รายงานสถานการณ์ ด้านทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และการกัดเซาะชายฝั่ง ของจังหวัดปัตตานี โดย คณะกรรมการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งจังหวัดปัตตานี สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่9 กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ประจำปีงบประมาณ 2564
รายงานสถานการณ์ ด้านทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และการกัดเซาะชายฝั่ง ของจังหวัดปัตตานี โดย คณะกรรมการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งจังหวัดปัตตานี สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่9 กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ประจำปีงบประมาณ 2564
ก คำนำ พระราชบัญญัติส่งเสริมการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง พ.ศ. 2558 มาตรา 12 ได้ กำหนดให้มีคณะกรรมการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งจังหวัด ซึ่งประกอบด้วยผู้ว่าราชการจังหวัด เป็น ประธานกรรมการ มีหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่ทะเลในจังหวัดเป็นคณะกรรมการ และมี คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดแต่งตั้งจากผู้แทนภาคประชาชนหรือชุมชนชายฝั่งในจังหวัด นั้นซึ่งเป็นผู้มีความรู้ และประสบการณ์เป็นที่ประจักษ์หรือเป็นที่ยอมรับด้านการบริหารจัดการทรัพยากรทาง ทะเลและชายฝั่ง ด้านระบบนิเวศทางทะเลและชายฝั่ง ด้านสิ่งแวดล้อม ด้านการท่องเที่ยว หรือด้านการประมง ร่วมเป็นคณะกรรมการ ทั้งนี้คณะกรรมการฯ ตามมาตรา 12 มีอำนาจหน้าที่ต้องดำเนินการตามมาตรา 13 (7) คือ เสนอรายงานผลการดำเนินการของคณะกรรมการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งจังหวัดสำหรับจังหวัดนั้น และสถานการณ์ ด้ านทรัพยากรท างทะเลและชายฝั่ง และการกัดเซาะชายฝั่งของจังหวัดนั้นต่อ คณะกรรมการนโยบายและแผนการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งแห่งชาติ อย่างน้อยปีละหนึ่ง ครั้ง ในการนี้เพื่อให้การดำเนินงานของคณะกรรมการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งจังหวัด เป็นไปตาม เจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติส่งเสริมการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง พ.ศ. 2558 จึงได้ จัดทำรายงานสถานการณ์ด้านทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และการกัดเซาะชายฝั่งของจังหวัด ประจำปี พ.ศ. 2564 ขึ้นมาเพื่อนำเสนอต่อคณะกรรมการนโยบายและแผนการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและ ชายฝั่งแห่งชาติต่อไป คณะกรรมการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งจังหวัดปัตตานี
ข สารบัญ หน้า บทสรุปผู้บริหาร 1 1. บทนำ 6 2. บทที่ 2 สถานการณ์ด้านทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง 8 2.1 สถานการณ์ด้านทรัพยากรทางทะเล 8 2.1.1 ทรัพยากรปะการัง 8 2.1.2 ทรัพยากรหญ้าทะเล 23 2.1.3 ทรัพยากรสัตว์ทะเลหายากและใกล้สูญพันธุ์ 33 2.2 สถานการณ์ด้านสิ่งแวดล้อมทางทะเล 38 2.2.1 คุณภาพน้ำทะเล 38 2.2.2 น้ำมันรั่วไหล 41 2.2.3 แมงกะพรุนพิษ 44 2.3 สถานการณ์ด้านป่าชายเลน ป่าชายหาด พรุ 49 2.3.1 ป่าชายเลน 49 2.3.2 ป่าชายหาด พรุ 50 3. บทที่ 3 สถานการณ์ด้านการกัดเซาะชายฝั่ง 57 4. บทที่ 4 ประเด็นปัญหาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่สำคัญ (HOT ISSUE) 68 5. บทที่ 5 ภารกิจอื่น ๆ ที่สำคัญของสำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 9 75
1 บทสรุปผู้บริหาร 1) ลักษณะทั่วไป จังหวัดปัตตานี มีพื้นที่ทั้งหมด 1,940.35 ตารางกิโลเมตร (1,212,723 ไร่) ตั้งอยู่ภาคใต้ของประเทศไทย มีความยาวตามแนวชายฝั่งทะเลประมาณ 140.03 กิโลเมตร ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่สำคัญ ได้แก่ แนว ปะการัง แหล่งหญ้าทะเล และสัตว์ทะเลหายากและใกล้สูญพันธุ์ ป่าชายเลน ป่าชายหาด พรุ 2) สถานภาพระบบนิเวศที่สำคัญ 2.1 สถานการณ์ด้านทรัพยากรทางทะเล 2.1.1) ทรัพยากรปะการัง จากข้อมูลในปี พ.ศ. 2564 มีจังหวัดปัตตานีมีพื้นที่แนวปะการัง ประมาณ 108 ไร่ (0.17 ตารางกิโลเมตร) พื้นที่ที่ได้รับการสำรวจและประเมิน 108 ไร่ หรือ 100% ของพื้นที่แนว ปะการังทั้งหมด แนวปะการังในจังหวัดปัตตานี อยู่ในสถานภาพสมบูรณ์ปานกลาง แนวโน้มของปะการังมีชีวิตใน ระยะยาว บริเวณเกาะลอปีมีการเปลี่ยนแปลงคงที่ กองหินลอปีมีการเปลี่ยนแปลงที่เสื่อมโทรมลง ส่วนเกาะโลซิน ปี พ.ศ. 2564 มีสถานภาพสมบูรณ์ปานกลาง เมื่อเปรียบเทียบกับปี พ.ศ. 2563 2.1.2) ทรัพยากรหญ้าทะเล จากข้อมูลในปี พ.ศ. 2564 สำรวจหญ้าทะเลครอบคลุมพื้นที่ที่มี ศักยภาพเป็นแหล่งหญ้าทะเลรวม 2,364.48 ไร่ ใน 1 พื้นที่ คือ แหล่งหญ้าทะเลอ่าวปัตตานีโดยมีแนวโน้มสมบูรณ์ ขึ้นอาจเนื่องจากการขุดลอกคลองส่งผลให้ขอบเขตการแพร่กระจายของหญ้าทะเลเพิ่มขึ้น เนื่องจากตะกอนจาก การขุดลอกไปเพิ่มเนื้อที่สำหรับการกระจายตัวของหญ้าทะเล 2.1.3) ทรัพยากรสัตว์ทะเลหายากและใกล้สูญพันธุ์ พบสัตว์ทะเลหายาก 4 ชนิด ประกอบด้วย เต่าทะเล 1 ชนิด ได้แก่ เต่าตนุ โลมา 1 ชนิด ได้แก่ โลมาหลังโหนก โลมาหัวบาตรหลังเรียบ และปลากระดูกอ่อน 1 ชนิด ได้แก่ ฉลามวาฬ สัตว์ทะเลหายากที่เด่น คือ โลมาหลังโหนก ซึ่งพบมากบริเวณปากแม่น้ำปัตตานี ปากอ่าว ปัตตานี ไปจนถึงชายหาดบ้านตะโล๊ะกาโปร์พบประมาณ 40-55 ตัว โดยมีแนวโน้มจำนวนเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่ จำนวนการเกยตื้นเพิ่มขึ้นเล็กน้อย นอกจากนี้พบฉลามวาฬกลางทะเลใกล้แท่นขุดเจาะ จ.ปัตตานี 2.2 สถานการณ์ด้านทรัพยากรป่าชายเลน 2.2.1) ทรัพยากรป่าชายเลน จากข้อมูลปีงบประมาณ 2564 มีพื้นที่ป่าชายเลนทั้งหมด 39,318.59 ไร่ ป่าชายเลนคงสภาพ จำนวน 16,349.17 ไร่ และพื้นที่เปลี่ยนแปลงสภาพ พื้นที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ จำนวน 3,381.27 ไร่ พื้นที่เกษตรกรรมจำนวน 5,266.09 ไร่ เมืองและสิ่งก่อสร้าง จำนวน 3,566.48 ไร่ หาดทราย จำนวน 204.46 ไร่แม่น้ำ คูแพรก ขุมเหมือง ทะเล จำนวน 2,856.91 ไร่ ระบบนิเวศไม้พื้นล่าง จำนวน 3,443.33 ไร่
2 2.2.2) ป่าชายหาด พรุ จากข้อมูลปีงบประมาณ 2564 มีพื้นที่ป่าชายหาด จำนวน 545.20 ไร่ กระจายอยู่ในพื้นที่อำเภอหนองจิก จำนวน 25.35 ไร่ อำเภอยะหริ่ง จำนวน 491.95 ไร่ อำเภอปะนาเระ จำนวน 10.37 อำเภอสายบุรี จำนวน 16.53 และอำเภอไม้แก่น จำนวน 1 ไร่ พื้นที่ป่าพรุ จำนวน 3,705.68 ไร่ กระจายอยู่ในพื้นที่อำเภอหนองจิก จำนวน 3,435.42 ไร่ อำเภอสายบุรี จำนวน 180.95 ไร่ และอำเภอไม้แก่น จำนวน 89.30 ไร่ 2.3) สถานการณ์ด้านสิ่งแวดล้อมทางทะเล 2.3.1) คุณภาพน้ำทะเล ในปี พ.ศ. 2564 พบคุณภาพน้ำทะเลส่วนใหญ่อยูในเกณฑ์ดี (ร้อยละ 71) ไม่พบสถานะเสื่อมโทรม และเสื่อมโทรมมาก ทั้งนี้เนื่องจากปี 2558-2563 สถานีเก็บตัวอย่างเฉพาะในอ่าวปัตตานี ในปี 2564 เพิ่มสถานีเก็บตัวอย่างแนวชายฝั่งซึ่งสภาพพื้นที่ชายฝั่งมีคลื่นลมและกระแสน้ำแรงตามลักษณะพื้นที่จึง มีการเจือจางมลพิษช่วยบรรเทาผลกระทบที่เกิดจากแผ่นดิน คุณภาพน้ำยังอยู่ในเกณฑ์ดี มีการติดตามตรวจสอบ คุณภาพน้ำทะเลบริเวณชายฝั่งจังหวัดปัตตานี จำนวน 17 สถานี (สถานีในอ่าวปัตตานี 11 สถานี และสถานีชายฝั่ง 500 เมตร และ 3 กิโลเมตร จำนวน 6 สถานี) เป็นประจำทุก 3 เดือน ดำเนินการ 4 ครั้งต่อปี 2.3.2) น้ำมันรั่วไหล ในปี พ.ศ. 2564 มีการติดตาม ตรวจสอบ และเฝ้าระวังการเกิดก้อนน้ำมัน ขึ้นบริเวณชายฝั่งจังหวัดปัตตานี รวม 1 สถานี ดำเนินการ 2 ครั้งต่อปี ในช่วงที่ได้รับแจ้งเหตุพบก้อนน้ำมัน หน่วยงานในสังกัดของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เข้าสำรวจพื้นที่ เก็บข้อมูลและเก็บตัวอย่างในพื้นที่ที่ ได้รับผลกระทบ ประสานพลังงานจังหวัดสงขลาซึ่งเป็นหน่วยงานผู้รับผิดชอบเก็บตัวอย่างส่งวิเคราะห์หา องค์ประกอบไฮโดรคาร์บอน และสารอนินทรีย์ และประสานแจ้งข้อมูลแก่หน่วยงานส่วนท้องถิ่น เพื่อใช้ข้อมูลใน การหาแนวทางในการแก้ปัญหามลพิษในพื้นที่ต่อไป 2.3.3) น้ำทะเลเปลี่ยนสี ในปี พ.ศ. 2564 ไม่พบรายงานปรากฏการณ์น้ำทะเลเปลี่ยนสีในเขต จังหวัดปัตตานี 2.3.4) แมงกะพรุนพิษ ปีงบประมาณ 2553 สำรวจพบแมงกะพรุนพิษทั้งสิ้น 3 กลุ่ม และ ระหว่างปีงบประมาณ พ.ศ. 2542-2564 ยังไม่มีรายงานผู้สงสัยเสียชีวิตหรือบาดเจ็บรุนแรงจากแมงกะพรุนกล่อง 3) สถานการณ์ชายฝั่งและการกัดเซาะชายฝั่ง ชายฝั่งทะเลของจังหวัดปัตตานี ครอบคลุมพื้นที่ 18 ตำบล 6 อำเภอ โดยมีระยะทางแนวชายฝั่ง 138.91 กิโลเมตร จากข้อมูล สถานภาพการกัดเซาะชายฝั่งปี พ.ศ. 2564 พบการกัดเซาะเป็นระยะทางรวม 1,150 เมตร (เพิ่มขึ้น จากปี 2563 ซึ่งมีระยะทาง 17.09 กม.) ชายฝั่งทะเลที่ถูกกัดเซาะได้มีโครงการป้องกันแก้ไขปัญหา เป็นระยะทางรวม 22.76 กิโลเมตร
3 4) สถานการณ์ด้านทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่สำคัญในพื้นที่ จากการประชุมหารือทั้งระดับชุมชน และการประชุมกรรมการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง จังหวัดมีความคิดเห็นเพิ่มเติมต่อสถานการณ์ด้านทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง แยกตามประเด็นดังนี้ 4.1) ด้านทรัพยากรทางทะเลและสิ่งแวดล้อมทางทะเล - เมื่ อ วัน ที่ 26 พ ฤศ จิ ก ายน 2563 พ บโลม า ริชโซ่เก ย ตื้น บ ริเวณ ห ลังมห าวิท ย าลั ย สงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี สาเหตุการตาย พบแผลในกระเพาะอาหารเจอผ้าอ้อมเด็ก เอ็นตกปลา - วันที่ 25 มกราคม 2564 มีผู้ได้รับบาดเจ็บขณะเดินลงไปทอดแหในทะเล หมู่ที่ 1 ต.แหลมโพธิ์ อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี ในเวลากลางคืน โดนหนวดแมงกะพรุนพิษ จากร่องรอยบาดแผล คาดว่าอาจจะเป็น แมงกะพรุนกล่อง - ปัญหาอวนขนาดใหญ่ปกคลุมแนวปะการังเกาะโลซิน จังหวัดปัตตานีประเมินความเสียหาย ปรากฏว่ามีอวนปกคลุมปะการังเป็นพื้นที่ทั้งหมด 2,750 ตารางเมตร ปะการังได้รับความเสียหาย 550 ตารางเมตร - ปฏิบัติการเก็บกู้อวนที่ปกคลุมแนวปะการัง บริเวณเกาะลอปี อเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี อวน ประมาณ 400 ตารางเมตร พื้นที่ปะการังได้รับความเสียหายประมาณ 12 ตารางเมตร อวนที่ปกคลุมมีขนาดตา อวน 12 เซนติเมตร น้ำหนักอวนจำนวน 341 กิโลกรัม - การขุดลอกร่องน้ำในอ่าวปัตตานี ผลจากการขุดลอกร่องน้ำทำให้เกิดสันดอนทรายขนาดใหญ่ใน เขตพื้นที่ตำบลแหลมโพธิ์ จังหวัดปัตตานี ส่งผลต่อวิถีชีวิตของชาวประมงในการนำเรือประมงออกจากฝั่งเพื่อทำ การประมง รวมไปถึงเรือที่อยู่ในบริเวณท่าเทียบเรือ ต้องใช้ระยะเวลาในการเดินทางมากขึ้น เนื่องจากต้องอ้อมสัน ดอนทราย - การเกิดสันดอนทรายทำให้กระแสน้ำไหลเปลี่ยนทิศทางไปจากเดิม สัตว์น้ำบางชนิดหายไป วิถี ชีวิตของชาวประมงเปลี่ยนไป เช่น การวางอวน - ดินตะกอนจากการขุดลอกร่องน้ำไปทับถมหญ้าทะเล ทำให้เสียพื้นที่ของหญ้าทะเล และเกิดการ เน่าเสียของหญ้าทะเล - พบการใช้เครื่องมือประมงผิดกฎหมายในบริเวณอ่าวปัตตานี เช่น ลอบพับ เรือคาดหอย อวนรุน ขนาดเล็ก อวนลากขนาดเล็ก - พบฉลามวาฬบริเวณเกาะโลซิน และหาดปะนาเระ - พบฝูงโลมาหลังโหนก หากินในบริเวณปากร่องน้ำแม่น้ำปัตตานี ไปจนถึงชายหาดตะโละกาโปร์ ประมาณ 35-40 ตัว - การขึ้นมาวางไข่ของเต่าตะลุ บริเวณหาดละเวง อ.ไม้แก่น จ.ปัตตานี จำนวน 1 รัง นำมาเพาะ ฟักที่ ศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตอนล่าง รอดจำนวน 47 ตัว
4 - ประสบปัญหาขยะตกค้างทั้งที่เกิดจากกิจกรรมของชุมชนชายฝั่ง การท่องเที่ยวและการทำ ประมง ทำให้มีขยะทะเลตกค้างในป่าชายเลน ชุมชนชายฝั่ง และชายหาดจำนวนมาก และถูกพัดพามาจากในร่อง น้ำและแหล่งอื่น ซึ่งสำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 9 ได้ดำเนินเก็บขยะที่ตกค้างในระบบนิเวศ ชายหาด ป่าชายเลน และใต้ทะเลร่วมกับหน่วยงาน โรงเรียน อปท. ชุมชนชายฝั่ง จำนวน 28 ครั้ง ได้ปริมาณ น้ำหนัก 23,960.40 กิโลกรัม แต่ก็ยังมีขยะทะเลตกค้างและมีการทิ้งลงสู่ทะเลเพิ่มอีกจำนวนมาก แม้จะมีการ รณรงค์ ประชาสัมพันธ์ให้ทราบถึงมาตรการลด ละ เลิก พลาสติก และผลกระทบของขยะทะเลต่อระบบนิเวศ - การวางปะการังเทียม ปี 2564 มีการวางปะการังเทียมรูปโดม บริเวณหาดปะนาเระ ตำบล ปะนาเระ อำเภอปะนาเระ จังหวัดปัตตานี 4.2) ด้านป่าชายเลน - มีการดำเนินการทวงคืนผืนป่าชายเลน รวมเนื้อที่ 52.00 ไร่ - โครงการปลูกป่า และป้องกันไฟป่า ระยะที่ 2 ทั้งหมด 200 ไร่ ดำเนินการแล้ว 180 ไร่ - ปฏิบัติการลาดตระเวนตลอดทั้งปีงบประมาณ จำนวน 94 ครั้ง ในพื้นที่ จ.ปัตตานี และ จ.นราธิวาส - เพาะชำกล้าไม้ป่าชายเลน จำนวน 12,700 กล้า - บำรุงแปลงปลูกป่าชายเลน เนื้อที่ 270 ไร่ จำนวน 4 แปลง - งานพิสูจน์สิทธ์ จำนวน 3 แปลง - ติดตั้งป้ายประชาสัมพันธ์ห้ามบุกรุกพื้นที่ป่าชายเลน จำนวน 20 ป้าย ในพื้นที่ จ.ปัตตานี และ จ.นราธิวาส 4.3) การกัดเซาะชายฝั่ง - สถานการณ์การกัดเซาะชายฝั่งบริเวณพื้นที่ชายฝั่งทะเล ตำบลตะโละกาโปร์ อำเภอยะหริ่ง จังหวัดปัตตานี จากการสำรวจและติดตามสถานภาพชายฝั่งบริเวณพื้นที่ชายฝั่งทะเล พบว่า บริเวณพื้นที่ชายฝั่ง ทะเล ประสบปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งอย่างรุนแรง ส่งผลกระทบทำให้แนวป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งชั่วคราวพัง เสียหาย เช่น กระสอบทรายและรั้วไม้ ต้นมะพร้าวบริเวณชายฝั่งล้มหลายต้น และบ้านเรือนพังเสียหายจำนวน หลายหลังคาเรือน มีการแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งเบื้องต้น โดยได้มีนำกระสอบทรายมาวางเป็นแนวกันคลื่น และทำการรื้อถอนโครงสร้างถาวร บริเวณหาดทรายและชายฝั่งที่มีสภาพชำรุดและไม่ใช้ประโยชน์ 4.4) ข้อมูลสถานการณ์เชิงพื้นที่ที่สำคัญ - การจัดระเบียบชายหาดในพื้นที่จังหวัดปัตตานี โดยการตรวจสอบแผนที่และข้อมูลการแบ่งเขต ว่าพื้นที่ชายหาดอยู่ในความรับผิดชอบของหน่วยงานใด เพื่อการเข้าไปดูแล และลดปัญหาหารบุกรุกพื้นที่ ลดปัญหาขยะ และการมั่วสุมบริเวณชายหาด
5 - การเสนอข้อมูลเชิงลึกของสัตว์ทะเลหายาก เช่น การตรวจสอบข้อมูลจำนวน แหล่งที่มาของ สัตว์ทะเลหายากที่พบในแต่ละช่วง เนื่องจากในบางครั้งอาจจะเป็นฝูงเดิมที่พบเจอก่อนหน้านี้เพื่อเป็นประโยชน์ต่อ ศักยภาพการท่องเที่ยวของจังหวัดปัตตานี รวมไปถึงการประเมินสถานภาพของสัตว์ทะเลหายาก โดยการสอบถาม จากชาวบ้านในบริเวณนั้น หรือนักดำน้ำ นักท่องเที่ยว - อวนขนาดใหญ่ปกคลุมแนวปะการัง เกาะโลซิน - การขุดลอกร่องน้ำในอ่าวปัตตานี - สันดอนทรายทำให้กระแสน้ำไหลเปลี่ยน ทิศทางไปจากเดิม สัตว์น้ำบางชนิดหายไป - การเน่าเสียของหญ้าทะเล เนื่องจากดินตะกอน จากการขุดลอกร่องน้ำไปทับถมหญ้าทะเล - การใช้เครื่องมือประมงผิดกฎหมายในบริเวณ อ่าวปัตตานีเช่น ลอบพับ เรือคาดหอย อวนรุน ขนาดเล็ก อวนลากขนาดเล็ก - ฉลามวาฬ - ฉลามวาฬ - แมงกะพรุนพิษ คาด ว่าเป็นแมงกะพรุน กล่อง - เก็บขยะตกค้างทั้งที่เกิดจากกิจกรรมของชุมชนชายฝั่ง การ ท่องเที่ยวและการทำประมง ทำให้มีขยะทะเลตกค้างในป่าชาย เลน ชุมชนชายฝั่ง และชายหาด จ านวน 28 ครั้งได้ปริมาณ น้ าหนัก 23,960.40 กิโลกรัม - บำรุงแปลงปลูกป่าชายเลน เนื้อที่ 270 ไร่ จำนวน 4 แปลง - วางประการังเทียมรูปโดม - ปลูกและฟื้นฟูป่าชายเลนตามโครงการป้องกันไฟป่า ปี พ.ศ. 2564 เนื้อที่ 40 ไร่ - จัดทำโครงการศูนย์การเรียนรู้การอนุรักษ์ทรัพยากร ป่าชายเลนและการท่องเที่ยวชุมชนบางปู - ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชนรอบอ่าวปัตตานี จ านวน 6 ชุมชน - การขึ้นมาวางไข่ของเต่าตะลุ ข้อเสนอแนะ - ควรมีการติดตาม ตรวจสอบการใช้เครื่องมือประมงผิดกฎหมายอย่างเคร่งครัด - การติดตามโครงการการขุดลอกร่องน้ำ - การบังคับใช้กฎหมายไม่สามารถดำเนินการได้อย่างเต็มที่ - การบริหารจัดการต้องใช้หลักการบูรณาการร่วมกันระหว่างหน่วยงานที่ เกี่ยวข้องประกอบด้วยกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กรมเจ้าท่า กรมโยธาธิ การและผังเมือง กรมทรัพยากรธรณี องค์กรอิสระ ตลอดจนองค์กรปกครองส่วน ท้องถิ่น - หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรดำเนินการตามมติคณะรั มนตรีเมื่อวันที่ 16 มกราคม 2561 เรื่อง แนวทางการจัดท าแผนงาน/โครงการป้องกันและแก้ไขปัญหากัดเซาะ ชายฝั่ง - ส่งเสริมกิจกรรมเครือข่ายการมีส่วนร่วมให้กับชุมชนชายฝั่ง - โลมาริชโซ่เกยตื้น - พบฝูงโลมาหลังโหนก ประมาณ 35-40 ตัว การกัดเซาะชายฝั่ง - มีการรื้อถอนโครงสร้างถาวร บริเวณหาดทรายและ ชายฝั่งที่มีสภาพชำรุดและไม่ใช้ประโยชน์
6 บทนำ จังหวัดปัตตานี มีความยาวชายฝั่งทะเล 140.03 กิโลเมตร มีพื้นที่ในความรับผิดชอบของ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ตามมาตรา 3 ของพระราชบัญญัติส่งเสริมการบริหารจัดการทรัพยากรทาง ทะเลและชายฝั่ง พ.ศ. 2558 โดยมีอำเภอที่ติดชายฝั่งทะเล จำนวน 6 อำเภอ คือ อำเภอเมืองปัตตานี อำเภอหนอง จิก อำเภอยะหริ่ง อำเภอปะนาเระ อำเภอสายบุรี และอำเภอไม้แก่น ครอบคลุม 18 ตำบล คือ ตำบล ท่ากำชำ ตำบลบางเขา ตำบลบางตาวา ตำบลปากบาง ตำบลรูสะมิแล ตำบลบานา ตำบลตันหยงลูโละ ตำบลบารา โหม ตำบลบางปู ตำบลแหลมโพธิ์ ตำบลตะโละกาโปร์ ตำบลปะนาเระ ตำบลบ้านกลาง ตำบลบ้านน้ำบ่อ ตำบล บางเก่า ตำบลปะเสยะวอ ตำบลตะลุบัน ตำบลไม้แก่น และตำบลดอนทราย ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งตามมาตรา 3 ของพระราชบัญญัติส่งเสริมการบริหารจัดการ ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง พ.ศ. 2558 ที่สำคัญในจังหวัดปัตตานี(รูปที่ 1-1 ) ได้แก่ 1) ทรัพยากรปะการัง มีพื้นที่แนวปะการังประมาณ 108 ไร่ (0.17 ตร.กม.) 2) ทรัพยากรหญ้าทะเล มีพื้นที่รวม 2,364.48 ไร่ 3) ทรัพยากรสัตว์ทะเลหายาก สัตว์ทะเลหายาก 3 ชนิด ได้แก่ เต่าตนุ โลมาหลังโหนก ฉลามวาฬ 4) ทรัพยากรป่าชายเลน มีพื้นที่ป่าชายเลนทั้งหมด 39,318.59 ไร่ - ป่าพรุ มีพื้นที่รวม 3,705.68 ไร่ - ป่าชายหาด มีพื้นที่รวม 545.20 ไร่
7 รูปที่ 1-1 แผนที่แสดงทรัพยากรกรทางทะเลและชายฝั่ง จังหวัดปัตตานี ที่มา : กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง
8 บทที่ 2 สถานการณ์ด้านทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง 2.1 สถานการณ์ด้านทรัพยากรทางทะเล 2.1.1 ทรัพยากรปะการัง จังหวัดปัตตานีมีพื้นที่แนวปะการังประมาณ 108 ไร่ (0.17 ตารางกิโลเมตร) จากการสำรวจในปี พ.ศ. 2564 โดยกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ด้วยวิธีLine Intercept Transect จำนวน 2 สถานี และในปี พ.ศ. 2562 จำนวน 1 สถานี รวม 3 สถานี คิดเป็นพื้นที่แนวปะการังที่ได้รับการสำรวจและประเมิน 108 ไร่ หรือ 100% ของพื้นที่แนวปะการังทั้งหมดของจังหวัดปัตตานี(รูปที่ 2-1) ในการประเมินสถานภาพของแนวปะการังจากการสำรวจ จะใช้อัตราส่วนระหว่างเปอร์เซ็นต์การปกคลุม พื้นที่ของปะการังที่มีชีวิต (LC) และปะการังตาย (DC) เป็นเกณฑ์ในการบ่งบอกสถานภาพ ดังนี้ อัตราส่วนการปกคลุมพื้นที่ สถานภาพแนวปะการัง LC : DC ≥3 : 1 สมบูรณ์ดีมาก LC : DC 2 : 1 สมบูรณ์ดี LC : DC 1 : 1 สมบูรณ์ปานกลาง LC : DC 1 : 2 เสียหาย LC : DC 1 : ≥3 เสียหายมาก จากพื้นที่แนวปะการังที่ทำการสำรวจทั้งหมด สามารถนำมาคำนวณเป็นสถานภาพแนวปะการังใน ภาพรวมของจังหวัดปัตตานี ที่สำรวจในปี พ.ศ. 2564 จำนวน 2 สถานี ได้แก่ เกาะลอปี และกองหินลอปี และในปี พ.ศ. 2562 จำนวน 1 สถานี คือ เกาะโลซิน ส่วนใหญ่พื้นที่แนวปะการังอยู่ในสถานภาพสมบูรณ์ปานกลาง (ตาราง ที่ 2-1 และ 2-2 และรูปที่ 2-2) รายละเอียดดังนี้ แนวปะการังที่มีสถานภาพสมบูรณ์ปานกลาง จำนวน 4 สถานี ได้แก่ เกาะลอปี กองหินลอปี และเกาะ โลซินด้านตะวันตก และเกาะโลซินด้านตะวันออก ปะการังชนิดเด่นที่พบโดยทั่วไปในจังหวัดปัตตานี มีรูปทรงเป็นแบบกิ่งและแผ่น ได้แก่ ปะการังเขากวาง กิ่งและเขากวางโต๊ะ (Acropora spp.) ปะการังช่องเล็ก (Montipora spp.) ส่วนปะการังที่พบได้ทั่วไป ได้แก่ ปะการังโขด (Porites lutea) ปะการังดาวใหญ่ (Diploastrea heliopora) และปะการังลายดอกไม้(Pavona sp.) สำหรับแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของแนวปะการังตามพื้นที่ต่าง ๆ นั้น สามารถวิเคราะห์ในด้าน สถานภาพความสมบูรณ์ของแนวปะการังและการครอบคลุมพื้นที่ของปะการังมีชีวิต ได้ดังนี้
9 แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของสถานภาพแนวปะการัง ความสมบูรณ์ของแนวปะการัง เมื่อนำไป เปรียบเทียบกับข้อมูล ช่วงปี พ.ศ. 2562 – 2564 พบว่าสถานภาพแนวปะการัง บริเวณเกาะลอปีและเกาะโลซิน สถานภาพแนวปะการังทั้งสองมีแนวโน้มคงที่ ขณะที่แนวปะการังบริเวณกองหินเล่าปี่มีแนวโน้มเสื่อมโทรมลง (รูปที่ 2-3) แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของการครอบคลุมของปะการังมีชีวิต เมื่อพิจารณาเปรียบเทียบกับข้อมูลช่วงปี พ.ศ. 2562 – 2564 พบว่าร้อยละการครอบคลุมพื้นที่ของปะการังมีชีวิตมีแนวโน้มเสื่อมโทรมลง ปะการังมีชีวิต ลดลงอย่างเห็นได้ชัด (รูปที่ 2-4) ตารางที่ 2-1 สถานภาพแนวปะการังในภาพรวมของจังหวัดปัตตานี คำนวณจากพื้นที่ที่ทำการสำรวจในปี พ.ศ. 2564 (108 ไร่ หรือ 100% ของพื้นที่แนวปะการังทั้งหมดของจังหวัด) สถานภาพ พื้นที่แนวปะการัง ที่ได้รับการสำรวจและประเมิน (ไร่) ร้อยละของพื้นที่แนวปะการังทั้งหมด ที่ได้รับการสำรวจและประเมิน สมบูรณ์ดีมาก - - สมบูรณ์ดี - - สมบูรณ์ปานกลาง 108 100 เสียหาย - - เสียหายมาก - -
1 ตารางที่ 2-2 ข้อมูลทรัพยากรปะการังจังหวัดปัตตานี ปี พ.ศ. 2564 สถานี พื้นที่แนว ปะการัง (ไร่) ร้อยละการครอบคลุมพื้นที่ (% cover) สถานภาพแนว ปะการัง ปะการัง มีชีวิต ปะการัง ตาย ทราย หิน อื่น ๆ เกาะลอปี 13 26.3 30.1 16.7 0 26.9 สมบูรณ์ปาน กลาง ปะ(Poเล็กปะsp.ปะ(Paปะ(Moกองหินลอปี 15 32.0 38.7 23.7 0 5.6 สมบูรณ์ปาน กลาง ปะsp.rus(Cyปะปะ(Pa
0 ปะการังชนิดเด่น ข้อเสนอแนะเชิง พื้นที่ การใช้ประโยชน์ ปัญหาและภัย คุกคาม การังโขด orites lutea) ปะการังดาว ก (Cyphastrea sp.) การังดาว (Acanthastrea ) การังลายดอกไม้ avona decussate) การังช่องเล็ก ontipora sp.) กิจกรรมการ การประมง พื้นบ้าน เช่น การ ตกปลา พบขยะในแนว ปะการังโดยส่วน ใหญ่เป็นประเภท กิจกรรมการประมง เช่น เศษอวน สาย เอ็นตกปลา ฯลฯ สถานภาพแนว ปะการังยังคงเดิม และมีแนวโน้มการ ฟื้นตัวที่ดีขึ้น แต่ ควรควบคุมไม่ให้มี การทิ้งเศษขยะ ต่าง ๆ จากเรือ ท่องเที่ยว และ เรือประมง ลง ทะเล และให้นำ กลับไปทิ้งบนฝั่ง การังลายดอกไม้ (Pavona .)ปะการังผิวยู่ยี่ (Porites s) ปะการังดาวเล็ก yphastrea serailia) การังโขด (Porites lutea) การังลายลายดอกไม้ avona decussate) กิจกรรมการ การประมง พื้นบ้าน เช่น การ ตกปลา พบขยะในแนว ปะการังโดยส่วน ใหญ่เป็นประเภท กิจกรรมการประมง เช่น เศษอวน สาย เอ็นตกปลา ฯลฯ สถานภาพแนว ปะการังยังคงเดิม และมีแนวโน้มการ ฟื้นตัวดีขึ้น เล็กน้อย แต่ควร ควบคุมไม่ให้มีการ ทิ้งเศษขยะต่าง ๆ จากเรือท่องเที่ยว และเรือประมง ลง ทะเล และให้นำ กลับไปทิ้งบนฝั่ง
1สถานี พื้นที่แนว ปะการัง (ไร่) ร้อยละการครอบคลุมพื้นที่ (% cover) สถานภาพแนว ปะการัง ปะการัง มีชีวิต ปะการัง ตาย ทราย หิน อื่น ๆ เกาะโลซิน 80 30 40 10 20 0 สมบูรณ์ปาน กลาง ปะกปะspp(Mo
1 ปะการังชนิดเด่น ข้อเสนอแนะเชิง พื้นที่ การใช้ประโยชน์ ปัญหาและภัย คุกคาม การังโขด (Porites lutea) การังเขากวาง (Acropora p.) ปะการังช่องเล็ก ontipora spp.) การท่องเที่ยว แบบดำน้ำลึกและ ตื้น เป็นที่จอดเรือ หลบคลื่นลมของ เรือประมง พายุปาบึกเมื่อเดือน มกราคม 2562 ร่องรอยการทิ้ง สมอเรือ ขยะ จำพวกเศษอวน ควรมีการติดตั้ง ทุ่นจอดเรือ และมี มาตรการคุ้มครอง ที่ชัดเจนเมื่อถูก ประกาศเป็นพื้นที่ คุ้มครอง
12 รูปที่ 2-1 สถานีสำรวจแนวปะการังบริเวณจังหวัดปัตตานี ในปี พ.ศ. 2564
13 รูปที่ 2-2 สถานภาพปัจจุบันของแนวปะการังบริเวณจังหวัดปัตตานี ปี พ.ศ. 2564
14 รูปที่ 2-3 แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของสถานภาพแนวปะการังบริเวณจังหวัดปัตตานี ในปี พ.ศ. 2564
15 รูปที่ 2-4เปอร์เซ็นต์ครอบคลุมพื้นที่ของปะการังมีชีวิตบริเวณเกาะเล่าปี่ - เกาะโลซิน จังหวัดปัตตานี ระหว่างปี พ.ศ. 2562 –2564 รูปที่2-5 สภาพแนวปะการังบริเวณเกาะเล่าปี่และกองหินเล่าปี่ จังหวัดปัตตานี ในปีพ.ศ. 2564 0 20 40 60 80 100 2562 2563 2564 % ครอบคลุมพื้นที่ของปะการังมีชีวิต ปี พ.ศ. เกาะเล่าปี่ กองหินเล่าปี่ เกาะโลซิน
16 รูปที่2-6สภาพแนวปะการังบริเวณเกาะโลซิน จังหวัดปัตตานี (รูปซ้าย) และผืนอวนที่ปกคลุมปะการัง (รูปขวา) ในปีพ.ศ. 2564 รูปที่2-7การสำรวจการฟื้นตัวของปะการังจากการเก็บกู้อวนที่ปกคลุมแนวปะการังเกาะโลซิน จังหวัดปัตตานี ในปีพ.ศ. 2564
17 สรุปและข้อเสนอแนะ จังหวัดปัตตานี มีแนวปะการังคิดเป็นพื้นที่รวม 108 ไร่ (0.17 ตารางกิโลเมตร) โดยพบแนวปะการัง ขนาดใหญ่ที่เกาะโลซิน ซึ่งมีพื้นที่ 80 ไร่ เป็นแนวปะการังที่อยู่ห่างไกลจากฝั่ง น้ำใส และเกาะลอปีและ กองหินลอปีรวมกัน 28 ไร่ ซึ่งเป็นแนวปะการังใกล้ฝั่ง น้ำค่อนข้างขุ่น แนวปะการังในจังหวัดปัตตานี พื้นที่ที่มีการ ใช้ประโยชน์ด้านการประมงแล้ว ยังเป็นแนวปะการังที่ได้รับความสนใจจากนักดำน้ำเป็นอย่างมาก และในอดีตที่ ผ่านมายังไม่มีหน่วยงานใดมีภารกิจที่ชัดเจนในการจัดการพื้นที่เพื่อการอนุรักษ์ทรัพยากรแนวปะการังในจังหวัด ปัตตานี จากการพิจารณาข้อมูลสถานภาพปะการังจังหวัดปัตตานึในปัจจุบัน ประกอบกับข้อมูลจากการสำรวจใน อดีต พบว่าแนวปะการังในจังหวัดปัตตานี อยู่ในสถานภาพสมบูรณ์ปานกลาง แนวโน้มของปะการังมีชีวิตในระยะ ยาว บริเวณเกาะลอปีมีการเปลี่ยนแปลงคงที่ กองหินลอปีมีการเปลี่ยนแปลงที่เสื่อมโทรมลง ส่วนเกาะโลซิน ปี พ.ศ. 2564 มีสถานภาพสมบูรณ์ปานกลาง เมื่อเปรียบเทียบกับปี พ.ศ. 2563 พบว่าสถานภาพไม่เปลี่ยนแปลง การครอบคลุมของปะการังมีชีวิตลดลงจากอดีต (ปี พ.ศ. 2562) เนื่องจากได้รับความเสียหายจากพายุปาบึก เมื่อ เดือนมกราคม พ.ศ. 2562 อย่างไรก็ตามจากการสำรวจในปีนี้ พบว่าปะการังที่ได้รับผลกระทบจากพายุ ในบริเวณ ที่ลึก (10 เมตร ลงไป) มีการฟื้นตัวตามธรรมชาติได้ดี ขณะที่ในบริเวณที่ตื้น ยังมีการฟื้นตัวได้ค่อนข้างช้า นอกจากนี้ยังเกิดจากกิจกรรมของมนุษย์ โดยเฉพาะการทำประมง ด้วยความเป็นเกาะที่อยู่ห่างไกลจากฝั่งมาก ทำ ให้มีความเสี่ยงต่อการทำการประมงที่ผิดกฎหมาย เช่น มีการลักลอบทำอวนลาก ระเบิดปลา เป็นต้น มีการทิ้งขยะ จำพวกเศษอวน และการทอดสมอเรือเมื่อมาจอดหลบลม อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันมีกิจกรรมที่เสี่ยงต่อความเสื่อมโทรมของแนวปะการังค่อนข้างน้อยลง เมื่อเทียบ กับในอดีต ในช่วงที่ผ่านมา กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ได้มีกิจกรรมและการประชาสัมพันธ์ในการที่จะ ประกาศให้เกาะโลซินเป็นพื้นที่คุ้มครองตามพระราชบัญญัติส่งเสริมการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและ ชายฝั่ง นอกจากนี้ในช่วงปี พ.ศ. 2559 จนถึงปัจจุบัน กรมประมงได้มีมาตรการให้เรือประมงที่มีขนาดไม่ต่ำกว่า 30 ตันกรอส ต้องติดเครื่องมือ VMS ทำให้เรือประมงไม่กล้าที่จะวิ่งเข้าไปทำประมงใกล้บริเวณเกาะโลซิน จึงทำให้ ปะการังถูกทำลายจากเรืออวนลากน้อยลง แม้ในปัจจุบันจะมีปัญหาจากขยะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผืนอวนและขยะ ที่มาจากเครื่องมือประมง แต่ได้มีความพยายามจากหลายหน่วยงานทั้งกรม ทช. ทัพเรือภาคที่ 2 ศรชล. บริษัท ดำน้ำ กลุ่มอนุรักษ์ และอาสาสมัครนักดำน้ำ รวมทั้งผู้สื่อข่าวที่มีส่วนช่วยในการอนุรักษ์ปะการัง ไม่ว่าจะเป็นการ แจ้งข่าว และช่วยกันเก็บกู้อวนและขยะออกจากแนวปะการัง และสื่อประชาสัมพันธ์ออกไปสู่สาธารณชนให้มี จิตสำนึกอนุรักษ์ปะการัง ก็จะสามารถทำให้แนวปะการังบริเวณเกาะโลซินมีการฟื้นตัวกลับมามีสถานภาพสมบูรณ์ ดีดังในอดีตได้
18 ตารางที่ 2-3 เปรียบเทียบสถานภาพแนวปะการังจังหวัดปัตตานีจากข้อมูลที่รวบรวมในปี พ.ศ. 2562 - 2564 โดยแยกขนาดพื้นที่ตามสถานภาพของแนวปะการัง พ.ศ. สถานภาพ ดีมาก ดี ปานกลาง เสียหาย เสียหายมาก รวม 2562 พื้นที่ (ไร่) 93 - 15 - - 108 ร้อยละ (%) 86.1 - 13.9 - - 100 2563 พื้นที่ (ไร่) - 15 93 - - 108 ร้อยละ (%) - 13.9 86.1 - - 100 2564 พื้นที่ (ไร่) - - 108 - - 108 ร้อยละ (%) - - 100 - - 100
19 รูปที่ 2-8 สรุปสถานภาพแนวปะการังจังหวัดปัตตานีในปี พ.ศ. 2564
20 สาเหตุที่ส่งผลให้แนวปะการังเสื่อมโทรม (Pressure) 1) การทิ้งสมอเรือของเรือพาณิชย์ที่เข้ามาในพื้นที่ 2) การทำประมงผิดกฎหมายบริเวณแนวปะการัง เช่น อวนลาก อวนล้อมโขด และอวนล้อมยักษ์ 3) การใช้ประโยชน์ด้านการท่องเที่ยวอย่างไม่เหมาะสม (ของเรือที่ผ่านในเขตพื้นที่) คือ เกาะ โลซิน เกาะลอปีและกองหินลอปี 4) การทิ้งขยะลงทะเล แนวทางการแก้ไขปัญหา (Responses) 1) จัดทำทุ่นแสดงแนวเขตปะการังและทุ่นผูกเรือ 2) บังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด 3) กำหนดเขตพื้นที่ใช้ประโยชน์การทำประมงที่เหมาะสมในพื้นที่แนวปะการัง 4) จัดทำทุ่นแสดงแนวเขตปะการังและทุ่นผูกเรือ 5) การสร้างการมีส่วนร่วมของผู้ใช้ประโยชน์ในการดูแลทรัพยากร 6) จัดกิจกรรม/เข้าร่วมกับชุมชนในพื้นที่ และรณรงค์เรื่องการจัดการขยะทะเลและมีการเก็บขยะ ใต้น้ำเป็นประจำ เพื่อให้ปะการังฟื้นตัวได้ตามปกติ 7) พัฒนาเขตชายฝั่งทะเลให้เป็นพื้นที่ที่ปลอดขยะ
21 ตารางที่ 2-4 การวิเคราะห์ PSR สถานการณ์แนวปะการัง จังหวัดปัตตานี แนวปะการังเสื่อมโทรม สาเหตุที่มีผลกระทบต่อทรัพยากร (Pressure) การดำเนินงาน มาตรการ และการแก้ไขปัญหา (Responses) P1: การทิ้งสมอเรือของเรือพาณิชย์ ที่เข้ามาในพื้นที่ R1: จัดทำทุ่นแสดงแนวเขตปะการังและทุ่นผูกเรือ P2: การท ำป ระมงผิดกฎหมาย บริเวณแนวปะการัง เช่น อวนลาก อวนล้อมโขด และอวนล้อมยักษ์ R2: บังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด R3: กำหนดเขตพื้นที่ใช้ประโยชน์การทำประมงที่เหมาะสมในพื้นที่แนวปะการัง P3: ก า รใช้ป ระโย ชน์ ด้ าน ก า ร ท่องเที่ยวอย่างไม่เหมาะสม (ของ เรือที่ผ่านในเขตพื้นที่) R4: จัดทำทุ่นแสดงแนวเขตปะการังและทุ่นผูกเรือ R5: การสร้างการมีส่วนร่วมของผู้ใช้ประโยชน์ในการดูแลทรัพยากร P4: การทิ้งขยะลงทะเล R3: จัดกิจกรรม/เข้าร่วมกับชุมชนในพื้นที่ และรณรงค์เรื่องการจัดการขยะทะเล และมีการเก็บขยะใต้น้ำเป็นประจำ เพื่อให้ปะการังฟื้นตัวได้ตามปกติ R4: พัฒนาเขตชายฝั่งทะเลให้เป็นพื้นที่ที่ปลอดขยะ การดำเนินงานที่ผ่านมาของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งในปี พ.ศ. 2564 1) ปฏิบัติการคุ้มครองและป้องกันการบุกรุกทำลายระบบนิเวศและทรัพยากรทางทะเลและ ชายฝั่ง 2) บริหารจัดการขยะทะเล 3) ประเมินสถานภาพแนวปะการัง ศึกษาลักษณะองค์ประกอบประชาคมของสิ่งมีชีวิตบริเวณ แนวปะการังจังหวัดปัตตานี 4) การประกาศพื้นที่คุ้มครองทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เกาะโลซิน จังหวัดปัตตานี 5) โครงการป้องกันและปราบปรามรองรับแผนปฏิบัติการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย (IUU) ปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะ 1) การขาดความจริงจัง เข้มงวดในการบังคับใช้กฎหมายหรือมาตรการต่างๆ ซึ่งมีอยู่แล้ว เพื่อใช้ ในการคุ้มครองแนวปะการังและคุณภาพสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับแนวปะการัง 2) งบประมาณการดูแลจัดการไม่เพียงพอ 3) ควรมีทุ่นแสดงแนวเขตปะการังและทำที่จอดเรือสำหรับผู้ที่จะขึ้นไปบนชายหาด
22 2.1.2 ทรัพยากรหญ้าทะเล (State) รูปที่ 2-9 รูปแสดงพื้นที่หญ้าทะเลจังหวัดปัตตานี ที่มา : สถาบันวิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง
23 แหล่งหญ้าทะเลเขตจังหวัดปัตตานีขึ้นอยู่กับลักษณะทางภูมิศาสตร์และอิทธิพลจากสภาพแวดล้อม โดยเฉพาะอย่างยิ่งลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือทำให้แหล่งหญ้าทะเลส่วนใหญ่มักพบแพร่กระจายอยู่บริเวณพื้นที่ อับลม เช่นในลำคลองและอ่าว บริเวณนี้เป็นบริเวณที่มีตะกอนสะสมอยู่มาก พบป่าชายเลนขึ้นอยู่หลายจุด พื้นทะเลบริเวณนี้มีปริมาณตะกอนสะสมอยู่มาก ทำให้น้ำทะเลค่อนข้างขุ่น เมื่อน้ำลงเต็มที่จะปรากฏให้เห็นส่วน ของโซนพื้นราบโผล่พ้นน้ำเป็นแนวกว้าง ทั้งนี้ จากการสำรวจสภาพปัจจุบันของแหล่งหญ้าทะเลจังหวัดปัตตานี พบ หญ้าทะเลรวม 4 ชนิด ได้แก่ หญ้ากุยช่ายเข็ม (Halodule pinifolia : Hp) หญ้าใบพาย (Halophila beccarii : Hb) และหญ้าใบมะกรูด (Halophila ovalis : Ho) และหญ้าคาทะเล (Enhalus acoroides : Ea) ครอบคลุม พื้นที่ที่มีศักยภาพเป็นแหล่งหญ้าทะเลรวม 2,364.48 ไร่ ใน 1 พื้นที่ คือ แหล่งหญ้าทะเลอ่าวปัตตานี (ตารางที่ 2-5) ตารางที่2-5 แสดงพื้นที่และองค์ประกอบชนิดของหญ้าทะเลบริเวณแหล่งหญ้าทะเลของจังหวัดปัตตานี แหล่งหญ้าทะเล เนื้อที่ (ไร่) Cr Cs Ea Hb Hd Hj Hm Ho Hp Hu Si Th คลองท่ายามู 0.0 (/) (/) (/) อ่าวปัตตานี 2,364.48 / / / หาดชลาลัย 0.0 (/) รวมเนื้อที่ (ไร่) 2,364.48 / / / (/) หมายเหตุชนิดหญ้าทะเลที่พบ ดังนี้ หญ้าชะเงาใบมน (Cymodocea rotundata : Cr) หญ้าชะเงาใบฟันเลื่อย (Cymodocea serrulata : Cs) หญ้า คาทะเล (Enhalus acoroides : Ea) หญ้าใบพาย (Halophila beccarii : Hb) หญ้าเงาใส (Halophila decipiens : Hd) หญ้าเงาใบใหญ่ (Halophila major : Hj) หญ้าเงาใบเล็ก (Halophila minor : Hm) หญ้าใบมะกรูด (Halophila ovalis : Ho) หญ้ากุยช่ายเข็ม (Halodule pinifolia : Hp) หญ้ากุยช่ายทะเล (Halodule uninervis : Hu) หญ้าต้นหอมทะเล (Syringodium isoetifolium : Si) และ หญ้าชะเงาเต่า (Thalassia hemprichii : Th) โดย / แสดงชนิดหญ้าทะเลที่พบปัจจุบัน (/) แสดงชนิดหญ้าที่พบในอดีต และ * หญ้าทะเลชนิดเด่น พื้นที่ทรัพยากรแหล่งหญ้าทะเลเหล่านี้ได้รับการสำรวจสถานภาพว่ามีความสมบูรณ์มากน้อยเพียงไร โดย ที่ผ่านมามีการสำรวจซ้ำในพื้นที่เดิมหมุนเวียนในช่วงระยะเวลา 4 ปี รอบการสำรวจปัจจุบัน คือ ปี 2561 – 2564 หรืออาจถี่กว่านั้น ในบางพื้นที่ที่มีความเปราะบาง หรืออยู่ในภาวะวิกฤต ซึ่งมีโอกาสได้รับผลกระทบจากกิจกรรม ของมนุษย์มาก โดยการศึกษาสถานภาพแหล่งหญ้าทะเล เพื่อสำรวจขอบเขตของแต่ละแหล่งหญ้าทะเล ชนิดของ หญ้าทะเล และประเมินร้อยละการปกคลุมพื้นที่ แล้วนำมาประเมินสถานภาพแหล่งหญ้าทะเล จัดแบ่งระดับความ อุดมสมบูรณ์ออกเป็น 4 ระดับ ดังนี้ สมบูรณ์ดีมาก หมายถึง มีการปกคลุมของหญ้าทะเลมากกว่าร้อยละ 75 สมบูรณ์ดี หมายถึง มีการปกคลุมของหญ้าทะเลร้อยละ 51 – 75 สมบูรณ์ปานกลาง หมายถึง มีการปกคลุมของหญ้าทะเลร้อยละ 25 – 50 สมบูรณ์เล็กน้อย หมายถึง มีการปกคลุมของหญ้าทะเลน้อยกว่าร้อยละ 25
24 เนื่องจากปัจจัยสภาพแวดล้อมต่างๆ เช่น ความรุนแรงของคลื่นลม ลักษณะพื้นทะเล การผึ่งแห้งและ ฤดูกาล มีผลสำคัญต่อการแพร่กระจายของชนิดและปริมาณของหญ้าทะเลในแต่ละพื้นที่ ดังนั้นในแต่ละช่วงปี สำรวจมักพบว่าแหล่งหญ้าทะเลแต่ละแห่งจะมีการเปลี่ยนแปลง (สถานภาพ) เกิดขึ้นใน 3 ลักษณะคือ การ เปลี่ยนแปลงของขอบเขตการแพร่กระจาย (เนื้อที่) องค์ประกอบชนิด และระดับความอุดมสมบูรณ์(ร้อยละการปก คลุมของหญ้าทะเล) แต่เนื่องจากหญ้าทะเลเป็นพืชมีดอก สามารถแพร่พันธุ์ได้ทั้งแบบไม่อาศัยเพศ และแบบอาศัย เพศ ทำให้อาจสามารถพบหญ้าทะเลเจริญขึ้นได้ในพื้นที่ห่างไกลจากแหล่งหญ้าทะเลเดิม การเปรียบเทียบข้อมูล เพื่อทราบแนวโน้มการเปลี่ยนแปลง จะพิจารณาเฉพาะการเปลี่ยนแปลงของขอบเขตการแพร่กระจาย ว่าเนื้อที่ หญ้าทะเลในแต่ละพื้นที่มีการเปลี่ยนแปลง หรือไม่ อย่างไร กำหนดเกณฑ์การเปลี่ยนแปลงต้องแตกต่างเกินกว่า ร้อยละ 10 ของเนื้อที่อ้างอิง โดยแยกเป็น 4 กรณี คือ “สมบูรณ์ขึ้น คงที่ ลดลงตามฤดูกาล และเสื่อมโทรมลง” โดยการเปรียบเทียบการเปลี่ยนแปลงกับข้อมูลเนื้อที่หญ้าทะเลสรุปเมื่อปี 2563 เพื่อทราบการเปลี่ยนแปลงที่อาจ ส่งผลกับระบบนิเวศหรือก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในระบบนิเวศได้ สถานภาพปัจจุบัน : การติดตามสถานภาพแหล่งหญ้าทะเลจังหวัดปัตตานี กำหนดแหล่งหญ้าทะเลบริเวณอ่าวปัตตานี เป็นตัวแทนของแหล่งหญ้าทะเลของจังหวัด โดยพิจารณาจากเกณฑ์เป็นแหล่งหญ้าทะเลที่มีความเปราะบางจากภัย คุกคามต่าง ๆ จากมนุษย์ เช่น มลภาวะ ตะกอน และผลกระทบจากการประมง โดยในปีงบประมาณ 2564 ได้ ดำเนินการสำรวจและติดตามสถานภาพหญ้าทะเลในพื้นที่เดิมคือ อ่าวปัตตานี จำนวน 1 ครั้ง ในเดือนกุมภาพันธ์ 2564 โดยการสำรวจด้วยวิธีการ Line transect แบบ spot check ประเมินโดยการใช้มือสัมผัส กำหนดสถานี 10 สถานี ตามหมู่บ้านรอบๆ อ่าวปัตตานี ได้แก่ ปลายแหลมตาชีบ้านบือเดาะห์บ้านบูดี บ้านตะโล๊ะสะมีแล บ้านดา โต๊ะ ปากแม่น้ำยะหริ่ง บ้านบางปู บ้านตันหยงลูโล๊ะ บ้านบานา และบ้านแหลมนก ครอบคลุมพื้นที่แหล่งหญ้าทะเล ที่ได้รับการติดตามรวม 2,179 ไร่ หรือ 92.64% ของพื้นที่ที่มีศักยภาพเป็นแหล่งหญ้าทะเลของจังหวัด โดยสำรวจ พบหญ้าทะเลทั้งหมด 4 สถานี พบพื้นที่หญ้าทะเลทั้งสิ้น 1,383 ไร่ เป็นหญ้าทะเล 4 ชนิด คือหญ้าใบมะกรูด หญ้า เงาแคระหรือหญ้าใบพาย หญ้ากุยช่ายเข็ม และหญ้าคาทะเล (ตารางที่ 2-6 และรูปที่ 2-10 – 2-11) สถานภาพ สมบูรณ์ดี นอกจากนี้ พบมีตะกอน และเนินทรายขนาดใหญ่จากการขุดลอก ดูดเลน บริเวณอ่าวปัตตานีทั้งอ่าว เมื่อเทียบกับปี 2563 ภาพรวมของแหล่งหญ้าทะเลสมบูรณ์ขึ้นในเชิงพื้นที่ และชนิดพันธุ์โดยในปี 2564 พบหญ้าทะเลบริเวณบ้านแหลมตาชี บ้านบือเดาะห์บ้านดาโต๊ะ และปากแม่น้ำยะหริ่งมีพื้นที่ประมาณ 1,383 ไร่ เพิ่มขึ้น 400 เปอร์เซ็นต์จากปี2563 ที่พบพื้นที่หญ้าทะเล 345 ไร่ และพบหญ้าทะเลชนิดใหม่ในพื้นที่แหลมตาชี 1 ชนิด คือ หญ้าคาทะเล (จากการทดลองฟื้นฟูหญ้าทะเลโดยการปลูกเสริม)
25 เมื่อทำการเปรียบเทียบกับข้อมูลในปี 2564 ซึ่งเป็นปีล่าสุดที่ได้สำรวจไว้พบว่าแหล่งหญ้าทะเลบริเวณ จังหวัดปัตตานี มีแนวโน้มสมบูรณ์ขึ้นอาจเนื่องจากการขุดลอกคลองส่งผลให้ขอบเขตการแพร่กระจายของหญ้า ทะเลเพิ่มขึ้น เนื่องจากตะกอนจากการขุดลอกไปเพิ่มเนื้อที่สำหรับการกระจายตัวของหญ้าทะเล ผลแสดงตาม ตารางที่ 2-7 รูปที่ 2-10 หญ้าทะเลของจังหวัดปัตตานี ก) และ ข) หญ้าใบพาย H. beccarii ค) สันดอนทรายจากการขุดลอกคู คลองบริเวณปากน้ำยะหริ่ง ง) หญ้าคาทะเล E. acoroides จ) สำรวจหญ้าทะเลด้วยวิธีการ Line transect แบบ spot check)
26 รูปที่ 2-11 แผนที่แหล่งหญ้าทะเลบริเวณอ่าวปัตตานี จังหวัดปัตตานี
2ตารางที่ 2-6 ข้อมูลทรัพยากรหญ้าทะเลจังหวัดปัตตานีปี พ.ศ. 2564 แหล่งหญ้าทะเล เนื้อที่ (ไร่) ชนิดหญ้า % ปกคลุม สถานภาพ สปลายแหลมตาชี 734 Ho*, Hp*, Ea 90 สมบูรณ์ดีมาก บ้านบือเดาะห์ 166 Ho*, Hp* 80 สมบูรณ์ดีมาก บ้านบูดี 0 ไม่พบ 0 ไม่พบ บ้านตะโล๊ะสะมีแล 0 ไม่พบ 0 ไม่พบ บ้านดาโต๊ะ 235 Hb* 70 สมบูรณ์ดี ปากแม่น้ำยะหริ่ง 248 Hb* 40 สมบูรณ์ปานกลาง บ้านบางปู 0 ไม่พบ 0 ไม่พบ ตันหยงลูโล๊ะ 0 ไม่พบ 0 ไม่พบ บานา 0 ไม่พบ 0 ไม่พบ แหลมนก 0 ไม่พบ 0 ไม่พบ * หญ้าทะเลชนิดเด่น
7 สภาพพื้นทะเล ความลึกน้ำ(ม.) PHความเค็มน้ำ (ppt) อุณหภูมิน้ำ ( C) ความโปร่งแสง (ม.) DO ข้อสังเกต ทรายปนเลน 1.0 8.2 28 26.4 0.6 6.66 ลักษณะพื้นท้อง อ่าว มีสัดส่วน ของทรายเพิ่ม มากขึ้น ทรายปนเลน 1.2 8.3 28 27.3 0.5 6.68 ทรายปนเลน 0.5 8.2 27 28.8 0.5 6.65 ทรายปนเลน 0.6 8.2 27 30.2 0.5 6.66 เลน 0.5 8.1 25 28.6 0.5 6.67 เลน 0.5 8.2 23 28.9 0.5 6.64 ทรายปนเลน 0.3 8.1 24 29.2 0.2 6.67 ทรายปนเลน 0.5 8.4 24 28.8 0.3 6.66 ทรายปนเลน 1.2 8.0 27 26.4 0.8 6.63 ทรายปนเลน 1.8 8.0 30 27.5 1.2 6.54
2ตารางที่ 2-7 สรุปสถานภาพปัจจุบันของแหล่งหญ้าทะเล แนวโน้มการเปลี่ยนแโทรมในแต่ละพื้นที่ แหล่งหญ้าทะเล เนื้อที่เป็นไร่ แนวโน้มเทียบ กับปีล่าสุด ปี 2563 ปี2564 แหลมตาชี 73 734 สมบูรณ์ขึ้น บ้านบือเดาะห์ 0 166 สมบูรณ์ขึ้น บ้านตะโละสะมิแล 71. 0 เสื่อมโทรมลง บ้านดาโต๊ะ 190 235 สมบูรณ์ขึ้น ปากน้ำยะหริ่ง 11 248 สมบูรณ์ขึ้น บ้านบางปู 0 0 เสื่อมโทรมลง 345 1,383
8 แปลง เมื่อเทียบกับข้อมูลปีล่าสุด และประเด็นปัญหาหรือสาเหตุของความเสื่อม สรุปประเด็น ปัญหา/สาเหตุความ เสื่อมโทรม ข้อเสนอแนะเชิง พื้นที่ ตะกอนจากการขุดลอกคลอง ควบคุมกิจกรรมที่ทำให้เกิดตะกอนชายฝั่ง ตะกอนจากการขุดลอกคลอง ควบคุมกิจกรรมที่ทำให้เกิดตะกอนชายฝั่ง
29 ผลผลิตมวลชีวภาพและการกักเก็บคาร์บอนของหญ้าทะเล จากการประเมิน พบว่าแหล่งหญ้าทะเลจังหวัดปัตตานี มีเนื้อที่แพร่กระจายรวม 1,385 ไร่ พบหญ้า ทะเล 4 ชนิด มีระดับความสมบูรณ์เล็กน้อยถึงสมบูรณ์ดีคิดเป็นมวลชีวภาพทั้งหมด 1,848.31 ตัน โดย แบ่งเป็น มวลชีวภาพเหนือดิน เท่ากับ 858.72 ตัน และมวลชีวภาพใต้ดิน เท่ากับ 989.59 ตัน ส่วนการสะสม คาร์บอนในแหล่งหญ้าทะเล พบว่า คาร์บอนที่สะสมในมวลชีวภาพ (ในรูปสารประกอบคาร์บอน) เท่ากับ 22,256.14 ตันคาร์บอน แบ่งเป็น คาร์บอนที่สะสมอยู่ในมวลชีวภาพเหนือดินเท่ากับ 9,105.72 ตันคาร์บอน และคาร์บอนที่สะสมอยู่ในมวลชีวภาพใต้ดินเท่ากับ 13,150.43 ตันคาร์บอน (ตารางที่ 2-8) ตารางที่ 2-8 สรุปปริมาณผลผลิตมวลชีวภาพ (ตันต่อไร่) และการกักเก็บคาร์บอน (ตันคาร์บอน) ในหญ้าทะเล บริเวณต่าง ๆ จังหวัดปัตตานี แหล่งหญ้าทะเล ปีสำรวจ ล่าสุด เนื้อที่(ไร่) หญ้า ทะเล % มวลชีวภาพ (ตันต่อไร่) การกักเก็บคาร์บอน (ตันคาร์บอนต่อไร่) เหนือดิน ใต้ดิน รวม เหนือดิน ใต้ดิน รวม ปัตตานี 1,385 70 0.51 0.49 1.00 5.14 6.88 12.02 ปลายแหลมตาชี 2564 734 รวม Ho 90 40 0.81 0.17 1.09 0.22 1.90 0.39 9.38 2.09 14.64 3.35 24.02 5.45 Hp 40 0.26 0.00 0.26 4.14 5.91 10.05 Ea 10 0.38 0.87 1.25 3.15 5.38 8.53 บ้านบือเดาะห์ 2564 166 รวม Ho 80 40 0.43 0.17 0.22 0.22 0.65 0.39 6.23 2.09 9.26 3.35 15.49 5.45 Hp 40 0.26 0.00 0.26 4.14 5.91 10.05 บ้านดาโต๊ะ 2564 235 รวม Hb 70 70 0.51 0.51 0.42 0.42 0.93 0.93 3.17 3.17 2.30 2.30 5.47 5.47 ปากแม่น้ำยะหริ่ง 2564 248 รวม Hb 40 40 0.29 0.29 0.23 0.23 0.52 0.52 1.79 1.79 1.30 1.30 3.09 3.09 แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงย้อนหลัง: จากการติดตามสถานภาพแหล่งหญ้าทะเลในจังหวัดปัตตานีเมื่อเทียบกับข้อมูลเนื้อที่หญ้าทะเล สรุปเมื่อปี 2563 ถึงปัจจุบัน พบว่าแหล่งหญ้าทะเลของจังหวัดปัตตานีมีแนวโน้มสมบูรณ์ขึ้น โดยมีพื้นที่ที่มีการ เปลี่ยนแปลงอย่างมากเมื่อเปรียบเทียบจากข้อมูลในอดีตดังนี้เมื่อพิจารณาข้อมูลแหล่งหญ้าทะเลจังหวัด ปัตตานีในการสำรวจวงรอบปัจจุบัน เปรียบเทียบกับข้อมูลจากการสำรวจในอดีต พบมีการเปลี่ยนแปลงระยะ
30 ยาวในทิศทางสมบูรณ์ขึ้น แหล่งหญ้าทะเลบางแหล่ง โดยเฉพาะแหล่งหญ้าทะเลที่อยู่บริเวณที่มีน้ำท่วม ตลอดเวลาบริเวณรอบอ่าวปัตตานีมีความผันแปรค่อนข้างมากในเชิงพื้นที่ แม้การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น มักเกิด ตามสภาพธรรมชาติ แต่บางบริเวณพบมีการปล่อยตะกอนจากการขุดลอกร่องน้ำอ่าวปัตตานีซึ่งอาจส่งผล กระทบต่อการฟื้นตัวของหญ้าทะเลให้ช้าลงกว่าปกติได้ ในบางพื้นที่ตะกอนจากการขุดลอกร่องน้ำเพื่อการ เดินเรือในอ่าวปัตตานีไปเพิ่มเนื้อที่ให้หญ้าทะเล ทำให้เนื้อที่หญ้าทะเลปี 2564 เพิ่มขึ้นอย่างมากเมื่อเทียบกับ เนื้อที่หญ้าทะเลปี 2563 1. แหล่งหญ้าทะเลบริเวณแหลมตาชี บ้านบือเดาะห์ บ้านดาโต๊ะ และปากน้ำยะหริ่ง จากการสำรวจ ล่าสุด พื้นที่ดังกล่าวมีพื้นที่หญ้าทะเลเพิ่มขึ้น เนื่องจากมีพื้นที่ให้หญ้าทะเลขยายตัวได้มากขึ้น จากตะกอนการ ขุดลอกอ่าวปัตตานี 2. แหล่งหญ้าทะเลบริเวณตะโละสะมีแล จากการสำรวจล่าสุดพบว่าไม่มีหญ้าทะเลหลงเหลืออยู่ เนื่องจากการทิ้งตะกอนจากการขุดลอกอ่าวปัตตานี ทำให้เกิดเนินทรายขนาดใหญ่ซึ่งทับแหล่งหญ้าทะเลใน บริเวณนี้ ตารางที่ 2-9 สรุปสถานภาพปัจจุบันของแหล่งหญ้าทะเลจังหวัดปัตตานีแนวโน้มการเทียบกับอดีต และ ประเด็นปัญหาหรือสาเหตุของความเสื่อมโทรมในแต่ละพื้นที่ แหล่งหญ้า ทะเล เนื้อที่หญ้าทะเล สถานภาพ ปัจจุบัน ชนิดหญ้า ที่พบ ปัจจุบัน แนวโน้มการ เปลี่ยนแปลง สรุปประเด็น ปัญหา/สาเหตุ ความเสื่อมโทรม ข้อเสนอแนะเชิง ปีสำรวจ พื้นที่ ล่าสุด 2564 อ่าว ปัตตานี 345 1,383 สมบูรณ์ดี Hb*, Ho*, Hp*, Ea สมบูรณ์ขึ้น ตะกอนจากการ ขุดลอกร่องน้ำเพื่อ การเดินเรือ มาตรการจัดการ กับตะกอนที่ ตกค้างในพื้นที่ ท้ายอ่าวปัตตานี รวม 345 1,383 สาเหตุที่ทำให้หญ้าทะเลเสื่อมโทรม หรือลดพื้นที่ลง (Pressure) ตะกอนจากการขุดลอกร่องน้ำ/การก่อสร้างบริเวณชายฝั่ง - อ่าวปัตตานี(บ้านตะโละสะมิแล) แนวทางการแก้ไขปัญหา (Responses) 1. ควรมีมาตรการป้องกันผลกระทบที่เกิดจากกิจกรรมชายฝั่ง เช่น การสร้างแนวป้องกันดิน ตะกอนจากการก่อสร้างไม่ให้ไหลลงสู่ทะเล ควบคุมการปล่อยน้ำเสียจากชุมชนและโรงงานอุตสาหกรรม
31 2. ส่งเสริมการศึกษา การรณรงค์ เผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับหญ้าทะเล และสร้างจิตสำนึกใน เรื่องการอนุรักษ์ ให้แก่ประชาชนทั่วไปได้ตระหนักถึงความสำคัญของหญ้าทะเลและทรัพยากรชายฝั่ง ตารางที่ 2-10 การวิเคราะห์ PSR สถานการณ์หญ้าทะเล จังหวัดปัตตานี หญ้าทะเลเสื่อมโทรม สาเหตุที่มีผลกระทบต่อ ทรัพยากร (Pressure) การดำเนินงาน มาตรการ และการแก้ไขปัญหา (Responses) P1: ตะกอนทับถม R1: ควบคุมกิจกรรมการก่อสร้างชายฝั่ง R2: การสร้างแนวป้องกันดินตะกอนจากการก่อสร้างไม่ให้ไหลลงสู่ทะเล R3: การวางตาข่ายดักตะกอน ระหว่างการก็สร้างสิ่งล่วงล้ำพื้นที่ทะเล P2: ก า รเป ลี่ ยน แป ลงต าม ธรรมชาติ R1: ส่งเสริมการศึกษา การรณรงค์ เผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับหญ้าทะเล และสร้างจิตสำนึกในเรื่องการอนุรักษ์ ให้แก่ประชาชนทั่วไปได้ตระหนัก ถึงความสำคัญของหญ้าทะเลและทรัพยากรชายฝั่ง R2: ดำเนินการจัดกิจกรรมฟื้นฟูแหล่งหญ้าทะเล ในพื้นที่เคยมีหญ้าทะเล อยู่และมีสภาพพื้นที่เหมาะสมแก่การเจริญเติบโตของหญ้าทะเล การดำเนินงานที่ผ่านมาของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งในปี พ.ศ. 2564 1) การสำรวจติดตามเพื่อจัดทำรายงานสถานภาพ 2) วิจัยเรื่องระยะเวลาการฟื้นตัวของแหล่งพันธุ์หญ้าเงาแคระที่ถูกรบกวนจากการรวบรวม พันธุ์เพื่อการฟื้นฟูในบริเวณบ้านดาโต๊ะ จังหวัดปัตตานี 3) สำรวจและประเมินสิ่งมีชีวิตในแนวหญ้าทะเล ปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะ 1) ขาดการประสานงานระหว่างหน่วยงานกับชุมชน 2) ควรส่งเสริมการศึกษา การรณรงค์ และเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับหญ้าทะเล ให้แก่ประชาชน ทั่วไป ให้ตระหนักถึงความสำคัญของหญ้าทะเลและทรัพยากรชายฝั่ง รวมทั้งสร้างแรงจูงใจให้เกิดความร่วมมือ ในการอนุรักษ์ ป้องกันและแก้ไขปัญหา/ภัยคุกคามต่าง ๆ เพื่อให้หญ้าทะเลคงสภาพเดิมไว้
32 2.1.3 ทรัพยากรสัตว์ทะเลหายากและใกล้สูญพันธุ์ จังหวัดปัตตานีพบสัตว์ทะเลหายาก 4 ชนิด ประกอบด้วยเต่าทะเล 1 ชนิด ได้แก่ เต่าตนุ โลมา 2 ชนิด ได้แก่ โลมาหลังโหนก โลมาหัวบาตรหลังเรียบ และปลากระดูกอ่อน 1 ชนิด ได้แก่ ฉลามวาฬ สัตว์ทะเล หายากที่เด่น คือ โลมาหลังโหนก ซึ่งพบมากบริเวณปากแม่น้ำปัตตานี ปากอ่าวปัตตานี ไปจนถึงชายหาดบ้าน ตะโล๊ะกาโปร์พบประมาณ 40-55 ตัว โดยมีแนวโน้มจำนวนเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่จำนวนการเกยตื้นเพิ่มขึ้น เล็กน้อย นอกจากนี้พบฉลามวาฬกลางทะเลใกล้แท่นขุดเจาะ จ.ปัตตานีและบริเวณเกาะโลซิน โดยจากข้อมูล ทั้งการเกยตื้น การสำรวจในธรรมชาติ และการแจ้งข่าวของชุมชน พบสัตว์ทะเลหายากดังตารางที่ 1 รูปที่2-12 แผนที่การแพร่กระจายของสัตว์ทะเลหายากจังหวัดปัตตานีปี พ.ศ. 2564
33 รูปที่ 2-13 สัตว์ทะเลหายากชนิดเด่น A : ฉลามวาฬกลางทะเลใกล้แท่นขุดเจาะ จ.ปัตตานี B: โลมาหลังโหนกบริเวณตะโล๊ะกาโปร์อ.ยะหริ่ง ตารางที่ 2-11 ชนิดสัตว์ทะเลหายากที่พบในจังหวัดปัตตานี แยกตามแหล่งที่มาของข้อมูล ในปีงบประมาณ 2564 จังหวัดปัตตานี พบการเกยตื้นของสัตว์ทะเลหายากรวม 3 ชนิด ได้แก่ เต่าตนุ 3 ตัว โลมาหลังโหนก 1 ตัว โลมาหัวบาตรหลังเรียบ 3 ตัว รูปที่ 2-14 สถิติการแกยตื้นของทะเลหายาก ในช่วงปีพ.ศ. 2555 – พ.ศ.2564
34 ตารางที่ 2-12 สถานภาพสัตว์ทะเลหายากในพื้นที่จังหวัดปัตตานี(ปีพ.ศ. 2559-2564) สาเหตุที่มีผลกระทบต่อทรัพยากรสัตว์ทะเลหายาก (Pressure) 1. ภัยจากเครื่องมือ-ขยะจากการประมง โดยเฉพาะเต่าทะเลซึ่งการเกยตื้นมักพบเศษอวนติด พันลำตัว แขน ขา เป็นผลให้ แขน ขาขาด สำหรับโลมา-วาฬ อาจยังไม่ทราบผลแน่ชัดเรื่องการติดเครื่องมือ ประมง เนื่องจากการเกยตื้นส่วนใหญ่มาจากความเจ็บป่วยตามธรรมชาติ และไม่เห็นบาดแผลที่ลำตัว 2. มลพิษและความเสื่อมโทรมของสภาพแวดล้อมและขยะในทะเล มักพบร่วมในการเกยตื้น อาจเป็นสาเหตุหลักและสาเหตุของการเกยตื้น เช่นเมื่อเต่าทะเล หรือสัตว์ทะเลหายากอื่นๆ อ่อนแอจากการ เจ็บป่วย หรือบาดเจ็บจากการติดเครื่องมือประมงการหาอาหารทำได้ยากขึ้น จึงหาอาหารที่ง่ายต่อการล่า ขยะ จึงมักถูกกินเข้าไป อาจเป็นสาเหตุร่วมที่ทำให้เกิดการเสียชีวิต 3. ขาดมาตรการบริหารจัดการเชิงพื้นที่ของสัตว์ทะเลหายากที่เหมาะสม เช่น พื้นที่แหล่งวาง ไข่เต่าทะเล หรือ แหล่งที่อยู่อาศัยเต่าทะเล มักถูกรบกวนโดยการท่องเที่ยว หรือการใช้เป็นที่อยู่อาศัยของ มนุษย์ และแหล่งที่อยู่อาศัยของโลมา-วาฬ ประจำถิ่น มักซ้อนทับกับการทำประมง
35 ตารางที่2-13 การวิเคราะห์ PSR สัตว์ทะเลหายากลดลง (ตาย) จังหวัดปัตตานี สัตว์ทะเลหายากลดลง (ตาย) สาเหตุที่มีผลกระทบต่อทรัพยากร (Pressure) การดำเนินงานมาตรการและการแก้ไขปัญหา (Responses) P1: ภัยจากเครื่องมือ-ขยะจากการ ประมง R1: ป้องกันการทำการประมงที่ผิดกฎหมายหรือหยุดการใช้เครื่องมือที่เป็น ภัยคุกคามต่อสัตว์ทะเลหายาก R2: ให้ความรู้และการมีส่วนร่วมของชุมชนในพื้นที่ มีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ ดูแลทรัพยากร R3: จัดทำแผนบริหารจัดการแหล่งอาศัยสัตว์ทะเลหายากเชิงพื้นที่ในแต่ละ ชนิดให้เหมาะสมและยั่งยืน R4: สำรวจ ศึกษา วิจัย และวิเคราะห์ประเมินผล P2: มลพิษและความเสื่อมโทรมของ สภาพ แวดล้อมและขยะในทะเล R2: ให้ความรู้และการมีส่วนร่วมของชุมชนในพื้นที่ มีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ ดูแล ทรัพยากร R3: จัดทำแผนบริหารจัดการแหล่งอาศัยสัตว์ทะเลหายากเชิงพื้นที่ในแต่ละ ชนิดให้เหมาะสมและยั่งยืน R4: สำรวจ ศึกษา วิจัย และวิเคราะห์ประเมินผล P3: ขาดมาตรการบริหารจัดการเชิง พื้นที่ของสัตว์ทะเลหายากที่เหมาะสม R3: จัดทำแผนบริหารจัดการแหล่งอาศัยสัตว์ทะเลหายากเชิงพื้นที่ในแต่ละ ชนิดให้เหมาะสมและยั่งยืน R4: สำรวจ ศึกษา วิจัย และวิเคราะห์ประเมินผล
36 การดำเนินงาน มาตรการ และการแก้ไขปัญหา (Responses) 1) ป้องกันการทำการประมงที่ผิดกฎหมายหรือหยุดการใช้เครื่องมือที่เป็นภัยคุกคามต่อสัตว์ ทะเลหายาก 2) ให้ความรู้และการมีส่วนร่วมของชุมชนในพื้นที่ มีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ ดูแลทรัพยากร 3) จัดทำแผนบริหารจัดการแหล่งอาศัยสัตว์ทะเลหายากเชิงพื้นที่ในแต่ละชนิดให้เหมาะสม และยั่งยืน 4) สำรวจ ศึกษา วิจัย และวิเคราะห์ประเมินผล ปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะ อัตราการเกยตื้นของสัตว์ทะเลหายากในแต่ละปีค่อนข้างสูง ทั้งที่มีหน่วยงานดูแลที่แน่นอน แต่อาจขาดการประสานงานระหว่างหน่วยงาน และเพิ่มกิจกรรมการร่วมมือในการอนุรักษ์ ระหว่างหน่วยงาน และชุมชนในท้องถิ่นให้มากขึ้น
37 36 55 9 36 9 9 6 64 45 91 64 91 91 71 24 0% 10% 20% 30% 40% 50% 60% 70% 80% 90% 100% 2558 2559 2560 2561 2562 2563 2564 สถานะคุณภาพน้้าทะเลชายฝั่งจังหวัดปัตตานี ปี2558-2564 ดีมาก ดี พอใช้ เสอื่มโทรม เสอื่มโทรมมาก 2.2 สถานการณ์ด้านสิ่งแวดล้อมทางทะเล 2.2.1 คุณภาพน้ำทะเล สถานภาพคุณภาพน้ำทะเล (State) ในปีงบประมาณ 2564 การติดตามคุณภาพน้ำทะเลชายฝั่งจังหวัดปัตตานี จากสถานีติดตาม คุณภาพน้ำทะเล จำนวน 17 สถานี (สถานีในอ่าวปัตตานี 11 สถานี และสถานีชายฝั่ง 500 เมตร และ 3 กิโลเมตร จำนวน 6 สถานี) ค่าดัชนีคุณภาพน้ำทะเลมีแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงระหว่างปี พ.ศ.2558–2564 พบว่าโดยรวมสถานะคุณภาพน้ำทะเลคงที่ โดยพิจารณาจากแนวโน้มของค่า MWQI เฉลี่ยในแต่ละปี สถานการณ์คุณภาพน้ำทะเลจังหวัดปัตตานีส่วนใหญ่อยู่ในเกณฑ์ดีรองลงมาเป็นเกณฑ์พอใช้ โดยในปี 2564 เปลี่ยนแปลงจากปี 2563 คือมีค่าคุณภาพน้ำทะเลอยู่ในเกณฑ์ดีมาก ร้อยละ 24 และเกณฑ์พอใช้ ลดลงเป็น ร้อยละ 6 ทั้งนี้เนื่องจากปี 2558-2563 สถานีเก็บตัวอย่างเฉพาะในอ่าวปัตตานี ในปี 2564 เพิ่มสถานีเก็บ ตัวอย่างแนวชายฝั่งซึ่งสภาพพื้นที่ชายฝั่งมีคลื่นลมและกระแสน้ำแรงตามลักษณะพื้นที่ จึงมีการเจือจางมลพิษ ช่วยบรรเทาผลกระทบที่เกิดจากแผ่นดิน และพื้นที่ส่วนใหญ่คงสภาพธรรมชาติคุณภาพน้ำยังอยู่ในเกณฑ์ดี รูปที่ 2-15 แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงสถานะคุณภาพน้ำทะเลชายฝั่งจังหวัดปัตตานีระหว่างปี พ.ศ. 2558–2564 สาเหตุของปัญหาคุณภาพน้ำทะเล (Pressure) 1) คุณภาพน้ำชายฝั่งจังหวัดปัตตานี พื้นที่สำคัญที่ต้องเฝ้าระวังได้แก่บริเวณปากแม่น้ำปัตตานี ที่มีท่าเทียบเรือ และบริเวณแหล่งชุมชนทีมีการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง โดยเฉพาะปัญหาการเพิ่มขึ้นของ ตะกอน ปริมาณโคลิฟอร์มแบคทีเรีย และสารอาหารอินทรีย์สารในน้ำทะเลซึ่งมีแนวโน้มมากขึ้น
38 2) กิจกรรมทางทะเล ได้แก่ การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำบริเวณชายฝั่ง เช่น การทำกระชังปลา การเลี้ยงหอยซึ่งทำให้เกิดการสะสมของตะกอนดินหรือเศษอาหารปลา ท่าเทียบเรือประมง และสะพานปลา นอกจากนี้น้ำทิ้งที่ยังไม่ได้รับการบำบัดจากเรือท่องเที่ยวเรือขนส่งสินค้าและเรือประมง แนวทางการแก้ไขปัญหา (Responses) 1. เฝ้าระวังติดตามพื้นที่เสี่ยงและเป็นปัญหาอย่างต่อเนื่อง ตรวจสอบและวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อ หาปัจจัยที่เป็นปัญหา แจ้งผลการดำเนินการโดยเฉพาะข้อมูลของพื้นที่ที่มีปัญหาและเป็นพื้นที่เสี่ยง ประสาน หน่วยงานที่รับผิดชอบในพื้นที่ได้ทราบ สนับสนุนข้อมูลเพื่อนำไปใช้ในการบริหารจัดการต่อไป เพื่อนำไปใช้ใน การบริหารจัดการต่อไป 2. หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่มีการจัดการและดูแลพื้นที่ที่เป็นปัญหาและพื้นที่เสี่ยงเป็นพิเศษ ส่งเสริมให้มีการบำบัดน้ำทิ้งจากชุมชนก่อนระบายลงสู่แหล่งน้ำสาธารณะ 3) การบูรณาการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการจัดการคุณภาพน้ำในระบบลุ่มน้ำ ระหว่าง องค์กรภาครั และทุกภาคส่วนเกี่ยวข้อง รวมทั้งเครือข่ายฯ ในแต่ละพื้นที่ในการประสานการจัดการแก้ไข ปัญหาน้ำเสียแบบองค์รวม รวมทั้งสร้างจิตสำนึกและการมีส่วนร่วมในการจัดการน้ำเสียชุมชน เพื่อลดปริมาณ การปล่อยน้ำทิ้งลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ 4) เคร่งครัดมาตรการควบคุม และการบังคับใช้กฎหมายของหน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง ตารางที่2-14 การวิเคราะห์ PSR คุณภาพน้ำทะเล จังหวัดปัตตานี คุณภาพน้ำทะเล สาเหตุที่มีผลกระทบต่อทรัพยากร (Pressure ) การดำเนินงานมาตรการและการแก้ไขปัญหา (Responses) P1: กิจกรรมจากชายฝั่ง (น้ำทิ้งจากแหล่งชุมชน ท่าเทียบ เรือประมง และน้ำทิ้งจากการ เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง) R1: การติดตามตรวจสอบคุณภาพน้ำทะเลอย่างต่อเนื่องตรวจสอบและวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อหาปัจจัยที่เป็นปัญหา R2: ประสานหน่วยงานที่รับผิดชอบในพื้นที่ได้ทราบ สนับสนุนข้อมูลเพื่อนำไปใช้ในการ บริหารจัดการต่อไป R3 : การบูรณาการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการจัดการคุณภาพน้ำในระบบลุ่มน้ำ .สร้างจิตสำนึก สนับสนุน และการมีส่วนร่วมในการจัดการน้ำเสียชุมชน R4 : เคร่งครัดมาตรการควบคุม และการบังคับใช้กฎหมายของหน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง P2: กิจกรรมทางทะเล R1 : การติดตามตรวจสอบคุณภาพน้ำทะเลอย่างต่อเนื่องตรวจสอบและวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อหาปัจจัยที่เป็นปัญหา R2: ประสานหน่วยงานที่รับผิดชอบในพื้นที่ได้ทราบ สนับสนุนข้อมูลเพื่อนำไปใช้ในการ บริหารจัดการต่อไป R3 : การบูรณาการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการจัดการคุณภาพน้ำในระบบลุ่มน้ำ .สร้างจิตสำนึก สนับสนุน และการมีส่วนร่วมในการจัดการน้ำเสียชุมชน R4 : เคร่งครัดมาตรการควบคุม และการบังคับใช้กฎหมายของหน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง
39 การดำเนินงานที่ผ่านมาของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งในปี พ.ศ. 2564 1) การติดตามตรวจสอบคุณภาพน้ำทะเลบริเวณชายฝั่งจังหวัดปัตตานี จำนวน 17 สถานี (สถานีในอ่าวปัตตานี 11 สถานี และสถานีชายฝั่ง 500 เมตร และ 3 กิโลเมตร จำนวน 6 สถานี) เป็นประจำทุก 3 เดือน ดำเนินการ 4 ครั้งต่อปี 2) ติดตามตรวจสอบและประเมินสภาพแวดล้อมทางทะเลและชายฝั่งพื้นที่จังหวัดปัตตานี อย่างต่อเนื่อง และติดตามเฝ้าระวังสถานะคุณภาพน้ำกรณีเหตุฉุกเฉินซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อทรัพยากรทาง ทะเลและชายฝั่ง เช่น น้ำเสีย ปรากฏการณ์น้ำทะเลเปลี่ยนสี 3) เผยแพร่ข้อมูลคุณภาพน้ำทะเลชายฝั่ง จากการติดตามตรวจสอบคุณภาพน้ำทะเลชายฝั่ง ทาง website ของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง www.dmcr.go.th ปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะ ปัญหาที่พบในระหว่างการปฏิบัติงาน เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อ ไวรัสโคโรน่า 2019 ทำให้ปฏิบัติงานได้ล่าช้ากว่าแผนที่กำหนดและความไม่สะดวกในการเดินทางระหว่าง จังหวัดที่มีความเสี่ยงสูง ข้อเสนอแนะ 1) ควรดำเนินการสำรวจคุณภาพน้ำทะเลชายฝั่งเป็นประจำทุกปี โดยเฉพาะบริเวณที่คุณภาพ น้ำทะเลมีแนวโน้มเสื่อมโทรม ควรมีการติดตามตรวจสอบหลายครั้งต่อปีขึ้นอยู่กับความรุนแรงของสถานการณ์ เพื่อค้นหาแหล่งกำเนิดมลพิษและควบคุมให้มีการปฏิบัติตามกฎหมาย 2. การบริหารจัดการปัญหาภายหลังจากที่ได้ระบุปัจจัยที่อาจมีความเกี่ยวข้องกับปัญหา คุณภาพน้ำในแต่ละพื้นที่ จำเป็นต้องมีการประสานงานระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มีการแจ้งผลการ ดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อทราบถึงแนวโน้มและการเปลี่ยนแปลง และใช้เป็นข้อมูลพิจารณามาตรการที่ เกี่ยวข้องเพื่อการจัดการพื้นที่ที่มีปัญหา 3) หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่มีการจัดการและดูแลพื้นที่ที่เป็นปัญหาและพื้นที่เสี่ยงเป็นพิเศษ 4) ควรมีการบูรณการการจัดการเรื่องน้ำทิ้งจากแหล่งกำเนิด และส่งเสริมการเพาะเลี้ยงสัตว์ น้ำให้มีการจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างมีประสิทธิภาพ บทสรุป คุณภาพน้ำทะเล จังหวัดปัตตานีปี 2564 พบคุณภาพน้ำทะเลส่วนใหญ่อยูในเกณฑ์ดี (ร้อยละ 71) รองลงมาเป็นเกณฑ์fดีมาก (ร้อยละ 24) และพอใช้ (ร้อยละ 9) ไม่พบสถานะเสื่อมโทรม และเสื่อมโทรมมาก เปลี่ยนแปลงจากปี 2563 คือมีค่าคุณภาพน้ำทะเลอยู่ในเกณฑ์ดีมาก ร้อยละ 24 และเกณฑ์พอใช้ ลดลงเป็น ร้อยละ 6 ทั้งนี้เนื่องจากปี 2558-2563 สถานีเก็บตัวอย่างเฉพาะในอ่าวปัตตานี ในปี 2564 เพิ่มสถานีเก็บ ตัวอย่างแนวชายฝั่งซึ่งสภาพพื้นที่ชายฝั่งมีคลื่นลมและกระแสน้ำแรงตามลักษณะพื้นที่จึงมีการเจือจางมลพิษ ช่วยบรรเทาผลกระทบที่เกิดจากแผ่นดิน คุณภาพน้ำยังอยู่ในเกณฑ์ดี
40 2.2.2 น้ำมันรั่วไหล ในปีงบประมาณ 2564 (1 ตุลาคม 2563 – 30 กรกฎาคม 2564) จากการตรวจสอบและประเมิน สภาพแวดล้อมทางทะเลและชายฝั่งจังหวัดปัตตานีไม่พบน้ำมันรั่วไหล จากการติดตามตรวจสอบคราบน้ำมัน และก้อนน้ำมันดินบริเวณชายฝั่งจังหวัดปัตตานีดำเนินการ 2 ครั้งต่อปี จำนวน 1 สถานี (รูปที่ 2-16) ใน ปีงบประมาณ 2564 ไม่พบก้อนน้ำมันดิน รูปที่ 2-16 สถานีติดตามตรวจสอบก้อนน้ำมันดิน (Tar ball) ชายฝั่งจังหวัดปัตตานีปีงบประมาณ 2564 สาเหตุของปัญหาน้ำมันรั่วไหล (Pressure) 1) การรั่วไหลของน้ำมันจากการเดินเรือ ได้แก่ เรือประมง และเรือท่องเที่ยว 2) การแอบทิ้งหรือล้างน้ำมันเครื่อง น้ำมันที่ปนน้ำจากถังบรรจุจากเรือลงสู่ทะเล แนวทางการแก้ไขปัญหา (Responses) 1) ร่วมติดตาม ตรวจสอบ และประสานงานกับหน่วยงานสถานศึกษาและเทศบาลบริเวณพื้นที่ เฝ้าระวังที่มีการเกิดก้อนน้ำมันบ่อยครั้ง หรือมีการลักลอบทิ้งน้ำมันลงสู่ทะเล 2) อาศัยความร่วมมือจากองค์กรส่วนท้องถิ่นและประชาชนในพื้นที่ สร้างเครือข่ายให้ช่วยเก็บ ตัวอย่าง และแจ้งเหตุเมื่อพบการทิ้งน้ำมัน 3) ดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด เช่น ไม่ทิ้งน้ำมันที่ปนเปื้อนจากการล้างเรือลงสู่ ทะเล 4) ดูแลและควบคุมการใช้เรือ และอุปกรณ์ไม่ให้เกิดการรั่วไหลของน้ำมันในทะเล
41 ตารางที่2-15 การวิเคราะห์ PSR น้ำมันรั่วไหล จังหวัดปัตตานี การดำเนินงานที่ผ่านมาของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งในปี พ.ศ. 2564 1) ติดตาม ตรวจสอบ และเฝ้าระวังการเกิดก้อนน้ำมันขึ้นบริเวณชายฝั่งจังหวัดปัตตานี รวม 1 สถานี ดำเนินการ 2 ครั้งต่อปี 2) ในช่วงที่ได้รับแจ้งเหตุพบก้อนน้ำมัน หน่วยงานในสังกัดของกรมทรัพยากรทางทะเลและ ชายฝั่ง เข้าสำรวจพื้นที่ เก็บข้อมูลและเก็บตัวอย่างในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ ประสานพลังงานจังหวัดสงขลาซึ่ง เป็นหน่วยงานผู้รับผิดชอบเก็บตัวอย่างส่งวิเคราะห์หาองค์ประกอบไฮโดรคาร์บอน และสารอนินทรีย์ และ ประสานแจ้งข้อมูลแก่หน่วยงานส่วนท้องถิ่น เพื่อใช้ข้อมูลในการหาแนวทางในการแก้ปัญหามลพิษในพื้นที่ ต่อไป ปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะ การดำเนินการติดตามตรวจสอบน้ำมันรั่วไหลบริเวณชายฝั่งที่สามารถทำได้ตามภารกิจเป็น การติดตามตรวจสอบในเชิงตั้งรับ และติดตามการปนเปื้อนในเชิงปริมาณโดยใช้เทคนิค Fluorescence Spectroscopy ที่ทราบเฉพาะปริมาณที่ปนเปื้อนอยู่ในตัวอย่าง แต่ไม่สามารถจำแนกชนิดและแหล่งที่มาได้ น้ำมันรั่วไหล สาเหตุที่มีผลกระทบต่อทรัพยากร (Pressure ) การดำเนินงาน มาตรการ และการแก้ไขปัญหา (Responses) P1: การรั่วไหลของน้ำมันจากการเดินเรือ ได้แก่ เรือประมง และเรือท่องเที่ยว R1: ร่วมติดตาม ตรวจสอบ และประสานงานกับหน่วยงานสถานศึกษาและเทศบาลบริเวณพื้นที่ เฝ้าระวัง R2: อาศัยความร่วมมือจากองค์กรส่วนท้องถิ่นและประชาชนในพื้นที่ สร้างเครือข่ายให้ช่วยเก็บ ตัวอย่าง และแจ้งเหตุเมื่อพบการทิ้งน้ำมัน R3: ดูแลและควบคุมการใช้เรือ และอุปกรณ์ไม่ให้เกิดการรั่วไหลของน้ำมันในทะเล P2: การแอบทิ้งหรือล้างน้ำมันเครื่อง น้ำมัน ที่ปนน้ำจากถังบรรจุจากเรือลงสู่ทะเล R1: ร่วมติดตาม ตรวจสอบ และประสานงานกับหน่วยงานสถานศึกษาและเทศบาลบริเวณพื้นที่ เฝ้าระวัง R2: อาศัยความร่วมมือจากองค์กรส่วนท้องถิ่นและประชาชนในพื้นที่ สร้างเครือข่ายให้ช่วยเก็บ ตัวอย่าง และแจ้งเหตุเมื่อพบการทิ้งน้ำมัน R3: ดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด เช่น ไม่ทิ้งน้ำมันที่ปนเปื้อนจากการล้างเรือลงสู่ ทะเล P1: การรั่วไหลของน้ำมันจากการเดินเรือ ได้แก่ เรือประมง และเรือท่องเที่ยว R1: ร่วมติดตาม ตรวจสอบ และประสานงานกับหน่วยงานสถานศึกษาและเทศบาลบริเวณพื้นที่ เฝ้าระวัง R2: อาศัยความร่วมมือจากองค์กรส่วนท้องถิ่นและประชาชนในพื้นที่ สร้างเครือข่ายให้ช่วยเก็บ ตัวอย่าง และแจ้งเหตุเมื่อพบการทิ้งน้ำมัน R3: ดูแลและควบคุมการใช้เรือ และอุปกรณ์ไม่ให้เกิดการรั่วไหลของน้ำมันในทะเล
42 ตลอดจนยังไม่เกิดการบูรณาการระหว่างหน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบเท่าที่ควร ดังนั้นควรมีการพัฒนาการ เฝ้าระวัง ติดตาม ตรวจสอบการปนเปื้อนของสารมลพิษประเภทน้ำมันหรือสารปิโตรเลียมไฮโดรคาร์บอน บริเวณชายฝั่ง เพื่อที่จะทำให้สามารถประเมิน ทราบสถานภาพการปนเปื้อนของสารปิโตรเลียมไฮโดรคาร์บอน ในสิ่งแวดล้อมทางทะเลและระบบนิเวศชายฝั่งที่ครอบคลุมและถูกต้องแม่นยำ เพื่อนำไปสู่การกำหนดแนวทาง ป้องกันแก้ไขปัญหา ลดผลกระทบมลพิษดังกล่าว และฟื้นฟูทรัพยากรอย่างเหมาะสม รวมทั้งสามารถสนับสนุน การดำเนินงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เผยแพร่องค์ความรู้ให้ชุมชนชายฝั่งและประชาชนทั่วไปรับทราบข้อมูล สถานภาพมลพิษบริเวณชายฝั่ง และสร้างเครือข่ายความร่วมมือเพื่อเฝ้าระวังเหตุในพื้นที่ชายฝั่ง ปัญหาในการดำเนินงานอื่น ๆ ที่พบ ได้แก่ 1) งบประมาณในการสำรวจและวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการไม่เพียงพอ 2) หน่วยงานและประชาชนในพื้นที่ยังขาดความรู้ความเข้าใจด้านมลพิษเนื่องจากน้ำมันและ แนวทางแก้ไขปัญหาที่ถูกต้อง