คำนำ
การเปลี่ยนแปลงหลักสูตรการศึกษาของชาติแต่ละครั้ง ถือเป็นการเปล่ียนแปลงระบบการศึกษาของชาติ
ใหม่ จึงเกิดการทบทวนหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544 ที่ผ่านมา เพ่ือนาไปสู่การพัฒนา
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2560) ให้มีความเหมาะสม
ทง้ั เปา้ หมายของหลกั สตู รในการพฒั นาคณุ ภาพผู้เรียน และกระบวนการนาหลกั สูตรไปสู่การปฏิบัติในระดับเขตพื้นท่ี
การศึกษาและสถานศึกษา ท้ังปรับกระบวนการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ เกณฑ์การจบการศึกษาแต่ละระดับ
ให้มีความสอดคล้องกบั มาตรฐานการเรยี นร้แู ละตวั ชีว้ ดั
โรงเรียนเซนต์ปอลคอนแวนต์ พบพระ ไดจ้ ัดทาหลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนเซนต์ปอลคอนแวนต์ พบพระ
ฉบับนีซ้ ่ึงประกอบดว้ ย นโยบายโรงเรยี น วิสยั ทัศน์ของโรงเรียน พนั ธกิจ เป้าหมาย สมรรถนะผูเ้ รยี น และคุณลักษณะ
อันพึงประสงค์ โครงสร้างหลักสูตร คาอธิบายรายวิชา เปลี่ยนแปลงมาตรฐานและตัวชี้วัด กลุ่มสาระการเรียนรู้
คณติ ศาสตร์ และวทิ ยาศาสตร์ และการอาชพี การวัดและประเมินผลการเรียนรู้สาระและมาตรฐานการเรียนรู้ ทาง
โรงเรียนได้กาหนดไว้ในหลักสูตรเพ่ือให้สถานศึกษาจัดเวลาเรียนให้เหมาะสมกับบริบทและจุดเน้นของสถานศึกษา
เพื่อให้ผู้ท่ีเก่ียวข้องและผู้ท่ีนาหลักสูตรฉบับน้ีไปใช้ได้เข้าใจและสามารถนาไปใช้ได้อย่างถูกต้องและบรรลุผลตามที่
ต้องการ
ขอขอบคณุ ผบู้ รหิ าร คณะกรรมการสถานศกึ ษา ผู้ปกครองนักเรียน คณะครูและผู้ท่ีมีส่วนเก่ียวข้องทุกภาค
ส่วนท่ีมีส่วนร่วมดาเนินการ ทางโรงเรียนจึงขอขอบพระคุณท่านมา ณ โอกาสนี้ที่ร่วมจัดทาหลักสูตรสถานศึกษา
โรงเรียนเซนตป์ อลคอนแวนต์ พบพระ ฉบบั นี้ ใหส้ าเร็จลุล่วงไปด้วยดี
จดุ หมำย
หลกั สตู รสถานศึกษาโรงเรยี นเซนต์ปอลคอนแวนต์ พบพระ พทุ ธศกั ราช 2564 ตรงตามหลักสูตรแกนกลาง
การศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2560) มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณธรรม และความรู้
สามารถใช้เทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้ ศึกษาต่อ และประกอบอาชีพ จึงกาหนดเป็นจุดหมายเพื่อให้ผู้เรียนเม่ือสาเร็จ
การศกึ ษาขั้นพื้นฐาน มคี ณุ ลกั ษณะพึงประสงค์ดงั ตอ่ ไปนี้
1. มีความรู้ ความสามารถในการสื่อสาร การคิด การแก้ปัญหา และทักษะกระบวนการในการใช้เคร่ืองมือ
เทคโนโลยีได้อย่างคล่องแคล่วเหมาะกับวัยและสามารถนาความรู้ไปใช้ในการ ทางาน สร้างผลงานได้อย่างถูกต้อง
สร้างสรรค์ด้วยจติ สานกึ และความรับผิดชอบ
2. มีคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมที่พึงประสงค์ เห็นคุณค่าของตนเอง มีวินัยและปฏิบัติตนตาม
หลกั ธรรมของพระพทุ ธศาสนา หรือศาสนาทต่ี นนบั ถอื
3. มีนิสัยรักการอ่าน ใฝ่รู้ใฝ่เรยี น ดารงตนตามหลกั ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี ง
4. มคี วามรกั ชาติ มจี ิตสานึกในความเป็นพลเมอื งไทยและพลโลก (World Citizen) ยึดมั่นในวิถีชีวิตและการ
ปกครองตามระบอบประชาธปิ ไตยอันมีพระมหากษัตรยิ ์ทรงเป็นประมุข
5. มสี ุขภาพกายและสุขภาพจติ ท่ดี ี มีสขุ นิสัย และรักการออกกาลังกาย
6. มจี ิตสานึกในการอนรุ ักษว์ ฒั นธรรมและภูมิปัญญาไทย การอนุรักษ์และพัฒนาส่งิ แวดล้อม มีจิตสาธารณะ
ทมี่ ุ่งทาประโยชนแ์ ละสร้างสรรค์ส่ิงท่ีดงี ามในสังคม และอยรู่ ว่ มกันในสงั คมอยา่ งมีความสุข
หลักสตู รสถานศึกษาโรงเรียนเซนต์ปอลคอนแวนต์ พบพระ ฉบับน้ี เพ่ือให้สถานศึกษาบริหารจัดการเวลาเรียน
ได้เหมาะสมกับบริบทและจุดเน้นของสถานศึกษา ได้มีการกาหนดวิสัยทัศน์ เอกลักษณ์ อัตลักษณ์ สมรรถนะของ
ผู้เรยี น คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ โครงสรา้ งเวลาเรียนพ้นื ฐานของแตล่ ะกล่มุ สาระการเรยี นรู้ ตามคาส่ัง ศธ.ท่ี สพฐ.
๑๒๓๙/๒๕๖๐ เร่ือง ใหใ้ ชม้ าตรฐานการเรยี นรู้และตัวชีว้ ดั กล่มุ สาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และสาระ
ภูมศิ าสตร์ ในกลมุ่ สาระการเรยี นรู้สงั คมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม (ฉบับปรับปรุง ๒๕๖๐) ตามหลักสูตรแกนกลาง
การศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ลงวันท่ี ๗ สิงหาคม ๒๕๖๐ จัดเวลาเรียนพ้ืนฐานของกลุ่มสาระฯ ตาม
ความเหมาะสม เวลาเรยี นพ้ืนฐานรวมตามโครงสร้างเวลาเรียน เวลาเรียนเพิ่มเติมให้สอดคล้องกับจุดเน้นและบริบท
เวลากจิ กรรมพฒั นาผูเ้ รียนตามหลกั สตู ร และเวลาเรียนรวมทง้ั หมดตามความเหมาะสมของสถานศึกษา
โรงเรียนเซนตป์ อลคอนแวนต์ พบพระ เปิดสอนระดับชน้ั ปฐมวยั - ประถมศึกษา มุ่งพัฒนาผู้เรียนทุกคน ซึ่ง
เปน็ กาลงั ของชาติให้เป็นมนุษย์ที่มีความสมดุลท้ังด้านร่างกาย ความรู้ คุณธรรม มีจิตสานึกในความเป็นพลเมืองไทย
และเปน็ พลเมอื งโลกยึดมัน่ ในการปกครองตามระบอบประชาธปิ ไตยอันมีพระมหากษตั รยิ ท์ รงเปน็ ประมขุ มีความรู้
และทักษะพ้ืนฐาน รวมท้ังเจตคติ ท่ีจาเป็นต่อการศึกษา การประกอบอาชีพและการศึกษาตลอดชีวิต โดยมุ่งเน้น
ผู้เรียนเป็นสาคัญให้ ทกุ คนสามารถเรยี นรแู้ ละพัฒนาตนเองได้เต็มตามศักยภาพ มีความสามารถในการใช้เทคโนโลยี มี
ทกั ษะพื้นฐานการประกอบอาชพี การดารงชีวิตตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง มีจิตสาธารณะ โดยยึดวิถีดาเนิน
ชีวติ ตามแบบวัฒนธรรมท้องถิ่น
สำรบัญ
คานา หน้า
สารบญั
ก
จุดหมาย ข
ประวตั ิโรงเรยี นเซนตป์ อลคอนแวนต์ พบพระ ค
ปรชั ญาการศึกษาของโรงเรียนเซนตป์ อลคอนแวนต์ พบพระ 1
5
อัตลักษณ์ เอกลักษณ์ นโยบาย 5
วสิ ัยทัศน์ พนั ธกจิ เป้าหมาย ยทุ ธศาสตร์ 6
7
สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รียน 7
คุณลักษณะอนั พึงประสงค์ 9
มาตรฐานการเรียนร้แู ละกาหนดรายวิชา ตัวช้วี ดั 10
11
โครงสร้างหลักสูตรสถานศึกษา 12
ความสมั พันธ์ของการพัฒนาคุณภาพผเู้ รียนตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พน้ื ฐาน 13 - 19
20 – 27
โครงสร้างหลักสูตรชน้ั ปี 28 – 34
โครงสร้างหลกั สตู รกลุม่ สาระการเรียนรู้ 8 กลมุ่ สาระ 35 – 45
คาอธิบายรายวิชากลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาไทย 46 – 61
62 - 73
คาอธิบายรายวชิ ากลุ่มสาระการเรยี นรคู้ ณิตศาสตร์ 74 - 85
คาอธิบายรายวชิ ากลุ่มสาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี 86 - 92
93 – 99
คาอธบิ ายรายวชิ ากลมุ่ สาระการเรียนร้สู งั คม ศาสนา และวฒั นธรรม 100 - 103
คาอธบิ ายรายวิชากลมุ่ สาระการเรียนรสู้ ุขศกึ ษาและพลศึกษา 104– 107
คาอธิบายรายวิชากลุ่มสาระการเรยี นรศู้ ิลปะ 107 -109
109– 111
คาอธิบายรายวชิ ากลุ่มสาระการเรยี นรกู้ ารงานอาชีพ 112 – 118
คาอธิบายรายวิชากลมุ่ สาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ 119 – 121
122 - 122
กจิ กรรมพัฒนาผเู้ รียน 123
เกณฑก์ ารวัดและประเมนิ ผล 124
กจิ กรรมชมุ นมุ /ชมรม
กิจกรรมเพื่อสงั คมและสาธารณะประโยชน์
คาอธบิ ายรายวชิ ากจิ กรรมพฒั นาผเู้ รยี น
การวัดผลประเมินผลการเรียนรู้ เกณฑ์การจบหลักสูตร
หลกั ฐานการศึกษา
แผนภูมกิ ารบรหิ ารจดั การหลกั สตู รการศึกษาข้ันพื้นฐานของสถานศกึ ษา
กรอบแนวคดิ ของการนเิ ทศ กากับ ติดตามและประเมนิ ผล
ภาคผนวก
ประกาศ
มตคิ วามเห็นชอบจากคณะกรรมการบริหารโรงเรยี น
คาสงั่ แต่งต้งั
1
ประวตั ิโรงเรียนเซนตป์ อลคอนแวนต์ พบพระ
ประวตั โิ รงเรยี นเซนต์ปอลคอนแวนต์ พบพระ
ชอ่ื โรงเรยี น เซนตป์ อลแคนแวนต์ พบพระ เดมิ ช่อื ปรชี ำญำณศึกษำ พบพระ ต้งั อยูเ่ ลขที่ 170 หมู่ท่ี 4
ตาบล ช่องแคบ อาเภอ พบพระ จังหวัด ตำก โทรศพั ท/์ โทรสาร : 055-508757
Website : www.preechayan.ac.th https://web.facebook.com/105479167689323
E-mail : [email protected]
สงั กดั : สำนกั งำนคณะกรรมกำรสง่ เสริมกำรศึกษำเอกชน
ได้รบั อนญุ าตจัดตั้งเมอื่ วนั ท่ี 24 ธันวำคม พ.ศ. 2551
เปิดสอนระดับ อนุบำลท่ี 1 – ประถมศึกษำปที ี่ 6
เนอ้ื ที่ 9 ไร่ 3 งำน 66 ตำรำงวำ
ประวัติโรงเรยี นโดยย่อ
โรงเรยี นเซนต์ปอลคอนแวนต์ พบพระ เดมิ ชอ่ื โรงเรยี นปรีชาญาณศกึ ษา พบพระ ตั้งอยู่ในหม่บู า้ นซอระแตะ
เปดิ ชว่ ยเหลอื ดา้ นการศกึ ษาแกน่ กั เรยี นเม่อื ปี พ.ศ. 2518 บ้านซอระแตะเป็นพน้ื ท่หี ่างไกลความเจรญิ การบรกิ าร
ดา้ นการศึกษาของหน่วยงานรัฐบาลเขา้ ไม่ถึงและชาวบา้ นได้เลง็ เห็นความสาคัญของการศกึ ษาและต้องการให้เดก็ ๆ ใน
หมู่บ้านอ่านออก เขยี นได้ เพอ่ื ความสะดวกในหารติดตอ่ ส่อื สารกบั โลกภายนอก
นายพาโนะ กับนายจอแบละ ได้ปรึกษากับชาวบา้ นเพ่ือท่จี ะสร้างโรงเรยี น และได้ขอความชว่ ยเหลือ
ไปยังบาทหลวงคาเบรียล ตเี กรอัต ในด้านของบคุ ลากรครูผ้มู าสอน และงบประมาณการบรหิ ารงานในด้านต่างๆ ของ
โรงเรยี น ซงึ่ บาทหลวงไดต้ กลงใหค้ วามชว่ ยเหลือตามท่ีชาวบ้านขอ สาหรบั ที่ดินในการ กอ่ สรา้ งโรงเรียนนนั้ เป็นทีด่ ิน
ของราษฎรในหมบู่ า้ นเปน็ ผู้บริจาค
โรงเรียนบ้านซอระแตะเปดิ ทาการเรยี นการสอนเม่อื วันท่ี 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2519 มีนักเรียน
ทัง้ หมดกวา่ 40 คน มีครผู ู้สอน 2 คน คอื นายจรูญ ศรีอานวยโชค และนายสะอู - เปดิ ทาการสอนเฉพาะระดับชัน้
อนบุ าลเทา่ นัน้
ในปี พ.ศ. 2520 ไดข้ ยายการเรียนการสอนถงึ ระดบั ชัน้ ประถมศึกษาปีที่ 4 บาทหลวงตีเกรอัต ได้
ดูแลรบั ผิดชอบโรงเรียนนี้จนถึงปีพ.ศ. 2541 เมอ่ื ท่านไดข้ อลากลับไปพักผ่อนรกั ษาตวั ท่ีประเทศฝรัง่ เศสบ้านเกดิ ของ
ท่าน
ปี พ.ศ. 2542 บาทหลวงผจญ คีรอี ารุง เปน็ ผู้รบั ผดิ ชอบโรงเรยี นตอ่ มา และได้มอบหมายให้ นาย
จรูญ ศรอี านวยโชค เปน็ ผู้ดแู ลโรงเรยี น และสอนในระดับช้ันประถมปที ี่ 1-2 ครูพนดิ า แสนกจิ มงคล สอนชั้นประถม
ปีที่ 3-4 ครูอญั ชลี ศรีธรรมพทิ ักษ์ สอนระดับอนุบาล โดยมี ครอู าสาสมัครชาวฝรง่ั เศส มาชว่ ยสอนภาษาองั กฤษ
ระดบั ชั้นประถมปที ี่ 3-4
ปี พ.ศ. 2544 บาทหลวง โอลิเวียร์ โปรดอมม์ ไดร้ บั มอบหมายให้ดแู ลรบั ผิดชอบโรงเรียนน้ีไดแ้ ต่งตง้ั
นางสาวอัญชลี ศรีธรรมพทิ ักษ์ เปน็ ผู้ดแู ลโรงเรียนต่อจากนายจรญู ศรอี านวยโชค ซ่งึ ไดล้ าออกจากหนา้ ที่ ทาง
โรงเรียนไดเ้ พ่ิมครูอกี 2 คนคือนายสมปอง นางสาวจาปี และนายแสงเพชร แสนกิจรุ่งโรจน์ แทนครูเกา่ ท่ีลาออกไป
ในปีนี้เอง ไดม้ ีนักเรยี นจากบา้ นรวมไทย 6 ได้เขา้ มาเรยี นสมทบอกี ประมาณ 70 คน ทาให้ตอ้ งมกี ารสร้างอาคารใหม่
อกี 1 หลัง เพื่อรองรับนกั เรียนทีเ่ พิ่มข้ึน และผลจากการประชมุ ผรู้ ับผิดชอบและชาวบา้ น ไดม้ ีมตใิ ห้โรงเรียนเปน็
หอ้ งเรยี นเคลอ่ื นท่ีของโรงเรียนรวมไทย 6
ปี พ.ศ. 2545 โรงเรยี นเปดิ ทาการสอนและจัดกจิ กรรมการเรยี นการสอนตง้ั แต่ระดบั ช้ันอนบุ าลถงึ ช้ัน
ประถมปีที่ 2 มีนักเรียนทั้งสิน้ 95 คน มีครู 5 ท่าน ได้แก่ นางสาวอัญชลี ศรธี รรมพิทกั ษ์, นายสมปองและนางสาว
จาปี หมายผดงุ กิจ ซึ่งเป็นครสู งั กัดบาทหลวง โดยมี นายแสวง แกว้ กนั หา และนางภัททิรา กันทะลัก เปน็ ครูของรัฐ
2
ปี พ.ศ. 2548 บาทหลวง โอลเิ วียร์ โปรดอมม์ และคณะกรรมการโรงเรียนฯ มีแนวคิดในการจดั การเรียน
การสอนในระบบโรงเรยี นเอกชนสงเคราะห์ มาตรา 15 (3) โดยคาดวา่ จะทาให้เกดิ คุณภาพมาตรฐานทางการศึกษา
ในถิน่ ทรุ กนั ดารแหง่ นมี้ ากขนึ้
ปี พ.ศ. 2549 บาทหลวง โอลิเวยี ร์ โปรดอมม์ และ เซอร์เซนตโ์ มริส (นางสาวเฉวียง) ศรีวิชยั รตั น์ พร้อมกับ
ผู้เกยี่ วข้องได้มีมตใิ หด้ าเนนิ การจดั ตัง้ หอ้ งเรยี นสาขาบา้ นซอระแตะ ใหเ้ ปน็ โรงเรียนเอกชนสงเคราะห์ มาตรา 15
(3) ตามพระราชบญั ญัติโรงเรยี นเอกชน พ.ศ. 2524 ท้งั นี้ มติดังกลา่ วได้ถกู เสนอในท่ปี ระชมุ หมู่บา้ นเพอ่ื ขอให้มีการ
ลงมติประชาคม จากชาวบา้ นภายในหมู่บ้านซอระแตะ เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2549 ทงั้ น้ี โดยมี นายจตพุ ร
ตันติสนุ ทรจากสานักงานโครงการพระราชดารสิ ามเด็จพระเทพรัตนราชสดุ าฯ สยามบรมราชกุมารี, นายพรี ะ ยมเกิด
ผู้แทนจากสานกั งานเขตพื้นทีก่ ารศึกษาประถมศึกษาตาก เขต 2, นางกรรณิการ์ สทิ ธิโสภณ ผอู้ านวยการโรงเรยี น
บา้ นรวมไทยพฒั นา 6, ผอู้ านวยการจากโรงเรยี นตารวจตระเวนชายแดน บ้านมอเกอร์และ บาทหลวงโอลีเวียร์ โปรด
อมม์ ร่วมเปน็ สกั ขีพยาน ซึ่งชาวบ้านมีมตเิ ห็นชอบให้ทาง บาทหลวงโอลิเวยี ร์ โปรดอมม์ ดาเนนิ การจดั ต้งั ห้องเรยี น
สาขาบา้ นซอระแตะของโรงเรยี นรวมไทยพฒั นา 6 เปน็ โรงเรยี นเอกชนสงเคราะห์ มาตรา 15 (3) ดว้ ยคะแนนเสยี ง
เป็นเอกฉันท์ และในปี 2549นี้ บาทหลวงโอลเิ วยี ร์ โปรดอมม์ และเซอรเ์ ซนต์โมริส (นางสาวเฉวยี ง) ศรวี ิชัยรตั น์
ไดม้ อบหมายให้ นายกวี สุขสาราญ ดาเนนิ การย่นื ขอจัดต้ัง มูลนธิ ปิ รชี าญาณ เพ่ือสงเคราะห์เด็กและเยาวชน
ผู้ดอ้ ยโอกาสขึ้น โดยมีวตั ถปุ ระสงคจ์ ดั การศึกษาสงเคราะหแ์ บบไม่แสดงผลกาไรใดๆ เป็นผลกาไรใดๆ เปน็ ผรู้ ับ
ใบอนญุ าตจดั ตงั้ โรงเรยี น ซงึ่ จังหวัดตากไดอ้ นุญาตและข้ึนทะเบยี นมูลนิธิ ในวนั ท่ี 20 พฤศจิกายน 2549
ปี พ.ศ. 2550 บาทหลวง โอลิเวยี ร์ โปรดอมม์ และ เซอร์เซนต์โมรสิ (นางสาวเฉวยี ง) ศรีวชิ ยั รตั น์ ได้
มอบหมายให้ นายกวี สุขสาราญ เลขาธกิ ารมลู นธิ ิปรชี าญาณฯ ดาเนินการขออนุญาตใชท้ ่ีดินเพอื่ กจิ การสาธารณปู โภค
และกิจการอน่ื ๆ ในเขตปฏิรูปท่ดี ิน ส.ป.ก. เพ่ือก่อสร้าง โรงเรียนปรชี าญาณศึกษา พบพระ ตามพระราชวินิจฉัย ของ
องค์สมเดจ็ พระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกมุ ารี
ปี พ.ศ. 2551 สานกั งานการปฏิรูปที่ดินเพือ่ เกษตรกรรม ไดอ้ นุญาตใหท้ างมลู นธิ ปิ รชี าญาณฯ โดย เซอร์
เซนตโ์ มริส (นางสาวเฉวียง) ศรีวิชัยรัตน์ ดาเนินการใชท้ ่ดี ินเพ่อื สร้างจัดตงั้ โรงเรียนปรชี าญาณศึกษา พบพระ เมอื่
วันท่ี 21 กมุ ภาพนั ธ์ 2551 และในปีเดยี วกนั บาทหลวงโอลิเวยี ร์ โปรดอมม์ ไดม้ อบหมายให้ นายกวี สขุ สาราญ
ดาเนนิ การขออนญุ าตจัดตงั้ โรงเรยี นเอกชน ตอ่ สานกั งานเขตพนื้ ท่ีการศึกษาตาก เขต 2 และได้รับอนญุ าตให้จัดตัง้
โรงเรียน ในวนั ที่ 24 ธันวาคม 2551
ปี พ.ศ. 2552 โรงเรยี นปรีชาญาณศกึ ษา พบพระ ไดเ้ ปดิ จดั การเรยี นการสอนใหแ้ ก่นกั เรยี นต้งั แตว่ นั ท่ี 12
พฤษภาคม 2552 จนถึงปัจจุบนั โดย เซอร์เซนตโ์ มริส (นางสาวเฉวียง) ศรีวิชัยรัตน์ เปน็ ผู้มอี านาจลงนามแทนผรู้ ับ
ใบอนุญาต, ผูจ้ ัดการ และผอู้ านวยการโรงเรียน โดยมีนกั เรยี นจานวน 258 คนและครู จานวน 9 คน
ปี พ.ศ. 2553 บาทหลวงพรชยั วิลาลยั ไดร้ บั มอบหมายให้ดูแลเขตแพร่ธรรมคาทอลิกพบพระและโรงเรียน
ปรีชาญาณศึกษา พบพระ โดยในปีการศกึ ษา 2553 น้ี ไดม้ กี ารเปลี่ยนแปลงผู้อานวยการโรงเรียน จากเดมิ คอื เซอร์
เซนต์โมริส (นางสาวเฉวียง) ศรวี ิชยั รตั น์ เป็น เซอร์มารีโปแลต (นางสาวกาญจนา) สมสขุ และเซอร์เซนตโ์ มรสิ
(นางสาวเฉวียง) ศรีวชิ ัยรัตน์รับตาแหนง่ ผู้รับใบอนญุ าตและผูจ้ ดั การ นอกจากนีโ้ รงเรียนได้พัฒนาระบบการบรหิ ารจัด
การศกึ ษาได้แก่
1. ประกาศใช้และจดั การเรียนการสอนใหแ้ กน่ กั เรยี นตามหลักสตู รแกนกลางขั้นพืน้ ฐานพ.ศ. 2551 และ
หลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นปรีชาญาณศกึ ษา พบพระ พ.ศ. 2553 ตามหลักสูตรแกนกลางสถานศกึ ษา
ข้ันพื้นฐานพทุ ธศักราช 2551
2. กอ่ สร้างหอพกั ครู มีหอ้ งพกั จานวน 6 หอ้ ง, ครวั 1 หอ้ ง, ห้องน้า 2 หอ้ ง, และเปิดใช้ในวนั ที่ 18
พฤษภาคม 2554
3. กอ่ สร้างอาคารเรียนอนบุ าล ยอแซฟ-มเี รยี ม มหี อ้ งเรียน 4 หอ้ ง, ห้องสอ่ื การเรยี นการสอน 1 ห้อง และ
ห้องน้า จานวน 4 หอ้ ง และเปดิ ใช้เมื่อวนั ที่ 18 พฤษภาคม 2554
3
มีนักเรียน (ข้อมูล ณ วนั ที่ 10 ม.ิ ย. 2553) จานวน 279 คน, ครู จานวน 11 คนและบคุ ลากรอื่น ๆ
จานวน 5 คน
ปี พ.ศ. 2554 เซอรเ์ ซนต์โมรสิ (นางสาวเฉวยี ง) ศรีวชิ ัยรตั น์ ยา้ ยไปประจาทส่ี ถานศึกษาแห่งอ่นื และ เซอร์
มารโี ปแลต (นางสาวกาญจนา) สมสขุ ได้รบั มอบหมายใหด้ ารงตาแหนง่ ผู้อานวยการ, ผ้จู ดั การ และผู้รับใบอนญุ าตซึ่ง
ได้มกี ารพัฒนาระบบการบรหิ ารจดั การการศกึ ษา ได้แก่
1. โครงการห้องเรยี นปรับพน้ื ฐาน สาหรบั นกั เรยี นท่มี ีปัญหาด้านการพดู ฟงั อ่าน เขยี นภาษาไทย
2. เปล่ยี นตราโรงเรยี น จากเดมิ เพื่อให้สอดคล้องความหมายของโรงเรียน
3. ก่อสรา้ งหอ้ งสมดุ นกั เรียนแหง่ ใหม่ บริเวณช้ัน 2 อาคารเทพคาเบรยี ล เพือ่ เป็นแหลง่ เรยี นรูภ้ ายใน
โรงเรยี น
มีนกั เรยี น (ข้อมูล ณ วันที่ 10 มิ.ย. 2553) จานวน 279 คน, ครู จานวน 11 คนและบคุ ลากรอื่น ๆ
จานวน 5 คน
ปี พ.ศ. 2554 เซอรเ์ ซนตโ์ มริส (นางสาวเฉวยี ง) ศรวี ชิ ัยรตั น์ ยา้ ยไปประจาทีส่ ถานศกึ ษาแหง่ อื่น และ เซอร์
มารโี ปแลต (นางสาวกาญจนา) สมสขุ ไดร้ บั มอบหมายใหด้ ารงตาแหน่งผูอ้ านวยการ, ผจู้ ดั การ และผ้รู บั ใบอนญุ าตซ่ึง
ได้มีการพฒั นาระบบการบริหารจดั การการศกึ ษา ไดแ้ ก่
1. โครงการหอ้ งเรียนปรับพ้นื ฐาน สาหรับนักเรียนทมี่ ปี ญั หาดา้ นการพูด ฟงั อา่ น เขยี นภาษาไทย
2. เปลยี่ นตราโรงเรียน จากเดมิ เพือ่ ให้สอดคลอ้ งความหมายของโรงเรียน
3. กอ่ สร้างห้องสมุดนกั เรียนแห่งใหม่ บริเวณช้นั 2 อาคารเทพคาเบรียล เพื่อเป็นแหลง่ เรียนร้ภู ายใน
มีนกั เรียน (ข้อมูล ณ วันท่ี 10 มิ.ย. 2554) จานวนนกั เรยี น 359 คน,ครู จานวน 13 คน และ
บุคลากรอ่นื ๆ จานวน 8 คน
ปี พ.ศ. 2555 มนี ักเรยี น (ข้อมลู ณ วันท่ี 10 ม.ิ ย. 2555) จานวน 295 คน ครู จานวน 17 คน และ
บคุ ลากรอน่ื ๆ จานวน 5 คน ซึง่ มีผลการดาเนนิ งาน
1. ก่อสร้าง อาคารโรงอาหารอนุบาลซาวโี อ
2. กอ่ สรา้ งและปรับปรงุ ห้องสมุดเปโตรคานีซวี ุส
3. กอ่ สรา้ งและตอ่ เตมิ ห้องศิลปวัฒนธรรม
4. ปรบั ปรุงภมู ทิ ัศนแ์ ละสร้างรว้ั อนบุ าล
5. อนญุ าตให้ชุมชนจัดสรา้ งปรับพื้นท่ีทาสนามฟุตซอล
6. มกี ารกาหนดอัตลกั ษณ์ผบู้ ริหารและครคู ือ รกั ษ์วฒั นธรรมไทย ใส่ใจดูแลนักเรียน ซ่ือสัตย์ ขยันหม่ันเพียร
เปลย่ี นผูเ้ รยี นรูต้ ลอดชวี ติ
7. ปรบั ปรุงหอ้ งผูอ้ านวยการโรงเรียน
8. ปรับปรงุ หลักสตู รสถานศึกษาตามหลักแกนกลางการศึกษาขั้นพน้ื ฐานพทุ ธศักราช 2551
9. ปรบั ปรงุ หลกั สูตรสถานศกึ ษาปฐมวยั พุทธศกั ราช 2546
10.สร้างเครือขา่ ยผปู้ กครองและผู้ปกครองตา้ นภัยยาเสพติด
11.เครอื ขา่ ยส่งเสรมิ วัฒนธรรมทอ้ งถน่ิ
12.โครงการใหค้ วามชว่ ยเหลอื โรงเรยี นเซนต์ปเิ ตอร์
13.โครงการโรงเรยี นพีโ่ รงเรยี นนอ้ ง กับโรงเรยี นอนุบาลสิรโิ รจนา
14.รบั จัดสรรงบประมาณก่อสร้างและปรบั ปรงุ ห้องคอมพวิ เตอรจ์ ากสานักคณะกรรมการสง่ เสรมิ การศึกษา
เอกชน (สช)
ปี พ.ศ. 2556 มนี ักเรียน (ข้อมลู ณ วันท่ี 10 มิ.ย. 2556) จานวน 364 คน ครู จานวน 17 คน และ
บุคลากรอ่ืนๆ จานวน 5 คน ปี พ.ศ. 2557 มนี กั เรยี น (ขอ้ มลู ณ วนั ท่ี 10 ม.ิ ย. 2557) จานวน 380 คน ครู
4
จานวน 17 คน และบุคลากรอน่ื ๆ จานวน 5 คน ซ่ึงสถานศกึ ษาได้รบั เกยี รตบิ ตั รและรางวัลพัฒนาการ สาหรับ
โรงเรยี นเอกชนท่มี ีผลการทดสอบทางการศึกษาระดบั ชาติขน้ั พืน้ ฐาน O-NET ตามเกณฑ์ทกี่ าหนด ประจาปี 2557
ปี พ.ศ. 2558 มีนกั เรียน (ขอ้ มูล ณ วันท่ี 10 มิ.ย. 2558 จานวน 331 คน ครู จานวน 15 คน และ
บุคลากรอน่ื ๆ จานวน 5 คน ปี พ.ศ. 2559 มีนักเรยี น (ขอ้ มูล ณ วนั ที่ 10 มิ.ย. 2559) จานวน คน ครู จานวน
14 คน และบคุ ลากรอ่นื ๆ จานวน 4 คน
ปี พ.ศ. 2559 เซอร์มารีโปแลต (นางสาวกาญจนา สมสขุ ) ไดร้ บั มอบหมายใหด้ ารงตาแหน่งผรู้ บั ใบอนุญาต
และผอู้ านวยการ เซอรล์ เู ซยี น (นางสาวอภริ ักษ์ สขุ สวัสด)์ิ ไดย้ า้ ยมาจากโรงเรียนเซนต๋โยเซฟแม่ระมาด มาชว่ ยดูแล
งานด้านนักเรยี นแทนเซอร์มารโี ปแลต (นางสาวกาญจนา สมสุข) ซง่ึ ย้ายไปประจาท่ีโรงเรยี นเซนตโ์ ยเซฟแม่ระมาด มี
นักเรียน (ข้อมูล ณ วันที่ 10 ม.ิ ย. 2559) จานวน 319 คน ครู จานวน 15 คน และบคุ ลากรอนื่ ๆ จานวน 4 คน
ปี พ.ศ. 2560 เซอรล์ เู ซยี น (นางสาวอภิรักษ์ สขุ สวัสดิ)์ ได้ยา้ ยไปประจาทโ่ี รงเรยี นเซนตโ์ ยเซฟแม่แจ่ม
(เชียงใหม)่ วนั ที่ 12 พ.ค. 2560 เซอร์แอสแตน (นางสาวสุเนตร โดง่ สน่นั ) ได้ย้ายจากโรงเรียนเซนต์โยเซฟแม่
ระมาด ดารงตาแหนง่ ผอู้ านวยการโรงเรียนปรีชาญาณศึกษา พบพระ มีนักเรียน (ข้อมลู ณ วนั ท่ี 10 มิ.ย. 2560)
จานวน 335 คน ครู จานวน 13 คน และบุคลากรอน่ื ๆ จานวน 4 คน
ปี พ.ศ. 2561 เซอรแ์ อสแตล (นางสาวสเุ นตร โด่งสนนั่ ) ไดด้ าเนนิ การปรบั ปรงุ รว้ั รอบบริเวณโรงเรียนให้
เกิดความปลอดภัย มีนกั เรยี น (ขอ้ มลู ณ วนั ท่ี 10 มิ.ย. 2561) จานวน 328 คน ครู จานวน 15 คน และบคุ ลากร
อ่ืนๆ จานวน 5 คน
ปี พ.ศ. 2562 เซอรแ์ อสแตล (นางสาวสเุ นตร โด่งสนั่น) ได้รับมอบหมายให้ดารงตาแหน่งผู้รับใบอนุญาต
ของโรงเรยี น และไดร้ บั อนุมัตใิ นการสร้างอาคารเรยี นอนบุ าล บ้านพกั คร/ู พนักงาน/โรงจอดรถ มีนักเรียน (ข้อมูล ณ
วันท่ี 10 มิ.ย. 2562) จานวน 323 คน ครู จานวน 15 คน และบคุ ลากรอ่ืนๆ จานวน 5 คน ในปีเดียวกันโรงเรียน
ปรชี าญาณศึกษา พบพระ ไดร้ ับความช่วยเหลือจากคณะภคินีเซนต์ปอล เดอ ชาร์ตร สนับสนุนการบริหารจัดการใน
สถานศกึ ษา โดยเซอร์แอสแตล (นางสาวสเุ นตร โด่งสนั่น) ได้ดาเนินการขออนุญาตสร้างอาคารเรียนอนุบาล บ้านพัก
ครู-พนักงาน โดมเอนกประสงค์ และทางเดินระหว่างอาคารเรยี นต่างๆ ปรับปรงุ โต๊ะ-เก้าอ้ี นักเรียน ปูพ้ืนอาคารเรียน
ใหม่ ซ่อมแซมหลังคาอาคารมารเี วยี นเนย์ และมีการปรบั เปล่ียนชื่ออาคาร ดงั น้ี มอี าคาร St.Paul ห้องประชุม อาคาร
St.Mary ห้องเรียนประถมศึกษา อาคาร St.Peter ห้องเรียนอนุบาลเดิม ที่สร้างขึ้นใหม่มีอาคาร Infant Jesus
ห้องเรียนอนุบาลใหม่ อาคาร St.Joseph ห้องพักครู-พนักงานพร้อมโรงจอดรถ และได้ดาเนินการเปล่ียนชื่อ
สถานศึกษาใหม่ เป็นโรงเรียนเซนต์ปอลคอนแวนต์ พบพระ มีมติเห็นชอบใช้ ณ วันท่ี 17 พฤศจิกายน พ.ศ.2564
พรอ้ มดาเนนิ การขออนุญาตใช้ชอ่ื อย่างเป็นทางการ
5
ปรชั ญาการศกึ ษาของโรงเรียนเซนต์ปอลคอนแวนต์ พบพระ
“มนุษยท์ ีม่ ีคุณภาพ คอื มนษุ ยท์ ่ีมีคณุ ธรรมและความรู้”
เอกลักษณโ์ รงเรยี นโรงเรียนเซนตป์ อลคอนแวนต์ พบพระ
“ เรยี นร้วู ัฒนธรรมทอ้ งถนิ่ ”
อัตลักษณโ์ รงเรยี นเซนตป์ อลคอนแวนต์ พบพระ
“มีคุณธรรมและความรู้”
นโยบำยโรงเรียน
1. มกี ารจดั การศกึ ษาในรูปแบบโรงเรียนเอกชน เพือ่ การกุศลโดยม่งุ เนน้ เด็กและเยาวชนผดู้ อ้ ยโอกาสในด้าน
การศกึ ษาพรอ้ มทัง้ สนับสนนุ สง่ เสรมิ การเรียนรใู้ นดา้ นต่างๆ โดยไม่เรยี กเกบ็ คา่ ธรรมเนียมในการศกึ ษาใดๆทัง้ สิน้
2. จัดการศึกษาระดับ ปฐมวัย และ ระดบั ประถมศกึ ษาในรปู แบบการศกึ ษาในระบบรวมถึงการจัดการศึกษาใน
รูปแบบตา่ งๆ ตามทกี่ ฎหมายกาหนดให้โรงเรียนเอกชนสามารถจัดการศกึ ษาได้
3. ส่งเสรมิ การพฒั นาคุณธรรมจรยิ ธรรม และวัฒนธรรมในการดารงชวี ติ ของนกั เรยี น เพื่อเสรมิ สร้างการเรียนรู้ สู่ วิถี
ชวี ิตอยา่ งมคี ุณภาพและย่ังยนื
4. สง่ เสริมการมสี ่วนร่วม ในการจดั การศึกษาของทกุ ภาคส่วนรวมท้ังการระดมทรพั ยากรจากแหล่งตา่ งๆ เพอ่ื พัฒนา
คณุ ภาพการศึกษา และการเรยี นร้ใู นทกุ ระดับชน้ั
5. พัฒนาผู้เรียนใหเ้ ปน็ มนุษย์ท่คี รบครันทัง้ รา่ งกาย สตปิ ัญญา ความรู้ และคุณธรรม มีจริยธรรมและวฒั นธรรมในการ
ดารงชวี ิต สามารถอยู่ร่วมกับผู้อ่ืนได้อยา่ งมคี ณุ คา่
6
วิสัยทศั น์ (Vision)
โรงเรยี นเซนตป์ อลคอนแวนต์ พบพระ สง่ เสรมิ การขยายโอกาสทางการศึกษา พัฒนาทักษะผู้เรียนในทุกด้าน
ตามศักยภาพและความถนัด ครูจัดการเรียนการสอนโดยเน้นผู้เรียนเป็นสาคัญ เป็นผู้มีคุณธรรมจริยธรรม มีบริหาร
จดั การอย่างมคี ุณภาพ โดยชุมชนมสี ่วนร่วม
พนั ธกิจ (Mission)
1. พฒั นานักเรยี นใหม้ ผี ลสมั ฤทธ์ทิ างวิชาการสูงข้ึน
2. พัฒนาผูเ้ รียนใหม้ คี ุณธรรมจรยิ ธรรม และคณุ ลักษณท์ ่พี ึงประสงค์ตามท่โี รงเรียนกาหนด
3. พฒั นาระบบบริหารจดั การอย่างมีคุณภาพและเปน็ ระบบ
4. พัฒนาครูและบุคลากรให้มีศักยภาพและกา้ วหนา้ ตามมาตรฐานวิชาชพี
๕. พฒั นากระบวนการจัดการเรียนการสอนโดยเนน้ ผเู้ รยี นเปน็ สาคญั
๖. พฒั นาการเรียนรูว้ ัฒนธรรมท้องถ่นิ
เป้ำหมำย (Goals)
1. นกั เรียนมผี ลสัมฤทธิ์ทางวชิ าการสงู ขึน้
2. นักเรียนมคี ณุ ธรรมจรยิ ธรรมและคุณลักษณะท่ีพึงประสงคต์ ามทีโ่ รงเรียนกาหนด
3. โรงเรยี นมรี ะบบบริหารจัดการที่มีคุณภาพและเปน็ ระบบ
๔. ครแู ละบคุ ลากรมีศักยภาพและความกา้ วหนา้ ตามมาตรฐานวิชาชพี
๕. โรงเรียนจดั การเรียนการสอนทีเ่ น้นผูเ้ รียนเปน็ สาคญั
๖. โรงเรยี นมีการประกันคุณภาพภายในท่ีมีประสิทธผิ ล
7. โรงเรียนมีการจดั การเรยี นรแู้ ละอนรุ กั ษ์วัฒนธรรมทอ้ งถิน่
ยทุ ธศำสตร์ (Strategy)
1. ส่งเสริมนักเรียนใหม้ ผี ลสัมฤทธิ์ทางวิชาการสูงขึน้
2. ส่งเสรมิ นกั เรียนให้มีคุณธรรม จรยิ ธรรม และลักษณะอนั พงึ ประสงคต์ ามทโ่ี รงเรยี นกาหนด
3. ส่งเสริมระบบบรหิ ารจดั การอย่างมคี ุณภาพและเปน็ ระบบ
๔. ส่งเสรมิ ครูและบุคลากรให้มีศกั ยภาพและความกา้ วหนา้ ตามมาตรฐานวชิ าชพี
๕. สง่ เสริมกระบวนการจดั การเรียนการสอนท่ีเนน้ ผู้เรยี นเปน็ สาคญั
๖. สง่ เสริมใหม้ ีระบบประกันคุณภาพภายในท่ีมีประสทิ ธิภาพ
7. สง่ เสริมให้มีการจัดการเรยี นร้วู ฒั นธรรมทอ้ งถนิ่
7
สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รยี น
หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรยี นเซนตป์ อลคอนแวนต์ พบพระ มงุ่ เน้นให้ผเู้ รยี นเกดิ สมรรถนะสาคญั คอื
๑. ควำมสำมำรถในกำรสอ่ื สำร เป็นความสามารถในการรบั และส่งสาร มวี ัฒนธรรมในการใชภ้ าษาถา่ ยทอด
ความคดิ ความรูค้ วามเขา้ ใจ ความร้สู ึก และทัศนะของตนเองเพอื่ แลกเปลี่ยนขอ้ มลู ขา่ วสารและประสบการณ์อนั จะ
เป็นประโยชน์ตอ่ การพฒั นาตนเองและสังคม รวมทั้งการเจรจาตอ่ รองเพอื่ ขจัดและลดปัญหาความขัดแย้งตา่ ง ๆ การ
เลือกรบั หรอื ไมร่ ับขอ้ มลู ขา่ วสารด้วยหลักเหตุผลและความถูกต้อง ตลอดจนการเลอื กใชว้ ิธกี ารสอื่ สารท่ีมีประสิทธิภาพ
โดยคานงึ ถึงผลกระทบที่มตี อ่ ตนเองและสงั คม
๒. ควำมสำมำรถในกำรคิด เปน็ ความสามารถในการคิดวิเคราะห์ การคิดสังเคราะห์ การคดิ อยา่ งสร้างสรรค์
การคิดอย่างมีวจิ ารณญาณ และการคิดเปน็ ระบบ เพื่อนาไปส่กู ารสร้างองค์ความรหู้ รอื สารสนเทศเพ่ือการตัดสนิ ใจ
เก่ียวกับตนเองและสังคมได้อย่างเหมาะสม
๓. ควำมสำมำรถในกำรแก้ปญั หำ เป็นความสามารถในการแก้ปญั หาและอุปสรรคตา่ ง ๆ ท่เี ผชิญไดอ้ ย่าง
ถกู ตอ้ งเหมาะสมบนพนื้ ฐานของหลักเหตุผล คุณธรรมและขอ้ มูลสารสนเทศ เขา้ ใจความสัมพันธ์และการเปลย่ี นแปลง
ของเหตุการณ์ตา่ ง ๆ ในสังคม แสวงหาความรู้ ประยกุ ตค์ วามรู้มาใช้ในการป้องกนั และแก้ไขปญั หา และมีการตัดสินใจ
ท่ีมีประสิทธิภาพโดยคานงึ ถึงผลกระทบท่ีเกิดขน้ึ ต่อตนเอง สงั คมและสงิ่ แวดล้อม
๔. ควำมสำมำรถในกำรใชท้ ักษะชีวิต เปน็ ความสามารถในการนากระบวนการต่าง ๆ ไปใชใ้ นการดาเนิน
ชีวติ ประจาวนั การเรียนรู้ดว้ ยตนเอง การเรยี นรู้อยา่ งตอ่ เน่อื ง การทางาน และการอยูร่ ่วมกันในสงั คมดว้ ยการสร้าง
เสริมความสมั พันธอ์ ันดีระหว่างบุคคล การจัดการปัญหาและความขัดแยง้ ตา่ ง ๆ อย่างเหมาะสม การปรับตวั ให้ทนั กบั
การเปลีย่ นแปลงของสังคมและสภาพแวดล้อม และการรจู้ กั หลกี เล่ยี งพฤตกิ รรมไมพ่ งึ ประสงค์ท่สี ่งผลกระทบตอ่ ตนเอง
และผู้อื่น
๕. ควำมสำมำรถในกำรใช้เทคโนโลยี เป็นความสามารถในการเลอื ก และใช้ เทคโนโลยีด้านตา่ ง ๆ และมีทักษะ
กระบวนการทางเทคโนโลยี เพื่อการพฒั นาตนเองและสังคม ในดา้ นการเรียนรู้ การสอื่ สาร การทางาน การแก้ปัญหา
อย่างสรา้ งสรรค์ ถูกต้อง เหมาะสม และมีคุณธรรม
คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
หลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรียนเซนตป์ อลคอนแวนต์ พบพระตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้นั พ้นื ฐาน
พุทธศักราช 2551 มุง่ พัฒนาผเู้ รยี นให้มีคณุ ลกั ษณะอันพึงปะสงคเ์ พื่อให้สามารถอยรู่ ว่ มกบั ผูอ้ ื่นในสังคมไดอ้ ยา่ งมี
ความสขุ ในฐานะเป็นพลเมอื งไทยและพลโลก ดงั น้ี
1. รกั ชำติ ศำสน์ กษัตรยิ ์ เปน็ คุณลกั ษณะในฐานะพลเมอื งไทย ตอ้ งรู้คุณคา่ หวงแหน และเทิดทูนสถาบนั
สงู สุดของชาติ ผู้ทีร่ ักชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์ คอื ผู้ท่ีมีลกั ษณะซึ่งแสดงออกถึงการเปน็ พลเมืองดีของชาตมิ คี วามสามัคคี
ปรองดอง ภมู ใิ จ เชดิ ชคู วามเป็นชาติไทย ปฏิบตั ิตนตามหลกั ศาสนาท่ตี นนบั ถือ และแสดงความจงรกั ภักดีต่อสถาบัน
พระมหากษตั ริย์
8
2. ซื่อสัตย์ สจุ รติ เป็นคณุ ลกั ษณะทผี่ ู้เรียนมีจติ สานกึ ค่านิยม และมีคณุ ธรรม จรยิ ธรรมในการอย่รู ่วมกนั กบั
ผูอ้ น่ื ในสังคมอย่างมีความสุข ผู้ทม่ี ีความซอ่ื สตั ย์สุจรติ คือ ผู้ที่ประพฤตติ รงตามความเป็นจริงท้ังทางกาย วาจาใจ และ
ยึดหลักความจรงิ ถูกตอ้ งในการดาเนนิ ชวี ิต มีความละอายและเกรงกลัวตอ่ การกระทาผิด
3. มวี ินัย เป็นคุณลกั ษณะของผู้เรียนเรียนดา้ นการ ประพฤติปฏิบตั ิตาม กฎ ระเบียบของสังคม อย่างมีความ
รับผิดชอบ และความซื่อสัตย์ต่อตนเองและผู้อื่น ผู้ที่มีวินัย คือ ผู้ที่ปฏิบัติตนตามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบ
ข้อบังคับของครอบครัวโรงเรียน และสงั คมเปน็ ปกติวสิ ัย ไม่ละเมิดสทิ ธิของผอู้ น่ื
4. ใฝ่เรียนรู้ เป็นคณุ ลกั ษณะของนักเรียนดา้ นความกระตอื รอื ร้นในการแสวงหาความรู้อยากรู้อยากเรียน รัก
การอา่ นการเขยี น การฟัง รู้จักต้งั คาถามเพือ่ หาเหตผุ ลท้งั ดว้ ยตนเอง และรว่ มกับ ผอู้ ืน่ ดว้ ยความขยัน หมั่นเพียร และ
อดทน และเปดิ รบั ความคดิ ใหม่ ๆ ท่ีใฝ่เรียนรู้ คือ ผทู้ ีม่ ีลกั ษณะซ่งึ แสดงออกถงึ ความตั้งใจ เพียงพยายามในการเรียน
และเขา้ รว่ มกิจกรรมการเรียนรู้ แสวงหาความรจู้ ากแหล่งเรียนรู้ท้ังภายในและภายนอกโรงเรียนอย่างสม่าเสมอ ด้วย
การเลอื กใช้เส่ืออย่างเหมาะสม บันทึกความรู้ วิเคราะห์ สรปุ เปน็ องค์ความรู้แลกเปล่ียนเรียนรู้ ถ่ายทอด เผยแพร่ และ
นาไปใชใ้ นชีวิตประจาวันได้
5. อยู่อย่ำงพอเพยี ง เป็นคณุ ลกั ษณะ ของนักเรียนในการดารงชีวิตอย่างมคี วามพอประมาณใช้ ส่ิงของอย่าง
ประหยัด พอใจในสิ่งท่ีตนมีอยู่บนหลักเหตุผล และมีภูมิคุ้มกันที่ดี ผู้ที่อยู่อย่างพอเพียง คือ ผู้ท่ีดาเนินชีวิตอย่าง
ประมาณตน มีเหตุผล รอบคอบ ระมัดระวัง อยู่ร่วมกับผู้อ่ืนด้วยความรับผิดชอบ ไม่เบียดเบียนผู้อ่ืน เห็นคุณค่าของ
ทรพั ยากรต่าง ๆมกี ารวางแผนป้องกันความเสี่ยงและพรอ้ มรับการเปล่ยี นแปลง
6. มุ่งม่ันในกำรทำงำน เป็นคุณลักษณะของผู้เรียนท่ีมีจิตสานึกในการใช้บริหารงานและทรัพยากรอย่าง
คุ้มค่าและยั่งยืน ในการทางานตามความคิดสร้างสรรค์ มีทักษะและมุ่งม่ันต่อความสาเร็จของงาน ผู้ที่มุ่งมั่นในการ
ทางาน คือ ผูท้ ี่มีลักษณะซงึ่ แสดงออกถึงความตั้งใจปฏิบัติหนา้ ทท่ี ไี่ ด้รบั มอบหมายด้วยความพยายาม ทุ่มเทกาลังกาย
กาลังใจ ในการปฏิบัติกิจกรรมต่าง ๆ ให้สาเร็จลุล่วงตามเป้าหมายท่ีกาหนดด้วยความรับผิดชอบ และมีความ
ภาคภูมใิ จในผลงาน
7. รกั ควำมเปน็ ไทย เป็นคณุ ลักษณะของผเู้ รียนทีร่ ูจ้ ักหวงแหน อนุรักษ์พัฒนาวิถีชีวิตของคนไทย ประพฤติ
ตามวัฒนธรรมไทยใหค้ งอย่คู ไู่ ทย ผทู้ ่รี กั ความเป็นไทย คือ ผทู้ ่ีมีความภาคภูมิใจ เห็นคุณค่า ชื่นชม มีส่วนร่วมในการ
อนรุ กั ษ์ สืบทอด เผยแพรภ่ มู ิปญั ญาไทย ขนบธรรมเนยี มประเพณี ศิลปะและวัฒนธรรม มีความกตัญญูกตเวที ใช้
ภาษาไทยในการส่ือสารอย่างถูกตอ้ งเหมาะสม
8. มจี ิตสำธำรณะ เปน็ คุณลักษณะทผ่ี ้เู รยี นไดท้ าประโยชน์ตามความสามารถ ความถนัดและความสนใจใน
ลกั ษณะอาสาสมคั รเพ่อื แสดงความรับผดิ ชอบ ความเสยี สละ มจี ิตมงุ่ ทาประโยชน์ต่อครอบครัว ชุมชน สังคม ผู้ท่ีมีจิต
สาธารณะ คือ ผู้ท่ีมีลักษณะเป็นผู้ให้และช่วยเหลือผู้อื่น แบ่งปันวามุขส่วนตนเพื่อทาประโยชน์แก่ส่วนรวม เข้าใจ
เห็นใจผู้ที่มีความเดือดร้อน อาสาช่วยเหลือสังคม อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ด้วยแรงกาย สติปัญญา ลงมือปฏิบัติเพื่อ
แก้ปญั หา หรือร่วมสร้างสรรค์ส่ิงทีด่ งี ามใหเ้ กิดในชมุ ชน โดยไม่หวงั สง่ิ ตอบแทน
9
มำตรฐำนกำรเรยี นรู้และกำหนดรำยวชิ ำ
การพฒั นาผเู้ รยี นใหเ้ กดิ ความสมดุล ตอ้ งคานงึ ถงึ หลกั พัฒนาการทางสมองและพหุปัญญา หลกั สตู รโรงเรียน
เซนต์ปอลคอนแวนต์ พบพระ ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขัน้ พนื้ ฐานพทุ ธศกั ราช 2551 (ฉบบั ปรบั ปรุง
2560) จึงกาหนดใหผ้ เู้ รียนรู้ 8 กลุม่ สาระการเรยี นรู้ ดังน้ี
1. กลุ่มสาระการเรียนรภู้ าษาไทย
2. กลมุ่ สาระการเรียนรคู้ ณิตศาสตร์
3. กลุ่มสาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
4. กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม
5. กลุ่มสาระการเรยี นรสู้ ุขศกึ ษาและพลศกึ ษา
6. กลมุ่ สาระการเรียนรูศ้ ิลปะ
7. กลุ่มสาระการเรยี นรกู้ ารงานอาชีพ
8. กลมุ่ สาระการเรียนรภู้ าษาตา่ งประเทศ
ในแต่ละกล่มุ สาระการเรยี นร้ไู ดก้ าหนดมาตรฐานการเรียนรู้ เป้าหมายสาคัญของการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน
มาตรฐานการเรียนระบุถึงสิ่งที่ผู้เรียนพึงเรียนรู้ ปฏิบัติได้ มีคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมท่ีพึงประสงค์เม่ือจบ
การศึกษาขั้นพ้นื ฐาน นอกจากน้นั มาตรฐานการเรียนรู้ยังเป็นกลไกสาคัญในการขับเคล่ือนเมื่อจบการศึกษาท้ังระบบ
เพราะมาตรฐานการเรียนรู้จะสะท้อนใหท้ ราบว่าตอ้ งการอะไร จะสอนอย่างไร ประเมินอย่างไร รวมทั้งเป็นเครื่องมือ
ในการตรวจสอบเพือ่ การประกนั คณุ ภาพการศึกษา โดยใช้ระบบการประเมินคณุ ภาพภายในและการประเมินคุณภาพ
ภายนอก ซ่งึ รวมถงึ การทดสอบระดับเขตพื้นท่ีการศกึ ษา และการทดสอบระดับชาติ ระบบการตรวจสอบเพื่อประกัน
คุณภาพดงั กลา่ วเป็นสิง่ สาคญั ที่จะช่วยสะทอ้ นภาพการจดั การศึกษาว่าสามารถพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณภาพท่ีมาตรฐาน
การเรยี นรกู้ าหนดเพียงใด
ตัวชว้ี ดั
ตวั ช้วี ัด ระบสุ ่ิงท่นี ักเรยี นพึงรูแ้ ละปฏบิ ตั ไิ ด้ รวมทงั้ คณุ ลักษณะของผูเ้ รียนในแต่ละระดบั ชั้น ซึง่ สะทอ้ น
มาตรฐานการเรียนรู้ มคี วามเฉพาะเจาะจงและมีความเปน็ รูปธรรม นาไปใช้ในการกาหนดเนื้อหา จาทาหนว่ ยการ
เรยี นรู้ จัดการเรยี นการสอน และเปน็ เกณฑส์ าคัญสาหรับการวัดประเมนิ ผลเพื่อตรวจสอบคณุ ภาพผู้เรียน
1. ตัวชว้ี ัดชนั้ ปี เป็นเปา้ หมายในการพฒั นาผ้เู รยี นแต่ละชัน้ ปีในระดบั การศึกษาภาคบงั คบั (ประถมศึกษาปที ่ี 1
– ประถมศึกษาปีท่ี 6)
หลกั สตู รได้มีการกาหนดรหัสกากับมาตรฐานการเรยี นรู้และตวั ช้วี ดั เชือ่ มความเข้าใจและให้สอ่ื สารตรงกนั
ดงั น้ี
ว 1.1 ป.1/2
ป.1/2 ตัวชีว้ ดั ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 1 ขอ้ ท่ี 2
1.1 สาระที่ 1 มาตรฐานขอ้ ที่ 1
ว กลุ่มสาระการเรยี นร้วู ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
10
โครงสรำ้ งหลกั สตู รสถำนศกึ ษำ
สำระกำรเรยี นรู้
สาระการเรียนรู้ ประกอบด้วยองค์ความรู้ ทักษะหรือกระบวนการเรียนรู้ และคุณลักษณะอันพึง
ประสงค์ ซง่ึ กาหนดให้ผ้เู รยี นทกุ คนในระดับการศึกษาขน้ั พนื้ ฐานจาเป็นต้องเรยี นรู้ โดยแบ่งเป็น 8 สาระการ
เรียนรู้ ดงั นี้
ภำษำไทย : ความรู้ ทักษะ คณติ ศำสตร์ : การนาความรู้ ทกั ษะ วิทยำศำสตร์และเทคโนโลยี: การ
และวฒั นธรรมการใชภ้ าษา และกระบวนการทางคณติ ศาสตร์ไป นาความรู้ และกระบวนการทาง
เพ่ือการสอื่ สาร ความชื่นชม
การเหน็ คณุ ค่าภมู ปิ ญั ญาไทย ใช้ในการแก้ปญั หา การดาเนินชีวิต วิทยาศาสตร์ไปใช้ในการศกึ ษา
และภมู ใิ จในภาษาประจาชาติ และศึกษาต่อ การมเี หตุมีผล มเี จต ค้นคว้าหาความรู้ และแกป้ ญั หา
คตทิ ่ีดีต่อคณิตศาสตร์ พัฒนาการคิด อย่างมีระบบ การคดิ อยา่ งเป็นเหตุ
อย่างเปน็ ระบบ และสร้างสรรค์ เปน็ ผล คิดวิเคราะห์ คิดสร้างสรรค์
และจิตวทิ ยาศาสตร์
ภำษำต่ำงประเทศ : ความรู้ องคค์ วามรู้ ทกั ษะสาคญั สงั คมศกึ ษำ ศำสนำ และ
ทักษะ เจตคติ และวฒั นธรรม และคุณลกั ษณะใน
หลกั สูตรแกนกลาง วฒั นธรรม : การอยูร่ ่วมกันใน
การใช้ภาษาต่างประเทศใน การศกึ ษา สงั คมไทย และสังคมโลกอย่าง
การสอื่ สาร แสวงหาความรู้ ข้นั พ้นื ฐาน
และการประกอบอาชีพ สันติสขุ การ เป็นพลเมืองดี
ศรัทธาในหลักธรรมของศาสนา
การเห็นคุณค่าของทรัพยากร
และส่ิงแวดล้อม ความรักชาติ
และภูมิใจในความเป็นไทย
กำรงำนอำชีพ: ความรู้ ทกั ษะ ศิลปะ : ความรูแ้ ละทกั ษะใน
และเจตคติในการทางาน การ การคิดรเิ ริ่ม จนิ ตนาการ
จัดการ การดารงชวี ิต การ
สร้างสรรคง์ านศิลปะ
ประกอบอาชพี และการใช้ สุนทรียภาพและการเห็น
เทคโนโลยี คุณค่าทางศิลปะ
11
ควำมสมั พันธ์ของกำรพฒั นำคุณภำพผูเ้ รียนตำมหลักสตู รแกนกลำงกำรศกึ ษำข้ันพ้นื ฐำน
วสิ ัยทัศน์
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน มุ่งพัฒนาผู้เรียนทุกคน ซึ่งเป็นกาลังของชาติให้เป็นมนุษย์ท่ีมี
ความสมดุลท้ังด้านร่างกาย ความรู้ คุณธรรม มีจิตสานึกในความเป็นพลเมืองไทยและเป็นพลโลก ยึดมั่นในการ
ปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอนั มีพระมหากษตั รยิ ท์ รงเป็นประมุข มคี วามรู้และทักษะพืน้ ฐาน รวมท้ังเจตคติ
ที่จาเป็นต่อการศึกษาต่อ การประกอบอาชีพและการศึกษาตลอดชีวิต โดยมุ่งเน้นผู้เรียนเป็นสาคัญบนพื้นฐาน
ความเชอื่ ว่า ทกุ คนสามารถเรยี นรแู้ ละพัฒนาตนเองได้เตม็ ศกั ยภาพ
จดุ หมำย
1. มีคณุ ธรรม จรยิ ธรรม และค่านิยมทีพ่ ึงประสงค์ เห็นคุณคา่ ของตนเอง มวี ินัยและปฏบิ ัตติ นตามหลักธรรม
ของพระพทุ ธศาสนา หรอื ศาสนาท่ีตนนับถือ ยดึ หลกั ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี ง
2. มคี วามรเู้ ป็นสากลและมคี วามสามารถในการสอื่ สาร การคิด การแกป้ ญั หา การใช้เทคโนโลยี และมีทักษะ
ชวี ิต
3. มีสุขภาพกาย และสขุ ภาพจิตท่ีดี มีสุขนิสัย และรักการออกกาลังกาย
4. มีความรักชาติ มีจิตสานึกในความเป็นพลเมอื งไทยและพลเมืองโลก ยดึ มัน่ ในวิถชี วี ิตและการปกครองใน
ระบอบประชาธปิ ไตยอนั มพี ระมหากษตั ริย์ทรงเปน็ พระประมุข
5. มีจิตสานกึ ในการอนรุ กั ษว์ ัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทย การอนรุ กั ษแ์ ละพฒั นาสง่ิ แวดล้อม มีจติ สาธารณะ
ท่ีมงุ่ ทาประโยชน์ และสร้างสง่ิ ที่ดงี ามในสงั คม และอยู่รว่ มกนั อยา่ งมคี วามสุข
สมรรถนะสำคัญของผูเ้ รยี น คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
1. ความสามารถในการส่อื สาร 1. รกั ชาติ ศาสน์ กษัตริย์
2. ความสามารถในการคิด 2. ซ่อื สัตยส์ จุ ริต
3. มีวินยั
3. ความสามารถในการแกป้ ัญหา 4. ใฝ่เรียนรู้
4. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต
5. อยู่อย่างพอเพียง
5. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี 6. มุ่งมน่ั ในการทางาน
7. รักความเป็นไทย
8. มีจิตสาธารณะ
มำตรฐำนกำรเรยี นรู้และตวั ช้ีวัด 8 กลุ่มสำระกำรเรียนรู้ กิจกรรมพัฒนำผเู้ รียน
1. กจิ กรรมแนะแนว
1. ภาษาไทย 2. คณติ ศาสตร์ 3. วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 2. กิจกรรมนกั เรยี น
4. สงั คมศกึ ษาและวัฒนธรรม 5.สุขศกึ ษาและพลศึกษา 6. ศลิ ปะ 3. กจิ กรรมเพือ่ สงั คมและสาธารณโยชน์
7. การงานอาชีพ 8. ภาษาตา่ งประเทศ
โครงสร้ำงหลักสตู รช้ันปี 12
คุณภำพของผเู้ รียนระดับกำรศกึ ษำข้นั พืน้ ฐำน (ภำคบงั คับ)
โครงสรำ้ งหลกั สูตรชนั้ ปี แสดงรำยละเอยี ดเวลำเรยี นของรำยวิชำพ้ืนฐำน รำยวิชำ/กจิ กรรมเพิ่มเติม
ตำมจุดเนน้ ของโรงเรยี น และกิจกรรมพัฒนำผูเ้ รียนในแตล่ ะชนั้ ปี
กลุ่มสำระกำรเรียนร้/ู กจิ กรรม ป.๑ เวลำเรียน
๒๐๐ ระดบั ประถมศกึ ษำ
กลุ่มสำระกำรเรยี นรู้ ๒๐๐ ป.๒ ป.๓ ป.๔ ป.๕ ป.๖
ภำษำไทย 100
คณติ ศำสตร์ 120 ๒๐๐ ๒๐๐ ๑๖๐ ๑๖๐ ๑๖๐
วิทยำศำสตรแ์ ละเทคโนโลยี ๘๐ ๒๐๐ ๒๐๐ ๑๖๐ ๑๖๐ ๑๖๐
80 100 100 120 120 120
สังคมศกึ ษำ ศำสนำ และ ๔๐ 120 120 ๑20 ๑20 ๑20
วัฒนธรรม 200
๑020 ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐
สุขศึกษำและพลศกึ ษำ 40 80 80 80 80 80
ศลิ ปะ 40 ๔๐ ๔๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐
กำรงำนอำชีพ ๒๐๐ ๒๐๐ 160 160 160
ภำษำตำ่ งประเทศ ๑๒๐ ๑020 ๑๐20 960 960 960
รวมเวลำเรยี น (พน้ื ฐำน)
รำยวชิ ำ/กิจกรรม/เพ่ิมเติม ๑๒๐ 40 40 40 40 40
วฒั นธรรมท้องถ่ิน 40 40 40 40 40
ภำษำอังกฤษเสริม
ตำมควำมพรอ้ มและจุดเนน้ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐
กจิ กรรมพัฒนำผ้เู รียน ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐
กิจกรรมแนะแนว
กจิ กรรมนักเรยี น
- ลูกเสอื -เนตรนารี
- ชุมนมุ
จิตศึกษา
หลกั สูตรตา้ นทุจรติ
กจิ กรรมเพ่อื สงั คมและ
สาธารณประโยชน์
รวมเวลำกจิ กรรมพัฒนำผูเ้ รียน
รวมเวลำทั้งหมด ไม่นอ้ ยกวำ่ ๑,๐๐๐ ชัว่ โมง/ปี
หมายเหตุ โครงสรา้ งเวลาเรียนแก้ไขตามคาสงั่ สพฐ.683/2552 ลงวนั ท่ี 13 พฤษภาคม 2552 และคาส่ัง สพฐ.110/2555 ลงวนั ที่ 25 มกราคม
2555
**โครงสร้างเวลาเรียนปรับปรุงล่าสุด ตามคาสงั่ สพฐ.921/2561 ลงวันท่ี 3 พฤษภาคม 2561 และ คาสง่ั สพฐ.922/2561 ลงวนั ท่ี 3 พฤษภาคม
2561 **
13
โครงสรำ้ งหลกั สตู ร
กลมุ่ สำระกำรเรียนรรู้ ำยวชิ ำพนื้ ฐำน
14
โครงสรำ้ งหลักสูตรโรงเรยี นเซนตป์ อลคอนแวนต์ พบพระ
ชน้ั ประถมศึกษำปีท่ี 1
รำยวิชำ / กิจกรรม เวลำเรียน
รำยวิชำพนื้ ฐำน (ชม. / ปี ) (ชม./สัปดำห์)
ท 11101 ภาษาไทย 1,310 ชม. / ปี
ค 11101 คณิตศาสตร์
ว 11101 วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 200 5
ส 11101 สงั คมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม 200 5
ส 11102 ประวัติศาสตร์ 100 3
พ 11101 สขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา 80 2
ศ 11101 ศิลปะ 40 1
ง 11101 การงานอาชีพ 80 2
อ 11101 ภาษาต่างประเทศ 80 2
40 1
รำยวชิ ำเพ่ิมเตมิ /กิจกรรมทีส่ ถำนศึกษำจัดเพม่ิ เติม 200 5
ส 11102 วฒั นธรรมท้องถิ่น
อ 11102 ภาษาอังกฤษเสริม 40 1
40 1
กจิ กรรมพฒั นำผู้เรียน
40 1
กิจกรรมแนะแนว
40 1
กจิ กรรมนกั เรยี น 40 1
- กจิ กรรมลูกเสอื – เนตรนารี 40 1
- กจิ กรรมชุมนมุ 40 1
- จติ ศึกษา
- หลักสตู รต้านทุจริต 10
กิจกรรมเพื่อสงั คมและสาธารณะประโยชน์ ( ทานอกเวลา) ไม่น้อยกว่ำ 1,000 ช่วั โมง
รวมเวลำเรียนทงั้ สิ้น (1,200 50 ÷ 60 = 1,000)
15
โครงสร้ำงหลักสูตรโรงเรยี นเซนตป์ อลคอนแวนต์ พบพระ
ชนั้ ประถมศึกษำปที ี่ 2
รำยวิชำ / กจิ กรรม เวลำเรียน
รำยวชิ ำพื้นฐำน (ชม. / ปี ) (ชม./สัปดำห์)
ท 12101 ภาษาไทย 1, 310 ชม. / ปี
ค 12101 คณติ ศาสตร์
ว 12101 วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 200 5
ส 12101 สงั คมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม 200 5
ส 12102 ประวตั ศิ าสตร์ 100 3
พ 12101 สขุ ศกึ ษาและพลศึกษา 80 2
ศ 12101 ศิลปะ 40 1
ง 12101 การงานอาชพี 80 2
อ 12101 ภาษาต่างประเทศ 80 2
40 1
รำยวชิ ำเพ่มิ เติม 200 5
ส 12102 วัฒนธรรมทอ้ งถิน่
อ 12102 ภาษาองั กฤษเสรมิ 40 1
40 1
กจิ กรรมพฒั นำผเู้ รยี น
40 1
กิจกรรมแนะแนว (หลกั สตู รต้านทจุ ริต)
40 1
กิจกรรมนกั เรยี น 40 1
- กิจกรรมลกู เสือ – เนตรนารี 40 1
- กิจกรรมชุมนุม 40 1
- จิตศกึ ษา
- หลกั สตู รต้านทุจริต 10
กิจกรรมเพ่ือสังคมและสาธารณะประโยชน์ ( ทานอกเวลา) ไม่น้อยกวำ่ 1,000 ช่วั โมง
รวมเวลำเรยี นท้งั ส้ิน (1,200 50 ÷ 60 = 1,000)
16
โครงสร้ำงหลักสตู รโรงเรียนเซนต์ปอลคอนแวนต์ พบพระ
ช้ันประถมศกึ ษำปที ่ี 3
รำยวชิ ำ / กิจกรรม เวลำเรียน
( ชม. / ปี ) (ชม./สปั ดำห์)
รำยวิชำพ้นื ฐำน
1, 310 ชม. / ปี
ท 13101 ภาษาไทย
ค 13101 คณิตศาสตร์ 200 5
ว 13101 วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี 200 5
ส 13101 สงั คมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม 100 3
ส 13102 ประวตั ิศาสตร์ 80 2
พ 13101 สุขศกึ ษาและพลศึกษา 40 1
ศ 13101 ศิลปะ 80 2
ง 13101 การงานอาชีพ 80 2
อ 13101 ภาษาต่างประเทศ 40 1
200 5
รำยวชิ ำเพ่ิมเตมิ
ส 13102 วฒั นธรรมท้องถ่นิ 40 1
อ 13102 ภาษาองั กฤษเสรมิ 40 1
กิจกรรมพัฒนำผู้เรียน 40 1
กิจกรรมแนะแนว (หลักสตู รต้านทุจริต) 40 1
40 1
กจิ กรรมนักเรยี น 40 1
- กิจกรรมลกู เสอื – เนตรนารี 40 1
- กิจกรรมชุมนมุ 10 1
- จิตศกึ ษา ไม่น้อยกว่ำ 1,000 ช่วั โมง
- หลกั สตู รต้านทุจริต
กิจกรรมเพ่ือสังคมและสาธารณะประโยชน์ ( ทานอกเวลา)
รวมเวลำเรยี นทง้ั สน้ิ (1,200 50 ÷ 60 = 1,000)
17
โครงสร้ำงหลกั สตู รโรงเรียนเซนตป์ อลคอนแวนต์ พบพระ
ชน้ั ประถมศึกษำปที ่ี 4
รำยวชิ ำ / กจิ กรรม เวลำเรยี น
( ชม./ ปี ) ( ชม./ สัปดำห์ )
รำยวิชำพื้นฐำน
1,250 ชม. / ปี
ท 14101 ภาษาไทย
ค 14101 คณติ ศาสตร์ 160 4
ว 14101 วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี 160 4
ส 14101 สังคมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม 120 3
ส 14102 ประวตั ิศาสตร์ 80 2
พ 14101 สขุ ศกึ ษาและพลศึกษา 40 1
ศ 14101 ศิลปะ 80 2
ง 14101 การงานอาชพี 120 3
อ 14101 ภาษาต่างประเทศ 80 2
120 3
รำยวิชำเพม่ิ เติม
ส 14202 วัฒนธรรมทอ้ งถ่ิน 40 1
อ 15202 ภาษาองั กฤษเสริม 40 1
กจิ กรรมพัฒนำผู้เรยี น 40 1
กิจกรรมแนะแนว (หลักสตู รตา้ นทุจรติ ) 40 1
40 1
กิจกรรมนกั เรียน 40 1
- กจิ กรรมลกู เสอื – เนตรนารี 40 1
- กจิ กรรมชุมนมุ 10 1
- จติ ศกึ ษา ไมน่ ้อยกวำ่ 1,000 ชวั่ โมง
- หลักสตู รต้านทจุ รติ
กิจกรรมเพ่อื สังคมและสาธารณะประโยชน์ ( ทานอกเวลา)
รวมเวลำเรียนทั้งสนิ้ (1,200 50 ÷ 60 = 1,000)
18
โครงสร้ำงหลกั สตู รโรงเรียนเซนตป์ อลคอนแวนต์ พบพระ
ชน้ั ประถมศึกษำปที ่ี 5
รำยวชิ ำ / กจิ กรรม เวลำเรยี น
( ชม./ ปี ) ( ชม./ สัปดำห์ )
รำยวิชำพื้นฐำน
1,250 ชม. / ปี
ท 15101 ภาษาไทย
ค 15101 คณติ ศาสตร์ 160 4
ว 15101 วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี 160 4
ส 14101 สังคมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม 120 3
ส 15102 ประวตั ิศาสตร์ 80 2
พ 15101 สขุ ศกึ ษาและพลศึกษา 40 1
ศ 15101 ศิลปะ 80 2
ง 15101 การงานอาชพี 120 3
อ 15101 ภาษาต่างประเทศ 80 2
120 3
รำยวิชำเพม่ิ เติม
ส 15102 วัฒนธรรมทอ้ งถ่ิน 40 1
อ 15102 ภาษาอังกฤษเสริม 40 1
กจิ กรรมพัฒนำผู้เรยี น 40 1
กิจกรรมแนะแนว (หลักสตู รตา้ นทุจรติ ) 40 1
40 1
กิจกรรมนกั เรียน 40 1
- กจิ กรรมลกู เสอื – เนตรนารี 40 1
- กจิ กรรมชุมนมุ 10 1
- จติ ศกึ ษา ไมน่ ้อยกวำ่ 1,000 ชวั่ โมง
- หลักสตู รต้านทจุ รติ
กิจกรรมเพ่อื สังคมและสาธารณะประโยชน์ ( ทานอกเวลา)
รวมเวลำเรียนทง้ั สนิ้ (1,200 50 ÷ 60 = 1,000)
19
โครงสร้ำงหลกั สตู รโรงเรียนเซนตป์ อลคอนแวนต์ พบพระ
ชน้ั ประถมศึกษำปที ่ี 6
รำยวชิ ำ / กจิ กรรม เวลำเรยี น
( ชม./ ปี ) ( ชม./ สัปดำห์ )
รำยวิชำพื้นฐำน
1,250 ชม. / ปี
ท 16101 ภาษาไทย
ค 16101 คณติ ศาสตร์ 160 4
ว 16101 วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี 160 4
ส 16101 สังคมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม 120 3
ส 16102 ประวตั ิศาสตร์ 80 2
พ 16101 สขุ ศกึ ษาและพลศึกษา 40 1
ศ 16101 ศิลปะ 80 2
ง 16101 การงานอาชพี 120 3
อ 16101 ภาษาต่างประเทศ 80 2
120 3
รำยวิชำเพม่ิ เติม
ส 16102 วัฒนธรรมทอ้ งถ่ิน 40 1
อ 16102 ภาษาอังกฤษเสริม 40 1
กจิ กรรมพัฒนำผู้เรยี น 40 1
กิจกรรมแนะแนว (หลักสตู รตา้ นทุจรติ ) 40 1
40 1
กิจกรรมนกั เรียน 40 1
- กจิ กรรมลกู เสอื – เนตรนารี 40 1
- กจิ กรรมชุมนมุ 10 1
- จติ ศกึ ษา ไมน่ ้อยกวำ่ 1,000 ชวั่ โมง
- หลักสตู รต้านทจุ รติ
กิจกรรมเพ่อื สังคมและสาธารณะประโยชน์ ( ทานอกเวลา)
รวมเวลำเรียนทง้ั สนิ้ (1,200 50 ÷ 60 = 1,000)
20
คำอธบิ ำยรำยวิชำกลุ่มสำระกำรเรียนร้ภู ำษำไทย
ระดับประถมศึกษำปีที่ 1-6
(รำยวิชำวิชำภำษำไทย)
21
คำอธบิ ำยรำยวิชำพนื้ ฐำน
รหสั วชิ ำ ท ๑๑๑๐๑ ภำษำไทย กลุ่มสำระกำรเรียนรู้ภำษำไทย
ชน้ั ประถมศึกษำปีท่ี ๑ จำนวนเวลำเรียน ๒๐๐ ชวั่ โมง
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
อ่านออกเสียงคา คาคล้องจอง ข้อความ และบทร้อยกรองง่าย ๆ อธิบายความหมายของคาและข้อความท่ี
อ่าน ต้ังคาถาม ตอบคาถาม ระบุใจความสาคัญและรายละเอียด แสดงความคิดเห็นและคาดคะเนเหตุการณ์ เลือก
อ่านหนังสอื ตามความสนใจอยา่ งสม่าเสมอและนาเสนอเร่ืองท่ีอ่าน อ่านข้อเขียนเชิงอธิบายและปฏิบัติตามคาสั่งหรือ
ขอ้ แนะนา มมี ารยาทในการอ่าน
คัดลายมอื ด้วยตวั บรรจงเต็มบรรทัด เขียนเรือ่ งส้นั ๆ เก่ียวกับประสบการณ์ เขยี นเร่ืองส้ัน ๆ ตามจินตนาการ
มมี ารยาทในการเขียน
ฟังคาแนะนา คาสงั่ ทซ่ี ับซ้อนและปฏิบัติตาม เลา่ เรื่อง บอกสาระสาคัญของเร่ือง ต้ังคาถาม ตอบคาถาม พูด
แสดงความคิดเหน็ ความร้สู ึก พดู สอ่ื สารไดช้ ดั เจนตรงตามวัตถุประสงค์ มมี ารยาทในการฟัง การดแู ละการพดู
การเขียนพยัญชนะ สระ วรรณยุกต์ และเลขไทย เขียนสะกดคาและบอกความหมายของคา เรยี บเรียงคาเป็น
ประโยคได้ตรงตามเจตนาของการสื่อสาร บอกลักษณะคาคล้องจอง เลือกใช้ภาษาไทยมาตรฐานและภาษาถ่ินได้
เหมาะสมกบั กาลเทศะ
จับใจความสาคัญจากเร่ือง ระบุข้อคิดท่ีได้จากการอ่านหรือการฟังวรรณกรรมสาหรับเด็ก เพ่ือนาไปใช้ใน
ชวี ิตประจาวนั รอ้ งบทรอ้ งเล่นสาหรบั เดก็ ในท้องถน่ิ ทอ่ งจาบทอาขยานตามท่ีกาหนดและบทร้อยกรองท่ีมีคุณค่าตาม
ความสนใจ
ใชก้ ระบวนการอา่ นสร้างคณุ ธรรม ความรู้และความคดิ ไปใช้ตัดสนิ ใจ แกป้ ัญหาและสร้างวสิ ยั ทัศนใ์ นการ
ดาเนินชวี ติ ตามหลกั ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง และมีนิสยั รกั การอ่านใช้กระบวนการอา่ นใชก้ ระบวนการเขียน เขียน
สอ่ื สาร เขียนเรียงความ ย่อความ และเขียนเร่ืองราวในรปู แบบตา่ ง ๆ เขียนรายงานขอ้ มลู สารสนเทศและเขียน
รายงานการศึกษาคน้ คว้าอย่างมีประสิทธภิ าพ สามารถเลือกฟังและดอู ยา่ งมีวิจารณญาณ และพูดแสดงความรู้
ความคดิ ความรู้สึกในโอกาสต่าง ๆ อยา่ งมวี จิ ารณญาณและสรา้ งสรรค์ เข้าใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลักภาษา การ
เปลย่ี นแปลงภาษาและพลงั ของภาษา ภูมปิ ญั ญาทางภาษาและรักษาภาษาไว้เป็นสมบตั ิของชาติ สามารถใช้ภาษา
แสวงหาความรู้ เสรมิ สร้างลักษณะนสิ ยั บุคลกิ ภาพและความสมั พันธร์ ะหว่างภาษากบั วัฒนธรรม อาชพี สังคม และ
ชีวติ ประจาวนั เข้าใจและแสดงความคิดเหน็ วิจารณ์วรรณคดีและวรรณกรรมอยา่ งเหน็ คุณค่า และนามาประยุกต์ใช้
ในชวี ิตจรงิ
รหสั ตัวช้ีวดั
ท ๑.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓, ป.๑/๔, ป.๑/๕, ป.๑/๖, ป.๑/๗, ป.๑/๘
ท ๒.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓
ท ๓.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓, ป.๑/๔, ป.๑/๕
ท ๔.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓, ป.๑/๔
ท ๕.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒
รวมทั้งหมด ๒๒ ตวั ช้ีวดั
22
คาอธบิ ายรายวชิ าพนื้ ฐำน
รหสั วชิ ำ ท๑๒๑๐๑ ภาษาไทย กลุ่มสาระการเรยี นร้ภู าษาไทย
ช้นั ประถมศึกษาปที ี่ ๒ จำนวนเวลำเรียน ๒๐๐ ช่วั โมง
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ฝึกอ่านออกเสยี งคา คาคล้องจอง ข้อความ และบทร้อยกรองง่าย ๆ อธิบายความหมายของคาและข้อความ
ทอ่ี ่าน ตัง้ คาถาม ตอบคาถาม ระบุใจความสาคัญและรายละเอียด แสดงความคิดเห็นและคาดคะเนเหตุการณ์ เลือก
อา่ นหนังสอื ตามความสนใจอยา่ งสม่าเสมอและนาเสนอเร่ืองที่อ่าน อ่านขอ้ เขียนเชิงอธิบาย และปฏิบัติตามคาส่ังหรือ
ขอ้ แนะนา มีมารยาทในการอา่ น
ฝึกคัดลายมือด้วยตัวบรรจงเต็มบรรทัด เขียนเร่ืองส้ัน ๆ เกี่ยวกับประสบการณ์ เขียนเร่ืองส้ัน ๆ ตาม
จินตนาการ มมี ารยาทในการเขียน
ฝกึ ทักษะการฟัง ฟังคาแนะนา คาสง่ั ทซี่ ับซอ้ นและปฏิบัติตาม เล่าเร่ือง บอกสาระสาคัญของเรื่อง ต้ังคาถาม
ตอบคาถาม พูดแสดงความคิดเห็น ความรู้สึก พูดสื่อสารได้ชัดเจนตรงตามวัตถุประสงค์ มีมารยาทในการฟัง การดู
และการพูด
ฝึกทักษะการเขียนพยญั ชนะ สระ วรรณยุกต์ และเลขไทย เขียนสะกดคาและบอกความหมายของคา เรียบ
เรยี งคาเป็นประโยคไดต้ รงตามเจตนาของการสอ่ื สาร บอกลักษณะคาคล้องจอง เลือกใช้ภาษาไทยมาตรฐานและภาษา
ถ่ินได้เหมาะสมกบั กาลเทศะ
ฝึกจับใจความสาคญั จากเร่อื ง ระบขุ ้อคดิ ทไ่ี ดจ้ ากการอ่านหรือการฟังวรรณกรรมสาหรับเด็ก เพ่ือนาไปใช้ใน
ชวี ติ ประจาวัน รอ้ งบทรอ้ งเล่นสาหรบั เด็กในท้องถน่ิ ท่องจาบทอาขยานตามท่ีกาหนดและบทร้อยกรองท่ีมีคุณค่าตาม
ความสนใจ
โดยใช้กระบวนการอา่ น กระบวนการเขียน กระบวนการแสวงหาความรู้ กระบวนการกลุ่ม กระบวนการคิด
วเิ คราะห์ กระบวนการสื่อความ กระบวนการแก้ปัญหา การฝึกปฏิบัติ อธิบาย บันทึก การตั้งคาถาม ตอบคาถาม
ใช้ทักษะการฟัง การดูและการพูด พูดแสดงความคิดเห็น กระบวนการสร้างความคิดรวบยอด เพ่ือให้เกิดความรู้
ความคิด ความเข้าใจ ส่อื สารได้ถกู ต้อง รกั การเรียนภาษาไทย เห็นคุณค่าของการอนุรักษ์วัฒนธรรมภาษา และตัวเลข
ไทย สามารถนาความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ในชีวิตประจาวันตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงได้อย่างถูกต้อง
เหมาะสม
รหสั ตัวช้ีวดั
ท ๑.๑ ป.๒/๑ , ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔, ป.๒/๕, ป.๒/๖, ป.๒/๗, ป.๒/๘
ท ๒.๑ ป.๒/๑ , ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔
ท ๓.๑ ป.๒/๑ , ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔, ป.๒/๕, ป.๒/๖, ป.๒/๗
ท ๔.๑ ป.๒/๑ , ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔, ป.๒/๕
ท ๕.๑ ป.๒/๑ , ป.๒/๒, ป.๒/๓
รวมทง้ั หมด ๒๗ ตวั ชี้วดั
23
คำอธบิ ำยรำยวชิ ำพนื้ ฐำน
รหสั วชิ ำ ท๑๓๑๐๑ ภำษำไทย กลุม่ สำระกำรเรียนรภู้ ำษำไทย
ชน้ั ประถมศกึ ษำปีท่ี ๓ จำนวนเวลำเรียน ๒๐๐ ชั่วโมง
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
การอ่านคา คาแนะนาต่างๆ ในชีวิตประจาวัน ประกาศ ป้ายโฆษณา และคาขวัญ ข้อมูลจากแผนภาพ
แผนท่ี และแผนภูมิ มารยาทในการอ่าน การเขียนตัวอักษรไทยตามรูปแบบ การเขียนบรรยายลักษณะของคน
สัตว์ ส่งิ ของ สถานท่ี การเขียนบันทึกประจาวัน การเขียนจดหมายลาครู การเขียนเร่ืองตามจินตนาการ การมี
มารยาทในการเขียน การเลา่ เร่อื งทฟ่ี งั และดทู เี่ ปน็ ความรแู้ ละความบนั เทงิ การบอกสาระสาคญั จากการฟงั และการดู
เร่อื งทเี่ ปน็ ความรแู้ ละความบันเทงิ การตง้ั คาถามและตอบคาถามเรือ่ งท่ีฟังและดูที่เป็นความรู้และความบันเทิง การ
พูดแสดงความคิดเหน็ จากเรอ่ื งทฟี่ ังและดู การพูดสอื่ สารในชีวิตประจาวัน การมีมารยาทในการฟัง การดู และการ
พูด การเขียนสะกดคา การแจกลูก และการอ่านเป็นคา ชนิดของคานาม คาสรรพนาม และคากริยา การใช้
พจนานุกรม การแต่งประโยคบอกเล่า ประโยคปฏเิ สธ ประโยคคาถาม ประโยคขอรอ้ ง ประโยคคาส่ัง ง่ายๆ การ
แต่งคาคลอ้ งจองและคาขวญั
การเลือกใช้ภาษาไทยมาตรฐานและภาษาถิ่นได้เหมาะสมกับกาลเทศะ การระบุข้อคิดที่ได้จากการอ่าน
วรรณกรรมเพ่ือนาไปใชใ้ นชวี ิตประจาวัน การรจู้ ักเพลงพื้นบ้าน เรอ่ื งเล่า นทิ านท้องถ่นิ และเพลงกล่อมเด็กในท้องถิ่น
ทีโ่ รงเรียนตง้ั อยู่ เรยี นร้วู ฒั นธรรมทอ้ งถิ่น อาชีพ ความเป็นอยู่อาหารการกิน งานประเพณี วันสาคัญ เพ่ือปลูกฝัง
คณุ ธรรมและความรู้ตามหลกั ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง การแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับวรรณคดีท่ีอ่าน การท่องจา
บทอาขยานตามที่กาหนด และการทอ่ งจาบทรอ้ ยกรองทม่ี ีคณุ ค่าตามความสนใจ
อา่ นออกเสยี งคา ขอ้ ความ เรื่องสัน้ บทรอ้ ยกรอง อธิบายความหมายของคาและความหมายของข้อความ
ตั้งคาถาม ตอบคาถามเชิงเหตุผล ลาดับเหตุการณ์และคาดคะเนเหตุการณ์จากเรื่องที่อ่าน สรุปความรู้ ความคิด
เพ่ือนาไปใชใ้ นชีวิตประจาวัน นาเสนอเรื่องท่ีอ่านและอ่านหนังสือตามความสนใจอย่างสม่าเสมอ อ่านข้อเขียนเชิง
อธบิ ายและปฏบิ ตั ิตามคาสงั่ หรือขอ้ แนะนา อธิบายข้อมูลจากแผนภาพ แผนท่ี และแผนภูมิ มีมารยาทในการอ่าน
คัดลายมือตัวบรรจงเต็มบรรทัด เขียนบรรยายลักษณะของคน สัตว์ สิ่งของ สถานที่ ได้ชัดเจน เขียนบันทึก
ประจาวนั เขยี นจดหมายลาครู เขียนเรื่องตามจินตนาการ มีมารยาทในการเขียน เล่ารายละเอียดเกี่ยวกับเร่ืองที่
ฟังและดูทเี่ ปน็ ความรแู้ ละความบนั เทงิ บอกสาระสาคญั จากการฟังและการดูเร่ืองที่เป็นความรู้และความบันเทิง ตั้ง
คาถามและตอบคาถามเร่อื งท่ีฟงั และดูท่เี ป็นความรู้และความบันเทิง พูดแสดงความคิดเห็นและความรู้สึกจากเร่ืองที่
ฟังและดู พูดส่ือสารได้ตรงตามวัตถุประสงค์ มีมารยาทในการฟัง การดู และการพูด เขียนสะกดคาและบอก
ความหมายของคา ระบุชนิดและหน้าท่ีของคานาม คาสรรพนาม และคากริยาในประโยค ใช้พจนานุกรมค้นหา
ความหมายของคา
แต่งประโยคเพอ่ื การส่ือสาร และแต่งคาคลอ้ งจองและคาขวัญ เลือกใชภ้ าษาไทยมาตรฐานและภาษาถิน่ ได้
เหมาะสมกบั กาลเทศะ ระบุขอ้ คดิ ทไี่ ด้จากการอา่ นวรรณกรรมเพอ่ื นาไปใชใ้ นชวี ติ ประจาวนั ร้จู ักเพลงพื้นบา้ นและ
เพลงกลอ่ มเดก็ เพอ่ื ปลูกฝงั ความช่นื ชมวฒั นธรรมท้องถ่นิ แสดงความคิดเหน็ เกย่ี วกับวรรณคดีทีอ่ ่าน ทอ่ งจาบท
อาขยานตามทกี่ าหนด และบทร้อยกรองทม่ี ีคุณค่าตามความสนใจ
เพอื่ ให้ตระหนักและเหน็ คณุ ค่าในการอ่านคา ข้อความ ข้อเขียนเชิงอธิบายเรอ่ื งสั้น บทรอ้ ยกรอง และสรุป
เปน็ ความรู้ ความคดิ และมีมารยาทในการอ่าน สามารถเขยี นลายมอื ตวั บรรจง เขยี นบรรยายลักษณะของคน สตั ว์
สิ่งของ สถานทีต่ ่างๆ ได้ถูกตอ้ ง เขยี นบันทกึ ประจาวนั และเขียนเร่อื งตามจินตนาการของตนเอง ไดอ้ ย่างสมา่ เสมอ
24
สามารถเขยี นจดหมายลาครูไดถ้ ูกต้องและมีมารยาทในการเขียน การเล่ารายละเอยี ด เหตุการณ์ วัตถปุ ระสงคแ์ ละมี
มารยาทในการฟัง การดู และการพดู และสามารถนาไปใชใ้ นชีวิตประจาวนั ได้
รหัสตวั ช้ีวดั
ท ๑.๑ ป.๓/๑ ป.๓/๒ ป.๓/๓ ป.๓/๔ ป.๓/๕ ป.๓/๖ ป.๓/๗ ป.๓/๘ ป.๓/๙
ท ๒.๑ ป.๓/๑ ป.๓/๒ ป.๓/๓ ป.๓/๔ ป.๓/๕ ป.๓/๖
ท ๓.๑ ป.๓/๑ ป.๓/๒ ป.๓/๓ ป.๓/๔ ป.๓/๕ ป.๓/๖
ท ๔.๑ ป.๓/๑ ป.๓/๒ ป.๓/๓ ป.๓/๔ ป.๓/๕ ป.๓/๖
ท ๕.๑ ป.๓/๑ ป.๓/๒ ป.๓/๓ ป.๓/๔ ป.๓/๕
รวมทัง้ หมด ๓๒ ตัวชี้วัด
25
คำอธบิ ำยรำยวชิ ำพนื้ ฐำน
รหสั วชิ ำ ท๑๔๑๐๑ภำษำไทย กลุม่ สำระกำรเรยี นรภู้ ำษำไทย
ช้นั ประถมศกึ ษำปที ี่ ๔ จำนวนเวลำเรียน ๑๖๐ ช่ัวโมง
------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ศกึ ษา อ่าน เขียน อธบิ าย คิดวเิ คราะห์ สังเคราะห์ สรุปความ ฝึกทักษะ ในสาระต่อไปนี้ การอ่าน อ่านออก
เสียงบทร้อยแก้วและบทร้อยกรอง อ่านเรื่องสั้น ๆจากเรื่อง แยกข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็นจากเร่ืองท่ีอ่าน คาดคะเน
เหตุการณ์จากเร่อื งท่ีอ่าน สรปุ ความรู้และข้อคิดจากเรื่องท่ีอ่านเลือกอ่านหนังสือท่ีมีคุณธรรม มีคุณค่าและมีมารยาท
ในการอา่ น
การเขียน การคัดลายมือตัวบรรจงเต็มบรรทัดและคร่ึงบรรทัด เขียนส่ือสาร เขียนแผนภาพโครงเร่ือง
แผนภาพความคิด จดหมาย เขียนบันทึก รายงานการศึกษาค้นคว้า เขียนเรื่องตามจินตนาการและมีมารยาทในการ
เขียน
หลักการใช้ภาษา การสะกดคา ความหมายของคา ชนิดและหน้าที่ของคา การใช้พจนานุกรม แต่งประโยค
แตง่ บทร้อยกรองประเภทกลอนส่ี คาขวญั ความหมายของสานวนท่ีเป็นคาพังเพย สุภาษิต ภาษาไทยมาตรฐาน และ
ภาษาถ่นิ
วรรณคดี และวรรณกรรม นิทานพื้นบ้าน นิทานคติธรรม เพลงพื้นบ้าน วรรณคดี วรรณกรรม บทอาขยาน
และบทร้อยกรอง
โดยใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิดไปใช้ในการตัดสินใจ แก้ปัญหาและสร้างวิสัยทัศน์ในการ
ดาเนินชวี ติ และมีนสิ ัยรักการอ่าน ใช้กระบวนการเขียน เขียนสือ่ สารเรอ่ื งราวในรปู แบบต่าง ๆ สามารถเลือกฟังและดู
อยา่ มีวิจารณญาณและสร้างสรรค์ เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษา สามารถใช้ภาษาในการแสวงหาความรู้
เสริมสร้างลักษณะนิสัย บุคลิกภาพ และความสัมพันธ์ระหว่างภาษากับประเพณี วัฒนธรรม อาชีพ สังคม และหลัก
ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี งไปใชใ้ นชวี ติ ประจาวนั
รหสั ตัวชี้วัด
ท ๑.๑ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔, ป.๔/๕, ป.๔/๖, ป.๔/๗, ป.๔/๘
ท ๒.๑ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔, ป.๔/๕, ป.๔/๖, ป.๔/๗, ป.๔/๘
ท ๓.๑ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔, ป.๔/๕, ป.๔/๖
ท ๔.๑ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔, ป.๔/๕, ป.๔/๖, ป.๔/๗,
ท ๕.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔
รวมทัง้ หมด ๓๓ ตัวชวี้ ัด
26
คำอธิบำยรำยวิชำพน้ื ฐำน
รหสั วิชำ ท๑๕๑๐๑ภำษำไทย กลุม่ สำระกำรเรยี นรู้ภำษำไทย
ชั้นประถมศึกษำปที ่ี ๕ จำนวนเวลำเรยี น ๑๖๐ ชว่ั โมง
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ฝึกอ่านออกเสียบทร้อยแก้วและบทร้อยกรอง อ่านออกเสียงนิทานพื้นบ้าน อธิบายความหมายของคา
ประโยคและข้อความที่เป็นการบรรยายและการพรรณนา อธิบายความหมายโดยนัย แยกข้อเท็จจริง ข้อคิดเห็น
วเิ คราะห์ แสดงความคิดเหน็ อ่านงานเขียนเชิงอธิบาย คาสั่ง ข้อแนะนา และปฏิบัติตาม เลือกอ่านหนังสือท่ีมีคุณค่า
ตามความสนใจ มีมารยาทในการอา่ น
ฝึกคัดลายมือด้วยตัวบรรจงเต็มบรรทัดและคร่ึงบรรทัด เขียนสื่อสาร เขียนแผนภาพโครงเร่ือง แผนภาพ
ความคิด เขียนย่อความ เขียนจดหมายถึงผู้ปกครองและญาติ เขียนแสดงความรู้สึกและความเห็น กรอกแบบ
รายการต่างๆ เขยี นเร่ืองตามจินตนาการ มมี ารยาทในการเขยี น
ฝึกทักษะการฟัง การดูและการพูด พูดแสดงความรู้ ความคิดเห็นและความรู้สึก ตั้งคาถาม ตอบคาถาม
วเิ คราะห์ และแสดงความคิดเหน็ กับเรอื่ งท่ีอ่าน พดู รายงาน มมี ารยาทในการฟัง การดูและการพูด
ระบุชนิดและหน้าท่ีของคาในประโยค จาแนกส่วนประกอบของประโยค เปรียบเทียบภาษาไทยมาตรฐาน
และภาษาถนิ่ ใช้คาราชาศพั ท์ บอกคาภาษาตา่ งประเทศในภาษาไทย แต่งบทรอ้ ยกรอง ใช้สานวนได้ถกู ต้อง
สรุปเร่ืองจากวรรณคดีหรือวรรณกรรมท่ีอ่าน ระบุคุณธรรมและความรู้ ข้อคิดจากการอ่านวรรณคดีและ
วรรณกรรมท่ีสามารถนาไปใช้ในชีวติ จรงิ อธิบายคุณค่าของวรรณคดีและวรรณกรรม ท่องจาบทอาขยานตามท่ีกาหนด
และบทรอ้ ยกรองทีม่ คี ณุ ค่าตามความสนใจ
โดยใช้กระบวนการอ่าน กระบวนการเขียน กระบวนการแสวงหาความรู้ กระบวนการกลุ่ม กระบวนการคิด
วิเคราะห์และสรุปความ กระบวนการคิดอย่างมีวิจารณญาณ กระบวนการสื่อความ กระบวนการแก้ปัญหา การฝึก
ปฏิบัติ อธิบาย บันทึก การตั้งคาถาม ตอบคาถาม ใช้ทักษะการฟัง การดูและการพูด พูดแสดงความคิดเห็น
กระบวนการสรา้ งความคดิ รวบยอด เพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สื่อสารได้ถูกต้องรักการเรียนภาษาไทย
เหน็ คุณคา่ ของวฒั นธรรมทอ้ งถน่ิ เรียนรู้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง การอนุรักษ์ภาษาไทย และเลขไทย สามารถ
นาความรู้ไปใช้ให้เกดิ ประโยชนใ์ นชีวิตประจาวนั ได้อยา่ งถูกต้องและเหมาะสม
รหัสตวั ชี้วดั
ท ๑.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕, ป.๕/๖, ป.๕/๗, ป.๕/๘
ท ๒.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕, ป.๕/๖, ป.๕/๗, ป.๕/๘, ป.๕/๙
ท ๓.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕
ท ๔.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕, ป.๕/๖, ป.๕/๗
ท ๕.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔
รวมทัง้ หมด ๓๓ ตัวชี้วัด
27
คำอธบิ ำยรำยวชิ ำพนื้ ฐำน
รหสั วชิ ำ ท๑๖๑๐๑ภำษำไทย กลุม่ สำระกำรเรียนรู้ภำษำไทย
ชัน้ ประถมศกึ ษำปที ี่ ๖ จำนวนเวลำเรยี น ๑๖๐ ชัว่ โมง
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
หลักการอ่านออกเสียงบทร้อยแก้วและบทร้อยกรอง มีมารยาทในการอ่าน อ่านในใจ อ่านเพ่ือจับใจความ
การอ่านสารวจ การอ่านเร็ว การอ่านออกเสียง คาควบกล้า อักษรนา อักษรย่อ เคร่ืองหมายวรรคตอน วัน เดือน ปี
แบบไทย คาท่ีมาจากภาษาต่างประเทศ การอ่านวรรณคดี นิทานคติธรรม เพลงพื้นบ้าน เร่ืองส้ัน บทความ โฆษณา
ขา่ ว เหตกุ ารณ์ สารคดี พระบรมราโชวาท
หลกั การเขยี นสื่อสารแบบตา่ ง ๆ มารยาทในการเขียน การคดั ลายมือ การเขียนย่อความ การเขียนสรุปความ
การเขียนเรียงความ การเขียนแผนภาพโครงเร่ือง แผนภาพความคิด การเขียนรายงาน การเขียนบรรยายและ
พรรณนา การเขียนแสดงความคิดเห็น การเขียนวิเคราะห์วิจารณ์ การเขียนเร่ืองจากจินตนาการ และการเขียนเชิง
สรา้ งสรรค์
หลกั การฟงั การพดู และการดู มารยาทในการฟงั การพดู และการดู การพูดแสดงความรู้ ความเข้าใจในเร่ืองท่ี
ฟงั และดกู ารวิเคราะห์ความนา่ เช่อื ถอื จากการฟงั และดู การพดู รายงาน การพดู โนม้ น้าว
ในสถานการณต์ า่ ง ๆ การพดู สรปุ ความ พดู แสดงความคดิ เห็น การพูดรายงานจากการศึกษาค้นคว้า การพูดประเมิน
ความน่าเช่อื ถอื การแยกแยะข้อเท็จจรงิ และข้อคดิ เหน็
ชนิดของคาและหน้าที่ของคา คานาม คาสรรพนาม คากริยา คาวิเศษณ์ คาบุพบท คาเชื่อมคาอุทาน คา
ราชาศัพท์ ภาษาวัฒนธรรมในท้องถิ่น ระดับของภาษา คาท่ีมาจากภาษาต่างประเทศ คาที่มีความหมายโดยนัย คา
กลุ่มคา/วลี และประโยค ประโยคสามัญ ประโยคความรวม ประโยคความซ้อน กลอนสุภาพ กาพย์ยานี ๑๑ บทร้อย
แก้ว บทร้อยกรอง นิทานในท้องถิ่น เร่ืองส้ัน เพลงพ้ืนบ้าน ปริศนาคาทาย บทร้อยกรองท่ีมีคุณค่า บทอาขยาน
วรรณคดีและวรรณกรรมในบทเรยี น
ทักษะการอ่าน ทักษะการเขียน กระบวนการฟัง ดูและพูด กระบวนการอ่าน กระบวนการคิด การเขียน
กระบวนการกลุ่ม การลาดับเหตุการณ์ การอภิปรายและแสดงความคิดเห็น การแสดงบทบาทสมมุติ การวิเคราะห์
ความรู้ การสังเคราะหค์ วามรู้ การวางแผน การสรุปความรู้ การอภิปราย
เหน็ คณุ คา่ ของภาษาไทย มีมารยาทในการอ่าน การเขียน มีมารยาทในการฟัง การดูและการพูด ใช้ภาษาใน
การสื่อสารได้ถกู ต้อง ตามกาลเทศะ เห็นคุณค่าความงามของวรรณคดี วรรณกรรม นาข้อคิดคติธรรม คุณธรรมความรู้
จากเรื่องที่อา่ นไปประยุกต์ใช้ในชวี ติ ประจาวัน มีความสนใจใฝ่รใู้ ฝ่เรียน หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และมีนิสัยรัก
การอา่ นและอนรุ กั ษ์ภาษาไทยไวเ้ ปน็ สมบัตขิ องชาติ
รหัสตวั ชี้วดั
ท ๑.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕, ป.๖/๖, ป.๖/๗, ป.๖/๘, ป.๖/๙
ท ๒.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕, ป.๖/๖, ป.๖/๗, ป.๖/๘, ป.๖/๙
ท ๓.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕
ท ๔.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕, ป.๖/๖
ท ๕.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔
รวมทงั้ หมด ๓๔ ตวั ช้วี ดั
28
คำอธิบำยรำยวชิ ำกลมุ่ สำระกำรเรยี นร้คู ณติ ศำสตร์
ระดับประถมศึกษำปที ี่ 1-6
(รำยวิชำวิชำคณิตศำสตร)์
คำอธิบำยรำยวิชำ 29
ค 11101 คณิตศำสตร์ 1 กลุ่มสำระกำรเรยี นรู้คณิตศำสตร์
ช้นั ประถมศึกษำปีท่ี 1 จำนวนเวลำเรยี น 200 ชัว่ โมง
ศึกษา ฝึกทกั ษะการคิดคานวณและฝึกแกป้ ัญหา จานวนนบั ๑ ถึง ๑๐๐ และ ๐ บอกและแสดงจานวนสิ่งต่าง ๆ
ตามจานวนที่กาหนด อ่านและเขยี นตวั เลขฮนิ ดอู ารบกิ ตัวเลขไทย การบอกอันดับทหี่ ลัก ค่าของเลขโดดในแต่ละหลัก
และเขยี นแสดงจานวนในรูปกระจาย เปรียบเทยี บจานวนนบั ไม่เกิน ๑๐๐ และ ๐ โดยใช้เครอ่ื งหมาย = ≠ > <
เรยี งลาดับจานวนตัง้ แต่ ๓ ถงึ ๕ จานวน และหาคา่ ของตัวไมท่ ราบคา่ ในประโยคสญั ลกั ษณ์แสดงการบวก การลบ
การแก้โจทย์ปัญหาการบวก การลบ ของจานวนนบั ไม่เกิน ๑๐๐ และ ๐ ความยาวและนา้ หนกั สรา้ งโจทยป์ ัญหา
พร้อมทง้ั แสดงวิธีหาคาตอบของโจทย์ปัญหาการบวก การลบ ของจานวนนบั ไมเ่ กนิ ๑๐๐ และ ๐ ระบจุ านวนที่
หายไปในแบบรปู ของจานวนทเ่ี พิม่ ขึ้นหรือลดลงทลี ะ๑ ทลี ะ ๑๐ รูปท่ีหายไปในแบบรปู ซา้ ของรูปเรขาคณิตและรปู
อน่ื ๆ ที่สมาชกิ ใน แต่ละชุดทซ่ี า้ มี ๒ รปู
วดั และเปรียบเทยี บความยาวเปน็ เซนติเมตร เป็นเมตร น้าหนักเป็นกโิ ลกรมั เปน็ ขดี และใชห้ นว่ ยที่ไม่ใชห่ นว่ ย
มาตรฐาน จาแนกรปู สามเหล่ยี ม รปู ส่ีเหลย่ี ม วงกลม วงรี ทรงส่เี หล่ียมมุมฉาก ทรงกลม ทรงกระบอก และกรวย ใช้
ข้อมูลจากแผนภูมริ ูปภาพในการหาคาตอบของโจทย์ปัญหา เมื่อกาหนดรูป ๑ รปู แทน ๑ หนว่ ย มีวจิ ารณญาณและ
เชื่อมนั่ ในตนเอง สามารถนาความรูไ้ ปใชใ้ หเ้ กดิ ประโยชน์โดยใชว้ ธิ กี ารของเศรษฐกิจพอเพียงและสามารถนาไป
ประยกุ ตใ์ ช้กับชวี ติ ประจาวันไดอ้ ย่างถกู ต้องเหมาะสม
รหัสตัวช้ีวดั
ค ๑.๑ ป.๑/๑ , ป.๑/๒ , ป.๑/๓ , ป.๑/๔ , ป.๑/๕
ค ๑.๒ ป.๑/๑
ค ๒.๑ ป.๑/๑ , ป.๑/๒
ค ๒.๒ ป.๑/๑
ค ๓.๑ ป.๑/๑
รวมทัง้ หมด ๑๐ ตวั ช้ีวัด
30
คำอธิบำยรำยวิชำ
ค 12101 คณติ ศำสตร์ 2 กลมุ่ สำระกำรเรยี นรู้คณติ ศำสตร์
ชน้ั ประถมศกึ ษำปีที่ 2 จำนวนเวลำเรยี น 200 ชั่วโมง
ศึกษา ฝกึ ทกั ษะการคิดคานวณ และฝึกการแก้ปญั หาในสาระตอ่ ไปนี้จำนวนนับ ๑ ถึง ๑,๐๐๐ การอ่าน
และการเขยี นตัวหนังสือ ตัวเลขแทนจานวน ช่ือหลักค่าของตัวเลขในแต่ละหลัก การเขียนในรูปการกระจาย การ
เปรียบเทียบจานวน การใชเ้ คร่ืองหมาย = < > การเรียงลาดบั จานวน การนบั เพ่ิมทีละ ๕ ทีละ ๑๐ และทีละ
๑๐๐ การนบั ลดทีละ ๒ ทีละ ๑๐ และทีละ ๑๐๐ จานวนคู่ จานวนค่ี กำรบวก กำรลบ กำรคูณ กำรหำร
และโจทย์ปัญหำ การบวกจานวนที่มีผลบวก ไม่เกิน ๑,๐๐๐ การลบจานวนที่มีตัวต้ังไม่เกิน ๑,๐๐๐ การคูณ
จานวนทม่ี ีหนึ่งหลักกับจานวนไม่เกินสองหลัก การหารที่มีตัวตั้งไม่เกินสองหลักและตัวหารหนึ่งหลัก โดยที่ผลหารมี
หนง่ึ หลกั การบวก ลบ คณู หารระคน โจทย์ปญั หา การสรา้ งโจทย์ปญั หาการบวก การลบ การคูณ การหาร กำร
วัดควำมยำว การวัดความยาว ความสูง และระยะทางโดยใช้เครื่องหมายวัดที่มีหน่วยมาตรฐานเป็นเมตรและ
เซนติเมตร การเปรียบเทียบความยาวในหน่วยเดียวกัน การแก้ปัญหา กำรช่ัง การชั่งโดยใช้เครื่องชั่งที่มีหน่วย
มาตรฐานเป็นกโิ ลกรมั และขดี การเปรียบเทียบน้าหนักในหน่วยเดียวกัน การแก้ปัญหา กำรตวง การตวงโดยใช้
เคร่อื งตวงทมี่ ีหน่วยมาตรฐานเป็นลิตร การเปรียบเทียบปริมาตรและความจุในหน่วยเดียวกัน การแก้ปัญหา เงิน
การจาแนกชนิดของเงนิ เหรียญและธนบัตร การบอกค่าของเงินเหรียญและธนบัตร การเปรียบเทียบค่าของเงินและ
การแลกเงิน การบอกจานวนเงิน การแก้ปัญหา เวลำ การบอกเวลาเป็นช่ัวโมงกับนาที (ช่วง ๕ นาที ) เดือน
อันดับท่ีของเดือน และการอ่านปฏิทิน การแก้ปัญหา รูปเรขำคณิตสองมิติและสมบัติบำงประกำรของรูป
เรขำคณิต รูปสามเหลี่ยม รูปสี่เหล่ียม รูปวงกลม รูปวงรี ทรงส่ีเหลี่ยมมุมฉาก ทรงกลม ทรงกระบอก รูป
เรขาคณิตสองมิติกับสามมิติ การเขียนรูปเรขาคณิตโดยใช้แบบของรูป แบบรูปและควำมสัมพันธ์ แบบรูปของ
จานวนท่เี พมิ่ ข้นึ ทลี ะ ๕ ทีละ ๑๐ และ ทีละ ๑๐๐ แบบรูปของจานวนทล่ี ดลงทลี ะ ๒ ทีละ ๑๐ และทีละ ๑๐๐
แบบรูปเรขาคณิตและรปู อื่น ๆ ทีส่ ัมพันธ์กนั ในลกั ษณะของรูปรา่ งหรอื ขนาด หรอื สี
เพ่ือให้ผู้เรียนได้ศึกษาและจัดประสบการณ์หรือสร้างสถานการณ์ที่ใกล้ตัวให้ผู้เรียนได้ศึกษาค้นคว้า โดย
ปฏิบัติจรงิ ทดลอง สรุป รายงาน เพ่ือพฒั นาทักษะ / กระบวนการในการคดิ คานวณ การแก้ปัญหา การให้เหตุผล
การส่ือความหมายทางคณติ ศาสตร์ และนาประสบการณ์ด้านความรู้ ความคิด ทักษะกระบวนการที่ได้ไปใช้ในการ
เรียนรู้สิ่งต่าง ๆ และใช้ในชีวิตประจาวันอย่างสร้างสรรค์ รวมทั้งเห็นคุณค่าและเจตคติท่ีดีต่อคณิตศาสตร์ สามารถ
ทางานอยา่ งเปน็ ระบบระเบยี บ รอบคอบ มคี วามรับผิดชอบ มีวิจารณญาณและเช่ือมั่นในตนเอง สามารถนาความรู้
ไปใช้ให้เกิดประโยชน์โดยใช้วิธีการของเศรษฐกิจพอเพียงและสามารถนาไปประยุกต์ใช้กับชีวิตประจาวันได้อย่าง
ถูกต้องเหมาะสม
รหัสตัวช้วี ัด ค ๑.๒ ป.๒/๑, ป.๒/๒
ค ๑.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒
ค ๒.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔, ป.๒/๕, ป.๒/๖ ค ๒.๒ ป.๒/๑
ค ๓.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓ ค ๓.๒ ป.๒/๑ ค ๔.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒
ค ๖.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔, ป.๒/๕, ป.๒/๖
รวมท้งั หมด ๒๓ ตัวช้ีวดั
31
คำอธิบำยรำยวชิ ำ
ค 13101 คณติ ศำสตร์ 3 กลมุ่ สำระกำรเรียนรู้คณติ ศำสตร์
ชัน้ ประถมศกึ ษำปีที่ 3 จำนวนเวลำเรยี น 200 ช่วั โมง
อ่านและเขยี น ตัวเลขฮินดูอารบิก ตวั เลขไทย และตัวหนังสอื แสดงจานวนนบั ไมเ่ กนิ ๑๐๐,๐๐๐ และ ๐
เปรียบเทยี บและเรยี งลาดบั จานวนนับไมเ่ กนิ ๑๐๐,๐๐๐ และ ๐ จากสถานการณ์ต่าง ๆ บอก อ่านและเขียนเศษสว่ น
ท่ีแสดงปรมิ าณสง่ิ ต่างๆ และแสดงสงิ่ ต่าง ๆ ตามเศษส่วนทก่ี าหนด เปรยี บเทยี บเศษส่วนทต่ี วั เศษเท่ากนั โดยทต่ี ัวเศษ
นอ้ ยกว่าหรือเทา่ กับตัวส่วน หาค่าของตวั ไมท่ ราบคา่ ในประโยคสัญลกั ษณ์แสดงการบวกและการลบของจานวนนับไม่
เกิน ๑๐๐,๐๐๐ และ ๐ หาคา่ ของตวั ไมท่ ราบค่าในประโยคสญั ลักษณ์แสดงการคณู ของจานวน ๑ หลกั กบั จานวนไม่
เกิน ๔ หลกั และจานวน ๒ หลักกับจานวน ๒ หลัก หาค่าของตวั ไมท่ ราบคา่ ในประโยคสัญลักษณแ์ สดงการหารทต่ี ัวตง้ั
ไม่เกนิ ๔ หลัก ตัวหาร ๑ หลกั และหาผลลัพธ์การบวก ลบ คูณ หารระคนและแสดงวธิ ีการหาคาตอบของโจทยป์ ัญหา
๒ ข้ันตอนของจานวนนบั ไมเ่ กนิ ๑๐๐,๐๐๐ และ ๐
หาผลบวกและแสดงวิธหี าคาตอบของโจทย์ปัญหาการบวกของเศษสว่ นท่ีมีตัวสว่ นเท่ากันและผลบวกไม่เกนิ ๑
และหาผลลบพร้อมทงั้ แสดงวธิ ีหาคาตอบของโจทย์ปญั หาการลบของเศษสว่ นท่มี ีตัวส่วนเทา่ กัน ระบจุ านวนที่หายไป
ในแบบรปู ของจานวนท่เี พ่ิมข้นึ หรือลดลงทีละเท่า ๆ กัน แสดงวธิ หี าคาตอบของโจทย์ปัญหาเกยี่ วกับเงิน เวลาและ
ระยะเวลา เลอื กใช้เคร่ืองมอื ความยาวที่เหมาะสม วดั และบอกความยาวของสิ่งต่าง ๆ เปน็ เซนติเมตรและมลิ ลิเมตร
เมตรและเซนตเิ มตร คาดคะเนความยาวเปน็ เมตร และเปน็ เซนติเมตรเปรยี บเทยี บความยาว และแสดงวิธหี าคาตอบ
ของโจทย์ปญั หาเก่ยี วกบั ระหว่างเซนติเมตรกบั มลิ ลิเมตร เมตรกบั เซนติเมตร กิโลเมตรกบั เมตร จากสถานการณต์ ่าง ๆ
เลือกใช้เคร่อื งช่ังท่ีเหมาะสม วัดและบอกน้าหนกั เป็นกิโลกรมั และขดี กโิ ลกรัมและกรัม คาดคะเนน้าหนักเป็นกโิ ลกรัม
และเปน็ ขดี เปรยี บเทียบนา้ หนักและแสดงวธิ ีหาคาตอบของโจทย์ปัญหาเกี่ยวกับนา้ หนกั ที่มีหนว่ ยเป็นกิโลกรมั กบั กรมั
เมตรกิ ตนั กบั กโิ ลกรัม จากสถานการณ์ตา่ ง ๆ เลือกใชเ้ ครื่องตวงท่ีเหมาะสม
วดั และเปรียบเทียบปริมาตร ความจุเปน็ ลติ รและมลิ ลิลิตร คาดคะเน และแสดงวธิ ีหาคาตอบของโจทยป์ ญั หา
เกยี่ วกบั ปรมิ าตรและความจุเป็นลติ รและมิลลเิ มตรระบรุ ปู เรขาคณิตสองมิติท่มี ีแกนสมมาตรและจานวนแกนสมมาตร
เขยี นแผนภมู ริ ปู ภาพ และใชข้ อ้ มูลจากแผนภูมริ ปู ภาพในการหาคาตอบของโจทยป์ ัญหา เขยี นตารางทางเดยี วจาก
ข้อมลู ทเี่ ป็นจานวนนับและใช้ขอ้ มลู จากตารางทางเดียวในการหาคาตอบของโจทย์ปญั หา
รหัสตัวชี้วัด
ค ๑.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔, ป.๓/๕, ป.๓/๖, ป.๓/๗, ป.๓/๘, ป.๓/๙, ป.๓/๑๐ ,
ป.๓/๑๑
ค ๑.๒ ป.๓/๑
ค ๒.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔, ป.๓/๕, ป.๓/๖, ป.๓/๗, ป.๓/๘, ป.๓/๙, ป.๓/๑๐,
ป.๓/๑๑,ป.๓/๑๒, ป.๓/๑๓
ค ๒.๒ ป.๓/๑
ค ๓.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒
รวม ๒๘ ตวั ช้ีวัด
32
คำอธบิ ำยรำยวิชำ
ค 14101 คณิตศำสตร์ 4 กลุ่มสำระกำรเรยี นรู้คณติ ศำสตร์
ช้ันประถมศกึ ษำปที ี่ 4 จำนวนเวลำเรยี น 160 ช่วั โมง
ศึกษา ฝกึ ทกั ษะการอ่านและเขียนตัวเลขฮินดูอารบิก ตัวเลขไทย และตัวหนังสือแสดงจานวนนับท่ีมากกว่า
๑๐๐,๐๐๐ พร้อมทั้งเปรียบเทยี บและเรียงลาดบั จานวนนับทม่ี ากกว่า ๑๐๐,๐๐๐ จากสถานการณ์ต่าง ๆ บอก อ่าน
และเขียนเศษส่วน จานวนคละแสดงปริมาณส่ิงต่าง ๆ และแสดงสิ่งต่าง ๆ ตามเศษส่วน จานวนคละท่ีกาหนด
เปรยี บเทยี บ เรยี งลาดบั เศษสว่ นและจานวนคละทต่ี วั สว่ นตัวหนึ่งเป็นพหูคูณของอีกตัวหน่ึง อ่านและเขียนทศนิยมไม่
เกิน ๓ ตาแหน่ง แสดงปริมาณของส่ิงต่าง ๆ ตามทศนิยมท่ีกาหนด เปรียบเทียบและเรียงลาดับทศนิยมไม่เกิน ๓
ตาแหนง่ และประมาณผลลพั ธ์ของการบวก การลบการคูณ การหาร จากสถานการณ์ตา่ ง ๆ อย่างสมเหตุสมผล หาค่า
ของตัวไมท่ ราบค่าในประโยคสัญลกั ษณ์ แสดงการบวก การลบของจานวนนบั ทมี่ ากกว่า ๑๐๐,๐๐๐ และ ๐ แสดงการ
คณู ของจานวนหลายหลัก ๒ จานวน ท่มี ีผลคณู ไมเ่ กิน ๖ หลกั และแสดงการหารทต่ี วั ต้ังไม่เกิน ๖ หลัก ตัวหารไม่เกิน
๒ หลัก หาผลลพั ธก์ ารบวก ลบ คณู หารระคนของจานวนนับ และ ๐ แสดงวิธีหาคาตอบของโจทย์ปัญหา ๒ ข้ันตอน
ของจานวนนับที่มากกว่า ๑๐๐,๐๐๐ และ ๐ สร้างโจทย์ปัญหา ๒ ข้นั ตอนของจานวนนับ และ ๐ พร้อมท้ังหาคาตอบ
หาคาตอบและแสดงวิธีหาคาตอบของโจทย์ปัญหาการบวก การลบของเศษส่วนและจานวนคละท่ีตัวส่วนตัวหนึ่งเป็น
พหูคณู ของอกี ตวั หนึ่ง หาผลบวก ผลลบของทศนิยมไม่เกิน ๓ ตาแหน่ง และแสดงวิธีหาคาตอบของโจทย์ปัญหาการ
บวกการลบ ๒ ขั้นตอนของทศนยิ มไม่เกิน 3 ตาแหน่ง
แสดงวธิ ีหาคาตอบของโจทยป์ ญั หาเก่ียวกับเวลา วัดและสร้างมุมโดยใช้โพรแทรกเตอร์ แสดงวิธีหาคาตอบของ
โจทย์ปัญหาเกยี่ วกับความยาวรอบรูปและพนื้ ทีข่ องรปู สี่เหลยี่ มมุมฉาก จาแนกชนิดของมุม บอกชื่อมุม ส่วนประกอบ
ของมมุ และเขยี นสญั ลักษณ์แสดงมมุ สรา้ งรูปส่ีเหลีย่ มมมุ ฉากเมอื่ กาหนดความยาวของด้าน และใช้ข้อมูลจากแผนภูมิ
แทง่ ตารางสองทางในการหาคาตอบของโจทยป์ ญั หา
มวี ิจารณญาณและเช่ือม่ันในตนเอง สามารถนาความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์โดยใช้วิธีการของเศรษฐกิจพอเพียง
และสามารถนาไปประยกุ ตใ์ ช้กบั ชีวิตประจาวันไดอ้ ย่างถูกตอ้ งเหมาะสม
รหสั ตัวชี้วัด
ค ๑.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔, ป.๔/๕, ป.๔/๖, ป.๔/๗, ป.๔/๘, ป.๔/๙, ป.๔/๑๐, ป.๔/๑๑, ป.
๔/๑๒, ป.๔/๑๓, ป.๔/๑๔, ป.๔/๑๕, ป.๔/๑๖
ค ๒.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓
ค ๒.๒ ป.๔/๑, ป.๔/๒
ค ๓.๑ ป.๔/๑
รวม ๒๒ ตวั ชี้วดั
33
คำอธิบำยรำยวชิ ำ
ค 15101 คณติ ศำสตร์ 5 กลุ่มสำระกำรเรียนรูค้ ณติ ศำสตร์
ชั้นประถมศึกษำปีท่ี 5 จำนวนเวลำเรียน 160 ชั่วโมง
อธิบายและยกตวั อยา่ งเศษสว่ นที่มตี วั ส่วนเปน็ ตัวประกอบของ ๑๐ หรือ ๑๐๐ หรือ ๑,๐๐๐ ในรูปทศนิยม
จาแนกรูปสี่เหลี่ยมโดยพิจารณาจากสมบัติของรูป สร้างรูปสี่เหลี่ยมชนิดต่าง ๆ เมื่อกาหนดความยาวของด้านและ
ขนาดของมุมหรอื เม่ือกาหนดความยาวของเสน้ ทแยงมุม และบอกลกั ษณะของปริซมึ
เขยี นเศษสว่ นทีม่ ตี วั สว่ นเป็นตัวประกอบของ ๑๐ หรอื ๑๐๐ หรอื ๑,๐๐๐ ในรูปทศนิยม แสดงวิธีหาคาตอบ
ของโจทย์ปัญหาโดยใช้บัญญัติไตรยางศ์ หาผลบวก ผลลบ ผลคูณ ผลหารของเศษส่วนและจานวนคละ แสดงวิธีหา
คาตอบของโจทย์ปัญหาการบวก การลบ การคูณ การหารเศษส่วน ๒ ขั้นตอน หาผลคูณของทศนิยม ท่ีผลคูณเป็น
ทศนิยมไม่เกนิ ๓ ตาแหน่ง หาผลหารที่ตัวต้งั เปน็ จานวนนบั หรือทศนยิ มไมเ่ กนิ ๓ ตาแหนง่ และตัวหารเป็นจานวนนับ
ผลหารเปน็ ทศนิยมไมเ่ กิน ๓ ตาแหน่ง แสดงวธิ ีหาคาตอบของโจทย์ปัญหาการบวก การลบ การคูณ การหารทศนิยม
๒ ขนั้ ตอน และแสดงวิธหี าคาตอบของโจทย์ปัญหาร้อยละไม่เกิน ๒ ขั้นตอน
แสดงวิธีหาคาตอบของโจทย์ปัญหาเก่ียวกับความยาว น้าหนัก ที่มีการเปล่ียนหน่วยและเขียนในรูปทศนิยม
แสดงวิธหี าคาตอบของโจทย์ปัญหาเกี่ยวกับปริมาตรของทรงสี่เหล่ียมมุมฉากและความจุของภาชนะทรงส่ีเหล่ียมมุม
ฉาก ความยาวรอบรูปของรูปสเี่ หลยี่ มและพ้นื ที่ของรปู สเ่ี หลี่ยมดา้ นขนานและรูปสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน สร้างเส้นตรง
หรอื ส่วนของเส้นตรงให้ขนานกับเส้นตรงหรอื สว่ นของเส้นตรงท่กี าหนดให้
ใช้ข้อมูลจากกราฟเส้นในการหาคาตอบของโจทย์ปัญหา และเขียนแผนภูมิแท่งจากข้อมูลท่ีเป็นจานวนนับ
๑. มคี วามกระตือรอื รน้ และมีสว่ นรว่ มในกจิ กรรมในช้ันรู้เรยี น
๒. มคี วามรับผิดชอบ/ส่งงานตรงเวลา
มีวิจารณญาณและเชื่อม่ันในตนเอง สามารถนาความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์โดยใช้วิธีการของเศรษฐกิจ
พอเพยี งและสามารถนาไปประยกุ ต์ใชก้ ับชีวิตประจาวันไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ งเหมาะสม
รหัสตวั ช้ีวัด
ค ๑.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔ , ป.๕/๕, ป.๕/๖, ป.๕/๗, ป.๕/๘, ป.๕/๙
ค ๒.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔
ค ๒.๒ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔
ค ๓.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒
รวมท้งั หมด ๑๙ ตัวชี้วัด/ผลกำรเรียนรู้
คำอธบิ ำยรำยวชิ ำ 34
ค 15101 คณิตศำสตร์ 6 กลุ่มสำระกำรเรียนร้คู ณิตศำสตร์
ชัน้ ประถมศึกษำปีท่ี 6 จำนวนเวลำเรียน 160 ชวั่ โมง
เปรียบเทยี บ เรยี งลาดบั เศษส่วนและจานวนคละจากสถานการณต์ า่ ง ๆ จาแนกรปู สามเหลย่ี มโดยพิจารณา
จากสมบัติของรูปบอกลกั ษณะของรูปเรขาคณติ สามมิตชิ นิดตา่ ง ๆ ระบรุ ูปเรขาคณิตสามมิติท่ีประกอบจากรปู คล่แี ละ
ระบรุ ปู คลี่ของรปู เรขาคณิตสามมิติ
เขยี นอัตราสว่ นแสดงการเปรยี บเทยี บปริมาณ ๒ ปรมิ าณจากขอ้ ความหรือสถานการณ์ โดยท่ีปริมาณแต่ละ
ปริมาณเป็นจานวนนับ หาอตั ราส่วนทเ่ี ทา่ กับอัตราส่วนทกี่ าหนดให้ หา ห.ร.ม. และ ค.ร.น. ของจานวนนับไมเ่ กนิ ๓
จานวน แสดงวิธีหาคาตอบของโจทย์ปญั หาโดยใช้ความรเู้ กย่ี วกบั ห.ร.ม. และ ค.ร.น. หาผลลัพธ์ของการบวก ลบ คูณ
หารระคนของเศษสว่ นและจานวนคละ แสดงวธิ ีหาคาตอบของโจทย์ปัญหาเศษส่วนและจานวนคละ ๒ – ๓ ข้ันตอน
หาผลหารของทศนิยมท่ีตวั หารและผลหารเปน็ ทศนยิ มไมเ่ กิน ๓ ตาแหนง่ แสดงวธิ ีหาคาตอบของโจทยป์ ญั หาการบวก
การลบ การคูณ การหารทศนิยม ๓ ข้นั ตอน แสดงวิธหี าคาตอบของโจทย์ปัญหาอัตราส่วน ปญั หารอ้ ยละ ๒ – ๓
ขั้นตอน แสดงวธิ ีคดิ และหาคาตอบของปญั หาเกีย่ วกบั แบบรูป
แสดงวิธีหาคาตอบของโจทย์ปัญหาเกี่ยวกับปรมิ าตรของรูปเรขาคณติ สามมิติท่ีประกอบดว้ ยทรงสี่เหล่ียมมุมฉาก
และแสดงวธิ ีหาคาตอบของโจทย์ปญั หาเกี่ยวกับความยาวรอบรปู และพื้นท่ขี องรปู หลายเหลยี่ ม ความยาวรอบรูปและ
พนื้ ที่ของวงกลม สรา้ งรูปสามเหล่ยี มเมอ่ื กาหนดความยาวของด้านและขนาดของมมุ ใช้ขอ้ มูลจากแผนภมู ริ ปู วงกลม
ในการหาคาตอบของโจทย์ปัญหา
๑. มคี วามกระตอื รือร้นและมสี ่วนรว่ มในกจิ กรรมในชัน้ รูเ้ รียน
๒. มีความรบั ผดิ ชอบ/สง่ งานตรงเวลา
มีวิจารณญาณและเชื่อมน่ั ในตนเอง สามารถนาความรไู้ ปใชใ้ ห้เกดิ ประโยชน์โดยใชว้ ธิ ีการของเศรษฐกจิ
พอเพียงและสามารถนาไปประยุกต์ใชก้ บั ชวี ิตประจาวันได้อย่างถกู ตอ้ งเหมาะสม
รหัสตัวชี้วดั
ค ๑.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕, ป.๖/๖, ป.๖/๗, ป.๖/๘, ป.๖/๙, ป.๖/๑๐, ป.๖/๑๑
ค ๑.๒ ป.๖/๑
ค ๒.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓
ค ๒.๒ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔
ค ๓.๑ ป.๖/๑
รวม ๒๐ ตัวชวี้ ัด
35
คำอธบิ ำยรำยวชิ ำกลุ่มสำระกำรเรียนร้วู ิทยำศำสตร์และเทคโนโลยี
ระดบั ประถมศึกษำปีที่ 1-6
(รำยวิชำวชิ ำวิทยำศำสตร์และเทคโนโลยี)
36
คำอธิบำยรำยวชิ ำ
รหัสวิชำ ว11101 วทิ ยำศำสตร์และเทคโนโลยี กลุ่มสำระกำรเรียนรู้วทิ ยำศำสตร์และเทคโนโลยี
ชนั้ ประถมศึกษำปที ่ี 1 จำนวนเวลำเรยี น 1๐0 ชั่วโมง
ศกึ ษาและเรยี นร้เู ก่ียวกับลักษณะและหน้าท่ีของส่วนตา่ งๆ ของร่างกายมนุษย์ สัตว์ และพชื รวมทงั้ การทา
หนา้ ทร่ี ่วมกันของส่วนต่างๆ ของร่างกายมนษุ ย์ ความสาคัญของสว่ นต่างๆ ของร่างกายตนเอง และการดแู ลส่วนตา่ งๆ
อย่างถูกตอ้ ง ปลอดภยั และรักษาความสะอาดอยู่เสมอ ช่ือพืช และสัตว์ทอี่ าศยั อยูบ่ ริเวณตา่ งๆ สภาพแวดล้อมที่
เหมาะสมในบริเวณที่พชื และสัตวอ์ าศัยอยู่ สมบัตทิ ส่ี ังเกตไดข้ องวัสดุทใ่ี ช้ทาวตั ถซุ งึ่ ทาจากวสั ดุชนิดเดียว หรอื หลาย
ชนดิ ประกอบกัน ชนิดของวัสดุ และจัดกลมุ่ วัสดุตามสมบัตทิ ่สี ังเกต การเกดิ เสยี งและทศิ ทางการเคล่อื นท่ขี องเสียง
ลกั ษณะภายนอกของหินจากลกั ษณะเฉพาะตัวทีส่ ังเกต ดาวทปี่ รากฏบนทอ้ งฟ้าในเวลากลางวนั และกลางคนื และ
สาเหตุที่มองไม่เห็นดาวส่วนใหญใ่ นเวลากลางวัน
โดยมุง่ หวงั ให้ผู้เรียนไดเ้ รยี นร้วู ิทยาศาสตร์ท่สี ามารถนาไปใช้อธบิ าย แกไ้ ขปัญหา หรอื สร้างสรรค์พฒั นาใน
ชีวติ จริงได้ซึ่งเน้นการเชอื่ มโยงความร้ทู างวทิ ยาศาสตร์ คณติ ศาสตร์ และเทคโนโลยี กับกระบวนการทาง
วิศวกรรมศาสตร์ และให้มที ักษะสาคญั ในการคน้ ควา้ และสร้างองค์ความรู้ โดยใชก้ ระบวนการสืบเสาะหาความรู้และ
การแกป้ ัญหาทีห่ ลากหลาย
เพือ่ ให้ผู้เรียนเกิดความรู้ ความเขา้ ใจ มที ักษะการคดิ และมีสว่ นร่วมในการเรียนรู้ทุกขั้นตอน รวมทั้งส่งเสริม
ให้ผเู้ รยี นเกดิ จติ วทิ ยาศาสตรแ์ ละมเี จตคติทีด่ ีต่อการเรียนวิทยาศาสตร์
ศึกษาการแก้ปัญหาอย่างง่ายโดยใช้ข้ันตอนการแก้ปัญหา การแสดงลาดับข้ันตอนการทางาน หรือการแก้ไข
ปัญหาโดยใช้ภาพ สญั ลักษณ์ หรือข้อความ ตลอดจนการเขียนโปรแกรมสร้างลาดับของคาสั่งให้คอมพิวเตอร์ทางาน
ศกึ ษาการใชง้ านอุปกรณเ์ ทคโนโลยีเบ้ืองต้น การใช้ซอฟต์แวร์เบ้ืองต้น การสร้างและจัดเก็บไฟล์อย่างเป็นระบบและ
การใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศอยา่ งปลอดภยั
โดยอาศัยกระบวนการเรยี นรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน (Problem-Based Learning) วัฏจักรการเรียนรู้แบบสืบ
เสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model) และกระบวนการคิดคานวณ (Computational Thinking Process)
เพื่อเน้นให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้จากการฝึกแก้ปัญหาต่างๆ ผ่านกระบวนการคิด การปฏิบัติอย่างมีระบบ และสร้าง
องค์ความรู้ใหมจ่ ากการใชป้ ัญหาทเ่ี กิดขน้ึ จรงิ ในชวี ติ ประจาวนั ได้
เพอ่ื ใหผ้ เู้ รยี นมคี วามรคู้ วามเขา้ ใจ มที กั ษะการคดิ เชงิ คานวณ การคดิ วเิ คราะห์เพื่อแก้ปัญหาอย่างเป็นข้ันตอน
และเป็นระบบ มีทักษะในการใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศ รกั ษาข้อมูลส่วนตัว และการส่ือสารเบ้ืองต้นในการแก้ปัญหาท่ี
พบในชีวิตจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนนาความรู้ความเข้าใจในวิชาวิทยาศาสตร์และนาเทคโนโลยีใหม่ท่ี
เกิดขึ้นไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมและการดารงชีวิต จนสามารถพัฒนากระบวนการคิดและจินตนาการ
ความสามารถในการแก้ปัญหาการจัดการทักษะในการส่ือสาร ความสามารถในการตัดสินใจ และเป็นผู้ท่ีมีจิตวิทยา
ศาสตร์ มีคณุ ธรรม จริยธรรม และค่านิยมในการใช้วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีอย่างสร้างสรรค์
รหสั ตัวชว้ี ดั
ว 1.1 ป 1/1 ว 1.1 ป1/2
ว 1.2 ป1/1 ว 1.2 ป1/๒
ว ๒.๑ ป 1/1 ว ๒.๑ ป1/2
ว ๒.๓ ป1/1
ว ๓.๑ ป1/1 ว ๓.๑ ป1/๒
ว ๓.๒ ป1/1
ว ๔.๒ ป๑/๑ ว ๔.๒ ป๑/๒ ว ๔.๒ ป๑/๓ ว ๔.๒ ป๑/๔ ว ๔.๒ ป๑/๕
รวมทง้ั หมด 1๕ ตวั ชวี้ ดั
37
คำอธบิ ำยรำยวิชำ
รหสั วิชำ ว12101 วิทยำศำสตรแ์ ละเทคโนโลยี กลมุ่ สำระกำรเรยี นร้วู ิทยำศำสตร์และเทคโนโลยี
ชน้ั ประถมศกึ ษำปที ี่ 2 จำนวนเวลำเรียน 1๐0 ช่ัวโมง
ศกึ ษาและเรยี นรเู้ กยี่ วกบั ลักษณะสาคัญของส่ิงมีชีวิตและสิ่งไม่มีชีวิต พืชต้องการแสงและน้าเพ่ือการเจริญเติบโต
ความจาเป็นท่ีพชื ตอ้ งได้รับนา้ และแสงเพ่อื การเจรญิ เติบโตโดยดูแลพืชให้ได้รับสิ่งน้ันอย่างเหมาะสม วัฏจักรชีวิตของ
พืชดอก สมบัติการดูดซับน้าของวัสดุและการนาสมบัติการดูดซับน้าของวัสดุไปประยุกต์ใช้ในการทาวัตถุใน
ชวี ติ ประจาวันวสั ดุที่เกดิ จากการนาวัสดมุ าผสมกนั สมบัติท่ีสังเกตได้ของวัสดุเพื่อนามาทาเป็นวัตถุในการใช้งานตาม
วัตถุประสงค์ การนาวัสดุท่ีใช้แล้วกลับมาใช้ใหม่ ประโยชน์ของการนาวัสดุท่ีใช้แล้วกลับมาใช้ใหม่ แนวการเคล่ือนท่ี
ของแสงจากแหล่งกาเนดิ แสงและการมองเหน็ วตั ถุ คณุ ค่าของการมองเห็น แนวทางการป้องกันอันตรายจากการมอง
วตั ถุท่ีอยูใ่ นบรเิ วณทีม่ แี สงสว่างไมเ่ หมาะสม สว่ นประกอบของดินและจาแนกชนิดของดิน โดยใช้ลักษณะเน้ือดินและ
การจับตวั เป็นเกณฑ์ และการใช้ประโยชนจ์ ากดนิ
โดยม่งุ หวงั ใหผ้ ้เู รยี นไดเ้ รียนรู้วิทยาศาสตร์ทสี่ ามารถนาไปใช้อธบิ าย แกไ้ ขปัญหา หรอื สรา้ งสรรค์พฒั นางานในชีวิต
จรงิ ได้ ซึง่ เนน้ การเชอ่ื มโยงความรทู้ างวทิ ยาศาสตร์ คณติ ศาสตร์ และเทคโนโลยี กบั กระบวนการทางวิศวกรรมศาสตร์
และให้มีทักษะสาคัญในการค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ โดยใช้กระบวนการสืบเสาะหาความรู้และการแก้ปัญหาที่
หลากหลาย
เพื่อให้ผู้เรียนเกิดความรู้ ความเข้าใจมีทักษะการคิด และมีส่วนร่วมในการเรียนรู้ทุกขั้นตอน รวมท้ังส่งเสริมให้
ผู้เรยี นเกดิ จติ วทิ ยาศาสตร์และมีเจตคตทิ ดี่ ีต่อการเรียนวทิ ยาศาสตร์
ศึกษาการแสดงลาดับข้ันตอนการทางานหรือการแก้ปัญหาอย่างง่าย โดยใช้ภาพ สัญลักษณ์ หรือข้อความ
ตลอดจนการเขียนโปรแกรมสรา้ งลาดับของคาสั่งใหค้ อมพวิ เตอรท์ างาน และตรวจหาข้อผดิ พลาดของโปรแกรม ศึกษา
การใช้งานซอฟต์แวร์เบ้ืองต้น การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการสร้าง และจัดการกับข้อมูลอย่างเป็นระบบ รวมถึง
การใชง้ านเทคโนโลยสี ารสนเทศอยา่ งปลอดภัย
โดยอาศัยกระบวนการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน (Problem-Based Learning) และการเรียนรู้แบบสืบเสาะ
ความรู้ (5Es Instructionnal Model) เพ่ือเน้นให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้จากการฝึกแก้ปัญหาต่างๆ ผ่านกระบวนการ
คิด การปฏิบตั อิ ยา่ งมีระบบ และสรา้ งองค์ความรู้ใหม่ด้วยตนเองผ่านกระบวนการคิดและปฏิบัติ โดยใช้กระบวนการ
ทางวทิ ยาศาสตร์
เพ่ือให้ผู้เรียนมีความรู้ ความเข้าใจมีทักษะการคิดเชิงคานวณ การคิดวิเคราะห์ แก้ปัญหาเป็นข้ันตอนและเป็น
ระบบรกั ษาขอ้ มลู สว่ นตวั และการสอื่ สารเบ้ืองตน้ ในการแกป้ ญั หาที่พบในชีวติ จรงิ ไดอ้ ย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนนา
ความรู้ความเข้าใจในวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อสังคม การดารงชีวิต จนสามารถพัฒนา
กระบวนการคิดและจนิ ตนาการ ความสามารถในการแก้ปญั หา การจัดการทักษะในการสื่อสาร ความสามารถในการ
ตัดสินใจ และเป็นผู้มีจิตวิทยาศาสตร์ มีคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมในการใช้วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีอย่าง
สร้างสรรค์
รหสั ตัวช้ีวัด
ว 1.๒ ป.2/1, ว 1.๒ ป.2/2, ว 1.๒ ป.2/3
ว 1.๓ ป.2/1
ว ๒.1 ป.2/1, ว ๒.1 ป.2/๒, ว ๒.1 ป.2/๓, ว ๒.1 ป.2/๔
ว ๒.๓ ป.2/1 , ว ๒.๓ ป.2/๒
ว ๓.๒ ป.2/1 ,ว ๓.๒ ป.2/๒
ว ๔.๒ ป.๒/๑ , ว ๔.๒ ป.๒/๒ , ว ๔.๒ ป.๒/๓ , ว ๔.๒ ป.๒/๔
รวม ๑๖ ตัวชว้ี ัด
38
คำอธิบำยรำยวชิ ำ
รหสั วิชำ ว13101 วทิ ยำศำสตร์และเทคโนโลยี กลมุ่ สำระกำรเรียนรู้วิทยำศำสตร์และเทคโนโลยี
ชน้ั ประถมศึกษำปีท่ี 3 จำนวนเวลำเรียน 1๐0 ชั่วโมง
ศกึ ษาและเรยี นรู้เกี่ยวกบั สิ่งทจ่ี าเป็นต่อการดารงชีวิตและการเจริญเติบโตของมนุษย์และสัตว์ ประโยชน์ของ
อาหาร น้า และอากาศ โดยการดูแลตนเองและสัตว์ให้ได้รับสิ่งเหล่าน้ีอย่างเหมาะสม วัฏจักรชีวิตของสัตว์
เปรียบเทียบวัฏจักรชีวิตของสัตว์บางชนิด คุณค่าของชีวิตสัตว์โดยไม่ทาให้วัฏจักรชีวิตของสัตว์เปล่ียนแปลง วัตถุ
ประกอบขน้ึ จากช้นิ ส่วนย่อยๆ ซึง่ สามารถแยกออกจากกนั ได้และประกอบกันเปน็ วัตถชุ ิน้ ใหม่ได้ การเปลี่ยนแปลงของ
วสั ดุเมอื่ ทาให้รอ้ นขน้ึ หรอื ทาให้เย็นลง ผลของแรงท่ีมีต่อการเปลี่ยนแปลงการเคลื่อนท่ีของวัตถุ แรงสัมผัสและแรงไม่
สัมผสั ทีม่ ีผลตอ่ การเคล่อื นทข่ี องวัตถุ จาแนกวัตถุโดยใช้การดึงดูดกับแม่เหล็กเป็นเกณฑ์ ขั้วแม่เหล็กและผลที่เกิดขึ้น
ระหว่างข้ัวแม่เหล็กเมื่อนามาใกล้กัน การเปล่ียนแปลงพลังงานหน่ึงไปเป็นอีกพลังงานหนึ่ง การทางานของเคร่ือง
กาเนิดไฟฟ้าและแหล่งพลังงานในการผลิตไฟฟ้า ประโยชน์และโทษของไฟฟ้า วิธีการใช้ไฟฟ้าอย่างประหยัดและ
ปลอดภัย ส่วนประกอบของอากาศ ความสาคัญของอากาศ และผลกระทบของมลพิษทางอากาศต่อสิ่งมีชีวิต
ความสาคญั ของอากาศ แนวทางการปฏบิ ตั ิตนในการลดการเกิดมลพษิ ทางอากาศ การเกิดลม ประโยชน์และโทษของ
ลม แบบรปู เสน้ ทางการขนึ้ และตกของดวงอาทติ ย์ สาเหตกุ ารเกิดปรากฏการณก์ ารข้ึนและตกของดวงอาทิตย์ การเกิด
กลางวนั กลางคนื และการกาหนดทศิ และความสาคญั ของดวงอาทติ ย์
โดยมุ่งหวงั ให้ผู้เรียนได้เรียนรู้วิทยาศาสตร์ที่สามารถนาไปใช้อธิบาย แก้ปัญหา หรือสร้างสรรค์พัฒนางานใน
ชีวิตจริงได้ ซึ่งเน้นการเช่ือมโยงความรู้ทางวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยี กับกระบวนการทาง
วศิ วกรรมศาสตร์ และใหม้ ีทักษะสาคัญในการค้นควา้ และสร้างองค์ความรู้ โดยใช้กระบวนการสืบเสาะหาความรู้และ
การแก้ปัญหาที่หลากหลาย
เพ่ือให้ผูเ้ รยี นเกิดความร้คู วามเขา้ ใจ มีทักษะการคิดและมีส่วนร่วมในการเรียนทุกข้ันตอน รวมท้ังส่งเสริมให้
ผเู้ รียนเกิดจติ วิทยาศาสตรแ์ ละมเี จตคตทิ ่ีดีตอ่ การเรยี นวิทยาศาสตร์
ศกึ ษาเกี่ยวกับการใช้อัลกอริทึมในการแก้ปัญหา โดยมีการใช้แนวคิดเชิงคานวณเข้ามาช่วยในการแก้ปัญหา
ศึกษาการเขียนโปรแกรมอย่างง่าย การตรวจสอบข้อผิดพลาดของโปรแกรมซ่ึงเรียนรู้ได้จากเว็บไซต์ Code.org
ศกึ ษาการสืบคน้ ขอ้ มูลจากอินเทอร์เนต็ การใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศอยา่ งปลอดภัย การรวบรวม ประมวลผล นาเสนอ
ข้อมูล และศึกษาการใชง้ านซอฟต์แวร์ต่าง ๆ เพื่อนามาประยุกต์ใช้ในการพฒั นางานให้มีประสิทธิภาพ
โดยอาศัยกระบวนการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน (Problem–Based Learning) และวัฏจักรการเรียนรู้
แบบ สืบเสาะหาความรู้ (5Es Intructional Model) เพ่ือเน้นให้ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติ ฝึกทักษะการคิด เผชิญ
สถานการณ์การแก้ปัญหา วางแผนการเรียนรู้ ตรวจสอบการเรียนรู้ และสร้างองค์ความรู้ใหม่ด้วยตนเองผ่าน
กระบวนการคิดและปฏบิ ตั ิ โดยใช้กระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์
เพอื่ ใหผ้ ู้เรยี นมคี วามรู้ความเขา้ ใจ มีทักษะการคดิ เชิงคานวณ การคิดวิเคราะห์ แกป้ ญั หาเป็นขั้นตอนและเป็น
ระบบ มีทักษะในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ รักษาข้อมูลส่วนตัว และการส่ือสารเบื้องต้นในการแก้ปัญหาที่พบใน
ชีวิตจริงไดอ้ ยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ ตลอดจนนาความรูค้ วามเขา้ ใจในวชิ าวทิ ยาศาสตรแ์ ละนาเทคโนโลยีใหม่ที่เกิดข้ึนไปใช้
ให้เกิดประโยชน์ตอ่ สังคมและการดารงชีวิต จนสามารถพัฒนากระบวนการคิดและจินตนาการ ความสามารถในการ
แก้ปัญหาและการจัดการทักษะในการสื่อสาร และความสามารถในการตัดสินใจ และเป็นผู้ที่มีจิตวิทยาศาสตร์
มคี ณุ ธรรม จรยิ ธรรม และคา่ นิยมในการใชว้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยอี ย่างสร้างสรรค์
39
รหัสตวั ชี้วดั
ว1.2 ป.3/1 ว1.2 ป.3/2 ว1.2 ป.3/3 ว1.2 ป.3/4
ว2.1 ป.3/1 ว2.1 ป.3/๒
ว2.2 ป.3/1 ว2.2 ป.3/2 ว2.2 ป.3/3 ว2.2 ป.3/๔
ว๒.๓ ป.3/1 ว๒.๓ ป.3/2 ว๒.๓ ป.3/๓
ว3.๑ ป.3/1 ว3.1 ป.3/2 ว3.1 ป.3/๓
ว4.1 ป.3/1 ว4.1 ป.3/2
ว๓.๒ ป.3/1 ว๓.๒ ป.3/2 ว๓.๒ ป.3/๓ ว๓.๒ ป.3/๔
ว๔.๒ ป.๓/๑ ว๔.๒ ป.๓/๒ ว๔.๒ ป.๓/๓ ว๔.๒ ป.๓/๔ ว๔.๒ ป.๓/๕
รวม 2๕ ตวั ชี้วัด
40
คำอธบิ ำยรำยวชิ ำ
รหสั วชิ ำ ว14101 วทิ ยำศำสตร์และเทคโนโลยี กลุ่มสำระกำรเรยี นรวู้ ิทยำศำสตร์และเทคโนโลยี
ชนั้ ประถมศกึ ษำปที ่ี 4 จำนวนเวลำเรียน 1๒0 ช่ัวโมง
ศึกษาและเรียนรู้เก่ียวกับการจัดกลุ่มส่ิงมีชีวิต การจาแนกพืชออกเป็นพืชดอกและพืชไม่มีดอก การ
จาแนกสัตว์มีกระดูกสันหลังและสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง ลักษณะเฉพาะที่สังเกตได้ของสัตว์มีกระดูกสันหลัง หน้าท่ี
ของส่วนตา่ งๆ ของพืชดอก ผลของแรงโนม้ ถว่ งของโลก การใช้เคร่ืองช่ังสปริงวัดน้าหนักของวัตถุ มวลของวัตถุที่มีผล
ต่อการเปลี่ยนแปลงการเคล่ือนที่ของวัตถุ การจาแนกวัตถุเป็นตัวกลางโปร่งใส ตัวกลางโปร่งแสง และวัตถุทึบแสง
สมบัติทางกายภาพด้านความแข็ง สภาพยืดหยุ่น การนาความร้อน และการนาไฟฟ้าของวัสดุ การนาสมบัติทาง
กายภาพของวัสดไุ ปใช้ในชวี ิตประจาวนั สมบตั ขิ องสสารทงั้ 3 สถานะ จากขอ้ มูลที่ได้จากการสังเกตมวล การต้องการ
ท่ีอยู่ รูปร่าง และปริมาตรของสสาร รวมท้ังการใช้เคร่ืองมือเพื่อวัดมวลและปริมาตรของสสารทั้ง 3 สถานะ สร้าง
แบบจาลองแสดงองค์ประกอบของระบบสรุ ิยะและคาบการโคจรของดาวเคราะห์ตา่ งๆ จากแบบจาลอง แบรูปเส้นทาง
การข้ึนและตกของดวงจันทร์ สร้างแบบจาลองท่ีอธิบายแบบรูปการเปล่ียนแปลงรูปร่างปรากฏของดวงจันทร์และ
พยากรณ์รูปรา่ งปรากฏของดวงจนั ทร์และพยากรณ์รปู ร่างปรากฏของดวงจันทร์
โดยมงุ่ หวังใหผ้ เู้ รียนได้เรียนรูว้ ทิ ยาศาสตร์ที่สามารถนาไปใช่อธิบาย แก้ไขปัญหา หรือสร้างสรรค์พัฒนา
งานในชีวิตจริงได้ ซ่ึงเน้นการเช่ือมโยงความรู้ทางวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์และเทคโนโลยี กับกระบวนการทาง
วิศวกรรมศาสตรแ์ ละให้มีทักษะสาคัญในการค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้โดยใช้กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ และ
การแกป้ ัญหาท่หี ลากหลาย
เพื่อให้ผู้เรียนเกิดความรู้ ความเข้าใจ มีทักษะการคิด และมีส่วนร่วมในการเรียนรู้ทุกขั้นตอน รวมท้ัง
ส่งเสรมิ ให้ผู้เรยี นเกิดจติ วทิ ยาศาสตรแ์ ละมเี จตคตทิ ีด่ ีตอ่ การเรียนวิทยาศาสตร์
ศกึ ษาการใช้เหตุผลเชิงตรรกะในการแก้ปัญหา มาใช้พิจารณาในการแก้ปัญหา การอธิบายการทางาน หรือ
การคาดการณ์ผลลพั ธ์ ศึกษาการออกแบบโปรแกรมอย่างง่ายโดยใช้ storyboard หรือ การออกแบบอัลกอริทึม การ
เขยี นโปรแกรมอยา่ งงา่ ยโดยใช้ซอฟต์แวร์ Scratch หรือ logo ศึกษาการใช้อินเทอร์เน็ตค้นหาความรู้ การใช้คาค้นท่ี
ตรงประเด็น กระชับ การประเมินความน่าเช่ือถือของข้อมูล ศึกษาการรวบรวมข้อมูล การประมวลผลอย่างง่าย
วิเคราะห์ผลและสร้างทางเลือกท่ีเป็นไปได้ ตลอดจนประเมินทางเลือก พร้อมทั้งการนาเสนอข้อมูลในรูปแบบตาม
ความเหมาะสม ศึกษาการใช้ซอฟต์แวร์เพื่อแก้ปัญหาในชีวิตประจาวัน การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภัย
เข้าใจสิทธิและหนา้ ทข่ี องตน เคารพในสทิ ธใิ นสทิ ธขิ องผู้อ่นื
โดยอาศัยกระบวนการเรียนรู้โดยใช้การคิดเชิงคานวณและปัญหาเป็นฐาน (Problem – based Learning)
เพื่อเน้นใหผ้ ู้เรยี นเกิดการเรยี นรู้ จากการฝึกแก้ปญั หาต่าง ๆ ผ่านกระบวนการคิด การปฏิบัติอย่างมีระบบ และสร้าง
องคค์ วามรใู้ หมจ่ ากการใชป้ ัญหาทเ่ี กดิ ขน้ึ จริงในชีวติ ประจาวันได้
เพื่อให้ผู้เรียนมีความรคู้ วามเข้าใจ มีทักษะการคิดเชิงคานวณ การคดิ วเิ คราะห์ แกป้ ัญหาเป็นขั้นตอนและเป็น
ระบบ มีทักษะในการตั้งคาถาม หรือกาหนดปัญหาเก่ียวกับสิ่งที่จะเรียนรู้ตามท่ีกาหนดให้ หรือตามความสนใจ
คาดคะเนคาตอบหลายแนวทาง สร้างสมมตฐิ านทสี่ อดคล้องกบั คาถาม วางแผนและสารวจตรวจสอบโดยใช้เคร่ืองมือ
อปุ กรณ์ และเทคโนโลยีสารสนเทศท่เี หมาะสมในการเกบ็ รวบรวมขอ้ มูลทั้งเชิงปริมาณและคุณภาพ ค้นหาข้อมูลอย่าง
41
มีประสิทธิภาพและประเมินความน่าเชื่อถือ ตัดสินใจเลือกข้อมูล ใช้เหตุผลเชิงตรรกะในการแก้ปัญหา ตลอดจนนา
ความรคู้ วามเข้าใจในวิชาวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อสังคม และการดารงชีวิต จนสามารถ
พัฒนากระบวนการคิดและจินตนาการ ความสามารถในการแก้ปัญหาและการจัดการทักษะในการสื่อสาร และ
ความสามารถในการตดั สินใจ และเป็นผู้ท่ีมีจิตวิทยาศาสตร์ มีคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมในการใช้วิทยาศาสตร์
และเทคโนโลยอี ยา่ งสรา้ งสรรค์
รหัสตัวช้ีวดั
ว 1.๒ ป.4/1
ว ๑.๓ ป.4/1 ว ๑.๓ ป.4/๒ ว ๑.๓ ป.4/๓ ว ๑.๓ ป.4/๔
ว ๒.1 ป.4/1 ว ๒.1 ป.4/2 ว ๒.1 ป.4/๓ ว ๒.1 ป.4/๔
ว ๒.๒ ป.4/1 ว ๒.๒ ป.4/๒ ว ๒.๒ ป.4/๓
ว ๒.๓ ป.4/1
ว ๓.๑ ป.๔/๑ ว ๓.๑ ป.๔/๒ ว ๓.๑ ป.๔/๓
ว ๔.๒ ป.๔/๑ ว ๔.๒ ป.๔/๒ ว ๔.๒ ป.๔/๓ ว ๔.๒ ป.๔/๔ ว ๔.๒ ป.๔/๕
รวม 21 ตวั ช้ีวัด
42
คำอธบิ ำยรำยวชิ ำ
รหัสวชิ ำ ว15101 วทิ ยำศำสตร์และเทคโนโลยี กลมุ่ สำระกำรเรียนรู้วิทยำศำสตร์และเทคโนโลยี
ชน้ั ประถมศึกษำปที ี่ 5 จำนวนเวลำเรยี น 1๒0 ชวั่ โมง
ศึกษาและเรียนรู้เก่ียวกับโครงสร้างและลักษณะของส่ิงมีชีวิตท่ีเหมาะสมในแต่ละแหล่งท่ีอยู่ ความสัมพันธ์
ระหวา่ งส่ิงมีชีวิตกับส่ิงมีชีวิต และความสัมพันธ์กับส่ิงไม่มีชีวิต โซ่อาหารและบทบาทหน้าท่ีของส่ิงมีชีวิตที่เป็นผู้ผลิต
และผ้บู รโิ ภคในโซ่อาหาร ตระหนักในคณุ ค่าของส่ิงแวดลอ้ มทมี่ ีตอ่ การดารงชวี ติ ของส่ิงมชี วี ิต ลักษณะทางพันธุกรรมที่
มีการถ่ายทอดจากพ่อแม่สู่ลูกของพืช สัตว์ และมนุษย์ ลักษณะท่ีคล้ายคลึงกันของตนเองกับพ่อแม่ การหาแรงลัพธ์
ของแรงหลายแรงในแนวเดียวกนั ทก่ี ระทาต่อวัตถุในกรณีที่วัตถุอยู่นิ่ง การเขียนแผนภาพแสดงแรงที่กระทาต่อวัตถุท่ี
อย่ใู นแนวเดยี วกนั และแรงลัพธท์ ่กี ระทาต่อวตั ถุ การใชเ้ ครื่องชั่งสปริงในการวัดแรงที่กระทาต่อวัตถุ ผลของแรงเสียด
ทานท่ีมตี ่อการเปลี่ยนแปลงการเคลอื่ นทขี่ องวัตถุ การเขียนแผนภาพแสดงแรงเสียดทานและแรงที่อยู่ในแนวเดียวกัน
ทีก่ ระทาต่อวัตถุ การได้ยินเสียงผ่านตัวกลาง การเกิดเสียงสูง เสียงต่า การเกิดเสียงดัง เสียงค่อย การวัดระดับเสียง
โดยใช้เครื่องมือวัดระดบั เสียง และเสนอแนะแนวทางในการหลีกเลยี่ งและลดมลพษิ ทางเสยี ง
การเปลีย่ นแปลงของสสาร การละลายของสารในน้า การเปล่ียนแปลงทางเคมี การเปลี่ยนแปลงที่ผันกลับได้
และผันกลบั ไมไ่ ด้ของสสาร แหลง่ น้าในท้องถน่ิ และการใช้ประโยชน์จากแหลง่ นา้ การอนรุ ักษ์น้า ปรากฏการณ์ลม ฟ้า
อากาศ การเกดิ ลม เมฆ หมอก น้าคา้ ง และน้าค้างแข็ง หยาดน้าฟา้ และวฏั จกั รนา้
ความแตกต่างระหว่างดาวฤกษแ์ ละดาวเคราะหใ์ นระบบสุรยิ ะ การปรากฏของกลุ่มดาวฤกษ์ และดวงดาวบน
ทอ้ งฟา้
ศึกษาการใช้เหตุผลเชิงตรรกะในการแก้ปัญหา การทางาน การคาดการณ์ผลลัพธ์จากปัญหาอย่างง่าย การ
ออกแบบและเขียนโปรแกรมท่ีมีการใช้เหตุผลเชงิ ตรรกะอย่างง่าย ตรวจหาขอผิดพลาดและแก้ไข การใช้อินเทอร์เน็ต
ค้นหาข้อมูล ตดิ ต่อสือ่ สารและทางานรว่ มกัน ประเมินความน่าเชื่อถอื ของขอ้ มูล การรวบรวม ประเมิน นาเสนอข้อมูล
และสารสนเทศตามวัตถุประสงค์ โดยใช้ซอฟต์แวร์หรือบริการบนอินเทอร์เน็ตท่ีหลากหลายเพ่ือแก้ปัญหาใน
ชวี ิตประจาวนั การใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศอยา่ งปลอดภัย มีมารยาท เข้าใจสิทธิและหน้าที่ของตนเอง เคารพในสิทธิ
ของผูอ้ ื่น และแจ้งผู้เกย่ี วข้องเมอื่ พบข้อมลู หรือบุคคลทไ่ี ม่เหมาะสม
โดยอาศัยกระบวนการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน (Problem-Base Learning) เพ่ือเน้นให้ผู้เรียนเกิดการ
เรยี นรู้จากการฝึกแกป้ ัญหาต่าง ๆ ผา่ นกระบวนการคิด การปฏิบัติอย่างมีระบบ และสร้างองค์ความรู้ใหม่จากการใช้
ปญั หาทเี่ กดิ ข้ึนจริงในชวี ิตประจาวนั ได้
เพอ่ื ใหผ้ ้เู รยี นมีความรู้ความเข้าใจ มีทกั ษะการคิดเชิงคานวณ การคิดวเิ คราะห์ แกป้ ัญหาเป็นข้ันตอนและเป็น
ระบบ มีทักษะในการต้ังคาถาม หรือกาหนดปัญหาเกี่ยวกับส่ิงท่ีจะเรียนรู้ตามที่กาหนดให้ หรือตามความสนใจ
คาดคะเนคาตอบหลายแนวทาง สร้างสมมตฐิ านท่สี อดคลอ้ งกับคาถาม วางแผนและสารวจตรวจสอบโดยใช้เครื่องมือ
อปุ กรณ์ และเทคโนโลยีสารสนเทศท่เี หมาะสมในการเก็บรวบรวมข้อมลู ทั้งเชิงปริมาณและคุณภาพ ค้นหาข้อมูลอย่าง
มีประสิทธิภาพและประเมินความน่าเชื่อถือ ตัดสินใจเลือกข้อมูล ให้เหตุผลเชิงตรรกะในการแก้ปัญหา ตลอดจนนา
ความรู้ความเข้าใจในวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมและการดารงชีวิต จนสามารถ
พัฒนากระบวนการคิดและจินตนาการ ความสามารถในการแก้ปัญหาและการจัดการทักษะในการส่ือสาร
ความสามารถในการตัดสินใจ และเป็นผู้มีจิตวิทยาศาสตร์ มีคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมในการใช้วิทยาศาสตร์
และเทคโนโลยีอยา่ งสร้างสรรค์
43
รหสั ตัวชี้วัด ว 1.1 ป 5/2 ว 1.1 ป 5/3 ว 1.1 ป 5/4
ว 1.1 ป5/1 ว 1.๓ ป 5/2
ว 1.๓ ป5/1 ว ๒.1 ป 5/๓ ว ๒.1 ป 5/๔
ว ๒.1 ป 5/2 ว ๒.๒ ป5/๓ ว ๒.๒ ป5/๔ ว ๒.๒ ป5/๕
ว ๒.1 ป5/1 ว ๒.๒ ป5/๒ ว ๒.๓ ป5/๓ ว ๒.๓ ป5/๔ ว ๒.๓ ป5/๕
ว ๒.๒ ป5/๑
ว ๒.๓ ป5/๒ ว ๓.๒ ป5/๓ ว ๓.๒ ป5/๔ ว ๓.๒ ป5/๕
ว ๒.๓ ป5/๑ ว ๓.1 ป5/๒ ว ๔.๒ ป5/๓ ว ๔.๒ ป5/๔ ว ๔.๒ ป5/๕
ว ๓.1 ป5/๑ ว ๓.๒ ป5/๒
ว ๓.๒ ป5/1
ว ๔.๒ ป5/๒
ว ๔.๒ ป5/๑
รวม 3๒ ตัวชว้ี ัด
44
คำอธิบำยรำยวิชำ
รหสั วชิ ำ ว16101 วทิ ยำศำสตร์และเทคโนโลยี กลุ่มสำระกำรเรยี นรวู้ ิทยำศำสตร์และเทคโนโลยี
ช้ันประถมศกึ ษำปที ี่ 6 จำนวนเวลำเรยี น 1๒0 ช่วั โมง
ศึกษาและเรียนรู้เกี่ยวกับสารอาหารและประโยชน์ของสารอาหารแต่ละประเภท แนวทางในการเลือก
รับประทานอาหารให้ได้สารอาหารครบถ้วนในสัดส่วนที่เหมาะสมกับเพศและวัย รวมทั้งความปลอดภัยต่อสุขภาพ
ความสาคัญของสารอาหาร ระบบย่อยอาหารและหน้าท่ีของอวัยวะในระบบย่อยอาหาร รวมท้ังการย่อยอาหารและ
การดูดซมึ สารอาหารแนวทางในการดูแลรกั ษาอวัยวะในระบบย่อยอาหารใหท้ างานเป็นปกติ
การเกิดและผลของแรงไฟฟ้า ส่วนประกอบและหน้าที่ของแต่ละส่วนประกอบของวงจรไฟฟ้าอย่างง่าย
เขียนแผนภาพและต่อวงจรไฟฟ้าอย่างง่าย วิธีการและผลของการต่อเซลล์ไฟฟ้าแบบอนุกรม ประโยชน์และการ
ประยกุ ต์การต่อเซลล์ไฟฟ้าแบบอนุกรมในชีวิตประจาวัน การต่อหลอดไฟฟ้าแบบอนุกรมและแบบขนาน ประโยชน์
ขอ้ จากัด และการประยกุ ต์การต่อหลอดไฟฟา้ แบบอนกุ รมและแบบขนานในชีวิตประจาวัน
การเกิดเงามืด เงามัว เขียนแผนภาพรังสีของแสงแสดงการเกิดเงามืดเงามัว การแยกสารผสมโดยการ
หยิบออก การร่อน การใช้แม่เหล็กดึงดูด การรินออก การกรอง และการตกตะกอน รวมท้ังวิธีแก้ปัญหาใน
ชวี ิตประจาวนั เก่ียวกับการแยกสาร
กระบวนการเกิดหนิ อคั นี หินตะกอน และหินแปร วฏั จักรหนิ ตวั อย่างการใช้ประโยชน์ของหินและแร่ใน
ชวี ติ ประจาวนั การเกิดซากดกึ ดาบรรพ์ และคาดคะเนสภาพแวดล้อมในอดีตของซากดึกดาบรรพ์ การเกิดลมบก ลม
ทะเล และมรสุม รวมทั้งผลท่มี ตี ่อส่งิ มีชวี ิตและสงิ่ แวดล้อม ผลของมรสมุ ต่อการเกดิ ฤดูของประเทศไทย ลักษณะและ
ผลกระทบของนา้ ทว่ ม การกัดเซาะชายฝงั่ ดนิ ถลม่ แผน่ ดนิ ไหว และสึนามิ ผลกระทบของภยั ธรรมชาติและธรณีพิบัติ
ภัย แนวทางในการเฝ้าระวงั และปฏิบัติตนใหป้ ลอดภยั จากภยั ธรรมชาติและธรณีพิบัติภัยท่ีอาจเกิดในท้องถิ่น การเกิด
ปรากฏการณเ์ รอื นกระจก และผลของปรากฏการเรือนกระจกต่อสิ่งมีชีวิต แนวทางการปฏิบัติตนเพ่ือลดกิจกรรมที่
กอ่ ให้เกดิ แกส๊ เรือนกระจก ปรากฏการณ์สุรยิ ุปราคาและจนั ทรุปราคา พัฒนาการของเทคโนโลยีอวกาศ และตัวอย่าง
การนาเทคโนโลยอี วกาศมาใช้ประโยชนใ์ นชีวิตประจาวนั
โดยมงุ่ หวังให้ผ้เู รียนไดเ้ รยี นรวู้ ิทยาศาสตร์ทีส่ ามารถนาไปใชอ้ ธบิ าย แก้ไขปัญหา หรอื สร้างสรรคพ์ ฒั นางานในชีวิต
จริงได้ ซ่งึ เน้นการเชอื่ มโยงความร้ทู างวทิ ยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยี กับกระบวนการทางวิศวกรรมศาสตร์
และให้มีทักษะสาคัญในการค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ โดยใช้กระบวนการสืบเสาะหาความรู้และการแก้ปัญหาท่ี
หลากหลาย
เพ่ือให้ผู้เรียนเกิดความรู้ความเข้าใจ มีทักษะการคิด และมีส่วนร่วมในการเรียนรู้ทุกขั้นตอน รวมท้ัง
ส่งเสริมให้ผเู้ รยี นเกดิ จิตวิทยาศาสตร์และมเี จตคตทิ ดี่ ีตอ่ การเรยี นวิทยาศาสตร์
ศกึ ษาเก่ียวกับการออกแบบและเขียนโปรแกรมอยา่ งง่ายโดยใช้โปรแกรม Scratch ศึกษาการแก้ปญั หา
โดยใช้เหตุผลเชิงตรรกะ การใช้งานอินเทอร์เน็ต การค้นหาข้อมูลโดยใช้อินเทอร์เน็ต การประเมินความน่าเชื่อถือ
ศกึ ษาการใชง้ านเทคโนโลยีสารสนเทศและความปลอดภัยในการใช้งานเทคโนโลยี โดยอาศยั กระบวนการเรียนรู้โดยใช้
ปัญหาเป็นฐาน ( Problem – based Learning) และวัฏจักรการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es Intructional
Model) เพ่ือเน้นให้ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติ ฝึกทักษะการคิด เผชิญสถานการณ์การแก้ปัญหา วางแผนการเรียนรู้
ตรวจสอบการเรียนรู้ และสร้างองค์ความรู้ใหม่ด้วยตนเองผ่านกระบวนการคิดและปฏิบัติ โดยใช้กระบวนการทาง
วทิ ยาศาสตร์
เพ่อื ให้ผู้เรียนมีความรคู้ วามเขา้ ใจ มที กั ษะการคิดเชิงคานวณ การคิดวิเคราะห์ แกป้ ัญหาเป็นขั้นตอนและ
เป็นระบบ มที กั ษะในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ รักษาข้อมูลส่วนตัว และการสื่อสารเบื้องต้นในการแก้ปัญหาที่พบ
ในชีวติ จรงิ ไดอ้ ย่างมีประสทิ ธิภาพ ตลอดจนนาความรคู้ วามเข้าใจในวิชาวิทยาศาสตร์ และนาเทคโนโลยีใหม่ท่ีเกิดขึ้น
ไปใช้ให้เกิดประโยชนต์ ่อสังคม และการดารงชวี ิต จนสามารถพัฒนากระบวนการคดิ และจนิ ตนาการ ความสามารถใน
45
การแก้ปญั หาและการจัดการทกั ษะในการสื่อสาร และความสามารถในการตัดสินใจ และเป็นผู้ท่ีมีจิตวิทยาศาสตร์ มี
คุณธรรม จริยธรรม และคา่ นยิ มในการใชว้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยอี ย่างสรา้ งสรรค์
รหัสตัวช้ีวดั ว ๒.๓ ป.6/๖
ว 1.๒ ป.6/1 ว 1.๒ ป.6/๒ ว 1.๒ ป.6/๓ ว 1.๒ ป.6/๔ ว 1.๒ ป.6/๕ ว 3.2 ป.6/๖
ว 2.1 ป.6/1
ว 2.2 ป.6/๑
ว ๒.๓ ป.6/๑ ว ๒.๓ ป.6/๒ ว ๒.๓ ป.6/๓ ว ๒.๓ ป.6/๔ ว ๒.๓ ป.6/๕
ว ๒.๓ ป.6/๗ ว ๒.๓ ป.6/๘
ว 3.๑ ป.6/1 ว 3.๑ ป.6/2
ว 3.2 ป.6/๑ ว 3.2 ป.6/๒ ว 3.2 ป.6/๓ ว 3.2 ป.6/๔ ว 3.2 ป.6/๕
ว 3.2 ป.6/๗ ว 3.2 ป.6/๘ ว 3.2 ป.6/๙
ว ๔.๒ ป.๖/๑ ว ๔.๒ ป.๖/๒ ว ๔.๒ ป.๖/๓ ว ๔.๒ ป.๖/๔
รวม 3๐ ตัวช้ีวดั
46
คำอธิบำยรำยวิชำกลมุ่ สำระกำรเรียนรสู้ ังคม ศำสนำ และวัฒนธรรม
ระดบั ประถมศึกษำปที ่ี 1-6