พระเจา้ อะเล็กซานเดอรม์ หาราช กษตั ริยน์ กั รบแห่งมาซิโดเนยี
หลงั จากนครรัฐสปารต์ าเสอ่ื มอานาจ พระเจา้ อะเล็กซานเดอรม์ หาราช
ไดข้ ยายอาณาจกั รและครอบครองแหลง่ อารยธรรมตา่ ง ๆ ไดแ้ ก่ อียิปต์ เมโสโปเตเมีย
และเปอรเ์ ซีย จึงมกี ารรับความเจริญตา่ ง ๆ มาผสมกบั กรีก เรียกวา่ อารยธรรมเฮล-
เลนิสติก จากน้ันดินแดนกรีกก็อย่ภู ายใตก้ ารปกครองของจักรวรรดิโรมัน ความ
เจริญตา่ ง ๆ ก็กลายเป็ นสว่ นหนงึ่ ของอารยธรรมโรมนั
ระบอบนครรฐั กรกี
นครรฐั สาคญั ที่มบี ทบาทพฒั นาอารยธรรมดา้ นการปกครอง ไดแ้ ก่
นครรัฐสปารต์ า นครรัฐเอเธนส์
• เป็ นตน้ กาเนดิ รัฐประชาธิปไตย
• มกี ารปกครองแบบทหารนยิ ม • ปกครองโดยสภาหา้ รอ้ ย ซึ่งไดร้ ับ
• พลเมอื งชายทกุ คนท่มี อี ายตุ งั้ แต่
เลอื กจากพลเมอื ง
20-60 ปี ตอ้ งเป็ นทหาร • การใหส้ ิทธแิ ละเสรีภาพแกป่ ัจเจกชน
• ตอ่ ตา้ นความมงั่ คงั่ ฟ่ ุมเฟื อย
• ตน้ กาเนดิ ของระบอบเผด็จการ
เบ็ดเสร็จ
รปู ป้ันทหารของนครรฐั สปารต์ า
2) ความรง่ ุ เรอื งของอารยธรรมกรกี
ดา้ นสถาปัตยกรรม ศิลปกรรม ดา้ นประติมากรรม
ได้แก่ วิหาร พาร์เ ท นอน ไดแ้ ก่ รปู ปั้นเทพเจา้ อะธีนา
ตงั้ อยบู่ นเนนิ เขาอะโครโพลสิ ท่ี วิ ห า ร พ า ร์ เ ท น อ น แ ล ะ
เทพเจา้ ซสุ ท่วี ิหารโอลมิ เปี ย
ดา้ นจิตรกรรม
ส่วนใหญ่เป็ นลวดลายที่เขยี น ศิลปะการแสดง
บนเคร่ืองป้ันดนิ เผาและ เช่น ละครกลางแจง้ ซ่ึงเป็ น
จิตรกรรมฝาผนงั ทีพ่ บใน ตน้ แบบของการแสดงละคร
วิหารและกาแพง ในปัจจบุ นั
รปู ป้ันเทพเจา้ ซสุ แหง่ โอลมิ เปี ย วิหารพารเ์ ทนอน บนเนนิ เขาอะโครโพลิส
ปรชั ญา
นกั ปรชั ญากรีกที่มชี อื่ เสียงโดดเดน่ ไดแ้ ก่
โสคราตสี เพลโต อาริสโตเตลิ
• เป็ นผทู้ ่ีสอนใหค้ นใชเ้ หตผุ ล • เป็ นศิษยข์ องโสคราตสี • เป็ นศิษยข์ องเพลโตและเป็ น
แล ะส ติปั ญ ญ าแ ส ว ง ห า • เปิ ดโรงเรียนชอื่ “อะแคเดม”ี พระอาจารย์ของพระเจ้า
คว ามจริ งเ กี่ยว กับชีวิ ต • เขียนหนงั สือที่สะทอ้ นแนวคิด อะเล็กซานเดอรม์ หาราช
มนษุ ย์
เ ก่ี ย ว กั บ ก า ร ป ก ค ร อ ง • เป็ นปราชญแ์ ละนักวิจัยและ
• วิ ธี ก า ร ส อ น เ รี ย ก ว่ า การศกึ ษา ระบบยตุ ธิ รรม โดย ยงั สนใจวิทยาการใหม่ ๆ
“Socretic method” ไม่เนน้ ผลงานท่ีโดดเด่น คือ หนังสือ
การท่องจา แต่ใช้วิธีตั้ง ช่ือ สาธารณรัฐ (Republic) ซึ่ง • ผ ล ง า น ที่ โ ด ด เ ด่ น คื อ
ค าถ าม โด ย ไม่ต้อง กา ร เ ส น อ แ น ว คิ ด เ ก่ี ย ว กั บ ก า ร ห นั ง สื อ ช่ื อ ก า ร เ มื อ ง
คาตอบ ปกครอง (Politics) ซ่ึงเป็ นการวิจัย
รปู แบบการปกครองของ
• ไมม่ ผี ลงานเขยี นของตนเอง นครรัฐตา่ ง ๆ
รปู ปั้นโสคราตสี รปู ป้ันเพลโต รปู ปั้นอาริสโตเตลิ
การศึกษา
การศึกษามีความสาคัญตอ่ วิถีชีวิตของชาวกรีก ผทู้ ่ีไดร้ ับการศึกษาจะมีส่วนร่วม
ทางการเมอื ง ดงั นน้ั จึงมกี ารจดั การศึกษาขนั้ ประถมใหแ้ ก่เด็กชายโดยไมต่ อ้ งเสียค่าเลา่ เรียน
รปู ป้ันโฮเมอร์ (ซา้ ย) และปกหนงั สือมหากาพย์ อีเลียด
สนั นษิ ฐานวา่ พิมพใ์ น ค.ศ. 1572 (ขวา)
วรรณกรรม
วรรณกรรมของกรีกไดร้ บั ยกย่องว่าดที ส่ี ดุ ของโลก วรรณกรรมท่โี ดดเดน่ ไดแ้ ก่
มหากาพยข์ องโฮเมอร์ เร่ือง อีเลยี ด และโอเดสซี
ประวตั ิศาสตร์ คณิตศาสตรแ์ ละวทิ ยาศาสตร์
- กรีกเป็ นชาติแรกในโลกตะวันตกท่ี - นกั คณิตศาสตรช์ าวกรีกคน้ พบทฤษฎี
เร่ิมศึกษาประวัตศิ าสตร์ ทางเรขาคณิตและพีชคณิต
- เฮโรโดตสั ไดร้ ับยกย่องว่าเป็ นบิดา - อาริสโตเตลิ เป็ นผวู้ างรากฐานการศกึ ษา
แหง่ ประวตั ศิ าสตรข์ องโลกตะวนั ตก วิชาพฤกษศาสตร์ สตั วแพทย์ และกายวิภาค
ความเจริญของวิทยาการตา่ ง ๆ
ดา้ นการแพทย์ ดาราศาสตรแ์ ละภมู ิศาสตร์
- ฮิปโปเครตีส คน้ พบว่าโรครา้ ย - นกั ดาราศาสตรค์ านวณตาแหนง่ ของดวงดาว
ต่าง ๆ ที่เกิดข้ึนมีสาเหตุ ไม่ใช่การ และระบบสรุ ิยะจกั รวาล
ลงโทษของพระเจา้ และยังเป็ นผรู้ ิเร่ิม - นกั ภมู ศิ าสตรย์ งั เชอ่ื ว่าโลกกลม
วิธีการรักษาโรคดว้ ยการผา่ ตดั - คน้ พบว่านา้ ขน้ึ นา้ ลงเกดิ จากอทิ ธิพลดวงจนั ทร์
2.6 อารยธรรมโรมนั
แผนท่แี สดงที่ตง้ั อารยธรรมโรมนั
1) ปัจจยั สง่ เสรมิ การขยายอานาจของจกั รวรรดิโรมนั
ส ภ า พ ภ ูมิ ศ า ส ต ร์ ข อ ง ก อ ง ทั พ โ ร มั น ค ว า ม ระบบปกครอง ชาวโรมันได้
แหลมอิตาลี ตง้ั อย่กู ึ่งกลาง เขม้ แข็งของกองทัพโรมันเป็ น สถาปนาการปกครองระบอบ
ทะเลเมดิเตอร์เรเนียน มี ปัจจัยหนึ่งที่ส่งเสริมการขยาย สาธารณรัฐหลังรวมอานาจในแหลม
พ้ืนท่ีราบเชิงเขาที่มีดินอดุ ม อิทธิพลของจักรวรรดิโรมัน อิตา ลีไ ด้ ต่อม าเ ม่ือข ย าย อา นา จ
สมบรู ณ์เพาะปลกู ไดด้ ี จึงมี เ พ ร า ะ มี ค ว า ม ส า ม า ร ถ แ ล ะ ครอบครองดินแดนอื่น จึงเปล่ียน
เศรษฐกจิ ทีร่ ่งุ เรือง ประสทิ ธิภาพในการรบ ระบอบการปกครองเป็ นจักรวรรดิ มี
จกั รพรรดมิ อี านาจสงู สดุ
ภาพสลักทหารโรมนั บนเรือรบในยามสงคราม
2) การขยายอานาจของจกั รวรรดิโรมนั
ชาวโรมนั ทีอ่ พยพเขา้ มาอย่ใู นแหลมอิตาลปี ระกอบดว้ ย 2 เผา่ คือ เผา่ ละตนิ และเผ่าอที รัสคัน
จากน้ันพวกอีทรัสคันไดร้ กุ รานพวกละติน หลังจากขยายอานาจปกครองไดป้ ระมาณ 100 ปี ก็
สญู เสยี อานาจ และผสมกลมกลนื กบั พวกละตนิ จนกลายเป็ นชาวโรมนั จากนนั้ ไดข้ ยายอานาจทัว่ แหลม
อติ าลแี ละในดินแดนรอบ ๆ ทะเลเมดเิ ตอรเ์ รเนยี น โรมนั ไดท้ าสงครามพนู กิ กบั คารเ์ ทจ ถึง 3 ครั้ง แต่
คารเ์ ทจก็พ่ายแพท้ งั้ 3 ครง้ั ทาใหโ้ รมนั มอี านาจดินแดนรอบทะเลเมดิเตอรเ์ รเนยี น
แผนที่แสดงเสน้ ทางการเดนิ ทัพในสงครามพนู กิ ระหว่างโรมนั กบั คารเ์ ทจ
ดา้ นอตุ สาหกรรม
อตุ สาหกรรมในเขตโรมนั ส่วนใหญ่เป็ นอตุ สาหกรรมขนาดเล็ก ผลติ สนิ คา้ เครื่องปั้นดนิ เผาและส่งิ ทอ
รปู สลักเรือ ของชาวโรมนั
ดา้ นสงั คม
จกั รวรรดิโรมนั มคี วามเจริญดา้ นสงั คมมาก ทสี่ าคญั ไดแ้ ก่
ภาษาละติน เป็ นภาษาทางราชการของศาสนาคริสตน์ กิ ายโรมนั คาทอลกิ
มาจนถึงทศวรรษ 1960
การศกึ ษา สง่ เสริมการศึกษาแกป่ ระชาชนของตนทวั่ จกั รวรรดใิ น
ระดบั ประถมและมธั ยม
วรรณกรรม มผี ลงานจานวนมากทงั้ บทกวีและรอ้ ยแกว้ มกี ารนา
วรรณกรรมกรีกมาเขยี นเป็ นภาษาละตนิ เพ่ือเผยแพร่ในหมชู่ าวโรมนั
การก่อสรา้ งและสถาปัตยกรรม ชาวโรมนั ไดส้ รา้ งผลงานไวเ้ ป็ นจานวน
มาก เชน่ อฒั จนั ทร์ พระราชวงั วิหาร โรงละครสรา้ งเป็ นอฒั จนั ทรค์ ร่ึงวงกลม
โคลอสเซียม สถาปัตยกรรมของชาวโรมนั ปัจจบุ นั อย่ใู นกรงุ โรม ประเทศอติ าลี
3. การตดิ ตอ่ ระหว่างโลกตะวนั ออกกบั โลกตะวนั ตก
3.1 ปัจจัยท่ีทาใหม้ ี การคา้ สินคา้ สาคญั ซึ่งเป็ นทีต่ อ้ งการของดนิ แดน
การติดต่อ ตา่ งๆ ไดแ้ ก่ สนิ คา้ เกษตรกรรม อตุ สาหกรรม แร่ธาตุ
ไม้ และสนิ คา้ ฟ่ ุมเฟื อย
ระหวา่ งโลกตะวนั ออก
กบั โลกตะวนั ตก การขยายดินแดน สาเหตสุ าคญั เพอ่ื ขยายอานาจ
การปกครองและแสวงหาความมงั่ คงั่
การเผยแผ่ศาสนา ศาสนาสาคัญทไ่ี ดน้ าไปเผยแผ่
ไดแ้ ก่ ศาสนาคริสตแ์ ละอิสลาม ทาใหม้ กี ารติดตอ่
ระหว่างโลกตะวนั ออกและตะวันตก
3.2 เสน้ ทางการติดต่อระหว่างโลกตะวนั ออกและโลกตะวนั ตก
เสน้ ทางบก เสน้ ทางทะเล
ในอดตี การสรา้ งถนนมกั เป็ นเสน้ ทางส้ัน ๆ พวกฟิ นเิ ซียนสามารถตอ่ เรือขนาดใหญท่ บ่ี รรทกุ ได้
แตเ่ นอื่ งจากมกี ารขยายอานาจของดนิ แดนตา่ ง ๆ จานวนมากและจนี สามารถประดิษฐเ์ ขม็ ทิศและตอ่ เรือสาเภา
ทาใหม้ ถี นนเชอ่ื มตอ่ กนั หลายสาย ขนาดใหญท่ ส่ี ามารถบรรทกุ คนไดม้ ากกว่า 500 คน ทาให้
นกั เดนิ เรือสามารถเดินทางในดินแดนทีห่ า่ งไกลมากขนึ้
ภาพสลักเรือสินคา้ ของชาวสเุ มเรียน
ถนนปูดว้ ยหินของกรงุ โรมเชอ่ื มตอ่ กบั เมืองภายใตป้ กครองของพวกโรมนั
3.3 ผลของการติดต่อ
ดา้ นสงั คม ผลของการตดิ ตอ่ ดา้ นเศรษฐกิจ
การติดต่อระหว่างดินแดน ความร่งุ เรืองดา้ นการคา้ ยัง
ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเกิดจาก ดา้ นการเมือง ส่งเสริมการบริโภคและการ
เหตผุ ลในดา้ นการคา้ การ ทาใหเ้ กิดการเปลยี่ นแปลง ผลิตสินคา้ ในดินแดนต่าง ๆ
ข ย า ย ดิ น แ ด น ห รื อ ก า ร ดา้ นเขตแดนระบบ ท้ังป ร ะ เภ ท เก ษตร กร ร ม
เผยแผ่ศาสนา เป็ นส่วนท่ี ปกครองและพลเมอื งของ อุตสาหกรรม หัตถกรรม
ก่ อ ใ ห ้เ กิ ด ก า ร แ ล ก เ ป ล่ี ย น ดนิ แดนนน้ั ๆ สิ น ค้ า ฟ่ ุ ม เ ฟื อ ย ต่ า ง ๆ
วัฒนธรรม การกลมกลืน รวมท้ังไดส้ ร้างความมัง่ คัง่
ของกล่มุ ชาติพันธ์ตุ ่าง ๆ ใหก้ บั ดนิ แดนเหลา่ นนั้
และการขยายพรมแดนแห่ง
ความรรู้ ะหว่างกนั