รวมพล คนรกั เปีย
สวัสดีครับ
“เปยี ตื่น ๆ ไปกนิ กาแฟกัน” ผมพดู พรอ้ มเขย่าขาคณุ จักรพนั ธ์ บงุ้ ศรที อง (เปีย) ทุกคร้ังท่ี
ไปเยี่ยมท่ีโรงพยาบาล เพ่ือปลุกเปียให้ต่ืนจากฝันร้ายในเหตุการณ์ล้มศีรษะกระแทกพ้ืนอยา่ งรนุ แรง
เมอื่ วนั ศุกรท์ ี่ 17 สิงหาคม ที่ผ่านมา
พวกเราหลายคนรู้จักเปียจากการทากิจกรรมร่วมกัน แตผ่ มเชือ่ ว่าส่วนใหญ่ร้จู กั เปียจากเอกสาร
ภายนอกที่ส่งให้ฝ่ายงานต่าง ๆ เพราะจะมีช่ือ “จักรพันธ์” เป็นผู้รับเอกสารเหล่านน้ั ในขณะที่เอกสาร
ส่วนตวั ทีร่ ับมา หากเปียทราบวา่ เป็นของใคร ฝา่ ยงานไหนเปียจะเดินไปสง่ ใหเ้ องถึงโต๊ะทางาน ทาใหเ้ ป็น
ท่ีคนุ้ หน้าของทุกคน
สาหรับผม ผมรู้จักเปียตั้งแต่เริ่มต้นเข้าทางานในปี 2532 เพราะทุกเย็นจะลงไปเล่นฟุตบอล
ที่ลานจอดรถสมัยก่อนอยู่บริเวณริมเขื่อน จนได้รู้จักเพ่ือน ๆ ทุกระดับและร่วมกันจัดตั้งทีมฟุตบอล
ไป ท้าแข่งกับทีมฝ่ายรักษาความปลอดภัย เป็นช่วงเวลาท่ีมีความสุข ได้เรียนรู้ ปรับตัวกลมกลืนเป็น
พนกั งานแบงก์ชาติ มโี อกาสไดก้ ินเล่น ทากจิ กรรมร่วมกันกบั เปยี จนใกลช้ ิดและประทบั ใจในตวั เปีย
มากยงิ่ ขึ้นเม่ือเกดิ เหตุการณ์ Bangkok Shutdown ท่ีมีการปิดถนน ทาให้ธนาคารตอ้ งย้ายสถานที่ทางาน
ไปข้างนอก เปียขันอาสาปั่นจักรยานจากบ้านท่ีบางกรวยมาทางานคัดแยกเอกสารและนามาส่งให้กับ
พวกเรา รวมถึงการรว่ มข่จี กั รยาน Bike For Dad ท่ชี ว่ ยประคบั ประคองพวกเราตลอดเสน้ ทาง และ
ในชว่ งทผี่ ่านมา เปียมักจะมาดื่มกาแฟทร่ี า้ น A Cup ภายในสโมสรทุก ๆ เชา้ ก่อนรบี เข้าไปทางาน
เปียเลา่ ใหผ้ มฟังอยา่ งภาคภูมใิ จวา่ ครอบครัวไม่ได้มีฐานะดีมากนัก คุณแมเ่ ปิดรา้ นขายอาหาร
เปียเปน็ บตุ รคนท่ี 3 ในบรรดาพ่นี ้อง 4 คน แตด่ ว้ ยความมมุ านะสามารถเรยี นจนจบการศกึ ษา ระดับ
ปริญญาตรี คณะบริหารธุรกิจ จากสถาบันราชภัฏสวนสุนนั ทา และสอบเขา้ ทางานที่แบงก์ชาตเิ ม่ือปี 2530
ในตาแหน่งพนักงานสารบรรณ ฝ่ายการต่างประเทศ ต่อมาย้ายมาทางานท่ีสายฐานข้อมูล ฝ่ายสถิติ
และขอ้ สนเทศ และในปจั จุบัน ทางานในตาแหน่งเจา้ หนา้ ทงี่ านบรหิ ารอาวุโส ทมี บริการ 2 ส่วนบรกิ าร
ฝา่ ยธุรการและบริหารอาคาร
คุณวรรณวิมณล์ สิงหาสนบุตร และคณุ วรวรรณ ปูคะวนัช ผบู้ ังคับบัญชาและเพ่อื นร่วมงาน
เลา่ ให้ฟังวา่ เปียเป็นคนคลอ่ งแคลว่ ทางานเร็ว อธั ยาศัยดี มีมนุษย์สัมพนั ธด์ ี สามารถคดั แยกเอกสาร
ท่ีมีอยู่จานวนมากและจัดส่งให้ผู้รับได้รวดเร็ว เป็นคนท่ีมี service mind สูงมาก แม้จะมีเหตุการณ์
ใด ๆ ที่พนกั งานต้องทางานท่ีบ้าน ด้วยความเป็นคนรับผดิ ชอบสูง และเปน็ ห่วงงาน เปียจะเขา้ มาทางาน
คดั แยกเอกสารเพอ่ื หาทางส่งให้แก่ผเู้ กย่ี วข้อง
98
นอกจากนี้ เปยี ยังชอบทากจิ กรรม หากชมรมต่าง ๆ จัดกิจกรรม เปยี กเ็ ขา้ ร่วมอยา่ งต่อเนือ่ ง
สมา่ เสมอ กิจกรรมโปรดของเปียคือ ฟุตบอล จักรยาน และเปตอง โดยส่วนตัวเปยี เปน็ คนชอบทาอาหาร
ใครท่ีได้ล้ิมลองจะทราบว่า เปียทาอาหารอร่อยมาก ท้ังอาหารไทย อาหารฝรั่ง และอาหารว่าง
เช่น แกงเขียวหวาน น้าพริก ผัดไท ข้าวผัดอเมริกัน ออมเล็ต ม้าฮ่อ และมะม่วงน้าปลาหวาน เรียกว่า
ครบเครื่องเลยทีเดยี ว เปียมักจะตนื่ มาแตเ่ ชา้ ตรเู่ พื่อทาอาหารหมอ้ ใหญ่ฝากให้สายงานไปรบั ประทาน
เวลาไปสัมมนาตา่ งจังหวดั เสมอ ๆ
ด้วยความรกั การทาอาหาร เปียตัดสนิ ใจไปเรียนวชิ าการทาอาหารท่ีโรงเรียนการอาหารนานาชาติ
สวนดุสิต ต้องเรียนในช่วงวันเสาร์อาทิตย์เป็นเวลากว่า 1 ปี จนสามารถเรียนจบไดป้ ระกาศนียบัตรเป็น
พ่อครัวมืออาชีพอย่างที่ตั้งใจไว้ พร้อมใฝ่ฝันว่าจะไปเป็นเซฟร้านอาหารในตา่ งแดน
ตลอดระยะเวลากว่า 30 ปี พนักงานตวั เล็ก ๆ คนนี้ ไดส้ ัง่ สมความรกั และความดที ี่มีใหแ้ ก่ทุกคน
ไม่เลือกว่าเป็นผู้บริหาร พนักงาน หรือพนักงาน outsource ทุกคนท่ีได้ร่วมงานและใกล้ชิดกับเปีย
จะรูว้ า่ เปียเปน็ คนดีมนี ้าใจ ชอบช่วยเหลือคนไม่ว่างานหนกั หรือลาบากแค่ไหน ถ้าเปียรู้ เปียจะเข้ารว่ ม
อยา่ งไมร่ ้ังรอ
ถึงวันน้เี ปียยังคงนอนปว่ ยอยู่โรงพยาบาล โดยมีคุณทิพย์ประภา ภรรยา และน้องรัชชานนท์ ลูกชาย
ทก่ี าลังศึกษาอยู่ปี 4 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบรุ ี สาขาวิชาออกแบบนิเทศศลิ ป์ ดูแล
อยา่ งใกล้ชิด ผมจงึ ขอถือโอกาสนเ้ี ชิญชวนพวกเรารว่ มเปน็ กาลังใจใหก้ บั คณุ จักรพนั ธ์ บ้งุ ศรีทอง (เปีย)
ด้วยการเขา้ ร่วมกิจกรรมเดนิ -วิ่ง รอบวังบางขนุ พรหม ในวนั พรงุ่ น้ี (วนั พุธท่ี 17 ตลุ าคม) เวลา 17.30 น.
เพื่อให้ปาฏิหาริย์มีจริง รวมทั้งเป็นเร่ืองท่ีเปียคงอยากจะฝากเตือนใจเป็นอุทาหรณใ์ ห้พวกเราไดด้ ูแลสุขภาพ
และตั้งอยู่ในความไม่ประมาท
99
คลิกดู คลปิ วดี ีโอทฝ่ี า่ ยธุรการ
ได้จดั ทาขน้ึ
เพอ่ื เป็นกาลังใจใหเ้ ปียครบั
รณดล นมุ่ นนท์
16 ตุลาคม 2561
หมายเหตุ
ขอขอบคณุ คณุ พชิ ญา การสมดี ท่ีร่วมฟังการสมั ภาษณ์ พรอ้ มทัง้ มสี ่วนในการเขยี น weekly mail
ฉบบั น้ี รวมท้ัง คณุ พรเทพ สทิ ธเิ จรญิ รุ่ง ท่ไี ดใ้ หข้ ้อมูลย้อนอดีตในสมัยทีเ่ ริม่ รู้จกั เปีย และหากท่านใด
สนใจจะรับ Weekly Mail ผา่ น Line กลุม่ “Weekly Mail Ronadol” สามารถเพ่ิมเข้ากลุ่มโดยสแกน
QR Code ดา้ นล่างครบั
100
ตีโจทย์ใหแ้ ตก
สวสั ดีครบั
ผมคาดไมถ่ งึ วา่ การโยนเหรยี ญลงไปในนา้ พเุ ทรวี กลางกรุงโรมเมอื่ ปลายปที ่แี ลว้ จะทาให้ผมได้
ย้อนกลับมาเยือนศูนยก์ ลางแหง่ อารยธรรมแห่งน้อี ีกครั้งหน่ึง แต่ในครั้งน้ี ผมมาในฐานะนักศึกษา ด้วยการ
มาเขา้ เรยี นในหลักสูตร Regulatory Impact Analysis (RIA) เปน็ เวลา 1 สปั ดาหเ์ ต็ม ๆ กับ Mr. Scott
Jacobs กรู ใู นดา้ นน้ที ่ีไดบ้ กุ เบกิ นาแนวคิด RIA มาใชใ้ นการออกกฎหมายในสหรัฐฯ
ผ้เู ข้ารว่ มสัมมนาส่วนใหญ่มาจากภาครัฐในสหภาพยโุ รป แอฟริกา ไปจนถงึ บราซิลและมอรเิ ชียส
จนทาให้ผมทราบว่ามีประเทศกว่า 66 ประเทศ ท่ีระบุไว้ชัดเจนว่า การออกกฎหมายใด ๆ ต้องผ่าน
กระบวนการ RIA เสียก่อน1/ นอกจากนั้น ยังมีผู้อบรมจากภาคเอกชน เชน่ บริษัทนา้ มนั และบรษิ ัทบุหร่ีท่ีมี
กฎหมายควบคมุ อยา่ งเข้มงวด สรา้ งข้อคิดใหก้ ับผเู้ ข้าร่วมสมั มนาตลอดหลักสูตร ช่วงแรก ๆ ผู้เข้าร่วม
สัมมนาหันมามองด้วยความแปลกใจทม่ี ีผมเขา้ ร่วมสัมมนาด้วย แตช่ ่วงระยะหนึ่ง ผมกส็ ามารถกลมกลนื
ไปกับทกุ ๆ คนได้ ร่วมสนทนาและแลกเปลย่ี นความคดิ เห็นกนั อยา่ งเข้มขน้ ส่วนหนึ่งนา่ จะเป็นเพราะผม
รู้จัก Scott ตั้งแต่เขามีส่วนร่วมในการปฏิรูปเกณฑ์ปริวรรตเงินตราของแบงก์ชาติเมอื่ ปที ีแ่ ล้ว
ตลอด 1 สัปดาห์ผมได้ยินคาว่า RIA (เรีย) ซ้าแล้วซา้ อีก จนทาให้ผมซึมซับประโยชน์ของ
กระบวนการน้ี เพราะทผ่ี า่ นมา แม้วา่ กฎหมายหรือกฎเกณฑอ์ าจจะเปน็ แนวทางในการเปลี่ยนแปลง
พฤติกรรมของมนุษย์ให้อยู่ร่วมกันในสังคมได้ เรียกว่า “คิดแนวทางไม่ออก ออกกฎหมาย” แต่การ
ออกกฎหมายก็ถือเป็นต้นทุนทางสังคมท่ีต้องมีการควบคุมให้เป็นไปตามนัน้ เช่น ภาระของภาคเอกชน
ในการส่งข้อมูลให้ทางการและการแตง่ ต้ังผู้ควบคุม เป็นต้น ขณะเดียวกนั กเ็ ป็นช่องทางใหเ้ กดิ จุดร่ัวไหล
สร้างปัญหาคอร์รัปชั่น และท่ีสาคัญ การออกกฎหมายที่เข้มงวดไปอาจจะเป็นอุปสรรคต่อการเกิด
นวัตกรรมใหม่ ๆ
Scott ได้ยกตัวอยา่ งการออกกฎเกณฑก์ ับสถานพักคนชราในสหรัฐฯ โดยมีการกาหนดมาตรฐาน
ในการดูแลผูอ้ ยอู่ าศัยทุกขัน้ ตอน มรี ายละเอยี ดกวา่ 500 หน้า เพื่อให้ลูกหลานได้สบายใจวา่ บุพการี
ของเขา ได้รับการดูแลเปน็ อยา่ งดี แต่ด้วยกฎเกณฑ์ที่มีรายละเอียดค่อนข้างมาก จงึ จาเป็นตอ้ งมกี าร
ควบคุมดูแล จนท้ายสุด สถานพักคนชราเหล่านั้นต้องใช้เวลาในการกรอกข้อมูลเพื่อให้หน่วยงาน
ที่เกย่ี วข้องตรวจสอบ แทนที่จะใชเ้ วลาในการดูแลผูท้ ่อี ยู่อาศัย ในขณะทีผ่ ู้ปฏิบตั ิไมส่ ามารถปฏิบัตไิ ด้
ทุกขั้นตอน เป็นบทเรียนที่ทาให้ออสเตรเลียตัดสินใจออกเป็นหลักปฏิบัติที่สาคัญเพียง 31 ข้อ เพ่อื ให้
เป็นหลกั เกณฑ์ที่ง่ายในทางปฏิบตั ิ
101
6 ขนั้ ตอนของ RIA
แหล่งทีม่ า: ค่มู อื การประเมนิ ผลกระทบของหลกั เกณฑ์ กลมุ่ งานยุทธศ์ าสตร์องค์กร ธนาคารแห่งประเทศไทย ตุลาคม 2561
RIA ถือเป็นกระบวนการท่ีช่วยให้เกิดความมั่นใจว่า การออกกฎหมายหรือกฎเกณฑ์ต่าง ๆ
ได้ผ่านกระบวนการพิจารณาอย่างรอบคอบและรอบด้าน ต้ังแต่การตั้งโจทย์ท่ีชัดเจนว่า ปัญหาคืออะไร
เพื่อให้เขา้ ใจถึงสาเหตุท่แี ท้จริง การหาแนวทางเลือกทช่ี ่วยแก้ไข พร้อมท้ังมีตัววัดเปรียบเทียบข้อดขี ้อเสีย
ทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพของแต่ละทางเลือก (evidence- based) โดยคานงึ ถึงผลกระทบในทุก ๆ มิติ
โดยใหม้ ีการรับฟังความเหน็ จากผู้ทเ่ี กี่ยวข้อง ท้ังนี้ กระบวนการ RIA จะมีลักษณะต่อเนื่องเพราะตอ้ งมกี าร
ประเมนิ ถงึ ประสทิ ธิผลของการออกกฎหมายดงั กลา่ ววา่ บรรลวุ ตั ถุประสงค์หรือไม่ เพ่ือพิจารณาทบทวน
หรอื ปรบั ปรุงต่อไป 2/
ข้ันตอน RIA ท่ีถือเป็นหัวใจสาคัญที่สุดคงหนีไม่พ้นขั้นตอนแรกท่ีต้อง “ตีโจทย์ให้แตก” ทั้งนี้
Scott ไดย้ กตัวอยา่ ง กรณีการออกกฎหมายของรัฐแคลิฟอร์เนีย ที่ห้ามผู้ขับขี่ยานพาหนะใชโ้ ทรศพั ทม์ ือถือ
ในระหว่างการขบั ข่ี เพราะมีข้อมูลทเี่ ชื่อถอื ได้ว่า “อบุ ตั ิเหตจุ ราจรที่เกิดข้นึ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะมีการใช้
โทรศพั ท์มือถือในระหว่างการขบั ขี่” แต่ภายหลังการออกกฎหมายดังกล่าว พบวา่ สถิติของการเกิดอุบัติเหตุ
ไม่ได้ลดลง เพราะพบว่าสาเหตุของอุบัติเหตุส่วนหน่ึงมาจากการพูดคุยโทรศัพท์ไร้สาย หรือในเรื่องที่
กระทรวงสาธารณสุขของสหรัฐฯ ระบุว่า “เด็กอายุต่ากว่า 5 ปี ได้รับสารพิษจากการกินยาเกินขนาด
เพราะขวดยาเหล่าน้ันสามารถเปิดได้โดยง่าย” จนนามาสู่การออกกฎหมายให้ฝาขวดยามีลักษณะที่
เด็กเล็กไม่สามารถเปิดได้ แต่เม่ือกฎหมายน้ีมีผลบังคับใช้ พบว่า เดก็ เลก็ ยงั ไดร้ ับสารพิษจากการกนิ ยา
เกินขนาด ส่วนหนึ่งเปน็ เพราะเดก็ เล็กยังสามารถหยบิ ยากิน จากการวางไวท้ ่ัวไปในบา้ น โดยไมจ่ าเปน็ ต้อง
เปดิ จากขวดยา จากสองตัวอย่างขา้ งต้น จะเห็นว่า การตัง้ โจทย์ทไ่ี ม่ตรงจุดนามาสู่ทางเลอื กท่ีไม่สามารถ
แก้ไขปัญหาท่แี ท้จริง
ทา้ ยสุด พวกเรามีความเหน็ อย่างไรตอ่ การตั้งโจทย์วา่ “เด็กทารกที่โดยสารเคร่ืองบนิ ไม่มีท่ีนง่ั
สว่ นตัวที่มีสายรดั เข็มขดั เป็นสาเหตทุ ี่ทาใหเ้ กิดอุบัตเิ หตุกับทารกเหลา่ นัน้ ”
รณดล น่มุ นนท์
22 ตุลาคม 2561
102
แหล่งที่มา:
1/ รายละเอียดของการนา RIA มาใชใ้ นแต่ละประเทศสามารถคน้ หาไดจ้ าก website:
http://regulatoryreform.com/
2/ คู่มือการประเมินผลกระทบของหลกั เกณฑ์ (Regulatory Impact Assessment) จดั ทาโดย
กลมุ่ งานยุทธศ์ าสตรอ์ งค์กร ธนาคารแหง่ ประเทศไทย ตลุ าคม 2561
103
ยม้ิ สู้
สวัสดคี รับ
ผมไดร้ ับหนังสือเรอื่ ง “ยม้ิ สู้” จากนอ้ งในสายนโยบายสถาบันการเงนิ เปน็ หนงั สือชีวประวัติ
ของศาสตราจารย์วิริยะ นามศิริพงศ์พันธ์ุ นักสู้ผู้วิริยะ ที่น้องคนดังกล่าว ขอให้ผมเขียนถึงท่าน
ใน weekly mail สปั ดาหน์ ี้ เพราะได้รบั แรงบันดาลใจและกาลงั ใจจากการบรรยายของทา่ น ในการ
ประชุมสายงานเม่ือวนั พุธที่ผ่านมา
“คนตาบอดคว้าตาแหน่งที่ 1 ของคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลยั ธรรมศาสตร์ ไดร้ ับทุนภมู ิพล
มีชัยเหนือนกั ศึกษาตาดีนับพัน” เปน็ พาดหัวข่าวบนหนา้ หน่งึ ของหนังสือพิมพ์เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2520
เป็นเพียงจุดเร่ิมตน้ ที่พวกเราได้เริม่ รูจ้ ักศาสตราจารยว์ ริ ิยะ เพราะหลังจากนัน้ ท่านมาเป็นอาจารย์ประจา
คณะนิตศิ าสตร์ มหาวทิ ยาลัยธรรมศาสตร์ ถอื เปน็ คนพิการคนแรก ๆ ทเ่ี ขา้ รบั ราชการ พร้อม ๆ กบั
ควา้ ปรญิ ญาโทมาจาก Harvard Law School สาขากฎหมายภาษีอากร1/
อย่างไรกด็ ี หลายคนคงไม่ทราบว่าอาจารยว์ ิริยะ เกดิ มามีอวัยวะครบ 32 เหมือนคนอ่ืน ๆ เติบโตมา
ในครอบครัวใหญ่ มีพ่ีน้อง 9 คน พ่อแม่ค้าขายผ้าในต่างจังหวัด ในสมัยเด็ก ๆ มีนิสัยซุกซนไม่ชอบ
เรียนหนังสือ จนวันหนึ่งคณุ พ่อนาแอปเปิลมาให้รับประทาน ซ่ึงต้องหาซื้อมาจากกรุงเทพฯ พร้อมกับ
บอกว่า “ถ้าขยันหาเงินได้มาก ๆ อยากกินแอปเปิลกี่ลูกก็มีเงินซื้อกินได้ แต่ถ้าขี้เกียจไม่รู้จักหาเงิน
กินแอปเปิลไปเป็นกิโลก็เสียเปล่าเป็นแต่อุจจาระ”2/ ทาให้ท่านคิดได้ว่า ต้องเป็นคนขยันเพื่อจะ
กินแอปเปิลให้สมใจ จนท่านกลายเป็นหนอนหนังสือ หาหนังสือมาอ่านทุกเล่มไม่ใช่แต่หนังสือเรียน
ในขณะเดียวกัน ก็มีความคิดว่าไม่อยากค้าขายลาบากเหมือนกับบิดา จึงต้ังหน้าต้ังตาเรียนจนจบ
ชน้ั มัธยมศึกษา
ชีวิตของอาจารย์วิริยะดูจะไปได้อย่างท่ีต้ังใจไว้ แต่เช้าตรู่ของวันท่ี 26 พฤศจิกายน 2510
ท่านต่นื มาดหู นังสือเตรยี มสอบเขา้ โรงเรียนเตรียมอุดมฯ ตามปกติ และเหลือบไปเหน็ แทง่ เหลก็ สีเหลือง
มีสายไฟตอ่ อยู่ขา้ งทา้ ยจงึ หยิบมาเลน่ ทนั ใดน้ันกเ็ กดิ ระเบิดดงั ตมู ใหญ่ และ ณ วนิ าทีนนั้ เส้นทางชีวติ
ของท่านก็เปลี่ยนไปจากที่ฝันจะเปน็ นักวิศวกร เป็นหมอ ต้องกลับเผชิญมรสุมชวี ิตเป็นคนพกิ ารตาบอดสนิท
แน่นอนว่า ไม่ว่าใครทีป่ ระสบเหตกุ ารณ์เช่นน้ี ยอ่ มทาใจไม่ได้และเกิดความท้อใจ ในช่วงแรก ทา่ นมัก
ถามตวั เองเสมอว่า “ทาไมโลกชา่ งมืดมนและนา่ กลัวเสียจริง ๆ เมื่อไหร่จะมแี สงสว่างให้กบั ผมบ้าง”3/
จุดหักเหเกิดขนึ้ เม่ือทา่ นคดิ ข้ึนไดว้ ่า การศกึ ษาเท่านนั้ ทีจ่ ะเป็นทางออกให้สามารถพ่ึงพาตนเอง
จึงตดั สินใจขอไปเข้าเรยี นทโี่ รงเรยี นสอนคนตาบอด จนได้รับการสอนและไดร้ ับข้อคิดที่ดใี นการนาพาชีวิต
จาก มิสเจนนีวิฟ ซสิ เตรโ์ รส ผูก้ ่อต้ังโรงเรียน และซสิ เตอรโ์ รส มัวร์ แม่อธิการ ทาให้มีกาลงั ใจท่ีจะต่อสู้ต่อ
104
เกิดความเชอ่ื มนั่ ในตนเอง และยอมรบั ตนเอง ซึ่งทา่ นยังจาคาพูดประโยคแรกของซิสเตอรโ์ รสได้วา่
“ซสี เตอรเ์ ขา้ ใจดวี า่ วริ ยิ ะต้องเสียใจมากทีต่ ้องเสียดวงตา แต่อย่าไปคิดว่าดวงตาน้นั เปน็ ทกุ สงิ่ ทกุ อยา่ ง
ของชีวิต วิริยะยังมีแขนขาและสมองที่ดี ถ้าหากเอาสิ่งท่ีมีอยู่มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดก็สามารถ
ชว่ ยเหลอื ตนเอง ครอบครัวและสงั คมได้”4/
จากวนั นนั้ ถึงวนั นี้ ท่านได้เพยี รพยายามต่อสู้กบั อุปสรรคต่าง ๆ ดว้ ยตนเองมาโดยตลอด และสานฝนั
ใหเ้ ป็นจริง พากเพียรเรียนหนงั สือจนประสบความสาเร็จตามท่ตี ้ังใจไว้ ปัจจบุ ันท่านใช้ชีวิตอยา่ งมีความสุข
กับครอบครัวที่อบอนุ่ (ท่านสมรสกบั คุณมณี นามศิรพิ งศพ์ ันธุ์ ครองรกั มากว่า 30 ปี มบี ตุ ร ธิดา 3 คน)
ซึ่งนอกจากการสอนหนงั สือแล้ว ท่านยงั มีบทบาทสาคัญในการพัฒนาและยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้พกิ าร
ผา่ นองค์กรเพ่ือผูพ้ ิการ เชน่ ประธานฝา่ ยกฎหมายและสิทธเิ สรีภาพมนุษยชนสภาคนพิการแห่งประเทศไทย
รวมท้ังการต้ังมูลนธิ ิสากลเพื่อคนพิการ เปดิ ร้านกาแฟ “ย้มิ สูค้ าเฟ่” ย่านอรณุ อัมรนิ ทร์ โดยจา้ งงานผพู้ ิการ
และให้ผู้พิการได้มาฝึกงานฝึกอาชีพ รวมท้ังเป็นสถานที่ให้บริการล่ามภาษามือทางไกลผ่านระบบ
อินเตอรเ์ น็ต5/
ในสัปดาห์หน้า ผมจะเขียนถึงขอ้ คดิ ของทา่ นทที่ าวิกฤตให้เป็นโอกาส และเชื่อวา่ เราทาได้ทกุ อย่าง
และขอท้ิงท้ายดว้ ยคตเิ ตือนใจจากพระคุณเจา้ พระธรรมปิฎกทีว่ ่า “คนฉลาดทาเคราะหใ์ หเ้ ป็นโอกาส
ส่วนประมาททาโอกาสให้เป็นเคราะห์”6/
รณดล นุ่มนนท์
29 ตุลาคม 2561
หมายเหตุ:
ขอแสดงความยินดีกับคณุ ญาณิศา สูตรเชีย่ วชาญ รับรางวัลเป็นปฏทิ นิ ประจาปี 2562 รูปภาพ
เมอื งฟลอเรนซ์ ท่รี ว่ มตอบคาถาม weekly mail ฉบับที่แลว้ ท่ีให้ความเห็นวา่ การตงั้ โจทย์วา่ “เดก็ เล็ก
ทโ่ี ดยสารเครือ่ งบินไม่มีที่น่ังสว่ นตัวที่มสี ายรัดเข็มขัด เป็นสาเหตทุ ีท่ าให้เกดิ อุบัติเหตุกับเดก็ เหลา่ น้ัน”
อาจแก้ไขปัญหาไม่ถูกจุด เพราะสาเหตุท่ีจะทาให้เกดิ อุบัตเิ หตกุ บั เดก็ บนเครอื่ งเกิดไดห้ ลายกรณี เช่น
หากเด็กวิ่งเลน่ ในทางเดินในระหว่างสภาพอากาศแปรปรวน การแกไ้ ขด้วยการมีสายรัดเข็ดขดั จึงยัง
ไม่สามารถป้องกันสาเหตุได้ท้ังหมด
แหลง่ ท่ีมา:
1/ ศาสตราจารยว์ ิริยะ นามศิรพิ งศ์พันธ์ุ ยม้ิ สู้ จัดทาโดย มลู นธิ สิ ากลเพือ่ คนพกิ ารออกแบบและพิมพท์ ่ี
บรษิ ทั แกรนดอ์ ารด์ ครีเอทีฟ จากัด ISBN 978-616-93033-0-5 หนา้ 15
2/ ศาสตราจารยว์ ริ ิยะ นามศิริพงศ์พนั ธุ์ ยิ้มสู้ หน้า 32
3/ ศาสตราจารยว์ ิริยะ นามศิรพิ งศพ์ ันธ์ุ ยมิ้ สู้ หนา้ 43
4/ ศาสตราจารย์วริ ิยะ นามศิรพิ งศ์พนั ธ์ุ ยิ้มสู้ หน้า 51
5/ ศาสตราจารยว์ ริ ยิ ะ นามศิรพิ งศพ์ นั ธ์ุ นกั สู้วริ ยิ ะ OK Nation Net ธนั วาคม 2555
http://oknation.nationtv.tv/blog/print.php?id=842304-
6/ ศาสตราจารยว์ ริ ิยะ นามศิรพิ งศ์พนั ธุ์ ยิ้มสู้ หนา้ 202
105
ยิ้มสู้ (ตอนจบ)
สวัสดคี รบั
“หลังบรรยายจบ เเม่บ้านก็เดินขึ้นไปบนเวทีพร้อมกับจูงอาจารย์ลงมา เหตุการณ์น้ันทาให้ผม
ต้องอ้ึง เพราะมารู้ความจริงว่า ศาสตราจารย์วิริยะ มีความพิการทางสายตา เเละท่านก็จบมาจาก
Harvard วินาทีนั้นทาให้ขนเเขนลุกซู่ไปทั้งตัวเลยทีเดียว เพราะรู้สึกทึ่งในตัวอาจารย์อย่างมากว่า
ทาอย่างไรนะ ทาไมอาจารย์ถึงได้เก่งขนาดนี้ เเถมยังเป็นผู้ท่ีมีความมุ่งมั่นน้ี สามารถสู้กับความพิการ
ทางสายตาได้ เเละคาถามอีกมากมายก็ผุดขนึ้ มาในหัวสมอง วินาทนี นั้ ข้าพเจา้ กใ็ หอ้ าจารยเ์ ป็นตัวอย่าง
ท่ีให้กาลังใจในการสู้ชีวิตต่อไป”1/
นี่คือข้อความท่ีลูกศิษย์คนหนึ่งของศาสตราจารย์วิริยะ นามศิริพงศ์พันธ์ุ เขียนลงไว้ใน
Blogspot.com และเป็นข้อสรุปท่บี ่งชไ้ี ดเ้ ป็นอย่างดีวา่ ท่านเปน็ นกั สูผ้ วู้ ิรยิ ะ ตามทีผมได้เขียนชีวประวัติ
ของท่านใน weekly mail เม่อื สัปดาห์ที่แล้ว
ในสัปดาห์น้ี ผมได้อ่านหนังสือ “ยิ้มสู้” ที่ท่านเขียนเป็นคารบท่ีสอง และมีความประทับใจ
ต่อเหตกุ ารณใ์ นชว่ งหนึ่งของชวี ิตทา่ น เป็นช่วงท่ีท่านเขา้ มาเรียนที่โรงเรยี นอัสสัมชัญบางรกั เป็นวนั แรก
และพบกบั มาสเตอรป์ ระจาชั้นทพี่ ูดกบั ทา่ นว่า “ฉนั สอนคนตาบอดไมไ่ ด้ ฉนั ตอ้ งพูดเร่ืองนี้กบั อธิการ
ให้ร้เู รื่องวา่ รับคนตาบอดได้อยา่ งไร” ซง่ึ หากเป็นคนท่วั ไปกค็ งจะข่มอารมณ์ไม่อยู่พรอ้ ม ๆ กับนึกเสียใจ
แตท่ า่ นตอบกลบั ไปอยา่ งผเู้ ฉียบคมด้วยปัญญาวา่ “มาสเตอรค์ รบั อย่ากงั วลใจในเรื่องการสอนเดก็ ตาบอด
เลยครับ มาสเตอรเ์ คยสอนหนงั สืออย่างไรก็สอนไปอย่างนั้น คิดเสียวา่ ห้องน้ีไม่มนี ักเรียนตาบอดกแ็ ล้วกนั ”
ซงึ่ เมื่อท่านได้พิสจู นว์ า่ เด็กตาบอดสามารถเรยี นหนงั สือได้ดี มาสเตอรก์ เ็ ร่มิ เขา้ ใจท่านมากขน้ึ และดแู ล
เอาใจใสท่ ่านเหมอื นกับนักเรียนในหอ้ งทกุ ๆ คน
ศาสตราจารย์วิริยะได้สรุปเหตุการณ์ข้างต้นเป็นอุทาหรณ์เตือนใจว่า “เพื่อให้ความสัมพันธ์กับ
บุคคลอื่นเป็นไปได้อย่างย่ังยืน เราต้องพยายามเข้าใจคนอ่ืนก่อน ก่อนท่ีจะเรียกร้องให้คนอ่ืนเข้าใจเรา
บางคนดูเหมือนว่าเขาจะร้ายกับเราในคร้ังแรก แตเ่ ราพยายามมองโลกในแง่ดี และพยายามเข้าใจว่า
ท่ีเขาเป็นเช่นนนั้ อาจจะเกิดจากความไม่เข้าใจเรา เราจงึ ต้องพยายามฟังคนอื่นให้มาก ฟังแล้วพยายาม
เขา้ ใจเขา”2/
ศาสตราจารย์วริ ิยะ นามศริ ิพงศ์พันธ์ุ กับครอบครวั ท่อี บอุ่น ภาพการบรรยายในการประชมุ ของสายนโยบายสถาบนั การเงิน
ศาสตราจารย์วิริยะ ยังมีข้อคิดที่เก่ียวข้องกับการทางานไว้ในหลายมิติ สามารถสรุปได้จากการ
บรรยาย ในการประชุมสายงานของสายนโยบายสถาบนั การเงิน ท่ีกลา่ วไว้ว่า “จงเชื่อว่าเราทาไดท้ กุ อย่าง
ทาวกิ ฤติให้เป็นโอกาส เม่ือช่วยตนเองได้แล้ว ต้องช่วยคนอนื่ ต่อไป ให้เช่ือม่ันในการทางานเพอ่ื สว่ นรวม
106
ความลม้ เหลวและความผดิ หวงั เปน็ ครู ล้มเหลวต้องไมย่ อมจานน หาสาเหตุ ที่ผิดพลาด แลว้ แกไ้ ข
ปรับปรุง”
ศาสตราจารย์วิรยิ ะ นามศิริพงศพ์ ันธ์ุ ไดช้ ว่ ยเตือนพวกเราใหน้ กึ ถึงความสาคญั ของการศึกษา
และการเรยี นรวู้ ่าไมม่ ีท่สี ้นิ สุด และนอกจากจะปลุกจิตใจคนพกิ ารให้สู้กบั ชวี ิตแล้ว ท่านยังให้ข้อคดิ ดี ๆ
กบั พวกเราในการดาเนินชีวติ ทา่ นเขยี นทงิ้ ทา้ ยไว้ว่า “หากไม่ปลอ่ ยใหค้ วามทกุ ข์บดบงั ปญั ญาจนเกินไป
เราก็จะคอ่ ย ๆ ค้นพบทางออก”3/
รณดล นุ่มนนท์
5 พฤศจิกายน 2561
แหลง่ ที่มา:
1/ ขา้ พเจ้าศษิ ยค์ นหนึ่งของ ศาตราจารย์ วิรยิ ะ นามศริ ิพงศ์พนั ธุ์
http://moomhamaiiptt.blogspot.com/2010/11/review.html
2/ ศาสตราจารย์วิริยะ นามศิรพิ งศพ์ นั ธ์ุ ยิม้ สู้ จดั ทาโดย มูลนิธิสากลเพ่ือคนพกิ าร ออกแบบและพิมพท์ ี่
บรษิ ัท แกรนดอ์ าร์ด ครเี อทีฟ จากัด ISBN 978-616-93033-0-5 หน้า 163-165
3/ ศาสตราจารยว์ ริ ยิ ะ นามศิริพงศพ์ ันธุ์ ยิ้มสู้ หน้า 203
107
บรกิ ร “รา้ นพงหลี”
สวสั ดคี รับ
ผู้อา่ น Weekly Mail ทา่ นหนง่ึ โทรศพั ท์มาขอให้ผมเขยี นเรือ่ งเบา ๆ บา้ ง เพอื่ เข้าสู่บรรยากาศ
เทศกาลปลายปรี บั ลมหนาว คิดอยู่นานพอสมควรวา่ จะเขียนเรือ่ งอะไรดี เผอิญผมมีโอกาส ได้กลบั ไป
รบั ประทานอาหารที่รา้ น “พงหลภี ัตตาคาร” เมื่อเยน็ วันศกุ รท์ ี่ผ่านมา และได้พบกับคุณวัชระ พัชราวราภรณ์
หวั หน้าบรกิ รทม่ี ักคุ้นกนั ทาให้จาไดว้ า่ เคยเขียนเร่ืองนีไ้ วเ้ มื่อปลายปี 2553 ผมจึงขอนามาปัดฝ่นุ เลา่ ใหฟ้ ัง
อกี ครงั้ หนึ่ง
ร้าน “พงหลีภัตตาคาร” อยู่ใกล้กับอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เรียกว่า หากร้านเมธาวลัยศรแดง
เป็นร้านอาหารคู่บารมีของอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย พงหลีภัตตาคารก็ต้องเป็นร้านอาหารเคียงคู่
อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิเช่นกัน เพราะเป็นร้านอาหารท่ีอยู่คู่กับกรุงเทพสืบทอดความอร่อยมายาวนาน
ถึง 83 ปี ก่อนสงครามโลกคร้ังที่ 2 และก่อนอนสุ าวรียช์ ัยสมรภูมิจะสรา้ งเสยี อกี
คุณสมใจ ธีรตยาคีนันท์ ทายาทรุ่นที่ 3 วัย 75 ปี เล่าความเป็นมาของตานานความอร่อย
สไตลจ์ ีนไหหลาว่า คณุ ลงุ พยง ตงพิพัฒน์ เปน็ ผูก้ ่อตงั้ ร้านเม่อื ปี 2478 หลงั จากที่อพยพลงเรอื สาเภา
มาจากเมืองจีน เรมิ่ แรกรา้ นต้ังอยู่ทโ่ี รงเรยี นเสนารกั ษ์ บริเวณโรงพยาบาลพระมงกฎุ เกล้า แลว้ คอ่ ย ๆ
ขยบั ขยายมาอยหู่ ัวมุมอนสุ าวรียช์ ัยสมรภูมิ ก๊กุ ที่น่ีสืบทอดวิชาอาหารจีนไหหลาและฝีมือจากรุ่นสูร่ ุ่น
ฝกึ กนั จนได้รสชาติถูกปากคงเส้นคงวา1/
ด้วยการจราจรเมื่อเย็นวันศุกร์ติดขัดมาก ผมจึงต้องสั่งอาหารมาให้คุ้มค่ากับการเดินทาง
และไม่ผิดหวังกับเมนูดั้งเดิมท่ียังคงคุณภาพได้อย่างคงเสน้ คงวา ตั้งแตไ่ ก่ทอดพงหลี ปีกไก่เหล้าแดง
ไปจนถงึ แพะตนุ๋ ทท่ี าคล้ายพะโล้ ไปจนถึงสลดั เนอ้ื สนั นอกท่เี น้ือนุม่ และหอมกลน่ิ เครอ่ื งเทศ แต่ที่อรอ่ ย
ที่สุด หนีไม่พ้นก๋วยเต๋ียวราดหน้า เพราะเส้นถูกผัดจนหอมกล่ินไหม้นิด ๆ ท่ีสาคัญคือเน้ือหมักท่ีนุ่ม
เป็นพิเศษ2/
แตไ่ ฮไลท์ของอาหารม้ือนีค้ ือ การได้พดู คุยกับคุณวัชระ พัชราวราภรณ์ หัวหนา้ บริกร เหมือนกบั
ทุก ๆ ครั้งที่มาเยือน คณุ วัชระจะพดู คุยอยา่ งเป็นกันเอง สีหนา้ เต็มไปด้วยรอยยิ้ม มีจิตใจพร้อมให้บรกิ าร
ตลอดเวลา คุณวัชระเล่าว่า เร่ิมทางานเปน็ เด็กเสริ ์ฟที่ภัตตาคารแห่งนต้ี ั้งแต่อายุ 16 ปี ไดร้ ับการดแู ลทุกข์สุข
จากเจ้าของร้านอย่างดีตลอดมา เรียกว่าขาดเหลือบอกกันได้ จนทาให้พบรักกับภรรยาท่ีทางานใน
ภัตตาคารเดียวกนั และสามารถส่งลกู ชายเรยี นจนจบปรญิ ญาตรี คณุ วชั ระเลา่ อยา่ งภมู ิใจวา่ ทางานท่รี า้ นนี้
50 กว่าปแี ล้ว และแมภ้ ตั ตาคารพงหลี จะไมใ่ ชร่ า้ นอาหารท่ีเกา่ แก่ที่สุดในเมืองไทย แต่กถ็ ือว่าเปน็ รา้ นที่
รักษาคุณภาพท้ังด้านอาหารและการบริการที่เป็นท่ีหน่งึ ไม่รองใคร ที่สาคัญสามารถมัดใจให้ลูกน้อง
อย่ทู างานแบบ “เปน็ ครอบครัวเดียวกนั ”
108
นอกเหนือจากจิตใจท่พี ร้อมให้บรกิ ารของคณุ วชั ระแล้ว ผมยงั แอบสอบถามถึงเคล็ดลับพิเศษ
ท่ที าให้คุณวชั ระมีหน้าตาออ่ นกวา่ วัย และดมู ีสุขภาพดี ทั้ง ๆ ท่ีอายุ 68 ปีแลว้ แตย่ ังเดินเสริ ฟ์ อาหาร
ได้อย่างคล่องแคล่ว จนทราบว่า คุณวัชระเป็นคนท่ีดูแลในเร่ืองสุขภาพอย่างมาก โดยเฉพาะ
การรับประทานอาหาร (แม้ว่าจะมีอาหารลอ้ มรอบอยู่รอบตวั ) ไดม้ ีโอกาสออกกาลังทั้งวัน (เดินเสิรฟ์
อาหาร) และที่สาคญั ท่ีสุดคือ การรักษาสุขภาพจติ ให้แจม่ ใสร่าเรงิ ตลอดเวลา
นบั เป็นเรือ่ งราวความสมั พันธข์ องการทางานแบบครอบครวั เดยี วกนั เปน็ เคล็ดลับสาคัญทีท่ าให้
ภัตตาคารพงหลียืนหยัดมาได้จนถึงทุกวันนี้ และหากพวกเราได้มีโอกาสไปรับประทานอาหาร
ท่ีภัตตาคารแห่งนี้ อย่าลืมเข้าไปทักทายคุณวัชระนะครับ เพราะถือเป็นเร่ืองราวชีวิตของคน ๆ หนึ่ง
ที่สามารถนามาเป็นบทเรยี นให้กับเราไดเ้ ปน็ อย่างดีครบั 3/
รณดล นุ่มนนท์
12 พฤศจกิ ายน 2561
แหลง่ ท่ีมา:
1/ พงหลีภตั ตาคาร http://ponglee.com/?page_id=28
2/ วราภรณ์ ผกู พัน พงหลีภตั ตาคาร ตานานความอรอ่ ย 83 ปี, 40plus.posttoday,
25 ตุลาคม 2561 https://40plus.posttoday.com/eatandtrip/26850/
3/ รณดล นมุ่ นนท์ บรกิ ร "พงหลี" Weekly Mai ฉบบั วันที่ 29 พฤศจิกายน 2553
109
100 ปี ไทยกบั สงครามโลกครง้ั ท่ีหน่ึง: วิเทโศบายของไทย
สวัสดีครบั
หากให้กล่าวถึง “สงครามโลก” พวกเราส่วนใหญค่ งจะทราบเรื่องราวของ “สงครามโลกครงั้ ท่ีสอง”
มากกวา่ “สงครามโลกคร้ังท่ีหน่งึ ” โดยทนี่ ักประวัติศาสตรย์ งั คงตั้งคาถามว่า สงครามครงั้ นัน้ ถือเป็น
สงครามโลกหรือไม่ เพราะการสู้รบส่วนใหญ่จะอยใู่ นกลางทวีปยุโรประหว่างฝา่ ยสัมพันธ์มิตร อังกฤษ
และฝรัง่ เศส กบั ฝ่ายมหาอานาจกลาง เยอรมันและออสเตรยี -ฮงั การี
อยา่ งไรกด็ ี สงครามโลกครั้งท่ีหนึ่งทีย่ ุติลงเม่ือหนงึ่ ศตวรรษทีแ่ ล้ว เป็นก้าวสาคัญทางประวัตศิ าสตร์
ของไทย ในการฟืน้ ฟูอานาจอธปิ ไตยและเสรภี าพในการค้าและการพาณิชย์กับชาติตะวนั ตกอยา่ งอังกฤษและ
ฝร่งั เศส เปดิ ทางสู่การยกเลิกสนธสิ ัญญาอันไม่เปน็ ธรรม โดยเฉพาะอยา่ งย่ิงสนธิสัญญาแบบเบาว์ริ่ง ที่มีมา
ตัง้ แต่กลางศตวรรษที่ 19 ซ่ึงทาให้ชาติตะวันตก 13 ประเทศ ทาการค้าไดโ้ ดยเสรี มีเพดานภาษีนาเข้าเพียง
ร้อยละ 3 รวมไปถึงการตั้งสถานกงสุลตา่ งชาติ และทาให้มีสทิ ธิสภาพนอกอาณาเขต
สงครามโลกครั้งที่ 1 ปะทขุ ้ึนในยโุ รปเมื่อ ค.ศ. 1914 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกฎุ เกลา้
เจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ที่เพ่ิงเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติมาได้เพียง 4 ปีเศษ ในช่วงแรกของสงคราม
พระองค์ทรงมีความเห็นว่า ไทยยังอยู่ห่างไกลจากสงครามและนโยบายที่เหมาะสมคือ การรักษา
ความเปน็ กลางอย่างเคร่งครัด เพราะท้ังสองฝ่ายต่างมีอิทธิพลต่อเศรษฐกิจและสงั คมไทยที่ไมน่ อ้ ยหน้ากัน
จากทางรถไฟสายเหนือที่กาลังก่อสร้างโดยนายช่างวิศวกรและผ้คู วบคมุ ชาวเยอรมนั และธนาคารของ
รัฐบาลทเี่ พ่ิงกอ่ ตั้งก็ตกอยู่ภายใต้การบรหิ ารของชาวเยอรมนั ในขณะที่อังกฤษและฝรั่งเศสก็มอี ิทธพิ ล
ทางดา้ นเศรษฐกิจและอานาจทางการศาล1/
แต่เม่ือสหรัฐอเมริกาประกาศเข้าร่วมรบกบั ฝ่ายสัมพันธมติ ร พระบาทสมเดจ็ พระมงกฎุ เกล้า
เจา้ อยหู่ ัว ทรงคาดการณ์วา่ เยอรมนีคงจะแพ้สงคราม จึงทรงมีพระราชดาริว่า “สยามมีโอกาสเสี่ยง
ตอ่ การสูญเสียมากกวา่ หากยังดารงความเป็นกลาง มคี วามเปน็ ไปไดท้ ีเ่ ยอรมนีจะแพส้ งคราม และถา้
องั กฤษและฝร่งั เศสตดั สินใจเข้ายดึ ทรพั ยส์ นิ และสทิ ธพิ ิเศษของเยอรมนใี นสยาม สยามก็จะไมส่ ามารถ
ทาอะไรได้” ท่ามกลางการคัดค้านของเจ้านายช้นั ผใู้ หญ่ท่เี ห็นวา่ เป็นกศุ โลบายขององั กฤษและฝร่ังเศส
ที่ตอ้ งการขจัดอิทธพิ ลของเยอรมันในไทยเพ่ือปูทางให้ควบคมุ การค้าและธรุ กิจแบบเบ็ดเสรจ็ แตพ่ ระองค์
กลับมีพระราชดารสั ว่า “หลายคนบอกว่า เราไมจ่ าเป็นตอ้ งเขา้ รว่ มสงคราม สงครามอย่ใู นยุโรป แตเ่ รา
อยไู่ ทยซึ่งไกลกันมาก แตเ่ มอื่ มาเจอฝรั่งเศสและองั กฤษที่จอ้ งเราอยู่ จึงไมใ่ ชเ่ รือ่ งไกลตัวแล้ว มันใกล้ตัว
มาก ๆ”2/
110
กอ่ นการประกาศสงครามกับเยอรมัน มกี ารเตรยี มการเท่าทจ่ี ะทาได้ (แมไ้ ม่สามารถอพยพนกั ศึกษาไทย
ที่เรยี นในเยอรมนั กลบั มากอ่ น) และในทส่ี ุดจึงมพี ระบรมราชโองการเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2460 โปรดเกลา้ ฯ
ใหป้ ระกาศสงครามกับฝา่ ยมหาอานาจกลาง
จติ ติ เกษมกจิ วัฒนา ภัณฑารกั ษ์ อาคารหอวชริ าวุธานสุ รณ์ ผ้สู ร้างสรรค์เรอ่ื งราวของนทิ รรศการ
“100 ปี สยามกับสงครามโลกครั้งท่ี 1” ไดใ้ ห้สัมภาษณ์ผ่านวารสาร THE STANDARD วา่ “ตอนทเี่ รา
เป็นกลางไม่มีข่าวอะไรเลยทั้งสิ้น แต่พอเราเข้าร่วมสงครามโลก หนังสือพิมพ์ทั้งอังกฤษและฝร่ังเศส
นาพระบรมฉายาลักษณ์ของรัชกาลท่ี 6 และเร่ืองราวเก่ียวกับเมืองไทยลงค่อนข้างเยอะ แต่พอเป็น
หนังสือพิมพ์เยอรมนี เขาก็เขียนถึงเราว่า สยามเข้าร่วมสงครามโลกจะทาอะไรได้ ไม่มีความสาคัญ
อะไรหรอก…” เรียกได้ว่า เป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการตัดสินใจเข้าร่วม
สงครามในครั้งน้ี3/
หลังการประกาศสงครามต่อฝ่ายมหาอานาจกลาง ไทยส่งทหารไปร่วมรบในสมรภูมิยุโรป
เพอ่ื แสดงความจรงิ ใจ ทหารท่ีส่งไปส่วนใหญ่เป็นอาสาสมคั ร และมสี ่วนหน่ึงเป็นทหารทีม่ กี ารคดั เลอื ก
สุดท้ายเหลือ 1,223 คน แยกเป็นกองยานยนต์และกองบิน กองยานยนต์ฝึกไมน่ านไดไ้ ปทาหนา้ ที่เปน็
กองกาลังขนส่ง ส่วนกองบินตอ้ งฝึกนานหลายเดือน พอฝึกเสร็จสงครามก็ยุตพิ อดจี งึ ไมไ่ ด้เขา้ ปฏบิ ตั ิการ
ภายหลังเยอรมันยอมจานน ทหารไทยได้เขา้ ร่วมสวนสนามอวดธงไตรรงคก์ ับฝ่ายสัมพันธมิตร และ
ได้มสี ่วนในการจัดต้ังสนั นิบาตชาติ (League of Nations) ในฐานะประเทศผู้ชนะสงคราม แตท่ ี่สาคัญได้
ใชโ้ อกาสเริ่มตน้ เจรจายกเลกิ สนธสิ ญั ญาทไ่ี มเ่ ปน็ ธรรมกับชาตสิ มั พันธมติ รและชาติอ่ืน ๆ ถอื ได้วา่
พระองค์
ทรงตัดสนิ พระราชหฤทัยถูกจังหวะเวลา ไดร้ ับประโยชน์จากการเข้าร่วมสงคราม ท้ัง ๆ ทเี่ ราเปน็ ประเทศเล็ก
แต่สามารถมีพืน้ ท่ีในเวทีโลกและมีอานาจต่อรองกับประเทศมหาอานาจได้
นอกจากประโยชนท์ ่ไี ทยได้รบั ขา้ งตน้ แล้ว สงครามโลกคร้ังทีห่ นึ่งยังเปน็ ที่มาของบทพระราชนิพนธ์
โคลงสยามานสุ สติ ท่ีพระราชทานแกก่ องทหารอาสา พวกเราสามารถยอ้ นราลึกถึงสงครามโลกคร้งั ท่ี 1
ไดจ้ ากวงเวียน 22 กรกฎาคม ท่ีสรา้ งข้ึนเพื่อเปน็ สัญลักษณข์ องการเขา้ ร่วมรบ รวมทั้งอนุสาวรยี ์ทหารอาสา
ตรงข้ามพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ท่ีเป็นอนุสรณ์แก่ทหารไทยท่ีไปร่วมรบและสดุดีทหาร
ที่เสยี ชีวติ ในสมรภมู จิ านวน 19 นาย4/
ท้ายสุด พวกเราคิดว่าได้บทเรียนอะไรจากการตัดสินใจของไทยที่เข้าร่วมสงครามโลกคร้ังท่ี 1
ทัง้ นี้ คุณจติ ติได้สรุปไว้อยา่ งนา่ สนใจว่า “การที่ผู้ปกครองจะพาประเทศชาติบ้านเมืองใหเ้ ทา่ ทนั ความเปน็ ไป
ของโลก จาเป็นต้องเปลี่ยนระบบภายในหลายอยา่ ง และทุกอยา่ งมีกระบวนการทต่ี อ้ งดาเนนิ ไป”
รณดล นมุ่ นนท์
19 พฤศจกิ ายน 2561
แหลง่ ที่มา:
1/ เผด็จ ขาเลศิ สกุล ครบรอบ 100 ปี สยามเขา้ ร่วมสงครามโลกคร้ังที่ 1: ย้อนรอยการเลอื กข้างเพื่อความ
อยู่รอด BBC News บีบซี ไี ทย นาวเิ กชนั 22 กรกฎาคม 2017
https://www.bbc.com/thai/thailand-40670894
2/ ศาสตราจารย์ กนต์ธีร์ ศุภมงคล การวเิ ทโศบายของไทย จัดพมิ พโ์ ดย บริษทั โพสต์ พับลิชชิง จากัด
(มหาชน) พิมพ์แกไ้ ขครั้งท่ีสอง สิงหาคม 2537 หน้า 10-14
3/ นธิ นิ าฏ ปโุ รทกานนท์ สยามในสงครามโลกครงั้ ที่ 1 วารสาร The Standard Magazine Online
22 สิงหาคม 2560 https://thestandard.co/love-and-war-magazine/
111
4/ วรชาติ มีชบู ท ๑๐๐ ปี สยามกบั สงครามโลกคร้งั ที่ ๑ (๒) ฝากเรอ่ื งราวไวก้ ับนอ้ ง ๆ (๑๑๓)
http://www.vajiravudh.ac.th/OVtoVC/OVtoVC_113.htm
112
ตะเกียบคบี : ฝันร้ายของ Dolce & Gabbana
สวสั ดคี รบั
โฆษณาออนไลน์ผ่านสายตาคนจนี เม่อื ต้นสัปดาห์ท่ีแลว้ ภายใตช้ ื่อ “ตะเกียบคบี ” เพ่อื โหมโรง
กจิ กรรมแฟชัน่ โชวแ์ บรนดห์ รู Dolce & Gabbana หรือ D & G ที่นครเซยี่ งไฮ้ ที่จะมขี น้ึ ในคนื วนั ท่ี
21 พฤศจิกายน โฆษณาดงั กล่าวปรากฏภาพผหู้ ญิงจีนแต่งชุดสีแดงสวยหรขู อง D & G รับประทาน
พซิ ซ่า สปาเก็ตต้ี และขนมแคนโนลดี ว้ ยกริยาทา่ ทางทขี่ บขา จากการใช้ “ตะเกียบ” อย่างยากลาบาก
ดูผิดที่ผิดทาง เหมือนคนรับประทานไม่เป็น แถมโฆษณายังมีการใช้เสยี งพากย์ของผู้ชายทคี่ อยกากับ
การกนิ อาหารอิตาลีอยา่ งถูกตอ้ ง พร้อมเสยี งเรียกชื่อแบรนด์สาเนียงจนี แบบผิด ๆ
คลิกดโู ฆษณา “ตะเกียบคีบ”
หลงั โฆษณาช้ินนอี้ อกมาเพียงไมก่ ี่ช่ัวโมง ปรากฏว่า เกดิ ความไม่พอใจจากคนจีนเป็นอย่างมาก
มีเสียงโต้กลับถล่มทลายจนทาให้ website ของ D & G ถึงกับล่ม เพราะถือว่าเป็นโฆษณาในเชิงดูถูก
เหยยี ดหยาม ไมเ่ ข้าใจวฒั นธรรมของคนจนี โดยเฉพาะการใชต้ ะเกียบที่สืบทอดจากรุ่นส่รู ุ่น ถักทอสายใย
สัมพนั ธช์ าวจนี มาอย่างยาวนานตงั้ แต่อดตี จนถงึ ปจั จุบัน ถือไดว้ ่า ตะเกียบเพยี งคู่เดยี วแบกรบั ความรสู้ ึก
ของชาวจนี มาเป็นเวลาหลายพันปี 1/
กระแสดังกลา่ วทาใหบ้ รษิ ัทรีบตดั สนิ ใจลบโฆษณาดังกลา่ วทิ้งทันที แตเ่ หตุการณก์ ลับบานปลาย
เม่ือบทสนทนาของ Stefano Gabbana ดีไซน์เนอร์เจา้ ของผู้ร่วมก่อต้ังแบรนด์นี้กบั เพอ่ื นร่วมงาน
หลุดออกมาในลักษณะทไ่ี ม่ยอมรับความผิด แถมตอบโตส้ วนกระแสว่า หากเปน็ เขาจะไม่ลบโฆษณา
ดงั กล่าวอย่างแนน่ อน พร้อม ๆ กับเปรยี บเทียบประเทศจีนด้วยคาพดู ท่ีหยาบคาย
แม้ว่าบริษัทจะออกมาแถลงขา่ ววา่ บทสนทนาดงั กลา่ วถูก hackers เติมข้อความใส่ร้ายปา้ ยสี
พรอ้ มกับคลปิ ของผกู้ ่อต้ัง D & G ทอ่ี อกมากลา่ วขอโทษอยา่ งเป็นทางการ แตก่ ส็ ายเกินแกแ้ ล้ว เพราะ
กระแสตอ่ ต้าน D & G กระจายไปทว่ั โลกออนไลน์ของจีนอย่างรวดเรว็ เปน็ ปฏกิ ิรยิ าต่อต้านอยา่ งรนุ แรง
พร้อมเรียกร้องใหม้ ีการบอยคอตหรอื เลิกใชแ้ บรนด์ D & G โดยมภี าพของชาวจีนนาเสือ้ ผ้าของ D & G
ทต่ี นเองสะสมมลู ค่ากวา่ 20,000 ดอลลาร์ สรอ. มาเผาท้งิ ในขณะทบ่ี างรา้ นก็ยกมากองท้ิงไวห้ น้ารา้ น
ซึง่ ถ้าไม่มเี หตุการณน์ ี้ ลูกคา้ คงจะรุมแยง่ กนั เอาไปสวมใส่แล้ว พร้อม ๆ กับการตัดสินใจของ Alibaba
และ JD.com ทีจ่ ะยกเลิกการขาย D & G ผา่ น E-commerce บน platform ของตน ท้ายสุดนกั แสดง
ช่ือดังชาวจีนท่ีต้องเข้าร่วมในแฟชั่นโชว์ดังกล่าวได้ออกมายืนเรียงกันเพื่อแสดงจุดยนื “ประเทศชาติ
ต้องมาก่อน ไม่ขอร่วมแฟชั่นโชว์” จนทาให้การแสดงแฟชั่นโชว์ซึ่งทุ่มทุนจัดงานมหาศาลต้องยกเลิก
ในทส่ี ดุ 2/
113
ผกู้ ่อตั้ง D & G ออกมากลา่ วขอโทษชาวจนี อยา่ งเป็นทางการ
Dolce & Gabbana เรมิ่ ตน้ ข้นึ ในปี 2528 โดยดไี ซเนอร์ Stefano Gabbana และ Domencio
Dolce ที่มาทาธุรกิจร่วมกันในเมืองมิลาน และเร่ิมโด่งดังเมื่อชนะการประกวดออกแบบเสื้อผ้าผู้หญิง
จากเอกลกั ษณ์ท่ีไมเ่ หมือนใคร ด้วยการทาชุดคอร์เซท็ ชุดสูทลายทาง และสูทสดี า ทเ่ี นน้ ให้เห็นความงาม
ของสรรี ะผ้หู ญิงอยา่ งชัดเจน พร้อม ๆ กับมคี วามกลา้ ที่จะดัดแปลงเอาชุดนอนมาใสไ่ ปทางานหรอื ไปงาน
ราตรี ทาให้พวกเขามีลกู คา้ ทีข่ น้ึ ว่าแต่งตัวไดด้ ที ี่สุด ทั้งครอบครัว Beckham, Madonna และ Sophia
Loren ต่อมา D & G ไดอ้ อกแบบเสอ้ื ผ้าผ้ชู ายและทาผลิตภณั ฑ์ท่หี ลากหลายขน้ึ เช่น นาฬกิ าและ
นา้ หอมรนุ่ Light Blue Pour Homme ท่ีไดร้ บั รางวัล Best Fragrance of the Year ในปี 2536 3/
แน่นอนว่าเหตุการณ์ดงั กลา่ วย่อมจะสะเทือนต่อภาพลักษณแ์ ละอนาคตของ D & G ในตลาดจนี
ทถ่ี ือว่าเปน็ ตลาดใหญส่ าหรับสินคา้ แบรนด์แนม รายงานของ McKinsey ในปี 2560 ระบุว่า พลังของ
การบรโิ ภคแบรนดห์ รทู ว่ั โลกมาจากชาวจนี ถงึ 1 ใน 3 คดิ เป็นมูลคา่ ถงึ 5 แสนลา้ นหยวน หรือประมาณ
7.2 หมืน่ ล้านดอลลาร์ 4/ ผู้สันทดั กรณตี ่างวิจารณ์วา่ D & G ทะนงตนเองเกินไป คิดว่า branding ของตน
แข็งแกร่งพอทีจ่ ะทนทานต่อกระแสต่อต้านดงั กลา่ วได้ และมักจะมองข้ามความแตกตา่ งทางวัฒนธรรม
และกระแสสงั คมเสมอ ๆ เช่น ในปี 2559 ไดต้ ง้ั ชือ่ รนุ่ รองเทา้ วา่ “slave sandals” จนต้องเปล่ยี นเปน็
“decorative flat sandal” เพื่อลดกระแสการต่อต้าน ในขณะที่ ผู้ก่อต้ังท้ัง 2 คนเคยออกมาแสดง
ความเห็นตอ่ ต้านการรับลูกบุญธรรมของชาวเกย์ ทาให้เกิดการประท้วงที่หนา้ ร้านของ D & G ในลอนดอน
เมื่อปี 2558
นอกจากบทเรยี นในเรอื่ งการตอ้ งเขา้ ใจวัฒนธรรมของแต่ละประเทศอย่างถ่องแท้ และแนวทาง
การส่ือสารทแ่ี สดงถึงความเข้าใจและเข้าถงึ แลว้ ยังต้องให้ความสาคัญต่อส่ือออนไลนท์ ี่ทรงพลังข้ึนเรอ่ื ย ๆ
สามารถจะสร้างกระแสต่าง ๆ ได้ในช่วงวินาที เปล่ียนความฝันที่จะการเปิดตัวอย่างอลังการสาหรับ
แฟช่ันใหมท่ เ่ี ซี่ยงไฮก้ ลบั เปน็ ฝันรา้ ยในการเปดิ ตลาดของ Dolce & Gabbana ในประเทศจนี
รณดล น่มุ นนท์
26 พฤศจกิ ายน 2561
แหล่งท่ีมา
1/ ดชู ดั ๆ คลิปตะเกยี บซง้ึ ซัด! ตะเกียบเละ D&G, ไทยรฐั ออนไลน์, 23 พฤศจกิ ายน 2561
https://www.thairath.co.th/content/1427433
2/ Vanessa Friedman And Sui-Lee Wee,The Crash and Burn of Dolce & Gabbana
The New York Times, Nov. 23, 2018
114
https://www.nytimes.com/2018/11/23/fashion/dolce-gabbana-china-disaster-
backlash.html
3/ Dolce & Gabbana สองหัวดกี ว่าหัวเดียว, OK Nation, วนั จันทร์ ที่ 6 ตลุ าคม 2551
http://oknation.nationtv.tv/blog/raktuaeng/2008/10/06/entry-1
4/ Thongchai Cholsiripong, สรุปบทเรียนดรามา่ D&G | ตกม้าตายเพราะตะเกยี บคูเ่ ดยี ว และคาพดู
ไม่คดิ เพียงเส้ียววิของผู้กอ่ ต้ัง, BrandInside, 14 พฤศจิกายน 2561
https://brandinside.asia/drama-dolce-gabbana-racism-in-china/
หมายเหตุ
สาหรบั Weekly Mail ฉบบั ทีแ่ ล้วท่ถี ามถึงบทเรยี นจากการตดั สินใจของไทยทีเ่ ข้ารว่ ม
สงครามโลกครง้ั ที่ 1 คณุ นนทพัทธ์ อศั วบุญญาเลศิ ได้ร่วมแสดงความเห็นวา่ บทเรยี นที่ได้คือ กระบวนการ
ตดั สนิ ใจได้ผ่านการกล่ันกรองถงึ ผลกระทบและข้อดี-ข้อเสยี อย่างลกึ ซ้งึ รบั ฟังความเห็นท่ีหลากหลาย
มีข้อมลู สนับสนุนท่ีเหมาะสมและเพียงพอ ดังนนั้ กระบวนการ Risk Impact Assessment (RIA) มีมาตั้งแต่
สมัยรัชกาลที่ 6 นอกจากน้ัน การตัดสินใจด้วยจังหวะเวลาท่เี หมาะสมเป็นเร่ืองที่สาคัญมาก ไมช่ ้าเกินไป
เหมือนไมม่ ีส่วนรว่ มและไมเ่ ร็วเกนิ ไปจนอาจเกดิ ความเสียหาย แสดงใหเ้ ห็นถึงภาวะผู้นา การกลา้ ตัดสินใจ
และมุมมองที่เป็นขา้ งหน้า (forward looking)
115
คุณค่าของชีวิต
สวสั ดีครับ
ผมได้รับหนงั สือ “ปัญญาวิชาชีวิต” จากคณุ ภิญโญ ไตรสรุ ยิ ธรรมา ทนี่ าเสนอและถ่ายทอด
ปรัชญาของศาสตราจารย์เคลย์ตัน คริสเตนเสน (Clayton Christensen) ต่อแนวทางการประเมิน
ความคุ้มคา่ ของชีวิตของแต่ละคน (How will You Measure Your Life?) คณุ ภญิ โญได้ฝากโน้ตส้ัน ๆ
ไว้ว่า “คิดวา่ หนงั สือเล่มนีจ้ ะเปน็ ประโยชน์ในการขบคิดกับพี่ดลครบั ” แถมยงั เกรนิ่ ว่า “ถ้าจะใหไ้ ดผ้ ลดี
ขอจงอา่ นในวันทไ่ี ม่เรง่ รีบ รุ่มร้อน อ่านในห้วงตอนท่ีมคี วามสงบในชีวิต เปน็ การอา่ นเพื่อขบคดิ ใหเ้ กดิ
ปญั ญา ไมใ่ ช่อา่ นเพอื่ สะสมเรือ่ งราวหรือเนอื้ หา” ทาให้เช้าวันเสาร์ทผ่ี า่ นมา ผมตอ้ งมานัง่ อ่านหนังสือ
เล่มน้ใี นบรรยากาศสงบ ๆ แบบชา้ ๆ แตส่ ามารถอา่ นรวดเดยี วจนจบ แถมไดอ้ า่ นทวนอกี รอบหนึง่ เพ่ือคน้ หา
คาตอบ 3 คาถามปรศิ นา ทีม่ ีอิทธิผลต่อการงานและชีวติ ของแต่ละคน นนั่ คือ 1. เราจะมั่นใจได้อย่างไรว่า
จะมีความสุขในอาชีพการงาน 2. เราจะม่ันใจได้อย่างไรว่าความสัมพันธ์กับครอบครวั จะเป็นต้นธาร
แหง่ ความสุขอย่างยงั่ ยืน และ 3. เราจะมั่นใจได้อยา่ งไรว่าจะใช้ชวี ิตอยา่ งมีอสิ รภาพไมจ่ บชีวิตเดียวดาย
ในเรอื นจา1/
พวกเราอาจจะนกึ ถึง ศจ. เคลย์ตัน คริสเตนเสน ในฐานะเปน็ ศาสตราจารย์สอนวิชาปรัชญาหรอื
จิตวิทยาท่ีมหาวิทยาลัย Harvard เพียงอย่างเดียว แตแ่ ท้จริงแล้วทา่ นยังเป็นที่รจู้ ักกนั ดีในฐานะเจ้าของ
ทฤษฎี Disruptive Innovation จากหนังสือ The Innovator's Dilemma ที่นิตยสาร Forbes
ยกย่องให้ท่านเป็นนักทฤษฎีธุรกิจที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโลกในช่วง 50 ปีท่ีผ่านมา ด้วยการเชื่อมโยง
คาว่า disruption เข้ากับการอยรู่ อดของการดาเนินธรุ กจิ
ชีวประวัติของ ศจ. เคลย์ตัน น่าสนใจอย่างยิ่ง เพราะเกิดมาในครอบครัวใหญ่ที่เคร่งศาสนา
เป็นคนเรียนเก่ง เรียนจบเกยี รตินิยมอันดับหนึ่งสาขาเศรษฐศาสตร์ และจบปริญญาโทบริหารธรุ กิจท่ี
Harvard ก่อนจะออกไปทางานในบริษัททป่ี รึกษา ก่อร่างสร้างธุรกิจเทคโนโลยี แต่ในปี 1987 ธรุ กจิ ก็มา
สะดดุ ล้มลงอยา่ งแรงจากเหตุการณ์ Black Monday เปน็ จุดพลกิ ผนั ให้ท่านตัดสินใจกลับเข้าไปศึกษาต่อ
ในระดับปริญญาเอกท่ี Harvard และได้เปน็ ศาสตราจารย์สอนหนังสือในคณะบรหิ ารธรุ กจิ พรอ้ ม ๆ กับ
สอนวิชา "Building and Sustaining a Successful Enterprise" วิชาเลือกทีไ่ ดร้ บั ความนิยมสูงสดุ
ชีวิตของท่านเปล่ียนแปลงอีกครั้งหน่ึง เมื่อพบว่าเป็นโรคร้าย แถมซ้าร้ายเกิดเป็นโรคหัวใจ
ฉับพลัน ทาให้การเดินและการพูดท่านไม่คล่องแคล่วเหมือนเดิม แต่เม่ืออาการเร่ิมดีขึ้นจึงตัดสนิ ใจ
เขียนหนงั สือ How Will You Measure Your Life? เพ่ือแปลงทฤษฎี Disruptive Innovation ทีท่ ่าน
คน้ คิดมาเป็นทฤษฎใี นการดารงชวี ิต และเดินสายถา่ ยทอดแนวคิดนี้ไปทวั่ โลกจนถึงปัจจบุ ัน
116
ในการกลา่ วสุนทรพจน์เมือ่ ปีท่ีแลว้ ของ ศจ. เคลยต์ นั ในวันรบั ปริญญาของมหาวิทยาลยั WGU
ในมลรฐั ยูทาห์ มหาวิทยาลัยท่เี ปิดสอนระดับปริญญาโทแบบ On Line ให้กับนกั ศกึ ษาท่ีส่วนใหญ่ทางาน
หรือประกอบอาชีพอยู่ ศจ. เคลย์ตัน ได้เริ่มต้นกล่าวว่า เหตุผลหลักที่ท่านตอบรับมากล่าวสุนทรพจน์
ณ มหาวิทยาลัยแห่งนี้ เพราะบัณฑิตทนี่ ่ีมชี ีวติ ทคี่ ล้ายคลึงกบั ท่าน ท่ีใหค้ วามสาคญั กับการศกึ ษา เรียนรู้
แบบไมห่ ยดุ นิ่ง เหมือนกับท่ีทา่ นได้ตัดสินใจศกึ ษาต่อระดับปริญญาเอกเม่ืออายุ 38 ปี 2/
ทา่ นกลา่ ววา่ ตลอดชีวิต ท่านพยายามคน้ หาคาตอบว่า “ทาไมความสาเรจ็ จงึ ไม่ย่ังยนื ?” เมื่อ
ยอ้ นกลับไปหวนคดิ ถงึ ช่วงทศวรรษท่ีผา่ นมาจะคน้ พบว่า บริษัททเ่ี คยร่งุ เรืองหลายแห่งต้องย่อส่วนหรือ
ปิดกิจการลง เพราะบริษัทเหล่าน้ันให้ความสาคัญกับเปา้ หมายในระยะส้ัน ๆ ส่งผลให้วัฒนธรรม
องค์กร การบริหารจัดการ ตลอดจนการจัดสรรทรัพยากรไปในทิศทางท่ีผิด ไม่ทันต่อการเปลี่ยนแปลง
พฤติกรรมของการแข่งขันการบริโภค และสาคัญที่สุดคือ การพัฒนาการทางเทคโนโลยี ถือเป็น
disruptive ทาให้บริษัทท่ีเคยย่ิงใหญ่ต้องล่มสลาย ในขณะท่ีบริษัทท่ีประสบความสาเร็จ กลับเริ่มต้น
ด้วยการนาเสนอสินค้าหรือบริการที่มีแนวคิดใหม่หรือให้คุณค่าใหม่ ๆ ให้กับลูกค้าจาก “ตลาดล่าง”
ก่อน เพ่ือชิงส่วนแบ่งการตลาด แล้วมุ่งมั่นพัฒนาสินค้าหรือบริการของตนให้ดีย่ิงข้ึนจนสามารถ
“ป่ันป่วน” ตลาดเดิม 3/
ท่านยกตัวอย่างบริษัทนูคอร์ (Nucor) ที่ผลิตเหล็กเส้นขนาดเล็กเพ่ือขายในตลาดเหล็ก
เสริมคอนกรตี หรือคา่ ยรถยนต์โตโยต้าท่เี ริม่ ผลติ รถ Corona รถขนาดเล็กเพื่อเอาใจผู้ขบั รถในตลาดท่ีมี
สว่ นแบ่งไม่มากนักในสหรัฐฯ จากน้นั บรษิ ัททั้งสองก็คอ่ ย ๆ ไลไ่ ปตลาดบน ตัดราคาโรงเหลก็ ดั้งเดมิ และ
ผลิตรถยนต์ท่ีมีขนาดใหญข่ ้ึนเร่อื ย ๆ จนทาให้โรงงานผลิตเหล็กขนาดใหญแ่ ละค่ายรถยนต์ของสหรัฐฯ
ตา่ งสัน่ สะเทือนไปตามกนั
บริษัททีใ่ ห้ความสาคัญกับการพฒั นาอยา่ งตอ่ เน่ือง ไม่ทะนงตัว มคี วามกระตือรือร้นอย่างถ่อมตน
ทีพ่ รอ้ มจะเรียนรูจ้ ากทกุ ๆ คน โดยไม่ทราบด้วยซา้ วา่ บริษทั จะอยู่รอดในระยะยาวหรือไม่ กลับเป็นบรษิ ัท
ท่อี ยูร่ อดและประสบความสาเร็จ และน่ีแหละคอื หัวใจสาคัญทท่ี าใหค้ วามสาเร็จมีความย่งั ยืน ซึง่ ไม่ตา่ งกับ
ชวี ิตของคนเราที่ตอ้ งใหค้ วามสาคัญต่อความสาเรจ็ ในระยะยาว
ท่านกล่าวไว้ในตอนท้ายของสุนทรพจน์ว่า “โศกนาฏกรรมของโลกมนุษย์คือ เราวัดค่า
ความเป็นมนษุ ย์ด้วยตาแหน่งหน้าท่ี ฐานะในสังคม และทรพั ย์สนิ เงนิ ทอง แต่สิ่งเหล่านีไ้ ม่ไดท้ าใหเ้ รา
มีชวี ิตท่ีดี หากเราได้มีโอกาสไปเดินตามอาคารตา่ ง ๆ ในมหาวิทยาลัย เราจะพบเหน็ ปา้ ยชื่อผู้บรจิ าคเงนิ
ให้กบั มหาวทิ ยาลัย แต่เราเคยหยุดอ่านชือ่ เหล่านัน้ ไหม คนทีเ่ ราจะรสู้ ึกขอบคุณ กลับเป็นคนรอบข้างท่ีเรา
เคยสัมผัส เคยได้รบั การช่วยเหลอื เคยได้รับแรงบนั ดาลใจ คนรอบขา้ งเหลา่ นเ้ี ปลี่ยนแปลงชีวติ เราให้เป็น
คนที่ดีข้นึ ถา้ เราต้องการสร้างอะไรทมี่ คี ุณค่าทย่ี ั่งยืน เราจะเลือกมีช่ือบนป้าย หรือมีช่ือบนหัวใจคนรอบข้าง
ทเี่ ราพบเจอและผ่านเข้ามาในชีวติ เราแตล่ ะวัน”4/
สัปดาห์หน้าพวกเรามาค้นหาคาตอบสาหรบั 3 คาถามปรศิ นาขา้ งต้นรว่ มกนั นะครับ
รณดล นุม่ นนท์
3 ธันวาคม 2561
แหล่งท่ีมา:
1/ ภญิ โญ ไตรสุริยธรรมา ปัญญาวชิ าชีวติ จัดพิมพ์โดยสานักพมิ พ์ Openbooks 2561
(How Will You Measure Your Life?, Clayton M. Christensen)
117
2/ บทสนุ ทรพจนข์ องศาสตราจารย์เคลยต์ ัน ครสิ เตนเสน ในวนั รบั ปรญิ ญาของมหาวิทยาลัย WGU
15 กรกฎาคม 2560
https://archive.wgu.edu/artifact/wgu-commencement-address-clayton-m-christensen
3/ เรวัต ตนั ตยานนท์ สตาร์ทอพั กับ Disruptive Innovation Knowledge Community SMEs
10 พฤษภาคม 2559
http://www.bangkokbiznews.com/blog/detail/637676
4/ อารม์ ต้ังนิรันดร How do you measure your life? บันทกึ ผ่าน Facebook 10 เมษายน 2014
เวลา 10:46 น.
https://www.facebook.com/notes/arm-tungnirun/how-do-you-measure-your-
life/10152074629467568/
118
คุณคา่ ของชวี ิต (ตอนจบ)
สวัสดคี รับ
ในสปั ดาหท์ แี่ ลว้ ผมชวนให้พวกเราชว่ ยกนั ไขปรศิ นาคาถาม 3 ข้อคอื 1. เราจะม่ันใจได้อย่างไร
วา่ จะมคี วามสุขในอาชพี การงาน 2. เราจะม่ันใจได้อยา่ งไรว่าความสมั พนั ธก์ บั ครอบครัวจะเป็นต้นธาร
แห่งความสุขอย่างยั่งยนื และ 3. เราจะม่ันใจได้อย่างไรว่าจะใชช้ ีวิตอย่างมีอิสรภาพไมจ่ บชีวิตเดียวดาย
ในเรือนจา ผ่านหนังสือ ปัญญาวิชาชีวิต ท่ีคุณภิญโญ ไตรสุริยธรรมา ได้ถ่ายทอดมาจากหนังสือ
How Will You Measure Your Life? เขียนโดยศาสตราจารย์เคลย์ตัน คริสเตนเสน (Clayton
Christensen)
ศจ. เคลย์ตัน ได้เปรยี บเทียบเปา้ หมายทางธรุ กจิ ของบริษัทท่ีมักมุ่งผลตอบแทนในระยะสัน้
วดั มลู คา่ เพิม่ ของบรษิ ัทจากผลกาไรและลดค่าใชจ้ ่ายตา่ ง ๆ เพื่อให้สดั สว่ นทางการเงินดสู วยหรู ทาให้
กลยุทธแ์ ละเปา้ หมายขององค์กรไปสคู่ วามสาเร็จทีไ่ มย่ ่ังยืน ผู้บริหารและพนกั งานตา่ งจะสร้างผลงาน
ในระยะสน้ั หวังเพยี งเพือ่ ตาแหน่ง หน้าท่ีการงาน และเงินเดือนที่สูงขึ้น ในขณะที่องคก์ รจะมวี ัฒนธรรม
ของการแข่งขนั ขาดการร่วมมือและเรียนรู้ซึ่งกนั และกัน สอนให้คนปฏบิ ัติตามมากกวา่ ควรจะคดิ อยา่ งไร
(what to do not how to think)1/
การมุ่งผลตอบแทนในระยะส้ัน ๆ ไม่แตกต่างกับชีวิตของมนุษย์ หากพวกเราต้องการให้
ความสาเร็จและความสุขมีความยั่งยืน เราต้องนาวิชาการจัดการและหลักเศรษฐศาสตร์เบ้ืองต้น
มาประยุกต์ใช้ว่า เราจะจัดการกับชีวิตเราอย่างไรกับการมีอยู่อย่างจากัดของเวลา ทรัพยากร และ
ปัญญา สาหรับ ศจ. เคลย์ตัน การเลือกงานเป็นเพียงหน่ึงวิธีการหน่ึงท่ีจะพาตัวเองไปสู่เป้าหมาย
แต่หากปราศจากเปา้ หมาย ชีวิตมนุษย์ยอ่ มกลวงเปล่า ดังน้นั พวกเราจงึ ต้องคน้ หาจุดมงุ่ หมายในชีวติ
นับเปน็ เรอ่ื งทพี่ วกเราตอ้ งให้เวลาในการคน้ หาให้มากทีส่ ุด
119
เฟรดเดอริค เฮิร์ซเบิร์ก นักจิตวิทยาผู้ค้นคิดทฤษฎีแรงจูงใจ ได้ระบุจุดมุ่งหมายในชีวิตไว้ว่า
“แรงจูงใจที่ย่ิงใหญ่ในชีวิตคนเราไม่ใช่เงินทอง หากเป็นโอกาสท่ีจะได้เรียนรู้ มีความกระตือรือร้น
อย่างถ่อมตัวท่ีจะเรียนจากทุก ๆ คน พร้อมเติบโตด้วยความรับผิดชอบ ช่วยเหลือผู้อื่น และได้รับ
การยอมรับยามบรรลผุ ลสาเรจ็ ” อยา่ งไรกด็ ี การจะไปสู่จุดมุ่งหมายในชีวติ ไดน้ ั้นจาเป็นต้องมีการจัดการ
ทั้งด้านเวลา ทรัพยากร และปัญญา ท้ังนี้ ชีวติ จรงิ เรามักจะมองข้ามกบั ผลลัพธ์ในระยะยาว ใหเ้ วลา
กับลูกและครอบครัวเม่ือสายเกนิ ไปแลว้ เพราะครอบครัวก็มีวัฒนธรรมทีไ่ ม่แตกตา่ งจากบริษัทท่ัวไป
ทีต่ อ้ งสะสมสร้างขึน้ มาตง้ั แต่เยาว์วัย การลงทนุ ใหก้ ับครอบครวั ด้วยทรัพย์สินเงนิ ทองและฐานะในสังคม
แทนการสร้างปฏิสมั พนั ธท์ ่ดี ีและการเรียนรู้ร่วมกนั ในครอบครวั กไ็ มต่ ่างกับบริษัททีล่ งทุนในตน้ ทุนจม
(sunk cost) และตน้ ทนุ คงที่ (fixed cost) แทนทจ่ี ะเอาใจใส่ลงทุนในต้นทุนส่วนเพ่ิมเพอ่ื การวิจัยและ
พัฒนา (marginal cost)1/
การลงทุนเวลา ทรัพยากร และปญั ญาให้กับความสัมพันธ์ในครอบครัว โดยปกติแล้วจะไม่ทาให้
รูส้ กึ โดยทันทีวา่ ทาอะไรสาเร็จ ในขณะเดยี วกันหากเราละเลยความสมั พนั ธ์กับครอบครัว เรากจ็ ะไม่รู้สกึ ว่า
ในแต่ละวันสถานการณ์กาลังเลวร้ายลงไป เหมือนกบั คนท่ีมงุ่ มนั่ ความเปน็ เลิศในอาชีพการงานจะใหเ้ วลา
กับครอบครัวน้อยมาก ท้ัง ๆ ท่ีความสัมพนั ธ์ทลี่ ึกซ้ึงและเปยี่ มรกั กับครอบครวั จะเป็นขุมพลังแห่งความสุข
ที่ทรงพลงั และยั่งยนื ท่ีสุด2/
ศจ. เคลย์ตนั เลา่ ถงึ เหตกุ ารณห์ นง่ึ ในชว่ งท่ีทา่ นไปเรียนท่มี หาวิทยาลัย Oxford ว่า ท่านได้
รว่ มเป็นนักกีฬาบาสเกตบอลของมหาวิทยาลัย และพาทีมเข้ารอบรองชนะเลิศ แตเ่ ผอิญการแขง่ ขนั
ตรงกับวนั อาทิตย์ ซงึ่ ทา่ นได้เคยสาบานกับพระผูเ้ ปน็ เจา้ ว่า ในวันอาทติ ย์จะเป็นวันที่ทา่ นจะอทุ ิศตน
ใหก้ บั การศกึ ษาพระธรรม ท่านจึงปฏเิ สธท่จี ะลงเลน่ สร้างความไม่พอใจใหก้ ับโคช้ และเพอ่ื นรว่ มทีม
แน่นอนว่าทา่ นสามารถที่จะแหกกฎและไม่ทาอีก แต่เม่ือมองย้อนกลับไปถึงการตัดสินใจในครั้งน้นั
ทา่ นคดิ ว่าได้ทาถกู ตอ้ งแลว้ ขณะท่ีเพ่ือนของท่านหลายคนตัดสนิ ใจผิดพลาดเพราะไมย่ ึดตอ่ หลกั การ
“อย่างแนว่ แน่” เพ่ือน 2 คนตอ้ งขาดอิสรภาพต้องโทษถูกคมุ ขงั หนงึ่ ในนนั้ คอื เจฟฟ์ สกลิ ลงิ ผนู้ าบรษิ ทั
เอนรอนไปสู่ความหายนะ จึงถือเปน็ บทเรียนว่า “มันง่ายกวา่ ถ้าเราจะรักษาหลักการไว้ 100 ครงั้ แทนทจี่ ะ
รกั ษาหลักการไว้เพียง 98 ครั้ง” (It's easier to hold to your principles 100 percent of the time
than it is to hold to them 98 percent of the time.) 2/3/
ทา้ ยสุด ศจ. เคลยต์ นั เล่าถงึ เหตุการณ์ทีส่ ร้างแรงบันดาลใจให้ทา่ นเขียนหนงั สือเล่มน้ีวา่ เกดิ ขึ้น
จากเช้าวนั หน่ึงขณะขับรถไปสอนหนังสือ ท่านเกดิ มนี มิ ิตหมายวา่ จะมีอะไรดี ๆ เข้ามาสู่ชีวิต และ 2 สปั ดาห์
ตอ่ มาปรากฏว่า มีผู้บริหารระดับสูงในมหาวิทยาลัยลาออก ทา่ นจึงคดิ ว่าตาแหน่งต้องเป็นของทา่ นแนน่ อน
ด้วยคณุ วุฒแิ ละวัยวุฒิ แตเ่ ม่ือมกี ารประกาศว่าตาแหน่งดังกลา่ วเป็นของศาสตราจารยอ์ ีกทา่ นหนึ่ง ท่านรสู้ ึก
ผิดหวังและคิดวา่ โลกนชี้ ่างไม่ยตุ ธิ รรม แต่ใชเ้ วลาไม่นานท่านมาคดิ ได้ว่า มนุษยท์ ี่จะขึ้นไปอยู่บนสรวงสวรรค์
หรอื ไปพบกับพระเจา้ นนั้ การประเมินไม่ได้อยวู่ ่าท่านเรยี นจบท่ีไหนมตี าแหน่งการงานอยา่ งไร มีทรพั ยส์ นิ
มากน้อยเพียงใด ขณะทกี่ ารวัดคุณคา่ ชีวิตในโลกมนษุ ย์ ไม่ได้อยู่ท่มี ูลคา่ ทางการเงิน ไมต่ อ้ งใหน้ กั บญั ชี
หรอื นักสถติ ิมาประเมนิ แตค่ าถามคือ เม่ือเราได้โอกาสใช้ชีวติ ตง้ั แต่เด็กจนช่วงสุดท้ายของชวี ิต เราได้ใช้
โอกาสนัน้ ช่วยคนรอบขา้ งทีผ่ ่านเข้ามาในชีวติ ของเราแค่ไหน และไดส้ รา้ งความเปลี่ยนแปลงทด่ี ีขึน้ ใหก้ ับ
ผูค้ นเหลา่ นน้ั อย่างไร น่ีแหละคือการวดั ความคมุ้ ค่าในการใช้ชวี ติ ของแตล่ ะคนอย่างแท้จริง
รณดล น่มุ นนท์
11 ธันวาคม 2561
120
แหล่งท่ีมา:
1/ ภิญโญ ไตรสุรยิ ธรรมา ปัญญาวชิ าชีวิต จดั พิมพ์โดยสานกั พมิ พ์ Openbooks 2561
(How Will You Measure Your Life?, Clayton M. Christensen)
2/ สฤณี อาชวานนั ทกุล เธอจะวัดชีวิตของเธออย่างไร แปลจากหนังสือ How Will You Measure
Your Life? เขียนโดย Clayton M. Christensen, Borderless Magazine
https://bordeure.wordpress.com/tag/how-will-you-measure-your-life/
3/ รพีพัฒน์ อิงคสิทธิ์ Innovators’ Dilemma – บริษทั ยกั ษล์ ้มเพราะบริหาร ‘ถกู หลกั ’
121
วันพนักงาน ธปท.
สวัสดคี รับ
วนั ศกุ ร์ท่ีผา่ นมา พนื้ ทโ่ี ดยรอบแบงกช์ าติถูกเนรมิตใหก้ ลายเป็นสวนสนุกรองรบั งานวันพนักงาน
ในปนี ้ี จัดงานภายใต้ช่ือ BOT Carnival 2018 สร้างบรรยากาศทแ่ี ตกตา่ งจากการจัดงานในปที ่ผี า่ น ๆ มา
ที่มกั จะจดั เล้ียงโตะ๊ จนี และมีการแสดงของผบู้ ริหาร พนักงาน และเหลา่ ศลิ ปนิ บนเวทีกลาง
ในปนี ้ี ทมี งานไดจ้ ัดพน้ื ท่ีให้มเี วทกี ารแสดงเลก็ ๆ เพื่อเปิดโอกาสใหเ้ พ่อื นพนกั งานได้แสดง
ความสามารถของตนเอง พร้อมกับการเปดิ บูธของฝา่ ยงานต่าง ๆ รวมทั้งบูธ FRIENDS Alive Magazine
สอ่ื สารเรอ่ื งราววถิ ขี องชาวแบงกช์ าติ ผา่ นรปู ภาพตงั้ แต่อดีตถึงปจั จุบนั เรยี กเสียงฮาไดไ้ ม่นอ้ ย เม่ือเหน็
รูปตัวเองและเพ่ือน ๆ ในสมัยที่ยังละออ่ นอยู่ทากิจกรรมต่าง ๆ ต่างชี้ชวนอวดกนั ไปมา รวมทัง้ ซุ้มเกมส์
และเครื่องเล่นอยู่รอบบริเวณ ท่ีเห็นการต่อคิวกันเล่นท้ังเด็กและผู้ใหญ่ ก่อนจบกิจกรรมที่เวทีใหญ่
ด้วยการแสดงของ 4 โพดา สร้างความสนุกและเรียกเสียงหัวเราะให้กับทุกคน นับเป็นวันท่ีพนักงาน
และครอบครัวไดท้ ากิจกรรมร่วมกนั อยา่ งมีความสุข และยังได้รูจ้ กั เพ่ือนพนักงานและครอบครวั ของเพ่ือน
มากขึ้น พร้อม ๆ กับบรรยากาศทีม่ แี ตร่ อยย้มิ และเสียงหัวเราะ
พวกเราคงไม่ทราบวา่ งานวนั พนักงานเกดิ ขน้ึ มาตั้งแตป่ ี 2486 ภายหลงั ท่แี บงก์ชาตเิ ปิดมาได้เพียง
1 ปี ท้ังนี้ จากการสืบค้นประวัติงานวันพนักงานจาก คุณจิราภรณ์ ศิริธร (พ่ีอ๋อย) รองผู้อานวยการ
ส่วนบริหารงานเอกสาร จดหมายเหตุ และวัตถุฯ และคุณสหชัย เกตุบารุงพร (น้องต่าย) ผู้วิเคราะห์
อาวุโส (ควบ) ฝ่ายทรัพยากรบุคคล ผู้ท่ีมีส่วนร่วมในการจัดงานวันพนักงานมาต้ังแต่ปี 2548 ได้เล่าใหฟ้ ังว่า
การจดั งานวันพนักงานคร้งั แรกเกดิ จากดาริของผู้วา่ การคนแรก พระวรวงศเ์ ธอพระองค์เจ้าวิวฒั นไชย
ทป่ี ระสงคใ์ หม้ ีงานเลี้ยงเน่อื งในวันคล้ายวนั เปดิ ธนาคารครบรอบ 1 ปี ในวนั ท่ี 10 ธันวาคม 2486 โดยมี
บันทึกจากสานักผู้ว่าการ เชิญชวนให้พนักงานทุกคนร่วมงานเลี้ยงอาหารคา่ เนื้อหาในบันทึกกล่าวว่า
“เปนโอกาสท่ีพนักงานธนาคารทุกคนจะได้ช่วยกันส่งเสิมความสามัคคี นอกจากนนั้ ยังเปนโอกาสที่
คนะกัมการธนาคารและเจา้ หน้าที่ชั้นผู้ไหย่ของธนาคารจะได้พบปะกับพนักงานช้ันผู้น้อยโดยทั่วไป”
122
หลงั จากการจัดงานในปี 2488 พบว่า ได้มกี ารจัดงานฉลองครบรอบ 10 ปี และ 20 ปี ต่อเนอื่ งกนั มา
โดยเม่ือวันท่ี 10 ธันวาคม 2505 วนั ครบรอบ 20 ปแี บงก์ชาติ ท่านผู้ว่าการ ดร.ป๋วย อึ๊งภากรณ์ ให้เชิญ
ครอบครวั ของพนักงานมาร่วมงานด้วย เพอื่ จะไดม้ คี ู่เตน้ ราในงานลีลาศ โดยตอนหนงึ่ ในหนังสือเชิญชวน
ไดเ้ ขียนไวว้ า่ “มีความยินดีขอเชญิ เพื่อนพนกั งานทุกทา่ นพรอ้ มทง้ั ภรรยาหรือสามีมาร่วมในงานน้ีด้วย
ท่านทยี่ ังเป็นโสดนั้น หากจะเชิญเพ่ือนตา่ งเพศมาร่วมงานด้วยคนละ ๑ ทา่ น ก็ไม่ขัดข้อง” แสดงใหเ้ หน็ ว่า
ท่านได้ให้ความสาคัญกับสถาบันครอบครัวของพนักงานอย่างมาก นอกจากน้ัน ในวันครบรอบ 20 ปี
ดังกล่าว ยังได้มีการมอบของที่ระลึกแก่พนักงานที่ปฏิบัติงานครบ 20 ปีเป็นครั้งแรก และในปีถัดมา
10 ธันวาคม 2506 มีการมอบเหรียญทองคาที่ระลึกทางานครบ 20 ปี แกพ่ นักงานสภุ าพสตรีคนแรกคือ
นางประจวบจิตต์ โลจายะ
ในช่วงต่อมา ท่านผู้วา่ การ ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล ใหจ้ ัดงานเลี้ยงเพ่ือแสดงความขอบคณุ พนักงาน
มุ่งเน้นการมอบรางวัลดีเดน่ ต่าง ๆ และเป็นการส่งเสริมค่านยิ มร่วมของแบงก์ชาติ ถือเป็นคา่ นิยมแรก
ภายใตช้ ่ือ O-TEACH และใช้ช่อื งานวา่ “งานวันพนกั งานสมั พันธ์” จดั ข้นึ ในวันเสาร์ท่ี 24 มถิ ุนายน 2543
วนั เดยี วกับวนั สถาปนาโรงพิมพ์ธนบัตร นบั เป็นงานใหญ่ทมี่ ีการจา้ ง organizer มาช่วยจัดงาน งานจบลง
ดว้ ยการเปิดตัวบทเพลงประจา ธปท. บทเพลงแรกทีเ่ ราคุ้นหกู ันดีจนถึงทกุ วนั น้ี
ภายหลงั การสารวจความเห็นของพนกั งาน งานในปตี อ่ มาได้มีการเปลี่ยนช่อื วนั พนักงานสมั พันธ์
เป็น วันพนักงาน และให้จัดงานในช่วงปลายปีพร้อมกับวันสถาปนาแบงก์ชาติคือ วันที่ 10 ธันวาคม
วันเดียวกับท่ีมีการมอบเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ของท่ีระลึกแห่งการทางาน และธนาคารเป็นเจ้าภาพ
เลี้ยงอาหารแกพ่ นกั งาน
อย่างไรก็ดี นับตั้งแต่ปี 2555 ได้กาหนดวันพนักงานใหต้ รงกับวันศุกร์หลังวันท่ี 10 ธันวาคม
เพื่อให้พนักงานและครอบครัวมีโอกาสเข้าร่วมงานกันอย่างพร้อมเพรียง โดยรูปแบบงานยังเน้นการ
ขอบคณุ พนักงาน การยกย่องชมเชยโดยการมอบรางวัลดีเด่นตา่ ง ๆ และสรา้ งการมีสว่ นรว่ มของพนักงาน
มีการแสดงจากทัง้ พนกั งานและผบู้ รหิ าร
นอ้ งตา่ ย สหชยั เป็นหนึ่งในทีมงานท่ีจดั งานวนั พนักงานมาต้งั แต่ปี 2543 ได้กล่าววา่ งานวนั พนักงาน
เปน็ งานท่ีผูจ้ ัดตั้งใจเป็นพเิ ศษที่จะสง่ มอบความสุขให้กบั พนักงานและครอบครัว มงุ่ หวังว่า ทุกคนจะมรี อยยม้ิ
มีภาพความทรงจาที่ดี และรอคอยวันสาคัญนใี้ นปถี ัด ๆ ไป เบอื้ งหลงั ความสาเร็จของงานคอื การเห็น
เพ่ือนพนักงานและครอบครัวมีรอยย้ิม เสียงหัวเราะ มีความสุข และสนุกกับงาน แม้จะเหน็ดเหนื่อย
123
กบั การจัดงานใหญ่ แตก่ ย็ ึดในคติทีว่ ่า การทางานเพ่อื ความสุขของผู้อน่ื ชีวติ ของเรากจ็ ะเปลง่ ประกาย
ด้วยความสขุ เชน่ กัน
พีอ่ อ๋ ย กล่าวถึงความรู้สึกถึงงานวันพนกั งานว่า เปน็ งานท่ีสมั ผัสได้ถงึ ความตั้งใจของธนาคาร
และทีมงาน ท่ีทุ่มเทแรงกายแรงใจพร้อมจะส่งมอบความสุข ความรกั ความผูกพันใหแ้ ก่พนักงานและ
ครอบครัว ทาใหเ้ รารู้สกึ ภาคภูมใิ จทไ่ี ดท้ างานกับองคก์ รแหง่ น้ี ได้เหน็ การแสดงของผู้บรหิ ารทมี่ อบ
ความเปน็ กนั เองแบบพ่ีน้อง ได้รู้จักเพ่อื นใหม่ ๆ ไดร้ ู้จกั ครอบครัวของเพื่อนพนกั งาน ได้เหน็ เดก็ ๆ
พูดคยุ เลน่ กนั ใกลช้ ิดกนั มากขึ้น เป็นหว้ งเวลาที่มีความสุข สนกุ สนาน มีแต่รอยยิม้ และเสยี งหวั เราะ
แสดงใหเ้ หน็ ความเปน็ ครอบครัวเดียวกันของพนักงาน ธปท. อยา่ งแท้จริง
รณดล นุ่มนนท์
17 ธนั วาคม 2561
หมายเหตุ: 1. ขอขอบคณุ พชิ ญา การสมดี ท่ีมีส่วนร่วมในการเขียน Weekly Mail ฉบับนี้
2. คาว่า O-TEACH ย่อมาจาก
O : Open Communication
T : Teamwork, Efficiency
A : Accountability
C : Competence
H : Honesty and Integrity
โดยในค่านิยม 2 ตวั แรก เปน็ คา่ นิยมทม่ี ุ่งเน้น การส่งเสริมการทางานร่วมกันของพนักงาน
124
6 Weekly Mails ท่ีชนื่ ชอบในปี 2561
สวัสดีครับ
ไมน่ า่ เชอ่ื วา่ สปั ดาห์นเ้ี ปน็ สปั ดาหส์ ดุ ท้ายของปี 2561 ผมจึงถือโอกาสอ่าน Weekly Mail ทเ่ี ขยี น
ในปนี อ้ี ีกครง้ั หนง่ึ และได้รวบรวมบทความจานวน 6 เรื่องท่ีไดร้ ับการ feedback ดจี ากผู้อ่านมาสรปุ
ให้พวกเราได้อา่ นกันอีกครงั้ หน่งึ เพอ่ื เป็นข้อคิดดี ๆ ส่งท้ายปเี ก่าตอ้ นรับปีใหม่
ความมหัศจรรยท์ ส่ี ่องแสงประกาย ความรักผา่ นเนื้อเพลง คุณเกบ็ เตียงตวั เองหรือยงั
Winter Bear: บทเพลงถา่ ยทอดความร้สู กึ ยม้ิ สู้ คุณคา่ ของชวี ิต
1. ความมหศั จรรย์ท่สี ่องแสงประกาย (8 มกราคม 2561)
ภาพยนตร์เรื่อง Wonder (ชีวิตมหัศจรรย์ของออกัสต์) ที่สร้างขึ้นจากหนังสือช่ือเดียวกัน
เขยี นโดยอาร์ เจ ปาลาซโิ อ เป็นเร่ืองราวของออกัสต์ พูลแมน หรือ อ๊อกกี้ เด็กวัย 10 ขวบท่ีเกดิ มาพร้อมโรค
ปากแหว่ง เพดานโหว่ ทาให้รปู หนา้ ของเขาแปลกจากคนทัว่ ไป เขาต้องไปโรงเรียนในสภาพแวดลอ้ มที่ถูก
ตอ่ ต้านและเพือ่ น ๆ พากนั รังเกียจและกลน่ั แกล้ง แต่ด้วยความรกั และความผกู พนั ของคนรอบข้าง และ
ตัวเขาที่กล้าจะเผชิญกับโลกความจริง มีจิตใจท่ีเข้มแข็ง มองโลกในแง่ดี ทาให้อ๊อกกี้ได้รับการยอมรับ
และดาเนนิ ชีวิตได้เหมอื นกบั คนอน่ื ๆ ในทา้ ยท่สี ดุ
ฉากสุดทา้ ยทีค่ รใู หญ่กล่าวในขณะมอบรางวลั นกั เรียนดีเดน่ ให้กับออ๊ กก้ีคือ “ในการที่จะวัดว่า
เรามคี ณุ วฒุ ิและวัยวุฒิแค่ไหน คงจะไม่ได้วดั กนั ดว้ ยส่วนสูง จานวนรอบสนามทีเ่ ราสามารถว่ิงได้ หรือ
ผลการเรียน แต่อยู่กับเวลาท่ีเราได้ใช้ไปในแต่ละวันกับผู้คนที่เราได้สัมผัสและมีปฏิสัมพันธ์ด้วย
น่ันแหละคือการวัดถงึ ความสาเรจ็ ในชีวิตอยา่ งแท้จริง”
2. ความรกั ผา่ นเน้อื เพลง (12 กมุ ภาพนั ธ์ 2561)
ชีวประวตั ิของคุณชีวนิ (บอย) บอย โกสิยพงษ์ นักประพันธ์เพลงผู้โด่งดัง ผู้ต่อสู้ชีวติ มาโดยตลอด
จากเดก็ ทเ่ี รียนหนังสือไม่เกง่ ตา่ งจากพ่ีน้องทุกคน แต่ด้วยแรงบันดาลใจจากครอบครัวและความรักในดนตรี
ตงั้ แต่เด็ก ทาให้บอยตัดสนิ ใจศกึ ษาตอ่ ด้านดนตรี ชว่ งแรกของการเป็นนกั ประพันธเ์ พลงไม่ไดส้ วยหรูนกั
ถูกมือดีขโมยเดโมอัลบ้ัมจนทาใหเ้ งนิ ลงทุนทีไ่ ด้มาจากครอบครวั กว่า 2 ลา้ นบาท หมดไปอย่างรวดเร็ว
นอกจากน้ัน เขายังต้องเผชิญกับช่วงชีวิตที่คนใกล้ชิดทยอยจากไปทีละคน โดยเฉพาะคุณพ่อทเ่ี ป็น
125
วรี บรุ ุษของคณุ บอยจากการเป็นนักสู้ ขยนั หมนั่ เพยี ร และรจู้ ักใช้ชีวติ อยา่ งพอเพียงและพดู ใหบ้ อยฟงั เสมอ ๆ
ว่า “หัวใจเราอยู่ท่ีไหน ทรัพย์สมบัติเราก็อยู่ท่ีนั่น ถ้าเราทางานอะไรใหญ่ ๆ อุปสรรคเข้ามาแปลว่า
ดนี ะบอย เพราะนน่ั หมายถึงวา่ ถา้ เราผ่านมันไปได้ เดย๋ี วผลลพั ธม์ ันจะดีข้ึน”
ดว้ ยกาลังใจและการเตือนสตขิ องภรรยา ทาให้บอยกลับลุกขึ้นเพ่ือต่อสกู้ ับชีวติ ต่อไป พรอ้ มกับ
ระลึกถึงคาพูดของพ่อที่พูดเป็นประจาว่า “Lean to live with it” (เรียนรู้ท่ีจะอยู่กับมัน ไม่ว่าอะไร
จะเกดิ ข้ึนในชีวิต) ซ่งึ เป็นทีม่ าของเพลง Live and Learn ท่ีโด่งดัง
3. คุณเกบ็ เตียงตวั เองหรือยัง (19 มีนาคม 2561)
หนงั สือ Make Your Bed เขียนโดยพลเรอื เอกแคเรเวน ผบู้ งั คับบัญชาภารกิจตามล่า บนิ ลา เดน
ได้ให้ข้อคิดจากประสบการณ์การเป็นทหารของเขา ถูกฝึกฝนตง้ั แตเ่ ปน็ ทหารฝึกหัดท่ตี ้องทรหด โดยเร่ิมต้น
ทุกเชา้ ทค่ี รฝู ึกจะมาตรวจสอบเตยี งเป็นอนั ดับแรก ทาใหเ้ ขาเรียนร้วู า่ การไดท้ าภารกิจแรกของแต่ละวนั
ได้สาเร็จ จะทาให้เกิดความรู้สึกภูมิใจเล็ก ๆ และจะกระตุ้นให้เราทาภารกิจอื่นต่อไป ในขณะที่ การทา
ในสิ่งเล็ก ๆ เปน็ สิ่งที่สาคัญ เพราะเพียงส่ิงเล็ก ๆ คุณยังทาไม่ได้ คณุ ก็ไม่มีวันทาสิ่งท่ีใหญก่ วา่ ไดส้ าเรจ็
ดงั น้ัน ถา้ อยากจะเปลย่ี นโลก จงเร่มิ ต้นที่การเกบ็ ทนี่ อนของคณุ เองกอ่ น
ท่านเขียนไว้ในท้ายหนังสือว่า “คุณควรเริ่มต้นในแต่ละวันด้วยความต้ังใจท่ีจะทาภารกิจ
ให้เสร็จส้ิน เคารพผู้อื่น ยอมรับว่ามนุษย์เกิดมาเท่าเทียมกัน และบ่อยคร้ังท่ีคุณจะเผชิญต่ออุปสรรค
และนาไปสู่ความล้มเหลว แต่คุณตอ้ งไม่ยอมแพ้ พร้อมที่จะยืนหยดั ที่จะมุ่งมนั่ และทาใหด้ ีที่สุด และนแ่ี หละ
คอื คาตอบท่ที าใหค้ ณุ เปน็ ส่วนหนงึ่ ที่จะทาใหโ้ ลกใบนน้ี ่าอย่ขู น้ึ ”
4. Winter Bear: บทเพลงถ่ายทอดความรสู้ กึ (8 ตุลาคม 2561)
ประวตั ิท่ีมาของเพลง Winter Bear ที่เขียนและร้องโดย Coby Grant นักรอ้ งชาวออสเตรเลีย
เพอื่ แสดงความอาลัยให้กับพ่อแม่คู่หนงึ่ ทสี่ ูญเสียลกู ชายหลงั จากลืมตาดูโลกไดเ้ พียงไม่กี่ชว่ั โมง และ Coby
เพ่ิงไปร่วมงานแตง่ งานของพวกเขาเมื่อ 6 เดอื นก่อน ทั้งน้ี เนื้อเพลงดัดแปลงมาจากบทกวีที่พ่อเจ้าบ่าว
ส่งมาให้ โดยเริ่มต้นว่า “I knew you before I knew your name. I loved you before I saw
your face. I longed for you for all that time. And I held your heart in mine.” พรอ้ มกับ
การตง้ั ชื่อเพลงว่า Winter Bear ซงึ่ ตรงกับช่ือเลน่ ของลูกชายทจี่ ากไป
Coby ได้มโี อกาสร้องเพลงนใ้ี นการจดั งานไวอ้ าลัยให้กับ Winter Bear เธอยอมรับว่า ตอ้ งใช้
ความอดกลั้นท่ีจะไม่ร้องไห้จนกว่าจะร้องเพลงจบ Coty จึงต้องหลับตาร้องเพลง แต่ก็ต้องปล่อยโฮ
พร้อมน้าตาเม่ือเพลงจบลง พร้อม ๆ กับแม่ของ Winter Bear เข้ามาสวมกอด เธอกลา่ วว่า เสียงเพลง
เป็นส่วนหนึ่งท่ีทาให้มนุษย์ได้มีปฏิสัมพันธ์กัน เป็นภาษาท่ีสื่อให้ผู้ฟังมีความรู้สึกร่วมกัน ไม่ว่าจะทุกข์
หรือสุข” และไม่แปลกใจว่า เพลงนี้ไดร้ ับการตอบรับจากแฟนเพลง ท่ัวโลกในระยะเวลาอนั รวดเรว็
5. ยม้ิ สู้ (5 พฤศจิกายน 2561)
“ยมิ้ สู้” เปน็ หนังสอื ชีวประวัติของศาสตราจารย์วริ ิยะ นามศริ ิพงศพ์ ันธุ์ ผู้ต้องเผชิญมรสุมชีวิต
เป็นคนพิการตาบอดสนิทต้ังแต่วัยเด็ก แต่ด้วยความเป็นผู้มีวิริยะอุตสาหะ พร้อมได้ข้อคิดดี ๆ จาก
ซิสเตอร์โรส มัวร์ แม่อธิการโรงเรียนสอนคนตาบอดท่ีได้พูดกับท่านในวันแรกว่า “ซีสเตอร์เข้าใจดีว่า
วริ ิยะต้องเสียใจมากทตี่ ้องเสียดวงตา แต่อย่าไปคดิ วา่ ดวงตานัน้ เปน็ ทุกสง่ิ ทุกอยา่ งของชีวิต วิริยะยงั มี
แขนขาและสมองท่ีดี ถ้าหากเอาส่ิงท่ีมีอยู่มาใชใ้ หเ้ กิดประโยชนส์ ูงสุด ก็สามารถช่วยเหลือตนเอง ครอบครัว
และสังคมได้” คาพูดนไ้ี ด้สรา้ งแรงบันดาลใจให้ท่านตอ่ สู้กบั ชวี ิต และสอบไดท้ ่ี 1 ของคณะนิตศิ าสตร์
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ไดร้ บั ทนุ ภูมพิ ล จนมาเปน็ อาจารย์ประจาคณะนติ ศิ าสตร์ และเปน็ คนพกิ าร
คนแรกทเ่ี ข้ารบั ราชการ และไดไ้ ปเรียนจบปริญญาโทสาขากฎหมายภาษีอากรจากมหาวิทยาลัย Harvard
126
นอกจากนัน้ ท่านยังไดใ้ ห้ข้อคิดที่เกี่ยวข้องกับการทางานในหลายมิติ โดยกล่าวไว้วา่ “จงเชื่อว่า
เราทาได้ทุกอยา่ ง ทาวกิ ฤตใิ หเ้ ป็นโอกาส เมือ่ ช่วยตนเองไดแ้ ลว้ ต้องชว่ ยคนอืน่ ต่อไป ให้เชอื่ มน่ั ในการ
ทางานเพ่ือส่วนรวม ความล้มเหลวและความผิดหวังเป็นครู ล้มเหลวต้องไม่ยอมจานน หาสาเหตุ
ที่ผิดพลาด แล้วแกไ้ ขปรับปรุง ท้ังน้ี หากไม่ปล่อยให้ความทุกข์บดบังปัญญาจนเกินไป เราก็จะค่อย ๆ
คน้ พบทางออก”
6. คณุ ค่าของชีวติ (3 ธันวาคม 2561)
ศจ. เคลย์ตัน คริสเตนเสน ผู้ค้นพบทฤษฏี Disruptive Innovation ท่ีสรุปว่า การให้
ความสาคัญกบั เปา้ หมายระยะสนั้ ๆ ส่งผลให้ความสาเร็จไมย่ ัง่ ยนื ทา่ นไดแ้ ปลงทฤษฏนี มี้ าเปน็ แนวคิด
ในการดารงชีวติ พร้อมกบั การเขียนหนังสอื How Will You Measure Your Life? ทา่ นไดก้ ลา่ วไวว้ ่า
“โศกนาฏกรรมของโลกมนุษย์คือ เราวัดค่าความเป็นมนุษย์ด้วยตาแหน่งหน้าที่ ฐานะในสังคม และ
ทรัพย์สินเงินทอง แต่สิ่งเหล่าน้ีไม่ได้ทาให้เรามีชีวิตที่ดี… ถ้าเราต้องการสร้างอะไรที่มีคุณค่าที่ย่ังยืน
เราจะเลือกท่ีจะมีชื่อบนปา้ ย หรือมชี ่ือบนหัวใจของคนรอบข้างทเ่ี ราพบและผา่ นเขา้ มาในชีวิตเราแต่ละวัน”
การมุ่งผลตอบแทนในระยะสั้น ๆ ไม่แตกต่างกับชีวิตของมนุษย์ หากพวกเราต้องการให้
ความสาเรจ็ และความสุขมคี วามย่ังยืนนั้น เราต้องบริหารจัดการเวลา ทรพั ยากร และปญั ญาของเราให้มี
ประสิทธิภาพ ชีวิตของเรามักจะมองข้ามกับผลลัพธ์ในระยะยาว ให้เวลากับครอบครัวเมื่อสายเกินไป
เพราะครอบครัวมีวัฒนธรรมท่ไี ม่แตกตา่ งจากบริษัทท่ัวไปที่ต้องสะสมข้นึ มาตั้งแต่เยาว์วัย
ศจ. เคลย์ตัน ได้สรุปไว้ว่า “การวัดคุณค่าชีวิตในโลกมนุษย์ ไม่ได้อยู่ท่ีมูลค่าทางการเงิน
ไม่ตอ้ งใหน้ กั บญั ชีหรอื นักสถติ มิ าประเมนิ แตค่ าถามคอื เม่ือเราไดโ้ อกาสใช้ชวี ติ ตั้งแตเ่ ดก็ จนชว่ งสุดท้าย
ของชีวิต เราไดใ้ ช้โอกาสนน้ั ชว่ ยคนรอบข้างที่ผา่ นเขา้ มาในชีวิตของเราแค่ไหน และไดส้ รา้ งความเปลยี่ นแปลง
ที่ดขี ึ้นใหก้ ับผู้คนเหล่านน้ั อย่างไร น่ีแหละคือการวดั ความคมุ้ ค่าในการใชช้ วี ิตของแต่ละคนอยา่ งแท้จริง
รณดล น่มุ นนท์
24 ธันวาคม 2561
แหล่งท่ีมา:
1/ รณดล นมุ่ นนท์ รวมเล่ม Weekly Mail ปี 2561
127