การแข่งขนั ทักษะมวยไทย
๑. คณุ สมบัติผู้เข้าแขง่ ขนั
๑.๑ นกั เรียนชน้ั ประถมศึกษา รุน่ อายุ ๑๒ ปี (ไม่เกิดก่อน พ.ศ.๒๕๔๙)
๑.๒ นักเรยี นชนั้ มัธยมศกึ ษาตอนต้น รนุ่ อายุ ๑๕ ปี (ไมเ่ กดิ กอ่ น พ.ศ.๒๕๔๖)
๑.๓ นักเรียนชัน้ มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย รุ่นอายุ ๑๘ ปี (ไมเ่ กิดก่อน พ.ศ.๒๕๔๓)
๒. ประเภทและจานวนผ้เู ข้าแขง่ ขนั
๒.๑ แขง่ ขันประเภททีม ชาย
- ระดับประถมศกึ ษา จานวน ๑ ทีม
- ระดบั มัธยมศึกษาตอนต้น จานวน ๑ ทีม
- ระดับมธั ยมศึกษาตอนปลาย จานวน ๑ ทมี
๒.๒ แข่งขนั ประเภททมี หญงิ
- ระดบั ประถมศกึ ษา จานวน ๑ ทมี
- ระดบั มธั ยมศึกษาตอนต้น จานวน ๑ ทีม
- ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนปลาย จานวน ๑ ทมี
๒.๓ นักกีฬาทีมละ ๓ คน (ตวั จริง ๒ คน สารอง ๑ คน) และครผู ู้สอนทมี ละไมเ่ กนิ ๒ คน
๓. วิธีดาเนินการและรายละเอียดหลกั เกณฑ์การแข่งขัน
๓.๑ การแข่งขนั ทักษะมวยไทย ประกอบไปดว้ ยการแขง่ ขนั สองทักษะติดต่อกนั ไป
๓.๑.๑ การราร่ายไหวค้ รู ๓ นาที (รายละเอยี ดการปฏิบัติ ผนวก ก.)
๓.๑.๒ การแสดงโชว์ ทักษะการตอ่ สู้ ๓ นาที (รายละเอยี ดการปฏิบัติ ผนวก ข.)
๓.๒ ในวนั แข่งขันใหร้ ายงานตัวเข้าแข่งขนั ทั้ง ๓ คน พร้อมครูผ้สู อน
๓.๓ ผู้เข้าแขง่ ขัน ให้แต่งกาย ชดุ มวยไทยโบราณ คาดหมัดด้วยด้ายสายสิน (ทบให้ได้ขนาดเท่าดินสอ
ดา ยาวประมาณ ๑๐ ถึง ๒๐ เมตร ขนึ้ กับขนาดของร่างกายผเู้ ข้าแขง่ ขัน) สวมมงคล และประเจียด ตลอดการ
แข่งขนั ใชผ้ ้าขาวมา้ ทาเครอื่ งปอ้ งกนั อวยั วะเพศ ท้งั ชายหญงิ
๔. เกณฑ์การใหค้ ะแนน
๔.๑ การราร่ายไหว้ครู คะแนนเตม็ ๑๐๐ คะแนน ประกอบด้วย
๔.๑.๑ ความสมบรู ณ์ ของกระบวนท่า ๓๕ คะแนน
๔.๑.๒ การเช่ือมตอ่ ท่ารา ๒๕ คะแนน
๔.๑.๒ ความสอดคลอ้ งของท่ารากบั ดนตรปี ี่กลอง ๒๐ คะแนน
๔.๑.๓ ความแข็งแรงและความอ่อนตัว ๒๐ คะแนน
๔.๒ การแสดงโชว์ ทกั ษะการต่อสู้ คะแนนเต็ม ๑๐๐ คะแนน ประกอบดว้ ย
๔.๒.๑ การใช้ไมร้ กุ ครบถ้วน ท้งั หมดั เทา้ เขา่ ศอก ๒๕ คะแนน
๔.๒.๒ การใช้ไม้รับถูกต้องแม่นยา ๒๕ คะแนน
๔.๒.๓ ความงดงามของการใชศ้ ิลปะมวยไทย ๑๕ คะแนน
๔.๒.๔ ความแข็งแรงและความอ่อนตวั ๑๕ คะแนน
๔.๒.๕ ทา่ ยาก จากไม้จู่โจม ๕ ทา่ เชน่ เขา่ ลอย กระโดดเตะ จระเข้ฟาดหาง ศอกกลบั
และท่าออกอาวธุ คู่ เปน็ ตน้ ๒๐ คะแนน
๔.๒.๖ การหกั คะแนนใหพ้ จิ ารณาหักจากกรณี ตอ่ ไปน้ี
- ใชเ้ วลาในการแสดงเกนิ ๓ นาที ๓๐ วินาที หกั ๑ คะแนนทุก ๕ วินาที แต่หกั ได้ไม่
เกนิ ๑๐ คะแนน
- หากมีการหักคะแนนต้องนาคะแนนทหี่ ักไปลบจากคะแนนท่ีให้
๔.๒.๗ ผลการตดั สนิ ของคณะกรรมการ ถือเป็นท่สี ุด
๕. รางวลั (ระดบั ชาต)ิ
จะแจง้ ใหท้ ราบภายหลงั
๖. คณะกรรมการตัดสนิ
๖.๑ คณะกรรมการแตล่ ะชดุ มีจานวน ๕ คน
๖.๒ คุณสมบตั ิ
๑) เปน็ ผู้ทรงคณุ วฒุ ทิ มี่ คี วามรู้ความสามารถ ทีส่ อดคล้องกับกิจกรรม หรือ
๒) เป็นตัวแทนครใู นกลุม่ สาระการเรียนรู้ สขุ ศึกษาและพลศกึ ษา ท่ีสอนมวยไทย หรอื
๓) เป็นศึกษานิเทศกท์ ่ีรบั ผิดชอบกลุ่มสาระการเรยี นรู้ สขุ ศึกษาและพลศึกษา
ข้อควรคานึง
- กรรมการตอ้ งไมต่ ดั สินในกรณสี ถานศกึ ษาของตนเขา้ แข่งขัน
- กรรมการท่ีเป็นศึกษานิเทศก์ ควรมาจากสานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษาประถมศึกษาและ
มธั ยมศึกษา
- กรรมการควรใหข้ ้อเสนอแนะเตมิ เต็มใหก้ ับนักเรียนทุกคนที่เขา้ รว่ มการแข่งขัน
๗. สถานที่
- สถานท่ีใช้แข่งขนั ควรมีความเหมาะสม สามารถให้ผชู้ มเขา้ ชมได้
- แขง่ ขันบนพ้ืนราบ และปพู น้ื ยาง ขนาด ๑๒ x ๑๒ เมตร
- ตอ้ งตีเส้นขอบสนามดว้ ยเทปสีที่เห็นชดั เจน มคี วามกว้าง ๕ เซนติเมตร
- ตอ้ งมีพนื้ ท่นี อกเส้นสนามโดยรอบด้านละไม่นอ้ ยกว่า ๔ เมตร
๘. การแข่งขนั ระดบั เขต/จงั หวดั ระดบั ภาค และระดับชาติ
๗.๑ คัดเลอื กระดับเขต/จังหวัด คัดเลือกตัวแทนจงั หวดั ละ ๑ ทีม/รนุ่
๗.๒ ให้ทีมท่ีเป็นตัวแทนของจังหวัดเข้าแข่งขันในระดับภาค คัดเลือกทีมที่ชนะเลิศ และรองชนะเลิศ
เขา้ แข่งขันในระดบั ชาติ จานวน ๒ ทีม/รุ่น
๙. การเผยแพร่ผลงานที่ไดร้ บั รางวัล
ผลงานของนักเรียนที่ได้รับรางวัลที่ ๑-๓ คณะกรรมการจะพิจารณานาไปเผยแพร่ในเว็บไซด์ต่อไป
ซึ่งผลงานของผ้แู ขง่ ขัน ถือเปน็ ลิขสิทธ์ิของสานักงานคณะกรรมการการศึกษาขน้ั พน้ื ฐาน เพื่อใช้ในการเผยแพร่
และประชาสัมพนั ธ์
ผนวก ก.
รายละเอยี ดการปฏบิ ตั กิ ารแขง่ ขันทกั ษะมวยไทย
การรารา่ ยไหวค้ รู ๓ นาที
“””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””
การราร่ายไหว้ครู
การไหว้ครูถือว่าเป็นประเพณีที่สาคัญของมวยไทย และถือเป็นพิธีการอันศักด์ิสิทธ์ิ ทั้งน้ีผู้ท่ีจะได้รับ
การฝึกฝนให้เป็นนักมวยจะต้องมีการข้ึนครู ก่อนเป็นอันดับแรก ซ่ึงเปรียบเสมือนพิธีการมอบตนเอง ใน
ลักษณะขออยู่ภายใต้การบังคับบัญชาของครู เพ่ือศึกษาวิทยาการในฐานะคนท่ีว่านอนสอนง่าย และกล้าหาญ
สาหรับเตรียมตัว และปรับปรุงตน ให้ก้าวขึ้นสู่การเป็นทหารพระราชา นักมวยจะต้องมีครู ต้องเคารพและ
เทิดทูนครู เพราะวา่ การที่ครจู ะยอมรับผู้ใดเป็นศิษย์น้ัน ในสมยั ก่อนไม่ใช่เร่อื งงา่ ย ครูมวยที่เชี่ยวชาญก็มีอยู่ไม่
มากนัก และในการสอนไม่ได้คิดค่าสอนแต่อย่างใด ผ้ทู ี่มีความประสงค์จะศึกษาเล่าเรยี นจึงจาเป็นต้องฝากเนื้อ
ฝากตัวกับครู คอยปรนนิบัติอยู่เป็นเวลานาน จนกว่าจะได้รับการถ่ายทอดวิชาจนครบถ้วน ด้วยเหตุนี้ ครูมวย
กบั ศษิ ย์ในสมัยกอ่ นจึงมีความสัมพนั ธก์ นั แนบแน่นดจุ บิดากับบตุ ร
การท่คี รจู ะรับผหู้ น่งึ ผ้ใู ดเปน็ ศิษยน์ ัน้ ผู้เป็นศิษย์จะตอ้ งให้สัตย์ปฏิญาณตอ่ ครู ดังเช่น อาจารย์กิมเส็ง
ทวีสิทธ์ิ ใหศ้ ิษย์รับสตั ย์ปฏิญาณ ๔ ขอ้ คือ
๑) จะบารุงรา่ งกายใหส้ ะอาด แข็งแรง และดารงชีวิตด้วยความซอ่ื สตั ย์สุจรติ บรสิ ุทธิ์
๒) จะไม่รังแกผู้อ่อนแอ รว่ มรักสามัคคี และช่วยเหลือกันเมื่อช่วยได้
๓) จะบาเพ็ญกรณเี พื่อประโยชน์ผอู้ นื่ และรักชาติ
๔) จะหลกี เลย่ี งเหตกุ ารณ์อนั ไม่สงบ
ยศ เรืองสา ได้กล่าวถึงข้อควรปฏิบัติของผู้ฝึกมวย ในหนังสือ ตารามวยไทยตารับพระเจ้าเสือว่า
นักมวยมขี ้อพงึ ปฏบิ ตั ิดงั น้ี
๑) จงทาตนเปน็ ประโยชนต์ ่อสาธารณชน
๒) จงสุภาพต่อคนทว่ั ไป
๓) จงเป็นผมู้ สี นั ตธิ รรมไม่พาลเกเร
๔) จงเป็นผู้ซ่อื สตั ย์ต่อตวั เองและผ้อู ่ืน
๕) ตอ้ งเป็นผมู้ ีมานะบากบน่ั ไม่ย่อท้อต่อทกุ สงิ่
๖) จงเปน็ ผู้เสยี สละตอ่ หม่ชู น เม่ือประเทศชาตติ ้องการ
๗) จงสรา้ งแก่นแท้ของจิตใจให้แกร่งกรา้ วเย่ียงเหล็กเพชร
๘) จงเปน็ ผู้เห็นธรรมในหลกั พระพทุ ธศาสนา และมศี ีลธรรมประจาใจ
๙) ตอ้ งเปน็ คนตรงต่อเวลา รกั ช่อื เสยี งและค่ายคณะของตน
๑๐)ตอ้ งออกกาลังกายอยู่เสมอเป็นประจา
๑๑)ต้องไมเ่ อาเปรยี บคูต่ ่อสูใ้ นทางผิดกตกิ า และศีลธรรม
๑๒)ตอ้ งเคารพกฎหมายของบ้านเมือง
นอกจากน้ียังมี การครอบครู ซึ่งหมายถึง การที่ศิษย์ได้ศึกษาศิลปะมวยไทยจนหมดสิ้นแล้ว และ
สามารถถา่ ยทอดวชิ าให้แก่ผู้อื่นได้ ก็จะทาพธิ คี รอบครูให้
นอกจากการข้ึนครูและการครอบครูแล้ว ยังมีการไหว้ครูประจาปี ซ่ึงในศิลปะมวยไทยของสานักงาน
คณะกรรมการวัฒนธรรมแหง่ ชาติ กล่าวไว้วา่ "การไหวค้ รู ซง่ึ จดั กันเปน็ ประจา หรอื เป็นประเพณนี ี้ ดเู หมอื นใน
โลกนี้จะมีเพียงประเทศไทยเทา่ น้ันที่ปฏิบตั ิกนั สว่ นประเทศอน่ื ไม่เหน็ มี แมป้ ระเทศจีนเองจะมีกล่าวถึงการไหว้
ครูไวบ้ ้างในหนังสือนิยายบางเร่ือง ก็ทากันเป็นการเฉพาะในบางสานักเท่าน้ัน ไม่ได้ทากันทั้งประเทศอย่างไทย
ประเทศไทยเรามปี ระเพณีการไหว้ครมู าแต่โบราณ เราไหวค้ รูเพราะความเคารพในความเป็นผู้รู้ และความเป็น
ผมู้ ีคุณธรรม คุณสมบัติทั้ง ๒ ประการของครูต้องสอดคล้องสัมพันธ์กับคุณธรรมของศิษย์ การเรียนการสอนจึง
จะดาเนินไปดว้ ยดี และจากคาปฏิญาณ ท่ีศษิ ยก์ ล่าวต่อหนา้ ครใู นพธิ ีไหว้ครูน้ี จะทาใหศ้ ิษย์ระลึกถึงอยู่เสมอแม้
จะจบการศึกษาอบรมไปแล้วเป็นเวลานานก็ตาม ก็ยังมีใจระลึกถึงครูอยดู่ ้วยความเคารพยกย่อง การไหว้ครูจึง
ถือเป็นประเพณีท่ีสาคัญของการเป็นนักมวยไทย ทาให้เกิดความเป็นสิริมงคลแก่ทุกฝ่าย ลักษณะของกิจกรรม
เชน่ การข้ึนครู การครอบครู การไหวค้ รปู ระจาปมี ีวตั ถุประสงค์ทีแ่ ตกตา่ งกนั ไป
การไหว้ครูก่อนการแขง่ ขันมวยไทย
การไหว้ครูก่อนการแข่งขันมวยไทยเป็นข้อแตกต่างจากกีฬาอ่ืนๆ โดยเฉพาะ "คิกบ็อกซิง" (kick
boxing) ท่ีได้พยายามเลียนแบบการชกมวยไทย จนเหมือนแทบทุกอย่าง แตแ่ ตกต่างกันเพียงไม่ใช้ศอกในการ
ชก และไม่มกี ารไหว้ครู ดังน้ัน การไหว้ครูจึงถอื เป็นเอกลกั ษณข์ องกฬี ามวยไทยอยา่ งแทจ้ ริง
หัวใจของการราร่ายไหว้ครู คือ การระลึกถึงพระคุณของบิดามารดา ครูบาอาจารย์ท่ีช่วยประสิทธิ์
ประสาทวิชา และระลึกถึงสิ่งศักด์ิสิทธิ์ที่ช่วยปกป้องคุ้มครองรักษาให้รอดพ้นจากภัยอันตราย ส่วนการร่ายรา
ถือเป็นการแสดงถึงความฮึกเหิม ไม่เกรงกลัวคู่ต่อสู้ และเป็นการอบอุ่นร่างกาย ยืดเส้นยืดสายไปด้วยในตัว
รวมทง้ั ได้ดูชน้ั เชงิ คูต่ อ่ สู้ ดสู ถานที่ในการหลบหลกี ขณะเขา้ โรมรนั พันตูกับคตู่ อ่ สู้
การรารา่ ยไหว้ครูมวยไทย
"การรารา่ ยไหว้ครูมวยไทย" เป็นพธิ ีกรรมอย่างหนึ่งท่ีบรรพบุรุษไทยแต่โบราณได้เร่ิมคิด และก่อตั้งขึ้น
จากความเชอ่ื ถือในสิ่งศักดส์ิ ทิ ธิ์ หรอื เทพเจา้ ท่ีสิงสถติ อยทู่ กุ แหง่ ในสากลจักรวาล ซง่ึ มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า แต่
สามารถดลบันดาลให้มนุษย์ผู้ที่กระทาความดีประสบความสาเร็จ และช่วยปกป้องคุ้มครองมนุษย์ ตลอดจน
สรรพสตั ว์ให้รอดพน้ จากภยั อันตราย และมชี ัยชนะทงั้ ปวง
คณุ ประโยชนท์ ่ไี ดร้ ับจาก "การราร่ายไหวค้ รูมวยไทย"
การไหว้ครูส่ือความหมายให้เห็นคุณค่าด้านวัฒนธรรมขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงามของไทย
มคี ุณประโยชน์มากมายทางด้านจติ ใจของนกั มวยและผู้ชมมวย ดงั น้ี
๑) ปลกู ฝงั นิสยั ใหเ้ ป็นมวย คอื รูจ้ ักรกั เคารพครอู าจารย์ บิดามารดา ผใู้ หก้ าเนดิ มวยไทย
๒) ปลูกฝังจิตสานึกให้ตระหนักในคุณค่าของศิลปะมวยไทย เกิดความรกั และหวงแหนทจ่ี ะอนุรักษ์ให้
คงไว้สบื ไป
๓) เปน็ กิจกรรมเผยแพรเ่ อกลกั ษณ์ และศิลปวฒั นธรรมประจาชาตไิ ด้อยา่ งสง่างาม สมศกั ดิ์ศรี
ขัน้ ตอนการราร่ายไหว้ครมู วยไทย
๑. ครูสวมมงคลให้แก่ศิษย์
ข้ันตอน : ศิษย์ถือสายมงคล คุกเข่ามอบสายมงคลให้ครู และกราบ (ไม่แบมือ) จากนั้นครูสวมมงคล
ใหแ้ ก่ศษิ ย์
๒. เวียนขวาบูชาครู
เม่ือนักมวยเข้สู่สังเวียน ให้ยืนตรงหันหน้าเข้ากลางสังเวียน แล้วพนมมือในท่า “เทพนิมิต” ซ้ายหัน
แล้วกระทาประทักษิณ (เดินเวยี นขวา หรือตามเข็มนาฬกิ า) หนึ่งรอบ
การรารา่ ยไหวค้ รมู วยไทยแบ่งออกเปน็ ๒ ตอน ได้แก่ ท่าพรหมนั่ง ทา่ พรหมยนื
ตอนท่ี ๑ ท่าพรหมน่งั
๓. ทา่ เทพพนม ก้มกราบ
เมอ่ื เวียนขวาบูชาครคู รบหน่ึงรอบแล้ว หาท่ีนงั่ ลงหันหนา้ ไปในทศิ ทางที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยูห่ ัว
ประทับอยู่ น่ังคุกเข่าลง หัวเข่าท้ังสองข้างห่างกัน หนึ่งคืบ ตัวตรง ประนมมือเสมอหน้าอกในท่า เทพพนม ทา
จิตใจให้สงบ ภาวนาคาถา เพ่ือระลึกถึงพระคุณของบิดามารดา ครูบาอาจารย์ และสิ่งศักดิ์สิทธ์ิ กราบลงที่พื้น
๓ ครง้ั
ท่าเทพพนม
กราบเบญจางค์ประดิษฐ์ ๓ คร้ัง
๔. ถวายบังโคม
โน้มตัวไปด้านหน้าพร้อมกับเหยียดแขนท้ังสองข้างไปด้านหลัง โดยการลอดผ่านรักแร้ แล้วเลยไป
ดา้ นหนา้ เปน็ ท่ากอบพระแม่ธรณี ตามองไปด้านหนา้ จากนน้ั ทาทา่ ถวายบังคม ปฏบิ ัติทง้ั หมด ๓ รอบ
ถวายบังโคม
ถวายบังโคม
๕. ท่าปฐม
หลังจากถวายบังโคมแล้วจากท่าคุกเข่าในท่าเทพพนมยกตัวก้าวเท้าขวาออกไปข้างหน้า
ประมาณ ๑ ก้าว เข่าขวางอตั้งฉากกับพื้น โน้มตัวไปด้านหน้า ตามองตรง ขาซ้ายเหยียดตรงไป
ดา้ นหลัง งอหลังเทา้ เชดิ ขึ้น แขนขวาอยู่บนต้นขาขวา แขนซา้ ยงอคมุ เสมออก กาหมัดทงั้ สองขา้ ง
ท่าปฐม
๖. ทา่ พรหม
จากท่าปฐมใหย้ กเทา้ ขวาออกไปวางด้านหน้า หมัดทั้งสองประสานกันระดับอกหน้ามองตรง โน้มตวั มา
ขา้ งหนา้ ควงหมดั ๓ รอบ
ทา่ พรหม
๗. ทา่ สอดสร้อยมาลา
โน้มตวั มาขา้ งหนา้ มือซ้ายสอดขนึ้ เหนือแขนขวา มอื ซา้ ยชกั ไปดา้ นหลงั ระดบั เอว นั่งด้วยส้นเทา้ ซ้าย
ทา่ สอดสรอ้ ยมาลา
๘. ทา่ ประดษิ ฐ์ ในพรหมน่ัง
ทาท่าอ่นื ๆ ในพรหมน่ัง เช่น กมุ ภ์กัณฑ์ลบั หอกโมกขศ์ กั ดิ์ สาวน้อยปะแปง้
ถา้ ต่อทา่ รา พรหมน่งั กใ็ หจ้ บการราร่ายไหวค้ รู ด้วยพรหมนงั่ ลกุ ขนึ้ ยืนเทา้ ชิด ไหว้ เสรจ็ การไหวค้ รู
ตอนที่ ๒ ท่าพรหมยืน
๙. การข้นึ พรหมยนื
จากท่าสอดสร้อยมาลา พรหมน่ัง เตะเท้าซ้ายย่างสามขุม เตะเท้าขวาพร้อมหมุนไปทิศเบ้ืองขวา ไหว้
ทศิ เบือ้ งขวา รา่ ยราทา่ ยงู ฟอ้ นหาง
เตะเท้าซ้ายย่างสามขุม เตะเท้าขวาย่างสามขุม เตะเท้าซ้าย หมุนทิศเบื้องซ้าย ไหว้ทิศเบ้ืองซ้าย ร่าย
ราทา่ หงสเ์ หนิ
เตะเท้าขวาย่างสามขุม เตะเท้าซ้ายย่างสามขุม เตะเท้าขวา พร้อมหมุนไปทิศเบื้องหลังผ่านขวามือ
ไหว้ทิศเบื้องหลัง ทาท่าดูดัสกร ทาท่าพระรามแผลงศรครั้งท่ี ๑ ครั้งที่ ๒ โดยไหว้ครั้งที่ ๓ โดยก้าวเท้าซ้ายไป
ย่างสามขุม ยกเท้าซ้ายไปขา้ งหนา้ กระแทกลงสู่พื้นด้านซ้าย ด้านขวาและตรงกลาง (ตัดไม้ขม่ นาม) ยกเท้าซ้าย
ยา่ งสูงถอยหลงั สลับเท้าขวาจนถงึ มุม เท้าชดิ ไหว้ เสรจ็ การไหวค้ รู
การรา่ ยราไหวค้ รู แบบยืนไหวท้ ศิ
จากท่าพรหมน่งั สอดสร้อยมาลา ข้นึ พรหมยืน
๑. ยืน ไหวท้ ศิ เบ้อื งขวา
ยืนขึ้นยา่ งสามขมุ หมนุ ไปทิศเบ้ืองขวา ไหวท้ ศิ เบ้ืองขวา รา่ ยราท่านกยูงราแพน ปฏิบตั ิตามน้ี ๓ ครั้ง
๒. ยนื ไหวท้ ศิ เบ้ืองซ้าย
ยืนขึน้ ย่างสามขุม หมุนไปทศิ เบือ้ งซ้าย ไหวท้ ศิ เบอ้ื งซา้ ย รา่ ยราท่าหงส์เหิน ปฏบิ ัติตามน้ี ๓ คร้งั
๓. ยืน ไหวท้ ศิ เบื้องหลังและทิศเบอ้ื งหนา้
ยนื ข้ึนย่างสามขุม หมุนไปทางขวาจนไปถึงด้านหลัง ไหว้ทิศเบ้ืองหลัง พยักหน้า ๓ คร้ัง ทาท่าดูดัสกร
รา่ ยราท่าพยัคฆด์ อ้ มกวาง หมุนไปทางขวา กา้ วเทา้ ชดิ ไหว้ทศิ เบอื้ งหนา้ เทา้ ชิด ไหว้ เสรจ็ การไหว้ครู
ผนวก ข.
การแสดงทกั ษะการตอ่ สู้ มวยไทย
“”””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””
ไม้รุก-เชงิ มวย
เชิงมวย หมายถึง วิธีการใช้เท้า เข่า หมัด และศอก เป็นท่าทางหรือแบบแผนในการรุกและรับแบบ
ต่างๆ
หมดั
การใชห้ มดั
ในการชกมวยไทยน้ัน หมัดเป็นอาวุธอย่างหนึ่งที่ทาให้ผู้ชกสามารถจะ เอาชนะคู่ต่อสู้ได้ ถ้าหากว่า
นักมวยคนนั้นใช้หมดั ได้ถูกต้อง แม่นยา และ ถกู จังหวะหมัดที่ใชก้ นั ส่วนมาก
หมดั ตรง / หมดั แยป้ / หมดั ฮคุ / หมดั อัปเปอรค์ ัต / หมัดสวงิ
เชงิ หมัด ๑๕ เชิง
๑. กาจกิ ไข่ - หมัดหนา้ ต่อยตรง
ถ้านักมวยจดเหล่ียมขวา ให้ใช้หมัดซ้าย ท่ีอยู่ข้างหน้า พุ่งไปข้างหน้าตรงๆ หรือเหว่ียงข้าง หมายคาง
หรอื ขากรรไกร ตรงจมูก หรือลูกตาของคู่ต่อสู้โดยแรง เพ่ือให้ค่ตู ่อสู้เสียหลัก แล้วรีบใช้ เชงิ อ่ืนต่อไป ใช้เวลารุก
รับหรอื ถอยกไ็ ด้
การปอ้ งกนั ใหใ้ ชห้ มัดหรือ แขนขวาตบลง ถา้ เปน็ หมดั เหว่ยี งให้ใช้แขนขวา ปัดไปข้างขวา
การตอบแก้ ใช้เข่าขวาพุ่งตรงหมาย ชายโครงข้างซา้ ยคตู่ ่อสู้
๒. พระพรายล้มสงิ ขร – หมัดหลงั ตอ่ ยตรง
ถ้านกั มวยจดเหลี่ยมขวา ให้ใช้ หมดั ขวาชกพุ่งตรงพร้อมกับบิดตัว ตามหมัดโดยแรง เท้าขวาจะสืบ ไป
พร้อมหมัด หรือไม่สืบแล้ว แต่ระยะสู้ ผู้ใช้ต้องพิจารณา เช่น ระยะต่อสู้ไกล ก็ต้องสืบเท้าเข้าไปถ้าใกล้ก็ไม่ต้อง
สืบเทา้ ทห่ี มาย คือ คางหรอื หวั ใจคูต่ ่อสู้ใชเ้ วลารกุ รับ หรอื ถอย (ถ้ารุกใชส้ ลบั กนั ซา้ ยขวาจะดีมาก)
การป้องกัน หมัดน้ีใช้แขนหรือหมัด ซงึ่ อยู่ข้างหน้า ถา้ นกั มวยจดเหล่ยี มขวาก็ใช้หมัดหรือแขน ซ้าย
ปัดไปทางซา้ ย
การตอบแก้ ใช้เท้าถีบจิกตรงท้องคู่ ต่อสู้โดยแรง เพ่ือมิให้หมัดถึงที่หมายได้ ถ้านักมวยจดเหลี่ยม
ซา้ ย ให้กลับคาอธบิ ายเป็นขวา ท้งั สิน้
๓. วานรหักด่าน –หมดั เหว่ียงขา้ ง
ถ้าจดเหลีย่ มขวาใชห้ มัดขวางอข้อศอกและข้อมือเล็กนอ้ ย ชกเหว่ียวจากขวาไปซ้าย ที่หมายขากรรไกร
หรอื ชายโครงคู่ต่อสทู้ ี่ใดท่ีหนงึ่ แลว้ แต่คู่ต่อสู้เปิดช่องว่าง ใช้เวลารกุ รับ หรือถอย
การป้องกัน ใช้มือซ้ายปัดไปทางหลงั
การตอบแก้ ใช้หมัดขวาชกปลายคางคตู่ ่อสู้
๔. พระกาฬเปิดโลก –หมัดหงาย (หมัดเสย)
ถ้านักมวยจดเหล่ียมขวาให้ใช้ หมัดขวาหงายมือ งอข้อศอกและข้อมือหงายเสยหมัดจากต่าไปหาสูง
ขา้ งหน้า พรอ้ มกับ สืบเท้าขวาไปข้างหนา้ ทีห่ มาย ปลายคางค่ตู ่อสู้ ใชเ้ วลารบั หรือถอย
การป้องกัน ใช้แขนซา้ ยตบลงพรอ้ มกบั เงยคางไปข้างหลัง
การตอบแก้ ใชเ้ ท้าซ้ายถีบจิก ท้องคตู่ ่อสู้ แล้วใชศ้ อกตีตรงท่ีหมายหน้าคู่ต่อสู้ ถ้านักมวยจดเหล่ียม
ซา้ ยให้กลบั คา อธิบายขวาเป็นซา้ ยทงั้ ส้ิน
๕. โขกนาสา – หมดั งอตวัด
ถ้านักมวยจดเหล่ียมขวาใช้หมัด ขวาคว่ามืองอข้อศอกและข้อมือเล็กน้อย ชกคว่ามือจากสูงมาหาต่า
พร้อมบิดตัวไปขา้ งซ้ายโดยแรงสบื เทา้ ไปข้างหนา้ ท่ีหมายด้งั จมูกหรอื ขากรรไกรดา้ น ซ้ายคู่ต่อส้ใู ชเ้ วลารกุ
การปอ้ งกัน ใช้มือซ้ายขวางปัดขนึ้ ไปข้างบนหรือปะทะพรอ้ มกบั เอนตัวไปขา้ งหลงั เล็กนอ้ ย
การตอบแก้ ใช้เข่าซ้ายตะแคง ตีชายโครงข้างขวาของคู่ต่อสู้ ถ้านักมวยจดเหล่ียม ซ้ายให้กลับ
คาอธบิ ายขวาเป็นซา้ ย ทั้งสนิ้
๖. อนิ ทราขวา้ งจักร – หมดั ขว้าง
ถ้านักมวยจดเหลี่ยมขวาให้ใช้หมัดขวายกข้ึนไปข้างหน้า แขนเหยียดตรงแล้วตีฟาดลงมาทางตรง
พรอ้ มกบั ก้าวเทา้ ขวาไปขา้ งหนา้ ทหี่ มายกา้ นคอหรอื ดัง้ จมกู คตู่ อ่ สู้ ใชเ้ วลารกุ รบั หรอื ถอย ในระยะหมดั
การป้องกัน ให้ยกแขนซ้ายขึน้ ขวางรับเหนอื ศีรษะ
การตอบแก้ ใช้เท้าซ้ายเตะเหว่ียง หมายชายโครงข้างขวาของคู่ต่อสู้ ถ้านักมวยจดเหลี่ยมซ้ายให้
กลบั คาอธบิ ายขวาเปน็ ซา้ ยทง้ั สนิ้
๗. พระลักษณห์ ้ามพล – หมดั อัด
ถ้านักมวยจดเหล่ียมขวาให้ใช้ หมัดขวาลดลงมากาหมัดหงายมือ สือก พุ่งตรงไปที่หลุมหัวใจหรอื หน้า
ท้องหรือชายโครงคู่ต่อสู้ พรอ้ มกบั สบื เทา้ ขวาเข้าประชดิ ค่ตู อ่ สใู้ ช้เวลารกุ เขา้ ประชิด หรือคตู่ ่อสู้โถมเขา้ มา
การป้องกัน ใช้แขนซ้ายตบ หมัดลงปัดไปทางซ้าย พร้อมกับบิดตัวไปทางขวา หันข้างให้คู่ต่อสู้ ใช้
ศอกซา้ ย ปิดชายโครงซ้าย
การตอบแก้ ใช้เข่าซ้ายตะแคง ตีชายโครงหรือหน้าท้องคู่ต่อสู้ ถ้านักมวยจดเหล่ียมซ้ายให้ กลับ
คาอธิบาย ขวาเปน็ ซ้ายทัง้ สนิ้
๘. ผจญชา้ งสาร – ชกพรอ้ มกบั เท้า
ถา้ นักมวยจดเหลี่ยมขวา ให้ใช้หมัดขวา ชกตรงไปที่หมายคางคู่ต่อสู้ พร้อมกับใช้เท้าซ้าย เตะเหว่ียงท่ี
หมายชายโครงของคู่ตอ่ สู้ใช้เวลา คูต่ ่อสจู้ ดมวยวงกว้างรกุ รบั และถอย
การป้องกัน ใช้แขนซ้ายปัดหมัดคู่ต่อสู้ ไปข้างหลัง พร้อมกับเอียงตัวข้างขวา กดศอกขวา ลงต่า ปิด
ชายโครงข้างขวาปะทะเท้าคู่ต่อสู้
การตอบแก้ ใช้เท้าหรือหน้าแข้งซ้ายเตะเหว่ียงหมายชายโครงคู่ต่อสู้โดยแรง ถ้านักมวยจดเหล่ียม
ซ้ายใหก้ ลับคาอธบิ ายขวาเปน็ ซ้ายท้ังสน้ิ
๙. องคถ์ วายสาร - หมดั คู่
ให้ใช้หมดั ท้ัง ข้างมารวมชก พร้อมกันข้างหน้า หงายฝ่ามือ เสือกหมัด เสยขน้ึ ทหี่ มายปลายคาง คู่ตอ่ สู้
พร้อมกับเข่าทั้ง ๒ ข้างยอ่ ตัว กระโดดข้ึนกระแทกหน้าอกคู่ต่อสู้โดยแรง ใช้เวลารุก รับ และถอย หรอื คู่ต่อสู้งง
เผลอตัว
การปอ้ งกนั ให้กระโดดถอย หลังให้พน้ ระยะพร้อมกับเคล่อื น ศอกมารวมปิดตรงหน้าท้อง
การตอบแก้ ให้ใช้เท้าขวาเตะ เหว่ียง ที่หมายเท้าซ้ายของคู่ต่อสู้ อย่างแรงหรือใช้เท้าเดียวถีบก็ได้
เพ่อื ให้คู่ตอ่ สู้เสยี หลักแล้วใช้เชงิ อน่ื ตาม
๑๐. ลว่ งแดนเหรา - ชกพร้อมเขา่
ถ้านักมวยจดเหลี่ยมขวาให้ใช้ หมัดขวาชกเหวี่ยงท่ีหมายขากรรไกร ข้างซ้ายคู่ต่อสู้พร้อมกับ ใช้เข่า
ตะแคงเหว่ียงตีชายโครง ขวาคู่ต่อสู้ เชิงน้ีใช้เช่นเดียวกับ เชิง หนุมานถวายแหวน เชิงผจญช้างสาร (ชกพร้อม
กับเท้า)
การป้องกัน ใช้แขนซ้ายปัดหมัดคู่ต่อสู้ ไปข้างหลัง พร้อมกับเอียงตัวข้างขวา กดศอกขวาปิดชาย
โครงขวา
การตอบแก้ ใช้เขา่ เชน่ เดียวกับผจญช้างสาร
๑๑. นาคาพน่ ไฟกาฬ - หมัดสลบั
ถา้ นกั มวย จดเหลีย่ มขวา ให้ใช้หมัดซ้ายหงายมือชกท้อง คู่ต่อสู้ สืบเท้าขวาพร้อมชกหมัดขวา ตรง ที่
หมายคางคู่ตอ่ สู้แล้วใช้หมัด ซา้ ยสลับมาชกคางคตู่ อ่ สู้ใชเ้ วลา รกุ ตดิ ตามค่ตู อ่ สู้
การป้องกนั โดยถอยใหพ้ ้นระยะ หมดั และใชเ้ ทา้ ซ้ายถีบคู่ตอ่ สู้
การตอบแก้ ถ้าคู่ต่อสู้เข้าประชิดใช้ เข่าขวาพุ่งตรงหมายหน้าท้องคู่ต่อสู้ ถ้านักมวยจดเหลี่ยมซ้าย
กลับคาอธบิ ายขวาเป็นซา้ ยทง้ั สนิ้ .
๑๒. หักดา่ นลม่ กรด - หมดั ปนศอก
ถ้านักมวยจดเหล่ียมขวา ให้ใชห้ มัดขวางอข้อศอก หมดั มาอยขู่ ้างหนา้ เหว่ียง หมดั พร้อมกับสบื เท้าขวา
ท่ีหมายขากรรไกรข้างซ้ายของคู่ต่อสู้ขณะเดียวกัน งอแขนพับ มาทางตัว ใช้ศอกตีซ้าที่เดิม หรือคอคู่ต่อสู้แล้ว
ใชศ้ อกเฉียงหลัง พงุ่ ตรงไปทหี่ มายปลายคาง คตู่ ่อส้ซู า้ อีกก็ไดใ้ ช้เวลารุก รับ และถอย
การป้องกัน ใช้แขนซ้ายปัดหมัดคู่ต่อสู้ ไปทางซ้าย หรือใช้เท้าถีบจิกปลายเท้าที่หมายท้องคู่ต่อสู้ก็
ได้
การตอบแก้ ใช้เทา้ ซา้ ยตะแคงหลงั เท้ามาทางขวาเตะเหว่ียงหมายชายโครงขวาของคูต่ ่อสู้ ถา้ นกั มวย
จดเหลีย่ มซา้ ยกลบั คาอธิบายขวาเปน็ ซา้ ยทง้ั ส้นิ
๑๓. องคค์ วงพระขรรค์ – หมัดควง
หมัดนี้ใช้เม่ือคู่ต่อสู้เข้าประชิดแล้วกระโดดถอยพลางสู้พลางในระยะหมัด ให้ใช้หมัดขวาและซ้ายชก
เหว่ียงเชน่ เดียวกนั ท้งั ๒ หมัด ทขี่ ากรรไกรคู่ตอ่ สู้
การปอ้ งกนั ใช้แขนซา้ ยและปิดขากรรไกรท้ัง ๒ ขา้ ง
การตอบแก้ ใชเ้ ทา้ ขวาหรือซา้ ยถีบจิกท้องคู่ตอ่ สู้
๑๔. ฤๅษลี มื ญาณ - หมัดหลอก
หมัดน้ีใช้ได้ทั้งนักมวยจดเหล่ียมซ้ายและเหลี่ยมขวา และใช้หมัดได้ท้ังซ้ายและขวา โดยใช้หมัดขวา
หลอกหมดั ซ้ายชก เช่นหมัดขวา เอียงทาทา่ ชกหมัดเหวี่ยงแต่ยั้งไว้ พอคู่ต่อสู้เอียงหลบหมัดขวา ใชห้ มัดซ้ายชก
เหวี่ยงหมายกรรไกร คู่ต่อสู้หรือจะใช้หมัดหลอกชก คาง ใช้หมัดจริงชกด้ังจมูกก็ได้ หรือจะใช้เชิงอื่นๆ แล้วแต่
ผ้ใู ช้จะพลิกแพลงเอา ใช้รกุ หรือถอย
การป้องกนั ถ้าจดตามท่ีแนะนาไวย้ อ่ มปลอดภัยดี
การตอบแก้ ใชเ้ ท้าถบี ยันคตู่ ่อสู้ไว้แลว้ ใชไ้ ม้อน่ื ๆ ตาม
ไม้นตี้ ้องใชอ้ ยา่ งรวดเรว็ มากจึงจะไดผ้ ล
๑๕. หนมุ านจองถนน -หมัดคว่าบน
ถา้ นักมวยจดเหลี่ยมขวาหรือซ้ายก็ตาม ต้องจดเหลี่ยมให้บาง ถ้าจดเหล่ียม ขวาใช้หมัดขวางอข้อศอก
หมัดอยู่แนว หูขวาหมัดซ้ายเฉียงมาข้างหน้า เอียงตัวข้างซ้ายลงพร้อมกับฟาดหมัดขวา สืบเท้าขวาไปข้างหน้า
ประชดิ ค่ตู อ่ ส้ทู ่ีหมายด้งั จมกู คู่ต่อสใู้ ช้เวลารับ
การป้องกัน ให้กระโดดถอย พรอ้ มกับใช้เท้าซ้ายเตะตะแคงมาทางขวาเตะท่ีหมายหน้าอกและท้องคู่
ต่อสู้ ถ้านักมวยจดเหลีย่ มซ้ายกลับคา อธบิ ายขวาเป็นซ้ายทัง้ สิน้
“”””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””
เท้า
การเตะ หมายถงึ การใช้เทา้ เปน็ อาวธุ ในการต่อสมู้ วยไทย ใชไ้ ดด้ ีเม่ือเป็นฝา่ ยรุก หรือสกัดการรุกของ
คู่ต่อสู้ เป็นอาวุธท่ีสาคัญที่สุด เป็นอาวุธที่ยาวที่สุด ในร่างกายของมวยไทยการเตะ มี ๔ ประเภท เตะเฉียง /
เตะตดั / เตะตรง / เตะตวดั หลงั
การถีบ หมายถึง การใช้ปลายเท้า ฝ่าเท้า ส้นเท้า ปะทะเป้าหมาย โดยการยกเท้าข้ึนเหยียดตรงหรือ
งอเข่ากอ่ นปะทะคตู่ อ่ สู้ การถบี แบง่ ออกเปน็ ๓ ชนิด คือ
๑. ถบี ตรง หมายถึง การถีบตรงไปข้างหน้า อาจถีบสูงกว่าระดับโคนขา หรอื ต่ากว่าโคนขา ให้นว้ิ เท้า
ปลายเท้า ส้นเทา้ ปะทะเป้าหมาย เป้าหมายทีห่ วั เข่า หนา้ ขา ท้อง ลน้ิ ปี่ หน้าอก คอ ปลายคาง
๒. ถีบข้าง หมายถึง การถีบไปด้านข้างของลาตัว โดยใช้ฝ่าเท้า ส้นเท้า ปะทะเป้าหมาย เป้าหมาย
อาจต่ากวา่ ระดบั โคนขาหรอื สูงกวา่ ระดบั โคนขา
๓. ถีบกลับหลัง หมายถึง การกลับหลังถีบตรงออกไปทางด้านหลัง อาจหมุนตัวกลับแล้วถีบออกไป
ด้านหลงั ขาเหยียดตรงหรืองอเข่าก่อนแล้วถบี ออกไปตรงๆ ท่ีเปา้ หมาย
เชิงเท้า ๑๕ เชงิ
๑. เปิดทวาร – เตะน่า
ถ้านกั มวยจดเหล่ียมขวา ใหใ้ ช้เท้าซ้ายเตะข้ึนตรงๆ หมายปลายคางคู่ต่อสู้เม่อื ค่ตู ่อส้เู สียหลัก หรือเปิด
ว่าง ให้ใช้หมดั ขวา ตรงชกทห่ี มายหน้าคู่ต่อสู้ใชเ้ วลา รุก รับ ถอย
การป้องกัน ใชห้ มัดขวาตบลง หรือใช้เท้าขวาเตะนอ่ งเทา้ ซา้ ยคตู่ ่อ สใู้ ห้คตู่ อ่ สเู้ สียหลัก
การตอบแก้ ใช้แขนขวาปัด เท้าคู่ต่อสู้ข้ึนเพ่ือให้เสียหลัก ใช้เท้าซ้ายเตะเหวี่ยงหมายชายโครง คู่
ต่อสู้ ถ้านกั มวยจดเหลยี่ มซา้ ยให้กลับ อธบิ ายขวาเปน็ ซา้ ยท้ังส้นิ
๒. ลงดานประตู –เตะเหวี่ยง
ถ้านักมวยจดเหล่ียมขวา ให้ใช้ เท้าขวาเอียงหลังเท้าไปทางซ้าย เท้าเหยียดตรงบิดตัวพร้อมกับเท้า
หมนุ ตัว ไปทางซา้ ยโดยแรง ท่ีหมายขากรรไกร ค่ตู ่อส้ขู า้ งซา้ ย ใชเ้ วลารับ หรอื ถอย
การป้องกัน ใชห้ มดั ซา้ ยปดั ไปทางหลัง หรอื ปะทะก็ได้
การตอบแก้ ใช้เท้าซ้ายถีบจิกหน้าท้องหรือ จับเท้ากระชากให้คู่ต่อสู้เสียหลัก ถ้านักมวยจดเหลี่ยม
ซ้าย ใหก้ ลับคาอธบิ ายขวาเปน็ ซ้ายทั้งสิ้น
๓. กระทขู้ รวั ตา – เตะถบี
ถ้านักมวยจดเหล่ียมขวา ให้ใช้เท้าขวาเตะข้ึนทางตรงแหวกหมัด คู่ต่อสู้ ท่ีหมายปลายคางของคู่ต่อสู้
ขณะเท้าลดลง มางอขาถีบที่หมาย ลูกกระเดือกคู่ต่อสู้หรือหน้าอก เพื่อมิให้คู่ต่อสู้ตั้งหลักแล้วใช้เชิงอื่นตาม
ใช้เวลา รกุ รับ
การป้องกนั ให้กระโดดถอยหลงั พรอ้ มกบั ยกแขนซ้ายกั้นคาง
การตอบแก้ ใช้เท้าขวาเตะน่องคู่ต่อสู้ ให้เสียหลักแล้วใช้เชิงอื่นตาม ถ้านักมวยจดเหลี่ยมซ้าย ให้
กลับคาอธิบายขวาเป็นซา้ ยทงั้ สน้ิ
๔. โยธาสินธพ - ถบี เตะตรง
ถ้านักมวยจดเหลี่ยมขวาให้ใช้เท้าถีบตรง สะดือคู่ต่อสู้ โดยแรงให้ตัวคู่ต่อสู้คะมาก้มตัว มาทางเรา
พร้อมกับใช้เทา้ ขวากระโดดข้นึ เตะตรงท่หี มายปลายคางคตู่ ้อสูใ้ ช้เวลารกุ รับ หรอื ถอย
การปอ้ งกัน บิดตัวเอียงข้างให้คู่ตอ่ สู้ให้มาก โดยยกส้นเท้าซา้ ยขึ้นเล็กน้อยปลายเท้าซ้าย จดพ้นื บิด
ส้นเท้าไปทางซา้ ยพรอ้ มกับบดิ เอว ไปทางขวา ใหเ้ หลี่ยมบางแล้วเอาศอกซา้ ยรบั ลูกเตะของคตู่ ่อสู้
การตอบแก้ ใช้หมัดซา้ ยปัดส้นเท้าคู่ต่อสู้ข้ึน ให้เสียหลักแลว้ ใช้เชิงอ่ืนตาม ถ้านักมวยจดเหลี่ยมซ้าย
ใหก้ ลับคาอธิบายขวาเป็นซา้ ยทั้งส้ิน
๕. มานพเลน่ ขา เท้าหนา้ เตะเหว่ียง
ถ้านักมวยจดเหล่ียมขวา ใหใ้ ชเ้ ท้าซ้าย ตะแคงหลังเท้ามาทางขวาใชห้ ลังเท้า หรอื หน้าแข้งเตะเหวีย่ งที่
หมายชายโครง หรอื ขากรรไกรข้างขวาคู่ตอ่ สอู้ าจเตะซา้ แบบเดิมถา้ คูต่ ่อสู้ เปดิ ว่างใช้เวลารบั
การปอ้ งกนั เอยี งตัวงอขอ้ ศอกขวาลง ใช้หมดั ซดเท้าคู่ต่อสู้ ไปทางขวา
การตอบแก้ ใช้เท้าซ้ายถีบท้องคู่ต่อสู้ เพื่อให้เสียหลักแล้วใช้เชิงอ่ืนต่อไป ถ้านักมวยจดเหล่ียมซ้าย
ใหก้ ลับคาอธิบายขวาเปน็ ซ้ายท้งั สน้ิ
๖. มัจฉาเล่นหาง - เตะสามไม้, เตะเท้าและถีบ
ถา้ นักมวยจดเหล่ียมขวาให้ใช้เท้าขวาเอียงหน้าแข้งไปทางซา้ ยเล็กน้อย ใช้กาลังขาขวาพร้อมกับบิดตัว
ไปข้างหน้าโดยแรงเหวี่ยงขาเตะท่ีหมายขาข้างซ้ายของคู่ต่อสู้แล้วปล่อยให้เท้าเลยไปข้างซ้าย บิดหลังเท้ามา
ทางขวา งอเข่าเหวี่ยงมาทางขวาหมายคางคู่ต่อสู้ และงอเท้าถีบที่หมายลูกกระเดือก หรือลูกตาคู่ต่อสู้ ใช้เวลา
รกุ เขา้ หาคตู่ ่อสู้
การป้องกนั กระโดดถอยออกหา่ งคตู่ อ่ สู้
การตอบแก้ จับเท้า คู่ต่อ สู้ กระชากให้เสียหลักแล้วตามด้วยเชิงอ่ืน เช่นเตะด้วยเท้า หรือหมัดตรง
ถา้ นกั มวยจดเหล่ียมซา้ ย กลับคาอธมิ ายขวาเปน็ ซา้ ยทงั้ สน้ิ เชิงนีใ้ ช้เท้าเดียว ๓ ไม.้
๗. กวางเลน่ โป่ง - กระโดดเตะ
ถ้านกั มวยจดเหล่ียมขวา ใช้เท้าขวาเป็นเท้าเตะ หนักใชเ้ ท้าซ้ายเป็นเท้าเตะตรงหมายคาง หรือเปิดมือ
ค่ตู ่อสู้ ใหว้ ่าง พรอ้ มกับกระโดดเตะด้วยเท้าขวาตรง ขณะที่เท้าซ้ายลดลงยังไม่ถงึ พื้น หมายคางหรือขากรรไกร
ของคตู่ อ่ สูโ้ ดยแรง ใชเ้ วลารกุ รับ หรือถอย
การปอ้ งกัน กระโดดถอยหลังให้ห่างพน้ ระยะเท้า
การตอบแก้ ใช้เท้าขวาเตะน่องข้างซ้ายของคู่ต่อสู้ ให้เสียหลัก แล้วตามด้วยเชิงอื่น ถ้านักมวยจด
เหล่ยี มซ้าย กลับคาอธบิ ายขวา เป็นซา้ ยทั้งสิ้น.
๘. ณรงคพ์ ยุหบาท - ถีบเตะเหวยี่ ง
ถ้านักมวยจดเหลี่ยมขวา ให้ใช้เท้าซ้าย จิกปลายเท้า ถีบลูกกระเดือกหรือกดคอคู่ต่อสู้ ให้คู่ต่อสู้เสีย
หลักใช้เท้าขวาเอยี ง หลงั เทา้ ไปทาง ซ้ายเตะเหว่ยี งทหี่ มายชายโครงซ้ายของคู่ตอ่ สู้ ใช้เวลารุกรับและถอย
การป้องกัน ให้เงยหน้าไปข้างหลังเล็กน้อย พร้อมกับใช้มือขวาปัดเท้าซ้ายคู่ต่อสู้ลง เอียง ตัวข้าง
ซา้ ยมือปดิ ชายโครงข้างซา้ ย
การตอบแก้ ใช้หมัดขวาชกตรง หมายคางคู่ต่อสู้ หรือใช้เท้าเตะปัดเท้าซ้ายคู่ต่อสู่ ให้เสียหลัก ถ้า
นักมวยจดเหล่ยี มซา้ ย กลบั คาอธิบายขวาเป็นซา้ ยท้ังส้นิ
๙. จระเข้ฟาดหาง เตะเหว่ียงหลัง
ถ้านักมวยจดเหลี่ยมขวา ใช้เท้าขวา ทาเท้าซ้ายเป็นหลัก โดยยกส้นเท้าซ้ายข้ึนเล็กน้อย บิดส้นเท้าไป
ทางซ้าย ขาขวา เหยียดตรง หักข้อเท้ามาทางหลังเท้า หมุนตัวมาข้างหลัง โดยแรง ที่หมายส้นเท้าขวาตี
ขากรรไกรทางขวา ของคู่ต่อสู ้ หรือชายโครงข้างขวาของ คู่ตอ่ สู้ก็ได้ ถ้าคู่ต่อสูจ้ ับเท้าได้ให้ ยนั ตัวด้วยเท้าซ้าย
พงุ่ ศอกขวาเฉียงหลัง หมายคางค่ตู อ่ สใู้ ชเ้ วลารับคู่ตอ่ สู้เผลอตวั
การป้องกัน ใช้แขนขวาปดั เท้าขวาคูต่ ่อสู้ ไปทางขวา
การตอบแก้ จับเท้าขวาคตู่ ่อสู้พงุ่ ไปทางหน้า ไหเ้ สียหลกั .
๑๐. กนิ รีเล่นน่า 3 สน้ เท้าตีขนึ
เชิงน้ีใช้เม่ือคู่ต่อสู้ซุกรกั แร้เรา ถ้าเป็นรักแร้ข้างซ้ายให้เอียงตัว ข้างซ้ายกดศ๊รษะคู่ต่อสู้ ให้ต่าลงพร้อม
กับกระดกส้นเท้าขวา ข้ึนหมายหนา้ ทอ้ งคตู่ อ่ สู้
การปอ้ งกัน ใชแ้ ขนขวากนั หน้า
การตอบแก้ ใช้เชิงศอกกวางสะบัดหน้า (ศอกสลัด) ถ้าซุกรักแร้ขวาให้กลับคาอธิบายขวาเป็นซ้าย
ทง้ั สิ้น
๑๑. ตามด้วยแขง้ 3 เตะดว้ ยแข้ง
เชงิ น้ีใช้เชน่ เดียวกบั เชงิ เทา้ ลงดานประตู (เตะเหว่ียง) ทกุ ประการแต่เปล่ยี นใชห้ ลังเท้า มาเปน็ ใช้แขง้ ตี
แทน และใชเ้ ม่อื คู่ตอ่ สเู้ ข้าประชดิ ระยะแขง้ เท่านน้ั
การป้องกนั ใชแ้ ขนซ้ายปะทะแขง้ ขวาของ คตู่ ่อสู้
การตอบแก้ ใช้เท้าซ้ายถีบจิกหน้าท้องคู่ต่อสู้ ถ้านักมวยจดเหล่ียมซ้าย ให้เปลี่ยนคาอธิบายขวาเป็น
ซ้ายท้งั ส้ิน
๑๒. แปลงอินทรีย์ - เท้าพรอ้ มหมัด
ถ้านักมวยจดเหล่ียมขวาใช้เท้าซ้ายเช่นเดียวกับ เชิงเท้า มานพเล่นขา (เท้าหน้าเตะเหว่ียง) แต่เพ่ิมใช้
หมดั ขวา ชกตรงทีห่ มายคางคู่ตอ่ สพู้ ร้อมกับเท้าซา้ ย เตะชายโครงขา้ งขวาคู่ต่อสู้ ใช้เวลารุกรับ หรือถอย
การปอ้ งกัน เอียงตวั กดศอกขวาลงกนั เท้าซา้ ยของคู่ต่อสู้ มอื ซา้ ยปัดหมัดขวาของคู่ตอ่ สู้
การตอบแก้ ใช้เช่นเดียวกับเชิงเท้า มานพเล่นขา ถ้านักมวยจดเหลี่ยมซ้าย เปลี่ยนคาอธิบายขวา
เป็นซ้ายท้ังส้ิน
๑๓. พาชีสะบัดย่าง 3 เตะติดตาม
เชิงน้ีใช้เมื่อคู่ต่อสู้เสียหลักถอย ใช้เท้าซ้าย และขวาเตะเหวี่ยงหมายขากรรไกรคู่ต่อสู้ สลับกันไปจนคู่
ตอ่ สลู้ ม้ เชิงน้ี ถ้าเตะจนชานาญ ปลายเท้าจะแตะพื้นดินนิดๆ กไ็ ด้ ใช้เวลารุกคตู่ ่อสถู้ อย
การป้องกนั ใชแ้ ขนท้ัง ๒ ข้างคมุ ปิดขากรรไกรไว้
การตอบแก้ ใชเ้ ท้าขวาถีบหรือเตะรกุ คู่ตอ่ สู้ เพ่ือใหค้ ตู่ อ่ สเู้ สียหลัก
๑๔. นางสลบั บาท – เตะสลบั เท้า
เชิงนี้ใช้เช่นเดียวกับเชิง พาชีสะบัดย่าง (เตะติดตาม) เปล่ียนเป็นเท้าซ้ายข้างหน่ึงเตะกรรไกร อีกข้าง
หนึ่งเตะชายโครงค่ตู อ่ สู้ นอกนน้ั เช่นเดียวกันทง้ั สิ้น
การป้องกนั ใชแ้ ขนข้างหนงึ่ บิดขากรรไกรอีกขา้ งหนึ่งกดศอกลงปดิ ชายโครง
การตอบแก้ ใช้เชน่ เดียวกับ เชงิ พาชีสะบัดย่าง
๑๕. กวาดธรณี – เตะเหวย่ี งตา่
ถ้านักมวยจดเหลี่ยมขวา ให้ใช้เท้าขวาเอียงแขง้ มาทางซา้ ยเล็กนอ้ ย แล้วหมุนบิตตัวเตะท่ีหมายน่องขา
ข้างซา้ ยของคตู่ ่อสูโ้ ดยแรงเพ่อื ใหค้ ่ตู ่อสูเ้ สยี หลักหรอื เทา้ แพลง ใชเ้ วลารกุ รับ และถอย
การปอ้ งกัน ให้ยกเลื่อนเท้าซ้าย บิดมาทางขวา
การตอบแก้ หมนุ ตัวกลับหลัง ใช้ศอกตขี ากรรไกรทางขวาของคตู่ ่อสู้ ถ้านักมวยจดเหลย่ี มซา้ ย กลับ
คาอธบิ ายขวาเป็นซา้ ยทัง้ สน้ิ
“””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””
ศอก
การใชศ้ อก
ศอก เป็นอาวธุ ท่ีใช้ในมวยไทยกันมาก เพราะสามารถท่ีจะน็อคคู่ต่อส้ไู ด้ หรือไม่ก็ทาให้คู่ต่อสู้แตกเป็น
บาดแผล ศอกที่ใช้ในมวยไทยมีหลายชนิด ศอกตี / ศอกตัด / ศอกงัด / ศอกพุ่ง / ศอกกระทุ้ง / ศอกกลับ /
ศอกสับ
เชงิ ศอก ๒๔ เชิง
๑. พุง่ หอก –ศอกน่า
ถา้ นักมวยจดเหล่ียมขวา ให้ใช้ศอกซ้ายซึ่งอยขู่ ้างหน้ายกงอข้อศอกพับ แขนท่อนล่างมาทางหูซ้าย พุ่ง
หรือตีศอกไป บริเวณหน้าคตู่ ่อสู้โดยเรว็ พรอ้ มกบั ยกเขา่ ซ้ายพุ่งไปบริเวณชายโครงคูต่ ่อสู้ ใช้เวลารุกหรอื รับ
การป้องกนั ใชห้ มดั ซ้ายตบไปขา้ งหนา้ ศอกขวาลดลงปดิ ชายโครงขา้ งขวา
การตอบแก้ ใช้เท้าถีบจิกหน้าของคู่ต่อสู้ ถ้านักมวยจดเหลี่ยมซ้ายให้กลับคาอธิบายขวาเป็นซ้าย
ทั้งส้ิน
๒. ศอกฝานหน้า –ศอกฟันหนา้
ถ้านักมวยจดเหลี่ยมขวา ให้ใช้ศอกขวางอแขนตรงข้อศอก กาหมัดงอข้อมือ หันฝ่ามือเข้าหาหัวไหล่
แลว้ ยกตีไปช้างหนา้ โดยแรงทบี่ ริเวณหน้าหรอื บอ่ ไหปลาร้าของคู่ต่อสู้ใช้เวลารุก รบั หรอื ถอย
การป้องกนั ให้ยกแขนซา้ ยขวาขึน้ รับ
การตอบแก้ ใช้หน้าแข้งหรือเข่าซ้ายตีชาย โครงขวาของคู่ต่อสู้ หรือใช้เท้าซ้ายถีบจิก บริเวณท้องคู่
ต่อสู้ ถา้ นกั มวยจดเหล่ยี มซา้ ยเปลี่ยนคาอธบิ ายขวาเป็นซ้ายทง้ั สิ้น
๓. พรา้ ยายแก่ - ศอกเหว่ียง
ถ้านกั มวยจดเหลีย่ มขวาใหใ้ ช้ ศอกขวางอควา่ มือ ใชก้ าลังหวั ไหล่ เหวี่ยงไปข้างหน้า ทห่ี มายขากรรไกร
ซา้ ยของคตู่ ่อสู้ พร้อมกบั สืบเท้าขวาไป ข้างหนา้ ใช้เวลารกุ รบั หรือถอย
การป้องกัน ใช้แขนซ้ายปัดหรือปะทะไปทางซ้าย
การตอบแก้ ใช้เช่นเดียวกับเชิง ศอกฟันหน้าถ้านักมวยจดเหล่ียมซ้าย ให้กลับคาอธิบายขวาเป็น
ซา้ ยทง้ั ส้ิน
๔. แงล่ ูกคาง – ศอกงดั
ถ้านักมวยจดเหล่ียมขวา ใช้ศอกขวางอตั้งตรง หันฝ่ามือเข้าหาหัวไหล่ขวา พร้อมกับสืบเท้าขวาไป
ขา้ งหน้า ใชศ้ อกตีปลายคางคตู่ ่อสเู้ สยขึน้ ใชเ้ วลาถอย
การปอ้ งกัน ใชห้ มัดหรือแขนขวาปะทะปัดลงหรอื ใช้ เท้าขวาถีบท้องคู่ต่อสู้ ถ้านักมวยจดเหลี่ยมซ้าย
ให้ กลบั คาอธิบายขวาเป็นซา้ ยทงั้ สิ้น
๕. ถางป่า – ศอกคว่า
ถ้านักมวยจดเหล่ียมขวาใช้ศอก ขวางอตั้งตรง หันฝ่ามือเข้าหาหัวไหล่ขวา พร้อมกับสืบเท้าขวาไป
ข้างหนา้ ใชศ้ อก ตีปลายคางค่ตู อ่ สู้เสยขน้ึ ใช้เวลาถอย
การปอ้ งกัน ใช้หมดั หรือแขน ขวาปะทะปดั ลงหรอื ใช้เท้าขวาถีบท้องคู่ต่อสู้ ถ้านักมวยจดเหลี่ยมซ้าย
ใหก้ ลบั คาอธบิ ายขวาเปน็ ซ้ายทง้ั สน้ิ
๖. ฟ้าล่ัน – ศอกปนแขน
ถา้ นักมวยจดเหลี่ยมขวาใชศ้ อกและแขนทอ่ นล่าง ขา้ งขวา งอขอ้ ศอกเล็กนอ้ ยตีฟาดลงไปหมายบรเิ วณ
หน้าคู่ต่อสู้ พร้อมกับเท้าขวาสืบไปข้างหน้า แล้วหมุนตัวกลับเลื่อนเท้าซ้ายประชิดคู่ต่อสู้ ใช้ศอกซ้ายพุ่งไปข้าง
หลังหมายชายโครงซ้าย หรอื หน้าท้องคตู่ ่อสซู้ า้ อกี ก็ได้ใช้เวลาคู่ตอ่ สู้ โถม เขา้ มา (ถอยรบั )
การป้องกัน ให้ยกแขนซ้ายข้ึนขวางรับ พร้อมกับยก เข่าซ้ายตีเหวี่ยงหมายชายโครงของคู่ต่อสู้หรือ
ใช้เท้าขวา ถีบท้องคู่ต่อสู้ยันไว้ แล้วใช้เชิงเดียวกันนี้ตาม ถ้านักมวยจดเหลี่ยมซ้าย กลับคาอธิบายขวาเป็นซ้าย
ทั้งสน้ิ
๗. ยนั พยคั ฆ์ – ศอกอดั
ถ้านักมวยจดเหลี่ยมขวา ให้ใช้ศอกซ้าย หันปลายหมัด ไปทางขวาคว่ามือ แล้วพุ่งศอกไปข้างหน้าท่ี
หมายคาง และลูกกระเดือกคู่ต่อสู้แล้วกอดคอคู่ต่อสู้ ให้ ศีรษะหงายไปข้างหลังใช้ศอกขวาตีตรงบริเวณหน้า
คู่ต่อสูซ้ า้ อีกคร้ังหนง่ึ ใช้เวลารับคู่ต่อสู้ โถมเข้ามา
การป้องกนั ให้ยกแขนขวาขนึ้ ตรงไปทางขวา ใช้แขนซา้ ย ยกขนึ้ ขวางปะทะศอกขวาของค่ตู ่อสู้
การตอบแก้ ใช้เข่าขวางอพุ่งตรงไปชายโครงข้างซ้ายของคู่ต่อสู้หรือใช้เข่าซ้ายและขวาสลับกัน ท่ี
หมายท้องคตู่ ่อสู้กไ็ ด้ ถา้ นกั มวยจดเหลย่ี มซา้ ย กลบั คาอธบิ ายขวาเป็นซา้ ยทั้งสิน้
๘. จักรนารายณ์ –ศอกกลับ
ถ้านักมวยจดเหลย่ี มขวา ใชศ้ อกขวางอศอก คว่ามอื มาข้างหน้า แขนขวาเสมออก หรอื ได้ระดับกับคาง
คตู่ ่อสหู้ มุน ตัวกลบั หลังไปทางซ้ายโดยแรง โดยใช้เท้าซ้ายเป็นหลกั ท่ีหมายขากรรไกร หรือคางข้างขวา คู่ต่อสู้
ใช้เวลา รบั หรือถอย เม่ือคตู่ ่อสโู้ ถมเข้ามา
การตอบแก้ ใช้มือซ้ายหรือขวาก็ได้สอดเข้า ใต้รักแร้คู่ต่อสูใ้ ช้ข้อมือเหนี่ยวคอคู่ต่อสู้มาข้างหน้าเฉียง
ขวาหรือซ้ายแล้วแต่มือ ใช้เข่ายกข้ึนตีคาง หรือบริเวณหน้าคู่ต่อสู้ ถ้านักมวยจดเหลี่ยมซ้าย ให้กลับคาอธิบาย
ขวาเปน็ ซา้ ยทั้งสิน้
๙. ทรายเหลียวหลงั 3 ศอกเฉยี งหลัง
ถ้านักมวยจดเหล่ียมขวา เมื่อใช้หมัดขวาหรือใช้เท้าเตะ หรือศอกเหวี่ยงผิดท่ีหมาย แล้วจะชักกลับมา
จดในท่าเดิม ไม่ทันก็เสยไปจนในท่าหันข้างขวาให้คู่ต่อสู้ดังนี้เป็นต้น การใช้ศอกขวางข้อศอกคว่ามือแขนขวา
ท่อนล่างขวางหน้า เสมออกแล้วพงุ่ ศอกเฉยี งไปข้างหลังที่หมายลูกกระเดือก หรอื คางคูต่ ่อสู้ ใช้เวลาคู่ตอ่ สู้โถม
เขา้ มาศอกน้ี เป็นศอกชว่ ย
การปอ้ งกนั ใชม้ อื ซ้าย ปัดไปทางซ้ายพร้อมกับเอีย้ ว ศ๊รษะไปทางขวาเลก็ นอ้ ย
การตอบแก้ ใช้เท้าซ้ายเตะน่องขาของคู่ต่อสู้เหว่ียงไปทางขวาโดยแรง (ระวังศอกซ้ายคู่ต่อสู้กลับ
ตคี างหรือชายโครงเรา) ถ้านกั มวยจดเหลย่ี มซา้ ย กลบั คาอธบิ ายขวาเป็นซ้ายทั้งส้นิ
๑๐. กวางสะบัดหญ้า – ศอกสลดั
ศอกสลัดนี้ใช้ได้ท้ังซ้ายและขวา เป็นศอกท่ีใช้เม่ือเวลาเสียหลักเราเข้าซุกใต้รักแร้คู่ต่อสู้ เช่น ซุกใต้
รักแร้ซ้ายคู่ต่อสู้เวลาเข้าซุก ใช้แขนซ้ายและศีรษะ ย่ืนไปข้างหลังคู่ต่อสู้ เท้าซ้ายสืบเข้าไปอยู่ ในระหว่างขาคู่
ต่อส้เู ท้าขวายังอยู่ขา้ งหลงั แขนขวาแนบอยูก่ ับเทา้ ขวา งอข้อศอก แล้วปิดตวั หมุนศอกขวาเฉียงไปทางซ้ายโดย
แรง พร้อมกับใช้เข่าซ้ายกระแทกขาซ้ายคู่ต่อสู้ ให้เสียหลักก้มมาข้างหน้า รับศอกท่ีหมายบริเวณหน้าคู่ต่อสู้ใช้
เวลาเราเสียหลกั เขา้ ซุกคตู่ ่อสู้
การป้องกัน ใช้ศอกและแขนขวาขวาง (เพียงการตอบแก้) ใช้กาลังตัวและแขนซ้าย ยกศีรษะคู่ต่อสู้
ตา่ ลง พรอ้ มกบั ย่อตวั ลง งอขอ้ ศอกขวาปดิ ตัวกลบั หลงั ทางซ้าย ใชศ้ อกขวาตีบรเิ วณหน้าคู่ต่อสู้
๑๑. คชาตกมนั 3 ศอกฟนั หลงั
เชิงศอกนี้คล้ายกับเชิง ทรายเหลียวหลัง (ศอกเฉียงหลัง) แต่ใช้ศอกชกลงตรงๆ ท่ีหมายบริเวณ
หนา้ ผากคตู่ อ่ สู้ใช้เวลาคตู่ อ่ สู้ โถมเข้ามาการตอบแก้ ใหใ้ ชห้ มดั ขวา ชกตรงทีห่ มายคาง หรอื ล้นิ ป่ีคูต่ ่อสู้
การป้องกัน ใช้แขนซ้ายยกขึ้นขวางรับ หรือปัดไปข้างบนศีรษะ ถ้านักมวยจดเหล่ียมซ้ายกลับ
คาอธิบายชวาเปน็ ซ้ายทงั้ สิ้น
๑๒. พสุธาสะทา้ น – ตสี องศอกสลบั
ถา้ นักมวยจดเหล่ียมขวา ใหใ้ ช้ศอกซ้าย ตีหมายบริเวณหน้าคู่ต่อสู้แล้วใช้ ศอกขวาเปน็ ศอกตามตีแบบ
เดียวกบั เชงิ ศอกฝานหน้า (ศอกฟันหน้า) พรอ้ มกันเลื่อนเทา้ ขวาเข้าประชิดค่ตู อ่ สถู้ ้าหากคู่ต่อสู้ถอยให้ตามด้วย
ศอกซ้าย หมุนตัวกลบั ชายโครงข้างซา้ ย หรอื คางคตู่ ่อสูก่ ็ได้ ศอกนใี้ ชเ้ วลารกุ รับ หรอื ถอย
การป้องกัน ใช้เข่าพุ่งตรงที่หมายชายโครงข้างซ้ายของคู่ต่อสู้ ถ้านักมวยจดเหล่ียมซ้ายกลับ
คาอธบิ ายขวาเปน็ ซ้ายท้ังส้นิ
๑๓. ยันโยธี- ศอกอดั หลัง
ศอกนี้ใช้เมื่อคู่ต่อสู้เข้าข้างหลังเราใช้ได้ ทั้งศอกซ้าย และขวา โดยใช้ศอกซ้าย หรือศอกขวายันคู่ต่อสู้
หงายไปข้างหลัง แล้วใช้ศอกอีกข้างหนึ่งพุ่งไปข้างหลัง หมายบริเวณท้อง หรือชายโครงคู่ต่อสู้ ใช้เวลาคู่ต่อสู้
โถมเขา้ กอดขา้ งหลงั
การปอ้ งกนั ใหใ้ ชศ้ อกทั้ง ๒ ขา้ ง ปิดอก และท้อง ใช้หมัด ๒ ข้างกนั คอ
การตอบแก้ ใช้เท้าขวาหรือเท้าซ้ายเตะ ปัดขาคู่ต่อสู้ให้เสียหลักการ ใช้ศอกติดต่อ หรือลูกไม้อ่ืนๆ
ติดตอ่ ไปหลายๆ ลกู ไม้ เป็นการไดเ้ ปรยี บแกค่ ตู่ ่อสู้ จงึ ขอให้ผฝู้ กึ ใช้ใหม้ าก
๑๔. อคั คสี ่องแสง - ศอกสลับหมัด
ถ้านกั มวยจดเหลี่ยมขวา ใหใ้ ช้หมัดซา้ ย หงายฝา่ มอื ชกพุ่งไปยังบรเิ วณหน้าคูต่ อ่ สู้ พร้อมกับใชศ้ อกขวา
พงุ่ ตรงชายโครงข้างซ้าย คูต่ ่อสู้ใชไ้ ดท้ ัง้ ซ้ายและขวาใชเ้ วลาถอย ค่ตู อ่ สู้ โถมเข้ามา
การปอ้ งกนั ใช้หมัดขวาตบหมัดซ้าย คู่ต่อสูล้ งข้างล่าง ใชแ้ ขนซ้ายขวาง รับศอกของคู่ต่อสู้ พร้อมกับ
บดิ ตัว ไปทางขวาใช้สะโพกรบั เข่าซา้ ยค่ตู อ่ สู้
๑๕. กา่ แพงภผู า - ศอกสลับหลัง
ศอกน้ใี ช้เม่ือคู่ตอ่ สโู้ ถมเข้ามา ข้างหลงั ใชศ้ อกข้างใดข้างหนึ่งตีหลังเหวี่ยง ทหี่ มายหนา้ คู่ตอ่ สู้ ศอกอีก
ข้างหน่ึงพุ่งไปข้างหลังหมายบริเวณท้องคู่ต่อสู้ สลับกันท้ังซ้ายและขวาข้างหนึ่งตีหรือเหวี่ยงข้างบน อีกข้าง
หน่ึงกพ็ ุง่ ขา้ งหลังทาอย่างรวดเร็ว ใชเ้ วลาเสียหลักหรือชกคตู่ ่อสผู้ ิดที่หมายกลบั มาจดอย่างเดมิ ไม่ทัน
การป้องกัน ให้ถอยแนบติดกบั คตู่ อ่ สู้อย่าห่าง
การตอบแก้ ให้ใช้แขนสอดเข้าไป ใต้รักแร้คู่ต่อสู้ ใช้ขอ้ มือกดโน้มคอคู่ต่อสู้ มาขา้ งๆ ให้ตา่ ลง ใช้เข่า
ยกขน้ึ ตคี างหรอื บริเวณหน้าคตู่ ่อสู้
๑๖. นาคาคาบนาง - ศอกพร้อมเข่า
ถ้านักมวยจดเหลี่ยมขวาใช้ศอกขวาตีตรงท่ีหมายบริเวณหน้าคู่ต่อสู้ ใช้เข่าตะแคงช่ือชายโครงข้างขวา
ของคู่ต่อสพู้ รอ้ มๆ กัน ใช้เวลารุกหรอื รบั
การป้องกัน ใช้แขนซ้ายยกขึ้นขวางรับศอกขวาของคู่ต่อสู้ พร้อมกับเอียงตัวกดศอกขวาลงปิดชาย
โครงขา้ งขวา รับเข่า ช้างซ้ายของคู่ตอ่ สู้
การตอบแก้ ใช้เขา่ ซา้ ยพงุ่ ตรงทีห่ มายบริเวณหนา้ ทอ้ งคู่ตอ่ สู้
๑๗. ช้างประสานงา – ศอกคู่
ศอกน้ีกระโดดตีคลา้ ยกับใช้ เข่า เชิง เชยคาง (เขา่ คู่ ) แต่เปลยี่ นใชเ้ ขา่ ตบี ริเวณทอ้ งคู่ตอ่ ส้หู รอื จะใช้แต่
ศอกอยา่ งเดียวกไ็ ด้ เมอื่ ค่ตู ่อสู้ไมเ่ ปิดว่างให้ใชเ้ ขา่ ใช้เวลารกุ รับ หรือถอย
การป้องกัน ให้ถอยหลัง พร้อมกับยกแขนซ้ายข้ึนขวางรับศอกคู่ต่อสู้ แขนขวายกขึ้นขวางกันเข่าคู่
ต่อสู้
การตอบแก้ ใช้เท้าขวาถีบเข่า หรือหน้าท้องคู่ต่อสู้เสียหลักแล้วใช้เชิงอ่ืนตาม เช่น ชกด้วยหมัดตรง
หรือศอกหนา้ ตี
๑๘. ล่วงแดนเหรา – ศอกตบหลัง
ศอกน้ีใช้ เม่ือคู่ต่อสู้ซุกใต้รักแร้เรา ถ้าซุกใต้รักแร้ซ้ายให้สืบเท้าซ้ายไปในระหว่างเท้าท้ัง ๒ ของคู่
ต่อสู้ เอียงตัวขา้ งซา้ ยกดศีรษะคู่ต่อสู้ ให้ตา่ ลงพรอ้ มกบั ใช้เช่ากระแทกเข่าซ้ายคู่ตอ่ สู้ ให้เสียหลักซุกมาข้างหน้า
ใชศ้ อกขวางเหวี่ยงไปข้างหลังพรอ้ มสลัดพลิกตวั ตามศอกไปหมายบรเิ วณ หนา้ คตู่ ่อสู้
การปอ้ งกัน ให้ยกแขนขวามาขวางหนา้ ไว้
การตอบแก้ ให้ใช้เชิงศอก กวางสะบัดหน้า (ศอกสลัด)ถ้าคู่ต่อสู้ซุกข้างขวาเรา กลับคาอธิบายขวา
เปน็ ซา้ ยท้งั สนิ้ .
๑๙. โยธาเคลอื่ นทัพ – ศอกพ่งุ หนา้
ถ้านักมวยจดเหลี่ยมขวาใช้ศอกซ้ายงอแขนซ้าย คว่ามือปลายหมัดชี้ไปทางแขนขวาพรอ้ มกับศอก ขวา
หงายฝ่ามอื ปลายหมัดชีไ้ ปข้างหลัง บิดตวั ไปทางขวาเล็กนอ้ ย พุ่งศอกท้ัง ๒ ไปข้างหน้าโดยแรงท่ีหมายคางหรือ
กระเดอื กคตู่ ่อสู้ ใชเ้ วลารบั หรอื ถอย
การปอ้ งกนั กระโดดหนีให้ พ้นระยะศอกและเข่า
การตอบแก้ ใช้เท้าถีบยันหน้าอกคู่ต่อสู้ และใช้เชิงอ่ืนตาม ถ้านักมวยจดเหล่ียมซ้าย กลับคาอธิบาย
ขวาเป็นซา้ ยทัง้ ส้นิ
๒๐. ยนั สองกร- ศอกยักหลัง
ศอกน้ีใช้เวลาคู่ต่อสู้เข้าประชิดตัวข้างหลัง ให้ใช้ศอกซ้ายและขวากระทุ้งไปข้างหลังสลับกัน ซ้ายและ
ขวาที่หมายหนา้ ทอ้ งหรือชายโครง ขา้ งซ้ายและขวาของคู่ตอ่ สูเ้ วลากระทุ้ง ศอกใช้ปลายศอกเฉยี งหลังเล็กน้อย
การป้องกัน ใหก้ อดเอวหรอื กอดหน้าอกรดั ให้แนน่
การตอบแก้ ใช้แขนซ้ายหรือขวา สอดเข้าไปโต้รักแร้ คู่ต่อสู้ใช้ข้อมือเกาะคอคู่ต่อสู้กดโน้ม ศีรษะคู่
ต่อสู้มาทางขวาหรือซ้ายแล้วแต่แขนข้างใด ก็กดโน้มไปทางนั้น แล้วใช้เข่าข้างเดียวกันยกขึ้นหมายคางหรือ
บรเิ วณหน้าค่ตู ่อสู้
๒๑. ฆ้อนตที ัง่ – ศอกปัก
ศอกปักน้ีใช้เม่ือคู่ต่อสเู้ สียหลักมาข้างหน้าหรือ ทางซ้ายและขวาของเราใช้ศอกเดียวหรือ ๒ ศอก ก็ได้
ถ้าคู่ต่อสู้มาทางขวาใช้ศอกขวาตีปักลง ถ้ามาทางซ้ายใช้ศอกซ้ายตีปักลง ถ้ามาข้างหน้าใช้ตี ๒ ศอกหรือศอก
เดียวหรือจะใชเ้ ข่าชว่ ยอีกแรงหนงึ่ ก็ได้ ทีห่ มาย ท้ายทอยค่ตู ่อสู้ ถา้ ใช้เขา่ ที่หมายคางค่ตู ่อสู้
การป้องกัน ใช้หมัดทัง้ ๒ ขา้ งปดิ คร่อมคอ ศอกทัง้ ๒ ขา้ งกนั หนา้ อก
การตอบแก้ ถ้ามโี อกาสใหพ้ ลิกตวั ใช้ ศอกซ้ายหรอื ขวาตีหน้าอกคู่ต่อสู้ก็ได้
๒๒. ขวา้ งพสุธา – ศอกขวา้ งหลงั
ศอกขว้างหลัง ศอกน้ีใช้เม่อื ศอกตีหรือหมัดชก ข้างหน้าผดิ ท่ีหมาย เช่น ชกด้วยหมัดขวาผิดแล้ว หมุน
ตัวกลับหลัง สืบเท้าซ้ายเข้าประชิดคู่ต่อสู้ พร้อมกับตีด้วยศอกซ้ายข้างหลังตรงบริเวณหน้าคู่ต่อสู้ ถ้าด้วยหมัด
ซา้ ยกใ็ ช้ศอกขวาดี ใช้เวลารุก
การป้องกนั ถ้าคู่ตอ่ สู้ตีด้วยศอกซ้ายให้ยกแขน ซ้ายขึ้นรับถ้าคู่ตอ่ สู้ตีด้วยศอกขวา ให้ยกแขนขวาข้ึน
รบั
การตอบแก้ ใช้เท้าข้างเดียวกับแขนที่ยกรับถีบชายโครงคู่ต่อสู้แล้วใช้ศอกข้างตรงข้ามตีบริเวณคอ
หรือศีรษะคู่ต่อสู้
๒๓. ฤๅษบี ดยา – ศอกค่าปกั
ศอกน้ีใช้เวลาเข้าประชิดกับคตู่ ่อสู้ใช้ศอกข้างหน้า ตีปกั ลงซอกคอหรอื บ่อไหปลาร้าคู่ต่อสู้ แล้วกระดก
แขนข้างเดียวกันนน้ั ตขี ากรรไกรคูต่ ่อสู้
การป้องกัน ให้บดิ ตัวเอียงโดยถอยให้หา่ งคตู่ ่อส้โู ดยเร็ว
การตอบแก้ ใช้เข่าซ้ายหรือเข่าขวา พุ่งตรงหมายชายโครงคู่ต่อสู้ลูกไม้น้ีถ้าท่านนั่งท้าวโต๊ะโดยปัก
ศอกข้างซ้ายลงบนโต๊ะแล้ว ทอดแขนข้าง ซ้าย ลงบนโต๊ะ ปลายมือช้ีไปทางขวาอย่าให้ศอกเคล่ือนที่ แล้ว
กระดกแขนข้ึนตง้ั ตรง ดงั เดมิ โดยแรงก็จะรู้ลูกไม้นไ้ี ด้ดี
๒๔. นาคาเคลื่อนกาย - ศอกควง
ศอกน้ีใช้เวลารับ หรือถอยในเมื่อคู่ต่อสู้รุกเข้ามาใช้ศอกทั้ง ๒ ข้างเปิดขึ้น คว่ามือลงปลายมือชนกัน
หรือเล็กน้อย พอถนัด เสยออกใช้กาลังเพียงเอวบิดไป ทางซ้ายและขวาพร้อมกับเหวี่ยงศอกตามไป ท่ีหมาย
ศอกตีคางหรอื ขากรรไกรคู่ต่อสู้โดยแรง ศอกขา้ งหนงึ่ ๆ อาจใชต้ ไี ด้ทั้ง ๒ ขา้ ง ทัง้ เหว่ยี งไปและกลับมา
การปอ้ งกัน ใชแ้ ขนทง้ั ๒ ข้างปดิ กนั ขากรรไกรทงั้ ๒ ขา้ ง
การตอบแก้ ใช้เท้าถบี จกิ ปลายเทา้ หมายหนา้ ทอ้ งคตู่ อ่ สู้
“””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””
เขา่
การใช้เข่า เข่าเป็นอาวุธท่ีร้ายแรงและหนักหน่วง รองจากการเตะ นักมวยท่ีมีการใช้เข่าได้ถูกวิธี
และเก่งเข่า จะได้เปรียบคู่ต่อสู้เมื่อเข้าระยะประชิด จะเห็นว่ามีนักมวยแพ้ด้วยเข่าบ่อย เข่ามักจะทาให้คู่ต่อสู้
อ่อนกาลังลง บางคร้ังก็อาจจะเปิดแผลที่บริเวณใบหน้าคู่ต่อสู้ได้เช่นกัน เข่าท่ีนิยมใช้กันท่ัวไป มี เข่าโหน, เข่า
เฉยี ง, เขา่ ตดั , เขา่ ลอย
เชงิ เข่า ๑๑ เชงิ
๑. กุมภัณฑพ์ ุ่งหอก - เข่าตรง
ถ้านักมวยจดเหล่ียมชวา ให้ใช้เข่าขวา งอปลายเท้าไปขา้ งหน้า หัวเข่าเฉียงไปทางซ้ายพร้อมกับบิดตัว
พุ่งเข้าไปข้างหนา้ ทหี่ มายท้องหรอื หนา้ อกคู่ตอ่ สู้ ใชเ้ วลารุก รับหรอื ถอย
การปอ้ งกนั บิดตัวพรอ้ มกบั กดศอกซ้ายลงปิดชายโครง
การตอบแก้ ใช้เท้าขวาถีบจิกยันคู่ต่อสู้ ถ้านักมวยจดเหลี่ยมซ้าย ให้กลับคาอธิบายขวาเป็นซ้าย
ทง้ั ส้นิ
๒. หยอกนาง – เข่าตะแคง
ถา้ นักมวยจดเหลี่ยมขวาให้ใช้เข่าซ้ายงอขาเอียงเข้ามาทางขวาแลว้ หมุนตัวมาทางขวาพร้อมกับเหว่ียง
เข่าโดยแรงทีห่ มายชายโครงขา้ งขวาของคตู่ อ่ สู้ ใชเ้ วลารับเมือ่ คู่ตอ่ สู้ โถมเข้ามา
การป้องกัน ให้เอียงตัวข้างขวา กดศอกลงปิดชายโครง
การตอบแก้ ใช้เข่าข้างซ้ายตีชายโครงข้างขวาของคู่ต่อสู้หรือพุ่งตรงหมายท้องคู่ต่อสู้ก็ได้ ถ้า
นกั มวยจดเหลี่ยมซา้ ย ให้กลบั คาอธบิ ายขวาเป็นซ้ายทั้งสน้ิ
๓. เชยคาง – เขา่ คู่
ถา้ นักมวยจดเหล่ียมขวาให้เลื่อนเท้าขวามาชิดเท้าซ้าย ตวั งอ เขา่ กระโดดขึ้นเอาเข่า หมายตีคางคู่ต่อสู้
พร้อมกบั ใช้ศอก ๒ ข้าง ตหี น้าคตู่ อ่ สูด้ ว้ ยกไ็ ด้ ใชเ้ วลารุก หรือถอย
การป้องกนั ให้กระโดดถอยหลงั ใหแ้ ขนขา้ งซ้ายขวางรับ ศอกบน แขนขวาขวางรับ เข่าขา้ งลา่ ง
การตอบแก้ ให้ใช้ขาขวาเตะขาคู่ตอ่ สู้เวลากระโดดข้ึนใหเ้ สยี หลัก แลว้ ใช้ศอกขวาตามตหี มายบรเิ วณ
หนา้ คตู่ ่อสู้
๔. พรางศัตรู - เขา่ ขา้ ง
เข่าน้ีใช้ได้ทั้ง ๒ ข้าง เพราะใช้เมื่อคู่ต่อสู้รุกเข้ามา หรือคู่ต่อสู้เสียหลัก ให้ใช้แขนหรือศอกตีคอคู่ต่อสู้
กดลง แล้วใชเ้ ขา่ ขา้ งยกขน้ึ ตีหมายลกู คาง หรืออกของคตู่ ่อสูใ้ ชเ้ วลาเข้าประชดิ หรือคู่ต่อส้เู สยี หลกั
การป้องกัน ให้ยกแขน ๒ ข้างและหมัดกันหน้า และอกโดยงอข้อศอกหมัด ช้ีไปทางศีรษะ (ทาง
ด่ิง)
การตอบแก้ เมอ่ื มีหลักให้บิดตวั ไปทางซ้ายหรอื ขวา ใช้ศอกตีชายโครงคตู่ อ่ สู้โดยแรง
๕. งไู ล่ตู๊กแก - เขา่ สลบั
เข่านี้ใช่ได้ท้ัง 2 ข้าง แล้วแต่โอกาสหรือจังหวะในการเข้าทา กระโดดลอยตัวโดยเอาเข่าข้างหนึ่งนา
แล้วสลับเขา่ กลางอากาศเข้าใสใ่ บหน้าหรือหน้าอกคู่ต่อสู้ ใช้ในเวลารุก คู่ตอ่ สเู้ สียหลักติดพนั
การป้องกัน ให้เอียงตัวกดศอกขวาลงปิดชายโครงข้างขวา พร้อมกับบิดตัวหันข้างไปทางขวา กดศอก
ซา้ ยลงปิดชายโครงดา้ นซ้าย
การตอบแก้ ใช้เท้าซ้ายถีบบริเวณท้องคู่ค่อสู้ ให้คู่ต่อสู้เสียหลักแล้วตามด้วยไม้อื่น แล้วแต่คู่ต่อสู้เปิด
ว่าง
๖. ตาแกต่ ีชดุ - เข่าคูศ่ อก
ถา้ นักมวยจดเหลี่ยมขวา ให้ใช้เข่าซ้าย ตะแคงมาทางขวา ตีเหว่ียงเข้าชายโครง ขา้ งขวาของคู่ต่อสู้ ใช้
ศอกข้างขวาคว่ามือลง งอแขนมาทางข้างหน้าตีเหวี่ยงลง หมายขากรรไกรข้างซ้ายของคู่ต่อสู้ ใช้เวลารับหรือ
ถอย เมอื่ ค่ตู อ่ สู้ รุกเข้ามา
การป้องกัน เอียงตัวกดข้อศอกขวาลงต่าปิดชายโครงข้างขวากันเข่าซ้ายของคู่ต่อสู้ ใช้แขนซ้ายงอ
ศอกขวาของคู่ต่อสไู้ ปข้างหลัง
การตอบแก้ ใช้เท้าซ้ายถีบจิก ท่ีหมายหน้าท้องคู่ต่อสู้ ถ้านักมวยจดเหล่ียมซ้าย กลับคาอธิบายขวา
เปน็ ซา้ ยท้งั สน้ิ
๗. หยดุ โยธา – เข่าพรอ้ มศอก
ถ้านักมวยจดเหลี่ยมขวา ให้ใช้เข่าตะแคง ตีชายโครงข้างขวาของคู่ต่อสู้ พร้อมกับใช้ศอกขวาและซ้าย
ศอกซ้ายเสยคางข้นึ ศอกขวาตีปกั ลงที่หมายไหปลาร้า หรือซอกคอค่ตู อ่ สู้ ใชเ้ วลารุก รับ ถอย
การป้องกัน เอียงตัวพร้อมกับกดศอกขวาลง ปิดชายโครงข้างขวากันเข่าซ้ายคู่ต่อสู้ ใช้แขนซ้าย
ยกขนึ้ ขวางรบั ศอกขวาคตู่ อ่ สู้
การตอบแก้ ให้ใชเ้ ทา้ ซ้ายถีบจิกหน้าท้องคตู่ อ่ สใู้ ห้เสยี หลัก แลว้ ใชเ้ ชงิ อ่ืนตาม
๘. ภูผาสะทา้ น – เข่าอดั
เข่าอัด เช่นน้ีใช้ประชิดตัวคู่ต่อสู้ ใช้ได้ทั้ง ๒ ข้าง เช่น ใช้เข่าข้างขวาข้ึน ดันอกคู่ต่อสู้ ให้ห่างกับตัว
แล้วใชเ้ ข่าข้างซ้ายพุง่ ตหี น้าท้องคตู่ อ่ ส้พู ร้อมกบั มือท้ัง ๒ ขา้ ง กอดคอคู่ต่อสใู้ หแ้ น่น ใช้เวลาประชิดตวั กนั
การปอ้ งกนั ใหใ้ ชแ้ ขนทงั้ ๒ ข้าง ปิดอกและทอ้ ง
การตอบแก้ พยายามเดง้ ตวั ออกห่างใช้หมดั ตรงชกหมายคางคตู่ ่อสู้
๙. หกั คอช้างเอราวณั – โน้มคอตีเขา่
ให้ใช้มือทั้ง ๒ ข้าง โอบรอบคอ คู่ต่อสู้โน้มศีรษะคู่ต่อสู้มาข้างหน้า พร้อมกับใช้เข่าท้ัง ๒ ข้างงอขา
กระโดดตีคางหรอื อก ค่ตู ่อสู้
การป้องกัน ใช้ศอกทัง้ ๒ ข้าง มารวมกันขา้ งหนา้ แล้วพยายามตีตรงโคนขา เหนือเข่าท้ัง ๒ ข้างของ
ค่ตู อ่ สูโ้ ดยแรง
การตอบแก้ แย่งสอดแขนเข้าในแล้วยืดศีรษะขึ้นให้ต้ังตรงแล้วตีเข่าตอบโต้ หรือใช้เข่าขวางค้ายัน
ไวท้ ีท่ อ้ ง อีกวธิ หี นงึ่ ใช้มอื ยันคางคตู่ ่อสู้ แลว้ ผลกั สุดแรงจังหวะท่คี ูต่ ่อสูต้ ีเขา่ คตู่ อ่ สู้จะหงายหลังหกลม้
๑๐. ดนั ภผู า – เขา่ พรอ้ มหมดั
ถ้านักมวยจดเหล่ียมขวา ใช้เข่าขวา งอเท้าไปข้างหลัง เสือกเข้ามาทางซ้ายเล็กน้อย หมายชายโครง
ข้างซ้ายคู่ต่อสู้ พร้อมใช้หมัดขวาชกตรงคางคู่ต่อสู้ บิดตัวหมุน ไปทางซ้ายพร้อมด้วยเข่าและหมัดตามไป ยังท่ี
หมายโดยแรง ใช้เวลารับหรือถอย
การป้องกนั ใช้แขนซา้ ยปดั หมดั คูต่ อ่ สู้ พร้อมกบั กระโดดถอยหลงั มาขา้ งหลงั
การตอบแก้ ใช้เท้าขวาเตะขาซ้ายของ คู่ต่อสู้เพื่อ ให้เสียหลัก แล้วใช้เชิงอื่นตาม ถ้านักมวยจดเหล่ี
ยมซา้ ย กลบั คาอธิบายขวาเปน็ ซา้ ยทั้งสน้ิ .
๑๑. ศิลากระทบ – เข่ากระทบ
เข่านี้ใช้เวลาเข้าประชิดกันใช้มือท้ัง ๒ ข้าง โอบรอบคอคู่ต่อสู้ โน้มศีรษะมาข้างหน้ากระโดดตีเข้าท่ี
ชายโครงคตู่ อ่ สู้ ใช้พร้อมกัน ท้ัง ๒ เข่าตปี ระกบทง้ั ๒ ขา้ งของชายโครง
การปอ้ งกนั กระโดดถอยหลังหา่ งคูต่ อ่ ส้แู ลว้ ใช้เท้าถีบทอ้ งคู่ ต่อสู้
การตอบแก้ ทาเหมือนกันกับการตอบแก้ เชิง หักคอช้างเอราวัณ สรุปการใช้เชิงทุกๆ เชิง ขอให้
พยายามใช้อย่างรวดเร็วจึงจะได้ผล พร้อมดว้ ยกาลัง ความแข็งแรง ไหวพริบ ตาไวจึงจะเกิดผล ถ้าขาดอย่างใด
อย่างหนึง่ แล้วจะไมเ่ กิดผลเลย
“”””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””
ไมจ้ ่โู จม
ไม้จูโ่ จม ๒๔ ไม้
๑. หกั คอไอยรา
ไม้รุกน้ีใช้เดินเขา้ จับคตู่ อ่ สูโ้ นม้ ลงตีเข่า ที่หนา้ หรอื ยอดอกแบบจ่โู จมและรวดเรว็
ฝ่ายรกุ เดนิ มวยเขา้ ชกด้วยหมดั ซ้าย มอื ขวาตง้ั ม่ัน
ฝา่ ยรบั ก้าวเท้าซ้ายเขา้ หาพร้อมเสอื กมือทั้งสองไปข้างหน้า ก้มหัวให้อยู่ในแขนทง้ั สอง หมดั ฝา่ ยรุก
จะไถลตามแขนไปมอื ท้ังสองตะปบเข้าทีท่ า้ ยทอยโนม้ มาตีเข่า
๒. ขนุ ยกั ษ์จับลิง
ไม้รุกน้ีใช้ฝึกหัดเบ้ืองต้นเรียกว่า รวมไม้ โดยฝ่ายรุกชก เตะ ศอก เป็นชุดออกไป ฝ่ายรับก็รบั หมัด รับ
เตะ รบั ศอก เปน็ ชุด เช่น
ฝ่ายรกุ เดนิ มวยชกดว้ ยหมัดซา้ ยสู่ใบหน้า มอื ขวาต้งั มน่ั
ฝ่ายรบั รีบก้าวเทา้ ซ้ายสบื เข้าหาตัว แขนขวาปัดหมดั ใหเ้ บนออกพน้ คอ
ฝา่ ยรุก ยกเท้าขวาเตะตามหมดั เขา้ ทบี่ รเิ วณชายโครง
ฝา่ ยรบั รบี พลิกตวั ถอยเทา้ ซา้ ยไปข้างหลัง หนั หน้าเข้าหาฝ่ายรกุ ท่ีเตะมา งอแขนใช้ศอกกระแทกเข้า
ทีห่ นา้ ตัก (หน้าขา) ของฝา่ ยรุก
ฝ่ายรกุ เหวย่ี งศอกขวากระแทกลงทศี่ ีรษะฝ่ายรบั
ฝ่ายรับ รีบพลกิ ตัวหนั หน้าประจันหน้าฝ่ายรุก งอแขนข้ึนปะทะใต้ศอกโดยลักษณะพลิกตวั ก้าวเท้า
ขวาไปดา้ นหลังครง่ึ ก้าว ถ้าฝ่ายรกุ ชกดว้ ยหมัดขวาก่อน ใหป้ ฏบิ ัติตรงกันขา้ ม
๓. กวางเหลียวหลงั
ไม้รุกนใ้ี ชจ้ โู่ จมดว้ ยการถบี หรือเตะกอ่ นแลว้ จงึ ตามดว้ ยถีบหรอื เตะทป่ี ลายคาง หรอื ล้นิ ปี่
ฝา่ ยรุก เดนิ มวยเข้าหามือท้ังสองตง้ั มนั่
ฝ่ายรับ พุ่งตัวเข้าถีบด้วยเท้าซ้ายจนฝ่ายรุก เอียงเสียหลักแล้ว ลดขาท่ีถีบลงไปข้างหน้า ยืนเป็น
หลัก พลิกตัวตามเตะด้วยส้นเท้าท่ียอดอกหรือปลายคาง ถ้าถีบหรือเตะด้วยเท้าขวาก่อน ให้ปฏิบัตติ รงกันข้าม
๔. ตลบขึน
ไม้รกุ น้ีใช้จู่โจม โดยเปิดมือทง้ั สองขนึ้ แลว้ พุ่งเข่าเขา้ หน้าท้องหรอื ทรวงอก
ฝ่ายรุก เดนิ มวยเข้าหาโดยจดมวยกราด ซ้ายออก
ฝ่ายรับ เดินมวยเข้าหามือทงั้ สองตวดั จาก ล่างข้ึนบน เปิดมือทั้งสองขา้ งของฝา่ ยรกุ ออกแลว้ พุ่งเข่า
ท่ีทรวงอก หรึอหนา้ ทอ้ ง ถา้ ฝ่ายรกุ จดมวยกราดขวาออกให้พ่งุ เข่าขวา
๕. อกี าฉีกรัง
ไม้รกุ นใี้ ชจ้ ูโ่ จมโดยแหวก กราดกระโดดเข่าลอยเขา้ ทลี่ กู คางหรอื ยอดอก
ฝา่ ยรกุ เดนิ มวยเข้าหาโดยกราดซา้ ย ออกหนา้
ฝ่ายรับ กระโดดพุ่งเข่าซ้ายที่หมาย ยอดอกหรือลูกคางพร้อมกับใช้มือทั้งสองตวัดขึ้นไปเปิดกราดทั้ง
สอง ของฝ่ายรุกเพือ่ ชว่ ยให้เข่ากระทบทหี่ มาย ถา้ ฝ่ายรุกจดมวยโดยกราดขวาออกใหพ้ งุ่ ดว้ ยเข่าขวา
๖. ตลบลง
ไม้รุกนีใ้ ชบ้ ุกจ่โู จมโดยใช้มือทัง้ สองตะปบกดกราดคู่ต่อสู้ใหเ้ ปดิ ออก แลว้ พงุ่ เขา่ สทู่ รวงอกหรอื หนา้ ท้อง
ฝ่ายรุก ยืนจดมวยกราดต่าระดบั อก เดินทแยงเขา้ หา
ฝ่ายรับ เดินมวยใช้มือทั้งสอง ตะปบลงที่กราดมือท้ังสองของฝ่ายรกุ แล้วกดแหวกลง ทาให้ฝ่ายรุก
เปิดว่างทีอ่ กและหนา้ ทอ้ ง ฝ่ายรับรีบพุ่งเขา่ ซ้ายสทู่ ่ีหมาย ถ้าฝ่ายรุกใชก้ ราดขวาออก ให้กระโดดเขา่ ดว้ ยเข่าขวา
๗. หนุมานแหวกฟอง
ไม้รุกนี้ใช้จู่โจมโดยกระโดด เข่าลอย พร้อมกับตะปบกราดคู่ต่อสู้ลง แล้วส่งเข่าลอยเข้าท่ียอดอกหรือ
ลกู คาง
ฝา่ ยรกุ เดินมวยเข้าหาจดเหล่ียมขวาออก
ฝ่ายรับ ใช้เข่าขวากระโดด พุ่งเข่าลอยพร้อมกับตะปบมือท้ังสองไปที่กราดท้ังสองของฝ่ายรุก ส่ง
เขา่ ลอยขวาเข้าที่ปลายคางหรอื ยอดอก ถา้ ฝ่ายรกุ จดเหล่ียมซ้าย ให้กระโดดพ่งุ ดว้ ยเขา่ ซ้าย
๘. นกค้มุ เขา้ รัง
ไม้รุกนี้ใช้สาหรับจู่โจมคู่ต่อสู้ท่ีสูงใหญ่กว่า โดยคู่ตัวพุ่งลอยตัวพร้อมส่งหมัด ศอก เข่ากระทบใบหน้า
ลาตัวและท้องพรอ้ มกนั
ฝ่ายรกุ เดินมวยเขา้ หาโดยเปิดช่องว่างสว่ นอกไว้
ฝ่ายรับ กระโดดพงุ่ ตัวพร้อมกบั คตู้ ัวในลักษณะหมัดทั้งสองปอ้ งปดิ จากทรวง อกตลอดหัว เข่างอขึ้น
ปิดท้อง ต้ังคล้ายนกคุ้มพุ่งเข้ากระแทกคู่ต่อสู้ โดยหมัดกระแทกคาง ศอกกระแทกลิ้นปี่ เข่ากระแทกท้องอย่าง
สุดแรง ควรฝึกซอ้ มเป็นคู่ฝึกพงุ่ ลอยตัวเสมอๆ การฝกึ กลมวยจงึ เกดิ ประสทิ ธิภาพ
๙. ฤๅษีมดุ สระ
ไมร้ ุกนเี้ ปน็ แมไ่ ม้สาคญั ของการพงุ่ ตวั เขา้ ทารา้ ยคู่ต่อสู้ ในลักษณะพ่งุ ตัวขนานกับพน้ื
ฝา่ ยรุก ยนื ตง้ั กราดแลว้ เดิน เข้าหาฝา่ ยรับ
ฝ่ายรับ ย่ืนมือทั้งสองไปแหวกมือท้ังสองของฝ่ายรุกพร้อมพุ่งลอยตัวให้ขนานกับพ้ืนเอาหัวชน
ใบหน้าคู่ต่อสู้ก่อนจะฝึกกลมวยน้ีต้องหัดพุ่งชนในท่าทางดังรูป กับสนามหญ้า หรือเบาะให้ชานาญเสียก่อน
มิฉะน้ันเป็นอันตรายแก่ผู้ใชเ้ อง เพราะไม่มวี ิธผี อ่ นแรงเม่ือตวั ตกถงึ พ้นื แล้ว
๑๐. หนุมานทะยาน
ไมร้ ุกนี้เป็นไม้มวยช้ันสุดยอดของไทยและนอ้ ยคนนกั จะฝึกได้สาเร็จเพราะต้องอาศัยแรงหมุน จากการ
เตะมาประสานกับแรงพ่งุ เขา่ ลอยเขา้ ทาอนั ตรายคตู่ อ่ สู้ เป็นจงั หวะเดยี ว
ฝ่ายรุก เดนิ มวยเข้าหาฝ่ายรบั
ฝ่ายรับ ยกเท้าขวาเตะออกไปอย่างสุดแรงแล้วอาศัยแรงหมุนของแรงเตะ หมุนไป ๑ รอบ พร้อม
กับย่อขาซ้ายลงเด้งตัวขึ้นพุ่งเข่า ขวาลอยเข้าสู่ยอดอก หรือปลายคางคู่ต่อสู้ถ้าฝึกพุ่งด้วยเข่าซ้าย ให้ปฏิบัติ
ตรงกันขา้ ม
๑๑. หักคอเอราวัณ
ไม้รุกน้ีใช้บุกจู่โจมขณะท่ี คู่ต่อสู้เดินมวยเข้าหาและงอขาหน้า มากเหมือนเป็นบันไดเดินข้ึนไปเหยียบ
แลว้ เข่าเหมือนก้าวขึ้นบันได
ฝา่ ยรุก เดินมวยเขา้ หา ขาขวาอยู่หน้า โดยงอขาขวาและทิ้งน้าหนกั ตวั บนเท้าขวา
ฝ่ายรับ ก้าวเท้าซ้ายขึ้นเหยียบ บนหน้าตักเท้าขวาของฝ่ายรุก เท้าขวา เขย่งเท้าพุ่งเข่าสู่ยอดอก
ศอกทง้ั สองกระแทกลงที่กระหม่อม ถา้ ฝา่ ยรุกยื่นเท้าซ้ายมาข้างหนา้ ใหป้ ฏิบตั ิตรงกันข้าม
๑๒. ตะเพยี นแฝงตอ
ไม้รกุ น้ีเป็นไมจ้ ู่โจมที่รวดเร็ว และทรงประสิทธิภาพยิ่งของมวยไทย โดยการศอกและเข่าพร้อมกบั แรง
กระโดดพุง่ ไปทางดา้ นข้างแบบปลาตะเพยี นหลบไม้
ฝ่ายรกุ เดินมวยเขา้ ชกดว้ ยหมดั ขวาสูใ่ บหน้า หรอื จดมวยเอาไหลข่ วาออกขา้ งหน้า
ฝา่ ยรบั สืบเท้าซ้ายออกวงนอกเลก็ น้อย เมื่อได้จังหวะศอกและเข่า ให้พุ่งตัวกระโดด ข้ึนแฉลบผ่าน
หมัดขวาท่ีชกมาอย่างสุดแรงและ รวดเร็วพร้อมศอกไปท่ีใบหน้าและเข่าเข้าทรวง หรือชายโครงฝ่ายรุกถ้าฝ่าย
รกุ ชกด้วยหมดั ซ้าย หรือจดมวยไหล่ซ้ายออก ใหป้ ฏิบัตติ รงกันขา้ ม
๑๓. จระเขฟ้ าดหาง
ไม้รุกน้ีเปน็ ไม้จูโ่ จม ทร่ี นุ แรงมากโดยอาศยั การเตะฟาดอย่างสุดแรงหมายซอกคอ
ฝ่ายรุก เดินมวยเข้าชกดว้ ยหมัดขวา หรือเตะด้วยเทา้ ขวา
ฝ่ายรับ ก้าวเท้าใหไ้ ด้จังหวะ เตะฟาด มือทั้งสองป้องอยู่ระดับหนา้ เพอื่ ป้องกันหมดั และเทา้ หมนุ ตัว
เหวี่ยงเตะฟาดลง สู่ซอกคออย่างสุดแรง อาจทาให้ถึงคอหักได้ ถ้าฝ่ายรุกใช้หมัดซ้ายหรือเท้าซ้าย ให้เตะฟาด
ดว้ ยเท้าซา้ ย
๑๔. ยนั เอราวัณ
ไม้รุกน้ีใช้บกุ ประชดิ ใช้มือยันเข่าที่ยนื เพ่ือป้องกันไม่ให้คู่ต่อสู้ ใช้เท้าพร้อมกับยกเข่าฟาด ไปยอดอกใน
ลักษณะเหมอื นไมก้ ระดก
ฝ่ายรุก เดนิ มวยเข้าชกดว้ ยหมัดขวา หรือจดมวยขาขวาอยขู่ า้ งหน้า
ฝ่ายรับ ก้าวเท้าซา้ ยสบื เข้าประชิดตวั ก้มตัวลงไปทีห่ วั เขา่ ใชม้ ือจบั ท่ีระดบั เขา่ พรอ้ มกบั ยกเขา่ ฟาด
เข้าสู่ยอดอกให้เปน็ จังหวะเดียวกัน ทงั้ การก้มตวั และยกเข่าฟาดสู่เป้าหมาย ถ้าฝ่ายรุกชกด้วยหมัดซ้าย หรือจด
มวยขาซ้ายอยหู่ นา้ ให้ปฏบิ ัตติ รงกนั ข้าม
๑๕. เถรกวาดลาน
ไม้รุกนี้ใช้จโู่ จมสว่ นล่างอยา่ งรุนแรง สามารถทาให้เท้าแพลง และศีรษะฟาดพ้นื ได้
ฝ่ายรกุ เดินมวยเตะด้วยเทา้ ขวา หรือยนื ในลกั ษณะเทา้ ยืนคู่
ฝ่ายรับ เดินมวยเข้าหาได้ระยะเตะกวาด พร้อมกับก้มตัวลง เท้าของ ฝ่ายรุกจะเตะผ่าน ศีรษะให้
เหวี่ยงเตะกวาดด้วย เท้าขวาไป ทขี่ ้อเท้าซ้ายของฝา่ ยรุกอย่างสุดแรง ถา้ ยนื จดมวยใหเ้ ตะกวาดขาที่อย่ขู ้างหน้า
ถ้าฝา่ ยรุกเตะดว้ ยเท้าขวา ใหย้ ่อตัวลงเตะด้วยเท้าซ้าย ถ้ายนื เท้าคู่ก้มลง เตะกวาดเทา้ ไหนกไ็ ด้
๑๖. พระรามตีทัพ
ไมร้ กุ น้ีเป็นไมจ้ โู่ จมหรือไมต้ ายเพ่ือพชิ ิตให้เดด็ ขาดเมอื่ คู่ต่อสู้เผลอ หรือใช้หมดั ชกมาโดยการพุ่งตัวออก
ขา้ งแลว้ ใชห้ มดั กับเทา้ ออกไปพรอ้ มๆ กบั การลอยตัวเขา้ หา
ฝ่ายรกุ เดินมวยชกดว้ ยหมดั ขวาตรง หรอื ยนื จดมวยในลกั ษณะเท้าซา้ ยอยหู่ นา้
ฝ่ายรับ พุ่งตัวลอยออกข้างพร้อมกับชกด้วยหมัดขวาตรงท่ีหมายปลายคาง และเตะด้วยหน้า แข้ง
ขวาสู่ทรวงอกพร้อมๆ กัน (ถ้าพุ่งโดยตรงไม่ได้เตะหรือชกจะเฉียง ผ่านไหล่ซ้ายของคู่ต่อสู้ไป) ถ้าฝ่ารุกชกด้วย
หมดั ซา้ ย หรอื จดมวยเท้าขวาอย่หู นา้ ใหป้ ฏบิ ัตติ รงกนั ขา้ ม
๑๗. พระรามสะกดทัพ
พระรามสะกดทัพ (เตะสลับขาดว้ ยส้น) ไม้รุกน้ีเป็นไม้จู่โจมทีร่ ุนแรง อาจถึงพิการได้โดยกระโดดพุ่งขึ้น
ทั้งแรงตัวและแรงขาทส่ี ง่ ไปทีส่ น้ เตะด้วยลกู ส้นผสมกับแรงกระโดด เข้าหาไปทล่ี ิ้นป่ี ตลอดถงึ ลูกคาง
ฝา่ ยรกุ เดินมวยเข้าชกด้วยหมดั ขวาหรอื ยนื คมุ เชิง โดยเอาขาซา้ ยอยขู่ า้ งหนา้
ฝ่ายรบั ก้าวเทา้ ขวาทแยงไปทางขวา โดยยกให้สงู ขนาดเข่าขวามีระดบั เกือบถงึ หัวไหล่ แต่แทนท่จี ะ
เหยียบลงพ้ืนเทา้ ซ้ายที่เหยียบพนื้ อยู่กถ็ ีบส่งกระโดดขึ้นเอาสน้ กระแทกเข้าท่ีหมายคือ ปลายคางเทา้ ขวาทาท่า
เหยียบอากาศลงพร้อมกับท่ีเท้าซ้ายพุ่งข้ึน สวนกันกลางอากาศส่งแรงไปที่เท้าซ้าย กระแทกเข้าท่ีหมายจาก
ยอดอกถึงปลายคาง ถา้ ฝ่ายรกุ ชกด้วยหมัดซ้าย ให้ปฏิบัติ ตรงกนั ขา้ ม
๑๘. บ่นั เศยี รทศกณั ฑ์
ไมร้ ุกนใ้ี ช้กระโดดเข่าทงั้ สองเขา่ เข้าทค่ี าง และขณะเดยี วกนั ศอกคกู่ ระแทกเข้าทก่ี ระหม่อม
ฝา่ ยรุก เดินเขา้ หาฝา่ ยรบั
ฝ่ายรบั รบี ชิงกระโดดลอยตวั ขน้ึ เข่าค่เู ข้าทค่ี าง พรอ้ มกับกระแทกศอกค่ลู งที่กลางกระหม่อม
การฝึกควรกระโดดลอยตัวใหส้ ูงขน้ึ อยเู่ สมอ เพราะไมม้ วยลอยตัวจู่โจมเป็นไมม้ วยพิชิตท้งั สิ้น
๑๙. นกคมุ้ เข้ารัง
นกคมุ้ เข้ารัง โดยใชก้ ระโดดเข่าทงั้ สองเข่าเขา้ ที่คาง ศอกค่กู ระแทกเขา้ ท่ีกระหม่อม เป็นไมท้ รี่ นุ แรง
ฝ่ายรกุ เดินมวยเขา้ หาฝ่ายรบั กราดมอื ท้ังสองตัง้ ระดบั อก
ฝ่ายรบั กระโดดลอยตัวข้ึนข่าคู่เข้าที่คาง พร้อมกับกระแทกศอกคู่ลงที่กลางกระหม่อม การฝึกควร
กระโดดลอยตัวให้สงู ข้ึนอยเู่ สมอ เพราะไม้ลอยตัวเปน็ ไมพ้ ชิ ติ ทั้งสน้ิ
๒๐. ขว้างจกั รนารายณ์
ขว้างจักรนารายณ์ (หมุนตัวกลับหลังฟาด ด้วยหลังหมัด) ไม้รุกนี้ เป็นลูกไม้ของกลหิรัญม้วนแผ่นดิน
การฝึกหมุนตวั กลบั หลงั ตอ้ งรวดเรว็ และได้จังหวะ จึงจะใช้ไดผ้ ล
ฝา่ ยรกุ เดนิ มวยเข้าชกดว้ ยหมดั ขวาหรอื ถลนั เข้าหา
ฝ่ายรับ ก้าวเท้าออกไปทางด้านซ้ายของฝ่ายรุก ให้ได้ระยะหลังหมัดหมุนตัวกลับหลังฟาดหมัดเข้าสู่
ใบหนา้ ของฝา่ ยรุกทนั ที ถ้าฝา่ ยรุกชกด้วยหมัดซ้าย ให้ปฏิบัตติ รงกันข้าม
๒๑. พระรามเหยียบลงกา
ไม้รุกน้ีเป็นลูกไม้ของกลพระรามเดินดง ผู้ที่จะฝึกไม้น้ีได้ต้องฝึกกลพระรามเดินดง ให้ชานาญเสียก่อน
คอื รูถ้ ึงการอาศัยแรงสง่ ของเทา้ ค่ตู ่อสู้มาผสมกบั แรงกระโดดเตะของตนเอง
ฝ่ายรุก เดินมวยเข้าเตะดว้ ยเท้าขวาสูช่ าย โครงฝ่ายรับ
ฝ่ายรับ ก้าวเท้าซ้ายขึ้นเหยียบแข้งพร้อมกับ กระโดดลอยตัวเตะไปยังซอกคอหรือใบหน้า คู่ต่อสู่ใน
จงั หวะเดียว ถ้าฝา่ ยรุกเตะด้วยเทา้ ซ้าย ให้ปฏบิ ัตติ รงกนั ข้าม
๒๒. รามสูรขว้างขวาน
ไม้รกุ นี้เป็นไม้จโู่ จม โดยกระโดดเขา้ รวบมือท้ังสองของฝ่ายรกุ แลว้ ขวา้ งศอกเขา้ แสกหนา้ เปน็ กลมวยคู่
กับเมขลาล่อแกว้ โดยผู้ถูกขว้างศอกก้าวเท้าถอยหลงั พร้อมย่อตัวไปทางหลังกระชากกลบั มา ถ้าใช้ไดถ้ ูกต้องคู่
กนั ดแู ลว้ สวยงามนา่ ชมดีมอื ทถี่ ูกรวบมาจับศอกท่ีขว้าง
ฝ่ายรกุ เดินมวยเข้าหากราดมอื ทั้งสองยกขึ้นตั้งสงู
ฝ่ายรับ กระโดดลอย ตัวข้ึนประชิด ใช้มือซ้ายกดลงที่ข้อพับมือทั้งสองแล้ว ขว้างศอกขวาเข้าแสก
หน้าทันที ทุกท่าทางต้องทาให้เป็นจังหวะเดียว การลอยตัวเข้าประชิดควรฝึกให้ชานาญเสียก่อนเพราะเป็น
พน้ื ฐานของไม้น้ี
๒๓. หนมุ านขา้ มลงกา
ไม้รุกน้ีเป็นแมไ่ ม้ของการฝกึ กระโดดข้ามเทา้ และใชล้ กู ไมอ้ นื่ ทารา้ ยคตู่ ่อสู้
ฝ่ายรุก เดินมวยเขา้ เตะด้วยเท้าขวาหมายชายโครงฝา่ ยรับ
ฝ่ายรับ ยกเท้าซ้ายขึน้ ถ้ากระโดดข้ามเท้าท่ีเตะมาในระยะหน้าตกั พร้อมกบั งอเข่าขวาพ่งุ เข้าสู่ท้อง
หรือยอดอกมือท้ังสองเหนี่ยวไหล่ ขวาของฝ่ายรุกเพื่อเป็นแรงส่งของกระแทกเข่าและแรงเท้าให้หนักข้ึน ถ้า
ฝ่ายรุกเตะด้วยเท้าซ้ายให้ปฏบิ ัติตรงกันขา้ ม
๒๔. นารายณข์ ้ามสมุทร
ไม้รุกนี้ผ้ทู ี่จะฝึกต้องฝึกกลหนุมานข้ามลงกาให้ชานาญเสียก่อน จงึ ค่อยฝึกไม้นี้เพราะการกระโดดข้าม
แขง้ ต้องรรู้ ะยะความสูงของเท้าด้วยปฏิภาณตัวเองสว่ นการกระโดดขา้ มหน้าตักนน้ั มรี ะยะความสูงแน่นอน
ฝ่ายรกุ เดินมวยเข้าเตะดว้ ยเทา้ ขวา หมายชายโครงฝา่ ยรับ
ฝ่ายรบั ยกเท้าซา้ ยขึ้นข้ามเท้าที่เตะมา พร้อมกับสะบดั เทา้ ลง เพ่ือส่งแรงเท้าขวาที่กระโดดเด้งข้ึน
เตะ ใบหนา้ หรอื ซอกคอของฝา่ ยรุก ถ้าฝา่ ยรกุ เตะด้วยเท้าซ้าย ให้ปฏิบตั ิตรงกันข้าม
“””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””
ไมแ้ ก้
ไม้มวยไทย มวยไทย มีท้ัง รุก และ รับ ถา้ ใช้เชิงรกุ เรียกว่า "จู่โจม" แต่ถ้าใชัเชิงรับ เรียกว่า "ไม้แก้"
ในกรณีท่ีคู่ต่อสู้จูโ่ จมตีดว้ ย "หมัด" ฝ่ายรับต้องใช้ไม้แกเ้ รยี กว่า ไม้แกห้ มัด เช่นเดียวกนั ถ้าฝ่ายรกุ ใช้ "เข่า" ฝา่ ย
รบั ใชไ้ ม้แก้เรยี กว่า "ไมแ้ ก้เข่า"
ไม้แก้หมดั
ไม้แก้หมัด ๒๙ ไม้
๑. สลับฟันปลา
ไมร้ บั นเ้ี ป็นไมค้ รูเบื้องตน้ ของการ หลบออกวงนอกเพือ่ จะไดใ้ ชไ้ ม้มวยไม้ อื่นต่อไป
ฝ่ายรกุ เดนิ มวยเข้าชกดว้ ยหมดั ตรงไป ทีใ่ บหนา้ ฝ่ายรบั มือขวาต้งั ม่ัน
ฝ่ายรับ ก้าวเท้าขวาทแยงเฉียงสืบไปข้างหน้าทางวงนอก ทิ้งน้าหนักตัวบนเท้า ขวาใช้แขนซ้ายปัด
หมัดให้เบนพ้นใบหน้าถ้าฝ่ายรุกชกด้วยหมัดขวาให้ปฏิบัติตรงกันข้าม ให้ฝึกสลับท้ังซ้ายขวาให้ชานาญและ
รวดเร็วจนเป็นสัญชาตญาณ เพราะเป็นหลักเบ้ืองต้นของการใช้ ท่าเดินแบบม้าย่องเข้ามากับไม้มวยไทย เพื่อ
จะได้ฝกึ ไม้ชั้นสงู ตอ่ ไป
๒. ปกั ษาแหวกรัง
ไม้รับน้เี ปน็ ไม้ครูของการเขา้ ส่วู งใน เพือ่ ใชไ้ มต้ า่ งๆ ต่อไป
ฝา่ ยรุก เดินมวยเข้าชกดว้ ยหมัดขวาตรงสู่ใบหน้ามอื ซา้ ยตง้ั ม่นั พรอ้ มทจ่ี ะชกหมดั
ฝ่ายรับ ก้าวเท้าขวาทแยงเฉียงด้านขวา สืบเทา้ เข้าวงในท้ิงน้าหนักตัวบนเท้าขวา ใช้แขนซ้ายปัดหมัด
ให้พ้นใบหน้าหมัด ขวาตรงชกสวนสู่ใบหนา้ ฝา่ ยรกุ ทนั ที ถ้าฝ่ายรุกชกด้วยหมดั ซา้ ยใหป้ ฏิบตั ิตรงกันขา้ ม
๓. ชวาชดั หอก
ไม้รบั นี้ใช้เป็นหลักสาหรบั หลบหมัด ตรงออกทางวงนอก แล้วโตต้ อบด้วยศอก
ฝา่ ยรุก เดนิ มวยชกด้วยหมัดซา้ ยตรงไป บริเวณหนา้ ของฝา่ ยรบั มอื ขวาต้งั มั่น
ฝ่ายรับ รีบก้าวเท้าขวาเฉียงออกวงนอก ท้ิงน้าหนักตัวลงบนเท้าขวา โดยถลันเข้าหาตัวฝ่ายรุกแขน
ซ้ายยกข้ึนปัดหมัดฝ่ายรุก ให้เบนออกพ้นตัวแขนขวางอเป็นศอก กระแทกเข้าชายโครงฝ่ายรุกถ้าฝ่ายรุก ชก
ดว้ ยหมัดขวา ใหป้ ฏิบัติตรงกันข้าม เวลาซ้อมห้ามฝ่ายรับ ใช้ศอกกระแทกชายโครงจรงิ ๆ ให้ใช้แท่นแขนปะทะ
ชายโครงแทน ฝึกจังหวะช้าๆ กอ่ น เพราะถ้าทาเรว็ จะเปน็ อนั ตรายแกค่ ซู่ อ้ ม
๔. อิเหนาแทงกรชิ
ไมร้ บั นใี้ ช้เป็นหลักในการรับหมัดชกตรง ดว้ ยการใช้หมัดเข้าคลกุ วงใน
ฝา่ ยรกุ เดนิ มวยเขา้ ชกด้วยหมัดซา้ ยตรงไปทีบ่ ริเวณหน้าฝา่ ยรบั มือขวาตั้งมน่ั
ฝ่ายรับ รีบก้าวเท้าซ้ายทแยงเข้าวงใน ท้ิงน้าหนักลงบนเท้าซ้าย ยกแขนขวาข้ึนปัดหมัดให้พ้นตัวมือ
ซา้ ย งอแขนขนานกับพ้นื เพื่อส่งหมดั กระแทกชายโครงของฝา่ ยรกุ ถา้ ฝ่ายรุกชกด้วยหมดั ขวา ให้ฝ่ายรบั ปฏิบัติ
ตรงกนั ข้าม
๕. ยอเขาพระสุเมรุ
ไมร้ ับนีใ้ ช้รับหมดั ตรงในลกั ษณะก้มตวั เข้าวงในใหห้ มดั ผ่านศรี ษะไป แลว้ ชกปลายคาง
ฝา่ ยรุก เดินมวยชกดว้ ยหมัดซ้ายตรงเขา้ บริเวณหน้าฝา่ ยรบั มอื ขวาตงั้ มนั่
ฝ่ายรับ รีบก้มศีรษะลงให้หมัดผ่านศีรษะ ไปพร้อมกับสืบเท้าขวาไปข้างหน้าเล็ก น้อยให้ได้จังหวะ
หมัดแลว้ ชกหมดั ซ้าย เขา้ สปู่ ลายคางฝา่ ยรกุ ทนั ที ถ้าฝ่ายรกุ ชกดว้ ยหมัดขวา ให้ปฏบิ ัติตรงกนั ขา้ ม
๖. ตาเถรค่าฝัก
ไมร้ บั น้ีนีเ้ ป็นหลักเบ้ืองต้นในการป้องกนั หมัดโดยใช้แขนเปดิ หมัดทชี่ กมาขึ้นข้างบน
ฝ่ายรุก เดินมวยเข้าชกด้วยหมัดซา้ ยตรงทีห่ มายบริเวณใบหน้าฝ่ายรบั มอื ขวาต้งั ม่ัน
ฝ่ายรับ รีบสืบเท้าซ้ายไปข้างหน้าเข้าวงใน ของฝ่ายรุกทิ้งน้าหนักตัวลงบนเท้าซ้ายพร้อมกับงอ
แขนขวาเปิดขึ้นตรงหน้ากระแทกข้ึนให้หมัดฝ่ายรุกพ้นศีรษะไป มือซ้ายชกหมัดเข้าสู่ปลายคางของฝ่ายรุก ถ้า
ฝ่ายรุกชกด้วยหมัดขวา ให้ปฏบิ ัตติ รงกันข้าม
๗. มอญยันหลัก
ไม้รับนี้เปน็ หลักสาคญั ในการรบั หมัดดว้ ยการใชเ้ ท้ายนั ยอดอก หรือทอ้ ง
ฝ่ายรุก เดนิ มวยเข้าชกดว้ ยหมัดซ้ายตรงสู่บริเวณหนา้ ฝ่ายรบั มอื ขวาตั้งมั่น
ฝ่ายรับ รีบยกแขนทั้งสองข้ึนป้องกันหน้าพร้อมกับยกเท้าซ้ายขึ้นถีบท่ียอดอกหรือท้องของฝ่ายรุก
ให้กระเด็นไป ถ้าฝ่ายรกุ ชกดว้ ยหมดั ขวา ใหป้ ฏบิ ตั ติ รงกนั ข้าม
๘. ขนุ ศึกตที วน
ไม้รับนี้ใช้รบั หมัดคู่ต่อสู้ทางวงนอกแล้ว ใช้เท้าเตะเข้าบริเวณกลางตัวตอนหนา้ ท้อง หรือชายโครงไม้นี้
เป็นไม้ท่รี ุนแรง
ฝ่ายรกุ เดินมวยเข้าชกด้วยหมดั ซ้ายตรง ทหี่ มายบริเวณหน้าฝ่ายรบั มอื ขวาตงั้ มัน่
ฝ่ายรับ รีบก้าวเท้าขวาทแยงออกวงนอกท้ิงน้าหนักตัวบนเท้าขวาหมัดซ้ายของฝ่ายรุก จะเฉียดไหล่
ไปพร้อมกับเท้าขวาที่ก้าวถึงพน้ื เท้าซ้ายก็เตะท่ีชายโครงฝ่ายรุกอย่างรวดเร็ว เป็นจังหวะสวนหรือสกัด ถ้าฝ่าย
รกุ ชกด้วยหมัดขวา ใหป้ ฏบิ ตั ติ รงกันข้าม
๙. ดับชวาลา
ไม้รับน้ใี ชแ้ ก้หมดั ตรงโดยชกสวนเข้าทบ่ี ริเวณใบหนา้
ฝา่ ยรุก เดินมวยเขา้ ชกหมัดซ้ายตรงไปทใ่ี บหน้าฝา่ ยรับ
ฝ่ายรับ ก้าวเท้าขวาทแยงเฉียงออกวงนอกให้ได้ระดับหมัดตรงท้ิงน้าหนักตัวบนเท้าขวาปัดแล้วกด
แขนซ้ายของฝ่ายรุกให้แบนและต่า รีบชกด้วยหมัดซ้ายตรงที่บริเวณใบหน้าให้เป็นจังหวะเดียวกับมือขวาท่ีกด
ลงนน้ั อย่างรวดเร็ว ถา้ ฝา่ ยรกุ ชกดว้ ยหมัดขวา ให้ปฏบิ ัตติ รงกนั ข้าม
๑๐. หนไู ต่ราว
ไมร้ ับน้ใี ช้แก้หมัดตรง โดยชกสวนเขา้ ทบ่ี ริเวณใบหน้า
ฝ่ายรุก เดินมวยเขา้ ชกหมัดซ้ายตรงไปที่ใบหนา้ ฝ่ายรับ
ฝ่ายรับ ก้าวเท้าขวาทแยงเฉียงออกวงนอก ให้ได้ระดับหมัดตรงท้ิงน้าหนักตัวบนเท้าขวาปัดแล้วกด
แขนซ้ายของฝ่ายรกุ ให้แบนและตา่ รีบชกด้วยหมัดซ้ายตรงที่บรเิ วณใบหน้า ให้เป็นจังหวะเดียวกับมือขวาท่ีกด
ลงนน้ั อยา่ งรวดเร็ว ถ้าฝา่ ยรกุ ชกด้วยหมัดขวา ให้ปฏบิ ตั ติ รงกนั ขา้ ม
๑๑. เอราวัณเสยงา
ไมร้ บั นี้ใช้แกห้ มดั โดยใช้การหมุนตวั ปัดหมดั และชกสวนออกไปด้วยหมัดเสยพร้อมกนั
ฝ่ายรุก เดนิ มวยเขา้ ชกดว้ ยหมัดซา้ ย หมายใบหนา้ ฝา่ ยรับ หมัดขวาตัง้ ม่นั
ฝ่ายรับ ใช้แขนขวาปัดหมัดให้เบนออก พร้อมกับสืบเท้าขวาทแยงออกข้างขวา เพ่ือให้ได้ระยะหมัด
เสยแลว้ เหวยี่ ง หมดั ซ้ายจากทศิ ทาง ข้างล่างสปู่ ลายคางถา้ ฝ่ายรกุ ชกด้วยหมดั ขวา ใหป้ ฏบิ ัติตรงกนั ข้าม
๑๒. หนมุ านถวายแหวน
ไมร้ ับนี้ใชแ้ กห้ มัดหรือเทา้ ของคู่ต่อสู้ โดยม้วนตวั เขา้ วงในชกหมดั คเู่ สยเขา้ ท่ีปลายคาง
ฝ่ายรกุ เดนิ มวยเขา้ ชกด้วยหมดั ซา้ ยตรงสใู่ บหน้าฝา่ ยรับต้งั มน่ั
ฝ่ายรับ เอีย้ วตัวให้พน้ หมัดพรอ้ มกับก้าวเทา้ ซา้ ยถลันเข้าประชิดวงในหมุนตัวไปทางซ้ายพร้อมกับชก
หมดั คเู่ สยขน้ึ ปลายคาง (หมัดสอยดาวคู)่ ถ้าฝา่ ยรุกชกดว้ ยหมัดขวาใหป้ ฏิบตั ติ รงกันข้าม
๑๓. หงสป์ กี หัก
ไม้รับใช้แกห้ มดั โดยถลนั เขา้ วงในใช้ศอกกระแทก หวั ไหล่ใหห้ ลุดหรือเคลด็ ได้
ฝา่ ยรกุ เดนิ มวยเขา้ ชกด้วยหมดั ขวาตรงสู่ใบหน้าฝา่ ยรับมือซา้ ยต้งั มน่ั
ฝ่ายรับ ก้าวเท้าซ้ายเข้าประชิดตัวใช้แขนซ้ายปดั หมัดใหเ้ บนออก กระแทกศอกเข้าทีห่ ัวไหล่ขวาของ
คตู่ ่อสู้ ถา้ ฝ่ายรุกชกดว้ ยหมดั ซา้ ยใหป้ ฏิบัตติ รงกันข้าม
๑๔. สักพวงมาลัย
ไม้รับนใ้ี ช้เข้าประชดิ ตัวสักศอกเข้าทช่ี ายโครงหรือลนิ้ ปี่-ของฝา่ ยรุก ถ่ีๆ หลายคร้งั
ฝา่ ยรุก เดินมวยเข้าชกดว้ ยหมดั ซ้ายตรงไปยงั ใบหนา้ ฝา่ ยรับ มือขวาตัง้ ม่ัน
ฝ่ายรับ ก้าวเท้าขวาเข้าประชิดแขนขวาปัดหมัดซ้ายให้เบนออกพ้นตัวแขนซ้ายสักศอกเข้าที่ทรวงอก
หรอื ชายโครงของฝา่ ยรุกถ่ีๆ หลายคร้งั ถา้ ฝา่ ยรุกชกดว้ ยหมดั ขวาใหป้ ฏิบัติตรงกนั ข้าม
๑๕. ฝานลกู บวบ
ไมร้ บั นใี้ ชร้ บี เข้าประชิดตวั และขว้างศอกเขา้ ทแ่ี สกหนา้
ฝ่ายรกุ เดนิ มวยเข้าชกด้วยหมดั ซ้ายตรงไปทใี่ บหน้าฝ่ายรับ มอื ขวาตงั้ มนั่
ฝ่ายรับ ก้าวเท้าซ้ายทแยงเฉียงเข้าวงในใช้แขนขวาปัดหมัดให้เบนออกพร้อมกับขว้างศอกซ้ายไปท่ี
แสกหน้า ถ้าฝา่ ยรกุ ชกด้วยหมดั ขวา ใหป้ ฏบิ ัตติ รงกนั ขา้ ม
๑๖. ปดิ ปกชกดว้ ยศอก
ไม้รับน้ี เป็นไม้ครูของการปิดหมัดอีกไม้หนึ่ง โดยเพียงใช้แขนป้องศีรษะแล้วเบนตัวเล็กน้อย เพ่ือให้
หมัดผ่านซอกคอไป
ฝา่ ยรุก เดินมวยเขา้ ชกดว้ ยหมดั ขวาตรงไปสู่ใบหน้าฝา่ ยรับมือซ้ายตงั้ มนั่
ฝ่ายรับ สืบเท้าขวาเข้าหา ใช้มือปิดปกศีรษะไว้ให้หมัดฝ่ายรุกเฉียดแขนและรีบก้าวเท้าขวาและตั้ง
ศอกพ่งุ เขา้ กระแทกแสกหนา้ ถา้ ฝา่ ยรกุ ชกด้วยหมัดซา้ ยใหป้ ฏบิ ตั ติ รงกนั ข้าม
๑๗. สวนทวน
ไม้รับนี้เป็นแม่ไม้หรือไม้ครูสาหรับฝึกป้องกันหมัดเพียงสลับท่ายืนเท้าแล้วเสือกแขนไปข้างหน้าหมัด
ของค่ตู ่อส้กู จ็ ะผ่านไหล่ไป ทาให้เห็นเปา้ หมายต่างๆ ทจ่ี ะทาไดต้ ามใจชอบเช่นเดยี วกับกลปักษาแหวกรัง
ฝา่ ยรุก เดนิ มวยเขา้ ชกดว้ ยหมัดขวาตรงสูใ่ บหนา้ มอื ซา้ ยตงั้ ม่ัน
ฝา่ ยรับ สืบเทา้ ขวาไปข้างหนา้ เข้าหาหมัดเลก็ น้อย ทิ้งน้าหนักลงบนเท้าขวาแขนซ้ายยกไปแบบหมัด
ตรง เหว่ียงไหล่ปัดท้องแขนด้านวงใน ในทิศทางเสือกข้ึน หมัดของคู่ต่อสู้กจ็ ะผ่านหัวไป หรือศอกขวา หรือเตะ
ด้วยเท้าซ้ายหรือเข่า เข้าชายโครงเม่ืออยู่ในท่านี้ช่องว่างต่างๆ ก็เห็นชัดจะชกด้วยหมัดขวา ถ้าฝ่ายรุกชกด้วย
หมดั ซา้ ย ใหป้ ฏิบัตติ รงกันข้าม
๑๘. คลืน่ กระทบฝง่ั
ไมร้ ับน้ใี ช้แกห้ มดั โดยมว้ นตัวเขา้ หา แลว้ ใชศ้ อกหลังกระทงุ้ เข้าท่ยี อดอกหรือชายโครง
ฝ่ายรุก เดินมวยเขา้ ชกดว้ ยหมดั ขวาตรงท่หี มายใบหนา้ ฝ่ายรบั มือซา้ ยต้ังมัน่
ฝ่ายรับ ก้าวเท้าซ้ายเฉียงไปทางด้านซ้ายของฝ่ายรุกแล้ว เอาเท้าซ้ายเป็นหลัก หมุนตัวกระแทกศอก
หลงั ทที่ รวงอกหรอื ชายโครง ถา้ ฝา่ ยรกุ ชกด้วยหมัดซา้ ยให้ปฏบิ ัติตรงกันขา้ ม
๑๙. บาทาลูบพักตร์
ไมร้ บั นใ้ี ช้มอื ปดั แลว้ เตะตรงสวนขน้ึ สเู่ ปา้ หมายลูกคาง
ฝา่ ยรุก เดนิ มวยเข้าชกดว้ ยหมดั ซา้ ยสู่ใบหน้าฝ่ายรับ มือขวาตัง้ มั่น
ฝ่ายรับ ใช้มือขวาปัดหมัดให้เบนพ้นตัวพร้อมกับเตะด้วยเท้าขวาที่ปลายคาง ถ้าฝ่ายรุกชกด้วยหมัด
ขวาให้ปฏิบตั ิตรงกนั ขา้ ม
๒๐. ขุนยักษพ์ านาง
ไมร้ ับนี้ใชเ้ ขา้ โอบตัวแล้วขดั ขาท่มุ ด้วยสะโพก ปจั จบุ ันกลมวยนหี้ ้ามใชบ้ นเวที
ฝา่ ยรกุ เดนิ มวยเขา้ ชกดว้ ยหมดั ซา้ ย ตรงไปสู่ใบหน้าฝา่ ยรับ มือขวาตัง้ ม่ัน
ฝ่ายรับ ก้าวเท้าขวาเฉียงทางขวาออกวงนอก หลบหมัดที่ชกมา แล้วก้าวเท้าซ้ายประชิดตัว มือซ้าย
โอบลาตวั ฝ่ายรุกจับทุ่มด้วยสะโพก ถ้าฝา่ ยรุกชกดว้ ยหมัดขวา ให้ปฏิบัตติ รงกันขา้ ม
๒๑. พระรามจองถนน
ไม้รับน้ีใช้แก้หมัดโดยใช้หมัดกับเท้าพร้อมกันไปใช้ได้ทั้งวงนอกและวงในแล้วแต่จะเบ่ียงตัว ใช้ในด้าน
ใด
ฝา่ ยรกุ เดนิ มวยเข้าชกด้วยหมดั ขวาหมายหวั ไหลฝ่ า่ ยรับ มือซ้ายตั้งม่นั
ฝ่ายรับ ก้าวเท้าซ้ายทแยงสืบเข้าหาวงนอก ให้ได้จังหวะ จึงใชห้ มัดขวาพุ่งสู่ใบหนา้ พรอ้ มกับเท้าขวา
เตะเขา้ ชาย โครงให้ได้พรอ้ มๆ กนั หรอื เป็นจงั หวะเดียว ถ้าฝ่ายรุกชกดว้ ยหมัดซา้ ย ให้ปฏบิ ตั ิตรงกนั ขา้ ม
๒๒. นารายณ์บ่ันเศยี ร
ไมร้ บั น้ใี ช้รบั หมดั โดยใช้หมดั เหวี่ยง ข้ามแขนสศู่ รี ษะหรอื ขมับ
ฝา่ ยรุก เดินมวยเขา้ ชกด้วยหมัด ขวาตรงสเู่ ป้าหมายใบหน้า มือซา้ ย ตง้ั ม่นั
ฝ่ายรับ ก้าวเท้าขวาทแยงออก ทางขวาสืบเท้าให้ได้จังหวะ ทิ้งน้าหนักบนเท้าขวา หมัดซ้ายตวัด
หรือชกเหว่ียงสู่เป้าหมายท่ีขมับ มือขวาเตรียมซ้าด้วยหมัดต่อไป ถ้าฝ่ายรุกชกด้วยหมัดซ้าย ให้ปฏิบัติตรงกัน
ข้าม
๒๓. ลกู คางจับหมัด
ไม้รับนตี้ ้องอาศัยความแม่นยาของการเบย่ี งศีรษะประกอบการสลบั ตวั แบบมา้ ย่องให้ดี จงึ จะทาได้ผล
ฝ่ายรกุ เดินมวยเขา้ ชกดว้ ยหมดั ขวาตรงทห่ี มายใบหนา้ ฝา่ ยรบั มอื ซา้ ยตง้ั มนั่
ฝ่ายรับ ก้าวเท้าขวาทแยงเอ้ียวลาตัวเล็กน้อยเข้าสู่วงใน เพ่ือให้หมัดเฉียดผ่านซอกคอด้านซ้าย แล้ว
ตวัดศีรษะ กลบั เอาคางเกยแขนไว้ พรอ้ มกับยกมือซ้ายกระแทกข้อศอก เพื่อให้แขนเคล็ด หรือม้วนตัวเข้าศอก
ด้วยกลหิรญั ม้วนแผ่นดนิ ตอ่ ไป ถา้ ฝ่ายรุกชกด้วยหมดั ซ้ายให้ปฏิบัตติ รงกันขา้ ม
๒๔. รักแร้หักแขน
ไม้รับนี้ใช้รับหมัดตรงท่ีชกมาสู่ใบหน้าด้วยการตวัดแขนปัดหมัดแล้วใช้รักแร้จับข้อมือ แล้วเอาฝ่ามือ
กระแทกทขี่ ้อศอกเพ่อื หักแขน
ฝ่ายรุก เดนิ มวยเขา้ ชกด้วยหมดั ขวาสใู่ บหนา้ ฝ่ายรับ มือซา้ ยต้ังม่นั
ฝ่ายรับ ก้าวเท้าขวาเฉียงไปข้างหน้าเล็กน้อยทิ้งน้าหนักในลักษณะเอ้ียวตัวไปบนเท้าขวา แขนซ้าย
ยื่นพุ่งออกรับ ตวัดแขนฝ่ายรุกจากวงใน แล้วจับข้อมือด้วยรักแร้ ฝ่ามือซ้ายกระแทกจากล่างขึ้นสู่บนเข้าที่
ขอ้ ศอกเพอื่ หกั แขน ถ้าฝ่ายรุกชกหมดั ซา้ ย ให้ปฏิบัติตรงกนั ขา้ ม
๒๕. ศอกท้ายทอย
ไม้รับน้ีใช้แก้หมัดโดยลอดใต้หมัดแล้วถลันตัวออกพุ่งไปด้านหลังกระแทกศอกเข้าสู่จุดหมายตรงท้าย
ทอย
ฝ่ายรกุ เดนิ มวยเขา้ ชกดว้ ยหมดั ขวาตรงท่ีใบหน้าฝ่ายรับ มือซ้ายตงั้ ม่ัน
ฝา่ ยรับ เท้าซ้ายสืบออกทางซ้ายพร้อมกับก้มหัวลอดใต้แขน ถลันเท้าขวาพ่งุ ไปทางหลังฝ่ายรุกพุ่งตัว
ขึ้น ใช้ศอกขวากระแทกท้ายทอย ถ้าฝา่ ยรุกชกดว้ ยหมดั ซ้ายให้ปฏบิ ตั ิตรงกนั ขา้ ม
๒๖. นารายณ์ขวา้ งจักร
ไมร้ ับน้ใี ชส้ วนด้วยหมดั เหวย่ี งท่ที รง ประสิทธิภาพอาจทาให้ซีโ่ ครงถึงหกั ได้
ฝ่ายรุก เดินมวยเข้าชกดว้ ยหมัดขวาตรงสู่ ใบหน้าฝ่ายรับมือซา้ ยตัง้ มนั่
ฝ่ายรับ ก้าวเท้าซ้ายทแยงออกวงนอก ให้ได้จังหวะหมัด ทิ้งน้าหนักตัวบนเท้าซ้าย ใช้เท้าซ้ายเป็น
แกน หมัดขวาชกแบบเหวีย่ งท่ปี ลายคางหรอื ชายโครงฝ่ายรุก ถ้าฝ่ายรุกชกด้วยหมัดซา้ ย ให้ปฏบิ ตั ิตรงกันข้าม
๒๗. ลม้ ขุนทวน
ไม้รับนเ้ี ป็นกลมวยแก้หมัดโดยใช้ลกู เตะดว้ ยหลังเท้า
ฝ่ายรุก เดนิ มวยเขา้ ชกดว้ ยหมัดซา้ ยตรงใบหน้าฝา่ ยรับมอื ขวาต้ังมนั่
ฝา่ ยรบั ขยับเท้าซ้ายสืบออกด้านซา้ ยเลก็ นอ้ ยเพื่อให้ได้จงั หวะ ท้ิงนา้ หนักตัวไปที่เท้าซา้ ย ใช้เท้าซา้ ย
เป็นหลัก มือขวาใชแ้ ขนปัดหมัดให้เบน พร้อมกับเตะด้วยหลังเท้าขวา เป้าหมายปลายคางด้านซ้ายของฝ่ายรุก
หมัดซา้ ยเตรยี มชกตาม ถ้าฝา่ ยรุกชกดว้ ยหมดั ขวาใหป้ ฏิบัติตรงกันขา้ ม
๒๘. หนุมานหกั ดา่ น
ไม้รับนี้ใช้ศอกและเข่าพร้อมกันเป็นไม้มวยท่ีใช้สาหรับเข้าระยะใกล้ หรือรับหมัดหรือศอก แล้วถลัน
เขา้ ระยะใกล้ๆ ใช้ได้ท้ังวงนอกและวงใน
ฝ่ายรุก เดินมวยเขา้ ชกดว้ ยหมดั ขวา หรอื ศอกเหวยี่ งหมายทรวงอกฝา่ ยรบั มือซ้ายต้ังมน่ั
ฝ่ายรับ ก้าวเท้าซ้ายออกวงนอกถลันเข้าประชิดตัว พร้อมกับพุ่งเข่าเข้าไปที่ล้ินป่ี ศอกเข้าที่คางเป็น
จังหวะเดยี วกัน ถา้ ฝา่ ยรกุ ชกด้วยหมดั หรอื ศอกซา้ ย ให้ปฏิบตั ิตรงกนั ข้าม
๒๙. จระเข้ฟาดหาง
ไม้รับน้เี ป็นไม้จโู่ จม ท่รี ุนแรงมากโดยอาศยั การเตะฟาดอย่างสดุ แรงหมายซอกคอ
ฝ่ายรุก เดินมวยเข้าชกด้วยหมดั ขวา หรอื เตะดว้ ยเท้าขวา
ฝ่ายรับ กา้ วเทา้ ใหไ้ ดจ้ ังหวะ เตะฟาด มือทง้ั สอง ป้องอยรู่ ะดับหน้าเพอ่ื ป้องกันหมัดและเทา้ หมนุ ตัว
เหว่ียงเตะฟาดลงสู่ซอกคออย่างสุดแรง อาจทาให้ถึงคอหักได้ ถ้าฝ่ายรุกใช้หมัดซ้ายหรือเท้าซ้าย ให้เตะฟาด
ด้วยเท้าซา้ ย
“”””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””
ไม้แกศ้ อก
แก้ศอก ๔ ไม้
๑. พระรามนา้ วศร
ไม้รบั น้ีใชร้ บั ศอกทีข่ ว้างมาจากทศิ บน โดยใชแ้ ขนยนั ศอกไวแ้ ล้วชกหมัดเสยทีป่ ลายคาง
ฝ่ายรกุ เดินเข้าประชิดตัวยกศอกคูห่ รือศอกเดย่ี วข้ึนกระแทกลงท่แี สกหน้าหรือกระหม่อมฝ่ายรบั
ฝ่ายรับ ย่อตัวลงเล็กน้อยเพื่อชะลอแรงกระแทกยกแขนซ้ายขึ้นปะทะใต้ศอกที่กระแทกลงมา พร้อม
กบั ชกหมดั เสยทป่ี ลายคางทันที
๒. พระรามหักศร
ไมร้ ับนใี้ ชร้ ับศอกตัดในระยะประชดิ แลว้ บิดแขน
ฝ่ายรกุ เดินเข้าหาใช้ศอกขวาตีทใ่ี บหน้าฝ่ายรบั
ฝ่ายรับ สืบเท้าเข้าเฉียงเข้าประชิดตัว มือซ้ายตะปบจับศอก มือขวาจับท่ีข้อมือพร้อมกันแล้วใช้มือ
ขวากดลง มือซา้ ยทีจ่ บั ศอกกระแทกข้ึนทันที
๓. พระรามฟาดศร
ไมร้ ับนี้ใชแ้ ก้ศอกเสยโดยใชส้ ันมือสับท่ีขอ้ พบั
ฝา่ ยรกุ เดินเข้าประชดิ ตวั แล้วใช้ศอกงัดท่ปี ลายคาง
ฝ่ายรับ สบื เท้าขวาออกไปขา้ งหน้าให้ไดร้ ะดบั แล้วสบั ฝ่ามือลงท่ขี อ้ พับฝา่ ยรุกทันที
๔. พระรามยนั ศร
ไมร้ ับนใ้ี ชแ้ ก้ศอกตีโดยใช้ฝา่ มอื ยนั ไว้ทีไ่ หลแ่ ลว้ ใชศ้ อกตีตอบโต้
ฝ่ายรกุ เดนิ เข้าตีด้วยศอกขวา
ฝ่ายรับ ก้าวเท้าขวาเข้าประชิดตัวทางด้านขวา สอดมือขวาไปยันท่ีไหล่เพ่ือสลายแรงศอก แล้วตีด้วย
ศอกซ้ายท่ีใบหนา้ ทันที
“”””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””
ไม้แกเ้ ทา้
ไม้แก้เทา้ ๒๓ ไม้
๑. ปักลูกทอย
ไม้รบั นเ้ี ปน็ ไมส้ าคัญใชร้ บั การเตะกราด โดยใชศ้ อกกระแทกเข้าท่ีหน้าแข้ง
ฝ่ายรุก เดนิ มวยเข้าเตะเหวีย่ งดว้ ยเทา้ ขวา หมายศีรษะฝา่ ยรบั ตัง้ มอื ทั้งสองให้ม่ัน
ฝา่ ยรบั รีบสืบเท้าขวาเข้าหาคร่ึงก้าวพร้อมกับหมนุ ตัวเองเท้าขวาเป็นแกนหันหน้าเข้า ทางทิศทางที่
เท้าเตะมา ยกศอกขวาข้ึนตั้ง รับระดับหน้าแข้งมือซ้ายตั้งกราดปิดระดับ ต้นคอให้มั่น เพื่อป้องกันพลาดถูก
ใบหนา้ ถา้ ฝา่ ยรุกเตะด้วยเท้าซ้าย ให้ปฏบิ ัตติ รงกันขา้ ม เวลาซอ้ มให้ใช้ฝ่ามอื รบั การเตะแทนศอก
๒. นาคาบดิ หาง
ไม้รับน้ีใช้เป็นหลักรับการเตะโดยใช้มือท้ังสองจับปลายเท้าบิด พร้อมท้ังใช้เข่ากระทุ้ง เพื่อให้หักหรือ
เดาะ
ฝา่ ยรุก เดินมวยเข้าหาพรอ้ มทงั้ เตะเหวี่ยงดว้ ยเท้าขวาส่ใู บหน้าฝ่ายรบั มือทัง้ สองต้งั มน่ั
ฝา่ ยรับ รีบพลิกตัวหันหน้าไปทางเท้าที่กาลังเตะมาน้าหนักตัว ทง้ิ บนเท้าซ้าย เท้าขวาอยู่ในหลกั ยืน
มวยแบบสิงหยาตร มือขวาต้ังฝ่ามือปะทะปลายเท้า มือซ้าย แบบหงายตะปบส้นเท้า แล้วมือท่ีจับปลายเท้า
พลิกบิดออก มือซ้ายจับส้นเท้าดึงเข้าหาตัว พร้อมกับใช้เข่ากระแทกน่องเพื่อหักเท้า ท่าน้ีต้องฝึกอย่าง
ระมดั ระวงั ใหย้ กเข่าตนี ่องเบา ๆ เพราะกระดกู ขาจะหกั
๓. หกั งวงไอยรา
ไม้รับนี้ใชแ้ กก้ ารเตะโดยตดั กาลงั ขาด้วยการใช้ศอกกระทุง้ เข้าท่โี คนขา
ฝา่ ยรุก เดนิ มวยเขา้ หาพรอ้ มกบั ยกเท้าเตะกราดบริเวณชายโครง มือทัง้ สองตงั้ มั่น
ฝ่ายรับ ก้าวเท้าซ้ายเข้าหาฝ่ายรุกในระยะเกือบชิดตัวอย่างรวดเร็ว หันหน้าเข้าทางทิศทางที่เท้า
ฝ่ายรุกเตะมา กระแทกศอกขวาสู่บริเวณโคนขาฝ่ายรุกพร้อมกับแขนซ้าย โอบจับตรงบริเวณน่อง ยกขาให้สูง
เพอ่ื ให้เสยี หลัก ปอ้ งกนั ฝา่ ยรุกใชศ้ อกถองศรี ษะ ถ้าฝา่ ยรุกเตะดว้ ยเท้าซ้าย ใหป้ ฏบิ ัติตรงกนั ขา้ ม
๔. วิรฬุ หกกลบั
ไมร้ ับนใ้ี ชร้ บั การเตะ โดยใช้ส้นเท้ากระแทกทีบ่ ริเวณโคนขา
ฝ่ายรุก เดนิ มวยเข้าหาพรอ้ มทงั้ ยกเทา้ ซ้ายเตะกราดหมายบริเวณชายโครง มือท้งั สองต้ังม่ัน
ฝ่ายรับ รีบพลิกตัวทแยงหันหน้าสู่ทิศทางท่ีเท้าเตะมาใช้เท้าขวา เป็นหลักยืนให้ม่ันยกเท้าซ้าย
กระแทกด้วยส้นเท้าที่ต้นขาให้สะท้อนกลับไป มือท้ังสองตั้งให้มั่นเพ่ือป้องกันพลาดถูกชายโครง ถ้าฝ่ายรุกเตะ
ด้วยเทา้ ขวา ใหป้ ฏิบตั ติ รงกันข้ามเวลาซอ้ ม ให้ใช้องุ้ เทา้ ปะทะแต่พอเบาๆ มฉิ ะนัน้ ขาจะเคลด็ หรอื หักได้
๕. ไกรสรขา้ มห้วย
ไมร้ ับนใ้ี ช้แก้เท้าท่เี ตะมาหมายใบหนา้ โดยถบี สวนไปทเี่ ท้ายนื เป็นหลักของคู่ต่อสู้
ฝ่ายรกุ เดนิ มวยเขา้ เตะด้วยเทา้ ขวาส่ปู ลายคางฝ่ายรับ มือท้ังสองตง้ั มน่ั
ฝ่ายรับ พลิกตัวหันหน้ามาทางท่ีเท้าเตะมา งอแขนขวาขึ้นรับ พร้อมกับสอดเท้าขวา ถีบเข้าท่ีหน้า
ตัก (ต้นขา) ของเท้าที่ยืนเป็นหลักของฝ่ายรุกให้หงายหลังล้มไป ถ้าฝ่ายรุกเตะด้วยเท้าซ้าย ให้ปฏิบัติตรงกัน
ข้าม
๖. หริ ญั ม้วนแผน่ ดิน
ไม้รับนี้เป็นแม่ไมข้ องการศอกกลับหลงั ในลักษณะม้วนตัว เข้าไปตามแต่ฝ่ายรุก จะเข่า ชกหรือเตะกใ็ ช้
มว้ นตวั เขา้ ศอกกลบั หลงั ไดท้ ัง้ ส้ิน
ฝ่ายรุก เดินมวยเข้าเตะดว้ ยเท้าขวาหมายซอกคอฝ่ายรบั มือทั้งสองตัง้ มัน่
ฝา่ ยรับ สืบเท้าขวาประชดิ เข้าหาเท้าท่เี ตะมา พลกิ ตวั เอาศอกขวาปดิ กันเท้าทเี่ ตะมาพรอ้ มกบั หมุน
ตัว กลับหลังหันทาง ซ้ายฟาดศอกหลังเข้าสู่ใบหน้าฝ่ายรุก ถ้าฝ่ายรุกเตะด้วยเท้าซ้าย ให้ปฏิบัติตรงกันข้าม
๗. นาคามุดบาดาล
ไมร้ ับนีใ้ ช้กม้ ตวั ลอดเทา้ ท่เี ตะมาแล้วถีบเข้าทีเ่ ทา้ ยืนเป็นหลักใหห้ งายหลงั ล้มไป
ฝ่ายรกุ เดินมวยเขา้ เตะด้วยเท้าขวาหมายซอกคอฝา่ ยรับ มือทงั้ สองต้งั มั่น
ฝา่ ยรบั สบื เท้าซ้ายไปข้างหน้าใหไ้ ด้ระยะถีบพร้อมกบั ยอ่ ตัวลงใหเ้ ท้า ผ่านศรี ษะไปยกเท้าขวาถีบไป
ท่ีขาท่อนบนเท้าซ้ายที่ยืนเป็นหลักของฝ่ายรุกให้หงายหลังล้มไป ถ้าฝ่ายรุกเตะด้วยเท้าซ้าย ให้ปฏิบัติตรงกัน
ขา้ ม
๘. ทะแยค่าเสา
ไม้รับน้ใี ชเ้ ตะหรอื ถีบโดยกม้ ตวั ลงถีบเท้าท่ีเปน็ หลักให้หงายหลังลม้ ไป
ฝ่ายรกุ เดนิ มวยเขา้ เตะดว้ ยเท้าขวาสูซ่ อกคอฝา่ ยรับ มอื ทั้งสองต้ังมน่ั
ฝา่ ยรับ ก้าวขาเฉียงไปทางขวาเล็กนอ้ ย ต้ังแขนซา้ ยกนั เท้าทีเ่ ตะมาย่อตัวลงพลิกตัวเล็กน้อยถบี ดว้ ย
เท้าซ้ายไปทีข่ าซา้ ยทยี่ นื เป็นหลกั ของฝา่ ยรกุ ให้หงายหลงั ลม้ ลง ถา้ ฝ่ายรุกเตะดว้ ยเทา้ ซา้ ย ใหป้ ฏิบัติตรงกนั ขา้ ม