หมายเหตุ ระดับการมีส่วนร่วมในกิจกรรมพัฒนาคุณภาพองค์กรและกิจกรรมส าคัญอื่นๆ วิธีให้คะแนน ระดับ 1 ไม่ได้รับผิดชอบ ระดับ 2 งานพิเศษที่ได้รับมอบหมายในหน่วยงาน ระดับ 3 ข้อ2+กรรมการนอกหน่วยงาน ระดับ 4 ข้อ2+ข้อ3+ เข้าร่วมประชุมในคณะกรรมการมากกว่า 70% ระดับ 5 ข้อ4+ประธาน/เลขา/กรรมการมากกว่า 1 คณะ ระดับความส าเร็จ CQI /การน าองค์ความรู้/นวัตกรรมการพยาบาลที่ผลิต /พัฒนาไปใช้แเฉพาะของหน่วยงานหรือเรื่องที่ท าร่วมกับ PCT วิธีให้คะแนน ระดับ 1 มีการก าหนดเรื่อง/โครงร่างของงาน CQI/องค์ความรู้และนวตกรรม/แผนที่จะพัฒ ระดับ 2 มีการด าเนินการก้าวหน้าขึ้นตามแผนของ CQI /อง๕ความรู้และนวตกรรมที่จะพั ระดับ 3 มีการก าหนดแนวทางปฏิบัติเตรียมพร้อมน าไปใช้ ระดับ 4 น าชิ้นงานไปใช้จนประเมินผลลัพธ์ได้ ระดับ 5 มีผลลัพธ์ที่ดีขึ้นจากเดิมซึ่งอาจจะไม่ถึงเปูาหมายก็ตาม หรืองานชิ้นเดิมมีผลแสดง
แก้ไขและส่งเสริมระบบการบริการ เป็นเรื่องที่ท า ฒนา/มีส่วนร่วมรับผิดชอบของงาน PCT พัฒนา งให้เห็นถึงการพัฒนาต่อยอดหรือมีชิ้นงานที่นอกเหนือจากงานที่ได้รับมอบหมาย
บทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบของเจ้าหน้าที่ทางการพยาบาลทุกระดับ 1. บทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบตามต าแหน่งที่ได้รับมอบหมาย หัวหน้าพยาบาล หัวหน้าพยาบาล โรงพยาบาลก าแพงเพชร (นางอรอนงค์ กลางนภา) หน้าที่ความรับผิดชอบหลัก ปฏิบัติงานในฐานะผู้บริหารสูงสุดทางการพยาบาล เป็นผู้น าองค์กรพยาบาล มีสาย บังคับบัญชา ขึ้นตรงต่อผู้อ านวยการโรงพยาบาล มีความรับผิดชอบในการบริหารการพยาบาลทั้งบริหารจัดการ บริการและวิชาการทางการพยาบาล เป็นผู้ก าหนดนโยบาย ทิศทาง เปูาหมาย และแนวทางการจัด ระบบบริการ พยาบาลของโรงพยาบาล ที่ตอบสนองต่อปัญหาและความต้องการของผู้ปุวย ผู้ใช้บริการ และนโยบายของ โรงพยาบาล บริหารระบบบริการพยาบาลและอ านวยการให้ระบบบริการพยาบาลมีคุณภาพ บริหารจัดการการ เข้าถึงทางการพยาบาลและทรัพยากรต่างๆ เพื่อการปฏิบัติงานที่มีประสิทธิภาพ ควบคุม ก ากับคุณภาพการ พยาบาล รวมทั้งวางแผน ติดตามและสนับสนุนให้เกิดการพัฒนาคุณภาพการพยาบาล และศักยภาพบุคลากร ทางการพยาบาลอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งร่วมวางแผนและจัดระบบการเรียนการสอนนักศึกษาพยาบาลและนักศึกษา ทีมสุขภาพ ลักษณะงานที่ปฏิบัติ ด้านการปฏิบัติการ 1. ก าหนดทิศทางการจัดระบบบริการพยาบาล ได้แก่ วิสัยทัศน์ พันธกิจ เปูาหมายและ ยุทธศาสตร์การบริการพยาบาล รวมทั้งแนวทางการพัฒนาบริการพยาบาล 2. ก าหนดมาตรฐาน การบริการพยาบาลในภาพรวมสอดคล้องกับมาตรฐานกลาง มาตรฐานวิชาชีพ รวมทั้งกลวิธีการน า มาตรฐานสู่ การปฏิบัติจริง บทบาทหน้าที่ของพยาบาลวิชาชีพ 3. ศึกษาปริมาณความต้องการก าลังคนทางการพยาบาล และ จัดสรรบุคลากรให้เหมาะสม และตรงกับคุณสมบัติเพื่อการปฏิบัติการพยาบาลที่มีประสิทธิภาพ 4. ก าหนด แนวทางและหลักเกณฑ์ในการสรรหา คัดเลือกบุคลากรทางการพยาบาล รวมถึง การขึ้นต าแหน่งที่สูงขึ้น และการ เลื่อนต าแหน่ง 5. ก าหนดขอบเขตหน้าที่ความรับผิดชอบของบุคลากรทุกระดับ ให้เหมาะสมและสอดคล้อง กับ บทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบของแต่ละระดับ 6. ควบคุม ติดตาม และก ากับระบบบริการพยาบาลทุกหน่วยงาน ให้ด าเนินงานตามทิศทาง เปูาหมายและแนวทางที่ก าหนด 7. ติดตามประเมินผลการจัดบริการพยาบาล พร้อมทั้ง สนับสนุนช่วยเหลือและเป็นที่ปรึกษา เพื่อให้เกิดคุณภาพบริการพยาบาล 8. จัดหาควบคุมพัสดุ ครุภัณฑ์เครื่องมือ ทางการแพทย์และการพยาบาลให้เพียงพอกับ การใช้งานอย่างทั่วถึง 9. ด าเนินการเกี่ยวกับการบริหารบุคคล สวัสดิการ รวมทั้งพิจารณาเสนอขอบ าเหน็จ ความดีความชอบ และการพิจารณาโทษทางวินัยเสนอต่อ ผู้บังคับบัญชาตามล าดับ 10. บริหารจัดการสิ่งแวดล้อมที่เอื้อให้บุคลากรปฏิบัติงานอย่างปลอดภัยและมี ประสิทธิภาพ 11. ด าเนินการและส่งเสริมให้มีการจัดท า วิจัยทางการพยาบาลทั้งในด้านการบริหาร การบริการ การนิเทศ ตลอดจนส่งเสริมสนับสนุนให้มีการน าผลการวิจัยมาใช้ในการพัฒนางาน 12. เผยแพร่และ ประชาสัมพันธ์ผลงานบริการพยาบาลอย่างต่อเนื่อง
ด้านการวางแผน 1. วางแผนการด าเนินนโยบายก าหนดยุทธศาสตร์ด้านการพยาบาล โดยบูรณาการกับ ยุทธศาสตร์ของโรงพยาบาล 2. วางแผนการด าเนินการพัฒนาคุณภาพการพยาบาลทั้งแผนระยะยาว ระยะสั้น โดย บูรณาการแผนงานโครงการเข้ากับยุทธศาสตร์ของโรงพยาบาลและยุทธศาสตร์บริการพยาบาล 3. วางแผน อัตราก าลังทางการพยาบาลให้เพียงพอและสอดคล้องกับการจัดบริการพยาบาล ทั้งในปัจจุบันและอนาคต และ วางแผนการพัฒนาบุคลากรโดยบูรณาการให้สอดรับกับแผนพัฒนา ระบบบริการสุขภาพระดับกระทรวง สาธารณสุข 4. วางแผนด้านโครงสร้างการจัดบริการพยาบาลเพื่อให้เหมาะสมต่อการเปลี่ยนแปลง 5. วางแผน ร่วมกับสถาบันการศึกษา ในการจัดการเรียนการสอนภาคปฏิบัติของนักศึกษา บทบาทหน้าที่ของพยาบาลวิชาชีพ ด้านการประสานงาน 1. ประสานงานกับทุกหน่วยงานและหรือส่วนราชการต่างๆเพื่อให้เกิดความร่วมมือ โดยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและข้อมูลต่างๆด้านวิชาการ ด้านบริหารจัดการและด้านบริการพยาบาลเพื่อ ให้เกิด ประสิทธิภาพในการรักษาพยาบาล 2. เป็นผู้ประสานการด าเนินงานบริการพยาบาลทุกรูปแบบ ทั้งในเขต รับผิดชอบและนอกเขตรับผิดชอบรวมทั้งเครือข่ายบริการพยาบาลที่เกี่ยวข้อง 3. ให้ข้อคิดเห็นและเป็นที่ปรึกษา หรือให้ค า แนะน า แก่หน่วยงานหรือส านักงานต่างๆที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดความร่วมมือและบรรลุเปูาหมายร่วมกัน ด้านการบริการ 1. เป็นที่ปรึกษาทางการพยาบาล ให้ค าแนะน า วินิจฉัยและแก้ปัญหาที่ส าคัญทางการ พยาบาลให้เป็นไปตามนโยบายและแผนงานที่ก าหนดไว้และเสนอแนะข้อควรปรับปรุงแนวทางการแก้ปัญหาต่างๆ เกี่ยวกับการพยาบาล 2. ให้ค าปรึกษาแนะน าและให้ข้อมูลแก่ผู้บริหารทั้งภายในและภายนอก เพื่อเป็นข้อมูล ประกอบการตัดสินใจด าเนินงานให้ส าเร็จตามภารกิจ 3. ให้ค าปรึกษาแนะน าและถ่ายทอดองค์ความรู้ทางการ พยาบาลและการพัฒนาคุณภาพ การพยาบาลแก่บุคลากร เพื่อให้บุคลากรมีความรู้ความเข้าใจสามารถด าเนินได้ ตามเปูาหมาย 4. ร่วมกิจกรรมเยี่ยมตรวจโรงพยาบาล (hospital round) กับผู้บริหารระดับสูง และ คณะกรรมการบริหารโรงพยาบาล 5. ส่งเสริมการจัดหน่วยบริการสาธารณสุขเคลื่อนที่ตามแผนของโรงพยาบาล และร่วมใน การจัดหน่วยบริการสาธารณสุขเคลื่อนที่ตามแผนงานจังหวัด และจัดหน่วยบริการเฉพาะกิจอื่นๆ บทบาทหน้าที่ของพยาบาลวิชาชีพ
ผู้ช่วยหัวหน้าพยาบาล โรงพยาบาลก าแพงเพชร หน้าที่รับผิดชอบ ปฏิบัติงานในฐานะผู้บริหารทางการพยาบาล ที่ได้รับมอบหมายอ านาจหน้าที่ ความรับผิดชอบจาก หัวหน้าพยาบาลตามประสบการณ์และความเชี่ยวชาญ ในด้านการพยาบาล เป็นที่ปรึกษา วางแผนปฏิบัติการ ด าเนินการพัฒนาคุณภาพการพยาบาล การประสานงาน นิเทศ ติดตามควบคุม ก ากับ ให้ค าปรึกษา การเยี่ยม ตรวจงานทางการพยาบาลกับหัวหน้าพยาบาล Grand Round เยี่ยมตรวจโรงพยาบาล Hospital Round กับ ผู้บริหารระดับสูง คณะกรรมการบริหารโรงพยาบาล และตัดสินใจ แก้ไขปัญหา ในการปฏิบัติงานของหัวหน้ากลุ่ม งาน หัวหน้าหอผู้ปุวย และบุคลากรทางการพยาบาล ทุกระดับที่อยู่ในความรับผิดชอบ เพื่อให้การบริการพยาบาล ที่เกิดขึ้น บรรลุเปูาหมาย ตามนโยบายขององค์กร รวมทั้งจัดการเรียนการสอน นักศึกษาพยาบาล และนักศึกษาใน ทีมสุขภาพพร้อมกับสรุปและรายงานผลโดยตรงแก่หัวหน้าพยาบาล ลักษณะงานที่ปฏิบัติของผู้ช่วยหัวหน้าพยาบาล โรงพยาบาลก าแพงเพชร ประกอบด้วย 3 ด้าน ได้แก่ 1. ด้านบริหาร (ผู้รับผิดชอบคือ นางนงนุช พิเคราะห์งาน) หน้าที่มีดังนี้ 1.1 วางแผนอัตราก าลัง ส ารวจวิเคราะห์ หาปริมาณความต้องการก าลังคนทางการพยาบาล และ จัดสรรบุคลากร ในหน่วยงานที่รับผิดชอบให้เหมาะสม และตรงกับคุณสมบัติ เพื่อการปฏิบัติงานที่มีประสิทธิภาพ 1.2 ก าหนดขอบเขตหน้าที่ความรับผิดชอบและการก าหนดคุณสมบัติเฉพาะต าแหน่งในการ ปฏิบัติงาน ของบุคลากรทุกระดับ ให้เหมาะสมและสอดคล้องกับบทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบ ของแต่ละระดับใน หน่วยงานที่รับผิดชอบ 1.3 จัดหา ควบคุมพัสดุ ครุภัณฑ์ เครื่องมือทางการแพทย์และการพยาบาลให้เพียงพอกับการใช้งาน อย่างทั่วถึง 1.4 ด าเนินการเกี่ยวกับการบริหารบุคคล สวัสดิการ (การคัดเลือกบุคลากร ดีเด่น สวัสดิการบ้านพัก) 1.5 ร่วมในการเยี่ยมตรวจงานทางการพยาบาลกับหัวหน้าพยาบาล Grand Round กรณีเยี่ยมตรวจ ในหน่วยงานที่รับผิดชอบ 1.6 ทบทวนนโยบาย/คู่มือด้านบริหารบุคลากรทางการพยาบาล 1.7 จัดกิจกรรมสันทนาการส าหรับบุคลากรทางการพยาบาล 1.8 ก าหนดรูปแบบ มาตรฐาน การพัฒนาพฤติกรรมบริการพยาบาล การประเมินและจัดให้มี กิจกรรมส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม 1.9 สรุปและรายงานผลการด าเนินงานให้คณะกรรมการการบริหารกลุ่มภารกิจด้านการพยาบาล (NMC) 1.10 ปฏิบัติหน้าที่อื่น ๆ ตามที่ได้รับมอบหมาย
2. ด้านบริการ (ผู้รับผิดชอบคือ นางสาวเพ็ญกมล กุลสุ) หน้าที่มีดังนี้ 2.1 ส่งเสริมให้หน่วยงานที่รับผิดชอบ ร่วมด าเนินการจัดหน่วยบริการ สาธารณสุขเคลื่อนที่ ตาม แผนของโรงพยาบาล และร่วมในการจัดหน่วยบริการสาธารณสุขเคลื่อนที่ ตามแผนงานจังหวัด และจัดหน่วย บริการเฉพาะกิจอื่นๆ 2.2 ก าหนดทิศทาง การบริการพยาบาล ได้แก่ เปูาหมายการบริการพยาบาล รวมทั้งแนวทางการ พัฒนา การบริการพยาบาล ในหน่วยงานของกลุ่มการพยาบาล ให้สอดคล้องกับขององค์กร พยาบาล 2.3 ก าหนดมาตรฐานการบริการพยาบาล ในหน่วยงานของกลุ่มการพยาบาล สอดคล้องกับภาพรวม มาตรฐานกลาง มาตรฐานวิชาชีพ รวมทั้งกลวิธีการน ามาตรฐานไปใช้ 2.4 ควบคุม ติดตาม และก ากับระบบบริการพยาบาล ในหน่วยงานของกลุ่มการพยาบาล ให้ ด าเนินงานตามทิศทาง เปูาหมายและแนวทางที่ก าหนด 2.5 ติดตาม ประเมินผลการจัดบริการพยาบาล พร้อมทั้งสนับสนุนช่วยเหลือและเป็นที่ปรึกษา เพื่อให้ เกิดคุณภาพบริการพยาบาลที่ดี 2.6 ให้ข้อคิดเห็นและเป็นที่ปรึกษาการบริหารความเสี่ยง และการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมที่เอื้อให้ บุคลากรในหน่วยงานที่รับผิดชอบ ปฏิบัติงานอย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ 2.7 รวบรวมและวิเคราะห์ผลการจัดบริการ พยาบาลในหน่วยงานของกลุ่มการพยาบาล เสนอโดยตรง แก่หัวหน้าพยาบาล 2.8 วางแผนและสรุปการนิเทศงานการพยาบาลทุกระดับทุกหน่วยงานของกลุ่มการพยาบาล 2.9 การจัดการข้อร้องเรียน ประสานงานภายในและภายนอกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้เกิด ประสิทธิภาพการรักษาพยาบาล 2.10 ให้ข้อคิดเห็นและเป็นที่ปรึกษาหรือให้ค าแนะน าเกี่ยวกับระบบบริการพยาบาลแก่หน่วยงานหรือ ส านักงานต่างๆที่เกี่ยวข้องเพื่อให้เกิดความร่วมมือและบรรลุเปูาหมายร่วมกัน 2.11 บริหารจัดการด้านกิจการพิเศษ และเหตุการณ์พิเศษต่างๆ เช่น ออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ พอ.สว. การบริจาคเลือด หน่วยปฐมพยาบาล เป็นต้น 2.12 ปฏิบัติหน้าที่อื่นๆ ตามที่ได้รับมอบหมาย
3. ด้านวิชาการ (ผู้รับผิดชอบคือ นางสาว ฐิติมาน แก้วขาว) หน้าที่มีดังนี้ 3.1 วางแผนการพัฒนาบุคลากรให้สอดคล้องกับทิศทางองค์กร และความต้องการจ าเป็น 3.2 ส่งเสริมให้บุคลากรได้ไปประชุมและฝึกอบรมให้มีความรู้/ทักษะที่เหมาะสมกับลักษณะงาน 3.3 ผลักดันให้มีผลงานวิชาการประเภทต่างๆ และการจัดการความรู้ (KM) เช่น งานวิจัย บทความ หนังสือวิชาการ การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ประกวดผลงาน หรือประชุมวิชาการ เป็นต้น 3.4 ส่งเสริมงานสารสนเทศทางการพยาบาล เช่น ระบบรวบรวมผลงาน จัดการฐานข้อมูลด้านวิชาการ ส่งเสริมและเผยแพร่งานวิจัย ทั้งในและนอก 3.5 การรวบรวมเอกสารจัดท าหนังสือเข้าและหนังสือออกพร้อมทั้งสื่อสารทั้งภายในและภายนอกแก่ ผู้เกี่ยวข้อง 3.6 ด าเนินการและส่งเสริมให้มีการจัดท าวิจัยทางการพยาบาล ทั้งในด้านการบริหาร การบริการการ นิเทศ ตลอดจนส่งเสริมสนับสนุนให้มีการน าผลการวิจัยมาใช้ในการพัฒนางาน 3.7 วางแผนร่วมกับสถาบันการศึกษาในการจัดการเรียนการสอนภาคปฏิบัติของนักศึกษากรณีมาฝึก ภาคปฏิบัติในหน่วยงานที่รับผิดชอบ 3.8 ให้ข้อคิดเห็นและเป็นที่ปรึกษาหรือให้ค าแนะน าและประสานงานแก่หน่วยงานหรือส านักงาน ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพการรักษาพยาบาล ความร่วมมือและบรรลุเปูาหมายร่วมกัน 3.9 เป็นที่ปรึกษาคณะท างานพัฒนาบุคลากรทางการพยาบาล (N-HD) 3.10 วางแผนการนิเทศงานการพยาบาลทุกระดับในหน่วยงานที่รับผิดชอบ 3.11 บริหารจัดการด้านการควบคุมและปูองกันโรคติดเชื้อ โรคอุบัติการณ์ใหม่ๆ เป็นต้น 3.12 ปฏิบัติหน้าที่อื่นๆ ตามที่ได้รับมอบหมาย
ผู้ตรวจการพยาบาล หน้าที่รับผิดชอบ รับผิดชอบน านโยบาย/มาตรฐานการทางานสู่การปฏิบัติวางแผน ด าเนินการ ควบคุม ก ากับดูแล และ ติดตามประเมินผลการบริหารงานในกลุ่มหอผู้ปุวย/หน่วยงานที่รับผิดชอบให้เป็นไปตามมาตรฐาน เป็นที่ปรึกษา ประสานงานกับสหวิชาชีพและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาระบบงาน หมุนเวียนปฏิบัติ หน้าที่ในการพัฒนาระบบการบริการ การบริหารงานบุคคลและทรัพยากร งานวิชาการและวิจัยตามที่ได้รับ มอบหมาย พัฒนาบุคลากรทุกระดับให้มีศักยภาพสอดคล้องกับงานที่รับผิดชอบ รวมทั้งสร้างบรรยากาศให้บุคลากร มีความสุขตามแผนยุทธศาสตร์เพื่อตอบสนองต่อนโยบายของฝุายการพยาบาลฯและสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของ องค์กรอย่างต่อเนื่อง ด้านการบริหาร การบริหารองค์กร 1. ร่วมก าหนดพันธกิจ เปูาหมาย วางแผนกลยุทธ์และแผนการด าเนินงาน 2. ตามบริบทของงานการพยาบาลฯให้สอดคล้องกับนโยบายของฝุายการพยาบาลฯ และคณะแพทยศาสตร์ศิริราช พยาบาล 3. ปฏิบัติหน้าที่กรรมการบริหารงานการพยาบาลฯ วิเคราะห์องค์กร ก าหนดทิศทาง วางแผนการด าเนินงาน น า การเปลี่ยนแปลงเพื่อพัฒนา และ แก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในงานการพยาบาลฯ 4. รับนโยบาย สื่อสาร และด าเนินการน านโยบายลงสู่การปฏิบัติให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน พร้อมทั้งรับข้อมูล ปูอนกลับ 5. สร้างสิ่งแวดล้อมและบรรยากาศการท างาน ในกลุ่มหอผู้ปุวย/หน่วยงานที่รับผิดชอบให้เอื้อต่อ การปฏิบัติงาน เพื่อให้มีความสุข ความปลอดภัย และคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้ใช้บริการ/ผู้ให้บริการ 6. ระบบรองรับแผนฉุกเฉินและการจัดระดับความส าคัญของระบบเป็นวาระพิเศษ การบริหารทรัพยากรบุคคล 1. วิเคราะห์ภาระงาน วางแผนบริหารการใช้ทรัพยากรบุคคลและอัตราก าลังของกลุ่มหอผู้ปุวยที่รับผิดชอบและ งานการพยาบาลฯ 2. ก ากับดูแล ติดตามประเมินการใช้ทรัพยากรบุคคล ปรับแผน เพิ่ม ลด เกลี่ย กระจายอัตราก าลังให้สอดคล้องกับ ภาระงานที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์คุ้มค่า เอื้อต่อสุขภาพ และคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้ปฏิบัติงาน 3. รับฟังทัศนคติปัญหา ประเมินความเข้าใจ แก้ไข ปรับทัศนคติและบริหารความขัดแย้งให้แก่บุคลากรในกลุ่มหอ ผู้ปุวย/หน่วยงานที่รับผิดชอบ 4. เสริมสร้าง ขวัญและก าลังใจ จูงใจให้บุคลากรปฏิบัติงานด้วยความสุขและมีคุณภาพชีวิตที่ดี การบริหารทรัพยากร 1. ก ากับ ดูแล และประเมินความต้องการการใช้ทรัพยากรของหอผู้ปุวย/หน่วยงานในความรับผิดชอบ 2. ร่วมวิเคราะห์และจัดท างบประมาณการบริหารงานของงานฯตามนโยบายและแผนของฝุายการพยาบาลฯ 3. ติดตามการด าเนินการช่วยเหลือแก้ไขปัญหาให้การบริหารงบประมาณเป็นไปตามแผน 4. ร่วมวางแผนควบคุมการใช้วัสดุ ใช้สอยสิ้นเปลืองและเวชภัณฑ์คงคลังให้มีประสิทธิภาพ คุ้มค่า 5. ร่วมก าหนดคุณสมบัติเฉพาะของพัสดุครุภัณฑ์อาคาร สถานที่ ประเมินคุณภาพการใช้งานเพื่อให้ข้อมูล ย้อนกลับแก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง 6. วางแผนจัดหา จัดสรรเครื่องมือ อุปกรณ์ส าหรับการรักษาพยาบาลให้มีเพียงพอและเกิดประโยชน์สูงสุด
ด้านการบริการ 1. ควบคุม ก ากับดูแลการให้บริการพยาบาลอย่างมีคุณภาพตามมาตรฐานการปฏิบัติงานและมาตรฐานวิชาชีพ 2. เป็นที่ปรึกษา ร่วมตัดสินใจและแก้ไขปัญหาการบริการพยาบาล 3. นิเทศ ตรวจเยี่ยมหอผู้ปุวย/หน่วยงาน 4. ร่วมวิเคราะห์ข้อมูลผลลัพธ์การบริการ และวางแผนปรับปรุงระบบบริการพยาบาล 5. ส่งเสริมให้มีการจัดท าหรือปรับปรุงแนวปฏิบัติการพยาบาลอย่างต่อเนื่อง 6. ส่งเสริมและกระตุ้นให้มีการดูแลผู้ปุวยแบบร่วมมือร่วมใจ(Collaboration) ระหว่างวิชาชีพเพื่อตอบสนองความ ต้องการด้านสุขภาพของผู้ปุวยได้ครบถ้วน 7. ให้ค าแนะน าและติดตามระบบบันทึกทางการพยาบาลให้เป็นไปตามมาตรฐาน พัฒนาคุณภาพ 1. วิเคราะห์และวางแผนด าเนินงานพัฒนาคุณภาพในงานการพยาบาลฯ ให้สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ของฝุาย การพยาบาลฯ 2. เป็นหัวหน้าโครงการพัฒนาคุณภาพของงานฯ ร่วมด าเนินการ และประสานงานโครงการพัฒนาคุณภาพคร่อม สายงาน เพื่อให้บรรลุพันธกิจของฝุายการพยาบาลฯและโรงพยาบาล 3. เป็นที่ปรึกษา ส่งเสริม สนับสนุน ควบคุม ก ากับ ดูแล ติดตามประเมินผลการด าเนินงานพัฒนาคุณภาพในกลุ่ม หอผู้ปุวย/หน่วยงาน 4. เป็นผู้น าในการจัดท ามาตรการปูองกัน และด าเนินการพัฒนาระบบการจัดการความเสี่ยงในงานการพยาบาลฯ ร่วมกับหอผู้ปุวย/หน่วยงานและทีมสหสาขา 5. กระตุ้นส่งเสริม สนับสนุนให้หอผู้ปุวย/หน่วยงานเกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และเทียบเคียงคุณภาพเพื่อพัฒนา งาน วิชาการและวิจัย 1. เป็นที่ปรึกษา สนับสนุน ส่งเสริมให้มีการสร้างทีมงานวิจัยในงานการพยาบาลฯ 2. ควบคุม ก ากับ ดูแล ติดตามประเมินผลการด าเนินงานวิชาการและวิจัยของงานการพยาบาลฯ 3. สนับสนุน ส่งเสริมการเขียนและเผยแพร่ผลงานทางวิชาการของบุคลากรในงานการพยาบาลฯ 4. เสริมสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้และบรรยากาศทางวิชาการโดยมีการแลกเปลี่ยน แบ่งปัน เผยแพร่และต่อยอด ความรู้ซึ่งกันและกันทั้งภายในทีมงาน เครือข่ายและผู้ที่เกี่ยวข้อง การใช้ข้อมูลสารสนเทศ ผู้ตรวจการโรงพยาบาลก าแพงเพชรสามารถน าระบบสารสนเทศมาใช้เกี่ยวกับการรายงานยอดผู้ปุวย อัตราก าลังทางการพยาบาล การใช้เครื่องช่วยหายใจ และรายงานปัญหา-อุปสรรคต่างๆ ท าให้ลดขั้นตอนการ ท างาน และน าข้อมูลมาวิเคราะห์ ปรับปรุงแก้ไขต่อไป ขั้นตอนการเข้าโปรแกรมสารสนเทศ - www.kph.go.th - อินทราเน็ต - ระบบสารสนเทศทางการพยาบาล - รายงานผู้ตรวจการ
หัวหน้ากลุ่มงาน หัวหน้างาน หน้าที่ความรับผิดชอบ ปฏิบัติงานในฐานะผู้บริหารทางการพยาบาลระดับกลางที่ได้รับมอบหมายอ านาจหน้าที่ความรับผิดชอบ จากหัวหน้าพยาบาล ตามความช านาญในสาขาการพยาบาลเฉพาะทาง เช่น ศัลยกรรม อายุรกรรม เป็นต้น โดย การติดตาม ควบคุมก ากับ มาตรฐานการปฏิบัติงาน บริหารอัตราก าลัง สิ่งแวดล้อม เครื่องมือ วัสดุและอุปกรณ์ นิเทศ ควบคุม ก ากับ แนะน า ให้ค า ปรึกษาและ ตัดสินใจแก้ไขปัญหาระบบบริการพยาบาลและการปฏิบัติงาน ของหัวหน้าหอผู้ปุวยและบุคลากร ทางการพยาบาลทุกระดับที่อยู่ในความรับผิดชอบ เพื่อให้การบริการพยาบาลที่ เกิดขึ้นบรรลุเปูาหมาย ตามนโยบายขององค์กร รวมทั้งจัดการเรียนการสอนนักศึกษาพยาบาลและนักศึกษาในทีม สุขภาพ พร้อมกับสรุปและรายงานผลโดยตรงแก่หัวหน้าพยาบาล ลักษณะงานที่ปฏิบัติ ด้านการปฏิบัติการ 1. ก าหนดทิศทางการบริการพยาบาล ได้แก่ วิสัยทัศน์ พันธกิจ เปูาหมายการ บริการ พยาบาล รวมทั้งแนวทางการพัฒนาบริการพยาบาลในสาขาการพยาบาลที่รับผิดชอบให้สอดคล้อง กับ จุดมุ่งหมายขององค์กรพยาบาล 2. ก าหนดมาตรฐานการบริการพยาบาลในสาขาที่รับผิดชอบสอดคล้องกับ ภาพรวม มาตรฐานกลาง มาตรฐานวิชาชีพ รวมทั้งก าหนดกลวิธีการน า มาตรฐานไปใช้3. ส ารวจ วิเคราะห์หา ปริมาณความต้องการก าลังคนทางการพยาบาล และจัดสรรบุคลากร ในหน่วยงานที่รับผิดชอบให้เหมาะสมและ ตรงกับคุณสมบัติเพื่อการปฏิบัติงานที่มีประสิทธิภาพ 4. ก าหนดขอบเขตหน้าที่ความรับผิดชอบ ของบุคลากรทุก ระดับให้เหมาะสมและสอดคล้อง กับบทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบของแต่ละระดับในหน่วยงานที่รับผิดชอบ 5. ควบคุม ติดตาม และก ากับระบบบริการพยาบาลในหน่วยงานที่รับผิดชอบ ให้ด า เนินงาน ตามทิศทาง เปูาหมาย และแนวทางที่ก าหนด 6. ติดตามประเมินผลการจัดบริการพยาบาล พร้อมทั้งสนับสนุนช่วยเหลือและเป็นที่ปรึกษา เพื่อให้เกิดคุณภาพบริการพยาบาล 7. จัดหา ควบคุมพัสดุ ครุภัณฑ์เครื่องมือทางการแพทย์และการพยาบาลให้ เพียงพอกับ การใช้งานอย่างทั่วถึง บทบาทหน้าที่ของพยาบาลวิชาชีพ 8. ด า เนินการเกี่ยวกับการบริหารบุคคล สวัสดิการ รวมทั้งพิจารณาเสนอขอบ าเหน็จ ความดีความชอบ และการพิจารณาโทษทางวินัยในหน่วยงานที่ รับผิดชอบเสนอต่อผู้บังคับบัญชา ตามล า ดับ 9. บริหารจัดการสิ่งแวดล้อมที่เอื้อให้บุคลากรในหน่วยงานที่ รับผิดชอบ ปฏิบัติงานอย่าง ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ 10. ด า เนินการและส่งเสริมให้มีการจัดท า วิจัยทางการ พยาบาลทั้งในด้านการบริหาร การบริการ การนิเทศ ตลอดจนส่งเสริมสนับสนุนให้มีการน าผลการวิจัยมาใช้ในการ พัฒนางาน 11. รวบรวมและวิเคราะห์ผลการจัดบริการพยาบาลในหน่วยงานที่รับผิดชอบเสนอโดยตรง แก่หัวหน้า พยาบาล ด้านการวางแผน 1. วางแผนปฏิบัติการด า เนินการพัฒนาคุณภาพการพยาบาลในหน่วยงานที่ รับผิดชอบ โดยบูรณาการแผนงานโครงการเข้ากับแผนยุทธศาสตร์ขององค์กรพยาบาล 2. วางแผนอัตราก าลัง ทางการพยาบาลให้เพียงพอและสอดคล้องกับการจัดบริการพยาบาล และวางแผนการพัฒนาบุคลากร โดยบูรณา การให้สอดรับกับเปูาหมายขององค์กรพยาบาล 3. วางแผนการนิเทศงานการพยาบาลทุกระดับในหน่วยงานที่
รับผิดชอบ 4. วางแผนร่วมกับสถาบันการศึกษา ในการจัดการเรียนการสอนภาคปฏิบัติของนักศึกษา กรณีมาฝึก ภาคปฏิบัติในหน่วยงานที่รับผิดชอบ ด้านการประสานงาน 1. ประสานงานภายในหน่วยงานที่รับผิดชอบและ หรือหน่วยงานที่ เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิด ประสิทธิภาพการรักษาพยาบาล 2. ให้ข้อคิดเห็นและเป็นที่ปรึกษาหรือให้ค า แนะน า แก่ หน่วยงานหรือส า นักงานต่างๆ ที่ เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดความร่วมมือและบรรลุเปูาหมายร่วมกัน ด้านการบริการ 1. เป็นที่ปรึกษาทางการพยาบาล ให้ค าแนะน า วินิจฉัยและแก้ปัญหาที่ส า คัญทางการพยาบาล ให้เป็นไปตามนโยบายและแผนงานที่ก าหนดไว้และเสนอแนะข้อควรปรับปรุงแนวทางการ แก้ปัญหา ต่างๆ เกี่ยวกับการพยาบาล 2. ให้ค า ปรึกษาและถ่ายทอดองค์ความรู้ทางการพยาบาล และการพัฒนา คุณภาพแก่ บุคลากรการพยาบาลในหน่วยงานที่รับผิดชอบ เพื่อให้บุคลากรมีความรู้ความเข้าใจ สามารถด า เนิน ได้ตามเปูาหมาย 3. นิเทศ ติดตาม ช่วยเหลือ และประเมินผลการพยาบาลในหน่วยงานที่รับผิดชอบเพื่อ ให้บริการ เป็นไปตามมาตรฐานที่ก าหนดและมีคุณภาพ บทบาทหน้าที่ของพยาบาลวิชาชีพ 4. ร่วมในการเยี่ยมตรวจงาน ทางการพยาบาล (grand round) กับหัวหน้าพยาบาล กรณีเยี่ยมตรวจในหน่วยงานที่รับผิดชอบ 5. ร่วมกิจกรรม เยี่ยมตรวจโรงพยาบาล (hospital round) กับผู้บริหารระดับสูง และ คณะกรรมการบริหารโรงพยาบาล กรณีมา เยี่ยมตรวจหน่วยงานในความรับผิดชอบ 6. ส่งเสริมให้หน่วยงานที่รับผิดชอบร่วมด า เนินการจัดหน่วยบริการ สาธารณสุขเคลื่อนที่ตามแผนของโรงพยาบาลและร่วมในการจัดหน่วยบริการสาธารณสุขเคลื่อนที่ตามแผนงาน จังหวัด และจัดหน่วยบริการเฉพาะกิจอื่นๆ
หัวหน้าหอผู้ป่วย หน้าที่ความรับผิดชอบ ปฏิบัติงานในฐานะผู้บริหารทางการพยาบาลระดับกลาง มีความรับผิดชอบบริหารการพยาบาล ในระดับ หน่วยงาน หอผู้ปุวยเพื่อให้บรรลุเปูาหมายตามวัตถุประสงค์ของกลุ่มการพยาบาลและ โรงพยาบาล และบังคับ บัญชา ตรวจสอบ ควบคุมการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ทุกระดับให้ปฏิบัติงาน ตามบทบาทหน้าที่และความ รับผิดชอบตามต าแหน่งที่ได้รับมอบหมายอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้ง เป็นผู้เชื่อมโยงนโยบายจากองค์กร พยาบาลสู่การปฏิบัติในระดับหน่วยงานหรือหอผู้ปุวย จัดระบบ บริการพยาบาลและระบบพัฒนาคุณภาพการ พยาบาลในหน่วยงานให้มีมาตรฐาน เกิดการให้บริการพยาบาลที่มีคุณภาพอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งเป็นผู้น า ในการ ปฏิบัติการพยาบาล ให้ค าปรึกษา แนะน า และวินิจฉัยสั่งการในกรณีผู้ปฏิบัติไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้รวมทั้ง วิเคราะห์ความต้องการพัฒนา ความรู้แก่บุคลากร และก าหนดแนวทางการพัฒนาและฟื้นฟูความรู้บุคลากร ทางการพยาบาลทุกระดับ ลักษณะงานที่ปฏิบัติ ด้านการปฏิบัติการพยาบาล 1. เป็นผู้น า ในการก าหนด พันธกิจ เปูาหมายการบริการพยาบาล รวมทั้งแนวทาง การพัฒนา บริการพยาบาลให้มีคุณภาพในหน่วยงานสอดคล้องกับองค์กรพยาบาล 2. ก าหนดมาตรฐานการ บริการพยาบาลหรือแนวทางปฏิบัติการพยาบาลที่ตอบสนองต่อ เปูาหมายการจัดบริการพยาบาลและความ ต้องการของผู้ใช้บริการให้สอดคล้องกับภาพรวม มาตรฐาน กลาง มาตรฐานวิชาชีพ 3. ส่งเสริม สนับสนุนให้ผู้ ปฏิบัติการพยาบาลที่อยู่ในความรับผิดชอบให้การพยาบาลผู้ปุวย หรือผู้ใช้บริการโดยใช้มาตรฐานการบริการ พยาบาล แนวทางปฏิบัติการพยาบาลที่ก าหนด 4. บริหารจัดการก าลังคนทางการพยาบาลภายใต้มาตรฐานภาระ งานตามขอบเขต อัตราก าลังที่มีและจัดสรรบุคลากรในหน่วยงานให้เหมาะสมและตรงกับคุณสมบัติเพื่อการ ปฏิบัติงาน ที่มีประสิทธิภาพ 5. วิเคราะห์ความต้องการพัฒนาความรู้บุคลากร และก าหนดแนวทางการพัฒนาและ ฟื้นฟู ความรู้บุคลากรทางการพยาบาลทุกระดับ รวมทั้งปฐมนิเทศเจ้าหน้าที่ที่เข้าปฏิบัติงานใหม่ทุกระดับ ใน หน่วยงาน บทบาทหน้าที่ของพยาบาลวิชาชีพ 6. จัดระเบียบการลาปุวย ลากิจ ลาพักผ่อน ให้เหมาะสมและ สอดคล้องกับระเบียบการลา ขององค์กร เพื่อให้เกิดความคล่องตัวในการจัดอัตราก าลังในหน่วยงาน 7. นิเทศ ติดตาม ประเมินผลการปฏิบัติงานของบุคลากรทุกระดับในหน่วยงาน 8. ควบคุมก ากับ ดูแล จัดหาเสื้อผ้า วัสดุ ครุภัณฑ์อุปกรณ์เครื่องมือทางการแพทย์และ การพยาบาลให้เหมาะสมกับลักษณะงานและเพียงพอกับการใช้งาน อย่างทั่วถึง โดยมีหลักเกณฑ์ดังนี้ มีปริมาณเพียงพอและอยู่ในสภาพพร้อมใช้งานได้ทันที มีระบบการเก็บรักษา การท า บัญชีส ารวจและควบคุมการใช้จ่ายอย่างประหยัด เมื่อมีการช ารุดเสียหายของเครื่องมือเครื่องใช้จัดให้มี การซ่อมแซมแก้ไขให้พร้อม ใช้งานหรือจ า หน่ายเมื่อไม่สามารถน า มาใช้ได้และท าการเบิกทดแทน 9. ด าเนินการ เกี่ยวกับการบริหารบุคคล สวัสดิการ รวมทั้งพิจารณาเสนอขอบ าเหน็จความดี ความชอบ และการพิจารณาโทษ ทางวินัยในหน่วยงานที่รับผิดชอบเสนอต่อผู้บังคับบัญชาตามล าดับ 10. บริหารจัดการสิ่งแวดล้อมที่เอื้อให้บุคลากร ในหน่วยงาน ปฏิบัติงานอย่างปลอดภัยและ มีประสิทธิภาพ 11. ติดตามประเมินและปรับปรุงคุณภาพการ
พยาบาลในหน่วยงานอย่างต่อเนื่อง ทบทวนผลการปฏิบัติงานของบุคลากรในหน่วยงานอย่างสม ่าเสมอ และความ จ าเป็น ที่จะต้องปรับปรุงการดูแลผู้ปุวยให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง เฝูาระวังและทบทวนข้อมูลร่วมกับผู้ปฏิบัติเกี่ยวกับ ข้อมูลที่ชี้วัดถึงคุณภาพการบริการ ในหน่วยงาน เพื่อหาแนวทางพัฒนากระบวนการให้บริการพยาบาล สุ่มทบทวน หรือวิเคราะห์คุณภาพการพยาบาลจากเวชระเบียน หรือเอกสารที่เกี่ยวกับ การให้บริการ ตรวจสอบการรักษาและ การพยาบาลที่ผู้ปุวยพึงได้รับ พร้อมทั้งวิเคราะห์และประเมินผลความถูกต้องเหมาะสมการด า เนินตามแผนการ รักษาและแผนการพยาบาล และสิทธิที่พึงมีพึงได้ รวมทั้งความปลอดภัย และการช่วยเหลือตามควรแก่ผู้ปุวยที่มี ปัญหา 12. ด า เนินการและส่งเสริมให้มีการจัดท า วิจัยทางการพยาบาล ทั้งในด้านการบริหาร การบริการ การ นิเทศในหน่วยงาน ตลอดจนส่งเสริมสนับสนุนให้มีการน า ผลการวิจัยมาใช้ในการ พัฒนางาน ด้านการวางแผน 1. วางแผนปฏิบัติการด า เนินการพัฒนาคุณภาพการพยาบาลในหน่วยงาน โดยบูรณาการ แผนงาน โครงการให้สอดรับกับเปูาหมายขององค์กรพยาบาล 2. วางแผนจัดสรรอัตราก าลังทางการพยาบาลให้ เพียงพอและสอดคล้องกับการจัดบริการ พยาบาลและวางแผนการพัฒนาบุคลากร โดยบูรณาการให้สอดรับกับ เปูาหมายขององค์กรพยาบาล 3. วางแผนการนิเทศการปฏิบัติการพยาบาลตามมาตรฐานหรือแนวปฏิบัติการ พยาบาลที่ก าหนดบทบาทหน้าที่ของพยาบาลวิชาชีพ 4. วางแผนสนับสนุนสถาบันการศึกษาในการจัดการเรียน การสอนภาคปฏิบัติของ นักศึกษา กรณีมาฝึกภาคปฏิบัติในหน่วยงาน ด้านการประสานงาน 1. ประสานงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ปัญหาและให้เกิดความคล่องตัวในการ จัดบริการ พยาบาลที่มีคุณภาพ 2. ประสานงานกับอาจารย์ประจ า หอผู้ปุวย ในการจัดการฝึกภาคปฏิบัติให้ สอดคล้องกับ ทฤษฎี3. ประสานการดูแลรักษากับทีมสหสาขาเพื่อให้เกิดความต่อเนื่องของการดูแลผู้ปุวย ด้าน การบริการ 1. จัดระบบบริการพยาบาลในหน่วยงาน ให้มีความคล่องตัวต่อการให้บริการพยาบาลที่มี คุณภาพ มอบหมายงานแก่บุคลากร ทีมให้การพยาบาลในหน่วยงานให้เหมาะสมกับความ ต้องการการพยาบาลของผู้ปุวย ตามความสามารถและอัตราก าลังที่มีให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ติดตามและด า เนินการให้มีการใช้กระบวนการ พยาบาลในการให้บริการพยาบาล พร้อมกับส่งเสริมให้ผู้ปุวยและญาติมีส่วนร่วมในการวางแผน ประเมินผลและ ทบทวนแผนการรักษา ประสานแผนการดูแลผู้ปุวยแก่ทีมสหสาขาวิชาชีพ 2. ให้ค า ปรึกษาและถ่ายทอดองค์ ความรู้ทางการพยาบาลและการพัฒนาคุณภาพการ พยาบาลแก่บุคลากรในหน่วยงานที่รับผิดชอบ เพื่อให้บุคลากร มีความรู้ความเข้าใจ สามารถด า เนิน ได้ตามเปูาหมาย 3. นิเทศ ติดตาม ช่วยเหลือ และประเมินผลการปฏิบัติการ พยาบาลในหน่วยงานเพื่อให้ บริการพยาบาลได้ตามมาตรฐานที่ก าหนดและมีคุณภาพ 4. จัดท าคู่มือ แนว ปฏิบัติการพยาบาลส าหรับเจ้าหน้าที่ในหน่วยงาน
พยาบาลผู้ปฏิบัติการพยาบาลขั้นสูง หน้าที่ความรับผิดชอบ ปฏิบัติงานในฐานะผู้เชี่ยวชาญทางการพยาบาลหรือผู้ที่มีประสบการณ์ที่เชี่ยวชาญขั้นสูง โดย ประยุกต์ หลักการและแนวคิดใหม่ วิธีการที่ยุ่งยากซับซ้อนให้บริการพยาบาลโดยตรงแก่ผู้ใช้บริการ กลุ่มเปูาหมายเฉพาะโรค ทั้งในโรงพยาบาลและในชุมชน ที่มีปัญหาซับซ้อน ซึ่งต้องอาศัยความ ช านาญและทักษะการพยาบาลที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางในสาขาต่างๆ และเป็นผู้ด าเนินการจัด ระบบการดูแล ผู้ปุวยเฉพาะกลุ่มโรคที่มีความซับซ้อน โดยบูรณาการหลักฐานเชิงประจักษ์การวิจัย ทางการพยาบาล ความรู้ ทฤษฎีการพยาบาล และทฤษฎีอื่นๆ รวมถึงพัฒนางานวิชาการสาขาที่ เชี่ยวชาญและนวัตกรรมในการดูแลผู้ปุวย เฉพาะโรคอย่างต่อเนื่อง มุ่งเน้นผลลัพธ์ทั้งระยะสั้น และ ระยะยาว นอกจากนี้ยังต้องติดตามสถานการณ์ทางการ พยาบาลในสาขาที่เชี่ยวชาญเพื่อใช้ประกอบ ในการวางแผนงาน ติดตาม ควบคุมก ากับ ประเมินผลการให้บริการ พยาบาลในสาขานั้นๆ และเป็น ที่ปรึกษา แนะน า ก ากับ ตรวจสอบการปฏิบัติงานของผู้ร่วมงานในทีมกลุ่มเฉพาะ โรค ในการพัฒนา ความรู้และทักษะเชิงวิชาชีพ ตลอดจนติดตามประเมินคุณภาพ และจัดการผลลัพธ์การดูแล ผู้ปุวย และเป็นผู้น า ในการท า วิจัย บริหารจัดการทางการพยาบาลรวมทั้งการควบคุมคุณภาพและมาตรฐาน ใน สาขาที่เชี่ยวชาญ ลักษณะงานที่ปฏิบัติ ด้านการปฏิบัติการ 1. บูรณาการความรู้ขั้นสูง ทฤษฎีทางการพยาบาล และทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง ผลงานวิจัย ความรู้เรื่องโรคที่มีความยุ่งยากซับซ้อน หรือที่เป็นปัญหาตลอดจนถึงหลักฐาน เชิงประจักษ์ในการ ดูแลรักษาผู้ปุวยกลุ่มโรคเฉพาะแต่ละสาขา เพื่อให้การพยาบาลที่เหมาะสมกับผู้ปุวยและ ครอบครัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ครอบคลุมปัญหาและความต้องการทั้งด้านร่างกายและจิตใจ 2. จัดการกับการ เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของผู้ปุวยและสถานการณ์ไม่คาดคิดว่าจะเกิดขึ้น หรือภาวะวิกฤต 3. ก าหนดมาตรฐาน บริการหรือแนวทางปฏิบัติการพยาบาลสาขาที่รับผิดชอบ และเกณฑ์การจ าแนกผู้ปุวยรวมทั้งการน าสู่การปฏิบัติ บทบาทหน้าที่ของพยาบาลวิชาชีพ 4. ศึกษา วิเคราะห์สถานการณ์ทางการพยาบาลในสาขาที่เชี่ยวชาญ เพื่อใช้ ประกอบในการ วางแผนงาน ติดตาม ควบคุมก ากับ ประเมินผลการให้บริการพยาบาลเป็นไปตามผลลัพธ์ที่ ต้องการ 5. ด า เนินการวิจัย พัฒนากระบวนการบริการพยาบาลใหม่ๆ ในสาขาที่เชี่ยวชาญเพื่อ ให้บริการพยาบาล ที่มีประสิทธิภาพ 6. วางระบบการพัฒนาศักยภาพในการดูแลตนเองของกลุ่มเปูาหมายเฉพาะโรค ครอบคลุม องค์ รวม โดยใช้ความรู้ทฤษฏีและหลักฐานเชิงประจักษ์เป็นหลักในการพัฒนาความสามารถของกลุ่ม เปูาหมายและ ครอบครัว รวมทั้งให้ค า ปรึกษาแก่กลุ่มเปูาหมายที่มีปัญหาสุขภาพ 7. ก าหนดฐานข้อมูลและจัดระบบข้อมูล สารสนเทศเกี่ยวกับการพยาบาลผู้ปุวยสาขาต่างๆ เฉพาะกลุ่มโรค 8. ก าหนดแนวทางการควบคุมคุณภาพบริการ พยาบาลในสาขาที่เชี่ยวชาญ พร้อมทั้ง ติดตามก ากับประเมินผลและปรับปรุงการพัฒนาคุณภาพอย่างต่อเนื่อง 9. นิเทศ ติดตามก ากับการปฏิบัติการพยาบาลของทีมบุคลากรพยาบาลที่ดูแลให้ปฏิบัติการพยาบาลได้ตามมาตรฐาน วิชาชีพ
ด้านการวางแผน 1. วางแผนงาน โครงการการบริการพยาบาลขั้นสูง ให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ วิสัยทัศน์ และพันธกิจของกลุ่มภารกิจด้านการพยาบาล 2. วางแผนจัดระบบและติดตามก า กับการดูแลผู้ปุวย เฉพาะกลุ่มโรคที่มีปัญหาซับซ้อน รวมถึงต้องมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง 3. วางแผนบริหารจัดการวัสดุ ครุภัณฑ์ และเวชภัณฑ์ในหน่วยงาน ด้านการประสานงาน 1. ประสานความร่วมมือกับทีมสหสาขาวิชาชีพในการจัดระบบดูแลผู้ปุวย กลุ่มเปูาหมาย สาขาต่างๆ ในโรงพยาบาลให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของหน่วยงานและนโยบายของกลุ่มภารกิจ ด้านการพยาบาล 2. ประสานงานกับทีมสุขภาพในการติดตาม และประเมินระบบการดูแลผู้ปุวยสาขาต่างๆ อย่าง ต่อเนื่อง บทบาทหน้าที่ของพยาบาลวิชาชีพ ด้านการบริการ 1. เสริมสร้างพลังอ านาจ (empowering) ให้กับผู้ปุวยในการดูแลและปฏิบัติตัวที่ถูกต้อง กับโรค 2. เป็นพี่เลี้ยง (mentor) ผู้ฝึกสอน (coach) ให้กับบุคลากรทางการพยาบาลและทีมสหสาขาวิชาชีพใน การดูแลผู้ปุวยสาขาต่างๆ ได้ตามมาตรฐาน 3. สอนและเป็นพี่เลี้ยงให้แก่นักศึกษาทุกระดับ 4. ให้ค าปรึกษา แนะน า ความรู้เรื่องการดูแลผู้ปุวยสาขาต่างๆ แก่บุคลากรทางการพยาบาล และทีมสหสาขาวิชาชีพ 5. พัฒนา ผลงานวิจัย ผลงานวิชาการ (best practice) และนวัตกรรม (innovation) ในงานที่ปฏิบัติ
พยาบาลผู้จัดการรายกรณี หน้าที่ความรับผิดชอบ ปฏิบัติงานในฐานะผู้ช านาญงานพยาบาลเฉพาะกลุ่มผู้ปุวยหรือเฉพาะโรค ใช้ศาสตร์และศิลปะ การ พยาบาล หลักวิทยาศาสตร์ความรู้ความเข้าใจ พยาธิสรีรวิทยา ประสบการณ์และความช านาญงานขั้นสูงมาก ใน การดูแลเฉพาะกลุ่มผู้ปุวยหรือเฉพาะโรค (care management) ที่มีปัญหายุ่งยาก ซับซ้อน และท า หน้าที่เสมือน ผู้จัดการดูแลสุขภาพผู้ปุวยอย่างต่อเนื่องทั้งในโรงพยาบาลและชุมชน ภายใต้มาตรฐานวิชาชีพ และใช้ความรู้ ความสามารถในการวิเคราะห์สถานการณ์ปัญหา และอุบัติการณ์จากการศึกษาวิจัย และข้อมูลหลักฐานเชิง ประจักษ์มาใช้บริหารจัดการการปฏิบัติการพยาบาลและ บริหารคุณภาพการพยาบาล ที่มีผลกระทบในขอบเขต ความรับผิดชอบ ประสานงาน ควบคุม ก ากับ แนะน า ผู้ปฏิบัติผู้ร่วมทีมเพื่อให้เกิดการบริการพยาบาลที่มีคุณภาพ ลักษณะงานที่ปฏิบัติ ด้านการปฏิบัติการ 1. บูรณาการความรู้ความช านาญทางคลินิก ผลงานวิจัย ความรู้เรื่อง โรคและหลักฐาน เชิงประจักษ์ในการดูแลรักษาผู้ปุวยกลุ่มโรค เพื่อให้การพยาบาลที่เหมาะสมกับผู้ปุวยและ ครอบครัว ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ครอบคลุมปัญหาและความต้องการทั้งด้านร่างกายและจิตใจ 2. ก าหนดระบบ และแนวทางปฏิบัติการพยาบาลในการดูแลเฉพาะกลุ่มผู้ปุวยหรือ เฉพาะโรคตั้งแต่โรงพยาบาลจนถึงชุมชน 3. ศึกษา วิเคราะห์สถานการณ์ทางการพยาบาลเฉพาะกลุ่มผู้ปุวยหรือเฉพาะโรคเพื่อใช้ประกอบในการวางแผนงาน ติดตาม ควบคุมก ากับ ประเมินผลการให้บริการพยาบาลเป็นไปตาม ผลลัพธ์ที่ต้องการ 4. วางระบบการพัฒนา ความสามารถของกลุ่มเปูาหมายและครอบครัว โดยใช้ความรู้ ทฤษฏีและหลักฐานเชิงประจักษ์รวมทั้งให้ค า ปรึกษาแก่กลุ่มเปูาหมายที่มีปัญหาสุขภาพ 5. ก าหนดฐานข้อมูลและจัดระบบข้อมูลสารสนเทศเกี่ยวกับการ พยาบาลผู้ปุวยเฉพาะ กลุ่มโรค 6. นิเทศ ติดตาม ก ากับการปฏิบัติการพยาบาลของทีมบุคลากรพยาบาลที่ดูแลให้ ปฏิบัติการพยาบาลได้ตามมาตรฐานวิชาชีพ บทบาทหน้าที่ของพยาบาลวิชาชีพ ด้านการวางแผน 1. วางแผนงาน โครงการการพัฒนาบริการพยาบาลในกลุ่มผู้ปุวยเฉพาะ และกลุ่มผู้ปุวย ที่มี ปัญหาซับซ้อนให้มีการดูแลต่อเนื่องจากโรงพยาบาลถึงชุมชน 2. วางแผน จัดระบบ และติดตามก า กับการดูแล การให้พยาบาลในกลุ่มผู้ปุวยเฉพาะ กลุ่มโรคที่มีปัญหาซับซ้อน 3. วางแผนจัดบุคลากรให้พร้อมในการดูแลต่อเนื่อง และบริหารจัดการวัสดุ ครุภัณฑ์และ เวชภัณฑ์ในหน่วยงาน ด้านการประสานงาน 1. ประสานงานและความร่วมมือกับทีมสหสาขาวิชาชีพในการจัดระบบดูแลผู้ปุวยเฉพาะ และผู้ปุวยที่มีปัญหาซับซ้อนเพื่อให้เกิดการดูแลต่อเนื่อง 2. ประสานงานกับทีมสุขภาพในการติดตามและ ประเมินผลระบบการดูแลผู้ปุวยอย่าง ต่อเนื่อง 3. ประสานความร่วมมือระหว่างองค์กรเครือข่ายในชุมชน เพื่อ สนับสนุนและส่งเสริม ให้การดูแลในชุมชน ด้านการบริการ 1. เสริมสร้างพลังอ านาจ (empowering) ให้กับผู้ปุวยในการดูแลและปฏิบัติตัวที่ถูกต้อง กับโรค 2. เป็นพี่เลี้ยง (mentor) ผู้ฝึกสอน (coach) ให้กับบุคลากรทางการพยาบาลและทีมสหสาขาวิชาชีพในการดูแล ผู้ปุวยสาขาต่างๆ ได้ตามมาตรฐาน 3. สอนและเป็นพี่เลี้ยงให้แก่นักศึกษาทุกระดับ 4. ให้ค า ปรึกษา แนะน า ความรู้เรื่องการดูแลผู้ปุวยสาขาต่างๆ แก่บุคลากรทางการพยาบาล และทีมสหสาขาวิชาชีพ 5. พัฒนาผลงานวิจัย ผลงานวิชาการ (best practice) และนวัตกรรม (innovation) ในงานที่ปฏิบัติ
พยาบาลวิชาชีพ หน้าที่รับผิดชอบ ลักษณะงานทั่วไป สายงานนี้คลุมถึงต าแหน่งต่างๆ ที่ปฏิบัติงานด้านการพยาบาล ซึ่งมีลักษณะงานที่ต้องปฏิบัติโดยผู้ได้รับ ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพการพยาบาลชั้นหนึ่ง หรือการพยาบาลและการผดุงครรภ์ชั้นหนึ่งที่เกี่ยวข้องโดยตรงต่อ ชีวิต สุขภาพและอนามัยของประชาชนทั้งในสถานบริการสุขภาพและในชุมชนปฏิบัติงานส่งเสริมและพัฒนา บริการการพยาบาล ปฏิบัติงานตรวจวินิจฉัยให้การพยาบาลและการผดุงครรภ์ตามกฎหมายวิชาชีพ ช่วยเหลือ แพทย์กระท าการรักษาโรค ท าหน้าที่เป็นผู้ให้บริการโดยอาศัยหลักวิทยาศาสตร์และศิลปะการพยาบาลในการ ประเมินสุขภาพ วินิจฉัยปัญหา วางแผนงาน ประสานงาน ประเมินผล และบันทึกผลการให้การพยาบาลและการ ผดุงครรภ์ ศึกษา วิเคราะห์ คิดค้น พัฒนาการพยาบาลและควบคุมการพยาบาลให้เป็นไปอย่างมีคุณภาพและอยู่ใน มาตรฐาน ส่งเสริมและพัฒนาความรู้ ความสามารถทางการพยาบาลให้กับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับงานการ พยาบาล จัดสถานที่และเตรียมอุปกรณ์ที่ใช้ในการรักษาพยาบาล ช่วยแพทย์ในการใช้ยาระงับความรู้สึก หรือใช้ เครื่องมือพิเศษบางประเภทเพื่อการวินิจฉัยและบ าบัดรักษา ตลอดจนปฏิบัติงานการวางแผนครอบครัวและการ ผดุงครรภ์ การส่งเสริมสุขภาพและปูองกันโรค การฟื้นฟูสภาพผู้ปุวย และปฏิบัติหน้าที่อื่นที่เกี่ยวข้อง ชื่อต าแหน่งในสายงานและระดับต าแหน่ง ต าแหน่งในสายงานนี้มีชื่อและระดับต าแหน่ง ดังนี้ พยาบาลวิชาชีพ ระดับปฏิบัติการ พยาบาลวิชาชีพ ระดับช านาญการ พยาบาลวิชาชีพ ระดับช านาญการพิเศษ พยาบาลวิชาชีพ ระดับเชี่ยวชาญ พยาบาลวิชาชีพ ระดับทรงคุณวุฒิ
พยาบาลเทคนิค หน้าที่ความรับผิดชอบ ปฏิบัติงานในฐานะผู้ปฏิบัติงานระดับต้น ซึ่งไม่จ าเป็นต้องใช้ผู้ส าเร็จการศึกษาระดับปริญญา ปฏิบัติงาน ด้านการพยาบาล ตามแนวทาง แบบอย่าง ขั้นตอน และวิธีการที่ชัดเจน ภายใต้การก ากับ แนะน า ตรวจสอบ และ ปฏิบัติงานอื่นตามที่ได้รับมอบหมาย โดยมีลักษณะงานที่ปฏิบัติในด้านต่างๆ ดังนี้ 1.ด้านการปฏิบัติการ 1) ปฏิบัติการพยาบาลเบื้องต้นที่ไม่ยุ่งยากซับซ้อน เพื่อให้ผู้ปุวยได้รับการดูแลที่ถูกต้อง 2) เฝูาระวัง รายงานอาการเปลี่ยนแปลงของผู้ปุวยที่ไม่ยุ่งยากซับซ้อน เพื่อด าเนินการพยาบาลเบื้องต้น และแจ้งให้พยาบาลวิชาชีพทราบ 3) จัดเตรียม ดูแล บ ารุงรักษาเครื่องมือในการตรวจรักษาพยาบาล เพื่อให้เครื่องมือพร้อมใช้ให้บริการ ผู้ปุวยได้ตลอดเวลา 4) จัดสิ่งแวดล้อมให้เหมาะสมกับงานบริการ เพื่อความปลอดภัยและความสุขสบายของผู้ใช้บริการ 2.ด้านการบริการ 1) ประชาสัมพันธ์ แนะน า ความรู้ เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพเบื้องต้นแก่ผู้ใช้บริการและญาติ เพื่อให้มี ความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้อง 2) ติดต่อประสานงานภายในกลุ่มงานเดียวกัน เพื่อให้สามารถบริการผู้ปุวยได้อย่างมีประสิทธิภาพ คุณสมบัติเฉพาะส าหรับต าแหน่ง มีคุณวุฒิอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ 1) ได้รับประกาศนียบัตรทางการพยาบาลและผดุงครรภ์ ซึ่งมีระยะเวลาการศึกษาไม่น้อยกว่า 2 ปี ต่อ จากประโยคมัธยมศึกษาตอนปลาย 2) ได้รับประกาศนียบัตรหรือคุณวุฒิอย่างอื่นที่ ก.พ. ก าหนดว่าใช้เป็นคุณสมบัติเฉพาะส าหรับต าแหน่งนี้ ได้ ความรู้ความสามารถ ทักษะ และสมรรถนะที่จ าเป็นส าหรับต าแหน่ง 1) ความรู้ความสามารถที่จ าเป็นส าหรับการปฏิบัติงานในต าแหน่ง 2) ทักษะที่จะเป็นส าหรับการปฏิบัติงานในต าแหน่ง 3) สมรรถนะที่จ าเป็นส าหรับการปฏิบัติงานในต าแหน่ง
ผู้ช่วยพยาบาล หน้าที่รับผิดชอบ 1. วัดและบันทึกสัญญาณชีพ ชั่งน้ าหนัก วัดส่วนสูงของผู้ปุวย 2. จัดเตรียมเครื่องมือในรถท าแผลได้ถูกต้อง ครบถ้วน และพร้อมใช้งาน 3. เตรียมเครื่องมือและช่วยเหลือในการตรวจร่างกาย 4. ช่วยลงทะเบียนรับ-จ าหน่ายผู้ปุวย 5. การช่วยรับผู้ปุวยที่ผ่านการกลั่นกรองและวินิจฉัยแยกประเภทแล้ว 6. การช่วยย้ายและจ าหน่ายผู้ปุวยจากหอผู้ปุวย 7. การช่วยเตรียมผู้ปุวย รับผู้ปุวยจากห้องผ่าตัด 8. ช่วยดูแลความสะอาดเรียบร้อยและจัดสิ่งแวดล้อมของผู้ปุวย 9. ดูแลรักษาความสะอาดร่างกายของผู้ปุวย และการเช็ดตัวเพื่อลดไข้ อุ้มยก และเคลื่อนย้ายผู้ปุวยขณะอยู่ ในที่นอนเปล รถเข็น เก้าอี้ ห้องน้ า ช่วยเหลือผู้ปุวยในการถ่ายอุจจาระ ปัสสาวะ และการช าระล้าง 10. ปฏิบัติงานโดยยึดหลักการปูองกันและควบคุมการแพร่กระจายของเชื้อโรค 11. ให้ความรู้ด้านสุขวิทยาส่วนบุคคลแก่ผู้ปุวยและญาติได้ 12. ปฏิบัติการดูแลผู้ปุวยที่มีอาการคงที่/ไม่รุนแรง การท าหัตถการที่ไม่ยุ่งยากซับซ้อนภายใต้การนิเทศก ากับ ของพยาบาลวิชาชีพ ดังนี้ - การจัดเตรียมและให้อาหารผู้ปุวย - การให้อาหารทางสายยาง - การพ่นยา .ยกเว้นพ่นยาผ่านเครื่องช่วยหายใจ. - การดูดเสมหะในปาก/คอ - การสวนปัสสาวะทิ้ง และการสวนอุจจาระ - การตรวจน้ าตาลในปัสสาวะ และการตรวจความเข้มข้นของเลือด - การประคบร้อน และการประคบเย็น - EKG 12 lead, off IV, OFF NG tube, off cath, Gastric lavage, เจาะ DTX - Dressing แผล.ยกเว้นแผลลึก. Flush perineum, Record I/O 13. สังเกตอาการทั่วไป อาการเปลี่ยนแปลงของผู้ปุวย พร้อมรายงานให้หัวหน้าเวรรับทราบ และช่วยเหลือ ดูแลผู้ปุวยที่มีอาการอยู่ในภาวะวิกฤติภายใต้การดูแลของพยาบาลวิชาชีพ 14. ให้การฟื้นฟูสภาพตามแผนการรักษาได้แก่ การเคลื่อนไหว การจัดท่า พลิกตะแคงตัว การบริหารร่างกาย ข้อ และกล้ามเนื้อผู้ปุวย 15. ติดตามประเมินผลงานที่ลงมือปฏิบัติและรายงานให้หัวหน้าเวรรับทราบ 16. ติดต่อประสานงานอ านวยความสะดวกให้กับผู้ปุวย เช่น ติดตามผลการรักษาของผู้ปุวยจากแพทย์ หรือ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นต้น
17. มีส่วนร่วมกิจกรรมพัฒนาคุณภาพของหน่วยงาน 18. ปฏิบัติงานอื่นๆตามที่ได้รับมอบหมาย ผู้ช่วยเหลือคนไข้ หน้าที่รับผิดชอบ 1. จัดเตรียม ตรวจนับอุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้ อุปกรณ์ทางการแพทย์และการท าหัตถการต่างๆให้มี จ านวน เพียงพอ ครบถ้วน และพร้อมใช้งาน 2. ดูแลความสะอาดเรียบร้อยของเตียง เปลี่ยนผ้าปูที่นอน ตู้ข้างเตียงและสิ่งแวดล้อมใกล้เคียงตามหลักการ ควบคุมและปูองกันการติดเชื้อในโรงพยาบาล 3. ดูแล บ ารุงรักษาอุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้ ตลอดจนเครื่องนอนของผู้ปุวยให้มีเพียงพอและพร้อมใช้งาน อยู่ เสมอ 4. ปฏิบัติงานการพยาบาลที่ไม่ยุ่งยากซับซ้อนและอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลอย่างใกล้ชิด ดังนี้ - การท าความสะอาดร่างกายผู้ปุวย - การปูอนอาหาร - บริการน้ าดื่ม - การวัดสัญญาณชีพ ชั่งน้ าหนัก วัดส่วนสูง - ช่วยเหลือแพทย์ขณะตรวจและท าหัตถการต่างๆ - ช่วยพยาบาลวิชาชีพในการท าหัตถการต่างๆ - เช็ดตัวลดไข้ - อ านวยสะดวกผู้ปุวยในการขับถ่ายปัสสาวะและอุจจาระ - ช่วยเคลื่อนย้ายผู้ใช้บริการในการใช้รถนั่ง รถนอน พยุงเดิน 5. ปฏิบัติงานโดยยึดหลักการปูองกันและควบคุมการแพร่กระจายของเชื้อโรค 6. ให้ข้อมูลแก่ผู้ใช้บริการเกี่ยวกับอาคารสถานที่ สิ่งแวดล้อม การทิ้งขยะ ระเบียบการเฝูาไข้และเวลาเข้า เยี่ยม 7. น าส่งสิ่งส่งตรวจ / ส่งใบสั่งยาและรับส่งเวชภัณฑ์ต่างๆ 8. งานธุรการ รับ – ส่งเอกสาร 9. ช่วยรวบรวมระเบียนรายงานต่างๆ 10. มีส่วนร่วมกิจกรรมพัฒนาคุณภาพของหน่วยงาน 11. ปฏิบัติงานอื่นๆตามที่ได้รับมอบหมาย
เวชกิจฉุกเฉิน หน้าที่รับผิดชอบ 1. รับแจ้งเหตุและสั่งการ 1.1 รับแจ้งเหตุทางวิทยุสื่อสาร/โทรศัพท์ วิเคราะห์ข้อมูลข่าวสาร ประเมินสถานการณ์ และให้ค าแนะน าในการปฏิบัติตัวของผู้ที่อยู่ ณ จุดเกิดเหตุ 1.2 สั่งการออกปฏิบัติการการแพทย์ฉุกเฉิน ณ จุดเกิดเหตุ โดยมอบหมายทีมปฏิบัติการ (ขั้นต้นหรือขั้นสูง) ที่เหมาะสมกับสถานการณ์ผู้ปุวย 1.3 ประสานงานกับรถพยาบาลฉุกเฉิน แม่ข่าย และระหว่างเครือข่ายกู้ชีพ/กู้ภัย 2. เตรียมความพร้อมก่อนออกปฏิบัติการการบริการแพทย์ฉุกเฉิน ณ จุดเกิดเหตุ 2.1 เตรียมความพร้อมด้านความรู้ ร่างกาย และจิตใจของตนเอง 2.2 จัดเตรียมและตรวจสอบรถพยาบาลฉุกเฉิน อุปกรณ์กู้ชีพ/กู้ภัย และวิทยุสื่อสารก่อนใช้งาน 2.3 บ ารุงรักษารถพยาบาลฉุกเฉิน อุปกรณ์กู้ชีพ/กู้ภัย และวิทยุสื่อสารให้พร้อมใช้งาน 3. ปฏิบัติการการแพทย์ฉุกเฉิน ณ จุดเกิดเหตุ 3.1 เตรียมความพร้อมก่อนถึงจุดเกิดเหตุ 3.1.1 วิทยุสื่อสารประสานงานกับแม่ข่าย 3.1.2 วิเคราะห์สถานการณ์ 3.1.3 เตรียมเครื่องมืออุปกรณ์ขณะอยู่ในรถพยาบาลฉุกเฉิน 3.2 ประเมินสถานการณ์ 3.2.1 ประเมินสถานการณ์แวดล้อม 3.2.2 จอดรถพยาบาลฉุกเฉินในที่เข้าออกสะดวกและปลอดภัย 3.2.3 ควบคุมสถานการณ์ร่วมกับหน่วยงานบรรเทาสาธารณภัย ต ารวจ และหน่วยงานที่ เกี่ยวข้อง 3.3 ประเมินสภาพผู้บาดเจ็บหรือผู้ปุวยฉุกเฉิน 3.3.1 จ าแนกประเภทผู้ปุวยเพื่อจัดล าดับการช่วยเหลือตามความรุนแรง 3.3.2 ประเมินระดับความรู้สึกตัวทางเดินหายใจการหายใจและการไหลเวียนโลหิต 3.3.3 ประเมิน Coma Score และวัดสัญญาณชีพ 3.3.4 ประเมินสภาพผู้ปุวยทุกระบบของร่างกายในเวลาที่เหมาะสม 3.4 ปฏิบัติการการแพทย์ฉุกเฉิน ณ จุดเกิดเหตุ 3.4.1 ปฏิบัติการ ณ จุกเกิดเหตุ ด้วยความรวดเร็ว ถูกต้อง และปลอดภัย ใช้เวลาน้อยที่สุดตามความจ าเป็น 3.4.2 ช่วยฟื้นคืนชีพ (CPR) ช่วยใส่ท่อช่วยหายใจ 3.4.3 ปฐมพยาบาลและหัตถการเบื้องต้น ดังนี้ - ให้ออกซิเจน - ให้สารน้ าทางหลอดเลือดด า - ฉีดยาเข้ากล้ามเนื้อ เข้าใต้ผิวหนังชั้นลึก และเข้าใต้ผิวหนังชั้นตื้น - ให้ยาทางปาก - พ่นยา - ดูดเสมหะ
- ใส่สายกระเพาะอาหาร - ล้างท้อง - สวนปัสสาวะ - ท าแผล - พันผ้า - ดามกระดูก - เย็บแผล - ตัดไหม - ประคบร้อน-เย็น - ล้างตา - เช็ดตัวลดไข้ - ตรวจระดับน้ าตาลในกระแสโลหิต - ท า EKG - ท าคลอดปกติในกรณีฉุกเฉิน - ถอดหมวกนิรภัย - ปฐมพยาบาลผู้ปุวยฉุกเฉิน 3.4.4 ตัดสินใจและให้การช่วยเหลือ รวมทั้งแก้ไขปัญหาอื่น ๆ ตามความเหมาะสม 3.4.5 จัดท่า ยกเคลื่อนย้าย และล าเลียงผู้ปุวย 3.4.6 พิจารณาขอความช่วยเหลือจากประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 3.4.7 ให้ค าแนะน าในการปฏิบัติตัวแก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง ณ จุดเกิดเหตุ 3.5 รายงานสถานการณ์และเรียกขอความช่วยเหลือกับแม่ข่าย 4. ปฏิบัติการการแพทย์ฉุกเฉินระหว่างน าส่งโรงพยาบาล 4.1 ประเมินสภาพผู้ปุวย 4.2 ให้การช่วยเหลือผู้ปุวยตามสภาพ 4.3 รายงานสถานการณ์ อาการผู้ปุวย ขอค าปรึกษาเกี่ยวกับการช่วยเหลือ และการเตรียมรับผู้ปุวยกับแม่ข่าย 4.4 พิจารณาน าส่งผู้ปุวยไปยังสถานพยาบาลที่เหมาะสม 5. ส่งมอบผู้ปุวย 5.1 เคลื่อนย้ายผู้ปุวย 5.2 รายงานอาการผู้ปุวย การให้การช่วยเหลือและสถานการณ์ 6. บันทึกรายงานการปฏิบัติการ 6.1 สรุปบันทึกรายงาน 6.2 วิเคราะห์ข้อมูลและน าข้อมูลสารสนเทศไปใช้ในการวางแผนและบริหารงาน 7. บริหารจัดการหน่วยกู้ชีพ 7.1 ออกแบบระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉินร่วมกับทีมกู้ชีพในหน่วยงาน 7.2 ประสานงานและปฏิบัติงานร่วมกับหน่วยกู้ชีพในเครือข่าย หน่วยงานบรรเทาสาธารณภัย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน
พยาบาลวิชาชีพงานการพยาบาลอุบัติเหตุ-ฉุกเฉิน หน้าที่รับผิดชอบ มีหน้าที่หลักในการดูแลรักษาเพื่อช่วยชีวิต ดูแลรักษาผู้ปุวยที่มีภาวะอันตราย หรือคุกคามชีวิต ผู้ปุวยที่ ได้รับอุบัติเหตุ และรองรับผู้ปุวยกรณีเกิดอุบัติเหตุ-อุบัติภัยหมู่ ผู้รับบริการจึงเป็น ผู้ปุวยที่มีภาวะฉุกเฉินในระบบ ต่าง ๆ ซึ่งต้องมีสมรรถนะของพยาบาลที่มีความเชี่ยวชาญด้านการดูแลผู้ปุวย ฉุกเฉิน (Clinical Nurse Specialists in Emergency Care) ได้แก่ 1. การประเมินสภาพและการจ าแนกผู้ปุวย หมายถึง สามารถประเมินสภาพผู้ปุวยได้ถูกต้อง ครบถ้วน ตามสภาวะหรือโรคที่น าผู้ปุวยมาโรงพยาบาล ทั้งด้านร่างกายและจิตใจ และการประเมินสภาพ เฉพาะโรคได้ ถูกต้อง พร้อมทั้งคัดแยกผู้ปุวยตามความเร่งด่วนตามหลักการจ าแนกผู้ปุวย รวมทั้งการดูแล ครอบครัวที่มีภาวะ ความกดดันจากการเจ็บปุวยและการสูญเสีย มีความสามารถในการคิด วิเคราะห์ข้อมูลของผู้ปุวยได้อย่างถูกต้อง เพื่อน าไปสู่การดูแลและช่วยเหลือได้รวดเร็ว ทันเวลา 2. การปฏิบัติทักษะทางการพยาบาลขั้นพื้นฐานและขั้นสูง พยาบาลวิชาชีพห้องอุบัติเหตุ-ฉุกเฉิน สามารถ ปฏิบัติทักษะการพยาบาลในการดูแลและช่วยเหลือ/แก้ไขภาวะฉุกเฉินได้ทุกระบบอย่าง คล่องแคล่ว ว่องไว และ ถูกต้อง เช่น การช่วยฟื้นคืนชีพ การให้เลือดหรือสารน้ าทางหลอดเลือดด า และ การบริหารยาฉุกเฉินหรือยาที่มี ความเสี่ยงสูงและยาที่มีวิธีการใช้ที่มีความจ าเพาะได้ถูกต้อง การเตรียม เครื่องมือและช่วยแพทย์ท าหัตถการต่าง ๆ เช่น การเจาะปอด การใส่ท่อระบายทรวงอก การใส่ท่อช่วย หายใจ เป็นต้น 3. การอ่านและแปลผลการตรวจต่าง ๆ ต้องสามารถอ่านและแปลผลการตรวจต่าง ๆ ได้ถูกต้อง แม่นย า เช่น การแปลผลคลื่นไฟฟูาหัวใจ การแปลค่าของสัญญาณเตือน (Warning Sign) ของ ผู้ปุวยวิกฤติ ผลการตรวจ ทางห้องปฏิบัติการ และการตรวจต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแปลผลคลื่นไฟฟูา หัวใจ ซึ่งเป็นทักษะที่ส าคัญมาก เพราะผู้ปุวยโรคหัวใจเพิ่มมากขึ้นและเป็นกลุ่มผู้ปุวยที่มีความเสี่ยงสูง 4. การจัดการสาธารณภัยและอุบัติเหตุ-อุบัติภัยหมู่ สามารถประเมินสถานการณ์ความ รุนแรงของ เหตุการณ์ที่เกิดอย่างรวดเร็วจากผู้เกี่ยวข้อง เช่น ผู้แจ้งเหตุ ต ารวจ หน่วยงานใกล้ที่เกิดเหตุ และ ตัดสินใจ ประกาศใช้แผนรองรับอุบัติเหตุ-อุบัติภัยหมู่หรือให้ข้อมูลแก่ผู้บริหารหรือหัวหน้าทีมเพื่อการ ตัดสินใจประกาศใช้ แผนรองรับอุบัติเหตุ-อุบัติภัยหมู่ บริหารจัดการด้านการดูแลผู้ปุวยในโซนต่าง ๆ เช่น จัดสรรอัตราก าลัง เครื่องมือ ดูแลรักษาผู้ปุวย กรณีออกให้บริการ ณ จุดเกิดเหตุ สามารถบริหารจัดการ ระบบบริการได้ เช่น บริหารอัตตรา ก าลัง จ าแนกผู้บาดเจ็บ จัดการดูแล ณ จุดเกิดเหตุ จัดการเคลื่อนย้าย ตามล าดับความเร่งด่วน 5. การตัดสินใจทางคลินิกที่ส าคัญ ทุกสถานการณ์ในห้องอุบัติเหตุ-ฉุกเฉิน พยาบาลวิชาชีพต้อง ตัดสินใจ อย่างถูกต้อง เพื่อให้ผู้ปุวยได้รับการดูแลอย่างปลอดภัยและลดความสูญเปล่าในการรอของผู้ปุวย โดยใช้ความรู้ ความสามารถในการดูแลรักษาผู้ปุวยแต่ละโรค แต่ละราย รวมทั้งใช้ประสบการณ์เป็นฐาน ตั้งแต่การประเมิน สภาพเพื่อน าข้อมูลมาใช้ในการตัดสินใจ ค้นหาความเสี่ยงทางคลินิกของผู้ปุวยแต่ละราย และจัดการปูองกันความ เสี่ยงทันที เช่น ตอบสนองหรือแก้ไขภาวะวิกฤติเพื่อช่วยชีวิตผู้ปุวย รายงานแพทย์ ตัดสินใจตรวจพิเศษต่าง ๆ ท านายโอกาสที่จะเกิดภาวะวิกฤติ เตรียมเครื่องมือฉุกเฉินไว้พร้อมใช้และ ตามทีมที่เกี่ยวข้อง 6. การใช้เครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ในภาวะฉุกเฉิน สามารถปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง และคล่องแคล่ว ว่องไวโดยไม่เสียเวลาศึกษาคู่มือ เช่น การใช้เครื่องกระตุกหัวใจ (Defibrillator) ในการ ปฏิบัติการช่วยฟื้นคืนชีพ และการปรับคลื่นไฟฟูาหัวใจ (Cardio Version) การตรวจคลื่นไฟฟูาหัวใจ การเตรียมเครื่องมือและอุปกรณ์ ทางการแพทย์ส าหรับท าหัตถการฉุกเฉินได้รวดเร็วและถูกต้อง เช่น การใส่ท่อช่วยหายใจ การเปิดเส้นเลือด การ เจาะปอด การเจาะท้อง การเจาะคอฉุกเฉิน เป็นต้น
7. ทักษะการสื่อสารและการประสานงาน พยาบาลวิชาชีพห้องอุบัติเหตุ-ฉุกเฉินต้องมีทักษะ การสื่อสารการ ประสานงานที่เป็นเลิศและพฤติกรรมบริการที่ดี เนื่องจากลักษณะงานที่ต้องเผชิญหน้ากับ ภาวะความกดดันต่าง ๆ และต้องสื่อสารกับผู้ปุวยและญาติที่มีความเจ็บปวดทุกข์ทรมาน มีความเครียด ความต้องการและความคาดหวังสูง ผู้ปุวยและญาติที่เมาสุรา เอะอะโวยวายหรือควบคุมสติไม่ได้ จึงต้อง ใช้ทักษะการสื่อสารและการประสานงานที่ดี เช่น การแสดงอากัปกิริยาที่สุภาพ อ่อนหวาน นุ่มนวล เป็น มิตร ท่าทีที่เต็มใจ พูดจาไพเราะ ยิ้มแย้ม แจ่มใสอย่าง เหมาะสมกับสถานการณ์ของผู้ปุวยในแต่ละราย มีความยืดหยุ่น ประนีประนอมและอดทน อดกลั้นได้ทุกสภาวะ เหตุการณ์ที่คุกคามความรู้สึกจากผู้รับ บริการและผู้ร่วมงาน 8. การดูแลสุขภาพด้วยหัวใจความเป็นมนุษย์ พยาบาลวิชาชีพห้องอุบัติเหตุ-ฉุกเฉินต้องดูแล ผู้ปุวยและ ครอบครัวด้วยความเข้าใจ เห็นใจ และมีคุณธรรม จริยธรรม เนื่องจากเป็นช่วงเวลาที่ผู้ปุวยและ ครอบครัวยัง ปรับตัวหรือยอมรับกับสภาพการเจ็บปุวยฉุกเฉินไม่ได้ ไม่เข้าใจและไม่ยอมรับการพยาบาล หรือหัตถการต่าง ๆ ที่ ท าให้ผู้ปุวยเจ็บปวด เช่น การเจาะปอด การเจาะท้อง การใส่ท่อช่วยหายใจ
พยาบาลวิชาชีพงานการพยาบาลห้องผ่าตัด ห้องผ่าตัด โรงพยาบาลก าแพงเพชร ให้บริการตรวจ ผ่าตัดผู้ปุวย ทั้งผู้ปุวยนอก และผู้ปุวยใน ทุกแผนก ของโรงพยาบาล มีบุลากรหลายระดับ มีหน้าที่และความรับผิดชอบแตกต่างกัน หน้าที่รับผิดชอบ 1. พยาบาลวิชาชีพห้องผ่าตัด ต้องมีความรู้ และได้รับการฝึกทักษะในการดูแลผู้ปุวยที่มารับบริการผ่าตัด ทุก หน้าที่ ในทีมผ่าตัดดังนี้ - พยาบาลประชาสัมพันธ์ มีหน้าที่ต้อนรับผู้ปุวยและญาติ ด้วยพฤติกรรมบริการที่ดี ซักประวัติ ประเมิน สภาพและอาการเบื้องต้น สามารถให้ค าแนะน า ค าปรึกษา ให้การพยาบาลเมื่อพบความผิดปกติ และรายงาน แพทย์ได้ทันเวลา - พยาบาลช่วยรอบนอก มีหน้าที่อ านวยความสะดวกให้ทีมผ่าตัด ใช้แบบบันทึกทางการพยาบาลได้อย่าง มีประสิทธิภาพและได้มาตรฐาน - พยาบาลช่วยแพทย์ผ่าตัด มีหน้าที่ช่วยแพทย์ให้ผ่าตัดได้ราบรื่น รวดเร็ว และปลอดภัย - พยาบาลส่งเครื่องมือผ่าตัด มีหน้าที่เตรียมเครื่องมือ และส่งเครื่องมือให้แพทย์ผ่าตัดได้ถูกต้อง ตรงกับ การผ่าตัด และความต้องการของแพทย์ 2. พยาบาลวิชาชีพห้องผ่าตัด ต้องมีความรู้เรื่อง หลัก Aseptic technique และ หลัก Sterile technique อย่าง ถูกต้อง ปฏิบัติได้ถูกต้องตามมาตรฐานการดูแลผู้ปุวยได้อย่างเคร่งครัด 3. พยาบาลวิชาชีพห้องผ่าตัด ต้องมีความรู้เกี่ยวกับกายวิภาค ของระบบต่างๆในร่างกายที่เกี่ยวข้องกับการผ่าตัด ได้อย่างดี และมีการฝึกทักษะการใช้เครื่องมือให้เหมาะสมกับอวัยวะ และการผ่าตัดแต่ละชนิดได้อย่างถูกต้อง ปลอดภัย 4. พยาบาลวิชาชีพห้องผ่าตัด ต้องมีการฝึกทักษะในการใช้เครื่องมือ และทบทวนอย่างสม่ าเสมอ พร้อมเรียนรู้ และพัฒนาตนเอง เมื่อมีนวัตกรรม และเครื่องมือที่ทันสมัย มาใช้ในการผ่าตัด 5. พยาบาลวิชาชีพห้องผ่าตัด ต้องมีความรู้ สามารถประเมินความเสี่ยง ปฏิบัติการเพื่อปูองกันไมให้เกิดความเสี่ยง สามารถจัดการความเสี่ยง และสามารถรายงานความเสี่ยงได้ถูกต้อง รวดเร็ว ตามขั้นตอน เพื่อให้เกิดความเสียหาย น้อยที่สุด 6. พยาบาลวิชาชีพห้องผ่าตัดต้องมีความพร้อมในการพัฒนาศักยภาพของตนเองอยู่เสมอ ยึดมั่นในความถูกต้อง ความซื่อสัตย์ และจริยธรรม มีจิตอาสา เสียสละ รักษาสุขภาพให้แข็งแรง มีจิตใจเข้มแข็ง สามารถจัดการกับความ กดดันจากการท างานได้ พัฒนาการท างานเป็นทีมให้ราบรื่น 7. พยาบาลวิชาชีพห้องผ่าตัด ต้องปฏิบัติงานตามมาตรฐานการพยาบาล และ WI อย่างเคร่งครัด และมีการ ปรับปรุง แก้ไข WI เพื่อให้ทันสมัยอยู่เสมอ 8. พยาบาลวิชาชีพห้องผ่าตัด ต้องมีภาวะผู้น า เป็นแบบอย่างที่ดีของผู้ร่วมงานระดับที่ต่ ากว่า และผู้ที่เข้ามา ปฏิบัติงานใหม่ สามารถนิเทศงาน โดยใช้ความรู้ความสามารถแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นได้
9. พยาบาลวิชาชีพห้องผ่าตัด ต้องมีทักษะในการประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งที่เกี่ยวกับผู้ปุวย ที่มาท าผ่าตัด หรือหน่วยงานอื่นๆที่ไม่เกี่ยวข้องกับการผ่าตัด การสร้างสัมพันธภาพที่ดีกับบุคลากรหน่วยงานอื่นๆ จะท าให้การท างานเป็นไปอย่างราบรื่น รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ พยาบาลวิชาชีพงานการพยาบาลวิสัญญี ปฏิบัติการให้ยาระงับความรู้สึกทั่วไปตามมาตรฐานวิชาชีพ สามารถบูรณาการความรู้ ทฤษฎีทางการพยาบาลและการพยาบาลวิสัญญีมาใช้ในการปฏิบัติงาน ศึกษา วิเคราะห์ และปรับปรุงมาตรฐาน การพยาบาลวิสัญญี ตลอดจนการพัฒนาและส่งเสริมกิจกรรมการพยาบาล อันจะน าไปสู่การจัดบริการด้านการ พยาบาลวิสัญญีที่มีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับเปูาหมายของหน่วยงาน หน้าที่รับผิดชอบ 1. บูรณาการความรู้ ทฤษฎีทางการพยาบาล และการพยาบาลวิสัญญีมาใช้ในการพยาบาล ผู้ปุวยเฉพาะโรค ผู้ปุวยภาวะวิกฤต หรือผู้ปุวยที่มีภาวะเสี่ยงที่เข้ารับการผ่าตัด เพื่อให้ผู้ปุวยได้รับ การดูแลอย่างมีประสิทธิภาพในทุกระยะของการระงับความรู้สึก 2. วินิจฉัยสาเหตุความผิดปกติจากการติดตามเฝูาระวังในผู้ปุวยที่มีภาวะเสี่ยงสูง เพื่อตัดสินใจแก้ไขภาวะวิกฤตที่จะคุกคามชีวิตผู้ปุวยได้อย่างรวดเร็ว ทันเหตุการณ์ 3. จัดเตรียมเครื่องมือพิเศษในผู้ปุวยที่มีความเสี่ยง เพื่อให้การะงับความรู้สึกเป็นไป อย่างมีประสิทธิภาพ 4. ใช้ข้อมูลที่เป็นผลจากการดูแลผู้ปุวยมาประกอบการตัดสินใจแก้ปัญหาร่วมกับ ทีมพยาบาลและทีมสหสาขาวิชาชีพ เพื่อหาทางเลือกที่ปฏิบัติได้ดีที่สุด โดยใช้องค์ความรู้ ทักษะ และประสบการณ์ด้านการพยาบาลวิสัญญี 5. ศึกษา วิเคราะห์ปัญหาด้านการพยาบาลวิสัญญี และจัดท ามาตรฐาน/แนวทาง ในการปฏิบัติงาน เพื่อให้บริการพยาบาลวิสัญญีมีมาตรฐานที่สูงขึ้น มีประสิทธิภาพและสอดคล้อง กับเปูาหมายที่ก าหนด 6. ร่วมทีมวิสัญญีแพทย์และ/หรือแพทย์ที่ท าหัตถการในการให้ยาระงับความรู้สึก และ/หรือ การใช้เครื่องมืออุปกรณ์พิเศษบางประเภท ตามระเบียบหรือกฎกระทรวงสาธารณสุข และขอบเขต พรบ.วิชาชีพการพยาบาลและผดุงครรภ์ ในผู้ปุวยที่มีภาวะเสี่ยงและ/หรือรับการผ่าตัด ที่ยุ่งยากซับซ้อน เพื่อให้ กระบวนการระงับความรู้สึกมีประสิทธิภาพ 7. ควบคุมดูแลสิ่งแวดล้อม มลภาวะ และการแพร่กระจายเชื้อภายในหน่วยงาน เพื่อให้ ผู้ปุวยและบุคลากรปลอดภัย มีสภาพร่างกายและจิตใจที่ดี 8. ประสานงานกับทีมสหสาขาวิชาชีพ เพื่อให้การระงับความรู้สึกเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดผล ลัพธ์ที่ดี
พยาบาลวิชาชีพงานการพยาบาลผู้คลอด หน้าที่ความรับผิดชอบ 1. ให้บริการพยาบาลผู้คลอดทุกระยะ ประเมินสภาพปัญหาของผู้คลอด วางแผนการพยาบาลและให้การ พยาบาลในระยะก่อนคลอด ระยะคลอด และระยะหลังคลอดโดยให้การพยาบาลตามแผนการพยาบาลที่ วางไว้ครอบคลุมด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม วัฒนธรรมความเชื่อ ให้การพยาบาลตามความ ต้องการและปัญหาของผู้คลอด ท าคลอดในรายปกติ รวมถึงการดูแลทารกแรกเกิดให้เกิดความปลอดภัย และปฏิบัติการผดุงครรภ์อย่างมีจริยธรรม ตามมาตรฐานและกฎหมายวิชาชีพการพยาบาลและการผดุง ครรภ์และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง 2. ปฏิบัติการช่วยชีวิตมารดาและทารกแรกเกิดที่มีปัญหาวิกฤติ รวมถึงช่วยแพทย์ในการตรวจรักษาและท า คลอดในรายที่มีการคลอดผิดปกติ 3. สื่อสาร ประสานงานกับแพทย์เจ้าของไข้ เพื่อปรึกษาเรื่องแผนการดูแลรักษาผู้คลอด โดยมีการตรวจเยี่ยม ร่วมกัน การให้ข้อมูลผู้คลอด รายงานอาการผิดปกติของผู้คลอดและทารกในครรภ์ ผลการตรวจทาง ห้องปฏิบัติการที่ผิดปกติเพื่อใช้เป็นแนวทางการดูแลผู้คลอด 4. ปฏิบัติงานในฐานะหัวหน้าทีม หรือลูกทีม มีภาวะผู้น า ประสานงานกับผู้ร่วมงาน หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พัฒนาคุณภาพงานอย่างต่อเนื่อง เจรจาต่อรองเพื่อรักษาประโยชน์ของผู้คลอด มีการแก้ปัญหาและ ตัดสินใจที่เหมาะสมกับสถานการณ์ 5. ส่งเสริมให้ความรู้ด้านสุขภาพแก่ผู้คลอด ช่วยเหลือจัดกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพและจัดสิ่งแวดล้อมเพื่อ ความปลอดภัย 6. ปฏิบัติกาพยาบาลโดยใช้สารสนเทศ สืบค้นข้อมูลด้านสุขภาพและความรู้ที่เกี่ยวข้องและตระหนักใน ความส าคัญของการวิจัยต่อการพัฒนาการพยาบาลงานห้องคลอด 7. ให้ความร่วมมือ ในการท ากิจกรรมต่างๆ ขององค์กรวิชาชีพ 8. สนับสนุนและมีส่วนร่วมในการเป็นพยาบาลพี่เลี้ยงและร่วมวางแผนการสอนนักศึกษาร่วมกับ สถาบันการศึกษาที่เป็นเครือข่ายของโรงพยาบาลก าแพงเพชรได้แก่มหาวิทยาลัยนเรศวร มหาวิทยาลัยมหิดล และสถาบันพระบรมราชชนก 9. นิเทศ ติดตาม ก ากับงานการพยาบาลห้องคลอดในโรงพยาบาลชุมชนจังหวัดก าแพงเพชรร่วมกับ ส านักงานสาธารณสุขจังหวัด 10. ร่วมจัดหาอุปกรณ์ เครื่องมือในการตรวจรักษาดูแลผู้คลอดและทารกแรกเกิด ให้มีเพียงพอและพร้อมใช้ 11. จัดอัตราก าลังให้เพียงพอต่อการปฏิบัติงานและส่งเสริมบรรยากาศในการท างานของหน่วยงานรวมถึงการ ส่งเสริมขวัญและก าลังใจกับบุคลากรในหน่วยงาน
พยาบาลวิชาชีพงานการพยาบาลผู้ป่วยนอก หน้าที่ความรับผิดชอบ 1.ประเมิน สภาพปัญหา/ความต้องการของผู้ใช้บริการได้อย่างถูกต้องตามหลักกระบวน การพยาบาลครอบคลุม ตามแนวทางปฏิบัติ - การพิทักษ์สิทธิของผู้ใช้บริการ - การส่งต่อผู้ปุวยเรื้อรังเพื่อการดูแลต่อเนื่องที่บ้าน - เกณฑ์การคัดกรองผู้ปุวยนอก/ส่ง ต่ออุบัติเหตุฉุกเฉิน - แนวทางการคัดกรองผู้ปุวยโรคไข้หวัดนก / วัณโรค /โควิด 19 และโรคติดเชื้อระบบ ทางเดินหายใจ - แนวทางการดูแลผู้ปุวยคลินิกพิเศษต่างๆ 2. จัดล าดับความเร่งด่วนของผู้ปุวย/ผู้ใช้บริการได้อย่างถูกต้อง 3. วิเคราะห์/วินิจฉัยปัญหาความต้องการของผู้ปุวยได้ถูกต้องและครอบคลุมจากข้อมูลที่ได้รับการประเมินสภาพ แต่ละบุคคล 4. บันทึกข้อมูลการประเมินสภาพและบันทึกปัญหาความต้องการของผู้ปุวย/ผู้ใช้บริการได้อย่างถูกต้องครบถ้วนใน โปรแกรมคอมพิวเตอร์ 5. วางแผนการพยาบาลแบบองค์รวม ครอบคลุม 4 มิติ และร่วมวางแผนการดูแลผู้ปุวย/ผู้ใช้บริการร่วมกับทีมสห วิชาชีพ 6. บันทึกแผนการดูแลผู้ปุวย/ผู้ใช้บริการรวมทั้งมีการปรับแผนการดูแลผู้ปุวย/ผู้ใช้บริการปฏิบัติการพยาบาลตาม แนวทางปฏิบัติ/มาตรฐานการพยาบาลเพื่อตอบสนองต่อปัญหาและความต้องการของผู้ปุวย/ผู้ใช้บริการ 7.. ให้ข้อมูลโดยการสอนหรือให้ค าปรึกษาหรือให้ค าแนะน าแก่ผู้ปุวย/ญาติ/ผู้ใช้บริการ 8.. บันทึกการสอน/การให้ความรู้แก่ผู้ปุวย /ญาติ/ผู้ใช้บริการตามมาตรฐานวิชาชีพ 9. น าความรู้วิชาการและความก้าวหน้าของเทคโนโลยีมาประยุกต์ในการดูแลผู้ปุวย/ผู้ใช้บริการ เช่น เครื่องวัด ความดันโลหิต , ตรวจคลื่นไฟฟูาหัวใจพร้อมการอ่านผล 10. ส่งต่อใน / นอกหน่วยงานได้อย่างเหมาะสมและถูกต้องตามแนวปฏิบัติ เพื่อให้ผู้ปุวย/ผู้ใช้บริการ ได้รับการ ดูแลต่อเนื่องและปลอดภัย 11. ร่วมกับจนท. ในหน่วยงานพัฒนาคุณภาพการพยาบาล(CQI) นวัตกรรม ทางการพยาบาลจากข้อมูลการ ให้บริการของหน่วยงาน 12.สร้างและพัฒนาเครือข่ายการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านการพยาบาลเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการ ปฏิบัติงาน 13. สะท้อนคุณภาพการพยาบาลของหน่วยงานผ่านการนิเทศและการทบทวนเวชระเบียน ข้อมูล/รายงานอย่าง เป็นระบบ 14. ส่งเสริมและสนับสนุนการท าระบบการปูองกันการติดเช้ือในรพ.สู่การปฏิบัติสามารถปูองกันและลดอัตราการ ติดเชื้อได้ตามเปูาหมายที่ก าหนด
15. ค้นหาและปูองกันความเสี่ยงภายในหน่วยงานทางด้านคลินิกและความเสี่ยงทั่วไป 16. เป็นแบบอย่างในการปฏิบัติและควบคุมก ากับให้สมาชิกทีมการพยาบาลปฏิบัติการพยาบาลที่ได้รับมอบหมาย ด้วย ความเคารพในศักดิ์ศรีและสิทธิของผู้ปุวย/ผู้ใช้บริการ 17.ส่งเสริมองค์กรแห่งการเรียนรู้ พัฒนาความรู้วิชาการแก่เจ้าหน้าที่ทุกระดับ
พยาบาลวิชาชีพงานการพยาบาลป้องกันและควบคุมการติดเชื้อในโรงพยาบาล หน้าที่รับผิดชอบ ด าเนินงานด้านปูองกันและควบคุมการติดเชื้อในโรงพยาบาล ตามที่คณะกรรมการปูองกันและควบคุมการติดเชื้อ ในโรงพยาบาลมอบหมาย งานที่รับผิดชอบประจ า 1. ด าเนินงานปูองกันและควบคุมการติดเชื้อในโรงพยาบาล ดังนี้ 1.1 เฝูาระวังการติดเชื้อในโรงพยาบาล ก. การติดเชื้อของผู้ปุวยในหออภิบาลผู้ปุวยวิกฤต โดยเน้นที่การติดเชื้อในกระแสเลือดที่สัมพันธ์กับการใช้สาย สวนหลอดเลือดด าส่วนกลาง ภาวะปอดอักเสบติดเชื้อในผู้ปุวยที่ใช้เครื่องช่วยหายใจ การติดเชื้อที่ระบบทางเดิน ปัสสาวะในผู้ปุวยที่มีการคาสายสวนปัสสาวะ ข.ช่วยด าเนินงานเฝูาระวังการติดเชื้อของผู้ปุวยในส่วนอื่นๆและด าเนินการต่างๆเพื่อลดการติด เชื้อตามที่ ผู้บังคับบัญชามอบหมาย 1.2 ให้ค าแนะน าแก่บุคลากรเกี่ยวกับการปูองกันการติดเชื้อ การปูองกันอุบัติเหตุจากของมีคมและสิ่งคัดหลั่ง 2. ติดตามสถานการณ์การติดเชื้อในโรงพยาบาล โดยเฉพาะแบบแผนความไวของเชื้อก่อโรคในโรงพยาบาล ช่วยใน การวิเคราะห์แนวโน้มปัญหา โดยประสานงานกับห้อง ปฏิบัติการจุลชีววิทยา เภสัชกร และแพทย์ผู้เกี่ยวข้อง 3. ร่วมในการสอบสวนการระบาดของโรคติดเชื้อในโรงพยาบาล 4. มีส่วนร่วมในการท าวิจัยโครงการต่างๆ ของงานปูองกันและควบคุมการติดเชื้อและหน่วยงานอื่น 5. เป็นกรรมการ/อนุกรรมการในคณะท างานต่างๆ ของคณะฯ หรือหน่วยงานฯ ตามที่ได้รับมอบหมาย
พยาบาลวิชาชีพการพยาบาลจ่ายกลาง หน้าที่ความรับผิดชอบ 1. ก ากับดูแลงานการท าลายเชื้อ และการท าให้ปราศจากเชื้อเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ให้มี เพียงพอ เหมาะสมกับความต้องการทั้งในภาวะปกติและภาวะฉุกเฉิน 2. บริหารจัดการงานด้านคุณภาพ การให้บริการและพัฒนาองค์กรอย่างต่อเนื่อง 3. บริหารจัดการด้านอัตราก าลังให้ปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพ 4. ดูแล และควบคุมบทบาทของพนักงานให้เหมาะสม สอดคล้องตามงานที่รับผิดชอบ 5. นิเทศ ติดตาม การปฏิบัติงานตามมาตรฐานงานจ่ายกลางและมาตรฐานงานปูองกันการติดเชื้อ 6. ควบคุมการเบิกจ่ายวัสดุการแพทย์อย่างเหมาะสม 7. ส่งเสริมการเรียนรู้ พัฒนาความรู้วิชาการแก่พนักงานทุกระดับ พยาบาลวิชาชีพงานการพยาบาลไตเทียม หน้าที่ความรับผิดชอบ 1. ให้บริการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม และให้บริการล้างไตผ่านช่องท้อง ( CAPD)อย่างมคุณภาพ ตาม มาตรฐานสมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย 2. ให้ความรู้เรื่องโรคไตเรื้อรังแก่ผู้ปุวยและรายใหม่ เพื่อเป็นข้อมูลในการตัดสินใจในการเลือกวิธีการบ าบัด ทดแทนไตอย่างเหมาะสม รวมทั้งส่งเสริมและสนับสนุนให้ผู้ปุวยไตเรื้อรังระยะสุดท้ายรายใหม่ ให้เข้าถึง การบ าบัดทดแทนไต 3. ดูแลรักษาเครื่องไตเทียมและระบบน้ า RO ให้พร้อมใช้และปลอดภัยส าหรับผู้ปุวยตามแนวทาง ปฏิบัติที่ก าหนดและเป็นไปตามข้อก าหนดของสมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย 4. วางแผนการบริหารจัดการด้านอัตราก าลัง การพัฒนาคุณภาพบริการ และการจัดการเครื่องมือ เครื่องใช้ รวมถึงควบคุมการเบิกวัสดุ/ครุภัณฑ์ เวชภัณฑ์ที่ไม่ใช่ยา อุปกรณ์ใช้สอยสิ้นเปลืองโดย ใช้นโยบายประหยัด 5. พัฒนาศักยภาพ และมอบหมายงานให้แก่เจ้าหน้าที่ตามความรู้ความสามารถ 6. จัดระบบและปรับปรุงการบริการภายในหน่วยงาน ควบคุมดูแลการจัดการความสะอาดและความ เป็นระเบียบเรียบร้อยของอาคารสถานที่และสิ่งแวดล้อมภายในหน่วยงาน 7. ติดตามและวิเคราะห์ตัวชี้วัด เพื่อน ามาใช้ปรับปรุงระบบ และคุณภาพบริการ
พยาบาลวิชาชีพการพยาบาลจิตเวช หน้าที่รับผิดชอบ 1. การให้บริการผู้ปุวยจิตเวชทั่วไป 2. การให้การบริการผู้ปุวยจิตเวชฉุกเฉิน 3. การส่งเสริมปูองกันปัญหาสุขภาพจิต 4. การบริการส่งต่อ การดูแลต่อเนื่อง 1. การให้บริการผู้ปุวยจิตเวชทั่วไป การจัดให้บริการบุคคลที่มีความผิดปกติทางด้านความคิด ความรู้สึก อารมณ์ และพฤติกรรม รวมทั้งบุคคล ที่มีเชาว์ปัญญาต่ ากว่าปกติ ซึ่งเป็นตั้งแต่แรกเกิดหรือในวัยเด็ก ท าให้การเรียนรู้ การปรับตัวในสังคมและความ รับผิดชอบต่อสังคมตามควรแก่วัย หรือตามที่สังคมหวังไว้บกพร่อง รวมทั้งการพัฒนาทางบุคลิกภาพ ไม่เจริญ ตามวัย มาตรฐานการพยาบาล 1. ผู้ใช้บริการได้รับบริการที่ประทับใจ สะดวก รวดเร็วและมีคุณภาพ 2. ผู้ใช้บริการได้รับการปฏิบัติตามกระบวนการให้บริการตรวจรักษาอย่างครบถ้วน 3. ผู้ใช้บริการได้รับความรู้ และความเข้าใจในการปฏิบัติตนให้สามารถด ารงตนอยู่ในสังคมได้อย่างมี ความสุขตามสภาพ 2. การให้การบริการผู้ปุวยจิตเวชฉุกเฉิน การจัดให้บริการผู้ปุวยที่มีอาการทางจิตประสาทรุนแรงเฉียบพลัน ที่ไม่สามารถจัดการกับความคิด อารมณ์ และการแสดงออกของตนเองที่เป็นอันตรายต่อผู้อื่น ตนเองและ/หรือท าลาย ทรัพย์สิน มีความต้องการ การช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน หรือผู้ปุวยที่มีพยาธิสภาพทางกายในระดับรุนแรงเสี่ยงต่อชีวิต มาตรฐานการพยาบาล 1. ผู้ใช้บริการปลอดภัยจากพยาธิสภาพทางกาย การท าร้ายตนเองท าร้ายผู้อื่น และท าลาย ทรัพย์สิน 2. ผู้ใช้บริการได้รับการตรวจรักษาตามสภาพปัญหา และความจ าเป็น 3. ผู้ใช้บริการได้รับบริการที่ประทับใจ สะดวก รวดเร็ว และมีคุณภาพ 3. การส่งเสริมปูองกันปัญหาสุขภาพจิต มีการจัดการงานส่งเสริมปูองกันด้านสุขภาพจิตให้แก่ผู้ปุวยจิตเวช ญาติผู้ปุวย ประชาชนที่เป็นกลุ่มเสี่ยง และประชาชนที่จัดอยู่ในกลุ่มปกติ 4. การบริการส่งต่อ การดูแลต่อเนื่อง จัดบริการเพื่อให้ผู้ปุวยจิตเวชได้รับการส่งต่อไปรับบริการที่มีลักษณะเฉพาะในระดับสูงขึ้น มีการสื่อสาร ข้อมูลของผู้ปุวยที่ครอบคลุมชัดเจน มีระบบการดูแลต่อเนื่องดังนี้ 1. มีการจัดระบบการติดตามดูแล ผู้ปุวย ที่คลินิกจิตเวชของโรงพยาบาล 2. มีการติดตามผู้ปุวยที่มีปัญหา ซับซ้อนไปในชุมชน 3. มีการประเมินปัญหาความต้องการการฟื้นฟู สมรรถภาพรวมถึงกิจกรรมฟื้นฟูสมรรถภาพ ตามความ ต้องการและบริบทของผู้ปุวย/ชุมชน
พยาบาลวิชาชีพงานเคมีบ าบัด หน้าที่รับผิดชอบ มีหน้าที่ให้ยาเคมีบ าบัดทั้งผู้ปุวยนอกและผู้ปุวยใน ผู้ปุวยนอกทุกรายที่ส่งมาจากคลินิกมะเร็งและคลินิก โรคไต ส่วนผู้ปุวยในรับมาจากทุกตึกที่แพทย์สั่งให้ยาเคมีบ าบัด ยกเว้นผู้ปุวยอายุรกรรมที่ให้เฉพาะ Cyclophosphamide โดยในหน่วยงานมีพยาบาลวิชาชีพผ่านการอบรมหลักสูตรการพยาบาลผู้ปุวยมะเร็ง 3 คนและผู้ช่วยพยาบาล 1 คน 1. จัดท ามาตรฐานการพยาบาลผู้ปุวยให้ยาเคมีบ าบัด 2. ร่วมกับคลินิกมะเร็งและเภสัชกรจัดท าสมุดบันทึกสุขภาพและการดูแลสุขภาพส าหรับผู้ปุวยที่ได้รับยาเคมี บ าบัด 3. ร่วมกับแพทย์และเภสัชกรจัดท า protocol 4. ประสานคลินิกมะเร็งและคลินิกโรคไตส่งผู้ปุวยรายใหม่มารับยาเคมีบ าบัด ตรวจสอบความถูกต้อง ครบถ้วนของเวชระเบียน ประสานเภสัชกรห้องผสมยา 5. จัดท าทะเบียนผู้ปุวยมะเร็งที่ให้ยาเคมีบ าบัดของหน่วยงาน 6. ให้ข้อมูลผู้ปุวยและครอบครัวรายบุคคลตามโรคและแผนการรักษา ผลข้างเคียงของยาเคมีบ าบัดตาม protocol 7. ประเมินสภาพร่างกายและจิตใจผู้ปุวยทุกรายก่อนให้ยาเคมีบ าบัด 8. ตรวจสอบความถูกต้องของยาและบริหารยาเคมีบ าบัดตาม protocol ในผู้ปุวยแต่ละราย 9. เฝูาระวังอาการผิดปกติขณะให้ยาเคมีบ าบัดและลงบันทึกทางการพยาบาล 10. โทรศัพท์ติดตามและประเมินผู้ปุวยรายใหม่ทุกรายหลังรับยาเคมีบ าบัดภายใน 7 วัน ส่วนผู้ปุวยรายเก่า ติดตามกรณีที่มีปัญหา 11. ลงบันทึกความเสี่ยง ลงบันทึกผู้ปุวยที่เกิดผลข้างเคียงจากการให้ยาเคมีบ าบัด 12. เก็บข้อมูลตัวชี้วัดคุณภาพ น าข้อมูลที่ได้มาท ากิจกรรม 12 ทบทวนของหน่วยงาน งานบริหาร 1. บริหารอัตราก าลังตามภาระงาน/ ภาวะฉุกเฉิน 2. มอบหมายงานการพยาบาล 3. ควบคุมก ากับดูบุคลากรปฏิบัติการพยาบาลตามมาตรฐานการพยาบาล 4. ก ากับดูแลสิ่งแวดล้อมอาคารสถานที่ 5. ก ากับดูแลพัสดุ ครุภัณฑ์ เครื่องมือแพทย์ 6. ก ากับดูแลการปฏิบัติตามมาตรฐานการควบคุมปูองกันการแพร่กระจายเชื้อ 7. ให้ค าปรึกษาและแก้ไขปัญหาด้านระบบงาน 8. การประสานงานทั้งภายในภายนอก 9. เป็นผู้น าจัดท าแผนงานและโครงการของหน่วยงาน 10. ก ากับควบคุมการเบิก-จ่ายวัสดุ ครุภัณฑ์
11. คุณภาพการบันทึกทางการพยาบาล ตรวจสอบและนิเทศ 12. เป็นผู้น าทีม Case Conference 13. เป็นผู้น าทีมเสนอทบทวน 12 กิจกรรม/ C3THER 14. จัดท า/คู่มือปฏิบัติงาน/มาตรฐานการพยาบาล/ คู่มือปฐมนิเทศ ฯลฯ 15. เป็นผู้นิเทศงานการพยาบาลผู้ปุวยให้ยาเคมีบ าบัดตามหอผู้ปุวยต่างๆ 16. วิเคราะห์ผลสรุปการด าเนินงานของหน่วยงาน 17. ประสานจัดการเรียนการสอนในคลินิก
พยาบาลวิชาชีพงานการพยาบาลผู้ป่วยใน สมรรถนะการพยาบาลผู้ป่วยอายุรกรรม หน้าที่รับผิดชอบ งานการพยาบาลอายุรกรรม เป็นงานที่ให้การพยาบาลผู้ปุวยด้านอายุรกรรม ในทุกประเภทของสภาวะ การเจ็บปุวย ตั้งแต่ ผู้ปุวยพักฟื้น ผู้ปุวยเจ็บปุวยปานกลาง ผู้ปุวยกึ่งหนัก ผู้ปุวยหนัก และผู้ปุวยหนักมาก ซึ่งมี ความซับซ้อนของโรคมากมาย ดังนั้นพยาบาลประจ าหน่วยงานด้านอายุรกรรม จึงจ าเป็นต้องมีสมรรถนะจ าเป็น เฉพาะหน่วยงาน (Specific Competency) ด้านอายุรกรรม เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ทางการพยาบาลที่พึงประสงค์แก่ ผู้ปุวย ดังนี้ ความสามารถในการดูแลผู้ปุวยระบบหัวใจและหลอดเลือด ความสามารถในการดูแลผู้ปุวยโรคระบบ ทางเดินหายใจ และความสามารถในการดูแลผู้ปุวยทางอายุรศาสตร์ทั่วไป ซึ่งสมรรถนะต่างๆ เหล่านี้จะแสดงถึง ความสามารถของพยาบาลว่ามีความรู้ทักษะ และความสามารถทางคลินิก ในการให้การพยาบาลในหน่วยงานด้าน อายุรกรรมของโรงพยาบาลก าแพงเพชร 1.ความสามารถในการดูแลผู้ปุวยระบบหัวใจและหลอดเลือดในภาวะวิกฤต/กึ่งวิกฤต 1.1 สามารถอธิบายพยาธิสรีรวิทยา อาการและแนวทางการรักษาของโรค รวมทั้งอาการผิดปกติ ของระบบหัวใจและหลอดเลือดได้เช่น Cardiomyopathy, Coronary artery disease, Cardiac arrhythmia , Valvular heart disease , Congenital heart disease , Cardiac tamponade , Cardiac arrest เป็นต้น 1.2 สามารถบูรณาการความรู้เกี่ยวกับการดูแลปุวยระบบหัวใจและหลอดเลือดในภาวะวิกฤติกึ่ง วิกฤต เพื่อพัฒนาคุณภาพการพยาบาลให้ดียิ่งขึ้น เช่น สามารถน าหลักฐานเชิงประจักษ์และผลงานวิจัย มาใช้ในการพัฒนาหรือปรับปรุงแนวทางการพยาบาลผู้ปุวยระบบหัวใจและหลอดเลือดได้ 1.3 สามารถคาดการณ์วิเคราะห์ปูองกัน และจัดการปัญหาที่อาจเกิดขึ้นกับ ผู้ปุวยระบบหัวใจ และหลอดเลือดในภาวะวิกฤต กึ่งวิกฤตได้ 1.4 สามารถบริหารยา อธิบายเกี่ยวกับยา ผลข้างเคียงจากการใช้ยา และสามารถให้การ ช่วยเหลือเบื้องต้นได้เมื่อเกิดความผิดปกติ เช่น ยากลุ่มเพิ่มการบีบตัวของหัวใจ ยาที่มีผลต่อความดัน โลหิต ยาที่มีผลต่อการเต้นของหัวใจ ยาขยายหลอดเลือด กลุ่มยาละลายลิ่มเลือด ยาต้านการเต้นผิด จังหวะของหัวใจ เช่น Digitalis, Amiodarone, Thrombolytic agents, B-blocker, Inotropic drug เป็นต้น 1.5 สามารถปฏิบัติกิจกรรมการพยาบาลตามแนวทางและมาตรฐานได้ เช่น การท า EKG 12 lead การเฝูาระวังสัญญาณชีพ การประเมินอาการน าอาการทรุดลงเฉพาะโรค ACS ได้อย่างมี ประสิทธิภาพ 1.6 สามารถแปลผลคลื่นไฟฟูาหัวใจที่ผิดปกติเบื้องต้น และรายงานแพทย์ได้ถูกต้อง 1.7 สามารถประเมินปัญหา วิเคราะห์ตัดสินใจ ในการให้การพยาบาลแก่ผู้ปุวยที่มีภาวะหัว ใจเต้นผิดจังหวะที่คุกคามถึงชีวิตได้(Lethal arrhythmia)
1.8 สามารถเตรียมความพร้อมของผู้ปุวยทั้งทางร่างกายและจิตใจ เตรียมอุปกรณ์ช่วยแพทย์ท า หัตถการส าคัญได้ ดังนี้ Pericardiocentesis, Central line, ICD, Transcutaneous Pacemaker, Cardioversion / Defibrillation 1.9 สามารถอธิบายเกี่ยวกับกลไกการท างานของเครื่องกระตุ้นไฟฟูาหัวใจภายนอก และสามารถ ให้การพยาบาลผู้ปุวยที่ได้รับการใส่ Temporary / Permanent pacemaker ได้ 1.10 สามารถแปลผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ Cardiac function test, Coagulogram และสามารถให้การพยาบาลผู้ปุวยที่มีความผิดปกติได้ 1.11 สามารถประเมิน วิเคราะห์(Early detection) โดยใช้ MEWS เพื่อหาสาเหตุของปัญหา การวางแผนให้การพยาบาล การจัดล าดับความส าคัญของปัญหา และสามารถเหลือตามความเร่งด่วนของ ปัญหา ของผู้ปุวยระบบหัวใจและหลอดเลือดในภาวะวิกฤต / กึ่งวิกฤต ทั้งทางร่างกายจิตใจ อารมณ์ สังคม และจิตวิญญาณได้ 2. ความสามารถในการดูแลผู้ปุวยโรคระบบทางเดินหายใจในภาวะวิกฤต/กึ่งวิกฤต 2.1 สามารถอธิบายพยาธิสรีรวิทยา อาการ และแนวทางการรักษาพยาบาลของภาวะ Respiratory failure รวมทั้งโรคต่างๆในกลุ่ม Normal lung disease, Obstructive lung disease และ Restrictive lung disease เช่นโรค Pneumonia, COPD, ARDS Atelectasis, Pulmonary edema และ Pneumothorax เป็นต้น 2.2 สามารถบูรณาการความรู้เกี่ยวกับการดูแลผู้ปุวยระบบทางเดินหายใจในภาวะวิกฤต/กึ่ง วิกฤต เพื่อพัฒนาคุณภาพการพยาบาลให้ดียิ่งขึ้น เช่น การน าหลักฐานเชิงประจักษ์ และผลงานวิจัยมาใช้ ในการพัฒนา หรือปรับปรุงแนวทางการพยาบาลผู้ปุวยระบบทางเดินหายใจในภาวะวิกฤตได้ 2.3 สามารถคาดการณ์ วิเคราะห์ ปูองกัน และจัดการภาวะแทรกซ้อนที่เกิดขึ้นกับผู้ปุวยระบบ ทางเดินหายใจในภาวะวิกฤต/กึ่งวิกฤต ได้เช่น Respiratory failure, Pneumonia, COPD, ARDS Atelectasis, Pulmonary edema และ Pneumothorax เป็นต้น 2.4 สามารถปฏิบัติกิจกรรมการพยาบาลตามแนวทางและมาตรฐานได้ เช่น การท า EKG 12 lead การเฝูาระวังสัญญาณชีพ การประเมินอาการน าของอาการทรุดลง (MEWS) การดูดเสมหะ การให้ ออกซิเจนในรูปแบบต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ 2.5 สามารถดูแลการใช้เครื่องช่วยหายใจ และให้การพยาบาลเพื่อปูองกันภาวะแทรกซ้อนจาก การใช้เครื่องช่วยหายใจ ทั้งชนิด Bird’s ventilation, Volume ventilation รวมทั้ง High flow ให้ เหมาะสมกับสภาวะของผู้ปุวยตามแผนการรักษาของแพทย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ 2.6 สามารถติดตามและเฝูาระวังความผิดปกติที่เกิดขึ้นของระบบทางเดินหายใจในภาวะ Hypoxemia, Hypoxia, Hypo-hypercapnia 2.7 สามารถประเมินปัญหา และวิเคราะห์ตัดสินใจให้การพยาบาลแก่ผู้ปุวยที่มีภาวะ Respiratory failure, Cardiac arrest ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
2.8 สามารถบริหารยา อธิบายเกี่ยวกับยา ผลข้างเคียงจากการใช้ยา และสามารถให้การ ช่วยเหลือเบื้องต้นได้เมื่อเกิดความผิดปกติ เช่น ยาขยายหลอดลม ยากลุ่มลด/เพิ่มความดันโลหิต ยาคลาย กลามเนื้อ เป็นต้น 2.9 สามารถเตรียมความพร้อมของผู้ปุวย ทั้งทางร่างกายและจิตใจ เตรียมอุปกรณ์ช่วยแพทย์ท า หัตถาการที่ส าคัญ และสามารถให้การพยาบาลผู้ปุวยหลังท าหัตถการ การสังเกตภาวะแทรกซ้อนหลังท า หัตถการได้เช่น การใส่ท่อช่วยหายใจ การเจาะปอด การใส่ ICD การใส่ Central line เป็นต้น 2.10 สามารถวิเคราะห์ และแปลผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการที่ส าคัญ และสามารถให้การ พยาบาลผู้ปุวยที่มีความผิดปกติของผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการที่ส าคัญ ได้เช่น Arterial blood gas, Electrolyte, Chest film เป็นต้น 2.11 สามารถประเมินผู้ปุวยโดยใช้ MEWS และ EWS รายโรคของ Respiratory failure ได้ อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถวิเคราะห์ผลการประเมิน (Early detection) เพื่อหาสาเหตุของปัญหา จัดล าดับการพยาบาลตามความเร่งด่วนของปัญหา รวมทั้งการวางแผนให้การพยาบาลผู้ปุวยทั้งด้าน ร่างกาย จิตใจอารมณ์สังคม และจิตวิญญาณ 3.ความสามารถในการดูแลผู้ปุวยโรคทางอายุรกรรม 3.1 สามารถอธิบายพยาธิสรีรวิทยา อาการ และแนวทางการรักษาพยาบาลของโรคที่ส าคัญทาง อายุรกรรมได้ ดังนี้ Sepsis, Pneumonia, Ischemic/Hemorrhagic Stroke, ACS, CHF, COPD, Pulmonary edema, UGIH, DHF, ARF, CKD, ผู้ปุวยที่มีภาวะแทรกซ้อนจากการท า CAPD, DM, DKA และกลุ่มอาการ Respiratory failure 3.2 สามารถบูรณาการความรู้เกี่ยวกับการดูแลปุวยด้านอายุรกรรม เพื่อพัฒนาคุณภาพการ พยาบาลให้ดียิ่งขึ้น เช่น สามารถน าหลักฐานเชิงประจักษ์และผลงานวิจัย มาใช้ในการพัฒนาหรือปรับปรุงแนว ทางการพยาบาลผู้ปุวยโรคทางอายุรกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ 3.3 สามารถคาดการณ์ วิเคราะห์ ปูองกัน และจัดการภาวะแทรกซ้อนที่เกิดขึ้นกับผู้ปุวยโรคทาง อายุรกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ 3.4 สามารถปฏิบัติกิจกรรมการพยาบาล ตามแนวทางปฏิบัติ และตามมาตรฐาน ในโรคที่ส าคัญ ทางอายุรกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนี้ 3.4.1 สามารถปฏิบัติการพยาบาลผู้ปุวยที่ได้รับการรักษาด้วยออกซิเจน (Oxygen therapy) 3.4.2 สามารถปฏิบัติการพยาบาลผู้ปุวยที่ได้รับการรักษาด้วยความชื้นและยาพ่นฝอยละออง ในทางเดินหายใจ (Humidity and Aerosol therapy) 3.4.3 สามารถปฏิบัติการพยาบาลผู้ปุวยที่ต้องเฝูาระวังอาการทรุดลงขณะท าการรักษาโดย การใช้ Monitor EKG, MEWS, EWS รายโรค ได้อย่างมีประสิทธิภาพ 3.5 สามารถอธิบายเกี่ยวกับยา ผลข้างเคียงจากการใช้ยา และการให้การช่วยเหลือเบื้องต้นได้ 3.6 สามารถเตรียมความพร้อมของผู้ปุวยทั้งทางร่างกายและจิตใจ เตรียมอุปกรณ์ช่วย แพทย์ท า หัตถาการ และสามารถให้การพยาบาลผู้ปุวยหลังท าหัตถการได้อย่างมีประสิทธิภาพ
3.7 สามารถวิเคราะห์ และแปลผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ และสามารถให้การพยาบาล ผู้ปุวยที่มีความผิดปกติของผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ ได้ เช่น Arterial blood gas, Electrolyte, Chest film 3.8 สามารถให้การพยาบาลผู้ปุวยที่ได้รับการวินิจฉัยว่าอยู่ในระยะประคับประคอง และระยะ สุดท้ายของโรค (Palliative/End of life care) ตามแนวทางปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ 3.9 สามารถให้ข้อมูลพื้นฐานในเรื่องการปฏิบัติตัวเพื่อส่งเสริมการหายของโรคขณะพักรักษาตัว ในโรงพยาบาล รวมทั้งการปฏิบัติตัวในการดูแลตนเองอย่างเหมาะสมตามโรคที่เป็น เมื่อกลับ บ้าน
สมรรถนะการพยาบาลผู้ป่วยศัลยกรรม หน้าที่รับผิดชอบ 1.ให้การพยาบาลผู้รับบริการทั้งด้านร่างกาย จิตใจ สังคม และจิตวิญญาณ โดยยืดผู้ปุวยเป็นศูนย์กลาง และ ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ 2. ให้การพยาบาลที่ครอบคลุม 4 มิติ ส่งเสริม ปูองกัน รักษา และฟื้นฟู แก่ผู้ปุวยและผู้ดูแล และญาติ 2.1ส่งเสริมการดูแลสุขภาพ การให้สุขศึกษา ค าแนะน า 2.2ปูองกันการเกิดโรคซ้ า ปูองกันการเกิดภาวะแทรกซ้อนจากการผ่าตัด 2.3รักษา ผู้ปุวยได้รับการวินิจฉัย รักษาอย่างถูกต้องแม่นย า และไม่ล่าช้า 2.4ฟื้นฟูสภาพร่างกาย จิตใจ หลังผ่าตัดทั้งผู้ปุวยและญาติ 3.สมรรถนะพยาบาลในการพยาบาลผู้ปุวยก่อนและหลังการท าผ่าตัด 4.ให้การพยาบาลตามมาตรฐานวิชาชีพและจริยธรรมทางการพยาบาล 5.สมรรถนะพยาบาลในการใช้กระบวนการพยาบาลอย่างถูกต้องตามมาตรฐาน 6.สมรรถนะพยาบาลในการดูแลผู้ปุวยวิกฤตและกลุ่มโรคส าคัญ 7.สมรรถนะพยาบาลในการบริหารยาเคมีบ าบัด 8.สมรรถนะพยาบาลในการใช้เทคโนโลยีทางด้านการบันทึกทางเวชระเบียน การใช้เครื่องมือทางการแพทย์ 9.สมรรถนะพยาบาลในพฤติกรรมบริการที่ดี สมรรถนะการพยาบาลผู้ป่วยศัลยกรรมกระดูก หน้าที่รับผิดชอบ 1. ปฏิบัติการพยาบาลโดยตรงแก่ผู้ปุวยที่เป็นโรคเกี่ยวกับ กล้ามเนื้อ กระดูก และข้อโดยใช้กระบวนการ พยาบาลและการพยาบาลองค์รวม เพื่อวางแผนและให้การพยาบาลครอบคลุมทั้งร่างกายและจิตใจ ทั้งการปูองกัน การเกิดภาวะแทรกซ้อน การส่งเสริม และฟื้นฟูสุขภาพให้สามารถกลับมาดูแลตนเองได้อย่างถูกต้อง 2. ร่วมวางแผนพัฒนาคุณภาพการพยาบาลตามเปูาหมาย และตัวชี้วัดคุณภาพของหน่วยงาน ตาม ขอบเขตงานที่รับมอบหมาย 3. ประสานความร่วมมือกับทีมสุขภาพที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้กระบวนการดูแลผู้ปุวยเป็นไปอย่างมี ประสิทธิภาพและได้ผลลัพธ์ตามที่ก าหนด 4. สอน สาธิต และให้ค าแนะน า ด้านสุขภาพแก่ผู้ใช้บริการ ในการส่งเสริมสุขภาพ ปูองกันโรค ดูแลรักษา และฟื้นฟูสภาพ เพื่อให้สามารถดูแลตนเองได้
สมรรถนะการพยาบาลสูติ นรีเวช หน้าที่ความรับผิดชอบ ให้บริการพยาบาลผู้ปุวยนรีเวช สตรีหลังคลอด ทารกแรกเกิด ตามกระบวนการพยาบาล ประเมินปัญหาของ ผู้ปุวย วางแผนการพยาบาล ให้การพยาบาลตั้งแต่แรกรับ ขณะอยู่ในความดูแล วางแผนจ าหน่ายและดูแลต่อเนื่อง ครอบคลุมด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม วัฒนธรรม ความเชื่อ ให้การพยาบาลตามความต้องการและปัญหา ของผู้ปุวย ให้ปลอดภัย และปฏิบัติการผดุงครรภ์อย่างมีจริยธรรมตามมาตรฐานและกฎหมายวิชาชีพการพยาบาล และการผดุงครรภ์ และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง 1. ปฏิบัติการช่วยชีวิตผู้ปุวยสูติ นรีเวช และทารกแรกเกิดที่มีปัญหาวิกฤติ รวมถึงช่วยแพทย์ในการตรวจ รักษาและท าคลอดในหญิงตั้งครรภ์ที่มีภาวะที่แท้ง /ยุติการตั้งครรภ์ที่มีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ 2. ปฏิบัติงานหัวหน้าทีม หรือลูกทีม มีภาวะผู้น า สื่อสาร/ประสานงานกับผู้ร่วมงาน หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พัฒนาคุณภาพงานอย่างต่อเนื่อง เจรจาต่อรองเพื่อรักษาประโยชน์ของผู้ปุวย แก้ปัญหาและตัดสินใจที่ เหมาะสมกับสถานการณ์ 3. สื่อสาร ประสานงานกับแพทย์เจ้าของไข้ เพื่อปรึกษาแผนการดูแลผู้ปุวย มีการตรวจเยี่ยมผู้ปุวยร่วมกัน รายงานอาการผิดปกติ/ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการที่ผิดปกติของผู้ปุวยสูติ นรีเวช และทารกแรกเกิด เพื่อใช้เป็นแนวทางการดูแลผู้ปุวย รวมทั้งมีการประสานงานกับแพทย์ และจนท.ต่างแผนก 4. ให้ความรู้ด้านสุขภาพแก่ผู้ปุวยสูติ นรีเวช ทารกแรกเกิด และญาติ จัดกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพและจัด สิ่งแวดล้อมเพื่อความปลอดภัย รวมทั้งให้การพยาบาลประคับประคองผู้ปุวยระยะสุดท้าย 5. ปฏิบัติการพยาบาลโดยใช้สารสนเทศ สืบค้นข้อมูลด้านสุขภาพและความรู้ที่เกี่ยวข้องและตระหนักใน ความส าคัญของการวิจัยต่อการพัฒนาการพยาบาลงานสูติ นรีเวช 6. ให้ความร่วมมือกิจกรรมต่างๆ ของสหสาขาวิชาชีพ และเครือข่ายระดับจังหวัดและเขตบริการสุขภาพ 7. สนับสนุนและร่วมวางแผนพยาบาลพี่เลี้ยงในการฝึกภาคปฏิบัติสอนนักศึกษา ของสถาบันการศึกษา เครือข่ายของโรงพยาบาลก าแพงเพชรได้แก่มหาวิทยาลัยนเรศวร มหาวิทยาลัยมหิดล และสถาบันพระ บรมราชชนก 8. นิเทศ ติดตาม ก ากับ ประเมินมาตรฐานงานอนามัยแม่และเด็ก ในโรงพยาบาลชุมชนจังหวัดก าแพงเพชร ร่วมกับส านักงานสาธารณสุขจังหวัด 9. ร่วมท าแผนและจัดซื้ออุปกรณ์ เครื่องมือในการตรวจรักษาดูแลผู้ปุวยสูติ นรีเวช และทารกแรกเกิด ให้มี เพียงพอพร้อมใช้ 10. จัดอัตราก าลังให้เพียงพอต่อการปฏิบัติงานและส่งเสริมบรรยากาศในการท างานของหน่วยงานรวมถึงการ ส่งเสริมขวัญและก าลังใจกับบุคลากรในหน่วยงานสูติ นรีเวช 11. ให้ค าปรึกษาและแก้ไขปัญหา การเลี้ยงดูบุตรด้วยนมมารดา
สมรรถนะการพยาบาลผู้ป่วยกุมารเวชกรรม หน้าที่รับผิดชอบ การพยาบาลผู้ปุวยเด็กแบบองค์รวมเป็นการให้การพยาบาลทั้งด้านร่างกาย จิตใจ สังคมและพัฒนาการ โดยให้ครอบคลุมทั้งการปูองกันโรค การสร้างเสริมสุขภาพของผู้ปุวยเด็กให้แข็งแรง การ รักษาพยาบาลและการฟื้นฟูสภาพ ทั้งนี้ค านึงถึงความเชื่อ วัฒนธรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องกับความ เจ็บปุวยในเด็ก ดังนั้นในการปฏิบัติการพยาบาล พยาบาลผู้ปุวยเด็กควรมีสมรรถนะที่ส าคัญดังนี้ 1. ปฏิบัติการพยาบาลโดยใช้หลักของกระบวนการพยาบาล (Nursing process) ประกอบ ด้วย 1.1 การประเมินภาวะสุขภาพ (Assessment) เป็นการรวบรวมข้อมูลทั้งด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม และครอบครัวของผู้ปุวยเด็ก รวมทั้งการเจริญเติบโตและพัฒนาการเพื่อน าข้อมูลมาวิเคราะห์ข้อ วินิจฉัยทางการพยาบาลและวางแผนการพยาบาล โดยการซักประวัติจากผู้ปุวยเด็ก และผู้ปกครอง การตรวจ ร่างกาย และการตรวจทางห้องปฏิบัติการ โดยต้องมีทักษะในการสังเกตและไวต่อการเปลี่ยนแปลงของอาการและ พฤติกรรมของผู้ปุวยเด็ก 1.2 การวินิจฉัยการพยาบาล (Nursing diagnosis) เป็นการระบุปัญหาหรือความต้องการของ ผู้ปุวยเด็กและผู้ปกครองจากข้อมูลที่ประเมินได้ ทั้งด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคมและครอบครัว รวมทั้งการ เจริญเติบโตและพัฒนาการของผู้ปุวยเด็ก โดยระบุเป็นปัญหาภาวะเสี่ยง (Risk) และปัญหาที่เกิดขึ้นแล้ว (Actual problem) 1.3 การวางแผนการพยาบาล (Planning) เป็นการก าหนดวัตถุประสงค์และวางแผนกิจกรรมการ พยาบาลให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ที่ก าหนด 1.4 การปฏิบัติการพยาบาล (Implementation) เป็นการน าแผนการพยาบาลที่วางไว้ไปปฏิบัติ โดยค านึงถึงผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น ความปลอดภัย ความเป็นบุคคลของเด็กและสิทธิของเด็ก รวมทั้งใช้หลักการดูแลโดยให้ ครอบครัวเป็นศูนย์กลางและให้การพยาบาลโดยลดความทุกข์ทรมานหรือความปวด ทั้งด้านร่างกายและจิตใจให้แก่ ผู้ปุวยเด็ก 1.5 การประเมินผล (Evaluation) เป็นการวิเคราะห์ว่ากิจกรรมการพยาบาลที่ได้ปฏิบัติได้บรรลุ ตามวัตถุประสงค์ที่วางไว้หรือไม่ ถ้ายังมีปัญหาอยู่ก็ต้องรวบรวมข้อมูลโดยประเมินสุขภาพ ก าหนดข้อวินิจฉัย ทางการพยาบาล วางแผนการพยาบาล และน ามาปฏิบัติใหม่ 2. สามารถให้การดูแลโดยให้ครอบครัวเป็นศูนย์กลาง (Family centered care) เป็นการพยาบาล โดยให้ครอบครัวได้แสดงบทบาทในการดูแลเด็ก ปกปูองเด็กอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เด็กเกิดความ รู้สึกอบอุ่น คุ้นเคย และปลอดภัย ขณะที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล โดยพยาบาลควรมีบทบาท ดังนี้ 2.1 เสริมสร้างความสามารถของครอบครัว โดยให้โอกาสและแนวทางในการแสดงความ สามารถ และสมรรถนะในการดูแลเด็กขณะเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลแก่ผู้ปกครอง
2.2 แลกเปลี่ยนความรู้ ทักษะและทรัพยากรกับครอบครัว เพื่อประโยชน์ส าหรับผู้ปุวยเด็ก โดย พยาบาลจะต้องตระหนักถึงความเสมอภาคระหว่างผู้ปกครองกับตนเอง และผู้ปกครองมีสิทธิที่จะตัดสินใจเกี่ยวกับ การให้การรักษาพยาบาลแก่ผู้ปุวยเด็ก 2.3 เสริมสร้างพลังอ านาจแก่ครอบครัวในการด ารงรักษาหรือมีความสามารถในการควบคุมชีวิตของ คนในครอบครัว และส่งเสริมให้มีการเปลี่ยนแปลงในทางบวก 2.4 สร้างกลไกความสัมพันธ์กับผู้ปกครองแบบหุ้นส่วน โดยมีการก าหนดข้อตกลงในการให้การ ดูแลผู้ปุวยเด็ก และมีการบันทึกผลการตัดสินใจ กลยุทธ์ในการเสริมสร้างการดูแลโดยให้ครอบครัวเป็นศูนย์กลาง มีดังนี้ 1) ปรับเปลี่ยนหรือก าหนดนโยบายที่เกี่ยวข้อง เช่น อนุญาตให้ผู้ปกครองอยู่เฝูาเด็กได้ อนุญาตให้ ผู้ปกครองเยี่ยมเด็กที่ได้รับการผ่าตัดในห้องพักฟื้น ให้ผู้ปกครองร่วมกิจกรรมในห้องสันทนาการ เป็นต้น 2) ให้ข้อมูล สร้างความคุ้นเคยและช่วยครอบครัวในการปรับตัวและอยู่โรงพยาบาล เช่น โปรแกรมการปฐมนิเทศ การแนะน าสถานที่ แผ่นพับการให้ข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ 3) ให้ผู้ปกครองรับรู้อาการของผู้ปุวยเด็กและมีส่วนร่วมในการดูแลเด็ก เช่น การดูแลผู้ปุวยเด็ก ประจ าวัน ให้ผู้ปกครองบันทึกความก้าวหน้าและอาการการเปลี่ยนแปลงของผู้ปุวยเด็ก 4) ให้ผู้ปกครองมีส่วนร่วมในการก าหนดแนวทางการดูแลเด็ก เช่น ให้ผู้ปกครองเข้าร่วมประชุม ในการวางแผนให้การดูแลผู้ปุวยเด็ก 5) สร้างกลไกให้ผู้ปุวยเด็กได้ติดต่อผู้ปกครองที่ไม่สามารถมาเยี่ยมหรืออยู่เฝูาผู้ปุวยเด็กได้ 6) มีการวางแผนจ าหน่าย (Discharge planning) เพื่อให้ผู้ปุวยเด็กได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่อง 3. สามารถให้การดูแลเพื่อลดหรือขจัดความไม่สุขสบายที่เกิดขึ้นทางด้านร่างกายหรือจิตใจ ขณะ ที่ ผู้ปุวยเด็กได้รับการรักษาในโรงพยาบาล (Atraumatic care) โดยมีความสามารถในการน าความรู้เกี่ยวกับการ พยาบาลเด็กไปใช้ในการประเมินความต้องการด้านร่างกายและอารมณ์ของผู้ปุวยเด็ก มีความเข้าใจเกี่ยวกับ พัฒนาการด้านสรีรวิทยาของเด็กปกติ รวมทั้งความไม่สมบูรณ์ด้านสรีรวิทยาที่มีผลต่อระบบภูมิคุ้มกัน ความสมดุล ของสารน้ าและอิเล็คโตรลัยต์ การท าหน้าที่ของระบบต่างๆ ของร่างกาย และการตอบสนองต่อความเจ็บปุวยของ เด็กความไม่สุขสบายที่เกิดขึ้นด้านจิตใจ ได้แก่ ความเจ็บปุวย ความเครียด ความผิดหวัง และความกลัว 4. สามารถให้การดูแลต่อเนื่อง (Continuum of care) เป็นการดูแลอย่างต่อเนื่องในทุกระยะของ ความเจ็บปุวยตั้งแต่แรกรับไว้ในโรงพยาบาลถึงการดูแลภายหลังการจ าหน่าย อาจเป็นระบบการดูแลจากหอผู้ปุวย หนึ่งไปยังอีกหอผู้ปุวยหนึ่ง หรือเป็นระบบบริการที่เชื่อมโยงบริการระหว่าง โรงพยาบาลและบ้าน หรือชุมชน ซึ่งมีเปูาหมายการดูแลอย่างต่อเนื่อง ดังนี้ 4.1 ผู้ใช้บริการได้รับการดูแลที่ต่อเนื่อง 4.2 มีความคุ้มทุน 4.3 ผู้ใช้บริการมีคุณภาพชีวิตที่ดี โดยน าเอาทรัพยากรในบ้านและชุมชนมาปรับ ใช้ให้สอดคล้องกับวิถีการด าเนินชีวิตของผู้ปุวยและผู้ดูแล 4.4 ลดระยะเวลาพักรักษาตัวในโรงพยาบาล
4.5 ลดความถี่ในการดูแลของพยาบาล 4.6 ปูองกันการกลับเข้ารักษาซ้ าโดยไม่จ าเป็น 4.7 ผู้ใช้บริการสามารถดูแลตนเองได้ 5. สามารถให้การดูแลโดยยึดหลักการส่งเสริมการดูแลตนเอง (Self-care) แนวคิดการส่งเสริมการ ดูแลตนเองได้ถูกน ามาใช้ในการพยาบาลผู้ปุวยเด็ก เพื่อให้มีการปฏิบัติกิจกรรมที่จะด ารงไว้ซึ่งชีวิตและสุขภาพที่ดี โดยความสามารถในการปฏิบัติกิจกรรม เป็นความสามารถในการดูแลตนเอง (Self-care agency) และการท า หน้าที่ที่จ าเป็นส าหรับชีวิตและสุขภาพที่ดีในการดูแลตนเองที่จ าเป็นโดยทั่วไป (Universal self-care requisites) ข้อจ ากัดที่เป็นอุปสรรคในการดูแลตนเองคือ ความพร่องในการดูแลตนเอง (Self-care deficit) ซึ่งพยาบาล จะต้องใช้วิธีการและเทคนิคในการวินิจฉัยความพร่องในการดูแลตนเอง เพื่อให้การช่วยเหลือและพัฒนา ความสามารถในการดูแลตนเองของผู้ปุวย จนกระทั่งสามารถดูแลตนเองได้ในที่สุด ดังนั้นพยาบาลควรเน้นให้เด็ก และครอบครัวเข้ามามีส่วนร่วมในการรับผิดชอบการดูแลสุขภาพของตนเอง โดยพยาบาลจะมีการวางแผนการ พยาบาลและปฏิบัติการพยาบาลเพื่อให้ผู้ปุวยได้รับการตอบสนองความต้องการการดูแลตนเองอย่างครบถ้วน 6. มีความเข้าใจเกี่ยวกับสิทธิผู้ปุวย ประเด็นทางจริยธรรมและกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการพยาบาล ผู้ปุวยเด็ก 7. มีความสามารถในการสร้างสัมพันธภาพ สื่อสาร และสอนผู้ปุวยเด็กและครอบครัวอย่างมี ประสิทธิภาพ
สมรรถนะการพยาบาลผู้ป่วยหนัก หน้าที่รับผิดชอบ ให้การพยาบาลแก่ผู้ป่วยที่อยู่ในภาวะอันตรายคุกคามต่อชีวิต หรือเสี่ยงต่อการได้รับอันตรายถึงชีวิตและ ยังต้องให้การดูแล สังเกตอาการ ตลอดเวลา โดยพยาบาลตองใช้ความรู้ ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ในการประเมิน ปัญหาและให้การพยาบาลเพื่อแก้ไขปัญหาได้อย่างถูกต้องให้ผู้ป่วยพ้นจากภาวะคุกคามนั้นโดยเร็วที่สุด โดย ปราศจากภาวะแทรกซ้อน ตามมาตรฐานการปฏิบัติการพยาบาลผู้ป่วยวิกฤต มาตรฐานที่ 1 การประเมินปัญหาและความต้องการของผู้ป่วย โดยพยาบาลวิชาชีพเป็น ผู้ประเมินความ ต้องการและคาดการณ์ภาวะวิกฤตได้ก่อนจะรุนแรง เช่น ประเมินสัญญาณชีพ อาการปวด สภาพผิวหนัง ส่งสิ่งส่ง ตรวจ และติดตามผลการตรวจทางห้องทดลอง ประเมิน ประสิทธิภาพการท างานของเครื่องมือ มาตรฐานที่ 2 วินิจฉัยการตรวจและวางแผนการพยาบาล โดยก าหนดแผนการตรวจ เพื่อตอบสนอง ปัญหาหรือความต้องการของผู้ป่วยอย่างต่อเนื่อง ทั้งในในระยะวิกฤตและระยะต่อเนื่อง เช่น ก าหนดเป็นรายๆ ใน การบรรเทาภาวะวิกฤต ก าหนดแผนฟื้นฟูสภาพผู้ป่วย วิเคราะห์รายงาน อุบัติการณ์ เพื่อวางแผนป้องกนความ เสี่ยงต่อการดูแลผู้ป่วย ปรับปรุงแผนการพยาบาล จัดระบบ การสื่อสารและรายงานให้สมาชิกในทีมการพยาบาล เข้าใจแนวทางปฏิบัติ มาตรฐานที่ 3 ปฏิบัติการพยาบาลตามแผน โดยช่วยเหลือให้ผู้ป่วยปลอดภัยจากภาวะคุกคามชีวิต และ ภาวะวิกฤตโดยเร็ว เช่น การปฏิบัติการช่วยฟื้นคืนชีพ เฝ้าระวังอาการภายหลังการช่วยฟื้นคืนชีพ จัดเตรียม อุปกรณ์ในการช่วยฟื้นคืนชีพ ดูแลการไหลเวียนโลหิต รักษาสมดุลของ สารน้ า และอิเล็กโทรไลต์ ตรวจสอบการ ท างานของเครื่องมือพิเศษให้สามารถท างานได้อย่างปลอดภัย ป้องกนภาวะติดเชื้อ และปัญหาด้านจิตสังคม มาตรฐานที่ 4 วางแผนจ าหน่ายและปฏิบัติตามแผน เช่น ก าหนดแผนและเป้าหมาย ของการพยาบาล ร่วมกับครอบครัว จัดโปรแกรมการฟื้นฟูสุขภาพผู้ป่วย เช่น การออกก าลังกาย การท ากิจวัตรประจ าวัน ประสานงานกับทีมสุขภาพที่เกี่ยวข้องเพื่อร่วมวางแผนจ าหน่ายผู้ป่วยหรือ การย้ายไปยังหอผู้ป่วยอื่น ในกรณีผู้ป่วย วาระสุดท้ายประเมินความรู้ความเข้าใจของญาติเกี่ยวกับความเจ็บป่วย ให้ข้อมูลแก่ผู้ป่วยและญาติ ให้การ พยาบาลเพื่อบรรเทาความเจ็บปวด ปรึกษาผู้ป่วยและญาติเพื่อวางแผนเผชิญกับความตาย หรือถ้าจ าควรส่ง ปรึกษาพยาบาลผู้ให้ค าปรึกษา มาตรฐานที่ 5 ประเมินผลการพยาบาล โดยประเมินความก้าวหน้า ภาวะสุขภาพของ ผู้ป่วย และ ปรับปรุงแผนการพยาบาลเป็นระยะๆ เช่น การตรวจสอบขอมูล ปรับปรุงแผนการ พยาบาลในกรณีที่ผลการ พยาบาลเดิมไม่เป็นไปตามเป้าหมาย สรุปผลการพยาบาลผู้ป่วยทุกราย อย่างต่อเนื่อง วิเคราะห์ผลส าเร็จหรือ ปัจจัยที่มีอุปสรรคต่อความส าเร็จของการพยาบาล และเปิด โอกาสให้ผู้ป่วยหรือญาติได้มีส่วนร่วมในการ ประเมินผลการพยาบาล
มาตรฐานที่ 6 การบันทึกทางการพยาบาลที่มีคุณภาพ เช่น การบันทึกประเมินสภาพ ผู้ป่วยแรกรับ และ ประเมินซ้ าอย่างต่อเนื่อง วินิจฉัยการพยาบาล กิจกรรมการพยาบาล ผลลัพธ์ทางการพยาบาล ใช้แบบฟอร์มที่ บันทึกได้มาตรฐาน บันทึกอย่างชัดเจน กะทัดรัด เข้าใจง่าย ตรวจสอบความถูกต้องและรายงานในแต่ละเวร มาตรฐานที่ 7 การให้ข้อมูลและการเคารพสิทธิของผู้ป่วย โดยสนับสนุนและช่วยเหลือ ผู้ป่วย ครอบครัว ปรับตัวและยอมรับการรักษาพยาบาล เช่น จัดโปรแกรมการปฐมนิเทศผู้ป่วยรับ ใหม่ทุกรายเกี่ยวกับสิทธิ์ที่พึง ได้รับจากทีมสุขภาพ การใช้สถานที่ กฎระเบียบของโรงพยาบาล ความส าคัญของการรักษาพยาบาล ส่งเสริมการมี ส่วนร่วมในการตัดสินใจรับการรักษาพยาบาล เคารพในคุณค่าความเป็นมนุษย์ในฐานะปัจเจกบุคคลแม้ในภาวะไม่ รู้สึกตัว ก าหนด Specific competency ของพยาบาลวิชาชีพที่เกี่ยวกับงานห้องผู้ป่วยหนักรวม ที่ต้องได้รับ การประเมินทุก 6 เดือน ดังนี้ 1. การใช้ และการดูแลเครื่องช่วยหายใจ Ventilator 2. ทักษะการช่วยฟื้นคืนชีพขั้นสูง ACLS 3. การพยาบาลในการดูแลผู้ป่วยวิกฤติ Hemodynamic 4. การวิเคราะห์ผลแก๊สในเลือด Arterial blood gas 5. ความรู้ในเรื่องยา HAD (High alert drug) 6. การอ่านและแปลผลคลื่นไฟฟ้าหัวใจ EKG และ X-Ray 7. การเฝ้าระวังผู้ป่วยวิกฤต ICU Monitoring
2. บทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบและสมรรถนะตามขอบเขตการพยาบาล
การนิเทศทางการพยาบาล การนิเทศทางการพยาบาลเป็นกลไกส าคัญในการสนับสนุนการปฏิบัติเชิงวิชาชีพ ผู้นิเทศทางการพยาบาลสามารถใช้เอกสารนี้เป็นแนวทางในการนิเทศทางการพยาบาล โดยใช้การนิเทศแบบ มี ส่วนร่วม เพื่อให้ผู้รับการนิเทศสามารถแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ท างาน ทั้งด้านการบริหารจัดการ และ การปฏิบัติทางคลินิก ดังนี้ 1. ผู้นิเทศทางการพยาบาลในระดับหัวหน้ากลุ่มงานและหัวหน้างาน ใช้เป็นแนวทาง ในการ ติดตามก ากับการท างานของผู้รับการนิเทศ ด้านการบริหารจัดการต่างๆ อาทิการจัดเวร ควรจัดให้แต่ละเวรมี บุคลากรทุกระดับหรือระดับเดียวกันแต่มีประสบการณ์การท างานที่แตกต่างผสมผสานกัน โดยการนิเทศให้ พิจารณาถึงความเหมาะสมในการแลกเวรระหว่างพยาบาลจบใหม่กับพยาบาลอาวุโส 2. ผู้นิเทศทางการพยาบาลทุกระดับใช้เป็นแนวทางในการติดตาม ก ากับการท างานของผู้รับการ นิเทศด้านการปฏิบัติทางคลินิก โดยเน้นที่การกระท า บทบาทหน้าที่ให้ตรงลักษณะงานและ ตามระดับต าแหน่ง หรือปฏิบัติงานให้เต็มขีดความสามารถในระดับต าแหน่งนั้นๆ เพื่อเป็นการเตรียมการรองรับต าแหน่งที่สูงขึ้น