The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้อำเภอพระประแดง สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้จังหวัดสมุทรปราการ กรมส่งเสริมการเรียนรู้ กระทรวงศึกษาธิการ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

แผนปฏิบัติการ พ.ศ. 2567 ศูนย์การเรียนรู้ตำบลบางกระสอบ

ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้อำเภอพระประแดง สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้จังหวัดสมุทรปราการ กรมส่งเสริมการเรียนรู้ กระทรวงศึกษาธิการ

แผนปฏิบัติการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567 ศูนย์การเรียนรู้ตำบลบางกระสอบ ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้อำเภอพระประแดง สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้จังหวัดสมุทรปราการ กรมส่งเสริมการเรียนรู้ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ


บทสรุปศูนย์การเรียนรู้ตำบลบางกระสอบ ศูนย์การเรียนรู้ตำบลบางกระสอบ ตั้งอยู่ที่ เลขที่ 25/2 หมู่ 7 ตำบลบางกระสอบ อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ สังกัดศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้อำเภอพระประแดง กระทรวงศึกษาธิการ มีบุคลากรรวม ทั้งสิ้น จำนวน 1 คน ปฏิบัติภารกิจตามยุทธศาสตร์ชาติ และนโยบายสำคัญต่างๆ มีการจัดการศึกษา 3 ประเภท ประกอบด้วย การศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน การศึกษาต่อเนื่อง การศึกษาตามอัธยาศัย การศึกษาขั้นพื้นฐาน 1. ปรับปรุงพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา ที่สอดคล้องเหมาะสมกับสภาพปัญหาและความต้องการของ ผู้เรียนมากขึ้น และให้เป็นปัจจุบัน 2. การอบรมและพัฒนาครูผู้สอนในด้านการจัดกระบวนการการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ด้าน การจัดหา จัดทำ ผลิตสื่อ ที่ทันสมัย ด้านการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ด้านการทำวิจัยอย่างง่าย 3. ส่งเสริมการจัดโครงการ/กิจกรรมที่ส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยมและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ของสถานศึกษา และดำเนินการอย่างต่อเนื่อง 4. ส่งเสริมการจัดโครงการ/กิจกรรมที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนมีสุขภาวะทางกายที่ดีและมีสุนทรียภาพ 5. ส่งเสริมให้ผู้เรียนสร้างสรรค์งาน ชิ้นงาน นวัตกรรม และมีการจัดการประกวดแข่งขัน 6. ส่งเสริมให้ผู้เรียนใช้เทคโนโลยีดิจิทัล 7. ส่งเสริมให้ผู้เรียนมีความสามารถในการอ่านการเขียน การศึกษาต่อเนื่อง 1.พัฒนาการจัดทำหลักสูตรการศึกษาต่อเนื่องหลักสูตรระยะสั้น ให้ทันสมัยและเป็นปัจจุบันสั้น และ ตอบสนองความต้องการของผู้รับบริการ 2. พัฒนาวิทยากรและจัดหาวิทยากรที่มีความรู้ความสามารถ และตรงตามหลักสูตร 3. อบรม พัฒนาและออกแบบการเขียนสรุป รายงาน แบบประเมินต่าง ๆ ให้ตรงตามหลักสูตร การศึกษาตามอัธยาศัย 1. จัดหางบประมาณในการจัดหา จัดทำ จัดซื้อ ผลิตสื่อ วัสดุครุภัณฑ์ คอมพิวเตอร์ รองรับการ ให้บริการ ในการจัดการศึกษาตามอัธยาศัย 2. จัดกิจกรรมการศึกษาตามอัธยาศัยตามความต้องการของผู้รับบริการ ด้วยกิจกรรมที่หลากหลาย 3. อบรม พัฒนาบุคลากร ด้านการจัดกิจกรรมการศึกษาตามอัธยาศัยเพิ่มเติม ลงชื่อ...................................................... (นายธนากร นาพยัพ) ครู กศน.ตำบลบางกระสอบ


คำนำ แผนการปฏิบัติงานประปีงบประมาณ พ.ศ.2567 ของศูนย์การเรียนรู้ตำบลบางกระสอบ สังกัดศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้อำเภอพระประแดง เป็นแผนที่จัดทำเพื่อกำหนด ทิศทางการปฏิบัติงานในการจัด การศึกษาตามนโยบาย ยุทธศาสตร์ ที่สอดคล้องกัน และกำหนดแนวทาง พันธกิจ โดยจัดทำให้เกิดประโยชน์ สูงสุดต่อผู้เรียน ผู้รับบริการ และสถานศึกษา ฉบับนี้ได้รับความร่วมมือ จากข้าราชการครูบุคลากร เพื่อให้ สำเร็จตามเป้าหมาย ดำเนินกิจกรรมโครงการ อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผล ขอขอบคุณทุกท่านที่ ให้คำปรึกษา แนะนำ และร่วมกันจัดทำแผนการปฏิบัติงานประจำปี พ.ศ.2567 จนสำเร็จเรียบร้อยสามารถใช้ปฏิบัติงานได้ และจะสามารถนำไปใช้ในการทำงาน การจัดกิจกรรมที่เป็น ประโยชน์ต่อนักศึกษา ประชาชนผู้รับบริการต่อไป ลงชื่อ............................................... (นายธนากร นาพยัพ) ครู กศน.ตำบล


สารบัญ หน้า บทสรุปผู้บริหาร คำนำ ส่วนที่ 1 ข้อมูลพื้นฐานของ ศกร.ตำบลบางกระสอบ ข้อมูลพื้นฐานของอำเภอ 1 1. ที่ตั้งและอาณาเขต 1 2. การแบ่งเขตการปกครอง 2 3. การศึกษา 7 4. การคมนาคม 7 ข้อมูลพื้นฐานของ ศกร.ตำบลบางกระสอบ 8 1.ชื่อ 8 2.ที่ตั้ง ศกร.ตำบลบางกระสอบ 8 3. สังกัด 8 4.ประวัติความเป็นมาของ ศกร.ตำบลบางกระสอบ 8 4.1 ประวัติศกร.ตำบลบางกระสอบ 8 4.2 ทำเนียบผู้บริหาร 9 4.3 อาณาเขต 9 4.4 สภาพชุมชน 9 5. โครงสร้าง ศกร.ตำบลบางกระสอบ 10 6. ข้อมูลบุคลากร 11 7. ทรัพยากรและสิ่งอำนวยความสะดวกในการจัดการศึกษา 11 7.1 อาคารสถานที่ 11 7.2 สาธารณูปโภคและสิ่งอำนวยความสะดวก 11 8. แหล่งเรียนรู้และเครือข่าย 11 8.1 ศกร.ตำบล 11 8.2 ศูนย์การเรียนชุมชน 12 8.3 แหล่งเรียนรู้ 12 8.4 ภาคีเครือข่าย 12 8.5 ภูมิปัญญา 12 9. เกียรติยศชื่อเสียง / รางวัล 13 10. ข้อเสนอแนะจากการประเมินตนเอง ประจำปีงบประมาณ 2566 14 11. ข้อเสนอแนะจากการประเมินคุณภาพสถานศึกษาโดยต้นสังกัด 13 12. ข้อเสนอแนะจากการประเมินคุณภาพภายนอกจาก สมศ. 14


สารบัญ หน้า ส่วนที่ 2 กรอบทิศทางการดำเนินงานของ ศกร.ตำบลบางกระสอบ 15 2.1 รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 15 2.2 ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ 2561 – 2580) 15 2.3 แผนระดับที่ 2 เฉพาะที่เกี่ยวข้อง 18 2.4 นโยบายและจุดเนินกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567 39 ส่วนที่ 3 การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมของ ศกร.ตำบลบางกระสอบ (SWOT Analysis) 44 3.1 การวิเคราะห์ปัจจัยภายใน (Internal Factors Analysis : IFA) 44 3.1.1 จุดแข็ง (Strengths) 44 3.2.2 จุดอ่อน (Weaknesses) 44 3.2 การวิเคราะห์ปัจจัยภายนอก (External Factors Analysis : EFA) 44 3.2.1 โอกาส (Opportunities) 44 3.2.2 อุปสรรค (Threats) 44 ส่วนที่ 4 ทิศทางการดำเนินงาน 45 ปรัชญา 45 วิสัยทัศน์ 45 อัตลักษณ์ 45 เอกลักษณ์ 45 พันธกิจ 45 เป้าประสงค์และตัวชี้วัดความสำเร็จ 45 กลยุทธ์ 46 ตัวชี้วัด 46 พระราชบัญญัติส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. 2567 47 ค่าเป้าหมายตามรายละเอียดตัวชี้วัด ประกอบการจัดทำแผนปฏิบัติการ 56 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 การศึกษาขั้นพื้นฐาน (จัดการเรียนการสอน พัฒนาผู้เรียน หนังสือเรียน) 56 การศึกษาต่อเนื่อง 58 การศึกษาตามอัธยาศัย 59 โครงการ/กิจกรรมส าคัญตามแผนปฏิบัติราชการ 83 การพัฒนาบุคลากรและการบริหารจัดการ 87 ภาคผนวก คณะผู้จัดทำ


1 ส่วนที่ 1 ข้อมูลพื้นฐานของ ศกร.ตำบลบางกระสอบ ข้อมูลพื้นฐานของตำบลบางกระสอบ 1. ที่ตั้งและอาณาเขต ที่ตั้ง/การติดต่อ ศูนย์การเรียนรู้ตำบลบางกระสอบ ปัจจุบันตั้งอยู่เลขที่ 25/2 หมู่ 7 ตำบลบางกระสอบ อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ 10130 โทรศัพท์ 0863924568 ที่มาของตำบลบางกระสอบ ตําบลบางกระสอบ อําเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ เป็นหนึ่งใน 6 ตําบลของอําเภอพระ ประแดง ที่ตั้งอยู่บริเวณที่เรียกว่า “โค้งกระเพาะหมู” โดยตั้งอยู่บนที่ราบลุ่มบนแผ่นดินสามเหลี่ยมปากแม่น้ำ เจ้าพระยา ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา อยู่ห่างจากกรุงเทพมหานคร ประมาณ 12 กิโลเมตร มีลักษณะภูมิ ประเทศคล้ายกระบุงก้นสอบ คือเป็นพื้นที่รองรับน้ำเหนือก่อนที่จะไหลลงสู่อ่าวไทย สภาพดินมีความอุดม สมบูรณ์ไปด้วยแร่ธาตุจากดินตะกอนปากแม่น้ำที่เหมาะสําหรับทําการเกษตร สภาพดินเป็นดินธนบุรีกลุ่ม 8 ลักษณะโดยทั่วไป เนื้อดินเป็นพวกดินเหนียว ดินบนมีลักษณะการทับ-ถมเป็นชั้น ๆ ของดินอินทรียวัตถุที่ได้จาก การขุดลอกร่องน้ำ ดินล่างมีลักษณะสีเทา บางแห่งมีเปลือกหอยปะปนอยู่ และด้วยสภาพแวดล้อม ลักษณะภูมิ ประเทศ ทําให้ประชาชนในพื้นที่ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทางการเกษตร พืชผลส่วนมากมีทั้งไม้ดอก ไม้ประดับ รวมถึงผลไม้การปลูกสร้างบ้านเรือนกระจายอยู่ทั่วไปบริเวณถนนทางเข้าหมู่บ้าน ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ปัจจุบันตำบลบางกระสอบประสบปัญหาน้ำกร่อยท่วมถึง ขัดขวางการเจริญเติบโตของพืชผักและต้นไม้ ส่งผล ให้เจริญเติบโตไม่เต็มที่ ดังน้ำจึงจำเป็นต้องหาวิธีการเพาะเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาน้ำกร่อยเพื่อบรรเทาความ เดือดร้อนของประชาชน และได้รับการยกฐานะจากสภาตำบลบางกระสอบเป็นองค์การบริหารส่วนตำบล บางกระสอบตามประกาศกระทรวงมหาดไทย ลงวันที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2539 เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2540 ที่ตั้งและอาณาเขต ที่ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ห่างจากที่ว่าการอำเภอพระประแดงไปทางทิศ - ตะวันออกเฉียงเหนือ ประมาณ 6 กิโลเมตร - พื้นที่ประมาณ 2.36 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 1,247 ไร่ ทิศเหนือ ติดต่อกับตำบลบางน้ำผึ้ง ทิศใต้ ติดต่อกับตำบลทรงคนองและแม่น้ำเจ้าพระยา ทิศตะวันออก ติดต่อกับแม่น้ำเจ้าพระยา ทิศตะวันตก ติดต่อกับตำบลบางยอ


2 2. การแบ่งเขตการปกครอง ชุมชนดั้งเดิมของตำบลบางกระสอบ เป็นสังคมเกษตรกรรมแต่ในปัจจุบันจากสภาพการพัฒนา ด้าน อุตสาหกรรมที่มีการเจริญเติบโตมากขึ้น ประกอบกับมีการอพยพแรงงานจากส่วนต่างๆ ของประเทศหลั่งไหล เข้าสู่ภาคอุตสาหกรรมในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ ทำให้ชุมชน/สังคม มีสภาพเปลี่ยนแปลงไป ส่งผลให้เกิด ปัญหา ทางสังคมในหลายด้าน เช่น ปัญหาน้ำเน่าเสีย ปัญหายาเสพติด เป็นต้น ปัจจุบันตำบลกระสอบ แบ่งการ ปกครองออกเป็น 11 หมู่บ้าน และเป็นหมู่บ้านในเขตองค์การบริหารส่วนตำบลเต็มทั้งหมู่บ้าน ครบทั้ง 11 หมู่บ้าน โครงสร้างด้านการเมืองการบริหารองค์การบริหารส่วนตำบลบางกระสอบเป็นองค์การบริหาร ส่วนตำบลขนาด กลาง ที่แบ่งโครงสร้างการบริหารงานออกเป็น 1) สภาองค์การบริหารส่วนตำบล ทำหน้าที่ฝ่ายนิติบัญญัติ ประกอบด้วย สมาชิกที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรง ของประชาชนตามกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น จำนวนทั้งสิ้น 22 คน 2) นายกองค์การบริหารส่วนตำบล ที่มาจากเลือกตั้งโดยตรงของประชาชนตามกฎหมาย ว่าด้วยการเลือกตั้ง สมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น มีหน้าที่ในการบริหาร ควบคุม และรับผิดชอบในการบริหารราชการ นอกจากนี้นายกองค์การบริหารส่วนตำบลได้แต่งตั้งรองนายกองค์การบริหารส่วนตำบล จำนวน 2 คน และ เลขานุการนายกองค์การบริหารส่วนตำบล จำนวน 1 คน เพื่อเป็นผู้ช่วยเหลือในการบริหารราชการ - สมาชิกสภา อบต. มาจากการเลือกตั้งโดยตรง จำนวน 12 คน (11 หมู่บ้าน) - นายก อบต. มาจากการเลือกตั้งโดยตรง จำนวน 1 คน - รองนายก อบต. มาจากการแต่งตั้ง จำนวน 2 คน - เลขานุการนายก อบต. มาจากการแต่งตั้ง จำนวน 1 คน


3 ทำเนียบผู้นำชุมชนตำบลบางกระสอบ


4


5


6


7 3. การศึกษา ตำบลบางกระสอบมีสถานศึกษา ในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาจังหวัดสมุทรปราการ เขต 1 จำนวน 1 แห่ง คือ โรงเรียนวัดบางกระสอบ ซึ่งในปีการศึกษา 2566 มีจำนวนห้องเรียน 8 ห้อง มีจำนวนครู 7 คน (รวมผู้บริหาร) มีนักเรียนจำนวน 49 คน แยกเป็น นักเรียนชาย 26 คน และนักเรียนหญิง 23 คน แยกเป็น ระดับอนุบาล จำนวน 4 คน เป็นชาย 2 คน เป็นหญิง 2 คน ระดับประถมศึกษา จำนวน 45 คน เป็นชาย 24 คน เป็นหญิง 21 คน 4. การคมนาคม อำเภอพระประแดงมีถนนสายหลัก ได้แก่ การคมนาคมในตำบลบางกระสอบ สามารถจำแนกเป็น 2 ประเภท คือ การคมนาคมขนส่งทางบก และการคมนาคมขนส่งทางน้ำ 1) การคมนาคมขนส่งทางบก ในอดีตตำบลบางกระสอบใช้การคมนาคมทางน้ำเป็นหลัก แต่ปัจจุบัน เปลี่ยนมาใช้การคมนาคมทางบกเป็นส่วนใหญ่ เนื่องจากอำเภอพระประแดงเป็นเขตปริมณฑลที่รองรับการ ขยายตัวจากกรุงเทพมหานคร ทำให้มีการขยายตัวอย่างรวดเร็ว ทำให้ประชาชนไม่ได้รับความสะดวกในการ เดินทางสัญจร จึงมีความต้องการใช้การคมนาคมทางบกมากขึ้น ซึ่งถนนในพื้นที่ตำบลบางกระสอบเป็นถนนที่ เชื่อมต่อระหว่างตำบลและหมู่บ้าน ประกอบด้วย -ถนนเพชรหึงษ์ 18 (ซอยวัดบางกระสอบ) เป็นถนนที่แยกจากถนนเพชรหึงษ์ถึงริมแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณวัดบางกระสอบ ผ่านหมู่ที่ 7, 9, 10 และหมู่ที่ 11 และเป็นถนนที่เชื่อมระหว่างตำบลบางกระสอบ กับ ตำบลบางยอ และตำบลทรงคนอง มีความยาวประมาณ 2 กิโลเมตร -ถนนเพชรหึงษ์ 20 (ซอย 2 บางกระสอบ) เป็นถนนที่แยกจากถนนเพชรหึงษ์ ถึงแม่น้ำเจ้าพระยา ผ่าน สมาคมคนพิการพระประแดง และที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบลบางกระสอบ ผ่านหมู่ที่ 5,6,7,8 และหมู่ที่ 9 และเป็นถนนที่เชื่อมระหว่างตำบลบางกระสอบ กับตำบลบางยอ มีความยาวประมาณ 1.6 กิโลเมตร -ถนนเพชรหึงษ์22 (ซอย 3 บางกระสอบ) เป็นถนนที่แยกจากถนนเพชรหึงษ์ ถึงริมแม่น้ำเจ้าพระยา ผ่านหมู่ที่ 1, 2,3,4 และหมู่ที่ 5 และเป็นถนนที่เชื่อมระหว่างตำบลบางกระสอบ กับตำบลบางยอ และตำบล บางน้ำผึ้ง มีความยาวประมาณ 2.6 กิโลเมตร 2) การคมนาคมขนส่งทางน้ำ เนื่องจากตำบลบางกระสอบตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยามีท่าเทียบเรือ สำคัญ 3 แห่ง ดังนี้ 2.1) ท่าเทียบเรือ หมู่ที่ 1 2.2) ท่าเทียบเรือ หมู่ที่ 2 2.3) ท่าเทียบเรือวัดบางกระสอบ หมู่ที่ 10


8 ข้อมูลพื้นฐานของ ศกร.ตำบลบางกระสอบ 1. ชื่อ ศูนย์การเรียนรู้ตำบลบางกระสอบ สังกัดศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้อำเภอพระประแดงในราชการ ส่วนกลางสังกัดกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (เดิมคือสำนักบริหารงานและการนอกโรงเรียนและกรมการศึกษานอก โรงเรียน) ได้รับการจัดตั้งตามประกาศ กระทรวงศึกษาธิการ ลงวันที่ 27 สิงหาคม 2536 โดยมีสถานที่ตั้ง ณ เลขที่ 25/2 หมู่ 7 ตำบลบางกระสอบ ตําบลตลาด อําเภอพระประแดงจังหวัดสมุทรปราการ ในอาคาร องค์การบริหารส่วนตำบล(หลังเก่า) 2. ที่ตั้ง ศกร.ตำบลบางกระสอบ ตั้งอยู่ที่ เลขที่ เลขที่ 25/2 หมู่ 7 ตำบลบางกระสอบ ตําบลตลาด อําเภอพระประแดงจังหวัด สมุทรปราการ โทรศัพท์ 0863924568 E-Mail : [email protected] โดยมี นายธนากร นาพยัพ เป็นครู กศน.ตำบลบางกระสอบ ในปัจจุบัน 3. สังกัด ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้อำเภอพระประแดง สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้จังหวัด สมุทรปราการ กรมส่งเสริมการเรียนรู้ กระทรวงศึกษาธิการ 4. ประวัติความเป็นมาของ ศกร.ตำบลบางกระสอบ 4.1 ประวัติศกร.ตำบลบางกระสอบ ในปี พ.ศ. 2553 เลขาธิการ กศน. นายอภิชาติ จีระวุฒิ มีนโยบายให้เปลี่ยนชื่อจากศูนย์การเรียน ชุมชน จากศูนย์การเรียนชุมชนตำบลบางกระสอบ เปลี่ยนชื่อเป็น กศน. ตำบลบางกระสอบ ทำพิธีเปิดป้ายเมื่อ วันที่ 23 พฤษภาคม 2553 และในวันที่ 19 พฤษภาคม 2566 เปลี่ยนชื่อเป็นศูนย์การเรียนรู้ตำบลบาง กระสอบตาม พ.ร.บ.ส่งเสริมการเรียนรู้ เพื่อขับเคลื่อนการศึกษาทศวรรษที่สอง ตามนโยบายของรัฐบาล “คน ไทยต้องได้เรียนรู้เท่าเทียมกัน”ดังนั้น ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ จึงได้ ประสานงานกับ อบต.บางกระสอบ เพื่อขออนุญาตเปิด กศน.ตำบล โดยขอใช้สถานที่ ณ อาคารอเนกประสงค์ สวนสาธารณะเทศบาลเมืองลัดหลวง เป็นแหล่งเรียนรู้ของตำบลบางกระสอบ และยังเป็นสถานที่พบกลุ่ม ของนักศึกษา (กลุ่มนักศึกษา) และผู้ไม่รู้หนังสือ รวมถึงการให้บริการยืมคืนหนังสือ แก่คนในชุมชน เพื่อเปิด โอกาสทางการศึกษาอย่างทั่วถึง


9 4.2 ทำเนียบผู้บริหาร 4.3 อาณาเขต ศูนย์การเรียนรู้ตำบลบางกระสอบ ได้รับการจัดตั้ง ณ เลขที่ 25/2 หมู่ 7 ตำบลบางกระสอบ ตําบล บางกระสอบ อําเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ 4.4 สภาพชุมชน ตำบลบางกระสอบมีลักษณะภูมิประเทศคล้ายกระบุงก้นสอบ คือเป็นพื้นที่รองรับน้ำเหนือ ก่อนที่จะไหลลงสู่อ่าวไทย สภาพดินมีความอุดมสมบูรณ์ไปด้วยแร่ธาตุจากดินตะกอนปากแม่น้ำที่เหมาะสําหรับ ทําการเกษตร สภาพดินเป็นดินธนบุรีกลุ่ม 8 ลักษณะโดยทั่วไป เนื้อดินเป็นพวกดินเหนียว ดินบนมีลักษณะการ ทับ-ถมเป็นชั้น ๆ ของดินอินทรียวัตถุที่ได้จากการขุดลอกร่องน้ำ ดินล่างมีลักษณะสีเทา บางแห่งมีเปลือกหอย ปะปนอยู่ และด้วยสภาพแวดล้อม ลักษณะภูมิประเทศ ทําให้ประชาชนในพื้นที่ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทางการ เกษตร พืชผลส่วนมากมี-ทั้งไม้ดอก ไม้ประดับ รวมถึงผลไม้การปลูกสร้างบ้านเรือนกระจายอยู่ทั่วไปบริเวณ ถนนทางเข้าหมู่บ้าน ริมฝั่งแม่น้ำ-เจ้าพระยา ปัจจุบันตำบลบางกระสอบประสบปัญหาน้ำกร่อยท่วมถึง ขัดขวาง การเจริญเติบโตของพืชผักและต้นไม้ ส่งผลให้เจริญเติบโตไม่เต็มที่ ดังน้ำจึงจำเป็นต้องหาวิธีการเพาะ เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาน้ำกร่อยเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน ลำดับที่ ชื่อ - สกุล ตำแหน่ง ระยะเวลาการทำงาน 1. นายชัยวัฒน์ ยืนยาว หัวหน้าศูนย์ 1 ต.ค. 40 - 27 ก.ย. 42 2. นายบรรณสิทธิ์ เขียนทอง ผู้อำนวยการศูนย์ 1 ต.ค. 42 - 27 ก.ย. 44 3. นายสิทธิศักดิ์ สุคนธวงศ์ ผู้อำนวยการศูนย์ 1 ต.ค. 44 - 27 ก.ย. 50 4. นายเขษมศักดิ์ แก้วประเสริฐ ผู้อำนวยการสถานศึกษา 1 ต.ค. 50 - 27 ก.ย. 52 5. นายสัมฤทธิ์ ศักดิ์ตระกูลกล้า ผู้อำนวยการสถานศึกษา 1 ต.ค. 52 - 27 ก.ย. 55 6. นายธนกฤต แพโชติรัตนะกุล ผู้อำนวยการสถานศึกษา 1 ต.ค. 55 – 27 ก.ย.58 7. นายเกรียงไกร ซิ้มเจริญ ผู้อำนวยการสถานศึกษา 1 ต.ค. 58 – 30 ก.ย.63 8. นางสาวสุภสิตา บัวเลี้ยง รักษาการในตำแหน่ง ผู้อำนวยการสถานศึกษา ต.ค. 63 – พ.ย.63 9. นางสาวนันท์นภัสร์ ศรีวิเชียร รักษาการในตำแหน่ง ผู้อำนวยการสถานศึกษา พ.ย. 63 – 2565 10. นางสาวนันท์นภัสร์ ศรีวิเชียร ผู้อำนวยการสถานศึกษา 2565 – ปัจจุบัน


10 5.โครงสร้าง ศกร.ตำบลบางกระสอบ ผู้บริหาร กลุ่มอำนวยการ - งานธุรการ / สารบรรณ - งานการเงินและบัญชี - งานงบประมาณและระดม ทรัพยากร - งานพัสดุ - งานบุคลากร - งานอาคารสถานที่และพาหนะ - งานแผนงานโครงการ - งานประชาสัมพันธ์ - งานสวัสดิการ - งานข้อมูลสารสนเทศและการ รายงาน - งานนิเทศภายใน ติดตาม และประเมินผล - งานเลขานุการคณะกรรมการ สถานศึกษา - งานประกันคุณภาพภายใน สถานศึกษา - งานส่งเสริมการรู้หนังสือ - งานการจัดการศึกษานอกระบบ - งานการศึกษาพัฒนาอาชีพ - งานการศึกษาพัฒนาทักษะชีวิต - งานการศึกษาพัฒนาสังคมชุมชน - งานการศึกษาตามอัธยาศัย - งานจัดพัฒนาแหล่งเรียนรู้ และภูมิปัญญาท้องถิ่น - งานจัดและพัฒนาศูนย์กศน. ตำบล - งานห้องสมุดประชาชน - งานจัดการศึกษาเคลื่อนที่ - งานพัฒนาหลักสูตร สื่อ นวัตกรรมและเทคโนโลยี - งานทะเบียนและวัดผล - งานศูนย์บริการให้คำปรึกษา และการแนะแนว - งานวิจัยในชั้นเรียน - งานกิจการนักศึกษา กลุ่มจัดการศึกษา นอกระบบและการศึกษา ตามอัธยาศัย กลุ่มภาคีเครือข่าย และภารกิจพิเศษ - งานส่งเสริม สนับสนุน ภาคี เครือข่าย - งานกิจการพิเศษ - งานโครงการอัน เนื่องมาจาก พระราชด าริ - งานกิจการลูกเสือและ ยุวกาชาด/โรคเอดส์/ ยาเสพติด - งานโครงการพิเศษ คณะกรรมการสถานศึกษา


11 6. ข้อมูลบุคลากร ประเภท/ตำแหน่ง การศึกษา ต่ำกว่า ปริญญาตรี ปริญญา ตรี ปริญญาโท ปริญญา เอก สาขาวิชา/วิชาเอก ผู้บริหาร 1. นางสาวนันท์นภัสร์ ศรีวิเชียร คม. สาขาบริหารการศึกษา ครู ศกร.ตำบล 1.นายธนากร นาพยัพ บธบ. สาขาการตลาด 7. ทรัพยากรและสิ่งอำนวยความสะดวกในการจัดการศึกษา 7.1 อาคารสถานที่ ศกร.ตำบลบางกระสอบ เลขที่ 25/2 หมู่ 7 ตำบลบางกระสอบ อำเภอ พระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ 7.2 สาธารณูปโภคและสิ่งอำนวยความสะดวก 1) คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค จำนวน ..........1............... เครื่อง 2) โทรทัศน์ จำนวน ...........1..............เครื่อง 3) มอนิเตอร์ จำนวน .............1...........เครื่อง 8. แหล่งเรียนรู้และเครือข่าย 8.1 ห้องสมุดประชาชน สถานที่ ที่ตั้ง ผู้รับผิดชอบ ศกร.ตำบลบางกระสอบ 25/2 หมู่ 7 ตำบลบางกระสอบ นายธนากร นาพยัพ อื่นๆ ระบุ............................ - - 8.2 ศกร.ตำบล ชื่อ ศกร.ตำบล ที่ตั้ง ลักษณะ อินเทอร์เน็ต ทรัพยากร ผู้รับผิดชอบ เป็น เอกเทศ ไม่เป็น เอกเทศ มี ไม่มี ศกร.ตำบล บางกระสอบ 25/2 ม.7 ต.บางกระสอบ ✓ ✓ โน้ตบุ๊ค 1 เครื่อง คอมพิวเตอร์ 1 ชุด (จอเสีย) ทีวี 14 นิ้ว 1 เครื่อง (เสีย) นายธนากร นาพยัพ


12 8.3 ศูนย์การเรียนชุมชน ชื่อ ศรช. ที่ตั้ง ลักษณะ อินเทอร์เน็ต เป็น ทรัพยากร ผู้รับผิดชอบ เอกเทศ ไม่เป็น เอกเทศ มี ไม่มี - - - - - - - - 8.4 บ้านหนังสือชุมชน ชื่อบ้านหนังสือ ที่ตั้ง ผู้รับผิดชอบ บ้านบางกระสอบ หมู่ 7 ต.บางกระสอบ อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ 10130 นางสาวสมจิตต์ กุลไพศาลธรรม บ้านบางกระสอบ หมู่ 5 ต.บางกระสอบ อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ 10130 นางพิมล แจ้งสว่าง บ้านบางกระสอบ หมู่ 7 ต.บางกระสอบ อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ 10130 นางสาวสมทรง ปลั่งวัฒนะ บ้านบางกระสอบ หมู่ 8 ต.บางกระสอบ อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ 10130 นางพรนิภา ฝักไหม 8.5 แหล่งเรียนรู้ ชื่อแหล่งเรียนรู้ ด้าน ที่อยู่/เบอร์โทร ผู้รับผิดชอบ ศูนย์เรียนรู้ด้านการเกษตร ศิลปหัตถกรรม ศูนย์เรียนรู้ด้านการเกษตร ศิลปหัตถกรรม หมู่ 3 ต.บางกระสอบ อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ 10130 นายนภดล ทองมั่น วัดบางกระสอบ ศาสนา หมู่ 10 ตำบลบางกระสอบ พระครูเกษมคุณานุสิฐ 8.6 ภาคีเครือข่าย กลุ่ม/องค์กร/หน่วยงาน ด้าน ที่อยู่ เบอร์โทร อบต.บางกระสอบ - สนับสนุนการศึกษา ม.7 ต.บางกระสอบ อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ 10130 024053853 รพ.สต.บางกระสอบ -การจัดกิจกรรมการศึกษาต่อเนื่อง ม.7 ต.บางกระสอบ อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ 10130 024610882 โรงเรียนวัดบางกระสอบ - สนับสนุนการศึกษา - การจัดกิจกรรมการศึกษาตาม อัธยาศัย ม.10 ต.บางกระสอบ อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ 10130 024610685 ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กตำบล บางกระสอบ - การจัดกิจกรรมการศึกษาตาม อัธยาศัย ม.7 ต.บางกระสอบ อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ 10130 024053853


13 8.7 ภูมิปัญญา บุคคล (ปราชญ์ชาวบ้าน/ภูมิ ปัญญา/ผู้นำ) ความรู้ ความสามารถ ที่อยู่/เบอร์โทร นางบุญญาภา ศิโรดม ผู้นำชุมชน/สิ่งประดิษฐ์/งานฝีมือ/ อาหาร/ขนมไทย หมู่ 2 ต.บางกระสอบ อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ 10130 โทร 0863880333 นางพยุง เกตริ ผู้นำชุมชน/สิ่งประดิษฐ์/งานฝีมือ/ อาหาร/ขนมไทย หมู่ 7 ต.บางกระสอบ อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ 10130 โทร 0809857785 นางบุนฐริกา ศรีสนั่น ผู้นำชุมชน/สิ่งประดิษฐ์/งานฝีมือ/ อาหาร/ขนมไทย หมู่ 7 ต.บางกระสอบ อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ 10130 โทร 0809994600 นางพิสมัย เสมาภิบาล ผู้นำชุมชน/สิ่งประดิษฐ์/งานฝีมือ/ อาหาร/ขนมไทย หมู่ 9 ต.บางกระสอบ อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ 10130 9. เกียรติยศชื่อเสียง / รางวัล 1. นายภานุวัตร กว้างนอก นักศึกษา ศกร.ตำบลบางกระสอบ ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ ที่ 2 ประเภทกีฬา ฟุตบอล นักศึกษาชาย ในการแข่งขันกีฬา กศน.”ปากน้ำเกมส์” ณ สนามกีฬาเทศบาลตำบล แหลมฟ้าผ่า อำเภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ 2.นายภานุวัตร กว้างนอก นักศึกษา ศกร.ตำบลบางกระสอบ ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ ที่ 2 ประเภทกีฬา ฟุตบอล นักศึกษาชาย ในการแข่งขันกีฬา กศน.เกมส์ครั้งที่ 6 ณ สนามกีฬา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน อำเภอกำแพงแสน จังหวัดสมุทรปราการ 3. นายธนากร นาพยัพ ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับฟุตบอลประเภทครูชาย ในการแข่งขันกีฬา กศน.”ปากน้ำเกมส์” ณ สนามกีฬาเทศบาลตำบลแหลมฟ้าผ่า อำเภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ 4.นายธนากร นาพยัพ ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 1 ฟุตบอลประเภทครูในการแข่งขันกีฬา กศน.เกมส์ครั้งที่ 6 ณ สนามกีฬามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน อำเภอกำแพงแสน จังหวัด สมุทรปราการ 10. ข้อเสนอแนะจากการประเมินตนเอง ประจำปีงบประมาณ 2566 1.สถานศึกษามีการประเมินผลการจัดการเรียนรู้ที่หลากหลายเพื่อให้ผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการ เรียนที่ดียิ่งขึ้น 2.สถานศึกษามีการฝึกอบรมเรื่องของการประกันคุณภาพภายในของสถานศึกษา 3.สถานศึกษาจัดหาสื่อวัสดุอุปกรณ์/ครุภัณฑ์ และที่ใช้จัดการเรียนการสอนที่มีคุณภาพทันสมัย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการเรียนรู้ 4.สถานศึกษาส่งเสริมให้มีการเรียนการสอนผ่านสื่อออนไลน์ มีการเข้าเรียนนอกเวลาโดย Google Classroom 5. สถานศึกษาส่งเสริมให้มีจัดการเรียนรู้ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ สู่นวัตกรรมการศึกษา สำหรับครู สกร.เพื่อให้ครูสกร.มีความรู้ความเข้าใจในการใช้ระบบเทคโนโลยี การบริหารจัดการเรียนรู้ และสามารถใช้ Social Media และApplication ต่างๆ ในการพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนการสอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ


14 11. ข้อเสนอแนะจากการประเมินคุณภาพสถานศึกษาโดยต้นสังกัด 11.1 สถานศึกษาควรนำเอาผลการทดสอบระดับชาติ N – NET ทั้ง 3 ปี การศึกษาย้อนหลังมา ทำการวิเคราะห์หาสาเหตุของการที่ผู้เรียนไม่สามารถทำแบบทดสอบได้ แล้วจึงดำเนินการแก้ไขปัญหานั้นๆใน รูปแบบของการวิจัยในชั้นเรียนของครูผู้สอนแต่ละคนแต่ละ ศกร.ตำบล 11.2 สถานศึกษาควรดำเนินการรวบรวมข้อมูลที่ได้จากการส่งเสริมให้ครูได้เข้ารับการพัฒนาใน หลักสูตรต่างๆจากการตรวจและประเมินคุณภาพแผนการจัดกิจกรรมการจัดการเรียนรู้ของครู จากการนิเทศ ติดตามผลการจัดการเรียนรู้ จากการวิเคราะห์ คุณภาพของแบบวัดและประเมินผล และจากการวิเคราะห์ผล สอบ N – NET ของผู้เรียนมาใช้ในการวางแผนการจัดกิจกรรมพัฒนาครูเป็นรายบุคคลอย่างเป็นระบบและ ต่อเนื่อง 12. ข้อเสนอแนะจากการประเมินคุณภาพภายนอกจาก สมศ. ผลการประเมินคุณภาพภายนอก ❑ สถานศึกษายังไม่เคยได้รับการประเมินจากภายนอก สถานศึกษาได้รับการประเมินคุณภาพภายนอก ระหว่างวันที่ 18 – 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556 โดยสถานศึกษาได้คะแนนจากผลการประเมินภายนอกรวม 89.97คะแนนอยู่ในระดับคุณภาพ ดี ❑ ไม่ได้รับการรับรองมาตรฐานการศึกษา ได้รับการรับรองมาตรฐานการศึกษา ข้อเสนอแนะเพื่อการพัฒนา 1. นำเทคโนโลยีมาบูรณาการใช้ในกิจกรรมการเรียนการสอนทุกรายวิชา 2. พัฒนาแหล่งเรียนรู้ ภูมิปัญญาให้เป็นระบบยิ่งขึ้น 3. มีการพัฒนาอาชีพที่แปลกใหม่และหลากหลาย


15 ส่วนที่ 2 กรอบทิศทางการดำเนินงาน 2.1 รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 2.2 แผนระดับที่ 1 ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561 – 2580) คณะกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติได้ดำเนินการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561-2580) เพื่อใช้เป็นกรอบแนวทางการพัฒนาประเทศในระยะ 20 ปี โดยกำหนดวิสัยทัศน์ เป้าหมายและ ยุทธศาสตร์ ดังนี้ วิสัยทัศน์ “ประเทศไทยมีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เป็นประเทศพัฒนาแล้ว ด้วยการพัฒนา ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” หรือเป็นคติพจน์ประจำชาติว่า “มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” มี 6 ยุทธศาสตร์ ซึ่งเกี่ยวข้องกับภารกิจของกระทรวงศึกษาธิการ 6 ยุทธศาสตร์ ดังนี้ 1. ยุทธศาสตร์ชาติด้านความมั่นคง มีเป้าหมายการพัฒนาที่สำคัญ คือ ประเทศชาติมั่นคง ประชาชนมีความสุข เน้นการบริหารจัดการสภาวะแวดล้อมของประเทศให้มีความมั่นคง ปลอดภัย เอกราช อธิปไตย และมีความสงบเรียบร้อยในทุกระดับตั้งแต่ระดับชาติ สังคม ชุมชน มุ่งเน้นการพัฒนา คน เครื่องมือ เทคโนโลยี และระบบฐานข้อมูลขนาดใหญ่ ให้มีความพร้อมสามารถรับมือกับภัยคุกคาม และภัยพิบัติได้ทุก รูปแบบ และทุกระดับความรุนแรง ควบคู่ไปกับการป้องกันและแก้ไขปัญหาด้าน ความมั่นคงที่มีอยู่ในปัจจุบัน และที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต ใช้กลไกการแก้ไขปัญหาแบบบูรณาการ ทั้งกับส่วน ราชการ ภาคเอกชน ประชา สังคม และองค์กรที่ไม่ใช่รัฐ รวมถึงประเทศเพื่อนบ้านและมิตร ประเทศ ทั่วโลกบนพื้นฐานของหลักธรรมา ภิบาล เพื่อเอื้ออำนวยประโยชน์ต่อการดำเนินการของ ยุทธศาสตร์ชาติ ด้านอื่นๆ ให้สามารถขับเคลื่อนไป ได้ตามทิศทางและเป้าหมายที่กำหนด 2. ยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน มีเป้าหมายการพัฒนาที่ มุ่งเน้นการ ยกระดับศักยภาพของประเทศในหลากหลายมิติ บนพื้นฐานแนวคิด 3 ประการ ได้แก่ 1) “ต่อยอดอดีต” โดยมองกลับไปที่รำกเหง้ำทางเศรษฐกิจ อัตลักษณ์ วัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิต และจุดเด่นทางทรัพยากรธรรมชาติที่หลากหลาย รวมทั้งความได้เปรียบเชิงเปรียบเทียบของ ประเทศในด้านอื่นๆ นำมา ประยุกต์ผสมผสานกับเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อให้สอดรับกับบริบท ของเศรษฐกิจ และสังคมโลกสมัยใหม่ 2) “ปรับปัจจุบัน” เพื่อปูทางสู่อนาคต ผ่านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ ในมิติต่างๆ ทั้งโครงข่ายระบบคมนาคมและขนส่ง โครงสร้างพื้นฐานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และดิจิทัล และการปรับสภาพแวดล้อมให้เอื้อต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมและบริการอนาคต 3) “สร้างคุณค่าใหม่ในอนาคต” ด้วยการเพิ่มศักยภาพของผู้ประกอบการ พัฒนาคน รุ่น ใหม่ รวมถึง ปรับรูปแบบธุรกิจ เพ ื่ อตอบสนองต่อความต้องการของตลาด ผสมผสานกับยุทธศาสตร์ที่ รองรับ อนาคต บนพื้นฐานของการต่อยอดอดีตและปรับปัจจุบัน พร้อมทั้งการส่งเสริมและสนับสนุนจาก ภาครัฐ ให้ ประเทศไทยสามารถสร้างฐานรายได้และการจ้างงานใหม่ ขยายโอกาสทางการค้าและการลงทุนในเวทีโลก ควบคู่ไปกับการยกระดับรายได้และการกินดีอยู่ดีรวมถึงการเพิ่มขึ้นของคน ชั้นกลางและลดความเหลื่อม ล้ำของคนในประเทศได้ในครัวเดียวกัน


16 3. ยุทธศาสตร์ชาติด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ มีเป้าหมาย การพัฒนาที่สำคัญเพื่อพัฒนาคนในทุกมิติและในทุกช่วงวัยให้เป็นคนดีเก่ง และมีคุณภาพ โดยคนไทย มีความ พร้อมทั้งกาย ใจ สติปัญญา มีพัฒนาการที่ดีรอบด้านและมีสุขภาวะที่ดีในทุกช่วงวัย มีจิตสาธารณะ รับผิดชอบต่อสังคมและผู้อื่น มัธยัสถ์อดออม โอบอ้อมอารีมีวินัย รักษาศีลธรรม และ เป็นพลเมืองดีของชาติ มีหลักคิดที่ถูกต้อง มีทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 มีทักษะสื่อสารภาษาอังกฤษ และภาษาที่ 3 และอนุรักษ์ ภาษาท้องถิ่น มีนิสัยรักการเรียนรู้และการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง ตลอดชีวิต สู่การเป็น คนไทยที่มีทักษะสูง เป็นนวัตกร นักคิด ผู้ประกอบการ เกษตรกรยุคใหม่และอื่นๆ โดยมีสัมมาชีพตามความถนัดของตนเอง 4. ยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม มีเป้าหมาย การ พัฒนาที่สำคัญที่ให้ความสำคัญการดึงเอาพลังของภาคส่วนต่างๆ ทั้งภาคเอกชน ประชาสังคม ชุมชน ท้องถิ่น มาร่วม ขับเคลื่อน โดยการสนับสนุนการรวมตัวของประชาชน ในการร่วมคิดร่วมทำเพื่อส่วนรวมการกระจายอำนาจและ ความรับผิดชอบไปสู่กลไกบริหารราชการแผ่นดินในระดับท้องถิ่น การเสริมสร้าง ความเข้มแข็งของชุมชนในการ จัดการตนเอง และการเตรียมความพร้อมของประชากรไทยทั้งในมิติ สุขภาพ เศรษฐกิจ สังคม และ สภาพแวดล้อมให้เป็นประชากรที่มีคุณภาพ สามารถพึ่งตนเองและ ทำประโยชน์แก่ครอบครัว ชุมชน และ สังคมให้นานที่สุด โดยรัฐให้หลักประกันการเข้าถึงบริการและ สวัสดิการที่มีคุณภาพอย่างเป็นธรรมและทั่วถึง 5. ยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม มี เป้าหมายการพัฒนาที่สำคัญเพื่อนำไปสู่การบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนในทุกมิติ ทั้งมิติ ด้าน สังคม เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม ธรรมาภิบาล และความเป็นหุ้นส่วนความร่วมมือระหว่างกันทั้งภายใน และ ภายนอกประเทศอย่างบูรณาการ ใช้พื้นที่เป็นตัวตั้งในการกำหนดกลยุทธ์และแผนงาน และการให้ ทุกฝ่ายที่ เกี่ยวข้องได้เข้ามามีส่วนร่วมในแบบทางตรงให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้โดยเป็นการดำเนินการ บนพื้นฐานการเติบโตร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นทางเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และคุณภาพชีวิต โดยให้ความสำคัญกับ การสร้างสมดุลทั้ง 3 ด้าน อันจะนำไปสู่ความยั่งยืนเพื่อคนรุ่นต่อไปอย่างแท้จริง 6. ยุทธศาสตร์ชาติด้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ มีเป้าหมายการ พัฒนาที่สำคัญเพื่อปรับเปลี่ยนภาครัฐที่ยึดหลัก “ภาครัฐของประชาชนเพื่อประชาชน และประโยชน์ส่วนรวม” แผนภาพ 1 ระดับแผนตามมติคณะรัฐมนตรีวันที่ 4 ธันวาคม 2660


17 แผนภาพ 2 วิสัยทัศน์และเป้าหมายการพัฒนาประเทศตามยุทธศาสตร์ชาติ20 ปี แผนภาพ 3 ความเชื่อมโยงยุทธศาสตร์ชาติสู่แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ23 ประเด็น


18 แผนภาพ 4 สาระสำคัญของแผนการปฏิรูปประเทศ(ฉบับปรับปรุง) ด้านการศึกษา 2.3 แผนระดับที่ 2 เฉพาะที่เกี่ยวข้อง 2.3.1 แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561 – 2580) ประเด็น (1) ความมนคง แผนย่อยการรักษาความสงบภายในประเทศ แนวทางการพัฒนาที่ 2 เสริมสร้างความมั่นคงของสถาบันหลักของชาติ ภายใต้ การปกครอง ระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข โดยปลู กฝังและสร้าง ความตระหนักรู้ถึง ความสำคัญของสถาบันหลักของชาติ รณรงค์เสริมสร้างความรักและภาคภูมิใจใน ความเป็นคนไทยและชาติ ไทย ผ่านทางกลไกต่าง ๆ รวมถึงการศึกษาประวัติศาสตร์ในเชิงสร้างสรรค์ น้อมนำและเผยแพร่ศาสตร์ พระราชา หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง รวมถึงแนวทางพระราชดำริ ต่าง ๆ ให้เกิดความเข้าใจอย่างถ่อง แท้ และนำไปประยุกต์ปฏิบัติใช้อย่างกว้างขวาง จัดกิจกรรมเฉลิม พระเกียรติและพระราชกรณียกิจอย่าง สม่ำเสมอ ประเด็น (10) การปรับเปลี่ยนค่านิยมและวัฒนธรรม มุ่งเน้นให้สถาบันทางสังคมร่วมปลูกฝังค่านิยมวัฒนธรรมที่พึงประสงค์ บูรณาการร่วม ระหว่าง ภาคีต่าง ๆ อาทิครอบครัว ชุมชน ศาสนา การศึกษา สื่อ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ในการหล่อหลอม คนไทยให้มีคุณธรรม จริยธรรม ในลักษณะที่เป็นวิถีการดำเนินชีวิต โดยวางรากฐาน การพัฒนาคนให้มีความ สมบูรณ์ เริ่มตั้งแต่การพัฒนาคนให้มีสุขภาพกายและใจที่ดี บนพื้นฐานของการมี ส่วนร่วมของสถาบันสังคมและ วัฒนธรรมที่เข้มแข็ง ทั้งครอบครัว ชุมชน ศาสนา การศึกษา สื่อ และ ภาคเอกชน โดยมีแผนย่อยที่เกี่ยวข้อง ดังนี้


19 แผนย่อยการปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และการเสริมสร้างจิตสาธารณะและ การ เป็นพลเมืองที่ดีโดยมีแนวทางการพัฒนา แนวทางการพัฒนาที่ 2 บูรณาการเรื่องความซื่อสัตย์ วินัย คุณธรรม จริยธรรม และ ด้าน สิ่งแวดล้อม ในการจัดการเรียนการสอนในและนอกสถานศึกษา จัดให้มีการเรียนการสอน ตามพระราชดำริ และปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในสถานศึกษา จัดให้มีการเรียนรู้ทางศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรมของชาติ และภูมิปัญญาท้องถิ่น รวมทั้งการตระหนักรู้ และการมีส่วนร่วม ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้ รองรับการเปลี่ยนแปลงทั้งในประเทศและต่างประเทศ แนวทางการพัฒนาที่ 4 ปลูกฝังค่านิยมและวัฒนธรรมโดยใช้ชุมชนเป็นฐาน อนุรักษ์ พัฒนา และสืบสานมรดกทางศิลปะและวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น ทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม รณรงค์ ส่งเสริมความเป็นไทยในระดับท้องถิ่นและชุมชน จัดให้มีพื้นที่มรดกทางวัฒนธรรม ของพื้นที่ ส่งเสริมชุมชน ให้เป็นฐานการสร้างวิถีชีวิตพอเพียง แนวทางการพัฒนาที่ 5 การส่งเสริมให้คนไทยมีจิตสาธารณะและมีความรับผิดชอบต่อ ส่วนรวม สร้างจิตสาธารณะและจิตอาสาโดยใช้ประโยชน์จากความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยี สารสนเทศ การ สื่อสาร เพื่อรับผิดชอบต่อส่วนรวม สร้างเสริมผู้นำการเปลี่ยนแปลง และต้นแบบที่ดี ทั้งระดับบุคคลและองค์กร โดยการยกย่องผู้นำที่มีจิตสาธารณะและจิตอาสา และมีความรับผิดชอบต่อ สังคม ส่งเสริมสนับสนุนให้มีกลไก การดำเนินงานในการสร้างเสริมการพัฒนาจิตสาธารณะและจิตอาสา เพื่อสังคมและส่วนรวม โดยส่งเสริมและ สนับสนุนองค์กรสาธารณะที่ไม่หวังผลประโยชน์ ประเด็น (11) การพัฒนาศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิต จำเป็นต้องมุ่งเน้นการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพ มนุษย์ สร้างความอยู่ดีมีสุขของครอบครัวไทยซึ่งเป็นหน่วยที่ย่อยที่สุดเพื่อให้สามารถเป็นพลังใน การขับเคลื่อน ช่วยเหลือสังคม พัฒนาและยกระดับคนในทุกมิติและในทุกช่วงวัยให้เป็นทรัพยากรมนุษย์ ที่ดี เก่ง และมี คุณภาพพร้อมขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศไปข้างหน้าได้อย่างเต็มศักยภาพ ซึ่ง “คนไทยในอนาคตจะต้องมี ความพร้อมทั้งกาย ใจ สติปัญญา มีพัฒนาการที่ดีรอบด้านและมีสุขภาวะที่ดี ในทุกช่วงวัย มีจิตสาธารณะ รับผิดชอบต่อสังคมและผู้อื่น มัธยัสถ์ อดออม โอบอ้อมอารี มีวินัย รักษา ศีลธรรม และเป็นพลเมืองดีของชาติ มีหลักคิดที่ถูกต้อง มีทักษะที่จำเป็นในโลกอนาคต สามารถใช้ ภาษาไทยได้ดี มีทักษะสื่อสารภาษาอังกฤษและ ภาษาที่ 3 รวมทั้งอนุรักษ์ภาษาท้องถิ่น มีนิสัย รักการเรียนรู้และการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต สู่การเป็นคนไทยที่มีทักษะสูง เป็นนักพัฒนา เทคโนโลยีระดับสูงและนวัตกร นักคิด ผู้ประกอบการ เกษตรกร ยุคใหม่และอื่น ๆ โดยมีสัมมาชีพตาม ความถนัดของตนเอง” แผนย่อยเพื่อพัฒนาและยกระดับทรัพยากรมนุษย์ ในทุกมิติและในทุกช่วงวัยให้ เต็มศักยภาพและเหมาะสม ที่เกี่ยวข้องด้านการศึกษา ดังนี้


20 แผนย่อยการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพมนุษย์ โดยมี แนวทางการพัฒนา แนวทางการพัฒนาที่ 1 สร้างความอยู่ดีมีสุขของครอบครัวไทย สร้างครอบครัว ที่เหมาะสม กับโลกในศตวรรษที่ 21 โดยส่งเสริมความรู้ในการวางแผนชีวิตที่เหมาะสมกับค่านิยมของคน รุ่นใหม่และการ จัดกิจกรรมที่เหมาะสมบนฐานความรู้ทางวิชาการตั้งแต่ช่วงตั้งครรภ์และถึงช่วงอายุ ต่าง ๆ พัฒนาทักษะชีวิต และการเรียนรู้ การทำงานและการดำรงชีวิตอย่างมีคุณภาพของประชากร แต่ละช่วงวัย รวมถึงการให้ทุกภาค ส่วนในสังคมเข้ามามีส่วนร่วม พร้อมทั้งการพัฒนาสภาพแวดล้อม ที่เอื้อต่อการสร้างครอบครัวอบอุ่นเข้มแข็ง โดยเน้นการส่งเสริมการเกื้อกูลกันของคนทุกวัยในครอบครัว ในการดูแลสมาชิกในครอบครัว การส่งเสริม นโยบายการสร้างความสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงาน การส่งเสริมสนับสนุนภาคเอกชน สถานประกอบการ จัดบริการที่ส่งเสริมและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และ สนับสนุนครอบครัวในการเลี้ยงดูบุตรและการดูแลผู้สูงอายุ การสนับสนุนควบคู่กับการปฏิรูปสื่อให้ มีบทบาทในเชิงสร้างสรรค์ในการให้ความรู้ต่อการพัฒนาและเสริมสร้าง ความเข้มแข็งครอบครัว โดยที่จะต้องมีระบบการจัดการที่อยู่อาศัยสำหรับครอบครัวที่เอื้อต่อการดำรงชีวิต ครอบครัว ส่งเสริมพัฒนาการเด็ก และมีความปลอดภัย มีระบบสนับสนุนในการดูแลเด็กและครอบครัว ในชุมชนที่มีคุณภาพ มาตรฐาน รวมทั้งมีระบบสนับสนุนในการทำงานที่เอื้อต่อครอบครัวที่ทุกภาคส่วนการ พัฒนาสนับสนุน การจัดสวัสดิการและการส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีในการทำงานที่สมดุลระหว่างชีวิตการทำงาน และชีวิต ครอบครัว แนวทางการพัฒนาที่ 2 ส่งเสริมบทบาทการมีส่วนร่วมของภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น ครอบครัว และชุมชนในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ปลูกฝังและพัฒนาทักษะ นอก ห้องเรียน สร้างกระบวนการเรียนรู้และพัฒนาทักษะของประชากรให้สอดคล้องกับ ความเปลี่ยนแปลงของโลก ในอนาคต สร้างความตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาตนเองและ การมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาและ พัฒนาสังคม รวมทั้งสนับสนุนด้านวิชาการและสร้างนวัตกรรม ที่สนับสนุนการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพ คน เพื่อให้องค์กรเครือข่ายชุมชนมีความเข้มแข็ง และ มีกลไกการพัฒนาระดับพื้นที่ที่ประชาชน ชุมชน องค์กร ภาครัฐ ภาคเอกชนมีส่วนร่วมในการพัฒนา เฝ้าระวัง และติดตามการดำเนินงานส่งผลให้การพัฒนาทรัพยากร มนุษย์มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ได้อย่างเป็นรูปธรรม การปลูกฝังและพัฒนาทักษะนอกห้องเรียน โดย เน้นให้พ่อแม่มีวัฒนธรรมที่ปลูกฝัง ให้ลูกเพิ่มพูนทักษะการเรียนรู้ชีวิต ดนตรี กีฬา ศิลปะ รวมทั้งส่งเสริมให้ทุก ภาคส่วนเปิดพื้นที่แห่ง การเรียนรู้ และจัดกระบวนการเรียนรู้ที่หลากหลายและเหมาะสม เอื้อแก่ครอบครัวทุก ลักษณะ แนวทางการพัฒนาที่ 3 พัฒนาระบบฐานข้อมูลเพื่อการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ที่มี ความเชื่อมโยงและบูรณาการข้อมูลด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ระหว่างภาคีการพัฒนาต่าง ๆ โดยการ เชื่อมโยงข้อมูลที่เกี่ยวกับการศึกษา การพัฒนาตนเอง สุขภาพ และการพัฒนาอาชีพในตลอดช่วง ชีวิต เพื่อ เสริมและสร้างศักยภาพของการดำเนินงานการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ตามพันธกิจของแต่ละ หน่วยงานให้มี ความเข้มแข็งและตอบโจทย์ประเทศ เป็นฐานข้อมูลการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของ ประเทศไทยที่มี ประสิทธิภาพและประสิทธิผล สามารถประเมินจุดอ่อน จุดแข็ง และศักยภาพบุคคลของ ประเทศ นำไปสู่การ ตัดสินใจระดับนโยบายและปฏิบัติ เพื่อพัฒนาคนไทยอย่างมีทิศทางและสอดคล้อง กับการพัฒนาประเทศไทย


21 ในอนาคต รวมถึงข้อมูลที่สนับสนุนการผลิตกำลังแรงงานที่มีทักษะตรงต่อ ความต้องการของตลาดงานใน อนาคต และใช้ประกอบการตัดสินใจในการศึกษาต่อ มีธนาคารคลังสมอง เพื่อรวบรวมผู้สูงอายุที่มีความรู้ ประสบการณ์ และทักษะเพื่อถ่ายทอดความรู้ ประสบการณ์ และทักษะ ให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติ แผนย่อยการพัฒนาเด็กตั้งแต่ช่วงการตั้งครรภ์จนถึงปฐมวัย โดยมีแนวทางการพัฒนา ดังนี้ แนวทางการพัฒนาที่ 1 จัดให้มีการเตรียมความพร้อมทั้งสุขภาวะ เจตคติ ความรู้ และทักษะ ให้แก่พ่อแม่ก่อนการตั้งครรภ์ พร้อมทั้งส่งเสริมอนามัยแม่และเด็กตั้งแต่เริ่มตั้งครรภ์ รวมทั้ง กำหนดมาตรการ สร้างความสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงานให้พ่อแม่สามารถเลี้ยงดูบุตรได้ด้วยตนเอง ทั้งการจูงใจให้สถาน ประกอบการจัดให้มีการจ้างงานที่ยืดหยุ่น รณรงค์ให้ผู้ชายตระหนักและมีส่วนร่วม ในการทำหน้าที่ในบ้านและ ดูแลบุตรมากขึ้น แนวทางการพัฒนาที่ 2 จัดให้มีการพัฒนาเด็กปฐมวัยให้มีสุขภาวะที่ดีและสมวัย โดยส่งเสริม และสนับสนุนให้โรงพยาบาลทุกระดับและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินงานตามมาตรฐาน งานอนามัยแม่และ เด็กสู่มาตรฐานโรงพยาบาลและบริการสุขภาพ ตลอดจนส่งเสริมและสนับสนุน การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่และ สารอาหารที่จำเป็นต่อสมองเด็ก แนวทางการพัฒนาที่ 3 จัดให้มีการพัฒนาเด็กปฐมวัยให้มีพัฒนาการ สมรรถนะ และ คุณลักษณะที่ดีที่สมวัยทุกด้าน โดยการพัฒนาหลักสูตรการสอนและปรับปรุงสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยให้มี คุณภาพตามมาตรฐานที่เน้นการพัฒนาทักษะสำคัญด้านต่าง ๆ อาทิ ทักษะทางสมอง ทักษะด้านความคิด ความจำ ทักษะการควบคุมอารมณ์ ทักษะการวางแผนและการจัดระบบ ทักษะการรู้จักประเมินตนเอง ควบคู่ กับการยกระดับบุคลากรในสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยให้มีความพร้อมทั้งทักษะ ความรู้ จริยธรรม และความเป็น มืออาชีพ ตลอดจน ผลักดันให้มีกฎหมายการพัฒนาเด็กปฐมวัยให้ครอบคลุมทั้งการพัฒนา ทักษะ การเรียนรู้ เน้นการเตรียมความพร้อมเข้าสู่ระบบการศึกษา การพัฒนาสุขภาพอนามัยให้มี พัฒนาการที่สมวัยและการ เตรียมทักษะการอยู่ในสังคมให้มีพัฒนาการอย่างรอบด้าน แผนย่อยการพัฒนาช่วงวัยเรียน/วัยรุ่น โดยมีแนวทางการพัฒนา ดังนี้ แนวทางการพัฒนาที่ 1 จัดให้มีการพัฒนาทักษะที่สอดรับกับทักษะในศตวรรษที่ 21 โดยเฉพาะทักษะด้านการคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ ความสามารถในการแก้ปัญหาที่ซับซ้อน ความคิด สร้างสรรค์ การทำงานร่วมกับผู้อื่น แนวทางการพัฒนาที่ 2 จัดให้มีการพัฒนาทักษะด้านภาษา ศิลปะ และความสามารถ ในการ ใช้เทคโนโลยีที่สอดคล้องกับความสามารถ ความถนัดและความสนใจ แนวทางการพัฒนาที่ 3 จัดให้มีการพัฒนาทักษะในการวางแผนชีวิตและวางแผน การเงิน ตลอดจนทักษะที่เชื่อมต่อกับโลกการทำงาน แนวทางการพัฒนาที่ 4 จัดให้มีพัฒนาทักษะอาชีพที่สอดคล้องกับความต้องการของ ประเทศ การบ่มเพาะการเป็นนักคิด นักนวัตกร และการเป็นผู้ประกอบการใหม่ รวมทั้งทักษะชีวิตที่ สามารถอยู่ร่วมและ ทำงานภายใต้สังคมที่เป็นพหุวัฒนธรรม


22 แนวทางการพัฒนาที่ 5 ส่งเสริมและสนับสนุนระบบบริการสุขภาพและอนามัยที่ เชื่อมต่อกัน ระหว่างระบบสาธารณสุขกับโรงเรียนหรือสถานศึกษา เพื่อเสริมสร้างศักยภาพด้าน ความฉลาดทางเชาวน์ ปัญญา และความฉลาดทางอารมณ์ ตลอดจนภูมิคุ้มกันด้านต่าง ๆ ในการดำเนิน ชีวิตของกลุ่มวัยเรียน/วัยรุ่น แผนย่อยการพัฒนาและยกระดับศักยภาพวัยแรงงาน มีแนวทางการพัฒนา ดังนี้ แนวทางการพัฒนาที่ 1 ยกระดับศักยภาพ ทักษะและสมรรถนะของคนในช่วงวัย ทำงานให้มี คุณภาพมาตรฐานสอดคล้องกับความสามารถเฉพาะบุคคลและความต้องการของตลาดงาน รวมทั้งเทคโนโลยี สมัยใหม่ เพื่อสร้างความเข้มแข็งเศรษฐกิจและผลิตภาพเพิ่มขึ้นให้กับประเทศ แนวทางการพัฒนาที่ 3 ส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาทักษะแรงงานฝีมือให้เป็น ผู้ประกอบการใหม่ และสามารถพัฒนาต่อยอดความรู้ในการสร้างสรรค์งานใหม่ ๆ และมีโอกาสและ ทางเลือก ทำงานและสร้างงาน ประเด็น (12) การพัฒนาการเรียนรู้ เน้นทั้งการแก้ไขปัญหาในปัจจุบัน และการเสริมสร้างและยกระดับการพัฒนา การศึกษาและ การเรียนรู้ทั้งการศึกษาในระบบ นอกระบบ และการเรียนรู้ตลอดชีวิต โดยการพัฒนา ระบบการเรียนรู้ที่ ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21 มีการออกแบบระบบการเรียนรู้ใหม่ การเปลี่ยนบทบาทครู การ เพิ่มประสิทธิภาพระบบบริหารจัดการศึกษา และการพัฒนาระบบการเรียนรู้ ตลอดชีวิตเพื่อพัฒนาผู้เรียนให้ สามารถกำกับการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับตนเองได้อย่างต่อเนื่องแม้จะ ออกจากระบบการศึกษาแล้ว ควบคู่กับ การส่งเสริมการพัฒนาคนไทยตามพหุปัญญาให้เต็มตามศักยภาพ รวมถึงการสร้างเสริมศักยภาพผู้มี ความสามารถพิเศษให้สามารถต่อยอดการประกอบอาชีพได้อย่างมั่นคง โดยประกอบด้วย 2 แผนย่อย ดังนี้ แผนย่อยการปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้ที่ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21 แนวทางการพัฒนาที่ 1 ปรับเปลี่ยนระบบการเรียนรู้สำหรับศตวรรษที่ 21 ประกอบด้วย 4 แนวทางย่อย ได้แก่ (1) พัฒนากระบวนการเรียนรู้ในทุกระดับชั้น ตั้งแต่ปฐมวัยจนถึงอุดมศึกษา ที่ใช้ฐานความรู้และระบบคิดในลักษณะสหวิทยาการ มีการวิจัยและพัฒนาหลักสูตรแกนกลางการศึกษา ขั้นพื้นฐานที่เป็นหลักสูตรฐานสมรรถนะให้ได้มาตรฐานกับหลักสูตรในระบบการศึกษาชั้นนำที่ได้รับ การยอมรับ ในระดับนานาชาติอย่างต่อเนื่อง โดยมีการจัดทำรายงานประจำปีที่เปิดเผยต่อสาธารณะ เกี่ยวกับการนิเทศ การติดตามประเมินผล และการปรับปรุงหลักสูตรฐานสมรรถนะ ปฏิรูปหลักสูตรและ รูปแบบการเรียนการสอน อาชีวศึกษาให้สอดคล้องกับกรอบมาตรฐานฝีมือแรงงานและมาตรฐานอาชีพ โดยเน้นการศึกษาอาชีวศึกษา ระบบทวิภาคี และการฝึกงานในสถานประกอบการ ปฏิรูปการจัด การศึกษาในระดับอุดมศึกษาโดยเน้นการ เรียนรู้ที่ผูกกับงาน เพื่อวางรากฐานให้มีสถาบันอุดมศึกษาที่ สามารถตอบสนองความต้องการของประเทศได้ใน หลากหลายมิติ ทั้งในด้านการผลิตกำลังคนที่มี สมรรถนะและทักษะในสาขาที่เป็นที่ต้องการของตลาด การพัฒนาผู้ประกอบการยุคใหม่ที่มีศักยภาพใน การสร้างธุรกิจใหม่ที่มีใช้เทคโนโลยี นวัตกรรม และสามารถ ไปสู่ตลาดต่างประเทศได้ รวมถึงมีนักวิจัย และนวัตกรที่สามารถสร้างสรรค์ผลงานวิจัยและนวัตกรรมที่มี คุณภาพ สามารถส่งเสริมสนับสนุน การพัฒนาประเทศในด้านเศรษฐกิจและสังคมเป็นอย่างดี


23 (2) พัฒนากระบวนการเรียนรู้ของผู้เรียนทุกระดับการศึกษา รวมถึงจัดกิจกรรม เสริม ทักษะเพื่อพัฒนาทักษะสำหรับศตวรรษที่ 21 มีการผสมผสานเทคโนโลยีเข้ากับเนื้อหาและวิธี การสอน โดยใช้ เทคโนโลยีสนับสนุนทฤษฎีการเรียนรู้แบบใหม่ในการพัฒนาเนื้อหาและทักษะแบบใหม่ เทคโนโลยีเพื่อการ เรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ควรมีคุณลักษณะที่มีชีวิต มีพลวัต มีปฏิสัมพันธ์ การเชื่อมต่อ และมีส่วนร่วม (3) พัฒนาระบบการเรียนรู้เชิงบูรณาการที่เน้นการลงมือปฏิบัติ มีการสะท้อน ความคิด/ ทบทวนไตร่ตรอง โดยเน้นการเรียนการสอนที่เสริมสร้างทักษะชีวิต และสามารถนำมาใช้ต่อยอด ในการ ประกอบอาชีพได้จริง และ (4) พัฒนาระบบการเรียนรู้ที่ให้ผู้เรียนสามารถกำกับการเรียนรู้ของตนได้ เพื่อให้ สามารถ นำองค์ความรู้ไปใช้สร้างรายได้ รวมถึงมีทักษะด้านวิชาชีพและทักษะชีวิต โดยใช้สื่อผสม อย่างหลากหลาย ปรับเปลี่ยนตามความสามารถและระดับของผู้เรียน มีเนื้อหาที่ไม่ยึดติดกับ ตัวสื่อ เลือกประกอบเนื้อหาได้เอง ค้นหา แก้ไข จดบันทึกได้ เก็บประวัติการเรียนรู้อย่างเป็นระบบ มีระบบการประเมินผลการเรียนรู้ที่รวดเร็วและ ต่อเนื่อง โดยผู้เรียนมีความรู้ ทักษะ และสมรรถนะที่เป็น ที่ต้องการของตลาดแรงงาน แนวทางการพัฒนาที่ 2 เปลี่ยนโฉมบทบาท “ครู” ให้เป็นครูยุคใหม่ ประกอบด้วย 3 แนวทางย่อย ได้แก่ (1) วางแผนการผลิต พัฒนาและปรับบทบาท “ครู คณาจารย์ยุคใหม่” ให้เป็น “ผู้อำนวยการการเรียนรู้” มีหลักสูตรผลิตครูอาชีวะยุคใหม่ที่สอดคล้องกับกรอบมาตรฐานฝีมือแรงงานและ มาตรฐานอาชีพ โดยเน้นการเป็นผู้เชี่ยวชาญและมีประสบการณ์ในการปฏิบัติงานจริงในสถานประกอบการ ในสาขาที่ตนเองสอน (2) ปรับระบบการผลิตและพัฒนาครูตั้งแต่การดึงดูด คัดสรร ผู้มีความสามารถสูง ให้เข้า มาเป็นครู ปฏิรูประบบการผลิตครูยุคใหม่โดยใช้หลักสูตรฐานสมรรถนะของวิชาชีพครูที่สามารถสร้าง ทักษะใน การจัดการเรียนการสอนในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานที่เป็นหลักสูตรฐานสมรรถนะ และมีครูที่ ชำนาญในด้านการสอนภาษาอังกฤษและภาษาที่ 3 ที่ได้มาตรฐานในระดับนานาชาติ ในจำนวน ที่เพียงพอต่อ ความต้องการของนักเรียน อีกทั้งยังมีระบบการอบรมและเสริมสมรรถนะครูที่ผ่านการศึกษาใน ระบบเดิม หรือ ครูภาษาอังกฤษ และภาษาที่ 3 ที่ยังไม่ผ่านการประเมินมาตรฐานในระดับนานาชาติ (3) ส่งเสริมสนับสนุนระบบการพัฒนาศักยภาพและสมรรถนะครูอย่างต่อเนื่อง ครอบคลุม ทั้งเงินเดือน สายอาชีพและระบบสนับสนุนอื่น ๆ ปฏิรูประบบการผลิตครูอาชีวะยุคใหม่ โดยผู้ที่มี ใบประกอบ วิชาชีพจะต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญและมีประสบการณ์ในการปฏิบัติงานจริงในสถานประกอบการ ในสาขาที่ตนเอง สอน มีความรู้ ทักษะ และสามารถสร้างสมรรถนะที่สอดคล้องกับกรอบมาตรฐานฝีมือ แรงงานและมาตรฐาน อาชีพให้แก่ผู้เรียน และมีอัตรากำลังเพียงพอต่อความต้องการของสถานศึกษา ตามเกณฑ์มาตรฐานอัตรากำลัง ของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (4) พัฒนาระบบเครือข่ายเทคโนโลยีดิจิทัลและดิจิทัลแฟลตฟอร์ม สื่อดิจิทัลเพื่อ การศึกษา ในทุกระดับทุกประเภทการศึกษาอย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพ และ (5) พัฒนาโปรแกรมประยุกต์หรือสื่อการเรียนรู้ดิจิทัลที่มีคุณภาพที่นักเรียน นักศึกษา และประชาชนสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์ในการเรียนรู้และพัฒนาตนเองผ่านเทคโนโลยีสมัยใหม่ได้


24 แนวทางการพัฒนาที่ 5 สร้างระบบการศึกษาเพื่อเป็นเลิศทางวิชาการระดับนานาชาติ ประกอบด้วย 5 แนวทางย่อย ได้แก่ (1) ส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพสถาบันการศึกษาที่มีความเชี่ยวชาญและมี ความโดดเด่น เฉพาะสาขาสู่ระดับนานาชาติ มีกรอบมาตรฐานฝีมือแรงงานและมาตรฐานอาชีพที่กำหนด สมรรถนะและ ทักษะพื้นฐานสำหรับสาขาอาชีพต่าง ๆ ที่สอดคล้องกับความต้องการของอุตสาหกรรม โดยเฉพาะใน 10 กลุ่ม อุตสาหกรรมเป้าหมาย S-curve และ New S-curve เพื่อเป็นเครื่องมือใน การยืนยัน และพัฒนาสมรรถนะ ของแรงงาน และมีกรอบแนวคิดในการคาดการณ์อุปสงค์แรงงาน ในอนาคตในสาขาอาชีพต่าง ๆ และมี แนวทางทบทวนและปรับปรุงให้แม่นยำมากขึ้นเป็นระยะ (2) สร้างเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการและแลกเปลี่ยนนักเรียน นักศึกษาและ บุคลากรในระดับนานาชาติ รวมถึงการพัฒนาศูนย์วิจัย ศูนย์ฝึกอบรม และทดสอบในระดับภูมิภาค (3) จัดให้มีการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ชาติไทยและประวัติศาสตร์ท้องถิ่น (4) จัดให้มีการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ ประเพณี วัฒนธรรมของไทยและ พัฒนาการของ ประเทศเพื่อนบ้านในสถานศึกษา และสำหรับประชาชน และ (5) ส่งเสริมสนับสนุนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของเด็ก เยาวชน และนักเรียน กับประเทศ เพื่อนบ้านในภูมิภาคเอเชียอำคเนย์ แผนย่อยการตระหนักถึงพหุปัญญาของมนุษย์ที่หลากหลาย แนวทางการพัฒนาที่ 1 พัฒนาและส่งเสริมพหุปัญญา โดยพัฒนาระบบบริหาร จัดการ กลไกการคัดกรองและการส่งต่อเพื่อส่งเสริมการพัฒนาคนไทยตามพหุปัญญาให้เต็มตามศักยภาพ ส่งเสริม สนับสนุนครอบครัว ในการเสริมสร้างความสามารถพิเศษตามความถนัดและศักยภาพ ทั้งด้านกีฬา ภาษาและ วรรณกรรม สุนทรียศิลป์ ส่งเสริมสนับสนุนระบบสถานศึกษาและสภาพแวดล้อม ที่เอื้อต่อการสร้างและพัฒนา เด็กและเยาวชนที่มีความสามารถพิเศษบนฐานพหุปัญญา และส่งเสริม สนับสนุนมาตรการจูงใจแก่ภาคเอกชน และสื่อ ในการมีส่วนร่วมและผลักดันให้ผู้มีความสามารถพิเศษ มีบทบาทเด่นในระดับนานาชาติ แนวทางการพัฒนาที่ 2 สร้างเส้นทางอาชีพ สภาพแวดล้อมการท างาน และระบบ สนับสนุนที่เหมาะสมสำหรับผู้มีความสามารถพิเศษ โดยจัดให้มีโครงสร้างพื้นฐานและระบบสนับสนุนเพื่อผู้ มีความสามารถพิเศษได้สร้างความเข้มแข็งและต่อยอดได้ จัดให้มีกลไกการทำงานในลักษณะ การรวมตัวของ กลุ่มผู้มีความสามารถพิเศษในหลากสาขาวิชา เพื่อรวมนักวิจัยและนักเทคโนโลยี ชั้นแนวหน้าเพื่อพัฒนาต่อ ยอดงานวิจัยเพื่อตอบโจทย์การพัฒนาประเทศ สร้างความร่วมมือและเชื่อมต่อ สถาบันวิจัยชั้นนำทั่วโลก เพื่อ สร้างความเข้มแข็งให้นักวิจัยความสามารถสูงของไทยให้มีศักยภาพสูงยิ่งขึ้น


25 ประเด็น (21) การต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิชอบ แผนย่อยการป้องกันการทุจริตและประพฤติมิชอบ แนวทางการพัฒนาที่ 1 ปลูกและปลุกจิตสำนึกการเป็นพลเมืองที่ดี มีวัฒนธรรมสุจริต และ การปลูกฝังและหล่อหลอมวัฒนธรรมในกลุ่มเด็กและเยาวชนทุกช่วงวัย ทุกระดับ มุ่งเน้นการปรับ พฤติกรรม “คน” โดยการ “ปลูก” และ “ปลุก” จิตสำนึกความเป็นพลเมืองที่ดี มีวัฒนธรรมสุจริต สามารถแยกแยะได้ว่า สิ่งใดเป็นประโยชน์ส่วนตน สิ่งใดเป็นประโยชน์ส่วนรวม มีความละอายต่อ การกระทำความผิด ไม่เพิกเฉย อดทนต่อการทุจริต และเข้ามามีส่วนร่วมในการต่อต้านการทุจริต ทุกรูปแบบ รวมถึงการส่งเสริมการสร้าง วัฒนธรรม และค่านิยมสุจริตในระดับชุมชนเพื่อนำไปสู่ การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมค่านิยมที่ยึดประโยชน์ สาธารณะมากกว่าประโยชน์ส่วนตน และต่อต้าน การทุจริตและประพฤติมิชอบในทุกรูปแบบ โดยเฉพาะการ ส่งเสริมวัฒนธรรมสุจริตผ่านหลักสูตร การศึกษาภาคบังคับที่เด็กไทยทุกคนต้องเรียนทั้งภาคทฤษฎีและ ภาคปฏิบัติ ตั้งแต่ระดับปฐมวัยจนถึง ระดับอุดมศึกษา เพื่อปฏิรูป “พลเมืองไทยในอนาคต” ให้มีความเป็น พลเมืองเต็มขั้น สามารถทำหน้าที่ ความเป็นพลเมืองที่ดี มีจิตสำนึกยึดมั่นในความซื่อสัตย์สุจริต มีความ รับผิดชอบต่อส่วนรวมมีระเบียบ วินัย และเคารพกฎหมาย แนวทางการพัฒนาที่ 2 ส่งเสริมการปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐ ให้ มีความใสสะอาด ปราศจากพฤติกรรมที่ส่อไปในทางทุจริต โดยการปฏิบัติหน้าที่ราชการอย่างเปิดเผย โปร่งใส ถูกต้องเป็นธรรม ไม่คดโกง รู้จักแยกแยะเรื่องส่วนตัวออกจากหน้าที่การงาน การสร้างธรรมาภิบาล ในการ บริหารงาน ตลอดจนการสร้างจิตสำนึกและค่านิยมในการต่อต้านการทุจริตให้แก่บุคลากรของ องค์กร โดยการ สนับสนุนให้ข้าราชการและเจ้าหน้าที่รัฐเข้ามามีส่วนร่วมเป็นเครือข่ายต่อต้านการทุจริต ในหน่วยงานภาครัฐ เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการเฝ้าระวัง สอดส่อง ติดตามพฤติกรรมเสี่ยงและ แจ้งเบาะแส เพื่อสกัดกั้นมิให้ เกิดการทุจริตประพฤติมิชอบได้ โดยมีมาตรการสนับสนุนและคุ้มครอง ผู้แจ้งเบาะแส 2.2.2 แผนปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา แผนการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา ฉบับปรับปรุงการปฏิรูปประเทศด้าน การศึกษา มีเป้าหมายเพื่อให้ผู้เรียนทุกกลุ่มวัยได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพตามมาตรฐาน มีทักษะจำเป็น ของโลกอนาคต และเป็นพลเมืองที่รู้สิทธิและหน้าที่ มีความรับผิดชอบ มีจิตสาธารณะ ตลอดจนมี ความรัก ความภาคภูมิใจในความเป็นไทย ขอให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องร่วมแรง ร่วมใจ เพื่อร่วมพัฒนา การศึกษาไทยไป ด้วยกัน ทั้งนี้ มุ่งเน้นกิจกรรมปฏิรูปที่จะส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของ ภาคการศึกษาที่จะก่อให้เกิด ประโยชน์ต่อผู้เรียน ประชาชนอย่างมีนัยสำคัญ 5 กิจกรรม 1. การสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางการศึกษา ตั้งแต่ระดับปฐมวัย โดยพัฒนา เครื่องมือและระบบบูรณาการทำงาน สนับสนุนนวัตกรรมการป้องกันแก้ไขปัญหาเด็กเยาวชนออกจากระบบ การศึกษาตั้งแต่ระดับปฐมวัย สนับสนุนกลไกการดำเนินงานในระดับพื้นที่และต้นสังกัด รวมทั้ง ติดตามความ คืบหน้า และระดมการมีส่วนร่วมของสังคม


26 2. การพัฒนาการจัดการเรียนการสอนสู่การเรียนรู้ฐานสมรรถนะ เพื่อตอบสนอง การเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21 โดยมีขั้นตอนและวิธีการดำเนินงาน คือ ปรับหลักสูตรการพัฒนาครู ให้มี ศักยภาพในการออกแบบการเรียนรู้ ปรับปรุงระบบการวัดประเมินผล ส่งเสริมการมีส่วนร่วม ในการจัด การศึกษา ประเมินผลการดำเนินงานและขยายผลต่อไป 3. การปฏิรูปกลไกและระบบการผลิตพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา ให้มี คุณภาพมาตรฐาน โดยมีขั้นตอนและวิธีการดำเนินงาน คือ ม.ต้น สายสามัญและสายอาชีวศึกษาให้มี คุณภาพ ประสิทธิภาพ และมีความก้าวหน้าในการประกอบอาชีพ 4. การจัดการศึกษาระบบทวิภาคีและระบบอื่น ๆ ที่เน้นการฝึกปฏิบัติอย่างเต็ม รูปแบบ นำไปสู่การจ้างงานและการสร้างงาน มีขั้นตอนและวิธีการดำเนินงาน คือ จัดทำมาตรการสร้าง แรงจูงใจให้ผู้เรียนระดับ ม.ต้น ให้สนใจศึกษาต่อสายวิชาชีพ พัฒนาระบบความร่วมมือ ระบบจัดการ บริหาร จัดการอาชีวศึกษาทวิภาคีเชิงพื้นที่ และการคัดกรองสถานประกอบการที่มีคุณภาพมาตรฐาน สร้างความ ร่วมมือกับผู้ประกอบการและสถาบันอุดมศึกษาที่มีศักยภาพเฉพาะด้าน เน้นการฝึกปฏิบัติ และติดตามความ คืบหน้าในการดำเนินการ 5. การปฏิรูปบทบาทการวิจัยและระบบธรรมาภิบาลของสถาบันอุดมศึกษา เพื่อสนับสนุนการพัฒนาประเทศไทยออกจากกับดักรายได้ปานกลางอย่างยั่งยืน มีขั้นตอนและวิธีการ ดำเนินงาน คือ สำรวจและวิเคราะห์สภาพสถานการณ์ปัจจุบัน และกำลังการผลิตของสถาบันอุดมศึกษา การ ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันยกร่างแผนการปฏิรูป ระบบการ วิจัยในสถาบันอุดมศึกษา จัดทำแผนปฏิรูประบบธรรมาภิบาลของสถาบันอุดมศึกษารวมถึง หน่วยงานภายใน ติดตามและประเมินผล 2.2.3 แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 (พ.ศ. 2567 - 2570) สาระของกรอบแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 13 มีเป้าหมายเพื่อพลิกโฉมประเทศไทย สู่เศรษฐกิจสร้างคุณค่า สังคมเดินหน้าอย่างยั่งยืน โดยสิ่งที่ต้องทำ คือ การเปลี่ยนผ่านประเทศ หรือ การ transform ประเทศใน 4 ด้านหลัก ได้แก่ 1. การเปลี่ยนผ่านจากเศรษฐกิจฐานทรัพยากร ไปสู่เศรษฐกิจฐานนวัตกรรมและ องค์ความรู้ หรือการมุ่งสู่เศรษฐกิจมูลค่าสูงที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งมีเป้าหมายให้เศรษฐกิจไทย มีความสามารถในการแข่งขันสูง บนพื้นฐานของการสร้างมูลค่าเพิ่ม จากการพัฒนา ต่อยอด และใช้ ประโยชน์ จากองค์ความรู้ ความคิดสร้างสรรค์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม พร้อมกับการลดผลกระทบ ต่อสิ่งแวดล้อม และ ใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างมีประสิทธิภาพ 2. การเปลี่ยนผ่านจากสังคมที่มีเพียงบางกลุ่มที่เข้าถึงโอกาสไปสู่สังคมที่มีโอกาส สำหรับทุกคนและทุกพื้นที่ หรือการสร้างสังคมแห่งโอกาสและความเสมอภาค โดยทุกกลุ่มคนมีโอกาส ในการ เลื่อนสถานะทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างเต็มศักยภาพ ได้รับความคุ้มครองทางสังคมที่เพียงพอ มีส่วนร่วมและ ได้รับประโยชน์จากการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างเสมอภาค และประเทศมี ความเหลื่อมล้ำลดลง ทั้งใน เชิงธุรกิจ พื้นที่ รายได้ และความมั่งคั่ง


27 3. การเปลี่ยนผ่านจากการผลิตและการบริโภคที่ทำลายสิ่งแวดล้อม ไปสู่วิถีชีวิต ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและมีความปลอดภัยหรือการเสริมสร้างวิถีชีวิตที่ยั่งยืน โดยทุกภาคส่วน ในสังคมมี รูปแบบการดำเนินชีวิตและกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เอื้อให้เกิดความยั่งยืนต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งสามารถ รับมือและมีภูมิคุ้มกันจากสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป 4. การเปลี่ยนผ่านจากกำลังคนทักษะต่ำและภาครัฐที่ล้ำสมัย ไปสู่กำลังคนและ ภาครัฐที่มีสมรรถนะสูง เพื่อเอื้อต่อการเปลี่ยนผ่านประเทศไปสู่การเป็นเศรษฐกิจสร้างคุณค่า สังคม เดินหน้า อย่างยั่งยืน ภายใต้องค์ประกอบในแต่ละด้าน จะมีการกำหนด "หมุดหมาย" ซึ่งเป็นการกำหนด สิ่งที่ประเทศไทยปรารถนาจะ “เป็น” มุ่งหวังจะ “มี” หรือต้องการจะ “ขจัด” ในช่วงระยะเวลา 5 ปี ของ แผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 13 เพื่อให้การขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนามีทิศทางที่ชัดเจนและเกิดผลอย่าง เป็น รูปธรรม จำนวน 13 หมุดหมาย คือ หมุดหมาย ขอบเขต (1) ไทยเป็นประเทศ ชั้นนำด้านสินค้าเกษตร และอาหารแปรรูป มูลค่าสูง • ภาคการเกษตรของไทยได้รับการปรับโครงสร้างให้เป็นภาคการผลิต ที่มี ผลตอบแทนสูง ผ่านการยกระดับผลิตภาพ การพัฒนาคุณภาพ ของ ผลผลิต และการปรับเปลี่ยนประเภทของการผลิตจากการผลิต ที่มี มูลค่าเพิ่มต่ำ ไปสู่การผลิตที่มีมูลค่าเพิ่มสูง สอดคล้องกับ ศักยภาพของ พื้นที่และความต้องการของตลาด โดยส่งเสริม การประยุกต์ใช้ เทคโนโลยีและภูมิปัญญาในการผลิต และการพัฒนาศักยภาพของ เกษตรกร ด้วยการสนับสนุนข้อมูลและองค์ความรู้ที่จำเป็น รวมทั้งการ สนับสนุนการดำเนินงานของสถาบันเกษตรกร • เกษตรกรสามารถเข้าถึงช่องทางการตลาดสินค้าเกษตรที่ หลากหลาย อาทิ การขายตรงให้กับผู้ค้าปลีกหรือผู้ส่งออก การขาย สินค้า ผ่านช่องทางออนไลน์การท่องเที่ยวเชิงเกษตรกรรม และ การทำเกษตร พันธสัญญากับผู้แปรรูป • โครงสร้างพื้นฐานที่มีความสำคัญต่อภาคการเกษตรและเกษตร แปรรูป ได้รับการพัฒนาให้เพียงพอต่อความต้องการและ มีประสิทธิภาพ อาทิแหล่งน้ำเพื่อการเกษตร ระบบการตรวจรับรอง มาตรฐานผลิตภัณฑ์การเกษตร และโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความ สะดวกด้านโลจิสติกส์การเกษตร • เทคโนโลยีชีวภาพเพื่อแปรรูปและสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผลผลิตและ วัสดุ เหลือใช้ทางการเกษตรได้รับการวิจัยและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และมีกลไก การถ่ายทอดเทคโนโลยีที่ส่งเสริมให้เกิดการนำไปใช้ประโยชน์ในเชิง พาณิชย์ เพื่อสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ (Bioeconomy)


28 หมุดหมาย ขอบเขต (2) ไทยเป็นจุดหมายของ การท่องเที่ยวที่เน้นคุณค่า และความยั่งยืน • ประเทศไทยมีภาพลักษณ์ในฐานะจุดหมายปลายทางของ การ ท่องเที่ยวที่เน้นคุณค่าและใส่ใจในความยั่งยืน • การท่องเที่ยวไทยมีจุดเด่นด้านการท่องเที่ยวรูปแบบเฉพาะ เช่น การ ท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์เชิงเกษตร เชิงการแพทย์และการส่งเสริมสุขภาพ เชิง อาหารและวัฒนธรรม เชิงธุรกิจ และเชิงกีฬา • การท่องเที่ยวไทยมีกิจกรรมที่หลากหลายพร้อมทั้งมีบริการที่ได้ มาตรฐานสากลสามารถเพิ่มมูลค่าและดึงดูดนักท่องเที่ยวเป้าหมาย ทั้งไทย และต่างชาติที่ มีคุณภาพและมีความเต็มใจจ่ายสูง • แหล่งท่องเที่ยวได้รับการดูแลรักษาให้มีความยั่งยืนและเน้นคุณค่า อย่าง เหมาะสมกับพื้นที่ผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน • รายได้จากการท่องเที่ยวมีสัดส่วนการกระจายตัวสู่เมืองรอง ในทุก ภูมิภาค และกระจายตัวสู่ชุมชนและผู้ประกอบกำรายย่อย ในพื้นที่มาก ขึ้น ผ่านการเพิ่มมูลค่าด้วยการสร้างอัตลักษณ์ของพื้นที่ อย่างเต็มศักยภาพ (3) ไทยเป็นฐานการผลิต ยาน ย น ต์ไ ฟ ฟา ข อ ง อาเซียน • อุตสาหกรรมยานยนต์ของไทยปรับตัวสู่การเป็นฐานการผลิต ยาน ยนต์ไฟฟ้าของอาเซียน • ประเทศไทยมีขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรม ยานยนต์ สูง มีการสนับสนุนการลงทุนพัฒนาเทคโนโลยีและ นวัตกรรมที่ เกี่ยวข้องกับยานยนต์ไฟฟ้า รวมถึงการพัฒนาทักษะ แรงงานอย่างต่อเนื่อง • ห น่ ว ย ง า น ที่ เ กี่ ย ว ข้ อ ง มี ม า ต ร ก า ร ล ด ผ ล ก ร ะ ท บ ที่ จะมีต่อ ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมยานยนต์ดั้งเดิมและภาคการผลิตอื่น ที่ เกี่ยวข้อง อาทิเกษตรกรผู้ผลิต พืชพลังงาน ปริมาณการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าภายในประเทศไทยเพิ่มขึ้นในทุก ภาคส่วน ทั้ง ภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนทั่วไป รถโดยสารสาธารณะในเมือง หลักปรับสู่ระบบการขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า ทั้งหมด • ประเทศไทยมีสถานีอัดประจุไฟฟ้าอย่างเพียงพอครอบคลุมเส้นทาง คมนาคมสำคัญทั่วประเทศ


29 หมุดหมาย ขอบเขต (4) ไทยเป็นศูนย์กลางทาง การแพทย์และสุขภาพ มูลค่าสูง • อุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์และบริการทางการแพทย์และสุขภาพ ที่มี พื้นฐานอยู่บนศักยภาพและความได้เปรียบในการแข่งขันของ ประเทศเป็น เครื่องยนต์สำคัญที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทย โดยมีการลงทุนใน งานวิจัยและพัฒนาต่อยอดองค์ความรู้และ เทคโนโลยีขั้นสูงอย่าง ต่อเนื่อง • ประเทศไทยมีชื่อเสียงด้านการรักษาโรคเฉพาะทางและบริการ ทาง การแพทย์ขั้นสูง เช่น การผ่าตัดสมอง การผ่าตัดหัวใจ และ การรักษา โรคมะเร็ง เป็นต้น รวมถึงเป็นจุดหมายปลายทางของ บริการทาง การแพทย์บริการด้านความสวยความงาม และบริการ ส่งเสริมสุขภาวะ • ระบบสาธารณสุขได้รับการพัฒนาคุณภาพและขยายศักยภาพ มีการ ปรับสู่ Smart Medical/ Smart Healthcare โดยการนำเทคโนโลยีมา ใช้เพื่อรองรับกับการดำรงชีวิตสมัยใหม่ และเป็นปัจจัย หนึ่งที่ช่วยสนับสนุน ความต้องการใช้ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ • บุคลากรและทรัพยากรด้านสาธารณสุขมีการกระจายตัวอย่าง เพียงพอ และเหมาะสมกับผู้รับบริการจากทั้งในและต่างประเทศ (5) ไทยเป็นประตูการค้า ก า ร ล ง ท ุ น แ ล ะ จุ ด ยุทธศาสตร์ทางโลจิสติกส์ ที่สำคัญของภูมิภาค • ประเทศไทยเป็นประตูการค้า บริการ และการลงทุนที่สำคัญของ อำเชียน โดยมีกฎระเบียบและกระบวนการนำเข้าส่งออกที่มีประสิทธิภาพ เอื้อ ต่อการดำเนินธุรกิจ ลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์ และ เพ ื่ อเพิ่มความได้เปรียบใน การแข่งขัน • ประเทศไทยมีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำ นวย ความ สะดวกด้านการขนส่งสินค้าและการค้าผ่านแดน ยกระดับ ระบบการ บริหารจัดการโลจิสติกส์และการเชื่อมโยงโครงข่าย เส้นทางคมนาคม ขนส่งในอำเชียนอย่างไร้รอยต่อ • ประเทศไทยมีนโยบายและมาตรการจูงใจสนับสนุนให้เกิด การ ขยายตัวด้านการค้าและการลงทุนการจัดทำข้อตกลงทางการค้าระหว่าง ประเทศ เพื่อเสริมสร้างศักยภาพและเชื่อมโยง


30 หมุดหมาย ขอบเขต ผู้ประกอบการในประเทศให้เป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่การค้า การ ลงทุนโลก (Global Value Chains) • ผู้ประกอบการและแรงงานด้านโลจิสติกส์ของไทยมีองค์ความรู้และ ทักษะ ที่เหมาะสมสำหรับการให้บริการที่ทันสมัย มีประสิทธิภาพ และคุณภาพสูง มีการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ในการปรับ รูปแบบธุรกิจที่สอดคล้อง ต่อการเปลี่ยนแปลง และมีศักยภาพใน การแข่งขันทั้งในระดับประเทศและระดับสากล (6) ไทยเป็นฐานการผลิต อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ และบริการดิจิทัลของ อาเซียน • ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ ที่เป็น มิตรต่อสิ่งแวดล้อม ดิจิทัลคอนเทนต์และเป็นผู้ให้บริการ ด้านดิจิทัลที่ สำคัญของอาเซียน • เทคโนโลยี องค์ความรู้ และนวัตกรรม ที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรม อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะและบริการด้านดิจิทัล ทั้งด้านซอฟแวร์และ การ สร้างสรรค์ดิจิทัลคอนเทนต์ ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ด้วยความ ร่วมมือของภาครัฐ สถาบันการศึกษา และผู้ประกอบการ พร้อมทั้งมีกลไก สนับสนุนให้เกิดการนำเทคโนโลยี องค์ความรู้ และนวัตกรรมที่พัฒนาขึ้น ไปใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ • ประเทศไทยมีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และปัจจัยแวดล้อม ที่ส่งเสริม การประกอบธุรกิจด้านดิจิทัล อาทิ อินเทอร์เน็ตความเร็ว สูง แรงงานที่มี ทักษะสอดคล้องกับความต้องการ และกฎระเบียบ ที่เท่าทันการ เปลี่ยนแปลงและมีประสิทธิภาพสูง • ภาครัฐมีระบบเฝ้าระวังและป้องกันการโจมตีทางไซเบอร์ โดยทุก ภาค ส่วนมีความตระหนักถึงความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ ประชาชน และผู้ประกอบการ มีทักษะในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ให้เกิดประโยชน์และปลอดภัย


31 หมุดหมาย ขอบเขต (7) ไทยมี SMEs ที่ เข้มแข็ง มีศักยภาพสูง และสามารถ แข่งขันได้ • ประเทศไทยมีระบบนิเวศ (Ecosystem) ที่เหมาะสมต่อการเติบโต ของ SMEs โดยมีการแข่งขันทางการค้าที่เปิดกว้ำงและเป็นธรรม ความเหลื่อม ล้ำระหว่าง SMEs และธุรกิจขนาดใหญ่ ในการเข้าถึง แหล่งเงินทุนและ นวัตกรรมการเงินทางเลือกที่เหมาะสม องค์ความรู้และเทคโนโลยีที่จำเป็น รวมถึงตลาดภาครัฐและช่องทางตลาด ใหม่ ๆ ลดลง โดยมีการสนับสนุน จากภาครัฐที่ตรงกับความต้องการ เฉพาะของผู้ประกอบการ • SMEs ไทยมีศักยภาพสูง ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี องค์ความรู้ และ นวัตกรรม โดยเฉพาะในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต การพัฒนารูปแบบ ธุรกิจ และการเพิ่มมูลค่าของสินค้าและบริการ ตลอดจน สามารถปรับตัวสู่ ธุรกิจใหม่ที่มีแนวโน้มความต้องการมากขึ้นใน อนาคต อาทิผลิตภัณฑ์ที่ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม หรือสินค้าและ บริการทางสุขภาพ • SME ไทยมีบทบาทในภาคการส่งออกมากขึ้น สามารถเชื่อมโยงเข้าสู่ ห่วง โซ่มูลค่าโลกได้โดยเฉพาะในภาคการผลิตและบริการเป้าหมาย • วิสาหกิจชุมชนมีศักยภาพ ผลิตได้และขายเป็น สามารถนำอัตลักษณ์ วัฒนธรรมและภูมิปัญญาของชุมชนมาสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่สินค้า และ บริการ และสามารถสร้างงาน สร้างรายได้ให้แก่คนในชุมชน • วิสาหกิจเพื่อสังคมขยายตัวและเติบโตอย่างต่อเนื่อง รวมถึง มีบทบาท มากขึ้นในการพัฒนาชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม อาทิการสร้าง การมีส่วนร่วมและกระจายผลประโยชน์จากการดำเนินธุรกิจไปสู่ ชุมชน การสร้างงานในกลุ่มผู้ด้อยโอกาส และการพัฒนาสินค้าและ บริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (8) ไทยมีพื้นที่และเมือง หลักของภูมิภาคที่มีความ เจริญทางเศรษฐกิจ ทันสมัย และน่ำอยู่ • พื้นที่และเมืองหลักของภูมิภาคได้รับการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างเต็ม ศักยภาพ มีการพัฒนาเมืองหลักและการเชื่อมโยงพื้นที่เศรษฐกิจ ในทุก ภูมิภาค โดยเฉพาะอย่างยิ่งตามแนวระเบียงเศรษฐกิจทั้งใน ระดับ ภายในประเทศและระดับภูมิภาค รวมถึงการเชื่อมโยงระหว่าง เมืองและ ชนบทโดยรอบ • บริการสาธารณะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านการศึกษา และบริการ สาธารณสุข มีคุณภาพมาตรฐานใกล้เคียงกันระหว่างพื้นที่ รวมถึง มีการ จัดสรรงบประมาณบุคลากร และทรัพยากรที่สำคัญอื่น ๆอย่างเพียงพอ และเหมาะสม • พื้นที่เศรษฐกิจและเมืองหลักทั่วประเทศมีการพัฒนาโครงสร้าง พื้นฐาน


32 อย่างทั่วถึง มีประสิทธิภาพ และดำเนินงานได้อย่างยั่งยืน โดยเฉพาะ อย่างยิ่งด้านการคมนาคมขนส่งในเมือง และระบบสารสนเทศดิจิทัลที่ มีความครอบคลุม สามารถเข้าถึงได้เพื่อรองรับ กิจกรรมทางเศรษฐกิจใน ภูมิภาค และพัฒนาปัจจัยดึงดูดการพัฒนา สู่ภูมิภาค (Pull Factors) อย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งมีสิ่งอำนวย ความสะดวกและโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตของ ประชาชนให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและยั่งยืน (Eco-living) • องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีศักยภาพในการกำกับดูแลและกำหนด มาตรฐานการให้บริการสาธารณะ ขณะที่ชุมชน สถาบันการศึกษา และ ภาคเอกชนในพื้นที่ มีส่วนร่วมในการออกแบบและขับเคลื่อน การพัฒนาที่ เหมาะสมและตอบโจทย์ความต้องการของคนในท้องที่ ได้อย่างแท้จริง (9) ไทยมีความยากจน ข้าม รุ่นลดลงและคนไทยทุกคน มีความคุ้มครอง ทางสังคมที่ เพียงพอ เหมาะสม • คนยากจนข้ามรุ่นลดลง จากมาตรการให้ความช่วยเหลือและแก้ไข ปัญหา แบบมุ่งเป้า และเทคโนโลยีสารสนเทศที่สามารถระบุตัวบุคคลปัญหา และ ความต้องการได้อย่างแม่นยำและมีประสิทธิภาพ • นโยบายการเงินการคลัง และกฎหมายสามารถสนับสนุนการกระจาย รายได้และสร้างความเป็นธรรมในสังคมได้อย่างมีประสิทธิภาพ • ทุกกลุ่มคนสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีดิจิทัลได้อย่างครอบคลุม ทั่วถึง และมี คุณภาพ โดยเฉพาะในชนบทและพื้นที่ห่ำงไกล เพื่อลด ความเหลื่อมล้ำ ของโอกาสทางเศรษฐกิจและสังคม และระหว่าง พื้นที่ (digital divide) • เด็กจากครอบครัวยากจนได้รับการช่วยเหลือให้สามารถเข้าถึง การศึกษา ที่มีคุณภาพโดยเฉพาะการศึกษาในระดับที่สูงกว่า การศึกษาภาค บังคับได้อย่างเสมอภาค เพื่อเพิ่มโอกาสการเลื่อนชั้น ทางเศรษฐกิจและ สังคมอันจะนำไปสู่การลดความเหลื่อมล้ำใน ประชากรรุ่นถัดไป • คนไทยทุกคนมีความคุ้มครองทางสังคมที่เพียงพอ เหมาะสม สอดคล้องกับบริบทความจำเป็น บนฐานของความยั่งยืนทางการคลัง • ระบบประกันสังคมได้รับการพัฒนาทั้งในด้านรูปแบบ เงินสมทบ และสิทธิ ประโยชน์ให้สอดคล้องกับความต้องการและลักษณะ การทำงานที่ หลากหลาย สามารถจูงใจให้แรงงานนอกระบบเข้าสู่ ระบบ และสร้าง หลักประกันให้แก่แรงงานในภำวะวิกฤตได้ • ระบบความคุ้มครองทางสังคมของไทยมีความบูรณาการ เชื่อมโยงกัน


33 ตั้งแต่ระดับนโยบาย ฐานข้อมูล ระดับปฏิบัติ จนถึงการติดตาม ประมวลผล โดยมีระบบที่สามารถระบุชุดสิทธิของความคุ้มครอง ทางสังคมที่แต่ละบุคคล/ครัวเรือนพึงได้รับ (10) ไทยมีเศรษฐกิจ หมุนเวียนและสังคม คาร์บอนต่ำ • ขยะได้รับการหมุนเวียนกลับไปใช้ประโยชน์ในสัดส่วนที่สูงขึ้น ผ่าน การ ปรับปรุงระบบการจัดการ รวมทั้งการแก้ไขหรือกำหนด กฎระเบียบที่ จำเป็นเพิ่มเติม อาทิ การกำหนดมาตรการเชิงบังคับ สำหรับการคัดแยก ขยะตั้งแต่ต้นทาง การมีข้อกำหนดด้านการออกแบบบรรจุภัณฑ์พลำ สติกให้เอื้อต่อการรีไซเคิล การพัฒนา กลไกในการจัดการซำกผลิตภัณฑ์ เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อย่างเป็นระบบ รวมทั้งการ แก้ไขกฎระเบียบที่เป็น อุปสรรคต่อการผลิตสินค้าจากวัสดุเหลือใช้ • ประเทศไทยมีศักยภาพในการรีไซเคิลน้ำทิ้ง โดยเริ่มจัดทำระบบ ในพื้นที่ ที่มีความพร้อม อาทินิคมอุตสาหกรรม และชุมชนขนาด ใหญ่ • พลังงานหมุนเวียนเป็นแหล่งพลังงานหลักสำหรับการพัฒนากำลัง การผลิต ไฟฟ้าใหม่ของประเทศ โดยการปรับเปลี่ยนตลาดการซื้อ ขายไฟฟ้าไปสู่ รูปแบบตลาดเสรีเพื่อส่งเสริมการผลิตไฟฟ้า จากพลังงานหมุนเวียน ของผู้ผลิตรายย่อยและภาคประชาชน และการปรับปรุงระบบสายส่งไฟฟ้า และการจัดการให้สามารถรองรับ ไฟฟ้าที่ผลิตจากพลังงานทดแทนใน สัดส่วนที่สูงขึ้น • การใช้งานยานยนต์ไฟฟ้ามีสัดส่วนที่ สูงขึ้นทั้งในระบบขนส่งมวลชน และ ยานพำหนะส่วนบุคคล • ผลิตภัณฑ์ที่มาจากวัสดุเหลือใช้และมีการปล่อยคาร์บอนในปริมาณ ต่ำ ตลอดวงจรชีวิตได้รับการสนับสนุน ทั้งในด้านการพัฒนา เทคโนโลยี และนวัตกรรมสำหรับการผลิต และมาตรการทางการเงิน • การคลังเพื่อจูงใจผู้บริโภค


34 หมุดหมาย ขอบเขต (11) ไทยสามารถลด ความเสี่ยง และ ผลกระทบจากภัย ธรรมชาติและการ เปลี่ยนแปลงสภาพ ภูมิอากาศ • พื้นที่ที่ประสบภัยธรรมชาติซ้ำซาก และพื้นที่ที่มีแนวโน้มจะเผชิญกับ ผลกระทบที่รุนแรงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ได้รับ การ จัดการให้มีความเสี่ยงที่ลดลง ผ่านการใช้มาตรการป้องกันภัย ที่ยั่งยืนและ มาตรการการปรับตัวที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่และ การดำเนินชีวิตของ ประชาชน • ทรัพยากรธรรมชาติที่มีความสำคัญต่อการป้องกันความเสี่ยงและ ผลกระทบ จากภัยธรรมชาติและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ อาทิป่าต้นน้ำ ป่า ชายเลน และพื้นที่ชุ่มน้ำ ได้รับการอนุรักษ์และ ฟื้นฟูให้อยู่ในสภาพดี • เป้าหมายด้านการลดความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติและการลด ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ได้รับการบูรณาการเข้า กับการวางแผนการพัฒนาพื้นที่ ทั้งการใช้ประโยชน์ที่ดิน และ การจัดทำ โครงสร้างพื้นฐานและสิ่งก่อสร้าง • ระบบการจัดการภัย ทั้งการคาดการณ์ การเตือนภัย การเผชิญเหตุ และ การฟื้นฟูหลังเกิดภัย ในทุกระดับได้รับการปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพและ ศักยภาพที่สูงขึ้น ทุกภาคส่วนได้รับการพัฒนาขีดความสามารถในการเตรียมพร้อม รั บ มือ ธ ร ร ม ช า ติ แ ล ะ ก า ร ป รั บ ตั ว เ พื่ อ ล ด ผ ล ก ร ะ ท บ จ า ก การ เปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยเฉพาะการมีมาตรการ ช่วยเหลือ กลุ่มคนเปราะบาง อาทิคนยากจน และเกษตรกรที่มีแนวโน้มได้รับ ผลกระทบมากกว่าประซากรกลุ่มอื่น (12) ไทยมีกำลังคน สมรรถนะสูง มุ่ง เรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ต อ บ โ จ ท ย์ก า ร พัฒนาแห่งอนาคต • ระบบการศึกษาไทยตั้งแต่ระดับปฐมวัยมีคุณภาพมาตรฐานใกล้เคียงกัน ภายในประเทศและเทียบเท่าระดับสากล โดยมุ่งพัฒนาคนให้มีทักษะที่จำ โลกยุคใหม่อย่างรอบด้าน อาทิ ทักษะด้านภาษาต่างประเทศ ทักษะด้าน ดิจิทัล และทักษะการเป็นผู้ประกอบการ รวมถึงทักษะทางสังคม/ พฤติกรรม (Soft skills) อาทิทักษะการคิดเชิงวิพากษ์ความคิด สร้างสรรค์ ความสามารถในการปรับตัว การยอมรับความแตกต่าง และการ สื่อสารและการทำงานร่วมกับผู้อื่น พร้อมทั้งส่งเสริมการสร้างสังคม แห่งการ เรียนรู้ตลอดชีวิต • ระบบการศึกษาและกลไกที่เกี่ยวเนื่องมีความเหมาะสมและสอดรับ กับ ศักยภาพของเด็กแต่ละกลุ่ม ตั้งแต่กลุ่มผู้มีความสามารถพิเศษ จนถึงกลุ่ม NEETs (กลุ่มเด็กและเยาวชนอายุระหว่าง 15 - 24 ปี ที่ ไม่ได้เรียน ไม่ได้ ทำงาน หรือไม่ได้อยู่ในระบบฝึกอบรมใด ๆ) • สถาบันอุดมศึกษาสามารถปรับบทบาทในการผลิตและพัฒนา กำลังคนให้มีปริมาณและคุณภาพสอดคล้องกับความต้องการของ ตลาดแรงงาน และสนับสนุนการมุ่งสู่การเป็น Hi-Value and Sustainable Thailand รวมถึงมีบทบาทในการพัฒนาทุนมนุษย์ใน • ทุกช่วงวัย (นอกเหนือจากวัยเรียน)


35 หมุดหมาย ขอบเขต • ระบบการฝึกอบรมเพื่อปรับและยกระดับทักษะฝีมือแรงงาน (Reskill / Upskill /New skill) มีคุณภาพ ทันสมัย ได้มาตรฐาน ตอบโจทย์ความ ต้องการอย่างตรงจุด ทุกคนสามารถเข้าถึงได้โดยเฉพาะการฝึกอบรมเพื่อ โยกย้ายแรงงานไปสู่ภาคการผลิตและ บริการเป้าหมายภายใต้การสร้าง เศรษฐกิจมูลค่าสูงที่ เป็นมิตรต่อ สิ่งแวดล้อม และสำหรับผู้มีความเสี่ยงจากการ ถูกทดแทนจากระบบ อัตโนมัติกลุ่มวัยแรงงานตอนปลาย และผู้สูงอายุ • นโยบายการบริหารจัดการกำลังคนภายใต้บริบทสังคมสูงวัยมีความ ชัดเจน และ สามารถลดทอนความเสี่ยงในการขาดแคลนกำลัง แรงงาน อาทิ การ ขยายอายุเกษียณ การยกระดับผลิตภาพแรงงาน ไทย และการดึงดูดแรงงาน ทักษะสูงจากต่างประเทศ • ระบบการบริหารจัดการกำลังคนและฐานข้อมูลสารสนเทศด้าน กำลังคนของ ประเทศมีความบูรณาการ นำไปสู่การออกแบบนโยบาย ที่เฉพาะเจำะจง และมี ประสิทธิภาพยิ่งขึ้น • สถาบันทางสังคมเอื้อต่อการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ตั้งแต่การ ส่งเสริมการ เลี้ยงดูบุตร การปฏิรูปสื่อและอุตสาหกรรมบันเทิง จนถึงมาตรการที่เอื้อต่อ การมีสุขภาพดีมีความตระหนักด้านสิ่งแวดล้อม และมีจิตสำนึกที่ดีต่อสังคมส่วนรวม (13) ไทยมีภาครัฐที่มี สมรรถนะสูง • การทำงานของภาครัฐมีความบูรณาการและเป็นเอกภาพ ตั้งแต่ ระดับ นโยบาย ระดับปฏิบัติจนถึงการติดตามประเมินผล ทั้งระหว่าง หน่วยงานภาครัฐ ภาครัฐ และเอกชน รวมถึงการ ดำเนินงานร่วมกับ ภาคีการพัฒนาอื่น ๆ • โครงสร้างของหน่วยงานภาครัฐมีความยืดหยุ่น สามารถปรับเปลี่ยน ควบรวม หรือยกเลิกภารกิจให้มีความเหมาะสมและสอดคล้องกับ ทิศทางการพัฒนา ประเทศ ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ • ภาครัฐมีความยั่งยืนทางการคลัง มีความสามารถในการจัดเก็บ รายได้เพิ่มขึ้น และมีการบริหารจัดการรายจ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ โดยการปรับบทบาท และลดภารกิจเหลือเพียงเท่าที่จำเป็น • การบริหารงานภาครัฐและการให้บริการสาธารณะปรับเปลี่ยนสู่ การเป็น รัฐบาลดิจิทัลเต็มรูปแบบ • กฎหมาย ระเบียบ และมาตรการภาครัฐมีความทันสมัย ไม่ซ้ ำช้อน มีการ บังคับใช้ที่มีประสิทธิภาพ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถใน


36 ความเชื่อมโยงระหว่างยุทธศาสตร์การพัฒนาและเสริสร้างศักยภาพทรัพยากรณ์มนุษย์กับ ประเด็นหมุดหมายการพัฒนา มีดังนี้ 1. การมีกำลังคนสมรรถนะสูง มุ่งเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง และตอบโจทย์การพัฒนาแห่ง อนาคต จะ ช่วยผลิตและพัฒนาคนให้มีทักษะที่สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21 และ ลดความเสี่ยงในการ ขาดแคลนแรงงานทักษะสูงที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน 2. การมีพื้นที่และเมืองหลักของภูมิภาคที่มีความเจริญจะช่วยขยายโอกาสในการเข้าถึง บริการ สาธารณะโดยเฉพาะการศึกษาและการฝึกอบรมที่มีคุณภาพในระดับพื้นที่มากยิ่งขึ้น ขณะที่ การมุ่งพัฒนาระบบ การศึกษาการฝึกอบรม และกลไกที่เกี่ยวเนื่องให้มีคุณภาพ ทันสมัย และได้มาตรฐาน ใกล้เคียงกัน ภายในประเทศและเทียบเท่าระดับสากล จะช่วยส่งเสริมโอกาสในการยกระดับคุณภาพ การศึกษาและการ ฝึกอบรม เพื่อผลิตและพัฒนากำลังคนที่มีสมรรถนะสูงต่อไป 3. การกระจายบริการสาธารณะที่มีคุณภาพ รวมถึงการศึกษา ไปยังระดับพื้นที่ การตัด วงจร ความยากจนข้ามรุ่นด้วยการส่งเสริมให้เด็กจากครอบครัวยากจนสามารถเข้าถึงการศึกษา และ การพัฒนา ระบบการศึกษาและผีกอบรมให้มีคุณภาพมาตรฐาน ทุกกลุ่มคนสามารถเข้าถึงได้ จะช่วยลด ความเหลื่อมล้ำใน การเข้าถึงการศึกษาและการฝึกอบรม 4. การปรับบทบาทของสถาบันอุดมศึกษาให้สนับสนุนการพัฒนาทุนมนุษย์ในทุกช่วงวัย การขยายความครอบคลุมของกลไกการพัฒนาระบบการฝึกอบรมเพื่อปรับและยกระดับทักษะแรงงาน ให้ทุก กลุ่มคนสามารถเข้าถึงได้ ตลอดจนการพัฒนา Growth Mindset ที่พร้อมเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง จะช่วยส่งเสริม การสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต 5. การผลิตและพัฒนากำลังคนที่มีสมรรถนะสูง และมีทักษะสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลง ใน ศตวรรษที่ 21 อย่างรอบด้าน รวมถึงการเสริมสร้างสถาบันทางสังคมที่เอื้อต่อการพัฒนาคนให้มี ความตระหนัก รู้และจิตสำนึกที่ดีต่อส่วนรวม จะนำไปสู่การลดความเสี่ยงในการขาดแคลนทักษะ ทางพฤติกรรม (Soft Skills) และค่านิยมวัฒนธรรมที่เหมาะสมสำหรับการใช้ชีวิตและการทำงานใน อนาคต หมุดหมาย ขอบเขต การแข่งขันและสนับสนุนการพลิกโฉมประเทศไปสู่การเป็น HiValue and Sustainable Thailand • ทุกภาคส่วน ทั้งภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และภาคประชาชน มีบทบาท ในการออกแบบ จัดทำ และขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศ สู่การเป็น HiValue and Sustainable Thailand รวมถึงมีบทบาทในการติดตาม ตรวจสอบการทำงานของภาครัฐในทุกระดับอย่างเป็น รูปธรรม


37 2.2.4 นโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติ (พ.ศ. 2562 - 2565) นโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติ (พ.ศ. 2562 - 2565) จัดเป็นแผนระดับ ที่ 2 ตามนัยมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2560 เรื่องแนวทางการเสนอแผนเข้าสู่การ พิจารณาของ คณะรัฐมนตรี รองรับยุทธศาสตร์ชาติซึ่งจัดเป็นแผนระดับที่ 1 ด้วย สำหรับการขับเคลื่อน นโยบายและแผน ระดับชาติว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติ (พ.ศ. 2562 - 2565) หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะได้ กำหนดยุทธศาสตร์หรือ แผนด้านความมั่นคงเฉพาะเรื่อง หรือกำหนดแผนงานหรือโครงการที่เกี่ยวกับ นโยบายและแผนระดับชาติว่า ด้วยความมั่นคงแห่งชาติ เพื่อสนับสนุนและประสานการบูรณาการการ ดำเนินงานให้เกิดความเชื่อมโยงและ สอดคล้องไปในทิศทางเดียวกัน ในอันที่จะสนองตอบต่อ ผลประโยชน์แห่งชาติ วิสัยทัศน์ “มีเสถียรภาพภายในประเทศ มีศักยภาพในการลดภัยข้ามเขตพรมแดนไทย มีบทบาท สร้างสรรค์ในภูมิภาคและประชาคมโลก” แผนระดับชาติว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติมีเกี่ยวข้องกับด้านการศึกษาที่จะมีส่วนใน การ สนับสนุน อาทิเช่น 1. การเสริมสร้างความมั่นคงของมนุษย์ส่งเสริมให้คนไทยมีความสามัคคี สังคมมี ความสงบสุข และประเทศมีการพัฒนาอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง พัฒนาและ เสริมสร้างศักยภาพ ของคน ชุมชน พื้นที่ เพื่อให้มีภูมิคุ้มกันและมีขีดความสามารถในการเฝ้าระวัง แจ้งเตือน ป้องกัน และแก้ไข ปัญหาความมั่นคงโดยเฉพาะภัยคุกคามรูปแบบใหม่ ตลอดจนมีความสามารถในการปรับตัว ให้ทันต่อความ เปลี่ยนแปลงและความท้ำทำยใหม่ ๆ ในอนาคต ส่งเสริมการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ชาติไทย ปลูกฝังวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น ค่านิยมที่ดีงาม ความภูมิใจในชาติ การจัดการความขัดแย้งโดยสันติวิธี โดยการเรียนการสอน ทั้งในระบบและนอกระบบสถานศึกษา เพื่อสนับสนุนกิจกรรมในด้านความมั่นคง 2. การเสริมสร้างความมั่นคงของสถาบันหลักของชาติภายใต้การปกครองระบอบ ประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ส่งเสริมทุกภาคส่วนในสังคมรวมถึงชุมชนไทยใน ต่างประเทศให้ตระหนัก รู้และเข้าใจถึงบทบาทและคุณค่าของสถาบันพระมหากษัตริย์ในฐานะศูนย์รวม จิตใจของชาติ รวมถึงสร้างความ เข้าใจถึงหลักการเหตุผล และความจำเป็นในการพิทักษ์รักษาสถาบัน พระมหากษัตริย์ นำศาสตร์พระราชา และหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปประยุกต์ใช้เพื่อ การพัฒนาที่ยั่งยืน รวมถึงขยายผลตามโครงการอัน เนื่องมาจากพระราชดำ ริและแบบอย่างที่ ทรงวางรากฐานไว้พร้อมทั้งเผยแพร่ผลการดำเนินงานให้แพร่หลาย เป็นที่ประจักษ์ทั้งในและต่างประเทศ 3. การสร้างความสามัคคีปรองดอง ส่งเสริมให้ประชาชนเกิดความรู้สึกเป็น ส่วนหนึ่งของชาติ อยู่ ร่วมกันอย่างสันติสุข มีความรักความภาคภูมิใจในความเป็นชาติไทย และเป็นสังคม พหุวัฒนธรรมที่เข้มแข็ง โดยมีแนวทางหรือการดำเนินการที่ส่งเสริม ที่ดีของสังคมไทย การเคารพในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิ เสรีภาพ และความเสมอภาค รวมทั้งการยอมรับความคิดความเชื่อ อัตลักษณ์ วิถีชีวิต ภาษาและวัฒนธรรม ประเพณีที่แตกต่างกัน


38 4. การป้องกันและปราบปรามยาเสพติด รณรงค์ให้เด็ก เยาวชน ผู้ใช้แรงงาน และ ประชากรกลุ่ม เสี่ยง ตระหนักรู้ถึงโทษของยาเสพติด เพื่อป้องกันการเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด โดยอาศัย ความร่วมมือจาก ทุกภาคส่วนในการเฝ้าระวังและแก้ไขปัญหายาเสพติดในระดับพื้นที่ โดยใช้กลไกประชารัฐ ผลักดันความร่วมมือ จากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในการขับเคลื่อนการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด 5. การเสริมสร้างความมั่นคงของชาติจากภัยทุจริต รณรงค์ให้ความรู้แก่ทุกภาคส่วน ถึงภัยทุจริต เพื่อสร้างค่านิยมต่อต้านและปฏิเสธการทุจริต 6. การป้องกันและแก้ไขปัญหาความมั่นคงทางไซเบอร์ พัฒนาทรัพยากรมนุษย์ องค์ความรู้ และ ความตระหนักรู้ถึงความสำคัญของภัยคุกคามความมั่นคงทางไซเบอร์ 7. การรักษาความมั่นคงด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เสริมสร้างให้ ทุกภาคส่วนมี จิตสำนึกและตระหนักถึงสิทธิและหน้าที่ในการมีส่วนร่วมบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม อย่างมั่นคงและยั่งยืนตามแนวทางประชารัฐ ที่มา : สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ


39 2.4 นโยบายและจุดเน้นของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง นโยบายและจุดเน้นของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 *********************************** ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง นโยบายและจุดเน้นของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปี งบประมาณ พ.ศ. 2567 อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 8 และมาตรา 12 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหาร ราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ จึงประกาศนโยบายและจุดเน้น ของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ดังนี้ หลักการตามนโยบาย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 กระทรวงศึกษาธิการดำเนินการ ภารกิจหลักตามยุทธศาสตร์ชาติ ร่าง แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2567 – 2580) ฉบับปรับปรุง ใน ฐานะหน่วยงานเจ้าภาพขับเคลื่อน ประเด็น 11 การพัฒนาศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิต ในแผนย่อยที่ 3.3 การ พัฒนาช่วงวัยเรียน/วัยรุ่น ประเด็น 12 การพัฒนาการเรียนรู้ และประเด็นอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง แผนพัฒนา เศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 (พ.ศ. 2567 – 2570) โดยเฉพาะหมุดหมายที่ 12 ไทยมีกำลังคน สมรรถนะสูง มุ่งเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ตอบโจทย์การพัฒนาแห่งอนาคต แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560 – 2579 เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals : SDGs) รวมทั้งนโยบายและแผน ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยมุ่งหวังให้ผู้เรียนทุกช่วงวัยได้รับการพัฒนาในทุกมิติ จึงได้กำหนดหลักการสำคัญ ไว้ดังนี้ สร้างภูมิคุ้มกันให้กับผู้เรียนและประชาชน โดยให้ทุกหน่วยงานนำรูปแบบการทำงานที่บูรณาการการทำงาน ร่วมกัน และปฏิบัติหน้าที่ด้วยความโปร่งใส ความรับผิดชอบ ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน เพื่อสานต่อความ ร่วมมือที่เข้มแข็ง และสร้างหลักประกันว่าทุกคนจะต้องมีการศึกษาที่มีคุณภาพ อย่างครอบคลุมทุกพื้นที่ สนับสนุนให้ผู้ปฏิบัติงานทุกคนดำเนินการตามภารกิจด้วยความรับผิดชอบต่อตนเอง องค์กร ประชาชนและ ประเทศชาติ โดยให้ความสำคัญกับการประสานความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ผ่านกลไกการรับฟังความคิดเห็น มาประกอบการดำเนินงานที่เป็นประโยชน์ต่อการยกระดับคุณภาพการศึกษา ดำเนินการตามนโยบายของ กระทรวงศึกษาธิการ เพื่อมุ่งเน้นผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของภาคการศึกษาที่จะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อ ผู้เรียนและประชาชน โดยมุ่งเป้าหมายการพัฒนาการศึกษา เพื่อร่วมกัน “พลิกโฉมการศึกษาสู่ยุคดิจิทัล” (Transforming Education to Fit in the Digital Era) ทั้งนี้ เพื่อพัฒนาผู้เรียนไปสู่เป้าหมายของการเป็น มนุษย์ที่สมบูรณ์ โดยคำนึงถึงชาติ ศาสนา ศิลปะ ขนบธรรมเนียมประเพณี วัฒนธรรม กีฬา ความปลอดภัย ความมีโอกาสและความเสมอภาคทางการศึกษา รวมทั้งมีสมรรถนะที่สำคัญจำเป็นสำหรับโลกยุคใหม่ นโยบายและจุดเน้นประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 1. การจัดการศึกษาเพื่อความปลอดภัย 1.1 สร้างความปลอดภัยในสถานศึกษาเพื่อเพิ่มความเชื่อมั่นของสังคม และป้องกันภัยคุกคาม ในชีวิตทุกรูปแบบ โดยมีการดำเนินการตามแผนและมาตรการด้านความปลอดภัยให้แก่ผู้เรียน ครู และ บุคลากร ในรูปแบบต่าง ๆ อย่างเข้มข้น


40 1.2 ปลูกฝังทัศนคติ พฤติกรรม และองค์ความรู้ในการใช้สื่อสังคมออนไลน์และไซเบอร์ อย่าง สร้างสรรค์ 1.3 ส่งเสริมคุณลักษณะและพฤติกรรมที่พึงประสงค์ด้านสิ่งแวดล้อม สร้างความตระหนักรู้ และจิตสำนึกในการอนุรักษ์ ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลง สภาพภูมิอากาศ 1.4 พัฒนาบทบาทและภารกิจด้านความปลอดภัยของทุกหน่วยงานในสังกัด กระทรวงศึกษาธิการ โดยบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วน 2. การยกระดับคุณภาพการศึกษา 2.1 ส่งเสริม สนับสนุนให้สถานศึกษาจัดการเรียนรู้สู่สมรรถนะตามหลักสูตรแกนกลาง การศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ไปสู่การปฏิบัติอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อสร้าง สมรรถนะที่จำเป็นในโลกยุคใหม่ให้กับผู้เรียน 2.2 จัดการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมพหุปัญญาให้กับผู้เรียน โดยเน้นการเรียนรู้จากการปฏิบัติจริง ในรูปแบบ Active Learning, STEM Education, Coding ฯลฯ และกระบวนการส่งต่อในระดับที่สูงขึ้น 2.3 พัฒนากระบวนการเรียนรู้และการวัดผล ประเมินผลฐานสมรรถนะ เพื่อเป็นฐานในการ พัฒนาทักษะและสมรรถนะที่จำเป็นแห่งอนาคต 2.4 ส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนเพื่อพัฒนาทักษะและสมรรถนะด้าน Soft Power ให้กับผู้เรียน 2.5 ส่งเสริมสนับสนุนให้ผู้เรียนทุกช่วงวัยได้เรียนรู้ตามความสนใจผ่านดิจิทัลแพลตฟอร์มที่ หลากหลาย 2.6 ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning) และการฟื้นฟูภาวะถดถอยทางการ เรียนรู้ (Learning Loss) 2.7 พัฒนารูปแบบการจัดการเรียนการสอนประวัติศาสตร์ หน้าที่พลเมืองและศีลธรรมให้มี ความทันสมัย น่าสนใจ เหมาะสมกับวัยและบริบทของพื้นที่ 2.8 ส่งเสริมการให้ความรู้และทักษะด้านการเงินและการออม (Financial Literacy) ให้กับ ผู้เรียน โดยบูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 2.9 ส่งเสริมสนับสนุนสถานศึกษาให้นำผลการทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติไปใช้ในการ วางแผน การพัฒนาการจัดการเรียนการสอนและยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษา 2.10 พัฒนาระบบการประเมินคุณภาพสถานศึกษาที่เน้นสมรรถนะและผลลัพธ์ที่ตัวผู้เรียน 3. การสร้างโอกาส ความเสมอภาค และความเท่าเทียมทางการศึกษาทุกช่วงวัย 3.1 พัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศของนักเรียนเป็นรายบุคคล เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลในการ ติดตามและส่งต่อไปยังสถานศึกษาในระดับที่สูงขึ้น รวมทั้งแก้ปัญหาเด็กตกหล่นและออกกลางคัน 3.2 ส่งเสริมสนับสนุนให้เด็กปฐมวัยที่มีอายุตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไปทุกคน เข้าสู่ระบบการศึกษา เพื่อรับการพัฒนาอย่างรอบด้าน มีคุณภาพ ตามศักยภาพ ตามวัย ต่อเนื่องอย่างเป็นระบบและเป็นไปตาม มาตรฐาน โดยบูรณาการร่วมกันกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง


41 3.3 พัฒนาข้อมูลและทางเลือกที่หลากหลายให้กับผู้เรียนกลุ่มเป้าหมายพิเศษ และกลุ่ม เปราะบาง รวมทั้งกลุ่มเยาวชนอายุ 15-24 ปีที่ไม่ได้อยู่ในระบบการศึกษา การทำงาน หรือการฝึกอบรม (Not in Education, Employment or Training : NEETs) 3.4 พัฒนาระบบสนับสนุนการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานโดยครอบครัว (Home School) และ การเรียนรู้ที่บ้านเป็นหลัก (Home–based Learning) รวมทั้งการศึกษาทางเลือกอื่น ๆ 3.5 พัฒนาระบบธนาคารหน่วยกิต (Credit Bank) ในหน่วยงานที่จัดการศึกษาและให้มี หน่วยงานกลางในการขับเคลื่อนระบบธนาคารหน่วยกิตในภาพรวม และการเชื่อมโยงทั้งระหว่างรูปแบบ ประเภท และระดับการศึกษา 4. การศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะอาชีพและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน 4.1 พัฒนาหลักสูตรอาชีวศึกษา และหลักสูตรวิชาชีพระยะสั้น แบบโมดูล (Modular System) มีการบูรณาการวิชาสามัญและวิชาชีพในชุดวิชาชีพเดียวกัน เชื่อมโยงการจัดการอาชีวศึกษาทั้งใน ระบบ นอกระบบและระบบทวิภาคี รวมทั้งการจัดการเรียนรู้แบบต่อเนื่อง (Block Course) เพื่อสะสมหน่วย การเรียนรู้ (Credit Bank) ร่วมมือกับสถานประกอบการในการจัดการอาชีวศึกษาอย่างเข้มข้นเพื่อการมีงานทำ 4.2 ขับเคลื่อนการผลิตและพัฒนากำลังคนตามกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ และยกระดับสมรรถนะ กำลังคนตามกรอบคุณวุฒิอ้างอิงอาเซียน และมาตรฐานสากล รวมทั้งขับเคลื่อนความเป็นเลิศทางการ อาชีวศึกษา (Excellent Center) โดยความร่วมมือกับภาคเอกชนและสถานประกอบการในการผลิตกำลังคนที่ ตอบโจทย์การพัฒนาประเทศ 4.3 พัฒนาสมรรถนะอาชีพที่สอดคล้องกับความถนัด ความสนใจ โดยการ Re-skill Up-skill และ New skill เพื่อให้ทุกกลุ่มเป้าหมายมีการศึกษาในระดับที่สูงขึ้น พร้อมทั้งสร้างช่องทางอาชีพในรูปแบบ หลากหลายให้ครอบคลุมผู้เรียนทุกกลุ่มเป้าหมาย รวมทั้งผู้สูงอายุ โดยมีการบูรณาการความร่วมมือระหว่าง หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 4.4 ส่งเสริมการพัฒนาระบบการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติด้านอาชีวศึกษา (V-NET) ตามสมรรถนะที่จำเป็นในการเข้าสู่อาชีพ และการนำผลการทดสอบไปใช้คัดเลือกเข้าทำงาน ศึกษาต่อ ขอรับ ประกาศนียบัตรมาตรฐานสมรรถนะการใช้ดิจิทัล (Digital Literacy) การขอรับวุฒิบัตรสมรรถนะภาษาอังกฤษ (English Competency) 4.5 จัดตั้งศูนย์ให้คำปรึกษาการจัดตั้งธุรกิจ (ศูนย์ Start Up) ภายใต้ศูนย์พัฒนาอาชีพและการ เป็นผู้ประกอบการ และพัฒนาศูนย์บ่มเพาะผู้ประกอบการอาชีวศึกษา เพื่อการส่งเสริม และพัฒน า ผู้ประกอบการด้านอาชีพทั้งผู้เรียนอาชีวศึกษาและประชาชนทั่วไป โดยเชื่อมโยงกับ สกร. และสถาน ประกอบการทั้งภาครัฐและเอกชนที่สอดคล้องกับการประกอบอาชีพในวิถีชีวิตรูปแบบใหม่ 4.6 เพิ่มบทบาทการอาชีวศึกษาในการสร้างและพัฒนาผู้ประกอบการและกำลังแรงงานใน ภาคเกษตร โดยเฉพาะกลุ่มเกษตรกรอัจฉริยะ (Smart Farmer) และกลุ่มยุวเกษตรกรอัจฉริยะ (Young Smart Farmer) ที่สามารถรองรับการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ได้ 4.7 พัฒนาหลักสูตรอาชีพสำหรับกลุ่มเป้าหมายผู้อยู่นอกระบบโรงเรียนและประชาชนที่ สอดคล้องมาตรฐานอาชีพเพื่อการเข้าสู่การรับรองสมรรถนะ และได้รับคุณวุฒิวิชาชีพตามกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ


42 5. การส่งเสริมสนับสนุนวิชาชีพครู บุคลากรทางการศึกษา และบุคลากร 5.1 ส่งเสริมสนับสนุนการดำเนินการประเมินวิทยฐานะ โดยใช้ระบบการประเมินตำแหน่งและ วิทยฐานะของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (Digital Performance Appraisal : DPA) 5.2 ส่งเสริมสนับสนุนการดำเนินการ พัฒนาสมรรถนะทางด้านเทคโนโลยีดิจิทัลตามกรอบ ระดับสมรรถนะดิจิทัล (Digital Competency) สำหรับครูและบุคลากรทางการศึกษาระดับการศึกษาขั้น พื้นฐาน และระดับอาชีวศึกษา 5.3 พัฒนาครูให้มีความพร้อมด้านวิชาการและทักษะการจัดการเรียนรู้ การใช้เทคโนโลยีและ นวัตกรรมผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ต่าง ๆ รวมทั้งให้เป็นผู้วางแผนเส้นทางการเรียนรู้ การประกอบอาชีพ และ การดำเนินชีวิตของผู้เรียนได้ตามความสนใจและความถนัดของแต่ละบุคคล 5.4 ส่งเสริมสนับสนุนการวัดสมรรถนะครูด้านการวัดและประเมินผล เพื่อนำผลไปใช้ในการ ยกระดับการเรียนการสอน การวัดผลและประเมินผลในชั้นเรียน 5.5 พัฒนาขีดความสามารถของครู และบุคลากรให้มีสมรรถนะที่สอดคล้องและเหมาะสมกับ การเปลี่ยนแปลงของสังคมและการเปลี่ยนแปลงของโลกอนาคต 5.6 ส่งเสริมสนับสนุนการทดสอบสมรรถนะครู และบุคลากรด้านภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร ในการทำงาน 5.7 เร่งรัดการดำเนินการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทั้งระบบ ควบคู่กับการให้ความรู้ ด้านการวางแผนและการสร้างวินัยด้านการเงินและการออม 6. การพัฒนาระบบราชการและการบริการภาครัฐยุคดิจิทัล 6.1 ขับเคลื่อนการพัฒนาระบบราชการ ด้วยนวัตกรรม และการนำเทคโนโลยีดิจิทัล มาเป็น กลไกหลักในการดำเนินงาน (Digitalize Process) การเชื่อมโยงและแบ่งปันข้อมูล (Sharing Data) การส่งเสริม ความร่วมมือ บูรณาการกับภาคส่วนต่าง ๆ ทั้งภายในและภายนอก 6.2 พัฒนาประสิทธิภาพของเครือข่ายเทคโนโลยีสารสนเทศให้สามารถใช้งานเครือข่ายสื่อสาร ข้อมูลเชื่อมโยงหน่วยงานภาครัฐได้อย่างมีประสิทธิภาพ 6.3 พัฒนาระบบการจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรทางการศึกษา โดยยึดหลักความจำเป็น และใช้พื้นที่เป็นฐาน ที่มุ่งเน้นการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนเป็นสำคัญ 6.4 เสริมสร้างคุณธรรม มาตรฐานทางจริยธรรมและปลุกจิตสำนึกต่อต้านการทุจริตและ ประพฤติมิชอบ โดยยึดหลักธรรมาภิบาล 7. การขับเคลื่อนกฎหมายการศึกษาและแผนการศึกษาแห่งชาติ ดำเนินการจัดทำกฎหมาย ลำดับรอง เพื่อรองรับพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ควบคู่กับการสร้างการรับรู้ให้กับประชาชนได้รับทราบ อย่างทั่วถึง


43 แนวทางการขับเคลื่อนนโยบายสู่การปฏิบัติ 1. ให้ส่วนราชการ หน่วยงานในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ นำนโยบายและจุดเน้นของ กระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ข้างต้น เป็นกรอบแนวทางในการจัดการศึกษา โดยดำเนินการจัดทำแผนและงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 พร้อมน้อมนำศาสตร์ พระราชาสู่การปฏิบัติ 2. ให้มีคณะกรรมการติดตาม ประเมินผล และรายงานการขับเคลื่อนนโยบายการจัด การศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ สู่การปฏิบัติระดับพื้นที่ ทำหน้าที่ตรวจราชการ ติดตาม ประเมินผลใน ระดับนโยบาย และจัดทำรายงานเสนอต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และคณะกรรมการติดตาม ตรวจสอบและประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ทราบตามลำดับ 3. กรณีมีปัญหาในเชิงพื้นที่หรือข้อขัดข้องในการปฏิบัติงาน ให้ศึกษา วิเคราะห์ข้อมูล และ ดำเนินการแก้ไขปัญหาในระดับพื้นที่ก่อน โดยใช้ภาคีเครือข่ายในการแก้ไขข้อขัดข้อง พร้อมทั้งรายงานต่อ คณะกรรมการติดตามฯ ตามข้อ 2 ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ตามลำดับ 4. สำหรับภารกิจของส่วนราชการหลักและหน่วยงานที่ปฏิบัติในลักษณะงานในเชิงหน้าที่ (Function) งานในเชิงยุทธศาสตร์ (Agenda) และงานในเชิงพื้นที่ (Area) ซึ่งได้ดำเนินการอยู่ก่อนแล้ว หากมี ความสอดคล้องกับหลักการนโยบายและจุดเน้นของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ข้างต้น ให้ถือเป็นหน้าที่ของส่วนราชการหลักและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเร่งรัด กำกับ ติดตาม ตรวจสอบให้ การดำเนินการเกิดผลสำเร็จ และมีประสิทธิภาพอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2565 เป็นต้นไป ประกาศ ณ วันที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2565 นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ


44 ส่วนที่ 3 การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมของ ศกร.บางกระสอบ (SWOT Analysis) การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายในและภายนอกองค์กร เพื่อศึกษาแนวโน้มการพัฒนาการ ส่งเสริมการเรียนรู้ของศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้อำเภอพระประแดงให้มีความเหมาะสม สอดคล้องกับนโยบาย และความต้องการของกลุ่มเป้าหมายในจังหวัดสมุทรปราการ โดยแนวโน้มการพัฒนาคุณภาพของศูนย์ส่งเสริม การเรียนรู้อำเภอพระประแดง ให้มีความเป็นไปได้ในการพัฒนาตามเงื่อนไขข้อจำกัดและองค์ประกอบที่มี อิทธิพลต่อการจัดการบริหารจัดการ ตามนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ และสำนักงาน สกร. ให้สอดคล้อง ตรงตามความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย รูปแบบการบริหารงาน และปัจจัยที่เกี่ยวข้องอื่น นำมาสรุปเป็น แนวทางในการดำเนินงานมุ่งตอบสนองความต้องการของกลุ่มเป้าหมายเป็นหลัก กำหนดแนวทางในการพัฒนา คุณภาพการบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพ จะต้องวิเคราะห์ผลกระทบที่เกิดจากปัจจัยต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ 3.1 การวิเคราะห์ปัจจัยภายใน (Internal Factors Analysis : IFA) 3.1.1 จุดแข็ง (Strengths) 1. ทำเลที่ตั้ง ชัดเจน และสะดวกในการเดินทางมาติดต่อ 2. มีระบบสาธารณูปโภค ที่เพียงพอ 3. มีความชัดเจนด้านการประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสาร 4. มีสื่อ สารสนเทศให้บริการเพียงพอ 5. มีศกร.ตำบลที่พร้อมให้บริการครอบคลุมทุกตำบล 3.2.2 จุดอ่อน (Weaknesses) 1. มีการย้าย เข้าออกของบุคลากรบ่อยเนื่องสอบบรรจุข้าราชการได้ 2. ยังขาดบุคลากรในเอกที่ขาดแคลนเช่น ภาษาอังกฤษ และคณิตศาสตร์ 3. ที่ตั้งของสำนักงานมีโรงงานอุตสาหกรรมเป็นจำนวนมากจึงเกิดปัญหาทางสิ่งแวดล้อม เสื่อมโทรม 3.2 การวิเคราะห์ปัจจัยภายนอก (External Factors Analysis : EFA) 3.2.1 โอกาส (Opportunities) 1. เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่หลากหลาย 2. มีความสะดวกด้านคมนาคม การเดินทาง 3. มีแหล่งเรียนรู้ ประเพณีวัฒนธรรมที่หลากหลาย (ทั้งชาว ไทย ชาวมอญ ชาวจีน) 4. เครือข่ายให้ความสำคัญและร่วมส่งเสริมและสนับสนุนกิจกรรม สกร. 3.2.2 อุปสรรค (Threats) 1. ประชากรแฝงและคนต่างด้าวมีเป็นจำนวนมากมีการย้ายถิ่นฐานของประชากรอยู่ ตลอดเวลา 2. คนในชุมชนมีความขัดแย้งกันในด้านความคิดทางการเมือง ทำให้ลำบากในการ ประสานงานในบางกิจกรรม


Click to View FlipBook Version