The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by , 2022-01-25 23:59:05

สื่อการสอนวิชาประวัติศาสตร์สากล หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 เวลาและการแบ่งยุคสมัยทางประวัติศาสตร์สากล

เรื่อง เวลาและการแบ่งยุคสมัยทางประวัติศาสตร์สากล

สอื่ การเรยี นการสอน

กลม่ ุ สาระการเรยี นรู้
สงั คมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม

สาระการเรยี นรู้ : ประวตั ศิ าสตรส์ ากล

ระดบั ชนั้ มธั ยมศึกษาปี ท่ี 4-6

หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 1

อารยธรรมของโลกในยคุ โบราณ

หนา้ กากฟาโรห์
ของชาวอยี ปิ ต์

ตกุ๊ ตาทหาร
ของจีน

หนมุ านของอนิ เดยี

มหากาพยก์ ลิ กาเมช จเู ลยี ส ซีซารข์ องโรมนั
ของอารยธรรมเมโสโปเตเมยี

อะเล็กซานเดอรม์ หาราชของกรีก

ตวั ช้ีวดั วิเคราะหอ์ ทิ ธิพลของอารยธรรมโบราณ และการตดิ ตอ่ ระหว่างโลกตะวันออกกบั โลกตะวนั ตก

ท่มี ผี ลตอ่ พฒั นาการและการเปลยี่ นแปลงของโลก

อารยธรรมและปัจจยั ท่ีมผี ลตอ่
การเกดิ อารยธรรมของโลก

อารยธรรมของโลก
ในยคุ โบราณ

การตดิ ตอ่ ระหวา่ งโลก แหล่งกาเนดิ อารยธรรม
ตะวนั ออกกบั โลกตะวนั ตก โบราณของโลก

ป ร ะ วั ติ ศ า ส ต ร์ ข อ ง ม นุษ ย ช า ติ ส ะ ท ้อ น ถึ ง ค ว า ม เ จ ริ ญ แ ล ะ
ความกา้ วหนา้ ของอารยธรรมที่มนษุ ยใ์ นแต่ละดินแดนไดพ้ ัฒนาขน้ึ มา ความ
เจริญท่ีมนษุ ยส์ รา้ งสรรค์มีความหลากหลายท้ังท่ีคลา้ ยคลึงและแตกต่างกัน
ทาใหเ้ กิดการแลกเปลี่ยนอารยธรรมและการเปล่ียนแปลงในประวัติศาสตร์
ของมนษุ ยชาติ

1. อารยธรรมและปัจจยั ทีม่ ผี ลตอ่ การเกดิ อารยธรรมของโลก

ความเจริญที่มนษุ ยพ์ ฒั นาขน้ึ ในแตล่ ะสงั คม มคี วามหลากหลายและแตกต่างกนั
ตามลกั ษณะของปัจจยั แวดลอ้ มในแตล่ ะสงั คมและทอ้ งถิ่น

1.1ความหมายของอารยธรรม (Civilization)

อารยธรรม หมายถึง สังคมท่ีมีความเจริญกา้ วหน้าแบบสังคมเมือง เป็ นความ
เจริญร่งุ เรืองระหว่างสมาชิกในสังคม มีโครงสร้างของสังคมที่เป็ นระบบ และมีสมาชิกท่ี มี
ความสามารถในการคดิ ประดิษฐ์ ตลอดจนสรา้ งความเจริญกา้ วหนา้ ใหส้ งั คมอยเู่ สมอ

“เกวียน” พาหนะสาหรบั ขนสง่ ในอดตี ซึ่งตอ่ มาไดว้ ิวฒั นาการเป็ นรถไฟและรถยนต์

1.2 ปัจจัยท่ีมีผลต่อการเกดิ อารยธรรม
ปัจจยั ท่ีมีผลต่อการเกิดอารยธรรม

1.สภาพแวดลอ้ มทางภมู ิศาสตร์ 2.ความก้าวหน้าในการ 3.ความคิดในการจดั ระเบียบ
คิดคน้ เทคโนโลยี สงั คม
ปัจจัยทางภมู ิศาสตร์ท่ีสาคัญ ไดแ้ ก่ การคิดคน้ ระบบชลประทาน ก า ร อ ยู่ ร่ ว ม กั น ใ น สั ง ค ม
ลักษณะที่ตั้ง สภาพภมู ิอากาศ และ การสรา้ งอ่างเก็บนา้ เคร่ือง ข น า ด ใ ห ญ่ จ า เ ป็ น ต้ อ ง มี
ทรัพยากรธรรมชาติ ซ่ึงเป็ นปัจจัยที่ ท่นุ แรงและเครื่องมอื ตา่ ง ๆ กฎเกณฑ์ และระเบียบต่าง ๆ
ส่งเสริมการสรา้ งสรรคอ์ ารยธรรม เพ่ือใหท้ กุ คนไดอ้ ย่รู ่วมกนั อย่าง
ของมนษุ ยใ์ นดินแดนตา่ ง ๆ สงบ

2. แหลง่ กาเนดิ อารยธรรมโบราณของโลก

อารยธรรมโลกเกิดขึ้นจากการที่มนษุ ย์ในสมัยโบราณได้
พัฒนาความเจริญขั้นสงู ในด้านต่าง ๆ กฎหมาย ระบอบการ
ปกครอง เทคโนโลยี ซ่ึงไดก้ ลายเป็ นรากฐาน มีการสืบทอด และ
พฒั นาเป็ นอารยธรรมของมนษุ ยชาตใิ นสมยั ตอ่ มา

เมโสโปเตเมยี อียิปต์

แหล่งกาเนดิ
อารยธรรมโบราณ

โรมนั อินเดยี

ของโลกที่สาคญั

กรีก จนี

2.1 อารยธรรมเมโสโปเตเมีย
“เมโสโปเตเมยี ” เป็ นชอ่ื เรียกดนิ แดนทอี่ ย่รู ะหว่างแมน่ า้ 2 สาย ในตะวันออกกลาง

คือ แม่นา้ ไทกริส และยเู ฟรทีส กล่มุ ชนท่ีมีส่วนสรา้ งสรรคอ์ ารยธรรมเมโสโปเตเมีย ไดแ้ ก่
พวกสเุ มเรียน บาบิโลเนยี น แอสซีเรียน แคลเดยี น ฮติ ไทต์ ฟี นเิ ชยี น เปอรเ์ ซีย และฮบิ รู

หินสลกั รปู นกั บวชของชาวสเุ มเรียนในยคุ เรม่ิ แรก

1) ปัจจยั สง่ เสริมใหเ้ กิดอารยธรรมเมโสโปเตเมีย
สภาพภมู ศิ าสตรข์ องดนิ แดนเมโสโปเตเมยี

ลกั ษณะที่ตง้ั ของดนิ แดนเมโสโปเตเมีย มีภมู อิ ากาศรอ้ นแหง้ แลง้ อย่างไรก็ตาม บริเวณนก้ี ็มี
เขตที่อดุ มสมบรู ณ์อย่บู า้ งเรียกว่า “ดินแดนรปู ดวงจันทร์เส้ียวอันอดุ มสมบูรณ์” ท่ีต้ังของดินแดน
เมโสโปเตเมยี สามารถตดิ ตอ่ กบั ดินแดนอ่ืนไดส้ ะดวกทงั้ ทางดา้ นทะเลเมดิเตอรเ์ รเนยี น และอ่าวเปอรเ์ ซีย
จงึ มกี ารตดิ ตอ่ คา้ ขายและแลกเปลย่ี นทาใหเ้ กดิ การผสมผสานและสืบทอดอารยธรรม

แผนที่แสดงท่ีตงั้ อารยธรรมเมโสโปเตเมียในสมยั โบราณ

ภมู ิปัญญาของกลม่ ุ ชน

อารยธรรมเมโสโปเตเมยี เกิดจากภมู ปิ ัญญาของกลมุ่ ชนทอ่ี าศยั อยู่ การคิดคน้
และพัฒนาความเจริญเกิดจากความจาเป็ นที่ตอ้ งเอาชนะธรรมชาติเพ่ือความอยู่รอด
การจดั ระเบียบในสงั คมและความตอ้ งการขยายอานาจ

การเอาชนะธรรมชาติ

ดนิ แดนเมโสโปเตเมยี บริเวณทอี่ ยใู่ กลแ้ มน่ า้ จะมีนา้ ทว่ มเป็ นประจาทกุ ปี สว่ น
บริเวณท่ีอยหู่ ่างจากฝัง่ แมน่ า้ มกั จะแหง้ แลง้ ชาวสเุ มเรียนจึงคิดคน้ ระบบชลประทาน
ประกอบดว้ ยทานบป้ องกนั นา้ ทว่ ม คลองสง่ นา้ และอา่ งเก็บนา้

การจดั ระเบียบในสงั คม

ดินแดนเมโสโปเตเมีย ไดจ้ ัดระเบียบและกฎเกณฑข์ องสังคม ไดแ้ ก่ การแบ่ง
ชนช้นั ในสังคมเพ่ือกาหนดหนา้ ท่ีและสถานะ การออกกฎหมาย เพ่ือเป็ นเคร่ืองมือใน
การปกครอง เช่น ประมวลกฎหมายของพระเจา้ ฮัมมรู าบี ไดร้ ับยกย่องว่าเป็ น
กฎหมายแมบ่ ทของโลกตะวนั ตก

การขยายอานาจ

ความย่ิงใหญ่ของดินแดนเมโสโปเตเมีย สว่ นหนงึ่ เกิดจากการขยายอานาจ
รกุ รานและครอบครองดินแดนอ่ืน เพราะมีเทคโนโลยีทางทหารที่กา้ วหนา้ โดย
ประดิษฐอ์ าวธุ สงครามและเคร่ืองมอื ตา่ ง ๆ รวมทงั้ ยทุ ธวธิ ใี นการทาสงคราม

รปู สลกั สรุ ิยเทพ (ฮามาส) เทพเจา้
แหง่ ความยตุ ธิ รรมกาลงั มอบ
กฎหมายแกพ่ ระเจา้ ฮมั มรู าบีแหง่
บาบิโลเนยี ผบู้ ญั ญตั กิ ฎหมาย
“ตาตอ่ ตา ฟันตอ่ ฟัน”

2) การหลอ่ หลอมอารยธรรมของชนชาติต่าง ๆ ในเมโสโปเตเมีย

อารยธรรมในเมโสโปเตเมยี ไมไ่ ดเ้ กิดขน้ึ โดยชนชาตใิ ดชนชาตหิ นงึ่ เกิดขน้ึ โดยการหล่อหลอม

รวมเป็ นอารยธรรมเมโสโปเตเมยี ดงั น้ี

สเุ มเรียน
(Sumerian)

ฮบี รู อมอไรต์
(Hebrews) (Amorites)

ฟิ นเิ ชยี น เมโสโปเตเมยี ฮิตไทต์
(Phoenicians) (Hittites)

เปอรเ์ ซีย แอลซีเรียน
(Persia) (Assyrians)

แคลเดยี น
(Chaldeans)

แผนท่ีแสดงเขตอารยธรรมเมโสโปเตเมยี

2.2 อารยธรรมอียปิ ต์

อารยธรรมอียิปต์เร่ิมขึ้นเมื่อ 3,500 ปี ก่อนคริสต์ศักราช ในบริเวณ
ล่มุ แม่นา้ ไนล์ในอารยธรรมท่ีมีความเจริญร่งุ เรืองในดา้ นตา่ ง ๆ และมีพัฒนาการ
สืบเนอื่ งตอ่ กนั มาหลายพนั ปี

แผนทีแ่ สดงที่ตง้ั อารยธรรมอียปิ ต์

1) ปัจจยั สง่ เสรมิ การหลอ่ หลอมอารยธรรมอียิปต์

ท่ีตงั้ ปัจจยั ทางภมู ิศาสตร์ ทรพั ยากรธรรมชาติ
สภาพภมู ิศาสตรข์ อง บริเวณสองฝัง่ แมน่ า้ ไนล์ ประกอบ
อียิปตโ์ ดยทวั่ ไปมีลักษณะ ไปดว้ ย หินแกรนิต และหินทรายใช้
รอ้ นและแหง้ แลง้ พ้ืนท่ี กอ่ สรา้ งสถาปัตยกรรม ตน้ ปาปิ รสุ
ส่วนใหญ่เป็ นทะเลทราย ใชท้ ากระดาษ

ระบอบการปกครอง ภมู ปิ ัญญาของชาวอียปิ ต์
ชาวอียิปตน์ บั ถือฟาโรห์ ชาวอียปิ ตม์ คี วามสามารถในการคิดคน้
ดงั นน้ั ฟาโรหจ์ งึ มีอานาจใน เทคโนโลยี ความรทู้ างคณิตศาสตร์
การปกครองและบริหาร เลขาคณิต ฟิ สิกส์ กอ่ สรา้ ง
ประเทศทัง้ ดา้ นศาสนาและ สถาปัตยกรรม ประดษิ ฐตวั อกั ษร และ
การเมือง คดิ คน้ วิธีผา่ ตดั เพ่ือรกั ษาผปู้ ่ วย
ตลอดจนใชน้ า้ ยารกั ษาศพไมใ่ ห้
เนา่ เปื่ อย

ตน้ ปาปิ รสุ คมั ภรี ข์ องผตู้ ายของชาวอยี ปิ ต์
บนกระดาษปาปิ รสุ

2) ความเจรญิ รง่ ุ เรอื งของอาณาจกั รอียปิ ต์

อาณาจกั รอียิปตม์ คี วามเจริญร่งุ เรืองตอ่ เนอ่ื งมาเกือบ 3,000 ปี มรี าชวงศป์ กครอง
ประมาณ 30 ราชวงศ์ อาณาจกั รอียิปตแ์ บ่งชว่ งการปกครองเป็ น 5 สมยั ดงั น้ี

ราชอาณาจกั รเกา่ ราชอาณาจกั ร ราชอาณาจกั รใหม่ สมยั เสื่อม
2,700-2,200 ปี
กอ่ นคริสตศ์ ักราช กลาง 2,050- 1,567-1,085 ปี อานาจ 1,100

1,652 ปี กอ่ น กอ่ นคริสตศ์ กั ราช ปี กอ่ น

คริสตศ์ กั ราช คริสตศ์ กั ราช

พีระมดิ และสฟิ งซ์
บนทร่ี าบสงู กีซาแหง่ อียิปต์

ยคุ สมยั ชว่ งเวลา เหตกุ ารณส์ าคญั

สมยั 2,700-2,200 ปี มคี วามเจริญกา้ วหนา้ ดา้ นวิทยาศาสตร์ ศลิ ปกรรม และ
ราชอาณาจกั รเกา่ กอ่ นคริสตศ์ กั ราช มีการก่อสรา้ งพีระมิดช่วงปลายสมัยน้ี บา้ นเมืองเกิด
การจราจล เนื่องจากรัฐบาลกลางเสื่อมอานาจนาน
สมยั 2,050-1,652 ปี ประมาณ 150 ปี
ราชอาณาจกั ร กอ่ นคริสตศ์ กั ราช
มีความเจริญกา้ วหนา้ ทางวิทยาการและภมู ิปัญญา
กลาง 1,567-1,085 ปี โดยเฉพาะระบบชลประทาน นบั ว่าเป็ นยคุ ทองของอียิปต์
กอ่ นคริสตศ์ กั ราช ในช่วงปลายสมัยเกิดความวุ่นวายในประเทศ จน
สมยั ตา่ งชาตเิ ขา้ มารกุ รานและปกครองอียปิ ต์
ราชอาณาจกั รใหม่
ช า ว อี ยิ ป ต์ส า ม า ร ถ ขับ ไ ล่ ช า ว ต่ า ง ช า ติ แ ล ะ ก ลั บ ม า
สมยั เสอื่ มอานาจ 1,100 ปี ปกครองดินแดนของตนได้ สมัยน้ีฟาโรห์มีอานาจ
กอ่ นคริสตศ์ กั ราช เด็ดขาดในการปกครองและขยายอาณาเขตจนเป็ น
จกั รวรรดิอยี ิปต์

มีชาวต่างชาติเขา้ มารกุ รานและปกครองบางส่วน แต่
ฟาโร ห์ก็ ยัง ค ง ปกค ร อ ง ต่อ ม า จน 3 0 0 ปี ก่อ น
คริสต์ศักราช ซึ่งเป็ นช่วงที่อียิปตเ์ ส่ือมสลาย และถูก
ชาวตา่ งชาตยิ ึดครอง

3) ความรง่ ุ เรอื งของอารยธรรมอียิปต์

ศาสนา

ชาวอียิปตม์ ีความเช่ือทางศาสนาโดยนับถือเทพเจา้ หลายองค์ท้ังที่เป็ นสรรพสิ่งตาม
ธรรมชาตแิ ละวิญญาณของอดีตฟาโรห์ โดยบชู าสตั วต์ า่ ง ๆ เช่น แมว สนุ ขั หมาใน วัว เหย่ียว แกะ
ศาสนามบี ทบาทสาคญั ในการเสริมอานาจการปกครองของสถาบนั กษตั ริยอ์ ียิปต์

เทวรปู แมว (ซา้ ย) และภาพสลกั การทามมั ม่ขี องชาวอียปิ ต์ (ขวา)

ความเจรญิ ดา้ นวิทยาการ

ชาวอียปิ ตส์ งั่ สมความเจริญทางวิทยาการตา่ ง ๆ ใหแ้ กช่ าวโลกหลายแขนงท่ี
สาคญั ไดแ้ ก่

ดา้ นดาราศาสตร์ ชาวอียิปตส์ ามารถนาความรจู้ ากประสบการณก์ ารเพาะปลกู มา
คานวณเป็ นปฏิทินนบั รวมเป็ น 1 ปี มี 12 เดือน ในรอบ 1 ปี ยังแบ่งเป็ น 3 ฤดู คือ ฤดนู า้ ท่วม
ฤดไู ถหว่าน และฤดเู ก็บเกยี่ ว

ดา้ นคณิตศาสตร์ ชาวอียิปตใ์ หค้ วามรทู้ างคณิตศาสตร์และเรขาคณิตแก่ชาวโลก
ไดแ้ ก่ การบวก ลบ หาร และการคานวณพ้ืนท่ีวงกลม สี่เหลี่ยม และสามเหล่ยี ม ซ่ึงชาวอียิปตใ์ ช้
คานวณในการกอ่ สรา้ งพีระมดิ วิหาร ฯลฯ

ดา้ นการแพทย์ เอกสารทีบ่ ันทึกเมอ่ื 1,700 ปี ก่อนคริสตศ์ ักราช ระบุว่า อียิปตม์ ี
ผเู้ ชยี่ วชาญดา้ นการแพทยห์ ลายสาขา เชน่ ทนั ตแพทย์ ศลั ยแพทย์ และแพทยผ์ เู้ ชยี่ วชาญเก่ียวกบั
กระเพาะอาหาร นอกจากนย้ี ังคิดคน้ วิธีปรงุ ยารกั ษาโรคตา่ ง ๆ โดยรวบรวมเป็ นตารายาเลม่ แรก
ซึ่งตอ่ มาถกู นาไปใชแ้ พร่หลายในทวีปยโุ รป

ดา้ นอักษรศาสตร์ อกั ษรไฮโรกลฟิ ิ กเป็ นอกั ษรที่อียิปตป์ ระดิษฐข์ น้ึ ต่อมามกี ารพฒั นา
ตวั อกั ษรเป็ นแบบพยัญชนะ ในระยะแรกชาวอยี ิปตจ์ ารึกเรื่องราวดว้ ยการแกะสลกั อกั ษรไวต้ าม
กาแพงและผนงั ของสิง่ ก่อสรา้ ง ตอ่ มาคน้ พบวิธีทากระดาษจากตน้ ปาปิ รสุ ทาใหม้ กี ารบันทกึ
แพร่หลายมากขน้ึ

ตวั อกั ษรไฮโรกลฟิ ิ กของชาวอียิปตส์ ลกั บนหินทราย (ซา้ ย) และภาพขยายของตวั อกั ษร (ขวา)

ศิลปกรรม

ศิลปกรรมของอียิปตท์ ่ีโดดเด่น ไดแ้ ก่ สถาปัตยกรรมและประตมิ ากรรม ส่วนใหญ่
ยังปรากฏหลกั ฐานและร่องรอยในปัจจบุ นั

สถาปัตยกรรม

เอกลกั ษณข์ องสถาปัตยกรรมอียิปตค์ ือ พีระมดิ ซ่ึงสรา้ งขน้ึ ดว้ ยจดุ ประสงค์ทางดา้ น
ศาสนาและการปกครอง เชน่ พีระมดิ แห่งเมอื งกีซา นอกจากนน้ั ยังสรา้ งวิหารจานวนมากเพอ่ื บชู า
ไดแ้ ก่ วิหารแห่งเมอื งคารน์ กั และวิหารแห่งเมอื งลกั ซอร์

พิระมดิ แห่งเมอื งกซี า สถาปัตยกรรมอนั ย่ิงใหญข่ องอียปิ ตโ์ บราณ

ประติมากรรม

ชาวอียิปตส์ รา้ งผลงานไวจ้ านวนมาก ทงั้ ทีเ่ ป็ นรปู ปั้นและภาพสลกั ทพ่ี บในพีระมดิ มกั เป็ น
รปู ปั้นของฟาโรหแ์ ละมเหสี ภาพสลกั ท่แี สดงวิถีชวี ิตของชาวอยี ิปต์ ส่วนในวิหารมกั เป็ นรปู ป้ัน
สญั ลกั ษณข์ องเทพและสิง่ ศกั ด์สิ ทิ ธ์ิทน่ี บั ถือ

จิตรกรรม

ชาวอยี ิปตม์ ผี ลงานดา้ นจิตรกรรมจานวนมาก ภาพวาดส่วนใหญ่มสี สี นั สดใสมที ้ังภาพ
สญั ลกั ษณข์ องเทพเจา้ พระราชกรณียกิจของฟาโรห์ และภาพท่ีสะทอ้ นวิถีชวี ิตของชาวอียิปต์

ภาพวาดของชาวอียิปตท์ ่ีปรากฏในพรี ะมดิ แสดง
พระราชกรณียกิจของฟาโรห์ โดยใชส้ สี นั สดใส

ความเจรญิ รง่ ุ เรอื งทางเศรษฐกิจ

ความเจริญร่งุ เรืองทางเศรษฐกิจทาใหจ้ ักรวรรดิอียิปต์มัน่ คงก้าวหนา้
ตอ่ เนอ่ื งหลายพนั ปี และเป็ นพน้ื ฐานของระบบเศรษฐกิจของอียิปตป์ ัจจบุ ัน ซึ่งประกอบ
ไปดว้ ย

เกษตรกรรม ประชากรส่วนใหญ่เป็ นเกษตรกรทอ่ี าศัยนา้ จากแม่นา้ ไนลใ์ นการเพาะปลกู
และคิดคน้ ระบบชลประทาน ทาคลองส่งนา้ เขา้ ไปยงั พ้ืนท่ที ่ีห่างจากฝัง่

ภาพวาดเกีย่ วกบั การเกษตรในอียปิ ตแ์ สดงใหเ้ ห็นความอดุ มสมบรู ณ์
และแรงงานจานวนมาก

พาณิชยกรรม อยี ิปตต์ ดิ ตอ่ คา้ ขายกบั ดนิ แดนอนื่ ๆ ตง้ั แตป่ ระมาณ
2,000 ปี ก่อนคริสตศ์ ักราช ดินแดนท่ีคา้ ขายเป็ นประจา ไดแ้ ก่ เกาะครีต และ
ดนิ แดนเมโสโปเตเมยี

อุตสาหกรรม ปัจจัยท่ีทาใหอ้ ตุ สาหกรรมเติบโต คือ มีช่างฝี มือ
จานวนมาก มีเทคโนโลยีท่ีกา้ วหนา้ อตุ สาหกรรมที่สาคัญ ไดแ้ ก่ การทา
เหมอื งแร่ การตอ่ เรือ

2.3 อารยธรรมอินเดียโบราณ

อารยธรรมอินเดียกาเนดิ ในบริเวณแมน่ า้ สนิ ธแุ ละแมน่ า้ คงคา ซึ่งเรียกกนั ทัว่ ไปว่า “อนทุ วีป”
เป็ นอารยธรรมที่เกิดจากการหล่อหลอมและผสมผสานความเจริญของชนชาติต่าง ๆ เขา้ มา
ครอบครองและตงั้ ถ่ินฐานจนกลายเป็ น “อารยธรรมอินเดยี ”

แผนที่แสดงท่ีตง้ั อารยธรรมอนิ เดยี และแมน่ า้ สาคญั

1) สภาพภมู ิศาสตรท์ ่ีมีอิทธิพลต่อการหลอ่ หลอมอารยธรรมอินเดีย

ที่ตง้ั

อินเดียมีลักษณะภมู ิประเทศท่ีหลากหลาย ทางตอนเหนือและตอนใต้ถกู
แบ่งแยกดว้ ยที่ราบสงู เดคคานทาใหท้ ้ังสองเขตมคี วามแตกตา่ งทางดา้ นภูมิศาสตร์
ทรัพยากรธรรมชาติ การประกอบอาชพี และการหลอ่ หลอมอารยธรรม

ภมู ิอากาศ

อินเดยี มภี มู อิ ากาศแหง้ แลง้ ฝนตกนอ้ ยประมาณปี ละ 4 เดอื น และ
มีอากาศท่ีรอ้ นจัด สภาพภมู ิอากาศจึงมีอิทธิพลต่อการดารงชีวิต และ
ความเชื่อซ่ึงตอ้ งพึ่งพาธรรมชาติ ดังเช่น การบูชาแม่นา้ คงคาว่าเป็ น
แมน่ า้ ศักดสิ์ ทิ ธิ์ทส่ี ามารถนาความชมุ่ ชน้ื และความอดุ มสมบรู ณม์ าให้

2) การพฒั นาอารยธรรมอินเดียโบราณของกลม่ ุ ต่าง ๆ

ชนชาตทิ ม่ี บี ทบาทสาคัญในการพฒั นาอารยธรรมอินเดียโบราณ ไดแ้ ก่

ดราวิเดียน

อารยธรรมอินเดียโบราณเกิดขึ้นในล่มุ แม่น้าสินธุ เมื่อประมาณ 2,500 ปี ก่อน
คริสตศ์ กั ราช จากการขดุ พบทางโบราณคดพี บว่ามศี นู ยก์ ลางความเจริญท่อี ย่บู ริเวณเมืองโมเฮน-
โจดาโร เมืองฮารัปปา ชาวล่มุ แม่นา้ สินธดุ ารงชีวิตดว้ ยการคา้ และการผลิตสินคา้ อตุ สาหกรรม
นอกจากนี้ พวกเขารจู้ ักประดิษฐ์อักษรของตนเอง อารยธรรมล่มุ แม่นา้ สินธเุ ส่ือมสลายต้ังแต่
ประมาณ 2,000 ปี กอ่ นคริสตศ์ กั ราช โดยไมท่ ราบสาเหตชุ ดั เจน

โมเฮนโจดาโร ประเทศปากสี ถานในปัจจบุ นั

อารยนั

อารยันเป็ นอินโด-ยโู รเปี ยนเผาหนึ่ง เป็ นพวกนกั รบ มีอาชพี เล้ียงสตั วเ์ ร่ร่อนได้รกุ รานเขา้ มา
ทางตะวันตกเฉียงเหนือของอินเดียตั้งแต่ประมาณ 1,500 ปี ก่อนคริสตศ์ ักราช หลักฐานสาคัญทาง
ประวตั ศิ าสตรท์ ีก่ ลา่ วถึงคือ คมั ภรี พ์ ระเวท นอกจากนย้ี งั มวี รรณกรรมสาคัญอีก 2 เรื่อง คือ มหากาพย์
เร่ือง มหาภารตะ และรามายณะ ภาษาที่ใชใ้ นวรรณกรรม คือ ภาษาสันสกฤต ซึ่งเป็ นภาษาของชาว
อารยนั แพร่หลายสบื ทอดมาจนถึงปัจจบุ นั

มหากาพยม์ หาภารตะ ภาษาสันสกฤต

ในระยะแรก พวกอารยันมีการปกครองในลกั ษณะนครรัฐ แตเ่ นื่องจากอารยัน

เป็ นชนชน้ั ปกครอง จึงไมต่ อ้ งการใหม้ ีการผสมผสานทางเช้อื ชาติ จึงไดก้ าหนด

กลมุ่ คนเป็ น 4 วรรณะ คือ

วรรณะพราหมณ์ ซ่ึงเป็ นวรรณสงู สดุ ประกอบพธิ กี รรมทางศาสนา

วรรณะกษตั รยิ ์ เป็ นชนชนั้ ปกครองหรือนกั รบ

วรรณะแพศย์ เป็ นสามญั ชนทวั่ ไป

วรรณศทู ร ไดแ้ ก่ ชาวพน้ื เมอื ง ทาหนา้ ทรี่ ับใชช้ นชน้ั อ่ืน

นอกจากนี้ยังหา้ มไม่ใหแ้ ต่งงานขา้ มวรรณะ หากฝ่ าฝื น บุตรของ

ผแู้ ตง่ งานจะตอ้ งเป็ นพวกจณั ฑาล ซึ่งมสี ถานะตา่ สดุ

เด็กชายวรรณะพราหมณใ์ นสงั คมอนิ เดียปัจจบุ นั

หลงั ยคุ พระเวทไดเ้ กิดอารยธรรมท่ีสาคัญ คือ พระพทุ ธศาสนาและศาสนาเชน
ชาวอินเดียบางส่วนไดห้ ันไปเลื่อมใสศาสนาทงั้ สองและเจริญร่งุ เรืองในสมัยพระเจา้ อโศก
มหาราช จากนนั้ ก็แพร่หลายในดนิ แดนอ่นื ๆ รวมถึงประเทศไทย หลงั จากนน้ั อินเดียก็ถกู
รกุ รานโดยชาติอ่ืนหลายกล่มุ แต่อารยธรรมสาคัญของพวกอารยัน คือ ศาสนา
พราหมณ-์ ฮนิ ดแู ละระบบวรรณะ ยงั คงเป็ นรากฐานทส่ี ืบเนอ่ื งตอ่ มา

ทชั มาฮาล สถาปัตยกรรมของมสุ ลิมในอินเดีย

2.4 อารยธรรมจีนโบราณ

อารยธรรมจีนโบราณเริ่มขน้ึ เมื่อประมาณ 2,000 ปี ก่อนคริสตศ์ ักราช ในเขตล่มุ แม่นา้
หวางเหอ จากน้ันไดข้ ยายเขา้ ไปในเขตแม่นา้ แยงซี เป็ นอารยธรรมท่ีเป็ นเอกลักษณโ์ ดดเด่น และมี
อิทธพิ ลตอ่ การหลอ่ หลอมอารยธรรมในภมู ภิ าคเอเชยี ตะวันออกและเอเชยี ตะวนั ออกเฉียงใต้

แผนท่ีแสดงท่ีตงั้ อารยธรรมจีนโบราณ

1) การหลอ่ หลอมอารยธรรมจีน

อารยธรรมจีนเป็ นอารยธรรมท่ีมีเอกภาพสงู มีรากฐานท่ีมัน่ คงและมี
เอกลักษณ์เป็ นของตนเอง ปัจจัยสาคัญท่ีส่งเสริมการหล่อหลอมอารยธรรมจีน
ไดแ้ ก่

ปัจจยั ทางภมู ิศาสตร์

ลกั ษณะภมู ิประเทศท่ีโดดเดี่ยว จีนเป็ นแผน่ ดินที่กวา้ งใหญ่ประกอบดว้ ย
เทอื กเขาสงู จานวนมาก ทาใหจ้ ีนมโี อกาสตดิ ตอ่ กบั แหลง่ ความเจริญอื่น ๆ ไมม่ ากนกั
ชาวจีนจึงคิดคน้ และพัฒนาความเจริญข้ันสงู ขึ้นภายในดินแดนของตนเองเพ่ือ
ตอบสนองความตอ้ งการของสงั คม

ภยั ธรรมชาติ จีนมีเขตที่ราบล่มุ แม่นา้ อดุ มสมบูรณ์หลาย
แห่ง แตจ่ ีนก็ประสบปัญหาภยั พิบัตใิ นฤดนู า้ หลาก ทาให้คร่าชวี ิตผคู้ น
และไรน่ าเสยี หายทกุ ปี ชาวจีนจงึ ขดุ คลองชลประทานขนาดยาวจานวน
มากและยังใชเ้ ป็ นเสน้ ทางคมนาคมอีกดว้ ย ดังนั้น จึงกล่าวไดว้ ่า
สภาพภมู ิศาสตร์เป็ นปัจจัยที่ส่งเสริมใหช้ าวจีนพัฒนาภูมิปัญญาเพื่อ
เอาชนะธรรมชาติ

วฏั จกั รของราชวงศ์ (Dynastic Circle)

วฏั จกั รของราชวงศ์ เป็ นปัจจยั หนง่ึ ทีส่ ่งเสริมการหลอ่ หลอมอารยธรรมจีน เพราะทาให้
เกิดการยอมรับอานาจของผนู้ าใหม่ เพราะชาวจีนเช่ือว่าผนู้ าของตนนั้นได้รับอาณัติจาก
สวรรค์ จึงยกย่องว่าเป็ นโอรสแห่งสวรรค์ ทาใหจ้ กั รพรรดิมอี านาจเด็ดขาดในการปกครอง
สามารถเกณฑแ์ รงงานและจดั เก็บภาษเี พ่ือพฒั นาความเจริญและป้ องกนั อาณาจกั ร

จกั รพรรดเิ ชงถัง แห่งราชวงศซ์ าง
ที่มา : The History and Civilization of China

2) ความเจรญิ รง่ ุ เรอื งของอารยธรรมจีนโบราณ

ชาวจนี ในสมยั โบราณไดพ้ ฒั นาความเจริญร่งุ เรืองดา้ นตา่ ง ๆ ความเจริญท่ี
สาคัญ ไดแ้ ก่

อกั ษรจีน

จนี มพี ืน้ ที่กวา้ งใหญไ่ พศาลมภี าษาถิ่นจานวนมาก ทาใหไ้ มอ่ าจตดิ ตอ่ สื่อสาร
กันได้ จีนจึงประดิษฐ์อักษรจีนเป็ นอักษรภาพ ไม่มีพยัญชนะ อักษรแต่ละตัว
มคี วามหมายชดั เจน ดังนน้ั ชาวจีนที่พดู ภาษาตา่ งกันก็สามารถส่ือสารตรงกันดว้ ย
อกั ษรภาพ

ลกั ษณะของอกั ษรจนี ซ่ึงเป็ นอกั ษรภาพ
ทมี่ า : The History and Civilization of China

ความกา้ วหนา้ ดา้ นดาราศาสตร์

ชาวจีนโบราณไดค้ ิดทาปฏิทินแบบจันทรคติ เมื่อ 3,000 กว่าปี มาแลว้ โดยการ
สงั เกตฤดกู าล ไดแ้ ก่ ฤดผู ลติ ฤดเู ก็บเกี่ยว และฤดหู นาว ซึ่งหมนุ เวียนเป็ นวัฏจักรแต่ละรอบ
นบั เป็ น 1 ปี มี 365 วัน รวมทงั้ ยังประดษิ ฐก์ ลอ้ งดดู าว

ปฏิทินโบราณของจนี

ปรชั ญา

ปรัชญาของจีนไม่ไดพ้ ัฒนาจากความเช่ือเกี่ยวกับชีวิต
หลงั ความตาย แต่เป็ นการคน้ พบหลกั ธรรมเพ่ือการดารงชีวิต
ในโลกปัจจบุ นั ปรชั ญาเหลา่ นน้ั ไดแ้ ก่

ลทั ธิธรรมชาตินยิ ม ลทั ธิขงจือ๊ หรือขงจ่ือ กล่มุ นติ ิธรรมนยิ ม
ส า นัก น้ี เ ชื่ อ ว่ า ทุก อ ย่ า ง ใ น ลัทธิน้ีเชื่อว่า การศึกษา แ น ว คิ ด ข อ ง ก ล่ ุม น้ี เ น ้น ก า ร ใ ช ้
จักรวาลตอ้ งมีความสมดลุ ท้ัง ส อ น ใ ห ้ค น มี คุณ ธ ร ร ม กฎระเบียบควบคมุ สังคม เพราะ
ในสังคมมนษุ ย์และธรรมชาติ และจริยธรรม การศึกษา เ ชื่ อ ว่ า ม นุษ ย์เ ห็ น แ ก่ ตัว แ ล ะ
ดังนน้ั สิ่งใดที่ขาดความสมดลุ จึงแพร่หลายในสงั คมจีน เ อ า เ ป รี ย บ ผู้อื่ น จึ ง ต้อ ง มี
ก็จะไมย่ งั่ ยนื แ ล ะ เ ป็ น อ า ร ย ธ ร ร ม กฎหมายไวจ้ ดั ระเบียบสงั คม
สาคญั ของสงั คมจนี

ปรชั ญา

ลทั ธิเต๋า
เช่ือว่า การมีชีวิตที่สงบสขุ
คื อ ก า ร มี ชี วิ ต อ ยู่ กั บ
ธรรมชาติ และหลกี หนคี วาม
ว่นุ วายจากสงั คมเมอื ง

การกอ่ สรา้ ง

หลักฐานทางประวัติศาสตร์ของชาวจีนโบราณท่ีโดดเด่นและยัง่ ยืนถึงปัจจบุ ัน คือ กาแพง
เมืองจีนสรา้ งตามแนวสันเขามีความยาว 2,400 กิโลเมตร นอกจากนี้ชาวจีนโบราณสามารถสรา้ ง
สงิ่ ก่อสรา้ งขนาดใหญ่อืน่ ๆ อกี เชน่ พระราชวังและสสุ านขนาดใหญ่ของราชวงศจ์ น๋ิ

กาแพงเมืองจนี สถาปัตยกรรมอนั ย่งิ ใหญข่ องชาวจนี กองทหารดนิ เผาบริเวณใกลส้ สุ านของจน๋ิ ซีฮอ่ งเต้

2.5 อารยธรรมกรีก

อารยธรรมกรีกเร่ิมขนึ้ เมือ่ ประมาณ 750 ปี ก่อนคริสตศ์ ักราช มีศนู ยก์ ลาง
อยทู่ ่กี รงุ เอเธนส์ เป็ นอารยธรรมท่เี จริญรงุ่ เรืองและมอี ิทธิพลตอ่ โลกตะวนั ตกมาก

1) กาเนิดอารยธรรมกรกี

อารยธรรมกรีกที่สืบทอดมาถึงปัจจบุ ันประกอบดว้ ย อารยธรรมของ
ชาวกรีกโบราณ และอารยธรรมเฮลเลนสิ ตกิ ปัจจยั สาคัญท่ีสง่ เสริมอารยธรรมกรีก
ไดแ้ ก่

ท่ีตงั้

อารยธรรมกรีกเกิดขึ้นในบริเวณตอนใตข้ องคาบสมทุ รบอลขา่ นและชายฝั่ง
ทะเลอีเจียน บริเวณเหล่าน้ีอย่ใู นเขตท่ีรายรอบดว้ ยอารยธรรมสาคัญของโลก คือ
อารยธรรมอียิปตแ์ ละเมโสโปเตเมยี ทาใหช้ าวกรีกมีโอกาสรับและแลกเปลี่ยนความเจริญ
ดา้ นตา่ ง ๆ

แผนที่แสดงทตี่ ง้ั อารยธรรมกรีก

ชาวกรกี โบราณ

ชาวกรีกโบราณเรียกตวั เองว่า “เฮลลีน” ในระยะแรกกระจายอย่เู ป็ นเผา่ ต่าง ๆ ไดแ้ ก่ พวก
ไอโอเนยี น และพวกไมซีเนยี น เผา่ มคี วามเจริญและก่อตง้ั เป็ นนครรัฐ พวกไมซีเนยี นเป็ นนกั รบที่มีความ
เก่งกลา้ สามารถยึดครองดินแดนของนครอ่ืน ๆ และรับอิทธิพลของอารยธรรมต่าง ๆ โดยเฉพาะ
อารยธรรมไมนวนของชาวเกาะครีต ต่อมาพวกดอเรียน อพยพมาจากทางเหนือและเขา้ ครอบครอง
และไดส้ รา้ งนครรัฐสปารต์ า อย่างไรก็ตามแมจ้ ะมอี านาจเขม้ แข็งแตก่ ็ไมส่ ามารถรวมอานาจปกครอง
นครรฐั กรีกไดท้ ง้ั หมด

หนา้ กากทาดว้ ยทองคาในหลมุ ฝังศพของแอกาแมมนอน ผนู้ าของชาวไมซีเนยี น


Click to View FlipBook Version