ก
หลกั สูตรสถานศกึ ษา
โรงเรยี นชมุ ชนวัดขันเงนิ
พุทธศกั ราช 2565
ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้นั พน้ื ฐาน
พทุ ธศักราช 2551 (ฉบบั ปรับปรุง 2560)
สำนักงานเขตพ้นื ทก่ี ารศกึ ษาประถมศึกษาชมุ พร เขต 2
สำนกั งานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
กระทรวงศึกษาธิการ
ก
คำนำ
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐานพุทธศักราช ๒๕๕๑ เป็นหลักสูตรที่คณะกรรมการการศึกษาข้ัน
พื้นฐานได้ดำเนินการพัฒนาหลังจากการใช้หลักสูตรการศึกษา พุทธศักราช ๒๕๔๔ และจากข้อมูลของผลการ
ศึกษาวิจัย ติดตามผลการใช้หลักสูตรการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พุทธศักราช ๒๕๔๔ กับข้อมูลจากแผนพัฒนา
เศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับท่ี ๑๐ (พ.ศ.๒๕๕๐ – ๒๕๕๔) เพ่ือให้มีความเหมาะสม ชัดเจนย่ิงขึ้น ท้ัง
เป้าหมายของหลักสูตรในการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน และกระบวนการนำหลักสูตรไปสู่การปฏิบัติ การกำหนด
วิสัยทัศน์ จุดหมาย สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดท่ี
ชัดเจน โดยมอบหมายให้เขตพ้ืนที่และสถานศึกษาที่จัดการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน ใช้หลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ัน
พนื้ ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ เป็นกรอบและทิศทางในการพฒั นาหลักสูตรและจดั การเรยี นการสอน
โรงเรียนชมุ ชนวัดขนั เงินจงึ ไดจ้ ดั ทำหลักสูตรสถานศึกษา ปีการศึกษา ๒๕๖4(ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ.๒๕๖0)
นีข้ ้ึนประกอบด้วย วิสัยทัศน์ เป้าหมาย สมรรถนะผู้เรียน โครงสร้างหลักสูตร เกณฑก์ ารวัดและประเมินผล เพื่อ
ใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติและจัดการเรียนรู้
ขอขอบคุณคณะครูและคณะผู้ท่ีเกี่ยวข้องและมีส่วนร่วมในการจัดทำทุกฝ่าย คณะกรรมการสถานศึกษา
นักเรียน และผู้ปกครองนักเรียน ที่ทำให้การพัฒนาและจัดทำหลักสูตรสถานศึกษาปีการศึกษา ๒๕๖5 สำเร็จได้
ด้วยดี
คณะผู้จดั ทำ
สารบญั ข
เรือ่ ง หน้า
ความนำ 1
วิสัยทศั นห์ ลักสูตรสถานศึกษา พ.ศ. ๒๕๖5 ๒
เป้าประสงคห์ ลกั สูตร (Corporate objective) ๒
วสิ ัยทัศน์ ๒
อัตลักษณ์ ๒
พันธกิจ ๒
เปา้ ประสงค์ ๓
กลยทุ ธใ์ นการดำเนนิ งานของสถานศึกษา ปกี ารศกึ ษา 2565 ๓
จุดเน้นและตัวช้ีวัดความสำเร็จในการพฒั นาคุณภาพผู้เรยี น ๔
เปา้ หมาย ๗
สมรรถนะสำคัญของผ้เู รยี น และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ๗
โครงสร้างหลกั สูตรโรงเรียนชมุ ชนวัดขนั เงนิ ๙
รายวชิ าของโรงเรยี นชุมชนวดั ขนั เงนิ 17
คำอธบิ ายรายวชิ า กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย 21
คำอธบิ ายรายวิชา กล่มุ สาระการเรยี นรคู้ ณิตศาสตร์ 28
คำอธิบายรายวชิ า กลมุ่ สาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี 35
คำอธบิ ายรายวชิ า กลมุ่ สาระการเรยี นรู้สังคมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม 45
คำอธบิ ายรายวชิ า กลุม่ สาระการเรียนรู้สขุ ศึกษาและพลศึกษา 59
คำอธิบายรายวชิ า กล่มุ สาระการเรียนร้ศู ิลปะ 66
คำอธิบายรายวชิ า กล่มุ สาระการเรียนรกู้ ารงานอาชพี 73
คำอธบิ ายรายวิชา กลุม่ สาระการเรยี นร้ภู าษาต่างประเทศ 80
กิจกรรมพฒั นาผ้เู รยี น 96
คำอธิบายกจิ กรรมพัฒนาผเู้ รยี น 103
เกณฑก์ ารจบการศึกษา 131
ประกาศใหใ้ ชห้ ลักสตู รสถานศกึ ษาโรงเรียนชมุ ชนวัดขันเงิน พทุ ธศกั ราช 2565 138
บนั ทกึ ขอ้ ความพจิ ารณาใหค้ วามเหน็ ชอบหลกั สูตรสถานศึกษาฯ พุทธศกั ราช 2565 139
คำสง่ั แต่งตง้ั คณะกรรมการปรับปรุงหลักสตู รสถานศึกษาฯ พุทธศกั ราช 2565 140
๑
ความนำ
กระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศใช้มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์
วิทยาศาสตร์ และสาระภูมิศาสตร์ในกลุ่มสาระการเรยี นรสู้ ังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ.
๒๕๖๐) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ตามคำส่ังกระทรวงศึกษาธิการที่ สพฐ.
๑๒๓๙/๒๕๖๐ ลงวันที่ ๗ สิงหาคม ๒๕๖๐ และคำสั่งสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน ท่ี ๓๐/
๒๕๖๑ ลงวันที่ ๕ มกราคม ๒๕๖๑ ให้เปลี่ยนแปลงมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด กลุ่มสาระการเรียนรู้
คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.๒๕๖๐) โดยมีคำส่ังให้โรงเรียนดำเนินการใช้หลักสูตรในปี
การศึกษา ๒๕๖๑ โดยให้ใช้ในช้ันประถมศึกษาปีที่ ๑ และ ๔ ต้ังแต่ปีการศึกษา ๒๕๖2 เป็นต้นมาช้ัน
ประถมศึกษาปีท่ี 2 และ 5 ต้ังแต่ปีการศึกษา ๒๕๖2 และประถมศึกษาปีที่ 3 และ 6 ต้ังแตป่ ีการศึกษา ๒๕๖3
ให้เป็นหลักสูตรแกนกลางของประเทศ โดยกำหนดจุดหมาย และมาตรฐานการเรียนรู้เป็นเป้าหมายและกรอบ
ทิศทางในการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนมีพัฒนาการเต็มตามศักยภาพ มีคุณภาพและมีทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษท่ี
๒๑ เพื่อใหส้ อดคล้องกบั นโยบายและเป้าหมายของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาข้นั พน้ื ฐาน
โรงเรียนชุมชนวัดขันเงิน จึงได้ทำการปรับปรุงหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐานพุทธศักราช
๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.๒๕๖๐) พุทธศักราช ๒๕๖5 ในกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และ
สาระภูมิศาสตร์ในกลุ่มสาระการเรยี นรูส้ ังคมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม เพ่ือนำไปใช้ประโยชน์และเปน็ กรอบใน
การวางแผนและพัฒนาหลักสูตรของสถานศึกษาและจัดการเรียนการสอน โดยมีเป้าหมายในการพัฒนาคุณภาพ
ผูเ้ รียน ให้มีกระบวนการนำหลักสูตรไปสู่การปฏิบัติ โดยมีการกำหนดวิสัยทัศน์ จุดหมาย สมรรถนะสำคัญของ
ผู้เรียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ มาตรฐานการเรียนรู้และตัวช้ีวัด โครงสร้างเวลาเรียน ตลอดจนเกณฑ์การ
วัดประเมินผลให้มีความสอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนรู้ เปิดโอกาสให้โรงเรียนสามารถกำหนดทิศทางในการ
จดั ทำหลักสูตรการเรียนการสอนในแต่ละระดับตามความพร้อมและจุดเน้น โดยมีกรอบแกนกลางเป็นแนวทางท่ี
ชัดเจนเพ่ือตอบสนองนโยบายไทยแลนด์ ๔.๐ มีความพร้อมในการก้าวสู่สังคมคุณภาพ มีความรู้อย่างแท้จริง
และมที ักษะในศตวรรษที่ ๒๑
มาตรฐานการเรียนรู้และตัวช้ีวัดท่ีกำหนดไวใ้ นเอกสารน้ี ช่วยทำให้หน่วยงานท่ีเก่ียวข้อง ในทุกระดับเห็น
ผลคาดหวังท่ีต้องการในการพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียนที่ชัดเจนตลอดแนว ซึ่งจะสามารถช่วยให้หน่วยงานท่ี
เก่ียวข้องในระดับท้องถิ่นและสถานศึกษาร่วมกันพัฒนาหลักสูตรได้อย่างม่ันใจ ทำให้การจัดทำหลักสูตรในระดับ
สถานศึกษามีคุณภาพและมีความเป็นเอกภาพยิ่งข้ึน อีกทั้งยังช่วยให้เกิดความชัดเจนเร่ืองการวัดและประเมินผล
การเรียนรู้ และช่วยแก้ปัญหาการเทียบโอนระหว่างสถานศึกษา ดังนั้นในการพัฒนาหลักสูตรในทุกระดับต้ังแต่
ระดับชาติจนกระทั่งถึงสถานศึกษา จะต้องสะท้อนคุณภาพตามมาตรฐานการเรียนรู้และตัวช้ีวัดท่ีกำหนดไว้ใน
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน รวมท้ังเป็นกรอบทิศทางในการจัดการศึกษาทุกรูปแบบ และครอบคลุม
ผเู้ รยี นทุกกลมุ่ เป้าหมายในระดบั การศึกษาข้นั พนื้ ฐาน
การจัดหลักสูตรการศึกษาข้ันพื้นฐานจะประสบความสำเร็จตามเป้าหมายท่ีคาดหวังได้ ทุกฝ่าย ท่ี
เกี่ยวข้องทั้งระดับชาติ ชุมชน ครอบครัว และบุคคลต้องร่วมรับผิดชอบ โดยร่วมกันทำงานอย่างเป็นระบบ และ
ต่อเนื่อง ในการวางแผน ดำเนินการ ส่งเสริมสนับสนุน ตรวจสอบ ตลอดจนปรบั ปรุงแก้ไข เพื่อพัฒนาเยาวชนของ
ชาติไปสคู่ ุณภาพตามมาตรฐานการเรยี นรู้ท่ีกำหนดไว้
๒
1.วสิ ยั ทัศนห์ ลักสูตรสถานศกึ ษา
หลักสูตรโรงเรียนชุมชนวัดขันเงิน พุทธศักราช ๒๕๖5 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน
พุทธศักราช ๒๕๕๑ เป็นหลักสูตรที่มุ่งพัฒนาผู้เรียนทุกคนเป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้สู่มาตรฐานสากลและเป็น
มนษุ ย์ทมี่ ีความสมดุลท้ังร่างกาย ความรู้คู่คณุ ธรรม มีความเปน็ ผู้นำของสงั คมมจี ติ สำนกึ ในความเปน็ พลเมืองไทย
และเป็นพลโลกโดยใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงยึดมั่นในการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอันมี
พระมหากษัตริย์เป็นประมุข มีความรู้และทักษะพ้ืนฐานสามารถใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีรวมท้ังเจตคติท่ี
จำเป็นต่อการศึกษาในการประกอบอาชีพและการศึกษาตลอดชีวิตโดยมุ่งเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญบนพื้นฐานความ
เชื่อว่าทุกคนสามารถเรยี นรแู้ ละพัฒนาตนเองได้เต็มตามศักยภาพ
เปา้ ประสงคห์ ลักสตู ร (Corporate objective)
๑.เพื่อใหผ้ ้เู รยี นทุกคนได้รับการปลูกฝังคณุ ธรรม จริยธรรม มีคณุ ลกั ษณะอนั พงึ
ประสงค์ มกี ารพัฒนาเต็มตามศกั ยภาพ มีทกั ษะชีวติ มีสุขภาพกายและสขุ ภาพจติ ดี นำหลกั ปรัชญาของ
เศรษฐกิจพอเพยี งมาเป็นแนวทางการดำเนินชีวติ เปน็ ผ้นู ำทดี่ ขี องสังคมและมีความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
เพื่อการเรียนรู้และการสื่อสารอยา่ งหลากหลาย ผู้เรียนมีศักยภาพเปน็ พลโลก (Worid Citizen)
๒. เพอ่ื ใหส้ ถานศึกษามรี ะบบการบริหารและจดั การศึกษาดว้ ยระบบคุณภาพ (Quality
System Management) เพอื่ รองรับการกระจายอำนาจอยา่ งทวั่ ถึง
๓. เพื่อให้บคุ ลากรทุกคนมที ักษะวิชาชีพในการพฒั นาการเรยี นการสอนและใช้
นวตั กรรมเทคโนโลยีทท่ี นั สมัยยกระดบั การจดั การเรียนการสอนเทียบเคียงมาตรฐานสากล (Worle Class
standard)
๔. เพอ่ื ใหก้ ารใช้งบประมาณและทรพั ยากรของทกุ หน่วยงานเปน็ ไปตามเป้าหมายได้
อย่างมปี ระสิทธิภาพและประสทิ ธิผลสูงสุด
วิสัยทศั น์ (ของโรงเรียน)
ภายในปี 2565 นกั เรยี นโรงเรียนชมุ ชนวดั ขนั เงนิ รจู้ ักออมประหยดั พัฒนาเทคโนโลยี
มคี ุณธรรมนำวชิ าการ สบื สานประเพณี ดนตรีไทย ใสใ่ จพฒั นา นำพาสู่มาตรฐานสากล
อัตลักษณ์
รู้ประหยดั ฝึกหดั ออมเงนิ
เอกลกั ษณ์
ยิ้มง่าย ไหว้สวย
พันธกจิ
1. สร้างเสรมิ ลักษณะนิสัยให้นักเรียนมีคุณธรรม เป็นคนดี มีจิตสาธารณะ รู้จกั ออมประหยัด พัฒนา
เทคโนโลยี ปฏิบัตติ ามแนวทางเศรษฐกจิ พอเพยี ง
2. จดั การเรยี นรใู้ ห้นักเรยี นมีความรู้ และทักษะทางดา้ นวิชาการตามเกณฑม์ าตรฐาน
3. จดั การเรยี นร้โู ดยใชเ้ ทคโนโลยีเปน็ สื่อในการแสวงหาความรู้ และเขา้ ถึงเทคโนโลยอี ยา่ งรู้เท่าทนั
4. สง่ เสรมิ ใหน้ กั เรียนมีสุขภาพกายและสุขภาพจติ ท่ดี ี ดำเนนิ ชีวิตในสังคมอย่างมคี วามสุข
๓
5. ส่งเสริมการปลูกฝังให้นักเรียนรู้จักปฏิบัติตนตามขนบธรรมเนียม ประเพณีและอนุรักษ์
ศลิ ปวฒั นธรรมไทย
เปา้ ประสงค์
1. นักเรียนทุกคนเป็นคนดี มีคุณธรรมจริยธรรม มีจิตสาธารณะ รู้จักออมประหยัด ปฏิบัติตาม
แนวทางเศรษฐกจิ พอเพียง
2. นักเรียนทุกคนมีความรู้ มีทักษะทางวิชาการ สามารถใช้เทคโนโลยีในการแสวงหาความรู้ และ
นำมาประยกุ ต์ใชใ้ นชวี ติ ประจำวนั ได้อยา่ งเหมาะสมและรเู้ ทา่ ทนั
3. นกั เรยี นมีสขุ ภาพดี ดำรงชวี ิตอยใู่ นสงั คมอยา่ งมคี วามสขุ
4. นักเรียนรู้จักปฏิบัติตนตามขนบธรรมเนียม ประเพณีและอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมไทย (มารยาท,
ประเพณแี ข่งเรือยาว ขน้ึ โขนชิงธง)
ปรัชญาของโรงเรียน
เรยี นดี ประพฤตดิ ี มีคณุ ธรรม
สปี ระจำโรงเรยี น
เหลือง – แดง
อกั ษรยอ่ ประจำโรงเรียน ข.ง.
กลยทุ ธ์ในการดำเนนิ งานของสถานศกึ ษา ปีการศกึ ษา 2563 -2565
กลยทุ ธท์ ่ี 1 จัดการศึกษาและกิจกรรมการเรียนการสอน เพ่ือเพ่ิมผลสัมฤทธิ์ทางการเรยี นให้เปน็ ไปตามหลักสตู ร
แกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พทุ ธศักราช 2551 และสง่ เสริมทกั ษะความสามารถทางการเรยี น
และการส่ือสารสามภาษา นักเรยี นสามารถใช้ข้อมลู และเทคโนโลยีใหเ้ กดิ ประโยชน์
กลยทุ ธท์ ่ี 2 ส่งเสริมและพัฒนาดา้ นคุณธรรม จริยธรรม ค่านยิ ม และการมีจิตสาธารณะ
เพื่อเปน็ คนดีในสังคม มีทักษะชวี ติ ดำเนินชวี ติ แบบพอเพยี ง รรู้ กั ษธ์ รรมชาติและสง่ิ แวดลอ้ ม
กลยทุ ธ์ที่ 3 ส่งเสรมิ และพฒั นาครู บุคลากรให้ปฏบิ ัตหิ น้าทต่ี ามหลักธรรมาภิบาลมีจรรยาบรรณในอาชีพ
เพือ่ พัฒนาตนเองเป็นครมู ืออาชีพ
กลยุทธท์ ี่ 4 บรหิ ารจดั การองคก์ รโดยใชข้ ้อมูล สารสนเทศ และเทคโนโลยีมาเป็นเครือ่ งมือในการบรหิ าร
สามารถให้บริการแก่ผ้มู ีส่วนทีไ่ ด้สว่ นเสียไวอ้ ย่างครบถ้วนเพ่ือใหเ้ ป็นองค์กรแหง่ การเรียนรู้
ทางโรงเรียนชมุ ชนวดั ขันเงนิ ได้กำหนดจุดเน้นเพ่ือพัฒนาคุณภาพดา้ นการจดั การศึกษาโดยได้นำ
แผนพฒั นาคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนมาเปน็ กรอบในการจัดทำหลักสูตรสถานศึกษา โดยได้กำหนดจุดเนน้
ของโรงเรียนดงั นี้
๔
2. จุดเน้นและตวั ชีว้ ัดความสำเร็จในการพัฒนาคุณภาพผู้เรยี น
จุดเน้น มาตรการ ตวั ชีว้ ดั ความสำเรจ็
จุดเนน้ 1 ยกระดับผลสมั ฤทธิ์ทางการ ผลสัมฤทธิท์ างการเรียนกลุ่มสาระการเรยี นร้ภู าษาไทย
คณิตศาสตร์ วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ภาษาอังกฤษ
เรง่ รดั ผลสมั ฤทธิ์ เรียน 4 กลมุ่ สาระการเรียนรู้
เพม่ิ ขน้ึ อย่างน้อย รอ้ ยละ 1
หลักเพิม่ ขึ้นอยา่ งนอ้ ยร้อยละ 1 ๑)นกั เรยี นชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี 1, 2 และ 3 ทุกคนอา่ นออก
เขียนไดแ้ ละคดิ เลขเปน็ ผา่ นเกณฑก์ ารประเมนิ ระดับช้ัน
จดุ เนน้ 2 พัฒนาคณุ ภาพการเรยี นการ 2) นกั เรียนชั้นประถมศึกษาปีท่ี 4, 5 และ 6ทกุ คนอ่าน
คล่อง เขียนคล่องและคิดเลขคล่องผา่ นเกณฑ์การประเมิน
คดิ อา่ น เขียนคลอ่ ง สอนในการอ่าน เขียน คิดเลข ระดับชัน้
3) รอ้ ยละ 80 ของนกั เรียนชั้น
และทักษะการเรยี นรูต้ ามช่วงวัย ประถมศึกษาปที ่ี 1, 2 และ 3 มที กั ษะในการส่อื สารอยา่ ง
สรา้ งสรรค์ ผา่ นเกณฑ์การประเมินระดบั ช้ัน
5) รอ้ ยละ 80 ของนกั เรยี นช้ันประถมศกึ ษาปที ่ี 1, 2 และ
3 มที ักษะการคดิ ขนั้ พื้นฐานผ่านเกณฑก์ ารประเมนิ ระดบั ชั้น
6) รอ้ ยละ 80 ของนักเรียนชัน้ ประถมศึกษาปที ่ี 6 มที กั ษะ
การคิดขั้นพ้นื ฐาน ผ่านเกณฑ์การประเมนิ ระดับช้ัน
7) รอ้ ยละ 80 ของนักเรยี นประถมศึกษาป่ีท่ี1-6 มีทักษะ
ในการสื่อสารอย่างสร้างสรรค์ผา่ นเกณฑ์การประเมิน
ระดับช้ัน
8) ร้อยละ 80 ของนกั เรียนชั้นประถมศกึ ษาปที ่ี 1-6 มี
ทักษะการคิดขนั้ สงู ผา่ นเกณฑ์การประเมนิ ระดับชัน้
9) ร้อยละ 80 ของนกั เรียนช้ันประถมศกึ ษาปที ี่ 1 มีทักษะ
ชีวิต (อยู่รว่ มกันกบั เพ่อื นอยา่ งมีความสุข) ผ่านเกณฑ์การ
ประเมิน
ระดบั ชั้น
10) ร้อยละ 80 ของนักเรยี นช้นั ประถมศึกษาปีที่ 2 มี
ทักษะชีวิต (รักและเหน็ คณุ ค่าในตวั เอง) ผา่ นเกณฑ์การ
ประเมนิ ระดบั ชน้ั
11) นกั เรียนชัน้ ประถมศกึ ษาปที ี่ 3 รอ้ ยละ90 มีทักษะชีวติ
(ใช้ภาษาพดู ภาษากายที่ไม่ก่อใหเ้ กดิ ความขัดแย้ง) ผ่าน
เกณฑ์การประเมนิ ระดบั ช้นั
12) รอ้ ยละ 80 ของนักเรยี นช้ัน
ประถมศึกษาปที ่ี 6 มที ักษะชีวติ (ประเมินสภาพอารมณ์และ
จัดการกับอารมณข์ องตนเองอย่างสร้างสรรค์) ผา่ นเกณฑ์
การประเมินระดบั ชัน้
๕
จดุ เนน้ มาตรการ ตวั ช้ีวัดความสำเร็จ
จดุ เนน้ 3 3.1 พฒั นาส่งเสริมการ 1) รอ้ ยละ 80ของโรงเรียนมี
ผา่ นรบั รอง ดำเนินงานตามระบบการ ระบบการประกนั คณุ ภาพภายใน และผา่ น
มาตรฐาน ประกนั คุณภาพภายในท่ี การประเมินคณุ ภาพตามเกณฑม์ าตรฐานไม่
เขม้ แข็งและผ่านการรับรอง ตำ่ กว่าระดบั ดีทกุ มาตรฐาน
จุดเน้น 4 จากการประเมนิ คณุ ภาพ
สบื สานคณุ ธรรม ภายนอก 1) ร้อยละ 80 ของนักเรียนทุกคนมี
นกั เรยี นมจี ติ สานกึ ความเปน็ จติ สำนึกความเป็นไทยผา่ นเกณฑม์ าตรฐาน
จุดเน้น 5 ไทย มคี วามรกั ชาติ ศาสน์ คณุ ภาพการศึกษาทโี่ รงเรยี นกำหนด
นอ้ มนำหลักปรัชญา กษัตริย์ และมีคุณลักษณะอนั 2) รอ้ ยละ80 ของนกั เรยี นทุกคนมีความรกั
ฯ พึงประสงคข์ ้ออืน่ ๆ ในหลักสูตร ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ผ่านเกณฑม์ าตรฐาน
แกนกลางการศึกษาขนั้ พน้ื ฐาน คุณภาพการศึกษาท่ีสถานศึกษากำหนด
จุดเนน้ 6 พทุ ธศักราช 2551 3) ร้อยละ 80 ของนกั เรยี นมีคุณลกั ษณะ
นำพาสคู่ วามเปน็ อันพึงประสงค์ขอ้ อืน่ ๆในหลักสตู รแกนกลาง
เลิศ ส่งเสริมการดำรงตนโดยเนน้ วิถชี ีวติ การศึกษาข้นั พืน้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551
ตามหลกั ปรชั ญาของ ผ่านเกณฑ์มาตรฐานคุณภาพการศึกษาท่ี
เศรษฐกิจพอเพยี งอย่างต่อเนื่องและ สถานศกึ ษากำหนด
ยง่ั ยนื 1) ร้อยละ80 ของสถานศึกษาใช้
หลักปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพยี งในการ
6.1 ส่งเสริม สนบั สนนุ ให้ บรหิ ารจัดการศกึ ษา
นักเรยี นมีความสามารถด้าน 2) รอ้ ยละ 80 ของสถานศึกษาใช้
ภาษา คณิตศาสตร์ หลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี งบรู ณาการ
วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในการจัดการเรียนรู้ทุกกลุ่มสาระการเรยี นรู้
และพัฒนาศกั ยภาพสู่ความ 3) รอ้ ยละ 80 สถานศึกษาจัด
เป็นเลศิ ในระดับภาคระดับชาติ กิจกรรมโดยใชห้ ลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ
ท้ังการแขง่ ขันในภาครฐั พอเพียงในการดำเนินงานตอ่ เนือ่ ง
เอกชน และองค์กรมหาชน 4) รอ้ ยละ 80 สถานศึกษาขยายผล
การใช้หลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสชู่ ุมชน
1) นักเรียนได้รบั รางวลั หรือเหรยี ญจากการ
แข่งขันทางวิชาการดา้ นภาษา คณิตศาสตร์
วทิ ยาศาสตรแ์ ละคอมพวิ เตอร์ไม่นอ้ ยกว่า
ร้อยละ 2
2) นักเรยี นทเ่ี ข้าแขง่ ขนั ทางวิชาการระดับ
ภาคได้รับรางวลั ไมต่ ่ำกว่ารางวลั ท่ี 3 หรือ
เหรยี ญทองแดง
1) ครูและบคุ ลากรทางการศึกษาทกุ คนไดร้ บั
๖
จุดเนน้ มาตรการ ตัวชีว้ ดั ความสำเร็จ
6.2 พฒั นาครูและบุคลากร การอบรมและพัฒนาอย่างน้อย 20ชว่ั โมง/ปี
ทางการศึกษาทุกระดับ ไดร้ บั 2) ครแู ละบคุ ลากรทางการศึกษา ทุกคนมผี ล
การพัฒนาส่มู ืออาชีพ การพฒั นางานในหนา้ ที่ที่รับผิดชอบ
อย่างน้อย 2 ชนิ้ /ปี
3) ครทู กุ คนส่งเสรมิ ใหน้ กั เรยี นไมน่ ้อยกวา่
ร้อยละ 80 มีโครงงาน/ชน้ิ งาน จากการ
เรียนรู้ 5 ช้นิ /ปี
4) ครทู กุ คนใชส้ ือ่ นวัตกรรม เทคโนโลยี
และแหลง่ เรียนรูป้ ระกอบการจดั กจิ กรรมการ
เรยี นรไู้ ม่น้อยกว่ารอ้ ยละ 80 ของชัว่ โมงทส่ี อน
5) ครทู กุ คนมกี ารวดั และประเมินผลท่ี
หลากหลายและนำผลไปพฒั นาผเู้ รียนอย่างเหมาะสม
จดุ เน้น 7 สร้างทางเลือกในการเรยี นรู้ 1) รอ้ ยละ80 ของประชากรวัยเรียนในเขต
เปิดโอกาสให้ถว้ น ทีเ่ น้นใหป้ ระชากรวยั เรียนทุก บริการเขา้ เรียนในสถานศึกษาครบ
ทว่ั คนเขา้ ถึงโอกาสทางการศึกษา 2) ร้อยละ 80 ของสถานศึกษาจดั ใหม้ ีการ
อยา่ งทวั่ ถึง ลดอัตราการออก แนะแนวต่อและประกอบอาชพี จากภายใน
กลางคนั ศึกษาต่อและ และภายนอกสถานศึกษา
ประกอบอาชีพ 4) รอ้ ยละ 80 ของสถานศึกษามีทะเบียน
การศกึ ษาต่อหรอื ประกอบอาชพี ของนักเรยี น
จุดเนน้ 8 พฒั นาศักยภาพนักเรียน ครู ทุกคนที่จบการศึกษา
เตรียมตัวสู่สงั คม และบคุ ลากรทางการศึกษา 5) ร้อยละ 80 ของสถานศึกษาทกุ แหง่
ตระหนักและเรยี นรภู้ าษา จัดระบบดแู ลช่วยเหลอื นักเรยี นอยา่ งมี
วัฒนธรรมของประเทศสมาชิก ประสทิ ธิภาพ
อาเซยี น และการใช้ 6) ร้อยละ 80 ของสถานศึกษาจดั กิจกรรม
ภาษาองั กฤษเพ่ือการส่ือสาร พัฒนานกั เรียนใหส้ ามารถคงอยู่ในระบบได้
1) ร้อยละ 80 ของครูและบุคลากรทางการ
ศกึ ษาเรยี นรู้และพฒั นาตนเอง ดา้ นภาษา
วฒั นธรรมของประเทศสมาชิกอาเซียนและ
ด้านภาษาอังกฤษเพื่อการส่ือสารตาม
ศกั ยภาพ
2) รอ้ ยละ 80 ของนักเรยี นตั้งแตช่ ั้น
ประถมศกึ ษาปีท่ี 4 ขึ้นไป สามารถใช้
ภาษาองั กฤษเพ่ือการส่ือสาร เขา้ ใจ
วฒั นธรรมของประเทศสมาชิกอาเซียน
๗
3 เป้าหมาย
ด้านวชิ าการ/คุณภาพผู้เรียน
1. มหี ลกั สูตรสถานศึกษาที่เหมาะสมกับผู้เรียนและท้องถ่ินและพฒั นาเปล่ียนแปลงตามความเหมาะสม
2. ผูเ้ รียนระดับปฐมวยั ระดบั ประถมศึกษาร้อยละ 70 มีผลสัมฤทธ์ิ ทางการเรียนทุกกลุ่มสาระการ
เรียนร้อู ยูใ่ นระดับดี
3. ผู้เรยี นประพฤติปฏบิ ัติตนเปน็ ผมู้ คี ุณธรรม จรยิ ธรรม คุณลักษณะท่ีพงึ ประสงค์และค่านิยมที่ดงี าม
4. ผู้เรียนมีทกั ษะทีจ่ ำเป็นในการดำเนนิ ชวี ิต มีสุขภาพและบคุ ลิกภาพท่ีดี มสี นุ ทรียภาพ สามารถอยู่
รว่ มกบั ผอู้ ่นื ไดอ้ ย่างมีความสุข
5. ผู้เรยี นสามารถใชเ้ ทคโนโลยเี พ่อื การศึกษาได้อยา่ งมปี ระสิทธภิ าพ
6. ผ้เู รียนสร้างสรรค์ผลงานอย่างหลากหลาย เต็มตามศักยภาพ ตามความถนัดและความสนใจ
7. ผูเ้ รียนเห็นคณุ คา่ และภาคภมู ิใจในขนบธรรมเนยี มประเพณแี ละวัฒนธรรมท้องถ่นิ
8. ผู้เรยี นเห็นคุณคา่ และรว่ มอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ พลงั งาน และสง่ิ แวดลอ้ ม
๔. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน และคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์
ใน การพั ฒ น าผู้ เรียน ตามห ลักสู ตรโรงเรียน ชุมช น วัดขัน เงิน พุ ท ธศักราช ๒ ๕ ๖ 4
(ฉบับปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๑) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ มุ่งเน้นพัฒนา
ผู้เรียนให้มีคุณภาพตามมาตรฐานที่กำหนด ซ่ึงจะช่วยให้ผู้เรียนเกิดสมรรถนะสำคัญและคุณลักษณะอันพึง
ประสงค์ ดังน้ี
สมรรถนะสำคญั ของผู้เรยี น
หลกั สูตรโรงเรียนชุมชนวดั ขนั เงิน พุทธศักราช ๒๕๖4 มงุ่ ให้ผเู้ รียนเกดิ สมรรถนะสำคัญ ๕ ประการ ดงั น้ี
๑. ความสามารถในการสื่อสาร เป็นความสามารถในการรับและส่งสาร มีวัฒนธรรมในการใช้ภาษา
ถ่ายทอดความคิด ความรู้ความเข้าใจ ความรู้สึก และทัศนะของตนเองเพ่ือแลกเปล่ียนข้อมูลข่าวสารและ
ประสบการณ์อันจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาตนเองและสังคม การเลือกรับหรือไม่รับข้อมูลข่าวสารด้วยหลัก
เหตผุ ลและความถูกต้อง ตลอดจนการเลือกใช้วิธีการสื่อสาร ท่ีมีประสิทธิภาพโดยคำนึงถงึ ผลกระทบที่มตี ่อตนเอง
และสังคม
๒. ความสามารถในการคิด เป็นความสามารถในการคิดวิเคราะห์ การคิดสังเคราะห์ การคิด อย่าง
สร้างสรรค์ การคิดอย่างมีวิจารณญาณ และการคิดเป็นระบบ เพ่ือนำไปสกู่ ารสรา้ งองค์ความรู้หรอื สารสนเทศเพื่อ
การตัดสนิ ใจเกยี่ วกบั ตนเองและสังคมได้อย่างเหมาะสม
๓. ความสามารถในการแก้ปัญหา เป็นความสามารถในการแก้ปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ ที่เผชิญได้
อย่างถูกต้องเหมาะสมบนพื้นฐานของหลักเหตุผล คุณธรรมและข้อมูลสารสนเทศ เข้าใจความสัมพันธ์และการ
เปล่ียนแปลงของเหตุการณ์ต่าง ๆ ในสังคม แสวงหาความรู้ ประยุกต์ความรู้มาใช้ในการป้องกันและแก้ไขปัญหา
และมีกาตดั สินใจที่มีประสิทธิภาพโดยคำนงึ ถงึ ผลกระทบที่เกิดขนึ้ ต่อตนเอง สังคมและส่งิ แวดลอ้ ม
๔. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต เป็นความสามารถในการนำกระบวนการต่าง ๆ ไปใช้ในการดำเนิน
ชีวิตประจำวัน การเรียนรู้ด้วยตนเอง การเรียนรู้อย่างต่อเน่ือง การทำงาน และการอยู่ร่วมกันในสังคมด้วยการ
สร้างเสริมความสัมพันธอ์ ันดีระหวา่ งบุคคล การจัดการปญั หาและความขัดแย้งต่าง ๆ อย่างเหมาะสม การปรับตัวให้
ทนั กบั การเปลยี่ นแปลงของสงั คมและสภาพแวดล้อม และการรจู้ กั หลีกเล่ียงพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ทส่ี ง่ ผลกระทบ
ตอ่ ตนเองและผู้อน่ื
๘
๕. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยีเป็นความสามารถในการเลือก และใช้ เทคโนโลยีด้านต่าง ๆ และมี
ทักษะกระบวนการทางเทคโนโลยี เพื่อการพัฒนาตนเองและสังคม ในด้านการเรียนรู้ การสื่อสาร การทำงาน การ
แก้ปัญหาอย่างสรา้ งสรรค์ ถูกต้อง เหมาะสม และมีคุณธรรม
คณุ ลักษณะที่พึงประสงค์
หลักสูตรโรงเรียนชุมชนวัดขันเงิน พุทธศักราช ๒๕๖5 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน
พุทธศักราช ๒๕๕๑ มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ เพ่ือให้สามารถอยู่ร่วมกับผู้อ่ืนในสังคมได้
อย่างมีความสขุ ในฐานะพลเมืองไทยและพลโลก ดังนี้
๑. รกั ษ์ชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์
๒. ซ่ือสตั ยส์ จุ ริต
๓. มีวินยั
๔. ใฝ่เรยี นรู้
๕. อยูอ่ ยา่ งพอเพียง
๖. ม่งุ ม่นั ในการทำงาน
๗. รกั ความเปน็ ไทย
๘. มจี ิตเปน็ สาธารณะ
โครงสรา้ งหลกั สูตรเวลาเรยี นโรงเรยี นชมุ ชนวดั ขนั เงนิ ๙
กล่มุ สาระการเรียนร/ู้ กิจกรรม เวลาเรียน (ช่ัวโมง/ป)ี
ระดบั ประถมศกึ ษา
กล่มุ สาระการเรียนรู้ ป.๑ ป.๒ ป.๓ ป.๔ ป.๕ ป.๖
ภาษาไทย
คณิตศาสตร์ ๒๐๐ ๒๐๐ ๒๐๐ ๑๖๐ ๑๖๐ ๑๖๐
วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๒๐๐ ๒๐๐ ๒๐๐ ๑๖๐ ๑๖๐ ๑๖๐
- วทิ ยาศาสตร์ (8๐) (8๐) (8๐) (๑๒๐) (๑๒๐) (๑๒๐)
- วทิ ยาศาสตรเ์ ทคโนโลยี
สังคมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม ๘๐ ๘๐ ๘๐
๔๐ ๔๐ ๔๐
- ประวัตศิ าสตร์ (12๐) (12๐) (12๐) (๑๒๐) (๑๒๐) (๑๒๐)
- ศาสนาศีลธรรม จริยธรรม ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐
- หน้าทพ่ี ลเมือง วฒั นธรรม
และการดำเนนิ ชวี ติ ในสงั คม 8๐ 8๐ 8๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐
- เศรษฐศาสตร์
- ภูมิศาสตร์ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐
๔๐ ๔๐ ๔๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐
สุขศึกษาและพลศึกษา 4๐ 4๐ 4๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐
ศิลปะ ๑2๐ ๑2๐ ๑2๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐
การงานอาชพี ๘๔๐ ๘๔๐ ๘๔๐ ๘๔๐ ๘๔๐ ๘๔๐
ภาษาต่างประเทศ
รวมเวลาเรียน (พนื้ ฐาน) 80 80 80 ๔๐ ๔๐ ๔๐
รายวิชา/กิจกรรม --- ๔๐ ๔๐ ๔๐
----บรู ณาการกิจกร-รมพฒั นาผเู้ รียน----
ที่สถานศกึ ษาจดั เพม่ิ เติมตามความพร้อมและจุดเนน้ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐
๔๐ ๔๐ ๔๐
ภาษาอังกฤษเพื่อการสือ่ สาร 12๐ 12๐ 12๐
ภาษาจีน ๑๖๐ ๑๖๐ ๑๖๐
การศึกษาค้นควา้ และสรา้ งองค์ความรู้ (IS1, IS2, IS3) ๔๐ ๔๐ ๔๐
(๘๐) (๘๐) (๘๐) ๔๐ ๔๐ ๔๐
Research and Knowledge Formation ๓๐ ๓๐ ๓๐ (๘๐) (๘๐) (๘๐)
๔๐ ๔๐ ๔๐ ๓๐ ๓๐ ๓๐
การป้องกนั การทุจรติ ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐
รวมเวลาเรียน (เพมิ่ เตมิ ) (๑2๐) (๑2๐) (๑2๐) ๑๐ ๑๐ ๑๐
กจิ กรรมพฒั นาผู้เรยี น ๔๐ ๔๐ ๔๐ (๘๐) (๘๐) (๘๐)
๔๐ ๔๐ ๔๐
กจิ กรรมแนะแนว ๔๐ ๔๐ ๔๐ ---
กิจกรรมนกั เรียน 40 40 40
๒40 ๒4๐ ๒4๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐
- ลกู เสอื เนตรนารี ๑,๒๐๐ ชั่วโมง
- ชมุ นมุ ๒๐๐ ๒๐๐ ๒๐๐
๑,๒๐๐ ชั่วโมง
กจิ กรรมเพือ่ สังคมและสาธารณะประโยชน์
กจิ กรรมเสรมิ จดุ เนน้ ของสถานศกึ ษา
- เสรมิ จุดเนน้ สถานศึกษา/ภาษาจีนเพอ่ื การอ่านเขียน
- เสริมจุดเนน้ สถานศกึ ษา/ภาษาจีนเพ่อื การสอื่ สาร
- ซอ่ มเสริมตามจุดเนน้ ของสถานศึกษา/ประชุม
รวมเวลาเรียน (กจิ กรรมพฒั นาผ้เู รยี น)
รวมเวลาทัง้ หมด
๑๐
โรงเรียนชุมชนวัดขันเงินได้ดำเนินการจัดการเรียนการสอนวิชาหน้าที่พลเมือง โดยบูรณาการกับการ
เรยี นรู้ในรายวิชาพนื้ ฐาน กลุ่มสาระการเรียนร้สู ังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม โดยวัดผลรวมอยใู่ นรายวิชาน้ัน
ๆ กจิ กรรมเพ่ือสงั คมและสาธารณประโยชน์ จดั ไว้ในช่ัวโมง ลูกเสอื
จำนวนชั่วโมงที่จัดให้นักเรียนระดับประถมศึกษาปีท่ี 1-6 เรียน ทั้งปีเท่ากับ 1,200 ช่ัวโมง แผนการ
เรียนรู้/จุดเน้นการพัฒนาผู้เรียนที่ต้องการเน้นเป็นพิเศษ คือ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศเพ่ือเพิ่ม
ทักษะกระบวนการส่ือสาร คิดวิเคราะห์คิดสังเคราะห์คิดสร้างสรรค์ที่ดีมีประโยชน์มีความสนใจใฝ่รู้ใฝ่เรียน และ
หลกั สูตรเพิ่มเติม รายวิชาการปอ้ งกนั การทจุ ริต โดยจัดการเรยี นการสอนและวดั ผลประเมินผลเปน็ รายปี
สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-6 น้ัน จากการประเมินผลระดับโรงเรียน ระดับท้องถ่ิน และ
ระดับชาติ คณะกรรมการบริหารหลักสูตร คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน มีมติร่วมกันให้จัดทำกิจกรรม
สอนเสริมประสบการณ์พิเศษเพื่อเพ่ิมศักยภาพนักเรยี นจำนวนช่วั โมง 120 ช่ัวโมง ในชั่วโมงสอนเสริมจุดเน้นของ
สถานศึกษาภาษาจีน ในระดับช้ันประถมศึกษาปีที่ 1-3 กิจกรรมสอนเสรมิ ประสบการณ์พิเศษเพ่ือเพ่ิมศักยภาพ
นักเรียน เสริมจุดเน้นของสถานศึกษา ภาษาจีนเพื่อการอ่าน-เขียน, ภาษาจีนเพ่ือการสื่อสาร และในระดับช้ัน
ประถมศึกษาปีท่ี 4 – 6 สอนเสริมประสบการณ์พิเศษเพ่ือเพิ่มศักยภาพนักเรียน เสริมจุดเน้นของสถานศึกษา
ภาษาจีนเพื่อการส่ือสาร โดยไม่นำคะแนนและระดับผลการเรียนไปคิดรวมและตัดสินการเล่ือนช้ันของนักเรียน
ในระดับช้ันประถมศึกษาปีที่ 1-3 ภาษาอังกฤษเพื่อการส่ือสาร จำนวน 80 ช่วั โมง ระดบั ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-
6 ภาษาอังกฤษเพือ่ การส่ือสาร จำนวน 40 ชว่ั โมง ภาษาจีน จำนวน 40 ชัว่ โมง การศึกษาค้นคว้าและสรา้ งองค์
ความรู้ (IS1 , IS2 , IS3) Research and Knowledge Formation จำนวน 40 ช่ัวโมง และระดับช้ัน
ประถมศึกษาปีที่ 1-6 การป้องกันการทุจริต จำนวน 40 ชั่วโมง เป็นรายวิชาเพิ่มเติมของสถานศึกษา ใน
โครงสร้างของหลักสูตรโรงเรยี นชมุ ชนวัดขนั เงิน พ.ศ. 2565 มีรายวิชาและจำนวนชั่วโมงดงั นี้
สอนเสรมิ /จดุ เนน้ ของสถานศกึ ษาช้นั ป.1-3 จำนวน 3 ชว่ั โมง/สัปดาห์ 1 ช่ัวโมง
1. สอนเสรมิ จดุ เนน้ ของสถานศึกษา/ภาษาจีนเพอื่ การอ่านเขียน จำนวน 1 ชว่ั โมง
2. สอนเสริมจุดเน้นของสถานศกึ ษา/ภาษาจนี เพือ่ การสอ่ื สาร จำนวน 1 ชั่วโมง
3. สอนเสริมจดุ เน้นของสถานศึกษา/โรงเรียนวถิ ีพทุ ธ/ประชมุ จำนวน
สอนเสรมิ /จุดเน้นของสถานศึกษาชัน้ ป.4 – 6 จำนวน 2 ชว่ั โมง/สัปดาห์ 1 ช่ัวโมง
1. สอนเสริมจดุ เน้นของสถานศึกษา/ภาษาจีนเพอ่ื การสอื่ สาร จำนวน 1 ชั่วโมง
2. สอนเสริมจดุ เนน้ ของสถานศึกษา/โรงเรยี นวถิ ีพุทธ/ประชุม จำนวน
โครงสร้างหลักสตู รชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี ๑ ๑๑
โรงเรยี นชุมชนวัดขันเงนิ
เวลาเรยี น
รหัส กลมุ่ สาระการเรยี นรู้/กิจกรรม (ชม./ปี)
(๘๔๐)
ท ๑๑๑๐๑ รายวชิ าพ้ืนฐาน ๒๐๐
ค ๑๑๑๐๑ ภาษาไทย ๑ ๒๐๐
ว 1๑๑๐๑ คณติ ศาสตร์ ๑
ส ๑๑๑๐๑ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๑ 80
ส ๑๑๑๐๒ สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ๑ 80
พ ๑๑๑๐๑ ประวัติศาสตร์ ๑ ๔๐
ศ ๑๑๑๐๑ สุขศึกษาและพลศึกษา ๑ ๔๐
ง ๑๑๑๐๑ ศลิ ปะ ๑ ๔๐
อ ๑๑๑๐๑ การงานอาชีพ ๑ 40
ภาษาตา่ งประเทศ ๑ 120
ส 11201 (120)
อ 11201 รายวิชาเพม่ิ เติม 40
การปอ้ งกันการทุจรติ 1 80
ภาษาองั กฤษเพ่ือการสื่อสาร 1 (๑๒๐)
๔๐
กจิ กรรมพฒั นาผู้เรียน
แนะแนว ๓๐
กจิ กรรมนักเรยี น ๔๐
๑๐
- ลูกเสอื – เนตรนารี
- ชุมนุม จำนวน ๑ ช่ัวโมง
กิจกรรมเพ่อื สังคมและสาธารณะประโยชน์ ๑ จำนวน 1 ชว่ั โมง
จำนวน 1 ชวั่ โมง
โครงการ/กจิ กรรมเพิ่มศกั ยภาพนักเรียนตามจดุ เน้นของสถานศกึ ษา
ชัน้ ป.๑-๓ จำนวน 3 ชั่วโมง / สัปดาห์
๑. สอนเสริมจดุ เน้นของสถานศึกษา/ภาษาจนี เพื่อการอ่านเขียน
๒. สอนเสรมิ จดุ เนน้ ของสถานศกึ ษา/ภาษาจีนเพ่ือการส่ือสาร
๓. สอนเสริมจุดเนน้ ของสถานศกึ ษา/โรงเรยี นวถิ ีพุทธ/ประชุม
โครงสรา้ งหลักสูตรช้นั ประถมศกึ ษาปีที่ 2 ๑๒
โรงเรยี นชมุ ชนวัดขันเงนิ
เวลาเรยี น
รหสั กลุ่มสาระการเรียนร/ู้ กิจกรรม (ชม./ปี)
(๘๔๐)
ท ๑2๑๐๑ รายวชิ าพนื้ ฐาน ๒๐๐
ค ๑2๑๐๑ ภาษาไทย 2 ๒๐๐
ว 12๑๐๑ คณติ ศาสตร์ 2
ส ๑2๑๐๑ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 2 80
ส ๑2๑๐๒ สงั คมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม 2 8๐
พ ๑2๑๐๑ ประวัตศิ าสตร์ 2 ๔๐
ศ ๑2๑๐๑ สุขศึกษาและพลศึกษา 2 ๔๐
ง ๑2๑๐๑ ศิลปะ 2 ๔๐
อ ๑2๑๐๑ การงานอาชพี 2 40
ภาษาต่างประเทศ 2 120
ส 12201 (12๐)
อ 12201 รายวชิ าเพ่ิมเติม 40
การปอ้ งกันการทจุ รติ 2 80
ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร 2 (๑๒๐)
๔๐
กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน
แนะแนว ๓๐
กจิ กรรมนกั เรียน ๔๐
๑๐
ลกู เสอื – เนตรนารี
ชุมนุม จำนวน ๑ ชัว่ โมง
กจิ กรรมเพอ่ื สงั คมและสาธารณะประโยชน์ 2 จำนวน 1 ชวั่ โมง
จำนวน 1 ชว่ั โมง
โครงการ/กจิ กรรมเพมิ่ ศักยภาพนกั เรียนตามจดุ เน้นของสถานศึกษา
ช้ัน ป.๑-๓ จำนวน 3 ชั่วโมง / สัปดาห์
1. สอนเสรมิ จุดเนน้ ของสถานศึกษา/ภาษาจีนเพื่อการอ่านเขยี น
๓. สอนเสรมิ จุดเน้นของสถานศกึ ษา/ภาษาจีนเพื่อการส่ือสาร
4. สอนเสริมจุดเนน้ ของสถานศึกษา/โรงเรียนวิถีพทุ ธ/ประชุม
โครงสร้างหลกั สตู รชั้นประถมศกึ ษาปีท่ี 3 ๑๓
โรงเรยี นชุมชนวดั ขันเงิน
เวลาเรียน
รหัส กล่มุ สาระการเรียนร/ู้ กิจกรรม (ชม./ปี)
(๘๔๐)
ท ๑3๑๐๑ รายวชิ าพ้ืนฐาน ๒๐๐
ค ๑3๑๐๑ ภาษาไทย 3 ๒๐๐
ว 13๑๐๑ คณติ ศาสตร์ 3
ส ๑3๑๐๑ วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี 3 80
ส ๑3๑๐๒ สังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม 3 80
พ ๑3๑๐๑ ประวตั ิศาสตร์ 3 ๔๐
ศ ๑3๑๐๑ สุขศกึ ษาและพลศึกษา 3 ๔๐
ง ๑3๑๐๑ ศลิ ปะ 3 ๔๐
อ ๑3๑๐๑ การงานอาชีพ 3 40
ภาษาตา่ งประเทศ 3 120
ส 13201 ๔๐
อ 13201 รายวิชาเพมิ่ เติม 40
การป้องกนั การทจุ ริต 3 80
ภาษาอังกฤษเพื่อการส่ือสาร 3 (๑๒๐)
๔๐
กจิ กรรมพฒั นาผ้เู รยี น
แนะแนว ๓๐
กิจกรรมนักเรยี น ๔๐
๑๐
- ลกู เสอื – เนตรนารี
- ชุมนุม จำนวน ๑ ชวั่ โมง
กจิ กรรมเพื่อสังคมและสาธารณะประโยชน์ 3 จำนวน 1 ชว่ั โมง
จำนวน 1 ชวั่ โมง
โครงการ/กจิ กรรมเพมิ่ ศกั ยภาพนกั เรียนตามจดุ เนน้ ของสถานศกึ ษา
ชัน้ ป.๑-๓ จำนวน 3 ช่ัวโมง / สัปดาห์
1.สอนเสรมิ จุดเนน้ ของสถานศึกษา/ภาษาจนี เพื่อการอ่านเขียน
๓. สอนเสริมจดุ เน้นของสถานศกึ ษา/ภาษาจนี เพื่อการสือ่ สาร
4. สอนเสรมิ จดุ เนน้ ของสถานศกึ ษา/โรงเรยี นวิถีพทุ ธ/ประชุม
โครงสร้างหลักสตู รช้นั ประถมศึกษาปที ี่ ๔ ๑๔
โรงเรียนชมุ ชนวัดขนั เงิน
เวลาเรยี น
รหสั กลุ่มสาระการเรยี นรู/้ กิจกรรม (ชม./ปี)
(๘๔๐)
ท ๑๔๑๐๑ รายวิชาพ้นื ฐาน ๑๖๐
ค ๑๔๑๐๑ ภาษาไทย ๔ ๑๖๐
ว ๑๔๑๐๑ คณิตศาสตร์ ๔ 12๐
ส ๑๔๑๐๑ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๔
ส ๑๔๑๐๒ สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ๔ ๘๐
พ ๑๔๑๐๑ ประวัติศาสตร์ ๔ ๔๐
ศ ๑๔๑๐๑ สขุ ศึกษาและพลศึกษา ๔ ๘๐
ง ๑๔๑๐๑ ศลิ ปะ ๔ ๘๐
อ ๑๔๑๐๑ การงานอาชพี ๔ 4๐
ภาษาอังกฤษ ๔ ๘๐
อ ๑๔201 (160)
จ 14201 รายวิชาเพ่ิมเติม ๔๐
ส 14201 ภาษาองั กฤษเพ่ือการสื่อสาร 4 40
I 14201 ภาษาจีน 4 40
การป้องกนั การทจุ รติ 4 40
การศึกษาค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ 4 (๑๒๐)
๔๐
กจิ กรรมพัฒนาผู้เรียน
แนะแนว ๓๐
กิจกรรมนักเรยี น ๔๐
๑๐
ลูกเสอื – เนตรนารี
ชุมนุม จำนวน 1 ชวั่ โมง
กจิ กรรมเพอื่ สงั คมและสาธารณะประโยชน์ 4 จำนวน 1 ชวั่ โมง
โครงการ/กิจกรรมเพิ่มศักยภาพนักเรยี นตามจดุ เน้นของสถานศกึ ษา
ชนั้ ป.4-6 จำนวน 2 ชั่วโมง / สัปดาห์
1. สอนเสริมจดุ เนน้ ของสถานศึกษา/ภาษาจีนเพื่อการสอื่ สาร
2. สอนเสรมิ จุดเนน้ ของสถานศึกษา/โรงเรียนวิถีพทุ ธ/ประชมุ
โครงสร้างหลักสูตรช้ันประถมศึกษาปีท่ี 5 ๑๕
โรงเรียนชุมชนวดั ขนั เงิน
เวลาเรยี น
รหัส กลมุ่ สาระการเรยี นร/ู้ กิจกรรม (ชม./ปี)
(๘๔๐)
ท ๑5๑๐๑ รายวิชาพ้ืนฐาน ๑๖๐
ค ๑5๑๐๑ ภาษาไทย 5 ๑๖๐
ว ๑5๑๐๑ คณิตศาสตร์ 5 12๐
ส ๑5๑๐๑ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 5
ส ๑5๑๐๒ สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม 5 ๘๐
พ ๑5๑๐๑ ประวตั ิศาสตร์ 5 ๔๐
ศ ๑5๑๐๑ สขุ ศึกษาและพลศึกษา 5 ๘๐
ง ๑5๑๐๑ ศิลปะ 5 ๘๐
อ ๑5๑๐๑ การงานอาชพี 5 4๐
ภาษาอังกฤษ 5 ๘๐
อ ๑5201 (160)
จ 15201 รายวิชาเพม่ิ เติม ๔๐
ส 15201 ภาษาองั กฤษเพ่ือการสื่อสาร 5 40
I 15201 ภาษาจนี 5 40
การปอ้ งกนั การทจุ ริต 5 40
การศกึ ษาคน้ ควา้ และสร้างองคค์ วามรู้ 5 (๑๒๐)
๔๐
กจิ กรรมพัฒนาผู้เรียน
แนะแนว ๓๐
กจิ กรรมนักเรยี น ๔๐
๑๐
ลกู เสอื – เนตรนารี
ชมุ นุม จำนวน 1 ชวั่ โมง
กิจกรรมเพอ่ื สงั คมและสาธารณะประโยชน์ 5 จำนวน 1 ชวั่ โมง
โครงการ/กจิ กรรมเพิ่มศกั ยภาพนักเรียนตามจุดเน้นของสถานศึกษา
ชัน้ ป.4-6 จำนวน 2 ชั่วโมง / สัปดาห์
1. สอนเสริมจดุ เน้นของสถานศึกษา/ภาษาจีนเพื่อการสอ่ื สาร
2. สอนเสริมจดุ เนน้ ของสถานศึกษา/โรงเรียนวถิ ีพุทธ/ประชมุ
โครงสรา้ งหลกั สตู รช้ันประถมศึกษาปที ่ี 6 ๑๖
โรงเรียนชุมชนวดั ขันเงนิ
เวลาเรยี น
รหสั กล่มุ สาระการเรียนรู้/กิจกรรม (ชม./ปี)
(๘๔๐)
ท ๑6๑๐๑ รายวชิ าพืน้ ฐาน ๑๖๐
ค ๑6๑๐๑ ภาษาไทย 6 ๑๖๐
ว ๑6๑๐๑ คณติ ศาสตร์ 6 12๐
ส ๑6๑๐๑ วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี 6
ส ๑6๑๐๒ สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม 6 ๘๐
พ ๑6๑๐๑ ประวตั ิศาสตร์ 6 ๔๐
ศ ๑6๑๐๑ สุขศกึ ษาและพลศึกษา 6 ๘๐
ง ๑6๑๐๑ ศิลปะ 6 ๘๐
อ ๑6๑๐๑ การงานอาชีพ 6 4๐
ภาษาอังกฤษ 6 ๘๐
อ ๑6201 (160)
จ 16201 รายวชิ าเพิม่ เติม ๔๐
ส 16201 ภาษาองั กฤษเพื่อการสื่อสาร 6 40
I 16201 ภาษาจีน 6 40
การปอ้ งกันการทจุ รติ 6 40
การศกึ ษาค้นควา้ และสรา้ งองค์ความรู้ (๑๒๐)
๔๐
กิจกรรมพฒั นาผูเ้ รยี น
แนะแนว ๓๐
กิจกรรมนักเรียน ๔๐
๑๐
ลูกเสอื – เนตรนารี
ชุมนุม จำนวน 1 ชวั่ โมง
กิจกรรมเพื่อสงั คมและสาธารณะประโยชน์ 6 จำนวน 1 ชว่ั โมง
โครงการ/กจิ กรรมเพ่ิมศักยภาพนักเรยี นตามจดุ เนน้ ของสถานศึกษา
ช้ัน ป.4-6 จำนวน 2 ชั่วโมง / สัปดาห์
1. สอนเสรมิ จุดเน้นของสถานศึกษา/ภาษาจีนเพื่อการสอื่ สาร
2. สอนเสริมจดุ เนน้ ของสถานศกึ ษา/โรงเรียนวถิ ีพทุ ธ/ประชมุ
๑๗
รายวิชาของโรงเรียนชมุ ชนวดั ขันเงิน
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย
รายวชิ าพ้ืนฐาน จำนวน ๒๐๐ ชั่วโมง
ท๑๑๑๐๑ ภาษาไทย ๑ จำนวน ๒๐๐ ช่ัวโมง
ท๑๒๑๐๑ ภาษาไทย ๒ จำนวน ๒๐๐ ช่วั โมง
ท๑๓๑๐๑ ภาษาไทย ๓ จำนวน ๑๖๐ ชั่วโมง
ท๑๔๑๐๑ ภาษาไทย ๔ จำนวน ๑๖๐ ชวั่ โมง
ท๑๕๑๐๑ ภาษาไทย ๕ จำนวน ๑๖๐ ชั่วโมง
ท๑๖๑๐๑ ภาษาไทย ๖
**************** จำนวน ๒๐๐ ช่ัวโมง
กลุม่ สาระการเรยี นรู้คณติ ศาสตร์ จำนวน ๒๐๐ ชว่ั โมง
รายวชิ าพื้นฐาน จำนวน ๒๐๐ ชวั่ โมง
จำนวน ๑๖๐ ชวั่ โมง
ค๑๑๑๐๑ คณติ ศาสตร์ ๑ จำนวน ๑๖๐ ชว่ั โมง
ค๑๒๑๐๑ คณิตศาสตร์ ๒ จำนวน ๑๖๐ ช่ัวโมง
ค๑๓๑๐๑ คณติ ศาสตร์ ๓
ค๑๔๑๐๑ คณติ ศาสตร์ ๔ จำนวน 8๐ ชัว่ โมง
ค๑๕๑๐๑ คณิตศาสตร์ ๕ จำนวน 8๐ ชัว่ โมง
ค๑๖๑๐๑ คณิตศาสตร์ ๖ จำนวน 8๐ ชว่ั โมง
จำนวน 12๐ ชั่วโมง
**************** จำนวน 12๐ ชว่ั โมง
กลมุ่ สาระการเรียนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จำนวน 12๐ ชั่วโมง
รายวิชาพืน้ ฐาน
บูรณาการกจิ กรรมพัฒนาผูเ้ รยี น
ว๑๑๑๐๑ วิทยาศาสตร์ฯ ๑ บูรณาการกจิ กรรมพัฒนาผเู้ รยี น
ว๑๒๑๐๑ วทิ ยาศาสตร์ฯ ๒ บูรณาการกจิ กรรมพัฒนาผู้เรียน
ว๑๓๑๐๑ วทิ ยาศาสตร์ฯ ๓ บูรณาการกจิ กรรมพัฒนาผเู้ รยี น
ว๑๔๑๐๑ วทิ ยาศาสตร์ฯ ๔ บูรณาการกจิ กรรมพัฒนาผเู้ รียน
ว๑๕๑๐๑ วิทยาศาสตร์ฯ ๕ บูรณาการกจิ กรรมพฒั นาผู้เรียน
ว๑๖๑๐๑ วทิ ยาศาสตร์ฯ ๖
รายวิชาเพมิ่ เตมิ
I11201 การศกึ ษาคน้ คว้าและสรา้ งองคค์ วามรู้ 1
I12201 การศกึ ษาคน้ คว้าและสรา้ งองค์ความรู้ 2
I31201 การศึกษาค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ 3
I14201 การศกึ ษาค้นคว้าและสรา้ งองคค์ วามรู้ 4
I15201 การศกึ ษาคน้ ควา้ และสรา้ งองค์ความรู้ 5
I16201 การศึกษาค้นคว้าและสรา้ งองค์ความรู้ 6
****************
๑๘
กลุม่ สาระการเรยี นรู้สงั คมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม จำนวน 8๐ ช่ัวโมง
รายวชิ าพนื้ ฐาน จำนวน 80 ชัว่ โมง
จำนวน 80 ชัว่ โมง
ส๑๑๑๐๑ สงั คมศึกษาฯ ๑ จำนวน ๘๐ ชัว่ โมง
ส๑๒๑๐๑ สงั คมศึกษาฯ ๒ จำนวน ๘๐ ชวั่ โมง
ส๑๓๑๐๑ สงั คมศึกษาฯ ๓ จำนวน ๘๐ ชั่วโมง
ส๑๔๑๐๑ สงั คมศึกษาฯ ๔
ส๑๕๑๐๑ สงั คมศึกษาฯ ๕ จำนวน ๔๐ ชวั่ โมง
ส๑๖๑๐๑ สงั คมศึกษาฯ ๖ จำนวน ๔๐ ชวั่ โมง
จำนวน ๔๐ ชว่ั โมง
ส๑๑๑๐๒ ประวัติศาสตร์ ๑ จำนวน ๔๐ ชัว่ โมง
ส๑๒๑๐๒ ประวัติศาสตร์ ๒ จำนวน ๔๐ ชวั่ โมง
ส๑๓๑๐๒ ประวัติศาสตร์ ๓ จำนวน ๔๐ ชัว่ โมง
ส๑๔๑๐๒ ประวัตศิ าสตร์ ๔
ส๑๕๑๐๒ ประวัติศาสตร์ ๕ จำนวน ๔๐ ช่ัวโมง
ส๑๖๑๐๒ ประวัติศาสตร์ ๖ จำนวน ๔๐ ช่ัวโมง
จำนวน ๔๐ ชว่ั โมง
รายวิชาเพิม่ เติม จำนวน ๔๐ ชั่วโมง
ส๑๑2๐1 การปอ้ งกันการทุจริต ๑ จำนวน ๔๐ ช่ัวโมง
ส๑๒2๐1 การป้องกนั การทจุ ริต ๒ จำนวน ๔๐ ช่ัวโมง
ส๑๓2๐1 การป้องกนั การทจุ ริต ๓
ส๑๔2๐1 การป้องกันการทุจริต ๔ จำนวน ๔๐ ชั่วโมง
ส๑๕2๐1 การปอ้ งกันการทุจริต ๕ จำนวน ๔๐ ชัว่ โมง
ส๑๖2๐1 การป้องกนั การทุจรติ ๖ จำนวน ๔๐ ช่วั โมง
จำนวน ๘๐ ช่ัวโมง
**************** จำนวน ๘๐ ชวั่ โมง
จำนวน ๘๐ ชว่ั โมง
กลมุ่ สาระการเรียนร้สู ขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา
รายวชิ าพืน้ ฐาน
พ๑๑๑๐๑ สุขศกึ ษาฯ ๑
พ๑๒๑๐๑ สุขศึกษาฯ ๒
พ๑๓๑๐๑ สขุ ศึกษาฯ ๓
พ๑๔๑๐๑ สุขศึกษาฯ ๔
พ๑๕๑๐๑ สุขศึกษาฯ ๕
พ๑๖๑๐๑ สุขศกึ ษาฯ ๖
****************
๑๙
กล่มุ สาระการเรยี นร้ศู ลิ ปะ จำนวน ๔๐ ช่ัวโมง
รายวิชาพ้นื ฐาน จำนวน ๔๐ ช่วั โมง
จำนวน ๔๐ ชั่วโมง
ศ๑๑๑๐๑ ศิลปะ ๑ จำนวน ๘๐ ชวั่ โมง
ศ๑๒๑๐๑ ศิลปะ ๒ จำนวน ๘๐ ช่วั โมง
ศ๑๓๑๐๑ ศิลปะ ๓ จำนวน ๘๐ ชว่ั โมง
ศ๑๔๑๐๑ ศิลปะ ๔
ศ๑๕๑๐๑ ศิลปะ ๕ จำนวน ๔๐ ชัว่ โมง
ศ๑๖๑๐๑ ศลิ ปะ ๖ จำนวน ๔๐ ชว่ั โมง
จำนวน ๔๐ ช่วั โมง
**************** จำนวน ๘๐ ชัว่ โมง
จำนวน ๘๐ ชว่ั โมง
กลมุ่ สาระการเรยี นรกู้ ารงานอาชีพ จำนวน ๘๐ ชั่วโมง
รายวิชาพืน้ ฐาน
จำนวน 12๐ ช่ัวโมง
ง๑๑๑๐๑ การงานอาชพี ๑ จำนวน 120 ชั่วโมง
ง๑๒๑๐๑ การงานอาชพี ๒ จำนวน 120 ชั่วโมง
ง๑๓๑๐๑ การงานอาชีพ ๓ จำนวน ๘๐ ชัว่ โมง
ง๑๔๑๐๑ การงานอาชีพ ๔ จำนวน ๘๐ ชว่ั โมง
ง๑๕๑๐๑ การงานอาชีพ ๕ จำนวน ๘๐ ชัว่ โมง
ง๑๖๑๐๑ การงานอาชพี ๖
****************
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาต่างประเทศ (องั กฤษ)
รายวิชาพน้ื ฐาน
อ๑๑๑๐๑ ภาษาอังกฤษ ๑
อ๑๒๑๐๑ ภาษาอังกฤษ ๒
อ๑๓๑๐๑ ภาษาองั กฤษ ๓
อ๑๔๑๐๑ ภาษาอังกฤษ ๔
อ๑๕๑๐๑ ภาษาอังกฤษ ๕
อ๑๖๑๐๑ ภาษาอังกฤษ ๖
****************
รายวิชาเพม่ิ เติม ๒๐
อ๑12๐๑ ภาษาอังกฤษเพ่ือการสื่อสาร 1
อ๑22๐๑ ภาษาองั กฤษเพอ่ื การส่อื สาร 2 จำนวน 8๐ ชั่วโมง
อ๑32๐๑ ภาษาองั กฤษเพอ่ื การสอ่ื สาร 3 จำนวน 80 ช่วั โมง
อ๑๔2๐๑ ภาษาองั กฤษเพอ่ื การสื่อสาร ๔ จำนวน 80 ชั่วโมง
อ๑๕2๐๑ ภาษาอังกฤษเพอ่ื การสื่อสาร ๕ จำนวน 4๐ ชั่วโมง
อ๑๖2๐๑ ภาษาอังกฤษเพื่อการสือ่ สาร ๖ จำนวน 4๐ ชัว่ โมง
จำนวน 4๐ ชว่ั โมง
****************
จำนวน 4๐ ชั่วโมง
รายวชิ าเพ่ิมเติม จำนวน 4๐ ชั่วโมง
จ๑๔2๐๑ ภาษาจนี ๔ จำนวน 4๐ ช่วั โมง
อ๑๕2๐๑ ภาษาจนี ๕
จ๑๖2๐๑ ภาษาจีน ๖
****************
๒๑
คำอธิบายรายวิชา
กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย
๒๒
คำอธบิ ายรายวิชาพนื้ ฐาน
ท ๑๑๑๐๑ ภาษาไทย ๑ กลมุ่ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย
ชัน้ ประถมศกึ ษาปีท่ี ๑ เวลา ๒๐๐ ชวั่ โมง
คำอธิบายรายวชิ า
อ่านออกเสียงและบอกความหมายของคำ คำคล้องจอง ข้อความ คำท่ีมีรูปวรรณยุกต์และไม่มีรูป
วรรณยุกต์ คำท่ีสะกดตรงมาตราและไม่ตรงมาตรา คำควบกล้ำ อักษรนำ นิทาน เรื่องส้ัน บทร้องเล่น บทเพลง
เรื่องราวจากบทเรียนและหนังสือตามความสนใจ เคร่ืองหมายและสัญลักษณ์ คัดลายมือรูปแบบอักษรไทย เขียน
ส่ือสารในชีวิตประจำวัน ประโยคและสรุปใจความสำคัญ พูดแสดงความคิดเห็น พูดส่ือสาร ฟังและปฏิบัติตามได้
ฝกึ อา่ น เขียนและใช้พยญั ชนะ สระ วรรณยุกต์ เลขไทย การสะกดคำ แจกลูก ผันอักษร แตง่ ประโยค คำคล้องจอง
วรรณกรรม ร้อยแกว้ และรอ้ ยกรอง เรือ่ งสน้ั ปริศนาคำทาย บทอาขยาน วรรณคดีและวรรณกรรมในบทเรยี น
โดยใช้ทักษะการฟัง พูด อ่าน เขียนและดู เพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สามารถใช้ภาษา
สื่อสารสิง่ ท่เี รียนรู้ และนำความรไู้ ปใช้ประโยชน์ในชวี ิตประจำวัน มคี วามใฝ่ร้ใู ฝ่เรียน รักการอ่าน เขียน มมี ารยาท
ในการฟงั พดู อ่าน เขียนและดแู ละรักความเปน็ ไทย
มาตรฐาน/ตัวช้ีวดั
ท ๑.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓, ป.๑/๔, ป.๑/๕, ป.๑/๖, ป.๑/๗, ป.๑/๘
ท ๒.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓
ท ๓.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓, ป.๑/๔, ป.๑/๕
ท ๔.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓, ป.๑/๔
ท ๕.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒
รวม ๕ มาตรฐาน ๒๒ ตัวชีว้ ดั
๒๓
คำอธิบายรายวชิ าพ้ืนฐาน
ท ๑๒๑๐๑ ภาษาไทย ๒ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย
ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี ๒ เวลา ๒๐๐ ชวั่ โมง
คำอธิบายรายวิชา
อ่านออกเสียงและบอกความหมายของคำ คำคล้องจอง ข้อความ และบทร้อยกรอง ตั้งคำถาม ตอบ
คำถาม สรุปใจความสำคัญของเรื่องแสดงความคิดเห็น คำท่ีมีรูปวรรณยุกต์และไม่มีรูปวรรณยุกต์ คำท่ีสะกดตรง
มาตราและไม่ตรงมาตรา พยัญชนะ คำควบกล้ำ อักษรนำ ตัวการันต์ คำที่มี รร คำที่มีพยัญชนะและสระท่ีไม่
ออกเสียง อ่านจับใจความ อ่านหนังสือตามความสนใจ และข้อเขียนเชิงอธิบาย คัดลายมือ เขียนเร่ืองส้ันจาก
ประสบการณ์และจินตนาการ รูปแบบการเขียนอักษรไทย ฟังและปฏิบัติตามคำแนะนำ เล่าเร่ืองท่ีฟังและดู บอก
สาระสำคัญของเร่ืองท่ีฟังและดู พูดส่ือสารในชีวิตประจำวัน การใช้พยัญชนะ สระ วรรณยุกต์ เลขไทย สะกดคำ
แจกลูก การผันอักษรกลาง สูง และต่ำ คำท่ีมีตัวการันต์ คำควบกล้ำ คำอักษรนำ และคำท่ีมีความหมายตรงข้าม
การแต่งประโยค คำคล้องจอง คำภาษาไทยมาตรฐาน คำภาษาถิ่น อ่านวรรณกรรมร้อยแก้วและร้อยกรอง นิทาน
เร่ืองส้ัน ปริศนาคำทาย บทอาขยาน วรรณคดีและวรรณกรรมในบทเรียน บทร้องเล่นในท้องถิ่น บทร้องเล่นใน
การละเล่นและบทร้อยกรองตามความสนใจ
โดยใช้ทักษะการฟัง พูด อ่าน เขียนและดู เพ่ือให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สามารถใช้ภาษา
สอ่ื สารสิ่งทเ่ี รียนรู้ และนำความรไู้ ปใช้ประโยชน์ในชวี ิตประจำวัน มีความใฝ่รูใ้ ฝ่เรียน รกั การอ่าน เขียน มีมารยาท
ในการฟัง พูด อ่าน เขยี นและดแู ละรักความเป็นไทย
มาตรฐาน/ตัวชี้วัด
ท ๑.๑ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔, ป.๒/๕, ป.๒/๖, ป.๒/๗, ป.๒/๘
ท ๒.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔
ท ๓.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔, ป.๒/๕ ป.๒/๖, ป.๒/๗
ท ๔.๑ ป.๒/๑,ป.๒/๒,ป.๒/๓, ป.๒/๔, ป.๒/๕
ท ๕.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓
รวม ๕ มาตรฐาน ๒๗ ตัวชว้ี ดั
๒๔
คำอธบิ ายรายวชิ าพ้นื ฐาน
ท ๑๓๑๐๑ ภาษาไทย ๓ กล่มุ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย
ชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ ๓ เวลา ๒๐๐ ชั่วโมง
คำอธิบายรายวชิ า
อ่านออกเสียงและบอกความหมายของคำ คำคล้องจอง ข้อความ เรื่องสั้น บทร้อยกรอง คำพ้ืนฐาน คำที่มีตัว
การันต์ คำ รร คำพ้อง คำพิเศษ คำไม่ออกเสียงพยัญชนะและสระ อ่านจับใจความ นิทาน บทเพลง บทเรียน ข่าว
เหตุการณ์ อ่านหนังสือท่ีสนใจ หนังสือที่กำหนด อ่านข้อเขียนเชิงอธิบาย คำแนะนำ ประกาศ ป้ายโฆษณา คำขวัญ อ่าน
ข้อมูลจากแผนภาพ แผนที่ แผนภมู ิ คัดลายมือตวั บรรจงเต็มบรรทัด เขียนบรรยาย เขยี นบนั ทึก เขียนจดหมาย เขยี นสรุป
ความ เขียนสะกดคำ แต่งประโยค แต่งคำคล้องจองและคำขวัญ เขียนเรื่องตามจินตนาการ ต้ังคำถาม ตอบคำถามจาก
เรื่องที่อ่าน ลำดับเหตุการณ์จากเร่ือง ระบุเหตุผล สรุปความรู้ ข้อคิดจากเร่ืองท่ีอ่าน นำเสนอเร่ืองท่ีอ่าน อธิบาย
ความหมายสำนวน ขอ้ มูลจากแผนภาพ แผนที่ แผนภูมิ เล่ารายละเอยี ดเรอื่ งท่ีฟัง บอกสาระสำคัญ พูดแสดงความคิดเห็น
และความรสู้ ึกจากเร่อื งที่ฟังและดู พูดสื่อสาร พูดแนะนำตนเอง แนะนำสถานที่ พดู เชิญชวน พูดขอโทษ ขอรอ้ ง ขอบคุณ
ปฏิเสธ ทักทาย พดู ซักถาม ระบุข้อคิดจากวรรณกรรม วรรณคดี แสดงความคิดเห็นจากวรรณคดี ทอ่ งจำบทอาขยาน บท
ร้อยกรอง ระบชุ นิด หนา้ ที่ของคำ ใช้พจนานกุ รม
โดยใชท้ ักษะการฟัง พูด อา่ น เขียนและดู เพื่อใหเ้ กดิ ความรู้ ความคิด ความเขา้ ใจ สามารถใช้ภาษาสอื่ สารสิ่งท่ี
เรยี นรู้ และนำความรูไ้ ปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน มีความใฝ่รใู้ ฝเ่ รียน รกั การอ่าน เขียน มีมารยาทในการฟัง พูด อา่ น
เขียนและดูและรกั ความเป็นไทย
มาตรฐาน/ตัวช้ีวัด
ท ๑.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔, ป.๓/๕, ป.๓/๖, ป.๓/๗, ป.๓/๘,ป.๓/๙
ท ๒.๑ ป.๓/๑,ป.๓/๒,ป.๓/๓,ป.๓/๔,ป.๓/๕,ป.๓/๖
ท ๓.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔, ป.๓/๕, ป.๓/๖
ท ๔.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔, ป.๓/๕, ป.๓/๖
ท ๕.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔
รวม ๕ มาตรฐาน ๓๑ ตัวชว้ี ัด
๒๕
คำอธบิ ายรายวิชาพนื้ ฐาน
ท ๑๔๑๐๑ ภาษาไทย ๔ กลมุ่ สาระการเรียนรภู้ าษาไทย
ช้นั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๔ เวลา ๑๖๐ ชวั่ โมง
คำอธิบายรายวิชา
อ่านออกเสียงและบอกความหมายของคำท่ีมี ร ล เป็นพยัญชนะต้น คำควบกล้ำ อักษรนำ คำประสม
อักษรย่อ เครื่องหมายวรรคตอน ประโยค สำนวน คำพังเพย สุภาษติ ปริศนาคำทาย อ่านจับใจความ อ่านทำนอง
เสนาะ เพลงพื้นบ้าน วรรณคดี วรรณกรรม เขียนจดหมาย ย่อความ บันทึกความรู้ รายงาน คัดลายมือ คำขวัญ
รปู แบบตัวอักษร คำแนะนำ ความเรียง ประกาศ บันทึก เขียนส่ือสาร เขียนสรุปความ เขียนเร่ืองตามจินตนาการ
เขียนสะกดคำ เขียนความหมาย มาตราตัวสะกด การผันอักษร คำเป็นคำตาย คำพ้อง คำนาม คำสรรพนาม
คำกริยา คำวิเศษณ์ การใช้พจนานุกรม แต่งประโยค คำขวัญ บทร้อยกรอง กลอนสี่ สำนวน คำพังเพย สุภาษิต
ภาษาไทย นิทานพ้ืนบ้าน นิทานคติธรรม พูดแสดงความรู้สึก พูดรายงาน พูดแสดงความคิดเห็น เล่าเร่ืองจาก
ประสบการณ์ เลา่ ขา่ ว รอ้ งเพลง ท่องจำ เล่านิทาน ต้งั คำถามและตอบคำถามจากเรอื่ งท่ีฟัง อา่ นและดู
โดยใช้ทักษะการฟัง พูด อ่าน เขียนและดู เพ่ือให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สามารถใช้ภาษา
ส่อื สารสง่ิ ท่เี รียนรู้ และนำความรไู้ ปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน มคี วามใฝ่รใู้ ฝ่เรียน รักการอ่าน เขียน มีมารยาท
ในการฟงั พูด อา่ น เขียนและดแู ละรักความเป็นไทย
มาตรฐาน/ตวั ช้ีวัด
ท ๑.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔, ป.๔/๕, ป.๔/๖, ป.๔/๗, ป.๔/๘
ท ๒.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔, ป.๔/๕, ป.๔/๖, ป.๔/๗, ป.๔/๘
ท ๓.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔, ป.๔/๕, ป.๔/๖
ท ๔.๑ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔, ป.๔/๕, ป.๔/๖, ป.๔/๗
ท ๕.๑ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔
รวม ๕ มาตรฐาน ๓๓ ตัวชวี้ ัด
๒๖
คำอธบิ ายรายวิชาพน้ื ฐาน
ท ๑๕๑๐๑ ภาษาไทย ๕ กลุม่ สาระการเรยี นรภู้ าษาไทย
ช้ันประถมศึกษาปีที่ ๕ เวลา ๑๖๐ ชัว่ โมง
คำอธิบายรายวิชา
อ่านออกเสียงและบอกความหมายของบทร้อยแก้ว บทร้อยกรอง คำ ประโยค ข้อความที่มีความหมายโดยนัย
คำควบกล้ำ อักษรนำ คำท่มี ีตัวการันต์ อักษรย่อและเคร่อื งหมายวรรคตอน อา่ นทำนองเสนาะ อ่านจับใจความ วรรณคดี
ในบทเรียน บทความ โฆษณา งานเขียนประเภทโน้มน้าว ข่าว เหตุการณ์ อ่านเพื่อปฏิบัตติ าม การใช้พจนานุกรม การใช้
วัสดุอุปกรณ์ การอ่านฉลากยา ข่าวสารทางราชการ เอกสารของโรงเรียนเกี่ยวกับนักเรียน คัดลายมือ เขียน คำขวัญ คำ
อวยพร คำแนะนำแสดงขน้ั ตอน แผนภาพโครงเรอ่ื ง แผนภาพความคดิ ยอ่ ความ จดหมาย เขยี นแสดงความรู้สกึ และความ
คิดเห็น กรอกแบบรายการ เขียนเร่ืองตามจินตนาการ พูดแสดงความรู้ ความคิดเห็นจากเร่ืองท่ีฟังและดู ตั้งคำถามตอบ
คำถามและวิเคราะห์ความน่าเช่ือถือจาก บทความ ข่าว โฆษณา พูดรายงานจากการค้นคว้า ระบุหน้าท่ีของคำในประโยค
แต่งประโยค แต่งบทร้อยกรอง คำขวัญ บอกความหมายของสำนวน เปรียบเทียบภาษาไทยมาตรฐานกับภาษาถ่ิน ระบุ
ข้อคดิ จากนิทานพน้ื บา้ น นิทานคตธิ รรม ร้องเพลงพน้ื บ้าน ทอ่ งจำบทอาขยานและบทร้อยกรองทม่ี คี ณุ คา่
โดยใช้ทักษะการฟัง พดู อา่ น เขยี นและดู เพ่อื ใหเ้ กิดความรู้ ความคิด ความเขา้ ใจ สามารถใช้ภาษาสอื่ สารสง่ิ ที่
เรยี นรู้ และนำความรูไ้ ปใช้ประโยชนใ์ นชีวติ ประจำวัน มีความใฝ่รูใ้ ฝ่เรียน รักการอ่าน เขียน มมี ารยาทในการฟงั พูด อา่ น
เขียนและดแู ละรักความเป็นไทย
มาตรฐาน/ตวั ช้ีวัด
ท ๑.๑ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕, ป.๕/๖, ป.๕/๗, ป.๕/๘
ท ๒.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕, ป.๕/๖, ป.๕/๗, ป.๕/๘, ป.๕/๙
ท ๓.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕
ท ๔.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕, ป.๕/๖, ป.๕/๗
ท ๕.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔
รวม ๕ มาตรฐาน ๓๓ ตัวชีว้ ัด
๒๗
คำอธบิ ายรายวิชาพ้ืนฐาน
ท ๑๖๑๐๑ ภาษาไทย ๖ กลุม่ สาระการเรียนรภู้ าษาไทย
ชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี ๖ เวลา ๑๖๐ ชวั่ โมง
คำอธิบายรายวิชา
อ่านออกเสียงและบอกความหมายของบทร้อยแก้ว บทร้อยกรอง ประโยค สำนวนโวหาร คำควบกล้ำ
อักษรนำ คำทีม่ กี ารนั ต์ คำทมี่ าจากภาษาต่างประเทศ อกั ษรย่อ เครื่องหมายวรรคตอน สภุ าษิต คำพังเพย วันเดือนปีแบบ
ไทย เรื่องสั้น นทิ าน นทิ านชาดก นิทานพื้นบ้าน บทความ สารคดี พระบรมราโชวาท งานเขียนประเภทโน้มน้าว โฆษณา
ขา่ ว วรรณคดแี ละวรรณกรรมในบทเรียน คัดลายมือ เขียนตัวอักษรไทย คำขวัญ คำอวยพร ประกาศ แผนภาพโครงเรื่อง
แผนภาพความคิด เรียงความ ย่อความ กรอกรายการแบบต่าง ๆ เขียนเร่ืองตามจินตนาการ จดหมายส่วนตัว วิเคราะห์
ชนิดและหน้าที่ของคำนาม สรรพนาม กริยา คำวิเศษณ์ บุพบท คำเชื่อม คำอุทาน ราชาศัพท์ ภาษาถ่ิน คำท่ีมาจาก
ภาษาต่างประเทศ ชนิดของประโยค ประโยคสามัญ ประโยคความรวม ประโยคความซ้อน วลี แต่งบทร้อยกรอง เล่า
นิทาน พดู รายงาน โตว้ าทีและพูโนม้ นา้ วอย่างมีเหตุผล ตั้งคำถามตอบคำถามจากเรอื่ งทฟี่ งั อ่าน และดู
โดยใชท้ ักษะการฟัง พูด อ่าน เขียนและดู เพอื่ ให้เกิดความรู้ ความคดิ ความเขา้ ใจ สามารถใช้ภาษาสอื่ สารส่งิ ท่ี
เรยี นรู้ และนำความรไู้ ปใช้ประโยชนใ์ นชวี ิตประจำวนั มีความใฝ่ร้ใู ฝ่เรียน รักการอ่าน เขียน มีมารยาทในการฟงั พูด อา่ น
เขียนและดูและรักความเปน็ ไทย
มาตรฐาน/ตัวช้ีวดั
ท ๑.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕, ป.๖/๖, ป.๖/๗, ป.๖/๘,ป.๖/๙
ท ๒.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕, ป.๖/๖, ป.๖/๗, ป.๖/๘,ป.๖/๙
ท ๓.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕, ป.๖/๖
ท ๔.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕, ป.๖/๖
ท ๕.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔
รวม ๕ มาตรฐาน ๓๔ ตัวช้ีวัด
๒๘
คำอธบิ ายรายวิชา
กลมุ่ สาระการเรียนรูค้ ณิตศาสตร์
๒๙
คำอธบิ ายรายวชิ าพืน้ ฐาน
ค๑๑๑๐๑ คณิตศาสตร์ ๑ กลมุ่ สาระการเรียนรคู้ ณติ ศาสตร์
ช้ันประถมศกึ ษาปที ่ี ๑ เวลา ๒๐๐ ช่ัวโมง
คำอธบิ ายรายวชิ า
บอกจำนวนของสิ่งต่าง ๆ แสดงส่ิงต่าง ๆ ตามจำนวนที่กำหนด อ่านและเขียนตัวเลขฮินดูอารบิก ตัวเลข
ไทยแสดงจำนวนนบั ไมเ่ กนิ ๑๐๐ และ ๐ เปรียบเทียบจานวนนับไม่เกิน ๑๐๐ และ ๐ โดยใชเ้ คร่ืองหมาย = ≠ >
< เรียงลำดับจานวนนับไม่เกิน ๑๐๐ และ ๐ ต้ังแต่ ๓ ถึง ๕ จำนวน หาค่าของตัวไม่ทราบค่าในประโยค
สัญลักษณ์แสดงการบวก และประโยคสัญลักษณ์แสดงการลบของจำนวนนับไม่เกิน ๑๐๐ และ ๐ แสดงวิธีหา
คำตอบของโจทย์ปัญหาการบวกและโจทย์ปัญหาการลบของจานวนนับไม่เกิน ๑๐๐ และ ๐ ระบุจำนวนท่ีหายไป
ในแบบรูปของจำนวนท่ีเพิ่มข้ึน หรือลดลงทีละ ๑ และทีละ ๑๐ และระบุรูปท่ีหายไปในแบบรูปซ้ำของรูป
เรขาคณิตและ รูปอ่ืน ๆ ที่สมาชิกในแต่ละชุดที่ซ้ำมี ๒ รูป วัดและเปรียบเทียบความยาวเป็นเซนติเมตรเป็นเมตร
วดั และเปรียบเทียบน้ำหนกั เปน็ กโิ ลกรัมเป็นขีดจำแนกรปู สามเหลย่ี ม รปู ส่ีเหลย่ี ม วงกลม วงรี ทรงส่เี หลีย่ มมุมฉาก
ทรงกลม ทรงกระบอก และกรวย ใชข้ ้อมลู จากแผนภูมริ ูปภาพในการหาคำตอบของโจทย์ปญั หา เม่ือกำหนดรูป ๑
รปู แทน ๑ หนว่ ย
โดยใช้กระบวนการทางคณิตศาสตร์ และเทคโนโลยีในการแก้ปัญหาในสถานการณ์ต่างๆ ให้เหตุผล
ประกอบการตัดสินใจและสรุปผลได้อย่างเหมาะสม ใช้ภาษาและสัญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์ในการส่ือสาร การสื่อ
ความหมาย และการนำเสนอได้อย่างถูกต้องและชัดเจน เช่ือมโยงความรู้ต่างๆ ในคณิตศาสตร์และนำความรู้
หลักการ กระบวนการทางคณติ ศาสตร์ไปเช่อื มโยงกบั ศาสตร์อ่ืนๆ และมคี วามคดิ รเิ รม่ิ สร้างสรรค์
เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจ นำประสบการณ์ด้านความรู้ ความคิด ทักษะกระบวนการที่ได้ไปใช้ในการ
เรียนรู้ สิ่งต่างๆ และใช้ในชีวิตประจำวันอย่างสร้างสรรค์ รวมท้ังเห็นคุณค่าและมีเจตคติที่ดีต่อคณิตศาสตร์
สามารถทำงานอย่างเป็นระบบระเบยี บ มีความรอบคอบ มีความรับผิดชอบ มีวิจารณญาณและมีความเชื่อมนั่ ใน
ตนเอง
มาตรฐาน/ตวั ช้ีวัด
ค ๑.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓, ป.๑/๔, ป.๑/๕
ค ๑.๒ ป.๑/๑
ค ๒.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒
ค ๒.๒ ป.๑/๑
ค ๓.๑ ป.๑/๑
รวมท้ังหมด ๑๐ ตัวชว้ี ัด
๓๐
คำอธบิ ายรายวชิ าพ้นื ฐาน
ค๑๒๑๐๑ คณติ ศาสตร์ ๒ กลุ่มสาระการเรยี นรู้คณิตศาสตร์
ช้นั ประถมศึกษาปีที่ ๒ เวลา ๒๐๐ ช่ัวโมง
คำอธิบายรายวิชา
ศึกษาการอ่านและการเขียนตัวเลขฮินดูอารบิก ตัวเลขไทย และตัวหนังสือแสดงจำนวนนับไม่เกิน ๑,๐๐๐
และ ๐ การนับทีละ ๒ ทีละ ๕ ทีละ ๑๐ ทีละ ๑๐๐ จำนวนคู่ จานวนคี่ หลัก ค่าประจำหลักของเลขโดดในแต่ละหลัก
การเขียนตัวเลขแสดงจำนวนในรูปกระจาย การเปรียบเทียบจำนวน การเรียงลำดับจำนวน การบวกจำนวนที่มีผลบวก
ไม่เกิน ๑,๐๐๐ การลบจำนวนที่มีตัวต้ังไม่เกิน ๑,๐๐๐ ความสัมพันธ์ของการบวกและการลบ การหาตัวไม่ทราบค่าใน
ประโยคสัญลักษณ์แสดงการบวกและการลบ โจทย์ปัญหาการบวก โจทย์ปัญหาการลบ การสร้างโจทย์ปัญหา
ความหมายของการคูณ ความหมายของการหาร การคูณจำนวนท่ีมีหนึ่งหลักกับจำนวนไม่เกินสองหลัก ความสัมพันธ์
ของการคูณและการหาร การหารท่ีตัวหารและผลหารมีหน่ึงหลัก การหาตัวไม่ทราบค่าในประโยคสัญลักษณ์แสดงการ
คูณและการหาร การแก้โจทย์ปัญหาการคูณและโจทย์ปัญหาการหาร การบวก ลบ คูณ หารระคน การแก้โจทย์ปัญหา
การบวก ลบ คูณ หารระคน แบบรูปของจำนวนที่เพ่ิมข้ึนหรือลดลงทีละ ๒ ทีละ ๕ และทีละ ๑๐๐ แบบรูปซ้ำ การ
จำแนกลักษณะของรูปหลายเหล่ียม วงกลม และวงรี และการเขยี นรูปเรขาคณิตสองมิติโดยใช้แบบของรูป การวัดความ
ยาวเป็นเมตรและเซนติเมตร การคาดคะเนความยาวเป็นเมตร การเปรียบเทียบความยาวโดยใช้ความสัมพันธ์ระหว่าง
เมตรและเซนติเมตร การแก้โจทย์ปัญหาเกี่ยวกับความยาวท่ีมีหน่วยเป็นเมตรและเซนติเมตร การบอกเวลาเป็นนาฬิกา
และนาที การบอกระยะเวลาเป็นช่ัวโมง เป็นนาที การเปรียบเทียบระยะเวลาเป็นช่ัวโมง เป็นนาที การอ่านปฏิทิน การ
แก้โจทย์ปัญหาเกี่ยวกับเวลา การวัดน้ำหนักเป็นกิโลกรัมและกรัม กิโลกรัมและขีด การคาดคะเนน้ำหนักเป็นกิโลกรัม
การเปรียบเทียบน้ำหนักโดยใช้ความสัมพันธ์ระหว่างกิโลกรัมกับกรัม กิโลกรัมกับขีด การแก้โจทย์ปัญหาเกี่ยวกับ
น้ำหนักที่มีหน่วยเป็นกิโลกรัมและกรัม กิโลกรัมและขีด การวัดปริมาตรและความจุโดยใช้หน่วยท่ีไม่ใช่หน่วยมาตรฐาน
และหน่วยมาตรฐานเป็นช้อนชา ช้อนโต๊ะ ถ้วยตวง ลิตร การเปรยี บเทียบปริมาตรและความจุเป็นช้อนชา ชอ้ นโต๊ะ ถ้วย
ตวง ลิตร การแก้โจทย์ปัญหาเกี่ยวกับปริมาตรและความจุท่ีมีหน่วยเป็นช้อนชา ช้อนโต๊ะ ถ้วยตวง ลิตร การอ่าน
แผนภมู ิรปู ภาพ และการใช้ข้อมูลจากแผนภูมิรูปภาพในการหาคำตอบของโจทย์ปัญหา
โดยการจัดประสบการณ์หรือสร้างสถานการณ์ท่ีใกล้ตัวผู้เรียนได้ศึกษา ค้นคว้า ฝึกทักษะ โดยการปฏิบัติจริง
ทดลอง สรุป รายงาน เพื่อพัฒนาทักษะและกระบวนการในการคิดคำนวณ การแก้ปัญหา การให้เหตุผล การส่ือสาร
การส่ือความหมายทางคณิตศาสตร์ และหาประสบการณ์ด้านความรู้ ความคิด ทักษะและกระบวนการท่ีได้ไปใช้ในการ
เรยี นรู้สิ่งตา่ ง ๆ และใช้ในชีวิตประจำวันอย่างสรา้ งสรรค์
เพ่ือให้เห็นคุณค่าและมีเจตคติที่ดีต่อคณิตศาสตร์ สามารถทำงานได้อย่างเป็นระบบ มีระเบียบ รอบคอบ มี
ความรบั ผิดชอบ มีวจิ ารณญาณมีความคิดริเริม่ สรา้ งสรรค์และมีความเชื่อม่ันในตนเอง
มาตรฐาน/ตวั ชี้วัด
ค ๑.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔, ป.๒/๕, ป.๒/๖, ป.๒/๗, ป.๒/๘
ค ๒.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔, ป.๒/๕, ป.๒/๖
ค ๒.๒ ป.๒/๑
ค ๓.๑ ป.๒/๑
รวม ๑๖ ตัวชีว้ ัด
๓๑
คำอธบิ ายรายวชิ าพน้ื ฐาน
ค ๑๓๑๐๑ คณติ ศาสตร์ ๓ กลุม่ สาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์
ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี ๓ เวลา ๒๐๐ ชั่วโมง
คำอธบิ ายรายวิชา
การอ่าน การเขยี นตัวเลขฮนิ ดูอารบิกป ตวั เลขไทยและตัวหนังสอื แสดงจำนวน หลกั คา่ ของเลขโดดในแตล่ ะ
หลัก และการเขียนตวั เลขแสดงจำนวนในรปู กระจาย การเปรียบเทยี บและเรยี งลำดับจำนวน- เศษส่วนทตี่ ัวเศษ
น้อยกว่า หรอื เท่ากบั ตัวสว่ น การเปรียบเทยี บและเรยี งลำดับเศษสว่ น การบวกและการลบ การคูณ การหารยาว
และการหารสัน้ การบวก ลบ คณู หารระคน การแกโ้ จทยป์ ัญหาและการสรา้ งโจทย์ปัญหา พร้อมท้งั หาคำตอบ
การบวกและการลบเศษสว่ น การแกโ้ จทยป์ ัญหาการบวกและโจทยป์ ัญหา การลบเศษส่วน แบบรปู ของจำนวนที่
เพม่ิ ขึน้ หรือลดลงทลี ะ เทา่ ๆ กนั การบอกจำนวนเงินและเขยี นแสดงจำนวนเงิน แบบใช้จดุ การเปรยี บเทียบ
จำนวนเงนิ และการแลกเงินการอ่านและเขยี นบนั ทึกรายรับ รายจา่ ย การแกโ้ จทยป์ ัญหาเกีย่ วกบั เงนิ - การบอก
เวลาเป็นนาฬิกาและนาทีการเขยี นบอกเวลาโดยใช้มหัพภาค (.) หรอื ทวิภาค (:) และการอ่าน การบอกระยะเวลา
เปน็ ช่ัวโมงและนาที การเปรียบเทียบระยะเวลาโดยใช้ความสมั พันธ์ระหว่างชั่วโมงกบั นาที การอ่านและการเขยี น
บนั ทกึ
กิจกรรมท่ีระบเุ วลาการแกโ้ จทย์ปัญหาเกีย่ วกับเวลาและระยะเวลา รปู ทม่ี ีแกนสมมาตร การเก็บรวบรวมข้อมูล
และจำแนก ข้อมูล การอ่านและการเขียนแผนภมู ิรูปภาพ การอา่ นและการเขียนตารางทางเดยี ว (one - way
table)
ใช้ทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์ เพื่อให้มีความสามารถในการส่ือสาร การคิดการแก้ปัญหา
การใช้ทกั ษะชีวิตและเทคโนโลยี มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ มงุ่ มั่นการทำงาน อยอู่ ย่างพอเพียง รักความเปน็ ไทย รักชาติ
ศาสตรก์ ษตั รยิ ์ ซือ่ สตั ย์สุจริต มจี ติ สาธารณะ พร้อมท้ังตระหนกั ในคุณคา่ และมีเจตคติท่ีที่ดีต่อคณิตศาสตร์
มาตรฐาน/ตัวช้ีวัด
ค ๑.๑ ป.๓/๑,ป.๓/๒,ป.๓/๓,ป.๓/๔,ป.๓/๕,ป.๓/๖,ป.๓/๗,ป.๓/๘,ป.๓/๙,ป.๓/๑๐ ,ป.๓/๑๑
ค ๑.๒ ป.๓/๑
ค ๒.๑ ป.๓/๑,ป.๓/๒
ค ๒.๒ ป.๓/๑
ค ๓.๑ ป.๓/๑
รวม 16 ตวั ช้วี ัด
๓๒
คำอธบิ ายรายวิชาพนื้ ฐาน
ค ๑๔๑๐๑ คณิตศาสตร์ ๔ กลุม่ สาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์
ชั้นประถมศึกษาปที ี่ ๔ เวลา ๑๖๐ ช่ัวโมง
คำอธิบายรายวชิ า
อ่านและเขียนตัวเลขฮินดูอารบิก ตัวเลขไทย และตัวหนังสือแสดงจำนวนนับท่ีมากกว่า ๑๐๐,๐๐๐ ๒.
เปรยี บเทียบและเรียงลำดับจำนวนนับท่ีมากกวา่ ๑๐๐,๐๐๐ จากสถานการณ์ต่าง ๆ บอก อา่ นและเขยี นเศษส่วน
จำนวนคละแสดงปริมาณสิง่ ต่าง ๆ และแสดงส่ิงต่าง ๆ ตามเศษสว่ นจำนวนคละที่กำหนด เปรียบเทียบ เรียงลำดับ
เศษสว่ นและจำนวนคละท่ีตวั ส่วนตัวหนงึ่ เปน็ พหุคณู ของอีกตวั หนง่ึ อ่านและเขียนทศนิยมไมเ่ กิน ๓ ตำแหน่งแสดง
ปริมาณของส่ิงต่าง ๆ และแสดงส่ิงต่าง ๆ ตามทศนิยมที่กำหนด เปรียบเทียบและเรียงลำดับทศนิยมไม่เกิน ๓
ตำแหน่งจากสถานการณ์ต่าง ๆ ประมาณผลลัพธ์ของการบวก การลบ การคูณ การหารจากสถานการณ์ต่าง ๆ
อย่างสมเหตุสมผล หาค่าของตัวไม่ทราบค่าในประโยคสัญลักษณ์ แสดงการบวกและประโยคสัญลักษณ์แสดงการ
ลบของจำนวนนับท่ีมากกว่า ๑๐๐,๐๐๐ และ ๐ หาค่าของตัวไม่ทราบค่าในประโยคสัญลักษณ์ แสดงการคูณของ
จำนวนหลายหลัก ๒ จำนวน ที่มผี ลคูณไมเ่ กิน ๖ หลัก และประโยคสัญลักษณ์แสดงการหารทต่ี ัวตงั้ ไมเ่ กิน ๖ หลัก
ตวั หารไม่เกิน ๒ หลกั หาผลลัพธ์การบวก ลบ คณู หารระคน ของจำนวนนบั และ ๐ แสดงวิธหี าคำตอบของโจทย์
ปญั หา ๒ ขั้นตอน ของจำนวนนับที่มากกว่า ๑๐๐,๐๐๐ และ ๐ สร้างโจทย์ปัญหา ๒ ข้ันตอนของจำนวนนับ และ
๐ พร้อมท้ังหาคำตอบ หาผลบวก ผลลบของเศษส่วนและจำนวนคละที่ตัวส่วนตัวหนึ่งเป็นพหุคูณของอีกตัวหน่ึง
แสดงวิธีหาคำตอบของโจทย์ปัญหาการบวกและโจทย์ปัญหาการลบเศษส่วนและจำนวนคละท่ีตัวส่วนตัวหน่ึงเป็น
พหุคูณของอีกตัวหนึ่ง หาผลบวก ผลลบของทศนิยมไม่เกิน ๓ ตำแหน่ง แสดงวิธีหำคำตอบของโจทย์ปัญหาการ
บวก การลบ ๒ ขน้ั ตอนของทศนิยมไมเ่ กิน ๓ ตำแหน่ง
นำความรู้ทไี่ ด้ไปใช้ในชวี ิตประจำวันตามหลกั ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี งอย่างสร้างสรรค์ รักความเปน็ ไทย
มีวินยั ใฝเ่ รียนรู้ มุ่งมน่ั ในการทำงาน ละเอยี ดรอบครอบ ซ่ือสตั ย์สจุ ริต รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ มีจิตสาธารณะ
มาตรฐาน/ตัวช้ีวดั
ค ๑.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔, ป.๔/๕, ป.๔/๖, ป.๔/๗, ป.๔/๘, ป.๔/๙, ป.๔/๑๐, ป.๔/๑๑,
ป.๔/๑๒, ป.๔/๑๓, ป.๔/๑๔, ป.๔/๑๕, ป.๔/๑๖
ค ๒.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓
ค ๒.๒ ป.๔/๑, ป.๔/๒
ค ๓.๑ ป.๔/๑
รวม ๒๒ ตวั ชี้วดั
๓๓
คำอธบิ ายรายวิชาพ้ืนฐาน
ค ๑๕๑๐๑ คณิตศาสตร์ ๕ กลมุ่ สาระการเรยี นรคู้ ณติ ศาสตร์
ช้นั ประถมศึกษาปีที่ ๕ เวลา ๑๖๐ ช่ัวโมง
คำอธบิ ายรายวิชา
เขียนเศษสว่ นที่มีตวั ส่วนเป็นตัวประกอบของ ๑๐ หรอื ๑๐๐ หรือ ๑,๐๐๐ ในรูปทศนิยม แสดงวิธหี า
คำตอบของโจทย์ปัญหาโดยใช้บัญญัติไตรยางศ์ หาผลบวก ผลลบ ผลคณู ผลหารของเศษส่วนและจำนวนคละ
แสดงวิธหี าคำตอบของโจทย์ปัญหาการบวก การลบ การคูณ การหารเศษส่วน ๒ ข้ันตอน หาผลคณู ของทศนยิ ม ที่
ผลคณู เป็นทศนิยมไมเ่ กิน ๓ ตำแหน่ง หาผลหารทต่ี ัวตัง้ เป็นจำนวนนบั หรือทศนิยมไม่เกิน ๓ ตำแหนง่ และตัวหาร
เป็นจำนวนนบั ผลหารเป็นทศนยิ มไมเ่ กนิ ๓ ตำแหนง่ แสดงวธิ หี าคำตอบของโจทย์ปญั หาการบวก การลบ การ
คณู การหารทศนยิ ม ๒ ขนั้ ตอน และแสดงวธิ หี าคำตอบของโจทย์ปัญหาร้อยละไมเ่ กิน ๒ ข้ันตอน แสดงวธิ ีหา
คำตอบของโจทยป์ ัญหาเก่ยี วกับความยาว น้ำหนัก ท่ีมีกรเปลย่ี นหน่วยและเขียนในรปู ทศนยิ ม แสดงวิธหี าคำตอบ
ของโจทยป์ ัญหาเกี่ยวกับปริมาตรของทรงสเ่ี หล่ยี มมุมฉากและความจขุ องภาชนะทรงส่เี หลี่ยมมมุ ฉาก ความยาว
รอบรูปของรปู สเี่ หลยี่ มและพื้นท่ีของรูปสเี่ หลี่ยมด้านขนานและรูปสเ่ี หลยี่ มขนมเปยี กปนู สรา้ งเสน้ ตรงหรอื สว่ น
ของเสน้ ตรงให้ขนานกบั เส้นตรงหรอื ส่วนของเสน้ ตรงที่กำหนดให้ จำแนกรูปสเ่ี หล่ียมโดยพจิ ารณาจากสมบัติของ
รูป สร้างรูปสเี่ หล่ยี มต่าง ๆ เมื่อกำหนดความยาวของดา้ นและขนาดของมมุ หรือเมอื่ กำหนดความยาวของเสน้
ทแยงมุม และบอกลกั ษณะของปริซมึ ใชข้ ้อมูลจากกราฟเสน้ ในการหาคำตอบของโจทย์ปญั หา และเขยี นแผนภูมิ
แท่งจากขอ้ มูลที่เป็นจำนวนนับ
ในการจัดการเรียนรู้ได้กำหนดสถานการณ์เพ่ือให้ผู้เรียนได้ศึกษา ค้นคว้า ฝึกทักษะโดยการ
ปฏิบัติจริง สรุปเนื้อหา มีเจตคติท่ีดีต่อคณิตศาสตร์ มีความคิดริเร่ิมสร้างสรรค์ เพ่ือพัฒนาทักษะและกระบวนการ
ทางคณติ ศาสตร์ของผูเ้ รียน และนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้
มาตรฐาน/ตัวชี้วัด
ค ๑.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕, ป.๕/๖, ป.๕/๗, ป.๕/๘, ป.๕/๙
ค ๒.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔
ค ๒.๒ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔
ค ๓.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒
รวม ๑๙ ตวั ชีว้ ัด
๓๔
คำอธิบายรายวชิ าพื้นฐาน
ค ๑๖๑๐๑ คณิตศาสตร์ ๖ กลมุ่ สาระการเรียนรู้คณติ ศาสตร์
ช้นั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๖ เวลา ๑๖๐ ชั่วโมง
คำอธิบายรายวชิ า
การเปรียบเทียบและเรียงลำดับเศษส่วนและจำนวนคละโดยใช้ ความรู้เร่ือง ค.ร.น. อัตราส่วน อัตราส่วนที่
เท่ากัน และ มาตราส่วน - ตัวประกอบ จำนวนเฉพาะ ตัวประกอบเฉพาะและการแยกตัวประกอบ ห.ร.ม. และ ค.ร.น.
การแก้โจทย์ปัญหาเกี่ยวกับ ห.ร.ม. และค.ร.น. การบวก การลบเศษส่วนและจำนวนคละ โดยใช้ความรู้เรื่อง ค.ร.น. การ
บวก ลบ คูณ หารระคนของเศษส่วนและจำนวนคละ การแก้โจทย์ปัญหาเศษส่วนและจำนวนคละ ความสัมพันธ์
ระหว่างเศษส่วนและทศนิยม การหารทศนิยม การแก้โจทย์ปัญหาเกี่ยวกับทศนิยม (รวมการแลกเงินต่างประเทศ) การ
แก้โจทย์ปัญหาอัตราส่วนและมาตราส่วน การแก้โจทย์ปัญหาร้อยละ การแก้ปัญหาเก่ียวกับแบบรูป ปริมาตรของรูป
เรขาคณิตสามมิติท่ีประกอบด้วยทรงส่ีเหล่ียมมุมฉากการแก้โจทย์ปัญหาเก่ียวกับปริมาตรของรูปเรขาคณิตสามมิติที่
ประกอบด้วยทรงสี่เหลี่ยมมุมฉาก ความยาวรอบรูปและพ้ืนที่ของรูปสามเหล่ียมมุมภายในของรูปหลายเหล่ียม ความ
ยาวรอบรูปและพ้ืนท่ีของรูปหลายเหล่ียมการแก้โจทย์ปัญหาเก่ียวกับความยาวรอบรูปและพ้ืนที่ของรูปหลายเหล่ียม
ความยาวรอบรูปและพ้ืนท่ีของวงกลมการแก้โจทย์ปัญหาเกี่ยวกับความยาวรอบรปู และพืน้ ท่ีของวงกลม ชนิดและสมบัติ
ของรูปสามเหล่ียม การสร้างรูปสามเหล่ียม ส่วนต่าง ๆ ของวงกลม การสร้างวงกลม ทรงกลม ทรงกระบอก กรวย
พีระมิด รปู คล่ขี องทรงกระบอก กรวย ปรซิ มึ พีระมดิ การอ่านแผนภูมิรูปวงกลม
โดยเน้นผู้เรียนให้เรียนรู้การใช้วิธีการท่ีหลากหลายแก้ปัญหา การใช้ความรู้ ทักษะและกระบวนการทาง
คณิตศาสตร์และเทคโนโลยีในการแก้ปัญหาในสถานการณ์ต่างๆ ได้อย่างเหมาะสม การให้เหตุผลประกอบการตัดสินใจ
และสรุปผลได้อย่างเหมาะสมการ ใช้ภาษาและสัญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์ในการสื่อสาร การสื่อความหมาย และการ
นำเสนอได้อย่างถูกต้องและเหมาะสมการ เช่ือมโยงความรู้ต่างๆ ในคณิตศาสตร์และเชื่อมโยงคณิตศาสตร์กับศาสตร์
อื่นๆ และมีความคิดริเร่ิมสร้างสรรค์เพ่ือให้ผู้เรียนมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์อันประกอบด้วยความรักชาติ ศาสน์
กษัตริย์ ความซื่อสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่างพอเพียง มุ่งม่ันในการทำงาน รักความเป็นไทย และมีจิต
สาธารณะ
มาตรฐาน/ตัวชี้วดั
ค ๑.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕, ป.๖/๖, ป.๖/๗, ป.๖/๘, ป.๖/๙, ป.๖/๑๐,
ป.๖/๑๑, ป.6/12
ค ๑.๒ ป.๖/๑
ค ๒.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓
ค ๒.๒ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔
ค ๓.๑ ป.๖/๑
รวม ๒1 ตัวชวี้ ัด
๓๕
คำอธบิ ายรายวชิ า
กล่มุ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์
และเทคโนโลยี
๓๖
ว๑๑๑๐๑ วทิ ยาศาสตร์ ๑ คำอธิบายรายวชิ าพ้ืนฐาน
ช้ันประถมศกึ ษาปที ี่ ๑ กลุม่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
เวลา 10๐ ชั่วโมง
คำอธบิ ายรายวชิ า
ศึกษา วิเคราะห์ พืชและสัตวท์ ี่อาศัยอยู่บริเวณต่างๆ สภาพแวดล้อมท่ีเหมาะสมกับการดำรงชีวิตของสัตว์ใน
บริเวณท่ีอาศยั อยู่ รวมถึงหนา้ ท่ีของส่วนต่าง ๆ ของสัตว์และพืช อีกทั้งหน้าท่แี ละการทำหน้าที่รว่ มกันของส่วนต่าง ๆ
ของร่างกายมนุษย์ นอกจากน้ีมีการจัดกลุ่มของวัสดุตามสมบัติที่สังเกตได้ การเกิดเสียงและทิศทาง การเคลื่อนท่ีของ
เสียง ท้ังน้ีรวมถึงปรากฏการณ์บนท้องฟ้าในเวลากลางวันและกลางคืน ลักษณะภายนอกของหิน และสามารถ
แก้ปัญหาโดยใช้ภาพ สัญลักษณ์หรือข้อความ การเขียนโปรแกรมอย่างง่าย จากการใช้ส่ือซอฟต์แวร์ การใช้
เทคโนโลยีในการสรา้ ง จดั เก็บ เรยี กใชข้ ้อมูล การใช้คอมพิวเตอร์และการดแู ลรักษาอุปกรณ์
โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสำรวจ ตรวจสอบ การสืบค้นข้อมูล การ
เปรียบเทียบข้อมูลจากหลักฐานเชิงประจักษ์และการอภิปราย เพ่ือให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สามารถ
สือ่ สารสง่ิ ท่ีเรยี นรู้ และมคี วามสามารถในการตดั สินใจ
เกิดการรับรู้ และเห็นคุณค่าของการนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน มีจิตวิทยาศาสตร์ จริยธรรม
คณุ ธรรม และคา่ นิยมทเ่ี หมาะสมทพี่ งึ ประสงคต์ อ่ การดำเนินชีวิตในปัจจุบัน
มาตรฐาน/ตวั ชี้วัด
วิทยาศาสตร์
ว ๑.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒
ว ๑.๒ ป.๑/๑, ป.๑/๒
ว ๒.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒
ว ๒.๓ ป.๑/๑
ว ๓.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒
ว ๓.๒ ป.๑/๑
วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ)
ว 4.๒ ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓, ป.๑/๔, ป.๑/๕
รวมทั้งหมด ๑๕ ตวั ช้ีวดั
๓๗
ว๑๒๑๐๑ วทิ ยาศาสตร์ ๒ คำอธิบายรายวิชาพน้ื ฐาน
ช้นั ประถมศึกษาปที ่ี ๒ กลุ่มสาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
เวลา 10๐ ชั่วโมง
คำอธบิ ายรายวิชา
ศึกษา วิเคราะห์ ความต้องการแสงและน้ำเพ่ือการเจริญเติบโตของพืช วัฏจักรชีวิตของพืชดอก รวมถึง
ลักษณะของส่ิงมีชีวิตและส่ิงไม่มีชีวิต อีกทั้งสมบัติของวัสดแุ ละการนำสมบัติของวัสดไุ ปประยุกต์ใชใ้ นการทำวัตถุ
ในชีวิตประจำวัน ท้ังนี้วัสดุที่ใช้แล้วมีประโยชน์สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ นอกจากนี้การเคลื่อนท่ีของแสงจาก
แหล่งกำเนิดแสง ส่งผลให้สามารถมองเห็นวัตถุ และเสนอแนะแนวทางการป้องกันอันตรายจากการมองวัตถุ
บริเวณที่มแี สงสว่างไม่เหมาะสม นอกจากน้ีในเร่ืองของดินมีส่วนประกอบท่ีหลากหลาย และสามารถจำแนกชนิด
ของดินโดยใช้เกณฑ์ของลักษณะเนื้อดินและการจับตัว รวมถึงอธิบายการใช้ประโยชน์จากดิน อีกทั้ง
สามารถแก้ปัญหาโดยใช้ภาพ สัญลักษณ์หรือข้อความ การเขียนโปรแกรมอย่างง่าย จากการใช้สื่อซอฟต์แวร์ การ
ใชเ้ ทคโนโลยีในการสรา้ ง จดั เก็บ เรียกใชข้ ้อมูล การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอยา่ งปลอดภัย
โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสำรวจ ตรวจสอบ การสืบค้นข้อมูล การ
เปรียบเทียบข้อมูลจากหลักฐานเชิงประจักษ์และการอภิปราย เพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สามารถ
สือ่ สารส่ิงท่เี รยี นรู้ และมีความสามารถในการตดั สนิ ใจ
เกิดการรบั รู้ และเหน็ คุณคา่ ของการนำความรไู้ ปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน มจี ติ วทิ ยาศาสตร์
จริยธรรม คณุ ธรรม และค่านิยมท่ีเหมาะสมท่ีพงึ ประสงค์ต่อการดำเนนิ ชีวิตในปจั จบุ นั
มาตรฐาน/ตัวช้ีวดั
วทิ ยาศาสตร์
ว ๑.2 ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓
ว ๑.๓ ป.๒/๑
ว ๒.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔
ว ๒.๓ ป.๒/๑, ป.๒/๒
ว ๓.๒ ป.๒/๑, ป.๒/๒
วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ)
ว 4.๒ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔
รวมทั้งหมด ๑๖ ตวั ช้ีวดั
๓๘
ว๑๓๑๐๑ วทิ ยาศาสตร์ ๓ คำอธิบายรายวชิ าพนื้ ฐาน
ช้ันประถมศกึ ษาปที ี่ ๓ กลุม่ สาระการเรียนรูว้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
เวลา 10๐ ช่ัวโมง
คำอธบิ ายรายวิชา
ศึกษา วิเคราะห์ สิ่งที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต และการเจริญเติบโตของมนุษย์และสัตว์ รวมถึงประโยชน์
ของอาหาร น้ำ และอากาศ สามารถดูแลตนเองและสัตว์ให้ได้รับสิ่งเหล่าน้ีอย่างเหมาะสม อีกท้ังบรรยายและ
เปรียบเทียบวัฏจักรชีวิตของสัตว์ นอกจากนี้มีเรื่องของส่วนประกอบของวัตถุ และการเปล่ียนแปลงของวัสดุเม่ือ
ทำให้ร้อนข้ึนหรือทำให้เย็นลง โดยการเปลี่ยนแปลงและการเคลื่อนท่ีของวัตถุเกิดจากแรง ทั้งแรงสัมผัสและแรง
ไม่สัมผัสท่ีมีผลต่อการเคลื่อนที่ของวัตถุ รวมถึงการดึงดูดระหว่างแม่เหล็กกับวัตถุ ข้ัวแม่เหล็ก และการเปลี่ยน
พลังงาน การทำงานของเคร่ืองกำเนิดไฟฟ้า และแหล่งพลังงานในการผลิตไฟฟ้า รวมถึงประโยชน์และโทษของ
ไฟฟ้า โดยนำเสนอวธิ ีการใช้ไฟฟ้าอย่างประหยัด และปลอดภัย อีกท้ังในเรื่องของเส้นทางการข้ึนและตกของดวง
อาทิตย์ การเกิดกลางวันกลางคืน และการกำหนดทิศ ความสำคัญของดวงอาทิตย์ต่อส่ิงมีชี วิต รวมไปถึง
ส่วนประกอบและความสำคัญของอากาศ และผลกระทบของมลพิษทางอากาศต่อส่ิงมีชีวิต การนำเสนอแนว
ทางการปฏิบัตติ นในการลดการเกดิ มลพษิ ทางอากาศ นอกจากนี้สามารถอธิบายการเกิดลมและบรรยายประโยชน์
และโทษของลม อีกท้ังสามารถแสดงอัลกอริทึมในการทำงาน แก้ปัญหาโดยใช้ภาพ สัญลักษณ์หรือข้อความ การ
เขียนโปรแกรมอย่างง่าย จากการใช้ส่ือซอฟต์แวร์ และใช้อินเทอร์เน็ตในการค้นหาความรู้ และรวบรวม
ประมวลผล และนำเสนอข้อมูลโดยใช้ซอฟต์แวร์
โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์การสืบเสาะหาความรู้ การสำรวจ ตรวจสอบ การสืบค้นข้อมูล การ
เปรียบเทียบข้อมูลจากหลักฐานเชิงประจักษ์ และการอภิปราย เพ่ือให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สามารถ
สื่อสารสิ่งที่เรยี นรู้ และมีความสามารถในการตัดสนิ ใจ
เกดิ การรบั รู้ และเห็นคุณคา่ ของการนำความรูไ้ ปใช้ประโยชน์ในชวี ติ ประจำวัน มจี ติ วทิ ยาศาสตร์
จรยิ ธรรม คณุ ธรรม และคา่ นิยมท่เี หมาะสมที่พงึ ประสงคต์ ่อการดำเนินชวี ิตในปัจจบุ นั
รหสั ตัวช้ีวัด
วิทยาศาสตร์
ว ๑.๒ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔
ว ๒.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒
ว ๒.๒ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔
ว ๒.๓ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓
ว ๓.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓
ว ๓.๒ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔
วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ)
ว 4.๒ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔, ป.๓/๕
รวมทั้งหมด ๒๕ ตวั ชวี้ ัด
๓๙
ว๑๔๑๐๑ วิทยาศาสตร์ ๔ คำอธบิ ายรายวิชาพ้นื ฐาน
ช้ันประถมศกึ ษาปที ี่ ๔ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
เวลา 12๐ ชั่วโมง
คำอธบิ ายรายวชิ า
ศึกษา วิเคราะห์ หน้าที่ของราก ลำต้น ใบ และดอกของพืชดอก ส่วนประกอบของพืชดอก ความ
แตกต่างของลักษณะของสิ่งมีชีวิตออกเป็น กลุ่มพืช กลุ่มสัตว์ และกลุ่มท่ีไม่ใช่พืชและสัตว์ จำแนกพืชออกเป็นพืช
ดอกและพืชไม่มีดอก จำแนกสัตว์ออกเป็นสัตว์มีกระดูกสันหลังและสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง ลักษณะเฉพาะของ
สัตวม์ ีกระดูกสันหลังในกล่มุ ปลา กลุ่มสัตวส์ ะเทินน้ำสะเทนิ บก กลุ่มสัตว์เล้ือยคลาน กลุ่มนก และกลุ่มสัตว์เลี้ยงลูก
ด้วยนม ตัวอย่างของสัตว์ในแต่ละกลุ่ม นอกจากนี้เปรียบเทียบสมบัติทางกายภาพของวัสดุจากการทดลองและ
ระบุการนำสมบัติของวัสดุไปใช้ในชีวิตประจำวันโดยผ่านกระบวนการออกแบบช้ินงาน แลกเปล่ียนความคิดกับ
ผู้อ่ืนโดยการอภิปรายเก่ียวกับสมบัติทางกายภาพของวัสดุอย่างด้านความแข็ง และสภาพความยืดหยุ่น การนำ
ความร้อน การนำไฟฟ้า ของวัสดุ สมบัติของสสารท้ัง ๓ สถานะ การสังเกต มวล ความต้องการท่ีอยู่ รูปร่างและ
ปรมิ าตรของสสาร เครื่องมือที่ใช้สำหรบั การวัดมวล และปริมาตรของสสาร ท้ัง ๓ สถานะ ผลของแรงโน้มถ่วงที่มี
ต่อวัตถุ การใช้เคร่ืองช่ังสปริงในการวัดน้ำหนักของวัตถุ มวลของวัตถุท่ีมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงการเคลื่อนที่ของ
วตั ถุ วัตถุท่ีเป็นตัวกลางโปร่งใส ตัวกลางโปร่งแสง และวัตถุทึบแสง ลักษณะการมองเห็นผ่านวัตถุ แบบรูปเส้นทาง
การข้ึนและตกของดวงจันทร์ แบบจำลองอธิบายแบบรูปการเปลี่ยนแปลงรูปร่างของดวงจันทร์ และสามารถ
พยากรณ์รูปร่างของดวงจันทร์ที่ปรากฏ แบบจำลองแสดงองค์ประกอบของระบบสุริยะ และเปรียบเทียบคาบของ
การโคจรของดาวเคราะห์ตา่ ง ๆ จากแบบจำลองได้
ใช้เหตุผลเชิงตรรกะในการแก้ปัญหา การอธิบายการทำงาน การคาดการณ์ผลลัพธ์ จากปัญหาอย่างง่าย
ออกแบบ และเขียนโปรแกรมอย่างง่าย โดยใช้ซอฟต์แวร์ หรือสื่อ และตรวจหาข้อผิดพลาดและแก้ไขใช้
อินเทอร์เน็ตค้นหาความรู้ นำเสนอข้อมูลและสารสนเทศ ตลอดจนใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ในการสืบ
เสาะหาความรู้ การสำรวจตรวจสอบ การสืบค้นข้อมูล การเปรียบเทียบข้อมูลจากหลักฐานเชิงประจักษ์ และ
การอภิปรายเพ่ือให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจสามารถส่ือสารส่ิงที่เรียนรู้ และมีความสามารถ
ในการตดั สนิ ใจ
เกิดการรับรู้ และเห็นคุณค่าของการนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน มีจิตวิทยาศาสตร์
จรยิ ธรรม คณุ ธรรม และคา่ นิยมที่เหมาะสมทพี่ งึ ประสงคต์ ่อการดำเนนิ ชวี ติ ในปัจจบุ ัน
มาตรฐาน/ตัวช้ีวัด
วิทยาศาสตร์
ว ๑.๒ ป.๔/๑
ว ๑.๓ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔
ว ๒.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔
ว ๒.๒ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓
ว ๒.๓ ป.๔/๑
ว ๓.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓
วทิ ยาศาสตร์และและเทคโนโลยี
ว ๘.๒ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔, ป.๔/๕
รวมท้ังหมด 21 ตัวช้ีวดั
๔๐
ว๑๕๑๐๑ วทิ ยาศาสตร์ ๕ คำอธิบายรายวชิ าพน้ื ฐาน
ช้นั ประถมศกึ ษาปีที่ ๕ กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
คำอธิบายรายวิชา เวลา 12๐ชั่วโมง
ศึกษา วิเคราะห์ โครงสร้างและลักษณะของสิง่ มีชีวิตที่เหมาะสมกบั การ และการปรบั ตัวของสง่ิ มีชวี ิตในแต่ละแหล่งที่อยู่
ความสัมพันธ์ระหว่างสง่ิ มีชวี ิตกับสงิ่ มีชวี ิต และความสัมพนั ธ์ระหว่างส่งิ มชี ีวิตกับสิง่ ไมม่ ีชวี ิต เพื่อประโยชนต์ อ่ การดำรงชวี ติ ในหว่ ง
โซอ่ าหารและบทบาทหน้าท่ขี องส่ิงมีชีวติ ท่ีเป็นผผู้ ลิตและผู้บริโภคในโซ่อาหาร ส่วนลกั ษณะทางพนั ธุกรรมที่มีการถา่ ยทอดจากพ่อ
แม่ส่ลู ูกของพชื สัตว์ และมนุษย์ ว่ามลี ักษณะทีค่ ลา้ ยคลงึ กันของตนเองกับพอ่ แม่ การเปลย่ี นสถานะของสสารและการเปล่ียนแปลง
ทางเคมี สว่ นวิธีการหาแรงลพั ธ์ของแรงหลายแรงในแนวเดยี วกันท่ีกระทำตอ่ วตั ถุอยู่นงิ่ การใชเ้ ครื่องชัง่ สปริงในการวัดแรงที่กระทำ
ตอ่ วตั ถุ สง่ ผลต่อแรงเสียดทานที่มีต่อการเปลี่ยนแปลงการเคล่ือนที่ของวัตถุ และการเขียนแผนภาพของแรง ทำให้ได้ยินเสียงผ่าน
ตัวกลาง การเกิดเสยี งสูง เสียงต่ำ ออกแบบการทดลองและอธิบายลักษณะและการเกิดเสยี งดัง เสียงคอ่ ย การวัดระดบั เสยี งโดยใช้
เครื่องมือวัดระดับเสยี ง เพอื่ หาแนวทางในการหลีกเล่ียงและลดมลพษิ ทางเสยี ง และสามารถหาความแตกต่างของดาวเคราะหแ์ ละ
ดาวฤกษ์จากแบบจำลอง โดยการใช้แผนที่ดาวระบุตำแหน่งและเส้นทางการขึ้นและตกของกลุ่มดาวฤกษ์บนท้องฟ้า เพ่ือระบุ
ปริมาณน้ำในแต่ละแหล่ง ปริมาณนำ้ ที่มนุษย์สามารถนำมาใช้ประโยชนไ์ ด้ แนวทางการใช้น้ำอย่างประหยัดและการอนุรกั ษ์น้ำ มี
แบบจำลองการหมุนเวียนของน้ำในวัฏจักรนำ้ ที่ได้จากกระบวนการเกิดเมฆ หมอก น้ำค้าง และน้ำค้างแข็ง จากแบบจำลอง และ
กระบวนการเกิดฝน หิมะ และลูกเห็บ ตลอดจนการใช้เหตุผลเชิงตรรกะในการแก้ปัญหา การอธิบายการทำงาน การคาดการณ์
ผลลัพธจ์ ากปัญหาอย่างง่าย สามารถออกแบบ และเขียนโปรแกรมอย่างง่าย โดยใช้ซอฟต์แวร์ หรือส่ือ และตรวจหาข้อผิดพลาด
และแก้ไข โดยใช้อินเทอร์เน็ตค้นหาข้อมูล ติดต่อส่ือสารและทำงานร่วมกันเพ่ือประเมินความน่าเชื่อถือของข้อมูล รวบรวม ผล
ประเมนิ นำเสนอขอ้ มลู และสารสนเทศโดยใช้ซอฟตแ์ วรห์ รอื บรกิ ารบนอินเตอร์เน็ตทห่ี ลากหลาย
โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ในการสืบเสาะหาความรู้ การสำรวจตรวจสอบ การสืบค้นข้อมูลการเปรียบเทียบ
ข้อมูลจากหลักฐานเชิงประจักษ์ และการอภิปราย เพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สามารถสื่อสารส่ิงท่ีเรียนรู้ มี
ความสามารถในการตัดสินใจ
เกิดการรบั รู้ และเห็นคณุ คา่ ของส่ิงแวดล้อมทีม่ ีต่อการดำรงชวี ติ ของสง่ิ มีชวี ิต โดยมีส่วนร่วมในการดแู ลรกั ษาสิง่ แวดลอ้ ม
นำความรู้ไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน มีจิตวิทยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรม และค่านิยมที่เหมาะสมที่พึงประสงค์ต่อการ
ดำเนินชวี ติ ในปจั จบุ นั
มาตรฐาน/ตวั ชว้ี ดั
วทิ ยาศาสตร์
ว ๑.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔
ว ๑.๓ ป.๕/๑, ป.๕/๒
ว ๒.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔
ว ๒.๒ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕
ว ๒.๓ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕
ว ๓.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒
ว ๓.๒ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕
วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ)
ว 4.๒ ป.๕/๑,ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕
รวมท้ังหมด ๓๒ ตัวช้ีวัด
๔๑
ว๑๖๑๐๑ วทิ ยาศาสตร์ ๖ คำอธิบายรายวิชาพ้นื ฐาน
กลุ่มสาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี ๖ เวลา 120 ช่ัวโมง
คำอธิบายรายวชิ า
ศึกษา วิเคราะห์ สารอาหารประโยชน์ของสารอาหารแต่ละประเภทจากอาหารท่ีตนเองรับประทานเพ่ือ
การเลือกรับประทานอาหารให้ได้สารอาหารครบถ้วนในสัดส่วนท่ีเหมาะสมกับเพศและวัย รวมท้ังความปลอดภัย
ต่อสุขภาพ โดยมีแบบจำลอง ระบบย่อยอาหาร อวยั วะในระบบย่อยอาหารมีหน้าท่ีสำหรับการยอ่ ยอาหารและการ
ดดู ซึมสารอาหาร ความสำคัญของระบบย่อยอาหาร การดูแลรกั ษาอวัยวะในระบบย่อยอาหารให้ทำงานเป็นปกติ
มีการแยกสารผสม โดยการหยิบออก การร่อน การใช้แม่เหล็กดึงดูด การรินออก การกรอง และการตกตะกอน
สามารถหาวิธีการแก้ปัญหาในชีวิตประจำวันเก่ียวกับการแยกสาร การเกิดผลของแรงไฟฟ้าซึ่งเกิดจากวัตถุท่ีผ่าน
การขัดถู จากส่วนประกอบ หน้าท่ี ของวงจรไฟฟ้าแต่ละส่วนอย่างง่าย โดยมีแผนภาพการต่อวงจรไฟฟ้าแบบ
อนุกรมและแบบขนาน สามารถใช้การต่อหลอดไฟฟ้าแบบอนุกรมและขนานด้วยวิธีการท่ีเหมาะสม มีประโยชน์
ข้อจำกัด ของการเกิดเงามืด เงามัว จากแผนภาพรังสีของแสงแสดงการเกิดเงามืดเงามัว จากแบบจำลอง
ปรากฏการณ์สุริยุปราคา และจันทรุปราคา มีการพัฒนาของเทคโนโลยีอวกาศและการใช้ประโยชน์ใน
ชีวิตประจำวัน ส่วนกระบวนการเกิดหินอัคนี หินตะกอน และหินแปร ดูจากแบบจำลองวัฏจักรหิน เพื่อหา
ประโยชน์ของหินและแรใ่ นชีวิตประจำวัน มีแบบจำลองการเกิดของซากดึกดำบรรพส์ ภาพแวดล้อมในอดีต ท่ีเกิด
จากลมบก ลมทะเล และมรสุม จากแบบจำลอง สามารถส่งผลต่อการเกิดของมรสุมในฤดูต่างๆ ของประเทศไทย
เกดิ ผลกระทบของ น้ำท่วม การกดั เซาะชายฝงั่ ดนิ ถล่ม แผ่นดนิ ไหว สึนามิ
ใช้เหตุผลเชิงตรรกะในการแก้ปัญหา การทำงาน การคาดการณ์ผลลัพธ์ จากปัญหาอย่างง่าย ออกแบบ
และเขียนโปรแกรมอย่างง่าย โดยใช้ซอฟต์แวร์ หรือสื่อ และตรวจหาข้อผิดพลาดและแก้ไขใช้อินเทอร์เน็ตค้นหา
ความรู้ รวบรวม ประเมิน นำเสนอข้อมูลและสารสนเทศ โดยใช้ซอฟต์แวร์ที่หลากหลาย เพื่อแก้ปัญหาใน
ชวี ิตประจำวนั ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภยั เขา้ ใจสทิ ธิและหนา้ ทขี่ องตน เคารพในสทิ ธขิ องผอู้ ่นื
โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ในการสืบเสาะหาความรู้ การสำรวจตรวจสอบ การสืบค้นข้อมูล
การเปรียบเทียบข้อมูลจากหลักฐานเชิงประจักษ์ และการอภิปรายเพ่ือให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ
สามารถส่ือสารสิง่ ทีเ่ รยี นรู้ มคี วามสามารถในการตัดสนิ ใจ
เกิดการรับรู้ และเห็นคุณค่าของการนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน มีจิตวิทยาศาสตร์
จรยิ ธรรม คณุ ธรรม และค่านิยมท่เี หมาะสมที่พึงประสงคต์ ่อการดำเนนิ ชวี ติ ในปจั จุบนั
มาตรฐาน/ตวั ช้ีวดั
วิทยาศาสตร์
ว ๑.๒ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓,ป.๖/๔, ป.๖/๕
ว ๒.๑ ป.๖/๑
ว 2.2 ป.6/1
ว ๒.๓ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๕, ป.๖/๕, ป.๖/๖,ป.๖/๗, ป.๖/๘
ว ๓.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒
๔๒
ว ๓.๒ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๕, ป.๖/๕, ป.๖/๖,ป.๖/๗, ป.๖/๘, ป.๖/๙
วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ)
ว 4.๒ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔
รวมท้ังหมด 30 ตวั ช้วี ัด
๔๓
คำอธิบายรายวิชาเพ่ิมเติม
I๑42๐๑ การศกึ ษาคน้ ควา้ และสรา้ งองคค์ วามรู้ 4 กล่มุ สาระการเรียนรูว้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี 4 - 6 เวลา 40 ช่วั โมง
คำอธิบายรายวิชา
ฝึกทักษะการสังเกต การรับรู้ สภาพแวดล้อมและปัญหาเกี่ยวกับเรื่องราวง่ายๆ สิ่งแวดล้อมและบุคคล
ใกล้ตัวที่กำหนดให้ (Knowledge Issue) การคิดวิเคราะห์ การค้นคว้าและแสวงหาความรู้ ตั้งประเด็นความรู้/
คำถาม กำหนดขอบเขต ตั้งสมมติฐาน แสวงหาข้อมูลคำตอบตามจินตนาการ ตามความรู้และประสบการณ์ของ
ตนหรือแหล่งศึกษาค้นคว้าใกล้ตัว ออกแบบ วางแผนรวบรวม วิเคราะห์ข้อมูลจากการสืบค้น จัดกระทำข้อมูล
อย่างง่ายและสรุปประเด็นความรู้จากข้อคิดสำคัญ โดยใช้กระบวนการคิดการต้ังคำถาม/สอบถามสืบค้นข้อมูล
คำตอบ กระบวนการปฏิบัติเพอื่ ใหเ้ กิดทกั ษะในการค้นคว้า แสวงหาความรู้ มีทักษะในการคดิ
เขียนและส่ือสารข้อมูลท่ีเรียนรู้ในรูปแบบกลุ่มหรือรายบุคคล มีลำดับข้ันตอนในการนำเสนอเข้าใจง่าย
โดยใช้สื่อที่เหมาะสมกับวัย อ้างอิงความรู้ที่ศึกษาค้นคว้าและแหล่งความรู้ที่เชื่อถือได้ มีความคิดสร้างสรรค์และ
การคิดวิเคราะห์ สามารถเชื่อมโยงความรู้สกู่ ารปฏิบัติในสถานการณ์ง่าย ๆ ใกล้ตัวที่เป็นประโยชน์ต่อส่ิงแวดล้อม
หรือบุคคลใกล้ตัว เห็นคุณค่าและประโยชน์ของการศึกษาเรียนรู้ด้วยตนเองทักษะการส่ือความและการนำเสนอ
เห็นคุณคา่ และประโยชนข์ องการเรยี นรดู้ ว้ ยตนเอง
ผลการเรียนรู้
1. ตง้ั ประเด็นความรู้ คำถาม ข้อสงสยั (Knowledge Issue) ในสง่ิ ทส่ี นใจเก่ียวกบั ส่งิ แวดลอ้ ม
หรอื บุคคลใกล้ตัว
2. วางแผน กำหนดขอบเขต ในการรวบรวมและลำดบั ข้ันตอนการเก็บข้อมูล คน้ คว้า แสวงหา
ขอ้ มลู คำตอบ จากแหลง่ ค้นควา้ ใกลต้ ัว
3. แสวงหาขอ้ มลู และอา้ งองิ แหล่งเรยี นรู้ท่ีเชื่อถือได้
4. อภิปรายและวิเคราะห์ขอ้ มูลการสืบค้น
5. พดู เขียน เพ่ือสรปุ ประเด็นความรูจ้ ากขอ้ คิดสำคัญที่ไดศ้ ึกษาค้นคว้า
6. สื่อสารและนำเสนอเปน็ ลำดบั ขน้ั ตอน เขา้ ใจง่าย ในรูปแบบกลุ่ม หรือรายบคุ คล
7. ใช้สื่อในการนำเสนอที่เหมาะสมกบั วยั
รวมท้ังหมด 7 ผลการเรียนรู้
๔๔
กจิ กรรมพัฒนาผู้เรียน (กิจกรรมเพื่อสงั คมและสาธารณประโยชน์)
บรู ณาการ สาระIS3 ในชว่ งเวลาหรือระดับชั้นทีเ่ รียนIS1-IS2
เป็นกิจกรรมท่ีนำความรู้ หรือประยุกต์ใช้ความร้จู ากส่ิงที่ศึกษาค้นคว้าและเรียนรู้จากรายวิชาเพ่ิมเติม (
IS1,IS2) ไปสู่การปฏิบัติ ในการสร้างสรรค์โครงงาน/โครงการต่าง ๆ ท่ีก่อให้เกิดประโยชน์ต่อสาธารณะหรือ
บริการสังคม ชุมชน ประเทศหรือสังคมโลก มีการกำหนดเป้าหมาย วัตถุประสงค์ วางแผนการทำงาน และ
ตรวจสอบความก้าวหน้า วิเคราะห์ วิจารณ์ผลที่ได้จากการปฏิบัติกิจกรรมหรือโครงงาน/โครงการ โดยใช้
กระบวนการกลุ่มเพื่อให้ผู้เรียนมีทักษะการคิดสร้างสรรค์ เป็นกิจกรรมจิตอาสาท่ีไม่มีค่าจ้างตอบแทน เป็น
กิจกรรมท่ีใหม้ คี วามตระหนกั รู้ มสี ำนกึ ความรับผดิ ชอบต่อตนเองและต่อสงั คม
เปา้ หมายการดำเนนิ กจิ กรรม
1. วเิ คราะหอ์ งค์ความรู้จากการเรยี นใน IS1 และ IS2 เพอื่ กำหนดแนวทางไปสูก่ ารปฏบิ ัติใหเ้ กดิ
ประโยชน์ตอ่ สังคม (Public service)
2. เขียนเปา้ หมาย/วตั ถุประสงค์ เค้าโครง กจิ กรรม/โครงงานและแผนปฏบิ ตั ิโครงงาน / โครงการ
3. ปฏบิ ตั ิตามแผนและตรวจสอบความก้าวหน้าทางการปฏบิ ตั โิ ครงงาน/โครงการ
4. ร่วมแสดงความคดิ เหน็ วเิ คราะห์ วพิ ากษ์การปฏบิ ัติโครงงาน/โครงการ
5. สรุปผลการปฏิบัติกิจกรรม/โครงงาน/โครงการ และแสดงความรู้สึก ความคิดเห็นต่อผลการ
ปฏิบัติงานหรือกิจกรรม ซ่ึงแสดงถึงการตระหนักรู้ มีสำนึกความรับผิดชอบต่อตนเองและสังคม
การดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์สามารถปรับให้เหมาะสมกับความสนใจ
ระดบั ชัน้ ของผู้เรยี น และบริบทความพร้อมของสถานศกึ ษาแต่ละแห่ง
๔๕
คำอธบิ ายรายวชิ า
กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศกึ ษา
ศาสนาและวฒั นธรรม
๔๖
คำอธบิ ายรายวิชาพน้ื ฐาน
ส ๑๑๑๐๑ สงั คมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม 1 กล่มุ สาระการเรยี นรสู้ ังคมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม
ชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี ๑ เวลา 8๐ ชั่วโมง
คำอธบิ ายรายวชิ า
สงั เกต ศกึ ษาคน้ คว้า รวบรวมข้อมูล อภปิ ราย ความหมาย ความสำคัญ องค์ประกอบเบือ้ งต้นของศาสนา
ประโยชน์ ประวัติ ศาสดาของศาสนา สรุปใจความสำคญั ของคัมภีร์ ความคิดหลักของศาสนา สรุปหลกั จริยธรรม
การบำเพ็ญประโยชน์ วิธีปฏบิ ัติ การใช้ภาษาเกยี่ วกบั ศาสนพธิ ี พธิ ีกรรมในวันสำคญั ฝกึ ปฏบิ ัตกิ ารบริหารจติ การ
เจริญปัญญาเบื้องต้น เปรียบเทียบ การทำความดี ปฏิบัติตนตามคำแนะนำ รวบรวมขั้นตอน ของศาสนพิธี
คุณลักษณะของการเป็นพลเมืองดีในสังคมประชาธิปไตยมีความรับผิดชอบ ความซื่อสัตย์ ความกล้าหาญ ความ
เสียสละ การเคารพสิทธิและหน้าที่ วัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถ่ิน การแก้ปัญหาความขัดแย้งในครอบครัว กฎ
กติกา ความหมาย ความสำคัญของรัฐธรรมนูญ ประโยชน์ของรายรับ-รายจ่าย ต้นทุนผลประโยชน์ที่ได้รับ
ทรัพยากรในท้องถิ่น ระบบเศรษฐกิจพอเพียง อาชีพของครอบครัวและชุมชน การซ้ือขายแลกเปล่ียนสินค้าและ
บริการ ในชีวิตประจำวัน ลักษณะทางกายภาพของบ้าน โรงเรียน และชุมชน องค์ประกอบของ แผนผัง การ
เขียนแผนที่เบ้ืองต้นอย่างง่าย ทรัพยากรธรรมชาติ การพ่ึงพาอาศัยซึ่งกันและกัน ผลเสียการทำลาย
ทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อมทางสังคม การสร้างสรรค์ สิ่งแวดล้อม การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติ
และทางสังคม
โดยใช้กระบวนการทางสังคม กระบวนการสืบค้น กระบวนการกลุ่มและกระบวนการแก้ปัญหา เพ่ือให้
เกิดความรู้ ความเข้าใจ สามารถนำไปปฏิบัติในการดำเนินชีวิต มีคุณธรรม จริยธรรม มีคุณลักษณะอันพึง
ประสงค์ในด้านรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตย์ มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ รักความเป็นไทย มีจิตสาธารณะ สามารถดำเนิน
ชีวิตอย่างสนั ตสิ ขุ ในสังคมไทย และสังคมโลก
มาตรฐาน/ตัวชว้ี ัด
ส ๑.๑ ป.๑/๑ , ป.๑/๒ , ป.๑/๓ , ป.๑/๔
ส ๑.๒ ป.๑/๑ , ป.๑/๒ , ป.๑/๓
ส ๒.๑ ป.๑/๑ , ป.๑/๒
ส ๒.๒ ป.๑/๑ , ป.๑/๒ , ป.๑/๓
ส ๓.๑ ป.๑/๑ , ป.๑/๒ , ป.๑/๓
ส ๓.๒ ป.๑/๑
ส ๕.๑ ป.๑/๑ , ป.๑/๒ , ป.๑/๓ , ป.๑/๔ , ป.๑/๕
ส ๕.๒ ป.๑/๑ , ป.๑/๒ , ป.๑/๓
รวมทงั้ หมด ๒๔ ตวั ชี้วดั
๔๗
คำอธบิ ายรายวิชาพ้ืนฐาน
ส ๑๒๑๐๑ สงั คมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม 2 กลุม่ สาระการเรยี นรสู้ ังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
ชนั้ ประถมศกึ ษาปีที่ ๒ เวลา 8๐ ชวั่ โมง
คำอธบิ ายรายวิชา
สังเกต ศึกษาค้นคว้า การรวบรวมข้อมูล อภิปราย ความหมาย ความสำคัญ องค์ประกอบเบื้องต้นของ
ศาสนา ประวัติศาสนา ศาสดาของศาสนา คมั ภีร์ และการใช้ภาษาของศาสนา รวบรวมหลักจรยิ ธรรม การบำเพ็ญ
ประโยชน์ต่อครอบครวั โรงเรียน และชุมชน หลักปฏิบัติการอยู่ร่วมกันอย่างเป็นสุข ศาสนพิธี และพิธกี รรมในวัน
สำคัญของศาสนา การบริหารจิต การเจริญปัญญาเบื้องต้น การทำความดีของบุคคลในครอบครัว และโรงเรียน
การปฏบิ ตั ิตนตามคำแนะนำเก่ยี วกับศีลธรรม จริยธรรม คา่ นยิ มทีด่ ีงาม การเป็นพลเมอื งดี ในสงั คมประชาธปิ ไตย
การยอมรับ การเคารพสิทธิ และหน้าที่ของตนเอง เป็นสมาชิกที่ดีของครอบครัว สิทธิของบุคคลที่พึงได้รับการ
คุ้มครอง การขัดเกลาของสังค ม ค่านิ ยม ค วามเช่ือ ป ระเพ ณี วัฒ น ธรรม และภู มิปั ญ ญ าของ
ทอ้ งถ่ิน ความสมั พนั ธ์ของสมาชิกในครอบครัว บทบาทหน้าที่ของตนเอง การแก้ปัญหาความขัดแยง้ ขอ้ ตกลง กฎ
กติกา ระเบียบในโรงเรียน ความหมาย และความสำคัญของรัฐธรรมนูญ ประโยชน์ของรายรับ–รายจ่ายของ
ครอบครัว ตัดสินใจเลือกอย่างเหมาะสม เศรษฐกิจพอเพียง อาชีพของชุมชน การซ้ือขาย แลกเปล่ียนสินค้าและ
บริการ ประโยชน์ของธนาคาร ภาษีที่เก่ียวข้องในชีวิตประจำวันลักษณะทางกายภาพ องค์ประกอบของแผนผัง
แผนที่ ตำแหน่ง ระยะทิศทาง ทรัพยากรธรรมชาติรู้คุณค่าของธรรมชาติ การสร้างสรรค์สิ่งแวดล้อมทาง
สงั คม การเปรียบเทยี บประชากรกับสิ่งแวดลอ้ ม การฝึกสังเกตสงิ่ ตา่ งๆรอบตัว
โดยใช้กระบวนการสังคม กระบวนการสืบค้น กระบวนการกลุ่ม กระบวนการแก้ปัญหาเพื่อให้เกิดความรู้
ความเข้าใจ สามารถนำไปปฏิบัติในการดำเนินชีวิต มีคุณธรรม จริยธรรม มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ในด้านรัก
ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซือ่ สัตย์ มีวนิ ัย ใฝ่เรยี นรู้ รกั ความเปน็ ไทย มีจิตสาธารณะ สามารถดำเนนิ ชีวิตอยา่ งสันติสุขใน
สงั คมไทย และสงั คมโลก
มาตรฐาน/ตัวชีว้ ัด
ส ๑.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔, ป.๒/๕, ป.๒/๖, ป.๒/๗
ส ๑.๒ ป.๒/๑, ป.๒/๒
ส ๒.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔
ส ๒.๒ ป.๒/๑, ป.๒/๒
ส ๓.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔
ส ๓.๒ ป.๒/๑, ป.๒/๒
ส ๕.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓
ส ๕.๒ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔
รวมทัง้ หมด ๒๘ ตวั ช้วี ัด