The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หน่วย1 งานใบตอง

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by patchareeyaporn2020, 2020-04-24 03:47:04

banana1

หน่วย1 งานใบตอง

วชิ า พื้นฐานงานประดิษฐ์

จัดทาโดย นางสาวพัชรียาภรณ์ พ่วงเจริญ
วทิ ยาลัยอาชีวศกึ ษาเพชรบรุ ี

ใบความรูท้ ่ี 1 หน่วยที่ 1
หลกั สตู ร ประกาศนียบัตรวิชาชีพ พุทธศกั ราช 2562 สอนครง้ั 1 – 5
รหัสวชิ า 20400 - 1003 ชือ่ วิชา พืน้ ฐานงานประดิษฐ์ เวลา 25 ชม.
ชอ่ื เรอ่ื ง งานใบตอง

1. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1.1 จดุ ประสงค์ท่ัวไป
1. เพอ่ื ใหผ้ ู้เรียนสามารถบอกประวัติความเปน็ มาของงานใบตองได้
2. เพื่อใหผ้ ู้เรยี นสามารถบอกประโยชนข์ องงานใบตองได้
3. เพื่อให้ผูเ้ รยี นสามารถบอกคุณลกั ษณะและเลือกใบตองได้
4. เพื่อใหผ้ เู้ รยี นสามารถบอกวธิ เี ตรยี มวสั ดุ อุปกรณ์ในการประดิษฐง์ านใบตองได้
5. เพื่อใหผ้ ูเ้ รียนสามารถบอกวิธีการดูแลรกั ษางานใบตองได้
6. เพื่อใหผ้ ู้เรียนสามารถบอกขัน้ ตอนการประดษิ ฐง์ านใบตอง และประดิษฐผ์ ลงานจากใบตองได้
6.1 การห่ออาหารหวานคาว
6.2 การพบั กลบี ใบตองแบบต่าง ๆ
6.3 การเยบ็ ถาดใบตอง
6.4 การทาบายศรีปากชาม
7. เพือ่ ให้ผู้เรยี นมีความรบั ผดิ ชอบ กระตือรอื ร้นและสนใจใฝเ่ รียน

1.2 จดุ ประสงคเ์ ชงิ พฤติกรรม
1. ผเู้ รียนสามารถบอกประวตั ิความเปน็ มาของงานใบตองได้
2. ผเู้ รยี นสามารถบอกประโยชน์ของงานใบตองได้
3. ผเู้ รยี นสามารถบอกคุณลกั ษณะและเลอื กใบตองได้
4. ผู้เรยี นสามารถบอกวิธเี ตรียมวัสดุ อปุ กรณ์ในการประดิษฐง์ านใบตองได้
5. ผ้เู รยี นสามารถบอกวธิ ีการดแู ลรกั ษางานใบตองได้
6. ผเู้ รียนสามารถบอกขน้ั ตอนการประดษิ ฐง์ านใบตอง และประดิษฐ์ผลงานจากใบตองได้
6.1 การห่ออาหารหวานคาว
6.2 การพบั กลีบใบตองแบบตา่ ง ๆ
6.3 การเย็บถาดใบตอง
6.4 การทาบายศรปี ากชาม
7. ผูเ้ รยี นมคี วามรบั ผดิ ชอบ กระตอื รอื รน้ และสนใจใฝเ่ รยี น

2. สมรรถนะ
1. บอกประวัตคิ วามเปน็ มาของงานใบตอง
2. บอกประโยชน์ของงานใบตอง
3. บอกคุณลกั ษณะและเลือกใบตอง
4. บอกวธิ ีเตรยี มวสั ดุ อุปกรณ์ในการประดิษฐ์งานใบตอง
5. บอกวธิ ีการดแู ลรักษางานใบตอง
6. บอกขัน้ ตอนการประดษิ ฐ์งานใบตอง
6.1 การหอ่ อาหารหวานคาว
6.2 การพบั กลีบใบตองแบบตา่ ง ๆ
6.3 การเยบ็ ถาดใบตอง
6.4 การทาบายศรปี ากชาม
7. มคี วามรบั ผิดชอบ กระตือรือร้นและสนใจใฝ่เรยี น

3. เนอ้ื หาสาระ

ประวัตคิ วามเปน็ มาของงานใบตอง

ในอดีต ท่ีผ่านมา มนุษย์เราพยายามท่ีจะเรียนรู้ท่ีจะดารงชีวิตอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ โดยเน้นความ
กลมกลืนในรูปแบบของการพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน รู้จักการหาวัสดุธรรมชาติมาปรุงแต่งชีวิต ความเป็นอยู่
ภายใต้กรอบของการรับและ การให้อยา่ งเหมาะสม ส่งิ ของเครื่องใช้ต่างๆ ซึ่งมนษุ ย์ได้ดดั แปลงมาจากธรรมชาติ
ลว้ น แล้วแต่จะมีการนาไปใช้ให้เหมาะสม และมีความสมดุลกับธรรมชาติ เมื่อมนษุ ย์เราไดค้ ิด นาใบตอง ใบไม้
ต่างๆมาใช้ห่อขนมและอาหารต่างๆเพ่ือใช้ในชีวิตประจาวัน ตลอดจนการคิดประดิษฐ์ชิ้นงานให้มีรูปร่าง
รปู ทรงสวยงามและประณตี ย่ิงขึ้น ศิลปะงานใบตองเร่มิ มมี าตง้ั แต่สมัยใดไม่ปรากฏหลกั ฐานที่แน่ชัด มีใชเ้ ฉพาะ
เป็นสว่ นประกอบของงานดอกไม้ และใช้เป็นภาชนะ ใส่ขนม และใส่อาหารเทา่ นัน้ ในส่วนของวฒั นธรรม งาน
ฝีมือต่างๆ ที่บ่งบอกถึงความเป็นเอกลักษณ์ไทย ต้องยอมรับว่าบรรพบุรุษของเราช่างคิดช่างประดิษฐ์ ผลงาน
อันสวยงามและ ทรงคุณค่าเอาไว้ให้เยาวชนรุ่นหลังได้เห็นและเรียนรู้กัน ผลงานเหล่าน้ัน เพื่อช่วยกันพัฒนา
ฝีมือให้คงอยู่สืบไปการนาวัสดุในธรรมชาติมาใช้ เช่น งานการแกะสลักจากไม้ ผักและผลไม้ งานจักสานหรือ
งานประดิษฐ์ดอกไม้ ใบตองทมี่ ีอยู่อย่างเพยี งพอมาแปรเปลย่ี นเป็นงานศิลป์ อันสุนทรีย์ คงช่วยให้วัสดุเหล่านั้น
ไม่สูญสลายหายไป ความหมายของ“บายศรี”น้ันสันนิษฐานว่าได้รับอิทธิพลมาจาก ลัทธิพราหมณ์ ซ่ึงเข้ามา
ทางเขมร ท้ังน้ีเพราะ คาว่า “ บาย ” ภาษาเขมร แปลว่า ข้าวสุก ภาษาถิ่นอีสาน แปลว่า จับต้อง สัมผัส ส่วน
คาวา่ “ศรี” มาจากภาษาสันสกฤต ตรงกับ ภาษาบาลีว่า “ สิริ ” แปลว่า ม่งิ ขวัญ ดังน้ันคาวา่ “บายศรี” หน้า
จะ แปลไดว้ ่า ขา้ วขวญั หรอื ส่งิ ท่ีน่าสมั ผสั กับความดงี าม “ บายศรี ” ในพจนานกุ รม ฉบบั ราชบัณฑติ ยสถาน
แปลว่า ข้าวอันเป็นสิริ, ขวัญข้าว หรือ ภาชนะท่ีจัดตกแต่งให้สวยงามเป็นพิเศษ ด้วยใบตอง และดอกไม้สด
เพื่อเป็นสารับใส่อาหารคาวหวานในพิธีสงั เวยบูชา และพิธีทาขวัญตา่ งๆ สมัยโบราณ มีการเรียกพิธี สู่ขวัญว่า
“ บาศรี ” ทั้งน้ีสืบเนื่อง มาจากเป็นพธิ ี สาหรับบุคคล ชน้ั เจ้านาย เพราะคาวา่ “บา” เป็นภาษาโบราณ อีสาน
ใชเ้ ป็น คานาหน้า เรียกเจา้ นาย เช่น บาท้าว บาบ่าว บาคราญ เปน็ ตน้ ส่วนคาว่า “ ศรี ” หมายถงึ ผหู้ ญิงและ
ส่ิงท่ีเป็นสิริมงคล “ บาศรี ” จึงหมายถึง การทาพิธีที่ เป็นสิริมงคล แต่ปัจจุบันนี้ คาว่า บาศรี ไม่ค่อยนิยม
เรยี ก กันแล้ว มักนยิ มเรียกว่า “ บายศรี ” บายศรีจะเรยี ก เป็นองค์ มีหลายประเภท เชน่ บายศรีเทพ บายศรี
พรหม เป็นต้น ส่วนต่างๆ ท่ีประกอบกันเป็นบายศรีมีความหมายในทางดี เช่น กรวยข้าว หมายถึงความอุดม
สมบรู ณ์ใบชัยพฤกษ์หรอื ใบคนู อายยุ ืนยาวดอกดาวเรือง ความเจริญร่งุ เรอื ง ดอกรกั ความรกั ทมี่ ั่นคง

ประโยชนข์ องงานใบตอง

คุณค่าของงานใบตองน้ันมีมากมายทั้งในชีวิตประจาวัน โอกาสพิเศษและการธรรมรงศิลปวัฒนธรรม
และประเพณไี ทย ตลอดจนชว่ ยใหเ้ กดิ ความสุขทางใจและยังเปน็ อาชพี ได้

1. ประโยชนใ์ นชีวิตประจาวัน
1.1 ใชใ้ สอ่ าหาร ห่ออาหาร หอ่ ขนม ห่อของ หอ่ ผกั ห่อดอกไม้ ช่วยใหส้ ดทนนาน
1.2 ช่วยให้ขนมและอาหารสีสวยและมกี ลน่ิ หอมชวนรับประทาน

2. ประโยชนใ์ นโอกาสพิเศษ
2.1 งานวันสาคัญ ประดิษฐ์ภาชนะใส่ดอกไม้ ขนม ผลไม้ และใส่อาหารนาไปให้บุคคลซ่ึงเคารพนับ

ถอื ในวันคลา้ ยวันเกิด วนั ปีใหม่ วนั ข้ึนบ้านใหม่ วันประสบความสาเร็จ วันฉลองโชคชยั วันเยย่ี มไข้ หรือแมแ้ ต่
วนั จากไป

2.2 งานประเพณีนิยม ชาวไทยยมประดิษฐ์ผลงานดอกไม้ใบตองแบบประณีตศิลป์ใช้ในงานพิธี
เช่น พานขัน หมาก ขันหมั้น ขันสินสอด พานรับน้าสังข์ บายศรี กระทงลอย ใช้ในงานต่าง ๆ ซ่ึงล้วนแต่เป็น
ประเพณที ่ีงดงามของชาวไทยทค่ี วรจะฟนื้ ฟูและรักษาไว้

2.3 งานพิธีทางศาสนา เช่น พานดอกไม้ธูปเทียน กระทงดอกไม้ แต่งเทียนพรรษา กระถางธูป
เชิงเทียน เป็นตน้

3. สร้างสรรค์ศิลปะมรดกของชาติ ผลงานประณีตศิลป์เป็นศิลปะมรดกแขนงหน่ึงที่บ่งบอกถึงความ
เป็นไทยเพระมี เอกลักษณ์เฉพาะตวั มีความละเอียด ประณีต อ่อนโยน มีระเบียบ มีความสง่างาม มีความงาม
แบวจิ ิตรพิสดาร ทไี่ ม่มีชาติใดในโลกมีเหมือน

4. ช่วยให้จิตใจสงบร่มเย็น การนาใบตองมาประดิษฐ์เป็นสิ่งสวยงามย่อมนามาซึ่งความเพลิดเพลิน
ความสงบร่มเย็นแหง่ จติ ใจ เพราะจิตใจมีสมาธิ ความคดิ ก็เกดิ จติ นาการ ผู้ทที่ างานใบตองจะเป็นผู้ท่มี ีอารมณ์ดี
คิดแตส่ ง่ิ ท่ดี ีงาม อันนามาซงึ่ ความประพฤตชิ อบ

5. เป็นอาชพี หลกั และอาชพี รองถา้ มีใจรกั งานด้านนแี้ ละมีงานอืน่ เป็นหลักอยู่กใ็ ช้เปน็ อาชีพเสริมหรือ
อาชพี รองชว่ ยเพมิ่ รายได้ให้แก่ครอบครวั หรอื ถ้ามีใจรักมาก ๆ กใ็ ช้เป็นอาชพี หลักได้

คุณลักษณะและการเลือกใบตอง

งานใบตองเป็นงานที่แสดงออกถึงเอกลักษณ์ ภูมิปัญญาของบรรพชนไทยสมัยก่อนท่ีได้รู้จัก
ประดดิ ประดอยวัสดุธรรมชาตมิ าใช้เป็นภาชนะห่อหมุ้ อาหารได้อย่างวิจิตรสวยงามความสาคัญ และคณุ ค่างาน
ใบตอง แบ่งออกได้ 3 ด้วย คอื

1. คุณค่าทางวัฒนธรรมและสังคม ใบตองกับชีวิตของคนไทยอยู่คู่กันมาตั้งแต่ยุคสมัยโบราณถึง
ปจั จุบัน ซ่ึงมีการนามาประดษิ ฐ์เป็นกระทง บายศรี พานขันหมาก พานขันหม้ัน ฯลฯ การประดิษฐ์งานใบตอง
แตล่ ะอยา่ งลว้ นงดงาม ประณีต ความสามารถของคนไทยไม่มีชนชาตใิ ดในโลกเหมือนซงึ่ สมควรทอ่ี นุชนรุ่นหลัง
จะถอื เปน็ หน้าทที่ ี่ควรหวงแหน และรักษาไว้เปน็ ศิลปะและวฒั นธรรมประจาชาติสืบไป

2. คณุ ค่าทางเศรษฐกิจ การประดิษฐ์งานใบตองนี้สามารถนาไปสร้างรายได้ให้แก่ผู้ท่ีมีความสามารถ
ทางด้านศิลปะประดษิ ฐ์ ไม่วา่ จะเป็นการนาไปประกอบอาชีพถาวร หรืออาชีพเสรมิ เชน่ การจดั ทาบายศรี การ
ประดิษฐ์กระทงลอย ฯลฯ

3. คณุ ค่าทางจิตใจ ขณะในการปฏิบตั ิงาน ย่อมเกิดความเพลิดเพลิน มีสมาธิ ทาให้ผู้ทีท่ างานด้านน้ีมี
จิตใจเยือกเย็นสุขุม เกิดความภาคภูมิใจในผลงานทสี่ าเร็จ และยงั เป็นการช่วยดารงเอกลักษณค์ วามเป็นไทยได้
อย่างดี

การเลอื กใบตอง
ใบตองท่ีมีอยู่น้ันมีด้วยกันหลายแบบ ได้แก่ ใบตองตานี ใบตองกล้วยน้าว้า ซ่ึงใบตองแต่ละชนิดนั้นมี
คุณสมบัตไิ มเ่ หมอื นกนั ดงั นนั้ จงึ ควรเลอื กใชใ้ บตองทเ่ี หมาะสมกับอาหารที่จะทา
1. ชนิดของใบตอง

1.1 ใบตองตานี ใบตองชนิดนี้จะมีความนมุ่ เหนียว ไมเ่ ปราะ ไม่ฉกี ขาดงา่ ย มคี วามหนาพอเหมาะ
มี สเี ขียวเข้ม ปจั จบุ นั หายาก

1.2 ใบตองกล้วยน้าว้า จะมีความหนาน้อยกว่าใบตองตานี มีความเปราะบ้างเล็กน้อย มีสีเขียว
ออ่ น มกั นาใบตองชนิดนีม้ าหอ่ ขนมท่ีมขี นาดเลก็

2. อายุของใบตอง
ควรเลือกใบตองทไ่ี มอ่ ่อนหรอื แกเ่ กินไป แต่ถา้ แก่เกินไปตองจะกรอบและฉกี ขาดง่าย

3. เวลาในการตัดใบตอง
ควรเลือกตัดใบตองในตอนเช้าเวลาสาย เพื่อให้น้าค้างท่ีเกาะบนใบตองแห้งหรือตอนเย็นพอให้

ใบตองเรมิ่ ฟน้ื จากแดดในตอนกลางวัน ใบตองจะไม่เหี่ยว เหมาะแก่การใชง้ าน
4. วิธกี ารตดั ใบตอง
ควรเลอื กตัดให้เหลอื หูใบตอง เพือ่ ใหก้ ้านทาหน้าทส่ี ังเคราะห์แสงเลี้ยงลาต้น

วิธเี ตรียมวัสดุ อุปกรณใ์ นการประดิษฐง์ านใบตอง

งานประดิษฐ์จากใบตอง เป็นงานประณีตใช้ฝีมือและทักษะความชานาญ ใบตองมีหลายชนิดแต่ท่ีมี
คณุ สมบัตเิ หมาะสมในการประดิษฐ์ที่สดุ คือ ใบตองกลว้ ยตานี วัสดุ อุปกรณ์ที่ต้องใช้ในงานใบตอง จาเป็นต้อง
จดั เตรยี มไว้ให้เหมาะสมกบั ชิน้ งาน และมีประสิทธภิ าพ ดังนี้

1. ใบตองตานี มีผิวเป็นมัน สีเขียวเข้ม ไม่แห้งกราก เหนียวนุ่ม ไม่เปราะ ไม่ฉีกขาดง่าย มีความหนา
บางพอเหมาะ สขี องใบตองจะไม่ตกตดิ อาหาร ถงึ แม้จะถูกความรอ้ น

2. กรรไกร ขนาดและรปู ร่างเหมาะมือ นา้ หนักเบาและคมตลอดปลาย เวลาจบั นิ้วท้งั หมดเข้าช่องได้
พอดี ตดั ใบตองใชก้ รรไกรขนาดใหญ่ ตดั ด้ายใช้กรรไกรขนาดเลก็

3. เขม็ มือ ถา้ งานละเอียดช้ินเลก็ มากใช้เบอร์ 9 ถ้างานปกตใิ ชเ้ บอร์ 8 เลือกที่แขง็ แรง รกู ว้างและตัวยาว

4. เข็มหมุด ชนิดหัวมุกใช้ในบางคร้ังท่ีต้องการกลัด หรือตรึงให้อยู่กับท่ีช่ัวคราว ส่วนชนิดหัวเล็กใช้
บอ่ ย ต้องเลือกตัวยาวและปลายแหลม

5. ไมก้ ลัด ขนาดเลก็ แหลมแขง็ แรง ใชไ้ ม้ติดผวิ หรอื ใกล้ผิว

6. ด้าย สีเขียวเข้มหรือสีดาเบอร์ 60 ใช้สองเส้นดีกว่าเส้นเดียว เพราะใช้เส้นเดียวจะมีความคมตัด
ใบตองใหข้ าดงา่ ย

7. ผ้าขาวบาง สาหรบั หอ่ ใบตองท่ฉี กี แลว้ หรอื หอ่ ผลงานทแี่ ช่น้าพอแลว้

8. ผา้ เชด็ ใบตอง ใชผ้ า้ ฝา้ ยดกี วา่ ผา้ ผสมใยสงั เคราะห์ เพราะนุ่มและดดู ซึมได้ดกี ว่า

9. ไม้บรรทดั เลือกที่เหน็ เสน้ และบรรทัดชดั เจน

10. นอกจากน้ี บางคร้ังยังต้องใช้คีม ปากคีบ ลวด กรรไกรตัดลวด มีดคัทเตอร์ วงเวียน เขียง ถาด
กะละมัง กระบอกฉีดน้าและภาชนะต่างๆ ตามแต่ความจาเป็นของแต่ละเรื่อง ควรจะเลือกให้ดีพอเหมาะทั้ง
ขนาดและคณุ สมบตั ทิ ต่ี ้องการ

วธิ ีการดูแลรักษางานใบตอง

ถ้าต้องการให้ใบตองสดทนนาน เม่ือประดิษฐเ์ สรจ็ แล้วต้องแช่น้าอยา่ งนอ้ ย 3 ชั่วโมง หรือ 1 คืน แล้ว
นามาวางในภาชนะแล้วคลุมด้วยผ้าชุบน้าหมาดๆ จะอยู่ได้หลายวัน (3-5 วัน) แต่ถ้างานชิ้นไม่ใหญ่มาก นาใส่
ถุงพลาสตกิ รัดปากถุงให้แนน่ เกบ็ ในตเู้ ยน็ ก็สามารถเก็บได้นานยิ่งขึน้ (ประมาณ 1 เดือน)

สว่ นอปุ กรณ์ท่ีควรดแู ลเปน็ พิเศษคือ กรรไกรและเขม็ มือ หลังจากใชแ้ ล้วมยี างเหนียวของใบตองเกาะ
อยู่ ควรล้างดว้ ยผงซักฟอก เชด็ ใหแ้ ห้งก่อนเก็บ ถ้าเกบ็ ไว้นาน ๆ จงึ หยิบใช้ ควรทาดว้ ยนา้ มันจักร เพ่ือปอ้ งกนั
สนมิ

การประดษิ ฐผ์ ลงานจากใบตอง

การหอ่ อาหารหวานคาว

ภาชนะใส่อาหารรูปทรงต่าง ๆ ในปจั จุบนั สว่ นมากสังเคราะห์จากพลาสติก ซึ่งเปน็ อันตรายต่อร่างกาย
และส่ิงแวดลอ้ ม ฉะนั้นจึงควรหลีกเล่ียงด้วยการบริโภคอาหารที่บรรจุจากวสั ดุธรรมชาติ เช่น ใบตอง สามารถ
ย่อยสลายได้ง่าย และยังช่วยให้อาหารมีกล่ินหอม เม่ือนาไปนึ่งหรือย่างให้สุก ภาชนะท่ีทามาจากใบตอง
สามารถทาให้หลายรูปแบบ เชน่ การห่อ และการเยบ็ กระทงแบบต่าง ๆ

การประดษิ ฐ์กระทง ยังมีความจาเป็นในชีวิตประจาวัน ใช้ใส่สิ่งของเพ่ือความเปน็ ระเบียบเรียบร้อย
มองดูสวยงาม และสะดวกในการจาหน่าย เช่น ใสพ่ รกิ ข้หี นู ดอกขจร ดอกจาปี ดอกจาปา ฯลฯ

ขนมและอาหารไทยหลายชนิดยังนิยมใส่ในกระทง ซ่ึงอาจจะประดิษฐ์จากใบตอง ใบเตย ใบตาล
เป็นต้น ลักษณะของกระทงมีความแตกต่างกันตามชนิดของอาหารและขนม การนาอาหารใส่กระทงทาให้
มองเห็นลักษณะ สีสันของอาหาร มองดูสวยงาม มีกลิ่นหอมชวนให้น่ารับประทาน เช่น ขนมตะโก้ใส่ใน
กระทงใบตอง หรือขนมตาลใส่ในกระทงใบตองสองมุมทอ้ งแบน ขนมเข่ง ห่อหมกใสใ่ นกระทงส่ีมมุ เปน็ ต้น

1. การเลือกใบตองสาหรับประดิษฐ์กระทง ควรเลือกใช้ใบตองจากกล้วยน้าว้า เพราะสีของใบตอง
จะไมต่ กใสอ่ าหาร เมอ่ื นาไปนึ่งหรือย่าง

2. การเตรยี มใบตองสาหรับประดิษฐก์ ระทง ปฏบิ ัตเิ ช่นเดยี วกบั การห่อ ตามขัน้ ตอนคอื
2.1 การเลอื กใบตอง เลือกใบตองทไี่ ม่ออ่ นแอและแกจ่ นเกินไป
2.2 ทาความสะอาดใบตอง
2.3 ฉกี ใบตองตามขนาดท่ตี ้องการและตดั ตามลกั ษณะของกระทง
2.4 การเกบ็ รักษา ขณะปฏบิ ัตใิ ชผ้ า้ ชุบนา้ หมาด คลุมเพ่อื ไมใ่ หใ้ บตองเห่ยี ว

3. การเตรียมอปุ กรณ์

4. การประดิษฐก์ ระทงใส่อาหาร
4.1 ด้วยใบตองรูปแบบตา่ ง ๆ
4.1.1 กระทงมุมเดียวดนุ ก้น
4.1.2 กระทงสองมมุ กน้ แบน
4.1.3 กระทง 4 มุม
4.1.4 กระทง 6 มุม มอบปาก

5. ขนั้ ตอนการปฏบิ ตั ิ
5.1 เลือกใบตองท่ตี ้องการใช้ทากระทง
5.2 เช็ดทาความสะอาดใบตอง
5.3 ฉกี ใบตองตามขนาดทีต่ ้องการ
5.4 ตดั ตามรปู แบบท่ตี ้องการ
5.5 ปฏิบตั ิการทากระทงตามใบงาน

6. ลักษณะของกระทง
6.1 รูปทรงกลม กน้ ไมเ่ บยี้ ว เอยี ง
6.2 รูปทรงสี่เหล่ียม แต่ละด้านต้องมีความกว้างเท่ากัน และความสูงของกระทง (การจีบมุม)

ตอ้ งจบั ลกึ เทา่ กันทกุ มุม

ข้อเสนอแนะ
1. การวางใบตอง 2 ชิ้น วางใหเ้ สน้ ใบตัดกนั เพอื่ ปอ้ งกนั ไม่ใหใ้ บตองแตก
2. การจีบมุมกระทงแต่ละมุม ต้องมีความลึกและความกว้างเท่ากนั
3. การใช้ใบตอง เริม่ ใช้จากทางออ่ น จะได้ใบตองทไี่ มแ่ ข็งจนเกนิ ไป
4. การทากระทงจานวนมาก ๆ ควรตัดใบตองคร้งั ละหลาย ๆ ชิ้น เพ่อื ความรวดเร็ว

วสั ดุ อุปกรณ์

1. ใบตองกลว้ ยนา้ วา้
2. กรรไกร , มีดคัทเตอร์
3. เข็มหมดุ , เขม็ มอื เบอร์ 8
4. ด้ายสเี ขยี วเบอร์ 60
5. ผ้าขาวบางสาหรบั คลุมใบตอง
6. จานหรอื แก้วน้า สาหรับใช้เป็นแบบตัดใบตอง
7. กระบอกฉีดน้า
8. เขียงสาหรับรองตัดใบตอง , รองตัดไมก้ ลดั
9. ถาดสาหรับใสใ่ บตองและห่อขนมที่ทาแล้ว
10. กะละมงั สาหรบั ใสน่ ้า
11. ไม้กลดั
12. ตอกสาหรบั มัด

การหอ่ อาหารหวาน คาว 9 ชนดิ

การหอ่ ทรงเตยี้

วธิ กี ารห่อทรงเต้ยี หรือเรยี กอีกอยา่ งว่าทรงบาง
1. ตดั ใบตองรปู รีปลายแหลม ขนาดตามต้องการ ใบที่
ซอ้ นชนั้ ในขนาดเลก็ กวา่ ใหห้ ันด้านเขียวขึ้น แลว้ จึง
ใส่ของทีจ่ ะห่อ
2. มอื ซา้ ยจบั ข้างทจี่ ะทามุม
3. มือขวายกรมิ ใบตองขน้ึ ทามุมดา้ นซา้ ยเช่นเดยี วกนั

การหอ่ ทรงสูง

วธิ ีการหอ่ ทรงสูง

1. ตัดใบตองรปู รีปลายแหลม ขนาดความต้องการวาง
ซ้อนกัน เช่นเดยี วกบั การหอ่ ทรงเตยี้ และพับ
ลกั ษณะเดียวกนั กบั การห่อทรงเต้ีย

2. ใช้ใบมะพรา้ วตดั หัวทา้ ยให้ยาวกวา่ ความสงู ของ
ใบตองท่ใี ช้หอ่ เรยี กว่า “เตย่ี ว” ใชค้ าดทับกลัดไม้
กลดั หรอื จะใช้ตอบแทนใบมะพรา้ วก็ได้ การห่อ
ลกั ษณะนีต้ ้องการให้ดสู วยงาม ได้แก่ การห่อขนม
สอดไส้ ขนมตาล

การห่อขนมเทียน

วธิ ีการหอ่ ขนมเทยี น

1. ตัดใบตองรูปรเี ล็กน้อย กว้าง 5 น้ิว ยาว 7 นว้ิ ซ้อนกนั 2
ช้นิ ช้ินในเล็กกว่าชนั้ นอกทาน้ามันทใ่ี บตองก่อนใส่ขนม

2. ทามุมแหลมโดยการพบั ทบขึ้นมาน้อยกว่าครึง่ หน่ึงของ
ความยาวใบตอง พบั ทบริมขวาและริมซ้ายทับกัน

3. ชายที่เหลือพับทบเข้ามาสอด นาไปวางคว่าไว้ในภาชนะ

การห่อขา้ วต้มนา้ วุ้น

วธิ กี ารห่อขา้ วต้มน้าวุ้น
1. ฉกี ใบตองกวา้ งประมาณ 1 – 1 ½ นิว้ ยาวเท่าความยาวของใบตอง ใชป้ ลายใบตองทางแขง็ ทาเป็นรปู กรวย

ใส่ข้าวเหนยี ว ถ้าหัดทาจะใช้ดินนา้ มนั หรอื ดินเหนียวแทนกไ็ ด้

2. แล้วนาใบตองส่วนท่ีเหลือ ห่อพันทบไปทบมา
เป็นรปู สามเหลย่ี มให้แน่น กลัดดว้ ยไมก้ ลดั

หมายเหตุ
ในการห่อพันทบไปทบมาตอ้ งใหแ้ น่นจริง ๆ เพราะถ้าพันไมแ่ นน่ นาไปต้มนา้ จะ
เข้าไปในเนอื้ ข้าวเหนยี ว ทาให้เน้อื ขา้ วเหนยี วแฉะหรอื เนื้อไมเ่ หนยี ว

การหอ่ ขา้ วต้มมดั

วธิ ีการหอ่ ขา้ วตม้ มัด
1. ตดั ใบตองเปน็ รปู รีมน กวา้ งประมาณ 6 นิว้ ซ้อนกัน 2 ชน้ั ช้ันในเล็กกว่าชั้นนอก ใส่ข้าวผดั และกลว้ ยแลว้

พบั หกั มุมให้เปน็ กระทุ้ง

2. หงายหอ่ ขนึ้ พับทบชายให้สอดเข้ามุม พับทบชายเขา้ มาแล้วพับอีกด้านหนึ่งให้กระชับแน่น

กระทงมุมเดยี ว ดุนก้น

กระทงมมุ เดียว ดนุ กน้ ใชใ้ สข่ นมต้มขาย ขนมตม้ แดง ข้าวเหนียวหน้าตา่ ง ๆ เชน่ หน้าปลาแหง้ หน้ากุง้
หนา้ สังขยา ฯลฯ
วิธีการกระทงมุมเดยี ว ดุนกน้

1. ตดั ใบตองเป็นวงกลม วางซอ้ นสลบั ทางตามยาว ตาม
ขวาง

2. จับมมุ 1 มมุ

3. กลดั ไมก้ ลัด

4. แล้วใช้มอื ดุนก้นขึน้ มาใหเ้ ป็นมมุ หอย

กระทง 2 มุม ก้นแบน

กระทง 2 มมุ ก้นแบน
- ใชใ้ สข่ นม เช่น ขนมครก ขนมถว้ ย
- ใชใ้ ส่ผัก เช่น พริกขหี้ นู มะเขอื พวง มะอึก มะดัน ตะลงิ ปลิง ฯลฯ
- ใชใ้ ส่ผลไม้ เช่น มะยม ชมพ่ลู กู เลก็ ๆ

วิธกี ารกระทง 2 มุม กน้ แบน
1. ฉีกใบตองเป็นสเ่ี หลย่ี มผนื ผ้า ขนาด 8 x 4 น้วิ จานวน 2 ชน้ิ ตอ่ กระทง 1 ใบ นามาวางซ้อนกนั โดยให้

สลบั ทางแข็งกับทางอ่อน เจียนใบตองใหเ้ รียบเสมอกนั

2. แบ่งใบตองออกเป็น 3 สว่ น ไว้สาหรับจีบมุม จบั มมุ ซ้ายกะให้ได้ระดับและชายใหแ้ หลม แล้วกลัดไมก้ ลดั
ตรงขน้ึ ไปตามมุมแหลม

กระทง 4 มุม

กระทง 4 มมุ
- ใช้สาหรับใสอ่ าหารหวาน คาว เชน่ ห่อหมก ขนมตะโก้ ขนมเข่ง ฯลฯ
- ใชส้ าหรบั ใส่ดอกไม้ เชน่ ดอกขจร ฯลฯ

วธิ กี ารกระทง 4 มุม
1. ตดั ใบตองรูปวงกลมขนาดตามตอ้ งการ อาจจะใช้จานหรือแก้วนา้ เป็นแบบตดั โดยวางใบตองซ้อนกนั หลายช้ัน

แลว้ ตัดพรอ้ ม ๆ กัน กระทง 1 ใบ ใชใ้ บตอง 2 ช้ัน ซอ้ นสลับทางใบตองตามขวางและตามยาว

2. แบง่ ส่วนใบตองออกเปน็ 4 สว่ นเทา่ ๆ กนั

3. จบั มุมกลัดไม้ กลัดทีละมุม โดยจับมมุ ทอี่ ยู่ตรงกันข้ามกนั ก่อน แล้วจับมุมที่อยู่ตรงข้ามกันอกี 2 มุม จะได้
กระทง 2 มมุ ตามต้องการ

กระทง 6 มมุ มอบปาก

วิธีการกระทง 6 มุม มอบปาก
1. ตดั ใบตองเหมือนกับการเย็บกระทง 4 มมุ เพียงแตห่ าตาแหนง่ ทเี่ จียนกลมซ้อนกันแลว้ 2 ชั้น โดยแบง่ ให้

ได้ 6 สว่ น ทาเครอ่ื งหมายไว้ แล้วเยบ็ เหมอื นกับการทากระทง 4 มมุ

วธิ มี อบปากกระทง
เม่ือเย็บกระทง 6 มุมแล้ว นาใบมะพร้าวที่ตัดมาเป็นใบ ๆ มีกระดูกกลางหุ้มลงบนกระทงนั้น ตรงขอบ

กระทง หุ้มทางปลายใบก่อนโดยตัดปลายใบท่ีเรียวแหลมทิ้งเล็กน้อย (ถ้าไม่มีใบมะพร้าว จะใช้ใบตองตามยาว
มอบปากแทนก็ได้) แล้วกลัดไม้กลัดด้านนอกกระทง เป็นระยะห่างกันพอสมควร ระหว่างริมใบมะพร้าวหรือ
ใบตองทีม่ อบกับตวั กระทง วิธีนี้จะทาให้กระทงดูเรยี บร้อยและประณตี ข้ึน

ข้อเสนอแนะ

1. ใบตองควรตดั ไว้ก่อนและเชด็ ใหส้ ะอาด ไมค่ วรใชใ้ บตองตดั ใหม่ ๆ
เพราะจะกรอบแตกงา่ ย

2. ควรใชใ้ บตองกล้วยนา้ วา้ เพราะใบตองบางชนิดสตี กทาใหข้ นมสไี มส่ วย
และมรี สขม ใบตองกล้วยนา้ วา้ จะมีกล่ินหอม

3. กระทง 6 มุม (มอบปาก) ควรใชใ้ บตองตานี
4. ควรเตรยี มเครอ่ื งมอื เครอื่ งใช้ให้พรอ้ ม เชน่ ไม้กลดั เข็ม ด้าย กรรไกร ฯลฯ
5. ไมก้ ลัดต้องใชผ้ ิวไมไ้ ผแ่ ละเหลาใหแ้ หลม ใบตองจะไดไ้ ม่แตก

การพับกลบี ใบตองแบบต่าง ๆ

การพับกลีบใบตองเปน็ รูปต่าง ๆ มีวัตถุประสงค์เพ่ือนาไปประกอบเป็นภาชนะรูปแบบต่าง ๆ สาหรับ
ใส่ขนมหวาน เช่น ทองหยิบ ฝอยทอง เม็ดขนุน วุ้น ขนมทที่ าเป็นช้ินเล็ก ๆ เช่น ขนมช้ัน ขนมถ้วยฟู ลูก
ชุบ ฯลฯ ใส่อาหาร ใส่ผัก – ผลไม้ ท่ีแกะสลักแล้ว และใส่ผลไม้ลูกเล็ก ๆ เช่น ชมพู่ พุทรา ฯลฯ ผลไม้ที่
แกะ เป็นกลับ เช่น ส้มเขียวหวาน ส้มโอ ส้มเช้ง เป็นต้น นอกจากนี้ยังพับกลีบใบตองเพ่ือนาไปประกอบ
เปน็ เครอ่ื งใช้ในพธิ ีการตา่ ง ๆ ตามประเพณีไทย เชน่ กระทงใสด่ อกไม้ ใชใ้ นพธิ ีอปุ สมบท ลาพระมหากษัตรยิ ์
เพื่อศึกษาต่อ ณ ต่างประเทศ หรือลาเพื่อในทูตสันทไมตรีในประเทศต่าง ๆ ประกอบเป็นกระทงลอยในวัน
เพ็ญเดือนสิบสอง เพ่ือขอขมาลาโทษแม่คงคาท่ีได้อาศัยน้าท่านกิน ใช้ หรือประกอบเป็นเครอ่ื งใช้ต่าง ๆ เช่น
ประดิษฐ์เป็นถาดกานา้ ชุดน้าชา ชดุ เชี่ยนหมาก แจกนั เชิงเทียน กระถางธปู เป็นตน้

วัสดุ อุปกรณ์

1. ใบตองตานี หรือกล้วยน้าว้า
2. กรรไกร , มีดคทั เตอร์
3. เข็มมอื เบอร์ 8 , 9
4. ด้ายสเี ขียว
5. กระบอกฉดี นา้
6. ผ้าเช็ดใบตอง
7. ถาดสาหรับใสง่ านท่ปี ระดษิ ฐ์เสร็จแลว้

การพับกลบี ใบตองแบบตา่ ง ๆ
แบบกลีบกุหลาบ

วธิ พี ับแบบกลบี กหุ ลาบ

1. ฉีกใบตองกว้างประมาณ 1 ½ น้วิ จานวนช้นิ ตาม
ตอ้ งการแลว้ แต่งานท่ีทา

2. พับริมแข็งทบลงมาเปน็ มุมฉาก

3. พับรมิ อ่อนทบลงมาให้ได้ฉากกบั มมุ แรก

4. พบั ทั้งสองข้างเข้าหากนั

5. ตลบสันทบกลับมาทางขวาให้เป็นเสน้ โคง้ ทะแยง
และชายอีกดา้ นหน่ึงก็ทาเชน่ เดยี วกนั

6. นาแตล่ ะกลบี มาซ้อนกนั และเย็บตะเขบ็ ใหส้ วยงาม
เป็นการนากลบี กหุ ลาบมาเยบ็ ซอ้ นกนั สามารถ

นาไปเยบ็ เปน็ ภาชนะตา่ ง ๆ ต่อไปได้

แบบกลีบบัวหลวง

วธิ ีพับแบบกลบี บัวหลวง

1. ฉกี ใบตองกว้าง 1 ½ น้วิ จานวนชิ้นตามตอ้ งการ
พบั ริมซ้ายทะแยงเข้ามาเลยแนวก่ึงกลางของสันทบ
ใบตอง

2. ตลบชายทางขวามือทามมุ ในลักษณะเดยี วกนั กบั
ชายแรก

3. จบั รมิ ซา้ ยไขว้ข้นึ มาทามุม มอื ขวากดด้านขวาลงไป
จับมุมขวาทาเชน่ เดยี วกับมมุ ซ้าย

แบบกลีบสัตบงกช

วธิ ีพับแบบกลบี สตั บงกช

1. ฉกี ใบตองกว้าง 1 ½ นิว้ จานวนชน้ิ ตามต้องการ
แลว้ แต่งานทท่ี า

2. พบั ทบชายใบตองทางซ้ายมอื ตงั้ ฉากลงมา พับ
ชายใบตองดา้ นซ้ายทะแยงเข้ามาเลยแนวกงึ่ กลาง
ของสนั ทบใบตอง

3. มอื ขวายกรมิ ใบตองขน้ึ ทามมุ ด้านซ้าย
เช่นเดยี วกัน

4. พับทบรมิ ทางขวามือเข้ามาอีกทบหนึ่ง

5. จบั กระพุง้ โดยกดสบั ทบกลางมุมลงไป ยกสนั ทบ
ด้านซา้ ยขน้ึ มา

แบบกลบี สตั บษุ ย์

วิธีพับแบบกลบี สตั บุษย์

1. ฉีกใบตองกว้าง 1 ½ นิว้ จานวนชิน้ ตามตอ้ งการ
แล้วแต่งานท่ที า พับทบรมิ ขวาและซ้ายเข้ามา

2. พับทบริมขวาและซ้ายอีกคร้งั หน่ึง จนั สับทบให้ชดิ
กนั ปลายกลบี แหลม

3. จบั มมุ มอื ขวากดลง มือซา้ ยยกสบั ทบขึน้ มาไขว้กับ
ด้านขวา

แบบกลีบสัตบรรณ

วธิ ีพบั แบบกลบี สตั บรรณ
ขัน้ ท่ี 1
ขั้นที่ 2
ขน้ั ที่ 3
ขั้นท่ี 4

แบบกลบี ฟนั ปลา

วธิ พี บั แบบกลบี ฟันปลา

1. ฉกี ใบตองกวา้ ง 1 ½ นิ้ว จานวนชน้ิ ตามตอ้ งการ

2. พับริมซ้ายและขวาทบลงมาใหต้ ้ังฉาก

3. พบั ริมซา้ ยทบกลบั มา

4. นามาซ้อนกัน
เปน็ การนากลบี ฟันปลาที่ได้มาเย็บซ้อนกนั สามารถ

นาไปเยบ็ เป็นภาชนะต่าง ๆ ต่อไปน้ี

แบบกลีบหักคอม้า

วธิ พี ับแบบกลีบหกั คอม้า

1. ฉีกใบตองกว้าง 1 ½ นิว้ จานวนชนิ้ ตามตอ้ งการ
พับเร่ิมตน้ คล้ายกลบี กุหลาบ แลว้ จับหน้ากลบี ควา่
ลง พลิกชายดา้ นหนา้ ทะแยงลงมาใหช้ ิดริมใบตอง

2. แลว้ พับทบลงมาด้านหน้า ทาเช่นเดียวกันท้งั สอง
ดา้ น

3. พบั ชิน้ ตอ่ ไปมาสวมเขา้ ทางด้านซ้าย แลว้ เยบ็ ตอ่ กัน
ทีละชน้ิ จนได้ความยาวตามต้องการ
เป็นการนากลีบหักคอม้ามาเย็บซ้อนกนั สามารถ

นาไปเป็นภาชนะตา่ ง ๆ ต่อไปได้

ขอ้ เสนอแนะ

1. ใบตองควรผึ่งลมก่อนนามาใช้ ใบตองจะไดอ้ อ่ นตัวไมก่ รอบแตกงา่ ย
2. ขณะท่ีพับกลีบต่าง ๆ ไม่ควรกรีดแรง ๆ เพราะใบตองจะเป็นรอยดาชา้
3. ด้ายที่ใช้เย็บกลบี ใบตองควรใชด้ า้ ยคู่ ใบตองจะไมแ่ ตกเวลาเยบ็
4. เมือ่ พับกลีบใบตองเสรจ็ จงึ ควรพรมนา้ หรอื แช่น้า ไมค่ วรเอาใบตอง

แชน่ า้ ก่อนพับกลบี เพราะใบตองจะแตกขณะเย็บ

การเย็บถาดใบตอง

การนาใบตองมาพับกลีบแล้วประดิษฐ์เป็นถาดใบตองรูปทรงต่าง ๆ เหมาะสาหรับใส่ ขนม ผลไม้
หรือของว่างที่จะนาไปถวายพระ หรือนาไปเป็นของท่ีระลึกผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือ และเหมาะอย่างยิ่งที่จะทา
เพ่อื อวดชาวตา่ งชาตวิ ่าเราชาวไทยมศี ิลปในการประดิษฐ์ใบไม้ (ใบตอง) ให้เปน็ ภาชนะสวยงามวิจิตร พสิ ดาร

วสั ดุ อปุ กรณ์

1. ใบตองตานี
2. เขม็ มือเบอร์ 8
3. ดา้ ยสีเขียว เบอร์ 60
4. ผา้ ขาวบางสาหรบั คลมุ ใบตอง
5. ถาดสาหรับใสใ่ บตอง
6. กะละมงั สาหรับใส่นา้
7. กระบอกฉดี นา้
8. กรรไกร , มดี คทั เตอร์
9. เขยี งสาหรับรองตัดใบตอง
10. จานหรอื ชามสาหรบั เปน็ แบบตดั ขนาดเส้นผ่าศนู ย์กลางตามต้องการ

การเย็บถาดใบตอง

การเย็บถาดใบตอง “แบบกลีบกหุ ลาบ”
ลา้ ดับขัน้ ตอนการปฏบิ ตั ิ
1. ฉกี ใบตองกวา้ งประมาณ 1 ½ น้วิ ประมาณ 70 – 80 ช้นิ พบั แบบกลบี กุหลาบตามท่เี คยเรียนมาแล้ว

(ใหด้ ูวธิ ีการพับกลีบกหุ ลาบได้ในเรอ่ื ง การพับกลีบใบตองแบบต่าง ๆ)
2. นาใบตองท่ีพับกลบี กหุ ลาบแตล่ ะกลีบมาซ้อนกันเรียงแผงยาว ความยาวตามต้องการ แล้วเยบ็ ให้สวยงาม

และตดั ชายกลบี ใบตองให้เรยี บรอ้ ย

3. นากลบี กุหลาบทเ่ี ย็บเปน็ แผงยาวมาเยบ็ ต่อกันเปน็ วงกลมตามขนาดท่ีต้องการ

4. ตดั ใบตองเปน็ วงกลมขนาดเส้นผา่ ศนู ย์กลาง 5 น้วิ จานวน 4 ชนิ้ ทา 2 วง แต่ละวงใหว้ างใบตองสลบั ทาง
กนั แล้วนามาวางทบปดิ รอยเยบ็ โคนกลบี กหุ ลาบดา้ นบนและด้านลา่ ง และเย็บแบบสอยมุดนา้ โดยรองถาด
วงกลมใหส้ วยงามเรยี บรอ้ ย

ขอ้ เสนอแนะ
1. ใบตองควรผง่ึ ลมกอ่ นนามาใช้ ใบตองจะได้อ่อนตวั ไมก่ รอบแตกงา่ ย
2. ดา้ ยทใี่ ช้เยบ็ ใบตองควรใช้ด้ายคู่ ใบตองจะไม่แตกเวลาเย็บ
3. ขณะท่พี ับกลบี ต่าง ๆ ไม่ควรกรีดแรง ๆ เพราะใบตองจะเปน็ รอยดาชา้
4. เยบ็ ใบตองใหเ้ สรจ็ กอ่ นแลว้ จงึ พรมน้าหรอื แชน่ ้า ใบตองจะได้ไมแ่ ยกขณะเย็บ

การทาบายศรปี ากชาม

บายศรี
บายศรีเป็นส่ิงท่ีมีค่าสาหรับชายไทยตั้งแต่โบราณมาจนถึงบัดนี้ นับแต่แรกเกิดจนเติบใหญ่ เราจะจัด
พธิ ีสงั เวยและทาขวัญในวาระต่าง ๆ ซ่งึ ต้องมบี ายศรีเปน็ สิง่ สาคัญในพธิ นี ้นั ๆ
บายศรเี ป็นคาเขมร แปลว่า ข้าวสกุ
บาย ภาษาถนิ่ อสี าน แปลวา่ จับ สมั ผสั จบั ต้อง
ศรี เป็นคามาจากภาษาสันสกฤต ตรงกับภาษาบาลี ว่า สิริ แปลว่า มิ่งขวัญ รวมความคาว่า
บายศรี แปลว่าขา้ วขวัญ หรอื สิง่ ทน่ี าใหส้ ัมผสั กับความดีงาม
บายศรี ตามความหมายของชาวอีสาน คือ ภาชนะท่ีตกแต่งสวยงามเป็นพิเศษ เพ่ือสาหรับใส่
อาหารคาว หวาน ในพิธสี ังเวยบูชา และพธิ ีทาขวัญตา่ ง ๆ ทัง้ พระราชพิธแี ละพธิ ีของราษฎร
บายศรีปากชาม
เป็นบายศรีขนาดเล็กใช้ชามขนาดย่อม ๆ ใบงาม ๆ เช่น ชามเบญจรงค์ ถ้าหาชามท่ีสวยไม่ได้ ก็ใช้
ต้นกล้วยตัดเป็นท่อนแทนชาม เมื่อเสร็จพิธีก็นาไปจาเริญหรือทิ้งไปเลย (นิยมนาไปจาเริญลงแม่น้าลาคลอง)
บายศรีปากชามนี้ มีต้ังแต่ 3 ชั้น , 5 ช้ัน , 7 ชั้น และ 9 ช้ัน ตามแต่ขนาดของภาชนะ และขนาดของพิธี
ตามฐานะของครอบครัวหรอื ขนาดของโรงพิธี
บายศรปี ากชามมปี ระโยชน์ในพิธตี า่ ง ๆ ดังน้ี
1. ทาขวญั เดก็ เกดิ ใหม่ อายุ 3 วัน
2. โกนผมไฟเมอ่ื เดก็ มีอายุได้ 1 เดือน
3. ใช้ประกอบยอดบายศรีต้นทาขวัญนาค
4. ต้ังเสาเอกบ้าน
5. ตั้งศาลพระภูมิ ไหวศ้ าลพระภมู ปิ ระจาปี
6. ทาขวัญบ้าน และทาขวญั ผทู้ อี่ ยู่ในบา้ น
7. งานไหว้ครูประจาปี
8. ทาขวัญตดั จกุ – โกนจกุ เมือ่ เดก็ จะย่างเข้าส่วู ัยรนุ่ เด็กหญิงอายุประมาณ 11 – 13 ขวบ เด็กชาย
อายุประมาณ 13 – 15 ขวบ

วสั ดุ อปุ กรณ์

1. ชามใสบ่ ายศรี
2. ใบตองตานีประมาณ 5 ทาง
3. ดอกรักหรือดอกพดุ สาหรับเสียบยอดบายศรี
4. กลว้ ยนา้ วา้ งาม ๆ 1 ลกู แตงกวาผลงาม ๆ 1 ลูก
5. ไขต่ ม้ 1 ฟอง
6. ขา้ วสวยปากหมอ้ 1 ถ้วย สาหรบั ใสก่ รวยบายศรี
7. ดอกไมส้ าหรบั ตกแต่งบายศรี เชน่ ดอกดาวเรอื ง ดอกกุหลาบ ดอกบานไมร่ ู้โรย
8. มีดสาหรบั หั่น , ตัด
9. เขียงสาหรับรอง
10. ถาดใสต่ ัวบายศรีที่พบั แล้ว
11. กะละมังใส่นา้
12. กระบอกฉดี น้า
13. เข็มมือเบอร์ 8
14. ด้ายสีเขยี วเบอร์ 60
15. กรรไกรสาหรับตัดใบตอง
16. ไมไ้ ผ่สสี กุ เหลาใหแ้ หลมหวั ทา้ ย ประมาณ 14 – 15 นว้ิ

บายศรปี ากชาม

ลา้ ดบั ขัน้ ตอนการปฏิบัติ
การเตรียมใบตองเพือ่ ทาสว่ นต่าง ๆ ของบายศรีปากชาม
นาใบตองท่เี ชด็ สะอาดฉีกกว้างตามขนาดดงั นี้

- ขนาด 8 น้วิ จานวน 2 ชน้ิ ทากรวย (ใช้ใบตองช่วงยาว)
- ขนาด 4 ½ นวิ้ จานวน 3 ช้ิน ทาตัวแมงดา
- ขนาด 4 นิ้ว จานวน 3 ชน้ิ ม้วนทาตวั แม่
- ขนาด 3 ½ น้ิว จานวน 15 ช้ิน พับทาตัวลกู
- ขนาด 3 นิ้ว จานวน 18 ชิ้น ทาผา้ นงุ่
ขั้นตอนการทา
1. ตัวแม่ นาใบตอง ขนาด 4 น้วิ ม้วนทากรวยเลก็ ริมแข็งอยู่ด้านใน ใบตองสเี ข้มอย่ดู ้านนอก ทาอยา่ งนี้ 3 น้วิ

2. การนงุ่ ผ้า นาใบตอง ขนาด 3 นิ้ว พบั รมิ สองข้างลงมาตรงกลางเปน็ ยอดแหลม นาไปนุ่งตัวแม่

ตวั แม่นุ่งผา้

3. ตวั ลกู นาใบตองขนาดกวา้ ง 3 ½ นิ้ว พบั ทางรมิ แขง็ ห้าครั้ง พบั ทางริมอ่อนสองครั้ง พับใหญก่ วา่ ทางริม
แข็งเล็กน้อยเพื่อจะได้พบั กลบั ให้เกดิ ความสวยงามข้นึ อีกรูปแบบหนงึ่ ใช้ด้ายเยบ็ ทาจนครบ 15 ช้นิ

4. ประกอบตัวบายศรี วางตัวลูกทาบติดกับตัวแม่ที่นุ่งผ้าแล้ว ปลายตัวลูกตัวที่หนึ่งต่ากว่าแม่ 1 นิ้ว นุ่งผ้า นุ่งตัว
แมแ่ ละตวั ลกู รวมกัน ลกู ตัวท่ีสองทาบตดิ กบั ลูกตัวที่หนึ่งที่นงุ่ ผา้ แล้ว ปลายลกู ตัวที่สองต่ากว่าปลายลกู ตวั ท่ี
หน่งึ ประมาณ ½ น้ิว นงุ่ ผา้ นงุ่ รวมกันอีก ปลายลกู ตัวทส่ี ามตา่ กว่าปลายลูกตัวท่ีสองประมาณ ½ นวิ้ เชน่ กัน
ทาเช่นนจ้ี นครบลูกหา้ ตัว (รวมแล้วในหน่ึงชดุ จะมีตวั แม่ 1 ตวั ลกู 5) ทาอย่างนี้ 3 ชุด

ภาพมองดา้ นหลงั ตวั แมน่ ุง่ ผ้าพร้อมตัวลกู 5
ตวั

ภาพมองดา้ นหน้า ตัวแม่นุง่ ผ้าพร้อมตวั ลกู 5
ตวั

นาไม้ไผ่ที่เหลายาว 4 นิ้ว ยดื ตวั บายศรีแต่ละชดุ
เพื่อใหแ้ นน่ และทรงตัวไดเ้ มือ่ ประกอบลงในชาม

5. การทากรวย นาใบตอง ขนาด 8 น้ิว วางนวลประกบกัน อ่อนอยู่กับแข็ง และแข็งอยู่กับอ่อน ม้วนกรวยให้มี
ฐานใหญ่และสงู ตามความตอ้ งการของลักษณะทจี่ ะใชป้ ระกอบรปู ทรง เย็บและตดั ฐานกรวยให้เรียบรอ้ ย

6. การทาแมงดา นาใบตองขนาดกว้าง 4 ½ น้วิ จานวน 3 ช้นิ ซอ้ นกนั พบั ครง่ึ ตามลายใบตอง ตดั เป็นรปู ตวั แมงดา

7. เตรยี มของตกแตง่
- ผา่ แตงกวาและกลว้ ยท้ังเปลือก อย่างละ 3 ช้นิ ต่อหนง่ึ ผล
- ดอกบานไม่รู้โรย ขนาดเดียวกัน 3 ดอก ใช้ประดับตัวแม่ ดอกบานไม่รู้โรย จานวน 3 ดอก โดยมีขนาด
เล็กเป็นยอดต่อด้วยขนาดกลางและยอดใหญ่สอดอยู่ในไม้กลัดขนาดสองนิ้ว (ใช้สาหรับปักบนไข่ต้มท่ี
ปอกเปลอื กแล้ว
- ดอกพดุ ประดบั บนยอดของตวั ลูก
- ไขเ่ ปด็ ต้มปอกเปลอื กกอ่ นใชง้ าน

8. นาสว่ นต่าง ๆ ท่เี ตรยี มไว้มาประกอบรูปทรง
- จดั ตวั บายศรีลงชาม
- ตัดปลายกรวยเล็กน้อยพร้อมท่ีจะให้ไม้ผ่านสะดวก นาไม้ไผ่ท่ี
เหลากลมขนาดไม้เสียบลูกชิ้นป้ิงยาว 9 น้ิว สอดผ่านตัวกรวย
โดยให้ปลายไม้อยู่สูงจากยอดกรวยประมาณ 1 ½ นิ้ว หงาย
กรวยขึ้น นาข้าวสุกปากหม้อใส่รอบไม้ให้เต็มกรวย ปิดด้วย
ใบตองโดยใช้ไม้ส่วนท่ีเหลือเป็นแกนกลาง ไม้ไผ่ส่วนเกินที่ฐาน
กรวยใช้ยึดกรวยติดกับฐาน ตัดปลายกรวย สอดไม้นาข้าวสุกใส่
ในกรวยรอบไม้ ปิดฐานกรวย
- ประดับไข่ต้มยอดกรวย ประดับดอกบานไม่รู้โรย 3 ขนาดบนไข่
ตม้
- ยอดตวั แม่ทัง้ สามประดบั ดอกบานไมร่ ้โู รย ยอดตัวลกู ประดบั ดอกพดุ

- พนมกล้วยและแตงกวาระหว่างตัวบายศรีทั้งสามชิดกับกรวย
ส่วนแมงดาอยู่ระหวา่ งตวั บายศรที ้งั สาม

ขอ้ เสนอแนะ
1. ควรเลอื กใบตองตานีชว่ งยาว และมรี ว้ิ ตรงมามว้ นตัวกรวย
2. ใส่ขา้ วในกรวยใหแ้ นน่ พอดี เพอ่ื ตวั กรวยจะได้ไม่โคน่ ลม้ เวลาเสยี บไขต่ ้มปลายยอด
3. ตวั แมงดา จะดดั แปลงรปู แบบให้ยากขน้ึ กว่าเท่าทก่ี าหนดไว้ก็ได้

4. แบบฝกึ หัด/แบบสอบถาม

แบบทดสอบก่อนเรียน – หลังเรียน
หน่วยท่ี 1 งานใบตอง

ครง้ั ท่ี 1 เรอ่ื ง ความรทู้ ั่วไปเก่ยี วกบั งานใบตอง

ตอนที่ 1 จงเลือกคาตอบท่ถี ูกต้องท่ีสุด โดยทาเครื่องหมาย  ทบั ตัวเลือกท่ีตอ้ งการ

1. ใบตองประเภทใดนิยมใช้ห่อขนม

ก. ใบตองกลว้ ยไข่ ข. ใบตองกลว้ ยตานี

ค. ใบตองกลว้ ยหกั มุก ง. ใบตองกล้วยน้าว้า

2. การเชด็ ทาความสะอาดใบตองควรใช้ผ้าชนดิ ใด

ก. ผ้าโทเร ข. ผ้าสาลู

ค. ผ้าไนล่อน ง. ผา้ ยดื ใยสังเคราะห์

3. มีดแกะสลกั ตา่ งจากมดี คว้านอย่างไร

ก. มีดแกะสลักใบมีดส้ันกวา่ มดี คว้าน ข. มีดคว้านใบมดี สนั้ กวา่ มดี แกะสลัก

ค. มีดแกะสลักโค้งมากกว่ามีดคว้าน ง. มดี ควา้ นมคี วามคมน้อยกว่ามดี แกะสลัก

4. เพราะเหตุใดจงึ เลือกซ้ือผัก ผลไมต้ ามฤดกู าล

ก. คุณภาพดี เพราะมีใหเ้ ลอื กมากมาย ข. แกะสลักงา่ ย เพราะใหม่ สด

ค. ราคาถูก เพราะล้นตลาด ง. คณุ ค่าทางโภชนาการสงู

5. ความหมายท่ีถูกต้องของอุบะคอื ข้อใด

ก. สว่ นของมาลัยใช้คล้องคอ ข. ส่วนของชายมาลยั ทีห่ อ้ ยเพือ่ ความสวยงาม

ค. ดอกไมท้ ี่นามารอ้ ยต่อกันเปน็ เส้นยาว ๆ ผกู มาลยั ง. ดอกไม้ที่นามาร้อยต่อกันเปน็ เส้นยาวเพ่ือใช้

คลอ้ งคอ

6. การเย็บแบบ ควรซ้อนแบบใบตองสลบั ทางกนั เพ่ือประโยชนใ์ นข้อใด

ก. ใบตองจะไม่ฉีกขาดง่าย ข. งานทเี่ สร็จจะดสู วยงาม

ค. เพื่อให้มีความหนามาก ๆ ง. เพ่อื ช่วยใหก้ ลบี ดอกไม้ สวยงาม

7. วัสดชุ นดิ ใดท่ีช่วยเสริมกา้ นดอกไมป้ ระดษิ ฐ์ให้ดเู ป็นธรรมชาติ

ก. สาลี ข. ผา้ ดบิ

ค. ใยสังเคราะห์ ง. เย่อื กระดาษสา

8. ดอกไม้ที่ใช้เป็นสญั ลักษณใ์ นวันแมค่ ือดอกอะไร

ก. มะลิ ข. กหุ ลาบ

ค. ใยสงั เคราะห์ ค. เยื่อกระดาษสา

9. เกล็ดปลาทเ่ี หมาะสมในการทาดอกไม้ขนาดใหญ่คือขอ้ ใด

ก. เกลด็ ปลาชอ่ น ข. เกลด็ ปลากะพง

ค. เกล็ดปลาตะเพียน ง. เกล็ดปลาหมอเทศ

10. ใบไม้ท่ีเหมาะสมกับการนามาทาใบบางคือข้อใด

ก. ใบมะยม ข. ใบเฟือ่ งฟา้

ค. ใบมะขามเทศ ง. ใบยางพารา

แบบทดสอบกอ่ นเรียน – หลงั เรยี น
หนว่ ยท่ี 1 งานใบตอง

ครัง้ ที่ 1 เร่ือง ความรทู้ ั่วไปเกีย่ วกบั งานใบตอง

ตอนท่ี 2 จงพิจารณาข้อความต่อไปน้ี แล้วทาเคร่ืองหมาย  หน้าขอ้ ท่ีถกู และทาเครอ่ื งหมาย  หน้าข้อท่ี
ผดิ

1. การตดั ใบตองควรตัดใบตองตอนเช้าตรู่
2. นา้ ทแ่ี ชใ่ บตองควรใส่สารสม้ เพอ่ื ใบตองจะได้สด สเี ขียวสดใส และอยู่ไดน้ าน
3. ใบตองท่ีเลือกมาใช้งาน ควรเลอื กใบตองออ่ น เพราะมีสีสวย และไม่กรอบแตกงา่ ย
4. ใบตองทน่ี ามาใช้ในงานประดิษฐส์ ว่ นมากนิยมใช้ใบตองตานี
5. การห่ออาหารโดยท่วั ไปนิยมใช้ใบตองกลว้ ยนา้ ว้า
6. ใบตองกลว้ ยนา้ วา้ จะมีลักษณะเน้ือหนานุ่ม และสีเขม้ กวา่ ใบตองตานี
7. ควรเลือกใชเ้ ข็มมือ เบอร์ 8 มาเย็บใช้งานใบตอง
8. ควรใช้ดา้ ยสีเขียวเสน้ เดียวสาหรับเยบ็ งานใบตอง เพราะจะทาให้ช้นิ งานดปู ระณีตสวยงามขนึ้
9. ใบตองกล้วยนา้ วา้ เมอ่ื นามาห่อขนมทนี่ าไปน่ึง จะช่วยทาใหข้ นมมีกลิ่นหอมข้ึน
10. ผลงานใบตองที่ประดษิ ฐ์เสรจ็ แล้ว ควรนาไปแชน่ า้ ไว้ประมาณ 1 – 2 คนื จะชว่ ยให้ใบตอง

สด ทนนาน

แบบทดสอบกอ่ นเรียน – หลงั เรยี น
หน่วยท่ี 1 งานใบตอง

ครงั้ ที่ 2 เรอื่ ง การห่ออาหารหวาน คาว

ประกอบแผนการจัดการเรยี นรู้ วิชาศิลปะประดิษฐ์ รหัสวชิ า 20400 – 1003
ชั้นประกาศนยี บตั รวิชาชพี เวลา 10 นาที คะแนนเตม็ 10 คะแนน
ช่ือ – สกลุ แผนก
. ช้ัน เลขที่

คาสง่ั จงตอบคาถามต่อไปน้ี

1. จงหาชอ่ื ขนมและส่ิงของต่อไปนมี้ าใสใ่ นข้อของชนดิ กระทง ทีน่ ักเรยี นเหน็ ว่าเหมาะสม (ตอบได้มากกว่า 1

ขอ้ )

1. ขนมครก 2. ขนมตาล 3. ขนมเบอ้ื ง 4. ขนมเขง่ 5. ขนมตะโก้

6. ขนมถว้ ย 7. ขนมตม้ ขาวตม้ แดง 8. ดอกขจร 9. ดอกไม้ – ธูปเทียน

1.1 กระทงมุมเดยี ว ดนุ ก้น
1.2 กระทง 2 มมุ ทอ้ งแบน
1.3 กระทง 4 มุม
1.4 กระทง 6 มุม
2. การห่อขนมชนิดใดที่ใช้ใบตองช้นิ เดยี ว

3. “เตีย่ ว” ใช้กับการห่อขนมชนิดใด

4. ควรใช้อะไรมาทาเปน็ เตย่ี ว เหมาะท่สี ุด

5. การหอ่ ข้าวต้มผดั ควรวางใบตองอย่างไร

6. การหอ่ อาหารหวาน คาว นิยมใช้ใบตองชนิดใด

7. ไมก้ ลัดท่ีใชใ้ นงานใบตองทาจากอะไร

แบบทดสอบกอ่ นเรียน – หลังเรยี น
หนว่ ยท่ี 1 งานใบตอง

ครงั้ ท่ี 3 เรื่อง การพับกลบี ใบตองแบบตา่ ง ๆ

ประกอบแผนการจดั การเรยี นรู้ วชิ าศลิ ปะประดิษฐ์ รหสั วิชา 20400 – 1003
ช้นั ประกาศนียบัตรวิชาชีพ เวลา 10 นาที คะแนนเตม็ 10 คะแนน
ชอ่ื – สกลุ แผนก
. ชัน้ เลขที่

คาสงั่ จงตอบคาถามต่อไปนี้

1. การพบั กลีบใบตองมีท้ังหมดกี่แบบ อะไรบ้าง
(1)
(2)
(3)
(4)
(5)
(6)
(7)
(8)
(9)
(10)

2. การพบั กลีบใบตองเป็นรูปแบบตา่ ง ๆ มปี ระโยชนอ์ ะไรบ้าง

แบบทดสอบกอ่ นเรยี น – หลงั เรยี น
หน่วยท่ี 1 งานใบตอง

ครงั้ ท่ี 4 เรอ่ื ง การเย็บถาดใบตอง

ประกอบแผนการจัดการเรยี นรู้ วิชาศิลปะประดิษฐ์ รหัสวิชา 20400 – 1003
ชั้นประกาศนียบัตรวิชาชพี เวลา 10 นาที คะแนนเต็ม 10 คะแนน
ชือ่ – สกลุ แผนก
. ชัน้ เลขที่

คาสง่ั จงตอบคาถามต่อไปน้ี

1. จงบอกชื่อวสั ดุ อปุ กรณ์ ในการเย็บถาดใบตอง (ตอบมาอยา่ งน้อย 8 ขอ้ )
(1)
(2)
(3)
(4)
(5)
(6)
(7)
(8)
(9)
(10)

2. จงบอกประโยชน์ของถาดใบตองมาให้เข้าใจ (ตอบมาอยา่ งนอ้ ย 2 ข้อ)

ใบงานท่ี 1 หน่วยท่ี 1
หลักสูตร ประกาศนียบัตรวิชาชีพ พุทธศักราช 2562 สอนครั้ง 1
รหสั วิชา 20400 - 1003 ชือ่ วิชา พ้นื ฐานงานประดิษฐ์ เวลา 5 ชม.
ชอื่ งาน ความรู้ทว่ั ไปเกี่ยวกับงานใบตอง

1. จดุ ประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม
1.1 ผูเ้ รยี นสามารถบอกประวัติความเป็นมาของงานใบตองได้
1.2 ผู้เรียนสามารถบอกประโยชน์ของงานใบตองได้
1.3 ผูเ้ รยี นสามารถบอกคุณลักษณะและเลือกใบตองได้
1.4 ผเู้ รียนสามารถบอกวิธเี ตรียมวัสดุ อุปกรณ์ในการประดิษฐ์งานใบตองได้
1.5 ผ้เู รียนสามารถบอกวิธีการดูแลรกั ษางานใบตองได้
1.6 ผเู้ รยี นมีความรับผิดชอบ กระตอื รอื ร้นและสนใจใฝ่เรียน

2. สมรรถนะ
1.1 บอกประวัตคิ วามเป็นมาของงานใบตอง
1.2 บอกประโยชน์ของงานใบตอง
1.3 บอกคณุ ลกั ษณะและเลือกใบตอง
1.4 บอกวิธีเตรยี มวัสดุ อปุ กรณใ์ นการประดิษฐง์ านใบตอง
1.5 บอกวธิ กี ารดแู ลรักษางานใบตอง
1.6 มีความรบั ผิดชอบ กระตือรอื ร้นและสนใจใฝ่เรียน

3. เคร่ืองมอื วัสดุ และอุปกรณ์
3.1 ตวั อย่างชนิดของใบตอง

4. คาแนะนา ไม่มี

5. ขอ้ ควรระวงั ไม่มี

6. ลาดับขัน้ (การทดลอง/การปฏิบตั งิ าน)
6.1 ผู้เรียนแบ่งกลมุ่ เปน็ กลมุ่ ๆ ละ 4 – 5 คน ตามความเหมาะสม ใหผ้ เู้ รยี นแตล่ ะกลุ่มได้ศึกษาและ
ชว่ ยกันระดมความคดิ เห็นและสรปุ ตามหวั ขอ้ ต่อไปน้ี
- บอกประวัตคิ วามเป็นมาของงานใบตอง
- บอกประโยชน์ของงานใบตอง
- บอกคุณลักษณะและเลือกใบตอง
- บอกวิธเี ตรียมวสั ดุ อปุ กรณ์ในการประดษิ ฐ์งานใบตอง

- บอกวิธีการดแู ลรักษางานใบตอง
6.2 ครผู สู้ อนให้ตวั แทนกลุม่ ออกมาสรปุ เน้ือหาหน้าช้นั เรียน โดยให้เพ่อื นร่วมวิจารณ์แสดงความคิดเหน็

และแลกเปลีย่ นความคิดเหน็ ซ่งึ กนั และกัน
6.3 ครูผู้สอนใหผ้ เู้ รยี นเขียนรายงานเรอ่ื ง “คุณสมบตั ิของใบตอง” โดยไปศกึ ษาคน้ คว้าเพ่ิมเตมิ จาก

หนงั สือในหอ้ งสมดุ ส่งในสัปดาห์ที่ 2 เป็นรายบคุ คล

7. คาถาม
7.1 นักเรียนสามารถบอกประวัติความเป็นมาของงานใบตองได้
7.2 นักเรยี นสามารถบอกประโยชนข์ องงานใบตองได้
7.3 นกั เรยี นสามารถบอกคุณลกั ษณะและเลือกใบตองได้
7.4 นกั เรยี นสามารถบอกวิธเี ตรยี มวสั ดุ อปุ กรณ์ในการประดษิ ฐง์ านใบตองได้
7.5 นกั เรียนสามารถบอกวิธีการดูแลรักษางานใบตองได้

8. สรปุ และวิจารณผ์ ล ไมม่ ี

9. การประเมินผล คะแนนเต็ม 10 คะแนน
เกณฑก์ ารวดั ผลภาคปฏบิ ัติ คะแนนเต็ม 10 คะแนน
- แบบทดสอบ คะแนนเต็ม 10 คะแนน
- แบบประเมนิ พฤตกิ รรมระหวา่ งเรียน คะแนนเต็ม 10 คะแนน
- แบบประเมนิ ผลภาคปฏิบตั ิ (ตรวจผลงาน) คะแนนเต็ม 10 คะแนน
- แบบประเมนิ การนาเสนอกล่มุ หน้าชัน้ เรยี น คะแนนเต็ม 10 คะแนน
- แบบประเมนิ ผลการปฏบิ ตั ิงานกลมุ่
- แบบประเมนิ การเขียนรายงาน

10. เอกสารอา้ งองิ /เอกสารคน้ คว้าเพ่มิ เตมิ
- กรมอาชวี ศกึ ษา กระทรวงศึกษาธิการ คู่มือการเรยี นการสอนตามหลักสูตรประกาศนยี บตั รวิชาชพี

(ปวช.) พ.ศ.2530 ชคท 2303 พ้นื ฐานงานประดิษฐ์
- มณีรตั น์ จันทนะผะลิน, งานใบตอง หนังสือชุดมรดกไทย เล่ม 3 เนื่องในโอกาสสมโภชกรงุ

รัตนโกสินทรค์ รบ 200 ปี กรุงเทพ อัมรินทรก์ ารพิมพ์ พิมพ์คร้งั ที่ 1 พ.ศ.2525
- พรยุพรรณ พรสขุ สวสั ดิ์ งานใบตองวจิ ิตร ตองนวลมวลบปุ ผา ประดิดประดอย กรุงเทพฯ บริษัท

สานกั พิมพ์แมบ่ ้านจากดั


Click to View FlipBook Version