The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คู่มือการเลี้ยงกบบนพื้นที่สูง

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Asian News Channel1, 2020-05-31 00:00:11

คู่มือการเลี้ยงกบบนพื้นที่สูง

คู่มือการเลี้ยงกบบนพื้นที่สูง

การเพาะเลย้ี งกบบนพน้ื ท่สี ูง

ส้าหรับลูกกบทรี่ วบรวมได้จากธรรมชาตกิ เ็ ช่นกนั ควรคัดเฉพาะลูกกบที่มี
ขนาดตัวประมาณ 1.5-2 เซนติเมตร มาปล่อยลงเลี้ยง เนื่องจากเป็นขนาดท่ี
เหมาะสมท่ีสดุ เพราะนอกจากจะเป็นการสะดวกตอ่ การลา้ เลียงแลว้ ยังสามารถฝึก
หดั ให้กนิ อาหารไมม่ ีชวี ิตและอาหารสา้ เรจ็ รปู ได้ง่ายและเรว็ ขน้ึ ซ่งึ การอนุบาลลูกกบ
ทง้ั จากการเพาะเลย้ี งและจากการรวบรวมจากธรรมชาติก็สามารถอนุบาลได้ใน
ลกั ษณะวธิ ีการไม่แตกตา่ งกัน

7. การคดั ขนาดกบ
การเลี้ยงกบมคี วามจ้าเป็นมากทจ่ี ะตอ้ งมีการคัดขนาดกบ ส้าหรับลูกกบที่

ไดจ้ ากการเพาะเลย้ี ง เมอ่ื อายุประมาณ 1 เดือน ถึง 1 เดอื น กบั 10 วัน ช่วงนี้จะมี
การคัดขนาดกบคร้งั แรกโดยการคดั เอาตัวใหญไ่ ปเล้ียงในบอ่ เดยี วกัน ต่อมาก็จะท้า

การคดั ขนาดทุก ๆ 1-2
สัปดาหต์ อ่ คร้งั และจะ
ท้า กา รคัดขน า ดครั้ ง
สดุ ท้ายเมอื่ กบมีอายุ 2
เดอื นคร่ึง ทั้งนีเ้ นื่องจาก
กบเปน็ สตั ว์ที่กินแมลง
เปน็ อาหาร คอื กินส่งิ ที่มี
ชีวิ ตและ เคลื่ อน ไ หว
หากไ ม่ มี กา ร คั ดข น า ด
หรือปล่อยตวั ใหญ่เลี้ยง
รวมกบั ตวั เล็กกบจะกัด
กนั เอง (ตัวใหญ่กินตัว
เล็ก) ท้าใหก้ บเสยี หายเป็นจา้ นวนมาก

~ 46 ~

การเพาะเลยี้ งกบบนพนื้ ท่สี ูง

การไม่คัดขนาดกบ ท้าใหล้ กู กบมีอัตรารอดตายต้่า เม่ือท้าการขายจะไป
เพิ่มในสว่ นของต้นทนุ การผลติ ใหส้ ูงขึน้ ส้าหรับลูกอ๊อดเราไมต่ ้องคัดขนาด เพียงแต่
เราใหอ้ าหารกระจายให้ท่ังท้ังบ่ออยา่ งเพียงพอจะไมค่ อ่ ยมปี ญั หาเรือ่ งกบหรอื ลกู อ๊อด
เจริญเติบโตไมเ่ ทา่ กนั ซึง่ จะทา้ ใหไ้ มต่ ้องเสยี เวลาในการคดั ขนาดลกู ออ๊ ด เพยี งแตค่ วร
มกี ารเปลย่ี นถ่ายน้าให้สะอาดควบคู่ไปด้วยกันเท่าน้ัน นอกจากนี้เมื่อลูกอ๊อด
เปลยี่ นเป็นลกู กบ กล่าวคอื หางหดและมี 4 ขา หรือท่ีเรียกวา่ ระยะกบขึ้นกระดาน
เราตอ้ งหาวัสดุใสล่ งไปในบอ่ เพื่อใหล้ ูกกบไดข้ ึ้นเกาะพกั อาศัย ไมเ่ ช่นนั้นตัวที่ยังไม่มี
ขาครบและหางยังไมห่ ดจะกัดกินดงึ ตวั ที่มขี าครบและหางหดแลว้ เพราะลูกกบชว่ งน้ี
จะออ่ นแอมาก เพราะเพง่ิ มกี ารพฒั นาเปลยี่ นรปู รา่ งไปจากเดมิ ท้าให้ลูกอ๊อดคิดว่า
เป็นศตั รจู ึงรมุ กนั กดั ตอ้ งหาวิธีคัดเลอื กลูกกบแยกจากบอ่ เดิมไปอนุบาลในบ่อใหม่
(คัดเฉพาะลกู กบทมี่ ี 4 ขา)

การคดั ขนาดสม้า่ เสมอ ท้าใหล้ ูกกบมอี ัตรารอดสูง การเจรญิ เตบิ โตเร็ว และ
ย่นระยะเวลาในการเล้ียงอีกดว้ ย ส้าหรับอัตราการปลอ่ ย บ่อขนาดมาตรฐาน 3 x4
เมตร ถ้าเลยี้ งในฤดูกาลหรือชว่ งฤดูฝนท่ีกบผสมพันธกุ์ ันอยู่แลว้ ซ่ึงจะมีกบออกมาสู่
ทอ้ งตลาดมากจะปล่อยกบในจา้ นวนท่ีหนาแน่น เพื่อที่จะเล้ียงเน้นปริมาณมาก
เพราะกบมีราคาต่า้ แตต่ อ้ งใช้ระยะเวลาในการเล้ียงนาน 3 เดือนกวา่ เพราะกบจะโต
ช้า แต่ถา้ นอกฤดหู รอื ชว่ งไหนท่ีกบมรี าคาแพงควรเล้ียงแบบเน้นคุณภาพ คือปล่อย
ประมาณ 100 ตัวตอ่ 1 ตารางเมตร เพ่ือไมใ่ ห้กบแออัดเกินไป กบก็จะโตเรว็ ใช้เวลา
เลีย้ ง 3 เดอื น กส็ ามารถขายได้

~ 47 ~

การเพาะเลยี้ งกบบนพน้ื ทส่ี ูง

การเตรยี มบ่อ

ในการเตรยี มบอ่ ถ้าเปน็ บอ่ ทสี่ ร้างเสรจ็ ใหม่ ๆ บอ่ จะมคี วามเปน็ ด่างสูง ถ้า
ไมม่ กี ารจัดการเตรียมบ่อท่ีดีพอ เมื่อปล่อยกบลง เลี้ยงแล้วกบอาจจะเกิดความ
เสยี หายและตายได้ ดังน้นั บอ่ ทพ่ี ่ึงสร้างใหม่ ๆ ควรแช่บ่อด้วยตน้ กลว้ ยหั่นประมาณ
2-3 วัน เพื่อลดความเป็นด่างของปูนซเี มนตล์ งให้อยู่ในระดับทเี่ หมาะสมก่อน ส่วน
บ่อที่เป็นกรดสูงให้นา้ ปนู ขาวมาละลายน้าแล้วทิง้ ไว้ใหใ้ ส จากน้นั น้าเอาแต่น้าปูนใส
มาใสใ่ นบ่อเลี้ยงกบเพอื่ ปรบั สภาพบอ่ แลว้ จึงคอ่ ยท้าการปล่อยกบลงเล้ียง แต่ถ้า

ปล่อยกบลงเลี้ยงไปแลว้ กบยัง
ไม่ยอมลง น้ า แ ส ดง ว่ า ควา ม
เปน็ กรด-ดา่ ง ยงั ไม่เหมาะสม
ก็ใหท้ ้าการวัดค่าความเป็น
กรด-ด่า ง ซึ่ง ค่าความเป็ น
กรด-ดา่ งทีเ่ หมาะสมในการ
เลี้ยงกบจะอย่ทู ป่ี ระมาณ 5-8
ถา้ วัดแล้วไดค้ า่ ทีไ่ มเ่ หมาะสม
กใ็ ห้จดั การตามวิธีท่ีได้กล่าว
มาขา้ งต้น

1. บอ่ เลีย้ งพ่อแม่พนั ธุ์
ในบอ่ ทใี่ ช้เล้ยี งพอ่ แม่พนั ธไุ์ ม่จ้าเป็นตอ้ งใส่พืชนา้ แตจ่ ะใช้แคร่ใส่ไว้ในบ่อ

ซง่ึ จะเป็นประโยชน์ คอื
1. ดา้ นบนของแคร่เป็นพ้ืนทีส่ ้าหรับใหอ้ าหารกบและใหก้ บขึ้นมาพกั อาศยั
2. ดา้ นลา่ งของแคร่หรือใต้แคร่ กบได้หลบซอ่ นตัวเสมอื นหน่ึงว่าเป็นที่จ้า

ศีล ทัง้ นี้ขนาดของแคร่ควรสงู กวา่ คร่ึงตัวกบ สว่ นระดบั นา้ ในบ่อใหส้ งู 5-7 เซนตเิ มตร

~ 48 ~

การเพาะเลยี้ งกบบนพนื้ ที่สูง

หรื อประ ม า ณครึ่ ง ตัวกบก็
เพยี งพอ เพราะหากใสน่ ้ามาก
กบจะพองขยายตัวใหญข่ น้ึ ตาม
ไปด้วย

2. บอ่ เพาะพนั ธุ์
ล้า ง บ่อใ ห้ สะ อา ด
แล้วตากบอ่ ฆา่ เชอ้ื โรค 2-3 วัน
เตมิ นา้ สะอาดลงไปในบ่อให้มี
คว า ม สู ง ป ร ะ ม า ณ 5 -7
เซนติเมตร หรอื ใหอ้ ยรู่ ะหว่าง
ครึ่งตัวกบ เพอื่ ให้กบกระโดด
ขน้ึ แครไ่ ดส้ บาย นา้ ผักบงุ้ มาใส่
ใ น บ่ อ พ ย า ย า ม จั ด
สภ า พแวดล้ อม ให้ เ หมื อน
ธรรมชาตมิ ากทีส่ ดุ

บอ่ พลาสตกิ เพาะพนั ธก์ุ บ ณ บ้านสองธาร อ.แมแ่ จม่

~ 49 ~

การเพาะเลย้ี งกบบนพนื้ ท่สี ูง

3. บ่ออนุบาล

ในระยะท่ลี ูกอ๊อดพ่งึ ออกมาเป็นตัวใหมๆ่ ไม่ควรให้มีน้าลึกเกินไป คือมี

ระดับน้าเพยี ง 1-2 นวิ้ กพ็ อ หลังจากอนบุ าลลกู ออ๊ ดได้ 7-8 วัน กค็ ่อย ๆ เพ่ิมระดับ

นา้ ในบ่อให้สงู ข้นึ 2-3 เซนติเมตรต่อวัน จนกระทั่งในบ่อมีระดับน้าสูงถึง 20

เซนติเมตร จากน้ันเม่ือลกู ออ๊ ดเจรญิ เติบโตเตม็ ท่ีหรือมีขาหลังงอกข้นึ มาแล้วกใ็ ห้เพ่ิม

ระดับน้าในบ่อใหส้ งู ข้ึนมาอีกเล็กน้อยหรือคงไว้ที่ 20 เซนติเมตรก็ได้ ส้าหรับ

ระยะแรก ๆ นั้น ควร

ให้ ฟองอา กาศช่ วย

หายใจด้วย และควร

ใสผ่ กั บุง้ หรือพืชน้าอ่ืน

ๆ เพ่ื อให้ ลูกอ๊ อดไ ด้

เกาะ อาศั ยและเพื่ อ

ความรม่ เย็น เม่ือลูกอ๊

อดพั ฒ น า เ ป็ น ลู กก บ

คือมีลักษณะเหมือน

พ่ อ แ ม่ ห รื อ มี อ า ยุ

ประมาณ 1 เดอื น ให้

บอ่ พลาสติกอนุบาลลูกกบ ณ บ้านเด่น อ.กลั ยานวิ ัฒนา ทา้ การคดั ขนาดลูกกบ
ตัวเ ท่า ๆ กั นน้ าไ ป

เล้ยี งในบอ่ อ่นื ๆ สว่ นทเ่ี หลือตวั ทมี่ ีขนาดเทา่ ๆ กันกใ็ ห้เลี้ยงในบ่อเดิม

4. บ่อเลีย้ งกบขุนหรอื กบเนอื้
บอ่ เลย้ี งกบขนุ ควรเป็นบ่อซีเมนตป์ ูพ้ืนดว้ ยกระเบือ้ งสีอ่อนและพ้ืนบ่อควร
ลาดเอียงเล็กนอ้ ย เพ่อื ง่ายต่อการทา้ ความสะอาด โดยบอ่ มีขนาดกวา้ ง 3 เมตร ยาว
4 เมตร สูง 1.2 เมตร หลังคามงุ ดว้ ยวัสดุโปรง่ แสงร้าไร อากาศถ่ายเทไดด้ ี แต่ไม่ควร

~ 50 ~

การเพาะเลยี้ งกบบนพนื้ ที่สูง

ใช้วสั ดุสีดา้ เพราะจะดูดความร้อน การทา้ บ่อแบบนี้ดเู หมือนลงทุนสงู แต่สามารถใช้
งานไดต้ ลอดระยะเวลาการเลย้ี ง ท้าความสะอาดง่าย ไม่สง่ กล่นิ เหม็น และทา้ ใหก้ บที่

เลยี้ งปรับสภาพสีสวยตามความตอ้ งการของตลาด

บ่อซีเมนต์เลย้ี งกบเนอ้ื กระชังบกเลยี้ งกบเนอื้

~ 51 ~

การเพาะเลย้ี งกบบนพนื้ ทีส่ ูง

อาหารกบ

1. อาหารธรรมชาติ
โดยธรรมชาติของกบจะกนิ อาหารมชี ีวิต เช่น แมลง ไส้เดือน ปลวก หนอน

ลูกปลา ลกู กุ้ง ฯลฯ แต่ปจั จบุ นั ผู้เลย้ี งไดพ้ ฒั นาวธิ ีการเล้ียงใหม้ ีความหลากหลาย ใน
ส่วนของอาหารผู้เล้ยี งก็พยายามน้าวัตถดุ ิบทหี่ าได้งา่ ยในท้องถน่ิ มาใหก้ บกิน ดงั นี้

- ไส้เดอื นดิน ปจั จุบนั ไส้เดือนดนิ นับวนั ยง่ิ มีนอ้ ยลงและหายากข้นึ เร่ือย ๆ
ดังน้ันห า กต้ อง กา ร ใ ช้
ไส้เดอื นดินเป็นอาหาร
เสริมเ ล้ียงกบแล้ว ก็
ควรทา้ การเพาะเล้ียง
ขึ้ น เ อ ง จ ะ ดี ท่ี สุ ด
ไ ส้ เ ดื อ น ดิ น ท่ี ใ ช้
เพาะเลี้ยงมีด้วยกัน 2
ชนิด คือ ไส้เดอื นดินตัว
สั้น และไสเ้ ดอื นดินตัว
ยาว ส้าหรับไสเ้ ดอื นดิน
ตั ว สั้ น น้ี จ ะ มี ก า ร
สืบพนั ธวุ์ างไข่เพิ่มขยายจ้านวนได้รวดเร็วกว่าไส้เดือนดินตัวยา วมาก ซ่ึงการ
เพาะเลย้ี งไสเ้ ดือนดินก็ท้าไดไ้ มย่ ากนัก โดยน้ามูลววั หรอื มลู ควายมาผสมคลกุ เคลา้ กบั
ดินบรเิ วณทจี่ ะใชเ้ ลย้ี งไส้เดือนดนิ ให้เข้ากัน จากนน้ั รดน้าให้ชมุ่ ชืน้ แลว้ น้าไส้เดือนดนิ
มาปล่อยลงเลีย้ ง

ตอ่ จากนั้นคอยดูแลดนิ บริเวณทใ่ี ชเ้ พาะเลี้ยงให้มคี วามช้นื อยู่เสมอ เพ่ือให้
ไสเ้ ดอื นดนิ สามารถอยูไ่ ด้อย่างสบายเช่นธรรมชาติ เมื่อทา้ การใชเ้ ลย้ี งก็ทา้ การขุดดิน
จบั ไส้เดือนดนิ ขน้ึ มา แลว้ น้าไปเลี้ยงกบตอ่ ไป อาจจะใหก้ นิ ท้งั ตัวหรอื สบั เปน็ ท่อนให้
กนิ กไ็ ด้ นอกจากนีย้ งั มกี ารเพาะเลย้ี งไส้เดอื นดนิ อีกวิธีหนึ่ง คือ ใช้ภาชนะหรือถัง

~ 52 ~

การเพาะเลยี้ งกบบนพน้ื ท่สี ูง

ซีเมนตท์ ่ีน้ามาใชเ้ ป็นถงั ส้วม แตม่ กี ้นเพื่อป้องกันไม่ให้ไส้เดือนหนี ดา้ นล่างเจาะเปน็ รู
ระบายน้า โดยรูนี้จะใช้ผา้ มงุ้ ไนล่อน ครอบปิดปากรเู อาไว้ ปอ้ งกันไม่ให้ไส้เดือนหนี
ออกมาทางรรู ะบายน้าน้ี

ภายในภาชนะนีก้ ็จะใสด่ ินผสมกับปยุ๋ คอกหรือปุ๋ยหมกั ในอตั ราดิน 3 ส่วน
ต่อปุ๋ยคอกหรอื ปุ๋ยหมกั 1 ส่วน คลุกเคล้าให้เขา้ กนั จากนั้นน้าดินผสมแล้วใส่ลงไป
ประมาณของความสูงของภาชนะ ใส่ไสเ้ ดอื นลงไปแลว้ ใช้ใบไมป้ ิดคลมุ ผวิ หน้าดินอีก
ชน้ั เพือ่ ป้องกนั ความร้อนจากแสงแดด แตโ่ ดยปกติเราจะตงั้ ภาชนะนี้ไว้ในร่ม เพื่อ
ไมใ่ ห้ภาชนะภายในมีความร้อนเกินไป หลงั จากนน้ั ก็รดนา้ ให้ความชุ่มชื้นเปน็ ประจ้า
ไส้เดือนกจ็ ะสบื พันธว์ุ างไข่เพิ่มขยายจ้านวนมากขนึ้ ประมาณ 45-60 วนั ก็จะเริ่มมี
ไส้เดือนตัวโตพอท่ีจะจับไปเล้ยี งกบได้

สา้ หรบั วธิ กี ารจับไสเ้ ดอื นก็ทา้ ได้ง่าย คือ อดุ รรู ะบายน้าด้านลา่ งแลว้ เติมน้า
ลงไปให้สงู กวา่ ระดบั ดินเลก็ นอ้ ย ไส้เดือนก็จะหนนี ้าข้ึนมาบริเวณผิวหน้าดิน ก็ให้
เลือกจบั เอาเฉพาะตัวโตออก แลว้ เปดิ รรู ะบายนา้ ใหไ้ หลออกจนแหง้ เพอ่ื ให้ไส้เดือน
ตวั ท่ยี งั เลก็ ไมไ่ ดข้ นาดเจริญเติบโตและแพร่ขยายพันธ์ุต่อไป

- หนอนแมลงวนั นบั เป็นอาหารเลี้ยงกบระยะแรกที่ดีที่กบชอบกินท่ีสุด
หนอนแมลงวนั จะพบไดม้ ากตามสิ่งของบดู เนา่ เชน่ ผลไมเ้ นา่ มลู สัตวเ์ น่า ซากสัตว์
เนา่ เปน็ ตน้ ในการเล้ียงกบโดยใช้หนอนแมลงนิยมเพาะเล้ียงกันจากขี้หมูสด
เพาะเล้ียงไดไ้ ม่ยาก และลดต้นทุนการผลิต

ส้าหรับอุปกรณ์ที่จ้าเป็นต้องใช้ ได้แก่ บ่อซีเมนต์ สูงประมาณ 25-
30 ตารางเมตร และมีเน้อื ที่ 4-6 ตารางเมตร และควรมอี ยา่ งน้อย 4 บ่อ และต้องมี
ฝาปดิ ด้วยสังกะสเี พอ่ื ลดกลนิ่ เหมน็ และป้องกนั แดด ฝน นอกจากนี้ยังมีอุปกรณ์ที่
จา้ เป็นอกี เช่น พล่ัว รถเข็น ตะแกรงร่อน ขห้ี มสู ด และถัง เปน็ ตน้ ส่วนวิธีการเพาะ
หนอนแมลงวันจากขี้หมูสดกท็ า้ ได้ ดังน้ี นา้ ขีห้ มสู ด ทเี่ กิดจากการลา้ งบ่อตักใสร่ ถเขน็
แล้วนา้ ไปเทลงบอ่ ซเี มนต์ทีเ่ ตรียมไว้ประมาณ 3-4 คนั รถ ให้มีปริมาณเท่ากันเปน็ จุด

~ 53 ~

การเพาะเลยี้ งกบบนพนื้ ทส่ี ูง
ๆ จากนนั้ จะมีการเกดิ หนอนแมลงวันตามข้ันตอนดังน้ี ในวันท่ี 1 ภายหลังจากทไ่ี ดน้ ้า
ขห้ี มูสดมาใสล่ งบอ่ แล้ว ก็จะเร่ิมมีแมลงวนั มาวางไข่มากท่ีสุดคือช่วง 10.00-14.00
น. ซ่งึ จะมี 2 ชนิดที่จะมาวางไข่และจะวางไข่ในวันแรกเทา่ น้ัน ชนดิ แรกคือ แมลงวนั
หวั สแี ดง และล้าตวั สเี ขยี ว และชนิดท่ี 2 คือหัวสีนา้ ตาลและล้าตัวสีด้าสลับขาว ใน
วันที่ 2 จะเริ่มมหี นอนแมลงวนั แผ่กระจาย ในวันที่ 3 หนอนแมลงวันจะแผ่กระจาย
เตม็ ท่ี และในวนั ท่ี 4 ข้หี มสู ดจะยบุ เรยี บและเป็นผงแห้ง ๆ เม่ือคุ้ยดูจะมีหนอน
แมลงวนั อยู่ภายใน และตามพืน้ บ่อเป็นจ้านวนมาก

ดังน้ัน ถ้านับเวลาตง้ั แต่เริ่มเอาข้ีหมูสดใสบ่ ่อซเี มนต์ เพ่ือเพาะให้ตัวเป็น
หนอนแมลงวันจะใช้เวลาราว 72-80 ชวั่ โมง ก็จะได้ขนาดโตพอใช้เปน็ อาหารกบได้
หากเกินเวลาดังกล่าวตัวหนอนจะเรม่ิ มขี นตามตวั และไม่นิยมน้ามาเล้ียงเป็นอาหาร
กบ ส้าหรับบ่อทเ่ี หลอื ดงั กลา่ วกป็ ฏิบตั เิ ชน่ เดยี วกันกบั บอ่ ท่หี น่ึงและนา้ มาหมุนเวียน

~ 54 ~

การเพาะเลยี้ งกบบนพนื้ ที่สูง
เปน็ อาหารกบตามล้าดบั ใน 1 บ่อสามารถเพาะตวั หนอนแมลงวันได้ประมาณ 2-3
ปบี๊ สว่ นกากทเ่ี หลือก็น้าไปเป็นปยุ๋ ต่อไป

สา้ หรบั การเพาะหนอนขหี้ มูอีกวิธีคอื การนา้ เอาเลือดหมู ขนหมู และร้า
ละเอยี ดผสมคลุกเคลา้ ใหเ้ ขา้ กัน รดนา้ ใหช้ ้ืนและนา้ ไปเทใส่ภาชนะทรงแบนปากกวา้ ง
หรือพืน้ ท่รี องด้วยผ้าพลาสติก ปลอ่ ยทิ้งไวป้ ระมาณ 3-7 วนั กจ็ ะมีตัวหนอนแมลงวัน
เกิดขึ้นมากมาย แต่วิธนี ต้ี ้องระมดั ระวังใหม้ าก เพราะจะสง่ กลิ่นเหมน็ มาก ซงึ่ อาจเกดิ
ความรา้ คาญแกเ่ พ่อื นบ้านได้

- แมลงต่าง ๆ แมลงทีก่ บชอบมากที่สุดคอื แมลงเม่าท่ีเกิดจากตัวปลวก
ซงึ่ มีมากในช่วงฤดูฝน ชว่ งเวลากลางคนื ซ่งึ เราสามารถติดหลอดไฟไว้บนบ่อล่อให้
แมลงลงมาเลน่ เล่นไฟ และตกลงไปเป็นอาหารกบได้เช่นกัน แต่ควรเลือกให้เป็น
เมนอู าหารเสรมิ มากกว่าอาหารหลัก เพราะจะท้าให้กบโตไม่เต็มที่ และมีขนาด
แตกตา่ งกันได้ อยา่ งไรกต็ ามการใช้ไฟล่อแมลงในชว่ งกลางคืนมักส่งผลเสียคือมีกบ
ตาย เนือ่ งจากมแี มลงชนดิ หน่งึ ช่อื “แม่ปกี มดคันไฟ” ซึ่งจะมาเลน่ ไฟดว้ ยและมันตาย
ยากและเม่ือกบไดจ้ ับกินเข้าไปมนั จะไปกัดกระเพาะอาหารท้าให้กบตายในเวลาตอ่ มา

จงิ้ หรดี ปลวก

~ 55 ~

การเพาะเลยี้ งกบบนพนื้ ทสี่ ูง
- ปลาเปด็ ปลาเบญจพรรณ สามารถเลือกซ้ือได้จากแหล่งใกล้บ้าน ใน
ราคากิโลกรมั ละ 6-8 บาท น้ามาสับละเอียดและใช้ได้ทันที หรือน้ามาสับละเอียด
และผสมรา้ กไ็ ด้ วธิ ีนมี้ หี ลายฟาร์มเลอื กใชเ้ พื่อผลก้าไรที่สงู ขึน้
- เศษปลา เหงือกปลา และปลาทู วตั ถุดบิ ชนิดนม้ี รี าคาขายอยู่ที่ 10-15
บาทต่อป๊ีบและในแถบจังหวัดสระบรุ ีนยิ มใช้กนั มาก เพราะเช่ือว่าเลี้ยงแลว้ กบโตวยั
2. อาหารสาเรจ็ รูป
- อาหารไก่ อาหารไก่สา้ เร็จรูปชนิดอัดเมด็ สามารถใชผ้ สมเล้ยี งกับหนอน
แมลงวนั ในระยะแรก และคอ่ ย ๆ ลดปรมิ าณหนอนแมลงวนั ลงจนเหลือแต่อาหาร
อดั เมด็ อย่างเดียวในท่ีสดุ

อาหารเอนกประสงคท์ ่ใี ชเ้ ลย้ี งกบ
~ 56 ~

การเพาะเลยี้ งกบบนพน้ื ทสี่ ูง

- อาหารกบอัดเม็ดสาเรจ็ รูป ปัจจุบันผเู้ ล้ียงกบมีความสะดวกสบายมาก
ย่งิ ข้นึ เพราะมบี ริษัทผลติ อาหารสัตว์หลายบริษัทท่ีผลิตอาหารอัดเม็ดส้าเร็จรูป
สา้ หรบั ใช้เลีย้ งกบโดยเฉพาะขึน้ มา ซง่ึ อาหารเม็ดส้าเรจ็ รูปส้าหรับกบนี้จะมีคุณค่า
ทางอาหารคอ่ นขา้ งครบถ้วน เพยี งแต่อาหารเม็ดจะสูญเสียวิตามนิ และกรดอะมิโนที่
จ้าเปน็ บางชนดิ เนอื่ งจากความรอ้ นที่ใชอ้ ดั เม็ดหรือการอบอาหารให้แห้งไปบ้าง
เท่านัน้ เชน่ ขาดวิตามนิ บี 1 อนิ โนซิทอล วิตามนิ ซี ดังนั้นถ้าผู้ใดเน้นเลี้ยงกบด้วย
อาหารสา้ เร็จรูป จา้ เป็นตอ้ งใหอ้ าหารเสริมและเกลือแร่ต่าง ๆ เพื่อให้กบได้รับ
สารอาหารครบถ้วนจริงๆ จะทา้ ให้กบมสี ขุ ภาพดี แข็งแรง โตไว ไมเ่ บ่ืออาหาร และมี
ความตา้ นทานโรคสงู อกี ทง้ั ยงั ชว่ ยใหพ้ ่อแมพ่ นั ธม์ ีความสมบรู ณ์พันธ์เต็มที่ ให้ไข่ท่ี
แขง็ แรง และมีเปอร์เซ็นตก์ ารฟกั เปน็ ตวั สงู (ลกั ษณะของกบที่ขาดสารอาหารก็คือ
กบจะมอี าการเซื่องซมึ โตชา้ ผิวหนังผดิ ปกติ ตัวสน่ั ชกั กระตกุ เย่ือเมือกซดี และเป็น
แผลงา่ ยแตห่ ายชา้ )

มีผู้เลยี้ งกบบางรายนา้ ปลายข้าว 1 สว่ น ผักบุ้ง 2 ส่วน ต้มรวมกันไปกับ
อาหารสด เช่น เน้อื ปลา เนื้อหอยโข่ง หรือปูท่เี ดด็ เอาก้ามออกแล้ว เม่ือต้มเสร็จแลว้ ก็
ปลอ่ ยให้เย็น จากน้นั กน็ ้าไปให้กบกนิ ซ่ึงก็ท้าได้เช่นกัน

การเปดิ ไฟล่อให้แมลงมาเล่นไฟเพอ่ื ใหแ้ มลงตกลงไปเปน็ อาหารของกบนน้ั
ไม่สู้จะเป็นผลดเี ทา่ ใดนัก เพราะจะท้าใหก้ บอดหลับอดนอน คอยเฝา้ รอกินแมลงท่จี ะ
ตกลงมา อีกทัง้ แมลงทีม่ าเล่นไฟเหล่าน้บี างครงั้ จะเปน็ อนั ตรายตอ่ กบ เช่น แมลงที่มี
พิษอยูใ่ นตัว หรือแมลงท่ีไปถกู ยากา้ จัดศตั รพู ชื และไม่ตายโดยทันที เมอื่ มาเล่นไฟและ
ตกลงไป แล้วกบกินแมลงเขา้ ไปกเ็ ทา่ กบั กนิ พษิ ยาก้าจดั แมลงเข้าไปด้วย ซึง่ จะท้าให้
ตายในที่สุด ผู้เลย้ี งก็มกั จะหาสาเหตุทก่ี บตายไมไ่ ด้ เพราะกบไม่มีบาดแผล และการ
ตายในลกั ษณะเดียวกนั นย้ี งั พบวา่ เกดิ ขึน้ กับกบทก่ี นิ อาหารบดู เสีย เนื่องจากผู้เลี้ยง
ปลอ่ ยปละละเลยไมท่ ้าความสะอาดภาชนะทใ่ี หอ้ าหารกบ ดังนน้ั เมื่อให้อาหารส้าเรจ็
แลว้ ควรเกบ็ เศษอาหารทเี่ หลือและน้าภาชนะไปลา้ งท้าความสะอาดใหเ้ รียบรอ้ ย

~ 57 ~

การเพาะเลย้ี งกบบนพน้ื ที่สูง

3. หลกั การใหอ้ าหาร
การเล้ยี งลกู กบไปจนกระทง่ั โตเปน็ กบรุ่นเพ่อื การค้า นยิ มเล้ียงดว้ ยอาหารไมม่ ี

ชวี ิต เชน่ ปลาเปด็ สดบด ปลาเปด็ สดบดผสมร้าละเอยี ด อาหารส้าเรจ็ รปู อดั เมด็ และ
เศษปลาหรอื เครื่องในสัตว์ ทง้ั น้เี พราะลูกกบทผ่ี ่านการอนุบาลจะถกู ฝกึ หดั ให้มคี วามเคย
ชินกับการกนิ อาหารชนิดดังกลา่ วน้ีดีแล้ว กบจงึ สามารถกนิ อาหารได้อยา่ งเต็มทโ่ี ดยไม่
จา้ เป็นต้องใหอ้ าหารทีม่ ีชวี ิตแต่อยา่ งใด

ส้าหรับการเลี้ยงกบใหญ่ (กบขุน) จะให้อาหารวันละ 2 มือ้ คือม้ือเช้าและ
มื้อเยน็ หรืออาจจะใหเ้ วลาเดียว คอื ม้อื เย็นตอนชว่ งเวลาพลบค่้ากไ็ ด้ เพื่อให้กบตัวท่ี
ยงั มคี วามหวาดระแวงอยู่ได้ขน้ึ จากน้าหรือท่ีหลบซ่อนมากินอาหารในช่วงเวลา
กลางคนื ซงึ่ จะท้าให้กบกินอาหารได้เตม็ ท่มี ากย่งิ ขึ้น ส่วนการใหอ้ าหารลูกอ๊อดหรือ
กบเลก็ ควรให้ 3-5 มอ้ื ตอ่ วนั คอื ใหใ้ นปรมิ าณน้อยแต่บอ่ ยครง้ั เพ่ือไมใ่ ห้อาหารเหลือ
ตกค้าง อันจะเป็นสาเหตุท้าให้นา้ ในบ่อเน่าเสียเรว็

~ 58 ~

การเพาะเลยี้ งกบบนพน้ื ที่สูง

ใน สภ าพปกติ
กบจะ กิน อา หา รวั นละ
ประมาณ 4-5 เปอรเ์ ซ็นต์
ของน้ า หนั กตัว ดัง นั้ น
ปริมาณการ ใ ห้ อา ห า ร ใ น
แต่ละวัน จงึ ควรประมาณ
นา้ หนักตวั ของกบท่ีเล้ียง
ท้ังหมดมาค้านวณเพ่ือหา
ปริ มา ณอาหารท่ีจ ะใ ช้
เลี้ ยง หรื อสั ง เ กตจ า ก
ปรมิ าณอาหารที่ใหก้ ินในแต่ละคร้งั กไ็ ด้ โดยถ้าอาหารทีใ่ หน้ นั้ กบสามารถกินได้หมด
ภายในชว่ งเวลาประมาณ 2 ชวั่ โมง ก็แสดงว่าพอดี ถ้าอาหารหมดก่อน 2 ชั่วโมง
แสดงวา่ ให้อาหารน้อยเกินไป หรือถา้ ผ่าน 2 ชว่ั โมงไปแล้วกบยงั กินอาหารไม่หมดก็
แสดงว่าใหม้ ากเกินไป ดังนั้นควรปรบั ลดหรือเพ่มิ ปริมาณอาหารให้มคี วามพอเหมาะ
พอดกี ับความต้องการของกบ
4. อตั ราการใหอ้ าหาร

สา้ หรับบ่อเลีย้ งกบขนาดมาตรฐาน 3x4 เมตร (12 ตารางเมตร) ปลอ่ ยกบ

ลงเลี้ยงในอตั รา 100 ตวั ต่อตารางเมตร (1,200 ตวั ต่อบ่อ) ควรใหอ้ าหารเล้ยี งกบใน

อตั ราดงั น้ี

1. ลกู กบอายุ 5-30 วัน ควรให้อาหารประมาณ 0.4 กโิ ลกรัมตอ่ วัน

2. ลกู กบอายุ 1 เดอื น ควรใหอ้ าหารประมาณ 0.6 กิโลกรมั ตอ่ วนั

3. ลูกกบอายุ 2 เดอื น ควรให้อาหารประมาณ 1 กิโลกรัมตอ่ วนั
4. ลกู กบอายุ 3 เดอื น ควรให้อาหารประมาณ 1.5 กิโลกรมั ต่อวัน
5. ลูกกบอายุ 4 เดอื น ควรให้อาหารประมาณ 2-2.5 กโิ ลกรัมต่อวนั
6. ลกู กบอายุ 5 เดอื น ควรให้อาหารประมาณ 2.5-3กโิ ลกรมั ตอ่ วัน

~ 59 ~

การเพาะเลย้ี งกบบนพน้ื ที่สูง

แต่อย่างไรกต็ าม การให้อาหารเลี้ยงกบในวันหน่ึงๆ จะน้อยหรือมาก
เพียงใดนัน้ กข็ น้ึ อยู่กับปัจจยั หลายๆ ประการประกอบกนั ดว้ ย เชน่ จ้านวนของกบที่
เลีย้ งอุณหภมู ิความเปลย่ี นแปลงของน้าภายในบอ่ และอากาศภายนอก เสียงรบกวนท่ี
ท้าใหก้ บหวาดระแวงหรือตกใจ การเปลย่ี นถา่ ยนา้ ในบอ่ เลย้ี ง และความสม่้าเสมอ
ของอาหารที่ใช้เลย้ี ง ซ่ึงนบั ว่ามีความสา้ คญั เป็นอย่างยง่ิ กลา่ วคือ หากเปล่ียนชนิด
ของอาหารโดยทนั ที กบจะไมย่ อมกนิ อาหาร แม้วา่ กบจะหิวแล้วกินอาหารนนั้ เข้าไป
กบจะมคี วามร้สู ึกวา่ แตกตา่ งไปจากอาหารทีเ่ คยกิน และคายอาหารนั้นออกทันที
ส่วนขนาดของอาหารก็เชน่ กันจะต้องมีความสัมพันธ์กับขนาดของกบ คือควรให้
อาหารมีขนาดเลก็ กว่าปากของกบ เพือ่ ใหก้ บกนิ อาหารได้สะดวก

5. ขนาดของอาหารทเ่ี หมาะสมต่อกบแตล่ ะวยั
สา้ หรบั ขนาดของอาหารควรจะตอ้ งมคี วามสมั พนั ธ์กบั ขนาดของกบ เพือ่ ให้

กบกนิ อาหารได้งา่ ยและสะดวก ซึง่ มีหลกั การดังน้ี
1. ลกู กบขนาด 1-1.25 เซนตเิ มตร ควรใช้อาหารเลี้ยงท่มี ีขนาดเสน้ ผ่าน

ศูนยก์ ลาง 1.5-2 มลิ ลิเมตร และยาว 0.5 เซนตเิ มตร
2. ลกู กบขนาด 2.5-5 เซนตเิ มตร ควรใช้อาหารเล้ียงทีม่ ีขนาดเส้นผา่ น

ศูนย์กลาง 2-4 มิลลิเมตร และยาว 0.5-1 เซนติเมตร
3. ลูกกบขนาด 5-7.5 เซนติเมตร ควรใช้อาหารเล้ียงท่มี ขี นาดเสน้ ผา่ น

ศนู ย์กลาง 4-8 มลิ ลเิ มตร และยาว 1-1.5 เซนติเมตร
4. ลกู กบขนาด 7.5-10 เซนติเมตร ควรใชอ้ าหารเลีย้ งที่มขี นาดเส้นผา่ น

ศนู ยก์ ลาง 0.8-1เซนตเิ มตร และยาว 1.5 เซนตเิ มตร
5. ลูกกบขนาด 10 เซนติเมตร ควรใชอ้ าหารเล้ียงทีม่ ีขนาดเสน้ ผ่าน

ศูนยก์ ลาง 1 เซนตเิ มตร และยาว 1.5-2 เซนตเิ มตร

~ 60 ~

การเพาะเลย้ี งกบบนพน้ื ทส่ี ูง

การจัดการและการดูแลรักษา

1. การเปลี่ยนถ่ายนา้
การเปลีย่ นถา่ ยน้ามีความจ้าเปน็ อย่างมาก เพราะโดยธรรมชาติของกบน้ัน

จะชอบอย่ใู นน้านิง่ และใสสะอาด การเปลย่ี นถ่ายน้าบอ่ ย ๆ หรอื ทกุ วัน จะเป็นการ
ขจัดของเสียภายในบ่อได้ดีทีส่ ดุ ซง่ึ ก่อนการเปลย่ี นถา่ ยนา้ ทุกครง้ั ควรงดอาหาร 1 ม้ือ
กอ่ นเสมอ และไมค่ วรถา่ ยนา้ ในขณะท่กี บกา้ ลังกินอาหารหรอื กนิ อาหารเสร็จใหม่ ๆ
เพราะจะท้าให้กบตกใจ จกุ เกรง็ อาหารไมย่ ่อย และอาจชักตายได้

น้าท่ใี ชเ้ ลย้ี งกบมีค่าความเปน็ กรด-ดา่ ง (pH) ที่เหมาะสมคือประมาณ 7.5-8.5
ค่าอลั คาไลน์ประมาณ 100-
150 ส้าหรบั การถ่ายน้าทุกวันผู้
เลี้ยงจะต้องม่ันใ จ เ สี ย ก่ อน ว่ า
นา้ ทีจ่ ะเตมิ เข้ามาในบ่อเล้ียง
ต้องสะ อาด ปลอดเ ช้ือและ
พยาธิ
ทั้ ง น้ี เ พื่ อ ล ด
ความเครียด ลดความเส่ียง
เรื่องกบป่วย เพิ่มอัตรากา ร
เ จ ริ ญ เ ติ บ โ ต รั ก ษ า
สภาพแวดล้อม ตัดวงจรเช้ือ
โรคและพยาธิ

~ 61 ~

การเพาะเลยี้ งกบบนพน้ื ทส่ี ูง

ตารางเปรยี บเทียบข้อดี – ข้อเสยี ในการเปล่ียนถา่ ยน้าแบบต่าง ๆ

วิธีการ ข้อดี ข้อเสีย

การเปล่ียนถ่ายน้าแบบ วิธีการน้ีเหมา ะส้าหรั บ เสียเวลานาน และอาจจะ

ล้น บ่อเลีย้ งจะตอ้ งมีทาง การเปลยี่ นถ่ายน้าในบ่อ เกิดปญั หาในบางพื้นท่ีที่

ระบายน้าเข้า และออก อนุ บ า ลลู ก อ๊ อด ม า ก ขา ดแคลน น้ า เ พร า ะ

พร้ อม ๆ กัน ส้ า หรั บ เพราะจะทา้ ให้ลูกอ๊อดไม่ วิธีกา รนี้ต้องใช้น้ ามา ก

วธิ กี ารเปลีย่ นถา่ ยน้าแบบ เครียด ไม่ตกใจ และ พอสมควร นอกจากนกี้ าร

ระบบน้าล้นคือ เติมน้ า ลูกออ๊ ดจะไม่ช้า เพราะใน เปล่ียนถ่ายนา้ แบบน้าล้น

สะอาดเขา้ บอ่ เรอื่ ย ๆ จน บ่อยงั มนี ้าอยู่ตลอดเวลา จะทา้ ความสะอาดบ่อได้

นา้ ในบ่อสะอาดดีแล้วจึง (นา้ ไมแ่ ห้ง) น้อยกวา่ การเปลี่ยนถ่าย

หยุดเตมิ น้าแบบแหง้

การเปล่ียนถ่ายน้าแบบ เหมาะสา้ หรับบอ่ อนุบาล กบจะตกใจ บอบช้า เกิด

แหง้ วิธกี ารคอื ปล่อยน้า และบ่อเลย้ี งกบใหญ่หรือ ความเครยี ด จนอาจถึงข้นั

เก่าออกให้หมด จากนั้น กบขุน การเปลย่ี นถ่ายน้า ชั ก เ ก ร็ ง ต า ย ไ ด้

ท้าการฉดี นา้ ล้างตะกอน แบบนี้ จ ะใ ช้ เวลาน้ อย เพราะฉะนั้นก่อนเปล่ียน

และสงิ่ สกปรกออกจนบ่อ ประหยดั น้า และทา้ ความ ถ่ายนา้ ตอ้ งหาวสั ดใุ ส่ลงไป

สะอาดดีแล้วจึ งท้ากา ร สะอาดบ่อไดด้ ี ในบอ่ เพื่อใหก้ บไดใ้ ชเ้ ป็น

เตมิ น้าให้เขา้ มา ที่หลบซอ่ นตวั

2. การจัดการ
กา ร จั ดกา ร แ ล ะ กา ร ดู แ ล รั กษา นั บ เ ป็ น สิ่ ง ส้ า คั ญ อย่ า ง ยิ่ ง ใ น กา ร ที่ จ ะ

เพาะเลย้ี งกบใหป้ ระสบผลส้าเร็จ เกษตรกรจ้านวนมากที่เพาะเล้ียงกบไม่ประสบ
ผลส้าเรจ็ ในการประกอบอาชีพเนื่องมาจากการจัดการและการดูแลรักษาที่ดีที่
ประกอบดว้ ย

~ 62 ~

การเพาะเลย้ี งกบบนพน้ื ทีส่ ูง

1. การคัดขนาด เนื่องจากกบเปน็ สตั วก์ ินเน้อื โดยธรรมชาติ และกินสัตว์
เป็นทมี่ ีขนาดเล็กกว่าตัวเองเป็นอาหาร ดังนัน้ ในการเลี้ยงที่มีความหนาแน่นมาก
เกนิ ไปหรอื ให้อาหารไม่เพียงพอจะท้าให้เกิดความแออัด และกบขาดอาหาร
กอ่ ให้เกดิ ปัญหาตัวใหญก่ นิ ตัวเลก็ เพราะในระหว่างการเลี้ยงลูกกบจะเจรญิ เตบิ โตไม่
เท่ากัน

ดังนัน้ ควรคัดขนาดลูกกบทกุ 2 สัปดาห์ โดยคัดกบที่มีขนาดเดียวกันลง
เล้ียงในบอ่ เดียวกันจะช่วยลดการกินกันเอง และเมื่อกบมขี นาดใหญข่ ้นึ ควรคัดขนาด
เชน่ เดียวกับลกู กบ เพราะการคดั กบที่มีขนาดใกล้เคยี งกับนา้ มาเลีย้ งด้วยกนั จะทา้ ให้
ลดการรังแกกนั กบจะมกี ารเจริญเตบิ โตเรว็ ขนึ้

2. การถา่ ยเทน้า การเลี้ยง
กบในน้าสะ อาดจะท้า ให้กบมีกา ร
เจริญเติบโตทีด่ ี ดงั นน้ั ถ้าบรเิ วณทีเ่ ลยี้ ง
มแี หล่งนา้ อดุ มสมบูรณ์ ควรถา่ ยเทน้า
ทกุ วนั หรอื ใช้การหมนุ เวียนให้น้าไหล
ผ่านในระบบน้าลน้ ตลอดเวลา แต่ถ้า
แหล่งน้าไมอ่ ุดมสมบูรณ์ อาจจะท้า
การถา่ ยเทน้า เมื่อสังเกตว่าน้าเร่ิมมี
กล่ินเนา่ เสีย ซ่งึ จะข้นึ อยู่กับชนิดของ
อาหารทีใ่ ชเ้ ล้ียงกบด้วย ความถใ่ี นการถา่ ยเทน้าในบ่อเล้ียงลูกอ๊อดข้ึนอยู่กับความ
หนาแน่นของลกู อ๊อดที่ปล่อยและอาหารทีใ่ ช้เลย้ี ง ถ้าเล้ยี งในบอ่ คอนกรีตควรถ่ายเท
น้าทุกๆ 2-3 วนั จะชว่ ยให้ลูกออ๊ ดแข็งแรงกินอาหารไดม้ ากและมกี ารเจรญิ เตบิ โตเรว็

วธิ กี ารถา่ ยเทน้าตอ้ งใช้วธิ เี ติมน้าใหมล่ งก่อนคร่งึ หนึ่ง จากนั้นจึงปล่อยน้า
เกา่ ออกใหเ้ หลอื ระดบั น้าเท่าเดิม ถ้าเล้ียงลูกอ๊อดในกระชังก็ไม่ต้องถ่ายเทน้า
เนื่องจากในบริเวณน้นั มีการหมุนเวียนของนา้ เกดิ ขน้ึ ได้เองเปน็ ปกติ ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับ

~ 63 ~

การเพาะเลยี้ งกบบนพน้ื ที่สูง
จา้ นวนกระชัง ขนาดของสระ หรือบอ่ ท่ีใชแ้ ขวนลอยกระชงั หรอื ขนาดร่องน้า และ
การไหลผ่านของนา้ สว่ นการถา่ ยเทน้าในบ่อเลย้ี งลกู กบและกบขนาดอื่น ๆ ก็ท้าได้
โดยวธิ เี ดียวกนั ไม่ควรปลอ่ ยนา้ ในบ่อจนแห้งแลว้ จงึ เตมิ ใหม่ เพราะกบเปน็ สัตว์ท่ีตื่น
ตกใจง่าย อาจมกี ารกระโดดกระแทกพ้นื บอ่ ทา้ ใหก้ บชา้ และตายได้

~ 64 ~

การเพาะเลยี้ งกบบนพนื้ ทส่ี ูง

โรคกบ

ปญั หาโรคที่เกดิ ข้นึ นนั้ โดยสว่ นใหญแ่ ลว้ จะเป็นปัญหาที่สืบเนื่องมาจาก
ความผดิ พลาดทางด้านการเลย้ี งและการจดั การ ทา้ ให้มกี ารหมกั หมมของเสยี ต่าง ๆ
เกิดขึ้นในบ่อ โดยเฉพาะการเลีย้ งกบในปัจจบุ นั มกั จะใชบ้ ่อซเี มนต์ และเล้ยี งกันอยา่ ง
หนาแน่น มีการให้อาหารมาก ประกอบกบั การขาดความเอาใจใส่และไม่เข้าใจใน
เร่ืองความสะอาดของบ่อรวมถึงนา้ ทเี่ ลี้ยง โอกาสทก่ี บจะเป็นโรคตดิ เช้อื แบคทีเรียจึง
มีมากขึน้ เท่าทไี่ ดร้ วบรวมขอ้ มลู ทางด้านโรคตา่ ง ๆ ทีต่ รวจพบจากกบนน้ั พอจะแบ่ง
ออกได้ดังน้ี

1. โรคตดิ เชอ้ื แบคทเี รีย เป็นโรคท่ที ้าความเสียหายให้กับผู้เลี้ยงกบมาก
ท่สี ุด ทั้งในชว่ งที่เป็นลุกออ๊ ด และกบเต็มวัย ซึง่ ในทนี่ ้จี ะแยกออกเปน็ 2 ลกั ษณะ คือ

1.1 โรคตดิ เชื้อแบคทเี รียในระยะลูกอ๊อด พบไดต้ ง้ั แต่ระยะที่ไข่ฟกั เป็นตัว
จนกระทง่ั พัฒนาเปน็ ตวั เต็มวยั อาการท่ีสงั เกตไดค้ ือ ลูกอ๊อดจะมีลา้ ตวั ด่าง คลา้ ยโรค
ตัวดา่ งในปลาดุก จากนน้ั จะเริม่ พบอาการท้องบวมและตกเลือดตามครีบหรอื ระยางค์
ตา่ ง ๆ

สาเหตุของการเกิดโรคมักจะมากจากการปล่อยลูกอ๊อดใ น อั ตร า ห น า แ น่ น
เกินไป มีการใหอ้ าหารมากท้าให้คณุ ภาพนา้ ไม่เหมาะสม โดยเฉพาะค่าพีเอช ของน้า
จะต่า้ ลงมาก นอกจากนล้ี ูกออ๊ ดยงั กดั กนั เองทา้ ให้เกดิ เปน็ แผลตามล้าตัวเปิดโอกาส
ใหเ้ ชือ้ ท่ีเป็นสาเหตขุ องโรค คือแบคทเี รยี ในกลุม่ Flexibacteris เข้าท้าอันตรายได้
ง่ายขน้ึ อาการของโรคทวคี วามรนุ แรงถา้ คณุ ภาพนา้ ทใ่ี ช้เลี้ยงเสียมากขึ้น และเลี้ยง
ลูกอ๊อดหนาแน่นเกนิ ไป ดังน้ันวธิ ีการปอ้ งกนั คอื อนุบาลลกู อ๊อดในความหนาแน่นที่
เหมาะสมตารางเมตรละ 1,000 ตัว และท้าการคัดขนาดทุก ๆ 2 - 3 วันต่อคร้ัง
จนกระท่งั เป็นลกู กบและอนบุ าลให้ไดข้ นาด 1 - 1.5 ซม. ในอัตราความหนาแน่น
ตารางเมตรละ 250 ตัว จากนน้ั จงึ ปลอ่ ยลกู กบลงเลย้ี งในอัตราตารางเมตรละ 100
ตวั ซึ่งเป็นความหนาแนน่ ทเี่ หมาะสมและลดปญั หาการเกดิ โรค ทงั้ นต้ี ้องเปลยี่ นถ่าย

~ 65 ~

การเพาะเลย้ี งกบบนพนื้ ท่ีสูง

นา้ สม่า้ เสมอ และรกั ษาความสะอาดของบ่ออนบุ าลเมอื่ พบกบเริม่ แสดงอาการตวั ดา่ ง
ควรใช้เกลอื แกงแชใ่ นอัตรา 0.5 % (5 กโิ ลกรัมต่อน้า 1 ลูกบาศก์เมตร) นาน 3 - 5
วนั หรอื ในรายทมี่ อี าการากอาจใชย้ าออกซิเททราไซคลนิ แช่ในอัตรา 10 - 20 กรัม
ต่อน้า 1 ลกู บาศก์เมตร ตดิ ตอ่ กันทุกวันนาน 3 - 5 วัน และไมค่ วรใช้ยาและเกลือแกง
ในเวลาเดียวกัน เพราะเกลอื จะทา้ ให้ประสทิ ธิภาพของยาลดต่า้ ลง

1.2 โรคติดเชื้อแบคทีเรียในระยะเต็มวัย พบทั้งในกบขนาดเล็กและขนาด
ใหญ่ องคป์ ระกอบทจ่ี ะท้าให้อาการของโรครุ่นแรงมากหรอื น้อยคอื สายพนั ธขุ์ องเช้อื
แบคทเี รีย Aeromonas และ Paeudomonas และระยะเวลาของการเป็นโรค
อาการของโรคโดยท่ัวไปท่ีพบไดแ้ ก่ การเกดิ แผลทีม่ ีลักษณะเป็นจุดแดง ๆ ตามขา
และผิวหนงั ตามตวั โดยเฉพาะดา้ นท้อง จนถงึ แผลเนา่ เปื่อยบรเิ วณปาก ล้าตวั และขา
เปน็ ต้น

เม่อื เปิดช่องทอ้ งเพ่ือดูอวัยวะภายในจะพบวา่ มขี องเหลวในช่องท้อง ตับมี
ขนาดใหญข่ ้ึนและมีจุดสเี หลืองซดี ๆ กระจายอย่ทู ัว่ ไป ไตขยายใหญ่บางครงั้ พบตุ่มสี
ขาวขุน่ กระจายอยู่ สาเหตสุ า้ คญั ทที่ า้ ให้เกิดโรค คือ สภาพบ่อสกปรกมาก ดังนั้นจึง
ควรจัดการท้าความสะอาดเปลย่ี นถ่ายนา้ บอ่ ย ๆ ควบคมุ ปริมาณอาหารให้พอเหมาะ
และอย่าปล่อยกบลงเลย้ี งหนาแนน่ เกินไป เม่ือกบเปน็ โรค ควรใช้ยาปฏิชีวนะ เช่น
ออกซิเททราไซคลินผสมอาหารใหก้ บกินในอตั รา 3 - 5 กรมั /อาหาร 1 กิโลกรัมต่อ
วนั กินติดต่อกนั จนกวา่ อาการจะดีข้นึ หรือให้กินไมน่ อ้ ยกวา่ คร้ังละ 5 - 7 วัน

~ 66 ~

การเพาะเลยี้ งกบบนพนื้ ท่สี ูง

2. โรคที่เกดิ จากเชือ้ แบคทเี รยี ไดแ้ ก่
2.1 โรคไข้ขาแดง โรคไข้ขาแดงหรอื บางทเี่ รียกว่า โรคกบขาแดง

เปน็ โรคทร่ี นุ แรงตอ่ กบมาก พบในกบแทบทกุ อายุ ในบ่อที่ตดิ เชอ้ื นี้อาจจะพบว่ากบ
ตายหมดท้งั บ่อได้ โรคนี้กอ่ ใหเ้ กดิ
ความเสียห า ย อย่ า ง ม า กใ น ก า ร
เล้ยี งกบ

สาเหตุ : เกิด
จา กเช้ื อแบคทีเ รี ยชื่ อ แอโ ร
โมแนส ไฮโดรฟิลลา โดยท้าให้
เลื อดเ ป็ นพิ ษ เ ช้ื อส่ วน ใ หญ่
ตดิ ตอ่ กันทางนา้ อุปกรณ์ กบจาก
แหล่งอื่น และจากผเู้ ลยี้ ง

อา กา ร :
พบว่ากบ ที่ ติ ดเ ช้ื อโ ร คจ ะ ไ ม่ กิ น
อาหาร มีนา้ หนกั ลด ผิวหนังมีสี
ผดิ ปกติ เคลื่อนไหวช้า เสียการ
ทรงตัว มีอาการโลหิตเป็นพิษ
โดยมีจุดเลอื ดออกตามตัวและมี
แผลเกิดข้ึน ระยะสุดท้ายจะมี
อาการชกั กระตุกและมีผื่นแดงท่ี
โคนขา ซง่ึ เปน็ ลกั ษณะอาการทใ่ี ชเ้ รียกชื่อโรคน้ี เม่อื ผา่ เปดิ ซากดูจะพบว่า มีผ่ืนแดง
และจุดเลือดออกเป็นบริเวณกว้างในกล้ามเนื้อ รวมทง้ั ทอี่ วัยวะภายในช่ องอกและ
ช่องทอ้ ง และทบ่ี รเิ วณเยอ่ื เมือกจะมจี ดุ เลือดด้วยเช่นกนั

การปอ้ งกัน: น้าน้าทีจ่ ะนา้ มาใช้ ถ้ามาจากแหล่งน้าท่ีไม่น่าไว้วางใจ
จะต้องปฏิบตั ดิ ังนี้

~ 67 ~

การเพาะเลย้ี งกบบนพน้ื ทสี่ ูง

1. ต้องพักนา้ กอ่ นที่จะน้ามาใช้
2. บา้ บดั ฆ่าเช้ือในนา้
3. ปรบั สภาพนา้ ใหเ้ หมาะสมด้วยปูนโดโลไมท์
อาหาร : ควรใหเ้ ปน็ อาหารเมด็ สา้ เรจ็ รูป โดยมขี ้อดี คอื
1. ปลอดจากเชือ้ โรคและพยาธิ
2. ท้าใหน้ ้าเสียลดลง
กบจากแหล่งอืน่ : กบจากแหล่งอื่นสามารถนา้ โรคได้ จึงไม่ควรน้ากบจาก
แหล่งอื่นมาเล้ยี งในฟาร์ม หรอื น้ามาเป็นพอ่ แมพ่ ันธ์ุ แต่ถา้ จ้าเปน็ ควรปฏิบตั ิดังนี้
1. กอ่ นท่จี ะนา้ มาเลย้ี งในฟารม์ ต้องมีการกกั โรคก่อน
2. ฆ่าเชือ้ และพยาธทิ ตี่ ิดมากับตวั กบ
สภาพแวดลอ้ ม : สภาพแวดล้อมและการจดั การจะต้องเหมาะสมกับกบ
สภาพแวดลอ้ มและการจดั การที่ทา้ ให้กบเกดิ ความเครียดจะท้าให้กบติดเช้ือได้ง่าย
เชน่ จากการปลอ่ ย สภาพอากาศเปลย่ี นแปลง ทง้ั นี้วิธีการแก้ไขคอื ให้นา้ วติ ามินรวม
หรือวติ ามินซีมาคลกุ อาหารใหก้ บกิน เพ่อื เสริมสรา้ งความแข็งแรงให้กบั กบ
หมายเหตุ : เพ่อื เปน็ การป้องกนั โรคควรรักษาความสะอาดของบ่อ และ
อปุ กรณต์ า่ งๆ เป็นอยา่ งดี หรือทา้ การฆา่ เช้ือในบอ่ ด้วย B.S.C. 50% ทุก ๆ 3 วัน ซึ่ง
บ่อขนาด 3x4 เมตร ระดบั น้าลกึ 5 เซนติเมตร ให้ใช้ในอัตรา 1.5 ซีซี ละลายน้า
สะอาด หลังจากการเปล่ียนถ่ายน้า
การรักษา : เน่ืองจากโรคน้เี กดิ จากเชือ้ แบคทีเรยี ยาท่ใี ช้สว่ นใหญ่เป็นยา
ปฏิชวี นะหรอื ยาซัลฟาที่ไวตอ่ เชือ้ นี้ โดยการผสมในอาหารให้กบกนิ หรือป้อนยา หรือ
ใส่ยาลงในน้า วธิ ที ่ดี ที ส่ี ุดคือ การให้กินโดยผสมในอาหาร แตถ่ า้ กบไม่กนิ อาหารก็ควร
จะใชว้ ธิ ีป้อนยา ยาทใ่ี ช้อาจเป็นพวกเตรทต้าไซคลิน โดยให้ยาในขนาด 50 -100
มลิ ลิกรมั ตอ่ กบหนัก 1 กิโลกรัม
2.2 โรคที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียท่ีพบเป็นครั้งคราว คือเชื้อไมโคร
แบคทเี รีย ซึง่ จะท้าใหเ้ กิดเปน็ ต่มุ ตามผิวหนงั และอวยั วะภายใน เชื้อสแตปฟิลโลค๊อก

~ 68 ~

การเพาะเลยี้ งกบบนพนื้ ท่สี ูง

-คัส อิพสิ เดอมสิ ท่ที ้าให้เกิดเปน็ หนอตามผิวหนงั หรือตามขา

3. โรคทอ้ งบวม โดยท่วั ไปจะเกิดกบั ลูกออ๊ ดในฟาร์มที่ใช้น้าบาดาล การ
เปล่ียนนา้ อยา่ งรวดเร็วโดยใชน้ า้ บาดาลที่ไม่ไดพ้ กั ไว้ก่อน จะท้าให้ความดันก๊าซท่ี
ละลายอยู่ในน้าลดต่้าลงอยา่ งเฉยี บพลนั มผี ลให้รา่ งกายของลกู อ๊อดต้องปรับความ
ดันกา๊ ซในตวั เองลงมาให้เทา่ กับความดันของก๊าซในน้า ท้าให้เกิดฟองก๊าซข้ึนใน
ชอ่ งวา่ งของล้าตัว ท้องลกู ออ๊ ดจงึ บวมข้ึนมา การแก้ไขจะกระท้าไดย้ ากมาก จึงควร
ป้องกันโดยระมัดระวังในเรือ่ งการถา่ ยนา้ อย่าเปลี่ยนนา้ ปรมิ าณมากๆ ในเวลาส้ันๆ
และควรจะมกี ารพักและเตมิ อากาศใหด้ กี อ่ นน้ามาใชโ้ ดยเฉพาะอยา่ งยิ่งน้าบาดาล

การปอ้ งกนั โรค : การเล้ียงกบที่จะลดอัตราการแพร่ของเชื้อโรคนั้น
ความสา้ คัญอยู่ท่ีลกั ษณะของบ่อเลยี้ งท่จี ะต้องสะอาด มีแสงแดดส่องลงถึงพ้ืนได้
ถงึ แม้จะมีการพรางแสงไว้มุมใดมุมหน่ึงก็ตาม น้าในบ่อเล้ียงต้องสามารถถ่ายเทได้
ดงั น้นั ในการเลี้ยงกบบางแห่ง จึงท้าท่อน้าท่ีรักษาระดับนา้ ไวไ้ ด้ โดยปล่อยน้าเขา้ ทาง

หนงึ่ และนา้ ล้นออกอีกทางหนึ่ง
ท้าใ ห้ น้ า ใ น บ่ อส ะ อา ดอยู่ เ ส ม อ
หรอื บอ่ ปูนซีเมนตท์ ี่มีน้าสูงเพียง
1 ฟตุ ภายใต้น้าเลี้ยงปลาดุกใน
อัตราส่วน 100 : 20 หรือ กบ
1,000 ตัว ปล่อยปลาดุก 200 ตัว
ปลาดุ กจ ะ ช่ วย ท้ า ควา ม ส ะ อา ด
โดยเก็บกนิ เศษอาหารและมูลกบ
ทา้ ให้นา้ ในบอ่ สะอาดอยู่ได้นาน
เมอื่ เปรยี บเทียบกับบอ่ ที่ไม่มีการ
เล้ียงปลาดกุ

ถึงอย่างไรก็ตามไม่ควร

~ 69 ~

การเพาะเลยี้ งกบบนพนื้ ท่ีสูง

เลย้ี งกบหนาแนน่ จนเกนิ ไป และถา้ พบกบตวั ใดมอี าการผดิ ปกติควรจบั แยกออกเล้ียง
ตา่ งหาก

4. โรคท่ีเกดิ จากเชอื้ รา ได้แก่ เชอื้ ซาโพเล็กเนีย เป็นเชอ้ื ราท่ีพบทั่วไปใน
นา้ เชือ้ ชนดิ นีส้ ามารถท้าอนั ตรายตอ่ ปลาได้เชน่ กนั โดยโรคจากเชื้อราอาจจะเกิด
รว่ มกบั โรคท่เี กิดจากเชอื้ แบคทเี รยี ตัวอย่างเช่น กรณีท่ีกบเป็นโรคขาแดง และ
ผิวหนงั มบี าดแผล เช้อื ราชนิดนี้จะเขา้ มาเกาะตามบาดแผล ทา้ ใหบ้ าดแผลมีอาการ
รุนแรงและเสยี หายมากขน้ึ ฉะนน้ั ในการรกั ษาจ้าเปน็ ตอ้ งใชย้ าฆ่าเช้ือราร่วมกับยา
ปฏิชวี นะ

5. โรคตาขาว คอเอียง กระแตเวียน บวมน้า
สาเหตุ : เกิดจากการ
ติ ดเ ช้ื อ แบคที เ รี ย ฟลา โ ว
แบคทีเรียม เมนิงโกเซพติคุ่ม
อาการและรอยโรค ลกั ษณะตา
ขาว ขุ่น บอด เกิดการอักเสบท่ี
ตา มีหนองในช่องหน้าตา มี
อาการทางประ สา ท โ ดย กบ จ ะ
นอนหงายทอ้ ง แสดงอาการควง
สวา่ น คอเอียง กบบางตัวจะ
บวมนา้ พบนา้ คัง่ ใต้ผิวหนังและ
มนี ้าในชอ่ งทอ้ ง
การรักษา : การรกั ษาโรคนมี้ กั ไม่คอ่ ยไดผ้ ล โดยเฉพาะในตัวที่ป่วยหนัก
ทา้ ได้โดยลดความรนุ แรงของโรค โดยแยกตวั ป่วยออกและฆา่ เชอ้ื โรคในบอ่ หรอื ใชย้ า
ฆ่าเชื้อ เชน่ ไอโอดีน เปน็ ตน้ หรอื อาจใชด้ ่างทับทิม 5-8 กรมั /น้า 1 ลกู บาศก์เมตร

~ 70 ~

การเพาะเลย้ี งกบบนพน้ื ท่ีสูง

สาดใหท้ ่วั บ่อติดตอ่ กนั 3 วัน และผสมยาปฏิชีวนะ เช่น เอนโรฟ ล็อคซาซินกับ
อาหารเพอ่ื ปอ้ งกันการตดิ เชอื้ ในกบทเ่ี หลอื นอกจากนแ้ี ลว้ จะต้อง แยกกบใหป้ ริมาณ
น้อยลงจากเดิม

การปอ้ งกัน : ไมเ่ ลีย้ งกบหนาแน่นเกินไป มกี ารพกั น้าและฆ่าเชือ้ โรคในน้า
กอ่ นน้ามาใช้ด้วยคลอรีน เปลย่ี นถ่ายน้าสม้่าเสมอ

6. โรคท่เี กดิ จากสารพิษ มีสารพิษหลายชนิดที่มผี ลต่อความเป็นอยูข่ องกบ
ทั้งทางตรงและทางอ้อม สามารถท้าให้กบตายไดท้ ันทีทันใดหรือท้าให้เกิดอาการ
เร้ือรัง สารพิษตา่ ง ๆ เหลา่ น้ไี ดแ้ ก่ น้ายาฆา่ เชือ้ เมอ่ื ใช้ยาดังกล่าวแล้วควรล้างท้า
ความสะอาดออกใหห้ มด ยาฆา่ แมลงชนิดต่าง ๆ ไดแ้ ก่ ดดี ที ี รวมท้ังยาฆ่าหญ้าทุก
ชนดิ นับวา่ เป็นอนั ตรายต่อกบอยา่ งมาก โดยเฉพาะในระยะท่ีเป็นลูกอ๊อด สารพิษ
เหลา่ นจ้ี ะท้าใหล้ ูกออ๊ ดมีเหงอื กอกั เสบและมีผลต่อการหายใจ ท้าให้ลูกอ๊อดตาย
พรอ้ มๆ กนั เปน็ จ้านวนมากได้ ดังนัน้ นา้ ทีใ่ ชเ้ ลย้ี งควรปราศจากสารพิษตา่ ง ๆ เหลา่ นี้
ข้อมูลที่กล่าวมาแลว้ ข้างต้นแสดงใหเ้ ห็นวา่ ในการเพาะเลีย้ งกบ ถ้ามีการจัดการและ
การดแู ลรักษาและการปอ้ งกันควบคมุ โรคไม่ถูกสุขลกั ษณะแล้ว โอกาสที่กบจะป่วย
และตายเปน็ จ้านวนมากจะเป็นไปไดง้ า่ ยมาก ทงั้ น้ีเพราะในธรรมชาตมิ เี ช้ือโรคหลาย
ชนดิ ทเี่ ปน็ ศัตรูทสี่ า้ คญั คอยเขา้ ทา้ ลายกบอยูต่ ลอดเวลา ดงั นั้น การดูแลรักษาความ
สะอาดและการดูแลเอาใจใส่อยา่ งใกล้ชิดจะเป็นสิง่ ที่ช่วยลดความสูญเสียได้ เมื่อมกี บ
ป่วยและตายควรจะมีการตรวจหาสาเหตุของโรค โดยสง่ ให้สัตวแพทย์ตรวจ ทั้งนี้เพื่อ
เปน็ แนวทางในการหาวธิ ีปอ้ งกันและควบคมุ โรคตอ่ ไป

นอกจากนใ้ี นการเลย้ี ง ควรมกี ารจดบันทกึ รายละเอียดและประวัติในการ
เลย้ี งของแตล่ ะรนุ่ อยา่ งสม้า่ เสมอ แตล่ ะรนุ่ ควรมีข้อมูลประวัติทล่ี ะเอยี ดเกบ็ ไว้ ทั้งนี้
เพื่อจะได้นา้ ขอ้ มลู ท่ไี ด้เหล่านัน้ เกบ็ ไว้ใชเ้ ปน็ แนวทางในการเพาะเลี้ยงและการแก้ไข
ปญั หาทีจ่ ะเกดิ ขน้ึ ต่อไป ซง่ึ จะท้าให้สามารถพฒั นาวิธกี ารเล้ียงต่อไปใหไ้ ดผ้ ลผลิตที่ดี
ตามความต้องการ

~ 71 ~

การเพาะเลย้ี งกบบนพนื้ ที่สูง

การจับและการจาหนา่ ย

เนอื่ งจากสภาพบอ่ เลย้ี งมีความแตกต่างกนั ทา้ ใหค้ วามสะดวกในการดูแล
รักษายอ่ มแตกตา่ งกันดังกลา่ วแล้ว ยงั รวมไปถึงการจบั กบจ้าหนา่ ยก็แตกต่างกันอีก
ด้วย กล่าวคอื

1. การเลีย้ งกบในบ่อดิน ลักษณะการเลี้ยงกบในรูปแบบน้ีจะจับกบ
จ้าหนา่ ยได้ครัง้ เดียวในเวลาที่พร้อมกนั ไมม่ ีการจับกบจ้าหน่ายปลีกหรือเป็นครั้ง
คราว ทงั้ น้เี พราะสภาพบ่อเลี้ยงไม่เออ้ื อา้ นวย ถงึ แม้จะเปน็ การจับเพยี งครั้งเดียวให้
หมดบ่อจะต้องใชผ้ ูจ้ ับหลายคนลงไปในบ่อเลย้ี งที่มีสภาพโคลนตมและต้องเกบ็ พืชน้า
เช่น ผักบงุ้ ผกั ตบชวา ขน้ึ ใหห้ มดกอ่ น จึงตอ้ งใช้เวลาและแรงงานมากในการจับกบใน
ท่ีหลบซ่อนให้หมดในครั้งเดียว

2. การเล้ียงกบในคอก สามารถจบั กบได้ทกุ โอกาสไมว่ ่าจะจบั หมดทง้ั คอก
หรอื มีการจ้าหนา่ ยปลีก โดยมีกระบะไมแ้ ละท้าเป็นช่องเขา้ ออกในด้านตรงกันข้าม
วางอย่หู ลายอันบนพืน้ ดนิ ภายในคอก ซงึ่ กบจะเข้าไปอาศัยอยู่ เม่อื ถึงเวลาจะจับกบก็
ใช้กระสอบเปิดปากไวร้ ออยทู่ ่ีช่องดา้ นหน่ึงแลว้ ใชม้ อื ล้วงเขา้ ไปในช่องด้านตรงข้าม
กบจะหนอี อกทางอีกชอ่ งหนงึ่ ที่มีปากกระสอบรอรับอยู่และเขา้ ไปในกระสอบกนั หมด
เป็นการกระทา้ ทสี่ ะดวก กบไม่ตกใจและชอกชา้

3. การเลย้ี งกบในบอ่ ปูนซเี มนต์ สามารถจบั กบได้ทุกโอกาสไม่ว่าจะจับ
หมดท้ังบ่อหรอื จับจ้าหน่ายปลีก โดยใช้คนเพียงคนเดียวพร้อมทั้งสวิงเมอื่ ลงในบ่อซึ่ง
มนี ้าเพยี ง 1 ฟตุ กบจะกระโดดลงไปมดุ อยู่ในน้า จึงใช้สวงิ ชอ้ นขน้ึ มาหรอื ใชม้ ือจับใส่
สวิงกไ็ ด้ ในบอ่ ขนาด 12 ตารางเมตร เลย้ี งกบประมาณ 1,000 ตวั จะใช้แรงงานเพยี ง
1 คน และใชเ้ วลาจบั เพยี ง 1 ชวั่ โมงกแ็ ลว้ เสร็จ

ท้งั นี้ การเลยี้ งกบควรคา้ นึงถงึ ระยะเวลาเล้ยี งควบคไู่ ปกบั ระยะเวลาที่จะ
จับกบจา้ หนา่ ย เนื่องจากในฤดฝู นกบจะมรี าคาถูก (50-60 บาท/กก.) ถ้าผู้เลี้ยง
จะตอ้ งจบั กบจ้าหน่ายในชว่ งฤดูดงั กล่าว กจ็ ะได้รบั ผลตอบแทนน้อย แต่ถ้าวางแผน

~ 72 ~

การเพาะเลยี้ งกบบนพนื้ ที่สูง

เวลาในการเลยี้ งและเวลาในการจบั จ้าหน่ายใหถ้ ูกต้อง กล่าวคือเม่ือรู้ว่าจะต้องใช้
ระยะเวลาเลีย้ งกบนาน 4 เดือน จงึ ต้องกะระยะเวลาเดือนที่ 4 ให้ตรงหรืออยู่ในช่วง
ฤดหู นาว-ฤดูร้อน เพราะในชว่ งน้ีกบราคาแพง (80-100 บาท/กก.) ผู้เลี้ยงสามารถ
ขายไดใ้ นราคาท่ดี คี มุ้ กบั การลงทุน อีกทง้ั ผู้ทตี่ ้องการจา้ หนา่ ยปลีก ควรจะติดต่อตก
ลงราคาและจา้ นวนกับผ้ซู อ้ื ไม่วา่ จะเป็นตลาดสดหรอื รา้ นอาหารใหเ้ ปน็ ท่ีแนน่ อนก่อน
จึงจะจบั กบไปส่งจา้ หน่ายไดต้ อ่ ไป

ในการล้าเลี้ยง
กบไม่ว่าจะเป็นกบเล็กกบ
ใหญ่ ในภาชนะลา้ เลียงกบ
ควรมีน้า เพียงเล็ กน้อย
และ จะต้ องมี วัสดุ เช่ น
หญ้า ฟาง ผักบุ้ง หรื อ
ผกั ตบชวา เพื่อให้กบเข้า
ไปซกุ อาศยั อยู่ มฉิ ะนั้นใน
ระหว่ างเดิ นทาง กบจ ะ
กระโดดเตน้ ไปมาจนท้าให้
เปน็ แผลได้ และที่ส้าคัญ
กอ่ นการจับกบเพอ่ื จา้ หนา่ ยจะตอ้ งทา้ การงดอาหารกบก่อนอย่างน้อย 24 ชั่วโมง
เพราะถา้ กบกินอาหารหรอื ยังมีอาหารอยใู่ นท้องมากๆ แล้วตอ้ งกระโดดไปมาเพราะ
ตกใจเนอื่ งจากคนลงไปรบกวนที่อยู่อาศัย กบก็จะมีอาการจุกอาหารและถึงตายได้
ท้าใหม้ ผี ลกา้ ไรทล่ี ดลง

แนวโน้มการเลี้ยงกบในอนาคต
กบเป็นสตั ว์เศรษฐกจิ ชนิดหน่งึ ซึ่งตลาดนิยมบริโภคทั้งในประเทศและ
ตา่ งประเทศ ทังนี้ในอดตี ผลผลิตกบของไทยไดจ้ ากการจับจากธรรมชาติ แต่เน่ืองด้วย

~ 73 ~

การเพาะเลย้ี งกบบนพน้ื ทสี่ ูง
ทีผ่ า่ นมาสภาวะแวดลอ้ มธรรมชาตไิ ดเ้ ปลีย่ นแปลงไปอย่างมาก ป่าไมถ้ ูกท้าลายท้าให้
แหล่งต้นน้าลดลง ความชื้นในธรรมชาตลิ ดลง รวมถงึ มกี ารใช้สารเคมีและยาปราบ
ศัตรพู ืชเพ่มิ มากข้นึ ทา้ ให้แหล่งทอ่ี ยู่อาศัย แหลง่ หลบซอ่ น และแหลง่ ขยายพันธุ์ตาม
ธรรมชาตลิ ดลง จงึ เปน็ สาเหตหุ ลกั ท่ีทา้ ใหผ้ ลผลติ กบตามธรรมชาติลดลงตามไปด้วย
ส้าหรบั ในปจั จุบันผลผลติ กบมไี มเ่ พยี งพอกบั ความต้องการของตลาดภายในประเทศ
เช่น ลูกอ๊อดกบ กบมชี วี ิต เนอ้ื กบสด น่องกบสดและแช่แขง็ กบย่าง รวมถึงหนังกบ
เปน็ ต้น นอกจากนี้ผลผลิตกบยังสามารถเปน็ สนิ ค้าสง่ ออกไปต่างประเทศ เชน่ สเปน
ฮอ่ งกง สงิ คโปร์ ญ่ปี ุ่น เยอรมัน สหรัฐอเมรกิ า และ ฯลฯ เปน็ ต้น โดยผลผลิตภัณฑ์
จะอยู่ในรปู แบบของกบมชี ีวติ เนอ้ื กบสด และน่องกบแช่แขง็ ส่วนหนังกบจะส่งออก
เพอ่ื นา้ ไปท้าเครื่องหนัง เชน่ กระเป๋า เป็นต้น

ส้าหรบั ผูเ้ ลี้ยงกบเพอ่ื การจา้ หน่าย หากหลกี เลีย่ งชว่ งท่ีมกี ารจับกบในแหลง่
ธรรมชาติกจ็ ะช่วยลดปญั หาด้านราคาตกต้่าได้ จากสาเหตทุ ี่ผลผลิตกบตามธรรมชาติ
ลดลง ดังนั้นแนวโน้มการเลี้ยงกบในอนาคตน่าจะมีลู่ทางแจ่มใส ปัญหาด้านการ
จ้าหนา่ ยรวมถงึ การตลาดลดลง และราคาขายคาดวา่ น่าจะดีขึ้น (80-120 บาท/กก.)
มีผลคมุ้ คา่ ต่อการลงทุนลงแรง รวมถึงสามารถส่งเป็นสนิ คา้ ออกได้ ต่อไป

กบยา่ ง น่องกบแช่แข็งทส่ี ่งขายในตลาดต่างประเทศ

~ 74 ~

การเพาะเลย้ี งกบบนพน้ื ท่ีสูง

แนวทางในการอนรุ กั ษพ์ ันธุ์กบ

กบเป็นสัตวส์ ะเทินนา้ สะเทินบก ซ่งึ มีการแพรก่ ระจายอยู่ทั่วภูมิภาคของ
ประเทศไทย โดยมคี วามสมั พนั ธก์ บั วถิ ีชวี ิตของชมุ ชนทง้ั ในทางตรงและทางอ้อม แต่
ท่ีผ่านมาสภาวะแวดล้อมธรรมชาติได้เปล่ียนแปลงไปอยา่ งมาก สืบเนื่องจากป่าถูก
ทา้ ลายทา้ ให้แหล่งตน้ นา้ ลดลง ความชืน้ ในธรรมชาตลิ ดลง จงึ สง่ ผลทา้ ให้แหล่งหลบ
ซอ่ นและแหล่งขยายพันธต์ุ ามธรรมชาติลดลงตามไปด้วย อกี ทงั้ ยังมีการใช้สารเคมี
และยาปราบศัตรูพชื บนพืน้ ท่สี งู มากขึน้ ท้าให้วงจรชวี ิตของกบในธรรมชาติถูกท้าลาย
ลง ทา้ ใหม้ ผี ลกระทบโดยตรงต่อวิถชี วี ิตของชุมชนในพ้นื ที่

ดงั นนั้ การเพาะขยายพันธก์ุ บนา เขยี ดแลว อ่งึ อ่าง กบภูเขาต่าง ๆ และ
เขยี ดตา่ ง ๆ ทีเ่ ปน็ สัตว์ประจา้ ถิ่นบนพ้นื ทส่ี งู ในแต่ละพ้นื ท่ีเพอ่ื ปลอ่ ยลงในแหลง่ อาศัย
ตามธรรมชาติ นอกจากจะเป็นการอนุรกั ษโ์ ดยตรงแล้ว ยังช่วยควบคุมแมลงตาม
ธรรมชาติให้เขา้ สู่ภาวะสมดลุ ตามธรรมชาติ ซ่งึ จะให้ผลดีทางออ้ มแก่เกษตรกรผู้ปลูก
พชื สวนและพืชไร่ได้ โดยเฉพาะการเพาะขยายพันธุก์ บภเู ขาเพ่ือปลอ่ ยตามพ้ืนท่ีเขต
อนุรกั ษ์ท้ังทเี่ ปน็ พืน้ ทที่ ถี่ กู ก้าหนดโดยชมุ ชนและเขตอุทยานแห่งชาติตา่ ง ๆ เพ่ือเพ่ิม
ปรมิ าณของกบภูเขา เช่น เขียดแลว กบเปอะ กบจุก กบติดผาเหลอื ง และฯลฯ ทั้งน้ี
การเพาะขยายพันธกุ์ บเพอ่ื ปล่อยคืนธรรมชาติน้นั มีเปา้ หมายคอื เพ่ือลดความเสี่ยง
ต่อการใกลส้ ูญพนั ธุข์ องกบภูเขาบางชนดิ ได้ ท้าให้เกดิ ความสมดลุ ในธรรมชาติ และ
สามารถน้ามาท้าเป็นอาหารโปรตนี ไว้บรโิ ภค รวมถงึ สามารถพฒั นาเป็นอาชพี ในการ
เพาะเล้ยี งกบบนพนื้ ทส่ี งู ได้ ทงั้ นีอ้ าจจะต้องบูรณาการควบค่ไู ปกับการอนุรักษ์และ
ฟ้ืนคนื ผนื ป่าต้นน้าดว้ ย โดยเฉพาะบนพ้ืนทสี่ งู เช่น อา้ แม่แจ่ม และอ้าเภอกัลยานิ
วัฒนา จงั หวดั เชยี งใหม่ ตอ่ ไป

~ 75 ~

การเพาะเลย้ี งกบบนพน้ื ทีส่ ูง

ตัวอยา่ ง พน้ื ทป่ี า่ ต้นน้า ณ บ้าน
สองธาร ต้าบลบ้านทับ อ้าเภอแม่
แจ่ม ท่ีถกู ท้าลายลงไปและเปลี่ยน
พ้ืนท่ีเพื่อท้าเกษตรกรรม (พืชไ ร่
ตา่ งๆ) ทา้ ใหแ้ หล่งตน้ น้าลดลงและ
ความชืน้ ในธรรมชาติลดลง ส่งผลท้า
ใ ห้ แห ล่ ง หล บซ่ อ น และ แหล่ ง
ขยายพนั ธุต์ ามธรรมชาติลดลงตาม
ไปด้วย อกี ทงั้ ยังมกี ารใชส้ ารเคมีและ
ยาปราบศัตรูพืชบนพ้นื ท่ีสงู มากขึ้น ทา้ ให้วงจรชีวิตของกบในธรรมชาตถิ ูกท้าลายลง
หรือหายไปจากพนื้ ที่

ตวั อยา่ ง กบภเู ขาชนิดหน่ึงท่ี
พบ ณ บ้านแม่ซา ต้าบลแม่นาจร
อ้าเภอแม่แจ่ม จงั หวดั เชียงใหม่ ซึ่ง
ทางทีมงานก้าลงั ศึกษาวิธีการเพาะ
ขยายพนั ธุ์ เพ่ือปลอ่ ยคืนส่ธู รรมชาติ
ในเขตพื้นที่ อ้าเภอแมแ่ จ่ม ต่อไป

~ 76 ~

การเพาะเลยี้ งกบบนพนื้ ทีส่ ูง
เอกสารอา้ งองิ
เทพพทิ ักษ์ บุญทา ชนกันต์ จิตมนัส และจงกล พรมยะ. 2555. ผลของอาหารผสม
สาหร่ายสไปรลู นิ ่าสาหรา่ ยไก และกระเทียม ต่อการเจรญิ เติบโต ดัชนคี วาม
สมบรู ณเ์ พศ และความสามารถในการจับกินสิง่ แปลกปลอมของเซลล์เม็ด
เลือดขาวในกบนา. วารสารวจิ ยั เทคโนโลยกี ารประมง. มหาวทิ ยาลยั แม่โจ้
เชยี งใหม่.
เทพพิทักษ์ บญุ ทา. 2556. ผลของรูปแบบการเลย้ี งและอาหารที่เหมาะสมสา้ หรบั การ
ผลิตกบนา (Rana rugulosa, Wiegmann). วทิ ยานิพนธป์ ริญญาโท คณะ
เทคโนโลยีการประมง. มหาวทิ ยาลยั แมโ่ จ้ เชยี งใหม่.
ทองยนุ่ ทองคลองไทร. 2555. การเพาะเล้ียงกบตามแนวปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียง.
ส้านักพมิ พ์ พี เค ก๊อปปเ้ี ซ็นเตอร.์ กาฬสินธ.์ุ 74 น.
ภาณวุ ัฒน์ นาคสงิ ห.์ 2537. การเพาะเลี้ยงกบ สัตว์เศรษฐกิจยอดนยิ ม. หจก. เพชร
กะรัต สตูดิโอ. กรงุ เทพ. 120 น.

~ 77 ~

Faculty of Fisheries Technology and Aquatic Resources,
Maejo University
Nongharn Subdistrict, Sansai District, Chiangmai 50290


Click to View FlipBook Version