ตัวอย่างการออกแบบกิจการสอนภาษาไทยผ่านวรรณกรรม ระดับต้น(ป.๑-๒) นิทานของโลก เรื่อง : หมอช้างรักษา แก่นเรื่อง : เป็นเรื่องราวของการสร้างสุขภาวะ ที่ด าเนินเรื่องโดยสัตว์ต่าง ๆ มีช้างเป็นหมอช่วยรักษาสัตว์ ต่าง ๆที่ป่ วย เมื่อสัตว์กลุ่มหนึ่งหายป่ วย จึงอาสามาเป็นผู้ช่วยหมอช้างดูแลผู้อื่น เพื่อให้ทุกคนมีสุขภาวะที่ดี เรื่องสะท้อน สังคม : สะท้อนเรื่องราววิถีชีวิตการกิน การอยู่ในสังคม การพึ่งพา ช่วยเหลือกันและกันและการด ารงอยู่อย่างมีสุขภาวะ ชีวิต : การมีสุขภาวะ
หลก ั ภาษาผา ่ นน ิ ทานของโลกเร ื ่ องหมอชา ้ งร ั กษา ค าที่ใช้อักษรน า ห น า อ น า
ขั้นที่๑: คาดเดาเรื่อง (จะช่วยให้เด็กเห็นความสัมพันธ์ของค าส าคัญหรือภาพ และมีทิศทางต่อการเรียนเพื่อเข้าใจเรื่อง) ชง ครูให้ค า “ป่ วย” โดยเขียนบนกระดาน ฝึกอ่านและสะกดค าพร้อมกัน แล้วถาม “นักเรียนนึกถึงอะไร” เชื่อม เชื่อมตนเอง : นักเรียนคิดใคร่ครวญกับค าถามและเขียนลงในสมุด เชื่อมกันและกัน: นักเรียนShare and Learnเช่น หมอ โรงพยาบาล พยาบาล โรค รักษา ฯลฯ ใช้ นักเรียนแต่ละคนเขียนคาดเดาหลังจากแลกเปลี่ยนผ่านการเขียนเล่าเรื่องและภาพประกอบ
ชง (อ่านจับประเด็น) ชง ๑: ครูอ่านนิทานให้นักเรียนฟัง ชง ๒: ครูอ่านออกเสียงน า นักเรียนอ่านออกเสียงตามครู เชื่อม (จับประเด็น ท าความเข้าใจเรื่อง) เชื่อมตนเอง:อ่านจบเรื่องแล้วครูถามทีละค าถาม เช่นรู้สึกอย่างไร คิดอย่างไรกับเรื่องนี ้ ในเรื่องมีใครบ้าง คนนั ้นท าอะไร เหตุการณ์ เกิดขึ ้นที่ไหน มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ ้นบ้าง (นักเรียนคิดใคร่ครวญ) เชื่อมกันและกัน: นักเรียนเล่าแลกเปลี่ยนกับครูและเพื่อนทีละค าถาม ใช้ นักเรียนสรุปความเข้าใจเรื่องโดยการวาดภาพลงในสมุด “ถ้าเปลี่ยนเหตุการณ์ได้อยากเปลี่ยนเหตุการณ์ไหน เพราะอะไร เรื่องราวตอนจบ ใหม่จะเป็นอย่างไร” ขั้นที่ ๒ : อ่านจับประเด็น ท าความเข้าใจเรื่อง
ชง ผู้ปกครองพานักเรียนอ่านและพาไฮไลท์อยู่ หมอ หยุด หมู หน้า หนัก หมี เหนื่อย แล้วแลกเปลี่ยนการสื่อความหมาย โดยเป็นค าที่ครู ก าหนดให้(นักเรียนช่วยเขียนค าศัพท์ใหม่เพิ่มเติมลงในชาร์ตค าศัพท์ในห้องเรียน) เชื่อม เชื่อมตนเอง:นักเรียนคิดกับค าศัพท์และการสื่อความหมายของค าที่ไฮไลท์ เชื่อมกันและกัน:นักเรียนแลกเปลี่ยนตามที่ตนเองเข้าใจผ่านเครื่องมือ Black Board Share ใช้ Loopที่ ๑ นักเรียนวาดภาพสื่อสารความหมายค าศัพท์ ใช้ Loopที่ ๒ นักเรียนเขียนสร้างค าใหม่จากค าศัพท์ที่ไฮไลท์ ใช้ Loopที่ ๓ นักเรียนเขียนสร้างประโยค วาดภาพประกอบค าศัพท์ที่ไฮไลท์ ขั้นที่ ๒ : อ่านไลท์ค า (สามารถแยกหลายวันได้)
ขั้นที่๓: ตีความใต้บรรทัด เข้าใจความคิด ความเชื่อ สังคม วัฒนธรรม ชง ครูชงด้วยเหตุการณ์ที่อาจเกิด หรือไม่เกิดในเรื่อง แต่สามารถตีความได้จากบริบทในเรื่อง เพื่อให้นักเรียนตีความและถกกันหาสิ่ง อ้างอิงจากเรื่อง เช่น เหตุการณ์ในเรื่องเกิดขึ ้นที่โรงพยาบาลในเมืองหรือในชุมชน ท าไมเสือกับหมูป่ าจึงไม่ถูกกัน ช่วงเวลาที่คุณชะนี ป่ วยน่าจะเป็นฤดูกาลอะไร คิดว่าผู้เขียนต้องการสื่อสารสิ่งส าคัญที่สุดของเรื่องคืออะไร เชื่อม เชื่อมตนเอง: นักเรียนตีความ และหาสิ่งอ้างอิงจากเรื่อง เชื่อมกันและกัน: นักเรียนถกกัน ชักเย่อความคิด ในประเด็นต่าง ๆ ใช้ นักเรียนเขียนล าดับเหตุการณ์ที่เกิดขึ ้นระหว่างคุณเสือกับคุณหมูป่ า ตั ้งแต่เกิดเรื่องจนถึงโรงพยาบาล (Loopที่ ๑ : ตีความจากบริบทเพื่อเข้าใจสิ่งที่เรื่องไม่ได้บอก)
ชง ครูยกค าหรือประโยคในเรื่อง “ท ุ กคนด ู แลส ุ ขภาพให ้ ด ี แค่น ี ห้มอช ้ างกพ ็ อใจ” แล้วตั ้งค าถามเพื่อเทียบเคียงกับตนเอง จากข้อความนี ้ นักเรียนจะมีวิธีการดูแลสุขภาพของตนเองไม่ให้เจ็บป่ วยได้อย่างไร เชื่อม เชื่อมตนเอง:นักเรียนคิดใคร่ครวญและเขียนตามความเข้าใจของตนเองลงในสมุด เชื่อมกันและกัน:นักเรียนแลกเปลี่ยนแนวทางการดูแลสุขภาพของตนเองร่วมกับเพื่อน ใช้ นักเรียนออกแบบเพื่อแก้ไข หรือป้องกันการเจ็บป่ วย เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ ้า ผ่านรูปแบบที่หลากหลาย เช่นเขียนแต่งเรื่องประกอบ ภาพ การ์ตูนช่อง Web เชื่อมโยง (น าสิ่งที่ออกแบบไปใช้ในชีวิต) (Loopที่ ๒ : ตีความเพื่อสะท้อนความเชื่อ สังคม วัฒนธรรม)
ขั้นที่ ๔ : ฝึ กล าดับเรื่องราว เหตุการณ์ ชง ครูน าเรื่องที่อ่าน แล้วตัดแบ่งเหตุการณ์เป็นตอนๆ โดยไม่ล าดับเหตุการณ์ เชื่อม เชื่อมตนเอง: นักเรียนเรียงล าดับเหตุการณ์ในนิทาน(ยังไม่ต้องรวมเล่ม) เชื่อมกันและกัน: ครูพานักเรียนอ่านจากสิ่งที่นักเรียนจัดเรียงอีกรอบให้ตรงกัน ใช้ นักเรียนประกอบนิทานเป็นรูปเล่ม แล้วฝึกอ่านจากเล่มอีกครั ้งหนึ่ง
ขั้นที่๕ : เชื่อมโยงหลักภาษา ให้เห็นหลากหลายมิติ ๑.การจ ั ดระบบข ้ อม ู ล(ค้นหาจากเรื่อง จัดเป็ นระบบ) ๒.การทดลองใช้ หรือฝึ กประสบการณ์ทางภาษา(อ่าน เขียน เชื่อม โดยแต่งประโยค แต่งเรื่อง) ๓.การสร้างconcept(กฎเกณฑ์หลักภาษา)
เชื่อมหลักภาษา ค าที่ใช้อักษรน า อ น า ห น า
ชง ครูพานักเรียนอ่านออกเสียงค าศัพท์ที่ไฮไลท์อีกครั ้ง อยู่ หมอ หยุด หมู หน้า หนัก หมี เหนื่อย ครูตั ้งค าถาม มีค าศัพท์ที่แหมือนค าที่ไฮไลท์ในนิทานค าใดอีกบ้าง เชื่อม เชื่อมตนเอง: นักเรียนแบ่งกลุ่ม แต่ละกลุ่มค้นหาค าศัพท์ค าที่ใช้อักษรน าจากนิทานแล้วเขียนลงในสมุดบันทึก เชื่อมกันและกัน:นักเรียนแลกเปลี่ยนค าศัพท์ผ่านเครื่องมือ Black Board Share ใช้ นักเรียนเลือกค าที่สนใจ ๕ ค าน าไปใช้แต่งประโยคสร้างสรรค์และวาดภาพประกอบ ๑.การจ ั ดระบบข ้ อม ู ล(ค้นหาจากนิทาน จัดเป็ นระบบ) ขั้นที่ ๕ : เชื่อมหลักภาษา
ชง ครูพานักเรียนเล่นเกมทายค าศัพท์ (จับคู่ทายค า) เช่น หนู หนี หมา หมู หญิง หญ้า ใหญ่ อย่า อยู่ นักเรียนน าบัตรค าจากการเล่นเกมติดบนกระดาน ครูพาอ่านออกเสียงพร้อม ๆ กัน แลกเปลี่ยนการสื่อความหมายและ การน าไปใช้ เชื่อม เชื่อมตนเอง: นักเรียนแบ่งกลุ่ม แต่ละกลุ่มค้นหาค าศัพท์ที่ใช้อักษรน าเพิ่มเติม จากหนังสือนิทานเล่มอื่น ๆ เชื่อมกันและกัน: นักเรียนแต่ละกลุ่มน าเสนอแลกเปลี่ยนค าศัพท์ การสื่อความหมายและการน าไปใช้ ใช้ นักเรียนน าค าศัพท์ที่ค้นหาเพิ่ม เขียนลงในใบงาน และวาดภาพประกอบ น าเสนอแลกเปลี่ยนกับเพื่อน ๒.การทดลองใช้ หรือฝึ กประสบการณ์ทางภาษา (อ่าน เขียน เชื่อม โดยแต่งประโยค แต่งเรื่อง)
๓.การสร้าง Concept (กฎเกณฑ์หลักภาษา) ชง ครูถาม “ค าที่ไฮไลท์และค าที่น ามาเล่นเกมแต่ละค ามีลักษณะอย่างไร” เชื่อม เชื่อมตนเอง:นักเรียนคิดใคร่ครวญกับค าถามและเขียนลงในสมุดบันทึก เชื่อมกันและกัน:นักเรียนแลกเปลี่ยนความแตกต่างผ่านเครื่องมือ Blackboard Share ใช้ นักเรียนเขียนสรุปความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้อักษรน า การออกเสียง การเขียนผ่านรูปแบบที่หลากหลาย Web ภาพประกอบเรื่อง การ์ตูน Mind Mapping
นิทานของโลกเรื่อง : หมอช้างสร้างสุข แก่นเรื่อง เป็นเรื่องราวของการสร้างสุขภาวะ ที่ด าเนินเรื่องต่อจากเรื่องหมอช้างรักษา หมอช้างและผู้ช่วยเปิดโรงพยาล และลงพื ้นที่ท างานร่วมกับชุมชน เพื่อส่งเสริมสุขภาวะทั ้งทางกาย ทางใจ และทางสติปัญญา สะท้อน สังคม : สะท้อนเรื่องราววิถีชีวิตการกิน การอยู่ในสังคม การพึ่งพา ช่วยเหลือกัน และกันและการด ารงอยู่อย่างมีสุขภาวะ ชีวิต : การมีสุขภาวะ ตัวอย่างการออกแบบกิจการสอนภาษาไทยผ่านวรรณกรรม ระดับต้น(ป.๑-๒)
หลก ั ภาษาผา ่ นน ิ ทานของโลกเร ื ่ องหมอชา ้ งสร ้ างส ุ ข อักษรน า ห น า มาตราตัวสะกด แม่กง
ขั้นที่๑: คาดเดาเรื่อง (จะช่วยให้เด็กเห็นความสัมพันธ์ของค าส าคัญหรือภาพ และมีทิศทางต่อการเรียนเพื่อเข้าใจเรื่อง) ชง ครูให้ค า “ส่งเสริมความมีสุขภาพดี ” โดยเขียนบนกระดาน ฝึกอ่านและสะกดค าพร้อมกัน แล้วถาม “นักเรียนนึกถึงอะไร” เชื่อม เชื่อมตนเอง : นักเรียนคิดใคร่ครวญกับค าถามและเขียนลงในสมุด เชื่อมกันและกัน: นักเรียนShare and Learnเช่น แนะน า รักษา ตรวจโรค ฉีดวัคซีน ถอนฟัน ฯลฯ ใช้ นักเรียนแต่ละคนเขียนคาดเดาหลังจากแลกเปลี่ยนผ่านการเขียนเล่าเรื่องและภาพประกอบ
ชง (อ่านจับประเด็น) ชง ๑: ครูอ่านนิทานให้นักเรียนฟัง ชง ๒: ครูอ่านออกเสียงน า นักเรียนอ่านออกเสียงตามครู เชื่อม (จับประเด็น ท าความเข้าใจเรื่อง) เชื่อมตนเอง:อ่านจบเรื่องแล้วครูถามทีละค าถาม เช่นรู้สึกอย่างไร คิดอย่างไรกับเรื่องนี ้ ในเรื่องมีใครบ้าง คนนั ้นท าอะไร เหตุการณ์ เกิดขึ ้นที่ไหน มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ ้นบ้าง (นักเรียนคิดใคร่ครวญ) เชื่อมกันและกัน: นักเรียนเล่าแลกเปลี่ยนกับครูและเพื่อนทีละค าถาม ใช้ นักเรียนสรุปความเข้าใจเรื่องโดยการวาดภาพลงในสมุด “ถ้าเปลี่ยนเหตุการณ์ได้อยากเปลี่ยนเหตุการณ์ไหน เพราะอะไร เรื่องราวตอนจบ ใหม่จะเป็นอย่างไร” ขั้นที่ ๒ : อ่านจับประเด็น ท าความเข้าใจเรื่อง
ชง ผู้ปกครองพานักเรียนอ่านและพาไฮไลท์ช้าง ส่ง ขัง วิ่ง พลัง ลิง สูง ล าพัง ว่างแล้วแลกเปลี่ยนการสื่อความหมาย โดยเป็นค าที่ครู ก าหนดให้(นักเรียนช่วยเขียนค าศัพท์ใหม่เพิ่มเติมลงในชาร์ตค าศัพท์ในห้องเรียน) เชื่อม เชื่อมตนเอง:นักเรียนคิดกับค าศัพท์และการสื่อความหมายของค าที่ไฮไลท์ เชื่อมกันและกัน:นักเรียนแลกเปลี่ยนตามที่ตนเองเข้าใจผ่านเครื่องมือ Black Board Share ใช้ Loopที่ ๑ นักเรียนวาดภาพสื่อสารความหมายค าศัพท์ ใช้ Loopที่ ๒ นักเรียนเขียนสร้างค าใหม่จากค าศัพท์ที่ไฮไลท์ ใช้ Loopที่ ๓ นักเรียนเขียนสร้างประโยค วาดภาพประกอบค าศัพท์ที่ไฮไลท์ ขั้นที่ ๒ : อ่านไลท์ค า (สามารถแยกหลายวันได้)
ขั้นที่๓: ตีความใต้บรรทัด เข้าใจความคิด ความเชื่อ สังคม วัฒนธรรม ชง ครูชงด้วยเหตุการณ์ที่อาจเกิด หรือไม่เกิดในเรื่อง แต่สามารถตีความได้จากบริบทในเรื่อง เพื่อให้นักเรียนตีความและถกกันหาสิ่งอ้างอิง จากเรื่อง เช่น โรงพยาบาลน่าจะตั ้งอยู่ในเมืองหรือนอกเมือง คิดว่าผู้เขียนต้องการสื่อสารสิ่งส าคัญที่สุดของเรื่องคืออะไร เชื่อม เชื่อมตนเอง: นักเรียนตีความ และหาสิ่งอ้างอิงจากเรื่อง เชื่อมกันและกัน: นักเรียนถกกัน ชักเย่อความคิด ในประเด็นต่าง ๆ ใช้ นักเรียนเขียนเรื่องต่อ ”เหตุการณ์ต่อไปเรื่องจะเป็นอย่างไร” (Loopที่ ๑ : ตีความจากบริบทเพื่อเข้าใจสิ่งที่เรื่องไม่ได้บอก)
ชง ครูถาม “จะเป็นอย่างไรถ้าเราสุขภาพไม่ดี” “ท าอย่างไรจึงจะมีสุขภาพที่ดีทั ้งกาย จิตใจ และปัญญา) เชื่อม เชื่อมตนเอง: นักเรียนคิดใคร่ครวญและเขียนค าตอบตามความเข้าใจของตนเองลงในสมุด เชื่อมกันและกัน: นักเรียนแลกเปลี่ยนความเข้าใจเพื่อประมวลความเข้าใจร่วมกับเพื่อน ใช้ นักเรียนออกแบบการใช้ชีวิต เพื่อการมีสุภาพที่ดี ผ่านการ์ตูนช่อง หรือ วาดภาพประกอบเรื่อง (น าไปใช้ในชีวิต) (Loopที่ ๒ : ตีความเพื่อสะท้อนความเชื่อ สังคม วัฒนธรรม)
ขั้นที่ ๔ : ฝึ กล าดับเรื่องราว เหตุการณ์ ชง นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 3-4คน ครูให้ภาพตัวละครและเหตุการณ์ในเรื่องแต่ละกลุ่ม เชื่อม เชื่อมตนเอง: นักเรียนแต่ละกลุ่ม เรียงล าดับเหตุการณ์ในนิทาน ลงในกระดาษ(ยังไม่ติดกาว) เชื่อมกันและกัน: นักเรียนแลกเปลี่ยนกับเพื่อน Share and Learn กับเพื่อนให้ตรงกัน ใช้ นักเรียนประกอบภาพและเหตุการณ์ตามล าดับเรื่อง ผ่าน Story Mapping
ขั้นที่๕ : เชื่อมโยงหลักภาษา ให้เห็นหลากหลายมิติ ๑.การจ ั ดระบบข ้ อม ู ล(ค้นหาจากเรื่อง จัดเป็ นระบบ) ๒.การทดลองใช้ หรือฝึ กประสบการณ์ทางภาษา(อ่าน เขียน เชื่อม โดยแต่งประโยค แต่งเรื่อง) ๓.การสร้างconcept(กฎเกณฑ์หลักภาษา)
เชื่อมหลักภาษา มาตราตัวสะกด มาตราแม่ กง
ชง ครูพานักเรียนอ่านออกเสียงค าศัพท์ที่ไฮไลท์อีกครั ้ง ช้าง ส่ง ขัง วิ่ง พลัง ลิง สูง ล าพัง ครูตั ้งค าถาม มีค าศัพท์ที่แหมือนค าที่ไฮไลท์ในนิทานค าใดอีกบ้าง เชื่อม เชื่อมตนเอง: นักเรียนแบ่งกลุ่ม แต่ละกลุ่มค้นหาค าศัพท์มาตราตัวสะกด แม่ กง จากนิทานแล้วเขียนลง ในสมุดบันทึก เชื่อมกันและกัน:นักเรียนแลกเปลี่ยนค าศัพท์ผ่านเครื่องมือ Black Board Share ใช้ นักเรียนเลือกค าที่สนใจ ๕ ค าน าไปใช้แต่งประโยคสร้างสรรค์และวาดภาพประกอบ ๑.การจ ั ดระบบข ้ อม ู ล(ค้นหาจากนิทาน จัดเป็ นระบบ) ขั้นที่ ๕ : เชื่อมหลักภาษา
ชง ครูพานักเรียนเล่นเกมกระซิบ(แบ่งนักเรียนเป็นกลุ่ม กลุ่มละ4-5คน)ผ่านค าศัพท์ ทุ่ง ลุง ถุง กุ้ง จอง ดอง ต่าง หาง นักเรียนเขียนค าศัพท์บนกระดาน ครูพาอ่านออกเสียงพร้อม ๆ กัน แลกเปลี่ยนการสื่อความหมายและการน าไปใช้ เชื่อม เชื่อมตนเอง: นักเรียนแบ่งกลุ่ม แต่ละกลุ่มค้นหาค าศัพท์มาตราตัวสะกดเพิ่มเติม จากหนังสือนิทานเล่มอื่น ๆ เชื่อมกันและกัน: นักเรียนแต่ละกลุ่มน าเสนอแลกเปลี่ยนค าศัพท์ การสื่อความหมายและการน าไปใช้ ใช้ นักเรียนน าค าศัพท์ที่ค้นหาเพิ่ม เขียนลงในใบงาน และวาดภาพประกอบ น าเสนอแลกเปลี่ยนกับเพื่อน ๒.การทดลองใช้ หรือฝึ กประสบการณ์ทางภาษา (อ่าน เขียน เชื่อม โดยแต่งประโยค แต่งเรื่อง)
๓.การสร้าง Concept (กฎเกณฑ์หลักภาษา) ชง ครูถาม “ค าที่ไฮไลท์และค าที่น ามาเล่นเกมแต่ละค ามีลักษณะอย่างไร” เชื่อม เชื่อมตนเอง:นักเรียนคิดใคร่ครวญกับค าถามและเขียนลงในสมุดบันทึก เชื่อมกันและกัน:นักเรียนแลกเปลี่ยนความแตกต่างผ่านเครื่องมือ Blackboard Share ใช้ นักเรียนเขียนสรุปความเข้าใจเกี่ยวกับมาตราตัวกด (แม่ กง)ผ่านรูปแบบที่หลากหลาย Web ภาพประกอบเรื่อง การ์ตูน Mind Mapping
ถอดบทเรียน ชง ครูถาม -อะไรคือสิ่งส าคัญที่สุดของวรรณกรรมและเนื ้อหาที่ได้เรียนรู้ - น าสิ่งใดไปปรับใช้ มีกระบวนการน าไปใช้อย่างไร ท าอย่างไร และท าไมจึงท าแบบนี ้ -จะดีกว่านี ้ถ้า... เชื่อม เชื่อมตนเอง นักเรียนคิดใคร่ครวญกับค าถาม บันทึกลงในสมุดบันทึก เชื่อมกันและกัน นักเรียนแลกเปลี่ยน Share & Learn สิ่งที่ได้เรียนรู้ ใช้ นักเรียนเขียนสรุปองค์ความรู้หลังเรียนผ่านเครื่องมือคิด Mind Mapping
การวัดและประเมินผลฐานสมรรถนะ (Competency-Based Assessment) หลักการ 1. ประเมินเพ่ือพัฒนาขณะเรียนรู้ การประเมินเพื่อการเรียนรู้ เกิดขึ ้นขณะเรียนรู้ ได้แก่ การประเมินความก้าวหน้าจาการท ากิจกรรม การท าชิ ้นงานภาระงานเพื่อ การให้ข้อมูลป้อนกลับ อาจจะโดยครู โดยเพื่อน โดยตนเอง เช่น BAR ก่อนเรียน DAR ระหว่างเรียน Share and Learning AAR หลังเรียน (การให้รู้จัก วัตถุประสงค์การท า การตั ้งค าถาม การวิพากษ์ การให้ความเห็นเพิ่มเติม การให้ค าชี ้แนะ 2. การประเมินเพื่อตัดสินผล จากชิ้นงานภาระงาน โดย ประเมินอิงเกณฑ์ตามรูบริค Rubric score แนวปฏิบัติในการประเมินผลของโรงเรียน 1. ใช้การประเมินตามสภาพจริง (Authentic Assessment) มุ่งวัดสมรรถนะอันเป็นองค์รวมของความรู้ ทักษะ เจตคติ และคุณลักษณะต่างๆ ตามสภาพจริงผ่านภาระ งาน ชิ ้นงาน โดยอิงกับสมรรถนะ 5 ด้าน 2. จากสิ่งที่ผู้เรียนได้ปฏิบัติจริง ทุกครั ้งที่มีการท าภาระงาน ชิ ้นงาน ต้องมีการประเมินเพื่อพัฒนาผู้เรียน Reflection หรือการประเมินจากครู (Teacher Assessment) จากตนเอง (Student Self-Assessment) และจากเพื่อน (Peer Assessment) 3. การประเมินเพื่อตัดสิน ประเมินอิงเกณฑ์ตามรูบริค Rubric score ทุกคนต้องผ่านระดับ 1 ทุกตัวชี ้วัดจึงจะถือว่าผ่านช่วงชั ้น 4. คะแนนที่ได้จากการประเมินสมรรถนะ จะน าไปเปรียบเทียบกับสาระเพื่อให้คะแนนในการให้เกรด (เนื่องจากต้องใช้ระเบียบการประเมิน 2551) 5. ผู้เรียนได้รับการประเมินไปตามล าดับขั ้นของสมรรถนะที่ก าหนด หากไม่ผ่านจะต้องรับการซ่อมเสริมหรือช่องทางในการเรียนรู้เพิ่มเติมจนกระทั ้งผ่านจึงจะก้าวไปสู่ล าดับ ขั ้นต่อไป 6. การรายงานผลเป็นการให้ข้อมูลพัฒนาการและความสามารถของผู้เรียนตามล าดับชั ้นที่ผู้เรียนท าได้ตามเกณฑ์ที่ก าหนด
สมรรถนะ 1.การจัดการตนเอง ตวัชีว้ดั 1.1 1.2 1.3 5.การเป็นพลเมอืงที ่ เขม้แขง็ ตวัชีว้ดั 5.1 5.2 4.การคดิขัน้สูง ตวัชีว้ดั 4.1 4.2 3.การรวมพลังท างานเป็ นทีม ตวัชีว้ดั 3.1 2.การสือ่สาร ตวัชีว้ดั 2.1 2.2 2.3 ชิน้งาน สรปุความเขา้ใจเรือ่งทีอ่า่น Story Mapping Short note การ ์ตูนช่อง นิทาน pop up แต่งประโยค แตง่เรือ่ง ละครบทบาทสมมุมติ ละครหุ่นเชิด สรุปองค์ความรู ้หลังเรียน(ถอดบทเรียน) ความรู ้ Knowledge หลักภาษา : การประสมคา มาตราแม่กา สระเสยีงสัน้ เสยีงยาว วรรณยุกต์และการผันค า มาตราตัวสะกดตรงมาตรา ทักษะ (Skills) - ทักษะการการอ่าน Reading และเขียน Writing - ทกัษะการคดิขัน้สงู(Thinking ability) ได้แก่ ตีความ วิเคราะห์ สงัเคราะห์วพิากษ์มโนทศัน สามารถใชภ้าษากบัการคดิ ชัน้สงูสคู่วาม เขา้ใจตอ่ โลก ตอ่ ปรากฏการณ์ทั ้งรบัรแู้ละถา่ยทอดอารยธรรม สามารถ ใช ้ภาษาถ่ายทอดความรู ้ความเข้าใจ ความคิด ความรู ้สึก และทัศนะของ ตนเองด้วยการพูดและการเขียน คุณลักษณะ (Attribute) - สติ จดจ่อ สามารถก ากับตัวเองในการเรียนรู ้ด้วยตัวเอง - อดทนและพยายาม สามารถท างานที ่ไดร้บัมอบหมายจนสา เรจ็อยา่งมี ประสิทธิภาพ - มีความสามารถในการใคร่ครวญ การสร ้างทางเลือกและการตัดสินใจเชิง จรยิธรรม เชน่มคีวามเห็นอกเห็นใจผูอ้ืน่การเอาใจเขามาใสใ่จเรา (Empathy) - มีความละเอียด ปราณีต - เรยีนรรู้ว่มกบัผูอ้ืน่ ได้รวมทั ้งเคารพและรบัฟังความคดิเห็นของผูอ้ืน่
สมรรถนะและตว ัชี ว ้ ด ั ระดับประถมศึกษา สมรรถนะ ตวัชีว้ดัระดบั ประถมศกึษา 1. การจัดการตนเอง 1. มีความสามารถในการด าเนินชีวิตอยู่ให้ได้ เช่น อยู่เป็น ท ากินเป็น ไปเป็น (ทักษะชีวิตพื ้นฐาน) 2. มีเป้าหมาย มีการวางแผน มีการจัดการทรัพยากร มีการลงมือท าและก ากับตนเองให้ท ากิจกรรมนั ้นได้บรรลุตามเป้าหมาย 3. มีความรู้สึกที่ดีต่อตนเอง (Self-esteem) สามารถจัดการตนเอง (Self-management) เพื่อพัฒนา self ให้สามารถน า ตนเอง รู้จักความถนัด ความสนใจของตนเองได้ 2. การสือ่สาร 1. ใช้ภาษาถ่ายทอดความรู้ ความเข้าใจ ความคิด ความรู้สึก และทัศนะของตนเองด้วยการพูดและการเขียน 2. เลือกรับข้อมูลหรือสร้างข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์ต่อตนเองและคนอื่นผ่านช่องทางการสื่อสารที่หลากหลาย 3. เคารพในความคิดเห็นที่แตกต่าง สามารถสร้างการสื่อสารเพื่อความเข้าใจร่วมได้ 3. การรวมพลังท างานเป็ นทีม มีความสามารถในการท างานร่วมกับผู้อื่น ท างานตามบทบาทหน้าที่ และเคารพในความคิดต่าง 4. การคดิขัน้สูง 1. มีความสามารถในการคิด (Thinking ability) ได้แก่ วิเคราะห์ สังเคราะห์ มโนทัศน์ และวิจารณญาณ เช่น สามารถให้เหตุผล อย่างสมเหตุสมผลต่อสิ่งที่เลือกได้ 2. มีความสามารถในการคิดริเริ่ม (Creative thinking ) กล้าแสดงความคิดเห็นซึ่งจะน าไปสู่การตัดสินใจร่วม การคิดออกแบบน วัตกรม มีความยืดหยุ่น มีมุมมองต่อการหาเส้นทางใหม่ในการแก้ปัญหา 5. การเป็นพลเมอืงที ่ เขม้แขง็ 1. มีความรับผิดชอบต่อหน้าที่ ในฐานะผู้เรียน 2. มีความสามารถในการรับผิดชอบ มีส่วนร่วมในการท าหน้าที่ต่องาน รับรู้ความเป็นไปของสังคม และสามารถช่วยเหลือสังคม เช่น การทิ ้งขยะ การดูแลพื ้นที่รับผิดชอบ
พฤตกิรรมทีบ่ง่ ชี ้ ระดับคุณภาพ ดเียีย่ม (3) ดี (2) พอใช้/ผ่านเกณฑ ์ (1) ปรับปรุง (0) สามารถใช ้ภาษากับการคิด ชัน้สงูสคู่วามเขา้ใจตอ่ โลก ตอ่ ปรากฏการณ์ทั ้งรบัรแู้ละ ถ่ายทอดอารยธรรม 1. พูดถ่ายทอดความคิดความรู ้สึกและมุมมอง จากสารทีอ่า่น ฟัง หรอืดูตามทีก่า หนดไดอ้ยา่ง สมเหตสุมผล ชดัเจน และมั ่นใจ 2. เขียนถ่ายทอดความรู ้ ความเข้าใจ จากสาร ทีอ่า่นฟัง หรอืดูตามทีก่า หนดไดอ้ยา่งถกูตอ้ง ครบถ้วน 3. ตีความใต้บรรทัด เข้าใจความคิด สะท้อน ความเชือ่สงัคม วฒันธรรมจากเรือ่งทีฟ่ ัง ดู หรอือา่น แลว้เชือ่มสปู่ ัจจบุนัและน าไปปรบัใช ้ ในรูปแบบชิน้งานทีห่ลากหลาย เชน่นิทาน การ ์ตูนช่อง บทบาทสมมุติ 4. ใชภ้าษาในการสือ่สารทั ้งรบัรแู้ละถา่ยทอด อารยธรรม ผ่านชิน้งานทีห่ลากหลายได้ 1. พูดถ่ายทอดความคิดความรู ้สึก และมุมมอง จากสารทีอ่า่น ฟัง หรอืดู ตามทีก่า หนดไดอ้ยา่งสมเหตสุมผล ชดัเจน และมั ่นใจ 2. เขียนถ่ายทอดความรู ้ ความเข้าใจ จากสารทีอ่า่นฟัง หรอืดูตามที ่ ก าหนดได้อย่างถูกต้อง ครบถ้วน 3. ตีความใต้บรรทัด เข้าใจความคิด สะทอ้นความเชือ่สงัคม วฒันธรรม จากเรือ่งทีฟ่ ัง ดูหรอือา่น แลว้เชือ่มสู่ ปัจจุบันและน าไปปรับใช ้ในรูปแบบ ชิน้งานทีห่ลากหลาย เชน่นิทาน การ ์ตูนช่อง บทบาทสมมุติ 1. พูดถ่ายทอดความคิด ความรสู้กึและมุมมอง จากสารที ่ อา่น ฟัง หรอืดูตามทีก่า หนดได้ อย่างสมเหตุสมผล ชัดเจน และ มั ่นใจ 2. เขียนถ่ายทอดความรู ้ ความ เขา้ใจ จากสารทีอ่า่นฟัง หรอืดู ตามทีก่า หนดไดอ้ยา่งถกูตอ้ง ครบถ้วน - Rubric ประเมนิ สมรรถนะ ดา ้ นความสามารถในการสื อ่สาร