2 ค ำน ำ โรงเรียนบ้านแม่ค า(ประชานุเคราะห์) ได้ด าเนินการขับเคลื่อนโรงเรียนคุณภาพ ระดับประถมศึกษา ตามนโยบายจุดเน้นโรงเรียนคุณภาพ จ านวน 8 ด้าน และฝ่ายงานบริหารงานทั้ง 4 ฝ่าย โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อลดความเหลื่อมล้ า สร้างเครือข่ายการใช้ทรัพยากรร่วมกัน และสร้างความมั่นใจคุณภาพของโรงเรียน ทางด้านการศึกษา บัดนี้ ทางโรงเรียนได้จัดท ารายงานการด าเนินการขับเคลื่อนโรงเรียนคุณภาพ ระดับประถมศึกษา ตามนโยบายจุดเน้นโรงเรียนคุณภาพ เพื่อเสนอต่อหน่วยงานต้นสังกัด และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องต่อไป โรงเรียนบ้านแม่ค า(ประชานุเคราะห์) ก
3 สำรบัญ หน้า ค ำน ำ ก สำรบัญ ข ส่วนที่ 1 ข้อมูลพื้นฐำนทั่วไปของโรงเรียนบ้ำนแม่ค ำ(ประชำนุเครำะห์) 1 ข้อมูลการบริหาร 1 อ านาจหน้าที่ของโรงเรียนบ้านแม่ค า(ประชานุเคราะห์) 2 สถานที่ตั้ง อาณาเขต และภูมิประเทศ 6 ประชากรในเขตพื้นที่บริการ 7 ข้อมูลพื้นฐาน 8 ส่วนที่ 2 ทิศทำงกำรบริหำรของโรงเรียนบ้ำนแม่ค ำ(ประชำนุเครำะห์) 11 ส่วนที่ 3 ผลกำรด ำเนินงำนขับเคลื่อนโรงเรียนคุณภำพ ระดับประถมศึกษำ ปีกำรศึกษำ 2566 15 จุดเน้นที่ 1 ด้านความปลอดภัย 15 จุดเน้นที่ 2 ด้านระบบประกันคุณภาพ 21 จุดเน้นที่ 3 ด้านหลักสูตรฐานสมรรถนะ 25 จุดเน้นที่ 4 ด้านการพัฒนาครู 30 จุดเน้นที่ 5 ด้านการเรียนการสอน 37 จุดเน้นที่ 6 ด้านการวัดและประเมินผล 44 จุดเน้นที่ 7 ด้านการนิเทศ ก ากับและติดตาม 51 จุดเน้นที่ 8 Big Data 56 งานวิชาการ 59 งานงบประมาณ 64 การบริหารงานบุคคล 72 งานบริหารงานทั่วไป 81 ข
1. นายบรรเจิด อินสุพรรณ 2. นางทิพวรรณ อิ่นแก้ว 3. นายศักดิ์นรินทร์ มูลชัยยะ 4. นายศุทธา แก้วปันมา 5. นางสาวจริญญา ภิระบรรณ์ 6. นายวิญญู พื้นงาม 7. นางสุภัทรา กุสาปัน 8. นางสาวรัตนา คันธิยะ 9. นายภูวเดช ยั่งยืนทวี 10. นางสาวปิยพร ก้อนแก้ว 11. นายไพฑูรย์ สุธรรมมะ ส่วนข้อมูลพื้นฐำนทั่วไปของโรงเรี1. ข้อมูลกำรบริหำร โครงสร้ำงกำรบริหำรงำนโรงเรีแบ่งโครงสร้างการบริหารงฝ่ำยบริหำรงำนวิชำกำร คณะกรรมกำรสถำนศึกษำ ฝ่ำยบริหำรงำนทั่วไป 1. นางสาวนริศรา โกเสนตอ 2. นางสาวศิริพร ค าพงษ์ 3. นางณัชริน สิทธิตัน 4. นางทิพวรรณ อิ่นแก้ว 5. นางสาวฉัตรนภา รักพงษ์ 6. นายนนทวัฒน์ อองกุลนะ 7. นางสาวลัดดาพร จันทาพูน 8. นางสาวสุพัทยา วัดวง 9. นายภูวเดช ยั่งยืนทวี 10. นางสาวนิตยา มูลประเสริฐ 11. นางสาวผกามาศ วรรณสัก ผู้อ ำนรองผู้อ ำ
นที่ 1 รยนบ้ำนแม่ค ำ(ประชำนุเครำะห์) รียนบ้ำนแม่ค ำ(ประชำนุเครำะห์) งาน ออกเป็น 4 ฝ่ายงาน ดังนี้ 1. นายณรัฐนันทน์ ทะระมา 2. นางสาวสิริญาดา กิตติรัตนทรัพย์ 3. นางแสงเดือน ชัยปัญหา 4. นายบรรเจิด อินสุพรรณ 5. นางสาวนริศรา โกเสนตอ คณะกรรมกำรที่ปรึกษำ ฝ่ำยบริหำรงำนบุคคล 1. นางแสงเดือน ชัยปัญหา 2. นางสุดาภรณ์ อินสุพรรณ 3. นางนิจจารีย์ แจ่มเกิด 4. นายศุทธา แก้วปันมา 5. นางสาวสุพัทยา วัดวง 6. นางสาวพัชรี วรุณนภา 7. นางสาวเรวดี เปี่ยนคิด ฝ่ำยบริหำรงำนงบประมำณ งบประมำณ นวยกำรโรงเรียน ำนวยกำรโรงเรียน
2 2. อ ำนำจหน้ำที่ของโรงเรียนบ้ำนแม่ค ำ(ประชำนุเครำะห์) บทบำทหน้ำที่ โรงเรียนบ้านแม่ค า(ประชานุเคราะห์) สังกัดส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงราย เขต 3 มีบทบาทหน้าที่ดังนี้ 1. จัดท านโยบาย แผนพัฒนา และมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษาให้สอดคล้องกับนโยบาย มาตรฐานการศึกษา แผนการศึกษา แผนพัฒนาการศึกษาขั้นพื้นฐานและความต้องการของท้องถิ่น 2. วิเคราะห์การจัดตั้งงบประมาณเงินอุดหนุนทั่วไปของแต่ละช่วงชั้น ก ากับตรวจสอบ ติดตามการ ใช้จ่ายงบประมาณของฝ่ายงาน และช่วงชั้น 3. ประสาน ส่งเสริม สนับสนุน พัฒนาหลักสูตรมาตรฐาน และหลักสูตรท้องถิ่น 4. นิเทศ ก ากับ ดูแล ติดตาม และประเมินผลการเรียนการสอนของแต่ละช่วงชั้น 5. ศึกษา วิเคราะห์ วิจัย และรวบรวมข้อมูลสารสนเทศทุกด้านในสถานศึกษา 6. ประสานการระดมทรัพยากรด้านต่าง.ๆ เพื่อส่งเสริม สนับสนุนการจัดการและพัฒนาการศึกษา 7. จัดระบบการประกันคุณภาพการศึกษา 8. ประสาน ส่งเสริม สนับสนุนการจัดการศึกษาระหว่างสถานศึกษา กับองค์กรปกครองส่วน ท้องถิ่น องค์กรชุมชน องค์กรวิชาชีพ สถาบันศาสนา และหน่วยงานราชการอื่น 9. ด าเนินการและประสาน ส่งเสริม สนับสนุนการวิจัยในชั้นเรียนและพัฒนาการศึกษา 10. ประสาน ส่งเสริม การด าเนินการของคณะกรรมการสถานศึกษา และคณะกรรมการที่ปรึกษา 11. ปฏิบัติหน้าที่อื่นเกี่ยวกับกิจกรรมภายในสถานศึกษาที่มิได้ระบุให้เป็นหน้าที่ของฝ่ายงานใด โดยเฉพาะ หรือปฏิบัติงานอื่นที่ได้รับมอบหมาย ภำรกิจ โรงเรียนบ้านแม่ค า(ประชานุเคราะห์) มีภารกิจในการส่งเสริม สนับสนุนการจัดการศึกษา ขั้นพื้นฐาน เพื่อให้สอดคล้องกับแนวนโยบาย ยุทธศาสตร์ กลยุทธ์ จุดเน้น และเป้าหมายผลผลิตของ กระทรวงศึกษาธิการ ส านักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และส านักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษาเชียงราย เขต 3 บทบำทหน้ำที่ของสถำนศึกษำตำมเจตนำรมณ์ของพระรำชบัญญัติกำรศึกษำแห่งชำติ 1. จัดท านโยบายแผนพัฒนาการศึกษาด้านวิชาการ บุคคล งบประมาณ บริหารทั่วไป 2. จัดตั้ง/รับผิดชอบการใช้จ่ายงบประมาณ 3. พัฒนาหลักสูตร/จัดการเรียนการสอน 4. ออกระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ แนวปฏิบัติ 5. ก ากับ ติดตามประเมินผลตามแผนงานโครงการ 6. ระดมทรัพยากร ปกครอง ดูแลบ ารุงรักษาทรัพย์สินฯ
3 7. จัดระบบประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา 8. ส่งเสริมความเข้มแข็งชุมชน สร้างความสัมพันธ์ โครงสร้ำงกำรบริหำรงำน โรงเรียนบ้านแม่ค า(ประชานุเคราะห์) แบ่งโครงสร้างการบริหารงาน ออกเป็น 4 ฝ่ายงาน ดังนี้ 1. ฝ่ำยบริหำรงำนวิชำกำร 1. การพัฒนาหรือด าเนินการเกี่ยวกับการให้ความเห็นการพัฒนาสาระหลักสูตรท้องถิ่น 2. การวางแผนงานด้านวิชาการ 3. การจัดการเรียนการสอนในสถานศึกษา 4. การพัฒนาหลักสูตรของสถานศึกษา 5. การพัฒนากระบวนการเรียนรู้ 6. การวัดผลประเมินผล และด าเนินการเทียบโอนผลการเรียน 7. การวิจัยเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาในสถานศึกษา 8. การนิเทศการศึกษา 9. การพัฒนาระบบประกันคุณภาพภายในและมาตรฐานการศึกษา 10. การส่งเสริมให้ชุมชนมีความเข้มแข็งทางวิชาการ 11. การประสานความร่วมมือในการพัฒนาวิชาการกับสถานศึกษา 12. การส่งเสริมและสนับสนุนงานวิชาการแก่ บุคคล ครอบครัว องค์กร หน่วยงาน สถาน ประกอบการและสถาบันอื่นที่จัดการศึกษา 13. การจัดท าระเบียบและแนวปฏิบัติเกี่ยวกับงานด้านวิชาการของสถานศึกษา 14. การคัดเลือกหนังสือ แบบเรียน เพื่อใช้ในสถานศึกษา 15. การพัฒนาและใช้สื่อเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา 16. การพัฒนาหรือการด าเนินการเกี่ยวกับการให้ความเห็นการพัฒนาสาระหลักสูตรท้องถิ่น 17. การทัศนศึกษา 2. ฝ่ำยบริหำรงำนบริหำรทั่วไป 1. การพัฒนาระบบและเครือข่ายข้อมูลสารสนเทศ 2. การประสานงานและพัฒนาเครือข่ายการศึกษา 3. การวางแผนบริหารงานการศึกษา 4. งานวิจัยเพื่อพัฒนานโยบายและแผน 5. การจัดระบบการบริหารและการพัฒนาองค์กร 6. การพัฒนามาตรฐานการปฏิบัติงาน 7. งานเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา 8. การดูแลอาคารสถานที่และสภาพแวดล้อม
4 9. การจัดท าส ามะโนผู้เรียน 10. การรับนักเรียน 11. การเสนอความเห็นเกี่ยวกับเรื่องการจัดตั้ง ยุบรวมหรือเลิกสถานศึกษา 12. การประสานงาน การจัดการศึกษาในระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศัย 13. การระดมทรัพย์เพื่อการศึกษา 14. การประชาสัมพันธ์งานการศึกษา 15. การส่งเสริมสนับสนุนและประสานการจัดการศึกษาของบุคคล ชุมชน องค์กร หน่วยงานและ สถาบันสังคมอื่นที่จัดการศึกษา 16. งานประสานราชการกับส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น 17. การรายงานผลการปฏิบัติงาน 18. การจัดระบบ การควบคุมภายในหน่วยงาน 19. งานทะเบียนนักเรียน 20. การแนะแนว (ระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน) 21. แนวทางการจัดกิจกรรมเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการลงโทษนักเรียน 22. อาหารกลางวัน 23. สหกรณ์ร้านค้า 24. งานด้านอนามัย 25. เทศบาลจ าลอง 26. ส่งเสริมงานกิจกรรมนักเรียน 3. ฝ่ำยบริหำรงำนงบประมำณ 1. การจัดท าแผนงบประมาณและค าขอตั้งงบประมาณ เพื่อเสนอต่อปลัดกระทรวงศึกษาธิการ หรือเลขานุการ 2. จัดท าแผนปฏิบัติการใช้จ่ายเงิน ตามที่ได้รับจัดสรรงบประมาณจาก สพฐ. 3. การอนุมัติใช้จ่ายงบประมาณที่ได้รับการจัดสรร 4. การขอโอนและการขอเปลี่ยนแปลงงบประมาณ 5. การรายงานการเบิก-จ่ายงบประมาณ 6. การตรวจสอบ ติดตามและรายงานการใช้งบประมาณ 7. การตรวจสอบ ติดตามและรายงานการใช้ผลผลิตจากงบประมาณ 8. การระดมทรัพยากรและการลงทุนเพื่อการศึกษา 9. การปฏิบัติงานอื่นใดตามที่ได้รับมอบหมายเกี่ยวกับกองทุนเพื่อการศึกษา 10. การบริหารจัดการทรัพยากรเพื่อการศึกษา 11. การวางแผนพัสดุ
5 12. การก าหนดรูปแบบรายการหรือคุณลักษณะเฉพาะของครุภัณฑ์หรือสิ่งก่อสร้าง ที่ใช้เงิน งบประมาณ เพื่อเสนอต่อเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน 13. การพัฒนาระบบข้อมูลและสารสนเทศเพื่อการจัดท าและจัดหาพัสดุ 14. การจัดหาพัสดุ 15. การควบคุม ดูแล บ ารุงรักษา และจ าหน่ายพัสดุ 16. การจัดหาผลประโยชน์จากทรัพย์สิน 17. การเบิกเงินจากคลัง 18. การรับเงิน การเก็บรักษาเงินและการจ่ายเงิน 19. การน าเงินส่งคลัง 20. การจัดท าบัญชีการเงิน 21. การจัดท ารายงานทางการเงินและงบการเงิน 22. การจัดท าหรือจัดหาแบบพิมพ์บัญชี ทะเบียน และรายงาน 4. ฝ่ำยบริหำรงำนบุคคล 1. การวางแผนอัตราก าลัง 2. การจัดสรรอัตราก าลังข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา 3. การสรรหาและบรรจุแต่งตั้ง 4. การเปลี่ยนต าแหน่งให้สูงขึ้น การย้ายข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา 5. การด าเนินการเกี่ยวกับการเลื่อนขั้นเงินเดือน 6. การลาทุกประเภท 7. การประเมินผลการปฏิบัติงาน 8. การด าเนินการทางวินัยและการลงโทษ 9. การสั่งพักราชการและการสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน 10. การรายงานการด าเนินการทางวินัยและการลงโทษ 11. การอุทธรณ์และการร้องทุกข์ 12. การออกจากราชการ 13. การจัดระบบและการจัดท าทะเบียนประวัติ 14. การจัดท าบัญชีรายชื่อและให้ความเห็นเกี่ยวกับการเสนอขอรับพระราชทานเครื่องอิสริยาภรณ์ 15. การส่งเสริมการประเมินวิทยฐานะข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา 16. การส่งเสริมและยกย่องเชิดชูเกียรติ 17. การส่งเสริมมาตรฐานวิชาชีพและจรรยาบรรณวิชาชีพ 18. การส่งเสริมวินัย คุณธรรม จริยธรรม ส าหรับข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา 19. การริเริ่ม ส่งเสริมการขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูและบุคลากรทางการศึกษา
6 20. การพัฒนาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา 21. งานธุรการ 3. สถำนที่ตั้ง อำณำเขต และภูมิประเทศ ก่อตั้งเมื่อวันที่ 1 เดือน ตุลาคม พ.ศ. 2459 เปิดท าการสอนตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1–6 โดย อาศัยวัดแม่ค า พ.ศ. 2480 ได้ย้ายมาตั้งอยู่บริเวณปัจจุบัน โดยนายค าแดง มาลายงค์ มอบที่ดินให้จ านวน 7 ไร่ 2 งาน มีชื่อว่า โรงเรียนบ้านแม่ค า(มาลายงค์นุกุล) มีอาคาร 1 หลัง พ.ศ. 2502 ราษฎรได้บริจาคเงิน ซื้อที่เพิ่มอีก 6 ไร่ 1 งาน 80 ตารางวา ราคา 30,000 บาท พ.ศ. 2503 เป็นโรงเรียนสามัญประจ าต าบล เปิด สอนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1–3 ปัจจุบันตั้งอยู่ในที่ราชพัสดุ แปลงที่ 910 หมู่ที่ 8 ต าบลแม่ค า อ าเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย มีเนื้อที่ 13 ไร่ 76 ตารางวา โดยเปิดท าการเรียนการสอนครอบคลุมเขตบริการ 5 หมู่บ้าน และหมู่บ้านใกล้เคียง โรงเรียนบ้านแม่ค า(ประชานุเคราะห์) เป็นโรงเรียนหลักซึ่งมีโรงเรียนมาเรียนรวม 1 โรง คือ โรงเรียนบ้านสันนา หมู่ที่ 3 ต าบลแม่ค า อ าเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย โรงเรียนบ้านแม่ค า(ประชานุเคราะห์) อยู่ในเขตพื้นที่การปกครองของเทศบาลต าบลแม่ค า ปีพ.ศ. 2550 ได้รับการประกาศให้เป็นสถานศึกษา ประเภท 1 (โรงเรียนผู้น าการเปลี่ยนแปลง) ณ วันที่ 22 สิงหาคม 2550 ปีการศึกษา 2559 ได้รับคัดเลือก เป็นโรงเรียนดีประจ าต าบล ปีการศึกษา 2562 ได้รับคัดเลือกเป็นโรงเรียนคุณภาพประจ าต าบล ปีการศึกษา 2564 ได้รับคัดเลือกเป็นโรงเรียนคุณภาพระดับประถม ของส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา เชียงราย เขต 3
7 4. ประชำกรในเขตพื้นที่บริกำร ชุมชนสถานศึกษามีเขตบริการ 5 หมู่บ้าน คือ หมู่ที่ 2 ต าบลแม่ค า อ าเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย หมู่ที่ 3 ต าบลแม่ค า อ าเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย หมู่ที่ 8 ต าบลแม่ค า อ าเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย หมู่ที่ 10 ต าบลแม่ค า อ าเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย หมู่ที่ 12 ต าบลแม่ค า อ าเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย และมีชุมชนจากเขตบริการอื่นรวมทั้ง ต าบลแม่ไร่ ต าบลศรีค้ า อ าเภอแม่จัน จังหวัดเชียงรายมาเข้าเรียน ด้วย ประชากรในเขตบริการส่วนใหญ่เป็นชาวพื้นเมืองเหนือ นับถือศาสนาพุทธ ประกอบอาชีพ เกษตรกรรม ประชากรนอกเขตบริการส่วนใหญ่เป็นชาวชนเผ่า นับถือศาสนาคริสต์ ประกอบอาชีพ เกษตรกรรม แผนที่โรงเรียนเครือข่ำย
8 5. ข้อมูลพื้นฐำน ตำรำงที่ 1 แสดงจ ำนวนครู และบุคลำกรทำงกำรศึกษำในโรงเรียนบ้ำนแม่ค ำ(ประชำนุเครำะห์) ที่ อัตรำ ชื่อ – สกุล ต ำแหน่ง วุฒิระดับปริญญำตรี วิชำเอก วุฒิระดับปริญญำโท/ วิชำเอก 1 4333 นายณรัฐนันทน์ ทะระมา ผอ.ช านาญการพิเศษ ค.บ. พลศึกษา ศษ.ม การบริหารการศึกษา 2 4335 นางสาวสิริญาดา กิตติรัตนทรัพย์ รองฯ ช านาญการ วท.บ. ชีววิทยา กศ.ม การบริหารการศึกษา 3 919 นายวิญญู พื้นงาม ครู ช านาญการ ค.บ. สังคมศึกษา 4 2216 นายศุทธา แก้วปันมา ครู ช านาญการ ศน.บ. ภาษาไทย ศษ.ม การบริหารการศึกษา 5 3618 นางสาวฉัตรนภา รักพงษ์ ครู ช านาญการพิเศษ วท.บ. การออกแบบ ผลิตภัณฑ์และ อุตสาหกรรมศิลป์ ค.ม. บริหารการศึกษา 6 4238 นางทิพวรรณ อิ่นแก้ว ครู ช านาญการพิเศษ ค.บ. ประถมศึกษา ค.ม. หลักสูตรและการสอน 7 4253 นางสาวศิริพร ค าพงษ์ ครู ช านาญการพิเศษ ค.บ. การศึกษาปฐมวัย ศษ.ม การบริหารการศึกษา 8 4336 นางสาวนริศรา โกเสนตอ ครู ช านาญการพิเศษ วท.บ. คณิตศาสตร์ ศษ.ม. คณิตศาสตร์ศึกษา 9 4338 นางสาวลัดดาพร จันทาพูน ครู ค.บ. ภาษาไทย 10 4340 นางนิจจารีย์ แจ่มเกิด ครู ช านาญการ ค.บ. ชีววิทยา 11 4353 นางสุดาภรณ์ อินสุพรรณ ครู ช านาญการพิเศษ ค.บ. ภาษาอังกฤษ ศษ.ม. นวัตกรรมหลักสูตรฯ 12 4355 นางสาวจริญญา ภิระบรรณ์ ครู ช านาญการพิเศษ วท.บ. วิทยาศาสตร์การกีฬา ศษ.ม การบริหารการศึกษา 13 4380 นายนนทวัฒน์ อองกุลนะ ครู กศ.บ. ภาษาอังกฤษ 14 4380 นางณัชริน สิทธิตัน ครู ช านาญการพิเศษ ค.บ. ประถมศึกษา 15 4388 นายบรรเจิด อินสุพรรณ ครู ช านาญการพิเศษ ค.บ. ภาษาอังกฤษ ศษ.ม. นวัตกรรมหลักสูตรฯ 16 4567 นางสาวสุพัทยา วัดวง ครู ช านาญการ ค.บ. คณิตศาสตร์ 17 4649 นางแสงเดือน ชัยปัญหา ครู ช านาญการพิเศษ ค.บ. การศึกษาปฐมวัย ค.ม. หลักสูตรและการสอน 18 4667 นางสาวพัชรี วรุณนภา ครู ค.บ. ภาษาไทย 19 7612 นางสุภัทรา กุสาปัน ครู ค.บ. คอมพิวเตอร์ 20 7773 นางสาวเรวดี เปี่ยนคิด ครู ช านาญการ ค.บ. วิทยาศาสตร์ 21 9743 นายศักดิ์นรินทร์ มูลชัยยะ ครู ศษ.บ. คณิตศาสตร์ 22 - นายภูวเดช ยั่งยืนทวี ครู จ้าง สพฐ. ศศ.บ. ภาษาจีน 23 - นางสาวผกามาศ วรรณสัก ครู จ้าง สพฐ. ศศ.บ. ภาษาจีน 24 - นางรัตนา คันธิยะ ครูอัตราจ้าง (ครูวิกฤต) ค.บ. พลศึกษา 25 - นางสาวปิยพร ก้อนแก้ว เจ้าหน้าที่ธุรการ วท.บ. คหกรรมศาสตร์ 26 - นายไพฑูรย์ สุธรรมมะ พนักงานช่างไม้ ป.ว.ส. เกษตรศาสตร์
9 ตำรำงที่ 2 แสดงจ านวนคณะกรรมการสถานศึกษาโรงเรียนบ้านแม่ค า(ประชานุเคราะห์) ล ำดับที่ ชื่อ – สกุล สถำนะ ต ำแหน่ง 1 นายนิพนธ์ พรหมจันทร์ ประธานคณะกรรมการ ประธานกรรมการ 2 นายนิวัฒ ชาวค าเขต ผู้ทรงคุณวุฒิ กรรมการ 3 นายสุพจน์ ชาวค าเขต ผู้ทรงคุณวุฒิ กรรมการ 4 นายสมพร ปุกแก้ว ผู้ทรงคุณวุฒิ กรรมการ 5 นายศรีเดช ค าเก่ง ผู้ทรงคุณวุฒิ กรรมการ 6 นายรณฤทธิ์ โยมงาม ผู้ทรงคุณวุฒิ กรรมการ 7 นายผ่าน นาใจ ผู้ทรงคุณวุฒิ กรรมการ 8 นายบุญธรรม ค าพงษ์ ผู้แทนชุมชน กรรมการ 9 นายชูศักดิ์ วงค์ษาน้อย ผู้แทนผู้ปกครอง กรรมการ 10 นายกาบ มณีวรรณ ผู้แทนองค์กรศาสนา กรรมการ 11 นายสมหมาย จันตาค า ผู้แทนองค์กรศาสนา กรรมการ 12 นายประเสริฐ รีอินทร์ ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กรรมการ 13 นายภูมินทร์ อักษรศรี ผู้แทนศิษย์เก่า กรรมการ 14 นางสาวสิริญาดา กิตติรัตนทรัพย์ ผู้แทนครู กรรมการ 15 นายณรัฐนันทน์ ทะระมา ผู้อ านวยการ กรรมการและเลขานุการ
10 ตำรำงที่ 4 จ ำนวนนักเรียนจ ำแนกตำมระดับชั้น ปีกำรศึกษำ 2566 ชั้น จ ำนวนชำย จ ำนวนหญิง รวม อนุบาล 2 9 5 14 อนุบาล 3 7 5 12 รวมระดับชั้นอนุบำล 16 10 26 ป.1/1 8 14 22 ป.1/2 10 9 19 ป.2 16 11 27 ป.3 15 14 29 ป.4 7 16 23 ป.5 10 9 19 ป.6/1 10 11 21 ป.6/2 12 9 21 รวมระดับชั้นประถม 88 93 181 ม.1/1 16 13 29 ม.1/2 10 18 28 รวม ม.1 26 31 57 ม.2/1 12 11 23 ม.2/2 12 16 26 ม.2/3 9 16 25 รวม ม.2 33 41 74 ม.3/1 17 9 26 ม.3/2 17 10 27 ม.3/3 7 21 28 รวม ม.3 41 40 81 รวมระดับชั้นมัธยม 100 112 212 รวม 204 215 419 ที่มา : ข้อมูล ณ วันที่ 10 มิถุนายน 2566
11 ส่วนที่ 2 ทิศทำงกำรบริหำรของโรงเรียนบ้ำนแม่ค ำ(ประชำนุเครำะห์) ในปีงบประมำณ พ.ศ. 2566 กำรขับเคลื่อนนโยบำยของโรงเรียนบ้ำนแม่ค ำ(ประชำนุเครำะห์) โรงเรียนบ้านแม่ค า(ประชานุเคราะห์) ได้ก าหนดทิศทางการพัฒนาการศึกษาโดยมีวิสัยทัศน์ พันธกิจ เป้าประสงค์ กลยุทธ์และจุดเน้นในปีงบประมาณ 2566 ดังนี้ วิสัยทัศน์ ผู้เรียนมีคุณภาพ ก้าวทันเทคโนโลยี เป็นพลเมืองดีของสังคม พันธกิจ 1. พัฒนาผู้เรียนให้มีคุณภาพทางวิชาการ มีทักษะอาชีพ ทักษะชีวิต ส่งเสริมภาษาและการสื่อสาร ก้าวทันต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี 2. ปลูกฝังผู้เรียนให้เป็นพลเมืองดีของสังคม 3. พัฒนากระบวนการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นส าคัญ 4. ส่งเสริมพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาให้เป็นครูคุณภาพ เป้ำประสงค์ 1. ผู้เรียนเป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้ มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ มีความรู้ ทักษะที่จ าเป็น 2. ผู้เรียนมีคุณธรรม จริยธรรม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ 3. โรงเรียนมีกระบวนการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นส าคัญ โดยใช้นวัตกรรมเทคโนโลยีในชั้น เรียน (LIIC) และจัดการบริหารสถานศึกษาโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน (MAEKHAM MODEL) 4. ครูทุกคนมีการพัฒนาสู่เส้นทางครูมืออาชีพ และจัดกระบวนการเรียนรู้อย่างมีคุณภาพ อัตลักษณ์ ก้าวทันเทคโนโลยี เอกลักษณ์ การจัดการเรียนรู้ด้วยนวัตกรรมเทคโนโลยีในชั้นเรียน (LIIC)
12 กลยุทธ์ กลยุทธ์ที่ 1 พัฒนาคุณภาพผู้เรียนทุกระดับ ทุกประเภท กลยุทธ์ที่ 2 ขยายโอกาสเข้าถึงบริการการศึกษาขั้นพื้นฐานที่มีคุณภาพและเสมอภาค กลยุทธ์ที่ 3 พัฒนาคุณภาพครู และบุคลากรทางการศึกษา กลยุทธ์ที่ 4 พัฒนาระบบการสนับสนุนการจัดการศึกษา รูปแบบกำรบริหำรงำนคุณภำพ แม่ค ำโมเดล (MAEKHAM MODEL)
13 กำรพัฒนำกำรจัดกำรเรียนรู้แบบ Active Learning ของครูผ่ำนรูปแบบนวัตกรรมกำรบริหำร MAEKHAM MODEL M Management มีการบริหารจัดการ ที่ดี มีการบริหารจัดการสถานศึกษาที่ชัดเจน และเป็นระบบ วางแผนการด าเนินงานเพื่อพัฒนาสถานศึกษาให้มี ประสิทธิภาพ ผ่านการมีส่วนร่วมของทุกฝ่าย A Analysis มีการวิเคราะห์ บริบท สภาพปัญหา มีการวิเคราะห์บริบทของโรงเรียน วิเคราะห์ปัญหา ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียน เพื่อเป็นแนวทางใน การพัฒนาคุณภาพผู้เรียน E Environment มีสิ่งแวดล้อมที่ดี สร้างแหล่งเรียนรู้ให้เอื้อต่อการเรียนรู้ของผู้เรียน สถานศึกษามีความปลอดภัย มีสื่อ นวัตกรรมที่ใช้ใน การจัดการเรียนรู้ที่หลากหลายให้ผู้เรียน K Knowledge Organization มีองค์กรแห่งการ เรียนรู้ มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นร่วมกันของบุคลากร เปิด โอกาสให้ทุกคนได้แสดงความคิดเห็นและร่วมกันในการ ตัดสินใจ เพื่อพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษา H How to มีแนวทาง เป้าหมาย ที่ชัดเจน มีแนวทางการด าเนินงานในการบริหารที่มีประสิทธิภาพ ก าหนดแผนงานและมีเป้าหมายไว้อย่างชัดเจน A Assessment มีการติดตาม ตรวจสอบผลการ ด าเนินงาน มีการติดตามและตรวจสอบการท างานผ่านระบบการ นิเทศติดตาม มีการPLCร่วมกันของผู้บริหาร คณะครู และบุคลากร M Moral มีคุณธรรมจริยธรรม ผู้บริหารมีคุณธรรม จริยธรรมในการบริหาร เป็น กัลยาณมิตร ให้ความส าคัญกับสมาชิกทุกคนในองค์กร
14 จุดเน้นกำรพัฒนำของสถำนศึกษำ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 โรงเรียนบ้านแม่ค า(ประชานุเคราะห์) ได้ก าหนดจุดเน้นในการพัฒนา ดังนี้ 1. นักเรียนมีคุณภาพ : ทักษะวิชาการ อาชีพ ชีวิต เก่งภาษาและการสื่อสาร เก่ง ICT เป็นพลเมืองดี มีจิตอาสา 2. ครูมีคุณภาพ : ทักษะวิชาการ อาชีพ ชีวิต มีทักษะการจัดการเรียนการสอนเชิง ผสมผสานการ ใช้นวัตกรรมเทคโนโลยีในชั้นเรียน (LIIC) มีการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมการจัดการเรียนการสอนที่ สอดคล้องกับบริบทของโรงเรียน 3. ผู้บริหารมีคุณภาพ : มีภาวะผู้น า มีความพร้อมในด้านสมรรถะ ศักยภาพ ความสามารถในการ บริหารจัดการโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน (MEAKHAM MODEL) ภายใต้หลักธรรมาภิบาล และบริหาร การศึกษาอย่างมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน โรงเรียนบ้านแม่ค า(ประชานุเคราะห์) มีอาคารเรียน ห้องเรียนคุณภาพ อาคารหอประชุม อย่าง เหมาะสมและเพียงพอต่อจ านวนผู้เรียน มีสภาพแวดล้อมที่ดี มีระบบความปลอดภัยในโรงเรียน ส่งเสริมการ เรียนรู้ของผู้เรียนในทุก ๆ ด้าน มีครูคุณภาพ ภายใต้การบริหารงานอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลต่อการผลิต นักเรียนอย่างมีคุณภาพต่อไป
15 ส่วนที่ 3 ผลกำรด ำเนินงำนขับเคลื่อนโรงเรียนคุณภำพ ระดับประถมศึกษำ ปีกำรศึกษำ 2566 โรงเรียนบ้านแม่ค า(ประชานุเคราะห์) ได้ขับเคลื่อนโรงเรียนคุณภาพระดับประถมศึกษา ตาม นโยบาย 8 จุดเน้น และ 4 ฝ่ายงาน ดังนี้ จุดเน้นที่ 1 ด้ำนควำมปลอดภัย หลักกำรและเหตุผล ยุทธศาสตร์ชาติ ด้านที่ 1 การจัดการศึกษาเพื่อความมั่นคงของสังคมและประเทศชาติ มีวัตถุประสงค์หลักในการเสริมสร้างความมั่นคงในชีวิตของคนทุกช่วงวัย จากภัยคุกคามในรูปแบบใหม่ อาทิ อาชญากรรมและความรุนแรงในรูปแบบต่าง ๆ ยาเสพติด ภัยพิบัติจากธรรมชาติ ภัยจากโรคอุบัติใหม่ และ ภัยจากไซเบอร์ เป็นต้น แผนการศึกษาแห่งชาติ (พ.ศ. 2560-2579) จึงได้ตระหนักถึงการเปลี่ยนแปลงทาง การศึกษาที่เกิดจากความก้าวหน้าทางวิทยาการและเทคโนโลยีของโลกยุคศตวรรษที่ 21 เป็นพลวัต ก่อให้เกิดความท้าทายในด้านการเปลี่ยนแปลงของบริบทเศรษฐกิจและสังคมโลก อันเนื่องจากการปฏิวัติ ดิจิทัล (Digital Revolution) ประเทศเขาสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ในอนาคตอันใกล้การติดกับดัก ประเทศที่มีรายได้ปานกลาง ทัศนคติ ความเชื่อ ค่านิยม วัฒนธรรม และพฤติกรรมของประชากรที่ ปรับเปลี่ยนไปตามกระแสโลกาภิวัตน์เป็นผลให้เกิดการเร่งแก้ไข้ปัญหา ทั้งยังเกิดภัยคุกคามต่อความมั่นคง รูปแบบใหม่ที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนและประเทศชาติมีความซับซ้อนและรุนแรงมากขึ้น ซึ่งภัยในแต่ละ ด้านส่วนมีความส าคัญต่อการพัฒนาประเทศกอปรกับนโยบาย Quick Win 7 วาระ เร่งด่วน ข้อที่ 7 ความ ปลอดภัยของผู้เรียน กระทรวงศึกษาธิการมองเห็นภัยที่เกิดแกนักเรียนครู และบุคลากร ทางการศึกษา ที่ เกิดขึ้นซ้ าและส่งผลกระทบต่อสภาพร่างกายและจิตใจในหลายปีที่ผ่านมา เช่น ภัยจากการคุกคาม ทางเพศ ภัยจากการกลั่นแกลงรังแก (Bully) รวมถึงภัยที่เกิดจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID - 19) เป็นผลให้เป็นอุปสรรคตอการเรียนรู้และสวัสดิภาพชีวิตของนักเรียน ครู และบุคลากร ทางการศึกษา นโยบายส านักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน มุ่งมั่นในการพัฒนาการศึกษาขั้นพื้นฐานให้ เป็น “การศึกษาขั้นพื้นฐานวิถีใหม่ วิถีคุณภาพ” มุ่งเน้นความปลอดภัยในสถานศึกษา ส่งเสริมโอกาส ทางการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างเท่าเทียมและบริหารจัดการศึกษาอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมุ่งเน้นพัฒนา ระบบและกลไกในการดูแล ความปลอดภัยให้แก่ผู้เรียน ครูและบุคลากรทางการศึกษา และสถานศึกษา จากภัยพิบัติและภัยคุกคามทุกรูปแบบ รวมถึงการจัดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสุขภาวะที่ดี สามารถ ปรับตัวต่อโรคอุบัติใหม่และอุบัติซ้ า ส่งเสริมความปลอดภัยสร้างความมั่นใจให้สังคม เพื่อคุ้มครองความ
16 ปลอดภัยแก่นักเรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษาสังกัด กระทรวงศึกษาธิการ เพื่อให้การป้องกัน ดูแล ช่วยเหลือหรือเยียวยาและแก้ไขปัญหามีความเป็นเอกภาพ มีข้อมูล สารสนเทศที่เป็นระบบ สามารถแก้ไข ปัญหาและบริหารจัดการความเสี่ยงได้อย่างยั่งยืนด้วยการบริหารจัดการตาม มาตรการ 3 ป ได้แก่ ป้องกัน ปลูกฝัง และปราบปราม ให้เกิดความปลอดภัยให้มากที่สุด และไม่ให้เกิดเหตุการณ์นั้นซ้ าอีก เพื่อสร้างความ มั่นใจ และความเชื่อมั่นให้แก่นักเรียน ครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้ปกครอง และประชาชนทั่วไป ในการ ที่จะได้เรียนรู้อย่างมีคุณภาพ และเกิดความปลอดภัยอย่างมั่นคงและยั่งยืน วัตถุประสงค์ 1. เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจในการด าเนินงานความปลอดภัยสถานศึกษา 2. เพื่อสร้างความเข็มแข็งการด าเนินงานความปลอดภัยสถานศึกษา 3. เพื่อด าเนินงานความปลอดภัยสถานศึกษาอย่างเป็นระบบ เป้ำหมำย 1. นักเรียน ครูและบุคลากรทางการศึกษาได้รับความคุ้มครองดูแลให้มีความปลอดภัย 2. โรงเรียนมีการปฏิบัติที่เป็นเลิศ ในการเสริมสร้างความปลอดภัยสถานศึกษา เพื่อการพัฒนา อย่างยั่งยืน วิธีด ำเนินกำร
17 ผลการด าเนินงาน 1. นักเรียน ครูและบุคลากรทางการศึกษาเกิดความรู้ความเข้าใจในการด าเนินงานความปลอดภัย สถานศึกษา และได้รับความคุ้มครองดูแลให้มีความปลอดภัย 2. โรงเรียนด าเนินงานความปลอดภัยสถานศึกษาอย่างเป็นระบบ โดยมีการปฏิบัติที่เป็นเลิศ ใน การเสริมสร้างความปลอดภัยสถานศึกษา เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน
18 ภาพการด าเนินการ/ผลการด าเนินงาน สู่ความส าเร็จ
19 ภาพการด าเนินการ/ผลการด าเนินงาน สู่ความส าเร็จ
20 ภาพการด าเนินการ/ผลการด าเนินงาน สู่ความส าเร็จ
21 จุดเน้นที่ 2 ด้ำนระบบประกันคุณภำพ หลักกำรและเหตุผล จากพระราชบัญญัติการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๒ และแก้ไขเพิ่มเติม ฉบับที่ ๒ พ.ศ. ๒๕๔๕ ก าหนดให้มี ระบบประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาและให้ถือว่าการประกันคุณภาพภายใน เป็นส่วนหนึ่งของกระบวน การบริหารการศึกษาที่ด าเนินการอย่างต่อเนื่อง โดยมีการจัดท ารายงานประจ าปี เสนอต่อหน่วยงานต้น สังกัด หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และเปิดสู่สาธารณชน เพื่อน าไปสู่การพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษา อย่างต่อเนื่อง โดยมีมาตรฐานการศึกษาเป็นเป้าหมายและเครื่องมือในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาใน สถานศึกษา โดยผู้บริหารสถานศึกษาเป็นตัวจักรส าคัญ โดยให้บุคลากรในโรงเรียน คณะกรรมการ สถานศึกษาขั้นพื้นฐานและชุมชนเข้ามามีส่วนร่วม ในการก าหนดทิศทางการท างานให้ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล โรงเรียนบ้านแม่ค า(ประชานุเคราะห์) ตระหนักในความส าคัญและมีส่วนร่วมในการพัฒนาคุณภาพ สถานศึกษาจึงด าเนินการโครงการประกันคุณภาพสถานศึกษาอย่างเป็นระบบ เพื่อปฏิรูปการเรียนรู้และ คุณภาพของโรงเรียน จึงมีโครงการประกันคุณภาพภายใน อันจะน ามาสู่การพัฒนาการจัดการศึกษา ที่ เข้มแข็ง รองรับการประเมินคุณภาพภายในและการประเมินคุณภาพภายนอกของโรงเรียนในโอกาสต่อไป วัตถุประสงค์ 2.1 เพื่อให้สถานศึกษามีการประกันคุณภาพภายในของสถานศึกษาตามที่ก าหนดในกฎกระทรวง 2.2 เพื่อเตรียมการรองรับการประเมินคุณภาพภายในและภายนอก 2.3 เพื่อเผยแพร่ผลการด าเนินการจัดการศึกษา ให้ผู้บริหาร ครู บุคลากรในโรงเรียนและ ผู้เกี่ยวข้องได้ทราบกัน เป้ำหมำย ผลผลิต Output - เอกสารรายงานมาตรฐานที่ 1-3 ประจ าปีของโรงเรียน - ผู้บริหาร ครู บุคลากรที่รับผิดชอบงาน/โครงการ ให้ความร่วมมือด าเนินกิจกรรมตามระบบ ประกันคุณภาพ ผลลัพธ์ Outcome - การประกันคุณภาพภายในของสถานศึกษามีการด าเนินงานอย่างเป็นระบบ
22 ตัวชี้วัดควำมส ำเร็จ เชิงปริมำณ 1. ร้อย 80 ของระบบประกันคุณภาพภายในของสถานศึกษาเป็นไปอย่างเป็นระบบ 2. ร้อย 80 ของระบบประกันคุณภาพภายในของสถานศึกษามีความสมบูรณ์ ครบถ้วน อย่าง เป็นระบบ 3. ร้อยละ 80 โรงเรียนได้เผยแพร่ผลการด าเนินการจัดการศึกษา ให้ผู้บริหาร ครู บุคลากรใน โรงเรียนและผู้เกี่ยวข้องได้ทราบเป็นแนวทางในการวางแผน ปรับปรุง พัฒนาโรงเรียนในด้านต่าง ๆ อย่าง ต่อเนื่อง เชิงคุณภำพ 1. สถานศึกษามีการประกันคุณภาพภายในของสถานศึกษาตามที่ก าหนดในกฎกระทรวง 2. โรงเรียนมีความพร้อมการรองรับการประเมินคุณภาพภายในและภายนอก 3. โรงเรียนได้เผยแพร่ผลการด าเนินการจัดการศึกษา ให้ผู้บริหาร ครู บุคลากรในโรงเรียนและ ผู้เกี่ยวข้องได้ทราบเป็นแนวทางในการวางแผน ปรับปรุง พัฒนาโรงเรียนในด้านต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง วิธีด ำเนินกำร กำรเตรียมกำร/กำรวำงแผน (P:Plan) - แต่งตั้งกรรมการการด าเนินงานการประกันคุณภาพการศึกษา - ก าหนดมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา - จัดท าแผนพัฒนาการจัดการศึกษา - จัดระบบบริหารและสารสนเทศ - จัดท าแผนปฏิบัติการประจ าปี กำรด ำเนินกำรตำมแผน( D : DO ) - คณะครูและบุคลากรที่เกี่ยวข้องด าเนินงานตามแผนการจัดการศึกษา แผนปฏิบัติการประจ าปี กำรนิเทศ ติดตำม ตรวจสอบประเมินผล ( C : Check ) - นิเทศ ติดตามการด าเนินงานตาม แผนงาน/โครงการ/กิจกรรม ตามแผนปฏิบัติการประจ าปี จากผู้บริหาร หัวหน้าฝ่ายงานต่างๆ และคณะครู - มีการประเมินคุณภาพภายในตามมาตรฐานการศึกษา มาตรฐานที่ 1-3 สรุปรำยงำนผล น ำผลกำรประเมินมำปรับปรุง ( A : Action ) - จัดท ารายงานการประเมินตนเองของสถานศึกษา ( SAR ) และปรับปรุงให้มีการพัฒนาคุณภาพ การศึกษาอย่างต่อเนื่อง
23 ผลการด าเนินงาน - มีเอกสารรายงานมาตรฐานที ่1-3 ประจ าปีของโรงเรียน การประกันคุณภาพภายในของ สถานศึกษามีการด าเนินงานอย่างเป็นระบบ - ผู้บริหาร ครู บุคลากรที่รับผิดชอบงาน/โครงการ ให้ความร่วมมือด าเนินกิจกรรมตาม ระบบ ประกันคุณภาพ ภาพการด าเนินการ/ผลการด าเนินงาน สู่ความส าเร็จ
24
25 จุดเน้นที่ 3 ด้ำนหลักสูตรฐำนสมรรถนะ หลักกำรและเหตุผล หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานระดับชาติเป็นเครื่องมือส าคัญในการขับเคลื่อนการศึกษาของ ประเทศ เนื่องจากเป็นหลักในการก าหนดทิศทางการศึกษาของประเทศและด าเนินงานการจัดการเรียนรู้ ของท้องถิ่น หรือสถานศึกษา หลักสูตรฐานสมรรถนะเป็นแนวโน้มของการจัดการศึกษาที่หลายประเทศทั่ว โลกด าเนินการ เพื่อยกระดับการศึกษาของประเทศ โดยมุ่งเน้นให้ผู้เรียนปฏิบัติและประยุกต์ใช้ความรู้ใน สถานการณ์ที่ สอดคล้องกับชีวิตจริงได้ซึ่งการศึกษาไทยในปัจจุบันก าลังพัฒนาจากการศึกษาอิงมาตรฐาน (Standards based Education) ที่มุ่งเน้นให้ผู้เรียนคิดเป็น ท าเป็น ตาม “ตัวชี้วัด” และ “มาตรฐาน” รายวิชา ไปสู่การศึกษาฐานสมรรถนะ (Competency based Education) ที่มุ่งเน้นให้ผู้เรียนเกิดการ เรียนรู้ และพัฒนาความสามารถของตนเองที่แสดงออกทาง “พฤติกรรม” ในการประยุกต์ใช้ความรู้ ความ เข้าใจ ทักษะ เจตคติ และคุณลักษณะต่าง ๆ อย่างผสมผสาน ให้เกิดความส าเร็จในการท างาน การใช้ชีวิต และการแก้ปัญหาในสถานการณ์ต่าง ๆ ได้ การมุ่งเน้นให้ผู้เรียนเกิด “การลงมือท า” และประเมินผลจาก “พฤติกรรม” ที่สังเกตเห็นได้ของผู้เรียน ซึ่งการศึกษารูปแบบเดิมไม่ส่งเสริมให้ผู้เรียนได้พัฒนาทักษะที่ จ าเป็นในโลกแห่งความเป็นจริง จะเห็นว่าผู้เรียนต้องผ่าน การสอบวัดระดับมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการสอบ ในห้องเรียน หรือการสอบระดับชาติ แต่ข้อสอบเหล่านี้วัดในสิ่งที่ผู้เรียนได้ “เรียนรู้” เท่านั้น และเมื่อ ข้อสอบต้องการวัดผลสิ่งที่ผู้เรียนรู้ ครูผู้สอนก็จ าเป็นจะต้องเร่งสอนแต่เนื้อหา เพื่อให้นักเรียนสามารถท า ข้อสอบเหล่านั้นได้ ท าให้นักเรียนไม่ได้พัฒนาทักษะหรือความสามารถตามที่ตนเองต้องการ หรือตามความ จ าเป็นในการใช้ชีวิต และการท างาน ท าให้ส่งผลกระทบในวงกว้าง ทั้งต่อตัวผู้เรียนเอง ครูผู้สอน โรงเรียน การใช้ชีวิตร่วมกับคนอื่น ๆ ในสังคม ไปจนถึงการพัฒนาประเทศ ซึ่งการพัฒนาการศึกษาตามหลักสูตรฐาน สมรรถนะจะช่วยแก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้ ด้วยการสร้างมาตรฐานการประเมินที่ไม่ซับซ้อน และให้ความส าคัญ กับการพัฒนาศักยภาพของครูผู้สอน เพื่อให้ผู้สอนสามารถปรับเปลี่ยนห้องเรียนให้เข้ากับผู้เรียนของตนเอง ได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมไปถึงส่งเสริมให้ผู้เรียนได้พัฒนาตนเองอย่างรอบด้าน ทั้งความรู้ ทักษะ จน สามารถแสดงออกได้อย่างเชี่ยวชาญ จะส่งผลให้เกิดการพัฒนาประชากรอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นพลเมือง ที่จะพาประเทศไทยก้าวหน้าไปสู่การแข่งขันในสากลโลก ในปัจจุบันหลายประเทศมีการน าหลักสูตรฐานสมรรถนะมาใช้เนื่องจากเป็นหลักสูตรที่เน้นพัฒนา ผู้เรียนให้เกิดสมรรถนะ ที่มีการก าหนดสมรรถนะที่เหมาะสมกับผู้เรียนตามช่วงชั้น ให้ครูน าไปใช้เป็นหลัก ในก าหนดจุดมุ่งหมาย สาระการเรียนรู้ การจัดการเรียนรู้และการวัดและประเมินผล โดยให้ความส าคัญกับ พฤติกรรมหรือการปฏิบัติของผู้เรียนในการประยุกต์ใช้ความรู้ ทักษะ เจตคติค่านิยม และคุณลักษณะ ต่าง ๆ ในการแก้ปัญหาและสถานการณ์ต่าง ๆ เน้นให้ความส าคัญกับสมรรถนะ มากกว่าความรู้ดังนั้น
26 โรงเรียนบ้านแม่ค า(ประชานุเคราะห์) ได้ด าเนินการพัฒนาหลักสูตรฐานสมรรถนะ และน าหลักสูตรฐาน สมรรถนะดังกล่าวไปใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เชิงรุกให้แก่ผู้เรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และ สอดคล้องกับมาตรฐานการศึกษาแห่งชาติ และสอดคล้องกับนโยบายภาครัฐ ดังนี้ () กรอบยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2561-2580) ยุทธศาสตร์ที่ 3 การพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ () แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2560-2564) ยุทธศาสตร์ที่ 1 การเสริมสร้างและพัฒนาศักยภาพทุนมนุษย์ () แผนการศึกษาชาติ (พ.ศ. 2560-2579) () แผนปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา วัตถุประสงค์ 1. เพื่อพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนบ้านแม่ค า(ประชานุเคราะห์) ที่เน้นให้ความส าคัญ การจัดการเรียนการสอนมุ่งสู่สมรรถนะ ทั้ง 5 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ผ่านกระบวนการการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) 2. เพื่อพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่น สาระการเรียนรู้เพิ่มเติม “ลุ่มน้ าค า” ตามฐานสมรรถนะผ่าน กระบวนการการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) เป้ำหมำย เชิงปริมำณ โรงเรียนบ้านแม่ค า(ประชานุเคราะห์) มีหลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนบ้านแม่ค า(ประชานุเคราะห์) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 และหลักสูตรท้องถิ่น สาระการเรียนรู้ เพิ่มเติม “ลุ่มน้ าค า” ที่เน้นให้ความส าคัญการจัดการเรียนการสอนมุ่งสู่สมรรถนะ ทั้ง 5 ด้าน เชิงคุณภำพ หลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนบ้านแม่ค า(ประชานุเคราะห์) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้น พื้นฐาน พุทธศักราช 2551 และหลักสูตรท้องถิ่น สาระการเรียนรู้เพิ่มเติม “ลุ่มน้ าค า” เน้นให้ความส าคัญ การพัฒนาสมรรถนะผู้เรียนทั้ง 5 ด้าน ผ่านกระบวนการการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning)
27 วิธีด ำเนินกำร ผลการด าเนินงาน 1. โรงเรียนบ้านแม่ค า(ประชานุเคราะห์) มีหลักสูตรสถานศึกษาที่เน้นให้ความส าคัญการจัดการ เรียนการสอนมุ่งสู่สมรรถนะ ทั้ง 5 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ผ่าน กระบวนการการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) 2. โรงเรียนบ้านแม่ค า(ประชานุเคราะห์) มีหลักสูตรท้องถิ่น สาระการเรียนรู้เพิ่มเติม “ลุ่มน้ าค า” ตามฐานสมรรถนะผ่านกระบวนการการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning)
28 ภาพการด าเนินการ/ผลการด าเนินงาน สู่ความส าเร็จ
29 ภาพการด าเนินการ/ผลการด าเนินงาน สู่ความส าเร็จ
30 จุดเน้นที่ 4 ด้ำนกำรพัฒนำครู โรงเรียนบ้านแม่ค า(ประชานุเคราะห์) มุ่งเน้นพัฒนาครูให้เป็นครูมืออาชีพ ส่งเสริมการอบรมพัฒนา ทักษะความรู้ของครูรอบด้าน ทักษะวิชาการ อาชีพ ชีวิต ทักษะการจัดการเรียนการสอนที่หลากหลาย การ ใช้เทคโนโลยี ICT ภาษาและการสื่อสาร ตลอดจนส่งเสริมการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมการจัดการเรียน การสอน มุ่งเน้นคุณภาพผู้เรียนเป็นส าคัญ เป้ำหมำยในกำรพัฒนำ 1. เป้าหมายเชิงปริมาณ บุคลากรได้รับการพัฒนาการเพิ่มพูนความรู้ ความสามารถ ทักษะ คุณธรรมและ จริยธรรมในการ ปฏิบัติงาน ไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ของจ านวนบุคลากรทั้งหมด 2. เป้าหมายเชิงคุณภาพ บุคลากรมีความรู้ ความช านาญในการปฏิบัติงาน สามารถปฏิบัติงานในหน้าที่ได้อย่างมี ประสิทธิภาพ เพิ่มขึ้นร้อยละ 90 จากจ านวนบุคลากรทั้งหมด แนวทำงในกำรพัฒนำบุคลำกร 1. ก าหนดหลักสูตรการพัฒนา วิธีการพัฒนา ระยะเวลาและงบประมาณในการพัฒนา ให้มีความ สอดคล้องกับต าแหน่งและระดับต าแหน่งในแต่ละสายงานที่ด ารงอยู่ตามกรอบแผน อัตราก าลัง 2. พิจารณาหลักสูตรที่บุคลากรในสังกัดต้องได้รับการพัฒนาความรู้ ความสามารถ ในหลักสูตร ใดหลักสูตรหนึ่งหรือหลายหลักสูตรอย่างน้อย ปีละ 1 ครั้งหรือตามที่ผู้บริหารเห็นสมควร เช่น (1) หลักสูตรความรู้พื้นฐานในการปฏิบัติราชการ (2) หลักสูตรการพัฒนาเกี่ยวกับงานในหน้าที่รับผิดชอบ (3) หลักสูตรความรู้และทักษะเฉพาะของงานในแต่ละต าแหน่ง (4) หลักสูตรด้านการบริหาร (5) หลักสูตรด้านคุณธรรมและจริยธรรม 3. พิจารณาหาวิธีการพัฒนาบุคลากรวิธีใดวิธีหนึ่งหรือหลายวิธีก็ได้ ตามความจ าเป็น และความ เหมาะสม อาจประกอบด้วย (1) การปฐมนิเทศ (2) การฝึกอบรม (3) การศึกษาหรือดูงาน (4) การประชุมเชิงปฏิบัติการหรือการสัมมนา (5) การสอนงาน การให้ค าปรึกษาหรือวิธีการอื่นที่เหมาะสม
31 4. พิจารณาจัดสรรงบประมาณในการด าเนินการพัฒนาในแต่ละหลักสูตร หรือแต่ละวิธีการ ส าหรับการพัฒนา ตามแผนการพัฒนาบุคลากร โดยให้ครอบคลุม ค านึงถึงความประหยัดคุ้มค่า เพื่อให้ การพัฒนาบุคลากรเป็นไปอย่างมีประสิทธิผลและประสิทธิภาพ 5. พิจารณาก าหนดแนวทางการพัฒนาให้ครอบคลุมสมรรถนะหลักที่จ าเป็นต่อการปฏิบัติราชการ ให้กับบุคลากรในสังกัด อย่างน้อยควรประกอบด้วย (1) การมุ่งผลสัมฤทธิ์ (2) การยึดมั่นในความถูกต้องชอบธรรมและจริยธรรม (3) ความเข้าใจในองค์กรและระบบงาน (4) การท างานเป็นทีม 6. พิจารณาจัดการเรียนรู้ในองค์กร KM (Knowledge Management) เพื่อให้เป็นองค์กรแห่ง การเรียนรู้ (learning organization) ในทุกวาระ ทุกโอกาส เพื่อสืบค้นหาความรู้ใหม่ๆ ในตัวบุคลากร และน ามาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน(PLC) 7. ส่งเสริมให้ครูและบุคลากรในสถานศึกษาเป็นวิทยากร คณะท างานของหน่วยงานต้นสังกัด หรือ หน่วยงานภายนอกที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษา 8. ส่งเสริมสนับสนุนให้ข้าราชการครูได้รับการพัฒนาตามหลักเกณฑ์และวิธีการตามก.ค.ศ.ก าหนด ผลกำรด ำเนินงำน 1. มีการด าเนินงานตามแผนงานโครงการของโรงเรียนบ้านแม่ค า(ประชานุเคราะห์) ที่ก าหนดไว้ ส าเร็จ ร้อยละ 100 อย่างมีประสิทธิภาพและท าให้การบริหารงานส าเร็จได้ตามเป้าหมาย 2. ครู ร้อยละ 100 ท าข้อตกลงกับผู้บริหารสถานศึกษา จัดท าแผนพัฒนาตนเอง ID-plan ของครู และแบบข้อตกลงในการพัฒนางาน (PA) 3. ครูร้อยละ 100 เข้าร่วมการพัฒนา อบรมเพิ่มพูนความรู้ ความสามารถ ทักษะ คุณธรรมและ จริยธรรมในการปฏิบัติงาน 4. ครูร้อยละ 90 มีความรู้ ความช านาญในการปฏิบัติงาน สามารถปฏิบัติงานในหน้าที่ได้อย่างมี ประสิทธิภาพ ส่งผลต่อการเพิ่มผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียนให้สูงขึ้น
32 ผลกำรด ำเนินกำรจุดเน้นด้ำนกำรพัฒนำครู การเข้าร่วมอบรม/ประชุม/สัมมนา ของครูและบุคลากรทางการศึกษา
33 การเข้าร่วมอบรม/ประชุม/สัมมนา ของครูและบุคลากรทางการศึกษา
34 การประชุม ชี้แจง ปฐมนิเทศครูใหม่ที่เข้ามาปฏิบัติหน้าที่ในสถานศึกษา เพื่อให้ทราบถึงนโยบายต่าง ๆ ในการด าเนินกิจกรรมในสถานศึกษา ภายใต้ระเบียบ วินัย จรรยาบรรณวิชาชีพ
35 การส่งเสริมให้ครูเป็นวิทยากร คณะท างานในการด าเนินกิจกรรมที่เกี่ยวกับการศึกษา ทั้งหน่วยงานภายในและภายนอก
36 การติดตามและประเมินผลการพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา
37 จุดเน้นที่ 5 ด้ำนกำรเรียนกำรสอน หลักกำรและเหตุผล ปัจจุบันประเทศไทยเข้าสู่ศตวรรษที่ 21 และมีการใช้นโยบายไทยแลนด์ 4.0 ในการขับเคลื่อน ประเทศด้วยเทคโนโลยี ความคิดสร้างสรรค์ และนวัตกรรมไปสู่ความ “มั่งคั่ง มั่นคง และยั่งยืน” ดังนั้น ระบบ การศึกษาจึงจ าเป็นต้องปรับเปลี่ยนเพื่อพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณลักษณะของคนยุคใหม่ โดยเตรียม ผู้เรียนให้มีทักษะศตวรรษที่ 21 และมีคุณลักษณะตามที่มาตรฐานการศึกษาของชาติ พ.ศ. 2561 ก าหนด คือ เป็นผู้เรียนรู้ผู้ร่วมสร้างสรรค์นวัตกรรม และ พลเมืองที่เข้มแข็ง เพื่อให้ผู้เรียนยุคใหม่สามารถ “ธ ารง ความเป็นไทยและ แข่งขันได้ในเวทีโลก” การจะพัฒนาให้ผู้เรียนมีคุณลักษณะ ดังกล่าว สถาบันการศึกษา และครูผู้สอนต้องมีการปรับเปลี่ยนพัฒนาการจัดการเรียนรู้ในโลกยุคใหม่นี้ ตั้งแต่พัฒนาหลักสูตรให้ สอดคล้องกับความต้องการของสังคมที่เปลี่ยนไป พัฒนาการจัดการเรียนการสอนแบบใหม่ มีการน า นวัตกรรมสื่อการสอนมาใช้ในการจัดการเรียนการสอน และประเมินผลให้สอดคล้องกับหลักสูตร ประเมิน ตามสภาพความเป็นจริง ที่เน้นเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียนให้เกิดผลลัพธ์ของคุณลักษณะคนยุคใหม่ ผู้สอนจึงจ าเป็นต้องปรับเปลี่ยนวิธีการจัดการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของสังคม เทคโนโลยีและการเรียนรู้ของผู้เรียนจากผู้สอนคือผู้ถ่ายทอด ปรับเปลี่ยนบทบาทเป็นผู้ชี้แนะวิธีการค้นคว้า หาความรู้เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้สามารถแสวงหาความรู้และประยุกต์ใช้ทักษะต่าง ๆ สร้างความเข้าใจด้วย ตนเอง จนเกิดเป็นการเรียนรู้อย่างมีความหมาย การจัดการเรียนการสอน หมายถึง การจัดท าหลักสูตร และหรือพัฒนาหลักสูตร เพื่อพัฒนา ผู้เรียน ให้ เป็นคนดี คนเก่ง มีปัญญา มีศักยภาพ ในการศึกษาต่อและประกอบอาชีพตามมาตรฐาน ตัวชี้วัด สมรรถนะ ส าคัญ และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามหลักสูตรสถานศึกษา โดยจัดการเรียนการรู้ด้วยวิธีการ รูปแบบที่ หลายหลาย และเหมาะสม เน้นผู้เรียนเป็นส าคัญ ให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ด้วยวิธีการปฏิบัติผ่าน กระบวนการการจัดการเรียนรู้เชิงรุก วัตถุประสงค์ 1. การจัดการเรียนรู้เพื่อให้ผู้เรียนได้ค้นพบพรสวรรค์ความสนใจ ความถนัดในอาชีพของตนเอง ด้วยการเรียนรู้จากการลงมือปฏิบัติจริง (Active Learning) ทั้งในห้องเรียน สถานประกอบการ รวมทั้งการ เรียนรู้ผ่านแพลตฟอร์มและห้องดิจิทัลให้ค าปรึกษาแนะน า 2. การจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาทักษะดิจิทัลและภาษา คอมพิวเตอร์ (Coding) ส าหรับผู้เรียนทุก ช่วงวัย เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงสู่สังคมดิจิทัลในโลกยุคใหม่
38 3. การจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนการสอนประวัติศาสตร์ หน้าที่พลเมืองและ ศีลธรรมให้มีความทันสมัย น่าสนใจ เหมาะสมกับวัยของผู้เรียน ควบคู่ไปกับการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ของ ท้องถิ่นและการเสริมสร้างวิถีชีวิตของความเป็นพลเมืองเข้มแข็ง 4. การจัดการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมการให้ความรู้และทักษะด้านการเงินและการออม (Financial Literacy) ให้กับผู้เรียน เป้ำหมำย นักเรียนแสดงออกถึงความเป็นพลเมืองดีของชาติ ปฏิบัติตามค่านิยม 12 ประการ มีคุณลักษณะ ตามโรงเรียนสุจริต มีคุณธรรมตามอัตลักษณ์โรงเรียนคุณธรรม มีการพัฒนาการแข็งแรงสมวัย ทั้ง 4 ด้าน และปฏิบัติตามสุขบัญญัติ 10 ประการ สามารถใช้เทคโนโลยีและสารสนเทศอย่างสร้างสรรค์และเหมาะสม มีทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 รักการเรียนรู้มีความคิดสร้างสรรค์ มีทักษะการท างาน และทักษะ พื้นฐานเพื่อการประกอบอาชีพในอนาคต วิธีด ำเนินกำร ผลการด าเนินงาน 1. โรงเรียนได้การจัดการเรียนรู้ให้ผู้เรียนได้ค้นพบพรสวรรค์ความสนใจ ความถนัดในอาชีพของ ตนเองด้วยการเรียนรู้จากการลงมือปฏิบัติจริง (Active Learning) ทั้งในห้องเรียน สถานประกอบการ รวมทั้งการเรียนรู้ผ่านแพลตฟอร์มและห้องดิจิทัลให้ค าปรึกษาแนะน า
39 2. โรงเรียนได้การจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาทักษะดิจิทัลและภาษา คอมพิวเตอร์ (Coding) ส าหรับ ผู้เรียนทุกช่วงวัย เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงสู่สังคมดิจิทัลในโลกยุคใหม่ 3. โรงเรียนได้การจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนการสอนประวัติศาสตร์ หน้าที่ พลเมืองและศีลธรรมให้มีความทันสมัย น่าสนใจ เหมาะสมกับวัยของผู้เรียน ควบคู่ไปกับการเรียนรู้ ประวัติศาสตร์ของท้องถิ่นและการเสริมสร้างวิถีชีวิตของความเป็นพลเมืองเข้มแข็ง 4. โรงเรียนได้การจัดการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมการให้ความรู้และทักษะด้านการเงินและการออม (Financial Literacy) ให้กับผู้เรียน จาการด าเนินการดังกล่าว ส่งผลให้นักเรียนโรงเรียนบ้านแม่ค า(ประชานุเคราะห์) แสดงออกถึง ความเป็นพลเมืองดีของชาติ ปฏิบัติตามค่านิยม 12 ประการ มีคุณลักษณะตามโรงเรียนสุจริต มีคุณธรรม ตามอัตลักษณ์โรงเรียนคุณธรรม มีการพัฒนาการแข็งแรงสมวัย ทั้ง 4 ด้าน และปฏิบัติตามสุขบัญญัติ 10 ประการ สามารถใช้เทคโนโลยีและสารสนเทศอย่างสร้างสรรค์และเหมาะสม มีทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษ ที่ 21 รักการเรียนรู้มีความคิดสร้างสรรค์ มีทักษะการท างาน และทักษะพื้นฐานเพื่อการประกอบอาชีพใน อนาคต
40 ภาพการด าเนินการ/ผลการด าเนินงาน สู่ความส าเร็จ
41 ภาพการด าเนินการ/ผลการด าเนินงาน สู่ความส าเร็จ
42 ภาพการด าเนินการ/ผลการด าเนินงาน สู่ความส าเร็จ
43 ภาพการด าเนินการ/ผลการด าเนินงาน สู่ความส าเร็จ
44 จุดเน้นที่ 6 ด้ำนกำรวัดและประเมินผล หลักกำรและเหตุผล พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติพุทธศักราช 2542 ที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545 มาตราที่ 26 ก าหนดไววา ให้สถานศึกษาจัดการประเมินผู้เรียน โดยพิจารณาจากพัฒนาการของผู้เรียน ความประพฤติการสังเกตพฤติกรรมการเรียน การร่วมกิจกรรมและการทดสอบควบคู่ไปในกระบวนการ จัดการเรียนการสอนตามความเหมาะสมของแต่ละระดับและรูปแบบการศึกษา ให้สถานศึกษาใช้วิธีการที่ หลากหลายในการจัดสรรโอกาสการเขาศึกษาต่อ และให้น าผลการประเมิน ผู้เรียนมาใช้ประกอบการ พิจารณาด้วย การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียนต้องอยู่บนหลักการพื้นฐานสองประการคือ การ ประเมินเพื่อพัฒนาผู้เรียนและเพื่อตัดสินผลการเรียน ในการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียน ให้ประสบ ผลส าเร็จนั้น ผู้เรียนจะต้องได้รับการพัฒนาและประเมินตามตัวชี้วัดเพื่อให้บรรลุตามมาตรฐานการเรียนรู้ สะท้อนสมรรถนะส าคัญ และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียนซึ่งเป็นเป้าหมายหลักในการวัดและ ประเมินผลการเรียนรู้ในทุกระดับไม่ว่าจะเป็นระดับชั้นเรียน ระดับสถานศึกษา ระดับเขตพื้นที่การศึกษา และระดับชาติ การวัดและประเมินผลการเรียนรู้เป็นกระบวนการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนโดยใช้ผลการ ประเมิน เป็นข้อมูลและสารสนเทศที่แสดงพัฒนาการความก้าวหน้า และความส าเร็จทางการเรียนของ ผู้เรียน ตลอดจนข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการส่งเสริมให้ผู้เรียนเกิด การพัฒนาและเรียนรู้อย่างเต็มตาม ศักยภาพ ซึ่งการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ แบ่งออกเป็น 4 ระดับ ได้แก่ ระดับชั้นเรียน ระดับ สถานศึกษา ระดับเขตพื้นที่การศึกษา และระดับชาติข้อมูลการประเมินในระดับต่าง ๆ เป็นประโยชน์ต่อ สถานศึกษาในการตรวจสอบทบทวน พัฒนาคุณภาพผู้เรียน ถือเป็นภาระความรับผิดชอบของสถานศึกษาที่ จะต้องจัดระบบดูแลช่วยเหลือ ปรับปรุง แก้ไข ส่งเสริมสนับสนุนเพื่อให้ผู้เรียนได้พัฒนาเต็มตามศักยภาพ บนพื้นฐาน ความแตกต่างระหว่างบุคคล ที่จ าแนกตามสภาพปัญหาและความต้องการ การวัดและ ประเมินผลจึงเป็นหัวใจของสถานศึกษาในการด าเนินการช่วยเหลือผู้เรียนได้ทันท่วงทีเปิดโอกาสให้ผู้เรียน ได้รับการพัฒนาและประสบความส าเร็จในการเรียน สถานศึกษาในฐานะผู้รับผิดชอบจัดการศึกษา จะต้อง จัดท าระเบียบว่าด้วยการวัดและประเมินผลการเรียนของสถานศึกษาให้สอดคล้องและเป็นไปตาม หลักเกณฑ์และแนวปฏิบัติที่เป็นข้อก าหนดของหลักสูตร แกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อให้บุคลากรที่ เกี่ยวข้องทุกฝ่ายถือปฏิบัติร่วมกัน ดังนั้นระเบียบการวัดและประเมินผลตามหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านแม่ค า (ประชานุ เคราะห์) ว่าด้วยการวัดและประเมินผลการเรียนตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ก าหนดการวัดและประเมินผล โดยโรงเรียนเป็นผู้รับผิดชอบการวัดและ การประเมินผลการเรียนรู้ของนักเรียน โดยเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องมีส่วนร่วม การวัดและ ประเมินผลการเรียนรู้มีจุดมุ่งหมายเพื่อพัฒนานักเรียนและตัดสินผลการเรียน มีสอดคล้องและครอบคลุม มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัดตามกลุ่มสาระการเรียนรู้ที่ก าหนดในหลักสูตรโรงเรียน และจัดให้มีการประเมิน
45 การอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ตลอดจนกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน การวัดและ ประเมินผลการเรียนรู้เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการจัดการเรียนการสอน ต้องด าเนินการด้วยเทคนิควิธีการ ที่หลากหลาย เพื่อให้สามารถวัดและประเมินผลนักเรียนได้อย่างรอบด้านทั้งด้านความรู้ความคิด กระบวนการ พฤติกรรม และเจตคติเหมาะสมกับสิ่งที่ต้องการวัด ธรรมชาติวิชา และระดับชั้นของนักเรียน โดยตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเที่ยงตรง ยุติธรรม และเชื่อถือได้ การประเมินนักเรียนพิจารณาจาก พัฒนาการของนักเรียน ความประพฤติการสังเกตพฤติกรรมการเรียน การร่วมกิจกรรม และการทดสอบ ควบคู่ไปในกระบวนการเรียนการสอนตามความเหมาะสมของแต่ละระดับและรูปแบบการศึกษา เปิดโอกาส ให้นักเรียนและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องตรวจสอบผลการประเมินผลการเรียนรู้ ให้มีการเทียบโอนผลการเรียน ระหว่างโรงเรียนและระหว่างรูปแบบการศึกษาต่าง ๆ และโรงเรียนจัดท าเอกสารหลักฐานการศึกษาเพื่อ เป็นหลักฐานการประเมินผลการเรียนรู้รายงานผลการเรียน แสดงวุฒิการศึกษาและรับรองผลการเรียนของ นักเรียนงานด้านการวัดและประเมินผล โรงเรียนบ้านแม่ค า(ประชานุเคราะห์) ได้ด าเนินงานการวัดและ ประเมินผลตามกระบวนการวงจร PDCA (Plan-Do-Check-Act) มีการน าวางแผนการท างาน ด าเนินงาน ตามการวางแผน มีการประเมินผล น าผลการด าเนินงานมาวิเคราะห์และพัฒนาในการด าเนินงาน เพื่อให้ เกิดประสิทธิภาพและความสะดวกในการวัดและประเมินผล มีการจัดเก็บข้อมูลงานวัดและประเมินผลอย่าง เป็นระบบ ทั้งรูปแบบเอกสารข้อมูล การจัดท าข้อมูลในระบบโปรแกรม School Master ทุกกลุ่มสาระการ เรียนรู้ ร่วมถึงประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ การอ่าน คิด วิเคราะห์ และการประเมินสมรรถนะที่ ส าคัญของผู้เรียน วัตถุประสงค์ 1. เพื่อวัดและประเมินผลการเรียนของนักเรียนทุกคนในโรงเรียน 2. เพื่อพัฒนาระบบงานวัดและประเมินผลโรงเรียนในการจัดท าและการจัดเก็บข้อมูล ทั้งรูปแบบ เอกสารข้อมูล และการท าข้อมูลในระบบโปรแกรม School Master การรายงานผลการเรียน การติดตาม ผลการเรียน ให้มีประสิทธิภาพ 3. สร้างและพัฒนาเครื่องมือวัดประเมินผลอย่างครอบคลุมสอดคลอง เหมาะสมกับเป้าหมายใน การจัดการเรียนรู เป้ำหมำย เชิงปริมำณ โรงเรียนบ้านแม่ค า(ประชานุเคราะห์) มีการวัดและประเมินผลนักเรียนทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ เรียนรู้และทุกกิจกรรม มีการจัดท าคู่มืองานวัดและประเมินผล การออกเอกสารต่างๆ การจัดเก็บข้อมูล
46 การตรวจสอบข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ การจัดเก็บข้อมูลนักเรียน วัดและประเมินผลผู้เรียนในระบบ โปรแกรม School Master เชิงคุณภำพ น าข้อมูลที่ได้จากการวัดและประเมินผลไปปรับปรุงการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้ประสิทธิภาพมาก ยิ่งขึ้น มีคู่มืองานวัดและประเมินผล การออกเอกสาร การรับรองการผลการเรียน การจบหลักสูตร การ จัดเก็บข้อมูล การตรวจสอบข้อมูล มีประสิทธิภาพสูงขึ้น และมีการวัดและประเมินผลผู้เรียนในระบบ โปรแกรม School Master การรายงานผลการเรียน การติดตามผลการเรียนอย่างครอบคลุมสอดคลอง มี ประสิทธิภาพ ถูกต้องตรวจสอบได้ วิธีด ำเนินกำร (P-PLAN) : กำรวำงแผน • แต่งตั้งคณะกรรมการในการด าเนินงานด้านการวัดและประเมินผล • จัดท าคู่มือการวัดและประเมินผล • คณะครูศึกษาระเบียบการวัดและประเมินผล โรงเรียน และวางแผนการวัดผล ประเมินผล (D-DO) : กำรด ำเนินงำน • จัดอบรมการจัดmeข้อมูลวัดประเมินผลผู้เรียนด้วยโปรแกรม School Master ให้กับ คณะครูทุกคนในโรงเรียน • แจ้งเกณฑ์การวัดผล ประเมินผลให้นักเรียนทราบ • สร้างเครื่องมือวัดและประเมินผลของแต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้และทุกกิจกรรม • มีการวัดและประเมินผลนักเรียนทุกคน ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้และทุกกิจกรรม • คณะท างานวัดและประเมินผลจัดท าเอกสารหลักฐานการศึกษาเพื่อเป็นหลักฐานการ ประเมินผลการเรียนรู้รายงานผลการเรียน แสดงวุฒิการศึกษาและรับรองผลการเรียนของนักเรียนงานด้าน การวัดและประเมินผล C-Check : กำรประเมินผล • ตรวจสอบเครื่องมือ วัดผลประเมินผลให้มีความถูกต้อง เหมาะสม สอดคล้องกับ มาตรฐานและตัวชี้วัด • วัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน • จัดเก็บข้อมูลการวัดและประเมินผลนักเรียนโดยใช้โปรแกรม School Master ครู นักเรียนและผู้ปกครองสามารถดูผลการเรียนของผู้เรียนได้ • คณะกรรมการงานการวัดและประเมินผลตรวจสอบข้อมูล และจัดเก็บข้อมูล