The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

บทที่ 3 Block Chain

บทที่ 3 Blockchain

การทาธรุ กรรมโดยไม่ตอ้ งผา่ นบุคคลทส่ี าม(Blockchain)

1. ความหมายของบล็อกเชน (Blockchain)
2. ววิ ัฒนาการของเทคโนโลยบี ลอ็ กเชน (Blockchain)
3. หลกั การทางานของเทคโนโลยีบลอ็ กเชน (Blockchain)
4. องค์ประกอบของเทคโนโลยบี ล็อกเชน (Blockchain)
5. ประเภทของบล็อกเชน (Blockchain)
6. รปู แบบของเครือข่ายบล็อกเชน (Blockchain)
7. คุณลกั ษณะพน้ื ฐานท่สี าคัญของเทคโนโลยีบลอ็ กเชน (Blockchain)
8. ประโยชนข์ องเทคโนโลยีบล็อกเชน (Blockchain)
9. การนาบล็อกเชน (Blockchain)ไปประยุกตใ์ ชใ้ นกระบวนการห่วงโซ่อุปทาน

ความหมายของบลอ็ กเชน (Blockchain)

บซดเ((โซธโ(เซดธบขขBrrดดุรรุงึ่ึ่งงึ่้ง้งััeeลลา้้ายยlกกสสนเเoccรร็อ็อดดตตรราาหหาoocรรมมรรกกิิมมมััสสkมมrrววาาเเเเddลล)าจจชชรรปป))เบับัสสถถซนน็นน็ชใใออททึ่งชชื่อคคบบนบบ((ีเ่ีเ่้ย้ยมออาาพพคคลลานนืืสสังังตววม่ิมิ่็อ็อมยยกกออาาอ่กกขขานันัมมฤฤงงเแแเึ้ึน้นคคปถถคคษษชตตวว//ูกกูาา็นอ่ื::่ลล่ยยาาตตคคมละะBBมมาาอ้อ้ือือบบูกตถถllววงงooลลกกููโขขอ่แแBBซccอ็็อตตลลน้นึ้ึเllkkป่กกออ้้ooะะเเ(ccปปงงรรรรเ็นcchhชขขบับัืออ่่ืกกkkลออนaaปปตตยยูกงงCCii)ิจิจรรnnบบโๆๆะะhhะะซ))ลลกกมมaa่หหโโออ็็ัันนีีคค(iiดดnnเกกรรา่่าคคชยยกกืออืแแววนแแ่่ออฮฮววาาเเปปตตนนมมชช่าา่Cปปหหนน็็่่ลลh((โโHHลลนนะะรรซซaออาารรา้้าaa่บบ่iดดsยยsnาามมลลhhยยภภกก)ตีีต็ออ็))กกัยัยาารรขขกกโโรราาาาดดออรรรรเเซซยยววงงะะเเบบลลรรววึ่งงึ่ เเิิททคคาายยีีลลบบแแ็็ออยยกกาายียี ลลาาอกกอววนนะะกกกกงังัา่า่ //ขขาากกอ่อ่ บบ้ออ้รรบบนนฤฤมมัันนลลหหษษลลููทท็ออ็นนึึกกกก้้าา

แฮช (Hash) แถวของตัวเลขและตัวหนงั สือท่ีจะไม่ซ้ากนั ในแตล่ ะ Block

ความหมายของบลอ็ กเชน (Blockchain)

Blockchain ออกแบบให้ทนทานตอ่ การเปลี่ยนข้อมลู ที่บนั ทึกแลว้ คอื มนั
เปน็ "บัญชีแยกประเภท (ledger) แบบกระจายและเปดิ ที่สามารถ
บนั ทึกธรุ กรรมระหวา่ งบคุ คลสองพวกอย่างมีประสทิ ธภิ าพ ในรปู แบบท่ี
ยืนยันได้และถาวร"
เมือ่ ใชเ้ ป็นบัญชีแยกประเภทแบบกระจาย บล็อกเชนปกตจิ ะจดั การโดย
เครือข่ายเพียรท์ ูเพยี ร์ ซ่งึ ร่วมกันใชโ้ พรโทคอลเดียวกันเพื่อการสอื่ สาร
ระหวา่ งสถานี (node) และเพอื่ ยืนยันความถูกต้องของบลอ็ กใหม่ ๆ เม่ือ
บันทึกแล้ว
ข้อมูลในบลอ็ กใดบล็อกหน่งึ จะไม่สามารถเปล่ยี นย้อนหลังโดยไมเ่ ปลย่ี น
ข้อมูลในบลอ็ กตอ่ ๆ มาท้งั หมดด้วย ซงึ่ จะทาได้กต็ อ่ เมอื่ ได้การรว่ มมอื
จากสถานโี ดยมากในเครอื ขา่ ย

ความหมายของบลอ็ กเชน (Blockchain)

บล็อกเชน (Blockchain) คอื เทคโนโลยกี ารจดั เก็บ ขอ้ มลู แบบ Shared
Database หรอื ทีร่ จู้ กั กนั ใน ชื่อ “Distributed Ledger Technology
(DLT)” โดยเป็น รูปแบบการบันทกึ ข้อมูลท่ีรับประกันความปลอดภยั ว่า
ข้อมลู ท่ถี ูกบันทึกไปก่อนหนา้ นน้ั ไม่สามารถทจ่ี ะเปล่ยี นแปลงหรือแก้ไขได้ ซึง่
ผ้ใู ช้งานทุกคนจะได้เหน็ ขอ้ มลู ชดุ เดียวกนั ทัง้ หมด โดยใชห้ ลกั การ
Cryptography และความสามารถของ Distributed Computing เพ่อื
สร้างกลไกความนา่ เชอื่ ถอื

ความหมายของบลอ็ กเชน (Blockchain)

บลอ็ กเชน (Blockchain) คือ เทคโนโลยกี ารจัดเก็บ ขอ้ มูลแบบ Shared
Database หรือท่รี ู้จกั กนั ใน ชอื่ “Distributed Ledger Technology
(DLT)” โดยเปน็ รูปแบบการบันทกึ ขอ้ มลู ท่รี ับประกันความปลอดภัย ว่าขอ้ มูล
ทีถ่ ูกบนั ทึกไปก่อนหน้านนั้ ไม่สามารถที่จะเปลยี่ นแปลงหรอื แกไ้ ขได้ ซ่ึง
ผ้ใู ชง้ านทกุ คนจะไดเ้ ห็น ขอ้ มลู ชดุ เดียวกันท้งั หมด โดยใชห้ ลกั การ
Cryptography และความสามารถของ Distributed Computing เพอ่ื สรา้ ง
กลไกความน่าเชอื่ ถือ

ความหมายของบล็อกเชน (Blockchain)

Shared Database แบง่ ปนั ฐานขอ้ มูล

Distributed Ledger ระบบบนั ทึกขอ้ มลู ทท่ี กุ คนทเี่ ก่ียวข้องเปน็
เจา้ ของร่วมกนั ไมม่ ีใครคนใดคนหน่ึงเป็น
ผู้ดแู ล และทุกคนสามารถเห็นขอ้ มูลที่ถกู
บนั ทึกเดียวกนั ไดต้ ลอดเวลา

ความหมายของบลอ็ กเชน (Blockchain)

บล็อกเชน (Blockchain) คอื เทคโนโลยกี ารจดั เก็บ ขอ้ มลู แบบ Shared
Database หรอื ทีร่ จู้ กั กนั ใน ชื่อ “Distributed Ledger Technology
(DLT)” โดยเป็น รูปแบบการบันทกึ ข้อมูลท่ีรับประกันความปลอดภยั ว่า
ข้อมลู ท่ถี ูกบันทึกไปก่อนหนา้ นน้ั ไม่สามารถทจ่ี ะเปล่ยี นแปลงหรือแก้ไขได้ ซึง่
ผ้ใู ช้งานทุกคนจะได้เหน็ ขอ้ มลู ชดุ เดียวกนั ทัง้ หมด โดยใชห้ ลกั การ
Cryptography และความสามารถของ Distributed Computing เพ่อื
สร้างกลไกความนา่ เชอื่ ถอื

ความหมายของบลอ็ กเชน (Blockchain)

บล็อกเชน (Blockchain) คือ เทคโนโลยกี ารจัดเก็บ ข้อมลู แบบ Shared
Database หรือทรี่ ู้จักกนั ใน ชือ่ “Distributed Ledger Technology
(DLT)” โดยเปน็ รูปแบบการบนั ทึกขอ้ มลู ที่รับประกนั ความปลอดภยั ว่าข้อมลู
ท่ถี ูกบันทึกไปกอ่ นหนา้ นน้ั ไมส่ ามารถทจ่ี ะเปล่ยี นแปลงหรือแก้ไขได้ ซ่งึ
ผู้ใชง้ านทุกคนจะได้เห็น ข้อมลู ชดุ เดียวกนั ท้งั หมด โดยใชห้ ลกั การ
Cryptography และความสามารถของ Distributed Computing เพ่อื
สรา้ งกลไกความนา่ เชือ่ ถือ

ความหมายของบล็อกเชน (Blockchain)

Cryptography
เปน็ กระบวนการสาหรบั การแปรรูปข้อมูลเลก็ ทรอนกิ ส์ธรรมดาให้อยใู่ น
รูปที่บคุ คลท่วั ไปไมส่ ามารถอา่ นเข้าใจได้

การเข้ารหัสจะกระทากอ่ นการจัดเกบ็ ข้อมลู หรือก่อนการสง่ ขอ้ มูล
โดยการนาขอ้ มลู อเิ ล็กทรอนกิ ส์ธรรมดากบั กุญแจ (Key) ซง่ึ เปน็
ตวั เลข มาผ่านกระบวนการทางคณติ ศาสตร์ ผลทไี่ ดก้ ค็ อื ขอ้ มลู ที่
เขา้ รหสั ขน้ั ตอนที่กลา่ วมาน้ีจะเรยี กวา่ “การเขา้ รหัสลบั ”
(Encryption)

ความหมายของบลอ็ กเชน (Blockchain)

Cryptography
เปน็ กระบวนการสาหรบั การแปรรปู ขอ้ มูลเล็กทรอนกิ ส์ธรรมดาให้อยู่ใน
รปู ที่บุคคลท่วั ไปไมส่ ามารถอา่ นเขา้ ใจได้

เมื่อต้องการอ่านข้อมูล จะนาเอาขอ้ มูลที่เข้ารหสั กบั กญุ แจมาผา่ น
เข้าสู่กระบวนการทางคณิตศาสตร์ ผลลัพธท์ ่ีได้ก็คือข้อมลู ด้ังเดิม
ซึง่ ข้ันตอนนี้จะเรียกวา่ “การถอดรหสั ลบั ” (Decryption)

ความหมายของบลอ็ กเชน (Blockchain)

Distributed Computing
คือ ระบบประมวลผลทม่ี กี ารกระจายการประมวลผลไปยงั เครอื่ งตา่ ง ๆ
การใชร้ ะบบการประมวลผลแบบกระจายชว่ ยให้การประมวลผลเปน็ ไป
อยา่ งรวดเร็วยง่ิ ขึ้น

ตวั อยา่ งเช่น เราตอ้ งการประมวลผลวัตถสุ เี่ หล่ียม วงกลม และดาว ใชร้ ะบบ
การประมวลผลแบบกระจาย กระจายวัตถทุ ีต่ อ้ งการประมวลผลไปแตล่ ะเคร่ือง
พอประมวลผลเสรจ็ ส่งค่ากลับมาคนื

เครอื่ งที่ประมวลผลวัตถุแตล่ ะอนั คือ โหนด (nodes)
เครื่องท่ีกระจายการประมวลผลไปให้โหนด (nodes) หรอื รวมกลมุ่ โหนด
คือ คลัสเตอร์ (Cluster)

ความหมายของบลอ็ กเชน (Blockchain)

Distributed Computing
มกี ารกระจายภาระการประมวลผลไปยังเครอ่ื งต่าง ๆ ทเ่ี ชื่อมกนั อยู่เปน็
เครอื ขา่ ยคอมพวิ เตอร์ และนาผลลพั ธ์ท่ไี ด้มารวมกนั ซ่ึงวิธนี ้ที าให้เพิ่ม
ประสทิ ธภิ าพในการประมวลผลของระบบโดยรวม รวมทั้งยงั สามารถลด
จานวนขอ้ มลู ที่สง่ ผ่านเครอื ขา่ ยไดด้ ว้ ยนอกจากน้ยี งั เป็นระบบท่ีกจิ กรรม
การประมวลผล สารสนเทศขององค์กร ตลอดจนทรพั ยากรคอมพิวเตอร์
กระจายอยูม่ ากกว่าหนึง่ ที่ และมกี ารเชือ่ มโยงเปน็ เครอื ข่ายเดียวกัน งาน
ต่าง ๆ จะถูกประมวลด้วยเครอื่ งคอมพิวเตอร์ 2–3 ตวั ประเภทของ
สื่อกลางแยกได้ 2 ประเภท คอื (1) แบบใชส้ าย (2) แบบไรส้ าย

ความหมายของบลอ็ กเชน (Blockchain)

Distributed Computing
การใชง้ าน

1. ระบบการซือ้ ขายผา่ นไปรษณีย์ (A mail-order catalog system)
2. ระบบธนาคารแบบกระจาย (Distributed banking)
3. การบริการขนสง่ ขา้ มคืน (Overnight delivery service)

ความหมายของบลอ็ กเชน (Blockchain)

Distributed Computing
การใชง้ าน

1. ระบบการซือ้ ขายผา่ นไปรษณีย์ (A mail-order catalog system)
2. ระบบธนาคารแบบกระจาย (Distributed banking)
3. การบริการขนสง่ ขา้ มคืน (Overnight delivery service)

ความหมายของบลอ็ กเชน (Blockchain)

Distributed Computing
การใชง้ าน

1. ระบบการซือ้ ขายผา่ นไปรษณีย์ (A mail-order catalog system)
2. ระบบธนาคารแบบกระจาย (Distributed banking)
3. การบริการขนสง่ ขา้ มคืน (Overnight delivery service)

ความหมายของบลอ็ กเชน (Blockchain)

Distributed Computing
การใชง้ าน

1. ระบบการซือ้ ขายผา่ นไปรษณีย์ (A mail-order catalog system)
2. ระบบธนาคารแบบกระจาย (Distributed banking)
3. การบริการขนสง่ ขา้ มคืน (Overnight delivery service)

ความหมายของบล็อกเชน (Blockchain)

Distributed Computing

ความหมายของบลอ็ กเชน (Blockchain)

สรปุ
บลอ็ กเชน (Blockchain) คอื ฐานข้อมลู (Database) ทีเ่ ก็บไว้ในเคร่อื งของ
ทกุ คนแต่ไวใ้ จ : และเชอ่ื ถือได้แมใ้ นระบบทไ่ี มม่ ใี ครเปน็ ผดู้ แู ลกลาง คือ ทกุ คน
จะสามารถแชร์ขอ้ มลู รว่ มกันได้โดยไมต่ อ้ งไปเก็บไว้ที่ไหน ทกุ คนถือคนละ
ก๊อบปที้ ่ีหน้าตาเหมอื นกนั ไว้ได้เลย ถา้ เกดิ มีการเปลย่ี นแปลง ข้อมูลในมอื ทุก
คนก็จะเปลีย่ นแปลงตามไปโดยอตั โนมตั ิ

ววิ ฒั นาการของเทคโนโลยบี ลอ็ กเชน (Blockchain)

ในปี 2008 บคุ คลหรอื กลมุ่ บุคคลผใู้ ชน้ ามแฝง ซาโตชิ นากาโมโตะ ได้
สร้างแนวคิดในเร่อื งบลอ็ กเชนข้ึน ซง่ึ นากาโมโตะนาไปทาให้เกิดผลใน
ปตี อ่ มา โดยเป็นส่วนโปรแกรมหลกั ของเงนิ ครปิ โทคอื บิตคอยน์ คือใช้
เป็นบัญชีแยกประเภทสาธารณะเพอื่ บันทึกธุรกรรมทง้ั หมดภายใน
เครอื ขา่ ย

ววิ ฒั นาการของเทคโนโลยบี ล็อกเชน (Blockchain)

นาเสนอ แนวคดิ เกี่ยวกับการสร้างแพลตฟอรม์ (Platform) ที่ สามารถ
สรา้ งความปลอดภยั ในการแลกเปล่ยี นเงนิ สกุลดจิ ทิ ลั ทมี่ ีชอ่ื วา่ บิต
คอยน์ “Bitcoin”

โดยใชท้ ฤษฎี เกย่ี วกบั การทา Cryptography และ Distributed
Computing

ซง่ึ ไม่จาเปน็ ตอ้ งมคี นกลางเข้ามาเกย่ี วข้อง เช่น ธนาคาร หรอื
หนว่ ยงานอ่นื ๆ ทเี่ กย่ี วขอ้ งกับกระบวนการจ่ายเงิน

ววิ ฒั นาการของเทคโนโลยบี ล็อกเชน (Blockchain)

บลอ็ กเชนทาใหบ้ ติ คอยน์เปน็ เงินดจิ ทิ ัลสกุลแรกทแ่ี ก้ปัญหาการใช้จา่ ย
สนิ ทรัพยเ์ กนิ กว่าครงั้ เดียว (Double spending problem) ได้ โดย
ไม่จาเปน็ ต้องมีบุคคลที่สามซ่ึงเช่ือใจหรอื มีคอมพวิ เตอร์ศูนย์กลาง เปน็
การออกแบบซง่ึ เป็นแรงบันดาลใจสาหรับโปรแกรมประยุกตอ์ กี
มากมายหลาย

ววิ ฒั นาการของเทคโนโลยบี ลอ็ กเชน (Blockchain)

ปี 2014 นิตยสาร The Economist ได้กลา่ วถงึ การใช้บลอ็ กเชนแบบ
รนุ่ สองน้วี า่ มาพรอ้ มกับ "ภาษาโปรแกรมที่ให้ผู้ใชเ้ ขยี นสญั ญาสมารตท์ ี่
ซบั ซอ้ นยงิ่ ขึน้ เชน่ สรา้ งใบกากบั สนิ ค้าทจี่ า่ ยเองอย่างอัตโนมตั เิ ม่อื การ
ขนสง่ เรยี บรอ้ ยแล้ว / สรา้ งใบห้นุ ซงึ่ สง่ เงนิ ปันผลใหเ้ จ้าของโดย
อตั โนมตั ิเม่อื กาไรได้ถึงขดี หนึง่ แลว้ "

แลกเปลี่ยนมลู คา่ โดยไม่ต้องมคี นกลางทีม่ อี านาจเปน็ ผตู้ ดั สินในเรอ่ื งเงนิ
และขอ้ มลู
ทาใหค้ นท่อี ยู่นอกระบบเขา้ สรู่ ะบบเศรษฐกิจโลกได้
ช่วยป้องกันภาวะเฉพาะสว่ นตัวของผเู้ ข้ารว่ ม ชว่ ยทารายไดใ้ ห้เจ้าของ
ขอ้ มูล และชว่ ยใหผ้ ู้คดิ คน้ ได้คา่ ตอบแทนจากทรพั ย์สนิ ทางปญั ญา

ววิ ฒั นาการของเทคโนโลยีบล็อกเชน (Blockchain)

แลกเปลย่ี นมูลคา่ โดยไม่ต้องมีคนกลางทม่ี อี านาจเปน็ ผู้ตัดสินในเรอ่ื ง
เงนิ และข้อมลู
ทาให้คนที่อยนู่ อกระบบเข้าสรู่ ะบบเศรษฐกิจโลกได้
ช่วยป้องกันภาวะเฉพาะสว่ นตวั ของผเู้ ขา้ ร่วม
ชว่ ยทารายไดใ้ หเ้ จ้าของข้อมลู
ชว่ ยให้ผู้คิดคน้ ได้ค่าตอบแทนจากทรัพย์สนิ ทางปญั ญา

ววิ ฒั นาการของเทคโนโลยีบลอ็ กเชน (Blockchain)

ปี 2016 องค์กรรับฝากหลักทรัพยข์ องประเทศรัสเซยี (National
Settlement Depository) ไดป้ ระกาศโครงการนาร่องทอี่ าศยั แพลต็
ฟอรม์ Nxt blockchain 2.0 ซึ่งจะสารวจการใชบ้ ลอ็ กเชนทาระบบ
ลงคะแนนเสยี งอตั โนมัติ
บรษิ ัทไอบเี อม็ ไดเ้ ปดิ ศนู ย์วิจยั นวัตกรรมบลอ็ กเชนในประเทศสงิ คโปร์
คณะทางานของสภาเศรษฐกจิ โลกได้ประชมุ กนั ในเดอื นพฤศจิกายน
2016 เพ่อื หารอื เรื่องการพฒั นาวิธกี ารปกครองทสี่ ัมพันธก์ บั บล็อกเชน

วิวัฒนาการของเทคโนโลยบี ล็อกเชน (Blockchain)

การทางานของเทคโนโลยีบล็อก
เชน (Blockchain) อาศัยการ
จัดเก็บข้อมลู แบบกระจายศูนย์
(Distributed Ledger
Technology) โดยทุกข้อมูลจะ
มกี ารเช่อื มโยงกันทัง้ ระบบ และ
เม่ือมีรายการธรุ กรรมใหม่
เกดิ ขึ้นจะตอ้ งมกี ารประกาศ
บอกทุกเครือ่ งในระบบใหร้ บั รู้

ววิ ฒั นาการของเทคโนโลยบี ลอ็ กเชน (Blockchain)

รายการธรุ กรรมดังกลา่ วจะต้องผา่ นการตรวจสอบ (Consensus)
จากทั้งเครอื ขา่ ยเสยี ก่อน จงึ จะสามารถบนั ทึกขอ้ มูลเขา้ Block
เทคโนโลยบี ลอ็ กเชน (Blockchain) จงึ ไมจ่ าเป็นต้องมี ตวั กลางคอย
ทาหน้าท่ใี นการจัดเก็บรายการธุรกรรม แตข่ อ้ มลู ท้ังหมดจะถกู จัดเก็บ
อยภู่ ายใต้โครงสร้างของ เทคโนโลยบี ล็อกเชน (Blockchain) และถูก
กระจายไปยงั เครือ่ งของสมาชกิ ทุกคนในเครือขา่ ย
ถ้ามีคน พยายามสรา้ งรายการธรุ กรรมปลอมขนึ้ มา ขอ้ มลู กจ็ ะขัดแย้ง
กับขอ้ มลู ในเครื่องของสมาชกิ อ่ืน ๆ ในเครือข่าย เนอ่ื งจากทกุ เครื่อง
จะต้องมขี ้อมูลเหมือนกันทั้งหมด ระบบจะไม่อนญุ าตใหส้ รา้ งรายการ
ดังกลา่ ว

ววิ ฒั นาการของเทคโนโลยีบลอ็ กเชน (Blockchain)

รายการท่ีทกุ คนในเครอื ขา่ ยยอมรับเทา่ น้ันที่จะสามารถบนั ทกึ เขา้ สู่
ระบบบล็อกเชน (Blockchain) ได้
ข้อมลู ทีถ่ ูกบันทกึ เข้าสรู่ ะบบบล็อกเชน (Blockchain) ไปแลว้ จะไม่
สามารถเปลยี่ นแปลงหรอื แก้ไขยอ้ นหลงั ได้
เทคโนโลยีบล็อกเชน (Blockchain) จงึ ไดร้ บั การยอมรับวา่ เปน็
เทคโนโลยีการจดั เกบ็ ข้อมูล ทม่ี คี วามนา่ เชื่อถอื สูง

หลกั การทางานของเทคโนโลยบี ล็อกเชน (Blockchain)

ฐานขอ้ มูลจะถูกแชรใ์ หก้ ับทกุ Node ที่อยู่ในเครือข่ายและการทางาน
ของเทคโนโลยีบลอ็ กเชน (Blockchain)
ไม่มเี ครอื่ งใดเครอ่ื งหนึง่ เปน็ ศูนย์กลางหรอื เครอ่ื งแม่ขา่ ย
การทางานแบบกระจายศูนยน์ จี้ ะไม่ถกู ควบคมุ โดยคนเพียงคนเดียว
แตท่ ุก Node จะได้รับสาเนาฐานขอ้ มลู เก็บไวแ้ ละจะมีการอัปเดต
ฐานข้อมูลแบบอัตโนมัตเิ มื่อมีขอ้ มูลใหม่เกิดข้ึน
สาเนาฐานขอ้ มลู ของทกุ คนในเครือข่ายจะตอ้ งถกู ต้องและตรงกนั กับ
ของสมาชิกคนอน่ื ในเครอื ขา่ ย

หลกั การทางานของเทคโนโลยบี ล็อกเชน (Blockchain)

การบนั ทกึ ขอ้ มลู เขา้ สู่ Block อาศยั หลักการทา Cryptography และ
การทา Consensus จากสมาชิกในเครือข่ายด้วยกันก่อนบรรจุขอ้ มลู
ลง Block และเพ่มิ เข้าสรู่ ะบบบลอ็ กเชน (Blockchain) เพื่อเป็นการ
ปอ้ งกันและรับประกนั ความปลอดภัยของขอ้ มูล
แต่ละเครอื ขา่ ยบลอ็ กเชน (Blockchain) จะมกี ารกาหนดกฎเกณฑ์ใน
การตรวจสอบหรือทเี่ รยี กว่า “Consensus Protocol” หรือ
“Consensus Mechanism” ขึน้ มาเพ่ือใช้ในเครือขา่ ย

หลักการทางานของเทคโนโลยบี ลอ็ กเชน (Blockchain)

หลักการทางานพนื้ ฐานทสี่ าคญั ของเทคโนโลยบี ล็อกเชน (Blockchain)
ประกอบไปดว้ ย 4 ขน้ั ตอนหลกั ๆ คอื

ขน้ั ตอนที่ 1 Create คอื การสรา้ ง Block ที่บรรจุคาสัง่ ขอทารายการธุรกรรม
ข้นั ตอนท่ี 2 Broadcast คอื กระจาย Block ใหม่นี้ใหก้ บั ทุก Node ในระบบ และ
บันทกึ รายการธรุ กรรมลง Ledger ให้กับทุก Node เพ่ืออปั เดตวา่ มี Block ใหมเ่ กิด
ขึน้ มา
ข้ันตอนที่ 3 Validation คือ Node อนื่ ๆ ในระบบยนื ยนั และตรวจสอบขอ้ มลู ของ
Block นัน้ ว่า ถูกตอ้ งตามเงื่อนไข Validation โดยกระบวนการทา Consensus ถอื วา่
เป็นส่วนหนง่ึ ของกระบวนการทา Validation
ข้ันตอนที่ 4 Add to chain คือ นา Block ดังกล่าวมาเรียงตอ่ จาก Block กอ่ นหน้าน้ี

องคป์ ระกอบของเทคโนโลยีบล็อกเชน (Blockchain)

Block Chain Consensus Validation

องค์ประกอบของเทคโนโลยีบล็อกเชน (Blockchain)

Block

การจดั เกบ็ ขอ้ มูลของเทคโนโลยบี ล็อกเชน (Blockchain) จะถกู จัดเกบ็ ใน
รูปแบบของ Block โดย Chain
Block แตล่ ะ Block จะเช่อื มโยงเข้าหา Block กอ่ นหนา้ ด้วย คา่ Hash
Function ของ Block กอ่ นหนา้ นีเ้ สมอ และจะเรียงรอ้ ยต่อกันเป็น Chain
ทาให้ยากตอ่ การปลอมแปลง แกไ้ ข และสามารถตรวจสอบความถกู ต้องของ
ขอ้ มูลได้ ทกุ ๆ Block ตลอดทัง้ Chain
สามารถตรวจสอบยอ้ นกลบั ไปจนถงึ Block เร่ิมต้นได้

องค์ประกอบของเทคโนโลยีบล็อกเชน (Blockchain)

Block

ชดุ บรรจุข้อมลู แบง่ ออกเปน็ 2 ส่วน คอื
สว่ นของ Block Header ใชบ้ อกให้ ผ้อู ่ืนทราบว่าภายในบรรจุข้อมลู อะไรไว้
สว่ นทใ่ี ส่ เขา้ ไปใน Block Data ที่เรยี กวา่ Item ใช้ในการบรรจุ ข้อมลู ตา่ ง ๆ
ตวั อย่างเช่น ขอ้ มูลจานวนเงนิ ข้อมูล การโอนเงิน ข้อมลู ประวตั ิการ
รักษาพยาบาล หรอื ขอ้ มูล อน่ื ๆ

องคป์ ระกอบของเทคโนโลยีบล็อกเชน (Blockchain)

Block

Block ประกอบดว้ ย 3 สว่ นหลกั ไดแ้ ก่
1) ส่วน Header
2) สว่ น Transaction's ID List ใน Block
3) ส่วน Hash

องค์ประกอบของเทคโนโลยบี ลอ็ กเชน (Blockchain)

Block

ส่วน Header ประกอบด้วย
1) Version Info เปน็ ส่วนท่ีบง่ บอกถงึ Version ของข้อมูลใน Block
2) Nonce คือ ค่าของตัวเลขแบบสุ่มท่ีจะถูกเปล่ียนคา่ ไปเรอ่ื ย ๆ จนได้ค่าแฮช

(Hash) ทเี่ หมาะสม
3) Previous Block เป็นค่าแฮช (Hash) ของ Block กอ่ นหนา้ ทาให้ผู้ใชร้ ู้วา่

Block นี้ ตอ่ มาจาก Block ใด
4) Timestamp คอื เวลาที่ Block นี้ ถกู สรา้ งขึ้นมา
5) Merkle คือ การตรวจสอบความถูกตอ้ งของข้อมูล เพอ่ื ใหม้ น่ั ใจว่าไม่มีผใู้ ด

แกไ้ ขขอ้ มลู รายการธุรกรรม (Transaction) ใน Block อีก

องค์ประกอบของเทคโนโลยบี ลอ็ กเชน (Blockchain)

Block

ส่วน Transaction's ID List ใน Block ประกอบด้วย
1) ID ประจา Block ซึง่ เปน็ ตัวเลขแบบสมุ่ ท่เี ขา้ รหสั แฮช (Hash) ไว้
2) ID ของ Block กอ่ นหนา้ ซง่ึ เขา้ รหัสแฮช (Hash) ไว้เช่นกนั
3) ข้อมูลรายการธุรกรรม (Transaction) ซ่ึงอาจจะมเี พียง 1 รายการธุรกรรม

(Transaction) หรอื มากกว่านน้ั ก็ได้
4) คียส์ าธารณะ (Public Key) ทบี่ อกวา่ Block น้ีเปน็ ของใคร ใครเปน็ ผ้สู ่ง และ

ใครเป็นผรู้ บั

องคป์ ระกอบของเทคโนโลยบี ลอ็ กเชน (Blockchain)

Block

สว่ น Hash ประกอบดว้ ย
ส่วนของกระบวนการ Proof of Work (หลักฐานการทางาน)ซ่ึงเป็นการเขา้ รหสั
ทางเดยี ว โดยจะสร้างลายเซน็ ดิจทิ ัล (Digital Signature) ของขอ้ มูลข้ึนมา ทาให้
ไม่สามารถถอดรหัสขอ้ มลู นัน้ กลับมาได้ โดยใช้หลักการของคยี ์ส่วนตัว (Private
Key) และคีย์สาธารณะ (Public Key)

องคป์ ระกอบของเทคโนโลยบี ลอ็ กเชน (Blockchain)

Block

ส่วน Hash ประกอบด้วย ตัวอย่าง
ตอ้ งการเข้ารหัสขอ้ ความ “I am World Wide Wealth” มีกระบวนการ ดงั น้ี

1) เข้ารหสั ด้วยฟังก์ชันแฮช (Function Hash) โดยใช้คียส์ ว่ นตัว (Private Key) ของผสู้ ่ง ได้
ผลลัพธอ์ อกมาเป็นลายเซ็นดิจิทัล (Digital Signature)

2) เมอ่ื ได้ลายเซ็นดิจิทลั (Digital Signature) มาก็จะส่งให้กบั ผ้รู บั พรอ้ มกับคีย์สาธารณะ
(Public Key)

2) ผูร้ ับตรวจสอบลายเซ็นดจิ ิทัล (Digital Signature) ทไ่ี ด้โดยใช้คียส์ าธารณะ (Public Key)
ของผู้สง่ ถา้ ไดค้ ่าแฮช (Hash) ท่ตี รงกันก็สามารถยืนยันไดว้ า่ เปน็ ข้อความที่ถกู ต้อง เช่ือถอื ได้

องค์ประกอบของเทคโนโลยบี ล็อกเชน (Blockchain)

Block

กลอ่ งเก็บขอ้ มูล หรือ Block ทาหนา้ ทก่ี ระจายไปใหท้ ุกคนท่เี กยี่ วข้องเกบ็ เอาไว้
โดยขอ้ มลู เหล่าน้นั ไม่สามารถแกไ้ ขหรือเปล่ียนแปลงได้ และทกุ ๆ ครัง้ ที่มกี ารทา
ธุรกรรมใหม่เกิดขึ้นจะมกี ารสรา้ งกล่องใหมข่ ึน้ มา

องคป์ ระกอบของเทคโนโลยีบลอ็ กเชน (Blockchain)

Block Chain

วิธีการจดจาข้อมูลทุก ๆ ธรุ กรรมของผู้มีส่วนเกย่ี วขอ้ งทุก ๆ ฝ่ายในระบบ
บนั ทึกข้อมูลพรอ้ มจดั ทาเป็นสาเนาแจกจ่ายใหก้ บั ทุกคนในระบบ
สาเนาจะถกู กระจายสง่ ต่อไปใหท้ กุ ๆ Node ในระบบเพอ่ื ใหท้ ุกคนรบั ทราบ
วา่ มีธุรกรรมอะไรเกดิ ขน้ึ ต้ังแต่เปดิ ระบบบล็อกเชน (Blockchain)
ถงึ แมว้ า่ Node ใด เกิดความเสียหายไป กย็ งั สามารถยืนยนั หรือกูข้ อ้ มลู
ธรุ กรรมทเี่ กดิ ขึ้นจาก Node อืน่ ใหท้ ัง้ ระบบ ได้เหมือนเดมิ

องค์ประกอบของเทคโนโลยีบล็อกเชน (Blockchain)

Block Chain

นากล่องมาผกู เขา้ ด้วยกัน หรอื ท่ีเรยี กวา่ Chain
ผกู ด้วยวธิ ี Hash Function ซ่งึ เปรียบเสมือนลายนิว้ มือของไฟลท์ ใ่ี ชใ้ นการ
Verify หรือยนื ยันความถกู ต้องจากขอ้ มลู ทีแ่ ต่ละคนถือเอาไว้ ถอื เปน็ ตัวแทน
ของขอ้ มลู ตน้ ฉบับ ซึ่งคา่ ท่ไี ด้จากการ Hash น้ีมีโอกาสท่ซี ้ากนั ยากมาก
เชอื่ ม่ันไดใ้ นการนามาใชย้ ืนยัน (Verify) ข้อมูลทแ่ี ต่ละบคุ คลถือไว้

องคป์ ระกอบของเทคโนโลยบี ลอ็ กเชน (Blockchain)

Block Chain Consensus

การกาหนดขอ้ ตกลงและความเห็นชอบรว่ มกนั ระหวา่ งสมาชกิ ในเครือข่าย
บลอ็ กเชน (Blockchain) โดยสมาชกิ ตอ้ งยอมรับกฎระเบียบรว่ มกัน ดว้ ย
กลไกในการควบคมุ ความถูกต้องของขอ้ มลู ในทกุ Node ผา่ น อลั กอริทมึ
ตา่ ง ๆ เพื่อใหข้ อ้ มูลมีความถูกตอ้ งเทย่ี งตรงและเปน็ ขอ้ มูลชุดเดยี วกัน
รวมท้งั ข้อมลู มีการจดั เก็บท่ี สอดคลอ้ งและมีลาดับการจดั เกบ็ ตรงกัน

องคป์ ระกอบของเทคโนโลยีบลอ็ กเชน (Blockchain)

Block Chain Consensus

กระบวนการ Consensus
Proof-of-Work คอื กระบวนการทา Consensus โดยใชก้ ารแก้ปญั หาทาง
คณติ ศาสตร์ ซึ่งมคี วามซบั ซ้อนและต้องใช้เวลาในการแกป้ ญั หานน้ั ๆ จาก
Nodes ตา่ ง ๆ ที่อยูใ่ นเครอื ขา่ ยหรือเรียกว่า “Miners” เพือ่ ยืนยนั ความ
น่าเชอ่ื ถอื ของขอ้ มูลที่จะถกู บนั ทึกเข้ามาในเครือขา่ ย โดย Miner จะไดร้ ับ
คา่ ตอบแทนจากการทา Proof-of-Work

องคป์ ระกอบของเทคโนโลยบี ลอ็ กเชน (Blockchain)

Block Chain Consensus

กระบวนการ Consensus
Proof-of-Stake คือ กระบวนการทา Consensus โดยใชห้ ลักการวาง
“สินทรัพย”์ ของผตู้ รวจสอบ (Validator) ในการยนื ยันธรุ กรรม ผูต้ รวจสอบ
ทว่ี างสินทรพั ย์จานวนมากจึงมีโอกาสสงู ท่ีจะได้รับสทิ ธิ์ในการเขียนขอ้ มูล
ธรุ กรรมบน Block ถัดไป โดยผู้ที่เขยี นขอ้ มลู บน Block ถัดไปจะได้รบั
คา่ ธรรมเนยี มการดาเนนิ งานเปน็ รางวลั ตอบแทน

องคป์ ระกอบของเทคโนโลยีบลอ็ กเชน (Blockchain)

องคป์ ระกอบของเทคโนโลยีบลอ็ กเชน (Blockchain)

องคป์ ระกอบของเทคโนโลยีบลอ็ กเชน (Blockchain)

องคป์ ระกอบของเทคโนโลยีบลอ็ กเชน (Blockchain)

Block Chain Consensus

กระบวนการ Consensus
Practical Byzantine Fault Tolerance (PBFT) คือ กระบวนการทา
Consensus โดยใช้ หลกั การเสียงขา้ งมาก ซงึ่ ตอ้ งมีจานวนผตู้ รวจสอบ
(Validator) ทงั้ ส้นิ จานวน 3f+1 Node เพ่อื รับประกัน ความถูกตอ้ งของ
ระบบ โดย f คอื จานวนผตู้ รวจสอบท่ีไม่สามารถทางานได้ในขณะน้นั

องค์ประกอบของเทคโนโลยบี ลอ็ กเชน (Blockchain)

Block Chain Consensus

กระบวนการ Consensus
Proof-of-Authority คือกระบวนการ Consensus โดยใช้การทาข้อตกลง
ร่วมกันในการกาหนด สิทธิผูใ้ ช้งานหรอื องค์กรทีเ่ ช่อื ถือได้ สาหรบั การทา
ธุรกรรมด้วยวธิ ีการระบชุ อ่ื ผู้ใช้อยา่ งเป็นทางการให้กบั ผู้มีส่วนไดเ้ สยี แตล่ ะ
Node บนเครอื ขา่ ยบล็อกเชน (Blockchain)
การทาธุรกรรมจะได้รบั การตรวจสอบสทิ ธิ์จากบญั ชี ที่ได้รบั อนมุ ตั หิ รือ
เรยี กว่า ผตู้ รวจสอบ (Validator) ซึง่ ทาหน้าที่ในการรกั ษาความปลอดภยั
โดยใชร้ ปู แบบ การหมนุ เวยี นสทิ ธเิ พอ่ื กระจายความรบั ผิดชอบ และเปน็ การ
สร้างความสัมพนั ธร์ ะหว่างหน่วยงานอยา่ งเป็นธรรม


Click to View FlipBook Version