The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แนวคิดเรื่องอำนาจในนวนิยายวายเรื่องคาธ ณัฐวุฒิ สำลี e-book

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by nattawut2810, 2022-04-05 22:38:22

แนวคิดเรื่องอำนาจในนวนิยายวายเรื่องคาธ ณัฐวุฒิ สำลี e-book

แนวคิดเรื่องอำนาจในนวนิยายวายเรื่องคาธ ณัฐวุฒิ สำลี e-book

บทท่ี 3
แนวคิดเรือ่ งอำนาจในนวนยิ ายวายเรอ่ื ง คาธ ของปราปต์

นวนยิ ายวายเร่ือง คาธ ของปราปต์ นำเสนอแนวคดิ เร่ืองอำนาจ โดยถ่ายทอดผ่านเรื่องราวของ
ความลับและความรักและอยู่ภายใต้กฎระเบียบของโรงเรียนและสังคม ท่ามกลางความขัดแย้งระหว่าง
กลุ่มทีพ่ ยายามใช้อำนาจเพ่อื รักษาผลประโยชนแ์ ละช่ือเสียงของกลุ่มหรือองค์กรกับกลมุ่ ที่พยามปลดแอก
จากกฎระเบียบที่ไม่มคี วามเป็นธรรม เพ่อื สร้างพนื้ ท่เี สรีใหก้ ับตนเองบนพ้นื ฐานของสิทธิเสรีภาพในสังคม
ซึง่ ในปัจจบุ ันสังคมมกี ารถกเถยี งและเรยี กร้องกนั อกี ทั้งยงั นำเสนอแนวคิดเรอื่ งอำนาจทมี่ คี วามสมั พนั ธ์กับ
บริบททางเพศ เช่น เพศชายต้องดีกว่าเพศหญิง เพศที่สามหรือเพศทางเลือก คือ กลุ่มที่น่ารังเกียจ
เป็นตน้ ผ้แู ตง่ ไดถ้ ่ายทอเรื่องราวออกมาไดอ้ ย่างนา่ สนใจ ดังทผ่ี ู้วิจัยจะนำเสนอต่อไป

นวนิยายวายเรือ่ ง คาธ เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับความวุ่นวายที่เกิดขึ้นในโรงเรียนชายล้วนเอกชน
ชื่อศุภพโล อันมีที่มาจากคำสาปของตระกูลผู้ก่อตั้งโรงเรียนที่มักจะเกิดเหตุการณ์ร้ายแรงในช่วงที่เกิด
“สริยุคราส” ซึ่งประกอบด้วยเหตุการณ์ต่าง ๆ คือ อุบัติเหตุกระถางต้นไม้ตกใส่คน อุบัติเหตุรถชนคน
ของสำคัญถูกขโมยอย่างไรร้ อ่ งรอย และไฟไหม้ เหตุการณ์ต่าง ๆ เหล่านี้เริ่มเกิดขึ้นตามลำดับเวลา อักก์
สารวัตรนักเรียนผู้ที่มีอุดมการณ์ ยึดมั่นในกฎระเบียบและพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อรักษาชื่อเสียงใหก้ บั
โรงเรียน ตามรอยพี่เมธ แฟนของพี่สาวผ้ที่เป็นต้นแบบ ท่ามกลางกระแสการต่อต้านของนักเรียนทั้งใน
และนอกโรงเรียนที่เป็นผลมาจากการชุมนุมทางการเมืองของกลุ่มคนรุ่นใหม่ และความสั่นคลอนของ
ตำแหน่งสารวัตรนกั เรียน อกั ก์เป็นผูท้ ไี่ ด้รบั มอบหมายจากฝา่ ยปกครองใหม้ ีอำนาจในการควบคุมนักเรียน
ปฏิบัติตามกฎระเบียบ ร่วมกับเพื่อนในกลุ่มเดียวกัน คือ วัฒน์และคัน ที่เป็นสารวัตรนักเรียนด้วยกัน
วันหนึ่งในขณะท่กี ลุ่มนกั เรยี นกำลังขนอุปกรณป์ ระท้วงไปเกบ็ ท่หี อ้ งเก็บของ รถโรงเรียนไดไ้ หลลงจากเนิน
เกือบชนนักเรียน ซึ่งอักก์คือผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ และเห็นความผิดปกติ มีนักเรียนคนใหม่ คือ อายันหรือ
อาย ที่ย้ายมาจากโรงเรียนคู่อริ กำลังจ้องมองมาทีเ่ ขา เหตุการณ์ในวันนัน้ จบท่หี อ้ งปกครองโดยมีอาจารย์
ศนิ ซึ่งเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาชมุ นุมสารวัตรนักเรียน อาจารย์ประจำชั้นของอักก์ และเป็นอาจารย์ที่มาทำ
หน้าแทนอาจารย์ฎีกา ผู้ช่วยของอาจารย์ชาดกหัวหน้าฝ่ายปกครอง เป็นผู้รับเรื่องสอบสวนถึงสาเหตุ
หลายคนคิดตรงกันว่ามัน คือ คำสาป วันต่อมาในขณะที่สารวัตรนักเรียนกำลังตรวจแถวนักเรียน ก็
สังเกตเห็นอายทห่ี นีการเข้าแถวและกำลังแอบเขา้ หอ้ งนำ้ ของครู อักก์พยายามเขา้ ไปจับก็พบว่าอายทำผิด
กฎระเบยี บหลายอย่างทัง้ การสกั การแต่งกาย และตัง้ ใจใหอ้ ักกเ์ หน็ อวยั วะเพศของตวั เอง จงึ เกิดเรือ่ งเถียง
กันในหอ้ งน้ำและอายก็ไดป้ ระกาศตวั ว่า ตัวเอง คอื เกย์ ทำใหอ้ กั กเ์ รียกอายวา่ ไอ้หน้าไม่อาย ต่อมาเขาจึง
ร้วู ่าอายคือเพ่ือนรว่ มห้องเรยี นคนใหม่ของเขา อาจารย์ศนิไดม้ อบหมายให้ถว่ั พหู วั หนา้ หอ้ งเป็นผู้คอยดูแล
เด็กใหม่ และอักก์อาสาเป็นผู้ดูแลเอง จากนั้นอักก์ก็คอยสอดส่องดูแลพฤติกรรของอาย ซึ่งเกิดหลาย
เหตุการณข์ ้ึนท่ขี ดั กับกฎของโรงเรยี น เช่น การใชโ้ ทรศพั ทม์ ือถือ การโตเ้ ถยี งกับอาจารย์ ซ่ึงเปน็ เร่ืองท่เี กิด
จากการใช้อำนาจในโรงเรียนเพื่อควบคุมนักเรียน เหตุการณ์ตามคำสาปเริ่มเกิดขึ้นเรื่อย ๆ รายงานของ
นกั เรยี นถูกขโมย ในขณะที่ อกั กก์ ็พยายามสืบเร่ืองราวของอายโดยแอบตามไปท่บี ้านสบื เรือ่ งจากเพ่ือนบา้ น

44

และแอบสะกดรอยตามจนอายรู้ตัว ในขณะที่อายก็กำลังสบื หาอะไรบางอยา่ งเพราะไม่เชือ่ ว่าเรอ่ื งทเ่ี กิดข้ึน
คือ คำสาป ตลอดเวลาอายมักจะพูดถึงนา้ ชายเสมอ แตไ่ มม่ ีใครรูว้ ่าน้าคอื ใคร โดยอายเล่าเรื่องน้าให้ถั่วพู
และแม่ฟัง เพือ่ หวงั จะปลดล็อกความอดึ อดั ระหวา่ งพอ่ ใหม่กบั ถว่ั พู นอกจากน้ี ยงั มีนโม เด็กผ้ชู ายตัวเล็กผู้
ทอ่ี ยากเปน็ สารวัตรนักเรียน เพราะอยากให้ผู้หญงิ ที่ตัวเองชอบภูมิใจ อักกเ์ ร่มิ ตามตวั อายเรื่อย ๆ ท้ังสอง
ใช้เวลาอยู่ด้วยกนั จนวนั หน่งึ ได้เกิดเหตุการณ์ไฟไหมท้ ี่เตาเผาขยะของโรงเรียน ซง่ึ ทำใหอ้ ายรู้ความจริงว่า
เหตุการณ์ท่เี กิดขึ้นท้ังหมดเปน็ ฝีมือของอกั ก์ ที่พยายามทำใหท้ ุกคนคดิ ว่ามัน คือ คำสาป เพ่ือให้โรงเรียน
เหมือนเดมิ และอายก็ชว่ ยปกปิดความลับนไี้ ว้เพราะอยากรู้ว่าใครคือผทู้ ี่อยู่เบ้อื งหลังเรื่องนี้ จากนั้นอายก็
จบั ตาดูพฤตกิ รรมของอักก์แทน สถานการณก์ ารต่อตา้ นของนักเรียนและกลมุ่ ผู้ชุมนุมรุนแรงข้ึน นักเรียน
บางกลุ่มเริม่ ไม่พอใจต่อการใช้อำนาจของโรงเรียน และร่วมมือกับโรงเรียนคู่อริประท้วง วัฒน์ก็เร่ิมสนใจ
ทำหนังสั้น ส่วนคันก็เริ่มให้ความสนใจถั่วพู และตั้งแอคเคาท์ปลอมในเฟซบุ๊กเพื่อไปคุย วันหนึ่งอักก์กบั
อายไดต้ ามผู้นำการประทว้ งไปท่ีคาเฟว่ าย เพ่ือสืบเรื่องการประทว้ งนอกโรงเรียน อักก์และอายแอบไปค้น
ห้องปกครองเพื่อหาหลักฐานวา่ ใครอยูเ่ บอื้ งหลงั ซง่ึ อายสงสัยอาจารย์ชาดกก็ยงั ไม่ไวใจอกั ก์ ถั่วพูเป็นผู้ท่ี
เห็นเหตุการณ์ท้ังหมด ต่อมากลุ่มนักเรียนท่ีประท้วงก็มาล้อมหอ้ งปกครองเพื่อสอบถามถึงเร่ืองทีอ่ ักก์คบ
กับอาย เพราะผดิ กฎของโรงเรียนที่ห้ามคบกนั อักก์จงึ โกหกว่า กำลังถา่ ยหนังของสุวัฒน์ ต่อมาสุวัฒน์ได้
นำเรอ่ื งของถว่ั พกู ับคันมาทำหนังจรงิ ๆ จากนั้นกเ็ กิดเหตกุ ารณ์ตามคำสาปอีกหน่งึ อย่างซ่ึงไม่ได้เป็นฝีมือ
ของอักก์แต่ทุกอย่างที่เกิดขึ้นเป็นที่รับรู้ของอาจารย์ชาดก อายจึงรีบวิ่งที่ห้องปกครองและพูดคุยกับ
อาจารย์ชาดก และอาจารยศ์ นิถึงเรอื่ งอาจารยฎ์ กี า ซึ่งเป็นนา้ ชายของอาย และเปน็ แฟนของอาจารยช์ าดก
ท่ีตอ้ งตายไปเพราะทนความกดดันของการอยใู่ ตก้ ฎระเบยี บและกรอบของสังคมไมไ่ ด้ ทกุ คนจงึ รูค้ วามจริง
วา่ ทกุ อยา่ งเปน็ ฝีมือของอักก์ ทพ่ี ยายามสร้างเร่ืองให้เป็นคำสาป ให้ฝ่ายปกครองไดม้ อี ำนาจในการควบคุม
นักเรียนต่อไป ภายใต้วาทกรรมการเป็นนักเรียนท่ดี ี ครูที่ดี แตท่ ุกสง่ิ ต้องมกี ารเปลยี่ นแปลงไปตามยุคสมัย
เมื่อเรื่องถึงผู้อำน;ยการ เขาจึงโดนพักการเรียนและไปอยู่กับครอบครัว ครอบครัวของอักก์ได้พูดคุยทำ
ความเข้าใจกัน เมื่อกลับมาเรียนเขาก็ถ่ายหนังของวัฒน์จนเสร็จ และเปิดเผยความในใจกับอาย หนัง
ของวัฒนอ์ อกฉายโดยมอี าจารย์ศนิและเพ่อื น ๆ เป็นกำลังใจ อักกก์ ับอายตดั สนิ ใจคบกนั โดยการมองผ่าน
กฎระเบียบที่ไมเ่ ปน็ ธรรมและความคาดหวังเรอื่ งเพศ

ผู้วิจัยพบว่า ผู้แต่งได้นำเสนอแนวคิดเรื่องอำนาจในพื้นที่สถานศึกษา ที่มีความสัมพันธ์กับ
กฎระเบียบและการใช้อำนาจในการควบคุมคนในสังคม ได้แก่ ที่มาของอำนาจ กระบวนการใช้อำนาจ
ลักษณะของการใช้อำนาจ ผลของการใช้อำนาจ นำเสนอผ่านกลวิธีต่าง ๆ อย่างแยบคาย สอดแทรก
แนวคิดนี้ไปในปมปัญหาของเรื่อง มีความโดดเด่นในการนำเสนอผ่านความลับและความรักของกลุ่มผู้ท่ี
ปกป้องกฎระเบยี บทีก่ ำลังจะฝา่ ฝนื กฎน้ันเอง ซง่ึ มีค่านยิ มและบริบททางเพศมาเป็นตัวควบคุมสร้างความ
ขัดแย้งขึ้น โดยนำเสนอแนวคิดผ่านโครงเรื่อง พฤติกรรมของตัวละคร ใช้ขั้วตรงข้าม ใช้มิติทางเพศ ฉาก
หรอื พ้นื ทีส่ ำคญั มุมมองการเลา่ เรือ่ ง ผู้วิจยั ไดศ้ กึ ษาแนวคดิ เร่อื งอำนาจที่ปรากฏผ่านองค์ประกอบของนว
นยิ ายวาย ดังรายละเอียดต่อไปนี้

45

1. แนวคิดเร่อื งอำนาจ

อำนาจเป็นความสามารถของบุคคลในการสร้างผลกระทบอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดขึ้นในโลก
หรือกับสิ่งอื่น ๆ ท่ีอย่ลู ้อมรอบตัวเรา โดยมจี ดุ ประสงค์ในการควบคมุ พฤตกิ รรมของคนอ่นื ท้ังทางตรงโดย
การบังคับและทางออ้ มโดยวิธกี ารต่าง ๆ ซ่ึงอำนาจเป็นตัวแทรก เป็นตวั ดลบนั ดาลใหเ้ กดิ การเปล่ียนแปลง
ขึ้นในความสัมพันธ์ของบุคคลในสังคมทุกระดับ ผู้แต่งได้นำเสนอแนวคิดเรื่องอำนาจเป็นแนวคิดหลักใน
การสร้างปมปัญหาและความขัดแย้งของเรื่อง การศึกษาแนวคิดอำนาจในนวนิยายวายเรื่อง คาธ ของ
ปราปต์ โดยมรี ายละเอียดดังนี้

1.1 ท่มี าของอำนาจ

ผู้วิจัยได้ศึกษาที่มาของอำนาจโดยจำแนกตามลักษณะของสิ่งที่ก่อให้เกิดอำนาจ
คอื ต้นตอทีส่ รา้ งผลกระทบ ครอบงำ หรอื บงั คับใหส้ ่งิ แวดลอ้ มเป็นไปตามความต้องการ หรือกรอบทว่ี างไว้
ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดกระบวนการใช้อำนาจในบริบทต่าง ๆ จากนวนิยายวายเรื่องคาธ
ผู้วิจัยได้แบ่งที่มาของอำนาจออกเป็น 3 ลักษณะ ได้แก่ 1. ตัวบุคคล 2. กฎระเบียบ และ
3. สง่ิ เหนือธรรมชาติ โดยมีรายละเอยี ดดังน้ี

1.1.1 ตัวบุคคล

ผู้วิจยั พบอำนาจทม่ี ีที่มาจากตวั บุคคล คือ การสร้างผลกระทบ การครอบงำหรือการ
บังคับให้กับคนที่อยู่ในสภาพแวดล้อมปฏิบัติตามความต้องการของบุคคลนั้น ๆ หรือกระทำบางส่ิง
บางอย่างเพื่อใหผ้ ูอ้ ่ืนรู้สึกเกรงกลวั ในพลังอำนาจ มีที่มาจากตัวบุคคลซึ่งเปน็ พืน้ ฐานของโครงสร้างการใช้
อำนาจ กล่าวคือ บุคคลเป็นสิ่งที่กระตุ้นให้การส่งพลังอำนาจนั้นประสบความสำเร็จ นวนิยายวายเรื่อง
คาธ ผแู้ ตง่ ได้นำเสนอเรอื่ งอำนาจที่มีทีม่ าจากบคุ คลไว้ ดงั นี้

นั่นคือธาตุที่ต่างกันที่สุดระหว่างเขากับแม่ ให้ตายอย่างไรวสุวัฒน์ก็ไม่อาจทำใจได้ว่าวิถี
ของแม่คืออิสระ ในเมื่อแม่ต้องคอยรับสายตลอดเวลา ยอคนนั้นคนน้ี แม้แต่กับคนเล็กคนน้อยก็
ตอ้ งคอยคดิ ถึง แลว้ เอาของเลก็ ของน้อยทแ่ี ม้ บางทีจะเป็นของฟรรี บั เขามาอกี ต่อกเ็ ถอะ ...

ต่อให้เกลียดอย่างไร แต่เพราะเป็นลูกแม่ถูกแม่เลี้ยงดูมาแต่เด็ก แม้จะคิดตามไม่ได้ แต่
วสุวัฒน์ก็พอจะกางเครื่องแบบตระกูลแม่ลงคลุมแล้วบังคับใจทำตามคำสั่งแม่ได้บ้างเพียง แต่ถ้า
เปน็ ไปได้เขาจะพยายามดงึ ตัวเองออกหา่ งใหไ้ กลท่สี ดุ

(คาธ:106)

พลังอำนาจที่มาจากความเป็น “แม่” หรือผู้ปกครอง เกิดจากส่วนที่เป็นบุคคล คือ
ถึงแมว้ ่าตัวละคร “วฒั น์”จะรู้สกึ ไม่ช่นื ชอบหน้าท่ีการงานของผูเ้ ปน็ แม่ แตด่ ้วยความเป็นลูกท่ีต้องเคารพ
แม่ ผู้คอยเลี้ยงดูมาแต่เด็ก และด้วยหน้าตาของตระกูลที่เขาต้องคำนึงถึง จึงทำให้เขาต้องจำใจทำตาม
ความต้องการของผูแ้ ม่ เสมือนวา่ ยอมจำนนในขอ้ บังคบั ทางอ้อมทผ่ี ู้เป็นแม่คอยกำหนดเส้นทางการใช้ชีวิต

46

เหมอื น แมว้ า่ ตัวเขาเองอยากจะหลีกหนีเทา่ ไหร่ก็ตาม อำนาจท่เี กดิ จากความเปน็ แมน่ ้นี อกจากจะเกิดข้ึน
ที่ตัวบุคคลแล้ว ยังเป็นสิ่งที่แสดงถึงความสัมพันธ์ของคนในครอบครัวอีกด้วย จากตัวอย่างจะเห็นได้ถึง
ลักษณะนิสัยของวัฒน์ที่มีความสงสารและเกรงใจแม่ เป็นผลมาจากวิถีชีวิต ลักษณะความเป็นอยู่ของ
ครอบครัว นี่เป็นสิ่งที่น่าสังเกตว่า บริบทของครอบครัวเองก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ส่งผลให้เกิดการสร้าง
อำนาจในตัวบุคคล

นอกจากนี้ ฐานะที่ผู้คนในสังคมให้การยกย่อง จนกลายเป็นบุคคลที่ได้ชื่อว่า
“คนใหญ่คนโต” ยังเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ผู้แต่งพยายามนำเสนอถึงพลังอำนาจจากตัวบุคคล ที่สามารถ
กระทำบางสิง่ สิง่ บางอยา่ งในสัคมไดส้ ะดวกกว่าท่ัวไป อีกตัวอยา่ งท่แี สดงใหเ้ หน็ ถึงอำนาจอนั มีท่ีมาจากตัว
บคุ คลได้อีกมิตหิ นง่ึ ดังน้ี

“ใช”่ พ่อใหม่เลา่ ต่อไปว่าผู้ปกครองของพวกสารวัตรนกั เรยี นใหญโ่ ตท้งั นั้น ช่วยกันล็อบบี
จนลูก ๆ พ้นผิดแล้วกลบเรื่อง จนใครต่อใครเชื่อว่าอุบัติเหตุนั้นเกิดจากอาถรรพณ์คำสาป
โรงเรียนสงบลงอำนาจเปน็ ฝ่ายชนะ ฝา่ ยตอ่ ตา้ นคือแพะบชู ายัญทีใ่ คร ๆ ก็สมนำ้ หน้า

(คาธ:410)
“ผู้ปกครองของพวกสารวัตรนักเรียนใหญ่โตทั้งนั้น” ประโยคนี้ได้แสดงให้เห็นถึง
ลักษณะของบุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่มีอำนาจในการกระทำบางสิ่งบางอยา่ งต่อสังคมได้อยา่ งง่ายดายและ
เปิดเผย แม้ว่าจะขัดต่อกฎระเบียบบางประการ คือ การทำให้คนที่ผิดเป็นถูก เกิดความชอบธรรม
ดว้ ยลักษณะของบคุ คลท่ีคนในสงั คมให้ความเคารพเกรงใจ จึงกลายเปน็ พลังอำนาจหรืออาจเรียกอย่างได้
ว่า “บารมี” ที่ทำให้สามารถกระทำเรื่องดังกล่าวได้ สิ่งที่ตอกย้ำถึงพลังอำนาจที่มาจากบุคคล คือ
การที่เรียกฝ่ายกระทำว่า “ฝ่ายอำนาจ” ซึ่งมีนัยว่าเปน็ ฝ่ายทีจ่ ะเป็นผู้ติดสินชี้ทาง ว่าถูกหรือผิดอย่างไร
แตกตา่ งจากอกี ฝา่ ยท่ีมแี ต่คนสมน้ำหนา้ เพราะไมไ่ ดม้ อี ำนาจหรือบารมเี ท่ากบั บุคคลจากอีกฝา่ ย
สิ่งทนี่ า่ สงั เกตในตวั บคุ คลอนั เป็นท่ีมาของอำนาจนนั้ จะตอ้ งมีปจั จัยบางประการท่ีทำให้
คนรอบข้างเกิดความยำเกรง เช่น ความสัมพันธ์ทางเครือญาติ ฐานะทางสังคม ตำแหน่ง ฯลฯ คือ
สิ่งที่ทำให้บุคคลเหล่านี้มีอำนาจสามารถสร้างผลกระทบ ครอบงำ หรือบังคับให้สิ่งแวดล้อมเป็นไปตาม
ความตอ้ งการ แต่อย่างไรก็ตาม เม่ือพจิ ารณาถึงตน้ ตอของพลงั อำนาจแลว้ สง่ิ ทีส่ ำคญั ทสี่ ุดที่ทำให้เกิดพลัง
อำนาจก็คือตัวบุคคลเอง เช่น หากแม่ไม่ใช่แม่คนนี้ วัฒน์จะยอมทำตามหรือเปล่า หรือหากผู้ปกครองที่
ต้องการให้ลูกตวั เองพน้ ผดิ ไมใ่ ชก่ ลมุ่ นี้ นักเรียนทที่ ำผดิ จะพ้นผิดหรือไม่ เป็นตน้

1.1.2 กฎระเบียบ

ผวู้ จิ ยั พบอำนาจท่ีมีท่ีมาจากกฎระเบียบ อันเป็นองคป์ ระกอบท่ีทำให้พลังอำนาจ
นั้นเกิดความชอบธรรมในรูปแบบของ “กฎ” ซึ่งได้รับการยอมรับ เป็นข้อตกลงร่วมกันของคนในสังคม
เพื่อสร้างความเป็นระเบียบเรียบร้อย ความยุติธรรม และเป็นกรอบการปฏิบัติให้แก่ผู้คน นวนิยายวาย
เรอ่ื งคาธ ผแู้ ตง่ ได้นำเสนอตำแหน่งสารวัตรนักเรียนท่ีมีผลมาจากประกาศคณะปฏิวตั ิฉบับท่ี 132 ในสมัย

47

จอมพลถนอม กิตติขจร ที่ได้ตั้งสารวัตรนักเรียนคอยสอดส่องดูแลความประพฤติของนักเรียนนักศึกษา
ทีย่ งั คงมีมาถงึ ปัจจุบัน เป็นการกล่าวถึงอำนาจทม่ี ที ่มี าจากกฎระเบียบทไี่ ด้มกี ารประกาศไว้ ดงั นี้

ชือ่ ของสารวัตรนกั เรียนยงั คงคนุ้ เคยกบั คนไทยมากกวา่ ในหลายโรงเรียนกย็ ังคงตำแหน่งน้ี
ถือว่าเป็นกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน พี่เมธแฟนหนุ่มของพี่สาวอักก์ ได้รับการอบรมจากเจ้าหน้าท่ี
ส่งเสริมความประพฤตินักเรียนนักศึกษา และในชั้นต้นอักก์ก็ได้รับการอบรมจากรายนั้นอีกที
มันเป็นช่วงเวลาอันแสนสุขเมื่อครั้งยังอยู่ใต้ปีกคนที่เขาเห็น เป็นแบบอย่าง คอยช่วยเหลืองาน
จัดระเบียบความเป็นไปในโรงเรียน เขารู้สึกว่าตัวเองมีค่า และถึงแม้ในวันที่ยังไม่มีปลอก
สารวัตรนักเรยี นใต้บา่ ทกุ สายตาต่างกม็ องมาดว้ ยความยำเกรงชนื่ ชม

(คาธ:84-85)

ในปัจจบุ ันตำแหนง่ สารวัตรนักเรียนยังคงปรากฏอยู่ในรปู แบบของกิจกรรพัฒนา
ผู้เรียน แต่สำหรับศุภพโล สารวัตรนักเรียนเป็นตำแหน่งที่มีอำนาจมาก คือ ต้อง เป็นแบบอย่าง
คอยช่วยเหลืองาน จัดระเบียบความเป็นไปในโรงเรียน ซึ่งเกิดจากระเบียบของโรงเรียนที่มอบอำนาจ
หน้าที่เหล่านี้ให้กับกลุ่มสารวัตรนักเรียน จึงทำให้สารวัตรนักเรียนมีสิทธิที่จะกระทำการใด ๆ ก็ได้ตาม
กฎระเบียบ มีอำนาจในการสอบสวน ตรวจการ ควบคมุ เพ่อื เป็นการรกั ษาช่ือเสียง และความเปน็ ระเบยี บ
ของโรงเรียน ตำแหน่งดักล่าวยังได้ถูกยอมรับจากนักเรียนในโรงเรียน เพราะเป็นบุคคลต้นแบบ
น่าเกรงขาม ต้องใหค้ วามเคารพ นนั่ ทำใหเ้ ห็นถงึ อำนาจของสาวัตรนกั เรียน

1.1.3 สง่ิ เหนอื ธรรมชาติ

ผู้วิจยั พบอำนาจท่ีมีทีม่ าจากส่งิ เหนือธรรมชาติ คอื การสร้างพลังอำนาจโดยการ
ใช้สิ่งเหนือธรรมชาติ เช่น ความเชื่อ คาถาอาคม คำสาป ตำนาน ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่อยู่ภายใต้กฎธรรมชาติ
หรอื วิทยาศาสตร์ เปน็ การอุปมาถึงสิ่งทม่ี ีอยู่เหนอื และพน้ ธรรมชาติ เพ่อื เป็นเครอ่ื งมอื ในการควบคุมความ
เปน็ ระเบยี บในสังคม

โรงเรียนสำหรับบุรุษถูกวางแผนก่อตั้งขึ้นด้วยทรัพย์สมบัติส่วนหนึ่งของตระกูล แม้เมื่อ
ลูกหลานคิดทุจริตหรือหักพาเงินสู่ส่วนอื่น แต่ละรายก็ประสบเคราะห์กรรมนานาน่าพรั่นพรึง
ท้ายสุดมีคนค้นพบแผ่นหนังแปลก ๆ ในกำปั่นเก่าใต้ถุนคฤหาสน์ บนแผ่นหนังจารเลขยันต์และ
อักขระโบราณด้วยโลหิต ลงวันเวลาขณะฟ้ามืดตะวันดับ สาปแช่งใครก็ตามที่เกาะเกีย่ วกับศุภพ
โลทว่าขบถตอ่ เจตนารมณ์บรรพบุรษุ และคิดคดมาตภุ มู ิ

(คาธ:16)

ลักษณะของอำนาจที่มาจากสิ่งเหนือธรรมชาตินั่นก็คือ “คำสาป” เป็นประเด็น
หลักที่ทำให้เกิดเรื่องในนวนิยายวายเรื่องคาธ คำสาป คือ คำที่ผู้คนใช้สาปแช่งว่ากล่าวกับผู้อื่น
โดยมีอยู่หลายวิธี เช่น การจารึก การพูด การใช้อุปกรณ์เครื่องมือ เป็นต้น โดยมักเกิดจากความไม่พอใจ

48

โกรธแค้นในตัวผู้อื่น คนที่ทำไม่ดีก็เลยกลัวอาถรรพ์ คำสาปแช่งในแง่นี้มีความเกี่ยวข้องกับการ ลงโทษ
จึงทำใหค้ นในสงั คมท่ีมกี ารนับถอื ผีกลัวต่อคำสาป และคำสาปทว่ี ่านั้นจะใหร้ ้ายต่อผู้ท่ีคิดทุจริตฉ้อโกงต่อ
การบรหิ ารจัดการในโรงเรยี น มกี ารใช้ทั้งเร่ืองตำนาน คาถาอาคมในการจารอักขระโบราณลงบนแผ่นหนัง
เพื่อการสาปแช่ง ที่กระทำในวันที่เกิดสุริยคราส ภัณธิภร วงษ์จันทร์เพ็ญ (2562) ได้กล่าวถึง สุริยคราส
หรือสุริยุปราคาว่า เป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ และโลก เรียงตัวอยู่ในแนว
เดียวกัน โดยมีดวงจันทร์อยู่ระหว่างดวงอาทิตย์กับโลก เมื่อดวงจันทร์ค่อย ๆ เคลื่อนที่เข้ามาอยู่ในแนว
เดียวกับดวงอาทิตย์ ทำให้แสงสว่างจากดวงอาทิตย์ลดลง รูปร่างของดวงอาทิตย์จะเกิดเสี้ยวคล้ายดวง
จันทร์ที่เปล่ียนรูปร่างในแต่ละค่ำคืนหรือถูกบังจนหมดทั้งดวงขึ้นอยู่กับรูปแบบการบัง โดยทั่วไปตาม
แนวทางโหราศาสตร์และความเชื่อของไทยแล้ว การที่คราสพาดผ่านประเทศใด โดยเฉพาะ
ที่สามารถมองเห็นคราสน้ันได้ มักจะมีแนวโน้มในการเกิดเหตุการณ์ร้ายๆ มากกว่าเรื่องดี ซึ่งคำสาปและ
ความเชอื่ ดังกล่าวเป็นส่งิ ทท่ี ำให้ผบู้ ริหารเกรงกลวั และหลีกเล่ยี งการทจุ รติ

คำสาปดงั กลา่ ว ไมไ่ ด้มนี ยั ในการควบคมุ ผู้ท่เี ป็นบรหิ ารเท่านั้น แต่ยังเป็นสง่ิ ท่ีช่วย
ควบคุมความประพฤติของนักเรียน โดยทำให้นักเรียนเกรงกลัวต่อคำสาป ปฏิบัติตามกฎระเบียบของ
โรงเรยี นอย่างเคร่งครดั พงึ ระวงั ไมใ่ หต้ วั เองออกนอกลนู่ อกทาง เพยี งเพราะเกรงกลัวต่อคำสาป ดงั น้ี

“โอเค” คำตอบของถั่วพูยังเย็น “ถ้าแกมีเหตุผลพอที่จะชีแ้ จงอาจารย์ได้ ก็ดีไปเราแค่ไม่
อยากให้เดก็ ใหมต่ ้องมเี รือ่ ง”

“เร่อื ง?”
“เราวา่ ทำตัวเหมือนคนอนื่ มันง่ายกว่านะ โดยเฉพาะกับทน่ี ่ี ศภุ พโลไม่ไดเ้ ครง่ เรอ่ื งระเบียบ
เพราะแค่มนั คือระเบียบแกคงเคยได้ยนิ เรื่องคำสาป ขอโทษนะ”

(คาธ:70)

ตัวละคร ถั่วพู พยายามพูดให้อายันเคารพและทำตามกฎระเบียบของโรงเรียน
โดยใช้คำสาปมาเปน็ เครอ่ื งเตือนใจ แสดงให้เห็นถงึ การท่ีคนในสงั สังคม (โรงเรียน) พยายามใชต้ ำนานหรือ
คำสาปน้ี ใหน้ ักเรยี นรสู้ กึ เกรงกลัว ไม่กลา้ ที่จะกระทำผดิ ดว้ ยบริบทของสงั คมทม่ี ีการนับถือผีมาก่อนที่จะ
มีศาสนาเข้ามา ทำให้ความเชื่อในเรื่องสิ่งเหนือธรรมชาติยังคงฝังรากอยู่ในชุดความคิดของผู้คน
สงิ่ เหนอื ธรรมชาติจึงเป็นส่ิงท่ีทำให้คนรสู้ ึกเชอ่ื โดยปราศจากเหตุผล เรื่องบาปบุญจึงเปน็ เรื่องสิ่งที่สามารถ
ควบคุมคนได้ง่ายท่ีสุด การใช้ตำนานเรื่องเล่า จึงเป็นการผลิตซ้ำ เพื่อในการควบคมุ พฤติกรรมของคนใน
โรงเรยี น

พวกเธอก็เลยจะเหมาว่าคำสาปเป็นแค่เรื่องแต่ง? แต่จะเพื่ออะไรความลึกลับ?
เก่าแก่? ยิ่งใหญ่? พวกนี้ไมช่ ่วยให้ศุภพโลกลายเป็นโรงเรยี นดเี ด่นไดห้ รอกนะ แต่มันก็

49

จะทําใหม้ คี นหลงเชื่อ จนต้องพยายามทาํ ตัวเป็นเดก็ ดี ไม่ขบถ ต้ังใจเรียน ช่วยชาติ ซึ่ง
กจ็ ะทำผลให้ศภุ พโลมชี ื่อเรื่องการเรียนและระเบียบมารยาทในท่สี ุดคะ่

(คาธ:119)

จะเห็นได้ว่าที่มาของอำนาจทั้ง 3 ประเภท เป็นสิ่งที่ทำให้เกิดกระบวนการใช้อำนาจ
โดยการนำพลังอำนาจที่ไดเ้ หล่านี้ไปใช้ในการสร้างผลกระทบ ครอบงำ หรือบังคับให้สิ่งแวดล้อมเป็นไป
ตามความต้องการ หรือกรอบทีว่ างไว้ ถึงแม้ว่าที่มาจะมีลักษณะแตกตา่ งกัน แต่มีความสัมพนั ธ์กันคือจะ
เกิดขึ้นจากคนที่เป็นผู้นำหรือผู้มีอำนาจในสังคม ทั้งเรื่องตัวบุคคล ผู้ที่มีอำนาจที่สุดจะเป็นตัวควบคุม
เปน็ ผอู้ อกกฎ เปน็ ผสู้ ร้างวาทกรรม และเปน็ ผูท้ ี่สร้างเร่ืองราวท่ีเปน็ สง่ิ เหนือธรรมชาติ เพ่ือให้อำนาจและ
กระบวนการใช้ควบคมุ คนมคี วามชอบธรรม

1.2 กระบวนการใช้อำนาจ

จากการศกึ ษาในนวนิยายวายเรื่องคาธ ผูว้ ิจัยพบว่า ผูแ้ ตง่ มีการนำเสนอกระบวนการใช้
อำนาจ คือ กระบวนการที่ผู้มอี ำนาจใช้ในการสร้างผลกระทบ ครอบงำ หรือบังคับให้สิ่งแวดล้อมเป็นไป
ตามความต้องการ หรือกรอบที่วางไว้ โดยสามารถจำแนกเป็นประเด็นต่าง ๆ ได้แก่ กลุ่มผู้ใชอ้ ำนาจและ
กลุ่มผถู้ ูกใชอ้ ำนาจ พ้นื ท่ใี นการใช้อำนาจ และลักษณะของการใช้อำนาจ ดังรายละเอยี ดต่อไปนี้

1.2.1 กลุ่มผใู้ ช้อำนาจและกลมุ่ ผู้ถกู ใชอ้ ำนาจ

กลุ่มผู้ใช้อำนาจ คือ กลุ่มผู้มีอำนาจที่ใช้พลังอำนาจเพื่อเกิดผลกระทบ
การครอบงำ หรือบังคับให้สิ่งแวดล้อมหรืออีกฝ่ายให้เป็นไปตามความต้องการ ซึ่งทั้งสองกลุ่มจะมี
ความสัมพันธ์กันในลกั ษณะตรงกันข้ามและเปน็ คู่ ๆ นวนิยายวายเรือ่ งคาธได้นำเสนอกลุ่มผู้ใช้อำนาจและ
กลุม่ ผถู้ ูกใช้อำนาจ ในกระบวนการใช้อำนาจ สามารถจำแนกไดเ้ ปน็ 3 ประเภท ได้แก่

1.2.1.1 การใช้อำนาจในกล่มุ ผ้บู ังคบั บญั ชาตอ่ ผใู้ ต้บงั คบั บญั ชา

จากการศึกษาในนวนิยายายวายเรื่องคาธ มีการนำเสนอประเด็นการ
ใช้อำนาจท่ีกลมุ่ ผู้ใช้อำนาจและกลุ่มผ้ถู ูกใชอ้ ำนาจ อยใู่ นบรบิ ทการทำงานในโรงเรียน ซ่ึงนำเสนอผ่านตัว
ละครครูที่มีความสัมพนั ธ์กันเป็นผูบ้ ังคับบญั ชาและผู้ใตบ้ ังคบั บัญชา ซึ่งอาจมองเป็นลักษณะของหวั หนา้
และลกู น้อง ความเปน็ หัวหน้าและความเป็นลูกนอ้ งในที่นี้หมายถึง เป็นหัวหน้างานและลูกน้องหรือผู้ท่ีอยู่
ภายใต้บังคับบัญชา อันเป็นหน้าที่ที่ได้รับหมาย มิใช่หัวหน้ากับลูกน้องที่เป็นสถานะนายจ้างกับลูกจ้าง
ผู้แต่งได้นำเสนอผ่านตัวละครครูที่เป็นฝ่ายปกครองซึ่งทำหน้าทีในการควบคุมดูแลกฎระเบียบ
ความประพฤติของนักเรียน และคอยตัดสินคดีความต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในโรงเรียน ไม่ว่าจะเป็นคู่กรณีท่ี
เกิดขึ้นระหว่างครูกับนักเรียนหรือนักเรียนด้วยกันเอง ภายใต้พื้นที่ที่แสดงถึงอำนาจในการชี้ถูกผิด
การทำทัณฑ์ หรือมาตรการลงโทษด้วยวิธีอื่น ๆ ยังมีการใช้อำนาจที่เกิดจากครูในฝ่ายเดียวกัน

50

ที่ต้องสั่งการ ควบคุม สอดส่องดูแล ซึ่งทำให้อีกฝ่าย คือ ผู้ที่อยู่ใต้บังคับบัญชา เกิดความรู้สึกอึดอัด
และยำเกรง ซ่ึงเปน็ การใชอ้ ำนาจต่ออีกฝา่ ยด้วยหนา้ ทก่ี ารงาน ดงั เหตุการณ์ทีป่ รากฏตอ่ ไปนี้

บนใบหน้าไม่ว่าส่วนใด จะพลันดูคล้ายอารมณ์เสียขึ้นกว่าเก่า การดูแลตัวเองอย่างเรียบ
กริบ ไปทง้ั หน้าตาจดอาภรณ์ จึงไม่ชว่ ยใหช้ วนมองนกั ว่าทจ่ี ริงแคน่ งั่ ใกล้ ยงั สมั ผัสได้ถึงรัศมีอัน
ชวนให้ขยับตัวลำบาก ทั้งหมดนั้นคือที่มาของสมญา ชาดก-บูลด็อก ไม่มีใครอยากเห็นบูลด็อก
ยิ้มหรอก เพราะใต้ริมฝีปากหนา เยอะคือเขี้ยวแหลมทั้งสิ้น นี่เป็นสาเหตุที่คนไมช่ อบน่ังอยูใ่ น
ห้องปกครอง เมื่อต้องนั่งอยู่ เธอก็จะพยายามหางานมาทำวุ่นวายเพือ่ ลืมใครอีกคนข้าง ๆ แม้
โต๊ะจะอยู่ในระนาบเดียวกัน คนเป็นอาจารย์ใหม่ก็อดรู้สึกไมไ่ ด้ คนข้าง ๆ มักถอยเก้าอ้ีห่างไป
เบ้ืองหลัง ใชส้ ายตาดดุ ันใต้แว่นกลมหนา สังเกตการณเ์ ธอตลอดเวลา เปน็ อาจารย์ฝา่ ยปกครอง
ทค่ี อยจบั ตาอาจารย์ฝ่ายปกครองอกี ที

(คาธ:123)

ความเปน็ “อาจารย์ฝ่ายปกครอง” ในนวนยิ ายวายเรือ่ งคาธ ไมไ่ ด้เป็น
การนำเสนอผา่ นหน้าทีก่ ารงานเท่าน้ัน แต่ยงั สรา้ งลกั ษณะให้ผู้อ่นื เกรงกลัว นอกจากนีก้ ารใช้อำนาจไม่ได้
นำเสนออำนาจในการปกครองนักเรียนเทา่ น้นั แตย่ ังคงสามารถใชอ้ ำนาจในการส่งั การใหอ้ าจารย์คนอ่นื ๆ
ทำตาม โดยอา้ งเหตวุ า่ ทำเพอ่ื ลงโทษหรือควบคุมความประพฤติของนกั เรยี นทโ่ี ดนหมายหัว การใช้อำนาจ
ทวี่ ่านัน้ จะเปน็ รูปแบบของการ “ขอความช่วยเหลอื ” ซึ่งมีนัยเปน็ การบงั คบั คือครูผูส้ อนทกุ คนต้องทำตาม
คำสั่งที่มาจากอาจารย์ชาดก เมื่อพิจารณาตามลักษณะของกลุ่มผู้ใช้อำนาจและกลุ่มผู้ถูกใช้อำนาจ
อาจารย์ฝ่ายปกครองก็จะมีสถานะเป็นหัวหน้า ทีสั่งการอาจารย์คนอื่น ๆ ที่เหมือนเป็นลูกน้อง ซึ่งเป็น
ผใู้ ต้บังคับบญั ชา ดงั ตัวอย่างตอ่ ไปน้ี

แล้วทําไมเราจะต้องไปเข้าข้างมันด้วยวะ จากการขอความช่วยเหลือ ของอาจารย์ชาดก
ตอนนี้อาจารย์ทกุ คนที่เข้าสอนหอ้ ง ม.4/1 จะต้องเรียกถามนักเรยี นใหม่ อย่างน้อยสิบคำถาม
ต่อคาบ หรือถ้าจะให้ดีจนกว่ามันจะจนด้วยแต้ม แล้วสำเหนียกว่าตัวเองโง่ ต้องร้องขอความ
ช่วยเหลอื จากเพือ่ น

(คาธ:136)

การใชอ้ ำนาจในการขอความช่วยเหลือจากครูคนอน่ื ๆ ไมไ่ ด้เป็นเพียง
การขอลอย ๆ เพือ่ ให้ดเู หมือนการสรา้ งอิทธิพลในหน้าที่การงานและการควบคุมความประพฤติของอายัน
เท่านัน้ แตย่ งั มีการตดิ ตามและรายงานพฤตกิ รรมของครูทไี่ ดร้ ับมอบหมาย โดยสารวตั รนักเรยี น คือ อักก์
ท่ีทำหนา้ ทีเ่ ป็นตวั แทนผสู้ ง่ั การ คอยสอดส่องดแู ลอีกขั้นหนง่ึ ซ่งึ คอยนบั คำถามท่คี รูถามอายัน

ปลายประโยคของคนตอบเรียกเสียงขำแผ่ว ๆ จากเพื่อนในห้องไดบ้ ้าง ค่าที่มันเสมือนคำ
ประชดอาจารยท์ เ่ี รยี กเจ้าตัวตอบคำถามอยู่คนเดียว ครั้งนีเ้ ปน็ รอบท่หี ก

51

ใช่ อักก์จำได้ เพราะในอีกตำแหน่ง เขาได้รับมอบหมายให้นับจำนวนคำถามที่อาจารย์ใน
แต่ละวิชายิงซ้ำ ๆ ใส่ไอ้อายัน อย่างไรก็ดีแทนที่จะสะใจ ความรู้สึกที่เกิดกลับยิ่งหงุดหงิด
แล้วความหงดุ หงิดกย็ ่งิ พ่งุ สงู กว่าแคห่ งดุ หงิด

เพราะเท่าทันว่าความหงุดหงิดนั้นไม่ได้เกิดจากไอ้อายันตอบไม่ได้ แต่ไป ๆ มา ๆ เป็น
เพราะเขาเองเร่มิ รูส้ กึ เหมือนกบั ว่า...มนั ถกู กลัน่ แกลง้

(คาธ:136)

อย่างไรก็ตาม อักก์เองก็ถือเป็นคนที่อยู่ในกลุ่มของผู้ที่ถูกใช้อำนาจ
เช่นกัน เนื่องเปน็ บุคคลหนง่ึ ท่ีต้องปฏิบัตหิ น้าท่ีตามคำส่งั ของอาจารยช์ าดก แม้ว่าจะเป็นหน้าท่ีที่เขา
พึงประสงค์ แตก่ ็ยงั คงเปน็ ส่วนหนึง่ ของความตอ้ งการของอาจารย์ผู้สัง่ การ ซึง่ ถือเปน็ ผถู้ ูกครอบงำให้
เป็นไปตามความต้องการ จากการศึกษาในนวนิยายายวายเรื่องคาธ ผู้วิจัยพบว่า ลักษณะของกลุ่ม
ผู้ใช้อำนาจและกลุ่มผู้ถูกใช้อำนาจในลักษณะนี้ เป็นเรื่องอย่างง่ายที่สุดที่เราจะสามารถพิจารณา
เรื่องอำนาจได้ ผูม้ อี ำนาจจะมเี พียงแคก่ ลมุ่ เดียวหรอื บุคคลเดียวเทา่ นั้น แตต่ ่างจากอีกฝ่ายท่ีสามารถ
มไี ด้หลายกลุม่ เชน่ กลมุ่ ครู กลมุ่ นักเรียน เป็นต้น ซึง่ ในแตล่ ะกลมุ่ น้ันก็ยงั มีการใช้อำนาจต่อกันและ
กนั ดว้ ย คอื ครเู องกม็ อี ำนาจทใ่ี ชก้ บั นักเรียน สว่ นนกั เรียนก็พยายามสร้างอำนาจในการต่อรองกับครู
ซึ่งเป็นสิ่งที่สนับสนุนใหเ้ ห็นว่ากลุม่ ผูม้ ีอำนาจในสงั คมหรือมนบริบทตา่ ง ๆ จะเป็นผู้ที่ควบคุมความ
เปน็ สงั คม คือการอย่รู ว่ มกนั อาจจะเปน็ รูปแบบบทบาท หนา้ ที่ อาชพี เปน็ ตน้ ซ่ึงในกลุม่ นี้ก็จะมกี าร
ใช้อำนาจต่อไปเปน็ ทอด ๆ จนถงึ ผ้ทู อี่ ยภู่ ายใต้อำนาจล่างสดุ

1.2.1.2 การใชอ้ ำนาจในกลุ่มอาจารย์ตอ่ นกั เรยี น

ผู้แต่งได้นำเสนอกลุ่มผู้ใช้อำนาจและกลุ่มผู้ถูกใช้อำนาจ ที่เป็นกลุ่ม
อาจารย์กับนักเรียนเมื่อกล่าวถึงความเป็นโรงเรียน ก็ต้องมีนัยถึงบุคคลที่อยู่ในโรงเรียน คือ ผู้ที่ทำให้
สถานที่นั้น ๆ เป็นสถานศึกษา เป็นผู้ดำเนินและร่วมกิจกรรมการเรียนการสอน บริบทสังคมได้ให้
ความสำคัญกับครูหรืออาจารย์เป็นอย่างมาก คือ การยกย่อง เชิดชู ให้เกียรติ ให้ความเคารพ สังเกตได้
จากการที่มีพธิ ีกรรมตา่ ง ๆ เก่ยี วกบั ครู คือการไหวค้ รู ซึง่ เปน็ การแสดงถงึ ความระลึกถงึ บญุ คุณของครูของ
นักเรียน โดยลักษณะความสัมพันธ์นี้จึงทำให้อาจารย์มีอำนาจต่อนักเรียนโดยปรยิ าย คือเมื่อนักเรียนยก
ย่อง เชิดชู ให้เกียรติ ให้ความเคารพต่อครูในฐานะผู้ประสิทธิประสาทวิชา ก็ย่อมมีความเกรงใจและ
จำยอมอยู่ภายใต้การควบคุมของอาจารย์ด้วย ในนวนิยายายวายเรื่องคาธได้นำเสนอการใช้อำนาจของ
อาจารย์กับนักเรียนทั้งในห้องเรียนและพื้นที่อื่น ๆ โดยทำให้นักเรียนมีความเกรงกลัวต่อ อาจารย์
เมื่อเห็นอาจารย์ที่ดุหรืออาจารย์ที่ตัวเองกลัวก็จะมีลักษณะพฤติกรรมที่แตกต่างออกไป ซึ่งเป็นการท่ี
อาจารย์นนั้ ใชต้ ัวตนของตวั เองในการสรา้ งอำนาจเพอื่ ใหน้ ักเรยี นเกิดอาการดังกล่าว ดังเหตุการณท์ ่ีปรากฏ

52

อาจารย์ชาดกไม่มีถาดภาชนะใช้แล้วอยู่ในมือ แสดงว่าที่เดินมาตรงนี้ก็เพราะวสุวัฒน์กบั
อาจารย์ศนิโดยเฉพาะสายตาหลังแว่นทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าแบน ๆ มีอำนาจคล้ายจะส่ง
กระแสไฟฟ้าซอร์ตตรงมาได้

การวางตวั ของคนข้างเดก็ หนุ่มเปลี่ยนไปทันที รอยยิ้มกว้าง หุบลงเป็นสีหน้าเรียบ แม้มุม
ปากยกอยูแ่ ต่ดูจำใจแกมประดกั ประเดดิ เสยี งทใ่ี ช้ก็สภุ าพห่างเหนิ
“ถา้ มีอะไรใหค้ รชู ว่ ย ก็บอกแลว้ กันนะ”

(คาธ:339)

นวนิยายวายเรื่องคาธ ได้นำเสนออำนาจของอาจารย์ในสมัยใหม่ คือ
ไม่ไดบ้ ังคับขู่เข็ญลงโทษนักเรียนและใช้กำลงั ทางกายภาพต่อนักเรียน ด้วยอาจารย์สมัยก่อนไม่ไดเ้ ปน็ แค่
อาจารย์ แต่ยังเป็นผู้นำทางจิตวิญญาณ มีหน้าที่แบกรับศักดิ์ศรี เกียรติยศ มาตรฐานศีลธรรม
ความถูกต้อง และคุณค่าของความเป็นคน ในการอบรมบ่มนิสัยให้คนเป็นคน เม่ือยุคสมัยเปลี่ยนไป
อาจารย์จึงต้องเปลี่ยนเชน่ กัน ส่ิงท่ีอาจารย์หรือผู้ท่มี ีอำนาจสามารถกระทำในกระบวนใช้อำนาจได้ดีท่ีสุด
นั่นก็คือการออกกฎระเบียบในโรงเรียน จากการศึกษาที่มาของอำนาจอันมีที่มาจากฎระเบียบหรือ
ข้อบังคับทางสังคม จะเห็นได้ว่าเมื่อผู้อำนาจออกกฎและใช้กฎเป็นเครื่องมือในการควบคุมน้ัน
การใช้อำนาจจะเกิดความชอบธรรม แม้หลายคนมองเห็นถึงความไม่ยุติธรรมในกฎ แต่เมื่อเป็นข้อตกลง
ของสังคมก็ต้องยอมรับ ผู้แต่งได้นำเสนอการต่อต้านกฎของนักเรียนหลายครั้ง แต่เมื่อผู้คุมกฎคือครูใช้
อำนาจโดยอ้างระเบียบ อีกฝา่ ยกต็ อ้ งจำยอมโดยทันที และอาจารย์เองก็พยามใช้ส่งิ เหล่าน้ีในการควบคุม
ทั้งความคิด ความชอบและการกระทำของนักเรียน เช่น เรื่องการใช้โทรศัพท์มือถือ การสัก ก
ารใหค้ วามเคารพตอ่ อาจารย์ ดังนี้

แม้แต่เธอผ้ถู ูกบังคบั ให้คุมกฎ ในบางหนยงั อดตง้ั คำถามไม่ได้วา่ มนั ถูกต้องแล้วหรือในวันท่ี
โลกเปลี่ยน นักเรียนห้ามนำโทรศัพท์ขึ้นมาใช้ในหอ้ งห้ามแม้กระทั่งตอนที่ปิดเสยี งแล้ว เนื้อตวั
ของนกั เรียนต้องสะอาด ตอ่ ใหร้ อยสกั เล็ก ๆ ใต้รม่ ผา้ ก็ถือวา่ จงใจขบถต่ออำนาจ พานไหวค้ รูคือ
สญั ลกั ษณ์อนั ดีงามของความเคารพนบนอบ ไม่ใชพ่ ืน้ ทส่ี ำหรับประกาศเจตนารมณ์ร่นุ ใหม่

(คาธ:221)

จะเห็นได้ว่า ในความเป็นอาจารย์นั้นก็ยังมีการตั้งคำถามว่า
กฎหรือข้อบังคับนั้นมีความสมเหตุสมผลเข้ากับยุคสมัยหรือไม่ แต่การตั้งคำถามไม่ได้ใหทำให้เกิ ดการ
เปลี่ยนแปลง ถึงแม้วา่ ศนิจะเป็นอาจารย์แต่ก็ต้องทำตามกฎระเบียบท่ีวางไว้ และเป็นผู้ที่ใช้กฎนั้นในการ
ควบคุมนักเรียนของตัวเองให้เปน็ ไปตามคาดหวงั ของผู้ท่อี อกกฎหรือผูบ้ ังคับบัญชา ความสมั พนั ธข์ องกลุ่ม
ผู้ใช้อำนาจและกลุ่มผูถ้ ูกใช้อำนาจในรูปแบบอาจารย์กบั นกั เรียน ไม่ได้เป็นเพยี งการใช้อำนาจเพือ่ บังคบั
ตามความพึงพอใจเท่าน้นั แต่ยงั เปน็ การบงั คับเพื่อใหก้ ารอยู่ร่วมกนั ของนกั เรียนมีความปกตสิ ขุ หรือความ
สะดวกในการเรียนเรียนการสอน ถึงแม้ว่าความเป็นครูจะเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย แต่การใช้อำนาจ
ระหวา่ งครูกบั นักเรียนกย็ งั คงอยู่

53

1.2.1.3 การใชอ้ ำนาจของรัฐต่อพลเมือง

หากจะพูดถึงเรอ่ื งอำนาจ ส่งิ ท่สี ามารถอธิบายเร่อื งดังกล่าวได้เห็นภาพ
ชัดเจนมากที่สุด คือ เรื่องของรัฐและพลเมือง โดยอำนาจรฐั เป็นอำนาจท่ีมคี วามสัมพันธ์กบั การปกครอง
Areerat Wong (2555) กล่าวว่า อำนาจรัฐ (State power) หรืออำนาจอธิปไตย (Sovereignty) คือ
อำนาจเดียวกันเป็นอำนาจสูงสุดที่ใช้ปกครองประเทศหรือรัฐ เป็นอำนาจเด็ดขาดปฏิเสธไม่ได้มีความ
เด็ดขาดในรัฐหรือประเทศหนึ่ง ๆ จะมีอำนาจเดียว แต่แบ่งการใช้ออกได้ 3 ทาง คือ ใช้ตรากฎหมาย
หรอื นิติบญั ญัติ บงั คับใชก้ ฎหมาย หรือ การบรหิ าร และการวินิจฉัยกฎหมาย หรอื ตลุ าการ นวนยิ ายวาย
เรื่องคาธ ผู้แต่งได้นำเสนอเรื่องการใช้อำนาจของรัฐกับพลเมือง โดยการยกกฎหมายที่เกี่ยวกับโรงเรียน
เช่น การจัดระเบียบโรงเรยี น การแต่งต้ังสารวตั รนักเรียน การลงโทษนกั เรยี น นอกจากนี้ผวู้ ิจัยพบว่าผแู้ ต่ง
ยังได้นำเสนอเรื่องของการใช้อำนาจของรัฐผ่านเหตุการณ์การชุมนุมของนักเรียนและกลุ่มเยาวชน
ทอ่ี อกมาเรียกรอ้ งสิทธิ และตอ้ งการแกไ้ ขกฎระเบยี บในโรงเรียน ซึ่งมกี ารรวมกลุ่มเดยี วกบั กลุ่มเยาวชนท่ี
ชุมนุมเพื่อขับไล่รัฐบาล จึงทำให้รฐั พยายามใชอ้ ำนาจของตนในการจัดการความวุ่นวายที่เกิดข้ึนด้วยการ
ส่งตำรวจไปสอดสอ่ งดแู ลความเรียบร้อยของโรงเรยี น ซงึ่ ทำใหเ้ ห็นภาพของการใช้อำนาจของรฐั ที่มอี ำนาจ
เดด็ ขาดในการกระทำการใด ๆ โดยไม่ตอ้ งขออนญุ าตจากใครและมีความชอบธรรมเม่ืออ้างถงึ ความมั่นคง
ของรัฐ ดังตวั อย่างตอ่ ไปนี้

“เขาเอาไปโยงเร่อื งม็อบการเมือง”
ผู้เป็นใหญ่ให้คำตอบ ศนิเคยได้รู้เหมือนกันว่าเด็กหัวรุนแรง กลุ่มที่จัดชุมนุมต่อต้าน
อาจารย์ในโรงเรียน เป็นกลุ่มเดียวกับที่ประท้วงรัฐบาลและผู้มีอำนาจในประเทศ ระยะหลัง
ทางการพยายามจดั การเด็กพวกนี้ แต่ไมง่ า่ ยสถานการณ์บ้านเมืองกำลังถูกจบั ตา อกี อยา่ งมัธยม
พระรถไม่ใช่โรงเรียนรัฐที่จะสอดมือเข้าไปทำอะไรได้ง่าย ๆ การที่ตำรวจเดินเข้าไปได้ง่าย ๆ
นี่เองคงเป็นเรอื่ งทท่ี ำใหท้ กุ คนกังขา

(คาธ:225)

ผู้ใช้อำนาจในกลุ่มน้ีจะมีบทบาทในการกำหนดระเบียบ กฎเกณฑ์
ซึ่งผู้ทีอ่ ยู่ภายใต้การปกครอง คือ พลเมืองจะต้องปฏิบัตติ ามอย่างเคร่งครัด หากฝ่าฝืนก็จะมบี ทลงโทษที่
เป็นแบบแผน จะเป็นการกำหนดในรูปของกฎหมาย ซึ่งมีความแตกต่างจากกลุ่มอื่น ๆ ที่อาจจะมีการ
อนุโลม ลดหย่อนกันไปตามสถานภาพของผู้กระทำและตามสถาการณ์ที่เป็นไป เช่น การใช้อำนาจของ
ผู้ปกครองกับลูก ที่จะนำเรื่องของความประพฤติ ความห่วงใยมาเกี่ยวข้อง หรือการใช้อำนาจของครูที่
อาศัยระเบียบของโรงเรียนมาเปน็ ตัวควบคมุ จงึ ทำใหก้ ารลงโทษในแต่ละครง้ั ครูจะตอ้ งคำนงึ ถึงเรื่องอนื่ ๆ

54

ทั้งความรุนแรง ความเหมาะสม แต่ถ้าหากเป็นรัฐการอนุโลมหรอื ลดหย่อนนัน้ กระทำได้ยาก โดยเฉพาะ
เรอ่ื งทเ่ี ก่ียวกับความม่นั คง ท่รี ฐั สามารถกระทำอย่างเด็ดขาดไดท้ ันที

งานสารวัตรนักเรียนของผู้ใหญ่ที่อยู่นอกโรงเรียนนั้น แต่เดิมอยู่ในสังกัดกรมพลศึกษา
กระทรวงศึกษาธิการตามประกาศคณะปฏิวัติฉบับที่ 132 ภายใต้การนำของจอมพลถนอม
กติ ตขิ จร เมื่อ พ.ศ. 2515 ประกาศฉบับเดียวกบั ทีก่ ำหนดให้นกั เรียนนกั ศึกษาตอ้ งแตง่ เคร่ืองแบบ
หากฝ่าฝืนจะถกู นำตวั มอบให้แก่ผู้มีอำนาจในสถานศกึ ษา เพือ่ สอบสวนหรือสง่ั สอน เลยไปถึงแจ้ง
แก่ผู้ปกครองเด็กหรือกระทั่งให้อำนาจตำรวจออกหมายเรียกผู้ปกครองมาตักเตือนได้ หากไม่
สัญญาวา่ จะอบรมเด็กของตวั เอง

(คาธ:84)

นวนิยายวายเร่ืองคาธ ไดน้ ำเสนอความสมั พันธ์ระหว่างรฐั กับพลเมอื งที่
มผี ลตอ่ ระบบการดำเนนิ งานในโรงเรียน ด้วยการหยิบยกเอาประเด็น “สารวตั รนักเรียน” มาใชใ้ นการเล่า
สารวัตรนักเรียน เป็นผลมาจากประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 132 ภายใต้การนำของจอมพลถนอม กิตติ
ขจร เมื่อ พ.ศ. 2515 อันเกิดจากการท่ีคณะปฏิวัติพิจารณาเห็นว่านักเรียนและนักศึกษาเป็นเยาวชนที่
กำลังสร้างสมคุณสมบตั ิ ทั้งในด้านความรู้ ความคิดและคุณธรรม นักเรียนและนักศึกษาควรจะไดร้ ับการ
อบรมดแู ลใกลช้ ดิ จากบดิ ามารดา ผู้ปกครอง และครอู าจารย์ เพ่ือเปน็ บตุ รท่ีดีของบิดามารดา เป็นศิษย์ท่ีดี
ของครู อยู่ในโอวาทคำสั่งสอน รวมทั้ง อยู่ในระเบียบประเพณีและกฎหมายของบ้านเมือง (ม.ป.ป)
จากประกาศดังกล่าวถือเป็นกฎหรือข้อบังคับที่ทำให้ “สารวัตรนักเรียน” เป็นผู้มีอำนาจในการดูแล
ควบคุมความประพฤติของนักเรียน นักศึกษา แม้ว่าปัจจุบันสารวัตรนักเรียนจะถูกยกเลิกไปแล้ว ใน
ปัจจุบนั บางโรงเรียนยังคงใช้สารวัตรนกั เรยี นในการชว่ ยแบ่งเบาภาระของครูอาจารย์ในการควบคุมความ
เรียบร้อย แต่มีลักษณะที่แตกต่างกัน คือ ไม่ได้ทำหน้าที่ในการจับกุม แต่จะทำที่สอดส่องดูแลและคอย
ชว่ ยเหลอื ผ้แู ต่งไดส้ ร้างตวั ละครสารวัตรนกั เรียน ให้มีอำนาจในการควบคมุ สอบสวน และโทษนักเรียนที่
กระทำความผิดได้ แต่ก็ได้หยิบยกประกาศฯ ดังกล่าวมาเพ่ือให้เห็นถึงท่ีมาที่ไป ทั้งนี้ จะเห็นได้วา่ เมื่อรฐั
ออกกฎระเบยี บหรอื ขอ้ บงั คบั ทางสังคม การกระทำดงั กลา่ วถึงถือวา่ เป็นความชอบธรรมและเป็นส่ิงที่ควร
กระทำ

นอกจากนี้ ผู้แต่งยังไดน้ ำเสนอการใช้อำนาจบางประการของโรงเรียน
ที่จะต้องอาศัยกฎระเบียบหรอื ข้อบังคบั ทางสังคมที่ออกโดยรฐั มาเป็นหลักเกณฑ์ในการตัดสินใจกระทำ
บางสิ่งบางอยา่ ง ดงั น้ี

อักก์พอจะเคยศึกษาและรู้ว่าคำสั่งพักเรียนนั้น อ้างอิงตามการขัดความประพฤติอัน
เหมาะสมของสภาพนกั เรยี น ซ่ึงถูกกำหนดไวใ้ นประกาศของคณะปฏวิ ัตเิ ม่อื ปี 2515 เน้นไปทก่ี าร
สร้างความเสื่อมเสียแก่ชื่อเสียง เกียรติศักดิ์ของสถานศึกษา หรือฝ่าฝืนระเบียบร้ายแรง แต่การ
ลงโทษให้พกั การเรียนจะทำไดไ้ ม่เกนิ เจ็ดวนั หรือจนกว่าความผดิ นน้ั จะไดร้ ับการแกไ้ ข กรณีที่สั่ง

55

พักเกินเจ็ดวันทางโรงเรียนจะต้องแจ้งหน่วยงานที่อยู่สูงขึ้นไปเพ่ือขออนมุ ัตินั้นเป็นเรื่องยุ่งยาก
และในสถานการณ์ล่อแหลมเช่นที่ศุภพโลกำลังเผชิญ ก็นับว่าสุ่มเสี่ยงต่อการแพร่กระจายจนยิ่ง
เสยี ชื่อ

(คาธ:471)
การใช้อำนาจของโรงเรียนที่มาจากกฎระเบียบในการลงโทษผู้กระทำ
ความผิด อันเป็นที่มาจากประกาศของคณะปฏิวัติปี 2515 ผู้แต่งได้นำเสนอเรื่องการใช้อำนาจว่า
ผมู้ อี ำนาจไมส่ ามารถตดั สนิ ใจตามอารมณค์ วามรสู้ กึ สว่ นตัวไดเ้ พยี งอย่างเดียว ถึงแมว้ า่ มีตำแหน่ง มีอำนาจ
สักเท่าไหร่ ก็ต้องทำตามกฎระเบียบที่วางไว้ คือการต้องขออนุมัติจากหน่วยงานโรงเรียนที่สังกัด
เม่ือเกิดความยงุ่ ยาก โรงเรียนจงึ เลือกกระทำในสง่ิ ท่ีกระทำได้

จะเห็นได้วา่ การใชอ้ ำนาจของรัฐต่อพลเมือง มีความสมั พันธก์ บั อำนาจ
2 ลกั ษณะ คอื จะเป็นทงั้ ต้นตอของอำนาจและตัวควบคุมอำนาจ เปน็ ตวั ที่กำหนดวา่ ใครมีอำนาจทำอะไร
และทำได้แค่ไหน ซง่ึ ไมอ่ าจมีใครฝา่ ฝนื ได้ หากใครฝา่ ฝืนก็ตอ้ งรับโทษ กฎระเบียบหรอื ขอ้ บังคับทางสังคม
ที่ออกโดยรัฐ มักเป็นลายลักษณ์อักษร อาจเป็นการบัญญัติโดยผู้นำ ผู้ที่เกี่ยวข้องหรือการทำข้อตกลง
ร่วมกัน ซ่ึงได้รับการยอมรับจากคนในสังคม การทผ่ี ู้มอี ำนาจกระทำการใด ๆ โดยยึดตามกฎระเบียบหรือ
ข้อบังคับทางสังคม ก็จะเกิดความชอบธรรมด้วย ผู้วิจัยพบว่า ผู้แต่งได้นำเสนอเรื่องอำนาจของรัฐกับ
นักเรียนและครูในโรงเรียน ซึ่งเป็นภาพแทนของพลเมืองที่อยู่ภายใต้กฎหมาย แม้ว่าตนนั้นจะมีสิทธิ
เสรีภาพในการแสดงออกทางความคิดอย่างไร แต่ก็ต้องถูกครอบงำ โดยอำนาจที่เหนือกว่าอยู่ดี
รวมถงึ กลมุ่ ผใู้ ช้อำนาจอ่นื ๆ ที่กลา่ วมา ส่ิงท่ชี ่วยสง่ เสริมใหก้ ารใช้อำนาจของของบุคคลเหล่านั้นประสบ
ความสำเร็จตามความต้องการ และเป็นส่ิงทที่ ำใหก้ ารใชอ้ าจนน้ั มีความชอบธรรมนั่นกค็ อื พน้ื ที่

1.2.2 พื้นทใี่ นการใชอ้ ำนาจ

ผู้วิจัยพบว่า ผู้แต่งมีการนำเสนอพื้นที่ในการใช้อำนาจ คือพื้นที่หรือบริบท
เป็นท้องท่ีหรืออาณาบริเวณที่ผู้มีอำนาจใช้ในการสร้างผลกระทบ ครอบงำ หรือบังคับให้สิ่งแวดล้อม
เป็นไปตามความต้องการ หรือกรอบที่วางไว้ โดยสามารถจำแนกเป็นพื้นท่ีต่าง ๆ ตามหน่วยหรือพื้นที่ที่
เลก็ ทสี่ ดุ ไปหาหนว่ ยหรือพนื้ ท่ีใหญ่ ไดแ้ ก่ ครอบครวั โรงเรยี น และชุมชน/สงั คม ดังรายละเอยี ดต่อไป

1.2.2.1 การใช้อำนาจในครอบครัว

ครอบครัว เป็นหน่วยหรือพื้นที่ที่เล็กที่สุดในสังคม ซึ่งเป็นสถาบัน
พื้นฐานของสังคมที่ประกอบด้วยพ่อแม่ และลูก เป็นกลุ่มคนที่อยู่ร่วมกันซึ่งอาจมีความสัมพันธ์ทาง
สายเลือดหรือมีความสัมพันธ์ทางกันทางกฎหมาย เช่น สามี - ภรรยา บุตรบุญธรรม เป็นต้น
จากการศกึ ษาในนวนิยายายวายเรอ่ื งคาธ ผแู้ ต่งไดน้ ำเสนอการใชอ้ ำนาจในพ้นื ที่ครอบครัวในลักษณะของ
การบังคับหรือบอกให้ทำตาม อาจจะเป็นการใชน้ ้ำเสยี ง คำพูดหรือการกระทำท่ีแสดงถงึ การใช้อำนาจใน
การสรา้ งผลกระทบ ครบงำ ซึง่ จะมปี จั จัยเกย่ี วกับความสัมพนั ธใ์ นครอบครัวมาเกย่ี วขอ้ ง การใช้อำนาจใน

56

พื้นที่ครอบครัวผู้แต่งได้นำเสนอการใช้อำนาจแบบประนีประนอม คือ การใช้เหตุผลในการตัดสินใจ
ดังตอนที่อายันขออนุญาตพ่อกับแม่ย้ายโรงเรยี นจากมัธยมพระรถไปศภุ พโล แม้ว่าความสัมพันธ์ของครวั
อายันก็ไม่ค่อยดีนัก เพราะพอ่ แม่ตอ้ งทำงาน ไม่ค่อยมีเวลาให้กับลูก ทำให้เกิดช่องว่างในครอบครวั และ
มักจะทะเลาะกันเสมอ แต่เมื่อถึงตอนท่ีจะตดั สินใจในการให้อสิ ระทางความคิดกบั ลูก ซึ่งเป็นอำนาจโดย
ปรยิ ายของผ้ทู ี่เปน็ พอ่ กับแม่ ทางครอบครัวก็เลือกทจี่ ะใชเ้ หตุผลในการตดั สินเพือ่ ประโยชนก์ ับลูก

พ่อแม่ไม่เคยมเี วลาให้นั่นคือเหตุผลท่ีเขาโตในโรงเรียน ทุกครั้งที่เจอหน้าก็มีเหตุให้ไดว้ ิวา
ทะกันเสมอ อย่างไรก็ตาม ถึงจะเหน่ือยกบั เขา แต่ทั้งคู่รูว้ า่ เขาดูแลตวั เองได้โดยเฉพาะจากผล
การเรียนแลว้ ยนื ยนั ได้เปน็ อยา่ งดีครัน้ เขาร้องขอยา้ ยไปพระรถแมพ่ ่อจงึ ยินยอมไมย่ าก

(คาธ:442)
การใช้อำนาจในพื้นที่ครอบครัว ซึ่งเป็นสถาบันที่เล็ก ๆ
ที่มีความสัมพันธ์ทางเครือญาติมเกี่ยวข้อง โดยพื้นฐานตามโครงสร้างและวัฒนธรรมของสังคมไทย
ที่ให้ความเคารพกับผู้อวุโส ผู้คนในกลุ่มนี้จะมีความรักความห่วงใย ความเกรงใจ และการเชื่อฟัง ยึดม่ัน
ในคำสั่งสอนของผู้ใหญ่ ผู้แต่งได้นำเสนอผู้มีอำนาจในพืน้ ที่น้ี จะใช้อำนาจตอ่ ผู้ถูกใช้อำนาจโดยมีนยั แห่ง
ความหวังดีซ่อนอยู่ การใช้อำนาจจึงไม่ไดเ้ ป็นลักษณะของการบังคับหรือครอบงำที่เป็นคำสั่งเพียงอยา่ ง
เดยี ว แตย่ ังมีการใช้กฎเกณฑ์ การให้ความเกรงใจ เปน็ องค์ประกอบของการใชอ้ ำนาจอยูด่ ้วย

1.2.2.2 การใช้อำนาจในโรงเรียน

โรงเรียน สถานที่สำหรับฝึกสอนนักเรียนภายใต้การดูแลของครูหรือ
อาจารย์ ถอื เปน็ สงั คมแรกทเ่ี ด็กรจู้ ักหลังจากครอบครัว นวนยิ ายวายเร่ืองคาธไดน้ ำเสนอเรอื่ งราวท่ีเกิดข้ึน
ในโรงเรียน จึงทำให้เห็นภาพการใช้อำนาจในโรงเรียนมากยิ่งขึ้น ลักษณะการใช้อำนาจในโรงเรียน คือ
กระบวนการใช้อำนาจที่มีครูหรืออาจารย์เป็นผู้มีอำนาจ และนักเรียน คือ ผู้ที่อยู่ภายใต้อำนาจ
ซึ่งนำไปสู่ปัญหาระหว่างเด็ก โรงเรียน ครู และผู้ปกครอง เช่น การละเมิดสิทธิของนักเรียน การลงโทษ
นกั เรยี นเกนิ สมควร การใชค้ วามรุนแรงท้งั ทางกายและวาจา เปน็ ต้น ซงึ่ โรงเรียนถอื เป็นพื้นท่ีแห่งอำนาจ
นิยม คือ การเชิดชูอำนาจ และอาศัยคำสั่งของครู (ผู้ใหญ่) เป็นเครื่องมอื ชี้ขาด เป็นพื้นที่ที่ควบคุมความ
ประพฤติของคน ทั้งการแต่งกาย ทรงผม อุปกรณ์เครื่องใช้ ที่ต้องเป็นแบบแผน บางที่อาจมีกฎระเบียบ
ควบคุมไปถึงกิริยาท่าทาง เช่น การให้ความเคารพต่อครู การปฏิบัติต่อครู เป็นต้น สิ่งที่กล่าวมาน้ีอาจ
นับวา่ เปน็ ผลมาจากค่านิยม และความเปน็ ครใู นสังคมเปล่ยี นไป ผู้แต่งยงั ได้นำเสนอถึงปญั หาเรื่องธุรกิจที่
มที ี่มาจากอำนาจ คอื การแสวงหารายได้ของโรงเรียนท่ีใช้เดก็ เป็นเครือ่ งมือ เกดิ จากการทพ่ี ื้นทคี่ อื โรงเรียน
เอือ้ ใหเ้ กดิ ประโยชนแ์ ละการแสวงหาประโยชน์ของกลุ่มผมู้ อี ำนาจ ดังนี้

57

อักก์เปิดดูช่วงที่พวกนั้นขึ้นพูดเหมือนกัน มันเป็นความจริงทั้งนั้นแหละ อำนาจนิยมใน
โรงเรียน หลกั สูตรประสาท ๆ การทรีตเด็กไม่เท่าเทยี ม แล้วยังเงินรายได้ของโรงเรียนท่ีไม่รู้เอา
ไปใช้ทำอะไรอีกตั้งเยอะแยะท้งั ทค่ี วรนำมาลงทุนกับเดก็ ๆ

(คาธ:360)

นอกจากโรงเรียนจะเป็นสถานที่แห่งอำนาจนิยม สิ่งที่ผู้เขียนนำเสนอ
ยังสะท้อนให้เหน็ ถงึ การเลือกปฏบิ ัติในพื้นทีน่ ี้ โดยการเชิดชูภาพลักษณ์ที่ดี ภาพลักษณ์ของโรงเรียน คือ
ภาพทเี่ กิดข้ึนภายในจิตใจของตัวบคุ คลตามความร้สู ึกนึกคดิ ทม่ี ตี ่อโรงเรยี น องคก์ ารหรือตอ่ ตัวบคุ คลนั้น ๆ
ซึ่งอาจพบเจอจากประสบการณ์ทั้งทางตรงและทางอ้อม ประกอบด้วย ปัจจัยที่ศึกษา 4 ประการ คือ
ด้านลักษณะของโรงเรียน ชื่อเสียง ค่านิยมและจรรยาบรรณ และด้านอัตลักษณ์ของโรงเรียน
ดังที่โรงเรียนศุภพโลเป็นโรงเรียน พยายามสร้างภาพลักษณ์ให้เป็นนำในด้านมารยาทและวิชาการ
เมอ่ื มีคา่ นยิ มดังกล่าวในพน้ื ท่ีของโรงเรยี น จงึ ทำให้เกดิ การเลือกปฏิบตั ิ ผ้มู ีอำนาจจงึ กลายเปน็ ผูท้ ่ีมีผลงาน
โรงเรียนจึงเอื้อให้กลุ่มผู้ที่มีอำนาจกระทำการใด ๆ ก็ได้ตามใจโดยไม่ต้องคำนึงถึงความรู้สึกนึกคิดของ
นกั เรียน ดังเหตกุ ารณ์ทอ่ี าจารย์วารี ครุที่มนี สิ ยั โผงผาง ชอบทำร้ายความรูส้ กึ เดก็ ยึดมั่นวา่ ตวั เองถูกเสมอ
แม้จะมีการร้องเรียนแต่ก็ไม่มีผลอะไร เพราะอาจารย์วารีคือคนที่มฐี านะ และมีผลงานให้กับโรงเรียนมา
โดยตลอด ดังตัวอยา่ งต่อไปนี้

“ดูดกัญชากนั มาเราะ!”
คนหน้าห้องแหวแว้ด เสียงหัวเราะจึงเงียบลงทันควัน อาจารย์วารีมีชื่อเสียงเรื่องความ
กร่างและถูกรายงานพฤติกรรมมากเป็นอนั ดับต้น ๆ ของอาจารย์ในโรงเรียน แต่ต่อให้ถูกเรียก
เตือนก็หาย่ันไม่ ว่ากันว่าบ้านแกมีสมบัติโขอยู่ มาทำงานไม่ได้ต้องการเงิน แถมในโพรไฟล์ขนุ
เด็กไปประกวดจนมีโล่ใหป้ ระกาศชัยชนะคับคั่ง ศุภพโลต้องเป็นฝ่ายง้อแก แต่กระนั้นงานสอน
ในคาบเปน็ อีกเร่อื ง

(คาธ:73)

เมื่อผู้มีอำนาจในโรงเรียนได้สร้างวัฒนธรรมที่เกรงใจต่อผู้ที่มีฐานะ
มีผลงานเป็นที่เชิดชูตาแล้ว บุคคลเหล่านี้ก็จะสามารถทำอะไรได้ตามใจชอบ และไม่เกรงกลัวต่อ
กฎระเบียบขององค์กร ซึ่งอาจมองได้ว่าพื้นที่ของโรงเรียนมีการใช้อำนาจที่จะทำลายอำนาจของตัวเอง
ด้วย

1.2.1.3 การใช้อำนาจในชมุ ชน / สังคม

ชุมชนหรอื สงั คม เป็นพืน้ ท่ที ีม่ กี ลมุ่ คนอาศัยอยรู่ ่วมกนั มีวถิ ีการดำเนิน
ชีวิตในรูปแบบที่คล้ายคลึงกัน มีความรู้สึกนึกคิดเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน มีปฏิสัมพันธ์ต่อกันและกัน
ซึ่งที่จะบ่งบอกว่าการรวมกลุ่มนั้นจะเป็นชุมชนหรือสังคมได้ คือ ในกลุ่มจะต้องอยู่ภายใต้กฎระเบียบ
กฎเกณฑ์เดียวกัน นวนิยายวายเร่ืองคาธ ผู้แต่งได้นำเสนอการอยู่ร่วมกันของคนในชุมชน โดยใช้สถานท่ี

58

โรงเรียนและบริเวณบ้านของตัวละครเป็นฉากสำคัญ เพื่อทำให้เห็นถึงลักษณะของชุมชน แต่หากมองใน
เรื่องของอำนาจแล้ว ผู้แต่งได้ใช้โรงเรียนเป็นพื้นที่หลักในการนำเสนอการใช้ อำนาจในพื้นที่ชุมชน
โดยเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับวิถีการดำเนินชีวิตของตัวละคร ความเป็นมนุษย์ที่อยู่รวมกัน
ไมไ่ ดเ้ ก่ียวขอ้ งกบั การใช้อำนาจมเี ปน็ ระบบองค์กร หรอื อำนาจที่เกดิ จากผู้มีอำนาจสูงสุด การใช้อำนาจใน
ชุมชนส่วนใหญ่คือการใช้อำนาจรัฐ ดังเหตุการณ์ที่ตำรวจเข้าไปตรวจสอบพื้นที่ในชุมชนและโรงเรียนท่ี
เก่ยี วขอ้ งกบั การชุมนุมทางการเมือง ซ่งึ สามารถแสดงเร่ืองการใช้อำนาจของรัฐทกี่ ระทำในชุมชนได้อย่าง
ชัดเจน นอกจากน้ี ผู้แต่งยังได้นำเสนอการใช้อำนาจในพืน้ ทีช่ ุมชน ที่ผู้มีอำนาจใชล้ ักษณะนิสัยของคนใน
ชุมชนเป็นเครื่องมือในการเข้าไปครอบงำ บังคับ ให้ผู้คนมีความคิดหรือพฤติกรรมเปลี่ยนไปตามความ
ต้องการของผูม้ ีอำนาจ ดังเหตุการณ์ที่อักก์ออกอุบายให้คนั รูเ้ รื่องคำสาปที่มีความเช่ือมโยงกบั เหตกุ ารณ์
รา้ ยแรงทเ่ี กดิ ขนึ้ ในโรงเรียน เพ่อื ใหน้ กั เรียนคนอ่นื หลงเช่อื และคิดเห็นตามเขา ดงั ตัวอยา่ งต่อไปน้ี

เขามองดูอาจารย์ชาดกและอาจารย์คนอื่นสั่งงานภารโรงให้เอากระถางทั้งหมดออก ไม่มีใคร
สงสัยอีกแหละว่าจะมีมือมืดอยู่หลังเหตุการณ์นี้ เด็กหนุ่มรีบเดินเกมต่อด้วยการเป่าหูไอ้คัน
มันพูดมากและมีฟอลโลเวอร์ในโซเชียลแพลตฟอร์มต่าง ๆ มากพอจะเป็น ลำโพงให้เขาได้
และในที่สุดก็สำเร็จ เพียงข้ามคืน เรื่องลึกลับกับพฤติกรรมฉาวของพวกจำนรรจ์แพร่ไกลด้วย
ความสนกุ ปากของผคู้ น อกั ก์อ่ิมใจดว้ ยซ้ำเมือ่ พบว่าพวกน้นั เรม่ิ หวนั่ ไหว

(คาธ:365)

อักก์เลือกใช้วิธีนี้เพราะต้องการกระจายข่าวให้รวดเร็วที่สุด นั่นก็คือ
“ข่าวลือ” โดยใช้บุคคลที่ได้รับการยอมรับ มีผู้ติดตามในสื่อโซเชียลมีเดียจำนวนมาก เพื่อสร้างความ
น่าเช่อื ถอื และสร้างพน้ื ท่ีการกระจายขา่ วให้กว้างข้นึ เมือ่ ข่าวแพรอ่ อกไปกท็ ำให้คนอื่น ๆ คิดเห็นตามส่ิงที่
ได้ยิน จากคนที่อาจกลายเป็นผู้ต้องสงสัย ก็สามารถรอดพ้นจากความสงสัยน้ันได้ พื้นที่ชุมชนหรอื สังคม
เป็นพื้นท่ีที่ผู้มีอำนาจจะเป็นคนกำหนดระเบียบและกฎเกณฑ์ เพื่อให้คนในชุมหรือสังคมได้ปฏิบัติตาม
ซึ่งอักก์ก็ต้องประสบกับปัญหาดังกล่าวในชุมชนของตน เสียงวิจารณ์ทำให้เขารู้สึกอึดอัด ไม่เป็นตัวของ
ตวั เอง ซงึ่ เกิดจากอำนาจของกลุ่มคนที่ไปตดั สิน ดังตวั อยา่ งต่อไปนี้

สังคมที่ตราดนั้นเล็กแคบจนเหมือนทุกคนรู้จักกันหมด หากไล่เสียงดี ๆ อาจพบว่า ล้วนคือ
เครือญาติ เพ่อื นพอ่ ท่ีเคยเดินทางมาจากกรุงเทพฯ บอกวา่ เคยคิดว่าเมอื งจันทเ์ ลก็ แลว้ เจอตราด
เข้าไป ยิ่งเล็กจนไม่น่าเชื่อ อักก์เติบโตมาจากเมืองนั้น มีปฏิสัมพันธ์จนอยากเลกิ สมั พันธ์กับคน
ในเมือง เพราะทกุ เรอ่ื งที่เกดิ ในบา้ นหน่งึ มกั แพรส่ ูอ่ ีกบา้ นวอ่ งไวพน้ จากห้องนอนก็แทบหาความ
เป็นส่วนตวั ไม่ได้ หลายครงั้ เขาจึงทำหน้าบึง้ ตึงเข้าไวไ้ ม่ให้ใครหนุ้ ครัน้ ตอ่ มาเร่ิมมีเสียงนินทาว่า
ลกู ชายคนเล็กของพอ่ เยอ่ หย่ิง ต่อใหพ้ ่อไม่เชือ่ และพยายามแยง้ ในใจเขาเองกก็ ลบั รับคำเหล่านั้น
มาตั้งคำถามว่า ตัวเองเปน็ คนยังไงแน่ อักก็เรม่ิ หวัน่ ไหว และไป ๆ มา ๆ ย่งิ เงยี บยงิ่ บึ้งตงึ ต่อหนา้
คนส่วนใหญ่ ราวกับว่าคำวิจารณ์เหล่านั้นเป็นคำสาป ย้อนกลับมาทำให้เขากลายเป็นคนแบบ
น้ันไปจริง ๆ

59

(คาธ:169)

สังคมระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตย คนในชุมชนและสังคม
เองก็มีสว่ นในการเลอื กบคุ คลขนึ้ ไปเป็นชนช้ันปกครองหรอื ผมู้ ีอำนาจไดน้ นั่ ก็คือการเลือกตั้ง ดังเหตุการณ์
การเลือกหัวห้องของหอ้ ง ม.4/1 ที่ไดถ้ ่วั พมู าเป็นหัวหน้า ทำใหเ้ ห็นอำนาจของคนในชมุ ชนหรอื สังคมเก่ียว
การตดั สินใจเลือกผู้ปกครอง พ้นื ที่ทปี่ รากฏในนวนิยายวาเรื่องคาธ จะเปน็ พื้นท่ีทท่ี ำให้เห็นถึงอำนาจนิยม
การเชิดชูเผด็จการ โดยให้คนที่เปน็ ชนช้ันปกครองทั้งในสังคมและในโรงเรียนมีสิทธิที่จะกระทำการใด ๆ
กไ็ ดก้ บั ผทู้ ี่อยภู่ ายใต้อำนาจกไ็ ด้ ดังเหตกุ ารณ์ทก่ี ล่าวมาขา้ งตน้ แมแ้ ตใ่ นพื้นทค่ี รอบครัวท่ีเป็นสถาบันเล็ก
ๆ มีสมาชกิ เพียงไมก่ ่ีคนก็ยงั มเี ร่อื งของอำนาจมาเกีย่ วข้อง ผูว้ ิจยั ตั้งขอ้ สงั เกตว่าพ้นื ทข่ี องอำนาจไดแ้ สดงให้
เห็นถึงคา่ นิยม ธรรมเนียม และวัฒนธรรมของคนในสงั คม โดยในแต่ละพื้นทีจ่ ะปรากฏเรื่องความเกรงใจ
ต้องเคารพผูใ้ หญ่ เชอ่ื ฟงั ผู้ใหญ่ จึงทำใหเ้ กดิ การใช้อำนาจในลักษณะต่าง ๆ

1.3 ลักษณะของการใชอ้ ำนาจ

ผู้วิจัยได้ศึกษาลักษณะของการใช้อำนาจโดยจำแนกตามลักษณะที่ใช้ใน
กระบวนการท่ีก่อใหเ้ กิดอำนาจ คือ สร้างผลกระทบ ครอบงำ หรือบังคับให้สิ่งแวดล้อมเป็นไปตามความ
ต้องการ หรอื กรอบที่วางไว้ ซง่ึ เป็นปจั จัยสำคญั ทีท่ ำใหเ้ กิดกระบวนการใชอ้ ำนาจในบริบทต่าง ซ่ึงสังเกตที่
พฤตกิ รรมของตัวละคร ทแี่ สดงออกหรอื กระทำกับอีกฝ่าย นวนยิ ายวายเรื่องคาธ ได้นำเสนอลักษณะของ
การใชอ้ ำนาจไว้แบ่งออกเปน็ ลักษณะตา่ ง ๆ 3 ลกั ษณะ ไดแ้ ก่

1.3.1 การใชอ้ ำนาจผ่านคำพดู

จากการศึกษาลักษณะของการใช้อำนาจในนวนิยายวายเรื่องคาธ
ผู้วิจัยพบว่า ผู้แต่งได้นำเสนอการใช้อำนาจโดยใช้ “คำพูด” คือ การที่ตัวละครใช้คำพูดเพื่อไปสร้าง
ผลกระทบ ครอบงำ หรือบังคับใหส้ ิ่งแวดล้อมเปน็ ไปตามความตอ้ งการ หรือกรอบที่วางไว้กับอีกฝ่าย ซึ่ง
คำพูดท่ใี ช้จะมีนัยเชิงบังคับหรอื การแสดงอำนาจของตวั เอง นั่นกค็ ือคำพูดท่ีมีลกั ษณะ “คำส่ัง” เมื่อผู้พูด
พดู ออกไป อีกฝา่ ยกจ็ ะมีพฤตกิ รรมเปลี่ยนไปจากเดิม การใช้อำนาจในลักษณะน้ผี ูพ้ ูดจะต้องมวี าทศิลป์ ใน
เรือ่ งของการเลอื กใชค้ ำ และพฤติกรรมทแ่ี สดงออกเพอื่ โนม้ นา้ วใหอ้ กี ฝา่ ยคลอ้ ยตามในอำนาจ ซ่ึงส่วนใหญ่
มักจะเป็นบุคคลที่เป็นหัวหน้า อย่างเช่น ถั่วพู ซึ่งเป็นหัวหน้าห้องที่มักจะใช้คำพูดเพียงไม่กี่คำในการ
ควบคมุ หรือเตอื น อีกฝา่ ยกจ็ ำยอมโดยทันที ซ่ึงนอกจากจดุ ประสงค์ที่ถ่ัวพูดใช้คำพูดในการแสดงออกเชิง
อำนาจแลว้ ถ่ัวพยู ังใชช้ น้ั เชิงในการพูดโดยให้ผู้ฟังคือครรลอง ร้สู ึกเกรงใจทั้งตอ่ ถวั่ พูเองและตัวอกั ก์ซึ่งเป็น
เพ่อื นสนิท การใช้อำนาจลกั ษณะนจ้ี ะเป็นการประนปี ระนอม คอื ไมไ่ ดท้ ำให้ผอู้ ยู่ใตอ้ ำนาจรู้สึกอึดอัดหรือ
รู้สึกว่าตนกำลังตกอยู่ภายใต้อำนาจ แต่เป็นการให้รู้สึกว่าให้ตนได้ระลึกว่าควรทำหรือไม่ควรทำอะไร
ดังตวั อยา่ งตอ่ ไปนี้

60

“มงึ ห้ามกูทำไม!” ถึงอยา่ งไร ครรลองก็ยอมลดเสียงเหลอื แค่ไดย้ นิ กันสองคน
“สรุปนะไอ้ห่านั้นมันจงใจหาเรื่อง เพราะผู้หญิงที่มันตามจีบอยู่ต้ังนานเสือกแล่นมาหากูแทน”
“แกเป็นสารวัตรนักเรียนนะ”
“แลว้ ทํา ---!” ไม่ปลอ่ ยให้เขาเถียงมนั วา่ “ต่อไมเ่ หน็ กับตำแหน่งกเ็ ห็นกบั อักก์มันเหอะ”
นั่นเองครรลองจงึ ชะงกั และเยน็ ลงได้

(คาธ:56)

คำพูดที่ใช้ในการแสดงอำนาจนอกจากที่จะเปน็ คำสั่ง การใช้คำพูดให้
ผฟู้ งั ร้สู ึกเกรงใจ ที่มีผลใหอ้ กี ฝ่ายยอมตกอยภู่ ายใต้ความต้องการของผ้พู ูดแล้ว ยงั มีคำพูดอีกลักษณะที่เป็น
การแสดงอำนาจโดยตรง คือ การแสดงให้เห็นว่าคำพูดของผู้พูดนั้นเป็นการชี้ขาด เป็นสิ่งที่ทุกคนจะให้
ความเคารพยำเกรง ให้การยอมรับ เปน็ ขอ้ ผูกขาดทางสังคม ซ่งึ จะเกิดกับผู้ท่มี อี ำนาจสูงสดุ ในการกระทำ
การใด ๆ ทีเ่ ป็นการตัดสินใจอันีผลต่อกฎระเบยี บ คำพูดลักษณะน้ถี ึงจะมีนยั ในการแสดงอำนาจของตนต่อ
ระบบหรือสังคม แต่ก็มีผลในด้านการควบคุมดว้ ย คอื ทำให้ผ้ฟู ังน้ันเกิดความเชื่อถือ ยึดมั่น ยอมจำนนต่อ
อำนาจนั่นก็คือคำพูด คล้อยตามกับสารที่ได้รับ และยอมปฏิบัติตามความต้องการของผู้พูด ดังตัวอย่าง
ตอ่ ไปนี้

“ถ้ามึงทำสำเร็จ อาจจะพิจารณาข้อเสนอของสิ่งใหม่เป็นกรณีพิเศษ ซึ่งอาจจะเป็นคนโง่ตัวเต้ยี
แล้วก็มองโลกในแงด่ เี กนิ ไปคนแรก ที่ได้อยู่ในทีมสารวัตรนักเรียนของ”
“หา! จริง ๆ นะ!”
“คำพูดของกูคือระเบียบ!” เขาย้ำคำเดิม ไอ้ตัวเล็กรีบโดดมาเกาะแขนเขาที่จริงคือปลายแขน
เพราะมันเต้ยี กว่าเขาตง้ั มากสีหน้าสีตาเรงิ ร่าดีใจนน้ั เหมอื นกระต่ายในการ์ตนู เด็กน้อย
“เราจะทำเราต้องทำสำเร็จแนน่ อน”

(คาธ:206)

กระบวนการใชอ้ ำนาจท่ีเปน็ ลักษณะของการใช้คำพูด จะออกมาจากผู้
มอี ำนาจซึง่ เปน็ อาจบบี บงั คับโดยใช้วิธีการอนื่ ๆ มาทำให้ผ้ฟู งั นัน่ ไตรต่ รองและยอมจำนนตอ่ ความตอ้ งการ
ได้ง่ายขน้ึ เช่น อักกท์ ่ีเปน็ สารวัตรนักเรียนยืน่ ข้อเสนอใหก้ ับนโม ด้วยการให้นโมน้ันทำตามความต้องการ
ของอกั ก์ เมื่อนโมยอมทำตามแล้วกอ็ าจจะรบั นโมเขา้ เป็นสารวัตรนกั เรียนเปน็ กรณพี เิ ศษ ท้งั น้ี นโมกไ็ ม่ได้
เชื่อและยอมทำตามโดยทันที อักก์จึงต้องแสดงอำนาจต่อโดยอ้างอำนาจที่ตนมอี ยู่ คือ “คำพูดของกูคือ
ระเบยี บ!” ซง่ึ เป็นผลใหน้ โมเปลีย่ นทา่ ทีและยอมทำตามข้อเสนอโดยทนั ที

กระบวนการใช้อำนาจโดยใช้คำพูดนั้น เป็นวิธีการที่ง่ายที่สุด คือ
สามารถกระทำโดยไม่ต้องอาศัยกำลัง แต่ต้องใช้ชั้นเชิงทางวาทศิลป์มาช่วย ทั้งนี้ผู้ฟังหรือผู้ที่อยู่ภายใต้

61

อำนาจเองก็ต้องมีความเกรงกลัวหรือเกรงใจในตัวผู้มีอำนาจด้วย จึงจะทำให้กระบวนการใช้อำนาจนี้
ประสบความสำเร็จ

1.3.2 การใชอ้ ำนาจผ่านนำ้ เสียง

น้ำเสียงเป็นสิ่งที่ผู้พดู ใช้แสดงออกถึงอารมณ์ ความรู้สึกนกึ คิดของตน
ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้คู่สนทนานั้นเข้าใจสารที่ต้องการสื่อออกไปมากขึ้น จากการศึกษาลักษณะของการใช้
อำนาจในนวนยิ ายวายเรอื่ งคาธ ผูว้ จิ ยั พบวา่ ผู้แต่งไดน้ ำเสนอการใช้อำนาจโดยใช้ “นำ้ เสียง” เพ่ือเน้นให้
ผู้อ่านเห็นถึงเจตนารมณ์ในการใช้อำนาจของผู้พดู กับคู่สนทนา ส่วนใหญ่ในสถานการณ์ท่ีผู้พูดต้องการใช้
คำพูดเพื่อแสดงอำนาจ หรือความต้องการในการควบคุม ครอบงำ หรือให้คนตรงข้ามมีท่าที พฤติกรรม
หรือความคิดให้เป็นไปตามความต้องการแล้ว มักจะใช้น้ำเสียงที่ดุดัน เสียงดัง มีความเด็ดขาด
แสดงถึงความรู้สึกของผู้มีอำนาจ และต้องการจัดการสิ่งที่อยู่ตรงหน้าให้เป็นไปตามความต้องการ ดัง
เหตกุ ารณ์ที่อักกจ์ ะใช้คำส่ังการต่าง ๆ หรอื การท่ตี ้องใช้อำนาจสารวัตรนกั เรยี นเขา้ ปรามนักเรียนท่ีกระทำ
ผิดกฎ ดงั ตัวอย่างต่อไปน้ี

“ไอโ้ รงเรยี นทา่ นกไ็ มเ่ ลกิ ใหใ้ ส่ยนู ฟิ อร์มซะที ต้องใส่ชดุ แบบ เดยี วกับมึง ขายข้ีหน้าเขาฉิบหาย!
“พอ!” อกั กระชากปกี รนุ่ น้อง รา่ งเล็กกว่าเขาลอยหา่ งจากท่ี กำลังจะโจนเข้าหาคูก่ รณี
“ปลอ่ ย!” คนถกู ลากยังอดึ ฮัด คำพูดไม่ชดั นักเพราะผลจากคอู่ ริทำใหแ้ กม้ เริ่มบวม
“อยู่น่ิง ๆ กูเป็นสารวัตรนักเรยี นนะโว้ย!” เด็กหนมุ่ ตะคอกแลว้ ออกกําลงั ลากปีกเจ้าตัว คนอึด
อัดย่ิงเซห่างมา ถึงกระนนั้ ก็ยงั สะบัดหนา้ มาแยกเข้ียวใส่
“สารวตั รแล้วไงวะ!” เขาชะงัก หนา้ ชาไปแวบหนึ่ง เช่ีย! เสอื กจริงของมนั ! กเ็ หมอื นอำนาจของ
อาจารย์หรอื อำนาจของฝา่ ยปกครอง

(คาธ:11)

น้ำเสยี งแบบดดุ นั ท่ีอกั กใ์ ช้เป็นการชน้ี ำ ชักจงู ใจในการสรา้ งบรรยากาศ
การสนทนาตอ่ ผู้รับฟงั คอื การขม่ ให้อีกฝ่ายรู้สึกเกรงกลัว จากเหตกุ ารณ์ข้างตน้ เป็นการต่อสู้ด้วยวาทะที่
ต้องการให้อีกฝ่ายเห็นถึงอำนาจของตน ทั้งน้ี ผู้แต่งไม่ได้นำเสนอเรื่องการใช้น้ำเสียงของผู้มีอำนาจที่มี
ลักษณะดุดันเพียงอย่างเดียว แต่ยังนำเสนอเรื่องของการใช้น้ำเสียงที่เน้นถึงอารมณ์ของผู้พูด
ใหผ้ ู้ฟงั มีอาการเกรงกลัว มีทา่ ทที เี่ ปลยี่ นไปโดยง่าย ดงั ตวั อยา่ งตอ่ ไปน้ี

“เขา้ มา!” อยา่ งวอ่ งไวเจา้ ของปกี ท่เี ขาห้ิวอยู่ เกดิ สงบเสงยี่ มข้นึ มาทันใด คางชูแต่ต้นหล่น
ตก ไม่กล้าสบตาเจ้าของเสียงเข้มที่ยนื หันหลังใหอ้ ยู่ด้านในหอ้ ง แผ่นหลังไม่กว้างนักเสี้ยวหน้า
เบนมานดิ ๆ เผยใหเ้ หน็ แค่แนวจอนที่ถูกกันไลร่ ะดับสู่ขอบขากรรไกรเป็นสีเขียว กับปลายจมูก
ที่ไม่โด่งเด่นนัก แต่ก็ใหค้ วามร้สู ึกดดุ นั อย่ใู นทหี ่างออกไปคือกลุ่มรนุ่ น้องทอี่ กั กไ็ ด้เจอเมื่อวันก่อน
ไอ้พวกที่รอดตายจากรถไหล

(คาธ:15)

62

การใชน้ ำ้ เสยี งและบคุ ลกิ ของผู้พูด เปน็ สว่ นท่ชี ว่ ยสง่ เสริมให้ผู้พูดน้ันใช้
อำนาจในการครอบงำคูส่ นทนาได้ง่ายข้ึน หากใช้น้ำเสียงท่ีดดุ นั ก็จะสามารถครอบงำฝ่ายตรงข้ามได้ง่าย
ดังที่อาจารย์ชาดกพูดด้วยน้ำเสียงทีเ่ คร่งขรึมกับนักเรียนในห้องปกครอง การใช้น้ำเสียงเป็นส่วนที่ทำให้
ความหมายของคำนน้ั ชัดขึ้น เชน่ ถ้าผ้พู ูดพูดคำว่า เขา้ มา โดยเสียงที่ราบเรยี บ กจ็ ะทำให้เข้าใจว่าชักชวน
มากระทำบางส่งิ บางอย่างรว่ มกัน แต่ถา้ หากผ้พู ูดใช้น้ำเสียงเชิงประชด กจ็ ะทำให้ผวู้ ่าเข้าใจว่าผู้พูดแกล้ง
ทำเกนิ ควรหรือพูดแดกดันเพราะความไมพ่ อใจ ผูว้ ิจยั พบว่า การทผ่ี ู้พูดเลือกใช้คำพดู และน้ำเสียงที่แสดง
ถงึ ความเป็นใหญ่ เปน็ ลกั ษณะการใช้อำนาจที่ตอ้ งคำนึงถงึ กันและกัน เพ่อื ให้คำและความหมายที่ต้องการ
ส่อื ตรงกบั วตั ถุประสงค์

1.3.3 การใช้อำนาจผ่านการกระทำ

การกระทำ คือ การทผ่ี ู้มอี ำนาจใชก้ ำลังทางกายภาพในการเขา้ ไปสร้าง
ผลกระทบ ครอบงำ หรอื บงั คับให้ส่งิ แวดล้อมเป็นไปตามความต้องการ หรือกรอบท่ีวางไว้ จากการศึกษา
ลักษณะของการใช้อำนาจในนวนิยายวายเรื่องคาธ ผู้วิจัยพบว่า ผู้แต่งได้นำเสนอการใช้อำนาจของผู้มี
อำนาจโดยใช้ “กำลัง” หรือ “การกระทำ” คือ การใช้ความรุนแรงที่ส่งผลกระทบต่อร่างกาย การใช้
อำนาจในลักษณะนี้เป็นกลุม่ ผูม้ ีอำนาจที่เข้าควบคุมผู้ที่อยู่ภายใต้อำนาจแบบเด็ดขาด คือ จะต้องปฏิบัติ
ตามคำสัง่ นัน้ ทนั ที ดงั เหตุการณท์ ่อี กั ก์พยายามให้กลมุ่ ท่ีชุมนุมเลิกสร้างความว่นุ วายโกลาหนหน้าโรงเรียน
ที่ใช้คำส่ังเพยี งอย่างเดียวไมไ่ ด้จึงต้องหันมาใชก้ ำลงั ดังน้ี

ความรอ้ นพุ่งออกหู มอื ทข่ี ยำท่อนแขนอีกฝ่ายอยู่ขยับแนน่ หากมองทะลุลงใต้แขนเสือ้ ได้คงเห็น
กล้ามแขนของเขาเกรง็ ขึ้นเปน็ ลูก และมีเสน้ เลอื ดตึงกระตกุ
“งั้นมึงก็รักษาชื่อโรงเรียนหน่อย คนข้างนอกมันมองเข้ามา เห็นพวกมึงตีกันอยู่หน้าประตู
โรงเรียนนี่นะเหน็ มัย้ !”
รนุ่ น้องไมท่ นั ค้านอะไร ไมใ่ ช่เพราะพวกมันเหน็ จรงิ วา่ ในความคลาคลำ่ ของยามเชา้
ขณะนี้ผู้ปกครองและนักเรียนจากทัง้ ในและนอกร้ัวโรงเรียนต่างหันมาเป็นตาเดียว ทว่าเพราะ
แรงกระชากที่หนักกว่าเกา่ ตา่ งหาก

(คาธ:12)
ก า ร ใ ช ้ ก ำ ล ั ง ถ ื อ ไ ด ้ ว ่ า เ ป ็ น ต ั ว เ ล ื อ ก ส ุ ด ท ้ า ย ท ี ่ ผ ู ้ ม ี อ ำ น า จ ใ ช ้ ใ น ก า ร ค ว บ คุ ม
สร้างผลกระทบ ครอบงำ เนื่องจากเป็นวิธีการที่ถูกมองว่าเป็นการใช้ความรุนแรง สามารถเอาผิดได้
ประกอบ กับบริบทในเรื่องเป็นโรงเรียนที่ต้องคำนึงถึงกฎหมาย สิทธิของนักเรียน กฎระเบียบต่าง ๆ
การใช้ความรนุ แรงจงึ เปน็ สิ่งต้องห้าม ทั้งนี้ นวนิยายวายเรื่องคาธ ยงั ได้นำเสนอเร่อื งของลักษณะของการ
ใชอ้ ำนาจไล่เป็นระดับต่าง ๆ โดยเรมิ จากวิธกี ารที่ประนีประนอมท่ีสดุ นน่ั ก็คือการใช้คำพูด ต่อมาจึงเพ่ิม
ระดับความรุนแรงในการใช้อำนาจ นั่นก็คือการใช้น้ำเสียง ที่สามารถสื่อสารอารมณ์ ความรู้สึกนึกคิด
ความต้องการของผู้พูดได้ดีกว่า ผู้วิจัยพบลักษณะการใช้อำนาจทั้งสองลักษณะเป็นจำนวนมาก

63

แต่ถ้าหากสองลักษณะนี้ใช้ไม่ได้ผล ผู้มีอำนาจจะเลือกลักษณะที่สามคือการใช้กำลังหรือการกระทำใน
ควบคมุ และแสดงอำนาจของตน การใช้อำนาจจึงทำใหเ้ กิดผลอ่ืน ๆ ตามมา

1.3 ผลของการใชอ้ ำนาจ

ผู้วิจัยได้ศกึ ษาผลของการใช้อำนาจโดยจำแนกตามลกั ษณะผลกระทบท่เี กิดจาก
กระบวนการที่ก่อให้เกิดอำนาจ คือ สร้างผลกระทบ ครอบงำ หรือบังคับใหส้ ิ่งแวดล้อมเป็นไปตามความ
ตอ้ งการ หรอื กรอบท่ีวางไว้ นวนยิ ายวายเรื่องคาธไดน้ ำเสนอผลของการใช้อำนาจไว้แบ่งออกเป็นลักษณะ
ตา่ ง ๆ 9 ลักษณะ ไดแ้ ก่

1.3.1 การแบง่ ฝา่ ย

นวนิยายวายเรื่องคาธ ได้นำเสนอผลของการใช้อำนาจของผู้มีอำนาจ
ในโรงเรียนหรอื สังคมโดยการแบ่งฝ่าย คอื เจตนาของคนท่ตี ้องการแบง่ ออกจากกันเป็นสว่ นหน่ึงต่างหาก
การแบง่ แยกเป็นจดุ เริม่ ต้นแห่งความขดั แย้ง เม่ือเกดิ เปน็ กลุ่มตา่ ง ๆ กจ็ ะเกิดความเป็นเขาและความความ
เรา ที่ไม่อาจทำให้เป็นส่วนเดียวกันได้ ผู้แต่งได้นำเสนอโดยให้เกิดกลุ่มที่สนับสนุนโรงเรียนแป็นกลุ่มผู้มี
อำนาจในโรงเรียน และให้กลุ่มท่ีต่อต้านกลายเปน็ ขว้ั ตรงข้าม นอกจากอำนาจสิ่งท่ีทำให้เกิดการแบ่งแยก
ดังกลา่ ว นัน่ ก็คือความคดิ และอุดมการณ์ ระหว่างที่สนับสนนุ กบั กลุ่มที่พยายามเรียกร้องสทิ ธิเสรีภาพของ
ตน ซึ่งเป็นกลไกในการกำจัดผู้เห็นต่างของศุภพโล เพราะด้วยบริบทท่ีเป็นโรงเรียน นักเรียนย่อมต้องทำ
ตามกฎระเบียบและครู การต้ังตวั เป็นฝ่ายตรงข้ามจงึ เปน็ การทำใหน้ กั เรยี นจนมมุ ดังน้ี

หาว่าศภุ พโลเอง ก็ผลกั ไสนักเรียนเหน็ ต่างให้เปน็ ฝ่ายตรงขา้ มเช่นกัน แล้วการจงใจปล่อย
ปละให้เกิดอุบัติเหตุขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า แท้จริงก็ไม่ต่างจากยืมมือคนร้ายก่อความรุนแรงเพื่อปิด
ปากเด็ก เดก็ ทท่ี างโรงเรียนไมพ่ ึงใจ บังอาจขัดขวางการแช่แขง็ วัฒนธรรมเผดจ็ การของศภุ พโล

การปราศรัยนั้นมไี ลฟ์ ทงั้ ยังถกู แชร์วอ่ นไปทวั่ โลกเสมอื น เสียงบนและนนิ ทาต่อศุภพโลที่มี
อยู่เดมิ ไดร้ ับการเติมเชือ้ แล้วไฟไหม้ จนกลายเป็นแฮชแทก็ อันดับต้น ๆ ในทวติ เตอร์

วันจนั ทรท์ ผี่ า่ นมา อาจารยช์ าดกเรียกเด็กพวกนั้นเขา้ ห้องปกครองอกี ครั้ง อายนั รู้จากอักก์
ว่าทุกคนจะถูกเชิญผู้ปกครองมารับฟังทัณฑ์บน อย่างไรก็ดี ไม่กี่นาทีที่พวกจำนรรจ์ถูกปล่อย
จากห้องเย็น ข่าวนี้ก็แพร่ทั่วอินเทอร์เน็ตจนชื่อศุภพโลโชว์หราอีกหน มันกลายเป็นหัวข้อ
สนทนาหลักของสัปดาห์นี้ทั้งในและนอกโลกโซเชียล เมื่อสายตาของเหล่าอาจารย์และ
สารวัตรนักเรียนกราดใส่ เสียงซุบซิบจะเงียบแค่อึดใจก็ดัง เด็กกลุ่มใหญ่ที่ไม่เคยแสดงตัวหรอื
เป็นพลังเงียบตลอดมา เริ่มจับกลุ่มคุยว่าวันอาทิตย์นี้ จะไปรวมตัวกันที่แหลมแท่นเพื่อยืนยัน
เสียงของคนเหน็ ต่าง

(คาธ:348)

การแบ่งแยกดังกล่าวไม่ได้เป็นการยัดเยียดจากผู้มีอำนาจ
เพราะอีกฝ่ายก็มีการการแบ่งแยกตัวเองออกจากกลุ่มที่เชิดชูเผด็จการ ด้วยอุมการณ์ที่ยึดมั่นต่างกัน

64

การต่อสู้เพื่อตนเองจึงเกิดขึ้น หากแต่การต่อสู้นั้นไม่ถูกใจกับผู้มีอำนาจ จึงทำให้เกิดสถานการณ์ต่าง ๆ
การใช้อำนาจของศุภพโลจึงทำใหน้ กั เรียนเกิดการแบง่ แยกดว้ ย

1.3.2 ความไมเ่ ทา่ เทียม

ความเหลื่อมล้ำ หรือ ความไม่เท่าเทียมกัน ซึ่งปรากฏในทุกพื้นท่ี
เปน็ เหตกุ ารณ์ท่ีคนบางกลุ่มในสงั คมไมม่ โี อกาสเข้าถงึ โอกาสเหมือนคนอีกกลุ่มหน่งึ นวนิยายวายเร่ืองคาธ
ไดน้ ำเสนอผลของการใชอ้ ำนาจของผูม้ ีอำนาจในโรงเรยี นหรือสงั คมโดยเกิดความเหลอ่ื มล้ำข้นึ โดยเฉพาะ
ในพนื้ ที่โรงเรียนทก่ี ล่มุ ผ้มู อี ำนาจจะมีอภิสิทธ์ิในการเข้าถงึ ทรพั ยากรของโรงเรียนมากกว่าคนอื่น ในท่ีน้ึคือ
อักก์และกลุ่มสารวัตรนักเรียนที่มีอำนาจและสิทธิ์ในการกระทำการใด ๆ เหนือนักเรียนคนอ่ืน
ดงั เหตุการณ์การเข้าหอ้ งนำ้ อาจารย์ ทอี่ กั ก์พยายามอธบิ ายว่าเราต้องแบง่ แยกห้องนำ้ ระหว่างนักเรียนกับ
อาจารย์ และหอ้ งน้ำของอาจารยก์ ส็ ะดวกสบายกว่า เป็นทส่ี ำหรบั อาจารย์เท่านั้น แตก่ ล่มุ สารวัตรนักเรยี น
สามารถเขา้ ใจได้ เมื่อมคี นตง้ั คำถามกถ็ กู ย้อนไปวา่ เพราะเปน็ สารวัตรนกั เรียนจึงสามารถใชไ้ ด้ นั่นสะท้อน
ให้เห็นถงึ ความเหลื่อมล้ำและการเลือกปฏิบัติระหว่างคนธรรมดาทว่ั ไปกับกลุ่มท่ไี ด้รับการสถาปนาจากผู้มี
อำนาจใหเ้ ปน็ คนทมี่ ีอภสิ ทิ ธ์ิ เปน็ ตน้ ตอไปสู่ปัญหาอน่ื ๆ ในการวางตวั เป็นผูม้ อี ทิ ธพิ ลและอภสิ ิทธิ์ชนของผู้
มีอำนาจ ดงั น้ี

“นกั เรยี นเย่ยี วไมไ่ ด้ แลว้ มึงเข้ามาในนี้ทำไม” วรรคนิดหน่ึงพลางเลกิ ค้วิ ข้างหนึง่ ข้ึน
“สนใจ?” นัยบางอย่างในคำทำเอาหน้าอักก์ร้อนวูบขึ้นมาอกี หน คราวนี้เปน็ มากกว่าก่อนคอ่ ย
กลายเป็นโกรธ ตลอดเวลาที่ทำหน้าที่สารวัตรนักเรียน ในการตามล้างตามเช็ดพวกเด็ก
เกกมะเหรกนน้ั เขาต้องทนฟงั เสียงกน่ ดา่ ตอ่ ลอ้ ตอ่ เถยี ง แตท่ ้ังหมดนั่นไม่เคยมีใครต่อปากต่อคำ
ด้วยนยั เช่นนี้ หนทางสูช่ ยั ชนะที่แท้ ...

อยากจะว้ากออกไป แต่คนอย่างเขาฉลาดพอจะรู้ว่านั้นไม่ใช่เด็กหนุ่มกระตุกปากหยัน
กระแทกเท้าเข้าไปหยุดที่โถข้างกัน เอียงคอเลิกจากนั้นปลดเข็มขัดและกระดุมกางเกงลงก่อ
เสียงบ้างควิ้ เป็นเชงิ
“นีไ่ งคำตอบกเู ปน็ สารวตั รสารวตั รใชห้ อ้ งนี้ไดเ้ พราะอย่คู นละระดับ”

(คาธ:30)
อำนาจนัน้ อาจมาจากฐานะทางสังคม เมื่อคนมฐี านะได้รับการยอมรับ
อำนาจจงึ เกิดขนึ้ ผวู้ จิ ัยพบวา่ นวนยิ ายวายเรื่องคาธ ผู้แตง่ ไดน้ ำเสนอเรอ่ื งความเหลือ่ มลำ้ ในสังคมได้อย่าง
เด่นชัด อันมีเรื่องของผลประโยชน์ในธุรกิจและหน้าที่การงานมาเกี่ยวข้อง เห็นได้จากแม่ของวสุวัฒน์ที่
พยายามผลกั ดันใหล้ ูกเข้าสงั คม เพ่อื ทจี่ ะไดม้ ี “คอนเนกชัน” หรอื เสน้ สายที่จะสามารถเป็นชอ่ งทางให้เขา
สามารถทำกจิ ธุระใด ๆ ไดส้ ะดวก ในเหตุการณน์ ้ีไดช้ ี้ใหเ้ ห็นถึงมมุ มองของสังคมในระบอบอปุ ถมั ภ์ที่มีเรื่อง
ของลูกท่านหลานเธอ เรื่องเส้นสายมาเกี่ยวข้อง หากใครมีคนรู้จักเยอะก็จะสามารถเข้าถึงสิทธิใด ๆ
ไดม้ ากกว่าคนทไ่ี ม่มีคนรู้จกั ระบอบนที้ ำให้คนที่มีความสามารถแต่ขาดคอนเนกชันสามารถเติบโตได้ยาก

65

ในขณะที่กลุม่ ท่ีได้เติบโตมีหนา้ มีตาในสังคมก็ยังเป็นกลุ่มเดิม ๆ ซึ่งเกิดจากการใช้อำนาจ อิทธิพลในกลุ่ม
เดยี วกันนนั่ เอง ดังตัวอย่างต่อไปน้ี

ครอบครัวข้างแม่ของวสุวัฒน์จับงานอสังหาริมทรัพย์มาตัง้ แต่ รุ่นก่อน ๆ บรรพบุรุษของ
เขาเป็นขุนน้ำขนุ นางที่มีนาไร่ไพศาล จากนั้นก็แบ่งขาย พัฒนาที่ดินตอ่ ๆ กันมา ขนาดแม่ของ
เขาเปน็ ทายาท ฝ่งั เมยี รอง ๆ กย็ งั มมี รดกตกทอดมากโข อยา่ งไรกด็ สี ่งิ ทลี่ ้ำค่ากว่าน้นั ได้แก่ ภูมิ
ปัญญาการทำธุรกิจ และที่สำคัญอันกลายเป็นปัญหาในชีวิตเด็กหนุ่มเสมอมา คุณลุงมีคอนเนก
ชัน แวะไปเจอแกหนอ่ ยเป็นไร รู้จักเอาไว้ ต่อไปวัฒน์จะได้มา ต่อจากแม่คลอ่ ง ๆ ใช่ ในปฐพีน้ี
ดูจะไมม่ อี ะไรดลบันดาลความสะดวกดายมาก ไปกว่าคอนเนกชนั

(คาธ:105)
ผู้วิจัยพบว่า อำนาจทำให้เกิดความความเหลื่อมล้ำ และความไม่เท่า
เทียม ที่มีปัจจัยอื่น ๆ มาประกอบ ทั้งโครงสร้างสังคม การบริหารจัดการของผู้มีอำนาจ เศรษฐกิจ
วฒั นธรรม คา่ นยิ ม กอ่ ใหเ้ กิดความไมเ่ ทา่ เทียมกนั ในสงั คม แมส้ งั คมจะพยายามเรียกตัวเองว่า เปน็ สังคมท่ี
เท่าเทยี มกนั แต่ถา้ หากเราหนีเร่ืองพวกนไ้ี ม่พน้ เรากย็ ังต้องเรียกร้องหาความเท่าเทยี มต่อไป ผลของการ
ใชอ้ ำนาจลักษณะนไี้ ด้เกดิ ข้ึนซมึ ลึกลงไปในสังคม จนใครหลายคนคิดว่าเปน็ เร่อื งธรรมดา ผู้มีอำนาจมักจะ
หยิบฉวยโอกาสนี้ไปสรา้ งความชอบธรรมให้กับการใช้อำนาจเพื่อพวกพ้องตน ความเหลื่อมล้ำก็ต้องเป็น
ความรสู้ ึกนอ้ ยเนอ้ื ตำ่ ใจของผทู้ ี่อยใู่ ต้อำนาจแทน

1.3.3 ความขัดแย้ง

ความขดั แยง้ เปน็ สิง่ ทเี่ กิดจากการท่ีสภาพการณ์หรือสถานการณ์ท่ีเป็น
ความแตกตา่ งท่บี ุคคลสองคนหรอื มากกว่า แสดงพฤตกิ รรมเปิดเผยออกมาอย่างแตกต่างกัน นำไปสู่ความ
หมางเมิน หรืออาฆาตมาดร้าย โดยอาจแสดงออกทางความคิด ท่าทาง วาจา นวนิยายวายเรื่องคาธ
ไดน้ ำเสนอผลของการใช้อำนาจของผู้มีอำนาจในโรงเรยี นหรือสงั คมโดยเกิดความขดั แย้งขน้ึ ดังเหตุการณ์
ที่เมีการโต้เถียงในห้องปกครองเกี่ยวกับกฎระเบียบที่ศุภพโลใช้ควบคุมนักเรียน ทั้งเรื่องทรงผม
การใช้โทรศัพท์ การปฏิบัติต่อครูอาจารย์ ระหว่างผูท้ ีร่ ักษากฎคืออาจารย์และสารวัตรนักเรียนกับผ้ทู ่อี ยู่
ภายใต้กฎคอื นกั เรยี นทวั่ ไป ดงั นี้

“อาจารยไ์ มร่ สู้ ึกว่า นีค่ ือการสร้างวัฒนธรรมของความกลวั โดยเกล้ยี กล่อมใหเ้ ด็กเซนเซอร์ตวั เอง
หรอื จงใจสอนใหเ้ ดก็ ทิ้งสทิ ธิและเสรภี าพของตวั เขาเอง เพยี งเพอื่ โรงเรียนจะไม่ตอ้ งเส่ยี งถูกติฉิน
นินทา เวลาทต่ี ัดสินเด็กในเรื่องไม่เปน็ เร่อื งเหรอครับ”
“เร่อื งไมเ่ ปน็ เร่ือง?” อักก์หลดุ อีกคร้ัง
“ระเบียบที่อาจารย์คนเปิดให้ดูอยู่บนโต๊ะนั้นไม่เป็นเรื่องตรงไหนภาษาไทยมันเขียนไม่ชัดพอ
เหรอวา่ ห้ามทำอะไรบ้าง!”

(คาธ:240)

66

การโต้เถยี งดังกล่าว ทำใหเ้ ห็นถึงความขดั แยง้ อยา่ งชัดเจนระหว่างสอง
ฝงั่ เกิดจากการท่ีกลุ่มผู้มีอำนาจพยายามสรา้ งกฎมาครอบงำนกั เรียน เม่ือนกั เรยี นเกิดคำถามและต้องการ
ออกจากกฎเพื่อใหเ้ กิดความเท่าเทียมตามมมุ มองของความเป็นคนในยุคสมัย จึงทำให้คนสองกลุ่มนี้เกดิ
ความขัดแย้งกัน อาจเกิดจากมีการรับรู้ในเป้าหมายที่แตกต่างกัน มีความเข้าใจผิดหรือไม่เข้าใจ
วตั ถุประสงค์ มีความต้องการทแ่ี ตกต่างกันหรือแยง่ ชิงในสงิ่ เดยี วกัน เม่อื เกิดความขดั แยง้ ขึน้ ในโรงเรียนผู้มี
อำนาจจึงพยายามยุติความขัดแย้งนี้ด้วยการใช้กฎระเบียบต่อไป เสริมศักดิ์ วิศาลาภรณ์ (2540:11)
กล่าวว่าความขัดแย้งอาจจะมีประโยชน์หรืออาจมีโทษขึ้นอยู่กับวิธีการบริหารในองค์การที่ดีที่สุด
ความขัดแย้งอาจช่วยกระตุน้ แรงจูงใจใหค้ นปฏบิ ัติงานอย่างมีประสิทธภิ าพ ความขัดแย้งเป็นส่วนหนึ่งใน
องค์การ ช่วยกระตุ้นให้คนพยายามหาทางแก้ปัญหาซึ่งมีปัจจัยหลายอย่างที่ส่งผลต่อการทำงานของคน
ดังนั้น ผู้มีอำนาจจึงต้องมคี วามสามารถในการควบคุมความขัดแยง้ ที่เกิดขึน้ ไปในทิศทางที่ดเี พื่อให้สังคม
ดำรงตอ่ ไปได้

1.3.4 การต่อตา้ น/ขัดขนื

นวนิยายวายเรื่องคาธ ได้นำเสนอผลของการใช้อำนาจของผู้มีอำนาจ
ในโรงเรียนหรือสังคมโดยเกิดการรวมกลุ่มขึ้น ดังเหตุการณ์ที่นักเรียนมาชุมนุมเพ่ือคัดค้านนโยบายของ
โรงเรียน เนื่องจากการกระทำที่ลุแก่อำนาจของโรงเรียนและผู้มีอำนาจในโรงเรียน เมื่อคนหลายคนไม่
พอใจต่อการกระทำดังกล่าวจึงรวมตัวกันเป็นกลุ่มคน เพื่อแสดงจุดยืนและความต้องการของตนที่จะให้
โรงเรียนมีการเปลี่ยนแปลง การรวมกลุ่มนี้ไม่ได้เป็นเพียงการรวมกลุ่มเฉพาะเด็กในโรงเรียนเดียวกัน
เทา่ น้ัน แต่ยงั มสี มาชิกมาจากกลุม่ อนื่ ๆ ที่มีความรสู้ กึ เดียวกันมารว่ มด้วย ดงั นี้

พวกนั้นเคยโหมกระแสคว่ำบาตรอาจารย์ คัดค้านนโยบายโรงเรียน ทำตัวเกรียนใส่รุ่นพี่
ฝ่ายปกครอง ปวดหัวเพราะรับมือยากขึ้นทุกที ทุกวันนี้โลกหมุนเปลี่ยนทิศขึ้น ทำอะไรผลีผลาม
โรงเรียนอาจถูกพวกเด็กเหลอื ขอประจานไปท้ังประเทศหรือทั้งโลก วุ่นในโรงเรยี นไมพ่ อได้ยินวา่
วันนี้พวกมันตั้งใจจะไปชุมนุมแถวแหลมแท่น ร่วมกับเด็กโรงเรียนคู่อริที่มีอาจารย์กล้อนผม
นกั เรียน แถมยังอดั คลปิ แพร่ไปทั่วอนิ เทอร์เน็ต วา่ กันว่าอาจารยโ์ รงเรยี นน้ันอาศัยความสนิทสนม
ขอให้ผ้ปู กครองเดก็ ยกโทษให้ท้งั สองฝ่ายตกลงกันดว้ ยดี แตค่ นนอกกลบั ไมย่ อมดึงดันจะเอาเร่ือง
ทางกฎหมายแล้วไอพ้ วกรุน่ น้องเขานก่ี ็เฮละโลไปรว่ มดว้ ย

(คาธ:7)
เมื่อการใช้อำนาจทำให้คนไม่พอใจ และเกิดการรวมกลุ่มกันเพื่อ
ต่อต้านส่งิ ทผี่ ม้ ีอำนาจกระทำ และเรียกรอ้ ง ปกป้องผลประโยชน์ของตัวเอง ทางผ้มู ีอำนาจกห็ าทางในการ
ยุตคิ วามไมพ่ อใจดงั กล่าว นวนยิ ายวายเรือ่ งคาธ ได้นำเสนอผลของการใชอ้ ำนาจของผู้มอี ำนาจในโรงเรียน
จนทำให้เหตุการณบ์ านปลาย จากการทำโทษเพ่ือยุติความวุ่นวายกลับสร้างความวุน่ วายเพิม่ นอกจากน้ี
ผู้แต่งยังได้นำเสนอการรวมกลุ่มแบบสมัยใหม่ คือ การใช้สื่อโซเชียลมีเดียเป้นสื่อในการกระจายข่าว

67

และพื้นที่ในการแสดงความคิดเห็นของคน เมื่อมีเรื่องของสื่อมาเกี่ยวข้องเรื่องความไม่พอใจกลายเป็น
กระแสโด่งดัง คนในกลมุ่ ก็มจี ำนวนมากขนึ้ ด้วย

ไมก่ ่นี าทที ีพ่ วกจำนรรจถ์ ูกปล่อยจากห้องเย็น ขา่ วนี้กแ็ พร่ทว่ั อินเทอรเ์ น็ตจนช่อื ศุภพโลโชว์
หราอีกหน มันกลายเป็นหัวข้อสนทนาหลักของสัปดาห์นี้ทั้งในและนอกโลกโซเชียล เมื่อสายตา
ของเหล่าอาจารย์และสารวัตรนักเรยี นกราดใส่ เสียงซบุ ซบิ จะเงียบแค่อึดใจแล้วดงั เด็กกลุ่มใหญ่
ทีไ่ มเ่ คยแสดงตัวหรอื เปน็ พลงั เงยี บตลอดมา เริ่มจบั กล่มุ คุยว่าวันอาทติ ย์น้ีจะไปรวมตวั กันท่ีแหลม
แท่น เพื่อยืนยนั เสียงของคนเห็นต่าง ยนื ยันวา่ การเดินหมากของฝ่ายบริหารโรงเรียนน้ันเป็นความ
ผดิ พลาดขนั้ เอกอุ

(คาธ:348)

1.3.5 ความสมั พนั ธถ์ ดถอย

นวนิยายวายเรื่องคาธ ได้นำเสนอผลของการใช้อำนาจของผู้มีอำนาจ
ในโรงเรยี นหรอื สังคมโดยทำให้ความสัมพันธ์ถดถอย คือ การที่ผใู้ ช้อำนาจใช้อำนาจในสงั คม จนทำให้คน
ในสังคมนั้นเกิดช่องว่างระหว่างกันและกัน โดยอาจเป็นช่วงว่างระหว่างตัวผู้มีอำนาจกับผู้อยู่ใต้อำนาจ
หรือผูท้ อ่ี ยใู่ ตอ้ ำนาจดว้ ยกันเอง จึงความใหค้ วามสัมพนั ธร์ ะหว่างกนั เร่ิมถดถอย ดังเหตุการณ์ท่ีคันไม่ชอบ
อยู่ใกล้กับถั่วพู เพราะถูกบังคับให้ตอ้ งใกล้ชิดถั่วพูทกุ บอ่ ย เกิดจากการท่ีอาจารย์ใชอ้ ำนาจในห้องในการ
บงั คับทีน่ ง่ั และการทำงานคู่ ซ่งึ ทำใหเ้ ขารู้สกึ อึดอัด กลายเป็นสงิ่ ที่ทำให้เขาและถ่วั พูมีชอ่ งว่างระหว่างกัน
ดังตัวอย่างตอ่ ไปนี้

จุดอ่อนของไอ้คันคือผู้ชายทีต่ ัวเล็กกว่ามันเกือบครึง่ ผวิ นวล ๆ หัวกลม ๆ และดวงตากย็ ่งิ
ใดเพราะแวน่ กลม ๆ ทีเ่ จา้ ตวั สวมอยู่ ช่อื จริงถวั่ พู แตใ่ ชว้ ัฒนต์ ้งั สมญาให้ลับหลงั วา่ “คุณถ่ัวผู้ตา
ถึง” ค่าที่เป็นคนนิ่ง ๆ แต่มีความคิดเฉียบขาดและการตัดสินใจก็มักเด็ดเสมอ จนกลายเป็น
สาเหตใุ ห้คนตัวเล็ก ๆ น่งิ ๆ คนนี้ได้รับเลือกเปน็ หัวหนา้ หอ้ งมาสามปีกอ่ น เปล่า ไอ่คันไมไ่ ด้กลวั
เพราะความเฉียบขาดหรอื เดด็ ขาดนนั้ มนั กลวั เพราะถูกบงั คับใหต้ ้องใกลช้ ิดถั่วพูทุกบ่อย อย่าง
ท่พี วกเด็กหัวแขง็ ชอบยกมาพูดเด็กควรมีสิทธ์ิอย่างน้นั อย่างนี้ หนึง่ ในอยา่ งน้ันอย่างน้ี ก็คือการ
จบั ค่หู รือเลือกกลุม่ ทำงานตามความสมัครใจตวั เอง ดังน้ี

(คาธ:47)
นอกจากนีผ้ วู้ จิ ยั พบวา่ ผูแ้ ต่งไดน้ ำเสนอความสัมพันธ์ระหวา่ งผูม้ ีอำนาจ
และผู้อยู่ใตอ้ ำนาจคืออักก์และอาจารย์สอนพละ ที่มีพฤติกรรมหยาบคาย ใช้อำนาจในการสั่งให้นักเรียน
กระทำการใด ๆ ตามใจตนเอง คุกคามนักเรียนด้วยคำพูด กิริยา จนทำให้อักก์รู้สึกอึดอัดและรังเกียจ
ดังตัวอย่างต่อไปน้ี

68

อักกท์ นพฤตกิ รรมนา่ รงั เกียจได้ แต่เขาทนไม่ได้ เม่อื พฤตกิ รรมนา่ รงั เกยี จนนั้ ลุสู่ขั้นปลุกให้
เขาขยะแขยง ชิงชงั จนกระทง่ั เรมิ่ ไมเ่ ปน็ ตัวเอง ไร้สมั มาคารวะ และทำตัวผิดจากระเบียบที่ควร
เป็นการพาตัวเองออกมานับเป็นการตัดสินใจที่ดีเมื่อไม่ต้องอยู่ใกล้ได้ยินถ้อยทำนองนั้นแค่
นาน ๆ ครง้ั อักกก์ ็พอจะแหง้ แลว้ ทำทีไมถ่ ือสาอาจารย์ ยงั เป็นอาจารย์ทเ่ี ขาเคยสนิทและพอจะ
เคารพได้

(คาธ:309)
ผู้วิจัยพบว่า ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลถดถอยที่ปรากฏในนวนิยาย
เรื่องคาธ จะมี 2 ลกั ษณะ ไดแ้ ก่ การเกิดชอ่ งว่างระหว่างบุคคลแบบเกรงใจอย่างคนั และถ่วั พู กับการการ
เกิดช่องว่างระหว่างบุคคลแบบรังเกียจ อย่างอักก์กับครูพละ ทั้งสองกรณีเกิดขึ้นจากการใช้อำนาจท่ี
ต่างกนั คันและถวั่ พเู ป็นคนท่ีอยู่ภายใต้อำนาจทง้ั คู่ ในขณะทอ่ี ักกเ์ ป็นผู้ท่ีอยู่ใต้อำนาจแต่อาจารย์คือผู้ที่มี
อำนาจ ชอ่ งวา่ งดงั กล่าวเปน็ ชอ่ งวา่ งที่เกิดจากความรู้สึก ซ่ึงถ้าหากรนุ แรงไปกอ็ าจจะเชื่อมตอ่ กนั ได้ยาก

1.3.6 การหลกี หนี

นวนิยายวายเรื่องคาธ ผู้แต่งได้นำเสนอผลของการใช้อำนาจของผู้มี
อำนาจในโรงเรยี นหรอื สังคมโดยการหลีกหนี คือ การทบี่ คุ คลเล่ียงจากสถานการณ์ใดสถานการณ์หน่ึงด้วย
วิธีการบางประการ เพื่อให้ตนเองนั้นหลุดพ้นจากความกดดันหรือความยากลำบาก การหลีกหนีมักเกิด
ขึ้นกับผู้ไดร้ ับความกดดันจากบุคคลรอบข้างมาก ๆ เป็นเวลานาน ส่งผลให้เขาเกิดอาการอยากหลีกเล่ยี ง
ไม่เปน็ ตัวของตัวเอง จึงตอ้ งเลือกหลกี หนจี ากสถานการณ์ตรงน้นั ดังเหตุการณท์ ่อี าจารยฎ์ ีกามคี วามกดดัน
เพราะเขาน้ันมีความรกั กบั อาจารย์ชาดก แลว้ ต้องทำตวั หลบซอ่ นเพราะกฎระเบียบท่ีห้ามคนในโรงเรียนมี
ความสัมพันธ์ทางชู้สาว โดยเฉพาะ ในเพศเดียวกัน เขาทั้งสองเองก็เป็นอาจาร์ฝ่ายปกครอง เป็นผู้ต้อง
รักษากฎระเบียบอยา่ งเคร่งครัด ต้องเป็นตัวอย่างให้กบั อาจารย์คนอื่นและนักเรียน แต่เมื่อเขาทำผิดกฎ
เอง และความกดดันจากงานจึงทำใหอ้ าจารยฎ์ กี าต้องลาออกไปทำงานทีอ่ ืน่ และเลอื กจบชวี ิตด้วยการฆ่า
ตวั ตายในทส่ี ดุ ซ่ึงเป็นวิธกี ารหลกี หนปี ญั หาของบุคคล อนั เกิดจากการใช้อำนาจของผมู้ อี ำนาจในการออก
กฎระเบียบดังกลา่ ว รวมถึง ความกดดันของสงั คมเนอ่ื งจากความรกั ของอาจารย์ท้งั สองนั้นเป็นความรักท่ี
เกิดในเพศเดียวกัน เป็นเรื่องที่ผิดจารีตของสังคม โดยเฉพาะ สังคมอาจารย์ ที่ถูกครอบงำด้วยคำว่า
“แม่พมิ พ์ของชาต”ิ คือตอ้ งเปน็ ตัวอย่างที่ดีให้แกน่ กั เรียนด้วย ดงั ตัวอย่างตอ่ ไปน้ี

“อาจารย์ชาดกนา่ จะ ... คบหากับอาจารยฎ์ กี าระยะหนึ่งกอ่ นจะมีเหตใุ ห้แยกทางกัน” ...
ปลายเสยี งทอดหาย กลายเป็นอักก์ทย่ี ืนอยู่ขา้ งเขาพึมพำขึน้ แทนดวงตาของมันกวาดลานอย่าง
พยายามคน้ หลกั ฐานในความทรงจำ พยายามปะตดิ ปะต่อ “อาจารยฎ์ ีกาก็เลยลาออกไป

“ใช่” ในท่สี ุดถอ้ ยของผูร้ ่ำไหก้ ็หลดุ ลอดพรอ้ มสะอ้ืน
“มนั ไมค่ วรจะเปน็ อย่างนนั้ ถ้าเราไม่ได้รักกันกอ็ าจไม่ตาย”

(คาธ:445)

69

การเป็นผู้ทีร่ ักษาอำนาจเองยิ่งเปน็ ส่ิงที่ทำให้เขากดดัน และเลือกการ
ฆ่าตวั ตายเป็นการหลีกหนปี ญั หาทเ่ี กิดข้ึน ซึง่ อาจเปน็ วธิ ที ร่ี ้ายแรงคือถึงแกช่ ีวิต และไม่ได้ทำใหป้ ญั หาหมด
ไปฌโดยแท้จริง คือปัญหานั้นกย็ ังคงอยู่ ในขณะท่ี ผู้แต่งได้นำเสนอให้วสุวัฒน์กม็ ีวิธีการหลีกหนอี กี แบบ
คือการนำตัวเองไปทำกจิ กรรมที่ตนช่ือชอบ เมื่อเริ่มได้รับความกดดันจากครอบครัว และวิถีชีวติ ของเขา
เริ่มเปลี่ยนไปจากเดก็ เป็นวัยรุ่น ทำให้เขาต้องหากิจกรรมท่ีเขาชอบ นั่นก็คือการดูหนงั ซึ่งเป็นสิ่งที่ไดร้ ับ
การสนับสนุนจากครอบครัว การดูหนังเป็นการทำให้วสุวัฒน์ได้อยู่กับตัวเอง และหนีความกดดันจาก
ครอบครัว ทั้งเรื่องปัญหาระหวา่ งพ่อกบั แม่ การถูกมองว่าเป็นลูกคณุ หนู การต้องปั้นหน้าเข้าสังคม หนัง
เป็นศลิ ปะทีท่ ำใหเ้ ขาได้เสพแลว้ สบายใจ ดงั ตวั อยา่ งตอ่ ไปนี้

ขึ้น ม.2 ในเมืองที่คล้องคอเพ่ือนสนิทเดียวกันจนปรุแล้ว เด็กชายเริ่มติดรายการหนัง แม่
เหน็ วา่ น่นั ช่วยให้ลกู อย่ตู ดิ บา้ น ไม่ชา้ โรงหนังส่วนตวั จงึ ถกู บนั ดาลขึ้นอีกมุม เขาดูหนังจนน่ากลัว
สายตาเสีย จากหนังที่แม่และพีเ่ ลี้ยงดูร่วมกันไดด้ ้วยความสุข อีกสองรายก็เร่ิมส่ายหน้าในแนว
หนงั ท่ีเขาโปรดปราน คงเหมอื นวัยร่นุ ชายสว่ นใหญ่ วสวุ ัฒนช์ อบหนงั ทรลิ เลอร์ เรอ่ื ยไปถึงเฮอร์
เรอร์ พอดูแนวบล็อกบัสเตอร์จนเกลี้ยงกรุ เขาก็ต้องหยวนข้ามไปแนวทีอ่ ินดีแ้ ละอารต์ ขึ้น มัน
เป็นจุดเปลีย่ นที่ทำให้เด็กชายเรม่ิ เหความสนใจพร้อม ๆ กับเร่ิมเปน็ หนุ่ม

(คาธ:80)
ผู้วิจัยพบว่า การหลกี หนจี ากความกดดนั ของอาจารยฎ์ กี าและวสุวัฒน์
นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทีแ่ ตกต่างกัน อาจารย์ฎกี าเมือ่ ลาออกแล้วก็ยงั ต้องวนเวียนกบั ปัญหาเพราะส่งิ ที่
เกิดขึ้นเขาสามารถควบคุมได้ยาก ทางออกสุดท้ายจึงเป็นจุดจบของชีวิต ในขณะท่ี วสุวัฒน์เลือกวิธีการ
หลีกหนีท่ที ำให้ตัวเองนน้ั ดีขน้ึ มที ัศนคตแิ ละมมุ ท่ีมีตอ่ โลกกว้างขึ้นจากการดหู นงั เม่ือได้รับการสนับสนุน
จากครอบครู อาจารย์และเพ่อื น เขาจงึ ใช้หนงั ในการสร้างพื้นทใี่ หก้ ับตวั เองในสงั คม ด้วยการประกวดหนัง
สนั้ คือการเอาสง่ิ ทีช่ อบมาใชใ้ หเ้ กิดประโยชน์ เมอ่ื คนไดร้ บั ความกดดนั จากสภาพแวดล้อมท่ีตา่ งกัน ทำให้
การตัดสินใจในการเลือกดำเนินชีวิตต่อต่างกันด้วย เมื่ออำนาจเข้ามามีผลทำให้คนตัวเล็กต้องเผชิญกับ
ความยากลำบาก การหลีกหนจี งึ เป็นวิธกี ารที่จะช่วยให้ปญั หาผา่ นพ้นไปได้

1.3.7 การถูกลดทอน

นวนิยายวายเร่ืองคาธ ผู้แต่งได้นำเสนอผลของการใช้อำนาจของผู้มี
อำนาจในโรงเรยี นหรอื สังคม การลดทอน คือ การลดลงหรือลดลงของบางสิ่งบางอย่าง อาจจะเป็นเรื่อง
ของบทบาทหน้าที่ การมีอำนาจ ค่านิยม การให้ความสำคัญ การลดทอนมักจะเกิดจากสภาพแวดล้อมท่ี
ได้รับความกดดันจนทำให้เกดิ การเบอื่ หน่ายต่อระบบอำนาจ จึงเกิดกลวิธีในการเสยี ดสี การต่อต้าน และ
ลดทอนคุณค่าในที่สุด ผู้แต่งได้นำเสนอผลของการใช้อำนาจคือถูกลดทอน ดังเหตุการณ์ที่ทีมสารวัตร
นักเรียนต้องลดบทบาทลง เนื่องจากการประท้วงของกลุ่มนักเรียนที่เห็นต่าง และความเชื่อมั่น ความ
เคารพ ความเลื่อมใจศรัทธาในตำแหน่งสารวัตรลดดลง ซึ่งเป็นผลมาจากการที่บทบาทของฝ่ายปกครอง
ลดลงด้วย เนื่องจากความกดดันที่โดนสังคมวิจารณเ์ ร่ืองการทำโทษเด็ก การใช้อำนาจในการปกครองใน

70

โรงเรียนที่เป็นเผด็จการ คนเริ่มจับผิดมากขึ้นขึ้นด้วยข้อกล่าวหาดังกล่าวล้วนเกิดขึ้นมาจากการที่ฝ่าย
ปกครองและสารวตั รนักเรียนรว่ มมอื กันใช้อำนาจกับนกั เรยี นจนทำให้เกิดปัญหา ดงั ตัวอย่างตอ่ ไปน้ี

แต่หลัง ๆ มาเมื่อบทบาทของฝ่ายปกครองเริ่มลดแล้วคนก็จับตามองนักเรียนมีอำนาจ
เหนือเด็กคนอื่น ๆ ด้วยสายตาขุ่นข้องขึ้นทุกที งานสารวัตรจึงพลอยถูกกำหนดให้ “หลวม”
ลง ถ้าไม่ใช่กรณีผิดกฎทนโท่พยายามอย่าไปยุ่งเกีย่ ว หรือแม้เมื่อเจอก็อาศัยตักเตือนก่อนแจ้ง
อาจารย์ ไม่ลงมือผลีผลามตามเก่า ไป ๆ มา ๆ พวกเขาจึงเหลืองานน้อยลง ที่ยังมีอยู่ก็
เฉพาะงานในจำพวกชว่ ยจราจร ไม่มีเหตใุ ห้ตอ้ งประชุมบ่อย ๆ จากสปั ดาห์ก็เว้นไปสองสัปดาห์
ครั้ง เป็นเดือนละครั้ง นี่เดือนที่แล้วอาจารย์ศนิขอเลื่อนมาแกติดงานอื่นและงานสารวัตร
กลายเปน็ เรอื่ งไม่เรง่ รอ้ น

(คาธ : 358)
ด้วยค่านิยมที่มองฝ่ายปกครองและตำแหน่งสารวัตรเปลี่ยนไป
งานสารวัตรกลายเป็นเรื่องไม่เร่งร้อน และไม่ได้รับความเอาใจใส่เหมือนเดิม จากที่ต้องมีการประชุมทุก
สัปดาห์เพ่ือติดตามการดำเนนิ งาน และความประพฤติของนกั เรยี น กแ็ ทบจะไม่มีการประชุมเลย เป็นส่ิงที่
บ่งบอกได้วา่ การปกครองในโรงเรียนเริ่มสั่นคลอน ซึ่งเป็นเหมือนการใช้อำนาจจนเดนิ ไปจนทำให้อำนาจ
นน้ั หันกลบั มาทำลายตัวผูม้ อี ำนาจเอง

1.3.8 ความหวาดกลัว

นวนิยายวายเรื่องคาธ ผู้แต่งได้นำเสนอผลของการใช้อำนาจของผู้มี
อำนาจในโรงเรียนหรือสังคมคือความหวาดกลัว เป็นการใช้อำนาจนั้นจะสร้างผลกระทบต่อผู้อื่นเสมอ
จะดีหรือร้ายก็ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ ในบางครั้งก็ทำให้ผู้อ่ืนขาดโอกาส อับอาย เสียผลประโยชน์ ซึ่งผู้มี
อำนาจเองก็เกิดอาการหวาดกลัวจากการที่ตวั เองนั้นมีอำนาจ ซึ่งในบางสถานการณ์ตนก็คือผู้ถูกกระทำ
ดังเหตุการณ์ที่อาจารย์ศนิเกิดความลำบากใจทุกคร้ังทีต่ นต้องตัดสินคดีความต่าง ๆ ในห้องปกครองของ
โรงเรียน โรงเรยี นศุภพโลได้รบั การยกย่องว่าเป็นโรงเรียนท่ีเคร่งครัดในกฎระเบียบ นักเรยี นมีกิริยาสุภาพ
เรียบร้อย ความเข้มงวดดังกล่าวจึงเป็นงานหนักของอาจารย์ในการควบคุมนักเรียนในอยู่ในกรอบ และ
ด้วยผู้ปกครองของนักเรียนศุภพโล ส่วนใหญ่คือคนที่มีฐานะ มีหน้ามีตาและอิทธิพลในสังคม การที่เขา
ตัดสินใจทำอะไรจึงเปน้ เรื่องนา่ ลำบากใจอยา่ งยง่ิ ดงั ตวั อย่างต่อไปน้ี

การรับมือเด็กบ้านรวยหรือผู้ปกครองมีอำนาจเต็มมือนั้น เปน็ เรือ่ งน่าหนักใจ ไม่มีใครรู้ว่า
หากตดั สนิ โทษเดก็ เหลา่ น้ันไป ชวี ิตและอนาคตของเธอจะยงั ปลอดภัยดหี รือเปลา่ ต่อใหอ้ าจารย์
สว่ นมากจะบอก
“ศุภพโลมีชื่อเสียงเรื่องความเข้มงวด ซึ่งเป็นสิ่งครอบครัวเด็กจะต้องยอมรับได้ตั้งแต่เข้ามา
สมัครเรียนแลว้ ”
กระนนั้ นับวันเด็กร่นุ ใหม่ ๆ กร็ งั แต่จะยง่ิ ปกครองลำบาก

(คาธ : 220)

71

ความหวาดกลัวที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องที่เกิดจากอำนาจในหน้าที่การงาน
อาจารย์ศนิจึงต้องเลือกทำความเข้าใจ เพื่อให้ตนสามารถทำงานหล่อเลี้ยงชีพและครอบครัวต่อไปได้
ถงึ แมว้ า่ ความหวาดกลวั ดงั กล่าว จะเป็นเร่ืองท่ีทำให้เธอลำบากใจ แตก่ ็เปน็ เรอ่ื งทีท่ ำให้เธอรอบคอบมาก
ยง่ิ ข้นึ เพราะเธอจะตอ้ งรักษากฎระเบยี บและความปลอดภยั ของตัวเองไปพร้อม ๆ กนั

การใช้อำนาจของผู้มีอำนาจย่อมสร้างผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมใน
รูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง เพราะถ้าหากพิจารณาถึงกลไกและองค์ประกอบของอำนาจแล้ว สิ่งที่สามารถวดั
ไดว้ ่าบุคคลมอี ำนาจหรือไม่ กระบวนการใช้อำนาจน้ันประสบความสำเร็จหรือไม่ กค็ อื ผลของการใชอ้ ำนาจ
ซ่งึ มลี ักษณะทีแ่ ตกตา่ งกันออกไปตามทมี่ าของอำนาจ กระบวนการใชอ้ ำนาจ ท้งั เรอ่ื งของกลุ่มผู้ใช้อำนาจ
กระบวนการใช้อำนาจท่ีเลือกใช้ ผู้วิจัยพบว่าการใช้อำนาจในนวนิยายวายเรือ่ งคาธ ถึงแม้ว่าจะช่วยในใน
บางพื้นที่ บางสถานการณ์เกิดความเรยี บร้อยเป็นไปตามกฎระเบียบและกรอบของสังคม แต่ก็ไม่ได้ช่วย
เสริมสร้างให้ความสัมพันธ์ของบุคคลดีขึ้น ยิ่งใช้อำนาจมากเท่าไหร่ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลก็แย่ลง
เท่านั้น หรือในบางสถานการณ์ผู้มีอำนาจก็ตกเป็นผู้ที่อยู่ใต้อำนาจเอง เมื่อมนุษย์จำเป็นที่จะต้องอยู่
ร่วมกันการใช้อำนาจเป็นสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้ แต่ความสัมพันธ์ของคนในสังคมก็เป็นสิ่งสำคัญทำให้ สังคม
ขับเคลื่อนเช่นกัน เราจึงต้องหาพืน้ ที่ตรงกลางที่สามารถใช้อำนาจในการควบคุมสงั คมได้ และกระทบกบั
ความสัมพันธร์ ะหวา่ งบุคคลน้อยทสี่ ุด เพือ่ เป็นการสรา้ งความเข้าใจ สรา้ งขอ้ ตกลงของการอยูร่ ่วมกัน เพื่อ
ทำให้สงั คมนน้ั เกิดความสงบสุข

2. กลวธิ ที ี่ใชใ้ นการนำเสนอแนวคิดเรอ่ื งอำนาจ

กลวิธีการเสนอแนวคิด หมายถึง วิธีการต่าง ๆ ที่ผู้เขียนนำมาใช้ในการเสนอแนวคิด
ได้แก่ การเล่าเรื่อง การสร้างตัวละคร บทสนทนา และแก่นเรื่อง เพื่อให้แนวคิด ในบทประพันธ์มีความ
น่าสนใจยิ่งขึน้ แนวคิด เป็นความคิดที่มีแนวทางปฏบิ ัติ เป็นการสร้างสัญลักษณค์ วามคิด ความคิด หรือ
ความคิดเห็น ที่แสดงออกลักษณะเป็นการกล่าวสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ซึ่งใช้ความเชื่อ ความรู้สึก ทัศนคติ แง่คิด
ความรู้ และประสบการณ์ ผู้แต่งได้นำเสนอแนวคิดเร่ืองอำนาจเป็นแนวคิดหลกั ผ่านกลวิธีต่าง ๆ ได้อย่าง
น่าสนใจ การศึกษากลวิธีที่ใช้ในการนำเสนอแนวคิดเรื่องอำนาจในนวนิยายวายเรื่อง คาธ ของปราปต์
ผวู้ ิจยั พบกลวธิ ีต่าง ๆ ทีผ่ แู้ ต่งใชใ้ นการนำเสนอแนวคดิ เรือ่ งอำนาจ ดงั น้ี

2.1 การนำเสนอโดยอาศยั โครงเรอื่ ง

ผู้แต่งอาศัยโครงเรื่องที่มีความซับซ้อนเพื่อนำเสนอแนวคิดเรื่องอำนาจ
โดยการเชื่อมโยงเหตกุ ารณ์ ลำดบั ของเหตกุ ารณ์ท่ีประกอบเข้าเรื่อง เพื่อนำไปสู่จดุ ประสงค์สำคัญนั่นก็คือ
แนวคิดเรอ่ื งอำนาจ ผา่ นวธิ ีการสบื สวนสอบสวน การพสิ ูจน์ความจรงิ โดยผูแ้ ต่งไดเ้ ปิดเร่ืองด้วย อุบัติเหตุ
รถโรงเรียนไหลเกือบชนเด็ก เกิดขึ้นในสถานการณ์ความวุ่นวายจากการเตรียมตัวไปชุมนุมประท้วงทาง
การเมืองของนกั เรียนกลุ่มหนึ่ง ซึ่งมีคนนำเร่ืองนี้ไปโยงกับคำสาปเก่าแก่ของศุภพโล นักเรียนใหมเ่ ข้ามา
พอดี ดำเนนิ เรือ่ งดว้ ยการให้ตัวละครเอกสืบหาความจรงิ ว่าจรงิ ๆ แล้วเป็นเพราะคำสาปหรือฝีมือของคน

72

ท่ามกลางการต่อสู้ที่ดุเดือดภายในโรงเรียนระหว่างกลุ่มนักเรียนที่ต้องการปลดแอกจากขนบ กับกลุ่ม
อาจารย์ที่มีหัวคิดอนุรักษ์นิยม ในขณะที่นักเรียนใหม่ก็กำลังสืบหาความจริงเกี่ยวกบน้าที่ฆ่าตัวตาย

ปมขัดแย้งของเรื่องนี้อยู่ที่คำสาปและความขัดแย้งระหว่างกลุ่มอาจารย์ สารวัตรนักเรียน และนักเรียน
เกี่ยวกับกฎระเบียบที่ล้าหลัง การใช้อำนาจอย่างไร้เหตุผลของผู้มีอำนาจในโรงเรียน จุดวิกฤต คือ

การทที่ กุ คนรู้ความจรงิ ว่าเหตุการณ์ร้าย ๆ ทั้งหมดที่เกิดขึ้นเปน็ ฝีมอื ของอักก์ สารวัตรนักเรียนท่ีต้องการ
รักษาภาพลกั ษณ์ของโรงเรยี น และเปน็ ผทู้ ี่ทำผิดกฎ คือ การคบหากบั เด็กในโรงเรียน บทบาทของชุมนุม
สารวัตรนักเรยี นโดนลดลง ในขณะที่อายนั นักเรียนใหม่ก็รู้ความจรงิ ว่าอาจารย์ชาดกและกฎระเบียบลา้

หลังของโรงเรียนเปน็ สาเหตใุ ห้น้าตวั เองตอ้ งจบชีวิต การคลคี่ ลาย เป็นการใหต้ ัวละครได้ชว่ ยกนั แก้ปัญหา
ด้วยการทำหนังสั้น และปิดเรื่อง ด้วยการสร้างสถานการณ์ให้นักเรียนโรงเรียนอยู่ด้วยกันอย่างปกติสขุ

กฎระเบยี บบางขอ้ ถูกอนโุ ลม หนงั สนั้ เปน็ ส่ิงท่ีบอกเล่าเร่อื งราวความขดั แยง้ และความรักท่ีเกิดในโรงเรียน
ซึ่งในแต่ละสว่ นเป็นการนำเสนอแนวคดิ เรอ่ื งอำนาจ ผา่ นโครงเรื่องหลกั และลำดบั เหตุการณ์ดังน้ี

ตารางที่ 1 แสดงกลวิธีท่ใี ช้ในการนำเสนอแนวคิดเร่ืองอำนาจโดยอาศยั โครงเร่ืองและลำดับเหตุการณ์

โครงเร่ือง ลำดบั เหตุการณ์
การเปดิ เร่ือง
- อกั ก์เห็นเหตุการณ์
- การบรรยายเหตกุ ารณ์ - อักก์เห็นนักเรียนใหม่ คือ อายัน กำลัง

การดำเนนิ เรอื่ ง สังเกตุการณ์
- เนน้ การสบื สวนสอบสวน - อักก์ ในฐานะสารวัตรนักเรียน เข้าไป

ควบคุมสถานการณ์
- เกิดการสอบสวนคนขับรถในห้อง

ปกครอง
- นกั เรยี นคนอ่ืนเรม่ิ เชือ่ มโยงว่าเป็นคำสาป

เกา่ แก่ของศภุ พโล
- อกั ก์และกล่มุ สารวัตรนกั เรียนช่วยกันสืบ

หาความจริง
- นักเรียนใหม่ คือ อายัน เริ่มทำฝ่าฝืนกฎ

เข้าห้องน้ำอาจารย์ เถียงกับอาจารย์ สัก
และใช้โทรศพั ทม์ อื ถือ
- อักกืได้รับมอบหมายให้กำกับดูแล
พฤติกรรมของ อายัน
พยายามทำใหค้ นอนื่ ไมไ่ วใ้ จอายัน
- อักก์และทีมสารวัตรนักเรียนแบ่งหน้าที่
กันตดิ ตามอายนั

73

โครงเรื่อง ลำดบั เหตุการณ์
- นโม ต้องการเข้ามาเป็นสารวัตรนักเรยี น
ปมปญั หา
- คำสาป แตโ่ ดนกดี กันจากอกั ก์
- ความขัดแย้งระหว่างกลุ่มอาจารย์ - เอกสารของจำนรรจ์โดนขโมย ห้อง
สารวัตรนักเรยี น และนกั เรียน
(กลุ่มอนรุ กั ษน์ ยิ มกับกลุ่มสมัยใหม่) ปกครองรบั เร่ืองสอบสวน
- กฎระเบียบท่ีล้าหลงั - อายัน สืบสวนเร่อื งของน้า
- การตอ่ ต้านอำนาจนิยมในโรงเรียน
- นักเรียนเริ่มลุกฮือประท้วงการทำงาน
จุดวกิ ฤต ของฝา่ ยปกครอง และรว่ มกันชมุ นุมขบั ไล่
- ความจรงิ ถูกเปดิ เผย รฐั บาล

- อักก์ต้องรับหน้าที่รักษาภาพลักษณ์ของ
โรงเรียน

- นักเรียนใช้โซเชียลมีเดียในการขับเคลื่อน
กาต่อสกู้ ับทางโรงเรยี น

- คนในโซเชยี ลมีเดยี เรม่ิ กดดันอาจารย์ฝ่าย
ปกครอง

- นักเรียนให้ความเคารพฝา่ ยปกครองและ
ชุมนุมสารวตั รนักเรียนนอ้ ยลง

- อายนั รู้ว่าเหตกุ ารณร์ ้ายแรงเป็นฝีมือของ
อกั ก์

- อายนั ขอใหอ้ กั ก์หยดุ

- นักเรียนที่ประท้วงพูดถึงความสัมพันธ์
ของอักก์กับอายัน อักก์อ้างว่ากำลังถ่าย
หนงั สั้น

- ฝา่ ยปกครองลดบทบาทสารวัตรนกั เรยี น
- วสุวัฒน์เอาเรื่องของถั่วพูและครรลองมา

ทำหนงั สนั้
- นักเรียนคนอื่นเริ่มสงสัยอาจารย์ชาดก

และอกั ก์
- กลุ่มเพอ่ื นรู้ความจรงิ ว่าเปน็ ฝีมือของอักก์

ที่ตอ้ งการใหค้ ำสาปมีจริง

74

โครงเร่อื ง ลำดับเหตกุ ารณ์
- อายันเปิดโปงเรื่องความสัมพันธ์ของ
การคลีค่ ลาย
- การลงโทษ อาจารย์ชาดกและอาจารย์ฎีกา ในห้อง
- การสรา้ งความสมั พันธ์ใหม่ ปกครอง

การปดิ เร่ือง - อกั กโ์ ดนพกั การเรียน
- สุขนาฏกรรม - สารวตั รนกั เรยี นโดนลดหน้าท่ี
- อายันไม่ได้พูดเรื่องความสัมพันธ์ของ

อาจารย์ชาดกและอาจารย์ฎีกา ให้คน
นอกรู้
- มีการถ่ายหนังสั้น โดยเอาเรื่องใน
โรงเรยี นไปดัดแปลง

- อักกก์ ลับมาเรยี น
- อักกย์ ังไดช้ ว่ ยงานโรงเรียน
- หนังสัน้ ถกู ของวสุวัฒนฉ์ าย
- อกั ก์คบกับอายัน

การสืบสวนสอบสวนในเรื่อง ทำให้ผู้อ่านค่อย ๆ รู้ความจริงโดยผู้แต้ง
จะค่อย ๆ เฉลย ผ่านความคิดและมุมมองของตัวละคร ซึ่งทำให้เห็นถึงเรื่องการใช้อำนาจในกลุ่มต่าง ๆ

การท้าทายของตัวละครมี่พยายามโต้เถียงกับผู้มีอำนาจ หรือการพยายามรักษาภาพลักษณ์และความ
เข้มแข็งของอำนาจ วิธีการวางโครงเรื่องดังกล่าว นอกจากจะทำให้ผู้อ่านรู้สึกตื่นเต้นเร้าใจ เกิดความ

เพลิดเพลิน และดึงดูดให้ผู้อ่านอ่านต่อแล้ว ยังช่วยให้ผู้อ่านได้เห็นถึงมุมมองต่าง ๆ ของผู้ใช้อำนาจ เช่น
ตัวละครบางตัวที่ต้องสวมหน้ากากเพื่อรักษาผลประโยชน์ หรือบางตัวที่ต้องกรทำการใด ๆ ในทางที่ผิด
เพือ่ ความอยู่รอด ซึ่งผูแ้ ต่งได้นำเสนอผา่ นโครงเรื่องหลกั และโครงเร่อื งยอ่ ย ดงั นี้

การใชอ้ ำนาจในโรงเรยี น

การใชอ้ านาจระหว่าง การใชอ้ านาจระหวา่ ง การใชอ้ านาจระหวา่ ง การใชอ้ านาจระหวา่ ง
ผปู้ กครองกบั นกั เรียน ผบู้ งั คบั บญั ชากบั อาจารยก์ บั นกั เรียน รฐั กบั พลเมอื ง
ผใู้ ตบ้ งั คบั บญั ชา

75

แผนภมู ทิ ่ี 1 แสดงโครงเร่ืองหลกั และโครงเรอ่ื งย่อยของนวนิยายวายเร่อื ง คาธ

1) การใชอ้ ำนาจระหวา่ งผูป้ กครองกับนกั เรียน

ผูแ้ ต่งเปิดเรอื่ งโดยการบรรยายความสมั พันธ์ในครอบครัวของ
ตัวละครแต่ละตัว ซึ่งจะเลือกบรรยายถึงตัวละครหลัก ได้แก่ อายัน (อาย) อักก์ อาจารย์ศนิ วสุวัฒน์
และนโม โดยสลับกับการบรรยายเน้ือเรื่องเพื่อให้เห็นถงึ ภูมิหลัง คือ พื้นฐานจากครอบครัวที่ส่งผลต่อตวั
ละคร เช่น การบังคบั ให้ลูกเขา้ สงั คม การให้อิสระทางความคิด การกำหนดแนวทางให้ลกู ความคาดหวังที่
มีต่อลูก เป็นต้น ดำเนินเรื่องโดยบรรยายเหตุการณ์ที่สื่อถึงลักษณะการใช้อำนาจของผู้ปกครองใน
ครอบครัว ที่ส่งผลต่อพฤติกรรม มุมมองความรู้สึกนึกคิด ของนักเรียนที่แสดงออกในโรงเรียน เช่น
เหตกุ ารณ์ทีค่ นในครอบครัวทะเลาะกนั การสนทนาระหวา่ งคนในครอบครวั หรือการบรรยายมุมมองของ
คนในชุมชนที่มีต่อครอบครัว เป็นต้น ปมขัดแย้ง จะบรรยายตามลักษณะของครอบครัว ซึ่งในแต่ละ
ครอบครวั จะมีปมขัดแยง้ ท่ีแตกตา่ งกนั แตส่ ่ิงที่เปน็ ลกั ษณะรว่ มกัน คอื การทค่ี รอบครัวไม่มีเวลาให้กับลูก
ทำให้ลูกต้องโหยหาความรักจากขา้ งนอก จดุ วิกฤติในแต่ละครอบครัวก็จะแตกต่างกนั ไปเช่นกัน ผู้แต่งจะ
สรา้ งเหตกุ ารณเ์ พื่อให้แต่ละครอบครัวได้เหน็ ถงึ ผลของการใช้อำนาจเกนิ ขอบเขต เชน่ การเกิดช่องว่างใน
ครอบครัว การที่ลูกเกิดความกดดัน นำไปสู่จุดคลี่คลายและการปิดเรื่อง คือ การให้ตัวละครได้พูดคยุ กนั
และสร้างความเข้าใจกนั

2) การใช้อำนาจระหว่างผูบ้ ังคบั บญั ชากบั ผู้ใตบ้ งั คบั บัญชา
ส่วนใหญ่เรื่องการใช้อำนาจระหว่างผู้บังคับบัญชากับ

ผู้ใต้บังคับบัญชา จะแทรกอยู่ในโครงเรื่องใหญ่ คือ การที่แต่งจะบรรยายการใช้อำนาจในโรงเรียนเรียน
ส่วนของห้องปกครอง จะเป็นพื้นท่ีที่แสดงถึงการใช้อำนาจในเรื่องดังกลา่ วไดม้ ากทีส่ ุด ซึ่งผูแ้ ต่งเปิดเร่อื ง
ด้วยการบรรยายถึงเหตุการณ์การตัดสินคดีความต่าง ๆ ของนักเรียนในห้องปกครอง ซึ่งทำให้เห็นถึง
อำนาจของอาจารย์ชาดก และอาจารย์ศนิ ดำเนินเรื่องด้วยการบรรยายถึงที่มาของอาจารย์ศนิ บรรยาย
เหตุการณ์ท่ีตอ้ งตัดสินใจเรื่องคดีความแทนอาจารย์ชาดก เพื่อให้เห็นถึงกลไกของอำนาจในห้องปกครอง
และการใช้อำนาจของอาจารย์ฝ่ายปกครองในการสั่งการหรือขอร้องให้อาจารย์คนอื่นปฏิบัติตาม ปม
ปัญหา คือ กฎระเบยี บทีม่ ีนัน้ มีความทนั สมัยและเหมาะสมหรอื ไม่ จดุ วกิ ฤติ เป็นการบรรยายถึงความในใจ
ของผู้ใต้บังคับบัญชา คือ อาจารย์ศนิ ที่เกิดความลำบากใจ ทั้งความกดดันที่มีต่อผู้บังคับบัญชา ความ
กดดนั จากผกู้ ครองและนักเรียน ตลอดจนผู้ท่ีกุมอำนาจอย่างแท้จรงิ นนั่ กค็ อื ผอู้ ำนาวยการ การคลี่คลาย

76

และการปิดเร่อื ง ผู้แตใ่ หผ้ ูบ้ ังคับบญั ชาได้ทบทวนตวั เองในเรื่องของการใช้อำนาจ จนทำให้ฝ่ายปกครองมี
บทบาทน้อยลง

3) การใช้อำนาจระหว่างอาจารยก์ ับนักเรยี น

ผู้แต่งได้นำเสนอการใช้อำนาจระหว่างอาจารย์กับนักเรียน
เปิดเรื่องโดยการบรรยายเหตุการณ์การใช้อำนาจในการสอบสอนในห้องปกครอง และการบรรยาย
เหตกุ ารณใ์ นหอ้ งเรียน คือ การสอน บกุ คลกิ ของอาจารย์ พฤตกิ รรมของอาจารย์กับนักเรียน ดำเนินเรื่อง
โดยการบรรยายเหตุการณ์ทม่ี ีการปะทะกนั ระหว่างอาจารย์กับนักเรียน การบงั คบั ขม่ เหง เช่น การเถียง
เร่ืองกฎ การเถียงเร่ืองเนือ้ หาทส่ี อน การละเมิสิทธขิ องนักเรียน การคุกคามนักเรียนดว้ ยวาจา เป็นต้น ปม
ปัญหา คือ การใชอ้ ำนาจและความเปน็ “อาจารย”์ ในการบังคับ ขม่ เหง นกั เรยี น จุดวิกฤติ เป็นการสร้าง
ความขดั แย้งระหว่างอาจารยก์ ับนักเรยี น โดยการประทว้ งและการวิวาทะ นำไปสู่จุดคล่คี ลาย คอื อาจารย์
และนักเรียนต้องปรับตวั เข้าหากนั สรา้ งความเขา้ ใจกัน

4) การใช้อำนาจระหวา่ งรัฐกบั พลเมอื ง

การใช้อำนาจของรัฐ เปน็ จดุ เรม่ิ ต้นของการใช้อำนาจในโรงเรียน ผู้แตง่
จะเปิดเร่อื งโดยการกลา่ วถงึ กฎหมายทีร่ ฐั ออกมาเพอื่ ควบคมุ ความเรียบรอ้ ยของนักเรยี นนกั ศกึ ษา คอื การ
ให้จัดต้งั สารวตั รนกั เรยี น ซงึ่ เปน็ ที่มาของเรือ่ ง ดำเนนิ เรอ่ื งโดยการอ้างถงึ กฎหมายของรัฐที่มีผลต่อการใช้
อำนาจในโรงเรยี น ปมขัดแย้ง เป็นการที่รัฐใช้อำนาจในการควบคุม แทรกแซงการทำงานในสถานศึกษา
จุดวิกฤต คือ นักเรียนรวมตัวกันประท้วงขับไล่รัฐบาล จุดคลี่คลายและการปิดเรื่อง คือ การที่รัฐเข้ามา
ควบคุมและสอบสวนนกั เรยี นในโรงเรียน

จะเห็นได้ว่า โครงเรื่องย่อยแต่ละส่วนแสดงให้เห็นถึงกลไกการใช้
อำนาจของตัวละครในแต่ละส่วนตง้ั แต่ระดับครอบครัว โรงเรยี น สังคมการทำงานและรัฐ ซ่ึงทุกส่วนจะมี
ความสัมพันธ์กัน นอกจากนี้ ยังมีการนำเสนอประเด็นต่าง ๆ ที่ทำให้เห็นถึงการการะบวนการใช้อำนาจ
อันมีผลตอ่ โรงเรยี น โดยการเสนอผ่านเหตกุ ารณต์ ่าง ๆ ดงั ตารางตอ่ ไปนี้

ตารางท่ี 2 แสดงประเดน็ และเหตุการณ์ท่นี ำเสนอแนวคิดเรือ่ งอำนาจจากโครงเรอื่ ง

ประเด็นท่นี ำเสนอ เหตุการณ์ท่ีสนับสนนุ

- การใช้อำนาจระหว่างผู้บังคับบัญชาต่อ - การใช้อำนาจในโรงเรียนของผู้บรหิ าร
ผใู้ ตบ้ ังคบั บัญชา - การออกฎหมายให้อำนาจแกโ่ รงเรยี น
- การใช้อำนาจในห้องปกครองของ

อาจารย์ชาดกกับอาจารย์คนอื่น ๆ
- การปฏิบัติตามคำสั่งจากอาจารย์ชาดก

กับอาจารย์คนอื่น ๆ

77

ประเดน็ ทนี่ ำเสนอ เหตุการณ์ทีส่ นบั สนุน
- การใช้อำนาจระหว่างผู้ปกครองต่อ
- การบบี บังคบั ให้ลูกเข้าสงั คม
นกั เรียน - การบีบบงั คบั ให้ลกู ต้องเปน็ คนเก่ง
- การใชอ้ ำนาจระหวา่ งอาจารย์กบั นักเรียน - การกำหนดแนวทางการเรียนใหล้ กู
- - การใช้อำนาจระหว่างรัฐกบั พลเมือง - การใหอ้ สิ ระในการใช้ชีวติ แก่ลกู
- การใช้อำนาจของสารวตั รนกั เรยี น - การเลี้ยงลกู ด้วยเงนิ

- การตอ่ ตา้ นอำนาจของกลมุ่ นักเรียน - การแสดงพฤติกรรมหยาบกระด้างของ
อาจารยต์ อ่ นกั เรยี น
- อำนาจกบั มติ ิทางเพศ
- การออกกฎในการควบคุมนักเรียน
- การลงโทษนักเรียน

- การออกกฎหมาย
- การใช้อำนาจรัฐในการควบคมุ คมุ คน
- การใช้อำนาจรัฐในการแทรกแซงกิจการ

ของโรงเรียน

- การใช้อำนาจในการจับกุม สืบสวน
สอบสวนนกั เรียนในโรงเรียน

- การมีอำนาจในการตรวจตรารักษาความ
เรียบรอ้ ยของโรงเรยี น

- การเป็นบุคคลตัวอย่าง มีอำนาจในการชี้
ขาดวา่ สิง่ ใดถกู สงิ่ ใดผดิ

- การชุมนุมประท้วงทั้งในและนอก
โรงเรยี น

- การรวมกลุ่มกันทำกิจกรรมกับโรงเรียน
อ่นื ๆ

- การใช้สื่อโซเชียลมีเดียในการเรียกน้อง
ความเป็นธรรม

- การเรียกร้องสทิ ธิเสรีภาพในร่างกายของ
นกั เรยี น เชน่ การแต่งกาย ทรงผม

- ความสัมพันธ์ของอักกก์ ับอายัน
- ความสัมพนั ธ์ของครรลองกบั ถ่วั พู
- การห้ามคนเพศเดียวกันมีความสัมพันธ์

ทางชสู้ าวในโรงเรยี น
- ความรกั ของอาจรย์ชาดกกับอาจารยฎ์ ีกา

78

ประเดน็ ทน่ี ำเสนอ เหตุการณท์ ่ีสนบั สนุน

- การให้ผู้หญิง เป็นอาจารย์ปกครอง และ
ภูมหิ ลงั ของอาจารยศ์ นิ

- นักการภารโรงหญงิ
- ถั่วพู จำนรรจ์ และกลุ่มนักเรียนที่เป็น

LGBTQ+ เป็นผู้นำ และแกนนำในการ
ประท้วงโรงเรียน
- การยกย่องผู้ชายในครอบครัวของอักก์
- การพยายามเป็นสารวัตรนักเรียนของ
นโม
- ร้านไอศกรีมวาย
- ก๊ฬายูโด ความแข็งแรง และความเป็น
ชาย

โครงเรื่องแต่ละส่วน แสดงให้เห็นถึงบริบทการใช้อำนาจ
ในแง่มุมต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี ทำใหผ้ ู้อ่านเข้าใจในเรือ่ งแนวคิดเรอ่ื งอำนาจ ที่ปรากฏใหเ้ หน็ โดยท่วั ไป เป็น
เรื่องใกล้ตัว ตลอดจนสามารถตีความออกมาได้ อาจกล่าวไดว้ า่ ผู้แต่งมีชั้นเชงิ ในการวางโครงเรื่อง ทำให้
เรื่องมีความน่าสนใจ และสามารถสะท้อนภาพสงั คมออกมาไดอ้ ย่างชัดเจน

2.2 การอาศยั บทสนทนา

ผแู้ ต่งอาศยั บทสนทนาในการนำเสนอแนวคดิ เรอ่ื อำนาจ ซง่ึ เปน็ สว่ นสำคัญในการ
ดำเนินเรื่อง บทสนทนาสะทอ้ นถึงพฤตกิ รรม ทัศนคติ มุมมอง ความรู้สึกนึกคดิ และภมู หิ ลงั ของตัวละคร มี
ส่วนช่วยในการความขัดแยง้ ของเรื่อง ผู้แต่งนำเสนอความแนวคิดเกี่ยวกับอำนาจ กระบวนการใช้อำนาจ
ผ่านตวั ละคร เพือ่ ช่วยใหเ้ หน็ ถึงการใชอ้ ำนาจมากยิ่งขน้ึ เช่น การสนทนาระหว่างครรลองและถว่ั พู ท่ที ำให้
เห็นวา่ ถั่วพู เปน็ คนสภุ าพเรยี บร้อย มคี วามเปน็ ผนู้ ำ จึงทำให้คนั ทอี่ ยู่ใกล้รูส้ ึกเกรงใจจากบุคลิกของถ่ัวพู
และเกดิ อำนาจทีถ่ วั พไู ด้มาจากการปฏิบัติตน ดงั นี้

“มงึ น่มี นั ใสจงั วะ” ไอ้วฒั น์ตันมาด่าเขาเสียฉบิ
“ทีไ่ อค้ นบอกวา่ ขนลุก กเ็ พราะมนั คิดวา่ ตวั เองหล่อ หลอ่ โคตรพ่อโคตรแมจ่ นคุณตวั มองมันเป็น

เพื่อนอยไู่ ง แต่เพราะคณุ ถ่วั ดีกบั มันแล้วมันกไ็ มอ่ ยากทำให้อีกฝ่ายเสยี ใจ มนั ถึงกลัวคณุ ถัว่ แล้วก็
กลัวตัวเองขึ้นมาพยายามวางตัวไม่ให้คุณถั่วคิดไกลขณะเดียวกันก็ต้องไม่ให้รู้สึกเหมือนกำลงั
รงั เกยี จคณุ ถ่ัวด้วย”

(คาธ : 49)

79

อำนาจจะสร้างผลกระทบให้กับสภาพแวดล้อม เมื่อตัวละครมีลักษณะเปล่ยี นไป
ก็แสดงให้เห็นวา่ ตัวละครกำลังจำนนต่ออำนาจบางสิ่งบางอย่าง ผู้แต่งได้อาศัยบทสนทนาในการแสดงให้
เห็น ดงั บทสนทนาในห้องเรยี นเรอื่ งท่นี ่ัง ทม่ี ีการกลา่ วถึงเร่ืองอืน่ ๆ ท้งั อำนาจในการรบั สารวัตรนักเรียน
การรกั ษาสทิ ธ์ิของตนเอง ดังน้ี

“เรานั่งตรงนไ้ี ด้ปะ”
มันหมายถงึ ที่ว่างข้างไอว้ ฒั น์ คนถูกขอเอียงคอมองตาอักก์เปน็ เชงิ ถาม ไอ้วัฒนร์ ้ดู วี ่าเขาคิดยังไง
กับนโม
อกั ก์ตอบตึง ๆ “ทน่ี ง่ั นะได้ แต่ไมม่ ที ข่ี องสารวตั รนกั เรียนให้มึง” นโมหบุ ยิม้
“ไอ้นโม!” ครรลองกระชากเสียงทั้งที่ยังกระซบิ อยู่ “ทำไมถึงไม่เถียงยายศนิไปวะ ที่นั่งนั่นเป็น
ของมึง มงึ ทำไมไม่รจู้ ักรักษาสิทธ์ิตัวเอง!"
“อ้าว เราควรเหรอ” อกี ฝา่ ยทำหน้าเหลอหลาขณะวางของบนโตะ๊
ก่อนทค่ี รรลองจะว่าอะไรตอ่ วสุวัฒน์กช็ งิ พูดกับค่นู ง่ั “มงึ ไม่ตอ้ งไปสนใจหรอก แม่งประสาท ๆ”
“เชีย!” ไอ้คันยิ่งหน้าเหี้ยม พยายามกดเสียงป้องกันอาจารย์ และเพื่อน ๆ ได้ยินแล้วหันมา
“สรุปว่ามึงไม่ห่วงเพื่อนมั่งเลยนะ ไอ้อักก์มันก็เล่าอยู่ว่าเด็กใหม่แม่งประกาศตัวชัดขนาดนั้น”
คำพูดสะดดุ เพราะทงั้ อกั ก์และไอว้ ฒั น์ผละสายตาจากคนพดู ไปยงั คนอกี ข้าง

(คาธ : 53)

บทสนทนายังมีส่วนในการเล่าเรื่องราว เพื่อทำให้ผู้อ่านได้เห็นถึงพลังอำนาจ
ดังบทสนทนาที่พูดถึงพฤติกรรมของครรลอง ว่ามีท่าทีเปลี่ยนไปอย่างมาก จากเดิมเป็นเด็กเกเร
จนทำใหอ้ าจารย์ตอ้ งหนกั ใจ แตเ่ มอื่ อาจารยฎ์ ีกามาดูแล เขากก็ ลบั เปลยี่ นเป็นคนละคน ดงั น้ี

“เทอมกอ่ น ๆ ที่ยังไม่ได้เข้าเป็นสารวัตรนักเรยี น ครรลองมุทะลกุ ว่านี้ อดทนน้อยกวา่ น้ี มี
เรื่องบ่อยจนฝา่ ยปกครองระอาใจ อาจารย์ฎกี าไดร้ ับมอบหมายใหม้ าคอยกำราบเขา แต่แกเป็น
อาจารย์สอนวิชาภาษาอังกฤษใจดี นอกจากไม่ดุหรือออกคำสั่ง ยังคอยอธิบายโน้มน้าวให้เขา
มองเหน็ มุมกว้างและอารมณเ์ ยน็ ลงอย่างไรก็ตามทา่ ทางนุ่มน่ิมของรายน้นั เปน็ เหตใุ หค้ รรลองไม่
สนิทใจดว้ ยนกั อย่างท่ไี ม่สนทิ ใจกบั ถว่ั พูน่ันละ”

(คาธ : 57)
ผู้แต่งได้อาศัยบทสนทนาของตัวละคร ดังเหตุการณืการสนทนาระหว่างอักก์กบั
อายันที่เล่าถึงความสัมพันธ์ของถั่วพูและครรลอง เพื่อให้เห็นถึง กระบวนการใช้อำนาจผ่านตัวละคร
ผลกระทบและการเปลี่ยนแปลงที่ทำให้ตวั ละครต้องจำนนต่อการใช้อำนาจ ทั้งที่เป้นการบอกตรง ๆ บอ
กดดยออ้ ม หรอื ใช้เล่าบางเหตกุ ารณ์ ทำให้ผู้อ่านไดท้ ราบถงึ แนวคดิ ของผู้แตง่ ทราบถงึ บคุ ลิกลักษณะของ

80

ตัวละคร ข้อขัดแย้งระหว่างตัวละคร ภูมิหลังและรายละเอียดต่าง ๆ ที่มีความสอดคล้องกับแนวคิด
เกยี่ วกับอำนาจมากยง่ิ ขึ้น

2.3 การอาศัยตัวละครข้วั ตรงข้าม

ผู้แต่งอาศัยตัวละครข้ัวตรงข้าม คือ การนำเสนอกลุม่ คนที่มีความคิดเป็นปัจเจก
มคี วามแตกต่างกันในเร่ืองอุดมการณ์ มมุ มอง ซงึ่ ทำใหเ้ ห็นถึงความขัดแยง้ และการใช้อำนาจเพ่ือหักล้าง
ฝั่งตรงข้าม ดังเหตุการณืในห้องปกครอง ที่เกิดการปะกันระหว่างกลุ่มที่เป็นอนุรักษ์นิยมผู้รักษา
กฎระเบยี บของดรงเรยี น กับกลุ่มหัวสมัยใหม่ทเี่ หน็ ความสำคญั ของสิทธิเสรภี าพและยดึ มนั่ ในความถูกต้อง
ดงั ตัวอย่างตอ่ ไปน้ี

อยา่ งไรกต็ ามอาจารยช์ าดกกลบั ตอบ
“อักก์ เข้ามาสิ” คำตอบรับน้ันชักสีหน้าของนักเรียนรายเก่าขึ้นน้อย ๆ เป็นการสลับกัน
ระหวา่ งเจบ็ ใจท่ีอาจารย์ผูม้ ีอำนาจยิง่ ใหญ่สุด ไม่ใหค้ วามสำคัญต่อประเดน็ ของตนกับสะใจท่ีได้
เหน็ ร่นุ พที่ เ่ี ป็นสารวตั รนักเรยี นเข้ามารบั ร้เู ร่อื งนี้ไปพรอ้ ม ๆ กนั
จำนรรจ์ชิงว่าตอ่ “ตามที่เคยคุยกันเร่ืองท่ีเกิดขึ้นกับพวกหนูทั้งหมดมันยังไม่ได้ถูกตีค่าว่า
เปน็ อุบัติเหตรุ อ้ ยเปอร์เซ็นตไ์ ม่ทราบว่าตอนนี้ทางฝ่ายปกครองดำเนนิ การสืบสวนไปถึงไหนแล้ว
คะ”
แม้แต่อักกท์ ีก่ ำลงั เดินเขา้ ไปน่งั ยงั เกา้ อ้สี ำหรับรอคอยอีกฝงั่

(คาธ : 60)
การปะทะกันของตัวละครขั้วตรงข้ามดำเนินอยู่ในพื้นที่ห้องปกครอง
ซ่ึงมีการเลือกปฏิบัติทำให้เห็นชัดถึงการใช้อำนาจในทางที่ไม่ดี ก่อให้เกิดปัญหาตามมา ผู้แต่งจะนำเสนอ
ขั้วอำนาจที่แตกต่างกันคือแบบเผด็จการ ซึ่งเป็นสิ่งที่โรงเรียนปฏิบัติ และความเป็นประชาธิปไตยท่ี
กลมุ่ นักเรียนต้องการ ดังเหตุการณ์ตอ่ มา

“แต่ท่ีมันคิดไดก้ ็เพราะมคี นเขียนคำส่ังใหม้ นั คิดเหมอื นกนั !”
“งั้นจงึ อยากรู้บ้างม้ัยละ่ วา่ ทำไมคนเขยี นเขาถึงเขียนคำสั่ง แบบน้นั ไว้ให้มึง ”
"ไม่ใชห่ น้าท่ี”
“ง้นั มึงกค็ วรจะหาทางลงโปรแกรมใหเ้ รื่องนเี้ ป็นหนา้ ทขี่ องตวั เองบา้ ง! ในฐานะของนักเรียนกลุ่ม
ทเ่ี ก่ียวขอ้ งกับการบังคบั ใชร้ ะเบียบของศุภพโลมากทส่ี ุด
“อยา่ เพ่งิ เถยี งกนั ครเู ขา้ ใจสง่ิ ท่เี ธอจะสื่อนะอายัน”
“การเถียงกนั คือวิถขี องประชาธปิ ไตย และมนั ควรไดร้ ับการสง่ เสรมิ ครบั อาจารย์"
“แตป่ ระชาธิปไตยก็เรียกรอ้ งการรบั ฟงั เสยี งของคนอ่ืนด้วยเหมือนกัน” อกั ก์ไม่ลดละ
ไอ้อายนั ตวดั สายตามา“แล้วการเถียงแทรกกนั กไ็ มไ่ ด้หมายความวา่ เราไม่รบั ฟังเสยี งของคนอ่นื

(คาธ : 241)

81

จากเหตุการณ์ข้างต้นทำให้เห็นสองขั้วที่แตกต่างกัน คือ อักก์ที่พยายามบอกวา่
กฎระเบียบทีเ่ ขียนมาดีและมีความเหมาะสมกับโรงเรียน เราตอ้ งให้ความเคารพ ในขณะทีอ่ ายันเรียกร้อง
ให้โรงเรียนและอักก์ฟังเสียงของนักเรยี น ซึ่งเป็นวิธีการทางประชาธปิ ไตย นอกจากนี้ยังมกี ารนำเสนอให้
เห็นถึงมุมองของประชาธิปไตยที่ต่างกันอกี ด้วย การอาศัยตัวละครขั้วตรงข้ามจึงทำให้ผู้อ่านได้เห็นภาพ
ของอำนาจที่สอดแทรกในทุกระดับของสังคมมากยิ่งขึ้น การปะทะกันของขัว้ ตรงข้ามก็เป็นการต่อสู้เพ่อื
อำนาจของตนเอง ซง่ึ ผูแ้ ตส่ ามารถนำเสนอได้อยา่ งแยบคาย

2.4 การนำเสนอโดยอาศยั มติ ทิ างเพศ

การอาศัยมิติทางเพศ คือ การใช้ค่านิยม มุมมองที่มีต่อเพศมาใช้ในการอธิบาย
เรอื่ งอำนาจ เพศ เป็นสงิ่ ทก่ี ำหนดอำนาจโดยเฉพาะในบริบทสงั คมที่มคี วามเปน็ ปิตาธิปไตย การใช้อำนาจ
และการกดขี่เรื่องเพศจึงสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน ผู้แต่งได้นำเสนอเรื่องอำนาจกับมิติทางเพศ
โดยให้ตัวละครให้บ้านของอักก์ได้แสดงความคิดและมุมมองของเพศชายที่มีต่อเพศหญิงว่า
ไมม่ คี วามสามารถท่ีจะสู้เพศชายได้ ดงั ตวั อยา่ งตอ่ ไปน้ี

อักก์ไม่รู้เรื่องเท่าไหร่ แต่พี่เป็นผู้หญิง พ่อมักบอกว่าผู้หญิงยังไงก็สู้ผู้ชายไม่ได้ ถ้าพี่เป็น
ผู้หญงิ แลว้ ยงั ทำได้เขาเป็นผู้ชายก็ควรจะต้องทำไดย้ งิ่ กว่า พบี่ อกพ่อกับแมแ่ ล้วทง้ั สองมคี วามสุข
เขากจ็ ะต้องเปน็ ความสุขของพอ่ แมใ่ หไ้ ด้มากกว่า

(คาธ : 362)
มมุ มองมทางเพศของเพศชายไม่ได้เป็นการดถู ูก กดข่ีเพศหญงิ เพยี งอยา่ งเดียว แต่
ยังเป็นการให้ความกดดันกับเพศชายด้วยกันด้วย ว่าต้องทำให้ดีกว่า ต้องมีความรับผิดชอบมากกว่า
ท้งั นี้ นวนิยายวายเรอ่ื งคาธ ไดน้ ำเสนอเนื่องความหลากหลายทางเพศ ความรักของเพศเดยี วกัน การอาศยั
มิติทางเพศ จงึ มากกวา่ ความเปน็ ชายหรอื หญิง แต่เปน็ การแสดงออกของเพศทีห่ ลากหลาย ในสงั คมท่ีเต็ม
ไปด้วยกรอบขนบธรรมเนียมที่กดี กันการแสดงออกเรื่องดังกล่าว อย่างเหตุการณ์ของอาจารย์ชาดกและ
อาจารยฎ์ กี า ที่ตอ้ งด้นิ รนต่อสูจ้ นต้องฆ่าตวั ตาย นอกจากน้ี ยังมีการอาศยั มติ ทิ างเพศ เพือ่ ให้เห็นถึงการใช้
อำนาจของคันและถ่ัวพู ด้วยบคุ ลกิ ของถ่วั พูเหมอื นไมแ่ มนทำใหค้ นั รู้สึกกลัว ดังนี้

“ไอค้ นั เนี่ยนะกลวั มันจะไปกลวั ไอถ้ วั่ ทำไมวะ”
“มนั คดิ วา่ คณุ ถัว่ ไมแ่ มนอะ”
‘หา?’ ในสายตาอักก์ถ่วั พูเปน็ ผูช้ ายทา่ ทางสุภาพเรยี บรอ้ ย หนา้ ตาติดจะหวานน่ารัก แขน
เรียว ขาเรยี วมอื ก็สวย แตร่ วม ๆ ไมถ่ งึ กับน่มุ นม่ิ ย่ิงห่างไกลเม่ือเทียบกับลักษณะพวกจำนรรจ์
บางทีออกจะแขง็ มอื เหมอื นห่นุ ยนตด์ ว้ ยซำ้ ดวงตาใตแ้ วน่ กลมโตก็คมปลาบ อย่างไรกต็ าม นยิ าม
เรอื่ งเพศสมัยนเ้ี ปิดไปไกลอกั กเ็ ชอ่ื ว่าตวั เองตามไม่ทันไม่สนใจตามด้วยมันเป็นเร่อื งไกลตัว

(คาธ : 49)

82

บุคลิกของคนและความเป็นเพศ ส่งผลต่อความรู้สึกนึกคิดของอีกฝ่าย เมื่อเรื่อง
เพศมีความสมั พนั ธ์กบั อำนาจ เพศจึงเป็นปจั จัยหน่งึ ท่สี ง่ เสรมิ ให้คนเกรงกลัว ผูแ้ ตง่ ยงั ไดส้ ร้างตวั ละครเพศ
หญิงที่มีบทบาทในการปกครอง เช่น อาจารย์ฝ่ายปกครอง ครูวารี ตลดจนนักการหญิง ทำให้เห็นว่าใน
ปัจจุบันสังคมก็เริ่มหันมาให้การยอมรับเกี่ยวกับเรื่องเพศมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีตัวละครเพศที่ 3 คือ
จำนรรจ์ ให้เป็นผนู้ ำในการต่อสู้กบั กลมุ่ ผู้มีอำนาจ เปน็ กลวิธที ส่ี ร้างพ้นื ท่ีใหก้ ับเพศดังกล่าว และยังทำให้
เขา้ เรื่องอำนาจมากข้นึ ดว้ ย ดงั น้ี

กะเทยหวั แขง็ พวกนี้ตัง้ ท่าอยากจะให้ยกเลิกชุดเคร่ืองแบบมาแต่ไหน พวกมนั อาจอยากใส่
ชุดกระโปรงมาโรงเรียนก็ได้ ใครจะไปรู้ แต่ที่อย่างนี้เพราะอยากสวมชุดนักเรียนออกไปแถลง
ขึน้ มาเสยี บ ใครไมร่ กู้ จ็ ะคดิ วา่ ศุภพโลเปน็ แบบนัน้ กนั ทั้งโรงเรยี น หมายถึงท้ังคณาจารย์ท่ีปล่อย
ใหน้ กั เรยี นแรดออกไปเย้ว ๆ สรา้ งความไม่สงบ สขุ ใหแ้ ก่บ้านเมอื งด้วย จากทเี่ คยมีช่อื เสียงเรื่อง
ระเบียบวินัยกก็ ลายเปน็ ขาดระเบียบวนิ ยั จากที่เคยมมี ารยาทรจู้ ักผูห้ ลกั ผ้ใู หญ่กถ็ ือปา้ ย ตะโกน
ผรสุ วาทข้ามหวั

(คาธ : 101)
นวนิยายวายเรื่องคาธ ได้นำเสนอ “กะเทย” หรือ กลุ่มบุคคลเพศที่ 3 เป็นแกน
นำในการต่อสู้เรียกร้องสิทธิของตนในการใส่เครื่องแบบนักเรียน ซึ่งเป็นประเด็นทีสังคมกำลังตั้ง
คำถามและวิพากษ์วจิ ารณ์ในวงกว้าง กลุ่มบุคคลเพศที่ 3 ทำให้เห็นถึงความแตกตา่ งทีจ่ ะก่อให้เกดิ
การเปลีย่ นแปลง คือการทำให้คนในสังคมไดเ้ หน็ คุณค่าของความเป็นคน ให้การยอมรบั ให้เกียรติใน
ตนั ตน และรสนยิ มของบุคคลอน่ื ทา่ มกลางสังคมท่ยี ึดถอื ขนบโบราณ เปน็ การสรา้ งตัวตนและความ
เสรีในพื้นที่อนุรกั ษ์นิยม
ผู้แต่งแสดงให้เห็นว่า มิติทางเพศ มีบทบาทอย่างมากในการกำหนดหน้าท่ี
บทบาท และอำนาจของมนุษย์ หากเป็นผู้ชายก้จะถูกยอมรับได้ง่าย แต่เต็มไปด้วยความกดดัน
ในขณะที่เพศหญิงจะโดนสังคมกดขี่ ดูถูก จากเพศชาย และกลุ่มเพศที่ 3 ที่โดนสังคมตีตราว่าเป็น
กลุ่มทีผิดปกติ เลยทำให้ต้องมีความพยายามในการสร้างตัวตนอย่างมาก คนมักจะมองข้าม
ความสามารถและความเป็นคน แต่ให้ความความสำคัญกับเพศ สร้างความคาดหวัง ค่านิยม
วัฒนธรรมทีป่ ฏบิ ัติกันมายาวนาน ซึ่งผู้แต่งไดส้ รา้ งพื้นทีใ่ นการแสดงออกเชิงอำนาจในสมัย สะท้อน
ความรู้สึกนกึ คดิ ความยากลำบากตา่ ง ๆ ไดอ้ ย่างดี

2.5 การนำเสนอโดยอาศัยฉากหรือพน้ื ท่ีสำคญั

การอาศัยฉากหรือพื้นที่สำคัญในการนำเสนอแนวคิดเรื่องอำนาจ ฉาก ถือได้ว่า
เป็นองค์ประกอบสำคัญของนวนิยาย โดยผู้แต่งจะสรา้ งฉากต่าง ๆ ขึ้น เพื่อให้เหตุการณ์นั้นสมจริง ดังที่
วิทย์ ศิวะศรียานนท์ (2531) กล่าวว่า ฉาก คือ เวลาและสถานที่ที่เกิดเหตุการณ์ มีความสำคัญของเวลา
และสถานที่จะทำให้เรื่องและตัวละครมีชีวิตจิตใจขึ้น ผู้แต่งนำเสนอความแนวคิดเกี่ยวกับอำนาจ
กระบวนการใช้อำนาจ เพื่อช่วยให้เห็นถึงการใช้อำนาจมากยิ่งขึ้น ฉากอาจจะรวมถึงสถานที่ บรรยากาศ

83

ช่วงเวลา และสภาพแวดล้อมภายในเรื่อง ส่งผลต่อความคิด อารมณ์ พฤติกรรม หรือการกระทำของตัว
ละคร ผู้วจิ ัยพบวา่ ผู้แต่งมีการสร้างฉากเพื่อให้ถงึ ลกั ษณะของการใช้อำนาจ เช่น ฉากโรงเรียน ฉากห้องป
ครอง ฉากไอศกรมี เป็นตน้ มรี ายละเอยี ดดงั นี้

นวนยิ ายวายเรือ่ ง คาธ ของปราปต์ ผู้แต่งได้สร้างฉากโรงเรยี นข้นึ เพอื่ เป็นสถานท่ี
หลักในการดำเนินเรื่อง ซึ่งโรงเรียนเป็นพื้นที่แห่งการใช้อำนาจ ลักษณะการใช้อำนาจในโรงเรียน คือ
กระบวนการใช้อำนาจที่มีครูหรอื อาจารย์เปน็ ผู้มีอำนาจ และนักเรียนคอื ผู้ที่อยู่ภายใต้อำนาจ ซึ่งนำไปสู่
ปัญหาระหวา่ งเด็ก โรงเรยี น ครู และผู้ปกครอง ผู้แตง่ จงึ สร้างฉากโรงเรียนทเี่ อ้ือตอ่ การใช้อำนาจเพื่อช่วย
ให้เหน็ ถงึ การใช้อำนาจมากยิ่งขึน้ ดังนี้

หยดุ ปลายเท้าฝั่งตรงข้ามรว้ั โรงเรียน สดุ สัปดาห์ในซอยแทบจะร้างคน แม้จุดน้ีจะมีกลุ่มอาคาร
พาณิชย์โผลข่ ึ้นมาดอ้ื ๆ แตก่ ็เอาโทรมเหลือแสนเมอื่ เทียบกับตกึ อกี ฝั่ง เขาสอดสายตาทะลุเหล็ก
ประตูรั้วโรงเรียนเข้าไป เห็นถนนคอนกรีตกว้างใหญ่ แทบจะใหญ่ และเรียบกว่าถนนหน้า
โรงเรียนเสยี อกี มนั ทอดเลียบไปหว่างสนาม หญ้าเขยี วชอมุ่ กับตวั อาคารสีอิฐ ก่ึงกลางมีมุขหน้า
สูงขึ้นไปกลับ คล้ายหอคอย ร่มเงาของต้นไม้พอมีแต่ไม่มาก ราวกับ ผู้มีอำนาจต้องการให้เดก็
เกบ็ ตวั อยแู่ ตใ่ นอาคารช่วงกลางวันมากกวา่ ออกมาเดินเพ่นพ่าน

(คาธ : 264)
จะเหน็ ได้ว่า โรงเรยี นเป็นสถานที่ทีถ่ ูกสร้างมาเพอื่ ให้เห็นถึงการควบคุมโดยผู้มี
อำนาจ คอื สภาพแวดล้อมทีเ่ ต็มไปดว้ ยอาคารและร้ัว ท่ีควบคมุ ไมใ่ ห้นักเรยี นหลุดออกจากกรอบที่วางไว้
ผู้แต่งยังได้สร้างฉาก ห้องปกครอง ซึ่งเป็นสถานที่ศูนย์รวมอำนาจในการควบคุมพฤติกรรมนักเรียนและ
อาจารย์ เป็นสถานที่สำหรับพิพากษาผู้กระทำความผิด การใช้อำนาจในห้องนี้เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับ
กฎระเบยี บและความเรยี บรอ้ ยของโรงเรยี น ดังน้ี

ในหอ้ งปกครองชว่ งหลงั เลิกเรียนน้ันกลับมาอึมครึม นบั เป็นชว่ งเวลาที่ศนิไม่ชอบท่ีสุด
เพราะเดก็ ๆ ทเี่ ขา้ มาตดิ จ่อเรอ่ื งงานมักไม่เหลือแลว้ หากมกี ิจกรรมใด ๆ เกิดขึ้นในหอ้ ง
นี้ ส่วนมากมักเป็นคดีต่าง ๆ ที่เธอหรืออาจารย์ชาดกจะต้อง ตัดสินใจ การรับมือกับ
เดก็ บา้ นรวยหรอื ผู้ปกครองมีอำนาจเต็มมือนนั้ เป็นเรือ่ งที่น่าหนักใจ ไมม่ ีใครรวู้ า่ หากตดิ
สนิ โทษเด็กเหล่านี้ไป ชีวิตและอนาคตของเธอจะยงั ปลอดภยั หรือเปลา่

(คาธ : 220)

ฉากห้องปกครองจะแสดงให้เห้นอย่างชัดเจนถึงการใช้อำนาจ ผู้มีอำนาจ และ
กระบวนการใช้อำนาจในโรงเรียน คอื การที่อาจารยฝ์ า่ ยปกครองจะมีสิทธิ์ในการการพพิ ากษาโทษในห้อง
น้ี เมือ่ มคี ดีความตา่ ง ๆ เกดิ ขนึ้ ฉากดงั กลา่ วจะต้องปรากฏเพื่อให้ตวั ละครสามารถดำเนนิ การใช้อำนาจได้
นอกจจากนี้ ผู้แต่งยังได้สร้างฉากซึ่งเป็นสถานที่หลักขนบธรรมเนียมของสังคม นั่นคือร้านไอศกรีมวาย

84

ทเ่ี ปิดบริการเฉพาะกลุ่มชายรกั เทา่ นั้น เป็นการสร้างพน้ื ทีอ่ ำนาจใหแ้ กค่ นชายขอบไดม้ ีตวั ตน ไดแ้ สดงออก
ตามรสนิยมของตนโดยไดร้ ับการยอมรับจากกล่มุ เดียวกัน

ลักษณะร้านนั้นสมกับคอนเซปต์เพี้ยน ๆ ของมันดี ทั้งร้าน แต่งด้วยสีพาสเทลสว่างไสว เต็มไป
ด้วยของประดับกระจกุ กระจิก หวานแบว๊ เมนทู ี่ขาดไมไ่ ดค้ ือนมชมพู ไอศกรีมยูนิคอร์น สายไหม
กล่ินและเสยี งเพลงในรา้ นกใ็ ห้อารมณ์มุง่ มงึ เหมือนหลดุ มาอีกโลก
“พี่เข้าใจว่ามันเป็นกฎแปลก ๆ แต่ทางร้านของเราตั้งใจให้เป็นพื้นที่เฉพาะสำหรับคู่วายจริง ๆ
ค่ะ” พนักงานรับรองสาวที่หน้าร้าน มีหน้าตาน่ารักเหมือนตัวละครผู้หญิงขาขึ้นในการ์ตูนวาย
นอกจากพูดเสียงเล็กเสียงนอ้ ยพลางเพิง่ ตากลมโต พูดจบยังรีดริมฝีปากแล้ว ทำปากยื่นแหลม ๆ
ออกมานิดหนึ่งเพอ่ื เพิ่มความแบ๊ว

(คาธ : 399)
ฉากร้านไอศกรมี ยงั ไดแ้ สดงถงึ อัตลกั ษณ์ของกลมุ่ รกั เพศเดียวกันได้อย่างชัดเจน
เชน่ การตกแตง่ ด้วยสพี าสเทลสว่างไสว การจำหน่ายไอศกรมี ยูนิคอรน์ สายไหม และการให้บรกิ ารเฉพาะ
กลุ่มชายรักลายเท่าน้ัน ฉากจึงเป็นสว่ นสำคัญมากทีท่ ำใหเ้ ราเขา้ ใจบริบท ความรู้สึกนกึ คิกดของตัวละคร
ไดม้ ากย่งิ ขนึ้

2.6 การนำเสนอโดยอาศัยมมุ มองผู้เล่าเรื่อง

ผู้แต่งอาศัยมุมมองผู้เล่าเรื่อง คือ มุมมองของผู้เล่าเรื่อง หมายถึง มุมมอง
โดยทั่วไปของผู้แต่ง และความคิดเหน็ ของเขาในเรอื่ งต่าง ๆ ที่แสดงออกในนวนยิ ายเรอื่ งนั้น ๆ ซึง่ อาจเป็น
การสนับสนุน เห็นอกเห็นใจ หรือคัดค้านในความหมายอีกอย่างหนึ่ง หมายถึง ตัวผู้เล่าเรื่องกล่าวคือ
เหตุการณ์และพฤติกรรมในเรื่องนั้นได้ถูกนำเสนอแก่ผู้อ่านโดยผ่านสายตาและมุมมองของผู้แต่ง หรือตัว
ละครตัวใด ผู้แต่งได้ใช้มุมมองแบบสายตาพระเจ้า ผู้อ่านจะรู้ทุกอย่างที่เกดิ ขึ้นในเร่ือง แต่มีการใช้สรรพ
นามแทนแตกต่างกันแทนความรู้สึกของตัวละคร โดยส่วนใหญ่จะใช้สรรพนามที่อักก์เรียกเพื่อน ดัง
เหตกุ ารณท์ อ่ี กั ก์เจอกบั อายนั ในห้องนำ้ ดังน้ี

ในที่สุดกห็ ลดุ นสิ ยั จรงิ อักกผ์ ้ใู จรอ้ น ขีโ้ วยวาย และไมไ่ ดม้ ่ันใจ ในตวั เองนกั กำลังแหวกทะลุ
หนา้ กาก และชดุ คลมุ สุขมุ หลอ่ เท่ทพ่ี ยายามถูกสรา้ งมานาน

“แตถ่ ึงอย่างน้นั ก็ยงั นา่ รกั นะ” ไอ้บา้ วาดมือมาโอบหลังเขา กอ่ นดึงกลบั ไปเก็บสัมภาระของ
ตัวเอง ไม่ได้ล้างมือดว้ ยซำ้ กค็ อ่ ย ๆ ถอยไปยังประตู

อกั ก์จะหนั ตาม ทวา่ ทันนึกไดก้ ่อนวา่ ตวั เองยงั ไมเ่ รยี บร้อย จึงได้แตเ่ ก้ ๆ กงั ๆ ดงึ ตัวเองกลับ
หาโถ เฉพาะสายตามองอีกฝ่ายเคลื่อนไกลออกไป ริมฝีปากสั่นด้วยความโกรธ ยังไม่สามารถ
ปรเิ ปิดเป็นคำทอ่ี ยากตะโกนได้

“กูไม่ไดม้ องตูดถงึ กูมองรอยสกั มงึ ตา่ งหาก ท่นี ี่เขาไมใ่ ห้สกั กนั ไอค้ วาย!”

85

ใช่ ท่ีทำไม่ได้ เพราะระยะท่ีไกลข้นึ จนเห็นหน้าตรง และทงั้ ตัวกลับกระตกุ อกี ภาพขึ้นฉายในหัว
ไอบ้ า้ นนั่ คงไมท่ ันสังเกตสหี นา้ เขาท่ีผลัดลงรวดเรว็ มันผวิ ปาก เพลงเดมิ อีกครัง้ แลว้ คอ่ ย ๆ หมุน
ลูกบดิ ถอยตามรอยแยกของชอ่ ง ประตอู อกไป ก่อนปล่อยใหบ้ านประตไู มเ้ ดง้ หบั ตามเก่า

(คาธ : 33)

ผู้แต่งจะเรียกชื่อักก์ แบบตรงไปตรงมา และใช้สรรพนามแทนตัวละครอื่น ๆ
เหมือนกบั ทอี่ ักกเ์ รยี ก ในบางครง้ั เราอาจเข้าใจผิดว่า อักกค์ อื ผู้เล่าเรอ่ื ง แต่ในความจริงแล้วอักก์เป็นเพียง
ตัวละครท่ถี ูกเล่าเท่านัน้ วธิ ีนีท้ ำให้ผู้อ่านสามารถเข้าใจตัวละครมากในสว่ นของความรู้สึกนึกคิด ทัศนคติ
ของอักก์ทม่ี ีตวั ละครอนื่ ๆ มากย่งิ ข้นึ ดงั น้ี

คาบทสี่ องของวันนเ้ี ปน็ คาบวิชาสงั คมศกึ ษา อาจารย์วารีเจา้ ของวชิ า เปน็ ปา้ แกห่ ่นุ ทรงชมพู่ สวม
ชุดผา้ ไทยอันไม่ขับผิว ผมบ๊อบตดิ ก๊ิบแนวยนู ิคอรน์ ซ่งึ ไม่ขับหนา้ หนา้ ตามทช่ี วนถกู ขับไล แกเดิน
มาถึงหน้าห้องพร้อม ๆ กับอักก์และครรลอง ทั้งสองจึงต้องเปิดประตูผายมือให้แกเข้าไปก่อน
อาจารยท์ ำตาขวาง บน่ พลางว่าพวกเขาเขา้ ห้องเรียนสาย แต่นั่นยังไม่น่ารำคาญเท่าคนที่คอยอยู่
คกู่ นั “กลับมาแล้ว...” ไอ้อายนั แสรง้ ทักเสยี งหวานเมือ่ อกกเ็ ดนิ เข้า มาถงึ โต๊ะ

(คาธ : 73)

ในขณะเดียวกัน ถ้าเล่าถึงมุมของตัวละครอื่น ๆ อย่างเช่น อาย หรือ อายัน
ผู้แต่งก็ยังจะใช้วิธีเดิม คือการแทนชื่อผู้ที่เล่าถึง และใช้สรรพนามแทนตัวละครอื่น ๆ เหมือนกับที่อายนั
เรียก ดังท่ปี รากฏในเรอ่ื ง ดังน้ี

น้ามจี ติ วิทยา แตเ่ หนือกว่านัน้ คือน้ามใี จเมตตาเสมอ แตไ่ หนมาอายันมักร้สู ึกวา่ เขาไมเ่ คยเป็นของ
ใคร ของที่ใด ๆ เขาแปลกแยก แม้เมอื่ นอนอยู่บนเตียงของตวั เอง ความแปลกแยกนัน้ มาจากธาตุ
แทอ้ นั ชวนสงสัย ซึง่ เคยทำให้เขาพยายามหาทางปกปิดไมใ่ หค้ นอน่ื สงสัย แต่นา้ ซ่ึงถกู พอ่ แม่ของ
เขานินทาลับหลงั วา่ “คดิ ตื้น ๆ และ นาจะไปได้ไกลกว่านี้ กลับเปน็ คนเดยี วท่ีมองเห็นร่องรอยท่ี
เขาเพียรปดิ

(คาธ : 173)
ผู้แต่งได้ใช้อาศยั มุมมองการเล่าเรื่องกล่าวมาเพื่อช่วยทำให้ผูอ้ ่านรูส้ ึกเป็นส่วน
หนึ่งของตัวละคร มีความรู้สึกนึกคิดคล้อยตาม บางสถานการณ์เป็นการชี้นำให้ผู้ได้คิดตริตรอง นำไปสู่
กระบวนการแก้ไขปญั หา ซึง่ นอกจจากจะทำให้ผู้อ่านเข้าใจเรอ่ื งมากขนึ้ แล้ว ยังเปน็ การทำให้ผู้อ่านได้คิด
ตามเน้ือเรือ่ งด้วย ในการคลายปมปัญหาจึงมคี วามตน่ื เต้น และความเขา้ ใจวธิ คี ดิ ของตัวละครอีกด้วย

จากการศกึ ษากลวธิ ที ่ีใช้ในการนำเสนอแนวคิดเรอ่ื งอำนาจ ในนวนยิ ายวายเรื่อง
คาธ ผู้วิจัยพบว่า องค์ประกอบของนวนิยาย ตัวละคร ฉาก แนวคิดอื่น ๆ เป็นส่วนสำคัญที่ผู้แต่งนำมา
หลอมรวมกันแล้วทำให้เรือ่ งราวมีความน่าสนใจ สามาถนำเสนอประเด็นทีน่ ่าฉุกคิด สะท้อนภาพสังคมท่ี

86

เตม็ ไปด้วยการใชอ้ ำนาจ กลวธิ ีต่าง ๆ เพ่อื คลคี่ ลายปมความขัดแย้งท่ีเกดิ ข้ึนภายในเรือ่ งผ่านตอนตา่ ง ๆ ท่ี
ปรากฏภายในเร่ือง ใหผ้ ู้อ่านไดเ้ ข้าใจสาเหตขุ องตัวละครที่เลือกใช้อำนาจ นอกจากจะทำใหเ้ รื่องมคี วามน่า
ใจ อ่านสนุก ดึงดูดให้ผู้อ่านได้ลุ้นและติดตามแล้ว ยังทำให้เห็นอำนาจและบริบทของอำนาจชัดเจนมาก
ยง่ิ ข้นึ

บทท่ี 4
บทยอ่ สรปุ ผล อภปิ รายผล และข้อเสนอแนะ

บทย่อ

สารนิพนธ์เรื่อง แนวคิดเรื่องอำนาจในนวนิยายวายเรื่อง คาธ ของ ปราปต์ มีวัตถุประสงค์เพ่อื
ศึกษาแนวคดิ เรื่องอำนาจ และเพื่อวเิ คราะห์กลวิธีทีใ่ ช้ในการนำเสนอแนวคิดเรื่องอำนาจในนวนิยายวาย
เรื่อง คาธ ของ ปราปต์ โดยผู้วิจัยได้แบ่งประเด็นการศึกษาออกเป็น 2 ประเด็น ได้แก่ 1) ศึกษาแนวคิด
เร่ืองอำนาจ ได้แก่ ที่มาของอำนาจ กระบวนการใช้อำนาจ ผลของการใชอ้ ำนาจ และ 2) กลวิธที ี่ใช้ในการ
นำเสนอแนวคิดเรื่องอำนาจ ผู้วิจัยพบว่า ผู้แต่งมีการนำเสนอแนวคิดเรื่องอำนาจ ที่ปรากฏภายในเรื่อง
อยา่ งน่าสนใจและเดน่ ชัด ผ่านองคป์ ระกอบของนวนยิ วาย ท้ังน้ี ผ้แู ต่งยังมกี ารนำเสนอผลท่ีเกดิ จากการใช้
อำนาจ และความสัมพันธ์เรื่องอำนาจกับสังคมสอดแทรกไว้ภายในเรื่อง เพื่อให้เห็นถึงกลไกของการใช้
อำนาจ และโทษของการใช้อำนาจในทางที่ไม่ดี ให้สังคมได้เล้งเห้นถึงปญั หารที่อาจจะตามมาหากเราใช้
พลังอำนาจน้ันเกดิ นขอบเขต

สรปุ ผล

ผลการศึกษาแนวคิดเรื่องอำนาจในนวนิยายวายเรื่อง คาธ ของ ปราปต์ ตามจุดมุ่งหมายและ
การดำเนนิ การศึกษาคน้ คว้า ผวู้ ิจัยสรุปผลการศกึ ษาไดด้ ังน้ี

1. แนวคดิ เรอ่ื งอำนาจ

จากการศึกษาแนวคิดเรื่องอำนาจในนวนิยายวายเรื่อง คาธ ของ ปราปต์ ผู้วิจัยได้แบ่ง
ประเด็นการศึกษาออกเป็น 3 ประเด็น คือ ที่มาของอำนาจ กระบวนการใช้อำนาจ ผลของการใช้อำนาจ
ผลการศึกษามดี ังนี้

1.1 ที่มาของอำนาจ พบ 3 ลักษณะ ไดแ้ ก่

1.1.1 อำนาจที่มที ่ีมาจากตวั บคุ คล คอื การสร้างผลกระทบ การครอบงำหรอื การ
บังคับให้กับคนที่อยู่ในสภาพแวดล้อมปฏิบัติตามความต้องการของบุคคลนั้น ๆ หรือกระทำบางสิ่ง
บางอยา่ งเพื่อใหผ้ ้อู นื่ รู้สึกเกรงกลวั ในพลังอำนาจ มีท่ีมาจากตวั บุคคล

1.1.2 อำนาจท่มี ีทีม่ าจากกฎระเบียบ อนั เปน็ องคป์ ระกอบท่ีทำให้พลังอำนาจนั้น
เกิดความชอบธรรมในรูปแบบของ “กฎ” ซึ่งได้รับการยอมรับ เป็นข้อตกลงร่วมกันของคนในสังคม เพื่อ
สรา้ งความเปน็ ระเบยี บเรียบรอ้ ย ความยตุ ิธรรม และเปน็ กรอบการปฏิบตั ิให้แก่ผคู้ น

1.1.3 อำนาจที่มีทีม่ าจากสิง่ เหนือธรรมชาติ คือ การสร้างพลังอำนาจโดยการใช้
ส่ิงเหนอื ธรรมชาติ เชน่ ความเช่อื คาถาอาคม คำสาป ตำนาน ซึง่ เป็นสง่ิ ท่ีไม่อยู่ภายใต้กฎธรรมชาติ หรือ

87

วิทยาศาสตร์ เป็นการอปุ มาถึงส่ิงทมี่ ีอยู่เหนอื และพน้ ธรรมชาติ เพ่ือเป็นเครอ่ื งมอื ในการควบคุมความเป็น
ระเบยี บในสังคม

1.2 กระบวนการใชอ้ ำนาจ แบ่งเป็น 3 ลกั ษณะ ไดแ้ ก่

1.2.1 กลมุ่ ผูใ้ ชอ้ ำนาจและกล่มุ ผถู้ ูกใชอ้ ำนาจ พบ 3 ลกั ษณะ ไดแ้ ก่

1.2.1.1 การใช้อำนาจในกลุ่มผู้บังคับบัญชาต่อผู้ใต้บังคับบัญชา ซึ่งอาจ
มองเป็นลักษณะของหัวหน้าและลูกน้อง ความเป็นหัวหน้าและความเป็นลูกน้องในที่นี้หมายถึง เป็น
หวั หน้างานและลกู นอ้ งหรอื ผู้ทอี่ ยูภ่ ายใต้บงั คบั บญั ชา อันเป็นหนา้ ท่ีท่ีได้รบั หมาย

1.2.1.2 การใช้อำนาจในกลุ่มอาจารย์ต่อนักเรียน บริบทสังคมได้ให้
ความสำคญั กับครูหรอื อาจารยเ์ ปน็ อยา่ งมาก คือ การยกย่อง เชดิ ชู ให้เกยี รติ ให้ความเคารพ โดยลกั ษณะ
ความสัมพันธ์นจ้ี ึงทำให้อาจารย์มอี ำนาจต่อนักเรยี นโดยปริยาย คือเม่ือนักเรียนยกย่อง เชดิ ชู ให้เกียรติ ให้
ความเคารพต่อครูในฐานะผู้ประสิทธปิ ระสาทวิชา กย็ ่อมมีความเกรงใจและจำยอมอยู่ภายใต้การควบคุม
ของอาจารย์ด้วย

1.2.1.3 การใช้อำนาจของรัฐต่อพลเมือง โดยอำนาจรัฐเป็นอำนาจที่มี
ความสมั พนั ธ์กับการปกครอง ผูแ้ ต่งไดน้ ำเสนอเรือ่ งการใช้อำนาจของรัฐกบั พลเมือง โดยการยกกฎหมายที่
เกย่ี วกบั โรงเรยี น เชน่ การจัดระเบียบโรงเรยี น การแตง่ ตงั้ สารวัตรนักเรียน การลงโทษนักเรยี น นอกจากน้ี
ผู้วิจัยพบว่าผู้แต่งยังได้นำเสนอเรื่องของการใช้อำนาจของรัฐผ่านเหตุการณ์การชุมนุมของนักเรียนและ
กลุ่มเยาวชน ที่ออกมาเรียกร้องสทิ ธิ และต้องการแกไ้ ขกฎระเบียบในโรงเรยี น ทำให้เห็นภาพของการใช้
อำนาจของรัฐที่มีอำนาจเด็ดขาดในการกระทำการใด ๆ โดยไม่ต้องขออนุญาตจากใครและมีความชอบ
ธรรมเมอื่ อ้างถึงความมน่ั คงของรฐั

1.2.2 พื้นท่ีในการใชอ้ ำนาจ พบ 3 ลักษณะ ได้แก่

1.2.2.1 การใช้อำนาจในครอบครัว เป็นการใช้อำนาจในลักษณะของการ
บังคบั หรือบอกให้ทำตาม อาจจะเปน็ การใชน้ ้ำเสียง คำพูดหรือการกระทำทีแ่ สดงถึงการใช้อำนาจในการ
สร้างผลกระทบ ครบงำ ซึง่ จะมีปัจจยั เก่ียวกบั ความสัมพนั ธ์ในครอบครวั มาเก่ียวข้อง การใชอ้ ำนาจในพื้นที่
ครอบครวั เป็นการใชอ้ ำนาจแบบประนปี ระนอม คอื การใช้เหตผุ ลในการตัดสนิ ใจ

1.2.2.2 การใชอ้ ำนาจในโรงเรียน กระบวนการใช้อำนาจท่ีมคี รูหรอื อาจารย์
เป็นผู้มีอำนาจ และนักเรียน คือ ผู้ที่อยู่ภายใต้อำนาจ ซึ่งนำไปสู่ปัญหาระหว่างเด็ก โรงเรียน ครู และ
ผปู้ กครอง เช่น การละเมดิ สทิ ธขิ องนักเรียน การลงโทษนกั เรียนเกินสมควร การใช้ความรนุ แรงทง้ั ทางกาย
และวาจา ซึ่งโรงเรียนถือเป็นพ้ืนท่ีแหง่ อำนาจนิยม คือ การเชิดชูอำนาจ และอาศัยคำสั่งของครู (ผู้ใหญ)่

88

เป็นเครื่องมอื ชี้ขาด เป็นพนื้ ทท่ี ค่ี วบคมุ ความประพฤตขิ องคน ท่ีต้องเปน็ แบบแผน บางที่อาจมีกฎระเบียบ
ควบคมุ ไปถงึ กิริยาทา่ ทาง

1.2.2.3 การใช้อำนาจในชุมชน / สังคม เป็นพื้นที่ที่มีกลุ่มคนอาศัยอยู่
ร่วมกัน มีวิถีการดำเนินชีวิตในรูปแบบที่คล้ายคลึงกัน มีความรู้สึกนึกคิดเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน มี
ปฏิสัมพันธ์ต่อกนั และกนั ในกลุ่มจะต้องอยู่ภายใต้กฎระเบียบกฎเกณฑ์เดียวกัน ผู้แต่งได้นำเสนอการอยู่
รว่ มกันของคนในชมุ ชน โดยใชส้ ถานท่ีโรงเรยี นและบริเวณบ้านของตวั ละครเปน็ ฉากสำคัญ เพอื่ ทำให้เห็น
ถึงลักษณะของชุมชน ความเป็นมนุษย์ที่อยู่รวมกัน ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการใช้อำนาจมีเป็นระบบองค์กร
หรืออำนาจทีเ่ กดิ จากผู้มอี ำนาจสูงสุด การใช้อำนาจในชมุ ชนส่วนใหญ่คือการใช้อำนาจรัฐ นอกจากนี้ ผู้มี
อำนาจใช้ลักษณะนิสัยของคนในชุมชนเป็นเครื่องมือในการเข้าไปครอบงำ บังคับ ให้ผู้คนมีความคิดหรือ
พฤติกรรมเปลย่ี นไปตามความตอ้ งการของผูม้ อี ำนาจ

1.2.3 ลกั ษณะของการใชอ้ ำนาจ พบ 3 ลักษณะ ได้แก่

1.2.3.1 การใช้อำนาจผ่ายคำพูด คือ การที่ตัวละครใช้คำพูดเพื่อไปสร้าง
ผลกระทบ ครอบงำ หรือบังคับให้สิง่ แวดล้อมเป็นไปตามความต้องการ หรือกรอบที่วางไว้กับอีกฝ่าย ซึ่ง
คำพดู ที่ใช้จะมีนยั เชิงบงั คับหรอื การแสดงอำนาจของตัวเอง นนั่ ก็คอื คำพดู ที่มีลกั ษณะ “คำสั่ง” เม่ือผู้พูด
พดู ออกไป อีกฝา่ ยก็จะมีพฤติกรรมเปลย่ี นไปจากเดิม

1.2.3.2 การใช้อำนาจผ่านน้ำเสียง เพื่อเน้นให้ผู้อ่านเห็นถึงเจตนารมณ์ใน
การใช้อำนาจของผู้พูดกับคสู่ นทนา สว่ นใหญ่ในสถานการณ์ที่ผ้พู ูดต้องการใชค้ ำพดู เพ่อื แสดงอำนาจ หรือ
ความต้องการในการควบคุม ครอบงำ หรือให้คนตรงข้ามมีท่าที พฤติกรรม หรือความคิดให้เป็นไปตาม
ความต้องการแล้ว มักจะใช้น้ำเสียงที่ดุดัน เสียงดัง มีความเด็ดขาด แสดงถึงความรู้สึกของผู้มีอำนาจ
และต้องการจดั การส่ิงทอี่ ยูต่ รงหน้าให้เปน็ ไปตามความตอ้ งการ

1.2.3.3 การใชอ้ ำนาจผ่านการกระทำ คือ การใชอ้ ำนาจของผู้มีอำนาจโดย
ใช้ “กำลงั ” หรือ “การกระทำ” การใชค้ วามรุนแรงท่ีสง่ ผลกระทบต่อร่างกาย การใชอ้ ำนาจในลักษณะนี้
เปน็ กล่มุ ผมู้ อี ำนาจท่เี ขา้ ควบคมุ ผู้ท่ีอย่ภู ายใต้อำนาจแบบเดด็ ขาด คอื จะต้องปฏิบัติตามคำส่ังนน้ั ทนั ที

1.3 ผลของการใช้อำนาจ พบ 8 ลกั ษณะ ไดแ้ ก่

1.3.1 การแบ่งฝ่าย คือ เจตนาของคนที่ต้องการแบ่งออกจากกันเป็นส่วน
หนึ่งต่างหาก การแบ่งแยกเปน็ จุดเริ่มต้นแห่งความขัดแยง้ เมื่อเกิดเป็นกลุ่มต่าง ๆ ก็จะเกิดความเป็นเขา
และความความเรา ทไ่ี มอ่ าจทำใหเ้ ป็นส่วนเดียวกนั ได้

89

1.3.2 ความไม่เท่าเทียม ซึ่งปรากฏในทุกพืน้ ที่ เป็นเหตุการณ์ที่คนบางกลุ่ม
ในสังคมไม่มโี อกาสเข้าถึงโอกาสเหมือนคนอีกกลมุ่ หน่งึ การใชอ้ ำนาจของผู้มอี ำนาจในโรงเรียนหรือสังคม
โดยเกดิ ความเหล่ือมลำ้ ขน้ึ โดยเฉพาะในพ้นื ท่ีโรงเรียนทกี่ ลุ่มผ้มู อี ำนาจจะมีอภสิ ิทธ์ใิ นการเข้าถงึ ทรัพยากร
ของโรงเรียนมากกว่าคนอืน่

1.3.3 ความขัดแย้ง เป็นสิ่งที่เกิดจากการที่สภาพการณ์หรือสถานการณ์ที่
เป็นความแตกตา่ งที่บุคคลสองคนหรือมากกว่า แสดงพฤติกรรมเปิดเผยออกมาอย่างแตกตา่ งกัน นำไปสู่
ความหมางเมิน หรืออาฆาตมาดร้าย โดยอาจแสดงออกทางความคดิ ทา่ ทาง วาจา

1.3.4 การต่อต้าน/ขัดขืน คือ บุคคลตั้งแต่สองคนขึ้นไปมารวมกัน มีความ
เกี่ยวข้องสัมพันธ์กันทำกิจกรรมอย่างใดอย่างหนึ่งร่วมกัน จะมีชุดความคิด อุดมการณ์ ความคาดหวังท่ี
คล้ายกัน เพื่อให้กิจกรรมนั้นบรรลุจุดหมายปลายทางที่กลุ่มกำหนดไว้โดยที่ทุกคนอยู่ร่วมกันได้อย่างมี
ความสขุ ด้วย

1.3.5 ความสัมพันธถ์ ดถอย คอื การท่ผี ใู้ ชอ้ ำนาจใช้อำนาจในสงั คม จนทำให้
คนในสังคมนนั้ เกดิ ช่องว่างระหว่างกันและกนั โดยอาจเป็นช่วงว่างระหวา่ งตัวผู้มีอำนาจกับผู้อยู่ใต้อำนาจ
หรือผทู้ ่อี ยใู่ ตอ้ ำนาจดว้ ยกนั เอง จงึ ความให้ความสมั พันธ์ระหวา่ งกนั เรมิ่ ถดถอย

1.3.6 การหลีกหนี คอื การทบี่ ุคคลเล่ียงจากสถานการณ์ใดสถานการณ์หน่ึง
ด้วยวิธีการบางประการ เพื่อให้ตนเองนั้นหลุดพ้นจากความกดดันหรือความยากลำบาก การหลีกหนีมัก
เกิดขึ้นกับผู้ได้รับความกดดันจากบุคคลรอบข้างมาก ๆ เป็นเวลานาน ส่งผลให้เขาเกิดอาการอยาก
หลกี เลีย่ ง ไม่เปน็ ตวั ของตัวเอง จงึ ตอ้ งเลอื กหลกี หนีจากสถานการณต์ รงน้ัน

1.3.7 การลดทอน คือ การลดลงหรือลดลงของบางสิ่งบางอยา่ ง อาจจะเปน็
เรื่องของบทบาทหนา้ ที่ การมอี ำนาจ คา่ นิยม การใหค้ วามสำคญั การลดทอนมกั จะเกิดจากสภาพแวดล้อม
ทไี่ ดร้ ับความกดดันจนทำใหเ้ กิดการเบื่อหน่ายต่อระบบอำนาจ จึงเกิดกลวธิ ใี นการเสยี ดสี การต่อต้าน และ
ลดทอนคุณค่าในทสี่ ดุ

1.3.8 ความหวาดกลัว เปน็ การใช้อำนาจนัน้ จะสรา้ งผลกระทบต่อผู้อื่นเสมอ
จะดีหรือร้ายก็ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ ในบางครั้งก็ทำให้ผู้อื่นขาดโอกาส อับอาย เสียผลประโยชน์ ซึ่งผู้มี
อำนาจเองก็เกดิ อาการหวาดกลัวจากการทีต่ ัวเองนัน้ มีอำนาจ ซง่ึ ในบางสถานการณต์ นกค็ อื ผู้ถกู กระทำ

2) กลวิธที ใ่ี ช้ในการนำเสนอแนวคิดเร่อื งอำนาจ

จากการศึกษากลวิธีที่ใช้ในการนำเสนอแนวคิดเรื่องอำนาจ ในนวนิยายวายเรื่อง คาธ ของ
ปราปต์ ผลการศึกษามดี ังน้ี

90

2.1 การนำเสนอโดยอาศัยโครงเรื่อง คอื การเชอื่ มโยงเหตุการณ์ ลำดบั ของเหตุการณ์ที่
ประกอบเข้าเร่อื ง เพือ่ นำไปสู่จุดประสงค์สำคญั นั่นก็คอื แนวคิดเรอ่ื งอำนาจ ผ่านวิธีการสืบสวนสอบสวน
การพสิ จู น์ความจริง และยังนำเสนอประเดน็ อน่ื ๆ เกีย่ วกับการใช้อำนาจในสงั คมผา่ นโครงเรอ่ื งยอ่ ย

2.2 การนำเสนอโดยอาศัยบทสนทนา ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการดำเนินเรื่อง บทสนทนา
สะท้อนถึงพฤติกรรม ทัศนคติ มุมมอง ความรู้สึกนึกคิดและภูมิหลังของตวั ละคร มีส่วนช่วยในการความ
ขดั แย้งของเรอื่ ง ผ้แู ตง่ นำเสนอความแนวคดิ เก่ียวกับอำนาจ กระบวนการใชอ้ ำนาจผ่านตัวละคร เพ่ือช่วย
ให้เหน็ ถงึ การใชอ้ ำนาจมากยิ่งขนึ้

2.3 การนำเสนอโดยการอาศัยตัวละครขั้วตรงข้ามคือการนำเสนอกลุม่ คนที่มีความคดิ
เป็นปจั เจก มคี วามแตกตา่ งกันในเรอ่ื งอุดมการณ์ มมุ มอง ซ่ึงทำให้เห็นถึงความขดั แย้ง และการใช้อำนาจ
เพือ่ หกั ลา้ งฝ่งั ตรงขา้ ม

2.4 การนำเสนอโดยอาศยั มิตทิ างเพศ คอื การใชค้ า่ นยิ ม มุมมองที่มตี อ่ เพศมาใช้ในการ
อธิบายเร่อื งอำนาจ เพศ เป็นสง่ิ ทกี่ ำหนดอำนาจโดยเฉพาะในบรบิ ทสังคมทมี่ ีความเปน็ ปติ าธิปไตย

การใช้อำนาจและการกดข่ีเรอ่ื งเพศจึงสามารถมองเห็นไดอ้ ยา่ งชัดเจน

2.5 การนำเสนอโดยอาศัยฉากหรือพนื้ ท่ีสำคัญ ถอื ไดว้ ่าเปน็ องค์ประกอบสำคัญของนว
นิยาย โดยผู้แต่งจะสร้างฉากต่าง ๆ ขึ้น เพื่อให้เหตุการณ์นั้นสมจรงิ ผู้แต่งนำเสนอความแนวคิดเกีย่ วกับ
อำนาจ กระบวนการใช้อำนาจ เพื่อช่วยให้เห็นถึงการใช้อำนาจมากยิ่งขึ้น ฉากอาจจะรวมถึงสถานท่ี
บรรยากาศ ช่วงเวลา และสภาพแวดล้อมภายในเรื่อง ส่งผลต่อความคิด อารมณ์ พฤติกรรม หรือการ
กระทำของตวั ละคร

2.6 การนำเสนอโดยอาศัยมุมมองผ้เู ล่าเรอื่ ง คือ มุมมองโดยท่วั ไปของผู้แต่ง และความ
คิดเห็นของเขาในเรื่องต่าง ๆ ที่แสดงออกในนวนิยายเรื่องนั้น ๆ ซึ่งอาจเป็นการสนับสนุน เห็นอกเหน็ ใจ
หรือคัดคา้ นในความหมายอกี อย่างหนึ่ง หมายถึง ตวั ผ้เู ล่าเรื่องกลา่ วคือ เหตุการณแ์ ละพฤติกรรมในเร่ือง
น้ันได้ถูกนำเสนอแก่ผ้อู ่านโดยผ่านสายตาและมุมมองของผู้แตง่ หรือตัวละครตัวใด ใช้มมุ มองแบบสายตา
พระเจา้ ผู้อา่ นจะรทู้ ุกอย่างที่เกิดขึ้นในเร่อื ง แตม่ ีการใช้สรรพนามแทนแตกต่างกันแทนความรู้สึกของตัว
ละคร โดยสว่ นใหญจ่ ะใช้สรรพนามทีอ่ กั ก์เรยี กเพื่อน

อภิปรายผล

จากการศึกษาแนวคดิ เรอ่ื งอำนาจในนวนยิ ายวายเร่อื ง คาธ ของ ปราปต์ ที่นำเสนอแนวคดิ เรอื่ ง
อำนาจ โดยถ่ายทอดผ่านเรื่องราวของความลับและความรักและอยู่ภายใต้กฎระเบียบของโรงเรียนและ
สงั คม ทา่ มกลางความขดั แย้งระหว่างกลมุ่ ท่พี ยายามใช้อำนาจเพื่อรกั ษาผลประโยชนแ์ ละชื่อเสยี งของกลุ่ม
หรือองค์กร กบั กลุ่มทพ่ี ยามปลดแอกจากกฎระเบียบท่ีไมม่ ีความเปน็ ธรรม เพอื่ สร้างพื้นทเี่ สรีให้กับตนเอง

91

บนพื้นฐานของสิทธิเสรีภาพในสังคม ซงึ่ ในปัจจุบนั สังคมมีการถกเถยี งและเรยี กร้องกัน อีกทั้งยังนำเสนอ
แนวคิดเรือ่ งอำนาจทีม่ คี วามสัมพันธ์กับบริบททางเพศ

จากการศึกษาพบว่า แนวคิดเรื่องอำนาจที่ผู้แต่งนำเสนอ เป็นอำนาจในพื้นที่สถานศึกษา
ที่มีความสัมพนั ธ์กับกฎระเบียบและการใช้อำนาจในการควบคุมคนในสังคม ได้แก่ ที่มาของอำนาจ ซึ่งมี
ที่มาจาก 3 ลักษณะ คอื บคุ คล กฎระเบียบ และสง่ิ เหนอื ธรรมชาติ เพอ่ื เปน็ สง่ิ ท่ีทำให้เกดิ กระบวนการใช้
อำนาจ โดยการนำพลังอำนาจที่ได้เหล่านี้ไปใชใ้ นการสร้างผลกระทบ ครอบงำ หรือบังคับให้สิ่งแวดลอ้ ม
เป็นไปตามความต้องการ หรือกรอบทีว่ างไว้ ถงึ แม้วา่ ท่ีมาจะมีลักษณะแตกต่างกนั แต่มีความสัมพันธ์กัน
ผู้วิจัยพบว่า บุคคล จะมีผลต่อที่มาของอำนาจลักษณะอื่น ๆ ด้วยเช่นกัน คือ บุคคลหรือกลุ่มบุคคลจะมี
ส่วนในการวางกรอบควบคุมสังคม และยังเป็นคนผลิตตำนานหรือเรื่องเล่า เพื่อควบคุมคนในรูปแบบ
สิ่งเหนือธรรมชาติ อำนาจจะเกิดขึ้นจากคนที่เป็นผู้นำหรือผู้มีอำนาจในสังคม ทั้งเรื่องตัวบุคคล ผู้ที่มี
อำนาจท่ีสุดจะเป็นตวั ควบคมุ เป็นผอู้ อกกฎ เปน็ ผู้สร้างวาทกรรม และเปน็ ผ้ทู สี่ รา้ งเรือ่ งราวท่ีเป็นส่ิงเหนือ
ธรรมชาติ เพือ่ ใหอ้ ำนาจและกระบวนการใช้ควบคมุ คนมคี วามชอบธรรม

ในส่วนของกระบวนการใช้อำนาจ คือ กระบวนการที่ผู้มีอำนาจใช้ในการสร้างผลกระทบ
ครอบงำ หรือบังคับให้สิ่งแวดล้อมเป็นไปตามความต้องการ หรือกรอบที่วางไว้ โดยสามารถจำแนกเป็น
ประเด็นตา่ ง ๆ ได้แก่ กลุ่มผ้ใู ชอ้ ำนาจและกลุ่มผู้ถกู ใช้อำนาจ พนื้ ทใี่ นการใชอ้ ำนาจ และลักษณะของการ
ใช้อำนาจ พนื้ ท่เี องก็มีลกั ษณะของการใช้อำนาจท่ีแตกต่างกัน นวนิยายวายเรอ่ื งคาธ นำเสนอเรื่องการใช้
อำนาจในพื้นที่โรงเรียนเป็นหลัก แต่ก็ยังเป็นการจำลองสังคม คือ การสร้างเหตุการณ์ให้เห็นถึงลักษณะ
ของการอย่รู ่วมกนั ในสงั คม เช่น การเคารพกฎระเบียบ ชนชน้ั ความไม่เท่าเทียม เพื่อเปน็ การเสียดสีและ
การตีแผ่ภาพสังคมในปัจจบุ ัน ผ่านเรื่องราวและตวั ละครทโี่ ลดเล่นในนวนยิ าย

อย่างไรก็ตาม ลักษณะการใช้อำนาจ จะมีขั้นตอนและชั้นเชิงในการเลือกใช้ การใช้คำพูดและ
นำ้ เสยี ง ผใู้ ชจ้ ะต้องศิลปะในการเลือกสรรวธิ กี ารสอื่ สาร เพอ่ื ใหอ้ กี ฝา่ ยเกดิ ผลกระทบหรือจำยอม และการ
ใชก้ ำลงั ถือได้ว่าเปน็ ตวั เลือกสดุ ท้ายทผี่ ูม้ อี ำนาจใช้ เน่ืองจากเป็นวธิ กี ารทถ่ี ูกมองวา่ เป็นการใช้ความรุนแรง
สามารถเอาผิดได้ง่าย ประกอบกับบริบทในเรื่องเป็นโรงเรียนที่ต้องคำนึงถึงกฎหมาย สิทธิของนักเรียน
กฎระเบียบต่าง ๆ การใช้ความรุนแรงจึงเป็นสิ่งต้องห้าม ผู้แต่งได้นำเสนอเรื่องของลักษณะของการใช้
อำนาจไล่เป็นระดับต่าง ๆ โดยเริมจากวิธีการที่ประนีประนอมที่สุด นั่นก็คือการใช้คำพูด ต่อมาจึงเพิ่ม
ระดับความรุนแรงในการใช้อำนาจ นั่นก็คือการใช้น้ำเสียง ที่สามารถสื่อสารอารมณ์ ความรู้สึกนึกคิด
ความต้องการของผพู้ ดู ไดด้ กี ว่า ผูว้ จิ ยั พบลกั ษณะการใชอ้ ำนาจทง้ั สองลักษณพเป็นจำนวนมาก แต่ถ้าหาก
สองลักษณะนี้ใช้ไม่ได้ผล ผู้มีอำนาจจะเลือกลักษณะที่สามคือการใชก้ ำลังหรือการกระทำในควบคุมและ
แสดงอำนาจของตน การใชอ้ ำนาจจงึ ทำให้เกิดผลอน่ื ๆ ตามมา

ผวู้ ิจยั พบว่า กระบวนการใชอ้ ำนาจ มีความสมั พันธ์ 2 ลักษณะ คือ 1) เปน็ ทั้งต้นตอของอำนาจ
และ 2) เป็นตัวควบคุมอำนาจ คอื กำหนดวา่ ใครมอี ำนาจทำอะไร และทำไดแ้ คไ่ หน ซ่ึงไม่อาจมีใครฝ่าฝืน
ได้ หากใครฝ่าฝืนก็ต้องรับโทษ กฎระเบยี บหรอื ข้อบังคับทางสังคมทอี่ อกโดยรัฐ มักเป็นลายลักษณ์อักษร


Click to View FlipBook Version