The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คู่มือการเลี้ยงกบบนพื้นที่สูง

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Asian News Channel1, 2020-05-31 00:00:11

คู่มือการเลี้ยงกบบนพื้นที่สูง

คู่มือการเลี้ยงกบบนพื้นที่สูง

เทพพทิ ักษ์ บุญทา และอภนิ ันท์ สวุ รรณรกั ษ์
คณะเทคโนโลยีการประมงและทรพั ยากรทางนา้

มหาวิทยาลัยแม่โจ้

การเพาะเลี้ยงกบบนพน้ื ที่สูง

พมิ พ์คร้งั ที่ 27 มถิ นุ ายน 2561
จานวน 500 เล่ม

สงวนลิขสทิ ธิ์ตามกฎหมาย

การผลิตและลอกเลียนแบบหนังสือเลม่ นี้ไมว่ า่ รูปแบบใดทัง้ ส้นิ
ต้องไดร้ ับอนญุ าตเปน็ ลายลักษณ์อักษรจากผูเ้ ขียน

ISBN : 978-616-8146-10-1

จดั ทาโดย: นายเทพพทิ กั ษ์ บญุ ทา และรองศาสตราจารย์ ดร.อภนิ นั ท์ สวุ รรณรกั ษ์
คณะเทคโนโลยีการประมงและทรพั ยากรทางนา้ มหาวิทยาลยั แม่โจ้
ต.หนองหาร อ.สนั ทราย จ.เชยี งใหม่ 50290
โทร: 0 5387 5100-2, 0 5349 8178 โทรสาร 0 5387 5103

พิมพท์ :ี่ บริษัท สมารโ์ คร์ทตง้ิ แอนด์ เซอร์วิส จากดั
29/18 ถ.สิงหราช ต.ศรีภูมิ อ. เมอื ง จ. เชยี งใหม่ 50200
โทร: 0 5321 1366 โทรสาร 0 5321 1367
อเี มลล์: [email protected] เวบ็ ไซด์ www.smartcoating.net

พิมพ์ภายใต้โครงการการพัฒนาชุมชนต้นน้าต้นแบบเพื่อความย่ังยืนของทรัพยากร
(ดิน น้า ปา่ ปัญญา อาชีพ)

การเพาะเลย้ี งกบบนพน้ื ท่สี ูง

คำนำ

กบเป็นสตั ว์ครง่ึ บกครงึ่ น้ำท่ีมีชว่ งชีวติ วยั เยำว์อยใู่ นนำ้ และโตขึ้นมำ
อยู่บนบก เป็นสตั ว์ที่สำมำรถใช้เป็นดัชนีบ่งชี้ถึงควำมเปลี่ยนแปลงของ
ควำมชน้ื และสภำพแวดลอ้ มไดเ้ ป็นอยำ่ งดี ภมู ิปัญญำ ของคนไทยกับกำร
เล้ยี งกบมีมำกมำย น่ำชื่นชมในกำรคิดค้นเทคโนโลยีต่ำง ๆ ด้ำนกำร
เพำะเล้ียง รวมทั้งกำรผลติ และกำรตลำด ที่มีวิธีกำรท่ีหลำกหลำยต่อกำร
เล้ียง หลำยวธิ ตี ่อกำรจัดกำร และหลำยวิธีต่อกำรแปรรูป สำมำรถสร้ำง
มูลค่ำเพ่ิมต่อผลผลิตมำกข้ึน มำกกวำ่ ท่จี ะเลีย้ งแล้วส่งต่อให้กับพ่อคำ้ คนกลำง
มำรับซอ้ื ซึ่งสร้ำงควำมเสยี ใจให้แกเ่ กษตรกรผู้เล้ียงมำโดยตลอด รำคำกบจึง
ไม่สงู มำกนัก

กำรเลย้ี งกบตำมทฤษฎี “พอเพียง” ในครัวเรือนจะสรำ้ งฐำนควำม
มนั่ คงและสรำ้ งฐำนรำคำผลผลิตกบ รวมถึงเป็นแหลง่ โปรตีนทำงเลือกได้ดี
โดยเฉพำะ “บนพนื้ ทีส่ งู ของประเทศไทย” ค่มู ือเล่มน้ีจึงได้รวบรวมข้อมูล
และประสบกำรณข์ องผูเ้ ขยี น รวมถึงภูมิปญั ญำของเกษตรกรผู้เล้ียงกบจำก
หลำกหลำยท่ี หลำกหลำยรปู แบบมำแนะน้ำ เพือ่ ใหผ้ อู้ ่ำนและผู้สนใจได้เกิด
แนวควำมคิด และเพ่ือเปน็ ข้อมลู พ้ืนฐำนในกำรพัฒนำอำชีพกำรเล้ียงกบ
ตอ่ ไป

อนง่ึ เปน็ การท้างานภายใต้โครงการพัฒนาชุมชนตน้ นา้ ตน้ แบบเพื่อ
ความย่งั ยืนของทรัพยากร (ดิน น้า ป่า ปัญญา อาชีพ) ในพนื ทีอ่ ้าเภอแมแ่ จม่
และอ้าเภอกัลยาณวิ ฒั นา จงั หวัดเชยี งใหม่

เทพพิทักษ์ บุญทำ และอภนิ นั ท์ สุวรรณรักษ์
พฤศจิกำยน 2560

การเพาะเลย้ี งกบบนพน้ื ท่ีสูง

สำรบญั หนา้
1
เรอื่ ง 4
กำรเพำะเล้ยี งกบบนพน้ื ท่ีสงู 6
ลกั ษณะรปู ร่ำงของกบ 11
พันธ์ุกบทคี่ วรเล้ียง 12
กำรเลือกสถำนท่ีเลี้ยงกบ 13
บอ่ เลี้ยงกบ 14
บอ่ ดนิ 15
คอก 17
กระชัง 20
บ่อซเี มนต์ 22
กำรเลีย้ งกบในล้อรถยนตเ์ กำ่ (กบคอนโด) 27
กำรจดั หำพันธก์ุ บ 27
กำรแยกเพศกบ 30
กำรคัดเลือกพ่อแมพ่ ันธ์กุ บ 31
กำรเตรยี มบอ่ เพำะพนั ธ์ุ 39
กำรเพำะขยำยพนั ธ์กุ บ 42
กำรเพำะฟักไข่กบ 46
กำรอนบุ ำลลกู อ๊อด 48
กำรคดั ขนำดกบ 52
กำรเตรยี มบอ่ 58
อำหำรกบ 59
หลกั กำรให้อำหำร
อัตรำกำรให้อำหำร

การเพาะเลย้ี งกบบนพนื้ ทสี่ ูง

ขนำดของอำหำรทเี่ หมำะสมของกบแตล่ ะวัย 60
กำรจดั กำรและกำรดูแลรกั ษำ 61
โรคกบ 65
กำรจบั และกำรจำ้ หนำ่ ย 72
แนวโน้มกำรเลยี้ งกบในอนำคต 74
แนวทำงในกำรอนุรกั ษ์พนั ธ์กุ บ 75
เอกสำรอำ้ งองิ 77

การเพาะเลยี้ งกบบนพนื้ ทีส่ ูง

การเพาะเลีย้ งกบบนพ้ืนท่ีสูง

การเพา ะเล้ียงกบ
เปน็ อาชีพการเกษตรทางด้าน
การประม งอีกอาชีพหน่ึง ที่
นา่ สนใจ เพราะกบเป็นสัตว์
ครง่ึ บกครงึ่ น้าท่ีเล้ียงง่าย กิน
อาหารน้อย เจริญเติบโตเร็ว
ต้นทนุ การผลิตต้่า ใช้เวลาเลยี้ ง
สน้ั สามารถบริโภคได้ต้ังแต่
ระยะลูกอ๊อด ลูกกบเล็ก ไป
จนถงึ กบขนาดใหญ่ ท้งั น้ีตลาด
ท้ั ง ภ า ย ใ น ปร ะ เ ท ศแ ล ะ
ตา่ งประเทศมีความตอ้ งการกบเพ่อื การบริโภค และเพอ่ื ใชป้ ระโยชนเ์ พ่ิมมากขึ้น แต่
ในขณะเดียวกันปริมาณกบในธรรมชาติกลับลดน้อยลงเป็นจ้านวนมาก อั น
เนื่องมาจากการขยายตัวของชุมชน การใช้สารเคมีในภาคเกษตรกรรม และ
สภาพแวดล้อมที่เปล่ียนแปลงไป โดยเฉพาะภาวะโลกร้อน ซงึ่ ลว้ นสง่ ผลกระทบทา้ ให้
ถนิ่ ท่อี ยูอ่ าศยั ในธรรมชาตขิ องกบถกู ท้าลายไป นอกจากนก้ี ารจบั กบในธรรมชาติมา
บรโิ ภคอย่างตอ่ เนื่องยังท้าใหว้ งจรชวี ติ ของกบขาดหายไป รวมถึงกบที่อาศัยอยู่ใน
บรเิ วณพื้นท่สี ูงของไทย เช่น บรเิ วณพืน้ ทอี่ า้ เภอแม่แจม่ และอ้าเภอกัลยาณิวัฒนา
จังหวัดเชยี งใหม่ ซ่ึงมอี ณุ หภมู ิเฉลีย่ ที่คอ่ นขา้ งต้า่ (25 °C) สง่ ผลใหก้ บทั้งในธรรมชาติ
และในบอ่ เล้ยี งไม่สามารถเจรญิ เติบโตและใช้เปน็ พอ่ แมพ่ นั ธ์ุได้ตามปกติ

~1~

การเพาะเลยี้ งกบบนพนื้ ท่สี ูง

ปัจจุบนั มีผู้น้ากบ
ไปเพาะขยายพนั ธแุ์ ละเล้ียง
ไดจ้ นประสบความสา้ เร็จ ท้ัง
ยงั มผี ู้สนใจในอาชีพการเล้ยี ง
ก บ เ ป็ น จ้ า น ว น ม า ก
นอกจากนี้อาชีพการเพาะ
ลกู ออ๊ ดกบเพ่ือการค้าก็เป็น
อีกอาชพี หนึง่ ที่น่าสนใจ และ
สามารถสร้างราย ไ ด้ ใ ห้ กั บ ผู้
เพาะเลี้ยงมากกวา่ การเล้ียง
กบขนาดใหญ่ ท้งั นเ้ี น่ืองจากกินอาหารน้อยกว่า ใชเ้ วลาเลีย้ งส้ันกวา่ ลกู อ๊อดอายุ 15-
25 วัน ก็สามารถจ้าหน่ายเพอื่ การบริโภคได้แลว้ สว่ นการเล้ยี งกบขนาดใหญ่น้นั จะใช้
เวลาเล้ยี งนานประมาณ 3-4 เดือน จงึ จะไดก้ บขนาดที่ตลาดต้องการ (4-6 ตัว/กก.)

รูปแบบการะเล้ียงกบอยู่ 2 ลักษณะ คือ
1. เปน็ การเลยี้ งลูกกบไปจนเป็นกบใหญ่แล้วขายส่งตลาดแบบยกบ่อ

กลา่ วคือ เกษตรกรจะเล้ียงกบเพอ่ื การบรโิ ภคและขายบ้างเล็กน้อย หรอื เป็นการเล้ียง
แบบช่วั คราว หมดฤดูฝนก็ขายยกบ่อ โดยไม่มีการเก็บกบไว้ท้าพันธุ์ ไม่มีการ
เพาะพันธกุ์ บ เปน็ การเลี้ยงแบบชว่ั คราวตามฤดูกาล

2. เปน็ การเลย้ี งกบแบบครบวงจร กลา่ วคือ มีการเพาะพันธุ์กบเพ่ือขาย
ลูกออ๊ ดส้าหรับการจา้ หน่ายเพ่ือการบรโิ ภค และขายลกู ออ๊ ดสา้ หรบั น้าไปเลีย้ งเป็นกบ
โตตอ่ ไป ในขณะเดียวกนั ผเู้ พาะพันธุ์กบก็จะเลี้ยงกบทกุ ระยะควบคู่กนั ไปด้วยและมี
การขายกบทกุ ระยะตั้งแตล่ กู ออ๊ ดกบ ลูกกบเลก็ กบรนุ่ กบขุน กบหนุ่มสาว รวมถึง
กบพอ่ -แม่พนั ธ์ุ การเล้ียงกบในลักษณะนี้จะเปน็ การเลย้ี งกบเพ่ือการค้าและมักจะ
ยงั่ ยืนหลายปี บางฟารม์ เลยี้ งกบยาวนานมากกว่า 10 ปี

~2~

การเพาะเลยี้ งกบบนพนื้ ทส่ี ูง
จากข้อมูลดังกลา่ วแสดงใหเ้ หน็ ว่าอาชีพการเลี้ยงกบไมว่ า่ จะเป็นการเล้ียง
แบบชั่วคราวหรือเล้ยี งแบบถาวร กส็ ามารถทา้ ได้ทัง้ นี้ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของผู้
เลี้ยง รวมถึงความพร้อมด้านทนุ ทรพั ย์ แรงงาน สถานที่ และความรู้ความสามารถ
ของผูเ้ ล้ยี งเปน็ สา้ คัญ
ลกั ษณะเดน่ ของอาชีพการเลีย้ งกบ คือ
1. ได้อาหารโปรตนี ไว้เพ่ือการบรโิ ภค
2. ได้ใช้เวลาว่างใหเ้ กดิ ประโยชน์
3. ไดใ้ ชพ้ ้นื ทีว่ ่างเปลา่ ใหเ้ กดิ ประโยชนเ์ กดิ อาชพี
4. ไดค้ ลายเครียดแก้เหงาโดยเฉพาะคนแกท่ ่ถี กู ท้งิ ให้อย่เู ฝา้ บ้านคน
5. ไดร้ ายได้เสริมหรือสร้างเป็นอาชีพหลัก

ท้งั น้รี ายได้จากการขายผลผลิตกบสามารถเล้ียงตัวมันเองได้ รวมถึง
สามารถขยายปรมิ าณการเล้ียงให้มากขน้ึ ต่อยอดเป็นการเลย้ี งเพ่ือการค้าเชิงพาณิชย์
อย่างยงั่ ยืนสืบตอ่ ไปได้

~3~

การเพาะเลย้ี งกบบนพน้ื ที่สูง

ลักษณะรปู รา่ งของกบ

โดยทั่วไป กบ สามารถจ้าศีลไดท้ ง้ั บนบกและในนา้ สา้ หรับการจ้าศีลบน
บกกบจะเลอื กบรเิ วณที่ร่มเยน็ พอสมควรเพ่ือเป็นแหล่งจ้าศีล ในบางครั้งก็เลือก
บรเิ วณท่ีมดี นิ แตกระแหง เพราะเมอื่ ฝนตกลงมาดินบริเวณดงั กล่าวกจ็ ะมีความอ่อน
และร่วน งา่ ยต่อการดิ้นตะเกียกตะกายขน้ึ มาส่พู น้ื ภายนอกเพ่ือหากินอาหาร และ
ผสมพนั ธว์ุ างไข่ตามธรรมชาติสบื ไป

สา้ หรบั ไข่กบที่ไดร้ ับการผสมกับน้าเชือ้ แล้วจะฟกั เป็นตัวอ่อนและพัฒนา
เจรญิ เตบิ โตเป็นลูกอ๊อด ลูกกบ และกบโตเตม็ (ขนาดตลาดต้องการ 4 -6 ตัว/กก.)
และกบพ่อ-แมพ่ ันธ์ุทพ่ี รอ้ มผสมพันธุ์วางไข่ได้ ซง่ึ จดุ สงั เกตความแตกต่างระหวา่ งลูกอ๊
อดของกบและเขียด คือ หัวลูกเขียดจะแหลมกว่าหัวลูกกบ ขนาดตัวเล็กกว่ากบ
ลักษณะหลงั และเส้นขาวที่พาดไม่เหมอื นกัน ส่วนกบทีโ่ ตเตม็ วยั แลว้ จะมีรปู ร่างและ

~4~

การเพาะเลย้ี งกบบนพน้ื ท่สี ูง

ลักษณะแตกตา่ งกันตามช่วงอายุ ซ่งึ ลกั ษณะของกบสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ส่วน
คอื

1. ส่วนหวั จะมรี ูปร่างเป็นสามเหลี่ยมติดกบั ล้าตวั ไม่มีคอ มีตาลักษณะ
กลมโปนออกมา สามารถมองเหน็ ไดด้ ใี นทีม่ ดื โดยเฉพาะตอนกลางคนื เมื่อกระทบ
กับแสงไฟจะเหน็ เป็นประกายสเี หลืองแดง สว่ นในที่ ๆ มีแสงสว่างมาก ๆ หรือใน
ตอนกลางวัน กบจะมองเหน็ ไดไ้ ม่ดีและไมไ่ กลนัก กบจะมีหูถัดจากตาไปทางด้านหลงั
เลก็ นอ้ ยทั้ง 2 ข้าง ลักษณะเป็นแผ่นกลมบาง ๆ มีรจู มูก 2 รู ทะลเุ ขา้ ไปในช่องปาก
ส้าหรับให้อากาศภายนอกผ่านเขา้ ไปในปากเพื่อใช้ในการหายใจ และปากกบมี
ลักษณะกวา้ งมาก เมื่ออา้ ปากกบจะเห็นล้ินกบซ่งึ มลี ักษณะแบนและที่โคนล้ินจะติด
อย่กู ับสว่ นหลังของขากรรไกรลา่ ง ถดั เข้าไปท่ีขากรรไกรบนและเพดานปากจะมีฟัน
อยู่ 2 แถว ซึง่ เอาไว้ทา้ หนา้ ท่ีกันไมใ่ หอ้ าหารท่ีเขา้ ปากไปแล้วหลดุ ออกมาจากปากได้

2. ส่วนลาตัว จะมีลกั ษณะพองกว้างออกโดยเฉพาะกบตัวเมีย ส่วนตัวผู้
บริเวณหลังมกั จะคอดเลก็ สว่ นก่งึ กลางของล้าตัวจะมีปุ่มนนู 2 ปุ่ม มีขา 2 คู่ คือ คู่
หน้า 1 คู่ และคหู่ ลัง 1 คู่ ขาคูห่ นา้ จะสั้นและมนี ิ้วอยู่ 4 นว้ิ น้ิวหัวแม่มือสว่ นในสดุ จะ
มีลกั ษณะเป็นตมุ่ เลก็ ๆ สงั เกตเหน็ ไดง้ า่ ย ส่วนขาคู่หลังจะมีขนาดยาวใหญ่และ
แขง็ แรง มนี ว้ิ 5 น้ิว น้วิ หวั แม่เทา้ จะส้นั กว่าน้ิวอืน่ ๆ ระหว่างนว้ิ ท้งั 5 นว้ิ กจ็ ะมแี ผ่น
หนงั บางๆ ยึดเชอื่ มตดิ กันเพ่อื ใช้ส้าหรบั ว่ายน้า

ท้งั ส่วนหวั และส่วนล้าตัวของกบจะมผี ิวหนงั หมุ้ มลี ักษณะบางเรียบออ่ นนมุ่
และลืน่ เล็กน้อย เนื่องจากมีเมอื กมาหล่อเลีย้ งผวิ หนังให้ชุ่มชืน้ อยู่เสมอ กบจะมีหนัง
3 ชนั้ ผวิ หนงั ของกบจะประกอบไปดว้ ยเม็ดสีตา่ ง ๆ เช่น สเี หลอื งปนแดง สนี ้าเงนิ ปน
เทา สนี ้าตาลปนด้า ซึ่งท้งั 3 ชนิดน้ีจะเรียงกันอยู่ในชั้นของหนังจากบนลงล่าง
ตามล้าดับ โดยท่ัวไปแล้วกบจะมีล้าตวั สีเหลือง สนี ้าตาลปนเขยี วหรือด้า แต่ผิวหนัง
กบก็สามารถเปล่ียนสไี ด้ตามสภาพแวดล้อมทอ่ี าศยั อยู่และฤดูกาล เช่น ในฤดูการ
ผสมพันธุว์ างไข่ กบตวั ผ้จู ะมีสีที่ใตข้ าปรากฏเปน็ สีเหลืองอ่อน ๆ หรือสีเหลืองออกส้ม
เหน็ ไดช้ ดั เจรกว่ากบตวั เมีย นอกจากน้ี ส่วนท่เี ห็นไดช้ ัดของกบตวั ผู้กค็ อื เมื่อจับพลิก

~5~

การเพาะเลยี้ งกบบนพน้ื ทสี่ ูง

หงายข้นึ จะเห็นมีกล่องเสียงอย่ใู ต้คางแถว ๆ มุมปากล่างท้ังสองขา้ ง ในช่วงฤดูผสม
พนั ธก์ุ บตวั ผู้จะเป็นผู้สง่ เสียงรอ้ ง กลอ่ งเสยี งจะพองโตและใส สว่ นตวั เมยี นั้นจะมอง
ไม่เห็นสว่ นของกลอ่ งเสียงดงั กล่าว กบตวั เมียกร็ อ้ งเช่นกนั แต่เสยี งจะเบา ถ้าอยูใ่ นช่วง
ฤดูผสมพันธ์ุกบตวั เมียท่มี ีไขแ่ ก่จะสงั เกตเหน็ ส่วนของท้องบวมและใหญ่กว่าปกติ
ขณะเดียวกนั ท่ีกบตวั ผจู้ ะส่งเสียงร้องบอ่ ยครั้งและสขี องล้าตัวจะออกเป็นสีเหลือง
ออ่ นหรอื มสี ีเหลืองทใี่ ต้ขาเหน็ ชัดกว่ากบตัวเมีย

พนั ธกุ์ บท่คี วรเล้ียง

กบท่เี กษตรกรนิยมเล้ยี งกันในบ้านเราทุกวันน้ีสามารถแบ่งออกเป็น 2 ชนิด
คือ กบพนั ธพุ์ ืน้ เมือง และกบพนั ธุต์ า่ งประเทศ ดงั นี้

1. กบพนั ธพุ์ ้ืนเมือง ไดแ้ ก่ กบนา กบจาน กบทูต กบบวั และกบภเู ขาหรือ
เขียดแลว

กบนา เป็ นกบที่
พบท่ัวทุ กภ า คข อง ป ร ะ เ ท ศ
ไทย และนิยมเลี้ยงมากที่สุด
จัดเป็นกบขนาดกลาง เมื่อโต
เตม็ ทจี่ ะมคี วามยาวประมาณ
4 นว้ิ มนี า้ หนกั ตัวประมาณ
200-250 กรัม (ประมาณ 4-
6 ตวั /กก.) ผิวสนี ้าตาลปนด้า
อา จ จ ะ แตก ต่ า ง กั น บ้ า ง
เลก็ น้อยตามแหล่งท่อี ยู่อาศยั ลักษณะโดยท่ที วั่ ไปท่ีสงั เกตได้คือ ขาหน้าและขาหลัง
ขนาดยาวปานกลาง สว่ นน้ิวมีแผ่นหนังระหวา่ งน้วิ เกือบสุดปลาย ปลายนิ้วไม่มีแผ่น
ยึดเกาะ ปลายน้วิ เท้ามปี ่มุ เล็กน้อย ไม่มีปุ่มทกี่ ระดูกฝา่ เท้า ด้านหลังมีแถบสีด้าขาด
~6~

การเพาะเลย้ี งกบบนพน้ื ที่สูง

เป็นตอนๆ ประมาณ 10 แถว ขอบในดวงตาแคบกวา่ เปลือกตาบน บริเวณหัวและ
ล้าตัวส่วนหลังมสี นี ้าตาล ขามีลายพาดขวางมีสนี ้าตาลตลอด ใต้คางมจี ุดเดน่ สเี ทา

กบจา น เ ป็ น กบขน า ด
กลางค่อนขา้ งใหญ่ ตัวทโี่ ตเตม็ ที่ยาว
ประมาณ 5 น้ิว ขนาดประมาณ 250
กรมั (ประมาณ 4 ตัว/กก.) กบจาน
จะมีรปู ร่างคลา้ ยๆ กบั กบนาแต่จะมี
ความแตกตา่ งกันบา้ ง กลา่ วคือผวิ มีสี
น้าตาลปนเขยี ว อาจจะแตกต่างกัน
บ้างตามแหล่งท่ีอยู่อาศัย ลักษณะ
ทว่ั ไปท่ีสังเกตได้คือ ขาหน้าส้ัน อยู่
ระหว่างไหลก่ ับตา ป่มุ กระดกู เทา้ ลา่ ง
ไมแ่ หลมคม มีสคี ล้าและมลี ายพาดสีจาง ๆ ตรงริมฝปี าก ใต้คางอาจมีจดุ หรือลายริ้ว
ตรงคอหอย ดา้ นหลงั มสี เี ขียวอมน้าตาล มจี ุดสีดา้ เปน็ จ้านวนมาก

กบภเู ขาหรอื เขียดแลว เป็น
กบพ้ืนเมอื งทม่ี ขี นาดใหญ่ที่สุด (อับดับที่
2 ของโลก) ตัวโตเต็มท่ีขนาดประมาณ 3
กก. ชาวบา้ นเรยี กกันอีกช่ือหน่ึงว่า กบ
คลอง โดยเรียกตามแหล่งท่ีอยู่อาศัย
ลักษณะโดยท่วั ไปทส่ี ังเกตได้คือ ปลาย
น้วิ โปง้ ขาหนา้ แยกออกจากกันผิวหนัง
ด้านข้างไมน่ ูนโปง่ ไมม่ ถี ุงลม ไม่มีแผ่น
หนังทน่ี วิ้ ขาหน้าอันแรก ซึ่งยาวกว่านิ้ว

~7~

การเพาะเลย้ี งกบบนพน้ื ที่สูง

อนั ที่สอง แก้วหูหา่ งจากตาเป็นระยะทางมากกว่าเสน้ ผา่ นศูนย์กลางของตา กบเพศผู้
จะมีเขี้ยวออกจากขากรรไกรลา่ งยื่นยาว สว่ นเพศเมียจะสน้ั กว่า มตี าโต ในบางทอ้ งท่ี
อาจมเี สน้ พาดกลางหลงั จากริมฝีปากถงึ สว่ นก้น บางแหล่งไม่มี ท่ีขามีลายพาดสี
น้าตาลเขม้ ตลอด ล้าตัวมสี ีน้าตาลแดงหรอื ด้า ใตค้ าง ใตท้ ้องมีสขี าว เหลอื ง ริมฝปี าก
บนและล่างมจี ุดสดี ้า พบมากแถบภาคเหนอื และภาคใต้

2. กบพนั ธ์ุต่างประเทศ เปน็ กบที่เข้ามามามีบทบาทอยา่ งมากในประเทศ
ไทยคอื

กบบูลฟรอ็ ก ซึง่ เป็นกบ
ทม่ี าจากประเทศอเมริกา อาศัย
อย่บู รเิ วณภูเขาร็อกก้ี ประเทศ
สหรัฐอเมรกิ า ซึ่งเป็นกบที่มขี นาด
ใหญ่ท่สี ดุ ตวั โตเต็มทีม่ นี ้าหนักมา
กวา่ 1 กก. ตัวท่ีโตมคี วามยาวถึง
8 น้ิว ลา้ ตัวกวา้ ง กบชนดิ นม้ี ีส่วน
หัวและส่วนหนา้ เปน็ สีเขียว ส่วน
ของเย่ือหูโตกว่าตา ขอบของส่วน
เย่อื หูด้านบนยกสงู ข้ึนโคง้ ไปจรด
กบั ขอบตา ส่วนหลังมีสีน้าตาล
เขยี ว สว่ นท้องมีสีขาวเหลอื ง ผิวหนงั ขรขุ ระมปี ุ่มขนาดเล็ก ๆ อยทู่ ส่ี ่วนหลัง ไม่มีสัน
ขา้ งล้าตัว แต่จะมีสนั ตรงด้านหลังของแกว้ หู ทข่ี ามจี ุดสีน้าตาลประปราย บางท้องที่
อาจมีสีคลา้ หรอื ด้า กบชนดิ น้มี กี ารทดเลี้ยงถือได้ว่าเหมาะสมที่จะท้าการเลี้ยงกับ
สภาพภูมิอากาศใน ประเทศไทย มีการน้ามาทดลองเล้ี ยงโดยคณะประม ง
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ปัจจุบันบริษัทเอกชนสง่ั นา้ เข้ามาเล้ียงหลายต่อหลาย
ฟารม์ อปุ นสิ ยั ของกบชนิดนี้คอื เลี้ยงง่าย โตวยั น้าหนักดี เมือ่ โตเต็มทหี่ นักได้ถงึ 400

~8~

การเพาะเลยี้ งกบบนพน้ื ที่สูง

กรัม/ตัว โดยเล้ยี งเพียงแค่ 7 เดือน

ดงั นนั้ หากพจิ ารณาให้ดีพันธุก์ บทีเ่ หมาะสมทจ่ี ะน้ามาเลยี้ ง เพื่อเสรมิ สรา้ ง

รายได้นน้ั มอี ยู่ 2 พันธุ์คือ กบนา และกบบูลฟรอ็ ก ซ่ึงทงั้ 2 พันธุ์ กม็ ขี อ้ ดีและข้อเสีย

แตกต่างกนั คอื

กบนา กบบูลฟร๊อก

เลี้ยงได้ไมต่ ลอดทง้ั ปี เลี้ยงไดต้ ลอดปี

ขนาดเล็ก ขนาดใหญ่

วางไข่และฟักตัวกลายเป็นลูกอ๊อดใช้ วางไขแ่ ละพัฒนาไปกลายเป็นลูกอ๊อด จะ

เวลา 24 ชม. ใช้เวลา 3-5 วนั

ระยะลูกอ๊อดเปน็ ลูกกบ 30-40 วนั ลูกอ๊อดเป็นลูกกบใชเ้ วลานานถงึ 3 เดือน

เล้ยี งตอ่ เพยี งแค่ 2-4 เดอื นก็สามารถจับ เลี้ยงต่อจนกว่าจะจา้ หน่ายได้อกี ใช้เวลา

ขายได้ อกี 4-5 เดือน

เนอ้ื แดงระเรอื่ กล้ามเนือ้ คอ่ นขา้ งแขง็ เนอื้ สขี าวซีดและเนือ้ คอ่ นข้างที่จะแน่น

น้อยกวา่ กบนา

นา้ หนกั อยทู่ ่กี ลา้ มเนื้อ น้าหนักอยู่ท่ี ท้องหรือระ บบทางเดิ น

อาหาร

เน้อื มากกวา่ 30% ของน้าหนกั ตัว สว่ นเนอ้ื นนั้ มีไมถ่ ึง 30% ของน้าหนกั ตวั

กระดูกเล็ก กระดูกท่ีค่อนข้างใหญ่

โดยปกตแิ ลว้ แนวทางด้านการตลาดส้าหรับกบชนิดนคี้ ือ เลี้ยงเพอื่ ถลกหนัง
ออกแลว้ น้าเนือ้ ส่งเขา้ รา้ นอาหารหรือภัตตาคารเป็นส่วนมาก ซ่ึงการบริโภคใน
ประเทศไทยนัน้ ยังถือว่ามไี ม่มาก สว่ นใหญน่ ยิ มบรโิ ภคกบนามากกว่า จึงท้าใหก้ บนา
ยังคงเปน็ ทน่ี ยิ มรบั ประทานสา้ หรับคนทีช่ ่ืนชอบกบอย่นู น่ั เอง

การเลือกสายพันธข์ุ องกบถอื เป็นข้อพิจารณาของผูเ้ ลย้ี งเอง ส่วนใหญ่แล้ว
ควรเนน้ ทางด้านความต้องการของตลาดเป็นส้าคัญ ซ่ึงถือเป็นตัวตัดสินได้อย่าง

~9~

การเพาะเลยี้ งกบบนพนื้ ทส่ี ูง

ชัดเจน ซงึ่ จากข้อมูลข้างตน้ กบนาถือว่าเปน็ กบทม่ี ีความตอ้ งการทางดา้ นการตลาด
สงู และมรี าคาคอ่ นขา้ งดี สว่ นกบบูลฟร็อกน้ันยงั นิยมเลี้ยงในหม่ผู ู้ประกอบการเอกชน
เปน็ สว่ นมาก หากพจิ ารณาจากหลกั การดังกลา่ ว กบนาถือว่ามตี ลาดรองรับทัง้ ในและ
ตา่ งประเทศ และใชเ้ วลาเลยี้ งน้อยกวา่ ด้วย ดังนั้นในค่มู ือน้ีจึงจะขอกลา่ วถึงการเลี้ยง
กบนาเท่าน้ัน

ประโยชน์ของการเลยี้ งกบ
ประโยชน์ทางตรง

1. เป็นสตั ว์ทดลองหรอื เพื่อการศึกษาทางการแพทย์ การวิจยั ทางชวี วิทยา
การทดลองทางวทิ ยาศาสตร์

2. ให้ความเพลิดเพลินและความรู้
3. ใชเ้ น้ือประกอบอาหารไดห้ ลากหลายเมนู เชน่ กบทอดกระเทียม กบยา่ ง
รมควนั กบผัดใบกระเพรา ยา้ กบ กบผัดเผ็ด และอ่ืน ๆ
4. เป็นแหล่งโปรตนี อกี ชนดิ หน่ึง
5. ทนุ่ ค่าอาหารและสรา้ งรายไดใ้ ห้กับครอบครวั และประเทศชาติ
6. ใชห้ นงั ท้ากระเปา๋ รองเท้า เครื่องดนตรี และอ่นื ๆ

ประโยชน์ทางออ้ ม
1. กระดกู ใช้ท้าปุ๋ย
2. ไส้และเครือ่ งในของกบนา้ ไปเปน็ อาหารสตั ว์ (เล้ยี งปลา)
3. ชว่ ยกา้ จดั แมลงบางชนดิ ที่เป็นศตั รูพืช เช่น ยุง บุ้ง และอน่ื ๆ

~ 10 ~

การเพาะเลยี้ งกบบนพนื้ ท่สี ูง

การเลือกสถานทเ่ี ลยี้ งกบ

สถานทซ่ี ่ึงใช้ในการทา้ บอ่ เลีย้ งกบ ไม่วา่ จะเปน็ บอ่ ปูนหรือคอกเลี้ยง จะตอ้ ง
ไมค่ วรอยู่ไกลจากที่พักอาศยั มากนกั เพราะศัตรูของกบมีมาก ซ่ึงกบน้ันเมื่อตกใจ
เพราะมภี ยั มันจะไมส่ ง่ เสยี งร้องให้เจ้าของรู้เหมือนสัตวอ์ ่นื ๆ ศัตรูของกบส่วนมาก
ไดแ้ ก่ งู นก หนู หมา แมว และทีส่ ้าคญั คอื คน

เน่อื งจากศัตรูของกบมมี ากพอสมควร การเลอื กสถานที่ในการเล้ียงกบน้ัน
ควรจ ะอยู่ ใ กล้ กั น กับที่ อยู่
อาศยั ของผู้เลยี้ ง เพราะกบมัก
สง่ เสียงร้องเมื่อภัยมาถึงตัว
ของมนั มนั จะท้าการส่งเสียง
รอ้ งใหเ้ จา้ นายรูเ้ หมอื นกับการ
ส่งสญั ญาณของสัตวช์ นิดอ่นื ๆ
และอีกเรื่องหน่ึงคือการลั ก
ขโมยด้วยเชน่ กนั ในการเลือก
หาสถานที่จา้ เป็นต้องเลอื กหา
ทา้ เลทีเ่ หมาะสม อาจทา้ ได้ไม่
ทงั้ หมดตามข้อแนะน้า แต่ก็
ควรพจิ ารณาถงึ ปจั จัยดังต่อไปน้ี

1. ควรอยใู่ กลก้ บั ทีพ่ กั อาศัยของผเู้ ลีย้ ง เพราะการเล้ียงดูส่งผลท้าให้กบ
นัน้ มคี วามเช่อื งและคนุ้ เคยกับผูเ้ ลีย้ ง จงึ ทา้ ใหก้ บกินอาหารไดด้ ี การดูแลรกั ษาจะท้า
ไดง้ า่ ย ปลอดภยั จากขโมย

2. ควรอยูบ่ นพน้ื ทด่ี อน เพื่อป้องกันปัญหาท่ีอาจเกิดข้ึนได้เช่น น้าท่วม ท้าให้
กบหนีออกจากแหล่งเพาะเลย้ี งจนเกิดความเสียหายได้

~ 11 ~

การเพาะเลยี้ งกบบนพนื้ ทสี่ ูง

3. ควรอย่ใู กลก้ ับแหลง่ นา้ ที่สะอาด และเพียงพอสาหรับการนามาใช้
เนอ่ื งจากการเล้ียงกบจ้าเป็นตอ้ งมีการถา่ ยน้าในบอ่ เลี้ยง ซึง่ ควรท้าทุก ๆ 2-3 วัน/
คร้งั ดังนัน้ เรอ่ื งของแหล่งนา้ จงึ เป็นสง่ิ ส้าคญั

4. ควรอยหู่ า่ งไกลจากถนน เพอื่ ป้องกันเสียงรบกวน จากการสญั จรไปมา
ของยานพาหนะต่างๆ ท่ีจะส่งผลให้กบเกิดความเครียดได้ เพราะเม่ือกบเกิด
ความเครียด กบจะไม่ยอมออกมาจากท่ซี ่อน ท้าให้กบหลบซอ่ นอยู่เชน่ นนั้ จนตายได้
โดยธรรมชาติแลว้ กบชอบอาศยั อยตู่ ามแหล่งท่ีสงบเงียบ จึงต้องจัดการเรื่องนี้ให้
รอบคอบ

5. ในกรณที ไ่ี มไ่ ดท้ าการเพาะพนั ธุก์ บเพ่อื เลี้ยงเอง ควรเลือกแหล่งท่ีมี
การเพาะพันธุก์ บเพ่ือจ้าหนา่ ยหรือแหลง่ ท่ีสามารถจดั หาลกู กบมาเลย้ี งได้งา่ ย

6. อยูใ่ กล้แหลง่ อาหารเลีย้ งกบ เพื่อสะดวกในการจัดหาอาหาร
7. อยใู่ นแหลง่ ท่ีมีสาธารณปู โภคครบถ้วน เช่น ทางคมนาคม ไฟฟ้า
โทรศพั ท์ และสาธารณปู โภคอืน่ ๆ
8. อย่ใู กลก้ ับชุมชมท่ีนิยมบริโภคกบสูง กล่าวคือควรมีตลาดรองรับ
ผลผลติ
9. อยใู่ นท้องถน่ิ ท่มี ีประชาชนที่มอี ัธยาศัยที่ดี เพื่อความปลอดภัยจาก
เหลา่ มจิ ฉาชพี ผ้รู า้ ยคุกคามและปัจจยั ต่าง ๆ ทสี่ ง่ ผลทางด้านจติ ใจตอ่ การประกอบ
อาชพี เลีย้ งกบได้

บ่อเลี้ยงกบ

สถานที่ทจี่ ะใชส้ รา้ งบอ่ เลีย้ งกบนีค้ วรเปน็ พ้นื ทท่ี ี่ราบเรียบสม้่าเสมอ โดย
จะตอ้ งทา้ การปรับปรบั ระดับพ้ืนที่ทขี่ รุขระเปน็ หลุมเป็นบ่อให้ราบเรียบสม้่าเสมอ
ตลอดท่วั พน้ื ทก่ี ่อน ท้งั น้ีเพื่อความสะดวกต่อการก่อสร้าง การควบคุม และการ
ปฏบิ ัตกิ ารเลยี้ งดูต่าง ๆ ภายหลังจากท่ีได้ท้าการเลือกหาสถานที่และจัดเตรียม
สถานที่สา้ หรบั ตั้งฟาร์มเรยี บร้อยแล้ว ก็ให้ด้าเนนิ การกอ่ สร้างบ่อเลี้ยงกบได้ ซึ่งการ

~ 12 ~

การเพาะเลย้ี งกบบนพน้ื ท่ีสูง

เพาะเลย้ี งกบนี้สามารถก่อสร้างบ่อเลี้ยง ได้ 5 ลักษณะ ตามความต้องการและ
เหมาะสม ดงั นี้

1. บอ่ ดิน เป็นบ่อ
ทใ่ี ชเ้ ลีย้ งกบมาแตเ่ ดิม ขนาด
ของบ่อที่นิยมใช้มี 3x8 ตร.ม.
และ 5x10 ตร.ม. โดยสร้าง
ผนังบอ่ สูงประมาณ 1.20-
1.50 เมตร ผนังบ่อจะสร้าง
ด้ ว ย อิ ฐ บ ล็ อ ก สั ง ก ะ สี
กระเบ้อื ง หรือไม่ไผ่ผ่าซีกก็
ได้ ทง้ั นีเ้ พอ่ื เป็นการปอ้ งกนั ปญั หากบท่ปี ล่อยลงเล้ียงกระโดดชนผนังบ่อ ท้าให้ปาก
เป็นแผล บาดเจบ็ หรอื บางคร้งั อาจถงึ ตายได้ วิธแี กค้ ือ อาจจะใชผ้ ้ามุ้งไนลอนบุก้ัน
ผนงั บอ่ ด้วยก็ได้ ภายในบ่อดา้ นขา้ งตดิ กบั ผนงั บ่อโดยรอบก็ใหข้ ุดเปน็ บอ่ น้าหรือร่อง
น้ากว้าง 1-1.50 เมตร ลกึ ประมาณ 30 ซม. จะช่วยลดปัญหากบกระโดดชนผนังบ่อ
โดยกบจะกระโดดลงไปในนา้ แทนเมอ่ื ตืน่ ตกใจ ในร่องนา้ ควรใสพ่ ืชนา้ พวกผักบุ้ง หรอื
ผักตบชวาลงไ ปด้ วย เ พื่ อ
ป้ อง กั น ไ ม่ ใ ห้ ผิ วน้ า ร้ อ น
จนเกินไปในชว่ งตอนกลางวัน
ส่วนทพี่ ื้นดนิ กลางบอ่ ควรโรย
พืน้ ดว้ ยดนิ กรวดแล้วอัดพน้ื ให้
แน่น (เพื่อปอ้ งกนั ไม่ให้กบขุด
ดนิ หลบซ่อนตัวได)้ และจดั หา
วัสดุสา้ หรบั ให้กบได้ใช้เป็นท่ี
อยู่อาศัย เช่น ยางรถยน ต์
กระเบือ้ งลอน อิฐบล็อก ท่อ

~ 13 ~

การเพาะเลยี้ งกบบนพนื้ ทสี่ ูง

น้า หรอื กระบอกไมไ้ ผ่มาใสเ่ พ่อื ใชเ้ ปน็ ทหี่ ลบซ่อน
แตก่ ารเลย้ี งกบในบ่อดินนมี้ ักกอ่ ให้เกดิ ปัญหาหลายประการ เช่น บ่อเกิด

การร่ัวซมึ ทา้ ใหก้ กั เกบ็ น้าไมไ่ ด้ กบขดุ ดินหลบซ่อนอยใู่ นรูหรอื หลุม โดยเฉพาะในช่วง
ฤดูหนาว บางครงั้ กบจะหลบอยใู่ นหลมุ เดยี วกนั เปน็ จา้ นวนมาก ๆ ทา้ ใหเ้ กิดการทับ
กันตายอยู่ภายในหลมุ นั้น เป็นเหตใุ ห้กบในบ่อสูญเสียและไดผ้ ลผลิตนอ้ ยลง

2. คอก การเลยี้ งกบในคอกเปน็ การเลีย้ งกบอีกแบบหน่งึ คอกที่นยิ มใชเ้ ปน็
คอกขนาด 4x4 เมตร ขนาด 6x6 เมตร หรือขนาด 8x8 เมตร วิธีการสร้างคอก
ขั้นตอนแรกต้องทา้ การปรบั พ้นื ดินใหร้ ายเรียบเสมอกนั ทา้ การวัดพื้นทีแ่ ลว้ ปักเสา 4
มมุ จากนนั้ ผกู เครา่ บนและลา่ งยึดเสาไว้ น้าอวนสีเขียวมาขึงรอบนอก ส่วนทาง
ด้านลา่ งให้ฝงั อวนลงใต้ดินลกึ 20 ซม. แล้วเหยยี บดินใหแ้ น่น หลงั จากน้นั จงึ นา้ ไมม้ า
วางพาดด้านบนและผกู ใหต้ ดิ กับเคร่าหา่ งช่วงละ 1 เมตร น้าทางมะพร้าวแห้งมาพาด
ใหเ้ ต็ม เพือ่ ไม่ใหก้ บเห็นสง่ิ แวดล้อมภายนอก แต่อย่าเกินไป ท้าการขุดแอ่งน้าขนาด
2x3 เมตร ลึกประมาณ 20 ซม. ไว้ตรงกลางคอก ท้ังนแ้ี อง่ น้าควรฉาบดว้ ยปนู ซเี มนต์
เพือ่ ปอ้ งกนั น้าร่วั ซึม รอบ ๆ แอง่ น้าที่เปน็ ชานบ่อทัง้ 4 ด้าน หากระบะไม้ กะละมัง
แตก หรือกระบอกไมไ้ ผ่อนั ใหญ่ ๆ มาวางไวใ้ นคอกเพื่อให้กบหลบซ่อนตัวในเวลา
กลางวัน ส่วนกระบะหรอื ลงั ไม้ทีน่ ้ามาวางให้เจาะประตูเขา้ ออกทางดา้ นหวั และท้าย
เพอื่ สะดวกต่อการจับกบจ้าหนา่ ย

คอกทลี่ อ้ มรอบดว้ ยอวนไนลอนน้ี ด้านลา่ งจะใช้ถังน้ามันฝาฉีกหรือแผ่น
สงั กะสฝี งั ลกึ ลงดินประมาณ 1 ศอก เพอื่ ป้องงกันศัตรูบางชนิด เช่น หนู ขุดรลู อกเข้า
ไปท้าอันตรา ยกบท่ีอยู่ใน คอก ส่วนด้ านบนของบ่ อมุมไดมุมหนึ่งจะมุงด้วย
ทางมะพร้าวเพอื่ เป็นร่มเงา และยังเปน็ พื้นท่ีให้อาหารกบอกี ด้วย นอกจากน้ันบาง
พืน้ ทีย่ งั ใช้เส่ือร้าแพนเกา่ ๆ ทีใ่ ชท้ ้าเปน็ ฝาบ้านน้ามาวางซอ้ นกนั โดยมลี ้าไม้ไผ่สอด
กลางเพ่ือใหเ้ กิดชอ่ งว่างใหก้ บเขา้ ไปหลบอาศัย และด้านบนนน้ั กเ็ ป็นท่รี องรับอาหาร
ท่โี ยนลงไปให้กบกินได้เช่นกัน

~ 14 ~

การเพาะเลยี้ งกบบนพน้ื ทส่ี ูง

ลกั ษณะบ่อเลยี้ งกบเช่นน้ีจะเลีย้ งกนั มากท่จี ังหวดั สุโขทยั โดยใช้พันธ์ุกบท่ี
ซือ้ มาจากนักล่ากบจากธรรมชาติมาจา้ หนา่ ยเป็นลกู กบขนาด 20-30 ตัว/กก. ซอ้ื ขาย
กนั ใน กก. ละ 20-30 บาท ส้าหรับอัตราการปลอ่ ยกบลงเล้ียงนั้น โดยคอกขนาด
4x4 เมตร ปล่อยกบลงเล้ยี งได้ไมเ่ กิน 1,000 ตวั , คอกขนาด 6x6 เมตร ปลอ่ ยกบลง
เลย้ี งไดไ้ มเ่ กิน 1,200 ตวั และคอกขนาด 8x8 เมตร ปล่อยกบลงเลี้ยงได้ไม่เกิน
2,500 ตวั หลงั จากปลอ่ ยกบลงเลย้ี งแลว้ 2-3 วัน จึงเริม่ ให้อาหารเพราะเมื่อปล่อย
ลกุ กบลงเล้ียงใหม่ ๆ กบยงั เหน่อื ยและต่ืนกบั สภาพทอี่ ยูใ่ หม่ อาหารท่ีน้ามาให้ไม่
เปน็ ไปตามทก่ี บเคยกนิ คอื เป็นปลาสบั หรอื ปลาบด โดยโยนใหก้ ินทีละน้อย ๆ ก่อน
จนกว่าลูกกบจะเคยชนิ และเมอื่ กบโตขึ้นจึงเปลี่ยนเป็นปลาหั่นเป็นช้นิ เล็ก ๆ หรือถ้า
เป็นปลาเลก็ กโ็ ยนให้ทงั้ ตัว หรอื ถา้ เป็นปนู าก็ตอ้ งเด็ดขาเด็ดกา้ มทงิ้ เสียก่อน ถ้าเป็น
หอยโข่งกท็ ุบเอาเปลอื กออกเอาเฉพาะเน้อื ใน แล้วโยนลงบนแผงท่ีให้อาหารในบ่อ
เพอ่ื ใหก้ บกนิ จากนนั้ ก็ค่อย ๆ ผสมอาหารเม็ดลงไปทีละนอ้ ย เมื่อกบกินอาหารเม็ด
แล้ว ก็ให้อาหารเมด็ อย่างเดียวก็ได้

3. กระชงั กระชงั เลีย้ งกบมีอยู่ 2 ลักษณะ คอื

1. กร ะ ชั ง น้ า มี
ลกั ษณะเช่นเดยี วกับกระชงั เล้ยี ง
ปลา คือมีความกวา้ งประมาณ
1.50 เมตร และยาว 4 เมตร
กระชงั ดังกล่าวนีส้ ืบเนื่องมาจาก
การเพาะพนั ธุก์ บ คือ เม่อื เพาะ
กบและเลยี้ งลูก ออ๊ ดจนเป็นกบ
เต็มวยั แล้วก็จะคัดขนาดลูกกบ
น้าไปเล้ียงในบอ่ หรือจ้าหน่าย

~ 15 ~

การเพาะเลยี้ งกบบนพนื้ ที่สูง

สว่ นกบที่เหลือกเ็ ลีย้ งต่อในกระชังตอ่ ไป พน้ื ท่ใี ตก้ ระชงั ใชแ้ ผ่นกระดานหรอื โฟมสอด
ดา้ นล่าง เพ่อื ใหเ้ กดิ สว่ นนนู ในกระชงั กบจะได้ข้ึนไปอยอู่ าศยั ส่วนรอบ ๆ ภายนอก
กระชงั ใช้วสั ดุ เช่น แฝกหญ้าคา หรอื ทางมะพร้าวคลุมไว้ เพอื่ ไมใ่ หก้ บมองเหน็ ทิวทัศน์
ภายนอกกระชัง มฉิ ะน้นั กบจะหาหนทางหลบหนอี อก โดยการกระโดดชนผืนอวน
กระชัง เป็นเหตุให้ปากเป็นแผลจนกินอาหารไมไ่ ด้ ส่วนด้านบนกระชงั ก็มวี ัสดุพรางแสง
ใช้เชน่ กนั

2. กระชงั บก มีลกั ษณะเช่นเดียวกันกบั กระชังเลี้ยงปลา แต่พน้ื กระชังจะเป็น
ผา้ พลาสตกิ เพื่อกักเกบ็ น้าไวใ้ นกระชงั ได้ กระชงั บกถอื เป็นการดัดแปลงจากวธิ ีทเี่ ลี้ยง
แบบกระชังน้า โดยขอ้ ดีสามารถเปล่ยี นถา่ ยน้าได้ง่าย ไมต่ อ้ งกอ่ สรา้ งหรือขดุ บ่อเพม่ิ เติม
เพียงแคป่ รบั ผวิ ดนิ ให้เรียบกพ็ อ สามารถเคล่อื นยา้ ยได้สะดวก และราคาค่อนข้างถูก
รูปแบบนี้ถอื เปน็ รูปแบบการเลีย้ งตามสะดวก เพราะขนาดกระชงั สามารถกา้ หนดได้ตาม
ความต้องการของผ้เู ลี้ยง โดยจากการศกึ ษาของ อภิชาติ (2560) ที่ทดลองเล้ยี งกบใน
รปู แบบทีต่ ่างกัน เป็นเวลา 3 เดอื น ณ บา้ นสองธาร อ.แมแ่ จ่ม จ.เชียงใหม่ พบวา่ กบท่ี

เ ล้ี ย ง ใ น กร ะ ชั ง บกมี กา ร
เจ ริ ญ เ ติ บโ ตท่ี ดี ที่ สุ ด เ มื่ อ
เปรยี บเทียบกับการเลยี้ งในคอก
และ ยา งรถยนต์ ท้ั งนี้ พื้น ที่
ทดลองยังมอี ุณหภมู ิคอ่ นขา้ งต่า้
เพราะอยใู่ นพืน้ ท่ีบนภูเขา ซึ่ง
อาจเป็นไปได้ว่า รูปแบบการ
เลี้ยงกบในกระชังบกจะสามารถ
น้าไปสง่ เสรมิ ให้เกษตรกรเลี้ยง
กบบนพ้ื น ที่สู ง ที่มี อุ ณหภู มิ
ค่อนข้างต้่าไดด้ ี

~ 16 ~

การเพาะเลยี้ งกบบนพน้ื ทส่ี ูง

4. บ่อซีเมนต์ การ
เลยี้ งกบในบอ่ ปูนซีเมนต์ เป็น
การเล้ียงทม่ี ผี ู้นยิ มกันมากใน
ปจั จบุ ัน เพราะดูแลรกั ษาง่าย
กบมี ควา ม เ ป็ น อยู่ ดี แล ะ
เจริญเติบโตดี อกี ทั้งเป็นการ
สะดวกสบายต่อผู้เล้ยี งในด้าน
การดแู ลรกั ษา บ่อกบดังกล่าว
น้ีส่ วน ม ากจ ะมี ขน า ด 1 2
ตารางเมตร หรือขนาดกว้าง
3 เมตร ยาว 4 เมตร และสูง
ประมาณ 1.20-1.50 เมตร โดยกอ่ ผนังด้วยอิฐบลอ็ ก และฉาบดว้ ยปูนซีเมนต์สูงมา
จากพ้นื บอ่ 50 ซม. เพือ่ ป้องกนั นา้ รวั่ ซึม พ้นื ล่างเทปูนหนาหรือปูนกระเบ้ืองเพื่อ
รองรับนา้ และมีท่อระบายน้าขนาดเสน้ ผา่ นศูนย์กลาง 3 น้ิว อยู่ตรงส่วนที่ลาดสุด
และอาจมที อ่ นา้ ลน้ อยูด่ า้ นตรงกนั ข้ามของทอ่ ระบายน้า โดยต่อท่อขึ้นสูงประมาณ
30 ซม. เพอื่ ใช้เป็นตัวควบคมุ ระดับน้าในบอ่ ขณะทา้ การเปลยี่ นถา่ ยน้า (แบบน้าล้น)
ในส่วนของประตสู ้าหรบั เข้า-ออก ใหส้ รา้ งสูงจากพื้นบอ่ ประมาณ 50 ซม. และใน
ด้านท่ที า้ ประตูน้กี ใ็ ห้ตดิ ตั้งท่อระบายน้าเขา้ ท่มี ุมใดมุมหนงึ่ ของบอ่ หากเป็นบอ่ ทีส่ รา้ ง
ติด ๆ กนั จะตดิ ตั้งท่อระบายน้าเข้าท่ขี อบบ่อระหวา่ งบอ่ ท้ัง 2 กไ็ ด้

ในบอ่ เลย้ี งก็ใหส้ ร้างแพลอยน้าไวส้ า้ หรบั เปน็ ที่วางอาหาร และให้กบได้
ขึน้ มาพักอาศยั อาจท้าด้วยไม้ไผ่ ไม้จากต้นมะพร้าว หรอื ไม้อื่น ๆ ท่ีสามารถลอยน้า
ได้ หรอื จะสร้างเป็นลกั ษณะแครท่ ่ีมีขาสงู กวา่ ระดบั นา้ ในบอ่ เล็กนอ้ ย ด้านบนแคร่น้า
เส่ือหรอื แผ่นยางพารามาปไู วส้ า้ หรับเปน็ ทีใ่ ห้อาหารกบ ดา้ นลา่ งแครก่ บยังใช้เป็นท่ี
หลบซ่อนตวั ได้อกี ดว้ ย นอกจากน้ใี นสว่ นด้านบนของบ่อเลยี้ งถา้ จะให้ดีไม่ควรสร้าง
หลงั คา ควรเปิดกว้างเอาไว้แลว้ น้าสแลนหรือทางมะพรา้ วมาคลุมไว้อย่างหลวม ๆ

~ 17 ~

การเพาะเลยี้ งกบบนพน้ื ท่ีสูง

เพื่อพรางแสง โดยให้แดดสอ่ งลงถงึ พืน้ บ่อแบบร้าไร ๆ เป็นการป้องกันไม่ให้น้า
ภายในบอ่ เล้ยี งรอ้ นเกินไปในชว่ งเวลาเท่ียง-บ่าย นอกจากนีก้ ารมแี สงส่องลงไปในบอ่
เพยี งเล็กนอ้ ย กบจะขึน้ มาตากแดดกนั อยา่ งปกติ นอกเสียจากตวั แห้งมากๆ กบก็จะ
กระโดดลงในน้าแล้วข้ึนมาใหม่ แต่อยา่ งไรกต็ ามการสร้างบ่อซเี มนตส์ า้ หรับเล้ียงกบ
แตล่ ะทอ้ งที่จะมรี ปู แบบการสร้างทีแ่ ตกต่างกนั ซ่ึงพอจะสรปุ ไดด้ ังน้ี

4.1 บ่อแบบพ้ืนลาดเอยี ง ภายในบ่อกวา้ ง 3 เมตร ยาว 4 เมตร มีเนื้อที่
ประมาณ 12 ตารางเมตร ความสูงของบอ่ ประมาณ 1.20 เมตร ท้าพ้ืนลาดเอียง
ประมาณ 5 ซม. จะท้าใหร้ ะบายนา้ ได้ดีและไม่ส้นิ เปลอื งนา้ ท่ีพน้ื บ่อปดู ว้ ยกระเบอ้ื งสี
อ่อน เพื่อง่ายต่อการท้าความสะอาดและท้าให้กบปรับสภาพสีสวยสวยต าม
สภาพแวดลอ้ ม ภายในบอ่ จัดหาวัสดุลอยน้าจ้าพวกโฟมหรือแผ่นยางพาราหรือไม้ไผ่
ทา้ เป็นแคร่ลอยนา้ กบกจ็ ะมีทหี่ ลบภยั และมที ่ีกินอาหาร ท้าให้ไม่เครียด การให้
อาหารกใ็ ห้บนแคร่หรือโปรยลงไปในนา้ กไ็ ด้ สา้ หรบั ระดับน้าท่ใี สใ่ นบอ่ ก็ขน้ึ อยู่กับว่า
จะเลี้ยงกบแบบใด เพราะบ่อแบบพ้นื ลาดเอียงก็สามารถใช้เป็นบ่ออเนกประสงค์ได้
คือ เปน็ บ่อเพาะฟกั บ่ออนุบาลลูกอ๊อด-ลกู กบ บอ่ เลี้ยงกบใหญ่หรือกบขุน และบ่อ
เลี้ยงพ่อ-แมพ่ นั ธุ์ ดังน้ันน้าในบ่อก็จะใสต่ ามขนาดของตวั กบ กล่าวคอื กบตัวเล็กก็ใส่
น้าน้อย กบตัวโตกใ็ ส่นา้ มาก

4.2 แบบบอ่ มีเกาะกลาง ขนาดบ่อท้ามาตรฐานเท่ากับบ่อแบบพ้ืนลาด
เอยี ง ภายในบอ่ สร้างเปน็ พน้ื ทเี่ กาะกลาง เป็นรปู สีเ่ หล่ียมตามแบบบอ่ โดยขอบเกาะ
กลางใหห้ ่างจากขอบบอ่ ด้านละ 50 ซม. สูงประมาณ 25 ซม. ก้นขอบบ่อ (เกาะ
กลาง) ด้วยอฐิ บลอ็ ก และในสว่ นของแนวนอนรอบขอบเกาะกลางทง้ั 4 ด้าน กอ่ ด้วย
อฐิ แดงแลว้ ฉาบปูน ปอ้ งกันการร่วั ซึมใหร้ อบเกาะ ซึง่ เกาะกลางนที้ ้าไวส้ ้าหรับเป็นท่ี
ใหก้ บขน้ึ มาพกั ผึ่งแดดและกนิ อาหาร บ่อแบบน้ีจะระบายน้าไวท้ ่ังท่ีเกาะกลางและ
พน้ื ทีน่ ้าบรเิ วณรอบๆ เกาะกลาง เวลาเลย้ี งกบต้องเตมิ น้าเขา้ บ่อใหม้ าก คือ ประมาณ
20-30 ซม. ในเกาะกลางจะมีนา้ ขังเล็กนอ้ ย เพื่อให้อาหารกบ ถ้ากบกกุ แบบนอาหาร
เหลอื มเี ศษตกคา้ งก็สามารถถ่ายน้าออกเฉพาะตรงเกาะกลางได้ บอ่ แบบน้ีสามารถ

~ 18 ~

การเพาะเลย้ี งกบบนพนื้ ท่สี ูง

จดั การเรื่องการถ่าย
นา้ ไดด้ กี วา่ บอ่ ทกุ แบบ
เพราะกบจะ ไ ม่ ต กใ จ
ไม่ เ ครี ยด บ่ อแบบ
เกาะกลา งนี้เหมา ะ
ส้ า ห รั บ กา ร เ ล้ี ย ง กบ
รนุ่ และ/หรอื กบขนาด
ใหญ่อย่ างเดี ยว ไ ม่
เ ห ม า ะ เ ป็ น บ่ อเ พา ะ
ฟกั ลูกกบหรือเป็นบ่อ
อนุบาล

4.3 บ่อแบบมขี อบสงู บ่อแบบขอบสงู นี้ขนาดของบ่อจะเป็นมาตรฐาน
เท่ากบั บ่อทีก่ ลา่ วมาแล้วทงั้ 2 แบบ บอ่ แบบนจี้ ะมีพืน้ ทีแ่ ห้งรอบขอบบ่อท้ัง 4 ด้าน
ลักษณะภ ายใน จ ะ
ตรง กัน ข้ า มกั บบ่ อ
แบบที่ มีเกา ะกลา ง
การสรา้ งบอ่ จะก่ออิฐ
บลอ็ กแลว้ ฉาบที่ผนัง
บอ่ ท้ัง 4 ด้าน มีความ
กว้างดา้ นละประมาณ
50 ซม. สูง 25 ซม.
ขอบบอ่ นม้ี ไี วส้ ้าหรับ
ใ ห้ กบ ขึ้ น ม า ผ่ึ ง แ ด ด
และกินอาหาร ตรง
กลางบ่อเป็นรูปแอ่ง

~ 19 ~

การเพาะเลยี้ งกบบนพนื้ ท่สี ูง

กระทะ เวลาเล้ยี งจะใส่นา้ ระดบั สูงประมาณ 30 ซม. เลยทเี ดยี ว เพราะฉะน้ันต้อง
ฉาบปูนดา้ นข้างใหส้ งู ข้ึนอีก (มากกวา่ ระดับน้า) เพราะเวลาถ่ายนา้ ท้าควา มสะอาด
กบจะตกใจและจะกระโดดชนขอบบอ่ ทา้ ใหก้ บปากเป็นแผลได้ บริเวณแอ่งน้าตรง
กลางตอ้ งใสว่ สั ดทุ ่ีลอยน้า เชน่ แผน่ โฟมหรือยางพารา เพอื่ ให้กบข้ึนมาพกั อาศัยหรือ
ขึ้นมากนิ อาหาร การให้อาหารกโ็ ปรยหรือหว่านลงไปบนขอบบ่อหรือแผ่นวัสดุ บ่อ
แบบนี้กส็ ามารถใชเ้ ป็นบ่ออเนกประสงคไ์ ด้ดเี ช่นกัน

5. การเล้ียงกบในยางรถยนต์ (คอนโด)
การเล้ยี งกบในล้อรถยนตเ์ กา่ (กบคอนโด) เป็นการนา้ เอายางรถยนต์เกา่ มา

เรยี งซอ้ นกนั ประมาณ 3 ช้ัน โดยน้าเสน้ แรกมาวางกับพืน้ ดิน หลังจากนั้นให้เอา
ทรายหรอื ดินมาอดั บรเิ วณช่องว่างที่อยู่ติดกับดิน ให้ดินหรือทรายเสมอกับขอบ
ยาง ตัดแผน่ พลาสติกหรือถุงพลาสติกวางทับบนทรายหรือดินก่อนที่จะวางยาง
รถยนต์ทับบนดนิ จากนนั้ ใหเ้ จาะท่อระบายน้าทิง้ ดว้ ยท่อ PVC เม่ือท้าความสะอาด
น้าจะไหลออกมาได้ง่าย ควรใส่น้าในล้อรถยนต์เล็กน้อยเพื่อท่ีกบจะได้เข้าไป
อาศยั สา้ หรบั ด้านบนปดิ ด้วยฝาพดั ลมเก่าหรอื ทา้ ไม้ไผ่สานขัดแตะธรรมดาปิดปาก
คอนโดไว้ เพอ่ื ปอ้ งกนั ไมใ่ หก้ บกระโดดออกจากคอนโด การเล้ยี งกบในรปู แบบน้ีท้าให้
ประหยัดเนอื้ ท่แี ละงบประมาณมากกว่าการสร้างบ่อซีเมนต์ รวมถึงสามารถเก็บ
อณุ หภูมไิ ด้ดี เหมาะแกก่ ารนา้ ไปประยุกต์ใช้กบั การเล้ียงกบบนพ้ืนท่ีสูงได้ดี โดย
อภิชาติ (2560) ได้ทดลองเลี้ยงกบในรปู แบบที่ต่างกนั บนพนื้ ท่สี ูง (บ้านสองธาร ต.
บา้ นทบั อ.แม่แจ่ม) พบว่า กบที่เลย้ี งในยางรถยนต์ (คอนโด) มกี ารเจริญเติบโตที่ดี
และอัตราการรอดตายทีส่ งู กวา่ การเล้ียงกบในคอก แตใ่ หผ้ ลที่ใกล้เคียงกับการเลี้ยง
กบในกระชังบก

~ 20 ~

การเพาะเลย้ี งกบบนพน้ื ท่สี ูง

การเลีย้ งกบในยางรถยนตเ์ ก่า (คอนโด) บนพื้นที่สูง
~ 21 ~

การเพาะเลย้ี งกบบนพนื้ ที่สูง

การเพาะขยายพันธก์ุ บ

1. จัดหาพนั ธ์กุ บ ปจั จบุ นั การจัดหาพันธก์ุ บมาเล้ียงสามารถกระท้าได้ 3
วธิ ีดว้ ยกัน คือ การรวบรวมจากธรรมชาติ การซอ้ื จากตลาดท่ีรวบรวมไว้ และการซ้ือ
จากฟารม์ เพาะเล้ียงกบ โดยมรี ายละเอยี ดคือ

1.1 การรวบรวมจากธรรมชาติ ได้แก่ การรวบรวมไข่มาเพาะฟักเอง การ
รวบรวมลกู กบ และการรวบรวมกบโต โดยมีวิธกี ารดงั น้ี

- การรวบรวมไขม่ าเพาะฟกั เอง ควรเริ่มกระท้าในช่วงฤดูฝนระหว่างเดือน
พฤษภาคม-สิงหาคม ซ่งึ เป็นระยะทมี่ ฝี นตก โดยหลงั จากทมี่ ฝี นตกหนักลงมาเกิดน้า
ขังท่วมตามท้องทุ่งนาหรอื แหลง่ น้าตา่ ง ๆ ตามธรรมชาตแิ ล้ว พอถงึ รุ่งเชา้ กใ็ หอ้ อกไป
หาไขก่ บตามบรเิ วณแหลง่ น้าตา่ ง ๆ ทันที วิธสี งั เกตวา่ เป็นไข่กบหรอื ไม่ กค็ อื ไข่กบจะ
มีสีน้าตาลปนเขยี ว ไข่กลมลอยอยู่เป็นกล่มุ ๆ ละ 50-150 ฟอง หรอื มีขนาดเทา่ ฝา่

~ 22 ~

การเพาะเลย้ี งกบบนพน้ื ที่สูง
มอื ซงึ่ ไขก่ บจะมขี นาดใหญก่ วา่ ไขเ่ ขียดซึ่งมสี ีนา้ ตาลลอยเปน็ กลุ่มเล็ก ๆ ประมาณ
10-20 ฟอง สว่ นไข่คางคกจะมลี กั ษณะเป็นสายยาวและไข่มีสดี ้า

เมื่อพบไข่กบแลว้ กใ็ ชผ้ ้าขาวบางหรือผา้ บาง ๆ ช้อนไขใ่ สถ่ ังหรือภาชนะท่ี
เตรยี มมา พรอ้ มกับใสน่ ้าจากแหล่งนา้ นน้ั มาดว้ ย แลว้ นา้ มาเทใสบ่ ่อเพาะฟกั ทเี่ ตรยี ม
ไว้ หาไขม่ ีความเหนยี วเกาะตดิ ผา้ ทชี่ อ้ นมาก็ให้แช่ท้ังผ้าและไข่ลงในบ่อเพาะฟัก
ดว้ ยกันเลย หลังจากนั้นประมาณ 1-2 วัน ไขจ่ ะฟกั ออกมาเป็นตัวลูกอ๊อดก็ท้าการ
อนุบาลต่อไป จนกระท่งั โตเป็นลกู กบสามารถนา้ ไปปลอ่ ยเลยี้ งในบ่อได้ อย่างไรก็ตาม
การรวบรวมไข่กบจากธรรมชาตมิ าเพาะฟักนจี้ ะต้องท้าด้วยความทะนุถนอม และมี
ความชา้ นาญ เพราะวา่ ไขก่ บจะฟกั ออกเป็นตวั เพียงร้อยละ 20 เท่านนั้

- การรวบรวมลกู กบ สามารถกระท้าได้ในชว่ งฤดูฝนเช่นกัน ลูกกบจะมี
ลกั ษณะรูปร่างคลา้ ยกบั เขียด แต่จะแตกต่างกนั บา้ งคือ ทปี่ ากของเขียดจะเล็กยาว
แหลมเพรยี ว ส่วนปากลกู กบจะมลี กั ษณะมนและกวา้ งกวา่ มหี ัวใหญ่กว่า และมีลาย
ทล่ี า้ ตัว หลัง และขาที่ชดั เจนกว่า ลูกกบสามารถรวบรวมจับได้ตามกอหญ้าบริเวณ
แหล่งน้าและหนองนา้ ธรรมชาติทว่ั ๆ ไป ทไี่ ม่มีพันธุ์ไม้น้าหรอื เศษก่ิงไม้มากเกินไป
โดยใชว้ ิธสี อ่ งไฟจบั ในตอนกลางคืนดว้ ยสวงิ อวนม้งุ หรอื แหทมี่ ขี นาดตาถี่

~ 23 ~

การเพาะเลย้ี งกบบนพน้ื ท่สี ูง

- การรวบรวมกบโต สามารถทา้ ไดโ้ ดยใช้วธิ ีการตา่ ง ๆ ดังนี้
1. จบั ดว้ ยมือเปล่า โดยหาส่องไฟจบั ไดใ้ นเวลากลางคนื หลังมีฝนตก วธิ ีการ
น้ตี อ้ งอาศัยความชา้ นาญของผูจ้ ับ ไมค่ วรใช้ฉมวกหรือแหลมแทงจบั เพราะจะท้าให้
กบเกิดแผลบาดเจ็บและตายได้
2. การจับด้วยแห
ท้าได้ เช่นเดียวกันกับการ
ทอดแหจับปลา โดยเดินไล่
กบไปรอบๆ แหล่งน้าเพือ่ ให้
กบกร โ ดดลง ไ ป ใ น น้ า ก่ อน
แ ล้ วจึ ง ค่ อย ท อดแ ห จั บ กบ
ขึน้ มา
3. การจับด้วยเบ็ด
ล่อ ทา้ ได้เชน่ เดยี วกนั กับการ
ใชเ้ บด็ ปลาช่อนในท้องทุ่งนา
แต่การล่อกบจะกระทา้ เฉพาะในบรเิ วณท่ีมีน้าขังเพียงเลก็ น้อยเท่านั้น เหย่ือที่ใช้ล่อ
กบจะเปน็ จง้ิ หรดี หรือเขียดกไ็ ด้
4. การจบั ดว้ ยเบด็ ธง เบ็ดราว โดยจะปกั หรือผกู เบด็ ใหอ้ ย่ใู นชว่ งระหวา่ งนา้
กบั รมิ ชายแหลง่ น้าหรอื รมิ ตลง่ิ ก็ได้ผลดี เม่ือกบมากนิ เหย่อื จะติดเบด็ กใ็ หป้ ลดกบออก
จากเบ็ดนา้ ไปใสภ่ าชนะทีเ่ ตรยี มมา
5. การจับดว้ ยขอเก่ยี ว วิธกี ารน้จี ะกระท้าในช่วงฤดทู ี่กบจ้าศีลหรือในช่วง
ฤดูหนาวเปน็ ต้นไป โดยการใชข้ อเกยี่ วกับกบท่จี า้ ศีลหลบซ่อนอาศัยอย่ใู นรูขนึ้ มาจาก
รูน้นั ๆ
6. การจบั ดว้ ยหลมุ ดัก โดยขุดหลมุ ดกั ใหม้ ีขนาดเสน้ ผ่าศูนยก์ ลางประมาณ
0.50-1 เมตร และลกึ ประมาณ 1 เมตร บรเิ วณโดยรอบปากหลุมดักกบปรับแต่งให้
เรียบเปน็ มนั ทก่ี น้ หลุมก็ใชเ้ ศษปลาสับ จ้ิงหรีดหรอื เขยี ดเป็นเหยื่อลอ่ ให้กบกระโดดลง

~ 24 ~

การเพาะเลยี้ งกบบนพน้ื ท่ีสูง

ไปกนิ ในชว่ งเวลากลางคืน ซงึ่ เมอื่ กระโดดลงไปในหลมุ แล้วจะกระโดดขึ้นมาไมไ่ ด้ พอ
ร่งุ เช้ากจ็ ับกบที่อยใู่ นหลมุ ข้ึนมา

7. การจบั ดว้ ยเครือ่ งมือดักจบั เคร่อื งมือทีใ่ ช้ส้าหรบั ดักจับกบจะสานด้วย
ไมไ้ ผ่ให้มีทางเข้าออกของกบเพยี งทางเดียว คร้นั กบผ่านเขา้ ไปอยูภ่ ายในแล้วจะไม่
สามารถออกมาได้ เมอื่ จะใชด้ กั จบั กบในบรเิ วณท่ีเป็นแหล่งอาศัยของกบใหข้ ุดดินเป็น
แอ่งแล้ววางเคร่ืองมอื นลี้ งไป โดยใหท้ างเข้าของกบอยใู่ นระดับพ้ืนดิน ใช้หญ้าหรือ
ใบไม้ปิดคลุมสว่ นบนและส่วนข้างๆ ของเคร่อื งมอื ให้มดิ ชดิ ส่วนทางเขา้ ของกบก็ให้
ทา้ การปรบั แตง่ ใหเ้ รยี บเป็นมนั ภายในใสเ่ หยื่อพวกเศษปลาสบั ลอ่ ให้กบเขา้ มากินใน
เวลากลางคืน พอรุง่ เช้าก็มาเอาเครอื่ งมือท่มี กี บอยู่ภายในน้ีไป

จากวธิ ที ี่กล่าวมาน้ี วิธีการท่ี 1-5 สามารถท้าได้ทุกท้องท่ีตามความ
เหมาะสม ส่วนวิธีที่ 6 และ 7 ควรกระท้าเฉพาะทอ้ งท่ที มี่ กี บอาศยั อยูช่ กุ ชมุ เทา่ นัน้ จึง
จะไดผ้ ลดี

1.2 การซ้อื จากตลาดรวบรวม การซื้อกบมาเลี้ยงสามารถหาซื้อได้ตาม
ท้องตลาดทัว่ ๆ ไป แทบทุกจงั หวดั โดยปกตกิ บจะมีปริมาณมากในช่วงฤดูฝน แต่
อยา่ งไรกด็ ี ตลาดที่มีปรมิ าณกบเพ่ือการจา้ หนา่ ยเปน็ จ้านวนมากมีอยใู่ นอา้ เภอตา่ ง ๆ
เชน่ อา้ เภอชุมพวง จังหวัดนครราชสีมา, อ้าเภอเมืองพล อ้าเภอบ้านไผ่ จังหวัด
ขอนแกน่ , อา้ เภอกนั ทรารมย์ จงั หวัดศรีษะเกษ, อ้าเภอวารินทร์ช้าราบ อ้าเภอ
พิบูลมงั สาหาร อ้าเภอโขงเจยี ม และอา้ เภอพนา จงั หวดั อุบลราชธานี, อ้าเภอวิหาร
แดง จงั หวดั สระบุรี, อ้าเภอเมือง จังหวัดชลบุรี, อ้าเภอขลุง จงั หวดั จันทบุรี, อ้าเภอ
บางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา, อา้ เภอบางพลี อ้าเภอบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ ,
กาดเมอื งใหม่ อ้าเภอเมอื ง จงั หวดั เชยี งใหม่ และสถานทอี่ ่นื ๆ อีกท่วั ประเทศ เปน็ ต้น

ตลาดรวบรวมกบท่ีอ้าเภอต่าง ๆ ดังกล่าวนี้ ไม่ใช่เป็นแต่เพียงแหล่ง
รวบรวมกบเพื่อการซ้ือขายเฉพาะในท้องถิ่นเท่าน้ัน แต่ยงั เป็นแหลงรวบรวมกบขนาด
โต เพอ่ื การสง่ จ้าหน่ายยังตลาดในกรุงเทพฯ และเพ่ือส่งไปจ้าหน่ายยังตลาด

~ 25 ~

การเพาะเลย้ี งกบบนพน้ื ทีส่ ูง

ต่างประเทศอีกดว้ ย ผู้เลยี้ งจังสามารถท่ีจะเลือกซอื้ กบทัง้ ที่มขี นาดเลก็ ขนาดรุน่ และ
ขนาดโตเต็มทมี่ าเลย้ี งได้

1.3 การซื้อจากฟาร์มเพาะเลี้ยง เน่ืองจากว่ากบที่รวบรวมได้จาก
ธรรมชาตจิ ะมีนิสัยเปรียว ไม่เช่อื ง และตน่ื กลัวตกใจง่าย จงึ มกั กระโดดชนกา้ แพงหรือ
ผนงั บอ่ ท้าให้เกิดเปน็ บาดแผลท่บี รเิ วณปาก ไมก่ ินอาหาร และมีอัตราการตายสูง
ปจั จบุ ันไดม้ ีหลายฟาร์มประสบผลสา้ เรจ็ สามารถเพาะพันธ์ุลกู กบออกจ้าหน่ายให้กับ

ผู้ เ ลี้ ยง ไ ด้ แ ล้ ว โ ด ย
จ้าหน่ายให้เมือ่ ลกู กบมี
อายปุ ระมาณ 1 เดือน
ซง่ึ มีขนาดโตประมาณ
1.5 – 2 นว้ิ ในราคาตัว
ละประมาณ 1-2 บาท
หรือจะซอื้ พ่อ-แม่พันธุ์
กบมาเล้ยี งไวเ้ พาะพนั ธุ์
ลูกกบเ อง ก็ ไ ด้ โ ดย
รา คา คู่ละ ประ ม า ณ
300-500 บาท
แมว้ ่าวธิ กี ารจัดหาพันธ์ุกบดว้ ยวธิ ีการซื้อจากฟาร์มเพาะเลี้ยงจะมีต้นทุน
การผลิตสูงไปบา้ งก็ตาม แตก่ ็นบั ว่าได้ผลดคี ุ้มค่าทีเดียว เพราะวา่ พันธุ์กบจากฟาร์ม
เพาะเล้ยี งนจี้ ะเลย้ี งงา่ ย มคี วามเชอื่ ง ไมก่ ลัวหรอื ตกใจงา่ ยเมอื่ เข้าไปจัดการเลี้ยงดู
การให้อาหารก็ไม่จ้าเปน็ ตอ้ งให้อาหารท่ีมีชีวติ เนือ่ งจากกบไดร้ ับการหดั มาดีแล้วท้า
ใหส้ ามารถกนิ อาหารสดและอาหารเม็ดส้าเรจ็ รปู ไดอ้ ย่างเต็มท่ี มีการเจริญเติบโต
รวดเรว็ อีกทงั้ ยงั มีความแข็งแรงและทนทานตอ่ โรคท่อี าจจะรบกวนได้เปน็ อย่างดีอีก
ด้วย

~ 26 ~

การเพาะเลยี้ งกบบนพนื้ ท่ีสูง
2. การแยกเพศกบ

กบตัวผู้ : มักมขี นาดล้าตวั เล็กกวา่ กบตัวเมีย เม่อื จับหงายท้องดูจะพบว่ามี
กล่องเสียงอย่บู รเิ วณใตค้ างท้ัง 2 ขา้ ง ที่มลี ักษณะบมุ๋ ลงไปและนูนขน้ึ เม่ือกบร้อง ที่
บริเวณกลอ่ งนี้จะมสี ีออกเข้มหรอื ดา้ และสังเกตเหน็ ไดช้ ดั และกบตวั ผจู้ ะมสี ่วนหกู ลม
ใหญ่ โตกวา่ ตาด้วย

กบตวั เมีย : มักมีขนาดล้าตัวใหญ่กว่ากบตวั ผู้ เมื่อจับหงายท้องดูจะไม่มี
กล่องเสยี ง และกบตวั เมยี จะมสี ่วนหูเทา่ ๆกับตา ไมก่ ลมใหญ่เชน่ กบตวั ผู้

3. การคดั เลอื กพ่อ-แมพ่ ันธ์ุกบ
สา้ หรบั พ่อ แมพ่ ันธุ์กบทจ่ี ะนา้ มาใชผ้ สมพันธุ์วางไข่แล้วได้ผลดีนั้นจะต้อง

มาจากแหลง่ พนั ธ์ุท่ตี ่างถน่ิ กนั เพื่อหลีกเลยี่ งการผสมเลือดชิด ซ่ึงจะมีผลท้าให้กบ
แคระแกรน็ โตชา้ มขี นาดเลก็ ลง ผดิ ลักษณะพ่อแม่พันธุ์ นอกจากน้ีกบจะตอ้ งมอี ายถุ งึ
วัยเจริญพนั ธ์ุเตม็ ทแ่ี ลว้ โดยกบตวั ผ้คู วรมีอายอุ ยา่ งนอ้ ย 8 เดือน สว่ นกบตัวเมียควร
จะตอ้ งมีอายุ 1ปีขน้ึ ไป แม่พนั ธุ์ไมค่ วรเลอื กตัวท่ีอ้วนมากไป เพราะการฟอรม์ ไข่จะชา้
แต่ก็ไม่ควรผอมเกนิ ไปเชน่ กัน เพราะจะท้าใหไ้ ดล้ กู กบที่ไม่แข็งแรง ดงั น้ันควรเลือก
พ่อแม่พันธุ์ท่ีมีนา้ หนักตัวประมาณ 400-500 กรัม นอกจากน้ีล้าตัวของกบควรมีสี

~ 27 ~

การเพาะเลย้ี งกบบนพน้ื ทส่ี ูง

เหลอื งสวยงาม มีรูปรา่ งลักษณะและมีขนาดถกู ตอ้ งตามสายพนั ธ์ุ และท่ีส้าคัญกบท่ี
จะน้ามาเป็นพอ่ แม่พนั ธุ์ไมค่ วรเปน็ โรคหรือมีพยาธิเบยี ดเบียน เพราะจะท้าให้ได้ลูก
กบท่ีออ่ นแอและป่วยง่าย ซึ่งพอ่ แมพ่ นั ธ์ุกบทเ่ี จริญพันธ์ุเตม็ ที่พรอ้ มผสมพันธ์ุวางไขจ่ ะ
มลี กั ษณะดงั น้ี

พ่อพันธ์ุ แม่พันธ์ุ

กบพอ่ -แมพ่ ันธ์ุ (มองจากด้านบน)

1. กบพ่อพันธ์ุ ทม่ี ีความสมบูรณ์เต็มที่ มีน้าเชอื้ แข็งแรง พร้อมท่ีจะผสม
พันธ์ุได้ ดูไดท้ ่กี ล่องเสียง กล่าวคือถา้ ผิวหนังกบบรเิ วณกล่องเสียงใสก็แสดงว่าพร้อม
หรอื ทดลองจับตวั ผขู้ ้นึ มาแล้วเอานว้ิ ไปแตะตรงบรเิ วณทอ้ ง ถ้ากบรดั นิว้ เราแนน่ แสดง
ว่าเปน็ กบทีพ่ รอ้ มจะผสมพนั ธุ์ นอกจากน้พี อ่ กบท่ีสมบูรณ์พันธุ์ ยังดูได้จากบริเวณ
ปากล่าง ซึ่งจะมสี ีเหลืองส้มจาง ๆ สว่ นท่ีใต้ขาจะมสี เี หลอื งเหน็ ได้ชัดเจนกว่ากบแม่
พันธุ์ อกี ท้งั ทหี่ ัวแม่มือ-เท้าหน้า จะมีลักษณะโตและสากมือกว่าปกติ

~ 28 ~

การเพาะเลย้ี งกบบนพนื้ ที่สูง

ข้างล้าตัวมีสเี หลืองเข้ม

นิ้วหัวแม่มือเปน็ ตุ่มนูนและสาก เหน็ กลอ่ งเสยี งใต้คางชัดเจน

ลักษณะเด่นของพอ่ พนั ธ์ุกบนา

2. กบแม่พันธ์ุ ท่มี คี วามสมบูรณ์เต็มท่ีมีไขแ่ กพ่ รอ้ มที่จะผสมพันธุ์วางไข่ดู
ได้จากสว่ นทอ้ งจะเป่งนนู เหน็ ได้ชดั เจน เช่ืองช้าไม่กระฉับกระเฉง และที่บริเวณ
ด้านข้างลา้ ตวั ตรงส่วนท่ีกบพอ่ พันธใ์ุ ช้เกาะยดึ มลี กั ษณะสากเหมือนกระดาษทราย ใน
บางตวั ท่มี ไี ข่แกจ่ ดั เต็มทเี่ มอ่ื เอามอื รดี สว่ นท้องเบา ๆ จะมีเม็ดไข่สีขาวดา้ ไหลออกมา
ให้เหน็

ข้างลา้ ตวั มลี ักษณะสาก

ลกั ษณะเด่นของแมพ่ ันธุ์กบนา
อยา่ งไรก็ตาม หากผูเ้ ล้ยี งขาดประสบการณ์ ยงั ไมส่ ามารถแยกแยะกบท่ีมี
ความสมบรู ณ์พันธไ์ุ ด้ ก็ให้ใช้วิธีปลอ่ ยพอ่ แมพ่ นั ธก์ุ บรวมกนั หากกบมีความพร้อมจะ
จับคกู่ นั เอง

~ 29 ~

การเพาะเลยี้ งกบบนพน้ื ท่สี ูง

4. การเตรียมบอ่ เพาะพนั ธุ์
1. ขัดล้างบ่อให้สะอาด ตากแดดฆา่ เชื้อโรคประมาณ 2-3 วัน บ่อท่ีใช้

เพาะพนั ธ์ุกบ ด้านบนของบอ่ ควรเปดิ โลง่ โดยไมต่ ้องมอี ะไรมาคลุมทา้ เปน็ หลังคา
2. เตมิ น้าสะอาดลงไปในบ่อ ให้มีความสูงประมาณ 5-7 เซนติเมตร หรือ

ประมาณครึ่งตวั กบ การเติมน้าเข้าบอ่ ควรท้าในชว่ งเยน็ ๆ เพราะไม่ต้องการให้น้า
เกบ็ ความรอ้ นในชว่ งกลางวนั ไว้ ซึง่ หากนา้ มีความร้อนหรืออุ่นกบจะไม่ผสมพันธ์ุ
สา้ หรบั น้าทีใ่ ช้จะเป็นนา้ บาดาล หรอื น้าคลองก็ได้

3. ใสพ่ ืชนา้ จาพวกหญ้าสด หรือผักบงุ้ สดลงไปในบ่อ ประมาณ 3-4 ก้า
มือ แล้วเกลย่ี ใหก้ ระจายท่วั บ่อ ซงึ่ บอ่ เพาะพันธุ์จะตอ้ งจดั สภาพให้เหมอื นธรรมชาติ
มากที่สุด เพอ่ื กบจะได้ผสมพันธ์แุ ละวางไข่ เพราะโดยธรรมชาติของกบแล้วจะเลือก
ไขต่ ามบริเวณทม่ี พี ืชน้ามาก ๆ

4. ปลอ่ ยพ่อแม่พันธ์ุกบลงในบ่อ เวลา 20.00 น. อัตราดารปล่อยพ่อแม่
พนั ธุข์ ้นึ อยู่กบั ฤดขู องกบ คือถา้ เปน็ ชว่ งฤดฝู นทกี่ บจะผสมพันธุ์โดยธรรมชาตแิ ละมีไข่
มากกไ็ มจ่ า้ เปน็ ต้องใสพ่ ่อแม่พันธใุ์ นจา้ นวนท่มี าก ใสแ่ ค่ 2-3 คู่ก็พอ แตถ่ ้าไม่ใช่ช่วงที่
กบผสมพนั ธต์ุ อ้ งนา้ พอ่ แม่พนั ธม์ุ าปล่อยหลาย ๆ คู่ เพราะกบจะไข่นอ้ ย เชน่ ช่วงต้น
ปีจะใสป่ ระมาณ 10 คู่ หลงั จากปล่อยพ่อแมพ่ นั ธลุ์ งในบอ่ ไม่ต้องเข้าไปยุง่ กบั กบ หา้ ม

บ่อซเี มนต์เพาะพนั ธุ์แบบเหลยี่ ม บอ่ ซีเมนตเ์ พาะพันธุแ์ บบกลม

~ 30 ~

การเพาะเลย้ี งกบบนพนื้ ท่สี ูง
ใหอ้ าหารอย่างเด็ดขาด และไมค่ วรท้าอะไรก็ตามที่เปน็ การรบกวนกบ เน่อื งจากกบ
จะต่ืนตกใจไม่ยอมไข่

บอ่ เพาะพนั ธ์ุกบพลาสตกิ แบบกลม (สะดวกในการขนย้ายและการจดั การ)
5. การเพาะขยายพนั ธ์ุกบ

ในปัจจุบนั การเพาะขยายพนั ธุล์ ูกกบนับวา่ มคี วามสา้ คญั เป็นอย่างย่งิ ไม่ว่า
จะมีวตั ถุประสงค์เพือ่ น้าลูกกบมาใชเ้ ลย้ี งเองหรือเพ่ือจ้าหน่ายก็ตามผู้เพาะเล้ียง
จ้าเปน็ ตอ้ มคี วามรู้ความเขา้ ใจ มคี วามชา้ นาญ และมปี ระสบการณ์ในการดา้ เนินงาน
แตล่ ะขัน้ ตอนบา้ งพอสมควร นับต้งั แต่การคดั เลอื กพอ่ แม่พันธ์ุกบ การปล่อยพ่อแม่
พันธุ์กบลงผสมพนั ธ์ุวางไข่ การเพาะฟกั ไขก่ บ การอนุบาลลกู ออ๊ ดจนกลายเป็นลกู กบ

5.1 การผสมพันธขุ์ องพ่อแม่พนั ธุ์กบ
~ 31 ~

การเพาะเลย้ี งกบบนพน้ื ท่ีสูง
โดยธรรมชาติกบจะผสมพนั ธ์วุ างไข่ในช่วงฤดูฝนและต้นฤดูน้าหลาก ทั้งนี้
จะแตกต่างกนั ไปตามท้องที่ ในบางท้องท่กี บอาจจะผสมพันธว์ุ างไข่ไดถ้ ึงปีละ 2 คร้ัง
คอื ช่วงเดือนพฤษภาคม-มิถนุ ายน และชว่ งเดอื นพฤศจิกายน-ธันวาคม กบที่อาศยั อยู่
ในแหลง่ เดียวกนั จะผสมพันธ์วุ างไขพ่ ร้อมๆ กัน ซงึ่ ในระยะ 2-3 วันแรกทีม่ ีฝนตกลง
มา ทั้งกบตวั ผ้แู ละกบตวั เมียจะออกจากแหลง่ ทหี่ ลบซ่อนส่ทู โี่ ลง่ แจง้ ในช่วงกลางคืน
โดยกบตัวผจู้ ะส่วนเสยี งรอ้ งเพ่อื เรยี กหาคู่ ส่วนกบตัวเมียก็จะส่งเสยี งร้องขานรับเป็น
ครงั้ คราว ถ้ากบตัวเมยี พร้อมท่จี ะรบั การผสมพนั ธว์ุ างไข่กจ็ ะยอมให้กบตัวผู้ข้ึนขี่หลัง
โดยกบตัวผจู้ ะเอาขาหน้าโอบรัดกบตวั เมียไว้ จากนั้นทั้งคู่ก็จะกระโดเคล่ือนท่ีไป
ด้วยกนั สกั ครู่ใหญก่ ห็ ยุดอยกู่ ับท่ี ตอ่ จากนแ้ี ลว้ กบตัวผกู้ ็จะเอาเทา้ ทกี่ อดรดั กบตวั เมีย
อยู่แลว้ รัดให้แน่นกระชบั ย่งิ ข้ึน พรอ้ มกบั กดตรงส่วนสะโพกลงให้แนบชดิ กบั ช่องเพศ
ของกันและกนั โดยกบตวั เมยี กจ็ ะตอบสนองกจิ กรรมน้ีด้วย เวลาเดยี วกันนก้ี บตวั เมีย
จะปลอ่ ยไข่ออกมา ในขณะทีต่ ัวเมียเบง่ ไข่ซ่งึ ต้องใชแ้ รงมาก ขาหลังของมนั จะยันพื้น

การผสมพันธ์ขุ องพอ่ แมพ่ ันธ์ุกบ
~ 32 ~

การเพาะเลยี้ งกบบนพน้ื ทีส่ ูง

จนหัวทมิ่ ซึ่งถ้าในบ่อมีปรมิ าณน้ามากขาหลงั ก็จะลอยนา้ ท้าให้ไมม่ ีก้าลัง เป็นเหตใุ ห้
ไข่ออกมาไม่มาก เม่อื ตัวเมียปล่อยไข่ออกมา กบตัวผูก้ ็จะปล่อยน้าเชอ้ื ออกมาผสมกับ
ไขท่ นั ที การปล่อยไข่และน้าเชอื้ จะเกิดข้นึ หลายคร้งั จนกว่าจะส้ินสุดซ่ึงปกติจะใช้
เวลาประมาณ 2 ชวั่ โมง ซง่ึ กบจะวางไข่ออกมาครง้ั หนง่ึ ๆ ประมาณ 2,000 – 3,000
ฟอง

ทั้งนี้ หากสภาพแวดล้อมเหมาะสมและแม่พันธุ์กบมีไข่แก่จัดเต็มท่ี การ
วางไข่ของแม่กบก็สามารถเกิดขึ้นได้โดยไมจ่ ้าเป็นตอ้ งมพี ่อกบมาผสมพนั ธเุ์ ชน่ กนั แต่
ไขท่ ่ีปล่อยออกมาจะไม่ฟกั ออกเป็นตัว เน่ืองจากไขไ่ ม่ได้รบั การผสมกับน้าเชื้ออสุจิ
จากพ่อพันธ์กุ บนั่นเอง

1. การผสมพันธวุ์ างไขใ่ นฤดู
เมื่อถึงฤดผู สมพันธุ์วางไข่ของกบ หลงั จากที่ได้ท้าการคัดเลือกกบพ่อแม่
พันธ์ุที่สมบูรณเ์ ต็มทีแ่ ล้ว นา้ กบท้ัง 2 มาปลอ่ ยลงในบ่อเล้ียงท่ีมีระดับน้าในบ่อสูง
ประมาณ 5–7 เซนตเิ มตร ทั้งนี้เพื่อให้กบไดม้ โี อกาสเลือกคูก่ ันเอง เม่ือกบจับคู่กัน
แลว้ ก็จับกบแต่ละคู่ไปปล่อยลงในบอ่ เพาะพนั ธช์ุ ่วงหัวค้่า บอ่ ละ 1 -5 คู่ แล้วจัดหา
วชั พืชพวกหญ้าหรือผักบงุ้ มาใส่ไวใ้ นบอ่ แลว้ เตมิ น้าใหม่ในช่วงเดยี วกบั ทน่ี ้ามาปล่อย
ลงบ่อ โดยเตมิ นา้ ให้สงู ประมาณ 5 – 7 เซนตเิ มตร ท้ังนนี้ ้าท่ีเตมิ เข้าบ่อควรเปน็ น้าที่
มอี ุณหภูมติ ่้าหรือเย็นจะชว่ ยใหไ้ ขข่ องแมพ่ นั ธแุ์ ก่จดั เตม็ ท่ไี ด้ภายใน 1 คืน แลว้ จะเปน็
การกระตนุ้ ใหก้ บพอ่ แม่พนั ธุว์ างไข่ไดผ้ ลดียิง่ ขึน้ ซึ่งกบจะผสมพันธ์ุวางไข่ในช่วงเวลา
ประมาณ 02.00 – 03.00 น. ตอนเช้าจะสงั เกตเหน็ ไข่กบตดิ ตามหญ้าเป็นหย่อมๆ มี
ทงั้ จมและลอย แมก่ บจะไม่ไข่ทเี ดยี วท้ังหมด แตจ่ ะไขเ่ ป็นชุด ๆ ละ 50 -60 ฟอง แม่
กบ 1 ตวั จะไขค่ ร้ังละ 50 ชุด จากน้ันเมื่อกบไข่แลว้ กใ็ หจ้ ับแยกพอ่ แม่กบออกมาไวใ้ น
บอ่ เดิม เพอื่ ปอ้ งกันไมใ่ ห้แพไขแ่ ตก เนอ่ื งจากการเคลื่อนไหวของกบ
2. การกระต้นุ ใหก้ บผสมพันธวุ์ างไขน่ อกฤดู
ปัจจุบันการเล้ยี งกบมกี ารดัดแปลงและเลียนแบบธรรมชาตเิ พ่อื หลอกให้กบ
ผสมพนั ธ์แุ ละวางไขใ่ นฤดอู ่ืนๆ ทไ่ี ม่ใช่ฤดฝู น โดยเฉพาะในชว่ งฤดรู ้อน ท้าให้มลี ูกกบ

~ 33 ~

การเพาะเลย้ี งกบบนพน้ื ทสี่ ูง
เลีย้ งได้ตลอดทัง้ ปี วธิ กี ารเริม่ แรกก็คือ การเปล่ยี นถา่ ยนา้ ในบ่อทุกวนั เพ่ือให้พ่อแม่
พันธุก์ บมคี วามกระช่มุ กระชวย เหมือนกบั วา่ ได้รับนา้ ใหมต่ ลอดเวลา จากนั้นกับก็จะ
จับคู่กนั เราก็นา้ กบที่มีความพรอ้ มท่ีจะผสมพนั ธไ์ุ ปใสใ่ นบอ่ เพาะพันธุ์

การทา้ ฝนเทียมเพ่อื กระตุ้นให้กบผสมพนั ธุ์
แตถ่ ้าหากเป็นคอกเล้ยี งกบทท่ี า้ บ่อซีเมนตไ์ วต้ รงกลางกต็ อ้ งใสน่ ้าในบ่อให้
เต็มอย่เู สมอ และจะตอ้ งฉีดนา้ ลงบนพื้นทภี่ ายในคอกใหช้ ่มุ ชน้ื อยเู่ สมอ วันละ 1–2
คร้ัง โดยฉดี นา้ ทา้ ฝนเทยี มตดิ ต่อกนั 6–7 วนั แล้วหยดุ ไปอีก 6-7 วัน พอถึงวันที่ 8
เร่มิ ทา้ ฝนเทยี มขน้ึ อกี ตอนเวลา 17.00 น. โดยฉดี ขน้ึ ไปบนหลงั คาให้สูง 4–5 เมตร
ฉดี ใหท้ ั่วคอกประมาณ 15 นาที พอตกกลางคนื กบจะส่งเสยี งร้องเรียกหาคู่ ในวนั ท่ี 9
จึงท้าฝนเทียมขึ้นอีกในชว่ งเวลาเทยี่ งและบ่ายครั้งละ 30 นาที ซ่งึ กบจะร้องหาคู่ใน
เวลากลางวนั ท่กี า้ ลงั ฉดี น้าอยู่ พอตกกลางคนื ให้สงั เกตดกู บจะเริ่มกระโดด เล่นน้า

~ 34 ~

การเพาะเลย้ี งกบบนพน้ื ทีส่ ูง

และจับค่กู นั จึงน้ากบทีจ่ บั คกู่ ันไปใส่ลงบ่อเพาะพนั ธใ์ุ นตอนหวั ค่้า จากน้นั ใหฉ้ ีดน้าใน
บอ่ เพาะนีใ้ หช้ มุ่ ทวั่ ทั้งบอ่ ประมาณ 15 นาที แลว้ ให้สังเกตกบทีป่ ล่อยเป็นคู่นั้นมีการ
แยกคู่หรอื เปล่า ถ้ากบยงั จับคกู่ นั อยปู่ ระมาณ 02.00– 03.00 กบกจ็ ะออกไข่

เม่ือพบวา่ กบออกไข่แล้วควรนา้ พอ่ แมอ่ อกจากบอ่ เพาะ แล้วใช้เคร่ืองพ่น
ฟองอากาศชว่ ยในการเพาะฟักซึ่งจะท้าใหเ้ ปอรเ์ ซน็ ตก์ ารฟกั สูงขน้ึ 80–90 % แต่ถ้า
ไมใ่ ช้เคร่อื งพ่นฟองอากาศไขจ่ ะมโี อกาสฟกั เป็นตัวเพยี ง 30 % เท่านั้น

อย่างไรก็ตาม การผสมพันธ์วุ างไขข่ องพอ่ แมพ่ ันธ์กุ บอาจนานถึง 2–4 คืนก็
ได้ หากนานเกินช่วงเวลาที่กา้ หนดแลว้ กบยงั ไมผ่ สมพนั ธ์ุวางไข่ กจ็ า้ เปน็ ต้องจับกบ
ทงั้ คอู่ อกและลา้ งบ่อใหส้ ะอาด จากนั้นจึงค่อยดา้ เนินการใหมอ่ ีกครั้ง ซ่ึงพ่อแม่พัน ธุ์
กบหลังจากแยกเลยี้ งนานประมาณ 1 เดอื น ก็สามารถน้ามาผสมพันธว์ุ างไขไ่ ด้ใหมอ่ กี
ครง้ั ซง่ึ ถ้าเปน็ ไปในลกั ษณะนีแ้ ล้ว ในรอบปหี นึ่ง ๆ เราจะสามารถใช้พ่อแม่พันธ์ุกบ
เพาะขยายพนั ธุ์ลกู กบไดถ้ ึง 6–7 รนุ่ แตก่ ารจบั เอาพ่อแม่พนั ธุ์กบมาผสมพันธ์ุวางไข่
กันใหมใ่ นครั้งตอ่ ๆ ไป จะต้องใหต้ รงกับคู่เดิมเสมอดว้ ย เพราะเปน็ ธรรมชาติของกบ
ทเี่ ปน็ สตั วท์ มี่ ีนิสัยรกั เดยี วใจเดยี ว หากไมต่ รงคกู่ ันแลว้ กบอาจจะไม่ยอมผสมพันธ์ุ
วางไข่ ผู้เพาะเลย้ี งจึงจ้าเปน็ ต้องทราบไวแ้ ละปฏบิ ัตใิ ห้ถกู ต้อง

3. การใชฮ้ อรโ์ มนสังเคราะหฉ์ ดี ผสมเทียมเพ่ือผลิตกบนอกฤดู
การเพาะกบในฤดูนนั้ ไมจ่ ้าเปน็ ตอ้ งใช้ฮอรโ์ มนสังเคราะห์ช่วยก็สามารถ
ผลติ ลูกกบเพื่อนา้ มาเล้ียงขนุ จ้าหน่ายได้ เพราะโดยธรรมชาติแมก่ บจะไม่ไข่เยอะอยู่
แลว้ ใชพ้ ่อแม่พนั ธ์ุเพียงไม่ก่คี ู่กส็ ามารถเพาะลูกกบไดเ้ ต็มบ่อ แต่การเพาะพันธุ์กบ
นอกฤดูน้นั (กรกฎาคม–ตุลาคม) แมก่ บทถี่ กู ใช้งานมาตง้ั แตต่ ้นปี ในท้องของมนั จึงมี
ไขเ่ หลอื น้อยแลว้ เพราะฉะน้นั การผลติ ลกู กบนอกฤดูจงึ จา้ เป็นตอ้ งเกบ็ แมพ่ ันธุ์เอาไว้
มากๆ และอีกวิธหี นึ่งทช่ี ว่ ยเราได้ก็คือ การนา้ ฮอร์โมนสงั เคราะห์มาใช้ในการผสม
เทยี ม เพ่ือบังคับให้กบออกไขน่ อกฤดู
ฮอร์โมนทใ่ี ชใ้ นการฉดี เรง่ ให้แม่กบมีไข่แก่และพ่อกบมีน้าเช้ือสมบูรณ์
ปจั จบุ นั นิยมฮอร์โมนสังเคราะห์ (Synthetic Hormone, LHRH-a) ซ่ึงมีชื่อทาง

~ 35 ~

การเพาะเลย้ี งกบบนพนื้ ทีส่ ูง

การค้าว่า “ซนิ นาแฟค” (Cinnafact) รว่ มกับสารระงบั การท้างานของระบบหลั่ง
ฮอรโ์ มน คอื ดอมเพอรโิ ดน (Domperidone) หรือมชี ่ือทางการคา้ ว่า “โมทีเลี่ยม”
(Motilium) หรอื ท่ีเรยี กกันวา่ ยาเสริมฤทธิ์ โดยน้ามาฉีดทั้งเพศผู้และเพศเมียใน
อัตราซินนาแฟค 20 ไมโครกรัมต่อน้าหนักกบ 1 กิโลกรัม และยาเสริมฤทธิ์ 5
มิลลิกรมั ตอ่ นา้ หนกั กบ 1 กโิ ลกรัม

ฮอรโ์ มนและอุปกรณ์ท่ีเกยี่ วข้องกบั การผสมเทยี มกบ

หมายเหตุ : ฮอรโ์ มนซินนาแฟค 10 ซซี ี. = 1,000 ไมโครกรมั (โดยดูดฮอร์โมนซิน

นาแฟคจากขวดทีแ่ กะมาจากกลอ่ งที่มคี วามเข้มข้น 10,000 ไมโครกรัม มา 1 ซีซี

ผสมกับนา้ กล่นั 9 ซีซี; เจอื จางลง 10 เทา่ ), ยาเสริมฤทธ์ิ 1 เมด็ = 10 มิลลิกรัม

อปุ กรณ์ 1. ฮอร์โมนซนิ นาแฟค หรือซพู รแี ฟค

2. ยาเสริมฤทธ์ิ หรอื โมทีเลี่ยม-เอ็ม

3. น้ากลน่ั

4. กระบอกฉีดยา, เข็มฉดี ยา และถว้ ยบดยา

~ 36 ~

การเพาะเลยี้ งกบบนพนื้ ท่สี ูง

ตวั อย่าง : ถา้ เราต้องการจะเตรียมสารละลายฮอร์โมนเพือ่ ฉดี กบน้าหนักรวมทัง้ หมด
20 กิโลกรัม
วธิ ีทา : 1. กบ 1 กก. ใช้ฮอรโ์ มนซนิ นาแฟค 20 ไมโครกรมั เพราะฉะน้ันกบน้าหนัก
20 กก. จะใช้ฮอรโ์ มนซนิ นาแฟค ท้ังหมดเทา่ กับ 20x20 = 400 ไมโครกรัม แต่ใน
ขวดฮอร์โมนซินนาแฟคมี 1,000 ไมโครกรัม = 10 ซีซี เพราะฉะนั้นจะต้องใช้
ฮอร์โมนซนิ นาแฟคเทา่ กบั (400x10)/1000 = 4 ซีซี.

2. กบน้าหนัก 1 กก. ใชย้ าเสริมฤทธิ์ = 10 มิลลกิ รัม (1 เม็ด) แต่ก้าหนดให้
ใช้ 5 มิลลิกรัม/กก. เพราะฉะน้ันกบน้าหนกั 20 กก. จะใช้ยาเสริมฤทธิ์ทั้งหมด =
20x5 = 100 มลิ ลกิ รมั หรอื 10 เมด็

3. นา้ กล่ันใชท้ ั้งหมด 20-4 = 16 ซีซี. (น้ากล่ัน = นา้ หนักกบท้งั หมด (กก.)
– ปริมาณฮอร์โมนซนิ นาแฟคท่ีต้องใช้ (ซีซี.))

4. บดยาเสริมฤทธิ์ (10 เมด็ ) จนเปน็ ผงละเอียดในถว้ ยบด
5. ดูดนา้ กล่ัน 16 ซีซ.ี ลงในถ้วยบดเพ่ือท้าละลายยาเสริมฤทธ์ิให้เป็น
ของเหลว
6. ดูดฮอร์โมนซนิ นาแฟค = 4 ซซี ี. ลงในถว้ ยบดยา
7. คนให้เข้ากัน (เป็นเนอื้ เดียวกัน) จากนั้นนา้ ไปฉีดกบไดใ้ นอัตรา 1 ซีซี.ตอ่
นา้ หนกั กบ 1 กก.

ตาแหนง่ ที่ฉีด
ตา้ แหน่งที่นิยมฉีดฮอรโ์ มน คือ บริเวณกลา้ มเนอ้ื โคนขาหลัง โดยฉีดใหท้ ะลุ

หนงั เข้าไปในกลา้ มเนอื้ โคนขา ทงั้ น้กี ารแทงเขม็ ใหท้ ะลผุ วิ หนังกบนั้นค่อนข้างยาก
ผู้ทา้ การฉดี จงึ ต้องอาศยั ความชา้ นาญพอสมควร ควรเปลีย่ นเขม็ ใหมท่ ุกคร้ังเมอ่ื จะฉดี
กบแตล่ ะชุด และควรจบั กบใสถ่ ุงพลาสติกใสกอ่ นเพ่ือง่ายต่อการฉดี เพราะกบจะไม่
ดนิ้ เมื่ออยูใ่ นถุงพลาสติก ฉดี เพศเมยี เวลา 16.00 น. และเพศผเู้ วลา 17.00 น. แล้ว
ปลอ่ ยลงบ่อเดยี วกัน ถ้าต้องการฮอรโ์ มนชว่ ยในการทา้ ในฤดผู สมพันธ์ุอยูแ่ ล้วก็

~ 37 ~

การเพาะเลยี้ งกบบนพน้ื ท่ีสูง

สามา รถท้ าได้ แต่ผสมพัน ธ์ุอยู่ แล้วก็

สามารถท้าได้ แตค่ วรลดความเข้มข้นลง

อาจจะใช้ซนิ นาแฟคแคป่ ระมาณ 10-15

ไมโรกรมั ต่อกบ 1 กก. ทั้งนี้การใช้ซิน

นาแฟคมาก ๆ จะทา้ ใหไ้ ขก่ บรั่วไหลทะลกั

ออกมาเป็นกอง ซึ่งสว่ นใหญจ่ ะเปน็ ไขเ่ สยี

ดงั น้ันจึงควรปรับความเข้มข้นของซิน

นาแฟคให้เห ม า ะ ส ม ม า กห รื อน้ อย ตา ม

ฤดูกาล

การมีลูกกบเ ลี้ยงนอกฤดูน้ั น

ไม่ ได้ หม ายความ ว่ า เราจ ะประ สบ

ความสา้ เร็จในการเลยี้ งเสมอไป การเล้ียง

กบนอกฤดูนน้ั มีความเสี่ยงสงู เพราะต้อง

เลี้ยงขา้ มฤดูหนาว ซึ่งเป็นชว่ งทม่ี เี ชื้อโรค

ต้าแหน่งฉดี กบ (บริเวณกลา้ มเนื้อโคนขาหลัง) มากทสี่ ดุ และตามธรรมชาตแิ ล้วกบจะจ้า
ศลี ไม่ยอมกนิ อาหาร โตช้า และมีน้อย

ฟารม์ ท่ีประสบความส้าเรจ็ กับการทา้ กบนอกฤดู จงึ ไมแ่ ปลกท่ีกบนอกฤดูจะมีราคา

แพง

พ่อแมพ่ นั ธหุ์ ลังจากที่ได้รับการฉีดฮอร์โมนจะเข้าคกู่ นั เพอ่ื ทา้ การผสมพนั ธุแ์ ละวางไข่
~ 38 ~

การเพาะเลย้ี งกบบนพน้ื ท่สี ูง
5.2 การเพาะฟกั ไขก่ บ
เม่อื ไขก่ บถูกปล่อยออกมาก็จะไดร้ บั การผสมกบั น้าเชือ้ อาสุจิ ซ่ึงไข่กบพอ
ถูกนา้ อสจุ สิ ว่ นท่เี หนียวจะพองตวั กลายเป็นว้นุ ห่อหุ้มไข่ไว้ ท้าใหไ้ ข่ดูมขี นาดใหญ่ข้ึน
คือ มเี ส้นผ่านศนู ยก์ ลางประมาณ 4-9 มิลลเิ มตร ไข่ท่ถี กู ปล่อยออกมาจะลอยเป็น
กลุ่มๆ กระจายอยู่ตามผิวน้า บางกลุ่มที่มีขนาดใหญ่จะมนี า้ หนักมาก มักจมลงสู่พื้น
ก้นบ่อ ท้าให้เกดิ ความยากลา้ บากในการแลกเปลี่ยนออกซิเจน เน่ืองจากไข่มีวุ้นปก
คลมุ หนาและเป็นกลุ่มใหญเ่ กินไป อนั เปน็ สาเหตทุ า้ ใหไ้ ข่เสียหายเป็นจ้านวนมาก
ดงั นัน้ ภายหลงั จากทจี่ บั กบพอ่ แมพ่ ันธ์ุออกจากบ่อเพาะแลว้ ก็ใหเ้ พ่มิ ระดับน้าให้สงู ขึ้น
อกี เล็กนอ้ ย และใช้ป๊มั ลมท้าการพน่ อากาศลงไปในบอ่ ท่ีใช้เพาะฟักไข่กบน้ีด้วย จะใช้
เพาะฟักไขก่ บน้ีด้วยจะชว่ ยเฉพาะให้ไขอ่ อกเปน็ ตวั ลกู ออ๊ ดและมีอัตราการรอดตาย
80-90 เปอร์เซ็นต์

ไข่กบทไ่ี ด้รบั การปฏสิ นธิแลว้
~ 39 ~

การเพาะเลยี้ งกบบนพนื้ ทีส่ ูง
กรณที ่ภี ายในบอ่ มจี ้านวนไขก่ บมากเกนิ ไป ควรแยกไข่บางส่วนออกไป
เพาะฟักในบ่ออน่ื ๆ บา้ ง แตบ่ อ่ ท่จี ะนา้ มาใช้เพาะฟกั ไขก่ บควรทา้ ความสะอาดให้ดี
เสยี ก่อนโดยการใชน้ ้ายาฆา่ เชอ้ื บางชนิด เช่น ด่างทับทิมในอัตรา 10 ppm. ยา
เหลือง 15 ppm. แช่เปน็ เวลา 20 นาที แล้วลา้ งน้าให้สะอาด จากน้ันจึงคอ่ ยเติมน้า
ลงในบอ่ ให้มีระดบั สูง 3-4 นว้ิ อาจเตมิ ยาปฏิชีวนะพวกเตตรา้ ไซคลิน หรอื ไฮโดรคลอ
ไรดใ์ นอัตรา 1 ส่วนต่อนา้ 2,000 สว่ น ลงในบอ่ เพาะฟักดว้ ยก็ได้ จากน้นั จึงน้าไข่กบ
ทไ่ี ดใ้ นตอนเชา้ มาเพาะฟกั ทันที ซงึ่ การขนยา้ ยไข่กบควรทา้ ด้วยความระมดั ระวัง คือ
ต้องใชภ้ าชนะตักท้งั ไข่และนา้ มาใส่บอ่ ทีเ่ ตรียมไวแ้ ลว้ อุณหภมู ิของน้าประมาณ 21 -
24 องศาเซลเซียส ไข่กบที่ได้รับการผสมกบั น้าเชื้ออสุจิจะฟักออกเป็นตัวลูกอ๊อด
ภายใน 24 ชวั่ โมง โดยไขก่ บจากเดมิ มลี กั ษณะกลมจะเร่ิมมปี ฏิกิรยิ ากลายเปน็ รูปวงรี
และจะคอ่ ย ๆ เจรญิ เตบิ โตยาวขึ้นเรื่อย ๆ จนสามารถมองเห็นเป็นตัวลูกอ๊อดอยู่
ภายในถงุ ได้อยา่ งชัดเจน จากนั้นลูกอ๊อดกจ็ ะฟกั ตวั ออกจากไข่ ซ่งึ ลกู อ๊อดแรกเกิดจะ
มีความยาวประมาณ 3-5 มลิ ลเิ มตร และมักจะเกาะฝงั ตัวอยู่กบั ที่ ต่อมาจะเร่ิมว่าย
น้าปราดเปรยี วขน้ึ เร่ิมกนิ อาหาร และมีการเจริญเติบโตเพ่ิมขึน้ ตามลา้ ดับ

~ 40 ~

การเพาะเลย้ี งกบบนพน้ื ท่สี ูง
ระยะเวลาในการเปลี่ยนแปลงในระยะตา่ ง ๆ ของกบ

~ 41 ~

การเพาะเลยี้ งกบบนพนื้ ทส่ี ูง

6. การอนุบาลลกู ออ๊ ด
ภายหลงั จากไขไ่ ด้ฟักออกเปน็ ตัวลกู ออ๊ ดใน 1-7 วันแรกยงั ไม่ต้องเพ่ิมระดบั

น้า ส่วนการพน่ อากาศใหก้ ย็ งั กระท้าไดเ้ ช่นเดมิ และควรหาพืชน้า เช่น จอก ผักบุ้ง
หรืออาจจะตัดทางมะพร้าวมาใสไ่ วใ้ ห้ลูกอ๊อดได้เกาะพักพิงอาศัยบ้างตามความ
เหมาะสม ในวนั ที่ 8 จงึ คอ่ ยเพ่ิมระดับน้าในบ่อให้สงู ขน้ึ 2-3 เซนตเิ มตรต่อวัน เพ่ือ
ป้องกันไม่ให้คณุ ภาพน้ามกี ารเปล่ียนแปลงเร็วเกนิ ไป ซึง่ อาจเปน็ อนั ตรายตอ่ ลูกอ๊อด
ได้ จนกระทงั่ น้าในบ่อมรี ะดบั ความสงู 20 เซนติเมตร จงึ หยุดการเพ่ิมน้าลงในบ่อ
อนุบาล

หลังจากเตมิ น้าเพมิ่ จนได้ระดบั แลว้ ตอ้ งคอยสงั เกตสีของนา้ ถา้ สขี องนา้ ยงั
ไม่เข้มเกนิ ไปก็ยงั ไมต่ ้องเปล่ียนถ่ายน้า จะเปลยี่ นถา่ ยนา้ กต็ ่อเม่อื บอ่ สกปรกและน้ามี
สเี ข้มมาก ซึ่งตรงนา้ จะกา้ หนดไม่ไดว้ ่ากวี่ นั ถึงจะทา้ การเปลี่ยนถา่ ยนา้ เพราะบางบ่อ

~ 42 ~

การเพาะเลยี้ งกบบนพนื้ ทีส่ ูง

ก็ 1 อาทติ ย์ บางบอ่ กอ็ าจจะถ่ายน้าทกุ ๆ 4-5 วัน กไ็ ด้ ซึ่งจะขึ้นอยู่กับอัตราความ

หนาแน่นของลูกอ๊อดด้วย ถา้ ลกู ออ๊ ดมจี า้ นวนมากกจ็ ะทา้ ให้บอ่ สกปรกเร็วขึน้ สา้ หรบั

การเปลีย่ นถา่ ยน้าจะใช้ระบบนา้ ล้น คือการเปดิ นา้ ไลค่ วามสกปรกออกโดยใช้ตาข่าย

ไนล่อนตาถ่ี คลุมท่อพวี ซี ที ี่อยู่ในบอ่ เอาไว้ เพือ่ ปอ้ งกนั ไมใ่ หล้ ูกออ๊ ดออกไปได้

นอกจากน้ีในบ่ออนุบาลลูกอ๊อดควรจะมีการใช้ระบบปั๊มลม เพื่อให้

ออกซเิ จนแก่ลกู อ๊อดด้วย เพราะในชว่ งน้ี ลกู ออ๊ ดจะมีลกั ษณะเหมือนกบั ลกู ปลาท่เี กิด

มากใหมท่ ตี่ อ้ งหายใจทางเหงือก เม่ือน้าระบบปัม๊ ลมมาชว่ ยใหอ้ อกซิเจนแกล่ กู ออ๊ ดจะ

ท้าใหอ้ ัตรารอดสงู ขน้ึ ซง่ึ การเลย้ี งกบในอดตี ทยี่ งั ไม่ได้นา้ ระบบน้มี าใช้ ลกู ออ๊ ดมอี ตั รา

รอดแค่ 50-60% เท่าน้ัน แตเ่ มือ่ น้าระบบนมี้ าใช้ทา้ ใหล้ กู ออ๊ ดมอี ตั รารอดสงู ถงึ 80 -

90% ทีเดียว

ส้าหรับการเลี้ยง

ลกู ออ๊ ด ในชว่ งลูกอ๊อดอายุ

ได้ 2-3 วนั จะยังไมใ่ หอ้ าหาร

เพราะลูกออ๊ ดยังใชถ้ งุ ไข่แดง

ทีต่ ิดมาเลยี้ งตวั เอง หลังจาก

นั้ น เ มื่ อ ถุ ง ไ ข่ แ ด ง ยุ บ

หมดแล้วหรอื ประมาณวันที่

4 ลกู อ๊อดจะเริ่มหาอาหาร

กิ น จึ ง เ ร่ิ ม ใ ห้ ไ ข่ ต้ ม สุ ก

บดละเอียดเป็นอาหาร โดย

บอ่ หนง่ึ จะใหไ้ ขต่ ม้ ประมาณ

2-3 ฟอง การให้อาหารจะเร่ิม ลูกออ๊ ดอายุ 3-4 วันขนึ้ ไปจะเริ่มใหอ้ าหารมอื้ แรก
ใหเ้ วลาใดก็ได้ไมจ่ า้ กัด เพราะ (ไข่แดงต้มสุก หรืออาหารผง)
ลูกออ๊ ดจะกนิ อาหารอยู่แทบ

ทกุ เวลา ขอเพยี งใหม้ อี าหารกินอยา่ งเพยี งพอเทา่ น้ัน ซึ่ง ก็ต้องมีการระวังในเร่ือง

~ 43 ~

การเพาะเลย้ี งกบบนพนื้ ที่สูง

อาหารทใ่ี ห้เชน่ กนั โดยเฉพาะอาหารทีไ่ มส่ ดอาจท้าใหล้ กู ออ๊ ดเกิดเปน็ โรคทอ้ งอดื ท้อง
บวมได้ อกี ทัง้ ยงั ทา้ ใหน้ ้าในบ่อเน่าเสียได้งา่ ยอกี ด้วย

หลงั จากนนั้ เมอื่ ลกู อ๊อดมีอายคุ รบ 15 วนั ก็จะเปลย่ี นมาให้ไข่ตุ๋นจนกว่า
ลูกอ๊อดจะมีอายุครบ 20 วัน กจ็ ะเรมิ่ เปลยี่ นอาหารจากไขต่ ุน๋ มาเป็นอาหารกบเบอร์
1 เม่ือกบอายุได้ 1 เดือน กจ็ ะเปล่ยี นเป็นอาหารกบเบอร์ 2 ไปจนกบมีอายุได้ 2
เดือน กเ็ ปลยี่ นมาเป็นอาหารกบเบอร์ 3 ไปตลอดจนกระท่งั จับขาย ในช่วงท่เี ลีย้ งกบ
ขุน จะใหอ้ าหารประมาณ 5-6 เปอรเ์ ซน็ ตข์ องน้าหนกั ตวั โดยจะใหว้ ันละ 2-3 คร้ัง
หรอื ใหใ้ นปรมิ าณนอ้ ยแต่บ่อยครงั้ เพอื่ ปอ้ งกันอาหารตกคา้ งภายในบ่อ อันจะเป็น
สาเหตทุ า้ ให้น้าในบอ่ เนา่ เสียเร็ว

ตารางการใหอ้ าหารลูกกบนา

อายุ / วนั ชนดิ ของอาหาร
1-3 ไม่ตอ้ งให้อาหาร
4-10 ให้ไข่ต้มบดละเอยี ดประมาณ 2-3 ฟองต่อบอ่ หรืออาหารผงรอ่ น
ละเอยี ด
11-20 ให้ไขต่ ุ๋นในอตั ราเท่ากบั ไข่ตม้ หรือ
อาหารผง (ปลาป่น 1 สว่ น: ร้าละเอยี ด 1 สว่ น)
21-30 อาหารกบเบอร์ 1 เม็ดเลก็ พิเศษ (ควรท้าการคดั ขนาดกบครั้งท่ี
31-45 1)
มากกวา่ 45 อาหารปลาดกุ เล็ก (ควรท้าการคัดขนาดกบคร้งั ที่ 2)
อาหารปลาดุกเลก็ -กลาง-ใหญ่ ข้ึนกับขนาดของกบ
(ควรท้าการคัดขนาดกบคร้งั ที่ 3)

~ 44 ~

การเพาะเลยี้ งกบบนพนื้ ทีส่ ูง

นอกจากนใ้ี นการเปล่ยี นอาหารแต่ละครง้ั จะตอ้ งใช้อาหารสตู รแรกผสมกับ
อาหารสตู รทส่ี องทุกคร้ัง จนกว่ากบจะคุน้ เคยถงึ เปลย่ี นมาเปน็ อาหารสูตรใหม่เพียง
อยา่ งเดียว ซง่ึ ปกตกิ ็จะใชเ้ วลาประมาณ 2-3 วัน ไมเ่ ชน่ นั้นกบก็จะไมก่ นิ อาหาร

ในชว่ งการอนุบาลลูกออ๊ ด จนถงึ ระยะเป็นลกู กบน้ี นบั ได้ว่ามีความส้าคัญ
เปน็ อยา่ งยงิ่ เพราะเม่ือเราอนุบาลลกู อ๊อดไปไดป้ ระมาณ 25-30 วนั ลูกอ๊อดจะเริ่ม
กลายเป็นลกู กบ คือขาจะเร่มิ เจรญิ ขึน้ มา โดยขาหลังท้งั 2 ขา้ งจะเจริญข้ึนมาก่อน
ในชว่ งโคนหาง เม่ือขาหลังเจริญสมบรู ณด์ แี ล้วขาหนา้ ท้ัง 2 ก็จะเจรญิ ตามขึ้นมาอีก
ในช่วงเหงอื ก และเมื่อขาหนา้ เจรญิ สมบรู ณ์ดีแลว้ หางก็จะคอ่ ยๆ หดหายไป พร้อม
กบั ระบบการหายใจก็เปล่ยี นจากหายใจโดยใชเ้ หงอื กมาเป็นการหายใจด้วยปอดแทน
ดงั นน้ั ในชว่ งท่ลี กู อ๊อดเริม่ พฒั นาเปน็ ลกู กบนี้ ผเู้ ลี้ยงจะตอ้ งหาวสั ดุหรอื ท้าแพเลก็ ๆใส่
ลงไปในบอ่ เพื่อให้ลกู กบได้ขน้ึ มาอาศยั ด้วย

ลกู กบในระยะแรกนีม้ กั ลอยอยใู่ กล้ฝัง่ เพื่อหาทางขึ้นสู่บนบก ในช่วงนี้
มักจะเกิดปญั หาคอื การเจรญิ เติบโตกลายเปน็ ลูกกบไมพ่ รอ้ มกันในแมเ่ ดยี วกัน คือจะ
มีเพียง 70% ท่กี ลายเปน็ ลกู กบกอ่ น ส่วนท่ีเหลืออกี 30% จะยังคงเปน็ ลกู ออ๊ ดอยู่ ทา้
ให้เกดิ ปัญหาลกู ออ๊ ดส่วนท่ีเหลอื เม่อื กลายเปน็ ลกู กบขน้ึ สู่บกก็จะถูกลูกกบตัวที่เกิด
กอ่ นซงึ่ มีขนาดตวั ใหญก่ ว่ากินอกี ดว้ ย ทา้ ใหเ้ ปอรเ์ ซน็ ต์ลกู กบที่รอดตายมนี ้อย ดังนั้น
เพือ่ เป็นการแก้ปัญหาดงั กลา่ วจงึ จา้ เป็นตอ้ งใหอ้ าหารเลีย้ งลูกอ๊อดและลูกกบอย่าง
เพียงพอ และท้าการคดั ขนาดลกู กบตัวท่ีมขี นาดเท่าๆ กนั นา้ ไปเลี้ยงในบอ่ เดียวกนั

ภายหลังจากท่ีลกู ออ๊ ดได้กลายเป็นลูกกบท่ีสมบูรณ์ คือมีขนาดตัวยาว
ประมาณ 1.5-2 เซนตเิ มตร มีขาครบทั้ง 4 ขา หางหดหายหมดไป และลูกกบขึ้นมา
อาศยั อย่บู นบกไดแ้ ลว้ ก็ใหค้ ดั ขนาดเอาเฉพาะลูกกบตวั ท่ีเทา่ ๆ กันมาเลย้ี งรวมกันใน
บ่ออนบุ าลเดียวกัน ทัง้ นีเ้ พื่อป้องกันการกดั กินกันเอง งา่ ยตอ่ การใหอ้ าหารเล้ียงและ
การจัดการดแู ลลูกกบทมี่ ขี นาดตัวประมาณ 1.5-2 เซนตเิ มตรนี้ ควรปลอ่ ยลงเลย้ี งใน
บ่ออนุบาลในอตั รา 150-200 ตวั ต่อตารางเมตร เพอื่ ไม่ให้เกดิ การแออัดจนเกนิ ไป

~ 45 ~


Click to View FlipBook Version