The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คู่มือผู้ฝึกสอนกีฬาฟุตซอล

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ห้องสมุดกีฬา, 2023-03-25 10:00:45

คู่มือผู้ฝึกสอนกีฬาฟุตซอล

คู่มือผู้ฝึกสอนกีฬาฟุตซอล

เป็นระบบการเล่นที่นิยมใช้กัน โดยก�ำหนดต�ำแหน่งของผู้เล่นให้มีผู้เล่น “ตัวเป้า” 1 คน มีผู้เล่นท�ำหน้าที่ป้องกันอยู่แดนหลัง 1 คน และมีผู้เล่นด้านข้าง ทั้งซ้ายและขวาอยู่ในต�ำแหน่ง เหนือตัวป้องกันอยู่ในแดนกลาง 2 คน ท�ำหน้าที่ทั้งรุกและป้องกันในพื้นที่ส่วนของแต่ละคน เมื่อก่อนจะรู้จักระบบนี้ในชื่อ “รอมโบ” (Rombo) ซึ่งเป็นภาษาสเปน มีความหมายว่า “สี่เหลี่ยม ขนมเปียกปูน” หรือ “สี่เหลี่ยมข้าวหลามตัด” ปัจจุบันเรียก “ไดมอนด์” (Diamond) ความหมาย คือ เพชรที่มีเหลี่ยมมีมุมทุกด้าน 6. ระบบการเล่นแบบ 4-0 เป็นระบบที่ผู้เล่นต้องใช้ความสัมพันธ์และความเข้าใจกันในการเล่นอย่างมาก ไม่ว่ารุก หรือป้องกัน จะใช้วิธีการเล่นหมุนต�ำแหน่งของผู้เล่นที่ใกล้เคียงกันจากแดนตนเอง เพื่อพาบอล ขึ้นไปปากประตูคู่ต่อสู้ให้มากที่สุดเพื่อท�ำประตู ทุกระบบการเล่นที่กล่าวมาเป็นพื้นฐานของระบบในกีฬาฟุตซอล หน้าที่ของผู้ฝึกสอน จะต้องสอนให้ผู้เล่นรู้และเข้าใจในทุกระบบการเล่น เพราะเกมของกีฬาฟุตซอลจะไม่มีระบบใด ตายตัว ระบบจะเกิดประสิทธิภาพได้เพราะผู้เล่นเป็นตัวขับเคลื่อน ถ้าผู้เล่นขาดความสามารถหรือ มีความสามารถไม่ใกล้เคียงกันภายในทีมทุกระบบก็จะขาดประสิทธิภาพหรือล้มเหลว ผู้เล่นแต่ละคน จึงต้องมีความสามารถในเทคนิค ทักษะและยุทธวิธีการเล่นที่ดีไหวพริบสติปัญญาดี เพราะเกมฟุตซอล จะมีการเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ไปเกือบตลอดเวลา ระบบการเล่นแบบ 4-0 194 คู่มือผู้ฝึกสอนกีฬาฟุตซอล T-Certificate


รูปแบบการป้องกันในกีฬาฟุตซอล รูปแบบการป้องกันที่นิยมและเป็นรูปแบบพื้นฐานมีด้วยกัน 3 รูปแบบ ดังนี้ • รูปแบบการป้องกันแบบเฉพาะบุคคล (Man on Man) • รูปแบบการป้องกันแบบคุมพื้นที่ (Zone Marking) • รูปแบบการป้องกันแบบผสมผสาน (Mixed) 1. รูปแบบการป้องกันแบบเฉพาะคน (Man on Man) รูปแบบการป้องกันแบบเฉพาะบุคคล หรือที่เรียกกันทั่วไปว่าการป้องกันแบบประกบ เป็นการเล่นที่ผู้เล่นแต่ละคนในทีมจะรับผิดชอบผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามเฉพาะคนเป็นหลัก โดยไม่ค�ำนึง ถึงต�ำแหน่งของลูกบอลและพื้นที่มากนัก เป็นรูปแบบที่เหมาะสมส�ำหรับผู้เล่นใหม่หรือเด็กๆ ที่จะเรียนรู้เรื่องของการป้องกันเพราะมีความรับผิดชอบเฉพาะไม่ยุ่งยากในเรื่องของการช่วยเหลือกัน ในการดูแลพื้นที่ รูปแบบการป้องกันแบบประกบเฉพาะคน ฝ่ายป้องกัน ลูกบอล ฝ่ายรุก คู่มือผู้ฝึกสอนกีฬาฟุตซอล T-Certificate 195


2. รูปแบบการป้องกันแบบคุมพื้นที่ (Zone Marking) รูปแบบการป้องกันที่เน้นการดูแลรับผิดชอบพื้นที่ที่ผู้เล่นเล่นอยู่ในต�ำแหน่งนั้นๆ ไม่ค่อยให้ความส�ำคัญกับการเคลื่อนไหวเคลื่อนที่ของคู่ต่อสู้มากนัก นอกจากผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม เคลื่อนที่เข้ามาในส่วนพื้นที่ที่รับผิดชอบ ถึงจะให้ความส�ำคัญมาก จะมีการช่วยเหลือกันในส่วนของ พื้นที่ที่รับผิดชอบ 3. รูปแบบการป้องกันแบบผสมผสาน (Mixed) ระบบการป้องกันแบบคุมพื้นที่ รูปแบบการป้องกันแบบผสมผสาน GK GK 196 คู่มือผู้ฝึกสอนกีฬาฟุตซอล T-Certificate


เป็นรูปแบบการป้องกันที่ผู้เล่นต้องท�ำหน้าที่พร้อมกันสองอย่างในเวลาเดียวกัน คือ การคุมพื้นที่และการควบคุมผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม เช่น สถานการณ์ที่เป็นการเล่นจากมุม เมื่อเป็นฝ่ายป้องกัน หรือการเตะเข้าเล่นของฝ่ายตรงข้าม ระบบใดๆ ก็ตามที่ใช้ผู้รักษาประตูออกมาช่วยเป็นผู้เล่น ก็จะนับผู้รักษาประตูรวมเข้าไป ในระบบด้วย เช่น ระบบ 2-2 ก็จะเป็น 1-2-2 หรือระบบ 1-3 ก็จะนับรวมเป็น 1-1-3 ระบบการเล่น จะมีทั้งการป้องกันและการรุก เพื่อท�ำประตูและก็เพื่อป้องกันประตูและแบ่งผู้เล่นเป็นผู้เล่นฝ่ายรุก และผู้เล่นป้องกัน แต่อย่างไรก็ตามระบบไม่ได้ท�ำให้ทีมชนะ ระบบคือแผนการเล่นที่จะน�ำไปสู่ชัยชนะ แต่จะชนะหรือแพ้ขึ้นอยู่กับผู้เล่นเสมอ คู่มือผู้ฝึกสอนกีฬาฟุตซอล T-Certificate 197


อาหาร และโภชนาการ อาหารเป็นปัจจัยภายนอกที่มีอิทธิพลต่อการฝึกซ้อม ซึ่งมีผลต่อสมรรถภาพทางกาย ที่ส�ำคัญยิ่งประการหนึ่ง การเคลื่อนไหวของร่างกายต้องใช้พลังงานจากกล้ามเนื้อ กล้ามเนื้อได้รับ พลังงานจากการเผาผลาญตามกระบวนการทางเคมีมาเป็นพลังงานที่เก็บสะสมในกล้ามเนื้อแต่ละส่วน ทั่วร่างกายเพื่อการน�ำออกไปใช้ อาหารที่รับประทานหรือบริโภคเข้าไปแต่ละชนิดมีอัตราของการ เผาผลาญที่มาเป็นพลังงานที่ต่างกัน สารอาหารบางชนิดใช้เวลาเผาผลาญนาน บางชนิดใช้เวลาไม่มาก สารอาหารประเภทไขมันถึงแม้จะมีพลังงานมากแต่การน�ำออกไปใช้ก็ยากเช่นเดียวกัน แถมยังก่อ ความล�ำบากในการขับถ่ายอีกด้วย และเมื่อร่างกายรับเข้าไปมากๆ ก็จะถูกเก็บสะสมในสภาพของ ไขมันใต้ผิวหนัง ช่องท้อง และอวัยวะบางส่วนท�ำให้เกิดสภาพที่อ้วนซึ่งไม่เหมาะกับนักกีฬา ควรจะรับประทานอะไร หรือกินอย่างไรก่อนการแข่งขัน ที่จริงแล้วอาหารในช่วง ก่อนการแข่งขันยังจะมีความส�ำคัญน้อยกว่าช่วงที่มีการฝึกที่นักกีฬารับประทานอยู่ทุกวัน ซึ่งเป็นช่วงที่ นักกีฬาควรจะได้รับสารอาหารที่เพียงพอ และมีประโยชน์ตามที่ร่างกายต้องการในช่วงนี้และ ก็จะไม่เป็นผลอะไรเลยที่จะเสริมอาหารดีๆ ในช่วงเวลาสั้นๆ ก่อนการแข่งขัน อาหารและ โภชนาการจึงเป็นเรื่องส�ำคัญและจ�ำเป็นอย่างยิ่งเทียบเท่ากับแผนการฝึก การรับประทานอาหาร ให้ถูกต้องตามช่วงเวลาต่างๆและสอดคล้องกับการฝึกมีความส�ำคัญเพราะร่างกายจะสามารถ ใช้ประโยชน์จากสารอาหารได้สูงสุด “ควรกินให้พอ และกินให้ถูกต้อง” หลักการเลือกอาหารส�ำหรับนักกีฬา 1. ควรเลือกกินอาหารให้ครบ 5 หมู่ อาหารจ�ำพวกคาร์โบไฮเดรต ไขมัน โปรตีน ให้พลังงานแก่ร่างกาย การได้รับสารอาหารครบ 5 หมู่เป็นหลักการสากลของการมีภาวะโภชนาการ ที่ดี การลดอาหารแล้วใช้การเสริมวิตามินจึงไม่ใช่เรื่องที่ถูกต้อง เพราะจะท�ำให้ได้รับสารอาหาร ไม่ครบถ้วน 2. ควรเลือกรับประทานอาหารให้หลากหลายชนิด อย่าเลือกรับประทานอย่างหนึ่งอย่างใด เป็นเวลานานๆ เพราะท�ำให้ขาดสารอาหารบางตัว 3. สัดส่วนของสารอาหารที่บริโภคควรมีสารอาหารคาร์โบไฮเดรต 55 เปอร์เซ็นต์ ไขมัน 30-35 เปอร์เซ็นต์ และโปรตีน 10-15 เปอร์เซ็นต์ ในส่วนของไขมันควรมาจากไขมันชนิดอิ่มตัว (น�้ำมันพืช) 20 เปอร์เซ็นต์ ชนิดอิ่มตัว (ไขมันสัตว์) 10 เปอร์เซ็นต์ 198 คู่มือผู้ฝึกสอนกีฬาฟุตซอล T-Certificate


4. ควรดื่มน�้ำให้เพียงพอ ทั้งในช่วงก่อนการฝึกหรือเล่น ขณะที่เล่นและหลังการเล่น น�้ำนับเป็นสารอาหารที่ส�ำคัญที่สุด การขาดน�้ำเพียงช่วงระยะเวลาสั้นๆ จะท�ำให้สมรรถภาพการท�ำงาน ของร่างกายลดลง ในขณะที่การขาดสารอาหารบางอย่าง อย่างอื่นต้องใช้เวลาถึงจะเห็นผล การที่ร่างกายแสดงการกระหายน�้ำเป็นสัญญาณเตือนว่าร่างกายขาดน�้ำ ไม่ควรปล่อยให้ร่างกายกระหาย แล้วค่อยดื่มน�้ำเมื่อรู้ว่าร่างกายเสียเหงื่อมากควรรีบชดเชยด้วยการดื่มน�้ำทันที แหล่งพลังงาน คาร์โบไฮเดรต ไขมัน โปรตีน โดยทั้งสามประเภทนี้จะให้พลังงานจากกระบวนการเผาผลาญ ทางเคมีในร่างกายจะให้พลังงานเป็นหน่วยแคลอรี่ทุกวัน และถ้าพลังงานไม่ถูกน�ำออกมาใช้ ก็จะสะสมท�ำให้น�้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น ร่างกายอ้วนขึ้น ท�ำให้ประสิทธิภาพของร่างกายลดลง คาร์โบไฮเดรต เป็นแหล่งพลังงานที่ส�ำคัญ ควรมี 55-60 เปอร์เซ็นต์ในอาหารส�ำหรับนักกีฬา เพราะจะ ช่วยให้เป็นพลังงานและช่วยในการท�ำงานของสมอง พลังงานที่ให้จะสะสมในกล้ามเนื้อ เหมือน ไกลโคเจนให้พลังงานเร็วและถูกท�ำลายเร็ว ถ้าขาดไกลโคเจนการออกก�ำลังกายหนักมีขีดจ�ำกัด ความอดทนจะมีน้อย ความอดทนของกล้ามเนื้อมีขีดจ�ำกัดและสมองก็ท�ำงานน้อยลง ถ้าร่างกาย ท�ำงานหนักระยะเวลานาน ร่างกายก็ต้องการคาร์โบไฮเดรตมากขึ้น ซึ่งจะพบได้ในอาหารจ�ำพวกข้าว เผือก มัน อาหารจ�ำพวกธัญพืช แป้ง ขนมปัง และข้าวเหนียว ซึ่งก็เป็นสารอาหารจ�ำพวกคาร์โบไฮเดรต เช่นเดียวกับข้าวแต่ให้พลังงานสูงกว่าข้าวเจ้าในปริมาณที่เท่ากัน ไขมัน เป็นแหล่งรวมพลังงานที่แน่นหนาที่สุด ท�ำหน้าที่รักษาอุณหภูมิในร่างกาย ป้องกัน อวัยวะส่วนส�ำคัญให้กรดไขมันต่อร่างกาย มีพลังงานที่มีประสิทธิภาพเป็นสองเท่าเมื่อเทียบกับ คาร์โบไฮเดรต แต่ต้องการออกซิเจนมากกว่าขณะเผาผลาญ ถูกกล้ามเนื้อใช้เป็นเชื้อเพลิงมากที่สุด ในการออกก�ำลังกายนานๆ ในระดับความหนักหน่วงปานกลาง กล้ามเนื้อจะใช้ไขมันเป็นพลังงาน โดยจะปล่อยพลังงานอย่างช้าๆ เมื่อร่างกายใช้ไกลโคเจนหมดไปร่างกายก็จะใช้พลังงานที่ได้จากไขมัน โดยในการฝึกเพื่อความอดทนที่จะช่วยให้ประสิทธิภาพของกล้ามเนื้อดีขึ้น การใช้ไขมันเป็นพลังงาน เป็นสิ่งจ�ำเป็นที่จะต้องมีไขมันในอาหาร 30 เปอร์เซ็นต์ จะพบได้ในสารจ�ำพวกเนยเหลว เนยแข็ง นม อาหารจ�ำพวกทอดและเนื้อ คู่มือผู้ฝึกสอนกีฬาฟุตซอล T-Certificate 199


โปรตีน เป็นสิ่งจ�ำเป็นส�ำหรับร่างกายเพราะร่างกายผลิตเองไม่ได้ ผลของพลังงานคล้ายกับ คาร์โบไฮเดรต โปรตีนท�ำหน้าที่ช่วยในการเจริญเติบโตของร่างกาย ซ่อมแซมในส่วนที่สึกหรอ ให้ดีขึ้น บ�ำรุงรักษาเซลล์ รักษาสมดุลของน�้ำ ช่วยให้เกิดภูมิคุ้มกันในการต่อต้านเชื้อโรค และใช้เป็นพลังงานในกรณีที่พลังงานจากแหล่งอื่นไม่เพียงพอ ในความคิดที่ว่านักกีฬาต้องการเสริม ความแข็งแรง บึกบึน นักกีฬาควรได้รับสารอาหารพิเศษกว่าคนปกติ โดยค�ำนึงถึงการเสริมโปรตีน มาเป็นอันดับแรก เพื่อที่จะให้เกิดพละก�ำลังและเพื่อสร้างกล้ามเนื้อ การที่ร่างกายได้รับโปรตีน สูงกว่าปกติ นอกจากจะไม่ได้น�ำมาใช้แล้วจะเป็นอันตราย เนื่องจากโปรตีนไม่สามารถเก็บสะสม ในร่างกาย ต้องขับถ่ายออกมาท�ำให้เพิ่มการท�ำงานของไต ในกรณีที่ร่างกายได้รับสารอาหารอื่น และโปรตีนเพียงพอจึงไม่มีความจ�ำเป็นที่จะต้องเสริมโปรตีนให้นักกีฬา แต่กลับจะเป็นผลเสียนักกีฬา มากกว่า ควรมีโปรตีนอยู่ในอาหาร 15 เปอร์เซ็นต์ น�้ำ เกลือแร่ และวิตามิน น�้ำ จ�ำเป็นส�ำหรับการระบายความร้อนออกจากร่างกาย ป้องกันร่างกายขาดน�้ำ ขณะออกก�ำลังกาย ซึ่งถ้าร่างกายขาดน�้ำอาจท�ำให้เป็นลมหมดสติได้ เครื่องดื่มเกลือแร่ระหว่างที่ ออกก�ำลังกายต้องเป็นชนิดเจือจางพอสมควร เพื่อที่จะให้การเคลื่อนออกจากกระเพาะเป็นไปโดยเร็ว ที่สุด ถ้าดื่มน�้ำเกลือแร่เข้มข้นเกินไปอาจท�ำให้เกิดการเกร็งตัวของกระเพาะอาหารได้ ในกรณีที่ นักกีฬามีสุขภาพดีไม่จ�ำเป็นต้องได้รับเกลือแร่ นอกจากว่าร่างกายเสียเหงื่อมาก หรือในกรณีที่ออกก�ำลังกาย ในที่ที่อากาศร้อนจัด ในระหว่างออกก�ำลังกายไม่จ�ำเป็นต้องได้รับการเสริมวิตามินเนื่องจากมีอยู่ เพียงพอแล้วในสารอาหารที่รับประทาน วิตามินไม่ใช่เชื้อเพลิงส�ำหรับเผาผลาญเป็นพลังงาน ไม่มีผล ต่อการเพิ่มสมรรถภาพแต่อย่างใด แต่จะมีผลในกรณีที่ร่างกายขาดสารอาหารเหล่านั้น การได้รับ วิตามิน เกลือแร่สูงจะเป็นอันตรายต่อร่างกาย เช่น การได้รับวิตามินเคมากเกินไปจะท�ำให้เกิด ความผิดปกติในระบบย่อยอาหาร วิตามินที่ได้รับจากสารอาหารจะพบได้จากผักและผลไม้สดในแต่ละครั้ง ที่บริโภคก็เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายอยู่แล้ว จึงไม่จ�ำเป็นต้องใช้อาหารเสริม 200 คู่มือผู้ฝึกสอนกีฬาฟุตซอล T-Certificate


การบาดเจ็บเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาทั้งในระหว่างการฝึกซ้อมและการแข่งขัน สาเหตุหลัก ที่ท�ำให้เกิดการบาดเจ็บมี 2 ประการ คือ 1. สาเหตุจากตัวนักกีฬาเอง ซึ่งได้แก่ - ขาดความสมบูรณ์ทางกาย - รูปร่างไม่เหมาะสม - จิตใจมุทะลุบ้าบิ่นหรือขลาดกลัว - ขาดความรู้ในเรื่องกติกาและเทคนิค ทักษะที่ถูกต้อง - เตรียมร่างกายหรืออบอุ่นร่างกายมาไม่เพียงพอ 2. สาเหตุที่เกิดจากภายนอก ได้แก่ - การแต่งกายไม่เหมาะสม - ไม่ใช้เครื่องป้องกันตามสมควร - สนามและหรืออุปกรณ์บกพร่อง - เกิดจากคู่แข่งขัน อุบัติเหตุ และหรือเจตนา - จากสภาพแวดล้อม กองเชียร์ ผู้ตัดสิน อาการที่พบมาจากสาเหตุดังกล่าว คือ เกิดการช�้ำบวม กล้ามเนื้อฉีก ข้อแพลง การบาดเจ็บที่ เอ็นกล้ามเนื้อ การบาดเจ็บที่ข้อต่อและเอ็นยึดข้อต่อ เป็นต้น การปฏิบัติเพื่อการปฐมพยาบาลดังกล่าว ใช้หลักเกณฑ์เดียวกันคือ การใช้ความเย็นประคบ ใช้ผ้าพันรัดและยกส่วนที่บาดเจ็บให้สูง ในขั้นตอนต่อไปอาจใช้ความร้อนประคบ นวด และบริหาร แต่ต้องแน่ใจว่าเลือดจะไม่ออกภายใน หรือเกิดอักเสบขึ้นมาอีก หลักการปฐมพยาบาลเบื้องต้น เมื่อเกิดการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬาผู้ฝึกสอนสามารถให้การปฐมพยาบาลโดยเรียงล�ำดับ ตามหลักการ จากหลักเกณฑ์ที่อ่านว่า ไพรซ์ เป็นตัวย่อในภาษาอังกฤษ “PRICED” การบาดเจ็บ และการป้องกัน คู่มือผู้ฝึกสอนกีฬาฟุตซอล T-Certificate 201


ขั้นตอนการปฐมพยาบาลนักกีฬาที่บาดเจ็บ เมื่อผู้ฝึกสอนวิเคราะห์แล้วต้องจัดส่งผลการวินิจฉัยเบื้องต้นและผู้บาดเจ็บไปพบแพทย์ หรือสถานพยาบาล เพื่อให้การรักษาพยาบาลที่ถูกต้องต่อไป หากว่าอาการยังไม่ทุเลาหรือการบาดเจ็บ นั้นรุนแรง การเป็นตะคริว ตะคริว (Cramp) เกิดจากอาการเกร็งตัวชั่วคราวของมัดกล้ามเนื้อนั้นๆ ทั้งมัด ท�ำให้เห็น เป็นก้อนหรือเป็นลูกจะมีอาการเจ็บปวดมากและอยู่นอกเหนือการบังคับจากจิตใจ ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้บ่อยๆ และซ�้ำที่เดิม หรือเป็นหลายๆ มัดพร้อมกันได้ สาเหตุเกิดจากกล้ามเนื้อไม่แข็งแรงหรือไม่ได้รับ การฝึกที่เพียงพอเมื่อใช้งานมากเกินไป นอกจากนี้การที่ร่างกายขาดเกลือแร่บางชนิด หรือในสภาพอากาศ ที่เย็นหรือมีการรัดผ้ายืดแน่นเกินไปท�ำให้เลือดมาเลี้ยงกล้ามเนื้อน้อยท�ำให้เป็นตะคริวได้ง่าย ขณะที่เล่นกีฬาแล้วเกิดเป็นตะคริวให้หยุดพักทันที จากนั้นเหยียดและยืดกล้ามเนื้อมัดนั้นให้เต็มที่ ประมาณ 5-10 นาที เมื่อคลายการเกร็งตัวแล้วจึงนวดด้วยน�้ำมันนวดที่ร้อนด้วยอุ้งมือเบาๆ ห้ามจับบีบหรือขย�ำ เพราะจะท�ำให้กล้ามเนื้อหดเกร็งเกิดตะคริวได้อีก P = Prevent further injury หยุดการเล่นทันที น�ำผู้เล่นออกจาก เพื่อหลีกเลี่ยงการบาดเจ็บ ป้องกันการบาดเจ็บที่จะตามมาอีก สถานที่ที่ได้รับบาดเจ็บ ตามมาอีก R = Rest the injured part พักส่วนที่บาดเจ็บทันทีไม่เคลื่อนไหว การเคลื่อนไหวส่วนที่บาดเจ็บ พักส่วนที่บาดเจ็บ จะท�ำให้เลือดออกมากขึ้น I = Ice ประคบเย็นบริเวณที่ได้รับบาดเจ็บ เพื่อลดอาการบวม การเจ็บปวด ใช้ความเย็น ด้วยน�้ำแข็ง น�้ำเย็น ผ้าเย็น กล้ามเนื้อเกร็งตัว และการอักเสบ C = Compression พันรัดให้กระชับส่วนที่ได้รับบาดเจ็บ เพื่อป้องกันไม่ให้เลือดออกมากขึ้น การพันรัด ด้วยผ้ายืด ใช้ผ้าส�ำลีรองไว้หนาๆ เป็นการลดอาการบวม โดยรอบก่อน และเป็นการประคองส่วนที่ได้รับ บาดเจ็บด้วย E = Elevation ยกส่วนที่บาดเจ็บนั้นให้สูงกว่า เพื่อให้เลือดไหลเวียนกลับได้สะดวก การยกสูง ระดับหัวใจ เป็นการลดการมีเลือดออก ลดบวมและลดอาการเจ็บปวด ความหมาย ทำอย่างไร เพื่ออะไร 202 คู่มือผู้ฝึกสอนกีฬาฟุตซอล T-Certificate


การป้องกันการบาดเจ็บ การฝึกซ้อมหรือเล่นกีฬาจะต้องค่อยๆ เริ่มทีละน้อย แล้วสังเกตว่าร่างกายมีปฏิกิริยา ตอบสนองอย่างไรบ้างในขณะที่เคลื่อนไหวหรือเล่นอยู่ ถ้าพบว่ามีความผิดปกติอย่าให้ฝืนเล่นต่อไป หรือแม้แต่หลังจบการฝึกแล้วต้องสังเกตดูปฏิกิริยาของร่างกายด้วย ผู้ฝึกสอนสามารถป้องกัน การบาดเจ็บของนักกีฬาได้ดังนี้ 1. การตรวจร่างกาย เป็นการตรวจทั่วๆ ไปว่ามีโรคประจ�ำตัวที่มีข้อห้ามในการเล่นกีฬาหรือไม่ รวมทั้งการตรวจความผิดปกติของโครงสร้างร่างกายที่จะมีผลต่อการฝึก ซึ่งอาจท�ำให้บาดเจ็บได้ การตรวจที่ส�ำคัญคือ การตรวจสัญญาณชีพจร ได้แก่ ชีพจร ความดันโลหิต อัตราการหายใจ อุณหภูมิกาย การชั่งน�้ำหนัก วัดส่วนสูง และการตรวจวัดสายตา 2. การตรวจหรือทดสอบสมรรถภาพทางกาย จะท�ำให้ทราบถึงสุขภาพของนักกีฬา ว่าเป็นอย่างไร มีขีดความสมบูรณ์ของร่างกายเพียงใด มีจุดบกพร่องอันเนื่องมาจากการบาดเจ็บ ครั้งก่อนๆ ที่จะท�ำให้เกิดอันตรายได้หรือไม่ นักกีฬาจะมีความสามารถและประสิทธิภาพทางกาย ที่แตกต่างกัน ซึ่งเป็นผลจากความสมบูรณ์ทางกาย จึงท�ำให้มีการเร่งเสริมสร้างสมรรถภาพเพื่อให้ร่างกาย มีความสมบูรณ์โดยเร็วที่สุด บางรายอาจจะได้ผล แต่ส่วนใหญ่มักจะไม่ได้ผล โดยจะเกิดความตึงตัว ของกล้ามเนื้ออย่างมากท�ำให้เกิดบาดเจ็บได้ง่าย ปัจจัยที่มีผลต่อการเกิดการบาดเจ็บของนักกีฬา 1. อุปกรณ์ โดยทั่วไปแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ - อุปกรณ์กลาง เช่น สถานที่ฝึกซ้อมและแข่งขัน สภาพพื้นผิวที่ไม่เหมาะสม ซึ่งนอกจากจะท�ำให้เกิดอันตรายแล้วยังท�ำให้แสดงความสามารถได้ไม่เต็มที่ - อุปกรณ์ประจำตัว เช่น รองเท้าควรเหมาะสมกับชนิดกีฬาส�ำหรับกีฬาฟุตซอล พื้นรองเท้าควรเป็นพื้นยางเรียบ พื้นรองนิ่ม ยืดหยุ่นได้เพื่อช่วยลดแรงกระแทกจากการวิ่ง และกระจายน�้ำหนักจากการกระแทกพื้น 2. การฝึกซ้อม ควรเริ่มทีละน้อยช้าๆ เป็นไปตามขั้นตอน ให้เหมาะสมกับสภาพ ร่างกาย เวลาที่ใช้ในการฝึกมีความส�ำคัญมากส�ำหรับนักกีฬาที่อยู่ในวัยเยาว์ การฝึกซ้อมที่หักโหม จะมีผลเสียต่อร่างกาย เพราะอยู่ในช่วงระยะเจริญเติบโต กระดูกและกล้ามเนื้ออยู่ในระยะพัฒนา อาจก่อให้เกิดการบาดเจ็บเรื้อรังได้ คู่มือผู้ฝึกสอนกีฬาฟุตซอล T-Certificate 203


3. การอบอุ่นร่างกาย หมายถึง การเตรียมร่างกายให้พร้อมที่จะออกก�ำลัง ท�ำได้โดย การวิ่งเหยาะๆ ประมาณ 10-15 นาที ท�ำให้อุณหภูมิของร่างกายสูงขึ้น หัวใจเต้นเร็วแรงขึ้น ท�ำให้มีเลือดไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆ ของร่างกายมากขึ้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งกล้ามเนื้อ ร่างกายได้รับ ออกซิเจนมากขึ้น การยืดเหยียดกล้ามเนื้อในทุกส่วน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถและเป็นการเตรียมการ หากมีการยืดหรือเหยียดอย่างกะทันหันในขณะเล่นหรือฝึกซ้อม 4. การมีสมาธิ การควบคุมอารมณ์ ไม่ตื่นเต้นง่าย มีจิตใจมั่นคงสามารถช่วยลด การเกิดการบาดเจ็บจากการเล่นหรือฝึกซ้อมกีฬาได้ การรู้จักควบคุมตนเองจะท�ำให้มีความยับยั้ง มีสติที่จะไม่ท�ำให้จิตใจบ้าบิ่น หรือท�ำอะไรที่เสี่ยง ถึงแม้จะอยู่ภายใต้สถานการณ์ที่กดดันสูงก็ตาม 5. การผ่อนคลาย หลังจากการฝึกซ้อมหรือเล่นกีฬาสิ้นสุดลงต้องไม่หยุดในทันที เพราะหัวใจยังเต้นเร็วอยู่ ให้เคลื่อนไหวต่อไปเรื่อยๆ สักระยะ เช่น การเหยียดยืดเพื่อลดความแรง หรือเร็วให้เบาหรือช้าลง ให้กลับมาเกือบเท่ากับปกติ และเพื่อให้เลือดไหลกลับเข้าสู่ปอดและหัวใจ ได้สะดวกเพื่อมิให้เกิดอาการหัวใจขาดเลือดจากนั้นจึงหยุดพักหรืออาจวิ่งเหยาะๆ สลับการยืดเหยียดกล้าม เนื้อ หรือยืดเหยียดภายหลังจากลดความเร็วให้ช้าลง หรือผ่อนคลายที่ร้อนให้เย็นลง 204 คู่มือผู้ฝึกสอนกีฬาฟุตซอล T-Certificate


เนื้อหาของการฝึกภาคปฏิบัติ - การอบอุ่นร่างกาย (Warming Up) - การฝึกเลี้ยงลูกบอล (Dribbling) - การส่งและการรับลูกบอล (Passing & Receiving The Ball) - การควบคุมลูกบอล (Controlling The Ball) - การยิงประตู (Shooting) - การโหม่งลูกบอล (Heading The Ball) - ผู้รักษาประตู (Goalkeeper) การอบอุ่นร่างกาย (Warming Up) การฝึกซ้อมหรือแข่งขัน สิ่งที่ไม่อาจละเลย คือ การเตรียมร่างกาย หรือการอบอุ่นร่างกาย และการยืดเหยียดกล้ามเนื้อ ซึ่งมีความส�ำคัญส่งผลต่อการฝึกซ้อมและหรือแข่งขันต่อตัวนักกีฬา ผู้ฝึกสอนต้องให้นักกีฬาได้รู้และเข้าใจถึงความส�ำคัญในการเตรียมร่างกายอย่างเป็นระบบ การละเลย ต่อการเตรียมร่างกาย โดยการอบอุ่นร่างกายและยืดเหยียดกล้ามเนื้ออาจมีผลท�ำให้เกิดการบาดเจ็บ และขาดสมาธิ ซึ่งจะส่งผลท�ำให้เกิดความผิดพลาดในการฝึกหรือการแข่งขันได้ การอบอุ่นร่างกาย เป็นการเตรียมความพร้อมทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ ซึ่งจะส่งผลสูงสุดต่อการฝึกและการแข่งขัน ระยะเวลาของการอบอุ่นร่างกายขึ้นอยู่กับสภาพภูมิอากาศ เกมการฝึกซ้อมหรือเกมการแข่งขัน โดยที่สุดท้ายผู้เล่นต้องพร้อมทั้งทางด้านเทคนิค ทักษะ ยุทธวิธี และร่างกาย การอบอุ่นร่างกาย เป็นการกระตุ้นเตือนกล้ามเนื้อ ปรับระบบการหายใจ รวมทั้งระบบไหลเวียนเลือด ซึ่งเป็นหลักใหญ่ ที่ส�ำคัญก่อนการปฏิบัติงานที่มีความหนักมากกว่าปกติ ภาคปฏิบัติในการฝึกสอน กีฬาฟุตซอล T-Certificate คู่มือผู้ฝึกสอนกีฬาฟุตซอล T-Certificate 205


การอบอุ่นร่างกาย (Warming Up) การอบอุ่นร่างกายโดยไม่ใช้อุปกรณ์ หัวข้อการฝึก หลักสำ คัญในการสอน ด้วยการวิ่งอาจจะเป็นไปในทิศทางเฉียงของ มุมสนามก็ได้วิ่งประกอบกายบริหารก็ได้ ส่วนการ ยืดเหยียดอาจท�ำในช่วงสุดท้ายหลังจากวิ่งได้ตาม เป้าหมาย - วิ่งและใช้มือสัมผัสข้างเท้าด้านในซ้าย – ขวา สลับกัน - วิ่งและใช้มือสัมผัสข้างเท้าด้านนอกสลับซ้าย – ขวา - วิ่งและใช้มือสัมผัสหน้าขาสลับซ้าย – ขวา - วิ่งสลับกระโดดเข่าอก - หยุดเพื่อยืดเหยียด พื้นที่ : เต็มสนาม ผู้เล่น : ทั้งทีม วิธีการฝึก : - วิ่งช้าๆ รอบสนาม หรือไป-กลับตามยาว สนามหรือตามขวางสนาม 206 คู่มือผู้ฝึกสอนกีฬาฟุตซอล T-Certificate


- วิ่งดีดปลายเท้าไปด้านหน้า - วิ่งดีดส้นเท้าแตะกัน - วิ่งไขว้ขาไป-มา หยุดเพื่อยืดเหยียด - วิ่งเปลี่ยนทิศทางขวา-ซ้าย - วิ่งถอยหลังและเปลี่ยนทิศทาง - วิ่งช้าๆ และหมุนตัวแล้ววิ่งต่อ - วิ่งไปด้านข้าง ซ้าย-ขวา การยืดเหยียด : - ก้าวขาไปข้างหน้าและงอเข่า ขาอีกข้างยืดเหยียด ไปด้านหลังฝ่าเท้าสัมผัสพื้น เพื่อยืดเหยียดกล้ามเนื้อ น่องเอ็นร้อยหวาย - ยืนขาตึงก้มตัวลงจับที่ข้อเท้า หรือสัมผัสปลายเท้า - ก้าวขาไปข้างหน้ายาวๆ อีกขาเหยียดไปด้านหลัง พร้อมเอาหลังเท้าสัมผัสพื้น ท�ำสลับเท้าด้วย - ยืนแยกขาย่อเข่าลงใช้ศอกดันส่วนของเข่าด้านใน ให้กางออกให้มาก - แยกขาออกด้านข้าง พร้อมย่อเข่าขาข้างหนึ่ง เหยียดไปด้านข้าง ใช้ส่วนของตาตุ่มแนบสัมผัสพื้น - ยืนยกขาข้างหนึ่งพับเข่าใช้มือจับรัดที่ใต้เข่า (หน้าแข้ง) ดึงเข้าหาอก - ยกเท้าแล้วใช้มือทั้งสองจับที่ฝ่าเท้าทั้งในและนอก พร้อมกับเหยียดขาที่ยกไปด้านหน้าให้ได้มากที่สุด - ยืนแยกขาและย่อเข่าลงมือจับที่เข่า พร้อมบิดล�ำตัว ไปข้างใดข้างหนึ่ง ตามองข้ามไหล่ไปข้างหน้าให้ ไกลที่สุด การอบอุ่นร่างกาย (Warming Up) - นั่งลงให้ฝ่าเท้าทั้งสองสัมผัสกันก้มหลัง ใช้มือจับ ที่ปลายเท้าทั้งสอง - นั่งเหยียดขาไปด้านหน้า ยกขาใช้ส้นวางซ้อนที่ ปลายเท้า พร้อมก้มหลังใช้มือแตะ หรือจับที่ ปลายเท้าบนขา พยายามให้ตึง - นั่งพับขาไปด้านหลังก้นทับบนเส้นเท้าทั้งสอง ให้หลังเท้าสัมผัสพื้น เอนตัวไปด้านหลังน�้ำหนัก ลงที่ส้นเท้าเพื่อข้อเท้าด้านหน้า การยืดเหยียดมีหลายแบบแต่ละแบบเมื่อเริ่มต้น ต้องท�ำแบบหยุดนิ่งค้างไว้ในระยะเวลา 10-15 วินาที ต้องท�ำทุกส่วนเพื่อให้เกิดความสมดุล หัวข้อการฝึก หลักสำ คัญในการสอน คู่มือผู้ฝึกสอนกีฬาฟุตซอล T-Certificate 207


การอบอุ่นร่างกาย (Warming up) การเตรียมร่างกายกับลูกบอล : - เฉพาะบุคคล 1 คนต่อลูกบอล 1 ลูก ใช้ฝ่าเท้า เหยียบลูกบอลที่พื้นไม่กดแรงลงเพียงแค่ผิวๆ สลับเท้า เริ่มจากช้าแล้วค่อยเร่งจังหวะให้เร็วขึ้น (เหมือนเดิน) ปฏิกิริยาอยู่กับที่ก่อน - ปฏิบัติเหมือนแบบแรกแต่จังหวะจะเปลี่ยนเท้า ลากบอลมาข้างหลังเล็กน้อยลักษณะถอยหลัง พร้อมกับลูกบอล - ลูกบอลอยู่ที่ข้างเท้าด้านในทั้งสองย่อตัวงอเข่า เล็กน้อยใช้ข้างเท้าด้านในตบลูกบอลสลับไป-มา “ติ๊ก-ต๊อก” อยู่กับที่ หมุนซ้าย-ขวารอบตัว เคลื่อนไป ด้านหน้า ถอยหลังเร็วขึ้น - ใช้ฝ่าเท้าดึงลูกบอลกลับมาชนหลังเท้าเดิม ท�ำสลับกันเท้าขวาและซ้าย เริ่มจากช้าแล้ว ค่อยเพิ่มจังหวะความเร็วขึ้น - ปฏิบัติแบบเดิมแต่เคลื่อนไปข้างหน้าและถอยหลัง - ถือลูกบอลแล้วปล่อยใช้หลังเท้าเตะเบาๆ หรือ เดาะ 1 ครั้งแล้วจับ แล้วท�ำใหม่ทั้งขาที่ถนัด และไม่ถนัด และสลับกัน เมื่อท�ำได้ดีขึ้นเพิ่มเป็น 2 ครั้งแล้วจับค่อยๆ เพิ่มจ�ำนวนแล้วเปลี่ยนแปลงข้างเท้าด้านในข้างเท้า ด้านนอก หน้าขา หน้าผาก ไม่ต้องจับโดยใช้ แต่ละส่วนอยู่กับที่ เคลื่อนที่ และทุกส่วนรวมกัน - เดาะลูกบอล 3 ครั้งด้วยหลังเท้า โดยครั้งที่สาม เดาะสูงขึ้นไปแล้วปล่อยตกลงพื้นและใช้ฝ่าเท้า เหยียบลูกบอลทันทีทั้งเท้าขวาและซ้าย การปฏิบัติ ต้องท�ำทั้งสองเท้า เพื่อความช�ำนาญในจังหวะ ความคุ้นเคยกับลูกบอล จัดบุคลิกท่าทาง ความสมดุล ของร่างกายให้เหมาะสมถือเป็นเรื่องส�ำคัญไม่อาจ ละเลย สุดท้ายต้องมีการผ่อนคลายหลังการฝึก ด้วยการวิ่งช้าๆ แล้วค่อยยืดกล้ามเนื้อ ฝึกด้วย การวิ่งช้าๆ แล้วตามด้วยการยืดเหยียดกล้ามเนื้อ และข้อต่อต่างๆ เพื่อผ่อนคลาย ปฏิกิริยาตรงข้ามกับ ตอนเริ่ม คือเริ่มจากช้าสู่เร็ว เย็นให้อุ่น ร้อน เลิก จากร้อนให้กลับมาสู่เย็น ปกติ หัวข้อการฝึก หลักสำ คัญในการสอน 208 คู่มือผู้ฝึกสอนกีฬาฟุตซอล T-Certificate


หัวข้อการฝึก หลักสำ คัญในการสอน การฝึกเลี้ยงลูกบอล (Dribbling) พื้นที่ : เต็มสนามตามขวาง ผู้เล่น : ทั้งทีมแบ่งกลุ่มละ 3 หรือ 4 คน 4 กลุ่ม อุปกรณ์ : กรวย 24 อัน ลูกบอลคนละ 1 ลูก วิธีการฝึก : วางกรวยเฉียงสลับกัน ผู้เล่นกลุ่มละ 4 คน พร้อมลูกบอล เริ่มเลี้ยงลูกจากจุดเริ่มต้น อ้อมกรวยไป-มา ระหว่างช่องว่างของกรวย (ระยะห่าง ขึ้นอยู่กับความสามารถ) สู่จุดที่ก�ำหนดด้วยฝ่าเท้า หลังเท้า หรือข้างเท้าด้านนอก ข้างเท้าด้านในทีละข้าง สองข้าง สลับกันทีละแบบ - ผู้เล่นต้องพร้อมเพื่อการฝึก - ควบคุมลูกบอลให้อยู่ใกล้เท้าที่สุด - มองเห็นลูกบอลพร้อมสภาพรอบๆ ตัว - ท่าทาง ความสมดุลของร่างกายขณะเคลื่อนไหว เคลื่อนที่เพื่อเลี้ยงหรือพาลูกบอล - ความรวดเร็วขณะที่เลี้ยง หรือพาลูกบอล - สัมผัสลูกบอลในต�ำแหน่งที่ถูกต้องด้วยเทคนิค การเล่น การเปลี่ยนแปลงการฝึก : - จากจุดเริ่มต้นเลี้ยงหรือพาลูกบอลไปยังกรวย อันที่ 2 เมื่อถึงด้านหน้ากรวยใช้ฝ่าเท้าเกี่ยวหรือ ปาดลูกบอลเปลี่ยนทิศทางแล้วเลี้ยงไปอันต่อไป แบบเดียวกับที่ผ่านมา เลี้ยงลูกบอล หรือ พาลูกบอลไปถึงกรวยวนรอบกรวยหนึ่งรอบ ด้วยข้างเท้าด้านในด้านนอก การฝึกต้องปฏิบัติ ทั้งเท้าที่ถนัดและไม่ถนัด คู่มือผู้ฝึกสอนกีฬาฟุตซอล T-Certificate 209


การเลี้ยงลูกบอลเพื่อการครอบครอง หัวข้อการฝึก หลักสำ คัญในการสอน พื้นที่ : เต็มสนามและใช้ส่วนกว้าง ผู้เล่น : ทั้งหมดแบ่งกลุ่มละ 3 คน อุปกรณ์ : กรวยสองกลุ่มต่อ 1 อัน ลูกบอล กลุ่มละ 1 ลูก วิธีการฝึก : วางกรวยที่ครึ่งสนามส่วนกว้าง 2 กลุ่มต่อ 1 อัน ผู้เล่นหัวแถวพร้อมลูกบอล เริ่มพร้อมกันเลี้ยงมาถึงหน้ากรวยใช้ข้างเท้า ด้านในเฉือนที่ลูกบอลผิวๆ ให้ลูกบอลเลี้ยงกลับ ทางเดิมเริ่มจากเท้าที่ถนัดก่อน เลี้ยวกลับมาหยุด ที่ด้านหน้าผู้เล่นคนต่อไปด้วยฝ่าเท้า เพื่อเรียนรู้และพัฒนาการใช้ล�ำตัวก�ำบัง คู่ต่อสู้และการใช้ส่วนของเท้าสัมผัสลูกบอล ในลักษณะที่ต่างกันการจัดร่างกายให้สมดุล - ต้องพร้อมต่อการฝึก - ให้เทคนิคการเลี้ยงลูกบอลให้เหมาะสม - ใช้ข้างเท้าด้านในหรือนอกเฉื่อนผิวๆ ลูกบอล ให้เลี้ยวตามทิศทางที่ต้องการ - ตามองที่ลูกบอลพร้อมกับเห็นรอบๆ ตัว - เปลี่ยนทิศทางแล้วไปต่อให้เร็ว การเปลี่ยนแปลงการฝึก : - เมื่อไปถึงหน้ากรวยใช้ฝ่าเท้าดึงกลับ - ถึงหน้ากรวยใช้ฝ่าเท้าเหยียบที่ส่วนบนของ ลูกบอลพร้อมกับหมุนตัวกลับ - เมื่อเกือบถึงหน้ากรวยไขว้ขาหมุนตัวกลับ - ใช้ข้างเท้าด้านในหรือนอกเคาะหรือฮุกที่ ลูกบอลกลับ 210 คู่มือผู้ฝึกสอนกีฬาฟุตซอล T-Certificate


การเลี้ยงลูกบอลเพื่อหลอกหลบคู่ต่อสู้ หัวข้อการฝึก หลักสำ คัญในการสอน พื้นที่ : ครึ่งสนาม ผู้เล่น : 12 คน อุปกรณ์ : 2 คนต่อ 1 ลูก วิธีการฝึก : ผู้เล่นพร้อมลูกบอลคนละ 1 ลูก ในพื้นที่และปฏิบัติตามที่ผู้ฝึกสอนก�ำหนด การเรียนรู้ เพื่อการสัมผัสและควบคุมลูกบอล ด้วยเทคนิคการเลี้ยงที่ผู้ฝึกสอนก�ำหนด ฝึกการเลี้ยงเพื่อหลอกหลบคู่ต่อสู้แบบต่างๆ - Drag Back - Pull Spin - Scissor - Wave………………………………. - พร้อมต่อการฝึก - สายตามองเห็นภาพโดยรวม - สัมผัสลูกบอลในต�ำแหน่งที่ถูกต้องด้วยเทคนิค ที่ดี - ความสมดุลของร่างกายขณะเคลื่อนที่และ ควบคุมลูกบอลที่ดี - ความรวดเร็วว่องไวในการปฏิบัติ คู่มือผู้ฝึกสอนกีฬาฟุตซอล T-Certificate 211


หัวข้อการฝึก หลักสำ คัญในการสอน เกมเพื่อส่งเสริมการฝึกเลี้ยงลูกบอล พื้นที่ : ครึ่งสนาม ผู้เล่น : แบ่งสองกลุ่มเท่ากัน อุปกรณ์ : - ลูกบอลฝึกและลูกบอลสำรอง - กรวย 4 อัน สำหรับประตูเล็ก 2 ประตู - เสื้อกลางสองสี วิธีการฝึก : ผู้เล่นแบ่ง 2 กลุ่ม ยืนที่ตำแหน่ง ส่วนกลางระหว่างประตูเล็ก 2 ประตู และตรงข้าม ในส่วนกลางเช่นเดียวกัน ผู้เล่นที่ด้านประตูคนแรก มีลูกบอล เริ่มด้วยการส่งลูกบอลให้ผู้เล่นคนแรก ของอีกกลุ่มแล้วรีบมาป้องกัน ผู้เล่นที่รับลูกบอล เลี้ยงหรือพาลูกบอลเข้าหรือผ่านประตูเล็กประตู ไหนก็ได้ ผู้เล่นฝ่ายรุกเลี้ยงลูกบอล - จังหวะแรกต้องไปให้เร็วเพื่อสร้างโอกาส - สัมผัสลูกบอลด้วยเทคนิคการเลี้ยงลูกบอล - ต้องเห็นคู่ต่อสู้และเป้าหมาย - เปลี่ยนทิศทางให้เร็วเมื่อมีจังหวะโอกาส - เมื่อไม่มีโอกาสต้องครอบครองลูกบอลไว้และ ต้องสร้างโอกาสและจังหวะใหม่ - การตัดสินใจที่ดีต้องมาจากการมองเห็น 212 คู่มือผู้ฝึกสอนกีฬาฟุตซอล T-Certificate


การฝึกเลี้ยงลูกบอล (Dribbling) หัวข้อการฝึก หลักสำ คัญในการสอน พื้นที่ : เต็มพื้นที่ ผู้เล่น : แบ่งผู้เล่นเป็นคู่ อุปกรณ์ : ลูกบอล 2 คนต่อ 1 ลูก กรวย (คู่ละ 1 หรือ 2 อัน) วิธีการฝึก : ผู้เล่นทุกคู่มีลูกบอลอยู่คนละด้าน ของสนาม ผู้เล่นที่มีลูกบอลเลี้ยงไปถึงหน้ากรวย ใช้ฝ่าเท้าปาดเกี่ยวลูกบอลเปลี่ยนทาง แล้วส่งให้ ผู้เล่นอีก อีกด้านรับลูกบอลและท�ำเช่นเดียวกัน หลังจากส่งลูกบอลแล้วกลับมาที่เดิมเพื่อรับ ลูกบอล - ผู้เล่นทุกคนพร้อมปฏิบัติ - ใช้เทคนิคการเลี้ยงลูกบอล คู่มือผู้ฝึกสอนกีฬาฟุตซอล T-Certificate 213


การส่งและการรับลูกบอล (Passing & Receiving The Ball) พื้นที่ : เต็มสนาม ผู้เล่น : ทั้งทีมแบ่งเป็นคู่ อุปกรณ์ : ลูกบอล 2 คนต่อ 1 ลูก วิธีการฝึก : แบ่งผู้เล่น 2 คน ต่อลูกบอล 1 ลูก ยืนหันหน้าหากันระยะ 5 เมตร หรือมากกว่า ส่งลูกบอลกันไป-มาจังหวะเดียว โดยเริ่มจาก อยู่กับที่ก่อน แต่ผู้เล่นต้องสร้างจังหวะให้ตัวเอง ด้วยการวิ่งอยู่กับที่เบาๆ หัวข้อการฝึก หลักสำ คัญในการสอน - ผู้เล่นทุกคนพร้อมก่อนปฏิบัติ - ส่งลูกบอลด้วยความแน่นอนที่ปลายเท้าคู่ตัวเอง - แรงหรือน�้ำหนักที่ส่งคนที่รับสามารถเล่นได้ทันที - ใช้เทคนิคการส่งลูกบอล โดย - จุดสัมผัสที่ถูกต้อง - ต�ำแหน่งของเท้าหลัก - ยึดข้อเท้าให้มั่นคง - ท่าทางความสมดุลของร่างกาย - เหวี่ยงขาจากด้านหลังกระแทกลูกบอล แล้วส่งแรงผ่านเท้าตามไป - ต้องเห็นเป้าหมายก่อนส่ง - ต้องมองที่ลูกบอลขณะที่จะส่งผู้ฝึกสอน เป็นผู้ก�ำหนดวิธีหรือเทคนิคการส่งลักษณะ ต่างๆ ทั้งอยู่กับที่และเคลื่อนที่ 214 คู่มือผู้ฝึกสอนกีฬาฟุตซอล T-Certificate


การส่งและรับลูกบอล (Passing & Receiving The Ball) หัวข้อการฝึก หลักสำ คัญในการสอน พื้นที่ : เต็มสนาม ผู้เล่น : กลุ่มละ 4-5 คน อุปกรณ์ : ลูกบอลกลุ่มละ 1 ลูก กรวยท�ำ ประตูเล็ก วิธีการฝึก : แบ่งกลุ่มผู้เล่นกลุ่มละ 4-5 คน ในสนามวางกรวยเป็นประตูเล็ก (2 เมตร) กลุ่มที่มีลูกบอลส่งลูกบอลให้ผ่านกรวยประตู ไหนก็ได้ โดยที่ผู้เล่นอีกกลุ่มท�ำหน้าที่ป้องกัน จะได้ประตูก็ต่อเมื่อผู้เล่นทีมเดียวกันไปรับ ลูกบอลที่ส่งผ่านกรวยมา รับได้ ได้ 1 ประตู ถ้าแย่งลูกบอลได้เป็นฝ่ายรุกทันที - ผู้เล่นต้องพร้อมก่อนการปฏิบัติ - ส่งด้วยความแน่นอน - น�้ำหนักแรงที่พอดี - ความเร็วในการเคลื่อนที่ - ใช้เทคนิคในการส่งที่เหมาะสม - มองเห็นสภาพโดยรอบและผู้เล่นอื่น - สื่อสารกันระหว่างการเล่นแสดงตัวชี้จุด ผู้ฝึกสอนอาจจะก�ำหนดหรือใช้เงื่อนไข ในการเล่นเพื่อสนับสนุนการฝึก และเพื่อความชัดเจน ของการปฏิบัติที่ต้องการการส่งลูกบอล คู่มือผู้ฝึกสอนกีฬาฟุตซอล T-Certificate 215


การส่งและการรับลูกบอล (Passing & Receiving The Ball) หัวข้อการฝึก หลักสำ คัญในการสอน พื้นที่ : เต็มสนาม ผู้เล่น : แบ่งเป็นกลุ่ม 3 คน อุปกรณ์ : ลูกบอลกลุ่มละ 2 ลูก วิธีการฝึก : ผู้เล่นสามคนยืนเป็นแนวตามขวาง ลูกบอลอยู่ที่ผู้เล่นที่อยู่ริมคนละ 1 ลูก เริ่มจาก ผู้เล่นริมส่งลูกบอลด้วยข้างเท้าด้านให้ผู้เล่นที่อยู่ ตรงกลาง จุดกลางรับด้วยฝ่าเท้าและส่งคืนกลับ ส่งแล้วพลิกกลับพร้อมกับวิ่งช้าๆ มารับลูกบอล และส่งกลับทำแบบเดียวกันกับอีกด้าน ลักษณะนี้อาจใช้ลูกบอลลูกเดียวก็ได้ คือ รับแล้วพลิกตัวกลับตรงข้ามส่งลูกบอลวิ่งตาม ไปรับลูกบอลแล้วพลิกทำแบบเดียวกัน - ผู้เล่นที่จะปฏิบัติต้องเตรียมพร้อม - วิ่งพร้อมกับร้องขอลูกบอลเพื่อเล่น - ใช้เทคนิคการรับบอลด้วยฝ่าเท้าเหยียดเท้า ไปที่ลูกบอลให้ขาที่จะรับเป็นแนวเดียวกับลูกบอล โดยเข่าเล็กน้อย - ต้องเห็นทั้งลูกบอลและภาพรอบๆ - ผลักไสลูกบอลไปข้างหน้าเบาๆ จังหวะต่อเนื่อง แล้ววิ่งตามไปส่งลูกบอล - ส่งด้วยความแน่นอน ทิศทาง น�้ำหนัก - พลิกกลับตัวอย่างรวดเร็ว การเปลี่ยนแปลงเทคนิคการรับ-ส่ง ผู้ฝึกสอนสามารถก�ำหนดให้แตกต่างได้ขึ้นอยู่กับ วัตถุประสงค์ที่ผู้ฝึกสอนต้องการ สิ่งที่ส�ำคัญในการใช้ฝ่าเท้ารับลูกบอล ต้องพยายามให้ขาที่จะรับบอลเป็นแนวเดียว กับลูกบอลลงแรงที่เท้าเล็กน้อยเพื่อหยุด แต่ถ้า ต้องการเล่นต่อต้องรับและผลักออกให้เป็นจังหวะ ที่ต่อเนื่องกัน 216 คู่มือผู้ฝึกสอนกีฬาฟุตซอล T-Certificate


เกมเพื่อการฝึกส่งลูกบอล พื้นที่ : เต็มสนาม (ไม่ใช้ประตู) ผู้เล่น : ทีมละ 4-5 คน ผู้รักษาประตู อุปกรณ์ : ลูกบอลฝึกและลูกบอลส�ำรอง เสื้อกลาง 4 สี วิธีการฝึก : แบ่งผู้เล่นเป็น 2 ทีม ทั้ง 2 ทีม เล่นเพื่อการส่ง ก�ำหนดการส่งภายในสนามไม่ซ�้ำ คน 3 ครั้ง ครั้งที่ 4 ต้องส่งลูกบอลให้ผู้เล่น หรือ ผู้รักษาประตูที่อยู่ที่เส้นท้ายสนามทั้ง 2 ข้าง หัวข้อการฝึก หลักสำ คัญในการสอน ใช้เกมการเล่นช่วยพัฒนาให้ผู้เล่นมี - การส่งที่แน่นอนขึ้น - สามารถใช้เทคนิค ทักษะเฉพาะกีฬาฟุตซอล การใช้ฝ่าเท้าเพื่อควบคุมลูกบอล สาระสำคัญของการสอน - ความพร้อมของผู้เล่น - การหาพื้นที่ว่างเพื่อการเล่น - การส่งลูกบอลด้วยเทคนิคการส่งที่ถูกต้อง เหมาะสมกับสถานการณ์ - ความแม่นย�ำ แน่นอนในการส่ง - น�้ำหนักหรือแรงที่ใช้ - การมองและการคาดคะเน คู่มือผู้ฝึกสอนกีฬาฟุตซอล T-Certificate 217


การส่งและการรับลูกบอล พื้นที่ : เต็มสนาม ผู้เล่น : ทั้งหมดแบ่งสองกลุ่ม อุปกรณ์ : ลูกบอลส�ำหรับการฝึก วิธีการฝึก : แบ่งผู้เล่นสองกลุ่ม กลุ่มที่มีลูกบอล ยืนเป็นวงกลม ผู้เล่นที่ไม่มีลูกบอลอยู่ภายในวงกลม เริ่มฝึกผู้เล่นที่ไม่มีลูกบอลต้องเคลื่อนที่ไปรับ ลูกบอลจากผู้เล่นที่มีลูกบอล ส่งลูกบอลให้เล่นรับ ด้วยฝ่าเท้าส่งคืนแล้วไปเล่นกับผู้เล่นคนอื่น หัวข้อการฝึก หลักสำ คัญในการสอน - ผู้เล่นพร้อมในพื้นที่ฝึก - แสดงตัวชัดเจนและขอลูกบอลจากเพื่อน - ใช้เทคนิคการส่ง (ใช้ทั้งสองเท้า) - แน่นอน - ให้น�้ำหนักหรือใช้แรงเหมาะสม - เห็นภาพโดยรวม - ความสมดุลของร่างกาย - ใช้เทคนิคการรับลูกบอลให้เหมาะสม ผู้ฝึกสอนสามารถก�ำหนดการปฏิบัติ เพื่อให้เกิดการพัฒนาความสามารถของผู้เล่น ในส่วนของเทคนิคทักษะต่างๆ ซึ่งยังได้มาซึ่ง สมรรถภาพทางกาย ไหวพริบ สติปัญญา 218 คู่มือผู้ฝึกสอนกีฬาฟุตซอล T-Certificate


การควบคุมลูกบอล (Controlling The Ball) พื้นที่ : เต็มสนาม แบ่งเป็น 4 ส่วน ผู้เล่น : แบ่งสองทีมๆ ละ 6 คน ทีม 6 คน แยกกลุ่มละ 3 ในสองพื้นที่ อุปกรณ์ : เสื้อกลาง 4 สี ลูกบอล 1 ลูก มาคเกอร์ ส�ำหรับแบ่งพื้นที่ วิธีการฝึก : ผู้เล่นแยกกันอยู่กลุ่มละพื้นที่ ผู้เล่น ที่มีลูกบอลใช้เทคนิค ทักษะการควบคุมลูกบอล ก่อนที่จะส่งให้กลุ่มเดียวกัน ซึ่งท�ำแบบเดียวกัน เมื่อส่งลูกบอลแล้วต้องเคลื่อนที่ไปสู่พื้นที่ใหม่ หัวข้อการฝึก หลักสำ คัญในการสอน - ผู้เล่นเตรียมพร้อมเพื่อการฝึก - ใช้เทคนิคการควบคุมลูกบอลทุกส่วนโดยเฉพาะฝ่าเท้า - มองเห็นรอบๆ และเป้าหมาย - หาจังหวะส่งลูกบอลให้คู่ของตัวเองแน่นอน แม่นย�ำ - ก่อนจะไปรับลูกบอลต้องเคลื่อนไหวเพื่อหลอก จังหวะคู่ต่อสู้ก่อนทุกครั้ง - แสดงตัวให้ชัดเจน เพื่อขอลูกบอลและสื่อสาร - เข้าหาลูกบอลและใช้เทคนิคการควบคุมลูกบอล คู่มือผู้ฝึกสอนกีฬาฟุตซอล T-Certificate 219


การควบคุมลูกบอล (Controlling The Ball) พื้นที่ : เต็มสนาม ผู้เล่น : ทีมละ 4 คน อุปกรณ์ : มาคเกอร์สำหรับแบ่งแดน เสื้อกลาง 2 สี สีละ 4 ตัว ลูกบอลสำหรับฝึก 1 ลูก และลูกบอลสำรอง วิธีการฝึก : ผู้เล่นแยกกันอยู่กลุ่มละพื้นที่ ผู้เล่นที่มีลูกบอลใช้เทคนิค ทักษะการควบคุม ลูกบอล ก่อนที่จะส่งให้กลุ่มเดียวกัน ซึ่งทำแบบเดียวกัน เมื่อส่งลูกบอลแล้วต้องเคลื่อนที่ไปสู่พื้นที่ใหม่ หัวข้อการฝึก หลักสำ คัญในการสอน ผู้ที่ครองลูกบอล - ผู้เล่นต้องพร้อมที่จะเล่นตลอดเวลา - ใช้เทคนิคการควบคุมลูกบอล - ต้องมองเห็นโดยรอบ - สร้างโอกาสและจังหวะในการส่งลูกบอล - ส่งด้วยความแน่นอน แม่นย�ำ น�้ำหนักและจังหวะ - ความสมดุลของร่างกาย ผู้ที่จะรับลูกบอล - หาต�ำแหน่งที่ได้เปรียบในการรับลูกบอล - หลอกจังหวะหรือทิศทางก่อนมารับลูกบอล - ต้องเห็นโดยรอบในขณะที่เคลื่อนมาเล่น - ใช้เทคนิคการรับควบคุมลูกบอล การเล่นที่ต่อเนื่อง อย่างรวดเร็ว - หลอกคู่ต่อสู้ก่อนจะเล่นลูกบอล - ต�ำแหน่งที่จะรับลูกบอลควรเป็นมุมกว้าง 220 คู่มือผู้ฝึกสอนกีฬาฟุตซอล T-Certificate


การยิงประตู (Shooting) พื้นที่ : เต็มสนาม ผู้เล่น : ทั้งหมดพร้อมลูกบอล อุปกรณ์ : ลูกบอลส�ำหรับฝึก วิธีการฝึก : ผู้เล่นทุกคนมีลูกบอลอยู่ในต�ำแหน่งฝึก ใกล้เส้นข้ามแนวเดียวกับเขตประตู ผู้เล่นเริ่มด้วย การไสหรือผลักลูกบอลไปข้างหน้าหนึ่งจังหวะ แล้วตามไปส่งให้ผู้ฝึกสอนที่อยู่ข้างหน้าส่งแล้ววิ่ง ตามลูกบอลไปยิงประตูจากลูกบอลที่ผู้ฝึกสอน ส่งกลับมาให้ หัวข้อการฝึก หลักสำ คัญในการสอน - ผู้เล่นพร้อมในต�ำแหน่งการฝึก - ใช้เทคนิคฝ่าเท้าในการเริ่ม - ส่งลูกบอลด้วยความแน่นอน แม่นย�ำ - มองเห็นประตูในขณะเคลื่อนไหวเพื่อยิงประตู - ใช้เทคนิคการยิงประตู - ความสมดุลของร่างกาย - จุดสัมผัสของเท้ากับลูกบอล - ยิงประตูอย่างรวดเร็ว แม่นย�ำด้วยความแรง - ยิงแล้ววิ่งตามเข้าไปเพื่อจังหวะซ�้ำ การฝึกผู้ฝึกสอนเป็นผู้ก�ำหนดเทคนิค ในการยิงประตู ฝึกทั้งเท้าที่ถนัดและไม่ถนัดในมุม และต�ำแหน่งเดียวกัน ระดับที่ต่างกันของลูกบอล คู่มือผู้ฝึกสอนกีฬาฟุตซอล T-Certificate 221


การยิงประตู (Shooting) พื้นที่ : เต็มสนาม ผู้เล่น : ทั้งหมดและผู้ช่วยส่งลูกบอล อุปกรณ์ : ลูกบอลส�ำหรับฝึก วิธีการฝึก : ผู้เล่นอยู่ในต�ำแหน่งการฝึกที่ครึ่ง สนามริมเส้น ผู้ที่ส่งลูกบอลอยู่เฉียงกันที่เส้นประตู ส่งลูกบอลให้ผู้เล่นที่แสดงตัวเรียกขอลูกบอล วิ่งเข้าหา ลูกบอล ยิงทันทีที่ถึงลูกบอลด้วยเทคนิคที่ผู้ฝึกสอน ก�ำหนด หัวข้อการฝึก หลักสำ คัญในการสอน - ผู้เล่นพร้อมในต�ำแหน่งฝึก - แสดงตัวและเรียกขอลูกบอลเมื่อพร้อม - เห็นประตูและลูกบอลที่ส่งมา - เข้าหาลูกบอลให้เร็ว - ใช้เทคนิคการยิงประตู • จุดกระทบของเท้ากับลูกบอล • แม่นย�ำ แน่นอน แรง • ตามเข้าไปเพื่อซ�้ำ ผู้ฝึกสอนเป็นผู้ก�ำหนด เทคนิคการ ยิงประตูและเปลี่ยนแปลงการปฏิบัติ โดยการรับ และเล่นต่อเนื่องไปข้างหน้าด้วยฝ่าเท้า และตามไปยิง 222 คู่มือผู้ฝึกสอนกีฬาฟุตซอล T-Certificate


เกมฝึกเพื่อการยิงประตู พื้นที่ : เต็มสนาม ผู้เล่น : 2 ทีม รวมผู้รักษาประตู อุปกรณ์ : เสื้อกลางสองสี/ลูกบอลส�ำหรับฝึก และลูกบอลส�ำรอง วิธีการฝึก : ทั้ง 2 ทีม มีผู้เล่นรุกในแดนหน้า 3 คน มีผู้เล่นท�ำหน้าที่ป้องกันในแดนตัวเอง 1 คน ทั้งสองทีมผู้เล่นจะไม่ข้ามแดนลูกบอล เริ่มจาก ประตูส่งลูกบอลให้ ผู้เล่นป้องกันเล่นหาจังหวะ ยิงจากแดนตัวเอง ไม่มีจังหวะส่งให้เพื่อนร่วมทีม แดนหน้า ยิงประตู คนอื่นหาจังหวะคอยซ�้ำ หัวข้อการฝึก หลักสำ คัญในการสอน - ผู้เล่นพร้อมในพื้นที่ - หาพื้นที่เพื่อเล่นลูกบอลจากผู้รักษาประตู - ใช้เทคนิคการรับ ควบคุมลูกบอล เพื่อยิงประตู หรือเพื่อส่งลูกบอล - ผู้เล่นฝ่ายรุกต้องเคลื่อนที่หาที่ว่างเพื่อรับลูกบอล และยิงประตู - การยิงประตูต้องเร็ว แม่นย�ำ และรุนแรง - ผู้เล่นรุกคนอื่นต้องตามเข้าหาปากประตูซ�้ำ กดดันผู้รักษาประตู คู่มือผู้ฝึกสอนกีฬาฟุตซอล T-Certificate 223


การโหม่งลูกบอล (Heading The Ball) พื้นที่ : เต็มสนาม ผู้เล่น : ทั้งหมดแบ่งเป็น 2 คน, กลุ่มละ 3 คน อุปกรณ์ : ลูกบอลส�ำหรับฝึก 2 คน 1 ลูก วิธีการฝึก : ผู้เล่น 2 คนต่อลูกบอล 1 ลูก ระยะ ห่างกันประมาณ 4-5 เมตร ก่อนการเริ่มการฝึก ผู้เล่นที่มีลูกบอลถือลูกบอลเหยียดแขนไป ข้างหน้าเมื่อพร้อมดึงลูกบอลกลับมาหาหน้าผาก ขณะที่เหยียดแขนเอนตัวไปข้างหลังเล็กน้อย เพื่อสร้างแรงดีดตัวกลับมาเมื่อลูกบอลอยู่ในระยะ หัวข้อการฝึก หลักสำ คัญในการสอน - ผู้เล่นเตรียมพร้อมในการฝึก - ตามองที่ลูกบอล - ใช้ส่วนแข็ง คือ หน้าผากโขกที่ลูกบอล - ใช้เทคนิคการโหม่ง เอน หรือแอ่นล�ำตัวไปด้านหลัง แล้วส่งล�ำตัวกลับมาเมื่อได้ระยะ - โหม่งกดลงพื้นเพื่อท�ำประตู - แม่นย�ำในจังหวะและการโหม่ง เมื่อช�ำนาญขึ้น เริ่มโยนเองให้ลูกบอลลอยอยู่ ข้างหน้ากระโดดเบาๆ ขึ้นโหม่ง แล้วค่อยเพิ่ม ระดับขึ้น • โหม่งลงที่เท้า • โหม่งให้ระดับหน้าหรืออก • โหม่งให้ข้ามหัวคนที่อยู่จุดกลาง • (ผู้เล่น 3 คน คนกลางมีลูกบอลโยน) 224 คู่มือผู้ฝึกสอนกีฬาฟุตซอล T-Certificate


การโหม่งลูกบอล (Heading The Ball) พื้นที่ : ครึ่งสนาม ผู้เล่น : ทั้งหมด จัดกลุ่ม 2 คน หรือ 3 คน อุปกรณ์ : ลูกบอลกลุ่มละ 1 ลูก วิธีการฝึก : ผู้เล่น 2 คน หันหน้าเข้าหากัน ห่างกัน 4-5 เมตร คนที่มีลูกบอลโยนให้ผู้เล่นอีกคนโหม่ง ถ้ากลุ่ม 3 คน คนที่มีลูกบอลอยู่กลางโยนให้ โหม่งกลับมาให้ แล้วหมุนตัวกลับโยนให้คนที่อยู่ ด้านหลังโหม่ง ผู้ฝึกสอนเป็นผู้ก�ำหนด หัวข้อการฝึก หลักสำ คัญในการสอน - ผู้เล่นพร้อมที่จะปฏิบัติ - เห็นลูกบอลคาดคะเนน�้ำหนัก จังหวะ - เข้าหาลูกบอล และใช้เทคนิคการโหม่ง - เอนล�ำตัวส่วนบนสร้างแรง - ใช้หน้าผากปะทะลูกบอลที่ลอยมาปะทะที่กลางลูก เพื่อส่งระดับกลางใต้เส้นสมมุติกลางลูกเพื่อให้ ลอยโด่งเหนือเส้นสมมุติกลางลูกให้พุ่งลงพื้น คู่มือผู้ฝึกสอนกีฬาฟุตซอล T-Certificate 225


การโหม่งลูกบอล (Heading The Ball) พื้นที่ : ครึ่งหรือเต็มสนาม ผู้เล่น : ทั้งหมดแบ่งสองทีม อุปกรณ์ : ลูกบอลส�ำหรับฝึก และลูกบอลส�ำรอง เสื้อกลางสองสี วิธีการฝึก : แบ่งผู้เล่นสองทีมการเล่นใช้มือรับจับ ลูกบอลโยนให้เพื่อนโหม่งส่งต่อกันเข้าท�ำประตู ไม่มี การจับลูกบอลวิ่ง ใช้ศีรษะส่งได้อย่างเดียว ใช้ได้ ทุกส่วนเพื่อการป้องกันประตู หัวข้อการฝึก หลักสำ คัญในการสอน - ผู้เล่นพร้อมในพื้นที่ฝึก - เห็นสภาพโดยรอบ - แสดงตัวชัดเจนเพื่อขอลูกบอล - ตามองที่ลูกบอล และคาดคะเนจังหวะ - เข้าหาลูกบอลให้เร็ว และใช้เทคนิคการโหม่ง - ร่างกายต้องมีความสมดุล การใช้แรง 226 คู่มือผู้ฝึกสอนกีฬาฟุตซอล T-Certificate


เกมการฝึก (Small-Side Game) พื้นที่ : เต็มสนาม ผู้เล่น : ทีมละ 5 คน (ไม่มีผู้รักษาประตู) อุปกรณ์ : เสื้อกลางสองสี ลูกบอลส�ำหรับฝึก และ ลูกบอลส�ำรอง เสาธง หรือกรวย วิธีการฝึก : เวลาฝึก 5 นาทีต่อเกม เคลื่อนไหว หรือต้องวิ่งตลอดเกม 4 ต่อ 4 หรือ 5 ต่อ 5 ไม่มี ผู้รักษาประตู ป้องกัน 2 ประตู รุกยิง 2 ประตู ทั้ง 2 ทีม โดยมีผู้เล่นคอยช่วยเล่นนอกสนาม ด้านข้างทั้งสองด้าน ช่วยทั้งสองทีม และเล่น จังหวะเดียว หัวข้อการฝึก หลักสำ คัญในการสอน - เพื่อให้เกิดแนวคิดในการเล่น - ผู้ฝึกสอนต้องบอกวัตถุประสงค์สิ่งที่ต้องการ จากผู้เล่น - ต�ำแหน่งการยืนของผู้ฝึกสอนต้องเห็นชัดเจน - เป้าหมายคือ การพัฒนา การใช้เทคนิค ทักษะ เพื่อการแก้ไขสถานการณ์ การสนับสนุนความคิด ในยุทธวิธีการเล่น เทคนิคการสอน - การเริ่มจะเริ่มอย่างไร จากใคร - เงื่อนไขที่ผู้ฝึกสอนก�ำหนด คู่มือผู้ฝึกสอนกีฬาฟุตซอล T-Certificate 227


การรักษาประตู (Goalkeeper) สิ่งที่ส�ำคัญคือ พื้นฐานของการใช้มือ และ ทักษะการเคลื่อนไหวที่ถูกต้องที่ผู้ฝึกสอนจะต้อง เริ่มเป็นสิ่งแรกในระดับนี้ การคว้าจับ (Grabbing The Ball) ลูกบอลที่สูงกว่าระดับอก หัวข้อการฝึก หลักสำ คัญในการสอน การรับลูกบอล (Catching The Ball) ลูกบอลที่พุ่งมาในระดับกลางหน้าอกถึงหน้าท้อง - แขนเหยียดออกไปที่ลูกบอล นิ้วกางออกให้มาก - ตามองลูกบอลและคาดคะเนระดับแรง - มือเป็นลักษณะคว�่ำ - ร่างกาย รวมทั้งมือที่จะจับลูกบอลต้องอยู่หลัง แนวลูกบอล ลูกบอลต้องอยู่ด้านหน้า - ผ่อนแรงเมื่อลูกบอลเข้าสู่มือ - ตามองที่ลูกบอลคาดคะเนระดับน�้ำหนัก - แขนทั้งสองงอและขนานเกือบชิดกันอยู่ด้านหน้า ล�ำตัว - ใช้ต้นแขนและล�ำตัวผ่อนแรงลูกบอลเมื่อลูกบอล เข้ามาปะทะ 228 คู่มือผู้ฝึกสอนกีฬาฟุตซอล T-Certificate


การรักษาประตู (Goalkeeper) การปัดลูกบอล (Deflecting The Ball) การพุ่งเข้าหาลูกบอล (Diving The Ball) หัวข้อการฝึก หลักสำ คัญในการสอน - บางสถานการณ์ต�ำแหน่งที่ป้องกันไม่สามารถที่ จะรับหรือจับลูกบอลได้ จ�ำเป็นต้องใช้วิธีที่ท�ำให้ ลูกบอลที่พุ่งมาเปลี่ยนทิศทางให้พ้นปากประตู - ส่วนที่ส�ำคัญร่างกายก็ยังคงอยู่หลังลูกบอล การมองเห็นลูกบอลที่มา การคาดคะเนความแม่นย�ำ ในการใช้มือสัมผัสลูกบอลจุดที่สัมผัสที่จะท�ำให้ ลูกบอลหักเหเปลี่ยนทางออกไปพ้นปากประตู บางสถานการณ์อาจต้องใช้เท้าเล่น - สถานการณ์ที่ลูกบอลห่างตัวออกไปเพื่อความรวดเร็ว ต้องใช้วิธีพุ่งตัวไปที่ลูกบอล เพื่อป้องกัน หรือ ลูกบอลกลิ้งมากับพื้นสนาม ถ้าแรงเคลื่อนไปไม่ทัน ต้องใช้วิธีสไลด์หรือบล็อก ขวางหรือใช้มือขวาง ลูกบอลไว้ อีกมือหนึ่งคว้าจับที่ส่วนเหนือลูก หรือส่วนบน และใช้พื้นสนามเป็นมือที่สาม ช่วยประคอง บางครั้งลูกบอลลอยเหนือพื้น เมื่อพุ่งไปคว้าจับ หรือปัดทิ้งเวลาลงสู่พื้น ใช้ส่วนหนาของร่างกาย (ล�ำตัวส่วนข้าง) ลงสู่พื้น และงอตัวและเข่าเล็กน้อยเพื่อลดแรงและ ป้องกันส่วนที่บอบบาง คู่มือผู้ฝึกสอนกีฬาฟุตซอล T-Certificate 229


230 คู่มือผู้ฝึกสอนกีฬาฟุตซอล T-Certificate


บรรณานุกรม การกีฬาแห่งประเทศไทย. (2550). คู่มือหลักสูตรผู้ฝึกสอนกีฬาฟุตซอลขั้นต้น. กรุงเทพมหานคร. กัลยา กิจบุญชู. (2548). โภชนาการสำหรับนักกีฬา. กรุงเทพมหานคร. สุเมธ อัครพงศ์. (2546). เอกสารประกอบการฝึกอบรมผู้ฝึกสอนกีฬาฟุตซอลขั้นต้น. กรุงเทพมหานคร. สิทธิเดช นกแสง. (2548-2549). เอกสารประกอบการฝึกอบรมผู้ฝึกสอนกีฬาฟุตซอลขั้นต้น. กรุงเทพมหานคร. เสนอ ไชยยงค์. (2543). คู่มือฝึกฟุตซอลขั้นพื้นฐาน. กรุงเทพมหานคร. นิวไทยมิตรการพิมพ์. อเนก เดชมิตร. (2546). เอกสารประกอบการฝึกอบรมผู้ฝึกสอนกีฬาฟุตซอลขั้นต้น. กรุงเทพมหานคร. Asian Football Confederation. (1987). AFC “C” Licence Coaching Award. Malaysia. Burn, Tim. (2003). Holistic Futsal. United States. Federation Internationals de Football. (2001). CURSO FIFA FUTSAL SALA. Switzerland. Marques, Mauricio. (2000). Inside Futsal Beginners. Australia. Nike. NIKE FUTSAL TRAINING MANUAL. Australia. คู่มือผู้ฝึกสอนกีฬาฟุตซอล T-Certificate 231


232 คู่มือผู้ฝึกสอนกีฬาฟุตซอล T-Certificate


คณะกรรมการจัดทำคู่มือผู้ฝึกสอน กีฬาฟุตซอล T-Certificate ที่ปรึกษา นางแสงจันทร์ วรสุมันต์ อธิบดีกรมพลศึกษา นายพัฒนาชาติ กฤดิบวร รองอธิบดีกรมพลศึกษา นายชลิต เขียวพุ่มพวง รองอธิบดีกรมพลศึกษา นายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ คณะผู้จัดทำ นางแสงจันทร์ วรสุมันต์ ประธานกรรมการ นายเกษม ทองสมุทร รองประธานกรรมการ นายเอนก เดชมิตร กรรมการ นายประมุข พาคฤทธิ์ กรรมการ นายจินดา โมธรรม กรรมการและเลขานุการ นางสาวสุนันทา เทียมเพ็ชร์ กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ ผู้เรียบเรียง นางสุพิทย์ วีระใจ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาบุคลากรการพลศึกษา และการกีฬา นางรัศมี จินดามัย ผู้อำนวยการโรงเรียนผู้ตัดสินกีฬา นายปัญญา หาญลำยวง นักพัฒนาการกีฬาชำนาญการพิเศษ นางบงกชรัตน์ โมลี หัวหน้ากลุ่มวิชาการและมาตรฐานวิชาชีพ นางจันทรกานต์ ตุ้มเงิน นักพัฒนาการกีฬาชำนาญการ คู่มือผู้ฝึกสอนกีฬาฟุตซอล T-Certificate 233


ชื่อหนังสือ คู่มือผู้ฝึกสอนกีฬาฟุตซอล T-Certificate : Futsal Coaching Guide ปีที่พิมพ์ 2555 จำ นวน 2,000 เล่ม ออกแบบ นายเกียรติศักดิ์ บุตรศาสตร์ บริษัทสามเจริญพาณิชย์ (กรุงเทพ) จำกัด 248/47 ถนนจรัญสนิทวงศ์ แขวงบางอ้อ เขตบางพลัด กรุงเทพฯ 10700 โทรศัพท์ 0 2424 1963, 0 2424 5600 โทรสาร 0 2435 2794 พิมพ์ที่ สำนักงานกิจการโรงพิมพ์ องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก ในพระบรมราชูปถัมภ์ 2/9 ซอยกรุงเทพฯ-นนทบุรี 31 เขตบางซื่อ กรุงเทพฯ 10800 โทรศัพท์ 0 2910 7001-2 โทรสาร 0 2585 6466 234 คู่มือผู้ฝึกสอนกีฬาฟุตซอล T-Certificate


Click to View FlipBook Version