43 2.2.3 แมงกะพรุนพิษ สถานภาพแมงกะพรุนพิษ (State) 1) สถิติผู้เสียชีวิตหรือบาดเจ็บรุนแรงจากแมงกะพรุนกล่อง จากข้อมูลสถิติของกองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ระหว่างปีงบประมาณ พ.ศ. 2542-2564 ยังไม่มีรายงานผู้สงสัยเสียชีวิต หรือบาดเจ็บรุนแรงจากแมงกะพรุนกล่อง 2) ความหลากหลายทางชนิด การแพร่กระจายและฤดูกาลของแมงกะพรุนพิษ จากการ รวมรวมข้อมูลของสถาบันวิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งตั้งแต่ปีงบประมาณ 2553 พบแมงกะพรุนพิษทั้งสิ้น 3 กลุ่ม ได้แก่ 2.1) แมงกะพรุนในกลุ่ม Cubozoa (แมงกะพรุนกล่อง) ดังนี้ วงศ์ Carukiidae 1 ช นิ ด คื อ Carukiidae, undescribable (รูป ที่ 2-17) ซึ่งพิ ษ ข อง แมงกะพรุนในวงศ์นี้ทำให้บริเวณที่สัมผัสมีอาการปวดอย่างรุนแรง และอาจทำให้จมน้ำได้การแพร่กระจายใน พื้นที่จังหวัดปัตตานี ดังแสดงในตารางที่ 2-16 วงศ์ Chiropsalmidae 1 ชนิด คือ Chiropsoides buitendijki (รูปที่ 2-17) ซึ่งพิษของ แมงกะพรุนในวงศ์นี้ทำให้บริเวณที่สัมผัสมีอาการปวดแสบปวดร้อนและเป็นผื่นแดง การแพร่กระจายในพื้นที่ จังหวัดปัตตานี ดังแสดงในตารางที่ 2-16 2.2) แมงกะพรุนในกลุ่ม Scyphozoa (แมงกะพรุนแท้) วงศ์ Pelagiidae 1 ชนิด คือ แมงกะพรุนไฟ Chrysaora cf. chinensis (รูปที่ 2-17) ซึ่งพิษของแมงกะพรุนในวงศ์นี้ทำให้บริเวณที่สัมผัสมี อาการปวดแสบปวดร้อน การแพร่กระจายในพื้นที่จังหวัดจังหวัดปัตตานี ดังแสดงในตารางที่ 2-16 2.3) แมงกะพรุนในกลุ่ม Hydrozoa วงศ์ Physalidae 1 ชนิด คือ แมงกะพรุนหัวขวด Physalia sp. (รูปที่ 2-17) ซึ่งพิษของแมงกะพรุนในวงศ์นี้ทำให้บริเวณที่สัมผัสมีอาการปวดแสบปวดร้อน แน่น หน้าอก หายใจลำบาก การแพร่กระจายในพื้นที่จังหวัดปัตตานี ดังแสดงในตารางที่ 2-16
44 Cubozoa Carukiidae, undescribable Chiropsoides buitendijki Scyphozoa Hydrozoa Chrysaora sp. Physalia sp. รูปที่ 2-17 ชนิดของแมงกะพรุนพิษในพื้นที่ชายฝั่งทะเลของจังหวัดปัตตานี
45 รูปที่ 2-18 การแพร่กระจายของแมงกะพรุนพิษในพื้นที่ชายฝั่งทะเลของจังหวัดปัตตานี
46 ตารางที่ 2-16 การแพร่กระจายของแมงกะพรุนพิษในพื้นที่ชายฝั่งทะเลของจังหวัดปัตตานี พื้นที่ มค กพ มีค เมย พค มิย กค สค กย ตค พย ธค วงศ์ Carukiidae แหลมตาชี X X X X X X หาดตะโละกาโปร์ X X X X วงศ์ Chiropsalmidae แหลมตาชี X X X X X X วงศ์ Pelagiidae แหลมตาชี X X วงศ์ Physalidae แหลมตาชี X หาดตะโละกาโปร์ X สาเหตุของการพบแมงกะพรุนพิษและผู้บาดเจ็บจากพิษแมงกะพรุน (Pressure) 1) กระแสน้ำและคลื่นลม พัดพาแมงกะพรุนซึ่งเป็นแพลงก์ตอนขนาดใหญ่ที่ล่องลอยตาม กระแสน้ำเข้าใกล้ชายฝั่ง ประกอบกับธาตุอาหารในน้ำทะเลที่เพิ่มขึ้นในบางฤดูกาล ทำให้แพลงก์ตอนสัตว์ขนาด เล็กที่เป็นอาหารของแมงกะพรุนมีจำนวนมากขึ้น โดยเฉพาะบริเวณชายฝั่งทะเล 2) จำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มมากขึ้นในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว 3) การลดลงของปลาและเต่าทะเลที่เป็นผู้ล่าของแมงกะพรุน ส่งผลให้จำนวนแมงกะพรุนเพิ่ม มากขึ้น แนวทางการแก้ไขปัญหา (Response) การดำเนินงานที่ผ่านมาของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง 1) ตั้งคณะทำงานด้านสัตว์ทะเลมีพิษ ซึ่งประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญด้านแมงกะพรุนพิษ และ สัตว์ทะเลมีพิษชนิดอื่น เพื่อร่วมกันจัดวางแนวทางแก้ปัญหา 2) ติดตั้งป้ายประชาสัมพันธ์การป มพยาบาลผู้สัมผัสพิษแมงกะพรุนพร้อมเสาน้ำส้มสายชู ใน พื้นที่ชายหาดท่องเที่ยว รวมทั้งสิ้น 12 จุด แบ่งเป็น ปีงบประมาณ 2558 จำนวน 2 จุด ในพื้นที่ชายหาดแหลมโพธิ์ ตำบลแหลมโพธิ์ อำเภอยะหริ่ง ปีงบประมาณ 2562 จำนวน 10 จุด ในพื้นที่หาดบูดี หาดตะโละสะมิแล หาดตะโละกาโปร์ ตำบลแหลมโพธิ์ อำเภอยะหริ่ง หาดปะนาเระ ตำบลปะนาเระ หาดแฆแฆ ตำบลบ่อน้ำ อำเภอปะนาเระ และ หาดวาสุกรี ตำบลตะลุบัน อำเภอสายบุรี
47 3) ประชาสัมพันธ์ และจัดการฝึกอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับแมงกะพรุนกล่องและขั้นตอนการ ป มพยาบาลที่ถูกต้องแก่ชุมชน ผู้ประกอบการ หน่วยงานรั และสถานศึกษาในพื้นที่ ดังนี้ ปีงบประมาณ 2564 ไม่มีการจัดฝึกอบรมเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อ ไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะ ปัญหา และอุปสรรค 1) ป้ายประชาสัมพันธ์การป มพยาบาลและเสาน้ำส้มสายชู ชำรุด/เสียหาย รวมทั้งการสูญ หายของน้ำส้มสายชู 2) ไม่ได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานและผู้ประกอบการในบางพื้นที่ในการติดตั้งป้าย ประชาสัมพันธ์การป มพยาบาลและเสาน้ำส้มสายชู ข้อเสนอแนะ 1) น ำเสนอเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ต้องบ ริห ารจัดการ ป้องกันและแก้ไข ในวาระของ คณะกรรมการทรัพยากรทะเลและชายฝั่งจังหวัด 2) ผลักดันการดำเนินการตามมาตรการพื้นที่ป้องกันภัย โดยให้หน่วยงานท้องถิ่นภายใต้ หน่วยงานที่ร่วมลงนามตามบันทึกความเข้าใจและความร่วมมือด้านการเฝ้าระวัง ป้องกันการบาดเจ็บจากการ สัมผัสแมงกะพรุนพิษ ฉบับใหม่ระหว่าง ทช. กรมควบคุมโรค กรมแพทย์ทหารเรือ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น สำนักงานปลัดกระท รวงก ารท่องเที่ยวและกีฬ า มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยบูรพา มหาวิทยาลัยมหิดล มีบทบาทในการตั้งคณะทำงานในพื้นที่เสี่ยง ติดตั้งป้ายประชาสัมพันธ์การป มพยาบาลเมื่อสัมผัสแมงกะพรุนพิษและเสาน้ำส้มสายชูให้ครบทุกพื้นที่ ชายหาดท่องเที่ยวสำคัญ อบรมให้ความรู้ให้แก่ประชาชน บุคลากรทางการแพทย์ที่เกี่ยวข้องกับสัตว์ทะเลมีพิษ รวมถึงติดตั้งตาข่ายกันแมงกะพรุนพิษในพื้นที่และช่วงเวลาที่มีความเสี่ยงสูง
48 2.3 สถานการณ์ด้านป่าชายเลน ป่าชายหาด พรุ รูปที่ 2-19 แผนที่แสดงพื้นที่ป่าชายเลน ป่าชายหาด และพรุ จังหวัดปัตตานี 2.3.1 ป่าชายเลน จากข้อมูลปีงบประมาณ 2564 จังหวัดปัตตานีมีพื้นที่ป่าชายเลนทั้งหมด 39,318.59 ไร่ ป่าชายเลน คงสภาพ จำนวน 16,349.17 ไร่ พื้นที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจำนวน 3,381.27 ไร่ พื้นที่เกษตรกรรมจำนวน 5,266.09 ไร่ เมืองและสิ่งก่อสร้างจำนวน 3,566.48 ไร่ หาดทราย จำนวน 204.46 ไร่ แม่น้ำ คูแพรก ขุมเหมือง ทะเล จำนวน 2,856.91 ไร่ ระบบนิเวศไม้พื้นล่าง จำนวน 3,443.33 ไร่ รูปที่ 2-20 สภาพพื้นที่ป่าชายเลนจังหวัดปัตตานี
49 ความหลากหลายของสังคมพืชป่าชายเลน พบพันธุ์ไม้ป่าชายเลนในจังหวัดปัตตานีทั้งสิ้น 19 ชนิด (Species) พันธุ์ไม้ที่พบมากที่สุดอยู่ในวงศ์Rhizophoraceae ชนิดที่มีความหนาแน่นมากที่สุด คือ โกงกางใบเล็กรองลงมา คือ ถั่วขาว และตาตุ่มทะเลตามลำดับ จากการสำรวจความความหลากหลายของสังคม พืชในป่าชายเลน ในบริเวณตำบลแหลมโพธิ์ ตำบลบางปู ตำบลตะโละกาโปร์ ตำบลยามู อำเภอยะหริ่ง ตารางที่ 2-17 ชนิดพันธุ์ไม้ป่าชายเลนที่พบในจังหวัดปัตตานี ชื่อไทย ชื่อสามัญ ชื่อวิทยาศาสตร์ โกงกางใบเล็ก โกงกางใบเล็ก Rhizophora apiculata โกงกางใบใหญ่ โกงกางใบใหญ่ Rhizophora mucronata ตะบูนขาว ตะบูนขาว Xylocarpus granatum ตะบูนดำ ตะบูนดำ Xylocarpus moluccensis ตาตุ่มทะเล ตาตุ่มทะเล Excoecaria agallocha ถั่วขาว ถั่วขาว Bruguiera cylindrica ถั่วดำ ถั่วดำ Bruguiera parviflora ปอทะเล ปอทะเล Hibiscus tiliaceus โปรงขาว โปรงขาว Ceriops decandra ฝาดดอกขาว ฝาดดอกขาว Lumnitzera racemosa ฝาดดอกแดง ฝาดดอกแดง Lumnitzera littorea พังกาหัวสุมดอกขาว พังกาหัวสุมดอกขาว Bruguiera sexangula ลำพู ลำพู Sonneratia caseolaris ลำแพน ลำแพน Sonneratia ovata ลำแพนหิน ลำแพนหิน Sonneratia griffithii แสมขาว แสมขาว Avicennia alba แสมดำ แสมดำ Avicennia officinalis แสมทะเล แสมทะเล Avicennia marina หลุมพอ หลุมพอ Intsia bijuga 2.3.2 ป่าชายหาด พรุ จังหวัดปัตตานีมีพื้นที่ป่าชายหาด จำนวน 545.20 ไร่กระจายอยู่ในพื้นที่อำเภอหนองจิก จำนวน 25.35 ไร่ อำเภอยะหริ่ง จำนวน 491.95 ไร่ อำเภอปะนาเระ จำนวน 10.37 ไร่อำเภอสายบุรี จำนวน 16.53 ไร่ และอำเภอไม้แก่น จำนวน 1 ไร่ และมีพื้นที่ป่าพรุ จำนวน จำนวน 3,705.68 ไร่ กระจายอยู่ในพื้นที่อำเภอ หนองจิก จำนวน 3,435.42 ไร่ อำเภอสายบุรี จำนวน 180.95 ไร่ และอำเภอไม้แก่น จำนวน 89.30 ไร่ ป่าชายหาดหรือสังคมพืชป่าชายหาด พบตามชายฝั่งทะเลที่เป็นหาดทรายพืชพรรณไม้ เป็นแนวแคบ ๆ หรือกระจัดกระจายเป็นหย่อม ๆ เป็นป่าที่ปกคลุมอยู่บริเวณชายฝั่งทะเลที่ดินเป็นดินทรายน้ำทะเลท่วมไม่ถึง
50 หรือบริเวณหาดทรายเก่าที่ยกตัวสูงขึ้น หรือบริเวณที่หินชิดฝั่งทะเล ดินค่อนข้างเค็มและที่สำคัญคือมีไอเค็ม (salt spray) จากทะเลพัดเข้าถึง พรรณพืชส่วนใหญ่ของป่าชนิดนี้เป็นพืชทนเค็ม (halophytes) และลำต้นคด งอด้วยแรงลม ส่วนสังคมพืชบนหน้าผา (cliff community) ที่อยู่ริมทะเลมักเป็นพืชที่ทนความแห้งแล้ง (xerophytes) ไม่ถือเป็นสังคมพืชป่าชายหาดแม้ว่ามีพืชทนเค็มปรากฏปะปนอยู่บ้าง (Barbour, 1970) ด้วย เหตุนี้ป่าชายหาดจึงจำกัดอยู่เฉพาะบริเวณหาดทรายตั้งแต่แนวต้นไม้ซึ่งคลื่นพัดขึ้นมาท่วมไม่ถึง ลึกเข้าไปจน หมดอิทธิพลของไอเค็มจากทะเล ป่าชายหาดปรากฏอยู่ทั่วไปตามชายทะเลที่เป็นหาดทราย ทั้งชายฝั่งภาคตะวันออกตั้งแต่จังหวัด ชลบุรีลงไปถึงจังหวัดตราด และทางภาคใต้แถบฝั่งทะเลอ่าวไทยจากจังหวัดเพชรบุรีลงไปจนถึงจังหวัดนราธิวาส รวมถึงเกาะต่าง ๆ ในอ่าวไทย ทางฝั่งตะวันตกพบตั้งแต่จังหวัดระนองลงไปจนถึงจังหวัดสตูล รวมทั้งเกาะต่าง ๆ ในทะเลอันดามันด้วย โดยเฉพาะเกาะตะรุเตามีป่าชายหาดที่สวยงามค่อนข้างสมบูรณ์มากแห่งหนึ่ง ป่าชนิดนี้ อยู่ชิดทะเลจึงมักถูกทำลายและแปรสภาพเป็นแหล่งท่องเที่ยว บ้านเมืองและชุมชนเป็นจำนวนไม่น้อย ป่าชายหาดจึงคงเหลือให้เห็นเป็นหย่อมเล็ก ๆ ที่มีสภาพเสื่อมโทรมเป็นส่วนใหญ่ รูปที่ 2-21 สภาพพื้นที่ป่าชายหาดจังหวัดปัตตานี รูปที่ 2-22 สภาพพื้นที่ป่าพรุจังหวัดปัตตานี
51 การใช้ประโยชน์ที่ดินในพื้นที่ป่าชายเลน การเปลี่ยนแปลงของพื้นที่ป่าชายเลนในจังหวัดปัตตานี เกิดจากการใช้ประโยชน์ที่ดินในพื้นที่ ป่าชายเลนเพื่อกิจกรรมอื่นๆ เช่น การเกษตร นากุ้ง นาเกลือ ท่าเทียบเรือ โรงงานอุตสาหกรรม ที่อยู่อาศัย เป็นต้น โดยมีการเก็บข้อมูลการเปลี่ยนแปลงของพื้นที่ป่าชายเลนในจังหวัดปัตตานี ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2543 – 2564 ตาราง 2-18 จำแนกลักษณะการใช้ประโยชน์ที่ดินในพื้นที่ป่าชายเลน จังหวัดปัตตานี ปี พ.ศ. 2564 ล าดับ ลักษณะการใช้ประโยชน ที่ดิน จ.ปัตตานี รวม เนื้อที่ (ไร่) ร้อยละ อ.หนองจิก อ.เมือง อ.ยะหริ่ง อ.ปานาเระ อ.สายบุรี อ.ไม้แก่น 1 ป่าชายหาด 25.35 - 491.95 10.37 16.53 1.00 545.20 1.39 2 ป่าชายเลน 7,681.43 585.73 7,156.55 - 234.99 690.47 16,349.17 41.58 3 ป่าพรุ 3,435.42 - - - 180.95 89.30 3,705.68 9.42 4 พื้นที่เกษตรกรรม 1,836.94 1,118.40 767.97 - 654.25 888.52 5,266.09 13.39 5 พื้นที่เพาะเลี้ยงสัตว น้ำ 922.29 674.72 1,759.54 - 10.83 13.89 3,381.27 8.60 6 ระบบนิเวศไม้พื้นล่าง 1,931.02 985.34 416.92 1.06 16.70 92.29 3,443.33 8.76 7 หาดทราย 136.70 - 58.29 3.66 - 5.81 204.46 0.52 8 เมืองและสิ่งก่อสร้าง 261.54 2,791.36 321.02 - 130.36 62.20 3,566.48 9.07 9 แม่น้ำ คูแพรก ขุมเมือง ทะเล 1,130.81 380.72 961.97 63.44 89.76 230.22 2,856.91 7.27 รวม 17,361.50 6,536.27 11,934.22 78.53 1,334.37 2,073.70 39,318.59 100.00
52 รูปที่ 2-23 แผนที่จำแนกเขตการใช้ประโยชน์ที่ดินป่าชายเลน จังหวัดปัตตานี
53 สาเหตุที่มีผลกระทบต่อป่าชายเลน และป่าชายหาด พรุ(Pressure) 1. การบุกรุพื้นที่ป่าชายเลนเพื่อทำการเกษตร การประมง 2. การบุกรุกพื้นที่ป่าชายเลนเพื่อขยายชุมชน/ที่อยู่อาศัย และการเพิ่มขึ้นของประชาชน 3. การบุกรุกพื้นที่ป่าชายเลนเพื่อการท่องเที่ยว 4. การใช้ประโยชน์จากทรัพยากรป่าชายเลน แนวทางการแก้ไขปัญหา (Responses) 1. จัดทำแนวเขตป่าชายเลนให้ชัดเจนเช่น ขุดคู/แพรกเป็นแนวป้องกันการบุกรุกพื้นที่ ป่าชายเลน หรือติดป้ายประกาศ หลักหมายแนวเขต 2. จัดทำเขตป่าชายเลนอนุรักษ์ตามมาตรา 18 และ มาตรา 23 ตามพระราชบัญญัติส่งเสริม การบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง พ.ศ. 2558 3. บังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดและมีหลักธรรมาภิบาล 4.ดำเนินการปลูก ฟื้นฟู สภาพป่าที่ทวงคืนได้ รวมถึงพื้นที่ป่าชายเลนเสื่อมโทรม 5. การสร้างจิตสำนึกรักษ์และตระหนักถึงความสำคัญของป่าชายเลนและประชาสัมพันธ์และ เผยแพร่ในรูปแบบต่างๆ 6. สนับสนุนการดำเนินงานของกลุ่มเครือข่ายอนุรักษ์ป่าชายเลน 7. เพิ่มประสิทธิภาพเจ้าหน้าที่และจำนวนบุคลากรผู้ปฏิบัติงานดูแลพื้นที่ป่าชายเลน 8. จัดทำโครงการจัดที่ดินเพื่อที่อยู่อาศัยในพื้นที่ป่าชายเลน 9. การสร้างกฎ กติกา ระเบียบ รูปแบบการใช้ประโยชน์ในชุมชน 10. การจัดระบบการท่องเที่ยวและรูปแบบที่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อม ตารางที่ 2-19 การวิเคราะห์ PSR ป่าชายเลน/ป่าชายหาด/พรุ เสื่อมโทรม/ลดลงจังหวัดปัตตานี สาเหตุที่มีผลกระทบต่อ ทรัพยากร (Pressure) การดำเนินงาน มาตรการ และการแก้ไขปัญหา (Responses) P1: การบุกรุกพื้นที่ป่าชายเลน เพื่อทำการเกษตร การประมง R1: จัดทำแนวเขตป่าชายเลนให้ชัดเจนเช่น ขุดคู/แพรกเป็นแนวป้องกันการบุกรุก พื้นที่ป่าชายเลน หรือติดป้ายประกาศ หลักหมายแนวเขต R2: จั ด ท ำ เข ต ป่ า ช า ย เล น อ นุ รั ก ษ์ ต า ม ม า ต ร า 1 8 แ ล ะ ม า ต ร า 2 3 ตามพระราชบัญญัติส่งเสริมการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง พ.ศ. 2558 R3: บังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดและมีหลักธรรมาภิบาล R4: ดำเนินการปลูก ฟื้นฟู สภาพป่าที่ทวงคืนได้ รวมถึงพื้นที่ป่าชายเลนเสื่อมโทรม R5: การสร้างจิตสำนึกรักษ์และตระหนักถึงความสำคัญของป่าชายเลนและ ประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ในรูปแบบต่างๆ
54 สาเหตุที่มีผลกระทบต่อ ทรัพยากร (Pressure) การดำเนินงาน มาตรการ และการแก้ไขปัญหา (Responses) R6: สนับสนุนการดำเนินงานของกลุ่มเครือข่ายอนุรักษ์ป่าชายเลน R7: เพิ่มประสิทธิภาพเจ้าหน้าที่และจำนวนบุคลากรผู้ปฏิบัติงานดูแลพื้นที่ ป่าชายเลน P2: การบุกรุกพื้นที่ป่าชายเลน เพื่อขยายชุมชน/ที่อยู่อาศัยและ การเพิ่มขึ้นของประชาชน R1: จัดทำแนวเขตป่าชายเลนให้ชัดเจน เช่น ขุดคู/แพรกเป็นแนวป้องกันการ บุกรุก พื้นที่ป่าชายเลน หรือติดป้ายประกาศ หลักหมายแนวเขต R6: สนับสนุนการดำเนินงานของกลุ่มเครือข่ายอนุรักษ์ป่าชายเลน R8: จัดทำโครงการจัดที่ดินเพื่อที่อยู่อาศัยในพื้นที่ป่าชายเลน R9: การสร้างกฎ กติกา ระเบียบ รูปแบบการใช้ประโยชน์ในชุมชน P3: การบุกรุกพื้นที่ป่าชายเลน เพื่อการท่องเที่ยว R5: การสร้างจิตสำนึกรักษ์และตระหนักถึงความสำคัญของป่าชายเลนและ ประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ในรูปแบบต่างๆ R10: การจัดระบบการท่องเที่ยวและรูปแบบที่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อม P4: ก า ร ใ ช้ ป ร ะ โ ย ช น์ จ า ก ทรัพยากรป่าชายเลน R5: การสร้างจิตสำนึกรักษ์และตระหนักถึงความสำคัญของป่าชายเลนและ ประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ในรูปแบบต่างๆ R9: การสร้างกฎ กติกา รูปแบบการใช้ประโยชน์ในชุมชน การดำเนินงานที่ผ่านมาของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งใน ปี พ.ศ. 2564 1. บำรุงแปลงปลูกป่าชายเลนอายุ 2-6 ปี เนื้อที่ 10 ไร่ จังหวัดปัตตานี - ท้องที่ ม.1 บ้านรูสะมิแล ต.รูสะมิแล อ.เมือง จ.ปัตตานี เนื้อที่ 5 ไร่ - ท้องที่ ม.1 บ้านโต๊ะโสม ต.บางปู อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี เนื้อที่ 5 ไร่ 2. เพาะชำกล้าไม้ป่าชายเลน จำนวน 12,700 กล้า - โกงกางใบเล็ก จำนวน 5,000 กล้า - โกงกางใบใหญ่ จำนวน 5,000 กล้า - ถั่วขาว จำนวน 1,000 กล้า - โปรง จำนวน 1,000 กล้า - พังกาหัวสุมดอกแดง จำนวน 700 กล้า 3. เพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันทรัพยากรทางทะเลและป่าชายเลน (AO) - ทวงคืนผืนป่าชายเลน ท้องที่ หมู่ที่ 3 บ้านบางทัน ต.บางเขา อ.หนองจิก จ.ปัตตานี เนื้อที่ 39.45 ไร่ เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2564 - ดำเนินคดีบุกรุกพื้นที่ป่าชายเลน ท้องที่ หมู่ที่ 3 บ้านบางปู ต.บางปู อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี เนื้อที่ 0.13 ไร่ เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2564
55 - ทวงคืนผืนป่าชายเลน ท้องที่ หมู่ที่ 5 บ้านดอนนา ต.บางเขา อ.หนองจิก จ.ปัตตานี เนื้อที่ 12.59 ไร่ เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2564 4. คุ้มครองป้องกันทรัพยากรป่าชายเลน - ปฏิบัติการลาดตระเวนตลอดทั้งปีงบประมาณ จำนวน 94 ครั้ง ในพื้นที่ จ.ปัตตานี และ จ.นราธิวาส - บินตรวจป่าร่วมกับหน่วยงานกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน จ.ปัตตานี จำนวน 2 ครั้ง เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2564 และวันที่ 7 สิงหาคม 2564 - พิสูจน์สิทธ์ จำนวน 3 แปลง - ติดตั้งป้ายประชาสัมพันธ์ห้ามบุกรุกพื้นที่ป่าชายเลน จำนวน 20 ป้าย ในพื้นที่ จ.ปัตตานีและจ.นราธิวาส ปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะ ปัญหาอุปสรรค 1. ความไม่สงบในพื้นที่ 2. สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ข้อเสนอแนะ 1. ควรสนับสนุนงบประมาณอย่างต่อเนื่อง 2. จัดสวัสดิการให้กับเจ้าหน้าเพื่อเป็นขวัญกำลังใจกับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติ 3. จัดสรรเพิ่มงบประมาณด้านการป้องกันและการบูรณาการฟื้นฟูป่าชายเลน
56 บทที่ 3 3. สถานการณ์การกัดเซาะชายฝั่ง สถานภาพการกัดเซาะชายฝั่ง จังหวัดปัตตานี มีความยาวชายฝั่งยาวประมาณ 140.03 กิโลเมตร โดยมีอาณาเขตครอบคลุมพื้นที่ ตำบลตั้งแต่อำเภอหนองจิกถึงอำเภอไม้แก่น 18 ตำบล 6 อำเภอ ชายฝั่งทะเลจังหวัดปัตตานีอยู่ในระบบกลุ่ม หาดหลักทะเลอ่าวไทยตอนล่าง ประกอบด้วย ระบบหาดกลุ่มหาดแหลมตะลุมพุก-แหลมสมิหลา มี 1 ระบบ หาด ได้แก่ ระบบหาดเทพา-แหลมโพธ์(T6C154) และระบบกลุ่มหาดแหลมโพธิ์-บางมะรวด มี 3 ระบบหาด ได้แก่ หาดแหลมโพธิ์-บางมะรวด (T6C155) หาดแฆแฆ(T6C156) และหาดบางนรา (T6C157) ซึ่งสถานภาพ ชายฝั่งของจังหวัดปัตตานี ยังประสบปัญหาการกัดเซาะในระดับที่ไม่รุนแรง มีระยะทางตามแนวชายฝั่ง 138.91 กิโลเมตร แบ่งออกเป็น ➢ หาดทราย ระยะทาง 109.06 กม. ➢ หาดโคลน/หาดเลน ระยะทาง 26.16 กม. ➢ หาดหิน ระยะทาง 0.69 กม. ➢ ปากแม่น้ำ/ปากคลอง ระยะทาง 3.00 กม. ตามรายงานสถานภาพประจำปี2563 สามารถสรุปสภานภาพชายฝั่งจังหวัดปัตตานี ได้ดังนี้ ➢ พื้นที่ที่ไม่มีการกัดเซาะระยะทาง 96.61 กม. ➢ พื้นที่ที่ประสบปัญหากัดเซาะชายฝั่งเป็นระยะทางทั้งสิ้น 42.3 กม. โดยแบ่งเป็น - พื้นที่ที่ได้รับการดำเนินการแก้ไขแล้วระยะทาง 23.42 กม. - และที่ยังไม่ได้รับการแก้ไขระยะทาง 18.88 กม.
5รูปที่ 3-1 แผนที่แสดงสถานภาพการกัด
7 ดเซาะชายฝั่ง จังหวัดปัตตานีพ.ศ. 2563
5รูปที่ 3-2 แผนที่แสดงโครงสร้างช
8 ชายฝั่ง จังหวัดปัตตานีพ.ศ. 2563
ตารางที่3-1 สถานการณ์การกัดเซาะชายฝั่งในแต่ละพื้นที่ของจังหวัดปัตตานี จังหวัด อำเภอ ตำบล พื้นที่ที่ยังไม่มีการดำเนินการแก้ไข (กม.) พืดำแกกัดเซาะ รุนแรง กัดเซาะ ปานกลาง กัดเซาะน้อย ปัตตานี ปะนา เระ บ้าน กลาง 0.73 บ้านน้ำ บ่อ 0.65 ปะนาเระ 1.50 1.21 เมือง ปัตตานี ตันหยงลุ โละ บานา บาราโหม 0.93 รูสะมิแล
59 พื้นที่ที่มี การ ำเนินการ ก้ไขแล้ว (กม.) พื้นที่ที่ไม่กัดเซาะ (กม.) รวม สมดุล สะสม ตะกอน มาก สะสม ตะกอน ปาน กลาง สะสม ตะกอน น้อย พื้นที่ หัว หาด/ หาด หิน พิ้นที่ ก่อสร้าง รุกล้ำ แนว ชายฝั่ง/ พื้นที่ถม ทะเล พื้นที่ ปาก แม่น้ำ /ปาก คลอง ความ ยาว (กม.) 0.52 1.26 0.24 0.22 0.13 3.10 0 10.72 0.47 0.09 11.93 2.31 0.84 0.34 0.13 6.33 3.02 3.02 6.09 0.27 0.03 2.07 0.44 8.90 0.04 0.97 0 6.33 1.85 0.15 8.33
จังหวัด อำเภอ ตำบล พื้นที่ที่ยังไม่มีการดำเนินการแก้ไข (กม.) พืดำแกกัดเซาะ รุนแรง กัดเซาะ ปานกลาง กัดเซาะน้อย ไม้แก่น ดอน ทราย 1.68 ไม้แก่น 0.62 ยะหริ่ง ตะโละกา โปร์ 0.96 1.19 0.38 บางปู 0.09 แหลม โพธิ์ 1.63 2.42 สายบุรี ตะลุบัน บางเก่า 0.16 ปะเสยะ 2.81
60 พื้นที่ที่มี การ ำเนินการ ก้ไขแล้ว (กม.) พื้นที่ที่ไม่กัดเซาะ (กม.) รวม สมดุล สะสม ตะกอน มาก สะสม ตะกอน ปาน กลาง สะสม ตะกอน น้อย พื้นที่ หัว หาด/ หาด หิน พิ้นที่ ก่อสร้าง รุกล้ำ แนว ชายฝั่ง/ พื้นที่ถม ทะเล พื้นที่ ปาก แม่น้ำ /ปาก คลอง ความ ยาว (กม.) 2.25 7.07 0.20 11.20 0 0.53 1.15 0.1 1.68 4.68 2.86 11.85 0 4.09 1.03 5.21 1.4 26.74 2.65 1.24 36.08 0.25 6.15 0.31 6.71 0 3.07 3.23 2.71 5.52
จังหวัด อำเภอ ตำบล พื้นที่ที่ยังไม่มีการดำเนินการแก้ไข (กม.) พืดำแกกัดเซาะ รุนแรง กัดเซาะ ปานกลาง กัดเซาะน้อย วอ หนองจิก ท่ากำชำ บางเขา บางตาวา 0.07 1.85 รวม 1.03 10.31 7.54
61 พื้นที่ที่มี การ ำเนินการ ก้ไขแล้ว (กม.) พื้นที่ที่ไม่กัดเซาะ (กม.) รวม สมดุล สะสม ตะกอน มาก สะสม ตะกอน ปาน กลาง สะสม ตะกอน น้อย พื้นที่ หัว หาด/ หาด หิน พิ้นที่ ก่อสร้าง รุกล้ำ แนว ชายฝั่ง/ พื้นที่ถม ทะเล พื้นที่ ปาก แม่น้ำ /ปาก คลอง ความ ยาว (กม.) 0.94 1.95 1.45 4.34 1.4 3.38 0.38 0.25 5.41 2.39 0.53 0.46 0.33 5.63 23.42 74.61 6.37 5.51 2.45 0.69 3.92 3.06 138.91
62 สาเหตุของการกัดเซาะชายฝั่ง (Pressure) 1. การพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งและพื้นที่ริมทะเล การพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลในรูปแบบต่างๆ ได้แก่ การ ตั้งถิ่น านและสิ่งก่อสร้าง การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ การสูบน้ำทะเลมาใช้เพื่อการเพาะเลี้ยง การวางท่อระบายน้ำทิ้ง และการเปลี่ยนแปลงทางไหลของน้ำ และหรือร่องน้ำ การก่อสร้างรุกล้ำลำน้ำ อย่างเช่น การก่อสร้างสะพาน การสร้างท่าเทียบเรือและถนนเลียบชายฝั่ง ล้วนกระตุ้นให้ชายฝั่งทะเลซึ่งมีความเปราะบาง เกิดการ เปลี่ยนแปลงชายฝั่งกัดเซาะ 2. การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าของภาครั โดยเฉพาะในช่วงฤดูมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือหลายพื้นที่ ประสบกับปัญหา ชายฝั่งทะเลถูกกระแสคลื่นลมกัดเซาะ ได้มีการแก้ไขปัญหาเพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อน ให้แก่ประชาชน ในรูปแบบต่างๆ เช่น กำแพงกันคลื่น หินทิ้งและรอดักทราย เป็นต้น โครงสร้างดังกล่าวไม่ สามารถสลายพลังงานคลื่นได้ กลับส่งผลกระทบให้เกิดปัญหากัดเซาะชายฝั่งรุนแรงและขยายตัวเป็นวงกว้าง มากขึ้น ถือว่าเป็นการแก้ไขปัญหาที่ผิดพลาด 3. กระบวนการท างธรรมชาติ โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในช่วงฤดูมรสุม ตะวันออกเฉียงเหนือที่มีกระแสคลื่นและลมแรงเมื่อคลื่นและลมกระทบชายฝั่งจะชะตะกอนทรายออกไปทำให้ เกิดภาวะขาดความสมดุลของตะกอนทรายชายหาด ผนวกกับสภาวะโลกร้อนระดับน้ำทะเลสูงขึ้นส่งผลให้ ชายฝั่งทะเลมีการเปลี่ยนแปลงเกิดปัญหากัดเซาะชายฝั่ง การเปลี่ยนแปลงเช่นนี้เป็นกระบวนการทางธรรมชาติ แนวทางการแก้ไขปัญหา แผนงาน/โครงการ (Responses) 1. ดำเนินการตามพระราชบัญญัติส่งเสริมการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง พ.ศ. 2558 มาตรา 21 2. บูรณาการร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง 3. ทบทวนและประเมินผลการแก้ไขปัญหากัดเซาะชายฝั่งที่ผ่านมา 4. การจัดการองค์ความรู้และการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม 5. จัดตั้งกลุ่มเครือข่ายเฝ้าระวังภัยพิบัติกัดเซาะชายฝั่ง
63 รูปที่ 3-3 แนวทางการจัดทำแผนงาน/โครงการจัดการป้องกันและแก้ไขปัญหาหารกัดเซาะชายฝั่ง รูปที่ 3-4 แนวทางและรูปแบบในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง
64 ตารางที่ 3-2 การวิเคราะห์ PSR ปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง จังหวัดปัตตานี ปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง สาเหตุและผลกระทบต่อการกัดเซาะ ชายฝั่ง(Pressure) การดำเนินงาน มาตรการ และการแก้ไขปัญหา (Responses) P1: การใช้ประโยชน์ที่ดินชายฝั่งทะเล R1: ดำเนินการตามพระราชบัญญัติส่งเสริมการบริหารจัดการทรัพยากรทาง ทะเลและชายฝั่ง พ.ศ. 2558 มาตรา 21 R2: บูรณาการร่วมกับหน่วนงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง R3: ทบทวนและประเมินผลการแก้ไขปัญหากัดเซาะชายฝั่งที่ผ่านมา R5: การจัดการองค์ความรู้และการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม P2: การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าของ ภาครั R1: ดำเนินการตามพระราชบัญญัติส่งเสริมการบริหารจัดการทรัพยากรทาง ทะเลและชายฝั่ง พ.ศ.2558 มาตรา 21 R3: ทบทวนและประเมินผลการแก้ไขปัญหากัดเซาะชายฝั่งที่ผ่านมา R4: แต่งตั้งคณะกรรมการแก้ไขปัญหากัดเซาะชายฝั่งเชิงพื้นที่ ให้พิจารณาและเสนอ แนวทางแก้ไขต่อคณะกรรมการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งจังหวัด R6: จัดตั้งกลุ่มเครือข่ายเฝ้าระวังภัยพิบัติกัดเซาะชายฝั่ง P3: ก ร ะ บ ว น ก า ร ท าง ธ ร ร ม ช า ติ โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงอย่าง รวดเร็ว R1: ดำเนินการตามพระราชบัญญัติส่งเสริมการบริหารจัดการทรัพยากรทาง ทะเลและชายฝั่ง พ.ศ. 2558 มาตรา 21 R2: บูรณาการร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง R3: ทบทวนและประเมินผลการแก้ไขปัญหากัดเซาะชายฝั่งที่ผ่านมา R4: แต่งตั้งคณะกรรมการแก้ไขปัญหากัดเซาะชายฝั่งเชิงพื้นที่ ให้พิจารณาและเสนอ แนวทางแก้ไขต่อคณะกรรมการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งจังหวัด R5: การจัดการองค์ความรู้และการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม R6: จัดตั้งกลุ่มเครือข่ายเฝ้าระวังภัยพิบัติกัดเซาะชายฝั่ง การดำเนินการที่ผ่านมาของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และหน่วยงานต่างๆ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 1. การสำรวจและจัดทำข้อมูลพื้นที่ โครงสร้างป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งในพื้นที่ และ สถานภาพชายฝั่งทะเล พื้นที่จังหวัดปัตตานี ปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะ 1. บุคลากรในการทำงานมีไม่เพียงพอ 2. เครื่องมือจำเป็นที่ใช้ในการทำงานมีน้อย เช่น คอมพิวเตอร์ เครื่องรับสัญญาณดาวเทียม แบบมือถือ (GPS)
65 3. บางพื้นที่ของจังหวัดปัตตานี เป็นพื้นที่เสี่ยงภัย ทำให้ไม่สามารถเข้าถึงได้ อาจจะแก้ไข ปัญหาโดยใช้อากาศยานไร้คนขับ 4. งบประมาณที่ได้รับไม่เพียงพอต่อพื้นที่ที่ได้รับผิดชอบ อีกทั้งยังเป็นพื้นที่ที่ต้องติดตาม สถานการณ์ตลอดเวลา เพราะมีเรื่องร้องเรียนเข้ามาตลอดเวลา 5. เนื่องด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ในพื้นที่ ยังทวีคูณเพิ่มมากขึ้นทำให้ต้องมีการชะลอการทำงาน ปัญหา/อุปสรรค 1. ขาดการบูรณาการในการบริหารจัดการเพื่อแก้ไขปัญหากัดเซาะชายฝั่ง อย่างจริงจัง 2. หน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องมิได้ดำเนินการตามมติคณะรั มนตรีเมื่อวันที่ 16 มกราคม 2561 เรื่องแนวทางการจัดทำแผนงาน/โครงการป้องกันและแก้ไขปัญหากัดเซาะชายฝั่ง ข้อเสนอแนะ 1. ควรมีการรื้อถอนโครงชั้วคราวที่นำมาป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งในช่วงมรสุมออกไป เพื่อให้ ชายฝั่งได้ปรับสมดุลตามธรรมชาติ 2. ควรมีการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างที่ชำรุดและไม้ได้ใช้การออกไปจากพื้นที่ 3. การบริหารจัดการต้องใช้หลักการบูรณาการร่วมกันระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กรมเจ้าท่า กรมโยธาธิการและผังเมือง กรมทรัพยากรธรณี องค์กรอิสระตลอดจนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 4. หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรดำเนินการตามมติคณะรั มนตรีเมื่อวันที่ 16 มกราคม 2561 เรื่องแนวทางการจัดทำแผนงาน/โครงการป้องกันและแก้ไขปัญหากัดเซาะชายฝั่ง
66 บทที่ 4 ประเด็นปัญหาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่สำคัญในพื้นที่ (hot issue) 4.1 ปัญหาสัตว์ทะเลเกยตื้น - เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2563 พบโลมาริชโซ่เกยตื้นบริเวณหลังมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี สาเหตุการตาย พบแผลในกระเพาะอาหารเจอผ้าอ้อมเด็ก เอ็นตกปลา รูปที่ 4-1 โลมาริซโซ่เกยตื้น 4.2 ปัญหาอวนขนาดใหญ่ปกคลุมแนวปะการัง 1) ปฏิบัติการเก็บกู้อวนขนาดใหญ่ปกคลุมแนวปะการังเกาะโลซิน จังหวัดปัตตานีวันที่ 14 มิถุนายน 2564 มีผู้แจ้งเหตุพบอวนปกคลุมแนวปะการังเกาะโลซิน จังหวัดปัตตานี โดยมีเจ้าหน้าที่ ทช. อาสาสมัครนักดำน้ำ และเจ้าหน้าที่กองทัพเรือที่ 2 เข้าร่วมกว่า 40 ราย เมื่อวันที่ 19-21 มิถุนายน 2564 ผล การสำรวจประเมินความเสียหายปรากฏว่ามีอวนปกคลุมปะการังเป็นพื้นที่ทั้งหมด 2,750 ตารางเมตร ปะการัง ได้รับความเสียหาย 550 ตารางเมตร ลักษณะความเสียหาย ปะการังซีดจาง ฟอกขาวบางส่วน อวนที่เก็บกู้ได้มี ความยาวกว่า 200 เมตร ลึก 50 เมตร น้ำหนัก 800 กิโลกรัม
67 รูปที่ 4-2 ปฏิบัติการเก็บกู้อวนขนาดใหญ่ปกคลุมแนวปะการังเกาะโลซิน 2) ปฏิบัติการเก็บกู้อวนที่ปกคลุมแนวปะการัง บริเวณเกาะลอปี อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี อวนประมาณ 400 ตารางเมตร พื้นที่ปะการังได้รับความเสียหายประมาณ 12 ตารางเมตร อวนที่ปกคลุมมี ขนาดตาอวน 12 เซนติเมตร น้ำหนักอวนจำนวน 341 กิโลกรัม รูปที่ 4-3 ปฏิบัติการเก็บกู้อวนขนาดใหญ่ปกคลุมแนวปะการังบริเวณเกาะลอปี อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี
68 4.3 ป้องกันและปราบปรามการทำประมงผิดกฎหมาย (IUU) สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 9 ได้นำเรือออกปฏิบัติงานป้องกันและปราบปราม การบุกรุกทำลายระบบนิเวศทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งในพื้นที่จังหวัดปัตตานีเจ้าหน้าที่ได้เร่งตรวจสอบ และจับกุมได้อยู่เสมอ โดยสามารถตรวจยึดเครื่องมือประมงชนิดลอบพับได้จำนวนไม่น้อย สำหรับไซหนอน หรือลอบพับได้ ถือว่าเป็นเครื่องมือประมงที่ผิดกฎหมาย เพราะว่าต้องใช้จับสัตว์น้ำ เช่น กุ้ง หอย ปู ปลา ทุก ชนิดตั้งแต่เล็กจนโตเต็มวัย แต่หากเป็นสัตว์น้ำตัวเล็กจะสามารถอยู่ในไซหนอนได้ง่ายกว่า และไม่สามารถเอา ตัวออกมาได้ ทำให้เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ของสัตว์น้ำใน และมีการปราบปรามอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด รูปที่ 4-4 ปฏิบัติงานป้องกันและปราบปรามการบุกรุกทำลายระบบนิเวศทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง
69 4.4 ปัญหาขยะตกค้าง ประสบปัญหาขยะตกค้างทั้งที่เกิดจากกิจกรรมของชุมชนชายฝั่ง การท่องเที่ยวและการทำ ประมง ทำให้มีขยะทะเลตกค้างในป่าชายเลน ชุมชนชายฝั่ง และชายหาดจำนวนมาก และถูกพัดพามาจากใน ร่องน้ำและแหล่งอื่น ซึ่งสำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 9 ได้ดำเนินเก็บขยะที่ตกค้างในระบบนิเวศ ชายหาด ป่าชายเลน และใต้ทะเลร่วมกับหน่วยงาน โรงเรียน อปท. ชุมชนชายฝั่ง จำนวน 28 ครั้ง ได้ปริมาณ น้ำหนัก 23,960.40 กิโลกรัม แต่ก็ยังมีขยะทะเลตกค้างและมีการทิ้งลงสู่ทะเลเพิ่มอีกจำนวนมาก แม้จะมีการ รณรงค์ ประชาสัมพันธ์ให้ทราบถึงมาตรการลด ละ เลิก พลาสติก และผลกระทบของขยะทะเลต่อระบบนิเวศ รูปที่ 4-5 ดำเนินการเก็บขยะที่ตกค้างในระบบนิเวศ ชายหาด ป่าชายเลน และใต้ทะเล
70 4.5 การวางปะการังเทียม มีการวางปะการังเทียมรูปโดม บริเวณหาดปะนาเระ ตำบลปะนาเระ อำเภอปะนาเระ จังหวัดปัตตานี รูป 4-6 การวางปะการังเทียมรูปโดม 4.6 พบฉลามวาฬ บริเวณหาดปะนาเระ และ บริเวณรอบเกาะโลซิน จังหวัดปัตตานี รูป 4-7 ฉลามวาฬบริเวณเกาะโลซิน รูป 4-8 ฉลามวาฬบริเวณหาดปะนาเระ
71 4.7 งานด้านทรัพยากรป่าชายเลน - ทวงคืนผืนป่าชายเลน รวมเนื้อที่ 52.00 ไร่ - โครงการปลูกป่า และป้องกันไฟป่า ระยะที่ 2 ทั้งหมด 200 ไร่ ดำเนินการแล้ว 180 ไร่ - ดำเนินคดีบุกรุกพื้นที่ป่าชายเลน รูปที่ 4-9 การปฏิบัติงานการทวงคืนผืนป่าชายเลน รูปที่ 4-10 การปฏิบัติงานการตรวจยึดพื้นที่ป่าชายเลน รูปที่ 4-11 การดำเนินงานโครงการปลูกป่า และป้องกันไฟป่า
72 4.7 การกัดเซาะชายฝั่ง - สถานการณ์การกัดเซาะชายฝั่งบริเวณพื้นที่ชายฝั่งทะเล ตำบลตะโละกาโปร์ อำเภอยะหริ่ง จังหวัดปัตตานี จากการสำรวจและติดตามสถานภาพชายฝั่งบริเวณพื้นที่ชายฝั่งทะเล พบว่า บริเวณพื้นที่ชายฝั่ง ทะเล ประสบปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งอย่างรุนแรง ส่งผลกระทบทำให้แนวป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งชั่วคราว พังเสียหาย เช่น กระสอบทรายและรั้วไม้ ต้นมะพร้าวบริเวณชายฝั่งล้มหลายต้น และบ้านเรือนพังเสียหาย จำนวนหลายหลังคาเรือน มีการแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งเบื้องต้น โดยได้มีนำกระสอบทรายมาวางเป็น แนวกันคลื่น และทำการรื้อถอนโครงสร้างถาวร บริเวณหาดทรายและชายฝั่งที่มีสภาพชำรุดและไม่ใช้ประโยชน์ รูปที่ 4-12 การกัดเซาะชายฝั่งบริเวณพื้นที่ชายฝั่งทะเล และการแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งเบื้องต้น รูปที่ 4-13 การประชุมหารือ แนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง หาดตะโละกาโปร์ จังหวัดปัตตานี
73 บทที่ 5 ภารกิจอื่น ๆ ที่สำคัญของสำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง 1) กิจกรรมส่วนส่งเสริมและประสานงานเครือข่ายทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ประจำปี งบประมาณ 2564 มีสมาชิกสะสมทั้งหมด 1,368 คน 2) จดแจ้งขึ้นทะเบียนชุมชนชายฝั่ง กับ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง จำนวน 18 กลุ่ม คือ 1. กลุ่มวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ Buna Dara 2. กลุ่มอนุรักษ์ทรัพยากรป่าชายเลนบางปูสุเหร่า 3. กลุ่มวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวและเชิงอนุรักษ์บ้านบานา (สะพานไม้บานา) 4. กลุ่มชุมชนท่องเที่ยวบางปู 5. ชมรมประมงพื้นบ้าน ตำบลปะนาเระ 6. ชมรมประมงพื้นบ้าน อำเภอสายบุรี 7. ชมรมประมงพื้นบ้าน อำเภอไม้แก่น 8. กลุ่มสมาคมชาวประมงพื้นบ้านอำเภอปะนาเระ 9. กลุ่มอนุรักษ์ป่าชายเลน ม.1 ต.ท่ากำชำ 10. กลุ่มอนุรักษ์ป่าชายเลนบ้านท่ายามู 11. กลุ่มชุมชนอนุรักษ์ปกป้องทะเลและชายฝั่งบ้านตันหยงเปาว์ 12. กลุ่มอนุรักษ์ป่าชายเลน หมู่ 5 ตำบลท่ากำชำ 13. กลุ่มอนุรักษ์ป่าชายเลน หมู่ 3 ตำบลทางเขา 14. กลุ่มสมาคมชาวประมงพื้นบ้านจังหวัดปัตตานี 15. กลุ่มอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (บ้านสายหมอ) 16. กลุ่มอนุรักษ์และพัฒนาเลี้ยงปูดำในพื้นที่ป่าชายเลน 17. กลุ่มอนุรักษ์ทรัพยากรป่าชายเลนและการท่องเที่ยวบ้านตะโละสะมีแล 18. กลุ่มประมงพื้นบ้าน รูสะมิแล 3) งบเงินอุดหนุน โครงการของชุมชนชายฝั่ง (คชฝ.) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 จำนวน 2 ชุมชนชายฝั่ง 1. กลุ่มชุมชนท่องเที่ยวบางปู โครงการ/กิจกรรม : ส่งเสริม อนุรักษ์ ฟื้นฟู ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แหล่งท่องเที่ยว
74 2. กลุ่มอนุรักษ์ป่าชายเลนบ้านท่ายามู โครงการ : ปรับปรุงภูมิทัศน์ริมคลองบ้านท่ายามู - กิจกรรม เก็บขยะริมคลองบ้านท่ายามู - กิจกรรม ปรับปรุงภูมิทัศน์หน้ามัสยิดริมคลองบ้านท่ายามู 4) ซั้ง (บ้านปลา) โครงการสร้างบ้านปลาเพื่อการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และเสริมสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชนชายฝั่ง ประจำปี 2564 - กิจกรรมวางซั้งบ้านปลากับชมรมประมงพื้นบ้าน อำเภอไม้แก่น จำนวน 160 ชุด มีผู้เข้าร่วม จำนวน 20 คน ณ หมู่ 2 ตำบลดอนทราย อำเภอไม้แก่น จังหวัดปัตตานี
75 กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม