การพัฒนาชุดฝึกสมรรถนะอาชีพทางการบัญชีเพื่อทักษะอนาคต วิชาการใช้คอมพิวเตอร์ในงานบัญชีสำหรับนักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ วิทยาลัยอาชีวศึกษาแพร่ ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565 ทิพวรรณ ลาภยศ วิทยาลัยอาชีวศึกษาแพร่ สถานบันการอาชีวศึกษาภาคเหนือ 2 สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา
ก ชื่องานวิจัย การพัฒนาชุดฝึกสมรรถนะอาชีพทางการบัญชี เพื่อทักษะอนาคต วิชาการใช้คอมพิวเตอร์ ในงานบัญชี สำหรับนักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ วิทยาลัยอาชีวศึกษาแพร่ ผู้วิจัย ทิพวรรณ ลาภยศ บทคัดย่อ การพัฒนาชุดฝึกสมรรถนะอาชีพทางการบัญชีเพื่อทักษะอนาคต วิชาการใช้คอมพิวเตอร์ ในงานบัญชี สำหรับนักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ วิทยาลัยอาชีวศึกษาแพร่ ครอบคลุมรายวิชา การใช้คอมพิวเตอร์ในงานบัญชี มีวัตุประสงค์เพื่อ (1) เพื่อการพัฒนาชุดฝึกสมรรถนะอาชีพทางการบัญชี เพื่อทักษะอนาคต วิชาการใช้คอมพิวเตอร์ในงานบัญชี สำหรับนักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ วิทยาลัย อาชีวศึกษาแพร่ ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์มาตรฐาน 80/80 (2) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ของนักเรียนก่อนและหลังใช้ การพัฒนาชุดฝึกสมรรถนะอาชีพทางการบัญชี เพื่อทักษะอนาคต วิชาการใช้ คอมพิวเตอร์ในงานบัญชี สำหรับนักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ วิทยาลัยอาชีวศึกษาแพร่ และ (3) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนต่อการพัฒนาชุดฝึกสมรรถนะอาชีพทางการบัญชี เพื่อทักษะ อนาคต วิชาการใช้คอมพิวเตอร์ในงานบัญชี สำหรับนักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ วิทยาลัย อาชีวศึกษาแพร่ กลุ่มตัวอย่าง คือ นักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ สาขาวิชาการบัญชี วิทยาลัย อาชีวศึกษาแพร่ ชั้นปีที่ 2 กลุ่ม 2 ที่ลงทะเบียนวิชาการใช้คอมพิวเตอร์ในงานบัญชี ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565 จำนวน 28 คน ได้มาโดยการสุ่มแบบแบ่งกลุ่ม การวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ การหา ประสิทธิภาพด้วยค่า E1/E2 การทดสอบค่าที ค่าเฉลี่ย ค่าความยากง่ายของข้อสอบ ค่าอำนาจจำแนก ค่าความเชื่อมั่น และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัยพบว่า ประสิทธิภาพของการพัฒนาชุดฝึกสมรรถนะอาชีพทางการบัญชี เพื่อทักษะอนาคต วิชาการใช้คอมพิวเตอร์ในงานบัญชี สำหรับนักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ วิทยาลัย อาชีวศึกษาแพร่ เป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนดก่อนเรียน นักเรียนที่เรียนรู้ด้วยการพัฒนาชุดฝึกสมรรถนะอาชีพ ทางการบัญชี เพื่อทักษะอนาคต วิชาการใช้คอมพิวเตอร์ในงานบัญชี สำหรับนักเรียนระดับประกาศนียบัตร วิชาชีพ วิทยาลัยอาชีวศึกษาแพร่ มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทาง สถิติที่ระดับ 0.05 และ(3) นักเรียนที่เรียนรู้ด้วย ชุดฝึกสมรรถนะอาชีพทางการบัญชีในทักษะอนาคต ของนักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ สาขาวิชาการบัญชี วิทยาลัยอาชีวศึกษาแพร่ มีความพึงพอใจต่อ ในภาพรวมอยู่ในระดับมาก
ข กิตติกรรมประกาศ การทำวิจัยนี้คณะผู้วิจัยได้รับความอนุเคราะห์อย่างดียิ่งจากนายโอภาส ปัญญาพฤกษ์ ผู้อำนวยการวิทยาลัยอาชีวศึกษาแพร่ รองผู้อำนวยการทุกฝ่าย และคณะครูสาขาวิชาการบัญชีที่เป็นที่ปรึกษา งานวิจัย ได้ให้คำแนะนำในการทำงาน ผู้ทรงคุณวุฒิด้านวัดและประเมินผล และตรวจสอบคุณภาพของชุดฝึก สมรรถนะอาชีพทางการบัญชี เพื่อทักษะอนาคต วิชาการใช้คอมพิวเตอร์ในงานบัญชี สำหรับนักเรียนระดับ ประกาศนียบัตรวิชาชีพ วิทยาลัยอาชีวศึกษาแพร่ ผู้วิจัยขอขอบพระคุณในความเมตตาและกรุณาเป็นอย่างสูง ไว้ ณ ที่นี้ ขอบคุณผู้ทรงคุณวุฒิด้านเทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา ให้ความอนุเคราะห์ประเมินแบบฟอร์ม ชุดการเรียนรู้ด้วยตัวเอง ให้ข้อเสนอแนะปรับปรุง และตรวจสอบคุณภาพของชุดการเรียนรู้ด้วยตัวเอง ขอบคุณผู้ทรงคุณวุฒิด้านเนื้อหา ตรวจสอบคุณภาพเนื้อหาสาขาวิชาการบัญชี ขอขอบพระคุณ บุพการรีครูอาจารย์และผู้มีพระคุณทุกท่าน ที่เป็นแรงบันดาลใจให้เกิดความเพียรพยายาม กำลังใจที่ดีที่สุด ได้รับจากครอบครัว และคณะทำงานวิจัยทุกท่านที่ให้การสนับสนุนช่วยเหลือ และเป็นกำลังใจให้แก่กันและกัน ตลอดมา คุณค่าและประโยชน์ใด ๆ อันเกิดจากรายงานวิจัยฉบับนี้ผู้วิจัยขอมอบเป็นเครื่องบูชาพระคุณ บิดา มารดา ผู้มีพระคุณและครูอาจารย์ทุกท่าน ทิพวรรณ ลาภยศ 27 กุมภาพันธ์ 2566
ค สารบัญ บทคัดย่อ ก กิตติกรรมประกาศ ข สารบัญ ค บทที่ 1 บทนำ - ความเป็นมาและความสำคัญ 1 - วัตถุประสงค์ขการวิจัย 3 - สมมุติฐานการวิจัย 3 - ขอบเขตของการวิจัย 4 - กรอบแนวคิดการวิจัย 5 - นิยามศัพท์เฉพาะ 6 - ประโยชน์ที่ได้รับ 6 บทที่ 2 เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง - หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ พุทธศักราช 2562 7 - หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ พุทธศักราช 2562 ประเภทวิชาพาณิชยกรรม 8 สาขาวิชาการบัญชี - รายวิชา 20201-2007 การใช้คอมพิวเตอร์ในงานบัญชี 8 - มาตรฐานการศึกษาระหว่างประเทศสำหรับผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี 9 - ชุดการสอน 9 - งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 9 บทที่ 3 วิธีดำเนินการวิจัย - ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง 13 - ขั้นตอนการสร้างเครื่องมือ 13 - การเก็บรวบรวมข้อมูล 20 - สถิติและการวิเคราะห์ข้อมูล 21 บทที่ 4 ผลการดำเนินการวิจัย - ผลการวิเคราะห์หาประสิทธิของการพัฒนาชุดฝึกสมรรถนะอาชีพทางการบัญชี เพื่อทักษะอนาคต วิชาการใช้คอมพิวเตอร์ในงานบัญชี สำหรับนักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ วิทยาลัย อาชีวศึกษาแพร่ 28
ง - ผลการเปรียบเทียบสมรรถนะอาชีพทางการบัญชี ของนักเรียนก่อนและหลังใช้ ชุดฝึกสมรรถนะอาชีพทางการบัญชี เพื่อทักษะอนาคต วิชาการใช้คอมพิวเตอร์ ในงานบัญชี สำหรับนักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ วิทยาลัยอาชีวศึกษาแพร่ 28 - ผลการศึกษาความพึงพอใจ ของนักเรียนต่อการพัฒนาชุดฝึกสมรรถนะอาชีพทางการบัญชี เพื่อทักษะอนาคต วิชาการใช้คอมพิวเตอร์ในงานบัญชี สำหรับนักเรียนระดับประกาศนียบัตร 29 วิชาชีพ วิทยาลัยอาชีวศึกษาแพร่ 29 บทที่ 5 สรุป อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ - สรุปผลการวิจัย 31 - อภิปรายผลการวิจัย 32 - ข้อเสนอแนะ 33 บรรณานุกรม 34 ภาคผนวก - ภาคผนวก ก. การวิเคราะห์ค่า IOC แบบประเมินคุณภาพต่อองค์ประกอบของการ พัฒนาชุดฝึกสมรรถนะอาชีพทางการบัญชี เพื่อทักษะอนาคต วิชาการใช้คอมพิวเตอร์ ในงานบัญชี สำหรับนักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ วิทยาลัยอาชีวศึกษาแพร่ 36 - ภาคผนวก ข. การวิเคราะห์ค่า IOC ความพึงพอใจ ต่อการพัฒนาชุดฝึกสมรรถนะอาชีพ ทางการบัญชี เพื่อทักษะอนาคต วิชาการใช้คอมพิวเตอร์ในงานบัญชี สำหรับนักเรียนระดับ ประกาศนียบัตรวิชาชีพ วิทยาลัยอาชีวศึกษาแพร่ 38 - ภาคผนวก ค. การวิเคราะห์ค่าดัชนี IOC ความสอดคล้องจากการประเมินผล ของข้อสอบจากผู้เชี่ยวชาญ 40 - ภาคผนวก ง. การหาค่าความยากง่าย ความชื่อมั่น และอำนาจจำแนก ของแบบทดสอบ สมรรถนะอาชีพทางการบัญชี 42 - ภาคผนวก จ. ตารางวิเคราะห์ค่าความเชื่อมั่นของข้อสอบวัดสมรรถนะวิชาชีพทางการบัญชี ก่อนเรียนและหลังเรียน 45 - ภาคผนวก ฉ. ค่าประสิทธิภาพของ การพัฒนาชุดฝึกสมรรถนะอาชีพทางการบัญชี เพื่อทักษะอนาคต วิชาการใช้คอมพิวเตอร์ในงานบัญชี สำหรับนักเรียนระดับประกาศนียบัตร วิชาชีพ วิทยาลัยอาชีวศึกษาแพร่ 47 - ภาคผนวก ช. ผลการเปรียบเทียบการพัฒนาชุดฝึกสมรรถนะอาชีพทางการบัญชี เพื่อทักษะ อนาคต วิชาการใช้คอมพิวเตอร์ในงานบัญชี สำหรับนักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ วิทยาลัยอาชีวศึกษาแพร่ 49
จ - ภาคผนวก ซ. แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียน ประกอบการ พัฒนาชุดฝึกสมรรถนะอาชีพทางการบัญชี เพื่อทักษะอนาคต วิชาการใช้คอมพิวเตอร์ในงาน บัญชี สำหรับนักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ วิทยาลัยอาชีวศึกษาแพร่ 51 - ภาคผนวก ฌ แบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน ประกอบการพัฒนาชุดฝึกสมรรถนะ อาชีพทางการบัญชี เพื่อทักษะอนาคต วิชาการใช้คอมพิวเตอร์ในงานบัญชี สำหรับนักเรียน ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ วิทยาลัยอาชีวศึกษาแพร่ 53 - ภาคผนวก ญ แบบสอบถามความพึงพอใจต่อการพัฒนาชุดฝึกสมรรถนะอาชีพทางการบัญชี เพื่อทักษะอนาคต วิชาการใช้คอมพิวเตอร์ในงานบัญชี สำหรับนักเรียนระดับประกาศนียบัตร วิชาชีพ วิทยาลัยอาชีวศึกษาแพร่ 58 - แผนการจัดการเรียนรู้ประกอบการพัฒนาชุดฝึกสมรรถนะอาชีพทางการบัญชี เพื่อทักษะ อนาคต วิชาการใช้คอมพิวเตอร์ในงานบัญชี สำหรับนักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ วิทยาลัยอาชีวศึกษาแพร่ 61 - คู่มือประกอบการพัฒนาชุดฝึกสมรรถนะอาชีพทางการบัญชี เพื่อทักษะอนาคต วิชาการใช้คอมพิวเตอร์ในงานบัญชี สำหรับนักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ วิทยาลัยอาชีวศึกษาแพร่ 83 ประวัติผู้วิจัย
ฉ สารบัญภาพ ภาพที่ 1 แสดงขั้นตอนการสร้างการพัฒนาชุดฝึกสมรรถนะอาชีพทางการบัญชี เพื่อทักษะอนาคต วิชาการใช้ คอมพิวเตอร์ในงานบัญชี สำหรับนักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ วิทยาลัยอาชีวศึกษาแพร่ 13 ภาพที่ 2 แสดงขั้นตอนการสร้างแบบทดสอบวัดสมรรถนะอาชีพทางการบัญชี 16
ช สารบัญตาราง ตารางที่ 1 ศึกษาเนื้อหาและจุดประสงค์เชิงพฤติกรรมและสร้างแผนผังแบบทดสอบ (Test Blueprint) ตารางที่ 2 ประสิทธิภาพของชุดฝึกสมรรถนะอาชีพทางการบัญชีเพื่อทักษะอนาคต 17 สำหรับนักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ สาขาวิชาการบัญชีวิทยาลัยอาชีวศึกษาแพร่ 27 ตารางที่ 3 ผลการเปรียบเทียบสมรรถนะอาชีพทางการบัญชี ของนักเรียนก่อนและหลังใช้ ชุดฝึกสมรรถนะอาชีพทางการบัญชีเพื่อทักษะอนาคต สำหรับนักเรียนระดับประกาศนียบัตร วิชาชีพสาขาวิชาการบัญชีวิทยาลัยอาชีวศึกษาแพร่ 28 ตารางที่ 4 ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและระดับความพึงพอใจ ต่อชุดฝึกสมรรถนะอาชีพทางการบัญชีในทักษะอนาคต สำหรับนักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ สาขาวิชาการบัญชีวิทยาลัยอาชีวศึกษาแพร่
1
บทที่ 1 บทนำ 1. ความเป็นมาและความสำคัญ พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช 2553 ซึ่งเน้นการปฏิรูปการศึกษาเพื่อ พัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาในทุกระบบและสอดคล้องกับพระราชบัญญัติการ อาชีวศึกษา พุทธศักราช 2551 มาตรา 6 ได้กล่าวถึงเป้าหมายการจัดการอาชีวศึกษาและ ฝึกอบรม เป็นการจัดการศึกษาด้านวิชาชีพที่สอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม แห่งชาติ และแผนการศึกษาแห่งชาติ เพื่อพัฒนากำลังคนในด้านวิชาชีพระดับฝีมือระดับเทคนิค และระดับเทคโนโลยีเพื่อให้การจัดการอาชีวศึกษาระดับปริญญาตรีสายเทคโนโลยีหรือสาย ปฏิบัติการเป็นไปอย่างมีคุณภาพผู้สำเร็จการศึกษาอาชีวศึกษาต้องมีคุณลักษณะที่พึงประสงค์ และสมรรถนะวิชาชีพสอดคล้องกับมาตรฐานอาชีพ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาจึง จัดทำกรอบคุณวุฒิวิชาชีพกับสาขาวิชาเพื่อพัฒนาหลักสูตรฐานสมรรถนะระดับปริญญาตรีสาย เทคโนโลยีหรือสายปฏิบัติการ เพื่อผลิตกำลังคนให้สอดคล้องกับความต้องการของ ตลาดแรงงาน สังคม และชุมชนของท้องถิ่น ( สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา 2565 ) นโยบายและจุดเน้นการปฏิบัติราชการ ของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ได้ให้เป็นแนวทางไว้ ว่า “จุดเน้น อาชีวศึกษา 2565” คือ “ยกระดับคุณภาพการจัดการอาชีวศึกษา แบบองค์รวม โดยใช้พื้นที่เป็นฐาน” ซึ่งแบ่งเป็นประเด็นนโยบาย 1) จัดการศึกษาเพื่ออาชีพและสร้างขีด ความสามารถในการแข่งขันของประเทศ 2) พัฒนาสมรรถนะอาชีพในทักษะอนาคต (Future Skills) โดยการ Up-Skill Re-Skill และNew-Skill และการเป็นผู้ประกอบการ ภายใต้ศูนย์ พัฒนาอาชีพและการเป็นผู้ประกอบการ สร้างความร่วมมือกับภาคเอกชนและสถาน ประกอบการ และนโยบายจุดเน้น 3) การยกระดับพัฒนาคุณภาพการจัดการอาชีวศึกษาโดยใช้ พื้นที่เป็นฐานโดยใช้ Big Data ขับเคลื่อนการดำเนินการศูนย์อาชีวศึกษาทวิภาคีเขตพื้นที่ เพื่อ พัฒนาทักษะวิชาชีพผู้เรียนผ่านการฝึกประสบการณ์และการปฏิบัติจริง ขยายโอกาสทาง การศึกษาให้กับเยาวชน ผู้ด้อยโอกาส และผู้พิการอย่างเท่าเทียม พัฒนาศักยภาพครูและ บุคลากรอาชีวศึกษาให้มีสมรรถนะในการใช้และสร้างนวัตกรรมการเรียนรู้ที่ทันสมัย
2 การพัฒนาทักษะทางวิชาชีพเป็นเรื่องสำคัญสำหรับองค์กรเนื่องจากบุคลากรที่มีทักษะ การทำงานที่ดีจะช่วยขับเคลื่อนองค์กรไปสู่การประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย ดังนั้นการ เชื่อมโยงความรู้ความเข้าใจทักษะวิชาชีพบัญชีตาม มาตรฐานการศึกษาระหว่างประเทศสำหรับผู้ ประกอบวิชาชีพบัญชี International Education Standards for Professional Accountants (IES) ได้กำหนดมาตรฐานของแนวทางปฏิบัติที่ดีในการศึกษาและพัฒนาผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีซึ่งเป็น ที่ยอมรับกันโดยทั่วไป มาตรฐานการศึกษาระหว่างประเทศสำหรับผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีได้เสนอ เกณฑ์มาตรฐานที่องค์กรสมาชิกสมควรปฏิบัติให้ได้เพื่อการเตรียมตัวและการพัฒนาของผู้ประกอบ วิชาชีพบัญชีอย่างต่อเนื่อง เกณฑ์มาตรฐานเหล่านี้เป็นองค์ประกอบที่สำคัญของเนื้อหากระบวนการใน การให้การศึกษาและพัฒนาให้อยู่ในระดับที่สามารถนำไปใช้และเป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ มาตรฐานการศึกษาระหว่างประเทศสำหรับผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีฉบับที่ 6 (IES6) เรื่อง การวัดผล ขีดความสามารถและสมรรถนะ (สภาวิชาชีพบัญชีในพระบรมราชูปถัมภ์. 2565) ซึ่งประกอบด้วยการ พัฒนาทักษะวิชาชีพบัญชี ฉบับที่ 2 (IES2) เรื่อง เนื้อหาของโปรแกรมการศึกษาทางวิชาชีพบัญชี จุดมุ่งหมายของมาตรฐาน ฉบับที่ 3 (IES3) เรื่อง ทักษะทางวิชาชีพ ฉบับที่ 4 (IES4) เรื่อง ค่านิยม จรรยาบรรณ และทัศนคติทางวิชาชีพ วิทยาลัยอาชีวศึกษาแพร่ เป็นสถานศึกษาในสังกัดสถาบันการอาชีวศึกษาภาคเหนือ 2 สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา โดยทำการเปิดสอนหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) และหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) โดยหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ชั้นปี ที่ 3 นักเรียนต้องออกฝึกประสบการณ์วิชาชีพยังสถานประกอบการ ดังนั้นเพื่อเป็นการเตรียมความ พร้อมให้แก่นักเรียน วิทยาลัยอาชีวศึกษาแพร่ มีนวัตกรรมบริหารสถานศึกษา โดยใช้ PVC Model เป็นโครงการยกระดับคุณภาพการจัดอาชีวศึกษาแบบ มีส่วนร่วม ในปีการศึกษา 2565 มีแนวคิดใน การพัฒนา นักเรียน นักศึกษา ส่งเสริมให้ผู้เรียนมีสมรรถนะอาชีพของตนเอง และมีทักษะที่ 2 ที่ 3 มีความสามารถที่หลากหลาย นอกเหนือจากวิชาชีพของตนเอง ทั้งนี้ สถานศึกษาจัดการเรียนการสอน โดยเน้นทักษะที่สำคัญในการใช้ชีวิตและการทำงาน ในศตวรรษที่ 21 ที่สอดคล้องกับจุดเน้นการ ปฏิบัติราชการของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 เลขาธิการ คณะกรรมการการอาชีวศึกษา เพื่อให้ผู้เรียนและผู้สำเร็จการศึกษามีคุณลักษณะที่พึงประสงค์ตรงตาม ความต้องการของตลาดแรงงาน สาขางานการบัญชีเป็นส่วนหนึ่งของวิทยาลัยอาชีวศึกษาแพร่ ซึ่งการ จัดการเรียนการสอนที่ผ่านมาได้ประสบปัญหา เรื่อง การฝึกทักษะด้านการปฏิบัติด้านการจัดทำ เอกสารประกอบการบันทึกบัญชี การป้อนข้อมูล รวมทั้งการออกรายงานและการจัดทำงบการเงิน ผ่านการใช้คอมพิวเตอร์ และในแบบเรียนมีเพียงการฝึกทักษะพื้นฐานจึงไม่เพียงพอให้นักเรียนได้ พัฒนาสมรรถนะอาชีพทางการบัญชีทั้งนี้ ได้เล็งเห็นความสำคัญถึงแนวทางในการส่งเสริมการพัฒนา
3 ทักษะทางบัญชี เพื่อพัฒนานวัตกรรมและยกระดับการพัฒนาสมรรถนะอาชีพทางการบัญชีในทักษะ อนาคต ดังนั้น ผู้วิจัยจึงสนใจพัฒนาสมรรถนะอาชีพทางการบัญชีในทักษะอนาคต โดยพัฒนาการ ชุดฝึกสมรรถนะอาชีพทางการบัญชี เพื่อทักษะอนาคต วิชาการใช้คอมพิวเตอร์ในงานบัญชี สำหรับ นักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ วิทยาลัยอาชีวศึกษาแพร่ เพื่อเป็นการพัฒนาสมรรถนะอาชีพ ทางการบัญชีของนักเรียนให้มีสมรรถนะอาชีพทางการบัญชีที่จำเป็นในการประกอบอาชีพในอนาคต ต่อไป 2. วัตถุประสงค์การวิจัย 2.1 เพื่อพัฒนาการพัฒนาชุดฝึกสมรรถนะอาชีพทางการบัญชี เพื่อทักษะอนาคต วิชาการใช้คอมพิวเตอร์ในงานบัญชี สำหรับนักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ วิทยาลัย อาชีวศึกษาแพร่ ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์มาตรฐาน 80/80 2.2 เพื่อเปรียบเทียบสมรรถนะอาชีพทางการบัญชี ของนักเรียนก่อนและหลังใช้ชุดฝึก สมรรถนะอาชีพทางการบัญชี เพื่อทักษะอนาคต วิชาการใช้คอมพิวเตอร์ในงานบัญชี สำหรับนักเรียน ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ วิทยาลัยอาชีวศึกษาแพร่ 2.3 เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนต่อ ชุดฝึกสมรรถนะอาชีพทางการบัญชี เพื่อทักษะ อนาคต วิชาการใช้คอมพิวเตอร์ในงานบัญชี สำหรับนักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ วิทยาลัย อาชีวศึกษาแพร่ 3. สมมติฐานการวิจัย 3.1 ชุดฝึกชุดฝึกสมรรถนะอาชีพทางการบัญชี เพื่อทักษะอนาคต วิชาการใช้คอมพิวเตอร์ ในงานบัญชี สำหรับนักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ วิทยาลัยอาชีวศึกษาแพร่มีประสิทธิภาพ ตามเกณฑ์มาตรฐาน 80/80 3.2 นักเรียนที่เรียนรู้ด้วยชุดฝึกชุดฝึกสมรรถนะอาชีพทางการบัญชี เพื่อทักษะอนาคต วิชาการใช้คอมพิวเตอร์ในงานบัญชี สำหรับนักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ วิทยาลัย อาชีวศึกษาแพร่ มีสมรรถนะอาชีพทางการบัญชี หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน
4 3.3 นักเรียนมีความพึงพอใจต่อ ชุดฝึกสมรรถนะอาชีพทางการบัญชี เพื่อทักษะอนาคต วิชาการใช้คอมพิวเตอร์ในงานบัญชี สำหรับนักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ วิทยาลัย อาชีวศึกษาแพร่ ในระดับมากขึ้นไป 4. ขอบเขตของการวิจัย การวิจัยในครั้งนี้เป็นการพัฒนาชุดฝึกสมรรถนะอาชีพทางการบัญชี เพื่อทักษะอนาคต วิชาการใช้คอมพิวเตอร์ในงานบัญชี สำหรับนักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ วิทยาลัย อาชีวศึกษาแพร่ โดยมีรายละเอียด ดังนี้ 4.1 ขอบเขตด้าน เนื้อหา ชุดฝึกสมรรถนะอาชีพทางการบัญชี เพื่อทักษะอนาคต วิชาการใช้คอมพิวเตอร์ในงานบัญชี สำหรับนักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ วิทยาลัย อาชีวศึกษาแพร่ ประกอบด้วย เนื้อหาจำนวน 4 เรื่อง ได้แก่ 1) การบันทึกรายการรายวัน 2) การ ปรับปรุงรายการบัญชีและการปิดบัญชี 3) การพิมพ์รายงาน 4) รายงานทางการเงินการออกรายงาน นำเสนอข้อมูลในรูปแบบข้อความ และแผนภูมิ ในรายวิชาการใช้คอมพิวเตอร์ในงานบัญชีรหัสวิชา 20101-2007 ตามหลักสูตรระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ปี 2562 ของสำนักงาน คณะกรรมการการอาชีวศึกษา 4.2 ขอบเขตด้าน ประชากร/กลุ่มตัวอย่าง ประชากร ในการวิจัยครั้งนี้ คือ นักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) สาขาวิชาการบัญชี วิทยาลัยอาชีวศึกษาแพร่ ชั้นปีที่ 2 จำนวน 3 กลุ่ม ได้แก่ ปวช.2 กลุ่ม 1 ปวช.2 กลุ่ม 2 และ ปวช.2 กลุ่ม 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565 จำนวน 82 คน กลุ่มตัวอย่าง ในการวิจัยครั้งนี้ คือ นักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) สาขาวิชาการบัญชี วิทยาลัยอาชีวศึกษาแพร่ ชั้นปีที่ 2 กลุ่ม 2 ที่ลงทะเบียนเรียนในรายวิชาการใช้ คอมพิวเตอร์ในงานบัญชีรหัสวิชา 20101-2007 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565 จำนวน 28 คน โดยการสุ่มแบบแบ่งกลุ่ม 4.3 ขอบเขตด้านตัวแปร 4.3.1 ตัวแปรต้น ชุดฝึกสมรรถนะอาชีพทางการบัญชี เพื่อทักษะอนาคต วิชาการใช้คอมพิวเตอร์ในงานบัญชี สำหรับนักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ วิทยาลัยอาชีวศึกษาแพร่
5 4.3.2 ตัวแปรตาม 1. ชุดฝึกสมรรถนะอาชีพทางการบัญชี เพื่อทักษะอนาคต วิชาการใช้คอมพิวเตอร์ในงานบัญชี สำหรับนักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ วิทยาลัย อาชีวศึกษาแพร่ มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์มาตรฐาน 80/80 2. สมรรถนะอาชีพทางการบัญชีของนักเรียน ก่อนและหลังใช้ชุดฝึก สมรรถนะอาชีพทางการบัญชี เพื่อทักษะอนาคต วิชาการใช้คอมพิวเตอร์ในงานบัญชี สำหรับนักเรียน ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ วิทยาลัยอาชีวศึกษาแพร่ 3 ความพึงพอใจต่อ ชุดฝึกสมรรถนะอาชีพทางการบัญชี เพื่อทักษะอนาคต วิชาการใช้คอมพิวเตอร์ในงานบัญชี สำหรับนักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ วิทยาลัย อาชีวศึกษาแพร่ 4.4 ขอบเขตด้านเวลา ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565 4.5 ขอบเขตด้านพื้นที่สาขาวิชาการบัญชี วิทยาลัยอาชีวศึกษาแพร่ 5. กรอบแนวคิดการวิจัย ชุดฝึกสมรรถนะอาชีพทางการบัญชี เพื่อ ทักษะอนาคต วิชาการใช้คอมพิวเตอร์ในงาน บัญชี สำหรับนักเรียนระดับประกาศนียบัตร วิชาชีพ วิทยาลัยอาชีวศึกษาแพร่ 1. ชุดฝึกสมรรถนะอาชีพทางการบัญชี เพื่อทักษะอนาคต วิชาการใช้คอมพิวเตอร์ในงานบัญชี สำหรับนักเรียนระดับ ประกาศนียบัตรวิชาชีพ วิทยาลัยอาชีวศึกษาแพร่ มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์มาตรฐาน 80/80 2. สมรรถนะอาชีพทางการบัญชีของนักเรียน ก่อนและ หลังใช้ชุดฝึกสมรรถนะอาชีพทางการบัญชี เพื่อทักษะ อนาคต วิชาการใช้คอมพิวเตอร์ในงานบัญชี สำหรับ นักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ วิทยาลัย อาชีวศึกษาแพร่ 3 ความพึงพอใจต่อ ชุดฝึกสมรรถนะอาชีพทางการบัญชี เพื่อทักษะอนาคต วิชาการใช้คอมพิวเตอร์ในงานบัญชี สำหรับนักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ วิทยาลัย อาชีวศึกษาแพร่ อาชีวศึกษาแพร่
6 6. นิยามศัพท์เฉพาะ 6.1 ชุดฝึกสมรรถนะอาชีพทางการบัญชี เพื่อทักษะอนาคต วิชาการใช้คอมพิวเตอร์ใน งานบัญชี สำหรับนักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ วิทยาลัยอาชีวศึกษาแพร่หมายถึง แผนการ จัดการเรียนรู้ สื่อ ใบงาน แบบทดสอบก่อนและหลังเรียน ที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้นเพื่อพัฒนาสมรรถนะ ทางการบัญชีในอนาคตของผู้ประกอบอาชีพทางบัญชี ตามหลักสูตรระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ของสำนักงานคณะกรรมการการ อาชีวศึกษา 6.2 มาตรฐานการศึกษาระหว่างประเทศสำหรับผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีเป็นมาตรฐาน กำหนดคุณสมบัติค้านการศึกษา ความรู้ ความสามารถในการ ปฏิบัติงาน วิชาชีพบัญชีทักษะทาง วิชาชีพ รวมถึงจรรยาบรรณของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี ซึ่งกำหนดโดยสหพันธ์นักบัญชีระหว่าง ประเทศ (IFAC) 7. ประโยชน์ที่ได้รับ 8.1 ได้ชุดฝึกสมรรถนะอาชีพทางการบัญชี เพื่อทักษะอนาคต วิชาการใช้คอมพิวเตอร์ ในงานบัญชี สำหรับนักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ วิทยาลัยอาชีวศึกษาแพร่มีประสิทธิภาพ ตามเกณฑ์มาตรฐาน 80/80 เพื่อใช้เป็นแนวทางในการจัดการเรียนการสอนในปีการศึกษาต่อไป 8.2 สมรรถนะอาชีพทางการบัญชีในทักษะอนาคต และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ของนักเรียนที่ใช้ชุดฝึกสมรรถนะอาชีพทางการบัญชี เพื่อทักษะอนาคต วิชาการใช้คอมพิวเตอร์ ในงานบัญชี สำหรับนักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ วิทยาลัยอาชีวศึกษาแพร่สูงขึ้น 8.3 ใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาชุดฝึกในรายวิชาที่เกี่ยวข้องในอนาคต
บทที่ 2 เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง งานวิจัย เรื่อง การพัฒนาชุดฝึกสมรรถนะอาชีพทางการบัญชี เพื่อทักษะอนาคต วิชาการ ใช้คอมพิวเตอร์ในงานบัญชี สำหรับนักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ วิทยาลัยอาชีวศึกษาแพร่ ผู้จัดทำได้ค้นคว้าเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องดังนี้ 1. หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ พุทธศักราช 2562 2. หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ พุทธศักราช 2562 ประเภทวิชาพาณิชยกรรม สาขาวิชาการบัญชี 3. รายวิชา 20201-2007 การใช้คอมพิวเตอร์ในงานบัญชี 4. มาตรฐานการศึกษาระหว่างประเทศสำหรับผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี 5. ชุดการสอน 6. งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 1. หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ พุทธศักราช 2562 งานวิจัยเรื่องการพัฒนาชุดฝึกสมรรถนะอาชีพทางการบัญชี เพื่อทักษะอนาคต วิชาการ ใช้คอมพิวเตอร์ในงานบัญชี สำหรับนักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ วิทยาลัยอาชีวศึกษาแพร่ ได้อ้างอิงหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ พุทธศักราช 2562 เป็นหลักสูตรหลังมัธยมศึกษาตอนต้น หรือเทียบเท่า ที่พัฒนาขึ้นเพื่อใช้ในการจัดการศึกษาด้านวิชาชีพระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ และ เพื่อยกระดับการศึกษาวิชาชีพของบุคคลให้สูงขึ้น สอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม แห่งชาติ แผนการศึกษาแห่งชาติ เป็นไปตามกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ มาตรฐานการศึกษาของชาติ และ กรอบคุณวุฒิอาชีวศึกษาแห่งชาติตลอดจนยึดโยงกับมาตรฐานอาชีพ โดยเน้นการเรียนรู้สู่การปฏิบัติ เพื่อพัฒนาสมรรถนะกำลังคนระดับฝีมือรวมทั้งคุณธรรม จริยธรรม จรรยาบรรณวิชาชีพ และกิจนิสัย ที่เหมาะสมในการทำงาน ให้สอดคล้องกับความต้องการกำลังคนของตลาดแรงงาน ชุมชน สังคม และ สามารถประกอบอาชีพอิสระได้โดยเปิดโอกาสให้ผู้เรียนเลือกระบบและวิธีการเรียนได้อย่างเหมาะสม ตามศักยภาพ ตามความสนใจและโอกาสของตนส่งเสริมให้มีการประสานความร่วมมือเพื่อจัด การศึกษาและพัฒนาหลักสูตรร่วมกันระหว่างสถาบันสถานศึกษา หน่วยงาน สถานประกอบการและ องค์กรต่าง ๆ ทั้งในระดับชุมชนระดับท้องถิ่นและระดับชาติ
8 2. หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ พุทธศักราช 2562 ประเภทวิชาพาณิชยกรรม สาขาวิชาการ บัญชี งานวิจัย เรื่อง การพัฒนาชุดฝึกสมรรถนะอาชีพทางการบัญชี เพื่อทักษะอนาคต วิชาการ ใช้คอมพิวเตอร์ในงานบัญชี สำหรับนักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ วิทยาลัยอาชีวศึกษาแพร่ ได้คำนึงถึง หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ พุทธศักราช 2562 ประเภทวิชาพาณิชยกรรม สาขาวิชา การบัญชี มีจุดประสงค์สาขาวิชา เพื่อให้สามารถประยุกต์ใช้ความรู้และทักษะด้านภาษาและการ สื่อสาร ทักษะการคิดและ การแก้ปัญหา ทักษะทางสังคมและการดำรงชีวิตในการพัฒนาตนเองและ วิชาชีพ เพื่อให้มีความเข้าใจและสามารถประยุกต์ใช้หลักการบริหารและจัดการวิชาชีพ การใช้ เทคโนโลยีสารสนเทศการบัญชีให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงและความก้าวหน้าของเศรษฐกิจ สังคมและ เทคโนโลยีเข้าใจในหลักการและกระบวนการทำงานในกลุ่มงานพื้นฐานด้านการบัญชี ปฏิบัติงาน บริการทางการบัญชีตามหลักการและกระบวนการทางธุรกิจ ปฏิบัติงานด้านการบัญชีในสถาน ประกอบการและประกอบอาชีพอิสระ รวมทั้งการใช้ความรู้ และทักษะเป็นพื้นฐานในการศึกษาต่อใน ระดับสูงขึ้นได้ 3. รายวิชา 20201-2007 การใช้คอมพิวเตอร์ในงานบัญชี งานวิจัยเรื่อง การพัฒนาชุดฝึกสมรรถนะอาชีพทางการบัญชี เพื่อทักษะอนาคต วิชาการ ใช้คอมพิวเตอร์ในงานบัญชี สำหรับนักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ วิทยาลัยอาชีวศึกษาแพร่ ได้อ้างอิงรายวิชาการใช้คอมพิวเตอร์ในงานบัญชีรหัสวิชา 20201-2007 (1-4-3) (Using Computer in Accounting) มีวิชาบังคับก่อน :20201-2001 การบัญชีธุรกิจซื้อขายสินค้า 3.1 จุดประสงค์รายวิชา เพื่อให้ 3.1.1 เข้าใจหลักการใช้คอมพิวเตอร์ในงานบัญชีเกี่ยวกับเอกสารทางการค้า และ กระบวนการจัดทำบัญชีของธุรกิจ 3.1.2 มีทักษะการปฏิบัติงานบัญชีโดยการใช้คอมพิวเตอร์ในงานบัญชี 3.1.3 มีกิจนิสัย มีระเบียบ ละเอียดรอบคอบ ซื่อสัตย์ มีวินัย ตรงต่อเวลา และ มีเจตคติ ที่ดีต่อวิชาชีพบัญชี 3.2 สมรรถนะรายวิชา 3.2.1 แสดงความรู้เกี่ยวกับการใช้คอมพิวเตอร์ในงานบัญชี 3.2.2 จัดทำบัญชีโดยใช้คอมพิวเตอร์เกี่ยวกับเอกสารทางการค้าและการบันทึก ข้อมูล รายการค้า 3.3.3 จัดทำงบการเงินตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
9 3.3 คำอธิบายรายวิชา ศึกษาและปฏิบัติเกี่ยวกับรายการทางการบัญชีของกิจการบริการและกิจการซื้อ ขาย สินค้า โดยจัดทำเอกสารประกอบการบันทึกบัญชี การป้อนข้อมูล รวมทั้งการออกรายงานและ การ จัดทำงบการเงินผ่านการใช้ คอมพิวเตอร์ 4 มาตรฐานการศึกษาระหว่างประเทศสำหรับผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี งานวิจัยเรื่อง การพัฒนาชุดฝึกสมรรถนะอาชีพทางการบัญชี เพื่อทักษะอนาคต วิชาการใช้ คอมพิวเตอร์ในงานบัญชี สำหรับนักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ วิทยาลัยอาชีวศึกษาแพร่ ผู้วิจัยได้ศึกษา มาตรฐานการศึกษาระหว่างประเทศสำหรับผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี (International Education Standards for Professional Accountants : IES) (สภาวิชาชีพบัญชีในพระบรม ราชูปถัมภ์, 2556) เป็นมาตรฐานก าหนดคุณสมบัติด้านการศึกษา ความรู้ ความสามารถในการ ปฏิบัติงาน วิชาชีพบัญชีทักษะทางวิชาชีพ รวมถึงจรรยาบรรณของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี ซึ่งกำหนด โดยสหพันธ์นักบัญชีระหว่างประเทศ (IFAC) มีจำนวน 8 ฉบับคือ IES 1 – IES8 5. ชุดฝึก สื่อการเรียนรู้ ที่นิยมใช้ประกอบการจัดการเรียนรู้อย่างหลากหลาย เป็นตัวช่วยสร้างความ เข้าใจให้แก่ผู้เรียน และฝึกให้ผู้เรียนเกิดความชำนาญในบทเรียนนั้น ๆ จากการศึกษา สรุปได้ว่าชุดฝึก ฝึกทักษะเป็น สื่อ กิจกรรม หรือวิธีการ ที่ผู้สอนสร้างและพัฒนาขึ้นเพื่อให้ผู้เรียนเกิด ความรู้ ทักษะ จนเกิดความชำนาญ จนสามารถนำไปใช้ในการเรียนในวิชาที่เกี่ยวช้องหรือในชีวิตประจำวันได้ ดังนั้น ชุดฝึกทักษะ จึงมีความสำคัญต่อการเรียนรู้ของนักเรียน การสร้างชุดฝึกทักษะให้มีประสิทธิภาพต้อง คำนึงถึงคือ หลักจิตวิทยาที่นำมาใช้ในการสร้างชุดฝึก ให้มีความเหมาะสมกับความรู้ ความสามารถ และความสนใจของผู้เรียน ตลอดจนความแตกต่างระหว่างบุคคลของผู้เรียน ซึ่งมีผู้วิจัยได้ศึกษาถึง หลักจิตวิทยาที่นำมาใช้ในการสร้างชุดฝึก 6. งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง งานวิจัยเรื่องการพัฒนาชุดฝึกสมรรถนะอาชีพทางการบัญชี เพื่อทักษะอนาคต วิชาการ ใช้คอมพิวเตอร์ในงานบัญชี สำหรับนักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ วิทยาลัยอาชีวศึกษาแพร่ ผู้วิจัยได้ศึกษางานวิจัยที่เกี่ยวข้องของ ภัทรภร ลิ่มเจริญ (2565: บทคัดย่อ) ได้ทำการวิจัยเรื่อง รูปแบบการเรียนการสอนทักษะ ปฏิบัติตามองค์ประกอบของทักษะร่วมกับชุดฝึกทักษะเรื่องการวิเคราะห์รายการค้าที่มีต่อผลสัมฤทธิ์
10 ทางการเรียนและทักษะปฏิบัติของนักศึกษาระดับชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง ระดับชั้นปีที่ 1 งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เปรียบเทียบทักษะปฏิบัติของนักศึกษาระดับชั้นประกาศนียบัตร วิชาชีพชั้นสูงชั้นปีที่ 1 โดยใช้รูปแบบการเรียนการสอนทักษะปฏิบัติตามองค์ประกอบของทักษะ ร่วมกับชุดฝึกทักษะเรื่องการวิเคราะห์รายการค้า 2) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักศึกษา ระดับชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง ชั้นปีที่ 1 โดยใช้รูปแบบการเรียนการสอนทักษะปฏิบัติตาม องค์ประกอบของทักษะร่วมกับชุดฝึกทักษะ เรื่องการวิเคราะห์รายการค้า 3) ศึกษาความพึงพอใจ ของนักศึกษาระดับชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง ชั้นปีที่ 1 ที่มีต่อรูปแบบการเรียนการสอนทักษะ ปฏิบัติตามองค์ประกอบของทักษะร่วมกับชุดฝึกทักษะ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย คือ นักศึกษา ระดับชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง ชั้นปีที่ 1 วิทยาลัยอาชีวศึกษาวีรศิลปิน จังหวัด นครศรีธรรมราช จำนวนนักเรียน 14 คน ได้มาโดยวิธีสุ่มแบบกลุ่ม เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบ ไปด้วย 1) แผนการจัดการเรียนรู้ จำนวน 6 แผน 2) แบบทดสอบวัดทักษะปฏิบัติ 2 ข้อ 3) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน 20 ข้อ 4) แบบสอบถามความพึงพอใจ 18 ข้อ วิเคราะห์ ข้อมูลใช้ค่าสถิติ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและทดสอบค่าที ผลการวิจัยพบว่า 1) ทักษะปฏิบัติ ของนักศึกษาระดับชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง ระดับชั้นปีที่ 1 โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียน การสอนทักษะปฏิบัติตามองค์ประกอบของทักษะร่วมกับชุดฝึกทักษะเรื่องการวิเคราะห์รายการค้า หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 2) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของ นักศึกษาระดับชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง ระดับชั้นปีที่ 1 โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนการ สอนทักษะปฏิบัติตามองค์ประกอบของทักษะร่วมกับชุดฝึกทักษะ เรื่องการวิเคราะห์รายการค้า หลัง เรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 3) ความพึงพอใจของนักศึกษาระดับชั้น ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง ระดับชั้นปีที่ 1 ที่มีต่อรูปแบบการจัดการเรียนการสอนทักษะปฏิบัติตาม องค์ประกอบของทักษะร่วมกับชุดฝึกทักษะ เรื่องการวิเคราะห์รายการค้า อยู่ในระดับมาก จิรสุดา บุญรอดวรกุล ( 2564 : คุรุสภาจารย์ ปีที่ 2 ฉบับที่ 1 มกราคม – เมษายน : หน้า 77-89 ) ได้ทำการวิจัยเรื่อง การพัฒนาทักษะการทำงานโดยใช้แบบฝึกทักษะร่วมกับบทเรียน ออนไลน์รายวิชา ความรู้เกี่ยวกับงานอาชีพ รหัสวิชา 2001-1001 สำหรับนักเรียนระดับ ประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ชั้นปีที่ 1โรงเรียนหนองชุมแสงวิทยา จังหวัดเพชรบุรี โดยเป็นการวิจัย เชิงทดลองมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างและหาประสิทธิภาพของแบบฝึกทักษะที่ใช้ร่วม กับบทเรียน ออนไลน์ ศึกษาทักษะการทำงาน เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลังเรียน และศึกษา ความพึงพอใจของนักเรียนที่เรียนโดยใช้แบบฝึกทักษะร่วมกับบทเรียนออนไลน์ เรื่อง การเช่าซื้อที่ใช้ ในชีวิตประจำวันกลุ่มเป้าหมายเป็นนักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ ชั้นปีที่ 1 ภาคเรียนที่ 1 ปี การศึกษา 2562โรงเรียนหนองชุมแสงวิทยา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 10 จังหวัด เพชรบุรี โดยเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แผนการจัดการเรียนรู้ แบบประเมินทักษะการทำงาน
11 แบบฝึกทักษะและบทเรียนออนไลน์ แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และแบบสอบถามความ พึงพอใจ สถิติที่ใช้วิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และค่าสถิติ t-test ผลการวิจัยพบว่า แบบฝึกทักษะที่ใช้ร่วมกับบทเรียนออนไลน์มีประสิทธิภาพ ทักษะการ ทำงานของนักเรียนอยู่ในระดับมากที่สุด ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนที่หลังเรียนสูงกว่าก่อน เรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และความพึงพอใจของนักเรียนอยู่ในระดับมากที่สุด ถวิล มาทัง และ อัจจิมา ผลผลา ( 2565 : บทคัดย่อ ) ได้ทำการวิจัยเรื่อง การสร้างและ หาประสิทธิภาพเอกสารประกอบการสอน วิชาเครื่องกลไฟฟ้า 2 รหัสวิชา 3104-2102 โดยการศึกษา ครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ (1) เพื่อสร้างเอกสารประกอบการสอน วิชาเครื่องกลไฟฟ้า 2 รหัสวิชา3104 - 2102 (2) เพื่อหาประสิทธิภาพของเอกสารประกอบการสอนวิชาเครื่องกลไฟฟ้า 2 รหัสวิชา 3104 - 2102(3) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของครูผู้สอนรายวิชา เครื่องกลไฟฟ้า 2 รหัสวิชา 3104 - 2102 ต่อ เอกสารประกอบการสอนรายวิชา เครื่องกลไฟฟ้า 2 รหัสวิชา 3104 - 2102 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการ วิจัยครั้งนี้ เป็นนักศึกษาที่กำลังศึกษาในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง สาขาวิชาไฟฟ้ากำลัง ระดับชั้น ปวส. 2 ที่ลงทะเบียนเรียนวิชาเครื่องกลไฟฟ้า 2 รหัสวิชา 3104 - 2102 ภาคเรียนที่ 1 ปี การศึกษา 2563 วิทยาลัยเทคนิคยะลา ใช้วิธีการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) โดยใช้ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ 1) เอกสารประกอบการเรียนการสอน วิชา เครื่องกลไฟฟ้า 2 รหัสวิชา 3104 - 2102 2) แบบประเมินคุณภาพเอกสารประกอบการเรียนการสอน 3) แบบทดสอบวัด ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลังเรียน 4) แบบสอบถามความพึงพอใจของครูผู้สอนที่มีต่อเอกสาร ประกอบการเรียนการสอน ผลการศึกษาพบว่า 1) ประสิทธิภาพเอกสารประกอบการเรียนการสอน วิชาเครื่องกลไฟฟ้า 2 รหัสวิชา 3104 - 2102 ทั้งหมด 5 หน่วยการเรียนรู้ มีประสิทธิภาพ E1/E2 เท่ากับ76.11/75.36 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนดไว้ 75/75 เป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้ 2) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังการใช้เอกสารประกอบการสอน สูงกว่าก่อนการใช้เอกสาร ประกอบการสอน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 และ 3) ครูผู้สอนมีความพึงพอใจต่อเอกสาร ประกอบการเรียนการสอน อยู่ในระดับมากค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.48 ดารณี จุนเจือวงศ์(2563 : บทคัดย่อ) ได้ทำการวิจัยเรื่อง การพัฒนาแบบฝึกทักษะการ เข้าใจความหมายคำศัพท์ภาษาอังกฤษ จากบริบทโดยใช้เทคนิคการบอกกระบวนการความคิด สำหรับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อ 1) พัฒนาและหา ประสิทธิภาพแบบฝึกทักษะการเข้าใจความหมายคำศัพท์ภาษาอังกฤษจากบริบทโดยใช้เทคนิคการ บอกกระบวนการความคิด สำหรับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 2) เปรียบเทียบทักษะการเข้าใจความหมายคำศัพท์ภาษาอังกฤษจากบริบทของนักเรียน ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ก่อนและหลังการใช้แบบฝึกทักษะการเข้าใจความหมายคำศัพท์ ภาษาอังกฤษจากบริบทโดยใช้เทคนิคการบอกกระบวนการความคิด 3) ศึกษาความพึงพอใจของ
12 นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ที่มีต่อแบบฝึกทักษะการเข้าใจความหมายคำศัพท์ภาษาอังกฤษจาก บริบทโดยใช้เทคนิคการบอกกระบวนการความคิด กลุ่มตัวอย่างคือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 จำนวน 23 คน ของโรงเรียนมัธยมวิภาวดี ได้มาจากการสุ่มอย่างง่าย (simple random sampling) โดยใช้ห้องเรียนเป็นหน่วยสุ่ม จำนวน 1 ห้องเรียน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย 1) แผนการ จัดการเรียนรู้ 2) แบบฝึกทักษะการเข้าใจความหมายคำศัพท์ภาษาอังกฤษจากบริบท 3) แบบสอบถาม ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อแบบฝึกทักษะการเข้าใจความหมายคำศัพท์ภาษาอังกฤษจากบริบท โดยใช้เทคนิคการบอกกระบวนการความคิด การวิเคราะห์ข้อมูลใช้ค่าเฉลี่ย (x̄) ส่วนเบี่ยงเบน มาตรฐาน (S.D.) และค่าสถิติทดสอบทีแบบไม่เป็นอิสระต่อกัน (t-test dependent) ผลการวิจัย พบว่า 1) ประสิทธิภาพของแบบฝึกทักษะการเข้าใจความหมายคำศัพท์ภาษาอังกฤษจากบริบทโดย ใช้เทคนิคการบอกกระบวนการความคิดอยู่ในเกณฑ์ 80.54/80.58 ซึ่งเป็นตามเกณฑ์ 80/80 2) ทักษะการเข้าใจความหมายคำศัพท์ภาษาอังกฤษจากบริบทนักเรียน สูงกว่าอย่างมีนัยสำคัญทาง สถิติที่ระดับ .05 3) ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อแบบฝึกทักษะในภาพรวมอยู่ในระดับดี นูรีมาน สือรี(2563:41) เรื่องการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเรื่องเลขยกกำลัง โดยใช้แบบ ฝึกทักษะสำหรับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ที่พบว่ามีประสิทธิภาพเท่ากับ 80.84/80.11 และ สอดคล้องกับผลงานวิจัยของ ดารณี จุนเจือวงค์ (2563: 107) เรื่องการพัฒนาแบบฝึกทักษะการเข้าใจ ความหมายคำศัพท์ภาษาอังกฤษจากบริบทโดยใช้เทคนิคการบอกกระบวนการความคิด สำหรับ นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 มีค่าประสิทธิ์ภาพเท่ากับ 80.54/80.58 พบว่าหลังเรียนมีค่าสูง กว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ที่ระดับ 0.01 และพบว่าความพึงพอใจที่มีต่อการเรียน คณิตศาสตร์โดยใช้แบบฝึกทักษะวิชาคณิตศาสตร์ เรื่องเลขยกกำลัง โดยภาพรวมนักเรียนมีความพึง พอใจในระดับมาก ซึ่งมีค่าระดับความพึงพอใจ 4.38
บทที่3 วิธีดำเนินการวิจัย การดำเนินการพัฒนาชุดฝึกสมรรถนะอาชีพทางการบัญชี เพื่อทักษะอนาคต วิชาการใช้ คอมพิวเตอร์ในงานบัญชี สำหรับนักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ วิทยาลัยอาชีวศึกษาแพร่ ในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์1. เพื่อพัฒนาชุดฝึกสมรรถนะอาชีพทางการบัญชีในทักษะอนาคต วิชาการใช้ คอมพิวเตอร์ในงานบัญชีของนักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ วิทยาลัยอาชีวศึกษาแพร่ ให้มี ประสิทธิภาพตามเกณฑ์มาตรฐาน 80/80 2. เพื่อเปรียบเทียบสมรรถนะอาชีพทางการบัญชี ของนักเรียนก่อนและหลังใช้ชุดฝึกสมรรถนะอาชีพทางการบัญชี เพื่อทักษะอนาคต วิชาการใช้ คอมพิวเตอร์ในงานบัญชี สำหรับนักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ วิทยาลัยอาชีวศึกษาแพร่ และ 3. เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนต่อ ชุดฝึกสมรรถนะอาชีพทางการบัญชี เพื่อทักษะอนาคต วิชาการใช้คอมพิวเตอร์ในงานบัญชี สำหรับนักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ วิทยาลัย อาชีวศึกษาแพร่ ผู้จัดทำได้ดำเนินการ ดังนี้ 1. ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง ในการวิจัยครั้งนี้ ประชากร คือ นักเรียนระดับ ประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) สาขาวิชาการบัญชี วิทยาลัยอาชีวศึกษาแพร่ ชั้นปีที่ 2 จำนวน 3 กลุ่ม ได้แก่ ปวช.2 กลุ่ม 1 กลุ่ม 2 และกลุ่ม 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565 จำนวน 82 คน กลุ่มตัวอย่าง ในการวิจัยครั้งนี้ คือ นักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) สาขาวิชา การบัญชี วิทยาลัยอาชีวศึกษาแพร่ ชั้นปีที่ 2 กลุ่ม 2 ที่ลงทะเบียนเรียนในรายวิชาการใช้คอมพิวเตอร์ ในงานบัญชี รหัสวิชา 20101-2007 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565 จำนวน 28 คน โดยการสุ่ม แบบแบ่งกลุ่ม 2. ขั้นตอนการสร้างเครื่องมือ 2.1 ก า ร ส ร้ า งเค รื่ อ งมื อ เค รื่ อ งมื อ ที่ ใช้ ใน ก า ร วิ จั ย ป ร ะ ก อ บ ด้ ว ย 2.1.1 นวัตกรรม คือ ชุดฝึกสมรรถนะอาชีพทางการบัญชี เพื่อทักษะ อนาคต วิชาการใช้คอมพิวเตอร์ในงานบัญชี สำหรับนักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ วิทยาลัย อาชีวศึกษาแพร่ 2.1.2 เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล คือ แบบทดสอบก่อนและ หลังเรียน แบบสอบถามความพึงพอใจ ประกอบชุดฝึกสมรรถนะอาชีพทางการบัญชี เพื่อทักษะ อนาคต วิชาการใช้คอมพิวเตอร์ในงานบัญชี สำหรับนักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ วิทยาลัย อาชีวศึกษาแพร่ การการออกแบบและสร้างเครื่องมือวิจัยชุดฝึกสมรรถนะอาชีพทางการบัญชี เพื่อ
14 ทักษะอนาคต วิชาการใช้คอมพิวเตอร์ในงานบัญชี สำหรับนักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ วิทยาลัยอาชีวศึกษาแพร่ ผู้วิจัยได้ดำเนินการตามขั้นตอนแสดงดังภาพที่ 1 ดังนี้ ภาพที่ 1 แสดงขั้นตอนการสร้างชุดฝึกสมรรถนะอาชีพทางการบัญชี เพื่อทักษะอนาคต วิชาการใช้ คอมพิวเตอร์ในงานบัญชี สำหรับนักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ วิทยาลัยอาชีวศึกษาแพร่ ประเมินผลชุดฝึก โดยผู้เชี่ยวชาญ ไม่ผ่าน ผล ปรับปรุงแก้ไข ทดลองใช้ชุดฝึก ปรับปรุงแก้ไข ออกแบบชุดฝึก สร้างชุดฝึก กำหนดเนื้อหาของชุดฝึก ศึกษาทฤษฎีที่เกี่ยวข้องและวัตถุประสงค์การ เรียนรู้ ผล ผ่าน ไม่ผ่าน ผ่าน ชุดฝึกสมรรถนะอาชีพทางการบัญชี เพื่อทักษะอนาคต วิชาการใช้คอมพิวเตอร์ในงานบัญชี สำหรับนักเรียนระดับ ประกาศนียบัตรวิชาชีพ วิทยาลัยอาชีวศึกษาแพร่ ที่สมบูรณ์ พร้อมรายงานวิจัย
15 จากภาพที่ 1 แสดงขั้นตอนการสร้างชุดฝึกสมรรถนะอาชีพทางการบัญชี เพื่อทักษะอนาคต วิชาการใช้คอมพิวเตอร์ในงานบัญชี สำหรับนักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ วิทยาลัย อาชีวศึกษาแพร่ รายละเอียดมีดังนี้ 1) ศึกษาทฤษฎีที่เกี่ยวข้องละวัตถุประสงค์การเรียนรู้ 2) กำหนดเนื้อหาของ ชุดฝึกสมรรถนะอาชีพทางการบัญชี เพื่อทักษะอนาคต วิชาการใช้คอมพิวเตอร์ในงานบัญชี สำหรับนักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ วิทยาลัย อาชีวศึกษาแพร่ รายละเอียดมีดังนี้ กำหนดเนื้อหาการเรียนรู้ จำนวน 4 ชุดการเรียนรู้ดังนี้ 1) การบันทึกรายการรายวัน 2) การปรับปรุงรายการบัญชีและการปิดบัญชี 3) การพิมพ์รายงาน 4) การจัดทำรายงานทางการเงินการออกรายงานนำเสนอข้อมูลในรูปแบบข้อความและแผนภูมิ ใช้เวลาในการจัดการเรียนรู้ 50 ชั่วโมง 3) สร้างชุดฝึกสมรรถนะอาชีพทางการบัญชี เพื่อทักษะอนาคต วิชาการใช้ คอมพิวเตอร์ในงานบัญชี สำหรับนักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ วิทยาลัยอาชีวศึกษาแพร่ รายละเอียดมีดังนี้ 4) - แผนการจัดการเรียนรู้ ชุดที่ 1 - 4 - บทเรียนแต่ละชุด - คู่มือประกอบการใช้ชุดฝึก ชุดที่ 1-4 - สื่อการเรียนการสอนที่สอดคล้องกับแผนการจัดการเรียนรู้ 5) ประเมินผลโดยผู้เชี่ยวชาญ เมื่อสร้างชุดฝึกสมรรถนะอาชีพทางการบัญชี เพื่อ ทักษะอนาคต วิชาการใช้คอมพิวเตอร์ในงานบัญชี สำหรับนักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ วิทยาลัยอาชีวศึกษาแพร่ เสร็จเรียบร้อยแล้ว นำไปให้ผู้เชี่ยวชาญ 5 คน พิจารณาประเมินผลในด้าน การออกแบบสร้าง เมื่อพบข้อควรแก้ไขปรับปรุงด้านใด ก็ดำเนินการแก้ไขตามคำแนะนำของ ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้ได้ชุดฝึกสมรรถนะอาชีพทางการบัญชี เพื่อทักษะอนาคต วิชาการใช้คอมพิวเตอร์ ในงานบัญชี สำหรับนักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ วิทยาลัยอาชีวศึกษาแพร่ ที่มีคุณภาพใน การนำไปทดลองใช้ 6) ทดลองใช้ชุดฝึกสมรรถนะอาชีพทางการบัญชี เพื่อทักษะอนาคต วิชาการใช้ คอมพิวเตอร์ในงานบัญชี สำหรับนักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ วิทยาลัยอาชีวศึกษาแพร่ หลังจากผู้เชี่ยวชาญประเมินคุณภาพผ่านแล้วผู้วิจัยได้นำชุดฝึกสมรรถนะอาชีพทางการบัญชี เพื่อ ทักษะอนาคต วิชาการใช้คอมพิวเตอร์ในงานบัญชี สำหรับนักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ วิทยาลัยอาชีวศึกษาแพร่ ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นไปทดลองใช้กับนักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ
16 ชั้นปีที่ 3 สาขาวิชาการบัญชีวิทยาลัยอาชีวศึกษาแพร่ จำนวน 10 คน เพื่อนำข้อบกพร่องต่างๆ จากขั้นตอนนี้มาปรับปรุงแก้ไขอีกครั้งก่อนนำชุดฝึกสมรรถนะอาชีพทางการบัญชี เพื่อทักษะอนาคต วิชาการใช้คอมพิวเตอร์ในงานบัญชี สำหรับนักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ วิทยาลัย อาชีวศึกษาแพร่ ไปทดลองใช้จริง 7) ได้ชุดฝึกสมรรถนะอาชีพทางการบัญชี เพื่อทักษะอนาคต วิชาการใช้คอมพิวเตอร์ ในงานบัญชี สำหรับนักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ วิทยาลัยอาชีวศึกษาแพร่ ที่มีคุณภาพ พร้อมสมบูรณ์ สามารถนำไปทดลองใช้กับกลุ่มตัวอย่างการวิจัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ 3.2.2. การสร้างแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนภาคทฤษฎี มีขั้นตอนการ สร้าง ดังแสดงใน ภาพที่ 2 ภาพที่ 2 แสดงขั้นตอนการสร้างแบบทดสอบวัดสมรรถนะอาชีพทางการบัญชี ไม่ผ่าน ประเมินผลโดยผู้เชี่ยวชาญ ผล ปรับปรุงแก้ไข ทดลองใช้ ปรับปรุงแก้ไข ศึกษาเนื้อหาและจุดประสงค์เชิงพฤติกรรม สร้างแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการ เรียน คัดเลือก แบบทดสอบ ที่มีคุณภาพตาม เกณฑ์ ไม่ผ่าน ผ่า แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการ น เรียน วิเคราะห์แบบทดสอบวัด ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน นักศึกษาระดับ ประกาศนียบัตร วิชาชีพ ชั้นปีที่ 3 สาขาวิชาการบัญชี วิทยาลัยอาชีวศึกษา แพร่ จำนวน 10 คน ผ่าน
17 จากภาพที่ 2 แสดงขั้นตอนการสร้างแบบทดสอบวัดสมรรถนะอาชีพทางการบัญชี มีรายละเอียดมีดังนี้ 1) ตารางที่1 ศึกษาเนื้อหาและจุดประสงค์เชิงพฤติกรรมและสร้างแผนผัง แบบทดสอบ (Test Blueprint) ชุดการเรียนรู้ จำนวนข้อสอบ ระดับพฤติกรรมพุทธิพิสัย รู้-จำ เข้าใจ นำไปใช้ วิเคราะห์ ประเมินค่า สร้างสรรค์ 1 การบันทึกรายการรายวัน 10 2 3 5 - - - 2 การปรับปรุงรายการบัญชี และการ ปิดบัญชี 10 2 3 5 - - - 3 4 การพิมพ์รายงาน การจัดทำรายงานนำเสนอข้อมูลใน รูปแบบข้อความและแผนภูมิ 5 5 1 1 2 2 2 2 - - - รวม 30 6 10 14 - - - 2) ดำเนินสร้างแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ตามแผนผังแบบทดสอบ (Test Blueprint) เป็นแบบทดสอบแบบปรนัย 4 ตัวเลือก จำนวน 30 ข้อ ข้อละ 1 คะแนน โดยมี วิธีการ 4 ขั้นตอนดังนี้ ขั้นตอนที่ 1 ออกแบบข้อสอบแบบปรนัย จำนวน 40 ข้อ นำแบบประเมินให้ ผู้เชี่ยวชาญประเมินความสอดคล้องระหว่างจุดประสงค์กับข้อสอบที่สร้างขึ้น ไปให้ผู้เชี่ยวชาญจำนวน 5 ท่าน ได้พิจารณาตรวจให้คะแนนความสอดคล้อง โดยกำหนดเกณฑ์การประเมินผลของข้อสอบ จากผู้เชี่ยวชาญ นำข้อมูลที่รวบรวมจากความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญมาคำนวณหาค่าดัชนีความ ส อ ด ค ล้ อ ง (IOC:Index of Item Objective Congruence) ซึ่ ง มี เก ณ ฑ์ พ ริ จาร ณ า ดั ง นี้ เห็นว่าสอดคล้อง ให้คะแนน +1 ไม่แน่ใจ ให้คะแนน 0 เห็นว่าไม่สอดคล้อง ให้คะแนน -1 แล้วเลือกข้อสอบที่มีค่าดัชนีความสอดคล้องตั้งแต่ 0.5 ขึ้นไป จึงจะถือว่าสอดคล้อง กัน ผลที่ได้จากการประเมินค่าดัชนีความสอดคล้องระหว่างจุดประสงค์กับข้อสอบอยู่ระว่าง 0.8-1.00 แล้วคัดเลือกข้อสอบที่มีค่าดัชนีความสอดคล้อง (IOC) อยู่ระหว่าง 0.60 ถึง 1.00 จำนวน 40 ข้อ
18 ขั้นตอนที่ 2 นำข้อสอบที่คัดเลือกแล้วจำนวน 40 ข้อ ไปทดลองใช้ กับ นักเรียน ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ ชั้นปีที่ 3 สาขาวิชาการบัญชี วิทยาลัยอาชีวศึกษาแพร่ ที่ผ่านการ เรียนวิชาการใช้คอมพิวเตอร์ในงานบัญชี และวิชาการประยุกต์โปรแกรมตารางงานเพื่องานบัญชี มาแล้ว จำนวน 10 คน ขั้นตอนที่ 3 วิเคราะห์แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โดยนำคะแนนมา วิเคราะห์เพื่อหาค่าทางสถิติหา ค่าความยากง่าย (Difficulty) ค่าอำนาจจำแนก (Discrimination) และความเชื่อมั่น (Reliability) โดยใช้สูตรของคูเดอร์-ริชาร์ดสัน (KR-20) (ล้วนและอังคณา, 2538) โดยกำหนดขอบเขตค่าความยากง่าย (P) และการแปลความหมายดังนี้ 0.81-1.00 เป็นข้อสอบที่ ง่ายมาก 0.61-0.80 เป็นข้อสอบที่ ค่อนข้างง่าย (ใช้ได้) 0.41-0.60 เป็นข้อสอบที่ ง่ายพอเหมาะ (ดี) 0.21-0.40 เป็นข้อสอบที่ ค่อนข้างยาก (ใช้ได้) 0.00-0.20 เป็นข้อสอบที่ ยากมาก กำหนดขอบเขต ค่าอำนาจจำแนก (D) และการแปลความหมายดังนี้ 0.40 ขึ้นไป มีอำนาจจำแนก ดีมาก 0.30-0.39 มีอำนาจจำแนก ดี 0.20-0.29 มีอำนาจจำแนก พอใช้ได้ แต่ควรนำไปปรับปรุงใหม่ 0.00-0.19 มีอำนาจจำแนก ไม่ดี ต้องตัดทิ้งไป ค่าความเชื่อมั่น (Reliability) โดยค่าความเชื่อมั่นของแบบทดสอบใด ๆ มีค่าอยู่ระหว่าง 0.00 ถึง 1.00 การแปลความหมายดังนี้ 0.00-0.20 ความเชื่อมั่นต่ำมาก/ไม่มีเลย 0.21-0.40 ความเชื่อมั่นต่ำ 0.41-0.70 ความเชื่อมั่นปานกลาง 0.71-1.00 ความเชื่อมั่นสูง ขั้นตอนที่ 4 คัดเลือกแบบทดสอบที่ผ่านการวิเคราะห์ค่าความยากง่าย (P) ระหว่าง 0.30-0.80 ค่าอำนาจจำแนก (D) ตั้งแต่ 0.30 ขึ้นไปได้ข้อสอบที่มีคุณภาพและค่าความเชื่อมั่น ของ แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ที่ออกไว้ ให้เหลือจำนวน 30 ข้อ แล้วนำไปใช้เก็บรวบรวมข้อมูล 3.2.3. เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาความพึงพอใจ คือ แบบสอบถามความพึงพอใจของ นักเรียนต่อชุดฝึกสมรรถนะอาชีพทางการบัญชี เพื่อทักษะอนาคต วิชาการใช้คอมพิวเตอร์ในงานบัญชี
19 สำหรับนักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ วิทยาลัยอาชีวศึกษาแพร่ มีทั้งหมด 2 ตอน ประกอบด้วย ตอนที่ 1 ข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถามเป็นแบบตรวจสอบรายการ (Check-list) ตอนที่ 2 สอบถามเกี่ยวกับ 1) ด้านเนื้อหาที่เรียน 2) ด้านเวลาที่ใช้ 3) ด้าน รูปแบบของชุดฝึก 4) ด้านตัวอักษร/ภาษา เป็นแบบมาตราส่วนประมาณ ค่า 5 ระดับ (Rating Scale) 5 หมายถึง มีสภาพ อยู่ในระดับมากที่สุด 4 หมายถึง มีสภาพ อยู่ในระดับมาก 3 หมายถึง มีสภาพ อยู่ในระดับปานกลาง 2 หมายถึง มีสภาพที่ อยู่ในระดับน้อย 1 หมายถึง มีสภาพ อยู่ในระดับน้อยที่สุด การสร้างและหาคุณภาพเครื่องมือ มีขั้นตอนดังนี้ 1) ศึกษาแนวคิด และงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับชุดฝึกสมรรถนะอาชีพทางการบัญชี เพื่อทักษะอนาคต วิชาการใช้คอมพิวเตอร์ในงานบัญชี สำหรับนักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ วิทยาลัยอาชีวศึกษาแพร่ และหลักการสร้างแบบสอบถาม 2) สร้างแบบสอบถามความพึงพอใจเกี่ยวกับ ชุดฝึกสมรรถนะอาชีพทางการ บัญชี เพื่อทักษะอนาคต วิชาการใช้คอมพิวเตอร์ในงานบัญชี สำหรับนักเรียนระดับประกาศนียบัตร วิชาชีพ วิทยาลัยอาชีวศึกษาแพร่ 3) ตรวจสอบความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหาของแบบสอบถาม โดยผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 5 คน แล้วนำมาวิเคราะห์หาค่าดัชนีความสอดคล้องระหว่างรายการคำถามกับวัตถุประสงค์ (IOC: Index of Item Objective Congruence) และพิจารณาเลือกรายการที่มีค่า IOC ตั้งแต่ 0.50 ขึ้นไป พบว่า รายการทุกรายการใช้ได้ โดยมีค่า IOC ตั้งแต่ 0.80 – 1.00 โดยสูตรการหาค่า IOC มี ดังนี้ (ศิริชัย พงษ์วิชัย, 2554) IOC = เมื่อ IOC แทน ดัชนีความสอดคล้อง แทน คะแนนรวมที่ผู้เชี่ยวชาญทุกคนให้ N แทน จำนวนผู้เชี่ยวชาญ
20 คะแนนการพิจารณาของผู้เชี่ยวชาญกำหนดเป็น +1 หรือ 0 หรือ -1 ดังนี้ เห็นว่าสอดคล้อง ให้คะแนน +1 ไม่แน่ใจ ให้คะแนน 0 เห็นว่าไม่สอดคล้อง ให้คะแนน -1 4) ปรับปรุงแก้ไขให้สมบูรณ์ตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ จัดพิมพ์และนำไป ทดลองใช้ 5) นำแบบสอบถามความพึงพอใจเกี่ยวกับชุดฝึกสมรรถนะอาชีพทางการบัญชี เพื่อทักษะอนาคต วิชาการใช้คอมพิวเตอร์ในงานบัญชี สำหรับนักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ วิทยาลัยอาชีวศึกษาแพร่ ที่ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบ และปรับปรุงแก้ไขแล้วไปทดลองใช้ (Try out) กับนักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ ชั้นปีที่ 3 สาขาวิชาการบัญชี วิทยาลัย อาชีวศึกษาแพร่ ที่ผ่านการเรียนวิชาการใช้คอมพิวเตอร์ในงานบัญชี และวิชาการประยุกต์โปรแกรม ตารางงานเพื่องานบัญชี มาแล้ว จำนวน 10 คน นำข้อมูลจากการตอบแบบสอบถามมาคำนวณค่า ความเที่ยง (Reliability) โดยใช้วิธีของครอนบาค (Cronbach’s Alpha Coefficient) ได้แก่ ค่า สัมประสิทธิ์แอลฟา (α - Coefficient) = − 2 2 1 t i S S เมื่อ แทน ความเที่ยงของแบบประเมิน k แทน จำนวนข้อคำถาม 2 Si แทน ผลรวมของความแปรปรวนของคะแนนแต่ละข้อ 2 t s แทน ความแปรปรวนของคะแนนรวมทั้งฉบับ 6) ปรับปรุงและจัดพิมพ์แบบสอบถาม เพื่อนำไปเก็บรวบรวมข้อมูล 3 การเก็บรวบรวมข้อมูล การเก็บรวบรวมข้อมูลในการทดลองประสิทธิภาพของชุดฝึกสมรรถนะอาชีพ ทางการบัญชีเพื่อทักษะอนาคต วิชาการใช้คอมพิวเตอร์ในงานบัญชี สำหรับนักเรียนระดับ ประกาศนียบัตรวิชาชีพ วิทยาลัยอาชีวศึกษาแพร่ มี 3 ขั้นตอน คือ การทดลองแบบเดี่ยว การ ทดลองแบบกลุ่ม และการทดลองภาคสนาม ทั้ง 3 ขั้นตอนเก็บรวบรวมข้อมูลเหมือนกัน
21 โดยครอบคลุม กำหนดช่วงเวลาในการทดลอง ขั้นการทดอง และการเก็บรวบรวมข้อมูล ผู้วิจัย ได้ดำเนินการ ดังนี้ 3.3.1 เก็บรวบรวมคะแนนจากการปฏิบัติกิจกรรม เก็บรวบรวมคะแนนจากแบบ ประเมินกิจกรรม และคะแนนจากการทำแบบฝึกหัด นำคะแนนที่ได้มารวมกัน แล้วนำมาวิเคราะห์ ข้อมูลหาค่าประสิทธิภาพของกระบวนการ (E1) คิดเป็นร้อยละ 80 3.3.2 เก็บรวบรวมคะแนนจากการทำแบบทดสอบ นำค่าเฉลี่ยคะแนนของนักเรียน ทั้งหมดที่ได้จากการทำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และนำมาวิเคราะห์ข้อมูลหาค่า ประสิทธิภาพของผลลัพธ์ (E2) คิดเป็นร้อยละ 80 3.3.3 การทดสอบประสิทธิภาพแบบเดี่ยวและแบบกลุ่ม ผู้วิจัยได้สังเกตและ สัมภาษณ์กลุ่มทดลองแบบเดี่ยวและแบบกลุ่ม เพื่อนำมาปรับปรุง ชุดฝึกสมรรถนะอาชีพทางการบัญชี เพื่อทักษะอนาคต วิชาการใช้คอมพิวเตอร์ในงานบัญชี สำหรับนักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ วิทยาลัยอาชีวศึกษาแพร่ 3.3.4 การทดสอบประสิทธิภาพแบบภาคสนาม ผู้วิจัยได้แจกแบบสอบถามความ คิดเห็นเกี่ยวกับชุดฝึกสมรรถนะอาชีพทางการบัญชี เพื่อทักษะอนาคต วิชาการใช้คอมพิวเตอร์ในงาน บัญชี สำหรับนักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ วิทยาลัยอาชีวศึกษาแพร่ ให้นักศึกษากลุ่มที่ใช้ ทดลองตอบหลังจากทดลองแบบภาคสนามเสร็จแล้ว และเก็บข้อมูลมาวิเคราะห์หาค่าเฉลี่ย ( ) และ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) 4. สถิติและการวิเคราะห์ข้อมูล ในการวิเคราะห์ข้อมูลการทดสอบประสิทธิภาพของ ชุดฝึกสมรรถนะอาชีพทางการบัญชี ในทักษะอนาคต วิชาการใช้คอมพิวเตอร์ในงานบัญชี ของนักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ วิทยาลัยอาชีวศึกษาแพร่ ผู้วิจัยได้ทำการวิเคราะห์ข้อมูล 3 ประเด็นได้แก่ 1) การวิเคราะห์หา ประสิทธิภาพของชุดฝึกสมรรถนะอาชีพทางการบัญชี ในทักษะอนาคต วิชาการใช้คอมพิวเตอร์ใน งานบัญชี ของนักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ วิทยาลัยอาชีวศึกษาแพร่ 2) การวิเคราะห์เพื่อ เปรียบเทียบสมรรถนะอาชีพทางการบัญชี ในทักษะอนาคต ของนักเรียนก่อนและหลังใช้ ชุดฝึก สมรรถนะอาชีพทางการบัญชี เพื่อทักษะอนาคต วิชาการใช้คอมพิวเตอร์ในงานบัญชี สำหรับนักเรียน ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ วิทยาลัยอาชีวศึกษาแพร่ 3) การวิเคราะห์ความพึงพอใจ ของนักเรียน ชุดฝึกสมรรถนะอาชีพทางการบัญชี เพื่อทักษะอนาคต วิชาการใช้คอมพิวเตอร์ในงานบัญชี สำหรับ นักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ วิทยาลัยอาชีวศึกษาแพร่ การวิเคราะห์หาประสิทธิภาพของชุดฝึกสมรรถนะอาชีพทางการบัญชี เพื่อทักษะอนาคต วิชาการใช้คอมพิวเตอร์ในงานบัญชี สำหรับนักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ วิทยาลัย
22 อาชีวศึกษาแพร่ ได้นำคะแนนที่ได้จากการประเมินผลการปฏิบัติกิจกรรม และคะแนนจากการทำ แบบฝึกหัด มาวิเคราะห์หาประสิทธิภาพของกระบวนการ ( E1) และนำค่าคะแนนที่ได้จากการทำ แบบทดสอบหลังเรียนมาวิเคราะห์หาประสิทธิภาพของผลลัพธ์ (E2) โดยตั้งเกณฑ์ไว้ที่ 80/80 ซึ่ง ยอมรับความคลาดเคลื่อนได้สูงหรือต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนด ±2.5% จากสูตร E1/ E2 สูตรการคำนวณหาประสิทธิภาพของชุดฝึก ใช้สูตร 1 100 X N E A = เมื่อ E1 แทน ประสิทธิภาพของกระบวนการที่จัดไว้ในชุดฝึก การสอนคิดเป็นร้อยละจากการทำแบบฝึกหัดและ/หรือ การประกอบกิจกรรมการเรียน X แทน ผลบวกของคะแนนรวมของผู้เรียนจากการทำแบบฝึกหัด และ/หรือการประกอบกิจกรรมการเรียน A แทน คะแนนเต็มของแบบฝึกหัดและ/หรือการประกอบ กิจกรรมการเรียน N แทน จำนวนผู้เรียน 2 100 F N E B = เมื่อ E2 แทน ประสิทธิภาพของผลลัพธ์ (พฤติกรรมที่เปลี่ยนในตัว ผู้เรียนหลังจากเรียน ด้วยชุดการเรียนการสอน) คิดเป็นร้อยละจากการทำทดสอบหลังเรียนและ/หรือ การประกอบกิจกรรมหลังเรียน F แทน ผลบวกของคะแนนรวมของผู้เรียนจากการทำ แบบฝึกหัดและ/หรือการประกอบกิจกรรมหลังเรียน B แทน คะแนนเต็มของแบบทดสอบหลังเรียนและ/หรือการ ประกอบกิจกรรมหลังเรียน N แทน จำนวนผู้เรียน 3.4.2 การวิเคราะห์เพื่อเปรียบเทียบสมรรถนะอาชีพทางการบัญชี ของนักเรียนก่อน และหลังใช้ ชุดฝึกสมรรถนะอาชีพทางการบัญชี เพื่อทักษะอนาคต วิชาการใช้คอมพิวเตอร์ในงาน
23 บัญชี สำหรับนักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ วิทยาลัยอาชีวศึกษาแพร่ โดยการวิเคราะห์ เปรียบเทียบความแตกต่างของคะแนนที่ได้จากการทำแบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียนที่เรียนด้วย ชุดฝึกสมรรถนะอาชีพทางการบัญชี เพื่อทักษะอนาคต วิชาการใช้คอมพิวเตอร์ในงานบัญชี สำหรับ นักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ วิทยาลัยอาชีวศึกษาแพร่ โดยการทดสอบค่าที (t– dependent) สูตรเปรียบเทียบผลต่างของคะแนนการทดสอบก่อนและหลังการใช้ชุดฝึกสมรรถนะ อาชีพทางการบัญชี เพื่อทักษะอนาคต วิชาการใช้คอมพิวเตอร์ในงานบัญชี สำหรับนักเรียนระดับ ประกาศนียบัตรวิชาชีพ วิทยาลัยอาชีวศึกษาแพร่ โดยการทดสอบด้วยที (t-test) (ล้วน สายยศและ อังคณา สายยศ. 2536 : 87) โดยใช้สูตร ดังนี้ t = 2 2 ( ) 1 D N D D N − − เมื่อ t แทน ค่าสถิติจากการทดสอบด้วยที D แทน ผลต่างระหว่างคะแนนก่อนและหลังการสอน D แทน ผลรวมของผลต่างระหว่างคะแนนก่อนและหลัง การสอน N แทน จำนวนนักเรียนทั้งหมด 3.4.3 การวิเคราะห์ความพึงพอใจ ของนักเรียนต่อชุดฝึกสมรรถนะอาชีพ ทางการบัญชี เพื่อทักษะอนาคต วิชาการใช้คอมพิวเตอร์ในงานบัญชี สำหรับนักเรียนระดับ ประกาศนียบัตรวิชาชีพ วิทยาลัยอาชีวศึกษาแพร่ โดยใช้ค่าเฉลี่ย ( ) และส่วน เบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) สูตรการหาค่าเฉลี่ย หมายถึง คะแนนเฉลี่ย ƩX หมายถึง ผลรวมของคะแนนทั้งหมด N หมายถึง จำนวนนักศึกษาที่ทำแบบทดสอบทั้งหมด
24 การวิเคราะห์แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนเกี่ยวกับ ชุดฝึกสมรรถนะ อาชีพทางการบัญชี เพื่อทักษะอนาคต วิชาการใช้คอมพิวเตอร์ในงานบัญชี สำหรับนักเรียนระดับ ประกาศนียบัตรวิชาชีพ วิทยาลัยอาชีวศึกษาแพร่กำหนดช่วงของค่าเฉลี่ยของคะแนนความพึงพอใจ ตามแนวของเบสท์ ( Best:1970) ดังนี้ 4.50 – 5.00 พึงพอใจมากที่สุด 3.50 – 4.49 พึงพอใจมาก 2.50 – 3.49 พึงพอใจปานกลาง 1.50 – 2.49 พึงพอใจน้อย 1.00 – 1.49 พึงพอใจน้อยที่สุด สูตรการหาส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ใช้สูตรดังนี้ (Lafferty, Peter and Rowe, Julain, 1995 : 561 – 562) S.D. หมายถึง ความเบี่ยงเบนมาตรฐาน X หมายถึง คะแนนของแต่ละคนที่ทำแบบทดสอบ ΣX หมายถึง ผลรวมของคะแนนทั้งหมด N หมายถึง จำนวนของนักศึกษาที่ทำแบบทดสอบ การหาค่าความยากง่ายของข้อสอบ (Difficulty) (ล้วน, อังคณา 2538) P หมายถึง ระดับความยากง่ายของข้อสอบ R หมายถึง จำนวนที่ทำข้อนั้นถูก N หมายถึง จำนวนนักศึกษาที่ทำข้อนั้นทั้งหมด
25 ค่าอำนาจจำแนก (Discrimination Power) (ล้วน, อังคณา 2538) D หมายถึง ค่าอำนาจจำแนก RU หมายถึง จำนวนนักศึกษาที่ตอบถูกในกลุ่มเก่ง RL หมายถึง จำนวนนักศึกษาที่ตอบถูกในกลุ่มอ่อน N หมายถึง จำนวนนักศึกษาในกลุ่มเก่งและอ่อนทั้งหมด การหาค่าความเชื่อมั่น (Reliability) ของแบบทดสอบ ใช้สูตรคูเดอร์–ริชาร์ดสัน (KR-20 Reliability) (ล้วน, อังคณา 2538) rtt หมายถึง ค่าความเชื่อมั่นของแบบทดสอบ n หมายถึง จำนวนข้อของแบบทดสอบ p หมายถึง สัดส่วนของผู้ที่ทำได้ในข้อหนึ่ง ๆ q หมายถึง สัดส่วนของผู้ที่ทำผิดในข้อหนึ่ง ๆ หมายถึง ความแปรปรวนของแบบทดสอบ การหาค่าความแปรปรวนของแบบทดสอบ หมายถึง ค่าความแปรปรวนของแบบทดสอบ N หมายถึง จำนวนนักศึกษาที่ทำแบบทดสอบ X หมายถึง คะแนนของแต่ละคน ที่ทำแบบทดสอบ ΣX หมายถึง ผลรวมของคะแนนทั้งหมด
26 สถิติที่ใช้ทดสอบสมมติฐาน เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียน โดย ใช้กลุ่มเดียวกัน โดยใช้ t-test (t-Dependent) (ล้วน,อังคณา 2538) t หมายถึง ค่าที่ใช้พิจารณาการแจกแจงที D หมายถึง ความแตกต่างระหว่างคะแนนก่อนและหลังเรียน N หมายถึง จำนวนคู่ของกลุ่มตัวอย่าง ΣD หมายถึง ผลรวมของความแตกต่างจากการเปรียบเทียบกันเป็น รายบุคคล ระหว่างคะแนนที่ได้จากก่อนและหลังเรียน
บทที่ 4 ผลการวิจัย การนำเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูลการวิจัย เรื่องการพัฒนาชุดฝึกสมรรถนะอาชีพ ทางการบัญชี เพื่อทักษะอนาคต วิชาการใช้คอมพิวเตอร์ในงานบัญชี สำหรับนักเรียนระดับ ประกาศนียบัตรวิชาชีพ วิทยาลัยอาชีวศึกษาแพร่ ผู้วิจัยขอนำเสนอผลการวิจัย ดังนี้ 1. ผลการวิเคราะห์หาประสิทธิของการพัฒนาชุดฝึกสมรรถนะอาชีพทางการบัญชี เพื่อทักษะอนาคต วิชาการใช้คอมพิวเตอร์ในงานบัญชี สำหรับนักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ วิทยาลัยอาชีวศึกษาแพร่ 2. ผลการเปรียบเทียบสมรรถนะอาชีพทางการบัญชี ของนักเรียนก่อนและหลังใช้ การพัฒนาชุดฝึกสมรรถนะอาชีพทางการบัญชี เพื่อทักษะอนาคต วิชาการใช้คอมพิวเตอร์ในงานบัญชี สำหรับนักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ วิทยาลัยอาชีวศึกษาแพร่ 3. ผลการศึกษาความพึงพอใจ ของนักเรียนต่อการพัฒนาชุดฝึกสมรรถนะอาชีพ ทางการบัญชี เพื่อทักษะอนาคต วิชาการใช้คอมพิวเตอร์ในงานบัญชี สำหรับนักเรียนระดับ ประกาศนียบัตรวิชาชีพ วิทยาลัยอาชีวศึกษาแพร่ ผลการวิเคราะห์หาประสิทธิภาพการพัฒนาชุดฝึกสมรรถนะอาชีพทางการบัญชี เพื่อทักษะอนาคต วิชาการใช้คอมพิวเตอร์ในงานบัญชี สำหรับนักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ วิทยาลัยอาชีวศึกษาแพร่ การทดสอบประสิทธิภาพของการพัฒนาชุดฝึกสมรรถนะอาชีพทางการบัญชี เพื่อทักษะอนาคต วิชาการใช้คอมพิวเตอร์ในงานบัญชี สำหรับนักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ วิทยาลัยอาชีวศึกษาแพร่ จากการทดลอง ได้ผลดังตารางที่ 2 ตารางที่ 2 ประสิทธิภาพของการพัฒนาชุดฝึกสมรรถนะอาชีพทางการบัญชี เพื่อทักษะ อนาคต วิชาการใช้คอมพิวเตอร์ในงานบัญชี สำหรับนักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ วิทยาลัย อาชีวศึกษาแพร่ ชุดฝึก ที่ คะแนนกระบวนการ (ร้อยละ) คะแนนหลังเรียน (ร้อยละ) E1/E2 1 80.36 80.36 80.36/80.36 2 81.07 81.07 81.07/81.07 3 80.71 82.14 80.71/82.14 4 เฉลี่ย 82.14 81.07 82.14 81.43 82.14/82.14 81.07/81.43
28 จากตารางที่ 2 พบว่า ประสิทธิภาพของการพัฒนาการพัฒนาชุดฝึกสมรรถนะอาชีพ ทางการบัญชี เพื่อทักษะอนาคต วิชาการใช้คอมพิวเตอร์ในงานบัญชี สำหรับนักเรียนระดับ ประกาศนียบัตรวิชาชีพ วิทยาลัยอาชีวศึกษาแพร่ ชุดฝึกที่ 1 2 3 และ 4 มีประสิทธิภาพ 81.07/81.43 เป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนด ผลการเปรียบเทียบสมรรถนะอาชีพทางการบัญชี ของนักเรียนก่อนและหลังใช้ การพัฒนาชุดฝึกสมรรถนะอาชีพทางการบัญชี เพื่อทักษะอนาคต วิชาการใช้คอมพิวเตอร์ในงานบัญชี สำหรับนักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ วิทยาลัยอาชีวศึกษาแพร่ ได้ผลดังตารางที่ 3 ตารางที่ 3 ผลการเปรียบเทียบสมรรถนะอาชีพทางการบัญชี ของนักเรียนก่อนและหลังใช้ การพัฒนาชุดฝึกสมรรถนะอาชีพทางการบัญชี เพื่อทักษะอนาคต วิชาการใช้คอมพิวเตอร์ในงานบัญชี สำหรับนักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ วิทยาลัยอาชีวศึกษาแพร่ การทดสอบ N คะแนน เต็ม ̅ SD Error t df Sig.(1-tailde) ก่อน 28 30 15.61 1.91 0.389 0.332 41.11 27 0.000* หลัง 28 30 25.75 2.03 78.21 27 0.000* *P< 0.05 จากตารางที่ 3 พบว่าการทดสอบมีคะแนนก่อนเรียนเฉลี่ยเท่ากับ 16.00 และมีคะแนน หลังเรียน เฉลี่ยเท่ากับ 26.00 เมื่อเปรียบเทียบระหว่างคะแนนสอบทั้งสองครั้ง พบว่า คะแนนสอบ หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ตอบสมมติฐานที่ตั้งไว้ ค่า Sig.(1-tailed) = 0.00 < 0.05 Sig. แสดงว่าปฏิเสธสมมติฐาน H0 ยอมรับสมมติฐาน H1 ผลการศึกษาความพึงพอใจ ของนักเรียนต่อการพัฒนาชุดฝึกสมรรถนะอาชีพทางการบัญชี เพื่อทักษะอนาคต วิชาการใช้คอมพิวเตอร์ในงานบัญชี สำหรับนักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ วิทยาลัยอาชีวศึกษาแพร่ ได้ผลดังตารางที่ 4
29 ตารางที่ 4 ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและระดับความพึงพอใจต่อการพัฒนา ชุดฝึกสมรรถนะอาชีพทางการบัญชี เพื่อทักษะอนาคต วิชาการใช้คอมพิวเตอร์ในงานบัญชี สำหรับ นักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ วิทยาลัยอาชีวศึกษาแพร่ รายการ ̅ S.D. ระดับความพึง พอใจ 1 คำแนะนำในการใช้มีความชัดเจน 4.33 0.68 มาก 2 ความสมบูรณ์ของเนื้อหาสาระ 4.33 0.68 มาก 3 สื่อมีภาพประกอบสวยงามชัดเจน 4.19 0.79 มาก 4 ขนาดตัวอักษรมีความเหมาะสม 4.44 0.69 มาก 5 วิธีการสอนทำให้นักเรียนตื่นตัว 4.47 0.70 มาก 6 เนื้อหาสาระสอดคล้องกับชื่อเรื่อง 4.25 0.81 มาก 7 การวัดและประเมินผลมีความหลากหลาย 4.28 0.78 มาก 8 กิจกรรมการเรียนส่งเสริมการคิดของนักเรียน 4.33 0.68 มาก 9 สามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ได้ 4.31 0.71 มาก 10 สามารถพัฒนาทักษะการแก้ปัญหา 4.39 0.77 มาก รวม 4.34 0.72 มาก จากตารางที่ 4 พบว่านักเรียนมีความพึงพอใจ ต่อการพัฒนาชุดฝึกสมรรถนะอาชีพ ทางการบัญชี เพื่อทักษะอนาคต วิชาการใช้คอมพิวเตอร์ในงานบัญชี สำหรับนักเรียนระดับ ประกาศนียบัตรวิชาชีพ วิทยาลัยอาชีวศึกษาแพร่ ในภาพรวมอยู่ในระดับ มาก
บทที่ 5 สรุป อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ การวิจัยเรื่องการพัฒนาการพัฒนาชุดฝึกสมรรถนะอาชีพทางการบัญชี เพื่อทักษะอนาคต วิชาการใช้คอมพิวเตอร์ในงานบัญชี สำหรับนักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ วิทยาลัย อาชีวศึกษาแพร่ ในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1)เพื่อพัฒนาชุดการสอนสมรรถนะอาชีพทางการบัญชีในทักษะอนาคต ของนักเรียนระดับ ประกาศนียบัตรวิชาชีพสาขาวิชาการบัญชีวิทยาลัยอาชีวศึกษาแพร่ ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ มาตรฐาน 80/80 2) เพื่อเปรียบเทียบสมรรถนะอาชีพทางการบัญชี ของนักเรียนก่อนและหลังใช้ การพัฒนา ชุดฝึกสมรรถนะอาชีพทางการบัญชี เพื่อทักษะอนาคต วิชาการใช้คอมพิวเตอร์ในงานบัญชี สำหรับ นักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ วิทยาลัยอาชีวศึกษาแพร่ 3) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนต่อการพัฒนาชุดฝึกสมรรถนะอาชีพทางการบัญชี เพื่อทักษะอนาคต วิชาการใช้คอมพิวเตอร์ในงานบัญชี สำหรับนักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ วิทยาลัยอาชีวศึกษาแพร่ โดยมีประชากรและกลุ่มตัวอย่างดังนี้ ประชากร คือ นักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) สาขาวิชาการบัญชี วิทยาลัยอาชีวศึกษาแพร่ ชั้นปีที่ 2 จำนวน 3 กลุ่ม ได้แก่ ปวช.2 กลุ่ม 1 กลุ่ม 2 และกลุ่ม 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565 จำนวน 82 คน กลุ่มตัวอย่าง ในการวิจัยครั้งนี้ คือ นักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) สาขาวิชาการบัญชี วิทยาลัยอาชีวศึกษาแพร่ ชั้นปีที่ 2 กลุ่ม 2 ที่ลงทะเบียนเรียนในรายวิชาการใช้ คอมพิวเตอร์ในงานบัญชี รหัสวิชา 20101-2007 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565 จำนวน 28 คน โดยการสุ่มแบบแบ่งกลุ่ม เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือ การพัฒนาชุดฝึกสมรรถนะอาชีพทางการบัญชี เพื่อ ทักษะอนาคต วิชาการใช้คอมพิวเตอร์ในงานบัญชี สำหรับนักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ วิทยาลัยอาชีวศึกษาแพร่ ประกอบด้วย 1) แผนการจัดการเรียนรู้ประกอบการพัฒนาชุดฝึกสมรรถนะ อาชีพทางการบัญชี เพื่อทักษะอนาคต วิชาการใช้คอมพิวเตอร์ในงานบัญชี สำหรับนักเรียนระดับ ประกาศนียบัตรวิชาชีพ วิทยาลัยอาชีวศึกษาแพร่ จำนวน 4 ชุด 2) แบบทดสอบก่อนและหลังเรียน แบบปรนัยชนิดตัวเลือกตอบ จำนวน 4 ตัวเลือก จำนวน 4 ชุดการเรียน โดยแบบทดสอบก่อนเรียน จำนวน 10 ข้อ และแบบทดสอบหลังเรียนจำนวน 10 ข้อ รวมแบบทดสอบก่อนเรียน 40 ข้อ แบบทดสอบหลังเรียน 40 ข้อ 3) แบบทดสอบวัดสมรรถนะอาชีพทางการบัญชีก่อนเรียนหลังเรียน
31 แบบปรนัยชนิดตัวเลือกตอบ จำนวน 4 ตัวเลือก จำนวน 30 ข้อ 4) แบบสอบถามความพึงพอใจต่อ ชุดการสอนสมรรถนะอาชีพทางการบัญชีในทักษะอนาคต ของนักเรียนระดับประกาศนียบัตร วิชาชีพ สาขาวิชาการบัญชีวิทยาลัยอาชีวศึกษาแพร่ โดยสถิติที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ประกอบด้วย การวิเคราะห์หาประสิทธิภาพของกระบวนการ ( E1) และนำค่าคะแนนที่ได้จากการทำแบบทดสอบหลังเรียนมาวิเคราะห์หาประสิทธิภาพของ ผลลัพธ์ (E2) โดยตั้งเกณฑ์ไว้ที่ 80/80 ซึ่งยอมรับความคลาดเคลื่อนได้สูงหรือต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนด ±2.5% จากสูตร E1/ E2 การวิเคราะห์เพื่อเปรียบเทียบสมรรถนะอาชีพทางการบัญชีของนักเรียน ก่อนและหลังใช้การทดสอบค่าที (t–dependent) สูตรเปรียบเทียบผลต่างของคะแนนการทดสอบ ก่อนและหลังการใช้ การพัฒนาชุดฝึกสมรรถนะอาชีพทางการบัญชี เพื่อทักษะอนาคต วิชาการใช้ คอมพิวเตอร์ในงานบัญชี สำหรับนักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ วิทยาลัยอาชีวศึกษาแพร่ โดยการทดสอบด้วยที (t-test) และการวิเคราะห์ความพึงพอใจของนักเรียนต่อการพัฒนาชุดฝึก สมรรถนะอาชีพทางการบัญชี เพื่อทักษะอนาคต วิชาการใช้คอมพิวเตอร์ในงานบัญชี สำหรับนักเรียน ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ วิทยาลัยอาชีวศึกษาแพร่ ใช้ค่าเฉลี่ย (X̅) และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) สรุปผลการวิจัย 1. ประสิทธิภาพของการพัฒนาชุดฝึกสมรรถนะอาชีพทางการบัญชี เพื่อทักษะอนาคต วิชาการใช้คอมพิวเตอร์ในงานบัญชี สำหรับนักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ วิทยาลัย อาชีวศึกษาแพร่ มีค่าเป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนด 2. นักเรียนที่เรียนรู้ด้วยการพัฒนาชุดฝึกสมรรถนะอาชีพทางการบัญชี เพื่อทักษะอนาคต วิชาการใช้คอมพิวเตอร์ในงานบัญชี สำหรับนักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ วิทยาลัย อาชีวศึกษาแพร่ หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 เป็นไปตาม สมติฐาน 3. นักเรียนที่เรียนรู้ด้วย การพัฒนาชุดฝึกสมรรถนะอาชีพทางการบัญชี เพื่อทักษะอนาคต วิชาการใช้คอมพิวเตอร์ในงานบัญชี สำหรับนักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ วิทยาลัย อาชีวศึกษาแพร่ มีความพึงพอใจต่อ การพัฒนาชุดฝึกสมรรถนะอาชีพทางการบัญชี เพื่อทักษะอนาคต วิชาการใช้คอมพิวเตอร์ในงานบัญชี สำหรับนักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ วิทยาลัย อาชีวศึกษาแพร่ ภาพรวมอยู่ในระดับมาก เป็นไปตามสมมติฐาน
32 อภิปรายผลการวิจัย จากผลการวิจัย พบว่า ประสิทธิภาพของการพัฒนาชุดฝึกสมรรถนะอาชีพทางการบัญชี เพื่อทักษะอนาคต วิชาการใช้คอมพิวเตอร์ในงานบัญชี สำหรับนักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ วิทยาลัยอาชีวศึกษาแพร่ พบว่ามีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ที่กำหนด ที่เป็นเช่นนี้เพราะการพัฒนา ชุดฝึกสมรรถนะอาชีพทางการบัญชี เพื่อทักษะอนาคต วิชาการใช้คอมพิวเตอร์ในงานบัญชี สำหรับ นักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ วิทยาลัยอาชีวศึกษาแพร่ มีแบบฝึกหัดที่ส่งเสริมให้นักเรียนเกิด กระบวนการคิดอย่างเป็นระบบ เกิดทักษะ ผ่านกิจกรรมตามแผนการจัดการเรียนรู้ที่สร้างขึ้น สอดคล้องกับผลงานวิจัยของ นูรีมาน สือรี(2563:41) เรื่อง การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่องเลขยกกำลัง โดยใช้แบบฝึกทักษะสำหรับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ที่พบว่ามี ประสิทธิภาพเท่ากับ 80.84/80.11 และสอดคล้องกับผลงานวิจัยของ ดารณี จุนเจือวงค์ (2563: 107) เรื่องการพัฒนาแบบฝึกทักษะการเข้าใจความหมายคำศัพท์ภาษาอังกฤษจากบริบทโดยใช้เทคนิคการ บอกกระบวนการความคิด สำหรับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 มีค่าประสิทธิ์ภาพเท่ากับ 80.54/80.58 2. สมรรถะอาชีพทางการบัญชีของกลุ่มตัวอย่างที่เรียนรู้ด้วยการพัฒนาชุดฝึกสมรรถนะอาชีพ ทางการบัญชี เพื่อทักษะอนาคต วิชาการใช้คอมพิวเตอร์ในงานบัญชี สำหรับนักเรียนระดับ ประกาศนียบัตรวิชาชีพ วิทยาลัยอาชีวศึกษาแพร่ พบว่าหลังเรียนมีค่าสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมี นัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 การที่นักเรียนมีสมรรถนะอาชีพทางการบัญชีเพิ่มขึ้น เนื่องจากการ พัฒนาชุดฝึกสมรรถนะอาชีพทางการบัญชี เพื่อทักษะอนาคต วิชาการใช้คอมพิวเตอร์ในงานบัญชี สำหรับนักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ วิทยาลัยอาชีวศึกษาแพร่ มีแบบฝึกหัดที่ส่งเสริมให้ นักเรียนเกิดกระบวนการคิดอย่างเป็นระบบ เกิดทักษะ ผ่านกิจกรรมตามแผนการจัดการเรียนรู้ที่สร้าง ขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับผลงานวิจัยของ นูรีมาน สือรี ( 2563 : 41) เรื่องการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการ เรียนเรื่องเลขยกกำลัง โดยใช้แบบฝึกทักษะสำหรับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ที่พบว่าหลัง เรียนมีค่าสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ที่ระดับ 0.01 3. ความพึงพอใจต่อการพัฒนาชุดฝึกสมรรถนะอาชีพทางการบัญชีเพื่อทักษะอนาคต วิชาการใช้คอมพิวเตอร์ในงานบัญชี สำหรับนักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ วิทยาลัย อาชีวศึกษาแพร่ในภาพรวมอยู่ในระดับมาก โดยมีคะแนนรวมทั้งหมดโดยเฉลี่ย (X̅) เท่ากับ 4.34 คะแนน และ ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) เท่ากับ 0.72 เนื่องจาก การพัฒนาชุดฝึกสมรรถนะอาชีพ ทางการบัญชี เพื่อทักษะอนาคต วิชาการใช้คอมพิวเตอร์ในงานบัญชี สำหรับนักเรียนระดับ ประกาศนียบัตรวิชาชีพ วิทยาลัยอาชีวศึกษาแพร่ มีเนื้อหาสอดคล้องกับการเรียนรู้ มีกิจกรรมและสื่อ ที่กระตุ้นให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ด้วยตนเอง ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดของ ภัทรภร ลิ่มเจริญ
33 (2565: 2273) ที่กล่าวว่ารูปแบบการเรียนการสอนทักษะปฏิบัติตามองค์ประกอบของทักษะร่วมกับ ชุดฝึกทักษะ ช่วยให้ผู้เรียนได้ฝึกปฏิบัติทักษะย่อยๆ โดยการทำชุดฝึกทักษะจนเกิดทักษะการคิด วิเคราะห์ด้วยตนเอง สามารถพัฒนาทักษะความจำที่มีผลต่อสินทรัพย์ หนี้สิน และส่วนของเจ้าของได้ และจึงมาเชื่อมโยงต่อกันเป็นทักษะที่สมบูรณ์ และ นูรีมาน สือรี( 2563:41) เรื่องการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนเรื่องเลขยกกำลัง โดยใช้แบบฝึกทักษะสำหรับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ที่พบว่าความพึงพอใจที่มีต่อการเรียนคณิตศาสตร์โดยใช้แบบฝึกทักษะวิชาคณิตศาสตร์ เรื่องเลขยก กำลัง โดยภาพรวมนักเรียนมีความพึงพอใจในระดับมาก ซึ่งมีค่าระดับความพึงพอใจ 4.38 ข้อเสนอแนะ 1. ครูผู้สอนควรนำการพัฒนาชุดฝึกสมรรถนะอาชีพทางการบัญชี เพื่อทักษะอนาคต วิชาการใช้คอมพิวเตอร์ในงานบัญชี สำหรับนักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ วิทยาลัย อาชีวศึกษาแพร่ ไปใช้ในการจัดการเรียนการสอน 2. ขั้นตอนการดำเนินงานในคำชี้แจงของ การพัฒนาชุดฝึกสมรรถนะอาชีพทางการบัญชี เพื่อทักษะอนาคต วิชาการใช้คอมพิวเตอร์ในงานบัญชี สำหรับนักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ วิทยาลัยอาชีวศึกษาแพร่ ครูผู้สอนสามารถปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมกับกลุ่มผู้เรียนและสถานการณ์ได้ 3. ครูผู้สอนควรกระตุ้นให้กำลังใจและเสริมแรงให้นักเรียนกระตือรือร้นในการทำกิจกรรม 4. ครูควรเพิ่มสื่อการสอนเป็นคลิปวีดีโอของการพัฒนาชุดฝึกสมรรถนะอาชีพทางการบัญชี เพื่อทักษะอนาคต วิชาการใช้คอมพิวเตอร์ในงานบัญชี สำหรับนักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ วิทยาลัยอาชีวศึกษาแพร่
บรรณานุกรม ดารณีจุนเจือวงค์. ( 2563 ). [ออนไลน์]. หน้า 49. การพัฒนาแบบฝึกทักษะการเข้าใจความหมาย คำศัพท์ภาษาอังกฤษจากบริบทโดยใช้เทคนิคการบอกกระบวนการความคิด สำหรับ น ั ก เ ร ี ย น ร ะ ด ั บ ช ั ้ น ม ั ธ ย ม ศ ึ ก ษ า ป ี ที่ 5. ส ื บ ค ั น 9 ก ั น ย า ย น 2565. http:/ithesisir.su.ac.th/dspace/bitstream/123456789/3279/1/59263307.pdf นูรีมาน สือรี. (2563). [ออนไลน์1. การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเรื่องเลขยกกำลัง โดยใช้แบบ ฝึกทักษะ สำหรับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1. สืบค้น 9 กันยายน 2565. http://ir.tsu.ac.th/jspui/bitstream/123456789/248/1/Nuriman962000210 180.pdf สุจินดา พัชรภิญโญ. (2547). [ออนไลน์]. ชุดการสอนซ่อมเสริมคณิตศาสตร์เรื่อง โจทย์ปัญหา ระบบสมการเชิงเส้นสองตัวแปร สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3. สารนิพนธ์กศ.ม. (การศึกษามัธยม) กรุงเทพฯ : บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ. สืบค้น 9 กันยายน 2565. จาก http://thesis.swu.ac.th/swuthesis/Sec_ Ed/Sujinda P.pdf สิริบงกช วัชระกาญจกุล และคณะ. (2561). การพัฒนาชุดฝึกทักษะแอนิเมชัน 2 มิติเรื่อง การ บวกจำนวนสองจำนวนที่มีผลบวกไม่เกิน 9 กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์สำหรับ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1. วารสารครุพิบูล ปีที่ 5 ฉบับที่ 2 (กรกฎาคม-ธันวาคม 25612) ISSN 2351-0943 (Print) ISSN 2586-8969 สำนักมาตรฐานการอาชีวศึกษาและวิชาชีพ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา. (2565). หลักสูตร ประกาศนียบัตรวิชาชีพ พุทธศักราช 2562. เข้าถึงเมื่อ (9 กันยายน 2565) . เข้าถึงได้จาก(https://bsq.vec.go.th/ 2565). สำนักมาตรฐานการอาชีวศึกษาและวิชาชีพ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา. (2565). หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ พุทธศักราช 2562 ประเภทวิชาพาณิชยกรรม สาขาวิชาการบัญชี.เข้าถึงเมื่อ (9 กันยายน 2565) . เข้าถึงได้จาก (https://bsq.vec.go.th/Portals/9/Course/20/2562/20200/20201v4.pdf)
35 สำนักมาตรฐานการอาชีวศึกษาและวิชาชีพ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา. (2565). รายวิชา 20201-2007 การใช้คอมพิวเตอร์ในงานบัญชี หน้า 107. เข้าถึงเมื่อ (9 กันยายน 2565) . เข้าถึงได้จาก (https://bsq.vec.go.th/Portals/9/Course/20/2562/20200/20201v4.pdf) สภาวิชาชีพบัญชีในพระบรมราชูปถัมภ์, (2556). มาตรฐานการศึกษาระหว่างประเทศสำหรับผู้ ประกอบวิชาชีพบัญชี. เข้าถึงเมื่อ (9 กันยายน 2565) . เข้าถึงได้จาก (https://www.tfac.or.th/Article/Detail/66980.
36 ภาคผนวก ก การวิเคราะห์ค่า IOC แบบประเมินคุณภาพต่อองค์ประกอบของการพัฒนาชุดฝึกสมรรถนะอาชีพทางการบัญชี เพื่อทักษะอนาคต วิชาการใช้คอมพิวเตอร์ในงานบัญชี สำหรับนักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ วิทยาลัยอาชีวศึกษาแพร่
37 ที่ รายการประเมิน ผู้เชี่ยวชาญ IOC ผลการ วิเคราะห์ คน ที่ 1 คน ที่ 2 คน ที่ 3 คน ที่ 4 คน ที่ 5 1 ชุดฝึกทักษะมีความเหมาะสมกับ หลักสูตรระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ 1 0 1 1 1 4 0.8 ใช้ได้ 2 ชุดฝึกทักษะมีความเหมาะสมและ สอดคล้องกับธรรมชาติของรายวิชา 1 1 0 1 1 4 0.8 ใช้ได้ 3 ชุดฝึกทักษะมีความเหมาะสมกับระดับ ของผู้เรียน 1 1 1 1 1 5 1 ใช้ได้ 4 ชุดฝึกทักษะมีความทันสมัยและทัน เทคโนโลยี 1 0 1 1 1 4 0.8 ใช้ได้ 5 ชุดฝึกทักษะมีความเหมาะสมต่อ กระบวนการพัฒนาผู้เรียน 1 1 1 0 1 4 0.8 ใช้ได้ 6 ชุดฝึกทักษะนี้มีความสะดวกต่อการใช้ งาน 0 1 1 1 0 3 0.6 ใช้ได้ 7 รูปภาพ ขนาดตัวอักษรในชุดฝึกทักษะมี ความเหมาะสม 1 1 0 1 1 4 0.8 ใช้ได้
38 ภาคผนวก ข การวิเคราะห์ค่า IOC ความพึงพอใจ ต่อการพัฒนาชุดฝึกสมรรถนะอาชีพทางการบัญชี เพื่อทักษะอนาคต วิชาการใช้คอมพิวเตอร์ในงานบัญชี สำหรับนักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ วิทยาลัยอาชีวศึกษาแพร่
39 ที่ รายการประเมิน ผู้เชี่ยวชาญ IOC ผลการ วิเคราะห์ คน ที่ 1 คน ที่ 2 คน ที่ 3 คน ที่ 4 คน ที่ 5 1 คำแนะนำในการใช้มีความชัดเจน 1 -1 1 1 1 3 0.6 ใช้ได้ 2 ความสมบูรณ์ของเนื้อหาสาระ 1 1 0 1 1 4 0.8 ใช้ได้ 3 สื่อมีภาพประกอบสวยงามชัดเจน 1 1 1 1 1 5 1 ใช้ได้ 4 ขนาดตัวอักษรมีความเหมาะสม 1 0 0 1 1 3 0.6 ใช้ได้ 5 วิธีการสอนทำให้นักเรียนตื่นตัว 1 1 1 0 0 3 0.6 ใช้ได้ 6 เนื้อหาสาระสอดคล้องกับชื่อเรื่อง 1 1 1 1 0 4 0.8 ใช้ได้ 7 การวัดและประเมินผลมีความ หลากหลาย 1 0 1 1 1 4 0.8 ใช้ได้ 8 กิจกรรมการเรียนส่งเสริมการคิดของ นักเรียน 1 1 1 1 0 4 0.8 ใช้ได้ 9 สามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ได้ 1 1 1 1 1 5 1 ใช้ได้ 10 สามารถพัฒนาทักษะการแก้ปัญหา 1 0 0 1 1 3 0.6 ใช้ได้
40 ภาคผนวก ค การวิเคราะห์ค่าดัชนี IOC ความสอดคล้องจากการประเมินผลของข้อสอบจากผู้เชี่ยวชาญ
41 ข้อที่ ผู้เชี่ยวชาญ IOC ผลการวิเคราะห์ คนที่1 คนที่2 คนที่3 คนที่4 คนที่5 1 1 1 1 1 -1 3 0.6 ใช้ได้ 2 1 0 1 1 1 4 0.8 ใช้ได้ 3 0 0 -1 1 1 1 0.2 ใช้ไม่ได้ 4 0 1 1 1 0 3 0.6 ใช้ได้ 5 1 1 1 1 1 5 1 ใช้ได้ 6 1 -1 -1 1 1 1 0.2 ใช้ไม่ได้ 7 1 -1 1 1 1 3 0.6 ใช้ได้ 8 0 1 1 0 1 3 0.6 ใช้ได้ 9 1 -1 -1 1 1 1 0.2 ใช้ไม่ได้ 10 1 0 1 0 1 3 0.6 ใช้ได้ 11 1 1 -1 1 1 3 0.6 ใช้ได้ 12 1 1 1 1 0 4 0.8 ใช้ได้ 13 1 1 -1 1 1 3 0.6 ใช้ได้ 14 1 1 -1 1 1 3 0.6 ใช้ได้ 15 1 1 1 1 1 5 1 ใช้ได้ 16 0 0 0 1 0 1 0.2 ใช้ไม่ได้ 17 1 1 1 1 1 5 1 ใช้ได้ 18 1 -1 1 1 1 3 0.6 ใช้ได้ 19 0 1 1 1 0 3 0.6 ใช้ได้ 20 0 0 -1 1 1 1 0.2 ใช้ไม่ได้ 21 0 1 1 1 0 3 0.6 ใช้ได้ 22 1 1 1 1 1 5 1 ใช้ได้ 23 1 -1 -1 1 1 1 0.2 ใช้ไม่ได้ 24 0 1 1 1 0 3 0.6 ใช้ได้