The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ati002009, 2022-03-23 21:10:17

02 รายงานวิชาการจังหวัดน่าน2564

รายงานวิชาการ


ฉบับที่ กธส. 11/2564











จังหวัดน่าน: รายงานพื้นที่อ่อนไหวต่อการเกิดดินถล่ม



NAN: LANDSLIDE SUSCEPTIBILITY REPORT

















































กองธรณีวิทยาสิ่งแวดล้อม


กรมทรัพยากรธรณี


กันยายน 2564

อธิบดีกรมทรัพยากรธรณี

นายสมหมาย เตชวาล


ผู้อำนวยการกองธรณีวิทยาสิ่งแวดล้อม

นายนิมิตร ศรคลัง


ผู้อำนวยการส่วนมาตรฐานและข้อมูลธรณีพิบัติภัย

นายสุวิทย์ โคสุวรรณ



จัดพิมพ์โดย กองธรณีวิทยาสิ่งแวดล้อม กรมทรัพยากรธรณี
ถนนพระรามที่ 6 แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี

กรุงเทพฯ 10400
โทรศัพท์ 0-2621-9802 โทรสาร 0-2621-9651

พิมพ์ครั้งที่ 1 กันยายน 2564

จำนวน 30 เล่ม





ข้อมลการลงรายการบรรณานุกรม

จังหวัดน่าน: รายงานพื้นที่ออนไหวต่อการเกิดดินถล่ม/-- กรุงเทพมหานคร :

กองธรณีวิทยาสิ่งแวดล้อม กรมทรัพยากรธรณี, 2564
257 หน้า : 156 ภาพประกอบ : 22 ตาราง

รายงานวิชาการ ฉบับที่ กธส. 11/2564

สารบัญ




สารบัญ III
สารบัญรูป VII
สารบัญตาราง XX

บทคัดย่อ XXII
กิตติกรรมประกาศ XXIV
บทที่ 1 บทนำ 1
1.1 ความเป็นมา 1
1.2 วัตถุประสงค์และเป้าหมาย 2

1.2.1 วัตถุประสงค์ 2
1.2.2 เป้าหมาย 2
1.3 ขอบเขตการศึกษา 2

1.3.1 งานวิเคราะห์ข้อมูลพื้นฐาน 2
1.3.2 งานสำรวจภาคสนาม 2
1.3.3 งานศึกษาและวิเคราะห์ 2
1.4 ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ 3

บทที่ 2 วรรณกรรมปริทัศน์ 5
2.1 นิยามศัพท์ 5
2.2 ดินถล่ม 7
2.2.1 ความหมายของดินถล่ม 7

2.2.2 การจำแนกประเภทของดินถล่ม 7
2.3 ปัจจัยที่เป็นสาเหตุของการเกิดดินถล่ม 11
2.3.1 สภาพภูมิประเทศ (topography) 11
2.3.2 สภาพธรณีวิทยาและปฐพีวิทยา (Geology and Pedology) 12

2.3.3 สภาพพืชพรรณและการใช้ที่ดิน (vegetation and land use) 13
2.3.4 ปริมาณน้ำฝน 14
2.4 แนวความคิดเกี่ยวกับการทำแผนที่พื้นที่อ่อนไหวต่อการเกิดดินถล่ม 15

2.5 วิธีการศึกษาพื้นที่อ่อนไหวต่อการเกิดดินถล่ม 16
บทที่ 3 ข้อมูลพื้นฐาน 17
3.1 พื้นที่และอาณาเขตติดต่อ 17
3.2 ลักษณะภูมิประเทศ 17
3.3 ลักษณะภูมิอากาศ 19

3.4 ลักษณะธรณีวิทยา 20
3.4.1 ลำดับชั้นหิน 21
3.4.2 หินอัคนี (Igneous Rocks) 25

IV


3.5 ธรณีวิทยาโครงสร้าง 30
3.5.1 ชั้นหินคดโค้ง (Fold) 32
3.5.2 รอยแตกและแนวเส้น (Join and lineament) 33

3.5.3 กลุ่มรอยเลื่อน (Fault zone) 33
3.6 ธรณีวิทยาประวัติ 35
3.7 กลุ่มวิทยาหิน 35

3.7.1 กลุ่มวิทยาหิน CG1 35
3.7.2 กลุ่มวิทยาหิน CG2 36
3.7.3 กลุ่มวิทยาหิน CG3 37
3.7.4 กลุ่มวิทยาหิน SS1 37
3.7.5 กลุ่มวิทยาหิน SS2 38

3.7.6 กลุ่มวิทยาหิน FS1 39
3.7.7 กลุ่มวิทยาหิน FS2 40
3.7.8 กลุ่มวิทยาหิน CB1 41

3.7.9 กลุ่มวิทยาหิน CT 42
3.7.10 กลุ่มวิทยาหิน F-MET1 43
3.7.11 กลุ่มวิทยาหิน MU1 44
3.7.12 กลุ่มวิทยาหิน MU2 44

3.7.13 กลุ่มวิทยาหิน GR 45
3.7.14 กลุ่มวิทยาหิน VOL1 46
3.7.15 กลุ่มวิทยาหิน VOL2 46
3.7.16 กลุ่มวิทยาหิน COL 47

3.7.17 กลุ่มวิทยาหิน AL 48
3.7.18 กลุ่มวิทยาหิน TER 48
บทที่ 4 วิธีการศึกษา 53
4.1 ขั้นรวบรวมข้อมูล 53

4.2 การสำรวจลักษณะทางธรณีวิทยา 53
4.2.1 หลักการจำแนกกลุ่มวิทยาหินสำหรับการศึกษาดินถล่ม 54
4.2.2 ปัจจัยที่เป็นเกณฑ์ในการจำแนกหน่วยหิน 54

4.3 การจัดการข้อมูล 59
4.4 การทำแผนที่ร่องรอยดินถล่ม 60
4.5 การวิเคราะห์แบบจำลองดินถล่มทางคณิตศาสตร์ 65
4.5.1 Area cross tabulation 69
4.5.2 Frequency ratio (Fr) 69

4.5.3 การให้น้ำหนัก (weighting) 69
4.6 การตรวจสอบแบบจำลองดินถล่ม (validation) 70
4.6.1 สมมุติฐาน 70

4.6.2 เทคนิคที่ใช้ในการตรวจสอบ 70

V


บทที่ 5 การวิเคราะห์พื้นที่อ่อนไหวต่อการเกิดดินถล่ม 73
5.1 แผนที่ร่องรอยดินถล่ม 73
5.2 ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับดินถล่ม 75

5.2.1 วิทยาหิน (Lithology) 75
5.2.2 หน้ารับน้ำฝน (Aspect) 75
5.2.3 ทิศทางการไหลของน้ำ (Flow Direction) 84

5.2.4 ระดับความสูง (Elevation) 84
5.2.5 ความลาดชัน (Slope) 84
5.2.6 การใช้ประโยชน์ที่ดิน (Land use) 84
5.2.7 ระยะห่างจากโครงสร้าง (เมตร) (The distance to structure) 85
5.3 การให้น้ำหนักกับปัจจัย (Weighting) 91

5.4 พื้นที่ความอ่อนไหวต่อการเกิดดินถล่ม 92
บทที่ 6 การสำรวจร่องรอยดินถล่มในพื้นที่สำรวจ 99
6.1 ประเภทดินถล่มชนิดการเลื่อนไถล (slides) 99

6.1.1 อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดน่าน 99
6.1.2 อำเภอบ่อเกลือ จังหวัดน่าน 110
6.1.3 อำเภอทุ่งช้าง จังหวัดน่าน 119
6.1.4 อำเภอปัว จังหวัดน่าน 120

6.1.5 อำเภอสองแคว จังหวัดน่าน 123
6.1.6 อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน 125
6.1.7 อำเภอแม่จริม จังหวัดน่าน 125
6.1.8 อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน 126

6.1.9 อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน 128
6.1.10 อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน 137
6.1.11 อำเภอนาหมื่น จังหวัดน่าน 142
6.2 ประเภทดินถล่มชนิดการร่วงหล่น (falls) 143

6.2.1 อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดน่าน 143
6.2.2 อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน 144
6.3 ประเภทดินถล่มชนิดการไหล (flow) 145

6.3.1 อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน 145
6.4 ประเภทดินถล่มชนิดซับซ้อน (complex landslide) 147
6.4.1 อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดน่าน 147
6.4.2 อำเภอบ่อเกลือ จังหวัดน่าน 148
6.4.3 อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน 148

6.5 ร่อยรอยดินถล่มโบราณ 149
6.5.1 อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน 149
6.5.2 อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน 150

VI


บทที่ 7 การทดสอบคุณสมบัติทางกายภาพของดิน 155
7.1 การเก็บตัวอย่างแบบถูกรบกวน (disturbed sampling) 155
7.2 ข้อมูลของตัวอย่างดินแบบไม่คงสภาพ 165

7.2.1 อำเภอเฉลิมพระเกียรติ 165
7.2.2 อำเภอเมืองน่าน 171
7.2.3 อำเภอเวียงสา 176

7.2.4 อำเภอแม่จริม 182
7.2.5 อำเภอท่าวังผา 185
7.2.6 อำเภอทุ่งช้าง 193
7.2.7 อำเภอเชียงกลาง 197
7.2.8 อำเภอนาน้อย 199

7.2.9 อำเภอนาหมื่น 203
7.2.10 อำเภอบ่อเกลือ 206
7.2.11 อำเภอปัว 215

7.2.12 อำเภอภูเพียง 220
7.2.13 อำเภอสันติสุข 220
7.2.14 อำเภอสองแคว 223
7.3 วิธีการวิเคราะห์คุณสมบัติทางกายภาพของดิน 228

7.3.1 การหาค่าพิกัดของอัตตะเบิร์ก (Atterberg’s Limit) 235
7.3.2 การวิเคราะห์หาขนาดของเม็ดดิน (Graine Size Analysis) 235
7.3.3 การทดสอบหาความถ่วงจําเพาะของดิน (Specific Gravity of Soil) 236
7.4 คุณสมบัติทางกายภาพของดินของจังหวัดน่าน 236

7.4.1 กลุ่ม SC (Silty sands) 236
7.4.2 กลุ่ม MH (Inorganic silts) 236
7.4.3 กลุ่ม ML (Inorganic silts and very fine sand) 237
7.4.4 กลุ่ม CL (Clay of low to medium plasticity) 239

บทที่ 8 บทสรุปและข้อเสนอแนะ 247
8.1 บทสรุป 247
8.2 ข้อเสนอแนะ 248

เอกสารอ้างอิง 251

VII


สารบัญรูป



รูปที่ 3.1 แผนที่ภูมิประเทศของจังหวัดน่าน 18
รูปที่ 3.2 แผนที่แสดงทิศทางพายุหมุนเขตร้อนที่เข้าสู่ประเทศไทย 19
รูปที่ 3.3 ปริมาณฝนรายเดือนเฉลี่ยในช่วงปี 2549-2562
สถานีโครงการชลประทานน่าน อ.เมือง จ.น่าน 20

รูปที่ 3.4 แผนที่ธรณีวิทยาจังหวัดน่าน และคำอธิบายแผนที่ 27
รูปที่ 3.5 ก) แผนที่แสดงธรณีแปรสัณฐานของภูมิภาคเอเชียใต้และตะวันออกของสองเปลือกโลกและการกระจายตัว
ของรอยเลื่อนต่างๆ ระหว่างโครงร่างเปลือกโลก ข) แบบจำลองโดยใช้เปลือกโลกอนเดีย-ออสเตรเลีย

ชนเปลือกโลกยูเรเชีย ค) ภาพขยายใกล้ของลักษณะที่ปรากฏเมื่อมีการเกิดการชนกันขึ้น 31

รูปที่ 3.6 แผนที่ธรณีวิทยาประเทศอย่างง่ายแสดงการกระจายตัวของหินในมหายุคต่าง ๆ และแผ่นเปลือกโลก
ที่สำคัญตลอดจนตะเข็บธรณีและแนวรอยเลื่อนหลัก ๆ ที่สำคัญของไทย 32
รูปที่ 3.7 แผนที่แสดงกลุ่มรอยเลื่อนปัวที่พาดผ่านในพื้นที่จังหวัดน่าน 34
ื้
รูปที่ 3.8 กลุ่มวิทยาหิน CG2 ในพนที่จังหวัดน่าน ก. ลักษณะหินกรวดมนที่มีเม็ดกรวดเป็นหินปูนเป็นส่วนใหญ่
ื้
ข. หินกรวดมนที่มีเม็ดกรวดเป็นหินปูนร่วงลงมาตามร่องน้ำในพนที่บริเวณบ้านห้วยทรายขาว

ตำบลห้ วยโก๋น อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดน่ าน พ กั ด 47P 723372E 2164390N
สูงจากระดับน้ำทะเล 737 เมตร 36

ื้
รูปที่ 3.9 กลุ่มวิทยาหิน SS1 ในพนที่จังหวัดน่าน ก. หินทรายเนื้อเกรย์แวกที่มากด้วยเศษแตกหัก
บริเวณดอยปางหวาย ตำบลนาทะนุง อำเภอนาหมื่น จังหวัดน่าน พกัด47P 677088E 1998642N

สูงจากระดับน้ำทะเล 376 เมตร ข. ลักษณะหินทรายเนื้อเกรย์แวก สีเทาเหลือง ขนาดเม็ดตะกอนทราย
ปานกลางถึงทรายหยาบ 38
รูปที่ 3.10 กลุ่มวิทยาหิน SS2 ในพื้นที่จังหวัดน่าน ก. หินทรายสีม่วงแดงแทรกชั้นด้วยหินดินดานสีม่วงแดง


บริเวณบ้านปู่ดู่ ตำบลขุนน่าน อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดน่าน พกัด 47P 726197E 2144928N
สูงจากระดับน้ำทะเล 731 เมตร ข. ลักษณะหินทรายอาร์โคสสีม่วงแดงขนาดเม็ดตะกอนทรายละเอยด

ถึงทรายปานกลาง 39

ื้
รูปที่ 3.11 กลุ่มวิทยาหิน FS1 ในพนที่จังหวัดน่าน ก. หินดินดาน แสดงลักษณะธรณีวิทยาโครงสร้าง
ชั้นหินคดโค้ง บริเวณเส้นทางระหว่างบ้านผาเวียง-บ้านแม่สาคร อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน พกัด

47P 678005E 2042344N สูงจากระดับน้ำทะเล 302 เมตร ข. ลักษณะหินดินดานสีผิวผุส้มเหลือง
สีผิวสด สีเทาเหลือง 40

รูปที่ 3.12 กลุ่มวิทยาหิน FS2 ในพนที่จังหวัดน่าน ก. หินโคลนแทรกชั้นกับหินทรายแป้งสีน้ำตาลแดง
ื้
บริเวณบ้านน้ำโค้ง ตำบลสะเนียน อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน พิกัด 47P 674758E 2085216N
สูงจากระดับน้ำทะเล 303 เมตร ข. ลักษณะหินโคลนสีน้ำตาลแดง แสดงลักษณะการแตก
แบบกลีบหัวหอม 41

VIII


ื้
รูปที่ 3.13 กลุ่มวิทยาหิน CB1 ในพนที่จังหวัดน่าน ก. หินปูนชั้นหนา แสดงลักษณะธรณีสัณฐานวิทยา

แบบคาสต์ชัดเจน ที่บริเวณวัดบ้านเชตะวัน ตำบลสันทะ อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน พกัด 47P 666038E
2021122N สูงจากระดับน้ำทะเล 303 เมตร ข. ลักษณะหินปูนสีเทาดำ 42

ื้
รูปที่ 3.14 กลุ่มวิทยาหิน CT ในพนที่จังหวัดน่าน ก. หินฮอร์นเฟลส์ บริเวณบ้านดู่ใต้ ตำบลดู่ใต้

อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน พกัด 47P 683097E 2072269N สูงจากระดับน้ำทะเล 238 เมตร
ข. ลักษณะหินฮอร์นเฟลส์สีดำ 42

รูปที่ 3.15 กลุ่มวิทยาหิน F-MET1 ในพนที่จังหวัดน่าน ก. หินชนวนโผล่ปรากฏ บริเวณดอยปางหวาย
ื้
ตำบลนาทะนุง อำเภอนาหมื่น จังหวัดน่าน พกัด 47P 676576E 1999041N สูงจากระดับน้ำทะเล

408 เมตร ข. หินชนวนสีเทาเขียว-เทาดำ ปรากฏลักษณะรอยแตกเรียบแบบหินชนวนชัดเจน 43
รูปที่ 3.16 กลุ่มวิทยาหิน MU1 ในพนที่จังหวัดน่าน ก. หินอคนีสีเข้มชนิดหินดันไนท์และหินเพอริโดไทต์
ื้

โผล่ปรากฏบริเวณริมทางหลวงหมายเลข 1083 ตำบลเชียงของ อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน


พกัด 47P 706158E 2022273N สูงจากระดับน้ำทะเล 408 เมตร ข. ลักษณะหินอคนีสีเข้ม
ชนิดหินดันไนท์และหินเพอริโดไทต์ 44

ื้
รูปที่ 3.16 กลุ่มวิทยาหิน MU2 ในพนที่จังหวัดน่าน ก. หินอคนีสีเข้มชนิดหินเซอร์เพนทิไนต์
บริเวณบ้านสบเป็ด ตำบลผาตอ อำเภอท่าวัง ปรากฏกระจายตัวบริเวณแคบๆ บนภูมิประเทศที่เป็นที่เนิน

เขาและที่ราบ พกัด 47P 683795E 2129853N สูงจากระดับน้ำทะเล 271 เมตร ข. ลักษณะหินอัคนี
สีเข้มชนิดหินเซอร์เพนทิไนต์ 45
รูปที่ 3.17 กลุ่มวิทยาหิน GR ในพนที่จังหวัดน่าน ก. หินไบโอไทต์แกรนิต บริเวณทางเข้าน้ำตกตาดหลวง
ื้

บ้านทุ่งเฮา ตำบลอวน อำเภอปัว ปรากฏเป็นภูมิประเทศที่เป็นที่ภูเขา และเนินเขา พกัด 47P 703953E
2106389N สูงจากระดับน้ำทะเล 345 เมตร ข. ลักษณะหินไบโอไทต์แกรนิต 45
รูปที่ 3.18 กลุ่มวิทยาหิน VOL1 ในพนที่จังหวัดน่าน ก. หินแอนดีไซต์ โผล่ปรากฏบริเวณบ้านป่าแพะ
ื้

ตำบลแม่ขะนิง อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน ซึ่งมีการผุพงค่อนข้างมาก ให้ชั้นดินค่อนข้างหนา พกัด

47P 666551E 2069972N สูงจากระดับน้ำทะเล 467 เมตร ข. ลักษณะผิวสดของหินเดไซต์ 46
ื้

รูปที่ 3.19 กลุ่มวิทยาหิน VOL1 ในพนที่จังหวัดน่าน ก. หินไรโอลิติกทัฟฟ โผล่ปรากฏบริเวณภูเขา

ริมทางหลวงหมายเลข 1216 บ้านขุนสถาน ตำบลสันทะ อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน พกัด 47P 662092E
2021476N สูงจากระดับน้ำทะเล 1,049 เมตร ข. ลักษณะหินไรโอลิติกทัฟท์สีม่วงและสีเทาขาว 47
รูปที่ 3.20 กลุ่มวิทยาหิน COL ในพนที่จังหวัดน่าน ก. ตะกอนเชิงเขาที่สะสมตัวเป็นชั้นหนา ปรากฏเป็นลักษณะ
ื้
ภูมิประเทศแบบภูเขา บริเวณใกล้ดอยวังเย็น ตำบลแม่สาคร อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน พกัด

47P 678744E 2050088N สูงจากระดับน้ำทะเล 255 เมตร ข. ลักษณะตะกอนเชิงเขาประกอบด้วย กรวด

เป็นส่วนใหญ่ คละขนาด มีการคัดขนาดไม่ดี พบตะกอนทราย ทรายแป้ง และดินเหนียวร่วมด้วย 48
รูปที่ 3.21 แผนที่กลุ่มวิทยาหินจังหวัดน่าน 49
รูปที่ 4.1 ตัวอย่างร่องรอยดินถล่มแสดงสีขาว (บน) และสีแดง (ล่าง) จากภาพ Google Earth
จังหวัดนครศรีธรรมราชและพื้นที่ใกล้เคียง ถ่ายภาพเมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2556 63
รูปที่ 4.2 (บน) ดินถล่มชนิดการไหลของเศษหินและดิน น้ำตกคลองนารายณ์ ตำบลคลองนารายณ์

อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี ตำแหน่ง 48P 0193269E 1392548N (ล่าง) รอยดินถล่มชนิดการเลื่อนไถล
ระนาบโค้ง บ้านโขดทราย ตำบลหาดเล็ก อำเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราด ตำแหน่ง 48P 02771880E
1296422N 64

รูปที่ 4.3 แผนภูมิการวิเคราะห์แบบจำลองดินถล่ม 65

IX


รูปที่ 4.4 ตัวอย่างกราฟแสดงความถูกต้อง (success rate curve) ของแบบจำลอง 72
รูปที่ 5.1 แผนที่ร่องรอยดินถล่มที่เกิดขึ้นในช่วง 45 ปีที่ผ่านมา (พ.ศ. 2520-2564) พื้นที่จังหวัดน่าน
จำนวน 874 รอย 74

รูปที่ 5.2 แผนที่กลุ่มวิทยาหิน 21 กลุ่ม ในพื้นที่จังหวัดน่าน 79
รูปที่ 5.3 แผนที่แสดงหน้ารับน้ำฝน จำนวน 10 กลุ่ม ในพื้นที่จังหวัดน่าน 83
รูปที่ 5.4 แผนที่ทิศทางการไหลของน้ำ 8 ทิศ ในพื้นที่จังหวัดน่าน 86

รูปที่ 5.5 แผนทีระดับความสูง 10 ช่วงความสูง ตั้งแต่ 200-2,200 เมตร ในพื้นที่จังหวัดน่าน 87
รูปที่ 5.6 แผนที่แสดงความลาดชันของพื้นที่ 9 ช่วง แต่ละช่วงห่างกัน 10 องศา ในพื้นที่จังหวัดน่าน 88
รูปที่ 5.7 แผนที่แสดงการใช้ประโยชน์ที่ดินในพื้นที่จังหวัดน่าน 89
รูปที่ 5.8 แผนที่แสดงระยะห่างจากโครงสร้างทางธรณีวิทยา ในพื้นที่จังหวัดน่าน 90
รูปที่ 5.9 แผนที่พื้นที่อ่อนไหวต่อการเกิดดินถล่มพื้นที่ของจังหวัดน่าน 97

รูปที่ 6.1 ลักษณะดินถล่มชนิดการเลื่อนไถลของเศษหินและดิน (Debris slide) บนระนาบโค้ง (Rotational)
ื้
บริเวณพนที่ลาดไหล่เขามีถนนตัดผ่าน บ้านกิ่วจันทร์ ตำบลขุนน่าน อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดน่าน
พิกัด 47P724954 E 2161826N สูงจากระดับน้ำทะเล 1,037 เมตร 100

รูปที่ 6.2 ลักษณะดินถล่มสำรวจพบดินถล่มชนิดการเลื่อนไถลของเศษหินและดิน (Debris slide) บริเวณพนที่
ื้

ลาดไหล่เขาติดลำน้ำห้วยตาด บ้านง้อมเปา ตำบลขุนน่าน อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดน่าน พกัด
47P 725559E 2155092N สูงจากระดับน้ำทะเล 670 เมตร 101
รูปที่ 6.3 ลักษณะดินถล่มสำรวจพบดินถล่มชนิดการเลื่อนไถลของเศษหินและดิน (Debris slide) บริเวณพนที่
ื้
ลาดไหล่เขามีถนนตัดผ่านทางหลวงหมายเลข 1081 บ้านง้อมเปา ตำบลขุนน่าน อำเภอเฉลิมพระเกียรติ
จังหวัดน่าน พิกัด 47P 724808E 2154492N สูงจากระดับน้ำทะเล 717 เมตร 101
รูปที่ 6.4 ลักษณะดินถล่มชนิดการเลื่อนไถลของเศษหินและดิน (Debris slide) บริเวณพนที่ลาดไหล่เขามีถนนตัด
ื้
ผ่านทางหลวงหมายเลข 1081 บ้านนาคุ ตำบลขุนน่าน อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดน่าน

พิกัด 47P 726636E 2143051N สูงจากระดับน้ำทะเล 792 เมตร 103
รูปที่ 6.5 ลักษณะดินถล่มชนิดการเลื่อนไถลของเศษหินและดิน (Debris slide) บริเวณพนที่ลาดไหล่เขามีถนนตัด
ื้

ผ่านทางหลวงหมายเลข 1081 บ้านนาคุ ตำบลขุนน่าน อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดน่าน พกัด 47P
726899E 2142789N สูงจากระดับน้ำทะเล 882 เมตร 103

รูปที่ 6.6 ลักษณะดินถล่มชนิดการเลื่อนไถลของเศษหินและดิน (Debris slide) บริเวณพนที่ลาดไหล่เขามีถนน
ื้

ตัดผ่านทางหลวงหมายเลข 1081 บ้านน้ำกลั่น ตำบลขุนน่าน อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดน่าน พกัด
47P 724849E 2153304N สูงจากระดับน้ำทะเล 693 เมตร 104

รูปที่ 6.7 ลักษณะดินถล่มชนิดการเลื่อนไถลของเศษหินและดิน (Debris slide) บริเวณพนที่ลาดไหล่เขาใกล้
ื้
ถนนทางหลวงหมายเลข 1081 บ้านห้วยกานต์ ตำบลขุนน่าน อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดน่าน
พิกัด 47P 725359E 2158288N สูงจากระดับน้ำทะเล 1,162 เมตร 104
ื้
รูปที่ 6.8 ลักษณะดินถล่มชนิดการเลื่อนไถลของเศษหินและดิน (Debris slide) บริเวณพนที่เกษตรกรรม
ปลูกข้าวโพด บ้านบวกหญ้า ตำบลขุนน่าน อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดน่าน พกัด 47P 728263E

2150568N สูงจากระดับน้ำทะเล 1,034 เมตร 106
รูปที่ 6.9 ลักษณะดินถล่มชนิดการเลื่อนไถลของเศษหินและดิน (Debris slide) บริเวณพนที่ลาดไหล่เขาม
ื้

ถนนตัดผ่านทางหลวงหมายเลข 1081 บ้านป่าดู่ ตำบลขุนน่าน อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดน่าน
พิกัด 47P 726197E 2144928N สูงจากระดับน้ำทะเล 731 เมตร 106

X


ื้
รูปที่ 6.10 ลักษณะดินถล่มชนิดการเลื่อนไถลของเศษหินและดิน (Debris slide) บริเวณพนที่เนินเขาที่มีป่าไม้

ปกคลุมข้างห้วยน้ำช้าง บ้านน้ำช้างพฒนา ตำบลขุนน่าน อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดน่าน
พิกัด 47P 729261E 2161948N สูงจากระดับน้ำทะเล 806 เมตร 107

ื้
รูปที่ 6.11 ลักษณะดินถล่มชนิดการเลื่อนไถลของเศษหินและดิน (Debris slide) บริเวณพนที่ลาดไหล่เขามีถนน
ทางหลวงชนบทหมายเลข นน.1307 บ้านน้ำช้างพัฒนา ตำบลขุนน่าน อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดน่าน
พิกัด 47P 729307E 2162045N สูงจากระดับน้ำทะเล 798 เมตร 107

ื้
รูปที่ 6.12 ลักษณะดินถล่มชนิดการเลื่อนไถลของดิน (Earth slide) บริเวณพนที่เกษตรกรรม ปลูกข้าวโพด

บ้านน้ำช้างพฒนา ตำบลขุนน่าน อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดน่าน พกัด 47P 728950E 2161737N

สูงจากระดับน้ำทะเล 874 เมตร 108
รูปที่ 6.13 ลักษณะดินถล่มชนิดการเลื่อนไถลของเศษหินและดิน (Debris slide) บริเวณพนที่การเกษตร
ื้
ปลูกข้าวโพด บ้านห้วยทรายขาว ตำบลห้วยโก๋น อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดน่าน พกัด 47P 720373E

2165100N สูงจากระดับน้ำทะเล 686 เมตร 109
ื้
รูปที่ 6.14 ลักษณะดินถล่มชนิดการเลื่อนไถลของเศษหินและดิน (Debris slide) บริเวณพนที่การเกษตร

ปลูกข้าวโพด บ้านห้วยทรายขาว ตำบลห้วยโก๋น อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดน่าน พกัด 47P 719557E
2166323N สูงจากระดับน้ำทะเล 554 เมตร 110
รูปที่ 6.15 ลักษณะดินถล่มชนิดการเลื่อนไถลของเศษหินและดิน (Debris slide) บริเวณพนที่ลาดไหล่เขา
ื้

มีถนนตัดผ่าน บ้านขุนน่าน ตำบลบ่อเกลือเหนือ อำเภอบ่อเกลือ จังหวัดน่าน พกัด 47P 727073E
2141158N สูงจากระดับน้ำทะเล 856 เมตร 111

รูปที่ 6.16 ลักษณะดินถล่มชนิดการเลื่อนไถลของเศษหินและดิน (Debris slide) บริเวณพนที่ลาดไหล่เขา
ื้
มีถนนทางหลวงหมายเลข 1081 ตัดผ่าน บ้านขุนน่าน ตำบลบ่อเกลือเหนือ อำเภอบ่อเกลือ จังหวัดน่าน
พิกัด 47P 729007E 2131408N สูงจากระดับน้ำทะเล 961 เมตร 112
รูปที่ 6.17 ลักษณะดินถล่มชนิดการเลื่อนไถลของเศษหินและดิน (Debris slide) บริเวณพนที่ลาดไหล่เขา
ื้
มีถนนตัดผ่านทางหลวงหมายเลข 1081 บ้านขุนน่าน ตำบลบ่อเกลือเหนือ อำเภอบ่อเกลือ จังหวัดน่าน
พิกัด 47P 729205 E 2131045 N สูงจากระดับน้ำทะเล 1,031 เมตร 113
ื้
รูปที่ 6.18 ลักษณะดินถล่มชนิดการเลื่อนไถลของเศษหินและดิน (Debris slide) บริเวณพนที่ลาดไหล่เขา มีถนน

ตัดผ่านทางหลวงหมายเลข 1081 บ้านห้วยขาบ ตำบลบ่อเกลือเหนือ อำเภอบ่อเกลือ จังหวัดน่าน พกัด
47P 729284E 2129205N สูงจากระดับน้ำทะเล 968 เมตร 113
รูปที่ 6.19 ลักษณะดินถล่มชนิดการเลื่อนไถล (Slide) บริเวณพนที่ป่าในร่อยห้วย บ้านห้วยโทน ตำบลดงพญา
ื้
อำเภอบ่อเกลือ จังหวัดน่าน พิกัด 47P 734361E 2127454N สูงจากระดับน้ำทะเล 1,128 เมตร 114

ื้
รูปที่ 6.20 ลักษณะดินถล่มชนิดการเลื่อนไถล(Slide) บริเวณพนที่ป่า บ้านห้วยโทน ตำบลดงพญา อำเภอบ่อเกลือ
จังหวัดน่าน พิกัด 47P 735507E 2128971N สูงจากระดับน้ำทะเล 1,486 เมตร 115
ื้
รูปที่ 6.21 ลักษณะดินถล่มชนิดการเลื่อนไถลของเศษหินและดิน (Debris slide) บริเวณพนที่ลาดไหล่เขา
มีถนนตัดผ่านทางหลวงหมายเลข 1081 บ้านนาหลุม ตำบลดงพญา อำเภอบ่อเกลือ จังหวัดน่าน พกัด

47P 729330E 2128572N สูงจากระดับน้ำทะเล 863 เมตร 116

ื้
รูปที่ 6.22 ลักษณะดินถล่มชนิดการเลื่อนไถลของหิน (Rock slide) บริเวณพนที่ลาดไหล่เขามีถนนตัดผ่านทางหลวง
หมายเลข 1081 บ้านน้ำมาว ตำบลบ่อเกลือใต้ อำเภอบ่อเกลือ จังหวัดน่าน พกัด 47P 719673E

2108485N สูงจากระดับน้ำทะเล 961 เมตร 117

XI


รูปที่ 6.23 ลักษณะดินถล่มชนิดการเลื่อนไถล (Slide) บริเวณพนที่ป่าลาดไหล่เขามีถนนตัดผ่านทางหลวงหมายเลข
ื้
1081 บ้านยอดดอยพฒนา ตำบลบ่อเกลือใต้ อำเภอบ่อเกลือ จังหวัดน่าน พกัด 47P 718942E


2106270N สูงจากระดับน้ำทะเล 774 เมตร 117
รูปที่ 6.24 ลักษณะดินถล่มชนิดการเลื่อนไถลของหิน (Rock slide) บริเวณพนที่ลาดไหล่เขามีถนนตัดผ่านทางหลวง
ื้
หมายเลข 1333 บ้านห้วยล้อม ตำบลภูฟา อำเภอบ่อเกลือ จังหวัดน่าน พกัด 47P 729559E 2100612N


สูงจากระดับน้ำทะเล 914 เมตร 118
รูปที่ 6.25 ลักษณะดินถล่มชนิดการเลื่อนไถลของเศษหินและดิน (Debris slide) บริเวณพนที่ลาดไหล่เขาเป็นพนที่
ื้
ื้
ป่ามีถนนตัดผ่านทางหลวงหมายเลข 1333 บ้านห้วยล้อม ตำบลภูฟา อำเภอบ่อเกลือ จังหวัดน่าน

พิกัด 47P 729736E 2100892N สูงจากระดับน้ำทะเล 854 เมตร 119
รูปที่ 6.26 ลักษณะดินถล่มชนิดการเลื่อนไถลของเศษหินและดิน (Debris slide) บริเวณพนที่ลาดไหล่เขามีถนนตัด
ื้

ผ่านทางเข้าหมู่บ้าน บ้านมณีพฤษ์ ตำบลและ อำเภอทุ่งช้าง จังหวัดน่าน พกัด 47P 715333E
2148890N สูงจากระดับน้ำทะเล 1,325 เมตร 120
ื้
รูปที่ 6.27 ลักษณะดินถล่มชนิดการเลื่อนไถลของเศษหินและดิน (Debris slide) บริเวณพนที่ลาดไหล่เขา

มีถนนตัดผ่านทางหลวงหมายเลข 1256 บ้านน้ำย้อ ตำบลภูคา อำเภอปัว จังหวัดน่าน พกัด
47P 717542E 2125047N สูงจากระดับน้ำทะเล 1,112 เมตร 121
ื้
รูปที่ 6.28 ลักษณะดินถล่มชนิดการเลื่อนไถลของเศษหินและดิน (Debris slide) บริเวณบริเวณพนที่ลาดไหล่เขา
มีถนนตัดผ่านทางหลวงหมายเลข 1256 บ้านน้ำดั้น ตำบลภูคา อำเภอปัว จังหวัดน่าน พิกัด
47P 718665E 2124073N สูงจากระดับน้ำทะเล 1,252 เมตร 121

รูปที่ 6.29 ลักษณะดินถล่มชนิดการเลื่อนไถลของเศษหินและดิน (Debris slide) บริเวณบริเวณพนที่ลาดไหล่เขา
ื้

มีถนนตัดผ่าน บ้านนาฝาง ตำบลสถาน อำเภอปัว จังหวัดน่าน พกัด 47P 705387E 2126631N
สูงจากระดับน้ำทะเล 395 เมตร 122
ื้
รูปที่ 6.30 ลักษณะดินถล่มชนิดการเลื่อนไถลของหิน (rock slide) บริเวณพนที่ลาดไหล่เขามีถนนตัดผ่านทางหลวง

หมายเลข 1081 บ้านห้วยหาดตำบลอวน อำเภอปัว จังหวัดน่าน พกัด 47P 715777E 2099818N
สูงจากระดับน้ำทะเล 585 เมตร 123
ื้
รูปที่ 6.31 ลักษณะดินถล่มชนิดการเลื่อนไถลของดิน (Earth slide) บริเวณพนที่ลาดไหล่เขามีถนนตัดผ่านทางหลวง

หมายเลข 1297 บ้านใหม่ชายแดน ตำบลชนแดน อำเภอสองแคว จังหวัดน่าน พกัด 47P 676178E
2151335N สูงจากระดับน้ำทะเล 384 เมตร 124
รูปที่ 6.32 ลักษณะดินถล่มชนิดการเลื่อนไถล (Slide) บริเวณพนที่ป่า บ้านยอด ตำบลยอด อำเภอสองแคว
ื้
จังหวัดน่าน พิกัด 47P 664771E 2144889N สูงจากระดับน้ำทะเล 397 เมตร 124

ื้
รูปที่ 6.33 ลักษณะดินถล่มชนิดการเลื่อนไถลของดิน (Earth slide) บริเวณพนที่ลาดไหล่เขามีถนนตัดผ่านทางหลวง
หมายเลข 1082 บ้านสันติสุข ตำบลป่าคา อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน พกัด 47P 679970E 2115342N

สูงจากระดับน้ำทะเล 510 เมตร 125
ื้
รูปที่ 6.34 ลักษณะดินถล่มชนิดการเลื่อนไถลของเศษหินและดิน (Debris slide) บริเวณพนที่ลาดไหล่เขา

มีถนนตัดผ่านทางหลวงหมายเลข 1259 บ้านน้ำพาง ตำบลน้ำพาง อำเภอแม่จริม จังหวัดน่าน พกัด
47P 715657E 2058260N สูงจากระดับน้ำทะเล 734 เมตร 126
รูปที่ 6.35 ลักษณะดินถล่มชนิดการเลื่อนไถลของเศษหินและดิน (Debris slide) บริเวณพนที่ลาดไหล่เขา
ื้

มีถนนตัดผ่านทางเข้าหมู่บ้าน บ้านห้วยไฮ ตำบลฝายแก้ว อำเภอภูเพยง จังหวัดน่าน พิกัด 47P 703246E
2081679N สูงจากระดับน้ำทะเล 525 เมตร 127

XII


ื้
รูปที่ 6.36 ลักษณะดินถล่มชนิดการเลื่อนไถลของดิน (Earth slide) บริเวณพนที่ลาดไหล่เขามีถนนตัดผ่าน
ทางเข้าหมู่บ้าน บ้านห้วยไฮ ตำบลฝายแก้ว อำเภอภูเพยง จังหวัดน่าน พกัด 47P 703150E 2081429N


สูงจากระดับน้ำทะเล 534 เมตร 127
ื้
รูปที่ 6.37 ลักษณะดินถล่มชนิดการเลื่อนไถลของดิน (Earth slide) บริเวณพนที่ลาดไหล่เขามีถนนตัดผ่านทางเข้า

หมู่บ้าน บ้านห้วยไฮ ตำบลฝายแก้ว อำเภอภูเพยง จังหวัดน่าน พกัด 47P 703058E 2080323N

สูงจากระดับน้ำทะเล 538 เมตร 128
รูปที่ 6.38 ลักษณะดินถล่มชนิดการเลื่อนไถลของดิน (Earth slide บริเวณพนที่ลาดไหล่เขามีถนนตัดผ่านทางหลวง
ื้

หมายเลข 1297 บ้านป่าแพะ ตำบลแม่ขะนิง อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน พกัด 47P 667416E 2070267N
สูงจากระดับน้ำทะเล 543 เมตร 129
รูปที่ 6.39 ลักษณะดินถล่มชนิดการเลื่อนไถลของดิน (Earth slide) บริเวณพนที่ลาดไหล่เขามีถนนตัดผ่านทางหลวง
ื้
ชนบทหมายเลข นน. 4022 บ้านป่าแพะ ตำบลแม่ขะนิง อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน พกัด 47P 663567E

2068601N สูงจากระดับน้ำทะเล 399 เมตร 130
รูปที่ 6.40 ลักษณะดินถล่มชนิดการเลื่อนไถลของดิน (Earth slide) บริเวณพนที่ลาดไหล่เขามีถนนตัดผ่านทางหลวง
ื้
ชนบทหมายเลข นน. 4022 บ้านยาบนางเลิง ตำบลแม่ขะนิง อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน

พิกัด 47P 665069E 2066041N สูงจากระดับน้ำทะเล 388 เมตร 130
รูปที่ 6.41 ลักษณะดินถล่มชนิดการเลื่อนไถลของเศษหินและดิน (Debris slide) บริเวณพนที่เกษตรกรรม
ื้

ปลูกข้าวโพด บ้านหัวนา ตำบลแม่ขะนิง อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน พกัด 47P 665367E 2062056N
สูงจากระดับน้ำทะเล 334 เมตร 131

รูปที่ 6.42 ลักษณะดินถล่มชนิดการเลื่อนไถลของเศษหินและดิน (Debris slide) บริเวณพนที่ลาดไหล่เขามี
ื้

ถนนลูกรังตัดผ่าน บ้านห้วยหลอด ตำบลยาบหัวนา อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน พกัด 47P 663787E
2053685N สูงจากระดับน้ำทะเล 338 เมตร 132
รูปที่ 6.43 ลักษณะดินถล่มชนิดการเลื่อนไถลของดิน (Earth slide) บริเวณพนที่ป่า บ้านป่าหุ่ง ตำบลยาบหัวนา
ื้
อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน พิกัด 47P 660693E 2053318N สูงจากระดับน้ำทะเล 363 เมตร 132
รูปที่ 6.44 ลักษณะดินถล่มชนิดการเลื่อนไถลของดิน (Earth slide) บริเวณพนที่ลาดไหล่เขามีถนนตัดผ่านทางหลวง
ื้
ชนบทหมายเลข นน.3021 บ้านนาก้า ตำบลยาบหัวนา อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน พกัด 47P 654505E

2066986N สูงจากระดับน้ำทะเล 521 เมตร 133

ื้
รูปที่ 6.45 ลักษณะดินถล่มชนิดการเลื่อนไถลของหิน (Rock slide) บริเวณพนที่ลาดไหล่เขามีถนนตัดผ่านทางหลวง

หมายเลข 1243 บ้านน้ำปี้ ตำบลน้ำมวบ อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน พกัด 47P 706272E 2038704N
สูงจากระดับน้ำทะเล 519 เมตร 134

รูปที่ 6.46 ลักษณะดินถล่มชนิดการเลื่อนไถลของเศษหินและดิน (Debris slide) บริเวณพื้นที่ลาดไหล่เขา มีถนนตัด
ผ่านทางหลวงหมายเลข 1243 บ้านน้ำปี้ ตำบลน้ำมวบ อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน พกัด 47P 709134E

2036947N สูงจากระดับน้ำทะเล 437 เมตร 134
ื้
รูปที่ 6.47 ลักษณะดินถล่มชนิดการเลื่อนไถลของเศษหินและดิน (Debris slide) บริเวณพนที่ลาดไหล่เขา
มีถนนตัดผ่านทางหลวงหมายเลข 1243 บ้านน้ำปี้ ตำบลน้ำมวบ อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน พกัด

47P 709108E 2036841N สูงจากระดับน้ำทะเล 421 เมตร 135
ื้
รูปที่ 6.48 ลักษณะดินถล่มชนิดการเลื่อนไถลของเศษหินและดิน (Debris slide) บริเวณพนที่ลาดไหล่เขา

มีถนนตัดผ่านทางหลวงหมายเลข 1243 บ้านน้ำปี้ ตำบลน้ำมวบ อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน พกัด
47P 709103E 2036648N สูงจากระดับน้ำทะเล 434 เมตร 136

XIII


รูปที่ 6.49 ลักษณะดินถล่มชนิดการเลื่อนไถลของเศษหินและดิน (Debris slide) บริเวณพนที่ลาดไหล่เขา
ื้

มีถนนตัดผ่านทางหลวงหมายเลข 1243 บ้านน้ำปี้ ตำบลน้ำมวบ อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน พกัด
47P 709095E 203662N สูงจากระดับน้ำทะเล 427 เมตร 136

ื้
รูปที่ 6.50 ลักษณะดินถล่มชนิดการเลื่อนไถลของเศษหินและดิน (Debris slide) บริเวณพนที่ลาดไหล่เขา
มีถนนตัดผ่านทางหลวงหมายเลข 1243 บ้านน้ำปี้ ตำบลน้ำมวบ อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน พกัด

47P 709064E 2036306N สูงจากระดับน้ำทะเล 404 เมตร 137

รูปที่ 6.51 ลักษณะดินถล่มชนิดการเลื่อนไถลของหิน (Rock slide) บริเวณพนที่ลาดไหล่เขามีถนนตัดผ่าน
ื้

ทางหลวงหมายเลข 1083 ใกล้ห้วยแก่งหลวง ตำบลศรีษะเกษ อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน พกัด
47P 700897E 2025780N สูงจากระดับน้ำทะเล 218 เมตร 138
รูปที่ 6.52 ลักษณะดินถล่มชนิดการเลื่อนไถลของเศษหินและดิน (Debris slide) บริเวณพนที่ลาดไหล่เขา
ื้
มีถนนตัดผ่านทางหลวงหมายเลข 1243 ดอยขุนห้วยเลา ตำบลศรีษะเกษ อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน

พิกัด 47P 712020E 2032149N สูงจากระดับน้ำทะเล 574 เมตร 138
รูปที่ 6.53 ลักษณะดินถล่มชนิดการเลื่อนไถลของเศษหินและดิน (Debris slide) บริเวณพนที่ลาดไหล่เขา
ื้

มีถนนตัดผ่านทางหลวงหมายเลข 1243 ดอยผาแป้น ตำบลเชียงของ อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน พกัด
47P 716874E 2030212N สูงจากระดับน้ำทะเล 990 เมตร 139
รูปที่ 6.54 ลักษณะดินถล่มชนิดการเลื่อนไถลของเศษหินและดิน (Debris slide) บริเวณพนที่ลาดไหล่เขา
ื้
มีถนนตัดผ่านทางหลวงหมายเลข 1243 ดอยผาแป้น ตำบลเชียงของ อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน พกัด

47P 717017E 2030454N สูงจากระดับน้ำทะเล 1,018 เมตร 140

ื้
รูปที่ 6.55 ลักษณะดินถล่มชนิดการเลื่อนไถล (Slide) บริเวณพนที่เกษตรกรรม ปลูกข้าวโพด ใกล้ถนนทางหลวง
ชนบทหมายเลข นน. 3003 เส้นทางบ้านน้ำสระ-บ้านน้ำพ ตำบลน้ำตก อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน

พิกัด 47P 672240E 2033467N สูงจากระดับน้ำทะเล 384 เมตร 140
รูปที่ 6.56 ลักษณะดินถล่มชนิดการเลื่อนไถลของเศษหินและดิน (Debris slide) บริเวณพื้นที่ร่องน้ำใกล้ลาดไหล่เขา

มีถนนตัดผ่านทางหลวงหมายเลข 1216 บ้านขุนสถาน ตำบลสันทะ อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน พกัด

47P 661005E 2021677N สูงจากระดับน้ำทะเล 1,290 เมตร 141
ื้
รูปที่ 6.57 ลักษณะดินถล่มชนิดการเลื่อนไถลของเศษหินและดิน (Debris slide) บริเวณพนที่ลาดไหล่เขา
มีถนนตัดผ่านทางหลวงชนบทหมายเลข นน.4010 บ้านดอนมูล ตำบลเมืองลี่ อำเภอนาหมื่น จังหวัดน่าน


สำรวจพบดินถล่มชนิดการเลื่อนไถลของเศษหินและดิน (Debris slide) พกัด 47P 656329E 2011221N
สูงจากระดับน้ำทะเล 530 เมตร 142
รูปที่ 6.58 ลักษณะดินถล่มชนิดการร่วงหล่นของเศษหินและดิน (debris fall) พนที่ลาดไหล่เขามีถนนตัดผ่าน
ื้
บ้านห้วยกานต์ ตำบลขุนน่าน อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดน่าน พกัด 47P 725031E

2157529N สูงจากระดับน้ำทะเล 1,056 เมตร 143
ื้
รูปที่ 6.59 ลักษณะดินถล่มชนิดการร่วงหล่นของหิน (rock fall) พนที่ลาดไหล่เขามีถนนลูกรังตัดผ่าน
บ้านห้วยน้ำอน ตำบลอายนาไลย อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน พิกัด 47P 664078E 2045886N
ุ่

สูงจากระดับน้ำทะเล 366 เมตร 144
ื้
รูปที่ 6.60 ลักษณะดินถล่มชนิดการไหลของเศษวัสดุธรณีไหล (debris flow) บริเวณพนที่เกษตรกรรมที่มี
ุ่

การปลูกมันสำประหลัง ข้าวโพดและยางพารา บ้านห้วยน้ำอน ตำบลอายนาไลย อำเภอเวียงสา
จังหวัดน่าน พิกัด 47P 664153E 2043473N สูงจากระดับน้ำทะเล 423 เมตร 145

XIV


ื้
รูปที่ 6.61 ลักษณะดินถล่มชนิดการไหลของเศษวัสดุธรณีไหล (debris flow) บริเวณพนที่แม่น้ำสา
บ้านสะเลี่ยม ตำบลยาบหัวนา อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน พกัด 47P 658143E 2059678N

สูงจากระดับน้ำทะเล 313 เมตร 146

รูปที่ 6.62 ลักษณะดินถล่มชนิดซับซ้อน พบทั้งดินถล่มชนิดการร่วงของหิน (rock fall) และดินถล่ม
ื้
ชนิดการเลื่อนไถลของเศษหินและดิน (debris slide) บริเวณพนที่ลาดไหล่เขาถนนทางเข้าบ้านบวกหญ้า
ตำบลขุนน่ าน อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดน่าน พกัด 47P 728273 E 2150676 N

สูงจากระดับน้ำทะเล 1,049 เมตร 147
รูปที่ 6.62 ลักษณะดินถล่มชนิดซับซ้อน พบทั้งดินถล่มชนิดการร่วงของหิน (rock fall) และดินถล่ม
ชนิดการเลื่อนไถลของเศษหินและดิน (debris slide) บริเวณพนที่ภูเขาและพนที่ชุมชน
ื้
ื้

บ้านห้วยขาบ ตำบลบ่อเกลือเหนือ อำเภอบ่อเกลือ จังหวัดน่าน พกัด 47P 729661E 2130427N
สูงจากระดับน้ำทะเล 988 เมตร 148
รูปที่ 6.63 ลักษณะดินถล่มชนิดซับซ้อน ก. ดินถล่มชนิดการร่วงของหิน (rock fall) ข. ดินถล่ม
ชนิดการไหลของเศษวัสดุธรณีไหล (debris flow) บริเวณพนที่ภูเขาและพนที่เกษตรกรรม ปลูกข้าวโพด
ื้
ื้
บ้านฝั่งหมิ่นตำบลอายนาไลย อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน พิกัด 47P 663560E 2048193N

สูงจากระดับน้ำทะเล 322 เมตร 149
ื้
รูปที่ 6.64 ลักษณะดินถล่มโบราณ ตะกอนเชิงเขา ในพนที่ลาดไหล่เนินเขาลูกโดดดอยภูซาง ตำบลกองควาย
อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน พิกัด 47P 682561 E 2066857 N สูงจากระดับน้ำทะเล 264 เมตร 150
ื้
รูปที่ 6.65 ลักษณะดินถล่มโบราณ ตะกอนเชิงเขา บริเวณพนที่ลาดไหล่เขา มีถนนลูกทางหลวงหมายเลข 101

บ้านห้วยน้ำอุ่น ตำบลอ่ายนาไลย อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน สำรวจพบ พกัด 47P 662218E 2047579N
สูงจากระดับน้ำทะเล 345 เมตร 151
รูปที่ 6.66 ลักษณะดินถล่มโบราณ วางปิดทับหินฐานกลุ่มวิทยาหิน FS1 จำพวกหินดินดานแทรกชั้นด้วยหินทราย
บริเวณพื้นที่ลาดไหล่เขามีถนนลูกทางหลวงหมายเลข 101 บ้านห้วยน้ำอุ่น ตำบลอ่ายนาไลย อำเภอเวียงสา

จังหวัดน่าน พิกัด 47P 662048 E 2047387 N สูงจากระดับน้ำทะเล 352 เมตร 152
ื้
รูปที่ 6.67 ลักษณะดินถล่มโบราณ ตะกอนเชิงเขา บริเวณพนที่ชุมชนบ้านสะเลี่ยมเหนือ ตำบลยาบหัวนา
อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน พิกัด 47P 658753 E 2058425 N สูงจากระดับน้ำทะเล 327 เมตร 153
ื้
รูปที่ 6.68 ลักษณะดินถล่มโบราณ ตะกอนเชิงเขาบริเวณพนที่ลาดไหล่เขามีถนนทางหลวงชนบทหมายเลข
นน. 3014 ใกล้ดอยวังเย็น ตำบลแม่สาคร อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน พกัด 47P 678744 E 2050088 N

สูงจากระดับน้ำทะเล 255 เมตร 153
รูปที่ 7.1 รายละเอียดข้อมูลการเก็บตัวอย่างตะกอนดินบนถุงกระสอบ 157


รูปที่ 7.2 ภาพร่างหน้าตัดการพผังของหินแกรนิตแสดงระดับการผุพงตั้งแต่ระดับ I-VI กรอบสีแดงคือตำแหน่งที่

เลือกเก็บตัวอย่างดิน (Modified from Ruxton and Berry, 1957) 157
รูปที่ 7.3 ตัวอย่างหน้าตัดดินที่แสดงระดับการผุพงของหินแกรนิต (zone III-VI) กรอบสีแดงแสดงตำแหน่งเก็บ

ตัวอย่างดิน 158
รูปที่ 7.4 แผนที่แสดงตำแหน่งการเก็บตัวอย่างดินในพื้นที่สำรวจ 159

รูปที่ 7.5 (ก) บริเวณบ้านห้วยกานต์ ตำบลขุนน่าน อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดน่าน ที่ความลึก
80-100 ซม. จากผิวดิน (ข) ลักษณะของหินฐานเป็นหินทรายทรายแป้ง สีน้ำตาลส้ม แทรกชั้นด้วยหิน

ทรายเนื้ออาร์โคส สีน้ำตาลส้ม การผุพงค่อนข้างสูง แสดงชั้นบาง กลุ่มวิทยาหิน FS2 (ค) ลักษณะของชั้น
ดินค่อนข้างไม่จับตัวกัน (ง) ลักษณะตัวอย่างเป็นดินทราย สีน้ำตาลส้ม 166

XV


รูปที่ 7.6 (ก) บริเวณบ้านบวกหญ้า ตำบลขุนน่าน อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดน่าน ที่ความลึก 30-60 ซม.
จากผิวดิน (ข) ลักษณะของหินฐานเป็นหินทราย หินทรายแป้ง สีน้ำตาลแดง แทรกชั้นด้วยหินโคลน

สีน้ำตาลแดง การผุพงค่อนข้างสูง แสดงชั้นบาง มีทิศทางการวางตัว 174˚/65˚ กลุ่มวิทยาหิน SS2
(ค) ลักษณะของชั้นดินค่อนข้างไม่จับตัวกัน พบกรวดปะปน (ง) ลักษณะตัวอย่างเป็นดินทรายปน
ทรายแป้งสีน้ำตาลแดง 167

รูปที่ 7.7 (ก) บริเวณบ้านเปียงซ้อ ตำบลขุนน่าน อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดน่าน ที่ความลึก 50-70 ซม.


จากผิวดิน (ข) ลักษณะของหินฐานเป็นหินทราย สีน้ำตาลแดง การผุพงปานกลาง พบหินโคลนแทรกอยู่
บางบริเวณ กลุ่มวิทยาหิน SS2 (ค) ลักษณะของชั้นดินค่อนข้างจับตัวกันแน่น (ง) ลักษณะตัวอย่างเป็น
ดินทรายปนทรายแป้ง สีน้ำตาลแดง 168
รูปที่ 7.8 (ก) บ้านน้ำรีพัฒนา ตำบลขุนน่าน อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดน่าน ที่ความลึก 40-60 ซม. จากผิวดิน
(ข) ลักษณะของหินฐานเป็นหินดินดาน สีเทาเหลือง การผุพังค่อนข้างสูง แสดงชั้นบาง มีทิศทางการวางตัว

353˚/21˚กลุ่มวิทยาหิน FS2 (ค) ลักษณะของชั้นดินค่อนข้างจับตัวกันแน่น (ง) ลักษณะตัวอย่างเป็น
ดินทรายละเอียดปนดินเหนียว สีเทาเหลือง 169
รูปที่ 7.9 (ก) บ้านห้วยโกน ตำบลห้วยโก๋น อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดน่าน ที่ความลึก 400-420 ซม.

จากผิวดิน (ข) ลักษณะของหินฐานเป็นหินดินดาน สีน้ำตาลเหลือง แทรกสลับด้วยหินทรายเนื้อทัฟฟ

สีเทาเหลือง การผุพงปานกลาง แสดงชั้นบาง มีทิศทางการวางตัว 169˚/66˚ และพบแนวรอยเลื่อนใน

ระนาบ 112˚/55˚ กลุ่มวิทยาหิน FS1 (ค) ลักษณะของชั้นดินค่อนข้างจับตัวกันแน่น พบกรวดปะปน
(ง) ลักษณะตัวอย่างเป็นดินทรายละเอียดปนกรวด สีน้ำตาลเหลือง น้ำตาลส้ม 170

รูปที่ 7.10 (ก) บริเวณบ้านห้วยลี่ ตำบลสะเนียน อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน ที่ความลึก 60-80 ซม.

จาก ผิวดิน (ข) ลักษณะของหินฐานเป็นหินไรโอไลต์ สีผิวผุเทาขาว การผุพงสูง กลุ่มวิทยาหิน VOL2
(ค) ลักษณะตัวอย่างเป็นดินทรายปนทรายแป้ง สีเทาขาว 172
รูปที่ 7.11 (ก) บริเวณบ้านห้วยลี่ ตำบลสะเนียน อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน ที่ความลึก 15-25 ซม. จากผิวดิน

(ข) ลักษณะของหินฐานเป็นหินไรโอไลต์ สีผิวผุม่วงชมพ การผุพงสูง กลุ่มวิทยาหิน VOL2


(ค) ลักษณะตัวอย่างเป็นดินเหนียวปนทรายแป้ง สีม่วงชมพ 173

รูปที่ 7.12 (ก) บริเวณบ้านกาใส ตำบลสะเนียน อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน ที่ความลึก 50-70 ซม.
จากผิวดิน (ข) ลักษณะของหินฐานเป็นหินทรายแป้ง สีน้ำตาลส้ม การผุพงค่อนข้างสูง แสดงชั้นบาง

มีทิศทางการวางตัว 43˚/41˚ กลุ่มวิทยาหิน FS1 (ค) ลักษณะตัวอย่างเป็นดินเหนียวปนทรายแป้ง
สีน้ำตาลส้ม 174
รูปที่ 7.13 (ก) บริเวณบ้านใหม่ในฝัน ตำบลสะเนียน อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน ที่ความลึก 130-170 ซม.

จากผิวดิน (ข) ลักษณะของหินฐานเป็นหินทรายแป้ง สีน้ำตาลส้ม การผุพังค่อนข้างสูง กลุ่มวิทยาหิน FS1
(ค) ลักษณะตัวอย่างเป็นดินเหนียวปนทรายแป้ง สีน้ำตาลส้ม 175
รูปที่ 7.14 (ก) บริเวณบ้านห้วยหลอด ตำบลยาบหัวนา อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน ที่ความลึก 60-80 ซม. จากผิวดิน

(ข) ลักษณะของหินฐานเป็นหินดินดานและหินทรายแป้ง สีเทาเหลือง การผุพงค่อนข้างสูง กลุ่มวิทยาหิน
FS1 (ค) ) ลักษณะของชั้นดินค่อนข้างจับตัวกันแน่น (ง) ลักษณะตัวอย่างเป็นดินทรายปนทรายแป้ง

สีส้มเหลือง 177
รูปที่ 7.15 (ก) บริเวณบ้านห้วยหลอด ตำบลแม่ขะนิง อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน ที่ความลึก 200-250 ซม.
จากผิวดิน (ข) ลักษณะของหินฐานเป็นหินแอนดีไซต์ สีเทาส้ม กลุ่มวิทยาหิน VOL1 (ค) ลักษณะของ

ชั้นดินค่อนข้างจับตัวกันแน่น (ง) ลักษณะตัวอย่างเป็นดินเหนียวปนทราย สีชมพูเหลือง 178

XVI


รูปที่ 7.16 (ก) บริเวณบ้านหัวนา ตำบลแม่ขะนิง อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน ที่ความลึก 40-60 ซม.

จากผิวดิน (ข) ลักษณะของหินฐานเป็นหินดินดาน สีเทาชมพ สีน้ำตาลเหลือง เม็ดตะกอนละเอยด

การผุพังค่อนข้างสูง แสดงชั้นบาง มีทิศทางการวางตัว 78˚/38˚ กลุ่มวิทยาหิน FS1 (ค) ลักษณะของชั้นดิน
ค่อนข้าง จับตัวกันแน่น (ง) ลักษณะตัวอย่างเป็นดินเหนียวปนทรายแป้ง สีส้มเหลือง 179
รูปที่ 7.17 (ก) บริเวณบ้านฝั่งหมิ่น ตำบลอายนาไลย อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน ที่ความลึก 60-90 ซม. จากผิวดิน

(ข) ลักษณะของหินฐานเป็นหินดินดาน สีเทาเหลือง สีเทาส้ม เม็ดตะกอนละเอยด การผุพง ค่อนข้างสูง


กลุ่มวิทยาหิน FS1 (ค) ลักษณะตัวอย่างเป็นดินทรายปนทรายแป้ง สีเทาเหลือง 180
รูปที่ 7.18 (ก) บริเวณบ้านน้ำมวบ ตำบลน้ำมวบ อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน ที่ความลึก 160-180 ซม. จากผิวดิน
(ข) ลักษณะของหินฐานเป็นหินดินดาน สีเหลืองส้ม เม็ดตะกอนละเอยด แทรกชั้นด้วยหินโคลน


สีน้ำตาลชมพ การผุพงค่อนข้างสูง กลุ่มวิทยาหิน FS1 (ค) ลักษณะของชั้นดินจับตัวกันแน่น (ง) ลักษณะ

ตัวอย่างเป็นดินทรายแป้งปนดินเหนียว สีเทาเหลือง 181
รูปที่ 7.19 (ก) บริเวณบ้านน้ำตวง ตำบลน้ำพาง อำเภอแม่จริม จังหวัดน่าน ที่ความลึก 140-160 ซม. จากผิวดิน

(ข) ลักษณะของหินฐานเป็นหินโคลน สีน้ำตาลแดง เม็ดตะกอนละเอยด การผุพงสูง กลุ่มวิทยาหิน FS2

(ค) ลักษณะตัวอย่างเป็นดินเหนียวปนทรายแป้ง สีน้ำตาลแดง 183
รูปที่ 7.20 (ก) บริเวณบ้านน้ำปูน ตำบลน้ำพาง อำเภอแม่จริม จังหวัดน่าน ที่ความลึก 18-30 ซม. จากผิวดิน
(ข) ลักษณะของหินฐานเป็นหินเซอร์เพนทิไนต์ สีเทาขาว สีน้ำตาล กลุ่มวิทยาหิน MU2 (ค) ลักษณะ
ตัวอย่างเป็นดินทรายปนทรายแป้ง สีน้ำตาลแดง 184
รูปที่ 7.21 (ก) บริเวณบ้านสบขุ่น ตำบลป่าคา อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน ที่ความลึก 80-130 ซม. จากผิวดิน

(ข) ลักษณะของหินฐานเป็นหินดินดาน สีเทาเหลือง เม็ดตะกอนละเอยด การผุพังค่อนข้างสูง แสดงชั้นบาง

มีทิศทางการวางตัว 213˚/29˚ กลุ่มวิทยาหิน FS1 (ค) ลักษณะของชั้นดินค่อนข้างจับตัวกันแน่น
(ง) ลักษณะตัวอย่างเป็นดินเหนียวปนทรายแป้ง สีน้ำตาลเหลือง 187
รูปที่ 7.22 (ก) บริเวณบ้านดอยติ้ว ตำบลป่าคา อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน ที่ความลึก 40-60 ซม.


จากผิวดิน (ข) ลักษณะของหินฐานเป็นหินทรายแป้ง สีเทาเหลืองชมพ เม็ดตะกอนละเอยด การผุพง


ค่อนข้างสูง กลุ่มวิทยาหิน FS1 (ค) ลักษณะของชั้นดินค่อนข้างจับตัวกันแน่น (ง) ลักษณะตัวอย่างเป็น

ดินเหนียวปนทรายแป้ง สีเหลืองชมพ 188

รูปที่ 7.23 (ก) บริเวณอางเก็บน้ำแม่ริม บ้านห้วยไคร้ ตำบลแสนทอง อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน ที่ความลึก
50-70 ซม. จากผิวดิน (ข) ลักษณะของหินฐานเป็นหินดินดาน สีเทาเหลือง เม็ดตะกอนละเอยด การผุพง ั

ค่อนข้างสูง แสดงชั้นบาง มีทิศทางการวางตัว 137˚/21˚ กลุ่มวิทยาหิน FS1 (ค) ลักษณะตัวอย่างเป็น
ดินทรายแป้งปนดินเหนียว สีน้ำตาลเหลือง 189

รูปที่ 7.24 (ก) บริเวณบ้านสบเป็ด ตำบลผาตอ อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน ที่ความลึก 10-100 ซม. จากผิวดิน
(ข) ลักษณะของหินฐานเป็นหินเซอร์เพนทิไนต์ สีเหลืองส้ม สีส้มเขียว การผุพังสูง กลุ่มวิทยาหิน MU2 (ค)
ลักษณะตัวอย่างเป็นดินทรายแป้งปนกรวด สีส้มเหลือง 190
รูปที่ 7.25 (ก) บริเวณบ้านน้ำโมง ตำบลผาตอ อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน ที่ความลึก 60-80 ซม.

จากผิวดิน (ข) ลักษณะของหินฐานเป็นหินดินดาน สีเทาขาว สีเทาเหลือง เม็ดตะกอนละเอยด การผุพง

ค่อนข้างสูง แสดงชั้นบาง มีทิศทางการวางตัว 117˚/19˚ กลุ่มวิทยาหิน FS1 (ค) ลักษณะตัวอย่างเป็น
ดินเหนียวปน ทรายแป้ง สีน้ำตาลเหลือง 191

XVII


รูปที่ 7.26 (ก) บริเวณบ้านน้ำกิ ตำบลผาทอง อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน ที่ความลึก 180-200 ซม.

จากผิวดิน (ข) ลักษณะของหินฐานเป็นหินทรายแป้งแทรกด้วยหินทราย สีน้ำตาลส้ม เม็ดตะกอนละเอยด
การผุพังสูง แสดงชั้นบาง มีทิศทางการวางตัว 73˚/32˚ กลุ่มวิทยาหิน FS1 (ค) ลักษณะของชั้นดินค่อนข้าง

จับตัวกันแน่น (ง) ลักษณะตัวอย่างเป็นดินทรายแป้งปนทราย สีน้ำตาลหลือง 192
รูปที่ 7.27 (ก) บริเวณบ้านมณีพฤกษ์ ตำบลงอบ อำเภอทุ่งช้าง จังหวัดน่าน ที่ความลึก 130-150 ซม.


จากผิวดิน (ข) ลักษณะของหินฐานเป็นหินทรายแป้ง สีเทาเหลือง เม็ดตะกอนละเอยด การผุพงสูง
แสดงชั้นบาง มีทิศทางการวางตัว 158˚/23˚ กลุ่มวิทยาหิน FS1 (ค) ลักษณะตัวอย่างเป็นดินทรายแป้งปน
ดินเหนียว สีน้ำตาลเหลือง 194
รูปที่ 7.28 (ก) บริเวณบ้านห้วยสะแตง ตำบลงอบ อำเภอทุ่งช้าง จังหวัดน่าน ที่ความลึก 40-50 ซม.
จากผิวดิน (ข) ลักษณะของหินฐานเป็นหินดินดาน หินโคลน สีน้ำตาลแดง เม็ดตะกอนละเอยด การผุพง


ค่อนข้างสูง กลุ่มวิทยาหิน FS2 (ค) ลักษณะของชั้นดินจับตัวกันแน่น (ง) ลักษณะตัวอย่างเป็น
ดินทรายแป้งปนดินเหนียว สีน้ำตาลแดง 195
รูปที่ 7.29 (ก) บริเวณบ้านวังผา ตำบลและ อำเภอทุ่งช้าง จังหวัดน่าน ที่ความลึก 40-60 ซม. จากผิวดิน


(ข) ลักษณะของหินฐานเป็นหินทรายแป้ง สีน้ำตาลเหลือง เม็ดตะกอนละเอยด การผุพงค่อนข้างสูง
กลุ่มวิทยาหิน FS1 (ค) ลักษณะของชั้นดินค่อนข้างจับตัวกันแน่น พบกรวดปะปนเล็กน้อย
(ง) ลักษณะตัวอย่างเป็นดินทรายแป้งปนดินเหนียว สีน้ำตาลเหลือง 196
รูปที่ 7.30 (ก) บริเวณบ้านหนองปลา ตำบลพระธาตุ อำเภอเชียงกลาง จังหวัดน่าน ที่ความลึก 70-100 ซม.
จากผิวดิน (ข) ลักษณะของหินฐานเป็นหินดินดานแทรกด้วยหินทราย สีเทาเหลือง เม็ดตะกอนขนาด

ทรายละเอียด การผุพังค่อนข้างสูง กลุ่มวิทยาหิน FS1 (ค) ลักษณะตัวอย่างเป็นดินทรายแป้งปนดินเหนียว
สีน้ำตาลเหลือง 198
รูปที่ 7.31 (ก) บริเวณขุนสถาน ตำบลสันทะ อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน ที่ความลึก 30-50 ซม. จากผิวดิน


(ข) ลักษณะของหินฐานเป็นหินทรายแป้ง สีมารูน เม็ดตะกอนละเอยด การผุพงปานกลาง แสดงชั้นบาง
มีทิศทางการวางตัว 252˚/32˚ กลุ่มวิทยาหิน FS1 (ค) ลักษณะตัวอย่างเป็นดินเหนียว สีน้ำตาลแดง 200
รูปที่ 7.32 (ก) บริเวณบ้านส้าน ตำบลสันทะ อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน ที่ความลึก 200-250 ซม. จากผิวดิน


(ข) ลักษณะของหินฐานเป็นหินดินดาน สีน้ำตาลเหลือง เม็ดตะกอนละเอยด การผุพงสูง กลุ่มวิทยาหิน
FS1 (ค) ลักษณะของชั้นดินจับตัวกันแน่น พบกรวดปะปนเล็กน้อย (ง) ลักษณะตัวอย่างเป็นดินทรายปน
ทรายแป้ง สีส้มเหลือง 201
รูปที่ 7.33 (ก) บริเวณบ้านห้วยเลา ตำบลเชียงของ อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน ที่ความลึก 40-60 ซม. จากผิวดิน

(ข) ลักษณะของหินฐานเป็นหินเซอร์เพนทีนไนต์ สีน้ำตาลเขียว การผุพงสูง กลุ่มวิทยาหิน MU1
(ค) ลักษณะตัวอย่างเป็นดินทรายปนดินเหนียว สีเขียวดำ 202
รูปที่ 7.34 (ก) บริเวณบ้านน้ำแขว่ง ตำบลเมืองลี อำเภอนาหมื่น จังหวัดน่าน ที่ความลึก 200-250 ซม. จากผิวดิน

(ข) ลักษณะของหินฐานเป็นหินดินดาน สีน้ำตาลเหลือง เม็ดตะกอนละเอยด การผุพงค่อนข้างสูง

กลุ่มวิทยาหิน FS1 (ค) ลักษณะตัวอย่างเป็นดินเหนียวปนทรายแป้ง สีส้มเหลือง 204
รูปที่ 7.35 (ก) บริเวณจุดสกัดแม่ติ๊ก บ้านดอนมูล ตำบลเมืองลี อำเภอนาหมื่น จังหวัดน่าน ที่ความลึก 100-120 ซม.

จากผิวดิน (ข) ลักษณะของหินฐานเป็นหินดินดานกึ่งชนวน สีน้ำตาลส้ม การผุพงค่อนข้างสูง

กลุ่มวิทยาหิน F-MET1 (ค) ลักษณะของชั้นดินค่อนข้างจับตัวกันแน่น (ง) ลักษณะตัวอย่างเป็นดินเหนียว
ปนทรายแป้งสีน้ำตาลส้ม 205

XVIII


รูปที่ 7.36 (ก) บริเวณบ้านห้วยขวาก ตำบลบ่อเกลือเหนือ อำเภอบ่อเกลือ จังหวัดน่าน ที่ความลึก 50-80 ซม.


จากผิวดิน (ข) ลักษณะของหินฐานเป็นหินทรายแป้ง สีน้ำตาลแดง เม็ดตะกอนละเอยด การผุพงสูง
แสดงชั้นบาง มีทิศทางการวางตัว 195˚/27˚ และมีการแสดงโครงสร้างคดโค้งในแนว 203˚/19˚
กลุ่มวิทยาหิน FS2 (ค) ลักษณะตัวอย่างเป็นดินทรายแป้งปนดินเหนียว สีน้ำตาลแดง 208
รูปที่ 7.37 (ก) บริเวณบ้านเวร ตำบลบ่อเกลือเหนือ อำเภอบ่อเกลือ จังหวัดน่าน ที่ความลึก 200-250 ซม.


จากผิวดิน (ข) ลักษณะของหินฐานเป็นหินทรายแป้ง สีน้ำตาลแดง เม็ดตะกอนละเอยด การผุพงสูง
แสดงชั้นบาง มีทิศทางการวางตัว 14˚/19˚ กลุ่มวิทยาหิน FS2 (ค) ลักษณะของชั้นดินจับตัวค่อนข้างกัน
แน่น (ง) ลักษณะตัวอย่างเป็นดินทราย สีน้ำตาลแดง 209
รูปที่ 7.38 (ก) บริเวณบ้านสะปัน ตำบลดงพญา อำเภอบ่อเกลือ จังหวัดน่าน ที่ความลึก 100-200 ซม. จากผิวดิน
(ข) ลักษณะของหินฐานเป็นหินโคลน สีน้ำตาลแดง เม็ดตะกอนละเอยด การผุพงสูง แสดงชั้นบาง


มีทิศทางการวางตัว 162˚/27˚ กลุ่มวิทยาหิน FS2 (ค) ลักษณะตัวอย่างเป็นดินเหนียวปนทรายแป้ง
สีน้ำตาลแดง 210
รูปที่ 7.39 (ก) บริเวณบ้านห้วยโทน ตำบลดงพญา อำเภอบ่อเกลือ จังหวัดน่าน ที่ความลึก 50-70 ซม.


จากผิวดิน (ข) ลักษณะของหินฐานเป็นหินทรายแป้ง สีน้ำตาลแดง เม็ดตะกอนละเอยด การผุพงค่อนข้าง
สูง กลุ่มวิทยาหิน FS2 (ค) ลักษณะตัวอย่างเป็นดินทรายแป้งปนดินเหนียว สีน้ำตาลแดง 211
รูปที่ 7.40 (ก) บริเวณบ้านห้วยโทน ตำบลดงพญา อำเภอบ่อเกลือ จังหวัดน่าน ที่ความลึก 70-90 ซม. จากผิวดิน
(ข) ลักษณะของหินฐานเป็น FS2 เป็นหินทราย สีน้ำตาลแดง เม็ดตะกอนละเอยด การผุพง ค่อนข้างสูง


แสดงชั้นบาง มีทิศทางการวางตัว 91˚/11˚ กลุ่มวิทยาหิน FS2 (ค) ลักษณะตัวอย่างเป็นดินทรายแป้ง
ปนดินเหนียว สีน้ำตาลแดง 212
รูปที่ 7.41 (ก) บริเวณบ้านห้วยล้อม ตำบลภูฟา อำเภอบ่อเกลือ จังหวัดน่าน ที่ความลึก 100-120 ซม. จากผิวดิน


(ข) ลักษณะของหินฐานเป็นหินโคลนแทรกด้วยหินทราย สีน้ำตาลแดง เม็ดตะกอนละเอยด การผุพง

ค่อนข้างสูง แสดงชั้นบาง มีทิศทางการวางตัว 182˚/14˚ กลุ่มวิทยาหิน SS2 (ค) ลักษณะตัวอย่างเป็น
ดินเหนียวปนทราย สีน้ำตาลแดง 213
รูปที่ 7.42 (ก) บริเวณบ้านนาขวาง ตำบลบ่อเกลือใต้ อำเภอบ่อเกลือ จังหวัดน่าน ที่ความลึก 110-140 ซม.


จากผิวดิน (ข) ลักษณะของหินฐานเป็นหินโคลน สีน้ำตาลแดง เม็ดตะกอนละเอยด การผุพงค่อนข้างสูง
กลุ่มวิทยาหิน FS2 (ค) ลักษณะตัวอย่างเป็นดินเหนียวปนทรายแป้ง สีน้ำตาลแดง 214
รูปที่ 7.43 (ก) บริเวณบ้านเต๋ยกลาง ตำบลภูคา อำเภอปัว จังหวัดน่าน ที่ความลึก 100-140 ซม. จากผิวดิน
(ข) ลักษณะของหินฐานเป็นหินทรายแป้งแทรกด้วยหินทรายเนื้อเถ้าภูเขาไฟ สีน้ำตาลเทา เม็ดตะกอน
ละเอยด การผุพงค่อนข้างสูง กลุ่มวิทยาหิน FS1 (ค) ลักษณะของชั้นดินจับตัวค่อนข้างกันแน่น ปนกรวด


เล็กน้อย (ง) ลักษณะตัวอย่างเป็นดินทรายปนทรายแป้ง สีน้ำตาลส้ม 216
รูปที่ 7.44 (ก) บริเวณบ้านหลักลาย ตำบลอวน อำเภอปัว จังหวัดน่าน ที่ความลึก 100-120 ซม. จากผิวดิน


(ข) ลักษณะของหินฐานเป็นหินโคลน สีน้ำตาลแดง เม็ดตะกอนละเอยด การผุพงสูง กลุ่มวิทยาหิน FS2
(ค) ลักษณะตัวอย่างเป็นดินเหนียวปนทรายแป้ง สีน้ำตาลแดง 217
รูปที่ 7.45 (ก) บริเวณบ้านทุ่งเฮา ตำบลอวน อำเภอปัว จังหวัดน่าน ที่ความลึก 40-70 ซม. จากผิวดิน


(ข) ลักษณะของหินฐานเป็นหินแกรนิต สีเทาเหลือง การผุพงสูง กลุ่มวิทยาหิน GR
(ค) ลักษณะตัวอย่างเป็นกรวดปนทราย สีเทาน้ำตาล 218

XIX


รูปที่ 7.46 (ก) บริเวณบ้านนาฝาง ตำบลสถาน อำเภอปัว จังหวัดน่าน ที่ความลึก 60-70 ซม. จากผิวดิน
(ข) ลักษณะของหินฐานเป็นหินดินดานแทรกด้วยหินทรายเนื้อภูเขาไฟ สีเทาน้ำตาล
เม็ดตะกอนละเอยดถึงปานกลาง การผุพงค่อนข้างสูง แสดงชั้นบาง มีทิศทางการวางตัว 230˚/21˚


กลุ่มวิทยาหิน FS1 (ค) ลักษณะของชั้นดินจับตัวค่อนข้างกันแน่น พบกรวดอยู่ด้วย
(ง) ลักษณะตัวอย่างเป็นดินเหนียวปนทรายแป้ง สีเทาเหลือง 219
รูปที่ 7.47 (ก) บริเวณบ้านห้วยไฮ ตำบลฝายแก้ว อำเภอภูเพยง จังหวัดน่าน ที่ความลึก 40-60 ซม.

จากผิวดิน (ข) ลักษณะของหินฐานเป็นหินดินดาน สีน้ำตาลเหลือง การผุพงปานกลางถึงค่อนข้างสูง

แสดงชั้นบาง มีทิศทางการวางตัว 210˚/38˚ กลุ่มวิทยาหิน FS1 (ค) ลักษณะตัวอย่างเป็น ดินทรายแป้งปน
ดินเหนียว สีน้ำตาลส้ม 221
รูปที่ 7.48 (ก) บริเวณดอยหลวง ตำบลป่าแลวหลวง อำเภอสันติสุข จังหวัดน่าน ที่ความลึก 20-40 ซม.

จากผิวดิน (ข) ลักษณะของหินฐานเป็นหินดินดาน สีน้ำตาลเหลือง การผุพงปานกลางถึงค่อนข้างสูง
แสดงชั้นบาง มีทิศทางการวางตัว 142˚/28˚ กลุ่มวิทยาหิน FS1 (ค) ลักษณะตัวอย่างเป็น ดินทรายแป้งปน
ดินเหนียว สีน้ำตาลส้ม 222
รูปที่ 7.49 (ก) บริเวณบ้านน้ำเกาะ ตำบลยอด อำเภอสองแคว จังหวัดน่าน ที่ความลึก 50-60 ซม. จากผิวดิน


(ข) ลักษณะของหินฐานเป็นหินดินดาน สีน้ำตาลเหลืองชมพ การผุพงปานกลางถงค่อนข้างสูง


แสดงชั้นบาง มีทิศทางการวางตัว 199˚/58˚ กลุ่มวิทยาหิน FS1 (ค) ลักษณะตัวอย่างเป็นดินทรายแป้งปน
ดินเหนียว สีน้ำตาลส้ม 224
รูปที่ 7.50 (ก) บริเวณบ้านน้ำปาน ตำบลชนแดน อำเภอสองแคว จังหวัดน่าน ที่ความลึก 130-150 ซม. จากผิวดิน

(ข) ลักษณะของหินฐานเป็นหินทรายแป้ง สีน้ำตาลแดง การผุพงค่อนข้างสูง แสดงชั้นบาง มีทิศทาง

การวางตัว 209˚/25˚ กลุ่มวิทยาหิน FS1 (ค) ลักษณะตัวอย่างเป็นดินทรายแป้งปนดินเหนียว
สีน้ำตาลแดง 225
รูปที่ 7.51 (ก) บริเวณบ้านวังไผ่ ตำบลนาไร่หลวง อำเภอสองแคว จังหวัดน่าน ที่ความลึก 150-170 ซม. จากผิวดิน


(ข) ลักษณะของหินฐานเป็นหินทรายแป้งแทรกชั้นด้วยหินดินดาน สีเทาชมพ การผุพงค่อนข้างสูง


กลุ่มวิทยาหิน FS1 (ค) ลักษณะตัวอย่างเป็นดินทรายแป้งปนทราย สีเทาขาวชมพ 226
รูปที่ 7.52 (ก) บริเวณบ้านผาหมี ตำบลนาไร่หลวง อำเภอสองแคว จังหวัดน่าน ที่ความลึก 20-40 ซม. จากผิวดิน
(ข) ลักษณะของหินฐานเป็นหินดินดาน สีน้ำตาลแดง เนื้อมันวาว การผุพงค่อนข้างสูง มีทิศทาง

การวางตัว 329˚/22˚ กลุ่มวิทยาหิน FS1 (ค) ลักษณะของชั้นดินจับตัวค่อนข้างกันแน่น พบกรวดปะปน
เล็กน้อย (ง) ลักษณะตัวอย่างเป็นดินทรายแป้งปนทราย สีน้ำตาลแดง 227
รูปที่ 7.53 แสดงระบบจําแนกดินโดยระบบ Unified Soil Classification 233

รูปที่ 7.54 แสดงระบบจําแนกดินโดยระบบ Unified Soil Classification 234

XX


สารบัญตาราง



ตารางที่ 2.1 แสดงการจำแนกชนิดของดินถล่ม 10
ตารางที่ 2.2 แสดงการจำแนกระดับความเร็วในการเคลื่อนที่ของมวลดิน 11
ตารางที่ 3.1 คำอธิบายแผนที่ธรณีวิทยาจังหวัดน่าน 28

ตารางที่ 3.2 คำอธิบายกลุ่มวิทยาหินในพื้นที่จังหวัดน่าน 50
ตารางที่ 4.1 ตารางการจำแนกหินอัคนี 55
ตารางที่ 4.2 ตารางการจำแนกหินตะกอน 56
ตารางที่ 4.3 ตารางการจำแนกหินแปร 57

ตารางที่ 4.4 สรุปชนิดและแหล่งที่มาของข้อมูล 60
ตารางที่ 4.5 หลักการจำแนกลักษณะของดินถล่มจากการแปลความหมายภาพถ่ายทางอากาศและ
ภาพดาวเทียม 61

ตารางที่ 4.6 ปัจจัยที่นำมาใช้ในแบบจำลองดินถล่ม 66
ตารางที่ 4.7 ตารางแสดงช่วงค่า AUC ที่ใช้อ้างอิงความถูกต้องของโมเดล 72
ตารางที่ 5.1 ความสัมพันธ์ระหว่างรอยดินถล่มกับปัจจัยที่ควบคุมการเกิดดินถล่ม 76
ตารางที่ 5.2 คำอธิบายกลุ่มวิทยาหินในพื้นที่จังหวัดน่าน 80
ตารางที่ 5.3 การให้น้ำหนักด้วยวิธี Reliability weighting 91

ตารางที่ 5.4 การให้น้ำหนักด้วยวิธี Accountability weighting 91
ตารางที่ 5.5 การให้น้ำหนักด้วยวิธีเฉลี่ย Average weighting 92
ตารางที่ 5.6 ระดับความอ่อนไหวต่อการเกิดดินถล่ม 5 ระดับ จำแนกตามวิธี STDV 92

ตารางที่ 5.7 ระดับความอ่อนไหวต่อการเกิดดินถล่ม 5 ระดับ (ตร.กม.) จำแนกตามตำบล 93
ตารางที่ 7.1 เกณฑ์การผุพังของมวลหิน 156
ตารางที่ 7.2 แสดงตำแหน่งเก็บตัวอย่างแบบไม่คงสภาพครอบคลุมกลุ่มวิทยาหินในพื้นที่จังหวัดน่าน 160
ตารางที่ 7.3 แสดงรายละเอียดตำแหน่ง ระดับความลึก จำนวน และประเภทงานทดสอบของ

ตัวอย่างแบบไม่คงสภาพ 229
ตารางที่ 7.4 แสดงผลการทดสอบดินขั้นพื้นฐาน (ค่าพิกัดอัตตะเบิร์ก ความถวงจําเพาะของเม็ดดิน) 240

บทคัดย่อ



การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อกำหนดขอบเขตระดับความอ่อนไหวต่อการเกิดดินถล่ม
ของพื้นที่จังหวัดน่าน ด้วยการวิเคราะห์พื้นที่ที่มีโอกาสเกิดดินถล่มในอนาคตด้วยแบบจำลองทางสถิติแบบ
สองตัวแปร (Bivariate probability) และการให้ค่าน้ำหนัก (Weighting) พิจารณาร่วมกับร่องรอยดินถล่มใน
อดีต ซึ่งได้จากการแปลข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียม Google Image ในช่วงปี พ.ศ. 2520-2564 และการสำรวจ
ภาคสนามเพิ่มเติม จำนวน 874 ร่องรอยดินถล่ม ควบคู่กับการวิเคราะห์ร่วมกับปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการเกิด

ดินถล่ม (Controlling factors) ทั้ง 7 ปัจจัย ได้แก่ (1) ระดับความสูง (2) ความลาดชัน (3) ระยะห่างจาก
โครงสร้างทางธรณีวิทยา (4) วิทยาหิน (5) การใช้ประโยชน์ที่ดิน (6) ทิศทางการไหลของน้ำ และ
(7) หน้ารับน้ำฝน

จากการศึกษาในพื้นที่จังหวัดน่าน พบว่าปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการกระจายตัวของ
ร่องรอยดินถล่ม เรียงลำดับความสำคัญจากมากไปหาน้อย คือ (1) การใช้ประโยชน์ที่ดิน (2) วิทยาหิน
(3) ความลาดชัน (4) หน้ารับน้ำฝน (5) ทิศทางการไหลของน้ำ (6) ระดับความสูง และ (7) ระยะห่างจาก
โครงสร้างทางธรณีวิทยา ตามลำดับ โดยพบว่าปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการเกิดดินถล่มที่มีนัยสำคัญกับการกระจาย

ตัวของดินถล่ม คือ การใช้ประโยชน์ที่ดิน พื้นที่ป่าที่มีต้นไม้ใหญ่พบการกระจายตัวของร่องรอยดินถล่มมาก

ที่สุด ลำดับถัดมา คือ วิทยาหินในกลุ่มวิทยาหิน FS1 ซึ่งเป็นหินตะกอนเนื้อละเอยด แทรกสลับหินทราย
เนื้อเกรย์แวก เป็นส่วนใหญ่ ทำให้มีการผุพังง่าย ความลาดชันตั้งแต่ 60-70 องศา ณ ที่ความสูงตั้งแต่
1,800-2,200 เมตร จากระดับทะเลปานกลาง นอกจากนี้ยังขึ้นกับทิศทางมรสุมจากทิศตะวันออกและ

ทิศตะวันออกเฉียงใต้ ผลจากการวิเคราะห์จากแบบจำลองสามารถจำแนกพื้นที่ความอ่อนไหวต่อการเกิด
ดินถล่ม ออกเป็น 5 ระดับ ได้แก่ 1) ระดับต่ำมาก (Very low) มีพื้นที่ประมาณ 193.44 ตารางกิโลเมตร
คิดเป็นร้อยละ 1.66 2) ระดับต่ำ (Low) มีพื้นที่ประมาณ 1,376.57 ตารางกิโลเมตร คิดเป็นร้อยละ 11.82
3) ระดับปานกลาง (Moderate) มีพื้นที่ประมาณ 5,687.43 ตารางกิโลเมตร คิดเป็นร้อยละ 48.83

4) ระดับสูง (High) มีพื้นที่ประมาณ 3,502.21 ตารางกิโลเมตร คิดเป็นร้อยละ 30.07 5) ระดับสูงมาก
(Very high) มีพื้นที่ประมาณ 887.93 ตารางกิโลเมตร คิดเป็นร้อยละ 7.62 ทั้งนี้ข้อมูลที่ได้จากการศึกษาพนที่
ื้
อ่อนไหวต่อการเกิดดินถล่มสามารถนำไปใช้อธิบายสภาพแวดล้อมของแต่ละพนที่ถึงสาเหตุของการเกิดดินถล่ม
ื้
ได้อย่างถูกต้อง และยังสามารถนำไปใช้เป็นเครื่องมือในการวางแผนบริหารจัดการธรณีพิบัติภัยในระดับท้องถิ่น
(Local zoning) เพื่อสนับสนุนการลดผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนได้ทันต่อเหตุการณ ์




คำสำคัญ: ดินถล่ม (Landslide), แบบจำลองทางสถิติแบบสองตัวแปร (Bivariate probability),

การให้ค่าน้ำหนัก (Weighting), ระดับท้องถิ่น (Local zoning), ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการเกิด
ดินถล่ม (Controlling factors)



กิตติกรรมประกาศ



คณะผู้จัดทำขอขอบคุณ ท่านผู้ตรวจราชการกรมทรัพยากรธรณี นางสุรีย์ ธีระรังสิกุล
ผู้ที่พัฒนาโครงการลดผลกระทบจากธรณีพิบัติภัย ทั้งการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาบริหารจัดการพื้นที่เสี่ยงภัย

ดินถล่ม ขอขอบคุณ นายนิมิตร ศรคลัง ผู้อำนวยการกองธรณีวิทยาสิ่งแวดล้อม และนายสุวิทย์ โคสุวรรณ
ผู้อำนวยการส่วนมาตรฐานและข้อมูลธรณีพิบัติภัย ที่ให้การสนับสนุน ด้านความรู้วิชาการ พร้อมคำแนะนำ

ตลอดจนการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นทั้งภาคสนามและสำนักงาน นอกจากนี้ขอขอบคุณ ผู้อำนวยการสำนักงาน
ทรัพยากรธรณีเขต 1 นายสุธี จงอัจฉริยกุล ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรณีเขต 3 นายทินกร ทาทอง
ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรณีเขต 4 นายสมศักดิ์ วัฒนปฤดา ที่ให้การสนับสนุนในด้านต่างๆ ทำให้

งานสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี


ขอขอบคุณประชาชนในพื้นที่ เจ้าหน้าที่หน่วยงานท้องถิ่น เจ้าหน้าที่หน่วยรักษาพนธุ์สัตว์ป่า
และเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติที่ให้ความร่วมมือทั้งในเรื่องการให้ข้อมูลดินถล่ม และแบ่งปันประสบการณ์
ที่ประสบรวมถึงการช่วยเหลือในการเข้าพื้นที่สำรวจ และสิ่งที่ประทับใจคือการมีน้ำใจของคนในท้องถิ่น

สุดท้ายนี้ ขอขอบคุณคณะผู้จัดทำทุกคนที่ทำงานกันอย่างหนักตลอด 1 ปี ขอขอบคุณ

สถานที่ 5 จังหวัด ที่ให้คณะผู้จัดมีโอกาสได้เรียนรู้หลายๆอย่างทั้งทางวิชาการ และชีวิตการทำงาน

นอกจากนี้ขอขอบคุณทีมงานที่มีความสามัคคี คอยช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เสนอแนวคิด คำแนะนำต่างๆ
ทำให้ได้รายงานวิชาการเล่มนี้ออกมามีประสิทธิภาพและความถูกต้องมากที่สุด และคณะผู้จัดทำคาดหวัง
อย่างยิ่งว่ารายงานวิชาการเล่มนี้จะสามารถนำไปพัฒนาความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับภัยพิบัติดินถล่ม และ

ใช้ประกอบการวางแผนเตรียมพร้อมรับมือกับภัยพิบัติดินถล่มที่จะเกิดขึ้นในอนาคต




คณะผู้จัดทำ

กันยายน 2564



บทนำ




1.1 ความเป็นมา
ดินถล่มเป็นได้ทั้งภัยธรรมชาติและภัยที่เกิดจากมนุษย์ที่สร้างความเสียหายทั้งต่อชีวิตและ

ทรัพย์สินของประชาชนในพื้นที่ต่าง ๆ ของทั่วโลก รวมทั้งประเทศไทย จะเห็นได้ว่าในระยะเวลา
หลายปีที่ผ่านมามีเหตุการณ์ดินถล่มเกิดขึ้นในหลายพื้นที่อย่างต่อเนื่องและมีแนวโน้มที่จะเกิดบ่อยขึ้น
เนื่องจากสภาพอากาศโลกทมีความแปรปรวนมากขึ้น รวมทั้งการรบกวนของมนุษย์ เช่น การขยายตัว
ี่
ของชุมชนเข้าไปตั้งถิ่นฐานในพื้นที่เสี่ยงภัยดินถล่ม และมีการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดินให้

เป็นไปตามความต้องการ จากปัจจัยเหล่านี้ล้วนมีส่วนกระตุ้นให้ปัญหาดินถล่มมีความรุนแรง และมี
ความถี่ของการเกิดดินถล่มบ่อยครั้ง ดังนั้นจึงมีแนวคิดเกี่ยวกับการศึกษาและวิเคราะห์พื้นที่เสี่ยงต่อ
การเกิดดินถล่มเพื่อเป็นแนวทางลด และบรรเทาความเสียหายจากพิบัติภัยดินถล่ม ด้วยเทคโนโลยี

สารสนเทศและเทคนิคการสำรวจระยะไกล (geographic information system and remote
sensing techniques) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ถูกนำมาใช้ในการศึกษาพิบัติภัยดินถล่มอย่างแพร่หลาย
ทั้งในการศึกษาในพื้นที่ขนาดใหญ่ (regional zoning) และรายพื้นที่ (local zoning) จัดเป็นเครื่องมือ
ในการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพและรวดเร็ว รวมถึงการจัดทำฐานข้อมูลในรูปแบบสารสนเทศ
ที่ง่ายต่อการปรับเปลี่ยนข้อมูลเมื่อมีการสำรวจเพิ่มเติม

กรมทรัพยากรธรณีในฐานะหน่วยงานราชการที่มีหน้าที่รับผิดชอบในการบริหารจัดการ
ทรัพยากรธรณีและธรณีพิบัติภัยของประเทศ ดำเนินการสำรวจ ศึกษา วิจัย ปัจจัยต่าง ๆ ที่ส่งผลให้เกิด

ธรณีพิบัติภัยและติดตามพฤติกรรมของธรณีพิบัติภัยต่าง ๆ เพื่อประเมินสถานภาพ กำหนดขอบเขต
พื้นที่เสี่ยงภัย จัดทำแนวทางหรือมาตรการป้องกันบรรเทาผลกระทบจากธรณีพิบัติภัยต่าง ๆ พัฒนา
ขีดความสามารถในการคาดการณ์และพยากรณ์ความเสี่ยงต่อการเกิดธรณีพิบัติภัย เพื่อเพิ่มขีด
สมรรถนะในภารกิจหลักนั้น จึงได้เกิดโครงการจัดทำแผนที่พื้นที่อ่อนไหวต่อการเกิดดินถล่มระดับ

รายละเอียด โดยนำเทคโนโลยีสารสนเทศและเทคนิคการสำรวจระยะไกล ควบคู่กับการสำรวจ
ภาคสนามมาใช้เพื่อทำความเข้าใจกับลักษณะสภาพแวดล้อมของพื้นที่เสี่ยงภัยดินถล่ม และใช้ใน
การจัดทำฐานข้อมูลในรูปแบบสารสนเทศที่ง่ายต่อการปรับเปลี่ยนข้อมูล มีความรวดเร็ว และ

มีประสิทธิภาพ

- 2 -


1.2 วัตถุประสงค์และเป้าหมาย


1.2.1 วัตถุประสงค์


เพื่อกำหนดขอบเขตระดับความอ่อนไหวต่อการเกิดดินถล่มของพื้นที่ด้วยแบบจำลอง
ทางสถิติ


1.2.2 เป้าหมาย

มีแบบจำลองทางคณิตศาสตร์เพื่อการวิเคราะห์พื้นที่อ่อนไหวต่อการเกิดดินถล่มระดับ
รายละเอียด (landslide susceptibility model) ที่สามารถปรับเปลี่ยนข้อมูลให้เป็นปัจจุบันได้ง่าย
และแผนที่พื้นที่อ่อนไหวต่อการเกิดดินถล่ม (landslide susceptibility map)


1.3 ขอบเขตการศึกษา


การศึกษาพื้นที่อ่อนไหวต่อการเกิดดินถล่มในระดับจังหวัด เป็นข้อมูลเชิงพื้นที่มีลักษณะ
เป็นกริด (raster data) มีโครงสร้างเป็นช่องเหลี่ยม เรียกว่า จุดภาพ หรือ Grid cell เรียงต่อเนื่องกัน
ในแนวราบและแนวดิ่ง ในแต่ละจุดภาพสามารถเก็บค่าได้ 1 ค่า มีความละเอียดของข้อมูลอยู่ที่

10 เมตร ซึ่งสามาถแบ่งงานออกเป็น 3 ส่วนดังนี้

1.3.1 งานวิเคราะห์ข้อมูลพื้นฐาน


1) รวบรวมและเตรียมฐานข้อมูลสารสนเทศภูมิศาสตร์ และภาพดาวเทียม
2) แปลความหมายร่องรอยดินถล่มเบื้องต้น ข้อมูลทางธรณีวิทยา โครงสร้างทาง
ธรณีวิทยา ธรณีสัณฐานวิทยา จากข้อมูลสัมผัสไกล ได้แก่ ภาพถ่ายทางอากาศ และภาพดาวเทียม


1.3.2 งานสำรวจภาคสนาม

1) ดำเนินการสำรวจตรวจสอบข้อมูลร่องรอยดินถล่มที่ได้จากการแปลข้อมูลดาวเทียม พร้อม

สำรวจร่องรอยดินถล่มปัจจุบันในภาคสนาม
2) สำรวจลักษณะธรณีวิทยาและแบ่งกลุ่มวิทยาหินในพนที่เสี่ยงต่อการเกิดดินถล่ม
ื้

1.3.3 งานศึกษาและวิเคราะห์

ศึกษาวิเคราะห์แบบจำลองทางสถิติแบบสองตัวแปร (Bivariate probability) และ
การให้ค่าน้ำหนัก (weighting) เพื่อหาค่าความสัมพันธ์ระหว่างรอยดินถล่มในอดีตในรูปแบบ
อัตราส่วนความน่าจะเป็นหรือความหนาแน่นของการกระจายตัวของดินถล่มในแต่ละกลุ่มย่อยใน

ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับดินถล่ม

- 3 -


1.4 ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ


1) แบบจำลองในการศึกษาพื้นที่อ่อนไหวต่อการเกิดดินถล่มในพื้นที่ต้นแบบที่สามารถ
นำไปใช้เป็นแนวทางในการจัดทำข้อมูลพื้นที่อ่อนไหวต่อการเกิดดินถล่ม ในพื้นที่อื่นในแต่ละภูมิภาคของ
ประเทศ
2) ข้อมูลฐานและปัจจัยที่ใช้ในการพิจารณาการเกิดดินถล่มอยู่ในรูปแบบสารสนเทศ

ภูมิศาตร์ (Geographic Information System, GIS) ที่มีความสัมพันธ์กับตำแหน่งในเชิงพื้นที่ (Spatial
data) ซึ่งรูปแบบและความสัมพันธ์ของข้อมูลเชิงพื้นที่ทั้งหลาย จะสามารถนำมาวิเคราะห์ด้วย GIS
และทำให้สื่อความหมายในเรื่องการเปลี่ยนแปลงที่สัมพันธ์กับเวลาได้
3) มีข้อมูลฐานพื้นที่อ่อนไหวต่อการเกิดดินถล่มสำหรับใช้ในการเป็นข้อมูลตั้งต้นใน

การกำหนดขอบเขตพื้นที่เสี่ยงภัยดินถล่ม (landslide risk zoning)
4) แนวทางในการศึกษาลักษณะทางกายภาพของชั้นดินในพื้นที่ลาดชัน และวิธีการเลือก
เก็บตัวอย่างดินในชั้นที่อยู่ในแนวศักยภาพเลื่อนไถล เพื่อให้เข้าใจถึงกลไกและกระบวนการทำงานของ

การเกิดดินถล่ม
5) ข้อมูลทางวิศวกรรมขั้นพื้นฐานของชั้นดินและหินผุของหินฐานในพื้นที่เสี่ยงภัย ซึ่งเป็น
ข้อมูลสนับสนุนในการวิเคราะห์ชนิดของการเกิดดินถล่ม (landslide type) ซึ่งมีประโยชน์อย่างมากใน
การวิเคราะห์ระดับความรุนแรงของพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากดินถล่ม
6) ข้อมูลชั้นดินที่อยู่ในแนวศักยภาพเลื่อนไถล และลักษณะดินถล่มในพื้นที่เสี่ยงภัย

7) ฐานข้อมูลสำคัญสำหรับการศึกษา วิจัย ดินถล่ม ทั้งในเรื่องของการปรับปรุง
การวิเคราะห์แบบจำลองดินถล่ม เพื่อให้ครอบคลุมข้อมูลที่จะนำไปสู่การพยากรณ์และคาดการณ์
ต่อไป



บทที่ 2

วรรณกรรมปริทัศน์




2.1 นิยามศัพท์



คำศัพท์ที่ใช้ในรายงานฉบับนี้ บางส่วนอ้างอิงจากพจนานุกรมศัพท์ธรณีวิทยา
ฉบับราชบัณฑิตยสถาน (2544) คู่มือการทำแผนที่ดินถล่ม (Fell, 2550) และหนังสือคำศัพท์จากคู่มือ
การประเมินความเสี่ยงจากภัยพิบัติ ซึ่งจัดทำโดย สำนักงานโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ
(United Nations Development Programme: UNDP, 2559) ทั้งนี้ คำศัพท์จะจัดเรียงตามลำดับ

ความสำคัญและความสัมพันธ์ของความหมาย ดังนี้
1) ภัยธรรมชาติ (natural hazard) คือ ภัยที่เกิดจากธรรมชาติ เช่น แผ่นดินไหว ดินถล่มและ
โคลนถล่ม คลื่นใต้น้ำหรือสึนามิ การระเบิดของภูเขาไฟ วาตภัย อุทกภัย อื่น ๆ
2) ภัยพิบัติ (hazard) คือ ภัยเหตุการณ์ที่เกิดจากธรรมชาติหรือการกระทำของมนุษย์ที่

อาจนำมาซึ่งความสูญเสียต่อชีวิตทรัพย์สิน ตลอดจนทำให้เกิดผลกระทบทางเศรษฐกิจ สังคม และ
สิ่งแวดล้อม
3) ความเสี่ยงภัย (risk) คือ ความเสี่ยงที่มีโอกาสหรือความเป็นไปได้ในการได้รับ
ผลกระทบทางลบจากการเกิดภัย โดยผลกระทบสามารถเกิดขึ้นกับชีวิต สุขภาพ การประกอบอาชีพ

ทรัพย์สิน และบริการต่าง ๆ ทั้งในระดับบุคคล ชุมชน สังคม หรือประเทศ
4) ดินถล่ม (landslide) คือ การเคลื่อนที่ของมวลหิน เศษหิน ดิน ตามลาดชัน
5) ดินถล่มมีพลัง (active landslide) คือ ดินถล่มที่ปัจจุบันยังมีการเคลื่อนตัว สามารถ

เป็นได้ทั้งการเคลื่อนตัวครั้งแรก (first-time) และการเกิดซ้ำ (reactivation)
6) ดินถล่มอุบัติซ้ำ (reactivated landslide) คือ การเคลื่อนตัวของมวลดินอีกครั้ง
หลังจากมีการหยุดเคลื่อนตัว
7) แผนที่ร่องรอยดินถล่ม (landslide inventory map) คือ แผนที่ดินถล่มที่แสดง
ตำแหน่ง จำแนก ปริมาณ กิจกรรม รวมถึงวันที่เกิดเหตุการณ์ดินถล่มแต่ละพื้นที่ อีกทั้งเป็นพื้นฐานที่

สำคัญมากในการประเมินความอ่อนไหวต่อการเกิดดินถล่ม (landslide susceptibility) โอกาสเกิด
ดินถล่ม (landslide hazard) และความเสี่ยงภัย (landslide risk)
8) แผนที่อ่อนไหวต่อการเกิดดินถล่ม (landslide susceptibility map) คือ แผนที่แสดง

ความอ่อนไหวต่อการเกิดดินถล่มเป็นการประเมินเชิงปริมาณหรือเชิงคุณภาพของการจำแนก
ปริมาณ (หรือพื้นที่) และการกระจายเชิงพื้นที่ของดินถล่มที่มีอยู่หรืออาจเกิดขึ้นในพื้นที่อ่อนไหวต่อ
การเกิดดินถล่ม ยังอาจรวมคำอธิบายของความเร็วและความรุนแรงของดินถล่มที่มีอยู่หรือทอาจเกิดขึ้น
ี่
ความน่าจะเป็นที่อาจจะเกิดดินถล่ม ซึ่งบอกชนิดของดินถล่ม และตำแหน่งที่จะเกิด

9) แผนที่ที่มีโอกาสเกิดดินถล่ม (landslide hazard map) คือ แผนที่แสดงพื้นที่ที่มี
โอกาสเกิดดินถล่มเป็นผลผลิตที่ได้มาจากการประเมินแผนที่ความอ่อนไหวต่อการเกิดดินถล่มที่มี
การกำหนดรอบความถี่โดยประมาณ (ความน่าจะเป็นรายปี) ต่อการถล่มที่อาจจะเกิดขึ้น

- 6 -


10) ระดับหรือขอบเขตความรุนแรง (zoning) คือ พื้นที่ที่มีการจัดระดับความไวต่อการเกิด
ดินถล่ม ทั้งของพื้นที่อ่อนไหวต่อการเกิดดินถล่ม พื้นที่เสี่ยงภัยดินถล่ม และพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจาก

ดินถล่ม
11) แผนที่เสี่ยงภัยดินถล่ม (landslide risk map) คือ แผนที่แสดงผลการประเมิน
ความเสี่ยงดินถล่ม เป็นผลผลิตที่ได้จากการประเมินพื้นที่ที่มีโอกาสเกิดดินถล่ม ซึ่งบ่งบอกระดับ
ผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อองค์ประกอบที่มีความเสี่ยงจากเหตุการณ์ภัยในพนที่หนึ่ง ๆ โดยมากแสดงผลเป็น
ื้
ระดับสี
12) ดิน (soil)
ก) ความหมายทางธรณีวิทยา คือมวลวัสดุที่เกิดจากการผุพังของผิวโลกจากหินหรือชั้น
ตะกอนและยังไม่จับตัวกันวางตัวบนหินดาน


ข) ความหมายทางปฐพศาสตร์ คือเทหวัตถุธรรมชาติที่ปกคลุมพนโลกอยู่เป็นชั้นบาง ๆ
ื้
เกิดจากการสลายตัวของหินและแร่ผสมคลุกเคล้ากับอินทรียวัตถุซึ่งประกอบด้วยอินทรียวัตถุ
อนินทรียวัตถุ น้ำ และอากาศ
ค) ความหมายทางวิศวกรรม คือวัตถุทางธรรมชาติที่เกิดจากการแปรสภาพหรือสลายตัว

ของหินและแร่ธาตุ ซึ่งทับถมกันในสภาพที่ไม่แน่นอาจจะมีอินทรียวัตถุเป็นส่วนประกอบด้วยหรือไม่ก็
ได้ แต่ “ดิน” หมายถึง กรวด (gravel) ทราย (sand) ทรายแป้ง (silt) และดินเหนียว (clay)

13) ดินกำเนิดโดยการสลายของหิน ณ ที่ตั้ง (residual soil) คือดินที่เกิดจากการผุพัง
ของหินต้นกำเนิดเนื่องจากขบวนการ ปฏิกิริยาต่อดินฟ้าอากาศ และตะกอนทับถมอยู่กับที่

14) ดินกำเนิดโดยการพัดพาไปตกตะกอน (transported soil) คือดินที่เกิดจาก
การถูกพัดพาจากแหล่งกำเนิดโดยตัวกลางและไปทับถมในอีกที่หนึ่ง ตัวกลางที่พัดพาอาจเป็นน้ำ
ลม ธารน้ำแข็ง
15) ตะกอนน้ำพา (alluvium) คือ กรวด หิน ดิน ทราย และสิ่งอื่น ๆ ที่เกิดจากการพดพา

ของน้ำไปสะสมตัว ณ บริเวณใดบริเวณหนึ่ง เช่น alluvial ตะกอนรูปพัดบริเวณที่ราบเชิงเขา
16) เศษหินเชิงเขา (colluvium) คือก้อนหินขนาดต่าง ๆ ที่แตกหักกระจัดกระจายมา
กองทับถมระเกะระกะอยู่เชิงเขาซึ่งเป็นการแตกสลายตัวของเขาหินระยะแรก โดยเริ่มผุพังจากที่สูง

ร่วงลงมาไปหาที่ต่ำเพราะแรงดึงดูดของโลก
17) ตัวอย่างแบบถูกรบกวน (disturbed sample) คือ ตัวอย่างดินที่ได้จากการตอก

ขุดหรือตักที่ทำให้ตัวอย่างดินเปลี่ยนสภาพเนื่องจากถกรบกวนจากแรงกระทำภายนอก


18) ระบบจำแนกดินเอกภาพ (Unified Soil Classification System, USCS) คือ
ระบบการเรียกชื่อดินจากการจำแนกจากผลการทดสอบขนาดของเม็ดดินและการกระจายตัวของดิน
(grain size distribution) ขีดเหลว (liquid limit) และดัชนีพลาสติก (plastic index)
19) ระนาบการเลื่อนไถล (slip plane) คือ แนวระนาบที่หินผุหรือดินเคลื่อนตัวผ่าน


โดยปกติแนวระนาบจะประกอบไปด้วยชั้นที่แข็งรองรับด้านล่างชั้นดินที่ออนกว่า
20) วิทยาหิน (lithology) คือวิชาที่ว่าด้วยลักษณะทางกายภาพของหิน โดยการศึกษา

จากหินโผล่หรือหินตัวอย่าง

- 7 -


2.2 ดินถล่ม



2.2.1 ความหมายของดินถล่ม

ดินถล่ม (landslide) เกิดจากการเคลื่อนที่ของมวลดิน มวลหินลงมาตามลาดเขาด้วย
อิทธิพลของแรงโน้มถ่วงของโลก (Cruden and Varnes, 1996) สามารถเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ

โดยมีปัจจัยภายนอกเป็นตัวกระตุ้นหรือตัวเร่ง (triggering factors) เช่น ปริมาณน้ำฝนที่ตกหนัก
อย่างต่อเนื่องทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของชั้นน้ำใต้ดิน ส่งผลให้ชั้นดินและหินเสียสมดุลจนถึง
ขาดเสถียรภาพ กล่าวคือกลไกและกระบวนการควบคุมการเคลื่อนที่ของมวลดินที่เป็นผลจากน้ำฝน
เป็นตัวเร่ง และการเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำใต้ดินเป็นสาเหตุ นอกจากนี้ปรากฏการณ์ดินถล่ม

สามารถเกิดขึ้นได้จากการกระทำของมนุษย์ เช่น การตัดถนน ตีนเขาถูกทำให้ขาดเสถียรภาพ
การตัดไม้ทำลายป่า ขาดพืชพรรณปกคลุมและยึดเกาะดินทำให้ง่ายต่อการเกิดการพังทลายและ
ดินถล่ม


2.2.2 การจำแนกประเภทของดินถล่ม


การจำแนกประเภทของดินถล่ม และการพังทลายของลาดเขา (รูปที่ 2.1) ซึ่งใช้ใน
รายงานฉบับนี้ ยึดหลักเกณฑ์การจำแนกของ British Geological Survey (BGS) เป็นแนวทาง
โดยหลักเกณฑ์ดังกล่าว มีพื้นฐานมาจากการจำแนกประเภทดินถล่มของ Varnes (1978) ซึ่งอาศัย

หลักการพื้นฐาน 2 อย่างในการจำแนก ได้แก 1) ชนิดของการเคลื่อนที่ (type of movement: falls,
topples, slides, spreads, flows) และ 2) ชนิดของมวลเคลื่อนที่ (type of material: rock,
debris, earth) (ตารางที่ 2.1) และการจำแนกระดับความเร็วในการเคลื่อนที่ของมวลดิน (Cruden
and Varnes, 1996) (ตารางที่ 2.2) ดินถล่มแต่ละประเภท สามารถอธิบายได้ดังนี้

1) การร่วงหล่น (falls) เป็นการเคลื่อนที่ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วมาก (extremely rapid)
เป็นการหลุด ร่วง กระดอน และกลิ้งอย่างเป็นอิสระภายใต้แรงโน้มถ่วงของโลกจากหน้าผาหรือพื้นที่
ลาดชันที่มีมุมเอียงเทสูง มักเกิดตามระนาบพื้นผิวที่มีการเคลื่อนที่ด้วยแรงเฉือนน้อยหรือไม่มีเลย เช่น

รอยแตกหรือรอยแยกในชั้นหิน สามารถจำแนกได้เป็น 3 แบบตามชนิดของวัสดุ ได้แก ่
ก) หินร่วง (rock fall) หินที่หลุดร่วง

ข) เศษหินและดิน (debris fall) ตะกอนดินเม็ดหยาบและหินที่หลุดล่วงบริเวณเชิงเขา

ค) ดินร่วง (earth fall) ตะกอนดินเม็ดละเอียดที่หลุดตกลงมา
2) การล้มคว่ำ (topples) เป็นการเคลื่อนที่ในลักษณะล้มคว่ำมาข้างหน้า (forward
rotation) ภายใต้แรงโน้มถ่วงของโลก โดยมีจุดหมุนหรือแกนของการหมุนอยู่ที่ฐานของระนาบ

รอยชั้นความไม่ต่อเนื่อง (basal discontinuities)
3) การเลื่อนไถล (slides) คือการเคลื่อนที่ของมวลบนระนาบการเฉือน (shear or

rupture surfaces) สามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ตามลักษณะของระนาบการเคลื่อนที่ ได้แก่
การเลื่อนไถลบนระนาบโค้ง (rotational slide or slump) และการเลื่อนไถลบนระนาบเรียบ
(translational slide) การเลื่อนไถลบนระนาบโค้ง มีจุดเด่นคือ ระนาบของการเคลื่อนที่จะมีลักษณะ
โค้งคล้ายช้อน (spoon-like shape) หรือรูปประทุนหงาย (concave-upward failure surfaces)

- 8 -


ส่วนการเลื่อนไถลบนระนาบเรียบ (planar rupture surface) มวลวัสดุมักจะเคลื่อนที่บนระนาบที่
ค่อนข้างขนานกับความลาดชัน หรือตามระนาบรอยแตก และทิศทางการวางตัวของชั้นหิน

4) การแผ่ออกด้านข้าง (lateral spread) เป็นลักษณะการแตกและยืดออกด้านข้างของ
ชั้นหิน (coherent rocks) หรือชั้นดินที่มีความเชื่อมแน่น (cohesive soils) เนื่องจากแรงดึง
(tension) หรือแรงเฉือน (shear) ส่วนใหญ่มักเกิดสัมพันธ์กับแผ่นดินไหว และปรากฎการณ์ดินไหล

(liquefaction) บนพื้นราบหรือพื้นที่ที่มีความลาดชันน้อย หรือเกิดจากการที่มีหินหรือดินที่แข็ง
และไม่อุ้มน้ำวางตัวทับอยู่บนชั้นดินที่อุ้มน้ำ เมื่อชั้นดินที่อุ้มน้ำถูกทับด้วยน้ำหนักที่มากก็จะไหลออก
ด้านข้าง ทำให้ชั้นดิน ชั้นหินที่อยู่ด้านบนแตกออกและยุบตัว

5) การไหล (flows) เป็นการเคลื่อนที่ในลักษณะคล้ายของไหล (flow-like movement)
ของวัสดุแห้งหรือวัสดุที่อิ่มตัวไปด้วยน้ำลงมาตามความลาดชันและแรงโน้มถ่วงของโลก สามารถแบ่ง
ออกเป็นชนิดต่าง ๆ ดังนี้

ก) หินไหล (rock flow: deep creep) หรือ หินถล่ม (rock avalanche) เป็นการไหล
อย่างรวดเร็วที่สุด (extremely rapid) ของเศษหิน (fragmented rocks) จากกองหินที่เลื่อนไถล

(rock slide) หรือถล่ม (rock fall) มาก่อนหน้า
ข) เศษวัสดุธรณีไหล (debris flow) เป็นการเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วมาก (very rapid)
ของเศษหินและตะกอนดินที่อิ่มตัวไปด้วยน้ำบนเส้นทางการไหลที่มีอยู่เดิม (established paths) เช่น

ร่องธาร (gullies) และร่องน้ำลำดับที่หนึ่งหรือสอง (first-or second-order drainage channels)
ปกติการไหลของเศษดินหินมักจะมาจากดินถล่มประเภทอื่น ๆ ที่เกิดขึ้นบนทางลาดชัน โดยมีน้ำเป็น
ตัวกลางพัดพาเอาเศษหินและตะกอนดินไหลรวมถึงซากต้นไม้ก่อนที่จะไหลลงมากองทับถมบริเวณที่

ราบเชิงเขาในลักษณะของเนินตะกอนรูปพัดหน้าหุบเขา
ค) การถล่มของเศษวัสดุธรณี (debris avalanche) เป็นการไหลอย่างรวดเร็วมากถึง
มากที่สุด (very rapid to extremely rapid) ของเศษหินและตะกอนดินที่มีความชื้นหรืออิ่มตัวไป

ด้วยน้ำ (partially or fully saturated debris) สามารถพบได้ทั่วไปบนพื้นที่ที่มีความลาดชันสูง
ง) ดินไหล (earth flow) เป็นการเคลื่อนที่ของชั้นดินหรือชั้นหินที่มีตะกอนขนาด

ละเอียดหรืออนุภาคของดินเหนียวเป็นองค์ประกอบหลัก (fine-grained materials or clay-bearing
rocks) มักเกิดบนพื้นที่ที่มีความลาดชันไม่สูงนัก (moderate slopes) โดยอัตราความเร็วในการไหล
จะแปรผันตรงกับปริมาณความชื้นในดิน

จ ) โคลนไหล (mud flow) หรือ ดินไหลแบบเร็วมาก (rapid earth flow)
เป็นการไหลอย่างรวดเร็วมากถึงมากที่สุด (very rapid to extremely rapid) ของตะกอนดินที่
ประกอบไปด้วยอนุภาคของทราย, ทรายแป้ง และดินเหนียว ไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 และมีค่าความชื้น

ในสถานภาพพลาสติกของดิน (plastic index) > ร้อยละ 5
ฉ) การคืบตัว (creep) เป็นการคืบหรือไหลคลานอย่างช้า ๆ ด้วยอัตราความเร็วคงที่ ไป
ตามการเอียงเทของชั้นดินหรือหิน สามารถแบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ การคืบตามฤดูกาล

(seasonal creep) การคืบอย่างต่อเนื่อง (continuous creep) และการคืบแบบเร่ง (progressive
creep)

- 9 -


6) ดินถล่มแบบซับซ้อน (complex landslide) เป็นการเคลื่อนที่ของมวลดินมากกว่า
หนึ่งชนิด ในธรรมชาติมวลดินที่เกิดการเคลื่อนที่ก่อนมักไปกระตุ้นให้เกิดการเคลื่อนที่ในรูปแบบอน
ื่
ตามมา เช่นการเลื่อนไถลบนระนาบโค้งของชั้นดินบนไหลเขาสามารถไถลลงมาสู่ตีนเขาและมวลดิน
สามารถไหลต่อไปได้ขึ้นอยู่กับปริมาณความชื้นในดิน





































































รูปที่ 2.1 ประเภทของดินถล่มจำแนกโดยอาศัยชนิดของการเคลื่อนที่ ชนิดของมวลเคลื่อนที่ ธรรมชาติของ
การเคลื่อนที่ อัตราการเคลื่อนที่ และความชื้น (คัดลอกและดัดแปลงจาก Varnes, 1978)

- 10 -


ตารางที่ 2.1 แสดงการจำแนกชนิดของดินถล่ม (ดัดแปลงจาก Varnes, 1978)

ชนิดของมวลเคลื่อนที่ (type of Material)


ชนิดการเคลื่อนที่ ดินในเชิงวิศวกรรม (Engineering soils)
(type of Movement) ชั้นหิน (bedrock) predominately coarse predominately fine
> 20 % gravel and < 20 % gravel and
coarse grain coarse grain
การร่วงหล่นของหิน การร่วงหล่นของเศษหน การร่วงหล่นของดิน

การร่วงหล่น (falls)
(rock fall) และดิน (debris fall) (earth fall)
การล้มคว่ำของหิน การล้มคว่ำของเศษหินและดิน การล้มคว่ำของดิน
การล้มคว่ำ (topples)
(rock topple) (debris topple) (earth topple)

ระนาบโค้ง

การเลื่อน (rotational) การเลื่อนไถลของหิน การเลื่อนไถลของเศษหน การเลื่อนไถลของดิน
ไถล และดิน
(slides) ระนาบเรียบ (rock slide) (debris slide) (earth slide)
(translational)

การแผ่กระจายออก การแผ่กระจายออกด้านข้าง
การแผ่กระจายออกด้านข้าง ด้านข้างของหิน ของเศษหินและดิน การแผ่กระจายออกด้านข้าง
(lateral spreads) ของดิน (earth spread)
(rock spread) (debris spread)

การไหลของเศษหินและดิน การไหลของดิน
(debris flow) (earth flow)

การไหลของหิน โคลนไหล
การไหล (flows) (rock flow: Deep การถล่มของเศษวัสดุธรณี (mud flow หรือ
creep) debris avalanche rapid earth flow


การคืบตวของดิน (soil creep)



การเคลื่อนที่แบบซับซ้อน มีชนิดการเคลื่อนที่ตั้งแต่ 2 ชนิดขึ้นไป
(complex) (combination of two or more principle types of movement)

- 11 -



ตารางที่ 2.2 แสดงการจำแนกระดับความเร็วในการเคลื่อนที่ของมวลดิน (Cruden and Varnes, 1996)


ระดับ

ความเรว คำอธิบาย ความเร็ว ความเร็วทั่วไป นัยสำคัญของการทำลายที่เป็นไปได ้
3
7 รวดเร็วที่สุด 5 x 10 5 เมตร/วินาที ความรุนแรงระดับสูงสุด; สิ่งก่อสร้างถูกทำลาย
โดยการปะทะกันของวัตถุที่เคลื่อนที่
มีการสูญเสียหลายชีวิต การอพยพเป็นไปได้

ยาก
1
6 รวดเร็วมาก 5 x 10 3 เมตร/นาที สูญเสียสิ่งมีชีวิตบ้าง; ความเร็วรวดเร็วมาก
จนยากจะทำให้อพยพได้ทุกคน
-1
5 รวดเร็ว 5 x 10 1.8 เมตร/ชั่วโมง การอพยพยังเป็นไปได้; สิ่งปลูกสร้าง ทรัพย์สิน
และเครื่องมือถูกทำลายเสียหาย
-3
4 ปานกลาง 5 x 10 13 เมตร/เดือน สิ่งปลูกสร้างชั่วคราวและสิ่งปลูกสร้างที่ไวต่อ
ความรู้สึกบางส่วนยังสามารถบำรุงซ่อมแซม

ชั่วคราวได้
-5
3 ช้า 5 x 10 1.6 เมตร/ปี การเยียวยาการก่อสร้างยังสามารถดำเนินต่อได้
ระหว่างการเคลื่อนไหวนี้; สิ่งปลูกสร้างที่ไม่ไว
ต่อความรู้สึกยังสามารถบำรุงซ่อมแซมโดยมี
การทำเป็นประจำถ้าการเคลื่อนไหวโดยรวม
ไม่มากเกินไปในระหว่างระยะเร่งความเร็ว
-7
2 ช้ามาก 5 x 10 16 มิลลิเมตร/ปี สิ่งก่อสร้างถาวรบางแห่งยังไม่ได้รับ
ความเสียหาย
-7
1 ช้าที่สุด < 5 x 10 < 16 มิลลิเมตร/ปี ยังไม่สามารถตรวจจับได้หากปราศจาก
เครื่องมือวัด; การก่อสร้างยังเป็นไปได้แต่ควร

ระมัดระวัง


2.3 ปัจจัยที่เป็นสาเหตุของการเกิดดินถล่ม



2.3.1 สภาพภูมิประเทศ (topography)

ลักษณะภูมิประเทศที่มีอิทธิต่อความรุนแรงและโอกาสต่อการเกิดดินถล่ม คือ ความลาดชัน
(slope) ความยาวของความลาดชัน (slope length) ทิศทางของความลาดชัน (aspect of slope)

ระดับความสูงของพื้นที่ (elevation) และภูมิสัณฐาน (landform) ว่าเป็นลักษณะสันเขา อาทิ ยอดเขา
แหลม ยอดเขามน หน้าผา เชิงเขา เป็นต้น สิ่งเหล่านี้จะมีบทบาทต่อการเคลื่อนที่หรือการเลื่อนไหลของ
มวลดินตามลาดเขา จากหลาย ๆ งานวิจัยพบว่าปัจจัยความลาดชันและความสูงของพื้นที่มีผลต่อระดับ
ความรุนแรงของการเกิดดินถล่ม กล่าวคือ เมื่อพื้นที่มีความลาดชันน้อยกว่า 5 องศา และความสูงน้อยกว่า

100 เมตร จะให้ความรุนแรงต่อการเกิดดินถล่มต่ำ (Anbalagan, 1992; Kingsbury and others, 1991)
ในขณะที่ระดับความรุนแรงต่อการเกิดดินถล่มจะสูงขึ้นเมื่อพื้นที่มีความลาดชันมากกว่า 45 องศา และ
ความสูงมากกว่า 300 เมตร อย่างไรก็ตามยังพบว่าพื้นที่ที่มีความลาดชันระหว่าง 21-40 องศา มีโอกาส

- 12 -


เกิดดินถล่มมากที่สุด (Lessing and others, 1983; Mehrotra and others, 1991) สำหรับในกรณีศึกษา
ที่บ้านกะทูนเหนือ อําเภอพิปูน จังหวัดนครศรีธรรมราช พบว่ารอยดินถล่มที่ได้จากการแปลภาพถ่าย

ทางอากาศ จำนวน 1,826 รอยดินถล่ม ส่วนมากร้อยละ 70 พบอยู่ในบริเวณที่มีความลาดชันระหว่าง
30 องศา ถึง 60 องศา (วรวุฒิ ตันติวนิช, 2535)
ความสูงของพื้นที่เป็นปัจจัยหนึ่งที่มีความสัมพันธ์กับการเกิดดินถล่ม เนื่องมาจากพื้นที่ที่มี
ื้
ความสูงมากย่อมมีการกัดเซาะพงทลายรุนแรง ตามหลักการของการปรับตัวของพื้นโลก พนที่ที่อยู่ในที่สูง

ก็จะมีการกร่อน (erosion) มากตามไปด้วย เช่น การศึกษาได้จําแนกระดับความสูงต่ำของภูมิประเทศตาม
ระดับความรุนแรงที่เกิดดินถล่มเป็น 3 ระดับ คือ ระดับความรุนแรงที่เกิดดินถล่มต่ำ พบที่ระดับความสูง
น้อยกว่า 100 เมตร ระดับความรุนแรงที่เกิดดินถล่มปานกลาง พบที่ระดับความสูง 100-300 เมตร และ
ระดับความรุนแรงที่เกิดดินถล่มสูง พบที่ระดับความสูงมากกว่า 300 เมตร (Anbalagan, 1992)

อย่างไรก็ตามพื้นที่ที่สูงชันมาก เช่น หน้าผาหินส่วนใหญ่ประกอบด้วยชั้นหินมากกว่าชั้นดิน
จึงมีความคงทนมากกว่าบริเวณที่เป็นไหล่เขาหรือลาดเขา ดังตัวอย่างจากการศึกษาของศูนย์วิจัยป่าไม้
(2537) ได้รายงานผลการศึกษาการเกิดดินถล่มในพื้นที่ภาคใต้ว่า ตำแหน่งที่พบดินถล่มในระดับความสูง
ต่ำกว่า 200 เมตร พบเพียง 14 แห่ง ที่ระดับความสูง 200-500 เมตร พบ 1,050 แห่ง ระดับความสูง

500-800 เมตร พบ 744 แห่ง และระดับความสูงมากกว่า 800 พบน้อยลงโดยพบเพียง 187 แห่ง
เนื่องจากบริเวณที่ศึกษาที่ระดับความสูงขึ้นเป็นชั้นหินมากกว่าชั้นดิน


2.3.2 สภาพธรณีวิทยาและปฐพีวิทยา (Geology and Pedology)

สภาพธรณีวิทยาที่แตกต่างกันให้ชั้นดินต่างชนิดกัน และความหนาต่างกัน เช่น หินแกรนิต

แสดงลักษณะไม่มีความเป็นเนื้อเดียวกัน (heterogeneous) มีอัตราการผุพังสูง แร่ที่เป็นองค์ประกอบ
เมื่อผุพังแล้วจะให้ชั้นดินเป็นตะกอนทราย หรือตะกอนทรายปนดินเหนียว (วรวุฒิ ตันติวนิช, 2535)
ส่วนหินภูเขาไฟ มีอัตราการผุพังสูง และให้ชั้นดินทรายปนดินเหนียว หรือดินเหนียว ส่วนหินตะกอน เช่น

หินดินดาน หินโคลน เมื่อผุพังจะให้ชั้นดินเหนียวเป็นส่วนใหญ่ ส่วนพื้นที่ที่มีลักษณะธรณีวิทยาเป็นหินแปร
เช่น หินชนวน (slate) หินควอร์ตไซต์ (quartzite) มีโอกาสเกิดดินถล่มได้ง่ายกว่าหินตะกอน
เช่น หินปูน หินโดโลไมต์ (limestone/dolomite) และหินทราย (Mehrotra and others, 1991)
นอกจากนี้การพิจารณาจากอัตราการผุพังอาจจะสามารถบ่งบอกถึงโอกาสเกิดดินถล่มได้ เช่น ปัจจัย


การผุพงสลายตัวของหินแบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ 1 หินมีการผุพงสลายตัวเร็วแต่โอกาสเกิดดินถล่มต่ำ
ได้แก่ หินควอร์ตไซต์ หินปูน หินแกรนิต หินแกบโบร และหินไนส์ กลุ่มที่ 2 หินมีการผุพังสลายตัว
ปานกลาง มีโอกาสเกิดดินถล่มปานกลาง ได้แก่ หินดินดาน หินทรายแป้ง และกลุ่มที่ 3 หินมีการผุพง

สลายตัวช้าแต่มีโอกาสเกิดดินถล่มสูง ได้แก่ หินชนวน หินฟิลไลต์ และหินชิสต์ นอกจากนี้ยังพบว่าโครงสร้าง

ทางธรณีวิทยา มีผลต่ออัตราการผุพังของหิน โดยเฉพาะหินที่อยู่ในเขตรอยเลื่อน มีรอยแตก รอยแยกมาก
ส่งผลให้อัตราการผุพังสูงตามมาด้วย เนื่องจากมีช่องว่างให้น้ำและอากาศผ่านเข้าไปทำปฏิกิริยาทางเคมีได้
ง่ายขึ้น (Anbalagan, 1992)

- 13 -


การเกิดดินถล่มระดับตื้น (shallow landslide) มีความหลากหลายทางชนิด ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับ
ชนิดของดินที่เป็นผลมาจากการผุพังของชั้นหินต้นกำเนิด พสุทธิ์และคณะ (2533) ได้ศึกษาดินที่เกิดจาก

การผุพังสลายตัวของหินแกรนิต บริเวณที่เกิดดินถล่ม อำเภอพิปูน จังหวัดนครศรีธรรมราช พบว่า
ดินส่วนใหญ่เป็นดินทราย สามารถแบ่งเป็น 2 ชั้น คือ ดินชั้นบนเป็นดินร่วนเหนียวปนทราย
(sandy clay loam) ซึ่งประกอบด้วยอนุภาคขนาดทรายร้อยละ 50-65 ดินชั้นล่างเป็นดินเหนียวปนทราย
(sandy clay) ซึ่งประกอบด้วยอนุภาคขนาดทรายร้อยละ 30-45 จากข้อมูลนี้จะเห็นว่าดินทรายมี

แรงยึดเหนี่ยวของเม็ดดินมีน้อยทำให้เกิดการพังทลายได้ง่ายโดยปกติแล้วถ้าดินแห้งสนิทจะไม่มีแรงยึดเหนี่ยว
เกิดขึ้นเลย ดินจะมีแรงยึดเหนี่ยวเพิ่มขึ้นเมื่อดินได้รับความชื้นเพิ่มขึ้น และจะค่อย ๆ ลดลงเมื่อดินได้รับ
ความชื้นมากขึ้นเรื่อย ๆ จนเกินขีดจํากัดพลาสติก (plastic limit: PL) ดินแทบจะไม่มีแรงยึดเหนี่ยวหรือ
ไม่มีเลย เมื่อดินได้รับความชื้นมากขึ้นจนถึงขีดจํากัดความเหลว (liquid Limit: LL) ดินจะอยู่ใน

สภาพเหลวและไหลได้ ค่าที่ได้จากผลต่างระหว่างค่าขีดจํากัดความเหลวกับค่าขีดจํากัดพลาสติก เรียกว่า
ดัชนีพลาสติก (plastic Index: PI) ใช้เป็นตัวเปรียบเทียบปริมาณความชื้นที่สามารถเพ่มให้ดินได้โดยดิน

ไม่เปลี่ยนสภาพเป็นของเหลว ซึ่งดินแต่ละชนิดมีค่า ดัชนีพลาสติกไม่เท่ากัน ดินที่มีค่าดัชนีพลาสติกต่ำ
(PI = 5) เช่น ดินทรายแป้ง เมื่อได้รับความชื้นเพยงเล็กน้อย จะเปลี่ยนสภาพเป็นของเหลวได้ง่ายกว่าดินที่

มีค่าดัชนีพลาสติกสูง (PI = 20) เช่น ดินเหนียวต้องได้รับความชื้นเข้าไปมากกว่าจึงจะเปลี่ยนสภาพเป็น
ของเหลว


2.3.3 สภาพพืชพรรณและการใช้ที่ดิน (vegetation and land use)

พืชพรรณและสิ่งปกคลุมดินมีอิทธิพลต่อการเปลี่ยนแปลงพื้นที่ เช่น พื้นที่เกษตรกรรม

พื้นที่ป่าที่มีความหนาแน่นมาก พื้นที่ที่มีพืชพรรณหนาแน่นปานกลาง พื้นที่ที่มีพืชพรรณปกคลุมน้อย และ
พื้นที่ที่ไม่มีสิ่งปกคลุม (Anbalagan, 1992) เนื่องจากพชช่วยทำให้ดินร่วนซุย เมื่อฝนตกลงมาน้ำฝนแทรกซึม

และไหลผ่านลงสู่ดินชั้นล่างได้ดี นอกจากนี้รากพืชยังช่วยยึดอนุภาคดินไม่ให้แตกหลุด และเลื่อนไหลได้ง่าย

คณะทรัพยากรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (2540) ได้รายงานการศึกษาสภาพดินถล่มบริเวณ
ไหล่เขาของเทือกเขาหลวงในจังหวัดนครศรีธรรมราช พบว่าบริเวณที่เกิดดินถล่มส่วนใหญ่เป็นบริเวณ
ลาดไหล่เขาที่มีการถางป่าเพื่อปลูกยางพารา ซึ่งมีระบบรากฝอย ขาดรากแก้วยึดเกาะชั้นดิน เป็นปัจจัยที่
ส่งเสริมให้เกิดการขาดเสถียรภาพง่ายขึ้นเมื่อมีการกระตุ้นด้วยปริมาณน้ำฝน (วรวุฒิ ตันติวนิช, 2535)
แม้ว่าบางแห่งมีความลาดชันไม่มากนัก แต่รอยแผลที่เกิดดินถล่ม จะเปิดกว้าง ส่วนบริเวณที่เป็นป่าซึ่งมีสภาพ

ค่อนข้างสมบูรณ์มีการเกิดดินถล่มบ้าง แต่รอยแผลของการถล่มจะเกิดในบริเวณที่มีความลาดชันสูง
นอกจากนี้อัตราการแทรกซึมของน้ำยังเป็นปัจจัยเสริมในการเกิดดินถล่ม เช่น บริเวณป่าผลัดใบ
(deciduous forest) อัตราการแทรกซึมของน้ำมีค่ามากกว่า 1,270 มิลลิเมตรต่อชั่วโมง สวนป่าสน

(Pine forest) มีค่าระหว่าง 36-1,270 มิลลิเมตรต่อชั่วโมง (Hornbeck and Reinhart, 1964) ยังพบว่า
ในดินชั้นฮิวมัสหรือโอ อัตราการแทรกซึมของน้ำมีค่าสูงถึง 5,994 มิลลิเมตรต่อชั่วโมง ดินชั้นเอ
มีค่าระหว่าง 1,600-3,353 มิลลิเมตรต่อชั่วโมง และดินชั้นบี (B horizon) มีค่าระหว่าง 230-432
มิลลิเมตรต่อชั่วโมง (Trimble and others, 1951)

กรณีศึกษาในประเทศไทยบริเวณพนที่ป่าต้นน้ำภาคเหนือซึ่งเป็นป่าดิบเขาก็พบเช่นเดียวกันว่า
ื้
แทบไม่มีน้ำไหลบ่าบนผิวหน้าดินเลย (นิวัติ เรืองพานิช, 2513) เปรียบเทียบกับพื้นที่ร้างปรากฏว่า

ปริมาณน้ำไหลบ่า บนผิวหน้าดินมีมากกว่าพื้นที่ป่าดิบเขาถึง 2 เท่า (นิพนธ์ และคณะ, 2516) โดยภายใต้

- 14 -


สภาพป่าที่ปกคลุมด้วยเนื้อดินปนทรายหรือเนื้อดินเหนียวที่ปกคลุมไปด้วยฮิวมัส และเศษซากพืชจะมี
อัตราการแทรกซึมน้ำไม่แตกต่างกันมากนัก โดยให้เหตุผลว่าช่องว่างของดินในระดับความลึกประมาณ

60 เซนติเมตร จากผิวดินแทบจะไม่แตกต่างกัน Hoover (1950) หมายความว่าบริเวณพื้นที่ลุ่มน้ำที่มี
ป่าไม้ปกคลุมจะไม่มีน้ำไหลบ่าบนผิวหน้าดิน น้ำในลำธารที่เห็นเป็นน้ำที่ไหลผ่านดินล่าง (subsurface
flow) เท่านั้นที่ลงสู่ลำธาร (นิวัติ เรืองพานิช, 2513; Hoover and Hursh, 1943; Hewlett and

Hibbert, 1967; Tsukamoto, 1966) อีกทั้งประเภทของป่ายังพบความแตกต่างของปริมาณน้ำที่พช
ดูดซับไว้ในดิน เช่น ป่าดิบแล้ง ป่าดิบเขา ป่าดิบชื้น ป่าเบญจพรรณผสมไม้สัก และป่าเต็งรัง มีค่าประมาณ

ร้อยละ 30, 9, 19, 39, และร้อยละ 62 ของปริมาณฝน ตามลำดับ จะเห็นว่าพื้นที่ป่าดิบเขามีน้ำที่ถูกพช
ดูดซับไว้น้อยที่สุด เนื่องจากมีลักษณะของใบเป็นมันและมีขนาดเล็กเป็นส่วนใหญ่ นอกจากนี้สภาพของ

ื่


บรรยากาศยังเต็มไปด้วยเมฆหมอกและมีคาความชื้นสัมพทธ์สูง ในขณะที่ป่าชนิดอน ๆ มีน้ำที่ถูกพชดูดซับไว้
ประมาณ 40% ถึง 60% (Tangtham, 1999)
2.3.4 ปริมาณน้ำฝน

จากปัจจัยสำคัญดังที่กล่าวมาแล้ว ปริมาณน้ำฝนยังเป็นปัจจัยภายนอกที่มากระตุ้นให้ระบบ
และกลไกลการพังทลายของดิน หรือการเคลื่อนที่ของมวลดินเกิดขึ้นเร็วขึ้น กล่าวคือ เมื่อมีฝนตก


น้ำฝนจะซึมลงไปในดินด้วยอิทธิพลของแรงโน้มถ่วง ระยะแรกการแทรกซม (infiltration) ของน้ำฝนลงไป
ในดินค่อนข้างเร็ว เนื่องจากความชื้นในดินยังมีน้อย เมื่อมีฝนตกนานขึ้นในดินจะมีความชื้นมากขึ้น


อัตราการแทรกซมจะช้าลง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กบประเภทของเนื้อดิน ถ้าเป็นดินเนื้อหยาบอตราการแทรกซึมของ

น้ำลงไปในดินก็เป็นไปอย่างรวดเร็ว จำพวกดินทราย แต่ถ้าเป็นดินเนื้อละเอียด จำพวกดินเหนียว
การแทรกซึมค่อนข้างช้า ปริมาณน้ำที่แทรกซึมลงไปในดินจะไปกักเก็บไว้ในช่องว่างในดิน (soil pore)
ถ้าปริมาณน้ำมีมากกว่าที่ดินจะเก็บกักไว้ได้ก็จะไหลผ่านลงสู่ชั้นน้ำใต้ดินหรือชั้นน้ำบาดาล
(groundwater) ปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมายังพื้นดินแทรกซึมลงไปในดินขึ้นอยู่กับอัตราการแทรกซึม


(infiltration rate) ถ้าปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมาในอัตราน้อยกว่าอัตราการแทรกซม น้ำฝนจะแทรกซึมลงใน
ดินทั้งหมด แต่ถ้าปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมาในอัตราที่มากกว่าอัตราการแทรกซึม น้ำฝนที่เหลือจาก
การแทรกซึมลงในดินก็จะเกิดการไหลบ่าผิวดิน (surface runoff) ลงสู่ที่ต่ำ กรณีที่มีพืชพรรณหรือป่าไม้
ขึ้นปกคลุมพื้นดิน ปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมาบางส่วนจะถูกยึดไวโดยใบกิ่งก้าน และลำต้น จะมมากหรือน้อย

ขึ้นอยู่กับชนิดของพืชพรรณหรือประเภทของป่าไม้ เมื่อน้ำฝนที่ตกแทรกซึมลงในดิน ดินก็จะได้รับความชื้น

เพิ่มขึ้นทำให้ดินมีน้ำหนักเพิ่มขึ้น มีผลทำให้แรงยึดเหนี่ยวระหว่างมวลดินด้วยกันหรือระหว่างมวลดินกับ
ึ้
ิ่
หินลดลงขณะเดียวกันแรงต้านต่อการยึดเหนี่ยวหรือแรงผลักดันมีเพมมากขน ประกอบกับสภาพพนที่ตาม
ื้
ลาดไหล่เขามีความลาดชัน และมีแรงโน้มถ่วงของโลก จึงเป็นสาเหตุให้ดินและหินแตกหลุดออกจากกัน
และเกิดการถล่มลงมา ดังตัวอย่างของ ปริญญา นุตาลัย และวันชัย โสภณสกุลรัตน์ (2532) พบว่าเมื่อมี
ปริมาณฝนตกตั้งแต่ 260 มิลลิเมตรขึ้นไปภายในเวลา 24 ชั่วโมง จะเกิดดินถล่มตามลาดไหล่เขาหลายแห่ง
อย่างไรก็ตามนอกจากปริมาณน้ำฝนที่ยังต้องศึกษาเพิ่มเติมแล้ว ยังมีปัจจัยจากความสัมพันธ์ของ
ความถี่และปริมาณน้ำฝน พบว่าจำนวนของการเกิดดินถล่มมีความสัมพันธ์กับความถี่และปริมาณน้ำฝน

กล่าวคือ ในระดับรุนแรงมากต้องมีปริมาณฝนตกสะสม มาแล้ว 2 วัน มากกว่า 140 มิลลิเมตร และ
ความหนาแน่น (rainfall intensity) ของฝนมากกว่า 35 มิลลิเมตรต่อชั่วโมง ในระดับรุนแรงต้องมี
ปริมาณฝนตกสะสมมาแล้ว 2 วัน ปริมาณน้ำฝนระหว่าง 80-140 มิลลิเมตร ความหนาแน่นของฝน

- 15 -


มากกว่า 15 มิลลิเมตรต่อชั่วโมง และระดับรุนแรงน้อยต้องมีปริมาณฝนตกสะสมมาแล้ว 2 วัน
ปริมาณน้ำฝนมากกว่า 40 มิลลิเมตร ความหนาแน่นของฝนมากกว่า10 มิลลิเมตร ต่อชั่วโมง และ

การคาดคะเนปริมาณและความหนาแน่นของฝนสามารถแบ่งเป็น 3 ระดับ กล่าวคือระดับรุนแรงน้อย
ต้องมีฝนตกติดต่อกันมากกว่า 3 วัน มีปริมาณฝนระหว่าง 270-300 มิลลิเมตร และความหนาแน่นของ
ฝนระหว่าง 90-100 มิลลิเมตรต่อวัน ระดับปานกลาง ต้องมีฝนตกติดต่อกันมากกว่า 2 วัน มีปริมาณฝน
ระหว่าง 280-300 มิลลิเมตร และความหนาแน่นของฝนระหว่าง 140-150 มิลลิเมตรต่อวัน ระดับรุนแรง

ต้องมีฝนตกมากกว่า 6 วัน มีปริมาณฝนระหว่าง 480-500 มิลลิเมตร และความหนาแน่นของฝน ระหว่าง
80-85 มิลลิเมตรต่อวัน (Nianxueo and Zhupingo, 1992) อย่างไรก็ตามการศึกษาปริมาณน้ำฝน
ที่มีผลต่อการเกิดดินถล่ม ยังต้องพิจารณาร่วมกับการเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำใต้ดิน ซึ่งมีวงจร
การเปลี่ยนแปลงแตกต่างกันในแต่ละฤดูกาลและเป็นสาเหตุหลักในการเคลื่อนตัวของมวลดิน



2.4 แนวความคิดเกี่ยวกับการทำแผนที่พื้นที่อ่อนไหวต่อการเกิดดินถล่ม


ภัยพิบัติทางธรรมชาติ คือ “ภัยพิบัติที่มีโอกาสเกิดขึ้น ในช่วงระยะเวลาใดเวลาหนึ่ง
ภายในบริเวณที่เกิดปรากฏการณ์ธรรมชาติอาจสร้างความเสียหาย” (Varnes, 1984) คำจำกัด
ความรวมถึงขนาดที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ และคาบอุบัติซ้ำของการเกิด (Carrara and Pike, 2008) ซึ่งขนาด
จะเป็นตัวบ่งบอกความรุนแรงของปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ ซึ่งเป็นเงื่อนไขทางพฤติกรรมและพลังของ
การทำลายล้าง ที่ตั้งทางภูมิศาสตร์จะเป็นตัวบ่งชี้ถึงการระบุสถานที่ที่อาจเกิดปรากฏการณ์ เวลาจะเป็น

ตัวบ่งชี้ถึงความถี่ของเหตุการณ์ (temporal frequency)

การประเมินอันตรายจากภัยพิบัติดินถล่มจึงต้องคำนึงถึง ขนาดที่ตั้ง และเวลาของทั้งปัจจัย
ควบคุมและปัจจัยกระตุ้น (Ayalew and Yamagishi, 2005; Dahal and others, 2008) อย่างไรก็ตาม
เป็นการยากที่จะทำนายคุณลักษณะที่สำคัญทั้งสามประการดังที่กล่าวมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงเวลาที่จะ
เกิดเหตุการณ์ นอกจากนี้ทั้งตัวแปรภายใน (ปัจจัยควบคุมดินถล่ม) และตัวแปรภายนอก (ปัจจัยกระตุ้น)
ถูกใช้ในการกำหนดการเกิดภัยพิบัติดินถล่มในพื้นที่ (Cevik and Topal, 2003) ตัวแปรภายในที่เป็น

ตัวกำหนดความอ่อนไหวต่อการเกิดดินถล่ม ประกอบด้วย ธรณีวิทยาของชั้นหิน (bedrock geology)
ธรณีสัณฐานวิทยา (geomorphology) ความหนาของชั้นดิน (soil depth) ชนิดของดิน (soil type)
ระดับของความลาดชัน (slope gradient) หน้ารับน้ำฝนของความลาดชัน (slope aspect) ความนูนลาด

(slope convexity) ความเว้าโค้งลาด (slope concavity) ระดับความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง
(elevation) คุณสมบัติทางวิศวกรรมของวัสดุธรณีที่มีความลาดชัน รูปแบบของการใช้ประโยชน์ที่ดิน
(land use pattern) รูปแบบของทางน้ำ (drainage pattern) และอื่น ๆ (Dahal and others, 2008)
ตัวแปรภายนอกที่เป็นตัวกระตุ้นให้เกิดดินถล่มในพื้นที่ที่มีความอ่อนไหว ประกอบด้วย ฝนตกหนัก

แผ่นดินไหว การประทุของภูเขาไฟ (Cevik and Topal, 2003) หรือการละลายของหิมะ (Malamud and
others, 2004)

ความอ่อนไหวต่อการเกิดดินถล่ม (landslide susceptibility) นิยมใช้กันอย่างกว้างขวาง
(Akgün and Bulut, 2007) และใช้แทนที่คำว่า “ความเสี่ยงภัยดินถล่ม (landslide hazard) เนื่องจาก
สามารถกำหนดพื้นที่เสี่ยงภัยดินถล่มได้โดยไม่ต้องอ้างถึงเวลาและขนาด (Dai and Lee, 2001) นอกจากนี้
ความอ่อนไหวต่อการเกิดดินถล่มคือความเป็นไปได้ที่จะเกิดดินถล่มในอนาคตในพื้นที่ที่กำหนด ขึ้นอยู่กับ

- 16 -


ทั้งสองตัวแปรคือตัวแปรภายในที่เป็นปัจจัยควบคุมการเกิดดินถล่ม และตัวแปรภายนอกที่เข้ามากระตุ้นมี
ความแตกต่างขึ้นอยู่กับเฉพาะพื้นที่ และเกิดขึ้นชั่วคราว

แผนที่พื้นที่อ่อนไหวต่อการเกิดดินถล่มพิจารณาจากการกระจายตัวของการเกิดดินถล่มใน
อดีตและปัจจัยควบคุมต่าง ๆ (Nandi and Shakoor, 2010) ด้วยเหตุนี้ จึงมีความสำคัญต่อการระบุ
การเกิดดินถล่มในอดีตอย่างแม่นยำ และกำหนดความสัมพันธ์ระหว่างข้อมูลเชิงพื้นที่ที่แสดงถึงลักษณะ

ทางกายภาพและเหตุการณ์ดินถล่มที่เกิดขึ้น เพื่อกำหนดความอ่อนไหวที่เชื่อถือได้ของการเกิดดินถล่ม
ในอนาคต (Park and Chi, 2008) โดยขั้นตอนสำหรับการประเมินและการทำแผนที่ความอ่อนไหวใน
การเกิดดินถล่มในอดีตที่ผ่านมา มีความยากลำบากและใช้เวลานาน (Dahal and others, 2008)

แต่เนื่องจากการพัฒนาของระบบภูมิศาสตร์สารสนเทศ (GIS) และแอพพลิเคชั่นทางคอมพิวเตอร์ ทำให้ใน
ปัจจุบันการวิเคราะห์ความอ่อนไหวในการเกิดดินถล่มสามารถทำได้ง่ายขึ้น (Dahal and others, 2008)


2.5 วิธีการศึกษาพื้นที่อ่อนไหวต่อการเกิดดินถล่ม


วิธีการทางสถิติ คือ การวิเคราะห์ร่วมกันของปัจจัยที่ทำให้เกิดดินถล่มในอดีตถูกกำหนดใน
เชิงสถิติและการคาดการณ์เชิงปริมาณจะทำขึ้นสำหรับพื้นที่ที่ไม่มีดินถล่มในปัจจุบันแต่มีสภาพที่คล้ายคลึง
กัน (Soeters and van Westen, 1996) ในปัจจุบันแนวทางทางสถิติถือเป็นเทคนิคที่เหมาะสมที่สุด

สำหรับการประเมินความอ่อนไหวต่อการเกิดดินถล่ม (Dai and others, 2001) เนื่องจากเป็นไปตาม
วัตถุประสงค์ ง่ายต่อการปรับปรุง และสามารถทำซ้ำได้ (He and Beighley, 2008) วิธีการทางสถิติ
ที่ใช้สำหรับการวิเคราะห์ภัยพิบัติดินถล่มในโครงการนี้คือ วิธีการวิเคราะห์แบบสองตัวแปร (Bivariate

statistical analysis)
การวิเคราะห์ทางสถิติสองตัวแปรหลัก คือ (1) ตัวแปรปัจจัยที่ควบคุมดินถล่ม เช่น
สภาพธรณีวิทยา ความลาดชัน การใช้ประโยชน์ที่ดิน และอื่น ๆ และ (2) แผนที่การกระจายตัวของ

การเกิดดินถล่ม โดยค่าน้ำหนักจะถูกคำนวณให้แต่ละชั้น (class) ของแผนที่ปัจจัยที่เป็นสาเหตุ
(Soeters and van Westen, 1996; Süzen and Doyuran, 2004) การจัดอันดับชั้นของข้อมูลโดยใช้
ความหนาแน่นของการเกิดดินถล่ม (Ayalew and Yamagishi, 2005) วิธีการนี้จะสมมติว่าปัจจัยทั้งหมด
ไม่มีความสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน (Suzen and Doyuran, 2004) วิธีการวิเคราะห์ทางสถิติแบบสองตัวแปร

นี้ถือว่าเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพและมีความยืดหยุ่น แต่ก็มีข้อจำกัดอยู่หลายประการ (Thiery and
others, 2007) ซึ่งข้อจำกัดอาจรวมถึงการสูญเสียคุณภาพและความถูกต้องของข้อมูลด้วย
การลดความซับซ้อนของข้อมูลเฉพาะเรื่องที่ให้ตัวแปรปัจจัยมากเกินไปจนเกิดข้อผิดพลาดของ
ค่าความอ่อนไหวของข้อมูล การแปลงค่าปัจจัยต่อเนื่องให้เป็นแบบไม่ต่อเนื่องมีแนวโน้มที่จะต้องอาศัย

ความเห็นของผู้เชี่ยวชาญในการกำหนดขอบเขตของชั้นข้อมูล วิธีการวิเคราะห์ทางสถิติแบบสองตัวแปร
มีวิธีการต่าง ๆ ที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งประกอบด้วย วิธีการอัตราส่วนของความถี่ (Pradhan and Lee,
2010) วิธีการค่าน้ำหนักของหลักฐาน (Regmi and others, 2010) วิธีการค่าของข้อมูล (information

value method) (Süzen and Doyuran, 2004) แบบจำลองความน่าจะเป็นของ Bayesian และปัจจัย
ความแน่นอน (certainty factors) (Soeters and van Westen, 1996)

บทที่ 3


ขอมูลพื้นฐาน




3.1 พื้นที่และอาณาเขตติดตอ


จังหวัดนาน ตั้งอยูในภาคเหนือตอนบนของประเทศไทย มระยะทางหางจากกรุงเทพมหานคร

ี่

ประมาณ 668 กโลเมตร ตั้งอยูระหวางละติจดท 17 องศา 89 ลิปดาเหนือถึงละติจูดที่ 19 องศา

37 ลิปดาเหนือ และระหวางลองจจูดที่ 100 องศา 24 ลิปดาตะวันออกถึงลองจิจูดที่ 101 องศา 6 ลิปดา














ตะวันออก มีพืนททงหมดประมาณ 11,472 ตารางกโลเมตร มีอาณาเขตติดตอกบพนทใกลเคยง ไดแก
ทิศเหนือติดตอกับจังหวัดพะเยาและสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว
ทิศใตติดตอกับจังหวัดอุตรดิตถและจังหวัดแพร
ทิศตะวันออกติดตอกับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว
ทิศตะวันตกติดตอกับจังหวัดพะเยาและจังหวัดแพร
3.2 ลักษณะภูมิประเทศ
ั่
ลักษณะภูมิประเทศทวไปของจังหวัดนาน มีภูเขาทอดตัวในแนวเหนือ-ใต สวนภูเขา
ดานทิศตะวันออกทอดตัวตอเนื่องมาจากสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ซึ่งเปนสวนหนึ่งของ
เทือกเขาหลวงพระบาง และภูเขาดานทิศตะวันตกทอดตัวตอเนื่องมาจากจังหวัดพะเยา มีการคดโคงของ
สันเขา บริเวณตอนกลางของจังหวัดเปนที่ราบลุมแมน้ำ ลักษณะภูมิประเทศทวไปของจงหวัดนานสามารถ

ั่
แบงไดเปน 4 ลักษณะ ไดแก 
1) พื้นที่ที่เปนเนิน ที่ดอน ที่ราบระดับต่ำ (ความสูงจากระดับน้ำทะเลต่ำกวา 300 เมตร)

ประมาณรอยละ 35 ของพื้นที่ทั้งหมด พบบริเวณที่ราบแมน้ำนานทางตอนกลางและตอนใตของจังหวัด
ี่
2) พื้นที่ที่เปนเนิน ทดอน ทราบระดับสูง (ความสูงจากระดับน้ำทะเล 300-500 เมตร)
ี่
ประมาณรอยละ 20 ของพื้นที่ทั้งหมด พบบริเวณทางดานตะวันออก ตะวันตก และตอนใตของจังหวัด
3) พื้นที่ที่เปนภูเขาระดับกลางถึงต่ำ ลาดเชิงเขา (ความสูงจากระดับน้ำทะเล 500-750

เมตร) ประมาณรอยละ 20 ของพื้นที่ทั้งหมด พบบริเวณทางดานตะวันตกและตะวันออกของจังหวัด
ี่
4) พื้นที่ทเปนภูเขาสูง (ความสูงจากระดับน้ำทะเลมากกวา 750 เมตร) ประมาณรอยละ 25



ของพื้นที่ทั้งหมด พบสวนใหญบริเวณดานตะวันออกของจงหวัด เชน อำเภอเฉลิมพระเกยรติ อำเภอบอเกลือ
และอำเภอแมจริม และพบกระจายเปนกลุมบางทางดานตะวันตก เทือกเขาที่สำคัญ ไดแก เทือกเขา
ผีปนน้ำตะวันออก และเทือกเขาหลวงพระบาง

- 18 -

















































































รูปที่ 3.1 แผนที่ภูมประเทศของจังหวดนาน (กรมทรพยากรธรณ, 2564)




- 19 -



3.3 ลักษณะภูมิอากาศ



ลักษณะภูมอากาศของจังหวัดนาน ขนอยูกบอทธิพลของลมมรสุมทพดประจำฤดูกาล
ึ้
ี่



2 ชนิด คือ ลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งพัดพามวลอากาศเย็นและแหงจากประเทศจีนปกคลุม
ประเทศไทยในชวงฤดูหนาว ทำใหมีอากาศหนาวเย็นและแหงทั่วไป และลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต ซึ่ง
พดพามวลอากาศชื้นจากทะเลและมหาสมุทรปกคลุมประเทศในชวงฤดูฝน ทำใหมีฝนตกทั่วไป

(กรมอุตุนิยมวิทยา, 2563)
ฤดูกาลของจังหวัดนาน แบงฤดูกาลออกเปน 3 ฤดู คือ ฤดูรอนเริ่มตั้งแตกลางเดือน
ี่




กมภาพันธถงกลางเดือนพฤษภาคม เดือนเมษายนเปนเดือนที่มอากาศรอนอบอาวมากทสุด ฤดูฝนเริ่ม
ตั้งแตกลางเดือนพฤษภาคมถึงกลางเดือนตุลาคม มีฝนตกมากที่สุดในเดือนสิงหาคม ฤดูหนาวเริ่มตั้งแต
กลางเดือนตุลาคมถงกลางเดือนกมภาพันธ มีอากาศหนาวที่สุดคือเดือนธันวาคมและมกราคม ปริมาณฝน


เฉลี่ยในรอบ 12 ป ของจังหวัดนาน ตั้งแตป 2549 ถึง 2562 อยูที่ 1,174 มิลลิเมตร เดือนสิงหาคมมีฝนตก
มากที่สุด มีปริมาณฝนเฉลี่ย 255 มิลลิเมตร (กรมอุตุนิยมวิทยา, 2562)






























รูปที่ 3.2 แผนที่แสดงทิศทางพายุหมุนเขตรอนที่เขาสูประเทศไทย (กรมอุตุนิยมวิทยา, 2557)

- 20 -







































รูปที่ 3.3 ปริมาณฝนรายเดือนเฉลี่ยในชวงป 2549-2562 สถานีโครงการชลประทานนาน อ.เมือง จ.นาน
(กรมอุตุนิยมวิทยา, 2562)



3.4 ลักษณะธรณีวิทยา

ขอมูลลักษณะทางธรณีวิทยาทั่วไปของจังหวัดนานอางองจากแผนที่ เอกสาร และรายงาน


การสำรวจที่ดำเนินการมาแลว ประกอบดวย แผนทธรณีวิทยาระวางนาน มาตราสวน 1:250,000
ี่
ป ค.ศ. 1975 โดยคณะนักธรณีวิทยาชาวเยอรมันรวมกับนักธรณีวิทยากองธรณีวิทยา กรมทรัพยากรธรณี
แผนที่ธรณีวิทยารายจังหวัด จังหวัดนาน (2550) แผนที่ธรณีวิทยามาตราสวน 1:50,000
ระวางบานนาหน่ำ (5145 II) และระวางบานนาหนุง (5145 III) โดยสมาน จาตุรงควนิชย และสันติ


ลีวงศเจริญ (2530) ระวางบานหวยปู (5246 IV) และระวางกงอำเภอแมจริม (5246 III) โดยอดุลย
ิ่

วรรณพระ และสุวิทย โคสุวรรณ (2530) ระวางอำเภอทุงชาง (5147 I) และระวางอำเภอปว (5147 II)



โดยประพฒน โสภณพงศพพฒน และไพศาล ศุภรเวทยศิริ (2532) ระวางจังหวัดนาน (5146 I) และ


ระวางบานเขื่อนแกว (5146 IV) โดยพศิษฐ สุขวัฒนานันท และคณะ (2533) ระวางบานปางชมพู
(5146 III) และระวางอำเภอนานอย (5145 IV) โดยวิทยา ธรรมดุษฎี (2533) ระวางอำเภอสา (5146 II)
และระวางบานน้ำมวบ (5145 I) โดยพศิษฐ สุขวัฒนานันท และสันต อศวพชระ (2530) ระวางอำเภอ



สองแคว (5147 IV) และระวางเหนือของอำเภอสองแคว (5148 III) โดยสมบุญ โฆษตานนท และคณะ (2533)

ระวางบานแวนโคง (5047 I) และระวางอำเภอปง (5047 II) โดยวีระพงษ ตันสุวรรณ และสุวิทย
ี่
โคสุวรรณ (2531) และแผนทธรณีวิทยาจังหวัดนานมาตราสวน 1:250,000 (กรมทรัพยากรธรณี, 2551)


โดยมลกษณะธรณวิทยาทวไป ดงนี้





- 21 -






3.4.1 ลำดับชั้นหิน

ั้

ขอมูลธรณีวิทยาทั่วไปของจังหวัดนาน ประกอบดวยหินทง 3 ชนิด ไดแก หินตะกอน
หินแปร และหินอคนี การลำดับชั้นหินในพื้นที่จังหวัดนานที่พบกระจายตัวทั่วไปในพื้นที่ โดยมีอายุตั้งแต

ยุคไซลูเรียน-ดีโวเนียน ถึงยุคควอเทอรนารี เรียงลำดับจากหินอายุแกไปหาอายุออน (รูปที่3.4 และ
ตารางที่ 3.1) มีรายละเอียดดังนี้


3.4.1.1 หินตะกอน (Sedimentary rocks) และหินแปร (Metamorphic rocks)



1) หินยคไซลเรียนถึงดีโวเนียน (Silurian - Devonian, SD) เปนชั้นหินที่วางตัวอยูลำดับ

ื้
ชั้นลางสุดของการลำดับชั้นหินในพนที่จังหวัดนาน ประกอบดวยหินแปรเกรดต่ำ ไดแก หินฟลไลต
หินชีสตเนื้อฟลไลต แทรกสลับดวยหินควอรตไซต (กรมทรัพยากรธรณี, 2551) แผกระจายตัวอยูบริเวณ
ดานทิศใตของจังหวัดนานเปนบริเวณแคบ ใกลเขื่อนสิริกิติ์ แสดงลักษณะภูมิประเทศทเปนเนินเขาเตี้ย ๆ
ี่

2) หินยคคารบอนิเฟอรัส (Carboniferous, C) ในพื้นที่จังหวัดนาน ประกอบดวย
ึ่


หินฟลไลต สีเทาดำ สีแดงแกมมวง หินทราย หนทรายแปงสีเทาแกมมวง หินดินดานกงชนวนและ

หินควอรตไซต (กรมทรัพยากรธรณี, 2551) แผกระจายตัวเปนแนวแคบๆ วางตัวในแนวเหนือ-ใต
บริเวณตอนใตของอำเภอนาหมื่นเทานั้น แสดงลักษณะภูมิประเทศทเปนภูเขาสูง
ี่
3) หินยุคคารบอนิเฟอรัสถึงเพอรเมียน (Carboniferous-Permian, CP) ในพนที่
ื้

จังหวัดนาน ประกอบดวยหินทรายสีเทา ชั้นหินขนาดบาง สลับกบหินดินดาน สีเทา และหินทรายแปง
(กรมทรัพยากรธรณี, 2551) พบกระจายตัวเปนแนวแคบ ๆ วางตัวอยูในแนวเหนือ-ใต
บริเวณดานตะวันตกของอำเภอทาวังผา ยาวตอเนื่องและกระจายตัวเล็กนอยไปถงอำเภอสองแควตอกับ

แนวรอยตอของจังหวัดพะเยา แสดงลักษณะภูมิประเทศเปนแนวทิวเขาสูงชันเปนแนวยาวตอเนื่อง
ื้
4) หินยุคเพอรเมียน (Permian, P) ที่พบในพนที่จังหวัดนาน ไดแก กลุมหินงาว
(สงัด ปยะศิลป, 2515) ซึ่งประกอบดวย 2 หมวดหิน ไดแก หมวดหินกิ่วลม และหมวดหินผาหวด โดยเรียง

จากอายุแกไปหาอายุออน ตามลำดับ ดังนี้

(1) หมวดหนกิ่วลม (Kiu Lom Formation, Pkl) เปนหมวดหนที่อยูลางสดของกลุมหินงาว


ประกอบดวยหินฟลไลต หินทราย หนทรายแปง หินดินดาน หินเชิรต และหินกรวดมน พบหินปูน

แทรกชั้นหรือแทรกสลับในตอนบนของการลำดับชั้นหิน (กรมทรัพยากรธรณี, 2551) พบกระจายตัวอยูใน

แนวเหนือ-ใต ทางฝงตะวันออกของอำเภอนานอย ตอเนื่องลงไปจนถงฝงตะวันตกของอำเภอนาหมื่น และ
บางพื้นที่ของอำเภอเวียงสา แสดงลักษณะภูมิประเทศที่เปนที่เนินและภูเขาสูง

(2) หมวดหนผาหวด (Pha Huat Formation, Pph) เปนหมวดหินที่อยูตอนกลางของ

กลุมหินงาว ประกอบดวยหินปูนสีเทา ชั้นหนา แสดงลักษณะหนาผาหินปูนชัดเจน หินทรายเนื้อภูเขาไฟ

และหินดินดาน (กรมทรัพยากรธรณี, 2551) พบซากดึกดำบรรพพวกคตขาวสาร (fusulinid) ปะการัง
ไบรโอซัว และไครนอยด พบกระจายตัวทางฝงตะวันตกของอำเภอเวียงสา อำเภอแมจริม บริเวณรอยตอ
ระหวางอำเภอทาวังผา อำเภอปว และอำเภอเชียงกลาง และทางฝงตะวันตกของอำเภอสองแคว


แสดงลักษณะภูมิประเทศแบบภูเขาสูงเปนสวนใหญ และบางบริเวณพบเปนที่เนิน

- 22 -




3) หินยุคเพอรโมไทรแอสซิก (Permo-Triassic, PTr) ประกอบดวยหนดินดาน หินทราย
แปง และหินทราย สีเทาดำถึงสีเทาเขียว แทรกสลับกับหินเชิรตชั้นบาง (กรมทรัพยากรธรณี, 2551)

ื่
พบแผกระจายตัวเปนบริเวณกวางตั้งแตบริเวณอำเภอนาหมนตอเนื่องไปจนถึงอำเภอสองแคว ในแนว
ี่
เหนือ-ใต แสดงลักษณะภูมิประเทศทเปนภูเขาสูง
4) หินยุคไทรแอสซิก (Triassic, Tr)

หินยุคไทรแอสซิกในพื้นที่จังหวัดนาน สามารถเรียงลำดับชั้นหินจากอายุแกไปหาอายุออน
ได 4 หมวดหิน ตามลำดับ ประกอบดวย หมวดหินเขาพลึง และชั้นหิน 3 หมวดหิน ในกลุมหินลำปาง

(Lampang group) ซึ่งไดแก หมวดหินผาแดง หมวดหินกางปลา หมวดหินวังชิ้น มีรายละเอียดดังนี้

(1) หมวดหนเขาพลง (Khao Ploung Formation, Trkhp) ประกอบดวยหินดินดาน

สีเทา แทรกสลับดวยหนทรายเกรยแวคและหินโคลน หินโคลนแทรกสลับกับหินเชิรต และหนเชิรตแสดงชน

ั้

ื้
(กรมทรัพยากรธรณี, 2551) พบกระจายเปนพนที่เล็ก ๆ อยูในตอนใตของอำเภอนาหมื่น แสดงลักษณะ
ภูมิประเทศที่เปนภูเขาสูง
(2) หมวดหินผาแดง (Pha Daeng Formation, Trpd) ประกอบดวยหินทราย หินทรายแปง
หินโคลน และหินกรวดมน สีแดง (กรมทรัพยากรธรณี, 2551) พบกระจายตัวอยูบริเวณตอนกลาง และ
เปนหยอมเล็ก ๆ ทางฝงตะวันออกของอำเภอนานอยและอำเภอเวียงสายาวตอเนื่องพาดผานทาง



ฝงตะวันตกของอำเภอแมจริมไปจนถงตอนกลางของอำเภอสันติสุข แสดงลักษณะภูมประเทศที่เปน
ภูเขาสูง
(3) หมวดหินกางปลา (Klang Pla Formation, Trkp) ประกอบดวยหินปูน สีเทา


แสดงลักษณะชั้นบางถงชั้นหนา (กรมทรัพยากรธรณี, 2551) พบกระจายอยูทางตอนเหนือของอำเภอปว

และบริเวณรอยตอระหวางอำเภอทุงชางและอำเภอเฉลิมพระเกยรติ พาดผานเขาไปในบริเวณอำเภอ
ี่
เฉลิมพระเกียรติ และพบกระจายเปนหยอมเล็ก ๆ ในพื้นที่อำเภอบอเกลือ แสดงลักษณะภูมิประเทศทเปน
ภูเขาสูงชัน


(4) หมวดหนวงชิ้น (Wang Chin Formation, Trwc) ประกอบดวยหินโคลน สีเทาเขม


แทรกสลับบางบริเวณดวยหินทราย ชั้นบางถงชั้นหนา และหินปูน (กรมทรัพยากรธรณี, 2551)
พบแผกระจายตัวเปนบริเวณกวาง ตั้งแตทางดานทิศตะวันตกของอำเภอสองแคว อำเภอทาวังผา เปนแนวยาว
ตอเนื่องจนถึงอำเภอเมืองนาน พาดผานอำเภอบานหลวง และกระจายตัวในอำเภอทุงชางพาดผาน
ื้
อำเภอเชียงกลาง อำเภอปว ตอเนื่องมาจนถึงอำเภอสันติสุข และพบในบางพนที่ทางดานตะวันตกของ

อำเภอบอเกลือ และพบเปนหยอม ๆ ในพนที่อำเภอแมจริม อำเภอเวียงสา อำเภอนานอย และ

ื้
อำเภอนาหมื่น แสดงลักษณะภูมิประเทศที่เปนเนินเขาและภูเขาสูง บางบริเวณที่เปนหินปูนแสดง
ลักษณะธรณีสัณฐานวิทยาแบบคารส


5) หินยคไทรแอสซิกถึงจูแรสซิก (Triassic to Jurassic, TrJ)
หินยุคไทรแอสซิกถึงจูแรสซิกในพื้นทจังหวัดนาน ประกอบดวย หินกรวดมนสีแดง หินทรายสีเทา
ี่


เขียวแทรกสลับกบหินโคลน หนทรายแปง และหินอารีไนตเนื้อปนปูน สวนลางพบหินเถาภูเขาไฟแทรกสลับ


(กรมทรัพยากรธรณี, 2551) พบแผกระจายตัวในแนวเหนือ-ใต อยูบริเวณทางดานตะวันตกของอำเภอเมองนาน
เปนแนวยาวไปจนถงตอนใตของเขตอำเภอเวียงสา ตามแนวเทือกเขาทางดานตะวันออกและตะวันตกของ


อำเภอบานหลวง บริเวณทางดานตะวันตกของอำเภอสันติสุข และเปนเนินเขาเล็ก ๆ ของอำเภอแมจริม
แสดงลักษณะภูมิประเทศแบบเนินเขาไปจนถึงภูเขาสูงที่ทอดตัวเปนแนวยาว

- 23 -



6) หินยุคจูแรสซิก (Jurassic, J)


หินยุคจูแรสซิกในพื้นที่จังหวัดนาน พบเปนหินตะกอนสีแดงสวนใหญที่มีการสะสมตัวของ
ตะกอนบนพื้นทวีป (Non-marine red bed) ประกอบดวย 4 หมวดหิน ไดแก หมวดหินภูคา หมวดหินภูกระดึง

ซึ่งเปนสวนหนึ่งของกลุมหนโคราช หมวดหินน้ำรี และหินยุคจูแรสซิก ซึ่งไมไดมีการกำหนดชื่อของ
หมวดหินไว มีรายละเอียดดังนี้


(1) หมวดหนภูคา (Phu Kha formation, Jpkk) ประกอบดวย หินกรวดมน สีน้ำตาล

แกมแดง สีเทา ชั้นปานกลาง หินทรายเนื้ออารโคส สลับชั้นกับหินทรายแปง หินโคลน สีแดงแกมมวง


เนื้อปูน แสดงชั้นเฉยงระดับและรอยริ้วคลื่น หนปนเนื้อทรายสีเทา (กรมทรัพยากรธรณี, 2551)

พบกระจายตัวอยูทางดานทิศตะวันออกเฉยงเหนือของจังหวัดนาน ตอเนื่องเปนแนวยาวตั้งแต


อำเภอเฉลิมพระเกยรติตอเนื่องจนถึงอำเภอแมจริม แสดงลักษณะภูมิประเทศเปนภูเขาสูงทอดตัวเปน

แนวยาว
(2) หมวดหินภูกระดึง (Phu Kradung Formation, Jpk) ซึ่งเปนสวนหนึ่งของ

กลุมหินโคราช ประกอบดวย หินทรายแปงเนอปนปนและปนไมกา สีแดงและสีมวง หินทรายหนเคลย และ

ื้
หินกรวดมน (กรมทรัพยากรธรณี, 2551) พบกระจายตัวอยูทางดานตะวันออกของจังหวัดนาน ตั้งแต

บริเวณอำเภอแมริม อำเภอเวียงสาตอเนื่องจนถงอำเภอนานอย แสดงลักษณะภูมิประเทศเปนภูเขาสูงชัน
ทอดตัวเปนแนวยาว

(3) หมวดหินน้ำรี (Nam Ri Formation, Jnr) ประกอบดวย ชั้นสลับกันของหินทราย


เนื้ออารโคส หนทรายเนื้อควอตซ หินทรายแปง และหนโคลนสีน้ำตาลแกมแดง และสีเทา
แสดงชั้นเฉยงระดับ ลักษณะแถบชั้นบาง รอยริ้วคลื่น หินกรวดมนถงหินทรายเนื้อกรวดมน


(กรมทรัพยากรธรณี, 2551) พบกระจายตัวอยูทางดานตะวันออกเฉียงเหนือของจังหวัดนาน ตอเนื่องเปน
แนวยาวตงแตอำเภอเฉลิมพระเกียรติตอเนื่องจนถงอำเภอแมจริม และพบกระจายตัวอยูทางดานตะวันออก
ั้

ของอำเภอปว แสดงลักษณะภูมิประเทศเปนภูเขาสูงทอดตัวเปนแนวยาว


(4) หนอายจูแรสซิก (J) หนวยหินนี้ในแผนที่ธรณีวิทยาไมไดกำหนดชื่อหมวดหินไว
ประกอบดวย หินกรวดมนสีแดง หินทรายสีน้ำตาลแดง แทรกสลับกบหนทรายแปงและหินโคลน


สีน้ำตาลแดง และหินกรวดมนพบซากหอยสองผา (กรมทรัพยากรธรณี, 2551) พบแผกระจายตัวบริเวณ

พนที่อำเภอสองแคว อำเภอทุงชาง อำเภอเฉลิมพระเกยรติ อำเภอเชียงกลาง อำเภอปว อำเภอทาวังผา

ื้

อำเภอสันติสุข อำเภอภูเพยง อำเภอเมองนาน อำเภอเวียงสา อำเภอนานอย และอำเภอนาหมื่น และพบ

กระจายเปนหยอม ๆ ในอำเภอแมจริม และอำเภอบอเกลือ แสดงลักษณะภูมิประเทศทั้งแบบที่ราบ
ที่เนิน และภูเขาสูงชัน
7) หินยุคจูแรสซิกถึงครีเทเซียส (Jurassic to Cretaceous, JK)



หินยุคจแรสซิกถึงครีเทเชียสในพื้นที่จังหวัดนาน ประกอบดวย 3 หมวดหิน ไดแก หมวดหิน


ิ่
พระวิหาร ซึ่งเปนสวนหนึ่งของกลุมหินโคราช หมวดหินกวจน และหินยุคจเรสซิกถึงครีเทเชียส ที่ไมได
มีการกำหนดชื่อของหมวดหินไว มีรายละเอียดดังนี้
(1) หมวดหินพระวิหาร (Phra Wihan Formation, JKpw) ในพื้ นที่จังหวัดนาน
ประกอบดวย หินทรายเนื้ออารโคส หินทรายเนื้อควอตซ สีขาวถึงน้ำตาลออน ชั้นหนามาก


แสดงชั้นเฉยงระดับ แทรกสลับดวยหินเคลยสีน้ำตาลแดง และสีเทาน้ำตาล (กรมทรัพยากรธรณี, 2551)

- 24 -



พบกระจายตัวเปนแนวเขาแคบ ๆ บริเวณอำเภอแมจริม อำเภอเวียงสา อำเภอนาหมื่น และเปนหยอม
ในอำเภอนานอย แสดงลักษณะภูมิประเทศเปนเขาสูง

(2) หมวดหนกิ่วจันทร (Kiu Chan Formation, JKkc) ในพนที่จังหวัดนานประกอบดวย

ื้
หินทรายเนื้อควอตซ สีน้ำตาลถึงเทา หินทรายเนื้ออารโคส สีเทา แทรกสลับดวยหินทรายแปงสีแดง และ
หินกรวดมนแสดงการวางชั้นเฉียงระดับ ลักษณะแถวชั้นบาง การเรียงขนาดตะกอน และรอยริ้วคลื่น

(กรมทรัพยากรธรณี, 2551) พบแผกระจายตัวในบริเวณอำเภอเฉลิมพระเกียรติ อำเภอบอเกลือ

อำเภอแมจริม และบางสวนของอำเภอปวและอำเภอสันติสุข แสดงสภาพภูมิประเทศที่เปนเนินเขาถง
ภูเขาสูง


(3) หินอายจูแรสซิกถึงครีเทเชียส (JK) ในพื้นที่จงหวัดนาน ซึ่งเปนหมวดหินที่ไมไดมี

การกำหนดชื่อไว ประกอบดวยหินทรายเนื้อควอตซ สีขาวชั้นหนา แสดงชั้นเฉยงระดับ แทรกสลับกบ


หินทรายแปงสีเทาเขียว และหินโคลนสีน้ำตาลแดง (กรมทรัพยากรธรณี, 2551) พบกระจายตัวเปนหยอม
หรือเปนแนวเขา ในบริเวณอำเภอสองแคว อำเภอเชียงกลาง อำเภอเมืองนาน อำเภอบานหลวง

ี่
อำเภอเวียงสา และอำเภอนานอย แสดงลักษณะภูมิประเทศทเปนภูเขาสูง
8) หินอายครีเทเชียส (Cretaceous, K)


หินยุคครีเทเชียส ที่พบในจงหวัดนาน ประกอบดวย 3 หมวดหิน ไดแก หมวดหินเสาขว

ซึ่งเปนสวนหนึ่งของกลุมหินโคราช หมวดหินสะปน และหมวดหินบอเกลือ มีรายละเอียดดังนี้
(1) หมวดหิน เสาขัว (Sao Khua Formation, Ksk) ประกอบดวยหิ นโคลน


หินเคลย สีเทาเขยว สีน้ำตาลแดง แทรกสลับกบหินทรายแปงและหินทรายสีน้ำตาลแดง
(กรมทรัพยากรธรณี, 2551) หมวดหินนี้พบโผลในเห็นในอำเภอนานอย แสดงลักษณะภูมิประเทศเปน
ภูเขาเล็ก ๆ
(2) หมวดหินสะปน(Sapan Formation, Ksp) ประกอบดวยหินทรายเนื้ออารโคส

สีแดงอฐ แสดงชั้นหนา แสดงลักษณะชั้นเฉียงระดับ แทรกสลับดวยหินทรายแปงและหนโคลนสีแดง


ชั้นบางถึงปานกลาง แสดงรอยริ้วคลื่นและระแหงโคลน (กรมทรัพยากรธรณี, 2551) พบกระจายในบริเวณ

ทางตอนใตของอำเภอเฉลิมพระเกยรติยาวตอเนื่องมาจนถึงตอนกลางอำเภอบอเกลือ แสดงลักษณะ
ภูมิประเทศที่เปนภูเขา

(3) หมวดหนบอเกลอ (Bo Klua Formation, Kbk) ประกอบดวยหินทรายแปง

แทรกสลับกบหินโคลน สีแดง สีแดงแกมน้ำตาล ชั้นหนา และหินทรายเนื้ออารโคส สีแดงอิฐ


เนื้อปานกลางชั้นบาง แสดงชั้นเฉียงระดับรอยริ้วคลื่น และระแหงโคลน พบแหลงเกลือหน

(กรมทรัพยากรธรณี, 2551) พบแผกระจายตัวเปนแนวแคบ ๆ สัมผัสกบหมวดหินสะปน ตั้งแตบริเวณ

ตอนใตของอำเภอเฉลิมพระเกียรติตอเนื่องมาจนถงตอนใตของอำเภอบอเกลือ แสดงลักษณะภูมิประเทศ

เปนแนวเขาและเนินเขา


Click to View FlipBook Version