โดยใช้กระบวนการบริหารจัดการชั้นเรียนเป็นส าคัญ อีกทั้งการวางแผนการจัดการเรียนรู้ การจัด กิจกรรมการเรียนรู้ การจัดการชั้นเรียน การจัดบรรยากาศทางกายภาพในการจัดการเรียนรู้ และการวัดและ ประเมินผล ข้าพเจ้าหวังเป็นอย่างยิ่งว่าแนวทางการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ข้าพเจ้าได้รายงานผลการปฏิบัติงาน จะเป็นประโยชน์ส าหรับบุคลากรทางการศึกษาทุกคน และเพื่อนร่วมวิชาชีพครู อันจะสามารถเป็นส่วนหนึ่งใน การพัฒนานักเรียนไทยให้มีประสิทธิภาพพร้อมประสิทธิผลทัดเทียมกับนักเรียนระดับนานาชาติต่อไป มหิสรณ์ เจริญผล ครูโรงเรียนโสตศึกษาปานเลิศจังหวัดลพบุรี


แบบประเมินผลงานด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอนยอดเยี่ยม (OBEC AWARDS) นายมหิสรณ์ เจริญผล สารบัญ เรื่อง หน้า ชื่อรางวัลที่เสนอขอ 1 เอกสารประกอบคุณสมบัติเบื้องต้น 1 ตัวชี้วัดที่ ๑ คุณสมบัติเบื้องตันเชิงประจักษ์ 2 ตัวขี้วัดที่ ๒ การครองตน 2 ตัวขี้วัดที่ ๓ การครองคน 4 ตัวชี้วัดที่ ๔ การครองงาน 7 ตัวชี้วัดที่ ๕ มีผลงานที่เกิดจากพัฒนาคุณภาพการศึกษา 13 ตัวชี้วัดที่ ๖ ได้รับรางวัลยกย่องชูเกียรติ 14 เอกสารประกอบการประเมินตัวชี้วัดเฉพาะ 19 องค์ประกอบที่ ๑ คุณภาพ 19 ตัวชี้วัดที่ ๑ คุณลักษณะของนวัตกรรม 19 ตัวชี้วัดที่ ๒ คุณภาพขององค์ประกอบในนวัตกรรม 21 ตัวชี้วัดที่ ๓ การออกแบบนวัตกรรม 24 ตัวชี้วัดที่ ๔ ประสิทธิภาพของนวัตกรรม 34 องค์ประกอบที่ ๒ คุณประโยชน์ 44 ตัวขี้วัดที่ ๑ ความสามารถในการแก้ปัญหาหรือพัฒนา 44 ตัวชี้วัดที่ ๒ ประโยชน์ต่อบุคคล 47 ตัวชี้วัดที่ ๓ ประโยชน์ต่อหน่วยงาน 50 องค์ประกอบที่ ๓ ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ 54 ตัวขี้วัดที่ ๑ ความแปลกใหม่ของนวัตกรรม 54 ตัวชี้วัดที่ ๒ จุดเด่นของนวัตกรรม 56 เอกสารประกอบการประเมินตัวชี้วัดร่วม 57 องค์ประกอบที่ ๑ ผลที่เกิดกับผู้เรียน 57 ตัวชี้วัดที่ ๑ ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ 57 ตัวขี้วัดที่ ๒ ผลงาน/ชิ้นงาน/ภาระงาน/ผลการปฏิบัติงาน 58 ตัวชี้วัดที่ ๓ การเผยแพร่ผลงานนักเรียน 58 ตัวชี้วัดที่ ๔ การได้รับรางวัล/ยกย่องเชิดชู 61 องค์ประกอบที่ ๒ ผลการพัฒนาตนเอง 66 ตัวขี้วัดที่ ๑ เป็นแบบอย่างและเป็นที่ยอมรับจากบุคคลอื่น ๆ 66 ตัวชี้วัดที่ ๒ พัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง 71 องค์ประกอบที่ ๓ การด าเนินงาน/ ผลงานที่เป็นเลิศ 76 ตัวชี้วัดที่ ๑ การน าองค์ความรู้จากการได้รับการพัฒนา 76 หรือการพัฒนาตนเองไปใช้ประโยชน์ ตัวชี้วัดที่ ๒ การแก้ปัญหา /การพัฒนาผู้เรียน 79 ภาคผนวก 90


1 แบบประเมินผลงานด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอนยอดเยี่ยม (OBEC AWARDS) นายมหิสรณ์ เจริญผล แบบรายงานสรุปผลการปฏิบัติงานของตนเอง (Self report) การประกวดรางวัลทรงคุณค่า สพฐ. (OBEC Awards) ด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอน ประจ าปีการศึกษา 2564 ชื่อรางวัลที่เสนอขอ ครูผู้สอนยอดเยี่ยม ประเภท บุคคลยอดเยี่ยม สังกัด ส านักบริหารงานการศึกษาพิเศษ โรงเรียนการศึกษาพิเศษ / ศูนย์การศึกษาพิเศษ / โรงเรียนเรียนร่วม พิการทาง ตา หู ร่างกาย สติปัญญา คุณสมบัติเบื้องต้น ข้อมูลส่วนตัว ชื่อ – สกุล นายมหิสรณ์ เจริญผล ต าแหน่ง ครู อันดับ คศ.1 โรงเรียนโสตศึกษาปานเลิศจังหวัดลพบุรี สังกัด ส านักบริหารงานการศึกษาพิเศษ วัน เดือน ปีเกิด 25 มกราคม พ.ศ.2538 อายุ 27 ปี สัญชาติ ไทย เชื้อชาติ ไทย ศาสนา พุทธ ที่อยู่ 465/3 หมู่บ้านเอื้ออาทรป่าตัน ต าบลป่าตัน อ าเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ 15300 โทรศัพท์ 065 – 0325195 E-mail : [email protected] ประวัติการศึกษา วุฒิที่ได้รับ ตั้งแต่ – ถึง (ปี พ.ศ.) สถานศึกษา มัธยมศึกษาปีที่ 6 2553 - 2555 โรงเรียนเวียงเจดีย์วิทยา อ.ลี้ จ.ล าพูน ศึกษาศาสตรบัณฑิต (ศษ.บ.) 2556 - 2560 สถาบันการพลศึกษาวิทยาเขตเชียงใหม่ ประวัติการรับราชการ ที่ สถานศึกษา ต าแหน่ง ระยะเวลา รวม ตั้งแต่วันเดือนปี ถึงวันเดือนปี ปี เดือน วัน 1 โรงเรียนโสตศึกษาปานเลิศจังหวัดลพบุรี ครูผู้ช่วย 1 ต.ค. 61 30 ก.ย.63 2 - - 2 โรงเรียนโสตศึกษาปานเลิศจังหวัดลพบุรี ครู คศ.1 1 ต.ค. 63 ปัจจุบัน 1 10 15


2 แบบประเมินผลงานด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอนยอดเยี่ยม (OBEC AWARDS) นายมหิสรณ์ เจริญผล งานที่ได้รับมอบหมายเป็นพิเศษ - ครูประจ าชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 - หัวหน้าฐานการเรียนรู้ บ้านฝึกทักษะชีวิต - หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา - หัวหน้างานระเบียบวินัย - หัวหน้างานระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน - เวรประจ าวันวัน กลุ่มที่ 1 - ชุมชนสัมพันธ์ กลุ่มที่ 1 - เวรรักษาการณ์กลางคืน - ผู้รับผิดชอบโครงการวันส าคัญ - ผู้รับผิดชอบกิจกรรมกีฬาสีภายใน - ผู้รับผิดชอบกิจกรรมการแข่งขันกีฬาคนพิการแห่งชาติ - ผู้รับผิดชอบกิจกรรมการแข่งขันกีฬานักเรียนคนพิการแห่งชาติ ตัวชี้วัดที่ 1 คุณสมบัติเบื้องต้นเชิงประจักษ์ 1.1 ได้รับการแต่งตั้งเป็นข้าราชการครู ต าแหน่ง ครูผู้ช่วย โรงเรียนโสตศึกษาปานเลิศจังหวัดลพบุรี เลขที่ต าแหน่ง 300 เมื่อวันที่ 1 ตุลาคมคม 2561 จนถึงปัจจุบันปฏิบัติหน้าที่ ต าแหน่ง ครู วิทยฐานะ - เลขที่ต าแหน่ง 300 โรงเรียนโสตศึกษาปานเลิศจังหวัดลพบุรี ส านักบริหารงานการศึกษาพิเศษ ส านักงาน คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ รวมอายุราชการ 3 ปี 9 เดือน 13 วัน (อ้างอิง: กคศ. 16 ภาคผนวก น.90 ) 1.2 ไม่เป็นผู้เคยถูกลงโทษทางวินัย นับตั้งแต่รับราชการจนถึงปัจจุบัน ตัวชี้วัดที่ 2 การครองตน (มีคุณธรรม จริยธรรมที่พึงประสงค์) มีผลการประเมินคุณภาพภายในของโรงเรียนโสตศึกษาปานเลิศจังหวัดลพบุรีประจ าปีการศึกษา 256๔ มีผลการประเมินตนเอง ทั้งระดับการศึกษาปฐมวัยและระดับการศึกษาพื้นฐาน ภาพรวมอยู่ในระดับ ยอดเยี่ยม โรงเรียนโสตศึกษาปานเลิศจังหวัดลพบุรีได้รับการประกันคุณภาพภายนอก (พ.ศ. 2564 – พ.ศ. 2568) จากส านักงานรับรองมาตรฐานและการประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) การศึกษา ปฐมวัยและระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน


3 แบบประเมินผลงานด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอนยอดเยี่ยม (OBEC AWARDS) นายมหิสรณ์ เจริญผล ในการครองตนข้าพเจ้าประพฤติและการปฏิบัติตน เป็นแบบอย่างที่ดีแก่ผู้เรียน ครูและบุคลากรของ สถานศึกษา การใช้วาจา กิริยาที่เหมาะสมกับความเป็นครู ศึกษาระเบียบ กฎหมาย แนวปฏิบัติรวมทั้งศึกษา ค้นคว้า สืบค้นแสวงหาข้อมูล เก็บรวบรวมข่าวสารในการพัฒนาตนเองและน าข้อมูล จากการศึกษาค้นคว้า มาใช้ประกอบในการให้ค าปรึกษา แนะน าส่งเสริม แก้ปัญหาในการจัดการเรียนรู้ รับฟังความคิดเห็นของ ผู้ร่วมงาน มีส่วนร่วมในกิจกรรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาวิชาชีพ ดังนี้ 1. การพึ่งตนเอง ขยันหมั่นเพียรในงานหน้าที่ ความรับผิดชอบ ข้าพเจ้าปฏิบัติหน้าที่ราชการ ด้วยความวิริยะ อุตสาหะ ขยัน อดทน มุ่งมั่นและรับผิดชอบต่อ ผลสัมฤทธิ์ของงาน เอาใจใส่ในการปฏิบัติงาน ทั้งงานประจ าและงานพิเศษที่ได้รับมอบหมายตามนโยบายของส านักบริหารงานการศึกษาพิเศษ โดยยึดหลัก ประหยัด คุ้มค่า และมีประสิทธิภาพ อดทนในการแก้ปัญหา อุทิศเวลาให้แก่ทางราชการ ทั้งในเวลาและนอก เวลาราชการ รวมถึงวันหยุดราชการ ในการปฏิบัติงานของศูนย์ฯและปฏิบัติงานของหน่วยงานต้นสังกัดเพื่อ ประโยชน์สูงสุด โดยยึดถือความส าเร็จเป็นที่ตั้ง ข้าพเจ้าใฝ่หาความรู้อย่างสม่ าเสมอ เพื่อพัฒนาตนเองและ ผู้เรียนให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างมีประสิทธิภาพ ศึกษาค้นคว้าวิธีการใหม่ ๆ วางแผนการท างานได้อย่างเป็น ขั้นตอน และท างานอย่างเป็นระบบตามแผนจนประสบผลส าเร็จ และมีประสิทธิภาพ มีความละเอียด รอบคอบและป้องกันความบกพร่องในการปฏิบัติงานที่ตนรับผิดชอบ ยอมรับผลของการปฏิบัติงาน และ สามารถปรับปรุงแก้ไขพัฒนางานให้ดีขึ้น มีความรับผิดชอบต่อการกระท าและค าพูดของตนเอง ไม่เคยละเลย ทอดทิ้งหรือหลีกเลี่ยงหน้าที่ที่ตนรับผิดชอบ 2. การรักษาวินัยและเคารพกฎหมาย ข้าพเจ้ารักษาและเสริมสร้างวินัยในต าแหน่งหน้าที่ราชการ ปฏิบัติตามกฎ ระเบียบ แบบแผนของทางราชการยึดมั่นในคุณธรรม จริยธรรมอย่างเคร่งครัดและสม่ าเสมอ โดยปฏิบัติตนตามกฎหมายบ้านเมือง ไม่เคยกระท าผิดกฎหมายทั้งทางแพ่งและทางอาญาหรือแม้กระทั่งการ กระท าผิดวินัยในหน้าที่ราชการ จริยธรรม อันดีงามและจรรยาบรรณครูอย่างเคร่งครัด ข้าพเจ้ามาปฏิบัติงาน ตรงต่อเวลาที่ราชการก าหนด มีความตรงต่อเวลา ในเรื่องการมาปฏิบัติงาน การเข้าประชุม การเข้าสอน การอบรมสัมมนา การเข้าร่วมกิจกรรมในงานพิธีต่าง ๆ อีกทั้งเสียสละและอุทิศเวลาให้แก่ทางราชการอย่าง สม่ าเสมอด้วยความเต็มใจ ทั้งงานการสอนและงานอื่นที่ได้รับผิดชอบโดยไม่ขาดตกบกพร่อง ไม่ท าให้เกิด ความเสียหายแก่ทางราชการ ไม่ว่าจะเป็นการปฏิบัติหน้าที่ครูผู้สอน ครูเวรประจ าวันทั้งวันราชการ การ ควบคุมงานก่อสร้างอาคารและสิ่งปลูกสร้างในวันหยุดเสาร์ – อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์


4 แบบประเมินผลงานด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอนยอดเยี่ยม (OBEC AWARDS) นายมหิสรณ์ เจริญผล 3. ปฏิบัติตนตามคุณธรรมของศาสนา ข้าพเจ้าได้เป็นพุทธศาสนิกชนที่ดี ได้ปฏิบัติตน ตามหลักธรรมค าสอนของพระพุทธเจ้า ยึดทางสายกลางในการประกอบสัมมาอาชีพ มีเมตตาธรรมกับ นักเรียนอย่างเสมอภาค การช่วยเหลือเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ประหยัดอดออม โดยยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช เทิดทูนพระมหากษัตริย์ รักความเป็นไทย และภาคภูมิใจที่เป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาเด็กพิการให้ได้รับการพัฒนาอย่างถูกทาง ส่งเสริมและร่วมมือใน การจัดกิจกรรมวันส าคัญในโรงเรียนอย่างสม่ าเสมอ ข้าพเจ้าได้ปฏิบัติตนตามหลักธรรมทางพุทธศาสนาถือ หลักเมตตาธรรมในการอยู่ร่วมกับผู้อื่น ยึดมั่นตามหลักธรรมทางศาสนา ได้แก่ อิทธิบาท 4 พรหมวิหาร 4 สังคหวัตถุ 4 และฆราวาสธรรม 4 รักษาศีล 5 ไหว้พระสวดมนต์ทุกวัน ไปวัดฟังธรรม ท าบุญตักบาตร อย่างสม่ าเสมอ เข้าร่วมกิจกรรมตามขนบธรรมเนียมประเพณีไทย เช่น การแห่เทียนพรรษา การรดน้ าด าหัว ผู้ใหญ่ในวันสงกรานต์ ท าบุญตักบาตรในวันส าคัญทางพระพุทธศาสนา 4. ความจงรักภักดีต่อ ชาติศาสนาและพระมหากษัตริย์ ข้าพเจ้ามีความจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ เป็นผู้ส่งเสริมสนับสนุนระบบประชาธิปไตย และปฏิบัติตามนโยบายของทาง ราชการ และรัฐบาลได้เข้าร่วมในศาสนกิจและท านุบ ารุงศาสนา ปฏิบัติตนเป็นพลเมืองดี เคารพกฎหมาย มีความจงรักภักดีและเทิดทูนในสถาบันพระมหากษัตริย์ ตัวชี้วัดที่ 3 การครองคน (ท างานร่วมกับผู้อื่นได้ดี เป็นที่ยอมรับรักใคร่ของศิษย์และผู้ร่วมงาน) ในการท างานร่วมกับผู้อื่น ข้าพเจ้าใช้หลักกัลยาณมิตร โดยใช้หลักธรรมทางศาสนา ได้แก่ อิทธิบาท 4 พรหมวิหาร 4 สังคหวัตถุ 4 และฆราวาสธรรม 4 และการมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีสามารถ ท างานร่วมกับ ผู้อื่นได้ทุกกลุ่ม ทุกเพศ และทุกวัย มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ มีบุคลิกภาพที่ดี มีความสามารถในการ ประสานงาน มีเหตุผล แก้ปัญหาต่าง ๆ ได้ มีเทคนิคการพูด ชักชวน เสนอแนะ ให้ก าลังใจสามารถท างาน ร่วมกับผู้อื่นโดยสามารถวางตัวในการเป็นผู้น า ผู้ตาม เป็นผู้ให้และผู้รับที่ดี มีหลักในการท างาน มีความ บริสุทธิ์ยุติธรรม และท างานอย่างโปร่งใส ปราศจากอคติ ยึดประโยชน์ของนักเรียน และส่วนรวมเป็นที่ตั้ง จึงประสบความส าเร็จในการท างานเป็นทีม ได้รับการยอมรับจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องสามารถเป็นแบบอย่างที่ดี


5 แบบประเมินผลงานด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอนยอดเยี่ยม (OBEC AWARDS) นายมหิสรณ์ เจริญผล ได้ โดยได้ท ากิจกรรมร่วมกับนักเรียน ครูในศูนย์การศึกษาพิเศษ มีกิจกรรมระบบดูแลและช่วยเหลือนักเรียน และกิจกรรมร่วมกับชุมชน มากกว่า 10 รายการต่อปี ดังรายละเอียดต่อไปนี้ 1. กิจกรรมที่ท าร่วมกับผู้ร่วมงานในโรงเรียน 1) กิจกรรมสร้างความตระหนักส่งเสริมความจงรักภักดีต่อ 3 สถาบัน ชาติ ศาสนา และ พระมหากษัตริย์ เช่นการเข้าแถวเคารพธงชาติวันส าคัญต่างๆ อันเกี่ยวกับสถานบันพระมหากษัตริย์ 2) กิจกรรมส่งเสริมคุณธรรมและจริยธรรม ตามศาสนาที่ตนนับถือ เช่น การท าบุญ ตักบาตร ฟังธรรม กิจกรรมวันส าคัญต่างๆของศาสนา วันมาฆบูชา วันอาสาฬหบูชา และวันเข้าพรรษา 3) กิจกรรมประชุมผู้ปกครอง 4) กิจกรรมบ าเพ็ญประโยชน์ 5) กิจกรรมวันไหว้ครู 6) กิจกรรมการแข่งขันกีฬาสีภายในโรงเรียนโสตศึกษาปานเลิศจังหวัดลพบุรี 7) กิจกรรมอบรมเพศศึกษา/เอดส์ 8) กิจกรรมบ้านฝึกทักษะชีวิต 9) กิจกรรมทักษะที่จ าเป็น (Soft Skills) 10) กิจกรรมวันยาเสพติดโลก 11) กิจกรรมเข้าค่ายลูกเสือ 12) กิจกรรมสเต็มศึกษา 13) กิจกรรมตลาดนัดอาชีพ 14) กิจกรรมวันเด็กแห่งชาติ 15) โครงการในพระราชด าริ เช่น กิจกรรมสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน กิจกรรมศูนย์การ เรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 16) กิจกรรมอบรมที่โรงเรียนจัดขึ้น เช่น การอบรมเรื่องการเสริมสร้างแรงบัลดาลใจในการ ท างาน อบรมภาษามือครูและบุคลากร เป็นต้น นอกจากการร่วมกิจกรรมในโรงเรียนแล้ว ข้าพเจ้ามีโอกาสได้ร่วมกิจกรรมนอกโรงเรียน เช่น การอบรม ศึกษาดูงาน และการเป็นวิทยากรให้กับหน่วยงานภายนอก


6 แบบประเมินผลงานด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอนยอดเยี่ยม (OBEC AWARDS) นายมหิสรณ์ เจริญผล 2. จัด/ร่วมกิจกรรมตามระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน ข้าพเจ้าได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบดูแลงานระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน โดยวางแผน ร่วมกับผู้บริหารเพื่อพัฒนาระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนให้ดีขึ้น โดยจัดกิจกรรมดังต่อไปนี้ 2.1) การจัดท าเอกสารการรู้จักนักเรียนเป็นรายบุคคล ปพ.8 บันทึกสุขภาพ แบบประเมิน SDQ เป็นต้น 2.2) คัดกรองนักเรียนออกเป็น 3 กลุ่ม แบ่งได้คือ กลุ่มปกติ กลุ่มเสี่ยงและมีปัญหา กลุ่มมี ความสามรถพิเศษ 2.3) จัดกิจกรรมส่งเสริมนักเรียนกลุ่มที่มีความสามรถพิเศษ และ กิจกรรมที่จะพัฒนา นักเรียนกลุ่มปกติให้พัฒนาเป็นกลุ่มมีความสามารถพิเศษ เช่นกิจกรรมกีฬาสีภายใน กิจกรรมบ้านฝึกทักษะ ชีวิต เป็นต้น 2.4) จัดกิจกรรมป้องกันหรือแก้ไขส าหรับนักเรียนกลุ่มเสี่ยงและมีปัญหา เช่น กิจกรรมให้ ค าปรึกษา กิจกรรมค่ายคุณธรรม การออกเยี่ยมบ้านนักเรียน การจัดงานวันรณรงค์ต่อต้านยาเสพติด กิจกรรม ด้านดนตรี-กีฬา กิจกรรมจิตอาสา/บ าเพ็ญประโยชน์เป็นต้น 2.5) ท าการส่งต่อนักเรียนที่มีปัญหาให้กับครูที่มีความสามารถเพื่อช่วยเหลือนักเรียน หากไม่ ส าเร็จต้องท าการส่งต่อให้กับหน่วยงานหรือผู้เชี่ยวชาญภายนอกสถานศึกษาช่วยเหลือนักเรียนต่อไป 2.6) จัดกิจกรรมประชุมผู้ปกครองและเยี่ยมบ้านนักเรียนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผู้ปกครองร่วม แก้ไขพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ร่วมกับโรงเรียน 3. กิจกรรมร่วมกับชุมชน มีส่วนร่วมกับครอบครัวนักเรียนและชุมชนในกิจกรรมต่างๆตลอดปีการศึกษา โดยเฉพาะ กิจกรรมที่เกี่ยวกับวัฒนธรรม ประเพณี และพิธีกรรมทางศาสนา เช่น กิจกรรมทอดผ้าป่า กิจกรรมวันส าคัญ ประเพณีลอยกระทง ตลอดจนกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ มีความรักและความภาคภูมิใจในสถานที่ปฏิบัติงาน และชุมชน ท้องถิ่น นอกจากนี้ โรงเรียนมีการจัดกิจกรรมการประชุมผู้ปกครอง ประชุมคณะกรรมการ สถานศึกษา และภาคีเครือข่ายอื่นๆ อยู่เสมอ เพื่อการพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาร่วมกับชุมชนภาคี เครือข่าย


7 แบบประเมินผลงานด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอนยอดเยี่ยม (OBEC AWARDS) นายมหิสรณ์ เจริญผล ตัวชี้วัดที่ 4 การครองงาน (รับผิดชอบ มุ่งมั่น ตั้งใจท างานตามภารกิจที่ได้รับมอบหมายจนเกิด ความส าเร็จ) 1. ไม่เคยขาดงาน ตั้งแต่เริ่มบรรจุเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูได้ตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ของ ตนเอง เต็มก าลัง เต็มความรู้ เต็มความสามารถ ทุ่มเท และอุทิศเวลา ก าลังกาย และก าลังทรัพย์ให้กับทางราชการไม่ เคยขาดราชการ และไม่เคยละทิ้งงานในหน้าที่รับผิดชอบ (อ้างอิง: ก.ค.ศ.16 ภาคผนวก น.90 ) 2. ลากิจไม่เกิน 2 ครั้ง/ภาคเรียน และไม่เกิน 4 ครั้ง/ปีการศึกษา ตาราง แสดงสรุปการลา ระหว่างปีการศึกษา 2563 – 2564 ปีการศึกษา ลาป่วย (ครั้ง/วัน) ลากิจ (ครั้ง/วัน) รวม (ครั้ง/วัน) 2563 - - - 2564 - - - 3. มีชั่วโมงสอนตามเกณฑ์ที่ ก.ค.ศ. ก าหนด 1) การปฏิบัติการสอน ปีการศึกษา 2564 ข้าพเจ้าได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติการสอนชั้นเตรียมความพร้อม (อ้างอิง: ตารางสอน ภาคผนวก น.90 ) ดังนี้ พ 21102 รายวิชาสุขศึกษา จ านวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์ พ 21104 รายวิชานันทนาการ จ านวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์ พ 22104 รายวิชากรีฑา จ านวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์ พ 23102 รายวิชาสุขศึกษา จ านวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์ พ 23104 รายวิชากระบี่ จ านวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์ พ 31202 รายวิชาแบดมินตัน จ านวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์ พ 32102 รายวิชาสุขศึกษา จ านวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์ พ 32202 รายวิชาตะกร้อ จ านวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์ พ 33102 รายวิชาสุขศึกษา จ านวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์ พ 33202 รายวิชาพลศึกษา จ านวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์ ส 22202 รายวิชาหน้าที่พลเมือง จ านวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์ ง 22102 รายวิชาการงานอาชีพ จ านวน 2 ชั่วโมง/สัปดาห์ พ 14101 รายวิชาสุขศึกษาและพลศึกษา จ านวน 2 ชั่วโมง/สัปดาห์ พ 15101 รายวิชาสุขศึกษาและพลศึกษา จ านวน 2 ชั่วโมง/สัปดาห์ ก 22102 กิจกรรมแนะแนว จ านวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์ ก 22104 กิจกรรมลูกเสือเนตรนารี จ านวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์ ก 22106 กิจกรรมชุมนุมเพื่ออาชีพ จ านวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์ รวมทั้งหมด 20 ชั่วโมง/สัปดาห์ กิจกรรมพัฒนาผู้เรียนที่รับผิดชอบ ข้าพเจ้ารับผิดชอบกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ได้แก่ - กิจกรรมสวนพฤกษศาสตร์ - กิจกรรมส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรม - กิจกรรมส่งเสริมสุขภาพ


8 แบบประเมินผลงานด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอนยอดเยี่ยม (OBEC AWARDS) นายมหิสรณ์ เจริญผล - กิจกรรมบ าเพ็ญประโยชน์ - กิจกรรมส่งเสริมอาชีพ - กิจกรรมทักษะที่จ าเป็น ( Soft Skills) 4 มีผลงาน ดังนี้ 4.1 มีแผนการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นส าคัญ เป็นปัจจุบัน และครบชั่วโมงสอน ตลอดปีการศึกษา ข้าพเจ้าได้จัดการเรียนรู้เน้นผู้เรียนเป็นส าคัญ โดยการวิเคราะห์หลักสูตร วิเคราะห์มาตรฐาน การเรียนรู้ สาระการเรียนรู้ มาตรฐานการเรียนรู้ วิเคราะห์บริบทของชุมชน บริบทของโรงเรียนและวิเคราะห์ ผู้เรียนเป็นรายบุคคล โดยจัดท าแผนการจัดการเรียนรู้ เป็นปัจจุบัน และครบชั่วโมง ดังนี้ 1. แผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล (Individualized Education Program : IEP) 2. แผนการสอนเฉพาะบุคคล (Individual Implementation Plan : IIP) 3. แผนการจัดการเรียนรู้ทุกรายวิชาที่ข้าพเจ้าได้รับ 4. แผนการจัดการเรียนรู้บรูณาการงานกิจกรรมสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน และ กิจกรรมศูนย์การเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 4.2 มีความส าเร็จในการพัฒนาตนเองตามแผนพัฒนาตนเอง (ID Plan) ข้าพเจ้าได้พัฒนาตนเองตามสมรรถนะหลักและประจ าสายงาน มีความส าเร็จในการพัฒนา ตามแผนพัฒนาตนเอง (ID Plan) ทั้งในด้านสมรรถนะหลักและสมรรถนะประจ าสายงาน ดังนี้ ด้านสมรรถนะหลัก มีการพัฒนาตนเองใน 4 ด้าน คือ 1. การมุ่งผลสัมฤทธิ์ ได้แก่ - ความสามารถในการวางแผนการปฏิบัติงาน - ความสามารถในการปฏิบัติงาน - ผลการปฏิบัติงาน


9 แบบประเมินผลงานด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอนยอดเยี่ยม (OBEC AWARDS) นายมหิสรณ์ เจริญผล ข้าพเจ้าได้จัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นส าคัญ และเน้นให้ผู้เรียน ได้ปฏิบัติจริงโดยใช้สื่อ นวัตกรรมที่น่าสนใจทั้งทางเทคโนโลยีและแหล่งเรียนรู้ 2. การบริการที่ดี ได้แก่ - ความสามารถในการสร้างระบบการให้บริการ - ความสามารถในการให้บริการ ข้าพเจ้าได้ให้บริการด้านจิตอาสาแก่ครูและบุคลากรทางการศึกษาทั้งใน โรงเรียนและนอกโรงเรียน และให้บริการกับผู้รับบริการหลักของสถานศึกษา ได้แก่ นักเรียน และประสาน ความร่วมมือกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ได้แก่ ผู้ปกครอง คณะกรรมการสถานศึกษา หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อ การจัดการศึกษาส าหรับคนพิการ 3. การพัฒนาตนเอง ได้แก่ - ความสามารถในการพัฒนาตนเอง - ความสามารถในการใช้ภาษาไทยเพื่อการสื่อสาร - ความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษเพื่อการแสวงหาความรู้ - ความสามารถในการติดตามความเคลื่อนไหวทางวิชาการและวิชาชีพ - ความสามารถในการประมวลความรู้และน าความรู้ไปใช้ ข้าพเจ้าได้เข้ารับการอบรม สัมมนาที่หน่วยงานต้นสังกัดและหน่วยงานอื่นๆ จัดขึ้น โดยศึกษาดูงานโรงเรียนต้นแบบ บุคลากรต้นแบบเพื่อน ามาพัฒนาตนเอง แลกเปลี่ยนเรียนรู้กับบุคลากร ในโรงเรียนและนอกโรงเรียน ศึกษาเอกสาร ผลงานทางวิชาการจากต ารา วารสาร และสืบค้นความรู้ทาง อินเตอร์เน็ต


10 แบบประเมินผลงานด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอนยอดเยี่ยม (OBEC AWARDS) นายมหิสรณ์ เจริญผล 4. การท างานเป็นทีม ได้แก่ - ความสามารถในการวางแผนเพื่อการปฏิบัติงานเป็นทีม - ความสามารถในการปฏิบัติงานร่วมกัน ข้าพเจ้าสามารถท างานเป็นทีม ยอมรับฟังความคิดเห็นของเพื่อนร่วมงาน โดยรู้จักการเป็นผู้ให้และผู้รับที่ดีมีความสามัคคีในหมู่คณะ ด้านสมรรถนะประจ าสายงาน มีการพัฒนาตนเองใน 5 ด้าน คือ 1. การจัดการเรียนรู้ - ความสามารถในการสร้างและพัฒนาหลักสูตร - ความสามารถในเนื้อหาสาระที่สอน - ความสามารถในการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นส าคัญ - ความสามารถในการใช้และพัฒนานวัตกรรม เทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อ การจัดการเรียนรู้ - ความสามารถในการวัด และประเมินผลการเรียนรู้


11 แบบประเมินผลงานด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอนยอดเยี่ยม (OBEC AWARDS) นายมหิสรณ์ เจริญผล ข้าพเจ้าได้เข้ารับการอบรม สัมมนา ศึกษาดูงาน ศึกษาเอกสาร เกี่ยวกับ หลักสูตร การออกแบบการเรียนรู้ การเขียนแผนการจัดประสบการณ์ การวัดผลประเมินผลเพื่อพัฒนาตนเอง และได้เข้ารับการอบรมเกี่ยวกับการผลิตสื่อ การใช้สื่อประเภท ICT ที่หน่วยงานจัดขึ้นทุก ๆ ครั้ง 2. การพัฒนาผู้เรียน - ความสามารถในการปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม - ความสามารถในการพัฒนาทักษะชีวิต สุขภาพกายและสุขภาพจิต - ความสามารถในการปลูกฝังความเป็นประชาธิปไตย - ความสามารถในการปลุกฝังความเป็นไทย - ความสามารถในการจัดระบบดูแลและช่วยเหลือผู้เรียน ข้าพเจ้าจัดกิจกรรมส่งเสริม ปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรมที่ดีงามให้กับผู้เรียน อยู่เสมอโดยการอบรมหน้าเสาธง กิจกรรมโฮมรูม กิจกรรมอบรมคุณธรรมจริยธรรมประจ าสัปดาห์และจัด กิจกรรมส่งเสริมผู้เรียนตามความถนัด ความสามารถแต่ละบุคคล


12 แบบประเมินผลงานด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอนยอดเยี่ยม (OBEC AWARDS) นายมหิสรณ์ เจริญผล 3. การบริหารจัดการชั้นเรียน - ความสามารถในการจัดบรรยากาศการเรียนรู้ - ความสามารถในการจัดท าข้อมูลสารสนเทศและเอกสารฯ - ความสามารถในการก ากับดูแลชั้นเรียน ข้าพเจ้าได้จัดบรรยากาศในชั้นเรียนให้เอื้อต่อการเรียนรู้จัดมุม ประสบการณ์ต่างๆเพื่อให้เป็นแหล่งเรียนรู้จัดป้ายนิเทศเพื่อเป็นข้อมูล ข่าวสารส าหรับการเรียนรู้จัดท า เอกสารงานธุรการในชั้นเรียนให้เป็นปัจจุบัน จัดระบบการดูแลช่วยเหลือผู้เรียนและน าข้อมูลไปใช้ในการพัฒนา ผู้เรียน 4. การวิเคราะห์ สังเคราะห์ และการวิจัย - ความสามารถในการวิเคราะห์ - ความสามารถในการสังเคราะห์ - ความสามารถในการเขียนเอกสารทางวิชาการ - ความสามารถในการวิจัย ข้าพเจ้าได้เข้ารับการอบรม พัฒนาการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ จัดท าสื่อการ เรียนรู้ เพื่อพัฒนาคุณภาพของครูและผู้เรียน และได้ศึกษาเอกสาร ต าราในการจัดท าเอกสารทางวิชาการ ศึกษาผลงานตัวอย่างในการท าผลงานทางวิชาการ และด าเนินการวิจัยในชั้นเรียนเพื่อแก้ปัญหาตลอดจน พัฒนาผู้เรียน


13 แบบประเมินผลงานด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอนยอดเยี่ยม (OBEC AWARDS) นายมหิสรณ์ เจริญผล 5. การสร้างความร่วมมือกับชุมชน - ความสามารถในการน าชุมชนมีส่วนร่วมในกิจกรรมสถานศึกษา - ความสามารถในการเข้าร่วมกิจกรรมของชุมชน ข้าพเจ้าได้ด าเนินการประชุมผู้ปกครอง /กรรมการสถานศึกษาเพื่อชี้แจง นโยบาย แนวทางการจัดกิจกรรมของสถานศึกษา โดยขอความร่วมมือจากชุมชนในการพัฒนาศักยภาพ นักเรียนร่วมกัน และเข้าร่วมกิจกรรมของชุมชนทุก ๆ ครั้งทั้งงานประเพณีและกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ ตัวชี้วัดที่ 5 มีผลงานที่เกิดจากการพัฒนาคุณภาพการศึกษา 5.1 มีผลการประเมินมาตรฐานด้านครู ตามมาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2550 ผลการประเมินคุณภาพภายในของโรงเรียนโสตศึกษาปานเลิศจังหวัดลพบุรีประจ าปีการศึกษา256๔ มีผลการประเมินตนเอง ทั้งระดับการศึกษาปฐมวัยและระดับการศึกษาพื้นฐาน ภาพรวมอยู่ในระดับ ยอดเยี่ยม มีรายละเอียดแต่ละระดับ ดังนี้ระดับการศึกษาปฐมวัย มีนักเรียนจ านวน ๖ คน มีผลการประเมินตนเองภาพ รวมอยู่ ในระดับคุณภาพยอดเยี่ยม ใน 3 มาตรฐาน ดังนี้ มาตรฐานที่ 1 คุณภาพเด็ก มีคุณภาพระดับยอดเยี่ยม มาตรฐานที่ 2 กระบวนการบริหารและการจัดการ มีคุณภาพระดับยอดเยี่ยม มาตรฐานที่ 3 การจัดประสบการณ์ที่เน้นเด็กเป็นส าคัญ มีคุณภาพระดับยอดเยี่ยม ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน มีนักเรียนจ านวน ๒๐๕ คน มีผลการประเมินตนเอง ภาพรวมอยู่ในระดับ คุณภาพยอดเยี่ยม ใน 3 มาตรฐาน ดังนี้ มาตรฐานที่ 1 คุณภาพของผู้เรียน มีระดับคุณภาพดีเลิศ มาตรฐานที่ 2 กระบวนการบริหารและการจัดการ มีระดับคุณภาพยอดเยี่ยม มาตรฐานที่ 3 กระบวนการจัดการเรียนการสอนที่เน้นเรียนรู้เป็นส าคัญ ระดับคุณภาพยอด เยี่ยม โรงเรียนโสตศึกษาปานเลิศจังหวัดลพบุรีได้รับการประกันคุณภาพภายนอก (พ.ศ. 2564 – พ.ศ.2568) จากส านักงานรับรองมาตรฐานและการประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) การศึกษา ปฐมวัยและระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน (อ้างอิง: รายงานผลการประเมินตนเองของสถานศึกษา , ผลการ ประกันคุณภาพภายนอก (สมศ) ภาคผนวก น.93 )


14 แบบประเมินผลงานด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอนยอดเยี่ยม (OBEC AWARDS) นายมหิสรณ์ เจริญผล 5.2 มีผลงานวิจัยในชั้นเรียนที่ส าเร็จและเผยแพร่แล้ว ข้าพเจ้ามีการน าเสนองานวิจัยในชั้นเรียน เรื่อง การจัดการเรียนรู้ด้วยบทเรียนออนไลน์รายวิชา วิทยาศาสตร์มัธยมศึกษาปีที่ 1-3 บกพร่องทางการได้ยิน โรงเรียนโสตศึกษาปานเลิศจังหวัดลพบุรีภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 เพื่อศึกษาผลการจัดการเรียนรู้ด้วยบทเรียนออนไลน์ รายวิชา วิทยาศาสตร์มัธยมศึกษา ปีที่ 1-3 บกพร่องทางการได้ยิน โรงเรียนโสตศึกษาปานเลิศจังหวัดลพบุรี ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 จ านวน 27 คน บนเว็บไซต์ https://anyflip.com/cuxxv/rfgs/ ตัวชี้วัดที่ 6 ได้รับรางวัลยกย่องเชิดชูเกียรติ 6.1 ได้รับรางวัลยกย่องเชิดชูเกียรติจากหน่วยงานภาครัฐ/เอกชน เป็นที่ยอมรับ ในวงวิชาชีพ (ภายใน 2 ปี นับถึงวันที่ยื่นขอรับการประเมิน) - ได้รับคัดเลือกเป็นครูดีไม่มีวันลา ประจ าปี 2563 จากโรงเรียนโสตศึกษาปานเลิศ จังหวัดลพบุรี - เป็นผู้ได้รับรางวัล “ยกย่องเชิดชูเกียรติ” ประเภทครูผู้สอน กลุ่มสาระการเรียนรู้สุข ศึกษาและพล ศึกษา สอนนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน ประจ าปีการศึกษา 2564 จากเครือข่ายส่งเสริม ประสิทธิภาพการจัดการศึกษาโรงเรียนเฉพาะความพิการส าหรับบุคคลที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน ส านัก บริหารงาน การศึกษาพิเศษ


15 แบบประเมินผลงานด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอนยอดเยี่ยม (OBEC AWARDS) นายมหิสรณ์ เจริญผล - ผู้ฝึกสอนกรีฑา การแข่งขันกีฬาคนพิการแห่งชาติ ครั้งที่ 37 “เมืองกาญจน์เกมส์” รอบคัดเลือก รางวัลระดับภาค 2 ณ จังหวัดกาญจนบุรีจากการกีฬาแห่งประเทศไทยและจังหวัดกาญจนบุรี - ผู้ฝึกสอนกรีฑา การแข่งขันกีฬาคนพิการแห่งชาติ ครั้งที่ 37 “นครล าดวนเกมส์” ณ จังหวัดศรีสระ เกษ จากการกีฬาแห่งประเทศไทยและจังหวัดศรีสระเกษ 6.2 ได้รับเชิญให้เป็นวิทยากรบรรยายหัวข้อที่ตรงกับภารกิจ/งานที่ได้รับมอบหมาย อย่างน้อย 2 ครั้ง/ปีการศึกษา ระดับสถานศึกษา/ระดับเขต) ปีการศึกษา 2563 -วิทยากรฐานการเรียนรู้ บ้านฝึกทักษะชีวิต ในงานศูนย์การเรียนรู้ตามหลักของปรัชญา เศรษฐกิจ พอเพียง โรงเรียนโสตศึกษาปานเลิศจังหวัดลพบุรีจากโรงเรียนโสตศึกษาปานเลิศจังหวัดลพบุรีและโรงเรียน ราชประชานุเคราะห์ 46 จังหวัดชัยนาท


16 แบบประเมินผลงานด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอนยอดเยี่ยม (OBEC AWARDS) นายมหิสรณ์ เจริญผล - วิทยาให้ข้อมูลสถานศึกษาแบบอย่างการจัดกิจกรรมการเรียนรู้และการบริหาร จัดการตามหลัก ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (สถานศึกษาพอเพียง) ปีการศึกษา 2564 - วิทยากรการอบรม “เทคนิคการผลิตสื่อออนไลน์ด้วยแพลตฟอร์ม Canva Presentation และ Program Adobe Premiere ตามโครงการอบรมพัฒนาครูแกนน างานสวนพฤกษศาสตร์ โรงเรียน จาก ส านักงานศึกษาธิการจังหวัดลพบุรี - วิทยากรกิจกรรมทักษะที่จ าเป็น (Soft Skills) จากโรงเรียนโสตศึกษาปานเลิศ จังหวัดลพบุรี


17 แบบประเมินผลงานด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอนยอดเยี่ยม (OBEC AWARDS) นายมหิสรณ์ เจริญผล 6.3 ได้รับเชิญ/คัดเลือกให้แสดงผลงานตนเองในระดับชาติ/นานาชาติ ที่ ชื่อผลงาน หน่วยงานที่เชิญ 3. เป็นผู้ผ่านการคัดเลือกผู้ปฏิบัติงานส่งเสริมความประพฤติ นักเรียนและนักศึกษา ประจ าปี 2563 "ระดับดีเยี่ยม" ส า นั ก ง า น ค ณ ะ ก ร ร ม ก า ร การศึกษาขั้นพื้นฐาน 4. รางวัลครูต้นแบบการจัดการเรียนรู้บูรณาการทักษะชีวิต ประจ าปี 2565 ระดับชั้นมัธยมศึกษา 1 – 3 รางวัลระดับ ทอง ชนะเลิศอันดับ 1 ของสถานศึกษาสังกัดส านักบริหารงาน การศึกษาพิเศษ ส า นั ก ง า น ค ณ ะ ก ร ร ม ก า ร การศึกษาขั้นพื้นฐาน - เป็นผู้ผ่านการคัดเลือกผู้ปฏิบัติงานส่งเสริมความประพฤตินักเรียนและนักศึกษา ประจ าปี 2563 "ระดับดีเยี่ยม" จากส านักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน - รางวัลครูต้นแบบการจัดการเรียนรู้บูรณาการทักษะชีวิต ประจ าปี 2565 ระดับชั้นมัธยมศึกษา 1 – 3 รางวัลระดับทอง ชนะเลิศอันดับ 1 ของสถานศึกษาสังกัดส านักบริหารงานการศึกษาพิเศษ


18 แบบประเมินผลงานด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอนยอดเยี่ยม (OBEC AWARDS) นายมหิสรณ์ เจริญผล 6.4 มีงานเขียนแสดงผลงาน/ความคิดเชิงสร้างสรรค์ ที่เกี่ยวกับการจัดการเรียนการสอน/ การ พัฒนาผู้เรียนตามหลักสูตร/ระบบประกันคุณภาพภายในเผยแพร่ผ่านสื่อสาธารณะไม่น้อยกว่า 1 ครั้ง/ ภาคเรียน - งานวิจัยในชั้นเรียน เรื่อง การจัดการเรียนรู้ด้วยบทเรียนออนไลน์ รายวิชา วิทยาศาสตร์มัธยมศึกษา ปีที่ 1-3 บกพร่องทางการได้ยิน โรงเรียนโสตศึกษาปานเลิศจังหวัดลพบุรี ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 - แผนการสอนบูรณาการทักษะชีวิต วิชาสุขศึกษา ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ของ นายมหิสรณ์เจริญผล โรงเรียนโสตศึกษาปานเลิศจังหวัดลพบุรี


19 แบบประเมินผลงานด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอนยอดเยี่ยม (OBEC AWARDS) นายมหิสรณ์ เจริญผล 2. การประเมินตัวชี้วัดเฉพาะ องค์ประกอบที่ 1 ความมีคุณภาพ ตัวชี้วัด 1. คุณลักษณะของนวัตกรรม 1.1 มีรูปแบบนวัตกรรมถูกต้อง ครบถ้วนตามประเภทของนวัตกรรมที่ระบุ นวัตกรรมที่น ามาเข้ารับการประเมินในครั้งนี้ เป็นนวัตกรรมด้านสื่อการสอน ชื่อว่า รูปแบบการบริหาร แบบมีส่วนร่วมในการพัฒนาทักษะที่จ าเป็น SOFT SKILLS ต่อการฝึกอาชีพของนักเรียนที่มีความบกพร่อง ทางการได้ยิน โรงเรียนโสตศึกษาปานเลิศจังหวัดลพบุรีเป็นนวัตกรรมที่มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาทักษะที่ จ าเป็น SOFT SKILLS ต่อการฝึกอาชีพของนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน ให้มีคุณลักษณะพฤติกรรม ความสามารถพื้นฐานที่จ าเป็น ส าหรับการประกอบอาชีพ การด ารงชีวิต และท างานร่วมกับผู้อื่นในยุคปัจจุบัน ให้ประสบความส าเร็จ โดยน าแนวทางการพัฒนาของผู้ให้ข้อมูลส าคัญ แนวทางการพัฒนาทักษะชีวิต และ ทักษะอาชีพของนักวิชาการที่เกี่ยวข้องกับทักษะที่จ าเป็นต่อการประกอบอาชีพบนพื้นฐานการมีส่วนร่วม ของ ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง กิจกรรมนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนารูปแบบกิจกรรมแบบมีส่วนร่วม เสริมสร้างทักษะที่จ าเป็นส าหรับ การปรับตัวเข้ากับสังคม และการบริหารจัดการอารมณ์อย่างสร้างสรรค์ในการปฏิสัมพันธ์กับผู้คนใน สถานการณ์ต่าง ๆ ที่จ าเป็นต่อการฝึกอาชีพของนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการได้ยินโรงเรียนโสตศึกษา ปานเลิศจังหวัดลพบุรี ( อ้างอิง : เล่มรายงานการวิจัยและเล่มกิจกรรมพัฒนาทักษะที่จ าเป็น SOFT SKILLS ภาคผนวก น.91 ) 1.2 นวัตกรรมมีความสอดคล้องกับความรู้ความสามารถและการปฏิบัติหน้าที่ในด้านที่ขอรับการ ประเมินคัดเลือก ข้าพเจ้าส าเร็จการศึกษา ศึกษาศาสตรบัณฑิต สาขาพลศึกษา และได้รับราชการครูปฎิบัติหน้าที่ ครูผู้สอนกลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา รับผิดชอบรายวิชาฝึกประสบการณ์วิทยากรในกิจกรรม SOFT SKILLS และผู้รับผิดชอบกิจกรรมบ้านฝึกทักษะชีวิตนักเรียน มาจนถึงปัจจุบัน ทั้งนี้ข้าพเจ้าได้รับการ แต่งตั้งให้เป็นหัวหน้างานระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนของโรงเรียน และได้รับเลือกแต่งตั้งเป็นคณะท างาน การวิจัยเพื่อพัฒนาสถานศึกษา ในการจัดท าวิจัย เรื่อง “รูปแบบการบริหารแบบมีส่วนร่วมในการพัฒนาทักษะ ที่จ าเป็น SOFT SKILLS ต่อการฝึกอาชีพของนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน โรงเรียนโสตศึกษาปาน เลิศจังหวัดลพบุรี” ( อ้างอิง : ค าสั่งคณะท างานการวิจัยเพื่อพัฒนาสถานศึกษา, ค าสั่งงานระบบการดูแล ช่วยเหลือนักเรียน ภาคผนวก น.92)


20 แบบประเมินผลงานด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอนยอดเยี่ยม (OBEC AWARDS) นายมหิสรณ์ เจริญผล 1.3 รูปแบบการจัดพิมพ์ จัดรูปเล่มนวัตกรรมการน าเสนอน่าสนใจ มีการจัดเรียงล าดับอย่างมีขั้นตอน นวัตกรรม “รูปแบบการบริหารแบบมีส่วนร่วมในการพัฒนาทักษะที่จ าเป็น SOFT SKILLS ต่อการฝึก อาชีพของนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน โรงเรียนโสตศึกษาปานเลิศจังหวัดลพบุรี” มี กระบวนการวิจัยตามขั้นตอนทาง โดยมีโครงสร้างเล่ม ดังนี้ บทน า ความเป็นมาและความส าคัญ ค าถามการวิจัย วัตถุประสงค์ของการวิจัย ขอบเขตของการวิจัย นิยามศัพท์เฉพาะ ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง แนวคิด ทฤษฎี และงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง บริบทพื้นที่ของการวิจัย แนวคิดเกี่ยวกับรูปแบบและการพัฒนา แนวคิดเกี่ยวการบริหารแบบมีส่วนร่วม แนวคิดเกี่ยวกับนโยบายการจัดการศึกษาส าหรับผู้พิการ แนวคิดเกี่ยวกับการจัดการศึกษาเพื่อการมีงานท า แนวคิดเกี่ยวกับทักษะที่จ าเป็นต่อการประกอบอาชีพ แนวคิดเกี่ยวกับนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง วิธีการด าเนินการ ศึกษาสภาพ การสร้างและพัฒนารูปแบบ การทดลองใช้รูปแบบ การประเมินและปรับปรุงรูปแบบ ผลการวิเคราะห์ข้อมูล ผลการศึกษาสภาพการ ผลการสร้างและพัฒนารูปแบบ ผลการทดลองใช้รูปแบบ ผลการประเมินและปรับปรุงรูปแบบ สรุป อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ สรุปผลการวิจัย อภิปรายผลการวิจัย ข้อเสนอแนะ เล่มนวัตกรรมและคู่มือกิจกรรม


21 แบบประเมินผลงานด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอนยอดเยี่ยม (OBEC AWARDS) นายมหิสรณ์ เจริญผล ตัวชี้วัด 2. คุณภาพขององค์ประกอบในนวัตกรรม 2.1 มีวัตถุประสงค์ เป้าหมายชัดเจน สอดคล้องกับสภาพปัญหา โรงเรียนโสตศึกษาปานเลิศจังหวัดลพบุรีเป็นโรงเรียนเฉพาะความพิการในสังกัดส านักบริหารงาน การศึกษาพิเศษ ส านักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน มีหน้าที่จัดการศึกษาของนักเรียนที่มีความ บกพร่องทางการได้ยินให้ได้รับการศึกษาอย่างทั่วถึง และมีคุณภาพด้วยรูปแบบวิธีการที่หลากหลาย เหมาะสม และพัฒนาให้เต็มศักยภาพ ได้ค านึงถึงการจัดการศึกษาเพื่อการมีงานท า โดยจัดการศึกษาเพื่อการมีงานท าใน รูปแบบรายวิชาเพิ่มเติมในแผนการเรียนวิชาปกติ และการจัดการศึกษารายวิชาอาชีพระยะสั้น โดยเน้นการ พัฒนาให้นักเรียนมีทักษะในการท างาน มีทักษะชีวิตที่ดี พึ่งตนเองได้ อยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข เมื่อจบ การศึกษาสามารถประกอบอาชีพ และมีงานท าโดยไม่เป็นภาระแก่ครอบครัวและสังคม จากการจัดการศึกษา เพื่อการมีงานท าในรายวิชาเพิ่มเติมของโรงเรียนโสตศึกษาปานเลิศจังหวัดลพบุรี ได้ทราบสภาพปัญหาอุปสรรค ในการฝึกอาชีพของนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการได้ยินโรงเรียนโสตศึกษาปานเลิศจังหวัดลพบุรี โดยการ สนทนากลุ่มของผู้ให้ข้อมูลส าคัญประกอบด้วย ตัวแทนผู้บริหาร ครูผู้สอนงานอาชีพ ตัวแทนชมรมคนหูหนวก จังหวัดลพบุรี ศิษย์เก่าที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน ผู้ปกครอง และสถานประกอบการ พบว่า ปัญหาของ นักเรียนมีความบกพร่องทางการได้ยินในการฝึกอาชีพในสถานประกอบการ มีดังนี้ การสื่อสารกับผู้อื่น การ เห็นคุณค่าในตนเอง ขาดความเชื่อมั่นในตนเอง การท างานร่วมกับผู้อื่น ความรับผิดชอบ มารยาทในที่ท างาน ขาดความอดทน การตรงต่อเวลา ความซื่อสัตย์ การเข้าถึงข่าวสาร และข่าวประชาสัมพันธ์ต่าง ๆ ขาดทักษะ การคิดวิเคราะห์ และแก้ปัญหาด้วยตนเอง ซึ่งควรจะมีแนวทาง การพัฒนาทักษะให้กับนักเรียน ดังนี้ ส่งเสริม ทักษะการสื่อสาร การอ่าน และการเขียนในชีวิตประจ าวัน เพิ่มโอกาสให้นักเรียนพบปะกับผู้คนในสถานการณ์ ต่าง ๆ มากขึ้นส่งเสริมให้นักเรียนได้ฝึกอาชีพตรงตามความสนใจ และความต้องการ จนสามารถปฏิบัติงานตาม ขั้นตอนได้อย่างถูกต้อง จัดกิจกรรมให้นักเรียนได้ค้นพบรู้จักความถนัด ความชอบของตนเอง เพื่อส่งเสริม ทักษะอาชีพสอดคล้องกับอาชีพในอนาคต การฝึกทักษะการท างานเป็นทีม สอดแทรกคุณธรรมในการ ปฏิบัติงาน แนะน าในการวางตัว การปฏิบัติตัว และมารยาททางสังคมในการอยู่ร่วมกันหรือการท างานร่วมกับ ผู้อื่น ควรมีการปรับพฤติกรรมเรื่องความอดทน การควบคุมอารมณ์ การฝึกทักษะการใช้เทคโนโลยีและการ เข้าถึงข้อมูลข่าวสาร ความรู้เกี่ยวกับกฎหมายการใช้คอมพิวเตอร์สร้างสถานการณ์ฝึกการคิดวิเคราะห์ และการ แก้ปัญหาเฉพาะหน้าซึ่งทักษะที่ใช้ในการท างานร่วมกันของคนในสังคม จ าเป็นต้องใช้ทักษะอยู่ 2 อย่างหลัก ๆ กล่าวคือ ทักษะเฉพาะทางที่จ าเป็นส าหรับวิชาชีพ และทักษะในการประกอบอาชีพ ซึ่งทักษะเฉพาะทางที่ จ าเป็นส าหรับวิชาชีพเป็นทักษะที่บุคคลใช้ในการปฏิบัติงานให้ส าเร็จตามความมุ่งหมายขององค์กร (สาคร สุขศรีวงศ์ อ้างถึงใน บุษกร วัฒนบุตร, 2564, หน้า 89) และสามารถเรียนรู้ได้อย่างต่อเนื่องผ่านการเรียนใน ห้องเรียนหรือการเรียนด้วยตัวเอง (ชัยวัฒน์ สุทธิรัตน์ อ้างถึงใน บุษกร วัฒนบุตร, 2564, หน้า 89) ส่วน ทักษะ ในการประกอบอาชีพเป็นทักษะทางด้านอารมณ์และการเข้าสังคมเป็นส่วนใหญ่ อาทิเช่น การสื่อสารกับบุคคลอื่นการท างานเป็นทีม การเป็นผู้น า การแก้ปัญหาแบบคิดวิเคราะห์ ดังนั้นในการพัฒนา นักเรียนที่มีความบกพร่องทางการได้ยินให้มีทักษะที่จ าเป็นต่อการประกอบอาชีพได้จะต้องอาศัยประสบการณ์ ผ่านการเรียนรู้นอกห้องเรียน และการลงมือปฏิบัติเป็นหลัก รวมถึงการปรับเปลี่ยนค่านิยม ให้มีคุณธรรม จริยธรรม มีวินัย จิตสาธารณะ และพฤติกรรมที่พึงประสงค์พัฒนาให้มีทักษะคิดวิเคราะห์ คิดสร้างสรรค์ ทักษะ ท างาน มีการใช้ชีวิตพร้อมเข้าสู่ตลาดงานในทักษะศตวรรษที่ 21 ที่ทุกคนควรมีเพื่อเติมเต็มในการปฏิบัติงาน


22 แบบประเมินผลงานด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอนยอดเยี่ยม (OBEC AWARDS) นายมหิสรณ์ เจริญผล เพื่อเป็นตัวแบบในการด าเนินชีวิตให้มีความสมบูรณ์ มีความสุขทั้งกายและใจ ช่วยสร้างสังคมให้น่าอยู่บน ฐานความรู้คู่คุณธรรมอันเป็นพลังขับเคลื่อนการพัฒนาของประเทศชาติให้เกิดความมั่นคงอย่างยั่งยืน ข้าพเจ้าจึงเห็นความส าคัญ และความจ าเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องพัฒนาทักษะที่จ าเป็นต่อการฝึกอาชีพ ของนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการได้ยินให้มีคุณลักษณะพฤติกรรม ความสามารถพื้นฐานที่จ าเป็นส าหรับ การประกอบอาชีพ การด ารงชีวิต และท างานร่วมกับผู้อื่นในยุคปัจจุบันให้ประสบความส าเร็จ โดยน าแนว ทางการพัฒนาของผู้ให้ข้อมูลส าคัญ แนวทางการพัฒนาทักษะชีวิต และทักษะอาชีพของนักวิชาการที่เกี่ยวข้อง กับทักษะที่จ าเป็นต่อการประกอบอาชีพบนพื้นฐานการมีส่วนร่วมของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง จึงได้ด าเนินการสร้าง รูปแบบการบริหารแบบมีส่วนร่วมในการพัฒนาทักษะที่จ าเป็นต่อการฝึกอาชีพของนักเรียนที่มีความบกพร่อง ทางการได้ยินโรงเรียนโสตศึกษาปานเลิศจังหวัดลพบุรีขึ้น มีวัตถุประสงค์ดังนี้ 1. เพื่อศึกษาสภาพการบริหารแบบมีส่วนร่วมในการพัฒนาทักษะที่จ าเป็นต่อการฝึกอาชีพ ของนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการได้ยินโรงเรียนโสตศึกษาปานเลิศจังหวัดลพบุรี 2. เพื่อสร้างและพัฒนารูปแบบการบริหารแบบมีส่วนร่วมในการพัฒนาทักษะที่จ าเป็น ต่อการฝึกอาชีพของนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการได้ยินโรงเรียนโสตศึกษาปานเลิศจังหวัดลพบุรี 3. เพื่อทดลองใช้รูปแบบการบริหารแบบมีส่วนร่วมในการพัฒนาทักษะที่จ าเป็นต่อการฝึก อาชีพของนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการได้ยินโรงเรียนโสตศึกษาปานเลิศจังหวัดลพบุรี 4. เพื่อประเมินและปรับปรุงรูปแบบการบริหารแบบมีส่วนร่วมในการพัฒนาทักษะที่จ าเป็น ต่อการฝึกอาชีพของนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการได้ยินโรงเรียนโสตศึกษาปานเลิศจังหวัดลพบุรี 2.2 ความสมบูรณ์ในเนื้อหาสาระของนวัตกรรม ดังนี้


23 แบบประเมินผลงานด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอนยอดเยี่ยม (OBEC AWARDS) นายมหิสรณ์ เจริญผล 2.3 ความถูกต้องตามหลักวิชาการ ขั้นตอนการด าเนินการวิจัยสร้างรูปแบบการบริหารแบบมีส่วนร่วมในการพัฒนาทักษะที่จ าเป็น SOFT SKILLS ต่อการฝึกอาชีพของนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน โรงเรียนโสตศึกษาปานเลิศจังหวัดลพบุรี


24 แบบประเมินผลงานด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอนยอดเยี่ยม (OBEC AWARDS) นายมหิสรณ์ เจริญผล ตัวชี้วัดที่ 3 การออกแบบนวัตกรรม 3.1 มีแนวคิดทฤษฎีรองรับอย่างสมเหตุสมผล แนวคิดเกี่ยวกับรูปแบบและการพัฒนา แนวคิดเกี่ยวการบริหารแบบมีส่วนร่วม แนวคิดเกี่ยวกับนโยบายการจัดการศึกษาส าหรับผู้พิการ แนวคิดเกี่ยวกับการจัดการศึกษาเพื่อการมีงานท า แนวคิดเกี่ยวกับทักษะที่จ าเป็นต่อการประกอบอาชีพ แนวคิดเกี่ยวกับนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน ข้าพเจ้าได้ออกแบบนวัตกรรม “รูปแบบการบริหารแบบมีส่วนร่วมในการพัฒนาทักษะที่จ าเป็น SOFT SKILLS ต่อการฝึกอาชีพของนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน โรงเรียนโสตศึกษาปานเลิศจังหวัดลพบุรี” 3.2 แนวคิดทฤษฎีที่ระบุมีความเป็นไปได้ในการพัฒนานวัตกรรมให้สัมฤทธิ์ผล พัชรี สร้อยสกุล (2559, หน้า 12-13) กล่าวไว้ว่า ทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 หมายถึง ทักษะของ ผู้เรียนของนักเรียนระดับอาชีวศึกษาเอกชนที่ประกอบด้วย 7 ทักษะส าคัญ ประกอบด้วย ทักษะด้านการคิด อย่างมีวิจารณญาณ และทักษะในการแก้ปัญหา ทักษะด้านการสร้างสรรค์ และนวัตกรรม ทักษะด้านความ เข้าใจ ต่างวัฒนธรรมต่างกระบวนทัศน์ ทักษะด้านความร่วมมือการท างานเป็นทีมและภาวะผู้น า ทักษะด้าน การสื่อสารสารสนเทศและรู้เท่าทันสื่อ ทักษะด้านคอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร และ ทักษะอาชีพและทักษะการเรียนรู้ 1. ทักษะด้านการคิดอย่างมีวิจารณญาณ และทักษะในการแก้ปัญหา หมายถึง ทักษะ ที่ผู้เรียนสามารถใช้กระบวนการคิดพิจารณาไตร่ตรองอย่างรอบคอบ โดยการศึกษาข้อมูลหลักฐานแยกแยะ ข้อมูลว่าข้อมูลใดคือข้อเท็จจริง ข้อมูลใดคือความคิดเห็น ตลอดจบพิจารณาความน่าเชื่อถือของข้อมูล ตั้งสมมติฐานเพื่อหาสาเหตุของปัญหา และสามารถหาแนวทางแก้ไขปัญหาได้ 2. ทักษะด้านการสร้างสรรค์ และนวัตกรรม หมายถึง ทักษะที่ผู้เรียนสามารถประยุกต์ ใช้ จินตนาการ และความรู้มาสร้างสรรค์ นวัตกรรมในการท างานที่เป็นประโยชน์ต่อหน่วยงาน หรือองค์กร


25 แบบประเมินผลงานด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอนยอดเยี่ยม (OBEC AWARDS) นายมหิสรณ์ เจริญผล 3. ทักษะด้านความเข้าใจต่างวัฒนธรรม ต่างกระบวนทัศน์ หมายถึง ทักษะที่ผู้เรียนสามารถ เข้าใจความแตกต่างของวัฒนธรรม และกระบวนทัศน์ต่าง ๆ ในองค์กร และสามารถปรับตัว ให้เข้ากับ สภาพแวดล้อมนั้นได้ รวมถึงยอมรับในข้อแตกต่างทางวัฒนธรรม และการกิจงานของทีมงานที่แตกต่างกัน หลากหลายลักษณะ 4. ทักษะด้านความร่วมมือ การท างานเป็นทีม และภาวะผู้น า หมายถึง ทักษะที่ผู้เรียน สามารถท างานร่วมกันกับผู้อื่นได้โดยท างานเป็นทีมที่มีประสิทธิภาพ และแสดงออกถึงความผูกพันเชื่อมโยงกัน ในทีม ด้วยจิตและวิญญาณที่บุคคลในทีมรู้สึกได้ และความเป็นตัวแบบ และเป็นผู้น าคนอื่นในการท างาน รวมถึงเป็นผู้น าที่มีประสิทธิภาพในตนเอง 5. ทักษะด้านการสื่อสารสารสนเทศ และรู้เท่าทันสื่อ หมายถึง ทักษะที่ผู้เรียนสามารถใช้ เทคโนโลยี สารสนเทศในการสื่อสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงประเมินสารสนเทศได้อย่างมีวิจารณญาณ ตามสมรรถนะทีเกิดขึ้น 6. ทักษะด้านคอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารทักษะที่ผู้เรียน สามารถใช้คอมพิวเตอร์พันฐานในการท างานได้ รวมถึงมีความรู้ในเรื่องเทคโนโลยีสารสนเทศ ในระดับพื้นฐาน เพื่อสามารถเข้าถึงและสามารถใช้เพื่อการกันคว้า รวบรวมและประมวลผล จากแหล่งต่าง ๆ เพื่อการสื่อสาร อย่างสร้างสรรค์ 7. ทักษะอาชีพ และทักษะการเรียนรู้ หมายถึง ทักษะที่ผู้เรียนสามารถปฏิบัติงานในสาย งานของตนเองให้บรรลุเป้าหมายขององค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงมีความสามารถในการเรียนรู้ สิ่งใหม่ เพื่อน ามาปรับปรุงการท างานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ชโลทร โชติกีรติเวช และดร. วัลลภา อารีรัตน์ (2560, หน้า 47) กล่าวไว้ว่า ทักษะที่จ าเป็น หมายถึง ความสามารถเฉพาะของบุคคลในการใช้ทักษะต่าง ๆ ที่ช่วยส่งเสริมให้การท างานมีประสิทธิภาพมาก ยิ่งขึ้นในเรื่องของความฉลาดความสามารถทางอารมณ์ ทักษะที่เกี่ยวกับข้องการท างานร่วมกับผู้อื่น ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลเป็นทักษะที่ช่วยให้บุคคลสามารถด ารงชีวิตร่วมกับผู้อื่นได้อย่างราบรื่นและสามารถ ท างานประกอบอาชีพให้ก้าวหน้าได้ โรเบิร์ต วอลเทอร์ส (2563, ออนไลน์) กล่าวไว้ว่า ทักษะที่จ าเป็นต่อการท างานในยุคใหม่ยัง จ าเป็นต้องมี “ประสบการณ์” น าทางมาด้วย เนื่องจากองค์กรส่วนใหญ่ของไทยยังคงมุ่งเป้าพิจารณา เรื่อง ประสบการณ์ ก่อนการตัดสินจาก “ศักยภาพ” ของผู้มาสมัคร จนอาจกล่าวได้ว่า “เก่งมาจากไหน ก็อาจพ่าย ประสบการณ์” โดยทักษะที่องค์กรในยุคดิจิทัลต้องการจากผู้ปฏิบัติงาน ได้แก่ ทักษะในการสื่อสาร (Communication Skill) ในยุคดิจิทัลทุกคนมีอิสระในการสื่อสาร แต่สิ่ง ที่ส าคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าทักษะการใช้เครื่องมือคือ การสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ ถูกต้อง แม่นย า และ เหมาะสมกับสถานการณ์ จึงจะน าไปสู่ผลลัพธ์การท างานที่ดีตามไปด้วย ทักษะการคิดเชิงวิเคราะห์ (Critical Thinking Skill) ในยุคที่ข้อมูลไหลบ่าคนท างานยุคใหม่ จ าเป็นต้องมีทักษะในการจัดระเบียบ วิเคราะห์ และน าข้อมูลจ านวนมากใช้ประโยชน์ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ได้ด้วยตัวเอง


26 แบบประเมินผลงานด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอนยอดเยี่ยม (OBEC AWARDS) นายมหิสรณ์ เจริญผล ทักษะในการจัดการกับการเปลี่ยนแปลง (Change Management Skill) ทักษะในการท า ความเข้าใจความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว และสามารถจัดการการท างาน และความคิดท่ามกลาง กระบวนการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ เหล่านั้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทักษะในการบริหารคน (People Management Skill) การท างานอย่างมีประสิทธิภาพใน ยุคดิจิทัล นอกจากการบริหารจัดการทรัพย์กร เทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์สูงสุดแล้ว จ าเป็นต้องมีทักษะในการ บริหารจัดการ “คน” ให้เหมาะสมกับ “งาน” ควบคู่กัน เพื่อน าไปสู่การท างานที่ดี ไม่ซ้ าซ้อน และเอื้อให้ ผู้ปฏิบัติงานมีความสุขกับการท างานที่ได้รับมอบหมายซึ่งจะน าไปสู่ผลลัพธ์ที่ดีในภาพรวมขององค์กรอีกได้ สรเดช เลิศวัฒนาวณิช (2560, หน้า 14) กล่าวไว้ว่า ทักษะอาชีพ หมายถึง ความสามารถพื้นฐาน ที่จ าเป็นส าหรับการประกอบอาชีพซึ่งบ่งบอกว่าผู้เรียนเป็นผู้ที่มีลักษณะโดยประเมินจาก 5 ทักษะย่อย ดังนี้ 1) ทักษะการสื่อสารและมนุษยสัมพันธ์ 2) ทักษะกระบวนการท างาน 3) ทักษะกระบวนการแก้ปัญหา 4) ทักษะ แสวงหาความรู้ และ 5) ทักษะการจัดการ ส านักงานศึกษาธิการภาค 5 (2560, หน้า 39-40) กล่าวไว้ว่า ทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 ทักษะด้าน ชีวิตและอาชีพ ในการด ารงชีวิตและท างานในยุคปัจจุบันให้ประสบความส าเร็จ นักเรียนจะต้องพัฒนาทักษะ ชีวิตที่ส าคัญดังต่อไปนี้ 1. ความยืดหยุ่นและการปรับตัว (Flexibility and Adaptability) เป็นการท างานให้บรรลุ เป้าหมายแบบมีหลักการ และไม่เลื่อนลอยภายใต้การเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และไม่คาดคิด ทั้งมีข้อจ ากัด ด้านทรัพยากร เวลา และการมีคู่แข่ง โดยใช้วิกฤตให้เป็นโอกาสในการปรับตัวต่อ การเปลี่ยนแปลง ปรับตัวให้ เข้ากับบทบาทที่แตกต่างไป กับงานที่มีก าหนดการที่เปลี่ยนไป และบริบทที่เปลี่ยนไปในด้านความยืดหยุ่น เป็นการน าผลที่เกิดขึ้นมาใช้ประโยชน์เชิงบวกต่อค าชมค าต าหนิ และความผิดพลาด มาท าให้งานลุล่วง ดังนั้น ความยืดหยุ่นจึงท า เพื่อให้งานบรรลุผลส าเร็จไม่ใช่ เพื่อให้ทุกคนสบายใจ 2. การริเริ่มสร้างสรรค์และเป็นตัวของตัวเอง (Initiative and Self Direction) เป็นการ ก าหนดเป้าหมายที่เป็นรูปธรรม และนามธรรม มีการค านวณประสิทธิภาพการใช้เวลากับการจัดการภาระงาน การท างานต้องท างานส าเร็จได้ด้วยตนเอง โดยก าหนดตัวงาน ติดตามผลงาน นอกจากนั้น ยังต้องฝึกทักษะการ เป็นผู้เรียนรู้ได้ด้วยตนเองที่มีการมองเห็นโอกาสเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ มีการริเริ่ม การพัฒนาทักษะ ทบทวน ประสบการณ์ในอดีต เพื่อคิดหาทางพัฒนาในอนาคตอันน าไปสู่ระดับอาชีพ 3. ทักษะสังคมและสังคมข้ามวัฒนธรรม เป็นการด ารงชีวิตอยู่ในสภาพแวดล้อม และผู้คนที่มี ความแตกต่างหลากหลาย ท าให้เกิดปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับผู้อื่น เกิดการท างานในทีมที่แตกต่างหลากหลาย มีการ เคารพความแตกต่างทางวัฒนธรรม 4. ก า ร เป็ น ผู้ ส ร้ าง ห รื อ ผู้ ผ ลิ ต (Productivity) แ ล ะ ค ว า ม รับ ผิ ด ช อบ เ ชื่ อ ถื อไ ด้ (Accountability) เป็นการก าหนดขั้นตอนวิธีการท างานในการสร้างชิ้นงาน ผลงาน หรือผลิตภัณฑ์อย่างมี หลักการ มีการก าหนดเป้าหมาย และวิธีการบรรลุเป้าหมายภายใต้ของจ ากัดที่มีอยู่ โดยการก าหนดล าดับ ความส าคัญ วางแผน และการจัดการ ผลิตภัณฑ์ และผลงาน ที่ได้จากการผลิตต้องมีคุณภาพเพื่อแสดงถึง ทักษะการท างานอย่างเป็นระบบและสามารถน าไปใช้ประโยชน์ โดยจะต้องยอมรับข้อบกพร่องที่อาจเกิดขึ้น อันน าไปสู่การปรับแก้ไข หรือยกเลิก เพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อการกระท า


27 แบบประเมินผลงานด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอนยอดเยี่ยม (OBEC AWARDS) นายมหิสรณ์ เจริญผล 5.ภาวะผู้น าและความรับผิดชอบ (Responsibility) ผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 ควรมีภาวะผู้น า และความรับผิดชอบแบบกระจายบทบาท จากการรับผิดชอบต่อตนเองรับผิดชอบการท างานแบบประสาน สอดคล้องเป็นคณะท างาน และรับผิดชอบแบบสร้างเครือข่ายร่วมมือแบบพันธมิตรการท างาน อันน าไปสู่ เป้าหมายร่วมกัน ซึ่งต้องพัฒนาทักษะมนุษยสัมพันธ์ และทักษะการแก้ปัญหาในการชักน าผู้อื่นให้เห็นเป้าหมาย ร่วมกัน และท างานให้บรรลุผลส าเร็จร่วมกัน และไม่ใช้อ านาจโดยขาดจริยธรรมและคุณธรรม เพ็ญนภา กุลนดล และคณะ (2559, หน้า 5) กล่าวไว้ว่า ทักษะอาชีพ และการด ารงชีพในศตวรรษที่ 21 หมายถึง การที่นักเรียนสามารถรับรู้วิเคราะห์ตนเอง ไตร่ตรอง เรียนรู้ความเป็นตัวตนของตนเอง ตระหนัก ในค่านิยมภูมิหลังของตนเอง โดยพิจารณาถึงทักษะทางสังคมความรับผิดชอบ สามารถวางแผนการเลือกอาชีพ ที่เหมาะสมกับตนเอง เพื่อที่จะท าให้นักเรียนสามารถด ารงชีพ ได้อย่างเหมาะสมในศตวรรษที่ 21 โดยอาศัย กรอบแนวคิดของการ์ดเนอร์ร่วมกับการผสมผสานบริบทของสังคมไทยในการประเมิน 9 ด้าน ดังนี้ 1. ความสามารถด้านภาษา หมายถึง การที่นักเรียนสามารถเข้าใจค าสั่ง ความหมาย และ ปฏิบัติตามค าสั่ง มีความสามารถในการถ่ายทอดเรื่องราวจากประสบการณ์ หรือจินตนาการ เข้าใจภาษา และ สามารถสื่อสารได้ถูกต้อง เหมาะสม 2. ความสามารถด้านตรรกะและคณิตศาสตร์ หมายถึง การที่นักเรียนสามารถ ให้เหตุผล แสดงเหตุผล ด้านคณิตศาสตร์ได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม บอกวิธีแก้ปัญหาจากประเด็นต่าง ๆ และรู้จัก เปรียบเทียบสิ่งของตามรูปร่าง รูปทรง จ านวน ขนาด สี หรือ พื้นผิวได้ถูกต้อง 3. ความสามารถด้านมิติสัมพันธ์ หมายถึง การที่นักเรียนสามารถพิจารณารูปทรง มิติ ได้ อย่างถูกต้อง และเหมาะสม สัมพันธ์กับความเป็นจริง จินตนาการบอกได้ถูกต้องรวมถึงสามารถเชื่อมโยงสู่การ ด ารงชีพได้อย่างสมเหตุผล 4. ความสามารถด้านร่างกายและการเคลื่อนไหว หมายถึง การที่นักเรียน มีความสามารถ ใน การควบคุมร่างกายและการเคลื่อนไหว กล้ามเนื้อมัดใหญ่ เป็นความสามารถในการใช้ร่างกายแสดงท่าทางต่าง ๆ และสามารถควบคุมการประสานระหว่างกล้ามเนื้อมัดต่าง ๆ กับสายตา มือ และระบบประสาทต่าง ๆ 5. ความสามารถด้านดนตรี หมายถึง การที่นักเรียนมีความสามารถในการโต้ตอบกับจังหวะ เสียงเพลง สามารถร้องเพลง และแสดงท่าทางตามเสียงดนตรี จังหวะ สัญญาณได้เป็นอย่างดี 6. ความสามารถด้านความเข้าใจส่วนบุคคล หมายถึง การที่นักเรียนมีความสามารถในการ ท ากิจกรรมร่วมกับผู้อื่น เอื้อเฟื้อ และแบ่งปัน มีความสามารถในการเป็นผู้น า และผู้ตาม ในการท ากิจกรรม ได้เป็นอย่างดี 7. ความสามารถในด้านความเข้าใจตนเอง หมายถึง การที่นักเรียนสามารถท างานที่ได้รับ มอบหมายได้ด้วยตนเอง ท างานได้อย่างมีเป้าหมาย ใส่ใจ ตั้งใจต่องานที่กระท า 8. ความสามารถด้านธรรมชาติ หมายถึง การที่นักเรียนมีความสามารถในการเข้าใจการ เปลี่ยนแปลงธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รู้จักใช้สิ่งแวดล้อมอย่างคุ้มค่า ทะนุบ ารุงรักษา และอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม 9. ความสามารถด้านการด ารงอยู่ของชีวิต หมายถึง การที่นักเรียนสามารถเข้าใจ ความสัมพันธ์ระหว่างร่างกายและจิตใจ ความสามารถในการท าหน้าที่ของตนเอง เข้าใจความหมายในการ ด าเนินชีวิต และการมีชีวิตอยู่อย่างมีความหมายส าหรับตนเอง ผู้อื่น และสังคม


28 แบบประเมินผลงานด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอนยอดเยี่ยม (OBEC AWARDS) นายมหิสรณ์ เจริญผล ปริญญา สิริอัตตะกุล และคณะ (2558, หน้า 6-7) กล่าวไว้ว่า ทักษะชีวิต หมายถึง ความสามารถ ของตนเองในด้านการตระหนักรู้ และเห็นคุณค่าในตนเอง ด้านการจัดการกับอารมณ์และความเครียด ด้านการ สร้างสัมพันธภาพที่ดีกับผู้อื่น และด้านการคิดวิเคราะห์ ตัดสินใจและแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ ประกอบด้วย 4 องค์ประกอบ ได้แก่ 1. การตระหนักรู้และเห็นคุณค่าในตนเอง หมายถึง การรู้จักความถนัดความสามารถ จุดเด่น จุดด้อยของตนเอง เข้าใจความแตกต่าง ของแต่ละบุคคล รู้จักตนเอง ยอมรับเห็นคุณค่า และภาคภูมิใจใน ตนเองและผู้อื่น มีเป้าหมายในชีวิต และมีความรับผิด 2. การจัดการกับอารมณ์และความเครียด หมายถึง ความเข้าใจและรู้เท่าทันภาวะอารมณ์ ของบุคคลรู้สาเหตุของความเครียด รู้วิธีการควบคุม อารมณ์ และความเครียดรู้วิธี ผ่อนคลาย หลีกเลี่ยงและ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่จะก่อให้เกิดอารมณ์ไม่พึงประสงค์ไปในทางที่ดี 3. การสร้างสัมพันธภาพที่ดีกับผู้อื่น หมายถึง การเข้าใจมุมมอง อารมณ์ ความรู้สึกของผู้อื่น ใช้ภาษาพูดและภาษากาย เพื่อสื่อสารความรู้สึก นึกคิดของตนเอง รับรู้ความรู้สึกนึกคิดและความต้องการของ ผู้อื่น วางตัวได้ถูกต้อง เหมาะสมในสถานการณ์ต่าง ๆ ใช้การสื่อสารที่สร้าง สัมพันธภาพ ที่ดีสร้างความร่วมมือ และท างานร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข 4. การคิดวิเคราะห์ ตัดสินใจ และแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ หมายถึง การแยกแยะข้อมูล ข่าวสารปัญหาและสถานการณ์รอบตัว วิพากษ์วิจารณ์และประเมินสถานการณ์รอบตัว ด้วยหลักเหตุผลและ ข้อมูลที่ถูกต้องรับรู้ปัญหา สาเหตุของปัญหา หาทางเลือกและตัดสินใจแก้ปัญหา ในสถานการณ์ต่าง ๆ อย่าง สร้างสรรค์ สมรรถนะในการประกอบอาชีพ หมายถึง ความสามารถ ทักษะ คุณลักษณะ และพฤติกรรมที่พึง ประสงค์ และที่จ าเป็นต้องมีของวัยรุ่นที่มีความบกพร่องทางการได้ยินส าหรับใช้ในการประกอบอาชีพต่าง ๆ เพื่อใช้เป็นกรอบในการแสดงพฤติกรรมการท างานให้บรรลุเป้าหมายของบริษัท หรือองค์กร ประกอบด้วย 5 องค์ประกอบ ได้แก่ 1. การมุ่งผลสัมฤทธิ์ หมายถึง ความมุ่งมั่นจะปฏิบัติหน้าที่ให้ดีหรือให้เกิดมาตรฐานที่มีอยู่ รวมถึงการสร้างสรรค์พัฒนาผลงานหรือกระบวนการปฏิบัติงานตามเป้าหมายที่ยาก และท้าทายชนิดที่อาจไม่ เคยมีผู้ใดสามารถกระท าได้มาก่อน 2. การบริการที่ดี หมายถึง ความตั้งใจและความพยายามของนักเรียนที่มี ความบกพร่อง ทางการได้ยินในการให้บริการต่อผู้อื่น หรือเพื่อนร่วมงาน และองค์กร หรือหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง 3. การสั่งสมความเชี่ยวชาญในงานอาชีพ หมายถึง ความสนใจใฝ่รู้สั่งสม ความรู้ ความสามารถของตนในการปฏิบัติหน้าที่ตามอาชีพที่ตนสนใจด้วย การศึกษา ค้นคว้า และพัฒนาตนเองอย่าง ต่อเนื่อง จนสามารถประยุกต์ใช้ความรู้เชิงวิชาการและเทคโนโลยีต่าง ๆ เข้ากับการปฏิบัติให้เกิดผลสัมฤทธิ์ 4. การยึดมั่นในความถูกต้องชอบธรรม และจริยธรรม หมายถึง การด ารงตนและประพฤติ ปฏิบัติอย่างถูกต้องเหมาะสมทั้งตามกฎหมาย คุณธรรม จรรยาบรรณในอาชีพของตน 5. การท างานเป็นทีม หมายถึง ความตั้งใจที่จะท างานร่วมกับผู้อื่นเป็นส่วนหนึ่งของทีม หน่วยงาน หรือองค์กร โดยผู้ปฏิบัติมีฐานะเป็นสมาชิก รวมทั้งความสามารถในการสร้าง และรักษาสัมพันธภาพ กับสมาชิกในทีม


29 แบบประเมินผลงานด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอนยอดเยี่ยม (OBEC AWARDS) นายมหิสรณ์ เจริญผล ไสว ฟักขาว (2561, หน้า 5) กล่าวไว้ว่า ทักษะด้านชีวิตและการท างานในการด ารงชีวิตและท างาน ในยุคปัจจุบันให้ประสบความส าเร็จ ผู้เรียนจะต้องพัฒนาทักษะชีวิตที่ส าคัญดังต่อไปนี้ 1. ความยืดหยุ่นและการปรับตัว 1.1 ความยืดหยุ่น 1.2 การปรับตัวเพื่อพร้อมรับการเปลี่ยนแปลง 2. การริเริ่มสร้างสรรค์และเป็นตัวของตัวเอง 2.1 การวิเคราะห์สื่อ 2.2 การผลิตสื่อ 2.3 การพิจารณาและตัดสินใจ 3. ทักษะสังคมและสังคมข้ามวัฒนธรรม 3.1 มีปฏิสัมพันธ์อย่างมีประสิทธิภาพกับผู้อื่น 3.2 ท างานอย่างมีประสิทธิภาพในทีมที่มีความหลากหลาย 4. การเป็นผู้สร้างหรือผู้ผลิต (Productivity) และความรับผิดชอบเชื่อถือได้ (Accountability) 4.1 การวิเคราะห์สื่อ 4.2 การผลิตสื่อ 5. ภาวะผู้น าและความรับผิดชอบ (Responsibility) 5.1 แนะน าผู้อื่นได้ 5.2 รับผิดชอบต่ออื่น สายทอง ถิตย์กิจ (2560, หน้า 6) กล่าวไว้ว่า ทักษะชีวิต คือ ความสามารถของบุคคล ที่จะเผชิญกับ สถานการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตประจ าวันได้อย่างเหมาะสม และเตรียมพร้อมส าหรับการปรับตัวในอนาคต ได้อย่างมีประสิทธิภาพเพื่อให้ตัวเองมีความสุขทั้งกาย ใจ และการอยู่รอดในสังคม อันไปกอบไปด้วย การ ตระหนักรู้และเห็นคุณค่าในตนเองและผู้อื่น การคิดวิเคราะห์ ตัดสินใจ และแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์, การ จัดการกับอารมณ์และความเครียดการสร้างสัมพันธ์ภาพที่ดีกับผู้อื่นสร้างความร่วมมือและท างานร่วมกับผู้อื่น ได้อย่างมีความสุข กานต์รวี ดาวเรือง (2558, หน้า 5) กล่าวไว้ว่า ทักษะชีวิตของเด็ก และเยาวชนไว้ว่า ความรู้ ความ ช านาญ หรือทักษะทั้งภายนอกและภายในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ที่ท าให้เด็กและเยาวชน เกิดความรู้กับตนเอง และ สามารถน าการเรียนรู้นั้นมาปรับใช้เมื่อเกิดเหตุการณ์นั้น ๆ ซ้ าอีกครั้ง ปรับตัวและเผชิญกับสถานการณ์ต่าง ๆ ในชีวิตประจ าวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ หรือสามารถแก้ไขปัญหาที่ต้องเผชิญได้ ซึ่งมีองค์ประกอบ 8 ด้าน คือ การตัดสินใจ ด้านการแก้ปัญหา ด้านการสื่อสาร ด้านการสัมพันธภาพ ด้านการรู้จักตนเอง ด้านการเข้าใจผู้อื่น ด้านการจัดการอารมณ์ และด้านการจัดการความเครียด องค์การอนามัยโลก (WHO) (ออนไลน์) กล่าวไว้ว่า ทักษะชีวิตเป็นทักษะภายในที่จะช่วยให้วัยรุ่น สามารถเผชิญสถานการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตประจ าวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเตรียมพร้อมส าหรับ การปรับตัวในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการดูแลสุขภาพ ความปลอดภัย สิ่งแวดล้อม คุณธรรมจริยธรรม ฯลฯ เพื่อให้สามารถมีชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข หรืออาจกล่าวได้ว่าทักษะชีวิต คือ ความสามารถในการ


30 แบบประเมินผลงานด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอนยอดเยี่ยม (OBEC AWARDS) นายมหิสรณ์ เจริญผล แก้ปัญหาที่ต้องเผชิญในชีวิตประจ าวัน เพื่อให้สามารถดูแลตนเองได้อย่างปลอดภัย ได้ก าหนดทักษะชีวิตไว้ 10 ทักษะ ได้แก่ 1. ทักษะการตัดสินใจ (Decision Making) เป็นความสามารถในการตัดสินใจเกี่ยวกับเรื่องราว ต่าง ๆ ในชีวิตได้อย่างมีระบบ เช่น ถ้าบุคคลสามารถตัดสินใจเกี่ยวกับการกระท าของตนเองที่เกี่ยวกับ พฤติกรรมด้านสุขภาพหรือความปลอดภัยในชีวิต โดยประเมินทางเลือก และผลที่ได้จากการตัดสินใจเลือกได้ อย่างถูกต้องเหมาะสม ก็จะมีผลต่อการมีสุขภาพที่ดี ทั้งร่างกายและจิตใจ 2. ทักษะการแก้ปัญหา (Problem Solving) เป็นความสามารถในการจัดการกับปัญหา ที่ เกิดขึ้นในชีวิตได้อย่างมีระบบ ไม่เกิดความเครียดทั้งทางร่างกายและจิตใจจนอาจลุกลามเป็นปัญหาใหญ่โตเกิน แก้ไขได้ 3. ทักษะการคิดสร้างสรรค์ (Creative Thinking) เป็นความสามารถในทางความคิด ซึ่งจะ เป็นส่วนช่วยในการตัดสินใจและแก้ไขปัญหา โดยใช้วิธีการคิดแบบสร้างสรรค์ เพื่อค้นหาทางเลือกต่าง ๆ รวมทั้งผลที่จะเกิดขึ้นในแต่ละทางเลือก และสามารถน าประสบการณ์มาปรับใช้ในชีวิตประจ าวันได้อย่าง เหมาะสม 4. ทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณ (Critical Thinking) เป็นความสามารถในการคิด วิเคราะห์ข้อมูลต่าง ๆ และประเมินปัญหาหรือสถานการณ์ที่อยู่รอบตัวที่มีผลต่อการด าเนินชีวิต ทักษะการคิด อย่างมีวิจารณญาณสามารถช่วยให้วัยรุ่นตระหนักและประเมินผลสิ่งที่จะมีผลกระทบต่อทัศนคติและพฤติกรรม ของตนเอง เช่น การรู้จักคุณค่าในตนเอง การจัดการกับความกดดันจากเพื่อน ๆ หรือการรับข้อมูลจากสื่อต่าง ๆ 5. ทักษะการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ (Effective Communication) เป็นความสามารถ ในการใช้ค าพูดและท่าทางเพื่อแสดงออกถึงความรู้สึกนึกคิดของตนเองได้อย่างเหมาะสมกับวัฒนธรรมและ สถานการณ์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการแสดงความคิดเห็น การแสดงความต้องการ การแสดงความชื่นชม การ ขอร้อง การเจรจาต่อรอง การตักเตือน การช่วยเหลือ การปฏิเสธ 6. ทักษะการสร้างสัมพันธภาพระหว่างบุคคล ( Interpersonal Relationship) เป็น ความสามารถในการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างกันและกัน สามารถรักษาสัมพันธภาพไว้ได้ยืนยาว 7. ทักษะการตระหนักรู้ในตน (Self-Awareness) เป็นความสามารถในการค้นหารู้จักและ เข้าใจตนเอง เช่น รู้ข้อดีข้อด้อยของตนเอง รู้ความต้องการและสิ่งที่ไม่ต้องการของตนเองซึ่งจะช่วยให้วัยรุ่น เข้าใจตัวเองเวลาเผชิญกับความเครียด หรือสถานการณ์ต่าง ๆ และทักษะนี้ยังเป็นพื้นฐานของการพัฒนา ทักษะอื่น ๆ เช่น การสื่อสาร การสร้างสัมพันธภาพ การตัดสินใจ ความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น 8. ทักษะการเข้าใจผู้อื่น (Empathy) เป็นความสามารถในการเข้าใจความเหมือน หรือความ แตกต่างระหว่างบุคคลในด้านความสามารถ เพศ วัย ระดับการศึกษา ศาสนา ความเชื่อ สีผิว อาชีพ ฯลฯ ซึ่ง จะช่วยให้สามารถยอมรับบุคคลที่ต่างจากเรา เกิดการช่วยเหลือบุคคลที่ด้อยกว่า หรือได้รับความเดือดร้อน 9. ทักษะการจัดการกับอารมณ์ (Coping With Emotion) เป็นความสามารถในการรับรู้ อารมณ์ของตนเองและผู้อื่น รู้ว่าอารมณ์มีผลต่อการแสดงพฤติกรรมอย่างไร รู้วิธีการจัดการกับอารมณ์โกรธ และความโศกเศร้า ที่ส่งผลทางลบต่อร่างกายและจิตใจได้อย่างเหมาะสม


31 แบบประเมินผลงานด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอนยอดเยี่ยม (OBEC AWARDS) นายมหิสรณ์ เจริญผล 10. ทักษะการจัดการกับความเครียด (Coping with stress) เป็นความสามารถ ในการรับรู้ ถึงสาเหตุของความเครียด รู้วิธีผ่อนคลายความเครียด และแนวทางในการควบคุมระดับความเครียดเพื่อให้เกิด พฤติกรรมในทางที่ถูกต้องเหมาะสม และไม่เกิดปัญหาด้านสุขภาพ ทักษะชีวิตทั้ง 10 ทักษะนี้ไม่สามารถเกิดขึ้นเองได้ ต้องอาศัยการฝึกฝนซึ่งการจะเป็นวัยรุ่นที่ พร้อมเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงได้อย่างมีความสุขและเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณลักษณะที่ดีนั้นต้องฝึกตนเองให้ มีจุดแข็งในด้านทักษะการวิเคราะห์ การตัดสินใจ และการปฏิบัติตนที่เหมาะสมรู้จักที่จะอยู่ร่วมกับผู้อื่นที่ แตกต่างจากตนเอง และพร้อมที่เผชิญหน้าและแก้ไขปัญหาอุปสรรคต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น อีกทั้งมีความพร้อมที่จะ จัดการกับชีวิตของตนเอง เอื้ออารีย์ จานทอง (2555, หน้า 4-6) กล่าวไว้ว่า ทักษะชีวิต คือ ความสามารถของบุคคล ในการ จัดการ หรือแก้ปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในการด าเนินชีวิต เพื่อที่จะสามารถอยู่ในสังคมได้ อย่างมีความสุขซึ่ง ประกอบด้วย ทักษะ 4 ด้าน ได้แก่ ทักษะด้านการจัดการดูแลช่วยเหลือตนเอง ทักษะด้านการเรียนรู้ ทักษะ ด้านสังคม และ ทักษะด้านการจัดการสร้างงานอาชีพ โดยสามารถวัดได้จากแบบวัดที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น 1. ทักษะด้านการจัดการดูแลช่วยเหลือตนเอง หมายถึง ความสามารถในการวางแผนเพื่อ ก าหนดเป้าหมายของตนเอง การแก้ปัญหาอย่างสมเหตุสมผล การกระท า หรือแสดงออกอย่างมีเหตุผล และ รับรู้ผลจากการกระท าของตนเอง 1.1 ความสามารถในการวางแผนเพื่อ ก าหนดเป้าหมายของตนเอง หมายถึง ความสามารถในการจ าแนก แยกแยะข้อมูลสาระสนเทศ น าข้อมูลสาระสนเทศมาก าหนดแนวทางในการ ด าเนินงานของตนเอง ได้ชัดเจน ในด้านจิตใจ ด้านการเรียน ด้านการท างานด้านสังคม 1.2 การแก้ปัญหาอย่างสมเหตุสมผล หมายถึง ความสามารถในการหาสาเหตุของ ปัญหา เลือกวิธีการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในด้านจิตใจ ด้านการเรียน การท างาน ด้านสังคมอย่างเหมาะสม 1.3 การกระท าหรือแสดงออกอย่างมีเหตุผล หมายถึง ความสามารถในการควบคุม ตนเองในการแสดงออกในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในชีวิตประจ าวัน ในด้านการเรียนด้านการท างาน ด้านสังคม 1.4 รับรู้ผลจากการกระท าของตนเอง หมายถึง ความสามารถในการบอกจุดเด่น จุดด้อยของผลของการกระท าทั้งการกระท าในด้านการเรียน ด้านการท างานด้านสังคม 2. ทักษะด้านการเรียนรู้หมายถึง ความสามารถในการแสวงหาความรู้ใฝ่เรียนใฝ่รู้ และสรุป องค์ความรู้ 2.1 ความสามารถในการแสวงหาความรู้ หมายถึง ความสามารถในการศึกษาหา ความรู้จากแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ ได้ โดยใช้วิธีที่เหมาะสม 2.2 ใฝ่เรียนใฝ่รู้ หมายถึง มีความอยากรู้ มีความประพฤติที่เคยชินในการอ่าน หนังสือ ชอบอ่านหนังสือ รักการอ่าน ชอบใช้เวลาว่างในการศึกษาหาความรู้ในเรื่องที่สนใจ 2.3 สรุปองค์ความรู้ หมายถึง การน าข้อมูลสารสนเทศที่ผ่านกระบวนการคิด เปรียบเทียบ เชื่อมโยงกับความรู้อื่นจนเกิดเป็นความเข้าใจและน าไปใช้ประโยชน์ในการสรุป และตัดสินใจใน ด้านจิตใจ ด้านการเรียน ด้านการท างาน ด้านสังคม


32 แบบประเมินผลงานด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอนยอดเยี่ยม (OBEC AWARDS) นายมหิสรณ์ เจริญผล 3. ทักษะด้านสังคม หมายถึง ความสามารถในการอยู่ร่วมกับบุคคลอื่นซึ่งประกอบด้วย ความสามารถในการสื่อสารระหว่างบุคคล การปรับตัว การปฏิเสธและเจรจาต่อรองการให้ความร่วมมือ และ การเห็นอกเห็นใจผู้อื่น 3.1 ความสามารถในการสื่อสารระหว่างบุคคลความสามารถในการสื่อสารพูดคุยที่ดี ด้วยท่าทางที่สอดคล้องเหมาะสมและรู้จักรับฟังบุคคลอื่นอย่าง หมายถึง ตั้งใจ การให้ และการรู้จักรับฟังข้อมูล ย้อนกลับบุคคลอื่นอย่างสร้างสรรค์ 3.2 การปรับตัว หมายถึง ความสามารถในการเปลี่ยนแปลงตนเองให้เข้ากับ สภาพแวดล้อมอย่างเหมาะสม 3.3 การปฏิเสธและเจรจาต่อรอง หมายถึง ความสามารถในการปฏิเสธ ในสิ่งที่ ก่อให้เกิดผลเสียแก่ตนเองและผู้อื่นการรู้จักประนีประนอมในสถานการณ์ต่าง ๆ ที่ก่อให้เกิด ความขัดแย้ง ระหว่างบุคคล การโน้มน้าวให้ผู้อื่นเห็นสอดคล้องกับความคิดของตน และเสนอทางเลือกที่ท าให้เกิดความพึง พอใจทั้งแก่ตนเอง และผู้อื่น 3.4 การให้ความร่วมมือ หมายถึง ความสามารถในการเคารพ ความคิดเห็นของ บุคคลอื่น การประเมินในความสามารถของตนเองที่ใช้เป็นประโยชน์ต่อกลุ่ม การให้การสนับสนุนและการให้ ความไว้วางใจสมาชิกกลุ่ม และการยอมรับในความแตกต่างระหว่างบุคคล เมื่อท างานร่วมกัน 3.5 การเห็นอกเห็นใจผู้อื่น หมายถึง ความสามารถในการรู้และเข้าใจความรู้สึก ความต้องการของบุคคลอื่นในสถานการณ์ต่าง ๆ ตาราง แนวคิดเกี่ยวกับทักษะที่จ าเป็นต่อการประกอบ อาชีพตามที่นักวิชาการกล่าวไว้ สรุปได้ว่า ทักษะที่จ าเป็น ต่อการประกอบอาชีพเป็นความสามารถพื้นฐานที่จ าเป็น ส าหรับการประกอบอาชีพ การด ารงชีวิต และท างานในยุค ปัจจุบันให้ประสบความส าเร็จ โดยพิจารณา ถึงทักษะทาง สังคม ความรับผิดชอบ สามารถวางแผนการเลือกอาชีพที่ เหมาะสมกับตนเอง เพื่อสามารถด ารงชีพได้อย่าง เหมาะสม ดังนั้นจึงสรุป โดยพิจารณาทักษะอาชีพ และ ทักษะชีวิตจากนักวิชาการถึงทักษะที่จ าเป็นต่อการ ประกอบอาชีพที่ส าคัญและทักษะที่เหมือนกัน สรุปได้ 5 ทักษะ ดังนี้ 1) เห็นคุณค่าในตนเอง 2) ทักษะการสื่อสาร 3) เทคโนโลยีดิจิตอล 4) การท างานร่วมกับผู้อื่น และ 5) การคิดวิเคราะห์และการแก้ปัญหา


33 แบบประเมินผลงานด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอนยอดเยี่ยม (OBEC AWARDS) นายมหิสรณ์ เจริญผล 3.3 นวัตกรรมมีความสอดคล้องตามแนวคิดทฤษฎีที่ระบุ นวัตกรรม “รูปแบบการบริหารแบบมีส่วนร่วมในการพัฒนาทักษะที่จ าเป็น SOFT SKILLS ต่อการฝึก อาชีพของนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน โรงเรียนโสตศึกษาปานเลิศจังหวัดลพบุรี” ได้น าแนวคิดและ ทฤษฎีที่เกี่ยวข้องจากนักวิชาการถึงทักษะที่จ าเป็นต่อการประกอบอาชีพที่ส าคัญและทักษะที่เหมือนกัน สรุป ได้ 5 ทักษะ ดังนี้ 1) เห็นคุณค่าในตนเอง 2) ทักษะการสื่อสาร 3) เทคโนโลยีดิจิตอล 4) การท างานร่วมกับ ผู้อื่น และ 5) การคิดวิเคราะห์และการแก้ปัญหา มาพัฒนาคู่มือหลักสูตร SOFT SKILLS ของโรงเรียนโสต ศึกษาปานเลิศจังหวัดลพบุรีโดยได้จัดกิจกรรมทั้งหมด 17 กิจกรรม ดังนี้ (อ้างอิง:คู่มือกิจกรรม ภาคผนวก น. 91) ด้านการเห็นคุณค่าตนเอง กิจกรรมที่ 1 กิจกรรม ฉันมีของดี กิจกรรมที่ 2 กิจกรรม เปรียบฉันดั่ง ???? กิจกรรมที่ 3 กิจกรรม เพราะเราคู่กัน กิจกรรมที่ 4 กิจกรรม อาชีพที่ฉันอยากท า ด้านทักษะการสื่อสาร กิจกรรมที่ 5 กิจกรรม ต้นสายปลายทาง กิจกรรมที่ 6 กิจกรรม สื่อสารผ่าน TTRS กิจกรรมที่ 7 กิจกรรม การแสดงละคร ด้านเทคโนโลยีดิจิตอล กิจกรรมที่ 8 กิจกรรม 4 ส มหาสนุก ( สืบเสาะ สื่อ สรุป สร้างสรรค์ ) กิจกรรมที่ 9 กิจกรรม จริงหรือไม่ ใช่หรือมั่ว ? กิจกรรมที่ 10 กิจกรรม รู้ไหมจ๊ะ ด้านการท างานร่วมกับผู้อื่น กิจกรรมที่ 11 กิจกรรม เธอถูกสร้างมาเพื่อฉัน ฉันถูกสร้างมาเพื่อเธอ กิจกรรมที่ 12 กิจกรรม ถ้าฉันเป็นเขา กิจกรรมที่ 13 กิจกรรม สนามอารมณ์ ด้านการคิดวิเคราะห์และการแก้ปัญหา กิจกรรมที่ 14 กิจกรรม เป็นห่วงนะ กิจกรรมที่ 15 กิจกรรม ท าให้ยาวนะ กิจกรรมที่ 16 กิจกรรม สิ่งประดิษฐ์ของฉัน กิจกรรมที่ 17 กิจกรรม ผลิตภัณฑ์จากเศษวัสดุ


34 แบบประเมินผลงานด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอนยอดเยี่ยม (OBEC AWARDS) นายมหิสรณ์ เจริญผล ตัวชี้วัดที่ 4 ประสิทธิภาพของนวัตกรรม 4.1 กระบวนการหาประสิทธิภาพของนวัตกรรมถูกต้องตามหลักวิชา ในการด าเนินการพัฒนานวัตกรรม เรื่อง รูปแบบการบริหารแบบมีส่วนร่วมในการพัฒนาทักษะ ที่จ าเป็น ต่อการฝึกอาชีพของนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการได้ยินโรงเรียนโสตศึกษาปานเลิศจังหวัดลพบุรี ด าเนินการ 4 ขั้นตอน โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิ จ านวน 5 คน พิจารณาตรวจสอบความถูกต้อง ความเหมาะสม ความเป็นไปได้ ความเป็นประโยชน์ ดังนี้ 1. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ปฏิธรรม ส าเนียง อาจารย์มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราช วิทยาลัย วิทยาเขตนครสวรรค์ 2. รองศาสตราจารย์ ดร.วรกฤต เถื่อนช้าง อาจารย์มหาวิทยาลัยมหาจุฬา ลงกรณราช วิทยาลัย วิทยาเขตนครสวรรค์ 3. พระมหาอุดร อุตฺตโร ป.ธ.๙, ผศ.ดร. อาจารย์มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตนครสวรรค์ 4. ดร.สุจินต์ สว่างศรี ผู้ทรงคุณวุฒิส านักบริหารงานการศึกษาพิเศษ 5. ดร.นะรงษ์ ชาวเพ็ชร ผู้อ านวยการโรงเรียนโสตศึกษาจังหวัดปราจีนบุรี ขั้นตอนที่ 1 ศึกษาสภาพการบริหารแบบมีส่วนร่วมในการพัฒนาทักษะที่จ าเป็นต่อการฝึก อาชีพของนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการได้ยินโรงเรียนโสตศึกษาปานเลิศจังหวัดลพบุรี 1.1 การศึกษาเอกสาร แนวคิด ทฤษฎี และงานวิจัยเกี่ยวกับ 1) นโยบายการจัดการศึกษา 2) รูปแบบและการพัฒนารูปแบบ 3) แนวคิดการมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา 4) ทักษะที่จ าเป็นต่อการฝึก อาชีพและการพัฒนา ฯ และ 5) นักเรียนที่มีความบกพร่องทางการได้ยินโรงเรียนโสตศึกษาปานเลิศจังหวัด ลพบุรี 1.2 การสนทนากลุ่ม ผู้แทนผู้บริหาร ครูผู้สอนงานอาชีพ ผู้ปกครอง ชมรมคนหูหนวกจังหวัด ลพบุรี ศิษย์เก่าที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน และสถานประกอบการ จ านวน 11 คน เกี่ยวกับสภาพปัญหา แนวทาง การฝึกอาชีพของนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการได้ยินโรงเรียนโสตศึกษาปานเลิศจังหวัดลพบุรี โดยใช้วิธีเลือกแบบเฉพาะเจาะจง (Purposive Selection) เพื่อใช้ในการสนทนากลุ่ม (Focus Group) ประกอบด้วย 1) ตัวแทนผู้บริหารโรงเรียนโสตศึกษาปานเลิศจังหวัดลพบุรี จ านวน 1 คน คือ 1. นางธัญย์สุตา ศักดิ์นิธินนท์ ต าแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครูช านาญการพิเศษ 2) ตัวแทนครูผู้สอนกลุ่มสาระการงานอาชีพ ฯ โรงเรียนโสตศึกษาปานเลิศจังหวัดลพบุรี จ านวน 2 คน คือ 1. นางสาวสุภารัตน์ ผลมะม่วง ต าแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครูช านาญการ 2. นายสุเมธ ประวัติกล้า ต าแหน่ง ครู คศ.1 3) ตัวแทนชมรมคนหูหนวกจังหวัดลพบุรี (ที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน) จ านวน 2 คน คือ 1. นางพรศิริ ตันพัฒนา 2. นางสุกันยา ไทยเจริญ


35 แบบประเมินผลงานด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอนยอดเยี่ยม (OBEC AWARDS) นายมหิสรณ์ เจริญผล 4) ตัวแทนผู้ปกครองของนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการได้ยินโรงเรียนโสตศึกษา ปานเลิศจังหวัดลพบุรี จ านวน 2 คน คือ 1. นางสุพัตรา ธีระเวชวงษ์ 2. นางสาวมนฤดี ตาลน้อย 5) ตัวแทนศิษย์เก่าที่มีความบกพร่องทางการได้ยินโรงเรียนโสตศึกษาปานเลิศ จังหวัด ลพบุรี จ านวน 2 คน คือ 1. นางสาวเข็มทอง หรุ่มเลิศ 2. นายจิรวัฒน์ หนุนนาค 6) ตัวแทนเครือข่ายสถานประกอบการ จ านวน 2 คน คือ 1. นายอุดร ร่มไทร ร้านปานเลิศคาร์แคร์ 2. นายภรภัทร อินทชัย ร้านเสริมสวยก้ามปู 1.3 การสัมภาษณ์ผู้บริหารโรงเรียนเฉพาะความพิการต้นแบบการฝึกทักษะอาชีพ จ านวน 3 คน เกี่ยวกับการบริหารแบบมีส่วนร่วมในการพัฒนาทักษะที่จ าเป็นต่อการฝึกอาชีพของนักเรียนที่มีความ บกพร่องทางการได้ยิน 1) นายปกรณ์ อาจมิตรผู้อ านวยการโรงเรียนนครสวรรค์ปัญญานุกูล 2) นายสมชาย บ้านไร่ ผู้อ านวยการโรงเรียนโสตศึกษาจังหวัดนนทบุรี 3) นายพีรวัส นาคประสงค์ ผู้อ านวยการโรงเรียนโสตศึกษาจังหวัดตาก ขั้นตอนที่ 2 การสร้างและพัฒนารูปแบบการบริหารแบบมีส่วนร่วมในการพัฒนาทักษะที่ จ าเป็นต่อการฝึกอาชีพของนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการได้ยินโรงเรียนโสตศึกษาปานเลิศจังหวัดลพบุรี 2.1 ยกร่างรูปแบบการบริหารแบบมีส่วนร่วมในการพัฒนาทักษะที่จ าเป็นต่อการฝึกอาชีพ ของนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการได้ยินโรงเรียนโสตศึกษาปานเลิศจังหวัดลพบุรี โดยน าข้อมูลจากขั้นตอน ที่ 1 มายกร่าง 2.2 ตรวจสอบความถูกต้อง และความเป็นไปได้ของรูปแบบ ฯ โดยการสนทนากลุ่ม (Focus Group Discussion) โดยผู้เชี่ยวชาญ จ านวน 8 คน ดังนี้ 1) ผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารการศึกษาพิเศษ ซึ่งเป็นคณะกรรมการบริหารเครือข่าย โรงเรียนที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน จ านวน 1 คน คือ 2) ผู้เชี่ยวชาญด้านการสอนและให้การฝึกอบรมเกี่ยวกับทักษะที่จ าเป็น ซึ่งเป็นอาจารย์ ใน ระดับอุดมศึกษา จบการศึกษาระดับปริญญาเอก มีประสบการณ์ด้านการสอนอย่างน้อย 3 ปี จ านวน 2 คน คือ 1. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ปฏิธรรม ส าเนียง 2. รองศาสตราจารย์ ดร.วรกฤต เถื่อนช้าง 3) ผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารสถานศึกษาโรงเรียนที่เป็นต้นแบบการจัดกิจกรรมการฝึก อาชีพของนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน มีประสบการณ์ด้านการบริหารไม่น้อยกว่า 3 ปี หรือได้รับ วิทยฐานะเชี่ยวชาญ จ านวน 5 คน คือ 1. นายศักดา เรืองเดช ผู้อ านวยการโรงเรียนพิษณุโลกปัญญานุกูล


36 แบบประเมินผลงานด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอนยอดเยี่ยม (OBEC AWARDS) นายมหิสรณ์ เจริญผล 2. นายประจวบ ลังกาวงค์ ผู้อ านวยการโรงเรียนโสตศึกษาจังหวัดเพชรบูรณ์ 3. นายประเวศ ทั่งจันทร์แดง ผู้อ านวยการโรงเรียนลพบุรีปัญญานุกูล 4. นายปกรณ์ อาจมิตร ผู้อ านวยการโรงเรียนนครสวรรค์ปัญญานุกูล 5. นายพีรวัส นาคประสงค์ ผู้อ านวยการโรงเรียนโสตศึกษาจังหวัดตาก ขั้นตอนที่ 3 การทดลองใช้รูปแบบการบริหารแบบมีส่วนร่วมในการพัฒนาทักษะที่จ าเป็น ต่อการฝึกอาชีพของนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการได้ยินโรงเรียนโสตศึกษาปานเลิศจังหวัดลพบุรี 3.1 ทดลองใช้รูปแบบการบริหารแบบมีส่วนร่วม ในการพัฒนาทักษะที่จ าเป็นต่อการฝึก อาชีพฯ กับกลุ่มทดลองซึ่งเป็นนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการได้ยินของโรงเรียนนครสวรรค์ปัญญานุกูล จังหวัดนครสวรรค์ เพื่อทราบผลการใช้รูปแบบฯ และปรับปรุงแก้ไขข้อบกพร่อง 3.2 ทดลองใช้รูปแบบการบริหารแบบมีส่วนร่วม ในการพัฒนาทักษะที่จ าเป็นต่อการฝึก อาชีพฯกับกลุ่มตัวอย่างซึ่งเป็นนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการได้ยินโรงเรียนโสตศึกษาปานเลิศจังหวัดลพบุรี ขั้นตอนที่ 4 ประเมินและปรับปรุงรูปแบบการบริหารแบบมีส่วนร่วมในการพัฒนาทักษะ ที่จ าเป็นต่อการฝึกอาชีพของนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการได้ยินโรงเรียนโสตศึกษาปานเลิศจังหวัดลพบุรี ประเมินความเหมาะสมและความเป็นประโยชน์ของรูปแบบฯ โดยผู้บริหาร รองผู้อ านวยการ ฝ่ายวิชาการและครูผู้สอนงานอาชีพโรงเรียนเฉพาะความพิการทางการได้ยิน จ านวน 21 แห่ง ๆ ละ 3 คน รวม 63 คน เพื่อให้ได้รูปแบบการบริหารแบบมีส่วนร่วมในการพัฒนาทักษะที่จ าเป็นต่อการฝึกอาชีพของ นักเรียน ที่มีความบกพร่องทางการได้ยินโรงเรียนโสตศึกษาปานเลิศจังหวัดลพบุรีที่มีความเหมาะสมและความ เป็นประโยชน์ 1. โรงเรียนเศรษฐเสถียรในพระราชูปถัมภ์ 2. โรงเรียนโสตศึกษาจังหวัดกาญจนบุรี 3. โรงเรียนโสตศึกษาจังหวัดขอนแก่น 4. โรงเรียนโสตศึกษาจังหวัดชลบุรี 5. โรงเรียนโสตศึกษาจังหวัดชัยภูมิ 6. โรงเรียนโสตศึกษาจังหวัดตาก 7. โรงเรียนโสตศึกษาจังหวัดนครปฐม 8. โรงเรียนโสตศึกษาจังหวัดนครศรีธรรมราช 9. โรงเรียนโสตศึกษาจังหวัดนนทบุรี 10. โรงเรียนโสตศึกษาจังหวัดปราจีนบุรี 11. โรงเรียนโสตศึกษาจังหวัดพังงา 12. โรงเรียนโสตศึกษาจังหวัดเพรชบูรณ์ 13. โรงเรียนโสตศึกษาจังหวัดมุกดาหาร 14. โรงเรียนโสตศึกษาจังหวัดร้อยเอ็ด 15. โรงเรียนโสตศึกษาจังหวัดสงขลา


37 แบบประเมินผลงานด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอนยอดเยี่ยม (OBEC AWARDS) นายมหิสรณ์ เจริญผล 16. โรงเรียนโสตศึกษาจังหวัดสุรินทร์ 17. โรงเรียนโสตศึกษาจังหวัดอุดรธานี 18. โรงเรียนโสตศึกษาทุ่งมหาเมฆ 19. โรงเรียนโสตศึกษาเทพรัตน์ 20. โรงเรียนโสตศึกษาอนุสารสุนทร 21. โรงเรียนโสตศึกษาปานเลิศจังหวัดลพบุรี 4.2 นวัตกรรมมีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ที่ก าหนด นวัตกรรมเรื่อง “รูปแบบการบริหารแบบมีส่วนร่วมในการพัฒนาทักษะที่จ าเป็น SOFT SKILLS ต่อ การฝึกอาชีพของนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน โรงเรียนโสตศึกษาปานเลิศจังหวัดลพบุรี” มี ประสิทธิภาพดังนี้ 1. แบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้าง (Semi-Structured Interview) มีค่าดัชนีความสอดคล้อง เท่ากับ 0. 98 2. แบบสอบถามความคิดเห็นเกี่ยวกับความถูกต้องและความเป็นไปได้มีค่าดัชนีความ สอดคล้องเท่ากับ 0. 97 3. แบบสอบถามความคิดเห็นเกี่ยวกับการทดลองใช้รูปแบบการบริหารแบบมีส่วนร่วมในการ พัฒนาทักษะที่จ าเป็นต่อการฝึกอาชีพของนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการได้ยินโรงเรียนโสตศึกษาปานเลิศ จังหวัดลพบุรีด้านการบริหารแบบมีส่วนร่วม ค่าดัชนีความสอดคล้องเท่ากับ 0. 98 และได้ค่าความเชื่อมั่น เท่ากับ 0.97 4. แบบสอบถามความคิดเห็นเกี่ยวกับการทดลองใช้รูปแบบการบริหารแบบมีส่วนร่วมในการ พัฒนาทักษะที่จ าเป็นต่อการฝึกอาชีพของนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการได้ยินโรงเรียนโสตศึกษาปานเลิศ จังหวัดลพบุรี ด้านการพัฒนาทักษะที่จ าเป็นต่อการฝึกอาชีพ ค่าดัชนีความสอดคล้องเท่ากับ 0. 99 และได้ค่า ความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.98 5. แบบประเมินความคิดเห็นเกี่ยวกับความเหมาะสมและความเป็นประโยชน์ของรูปแบบการ บริหารแบบมีส่วนร่วมในการพัฒนาทักษะที่จ าเป็นต่อการฝึกอาชีพของนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน โรงเรียนโสตศึกษาปานเลิศจังหวัดลพบุรี ด้านการบริหารแบบมีส่วนร่วม มีค่าดัชนีความสอดคล้องเท่ากับ 0.99 และได้ค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.96 6. แบบประเมินความคิดเห็นเกี่ยวกับความเหมาะสมและความเป็นประโยชน์ของรูปแบบการ บริหารแบบมีส่วนร่วมในการพัฒนาทักษะที่จ าเป็นต่อการฝึกอาชีพของนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน โรงเรียนโสตศึกษาปานเลิศจังหวัดลพบุรี ด้านการพัฒนาทักษะ ที่จ าเป็นต่อการฝึกอาชีพ มีค่าดัชนีความ สอดคล้องเท่ากับ 0.99 และได้ค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.99 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลได้แก่ ความถี่ (Frequency) ร้อยละ (Percentage) ค่าเฉลี่ย () และ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.)


38 แบบประเมินผลงานด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอนยอดเยี่ยม (OBEC AWARDS) นายมหิสรณ์ เจริญผล 4.3 วิธีหาประสิทธิภาพของนวัตกรรมครอบคลุมในด้านเนื้อหา (Content validity) และ โครงสร้าง (Construct validity) นวัตกรรมเรื่อง “รูปแบบการบริหารแบบมีส่วนร่วมในการพัฒนาทักษะที่จ าเป็น SOFT SKILLS ต่อ การฝึกอาชีพของนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน โรงเรียนโสตศึกษาปานเลิศจังหวัดลพบุรี” มีวิธีหา ประสิทธิภาพของนวัตกรรม ดังนี้ ขั้นตอนที่ 1 ศึกษาสภาพการบริหารแบบมีส่วนร่วมในการพัฒนาทักษะที่จ าเป็นต่อการฝึกอาชีพของ นักเรียนที่มีความบกพร่องทางการได้ยินโรงเรียนโสตศึกษาปานเลิศจังหวัดลพบุรี 1. แบบสัมภาษณ์เกี่ยวกับสภาพการบริหารแบบมีส่วนร่วมในการพัฒนาทักษะที่จ าเป็นต่อการฝึก อาชีพ ของนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน โรงเรียนโสตศึกษาปานเลิศจังหวัดลพบุรี ตรวจสอบความ เที่ยงตรงเชิงเนื้อหา (Content Validity) ภาษาที่ใช้ และน ามาหาค่าดัชนีความสอดคล้อง ของแบบวิเคราะห์ เอกสาร (Index of Item Objective Congruence : IOC) (ไพโรจน์ พรหมมีเนตร, 2552, หน้า 98 – 100) โดยก าหนดคะแนน ดังนี้ + 1 เมื่อแน่ใจว่าข้อความนั้นเป็นสภาพการบริหารแบบมีส่วนร่วมในการพัฒนาทักษะที่ จ าเป็นต่อการฝึกอาชีพของนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน 0 เมื่อไม่แน่ใจว่าข้อความนั้นเป็นสภาพการบริหารแบบมีส่วนร่วมในการพัฒนาทักษะที่ จ าเป็นต่อการฝึกอาชีพของนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน - 1 เมื่อแน่ใจว่าข้อความนั้นไม่เป็นสภาพการบริหารแบบมีส่วนร่วมในการพัฒนาทักษะที่ จ าเป็นต่อการฝึกอาชีพของนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน การค านวณหาค่าดัชนีความสอดคล้องแทนค่าสูตร ดังนี้ IOC = ∑ R N เมื่อ R แทน ผลรวมคะแนนความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญ N แทน จ านวนผู้เชี่ยวชาญ 2. น าผลการพิจารณาจากผู้เชี่ยวชาญมาวิเคราะห์ความสอดคล้องเหมาะสม พบว่า มีค่าดัชนีความสอดคล้องเท่ากับ 0.80 - 1.00 น าข้อค าถามบางข้อไปปรับปรุงแก้ไขตามข้อเสนอแนะ ของผู้เชี่ยวชาญให้มีความชัดเจน และตรงประเด็น ซึ่งแบบสัมภาษณ์มีค่าดัชนีความสอดคล้องเท่ากับ 0. 98 3. จัดพิมพ์แบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้างฉบับสมบูรณ์ เพื่อน าไปเก็บรวบรวมข้อมูลต่อไป ขั้นตอนที่ 2 การสร้างและพัฒนารูปแบบการบริหารแบบมีส่วนร่วมในการพัฒนาทักษะ ที่จ าเป็น ต่อการฝึกอาชีพของนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการได้ยินโรงเรียนโสตศึกษาปานเลิศจังหวัดลพบุรี 1. ศึกษาเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการประเมินรูปแบบเพื่อก าหนดขอบข่ายการสร้าง แบบสอบถามความคิดเห็นเกี่ยวกับความถูกต้องและความเป็นไปได้ของรูปแบบการบริหารแบบมีส่วนร่วมใน การพัฒนาทักษะที่จ าเป็นต่อการฝึกอาชีพของนักเรียนที่มีความบกพร่อง ทางการได้ยินโรงเรียนโสตศึกษาปาน เลิศจังหวัดลพบุรี 2. ก าหนดรูปแบบของแบบสอบถามความคิดเห็นเป็นแบบมาตรประมาณค่า (Rating Scale) 5 ระดับ คะแนน 5 หมายถึง มีความถูกต้องและความเป็นไปได้อยู่ในระดับมากที่สุด คะแนน 4 หมายถึง มีความถูกต้องและความเป็นไปได้อยู่ในระดับมาก


39 แบบประเมินผลงานด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอนยอดเยี่ยม (OBEC AWARDS) นายมหิสรณ์ เจริญผล คะแนน 3 หมายถึง มีความถูกต้องและความเป็นไปได้อยู่ในระดับปานกลาง คะแนน 2 หมายถึง มีความถูกต้องและความเป็นไปอยู่ในระดับน้อย คะแนน 1 หมายถึง มีความถูกต้องและความเป็นไปได้อยู่ในระดับน้อยที่สุด 3. น าแบบประเมินที่สร้างขึ้นเสนอผู้ทรงคุณวุฒิด้านการพัฒนารูปแบบ ด้านบริหารการศึกษา ด้านการพัฒนาทักษะที่จ าเป็นด้านการประเมินผลและด้านการวิจัย จ านวน 5 ท่านเพื่อหาความตรงเชิงเนื้อหา (Content Validity) โดยพิจารณาตรวจสอบความถูกต้อง ด้านโครงสร้างเนื้อหา และภาษาด้วยวิธีการหาค่า ดัชนีความสอดคล้อง (Index of Item-Objective Congruence: IOC) ระหว่างข้อค าถามกับเนื้อหา เพื่อให้มี ความสมบูรณ์ และให้ผู้ตอบเข้าใจได้ง่าย สามารถวัดได้ตรงกับสิ่งที่ต้องการศึกษาแล้วน ามาปรับปรุงให้ เหมาะสมถูกต้อง รายชื่อผู้ทรงคุณวุฒิประกอบด้วย 1. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ปฏิธรรม ส าเนียง อาจารย์มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราช วิทยาลัย วิทยาเขตนครสวรรค์ 2. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วรกฤต เถื่อนช้าง อาจารย์มหาวิทยาลัยมหาจุฬา ลงกรณราช วิทยาลัย วิทยาเขตนครสวรรค์ 3. พระมหาอุดร อุตฺตโร ป.ธ.๙, ผศ.ดร. อาจารย์มหาวิทยามหาลัยจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตนครสวรรค์ 4. ดร.สุจินต์ สว่างศรี ผู้ทรงคุณวุฒิส านักบริหารงานการศึกษาพิเศษ 5. ดร.นะรงษ์ ชาวเพ็ชร ผู้อ านวยการโรงเรียนโสตศึกษาจังหวัดปราจีนบุรี โดยใช้เกณฑ์การประเมินของผู้ทรงคุณวุฒิดังนี้ + 1 หมายถึง แน่ใจว่าข้อค าถามมีความสอดคล้องกับเนื้อหา 0 หมายถึง ไม่แน่ใจว่าข้อค าถามมีความสอดคล้องกับเนื้อหา - 1 หมายถึง แน่ใจว่าข้อค าถามไม่มีความสอดคล้องกับเนื้อหา น าผลการประเมินจากผู้เชี่ยวชาญค านวณค่าดัชนีความสอดคล้อง และคัดเลือกข้อที่ประเมิน มีค่า IOC ตั้งแต่ 0.80 ขึ้นไป จัดท าเป็นแบบสอบถามฉบับสมบูรณ์ เพื่อน าไปเก็บข้อมูลซึ่งแบบสอบถามมีค่า ดัชนีความสอดคล้องเท่ากับ 0.97 4. จัดพิมพ์แบบประเมินฉบับสมบูรณ์ เพื่อน าไปเก็บรวบรวมข้อมูล โดยก าหนดใช้เกณฑ์ในการแปลความหมายการวิเคราะห์ข้อมูล ดังนี้ ค่าเฉลี่ย 4.51 - 5.00 หมายถึง มีความถูกต้องและความเป็นไปได้อยู่ในระดับมากที่สุด ค่าเฉลี่ย 3.51 - 4.50 หมายถึง ความถูกต้องและความเป็นไปได้อยู่ในระดับมาก ค่าเฉลี่ย 2.51 - 3.50 หมายถึง ความถูกต้องและความเป็นไปได้อยู่ในระดับปานกลาง ค่าเฉลี่ย 1.51 - 2.50 หมายถึง ความถูกต้องและความเป็นไปได้อยู่ในระดับน้อย ค่าเฉลี่ย 1.00 - 1.50 หมายถึง ความถูกต้องและความเป็นไปได้อยู่ในระดับน้อยที่สุด 5. จัดพิมพ์แบบประเมินฉบับสมบูรณ์ เพื่อน าไปเก็บรวบรวมข้อมูล โดยก าหนดใช้เกณฑ์ในการแปลความหมายการวิเคราะห์ข้อมูล ดังนี้ ค่าเฉลี่ย 4.51 - 5.00 หมายถึง มีความถูกต้องและความเป็นไปได้อยู่ในระดับมากที่สุด ค่าเฉลี่ย 3.51 - 4.50 หมายถึง มีความถูกต้องและความเป็นไปได้อยู่ในระดับมาก


40 แบบประเมินผลงานด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอนยอดเยี่ยม (OBEC AWARDS) นายมหิสรณ์ เจริญผล ค่าเฉลี่ย 2.51 - 3.50 หมายถึง มีความถูกต้องและความเป็นไปได้อยู่ในระดับปานกลาง ค่าเฉลี่ย 1.51 - 2.50 หมายถึง มีความถูกต้องและความเป็นไปได้อยู่ในระดับน้อย ค่าเฉลี่ย 1.00 - 1.50 หมายถึง มีความถูกต้องและความเป็นไปได้อยู่ในระดับน้อยที่สุด ขั้นตอนที่ 3 การทดลองใช้รูปแบบการบริหารแบบมีส่วนร่วมในการพัฒนาทักษะที่จ าเป็น ต่อการฝึกอาชีพของนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการได้ยินโรงเรียนโสตศึกษาปานเลิศจังหวัดลพบุรี 1. ศึกษาเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการประเมินผลการทดลองใช้รูปแบบเพื่อก าหนด ขอบข่ายการสร้างแบบสอบถามความคิดเห็นเกี่ยวกับการทดลองใช้รูปแบบการบริหารแบบมีส่วนร่วมในการ พัฒนาทักษะที่จ าเป็นต่อการฝึกอาชีพของนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการได้ยินโรงเรียนโสตศึกษาปานเลิศ จังหวัดลพบุรี ดังนี้ ฉบับที่ 1 แบบสอบถามความคิดเห็นเกี่ยวกับการทดลองใช้รูปแบบการบริหารแบบมีส่วน ร่วมในการพัฒนาทักษะที่จ าเป็นต่อการฝึกอาชีพของนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการได้ยินโรงเรียนโสต ศึกษาปานเลิศจังหวัดลพบุรี ด้านการบริหารแบบมีส่วนร่วม ฉบับที่ 2 แบบสอบถามความคิดเห็นเกี่ยวกับการทดลองใช้รูปแบบการบริหารแบบมีส่วน ร่วมในการพัฒนาทักษะที่จ าเป็นต่อการฝึกอาชีพของนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการได้ยินโรงเรียนโสต ศึกษาปานเลิศจังหวัดลพบุรี ด้านการพัฒนาทักษะที่จ าเป็นต่อการฝึกอาชีพ 2. ก าหนดรูปแบบของแบบสอบถามความคิดเห็นเป็นแบบมาตรประมาณค่า (Rating scale) 5 ระดับ คะแนน 5 หมายถึง มีผลการด าเนินงานอยู่ในระดับมากที่สุด คะแนน 4 หมายถึง มีผลการด าเนินงานอยู่ในระดับมาก คะแนน 3 หมายถึง มีผลการด าเนินงานอยู่ในระดับปานกลาง คะแนน 2 หมายถึง มีผลการด าเนินงานอยู่ในระดับน้อย คะแนน 1 หมายถึง มีผลการด าเนินงานอยู่ในระดับน้อยที่สุด 3. น าแบบประเมินที่สร้างขึ้นเสนอผู้ทรงคุณวุฒิด้านการพัฒนารูปแบบด้านบริหารการศึกษา ด้านการ พัฒนาทักษะที่จ าเป็นด้านการประเมินผล และด้านการวิจัยจ านวน 5 ท่าน เพื่อหาความตรงเชิงเนื้อหา (Content Validity) โดยพิจารณาตรวจสอบความถูกต้อง ด้านโครงสร้างเนื้อหาและภาษาด้วยวิธีการหาค่า ดัชนีความสอดคล้อง (Index of Item-Objective Congruence: IOC) ระหว่างข้อค าถามกับเนื้อหา เพื่อให้มี ความสมบูรณ์และให้ผู้ตอบเข้าใจได้ง่าย สามารถวัดได้ตรงกับสิ่งที่ต้องการศึกษาแล้วน ามาปรับปรุงให้เหมาะสม ถูกต้อง รายชื่อผู้ทรงคุณวุฒิ ประกอบด้วย 1. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ปฏิธรรม ส าเนียง อาจารย์มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราช วิทยาลัย วิทยาเขตนครสวรรค์ 2. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วรกฤต เถื่อนช้าง อาจารย์มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราช วิทยาลัย วิทยาเขตนครสวรรค์ 3. พระมหาอุดร อุตฺตโร ป.ธ.๙, ผศ.ดร. อาจารย์มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตนครสวรรค์ 4. ดร.สุจินต์ สว่างศรี ผู้ทรงคุณวุฒิส านักบริหารงานการศึกษาพิเศษ 5. ดร.นะรงษ์ ชาวเพ็ชร ผู้อ านวยการโรงเรียนโสตศึกษาจังหวัดปราจีนบุรี


41 แบบประเมินผลงานด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอนยอดเยี่ยม (OBEC AWARDS) นายมหิสรณ์ เจริญผล โดยใช้เกณฑ์การประเมินของผู้ทรงคุณวุฒิ ดังนี้ + 1 หมายถึง แน่ใจว่าข้อค าถามมีความสอดคล้องกับเนื้อหา 0 หมายถึง ไม่แน่ใจว่าข้อค าถามมีความสอดคล้องกับเนื้อหา - 1 หมายถึง แน่ใจว่าข้อค าถามไม่มีความสอดคล้องกับเนื้อหา น าผลการประเมินจากผู้ทรงคุณวุฒิค านวณค่าดัชนีความสอดคล้องและคัดเลือกข้อที่ ประเมินมีค่า IOC ตั้งแต่ 0.80 ขึ้นไป จัดท าเป็นแบบประเมินฉบับสมบูรณ์เพื่อน าไปเก็บข้อมูล ซึ่ง แบบสอบถามทั้ง 2 ฉบับ มีค่าดัชนีความสอดคล้อง ดังนี้ ฉบับที่ 1 แบบสอบถามความคิดเห็นเกี่ยวกับการทดลองใช้รูปแบบการบริหาร แบบมีส่วนร่วมในการพัฒนาทักษะที่จ าเป็นต่อการฝึกอาชีพของนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน โรงเรียนโสตศึกษาปานเลิศจังหวัดลพบุรี ด้านการบริหารแบบมีส่วนร่วมมีค่าดัชนีความสอดคล้อง เท่ากับ 0.98 ฉบับที่ 2 แบบสอบถามความคิดเห็นเกี่ยวกับการทดลองใช้รูปแบบ การบริหารแบบมีส่วนร่วมในการพัฒนาทักษะที่จ าเป็นต่อการฝึกอาชีพของนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการ ได้ยิน โรงเรียนโสตศึกษาปานเลิศจังหวัดลพบุรี ด้านการพัฒนาทักษะที่จ าเป็นต่อการฝึกอาชีพมีค่าดัชนีความ สอดคล้องเท่ากับ 0.99 4. หาความเชื่อมั่นของแบบสอบถามความคิดเห็นทั้ง 2 ฉบับ เกี่ยวกับผลการทดลอง ใช้รูปแบบการ บริหารแบบมีส่วนร่วมในการพัฒนาทักษะที่จ าเป็นต่อการฝึกอาชีพของนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน โรงเรียนโสตศึกษาปานเลิศจังหวัดลพบุรี โดยน าแบบสอบถามไปทดลองใช้ (Try-out) กับโรงเรียนนครสวรรค์ ปัญญานุกูล จังหวัดนครสวรรค์ จ านวน 30 คน แล้วน ามาวิเคราะห์หาค่าสัมประสิทธิ์อัลฟา (Alpha Coefficient) ตามวิธีการของครอนบาค (Cronbach) ดังนี้ ฉบับที่ 1 แบบสอบถามความคิดเห็นเกี่ยวกับการทดลองใช้รูปแบบการบริหาร แบบมีส่วน ร่วมในการพัฒนาทักษะที่จ าเป็นต่อการฝึกอาชีพของนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน โรงเรียนโสต ศึกษาปานเลิศจังหวัดลพบุรี ด้านการบริหารแบบมีส่วนร่วม ได้ค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.97 ฉบับที่ 2 แบบสอบถามความคิดเห็นเกี่ยวกับการทดลองใช้รูปแบบการบริหาร แบบมีส่วน ร่วมในการพัฒนาทักษะที่จ าเป็นต่อการฝึกอาชีพของนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน โรงเรียนโสต ศึกษาปานเลิศจังหวัดลพบุรี ด้านการพัฒนาทักษะที่จ าเป็นต่อการฝึกอาชีพ ได้ค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.98 5. จัดพิมพ์แบบสอบถามฉบับสมบูรณ์ เพื่อน าไปเก็บรวบรวมข้อมูล โดยก าหนดใช้เกณฑ์ในการแปลความหมายการวิเคราะห์ข้อมูล ดังนี้ ค่าเฉลี่ย 4.51 - 5.00 หมายถึง ผลการด าเนินงานอยู่ในระดับมากที่สุด ค่าเฉลี่ย 3.51 - 4.50 หมายถึง ผลการด าเนินงานอยู่ในระดับมาก ค่าเฉลี่ย 2.51 - 3.50 หมายถึง ผลการด าเนินงานอยู่ในระดับปานกลาง ค่าเฉลี่ย 1.51 - 2.50 หมายถึง ผลการด าเนินงานอยู่ในระดับน้อย ค่าเฉลี่ย 1.00 - 1.50 หมายถึง ผลการด าเนินงานอยู่ในระดับน้อยที่สุด ขั้นตอนที่ 4 ประเมินและปรับปรุงรูปแบบการบริหารแบบมีส่วนร่วมในการพัฒนาทักษะที่จ าเป็นต่อ การฝึกอาชีพของนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการได้ยินโรงเรียนโสตศึกษาปานเลิศจังหวัดลพบุรี


42 แบบประเมินผลงานด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอนยอดเยี่ยม (OBEC AWARDS) นายมหิสรณ์ เจริญผล 1. ศึกษาเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการประเมินรูปแบบ เพื่อก าหนดขอบข่ายการสร้าง แบบสอบถามความคิดเห็นเกี่ยวกับความเหมาะสม และความเป็นประโยชน์ของรูปแบบการบริหารแบบมีส่วน ร่วมในการพัฒนาทักษะที่จ าเป็นต่อการฝึกอาชีพของนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการได้ยินโรงเรียนโสต ศึกษาปานเลิศจังหวัดลพบุรี ดังนี้ ฉบับที่ 1 แบบประเมินความคิดเห็นเกี่ยวกับความเหมาะสมและความเป็นประโยชน์ของ รูปแบบการบริหารแบบมีส่วนร่วมในการพัฒนาทักษะที่จ าเป็นต่อการฝึกอาชีพของนักเรียนที่มีความบกพร่อง ทางการได้ยินโรงเรียนโสตศึกษาปานเลิศจังหวัดลพบุรี ด้านการบริหารแบบมีส่วนร่วม ฉบับที่ 2 แบบประเมินความคิดเห็นเกี่ยวกับความเหมาะสมและความเป็นประโยชน์ของ รูปแบบการบริหารแบบมีส่วนร่วมในการพัฒนาทักษะที่จ าเป็นต่อการฝึกอาชีพของนักเรียนที่มีความบกพร่อง ทางการได้ยินโรงเรียนโสตศึกษาปานเลิศจังหวัดลพบุรี ด้านการพัฒนาทักษะที่จ าเป็นต่อการฝึกอาชีพ 2. ก าหนดรูปแบบของแบบสอบถามความคิดเห็นเป็นแบบมาตรประมาณค่า (Rating Scale) 5 ระดับ คะแนน 5 หมายถึง มีความเหมาะสมและความเป็นประโยชน์อยู่ในระดับมากที่สุด คะแนน 4 หมายถึง มีความเหมาะสมและความเป็นประโยชน์อยู่ในระดับมาก คะแนน 3 หมายถึง มีความเหมาะสมและความเป็นประโยชน์อยู่ในระดับปานกลาง คะแนน 2 หมายถึง มีผลการด าเนินงานอยู่ในระดับน้อย คะแนน 1 หมายถึง มีผลการด าเนินงานอยู่ในระดับน้อยที่สุด 3. น าแบบประเมินที่สร้างขึ้นเสนอผู้ทรงคุณวุฒิด้านการพัฒนารูปแบบ ด้านบริหารการศึกษา ด้าน การพัฒนาทักษะที่จ าเป็นด้านการประเมินผลและด้านการวิจัย จ านวน 5 ท่าน เพื่อหาความตรงเชิงเนื้อหา (Content Validity) โดยพิจารณาตรวจสอบความถูกต้อง ด้านโครงสร้างเนื้อหาและภาษาด้วยวิธีการหาค่า ดัชนีความสอดคล้อง (Index of Item-Objective Congruence: IOC) ระหว่างข้อค าถามกับเนื้อหา เพื่อให้มี ความสมบูรณ์และให้ผู้ตอบเข้าใจได้ง่าย สามารถวัดได้ตรงกับสิ่งที่ต้องการศึกษาแล้วน ามาปรับปรุงให้เหมาะสม ถูกต้อง รายชื่อผู้ทรงคุณวุฒิประกอบด้วย 1. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ปฏิธรรม ส าเนียง อาจารย์มหาวิทยาลัยมหาจุฬา ลงกรณราช วิทยาลัย วิทยาเขตนครสวรรค์ 2. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วรกฤต เถื่อนช้าง อาจารย์มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราช วิทยาลัย วิทยาเขตนครสวรรค์ 3. พระมหาอุดร อุตฺตโร ป.ธ.๙, ผศ.ดร. อาจารย์มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตนครสวรรค์ 4. ดร.สุจินต์ สว่างศรี ผู้ทรงคุณวุฒิส านักบริหารงานการศึกษาพิเศษ 5. ดร.นะรงษ์ ชาวเพ็ชร ผู้อ านวยการโรงเรียนโสตศึกษาจังหวัดปราจีนบุรี โดยใช้เกณฑ์การประเมินของผู้ทรงคุณวุฒิดังนี้ + 1 หมายถึง แน่ใจว่าข้อค าถามมีความสอดคล้องกับเนื้อหา 0 หมายถึง ไม่แน่ใจว่าข้อค าถามมีความสอดคล้องกับเนื้อหา - 1 หมายถึง แน่ใจว่าข้อค าถามไม่มีความสอดคล้องกับเนื้อหา


43 แบบประเมินผลงานด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอนยอดเยี่ยม (OBEC AWARDS) นายมหิสรณ์ เจริญผล น าผลการประเมินจากผู้เชี่ยวชาญค านวณค่าดัชนีความสอดคล้อง และคัดเลือกข้อที่ประเมิน มีค่า IOC ตั้งแต่ 0.80 ขึ้นไป จัดท าเป็นแบบประเมินฉบับสมบูรณ์ เพื่อน าไปเก็บข้อมูลซึ่งแบบสอบถามทั้ง 2 ฉบับ มีค่าดัชนีความสอดคล้อง ดังนี้ ฉบับที่ 1 แบบประเมินความคิดเห็นเกี่ยวกับความเหมาะสมและความเป็นประโยชน์ ของรูปแบบการบริหารแบบมีส่วนร่วมในการพัฒนาทักษะที่จ าเป็นต่อการฝึกอาชีพของนักเรียนที่มีความ บกพร่องทางการได้ยินโรงเรียนโสตศึกษาปานเลิศจังหวัดลพบุรี ด้านการบริหารแบบมีส่วนร่วมมีค่าดัชนีความ สอดคล้องเท่ากับ 0.99 ฉบับที่ 2 แบบประเมินความคิดเห็นเกี่ยวกับความเหมาะสมและความเป็นประโยชน์ ของรูปแบบการบริหารแบบมีส่วนร่วมในการพัฒนาทักษะที่จ าเป็นต่อการฝึกอาชีพของนักเรียนที่มีความ บกพร่องทางการได้ยินโรงเรียนโสตศึกษาปานเลิศจังหวัดลพบุรี ด้านการพัฒนาทักษะที่จ าเป็นต่อการฝึกอาชีพ มีค่าดัชนีความสอดคล้องเท่ากับ 0.99 4. หาความเชื่อมั่นของแบบสอบถามความคิดเห็นทั้ง 2 ฉบับ เกี่ยวกับผลการทดลองใช้รูปแบบการ บริหารแบบมีส่วนร่วมในการพัฒนาทักษะที่จ าเป็นต่อการฝึกอาชีพของนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน โรงเรียนโสตศึกษาปานเลิศจังหวัดลพบุรี โดยน าแบบสอบถามไปทดลองใช้ (Try-Out) กับโรงเรียนเนครสวรรค์ ปัญญานุกูล จังหวัดนครสวรรค์ จ านวน 30 คน แล้วน ามาวิเคราะห์หาค่าสัมประสิทธิ์อัลฟา (Alpha Coefficient) ตามวิธีการของครอนบาค (Cronbach) ดังนี้ ฉบับที่ 1 แบบประเมินความคิดเห็นเกี่ยวกับความเหมาะสมและความเป็นประโยชน์ของ รูปแบบการบริหารแบบมีส่วนร่วมในการพัฒนาทักษะที่จ าเป็นต่อการฝึกอาชีพของนักเรียนที่มีความบกพร่อง ทางการได้ยินโรงเรียนโสตศึกษาปานเลิศจังหวัดลพบุรี ด้านการบริหารแบบมีส่วนร่วม ได้ค่าความเชื่อมั่น เท่ากับ 0.96 ฉบับที่ 2 แบบประเมินความคิดเห็นเกี่ยวกับความเหมาะสมและความเป็นประโยชน์ของ รูปแบบการบริหารแบบมีส่วนร่วมในการพัฒนาทักษะที่จ าเป็นต่อการฝึกอาชีพของนักเรียนที่มีความบกพร่อง ทางการได้ยินโรงเรียนโสตศึกษาปานเลิศจังหวัดลพบุรี ด้านการพัฒนาทักษะที่จ าเป็นต่อการฝึกอาชีพ ได้ค่า ความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.99 5. จัดพิมพ์แบบประเมินฉบับสมบูรณ์ เพื่อน าไปเก็บรวบรวมข้อมูล โดยก าหนดใช้เกณฑ์ในการแปลความหมายการวิเคราะห์ข้อมูล ดังนี้ ค่าเฉลี่ย 4.51 - 5.00 หมายถึง มีความเหมาะสมและความเป็นประโยชน์อยู่ในระดับมากที่สุด ค่าเฉลี่ย 3.51 - 4.50 หมายถึง ความเหมาะสมและความเป็นประโยชน์อยู่ในระดับมาก ค่าเฉลี่ย 2.51 - 3.50 หมายถึง ความเหมาะสมและความเป็นประโยชน์อยู่ในระดับปานกลาง ค่าเฉลี่ย 1.51 - 2.50 หมายถึง ความเหมาะสมและความเป็นประโยชน์อยู่ในระดับน้อย ค่าเฉลี่ย 1.00 - 1.50 หมายถึง ความเหมาะสมและความเป็นประโยชน์อยู่ในระดับน้อยที่สุด


44 แบบประเมินผลงานด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอนยอดเยี่ยม (OBEC AWARDS) นายมหิสรณ์ เจริญผล องค์ประกอบที่ 2 คุณประโยชน์ ตัวชี้วัดที่ 1 ความสามารถในการแก้ไขปัญหาหรือพัฒนา 1.1 สอดคล้องตามวัตถุประสงค์และเป้าหมายที่ระบุได้ครบถ้วน ข้าพเจ้าได้ด าเนินการสร้างรูปแบบการบริหารแบบมีส่วนร่วมในการพัฒนาทักษะที่จ าเป็นต่อการฝึก อาชีพของนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการได้ยินโรงเรียนโสตศึกษาปานเลิศจังหวัดลพบุรีขึ้น โดยมี วัตถุประสงค์ดังนี้ 1. เพื่อศึกษาสภาพการบริหารแบบมีส่วนร่วมในการพัฒนาทักษะที่จ าเป็นต่อการฝึกอาชีพ ของนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการได้ยินโรงเรียนโสตศึกษาปานเลิศจังหวัดลพบุรี 2. เพื่อสร้างและพัฒนารูปแบบการบริหารแบบมีส่วนร่วมในการพัฒนาทักษะที่จ าเป็น ต่อการฝึกอาชีพของนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการได้ยินโรงเรียนโสตศึกษาปานเลิศจังหวัดลพบุรี 3. เพื่อทดลองใช้รูปแบบการบริหารแบบมีส่วนร่วมในการพัฒนาทักษะที่จ าเป็นต่อการฝึก อาชีพของนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการได้ยินโรงเรียนโสตศึกษาปานเลิศจังหวัดลพบุรี 4. เพื่อประเมินและปรับปรุงรูปแบบการบริหารแบบมีส่วนร่วมในการพัฒนาทักษะที่จ าเป็น ต่อการฝึกอาชีพของนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการได้ยินโรงเรียนโสตศึกษาปานเลิศจังหวัดลพบุรี ผลการวิจัยพบว่า ผลการทดลองใช้รูปแบบการพัฒนาทักษะที่จ าเป็นต่อการฝึกอาชีพของนักเรียนที่มีความบกพร่อง ทางการได้ยิน โดยการบริหารแบบมีส่วนร่วมของโรงเรียนโสตศึกษาปานเลิศจังหวัดลพบุรี 1. ผลการทดลองใช้รูปแบบการบริหารแบบมีส่วนร่วมในการพัฒนาทักษะที่จ าเป็นต่อการฝึก อาชีพของนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการได้ยินโรงเรียนโสตศึกษาปานเลิศจังหวัดลพบุรี ด้านการบริหาร แบบมีส่วนร่วม ผู้ให้ข้อมูล จ านวน 50 คน ในภาพรวมมีความเหมาะสมอยู่ในระดับมากที่สุด เมื่อพิจารณาแต่ ละด้าน พบว่า ด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุดได้แก่ ด้านการมีส่วนร่วมในผลประโยชน์ รองลงมา ด้านการมีส่วนร่วมใน การติดตามประเมินผล การปรับปรุง และพัฒนาด้านการมีส่วนร่วมในการด าเนินการ ด้านการมีส่วนร่วมค้นหา ปัญหาและสาเหตุของปัญหา และด้านการมีส่วนร่วมตัดสินใจ ตามล าดับ 2. ผลการทดลองใช้รูปแบบการบริหารแบบมีส่วนร่วมในการพัฒนาทักษะที่จ าเป็นต่อการฝึก อาชีพของนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการได้ยินโรงเรียนโสตศึกษาปานเลิศจังหวัดลพบุรี ด้านกิจกรรม พัฒนาทักษะที่จ าเป็นต่อการฝึกอาชีพ ผู้ให้ข้อมูล จ านวน 78 คน พบว่า ผลหลังการทดลองใช้ ในภาพรวมมี ความเหมาะสมอยู่ในระดับมากเมื่อพิจารณาแต่ละด้าน พบว่า ด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุดได้แก่ ด้านการท างาน ร่วมกับผู้อื่น รองลงมาด้านการเห็นคุณค่าตนเอง ด้านเทคโนโลยีดิจิทัล ด้านการคิดวิเคราะห์และการแก้ปัญหา ตามล าดับ ผลการประเมินและปรับปรุงรูปแบบการบริหารแบบมีส่วนร่วมในการพัฒนาทักษะที่จ าเป็นต่อการฝึก อาชีพของนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการได้ยินโรงเรียนโสตศึกษาปานเลิศจังหวัดลพบุรี 1. ผลการประเมินและปรับปรุงรูปแบบการบริหารแบบมีส่วนร่วมในการพัฒนาทักษะ ที่จ าเป็นต่อการฝึกอาชีพของนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการได้ยินโรงเรียนโสตศึกษาปานเลิศจังหวัดลพบุรี ด้านการบริหารแบบมีส่วนร่วม ผู้ให้ข้อมูล จ านวน 63 คน ในภาพรวมมีระดับความเหมาะสม และความเป็น ประโยชน์ ในระดับมากที่สุด ดังนี้


45 แบบประเมินผลงานด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอนยอดเยี่ยม (OBEC AWARDS) นายมหิสรณ์ เจริญผล ระดับความเหมาะสมสูงสุด ได้แก่ ด้านการมีส่วนร่วมในผลประโยชน์ รองลงมา ด้านการมีส่วนร่วมใน การติดตามประเมินผล ด้านการมีส่วนร่วมตัดสินใจ ด้านการมีส่วนร่วมค้นหาปัญหา และสาเหตุของปัญหา และด้านการมีส่วนร่วมในการด าเนินการ ตามล าดับ ระดับความเป็นประโยชน์สูงสุด ได้แก่ ด้านการมีส่วนร่วมในผลประโยชน์ รองลงมา ด้านการมีส่วน ร่วมตัดสินใจ ด้านการมีส่วนร่วมในการติดตามประเมินผล ด้านการมีส่วนร่วม ในการด าเนินการ และด้านการมี ส่วนร่วมค้นหาปัญหาและสาเหตุของปัญหา ตามล าดับ 2. ผลการประเมินและปรับปรุงรูปแบบการบริหารแบบมีส่วนร่วมในการพัฒนาทักษะ ที่จ าเป็นต่อการฝึกอาชีพของนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการได้ยินโรงเรียนโสตศึกษาปานเลิศจังหวัดลพบุรี ด้านกิจกรรมพัฒนาทักษะที่จ าเป็นต่อการฝึกอาชีพ ผู้ให้ข้อมูล จ านวน 63 คน ในภาพรวมมีระดับความ เหมาะสม และความเป็นประโยชน์ในระดับมากที่สุด ดังนี้ ระดับความเหมาะสม ด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด ได้แก่ ด้านการเห็นคุณค่าตนเอง รองลงมา การด้านท างาน ร่วมกับผู้อื่น ด้านเทคโนโลยีดิจิทัล ด้านการคิดวิเคราะห์และการแก้ปัญหา และด้านทักษะการสื่อสาร ตามล าดับ ระดับความเป็นประโยชน์ด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด ได้แก่ ทักษะการสื่อสาร เทคโนโลยีดิจิทัล การคิด วิเคราะห์และการแก้ปัญหา รองลงมา การเห็นคุณค่าตนเอง และการท างานร่วมกับผู้อื่นตามล าดับ 1.2 แก้ปัญหาหรือพัฒนาได้ตรงตามกลุ่มเป้าหมาย รูปแบบการบริหารแบบมีส่วนร่วมในการพัฒนาทักษะที่จ าเป็นต่อการฝึกอาชีพของนักเรียนที่ มีความบกพร่องทางการได้ยินโรงเรียนโสตศึกษาปานเลิศจังหวัดลพบุรีนี้ “กิจกรรมทักษะที่จ าเป็นต่อการฝึก อาชีพของนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน โรงเรียนโสตศึกษาปานเลิศจังหวัดลพบุ รี” จากแบบสอบถามความคิดเห็นเกี่ยวกับผลการทดลองใช้รูปแบบการบริหารแบบมีส่วนร่วมในการพัฒนาทักษะ ที่จ าเป็นต่อการฝึกอาชีพของนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการได้ยินโรงเรียนโสตศึกษาปานเลิศจังหวัดลพบุรี ตามความคิดเห็นของข้าราชการครู พนักงานราชการ และสถานประกอบการ ผลกิจกรรม 5 ด้าน 1. ด้านการ เห็นคุณค่าตนเอง 2. ด้านทักษะการสื่อสาร 3. ด้านเทคโนโลยีดิจิตอล 4. ด้านการท างานร่วมกับผู้อื่น 5. ด้านการคิดวิเคราะห์ และการแก้ปัญหา ผลก่อนการทดลองใช้รูปแบบการบริหารแบบมีส่วนร่วมฯ ใน ภาพรวมมีความเหมาะสมอยู่ในระดับปานกลาง ( = 2.54, S.D.= 0.39) ผลหลังการทดลองใช้รูปแบบการ บริหารแบบมีส่วนร่วมฯ ในภาพรวม มีความเหมาะสมอยู่ในระดับมาก ( = 4.47, S.D.= 0.47) แสดงให้เห็น ว่าหลังจากที่นักเรียนได้เข้าร่วมกิจกรรมทักษะที่จ าเป็นต่อการฝึกอาชีพฯ นักเรียนเกิดการเปลี่ยนแปลงในทางที่ ดีขึ้น (อ้างอิงถึงใน สุวรรณทนา ชื่นอยู่, 2563, หน้า 230-240) และจากการสัมภาษณ์สถานประกอบการที่ นักเรียนเข้าไปฝึกอาชีพสถานประกอบการเกิดความพึงพอใจในการตัวนักเรียนเป็นอย่างมากซึ่งเป็นผลท าให้ สถานประกอบการ เกิดการยอมรับนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการได้ยินจากโรงเรียนมากยิ่งขึ้น ท าให้ นักเรียนที่จบไปแล้ว มีสถานประกอบการรับนักเรียนเข้าท างานต่อในสถานประกอบการ เช่น KFC YAYOI ท าให้นักเรียนสามารถน าไปประกอบอาชีพ สร้างรายได้ให้กับครอบครัวได้ รวมถึงนักเรียนที่เรียนต่อ มหาวิทยาลัย นักเรียนสามารถน าทักษะด้านต่าง ๆ ไปแก้ปัญหาในการใช้ชีวิตโลกภายในได้เทียบเท่ากับ นักเรียนปกติ


46 แบบประเมินผลงานด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอนยอดเยี่ยม (OBEC AWARDS) นายมหิสรณ์ เจริญผล 1.3 น าไปประยุกต์ใช้ในสภาพบริบทที่มีลักษณะใกล้เคียงกัน ข้าพเจ้าได้เผยแพร่นวัตกรรม “รูปแบบการพัฒนาทักษะที่จ าเป็นต่อการฝึกอาชีพของนักเรียนที่มี ความบกพร่องทางการได้ยิน โดยการบริหารแบบมีส่วนร่วมของโรงเรียนโสตศึกษาปานเลิศจังหวัดลพบุรี” ให้กับโรงเรียนเฉพาะความพิการบกพร่องทางการได้ยิน สังกัดส านักบริหารงานการศึกษาพิเศษ ดังนี้ โรงเรียนเศรษฐเสถียร ในพระราชูปถัมภ์ กรุงเทพฯ โรงเรียนโสตศึกษาทุ่งมหาเมฆ กรุงเทพฯ โรงเรียนโสตศึกษาเทพรัตน์ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โรงเรียนโสตศึกษาอนุสารสุนทร จังหวัดเชียงใหม่ โรงเรียนโสตศึกษาจังหวัดกาญจนบุรี โรงเรียนโสตศึกษาจังหวัดชลบุรี จังหวัดชลบุรี โรงเรียนโสตศึกษาจังหวัดชัยภูมิ จังหวัดชัยภูมิ โรงเรียนโสตศึกษาจังหวัดตาก จังหวัดตาก โรงเรียนโสตศึกษาจังหวัดนครปฐม จังหวัดนครปฐม โรงเรียนโสตศึกษาจังหวัดนครศรีธรรมราช จังหวัดนครศรีธรรมราช โรงเรียนโสตศึกษาจังหวัดนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี โรงเรียนโสตศึกษาจังหวัดปราจีนบุรี จังหวัดปราจีนบุรี โรงเรียนโสตศึกษาจังหวัดพังงา จังหวัดพังงา โรงเรียนโสตศึกษาจังหวัดเพชรบูรณ์ จังหวัดเพชรบูรณ์ โรงเรียนโสตศึกษาจังหวัดมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร โรงเรียนโสตศึกษาจังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด โรงเรียนโสตศึกษาจังหวัดสงขลา จังหวัดสงขลา โรงเรียนโสตศึกษาจังหวัดสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ โรงเรียนโสตศึกษาจังหวัดอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี หนังสือขอความอนุเคราะห์เผยแพร่ผลงานทางวชิาการ


Click to View FlipBook Version